คณุ ธรรมและจริยธรรม
สําหรับผบู ริหารการศกึ ษา
Virtue and Ethics for Educational Administrator
พระอธิการบญุ ชวย โชตวิ ํโส, ดร. (อุยวงค)
มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย
วิทยาเขตขอนแกน
คุณธรรมและจริยธรรมสาํ หรับผูบรหิ ารการศกึ ษา
Virtue and Ethics for Educational Administrator
ผเู้ ขยี น : พระอธกิ ารบุญชว่ ย โชตวิ โํ ส, (อุย้ วงค์)
ผูท้ รงคุณวุฒติ รวจสอบ : พระโสภณพัฒนบณั ฑิต, รศ.ดร.
: รศ.ดร.สาํ เร็จ ยุรชยั
: ผศ.ดร.นาคพล เกินชยั
ทป่ี รกึ ษา : พระโสภณพฒั นบณั ฑติ , รศ.ดร.
: ผศ.ดร.วทิ ยา ทองดี
ศิลปะและจดั รปู แบบ : ผศ.ดร.นิเทศ สนนั่ นารี
พิสูจน์อกั ษร : รศ.ดร.ประจติ ร มหาหิง
พิมพ์ครัง้ ท่ี ๑ : พระมหาสาํ รอง สญญฺ โต,ดร.
: รศ.ดร.ประจติ ร มหาหงิ
: ๒๕๖๓
จํานวนพมิ พ์ : ๓๐๐ เล่ม
ข้อมลู ทางบรรณานกุ รมของสาํ นกั หอสมุดแหง่ ชาติ
National Library of Thailand Cataloging in Publication Data
พระอธกิ ารบญุ ชว่ ย โชติวํโส, (อยุ้ วงค)์
คุณธรรมและจริยธรรมสาํ หรบั ผูบ้ รหิ ารการศกึ ษา = Virtue and ethics for educational
administrator
ขอนแกน่ : เอมี่ ก๊อปปี้ เซน็ เตอร,์ ๒๕๖๓.
๑๘๑ หนา้ .
๑. จริยธรรม ๒. การบริหารการศึกษา-แงศ่ ลี ธรรมจรรยา,
I. พระมหาสํารอง สญญฺ โต, ผวู้ าดภาพประกอบ. II. ชือ่ เรอ่ื ง
371.2
ISBN 978-616-568-533-7
ลิขสทิ ธต์ิ าํ ราเรยี นเลม่ นเ้ี ปน็ ของผเู้ ขยี น หา้ มลอกเลียนแบบใดๆ ทั้งส้ิน
นอกจากมีหนงั สอื ขออนุญาตเปน็ ลายลกั ษณอ์ ักษรเท่านัน้
คํานํา
หนังสือ “คุณธรรมและจริยธรรมสําหรับผู้บริหารการศึกษา” ผู้บรรยายได้รวบรวม
เรียบเรียงตามแนวสังเขปของรายวิชา ตามหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหา
จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มวี ัตถุประสงค์ให้นสิ ิตได้ศกึ ษาเก่ยี วคุณธรรมจรยิ ธรรมสําหรับผู้บริหาร
การศกึ ษา
เพ่ือเป็นแนวทางการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเก่ียวคุณธรรมและจริยธรรมสําหรับ
ผู้บริหารการศึกษา เร่ิมจากการนิยามความหมายลักษณะและองค์ประกอบ กําเนิดและ
พัฒนาการ ประเภทคุณค่าความสําคัญและประโยชน์จนกระท่ังวิธีการศึกษาศาสนาถือว่าเป็น
การทําความเข้าใจบริบทด้านต่างๆอันเป็นพ้ืนฐานของศาสนาทั้งหลาย การศึกษาคุณธรรมและ
จริยธรรมนั้นเป็นการทําความเข้าใจธรรมะ จากสภาพปัจจุบันปัญหาของสังคมไทย เป็นท่ี
ยอมรับว่าการขาดคณุ ธรรมจริยธรรมของคนในสงั คมเป็นปัจจัยหลกั ที่ก่อให้เกดิ ปัญหาอ่ืนตามมา
ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การเมืองและการศึกษา จนทําให้ประเทศชาติ
เสียโอกาสในการพัฒนาให้ทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ จึงเป็นเหตุให้รัฐบาลได้มุ่งเน้น
ความสําคัญกับนโยบายทางด้านสังคมในการพัฒนาสังคมโดยองค์รวมเน้นไปที่ การส่งเสริม
ความรัก ความสามัคคี ความสมานฉันท์ของคนไทยในชาติท่ีจักปฏิรูปสังคมให้อยู่เย็นเป็นสุข
ปฏิรูปการศึกษาโดยยึดหลักคุณธรรมนําความรู้ พัฒนาสุขภาวะของประชาชนให้ครอบคลุมท้ัง
มิติทางกาย จิต สังคม และปัญญา บนพ้ืนฐานของคุณธรรมและจริยธรรมในการดํารงชีวิต
สามารถอยูร่ ว่ มกับผู้อืน่ ได้อยา่ งมีความสขุ
หวังว่า หนังสือคุณธรรมและจริยธรรมสําหรับผู้บริหารการศึกษา คงจะได้มีส่วนร่วม
และเป็นแนวทางการศึกษาเพ่ือพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม และเป็นแนวทางการปฏิบัติตนท่ีจะ
เผชิญกบั ภยั ธรรมชาติ เปน็ ประโยชน์ตอ่ สงั คมต่อไป
พระอธกิ ารบญุ ช่วย โชติวโํ ส, ดร. (อ้ยุ วงค์)
พฤษภาคม ๒๕๖๓
คุณธรรมและจริยธรรมสําหรับผูบริหารการศึกษา ค
สารบัญ
สารบัญ
เรอ่ื ง หนา้
คํานาํ ก
สารบัญ ค
บทที่ ๑ ความร้เู บอ้ื งตน้ เกยี่ วกบั คณุ ธรรมและจรยิ ธรรม ๑
๑.๑ ประวัติและความเป็นมาของคุณธรรม–จริยธรรม ๑
๑.๒ แหลง่ กําเนิดคณุ ธรรมและจริยธรรม ๒
๑.๓ ทมี่ าของคุณธรรม ๔
๑.๔ ความหมายของคณุ ธรรม-จรยิ ธรรม สาํ หรับผบู้ รหิ าร ๖
๑.๕ ความสําคัญของคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม ๑๖
๑.๖ สรุป ๒๐
บทท่ี ๒ แนวคิด หลักการ ทฤษฎคี ณุ ธรรมและจรยิ ธรรม ๒๒
๒.๑ หลักการ แนวคิด ทฤษฎีเกย่ี วกับคณุ ธรรมจรยิ ธรรมตะวันตก ๒๒
๒.๒ หลักการ แนวคิด ทฤษฎเี กยี่ วกับคุณธรรมจริยธรรมตามแนวคิดตะวนั ออก ๒๕
๒.๓ หลักการ แนวคดิ ทฤษฎเี กย่ี วกับคุณธรรมจริยธรรมเอเชีย ๒๗
๒.๔ ระดับของจริยธรรม ๓๑
๒.๕ สรุป ๓๔
บทท่ี ๓ แนวคดิ หลักการ ทฤษฎีคณุ ธรรมและจรยิ ธรรมประเทศไทย ๓๕
๓.๑ หลกั การ แนวคดิ ทฤษฎเี กย่ี วกับคณุ ธรรมจรยิ ธรรมประเทศไทย ๓๕
๓.๒ ความแตกต่างของหลักคุณธรรมจรยิ ธรรมระหว่างตะวนั ตก– ตะวันออก ๔๒
๓.๓ สรุป ๔๔
บทที่ ๔ ความรเู้ บื้องตน้ เกย่ี วกับพทุ ธจรยิ ธรรม ๔๖
๔.๑ พุทธจรยิ ธรรม ๔๖
๔.๒ ลักษณะพทุ ธจรยิ ธรรม ๔๘
๔.๓ การจดั ลาํ ดับพุทธจรยิ ธรรม ๕๓
๔.๔ เกณฑต์ ดั สนิ พุทธจรยิ ธรรม ๕๖
๔.๕ สรุป ๕๘
บทท่ี ๕ พุทธจริยธรรมเกย่ี วกับบทบาทหนา้ ที่ ๕๙
๕.๑ พทุ ธจริยธรรมเกีย่ วกบั บทบาทหน้าที่ ๕๙
๕.๒ พุทธจรยิ ธรรมเก่ยี วกบั การแกป้ ญั หา ๖๒
ง พระอธิการบุญชวย โชติวํโส, ดร. (อุยวงค)
สารบัญ
๕.๓ พทุ ธจรยิ ธรรมเกี่ยวกบั การสร้างศรทั ธาต่อความดี ๖๓
๕.๔ พทุ ธจริยธรรมเกย่ี วกบั การปฏบิ ตั ิตนเพอ่ื การดํารงชีวิตที่ดี ๖๕
๕.๕ พุทธจรยิ ธรรมกลุม่ สจั การแหง่ ตน ๖๖
๕.๖ สรุป ๖๙
บทท่ี ๖ หลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนาท่เี หมาะกบั ผบู้ ริหาร ๗๐
๖.๑ ทศพธิ ราชธรรม ๑๐ ประการ ๗๐
๖.๒ อธฐิ านธรรม ๔ ๗๕
๖.๓ พรหมวิหาร ๔ ๗๖
๖.๔ อคติ ๔ ๗๘
๖.๕ สงั คหวัตถุ ๔ ๘๒
๖.๖ อิทธบิ าท ๔ ๘๓
๖.๗ กลั ยาณมติ รธรรม ๗ ๙๗
๖.๘ สรปุ ๙๗
บทที่ ๗ วิเคราะหค์ ณุ ธรรมและจรยิ ธรรมที่เหมาะสาํ หรบั ผบู้ รหิ ารการศกึ ษา ๙๙
๗.๑ แนวคิดการบรหิ ารจดั การองค์กรของผ้นู ําเชิงพุทธ ๙๙
๗.๒ หลักพุทธธรรมท่ีประยุกต์ใชใ้ นองคก์ ร ๑๐๖
๗.๓ หลักพทุ ธธรรมทปี่ ระยกุ ตใ์ ช้ในการบริหารองคก์ ร ๑๐๙
๗.๔ สรปุ ๑๑๔
บทท่ี ๘ จรยิ ธรรมสาํ หรบั นกั บรหิ ารตามหลกั พระพทุ ธศาสนา ๑๑๕
๘.๑ ผูบ้ รหิ ารกบั คุณธรรม จริยธรรม ๑๑๖
๘.๒ ผู้บริหารกับคณุ ธรรม ๑๑๗
๘.๓ ผบู้ รหิ ารกบั จริยธรรม ๑๒๑
๘.๔ หลักจรยิ ธรรมในการดาํ รงชีวติ ๑๒๒
๘.๕ หลกั จรยิ ธรรมทผ่ี ูบ้ รหิ ารควรยึดถือปฏิบัตใิ นการดํารงชีวติ ๑๒๓
๘.๖ ผู้บริหารกบั การสร้างความสมดลุ ๑๒๔
๘.๗ หลกั จริยธรรมเชงิ วชิ าการ ๑๒๖
๘.๘ หลักจริยธรรมเชงิ บรหิ าร ๑๒๗
๘.๙ สรปุ ๑๓๓
บทที่ ๙ จรรยาบรรณวิชาชพี นักบริหารการศกึ ษาและมาตรฐานการปฏบิ ัตติ น ๑๓๔
๙.๑ ความหมายของจรรยาบรรณวชิ าชีพและมาตรฐานการปฏิบตั ติ น ๑๓๔
๙.๒ แนวคิดดา้ นมาตรฐานคุณธรรมและจรยิ ธรรมของนกั บรหิ าร ๑๓๖
๙.๓ มาตรฐานการปฏบิ ัติตนและจรรยาบรรณวิชาชีพด้านการศกึ ษา ๑๓๘
คุณธรรมและจริยธรรมสาํ หรับผูบริหารการศึกษา จ
สารบญั ๑๔๖
๑๕๒
๙.๔ การพฒั นาและการปลกู ฝงั คณุ ธรรมและจริยธรรม ๑๕๔
๙.๕ การกล่อมเกลาทางสังคมและการพัฒนาด้านคุณธรรมและจรยิ ธรรม ๑๕๖
๙.๖ ปัญหาจรยิ ธรรมในองค์การ ๑๕๙
๙.๗ แนวทางและวิธกี ารปลกู ฝังจริยธรรม ๑๖๔
บรรณานกุ รม
ประวัติผเู้ ขยี น
บทท่ี ๑
ความรู้เบอื้ งตน้ เกี่ยวกับคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม
การศึกษาคุณธรรมและจริยธรรมนั้นเป็นการทําความเข้าใจธรรมะ จากสภาพ
ปัจจุบันปัญหาของสังคมไทย เป็นที่ยอมรับว่าการขาดคุณธรรมจริยธรรมของคนในสังคมเป็น
ปจั จัยหลกั ที่ก่อให้เกดิ ปญั หาอน่ื ตามมา ซ่งึ สง่ ผลกระทบต่อเศรษฐกจิ สงั คม วฒั นธรรม การเมอื ง
และการศึกษา จนทําให้ประเทศชาติเสียโอกาสในการพัฒนาให้ทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ
จึงเป็นเหตุให้รัฐบาลได้มุ่งเน้นความสําคัญกับนโยบายทางด้านสังคมในการพัฒนาสังคมโดยองค์
รวมเน้นไปท่ี การส่งเสริมความรัก ความสามัคคี ความสมานฉันท์ของคนไทยในชาติท่ีจักปฏิรูป
สังคมให้อยู่เย็นเป็นสุข ปฏิรูปการศึกษาโดยยึดหลักคุณธรรมนําความรู้ พัฒนาสุขภาวะของ
ประชาชนให้ครอบคลุมทั้ง มิติทางกาย จิต สังคม และปัญญา บนพื้นฐานของคุณธรรมและ
จรยิ ธรรมในการดาํ รงชวี ิต สามารถอยรู่ ่วมกบั ผอู้ นื่ ไดอ้ ย่างมคี วามสขุ
๑.๑ ประวตั แิ ละความเป็นมาของคุณธรรม–จรยิ ธรรม
๑.๑.๑ ประวตั ขิ องคณุ ธรรม – จรยิ ธรรม
ความรู้เบ้ืองต้นเก่ียวกับคุณธรรมและจริยธรรม คุณธรรมและจริยธรรม เป็นเสมือน
บทบัญญัติของความดีและความงามของจิตใจที่ส่งผลให้บุคคลประพฤติดีประพฤติชอบ
คุณธรรมและจริยธรรมจึงเป็นองค์ประกอบที่มีความสําคัญต่อการประกอบการในวิชาชีพของ
บุคคลในทุกสาขาอาชีพ การทําความเข้าใจกับความรู้เบ้ืองตน้ เก่ียวกับคุณธรรมและจรยิ ธรรมจะ
ทําให้ผู้ประกอบวิชาชีพมีความตระหนักถึงคุณประโยชน์และโทษที่เป็นผลสืบเน่ืองจากการมี
คุณธรรมจริยธรรมและการขาดคุณธรรมและจริยธรรม นักจริยศาสตร์และสังคมศาสตร์ได้ให้
ความหมายของคุณธรรมและจริยธรรมท้ังที่เป็นพื้นฐานของความคิดและความหมายท่ีเก่ียวข้อง
และเช่ือมโยงกับพฤติกรรมในด้านอ่ืนๆ ด้วย ดังท่ี อาริสโตเติล (Aristotle) ได้กล่าวถึง
ความหมายของธรรมชาติและคุณธรรมจริยธรรมว่าเป็นคุณลักษณะที่ทําให้ปัจเจกชนท้ังหลาย
อยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข (จําเริญรัตน์ เจือจันทร์)๑ ความสุขจึงมีความเช่ือมโยงกับ
คุณธรรมและจริยธรรมด้วยเช่นกัน จากผลการศึกษาและงานวิจัยคุณธรรมและจริยธรรมใน
หลายสถานการณ์ท่ีแตกต่างกันจะทําให้เกิดความเข้าใจพฤติกรรมด้านคุณธรรมและจริยธรรม
ของผปู้ ระกอบวิชาชีพนั้น ๆ ได้
๑ จําเริญรัตน์ เจือจันทร์, จริยศาสตร์: ทฤษฎีจริยธรรมสําหรับนักบริหารการศึกษา,
(กรุงเทพมหานคร: โอเดยี นสโตร,์ ๒๕๔๘).
๒ พระอธิการบุญชวย โชติวํโส, ดร. (อุยวงค)
บทท่ี ๑ ความรูเบ้ืองตนเก่ียวกับคุณธรรมและจริยธรรม
๑.๒ แหล่งกาํ เนดิ คุณธรรมและจริยธรรม
คุณธรรมและจริยธรรม เป็นหลักการที่มนุษย์ในสังคมควรยึดถือปฏิบัติเพื่อการอยู่
ร่วมกันอย่างเป็นสุขในสังคม ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเกิดคุณธรรมและจริยธรรมขึ้นในสังคม
ตลอดมา เน่ืองจากมีความพยายามที่ต้องการสร้างหลักคุณธรรมและจริยธรรมท่ีเป็นสากลให้
บุคคลเกิดความรู้สึกในเรื่องของคุณธรรมและจริยธรรมในแนวทางที่สอดคล้องกับพฤติกรรม
แหล่งก่อกาํ เนิดของคุณธรรมจริยธรรมอาจแบ่งออกได้เป็น ๒ ประการ คือ
๑.๒.๑ แหล่งกาํ เนิดภายในตัวบคุ คล อริสโตเตลิ (Aristotle)
ได้แยกแยะแหล่งที่เกิดของคุณธรรมว่าเป็นคุณธรรมอนั เกิดจากปัญญา และคณุ ธรรม
อันเกิดจากศีลธรรมและจริยธรรมว่า คุณธรรมอันเกิดจากปัญญา เป็นคุณธรรมในระดับปัจเจก
บุคคล กล่าวคือ ผู้ที่มีสติปัญญามักจะสามารถพัฒนาจริยธรรมได้ด้วยหลักของการคิดไตร่ตรอง
ส่วนคุณธรรมอันเกิดจากศีลธรรมและจริยธรรมนั้น เป็นคุณธรรมที่เกิดจากการปฏิบัติจริงด้วย
การเรียนรู้จากการอยู่ร่วมกัน เป็นการแสดงพฤติกรรมท่ีถูกต้องซึ่งนําไปสู่สภาวะของความเป็น
สุข๒
แหล่งกําเนิดน้ีกล่าวถึงพื้นฐานของมนุษย์ที่ได้มาจากธรรมชาติเป็นตัวกําหนด ซ่ึง
แบง่ แยกออกเปน็ ๒ ประการ คือ
๑) ตัวกําหนดมาจากพันธุกรรมที่ส่งทอดมาจากบรรพบุรุษ มนุษย์เกิดมาพร้อมด้วย
คุณภาพของสมองที่จะพัฒนาข้ึนเป็นความเฉลียวฉลาดด้านปัญญาโดยได้รับการถ่ายทอดส่วนน้ี
มาจากบรรพบุรุษโดยผ่านกระกระบวนการทางพันธุกรรม การพัฒนาของสมองจะดําเนินไปตาม
รหัสพันธุกรรมที่กําหนดไว้ต้ังแต่เกิด แม้ว่าการพัฒนาด้านการคิดและสติปัญญาจะเจริญพัฒนา
ต่อมาภายใต้อทิ ธิพลของการอบรมเล้ียงดแู ละส่ิงแวดล้อม แต่คุณภาพของสมองท่ีบุคคลได้รบั จะ
เป็นพื้นฐานเบ้ืองต้น ดังเช่น ที่พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้ธรรมได้ด้วยตนเองด้วยปัญญาของ
พระองค์ แต่การเกิดมโนธรรมในมนุษย์ พระองค์ได้ทรงแบ่งประเภทของบุคคลออกเป็นดอกบัว
ประเภทต่างๆ บุคคลท่ีเป็นประเภทดอกบัวท่ีอยู่บานชูช่อเหนือน้ํา คือ บุคคลท่ีสามารถเรียนรู้
และประจักษ์ในความดีและความช่ัวด้วยปัญญาน่ันเอง ส่วนบุคคลท่ีเป็นประเภทดอกบัว
ประเภทอื่น ๆ ก็อาจสามารถรู้ผิดชอบช่ัวดีได้ด้วยการอบรมส่ังสอนตามระดับความสามารถของ
สติปัญญา นอกจากน้ี สัญชาตญาณแห่งชีวิต (Life instinct) ของมนุษย์ ทําให้มนุษย์คิดหา
แนวทางในการท่ีจะมีชีวิตอยู่รอด และการมีสติปัญญาในระดับที่สูง ทําให้มนุษย์สามารถคิด
พิจารณา และแยกแยะเหตแุ ละผลไดเ้ พื่อมชี วี ิตอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน
๒ จําเริญรัตน์ เจือจันทร์, จริยศาสตร์ : ทฤษฎีจริยธรรมสําหรับนักบริหารการศึกษา,
(กรุงเทพมหานคร: โอเดียนสโตร์, ๒๕๓๗).
คุณธรรมและจริยธรรมสําหรับผูบริหารการศึกษา ๓
บทท่ี ๑ ความรูเบ้ืองตนเก่ียวกับคุณธรรมและจริยธรรม
๒) ตัวกําหนดมาจากสภาพจิต จากแนวความคิดท่ีว่าจริยธรรมมีแหล่งกําเนิดจาก
ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ซึ่งเกิดข้ึนจากมโนธรรมท่ีอยู่ในความรู้สึกนึกคิด ดังน้ัน แหล่งกําเนิดของ
คุณธรรมและจริยธรรมจึงเป็นคุณภาพของสมองในการคิด และคุณภาพของจิตที่สามารถ
แยกแยะความถูก ความผิดได้เป็นพ้ืนฐาน สภาพของจิตน้ันทําให้บุคคลจดจําสิ่งที่เป็นเคียดแค้น
บาดหมางใจ หรือรู้สึกผิดตลอดเวลากับการตัดสินท่ีพลาดพลั้งไป ดังนั้นสภาพจิตก่อให้เกิด
อารมณ์และความรู้สึกที่อาจนําไปสู่การมีคุณธรรมและจริยธรรมและการขาดคุณธรรมและ
จรยิ ธรรมไดเ้ ท่าๆ กนั
๑.๒.๒ แหล่งกําเนิดภายนอกตวั บคุ คล สว่ นสาเหตภุ ายนอกตัวบคุ คล
ดวงเดือน พันธุมนาวิน๓ กล่าวว่า ในการท่ีบุคคลน้ันจะทําความดี หรือละเว้นการ
กระทําท่ีไม่น่าพึงปรารถนามากน้อยเพียงใดน้ัน สาเหตุที่สําคัญ คือ คนรอบข้าง กฎระเบียบ
สังคม วัฒนธรรมและสถานการณ์ทีบ่ ุคคลประสบอยู่ นอกจากสภาพแวดล้อมในการทํางาน การ
มีหรือการขาดแคลนส่ิงเอ้ืออํานวยในการทาํ งาน ตลอดจนบรรยากาศทางสงั คมในท่ีทํางาน กลุ่ม
เพื่อนและวัฒนธรรมในองค์กร จะมีผลต่อพฤติกรรมการทํางาน และสุขภาพจิต ตลอดจน
ความสขุ ความพอใจในการทาํ งาน
วริยา ชินวรรโณ๔ ได้อธิบายถึงอิทธิพลที่เป็นผลต่อการเกิดคุณธรรมและจริยธรรม
ในประเทศไทยซึ่งเร่ิมมีขึ้นในสมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซ่ึงอาจกล่าวได้ว่าเป็น
รากฐานของแหล่งคุณธรรมจริยธรรม ซง่ึ สามารถนํามาอธบิ ายได้ ดังน้ี
๑) อิทธิพลของคําสาบานกฎหมาย ระเบียบและวินัย หลักจริยธรรมที่ได้จากคํา
สาบาน ถือเป็นราชประเพณีท่ีผู้บริหารบ้านเมืองต้องกระทํา นอกจากกฎหมายท่ีระบุไว้เป็น
จริยธรรมหรือวินัยของ ผู้ปฏิบัติงาน การให้คําสาบานจึงเป็นการกําหนดพฤติกรรมที่เป็น
คุณธรรมจริยธรรมซ่ึงเป็นเง่ือนไขผูกมัดด้วย วาจาท่ีเชื่อมโยงกับความศักด์ิสิทธิ์ของพิธีกรรม ซ่ึง
ทําให้เกิดเป็นข้อกําหนดแนวทางความประพฤติซ่ึงมีวัฒนธรรม เป็นตัวกํากับอยู่ด้วยและอาจ
กลายมาเป็นกฎเกณฑใ์ นทีส่ ุด
๒) อิทธิพลของศาสนา ทกุ ศาสนาย่อมมีคาํ ส่ังสอนเป็นศีลและธรรมให้บุคคลผู้นบั ถือ
และ ศรัทธาใหก้ ารยอมรบั และเช่ือฟัง พร้อมท่ีจะปฏิบตั ิตามโดยไม่มเี งือ่ นไข ดังเชน่ พทุ ธศาสนา
ซ่ึงเป็นศาสนา ประจําชาติของประเทศไทย ได้กล่าวแถลงธรรมในการบริหารจัดการและการ
๓ ดวงเดอื น พนั ธมุ นาวิน, จติ วิทยาจรยิ ธรรมและจติ วิทยาภาษา, (กรุงเทพมหานคร: ไทยวฒั นา
พานิช, ๒๕๒๔), หนา้ ๑๒๐.
