ปที ่ี 19 ฉบบั ท่ี 3 (กรกฎาคม - กันยายน 2562) วารสารวิชาการธรรมทรรศน์ 163
พบว่า บริบทชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพครูของ คา่ นยิ ม และวฒั นธรรมของโรงเรยี นทตี่ นเองปฏบิ ตั ิ
โรงเรียนในประเทศไทยที่มีความสัมพันธ์ส่งผลต่อ งานอยโู่ ดยครรู ว่ มกนั เรยี นรู้ มกี ารเสรมิ พลงั อำ� นาจ
เนื่องกันอย่างเป็นเหตุและผลอย่างเป็นล�ำดับตาม สร้างพ้ืนท่ีส�ำหรับการเรียนรู้ สร้างโอกาสในการ
องค์ประกอบส�ำคัญ ได้แก่ 1) ชุมชนกัลยาณมิตร เรียนรู้ พร้อมกับน�ำวัฒนธรรมของโรงเรียนบูรณา
ตามวิถีไทย 2) วิสัยทศั น์เชงิ ศรัทธารว่ ม 3) ระบบ การเข้ากับวัฒนธรรม ค่านิยม คุณค่าของตนเอง
เปดิ แบบผนกึ กำ� ลงั มงุ่ สผู่ เู้ รยี นทำ� ใหเ้ กดิ การเผยตน ทสี่ ามารถปรบั เปลยี่ นได้ ซงึ่ เปน็ สว่ นชว่ ยในการวาง
เปน็ เจา้ ของงานการเรียนรู้ 4) ระบบทมี เรยี นรทู้ าง รูปแบบพฤติกรรมและการรับรู้ เพ่ือประยุกต์กับ
วิชาชีพ 5) พื้นท่ีเรยี นร้แู บบรว่ มแรงร่วมใจ การจดั การเรยี นการสอน ไปสเู่ ปา้ หมายรว่ มกนั ของ
องค์ประกอบท่ี 5 การมีวิสยั ทศั นร์ ว่ มคือ โรงเรียน
ผู้บริหาร ครูและบุคลากรร่วมกันสร้างภาพความ องค์ประกอบท่ี 6 โครงสร้างการพัฒนา
เชื่อมโยงและทิศทางร่วมไปสู่โรงเรียนชุมชนแห่ง ชมุ ชนคอื โครงสร้างองคก์ ารชมุ ชนแหง่ การเรยี นรู้
การเรยี นรทู้ างวชิ าชพี ตระหนกั ถงึ คณุ คา่ ของตนเอง ทางวิชาชพี แบบมสี ่วนร่วมเน้นรปู แบบทีมงานเปน็
และของงานบริหารจัดการ มีวิสัยทัศน์เชิง หลักเน้นความคล่องตัวในการด�ำเนินการ ใช้รูป
อุดมการณ์ของชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ แบบการส่ือสารด้วยใจ เปิดกว้างให้พื้นท่ีอิสระ
และมีการปรับนโยบายของโรงเรียนในการพัฒนา ในการสร้างสรรค์ของชุมชน และมุ่งความยั่งยืน
สโู่ รงเรยี นชมุ ชนแหง่ การเรยี นรทู้ างวชิ าชพี ทง้ั นเี้ ปน็ แบบชมุ ชนแหง่ การเรยี นรทู้ างวชิ าชพี อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง
เพราะวา่ ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษามกี ารปฏบิ ตั ติ นดว้ ย ทั้งน้ีเป็นเพราะว่า โรงเรียนมีโครงสร้างองค์การ
ความมุ่งมั่นต่อค่านิยมของการเป็นโรงเรียนชุมชน ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพแบบมีส่วนร่วม
แห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพสามารถบริหารจัดการ เน้นรูปแบบทีมงานเป็นหลักเน้นความคล่องตัว
ชุมชนแห่งการเรียนทางวิชาชีพผู้บริหาร ครู และ ในการด�ำเนินการ ใช้รูปแบบการส่ือสารด้วยใจ
บุคลากร ร่วมกนั สรา้ งวิสัยทัศน์เชงิ อุดมการณ์ของ เปดิ กวา้ งใหพ้ น้ื ทอ่ี สิ ระในการสรา้ งสรรคข์ องชมุ ชน
ชมุ ชนแหง่ การเรยี นรทู้ างวชิ าชพี สามารถสรา้ งภาพ มีโครงสร้างสนับสนุนชุมชนเป็นการเอาใจใส่
ความเชอ่ื มโยงและทศิ ทางการดำ� เนนิ งานสโู่ รงเรยี น ส่ิงแวดล้อมให้เกิดบรรยากาศท่ีเอื้อต่อการเรียนรู้
ชมุ ชนแหง่ การเรยี นรทู้ างวชิ าชพี มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขซ่ึงสอดคล้องกับ
เกย่ี วกบั แนวทางการดำ� เนนิ งาน การสรา้ งวสิ ยั ทศั น์ แนวคิดของ Eastwood & Louis (1992 : 212-
การด�ำเนินงานท่ีดี ผู้บริหารเป็นผู้มีวิสัยทัศน์และ 224) ที่กล่าวว่า มีรูปแบบการสื่อสารด้วยใจเปิด
สามารถนำ� โรงเรยี นสโู่ รงเรยี นชมุ ชนแหง่ การเรยี นรู้ กวา้ งใหพ้ น้ื ทอี่ สิ ระในการสรา้ งสรรคข์ องชมุ ชนเนน้
ทางวิชาชีพซ่ึงสอดคล้องกับงานวิจัยของปองทิพย์ ความคล่องตัวในการด�ำเนินการจัดการกับเงื่อนไข
เทพอารีย์ (Theparee, 2014 : 284-296) พบว่า ความแตกแยกและมีระบบสารสนเทศของชุมชน
วัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ครูต้องเรียนรู้วิสัยทัศน์ เพอื่ การพฒั นาวชิ าชพี มโี ครงสรา้ งสนบั สนนุ ชมุ ชน
164 Dhammathas Academic Journal Vol. 19 No. 3 (July - September 2019)
เป็นการเอาใจใส่ส่ิงแวดล้อมให้เกิดบรรยากาศท่ี เรยี นรทู้ างวชิ าชพี ของโรงเรยี นมาตรฐานสากลและ
เอื้อต่อการเรียนรู้และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข น�ำองค์ประกอบท่ีได้มาท�ำการปรับปรุงแก้ไขตาม
และสอดคล้องกับงานวิจัยของวรลักษณ์ ชูก�ำเนิด ค�ำแนะน�ำของผู้เช่ียวชาญ คณาจารย์และอาจารย์
และเอกรินทร์ สังข์ทอง(Chukamnoad and ทปี่ รกึ ษาเพอื่ ทำ� การรา่ งรปู แบบทม่ี อี งคป์ ระกอบท่ี
Sungthong, 2014 : 93-102) พบวา่ องคป์ ระกอบ สามารถชว่ ยใหเ้ กดิ รปู แบบการบรหิ ารจดั การชมุ ชน
ของชมุ ชนการเรียนร้ทู างวิชาชพี ครใู นบริบทสถาน แห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของโรงเรียนมาตรฐาน
ศึกษามีองค์ประกอบส�ำคัญ 6 องค์ประกอบ คือ สากล ท่ีมีความเหมาะสมซ่งึ สอดคล้องกบั งานวิจัย
วิสัยทัศน์ร่วมทีมร่วมแรงร่วมใจภาวะผู้น�ำร่วมการ ของภัทรฒั ณ์ ศรที องสขุ (Seethongsuk, 2012)
เรียนรู้และการพัฒนาวิชาชีพชุมชนกัลยาณมิตร พบว่า แนวทางการบริหารงานวิชาการ โดยใช้
และโครงสรา้ งสนบั สนนุ กระบวนการเทียบเคียงสมรรถนะ เพื่อมุ่งสู่ความ
ผลการตรวจสอบรูปแบบการบริหาร เป็นโรงเรียนมาตรฐานสากล ของโรงเรียนมัธยม
จัดการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของ ศึกษาในจังหวัดสุพรรณบุรีมีความเหมาะสมและมี
โรงเรียนมาตรฐานสากล สรุปได้ว่า การยืนยัน ความเป็นไปได้
รปู แบบการบรหิ ารจดั การชมุ ชนแหง่ การเรยี นรทู้ าง ขั้นตอนที่ 3 การประเมินรูปแบบบริหาร
วิชาชพี ของโรงเรยี นมาตรฐานสากล ตามความคิด จัดการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของ
เห็นของผู้เชี่ยวชาญในภาพรวมน้ัน รูปแบบการ โรงเรยี นมาตรฐานสากล พบวา่ โดยรวมรปู แบบการ
บรหิ ารจดั การชมุ ชนแหง่ การเรยี นรทู้ างวชิ าชพี ของ บริหารจัดการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ
โรงเรยี นมาตรฐานสากลมคี วามเหมาะสม ทง้ั นเ้ี ปน็ ของโรงเรียนมาตรฐานสากลมีความถูกต้อง
เพราะว่าในการสร้างรูปแบบในคร้ังนี้ ผู้วิจัยได้ ความเหมาะสม ความเป็นประโยชน์ อยู่ในระดับ
น�ำหลักการ แนวคิด ทฤษฎี งานวิจัยท่ีเก่ียวข้อง มากที่สุดและความเป็นไปได้ อยู่ในระดับมาก
ตลอดจนการสัมภาษณ์จากผู้ท่ีมีประสบการณ์ เม่ือพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านความเป็น
ทางการด้านการบริหารเชี่ยวชาญทางการบริหาร ประโยชน์ มีค่าเฉล่ียสูงที่สุด รองลงมาเป็นด้าน
จัดการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ซึ่งน�ำผล ความเหมาะสม ด้านความถูกต้อง และดา้ นความ
จากผู้ทรงคุณวุฒิมาใช้ในการ วิเคราะห์องค์ เป็นไปได้ ตามล�ำดับ ท้ังน้ีเป็นเพราะได้ท�ำการ
ประกอบของการด�ำเนินงาน และสอบถามจาก พัฒนาพัฒนารูปแบบ พร้อมท้ังปรึกษาอาจารย์
ผู้ที่เกี่ยวข้องท่ีด�ำเนินงานและประสบกับปัญหาท่ี ท่ีปรึกษาว่ารูปแบบที่สร้างขึ้นน้ีเป็นแบบจ�ำลอง
เกิดข้ึนจริงในการด�ำเนินงาน ปรึกษาคณาจารย์ โครงสรา้ งทส่ี รา้ งขึน้ เพอ่ื อธบิ ายความสมั พนั ธ์ของ
สาขาวิชาการบริหารการศึกษา อาจารย์ท่ีปรึกษา องค์ประกอบต่างๆ ของการบริหารจัดการชุมชน
วิทยานิพนธ์เพ่ือน�ำมาท�ำการวิเคราะห์องค์ แห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของโรงเรียนมาตรฐาน
ประกอบของการบริหารจัดการชุมชนแห่งการ สากลทั้งน้ีการทดสอบหรือตรวจสอบรูปแบบน้ัน
ปีที่ 19 ฉบับท่ี 3 (กรกฎาคม - กันยายน 2562) วารสารวชิ าการธรรมทรรศน์ 165
จะเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ ดังนั้นจึงต้องผ่านการ 1.2 รปู แบบการบรหิ ารจดั การชมุ ชน
ประเมินคุณภาพของรูปแบบในด้านความถูกต้อง แหง่ การเรยี นรวู้ ชิ าชพี ของโรงเรยี นมาตรฐานสากล
ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็น ที่สร้างข้ึนในครั้งน้ี จะสามารถน�ำไปใช้ให้ประสบ
ประโยชน์ของรูปแบบ ซ่ึงสอดคล้องกับงานวิจัย ความส�ำเร็จได้ข้ึนอยู่กับความร่วมมือจากบุคลากร
ของภัทรฒั ณ์ ศรีทองสุข (Seethongsuk, 2012) ในโรงเรียน ครู นักเรียนตลอดจนหน่วยงาน
พบว่า แนวทางการบริหารงานวิชาการ โดยใช้ ที่เกี่ยวข้อง ซ่ึงแต่ละภาคส่วนมีบทบาทส�ำคัญ
กระบวนการเทียบเคียงสมรรถนะ เพื่อมุ่งสู่ความ ที่ช่วยสนับสนุนให้การด�ำเนินงานเป็นไปอย่างมี
เป็นโรงเรียนมาตรฐานสากล ของโรงเรียนมัธยม ประสทิ ธิภาพ
ศึกษาในจังหวัดสุพรรณบุรีมีความเหมาะสมและมี 2. ข้อเสนอแนะส�ำหรับการวิจัยครั้ง
ความเปน็ ไปไดอ้ ยใู่ นระดบั มากที่สุด ต่อไป
2.1 ควรมีการท�ำวิจัยหาความ
6. ข้อเสนอแนะ สัมพันธ์เชิงสาเหตุเก่ียวกับการพัฒนาการบริหาร
จัดการชุมชนแห่งการเรียนรู้วิชาชีพเพ่ือให้
1. ข้อเสนอแนะทัว่ ไป สอดคลอ้ งกับยุคสมยั ที่เปลย่ี นแปลงไปตลอดเวลา
1.1 การน�ำรูปแบบการบริหาร 2.2 ควรมีการท�ำวิจัยเชิงสถิติเก่ียว
จัดการชุมชนแห่งการเรียนรู้วิชาชีพของโรงเรียน กับปัจจัยการพัฒนาการบริหารจัดการชุมชนแห่ง
มาตรฐานสากลไปใช้ผู้น�ำไปใช้ควรศึกษาราย การเรียนรู้วิชาชีพ ที่ส่งผลต่อเป้าหมายของการ
ละเอียดของรูปแบบฯ จากคู่มือการใช้รูปแบบฯ พฒั นาสถานศกึ ษา เพอ่ื ใหม้ กี ารพฒั นาแนวทางการ
เพ่ือให้เกดิ ความเขา้ ใจอยา่ งละเอยี ดในทกุ ประเดน็ บรหิ ารทสี่ ง่ ผลตอ่ ประสทิ ธผิ ล และบรรลเุ ปา้ หมาย
เน้ือหาก่อนน�ำไปใช้ในสถานการณ์จรงิ
References
Chukamnoad, W. and Sungthong, A. (2014). Professional Learning Community of in School
forTeacher Professional Development Based on Learner Centered Approach.
Academic Services Journal Prince of Songkla University, 25(1), 93-102.
Chukamnoad, W. Sungthong, A. and Koadtip, Ch. (2014). Community model of Teacher
Education to 21st Century Learning. Hatyai Academic Journal, 12(2), 123-134.
Eastwood, K., & Louis, K. (1992). Restructuring that lasts: Managing the performance dip.
Journal of School Leadership, 2(2), 212-224.
Panich, W. (2014). How to teach in the 21st century. http://elc.psu.ac.th/elcpsu_2012/
phocadownload/ppt_seminar/130325_teach_in_21/130325teach_in_21.pdf.
19/03/2017 (Accessed 17 March 2018).
166 Dhammathas Academic Journal Vol. 19 No. 3 (July - September 2019)
Secondary Education Administration Office. (2010). Guidelines for the Management of
World Class Standard School. Bangkok : Printing Agriculture Cooperatives of Thailand.
Seethongsuk, P. (2012). Development of Academic Management Guidelines by using
Comparative Performance to World Class Standard School under Secondary Educational
Service Area Office in Suphanburi. Master of Education. Graduate School : Phra
Nakhon Si Ayutthaya Rajabhat University.
Stoll, L., & Louis, K.S. (2007). Professional Learning Community. New York : Open Univer-
sity Press.
Tamromdee, S., et al. (2010). Aromatherapy Research: Community Research and Development
The wisdom of learning Academic Document for Learning to Change No. 8. Nakhon
Pathom: Amy Enterprise Co., Ltd.
Theparee, P. (2014). A Development of Professional Learning Community Model for the
Primary School Teachers. Silpakorn Educational Research Journal, 6(2), 284-296.
จติ บริการของบุคลากรในสถาบันอดุ มศึกษาเชงิ พทุ ธบูรณาการ:
กรณศี ึกษามหาวทิ ยาลยั สงฆ*์
Buddhist Integrative Service Mind of the Personnel in
Higher Education Institutions: Sangha College
มานิตา ชูชว่ ย, พระราชปริยัตกิ ว,ี ประพนั ธ์ ศุภษร, บุญสง่ นาแสวง1 และชุติมา เมฆวนั 2
Manita Chuchuay, Phraraja Pariyatkavi, Prapan Supasorn, Bunsong Nasawaeng and Chutima Mekwan
มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย1
มหาวิทยาลยั ราชภัฏศรีสะเกษ2
Mahachulalongkornrajavidyalaya University, Thailand
Sisaket Rajabhat University, Thailand
Corresponding Author, E-mail: [email protected]
บทคัดย่อ
การวจิ ยั ครง้ั นี้ มวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอ่ื 1) ศกึ ษาจติ บรกิ ารของบคุ ลากรในสถาบนั อดุ มศกึ ษา 2) เพอ่ื ศกึ ษา
หลกั พทุ ธธรรมทสี่ ง่ เสรมิ จติ บรกิ าร 3) เพอ่ื บรู ณาการจติ บรกิ ารของบคุ ลากรในสถาบนั อดุ มศกึ ษาดว้ ยหลกั
พุทธธรรม ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลหลักในการวิจัยคือ บุคลากรท่ีปฏิบัติงานด้านกลุ่มงาน
บริการในมหาวิทยาลัยสงฆ์ 2 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และมหาวิทยาลัย
มหามกฎุ ราชวิทยาลัย จำ� นวน 24 รูป/คน โดยสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) บคุ ลากรจาก
มหาวทิ ยาลัยละ 12 รูป/คน เคร่อื งมอื ท่ีใชใ้ นการวจิ ัยเป็นแบบสัมภาษณเ์ ชงิ ลกึ และแบบสังเกต วิเคราะห์
ขอ้ มูลด้วยการพรรณาเนือ้ หาประกอบบรบิ ท
ผลการวจิ ยั พบวา่ จติ บรกิ ารของบคุ ลากรในสถาบนั อดุ มศกึ ษาเปน็ จติ บรกิ ารของบคุ ลากรทป่ี ฏบิ ตั ิ
หน้าท่ีประจ�ำ ไดป้ ฏบิ ตั งิ านอยา่ งเตม็ ความสามารถ มนี ำ�้ ใจเออื้ เฟอ้ื ในการใหบ้ รกิ าร ยมิ้ แยม้ แจม่ ใส ตอ้ นรบั
ปฏสิ นั ถารอยา่ งดี หลกั พทุ ธธรรมทส่ี ง่ เสรมิ จติ บรกิ าร ไดแ้ ก่ สงั คหวตั ถุ 4 และพรหมวหิ าร 4 การบรู ณาการ
จิตบรกิ ารดว้ ยหลกั สังคหวตั ถุ 4 ได้แก่ ดา้ นทาน การใหค้ วามชว่ ยเหลอื เอ้ือเฟ้อื เผ่ือแผ่ เสยี สละ แบ่งปนั
ด้านปิยวาจา ใชถ้ ้อยค�ำ ไพเราะ อ่อนหวาน ซาบซง้ึ ใจ ดา้ นอัตถจรยิ า การบำ� เพญ็ ตนให้เป็นประโยชนเ์ พื่อ
ผู้อ่นื มอี ธั ยาศยั ดี ทั้งด้วยสีหนา้ แววตา ทา่ ทาง ด้านสมานตั ตตา การปฏบิ ัตติ ัวเสมอตน้ เสมอปลายปฏบิ ตั ดิ ี
* ได้รบั บทความ: 16 ตลุ าคม 2561; แก้ไขบทความ: 11 กรกฎาคม 2562; ตอบรบั ตพี มิ พ์: 3 กนั ยายน 2562
Received: October 16, 2018; Revised: July 11, 2019; Accepted: September 3, 2019
168 Dhammathas Academic Journal Vol. 19 No. 3 (July - September 2019)
สมำ่� เสมอในการใหบ้ รกิ าร หลกั พรหมวหิ าร 4 ไดแ้ ก่ ดา้ นเมตตา มเี มตตา รกั ใคร่ ซงึ่ กนั และกนั ยมิ้ แยม้ แจม่ ใส
ใหบ้ รกิ ารอยา่ งทว่ั ถงึ และตรงตามเป้าหมาย ดา้ นกรุณา เต็มใจช่วยเหลือปญั หาตา่ งๆ กระตือรอื รน้ ในการ
แก้ไขปัญหา มีระเบยี บวนิ ัยท�ำงานเปน็ ระบบยึดมั่นค�ำสญั ญา ด้านมุทติ า มีความยินดเี มอื่ เหน็ ผูร้ ับบรกิ าร
ไดร้ บั มมี ติ รไมตรตี อ่ ผใู้ หบ้ รกิ ารดว้ ยสหี น้า แววตา ทา่ ทางพูดจาไพเราะ ตอ้ นรบั ผมู้ าใชบ้ รกิ ารอยา่ งดี ดา้ น
อเุ บกขา วางเฉยแบบวางใจเปน็ กลาง โดยไมเ่ อนเอยี งใหบ้ รกิ ารเพราะชอบ เพราะชงั เพราะหลง และเพราะ
กลวั ไมเ่ สียใจเมอ่ื ผ้รู บั บรกิ ารไดร้ ับความสุข หรอื ไม่ดีใจผู้รับบริการได้รับความทกุ ข์
ค�ำส�ำคญั : จติ บรกิ าร; สถาบันอดุ มศึกษา; พทุ ธบรู ณาการ
Abstract
The aims of this research were: 1) to study the service mind of the personnel in
higher education institutions; 2) to study the Dhamma principles to promote the service
mind in the case study of Sangha College; 3) to integrate the service mind of such personnel
with the Dhamma principles. The qualitative research methodology and fieldwork were
used to conduct this study. The data were interpreted by using the descriptive statistics,
content analysis, document analysis, interview and content summary. Sample groups
include Service groups of 4 groups: 1. Central Correspondence Group 2. Welfare Work
Group 3. Library Group and 4. Registration and Evaluation Group, 3 work groups, or 12
people, or people, places are monastic universities, Including 2 groups of population, 24
institutions or people of 2 monastic universities, namely 1) Mahachulalongkornrajavidyalaya
University 2) Mahamakut Buddhist University.
The research results were as follows: The dhamma principles supporting the
service mind were all elements of the IV Sangahavatthu principle (saṅgahavatthu, bases
of social solidarity) composed of 1) generosity, 2) kindly speech, 3) rendering services and
4) equal treatment; the Brahmavihara-Dharma (Pāli: brahmavihāra, the sublime states of
the mind) composed of 1) mettā (loving kindness), 2) karuṇā (compassion), 3) muditā
(sympathetic joy) and 4) upekkhā (equanimity).
