The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ เทอม 2 พลศึกษา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนการจัดการเรียนรู้ เทอม 2 พลศึกษา

แผนการจัดการเรียนรู้ เทอม 2 พลศึกษา

แบบประเมินการการตอบคำถามใบงาน คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่2 รายการถือว่า “ผ่าน” ผ่าน 1 รายการถือว่า “ไม่ผ่าน” ลงชื่อ…………………………………………… (.................................................) ผู้ประเมิน .............../................/................ เลขที่ ชื่อ-สกุล รายการ สรุปผลการ ประเมิน บอกประโยชน์ได้ ชัดเจนดีมาก บอกประโยชน์ได้ บอกประโยชน์ไม่ได้ ชัดเจน ผ่าน ไม่ผ่าน


ใบงาน เรื่อง การส่งลูกฟุตบอลด้วยลูกเรียด คำชี้แจง จงเขียนเขียนคำตอบลงในช่องว่างให้ถูกต้อง 1. จงอธิบายขั้นตอนการปฏิบัติการส่งลูกฟุตบอลด้วยลูกเรียดให้ถูกต้อง ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 2.จงบอกประโยชน์การส่งลูกฟุตบอลด้วยลูกเรียดที่ถูกวิธี ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ชื่อ.........................................................................................ชั้น...............เลขที่....... ......


แบบฝึกทักษะการส่งลูกฟุตบอลด้วยลูกเรียด 1. ขาหลักของผู้เล่นทำมุมประมาณ 30 องศากับลูกบอล เตรียมพร้อมที่จะเหวี่ยงเท้าข้างที่ถนัดจากด้านหลังผ่าน ขาหลักมาด้านหน้า 2. เตะบอลด้วยข้างเท้าด้านในพยายามทำให้บอลเรียดไปกับพื้นโดยการเกร็งข้อเท้า 3. ปล่อยขาถ่ายน้ำหนัก Follow ขาไปด้านหน้า ตามทิศทางที่ส่งบอลออกไป


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา (พลศึกษา) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ทักษะเบื้องต้นกีฬาฟุตบอล ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง การรับ–ส่ง ลูกฟุตบอลด้วยลูกโด่ง เวลา 1 ชั่วโมง วันที่………..เดือน……………………….พ.ศ…………… ผู้สอน นายปัญจพงษ์ สมพะยอม 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ พ 3.1 เข้าใจมีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา ตัวชี้วัด พ 3.1 ป.6/3 เล่นกีฬาไทย กีฬาสากลประเภทบุคคลและประเภททีมได้อย่างละ ๑ ชนิด พ 3.1 ป.6/4 ใช้ทักษะกลไกเพื่อปรับปรุงเพิ่มพูนความสามารถของตนและผู้อื่นในการเล่นกีฬา 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนอธิบายหลักของการรับ – ส่ง ลูกฟุตบอลด้วยลูกโด่งได้ (K) 2. นักเรียนสามารถ รับ – ส่ง ลูกฟุตบอลด้วยลูกโด่งได้ (P) 3. นักเรียนเห็นความสำคัญของการรับ – ส่ง ลูกฟุตบอลด้วยลูกโด่ง (A) 3. สาระสำคัญ การรับ – ส่ง ลูกฟุตบอลด้วยลูกโด่งที่มีความสำคัญมากในการเล่นกีฬาฟุตบอล และถ้ามีทักษะการรับ–ส่ง ลูกฟุตบอลที่ดีก็จะสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ 4. สาระการเรียนรู้ การรับ – ส่ง ลูกฟุตบอลด้วยลูกโด่ง 5. สมรรถนะสำคัญ 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการสื่อสาร 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มีวินัย 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. คำถามสำคัญ ฝึกปฏิบัติการรับ – ส่ง ลูกฟุตบอลด้วยลูกโด่งมีความสำคัญอย่างไร 8. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูสำรวจรายชื่อนักเรียนพร้อมตรวจเครื่องแต่งกาย


2. ครูให้นักเรียนอบอุ่นร่างกายก่อนเล่นกีฬาฟุตบอล 3. ครูถามนักเรียนเกี่ยวกับความสำคัญของการรับ – ส่ง ลูกฟุตบอลด้วยลูกโด่ง ขั้นอธิบายและสาธิต 1 ครูอธิบายหลักการทฤษฏีของการรับ – ส่ง ลูกฟุตบอลด้วยลูกโด่ง 2 ครูอธิบายพร้อมกับสาธิตการรับ – ส่ง ลูกฟุตบอลด้วยลูกโด่ง ขั้นปฏิบัติ 1. ครูให้นักเรียนทำท่าการรับ – ส่ง ลูกฟุตบอลด้วยลูกโด่งโดยครูให้นักเรียนออกมาร่วมสาธิต กับครู 1 คน 2. ครูให้นักเรียน รับ – ส่ง ลูกฟุตบอลด้วยลูกโด่งตามที่ครูสอน พร้อมใช้ลูกบอลในการส่งลูก ขั้นนำไปใช้ 1. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 -6 คน และอธิบายการส่งลูก 2. ให้นักเรียนเปลี่ยนการเตะลูกโด่งสลับกัน ขั้นสรุป 1. ครูสุ่มถามนักเรียนเกี่ยวกับประโยชน์ของการรับ – ส่ง ลูกฟุตบอลด้วยลูกโด่ง 2. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปประโยชน์ของการรับ – ส่ง ลูกฟุตบอลด้วยลูกโด่งแล้วให้นักเรียน ผ่อนคล้ายกล้ามเนื้อ(คลูดาวน์) 3. ปล่อยนักเรียนเพื่อเรียนวิชาต่อไป 9. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1. ลูกฟุตบอล 2. สนามกีฬาฟุตบอล 3.ใบความรู้แบบฝึกทักษะการส่งลูกโด่ง 10. กระบวนการวัดผลและการประเมินผล วิธีการวัด 1. สังเกตพฤติกรรมการตอบคำถามหน้าชั้นเรียน 2. สังเกตสังเกตการปฏิบัติ 2. สังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม เครื่องมือ 1. แบบประเมินการการตอบคำถามหน้าชั้นเรียน 2. แบบสังเกตการปฏิบัติ 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม เกณฑ์การประเมิน 1. การประเมินการการตอบคำถามหน้าชั้นเรียน 2 รายการขึ้นไปถือว่า “ ผ่าน ” 2. การประเมินการปฏิบัติได้ 2 รายการขึ้นไปถือว่า “ ผ่าน” 3. การประเมินการนำเสนอหน้าชั้นเรียน 2 รายการขึ้นไปถือว่า “ ผ่าน ”


