The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ผู้แต่ง พระอธิการบุญช่วย โชติวํโส, ดร.

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

คุณธรรมและจริยธรรมสำหรับผู้บริหารการศึกษา

ผู้แต่ง พระอธิการบุญช่วย โชติวํโส, ดร.

๑๔๒ พระอธิการบุญชวย โชติวํโส, ดร. (อุยวงค)

บทที่ ๙ จรรยาบรรณวชิ าชีพนักบริหารการศกึ ษาและมาตรฐานการปฏิบัติตน

จรรยาบรรณตอ่ ผู้รับบริการ
(๓) ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องรัก เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ

ส่งเสริม ให้กาํ ลังใจแก่ศษิ ยแ์ ละผรู้ บั บริการ ตามบทบาทหน้าทโี่ ดยเสมอหนา้
(๔) ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ ทักษะ

และนิสัยท่ีถูกต้องดีงามแก่ศิษย์และผู้รับบริการ ตามบทบาทหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ ด้วย
ความบรสิ ทุ ธใ์ิ จ

(๕) ผู้ประกอบวิชาชพี ทางการศึกษา ต้องประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่
ดี ทง้ั ทางกาย วาจา และจติ ใจ

(๖) ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องไม่กระทําตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความ
เจรญิ ทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสังคมของศิษย์ และผู้รบั บริการ

(๗) ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องให้บริการด้วยความจริงใจและ
เสมอภาค โดยไมเ่ รียกรับหรือยอมรับผลประโยชนจ์ ากการใช้ตาํ แหนง่ หนา้ ท่ีโดยมิชอบ

จรรยาบรรณต่อผู้รว่ มประกอบวชิ าชีพ
(๘) ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาพึงช่วยเหลือเก้ือกูลซึ่งกันและกันอย่าง

สร้างสรรค์โดยยึดมั่นในระบบคุณธรรม สร้างความสามคั คีในหมู่คณะ
จรรยาบรรณตอ่ สงั คม
(๙) ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาพึงประพฤติปฏิบัติตนเป็นผู้นําในการ

อนุรักษ์และพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา สิ่งแวดล้อม รักษา
ผลประโยชน์ของส่วนรวม และยึดมนั่ ในการปกครองระบอบประชาธปิ ไตย อันมีพระมหากษัตริย์
ทรงเป็นประมขุ

๔. ศึกษานิเทศก์ จากเอกสารวิชาการลําดับท่ี ๑/๒๕๔๘ ได้กําหนดให้ศึกษานิเทศก์
ควรมีคณุ สมบตั ิด้านคณุ ธรรมและจริยธรรม ดังนี้

๑) มาตรฐานความรู้ : คุณธรรมและจรยิ ธรรมสาํ หรบั ศึกษานิเทศก์
สาระความรู้

(๑) คณุ ธรรมจริยธรรมสาํ หรับศกึ ษานิเทศก์
(๒) จรรยาบรรณของวชิ าชพี ศกึ ษานิเทศก์
(๓) การพัฒนาจรยิ ธรรมผบู้ รหิ ารใหป้ ฏบิ ตั ิตนในกรอบคณุ ธรรม
(๔) การบริหารจัดการบ้านเมอื งที่ดี (Good Governance)
สมรรถนะ
(๑) ปฏบิ ัตติ นตามจรรยาบรรณของวชิ าชีพศึกษานเิ ทศก์
(๒) มีหลักธรรมในการนเิ ทศและประพฤติเปน็ แบบอยา่ งท่ดี ี
๒) มาตรฐานการปฏิบัตติ น

คุณธรรมและจริยธรรมสําหรับผูบริหารการศึกษา ๑๔๓
บทท่ี ๙ จรรยาบรรณวิชาชีพนักบริหารการศึกษาและมาตรฐานการปฏิบัติตน

จรรยาบรรณตอ่ ตนเอง
(๑) ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องมีวินัยในตนเอง พัฒนาตนเองด้าน

วิชาชีพบุคลิกภาพ และวิสัยทัศน์ ให้ทันต่อการพัฒนาทางวิทยาการ เศรษฐกิจ สังคม และ
การเมืองอยเู่ สมอ

จรรยาบรรณต่อวิชาชพี
(๒) ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องรัก ศรัทธา ซ่ือสัตย์สุจริต

รับผิดชอบตอ่ วชิ าชพี และเปน็ สมาชกิ ทีด่ ขี ององค์กรวิชาชพี
จรรยาบรรณต่อผู้รบั บรกิ าร
(๓ ) ผู ้ป ร ะ ก อ บ ว ิช า ช ีพ ท า ง ก า ร ศ ึก ษ า ต ้อ ง ร ัก เ ม ต ต า เ อ า ใ จ

ใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริม ให้กําลังใจแก่ศิษย์และผู้รับบริการ ตามบทบาทหน้าท่ีโดยเสมอหน้า
(๔) ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ ทักษะ

และนิสัยที่ถูกต้องดีงามแก่ศิษย์และผู้รับบริการ ตามบทบาทหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ ด้วย
ความบรสิ ทุ ธิ์ใจ

(๕) ผู้ประกอบวิชาชพี ทางการศึกษา ต้องประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่
ดี ท้ังทางกาย วาจา และจิตใจ

(๖) ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องไม่กระทําตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความ
เจริญทางกาย สตปิ ัญญา จิตใจ อารมณ์ และสงั คมของศิษย์ และผรู้ ับบรกิ าร

(๗) ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องให้บริการด้วยความจริงใจและ
เสมอภาค โดยไมเ่ รยี กรบั หรอื ยอมรบั ผลประโยชน์จากการใชต้ ําแหน่งหน้าทโ่ี ดยมิชอบ

จรรยาบรรณต่อผู้รว่ มประกอบวชิ าชีพ
(๘) ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาพึงช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันอย่าง

สรา้ งสรรค์โดยยึดมน่ั ในระบบคุณธรรม สรา้ งความสามัคคใี นหมู่คณะ
จรรยาบรรณต่อสงั คม
(๙) ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาพึงประพฤติปฏิบัติตนเป็นผู้นําในการ

อนุรักษ์และพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา ส่ิงแวดล้อม รักษา
ผลประโยชนข์ องสว่ นรวม และยดึ ม่นั ในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมพี ระมหากษตั ริย์
ทรงเป็นประมุข

การปฏิบัตติ นตามแบบแผนพฤตกิ รรมจรรยาบรรณของวชิ าชพี ถือเป็นเรือ่ งสําคญั เป็น
อย่างย่ิง ผู้ที่ประกอบวิชาชีพจึงควรตีองตระหนักและใส่ใจท่ีจะปฏิบัติตามโดยยึดถือว่าเป็น “ศีล
ของผู้ประกอบวิชาชีพ” สมควรที่จะต้องหม่ันทบทวนและปฏิบัติตามซึ่งนอกจากจะช่วยไม่ให้
กระทําผิดจนเกิดการร้องเรียนทําให้เสียหายแล้วยังเป็นการยกระดับความเป็นวิชาชีพชั้นสูงทั้ง
ของตนและองค์กรวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษาโดยรวม เป็นที่ยอมรับ มีเกียรติ มี
ศักดิศ์ รี ปรากฏต่อสาธารณชนมากข้นึ อันจะส่งผลต่อคณุ ภาพการศกึ ษาของไทยในอนาคตด้วย

๑๔๔ พระอธิการบุญชวย โชติวํโส, ดร. (อุยวงค)

บทท่ี ๙ จรรยาบรรณวชิ าชีพนักบริหารการศึกษาและมาตรฐานการปฏบิ ตั ิตน

๒) จรรยาบรรณวิชาชพี ครู

จรรยาบรรณข้อท่ี ๑

ครูต้องรักและเมตตาศิษย์ โดยให้ความเอาใจใส่ช่วงเหลือส่งเสริม ให้กําลังใจใน
การศึกษาเล่าเรียนแก่ศิษย์โดยเสมอหน้า ครูต้องรักและเมตตาศิษย์ โดยให้ความเอาใจใส่
ช่วยเหลือ ให้กําลังใจในการศึกษาเล่าเรียนแก่ศิษย์โดยเสมอหน้า หมายถึง การตอบสนองต่อ
ความต้องการ ความถนัด ความสนใจของศิษย์อย่างจริงใจ สอดคล้องกับการเคารพ การเห็นอก
เห็นใจต่อลัทธิพ้ืนฐานของศิษย์จนเป็นที่ไว้วางใจเช่ือถือและช่ืนชมได้รวมท้ังเป็นผลไปสู่การ
พัฒนารอบด้านอย่างเท่าเทียมกัน สร้างความรู้สกึ เป็นมิตร เป็นทีพ่ ่ึงพาและไว้วางใจได้ของศษิ ย์
แต่ละคนและทุกคน ให้ความเป็นกันเองกับศิษย์ รับฟังปัญหาของศิษย์และให้ความช่วยเหลือ
ศิษย์ สนทนาไตถ่ ามทุกขส์ ุขของศิษย์ ฯลฯ

จรรยาบรรณข้อท่ี ๒

ครูต้องอบรม ส่ังสอน ฝึกฝน สร้างเสริมความรู้ ทักษะและนิสัยที่ถูกต้องดีงามให้แก่
ศิษย์อย่างเต็มความสามารถด้วยความบริสุทธ์ิใจ ครูต้องอบรมสั่งสอนฝึกฝนสร้างเสริมความรู้
ทักษะ และนิสัยที่ถูกต้องดีงามให้เกิดแก่ศิษย์อย่างเต็มความสามารถด้วยความบริสุทธิ์ใจ
หมายถึง การดําเนินงานตั้งแต่การเลือกกําหนดกิจกรรมการเรียนท่ีมุ่งผลต่อการพัฒนาในตัว
ศิษย์อย่างแท้จริงการจัดให้ศิษย์มีความรับผิดชอบ และเป็นเจ้าของการเรียนรู้ ตลอดจนการ
ประเมินศิษย์ ในผลของการเรียนและการเพิ่มพูนการเรียนรู้ภายหลังบทเรียนต่าง ๆ ด้วยความ
ปรารถนาท่ีจะให้ศิษย์แต่ละคนและทุกคนพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพและ สอนเต็มเวลา ไม่
เบียดบังเวลาของศิษย์ไปหาผลประโยชน์ส่วนตน เอาใจใส่ อบรม สั่งสอนศิษย์จนเกิดทักษะใน
การปฏิบตั ิงาน อุทิศเวลาเพ่อื พัฒนาศิษย์ตามความจาํ เป็นและเหมาะสม ไม่ละท้ิงช้ันเรือนหรือ
ขาดการสอน ฯลฯ

จรรยาบรรณข้อที่ ๓

ครูตอ้ งประพฤติ ปฏบิ ัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแกศ่ ษิ ยท์ ั้งทางกาย วาจา และจิตใจ การ
ประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี หมายถึง การแสดงอกกอย่างสมํ่าเสมอของครูที่ศิษย์
สามารถสังเกตรับรู้ได้เอง และเป็นการแสดงท่ีเป็นไปตามมาตรฐานแห่งพฤติกรรมระดับสูงตาม
ค่านิยม คุณธรรมและวัฒนธรรมอันดีงาม เช่น ระมัดระวังในการกระทํา และการพูดของตนเอง
อยเู่ สมอ ไม่โกธรง่ายหรือแสดงอารมณ์ฉุนเฉยี วตอ่ หน้าศษิ ย์ มองโลกในแงด่ ี ฯลฯ

จรรยาบรรณขอ้ ท่ี ๔

ครูต้องไม่กระทําตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกายสติปัญญา จิตใจ อารมณ์และ
สังคมของศิษย์การไม่กระทําตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย สติ ปัญญา จิตใจ อารมณ์
และสังคมของศษิ ย์ หมายถึง การตอบสนองต่อศษิ ยใ์ นการลงโทษหรอื ใหร้ างวลั การกระทาํ อื่นใด

คุณธรรมและจริยธรรมสําหรับผูบริหารการศึกษา ๑๔๕
บทที่ ๙ จรรยาบรรณวิชาชีพนักบริหารการศึกษาและมาตรฐานการปฏิบัติตน

