The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ เทอม 2 พลศึกษา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนการจัดการเรียนรู้ เทอม 2 พลศึกษา

แผนการจัดการเรียนรู้ เทอม 2 พลศึกษา

แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาพลศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านโคกลาด หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน นายปัญจพงษ์ สมพะยอม รหัสประจำตัวนักศึกษา 62100189106 สาขาวิชาพลศึกษาและสุขศึกษา การฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา 2 รหัสวิชาED185501 (INTERNSHIP IN SCHOOL) คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566


คำนำ แผนการจัดการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษาประถมศึกษาปีที่ 6 ชุดนี้เป็นสื่อการเรียนรู้ที่จัดทำขึ้นเพื่อ ใช้เป็น แนวทางในการจัดการเรียนรู้ โดยยึดหลักการออกแบบการจัดการเรียนรู้แบบ Backward Design ที่เน้น ผู้เรียนเป็น ศูนย์กลาง (child centered) ตามหลักการที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรม และ กระบวนการเรียนรู้ สามารถสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง ทั้งเป็นรายบุคคลและรายกลุ่ม บทบาทของครูมี หน้าที่ เอื้ออำนวยความสะดวกให้นักเรียนประสบผลสำเร็จ โดยสร้างสถานการณ์การเรียนรู้ทั้งในห้องเรียนและ นอก ห้องเรียน ทำให้นักเรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ ได้ในเชิงบูรณาการด้วยวิธีการ ที่ หลากหลาย เน้นกระบวนการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และสรุปความรู้ด้วยตนเอง ทำให้นักเรียนได้รับการพัฒนา ทั้ง ด้านความรู้ ด้านทักษะ/กระบวนการ และด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ นำไปสู่ การอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติสุข การจัดทำคู่มือแผนการจัดการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษาประถมศึกษาปีที่ 6 ชุดนี้ได้จัดทำตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศกราช 2551 ซึ่งครอบคลุมทุกสาระการเรียนรู้โดยภายในเล่มได้ นำเสนอแผนการจัดการเรียนรู้เป็นรายชั่วโมงตามหน่วยการเรียนรู้เพื่อนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้แต่ละหน่วยการเรียนรู้ยังมีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ทั้ง 3 ด้าน ได้แก้ ด้านความรู้ ด้านทักษะ / กระบวนการและด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ทำให้ทราบผลการเรียนรู้แต่ละ หน่วยการเรียนรู้ของนักเรียนได้ทันที จัดทำโดย ปัญจพงษ์ สมพะยอม


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา (พลศึกษา) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ความรู้พื้นฐานเรื่องกีฬาฟุตบอล ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง ประวัติของกีฬาฟุตบอลในต่างประเทศ เวลา 1 ชั่วโมง วันที่……..เดือน………………. พ.ศ…………. ผู้สอน นายปัญจพงษ์ สมพะยอม 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ พ 3.1 เข้าใจมีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา ตัวชี้วัด พ 3.1 ป.6/3 เล่นกีฬาไทย กีฬาสากลประเภทบุคคลและประเภททีมได้อย่างละ ๑ ชนิด 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนอธิบายประวัติความเป็นมาของกีฬาฟุตบอลในต่างประเทศได้ (K) 2. นักเรียนตระหนักถึงเหตุการณ์สำคัญของกีฬาฟุตบอล (A) 3. สาระสำคัญ กีฬาฟุตบอลเป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่วงการการศึกษาให้การยอมรับและสนับสนุน เป็นอย่างมากเพื่อให้มี ความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับประวัติความเป็นมากีฬาฟุตบอลในต่างประเทศ ดังนั้นผู้เรียนหรือผู้เล่นจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการเล่นกีฬาฟุตบอลต่อไป 4. สาระการเรียนรู้ ประวัติกีฬาฟุตบอลในต่างประเทศ 5. สมรรถนะสำคัญ 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการสื่อสาร 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มีวินัย 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. ชิ้นงานหรือภาระงาน ใบงาน เรื่องประวัติ กีฬาฟุตบอลในต่างประเทศ 8. คำถามสำคัญ กีฬาฟุตบอลเกิดขึ้นที่ใด


9. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูเช็คจำนวนนักเรียนเช็คความเรียบร้อย 2. ครูใช้คำถามเพื่อเปิดประเด็นเกี่ยวกับความเป็นมาของประวัติกีฬาฟุตบอลในต่างประเทศ ขั้นสอน 1. ครูแจกใบความรู้ เรื่อง ประวัติความเป็นมาของประวัติกีฬาฟุตบอลในต่างประเทศ 2. ครูอธิบาย เรื่อง ประวัติความเป็นมาของประวัติกีฬาฟุตบอลในต่างประเทศในใบความรู้ 3. แจกใบงานแล้วให้นักเรียนทำส่งในคาบเรียน ขั้นสรุป ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปบทเรียน เรื่อง ประวัติความเป็นมาของกีฬาฟุตบอลใน ต่างประเทศ 10. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ใบความรู้เรื่อง ประวัติกีฬาฟุตบอลในต่างประเทศ 11. กระบวนการวัดผลและประเมินผล วิธีการวัด 1. การทำใบงาน เรื่อง ประวัติกีฬาฟุตบอลในต่างประเทศ 2. สังเกตเกตุพฤติกรรมการร่วมกิจกรรมในชั้นเรียน เครื่องมือ 1. แบบประเมินใบงาน เรื่อง ประวัติกีฬาฟุตบอลในต่างประเทศ 2. แบบสังเกตเกตุพฤติกรรมการร่วมกิจกรรมในชั้นเรียน เกณฑ์การประเมิน 1. การประเมินการการตอบคำถามได้2 รายการขึ้นไปถือว่า “ ผ่าน ” 2. การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม 2 รายการขึ้นไปถือว่า “ ผ่าน


แบบประเมินใบงาน เรื่อง ประวัติกีฬาฟุตบอลในต่างประเทศ คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เกณฑ์การให้คะแนน 4=ดีมาก 3=ดี 2=พอใช้ 1=ต้องปรับปรุง เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่2 รายการถือว่า “ผ่าน” ลงชื่อ ............................................ผู้ประเมิน (....................................................) ................./..................../.............. เลข ที่ ชื่อ-สกุล รายการ สรุปผลการ ประเมิน ตอบคำถามได้ อย่างถูกต้อง และชัดเจน และน่าสนใจ 4 ตอบคำถาม ได้อย่าง ถูกต้อง 3 ตอบคำถาม ได้อย่าง ถูกต้องบ้าง และไม่ถูกต้อง บ้าง 2 ไม่สามารถ ตอบคำถาม ได้เลย 1


แบบสังเกตเกตุพฤติกรรมการร่วมกิจกรรมในชั้นเรียน คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่2 รายการถือว่า “ผ่าน” ผ่าน 1 รายการถือว่า “ไม่ผ่าน” ลงชื่อ ............................................ผู้ประเมิน (....................................................) ................./..................../.............. เลขที่ ชื่อ-สกุล รายการ สรุปผลการ ประเมิน ให้ความร่วมมือ กับเพื่อนในกลุ่ม ร่วมกิจกรรมด้วย ความสนุกสนาน สนใจในสื่อและ กิจกรรมที่ครูกำหนด ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน


ใบงาน คำชี้แจง : ให้นักเรียนปฏิบัติตามหัวข้อต่อไปนี้ 1.ให้นักเรียนอธิบายประวัติกีฬาฟุตบอลในต่างประเทศโดยสังเขปพร้อมยักตัวอย่างเหตุการณ์ที่สำคัญมา 1 เหตุการณ์ …….………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………….................................................................................. ชื่อ.........................................................................................ชั้น.............เลขที่...............


ใบความรู้ กีฬาฟุตบอลในต่างประเทศ ประวัติกีฬาฟุตบอล ความเป็นมาของฟุตบอล กำเนิดขึ้นครั้งแรกที่ไหนไม่มีใครทราบแน่ชัด แต่จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์กล่าวว่า การเตะลูกบอล เริ่มเกิดขึ้นในงานการแข่งขันฉลองอื่นๆ ซึ้งหาได้ง่ายตามประเทศต่างๆและพบในประเทศที่มีวัฒนธรรมต่างๆกัน เช่น ในสมัยกรีกโบราณ ได้เล่นกีฬาประเภทหนึ่งคล้ายฟุตบอล เรียกว่า "เอพปิสไกย์รอย" (Episiskiyros) ในสมัยบาบีโลเนียและสมัยอียิปต์โบราณ ฟุตบอลทำมาจากหนังสัตว์เย็บสลับไปมาแล้วหุ้มข้างนอกด้วยฟางหรือผม ในสมัยประเทศจีน เมื่อก่อนคริสต์กาล3,000ปี ได้เล่นกีฬาชนิดหนึ่งที่คล้ายการเล่นฟุตบอลเรียกว่า"ทีซูชุ" (Tsuchu) ในสมัยประเทศญี่ปุ่น ก่อนต้นศตวรรษที่14 ได้เล่นกีฬาชนิดหนึ่งที่คล้ายการเล่นฟุตบอลเรียกว่า"เคมาริ" หรือ"เคอร์นาร์"(Kemariหรือ Kernart) ในประเทศฝรั่งเศษสมัยกลาง ได้เล่นกีฬาคล้ายฟุตบอลเช่นกันเรียกว่า"คาลซิโอ"(Calcio) ในประเทศเม็กซิโก ได้เล่นกีฬาคล้ายฟุตบอลเรียกว่า"โกมาคาริ"(Gomacari) ในสมัยโรมัน เริ่มฟุตที่มีลมข้างใน โดยพวกเขาได้นำเอากระเพาะปัสสาวะของวัวที่เพิ่งตายใหม่ๆแล้วห้ มด้วยขน เกมที่ใช้กระเพาะปัสสาวะของวัว(Ox's bladder)มาเล่นนี้ได้ถูกเรียกว่า"ฮาร์ปาสตัม"(Harpastum)บาง ตำราเรียกว่า"Harpaston" หรือ "Harpaston"ก็มีซึ่งชาวโรมันเอาแบบมาจากขาวกรีกโบราณ เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อ900ปีกว่ามาแล้วนั้น ดินแดนบางส่วนของประเทศอังกฤษตอนใต้ตกอยู่ในความปกครอง ของพวงทหารโรมัน ซึ่งได้ยกกองทหารมาตีหมู่เกาะอังกฤษตอนใต้ในต้นศตวรรษที่11 และได้ปกครองอังกฤษ เรื่อยมาจนถึงพ.ศ.1589 ขณะที่อยู่ในประเทศอัวกฤษนั้น ทหารโรมันได้เล่นเกมส์ชนิดหนึ่งซึ่งแบ่งผู้เล่นออกเป็น2 ทีมเท่ากัน ครั้งแรกเกมนี้จะเล่นเฉพาะคนที่อยู่ในวัยฉกรรจ์เท่านั้น ซึ่งเป็นการเล่นที่รุนแรงป่าเถื่อนและโหดร้ายซึ่ง เล่นกันทั่วเมืองหรือทั่งหมู่บ้าน เป้าหมายในการเล่นคือ พยายามพาลูกบอลลูกหนึ่งจากตำบลหนึ่งไปสู่อีกตำบลหนึ่ง โดยถูกต้องตามกติกา ซึ่งกติกาได้ก่อความยุ่งยากมาก ทำให้ถูกตำหนิและถูกห้าม โดยกษัตริย์องค์ที่7 ในระหว่าง พ.ศ.1743และพ.ศ.2193 แต่กระนั้นก็ยังคงมีการแข่งขันอยู่ แต่การเล่นฟุตบอลเหมือนกับกีฬาที่เล่นเป็นทีมบาง ชนิดที่ต้องใช้กติกาซึ่งเริ่มต้นไม่อิสระทั้งหมด แต่แพร่หลายมาตามโรงเรียนโดยทั่วไป