Keywords: service mine; institute of higher education; Buddhist integration
ปีท่ี 19 ฉบับท่ี 3 (กรกฎาคม - กนั ยายน 2562) วารสารวิชาการธรรมทรรศน์ 169
1. บทนำ� กับความประพฤติที่ดีงาม สามารถช่วยเผยแผ่
พระพุทธศาสนาและยังช่วยเหลือสังคมในด้าน
การบริการเป็นการเช่ือมโยงระบบการ ตา่ งๆ จงึ ทำ� ใหม้ หาวทิ ยาลยั ทง้ั 2 แหง่ มชี อ่ื เสยี งเปน็
ท�ำงานขององค์กรในทุกๆ องค์กร ผู้ให้บริการ ท่ีรู้จักระดับโลก โดยส่วนงานการจัดการศึกษา
จ�ำเป็นจะตอ้ งมจี ิตที่เสยี สละในการบริการ การให้ ภายในมหาวทิ ยาลยั ไดจ้ ดั การศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาตรี
บรกิ ารจงึ ถอื วา่ เปน็ หวั ใจหลกั ในการขบั เคลอ่ื นการ ปรญิ ญาโท และปริญญาเอก ซงึ่ พนักงาน บุคลากร
ทำ� งานขององคก์ รใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ หากในองคก์ ร เจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยจ�ำต้องมีหน้าที่ปฏิบัติ
ผู้ใหบ้ ริการไม่มจี ติ บริการท่ดี ี ไม่มีคณุ ธรรมประจำ� งานภายในส่วนงานของตนเองและอีกหน่ึงหน้าที่
ใจในการให้บริการก็จะท�ำให้การบริการมีปัญหา ส�ำคัญของพนักงาน บุคลากร เจ้าหน้าท่ีของ
เช่น การท่ผี ูใ้ หผ้ บู้ ริการมกั ชอบใชค้ �ำพูดวา่ “ไมใ่ ช่ มหาวทิ ยาลยั ทงั้ 2 แหง่ คอื งานบรกิ ารในดา้ นตา่ งๆ
หน้าท่ี” “ไม่ใช่เวลา” “ไม่ใช่สถานที่” เป็นการ เช่น งานบริการด้านกิจการนิสิต งานบริการด้าน
แสดงให้ผู้รับบริการเห็นว่าไม่พร้อมที่จะให้บริการ หอ้ งสมดุ งานบรกิ ารดา้ นสวสั ดกิ าร งานบรกิ ารดา้ น
การกล่าวค�ำพูดและน�้ำเสียงแสดงความไม่พอใจ ทะเบยี นและวดั ผล เปน็ ตน้ สว่ นงานหรอื หนว่ ยงาน
ตอ่ ผรู้ บั บรกิ าร กอ่ ใหเ้ กดิ การไมไ่ ดร้ บั ความไวว้ างใจ เหลา่ นจ้ี ะตอ้ งใหบ้ รกิ ารแกผ่ มู้ ารบั บรกิ ารทง้ั ภายใน
จากผรู้ บั บริการ การไม่รบั ผดิ ชอบตอ่ งานต่อความ มหาวทิ ยาลยั ไดแ้ ก่ ผบู้ รหิ าร คณาจารย์ เจา้ หนา้ ที่
ต้องการของผู้รับบริการ การไม่คิดจะท�ำงานอะไร นิสติ และภายนอกมหาวทิ ยาลัย ได้แก่ ประชาชน
นอกเหนือจากงานท่ีท�ำอยู่ตลอดจนการเลือก บคุ คลทวั่ ไปทสี่ นใจทจ่ี ะตอ้ งขอความรว่ มมอื ตดิ ตอ่
ปฏิบัติ โดยจะเลือกให้ความช่วยเหลือต่อบุคคลท่ี ประสานงานส่ือสารกับทางมหาวิทยาลัย การให้
รจู้ กั คนุ้ เคยกอ่ น การไมม่ คี วามยนิ ดี ไมก่ ระตอื รอื รน้ บริการในสถาบันอุดมศึกษาทั้ง 2 แห่งจึงมีความ
และไม่เอาใจใส่ในการให้บริการจึงท�ำให้เกิดความ สำ� คญั อยา่ งมากถอื ไดว้ า่ เปน็ ชอื่ เสยี งของมหาวทิ ยาลยั
เสียหายต่องานบริการ เป็นการบริการที่ไม่มี ซึ่งจำ� เปน็ อยา่ งมากทีบ่ ุคลากรท้งั 2 แหง่ จะต้องให้
ประสิทธิภาพ ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของผู้รับ บริการแก่ผูม้ ารับบรกิ ารเปน็ อย่างดี
บริการ การให้บริการท่ีไม่มีความเป็นจิตบริการ ในทางพระพุทธศาสนามีหลักธรรม
จะท�ำให้ประสิทธิภาพในองค์กรลดน้อย ถอยลง มากมาย ท่ีสามารถน�ำมาแก้ไขปัญหาการบริการ
ขาดความเชอ่ื ถอื จากผรู้ บั บรกิ าร เพ่อื สร้างงานบรกิ ารใหม้ ีประสทิ ธภิ าพ สร้างความ
มหาวทิ ยาลยั สงฆท์ ง้ั 2 แหง่ คอื มหาวทิ ยาลยั สุขใจต่อผู้ให้บริการและสร้างความประทับใจให้
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย ผู้รับบริการ ในท่ีน้ีผู้วิจัยได้สนใจหลักพุทธธรรม
มหามกุฏราชวิทยาลัย เป็นมหาวิทยาลัยที่มีความ คือ หลักสังคหวัตถุ 4 ซ่ึงเป็นหลักธรรมพ้ืนฐาน
ส�ำคัญต่อคณะสงฆ์และเป็นมหาวิทยาลัยที่ผลิต ในพระพุทธศาสนา ที่ผู้ปฏิบัติงานให้บริการ
บัณฑิตท่ีตอบสนองความต้องการของสังคม สามารถน�ำมาประยุกต์ใช้ในการให้บริการในชีวิต
โดยบณั ฑติ ทส่ี ำ� เรจ็ การศกึ ษาเปน็ ผทู้ มี่ คี วามรคู้ วบคู่
170 Dhammathas Academic Journal Vol. 19 No. 3 (July - September 2019)
ประจ�ำวันได้ เป็นหลักสงเคราะห์ซึ่งกันและกัน ส�ำคัญเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติส�ำหรับ
ทำ� ใหอ้ ยรู่ ว่ มกนั อยา่ งมคี วามสขุ ทา่ นพทุ ธทาสภกิ ขุ ตนเอง ยังเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่จะช่วย
ได้กล่าวถึงหลักการบริการคนว่า การบริการคนนี้ ส่งเสริมสนับสนุนให้มนุษย์ได้มีการพัฒนาใจให้ได้
ยังมีสิ่งลึกลับอีกอย่างหนึ่ง คือ เคร่ืองยึดเหน่ียว เป็นทรัพยากรที่สมบูรณ์ จิตบริการของบุคลากร
น�้ำใจเรา เราไวใ้ จเขา เขาไวใ้ จเรา เราหวังดตี อ่ เขา ในสถาบันอุดมศึกษาเชิงพุทธบูรณาการ: กรณี
อยา่ งน้เี ปน็ เครอื่ งยดึ เหน่ียวนำ�้ ใจ คงไดย้ นิ ได้ฟังมา ศึกษามหาวิทยาลัยสงฆ์เป็นการบูรณาการจิต
แล้วจากหนงั สอื ธรรมะท่ัวๆ ไป เร่ืองสงั คหวตั ถุ 4 บริการด้วยหลักพทุ ธธรรม
(Buddhadasa Phikkhu, 1998 : 15) ได้แก่
การเอ้ือเฟื้อเผื่อแผ่การพูดจาไพเราะการบ�ำเพ็ญ 2. วตั ถปุ ระสงค์ของการวจิ ยั
ประโยชน์การท�ำตัวให้เป็นเพ่ือนมากกว่าที่จะเป็น
นายหรอื เรยี กวา่ ความงดงามในความสมั พนั ธซ์ งึ่ กนั 1. เพ่ือศึกษาจิตบริการของบุคลากรใน
และกนั อนั เปน็ เครอื่ งหนว่ งเหนยี่ วใหเ้ กดิ ความรว่ ม สถาบนั อดุ มศึกษา
มือกันได้ และหลักพรหมวิหารธรรมซ่ึงเป็นหลัก 2. เพอ่ื ศกึ ษาหลกั พทุ ธธรรมทสี่ ง่ เสรมิ จติ
ธรรมเครื่องอยู่อย่างประเสริฐ ธรรมประจ�ำใจอัน บรกิ ารของบคุ ลากรในสถาบนั อุดมศึกษา
ประเสริฐ หลักความประพฤติท่ีประเสริฐบริสุทธ์ิ 3. เพอื่ บรู ณาการจติ บรกิ ารของบคุ ลากร
หลักธรรมข้อน้ีนับว่าเป็นส่ิงส�ำคัญส�ำหรับผู้ใหญ่ ในสถาบนั อุดมศึกษาด้วยหลักพทุ ธธรรม
หรือผู้ปกครองท่ีจ�ำเป็นจะต้องประพฤติปฏิบัติ
มี 4 ประการ 3. วธิ ดี ำ� เนินการวิจยั
จากหลักการและเหตุผลดังกล่าว ผู้วิจัย
สนใจทจี่ ะทำ� การศกึ ษาเรอ่ื ง จติ บรกิ ารของบคุ ลากร การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ
ในสถาบนั อดุ มศกึ ษาเชงิ พทุ ธบรู ณาการ: กรณศี กึ ษา (Qualitative Research) โดยศกึ ษาทงั้ เอกสารและ
มหาวิทยาลัยสงฆ์ หลักพุทธธรรมที่ส่งเสริมจิต สมั ภาษณผ์ วู้ จิ ยั จงึ จดั ลำ� ดบั ขนั้ ตอนของการดำ� เนนิ
บริการของบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาและเพ่ือ การวจิ ยั (Research Process) ตามขนั้ ตอน ดังนี้
บูรณาการจิตบริการของบุคลากรในสถาบัน 1. ผใู้ หข้ อ้ มลู หลกั (Key Informant) คอื
อุดมศึกษาด้วยหลักพุทธธรรม ผู้วิจัยเห็นว่า บุคลากรของสถาบันอุดมศึกษา 2 แห่ง ได้แก่
หลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนามคี วามสำ� คญั ในการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยและ
พัฒนามนุษย์ โดยเฉพาะการพัฒนาความมีจิต มหาวทิ ยาลยั มหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ละ
บรกิ าร โดยมงุ่ ชว่ ยเหลอื อนเุ คราะห์ ผปู้ ระสบความ 12 รปู /คน รวมเปน็ 24 รูป/คน โดยใชว้ ธิ ีการสุ่ม
ทุกข์ เพราะหลักธรรมค�ำสอนขององค์พระสัมมา แบบเจาะจง (Purposive Sampling) บคุ ลากรจาก
สัมพุทธเจ้า เป็นหลักธรรมอันมีคุณค่าและมีความ กลุ่มงานบรกิ าร 4 กลุ่มงาน ประกอบด้วย 1) งาน
สารบรรณ 6 รูป/คน 2) งานสวสั ดกิ าร 6 รปู /คน
3) งานห้องสมดุ 6 รปู /คน และ 4) งานทะเบยี น
ปีที่ 19 ฉบบั ท่ี 3 (กรกฎาคม - กันยายน 2562) วารสารวิชาการธรรมทรรศน์ 171
และวัดผล 6 รูป/คน เชงิ เนอื้ หา (Content Validity) 2) ผวู้ จิ ยั นำ� เครอื่ งมอื
2. เคร่อื งมอื ท่ใี ช้ในการวิจัย คือ 1) แบบ ที่ผู้เชี่ยวชาญได้ตรวจสอบไปปรึกษากับที่ปรึกษา
สัมภาษณ์เชิงลึกแบบมีโครงสร้าง มีวัตถุประสงค์ วิจัย 3) ปรับปรุงให้เป็นเคร่ืองมือฉบับสมบูรณ์
เพื่อสัมภาษณ์บุคลากรของสถาบันอุดมศึกษา แลว้ น�ำไปเกบ็ ข้อมลู ในการวจิ ัยตอ่ ไป
ซงึ่ มเี นอ้ื หา 3 ด้าน ไดแ้ ก่ การปฏิบตั ิงานใหบ้ ริการ 4. การเกบ็ ขอ้ มลู การวจิ ยั ไดแ้ ก่ 1) ขอ้ มลู
ด้วยจิตบริการของบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษา เอกสาร (Documentary Data) ผวู้ จิ ยั ไดเ้ กบ็ ขอ้ มลู
แบบสัมภาษณ์เชิงลึกเกี่ยวกับหลักพุทธธรรมที่ พื้นฐานจากแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับหลักพุทธธรรม
สง่ เสรมิ จติ บรกิ าร และแบบสมั ภาษณเ์ ชงิ ลกึ เกย่ี วกบั ทส่ี ง่ เสรมิ จติ บรกิ ารในพระพทุ ธศาสนาจากเอกสาร
การบูรณาการจิตบริการของบุคลากรในสถาบัน ท่ีเป็นข้อมูลชั้นปฐมภูมิ (Primary Sources) คือ
อดุ มศกึ ษาดว้ ยหลกั พทุ ธธรรม 2) แบบสงั เกตการณ์ พระไตรปฎิ กและชนั้ ทตุ ยิ ภมู ิ (Secondary Sources)
(Observation) การเฝ้าดูสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างใส่ใจ ไดแ้ ก่ อรรถกถา ฎกี า ตำ� รา คมู่ อื หนงั สอื บทความ
และมีระเบียบวิธี เพื่อวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ รายงานการวิจัย และวิทยานิพนธ์ เพ่ือน�ำข้อมูล
ของส่ิงท่เี กิดขึ้นกบั สงิ่ อ่ืน การสงั เกตการณ์ก�ำหนด มากำ� หนดกรอบแนวความคดิ ในการวจิ ยั 2) ขอ้ มลู
ประเภทการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม (Non- เชิงลึก ผู้วิจัยเข้าสัมภาษณ์เชิงลึกในพื้นที่วิจัยกับ
Participant Observation) เปน็ การสงั เกตทผี่ วู้ จิ ยั กลมุ่ ผใู้ หข้ อ้ มลู หลกั 2 มหาวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ละ
เฝ้าสังเกตอยู่วงนอกไม่เข้าไปร่วมในกิจกรรมที่ท�ำ 4 กลุ่มงาน โดยสัมภาษณ์เก่ียวกับการปฏิบัติงาน
อยู่โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสังเกตพฤติกรรมและ ให้บริการด้วยจิตบริการของบุคลากรในสถาบัน
เหตุการณ์ เพ่ือน�ำมาหาความสัมพันธ์และความ อุดมศึกษา โดยใช้เคร่ืองมือวิจัยในการเก็บข้อมูล
หมายของเหตุการณ์ที่เกิดข้ึน เพื่อศึกษาหรือ ได้แก่ แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง และการ
หาความมจี ิตบรกิ ารตามที่ตอ้ งการวจิ ัย สังเกตการณ์ ดงั น้ี
3. การสร้างและตรวจสอบคุณภาพ 4.1 การสมั ภาษณเ์ ชงิ ลกึ (In-depth
เคร่อื งมอื การวิจยั interview) การสมั ภาษณเ์ ชงิ ลกึ เปน็ การสมั ภาษณ์
3.1 การสร้างเครื่องมือการวิจัย หรือสนทนาตัวต่อตัวหรือแบบเผชิญหน้าบุคลากร
ประกอบด้วย 1) ศกึ ษาเอกสาร บทความ งานวจิ ยั ของสถาบนั อดุ มศึกษา 2 แห่ง ซึง่ ในการสมั ภาษณ์
ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง 2) สรา้ งแบบสมั ภาษณเ์ ชงิ ลกึ ตามกรอบ นั้นได้เลือกสถานที่ท่ีจะสัมภาษณ์ โดยเลือกสถาน
แนวคดิ และวตั ถปุ ระสงค์ 3) สรา้ งแบบสงั เกตการณ์ ที่ทเี่ งยี บสงบ ปราศจากสิ่งรบกวนใดๆ เพื่อใหก้ าร
ตามกรอบแนวคดิ และวัตถุประสงค์ สัมภาษณ์เป็นไปอย่างต่อเน่ืองและได้รายละเอียด
3.2 การตรวจสอบเครื่องมือวิจัย ที่ต้องการมากท่ีสุ
ประกอบดว้ ย 1) ผวู้ จิ ยั นำ� เครอ่ื งมอื ทสี่ รา้ งขน้ึ ไปให้ 4.2 การสงั เกตการณ์ (Observation)
ผู้เชี่ยวชาญ จ�ำนวน 5 ท่านพิจารณาความตรง ผู้วิจัยจะใช้วิธีการสังเกตการณ์แบบไม่มีส่วนร่วม
172 Dhammathas Academic Journal Vol. 19 No. 3 (July - September 2019)
(Non-Participant Observation) โดยไม่เข้าไป 4. สรปุ ผลการวิจยั
รว่ มในกจิ กรรมทที่ ำ� อยู่ เพอ่ื ศกึ ษาความมจี ติ บรกิ าร
ตามที่ต้องการวิจัย ค้นหาประเด็นตามข้อค�ำถาม 1. จิตบริการของบุคลากรในสถาบัน
ของผู้ให้ข้อมูลท่ีส�ำคัญ เพ่ือท่ีจะน�ำเน้ือหาในการ อดุ มศึกษา พบวา่
สังเกตการณ์ในแต่ละสถาบันมาใช้งานในการ 1.1 ด้านความเข้าใจเก่ียวกับจิต
วิเคราะห์และตคี วาม บริการของบุคลากร พบวา่ บุคลากรจะตอ้ งปฏบิ ตั ิ
5. การวิเคราะห์ข้อมูล โดยจัดกลุ่ม หน้าที่ซ่ึงเป็นภาระงานหลักให้เต็มความสามารถ
เอกสารท่ีจะวิเคราะห์สังเคราะห์ออกเป็นกลุ่ม มีน้�ำใจเอ้ือเฟื้อในการให้บริการ ยิ้มแย้ม แจ่มใส
ข้อมูลต่างๆ ได้แก่ องค์ความรู้เก่ียวกับจิตบริการ ตอ้ นรบั ปฏสิ นั ถารอยา่ งดี และชว่ ยเหลอื โดยไมห่ วงั
องค์ความรู้ที่เก่ียวข้องกับหลักพุทธธรรมที่ส่งเสริม ผลตอบแทน
จิตบรกิ าร แนวคดิ ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวขอ้ ง 1.2 สภาพปัญหาเก่ียวกับจิตบริการ
น�ำข้อมูลจากกลุ่มเอกสารมาท�ำการวิเคราะห์ ของบคุ ลากรในสถาบนั อดุ มศึกษา พบว่า เกิดจาก
เนื้อหา สรุปประเด็นที่เก่ียวข้องกับจิตบริการของ ความไมส่ นใจในการใหบ้ รกิ าร ขาดความกระตอื รอื รน้
บุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาตามหลักพุทธธรรม และอารมณ์ของผู้ให้บริการโดยแสดงออกทาง
วเิ คราะหข์ อ้ มลู จากแบบสมั ภาษณโ์ ดยประมวลผล สีหน้าท่าทางและกิริยาท�ำให้ผู้รับบริการอึดอัดให้
และวิเคราะห์ข้อมูลข้อเสนอแนะที่ได้ น�ำมา บริการอยา่ งไมเ่ สมอภาค ไม่เลือกท่รี กั มกั ทีช่ ังและ
วิเคราะห์ในลักษณะเชิงบรรยาย และวิธีการ หวงั ผลตอบแทนจากผู้มารบั บริการ
วิเคราะห์เน้ือหา โดยการสร้างข้อสรุปจากการ 1.3 ผลของการใช้จิตบริการย่อมจะ
สัมภาษณ์เชิงลึกจากหัวหน้ากลุ่มงาน ด�ำเนินการ ทำ� ใหผ้ รู้ บั บรกิ ารประทบั ใจ ชนื่ ชม ยนิ ดี เปน็ กนั เอง
แยกประเภทขอ้ มลู จากการสมั ภาษณท์ ว่ั ไปกบั กลมุ่ กับผู้ให้บริการและสิ่งส�ำคัญ ชื่อเสียงของผู้ให้
หัวหน้ากลุ่มงาน ลดทอนข้อมูลโดยการเลือก บริการ หน่วยงาน และองค์กรก็จะเผยแผ่ไปไกล
จับสาระส�ำคัญปรับให้เข้าใจง่ายและบันทึก ผู้รับบริการทุกรูป/คน ทุกหน่วยงานก็อยากจะมา
ในลักษณะการเขียนให้ชัดเจนในส่วนที่เก่ียวข้อง รับบริการหากบริการดีแต่ตรงกันข้ามหากขาดจิต
กบั งานวจิ ยั การจดั ระเบยี บขอ้ มลู โดยการจดั ขอ้ มลู บรกิ ารในการปฏบิ ตั งิ าน แสดงกริ ยิ ามารยาททไ่ี มด่ ี
ที่วิเคราะห์แล้วลดทอนแล้วให้เป็นกลุ่ม หมวดหมู่ พูดจาไม่ไพเราะ ไม่พร้อมให้บริการ ผลของการมี
มีความต่อเนอ่ื งตามล�ำดับเนือ้ ท่ีเกีย่ วข้อง และการ จิตบริการที่ไม่ดีก็จะเกิดกับตัวของผู้ให้บริการเอง
สรุปความเห็นการใชค้ วามหมาย และหาผลข้อมลู องค์กรก็จะเสียช่ือเสียง ท�ำให้ไม่มีใครมาขอรับ
เท็จจริงตา่ งๆ ของข้อมลู บรกิ าร นอกจากการใหบ้ รกิ ารทด่ี แี ลว้ จะตอ้ งนำ� ผล
จากการประเมินไปปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาการ
ปีที่ 19 ฉบบั ที่ 3 (กรกฎาคม - กนั ยายน 2562) วารสารวิชาการธรรมทรรศน์ 173
บรกิ ารให้ดยี ่งิ ขึ้นตอ่ ไป โดยผลของการให้บริการท่ี 2.2.1 ดา้ นความเขา้ ใจเกยี่ วกบั
ดีและการน�ำข้อบกพร่องของการให้บริการมา จิตบริการของบุคลากรโดยจะต้องให้บุคลากร
ปรบั ปรงุ ใหด้ ขี นึ้ เรอื่ ยๆ กจ็ ะทำ� ใหเ้ กดิ ความประทบั ปฏิบัติหน้าที่ประจ�ำซึ่งเป็นภาระงานหลักของส่วน
ใจทด่ี แี กผ่ มู้ ารบั บรกิ ารและสง่ิ สำ� คญั ชอ่ื เสยี ง ภาพ งานให้เต็มความสามารถควรฝึกท�ำความเข้าใจมี
ลกั ษณท์ ีดีของหนว่ ยงาน องคก์ รก็จะดดู ยี ิ่งข้นึ น�้ำใจเอื้อเฟื้อในการให้บริการยิ้มแย้ม แจ่มใส
2. หลักพุทธธรรมที่ส่งเสริมจิตบริการ ตอ้ นรบั ปฏสิ นั ถารอยา่ งดแี ละชว่ ยเหลอื โดยไมห่ วงั
ของบคุ ลากรในมหาวิทยาลัยสงฆ์ พบวา่ ผลตอบแทน
2.1 หลักธรรมที่ส่งเสริมจิตบริการ 2.2.2 วธิ แี กไ้ ขปญั หาจติ บรกิ าร
ของบุคลากรได้แก่หลักสังคหวัตถุ 4 เต็มใจให้ ของบุคลากรต้องกระตุ้นให้เกิดจากความสนใจใน
บรกิ าร พดู จาออ่ นหวาน บ�ำเพ็ญประโยชน์ เสมอ การใหบ้ รกิ าร มคี วามกระตอื รอื รน้ มคี วามยมิ้ แยม้
ต้นเสมอปลายในการให้บริการและพรหมวิหาร 4 แจ่มใสและไม่หวังผลตอบแทนจากผู้มารับบริการ
รกั ใคร่ ชว่ ยเหลอื ยนิ ดใี นการใหบ้ รกิ ารและเสนอแนะ อบรมวิธีและเทคนิคการให้บริการแก่ผู้ให้บริหาร
ผูม้ ารับบรกิ ารด้วยความเตม็ ใจ พร้อมชว่ ยเหลือ ในองคก์ ร
2.1.1 หลกั พรหมวหิ าร 4 สง่ เสรมิ 2.2.3 ผลของการใช้จิตบริการ
จติ บรกิ ารหลกั พรหมวหิ าร 4 เปน็ หลกั ธรรมพน้ื ฐาน ย่อมจะท�ำให้ผู้รับบริการประทับใจ ช่ืนชม ยินดี
ของความเปน็ มนษุ ยโ์ ดยรกั ใครช่ ว่ ยเหลอื ยนิ ดแี ละ เปน็ กนั เองกบั ผใู้ หบ้ รกิ ารและสง่ิ สำ� คญั ชอื่ เสยี งของ
เสนอแนะยมิ้ แยม้ แจม่ ใส ใหบ้ รกิ ารอยา่ งเตม็ ความ ผู้ให้บริการ หน่วยงาน และองค์กรก็จะเผยแผ่ไป
สามารถไม่เลือกปฏิบัติท�ำให้งานบริการมีความ ไกล ผรู้ บั บรกิ ารทกุ รปู /คน ทกุ หนว่ ยงานกอ็ ยากจะ
พร้อมและเป็นระบบมากยิ่งขึ้นเต็มใจให้บริการ มารับบริการหากบริการดีแต่ตรงกันข้ามหากขาด
อย่างเปน็ ระบบ จิตบริการในการปฏิบัติงาน แสดงกิริยามารยาท
2.1.2 หลกั สงั คหวตั ถุ 4 สง่ เสรมิ ท่ีไมด่ ี พดู จาไม่ไพเราะ ไมพ่ ร้อมใหบ้ ริการ ผลของ
จิตบริการหลักสังคหวัตถุ 4 เป็นหลักธรรมท่ี การมจี ติ บรกิ ารทไี่ มด่ กี จ็ ะเกดิ กบั ตวั ของผใู้ หบ้ รกิ าร
ส่งเสริมจิตบริการ เสียสละ พูดจาไพเราะ ปฏิบัติ เอง องคก์ รกจ็ ะเสยี ชอื่ เสยี ง ทำ� ใหไ้ มม่ ใี ครมาขอรบั
ตามหนา้ ทแี่ ละสมำ�่ เสมอ มี Service คอื ใหบ้ รกิ าร บรกิ าร นอกจากการใหบ้ รกิ ารทดี่ แี ลว้ จะตอ้ งนำ� ผล
จำ� เปน็ จะตอ้ งเรยี นรศู้ าสตรใ์ นเรอื่ งการบรกิ ารและ จากการประเมินไปปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาการ
ปฏบิ ตั ติ ามหนา้ ทอี่ ยา่ งเตม็ ความสามารถเตม็ ใจชว่ ย บริการให้ดีย่ิงขึ้นต่อไป โดยผลของการให้บริการ
เหลือ พูดจาอ่อนหวาน กระตือรือร้นสร้างความ ที่ดีและการน�ำข้อบกพร่องของการให้บริการมา
เชอ่ื ถอื และไวว้ างใจให้แกผ่ รู้ ับบริการ ปรบั ปรงุ ใหด้ ขี นึ้ เรอื่ ยๆ กจ็ ะทำ� ใหเ้ กดิ ความประทบั
2.2 จติ บรกิ ารของบคุ ลากรในสถาบนั ใจที่ดีแก่ผู้มารับบริการและสิ่งส�ำคัญ ช่ือเสียง
อุดมศึกษาเชงิ พุทธบรู ณาการ ภาพลกั ษณท์ ดี ขี องหนว่ ยงาน องคก์ รกจ็ ะดดู ยี ง่ิ ขนึ้
174 Dhammathas Academic Journal Vol. 19 No. 3 (July - September 2019)
3. การบรู ณาการจติ บรกิ ารของบคุ ลากร ความถอื ตัวของผูใ้ หบ้ ริการไดด้ ว้ ย
ในสถาบันอุดมศึกษาดว้ ยหลกั พทุ ธธรรม พบวา่ 3.1.2 หลกั พรหมวหิ าร 4 ในการ
3.1 จิตบรกิ ารเชงิ พุทธบูรณาการ สง่ เสรมิ จติ บรกิ าร ไดแ้ ก่ ดา้ นเมตตา มคี วามรกั ใคร่
3.1.1 หลกั สงั คหวตั ถุ 4 ในการ ปรารถนาดี อยากใหผ้ รู้ บั บรกิ ารมคี วามสขุ มคี วาม
สง่ เสรมิ จติ บรกิ าร ไดแ้ ก่ ดา้ นทาน การให้ ดว้ ยการ เปน็ มติ รไมตรซี ง่ึ กนั และกนั คดิ ทำ� ประโยชนก์ บั ทกุ
เสยี สละ เออื้ เฟอ้ื เผอื่ แผ่ แบง่ ปนั วตั ถุ สงิ่ ของของตน คนทมี่ ารับบรกิ ารทัว่ หนา้ ด้วยการให้บริการอย่าง
เพื่อประโยชน์ต่อผู้รับริการ ไม่ตระหน่ีถี่เหนียว ทั่วถึงเป็นการส่งเสริมการให้บริการเกิดความสุข
ไม่เป็นคนเห็นแก่ตัว เพื่อส่งเสริมการให้บริการ จากการชว่ ยกำ� จดั ความเหน็ แกต่ วั และความถอื ตวั
ผู้ให้บริการควรสร้างความพึงพอใจต่อผู้รับบริการ ของผใู้ หบ้ รกิ ารไดด้ ว้ ยดา้ นกรณุ า ความสงสารชว่ ย
จะสามารถผูกใจผู้มารับบริการได้เป็นอย่างดี ใหผ้ ูอ้ น่ื พ้นทกุ ข์ ผใู้ หบ้ ริการควรใหค้ วามช่วยเหลือ
ดา้ นปยิ วาจา การพดู ดว้ ยถอ้ ยคำ� ทไี่ พเราะ ออ่ นหวาน เมือ่ ผู้รับบริการไดร้ บั ความล�ำบาก เดือดร้อน ผใู้ ห้
น้�ำเสียงที่นุ่มนวล อ่อนโยน พูดด้วยความจริงใจ บริการจะต้องไม่นิ่งเฉยหาทางช่วยตามก�ำลังท่ีตน
ไมห่ ยาบคาย ไมก่ า้ วรา้ ว พูดแตส่ ่ิงทีเ่ ป็นประโยชน์ จะท�ำได้ ด้วยสาเหตุของผู้รับบริการมีต่างๆ นาๆ
เหมาะส�ำหรับกาลเทศะ เป็นการส่งเสริมการให้ ความสงสารคดิ ชว่ ยปลดเปลอ้ื งบำ� บดั ความทกุ ขน์ น้ั
บริการ จะเกิดความประทับใจต่อผู้มารับบริการ เปน็ การสง่ เสรมิ การใหบ้ รกิ ารตอ่ ผรู้ บั บรกิ ารไดท้ นั
เพราะการพูดเป็นบันไดขั้นแรกท่ีสร้างมนุษย์ ท่วงทีท�ำให้ผู้รับบริการเกิดความประทับใจด้าน