ท่ีนําไปสู่การลดพฤติกรรมท่ีพึงปรารถนา และการเพ่ิมพฤติกรรมที่ไม่พึง เช่น ไม่นําปมด้อยของ
ศิษย์มาล้อเลียน ไม่ประจานศิษย์ ไม่พูดจาหรือกระทําการใด ๆ ที่เป็นการซํ้าเติมปัญหาหรือ
ข้อบกพรอ่ งของศษิ ย์

จรรยาบรรณขอ้ ที่ ๕

ครูต้องไม่แสวงหาประโยชน์อันเป็นอามิสสินจ้างจากศิษย์ในการปฏิบัติหน้าท่ี
ตามปกติ และไม่ใช้ศิษย์กระทําการใด ๆ อันเป็นการหาประโยชน์ให้แก่ตนโดยมิชอบการไม่
แสวงหาประโยชน์อันเป็นอามิสสินจ้างจากศิษย์ในการปฏิบัติหน้าท่ีตามปกติ และไม่ใช้ศิษย์
กระทําการใด ๆ อันเป็นการหาประโยชน์ให้แก่ตนโดยมิชอบ หมายถึง การไม่กระทําการใด ๆ ท่ี
จะได้มาซ่ึงผลตอบแทนเกินสิทธิท่ีพึงมีพึงได้จากการปฏิบัติหน้าที่ในความรับผิดชอบตามปกติ
เช่นไม่หารายได้จาการนําสินค้ามาขายให้ศิษย์ ไม่ตัดสินผลงานหรือผลการเรียน โดยมีส่ิง
แลกเปล่ียน ไม่บังคบั หรือสร้างเงื่อนไขให้ศษิ ย์มาเรียนพิเศษเพ่อื หารายได้ ฯลฯ

จรรยาบรรณขอ้ ท่ี ๖

กฎย่อมพัฒนาตนเองท้ังในด้านวิชาชีพ ด้านบุคลิกภาพและวิสัยทัศน์ ให้ทันต่อการ
พัฒนาทางวิทยาการเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองอยู่เสมอการพัฒนาตนเองทั้งในด้านวิชาชีพ
ดา้ นบคุ ลิกภาพ และวสิ ยั ทัศน์ ให้ทันต่อการพัฒนาทางวทิ ยาการ เศรษฐกิจ สังคม และการเมอื ง
อยู่เสมอ หมายถึง การใฝ่รู้ ศึกษาค้นคว้า ริเร่ิมสร้างสรรค์ความรู้ใหม่ให้ทันสมัย ทันเหตุการณ์
และทันต่อการเปลี่ยนแปลงท้ังด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและเทคโนโลยี สามารถพัฒนา
บุคลิกภาพและวิสัยทัศน์เช่น หาความรู้จากเอกสาร ตํารา และสื่อต่าง ๆ อยู่เสมอ จัดทําและ
เผยแพร่ความรู้ผ่านสื่อต่าง ๆ ตามโอกาส เข้าร่วมประชุม อบรม สัมมนา หรือฟังการบรรยาย
หรืออภปิ รายทางวิชาการ ฯลฯ

จรรยาบรรณขอ้ ท่ี ๗

ครูย่อมรักและศรัทธาในวิชาชีพครู และเป็นสมาชิกท่ีดีขององค์กรวิชาชีพครูความรัก
และศรัทธาในวิชาชีพครู และเป็นสมาชิกท่ีดีขององค์กรวิชาชีพครู หมายถึง การแสดงออกด้วย
ความช่ืนชมและเช่ือม่ันในอาชีพครูด้วยตระหนักว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพท่ีมีเกียรติ มีความสําคัญ
และจําเป็นต่อสังคม ครูพึงปฏิบัติงานด้วยความเต็มใจและภูมิใจ รวมทั้งปกป้องเกียรติภูมิของ
อาชีพครู เขา้ รว่ มกจิ กรรมและสนบั สนนุ องค์กรวชิ าชีพครูเช่น ช่ืนชมในเกียรติและรางวัลทไี่ ดร้ บั
และรักษาไว้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ยกย่องชมเชยเพื่อนครูที่ประสบผลสําเร็จเก่ียวกับการ
สอน เผยแพร่ผลสําเรจ็ ของตนเองและเพื่อนครู แสดงตนวา่ เป็นครูอยา่ งภาคภูมิ ฯลฯ

จรรยาบรรณข้อท่ี ๘

ครูพึงช่วยเหลือเก้ือกูลครูและชุมชนในทางสร้างสรรค์การช่วยเหลือเก้ือกูลครูและ
ชุมชนในทางสร้างสรรค์ หมายถึง การให้ความร่วมมือ แนะนําปรึกษาช่วยเหลือแก่เพ่ือนครูทั้ง

๑๔๖ พระอธิการบุญชวย โชติวํโส, ดร. (อุยวงค)
บทท่ี ๙ จรรยาบรรณวิชาชีพนักบริหารการศกึ ษาและมาตรฐานการปฏิบตั ิตน

เร่ืองส่วนตัว ครอบครัว และการงานตามโอกาสอย่างเหมาะสม รวมท้ังเข้าร่วมกิจกรรมของ
ชุมชน โดยการให้คําปรกึ ษาแนะนําแนวทางวิธีการปฏิบตั ิตน ปฏบิ ัติงาน เพอื่ พฒั นาคุณภาพชีวิต
ของคนในชุมชนเช่น ให้คําปรึกษาการจัดทําผลงานทางวิชาการ ให้คําปรึกษาแนะนําการผลิต
สือ่ การเรียนการสอน ฯลฯ

จรรยาบรรณขอ้ ท่ี ๙
ครูพึงประสงค์ ปฏิบัติตน เป็นผู้นําในการอนุรักษ์และพัฒนาภูมิปัญญา และ
วัฒนธรรมไทยการเป็นผู้นําในการอนุรักษ์ และพัฒนาภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย หมายถึง
การริเร่ิมดําเนินกิจกรรม สนับสนุนส่งเสริมภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย โดยรวบรวมข้อมูล
ศึกษาวิเคราะห์เลือกสรร ปฏิบัติตนและเผยแพร่ศิลปะ ประเพณีดนตรี กีฬา การละเล่น อาหาร
เครื่องแต่งกาย ฯลฯ เพ่ือใช้ในการเรียนการสอน การดํารงชีวิตตนและสังคมเช่น เชิญบุคคลใน
ท้องถ่ินเป็นวิทยากร นําภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้จัดการเรียนการสอน นําศิษย์ไปศึกษาในแหล่ง
วิทยาการชุมชน ฯลฯ๔

๙.๔ การพฒั นาและการปลกู ฝงั คุณธรรมและจริยธรรม

มนุษย์ไม่ได้เกิดมาพร้อมด้วยคุณธรรมและจริยธรรม การเกิดปัญหาด้านจริยธรรม
ของสังคมจึงอยู่ในความรับผิดชอบของทุกคนในฐานะปัจเจกบุคคล ในฐานะสมาชิกของสังคม
และในฐานะผู้ให้การอบรมเล้ียงดูแก่บุคคลในสังคม มนุษย์เกิดมาพร้อมด้วยความต้องการท่ีจะ
ดํารงชีวิตให้มีความสุขและได้รับสิ่งท่ีต้องการเพ่ือความอยู่รอดของชีวิต มนุษย์จึงมักจะดิ้นรน
แสวงหาประโยชน์ให้แก่ตนเองเป็นท่ีต้ัง ความต้องการทําให้เกิดเป็นกิเลสของความอยากซึ่งอาจ
นําไปสู่การทําร้ายผู้อ่ืนได้ การที่จะทําให้มนุษย์ตระหนักว่าการการมีความสุขแต่เพียงผู้เดียว
อาจจะเป็นการทําร้ายผู้อื่น และผลสะท้อนกลับมาทําร้ายตนเองในที่สุด การปลูกฝังให้มนุษย์
รู้จัก ผิด ชอบ ชั่ว ดี และการมีความสุขที่ยั่งยืน คือ การให้ความรู้และประสบการณ์เป็นส่ิงที่
จําเป็น

๔ Google Sites มาตรฐานวิชาชีพครู, ออนไลน์, แหล่งที่มา: https://sites.google.com/site/
matrthanwichachiphkhrunpru/matrthan-kar-ptibati-tn-crrya-brrn-khxng-wichachiph [๒๙ มิถุนายน
๒๕๖๑].

คุณธรรมและจริยธรรมสําหรับผูบริหารการศึกษา ๑๔๗
บทท่ี ๙ จรรยาบรรณวิชาชีพนักบริหารการศกึ ษาและมาตรฐานการปฏิบัติตน

๙.๔.๑ บทบาทของสถาบนั ต่าง ๆ ในการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม

สุขุมาล เกษมสุข ๕ ได้กล่าวถึงบทบาทของสถาบันต่างๆในการเข้ามามีบทบาทใน
การปลูกฝงั คุณธรรมจรยิ ธรรม ดังน้ี

๑. ครอบครวั

ครอบครัวเป็นสถาบันแรกที่มีความสําคัญต่อการอบรมเล้ียงดูบุคคลและมี
ความสําคัญต่อเนื่องจนอาจกล่าวได้ว่าตลอดชีวิต โดยเฉพาะการอบรมเล้ียงดูในวัยเด็กนั้นมี
อิทธิพลอย่างมากต่อพัฒนาการของเด็กในทุกด้าน ท้ังด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา
บุคลิกภาพและการเรียนรู้ท่ีจะอยู่ในสังคม เมื่อเด็กเติบโตข้ึนได้รับการเรียนรู้จากโรงเรียน จาก
สังคมรอบตัวท่ีกว้างข้ึนแล้วก็ตาม ครอบครัวก็ยังเป็นแหล่งพักพิงให้ความรัก ความอบอุ่น และ
แนวทางแก้ปัญหาต่าง ๆ อยู่เสมอ โดยเฉพาะครอบครัวไทยมีความผูกพันใกล้ชิดกันจนตลอด
ชีวิตของบุคคล การช่วยปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้กับเด็ก บิดา มารดาและผู้ใหญ่ใน
ครอบครัวควรมบี ทบาทในการปลกู ฝังคณุ ธรรมจริยธรรมแก่เดก็ ดงั นี้

๑.๑ การสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่ดีในครอบครัว บรรยากาศใน
ครอบครวั จะช่วยให้เดก็ ไดเ้ คยชนิ และซึมซบั ลักษณะทส่ี ง่ เสริมความมจี ริยธรรม ไดแ้ ก่

๑.๑.๑ บรรยากาศของความรกั ความอบอุน่ ความเขา้ ใจกันของคนในครอบ
ครัว เรม่ิ ตงั้ แตบ่ ิดามารดาที่รักใคร่กลมเกลียวเข้าใจกัน ใหเ้ กยี รตกิ ัน อยดู่ ้วยกันอยา่ งสงบสุข ไม่
ทะเลาะเบาะแว้ง ไม่แสดงกิริยาหยาบคายต่อกัน ตลอดจนร่วมมือกันเล้ียงดูลูกด้วยความรัก
เอาใจใส่ เป็นทปี่ รึกษาลูกได้ทกุ เรื่อง แกป้ ัญหาต่าง ๆ ด้วยความสงบ มเี หตผุ ล การท่ีผู้ใหญ่ใน
ครอบครัวอยู่ร่วมกันด้ายความรักจะเป็นแบบอย่างท่ีดีของเด็ก มีผลต่อจิตใจและความประพฤติ
ของเด็ก เด็กจะเคยชนิ และซมึ ซับความรกั ความเมตตา และความดงี าม

๑.๑.๒ สภาพแวดล้อมท่ีมีระเบียบ สะอาด สงบ ไม่ว่าบ้านจะมีลักษณะ
ใหญ่โต หรูหรา หรือเล็กแคบ ทุกคนในบ้านก็สามารถจัดให้บ้านน่าอยู่ สะอาด สงบ และมี
ระเบียบได้ดว้ ยการจดั ข้าวของเครอื่ งใช้ให้อย่เู ปน็ ท่ี มรี ะเบยี บ หม่ันทําความสะอาด มีตน้ ไม้ใหญ่
บ้าง เล็กบ้างตามความจํากัดของเน้ือท่ี ซึ่งจะช่วยให้ทุกคนในบ้านได้สัมผัสกับธรรมชาติ มีห้อง
พระหรือห้ิงบูชาพระพุทธรูปเพ่ือให้เกิดความสงบใจ การจัดห้ิงบูชาอัฐิและรูปของบรรพบุรุษ
เพ่ือระลึกถึงพระคุณของท่านเกิดเปน็ ความกตัญญใู นจิตใจ ส่ิงแวดล้อมเหล่านี้จะช่วยให้เด็กๆซึม
ซับสะสมความรูส้ ึกที่ดีงามอ่อนโยนในจติ ใจเปน็ พ้นื ฐานความมีจรยิ ธรรมตอ่ ไป

๕ สุขุมาล เกษมสุข, การปลูกฝังจริยธรรมแก่เด็ก, (กรุงเทพมหานคร: คณะศึกษาศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยศรนี ครินทรวิโรฒ, ๒๕๔๘).