ที่โรงเรียน เป็นที่ยอมรับกันแล้วว่า ฟุตบอลเป็นการสนทนาการทางด้านร่างกาย หลังศตวรรษที่18และ หลังจากนั้นก็กลายเป็นความทรงจำว่าเป็นกีฬาที่นิยมที่สุดของอังกฤษ แต่ละโรงเรียนได้พัฒนาการแข่งขันด้วยการ กำหนดกติกา ขนาดประตู จำนวนของทีม ฯลฯ การวางเงื่อนไขที่สำคัญ โดยอาศัยหลักธรรมชาติ ฟุตบอลได้พัฒนามาจากการเล่นด้วยมือและเท้า การเล่น เกมที่โรงเรียนในชนบทจะเล่นบนสนามหญ้าหรือทุ่งหญ้า ด้วยการเลี้ยงและส่ง ส่วนในโรงเรียนในเมืองจะเล่นเกมส์ นี้บนพื้นดินที่มีขอบเขตที่กำหนดด้วยหินหรือธง การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ในสมัยโบราณกาลของโรมันมีลักษณะแปลกอยู่อย่างคือ ข้างหนึ่งจะมีนักฟุตบอล 27คน ซึ่งการแข่งขันที่รุนแรง พอแข่งเสร็จจะถูกหามส่งโรงพยาบาลกันเป็นแถว ดูเหมือนเกมรุนแรงประเภทนี้จะ เป็นประวัติศาสตร์ของกีฬาประเภทหนึ่งในหมู่เกาะอังกฤษ และในหมู่เกาะไอร์แลนด์จะไม่จำกัดจำนวนผู้เล่นและ ขนาดของสนาม เล่นในที่แจ้ง ไม่มีการพัก ไม่มีประตู จะพยายามเข้าข้างหลังคู่ต่อสู้ บางครั้งจะมีการล่วงเกินกัน เพราะว่าเขาจะใช้หมัดชกคู่ต่อสู้ได้ ซึ่งจะก่อให้เกิดการพิพาทกัน พ.ศ.1857 สมัยพระเจ้าเอ็ดเวิร์ด(King Edward)ของอังกฤษ มีการประกาศจำคุกผู้เล่นฟุตบอลหลังจากกัน มาแล้ว1000ปี ประวัติศาสตร์จารึกไว้ว่า อังกฤษชนะโรมันในการแข่งขันฟุตบอลถูกเรียกว่าเดอร์บีในอังกฤษ35ปี หลังจากนั้น พ.ศ.2224 ขุนนางชาวอังกฤษซึ่งมีความรู้เกี่ยวกับฟุตบอลอีตาเลียน ได้แนะนำให้ทำตราของกีฬาประเภท นี้ และในขณะนั้นก็มีกติกาแล้วกีฬาประเภทนี้กำลังเป็นที่แพร่หลายไปทั่วประเทศอานานิคมของอังกฤษ ฟุตบอลได้ เริ่มแข่งขันภายใต้กฎของสมาคม มีดังนี้ ก่อน พ.ศ.2343 การเริ่มมีกฎมาตรฐานขึ้น แต่ยังหยาบคายอยู่ พ.ศ.2366 เกิดเกม 2 ชนิด คือ ฟุตบอล กับ รักบี้ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดอเมริกาฟุตบอล พ.ศ.2398 สโมสรฟุตบอล เชฟฟิลด์(Sheffield)เกิดในอังกฤษ พ.ศ.2403 มหาวิทยาลัยฮาร์เวอร์ด(Harward)ได้ตั้งทีมฟุตบอลขึ้น พ.ศ.2406 ตั้งสมาคมฟุตบอลอังกฤษในลอนดอน แสดงให้เห็นว่า ฟุตบอลต่างจากรักบี้ และมีระเบียบกฎเกณฑ์ใน การเล่น พ.ศ.2412 การเล่นฟุตบอลครั้งแรกระหว่าง รัทเกอร์ กับ ปริ้นซีตัน(Rutgers and Princeton) พ.ศ.2413 ฟุตบอลเริ่มเล่นในอเมริกาครั้งแรก พ.ศ.2415 จำกัดขนาดของลูกฟุตบอลและมีที่ป้องกันคางในอังกฤษ พ.ศ.2421 ใช้นกหวีดครั้งแรก


พ.ศ.2425 ตกลงกติกาสากลครั้งแรก พ.ศ.2426 ใช้มือ 2 มือขว้างลูกบอลได้ในเขตประตู พ.ศ.2427 ตั้งสมาคมฟุตบอลในอเมริกาครั้งแรก พ.ศ.2428 มีฟุตบอลอาชีพในอังกฤษเป็นครั้งแรก พ.ศ.2429 แข่งขันระหว่างชาติครั้งแรก ระหว่างสหรัฐฯกับแคนาดา พ.ศ.2433 มีตาข่ายประตูครั้งแรกในอังกฤษ พ.ศ.2434 มีผู้กำกับเส้น และมีการเตะลูกโทษเมื่อทำผิดกติกา พ.ศ.2443 ตั้งสหพันธ์ฟุตบอลโลกขึ้นเป็นครั้งแรก ณ กรุงปารีส พ.ศ.2448 ผู้รักษาประตูต้องอยู่ในเขตที่กำหนด และจะเล่นลูกได้เฉพาะในเขตโทษเท่านั้น พ.ศ.2450 ตั้งสมาคมฟุตบอลขึ้นในต่างจังหวัดและมีการฝึกสอน(ครูผู้ฝึก)ขึ้นเป็นครั้งแรก พ.ศ.2451 เริ่มแข่งขันโอลิมปิกครั้งแรกในกรุงลอนดอน และอังกฤษชนะเลิศ พ.ศ.2455 ผู้รักษาประตูใช้มือได้ในเขตโทษ พ.ศ.2456 ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามต้องถอยหลังห่างลูกบอล 6 หลา ในการเตะโทษ พ.ศ.2463 ผู้เล่นต้องไม่ล้ำหน้าในการเล่นฟุตบอล(ห้ามล้ำหน้า) พ.ศ.2467 มีการเตะมุม พ.ศ.2468 มีกฎการล้ำหน้า และมีกติกาเล่นคล้ายๆปัจจุบัน พ.ศ.2472-73 ผู้รักษาประตูต้องยืนอยู่ในเขตประตู พ.ศ.2473 มีการแข่งขันชิงถ้วยฟุตบอลโลกครั้งแรกที่อุรุกวัย และอุรุกวัยเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งแรก โดยการ เอาชนะอาร์เจนตินา 4:2 พ.ศ.2474 ผู้รักษาประตูขว้างไปยังฝ่ายตรงข้ามได้และเดินได้ 4 ก้าว เดิม 2 ก้าว พ.ศ.2480 การเตะลูกโทษ ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามต้องอยู่ห่างลูกบอล 10 หลา พ.ศ.2484 ทหารเล่นฟุตบอลอย่างรุนแรงเพื่อสร้างความกล้าหาญ เหี้ยมหาญ สนามยังไม่ได้มาตรฐาน พ.ศ.2493 อเมริการ่วมแข่งขันฟุตบอลโลกที่บราซิล อุรุกวัยชนะเลิศ


พ.ศ.2493 มีการสอนฟุตบอลในโรงเรียนราษฎรร์ของอังกฤษ และโรงเรียนต่างๆเล่นกันทั่วไปกติกาและสนามคล้าย ปัจจุบัน พ.ศ.2499 ทีมฟุตบอลชาติไทยเข้าร่วมแข่งขันโอลิมปิกครั้งแรก ที่กรุงเมลเบอร์น ประเทศออสเตรเลีย(โอลิมปิกครั้ง ที่ 9) พ.ศ.2511 ทีมฟุตบอลชาติไทยเข้าร่วมแข่งขันโอลิมปิกครั้งที่ 2 ที่ประเทศเม็กซิโก(เป็นการแข่งขันฟุตบอลโอลิมปิก ครั้งที่ 12) ฮังการีชนะบัลแกเรีย 4:1 ฮังการีจึงเป็นทีมชนะเลิศ พ.ศ.2515 ทีมฟุตบอลอเมริกาเข้าร่วมแข่งขันโอลิมปิกครั้งแรก ที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนีตะวันตก โปแลนด์ เป็นทีมชนะเลิศ