สัมพันธ์อันดีต่อผู้รับบริการ ด้านอัตถจริยา มุทิตาพลอยยินดีเม่ือเห็นผู้รับบริการได้รับการให้
การประพฤติตนเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นสงเคราะห์ บรกิ ารทด่ี ี ไดร้ บั ความสขุ จากความสำ� เรจ็ ทตี่ อ้ งการ
ทุกเรือ่ ง เล็กๆ น้อยๆ นิดๆ หนอ่ ยๆ มงุ่ มน่ั ในการ จิตบริการต้องมีความปรารถนาให้ผู้รับบริการมี
ให้บริการ เอาใจใส่งานทุกชนิด อย่างมีมิตรไมตรี ความสุข ความเจริญก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไม่มีความ
เสียสละประโยชน์ของตนด้วยการช่วยเหลือผู้รับ ริษยา ไมม่ ีความโกรธ ไมม่ คี วามฟุง้ ซา่ น จิตบริการ
บริการ เป็นการส่งเสริมการให้บริการโดยสร้าง จะรู้สึกยินดีกับความสุขของผู้รับบริการ เป็นการ
ความรักความสามัคคีท่ีดีแก่องค์กรได้รับการ ส่งเสริมการให้บริการต่อผู้รับบริการอย่างมี
ยกย่องจากผู้รับบริการอีกด้วย ด้านสมานัตตตา มิตรไมตรีต่อผู้รับบริการเป็นอย่างดีด้านอุเบกขา
การปฏบิ ตั ติ วั เสมอตน้ เสมอปลาย มคี วามเสมอภาค วางเฉย วางใจเป็นกลางปราศจากอคติในการ
ให้ความเท่าเทียมกันเป็นกันเอง ไม่ถือตัว แต่ไม่ ให้การบริการ ช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาด้วยความ
ปล่อยตัว ปฏบิ ัติตนอยา่ งมีระเบยี บวินยั อ่อนนอ้ ม ยุติธรรม จิตบริการจะพิจารณาเห็นด้วยปัญญา
ถอ่ มตนสรา้ งความนยิ มและไวว้ างใจตอ่ ผรู้ บั บรกิ าร มจี ติ เรยี บตรง เทย่ี งธรรม ไมเ่ อนเอยี งดว้ ยรกั หรอื ชงั
เป็นการส่งเสริมการให้บริการเกิดความคล่องตัว วางเฉย สงบใจ มองด้วยความวางใจเป็นกลาง
ไม่มีอุปสรรคยังจะช่วยก�ำจัดความเห็นแก่ตัวและ การส่งเสริมการให้บริการต่อผู้รับบริการอย่างมี
ปที ี่ 19 ฉบับที่ 3 (กรกฎาคม - กันยายน 2562) วารสารวิชาการธรรมทรรศน์ 175
ความเป็นกัลยาณมิตรด้วยการช้ีแนะแนวทางตาม และสังคม ด้านสมานัตตตา การปฏิบตั ิตัวเสมอตน้
ผลอนั สมควรกบั ความรบั ผดิ ชอบของการบรกิ ารนนั้ เสมอปลายปฏิบัติดีสม�่ำเสมอในการให้บริการ
3.2 จิตบริการของบุคลากรใน ปฏิบัติตนอย่างมีระเบียบวินัยในการให้บริการท่ีดี
สถาบันอุดมศึกษาเชงิ พทุ ธบรู ณาการ เป็นการส่งเสริมการให้บริการโดยผู้ให้บริการต้อง
3.2.1 หลกั สงั คหวตั ถุ 4 ในการ ปฏิบัติตนเสมอต้นเสมอปลายอย่างสม่�ำเสมอเท่า
สง่ เสริมจิตบริการ ได้แก่ ดา้ นทาน การให้ การให้ เทยี มกนั ดว้ ยการสรา้ งความนยิ มและไวว้ างใจใหแ้ ก่
ความชว่ ยเหลือ เอ้ือเฟ้อื เผอ่ื แผ่ เสยี สละ แบ่งปัน ผู้รับบริการ จะส่งเสริมการให้บริการเกิดความ
ให้ความรัก ให้ความปรารถนาดี ให้ความดูแล คล่องตัวไมม่ อี ุปสรรคยังจะชว่ ยก�ำจัดความเห็นแก่
ให้ความเอาใจใส่ ให้ความเข้าใจ ให้ความเห็นใจ ตัวและความถือตัวของผใู้ หบ้ ริการได้
ให้ค�ำแนะนำ� ให้กำ� ลังใจ และให้การอ�ำนวยความ 3.2.2 หลักพรหมวิหาร 4 ใน
สะดวกต่อผู้รับบริการ เพื่อส่งเสริมการให้บริการ การสง่ เสรมิ จติ บริการ ได้แก่ ด้านเมตตา มีเมตตา
ผใู้ หบ้ รกิ ารควรสรา้ งความประทบั ใจตอ่ ผรู้ บั บรกิ าร รกั ใครซ่ งึ่ กนั และกนั ยม้ิ แยม้ แจม่ ใส ใหบ้ รกิ ารอยา่ ง
เป็นที่รักของผู้มารับบริการสามารถผูกใจผู้มารับ ทวั่ ถงึ และตรงตามเปา้ หมาย ดา้ นกรณุ า เตม็ ใจชว่ ย
บริการได้เป็นอย่างดี ด้านปิยวาจา ใช้ถ้อยค�ำ เหลอื ปญั หาตา่ งๆ กระตอื รอื รน้ ในการแกไ้ ขปญั หา
ไพเราะ อ่อนหวานซาบซ้งึ ใจ สรา้ งความประทับใจ มีระเบียบวินัยท�ำงานเป็นระบบยึดม่ันค�ำสัญญา
สุภาพ ออ่ นโยน สมานสามคั คี สรา้ งความเบิกบาน ด้านมุทิตา มีความยินดีเมื่อเห็นผู้รับบริการได้รับ
ใจ ใชน้ ำ�้ เสียง นอบนอ้ ม ให้เกียรติ ใหค้ วามเคารพ มมี ติ รไมตรตี อ่ ผใู้ หบ้ รกิ ารดว้ ยสหี นา้ แววตา ทา่ ทาง
สร้างไมตรีและความรักใคร่นับถือเป็นการส่งเสริม พูดจาไพเราะ ต้อนรับผู้มาใช้บริการอย่างดีด้าน
การให้บริการโดยผู้ให้บริการสร้างมิตรไมตรีกับ อุเบกขา วางเฉยแบบวางใจเป็นกลาง โดยไม่เอน
ผทู้ มี่ ารบั บรกิ ารเกดิ ความพงึ พอใจแกผ่ มู้ ารบั บรกิ าร เอียงให้บริการเพราะชอบ เพราะชัง เพราะหลง
ด้านอัตถจริยา การบ�ำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ เพราะกลวั ไม่เสียใจเมือ่ ผู้รับบริการไดร้ บั ความสขุ
เพ่ือผู้อ่ืนมอี ธั ยาศยั ดี ทง้ั ด้วยสีหน้า แววตา ท่าทาง หรือไม่ดใี จผ้รู ับบริการได้รบั ความทกุ ข์
และค�ำพูดการต้อนรับผู้ใช้บริการด้วยใบหน้าย้ิม
แยม้ เปน็ เสนห่ ท์ ส่ี ำ� คญั ประพฤตติ นบำ� เพญ็ สงิ่ ทเี่ ปน็ 5. องค์ความรทู้ ี่ไดจ้ ากการวิจยั
ประโยชนต์ อ่ ผอู้ นื่ มมี ติ รไมตรมี งุ่ มนั่ ในการใหบ้ รกิ าร
เอาใจใส่งานเป็นอย่างมาก กระตือรือร้นมีวินัย จิตบริการของบุคลากรในสถาบันอุดม
ซื่อสัตย์บ�ำเพ็ญประโยชน์ช่วยเหลือ บอกกล่าว ศึกษาด้วยหลักพุทธธรรมการให้บริการอย่างเสมอ
แนะน�ำ เป็นการส่งเสริมการให้บริการโดยผู้ให้ ภาคตามหลกั สมานตั ตตาและอเุ บกขามคี วามเสมอ
บริการสร้างภาพลักษณ์ท่ีดีแก่องค์กรได้รับการ ตน้ เสมอปลายทกุ คนลว้ นเทา่ เทยี มกนั ลกั ษณะการ
สรรเสริญจากผู้รับบริการเกิดความรักในองค์กร ให้บริการจะต้องยุติธรรมในการให้บริการด้วย
ความวางใจเป็นกลาง ไม่เอนเอียงด้วยรักและชัง
176 Dhammathas Academic Journal Vol. 19 No. 3 (July - September 2019)
ในการใหบ้ ริการ จิตบริการจะต้องใหค้ ำ� แนะน�ำวธิ ี 1.1 ควรมกี ารจัดทำ� ฐานขอ้ มูลอยา่ ง
การแก้ปัญหา ด้วยอุเบกขาแสดงความเป็นกลาง เป็นระบบของแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้การบริการ
โดยปราศจากความลำ� เอยี งอคตกิ ารใหบ้ รกิ ารอยา่ ง ทีม่ ีประสทิ ธิภาพ
ตรงตอ่ เวลาตามหลกั ทานและกรณุ า ใหบ้ รกิ ารดว้ ย 1.2 ควรจัดเผยแผ่ข้อมูลเก่ียวกับจิต
ตอ้ งการใหผ้ รู้ บั บรกิ ารไดร้ บั ความพงึ พอใจ ลกั ษณะ บริการของบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาเชิงพุทธ
การให้บริการต้องค�ำนึงถึงความจ�ำเป็นเร่งด่วน บรู ณาการในระบบสารสนเทศ
ต่อผู้รับบริการ การให้บริการต้องถือว่าเวลาเป็น 2. ขอ้ เสนอแนะเชิงนโยบาย
สิ่งส�ำคัญ การให้บริการอย่างเพียงพอตามหลัก 2.1 หน่วยงานท่ีเก่ียวข้องกับการให้
อตั ถจรยิ าและเมตตา ใหค้ วามสงเคราะห์ ชว่ ยเหลอื บริการในสถาบันอุดมศึกษาควรจัดอบรมบุคลากร
ปรารถนาใหผ้ รู้ บั รกิ ารไดร้ บั ความพงึ พอใจมากทสี่ ดุ ให้มีความรู้และเข้าใจเก่ียวกับเร่ืองจิตบริการ เช่น
จ�ำนวนผู้ให้บริการและสถานท่ีให้บริการมีความ โครงการอบรมบุคลากรสายปฏิบัติการ โครงการ
ส�ำคัญต่องานบริการ การให้บริการอย่างต่อเนื่อง ปฏบิ ตั ธิ รรมสำ� หรบั บคุ ลากรของสถาบนั อดุ มศกึ ษา
ตามหลกั สมานตั ตตาและกรณุ า ใหก้ ารบรกิ ารอยา่ ง 2.2 หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องกับการให้
สมำ่� เสมอ เสมอตน้ เสมอปลายตดิ ตามไมใ่ หข้ าดตก บริการในสถาบันอุดมศึกษาควรกระตุ้นการสร้าง
บกพร่อง จิตบรกิ ารจะต้องมคี วามพรอ้ มในการให้ แรงจูงใจแก่เจ้าหน้าที่หรือผู้ให้บริการเพื่อเสริม
บรกิ ารอยตู่ ลอดเวลา มคี วามกระตอื รอื รน้ ใหค้ วาม สรา้ งแรงจูงใจในการใหบ้ ริหารท่ีเป็นเลศิ
ส�ำคัญต่อผู้รับบริการ ติดตามสอบถามอย่างเสมอ 2.3 หน่วยงานท่ีเก่ียวข้องกับการให้
ภาคเท่าเทยี มกัน การใหบ้ ริการอยา่ งกา้ วหน้าตาม บริการในสถาบันอุดมศึกษาควรมีการประเมินผล
หลักปิยวาจา และมุทิตาลักษณะ การให้ความรู้ การใหบ้ รกิ ารและนำ� ผลการประเมนิ การใหบ้ รหิ าร
ความเขา้ ใจ เพอ่ื นำ� มาปรบั ปรงุ พฒั นาคณุ ภาพของ มาปรับปรุงการให้บริการในองค์กรเพื่อให้องค์กร
ผลการปฏิบัติงาน ให้มีความก้าวหน้ามากข้ึน เป็นองค์กรทเ่ี ป็นเลศิ ในการใหบ้ รกิ าร
ดว้ ยมทุ ติ า ความตง้ั ใจดี ปรารถนาดี ตอ่ ผรู้ บั บรกิ าร 3. ข้อเสนอแนะส�ำหรับการวิจัยครั้ง
จิตบริการยอมรับความคิดเห็นผู้อ่ืน เพื่อเพ่ิม ตอ่ ไป
ประสิทธิภาพในการให้บริการเป็นการสร้างความ 3.1 ควรศกึ ษาเกย่ี วกบั จติ บรกิ ารของ
ประทบั ใจแก่ผูม้ ารบั บริการตลอดไป บุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นเลิศตามพุทธ
บูรณาการ
6. ขอ้ เสนอแนะ 3.2 ควรศึกษาการให้บริการของ
บุคลากรทางการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาตาม
ผู้วิจัยเสนอข้อเสนอแนะจากการวิจัย แนวพุทธ
คร้งั น้โี ดยมีรายละเอียดดงั น้ี 3.3 วิเคราะห์จิตบริการตามหลักพุทธ
1. ข้อเสนอแนะการใช้เทคโนโลยีไทย ศาสนาในพระไตรปฎิ ก
แลนด์ 4.0
ปที ี่ 19 ฉบับท่ี 3 (กรกฎาคม - กันยายน 2562) วารสารวชิ าการธรรมทรรศน์ 177
References
Buddhadasa Phikkhu. (1998). Buddhist business administration. Bangkok: Atamoyo, YPP.
Mahachulalongkornrajavidyalaya University. (1996). Thai Tipitaka. Bangkok : Mahachulalongkorn
rajavidyalaya University.
การจัดการสภาวะวิกฤตถิ ้�ำหลวง-ขุนน้ำ� นางนอน จงั หวดั เชยี งราย*
Crisis Management Luang Cave - Khun Nam Nang Non
Chiang Rai
ช�ำนาญ ทรงสิทธิกลุ และสมิหรา จิตตลดากร
Chamnan Songaittikul and Smira Chittaladakorn
มหาวทิ ยาลัยเวสเทริ น์
Western University, Thailand
Corresponding Author, E-mail: [email protected]
บทคดั ย่อ
การวจิ ยั ครง้ั นี้ มวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอ่ื 1) ศกึ ษาสภาพแวดลอ้ มทน่ี ำ� ไปสกู่ ารเกดิ สภาวะวกิ ฤตถิ ำ�้ หลวง-
ขุนน�้ำนางนอน 2) เพื่อศึกษากระบวนการการจัดการสภาวะวิกฤติ ถ้�ำหลวง-ขุนน้�ำนางนอน และ 3)
เพอื่ ศกึ ษาขนั้ ตอนการปฏบิ ตั นิ ำ� 13 ชวี ติ หมปู า่ ออกจากถำ้� หลวงฯ และผลทไี่ ดจ้ ากการจดั การสภาวะวกิ ฤติ
ถ้�ำหลวง-ขุนน้�ำนางนอน เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยมีกลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลักประกอบด้วย 3 กลุ่ม คือ
1) กลมุ่ ผใู้ หข้ อ้ มลู หลกั (Key Informants) ซงึ่ เปน็ ผบู้ รหิ ารระดบั สงู ทร่ี ว่ มปฏบิ ตั กิ ารกบั ผบู้ ญั ชาการศนู ยฯ์
2) กลมุ่ ผู้ใหข้ ้อมลู หลกั (Key Informants) ของภาคเอกชน ท่ีรว่ มปฏิบัติงาน และ 3) กลุ่มผู้ใหข้ ้อมูลหลัก
(Key Informants) ภาคประชาชนและภาครัฐที่ให้การสนับสนุน โดยใช้วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล
เป็นแบบการสังเกตการณ์แบบไม่มีส่วนร่วม (Non-participant Observation) การสัมภาษณ์แบบ
เจาะลกึ (In-depth Interview) และการศึกษาเอกสารงานวจิ ัยทเี่ กีย่ วขอ้ ง (Documentary Research)
ผลการวจิ ยั พบวา่ ถำ�้ หลวงฯ มลี กั ษณะของถำ้� ทเ่ี รยี กวา่ “ถำ�้ เปน็ ” ซงึ่ ลกั ษณะเชน่ นี้ เมอ่ื เกดิ พายุ
ฝนหรือฝนตกหนักในบริเวณวนอุทยานถำ้� หลวงฯ จะท�ำให้พ้ืนท่ีภายในของถ้�ำมีน้�ำไหลเข้าไปได้และเกิด
น�้ำทว่ มขน้ึ ในทางธรณีวิทยาถอื วา่ เปน็ ถ�้ำท่มี ีอนั ตรายอย่างมาก แตห่ น่วยงานภาครฐั ไม่เคยทำ� การสำ� รวจ
และรวบรวมเปน็ องค์ความรทู้ างกายภาพภายในถ�้ำไว้ ท�ำให้ประชาชนไมร่ ขู้ อ้ มูลถ�ำ้ หลวง-ขนุ น้ำ� นางนอน
ทม่ี ีความสวยงามจะแฝงไว้ดว้ ยอนั ตราย สำ� หรับการจดั การสภาวะวกิ ฤตขิ องผู้บัญชาการศนู ยฯ์ ท่ีเปน็ ผล
สำ� เรจ็ นน้ั ไมไ่ ดใ้ ชห้ ลกั การจดั การ ของกลู คิ (Luther Gulick) เพยี งหลกั การเดยี ว คอื POSDCORB นอกจาก
นที้ า่ นยงั ได้นำ� การบริหารของอองริ ฟาโย (Henri Fayol) คือ POCCC และกระบวนการจดั การสภาวะ
* ได้รบั บทความ: 13 มนี าคม 2562; แกไ้ ขบทความ: 2 กรกฎาคม 2562; ตอบรบั ตพี มิ พ:์ 19 กันยายน 2562
Received: March 13, 2019; Revised: July 2, 2019; Accepted: September 19, 2019
192 Dhammathas Academic Journal Vol. 19 No. 3 (July - September 2019)
วิกฤติ เข้ามาผสมผสานร่วมกัน และการปฏิบัติการที่โด่งดังไปท่ัวโลกถึงความส�ำเร็จของการปฏิบัติการ
ครั้งน้ีจะเกิดขนึ้ ไมไ่ ด้เลย ถ้าไมม่ กี ารวางแผนการทด่ี ขี องผู้บัญชาการศูนย์และคณะพร้อมด้วยผเู้ ชยี่ วชาญ
จากตา่ งประเทศและหน่วยซีลของไทย โดยการใชย้ ากู้ภัยเพ่ือนำ� หมปู า่ ทง้ั 13 ชีวติ ออกอย่างปลอดภัย
ค�ำส�ำคัญ: การจดั การสภาวะวกิ ฤต;ิ ถ้�ำหลวง-ขนุ น�้ำนางนอน; จังหวัดเชียงราย
Abstract
This This research of objectives: 1) to study the environment that leads to the
crisis of the cave of Luang - Khun Nam Nang Non; 2) to study the crisis management
process Tham Luang - Khun Nam Nang Non; 3) to study the process of conducting 13
wild boar life out of Tham Luang and the results of crisis management Luang Cave - Khun
Nam Nang Non The main informants are composed of 3 groups: 1. Key informants, who
are high-level executives who co-operate with the command center. 2. Key informants
of the private sector and 3. Key informants, public and government sectors that support
by using data collection methods and non-participant observation models Non-participant
observation, In-depth Interview and related research documents.
The research findings reveal that: there are characteristics of a cave called
“cave” which looks like this. When a rain storm or heavy rain occurs in Tham Luang forest
park will allow the interior space of the cave to flow into and cause flooding in geology
it is considered a very dangerous cave. But government agencies never conducted surveys
and gathered as physical knowledge within the caves. Cause the public to not know the
information of Tham Luang - Khun Nam Nang. That is beautiful, hidden in danger for the
crisis management of the center commander. The successful result did not use only one
principle of the management of Luther Gulick (POSDCORB). In addition, he introduced the
management of Henri Fayol, POCCC and the crisis management process come together
and the world famous practice of the success of this operation will not happen at all if
there is no good plan of the command center and the faculty, along with foreign experts
and Thai seal units by rescue drugs for 13 wild boar water safely.
Keywords: Crisis Management; Tham Luang - Khun Nam Nang Non; Chiang Rai province
ปที ี่ 19 ฉบบั ท่ี 3 (กรกฎาคม - กนั ยายน 2562) วารสารวชิ าการธรรมทรรศน์ 193
1. บทนำ� (ripple mark) ระดบั พนื้ ถำ้� เกา่ หนิ ถลม่ ขนาดใหญ่
และเลก็ จำ� นวนมาก รอยแตกแบบมแี รงดงึ (tension
กรมทรัพยากรธรณี (Department of crack) รอยระดับน้�ำ หลมุ ยุบ โพรงเพดานถ้�ำและ
Mineral Resources, 2006) วนอทุ ยานถำ้� หลวง- รอยแตกของผนัง ถือเป็นถ�้ำท่ีมีความเหมาะสม
ขุนน�ำ้ นางนอน เปน็ วนอุทยานท่อี ยใู่ นเขตปา่ สงวน ในเชงิ การศกึ ษาวจิ ัยเปน็ อยา่ งมาก
แหง่ ชาตปิ า่ ดอยนางนอนตำ� บลโปง่ ผา อำ� เภอแมส่ าย จากความสวยงามและความสลับซับซ้อน
จังหวดั เชียงราย มีเน้ือที่ประมาณ 5,000 ไร่ จัดตง้ั ของถ้�ำหลวงฯ ส�ำนักอุทยานแห่งชาติ (National
เป็นวนอทุ ยานฯ เมือ่ วันท่ี 1 ตลุ าคม พ.ศ. 2529 Park Office, 1986) ซง่ึ เปน็ แรงดงึ ดดู ใหผ้ ทู้ มี่ คี วาม
โดยกรมปา่ ไม้ มลี กั ษณะภมู ปิ ระเทศทวั่ ไปเปน็ ภเู ขา ต้องการที่จะศึกษาส่ิงที่เกิดจากการรังสรรค์ของ
ขนาดใหญ่หลายลูกติดต่อกัน มีความสูงโดยเฉล่ีย ธรรมชาติ อยากรู้อยากเห็นการเปล่ียนแปลงของ
อยู่ที่ 779 เมตร และลาดชันทางทิศตะวันออก ธรรมชาติ จงึ เป็นท่มี าของภัยพบิ ัติเมื่อเกดิ พายุฝน
มีความยาวถำ�้ ประมาณ 10.3 กโิ ลเมตร ซ่งึ เปน็ ถ�้ำ ทต่ี กมาอย่างหนกั ในชว่ งวนั ที่ 23 มถิ นุ ายน ถึง 18
ท่ีมีความยาวอยู่ในอันดับท่ี 4 ของประเทศไทย กรกฎาคม 2561 ในบริเวณพื้นที่อ�ำเภอแม่สาย
วนอทุ ยานถำ�้ หลวงฯ มอี าณาเขตทางทศิ เหนอื ตดิ ตอ่ จังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะพ้ืนที่ของวนอุทยาน
กับดอยจ้องและห้วยน�้ำจอง ทางทิศใต้ติดต่อกับ ถ้�ำหลวงฯ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเท่ียวของประชาชน
ดอยผู้เฒ่าและห้วยน�้ำค้าง ทิศตะวันตกติดต่อกับ ในพื้นที่และในจังหวัดใกล้เคียง ซ่ึงในวันดังกล่าว
ภูเขาลูกใหญ่ซ่ึงทอดมาจากประเทศพมา่ และทาง ได้มีทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี จ�ำนวน 12 คน
ทิ ศ ต ะ วั น อ อ ก เ ป ็ น ที่ ร า บ พ้ื น ที่ เ ก ษ ต ร ก ร ร ม พร้อมด้วยผู้ช่วยผู้ฝึกสอน จ�ำนวน 1 คน (โค้ช)
วนอุทยานถ้�ำหลวงฯ แห่งน้ีอยู่ห่างจากตัวจังหวัด รวมเป็น 13 คน เข้ามาท�ำการฝึกซ้อมฟุตบอลใน
เชยี งรายระยะทาง 60 กโิ ลเมตร และอำ� เภอแมส่ าย บรเิ วณพน้ื ทใี่ กลเ้ คยี ง หลงั จากเสรจ็ ภารกจิ การซอ้ ม
8 กิโลเมตร จากข้อมูลของวนอุทยานถ้�ำหลวงฯ กับทีมทีนทอล์คแล้ว ก็เข้าไปเท่ียวชมถ�้ำหลวงฯ
สามารถแบง่ ออกเป็น ถ�้ำหลวงและขนุ น�้ำนางนอน ตามท่นี ดั หมายกันไวซ้ ึ่งอยู่ใกลๆ้ กบั สนามฟตุ บอล
ถ้�ำหลวงฯ มีที่ตั้งอยู่ที่บ้านน�้ำจ�ำ ต�ำบลโป่งผา ในขณะท่ี 13 ชวี ิตหมปู า่ กำ� ลงั อยูภ่ ายในถ�ำ้ หลวงฯ
อ�ำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เป็นถ้�ำหินปูนกึ่ง ดา้ นนอกกเ็ กดิ พายฝุ นตกลงมาอยา่ งหนกั โดยทพ่ี วก
แหง้ ขนาดใหญ่ มคี วามยาวรวมทงั้ สนิ้ 10,316 เมตร เขาเหล่าน้ันไม่รู้เลยว่าอะไรจะเกิดข้ึนกับพวกตน
ปากถ้�ำเป็นโถงกว้างและสูง ภายในถ�้ำสามารถ จนกระท่ังถึงเวลาท่ีจะต้องกลับซ่ึงหมูป่าบางคน
พบเกลด็ หนิ สะทอ้ นแสง หินงอก หินยอ้ ย ธารน�ำ้ ตอ้ งรบี กลบั ไปเรยี นพเิ ศษ และบางคนจะต้องกลบั
ถำ้� ลอด และถำ�้ แขนง แนวโถงถำ�้ มเี สน้ ทางคดเคยี้ ว ไปฉลองวันเกิดกับครอบครัว แต่เม่ือท้ังหมดเดิน
บางช่วงเขา้ ถึงง่าย บางช่วงมีเพดานต�่ำ นอกจากนี้ กลับออกมาตามเส้นทางเดิมกลับพบว่ามีน้�ำท่วม
ยั ง มี ห ลั ก ฐ า น ท่ี แ ส ด ง ถึ ง วิ วั ฒ น า ก า ร ข อ ง ถ�้ ำ ทางออก ทำ� ใหพ้ วกเขาตอ้ งรบี ทำ� การตรวจสอบวา่
จ�ำนวนมาก เช่น รอยการไหลของน�้ำเป็นร้ิวคลื่น
194 Dhammathas Academic Journal Vol. 19 No. 3 (July - September 2019)
เกิดอะไรขึ้น หมูป่าบางคนท่ีเคยเข้ามาในถ�้ำจึง ที่เข้ามาเพราะจิตอาสาและเข้ามาเพราะรัฐบาล
อาสาดำ� นำ�้ ลงไปตรวจสอบวา่ เกดิ อะไรขน้ึ จงึ พบวา่ สง่ ตวั เขา้ มาเพอ่ื หาทางชว่ ยเหลอื ทำ� ใหพ้ นื้ ทขี่ องถำ้�
มนี ำ้� ไหลเขา้ มาปิดทางเขา้ -ออก ไมส่ ามารถออกไป หลวงฯ สับสนวุ่นวายต่างก็ต้องการท่จี ะช่วยเหลอื
ไดท้ ำ� ให้ 13 ชวี ติ หมปู า่ ทงั้ หมดตอ้ งถอยกลบั เขา้ ไป 13 ชีวิตหมูป่า เพื่อต้องการรักษาชีวิตให้อยู่รอด
หาพนื้ ท่ที สี่ งู และนำ�้ ไม่ท่วมเพอ่ื รอเวลาให้ระดับน้ำ� ปลอดภัย จึงเป็นที่มาของ 13 ชีวิตหมูป่าติด
ลดลงจึงจะออกมา แต่เม่ือเวลาผ่านไปน้�ำก็ยังไม่มี ถำ�้ หลวงฯ
ทีทา่ ว่าจะลดลงจึงเปน็ ที่มาของ 13 ชวี ติ หมูปา่ ตดิ ไทยพบี ีเอส (Thai PBS, 2018) จากภยั
ถำ้� หลวงฯ ในขณะเดยี วกนั เจา้ หนา้ ทขี่ องวนอทุ ยาน พบิ ตั ทิ เ่ี กดิ ขนึ้ จนนำ� ไปสกู่ ารคน้ หาและกภู้ ยั เปน็ ผล
ถำ�้ หลวงฯ ไดส้ งั เกตเหน็ จกั รยานยนต์ 1 คนั จอดอยู่ ส�ำเร็จออกมาด้วยความปลอดภัยน้ัน นับเป็น
บริเวณทางขึ้นปากถ้�ำ จึงเข้าไปตรวจสอบและ เหตุการณ์เดียวในโลกที่เกิดขึ้นในประเทศไทย
พบรถจกั รยานอกี 11 คนั พรอ้ มดว้ ยอปุ กรณใ์ นการ หลายองค์กรท้ังในประเทศและต่างประเทศได้