๔ วริยา ชินวรรโณ, จริยธรรมของพลเมืองไทยในระบอบประชาธิปไตย : ประมวลองค์ความรู้
ประสบการณ์, (กรุงเทพมหานคร: ศนู ยห์ นงั สือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั , ๒๕๔๖), หน้า ๒๒๐.
๔ พระอธิการบุญชวย โชติวํโส, ดร. (อุยวงค)
บทท่ี ๑ ความรูเบื้องตนเกี่ยวกับคุณธรรมและจริยธรรม
ปกครอง แผ่นดินของพระมหากษัตริย์ อันได้แก่ ทศพิธราชธรรม จักรวรรดิวัตร ราชสังคหวัตถุ
และราชวสดีธรรม เป็นต้น (วริยา ชินวรรโณ)๕ ธรรมเหล่าน้ีอันที่จริงแล้วเป็นหลักธรรมท่ี
ขา้ ราชการ ผู้บริหารและผูป้ ระกอบวิชาชพี ต่าง ๆ ควรยดึ ถอื ปฏิบตั ติ ามดว้ ย
๑.๓ ทม่ี าของคณุ ธรรม
แหล่งกําเนิดน้ีกล่าวถึงพ้ืนฐานของมนุษย์ท่ีได้มาจากธรรมชาติเป็นตัวกําหนด ซ่ึง
แบง่ แยกออกเปน็ ๒ ประการ คือ
๑) ตัวกําหนดมาจากพันธุกรรมท่ีส่งทอดมาจากบรรพบุรุษ มนุษย์เกิดมาพร้อมด้วย
คุณภาพของสมองท่ีจะพัฒนาข้ึนเป็นความเฉลียวฉลาดด้านปัญญาโดยได้รับการถ่ายทอดส่วนนี้
มาจากบรรพบรุ ุษโดยผ่านกระบวนการทางพันธุกรรม การพฒั นาของสมองจะดําเนินไปตามรหัส
พนั ธุกรรมทกี่ ําหนดไวต้ ั้งแต่เกดิ แม้ว่าการพัฒนาด้านการคิดและสติปญั ญาจะเจริญพัฒนาต่อมา
ภายใต้อิทธิพลของการอบรมเล้ียงดูและสิ่งแวดล้อม แต่คุณภาพของสมองที่บุคคลได้รับจะเป็น
พ้ืนฐานเบื้องต้น ดังเช่น ที่พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้ธรรมได้ด้วยตนเองด้วยปัญญาของพระองค์
แต่การเกิดมโนธรรมในมนุษย์ พระองค์ได้ทรงแบ่งประเภทของบุคคลออกเป็นดอกบัวประเภท
ต่างๆ บุคคลที่เป็นประเภทดอกบัวที่อยู่บานชูช่อเหนือน้ํา คือ บุคคลที่สามารถเรียนรู้และ
ประจักษ์ในความดีและความช่ัวด้วยปัญญานั่นเอง ส่วนบุคคลที่เป็นประเภทดอกบัวประเภท
อน่ื ๆ กอ็ าจสามารถรู้ผดิ ชอบชั่วดไี ด้ด้วยการอบรมสง่ั สอนตามระดับความสามารถของสติปญั ญา
นอกจากน้ี สัญชาตญาณแห่งชีวิต (Life instinct) ของมนุษย์ ทําให้มนุษย์คิดหาแนวทางในการ
ที่จะมีชีวิตอยู่รอด และการมีสติปัญญาในระดับที่สูง ทําให้มนุษย์สามารถคิด พิจารณา และ
แยกแยะเหตแุ ละผลไดเ้ พื่อมีชีวติ อยู่รอดไดอ้ ย่างยั่งยนื
๒) ตัวกําหนดมาจากสภาพจิต จากแนวความคิดท่ีว่าจริยธรรมมีแหล่งกําเนิดจาก
ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ซึ่งเกิดข้ึนจากมโนธรรมท่ีอยู่ในความรู้สึกนึกคิด ดังนั้น แหล่งกําเนิดของ
คุณธรรมและจริยธรรมจึงเป็นคุณภาพของสมองในการคิด และคุณภาพของจิตท่ีสามารถ
แยกแยะ ความถูก ความผิดไดเ้ ปน็ พ้ืนฐาน สภาพของจิตน้ันทาํ ให้บุคคลจดจําสิ่งท่ีเป็นเคียดแค้น
บาดหมางใจ หรือรู้สึกผิดตลอดเวลากับการตัดสินที่พลาดพลั้งไป ดังนั้นสภาพจิตก่อให้เกิด
อารมณ์และความรู้สึกที่ อาจนําไปสู่การมีคุณธรรมและจริยธรรมและการขาดคุณธรรมและ
จริยธรรมได้เทา่ ๆ กนั
แต่อย่างไรก็ตามคุณธรรมและจริยธรรมมีความสัมพันธ์กับสติปัญญา นักบริหาร
การศึกษาท่ีมีคุณสมบัติด้านสติปัญญาย่อมได้เปรียบในด้านความคิดและการแสวงหาเหตุผล
และสามารถพิจารณาผลท่ีจะบังเกิดข้ึนจากการกระทําของตนได้ นักบริหารที่มีสติปัญญาใน
๕ เร่อื งเดียวกัน, หนา้ ๒๒๓.
คุณธรรมและจริยธรรมสําหรับผูบริหารการศึกษา ๕
บทท่ี ๑ ความรูเบื้องตนเกี่ยวกับคุณธรรมและจริยธรรม
ระดบั สูงจะเป็นผู้ท่ีสามารถคิดแก้ปัญญาโดยยึดหลักเหตผุ ลท่ใี ห้ประโยชน์สุขแก่ตนเองและไม่ทํา
ใหต้ นเองได้รับความเดือดร้อนใน ภายหลังได้ ซงึ่ กล่าวไดว้ ่าเกิดเป็นผลประโยชนท์ ่ียังความสุขมา
ใหอ้ ยา่ งยง่ั ยนื
(๑) แหลง่ กําเนดิ ภายนอกตวั บุคคล สว่ นสาเหตภุ ายนอกตัวบุคคล
ดวงเดือน พันธุมนาวิน๖ กล่าวว่า ในการที่บุคคลนั้นจะทําความดี หรือละเว้นการ
กระทําท่ีไม่น่าพึงปรารถนามากน้อยเพียงใดนั้น สาเหตุที่สําคัญ คือ คนรอบข้าง กฎระเบียบ
สังคม วัฒนธรรมและสถานการณ์ทบ่ี ุคคลประสบอยู่ นอกจากสภาพแวดล้อมในการทํางาน การ
มหี รือการขาดแคลนสง่ิ เอ้ืออํานวยในการทาํ งาน ตลอดจนบรรยากาศทางสังคมในท่ีทํางาน กลุ่ม
เพ่ือนและวัฒนธรรมในองค์กร จะมีผลต่อพฤติกรรมการทํางาน และสุขภาพจิต ตลอดจน
ความสุขความพอใจในการทาํ งาน
วริยา ชินวรรโณ๗ ได้อธบิ ายถึงอิทธิพลทีเ่ ป็นผลตอ่ การเกิดคุณธรรมและจริยธรรมใน
ประเทศไทยซ่ึงเริ่มมีขึ้นในสมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นรากฐาน
ของแหล่งคุณธรรมจรยิ ธรรม ซึง่ สามารถนาํ มาอธบิ ายได้ ดงั นี้
๑) อิทธิพลของคําสาบานกฎหมาย ระเบียบและวินัย หลักจริยธรรมท่ีได้จากคํา
สาบาน ถือเป็นราชประเพณีท่ีผู้บริหารบ้านเมืองต้องกระทํา นอกจากกฎหมายท่ีระบุไว้เป็น
จรยิ ธรรมหรือวินัยของผู้ปฏบิ ตั งิ าน การให้คําสาบานจึงเป็นการกาํ หนดพฤติกรรมทีเ่ ป็นคุณธรรม
จริยธรรมซ่ึงเป็นเง่ือนไขผูกมัดด้วยวาจาที่เช่ือมโยงกับความศักดิ์สิทธ์ิของพิธีกรรม ซึ่งทําให้เกิด
เป็นข้อกําหนดแนวทางความประพฤติซึ่งมีวัฒนธรรมเป็นตัวกํากับอยู่ด้วยและอาจกลายมาเป็น
กฎเกณฑ์ในท่สี ุด ส่วนในเร่อื งของกฎหมายในปัจจบุ ัน นกั บริหารตอ้ งคํานึงถงึ หลกั กฎหมายอยา่ ง
เป็นธรรม กฎหมายบ้านเมืองเป็นตัวกําหนดคุณธรรมและจริยธรรมในด้านการกระทําต่อกันใน
การดําเนนิ ชีวิตและการประกอบอาชีพ เพอื่ ขจดั ความขัดแย้งระหว่างประชาชนในประเทศน้นั ๆ
ประชาชนจําเป็นจะต้องเรียนรู้และต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เป็นเป็นกฎหมาย สําหรับ
ประชาชนซ่ึงส่วนใหญ่จะเป็นการดําเนินชีวิตประจําวันซึ่งเป็นเร่ืองของ คุณธรรมและจริยธรรม๘
พบว่า การท่บี ุคคลรู้วา่ อะไรดีอะไรเหมาะสมและสําคญั นั้นไม่เพยี งพอ ท่จี ะทําให้เขามพี ฤตกิ รรม
ตามนั้นได้ เพราะคนท่ีทําผิดกฎหมาย เช่น ไปลักทรัพย์หรือทําร้ายร่างกายผู้อ่ืน ไม่ได้ทําไป
๖ ดวงเดือน พันธมุ นาวนิ , จติ วทิ ยาจรยิ ธรรมและจติ วทิ ยาภาษา, (กรุงเทพมหานคร: ไทยวฒั นา
พานชิ , ๒๕๒๔), หน้า ๒๐.
๗ วริยา ชินวรรโณ, จริยธรรมของพลเมืองไทยในระบอบประชาธิปไตย: ประมวลองค์ความรู้
ประสบการณ์, (กรงุ เทพมหานคร: ศนู ยห์ นงั สือจุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย, ๒๕๔๖), หน้า ๒๒๐.
๘ ดวงเดือน พันธุมนาวิน. จิตวิทยาจริยธรรมและจิตวิทยาภาษา. (กรุงเทพมหานคร: ไทยวัฒนา
พานชิ , ๒๕๒๔), หน้า ๓๔.
๖ พระอธิการบุญชวย โชติวํโส, ดร. (อุยวงค)
บทที่ ๑ ความรูเบื้องตนเกี่ยวกับคุณธรรมและจริยธรรม
เพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่ทําไปทั้งๆ ที่รู้ว่าผิด เพราะหลังจากท่ีกระทําลงไปแล้วก็จะหลบหนี
ซ่อนตัวเพราะกลัวถกู จับมา ลงโทษน่นั เอง นกั บริหารก็เชน่ กัน เมื่อรตู้ ัวว่ากระทําผิดมักจะรู้แกใ่ จ
และมกั จะแสดงพฤตกิ รรมอนื่ ๆ เพือ่ กลบเกล่ือน
๒) อิทธิพลของศาสนา ทุกศาสนาย่อมมีคําสั่งสอนเป็นศีลและธรรมให้บุคคลผู้นับถือ
และศรัทธาให้การยอมรับและเช่ือฟงั พรอ้ มที่จะปฏิบัติตามโดยไม่มีเง่ือนไข ดังเช่น พทุ ธศาสนาซ่ึง
เป็นศาสนาประจําชาติของประเทศไทย ได้กล่าวแถลงธรรมในการบริหารจัดการและการปกครอง
แผ่นดิน ของพระมหากษัตรยิ ์ อันไดแ้ ก่ ทศพธิ ราชธรรม จกั รวรรดิวัตร ราชสงั คหวัตถุ และราชวสดี
ธรรม เป็นต้น๙ ธรรมเหล่าน้ีอันท่ีจริงแล้วเป็นหลักธรรมท่ีข้าราชการ ผู้บริหารและผู้ประกอบ
วิชาชีพตา่ งๆ ควรยึดถอื ปฏบิ ตั ติ ามดว้ ย
๑.๔ ความหมายของคุณธรรม-จรยิ ธรรม สําหรับผู้บรหิ าร
๑.๔.๑ ความหมายของคณุ ธรรม (Moral)
ความหมายของคําว่า คุณธรรม นี้ มีนักการศึกษาหลายท่าน ได้เสนอแนวคิดซ่ึงเป็น
ที่ยอมรับโดยท่ัวไป ได้แก่ “คุณธรรม” คือ คุณ + ธรรมะ คุณงามความดีที่เป็นธรรมชาติ
กอ่ ให้เกิด ประโยชน์ตอ่ ตนเองและสงั คม ซ่ึงรวมสรปุ วา่ คือ สภาพคณุ งาม ความดี
ผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านและหน่วยงานที่เก่ียวข้องกับการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมได้
ให้ความหมายของคําว่า “คุณธรรมและจรยิ ธรรม” ไว้อย่างมากมายหลายความหมาย ซึง่ จะขอ
ยกมาเฉพาะที่เห็นว่าสําคญั เพอื่ เปน็ ประโยชนต์ อ่ การศึกษาวิจยั ในคร้งั น้ี ไดแ้ ก่
พจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒๑๐ ได้อธิบายว่า คุณธรรม เป็นคําที่ทุก
คนได้รู้จัก ได้สัมผัสคุ้นเคย แต่ความหมายที่แต่ละคนเข้าใจหรืออธิบาย ก็แตกต่างกันไปท้ังน้ี
ขึ้นอยู่กับแนวคิดของแต่ละบุคคล และแต่ละศาสตร์ อันเป็นพื้นฐานของบุคคลนั้นๆ ตาม
ความหมายที่ปรากฏในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน คุณธรรม หมายถึง สภาพคุณงาม
ความดี
๙ วริยา ชินวรรโณ, จริยธรรมของพลเมืองไทยในระบอบประชาธิปไตย: ประมวลองค์ความรู้
ประสบการณ,์ หนา้ ๒๒๓.
๑๐ ราชบัณฑิตยสถาน, พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๒๕, พิมพ์ครั้งที่ ๕, พิมพ์
ลักษณ,์ (กรงุ เทพมหานคร: อักษรเจรญิ ทศั น์, ๒๕๓๘), หนา้ ๕๖.
คุณธรรมและจริยธรรมสาํ หรับผูบริหารการศึกษา ๗
บทที่ ๑ ความรูเบื้องตนเกี่ยวกับคุณธรรมและจริยธรรม
พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต)๑๑ ได้กล่าวไว้ว่า คุณธรรมเป็นคุณภาพของจิตใจ
กลา่ วคอื คณุ สมบัติท่ีเสริมสรา้ งจิตใจให้ดงี าม ใหเ้ ป็นจติ ใจทีส่ ูง ประณตี และประเสริฐ เช่น
เมตตา คือ ความรกั ปรารถนาดี เป็นมติ ร อยากใหผ้ ูอ้ ื่นมีความสุข
กรุณา คอื ความสงสารอยากชว่ ยเหลือผูอ้ ่นื ใหพ้ น้ จากความทุกข์
มุทิตา คือ ความพลอยยินดี พร้อมที่จะส่งเสริมสนับสนุนผู้ท่ีประสบความสําเร็จให้มี
ความสขุ หรือก้าวหนา้ ในสิง่ ทีด่ ีงาม
อุเบกขา คือ การวางตัววางใจเป็นกลาง เพ่ือรักษาธรรม เม่ือผู้อื่นจะต้องรับผิดชอบ
ตอ่ การกระทาํ ของเขาตามเหตแุ ละผล
บญุ มี แท่นแกว้ ๑๒ ไดใ้ หค้ วามหมายวา่ หมายถึง “ศีลธรรม คณุ ธรรม” อนั เป็นธรรมะ
ที่ควรประพฤติ เช่น เบญจศีล หิริโอตตัปปะ อิทธิบาท ๔ กุศลกรรมบถ ๔ อริยมรรคมีองค์ ๘
เปน็ ตน้ ฉะนน้ั จรยิ ธรรมกค็ ือ ค่านยิ มระดบั ต่างๆ ซึ่งสังคมและบุคคลจาํ เปน็ ตอ้ งยึดม่ันถอื มนั่
ดวงเดือน พนั ธุมนาวิน๑๓ ให้ความหมายว่า คุณธรรม หมายถึง สิ่งที่คน ส่วนใหญ่ใน
สังคมเหน็ วา่ ดี เชน่ ความซอ่ื สัตย์ การมีวนิ ัย ประหยดั เป็นต้น
กีรติ บุญเจือ๑๔ ให้ความหมายว่า “คุณธรรม เป็นสมบัติของบุคคล ซึ่งทําให้ผู้มี
คุณธรรมรู้จักแสวงหาคุณงามความดี และทําให้เขาได้บรรลุถึงจุดหมายอันดีเลิศ ทั้งในด้าน
ความประพฤติทว่ั ไปหรือขอบเขตทจี่ ํากัดแห่งความประพฤติ”
ธานินทร์ กรัยวิเชียร๑๕ ให้ความหมายว่า “คุณธรรม” ว่าคือสภาพคุณงามความดี
เราอาจกล่าวได้ว่า การที่จะวินิจฉัยว่าบุคลใดมีคุณธรรมดีเด่นมากน้อยเพียงใดนั้น ย่อมต้อง
พิจารณาโดยรวมว่า บุคคลนั้นมีอุปนิสัยและประพฤติตนเป็นอย่างไร ดํารงตนอยู่ในกรอบของ
กฎหมายและศลี ธรรมเพียงใด เปน็ ผู้มีความรบั ผิดชอบต่อหน้าทก่ี ารงานและสงั คมอย่างไร และ
เปน็ ผูท้ ี่ยดึ มั่นในความถกู ต้องชอบธรรมเพียงใด
๑๑ พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต), พุทธธรรม, พิมพ์ครั้งท่ี ๙, (กรุงเทพมหานคร: มหาจุฬาลงกรณ
ราช วิทยาลยั , ๒๕๔๓), หน้า ๑๔.
๑๒ บญุ มี แท่นแก้ว, จรยิ ธรรมกบั ชีวติ , พมิ พ์ครง้ั ที่ ๖, (กรุงเทพมหานคร: โอเดียนสโตร,์ ๒๕๔๑),
หน้า ๓๕.
๑๓ ดวงเดือน พันธุมนาวิน, จิตวิทยาจริยธรรมและจิตวิทยาภาษา, (กรุงเทพมหานคร: ไทย
วฒั นาพานชิ , ๒๕๒๔), หนา้ ๓๖.
๑๔ กีรติ บุญเจือ, “บทบาทของสถาบันศาสนาในการจัดการศึกษา แห่งชาติ”, รายงานการวิจัย
(กรงุ เทพมหานคร: มหาวทิ ยาลยั อสั สัมชัญ, ๒๕๔๑), หน้า ๖๕.
๑๕ ธานินทร์ กรัยวิเชียร, คุณธรรมและจริยธรรมของผู้บริหาร, พิมพ์ครั้งท่ี ๓,(กรุงเทพมหานคร :
โรงพมิ พช์ วนพิมพ,์ ๒๕๔๘), หนา้ ๗๓.
๘ พระอธิการบุญชวย โชติวํโส, ดร. (อุยวงค)
บทที่ ๑ ความรูเบ้ืองตนเก่ียวกับคุณธรรมและจริยธรรม
วศิน อินทสระ๑๖ ได้ให้ความหมายคุณธรรม ตามหลักจริยศาสตร์ไว้ว่า คุณธรรม
คือ อุปนิสัยอันดีงามซึ่งส่ังสมอยู่ในดวงจิต อุปนิสัยอันนี้ได้มาจากความพยายามและความ
ประพฤติติดต่อกันมาเป็นเวลานาน พร้อมอธิบายและได้ให้ความหมายอันส้ันว่า คุณธรรม คือ
ความลํา้ เลศิ แหง่ อปุ นิสยั
คุณธรรม คือ คุณ + ธรรมะ คุณงามความดีที่เป็นธรรมชาติ ก่อให้เกิด ประโยชน์ต่อ
ตนเองและสงั คม๑๗
นอกจากน้ี วศิน อินทสระ ยังได้สรุปถึงความหมายของคุณธรรม ตามทรรศนะของ
บุคคลต่างๆ ดังนี้
ทรรศนะของโสเครติส (Socratis ก่อน ค.ศ. ๔๖๙ - ๓๙๙)๑๘ ปรัชญาเมธีผู้ยิ่งใหญ่
กล่าวว่าคุณธรรมคือความรู้ (Virtue is Knowledge) โสเครติส ยังกล่าวว่า “ถ้าบุคคลรู้และ
เข้าใจถึงธรรมชาติของความดีจริงๆ แล้ว เขาจะไม่พลาดจากการประกอบกรรมดี เขาจะไม่ทํา
ความช่ัวเพราะความไม่รู้นั่นเอง ทําให้เขาต้องทําความชั่ว ความเขลา เป็นความช่ัวร้ายพอๆ กับ
ความรเู้ ป็นคุณธรรมหรือเป็นคนดี ไม่มีใครตั้งใจทําความผิด (None Intentionally does Wong)
ที่เขาทําผิดเพราะเขาไม่รู้ แม้ความเป็นคนพอประมาณโดยไม่รู้ (ว่านั่นคือความพอดี) ก็เป็น
ความไม่พอดี อย่างหน่ึง ความเป็นผู้กล้าหาญโดยไม่รู้จักความกล้าหาญ ก็เป็นความขลาดอย่าง
หน่ึง ดังนั้นทรรศนะของโสเครติสแล้ว ความรู้ก่อให้เกิดสาระคุณธรรม บุคคลไม่เคยทําความผิด
ท้ังๆ ที่รู้เลย” จึงกล่าวได้ว่า โสเครติสกล่าวถึงทรรศนะคุณธรรมคือ ความรู้หรือปัญญาพร้อมทั้ง
นิสัย
ทรรศนะของเพลโต (Plato กอ่ น ค.ศ. ๔๒๗-๓๔๗)๑๙ เห็นว่าคณุ ธรรมท่ีสําคญั มอี ยู่
๔ ประการ คอื
๑. ปญั ญา (ปรัชญาญาณ)
๒. ความกลา้ หาญ
๑๖ วศิน อนิ ทสระ, พุทธจรยิ ศาสตร์, (กรุงเทพมหานคร: โรงพมิ พท์ องกวาว, ๒๕๔๑).