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา (พลศึกษา) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่1 ความรู้พื้นฐานเรื่องกีฬาฟุตบอล ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง ประวัติของกีฬาฟุตบอลในประเทศไทย เวลา 1 ชั่วโมง วันที่……..เดือน………………. พ.ศ…………. ผู้สอน นายปัญจพงษ์ สมพะยอม 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ พ 3.1เข้าใจมีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา ตัวชี้วัด พ 3.1 ป.6/3 เล่นกีฬาไทย กีฬาสากลประเภทบุคคลและประเภททีมได้อย่างละ ๑ ชนิด 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนอธิบายประวัติความเป็นมาของกีฬาฟุตบอลในประเทศไทยได้ (K) 2. นักเรียนสามารถปฏิบัติงานร่วมกับผู้อื่นได้ (P) 3. ผู้เรียนเห็นความสำคัญของกีฬาฟุตบอล (A) 3. สาระสำคัญ กีฬาฟุตบอลในประเทศไทย เป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่วงการการศึกษาให้การยอมรับและสนับสนุน เป็นอย่าง มากเพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับประวัติความเป็นมากีฬาฟุตบอลในประเทศไทย ดังนั้นผู้เรียนหรือผู้เล่น จะต้องมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการเล่นกีฬาบอลต่อไป 4. สาระการเรียนรู้ ประวัติความเป็นมาของกีฬาฟุตบอลในประเทศไทย 5. สมรรถนะสำคัญ 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการสื่อสาร 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มีวินัย 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. คำถามสำคัญ ไทยเล่นกีฬาฟุตบอลตั้งแต่รัชการใด


8. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ให้นักเรียนเข้าแถวซักถามคนที่มีอาการป่วย 2. ครูและนักเรียนสนทนาเรื่องที่เรียนชั่วโมงที่แล้ว ขั้นสอน 1. ครูแจกใบความรู้ เรื่อง ประวัติความเป็นมาของประวัติกีฬาฟุตบอลในประเทศไทย 2. ครูอธิบาย เรื่อง ประวัติความเป็นมาของประวัติกีฬาฟุตบอลในประเทศไทย ในใบความรู้ 3. แบ่งกลุ่มๆละ 4-5 คน เท่าๆ กัน แล้วแจกกระดาษ ให้แต่ล่ะกลุ่ม 4. จากนั้นให้นักเรียนศึกษาและช่วยกันสรุป ความรู้เรื่อง ประวัติความเป็นมาของประวัติกีฬา ฟุตบอลในประเทศไทย ลงในกระดาษที่แจกให้ 5. ให้ทุกกลุ่มออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน ขั้นสรุป ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปบทเรียนเรื่องประวัติความเป็นมากีฬาฟุตบอลในประเทศไทย 9. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ใบความรู้เรื่อง ประวัติของกีฬาฟุตบอลในประเทศไทย 10. กระบวนการวัดผลและประเมินผล วิธีการวัด 1. สังเกตพฤติกรรมการทำกิจกรรมในชั้นเรียน 2. สังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม 3. สังเกตพฤติกรรมการนำเสนอหน้าชั้นเรียน เครื่องมือ 1. แบบประเมินการทำกิจกรรมในชั้นเรียน 2. แบบสังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม 3. แบบประเมินการนำเสนอหน้าชั้นเรียน เกณฑ์การประเมิน 1. การประเมินการการทำกิจกรรมในชั้นเรียน 2 รายการขึ้นไปถือว่า “ ผ่าน ” 2. การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 2 รายการขึ้นไปถือว่า “ ผ่าน” 3. การประเมินการนำเสนอหน้าชั้นเรียน 2 รายการขึ้นไปถือว่า “ ผ่าน ”


แบบประเมินการการตอบคำถามหน้าชั้นเรียน คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เกณฑ์การให้คะแนน 4=ดีมาก 3=ดี 2=พอใช้ 1=ต้องปรับปรุง เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่2 รายการถือว่า “ผ่าน” ลงชื่อ…………………………………………… (.............................................) ผู้ประเมิน .............../................/............... เลข ที่ ชื่อ-สกุล รายการ สรุปผลการ ประเมิน ตอบคำถามได้ อย่างถูกต้อง และชัดเจน และน่าสนใจ 4 ตอบคำถาม ได้อย่าง ถูกต้อง 3 ตอบคำถาม ได้อย่าง ถูกต้องบ้าง และไม่ถูกต้อง บ้าง 2 ไม่สามารถ ตอบคำถาม ได้เลย 1


แบบสังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่2 รายการถือว่า “ผ่าน” ผ่าน 1 รายการถือว่า “ไม่ผ่าน” ลงชื่อ…………………………………………… (.............................................) ผู้ประเมิน .............../................/................ เลขที่ ชื่อ-สกุล รายการ สรุปผลการ ประเมิน ให้ความร่วมมือ กับเพื่อนในกลุ่ม ร่วมกิจกรรมด้วย ความสนุกสนาน สนใจในสื่อและ กิจกรรมที่ครูกำหนด ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน


แบบประเมินการนำเสนอหน้าชั้นเรียน คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เกณฑ์การให้คะแนน 4=ดีมาก 3=ดี 2=พอใช้ 1=ต้องปรับปรุง ลงชื่อ…………………………………………… (..............................................) ผู้ประเมิน ................/................/............... เลข ที่ ชื่อ-สกุล รายการ สรุปผลการ ประเมิน อธิบายประวัติ และ ความสำคัญ ของกีฬา ฟุตบอลได้ อย่างถูกต้อง และชัดเจน 4 อธิบาย ประวัติและ ความสำคัญ ของกีฬา เซปักฟุตบอล ได้อย่าง ถูกต้อง 3 อธิบาย ประวัติและ ความสำคัญ ของกีฬา ฟุตบอลได้ 2 ไม่สามารถ อธิบาย ประวัติและ ความสำคัญ ของฟุตบอล ได้ 1


ใบความรู้เรื่อง ประวัติของกีฬาฟุตบอลในประเทศไทย ประวัติฟุตบอลในประเทศไทย กีฬาฟุตบอลในประเทศไทย ได้มีการเล่นตั้งแต่สมัย "พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เนื่องจากสมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์ได้ส่งพระเจ้าลูกยาเธอ พระเจ้าหลานยาเธอ และข้าราช บริพารไปศึกษาวิชาการด้านต่างๆ ที่ประเทศอังกฤษ และผู้ที่นำกีฬาฟุตบอลกลับมายังประเทศไทยเป็นคนแรกคือ "เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา)" หรือ ที่ประชนชาวไทยมักเรียกชื่อสั้นๆว่า "ครูเทพ" ซึ่ง ท่านได้แต่งเพลงกราวกีฬาที่พร้อมไปด้วยเรื่องน้ำใจนักกีฬาอย่างแท้จริง เชื่อกันว่าเพลงกราวกีฬาที่ครูเทพแต่งไว้นี้ จะต้องเป็น "เพลงอมตะ" และจะต้องคงอยู่คู่ฟ้าไทย เมื่อปี พ.ศ. 2454-2458 ท่านได้ดำรงตำแหน่งเป็นเสนาบดีกระทรวงธรรมการครั้งแรก เมื่อท่านได้นำ ฟุตบอลเข้ามาเล่นในประเทศไทยได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆมากมาย โดยหลายคนกล่าวว่า ฟุตบอลเป็นกีฬาที่ ไม่เหมาะสมกับประเทศที่มีอากาศร้อน เหมาะสมกับประเทศที่มีอากาศหนาวมากกว่า และเป็นเกมที่ทำให้เกิด อันตรายต่อผู้เล่นและผู้ชมได้ง่าย ซึ่งข้อวิจารณ์ดังกล่าวถ้ามองอย่างผิวเผินอาจคล้อยตามได้ แต่ภายหลังข้อ กล่าวหาดังกล่าวก็ได้ค่อยหมดไปจนกระทั่งกลายเป็น กีฬายอดนิยมที่สุดของประชาชนชาวไทยและชาวโลกทั่วทุก มุมโลก ซึ่งมีวิวัฒนาการดังกำลังอยู่ระหว่างปรับปรุงข้อมูลต่อไปนี้ พ.ศ. 2440 รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จนิวัติพระนคร กีฬาฟุตบอลได้รับความสนใจมากขึ้นจากบรรดาข้าราชการ บรรดาครูอาจารย์ ตลอดจนชาวอังกฤษในประเทศไทยและผู้สนใจชาวไทยจำนวนมากขึ้นเป็นลำดับ กอร์ปกับครู เทพท่านได้เพียรพยายามปลูกฝังการเล่นฟุตบอลในโรงเรียนอย่างจริงจังและแพร่หลายมากในโอกาสต่อมา พ.ศ. 2443 (รศ. 119) การแข่งขันฟุตบอลเป็นทางการครั้งแรกของไทยได้เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2443 (รศ. 119) ณ สนามหลวง ซึ่งเป็นสถานที่ออกกำลังกายและประกอบงานพิธีต่างๆการ แข่งขันฟุตบอลคู่ประวัติศาสตร์ของไทย ระหว่าง "ชุดบางกอก" กับ "ชุดกรมศึกษาธิการ" จากกระทรวงธรรมการ หรือเรียกชื่อการแข่งขันครั้งนี้ว่า "การแข่งขันฟุตบอลตามข้อบังคับของแอสโซซิเอชั่น" เพราะสมัยก่อนเรียกว่า "แอสโซซิเอชั่นฟุตบอล" (ASSOCIATIONS FOOTBALL) สมัยปัจจุบันอาจเรียกได้ว่า "การแข่งขันฟุตบอลของ สมาคม" หรือ "ฟุตบอลสมาคม" ผลการแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษดังกล่าวปรากฏว่า "ชุดกรมศึกษาธิการ" เสมอกับ "ชุดบางกอก" 2-2 (ครึ่งแรก 1-0) ต่อมาครูเทพท่านได้วางแผนการจัดการแข่งขันฟุตบอลนักเรียนอย่างเป็นทางการ พร้อมแปลกติกาฟุตบอลแบบสากลมาใช้ในการแข่งขันฟุตบอลนักเรียนครั้งนี้ด้วย พ.ศ. 2444 (รศ. 120) หนังสือวิทยาจารย์ เล่มที่ 1 ตอนที่ 7 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2444 ได้ตีพิมพ์ เผยแพร่เรื่องกติกาการแข่งขันฟุตบอลสากลและการแข่งขันอย่างเป็นแบบแผนสากล การแข่งขันฟุตบอลนักเรียนครั้งแรกของประเทศไทยได้เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2444 นี้ ผู้เข้าแข่งขันต้องเป็น นักเรียนชายอายุไม่เกิน 20 ปี ใช้วิธีจัดการแข่งขันแบบน็อกเอาต์ หรือแบบแพ้คัดออก (KNOCKOUT OR