ซอ้ มฟตุ บอลทปี่ ากทางเขา้ ถำ�้ จงึ ทำ� การประสานไป ช่ืนชมและได้ให้ความส�ำคัญต่อตัวผู้บัญชาการ
ยังหัวหน้าทีมฟุตบอลของต�ำบลโป่งผาเพ่ือทำ� การ ศนู ยฯ์ วา่ เปน็ สดุ ยอดผนู้ ำ� ในการบรหิ ารและการจดั
ยนื ยัน และผลพบวา่ เป็นทีมนกั ฟตุ บอลของโป่งผา การท้ังๆ ท่ีอยู่ในสถานการณ์ท่ีบีบค้ัน ตึงเครียด
จริง เจ้าหน้าท่อี ุทยานจึงทำ� การออกตดิ ตามเขา้ ไป บริบทสภาพพ้ืนท่ี แต่ท่านผู้บัญชาการศูนย์ฯ
ในถ้�ำลึกประมาณ 3 กิโลเมตร ซึ่งในช่วงดังกล่าว ยังสามารถใช้ภาวะผูน้ ำ� ในฐานะผู้บญั ชาการศูนย์ฯ
เป็นเวลาที่มีฝนตกหนักและมีน�้ำเอ่อสูงภายในถ�้ำ ปฏิบัติหน้าที่ได้โดยไม่มีข้อต�ำหนิ และยังได้รับ
ซ่ึงไม่สามารถเดินต่อได้ จึงรีบกลับออกมาและ ค�ำชมท้ังจากต่างประเทศและภายในประเทศเป็น
ทำ� การประสานขอความช่วยเหลือจากหน่วยกภู้ ัย อย่างมากว่าเป็นผู้ท่ีมีภาวะผู้น�ำสูงในการท�ำหน้าท่ี
จากนน้ั เมอ่ื มกี ารเผยแพรข่ า่ วการสญู หาย ผู้บัญชาการเหตุการณ์ท่ีเกิดขึ้น ในฐานะที่
ของนักฟุตบอลทีมหมูป่าทั้ง 13 คน ทางสังคม ปรากฏการณ์ท่ีเกิดขึ้นเป็นเพียงหนึ่งเดียวในโลก
ออนไลน์ ท�ำให้เกิดการเช่ือมโยงข้อมูลไปสู่องค์กร ที่สามารถน�ำไปเป็นบทเรียนให้กับองค์กรต่างๆ
ต่างๆ ท่ัวทุกมุมโลก ต่างหันมาให้ความส�ำคัญกับ ได้ปฏิบตั ิตาม
การชว่ ยเหลือ “ความรว่ มมือ” (Collaboration) ดงั นนั้ ผวู้ จิ ยั จงึ มคี วามตอ้ งการทจี่ ะศกึ ษา
(Sirisakorn, 2016) ทง้ั ภาครฐั ภาคเอกชนและภาค หลกั ในการจดั การท่ีทา่ นผู้บัญชาการศนู ย์ฯ น�ำมา
ประชาชนต่างหล่ังไหลให้ความร่วมมือ ด้วยการ ใชใ้ นสภาวะวกิ ฤติฯ จนปฏบิ ตั ิการคน้ หา และกภู้ ัย
ส่งผู้เชี่ยวชาญ และผู้ท่ีมีประสบการณ์ด�ำน้�ำถ้�ำ เป็นผลส�ำเร็จน้ันมีหลักในการจัดการอย่างไร
เข้ามาช่วยเหลือโดยมีวัตถุประสงค์อันเดียวกัน เพ่ือน�ำมารวบรวมเป็นองค์ความรู้ใหม่เพื่อน�ำไปใช้
คอื คน้ หาทมี หมูป่าทัง้ 13 คน ให้พบและนำ� ออก ปฏบิ ตั กิ บั เหตกุ ารณห์ รอื ปรากฏการณอ์ น่ื ทอี่ าจเกดิ
มาดว้ ยความปลอดภยั จ�ำนวนของมวลมนษุ ยชาติ ขนึ้ ได้ในอนาคต
ปที ี่ 19 ฉบับท่ี 3 (กรกฎาคม - กันยายน 2562) วารสารวิชาการธรรมทรรศน์ 195
2. วัตถปุ ระสงคข์ องการวิจัย เจาะจง (Purposive Sampling) และการสมั ภาษณ์
เชงิ ลกึ (in-depth interview) จากกลมุ่ ผทู้ มี่ คี วามรู้
1. เพอ่ื ศกึ ษาสภาพแวดลอ้ มทน่ี ำ� ไปสกู่ าร ความสามารถในการบริหารและการจัดการจาก
เกิดสภาวะวิกฤติ ถำ้� หลวง-ขุนนำ้� นางนอน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน
2. เพ่ือศึกษากระบวนการการจัดการ ที่ร่วมทีมปฏิบัติการอยู่ในพ้ืนท่ี ซ่ึงผู้วิจัยมองไปถึง
สภาวะวิกฤติ ถ้ำ� หลวง-ขุนน้�ำนางนอน เรอื่ ง การจดั การสภาวะวกิ ฤตถิ ำ�้ หลวง-ขนุ นำ�้ นางนอน
3. เพื่อศึกษาขั้นตอนการปฏิบัติน�ำ 13 เพอื่ คน้ หาผสู้ ญู หาย และกภู้ ยั โดยผวู้ จิ ยั ไดแ้ บง่ ผใู้ ห้
ชวี ิตหมปู ่าออกจากถ้�ำหลวงฯ และผลทไ่ี ด้จากการ ข้อมูลหลัก (Key Informants) ออกเป็น 4 กลมุ่
จัดการสภาวะวิกฤตถิ �ำ้ หลวง-ขนุ น้�ำนางนอน ดงั นี้
1.1 กลมุ่ ผบู้ รหิ ารระดบั สงู ของหนว่ ย
3. วธิ ดี �ำเนินการวิจัย งานภาครฐั และเจา้ หน้าทขี่ องวนอุยานถำ�้ หลวงฯ
1.2 การปฏิบัติการร่วมของผู้บริหาร
1. ขอบเขตด้านประชากรและกลุ่ม ทง้ั ในพนื้ ทจ่ี ากสว่ นกลางของภาครฐั กบั ผบู้ ญั ชาการ
ตัวอย่าง (ผู้ให้ข้อมูลหลัก Key Informant) ศูนย์และคณะฯ ซ่ึงอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อการ
(Rukkhawmsu, 2016) การศึกษาวิจัยคร้ังน้ี บรหิ ารและการจดั การ ค้นหาผสู้ ญู หายและกูภ้ ยั
เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพคุณภาพ (Qualitative 1.3 กลุ่มภาคเอกชนเป็นการรวม
Research) ซง่ึ ผวู้ ิจัยได้ยกปรากฏการณ์ท่ีเกดิ ขนึ้ ท่ี กลมุ่ ของภาคเอกชนทอี่ าสาเขา้ รว่ มปฏบิ ตั กิ ารตาม
ถ้�ำหลวง-ขุนน�้ำนางนอน จังหวัดเชียงรายเป็น ทตี่ นเองมคี วามถนดั มเี ครอื่ งมอื และอปุ กรณพ์ รอ้ ม
เหตกุ ารณท์ ท่ี มี ฟตุ บอลหมปู า่ อะคาเดมท่ี ง้ั 13 ชวี ติ และกลุ่มท่ีให้การสนับสนุนเฉพาะในด้านอุปกรณ์
เข้าไปเท่ียวในถ�้ำหลวงฯ และติดอยู่ภายในถ�้ำ และเครอื่ งมือตามท่ตี อ้ งการ
จนเกิดปรากฏการณ์ “ความร่วมมือ” คนทุกชาติ 1.4 กลุ่มประชาชนในพ้ืนที่เป็นกลุ่ม
ศาสนาทงั้ ภายในประเทศและตา่ งประเทศใหค้ วาม ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบและเป็นผู้ร่วม
ร่วมมือช่วยเหลือ มาเป็นตัวอย่าง เพื่อที่จะศึกษา ให้การสนับสนุนช่วยเหลือในด้านการค้นหาและ
ในประเด็นของ สภาพปัจจัยการเกิดสภาวะวิกฤติ ด้านแรงงานตามทต่ี นเองมีความสามารถ
กระบวนการการจัดการสภาวะวกิ ฤติ และรปู แบบ 1.5 กลมุ่ จติ อาสาเปน็ กลมุ่ ประชาชน
การปฏิบัติน�ำ 13 ชีวิตหมูป่าออกจากถ้�ำหลวงฯ ท่ีอยู่ในพ้ืนท่ีและต่างพ้ืนท่ีที่มีความต้องการช่วย
และผลทีไ่ ด้จากการจัดการสภาวะวิกฤตถิ �้ำหลวงฯ เหลือซงึ่ เปน็ ส่วนหน่ึงของการมสี ่วนรว่ ม เช่น ขบั ข่ี
โดยข้อมูลได้จากการศึกษาจากเอกสารงานวิจัยท่ี รถจักรยานยนต์รับส่งเจ้าหน้าท่ีและผู้มีส่วน
เก่ียวข้อง (Document Analysis) การสมั ภาษณ์ เก่ียวข้องกับการปฏิบัติงาน กลุ่มจิตอาสาซักผ้า
เชิงลึก (In-depth Interview) และจากการ อ�ำเภอแม่จนั จังหวดั เชยี งราย ทำ� ใหเ้ กิดขวัญและ
สงั เกตการณแ์ บบไมม่ สี ว่ นรว่ ม (Non-Participatory
Observation) ผ้วู ิจัยได้เลือกวธิ ีการได้ขอ้ มูลแบบ
196 Dhammathas Academic Journal Vol. 19 No. 3 (July - September 2019)
ก�ำลังต่อผู้ปฏิบัติการท้ังชาวไทยและชาวต่างชาติ สภาพแวดล้อมทั่วไปของวนอุทยานถ้�ำหลวงฯ
เปน็ อยา่ งมาก ถา้ มองกนั แบบผวิ เผนิ ในขณะทน่ี ง่ั รถผา่ นไปผา่ นมา
2. ขอบเขตด้านเนื้อหา การวิจัยคร้ังนี้ ก็จะเหมือนกับภูเขาลูกอ่ืนๆ ท่ัวไป แต่ส่ิงที่เห็น
ผวู้ จิ ยั มงุ่ ศกึ ษาเฉพาะเรอื่ ง การจดั การสภาวะวกิ ฤติ และสะดุดใจก็คือ เม่ือเดินทางผ่านอ�ำเภอแม่ริม
ถำ้� หลวง-ขนุ นำ�้ นางนอน จงั หวดั เชยี งราย แตใ่ นทาง ทางดา้ นซา้ ยมอื แลว้ มองออกไปทางซา้ ยมอื จะเหน็
ปฏบิ ตั จิ รงิ นนั้ ผวู้ จิ ยั มองวา่ มหี ลายมติ ิ หลายปจั จยั ทิวเขาท่ีสูงตระหง่านทอดยาวมีลักษณะคล้ายกับ
ที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันเป็นลูกโซ่และเครือข่ายที่ ผู้หญิงที่นอนทอดกายยาวไปตามแนวเขาซ่ึงก็
ทำ� ใหก้ ารจดั การสภาวะวิกฤติ ถ้�ำหลวง-ขนุ นำ้� นาง เหมือนกับภูเขาลูกอื่นๆ ท่ีจะมีลักษณะท่ีแตกต่าง
นนั้ ประสบผลสำ� เรจ็ จากความพยายามของภาครฐั กนั ไปตามจนิ ตนาการของผทู้ พ่ี บเหน็ ผลการวจิ ยั ที่
ภาคเอกชน และภาคประชาชน ที่ได้ร่วมมือกัน ได้จากการศึกษาข้อมูลทางธรณีวิทยาและการ
โดยมีอุปกรณ์และทรัพย์สินเท่าที่องค์กรในแต่ละ ลงพืน้ ที่ ทำ� ใหผ้ ้วู จิ ัยได้พบว่า ถ้ำ� หลวงฯ มีลกั ษณะ
ภาคสว่ นมีอยู่ ทมุ่ เทเขา้ มาในเขตพ้นื ท่ี เพือ่ ภารกจิ ของถ้�ำที่เรียกว่า “ถ้�ำเป็น” ซ่ึงลักษณะเช่นน้ี
พาทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ�้ำหลวงฯ เมอ่ื เกดิ พายฝุ นหรอื ฝนตกหนกั ในบรเิ วณวนอทุ ยาน
กลับบ้าน หน่วยงานเกิดการบูรณาการความร่วม ถ�้ำหลวงฯ จะท�ำให้พื้นท่ีภายในของถ้�ำมีน�้ำไหล
มอื ของคนในพนื้ ทแี่ ละตา่ งพนื้ ทต่ี ลอดจนผทู้ ม่ี คี วาม เขา้ ไปไดแ้ ละเกดิ นำ�้ ทว่ มขน้ึ ในทางธรณวี ทิ ยาถอื วา่
เช่ียวชาญดา้ นต่างๆ ทเี่ ก่ียวข้องจากต่างประเทศ เปน็ ถ้ำ� ทม่ี ีอันตรายอย่างมาก แต่หนว่ ยงานภาครัฐ
3. ขอบเขตดา้ นระยะเวลา ผวู้ จิ ยั มงุ่ ทจ่ี ะ ไม่เคยท�ำการส�ำรวจและรวบรวมเป็นองค์ความรู้
ศกึ ษาและอธบิ ายปรากฏการณท์ เี่ กดิ ขน้ึ โดยไดเ้ รม่ิ ทางกายภาพภายในถำ้� ไว้ ทำ� ใหป้ ระชาชนไมร่ ขู้ อ้ มลู
เกบ็ ขอ้ มูลตง้ั แต่วันที่ 11 สงิ หาคม 2561 ถึงวันที่ 3 ถ�้ำหลวง-ขุนน�้ำนางนอน ท่ีมีความสวยงามจะแฝง
กนั ยายน 2561 เพอื่ ใชใ้ นการอธบิ ายการเกดิ ปรากฎ ไว้ด้วยอนั ตรายอย่างยิง่
การณท์ ่ี 13 ชวี ติ หมปู า่ ตดิ ถำ้� หลวงฯ ตงั้ แตว่ นั ท่ี 23 2. เพื่อศึกษากระบวนการการจัดการ
มถิ นุ ายน และออกจากถำ�้ ในวนั ที่ 11 กรกฎาคม 2561 สภาวะวกิ ฤตถิ ำ�้ หลวง-ขนุ นำ�้ นางนอน พบวา่ การจดั การ
4. ขอบเขตด้านพื้นที่ ผู้วิจัยมุ่งท่ีจะรวม สภาวะวกิ ฤติ เปน็ สภาวะทไ่ี มป่ กตซิ ง่ึ อาจจะเกดิ ขน้ึ
รวมข้อมูลเพ่ือจะอธิบายปรากฏการณ์ท่ีเกิดข้ึนท่ี จากการกระท�ำของมนุษย์หรือเกิดจากการกระท�ำ
วนอทุ ยานถ้�ำหลวง-ขุนน�ำ้ นางนอน อำ� เภอแมส่ าย ของธรรมชาติ ซ่ึงอาจก่อให้เกิดความเสียหาย
จงั หวดั เชียงราย ร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ ผลการวิจัยท่ีได้
ศกึ ษาขอ้ มลู จากเอกสารการสมั ภาษณแ์ ละลงพนื้ ท่ี
4. สรุปผลการวิจัย ของวนอุทยานถ้�ำหลวงฯ ท�ำให้ผู้วิจัยได้พบว่า
การจดั การสภาวะวกิ ฤตขิ องผบู้ ญั ชาการศนู ยฯ์ ทเี่ ปน็
1. เพอื่ ศกึ ษาสภาพแวดลอ้ มทน่ี ำ� ไปสกู่ าร ผลสำ� เรจ็ นนั้ ไมไ่ ดใ้ ช้ Bevir, (2011 : 386) หลกั การ
เกิดสภาวะวิกฤติ ถ้�ำหลวง-ขุนน�้ำนางนอน พบว่า
ปีท่ี 19 ฉบับที่ 3 (กรกฎาคม - กนั ยายน 2562) วารสารวชิ าการธรรมทรรศน์ 197
จดั การ ของกูลิค (Luther Gulick) เพยี งหลกั การ ถำ้� ทมี่ าจากตา่ งประเทศ ถอื วา่ “ทมี รวมดาราโลก”
เดยี ว คอื POSDCORB นอกจากนที้ า่ นยงั ไดน้ ำ� การ กว็ า่ ได้ ตา่ งชาตติ า่ งภาษารว่ มมอื กนั ทำ� งานไดอ้ ยา่ ง
บรหิ ารของอองริ ฟาโย (Henri Fayol) คอื POCCC แนบเนยี น ภาษาไมใ่ ชอ่ ปุ สรรคในการทำ� งานเพราะ
และกระบวนการจัดการสภาวะวิกฤติ เข้ามาผสม ทกุ คนใช้ภาษาเทคนิคท่ีใช้ในการด�ำน�้ำเหมือนกัน
ผสานรว่ มกนั นอกจากนยี้ งั พบวิธีการเอาชวี ิตรอด ทั่วโลก การด�ำน้�ำของไทยอาจไม่เหมือนต่างชาติ
ของ 13 ชวี ิตหมูป่า ทใี่ ชข้ วดอากาศเพยี งขวดเดยี วแตต่ า่ งชาตใิ ชม้ ากกวา่
3. เพื่อศึกษาขั้นตอนการปฏิบัติน�ำ 13 จึงเป็นท่ีมาของการวางขวดอากาศ 1 คน น�ำไป
ชวี ิตหมปู ่าออกจากถ�ำ้ หลวงฯ และผลทไ่ี ดจ้ ากการ 3 ขวด ความช่วยเหลือจากต่างประเทศมีทั้ง
จัดการสภาวะวิกฤติถ�้ำหลวง-ขุนน�้ำนางนอน ผเู้ ชยี่ วชาญดา้ นตา่ งๆ เปน็ จำ� นวนมาก เชน่ องั กฤษ
พบวา่ วิธกี ารปฏิบัตินำ� 13 ชีวติ หมปู า่ ออกจากถ�้ำ สหรัฐอเมรกิ า ออสเตรเลยี จนี เยอรมนั ฟนิ แลนด์
การปฏิบัติการกู้ภัย หมายถึง การปฏิบัติการช่วย เดนมาร์ค เบลเยี่ยม ลาว ฯลฯ ในการกู้ภัยคร้ังน้ี
ชีวิตผู้ประสบภัยให้รอดพ้นจากภัยพิบัติ ระหว่าง ผู้ประสบภัยออกมาจากถ�้ำโดยไม่ต้องด�ำน้�ำ แต่ใช้
เกิดหรือหลังเกิดภัยพิบัติขึ้นแล้ว จากเหตุการณ์นี้ การหายใจผ่านเคร่ืองช่วยหายใจชนิดพิเศษและ
เป็นการชว่ ย 13 ชวี ิตหมูปา่ ท่ตี ดิ ถำ้� หลวงฯ ใหพ้ ้น สวมเส้ือป้องกันความหนาว หน่วยซีลของไทย
จากภัยพิบัติธรรมชาติจากการท่ีพายุฝนตกลงมา เปน็ หนว่ ยทไ่ี มเ่ คยปฏบิ ตั งิ านกบั ถำ�้ มากอ่ น จงึ ทำ� ให้
อย่างหนักท�ำให้เกิดน�้ำท่วมภายในถ�้ำหลวงฯ ต้องปรับตัวเพ่ือให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของถ�้ำ
จึงเปน็ เหตุให้ 13 ชีวิตหมปู ่าติดอยภู่ ายในออกมา ในการปฏบิ ตั กิ ารมกี ารสงั เกตเหน็ ผนงั ถำ้� มโี คลนหนา
ไมไ่ ด้ จงึ เปน็ ทมี่ าของการปฏบิ ตั กิ ารคน้ หา และการ แสดงใหร้ วู้ ่าบรเิ วณนีเ้ คยมนี �้ำท่วมสงู ปญั หาขอ้ มูล
ปฏบิ ตั กิ ารกภู้ ยั ผลการวจิ ยั พบวา่ การปฏบิ ตั กิ ารท่ี ทรี่ ว่ั ไหลจากทางสอื่ กระทง่ั คนภายในเองทไี่ มร่ กั ษา
โด่งดังไปทั่วโลกถึงความส�ำเร็จของการปฏิบัติการ ความลับ ท�ำให้ข่าวท่ีออกไปไม่เป็นความจริงและ
คร้ังจะเกิดข้ึนไมไ่ ด้เลย ถ้าไม่มกี ารวางแผนการที่ดี กลบั มาโจมตผี ปู้ ฏบิ ตั งิ าน ซง่ึ สอดคลอ้ งกบั อจั ฉราพร
ของผบู้ ญั ชาการศนู ยแ์ ละคณะพรอ้ มดว้ ยผเู้ ชยี่ วชาญ ณ สงขลา (Na Songkhla, 2015) ไดเ้ ขยี นบทความ
จากต่างประเทศและหน่วยซีลของไทย โดยการใช้ เร่ือง การส่ือสารในภาวะวิกฤตสิ่งท่ีองค์กรไทย
ยากู้ภยั เพื่อนำ� หมูป่าทั้ง 13 ตวั ออกอย่าปลอดภัย มองข้าม พบว่า การรวบรวมข้อมูลท่ีเกี่ยวข้อง
ทงั้ คน สิ่งของ สถานท่ี ทเี่ กย่ี วข้องกับการปฏิบัติ
5. อภปิ รายผลการวจิ ัย การครั้งน้ี ท้งั ในประเทศและต่างประเทศ การจัด
เจ้าหน้าท่ีด้านประสานงานการรับโทรศัพท์ ด้าน
จากเหตุการณ์สภาวะวิกฤติที่เกิดข้ึน ประสานงานนอกถ�้ำ ด้านประสานงานภายในถ�้ำ
สามารถน�ำมาอภปิ รายผลการวิจัยได้วา่ ฝ่ายดูแลผู้ปกครองเด็ก ฝ่ายประสานงานรับค�ำสั่ง
สภาพแวดล้อมที่น�ำไปสู่การเกิดสภาวะ จากผบู้ ญั ชาการศนู ยฯ์ ฝา่ ยประสานกับหนว่ ยย่อย
วกิ ฤติ ถำ้� หลวง-ขนุ นำ้� นางนอน พบวา่ ทมี นกั ดำ� นำ�้
198 Dhammathas Academic Journal Vol. 19 No. 3 (July - September 2019)
หน่วยป้องกันบรรเทาสาธรณภัย ด้านอุปกรณ์ สงบและรกั ษาพลงั งานในรา่ งกายและการใหก้ ำ� ลงั
สนับสนุน ฝ่ายเสบียงอาหารและเครื่องด่ืมและ ใจเด็กๆ
โครงสร้างของผู้บัญชาการศูนย์อ�ำนวยการค้นหา ศกึ ษาขน้ั ตอนการปฏบิ ตั นิ ำ� 13 ชวี ติ หมปู า่
ผู้สูญหายในถ้�ำหลวง-ขุนน้�ำนางนอน ไม่มีความ ออกจากถ�้ำหลวงฯ และผลที่ได้จากการจัดการ
ชัดเจนเหมือนโครงสร้างทางทหาร หรือเห็นส่ิงที่ สภาวะวิกฤติถ้�ำหลวง-ขุนน้�ำนางนอน พบว่า
มอบหมายของหน่วยงานของรัฐบาลท่วั ไป บทเรียนจากมิติด้านวัฒนาของชาวล้านนา
การศกึ ษากระบวนการการจดั การสภาวะ จากเหตกุ ารณท์ ถ่ี ำ�้ หลวงฯ และเปน็ การปฏบิ ตั จิ าก
วกิ ฤตถิ ำ้� หลวง-ขนุ นำ�้ นางนอน พบวา่ บทเรยี นทไี่ ด้ Mission Impossible เป็น Mission possible
จากพลังของทีมหมูป่าในภาวะวิกฤติที่ 13 ชีวิต ซงึ่ สอดคลอ้ งกบั Sarawut Jitrabiab (2008) เสรมิ
หมูป่าติดถ�้ำเพ่ือต่อสู่การเอาชีวิตรอดด้วยพลัง สร้างเครือข่ายภาครัฐในการบริหารสถานีต�ำรวจ
ความคดิ เชงิ บวก ซงึ่ สอดคลอ้ งกบั สภุ าวดี ตมิ นิ ทระ นครบาล พบว่า การปฏิบัติการครั้งส�ำเร็จลุล่วงได้
(Timindra, 2007) ไดท้ ำ� การศกึ ษาวจิ ยั เรอื่ ง ภาวะ จากคุณธรรม 4 ประการ 1) ความพอเพียง 2)
ผนู้ ำ� การพฒั นาท้องถนิ่ ของคณะกรรมการองคก์ าร มีวินัย 3) สุจริต และ 4) จิตอาสา คนล้านนา
บริหารส่วนต�ำบลอ�ำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เป็นคนท่ีพูดจาอ่อนหวาน ใจเมตตา และเป็น
พบว่า ประการแรกพลังแห่งการพูดเชิงบวกกับ พลเมืองที่มีคุณธรรม วัฒนธรรมของชาวล้านนาท่ี
ตนเอง ในช่วงจังหวะที่นักด�ำน�ำถ้�ำอังกฤษพบตัว ชอบชว่ ยเหลอื อยแู่ ลว้ ชอบทจี่ ะขอบคณุ ผทู้ ใ่ี หก้ าร
และมกี ารแนะนำ� ตัวของเด็กทเี่ นน้ ยำ�้ ว่ายังแขง็ แรง ช่วยเหลือจึงเป็นเสน่ห์อีกอย่างท่ีชาวต่างชาติต่าง
ดีอยู่ ประการท่ีสองพลังและความคิดเชิงบวกท่ีมี ชื่นชม ชาวล้านนามีความเช่ือมาตั้งแต่สมัยอดีต
ความหวังที่จะมีชีวติ รอด เชน่ การหาทางเอาชวี ติ ในเร่อื งของส่งิ เร้นลับ
รอดดว้ ยการขดุ โพรงเพอ่ื หาทางออก การใชห้ นิ ขดุ ดังนั้น การปฏิบัติการครั้งน้ีจึงท�ำให้
ดินให้เป็นโพรงลึกแล้วใช้อยู่ร่วมกันเพื่อให้ร่างกาย วิทยาศาสตร์กับความเช่ือเข้ากันได้อย่างลงตัว
อบอนุ่ ประการทส่ี าม พลงั แหง่ อารมณข์ นั สะทอ้ น วัฒนธรรมด้านความปลอดภัย การสื่อสาร ความ
ผ่านการหยอกล้อกับเพ่ือน รวมถึงอารมณ์ขันใน สามัคคี ด้านการจัดการความรู้ (บันทึก รวบรวม
จดหมายถึงครอบครัวขณะรอออกจากถ้�ำและ เผยแพร่ ท�ำจดหมายเหตุ เตือนจิต ถอดบทเรียน
ประการที่สี่ พลังแห่งการช้ีน�ำที่ดี ซ่ึงในกรณีนี้มา ผลติ ภาพยนตร์ ปฏิบัติการของส่อื มวลชน การอยู่
จากโค้ชเอกท่ีแนะน�ำให้เด็กๆ ท�ำสมาธิเพ่ือให้จิต ร่วมกนั ภาพที่ 1
ปีที่ 19 ฉบับท่ี 3 (กรกฎาคม - กนั ยายน 2562) วารสารวิชาการธรรมทรรศน์ 199
ภาพที่ 1 การจดั การสภาวะวกิ ฤติถ�้ำหลวง-ขนุ น�ำ้ นางนอน จงั หวัดเชียงราย
6. ข้อเสนอแนะ 2. การน�ำหลักการปฏิบัติของผู้บัญชา
การศนู ย์ฯ มาสร้างเป็นองคค์ วามรู้ใหม่ การปฏิบตั ิ
1. การสร้างองค์ความรู้ที่เก่ียวข้องกับ เปน็ ขนั้ เปน็ ตอน เพอ่ื เผยแพรใ่ หก้ บั หนว่ ยงานตา่ งๆ
ถ้�ำหลวงฯ และถ�้ำท้ังหมดที่อยู่ในประเทศไทย นำ� ไปปฏบิ ตั ิ ซงึ่ สามารถทจี่ ะสรา้ งการเปลย่ี นแปลง
องค์ความรู้ท่ีเก่ียวข้องกับถ้�ำ ตั้งแต่เร่ิมเหตุการณ์ การบริหารจัดการของหนว่ ยงานภาครฐั ใหด้ ีขนึ้ ได้
จนจบว่า ในการปฏิบัติท้ังหมดขั้นตอน อุปกรณ์ 3. การใช้ภาวะผู้น�ำมาจัดการสภาวะ
หน่วยทีต่ ้องขอความช่วยเหลือ เครอื ข่าย อปุ กรณ์ วกิ ฤตทิ ี่เกิดขึ้น การมวี นิ ยั การไมย่ ำ� เกรงต่อค�ำพดู
ต่างๆ มีอยู่ท่ไี หนบ้างฯลฯ เพ่ือเตรียมความพรอ้ ม การพูดภาษาเดียวกันสร้างความสัมพันธ์ฉันพ่ีน้อง
รับมือกับเหตุการณ์ท่ีอาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต ฯลฯ ส่ิงต่างๆ เหล่านี้เกิดข้ึนท่ีถ�้ำหลวงฯ ภายใต้
ไม่ว่าจะเปน็ ภายในประเทศหรอื ต่างประเทศ
200 Dhammathas Academic Journal Vol. 19 No. 3 (July - September 2019)
การนำ� ของผบู้ ญั ชาการศนู ยฯ์ และคณะ จนประสบ ภายในถำ้� นนั้ มรี ะดบั นำ้� ทสี่ งู ขน้ึ แตใ่ นทางธรณวี ทิ ยา
ความสำ� เรจ็ กล่าวว่า ถ�ำ้ ทเี่ ป็นอนั ตราย คือ ถ�ำ้ ท่มี ีลักษณะของ
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ถ�้ำท่ีเรียกว่า “ถ�้ำเปน็ ”
1. ก�ำหนดเป็นนโยบายของภาครัฐด้าน 2. การน�ำหลักการปฏิบัติของผู้บัญชา
ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและองค์การ การศูนย์ฯ และคณะมาสร้างเป็นองค์ความรู้ใหม่
ปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ในการปอ้ งกนั อบุ ตั ภิ ยั โดยการ ปฏิบัติเป็นขั้นเป็นตอน เพ่ือเผยแพร่ให้กับหน่วย
สร้างองค์ความรู้และการสร้างเครือข่ายร่วมกัน งานต่างๆ น�ำไปปฏิบัติ ซ่ึงสามารถท่ีจะสร้างการ
เพ่ือความพร้อมในการเผชิญเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ เปลย่ี นแปลงการบรหิ ารจดั การของหนว่ ยงานภาค
ในอนาคต รฐั ให้ดขี น้ึ ได้
2. ก�ำหนดเป็นนโยบายของภาครัฐด้าน 3. ประสานความร่วมมือการวางแผน
ส่งเสริมองค์ความรู้พ้ืนฐานให้กับเจ้าหน้าท่ีและ และปฏบิ ตั โิ ดยไมม่ กี ารขา้ มขน้ั ซง่ึ การวางแผนดา้ น
ผู้เกี่ยวข้องในองค์กรเพ่ือให้ประชาชนได้เข้าถึง ต่างๆ ผ่านข้ันตอนการจัดการความเส่ียง Rick
องค์ความรู้นั้น Management แล้วจงึ น�ำไปการปฏิบัติ
3. กำ� หนดเปน็ นโยบายของภาครฐั สรา้ ง ขอ้ เสนอแนะในการทำ� วจิ ยั ครั้งตอ่ ไป
บทเรยี นใหก้ บั องคก์ รภาครฐั โดยใชเ้ หตกุ ารณท์ เี่ กดิ ประเทศไทยมีถ้�ำท่ีเรียกว่า “ถ้�ำเป็น”
ขึ้นเป็นบทเรียน เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติเม่ือ และ “ถ�้ำตาย” เป็นจ�ำนวนมากจากเหตุการณ์
เกดิ สภาวะวิกฤตใิ นอนาคต ท่ีผ่านมาท�ำให้พบว่า หน่วยงานราชการท่ีมีความ
ขอ้ เสนอแนะเชิงปฏิบัตกิ าร เกย่ี วขอ้ งกบั เรอื่ งถำ้� นนั้ ไมม่ ขี อ้ มลู มากพอทสี่ ามารถ
1. ส่ิงที่ภาครัฐควรปรับปรุงเร่งด่วนคือ อธิบายถึงสภาพท้ังภายนอกและภายในได้อย่าง
ระบบการบรหิ ารจดั การถำ้� หลวงฯ และถำ้� อนื่ ๆ คอื ละเอยี ดและถกู ตอ้ ง
การสร้างองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับถ�้ำหลวงฯและ ดังน้ันควรมีการศึกษาเร่ือง การจัดการ
ถำ้� ทั้งหมดทม่ี อี ย่ใู นประเทศไทย ซึ่งจากเหตุการณ์ ถำ�้ เชงิ บรู ณาการในประเทศไทยเพอ่ื เปน็ การเตรยี ม
ดังกล่าวเราเพียงรู้ว่าเม่ือใดที่มีฝนตก ก็จะท�ำให้ ความพรอ้ มเม่ือมภี ัยพบิ ัตเิ กดิ ขึ้น
References
Bevir. (2011). The SAGE Handbook of governance: SAGE Publications Ltd. 1 olives Yard