๑๔๘ พระอธิการบุญชวย โชติวํโส, ดร. (อุยวงค)

บทที่ ๙ จรรยาบรรณวิชาชพี นักบริหารการศึกษาและมาตรฐานการปฏิบตั ิตน

๑.๒ สั่งสอน ฝกึ อบรมบ่มนิสัยให้เดก็ เรียนรู้และเกิดพฤติกรรมท่ีพึงประสงค์ บิดา
มารดา และผู้ใหญ่ในครอบครัวต้องถือว่า การสั่งสอนอบรมบ่มนิสัยให้เด็กเป็นคนดีน้ัน เป็น
หนา้ ทส่ี าํ คญั ทต่ี ้องกระทําตอ่ เนอื่ งในชวี ิตประจาํ วัน โดยมหี ลักปฏบิ ตั ิดังน้ี

๑.๒.๑ ควรมีความรู้เก่ียวกับจิตวิทยาพัฒนาการและความต้องการของเด็ก
ในวัยต่างๆ พอสมควรซ่ึงไม่ใช่เรื่องยาก ปัจจุบันสื่อมวลชนแขนงต่างๆท้ังวิทยุ โทรทัศน์
หนังสือพิมพ์ ได้ให้ความรู้เก่ยี วกับจิตวทิ ยาการเลยี้ งดแู ละอบรมเด็กในวัยตา่ งๆ ซง่ึ จะชว่ ยใหบ้ ิดา
มารดา ผปู้ กครอง มแี นวทางในการอบรมและแกป้ ญั หาบุตรหลานได้ถกู ต้อง

๑.๒.๒ หมั่นส่ังสอนอบรมบ่มนิสัยลูกอยู่เสมอ แม้เด็กยังไม่ได้ทําความผิดก็
ควรอบรมสั่งสอนสิ่งที่ดีงามถูกต้องแก่ลูก ค่อยๆหล่อหลอมจิตใจลูกให้ลูกซึมซับส่ิงที่ดีงามทีละ
น้อย ตั้งแต่เล็กจนโต บิดามารดาควรมีเวลาคุยกับลูกเสมอ พูดแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเก่ียวกับ
เรอ่ื งราวทีเ่ กดิ ขน้ึ ในสังคม เพื่อให้ลูกไดเ้ รียนรู้ไปด้วย

๑.๒.๓ อบรมสั่งสอนด้วยความรักความเมตตามีเหตุผลและมีความเป็น
ประชาธิปไตย บิดามารดาไม่ควรเล้ียงลูกด้วยความรัก ความทะนุถนอมจนเกินไปจนลูกขาด
ประสบการณ์ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ไม่ควรใช้อํานาจเลี้ยงลูกแบบเผด็จการ ขาดความ
รัก ขาดเหตุผล ขาดความเป็นประชาธิปไตย เพราะจะทําให้จิตใจเด็กขาดการพัฒนาทาง
จริยธรรม

๑.๒.๔ จัดประสบการณ์ให้ลูกได้เรียนรู้ด้วยตนเอง จําแนกได้ว่าการกระทํา
ส่ิงใดถูกหรือผิด นอกเหนือจากการบอก สั่งสอน หรือตักเตือนเท่าน้ัน เช่น การมอบหมายงาน
เล็ก ๆ น้อย ๆ ในบ้านให้เด็กทําเป็นการฝึกความรับผิดชอบปล่อยให้เด็กได้มีโอกาสในการ
แก้ปญั หาท่เี กดิ ขึน้ เองบ้าง

๑.๓ การเปน็ แบบอยา่ งทีด่ แี กเ่ ด็ก การเลียนแบบเป็นวิธีการเรียนรู้ทด่ี ีมากวิธหี นึ่ง
เป็นการเรียนรู้โดยซึมซับแบบอย่างจากผู้ใหญ่ในครอบครัว ทั้งทางกาย วาจา จิตใจและวิถีการ
ดาํ เนินชวี ิต บิดามารดาผู้ปกครองจึงต้องตระหนกั ถงึ การปฏิบัตติ นเปน็ ตวั อยา่ งทด่ี ีแก่เด็ก ดังน้ี

๑.๓.๑ การปฏิบัติในชีวิตประจําวัน อันเป็นลักษณะส่วนตัวของผู้ใหญ่ เช่น
การเป็นคนขยัน ซื่อสัตย์ สะอาด มีระเบียบ รักการอ่าน สนใจข่าวสาร บิดามารดาปฏิบัติ
อยา่ งไรลกู ก็จะเปน็ เช่นนน้ั ด้วย ดังสาํ นวนไทยทกี่ ลา่ ววา่ “ลูกไมห้ ล่นไม่ไกลตน้ ”

๑.๓.๒ การปฏิบัติต่อกันในครอบครัว การให้เกียรติซึ่งกันและกัน การพูดจา
สภุ าพ การช่วยเหลือกนั

๑.๓.๓ การปฏิบัติต่อบุคคลอื่นภายนอกครอบครัว มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
ร่วมมอื กับผู้อน่ื ช่วยเหลือผู้อ่นื และสว่ นรวม

๑.๓.๔ การปฏิบัติต่อส่ิงแวดล้อม รู้จักการรักษาและใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
อย่างคุม้ คา่ และถูกตอ้ ง เช่น การประหยัดนํา้ การประหยดั ไฟฟา้ การรักษาความสะอาด เป็นตน้

คุณธรรมและจริยธรรมสําหรับผูบริหารการศึกษา ๑๔๙
บทที่ ๙ จรรยาบรรณวชิ าชพี นักบริหารการศึกษาและมาตรฐานการปฏิบตั ิตน

๑.๓.๕ การปลูกฝังค่านิยมและรักษาวัฒนธรรมไทย ฝึกมารยาทไทยในการ
ดําเนินชีวิตประจําวันให้แก่ลูก เช่น การไหว้ การเคารพผู้ใหญ่ การแต่งกาย รวมท้ังการปฏิบัติ
ตามขนบธรรมเนียมประเพณีไทยในโอกาสวันสําคัญหรือเทศกาล เช่น วันสงกรานต์ วันสําคัญ
ทางศาสนา เปน็ ต้น

๑.๔ การปลูกฝังให้เด็กละอายและเกรงกลัวต่อบาปบิดามารดาควรปลูกฝงั ให้เด็ก
ละอายและเกรงกลัวต่อบาป เช่นยกตัวอย่างการทําชั่วจะต้องตกนรก ซึ่งจะมีจริงหรือไม่ก็ตาม
แตก่ ารสอนใหเ้ ดก็ กลัวตกนรกก็มปี ระโยชน์กวา่ การทไ่ี มส่ อนเลย

๑.๕ การปลูกฝังลักษณะทางพุทธศาสนาแก่ลูกการปลูกฝังลักษณะทางพุทธ
ศาสนาแก่ลูก คือการที่บิดามารดาปฏิบัติต่อลูกในการดําเนินชีวิตประจําวันทั้งทางตรงและ
ทางอ้อม เพราะการปฏิบัติตามคําสอนในพุทธศาสนาจะช่วยให้ผู้ปฏิบัติมีความสงบสุข มี
สุขภาพจติ ดีและส่งผลให้สงั คมมคี วามสงบสุขดว้ ย

๒. วดั

คนไทยมีวิถีชีวิตท่ีผูกพันใกล้ชิดกับวัดมาช้านาน วัดเป็นแหล่งให้การศึกษาแก่เด็ก
ชายไทย ทั้งทางโลกและทางธรรม ปัจจบุ ันมีการจัดการศึกษาในระบบโรงเรียน บทบาทของวัด
ในการจัดการศึกษาโดยตรงลดน้อยลง แต่วัดยังคงมีบทบาทสนับสนุนด้านสถานที่ในการศึกษา
แก่เด็กและเยาวชนทั้งชายและหญิง ในปัจจุบันวัดมีบทบาทในการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม
ดงั นี้

๒.๑ วดั เป็นสถานท่ีบวชเรียนของชายไทย การบวชถอื เป็นการถา่ ยทอดลักษณะ
ทางพุทธศาสนาที่ดีที่สุด ต้ังแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ชายไทยในอดีตถือว่าการบวชเป็นหน้าที่ที่
สําคัญอย่างหนึ่งในชีวิต ตลอดจนบรรดา ปู่ย่า ตายาย และผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดต่างก็ปรารถนาจะให้
บุตรหลานของตนได้บวช ด้วยมีความเชื่อว่า ถ้าลูกหลานของตนไม่ได้บวชตนเองก็ยังทําหน้าที่
ไมส่ มบรู ณ์ และชายใดยังไมไ่ ดบ้ วชกย็ งั ไมเ่ ปน็ ผู้ใหญ่ ไม่สมควรจะมีครอบครวั

พระธรรมญามุนี๖ กล่าวถึงความสําคัญของการบวชว่า เป็น“กรรมวิธีในการ
พฒั นาชวี ิตทัง้ ระบบ” ได้แก่ การปลีกตวั ออกจากบ้าน ครอบครัว โดยมีจุดประสงค์ คอื

๑. ลดพฤติกรรมท่ีไมส่ มควรให้น้อยลงตามลาํ ดบั จนหมดสน้ิ ในทีส่ ุด
๒. เพิ่มพนู พฤติกรรมท่สี มควรให้มากย่ิงข้นึ จนสมบรู ณ์ในทส่ี ดุ
๓. ควบคมุ ความคิดให้แจ่มใส ไมค่ ิดในส่ิงที่เป็นพิษ เป็นภยั โดยมีจิตใจเป็น
อิสระ

๖ พระธรรมญาณมุนี, พระธรรมญาณมุนี ๘๔, (กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์อัมรินทร์การพิมพ์,
๒๕๓๑).

๑๕๐ พระอธิการบุญชวย โชติวํโส, ดร. (อุยวงค)

บทท่ี ๙ จรรยาบรรณวชิ าชพี นักบริหารการศึกษาและมาตรฐานการปฏบิ ตั ิตน

๒.๒ วัดเป็นสถานท่ีเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ วัดเป็นสถานที่เรียนพุทธศาสนา
วันอาทิตย์ เป็นแหล่งเผยแผ่คําสอนทางพุทธศาสนาไปสู่เยาวชนที่ไม่ได้บวชเรียน ช่วยให้
เยาวชนได้ใกล้ชิดกับศาสนายิ่งข้ึน เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้หลักธรรม เห็นการปฏิบัติที่ดีเป็น
การปลูกฝังสิ่งทด่ี งี ามต้ังแต่เยาว์วยั

๒.๓ วัดเป็นสถานท่ีเรียนรู้ทางพุทธศาสนาของประชาชน วัดเป็นสถานที่
ประกอบพธิ ขี องพทุ ธศาสนิกชน เชน่ การทาํ บญุ ตักบาตร ฟงั ธรรม ทอดผ้าปา่ ทอดกฐิน เป็นตน้

๒.๔ พระภิกษุสงฆ์เป็นครูของประชาชน พระภิกษุสงฆ์ เป็นผู้ที่เผยแผ่คําสอน
สืบทอดพุทธศาสนา นอกจากจะเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ชาวบ้านแล้ว ยังอนุเคราะห์ชาวบ้านตาม
หลกั ปฏิบัติในฐานะท่ที ่านเป็นทศิ เบื้องบน ดงั น้ี

๒.๔.๑ ห้ามปราม สอนให้เวน้ จากความช่ัว
๒.๔.๒ แนะนําสง่ั สอนให้ตง้ั อยูใ่ นความดี
๒.๔.๓ อนเุ คราะหด์ ว้ ยความปรารถนาดี
๒.๔.๔ ให้ไดฟ้ งั ได้รสู้ ่งิ ทีไ่ มเ่ คยรู้ไมเ่ คยฟงั
๒.๔.๕ ชี้แจง อธบิ าย ทาํ สง่ิ ทเ่ี คยฟังแล้วใหเ้ ขา้ ใจแจม่ แจง้
๒.๔.๖ บอกทางสวรรค์ สอนวธิ ดี าํ เนนิ ชวี ิตให้ประสบความสุขความเจริญ