แบบสังเกตพฤติกรรมการทำกิจกรรมในชั้นเรียน คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เกณฑ์การให้คะแนน 4=ดีมาก 3=ดี 2=พอใช้ 1=ต้องปรับปรุง เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่2 รายการถือว่า “ผ่าน” ลงชื่อ…………………………………………… (................................................) ผู้ประเมิน ................/................/.............. เลข ที่ ชื่อ-สกุล รายการ สรุปผลการ ประเมิน อธิบายได้ อย่างการส่ง ลูกบอล ถูกต้องและ ชัดเจนและ น่าสนใจ 4 อธิบายการ ส่งลูกบอลได้ อย่างถูกต้อง 3 อธิบายการ ส่งลูกบอลได้ อย่างถูกต้อง บ้างและไม่ ถูกต้องบ้าง 2 ไม่สามารถ อธิบายการ ส่งลูกได้เลย 1


แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติ คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่2 คะแนน ถือว่า “ผ่าน” ลงชื่อ…………………………………………… (...............................................) ผู้ประเมิน ................/................/........... เลข ที่ ชื่อ-สกุล รายการ ปฏิบัติทักษะ การเลี้ยงบอล ได้ชัดเจน ถูกต้อง (3 คะแนน) ปฏิบัติทักษะ การเลี้ยงบอล ได้แต่ไม่ ถูกต้อง ทั้งหมด (2 คะแนน) ปฏิบัติทักษะ การเลี้ยงบอล ไม่ถูกต้อง (1 คะแนน) สรุปผลการประเมิน


แบบสังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่2 รายการถือว่า “ผ่าน” ผ่าน 1 รายการถือว่า “ไม่ผ่าน” ลงชื่อ…………………………………………… (................................................) ผู้ประเมิน ................/................/................ เลขที่ ชื่อ-สกุล รายการ สรุปผลการ ประเมิน ให้ความร่วมมือ กับเพื่อนในกลุ่ม ร่วมกิจกรรมด้วย ความสนุกสนาน สนใจในสื่อและ กิจกรรมที่ครูกำหนด ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน


ใบความรู้ แบบฝึกทักษะการส่งลูกโด่ง (การส่งบอลยาวหรือครอสบอลแบบไซด์โค้ง) การส่งบอลแบบไซด์โค้งมีประโยชน์มากในการใช้โจมตีคู่ต่อสู้ เพราะการโค้งของลูกจะทำให้กองหลังฝ่ายตรงข้าม ยากที่จะคาดเดาทิศทางของลูกบอล และป้องกัน มากกว่าการส่งลูกมาแบบตรงๆ ซึ่งป้องกันได้ง่ายกว่า 1. OUTSWINGING PASS OR CROSS (ส่งแบบไซด์ก้อย) ลูกบอลจะโค้งจากซ้ายไปทางขวาสำหรับผู้เล่น ที่ถนัดเท้าขวาให้เตะไปที่บริเวณด้านซ้ายของลูกบอลด้วยข้างเท้าด้านนอก 2. INSWINGING PASS OR CROSS (ส่งแบบไซด์โป้ง ลูกบอลจะโค้งจากขวาไปทางซ้ายสำหรับผู้เล่นที่ ถนัดเท้าขวาให้เตะไปที่บริเวณด้านขวาของลูกบอลด้วยข้างเท้าด้านใน


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา (พลศึกษา) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ทักษะเบื้องต้นกีฬาฟุตบอล ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง การรับ - ส่ง ลูกฟุตบอลในระยะใกล้ – ไกล เวลา 1 ชั่วโมง วันที่………..เดือน……………………….พ.ศ…………… ผู้สอน นายปัญจพงษ์ สมพะยอม 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ พ 3.1 เข้าใจมีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา ตัวชี้วัด พ 3.1 ป.6/3 เล่นกีฬาไทย กีฬาสากลประเภทบุคคลและประเภททีมได้อย่างละ ๑ ชนิด พ 3.1 ป.6/4 ใช้ทักษะกลไกเพื่อปรับปรุงเพิ่มพูนความสามารถของตนและผู้อื่นในการเล่นกีฬา 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนบอกหลักของการรับ - ส่ง ลูกฟุตบอลในระยะใกล้ – ไกลได้ (K) 2. นักเรียนสามารถ รับ - ส่ง ลูกฟุตบอลในระยะใกล้ – ไกลได้ (P) 3. นักเรียนเห็นความสำคัญของการรับ - ส่ง ลูกฟุตบอลในระยะใกล้ – ไกล (A) 3. สาระสำคัญ การรับ - ส่ง ลูกฟุตบอลในระยะใกล้ - ไกล มีความสำคัญมากในการเล่นกีฬาฟุตบอล และถ้ามีทักษะการ รับ - ส่ง ลูกฟุตบอลที่ดีก็จะสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ 4. สาระการเรียนรู้ การรับ - ส่ง ลูกฟุตบอลในระยะใกล้ - ไกล 5. สมรรถนะสำคัญ 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการสื่อสาร 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มีวินัย 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. ชิ้นงานหรือภาระงาน การปฏิบัติการรับ - ส่ง ลูกฟุตบอลในระยะใกล้ – ไกล


8. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูสำรวจรายชื่อนักเรียนพร้อมตรวจเครื่องแต่งกาย 2. ครูให้นักเรียนอบอุ่นร่างกายก่อนเล่นกีฬาฟุตบอล 3. ครูถามนักเรียนเกี่ยวกับความสำคัญของการรับ - ส่ง ลูกฟุตบอลในระยะ ใกล้ - ไกล ขั้นอธิบายและสาธิต 1. ครูแจกใบความรู้ครูอธิบายหลักของการรับ - ส่ง ลูกฟุตบอลในระยะใกล้ - ไกล 2. ครูอธิบายความสำคัญของการรับ - ส่ง ลูกฟุตบอลในระยะใกล้ - ไกล 3. ครูสาทิตท่าการรับ - ส่ง ลูกฟุตบอลในระยะใกล้ – ไกลโดยให้นักเรียนออกมาร่วมสาธิตกับ ครู 1 คน ขั้นปฏิบัติ ให้นักเรียนฝึกปฏิบัติ การรับ-ส่ง ลูกฟุตบอลตามที่ครูสาธิต ขั้นนำไปใช้ 1. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 -6 คน ให้สมาชิกในกลุ่มทุกคนบอกหลักการส่งลูกฟุตบอล ระยะใกล้ – ไกล 2. ครูให้นักเรียนปฏิบัติทักษะการส่งลูกฟุตบอลระยะใกล้ – ไกล ขั้นสรุป 1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาการรับ - ส่ง ลูกฟุตบอลในระยะ ใกล้ - ไกล 2. ครูให้นักเรียนกลับไปทบทวนบทเรียนที่บ้าน 9. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1. ลูกฟุตบอลจำนวน 10 ลูก 2. สนามกีฬาฟุตบอล 3. ใบความรู้เรื่อง การส่งลูกฟุตบอลระยะใกล้ – ไกล 10. กระบวนการวัดผลและประเมินผล วิธีการวัด 1. สังเกตพฤติกรรมการตอบคำถามหน้าชั้นเรียน 2. สังเกตสังเกตการปฏิบัติ 2. สังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม เครื่องมือ 1. แบบประเมินการการตอบคำถามหน้าชั้นเรียน 2. แบบสังเกตการปฏิบัติ 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม เกณฑ์การประเมิน 1. การประเมินการการตอบคำถามหน้าชั้นเรียน 2 รายการขึ้นไปถือว่า “ ผ่าน ”


2. การประเมินการปฏิบัติได้ 2 รายการขึ้นไปถือว่า “ ผ่าน” 3. การประเมินการนำเสนอหน้าชั้นเรียน 2 รายการขึ้นไปถือว่า “ ผ่าน ”


แบบสังเกตพฤติกรรมการทำกิจกรรมในชั้นเรียน คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เกณฑ์การให้คะแนน 4=ดีมาก 3=ดี 2=พอใช้ 1=ต้องปรับปรุง เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่2 รายการถือว่า “ผ่าน” ลงชื่อ…………………………………………… (.................................................) ผู้ประเมิน ................/................/.............. เลข ที่ ชื่อ-สกุล รายการ สรุปผลการ ประเมิน อธิบายได้อย่าง การส่งลูกบอล ถูกต้องและ ชัดเจนและ น่าสนใจ 4 อธิบายการส่ง ลูกบอลได้ อย่างถูกต้อง 3 อธิบายการส่ง ลูกบอลได้ อย่างถูกต้อง บ้างและไม่ ถูกต้องบ้าง 2 ไม่สามารถ อธิบายการ ส่งลูกได้เลย 1


แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติ คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่2 คะแนน ถือว่า “ผ่าน” ลงชื่อ…………………………………………… (................................................) ผู้ประเมิน .............../................/........... เลข ที่ ชื่อ-สกุล รายการ ปฏิบัติทักษะ การส่งบอลได้ ชัดเจนถูกต้อง (3 คะแนน) ปฏิบัติทักษะ การส่งบอลได้ แต่ไม่ถูกต้อง ทั้งหมด (2 คะแนน) ปฏิบัติทักษะ การส่งบอลไม่ ถูกต้อง (1 คะแนน) สรุปผลการประเมิน


แบบสังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่2 รายการถือว่า “ผ่าน” ผ่าน 1 รายการถือว่า “ไม่ผ่าน” ลงชื่อ…………………………………………… (.................................................) ผู้ประเมิน ................/................/.............. เลขที่ ชื่อ-สกุล รายการ สรุปผลการ ประเมิน ให้ความร่วมมือ กับเพื่อนในกลุ่ม ร่วมกิจกรรมด้วย ความสนุกสนาน สนใจในสื่อและ กิจกรรมที่ครูกำหนด ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน


ใบความรู้ ASSING (การส่งบอล) การส่งบอลเป็นสิ่งที่สำคัญในการเล่นเป็นทีม เป็นทักษะพื้นฐานที่ผู้เล่นทุกคนต้องเรียนรู้รวมทั้งผู้รักษา ประตูด้วย มีเหตุผลหลายประการที่จะใช้การส่งบอลไม่ว่าจะเป็น การทำให้บอลอยู่ในการครอบครองของทีม, การ เคลียร์บอลออกจากพื้นที่อันตราย, การส่งเพื่อเปิดโอกาสในการทำประตูคู่แข่ง แต่สิ่งที่สำคัญที่เราต้องคิดไว้คือ "จง ส่งบอลให้เพื่อนร่วมทีม เมื่อเขาอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่า" TYPE OF PASS (รูปแบบของการส่งบอล) การส่งบอลของผู้เล่นมีเพื่อพัฒนาการโจมตีคู่แข่ง หรือ การทำให้บอลเคลื่อนที่โดยไม่ถูกการสกัดจากฝ่าย ตรงข้าม การผ่านบอลมีทั้งการส่งลูกเรียดหรือส่งลูกโด่ง การส่งบอลสั้นหรือส่งบอลยาว การส่งบอลสั้นเป็นสิ่งที่ง่าย ที่สุด ส่วนการส่งบอลยาวด้วยลูกโด่งเป็นสิ่งที่ยากที่สุด การส่งบอลในแต่ละรูปแบบล้วนมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป PASSING OPTIONS (ทางเลือกในการส่งบอล) การส่งบอลสั้นมักใช้ในสถานการณ์ที่เรากำลังครอบครองบอลอยู่ใกล้ประตูคู่แข่ง เพื่อที่จะทำประตู หรือ สถานการณ์ของกองหลังที่ต่อบอลกันก่อนที่จะมีโอกาสเหมาะในการส่งบอลไปข้าง หน้า ส่วน การส่งแบบโค้งเข้า, การส่งแบบโค้งออก และการส่งบอลพุ่ง จะใช้ในการส่งบอลยาวซึ่งปกติบอลจะออกจากเท้าของผู้เล่นขณะที่เค้าอยู่ ในแดน ตัวเองเพื่อให้บอลข้ามผ่านไปแดนคู่ต่อสู้ USING THE CHANNELS (ช่องทางในการส่งบอล) ในบางครั้งเราอาจจะมองไม่เห็นเพื่อนร่วมทีมที่จะส่งบอลให้ เพราะอาจถูกฝ่ายตรงข้ามยืนขวางทางส่งอยู่ ในกรณีเช่นนี้มีสองทางเลือกคือ เลี้ยงบอลไปกับตัวเพื่อให้เกิดช่องในการส่งบอล หรือ ส่งไปไปด้านหน้าในบริเวณที่ คิดว่าเพื่อนร่วมทีมจะสามารถวิ่งมารับบอลได้ก่อน กองหลังของคู่ต่อสู้