๑๗ รองศาสตราจารย์ ดร.สรุ เดช สาํ ราญจิตต์, เอกสารเผยแพร่ความรู้ การเรียนการสอนทีเ่ กี่ยวกับ
คณุ ธรรมจริยธรรม, [ออนไลน์]. แหล่งท่มี า: http://www.jariyatam.com/moral-cultivation k. pop. [๒๙
มถิ ุนายน ๒๕๕๙].
๑๘ ทรรศนะของโสเครติส (Socratis กอ่ น ค.ศ. ๔๖๙) อ้างใน วศนิ อินทสระ, พทุ ธจริยศาสตร,์
หน้า ๓๙๙.
๑๙ ทรรศนะของเพลโต (Plato ก่อน ค.ศ. ๔๒๗-๓๔๗) อ้างใน วศิน อินทสระ, พุทธจริยศาสตร์,
หนา้ ๓๙๙.
คุณธรรมและจริยธรรมสําหรับผูบริหารการศึกษา ๙
บทที่ ๑ ความรูเบ้ืองตนเก่ียวกับคุณธรรมและจริยธรรม
๓. ความพอประมาณ (รจู้ ักประมาณ)
๔. ความยตุ ธิ รรม
ทรรศนะเพลโต ถือว่า ปัญญาสําคัญที่สุด โอบอ้อมเอาคุณธรรมอ่ืน ๆ ไว้ด้วยกัน
ทํานองเดียวกันที่พระพุทธเจ้าทรงถือเอาความไม่ประมาทเป็นธรรมสําคัญที่สุดเกินกว่าธรรมท้ัง
ปวง เพราะความไมป่ ระมาทโอบออ้ มเอาคุณธรรมอ่นื ๆ ไว้หมด
ทรรศนะอริสโตเติล (Aristotle ก่อน ค.ศ. ๓๘๔ - ๓๒๒)๒๐ ยอมรับคุณธรรม ๔
ประการของเพลโต แต่เน้นความรับผิดชอบ เพราะถือว่าคุณธรรมคือความพอดี พองาม ไม่
เอียงสุดไปด้านใดด้านหนึ่ง คือ ไม่เกินไปกับไม่หย่อนไป เช่น คุณธรรมคือ ความกล้าหาญเป็น
ท่ามกลางระหว่างความกล้าหาญ บ้าบ่ินกับความขลาด คุณธรรม คือ ความจริงเป็นท่ามกลาง
ระหว่างการพูดจริงกับการดูหม่ินตนเอง หรือถ่อมตนจนเกินไป คุณธรรมคือ ความเสียสละ
เป็นท่ามกลางระหว่างความฟุ่มเฟือย สุรุ่ยสุร่าย กับความตระหนี่เหนียวแน่น ความเห็นของ
อริสโตเติล เข้ากับความเห็นทางพระพุทธศาสนาเร่ืองมัชฌิมาปฏิปทา เป็นข้อปฏิบัติสายกลาง
คือ ไม่ตงึ เกนิ ไป ไม่หยอ่ นเกินไป
ทรรศนะจอห์น ดวิ อี้ (John Dewey, ค.ศ. ๑๘๕๙ – ๑๙๕๒)๒๑ ได้กลา่ ววา่ คณุ ธรรม
จริยธรรมคอื หลกั ความประพฤติท่ีมีการฝกึ อบรมให้เป็นความประพฤติของพลเมืองท่ีดี โดยเน้น
ที่รายบุคคลเท่ากันท่ีตระหนักถึงผลทางสังคมท่ีจะดํารงรูปแบบของสังคมนั้น ดังนั้น หลัก
จริยธรรมจึงไม่มีใครคนใดคนหน่ึงผูกขาดการตัดสิน ไม่ใช่เร่ืองเหนือธรรมชาติ ไม่สร้างรูปแบบ
เฉพาะผูกขาดหรือวิถีชีวิตเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง การแปลความหมายคุณธรรมในชีวิตสังคมซ่ึง
เต็มไปด้วยความเร่งรุดหน้าท่ีจะสร้างลักษณะนิสัยของบุคคลโดยเน้นความสําคัญในด้านจิตใจ
ในการจดั จรยิ ศึกษา
จึงสรุป ความหมายของคุณธรรม คือ หลักความประพฤติท่ีเป็นลักษณะนิสัยท่ีดีงาม
ได้รับการส่ังสมหรือปฏิบัติตามกันมาจากจิตใจโดยมิได้ฝืนใจ ผลจากการกระทํา ก่อให้เกิด
ประโยชน์แก่ผู้ท่ียึดถือโดยตรง และส่งผลให้สังคมของการอยู่ร่วมกันมีความสุข และความเจริญ
งอกงาม หลักคุณธรรมจึงมีความสําคัญอย่างย่ิง สําหรับมนุษย์ที่ต้องอาศัยอยู่ร่วมกัน เพราะ
คุณธรรมเป็นหลกั แห่งความประพฤติ ปฏบิ ัติในทางทถ่ี ูกต้องและดีงาม มีจดุ หมายปลายทางอยู่ที่
คุณงามความดีของสังคมโดยส่วนรวม คุณธรรม คือ จิตรู้สํานึกของคนท่ีมุ่งจะประพฤติแต่ความ
๒๐ ทรรศนะอริสโตเติล (Aristotle ก่อน ค.ศ. ๓๘๔-๓๒๒) อ้างใน วศิน อินทสระ, พุทธจริยศาสตร์,
หนา้ ๓๙๙.
๒๑ ทรรศนะจอห์น ดิวอ้ี (John Dewey, ค.ศ. ๑๘๕๙–๑๙๕๒) อ้างใน วศิน อินทสระ, พุทธจริย
ศาสตร,์ หนา้ ๓๙๙.
๑๐ พระอธิการบุญชวย โชติวํโส, ดร. (อุยวงค)
บทที่ ๑ ความรูเบื้องตนเกี่ยวกับคุณธรรมและจริยธรรม
ดที ง้ั ทางกาย วาจา และใจ ท่ีเป็นประโยชนต์ ่อตนเองและสังคมสว่ นรวมตามบทบาทหน้าที่ของ
ตนเองทม่ี ีอยู่ ลดละความเห็นแกต่ วั แตจ่ ะยังประโยชน์ใหถ้ ึงพรอ้ มเพอื่ ความสงบสขุ ของสงั คม
จากข้อความท่ีกล่าวมาท้ังหมดนี้ พอสรุปได้ว่าคุณธรรมจริยธรรมเป็นรากฐานสําคัญ
ในการพัฒนาคน ปัญหาของสังคมไทยที่ประสบพบเห็นอยู่ทุกวันนี้เกิดจาก “คน” ปัญหาเร่ิมต้น
ที่ “คน” และมีผลกระทบถึง “คน” การแก้ปัญหาสังคมไทยจึงต้องแก้ด้วย “การพัฒนาคน”
เพื่อให้คนมีปัญญา มีความรู้มีคุณธรรมและมีทักษะในการแก้ปัญหาชีวิต ปัญหาจึงอยู่ท่ีว่าเราจะ
พัฒนาคนอย่างไรเพื่อให้คนมีชีวิตที่ดีงามสามารถใช้ความรู้และแก้ปัญหาได้ สร้างสรรค์ได้
ปฏิบัติต่อเทคโนโลยีอย่างถูกต้อง อยู่ในระบบการแข่งขันทางเศรษฐกิจได้ บริโภคผลผลิตด้วย
ปัญญา รู้อะไรดี อะไรชั่ว มีทัศนคติทางจริยธรรมท่ีเหมาะสม ฯลฯ ทั้งหมดนี้เป็นคุณสมบัติของ
คนท่ีมีคุณธรรม การจัดการศึกษาคงต้องยึดหลักสําคัญคือ “ให้ความรู้คูค่ ุณธรรม “ สังคมไทยจึง
จะมีสมาชกิ ของสังคมทเ่ี ป็นทงั้ คนเกง่ และคนดี ดงั คํากลอนของ๒๒ กล่าวไวด้ ังนี้
“เม่อื ความรยู้ อดเย่ียมสงู เทยี มเมฆ แต่คุณธรรมต่าํ เฉกยอดหญา้ นนั่
อาจเสกสรา้ งมจิ ฉาสารพนั ด้วยจติ อนั ไรอ้ ายในโลกา
แม้คุณธรรมเย่ียมถึงเทียมเมฆ แตค่ วามรู้ตา่ํ เฉกเพยี งยอดหญ้า
ยอ่ มเป็นเหยอื่ ทรชนจนระอา ด้วยปญั ญาออ่ นด้อยนา่ นอ้ ยใจ
หากความรู้สงู ล้ําคุณธรรมเลิศ แสนประเสรฐิ กอปรกจิ วินจิ ฉยั
จะพฒั นาประชาราษฎร์ทงั้ ชาตไิ ทย ต้องฝกึ ให้ความรคู้ ู่คณุ ธรรม”
พระเมธีธรรมาภรณ์ (ประยูร ธมมจิตโต)๒๓ กล่าวว่า คุณธรรมคือคุณสมบัติท่ีดีของ
จิตใจ ถ้าปลูกฝังเรื่องคุณธรรมได้จะเป็นพื้นฐานจรรยาบรรณ... จรรยาบรรณนี้เป็นเร่ือง
พฤติกรรมในการทจี่ ะพัฒนาต้องตคี วามออกไปว่า พฤติกรรมเหล่าน้ีมีพ้นื ฐานจากคุณธรรมขอ้ ใด
เช่น เบญจศีลเป็นจริยธรรม เบญจธรรมเป็นคุณธรรมคือ ความเมตตากรุณา ถ้ามีความเมตตา
กรุณาจะ มีฐานของศีลข้อที่ ๑ เป็นต้น
ส่วนจริยธรรม พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๒๕๒๔ ให้ความหมายว่า
“จริยธรรมหมายถงึ ธรรมทีเ่ ปน็ ข้อประพฤติปฏิบตั ิ ศลี ธรรม กฎศลี ธรรม”
๒๒ อําไพ สุจริตกุล, คุณธรรมครูไทย, พิมพ์คร้ังท่ี ๒, (กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์
มหาวทิ ยาลัย, ๒๕๓๔), หนา้ ๑๘๖.
๒๓ พระเมธีธรรมาภรณ์ (ประยูร ธมมจิตโต), คุณธรรมสําหรับนักบริหาร, พิมพ์คร้ังที่ ๒,
(กรุงเทพมหานคร: บริษทั สหธรรมกิ จํากดั , ๒๕๓๘), หนา้ ๑๕-๑๖.
๒๔ ราชบัณฑติ ยสถาน, พจนานกุ รมฉบับราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕, หน้า ๕๖.
คุณธรรมและจริยธรรมสาํ หรับผูบริหารการศึกษา ๑๑
บทท่ี ๑ ความรูเบ้ืองตนเกี่ยวกับคุณธรรมและจริยธรรม
พระเมธีธรรมาภรณ์ (ประยูร ธมฺมจิตโต)๒๕ กล่าวว่าจริยธรรม คือ หลักแห่งความ
ประพฤติ หรือแนวทางการปฏิบัติ หมายถึง แนวทางของการปฏิบัติ หมายถึง แนวทางของการ
ประพฤตปิ ฏิบตั ิ จนใหเ้ ป็นคนดีเพือ่ ประโยชน์สขุ ของตนเองและส่วนรวม
นอกจากนี้พระเมธีธรรมาภรณ์ (ประยูร ธมมจิตโต)๒๖ ยังให้แนวคิดว่าจริยธรรมคือ
หลกั แหง่ ความประพฤติดีงามสาํ หรบั ทกุ คนในสงั คม ถา้ เปน็ ขอ้ ปฏิบตั ทิ ่ัวไป เรยี กว่าจริยธรรม ถ้า
เป็นข้อควรประพฤติที่มีศาสนาเข้ามาเก่ียวข้อง เราเรียกว่า ศีลธรรม แต่ท้ังนี้มิได้หมายความว่า
จริยาธรรมอิงอยู่กับหลักคําสอนทางศาสนาเพียงอย่างเดียว แท้ที่จริงนั้นยังหยั่งรากอยู่บน
ขนบธรรมเนียมประเพณี แมน้ ักปราชญ์คนสาํ คญั เชน่ อรสิ โตเติล คานท์ มหาตมะคานธี ก็มีสว่ น
สร้างจริยธรรมสาํ หรบั เปน็ แนวทางในการดํารงชวี ติ ของคนจํานวนหนึ่ง
จากทัศนะของพระเมธีธรรมาภรณ์ ดังกล่าวข้างต้นน้ี จะเห็นได้ว่าจริยธรรมไม่แยก
เด็ดขาดจากศีลธรรม แต่มคี วามหมายกว้างกว่าศลี ธรรม ศีลธรรมเป็นหลักคาํ สอนที่ว่าด้วยความ
ประพฤติชอบ ส่วนจริยธรรม หมายถึง หลักแห่งความประพฤติดีประพฤติชอบอันวางรากฐาน
อยู่บนหลักคําสอนของศาสนา ปรัชญาและขนบธรรมเนียมประเพณี ท่านผู้น้ีมองจริยธรรมใน
ฐานะที่เปน็ ระบบ อันมีศลี ธรรมเป็นสว่ นประกอบสําคญั แต่ก็มแี นวคดิ ปรัชญา คา่ นยิ ม ตลอดจน
ธรรมเนียมประเพณีเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยจากที่กล่าวมาท้ังหมดพอสรุปได้ว่า คําว่า คุณธรรม
จริยธรรม สองคําน้ีเป็นคําที่มีความหมายเก่ียวข้องกันในด้านคุณงามความดี กล่าวคือ จริยธรรม
คือความประพฤติท่ีถูกต้องดีงามท้ังกายและวาจา สมควรท่ีบุคคลจะประพฤติปฏิบัติ เพื่อให้
ตนเองและคนในสังคมรอบข้างมีความสุข สงบ เยือกเย็น จริยธรรมเป็นเรื่องของการฝึกนิสัยที่ดี
โดยกระทําอย่างต่อเน่ืองสมาํ่ เสมอจนเป็นนสิ ัย ผูม้ ีความประพฤติดีงามอย่างแท้จริงจะตอ้ งเป็นผู้
มีความรู้สึกในด้านดีอยู่ตลอดเวลา คือ มี “คุณธรรม “อยู่ในจิตใจหรืออาจกล่าวได้ว่าจริยธรรม
เปน็ เรื่องของการประพฤติปฏบิ ัติเปน็ พฤติกรรมภายนอก สว่ นคุณธรรมเปน็ สภาพคุณงามความดี
ภายในจิตใจ ซ่ึงท้ังสองส่วนต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน พฤติกรรมของคนท่ีแสดงออกมาท้ังทาง
กายและวาจาน้นั ยอ่ มเกีย่ วเนื่องสัมพนั ธแ์ ละเป็นไปตามความรู้สกึ นกึ คดิ ทางจติ ใจและสตปิ ญั ญา
การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของบุคคลจึงต้องพัฒนาทั้ง ๓ ด้าน ควบคู่กันไป คือ การพัฒนา
ด้านสติปญั ญา ดา้ นจิตใจและดา้ นพฤตกิ รรม
๑.๔.๒ จรยิ ธรรม (Ethics)
สําหรับความหมายของจริยธรรมได้มีนักวิชาการและผู้รู้หลายท่านได้กล่าวถึง
ความหมาย ดงั น้ี
๒๕ พระเมธธี รรมาภรณ์ (ประยูร ธมมจิตโต), คุณธรรมสําหรบั นกั บรหิ าร, หนา้ ๘๑-๘๒.
๒๖ อ้างแลว้ .
๑๒ พระอธิการบุญชวย โชติวํโส, ดร. (อุยวงค)
บทท่ี ๑ ความรูเบ้ืองตนเกี่ยวกับคุณธรรมและจริยธรรม
“จริยธรรม” = จริย + ธรรมะ คือ ความประพฤตทิ ี่เป็นธรรมชาติ เกิดจากคณุ ธรรม
ในตัวเองก่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในสังคม รวมสรุปว่าคือ ข้อควรประพฤติปฏิบัติ
จรยิ ธรรม (Ethics) ความเปน็ ผู้มจี ิตใจสะอาด บรสิ ทุ ธ์ิ เสียสละหรือประพฤตดิ ีงาม
จริยธรรมเป็นเรื่องท่ีนักการศึกษาและนักวิชาการสนใจท่ีจะศึกษา เพื่อนํามา
แก้ปัญหา จริยธรรมในสังคมไทย และหาทางปลูกฝังให้บุคคลในสังคมมีจริยธรรมควบคู่ไปกับ
คุณธรรม เพ่ือการดํารงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข ในการศึกษาจริยธรรมได้มีผู้ให้
ความหมายไว้หลากหลายในทัศนะของตน ไดแ้ ก่
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน๒๗ ให้ความหมายของจริยธรรมไว้ว่า จริยธรรม
หมายถงึ ธรรมท่เี ป็นข้อประพฤตปิ ฏิบตั ิ
เสถียรพงษ์ วรรณปก๒๘ ให้ความหมายว่า จริยธรรมหมายถึงความดีงาม สิ่งที่ควร
ประพฤติ จรยิ ธรรมเปน็ สมุหนาม (คาํ เรียกรวม) ของส่งิ ทค่ี วรประพฤตทิ ัง้ หลาย
ดวงเดือน พันธุมนาวิน๒๙ กล่าวว่า จริยธรรม หมายถึง สํานึกท่ีบุคคลมีในเร่ือง
เก่ียวกับความดี ความช่ัว ความถูก ความผิด ความยุติธรรม ความไม่ยุติธรรม จริยธรรมเป็นคํา
ที่มีความหมายกว้าง พฤติกรรมท่ีเก่ียวข้องกับจริยธรรมอาจมีลักษณะท่ีสังคมต้องการให้มีใน
สมาชกิ ในสงั คมเป็นพฤตกิ รรมทสี่ ังคมชมชอบใหก้ ารสนับสนุนและผกู้ ระทําส่วนมากพอใจวา่ สง่ิ ท่ี
ทํานั้นถูกต้อง เหมาะสม และถ้าเป็นลักษณะพฤติกรรมที่สังคมไม่ต้องการให้มีในสมาชิกใน
สังคม เปน็ การกระทําที่สังคมลงโทษ หรือพยายามจํากัดผู้ปฏิบัติเมือ่ ไปทําแลว้ สว่ นมากจะรู้สึก
ว่าเป็นสง่ิ ท่ีไมถ่ ูกต้องและไม่สมควร
วิทย์ วิศทเวทย์๓๐ กล่าวว่า จริยธรรม หมายถึง ความประพฤติตามค่านิยมอันพึง
ประสงค์โดยใช้จริยศึกษา พฤติกรรมด้านคุณค่าสามารถแยกแยะได้ว่า ส่ิงใดดี ควรทํา ส่ิงใด
ช่ัวควรละเว้น
๒๗ ราชบณั ฑติ ยสถาน, พจนานุกรมฉบับราชบัณฑติ ยสถาน พ.ศ.๒๕๒๕, หนา้ ๑๘๙.
๒๘ เสฐียรพงษ์ วรรณปก, คําบรรยายพระไตรปิฎก, (กรุงเทพมหานคร: หอรัตนตรัยการพิมพ์,
๒๕๔๐), หนา้ ๒๔.
๒๙ ดวงเดือน พันธุมนาวิน, จิตวิทยาจริยธรรมและจิตวิทยาภาษา, (กรุงเทพมหานคร: ไทย
วัฒนาพานชิ , ๒๕๒๔).
๓๐ วิทย์ วิศทเวทย์, จริยศาสตร์เบ้ืองต้น: มนุษย์กับปัญหาจริยธรรม, (กรุงเทพมหานคร: โรง
พิมพอ์ ักษรเจรญิ ทศั น,์ ๒๕๔๐).
คุณธรรมและจริยธรรมสําหรับผูบริหารการศึกษา ๑๓
บทท่ี ๑ ความรูเบ้ืองตนเก่ียวกับคุณธรรมและจริยธรรม
พนัส หันนาคินทร์๓๑ กล่าวว่า จริยธรรม หมายถึง คุณสมบัติทางความ ประพฤติ
(Conduct) ทีส่ ังคมมุ่งหวงั ใหส้ มาชกิ ของสงั คมนัน้ ประพฤติตาม
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช๓๒ ได้ให้ความหมายจริยธรรมว่า จริยธรรม เป็น
หลักท่ชี ว่ ยใหบ้ คุ คลมคี วามรสู้ ึกรบั ผิดชอบชั่วดีและเป็นแนวทางในการตดั สนิ ใจของบุคคลในส่วน
ท่ี เกย่ี วขอ้ งกับ วิธีการ เหตุผล และส่ิงทค่ี วรประพฤติปฏบิ ัติ
พระเมธีธรรมาภรณ์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต)๓๓ ให้ความหมายว่า จริยธรรมหมายถึง
หลักแห่งความประพฤติปฏิบัติชอบ อันวางรากฐานอยู่บนหลักคําสอนของศาสนา ปรัชญา
และขนบธรรมเนียมประเพณี
พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) ๓๔ ได้ให้ความหมายของจริยธรรมไว้ว่า
จรยิ ธรรม “ธรรมคอื ความประพฤต”ิ , “ธรรมคอื การดําเนินชีวิต”, หลกั ความประพฤติ, หลกั การ
ดําเนินชีวิต ; คําว่า “จริยธรรม”นี้ นักปราชญ์ในประเทศไทยได้บัญญัติให้ใช้สําหรับคํา
ภาษาอังกฤษว่า ethics หมายถึง ธรรมท่ีเป็นข้อประพฤติปฏิบัติ ศีลธรรม หรือกฎศีลธรรม; จริ
ยะ (หรือ จริยธรรม) อันประเสริฐ เรียกว่า พรหมจริยะ (พรหมจริยธรรม หรือพรหมจรรย์)
แปลว่า “ความประพฤติอันประเสริฐ” หรือทางดําเนินชีวิตอย่างประเสริฐ หมายถึง มรรคมีองค์
๘ หรอื ศลี สมาธิ ปัญญา
พระราชวรมุนี (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) ๓๕ กล่าวถึงความหมายของจริยธรรมไว้ว่า
จริยธรรมเป็นการแสดงออกหรือการกระทําของบุคคล ในระดับท่ีมองเห็นกัน ที่ปรากฏแก่ผู้อ่ืน
ในลกั ษณะท่ีเก่ยี วข้องกับศลี ธรรม หรือมผี ลกระทบต่อสงั คม
ธรี ะพร อวุ รรณโณ๓๖ ใหค้ วามหมายจรยิ ธรรมไว้ ๓ แบบ คือ
๓๑ พนัส หันนาคนิ ทร์, การบริหารบุคลากรในโรงเรียน, (พษิ ณุโลก: มหาวิทยาลยั ศรีนครนิ ทรวิโรฒ,
๒๕๒๖).
๓๒ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, การจัดการโรงเรียนมัธยมศึกษา, (กรุงเทพมหานคร:
ยูไนเต็ดโปรดคั ช่ัน, ๒๕๒๕).
๓๓ พระเมธธี รรมาภรณ์ (ประยรู ธมมฺ จิตฺโต), คณุ ธรรมสาํ หรบั นกั บริหาร, หนา้ ๑๕-๑๖.
๓๔ พระธรรมปิฎก, (ป.อ. ปยุตฺโต), ธรรมนูญชีวิต พุทธจริยธรรมเพื่อชีวิตที่ดีงาม,
(กรงุ เทพมหานคร: โรงพมิ พก์ ารศาสนา, ๒๕๔๐).
๓๕ พระราชวรมุนี (ประยุทธ์ ปยุตฺโต), ธร รมนูญชีวิต พุทธจริยเพ่ือชีวิตที่ดีงาม,
(กรุงเทพมหานคร: อัมรนิ ทร์การพมิ พ,์ ๒๕๒๙).
๓๖ ธีระพร อุวรรณโณ, ทฤษฎีและการวัดเจตคติ, (กรุงเทพมหานคร: คณะครุศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๓๕).