55 City Road London Eciy ISP. MPG books Group, Bodmin Rouledge.
Department of Mineral Resources. (2006). Geology and mineral resources Chiang Rai
province. Bangkok : Department of Mineral Resources.
ปที ่ี 19 ฉบับที่ 3 (กรกฎาคม - กันยายน 2562) วารสารวิชาการธรรมทรรศน์ 201
Jitrabiab, S. (2008). Strengthening the public sector network in administration Metropolitan
Police Station. Doctor of Philosophy. Graduate School : Ramkhamhaeng University.
National Park Office. (1986). Map of Luang Tham - Khun Nam Nang Non. https://www.
park.dnp.go.th>visitor>nationparkshow (Accessed 6 May 2018).
Na Songkhla, A. (2015). Crisis communication What Thai organizations overlook. https://
www.imagepoolwise.com/ (Accessed 9 December 2018).
Rukkhawmsu, E. (2016). Qualitative research: principles and practices. Bangkok : Montha
Printing Factory.
Sirisakorn, P. (2016). Incident Command System with management in the emergency of
the country. Department of Public Safety. Bangkok : Ministry of Interior.
Thai PBS. (2018). The spot found 13 wild boar's life next to the royal cave, “Nao Nom
Sao”. https://www.new.thaipbs.or.th/ (Accessed 6 May 2018).
Timindra, S. (2007). Local development leadership of the Subdistrict Administrative
Organization Committee, Photharam District, Ratchaburi Province. Master of Arts
Thesis. Graduate School : Nakhon Pathom Rajabhat University.
การพัฒนารปู แบบวิธีการป้องกนั แก้ไขปัญหายาเสพตดิ
ในกลมุ่ เด็กและเยาวชน ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื ตอนกลาง*
A Model Development on Prevention Methods of Drug Problems
Among Children and Youth in the Northeastern Region
พระครกู ิตติวราทร (ทองปัน้ ), จิราภรณ์ ผันสว่าง, อมรรตั น์ ผันสว่าง และระพีพฒั น์ หาญโสภา
Phrakru Kittiwaratorn (Thongpan), Jiraporn Phansawang,
Amornrat Phansawang and Rapeepat Hansopa
มหาวิทยาลยั มหามกฏุ ราชวทิ ยาลัย วิทยาเขตรอ้ ยเอ็ด
Mahamakut Buddhist University, Roi Et Campus, Thailand
Corresponding Author, E-mail: [email protected]
บทคัดยอ่
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ คอื 1) เพ่อื พัฒนารปู แบบวธิ กี ารป้องกัน แกไ้ ขปัญหายาเสพตดิ ใน
กลมุ่ เดก็ และเยาวชนภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ตอนกลาง 2) เพอ่ื ตรวจสอบความสอดคลอ้ งของรปู แบบวธิ ี
การป้องกัน แก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ที่ผู้วิจัย
พัฒนาข้ึนกับข้อมูลเชงิ ประจกั ษ์ และ 3) เพื่อจัดทำ� คู่มอื วิธกี ารป้องกนั แก้ไขปัญหายาเสพตดิ ในกลุ่มเด็ก
และเยาวชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง การวิจัยคร้ังนี้ในเชิงปริมาณจากแบบสอบถามและเชิง
คุณภาพจากการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ เคร่ืองมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามปลายเปิดและ
แบบสอบถามชนดิ มาตราสว่ นประมาณคา่ (Rating Scale) โดยใชก้ ระบวนการวจิ ยั ตามเทคนคิ เดลฟาย
(Delphi Techniques) มงุ่ สำ� รวจความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั รปู แบบการดำ� เนนิ งานปอ้ งกนั แกไ้ ขปญั หายาเสพตดิ
ในกลมุ่ เดก็ และเยาวชนภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ตอนกลาง ดา้ นการวางแผน ดา้ นการปฏบิ ตั งิ านและดา้ น
การตดิ ตามประเมินผล
ผลการวิจัยพบว่า
1. รปู แบบวธิ กี ารปอ้ งกนั แกป้ ญั หายาเสพตดิ ในกลมุ่ เดก็ และเยาวชน มลี กั ษณะระดบั ความเหมาะสม
และการปฏิบัติน้อยที่สุด คือ การเชิญผู้ปกครอง บิดา มารดา เข้าร่วมกิจกรรมด้านการป้องกันปัญหา
ยาเสพตดิ ทีโ่ รงเรียนจดั ข้ึน และการเผยแพร่ข้อมลู ข่าวสารสนเทศสอื่ เอกสาร และแผ่นพบั เกี่ยวกับความรู้
* ไดร้ บั บทความ: 8 มกราคม 2562; แก้ไขบทความ: 1 เมษายน 2562; ตอบรบั ตพี มิ พ:์ 30 กรกฎาคม 2562
Received: January 8, 2019; Revised: April 1, 2019; Accepted: July 30, 2019
216 Dhammathas Academic Journal Vol. 19 No. 3 (July - September 2019)
ดา้ นยาเสพตดิ การมอี าจารยท์ ปี่ รกึ ษาปญั หาของนกั เรยี นและเกบ็ เปน็ ความลบั รองลงมาคอื สำ� หรบั ผบู้ รหิ าร
และครูเห็นว่า อาจารย์ควรเปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมก�ำหนดมาตรการป้องกันปัญหายาเสพติด
ในโรงเรียน รองลงมาคือ ความร้ดู ้านโทษพษิ ภัยและการปอ้ งกนั ปญั หายาเสพติดในโรงเรยี นและการเชญิ
ผ้ปู กครอง บดิ า มารดาเข้ารว่ มกจิ กรรมด้านการปอ้ งกันปัญหายาเสพติดที่โรงเรียนจัดขึ้น
2. ผลการตรวจสอบความสอดคล้องของรูปแบบการดำ� เนินงานป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด
ในกลุ่มเด็กและเยาวชน โดยการใช้เทคนิคเดลฟาย (Delphi Techniques) ในการตรวจสอบความ
สอดคล้องกบั ขอ้ มลู เชิงประจักษ์ พบว่า ประกอบดว้ ย 54 ข้อ ประกอบดว้ ย 1) ดา้ นการวางแผน จ�ำนวน
15 ข้อ 2) ด้านการปฏิบัตงิ าน จำ� นวน 34 ขอ้ และ 3) ดา้ นการติดตามประเมินผล จำ� นวน 5 ขอ้
3. ผลการจดั ทำ� คู่มอื การป้องกนั และแก้ไขปัญหายาเสพติดในกลมุ่ เดก็ และเยาวชนจากผลการ
ตรวจสอบความสอดคลอ้ งกบั ขอ้ มลู เชงิ ประจกั ษท์ ไี่ ด้ ผวู้ จิ ยั นำ� มาจดั หมวดหมู่ เพอื่ กำ� หนดเปน็ รปู แบบการ
ดำ� เนนิ การปอ้ งกนั แกป้ ญั หายาเสพตดิ ในกลมุ่ เดก็ และเยาวชนภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ตอนกลางและสรา้ ง
เป็นคู่มือวิธีการป้องกัน แก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชน ประกอบด้วย กิจกรรมหลัก 10
กจิ กรรม
ค�ำสำ� คัญ: การพฒั นารปู แบบ; การปอ้ งกนั ; แก้ไขปัญหา; ยาเสพตดิ ; เดก็ และเยาวชน
Abstract
The objectives of the research were 1) to develop a preventive and corrective
model for solving the problem of abusing drugs by the juveniles and youths in the North-
east, 2) to investigate the agreeability of the developed model with the actual data, and
3) to prepare a manual containing how to prevent and solve the problem of drug addic-
tion among the juveniles and youths in the area as mentioned. The research method
employed was the mixture between the quantitative and multi-cases studies of the same
case based on the questionnaire in terms of quantity and the interviewing of the persons
concerned and studying the related documents in terms of quality. The samples were
selected via the purposive sampling technique, and divided into three groups. The first
group comprised the administrators and teachers of the schools under the jurisdiction
of the Northeastern Secondary Education Offices in the provinces of Rio Et, Kalasin and
Mahasarakham, the second group consisted of the students of the same schools in the
area as mentioned above, and the third group encompassed 20 specialists who were
ปีที่ 19 ฉบับท่ี 3 (กรกฎาคม - กนั ยายน 2562) วารสารวิชาการธรรมทรรศน์ 217
long experienced in prevention and solution of the drug problem. The open-end and
five-rating scale questionnaires were used as tools to collect the information, and the
research process was carried out with the Delphi techniques. The questions were designed
to be centered on three fields of 1) planning, 2) implementation and 3) evaluation.
The research results revealed that: the preventive and corrective model for
solving the problem of abusing drugs by the juveniles and youths in the Northeast, which
was implemented through the three measures, namely, (1) planning, (2)implementation
and (3) evaluation was agreeably and suitably correlated with the actual data as col-
lected.
Keywords: Developed model; Prevention; Solution; Drugs; Juveniles and youths
1. บทน�ำ ของประเทศเพอื่ รองรบั การเขา้ สปู่ ระชาคมเศรษฐกจิ
อาเซียนระบุความสอดคล้องของโครงการวิจัยกับ
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นโยบายรฐั บาลนโยบายเรง่ ดว่ นทจ่ี ะเรมิ่ ดำ� เนนิ การ
ฉบบั ท่ี 11 (พ.ศ. 2555-2559) กำ� หนดนโยบายและ ในปีแรกก�ำหนดให้การแก้ไขและป้องกันปัญหายา
ยทุ ธศาสตรก์ ารวจิ ยั ของชาติ ฉบบั ที่ 8 (พ.ศ. 2555- เสพตดิ เปน็ วาระแหง่ ชาติ ซงึ่ สอดคลอ้ งกบั การวจิ ยั
2559) เก่ยี วกับปญั หายาเสพตดิ ความปลอดภัยใน ของมหาวทิ ยาลยั มหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั ระยะ 5 ปี
ชวี ติ และทรพั ยส์ นิ และปญั หาผมู้ อี ทิ ธพิ ล ประกอบดว้ ย พ.ศ. (2553-2557) ยทุ ธศาสตร์ท่ี 4 การวิจัยเพ่ือ
การวจิ ยั เกยี่ วกบั การพฒั นาเครอื ขา่ ยบรหิ ารจดั การ แกป้ ญั หาหรอื พัฒนาสังคมอย่างยง่ั ยนื
ปญั หายาเสพตดิ ระบคุ วามสอดคลอ้ งของโครงการ จะเห็นได้ว่า การแพร่ระบาดของยาเสพ
วิจัยกับกลุ่มเร่ืองที่ควรวิจัยเร่งด่วน ตามนโยบาย ติดได้เข้าสู่โรงเรียนและส่งผลกระทบต่อตัวผู้เรียน
และยทุ ธศาสตรก์ ารวจิ ยั ของชาติ (พ.ศ. 2555-2559) และบทบาทของโรงเรียนโดยตรง จากข้อมูลการ
การวิจัยเก่ียวกับการปฏิรูปการศึกษา การจัดการ ส�ำรวจพฤติกรรมการเก่ียวข้องกับยาเสพติดของ
ศกึ ษา และรปู แบบการศกึ ษาทเี่ ชอื่ มโยงสภู่ มู ปิ ญั ญา นกั เรยี นทวั่ ประเทศ ทสี่ ำ� นกั คณะกรรมการปอ้ งกนั
ทอ้ งถิ่น รวมท้ังการบรหิ ารจัดการการเรียนรรู้ ะบบ และปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ ร่วมกับมหา
เศรษฐกิจชุมชน และการพัฒนาระบบการเรียนรู้ วทิ ยาลยั อสั สมั ชญั ดำ� เนนิ การสำ� รวจนกั เรยี นตงั้ แต่
ด้วยตนเองเป้าประสงค์ ยกระดับคุณภาพและ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ถงึ ระดับปริญญาตรี ไดผ้ ล
มาตรฐานการศึกษา มีการพัฒนาการศึกษาที่ สรปุ คือ คนเกย่ี วขอ้ งกบั ยาเสพติด (ไมน่ ับรวมสุรา
สอดคล้องกับท้องถิ่นและความต้องการของ และบุหร่ี) ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่อยู่ในวัยเรียนช้ัน
ประเทศอนั นำ� ไปสกู่ ารสรา้ งเสรมิ ความเขม้ แขง็ ของ มัธยมศึกษาตอนต้นถึงมัธยมศึกษาตอนปลายคือ
สงั คมฐานความรใู้ นทกุ ระดบั และสรา้ งความพรอ้ ม
218 Dhammathas Academic Journal Vol. 19 No. 3 (July - September 2019)
ชว่ งอายขุ องผเู้ รยี นอยใู่ นชว่ งวยั รนุ่ ทม่ี คี วามอยากรู้ งานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
อยากลอง ยึดอิทธิพลของกลุ่มเพื่อนเป็นส�ำคัญ ในพน้ื ทีอ่ ำ� เภอเน้นหนัก เมอ่ื วันท่ี 15-16 ธันวาคม
ประกอบกบั ในชว่ งเร่ิมเขา้ สวู่ ัยรนุ่ น้นั ยงั เปน็ วัยท่มี ี 2556 ณ โรงแรมเจริญธานีขอนแกน่ อ�ำเภอเมอื ง
ความสบั สน ลงั เล และสงสยั ในการประพฤตปิ ฏบิ ตั ิ จังหวัดขอนแก่น เพื่อบูรณาการการท�ำงานและ
ตวั ใหเ้ หมาะสมกบั บทบาทหนา้ ทขี่ องตนเอง จากสถติ ิ แลกเปลย่ี นเรยี นรกู้ ารขบั เคลอ่ื นงานตามยทุ ธศาสตร์
ของกรมพนิ จิ ฯ พบวา่ ทผ่ี า่ นมามีคดเี ดก็ กระทำ� ผดิ พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด ให้บรรลุเป้าหมาย
มากวว่า 35,000 คดี เป็นคดีฐานความผิดเก่ียวกับ ตามแผนยุทธศาสตร์ฯ ในพื้นท่ีอ�ำเภอเน้นหนัก
ยาเสพติดให้โทษสูงมากท่ีสุด รองลงมาเป็นการ โดยประสานเจ้าหน้าท่ีท่ีเก่ียวข้องในอ�ำเภอ
กระท�ำผิดเก่ียวกับทรัพย์ ซึ่งปัญหาการติดยาเสพ ประกอบด้วย ผอ.ศพส.อ�ำเภอเน้นหนักเจ้าหน้าท่ี
ตดิ มากขน้ึ อยา่ งตอ่ เนอ่ื งโดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ กลมุ่ เดก็ ฝ่ายปราบปราม (ผู้ก�ำกับการสถานีต�ำรวจภูธร
และเยาวชนของประเทศไทยส่วนภาคตะวันออก อ�ำเภอ) และเจ้าหน้าที่ฝ่ายบ�ำบัดรักษายาเสพติด
เฉียงเหนือตอนกลาง ซ่ึงโรงเรียนที่เป็นกลุ่มเส่ียง อ�ำเภอ (สาธารณสุขอ�ำเภอ หรือเจ้าหน้าท่ีโรง
จังหวัดร้อยเอ็ดการวิเคราะห์พ้ืนที่เส่ียงที่มีปัญหา พยาบาล) ของอำ� เภอเนน้ หนกั รวมอำ� เภอละ 3 ราย
ยาเสพติดป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดพื้นท่ี เขา้ รว่ มการประชมุ ดงั กลา่ ว ทง้ั น้ี เพอื่ จะไดน้ ำ� ความ
การแพรร่ ะบาด และควรเฝา้ ระวงั 1) ยาบ้า มกี าร รู้ท่ีได้รับจากการประชุมมาใช้เป็นแนวทางการ
แพร่ระบาด (เสพ จ�ำหน่ายรายย่อย รายส�ำคัญ) ด�ำเนินงานในอ�ำเภอต่อไป (ศพส.จ.รอ.กพ.55)
ในพ้ืนที่ อ�ำเภอเมืองร้อยเอ็ด อ�ำเภอหนองพอก สพป.กาฬสนิ ธ์ุ เขต 1 ประชมุ ครโู รงเรยี นกลมุ่ เสยี่ ง
อ�ำเภอสุวรรณภูมิ อ�ำเภอโพนทอง อ�ำเภอเสลภูมิ และโรงเรียนที่อยู่ในพ้ืนท่ีสีแดง จ�ำนวน 60
อ�ำเภอเกษตรวสิ ัย อำ� เภอจตรุ พักตรพมิ าน อำ� เภอ โรงเรียน ในการคัดกรอง RE X-Ray นักเรียน
ธวัชบุรี และอ�ำเภอจังหาร ตามล�ำดับ 2) กัญชา ในสถานศึกษา เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับนักเรียน
มกี ารแพรร่ ะบาด (เสพขายรายยอ่ ย) ในพนื้ ทอี่ ำ� เภอ กลุ่มเสี่ยง และเกิดการแลกเปล่ียนเรียนรู้การ
เมืองร้อยเอ็ด อ�ำเภอสุวรรณภูมิ และอ�ำเภอจตุร ป้องกันการแพร่ระบาดของสารเสพติดในสถาน
พกั ตรพมิ าน ตามลำ� ดบั 3) สารระเหย (กาวอนิ ทรยี ์ ศึกษาส�ำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษา
สงั เคราะห)์ พน้ื ทแ่ี พรร่ ะบาดและควรระวงั อำ� เภอ กาฬสนิ ธุ์ เขต 1 (สพป.กาฬสินธุ์ เขต 1) ได้มีการ
เมืองร้อยเอ็ดพื้นที่อ�ำเภอเน้นหนัก จ�ำนวน 4 ประชุมการคัดกรอง RE-X-Ray นักเรียนในสถาน
อ�ำเภอ ประกอบดว้ ย อ�ำเภอเมืองร้อยเอด็ อำ� เภอ ศึกษาเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับนักเรียนกลุ่มเสี่ยง
โพนทอง อำ� เภอหนองพอก และอ�ำเภอสุวรรณภมู ิ ซ่ึง สพป.กาฬสินธุ์ เขต 1 จัดข้ึนเพื่อให้ครูจาก
การดำ� เนนิ งานในพนื้ ทอี่ ำ� เภอเนน้ หนกั ศพส.จ.รอ. โรงเรยี นขยายโอกาสทางการศึกษา จากโรงเรียนท่ี
และอ�ำเภอเน้นหนักท้ัง 4 อ�ำเภอ ได้เข้าร่วม คัดกรองแล้วพบกลุ่มเส่ียง จ�ำนวน 15 โรงเรียน
โครงการประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั กิ ารขบั เคลอื่ นการดำ� เนนิ โรงเรยี นทมี่ คี รตู ำ� รวจ หรอื ครแู ดร์ (D.A.E.R) เขา้ ไป
ปที ี่ 19 ฉบับท่ี 3 (กรกฎาคม - กันยายน 2562) วารสารวิชาการธรรมทรรศน์ 219
สอน จำ� นวน 11 โรงเรยี น และโรงเรยี นทมี่ นี กั เรยี น ต้านภัยยาเสพติดกิจกรรมจิตอาสา และบ�ำเพ็ญ
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 5-6 ที่อยใู่ นชมุ ชนพน้ื ที่สีแดง ประโยชนแ์ กส่ งั คม เปน็ ตน้ โครงการอบรมการตา้ น
(ชุมชนท่ีมีความเสี่ยงสูง) รวมท้ังส้ิน 60 โรงเรียน ภยั ยาเสพตดิ สำ� หรบั เดก็ และเยาวชน และโครงการ
60 คน ได้รบั ทราบขอ้ มูล ขา่ วสาร ตลอดจนการ อบรมรวมพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดอย่าง
ดแู ลนกั เรยี นของตนเองใหห้ ลกี ไกล หา่ งไกลยาเสพตดิ ยั่งยืนโดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา คือ
รวมถึงเกิดการแลกเปล่ียนเรียนรู้ด้านการแก้ไข ไตรสิกขา (ศลี สมาธิ และปัญญา) ในการขดั เกลา
ปัญหาสารเสพติดในสถานศึกษา การจัดท�ำแผน จิตใจของเด็กและเยาวชน ในการเปลี่ยนแปลง
บรู ณาการทกั ษะชวี ติ และการดำ� เนนิ งานทป่ี ระสบ พฤติกรรมให้เป็นคนดีของสังคมปัจจุบันรูปแบบ
ผลส�ำเร็จในแต่ละบทบาทของครู ผู้บริหาร การอบรม โครงการอบรมการต้านภัยยาเสพติด
ศึกษานิเทศก์ และของโครงการ D.A.R.E. (Drug ส�ำหรับเด็กและเยาวชน และโครงการอบรมรวม
Abuse Resistance Education) น�ำไปสู่การ พลงั แผน่ ดนิ เอาชนะยาเสพตดิ อยา่ งยงั่ ยนื เมอ่ื เดอื น
ปฏบิ ตั ขิ องสถานศกึ ษาทเี่ ขม้ แขง็ โดยมที มี ครตู ำ� รวจ มนี าคม ถงึ เดือน กรกฎาคม 2556 ทผี่ า่ นมา มีการ
(D.A.E.R) จากต�ำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ อบรมโครงการอบรมต้านภัยยาเสพติด ประจ�ำปี
โดยผบู้ งั คบั การต�ำรวจภูธรจงั หวดั กาฬสนิ ธ์ุ (สพป. 2556 ของโรงเรยี นในเขตจงั หวดั ร้อยเอ็ด โรงเรียน
กาฬสนิ ธ์ุ เขต 1) จงั หวดั มหาสารคาม เปดิ คา่ ยปรบั ในเขตจังหวัดศรีสะเกษ โรงเรียนในเขตจังหวัด
เปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเส่ียงและผู้เสพให้ห่างไกล มหาสารคาม และโรงเรียนในเขตจังหวัดสุรินทร์
จากยาเสพติดเป็นท่ียอมรับของสังคมพร้อมย้�ำ ได้ท�ำหนังสือขอความอนุเคราะห์ พระวิทยากร
ยาเสพตดิ ยงั คงเปน็ ปญั หาเรง่ ดว่ นทจี่ ะตอ้ งดำ� เนนิ วิทยากร และขอความอนุเคราะห์สถานท่ีของ
การเด็ดขาดอย่างต่อเน่ือง จังหวัดมหาสารคาม มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขต
โดยอำ� เภอเมอื งและอำ� เภอกนั ทรวชิ ยั เปดิ โครงการ รอ้ ยเอด็ โครงการการตา้ นภยั ยาเสพตดิ สำ� หรบั เดก็
คา่ ยปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรมของกลมุ่ เสย่ี งและผเู้ สพ และเยาวชน มีปญั หาเนอ่ื งจากการอบรม ไม่ดเี ท่า
ให้ ลด ละ เลิก ยาเสพติดทกุ ชนดิ และไมห่ นั กลบั ทคี่ วร อาจมาจากสาเหตุต่างๆ ท่ที ำ� ใหร้ ูปแบบการ
ไปยุง่ เก่ยี วอกี เป็นคนดีกลับส่สู งั คมและครอบครัว อบรมไมม่ ปี ระสทิ ธภิ าพเพราะเมอื่ เดก็ และเยาวชน
ที่วัดป่าบึงวังยาว บ้านวังยาว หมู่ 4 ต�ำบลเกิ้ง ผา่ นการอบรมแลว้ พฤตกิ รรมของเดก็ และเยาวชน