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา (พลศึกษา) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ทักษะขั้นสูงกีฬาฟุตบอล ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง การส่งบอลแบบเคลื่อนที่ แบบ 4 เหลี่ยม เวลา 1 ชั่วโมง วันที่………..เดือน……………………….พ.ศ…………… ผู้สอน นายปัญจพงษ์ สมพะยอม 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ พ 3.1 เข้าใจมีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา ตัวชี้วัด พ 3.1 ป.6/3 เล่นกีฬาไทย กีฬาสากลประเภทบุคคลและประเภททีมได้อย่างละ ๑ ชนิด พ 3.1 ป.6/4 ใช้ทักษะกลไกเพื่อปรับปรุงเพิ่มพูนความสามารถของตนและผู้อื่นในการเล่นกีฬา 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนอธิบายการส่งบอลแบบเคลื่อนที่ แบบ 4 เหลี่ยมได้ (K) 2. นักเรียนสามารถส่งบอลแบบเคลื่อนที่ แบบ 4 เหลี่ยมได้ (P) 3. นักเรียนเห็นความสำคัญของการส่งบอลแบบเคลื่อนที่ แบบ 4 เหลี่ยม (A) 3. สาระสำคัญ การส่งบอลแบบเคลื่อนที่ แบบ 4 เหลี่ยมเป็นพื้นฐานที่มีความยากขึ้นมาและมีความสำคัญมากในการเล่น กีฬาฟุตบอล และถ้ามีทักษะการเคลื่อนที่ ที่ดีก็จะสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ 4. สาระการเรียนรู้ การส่งบอลแบบเคลื่อนที่ แบบ 4 เหลี่ยม 5. สมรรถนะสำคัญ 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการสื่อสาร 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มีวินัย 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. คำถามสำคัญ การเคลื่อนที่โดยไม่มีบอลควรทำอย่างไร 8. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูให้นักเรียนอบอุ่นร่างกายก่อนเล่นกีฬาฟุตบอล


2. ครูถามนักเรียนเกี่ยวกับความสำคัญของการส่งบอลแบบเคลื่อนที่ แบบ 4 เหลี่ยม ขั้นอธิบายและสาธิต 1. ครูอธิบายประโยชน์ของการส่งบอลแบบเคลื่อนที่ แบบ 4 เหลี่ยม 2. ครูอธิบายความสำคัญของการส่งบอลแบบเคลื่อนที่ แบบ 4 เหลี่ยม 3.ครูเลือกนักเรียนที่มีพื้นฐานกีฬาฟุตบอลออกมาร่วมสาธิตกับครู เรื่องการส่งบอลแบบ เคลื่อนที่ แบบ 4 เหลี่ยม ขั้นปฏิบัติ 1.ครูให้นักเรียนส่งบอลแบบเคลื่อนที่ แบบ 4 เหลี่ยมตามที่ครูสอน 2. ครูเดินสำรวจปรับท่าให้นักเรียนคนไหนที่ทำไม่ถูกต้อง ขั้นนำไปใช้ 1. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน บอกว่าควรเคลื่อนที่แบบไหนถึงจะเหมาะแก่การส่ง บอล 2. ครูให้นักเรียนเล่นเป็นทีมโดยนำเอาทักษะการส่งบอลแบบเคลื่อนที่แบบ 4 เหลี่ยมมาใช้โดย การเล่น เกมลิงชิงบอล แบบ 4 คน ขั้นสรุป 1. ครูสุ่มถามนักเรียนเกี่ยวกับประโยชน์ของการส่งบอลแบบเคลื่อนที่แบบ 4 เหลี่ยม 2. ครูให้นักเรียนกลับไปทบทวนบทเรียนที่บ้าน 9. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1. ลูกฟุตบอล 2. สนามกีฬาฟุตบอล 10. กระบวนการวัดผลและประเมินผล วิธีการวัด 1. สังเกตพฤติกรรมการตอบคำถามหน้าชั้นเรียน 2. สังเกตสังเกตการปฏิบัติ เครื่องมือ 1. แบบประเมินการการตอบคำถามหน้าชั้นเรียน 2. แบบสังเกตการปฏิบัติ เกณฑ์การประเมิน 1. การประเมินการการตอบคำถามหน้าชั้นเรียน 2 รายการขึ้นไปถือว่า “ ผ่าน ” 2. การประเมินการปฏิบัติได้ 2 รายการขึ้นไปถือว่า “ ผ่าน”


แบบสังเกตพฤติกรรมการทำกิจกรรมในชั้นเรียน คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เกณฑ์การให้คะแนน 4=ดีมาก 3=ดี 2=พอใช้ 1=ต้องปรับปรุง เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่2 รายการถือว่า “ผ่าน” ลงชื่อ…………………………………………… (.................................................) ผู้ประเมิน ................/................/............... เลข ที่ ชื่อ-สกุล รายการ สรุปผลการ ประเมิน อธิบายได้อย่าง การส่งลูกบอล ถูกต้องและ ชัดเจนและ น่าสนใจ 4 อธิบายการส่ง ลูกบอลได้ อย่างถูกต้อง 3 อธิบายการส่ง ลูกบอลได้ อย่างถูกต้อง บ้างและไม่ ถูกต้องบ้าง 2 ไม่สามารถ อธิบายการ ส่งลูกได้เลย 1


แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติ คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่2 คะแนน ถือว่า “ผ่าน” ลงชื่อ…………………………………………… (.................................................) ผู้ประเมิน ................/................/........... เลข ที่ ชื่อ-สกุล รายการ ปฏิบัติทักษะ การส่งบอลได้ ชัดเจนถูกต้อง (3 คะแนน) ปฏิบัติทักษะ การส่งบอลได้ แต่ไม่ถูกต้อง ทั้งหมด (2 คะแนน) ปฏิบัติทักษะ การส่งบอลไม่ ถูกต้อง (1 คะแนน) สรุปผลการประเมิน