๑๔ พระอธิการบุญชวย โชติวํโส, ดร. (อุยวงค)
บทที่ ๑ ความรูเบื้องตนเก่ียวกับคุณธรรมและจริยธรรม
แบบที่ ๑ เน้นว่า จริยธรรมเป็นเร่ืองว่าด้วยหลักการ กฎเกณฑ์ มาตรฐาน และ
หนทางในการประพฤติปฏิบัติ
แบบท่ี ๒ เน้นว่า จริยธรรมเป็นเรื่องของการประพฤติปฏิบัติและการกระทําเอง
มากกว่าจะเปน็ เร่อื งของกฎเกณฑ์
แบบท่ี ๓ เน้นว่า เป็นการผนวกแบบที่ ๑ เข้าด้วยกันกับแบบที่ ๒ คือ กฎเกณฑ์
และการประพฤติปฏิบัติในเวลาเดยี วกนั
สิทธพร บุญส่ง๓๗ ได้ให้ความหมายจริยธรรมว่า หมายถึง หลักเกณฑ์ของสังคมท่ี
เป็นแนวทางในการประพฤติท่ีเหมาะสมถูกต้องตามหลักศีลธรรมอันดี ไม่ว่าจะเป็นการ
ประพฤตทิ างกาย วาจา ใจ อันก่อให้เกิดความสุขแกต่ นเอง ผูอ้ ื่นและสงั คม
สุขุมาล เกษมสุข๓๘ ได้ให้ความหมายจริยธรรมไว้ว่า หมายถึง หลักปฏิบัติอันดีงาม
ท่ีบุคคลควรกระทําในฐานะท่ีเป็นสมาชิกท่ีดีของสังคม เพ่ือความสงบสุขในสังคมนั้นๆ
จรยิ ธรรมมักสอดคล้องกบั หลกั ศาสนา กฎหมาย และขนบธรรมเนียมประเพณี
ลําดวน ศรีมณี๓๙ ให้ความหมายว่า ลักษณะทางสังคมของมนุษย์หลายลักษณะที่มี
ขอบเขตรวมถึงพฤติกรรมทางสังคมประเภทต่างๆด้วย ลักษณะของจริยธรรมที่เก่ียวกับ
พฤติกรรม มีคุณสมบตั ิอยู่ ๒ ประเภท คือ
ลกั ษณะทีส่ ังคมตอ้ งการ คือพฤติกรรมท่ีสังคมนิยมชมชอบต้องการให้มีอยู่ในสมาชิก
ของสังคมนั้นและให้การสนับสนุนแก่ผู้ประพฤติดีประพฤติชอบ ยกย่องสรรเสริญให้เป็นผู้มี
เกียรตใิ นสงั คม
ลักษณะที่สังคมไม่ต้องการ คือ พฤติกรรมที่สังคมประณามว่าไม่ดีไม่ต้องการให้มีอยู่
ในสมาชิกของสังคมและไม่สนับสนุนผู้กระทําโดยวิธีการลงโทษให้ผู้มีพฤติกรรมเช่นนั้นเพื่อให้รู้
สาํ นึกวา่ เปน็ สิง่ ไมถ่ กู ตอ้ งไมค่ วรกระทําต่อไป
๓๗ สุทธิพร บุญส่ง, คุณธรรมจริยธรรมกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต, พิมพ์คร้ัง ๑,
(กรุงเทพมหานคร: ทริปเพ้ิล ก๊รุป).
๓๘ สุขุมาล เกษมสุข, การปลูกฝังจริยธรรมแก่เด็ก, (กรุงเทพมหานคร: คณะศึกษาศาสตร์
มหาวิทยาลัยศรีนครนิ ทรวิโรฒ, ๒๕๔๘).
๓๙ ลําดวน ศรีมณี, จริยธรรมและจริยศาสตร์ตะวันออก, (กรุงเทพมหานคร: กองบังคับการ
วชิ าการ โรงเรียนนายรอ้ ยตาํ รวจ, ๒๕๔๖).
คุณธรรมและจริยธรรมสาํ หรับผูบริหารการศึกษา ๑๕
บทที่ ๑ ความรูเบื้องตนเกี่ยวกับคุณธรรมและจริยธรรม
ธานินทร์ กรัยวิเชียร๔๐ ให้ความหมาย “จริยธรรม” ว่า เป็น “ธรรมท่ีเป็นข้อ
ประพฤตปิ ฏิบัต”ิ “ศลี ธรรม” และ “กฎศลี ธรรม”
โคลเบอร์ก (Kohlberg) ๔๑ นักการศึกษาด้านจริยธรรมได้อธิบายว่า จริยธรรมมี
พ้ืนฐานของความยุติธรรม ถือเอาการกระจายสิทธิและหน้าท่ีอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่ได้
หมายถึงหลักเกณฑ์ที่บังคับท่ัวไป แต่เป็นกฎเกณฑ์ที่มีความเป็นสากลท่ีคนส่วนใหญ่รับไว้ในทุก
สถานการณแ์ ละไมม่ กี ารขัดแย้งเป็นอุดมคติ ดังน้ันพนั ธะทางจริยธรรมจึงเป็นการเคารพสทิ ธิข้อ
เรยี กรอ้ งของบุคคลอย่างเสมอภาคกัน
เพียเจต์ (Piaget)๔๒ เชื่อว่า พัฒนาการทางจริยธรรมของมนุษย์เป็นไปตามข้ันและ
ข้ึนอยู่กับวัยตลอดจนความฉลาดของบุคคลในการที่จะรับรู้กฎเกณฑ์และลักษณะต่างๆ ของ
สงั คมตามพฒั นาการทางสติปญั ญาของบุคคลนัน้
ประเวส วะสี๔๓ อธิบายว่า คุณธรรมจริยธรรม คือ คุณสมบัติของมนุษย์อันเป็นไป
เพื่อความสุขของตนเองและการอยู่ร่วมกัน คุณธรรมจริยธรรม จึงหมายถึงการเป็นผู้มีจิตใจ
สูงส่ง ไม่เห็นแก่ตัวฝ่ายเดียว แสดงออกโดยการไม่เบียดเบียน มีความเมตตากรุณา มุ่งช่วยเหลือ
ผอู้ ื่นใหพ้ ้นทุกข์
คําว่า “จริยธรรม” (Ethics) แยกออกเป็น จริย + ธรรม ซึ่งคําว่า จริย หมายถึง
ความประพฤติหรือกิริยาที่ควรประพฤติ ส่วนคําว่า ธรรม มีความหมายหลายประการ เช่น คุณ
ความดี, หลักคําสอนของศาสนา, หลักปฏิบัติ เม่ือนําคําท้ังสองมารวมกันเป็น "จริยธรรม" จึงมี
ความหมายตามตัวอักษรว่า "หลักแห่งความประพฤติ" หรือ "แนวทางของการประพฤติ"
จริยธรรม เป็นสิ่งที่ควรประพฤติ มีท่ีมาจากบทบัญญัติหรือคําส่ังสอนของศาสนา หรือใครก็ได้ที่
เป็นผู้มีจริยธรรม และได้รับความเคารพนับถือมาแล้ว ลักษณะของผู้มีจริยธรรม ผู้มีจริยธรรม
จะเปน็ ผทู้ มี่ คี ณุ ลักษณะดงั น๔้ี ๔
๔๐ ธานินทร์ กรยั วเิ ชยี ร, คณุ ธรรมและจริยธรรมของผู้บรหิ าร, พิมพค์ ร้งั ท่ี ๓, (กรุงเทพมหานคร:
โรงพิมพช์ วนพมิ พ,์ ๒๕๕๐)
๔๑ โคลเบอร์ก (Kohlberg), อ้างใน อ้อมเดือน สดมณี, “การพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม: จาก
แนวคดิ สแู่ นวทางการปฏบิ ตั ”ิ , วารสารพฤติกรรมศาสตร,์ ปที ี่ ๑๗ ฉบบั ที่ ๑ (มกราคม ๒๕๕๔): ๑๙-๓๐.
๔๒ เพียเจต์ (Piajet,1971). อ้างใน อ้อมเดือน สดมณี, “การพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม: จาก
แนวคิดสแู่ นวทางการปฏิบัต”ิ , วารสารพฤตกิ รรมศาสตร,์ ปีที่ ๑๗ ฉบบั ท่ี ๑ (มกราคม ๒๕๕๔): ๑๙-๓๐.
๔๓ ประเวศ วะสี, การจัดการความรู้ : กระบวนการปลดปล่อยมนุษย์สู่ศักยภาพ เสรภี าพ และ
ความสุข, (กรุงเทพมหานคร: สถาบนั สง่ เสริมการจัดการความรู้เพอื่ สังคม, ๒๕๔๘).
๔๔ นาง รัชดาภรณ์ แสนประสิทธิ์, การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคม, [ออนไลน์], แหล่งที่มา:
http://www.jariyatam.com/th/moral-cultivation. [๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๑].
๑๖ พระอธิการบุญชวย โชติวํโส, ดร. (อุยวงค)
บทที่ ๑ ความรูเบื้องตนเก่ียวกับคุณธรรมและจริยธรรม
๑. เป็นผ้ทู มี่ คี วามเพียรความพยายามประกอบความดี ละอายต่อการปฏิบตั ชิ ่ัว
๒. เป็นผมู้ ีความซอื่ สตั ย์สุจรติ ยตุ ธิ รรม และมีเมตตากรณุ า
๓. เป็นผมู้ สี ติปัญญา ร้สู ึกตวั อยู่เสมอ ไมป่ ระมาท
๔. เป็นผู้ใฝ่หาความรู้ ความสามารถในการประกอบอาชีพ เพ่อื ความมนั่ คง
๕. เปน็ ผู้ทร่ี ัฐสามารถอาศัยเปน็ แกนหรอื ฐานใหก้ ับสงั คม สําหรับการพัฒนาใด ๆ ได้
ธานินทร์ กรัยวิเชียร๔๕ กล่าวว่า “คุณธรรมและจริยธรรม” เป็นเร่ืองท่ีว่าด้วย การ
ปฏิบัติหน้าท่ีของบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดตามสถานะของตน เช่น การเป็นลูกท่ีดี การ
เป็นพลเมืองท่ีดี และเป็นผู้ประกอบวิชาชีพที่ดี เป็นต้นจากความหมายของจริยธรรมท่ีบุคคล
ต่างๆ ท่ีกล่าวมานั้น พอสรุปได้ว่าจริยธรรมคือพฤติกรรมท่ีได้ทํา ได้ประพฤติในส่ิงที่ดีงาม
รวมทัง้ ความรู้สึกผิดชอบชวั่ ดีของบุคคลท่ีเหมาะสมกับความต้องการของสังคม โดยเปน็ ลกั ษณะ
ท่ีสังคมต้องการให้มีอยู่ในสมาชิกของสังคม คือเป็นพฤติกรรมที่สังคมชมชอบและให้การ
สนับสนุนในการกระทําน้ัน เป็นส่ิงท่ีดีงามถูกต้อง ถือเป็นมาตรฐานความดีและความสัมพันธ์กัน
ท้ังน้ีเพื่อก่อใหเ้ กิดความสงบสขุ ความเจรญิ รุง่ เรอื งของสงั คม
คุณธรรม (Virtue) และจริยธรรม (Morality) สองคํานี้จะมีความหมายใกล้เคียงกัน
และใช้รวมๆกันไปได้๔๖ การใช้คําสองคําน้ีในภาษาไทยอาจเป็นไปเพ่ือให้เกิดความสละสลวย
ทางด้านภาษาและง่ายต่อการจดจาํ อย่างไรก็ตามการใชค้ ําท้งั สองน้ีมักจะหมายความรวมไปใน
ตวั เหมอื นเปน็ คําเดยี วกนั
ดังน้ันจึงพอสรุปความหมายของ คุณธรรมจริธรรมได้ว่า เป็นจิตสํานึกของบุคคลที่มุ่ง
จะประพฤติแต่ความดี ทั้งทางกาย ทางวาจาและทางใจ ตลอดจนสามารถแสดงพฤติกรรมที่ดี
งาม ถูกต้อง เหมาะสมตามคา่ นิยมของสงั คมได้
๑.๕ ความสาํ คญั ของคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม
๑.๕.๑ ความสาํ คญั ของคณุ ธรรมจริยธรรม
คุณธรรมเป็นเคร่ืองส่งเสริมความสงบสุขและความเจริญ ฉะน้ันผู้ต้องการความสงบ
สุขและความเจริญจึงต้องมีการฝึกฝนตนเองให้มีคุณธรรมจริยธรรม ท้ังน้ีมิใช่เพียงเพื่อให้ตนเอง
มีความสงบสุขและความเจริญเป็นการส่วนตัวแต่เพียงผู้เดียวเท่าน้ัน หากแต่เพื่อให้ชาติ
๔๕ ธานนิ ทร์ กรยั วิเชยี ร, คณุ ธรรมและจรยิ ธรรมของผูบ้ รหิ าร, พิมพค์ ร้ังท่ี ๓, (กรุงเทพมหานคร:
โรงพมิ พ์ชวนพมิ พ์, ๒๕๕๐).
๔๖ นีออน พิณประดิษฐ์, ตัวบ่งชี้ทางจิตสังคมของพฤติกรรมการทํางานในข้าราชการตํารวจ
สังกัดตํารวจภูธรภาค ๔, (กรงุ เทพมหานคร: สาํ นักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ, ๒๕๔๕).
คุณธรรมและจริยธรรมสําหรับผูบริหารการศึกษา ๑๗
บทท่ี ๑ ความรูเบื้องตนเก่ียวกับคุณธรรมและจริยธรรม
บา้ นเมือง สังคมส่วนรวม มีความสงบสุขและความเจริญด้วย ท้ังนี้ เพราะบคุ คลกับส่วนรวมต้อง
อาศัยซ่ึงกันและกันและความสงบสุข ความเจริญของบุคคลก็ข้ึนอยู่กับความมั่นคงปลอดภัยของ
ชาติบ้านเมืองดว้ ย ความมั่นคงปลอดภัยของประเทศชาตบิ ้านเมืองกข็ ้ึนอยู่กับการกระทําของคน
ในชาติเป็นสําคัญ และการกระทําที่จะเป็นทางส่งเสริมความมั่นคงปลอดภัยของประเทศชาติก็
ย่อมจะเป็นการกระทําท่ีประกอบด้วยคุณธรรมจริยธรรม ฉะนั้น ผู้หวังความสงบสุข ความเจริญ
และความม่ันคง ปลอดภัยแก่ตนเองและแก่ประเทศชาติ จึงต้องพัฒนาตนเองให้มีคุณธรรม
จริยธรรม ดังนั้น จึงมีคํากล่าวว่า “การพัฒนาบ้านเมือง ต้องพัฒนาที่จิตใจคนก่อน เม่ือจิตใจคน
ดีแล้วเรื่องอ่ืน ๆ ก็จะตามมา” คุณธรรมจริยธรรมในสังคมจึงควรได้รับการพิจารณาอันดับแรก
ควรกําหนดเป็นวาระแห่งชาติ๔๗ เศรษฐกิจและปากท้อง คุณภาพชีวิตของประชาชนจะดีขึ้น
ทันทถี ้าจริยธรรมของคนในสงั คมดี ที่เศรษฐกจิ ตอ้ งเสอ่ื มโทรม ประชาชนบางส่วนตอ้ งหวิ โหยนั้น
เพราะชนบางส่วนของสังคมละเลยคุณธรรมจริยธรรม กอบโกยเอาทรัพย์สินไว้เป็นประโยชน์
ส่วนตัวมากเกินไป ความเห็นแก่ตัว ความแล้งน้ําใจ ขาดความเมตตาปรานี นั่นเป็นสัญลักษณ์
ของการขาดคุณธรรมจริยธรรมมีผู้รู้และนักวิชาการหลายท่านให้แง่คิดในเรื่องความสําคัญของ
การพัฒนาคณุ ธรรมจรยิ ธรรมนี้หลายคนท่ีจะยกขนึ้ มากลา่ วในท่นี ไ้ี ด้แก่
พระเทพเวที (ประยุทธ์ ปยุตโต)๔๘ ได้บรรยายเรื่อง การพัฒนาจริยธรรมในการ
ประชุม สัมมนาทางวิชาการทีม่ หาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เมือ่ วนั ท่ี ๒๑ กันยายน ๒๕๓๐ สรุปได้
ว่าจริยธรรมมีความจําเป็นต่อการพัฒนาประเทศขณะนี้ที่กําลังพัฒนาไปในทางวัตถุนิยม ซ่ึงทํา
ให้ประชาชนหลงทิศทาง มุ่งแต่ความเจริญทางด้านเศรษฐกิจเพ่ือหารายได้เข้าประเทศ ทําให้
ศลี ธรรมเสือ่ มถอยลดลง จนแปลกใจว่า ประเทศไทยเปน็ เมืองพุทธ แตฆ่ ่ากันตายไม่เวน้ แต่ละวัน
อาชญากรรมเกิดขึ้นทวั่ ไปในประเทศ เปน็ เพราะประชาชนขาดความสนใจตอ่ ศีลธรรม จรยิ ธรรม
ดังน้ัน การพัฒนาประเทศแม้จะมุ่งไปทางด้านเศรษฐกิจทุนนิยมก็จะต้องไม่ละเลยในศีลธรรม
จรยิ ธรรม เพ่ือใหส้ ังคมมคี วามสงบสุขรม่ เย็นได้
ประเวศ วะสี๔๙ กล่าวว่า ใครๆก็ยอมรับว่าเร่ืองคุณธรรม จริยธรรมมีความสําคัญ
ท่ีสุดเพราะคุณธรรมจริยธรรมเป็นคุณสมบัติของความเป็นมนุษย์ เป็นเคร่ืองมือของศีลธรรม
หรืออุดมการณ์ของชาติในร่างกายเรา ถ้าทุกส่วนร่วมกันอย่างถูกต้องก็เกิดความเป็นปกติหรือ
๔๗ ประเวศ วะสี, การจัดการความรู้: กระบวนการปลดปล่อยมนุษย์สู่ศักยภาพ เสรีภาพ และ
ความสขุ , (กรงุ เทพมหานคร: สถาบนั สง่ เสริมการจดั การความรเู้ พอ่ื สงั คม, ๒๕๔๘).
๔๘ พระเทพเวที (ป.อ. ปยุต.โต), พุทธธรรม: กฎธรรมชาติ และคุณค่าสําหรับชีวิต.
(กรุงเทพมหานคร: สขุ ภาพใจ, ๒๕๓๑).
๔๙ ประเวศ วะส,ี การจัดการความรู้ : กระบวนการปลดปลอ่ ยมนุษย์สู่ศักยภาพ เสรีภาพ และ
ความสขุ . (กรุงเทพมหานคร: สถาบนั ส่งเสรมิ การจดั การความรูเ้ พอื่ สงั คม, ๒๕๔๘).
๑๘ พระอธิการบุญชวย โชติวํโส, ดร. (อุยวงค)
บทที่ ๑ ความรูเบื้องตนเก่ียวกับคุณธรรมและจริยธรรม
สุขภาพดีเซลลม์ ะเร็งมนั ไมอ่ ยรู่ ว่ มกันกับเซลลอ์ ื่น ฉะนนั้ เม่ือเป็นมะเร็งข้นึ ก็รวนไปหมดท้งั ระบบ
ในร่างกายในสังคมก็เช่นเดียวกัน ถ้าไม่ร่วมกันอยู่อย่างถูกต้องก็รวนกันไปทั้งระบบ ร่างกาย
เป็นมะเรง็ แล้วดํารงอยู่ไม่ได้ฉันใด สงั คมท่ีขาดคุณธรรมจริยธรรมศีลธรรมกด็ ํารงอยู่ไม่ได้ฉันนั้น
คอื จะหกั โคน่ ลงหรอื วิกฤตคุณธรรมจริยธรรมจงึ เปน็ ระเบียบวาระของชาติเพ่ือการอยูร่ ว่ มกัน
อิมมานูเอล ค้านท์ (Emmanuel Kant, ๑๗๒๔–๑๘๐๔)๕๐ ชาวเยอรมัน เห็นว่า
คุณธรรมจริยธรรมคือความดีอันสูงสุด คุณธรรมมีจุดมุ่งหมายในตัวเอง เราทําหน้าที่เพ่ือหน้าท่ี
มิใชท่ ําหน้าท่ีเพื่อไปสู่จดุ หมายอื่น เช่น ความสุข เป็นต้น คนดไี ม่จาํ เป็นจะต้องได้รับความสขุ ไม่
จําเป็นต้องไปด้วยกัน อาจกลมกลืนกัน อาจขัดแย้งกันก็ได้ เพราะค้านท์เห็นว่า คนมีคุณธรรม
จริยธรรมไม่ควรประพฤติคุณธรรมเพ่ือความสุข แต่ความผาสุกของคนน้ันย่อมรวมเอาความสุข
และคุณธรรมเข้าไว้ด้วยกัน เราควรประพฤติคุณธรรมเพื่อความสุขของผู้อ่ืนไม่ใช่เพื่อความสุข
ของตัวเราเองจะกลายเป็นคนเห็นแก่ตัว ทั้งน้ีความสําคัญของคุณธรรมจริยธรรม มีหลาย
ประการ ไดแ้ ก่
๑. ความสาํ คัญของคุณธรรมจรยิ ธรรมตอ่ บคุ คล ได้แก่
๑.๑ คุณธรรมจรยิ ธรรมเป็นเคร่ืองธํารงศักด์ิศรีของมนษุ ย์ เราไมต่ ีคา่ ของมนษุ ย์
เป็นตวั เงินแต่จะตคี า่ กนั ดว้ ยคุณธรรมที่มี
๑.๒ คุณธรรมจริยธรรมเป็นเคร่ืองเสริมบุคลิกภาพ ผู้มีคุณธรรมจริยธรรมจะมี
ความสมบูรณ์ในความคิด ในคําพูด และในการกระทํา อีกท้ังมีหลักที่ม่ันคงในการตัดสินใจ
ซงึ่ เปน็ ท่มี าของความมัน่ คงทางจิตใจ
๑.๓ คุณธรรมจริยธรรมเป็นเคร่ืองเสริมมิตรภาพทําให้ความสัมพันธ์กับคนอื่น
เป็นไปอย่างราบร่ืน ผู้มีคุณธรรมจริยธรรมย่อมทําให้เป็นที่เช่ือถือนับถือและไว้วางใจจากผู้อ่ืน
ส่งผลให้ความสัมพันธ์อันดีเกิดข้ึนได้เพราะการทําแต่สิ่งที่ถูกท่ีควรแล้ว ยังทําให้สบายใจท่ีไม่
ต้องระแวงระวังในอันตรายที่จะมีมาอีกด้วย เพราะผู้มีคุณธรรมจริยธรรม จะเป็นผู้น่ารัก เมื่อ
เป็นคนท่นี า่ รกั แลว้ อันตรายกจ็ ะไมม่ ี
๑.๔ คุณธรรมจริยธรรมเป็นเคร่ืองส่งเสริมความสาํ เร็จและความม่ันคงปลอดภัย
ในการประกอบอาชพี และดาํ รงชีวติ
๒. ความสาํ คัญของคณุ ธรรมจรยิ ธรรมต่อสว่ นรวม
ความสําคัญของคุณธรรมจริยธรรมที่มีต่อส่วนรวม เพราะคุณธรรมจริยธรรมเป็น
ปัจจัยสําคัญ ท่ีเราจะสร้างความสงบสุขและความเจริญให้แก่ประเทศชาติ เน่ืองจากความสงบ
๕๐ อิมมานูเอล ค้านท์ (Emmanuel Kant, 1724 – 1804), อ้างใน สัญญา ภัทราชัย และ กําแหง
จาตรุ จินดา, จริยธรรมวิชาชพี แพทย์ (Medical ethics) [ออนไลน]์ , แหล่งท่ีมา: http://www.mahidol.ac.th/
mahidol/ra/raog/ethic1.html [๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๑].