ELIMINATIONS) ภายใต้การดำเนินการจัดการแข่งขันของ "กรมศึกษาธิการ" สำหรับทีมชนะเลิศติดต่อกัน 3 ปี จะ ได้รับโล่รางวัลเป็นกรรมสิทธิ์ พ.ศ. 2448 (รศ. 124) เดือนพฤศจิกายน สามัคยาจารย์ สมาคม ได้เกิดขึ้นครั้งแรกเป็นการแข่งขันฟุตบอล ของบรรดาครูและสมาชิกครู โดยใช้ชื่อว่า "ฟุตบอลสามัคยาจารย์" พ.ศ. 2450-2452 (รศ. 126-128) ผู้ตัดสินฟุตบอลชาวอังชื่อ "มร.อี.เอส.สมิธ" อดีตนักฟุตบอลอาชีพได้มา ทำการตัดสินในประเทศไทย เป็นเวลา 2 ปี ทำให้คนไทยโดยเฉพาะครู-อาจารย์ และผู้สนใจได้เรียนรู้กติกาและสิ่ง ใหม่ๆเพิ่มขึ้นมาก พ.ศ. 2451 (รศ. 127) มีการจัดการแข่งขัน "เตะฟุตบอลไกล" ครั้งแรก พ.ศ. 2452 (รศ. 128) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงสวรรคต เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2452 นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของผู้สนับสนุนฟุตบอลไทยในยุคนั้น ซึ่งต่อมาในปีนี้ กรม ศึกษาธิการก็ได้ประกาศใช้วิธีการแข่งขัน "แบบพบกันหมด" (ROUND ROBIN) แทนวิธีจัดการแข่งขันแบบแพ้คัด ออกสำหรับคะแนนที่ใช้นับเป็นแบบของแคนาดา (CANADIAN SYSTEM) คือ ชนะ 2 คะแนน เสมอ 1คะแนน แพ้ 0 คะแนน และยังคงใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 พระองค์ทรงมีความสนพระทัยกีฬาฟุตบอลเป็น อย่างยิ่งถึงกับทรงกีฬาฟุตบอลเอง และทรงตั้งทีมฟุตบอลส่วนพระองค์เองชื่อทีม "เสือป่า" และได้เสด็จพระราช ดำเนินประทับทอดพระเนตรการแข่งขันฟุตบอลเป็นพระราชกิจวัตรเสมอมา โดยเฉพาะมวยไทยพระองค์ทรงเคย ปลอมพระองค์เป็นสามัญชนขึ้นต่อยมวยไทยจนได้ฉายาว่า "พระเจ้าเสือป่า" พระองค์ท่านทรงพระปรีชาสามารถ มาก จนเป็นที่ยกย่องของพสกนิกรทั่วไปจนตราบเท่าทุกวันนี้ จากพระราชกิจวัตรของพระองค์รัชกาลที่ 6 ทางด้านฟุตบอลนับได้ว่าเป็นยุคทองของไทยอย่างแท้จริงอีก ทั้งยังมีการเผยแพร่ข่าวสาร หนังสือพิมพ์ และบทความต่างๆทางด้านฟุตบอลดังกำลังอยู่ระหว่างปรับปรุงข้อมูล ต่อไปนี้ พ.ศ. 2457 (รศ. 133) พระยาโอวาทวรกิจ" (แหมผลพันชิน) หรือนามปากกา "ครูทอง" ได้เขียนบทความ กีฬา "เรื่องจรรยาของผู้เล่นและผู้ดูฟุตบอล" และ "คุณพระวรเวทย์ พิสิฐ" (วรเวทย์ ศิวะศริยานนท์) ได้เขียน บทความกีฬา "เรื่องการเล่นฟุตบอล" และ "พระยาพาณิชศาสตร์วิธาน" (อู๋พรรธนะแพทย์) ได้เขียนบทความกีฬาที่ ประทับใจชาวไทยอย่างยิ่ง "เรื่องอย่าสำหรับนักเลงฟุตบอล" พ.ศ. 2458 (รศ. 134) ประชาชนชาวไทยสนใจกีฬาฟุตบอลอย่างกว้างขวาง เนื่องจาก กรมศึกษาธิการได้ พัฒนาวิธีการเล่น วิธีจัดการแข่งขัน การตัดสิน กติกาฟุตบอลที่สากลยอมรับ ตลอดจนระเบียบการแข่งขันที่รัดกุม ยิ่งขึ้น และผู้ใหญ่ในวงการให้ความสนใจอย่างแท้จริงนับตั้งแต่พระองค์รัชกาลที่ 6 เองลงมาถึงพระบรมวงศานุวงศ์ จนถึงสามัญชน และชาวต่างชาติ และในปี พ.ศ. 2458 จึงได้มีการแข่งขันฟุตบอลประเภทสโมสรครั้งแรกเป็นการ ชิงถ้วยพระราชทานและเรียกชื่อการแข่งขันฟุตบอลประเภทนี้ว่า "การแข่งขันฟุตบอลถ้วยทองของหลวง" การ แข่งขันฟุตบอลสโมสรนี้เป็นการแข่งขันระหว่าง ทหาร-ตำรวจ-เสือป่า ซึ่งผู้เล่นจะต้องมีอายุเกินกว่าระดับทีม นักเรียน นับว่าเป็นการเพิ่มประเภทการแข่งขันฟุตบอล ราชกรีฑาสโมสร หรือสปอร์คลับ นับได้ว่าเป็นสโมสรแรกของไทยและเป็นศูนย์รวมของชาวต่างประเทศใน กรุงเทพฯ ซึ่งยังอยู่ในปัจจุบัน และสโมสรสปอร์คลับเป็นศูนย์กลางของกีฬาหลายประเภท โดยเฉพาะกีฬาฟุตบอล


ได้มีผู้เล่นระดับชาติจากประเทศอังกฤษมาเข้าร่วมทีมอยู่หลายคน เช่น มร.เอ.พี.โคลปี. อาจารย์โรงเรียนราช วิทยาลัย นับได้ว่าเป็นทีมฟุตบอลที่ดี มีความพร้อมมากทั้งทางด้านผู้เล่น งบประมาณและสนามแข่งขันมาตรฐาน จึงต้องเป็นเจ้าภาพให้ทีมต่างๆของไทยเรามาเยือนอยู่เสมอ ทำให้วงการฟุตบอลไทยในยุคนั้นได้พัฒนายิ่งขึ้น และ รัชกาลที่ 6 ทรงสนพระทัยโดยเสด็จมาเป็นองค์ประธานพระราชทานรางวัลเป็นพระราชกิจวัตร ทำให้ประชาชน เรียกการแข่งขันสมัยนั้นว่า "ฟุตบอลหน้าพระที่นั่ง" และระหว่างพักครึ่งเวลามีการแสดง "พวกฟุตบอลตลกหลวง" นับเป็นพิธีชื่นชอบของปวงชนชาวไทยสมัยนั้นเป็นอย่างยิ่ง และการแข่งขันฟุตบอลสโมสรครั้งแรกนี้ มีทีมสมัครเข้า ร่วมแข่งขันจำนวน 12 ทีม ใช้เวลาในการแข่งขัน 46 วัน (11 ก.ย.-27 ต.ค. 2458) จำนวน 29 แบตซ์ ณ สนามเสือ ป่า ถนนหน้าพระลาน สวนดุสิต กรุงเทพมหานคร หรือสนามหน้ากองอำนวยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ปัจจุบันพระองค์รัชกาลที่ 6 ได้ทรงโปรดเกล้าแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการแข่งขันนับว่าฟุตบอลไทยมีระบบใน การบริหารมานานนับถึง 72 ปีแล้ว ความเจริญก้าวหน้าของฟุตบอลภายในประเทศได้แผ่ขยายกว้างขวางทั่วประเทศไปสู่สโมสรกีฬาต่างจังหวัดหรือชนบทอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นที่นิยมกันทั่วไปภายใต้การสนับสนุนของรัชกาลที่ 6 และพระองค์ท่าน ทรงเล็งเห็นกาลไกลว่าควรที่ตะตั้งศูนย์กลางหรือสมาคมอย่างมีระบบแบบแผนที่ดี โดยมีคณะกรรมการบริหาร สมาคมและทรงมีพระบรมราชโองการก่อตั้ง "สโมสรคณะฟุตบอลสยาม" ขึ้นมาโดยพระองค์และพระบรมวงศานุ วงศ์ทรงเล่นฟุตบอลเอง รัชกาลที่ 6 ได้ทรงมีวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งสมาคมฟุตบอลแห่งสยามดังนี้คือ 1. เพื่อให้ผู้เล่นฟุตบอลมีพลานามัยที่สมบูรณ์ 2. เพื่อก่อให้เกิดความสามัคคี 3. เพื่อก่อให้เกิดไหวพริบ และเป็นกีฬาที่ประหยัดดี 4. เพื่อเป็นการศึกษากลยุทธ์ในการรุกและการรับเช่นเดียวกับกองทัพทหารหาญ จากวัตถุประสงค์ดังกล่าว นับเป็นสิ่งที่ผลักดันให้สมาคมฟุตบอลแห่งสยามดำเนินกิจการเจริญก้าวหน้ามา จนตราบถึงทุกวันนี้ ซึ่งมีกำลังอยู่ระหว่างปรับปรุงข้อมูลดังนี้ พ.ศ. 2458 (ร.ศ. 134) การแข่งขันระหว่างชาติครั้งแรกของประเทศไทย เมื่อวันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2458 ณ สนามราชกรีฑาสโมสร (สนามม้าปทุมวันปัจจุบัน) ระหว่าง "ทีมชาติสยาม" กับ "ทีมราชกรีฑา สโมสร" ต่อหน้าพระที่นั่ง และมี "มร.ดักลาส โรเบิร์ตสัน" เป็นผู้ตัดสิน ซึ่งผลการแข่งขันปรากฏว่าทีมชาติสยามชนะ ทีมราชกรีฑาสโมสร 2-1 ประตู (ครึ่งแรก 0-0) และครั้งที่ 2 เมื่อวันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2458 เป็นการ แข่งขันระหว่างชาตินัดที่ 2 แบบเหย้าเยือนต่า หน้าพระที่นั่ง ณ สนามเสือป่าสวนดุสิตและผลปรากฏว่า ทีมชาติ สยามเสมอกับทีมราชกรีฑา สโมสร หรือทีมรวมต่างชาติ 1-1 ประตู (ครึ่งแรก 0-0)