สรุปได้ว่า บทบาทของสถาบันต่างๆ ในการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมของไทยน้ัน
สามารถทําได้โดย ครอบครัว วัด โรงเรียน สถานศึกษาระดับต่างๆ ส่ือมวลชน ซึ่งบุคคลและ
สถาบันดังกลา่ วมีส่วนชว่ ยในการขัดเกลาพฤตกิ รรมของคนให้เปน็ คนดีได้

ปัจจุบันทางราชการ โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ ได้ตระหนักถึงคุณค่าของวัด
มากขึ้นในการให้การศึกษา จึงพยายามสง่ เสริมโครงการ บวร สัมพันธ์ เพื่อให้เป็นพืน้ ฐานในการ
ให้การศึกษาของประเทศชาติให้ไดผ้ ลดอี ย่างแท้จริงคําว่า บวร เปน็ คําย่อมาจากตัวเต็มว่า บ้าน
วดั (วัง)โรงเรยี น ตามลาํ ดบั

๑. บ้าน (บ.) เป็นสถาบันแรกท่ีจะให้การศึกษาแก่บุตรธิดาอันมีบิดามารดา ปู่ ย่า ตา
ยายเป็นผู้รับผิดชอบ ทั้งนี้เพราะบิดามารดาเป็นต้น จะต้องแนะนําพรํ่าสอนพฤติกรรมทุกอย่าง
ใหแ้ ก่กลุ บุตรธิดาในทางท่ีถูกทคี่ วร ห้ามบตุ รธดิ าประพฤตหิ รือกระทําในทางทไ่ี ม่ถกู ไมค่ วร หรือ
แม้แต่แนะนําส่ังสอนหรือหัดให้บุตรธิดาได้รู้จักพูด ตลอดถึงการเรียนรู้ภาษาเบื้องต้นง่ายๆย่อม
เป็นหนา้ ที่ของบิดามารดา ปู่ ยา่ ตา ยาย ท้งั น้ัน ดังนัน้ ท่านเหล่านีจ้ ึงจดั เป็นครุ-อาจารย์คนแรก
ของบุตรธิดา และเพราะท่านเหล่าน้ีเองท่ีปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะให้บุตรธิดาเป็นคนดีมี
คุณธรรม มชี ีวิตท่ีเจริญรุง่ เรอ่ื งในอนาคตจงึ ไดน้ ามอีกอย่างหนึง่ ว่า “ พรหมของบุตรธดิ า”

๒. วัด (ว.) สมัยโบราณผู้มีบุตร มักจะส่งบุตรตนไปศึกษาเล่าเรียนที่วัด ส่วนธิดาถ้ามี
โอกาสก็จะฝากเขา้ ศึกษาอบรมในรั้วในวงั เพื่อจะได้ศึกษาขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปวัฒนธรรม
เป็นการฝึกอบรมจิตใจเพ่ือให้มีกริยามารยาทท่ีดีงามสมเป็นกุลธิดาอย่างแท้จริง จะเห็นได้ชัดคือ

คุณธรรมและจริยธรรมสาํ หรับผูบริหารการศึกษา ๑๕๑
บทที่ ๙ จรรยาบรรณวชิ าชพี นักบริหารการศกึ ษาและมาตรฐานการปฏิบัติตน

วัดจะเป็นสถานท่ีฝกึ หัดดัดแปลงความไม่ดีไมง่ ามให้งามขึ้น เราเคยไดย้ ินคาํ พดู เสมอว่า “ถา้ ลูกคน
ใดพ่อแม่อบรมส่ังสอนไมไ่ ด้ พ่อแม่มกั จะพูดว่า ต้องตัดหางปล่อยวัด” น่ันคือจะต้องเอาไปมอบให้
ทางวัดฝึกหัดดัดนิสัยให้ และบุคคลที่ให้ไปอยู่วัดมักจะกลายเป็นคนดีได้ส่วนมาก ปัจจุบันส่วน
ใหญ่จะไมค่อยเหน็ คุณคา่ ของวดั กัน แต่ทัง้ นี้วดั อาจจะเปล่ียนจุดประสงค์เดิมไปบ้างก็ได้ อยา่ งไรก็
ตามวัดยงั คงเปน็ สถานทีใ่ ห้การศกึ ษาดา้ นจริยศกึ ษาและศลิ ปวัฒนธรรมอยู่สว่ นมาก จะเหน็ ได้ว่า
มีวัดจํานวนมากทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคได้เปิดสอนโรงเรียนพระพุทธสาสนาวันอาทิตย์
ทั้งนี้เพ่ือวัดจะได้ทําหน้าท่ีของตนเองให้สมบูรณ์ถูกต้องน่ันเอง จุดประสงค์อันแท้จริงก็เพ่ือให้
กลุ บตุ รกุลธดิ าได้รบั การศึกษาท้ังในพุทธิศกึ ษาและจริยศกึ ษาสมบูรณ์ ดงั น้ันวัดจงึ มีความสาํ คัญ
ย่งิ และจัดเป็นอนั ดบั สองรองมาจากบา้ นในดา้ นให้การศกึ ษาแก่กลุ บตุ รกลุ ธิดามาแต่สมยั โบราณ

๓. โรงเรียน (ร.) เป็นสถาบันท่ีสามถัดมาจากวัด เมื่อกุลบุตรกุลธิดาเจริญวัยพอควร
บิดา มารดามักจะส่งบุตรธิดาไปเข้าเรียนตามสถานศึกษาหรือสถาบันต่างๆตามความพอใจของ
ตน อาจจะ

ใหพ้ กั ประจําท่ีโรงเรยี นหรือไม่ก็แล้วแต่จะเห็นสมควร ท้ังน้จี ะเนน้ หนกั ในเรอ่ื งปัญญา
ความรู้ ให้มีเหตุมีผลสามารถใช้ความรู้ให้เป็นประโยชน์แก่ตนและสังคมได้ การจะใช้ปัญญาไป
ในทางทถ่ี ูกทคี่ วรไม่ทําให้ตนเองและผอู้ ื่นเดือดรอ้ น โดยมีคร-ู อาจารย์เป็นผอู้ บรมส่ังสอนให้ และ
จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยวัดเป็นสถานทีป่ ลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมด้วย เรามกั จะได้ยินคําว่า
“ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด” น่ันหมายถึงผู้ท่ีมีความรู้สูงหรือมีปัญญามากแต่ยังขาดคุณธรรม
จริยธรรมนัน่ เอง หรือจะพูดอีกนัยหน่ึงก็คือ “ฉลาดแต่ขาดเฉลียว” ผู้นน้ั จึงมกั จะใช้ปัญญาหรือ
ความรู้ไปในทางที่ไม่ถูกต้องนัก แต่การให้การศึกษาเราในปัจจุบันจะมุ่งแต่ส่งเสริมปัญญาหรือ
ความรู้ในด้านพุทธิศึกษาเกินไป โดยไม่คํานึงถึงคุณธรรมจริยธรรมหรือจริยศึกษา ผู้ได้รับ
การศกึ ษาจึงมุ่งสง่ เสรมิ หรือแข่งดีแขง่ เด่นกนั ในดา้ นความรู้หรอื ปัญญาเป็นสาํ คญั เหน็ คณุ คา่ ของ
จิตใจเพ่ือให้คุณธรรม จริยธรรมว่าต่ําต้อย เห็นผู้ประพฤติดีประพฤติชอบถูกต้องตามระเบียบ
ประเพณี ศีลธรรมว่าเป็นผู้ไม่ทันสมัย ก้าวไปไม่ทันโลก เพราะโรงเรียนไปเน้นเรื่องปัญญา
ความรู้มากเกินไปนี้เอง ส่วนมากสังคมไทยจึงไม่สงบสุข เดือดร้อนและเกิดอาชญากรรมทุกหน
แห่ง ผมู้ ีปญั ญามาก ความรูม้ ากจะเอาเปรียบผู้มีปญั ญานอ้ ย ความรู้น้อย ดังทีท่ ราบกนั ปจั จบุ นั

โครงการ “บวร”อาจจะกล่าวได้ว่าเป็น “ไตรรงค์” ท่ีเอ้ือหนุนให้บุคคลเป็นมนุษย์
สมบูรณ์ ก็ได้ ด้วยเหตนุ ้ีเององค์กรใดองค์กรหนึ่ง เช่น บ้าน วัด หรือโรงเรียนจะรับผิดชอบสังคม
ย่อมไม่เพียงพอ ต้องช่วยกนั ๓ องคก์ รดังกลา่ ว ซึ่งอาจเขียนเพื่อให้เหน็ ภาพพจนใ์ ห้เข้าใจง่าย ๆ
ดังน้ี

๑๕๒ พระอธิการบุญชวย โชติวํโส, ดร. (อุยวงค)
บทที่ ๙ จรรยาบรรณวชิ าชีพนักบริหารการศึกษาและมาตรฐานการปฏิบตั ิตน

มนษุ ยส์ มบูรณ์

บ้าน วัด (วงั ) โรงเรียน

(บ.) (ว.) (ร.)

ภาพท่ี ๙.๑ สถาบนั ท่เี อ้อื หนุนใหบ้ ุคคลเป็นมนษุ ย์สมบูรณ์
ทม่ี า: พระธรรมญามุนี (๒๕๒๗)

๙.๕ การกล่อมเกลาทางสังคมและการพฒั นาด้านคุณธรรมและจรยิ ธรรม

มนุษย์เป็นสัตว์สังคมจึงต้องเรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม การเรียนรู้กฎเกณฑ์
ทางสังคมท่ีต้องปฏิบัติร่วมกันเป็นสิ่งที่จําเป็น บุคคลท่ีได้รับการกล่อมเกลาอย่างต่อเน่ืองจะ
สามารถดํารงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข การเรียนรู้ทางสังคมจะทําให้บุคคลมีวิถีชีวิตตาม
ระเบียบแบบแผนที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมของสังคม การได้รับการอบรมสั่งสอนและให้ความรู้
ตลอดจนปลูกจิตสํานึกในด้านคุณธรรมจริยธรรมตั้งแต่ในวัยเด็กจะทําให้บุคคลนั้นมีความคิดที่
สอดคลอ้ งกับคุณธรรมและจริยธรรมในระดบั สากลและในระดบั สังคมได้

มนษุ ย์ในสังคมจะได้รับการดูแลจากหนว่ ยสังคมต่าง ๆ ตงั้ แต่เกดิ จนตาย หนว่ ยสังคม
ต่าง ๆ เหล่านี้จะคอยช้ีแนะส่ังสอน และให้คุณค่าทางจริยธรรม หน่วยสังคมเหล่าน้ีรวมเรียกว่า
สังคมประกิต ซ่ึงประกอบด้วย ครอบครัว โรงเรียน เพ่ือน สื่อสารมวลชน และศาสนา การ
อบรมส่ังสอนของหน่วยสังคมเหล่าน้ีเป็นไปได้ท้ังโดยทางตรงและทางอ้อม ผลของการกล่อม
เกลาทางสังคมทําให้บุคคลท่ีอยู่ในวัยเด็กมีค่านิยมและจริยธรรมที่สอดคล้องกับตัวแบบทั้งใน
ด้านบวกและดา้ นลบได้

๑. คุณลักษณะของความเป็นคนดี ในสังคมหนึ่ง ๆ อาจจะมีคุณลักษณะ
รายละเอียดปลกี ย่อยของความเปน็ คนดที ี่แตกต่างกันไปบา้ ง แต่โดยรวมแล้วคณุ ลักษณะท่ีดี นั้น
มักจะเป็นคุณลักษณะที่เป็นพ้ืนฐานสากล ฮูอิทท์ (Huitt) กล่าวถึงคํานิยามของ คุณลักษณะท่ีดี
วา่ จะต้องมพี ฒั นาการในด้านต่าง ๆ ดงั นี้

๑) มีความรับผิดชอบ ซึ่งเน้นว่าต้องรับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมายอย่างมี
คุณธรรม คือรู้ว่าควรทําอย่างไรจึงจะถูกต้องและไม่ทําให้ผู้อื่นหรือสังคมเสียหาย และแสดง
ความรบั ผิดชอบและมจี ริยธรรมตอ่ ส่ิงท่ีตนไดก้ ระทาํ ลงไป