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 16 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา (พลศึกษา) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ทักษะขั้นสูงกีฬาฟุตบอล ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง การส่งบอลแบบเคลื่อนที่ แบบ 3 เหลี่ยม เวลา 1 ชั่วโมง วันที่………..เดือน……………………….พ.ศ…………… ผู้สอน นายปัญจพงษ์ สพะยอม 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้ มาตรฐานการเรียนรู้ พ 3.1 เข้าใจมีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา ตัวชี้วัด พ 3.1 ป.6/3 เล่นกีฬาไทย กีฬาสากลประเภทบุคคลและประเภททีมได้อย่างละ ๑ ชนิด พ 3.1 ป.6/4 ใช้ทักษะกลไกเพื่อปรับปรุงเพิ่มพูนความสามารถของตนและผู้อื่นในการเล่นกีฬา 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนบอกการส่งบอลแบบเคลื่อนที่ แบบ 3 เหลี่ยมได้ (K) 2. นักเรียนสามารถส่งบอลแบบเคลื่อนที่ แบบ 3 เหลี่ยมได้ (P) 3. นักเรียนเห็นความสำคัญของการส่งบอลแบบเคลื่อนที่ แบบ 3 เหลี่ยม (A) 3. สาระสำคัญ การส่งบอลแบบเคลื่อนที่ แบบ 3เหลี่ยมเป็นพื้นฐานที่มีความยากขึ้นมาและมีความสำคัญมาก ในการเล่นกีฬาฟุตบอล และถ้ามีทักษะการเคลื่อนที่ ที่ดีก็จะสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ 4. สาระการเรียนรู้ การส่งบอลแบบเคลื่อนที่ แบบ 3เหลี่ยม 5. สมรรถนะสำคัญ 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการสื่อสาร 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มีวินัย 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. ชิ้นงานหรือภาระงาน การปฏิบัติการส่งบอลแบบเคลื่อนที่ แบบ 3 เหลี่ยม


8. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ครูแนะนำการส่งบอลแบบเคลื่อนที่ แบบ 3เหลี่ยม และครูถามนักเรียนเกี่ยวกับความสำคัญของ การส่งบอลแบบเคลื่อนที่ แบบ 3เหลี่ยม ขั้นอธิบายและสาธิต 1. ครูอธิบายวิธีการและความสำคัญของการส่งบอลแบบเคลื่อนที่ แบบ 3เหลี่ยม 2. ครูเลือกนักเรียนที่มีพื้นฐานกีฬาฟุตบอลออกมาร่วมสาธิตกับครู เรื่องการส่งบอลแบบเคลื่อนที่ แบบ 3เหลี่ยม ขั้นปฏิบัติ 1. ครูให้นักเรียนส่งบอลแบบเคลื่อนที่ แบบ 3เหลี่ยมตามที่ครูสอน ส่งในทิศทางใดก็ได้ ขั้นนำไปใช้ 1. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน อธิบายหลักที่ถูกต้องในการส่งบอล 2. ครูให้นักเรียนเล่นเป็นทีมโดยนำเอาทักษะการส่งบอลแบบเคลื่อนที่ แบบ 3เหลี่ยมมาใช้โดย การเล่นทดสอบการส่งบอลลักษณะ เคลื่อนที่ แบบ 3 เหลี่ยม ขั้นสรุป 1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปวิธีการนำไปใช้จริงของการส่งบอลแบบเคลื่อนที่ แบบ 3เหลี่ยม 2. ครูให้นักเรียนกลับไปทบทวนบทเรียนที่บ้าน 9. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1. ลูกฟุตบอลจำนวน 10 ลูก 2. สนามกีฬาฟุตบอล 10. กระบวนการวัดผลและประเมินผล วิธีการวัด 1. สังเกตพฤติกรรมการทำกิจกรรมในชั้นเรียน 2. สังเกตสังเกตการปฏิบัติ เครื่องมือ 1. แบบสังเกตพฤติกรรมการทำกิจกรรมในชั้นเรียน 2. แบบสังเกตการปฏิบัติ เกณฑ์การประเมิน 1. การประเมินการการตอบคำถามหน้าชั้นเรียน 2 รายการขึ้นไปถือว่า “ ผ่าน ” 2. การประเมินการปฏิบัติได้ 2 รายการขึ้นไปถือว่า “ ผ่าน”


แบบสังเกตพฤติกรรมการทำกิจกรรมในชั้นเรียน คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เกณฑ์การให้คะแนน 4=ดีมาก 3=ดี 2=พอใช้ 1=ต้องปรับปรุง เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่2 รายการถือว่า “ผ่าน” ลงชื่อ…………………………………………… (.................................................) ผู้ประเมิน ................/................/.............. เลข ที่ ชื่อ-สกุล รายการ สรุปผลการ ประเมิน อธิบายได้อย่าง การส่งลูกบอล ถูกต้องและ ชัดเจนและ น่าสนใจ 4 อธิบายการส่ง ลูกบอลได้ อย่างถูกต้อง 3 อธิบายการส่ง ลูกบอลได้ อย่างถูกต้อง บ้างและไม่ ถูกต้องบ้าง 2 ไม่สามารถ อธิบายการ ส่งลูกได้เลย 1


แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติ คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่2 คะแนน ถือว่า “ผ่าน” ลงชื่อ…………………………………………… (................................................) ผู้ประเมิน ................/................/........... เลข ที่ ชื่อ-สกุล รายการ ปฏิบัติทักษะ การส่งบอลได้ ชัดเจนถูกต้อง (3 คะแนน) ปฏิบัติทักษะ การส่งบอลได้ แต่ไม่ถูกต้อง ทั้งหมด (2 คะแนน) ปฏิบัติทักษะ การส่งบอลไม่ ถูกต้อง (1 คะแนน) สรุปผลการประเมิน