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา (พลศึกษา) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ความรู้พื้นฐานเรื่องกีฬาฟุตบอล ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง กฎ กติกา กีฬาฟุตบอล เวลา 1 ชั่วโมง วันที่……..เดือน………………. พ.ศ…………. ผู้สอน นายปัญจพงษ์ สมพะยอม 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ พ 3.1 เข้าใจมีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา พ 3.2 รักการออกกำลังกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบัติเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ มี่ วินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้ำใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณ มีจิตวิญญาณในการแข่งขัน และชื้นชมในสุนทรี ของการกีฬา ตัวชี้วัด พ 3.1 ป.6/3 เล่นกีฬาไทย กีฬาสากลประเภทบุคคลและประเภททีมได้อย่างละ ๑ ชนิด พ 3.2 ป.6/4 ปฏิบัติตามกฎ กติกา ตามชนิดกีฬาที่เล่น โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเอง และผู้อื่น 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนอธิบายเกี่ยวกับ กฎ กติกากีฬาฟุตบอลได้ (K) 2. นักเรียนปฏิบัติสัญลักษณ์ใน กฎ กติกาฟุตบอลได้ (P) 3. ผู้เรียนเห็นความสำคัญของ กฎ กติกาฟุตบอล (A) 3. สาระสำคัญ การศึกษาเกี่ยวกับกฎ กติกา กีฬาฟุตบอลนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการฝึกกีฬาฟุตบอล เพื่อให้ทราบถึงกฎ กติกา การเล่นที่ถูกวิธีและสามารถนำไปใช้ในการ แข่งขันได้ถูกต้อง 4. สาระการเรียนรู้ กติกาการเล่นกีฬาฟุตบอล 5. สมรรถนะสำคัญ 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการสื่อสาร 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มีวินัย 3. มุ่งมั่นในการทำงาน


7. ชิ้นงานหรือภาระงาน ใบงาน เรื่อง กฎ กติกากีฬาฟุตบอล 8. คำถามสำคัญ ทำไมต้องมีกติกา ทางการกีฬา 9. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ครูใช้คำถามเพื่อเปิดประเด็นเกี่ยวกับกีฬาฟุตบอลพร้อมกับ กฎ กติกา กีฬาฟุตบอล ที่นักเรียนรู้จัก มาแต่ละคนพอสังเขป ขั้นสอน 1. ครูแจกใบความรู้เรื่อง กฎ กติกากีฬาฟุตบอล 2. ครูอธิบาย เรื่อง กติกากีฬาฟุตบอล ในใบความรู้ร่วมกับนักเรียน 3. ครู่ให้นักเรียนทุกคนแสดงสัญญาณมือในกติกาฟุตบอลและแนะนำ 4. แจกใบงานทำเป็นการบ้าน ขั้นสรุป 1. ครูและนักเรียนร่วมกันพูดคุย สรุปบทเรียน เรื่อง กฎกติกากีฬาฟุตบอลที่ได้เรียน ในชั่วโมง 2. ครูนัดหมายการเรียนครั้งต่อไป 10. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ใบความรู้เรื่อง กฎ กติกากีฬาฟุตบอล 11. กระบวนการวัดผลและประเมินผล วิธีการวัดและเครื่องมือ 1. ประเมินการตอบคำถามใบงานเรื่อง กฎ กติกา กีฬาฟุตบอล 2. สังเกตทักษะการปฏิบัติทักษะ 3. สังเกตพฤติกกรมการทำกิจกรรมในชั้นเรียน เครื่องมือวัดผล 1. แบบประเมินใบงานเรื่อง กฎ กติกา กีฬาฟุตบอล 2. แบบสังเกตทักษะการปฏิบัติทักษะ 3. แบบสังเกตพฤติกกรมการทำกิจกรรมในชั้นเรียน เกณฑ์การประเมินผล 1. ผ่านเกณฑ์การประเมิน 4 คะแนน = ดีมาก 3 คะแนน = ดี 2 คะแนน = พอใช้ 1 คะแนน = ควรปรับปรุง 2. ผ่านเกณฑ์การประเมินตั้งแต่ 2 รายการ ขึ้นไป ถือว่า ผ่าน 3. ผ่านเกณฑ์การประเมินตั้งแต่ 2 รายการ ขึ้นไป ถือว่า ผ่าน


ประเมินการตอบคำถามใบงานเรื่อง กฎ กติกา กีฬาฟุตบอล คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เกณฑ์การให้คะแนน 4=ดีมาก 3=ดี 2=พอใช้ 1=ต้องปรับปรุง ลงชื่อ…………………………………………… (...............................................) ผู้ประเมิน ................/................/............... เลข ที่ ชื่อ-สกุล รายการ สรุปผลการ ประเมิน ตอบคำถามได้ อย่างถูกต้อง และชัดเจน และน่าสนใจ 4 ตอบคำถาม ได้อย่าง ถูกต้อง 3 ตอบคำถาม ได้อย่าง ถูกต้องบ้าง และไม่ถูกต้อง บ้าง 2 ไม่สามารถ ตอบคำถาม ได้เลย 1


แบบสังเกตทักษะการปฏิบัติทักษะ คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่2 คะแนน ถือว่า “ผ่าน” ลงชื่อ…………………………………………… (...........................................) ผู้ประเมิน ................/................/........... เลข ที่ ชื่อ-สกุล รายการ สาธิตปฏิบัติ ทักษะกฎ กติกา กีฬา ฟุตบอลได้ ชัดเจนถูกต้อง (3 คะแนน) สาธิตปฏิบัติ ทักษะกฎ กติกา กีฬา ฟุตบอลได้แต่ ไม่ถูกต้อง ทั้งหมด (2 คะแนน) สาธิตปฏิบัติ ทักษะกฎ กติกา กีฬา ฟุตบอลไม่ ถูกต้อง (1 คะแนน) สรุปผลการประเมิน


แบบสังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่2 รายการถือว่า “ผ่าน” ผ่าน 1 รายการถือว่า “ไม่ผ่าน” ลงชื่อ…………………………………………… (..............................................) ผู้ประเมิน ................/................/................ เลขที่ ชื่อ-สกุล รายการ สรุปผลการ ประเมิน ให้ความร่วมมือ ในการทำ กิจกรรม ทำกิจกรรมด้วย ความสนุกสนาน สนใจในสื่อและ กิจกรรมที่ครูกำหนด ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน


ใบความรู้ กฎข้อที่ 1: สนามฟุตบอล สนามฟุตบอล สนาม เป็นสนามหญ้ารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ความกว้างต่ำสุด 50 หลา สูงสุด 100 หลา ความยาวต่ำสุด 100 หลา สูงสุด 130 หลาเครื่องหมายในสนาม เกิดจากเส้นต่าง ๆ โดยในแต่ละเส้นจะมีความกว้างไม่เกิน 5 นิ้ว ทำเป็น สัญลักษณ์ในสนาม ได้แก่เส้นเขตสนาม อยู่รอบเขตสนาม ส่วนที่สั้นเรียก เส้นประตู ส่วนที่ยาวเรียก เส้นข้างเส้น แบ่งเขตแดน แบ่งสนามตามขวางเป็น 2 ส่วนเท่า ๆ กัน จุดกึ่งกลางสนาม อยู่กึ่งกลางเส้นแบ่งเขตแดน มีวงกลมรัศมี 10 หลาล้อมรอบจุดไว้เส้นประตู เชื่อมระหว่างโคนเสา ประตูทั้ง 2 ฝั่งเขตประตู คือพื้นที่ที่เกิดจากการลากเส้นจากเสาประตูทั้ง 2 ฝั่งตั้งฉากกับเส้นประตู เข้าหาสนามยาว 6 หลา แล้วเชื่อมด้วยเส้นตรง เขตโทษ คือพื้นที่ที่เกิดจากการลากเส้นจากเสาประตูทั้ง 2 ฝั่งขนานกับเส้นประตู ออกจากประตูยาว 16.5 เมตร แล้วลากเส้นตั้งฉากกับเส้นประตู เข้าหาสนามยาว 16.5 เมตร แล้วเชื่อมด้วยเส้นตรง จุดโทษ อยู่ในเขตโทษ ห่างจากเสาประตู 12 หลา มีการเขียนส่วนโค้งนอกเขตโทษ รัศมีห่างจากจุดโทษ 10 หลา ประตู มีสีขาว ระยะห่างระหว่างเสาประตู 8 หลา คานสูงจากพื้น 8 ฟุต มีการติดตาข่ายรองรับลูกมุมธง อยู่ทั้ง 4 มุมของสนาม รัศมี 1 หลาเสาธง เป็นจุดศูนย์กลางของมุมธง ไว้แสดงเขตในการเตะมุม สูงไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร ยอดไม่แหลม ผูกธงไว้ที่ยอด กฎข้อที่ 2: ลูกฟุตบอล เป็นทรงกลม ทำจากหนัง หรือวัสดุอื่นๆ ตามความเหมาะสมที่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้เล่น เป็นฟุตบอลเบอร์ 5 มีเส้นรอบวงประมาณ 68-70 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 410-450 กรัม กฎข้อที่ 3: จำนวนผู้เล่น ประกอบด้วยทีม 2 ทีม และแต่ละทีมประกอบด้วยผู้เล่นตัวจริงและตัวสำรอง ผู้เล่นตัวจริงจะเป็นผู้เล่นชุด แรกที่ลงสนาม ส่วนผู้เล่นตัวสำรองมีไว้เพื่อสับเปลี่ยนกับผู้เล่นตัวจริงในกรณีที่ผู้เล่นตัวจริงไม่สามารถเล่นได้หรือ กรณีอื่นๆ ตามความเหมาะสมหรือตามแต่ดุลยพินิจของผู้จัดการทีม ผู้เล่นตัวจริงที่ลงสนามต้องมีไม่ต่ำกว่า 7 คน และไม่เกิน 11 คน และหนึ่งในนั้นจะต้องมีผู้เล่นตำแหน่งผู้รักษาประตู 1 คน, ตัวสำรองสามารถมีได้ไม่เกิน 7 คน ถ้าเป็นการแข่งทั่วไป หรือเชื่อมความสัมพันธ์ สามารถกำหนดจำนวนตัวสำรองได้ โดยต้องแจ้งให้กรรมการทราบ ก่อนการแข่งขัน