คุณธรรมและจริยธรรมสําหรับผูบริหารการศึกษา ๑๙
บทที่ ๑ ความรูเบ้ืองตนเก่ียวกับคุณธรรมและจริยธรรม
สุขของประเทศชาติจะมีได้ก็ต่อเม่ือคนในชาติมีคุณธรรมจริยธรรมบางประการท่ีทําให้ไม่
เบียดเบียนกัน ไม่เอารัดเอาเปรียบกันไม่ใช้สิทธิเสรีภาพจนเกินเลยล่วงลํ้าสิทธิของกันและกัน
ไม่ละเลยการปฏิบัติตามกฎหมาย วินัยและจรรยาวิชาชีพท่ีใช้บังคับกันเป็นต้น และความเจริญ
ของประเทศชาติจะมีได้ก็ต่อเมื่อคนในชาติมีคุณธรรมจริยธรรมเป็นเคร่ืองผลักดันให้ร่วมมือร่วม
ใจกัน เกิดความมุ่งมั่นสร้างสรรค์ และพัฒนาประเทศชาติ ยอมเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพ่ือ
ประโยชนส์ ว่ นรวม ชว่ ยปอ้ งกันภยั พิบัตทิ จ่ี ะบังเกิดแกป่ ระเทศชาติ
ประวีณ ณ นคร๕๑ ได้สรุปไว้ว่ามนุษย์แต่ละคนมีหน้าที่หลายอย่าง การจะทําหน้าท่ี
ทุกอย่างให้สมบูรณ์น้ันเป็นเร่ืองยากมาก มนุษย์ที่ดีท่ีสุดและหาได้ยากท่ีสุดก็คือ มนุษย์ที่ทํา
หน้าท่ีของตนสมบูรณ์ท่ีสุดนั่นเอง คนกวาดถนนท่ีทําหน้าที่ของตนดีท่ีสุดย่อมดีกว่าอธิบดี
รฐั มนตรี หรือนายกรฐั มนตรีทีบ่ กพรอ่ ง กอบโกย โกงกิน ถ้าเปน็
วศิน อินทสระ๕๒ ก็จะสรุปว่า คนส่วนมากมักมีลักษณะบกพร่องอยู่ ๒ ประการ คือ
ทาํ อะไรเกินหน้าท่ีไปอย่างหนึ่งและทํากิจในหน้าที่ของตนเองไม่สมบูรณ์อย่างหนึ่ง คนที่ทําอะไร
เกินหน้าท่ีของตนไป มักก้าวร้าวกับกิจการของคนอื่น หรือเอาภาระงานของคนอื่นมาเป็นของ
ตน โดยไม่มีเหตุผลสมควรจนเป็นที่น่าเบื่อหน่ายชิงชังของผู้ที่เก่ียวข้องท่ัวไป บางทีทําการ
ผิดพลาดไปก่อให้เกิดผลร้ายแก่ตนเอง เสียชื่อเสียง เสียคนไปก็มี บุคคลที่สามารถทํางานท่ีคน
ทั่วไปเห็นว่า ต่ําต้อยไร้เกียรติให้เป็นงานที่สูงส่งมีเกียรติในสายตาของบัณฑิตได้ด้วยการทํางาน
น้ันอย่างต้ังใจจริง และทําอย่างดีที่สุด ให้ถูกต้องท่ีสุด เหมาะสมท่ีสุดและเข้าใจในสัจจะของเน้ือ
งานทีท่ าํ ว่าเป็นงานทีก่ อ่ ประโยชน์โดยแท้
สุขุมาล เกษมสุข๕๓ กล่าวว่า จริยธรรมเป็นส่ิงมีคุณค่าต่อการดําเนินชีวิตของมนุษย์
ที่จะชว่ ยให้บคุ คลดําเนินชวี ติ อยา่ งมคี วามสขุ อีกทัง้ ช่วยใหส้ ังคมมคี วามสขุ เพราะผู้ทม่ี ีจริยธรรม
จะไม่สร้างความทกุ ขค์ วามเดือดร้อนแก่ตนเองและสงั คม แต่จะสรา้ งประโยชน์ ดงั นนั้ จรยิ ธรรม
จึงมีความสําคัญตอ่ บคุ คลและสงั คม ดังนี้
ความสาํ คญั ต่อบุคคล บุคคลใดเป็นผู้มีจริยธรรม ย่อมเกิดประโยชน์ ดงั นี้
๑. จรยิ ธรรมชว่ ยให้คนมีความสขุ ทง้ั สุขใจและสุขกาย
๒. จรยิ ธรรมช่วยเหนี่ยวรงั้ จิตใจของบคุ คลมใิ ห้ตกตํา่ กระทําในสิ่งทผ่ี ิดท่ชี ั่ว
๓. จริยธรรมช่วยให้บคุ คลดาํ เนินชวี ิตอยูอ่ ยา่ งมั่นใจ
๕๑ ประวีณ ณ นคร และคณะ, การพัฒนาบคุ คล, (กรุงเทพมหานคร: ประชาชน, ๒๕๔๐).
๕๒ วศิน อนิ ทสระ, พุทธจรยิ ศาสตร,์ (กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพท์ องกวาว, ๒๕๔๑).
๕๓ สุขุมาล เกษมสุข, การปลูกฝังจริยธรรมแก่เด็ก, (กรุงเทพมหานคร: คณะศึกษาศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยศรนี ครินทรวโิ รฒ, ๒๕๔๘).
๒๐ พระอธิการบุญชวย โชติวํโส, ดร. (อุยวงค)
บทที่ ๑ ความรูเบ้ืองตนเกี่ยวกับคุณธรรมและจริยธรรม
๔. จริยธรรมชว่ ยใหบ้ ุคคลมีความเจรญิ ก้าวหนา้ ในชีวติ
๕. จริยธรรมช่วยให้ชวี ิตของบคุ คลเป็นชีวิตท่มี คี ณุ ค่าสมกับท่ีได้เกิดมาเปน็ มนุษย์
ความสําคญั ตอ่ สังคม ผ้มู ีจริยธรรมอยู่ในสังคมใดย่อมก่อให้เกิดประโยชนส์ ขุ ตอ่ สงั คม
ท่ีเขาอยู่ จรยิ ธรรมจึงมีความสําคัญต่อสงั คม ดังนี้
๑. จริยธรรมช่วยใหส้ ังคมสงบสขุ
๒. จรยิ ธรรมชว่ ยใหส้ งั คมมคี วามเปน็ ระเบยี บเรยี บรอ้ ย
๓. จรยิ ธรรมช่วยให้สังคมมีความสามคั คี
๔. จริยธรรมชว่ ยให้สังคมมีความเจริญก้าวหนา้
สรุปได้ว่า คุณธรรมจริยธรรมมีความสําคัญอย่างมากต่อบุคคลและสังคม การพัฒนา
จิตใจของคนท่ีจะดํารงตนอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข การพัฒนาจริยธรรมจะหล่อหลอมให้คน
เป็นคนดที ่ีสังคมพงึ ปรารถนา รจู้ กั วเิ คราะห์แยกแยะได้ว่าอะไรดี อะไรชัว่ อะไรควร ไมค่ วร ร้จู ัก
ยับย้ังช่ังใจตนเอง เมื่อเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมแล้ว สุดท้ายจะทําให้ประเทศชาติอันเป็นที่อยู่
อาศยั ของทกุ คนมคี วามมน่ั คงสถาพรต่อไป
ดังน้ันทั้งคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล มีเป้าหมายเดียวกัน คือ นําไปสู่การ
ลดความสูญเสีย ขจัดความรั่วไหล ป้องกันการทุจริต การประพฤติและดําเนินการที่มิชอบเพิ่ม
ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ความคุ้มค่า โปร่งใส ตอบสนอง สุจริต ซ่ือตรง และเที่ยงธรรม เมื่อ
นํามาใช้ ในการบริหารงานที่จะช่วยสร้างสรรค์และส่งเสริมองค์กรให้มีศักยภาพและ
ประสิทธิภาพ อาทิ พนักงานต่างทํางานอย่างซ่ือสัตย์สุจริตและขยันหมั่นเพียร ทําให้ผล
ประกอบการขององค์กรธุรกิจนั้น ขยายตัว นอกจากนี้แล้วยังทําให้บุคคลภายนอกท่ีเกี่ยวข้อง
ศรทั ธาและเชอื่ มั่นในองคก์ รนั้น ๆ อันจะทาํ ใหเ้ กดิ การพัฒนาอย่างตอ่ เนือ่ ง เชน่ องค์กรทีโ่ ปร่งใส
ย่อมได้รับความไว้วางใจในการร่วมทําธุรกิจ รัฐบาลท่ีโปร่งใสตรวจสอบได้ ย่อมสร้างความ
เช่ือม่ันให้แก่นักลงทุนและประชาชน ตลอดจนส่งผลดีต่อเสถียรภาพของรัฐบาลและความ
เจรญิ กา้ วหนา้ ของประเทศ เป็นตน้ ๕๔
๑.๖ สรปุ
จากความหมายของจริยธรรมตามทัศนะของบุคคล นักวิชาการศึกษาที่กล่าวมา
ขา้ งต้น สรุปได้ว่า จรยิ ธรรม หมายถึง หลกั ความประพฤตทิ ี่อบรมกิริยาและปลกู ฝังลกั ษณะนิสัย
ให้อยู่ในครรลองของคุณธรรมหรือศีลธรรม คุณค่าทางจริยธรรมช้ีให้เห็นความเจริญงอกงามใน
๕๔ จรวยพร ธรณินทร์, การบริหารราชการตามระบบคุณธรรม, [ออนไลน์], แหล่งที่มา:
https://www.gotoknow.org/posts/389443 [๒๙ มนี าคม, ๒๕๖๑].
คุณธรรมและจริยธรรมสาํ หรับผูบริหารการศึกษา ๒๑
บทท่ี ๑ ความรูเบ้ืองตนเก่ียวกับคุณธรรมและจริยธรรม
การดํารงชีวิตอย่างมีระเบียบ คือบุคคลที่ประพฤติอยู่ในหลักธรรม ซึ่งคุณธรรมจริยธรรม เป็น
พฤติกรรมการแสดงออกทางกาย วาจา ใจ ที่ดีงามของมนุษย์เป็นประโยชน์แก่ตนเอง ผู้อื่นและ
สงั คม ทุกคนในสงั คมพึงพอใจและปรารถนาในสิ่งที่ดีงาม แบบแผนตามวัฒนธรรมของบุคคลท่ีมี
ลักษณะทางจติ ใจทด่ี ีงาม มงุ่ กระทําดี เปน็ ประโยชน์ต่อตนเอง สังคมและประเทศชาติ
บทท่ี ๒
แนวคดิ หลกั การ ทฤษฎีคณุ ธรรมและจริยธรรม
การกําหนดทิศทางแนวคิด หลักการ ทฤษฎีเก่ียวกับในการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม
ผู้รับผิดชอบงานควรต้องคิดให้ครอบคลมุ ทั้งด้านคณุ ธรรมและจริยธรรม นัน่ คือ หลักการคิดและ
วธิ กี ารปฏบิ ัตทิ ด่ี ีงาม ถกู ตอ้ ง ตามสภาพสังคม วฒั นธรรม คณุ ธรรม คอื หลักความจรงิ หลักการ
ปฏบิ ัติ ประกอบดว้ ย
๒.๑ หลกั การ แนวคดิ ทฤษฎีเกย่ี วกบั คุณธรรมจริยธรรมตะวันตก
วิวัฒนาการด้านคุณธรรมจริยธรรมของตะวันตกมีพื้นฐานความเป็นมา และ
กระบวนการต่อเน่ือง คําว่า คุณธรรมจริยธรรมมิได้เกิดขึ้นลอย ๆ แต่มีจุดกําเนิดจากปรัชญา
พื้นฐานของมนุษย์ในเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ ซึ่งการทําความเข้าใจในวิวัฒนาการด้านจริยธรรม
ตะวันตกจะทําให้เห็นคุณค่าที่แท้จริงของจริยธรรม ท้ังนี้ แนวคิดเกี่ยวกับจริยธรรมของ
นักการเมืองที่สําคัญของตะวันตกท่ีมีอิทธิพลต่อแนวคิดในช่วงต่อมา ได้แก่ โสเกรตีส เพลโต
อริสโตเติล ซงึ่ มีสาระสาํ คญั คือ
โสเกรตีส๑ ได้สร้างหลักการสําคัญเก่ียวกับคุณธรรม หรือจริยธรรม คือ ความรู้
คุณธรรม เป็นสิ่งท่ีอาจแสวงหาค้นพบได้ และคุณธรรมเป็นสิ่งที่อาจสอนและเรียนรู้ได้ คุณธรรม
ทางสงั คมทีส่ ูงสดุ คอื ความยตุ ิธรรม ดงั นนั้ เป้าหมายสูงสุดของชวี ิตการเมอื ง คือ คุณธรรม และ
รัฐท่ีดีที่สุด คือ รัฐที่มีการปกครองแบบอภิชนาธิปไตย (Aristocracy) หรือรัฐผสม (Mixed
Regime) โสเกรตีส เชื่อว่า เม่ือราชากลายเป็นปรัชญาเมธี หรือเม่ือปรัชญาเมธีกลายเป็นราชา
เท่าน้นั รัฐทดี่ ที ่ีสดุ จงึ จะเกิดขึน้ ได้
เพลโต๒ มีแนวความคิดหลักด้านจริยธรรมว่า ผู้ปกครองหมายถึงนักปราชญ์
(Philosopher King) หรือผู้ทรงคุณธรรมควรเป็นผู้ปกครอง และเมื่อความรู้ คือคุณธรรม จึง
จําเป็นต้องแสวงหาและฝึกฝนอบรมคนท่ีรู้ได้ดีท่ีสุด เพ่ือเสริมสร้างผู้ปกครองท่ีเป็นธรรม เพลโต
แบ่งประเภทของคุณธรรมออกเป็น ๔ ประเภท คือ ปรีชาญาณ ความกล้าหาญ การรู้จัก
ประมาณ และความยุตธิ รรม
๑ บ้านจอมยุทธ, ปรัชญาโลกตะวันตก, โสเกรตีส, [ออนไลน์], แหล่งที่มา: https://www.
baanjomyut.comlibraryethics03.htm, [๑๕ มถิ นุ ายน ๒๕๕๘].
๒ บ้านจอมยุทธ, ปรัชญาโลกตะวันตก, เพลโต, [ออนไลน์], แหล่งที่มา: https://www.
baanjomyut.comlibraryethics03.htm, [๑๕ มิถนุ ายน ๒๕๕๘].
คุณธรรมและจริยธรรมสาํ หรับผูบริหารการศึกษา ๒๓
บทที่ ๒ แนวคิด หลกั การ ทฤษฎคี ุณธรรมและจรยิ ธรรม
อริสโตเติล๓ ปรัชญาการเมืองของอริสโตเติลมุ่งท่ีจริยธรรมเป็นประการสําคัญ ท้ังนี้
เพ่อื วางมาตรฐานความประพฤตปิ ฏิบตั ิและขอ้ วตั รทางศีลธรรมจรรยา อนั หมายถงึ กฎหมาย ซ่ึง
แจกแจงออกเป็นแบบแผนทางสังคม และระบอบการปกครอง รวมท้ังมาตรฐานทางจริยธรรมท่ี
ราษฎรจะต้องประพฤติปฏิบัติตาม ท้ังหมดเรียกว่า “รัฐธรรมนูญ” คุณธรรมหลักตามแนวคิด
ของอริสโตเติล มี ๔ ประการ คือ ความรอบคอบ ความกล้าหาญ การรู้จักประมาณ และความ
ยตุ ิธรรม
จากแนวคิดปรัชญาตะวันตกที่ได้กล่าวมาข้างต้น ถือเป็นพื้นฐานแนวคิดที่สําคัญอัน
นํามาสู่การเปล่ียนแปลงของแนวคิดจริยธรรมตะวันตกในช่วงต่อมาอย่างมาก โดยสามารถ
จําแนกววิ ฒั นาการของแนวคิดทางปรัชญาทางดา้ นจริยธรรมตะวันตกไดเ้ ปน็ ๔ ยคุ คอื
๑. Ancient Greek Philosophy : ปรัชญากรีกโบราณ๔
กรีกสมัยโบราณอยู่ในช่วงเวลาประมาณ ๖๐๐ ปีก่อนคริสตกาล (ใกล้เคียง
พระพุทธศาสนา เพราะพระพุทธศาสนาเกิดก่อนศักราชประมาณ ๕๔๓ ปี) ลักษณะแนวคิดของ
กรีกโบราณในช่วงเร่ิมแรกมีลักษณะเป็นอภิปรัชญา ซ่ึงเป็นการคิดแบบปรัชญา-วิทยาศาสตร์
ธรรมชาติ นักคิดท่ีมีอิทธิพลในช่วงแรก ๆ คือ Thales โดยการต้ังคําถามว่า อะไร คือ ปฐมธาตุ
ของจักรวาล (What is the First Element?) จักรวาล (Universe) เกิดจากอะไร โดยเช่ือว่า
ธรรมชาติจะต้องมีกฎเกณฑ์แน่นอน นักคิดในช่วงแรก ๆ เกิดความสงสัยในธรรมชาติ พยายาม
หาหลักเกณฑ์เพ่ือนํามาอธิบายกฎของธรรมชาติ โดยการใช้วิธีการโต้แย้ง เพ่ือช่วยกันค้นหา
ความจริง ซ่ึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของวิชาอภิปรัชญา ขณะเดียวกันก็เกิดกลุ่มนักปราชญ์ท่ีเรียก
ตัวเองวา่ "โซฟิสต์" ซ่ึงไม่สนใจปัญหาของ Thales ที่ว่า "โลกเกิดจากอะไร หรือสรรพสิ่งเกิดจาก
อะไร" แต่กลุ่มโซฟิสต์กลับต้ังปัญหาขึ้นว่า "ชีวิตที่ดีเป็นอย่างไร?" (What is Good Life?) "เรา
ควรดํารงอยู่อย่างไรจึงจะมีความสุข" (How should Man Live?) จึงกล่าวได้ว่ากลุ่มแรกท่ีเริ่ม
ตั้งปัญหาทางจริยศาสตร์ คือ กลุ่มโซฟิสต์ พร้อมทั้งประกาศแนวความคิดของกลุ่มตัวเองอย่าง
ชดั เจน
๓ บ้านจอมยุทธ, ปรัชญาโลกตะวันตก, อริสโตเติล [ออนไลน์], แหล่งที่มา:https://www.
baanjomyut.com libraryethics03.htm, [๑๕ มถิ นุ ายน ๒๕๕๘].
๔ บ้านจอมยุทธ, ปรัชญาโลกตะวันตก, Ancient Greek Philosophy [ออนไลน์], แหล่งท่ีมา:
https://www. baanjomyut.comlibraryethics03.htm, [๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๘].
๒๔ พระอธิการบุญชวย โชติวํโส, ดร. (อุยวงค)
บทที่ ๒ แนวคดิ หลกั การ ทฤษฎีคุณธรรมและจริยธรรม
๒. Medieval Philosophy: ปรัชญาสมัยกลาง หรือยุคบุพกาล (๑-๑๕ A.D./ระหว่าง
ครสิ ตศตวรรษท่ี ๑-๑๕) ๕
แม้ว่ายคุ ปรัชญาสมยั กลางถือว่าเป็นยุคทองของศาสนาคริสต์ แตห่ ลักปรัชญาคําสอน
ของนักปรัชญาชาวกรีกยังคงมีอิทธิพลอยู่มาก ดังนั้น นักปรัชญาชาวคริสเตียนจึงพยายาม
รวบรวมและพิสูจน์คําสอนให้ประชาชนเห็นว่า คําสอนหรือความเช่ือของศาสนาคริสต์กับ
ปรัชญากรีกเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยการบูรณาการปรัชญากรีกเข้ากับคําสอนของศาสนา
คริสต์ในประเด็นท่ีเก่ียวกับ จริยศาสตร์ คือ การอธิบายจรยิ ศาสตร์กรีกใหเ้ ข้ากับจริยศาสตร์ของ
ศาสนาคริสต์
๓. Modern Philosophy: ปรัชญาสมัยใหม่ (ศตวรรษที่ ๑๖-๑๘) ๖
ยุคปรัชญาสมัยใหม่เป็นยุคที่ศาสนาคริสต์เร่ิมหมดอิทธิพล ประชาชนเริ่มให้ความ
สนใจกับแนวคิดของศาสนาอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น และถือเป็นยุคเริ่มต้นของวิทยาศาสตร์ มีการ
พัฒนาวิทยาศาสตร์ การปฏิวัติอุตสาหกรรม ทั้งยังเป็นช่วงท่ีปรัชญาทางการเมืองมีความเด่นชัด
มาก ถือเป็นยคุ กาํ เนดิ และเฟ่ืองฟูของกฎหมาย รวมถึงขบวนการฟน้ื ฟศู ิลปวทิ ยาการ นักปรัชญา
และสํานักปรัชญาที่สําคัญ คือ Immanual Kant หรือ Kant's Ethics (Kantism Ethics) และ
สาํ นกั Utilitarianism (ประโยชนน์ ยิ ม) ซ่งึ มีนกั คดิ ท่สี าํ คัญคือ John Stuart Mill
ในยุคนี้นักปรัชญาจะโต้แย้งกันเร่ือง "อภิจริยศาสตร์" (Meta-Ethics) เป็นการใช้
คุณค่าทางจริยธรรม คือการโต้แย้งถึงคุณค่าการกระทําว่าเป็นอย่างไร โดยศึกษาเกี่ยวกับ
good/bad, right/wrong, ought/ought not, should/should not โ ด ย มี แ น ว คิ ด ห ลั ก ท่ี
สําคัญคือ เกณฑ์ตัดสินทางจริยธรรม หรือการตัดสินการกระทํา (Moral Judgement) การใช้
เหตุผลเชิงจริยธรรมมาเปน็ เกณฑ์ (Moral Reasoning)
๔. Contemporary Philosophy: ปรัชญาร่วมสมัย หรือปรัชญาสมัยปัจจุบัน
(ศตวรรษที่ ๑๙-๒๐) ๗
ปรัชญาด้านจริยธรรมร่วมสมัยที่สําคัญได้แก่ สํานักปฏิฐานนิยมตรรกะวิทยา Logical
Positivism ซึ่งเน้นหลักเหตุผล คําว่า Logical Positivist เป็นคําท่ีใช้เรียกชื่อตัวนักปรัชญาสํานัก
นั้น ๆ ซง่ึ นักปรชั ญาในสํานักน้ีจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ทั้งหมด จะไม่เหน็ ด้วยกับปรัชญาเก่า ๆ และ
๕ บ้านจอมยุทธ, ปรัชญาโลกตะวันตก, Medieval Philosophy. [ออนไลน์], แหล่งท่ีมา:
https://www. baanjomyut.comlibraryethics03.htm, [๑๕ มถิ ุนายน ๒๕๕๘].
๖ บ้านจอมยุทธ, ปรัชญาโลกตะวันตก, Modern Philosophy. [ออนไลน์], แหล่งท่ีมา:
https://www. baanjomyut.comlibraryethics03.htm, [๑๕ มิถนุ ายน ๒๕๕๘].
๗ บ้านจอมยุทธ, ปรัชญาโลกตะวันตก,Contemporary Philosophy, [ออนไลน์], แหล่งที่มา:
https://www. baanjomyut.comlibraryethics03.htm, [๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๘].