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 17 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา (พลศึกษา) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่3 ทักษะขั้นสูงกีฬาฟุตบอล ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง การส่งบอลแบบเคลื่อนที่ไปข้างหน้า เวลา 1 ชั่วโมง วันที่………..เดือน……………………….พ.ศ………… ผู้สอน นายปัญจพงษ์ สมพะยอม 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้ มาตรฐานการเรียนรู้ พ 3.1 เข้าใจมีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา ตัวชี้วัด พ 3.1 ป.6/3 เล่นกีฬาไทย กีฬาสากลประเภทบุคคลและประเภททีมได้อย่างละ ๑ ชนิด พ 3.1 ป.6/4 ใช้ทักษะกลไกเพื่อปรับปรุงเพิ่มพูนความสามารถของตนและผู้อื่นในการเล่นกีฬา 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนอธิบายการส่งบอลแบบเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ (K) 2. นักเรียนสามารถส่งบอลแบบเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ (P) 3. นักเรียนบอกประโยชน์ของการส่งบอลแบบเคลื่อนที่ไปข้างหน้า (A) 3. สาระสำคัญ การส่งบอลแบบเคลื่อนที่ไปข้างหน้าเป็นพื้นฐานที่มีความยากขึ้นและมีความสำคัญมากในการเล่นกีฬา ฟุตบอล และถ้ามีทักษะการเคลื่อนที่ ที่ดีก็จะสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ 4. สาระการเรียนรู้ การส่งบอลแบบเคลื่อนที่ไปข้างหน้า 5. สมรรถนะสำคัญ 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการสื่อสาร 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มีวินัย 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. ชิ้นงานและภารงาน ใบงานเรื่อง การส่งบอลแบบเคลื่อนที่ไปข้างหน้า 8. คำถามสำคัญ การปฏิบัติการส่งบอลแบบเคลื่อนที่ไปข้างหน้าเริ่มต้นจากจุดไหน


9. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1.ครูให้นักเรียนเข้าแถวหน้ากระดาน 2.ครูสำรวจรายชื่อนักเรียนพร้อมตรวจเครื่องแต่งกาย 3. ครูให้นักเรียนอบอุ่นร่างกายก่อนเล่นกีฬาฟุตบอล ขั้นอธิบายและสาธิต 1. ครูแจกใบความรู้และอธิบายหลักของการส่งบอลแบบเคลื่อนที่ไปข้างหน้า 2. ครูอธิบายความสำคัญและประโยชน์ของการส่งบอลแบบเคลื่อนที่ไปข้างหน้า 3. ครูเลือกนักเรียนที่มีพื้นฐานกีฬาฟุตบอลออกมาร่วมสาธิตกับครู เรื่องการส่งบอลแบบเคลื่อนที่ ไปข้างหน้า ขั้นปฏิบัติ ครูให้นักเรียนส่งบอลแบบเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ขั้นนำไปใช้ 1. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน 2. ครูให้นักเรียนเล่นเป็นทีมโดยนำเอาทักษะการส่งบอลแบบเคลื่อนที่ไปข้างหน้ามาใช้ 3. ครูแจกใบงานเพื่อให้นักเรียนทำเป็นการบ้าน ขั้นสรุป 1. ครูสุ่มถามนักเรียนเกี่ยวกับประโยชน์ของการส่งบอลแบบเคลื่อนที่ไปข้างหน้า 2. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปประโยชน์ของการส่งบอลแบบเคลื่อนที่ไปข้างหน้า 10. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1. ลูกฟุตบอล 2. สนามกีฬาฟุตบอล 3. ใบความรู้ เรื่องการส่งบอลแบบเคลื่อนที่ไปข้างหน้า 11. กระบวนการวัดผลและประเมินผล วิธีการวัด 1. การทำใบงาน เรื่องการส่งบอลแบบเคลื่อนที่ไปข้างหน้า 2. สังเกตสังเกตการปฏิบัติ 2. การทำใบงาน เรื่องการส่งบอลแบบเคลื่อนที่ไปข้างหน้า เครื่องมือ 1. แบบประเมินการการตอบคำถามใบงาน เรื่องการส่งบอลแบบเคลื่อนที่ไปข้างหน้า 2. แบบสังเกตการปฏิบัติ 3. แบบประเมินการการตอบคำถามใบงาน เรื่องการส่งบอลแบบเคลื่อนที่ไปข้างหน้า


เกณฑ์การประเมิน 1. การประเมินการการตอบใบงาน ได้2 รายการขึ้นไปถือว่า “ ผ่าน ” 2. การประเมินการปฏิบัติได้ 2 รายการขึ้นไปถือว่า “ ผ่าน” 3. การประเมินการการตอบใบงาน ได้2 รายการขึ้นไปถือว่า “ ผ่าน ”


แบบประเมินการตอบคำถามใบงาน เรื่อง การส่งบอลแบบเคลื่อนที่ไปข้างหน้า คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เกณฑ์การให้คะแนน 4=ดีมาก 3=ดี 2=พอใช้ 1=ต้องปรับปรุง เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่2 รายการถือว่า “ผ่าน” ลงชื่อ…………………………………………… (.................................................) ผู้ประเมิน ................/................/............... เลข ที่ ชื่อ-สกุล รายการ สรุปผลการ ประเมิน ตอบคำถามได้ อย่างถูกต้อง และชัดเจน และน่าสนใจ 4 ตอบคำถาม ได้อย่าง ถูกต้อง 3 ตอบคำถาม ได้อย่าง ถูกต้องบ้าง และไม่ถูกต้อง บ้าง 2 ไม่สามารถ ตอบคำถาม ได้เลย 1


แบบสังเกตทักษะการปฏิบัติทักษะ คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่2 คะแนน ถือว่า “ผ่าน” ลงชื่อ…………………………………………… (.................................................) ผู้ประเมิน ................/................/........... เลข ที่ ชื่อ-สกุล รายการ สาธิตปฏิบัติ ทักษะได้ ชัดเจนถูกต้อง (3 คะแนน) สาธิตปฏิบัติ ทักษะได้แต่ไม่ ถูกต้อง ทั้งหมด (2 คะแนน) สาธิตปฏิบัติ ทักษะไม่ ถูกต้อง (1 คะแนน) สรุปผลการประเมิน