คุณธรรมและจริยธรรมสาํ หรับผูบริหารการศึกษา ๑๕๓
บทที่ ๙ จรรยาบรรณวชิ าชีพนักบริหารการศึกษาและมาตรฐานการปฏบิ ตั ิตน

๒) มีความสามารถในการกํากับวินัย การรักษาวินัยและบังคับตนให้อยู่ใน
ระเบยี บและกฎเกณฑต์ ามทต่ี นเองวางกรอบไว้

๓) มีคุณธรรมที่แสดงออกทางค่านิยม จุดมุ่งหมายและกระบวนการที่สร้างสรรค์
สงั คม

๔) มีมาตรฐานของความประพฤตสิ ว่ นตนและความคดิ ที่เป็นอสิ ระ

๒. ปัจจัยที่ทําให้เกิดพัฒนาการด้านจริยธรรม สําหรับปัจจัยที่ทําให้เกิดพัฒนาการ
ด้านจริยธรรมนั้น เป็นปัจจัยที่ผสมผสานกัน แคมป์เบลล์ และ บอนด์ (Campbell and Bond,
as cited in Huitt) ๗ สรปุ ว่าปัจจยั ท่ที าํ ใหเ้ กดิ พฒั นาการดา้ นจริยธรรม เชน่

๑) พันธุกรรม
๒) ประสบการณ์ในวัยเด็ก
๓) การแสดงออกของผูใ้ หญแ่ ละเดก็ ทอ่ี ายมุ ากกว่า
๔) อิทธิพลเพอื่ น
๕) กายภาพทางสังคมและสงิ่ แวดลอ้ ม
๖) สื่อสารมวลชน
๗) สิง่ ที่ถกู อบรมส่งั สอนในโรงเรยี น
๘) สถานการณเ์ ฉพาะและบทบาททีต่ ้องแสดงออกสบื เน่อื ง

ปัจจยั ต่าง ๆ เหล่าน้ี มาจากองคป์ ระกอบทั้งภายในและภายนอกตัวบุคคล ไม่ว่าจะเป็น
พันธุกรรม สิ่งแวดล้อม วุฒิภาวะและการเรียนรู้ ความผสมผสานกันขององค์ประกอบ ต่าง ๆ
เหลา่ นีจ้ ะหล่อหลอมให้บคุ คลพฒั นาคุณธรรมและจริยธรรมไดต้ ามศกั ยภาพ

๓. ความคงท่ีของพัฒนาการด้านจริยธรรม นักจิตวิทยายอมรับว่าพัฒนาการด้าน
จริยธรรมน้ันมีความแตกต่างในแต่ละวัย นอกจากน้ียังพบว่าการพัฒนาการด้านจริยธรรมนั้นมี
ลกั ษณะที่แตกต่างไปจากพัฒนาการด้านอ่ืน ๆ เช่น พัฒนาการด้านร่างกาย หรือพฒั นาการด้าน
สติปัญญา เน่ืองจากพัฒนาการเหล่าน้ีมีความคงท่ี เมื่อมีพัฒนาการถึงระดับใดก็จะคง
ความสามารถในการแสดงพฤติกรรมในระดับนั้น ๆ ได้แต่สําหรับพฤติกรรมที่เป็นความสามารถ
ในด้านการคิดในเชิงจริยธรรมแล้ว พบว่าเมื่อบุคคลมีพัฒนาการด้านจริยธรรมหน่ึงแล้วก็ไม่ได้
หมายความว่าบุคคลนน้ั จะแสดงพฤติกรรมเชิงจริยธรรมในระดับนั้นเสมอไป ดงั นนั้ จงึ กล่าวได้ว่า
แสดงออกด้านจริยธรรมจะไม่คงท่ี พัฒนาการสามารถย้อนกลับไปกลับมาได้เนื่องจากอารมณ์
ความคิดและความรู้สึกเข้ามามีอิทธิพลต่อความต้องการที่จะทําในส่ิงที่ผิดหรือในส่ิงที่ถูกต้อง
เช่น บุคคลที่มีความซ่ือสัตย์เม่ือเก็บกระเป๋าสตางค์ได้อาจจะไม่ส่งคืนเจ้าของเพราะมีความ

๗ Campbell and Bond, ๑๙๘๒, as cited in Huitt, ๒๐๐๒)

๑๕๔ พระอธิการบุญชวย โชติวํโส, ดร. (อุยวงค)

บทที่ ๙ จรรยาบรรณวชิ าชีพนักบริหารการศกึ ษาและมาตรฐานการปฏบิ ัติตน

จําเป็นต้องนําเงินไปรักษาแม่ซ่ึงกําลังเจ็บหนัก เป็นต้น แม้ว่าจะรู้ผิดชอบชั่วดี แต่การกระทําก็
บ่งบอกระดับของขั้นจริยธรรมได้ การท่ีจะระบุได้ว่าบุคคลมีพัฒนาการด้านจริยธรรมในขน้ั ใดจะ
พจิ ารณาความสอดคล้องของการกระทาํ ทเ่ี ปน็ ทั้งพฤตกิ รรมภายนอกและภายในด้วย

๙.๖ ปัญหาจรยิ ธรรมในองคก์ าร

ปัญหาจริยธรรมในองค์การเป็นปัญหาหลักท่ีทําให้ประสิทธิภาพในการทํางานและ
ความสําเร็จขององค์การเสื่อมถอยเน่ืองจากการไม่ได้รับความเชื่อถือจากสังคม การแก้ปัญหา
จริยธรรมในองค์การ ต้องเริ่มจากผู้บริหารระดับสูง เนื่องจากจริยธรรมของผู้บริหารมี
ความสาํ คัญต่อจรยิ ธรรมของลูกน้อง คุณภาพของผ้บู รหิ ารและแนวทางในการพัฒนาตนเอง เป็น
ส่ิงที่สําคัญ เป็นประการแรก ผู้บริหารต้องตระหนักว่าตนนั้นอยู่ในฐานะท่ีสําคัญการไม่มี
จรยิ ธรรมของผู้บรหิ ารสามารถทาํ ลายจรยิ ธรรมของผใู้ ตบ้ ังคับบญั ชาได้

๑. ปัญหาการปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมในองค์การ พระเมธีธรรมา
ภรณ์๘ กล่าวว่า รูปแบบเป็นส่ิงที่สําคัญ โดยเฉพาะคุณธรรมและจริยธรรมนั้นไม่ใช่การพูดแต่ปา
แต่ต้องทําให้เป็นตัวอย่างด้วย และในบางครั้งแบบอย่างที่ดีในอาชีพก็หาได้ยาก เช่นแบบอย่าง
ของการเป็นนักบริหารท่ีดี ครูที่ดี หรือนายแพทย์ท่ีดี เป็นต้น การสร้างรูปแบบท่ีดีให้ปฏิบัติได้
และทําไดอ้ ยา่ งชัดเจนตอ้ งการตวั แบบทท่ี ําใหเ้ กดิ ความรู้สึกว่าเป็นตวั แบบท่ีดี เชน่ การมีอาจารย์
ที่ปรึกษาท่ีดี ดูแล เอาใจใส่ก็จะเป็นผลสะท้อนกลับให้ผู้น้ันทําตามแบบอย่างเน่ืองจากได้รับการ
ปลูกฝังด้วยประสบการณ์จริง ในทํานองเดียวกัน การเลียนแบบพฤติกรรมก็จะเกิดข้ึนในองค์
องค์การได้ถ้าในองค์การน้ันมีผู้บังคับบัญชาท่ีขาดจริยธรรมในการบริหารกิจการ และขาด
จริยธรรมในการบรหิ ารทรัพยากร ลูกนอ้ งจะเลียนแบบโดยให้เหตผุ ลวา่ ทําตามผ้นู าํ

๒. ปัญหาภาวะความเครียดในองค์การ ปัญหาความเครียดมีผลต่อพฤติกรรมของ
บุคคล และมักจะก่อให้เกิดปัญหาด้านคุณธรรมและจริยธรรม ความเครียดมักเป็นสาเหตุสําคัญ
ที่ทําให้การทํางานได้ผลไม่เต็มประสิทธิภาพ เน่ืองจากมีสภาพจิตใจท่ีวิตกกังวลและมีอารมณ์
หงุดหงิด แสดงออกด้วยความรู้สึกไม่มีความสุขในการทํางาน ความเครียดเป็นผลทําให้
สุขภาพจิตเส่ือม ผู้บริหารที่มีสุขภาพจิตเส่ือม จะแสดงพฤติกรรมท่ีบ่งชี้อาการความผิดปกติได้
ตลอดเวลา เช่น อาละวาด ด่าทอ ก่อความไม่สงบ เป็นต้น ทําให้ขาดความเชื่อในอํานาจตนเอง
ไม่กล้าตัดสินใจ ครูที่มีความเครียดก็จะไม่มีสมาธิในการจัดการเรียนการสอน นอกจากน้ียัง
พบว่าความเครียดของครูมีผลกระทบไปยังนักเรียนทําให้นักเรียนมีความเครียดด้วย

๘ พระเมธีธรรมาภรณ์, รูปแบบการปลุกฝังคุณธรรมและอาชีพของคนไทยสมัยก่อนกับสภาพ
ปัจจุบัน, อ้างใน ไพฑูรย์ สินลารัตน์, ความรู้คู่คุณธรรม รวมบทความคุณธรรม จริยธรรมและการศึกษา,
(กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพจ์ ฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั , ๒๕๔๔), หนา้ ๑๐๓-๑๑๗.

คุณธรรมและจริยธรรมสาํ หรับผูบริหารการศึกษา ๑๕๕
บทที่ ๙ จรรยาบรรณวชิ าชพี นักบริหารการศกึ ษาและมาตรฐานการปฏิบัติตน

เช่นกัน นอกจากนี้ยังพบว่าครูท่ีมีปัญหาด้านความเครียดมักจะลงโทษนักเรียนด้วยการทําร้าย
รา่ งกายอยา่ งหนัก

๓. ปัญหาท่ีเกิดจากการอบรมดั้งเดิม การอบรมเลี้ยงดูเริ่มต้นเมื่อมนุษย์อยู่ในวัย
ทารก การกล่อมเกลาสั่งสอนในสิ่งท่ีถูก ผิด ทําให้มนุษย์มีพัฒนาการด้านจริยธรรมเพิ่มข้ึนเป็น
ลําดับข้ันตามวัย จากผลการอบรมเลีย้ งดูและการอบรมส่ังสอนจากสงั คมประกติ ทาํ ใหร้ ู้จกั หนา้ ท่ี
ความรับผิดชอบและการรู้จักตนเอง รู้จักมารยาททางสังคมและให้เกียรติผู้อื่น การอบรมเลี้ยงดู
จะทาํ ให้บคุ คลมจี ติ สาํ นกึ ดา้ นคณุ ธรรมจรยิ ธรรม

โฮแกน (Hogan)๙ เช่ือว่าปัจจยั ในดา้ นของการเป็นคนดีมีหลายประการ คอื
๑) การวางกรอบในการอบรมเล้ียงดู เป็นปจั จยั ทท่ี ําให้เดก็ ระวงั ตนภายใต้กรอบของ
สงั คมและกฎเกณฑข์ องพอ่ แม่ในการประพฤตติ นเป็นคนดี
๒) การตัดสินจริยธรรม การเรียนรู้ท่ีจะคิดอย่างมีเหตุผลเกี่ยวกับจริยธรรมประจําใจ
ของตนเอง
๓) ความรู้สึกด้านจริยธรรม เป็นส่ิงท่ีเกิดข้ึนภายในจิตของบุคคลที่จะมีระดับในการ
รสู้ ึกผดิ หรือละอายในสงิ่ ทีค่ วรทาํ หรือไม่ควรทํา
๔) ความรู้สึกเห็นใจ เป็นความตระหนักในความรู้สึกถึงในความต้องการความ
ชว่ ยเหลือของผอู้ น่ื ท่ีทําใหเ้ ขา้ ไปหาและใหค้ วามช่วยเหลอื
๕) ความเช่ือมั่นและความรู้ รู้ลําดับข้ันในการเข้าไปมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้อื่น
และเช่ือวา่ มคี วามสามารถในการช่วยเหลือได้

ลักษณะนิสัยของคนไทยบางอย่างอาจกีดก้ันการพัฒนาการด้านจริยธรรม เช่น การ
แสดงความสัมพันธ์ใกล้ชิดระดับบุคคลค่อนข้างจะสูง ทําให้ก้าวก่ายในเรื่องส่วนตัวของบุคคล
มากเกินขอบเขต ซ่ึงนําไปสู่การกล่าวโทษและนินทาว่าร้ายกัน การไม่ไว้หน้ากัน เป็นต้น การ
ปลูกฝังจริยธรรมก็เพื่อทําให้บุคคลมีจิตสํานึกในการปฏิบัติตนท่ีดี เคารพซ่ึงกันและกัน เคารพ
ผู้บังคับบัญชา ในทํานองเดียวกันก็เพ่ือให้เป็นนักบริหารที่เคารพในเสรีภาพ เคารพใน
กฎระเบียบ มีทัศนคติที่ดีต่อผู้ใต้บังคับบัญชา และเป็นการสร้างนักบริหารท่ีมีคุณธรรมและ
จรยิ ธรรม

๙ Hogan, 1973, cited in Tucker-Ladd, 1996 - 2000), ทฤษฎีของโฮแกน, [ออนไลน์],
แหล่งที่มา: https://hq.prd.go.th/ethics/ ewt_news.php?nid=57&filename=index [๒๕ มกราคม
๖๑].