คุณธรรมและจริยธรรมสาํ หรับผูบริหารการศึกษา ๒๕
บทท่ี ๒ แนวคิด หลักการ ทฤษฎีคุณธรรมและจริยธรรม
เห็นว่า "ความรู้ที่ถูกต้องคือความรู้ทางวิทยาศาสตร์เท่าน้ัน" และสํานักอัตถภาวนิยม Existential
นกั คดิ ในแนวน้ีเป็นปรัชญาแห่งเสรภี าพ เนน้ ภาวการณ์มีอยขู่ องมนุษย์
๒.๒ หลักการ แนวคดิ ทฤษฎีเก่ียวกบั คณุ ธรรมจรยิ ธรรมตามแนวคิดตะวนั ออก
ในการศึกษาปรัชญาแนวคิดคุณธรรมจริยธรรมตะวันออกน้ัน จะกล่าวถึงปรัชญาของ
จีนซ่ึงมีแนวคิดเน้นท่ีการปฏิบัติ มีลักษณะเป็น Ethical Philosophy ที่เน้นด้านความคิด
(Wisdom) การมี มโนธรรม และการปฏิบัติ เพราะฉะนั้นปรัชญาจีนจะเป็นปรัชญาของการ
ปฏิบัติจริง ๆ ในสังคม และในชีวิตประจําวัน โดยไม่ได้กล่าวถึงชีวิตหลังความตาย ซึ่งแตกต่าง
จากปรัชญาของอินเดียที่ไม่แยกขาดจากศาสนา ปรัชญาอินเดียทุกระบบจะรวมอยู่กับศาสนา
เพราะฉะน้ันนอกจากจะเน้นท่ีปรัชญา เน้นท่ีมโนธรรมแล้ว ยังมีเรื่องศรัทธา (Faith) กับความ
เช่ือ (Believe) ด้วย ซ่ึงทําให้มี ข้อผูกมัด (Commitment) กับหลักศีลธรรมหรือหลักจริยธรรม
จึงออกมาเป็นการปฏิบัติได้ พุทธศาสนาเป็นปรัชญาอินเดีย เพราะฉะน้ันจริยธรรมในพุทธ
ศาสนาจงึ มลี ักษณะของปรัชญาอินเดยี มศี รทั ธา ความเชอ่ื และการปฏิบัติ เขา้ มาเก่ียวข้อง๘
ทั้งน้ี แนวคิดพ้ืนฐานทางด้านปรัชญาตะวันนออกว่าด้วยจริยธรรมของนักการเมืองท่ี
สาํ คัญ ไดแ้ ก่ ปรัชญาเต๋า ปรัชญาขงจ้ือ ปรัชญาโม่จื้อ แนวคิดของเม้งจื๊อ แนวคิดของซนุ จอ๊ื โดย
มสี าระสาํ คัญ ดังนี้
ปรัชญาเต๋า๙ ถือเป็นกระบวนความคิดทางธรรมและทางปรัชญาท่ีมีอิทธิพลต่อ
ความรู้สึกนึกคิดของชาวจีนมากที่สุด ซึง่ ประกอบด้วย ๒ แนวทาง คือ ลัทธิธรรมของขงจ้ือ และ
ปรัชญาเต๋าของเหลาจื๊อ ซึ่งทั้งสองแนวคิดน้ีเป็นรากฐานสําคัญท่ีหล่อหลอมอารายธรรมจีนให้มี
ลกั ษณะเดน่ ชดั และเป็นตัวของตัวเองอยา่ งแทจ้ รงิ
ปรัชญาเหลาจื๊อ๑๐ เห็นว่า กฎธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ท่ีสุด ซึ่งครอบงําสรรพส่ิงทั้งหลาย
ท่วั สากลจักรวาล คือ เตา๋ ซ่ึงแปลว่า ทางหรือสัจธรรม และสําหรับส่ิงที่มีชีวิตไม่ว่าจะเปน็ มนุษย์
สัตว์ พืช หรืออื่น ๆ จะมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งท่ีซ่อนเร้นอยู่ในตัว เรียกว่า “เต๋อ” ซึ่งแปลว่าพลัง
อํานาจ (Power);หรือคุณธรรม (Virtue) หลักจริยธรรมของเหลาจ๊ือ จําแนกได้ ๔ ประการ คือ
การรูจ้ ักตนเอง การชนะตนเอง ความสันโดษ และอุดมคตแิ หง่ เต๋า
๘ บ้านจอมยุทธ, จริยธรรม, ซุนจื๊อ, [ออนไลน์], แหล่งท่ีมา: https://www. baanjomyut.
comlibraryethics03.htm, [๑๕ มถิ นุ ายน ๒๕๕๘].
๙ บ้านจอมยุทธ, จริยธรรม, ปรัชญาเตา๋ , [ออนไลน]์ , แหล่งท่ีมา: https://www. baanjomyut.
comlibraryethics03.htm, [๑๕ มิถนุ ายน ๒๕๕๘].
๑๐ บ้านจอมยุทธ, จริยธรรม,ปรัชญาเหลาจื๊อ [ออนไลน์], แหล่งท่ีมา: https://www.
baanjomyut. comlibraryethics03.htm, [๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๘].
๒๖ พระอธิการบุญชวย โชติวํโส, ดร. (อุยวงค)
บทที่ ๒ แนวคิด หลักการ ทฤษฎคี ุณธรรมและจรยิ ธรรม
ปรัชญาขงจ๊ือ๑๑ เห็นว่า ปรัชญาการเมืองมีรากฐานมาจากคุณธรรม ความกตัญญู
ความเมตตา คุณงามความดี ความถูกต้อง ความตรงไปตรงมา การสนับสนุนและความไว้วางใจ
จากประชาชน โดยส่ังสอนให้คนปลูกฝังตนเองก่อน ดูแลจัดการเร่ืองในครอบครัวให้เรียบร้อย
จงึ จะปกครองประเทศให้มสี ันติสุขได้ ดังน้ัน คําสอนของขงจอ๊ื จึงถือว่าคุณธรรมกับการเมืองเป็น
เร่ืองเดียวกนั
ปรัชญาโม่จ้ือ๑๒ ถือว่าคุณธรรมของผู้ปกครองเป็นสิ่งที่สําคัญท่ีสุด เน่ืองจากอํานาจ
รัฐเป็นสิ่งจําเป็นท่ีจะต้องให้ประชาชนปฏิบัติตามหลัก ความรักสากล (Universal love) ดังน้ัน
หน้าที่ที่สําคัญของผู้ปกครองของรัฐ คือ การดูแลความประพฤติของประชาชน คอยให้รางวัลแก่
ผู้ปฏิบัติตามหลัก “ความรกั สากล” และคอยลงโทษผทู้ ่ีไม่ปฏิบัตติ าม
แนวคดิ ของเม่งจ๊ือ๑๓ แนวคิดทางด้านจริยธรรมทางการเมืองของเม่งจอื๊ ได้แก่
๑) การเริ่มต้นจากการมองว่า โดยธรรมชาติมนุษย์ดีมาแต่กําเนิด มีความรู้สึกท่ีดี ๔
ประการ คือ ความเห็นอกเห็นใจ ความละอายในสิ่งท่ีผิดและความภาคภูมิใจในสิ่งท่ีถูก ความ
อ่อนน้อมถ่อมตน และความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ความรู้สึกเห็นอกเห็นใจเป็นจุดเริ่มต้นของ
มนุษยธรรม ความรู้สึกละอายในส่ิงท่ีผิดและภาคภูมิใจในส่ิงที่ถูกเป็นจุดเริ่มต้นของความชอบ
ธรรม ความรู้สึกอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นจุดเร่ิมต้นของความประพฤติอันเหมาะสม ความรู้สึกผิด
ชอบช่ัวดเี ปน็ จดุ เริม่ ต้นของสติปญั ญา
๒) มนษุ ย์เป็นสัตว์การเมือง และมนษุ ย์จะสามารถพัฒนาตัวเองไดเ้ ต็มท่ี เมื่ออาศัยอยู่
หรือดํารงอยู่ในรัฐหรือในสังคมเท่านั้น ขณะที่รัฐเป็นสถาบันทางศีลธรรม และผู้ปกครองของรัฐ
เป็นผ้นู าํ ท่ีทรงคุณธรรม
๓) สิ่งที่เช่อื มความสมั พันธ์ระหวา่ งมนษุ ยก์ บั จักรวาล คอื ความถูกตอ้ งชอบธรรมและ
ศลี ธรรมอันยง่ิ ใหญ่
๑๑ บ้านจอมยทุ ธ, จริยธรรม,ปรชั ญาขงจอ๊ื [ออนไลน์], แหล่งทีม่ า: https://www. baanjomyut.
comlibraryethics03.htm, [๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๘].
๑๒ บ้านจอมยุทธ, จริยธรรม, ปรัชญาโม่จ้ือ, [ออนไลน์], แหล่งท่ีมา: https://www.
baanjomyut. comlibraryethics03.htm, [๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๘].
๑๓ บ้านจอมยุทธ, จริยธรรม, แนวคิดของเม่งจ๊ือ [ออนไลน์], แหล่งที่มา: https://www.
baanjomyut. comlibraryethics03.htm, [๑๕ มถิ นุ ายน ๒๕๕๘].
คุณธรรมและจริยธรรมสําหรับผูบริหารการศึกษา ๒๗
บทท่ี ๒ แนวคดิ หลกั การ ทฤษฎคี ุณธรรมและจรยิ ธรรม
แนวคิดของซุนจ๊ือ๑๔ ถือว่า ธรรมชาติของมนุษย์เลวมาแต่กําเนิด ความดีเกิดจาก
ฝึกฝนอบรม ความดีหรือคุณธรรมมีมาจากการที่มนุษย์อยู่รวมกันเป็นสังคม โดยร่วมมือ
ช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน ทําให้มีสภาพชีวิตท่ีดีขึ้น และเพ่ือท่ีจะเอาชนะสัตว์อื่น การที่มนุษย์
สามารถแยกความสัมพันธ์ในสังคม เช่น ความสมั พันธ์ระหว่างพ่อแม่กบั ลูก สามีกับภรรยา พ่ีกับ
น้อง เพ่ือนกับเพ่ือน ผู้ปกครองกับผู้ถูกปกครอง และสามารถปฏิบัติต่อกันได้อย่างถูกต้อง
เหมาะสมตามระเบียบกฎเกณฑ์ทางสังคม ความดีจึงเกิดขึ้น ในขณะท่ีสัตว์ไม่สามารถแยกแยะ
เร่อื งเหลา่ นี้ได้
๒.๓ หลักการ แนวคดิ ทฤษฎีเกี่ยวกบั คุณธรรมจรยิ ธรรมเอเชีย
ปรัชญาจีน
- ขงจือ๊ ๑๕
ขงจื๊อมองสังคมของมนุษย์ในแง่ของความสัมพันธ์ตามทฤษฎีแบบ Organism คือ
สังคมประกอบขึ้นจากหน่วยย่อย คือ ปัจเจกชนแต่ละคน ถ้าแต่ละคนเป็นคนดี สังคมก็จะดีด้วย
การกระทําของแต่ละคนย่อมกระทบกระเทือนต่อสังคมเหมือนร่างกายเราประกอบข้ึนด้วย
อวัยวะ (Organs) ต่างๆ ถ้าอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งได้รบั อันตรายย่อมกระทบต่ออวัยวะส่วนสวม
(Organism)
อนึ่ง ขงจอื๊ มีความเห็นว่า บุคคลแต่ละคนย่อมจะมคี วามสัมพันธ์ต่อกันไม่โดยฐานใดก็
ฐานะหน่ึง และความสันพันธ์ขึ้นมูลฐานในสังคมท่ีควรจะได้รับการปรับปรุง พัฒนามีอยู่หลาย
ประการ คือ
๑. ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งผปู้ กครองกบั ผอู้ ยูใ่ ต้ปกครอง
๒. ความสมั พนั ธ์ระหว่างบดิ ามารดากับบุตรธดิ า
๓. ความสัมพันธ์ระหวา่ งสามีกับภรรยา
๔. ความสัมพนั ธ์ระหว่างผ้นู ้อยกับผู้ใหญ่
๕. ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งเพือ่ นต่อเพ่ือน
๑๔ บ้านจอมยุทธ, จริยธรรม, แนวคิดของซุนจ๊ือขงจื๊อ [ออนไลน์], แหล่งที่มา: https://www.
baanjomyut. comlibraryethics03.htm, [๑๕ มถิ ุนายน ๒๕๕๘].
๑๕ บ้านจอมยุทธ, จริยธรรม, ขงจื๊อ [ออนไลน์], แหล่งที่มา: https://www. baanjomyut.
comlibraryethics03 .htm, [๑๕ มถิ นุ ายน ๒๕๕๘].
๒๘ พระอธิการบุญชวย โชติวํโส, ดร. (อุยวงค)
บทท่ี ๒ แนวคิด หลักการ ทฤษฎคี ุณธรรมและจริยธรรม
ในความสัมพันธ์ ๕ ประการนี้ ขงจ๊อื ไดว้ างหลักจริยธรรมสําหรับปฏิบัติ ในฐานะน้ันๆ
ไว้ดงั น้ี
- ความสมั พันธ์ประเภทท่หี นงึ่ เมตตา, สุจรติ จงรกั ภักดี
- ความสมั พนั ธป์ ระเภทท่ีสอง เมตตา, กตัญญูกตเวที
- ความสัมพันธป์ ระเภทท่ีสาม รัก, ซื่อสัตย์, รบั ผิดชอบในหน้าทแี่ ห่งตน
- ความสัมพนั ธ์ประเภทท่สี ี่ คารวธรรม
- ความสมั พันธ์ประเภททีห่ ้า ความจริงใจ
ขงจ๊ือยํ้าว่าในการอยู่ร่วมกัน จะต้องปรับปรุงความสัมพันธ์ข้ันมูลฐานนี้ให้ดีเสียก่อน
สังคมส่วนใหญ่จะเป็นอยู่เป็นสุข (Ordered Society) และนอกเหนือไปจากนี้ ปัจเจกชนแต่ละ
คนตอ้ งปฏบิ ตั ิตามหลักจริยธรรมดงั ต่อไปน้ี
๑. คุณธรรมจริยธรรมทางกาย (Morality in Action) หมายถึง จริยธรรมท่ีควร
ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ต่อตัวเองและสังคม จริยธรรมนี้มีชื่อว่า เจิ้งหมิง คือการปฏิบัติให้สมกับท่ี
ตัวเป็น (Rectification of the name) หมายความว่าแต่ละคนย่อยจะมีความเป็น เช่น เป็น
ตํารวจ เป็นครู เป็นนายกรัฐมนตรี ฯลฯ ความเป็นแต่ละอย่าง (ช่ือ) ย่อมบ่งยอกถึงหน้าที่และ
ความรับผิดชอบ ฉะน้ัน เม่ือเราเป็นอะไร ต้องทําหน้าท่ีและมีความรับผิดชอบน้ันๆ อย่าง
สมบูรณ์ ขงจ๊ือกล่าวว่า “ความยุ่งยากในสังคมเกิดขึ้น เพราะคนไม่ทําหน้าท่ีของตัวเองให้
สมบูรณ์ ส่วนมากเปน็ แต่เพียงในนาม”
๒. คุณธรรมจริยธรรมทางใจ (Morality in Cultivation) คือหลักปฏิบัติเพ่ือพัฒนา
จติ ใจของตวั เอง ไดแ้ ก่
๒.๑ ความรักใครเมตตา (Human Heartedness) หรือเหริน หมายถึงความรัก
โดยไม่จํากัดขอบเขต ไม่มีการแบ่งแยก เช่นเดียวกับหลักเมตตาในพระพุทธศาสนา และหลัก
ความรักแห่งพระเจ้า(Divine Love) ในศาสนาคริสต์
๒.๒ สัมมาปฏบิ ัติ (Rightousness) หรืออี้ ได้แก่การกระทําในสิ่งท่ีเห็นว่าถูกหรือ
ควร โดยไม่หวังส่ิงตอบแทน หรือโดยแรงบังคับภายนอกที่พูดกันส้ันๆ ว่า ทําความดีเพ่ือความดี
(Do good for the good’s sake) ขงจ๊ือย้ําว่าในการกระทําของเราแม้จะกระทําในสิ่งท่ีดี แต่
ถ้าทําเพราะหวังสิ่งตอบแทนอย่างอ่ืน เช่น ช่ือเสียง เงินทอง จะจัดว่าเป็นสัมมาปฏิบัติ
(Rightous Action) ไมไ่ ด้เราจะตอ้ งกระทําความดีน้ันเพอ่ื ความดี เพราะความดมี คี ่าในตวั มันเอง
อยู่แล้ว ความดีมิได้อยู่ท่ีผลท่ีได้รับ (The Value of doing what we ought to do lies in
doing itself and not in the external result)
คุณธรรมและจริยธรรมสําหรับผูบริหารการศึกษา ๒๙
บทท่ี ๒ แนวคดิ หลกั การ ทฤษฎีคุณธรรมและจรยิ ธรรม
การปฏิบัติตามหลักธรรมดังกล่าวอาจจะเป็นการยาก ขงจื๊อจึงวางหลักปฏิบัติส้ันๆ
เพอ่ื การก้าวหนา้ ไปสูจ่ รยิ ธรรมดงั กล่าวข้างตน้ ไว้ หลักปฏบิ ตั นิ ้คี อื
๑. ปฏิบัติต่อผู้อ่ืนเหมือนที่ทา่ นปรารถนาจะให้คนอนื่ ปฏิบตั ติ ่อทา่ น
๒. จงอย่าปฏิบัตติ ่อผู้อ่ืนในส่งิ ท่ีทา่ นไมป่ รารถนาจะให้ผูอ้ น่ื ปฏิบัตติ ่อทา่ น
อน่ึง ขงจ๊ือกล่าวว่า ผู้ที่จะปฏิบัติตามหลักจริยธรรมต่างๆ ได้อย่างไม่ท้อถอย จะต้อง
เป็นผทู้ ่ีร้จู กั มิ่ง คาํ ว่า มิ่ง มคี วามหมายว่า “โชคชะตา” หรอื โองการสวรรค์ ขงจือ๊ ให้ความหมาย
ว่าการดําเนินชีวิตนั้น มีบางส่ิงบางอย่างท่ีพ้นวิสัยท่ีเราจะควบคุมหรือลิขิต มันเป็นอย่างท่ีมันจะ
เป็นเช่นเดียวกับท่ีชาวพุทธพูดกันว่า “มันเป็นกรรม” ฉะน้ันในการครองชีวิตเราจะต้องเข้าใจใน
สงิ่ น้ี เพอื่ มิให้เกิดความท้อแท้ในการประกอบความดี
ปรชั ญาอนิ เดีย๑๖
ปรัชญาอินเดียแม้จะมีมากมายหลายระบบ และบรรดาระบบต่างๆเหล่าน้ัน แม้จะมี
หลักคําสอนสําคัญและหลักคําสอนปลีกย่อยแตกต่างกันอย่างไรก็ตาม แต่กระน้ันก็ยังมีลักษณะ
สําคัญบางประการซ่ึงเป็นลักษณะร่วมแห่งปรัชญาอินเดียทุกระบบ ซึ่งพอจะแยกกล่าวเป็นข้อ ๆ
ได้ดังน้ี
ปรัชญาอินเดียทุกระบบถือว่า แนวความคดิ ทางปรัชญามสี าระอยู่ที่สามารถนํามาใช้
ให้เกิดประโยชน์แก่ชีวิตประจําวัน เพ่ือให้ชีวิตดําเนินไปสู่อุดมการณ์ท่ีตั้งไว้อย่างดีที่สุด ปรัชญา
อินเดยี ทกุ ระบบจึงเปน็ ปรชั ญาชวี ติ
ปรัชญาอินเดียทุกระบบเกิดขึ้นจากความรู้สึกไม่พึงพอใจต่อสภาพท่ีเป็นอยู่ของชีวิต
โดยเห็นว่าชีวิตของมนุษย์นั้นเต็มไปด้วยความทุกข์นานัปการ นักคิดหรือนักปรัชญาของอินเดีย
จงึ พยายามคิดค้นแสวงหาทางที่จะทําใหช้ ีวิตนีห้ ลุดพน้ ไปจากสภาพทท่ี ุกข์ แล้วบรรลถุ งึ ความสุข
ที่ไม่เปลี่ยนแปรหรือความสุขนิรันดร ด้วยเหตุนี้ปรัชญาอินเดียทุกระบบจึงมีการเริ่มต้นท่ีมี
ลักษณะเป็นทุนนิยม (Pessimism) แต่ทุนนิยมในปรัชญาอินเดียน้ีไม่ใช่ทุนนิยมแท้จริง เพราะมี
อยู่แต่ในตอนต้นเท่าน้ัน จุดสุดท้ายหรือจุดหมายปลายทางปรัชญาอินเดียจบลงด้วยวัสถุนิยม
(Optimism) ทกุ ระบบ
๑๖ บ้านจอมยุทธ, ปรัชญาอินเดีย, [ออนไลน์], แหล่งที่มา: https://www. baanjomyut.
comlibraryethics03 .htm, [๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๘].
๓๐ พระอธิการบุญชวย โชติวํโส, ดร. (อุยวงค)
บทท่ี ๒ แนวคิด หลกั การ ทฤษฎคี ุณธรรมและจรยิ ธรรม
ปรัชญาอินเดียทุกระบบเชื่อในกฎแห่งกรรม ท้ังในลักษณะท่ีเป็นกฎแห่งสากล
จักรวาล หรือกฎแห่งและผล และในลักษณะที่เป็นกฎแห่งศีลธรรม ทุกระบบแห่งปรัชญา
อินเดียเช่ือว่า ทําดีย่อมได้รับผลดี ทําชั่วย่อมได้รับผลชั่ว แม้ว่าแต่ละระบบจะมีความเห็น
แตกต่างกันในเรื่องเก่ียวกบั การกระทําอย่างใดเป็นการกระทําท่ีดหี รอื ชว่ั ก็ตาม
ปรัชญาอินเดียทุกระบบมีทรรศนะต้องกันในข้อที่ว่า อวิชชาหรืออวิทยาเป็นสาเหตุ
แห่งความติดข้องและการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสาร ส่วนวิชชาหรือวิทยาเป็นส่ิงที่จะทําให้
หลุดพ้นจากการติดข้องและการเวียนว่ายตายเกิดเช่นนั้น การติดข้องอยู่ในโลกและการ
ท่องเที่ยวไปในวัฏสงสารทําให้ต้องได้รับความทุกข์ไม่มีที่สิ้นสุด ปรัชญาอินเดียจึงมุ่งการบรรลุ
โมกษะหรอื ความหลดุ พ้นจากทุกขท์ ้งั ปวงเป็นจุดหมายปลายทาง
อย่างไรก็ตาม เก่ียวกับสิ่งท่ีเรียกว่า อวิชชานี้ ปรัชญาอินเดียไม่ได้มีความเห็นต้องกัน
ทุกระบบ ส่ิงท่ีเรียกว่าวิชชาของระบบหนึ่ง อาจจะเป็นอวิชชาของอีกระบบหนึ่ง เช่น ระหว่าง
ปรัชญาฮินดูกับพทุ ธปรัชญา ปรชั ญาฮินดูถอื ว่า การเห็นหรือรู้ชัดว่ามีส่งิ เที่ยงแท้ไม่เปล่ียนแปรท่ี
เรียกว่าอาตมันเป็นวิชชาหรือวิทยา ส่วนพุทธปรัชญาถือว่า การเห็นว่ามีสิ่งที่เท่ียงเช่นนั้นเป็น
อวิชชาเปน็ ต้น
ปรชั ญาอินเดยี ทุกระบบถือว่า การบําเพ็ญสมาธิและวิปัสสนาโดยพิจารณาส่ิงต่างๆให้
เห็นตามสภาพความเป็นจริง เป็นทางท่ีจะนําไปสู่ความหลุดพ้นจากทุกข์ แต่เร่ืองนี้ก็เป็นเช่นที่
กล่าวแล้วในข้อ ๔ คือ สภาพความเป็นจริงตามทรรศนะของระบบหน่ึงอาจแตกต่างจากสภาพ
ความเปน็ จริงตามทัศนะของอกี ระบบหน่งึ
ปรัชญาอินเดียทุกระบบเห็นว่า การควบคุมตนเองหรือการควบคุมจิตใจไม่ปล่อยให้
เป็นไปในอํานาจของตัณหา เป็นทางที่ขจัดกิเลสหรือความเศร้าหมองแห่งจิตใจให้หมดไปได้
และเมื่อความเศร้าหมองแหง่ จติ ใจหมดไปแลว้ กจ็ ะบรรลุโมกษะซึง่ เป็นความสุขนิรนั ดร
ปรัชญาอินเดียทุกระบบมีความเชื่อตรงกันว่า ความหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวงหรือ
โมกษะน้ันเป็นสิ่งที่เป็นไปได้และสามารถบรรลุถึงได้ด้วยการปฏิบัติอย่างเข้มงวดตามวิธีที่
กําหนดไว้ แต่วิธีปฏิบัติเพื่อบรรลุความหลุดพ้นจากทุกข์น้ัน แต่ละระบบก็มีวิธีการเป็นของ
ตนเอง นอกจากน้ันสถานะเช่นไรที่เรียกว่าเป็นสถานะแห่งความหลุดพ้น แต่ละระบบก็มี
ทรรศนะไม่เหมือนกัน ฉะน้ัน จึงสรุปกล่าวได้ว่า แม้ว่าทุกระบบจะมีความเห็นพ้องกันว่า
โมกษะความหลุดพ้นท่ีเป็นไปได้ แต่ในเรื่องของวิธีการและธรรมชาติของความหลุดพ้น แต่ละ
ระบบมที รรศนะไม่ตรงกัน๑๗
๑๗ สุนทร ณ รังสี, ปรชั ญาอนิ เดยี , (กรงุ เทพมหานคร: พพิ ธิ วทิ ยา, ๒๕๓๑), หน้า ๑ – ๘.