กฎข้อที่ 4: อุปกรณ์การเล่น ลูกฟุตบอล (ตามกฎข้อ 2) ใช้สำหรับเล่น 1 ลูก และ เครื่องแบบของนักกีฬา ทีมทั้ง 2 ทีมที่ลงแข่งขัน สมาชิกทุกคนในทีมยกเว้นผู้รักษาประตูจะต้องใส่ชุดแข่งขันสีเดียวกัน และทั้ง 2 ทีมจะต้องใส่ชุดแข่งที่มีสีตัดกัน อย่างชัดเจน จะใส่ชุดที่มีโทนสีคล้ายกันไม่ได้ (เช่น ทีมหนึ่งใสชุดแข่งสีขาว อีกทีมหนึ่งใส่ชุดแข่งสีเหลือง) ผู้รักษา ประตูจะต้องใส่ชุดแข่งที่มีสีไม่ซ้ำกับผู้เล่นทั้ง 2 ทีม และนักกีฬาที่ทำการแข่งขันจะต้องใส่รองเท้า (ในปัจจุบันไม่ อนุญาตให้นักกีฬาใช้เท้าเปล่าเล่น) ที่กล่าวมาเป็นอุปกรณ์การเล่นที่ต้องมีในการแข่งขัน ยังมีอุปกรณ์อื่นๆ ที่กติกา ไม่บังคับแต่ผู้เล่นมักจะนิยมใช้กัน คือ สนับแข้ง, ถุงมือและหมวกสำหรับผู้รักษาประตู และยังมีอุปกรณ์ปลีกย่อย สำหรับผู้ที่มีปัญหาทางสุขภาพที่สามารถอนุโลมให้ใส่ในเวลาลงเล่นได้ เช่น แว่นตา (สำหรับผู้ที่ได้รับการผ่าตัดทาง ตา), หน้ากาก, เฮดเกียร์ เป็นต้น กฎข้อที่ 5: กรรมการโดยกรรมการจะมีหน้าที่ดังต่อไปนี้ ปฏิบัติตามกติกาข้อ ควบคุมการแข่งขันโดยมีผู้ช่วยผู้ตัดสิน กรรมการผู้ตัดสินคนที่ 4 คอยให้ความร่วมมือ ช่วยเหลือตามความเหมาะสม แน่ใจว่าลูกบอลทุกลูกทีใช้ในการแข่งขันถูกต้องตามข้อกำหนดของกติกาข้อ 2 แน่ใจว่าอุปกรณ์ของผู้เล่นถูกต้องตามข้อกำหนดของกติกาข้อ 4 ทำหน้าที่รักษาเวลาการแข่งขัน และเขียนรายงานการแข่งขัน พิจารณาการสั่งหยุดการเล่น หยุดการเล่นชั่วคราว หรือยุติการแข่งขัน (Suspends or Terminate the Match) ทุกกรณีของการกระทำผิดกติกาการแข่งขัน พิจารณาการสั่งหยุดการเล่น หยุดการเล่นชั่วครา หรือยุติการแข่งขัน เนื่องจากมีสิ่งรบกวนจากภายนอกทุกชนิดทำ การรบกวนการแข่งขัน สั่งหยุดการเล่นถ้าดุลยพินิจของเขาเห็นว่าผู้เล่นบาดเจ็บหนักและแน่ใจว่าเคลื่อนย้าออกจากสนามแข่งขันไปแล้ว ผู้ เล่นที่บาดเจ็บนั้นจะกลับเข้าไปในสนามแข่งได้อีกเอภายหลังการเริ่มเล่นใหม่ได้ริมเล่นไปแล้ว. อนุญาตให้การเล่นดำเนินต่อไปจนกว่าลูกบอลจะอยู่นอกการเล่นถ้าเห็นว่าผู้เล่นบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยแน่ใจว่าผู้เล่น ที่มีเลือดไหลออกจากบาดแผลได้ออกจากสนามแข่นขันแล้ว และผู้เล่นนั้นจะกลับไปเล่นใหม่ได้เมื่อได้รับสัญญาณ จากผู้ตัดสิน ซึ่งต้องพึงพอใจแล้วว่าเลือดที่ไหลออกมานั้นได้หยุดแล้วอนุญาตให้การเล่นดำเนินต่อไปเมื่อทีมที่ถูก กระทำผิดจะเกิดประโยชน์จากการได้เปรียบ และถ้าการคาดคะเนในการให้ได้เปรียบนั้นไม่เป็นตามที่คาดไว้ใน ขณะนั้น กาจะลงโทษตามความผิดที่เกิดขึ้นแต่แรกนั้นลงโทษความผิดที่ร้ายแรงกว่าในกรณีที่ผู้เล่นทำผิดมากกว่า 1 อย่าง ภายในเวลาเดียวกันควบคุมระเบียบวินัยโดยแสดงการต่อต้านต่อผู้เล่นที่กระทำผิดต้องได้รับการคาดโทษ และการให้ออกจาการแข่งขัน เขาไม่ได้ถูกบังคับว่าต้องกระทำในทันทีทันใด แต่ต้องทำทันทีลูกบอลอยู่นอกการเล่น แล้วทำหน้าที่แสดงการต่อต้านเจ้าหน้าที่ทีมที่ขาดความรับผิดชอบในการควบคุมการประพฤติปฏิบัติตนเองที่ดี และเขาอาจพิจารณาให้อกจากสนามแข่งขันและบริเวณแวดล้อมในทันมีปฏิบัติตามการช่วยเหลือของผู้ช่วยผู้ตัดสิน ตามเหตุการณ์ที่ตนเองมองไม่เห็น แน่ใจว่าไม่มีบุคคลอื่น ๆ ที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าไปในสนามแข่งขันให้ทำการเริ่มเล่นได้หยุดลงเขียนรายงานการ แข่งขันเสนอต่อผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ที่ได้แต่งตั้งไว้ ซึ่งรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับการควบคุมระเบียบทุกอย่างที่กระทำ


ต่อผู้เล่นและ /หรือเจ้าหน้าที่ทีมและเหตุการณ์อื่น ๆ ทักกรณีที่เกิดขึ้นก่อนการแข่งขัน ระหว่างการแข่งขัน หรือ ภายหลังการแข่งขัน กฎข้อที่ 6: ผู้ช่วยกรรมการ ผู้ช่วยผู้ตัดสินมีหน้าที่ช่วยเหลือผู้ตัดสินในการควบคุมการแข่งขันให้เป็นไปตามกติกาการแข่งขัน และใน กรณีพิเศษผู้ช่วยผู้ตัดสินอาจเข้าไปในสนามได้เพื่อช่วยควบคุมระยะ 9.15 เมตร ถ้าผู้ช่วยผู้ตัดสินเข้าไปเกี่ยวข้องกับ การปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตัดสินเกินสมควร หรือประพฤติตนไม่เหมาะสมผู้ตัดสินสามารถปลดเขาออกจากหน้าที่ และ เขียนรายงานเสนอต่อผู้มีอำนาจหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งไว้ กฎข้อที่ 7: ระยะเวลาการแข่งขัน ช่วงเวลาของการแข่งขัน (Periods of Play) การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ครึ่งเวลา ๆ ละ 45 นาทีเท่ากัน การรักษาเวลาเป็นหน้าที่ของผู้รักษาเวลา ซึ่งมีหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในกติกาข้อ 7 ระยะเวลาของการแข่งขันแต่ละ ครึ่งเวลา อาจจะมีการเพิ่มการเตะโทษ ณ จุดโทษ เวลานอก (Time-out) ทั้งสองทีมมีสิทธิ์ขอเวลานอกเป็นระยะเวลา 1 นาที ได้ในแต่ละครึ่งเวลา ภายใต้เงื่อนไข ดังต่อไปนี้ 1. ผู้ฝึกสอนเท่านั้นที่มีสิทธิ์ในการขอเวลานอก 1 นาที จากผู้รักษาเวลา 2. การขอเวลานอก 1 สามารถร้องขอได้ตลอดเวลา แต่จะให้เวลานอก ก็ต่อเมื่อทีมได้เป็นฝ่ายครอบครองบอล (ส่ง ลูกบอลเข้าเล่น) 3. ผู้รักษาเวลาต้องแสดงการอนุญาตสำหรับการขอเวลานอกของทีม เมื่อลูกบอลอยู่นอกการ เล่นโดยการใช้เสียง สัญญาณอื่น ๆ ที่แตกต่างจากเสียงสัญญาณนกหวีดของผู้ตัดสินที่ใช้อยู่ 4. เมื่ออนุญาตให้เป็นเวลานอก ผู้เล่นทุกคนต้องรวมกันอยู่ในสนามแข่งขัน ถ้าต้องได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ทีม จะกระทำได้เฉพาะที่เส้นข้างบริเวณด้านหน้าที่นั่งสำรองของทีมตนเอง ผู้เล่นทุกคนต้องไม่ออกไปนอกสนามแข่งขัน เช่นเดียวกันกับเจ้าหน้าที่ทีมที่ต้องให้คำแนะนำจะต้องไม่เข้าไปในสนามแข่งขัน 5. ถ้าทีมไม่ใช่สิทธิ์ในการขอเวลานอกในครึ่งเวลาแรก จะไม่สามารถนำไปทดแทนในครึ่งเวลาหลังได้ พักครึ่งเวลา (Half - time Interval) การพักครึ่งเวลาต้องไม่เกิน 15 นาที ข้อตกลง (Decisions) 1. ถ้าไม่มีผู้รักษาเวลา ผู้ฝึกสอนต้องร้องขอเวลานอกได้จากผู้ตัดสิน 2. ถ้าระเบียบการแข่งขันระบุให้มีการ ต่อเวลาพิเศษ ในกรณีที่การแข่งขันในเวลาปกติ ถ้าผลการแข่งขันจบลงด้วยการเสมอกัน การแข่งขันในระหว่างการ ต่อเวลาพิเศษของการแข่งขัน จะไม่มีการขอเวลานอก กฎข้อที่ 8: การเริ่มต้นการแข่งขัน 1.เมื่อเริ่มเล่น ในการที่จะเลือกแดนหรือเลือกเตะเริ่มเล่นก่อน ให้ตัดสินโดยการเสี่ยง ด้วยการโยนหัว โยนก้อย ฝ่าย ที่ชนะการเสี่ยงเป็นผู้มีสิทธิ์ในการเลือกแดนหรือเลือกเตะ 2.เมื่อได้ประตู การเล่นต้องเริ่มต้นใหม่ ในทำนองเดียวกัน โดยผู้เล่นคนหนึ่งของฝ่ายที่เสียประตู เป็นผู้เล่น 3.เมื่อหมดครึ่งเวลา การตั้งต้นเล่นใหม่หลังจากได้หยุดพักระหว่างครึ่งเวลาแล้ว ให้เปลี่ยนแดนและให้ผู้เล่นคนหนึ่ง ของชุดฝ่ายตรงข้ามที่มิได้เตะเริ่มเล่นในตอนแรก เป็นผู้เตะเริ่มเล่น