๑๕๖ พระอธิการบุญชวย โชติวํโส, ดร. (อุยวงค)

บทท่ี ๙ จรรยาบรรณวชิ าชพี นักบริหารการศกึ ษาและมาตรฐานการปฏิบตั ิตน

๙.๗ แนวทางและวิธกี ารปลูกฝงั จรยิ ธรรม

คณุ ธรรมจริยธรรมเกดิ ข้ึนมาพรอ้ ม ๆ กบั การพฒั นาการด้านสตปิ ัญญาและการอบรม
กล่อมเกลาให้รู้จักผิดชอบชั่วดีของสังคม คุณธรรมจริยธรรมจึงเป็นพฤติกรรมที่เกิดจากการ
เรียนรู้ ทั้งในระบบนอกโรงเรยี นและในโรงเรียน การศึกษาคอื การพัฒนาคุณภาพชีวิต ทําให้ชีวิต
มีคุณค่าและกํากับให้ตนเองเป็นผู้ที่มีพฤติกรรมอันพึงประสงค์ด้วยการปลูกฝังพื้นฐานด้าน
จริยธรรมในดา้ นตา่ ง ๆ กระบวนการปลกู ฝัง ดังที่ ได้วางกรอบกระบวนการสงั คมประกติ ๑๐

๑. การศึกษาเพ่ือการปลูกฝังจริยธรรม การศึกษาเป็นการใหค้ วามรู้ในเรอื่ งจริยธรรม
การให้การศึกษา รวมถึงการอบรมบ่มนิสัย ให้เรียนรู้ส่ิงท่ีถูกผิด และการตักเตือนให้เกิดความ
สาํ นกึ ในความถกู ต้องและความผิด

๑) การปลูกฝังพื้นฐานด้านวชิ าการ การเรียนการสอน การศึกษาของไทยมีความ
เก่ียวข้องกับศาสนาอย่างเป็นเน้ือเดียวกัน ดังน้ันจะเห็นได้ว่า หลักสูตรต่าง ๆ ที่นํามาใช้จะมี
ลกั ษณะแนวทางทเ่ี ป็นไปในทางเดียวกันกับพุทธปรัชญา

๒) การปลูกฝังพื้นฐานด้านชีวิตและสังคม การปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมใน
การดํารงชีวติ ทางดา้ นสังคมกจ็ ะนําพระธรรมทเ่ี ปน็ คําสงั่ สอนของพระพทุ ธเจ้ามาเป็นหลกั ในการ
คิดและการแก้ปัญหาในเชิงคุณธรรมจริยธรรม การอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุขภายใต้
กฎเกณฑ์ของสงั คมและจติ สํานกึ ท่ดี ตี อ่ ตนเองและผอู้ ่ืน

๓) การปลูกฝังพ้ืนฐานด้านจิตวิทยา เป็นพื้นฐานที่เกิดขึ้นจากการเรียนรู้ด้วยการ
คิด การหยั่งเห็น การคิดอย่างมีวิจารณญาณ มีการไตร่ตรองจนเกิดความเข้าใจ จนเกิดเป็น
จิตสํานึก การศึกษาจึงต้องมุ่งอบรมให้บุคคลคิดเป็น ทําเป็นและแก้ปัญหาเป็น ซึ่งมีความมุ่ง
หมายปลายทาง คือให้คิดดี ทําดีและแก้ปัญหาได้ดี การศึกษาจิตวิทยาทําให้เข้าใจธรรมชาติ
ความต้องการของมนุษย์เพ่ือให้เข้าใจตนเองและผู้อ่ืนด้วย การสร้างแรงจูงใจตนเองเพ่ือให้
สามารถพฒั นาไปสคู่ วามดงี ามได้

เนื่องจากจริยธรรมคุณธรรมเป็นสิ่งที่เกิดข้ึนจากการได้รับประสบการณ์และจากการ
อบรมสั่งสอน ช้ีแนะใหม้ องเหน็ ความผิด ชอบ ชว่ั ดี บคุ คลมักจะได้รบั การอบรมเลย้ี งดูจากกลุม่
ท่ีเป็นตัวแทนทางสังคมท่ีทําหน้าที่ รับผิดชอบในการอบรมเล้ียงดูให้บุคคลในสังคมเป็นผู้ท่ี
ตระหนักรู้และมีพฤติกรรมท่ีกล่าวได้ว่า เป็นผู้มีจริยธรรมคุณธรรม คือ ครอบครัว โรงเรียน
เพื่อน ส่ือสารมวลชน และศาสนา บุคคลในกลุ่มสังคมเหล่านี้ต้องพยายามค้นหาวิธีการเพ่ือ
พฒั นาและปลกู ฝังจรยิ ธรรมคณุ ธรรม

๑๐ ประภาศรี สีหอําไพ, พื้นฐานการศึกษาทางศาสนาและจริยธรรม, (กรุงเทพมหานคร:
จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั , ๒๕๔๓).

คุณธรรมและจริยธรรมสาํ หรับผูบริหารการศึกษา ๑๕๗
บทที่ ๙ จรรยาบรรณวิชาชีพนักบริหารการศึกษาและมาตรฐานการปฏบิ ตั ิตน

๒. การพัฒนาจริยธรรมคุณธรรมดว้ ยการปลูกฝังค่านิยม การปลูกฝังค่านิยม เป็น
วิธีการปลูกฝังท่ีเริ่มต้นด้วยกระบวนการในข้ันพื้นฐาน๑๑ ได้เสนอแนะวิธีการปลูกฝังจริยธรรม
คณุ ธรรมไวห้ ลายประการ เช่น

๑) กาํ หนดพฤติกรรมทพี่ งึ ปรารถนาตามคุณธรรมจรยิ ธรรมอยา่ งสอดคล้องกัน
๒) เสนอตวั อยา่ งพฤตกิ รรมที่พึงปรารถนา พร้อมทัง้ แสดงให้เหน็ ผลดีผลเสีย
๓) ประเมินพฤติกรรมที่สอดคล้องและไม่สอดคล้องกับคุณธรรมและจริยธรรม
โดยใชเ้ กณฑผ์ ลของพฤติกรรมต่อตนเอง หมคู่ ณะและสงั คม
๔) แลกเปล่ยี นและวจิ ารณก์ ารประเมินในกลมุ่
๕) ฝึกปฏิบตั ิใหบ้ ุคคลกระทําดว้ ยใจสมัครและให้ประเมนิ ผลสาํ เรจ็ ด้วยตนเอง
๖) ยํ้าให้บุคคลรับเอาพฤติกรรมที่สอดคล้องกับจริยธรรมและคุณธรรมโดยให้
นาํ มาเป็นสว่ นหน่ึงของตน
๗) การปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและการชักชวนให้ผู้อ่ืนประพฤติปฏิบัติในส่ิงท่ี
เหมาะสมกบั จริยธรรมและคณุ ธรรม
๘) พัฒนาค่านิยมจากระดับญาติพี่น้อง ไปสู่หมู่คณะและสังคม เช่น เร่ิมต้นจาก
ความกตญั ญู ความเสยี สละ ความสามัคคใี นหมู่พน่ี ้อง หมคู่ ณะ และสงั คม ไปจนถึงประเทศชาติ
๙) จัดกิจกรรมเสริม เช่น กิจกรรมรณรงค์ นิทรรศการ การประชุม สัมมา การ
อภิปราย การศกึ ษากรณี การจัดงานประเพณี เป็นต้น

๓. การพัฒนาจริยธรรมคุณธรรมด้วยการใช้สติปัญญา มนุษย์เกิดมาพร้อมด้วย
สติปัญญาท่ีติดตัวมาแต่กําเนิดแม้ว่าจะมีสติปัญญาที่ไม่เท่ากัน สติปัญญาเป็นเคร่ืองมือในการ
ดาํ รงชีวิตของมนษุ ย์ สามารถพัฒนาให้เพิ่มพูนความสามารถได้ สติปัญญา คือ ความฉลาด ผู้ท่ีมี
สติปัญญาดีคือผู้ที่สามารถคิดแก้ไขปัญหาได้ดีเนื่องจากเข้าใจปัญญาได้ดี นอกจากน้ียังเป็นผู้ท่ี
สามารถปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในการพัฒนาจริยธรรมคุณธรรมของนักบริหารนั้น
เนื่องจากเป็นผู้ท่ีมีสติปัญญาอยู่ในเกณฑ์ทีเ่ หนือผู้อ่ืน วิธีการพฒั นาด้วยการใช้สติปัญญาจึงน่าจะ
กระทําได้อย่างเป็นผลดี วิธีการพัฒนาจริยธรรมและคุณธรรมด้วยการใช้สติปัญญา๑๒ เสนอแนะ
เชน่

๑) กลุ่มสัมพันธ์ การสร้างความเข้าใจสมาชิกในแง่มุมที่เป็นเชิงบวกและการปรับ
พฤตกิ รรมความคดิ ของกลุม่

๑๑ เรอ่ื งเดยี วกัน, ๒๕๔๓ หน้า ๒๔๒.
๑๒ ปา๋ เปรม, ยก ๑๔ พระราชดําริ สอน “จริยธรรม” มติชน, (๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙): ๑๑. อ้าง
ใน ประภาศรี สีหอําไพ, พื้นฐานการศึกษาทางศาสนาและจริยธรรม, (กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลยั , ๒๕๔๓).

๑๕๘ พระอธิการบุญชวย โชติวํโส, ดร. (อุยวงค)

บทท่ี ๙ จรรยาบรรณวิชาชพี นักบริหารการศกึ ษาและมาตรฐานการปฏิบตั ิตน

๒) การสืบสวนสอบสวน เป็นการใช้วิธีซักถามเพื่อให้ได้คําตอบของผลของการ
กระทาํ ท่ีนําไปสคู่ วามสุขหรือความทกุ ข์ระดบั บคุ คล ระดบั กลุ่ม และระดบั สงั คม

๓) การแสดงบทบาทสมมติ เพื่อให้เกิดแนวความคิดในการแก้ปัญหาในเชิง
คุณธรรมและจรยิ ธรรมรว่ มกนั

๔) การเล่นเกมส์ เพ่ือนําการเล่นเกมส์มาส่หู ลักการของความคิดที่จะทําให้คู่ต่อสู้
แพ้ซงึ่ อาจเกิดผลกระทบทไ่ี มพ่ ึงประสงค์สะท้อนกลบั มายงั ตนเอง

๕) การใช้สื่อโสตทัศนอุปกรณ์ ให้ดูตัวอย่างภาพการแสดงพฤติกรรมเพ่ือนํามา
วิเคราะห์

๖) การจัดค่ายจริยธรรม เพื่อให้บุคคลทีประสบการณ์ในการอยู่ร่วมกับผู้อ่ืน ใน
สถานการณ์ทจ่ี ําเปน็

การจัดกิจกรรมเพ่ือสร้างเสริมปัญญาเป็นแนวทางท่ีทําให้ได้มีโอกาสคิดใน
สถานการณ์ที่ตนเองเป็นบุคคลภายนอกหรือผู้สังเกตการณ์ เน่ืองจากบุคคลมักจะมองไม่เห็น
แนวทางเม่ือตกอยู่ในสถานการณ์ที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง การแก้ปัญหาทางจริยธรรมจึงอาจมี
สภาพคลา้ ยเส้นผมบงั ภเู ขาได้

สรุป จากการศึกษาเอกสาร พบว่าผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษาและ
ศกึ ษานิเทศก์ คือนักบริหารการศึกษาซึ่งจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการปฏิบัติตนตามที่คุรุสภาได้
ประกาศเป็นข้อบังคับว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๔๘ สําหรับ
มาตรฐานการปฏิบัติตนนี้ เป็นมาตรฐานท่ีเกี่ยวกับจรรยาบรรณของผู้บริหารท่ีมีต่อตนเอง ต่อ
วิชาชีพ และต่อผู้รบั บริการ

บรรณานุกรม

๑. ภาษาไทย

ก. ข้อมูลปฐมภูมิ

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย, ๒๕๓๙.