คุณธรรมและจริยธรรมสําหรับผูบริหารการศึกษา ๓๑
บทท่ี ๒ แนวคดิ หลกั การ ทฤษฎีคุณธรรมและจรยิ ธรรม
ลักษณะทั้ง ๗ ประการดังกล่าวมานี้ เป็นลักษณะร่วมแห่งปรัชญาอินเดียทุกระบบ
ยกเว้นปรัชญาจารวะจากเพียงระบบเดียว เพราะปรัชญาจารวะจากเป็นปรัชญาวัตถุนิยมซ่ึงมี
แนวความคิดไมต่ รงกับแนวความคดิ ของระบบอื่นๆทั้งหมดของอนิ เดียได้
๒.๔ ระดับของจริยธรรม
ทฤษฎพี ัฒนาการทางจริยธรรม ของโคลเ์ บิรก์ (Stages of Moral Development)
ลอเรนซ์ โคลเบิร์ก (Lawrence Kohlberg) ๑๘ ได้ศึกษาวิจัยพัฒนาการทางจริยธรรม
ของมนุษย์ในหลายประเทศที่มีวัฒนธรรมต่างกัน จริยธรรมในท่ีนี้เป็นเร่ืองของความรู้ ความ
เข้าใจเก่ียวกับความถูกผิด โดยเกิดจากกระบวนการคิดอย่างมีเหตุผล และอาศัยวุฒิภาวะทาง
ปัญญา การวิจัยของ โคลเบิร์ก พบวา่ พัฒนาการทางจริยธรรมของเด็กอายุ ๑๐ ปียังพัฒนาไม่ถึง
ข้ันสูงสุด แต่ยงั คงพฒั นาต่อไปเม่ืออายุมากขึ้น การศึกษาวจิ ัยน้ที ําให้เราทราบว่า การที่บุคคลใช้
เหตุผลหน่ึงๆ ในการตัดสินใจเลือกกระทําต่อเหตุการณ์อย่างหน่ึงนั้นเป็นส่ิงที่แสดงให้เห็น ถึง
ความเจริญในจิตใจของบุคคลผู้น้ัน ซึ่งการใช้เหตุผลเชิงจริยธรรมนี้ไม่ได้ข้ึนอยู่กับกฎเกณฑ์ของ
สังคมใดสังคมหนึ่งโดยเฉพาะ แต่เป็นการใช้เหตุผลท่ีลึกซ้ึงตามลําดับวุฒิภาวะทางจิตใจ และ
สตปิ ญั ญาของบุคคลนน้ั ดงั น้ันการศึกษาแนวคดิ ทฤษฎีนี้จะช่วยให้เราเข้าใจระดบั พฒั นาการทาง
จริยธรรม ของเด็กและเยาวชนที่กระทําผิดกฎหมาย ซ่ึงอาจเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งของสาเหตุ
พฤติกรรมกระทําผิด ตลอดจนการมีพฤติกรรมท่ีไม่เหมาะสมต่างๆ ความเข้าใจน้ีจะช่วยในการ
วางแผนบําบัด แก้ไข ฟ้ืนฟู รวมท้ังพัฒนาทักษะต่างๆ ให้แก่เด็กและเยาวชน เพ่ือช่วยลดการมี
ความประพฤตทิ ่ไี มเ่ หมาะสมของเด็กและเยาวชนได้ ทฤษฎีน้ีไดแ้ บง่ พัฒนาการทางจริยธรรมเปน็
๓ ระดับ โดยแตล่ ะระดับจะแบง่ ยอ่ ยเปน็ ๒ ขั้น รวม ๖ ขัน้ ซงึ่ มีรายละเอยี ดดงั ต่อไปน้ี
ระดับท่ี ๑ ระดับก่อนมีจริยธรรมหรือระดับก่อนกฎเกณฑ์สังคม (Pre-
Conventional Morality Level)
ในระดับที่ ๑ น้ีเด็กจะรับรู้กฎเกณฑ์ของพฤติกรรมท่ี ‘ดี’ และ ‘ไม่ดี’ จากผู้มีอํานาจ
เหนือตนเอง เช่น พ่อแม่ ครูหรือเด็กท่ีโตกว่า และมักคํานึงถึงผลท่ีตามมาว่าเป็นรางวัลหรือการ
ถูกลงโทษในการตีความพฤติกรรม ของตนเอง อย่างเช่นพฤติกรรมดี คือพฤติกรรมที่แสดงแล้ว
ได้รับรางวัล ส่วนพฤติกรรมท่ีไม่ดี คือพฤติกรรมที่แสดงแล้วถูกลงโทษ ซ่ึงพฤติกรรมเหล่านี้จะ
พบในเดก็ ทีอ่ ายุ ๒ – ๑๐ ปี โดยพฒั นาการทางจรยิ ธรรมในระดับท่ี ๑ นจ้ี ะแบง่ เป็น ๒ ขนั้ คอื
๑๘ ลอเรนซ์ โคลเบิรก์ , Lawrence Kohlberg.
๓๒ พระอธิการบุญชวย โชติวํโส, ดร. (อุยวงค)
บทท่ี ๒ แนวคิด หลักการ ทฤษฎีคุณธรรมและจรยิ ธรรม
ข้ันที่ ๑ การเชื่อฟัง และการถกู ลงโทษ (Obedience and Punishment Orientation)
ในขั้นนี้เด็กใช้ผลท่ีตามมาของการแสดงพฤติกรรมเป็นเครื่องบ่งชี้ว่า พฤติกรรมของตนเอง ‘ถูก’
หรือ ‘ผิด’ ถ้าเด็กถูกทําโทษจะเรียนรู้ว่าส่ิงท่ีตนเองทําน้ันผิด ถ้าเด็กได้รับรางวัลหรือคําชม เขา
เรียนรวู้ ่าส่ิงท่ีตนทาํ นัน้ ถกู และจะทําซ้ําอีกเพอ่ื ให้ได้รับรางวัล ดังน้ันเดก็ จะยอมทําตามคําสั่งของผู้
ท่ีมีอํานาจเหนือกว่าตนเองโดยไม่มี เงื่อนไข เพื่อไม่ให้ตนเองถูกลงโทษ ถือว่าเป็นการแสดง
พฤตกิ รรมเพื่อหลบหลีกการถูกลงโทษ
ข้นั ท่ี ๒ กฎเกณฑ์เป็นเครื่องมอื เพอ่ื ประโยชน์ของตน(The Instrumental Relativist
Orientation) ในขั้นน้ีใช้หลักการแสวงหารางวัล และการแลกเปลี่ยน บุคคลเลือกทําตามความ
พอใจของตนเอง โดยใหค้ วามสําคญั ตอ่ การไดร้ บั รางวลั ตอบแทน รางวัลอาจจะเป็นวตั ถุหรือเป็น
การตอบแทนทางกาย วาจา และใจ โดยในขั้นนี้ยงั ไม่คํานึงถงึ ความถูกต้องของสงั คม แตท่ วา่ เด็ก
จะสนใจทําตามข้อบงั คับ เพอื่ ประโยชน์ หรือความพอใจของตนเอง หรือเพราะอยากได้ของตอบ
แทน ท้ังน้ีบุคคลที่อยู่ในขั้นนี้ยังไม่มีความคิดเห็นอกเห็นใจต่อผู้อ่ืน หรือความยุติธรรม ดังน้ัน
พฤติกรรมของเด็กในขั้นนี้จึงทําเพื่อตอบสนองความตอ้ งการของตนเอง แต่มักเป็นไปในลักษณะ
ของการแลกเปลี่ยนกบั คนอน่ื ๑๙
ระดับที่ ๒ ระดับจริยธรรมตามกฎเกณฑ์ทางสังคม(Conventional Morality
Level)
ระดับจริยธรรมในระดับที่ ๒ น้ี บุคคลจะแสดงพฤติกรรมตามเกณฑ์ของสังคมท่ีตน
อยู่ ทําตามความคาดหวังของพ่อแม่ หรือผู้ปกครอง บุคคลจะไม่คํานึงถึงผลตามมาที่จะเกิดแก่
ตนเอง แต่คํานึงถึงจิตใจของผู้อ่ืน ยึดถือความซื่อสัตย์ และความจงรักภักดีเป็นสําคัญ จริยธรรม
ในระดับนี้มักพบในช่วงวัยรุ่นอายุประมาณ ๑๐–๑๖ ปี โดยพัฒนาการทางจริยธรรมน้ีจะ
แบง่ เป็น ๒ ขั้น คอื
ข้ันท่ี ๓ ความคาดหวังและการยอมรับในสังคมสําหรับ‘เด็กดี’ (The Interpersonal
Concordance or “Good Boy-Nice Girl” Orientation) ในข้ันนี้บุคคลจะใช้หลักทําตามท่ี
ผูอ้ นื่ เห็นชอบ โดยจะแสดงพฤติกรรมเพอ่ื ต้องการให้เปน็ ทย่ี อมรับของกลุ่ม ทําให้ผอู้ ื่นพอใจ และ
ยกย่องชมเชย บุคคลนี้จะไม่ค่อยมีความเป็นตัวของตัวเอง มักคล้อยตามการชักจูงของผู้อ่ืน
โดยเฉพาะเพ่ือนพบในวัยรุ่นอายุ ๑๐–๑๕ ปี พัฒนาการทางจริยธรรมในขั้นน้ีเป็นพฤติกรรมของ
“คนด”ี ตามมาตรฐานหรือความคาดหวังของพ่อ แม่ หรือเพือ่ นวัยเดยี วกัน ดังนัน้ พฤตกิ รรมดใี น
ที่น้ีจึงหมายถึง พฤติกรรมท่ีจะทําให้ผู้อ่ืนชอบและยอมรับ รวมท้ังการไม่ประพฤติผิดเพราะกลัว
วา่ จะทําให้พ่อแม่เสยี ใจ
๑๙ ศรเี รือน แกว้ กงั วาล, ทฤษฎจี ติ วทิ ยาบคุ ลิกภาพ, (กรุงเทพมหานคร: หมอชาวบ้าน, ๒๕๕๑).
คุณธรรมและจริยธรรมสําหรับผูบริหารการศึกษา ๓๓
บทท่ี ๒ แนวคดิ หลกั การ ทฤษฎีคุณธรรมและจรยิ ธรรม
ข้ันท่ี ๔ กฎและระเบียบ (Law and Order Orientation) ในขั้นน้ีบุคคลจะใช้หลัก
ทําตามหน้าท่ีของสังคม พัฒนาการทางจริยธรรมในข้ันน้ีพบในวัยรุ่นช่วงอายุประมาณ ๑๓–๑๖
ปี บุคคลน้ีจะเรียนรู้ถึงการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม คํานึงถึงบทบาทและหน้าที่ของตนเองใน
สังคม และปฏิบัติตามหน้าท่ีของสังคมอย่างเคร่งครัดเพ่ือธํารงไว้ซ่ึงกฎเกณฑ์ของ สังคม เหตุผล
ในเชิงจริยธรรมในข้ันนี้ ถือว่าสังคมจะอยู่ด้วยความมีระเบียบจะต้องมีกฎหมายและข้อบังคับ
คนดีหรือคนท่มี พี ฤตกิ รรมถกู ต้องคอื คนทปี่ ฏิบตั ิตามระเบียบข้อบังคบั หรือกฎหมาย๒๐
ระดับที่ ๓ ระดับจริยธรรมตามหลักการด้วยวิจารณญาณ หรือระดับเหนือ
กฎเกณฑ์สังคม (Post-Conventional Morality Level)
พัฒนาการทางจริยธรรมในระดับน้ีเป็นหลักจริยธรรมของผู้ท่ีมีอายุ ๒๐ ปีข้ึนไป หาก
บุคคลพัฒนาจริยธรรมมาถึงข้ันนี้ก็จะมีการใช้วิจารณญาณตีความหมายของ สถานการณ์ต่างๆ
ตามหลักการ และมาตรฐานทางจริยธรรมก่อนที่จะแสดงพฤติกรรม ซึ่งการตัดสินใจว่า ‘ถูก’
‘ผิด’ หรือ ‘ควร’ ‘ไม่ควร’ มาจากวิจารณญาณของตนเอง อยู่บนหลักของความยุติธรรม และ
เป็นท่ียอมรับของสังคม ปราศจากอิทธิพลของผู้ที่มีอํานาจ หรือกลุ่มที่ตนเป็นสมาชิก ซึ่ง
พฒั นาการทางจริยธรรมในระดบั นกี้ จ็ ะแบ่งเป็น ๒ ขัน้ คือ
ขั้นที่ ๕ สัญญาสังคม หรือหลักการทําตามคํามั่นสัญญา (The Social-Contract
Legalistic Orientation) บุคคลมีเหตุผลในการเลือกกระทํา โดยคํานึงถึงประโยชน์ของส่วนรวม
เป็นหลัก ไม่ละเมดิ สิทธขิ องผู้อน่ื เคารพการตัดสินใจของตนเอง และสามารถควบคมุ ตนเองได้ โดย
มีพฤติกรรมท่ถี กู ต้องตามค่านิยมของตนและมาตรฐานของสังคม
ข้ันที่ ๖ หลักการคุณธรรมสากล (The Universal-Ethical Principle Orientation)
ขั้นนี้ถือว่าเป็นหลักการมาตรฐานจริยธรรมสากล เป็นหลักการเพื่อมนุษยธรรม ในขั้นน้ีสิ่งที่
‘ถูก’ และ ‘ผิด’ เป็นสิ่งท่ีข้ึนอยู่กับมโนธรรมที่แต่ละคนยึดถือ บุคคลจะแสดงพฤติกรรมตาม
หลักการคุณธรรมสากล โดยคํานึงถึงความถูกต้อง ยอมรับในคุณค่าของความเป็นมนุษย์
คํานึงถึงสิทธิมนุษยชน มีคุณธรรมประจําใจ ละอาย เกรงกลัวต่อบาป มีความยืดหยุ่นและยึด
หลกั จริยธรรมของตนอย่างมีสต๒ิ ๑
พัฒนาการทางจริยธรรมจะมีความเกี่ยวข้องกับพัฒนาการทางด้านความคิดเป็นเหตุ
เป็นผล (ตรรกะ) บุคคลจะมีพัฒนาการทางจริยธรรมเป็นไปตามลําดับไม่มีการข้ามขั้น เช่น
บคุ คลทมี่ พี ัฒนาการทางจรยิ ธรรมในขั้น ๓ การแสดงพฤตกิ รรมเพ่ือใหไ้ ดร้ ับการยอมรับจากกลุ่ม
จะไม่สามารถพัฒนาแบบก้าวกระโดดไปยังข้ัน ๕ ซึ่งเป็นเร่ืองการตระหนักถึงประโยชน์ของ
๒๐ เร่ืองเดยี วกัน, ๒๕๕๑.
๒๑ ศรีเรอื น แกว้ กังวาน, ทฤษฎีจิตวทิ ยาบคุ ลกิ ภาพ, (กรุงเทพมหานคร: หมอชาวบ้าน, ๒๕๕๑).
๓๔ พระอธิการบุญชวย โชติวํโส, ดร. (อุยวงค)
บทที่ ๒ แนวคิด หลักการ ทฤษฎีคุณธรรมและจริยธรรม
ส่วนรวมเป็นหลัก แต่อาจพัฒนาก้าวหน้าขึ้นไปเรื่อยๆ ผ่านขั้นที่ ๔ และไปถึงขั้นท่ี ๕ เป็นลําดับ
การที่เราศกึ ษาแนวคดิ เหตผุ ล เชงิ จริยธรรม น้จี ะทาํ ใหเ้ ราตระหนักถงึ ข้อจาํ กัดทาง ด้านความคดิ
ในแต่ละข้ันพัฒนาการปัจจุบันของบุคคล ซ่ึงเหล่าน้ีเป็นแรงผลักดันที่ส่งผลต่อพัฒนาการทาง
จรยิ ธรรมของบุคคลน้นั ๒๒
๒.๕ สรปุ
จากแนวคิดปรัชญาตะวันตกท่ีได้กล่าวมาข้างต้น ถือเป็นพ้ืนฐานแนวคิดที่สําคัญอัน
นํามาสู่การเปลี่ยนแปลงของแนวคิดจริยธรรมตะวันตกในช่วงต่อมาอย่างมาก โดยสามารถ
จาํ แนกวิวฒั นาการของแนวคิดทางปรัชญาทางดา้ นจริยธรรมตะวันตกไดเ้ ป็น ๔ ยคุ คือ
๑) กรีกสมัยโบราณอยู่ในช่วงเวลาประมาณ ๖๐๐ ปีก่อนคริสตกาล (ใกล้เคียง
พระพุทธศาสนา เพราะพระพุทธศาสนาเกิดก่อนศักราชประมาณ ๕๔๓ ปี) ลักษณะแนวคิดของ
กรกี โบราณในชว่ งเริม่ แรกมีลกั ษณะเป็นอภิปรัชญา
๒) แม้ว่ายุคปรัชญาสมัยกลางถือว่าเป็นยุคทองของศาสนาคริสต์ แต่หลักปรัชญาคํา
สอนของนักปรัชญาชาวกรีกยังคงมีอิทธิ์อยู่มาก ๓) ยุคปรัชญาสมัยใหม่เป็นยุคที่ศาสนาคริสต์
เร่มิ หมดอิทธพิ ล ประชาชนเร่ิมให้ความสนใจกบั แนวคิดของศาสนาอ่ืนๆ เพม่ิ มากขึ้น ๔) ปรชั ญา
ด้านจริยธรรมร่วมสมัยที่สําคัญได้แก่ สํานักปฏิฐานนิยมตรรกะวิทยา Logical Positivism ซ่ึง
เน้นหลกั เหตุผล
จากการศึกษาปรัชญาแนวคิดคุณธรรมจริยธรรมตะวันออกดังกล่าว จะกล่าวถึง
ปรัชญาของจีนซึ่งมีแนวคิดเน้นที่การปฏิบัติ มีลักษณะเป็น Ethical Philosophy ที่เน้นด้าน
ความคิด (Wisdom) การมี มโนธรรม และการปฏิบัติ เพราะฉะน้ันปรัชญาจีนจะเป็นปรัชญา
ของการปฏิบตั ิจริงและสามารถนําไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ในการดาํ เนินชวี ติ ไดอ้ ีกดว้ ย
๒๒ วรุ ณา กลกิ จโกวิ นท์ , พั ฒนาการทางจิ ตใจในเด็ ก, [ออนไลน์ ]. แหล่ งที่ มา:
www.vajira.ac.th/psycho/elearning/PsychoDevelopChild.doc. [๑๘ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๐].
บทท่ี ๓
แนวคดิ หลักการ ทฤษฎคี ณุ ธรรมและจริยธรรมประเทศไทย
แนวคิด ทฤษฎีเกี่ยวกับคุณธรรมจริยธรรม การพัฒนาจริยธรรมด้วยวิธีพัฒนา
ตนเองตามข้ันตอนดังกล่าว เป็นธรรมภาระที่บุคคลสามารถปฏิบัติได้ควบคู่กับการดําเนิน
ชวี ิตประจําวนั แต่มิใชเ่ ป็นการกระทาํ ในลกั ษณะเสรจ็ สิ้น ต้องกระทําอยา่ งตอ่ เนอื่ งจนเป็นนิสัย
เพราะจิตใจของมนุษย์เปล่ียนแปลงได้ตลอดเวลา เช่น กระแสสังคมท่ีเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
ทุกคนได้มีโอกาสเรียนรู้มาตั้งแต่วัยต้นของชีวิตจากการเลี้ยงดู การศึกษาอบรม และจาก
ประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน โดยอาจเป็นในวิถีทางท่ีต่างกัน ซ่ึงเป็นผลให้บุคคลมีพัฒนาการ
ทางจริยธรรมตา่ งกัน จากกฎเกณฑก์ ารตดั สินท่ีตา่ งกันโดยมีหลกั การดังน้ี
๓.๑ หลักการ แนวคิด ทฤษฎีเกีย่ วกบั คณุ ธรรมจริยธรรมประเทศไทย
- หลกั การ แนวคิด ทฤษฎีของกญั ญา วรี ยวรรธน๑
การกําหนดทิศทางในการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม ผู้รับผิดชอบงานควรต้องคิดให้
ครอบคลุมท้ังด้านคุณธรรมและจริยธรรม น่ันคือ หลักการคิดและวิธีการปฏิบัติท่ีดีงาม ถูกต้อง
ตามสภาพสังคม วฒั นธรรม
คณุ ธรรม คือ หลักความจรงิ หลกั การปฏิบตั ิ ประกอบด้วย
๑. จรยิ ธรรม มี ๒ ความหมาย คอื
๑.๑ ความประพฤติดีงาม เพ่ือประโยชน์สุขแก่ตนและสังคม ซึ่งมีพ้ืนฐานมาจาก
หลักศลี ธรรมทางศาสนา คา่ นยิ มทางวัฒนธรรม ประเพณี หลกั กฎหมาย จรรยาบรรณวชิ าชีพ
๑.๒ การรูจ้ ักไตรต่ รองว่าอะไรควร ไม่ควรทํา
๒. จรรยา (etiquette) หมายถึง ความประพฤติ กิรยิ าทค่ี วรประพฤติซงึ่ สงั คมแตล่ ะ
สังคม กําหนดขึ้นสอดคล้องกับวัฒนธรรม ในแต่ละวิชาชีพก็อาจกําหนดบุคลิกภาพ กิริยา
วาจาที่บุคคลในวิชาชีพพึงประพฤติปฏิบัติ เช่น ครู แพทย์ พยาบาล ย่อมเป็นผู้ที่พึงสํารวมใน
กิริยา วาจา ทา่ ทางทแ่ี สดงออก
๓. จรรยาบรรณวิชาชีพ (professional code of ethics) หมายถึง ประมวลความ
ประพฤติที่ผู้ประกอบอาชีพการงาน แต่ละอย่างกําหนดขึ้น เพ่ือรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณ
๑ กัญญา วรี ยวรรธน, “การศกึ ษาสภาพปัญหาการเรียนการสอนและการทําวิทยานพิ นธส์ าขาการ
การบริหารการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาไทย”, วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตร์
อุตสาหกรรมมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย: สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง,
๒๕๓๖).