กฎข้อที่ 9: บอลออกนอกสนาม - กฎข้อที่ 10: วิธีนับคะแนน ถ้าลูกฟุตบอลลอยข้ามเส้นประตูเต็มใบ โดยการเล่นลูกที่ถูกกติกา (ได้แก่การใช้เท้าหรือศีรษะ) ถือว่าได้ 1 คะแนน (ในภาษาฟุตบอลเรียกว่า 1 ประตู) อย่างไรก็ดี มักมีคนเข้าใจผิดว่าการได้คะแนน คือ การที่ลูกบอลสัมผัส กับตาข่ายหลังเส้นประตู ซึ่งจริงๆ แล้วาข่ายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกติกาฟุตบอล มีไว้เพื่อรองรับลูกบอลที่เข้าประตู แล้วเท่านั้น กฎข้อที่ 11: การล้ำหน้า 1.ผู้เล่นจะอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า ถ้าเขาอยู่ใกล้เส้นประตูของคู่ต่อสู้กว่าลูกบอล 2.ผู้เล่นจะถูกตัดสินให้เป็นเล่นล้ำหน้าและจะถูกลงโทษ ถ้าผู้ตัดสินพิจารณาเห็นว่าขณะที่ลูกโดนหรือลูกเล่นโดยผู้ เล่นฝ่ายเดียวกัน 3.ผู้เล่นจะยังไม่ถูกตัดสินว่าล้ำหน้า ถ้า 1. เขาเพียงแต่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าเท่านั้น หรือ 2. เขาได้รับลูกโดยตรงจาการเตะจากประตู การทุ่มจากเส้นข้าง การเตะจากมุม หรือ การปล่อยลูกจาก มือโดยผู้ตัดสิน 4.ถ้าผู้เล่นถูกตัดสินให้เป็นเล่นล้ำหน้า ผู้ตัดสินจะให้คู่ต่อสู้ได้เตะโทษโดยอ้อม ณ ที่ซึ่งการ ละเมิดกติกาได้เกิดขึ้น กฎข้อที่ 12: ฟาวล์ ผู้เล่นคนใดเจตนากระทำผิดข้อหนึ่งข้อใดใน 9 ข้อ ดังต่อไปนี้ 1.แตะ หรือ พยายามจะเตะคู่ต่อสู้ 2.ขัดขาคู่ต่อสู้ คือทำหรือพยายามจะทำให้คู่ต่อสู้ล้มลงด้วยการใช้ขา หรือด้วยการหมอบลงข้างหน้าหรือ ข้างหลัง 3.กระโดดเข้าหาคู่ต่อสู้ 4.ชนคู่ต่อสู้อย่างรุนแรง 5.ชนคู่ต่อสู้ข้างหลัง นอกจากคู่ต่อสู้นั้นเจตนากีดกัน 6.ทำร้าย หรือพยายามจะทำร้ายคู่ต่อสู้ หรือถ่มน้ำลายรดคู่ต่อสู้ 7.ฉุด ดึง คู่ต่อสู้ 8.ผลัก ดัน คู่ต่อสู้ 9.เล่นด้วยมือ คือ ทุบ ต่อย ปัด เตะลูกด้วยมือ หรือแขน กฎข้อที่ 13: ฟรีคิกกฎข้อที่ 14: ลูกโทษ - กฎข้อที่ 15: การทุ่มการทุ่ม ขณะแข่งขันลูกฟุตบอลได้ออกเส้นข้างไปทั้งลูก ไม่ว่าจะกลิ้งไปบนพื้นสนามหรือลอยไปบนอากาศ ก็ตาม ให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามเป็นฝ่ายได้ทุ่ม -เท้าทั้งสองข้างต้องติดพื้นตลอดเวลาการทุ่ม - ต้องทุ่มด้วยมือทั้งสอง ลูกบอลออกจากด้านหลังศีรษะ แขนทั้งสอง " ต้องผ่านศีรษะไปข้างหน้าอย่าง ต่อเนื่อง "


- ด้านหน้าของร่างกายหันหน้าเข้าหาสนามด้านไหนให้ทุ่มไปทางนั้น - ย่อทุ่มได้ แต่ห้ามนั่งทุ่ม - บอลออกเส้นข้าง ณ จุดใด ให้ทุ่ม ณ จุดนั้น - ณ จุดที่มือปล่อยบอล เท้าหรือตัวของผู้ทุ่ม ห้ามห่างจากเส้นข้างเกิน หนึ่งเมตร - ฝ่ายรับต้องยืนห่างจากผู้ทุ่ม ในสนามแข่งขัน อย่างน้อย ๒ เมตร - ทุ่มทีเดียว โดยไม่สัมผัสผู้เล่นฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง ไม่ถือว่าเป็นประตู - รับบอลจากการทุ่ม ไม่มีการล้ำหน้า - ทุ่มบอลคืนให้ผู้รักษาประตู ผู้รักษาประตูใช้มือรับ ให้เตะลูกโทษโดยอ้อม ณ จุดเกิดเหตุ ทันที กฎข้อที่ 16: โกลคิก-กฎข้อที่ 17: การเตะมุม เมื่อลูกทั้งลูกได้ผ่านเส้นประตูออกไปนอกสนาม นอกจากจะผ่านไปในระหว่างเสาประตูไม่ว่าจะกลิ้งไปบน พื้นสนามหรือลอยไปในอากาศก็ตาม โดยฝ่ายรับเป็นผู้ถูกลูกนั้นเป็นครั้งสุดท้าย ให้ฝ่ายรุกนำลูกไปวางเตะภายใน เขตมุม ณ ธงมุมใกล้กับที่ลูกได้ออกไปและต้องไม่ทำให้คันธงเคลื่อนที่ ในการเตะจากมุมนี้ ถ้าเตะทีเดียวลูกตรงเข้า ประตูให้นับว่าได้ประตู ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามกับผู้เตะจากมุมนั้นจะเข้ามาอยู่ใกล้ลูกในขณะที่ผู้เตะกำลังจะเตะลูกน้อย กว่า 10 หลา ไม่ได้เว้นเสียแต่ผู้เตะจะได้เตะให้ลูกไปได้ไกลอย่างน้อยเท่ากับระยะรอบวงของลูกจึงจะเล่นต่อไปได้ จะเล่นลูกนั้นซ้ำอีกไม่ได้จนกว่าลูกนั้นจะได้ถูกหรือเล่นโดยผู้เล่นคนใดคนหนึ่งเสียก่อน


ใบงาน เรื่อง กฎ กติกา กีฬาฟุตบอล คำชี้แจง จงตอบคำถามตามที่โจทย์กำหนดให้ 1.จงบอกกฎ กติกาของกีฬาฟุตบอลมาพอสังเขป ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................... ................................................................. ............................................................................................................................. ................................... .......................................................................................................................................................... ...... ............................................................................................................................ .................................... ............................................................................................................................. ................................... .......................................................... ...................................................................................................... ............................................................................................................................. ................................... .................................................................................................................................................................................... 2.จงบอกประโยชน์ของกฎ กติกา กีฬาฟุตบอล ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................... ................................................................. ............................................................................................................................. ................................... .......................................................................................................................................................... ...... ............................................................................................................................ .................................... ............................................................................................................................. ................................... .......................................................... ...................................................................................................... ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ....................................................................................... ......................................................................... ............................................................................................................................. ................................... .................................................................................................................................................. .................................. ชื่อ....................................................................................ชั้น...............เลขที่........ ....


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา (พลศึกษา) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ความรู้พื้นฐานเรื่องกีฬาฟุตบอล ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง สรีระทางกายนักกีฬาฟุตบอล เวลา 1 ชั่วโมง วันที่……….เดือน……………. พ.ศ………... ผู้สอน นายปัญจพงษ์ สมพะยอม 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ พ 3.1 เข้าใจมีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา พ 3.2 รักการออกกำลังกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบัติเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้ำใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขัน และชื่นชม ในสุนทรียภาพของการกีฬา ตัวชี้วัด พ 3.1 ป.6/3 เล่นกีฬาไทย กีฬาสากลประเภทบุคคลและประเภททีมได้อย่างละ ๑ ชนิด พ 3.2 ป.6/ 1 อธิบายประโยชน์และหลักการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ สมรรถภาพทางกายและ การสร้างเสริมบุคลิกภาพ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนอธิบายสรีระทางกายนักกีฬาฟุตบอลได้ (K) 2. นักเรียนเห็นความสำคัญของสรีระทางกายนักกีฬาฟุตบอล (A) 3. สาระสำคัญ การศึกษาเกี่ยวกับการเล่นกีฬาทุกชนิดย่อมก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้เล่น ไม่ว่าจะด้านการสร้างสรีระ ร่างกายแข็งแรง ความอดทน จึ่งมีส่วนเป็นอย่างมากในการเล่นกีฬาฟุตบอล 4. สาระการเรียนรู้ สรีระทางกายนักกีฬาฟุตบอล 5. สมรรถนะสำคัญ 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการสื่อสาร 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มีวินัย 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. ภาระงานและชิ้นงาน ใบงานเรื่อง สรีระทางกายนักกีฬาฟุตบอล