ข. ขอ้ มูลทตุ ยิ ภมู ิ

(๑) หนงั สอื :

คณาจารย์โรงพิมพ์เล่ียงเชียง. แบบประกอบนักธรรมตรี อธิบายธรรมวิภาค ปริเฉทที่ ๑.
กรุงเทพมหานคร: เลยี่ งเชยี ง, ๒๕๓๖.

จําเริญรัตน์ เจือจันทร์. จริยศาสตร์: ทฤษฎีจริยธรรมสําหรับนักบริหารการศึกษา.
กรุงเทพมหานคร: โอเดยี นสโตร,์ ๒๕๓๗.

ดวงเดือน พันธุมนาวิน. จิตวิทยาจริยธรรมและจิตวิทยาภาษา. กรุงเทพมหานคร: ไทยวัฒนา
พานชิ , ๒๕๒๔.

ธานินทร์ กรัยวิเชียร. คุณธรรมและจริยธรรมของผู้บริหาร. พิมพ์ครั้งท่ี ๓. กรุงเทพมหานคร:
โรงพมิ พช์ วนพิมพ,์ ๒๕๕๐.

ธีระพร อุวรรณโณ. ทฤษฎีและการวัดเจตคติ. กรุงเทพมหานคร: คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์
มหาวทิ ยาลยั , ๒๕๓๕.

นีออน พิณประดิษฐ์. ตัวบ่งชี้ทางจิตสังคมของพฤติกรรมการทํางานในข้าราชการ ตํารวจ
สังกัดตํารวจภูธรภาค ๔. กรุงเทพมหานคร: สํานักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ,
๒๕๔๕.

บญุ มี แท่นแกว้ . จรยิ ธรรมกบั ชวี ิต. พิมพค์ ร้ังที่ ๖. กรงุ เทพมหานคร : โอเดยี นสโตร,์ ๒๕๔๑
ประวีณ ณ นคร และคณะ. การพัฒนาบคุ คล. กรุงเทพมหานคร: ประชาชน, ๒๕๔๐.
ประเวศ วะสี. การจัดการความรู้: กระบวนการปลดปล่อยมนุษย์สู่ศักยภาพ เสรีภาพ และ

ความสุข. กรงุ เทพมหานคร: สถาบนั ส่งเสริมการจัดการความร้เู พอ่ื สังคม, ๒๕๔๘.
พนัส หันนาคินทร์. การบริหารบุคลากรในโรงเรียน. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

พิษณโุ ลก, ๒๕๒๖.
พระเทพเวที (ป.อ. ปยุต.โต). พุทธธรรม: กฎธรรมชาติ และคุณค่าสําหรับชีวิต.

กรงุ เทพมหานคร: สุขภาพใจ, ๒๕๓๑.
พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยยุตฺโต), พุทธธรรม. พิมพ์คร้ังที่ ๙. กรุงเทพมหานคร: มหาจุฬาลงกรณ

ราชวิทยาลยั , ๒๕๔๓.

๑๖๐ พระอธิการบุญชวย โชติวํโส, ดร. (อุยวงค)

บรรณานุกรม

________. ธรรมนูญชีวิต พุทธจริยธรรมเพื่อชีวิตที่ดีงาม. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์การ
ศาสนา, ๒๕๔๐.

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. พิมพ์คร้ังท่ี
๑๖. กรงุ เทพมหานคร: เอส. อาร.์ พรนิ้ ตงิ้ แมสโปรดกั ส์, ๒๕๕๑.

พระเมธีธรรมาภรณ์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต). คุณธรรมสําหรับนักบริหาร. พิมพ์คร้ังที่ ๒.
กรุงเทพมหานคร: บรษิ ทั สหธรรมิก จาํ กัด, ๒๕๔๑.

พระราชภาวนาวิสุทธ์ิ. พระธรรมเทศนา, ชีวิตออกแบบได้. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิธรรมกาย,
๒๕๕๐.

พระราชวรมุนี (ประยุทธ์ ปยุตฺโต). ธรรมนูญชีวิต พุทธจริยเพื่อชีวิตที่ดีงาม. กรุงเทพมหานคร:
อมั รินทรก์ ารพิมพ,์ ๒๕๒๙.

มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. การจัดการโรงเรียนมัธยมศึกษา. กรุงเทพมหานคร: ยูไนเต็ด
โปรดคั ชัน่ , ๒๕๒๕.

ราชบัณฑิตยสถาน, พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๒๕, พิมพ์คร้ังท่ี ๕, พิมพ์
ลักษณ,์ กรงุ เทพมหานคร: อกั ษรเจรญิ ทศั น์, ๒๕๓๘.

ลาํ ดวน ศรมี ณ.ี จรยิ ธรรมและจริยศาสตรต์ ะวนั ออก. กรงุ เทพมหานคร, ๒๕๔๖.
วริยา ชินวรรโณ. จริยธรรมของพลเมืองไทยในระบอบประชาธิปไตย : ประมวลองค์ความรู้

ประสบการณ์. กรุงเทพมหานคร: ศนู ยห์ นังสอื จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั , ๒๕๔๖.
วศิน ประดิษฐศิลป์ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน), ๒๐๑๔-๐๙) นวัตกรรมการส่ือสารศาสนา

ของ พระไพศาล วิสาโล ในบริบทสังคมไทยปัจจุบัน, ศูนย์คุณธรรม (องค์การ
มหาชน), ๒๐๑๔.
วศิน อินทสระ. พุทธจริยศาสตร์. กรงุ เทพมหานคร: โรงพมิ พ์ทองกวาว., ๒๕๔๑.
วิทย์ วิศทเวทย์. จริยศาสตร์เบื้องต้น: มนุษย์กับปัญหาจริยธรรม. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์
อกั ษรเจรญิ ทัศน์, ๒๕๓๒.
ศรเี รือน แกว้ กงั วาล. ทฤษฎจี ติ วิทยาบคุ ลกิ ภาพ. กรุงเทพมหานคร: หมอชาวบ้าน, ๒๕๕๑.
สุขุมาล เกษมสุข. การปลูกฝังจริยธรรมแก่เด็ก. กรุงเทพมหานคร: คณะศึกษาศาสตร์

มหาวิทยาลยั ศรนี ครินทรวิโรฒ, ๒๕๔๘.
สุทธิพร บุญส่ง. คุณธรรมจริยธรรมกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต. พิมพ์ครั้งที่ ๑.

กรงุ เทพมหานคร: ทริปเพิล้ กร๊ปุ , ๒๕๔๙.
เสฐียรพงษ์ วรรณปก. คําบรรยายพระไตรปิฎก. กรุงเทพมหานคร: หอรัตนตรัยการพิมพ์,

๒๕๔๓.

คุณธรรมและจริยธรรมสําหรับผูบริหารการศึกษา ๑๖๑
บรรณานุกรม

(๒) วิทยานพิ นธ:์

กีรติ บุญเจือ. เรื่องบทบาทของสถาบันศาสนาในการจัดการศึกษาแห่งชาติ. รายงานการวิจัย.
กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลยั อัสสัมชัญ, ๒๕๔๑.

สาคร ศรีดี, “วิเคราะห์หลักพุทธจริยธรรมท่ีปรากฏในเพลงพื้นบ้านจังหวัดสุพรรณบุรี: ศึกษา
เฉพาะกรณีเพลงอีแซว”. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาจริย
ศาสตร์ศึกษา, บัณฑติ วิทยาลัย: มหาวทิ ยาลัยมหิดล, ๒๕๔๕.

(๓) เวป็ ไซต์
Google Sites มาตรฐานวิชาชีพครู. ออนไลน์. แหล่งที่มา: https://sites.google.com/site/

matrthanwichachiphkhrunpru/matrthan-kar-ptibati-tn-crrya-brrn-khxng-
wichachiph [๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๑].
Hogan. 1973. cited in Tucker-Ladd. 1996-2000). ทฤษฎีของโฮแกน. [ออนไลน์].
แหล่งท่ีมา: https://hq.prd.go.th/ethics/ewt_news.php?nid=57&filename
=index [๒๕ มกราคม ๖๑].
จรวยพร ธรณินทร์. การบริหารราชการตามระบบคุณธรรม. [ออนไลน์]. แหล่งท่ีมา:
https://www.gotoknow.org/posts/389443 [๒๙ มนี าคม. ๒๕๖๑].
นางรัชดาภรณ์ แสนประสิทธ์ิ. การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคม. [ออนไลน์]. แหล่งท่ีมา:
http://www.jariyatam.com/th/moral-cultivation. [๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๑].
บ้านจอมยุทธ. จริยธรรม. ขงจื๊อ [ออนไลน์]. แหล่งท่ีมา: https://www. baanjomyut.
comlibraryethics03 .htm. [๑๕ มิถนุ ายน ๒๕๕๘].
________. จริยธรรม. ซุนจื๊อ. [ออนไลน์]. แหล่งท่ีมา: https://www. baanjomyut.
comlibraryethics03.htm. [๑๕ มถิ นุ ายน ๒๕๕๘].
________. จริยธรรม. แนวคิดของซุนจ๊ือขงจ๊ือ [ออนไลน์]. แหล่งท่ีมา: https://www.
baanjomyut. comlibraryethics03.htm. [๑๕ มถิ ุนายน ๒๕๕๘].
________. จริยธรรม. แนวคิดของเม่งจื๊อ [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: https://www.
baanjomyut. comlibraryethics03.htm. [๑๕ มิถนุ ายน ๒๕๕๘].
________. จริยธรรม. ปรัชญาเต๋า. [ออนไลน์]. แหล่งท่ีมา: https://www. baanjomyut.
comlibraryethics03.htm. [๑๕ มิถนุ ายน ๒๕๕๘].
________. จริยธรรม. ปรัชญาโม่จ้ือ. [ออนไลน์]. แหล่งท่ีมา: https://www. baanjomyut.
comlibraryethics03.htm. [๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๘].

๑๖๒ พระอธิการบุญชวย โชติวํโส, ดร. (อุยวงค)

บรรณานุกรม

________. จริยธรรม.ปรัชญาขงจ๊ือ [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: https://www. baanjomyut.
comlibraryethics03.htm. [๑๕ มถิ นุ ายน ๒๕๕๘].

________. จริยธรรม.ปรัชญาเหลาจื๊อ [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: https://www. baanjomyut.
comlibraryethics03.htm. [๑๕ มิถนุ ายน ๒๕๕๘].

________. ทฤษฏีทางจิตวิทยาท่ีเก่ียวข้องกับจริยธรรม. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา:
https://www. baanjomyut. comlibraryethics0 3 . htm. [๑ ๕ มิ ถุ น า ย น
๒๕๕๘].

________. ปรัชญาโลกตะวันตก. Ancient Greek Philosophy [ออนไลน์]. แหล่งท่ีมา:
https://www. baanjomyut.comlibraryethics03.htm. [๑๕ มิถนุ ายน ๒๕๕๘].

________. ปรัชญาโลกตะวันตก. Medieval Philosophy. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา:
https://www. baanjomyut.comlibraryethics03.htm. [๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๘].

________. ปรัชญาโลกตะวันตก. Modern Philosophy. [ออนไลน์]. แหล่งท่ีมา:
https://www. baanjomyut.comlibraryethics03.htm. [๑๕ มถิ ุนายน ๒๕๕๘].

________. ปรัชญาโลกตะวันตก. เพลโต. [ออนไลน์]. แหล่งท่ีมา: https://www.
baanjomyut.comlibraryethics03.htm. [๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๘].

________. ปรัชญาโลกตะวันตก. โสเกรตีส. [ออนไลน์]. แหล่งท่ีมา: https://www.
baanjomyut.comlibraryethics03.htm. [๑๕ มถิ นุ ายน ๒๕๕๘].

________. ปรัชญาโลกตะวันตก. อริสโตเติล [ออนไลน์]. แหล่งที่มา:https://www.
baanjomyut.com libraryethics03.htm. [๑๕ มิถนุ ายน ๒๕๕๘].

________. ปรัชญาโลกตะวันตก.Contemporary Philosophy. [ออนไลน์]. แหล่งท่ีมา:
https://www. baanjomyut.comlibraryethics03.htm. [๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๘].

________. ป รั ช ญ า อิ น เ ดี ย . [อ อ น ไ ล น์ ]. แ ห ล่ ง ที่ ม า : https://www. baanjomyut.
comlibraryethics03 .htm. [๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๘].

________. ผู้นําแบบตะวันออก. [ออนไลน์]. แหล่งท่ีมา: https://www. baanjomyut.
comlibraryethics03 .htm. [๑๕ มถิ ุนายน ๒๕๕๘].

________. ภาวะผู้นําแบบตะวันตก. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: https://www. baanjomyut.
comlibraryethics03 .htm [๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๘].

________. ลักษณะท่ัวไปของปรัชญาตะวันตก – ปรัชญาตะวันออก. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา:
https://www. baanjomyut. comlibraryethics0 3 . htm. [๑ ๕ มิ ถุ น า ย น
๒๕๕๘].

คุณธรรมและจริยธรรมสาํ หรับผูบริหารการศึกษา ๑๖๓
บรรณานุกรม

พระเทวินทร์ เทวินโท. ทฤษฎีจริยธรรมตามแนวพุทธศาสตร์. [ออนไลน์]. แหล่งท่ีมา:
https://khopkhun.wordpress.com /2009/04/18/4 [๒๕๔๔] หน้า ๓๔๖-
๓๔๙.

พระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ. อิทธิบาท ๔. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://book.dou.us /
doku.php?id=md204:1 [๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๑].

รองศาสตราจารย์ ดร.สุรเดช สําราญจิตต์. เอกสารเผยแพร่ความรู้ การเรียนการสอนท่ีเก่ียวกับ
คณุ ธรรมจรยิ ธรรม. [ออนไลน]์ . แหล่งที่มา: http://www.jariyatam.com/moral-
cultivation k. pop. [๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๙].

วิกิพีเดีย. ทศพิธราชธรรม. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: https://th.wikipedia.org/wiki [๒๙
กรกฎาคม ๒๕๖๐].

สัญญา ภัทราชัย และ กําแหง จาตุรจินดา. จริยธรรมวิชาชีพแพทย์ (Medical ethics)
[อ อ น ไ ล น์ ]. แ ห ล่ ง ท่ี ม า : http://www.mahidol.ac.th/ mahidol/ra/raog/
ethic1.html [๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๑].

ประวัตผิ ูเ้ ขยี น

๑. ชอ่ื -สกุล : พระอธิการบญุ ชว่ ย ฉายา โชติวํโส/อยุ้ วงค,์ ดร.

๒. วุฒิการศกึ ษา : น.ธ.เอก , พธ.บ. (พระพุทธศาสนา), ป.บณั ฑติ (วชิ าชพี ครู)
ศษ.ม. (การบรหิ ารการศกึ ษา), พธ.ม. (พระพุทธศาสนา),
ปร.ด. (การบริหารการศึกษา)

๓. สถานทีท่ ํางาน : มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั วิทยาเขตขอนแก่น
๓๐ หมทู่ ี่ ๑ บา้ นโคกสี ถนนขอนแกน่ -น้ําพอง ตาํ บลโคกสี
อาํ เภอเมือง จังหวดั ขอนแกน่ ๔๐๐๐๐
โทร. ๐๘-๕๔๕๙-๙๓๕๖
G-mail [email protected]

๔. ผลงานทางวิชาการ :

๔.๑ งานวจิ ยั : กลยุทธใ์ นการปลกู ฝงั คณุ ธรรม จริยธรรม สาํ หรับนักเรียนประถมใน
สถานศกึ ษา ขน้ั พื้นฐาน สังกดั สาํ นกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษา
ประถมศึกษาขอนแกน่ เขต ๑, สถาบนั วิจยั พทุ ธศาสตร์
มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั , ๒๕๖๐.

๔.๒ บทความทางวชิ าการ
บทความวจิ ยั : Guideline on the Participating Developmant the Local

Governmental Organization for the Community Forest
Presrvation : A case studr of Wat Pa Pachasan Hnong
Songhong Disstrct, Khon Kaen Province ปี ที่ ตี พิ ม พ์ ๒ ๘
มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ แหล่งท่ีตีพิมพ์ การประชุมวิชาการระดับ
นานาชาติครั้งท่ี ๑ ปีท่ีพิมพ์ ๓, (๒๘ มีนาคม ๒๕๕๙) : ๕๓๔-๕๔๘.
มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแกน่
: ประสิท ธิผ ล ก าร พัฒนานิสิ ตตาม กร อบมาตร ฐานคุ ณวุ ฒิ
ระดับอุดมศึกษาแห่งชาติของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น , ปีที่ตีพิมพ์ ๒๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๙
แหล่งที่ตีพิมพ์ การประชุมวิชาการระดับนานาชาติ ครั้งท่ี ๑ ปีท่ี
พิมพ์ ๓, (๒๘ มีนาคม ๒๕๕๙) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วทิ ยาลยั วทิ ยาเขตขอนแกน่

คุณธรรมและจริยธรรมสาํ หรับผูบริหารการศึกษา ๑๖๕
ประวตั ผิ ูเ ขยี น

: แนวทางการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม สําหรับนักเรียนระดับ
ประถมศึกษา: กรณีศึกษา โรงเรียนบ้านบึงแก ตําบลโนนท่อน
อําเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ปีที่ตีพิมพ์ ๒๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๙
แหล่งท่ีตพี ิมพ์ การประชุมวิชาการระดับชาติ ครงั้ ที่ ๓ มหาวิทยาลัย
มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั วทิ ยาเขตขอนแก่น

: A Model Development of Causal Structural Relationship
of Factors Influencing the Effectiveness of Staff Knowledge
Management in Basic Education Schools, Primary
Education Service Area Office No. 1, Khonkaen Province,
Publised source Dhammathas Academic Journal TCI 1,
ISSN : 1513-5845, Vol. 17 No. 1 (January - April 2018) P 73-
86 Mahachulalongkornrajavidyalaya University

: ประสิทธิภาพการพัฒนานิสิตตามกรอบนวลักษณ์ ของมหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น, ที่ตีพิมพ์ ๓๑
มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๐ แหล่งท่ีตีพิมพ์ การประชุมวิชาการ ระดับชาติ
ครั้งที่ ๔ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขต
ขอนแกน่ .

: ภาวะผู้นําตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษาข้ันพื้นฐาน
อําเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น The Leadership on
Based the Good Governance Principles of the Basic
Education School Administrators in Muaeng District Khon
kaen , แหล่งท่ีตีพิมพ์ วารสารบัณฑิตศึกษามหาจุฬาขอนแก่น TCI
1, ISSN 2539-6757 ปที ี่ 6 ฉบับที่ 1 ประจําเดอื นมกราคม-มีนาคม
2562 , หน้า 146-158 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วิทยาเขตขอนแกน่

: วิธีวิทยาการประเมินผลการดําเนินการ ตามโครงการหมู่บ้านรักษา
ศี ล 5 ใ น จั ง ห วั ด ข อ น แ ก่ น Operational Assessment
Methodology of Five Precepts Project in KhonKaen
Province, แหล่งทต่ี ีพิมพ์ Dhammathas Academic Journal TCI
1, ISSN 1513-5845, Vol. 18 No. 1 (January - April 2018) หนา้
35-46 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขต
ขอนแก่นhttps://so06.tci-

๑๖๖ พระอธิการบุญชวย โชติวํโส, ดร. (อุยวงค)

ประวัติผูเ ขยี น

: การประเมินหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหาร
การศึกษา ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2555 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ
ราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแกน่ An Evaluation for Master of Arts
Program in Educational Administration (Revised Edition B.E.
2555) Mahachulalongkornrajavidyalaya University KhonKaen
Campus. แหล่งท่ีตีพิมพ์ Dhammathas Academic Journal, TCI
1, 1513-5845, Vol. 18 No. 1 (January - April 2018) หน้ า 155-
165 มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั วิทยาเขตขอนแกน่

: กลยุทธ์ในการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม สําหรับนักเรียนประถมใน
สถานศึกษา ขั้นพื้นฐาน สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาขอนแก่น เขต ๑ A Strategy in Implanting of Moral
Ethics for Primary School Students in Basic Education under
the Office of KhonKaen Primary Education, Area 1, แหล่ งท่ี
ตพี ิมพ์ Dhammathas Academic Journal TCI 1, ISSN 1513-5845,
Vol. 18 No. 2 (May - August 2018) หน้าที่ 99-110 มหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น

: ภาวะผู้นําตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
อําเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น The Leadership on Based
the Good Governance Principles of the Basic Education
School Administrators in Muaeng District Khon kaen, แหล่งท่ี
ตีพมิ พ์ การประชมุ วชิ าการระดับชาติและนานชาติ ครง้ั ที่ 1 ปี 1 ,ฉบบั
ท่ี 1, ประจําเดือน มิถุนายน 2562, มหาวิทยาลยั กาฬสนิ ธ์ุ

: ยุทธศาสตร์และรูปแบบการเสริมสร้างเครือข่ายเมืองขอนแก่นสู่การ
พัฒนาที่ยั่งยืน STRATEGIES AND FORMS OF STRENGTHENING
THE KHON KAEN CITY NETWORK FOR SUSTAINABLE
DEVELOPMENT,2560 , Journal of Buddhist Education and
Research, TCI 2, ISSN: 2586-9434, Vol 5, No 2 (2019) (July -
December)

: VIRTUE AND ETHICS CULTIVATION STRATEGY FOR
ELEMENTARY SCHOOL STUDENTS UNDER THE OFFICE OF
SAKON NAKHON PRIMARY EDUCATION AREA 1, แหลง่ ท่ีตพี มิ พ์
วารสารบัณฑิตศึกษามหาจุฬาขอนแก่น, TCI 2, ISSN: 2539-6757,
Vol. 7 No. 1, มกราคม-มนี าคม 2563

คุณธรรมและจริยธรรมสําหรับผูบริหารการศึกษา ๑๖๗
ประวตั ิผูเขียน

บทความวชิ าการ : Phaathikan Boonchuay Chotivongso,Dr., The Importance of
Vinaya and Monastic Code : Answer for Secular Reproaches
in Thailand, Pu blised source, Dhammathas Academic
Journal TCI 1, ISSN : 1513-5845 Vol. 16 No. 2 (July- October
2017) No 285-295, Mahachulalongkornrajavidyala University
Khon Kaen Campus.

: ภาวะผู้นําของผู้บริหารในมุมมองของผู้ใต้บังคับบัญชา Leadership
of Executives in The View of Subordinates , แหล่งที่ตีพิมพ์
วารสารสถาบันวิจัยพิมลธรรม, TCI 2 , ISSN 2465-3705, ปีท่ี ๔
ฉบับที่ ๒ ประจําเดือน กรกฎาคม – ธันวาคม ๒๕๖๐ : ๑๕-๒๘.
มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั วิทยาเขตขอนแก่น

: คุณธรรมจริยธรรมสําหรับผู้บริหารการศึกษา Virtue and Ethics
for Educational Administrator แหล่งที่ตีพิมพ์ วารสารวิชาการ
ธรรมทรรศน์, TCI 1, ISSN : 1513-5845, ปีท่ี ๑๖ ฉบับท่ี ๓ (ฉบับ
พิเศษ) ประจําเดือน พฤศจิกายน ๒๕๕๙ -กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐
มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย วิทยาเขตขอนแกน่


Click to View FlipBook Version