อ�ำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ศูนย์ปฏิบัติการ ไมม่ ีการเปลย่ี นแปลงเทา่ ทค่ี วรโดยสังเกตการณ์ได้
พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด อ�ำเภอเมือง จากการติดตามประเมินผล และการเฝ้าระวัง
มหาสารคาม (ต�ำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม 8 การสังเกตพฤติกรรมจากครอบครวั พ่อ แม่ เพ่ือน
กันยายน 2556) ท�ำให้รัฐบาลมีแผนและนโยบาย ครูอาจารย์ ในการติดตามและประเมินผล ดังน้ัน
การปฏบิ ตั กิ ารพลงั แผน่ ดนิ เอาชนะยาเสพตดิ อยา่ ง ทางคณะพระวิทยากร ผู้ปกครอง ครู อาจารย์
ยงั่ ยืน ปี 2556 ในรปู แบบต่างๆ เชน่ การเล่นกฬี า เจา้ หนา้ ทกี่ รมราชทณั ฑ์ และเจา้ หนา้ ทคี่ มุ ประพฤติ
220 Dhammathas Academic Journal Vol. 19 No. 3 (July - September 2019)
จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นต้น และคณะผู้เก่ียวข้องได้มี ปญั หายาเสพตดิ ในกลมุ่ เดก็ และเยาวชนภาคตะวนั
การปรึกษาหารือว่า จะท�ำอย่างไรที่จะท�ำให้การ ออกเฉยี งเหนอื ตอนกลาง
อบรมโครงการฯ แตล่ ะครงั้ ให้มีประสิทธิภาพมาก 2. เพ่ือตรวจสอบความสอดคล้องของ
ท่ีสุดในการเปล่ียนแปลงพฤติกรรมของเด็กและ รูปแบบวิธีการป้องกัน แก้ไขปัญหายาเสพติดใน
เยาวชนในระยะยาวที่ดีข้ึนต้องการท่ีจะพัฒนา กลุ่มเด็กและเยาวชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
รูปแบบวิธีการป้องกัน แก้ไขปัญหายาเสพติด ตอนกลาง ทีผ่ ูว้ ิจยั พฒั นาขน้ึ กับข้อมลู เชงิ ประจกั ษ์
ในกล่มุ เดก็ และเยาวชนเพอื่ ให้การอบรม กจิ กรรม 3. เพ่ือจัดท�ำคู่มือวิธีการป้องกันแก้ไข
อบรม หาแนวทาง ปรบั ปรงุ แกไ้ ข และการมสี ว่ น ปญั หายาเสพตดิ ในกลมุ่ เดก็ และเยาวชนภาคตะวนั
ร่วมของ สถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษา ออกเฉยี งเหนือตอนกลาง
สถาบันชุมชน และสถาบนั ศาสนาเพ่ือปรับเปลีย่ น
พฤติกรรมของเด็กและเยาวชน ให้มีคุณธรรม 3. วธิ ดี �ำเนนิ การวิจัย
จรยิ ธรรม เปน็ เยาวชนทด่ี ขี องครอบครวั และอยใู่ น
สังคมอยา่ งมีความสขุ การวิจัยคร้ังนี้เป็นการวิจัย เพ่ือพัฒนา
ดงั นน้ั จากปญั หาและความสำ� คญั ทก่ี ลา่ ว รูปแบบวิธีการป้องกัน แก้ไขปัญหายาเสพติด
มาในข้างต้น ผู้วิจัยในฐานะที่เป็นพระวิทยากร ในกลุ่มเด็กและเยาวชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
อบรม 1) โครงการต้านยาเสพติดของเด็กและ ตอนกลาง โดยมีจุดมุ่งหมายเฉพาะของการวิจัย
เยาวชน 2) โครงการอบรมพลังแผ่นดินเอาชนะ เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบอธิบายความสัมพันธ์
ยาเสพตดิ และ 3) โครงการอบรมศลี ธรรม คณุ ธรรม ระหวา่ งตัวแปรตน้ และตวั แปรตาม มีรายละเอียด
จรยิ ธรรมในการปอ้ งกนั และการแกไ้ ขปญั หายาเสพตดิ ในการด�ำเนินงาน ดังนี้
ผวู้ จิ ยั จงึ มคี วามสนใจทจี่ ะศกึ ษาการพฒั นารปู แบบ 1. ประชากรและกลุ่มเปา้ หมาย
วิธีการป้องกัน แก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มเด็ก 1.1 การวจิ ยั เชงิ ปรมิ าณ(Quantitative
และเยาวชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง Research) ตามวตั ถปุ ระสงคข์ อ้ ที่ 1 ประกอบดว้ ย
เพ่ือลดปัญหาการติดยาเสพติดในกลุ่มเด็กและ 1) ประชากร (Population) คอื กลมุ่ ท่ี 1 ผบู้ รหิ าร
เยาวชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง และครู ในโรงเรียนสังกัดส�ำนักงานเขตพ้ืนที่การ
ซ่ึงเป็นการตัดวงจรการแพร่ระบาดของยาเสพติด ศึกษามัธยมศึกษา เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
และเป็นรากฐานของการป้องกันปัญหายาเสพติด ตอนกลาง (จังหวัดร้อยเอด็ จังหวัดกาฬสนิ ธ์ุ และ
ของชาติต่อไป จงั หวัดมหาสารคาม) ที่เข้ารว่ มโครงการ กล่มุ ที่ 2
เดก็ และเยาวชนนกั เรยี นในโรงเรยี นสงั กดั สำ� นกั งาน
2. วตั ถปุ ระสงคข์ องการวิจัย เขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขตภาคตะวนั ออก
เฉียงเหนือตอนกลาง (จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัด
1. เพอ่ื พฒั นารปู แบบวธิ กี ารปอ้ งกนั แกไ้ ข กาฬสนิ ธ์ุ และจงั หวดั มหาสารคาม) เฉพาะกลมุ่ เดก็
ปที ่ี 19 ฉบับที่ 3 (กรกฎาคม - กนั ยายน 2562) วารสารวชิ าการธรรมทรรศน์ 221
และเยาวชนท่ีเป็นกลุ่มเสี่ยงท่ีมีลักษณะพฤติกรรม Research) ตามวตั ถปุ ระสงคข์ อ้ ท่ี 2 ประกอบดว้ ย
ทัศนคติ ค่านิยม โอกาสและเงื่อนไขปัจจัยในการ 1) ประชากร (Population) คือ ผ้เู ช่ยี วชาญ และ
ใช้ชีวิตท่ีมีโอกาส/แนวโน้มท่ีจะเข้าไปเก่ียวข้อง ผทู้ รงคณุ วฒุ ิ จำ� นวน 20 คน โดยเลอื กแบบเจาะจง
กับยาเสพติดมากกว่าบุคคลอ่ืน หรือตกอยู่ใน ซงึ่ เกณฑใ์ นการเลอื กผเู้ ชยี่ วชาญ และผทู้ รงคณุ วฒุ ิ
สภาวการณ์ท่ีมีแนวโน้มเข้าสู่การใช้ยาเสพติด แบง่ ออกเปน็ 3 กลมุ่ ดงั นี้ กลมุ่ ท่ี 1 ไดแ้ ก่ พระวทิ ยากร
มากกวา่ บคุ คลอนื่ ประกอบดว้ ย โรงเรยี นขตั ยิ ะวงษา และวิทยากรที่มีประสบการณ์ฝึกอบรมเกี่ยวกับ
จังหวัดร้อยเอ็ด โรงเรียนบ้านหนองไฮ จังหวัด ยาเสพติด จ�ำนวน 12 รูป/คน กลุ่มที่ 2 ได้แก่
มหาสารคาม โรงเรยี นรอ่ งค�ำ จังหวัดกาฬสินธแุ์ ละ ผบู้ รหิ าร ครู อาจารย์ ทที่ ำ� หนา้ ทเ่ี กย่ี วกบั การปอ้ งกนั
2) กลมุ่ ตัวอย่าง (Sample) คอื กล่มุ ที่ 1 ผบู้ ริหาร แก้ไขปัญหายาเสพติดหรือระบบดูแลช่วยเหลือ
และครูในโรงเรียนสังกัดส�ำนักงานเขตพ้ืนท่ีการ นักเรียนในสถานศึกษา จ�ำนวน 3 คนกลุ่มท่ี 3
ศึกษามัธยมศึกษา เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนารูปแบบ จ�ำนวน
ตอนกลาง (จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดกาฬสินธุ์และ 5 รูป/คน โดยการใช้เทคนิคเดลฟาย (Delphi
จงั หวดั มหาสารคาม) ทเ่ี ขา้ รว่ มโครงการ จำ� นวน 15 คน Technique) เลือกแบบเจาะจง (Purposive
กลมุ่ ที่ 2 เดก็ และเยาวชนนกั เรยี นในโรงเรยี น สงั กดั Method) ซ่ึงมีคุณสมบัติเป็นผู้มีประสบการณ์
ส�ำนักงานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษามัธยมศึกษา เขตภาค ท�ำงานเกย่ี วข้องกับการป้องกนั แก้ไขปญั หายาเสพ
ตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง (จังหวัดร้อยเอ็ด ตดิ มากกวา่ 10 ปขี น้ึ ไป เชน่ มปี ระสบการณใ์ นดา้ น
จังหวัดกาฬสนิ ธุ์ และจังหวดั มหาสารคาม) เฉพาะ การเป็นวิทยากรด้านการจัดกิจกรรมเพ่ือการ
กลุ่มเด็กและเยาวชนท่ีเป็นกลุ่มเส่ียงท่ีมีลักษณะ ป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด มีความ
พฤติกรรม ทัศนคติ ค่านิยม โอกาสและเง่ือนไข เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน ปฏิบัติหน้าท่ี
ปัจจัยในการใช้ชีวิตท่ีมีโอกาส/แนวโน้มท่ีจะเข้าไป เกย่ี วขอ้ งกับระบบดแู ลช่วยเหลอื นักเรยี นหรอื ฝ่าย
เกย่ี วขอ้ งกบั ยาเสพตดิ มากกวา่ บคุ คลอน่ื หรอื ตกอยู่ ปกครอง
ในสภาวการณ์ที่มีแนวโน้มเข้าสู่การใช้ยาเสพติด
มากกวา่ บคุ คลอน่ื ประกอบดว้ ย โรงเรยี นขตั ยิ ะวงษา 4. สรปุ ผลการวิจยั
จงั หวดั รอ้ ยเอด็ จำ� นวน 120 คน โรงเรยี นบา้ นหนองไฮ
จงั หวดั มหาสารคาม จำ� นวน 120 คน โรงเรยี นรอ่ งคำ� 1. รูปแบบวิธีการป้องกัน แก้ปัญหายา
จังหวัดกาฬสนิ ธ์ุ จำ� นวน 120 คน โดยใช้วิธีเลือก เสพตดิ ในกลมุ่ เดก็ และเยาวชนภาคตะวนั ออกเฉยี ง
แบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดยใชเ้ กณฑ์ เหนือตอนกลาง มีลักษณะดังนี้ จากผลการ
พิจารณาจากความสมัครใจของสถานศึกษาที่เข้า วเิ คราะหข์ อ้ มลู เบอ้ื งตน้ เกยี่ วกบั การพฒั นารปู แบบ
ร่วมโครงการ รวมทั้งส้ินจ�ำนวน 375 คน วิธีการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มเด็ก
1.2 การวจิ ยั เชงิ คณุ ภาพ (Qualitative และเยาวชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง
ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับระดับความเหมาะสมและ
222 Dhammathas Academic Journal Vol. 19 No. 3 (July - September 2019)
การปฏิบัติในการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มเด็กและ
ในกลุ่มเด็กและเยาวชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เยาวชน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง
ตอนกลาง ตามความเห็นของนักเรียนพบว่า ในประเด็นหลกั 3 ด้าน คอื 1) ดา้ นการวางแผน
ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ประเด็นที่มีความถี่ 2) ด้านการปฏิบัติงาน และ 3) ด้านการติดตาม
น้อยท่ีสุด คือ การเชิญผู้ปกครอง บิดา มารดา ประเมินผล ซ่ึงข้อมูลที่ได้ผู้วิจัยได้น�ำมาจัดหมวด
เข้าร่วมกิจกรรมด้านการป้องกันปัญหายาเสพติด หมโู่ ดยใช้เทคนคิ เดลฟาย (Delphi Techniques)
ทโ่ี รงเรยี นจดั ขนึ้ และควรจดั ใหม้ กี ารเผยแพรข่ อ้ มลู เพื่อก�ำหนดเป็นรูปแบบการด�ำเนินการป้องกัน
ข่าวสารสนเทศส่ือเอกสารและแผ่นพับเกี่ยวกับ แก้ปัญหายาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชน
ความรู้ด้านยาเสพติด และการมอี าจารย์ท่ปี รึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื ตอนกลาง
ปญั หาของนกั เรยี นและเกบ็ เปน็ ความลบั รองลงมา 3. คู่มือวิธีการป้องกัน แก้ไขปัญหา
คอื ส�ำหรับผบู้ ริหารและครู พบว่า ในภาพรวมอยู่ ยาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชนภาคตะวันออก
ในระดบั มากทสี่ ดุ ประเดน็ ทีม่ ีค่าความถี่น้อยทสี่ ุด เฉียงเหนือตอนกลาง ประกอบด้วย 10 กิจกรรม
คอื อาจารยเ์ ปดิ โอกาสใหน้ กั เรยี นมสี ว่ นรว่ มกำ� หนด ได้แก่ 1) การวางแผน ส�ำรวจสถานการณ์ปัญหา
มาตรการป้องกันปัญหายาเสพติดในโรงเรียน ยาเสพติดในบริเวณซ่ึงเป็นที่ตั้งของโรงเรียน
รองลงมาคือ ความรู้ด้านโทษพิษภัยและการ โดยเชิญตัวแทนจากส่วนราชการในพื้นท่ี เช่น
ป้องกันปัญหายาเสพติดในโรงเรียนและการเชิญ ต�ำรวจ ฝ่ายปกครอง ฝ่ายพัฒนาชุมชน และ
ผู้ปกครอง บิดา มารดาเข้าร่วมกิจกรรมด้านการ บุคลากรสาธารณสุข ร่วมประชุมกับโรงเรียน
ป้องกันปัญหายาเสพตดิ ทโ่ี รงเรียนจัดขนึ้ กำ� หนดนโยบายปอ้ งกนั ปญั หายาเสพตดิ ในโรงเรยี น
2. ผลการตรวจสอบความสอดคลอ้ งของ ให้มีความสอดคล้องกับนโยบายของชาติและ
รปู แบบการดำ� เนนิ งานปอ้ งกนั แกไ้ ขปญั หายาเสพตดิ แผนการศึกษาแห่งชาติ แต่งตั้งคณะกรรมการ
ในกลมุ่ เด็กและเยาวชน ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื รับผิดชอบด้านการป้องกันปัญหายาเสพติดใน
ตอนกลาง ท่ีผู้วจิ ัยพัฒนาข้นึ กับข้อมูลเชงิ ประจักษ์ โรงเรียนเพ่ือติดตามสถานการณ์ปัญหายาเสพติด
โดยผู้วิจัยได้ส�ำรวจความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ในโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง 2) ประสานความรว่ มมือ
จ�ำนวน 15 รูป/คน เป็นแบบสอบถามรอบที่ 1 กับองค์กรด้านการปราบปรามป้องกัน และบ�ำบัด
จากทั้งหมด 3 รอบในเทคนิคเดลฟาย (Delphi รกั ษาเพอ่ื เฝา้ ระวงั และชว่ ยเหลอื นกั เรยี นทป่ี ระสบ
Techniques) ที่ผู้วิจัยสร้างข้ึนหลังจากได้ส�ำรวจ ปัญหายาเสพติด เช่น การประชุมผู้น�ำชุมชนและ
สภาพปญั หาและความตอ้ งการเกยี่ วกบั การปอ้ งกนั เครือข่ายผู้ปกครอง เพื่อรับทราบปัญหาร่วมกัน
แก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชน และช่วยกันสอดส่องดูแลพฤติกรรมของนักเรียน
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง โดยมงุ่ สำ� รวจ 3) ประกาศกฎข้อห้าม และก�ำหนดบทลงโทษท่ี
ความคิดเห็นเก่ียวกับรูปแบบการด�ำเนินงาน ชัดเจน โดยช้ีแจงท�ำความเข้าใจให้ตรงกันกับครู
ปีที่ 19 ฉบับที่ 3 (กรกฎาคม - กนั ยายน 2562) วารสารวชิ าการธรรมทรรศน์ 223
เจ้าหน้าที่ และลูกจ้างของโรงเรียนโดยไม่น�ำบุหร่ี เยี่ยมบ้านนักเรียนเพ่ือวิเคราะห์ปัญหาสาเหตุ
สุราเข้ามาในโรงเรียน 4) ส่งเสริมการให้ความรู้ รว่ มกนั กบั ผปู้ กครอง อยา่ งนอ้ ยภาคเรยี นละหนง่ึ ครงั้
ในเรอื่ งพิษภยั ของบุหรี่และสรุ า แกน่ ักเรยี น ทงั้ ใน 10) การประเมินผลการด�ำเนินงานป้องกันและ
ชว่ั โมงเรียน และเชิญวทิ ยากรภายนอกมาบรรยาย แก้ไขปัญหายาเสพติดในโรงเรียน ด้วยวิธีประเมิน
พเิ ศษ 5) จดั ใหม้ รี ะบบดแู ลชว่ ยเหลอื นกั เรยี นอยา่ ง ผลทีห่ ลากหลาย เชน่ การสังเกตพฤตกิ รรม การใช้
ตอ่ เนอ่ื ง และรายงานพฤตกิ รรมนกั เรยี น เพอ่ื ประเมนิ แบบวัดความรู้และสอบถามข้อมูลนักเรียน
พฤตกิ รรมเสย่ี งของนกั เรยี น รายงานใหผ้ ปู้ กครองทราบ จากเพ่ือน ตลอดจนต้องด�ำเนินการอย่างต่อเนื่อง
และระบบการให้ค�ำปรึกษาเพื่อช่วยเหลือนักเรียน โดยกำ� หนดดชั นชี ว้ี ดั ถงึ ความสำ� เรจ็ ของการปอ้ งกนั
ที่ใช้บุหร่ีและสุรา โดยประสานความร่วมมือกับ ปัญหายาเสพติดในโรงเรียน ควรประกอบด้วย
แพทย์ นักจิตวิทยา และนักสังคมสงเคราะห์ 6) โรงเรียนมีมาตรการป้องกันปัญหายาเสพติดที่
ขอความรว่ มมอื รา้ นคา้ ในชมุ ชน ไมใ่ หจ้ ำ� หนา่ ยบหุ รี่ สามารถปฏิบัติได้ต่อเน่ือง โรงเรียนมีมาตรการที่
แก่นักเรียน 7) โครงการและกิจกรรมที่โรงเรียน สามารถแก้ไขและรองรับปัญหายาเสพติดแบบ
ควรจัดเพื่อป้องกันปัญหายาเสพติดในแต่ละปีการ เฉพาะหน้าได้ นักเรียนท่ีเป็นกลุ่มเสี่ยงมีจ�ำนวน
ศึกษา เช่น โครงการต้านยาเสพติดของเด็กและ น้อยลงหรือมีพฤติกรรมพัฒนาไปในทางที่ดี
เยาวชน โครงการอบรมพลังแผ่นดินเอาชนะ ไม่มีนักเรียนที่เสพยาเสพติดถ้ามีนักเรียนคนนั้น
ยาเสพติด โครงการอบรมศีลธรรม คุณธรรม ควรอยใู่ นระหวา่ งการบำ� บดั รกั ษาโดยโรงเรยี นตอ้ ง
จริยธรรมในการป้องกัน และการแก้ไขปัญหายา มขี ้อมูลความคืบหน้าของนักเรียน
เสพติด โครงการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดใน
วนั สำ� คญั ตา่ งๆ เชน่ วนั งดสบู บหุ รโ่ี ลก โครงการงาน 5. อภปิ รายผลการวิจัย
บญุ ปลอดสรุ าการพนนั โครงการเพอ่ื นเตอื นเพอื่ น/
ชมรมต่อต้านยาเสพติดในโรงเรียน โครงการเสียง 1. รูปแบบวิธีการป้องกัน แก้ปัญหายา
ตามสายใหค้ วามรเู้ รอื่ งยาเสพตดิ โครงการเพอ่ื นใจ เสพตดิ ในกลมุ่ เดก็ และเยาวชนภาคตะวนั ออกเฉยี ง
วยั ทนี /มมุ เพอื่ นเดก็ เปดิ โอกาสใหน้ กั เรยี นปรกึ ษา เหนือตอนกลาง พบว่า การเชิญผู้ปกครอง บิดา
ปญั หาต่างๆ โครงการดนตรี / กีฬาต้านยาเสพตดิ มารดาเข้าร่วมกิจกรรมด้านการป้องกันปัญหา
เพื่อเป็นกิจกรรมทางเลอื กของนักเรียน 8) กำ� หนด ยาเสพติดท่ีโรงเรียนจัดข้ึน ทั้งน้ีอาจเนื่องมาจาก
มาตรการป้องกันการลักลอบใช้ยาเสพติดของ ผู้ปกครองบิดามารดาไปท�ำงานต่างจังหวัดใน
นักเรียนในสถานที่ลับตา เช่น ห้องน้�ำ ห้องเรียน ตวั เมอื ง และให้เด็กอยู่กบั ตายายซงึ่ มอี ายมุ ากแล้ว
เวลาพักและมุมอับของตึก โรงเรียน ควรจัดให้มี ซึ่งมีความเส่ียงสูง ผู้บริหารและครูควรเปิดโอกาส
สารวัตรนักเรียนเปล่ียนเวรกันดูแล โดยมีครูฝ่าย ให้นักเรียนมีส่วนร่วมก�ำหนดมาตรการป้องกัน
ปกครองเป็นพ่ีเลี้ยง 9) โรงเรียนควรมีมาตรการ ปญั หายาเสพตดิ ในโรงเรยี นและใหค้ วามรดู้ า้ นโทษ
พษิ ภยั และการปอ้ งกนั ปญั หายาเสพตดิ ในโรงเรยี น
224 Dhammathas Academic Journal Vol. 19 No. 3 (July - September 2019)
และการเชิญผู้ปกครอง บิดา มารดาเข้าร่วม ยดื หยนุ่ สงู สามารถปรบั เปลย่ี นตามการเปลย่ี นแปลง
กจิ กรรมดา้ นการปอ้ งกนั ปญั หายาเสพตดิ ทโ่ี รงเรยี น ได้ตลอดเวลาจากหลักการติดต่อประสานงานโดย
จัดขนึ้ สอดคล้องกบั Kumpferl, et al. (1999) รูปแบบการป้องกันการใช้สารเสพติดในชุมชนที่
พบว่า การเสริมสร้างความเข็มแข็งของครอบครัว พัฒนาศักยภาพของสังคมของคนในชมุ ชน องคก์ ร
มผี ลตอ่ การปอ้ งกนั การใชส้ ารเสพตดิ จงึ ตอ้ งการจดั กลางของหน่วยงานของรัฐบาลกลางจัดหาบริการ
ทกั ษะใหแ้ กเ่ ดก็ วยั รนุ่ และครอบครวั เพอื่ ใหเ้ กดิ การ ใหแ้ กช่ มุ ชนตามความตอ้ งการของชมุ ชน สอดคลอ้ ง
ปรับพฤติกรรม เด็กวัยรุ่นเกิดกระบวนการเรียนรู้ กับ Szapoeznik, Pantin and Coatsworth
ทางสงั คม ครอบครวั เขา้ มามบี ทบาทในการเสรมิ สรา้ ง กลา่ ววา่ การควบคมุ ตนเองการไดร้ บั สัมพันธภาพ
ทักษะในการป้องกันปัญหาการใช้สารเสพติดแก่ ทด่ี รี ะหวา่ งโรงเรยี น ตลอดจนการประเมนิ เบอ้ื งตน้
เด็กวัยรุ่น และลดปัจจัยในการติดยาเสพติดลงได้ ในเดก็ วยั รนุ่ จากผดู้ แู ลหรอื บดิ ามารดาใชก้ ารสงั เกต
อีกยังเชื่อว่ากลวิธีในการจัดโปรแกรมต้องอาศัย ปฏิสัมพันธ์ระหว่างส่ิงที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัวของเด็ก
เทคนิคการสร้างสัมพันธภาพระหว่างครอบครัวใช้ วยั รุ่น ครอบครวั โรงเรยี น เพ่ือน ระบบสนบั สนุน
หลักการกระจายอ�ำนาจ สร้างทักษะการส่ือสารท่ี เป็นเชิงเครือข่าย เพ่ือให้เกิดการเปล่ียนแปลง
เป็นระบบภายในครอบครัว การจัดการปัญหา ปฏสิ มั พนั ธข์ องครอบครวั พอ่ แม่ และเดก็ วยั รนุ่ เชน่
ความขดั แยง้ และการสรา้ งเกราะปอ้ งกนั การใชส้ าร เดยี วกบั Botvin, et al. (1997) กลา่ ววา่ การฝกึ
เสพตดิ ในเดก็ วยั รนุ่ ตามบรบิ ทของสงั คมวฒั นธรรม อบรมทักษะการให้ความส�ำคัญกับบุคคลต่างวัย
ของเด็กวัยรุ่น จะช่วยให้เด็กวัยรุ่นปลอดภัยจาก เด็กวัยรุ่น กลุ่มเพื่อน โรงเรียนระหว่าง 10-13 ปี
การใชส้ ารเสพตดิ ไดแ้ ละการเผยแพรข่ อ้ มลู ขา่ วสาร โดยใช้หลักการจัดรูปแบบการจับคู่ในกลุ่มวัย
สนเทศสอ่ื เอกสารและแผน่ พบั เกยี่ วกบั ความรดู้ า้ น ตา่ งกนั ระหวา่ งผสู้ งู อายกุ บั เดก็ วยั รนุ่ มาทำ� กจิ กรรม
ยาเสพติด และการมีอาจารย์ท่ีปรึกษาปัญหาของ ร่วมกัน เพื่อลดช่องว่างระหว่างวัยและถือว่า
นักเรียนและเก็บเป็นความลับเช่นเดียวกับท่ี เปน็ การพฒั นารปู แบบการปอ้ งกนั การใชเ้ สพตดิ แก่
Roberts กลา่ ววา่ กระบวนการทางสงั คมทส่ี นบั สนนุ เด็กวัยรุ่นในความคิดเชิงบวก Urban health
และเกี่ยวข้องกับสารเสพติด โดยน�ำเอาเรื่องราว initiative (2000) ท่ีเสริมสร้างความเข้มแข็งของ