8. คำถามสำคัญ อะไรคือสรีระทางกาย 9. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูใช้คำถามเพื่อเปิดประเด็นเกี่ยวกับ กีฬาฟุตบอลพร้อมกับทบทวน กฎ กติกา กีฬาฟุตบอล จากชั่วโมงที่แล้ว 2. สุ่มนักเรียนเพื่อตอบคำถาม ขั้นสอน 1. ครูอธิบาย สรีระทางกายของนักกีฬาฟุตบอล และครูเปิดวีดีโอเกี่ยวกับ สรีระทางกายของ นักกีฬาฟุตบอลดู 2. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มเท่าๆกัน 2 กลุ่ม ให้แต่ล่ะกลุ่มช่วยกันหาข้อมูล สรีระทางกายนักกีฬา ฟุตบอล 3. ให้นักเรียนแต่ล่ะกลุ่มส่งตัวแทนของแต่ล่ะกลุ่ม มาอธิบายให้เพื่อนฟัง 4. ครูและนักเรียนร่วมกันแนะนำแนวทางการนำไปใช้ทั้งการใช้กับตัวเอง ขั้นสรุป 1.ครูสรุปบทเรียนแล้วให้นักเรียนซักถาม 2.นัดหมายการเรียนคาบต่อไป 10. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ สนามกีฬาฟุตบอล และครูเปิดวีดีโอเกี่ยวกับ สรีระทางกายของนักกีฬาฟุตบอล 11. กระบวนการวัดผลและประเมินผล วิธีการวัด 1. การทำใบงาน เรื่องสรีระทางกายนักกีฬาฟุตบอล 2. สังเกตพฤติกรรมการร่วมกิจกรรมกลุ่ม เครื่องมือ 1. แบบประเมินใบงาน เรื่องสรีระทางกายนักกีฬาฟุตบอล 2. แบบสังเกตพฤติกรรมการร่วมกิจกรรมกลุ่ม เกณฑ์การประเมิน 1. การประเมินการการตอบคำถามหน้าชั้นเรียน 9-10 = ดีมาก 6-8 = ดี 3-5 = พอใช้ 1-2 = ต้องปรับปรุง 2. การประเมินพฤติกรรมการร่วมกิจกรรมกลุ่มได้ 2 รายการขึ้นไปถือว่าผ่าน


แบบประเมินใบงาน เรื่องสรีระทางกายนักกีฬาฟุตบอล คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เกณฑ์การให้คะแนน 9-10=ดีมาก 6-8=ดี 3-5=พอใช้ 1-2=ต้องปรับปรุง เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่2 รายการถือว่า “ผ่าน” ลงชื่อ…………………………………………… (..............................................) ผู้ประเมิน .............../................/............... เลข ที่ ชื่อ-สกุล รายการ สรุปผลการ ประเมิน ตอบคำถามได้ อย่างถูกต้อง และชัดเจน และน่าสนใจ 9-10 ตอบคำถาม ได้อย่าง ถูกต้อง 6-8 ตอบคำถาม ได้อย่าง ถูกต้องบ้าง และไม่ถูกต้อง บ้าง 3-5 ไม่สามารถ ตอบคำถาม ได้เลย 1-2


แบบสังเกตพฤติกรรมการร่วมกิจกรรมลุ่ม คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่2 รายการถือว่า “ผ่าน” ลงชื่อ…………………………………………… (..............................................) ผู้ประเมิน ................/................/............. เลขที่ ชื่อ-สกุล รายการ สรุปผลการ ให้ความร่วมมือ ประเมิน กับเพื่อนในกลุ่ม ร่วมกิจกรรมด้วย ความสนุกสนาน สนใจในสื่อและ กิจกรรมที่ครูกำหนด ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน


ใบงาน เรื่องสรีระทางกายนักกีฬาฟุตบอล คำชี้แจง จงตอบคำถามตามที่โจทย์กำหนดให้ 1.จงอธิบาย ว่านักกีฬาฟุตบอลควรมีสรีระทางกายแบบไหน ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................................................................. ....... ............................................................................................................................ ........................................................ ............................................................................................................................. ....................................................... ................................................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ .................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ..................................................................................................................................................................... ............... ชื่อ...............................................................................ชั้น...............เลขที่...............


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา (พลศึกษา) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่1 ความรู้พื้นฐานเรื่องกีฬาฟุตบอล ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง การอบอุ่นร่างกายก่อนเล่นกีฬาฟุตบอล เวลา 1 ชั่วโมง วันที่………เดือน…………………. พ.ศ………. ผู้สอน นายปัญจพงษ์ สมพะยอม 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ พ 3.1 เข้าใจมีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา ตัวชี้วัด พ 3.1 ป.6/1 แสดงทักษะการเคลื่อนไหวร่วมกับผู้อื่นในลักษณะแบบผลัดและแบบผสมผสานได้ ตามลำดับทั้งแบบอยู่กับที่ เคลื่อนที่ และใช้อุปกรณ์ประกอบ และการเคลื่อนไหวประกอบเพลง พ 3.1 ป.6/3 เล่นกีฬาไทย กีฬาสากลประเภทบุคคลและประเภททีมได้อย่างละ ๑ ชนิด 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนอธิบายหลักวิธีการอบอุ่นร่างกายได้ (K) 2. นักเรียนสามารถอบอุ่นร่างกายก่อนเล่นกีฬาฟุตบอลได้อย่างถูกวิธี(P) 3. นักเรียนเห็นความสำคัญการอบอุ่นร่างกายก่อนเล่นกีฬาฟุตบอล (A) 3. สาระสำคัญ การเล่นกีฬาทุกชนิด การอบอุ่นร่างกายก่อนเล่นกีฬาจะช่วยให้ป้องกันการบาดเจ็บได้เป็นอย่างดี ย่อม ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้เล่น ไม่ว่าจะด้านการสร้างความแข็งแรง ความอดทน ดังนั้น ผู้เรียนจึงต้องมีการศึกษาและ ปฏิบัติจริง เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ตามที่กล่าวมา 4. สาระการเรียนรู้ การอบอุ่นร่างกายก่อนเล่นกีฬาฟุตบอล 5. สมรรถนะสำคัญ 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการสื่อสาร 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มีวินัย 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. ชิ้นงานหรือภาระงาน ใบงาน เรื่อง การอบอุ่นร่างกายก่อนการเล่นกีฬาฟุตบอล


8. คำถามสำคัญ ทำไมต้องอบอุ่นร่างกายก่อนเล่นกีฬา 9. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูสำรวจรายชื่อนักเรียนพร้อมตรวจเครื่องแต่งกาย 2. ครูถามนักเรียนคร่าว ๆ เกี่ยวกับประโยชน์ของการอบอุ่นร่างกายก่อนเล่นกีฬาฟุตบอล ขั้นอธิบายและสาธิต 1. ครูอธิบายประโยชน์ของการอบอุ่นร่างกายก่อนเล่นกีฬาฟุตบอล 2. ครูอธิบายหลักการสำคัญของการอบอุ่นร่างกายของกีฬาฟุตบอล 3. ครูสาธิตท่าทางในการอบอุ่นร่างกายให้นักเรียนทำตาม 4. แบ่งกลุ่มเป็น 4 กลุ่ม ขั้นปฏิบัติ ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มคิดท่าทางการอบอุ่นร่างกายก่อนเล่นกีฬาฟุตบอล ขั้นนำไปใช้ 1. ครูให้นักเรียนนำเสนอท่าทางที่นักเรียนแต่ละกลุ่มคิดค้นอบอุ่นร่างกายตามที่ครู 2. ครูแจกใบงานเรื่อง การบอุ่นร่างกายก่อนการเล่นกีฬาฟุตบอล สอนขั้นสรุป ครูสรุปบทเรียนและปล่อยให้นักเรียนไปทำความสะอาดตัวเอง 10. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ สนามกีฬาฟุตบอล 11. กระบวนการวัดผลและประเมินผล วิธีการวัด 1. ประเมินการตอบคำถามใบงานเรื่อง กรอบอุ่นร่างกายก่อนการเล่นกีฬาฟุตบอล 2. สังเกตทักษะการปฏิบัติทักษะ 3. สังเกตพฤติกรรมการร่วมกิจกรรมกลุ่ม เครื่องมือวัดผล 1. แบบประเมินใบงานเรื่อง กรอบอุ่นรางกานก่อนการเล่นกีฬาฟุตบอล 2. แบบสังเกตทักษะการปฏิบัติทักษะ 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการร่วมกิจกรรมกลุ่ม เกณฑ์การประเมินผล 1. ผ่านเกณฑ์การประเมินตั้งแต่ 2 รายการ ขึ้นไป ถือว่า ผ่าน 2. ผ่านเกณฑ์การประเมินตั้งแต่ 2 รายการ ขึ้นไป ถือว่า ผ่าน 3.ผ่านเกณฑ์การประเมินตั้งแต่ 2 รายการ ขึ้นไป ถือว่า ผ่าน


แบบประเมินใบงานเรื่อง กรอบอุ่นรางกานก่อนการเล่นกีฬาฟุตบอล คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่2 รายการถือว่า “ผ่าน” ลงชื่อ…………………………………………… (................................................) ผู้ประเมิน ................/................/................ เล ขที่ ชื่อ-สกุล รายการ สรุปผลการ ประเมิน อธิบาย หลักการปฏิบัติ ได้อย่างถูกต้อง และชัดเจน และน่าสนใจ 4 อธิบาย หลักการ ปฏิบัติได้ อย่างถูกต้อง 3 อธิบาย หลักการ ปฏิบัติได้ อย่างถูกต้อง บ้างและไม่ ถูกต้องบ้าง 2 ไม่สามารถ อธิบาย หลักการ ปฏิบัติได้เลย 1


แบบประเมินพฤติกรรมการปฏิบัติการสร้างความคุ้นเคย คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่2 คะแนน ถือว่า “ผ่าน” ลงชื่อ…………………………………………… (.............................................) ผู้ประเมิน ................/................/............ เลข ที่ ชื่อ-สกุล รายการ ปฏิบัติทักษะ การอบอุ่น ร่างกายได้ ชัดเจน (3 คะแนน) ปฏิบัติทักษะ การอบอุ่น ร่างกายได้แต่ ไม่ชัดเจน (2 คะแนน) ปฏิบัติทักษะ การอบอุ่น ร่างกายไม่ ถูกต้อง (1 คะแนน) สรุปผลการ ประเมิน


แบบสังเกตพฤติกรรมการร่วมกิจกรรมลุ่ม คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่2 รายการถือว่า “ผ่าน” ลงชื่อ…………………………………………… (..............................................) ผู้ประเมิน .............../................/................ เลขที่ ชื่อ-สกุล รายการ สรุปผลการ ให้ความร่วมมือ ประเมิน กับเพื่อนในกลุ่ม ร่วมกิจกรรมด้วย ความสนุกสนาน สนใจในสื่อและ กิจกรรมที่ครูกำหนด ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน


Click to View FlipBook Version