แบบประเมินใบงานเรื่อง การส่งบอลแบบเคลื่อนที่ไปข้างหน้า คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เกณฑ์การให้คะแนน 4=ดีมาก 3=ดี 2=พอใช้ 1=ต้องปรับปรุง เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่2 รายการถือว่า “ผ่าน” ลงชื่อ…………………………………………… (.................................................) ผู้ประเมิน ................/................/............... เลข ที่ ชื่อ-สกุล รายการ สรุปผลการ ประเมิน บอกประโยชน์ ได้อย่างถูกต้อง และชัดเจน และน่าสนใจ 4 บอก ประโยชน์ได้ อย่างถูกต้อง 3 บอก ประโยชน์ได้ อย่างถูกต้อง บ้างและไม่ ถูกต้องบ้าง 2 ไม่สามารถ บอก ประโยชน์ได้ เลย 1


ใบงาน เรื่อง เรื่องการส่งบอลแบบเคลื่อนที่ไปข้างหน้า คำชี้แจง จงเขียนเขียนคำตอบลงในช่องว่างให้ถูกต้อง 1. จงอธิบายขั้นตอนการปฏิบัติการส่งบอลแบบเคลื่อนที่ไปข้างหน้าให้ถูกต้อง ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 2.จงบอกความสำคัญและประโยชน์การโยนส่งบอลแบบเคลื่อนที่ไปข้างหน้าที่ถูกวิธี ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ชื่อ............................................................................ชั้น.................เลขที่...............


ใบความรู้ การเลี้ยงลูกบอลไปข้างหน้า การเลี้ยงลูกบอลเป็นการครอบครองลูกบอลให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้าหรือกลับหลัง โดยใช้เท้า หรือ เพื่อทำ การหลบหลีกคู่ต่อสู้ ขั้นตอนของการฝึกทักษะ..การเลี้ยงลูกบอลด้วยข้างเท้าด้านใน วิธีการฝึกปฏิบัติ การเลี้ยงลูกบอลด้วยข้างเท้าด้านใน มีวิธีปฏิบัติดังนี้ 1.ให้ใช้สายตาชำเลืองดูที่ลูกบอล 2.ใช้ข้างเท้าด้านใน (ลูกแป) สัมผัสลูกบอลเบาๆ 3.การพาลูกบอลให้เคลื่อนที่ไปนั้นต้องสัมผัสเบาๆ ไม่ใช่การเตะและลูกบอลต้องห่างตัวไม่เกิน 1 ก้าว 4.ให้ใช้ข้างเท้าด้านในทั้ง 2 ข้างสัมผัสสลับกันไป 5.ในขณะที่เลี้ยงลูกบอล ต้องไม่เกร็งตัวหรือส่วนต่างๆ โดยเฉพาะเอวต้องอ่อน การเลี้ยงลูกบอลด้วยข้างเท้าด้านนอก วิธีการฝึกปฏิบัติ การเลี้ยงลูกบอลด้วยข้างเท้าด้านนอก มีวิธีปฏิบัติดังนี้ 1.ตามองไปยังทิศทางที่พาลูกไป หรือชำเลืองดูลูกบอลเป็นครั้งคราว 2.ใช้เท้าด้านนอกทั้งเท้าซ้ายและเท้าขวาหรืออาจจะใช้ข้างเท้า ด้านในและด้านนอกช่วยในบ้างโอกาส 3.เขี่ยลูกบอลไปข้างหน้าเบา ๆ แล้วจึงตามลูกไป ให้น้ำหนักตัวโน้มไปข้างหน้า เข่าอยู่เหนือลูก ปลายเท้า บิดเข้าข้างในเล็กน้อย ในขณะที่เขี่ยลูกควรวิ่งด้วยปลายเท้าเพื่อสะดวกต่อการเขี่ยลูก การเตะลูกโด่ง 1.วางเท้าหลักอยู่หลังลูกบอล เท้าห่างจากลูกบอลประมาณ 1 ฝ่ามือ(10เซนติเมตร) 2.ขณะเตะลูกบอลให้ลูกสัมผัสเท้าบริเวณข้อเท้าด้านใน(ตาตุ่ม)หรือต่ำกว่าเล็กน้อย 3.ขณะเตะลูกบอลให้เกร็งข้อเท้า เข่า โดยยกสูงจากพื้นเล็กน้อย 5-10 เซนติเมตร 4.สัมผัสลูกบอลส่วนล่างหรือใต้ลูกบอล ขณะที่ลูกบอลกลิ้งเข้ามา หรือวางอยู่บนพื้น บริเวณปลาย เท้าหลักวางอยู่ในแนวลูกบอล 5.เหวี่ยงเท้าโดยใช้แรงเหวี่ยงจากสะโพกไปทั้งขา คล้ายลูกตุ้มนาฬิกาออกแรงเตะลูกบอลจากกล้าม เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับข้อต่อต่าง ๆ จากการเตะลูกบอล 6.หลังจากเตะลูกบอลไปแล้ว ปลายเท้าตามลูกบอลไปโดยไม่ต้องเกร็ง


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 18 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา (พลศึกษา) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ทักษะขั้นสูงกีฬาฟุตบอล ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง ทักษะการยิงประตูแบบคนเดียว เวลา 1 ชั่วโมง วันที่………..เดือน………………….พ.ศ…………… ผู้สอน นายนายปัญจพงษ์ สมพะยอม 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ พ 3.1 เข้าใจมีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา ตัวชี้วัด พ 3.1 ป.6/3 เล่นกีฬาไทย กีฬาสากลประเภทบุคคลและประเภททีมได้อย่างละ ๑ ชนิด พ 3.1 ป.6/4 ใช้ทักษะกลไกเพื่อปรับปรุงเพิ่มพูนความสามารถของตนและผู้อื่นในการเล่นกีฬา 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถบอกประโยชน์ของการยิงประตูแบบคนเดียวได้ (K) 2. นักเรียนสามารถทำการยิงประตูแบบคนเดียวได้ (P) 3. นักเรียนเห็นความสำคัญของการยิงประตูแบบคนเดียว (A) 3. สาระสำคัญ ทักษะการยิงประตูแบบคนเดียวเป็นพื้นฐานที่มีความสำคัญมากในการเล่นกีฬาฟุตบอล และถ้ามีทักษะ การยิงประตูที่ดีก็จะสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ 4. สาระการเรียนรู้ ทักษะการยิงประตูแบบคนเดียว 5. สมรรถนะสำคัญ 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการสื่อสาร 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มีวินัย 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. คำถามสำคัญ การยิ่งประตูแบบคนเดียวเป็นแบบไหน


8. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูสำรวจรายชื่อนักเรียนพร้อมตรวจเครื่องแต่งกาย ซักถามว่ามีคนป่วยไหม 2. ครูให้นักเรียนอบอุ่นร่างกายก่อนเล่นกีฬาฟุตบอล ขั้นอธิบายและสาธิต ครูอธิบายวิธีการฝึกและความสำคัญของทักษะการยิงประตูแบบคนเดียว ขั้นปฏิบัติ 1. ครูสาธิตการยิงประตูแบบคนเดียวให้นักเรียนดู 2. ครูให้นักเรียนยิงประตูแบบคนเดียวตามที่ครูสอน ขั้นนำไปใช้ 1. ครูให้นักเรียนบอกหลักการยิงประตูคนเดียว 2. ครูให้นักเรียนยิงประตูคนล่ะ 5 ลูก ขั้นสรุป ครูสุ่มถามนักเรียนเกี่ยวกับประโยชน์ของทักษะการยิงประตูแบบคนเดียว และสรุปบทเรียน 9. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1. ลูกฟุตบอล 2. สนามกีฬาฟุตบอล 10. กระบวนการวัดผลและประเมินผล วิธีการ 1. สังเกตการอธิบายกิจกรรมในชั้นเรียน 2. การทดสอบการยิงประตู 3. สังเกตการณ์เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม เครื่องมือ 1. แบบสังเกตการอธิบายกิจกรรมในชั้นเรียน 2. แบบการทดสอบการยิงประตู 3. แบบสังเกตการณ์เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม เกณฑ์การประเมิน 1.การประเมินการอธิบายกิจกกรมในชั้นเรียน ได้ตั้งแต่ 2 รายการขึ้นไปถือว่าผ่าน 2. การประเมินการยิงประตูได้คะแนนตั้งแต่ 3 คะแนนขึ้นไปถือว่าผ่าน 3.การประเมินการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม ได้ 2 รายการขึ้นไปถือว่าผ่าน


แบบประเมินการตอบคำถามใบงาน เรื่อง การยิงประตูแบบคนเดียว คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เกณฑ์การให้คะแนน 4=ดีมาก 3=ดี 2=พอใช้ 1=ต้องปรับปรุง เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่2 รายการถือว่า “ผ่าน” ลงชื่อ…………………………………………… (................................................) ผู้ประเมิน ............../................/............... เลข ที่ ชื่อ-สกุล รายการ สรุปผลการ ประเมิน อธิบาย หลักการยิงได้ อย่างถูกต้อง และชัดเจน และน่าสนใจ 4 อธิบาย หลักการยิงได้ อย่างถูกต้อง 3 อธิบาย หลักการยิง ถูกต้องบ้าง และไม่ถูกต้อง บ้าง 2 ไม่สามารถ อธิบาย หลักการยิง ได้เลย 1


แบบสังเกตทักษะการปฏิบัติทักษะ คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เกณฑ์คะแนน ยิงเข้า 5 ลูกได้ 5 คะแนน ยิงเข้า 4 ลูกได้ 4 คะแนน ยิงเข้า 3 ลูกได้ 3 คะแนน ยิงเข้า 2 ลูกได้ 2 คะแนน ยิงเข้า 1 ลูกได้ 1 คะแนน เกณฑ์การประเมิน ตั้งแต่3 คะแนนขึ้นไป ถือว่า “ผ่าน” ลงชื่อ…………………………………………… (..................................................) ผู้ประเมิน ................/................/........... เลข ที่ ชื่อ-สกุล รายการ สาธิตปฏิบัติ ทักษะการยิง ประตูได้ 5-4 ประตู (4-5 คะแนน) สาธิตปฏิบัติ ทักษะการยิง ประตูได้ 3 ประคู (3 คะแนน) สาธิตปฏิบัติ ทักษะการยิง ประตูได้ 1-2ประคู (1 -2คะแนน) สรุปผลการประเมิน


แบบสังเกตพฤติกรรมการร่วมกิจกรรมกลุ่ม คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่2 รายการถือว่า “ผ่าน” ลงชื่อ…………………………………………… (.................................................) ผู้ประเมิน ................/................/............ เลขที่ ชื่อ-สกุล รายการ สรุปผลการ ให้ความร่วมมือ ประเมิน กับเพื่อนในกลุ่ม ร่วมกิจกรรมด้วย ความสนุกสนาน สนใจในสื่อและ กิจกรรมที่ครูกำหนด ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 19 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา (พลศึกษา) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ทักษะขั้นสูงกีฬาฟุตบอล ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง ทักษะการยิงประตูแบบ 2 คน เวลา 1 ชั่วโมง วันที่………..เดือน……………………….พ.ศ…………… ผู้สอน นายนายปัญจพงษ์ สม พะยอม 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ พ 3.1 เข้าใจมีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา ตัวชี้วัด พ 3.1 ป.6/3 เล่นกีฬาไทย กีฬาสากลประเภทบุคคลและประเภททีมได้อย่างละ ๑ ชนิด พ 3.1 ป.6/4 ใช้ทักษะกลไกเพื่อปรับปรุงเพิ่มพูนความสามารถของตนและผู้อื่นในการเล่นกีฬา 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนอธิบายหลักการของการยิงประตูแบบคน 2 คนได้ (K) 2. นักเรียนสามารถทำการยิงประตูแบบ 2 คนได้ (P) 3. นักเรียนบอกประโยชน์ของการยิงประตูแบบ 2 คน (A) 3. สาระสำคัญ ทักษะการยิงประตูแบบ 2 คน เป็นทักษะพื้นฐานที่มีความสำคัญมากในการเล่นกีฬาฟุตบอล และถ้ามี ทักษะการยิงประตูที่ดีก็จะสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ 4. สาระการเรียนรู้ ทักษะการยิงประตูแบบ 2 คน 5. สมรรถนะสำคัญ 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการสื่อสาร 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มีวินัย 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. ชิ้นงานหรือภาระงาน ใบงาน การปฏิบัติทักษะการยิงประตูแบบ 2 คน 8. คำถามสำคัญ


Click to View FlipBook Version