สถานการณช์ วี ติ เหตกุ ารณท์ เ่ี กยี่ วขอ้ งกบั สารเสพตดิ บคุ คล ครอบครัว และชุมชน ผสมผสานการรักษา
และพฤตกิ รรมทเ่ี ปลย่ี นแปลงไปของบคุ คลทอ่ี าศยั บ�ำบัด หรือการปราบปรามตามสภาพปัญหาของ
อยใู่ นชมุ ชนแออดั มาวเิ คราะหต์ ามบรบิ ทของขอ้ มลู พน้ื ท่แี ละกลุ่มคนดว้ ยกิจกรรมตา่ งๆ
พื้นฐานที่อยู่เพ่ือสร้างรูปแบบการป้องกันการใช้ 2. ผลการตรวจสอบความสอดคลอ้ งของ
สารเสพตดิ แกเ่ ดก็ วยั รนุ่ ในชมุ ชนแออดั เนน้ วฏั จกั ร รูปแบบวิธีการแก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มเด็ก
ข อ ง ชุ ม ช น เ ป ็ น ห ลั ก โ ด ย ใ ห ้ บ ริ ก า ร ต า ม ก า ร และเยาวชน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง
เปลย่ี นแปลงตามพลวตั รของชมุ ชนทเี่ กดิ ขนึ้ มคี วาม ผูว้ ิจัยพฒั นาข้นึ กับขอ้ มูลเชิงประจกั ษ์ พบวา่ ดา้ น
ปีที่ 19 ฉบบั ท่ี 3 (กรกฎาคม - กนั ยายน 2562) วารสารวชิ าการธรรมทรรศน์ 225
การวางแผนการพัฒนารูปแบบวิธีการแก้ไขปัญหา ฝ่ายปกครอง ฝ่ายพัฒนาชุมชน และบุคลากร
ยาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชน ภาคตะวันออก สาธารณสขุ รว่ มประชมุ กบั โรงเรยี นและ 5) ประชมุ
เฉียงเหนือตอนกลางด้านการวางแผน พบว่า ผู้ปกครองนักเรียนทุกระดับช้ัน เพื่อแจ้งแนวทาง
ผเู้ ชี่ยวชาญและผู้ทรงคณุ วฒุ ิ เห็นวา่ มีความเหมาะ การป้องกันปัญหายาเสพติดของโรงเรียน ให้รับ
สมสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ทุกข้อโดยใน ทราบ สอดคลอ้ งกบั Kumpferl, et al. (1999) คอื
ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 4.18 และเม่ือ การปอ้ งกนั ทคี่ รอบครวั (Family-focus) เปน็ รปู แบบ
พจิ ารณารายขอ้ พบวา่ ผเู้ ชย่ี วชาญและผทู้ รงคณุ วฒุ ิ เฉพาะกับผู้ท่ีเก่ียวข้องคือครอบครัวและเด็กวัยรุ่น
ไดใ้ ห้นำ้� หนักตามลำ� ดับความสำ� คญั ดงั นี้ 1) คณะ ทมี่ คี วามเสย่ี งสงู จงึ ตอ้ งอาศยั ระยะเวลาทย่ี าวนาน
ปฏบิ ตั งิ านดา้ นการปอ้ งกนั ปญั หายาเสพตดิ ในโรงเรยี น ในการเปล่ียนแปลงพฤติกรรม ซ่ึงเป็นรูปแบบที่มี
ควรประกอบดว้ ยครทู รี่ บั ผดิ ชอบงาน ยาเสพตดิ ครู กระบวนการเรยี นรบู้ นพนื้ ฐานสอดคลอ้ งกบั Ministry
แนะแนว และครูประจ�ำชั้นทุกระดับ 2) คณะ of Interior (2000) ได้ก�ำหนดยุทธศาสตร์การ
อ�ำนวยการและบริหารควรประกอบด้วยผู้อ�ำนวย ป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด แผนบริหารจัดการ
การโรงเรยี น ผชู้ ว่ ยผอู้ ำ� นวยการฝา่ ยปกครองและ/ อยา่ งบรู ณาการ มแี นวทางการดำ� เนนิ การ ประกอบ
หรอื ผชู้ ว่ ยผอู้ ำ� นวยการฝา่ ยกจิ การนกั เรยี นสอดคลอ้ ง ดว้ ย พัฒนา ปรับปรงุ ระบบบรหิ ารจดั การองคก์ ร
กบั ท่ี Office of Prevention and Suppression โดยเฉพาะศนู ยอ์ ำ� นวยการปอ้ งกนั และปราบปราม
of Drugs (2001) ได้ศึกษาการดำ� เนินงานปอ้ งกนั ยาเสพตดิ จงั หวดั ศนู ยอ์ ำ� นวยการปอ้ งกนั และแกไ้ ข
และแก้ไขปญั หายาเสพติด จำ� เปน็ ตอ้ งอาศัยความ ปัญหายาเสพตดิ กรุงเทพมหานคร ศูนย์ปฏบิ ตั ิการ
รว่ มมอื จากทกุ ภาคสว่ น ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาค ปอ้ งกนั และปราบปรามยาเสพตดิ อำ� เภอ และศนู ย์
เอกชน และประชาชนท่ัวไป โดยการด�ำเนินการ ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดและ
แบบบูรณาการมาตรการต่างๆ เข้าด้วยกันคือ พัฒนาบทบาทหน้าท่ีกระบวนการบริหารจัดการ
มาตรการป้องกัน มาตรการปราบปรามและ องค์กรปกครองท้องถิ่นในการป้องกันและแก้ไข
มาตรการบ�ำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด โดยใช้ ปัญหายาเสพติด การพัฒนาระบบการจัดท�ำแผน
มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็น ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
มาตรการปราบปรามยาเสพติด เพราะเปน็ การแก้ ปี 2559 และกระบวนการจดั ทำ� แผนและงบประมาณ
ปัญหาที่ต้นเหตุ อย่างแท้จริง 3) การสร้างความ ในระดับจงั หวัด การก�ำกับ ติดตาม การใช้จา่ ยงบ
เขา้ ใจแกน่ กั เรยี น โดยดำ� เนนิ การผา่ น สภานกั เรยี น ประมาณ การรายงานผลการด�ำเนินงานและ
หรอื นกั เรยี นแกนนำ� ทกุ ระดบั ชน้ั ดว้ ยวธิ จี ดั กจิ กรรม ประเมินผลการด�ำเนินงานของแผนโดยคณะ
ใหน้ กั เรยี นมสี ว่ นรว่ ม 4) สำ� รวจสถานการณป์ ญั หา อนุกรรมการ การพัฒนาระบบข้อมูลยาเสพติด
ยาเสพติดในบริเวณซ่ึงเป็นท่ีตั้งของโรงเรียนโดย ในระดบั จงั หวดั และอำ� เภอเพอื่ ชสี้ ถานการณป์ ญั หา
เชิญตัวแทนจากส่วนราชการในพ้ืนที่ เช่น ต�ำรวจ ยาเสพติด และพัฒนาระบบศูนย์ปฏิบัติการข้อมูล
226 Dhammathas Academic Journal Vol. 19 No. 3 (July - September 2019)
(War Room) ในทกุ ระดบั อยา่ งตอ่ เนอ่ื งการพฒั นา สพุ จน์ รม่ โพธเ์ ย็น (Romphoyen, 2011); ชวลติ
รูปแบบ และแนวทางการพัฒนาบุคลากร พัฒนา นกขุนทอง (Nokkhunthong, 2014) ได้แนวทาง
ระบบก�ำลังพลยาเสพติด เพื่อสร้างแรงจูงใจอย่าง ในการแกป้ ญั หาควรเนน้ ไปทส่ี ถาบนั ครอบครวั และ
เป็นธรรม การพฒั นาการวิจยั พฒั นาวชิ าการและ ชุมชน ในการที่จะรณรงค์ให้เกิดความตระหนักรู้
องคค์ วามรดู้ า้ นยาเสพตดิ ระบบขอ้ มลู เชงิ ปฏบิ ตั กิ าร ท�ำให้เกิดความอบอุ่นกลมเกลียวดูแลกันใน
ฐานข้อมูลยาเสพติด และการพัฒนาระบบการ ครอบครัวและการส่งเสริมสนับสนุนให้โอกาสใน
ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดอย่าง การประกอบสัมมาอาชีพให้กับเยาวชน เพ่ือไม่ให้
บรู ณาการ โดยใชจ้ งั หวดั นำ� รอ่ งเปน็ จงั หวดั ตน้ แบบ ว่างงานให้มีความรู้อย่างต่อเน่ือง สร้างสถาบัน
ดา้ นการปฏบิ ตั งิ าน การพฒั นารปู แบบวธิ กี ารแกไ้ ข ครอบครัวและชุมชนให้เข้มแข็ง โดยอาศัยความ
ปญั หายาเสพตดิ ในกลมุ่ เดก็ และเยาวชน ภาคตะวนั รว่ มมือกันทุกฝ่ายในพืน้ ทไี่ ดแ้ ก่ ผูน้ �ำทอ้ งถิ่น ผู้นำ�
ออกเฉียงเหนือตอนกลาง ด้านการปฏิบัติ พบว่า ศาสนา ผู้น�ำครอบครัว เพื่อสร้างครอบครัวและ
ผเู้ ชยี่ วชาญและผทู้ รงคณุ วฒุ เิ หน็ วา่ มคี วามเหมาะสม ชมุ ชนใหเ้ ขม้ แขง็ 4) เมอ่ื ชมุ ชนละแวกโรงเรยี นและ
สอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ทุกข้อโดยในภาพ โรงเรียนมีการแพร่ระบาดทั้งยาเสพติดที่ถูก
รวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉล่ีย 4.13 และเม่ือ กฎหมาย และผดิ กฎหมายแตใ่ นโรงเรยี นมกี ารแพร่
พจิ ารณารายขอ้ พบวา่ ผเู้ ชย่ี วชาญและผทู้ รงคณุ วฒุ ิ ระบาดของยาเสพติดประเภทถูกกฎหมาย เช่น
ไดใ้ หน้ ำ้� หนกั ตามลำ� ดบั ความสำ� คญั ดงั นี้ 1) บนั ทกึ บุหรี่ สุรา ประกาศกฎข้อห้ามโดยช้ีแจงท�ำความ
พฤติกรรมนักเรียนที่น�ำบุหรี่เข้ามาในโรงเรียน เข้าใจให้ตรงกันกับครู เจ้าหน้าท่ี และลูกจ้างของ
ตักเตือนและบอกบทลงโทษให้นักเรียนทราบเม่ือ โรงเรียนโดยไม่น�ำบุหรี่ และสุราเข้ามาในโรงเรียน
กระทำ� ผดิ ซำ้� 2) ครปู ระจำ� ชนั้ และครแู นะแนวตอ้ ง และ 5) ประกาศบทลงโทษส�ำหรับนักเรียนท่ีน�ำ
ให้ความใกล้ชิดเป็นกันเองกับนักเรียนท่ีสูบบุหรี่ บหุ ร่ี สรุ า และยาเสพตดิ เข้ามาในโรงเรียน โดยให้
เพ่ือหาแนวทางการช่วยเหลือต่อไป 3) ประสาน ชุมชนและนักเรียนสามารถมองเห็นประกาศได้
งานกับคณะกรรมการชุมชนเครือข่ายผู้ปกครอง อย่างท่ัวถึงสอคล้องกับโรบินสัน (Robinson,
เพ่ือช่วยกันสอดส่องดูแล สอดคล้องกับ Kiselica 2001) กลา่ วถงึ กระบวนการใหบ้ รกิ ารความรเู้ กย่ี วกบั
(2001) กล่าวถึง หลักการดูแลแบบองค์รวมเน้น ผลกระทบท่ีเกิดข้ึนของการใช้สารเสพตดิ ในชมุ ชน
การให้บริการด้านการป้องกันการใช้สารเสพติด โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะเข้าถึงเด็กวัยรุ่นท่ีใช้สารเสพ
ในเด็กวัยรุ่น ซึ่งบริการท่ีได้รับดังตัวอย่าง เช่น ติดโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ท่ีแสดงให้
การใหค้ �ำปรึกษาในวนั หยุดพกั ผอ่ น การใหบ้ รกิ าร เหน็ สภาพของรา่ งกายทีม่ สี ขุ ภาพดีและผลกระทบ
นนั ทนาการ การใหค้ ำ� ปรกึ ษาหางาน ใหค้ ำ� ปรกึ ษา จากสารเสพติด สอดคล้องกับนเรนทร์ ตุนทะกิจ
เรื่องท่ัวไปตามสภาพปัญหา ให้บริการตรวจรักษา ได้เสนอแนวทางในการป้องกันยาเสพติดในกลุ่ม
ฟรี ใหค้ ำ� ปรกึ ษาเรื่องกฎหมาย ซง่ึ สอดคลอ้ งกบั ที่ เสย่ี ง คอื การหาความรเู้ กยี่ วกบั โทษและพษิ ภยั ของ
ปที ่ี 19 ฉบับท่ี 3 (กรกฎาคม - กนั ยายน 2562) วารสารวิชาการธรรมทรรศน์ 227
ยาเสพติดแล้วเผยแพร่ความรู้ผ่านส่ือต่างๆ เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางด้านการ
อนิ เตอรเ์ นต็ วทิ ยุ โทรทศั นเ์ ปน็ ตน้ ในขณะทสี่ รุ เดช ติดตามและประเมินผล พบว่า ผู้เชี่ยวชาญและ
รอดจินดา วิจยั เกย่ี วกับปญั หาสารเสพติดในสถาน ผทู้ รงคณุ วฒุ เิ หน็ วา่ มคี วามเหมาะสมสอดคลอ้ งกบั
ศึกษา พบว่า สถานศึกษาควรให้ความรู้เกี่ยวกับ ข้อมูลเชิงประจักษ์ทุกข้อโดยในภาพรวมอยู่ใน
ลักษณะและโทษสารเสพติดแก่นักเรียน โดยวิธี ระดับมาก คา่ เฉล่ยี 4.16 และเมื่อพิจารณารายข้อ
สอดแทรกความรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ พบว่า ผู้เช่ียวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิได้ให้น้�ำหนัก
อย่างสม�่ำเสมอ สถานศึกษาควรมีระเบียบบังคับ ตามล�ำดับความส�ำคัญ ดังนี้ 1) การรายงาน
และบทลงโทษที่ชัดเจนและควรประชาสัมพันธ์ให้ พฤติกรรมนักเรียนที่ใช้ยาเสพติดต่อผู้ปกครอง
ครูในโรงเรียน ผู้ปกครอง และนักเรียนทราบ ควรด�ำเนินการด้วยการเชิญผู้ปกครองมาพบ
ส่วนในด้านการบ�ำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพ หลังจากรายงานให้ผู้บริหารทราบหากกรณี
อย่ใู นระดบั มากท่ีสุด คือ สถานศกึ ษาควรนำ� หลัก ท่ีผู้ปกครองเพิกเฉยให้ท�ำบันทึกปิดผนึกส่ง
ธรรมและจิตวิทยาในการบ�ำบัดรักษาผู้ติดสารเสพ ไปรษณยี ถ์ งึ ผปู้ กครองไดข้ อ้ มลู ทรี่ ายงานผปู้ กครอง
ติดเช่นเดียวกับที่วิเชียร สุวรรณสิทธิ์ (Suwansit, เป็นข้อมูลเดียวกันกับที่เสนอผู้บริหารโรงเรียน
2009) ได้ท�ำการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม 2) ครปู ระจำ� ชน้ั ครหู วั หนา้ สายชน้ั และครแู นะแนว
พฒั นาการมสี ว่ นรว่ มในการปอ้ งกนั ยาเสพตดิ พบวา่ ควรเป็นผตู้ ิดตามพฤตกิ รรมนักเรียนกลุ่มเส่ยี งและ
ความเข้าใจเรื่องยาเสพติดและความต้องการฝึก รายงานตอ่ ผบู้ รหิ ารโรงเรยี น 3) รายงานพฤตกิ รรม
อบรมการมีส่วนร่วมในการป้องกันยาเสพติดมี นักเรียนกลุ่มเสี่ยง ควรรายงานให้ ผู้อ�ำนวยการ
ความรู้ความเข้าใจในระดับต�่ำสอดคล้องกับ โรงเรยี น ผชู้ ว่ ยผอู้ ำ� นวยการฝา่ ยปกครอง และ/หรอื
แนวทางการแก้ปัญหายาเสพติดของ Office of ผู้ช่วยผู้อ�ำนวยการฝ่ายกิจการนักเรียนทราบการ
Prevention and Suppression of Drugs (2001) รายงานพฤติกรรมนักเรียนที่ใช้ยาเสพติดต่อ
ในการลดปญั หาการแพรร่ ะบาดของสารเสพตดิ ใน ผู้บรหิ ารโรงเรยี น และ 4) ดัชนีช้วี ดั ถึงความสำ� เร็จ
ชุมชน/หมู่บ้านสนับสนุนและส่งเสริมการด�ำเนิน ของการปอ้ งกันปญั หายาเสพติดในโรงเรยี น
การป้องกันและแก้ไขปัญหาสารเสพติดในชุมชน/
หมู่บ้านให้ประชาชนในระดับชุมชน/หมู่บ้านเป็น 6. ขอ้ เสนอแนะ
ผู้ด�ำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาสารเสพติด
ดว้ ยตนเอง โดยประสานขอความรว่ มมอื จากหนว่ ย 1. ข้อเสนอแนะเชงิ นโยบาย
งานภาครัฐและเอชน และประกาศเป็นหมู่บ้าน/ 1.1 ควรก�ำหนดนโยบายให้โรงเรียน
ชุมชนเฉลิมพระเกียรติปลอดสารเสพติด ด้านการ จัดท�ำแผนการป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด
ติดตาม และประเมินผลการพัฒนารูปแบบวิธีการ พรอ้ มจดั สรรงบประมาณและตดิ ตามผลการดำ� เนนิ
แก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชน งานอยา่ งตอ่ เน่ืองจริงจงั
1.2 ก�ำหนดให้มีหลักสูตรการเรียน
228 Dhammathas Academic Journal Vol. 19 No. 3 (July - September 2019)
การสอนเกี่ยวกับองค์ความรู้เร่ืองของยาเสพติด มสี ว่ นรว่ มของชมุ ชนในการปอ้ งกนั ปญั หายาเสพตดิ
การป้องกันและการแก้ปัญหาในระดับชั้นท่ีเหมาะ ในชมุ ชนอน่ื ๆ ในสว่ นกลาง หรอื ชมุ ชนอนื่ ๆ ในสว่ น
สมตอ่ ไปเพอื่ ใหน้ กั เรยี นมที กั ษะชวี ติ มภี มู คิ มุ้ กนั ใน ภูมิภาค เพราะมิติต่างๆ ของแต่ละชุมชนอาจไม่
การปอ้ งกันและแกป้ ญั หายาเสพติด เหมอื นกนั ทำ� ใหไ้ ดร้ ปู แบบและวธิ กี ารอน่ื ทสี่ ามารถ
2. ขอ้ เสนอแนะส�ำหรบั ผู้ปฏิบตั ิ น�ำมาประยุกตใ์ ช้ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
2.1 ควรสรา้ งขวญั และกำ� ลงั ใจใหค้ รู 3.2 ควรมีการศึกษาวิจัยกับกลุ่มเจ้า
ผปู้ ฏบิ ตั งิ านด้านยาเสพติด หนา้ ทท่ี มี่ บี ทบาทหนา้ ทโี่ ดยตรงและมคี วามใกลช้ ดิ
2.2 ผบู้ รหิ าร ครู ผปู้ กครอง ตอ้ งเปน็ กบั ประชาชนมากทสี่ ดุ เชน่ ขา้ ราชการฝา่ ยปกครอง
แบบอย่างที่ดี มีความตระหนัก ร่วมมือกับหน่วย ขา้ ราชการตำ� รวจ เจา้ หนา้ ทท่ี ปี่ ฏบิ ตั งิ านดา้ นยาเสพ
งานทเี่ กยี่ วขอ้ งในการขบั เคลอ่ื นเพอ่ื ปอ้ งกนั และแก้ ตดิ เพอ่ื เปน็ การสะทอ้ นใหฝ้ า่ ยเจา้ หนา้ ท่ี ของรฐั ได้
ปญั หายาเสพตดิ ร่วมกัน รบั ทราบขอ้ มลู ทงั้ สองดา้ น ทง้ั ดา้ นความสำ� เรจ็ และ
3. ข้อเสนอแนะส�ำหรับการวิจัยตอ่ ไป ดา้ นความลม้ เหลวขอ้ เสนอแนะแนวทาง ตลอดจน
3.1 ควรศกึ ษาการพฒั นารปู แบบการ ความเขา้ ใจถงึ บทบาทหนา้ ทีภ่ ารกจิ ของตนเอง
References
Botvin, G.J., et al. (1995). Life Skill Training. http://www.life skill straining.com,abstract.
html (Accessed 29 March 2001).
Kiselica, S.M. (2001). The keys to effective helping with intercity adolescent males:
providing holistic service safety and expanded life option. http://web.indstate.
edu (Accessed 29 March 2001).
Kumpferl, et al. (1999). Family focused substance abuse prevention: what has been
learned from other fields. http://www.nida,nih.gov (Accessed 29 March 2001).
Ministry of Public Health. (2000). Guidelines for Surveying Health-Related Behaviors of
Students in the Provincial Secondary Schools in the Academic Year 2000. Bangkok
: Chumnumsahakorn Press.
Nokkhunthong, J. (2014). Studying the Problems and Guidelines for Prevention of Drug
Addiction in the Secondary Schools under the Office of the Secondary Education
Area II. M.A. Degree. Educational Administration Program. Graduate School :
Rajabhat University of Sri Ayutthaya Province.
ปีท่ี 19 ฉบบั ท่ี 3 (กรกฎาคม - กนั ยายน 2562) วารสารวชิ าการธรรมทรรศน์ 229
Office of Prevention and Suppression of Drugs. (2001). Journal of the Office of Prevention
and Suppression of Drugs (September 1999-February 2000). http://web.indstate.
edu (Accessed 29 March 2001).
Robinson, D.J. (2001). ASAP Program Information. http//asap.bsd.Uchicago.edu/asapprogram.
html.29/03/2544 (Accessed 29 March 2001).
Romphoyen, S. (2011). Guidelines for Prevention of Drug Addiction in Ta Se Sub-District,
Mueang District, Yala Province. M.A. Degree Local Administration Program. Graduate
School : Khonkaen University.
Suwansit, W. (2009). Development of Curriculum on Participatory Prevention of Drug Ad-
diction for the Inmates of Chumphon Provincial Prison. M.A. Degree Social Science
for Development Program. Graduate School : Rajabhat University of Surat Thani.
Urban Health Initiative. (2000). Substance abuse prevention. http://aspe.hhs.gov (Accessed
28 March 2001).
การอธษิ ฐานจติ ในพระพุทธศาสนากบั การด�ำเนนิ ชีวิตประจ�ำวัน*
A Prayer in Buddhism and Daily Life
พระมหาเชาวฤทธิ์ นรินฺโท (ทรัพย์สวสั ด์)ิ
Phramaha Chawarit Narintho (Sapsawat)
มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแกน่
Mahachulalongkornrajavidyalaya University, KhonKaen Campus, Thailand
E-mail: [email protected]
บทคัดยอ่
การอธษิ ฐานเปน็ หน่ึงในบารมี 10 ในพระพุทธศาสนาจงึ ถอื วา่ มีความสำ� คัญต่อการปฏบิ ตั หิ น้าท่ี
เพอ่ื ใหบ้ รรลเุ ปา้ หมายและการไปสจู่ ดุ หมายสงู สดุ ในชวี ติ เปน็ การตงั้ ความปรารถนาและการตง้ั จดุ หมายไว้
แล้วก็ด�ำเนินตามจุดหมายที่วางไว้โดยใช้ตนเองเป็นผู้กระท�ำ มิได้อาศัยบุคคลอื่นเป็นเหตุให้ได้บรรลุ
จดุ หมาย การอธษิ ฐานตามหลกั ของพระพทุ ธศาสนา หมายถงึ การตง้ั ใจเพอื่ จะทำ� สง่ิ ใดสง่ิ หนงึ่ หรอื เพอ่ื จะ
เป็นอะไรด้วยจิตใจอันแน่วแน่มั่นคงมุ่งตรงต่อจุดหมาย กล่าวคือ การที่ทุกคนจะประสบความส�ำเร็จได้
ก็ตอ้ งมีความตง้ั ใจ มกี ารกำ� หนดจดุ มงุ่ หมายท่ชี ัดเจนและดำ� เนินไปตามนน้ั อยา่ งแน่วแนจ่ ึงจะสำ� เร็จได้
คำ� ส�ำคญั : การอธิษฐานจติ ; การด�ำเนนิ ชีวิตประจำ� วนั
Abstract
A Prayer is one of the ten perfections in Buddhism; therefore, it is important to
perform the duty to achieve the goal and to reach the ultimate goal in life. It is to set a
desire and to set a goal, and to pursue the goal by your self not depending on others to
achieve a goal. Prayer in accordance with the principle of Buddhism means intention to
do something or to be something with a stable mind and aiming at the destination.
In other words, everyone who will be successful must have the intention and clear
purpose, and follow it decidedly to be successful.