๓๖ พระอธิการบุญชวย โชติวํโส, ดร. (อุยวงค)
บทท่ี ๓ แนวคิด หลกั การ ทฤษฎีคุณธรรมและจรยิ ธรรมประเทศไทย
ชอื่ เสียงและฐานะของสมาชิก ทําให้ได้รับความเช่ือถอื จากสังคม อาจเขียนเป็นลายลักษณ์อกั ษร
หรือไม่ก็ได้ เช่น จรรยาบรรณของแพทย์ ก็คอื ประมวลความประพฤติที่วงการแพทย์กําหนดขึ้น
เพอ่ื เป็นแนวทางสําหรับผเู้ ปน็ แพทย์ยดึ ถือปฏบิ ัติ
๔. ศีลธรรม (moral) คําว่า ศีลธรรมถ้าพิจารณาจากรากศัพท์ภาษาละติน Moralis
หมายถึง หลักความประพฤติท่ีดีสําหรับบุคคลพึงปฏิบัติ ภาษาไทย ศีลธรรมเป็นศัพท์
พระพทุ ธศาสนา หมายถงึ ความประพฤตทิ ่ดี ที ี่ชอบหรือ ธรรมในระดบั ศีล
๕. คุณธรรม (virtue) หมายถึงสภาพคุณงามความดีทางความประพฤติและจิตใจ
เช่น ความเป็นผู้ไมก่ ลา่ วเท็จโดยหวังประโยชน์สว่ นตน เปน็ คุณธรรมประการหน่งึ อาจกล่าวได้
ว่าคณุ ธรรมคือจริยธรรมแต่ละข้อที่นํามาปฏิบตั ิจนเปน็ นิสยั เชน่ เปน็ คนซ่อื สตั ย์ เสียสละ อดทน
มีความรับผดิ ชอบ ฯลฯ
๖. มโนธรรม (conscience) หมายถึงความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ความรู้สึกว่าอะไรควร
ทําไม่ควรทํา นักจริยศาสตร์เช่ือว่ามนุษย์ทุกคนมีมโนธรรม เน่ืองจากบางขณะเราจะเกิด
ความรู้สึกขัดแย้งในใจระหว่างความรู้สึกต้องการส่ิงหน่ึง และรู้ว่าควรทําอีกสิ่งหนึ่ง เช่น
ต้องการไปดภู าพยนตรก์ ับเพ่ือน แต่ก็รู้วา่ ควรอยเู่ ปน็ เพ่ือน คุณแม่ซึง่ ไม่คอ่ ยสบาย
๗. มารยาท กิริยา วาจา ที่สังคมกําหนดและยอมรับว่าเรียบร้อย เช่น สังคมไทยให้
เกียรติเคารพผู้ใหญ่ ผู้น้อยย่อมสํารวมกิริยาเม่ืออยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ การระมัดระวังคําพูดโดยใช้ให้
เหมาะกบั บคุ คลตามกาลเทศะ
จริยธรรม คือ กฎเกณฑ์ความประพฤติของมนุษย์ ซ่ึงเกิดข้ึนจากธรรมชาติของมนุษย์
เอง ความเป็นผู้มีปรีชาญาณ (ปัญญา และ เหตุผล รวมกัน) ทําให้มนุษย์มีมโนธรรม รู้จัก
แยกแยะความดี ถูก ผิด ควร ไมค่ วร
จรยิ ธรรมมลี กั ษณะ ๔ ประการ คือ
๑. การตัดสินทางจริยธรรม(moral judgment) บุคคลจะมีหลักการของตนเอง เพื่อ
ตัดสนิ การกระทาํ ของผู้อน่ื
๒. หลักการของจริยธรรมและการตัดสินตกลงใจเป็นความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในตัว
บคุ คลกอ่ นทจ่ี ะปฏิบตั กิ ารต่าง ๆ ลงไป
๓. หลกั การทางจรยิ ธรรมเป็นหลกั การสากลท่บี ุคคลใช้ตดั สินใจในการการะทาํ สิ่งต่าง ๆ
๔. ทัศนะเกี่ยวกับจริยธรรมได้มาจากความคิดของบุคคลหรืออุดมคติของสังคมจน
เกดิ เปน็ ทัศนะในการดํารงชวี ิตของตน และของสงั คมทตี่ นอาศัยอยู่
จะเห็นได้ว่า คุณธรรม หมายถึง หลักของความดี ความงาม ความถูกต้อง ในการ
แสดงออกทั้งกาย วาจาใจ ของแต่ละบุคคล ซง่ึ ยึดมั่นไว้เป็นหลกั ประจําใจในการประพฤติปฏิบัติ
จนเกิดเป็นนิสัย ซึง่ อาจสง่ ผลให้การอยู่
คุณธรรมและจริยธรรมสาํ หรับผูบริหารการศึกษา ๓๗
บทท่ี ๓ แนวคิด หลักการ ทฤษฎคี ุณธรรมและจรยิ ธรรมประเทศไทย
ทฤษฎตี น้ ไม้จริยธรรมสําหรบั คนไทย
เป็นทฤษฎที างจิตวทิ ยาทฤษฎแี รกของนักศึกษาไทยที่สร้างขึ้น บุคคลผู้รวบรวมเขียน
เป็นทฤษฎี คือ ศาสตราจารย์ ดร.ดวงเดือน พันธุมนาวิน กรอบแนวคิดท่ีเป็นจุดเด่นของ
ทฤษฎีน้ีมีความว่า ลักษณะพ้ืนฐานและองค์ประกอบทางจิตใจซ่ึงจะนําไปสู่พฤติกรรมที่พึง
ปรารถนา เพอื่ สง่ เสรมิ ให้บคุ คลเปน็ คนดีและ คนเก่ง๒
๑. ส่วนของดอกผล เปรียบเสมือนเป็นลักษณะพฤติกรรมคนดีและเก่ง การที่ต้นไม้
จะให้ดอกผลใหญจ่ ะต้องมลี ําตน้ และรากทสี่ มบรู ณ์
๒. ส่วนของลําต้นท่ีสมบูรณ์ เปรียบเสมือนลักษณะทางจิตใจ ซ่ึงเป็นสาเหตุของ
พฤตกิ รรมทดี่ มี ี ๕ ประการ คอื
ประการที่ ๑ มที ัศนคติ ค่านิยมทดี่ ี และคณุ ธรรม
ประการท่ี ๒ มีเหตผุ ลเชิงจรยิ ธรรม
ประการที่ ๓ ลกั ษณะมงุ่ อนาคต คาดการณไ์ กล
ประการที่ ๔ เชอื่ อาํ นาจในตน
ประการท่ี ๕ มีแรงจงู ใจใฝส่ ัมฤทธิ์
ลักษณะทางจิตใจทั้ง ๕ ประการน้ี ถ้ามีมากในบุคคลใด บุคคลนั้นจะเป็นผู้มี
พฤติกรรมเก่งและดีอยา่ งสม่าํ เสมอ
๓. ส่วนของรากต้นไม้ เปรียบเสมือนลักษณะทางจิตท่ีเป็นพื้นฐานท่ีจะชอบไชหา
อาหารเล้ียง ลําต้นให้สมบรู ณม์ ี ๓ ประการ คือ
ประการที่ ๑ สติปญั ญา
ประการท่ี ๒ ประสบการณท์ างสงั คม
ประการที่ ๓ สขุ ภาพจิตดี
บุคคลทมี่ ีลกั ษณะพ้ืนฐานทางจิตทง้ั สามประการน้ันสูง และเหมาะสมกับอายุ เปรียบ
ได้กบั คนทีเ่ ป็นบัวเหนอื น้ําในพุทธศาสนา ซ่งึ พร้อมจะรับการพัฒนา ทฤษฎตี ้นไม้ จริยธรรมของ
คนไทยจึงให้ข้อสรุปว่า ถ้าต้องการพัฒนาคนให้เป็นคนเก่งและดี จะต้องพัฒนาลักษณะจิตใจ
ท้งั ๘ ประการท่ีระบไุ ว้ท่ีลําต้นและรากต้นไม้
๒ กัญญา วีรยวรรธน, “การศึกษาสภาพปญั หาการเรยี นการสอนและการทําวิทยานิพนธส์ าขาการ
การบริหารการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาไทย”, วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตร์
อุตสาหกรรมมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย: สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง,
๒๕๓๖).
๓๘ พระอธิการบุญชวย โชติวํโส, ดร. (อุยวงค)
บทที่ ๓ แนวคิด หลกั การ ทฤษฎีคุณธรรมและจริยธรรมประเทศไทย
คณุ ลักษณะของคน (ยคุ ใหม)่ ทพ่ี งึ ประสงค์
การสอน "คณุ ธรรม/จริยธรรม" เป็นความตอ้ งการท่ีคนรุ่นหน่ึงจะชี้นาํ คนอีกรุ่นหน่ึง
โดยผู้สอนมีความเช่ือว่าประสบการณ์ของตนอาจสร้างความเข้าใจเรื่อง คุณธรรม/จริยธรรม
(หรือความดี ความถูกต้อง ความเหมาะสม) อย่างถ่องแท้ในระดับหน่ึง และต้องการให้ เยาวชน
เช่ือ ดีและเหมาะสมกับเยาวชน การยึดหลักคุณธรรม/จริยธรรม ทําให้มนุษย์มีความสุข ความ
สวย และความงาม โดยทค่ี วามสุขนนั้ ควรเป็นความสุขแบบเรยี บงา่ ยและยงั่ ยนื
คณุ สมบัติอันเปน็ ความพร้อมท่ีจะพัฒนา จรยิ ธรรมของบุคคลประกอบด้วย
๑. ความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของชีวิตและหลัก จริยธรรม ทุกคนได้มีโอกาสเรียนรู้มา
ตั้งแต่วัยต้นของชีวิตจากการเล้ียงดู การศึกษาอบรม และจากประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน
โดยอาจเป็นในวิถีทางท่ีต่างกัน ซึ่งเป็นผลให้บุคคลมีพัฒนาการทางจริยธรรมต่างกัน จาก
กฎเกณฑ์การตัดสนิ ทีต่ า่ งกนั
คุณธรรมและจริยธรรมสําหรับผูบริหารการศึกษา ๓๙
บทที่ ๓ แนวคิด หลกั การ ทฤษฎีคุณธรรมและจริยธรรมประเทศไทย
๒. ความใฝ่ธรรม มนุษย์มีธรรมชาติ ของการ แสวงหาความถูกต้องเป็นธรรมหรือ
ความดีงามต้ังแต่วัยทารก คุณสมบัติน้ีทําให้บุคคลนิยมคนดี ชอบสังคมที่มีคุณธรรมจริยธรรม
ตอ้ งการท่ีจะพัฒนาตนเองให้เปน็ คนดี
๓. ความรูจ้ ักตนเองของบคุ คลนัน้ ความรจู้ ักตนเองของบุคคล คอื สรา้ งความสามารถ
ในการพิจารณาให้รู้อิทธิพลของความดีและความไม่ดีของตนให้ชัดเจน ซ่ึงจะช่วยให้บุคคล
สามารถเสริมสร้างความดีของตนให้มีพลังเข็มแข็ง ในลักษณะที่ตนเองและสังคมยอมรับได้
ความรู้จักตนเองนี้จะทําให้บุคคลมีความม่ันใจ มีพลังและพร้อมท่ีจะขจัดความไม่ดีของตนและ
พัฒนาตนเองอย่างถูกต้องดีขึ้น
วิถีทางพัฒนาจริยธรรม
๑. การศกึ ษาเรียนรู้ กระทาํ ได้หลายวิธี ดงั นี้
๑.๑ การศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง ด้วยการหาความ รู้จากการอ่านหนังสือ
เกี่ยวกับปรัชญาศาสนา วรรณคดีที่มีคุณค่า หนังสือเก่ียวกับจริยธรรมทั่วไปและ จริยธรรม
วิชาชีพ
๑.๒ การเข้าร่วมประชุมสัมมนา เพื่อแลกเปล่ียนความรู้ความคิดเห็นและ
ประสบการณ์เกย่ี วกบั คุณธรรมจรยิ ธรรม และการคบหาบัณฑติ ผ้ใู สใ่ จด้าน จริยธรรม
๑.๓ การเรยี นรู้จากประสบการณ์ชวี ิตและจากประสบการณใ์ นสถานท่ีปฏบิ ัตงิ าน
ประสบการณ์จริงเป็นโอกาสอันประเสริฐในการเรียนรู้จริยธรรมแห่งชีวิต ท่ีช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้
ได้อย่างลึกซ้ึงท้งั ด้านเจตคติและทักษะการแก้ปัญหาเชิง จริยธรรม อย่างไรก็ตามข้ึนอยู่กับความ
พรอ้ มของบุคคล ผูม้ ีความพรอ้ มนอ้ ยอาจจะไม่ไดป้ ระโยชนจ์ ากการเรียนร้อู ันมีคา่ น้ีเลย
๒. การวิเคราะห์ตนเอง บุคคลผู้มีความพร้อมจะพัฒนามีความต้ังใจและเห็นความ
สําคญั ของการวิเคราะหต์ นเองเพอ่ื ทาํ ความรู้จกั ในตวั ตนเอง ด้วยการพจิ ารณาเก่ียวกับความร้สู ึก
นกึ คิดและพฤติกรรมการแสดงออกของตนเอง จะช่วยใหบ้ ุคคลตระหนักรู้คณุ ลกั ษณะของตนเอง
รจู้ ุดดจี ุดด้อยของตน รู้ว่าควรคงลกั ษณะใดไว้
๓. การฝึกตน เป็นวิธีการพัฒนาด้าน คุณธรรมจริยธรรมด้วย ตนเองข้ันสูงสุด เพราะ
เป็นการพัฒนาความสามารถของบุคคล ในการ ควบคุมการประพฤติปฏิบัติของตนให้อยู่ใน
กรอบของพฤติกรรมที่พึงปรารถนาของสังคม ท้ังในสภาพการณ์ปกติและเมื่อเผชิญปัญหาหรือ
ขัดแยง้
การฝึกตนเป็นวิธีการพัฒนาด้านคุณธรรม จริยธรรมด้วยตนเองขั้นสูงสุด เพราะเป็น
การพัฒนาความสามารถของบุคคล ในการควบคุมการประพฤติปฏบิ ัตขิ องตนให้อยู่ในกรอบของ
พฤตกิ รรมที่พึงปรารถนาของสงั คม ทัง้ ในสภาพการณ์ปกติและเมือ่ เผชิญปญั หาหรอื ขดั แย้ง
๔๐ พระอธิการบุญชวย โชติวํโส, ดร. (อุยวงค)
บทที่ ๓ แนวคดิ หลกั การ ทฤษฎีคุณธรรมและจริยธรรมประเทศไทย
๓.๑ การฝึกวินัยข้ันพ้ืนฐาน เช่น ความขยันหม่ันเพียร การพึ่งตนเอง ความตรง
ต่อเวลา ความรับผดิ ชอบ การรู้จักประหยัดและออม ความซ่ือสัตย์ ความมี สัมมาคารวะ ความ
รกั ชาติฯ
๓.๒ การรักษาศีลตามความเชื่อในศาสนาของตน ศีลเป็นตัวกําหนดท่ีจะทําให้
งดเว้นในการท่ีจะกระทําช่ัวร้ายใด ๆ อยู่ในจิตใจ ส่งผลให้บุคคลมีพลังจิตท่ีเข้มแข็งรู้เท่าทัน
ความคดิ สามารถควบคุมตนได้
๓.๓ การทําสมาธิ เปน็ การฝกึ ให้เกิดการตง้ั มัน่ ของจติ ใจทําให้เกิดภาวะมีอารมณ์
หน่ึงเดียวของกุศลจิต เป็นจิตใจที่สงบผ่องใสบริสุทธิ์เป็นจิตที่เข้มแข็ง ม่ันคง แน่วแน่ ทําให้เกิด
ปัญญาสามารถพิจารณาเห็นทกุ อยา่ งตรงสภาพความเป็นจริง
๓.๔ ฝกึ การเปน็ ผู้ให้ เช่น การรูจ้ ัก ให้อภัย รู้จักแบ่งปันความรู้ ความดีความชอบ
บริจาคเพ่ือสาธารณะประโยชน์ อุทิศแรงกายแรงใจช่วยงานสาธารณะประโยชน์โดยไม่หวัง
ผลตอบแทนใด ๆ
สรุปได้ว่า การพัฒนาจริยธรรมด้วยวิธีพัฒนาตนเองตามข้ันตอนดังกล่าว เป็นธรรม
ภาระท่ีบุคคลสามารถปฏิบัติได้ควบคู่กับการดําเนินชีวิตประจําวัน แต่มิใช่เป็นการกระทําใน
ลักษณะเสร็จส้ิน ต้องกระทําอย่างต่อเน่ืองจนเป็นนิสัย เพราะจิตใจของมนุษย์เปล่ียนแปลงได้
ตลอดเวลา เช่น กระแสสงั คมทเี่ ปลย่ี นแปลงตลอดเวลา
ทฤษฎจี ริยธรรมตามแนวพุทธศาสตร์ของพระเทวินทร์ เทวินโท
พระเทวินทร์ เทวินโท (๒๕๔๔ หน้า ๓๔๖-๓๔๙)๓ กลา่ ววา่ ทฤษฎีจรยิ ธรรมตามแนว
พุทธศาสตร์นี้เรียกว่า ทฤษฎีพุทธจริยศาสตร์ซึ่งเป็นสัจจทฤษฎีแห่งธรรม โดยประกอบด้วย
เหตุผลและผล เป็นการศึกษาธรรมท่ีมีความเป็นธรรมชาติซึ่งหมายถึงส่ิงท่ีเป็นจริง การศึกษา
ด้านทฤษฎีทาง จริยศาสตร์นี้เป็นการศึกษาด้วยการสังเกต ทดลองด้วยการปฏิบัติจริงและนําผล
มาเป็นองค์ความรู้ของศาสตร์ ดังนั้น การศึกษาด้านจริยศาสตร์จึงเป็นการศึกษาในเชิง
วิทยาศาสตร์ จากองค์ประกอบในด้าน ธรรมชาติของสสาร การรวมตัวและการแยกสลายออก
จากกนั จนไม่มีตัวตนท่ีแน่นอน คือ พระอภธิ รรมปิฎก ข้อประพฤติปฏิบตั ิของมนษุ ย์ตอ่ ธรรมชาติ
ที่จะทําให้สังคมมีความสงบสุขและวิธีการท่ีจะทําให้มนุษย์หลุดพ้นจากความทุกข์ซ่ึงได้แก่ เกิด
แก่ เจ็บ ตาย คือ พระสุตตันตปิฎก และข้อห้ามไม่ให้มนุษย์ทํา ได้แก่ ศีล กฎ ระเบียบ คือ พระ
วินยั ปฎิ ก ทฤษฎนี ีไ้ ด้กล่าวถึง สัจธรรมทเี่ ป็นธรรมชาติของมนษุ ย์ ไว้ ๓ หลักธรรม คือ
๓ พระเทวินทร์ เทวินโท, ทฤษฎีจริยธรรมตามแนวพุทธศาสตร์, [ออนไลน์], แหล่งที่มา:
https://khopkhun.wordpress.com /2009/04/18/4 [๒๕๔๔] หน้า ๓๔๖-๓๔๙.
คุณธรรมและจริยธรรมสําหรับผูบริหารการศึกษา ๔๑
บทที่ ๓ แนวคดิ หลกั การ ทฤษฎีคุณธรรมและจริยธรรมประเทศไทย
หลักธรรมที่ ๑ ได้แก่ อรูปธรรมและรูปธรรม ซึ่งอธิบายได้ว่า ธรรมชาตินั้นมีอยู่สอง
สภาวะ สภาวะหน่ึง คือ สภาวะที่ยังไม่รวมกันเป็นธาตุ เป็นสารเคมีชนิดใดชนิดหนึ่ง มีสภาวะ
เป็นกลาง เป็นอยู่อย่างอัตตพิสัย ไม่มีปฏิกิริยาไม่พลังในตัวเอง และสภาวะสอง คือ สภาวะของ
ธรรมชาติที่เป็นอัตตพิสัยแล้ว ได้รวมตัวกันเป็นปรพิสัย คือ เป็นธาตุ เป็นสารเคมีต่าง ๆ จนมี
ปฏกิ ริ ิยามพี ลังงานอยใู่ นตัวเอง
หลักธรรมที่ ๒ ได้แก่ อสังขตธรรมและสังขตธรรม อธิบายได้ว่า ธรรมชาติที่ยังไม่มี
ปจั จัย ยังไม่ธาตุ ยังไม่มีสารเคมีใด ๆ มาปรงุ แตง่ ให้เป็นสังขาร ให้เป็นส่งิ ที่มชี ีวิตใดชีวิตหน่ึง ยัง
อยู่ในสภาพท่ีเป็นอากาศ เป็นธาตุที่บริสุทธ์ิอยู่ ซึ่งในอีกธรรมชาติหน่ึงคือธรรมชาติท่ีมีการปรุง
แต่งของปัจจัยต่าง ๆ ธาตุชนิดต่าง ๆ จนรวมกันเป็นพืชเป็นสัตว์ เป็นมนุษย์เป็นสังขาร มีชีวิต
และจิตใจ มีวญิ ญาณ เป็นสงิ่ มชี วี ติ ที่เป็นไปตามปกติวสิ ยั ของธรรมชาตทิ ั้งท่ดี ีและไม่ดี
หลกั ธรรมที่ ๓ ได้แก่ โลกิยธรรมและโลกุตตรธรรม อธิบายได้ว่า ธรรมท่ีทําให้มนุษย์
สัตว์ พืช ตอ้ งเปน็ ไปตามโลกธรรม มีการเวียนว่ายตายเกดิ มีความไม่เที่ยง มีความทุกข์ ความสุข
ตามปกติวิสัยไม่มีท่ีสิ้นสุด มีความเป็นอนัตตา และตกอยู่ใต้อํานาจการครอบงําของธรรมชาติท่ี
เลวซ่ึงเป็นสภาวะหน่ึงของธรรมชาติ ในอีกซีกหน่ึงของธรรมในหลักน้ี คือ ธรรมท่ีทําให้มนุษย์
และสัตว์ได้พ้นจากสภาวะปกติของโลกธรรมและโลกิยธรรม ไม่มีการเวียนว่ายตายเกิด เม่ือ
บรรลุถึงสภาวะสูงสุดของ โลกุตตรธรรม ก็จะไม่ตกอยใู่ ตอ้ ํานาจการครอบงําของธรรมชาติท่ีเลว
ทดี่ าํ รงอยเู่ หนือความช่วั รา้ ยทง้ั ปวง
ทฤษฎจี รยิ ศาสตรเ์ ชิงศาสนา๔
ทฤษฎจี ริยศาสตรเ์ ชงิ ศาสนา เปน็ ทฤษฎีท่ีใช้กุศโลบายเพ่อื ให้เกิดความศรทั ธาต่อพระ
ผู้เป็นศาสดาซ่ึงเป็นตัวนําที่ทําให้มีความเคร่งครัดในการปฏิบัติตนตามศาสนกิจและตามคําสอน
ของพระธรรมในศาสนานั้นๆ ซ่ึงให้หลักเพ่ือนําไปประกอบคุณงามความดี ช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่น
ละเว้นความช่วั เป็นต้น
ทฤษฎีจริยธรรมเชงิ จิตวิทยา๕
ทฤษฎีจริยธรรมเชิงจิตวิทยา นักจิตวิทยาศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์ท้ังท่ีเป็น
พฤติกรรมภายนอกท่ีมนุษย์แสดงออกและพฤติหรรมภายในซึ่งเป็นพฤติกรรมทางจิต ทฤษฎี
๔ กัญญา วีรยวรรธน, “การศึกษาสภาพปัญหา การเรียน การสอน และการวิทยานิพนธ์ สาขา
การบริหารการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ของสถาบันอุดมศึกษาไทย”, วิทยานิพนธ์ครุศาสตรอุตสาหกรรม
มหาบัณฑิต, การบรหิ ารอาชวี ศึกษา, (บัณฑิตวทิ ยาลยั : สถาบนั อุดมศึกษาไทย, ๒๕๓๖).
๕ บ้านจอมยุทธ, ทฤษฏีทางจิตวิทยาท่ีเกี่ยวข้องกับจริยธรรม, [ออนไลน์], แหล่งที่มา:
https://www. baanjomyut. comlibraryethics03 .htm, [๑๕ มิถนุ ายน ๒๕๕๘].