Keywords: A Prayer; Daily Life
* ไดร้ บั บทความ: 2 พฤศจิกายน 2561; แก้ไขบทความ: 13 กนั ยายน 2562; ตอบรับตีพมิ พ์: 17 กนั ยายน 2562
Received: November 2, 2018; Revised: September 18, 2019; Accepted: September 17, 2019
244 Dhammathas Academic Journal Vol. 19 No. 3 (July - September 2019)
1. บทนำ� พระศาสนานั้นเป็นการมุ่งถึงการบรรลุธรรมโดย
การบ�ำเพ็ญหรือการสั่งสมบารมีจากการศึกษา
สังคมไทยมีความผูกพันกับพระพุทธ เก่ียวกับการอธิษฐานจิตน้ัน เราจะพบว่าการ
ศาสนามาชา้ นานและไดม้ กี ารสงั่ สมปลกู ฝงั ความดี อธิษฐานจิตแต่ละข้อทางพระพุทธศาสนาน้ัน
ด้วยความศรัทธาความเชื่อให้กับกุลบุตรกุลธิดา ถือว่าเป็นส่ิงที่มีคุณค่าประกอบไปด้วยหลักการ
ในเร่ืองผลบุญกุศลอันจะน�ำมา ซึ่งประโยชน์สุข อันจะน�ำไปสู่ความส�ำเร็จคือเป้าหมายแห่งการ
ของตนเองของบุคคลในชาติน้ีและชาติหน้า บรรลธุ รรมแทบทง้ั สนิ้ ดงั เชน่ การบำ� เพญ็ อธษิ ฐาน
เรียกวา่ เป็นครอบครวั การสรา้ งบุญบารมีเป็นส่ิงท่ี บารมี ซ่ึงเป็นบารมีข้อที่ 8 ในบารมี 10 ทัศ
สามารถก่อให้เกิดความส�ำเร็จหรือประโยชน์กับ การตั้งจิตอธิษฐานถือว่า มีความเก่ียวเน่ืองกับ
ชีวิตได้เพื่อบรรลุซ่ึงจุดหมายอันสูงสุด (Phra วิถีชีวิตของมนุษย์ ทั้งน้ีเพราะมนุษย์โดยท่ัวไป
Brahmagunabhorn (P.A. Payutto), 2009 : มกั จะเปน็ ผทู้ ชี่ อบแสวงหาทพี่ งึ่ และมกั จะอธษิ ฐาน
239) ที่ตนได้ตั้งจิตอธิษฐานไว้ ในปัจจุบันคน เพ่ือขอให้เกิดในสิ่งท่ีตนเองต้องการ พระพุทธ
ส่วนใหญ่เข้าใจความหมายของค�ำว่า “อธิษฐาน” ศาสนาสอนใหม้ นษุ ยร์ จู้ กั การบำ� เพญ็ อธษิ ฐานบารมี
ในแง่ที่หมายถึงการอ้อนวอนบนบานสานกล่าว เพ่ือสร้างความดีเราจะพบว่า แนวความคิดเร่ือง
เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของตนได้ อธษิ ฐานจติ นนั้ เปน็ แนวคดิ ทน่ี ำ� ไปปฏบิ ตั เิ พอื่ ทจี่ ะ
(Phromthuan, 2011 : 22 ) ดังปรากฏในการให้ ก่อให้เกิดผลคือการส่ังสมบารมีและคนในสังคมให้
ความหมายของพจนานุกรมได้ให้ความหมายว่า มคี วามเชอื่ มนั่ กบั การทำ� ในสง่ิ ทดี่ งี าม ซงึ่ เราจะพบวา่
“ต้ังจิตขอร้องต่อสิ่งที่ตนถือว่าศักด์ิสิทธิ์เพ่ือผล หลักธรรมค�ำสอนของพระพุทธศาสนาน้ันได้มี
อย่างใดอย่างหนงึ่ (The Royal Institute, 2003 : อิทธิพลความเชื่อต่อวิถีชีวิตและการปฏิบัติตนใน
2324) สังคมไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการทำ� ความดี
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันนี้ เมื่อกล่าวถึง หรือการสั่งสมความดีทั้งในการบรรลุธรรมดัง
คำ� วา่ อธษิ ฐานหรอื การตง้ั จติ อธษิ ฐานในสงั คมไทย ปรากฏกรณีการบ�ำเพ็ญอธิษฐานบารมีของบรรดา
แม้จะทราบกันดีว่า มีความยึดมั่นในค�ำสอนของ พระโพธิสัตว์ท่ีได้บ�ำเพ็ญไว้ในแต่ละภพแต่ละชาติ
พระพุทธศาสนา แต่ถึงอย่างน้ันก็ยังมีความเข้าใจ น้ันย่อมสั่งสมต่อเน่ืองไปถึงภพชาติต่อๆ ไป
ผิดในเร่ืองของการอธิษฐานจิตอยู่ ก็เข้าใจผิดว่า จนกระทง่ั ถงึ ความสมบรู ณบ์ รบิ รู ณ์ (Phrakrupalad
การอธิษฐาน คือ การขอพรจากส่ิงศักดิ์สิทธ์ิ Somchai Kittakutto (Chomchan), 2009 : 2)
ซึ่งการปฏิบัติเช่นนั้นย่อมก่อให้เกิดความเข้าใจ จากหลักการและเหตุผลดังที่ได้กล่าวมา
ผดิ พลาดในทางดา้ นการวางกรอบแนวคดิ ตอ่ ระบบ ผู้เขียนจึงมีความประสงค์ที่อยากจะน�ำเสนอ
ค�ำสอนของพระพุทธศาสนา การอธิษฐานดังท่ีได้ เก่ียวกับการตั้งจิตอธิษฐานตามหลักทางพระพุทธ
กล่าวมาแล้วถึงจะไม่ใช่ความเข้าใจของคนไทย ศาสนาน้ีเพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงทั้งในส่วนที่เป็น
ท้ังหมดแต่ก็เป็นส่วนมากเป้าหมายสูงสุดทาง
ปที ่ี 19 ฉบับที่ 3 (กรกฎาคม - กนั ยายน 2562) วารสารวิชาการธรรมทรรศน์ 245
ข้อมูลจากคัมภีร์พระพุทธศาสนาและแหล่งข้อมูล อยา่ งชดั เจน 3) การตง้ั จดุ ประสงคไ์ วใ้ นใจเปน็ ทน่ี า่
อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอธิษฐานจิตตามหลักทาง สังเกตความหมายของค�ำว่าอธิษฐานตามรูปศัพท์
พระพทุ ธศาสนา ซง่ึ ผเู้ ขียนหวังว่าเนอ้ื หาสาระของ และค�ำที่เป็นไวพจน์ของอธิษฐาน ไม่มีหลักฐาน
บทความนค้ี งจะเปน็ ประโยชนต์ อ่ ผศู้ กึ ษาหลกั ธรรม ที่แสดงความหมายอันเก่ียวกับการอ้อนวอน
ในพระพุทธศาสนาและผู้สนใจในหลักค�ำสอนของ ซ่ึงเป็นความเข้าใจคลาดเคล่ือนเลยแม้แต่น้อย
พระพทุ ธศาสนาในเรอื่ งอธษิ ฐานจติ ในโอกาสตอ่ ไป ในพจนานุกรมพุทธศาสตร์ฉบับประมวลธรรมได้
นิยามค�ำว่า “อธิษฐาน” หมายถึง ความต้ังใจมั่น
2. แนวคิดเก่ียวกับการอธิษฐานในคัมภีร์ การตัดสินใจเด็ดเดี่ยววางจุดหมายแห่งการกระท�ำ
พระพุทธศาสนา ของตนไว้แน่นอนและด�ำเนินตามนั้นแน่วแน่
สว่ นในพจนานกุ รมฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน ไดน้ ยิ าม
พระพุทธศาสนาเถรวาทนั้น มีแนวทาง ความหมายของอธิษฐานว่า หมายถึง การตั้งใจ
แหง่ การสรา้ งกศุ ลคณุ งามความดไี ดห้ ลากหลายวธิ ี มุ่งผลอย่างใดอย่างหน่ึง ตั้งจิตปรารถนา ตั้งจิต
และการทเ่ี ราตงั้ จติ มนั่ ประกอบอยใู่ นคณุ ความดนี น้ั ขอร้องต่อส่ิงท่ีตนถือว่าศักด์ิสิทธิ์เพื่อผลอย่างใด
เรยี กวา่ จติ เปน็ กศุ ลสามารถทำ� ใหส้ มความปรารถนา อย่างหน่ึง จากความหมายข้างต้นนั้นเราจะพบว่า
ในส่ิงท่ีตนเองมุ่งหวังและส�ำเร็จประโยชน์ได้ ความหมายของค�ำว่า อธิษฐานตามพจนานุกรม
โดยการหม่ันประกอบและการต้ังใจกระท�ำใน ที่เก่ียวกับพระพุทธศาสนาจะให้ความหมายไปใน
สิง่ น้ันๆ ดังปรากฏในคัมภรี พ์ ระพุทธศาสนาดังน้ี ท�ำนองเดียวกับความหมายในคัมภีร์พระพุทธ
1. ความหมายของการอธิษฐานตาม ศาสนา แต่ถ้าหากเป็นพจนานุกรมฉบับร่วมสมัย
รูปศัพทค์ ำ� ว่า “อธิษฐาน” มรี ปู ศพั ท์ตามทีป่ รากฏ จะให้ความหมายของค�ำว่าอธิษฐานที่เปลี่ยนไป
ในภาษาบาลีนั้นมาจากค�ำวา่ อธิ บทหนา้ า ธาตุ โดยจะเป็นการให้ความหมายที่โน้มเอียงไปตาม
ลงยปุ จั จยั ซง่ึ เปน็ คำ� กริ ยิ า คอื “อธฏิ ฺ หต”ิ สว่ นคำ� วา่ ความเขา้ ใจของคนในสงั คมมากกวา่ ทจ่ี ะยดึ โยงตาม
“การอธิษฐาน” เป็นค�ำนาม มีความหมายว่าการ ความหมายท่ีปรากฏในคัมภีร์เท่านั้น กล่าวคือ
ยืนหยัดอยู่กับส่ิงใดสิ่งหนึ่งการก�ำหนดความตั้งใจ การอธบิ ายคำ� วา่ อธษิ ฐานหมายถงึ การตงั้ จติ ขอรอ้ ง
รวมท้ังความคิดหรือความรู้สึกของตนเองอยู่กับ ตอ่ สง่ิ ทตี่ นถอื วา่ ศกั ดส์ิ ทิ ธเิ์ พอื่ ผลอยา่ งใดอยา่ งหนงึ่
สิ่งใดสิ่งหน่ึงอย่างม่ันคง การต้ังใจปฏิบัติการหรือ เทา่ น้ัน
ด�ำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามท่ีตนเองก�ำหนด 2. การอธิษฐานจิตความหมายในพระ
อย่างมั่นคง นอกจากน้ียังหมายถึงการตัดสินใจ ไตรปิฎก พบว่ามีการใช้ค�ำน้ี 2 ความหมาย คือ
อย่างเด็ดเด่ียว การก�ำหนดใจตนเองให้มั่นคงการ ทางพระวินัย และทางธรรม ได้แก่
ให้ความเห็นชอบอยา่ งจริงใจ การอธิษฐานมีความ 2.1 ความหมายทางพระวินัยค�ำว่า
หมายดังนี้ คือ 1) ความต้ังใจม่ันในการท�ำสิ่งใด “อธษิ ฐาน” ตามความหมายในพระวนิ ยั มกี ารใช้ 2
ส่ิงหน่ึงอย่างเด็ดเด่ียว 2) การก�ำหนดจุดมุ่งหมาย
246 Dhammathas Academic Journal Vol. 19 No. 3 (July - September 2019)
ส่วนด้วยกัน คือ ส่วนที่เป็นสิกขาบทเกี่ยวกับการ ธรรมมงุ่ ไปทกี่ ารตง้ั ใจจะทำ� สงิ่ ใดสง่ิ หนง่ึ เปน็ สำ� คญั
ใช้สอยบริขารของภิกษุและส่วนที่เป็นสังฆกรรม มีท้ังส่วนที่เป็นหัวข้อธรรม และส่วนท่ีเป็นบารมี
ของสงฆ์ส่วนที่เป็นสิกขาบทเก่ียวกับการใช้สอย สว่ นทเี่ ปน็ หลกั ธรรมทา่ นไดก้ ลา่ วถงึ อธษิ ฐานธรรม
บรขิ ารของพระภกิ ษุ คำ� วา่ อธษิ ฐานในพระวนิ ยั ปฎิ ก คือ ธรรมที่ควรตั้งไว้ในใจมี 4 ประการ ได้แก่
ส่วนท่ีเก่ียวกับสิกขาบทมีความหมายว่า การต้ัง ปัญญาธิษฐาน สัจจาธิษฐาน จาคาธิษฐานและ
เอาไว้หรือตั้งใจก�ำหนดเอาไว้ ได้แก่ ตั้งใจก�ำหนด อุปสมาธิษฐาน
เอาไว้ว่าจะใช้เป็นของประจ�ำตัวชนิดนั้นๆ เช่น ส่วนค�ำว่า อธิษฐานท่ีเป็นบารมี รู้จักกัน
ไตรจีวร บาตร ซ่ึงมีวิธีอธิษฐานโดยการใช้กายคือ โดยทว่ั ไปวา่ เปน็ หนง่ึ ในบารมี 10 ขอ้ ทพี่ ระโพธสิ ตั ว์
มอื สมั ผัสหรอื เปล่งวาจาก็ได้ ส่วนมากพบในนิสสัค จะตอ้ งบำ� เพญ็ เพอ่ื ใหบ้ รรลถุ งึ ความเปน็ พระพทุ ธเจา้
คิยกัณฑ์ เช่น การอธิษฐานอัฐบริขารคือของใช้ โดยเฉพาะทศชาตชิ าดก ซึ่งถอื เป็นชาดกทคี่ นไทย
ท่จี ำ� เปน็ สำ� หรับพระภกิ ษุ 8 อยา่ ง ไดแ้ ก่ สบงจีวร มีความคุ้นเคยพระชาติท่ีปรากฏในทศชาติชาดก
สังฆาฏิ บาตร มีดโกน เขม็ ประคดเอว กระบอก วา่ พระโพธสิ ตั วบ์ ำ� เพญ็ อธษิ ฐานบารมี คอื พระชาติ
กรองนำ้� (ธมกรก) เปน็ ตน้ อฐั บรขิ ารนค้ี วรอธษิ ฐาน ที่เป็นพระเนมิราช (Mahachulalongkorn
ก่อนแลว้ จงึ ใชส้ อยได้ เพอ่ื ใหเ้ ป็นประโยชน์ตอ่ การ rajavidyalaya, 1996)
ประพฤติปฏิบัติของภิกษุตามพระธรรมวินัยใน 3. ลกั ษณะของการอธิษฐาน
ฐานะทเี่ ปน็ บรรพชติ ซง่ึ จะตอ้ งเปน็ อยงู่ า่ ย มกั นอ้ ย 3.1 การต้ังจิตอธิษฐานต้องมีความ
สันโดษ ไม่แสวงหาเกินความจ�ำเป็น เพราะการ ต้ังใจแน่วแน่ในการบ�ำเพ็ญคุณงามความดี ไม่ได้
อธิษฐานบริขารท�ำให้ภิกษุเกิดความย้ังคิดขึ้นว่า ตง้ั ใจเพอื่ เหน็ แกท่ รพั ยส์ นิ หรอื คนรกั ภารกจิ ทต่ี ง้ั ใจ
จะตอ้ งใชข้ องชนิ้ นน้ั ๆ ตามทตี่ นอธษิ ฐาน เชน่ ภกิ ษุ จะไมล่ ม้ เลกิ กลางคัน การตงั้ จิตอธิษฐานสนับสนุน
อธษิ ฐานบาตรใบไหนกต็ อ้ งใชบ้ าตรใบนนั้ บาตรอนื่ ให้เกดิ ความมั่นคงในการทำ� ความดี
ท่ีได้มาก็ต้องสละไป ถ้าไม่สละก็เป็นอาบัติ มิใช่ 3.2 การอธษิ ฐาน คอื มีความมงุ่ มัน่
เพียงแต่อัฐบริขารเท่านั้นที่พระภิกษุต้องอธิษฐาน ในการบ�ำเพ็ญ ถงึ แมอ้ าจตอ้ งมอี นั ตรายตอ่ อวัยวะ
แม้ของใช้อื่นๆ ของภิกษุพระผู้มีพระภาคทรง ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ตัวอย่างที่แสดง คือ
บญั ญตั วิ ่า ตอ้ งอธิษฐานกอ่ น แล้วจงึ จะใช้ได้ เช่น ในภพท่ีพระพุทธองค์เป็นมาตังคชฏิล และช้าง
ผา้ อาบนำ�้ ฝน ผา้ ปนู งั่ ผา้ ปนู อน ผา้ ปดิ ฝี ผา้ เชด็ ปาก มาตงั คะ
หรอื ผา้ บรขิ ารอนื่ ตอ้ งอธษิ ฐานทงั้ หมด เชน่ เดยี วกนั 3.3 การอธิษฐานต้องยอมเสียสละ
บางอยา่ งกท็ รงอนญุ าตใหอ้ ธษิ ฐานไดเ้ พยี งอยา่ งละ โดยท่ไี ม่ยอมเสยี ความตั้งใจ เพราะมเี ป้าหมาย คือ
1 ช้ิน บางอย่างก็ทรงอนญุ าตใหใ้ ชไ้ ด้มากกว่านน้ั โพธญิ าณ ตวั อยา่ งทแี่ สดงใหเ้ หน็ ชดั คอื พระเตมยี ใ์ บ้
2.2 การอธิษฐานความหมายทาง แตบ่ างทา่ นกไ็ ดจ้ ดั ใหเ้ ปน็ ชาดกในเรอื่ งการบำ� เพญ็
ธรรมค�ำว่า “อธิษฐาน” ตามความหมายในทาง เนกขัมมบารมี พระเตมีย์ได้ตั้งจิตอธิษฐานเพื่อ
ปีท่ี 19 ฉบบั ที่ 3 (กรกฎาคม - กนั ยายน 2562) วารสารวิชาการธรรมทรรศน์ 247
ต้องการท่ีจะออกบวชและยอมท�ำตัวให้คนง่อย การตงั้ ไว้ในใจทป่ี ระกอบดว้ ยความต้งั ใจจริง ได้แก่
เปล้ียเป็นใบแ้ ละหูหนวกถึง 16 ปี จนกระท่งั จะถูก ความมีสัจจะในตน ความมีสัจจะในการท�ำงาน
ฝังท้งั เป็นซงึ่ เป็นอธษิ ฐานปรมัตถบารมี (Somdet ความมีสัจจะในการประกอบอาชีพ ความมีสัจจะ
Phra Yannasangwon, 2001 : 202) ในการครองเรอื ง เปน็ ตน้ จาคาธฏิ ฐาน คอื การตง้ั ไว้
4. หลักธรรมาธิษฐานในพุทธศาสนา ในใจที่ประกอบด้วยการเสียสละ อุปสมาธิฏฐาน
ผู้อธิษฐานต้องมีความซื่อตรง ท้ังทางกาย วาจา คือ การต้ังไว้ในใจท่ีเป็นไปเพื่อความสงบ
และใจตอ่ ตนเองและผู้อ่ืน คือ ตงั้ จิตอธษิ ฐานในสงิ่ (Mahachulalongkornrajavidyalaya, 1996)
ที่เป็นบุญกุศลไว้เช่นไร ก็ต้องไปให้ถึงจุดมุ่งหมาย การรักษาการอธิษฐานต้องมีหลักการ
นั้นๆ หลักการหรือองค์ประกอบของการอธิษฐาน ส�ำคัญ คือ ไม่พึงประมาทปัญญา พึงตามรักษา
คือ ความตั้งใจมั่น การตดั สินใจอย่างเด็ดเด่ียวการ สจั จะ พึงเพม่ิ พูนจาคะ พึงศึกษาสนั ติ ในอธษิ ฐาน
เสยี สละ ความอดทน ฯลฯ ซงึ่ เปน็ องคป์ ระกอบของ แตล่ ะอยา่ งน้ัน มีคำ� อธบิ ายดงั ต่อไปน้ี
บารมีทั้งสิบอย่างครบถ้วนและเหมาะสม ค�ำว่า 3.1 ปญั ญาธฏิ ฐาน คือ การตั้งใจมนั่
“อธิษฐาน” ภาษาบาลีเขียนเป็น “อธิฏฺานํ” ที่ประกอบด้วยปัญญาที่มีความรู้ชัดเจนและการ
หมายถึง ธรรมเป็นทม่ี ั่น ธรรมอันเป็นฐานท่ีม่นั คง หยง่ั รใู้ นเหตผุ ล การพจิ ารณาใหเ้ ขา้ ใจจรงิ ในสภาวะ
ของบุคคล ธรรมที่ควรใช้เป็นที่ประดิษฐานในใจ ของส่ิงท้ังหลายจนเข้าถึงความจริงของส่ิงนั้นๆ
ของตนเองเพอ่ื ใหส้ ามารถยดึ เอาผลสำ� เรจ็ สงู สดุ อนั โดยการใช้ปัญญาการพิจารณาและการวิเคราะห์
เป็นที่หมายไว้ได้ โดยไม่เกิดความส�ำคัญตนผิด โดยความเป็นระบบหรือการวิเคราะห์ในรูปแบบ
และไมเ่ กดิ สง่ิ มวั หมองหมกั หมมทบั ถมตนและเปน็ ของกระบวนการ เช่น การศึกษาท�ำความเข้าใจ
ธรรมที่ควรตั้งไว้ในใจ ในธาตุวิภังคสูตร กล่าวถึง ความแปรปรวนไปและความไม่แน่นอนของกฎ
ธรรมที่ควรตั้งไว้ในใจความว่า “คนเราน้ีมีธรรมท่ี ไตรลกั ษณ์ คอื ความไม่เทย่ี ง ความเปน็ ทกุ ขแ์ ละ
ควรต้ังไว้ในใจสี่ประการ คือ มีปัญญาเป็นธรรม ความเป็นอนัตตา โดยมองจากสภาพตามทค่ี วรจะ
ควรต้ังไว้ในใจ มีสัจจะเป็นธรรมควรตั้งไว้ในใจ เป็นแห่งสภาวะน้ันๆ ปัญญานี้ช่ือว่า เป็นสิ่ง
มจี าคะเปน็ ธรรมควรตงั้ ไวใ้ นใจ มอี ปุ สมะเปน็ ธรรม อันล้�ำค่า เพราะย่อมท�ำให้เกิดคุณโยชน์ต่างๆ
ควรต้ังไวใ้ นใจ” มากมายแก่บุคคลทั้งหลาย บุคคลผู้มีปัญญา
สำ� หรบั หลกั ธรรมทเ่ี ปน็ องคป์ ระกอบหลกั มีคุณค่ายิ่งกว่ามีทรัพย์นับแสน ปัญญาเป็นแสง
และใหค้ วามสำ� คญั ในการจำ� แนกอธษิ ฐานออกเปน็ สวา่ งในโลก แสงสวา่ งเสมอดว้ ยปญั ญาไมม่ ี ปญั ญา
สป่ี ระการ ดงั ทปี่ รากฏในสงั คตี สิ ตู รทฆี นกิ ายปาฏกิ นนั้ ยอ่ มเกดิ เพราะความหมน่ั ประกอบเนอ่ื งๆ ความ
วรรค ไดแ้ ก่ ปัญญาธิฏฐาน คือ การตัง้ ไวใ้ นใจ คอื เป็นบุคคลผู้ได้ปัญญาย่อมท�ำให้เกิดความสุข
ปัญญาท่ีมีความรู้ชัดเจนและการด�ำเนินชีวิต ปัญญาเป็นเครื่องประดับของนรชน ดังพระพุทธ
ที่ประกอบด้วยความมีเหตุผลสัจจาธิฏฐาน คือ ปจนว์ า่ ปญั ญาเทยี่ วประเสรฐิ กวา่ ทรพั ย์ ความพนิ จิ
248 Dhammathas Academic Journal Vol. 19 No. 3 (July - September 2019)
ไมม่ แี กค่ นไรป้ ญั ญา ปญั ญาเปน็ เครอ่ื งปกครองบรุ ษุ ไว้อย่างไรต้องท�ำอย่างนั้น เช่น การต้ังใจจะงด
บุคคล ผู้ไม่ประมาทมีการพินิจการพิจารณาการ ด่ืมเหล้าในช่วงเข้าพรรษา เป็นต้น หรือการตั้งใจ
ต้ังใจฟังย่อมได้ปัญญา บุคคลย่อมเห็นเนื้อความ กระท�ำความดีอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังน้ันการ
ดว้ ยปญั ญา บคุ คลยอ่ มบรสิ ทุ ธด์ิ ว้ ยปญั ญา ปราชญ์ อธิษฐานในหลักของสัจจาธิฐานนี้ ต้องถือความ
กล่าวว่า ชีวิตของผู้เป็นอยู่ด้วยปัญญานั้นว่า ต้ังใจจริงเป็นใหญ่ อย่าหวั่นไหวกับส่ิงย่ัวยวนเป็น
ประเสริฐสุด บุคคลผู้มีปัญญาอยู่ครองเรือนย่อม อันขาด ความสัตย์นั่นแหละดีกว่ารสทั้งหลาย
เปน็ ไปเพอ่ื ประโยชนแ์ กค่ นหมมู่ าก เชน่ การดำ� เนนิ บคุ คลได้เกยี รติ ไดช้ อ่ื เสียง ไดก้ ารนบั ถอื ก็เพราะ
ชีวิตของท่านมโหสถบัณฑิตที่ประกอบด้วยหลัก ความสตั ย์ คอื ความตงั้ ใจจรงิ ตง้ั ใจไวเ้ ชน่ ไรกระทำ�
ปัญญาและความมีเหตุผล มีหญิง 2 คน น�ำเด็ก เช่นนั้นสัตบุรุษได้ตั้งมั่นในความสัตย์ท่ีเป็นอรรถ
มาฟ้องว่า เด็กเป็นลูกของตน เม่ือเป็นเช่นน้ัน เปน็ ธรรม บคุ คลพงึ ตามรกั ษาความสตั ย์ เพราะการ
ท่านมโหสถบัณฑิตจึงให้วางเด็กลงและให้หญิง มีความสัตย์เป็นเหตุให้บุคคลได้เกียรติ ได้ช่ือเสียง
ท้ังสองน้ันจับท่ีตัวเด็กเหมือนจะแย่งกันพอเด็ก ได้การนับถือ ตัวอย่างเช่น การต้ังสัจจะอธิษฐาน
ร้องขึ้น ผู้เป็นมารดาจริงจึงได้ปล่อยเด็กลงเพราะ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อคร้ัง
ความรกั และความสงสารในบตุ ร ธรรมดามารดานนั้ พระองค์ยังเป็นพระมหาบุรุษประทับนั่งใต้ต้น
ย่อมเป็นผู้ท่ีมีความเมตตามีใจอ่อนเมื่อเห็นบุตร พระศรมี หาโพธิ์ กอ่ นทพี่ ระองคจ์ ะทรงตรสั รอู้ นตุ ตร
เป็นทกุ ข์ ร้องขึ้นได้ จงึ เกดิ ความสงสารไมส่ ามารถ สัมมาสัมโพธิญาณ ฝ่ายพระมหาบุรุษเสวยอาหาร
ท่ีจะยื้อดึงเด็กต่อไปได้ ต้องปล่อยตัวเด็กออกไป แล้วท�ำพระกายให้กลับมีพระก�ำลังขึ้นได้อย่างเดิม
จึงแสดงว่า หญิงคนท่ีปล่อยตัวเด็กน้ันเป็นมารดา ทรงเร่ิมความเพียรเป็นไปในจิตต่อไป นับแต่
ของเด็กจริง ท่านมโหสถบัณฑิตจึงได้มอบเด็กน้ัน บรรพชามา 6 ปี ล่วงแล้วจึงได้ตรัสรู้พระสัมมา
ให้แก่มารดาท่ีแท้จริงของเด็กรับไปเลี้ยงดู สัมโพธิญาณ คอื ได้พระปัญญารธรรมรู้พเิ ศษเปน็
ดงั ตวั อยา่ งไดย้ กมานี้ แสดงใหเ้ หน็ วา่ การใชป้ ญั ญา เหตพุ อพระหฤทยั วา่ ร้ลู ะ ในราตรีแหง่ วิศาขปรุ ณ
พินิจและพิจารณาวิเคราะห์ให้ดีแล้ว ย่อมเป็น มดี ถิ เี พญ็ พระจนั ทรเ์ ตม็ ดวงวศิ าขนกั ขตั ฤกษท ใ่ี ตร้ ม่
ประโยชนส์ งู สดุ ตอ่ ตนเองและผอู้ นื่ อกี ดว้ ย นอกจากนี้ ไม้อัสสัตถพฤกษโพธิ ในปีก่อนพุทธศก 45 (His
ปญั ญายงั สามารถนำ� มาเปน็ แนวทางของการดำ� เนนิ Holiness the Supreme Patriarch, 1999 : 41)
ชีวติ ในประจ�ำวนั ไดเ้ ปน็ อยา่ งดดี ว้ ย จากการท่ีผู้เขียนได้ยกการตั้งสัจจะใน
3.2 สัจจาธิฏฐาน คอื การตง้ั ไว้ในใจ พระหฤทัยที่แน่วแน่ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัม
ที่ประกอบดว้ ยความต้ังใจจริง ได้แก่ ความมีสัจจะ พทุ ธเจ้า จะเหน็ วา่ พระองคไ์ ด้ทรงบรรลคุ ณุ วิเศษ
ในตน ความมีสจั จะในการท�ำงาน ความมสี จั จะใน อันเป็นประโยชน์ท่ีย่ิงใหญ่ให้แก่โลกใบน้ี ก็เนื่อง
การประกอบอาชพี ความมสี จั จะในการครองเรอื น ด้วยการตั้งพระหฤทัยที่แน่วแน่ของพระองค์ใน
เปน็ ตน้ การรกั ษาสจั จะตอ้ งยดึ มนั่ ไมห่ วน่ั ไหว ตง้ั ใจ พระทัยที่จะตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณตาม