วิวิกษางผลอประทผลของสถานกษาสกักัสำ นันัษาประถมกษาปมธาเขต 1พฤลาขาชาการบหารการกษาการกษา คณะคศาสตรตสาหกรรมยเทคโนโลราชมงคลราช
1.1 ภาวะผู้นำผู้ นำทางชาการ (Academic Leadership)แนวคิดคิหลักแรกอการกษา ภาวะทางชาของผู้บผู้ ริหริารโรงเรียน โดยเนการหาอางสางสรรจุดจุมุ่งมุ่หมายของการดการกษา รวมงการรวมพงแลสถานศึกศึษาบรรลุเลุาหมายหนดไ1.2 ประทผลของสถานกษา (School Effectiveneแนวดหกสองอการดผลพขององกรในการบหารสามารถบหารดการทพยากรงภายในงประทผลอเนชดความเจในการดการผลมฤทง ศนคทางบวก และสามารถแญห1.3 ความเอมโยงของแนวดงานยเนการภายใกรอบแนวดาภาอประทผลของสถานกษา โดยงจความมนชาการ (เนการเทศ, การฒนาณภาพค)ทพมากด. แนวคิดคิหลักของการย
วิวิลลัคืคืศึศึาการ ของบหารสถานกษา งเนบทบาทญดรีน้น้ทำ รในการโมาว แนะ งใจใคลากรเาใจและตระหกงจัจัศึศึละประสานมนเอใงานชาการ งเนภารจหกของลป้ป้ที่กำที่กำess)นของ ประทผลของสถานกษา ประทผลหมายงนและภายนอกโรงเยนจนเดผลเจตามเาหมายงไกษา และโรงเยนประทผลจะองสามารถผตกเยนหาไาวะทางชาการของบหารสถานกษางผลโดยตรงเงประกาองประกอบอยานใดของภาวะทางพลในการพยากรหองผลอประทผลของโรงเยนลัวิ
2.1 ความเป็นป็มา (Background)การวิจัวิยจันี้เกิดขึ้นจากความเอนฐานาการกษาอการบริหริารโรงเรียนงองประทภาพงดเน้นน้ที่งที่านวิชวิาการ: วใจของการดการกษาองานจากการบหารงานชาการใเยมอนบทบาทของบหาร: บหารโรงเยนอวบเคอนทางชาการ เมแงญหาองย: แจะาชาการญแ(เนการเทศค,การฒนาค)งผลอประทผองการหาตอบความเป็นป็มาและความญ
ชื่ชื่พื้พื้อรากฐานญดในการฒนาประเทศชางนรีจึจึต้ต้มีสิหัหัชาการ (เนหกตร, การสอน) การบหารงองเมนณภาพ ญด โดยจะองความสามารถในการเนงไอลดเจน า\"ภาวะทางชาการานใดาง\"ผลของโรงเยนในนการกษามากด งานยงสำ คัคั
ความสำ คัญคั (Significance)งานวิจัวิยจันี้มีนี้คมีวามสำ คัญคัอย่าย่งยิ่งยิ่เพราะจะนำค้นค้หาปัจปัจัยจัสู่ความสำ เร็จร็:เพื่อพื่ยืนยืยันยัองค์ปค์ระกอบ ของภาวะผู้ประสิทธิผธิลของโรงเรียรีน (ความสำ เร็ผลลัพลัธ์ที่ธ์ ไที่ด้จด้ะชี้ชัชี้ดชัว่าว่ผู้บผู้ ริหริาร ควรทางวิชวิาการด้าด้นใดเป็นป็พิเพิศษ เพื่อพื่ให้ความเป็นป็มาและความญ
นำ ไปสู่การพัฒพันาที่ตที่รงจุดจุและมีปมีระสิทธิภธิาพ:ผนำผู้ นำทางวิชวิาการที่ส่ที่ส่งผลอย่าย่งมีนัมียนัสำ คัญคัต่อรจร็ของโรงเรียรีน)รเน้นน้พัฒพันาตนเองและบุคบุลากร ในมิติมิภติาวะผู้นำผู้ นำหโห้รงเรียรีนมีปมีระสิทธิผธิลสูงสุดสำ คัคั
1. เพื่อพื่ศึกศึษาภาวะผู้นำผู้ นำทางวิชวิาการของผู้เขตพื้นพื้ที่กที่ารศึกศึษาประถมศึกศึษาปทุมทุธา2. เพื่อพื่ศึกศึษาประสิทธิผธิลของสถานศึกศึษาประถมศึกศึษาปทุมทุธานี เขต 13. เพื่อพื่ศึกศึษาความสัมพันพัธ์รธ์ะหว่าว่งภาวะผู้ศึกศึษากับกั ประสิทธิผธิลของสถานศึกศึษาสัประถมศึกศึษาปทุมทุธานี เขต 1วัตวัถุปถุระสงของการย
ผบผู้ ริหริารสถานศึกศึษาสังกัดกัสำ นักนังานานี เขต 1าสังกัดกัสำ นักนังานเขตพื้นพื้ที่กที่ารศึกศึษาผนำผู้ นำทางวิชวิาการของผู้บผู้ ริหริารสถานสงกัดกัสำ นักนังานเขตพื้นพื้ที่กที่ารศึกศึษาค์ค์
1. ขอบเขตด้าด้นเนื้อนื้หา (Content Scope)งานวิจัวิยจันี้มุ่นี้งมุ่เน้นน้ศึกศึษาตัวตัแปรหลักลั 2 ตัวตัและค·ตัวตัแปรต้นต้ (Independent Variable): ภา(ซึ่งซึ่จะศึกศึษาในมิติมิย่ติอย่ย ๆ ที่ปที่ระกอบขึ้นขึ้เป็นป็ภา· ตัวตัแปรตาม (Dependent Variable): ประสิในด้าด้นต่าง ๆ ของโรงเรียรีน)·การวิเวิคราะห์:ห์เน้นน้การศึกศึษา ความสัมพันพัธ์ในการพยากรณ์ (Prediction) ว่าว่ภาวะผู้นำผู้ นำทประสิทธิผธิลของสถานศึกศึษามากน้อน้ยเพียพีงใดขอบเขตการย
ความสัมพันพัธ์รธ์ะหว่าว่งตัวตัแปรเหล่าล่นั้นนั้:าวะผู้นำผู้ นำทางวิชวิาการของผู้บผู้ ริหริารสถานศึกศึษาาวะผู้นำผู้ นำทางวิชวิาการ)สทธิผธิลของสถานศึกศึษา (ซึ่งซึ่จะศึกศึษาผลลัพลัธ์พธเธ์ชิงชิเหตุผตุล (Correlation) และการหา อำ นาจทางวิชวิาการด้าด้นใดของผู้บผู้ ริหริารส่งผลต่อดวิ
2. ขอบเขตด้าด้นประชากรและกลุ่มลุ่ ตัวตัอย่าย่ง (งานวิจัวิยจันี้ทำนี้ทำการศึกศึษาเฉพาะกลุ่มลุ่บุคบุลากร· ประชากร: ผู้บผู้ ริหริารสถานศึกศึษา และข้าข้ราชการศึกศึษาประถมศึกศึษาปทุมทุธานี เขต 1·กลุ่มลุ่ ตัวตัอย่าย่ง: - ผู้บผู้ ริหริารสถานศึกศึษา- ข้าราชการครูผู้รูสผู้ อน (มักมัจะใช้วิช้ธีวิกธีารสุ่ม- หมายเหตุ:ตุกลุ่มลุ่ตัวตัอย่าย่งประกอบด้วด้ยทั้งทั้ผู้ทั้งทั้ในส่วนความคิดคิเห็นห็ของผู้บผู้ ริหริารเกี่ยกี่วกับกั ประภาวะผู้นำผู้ นำของผู้บผู้ ริหริารขอบเขตการย
(Population and Sample Scope)รในพื้นพื้ที่แที่ละสังกัดกัที่กำที่กำหนดไว้:ว้ชการครูผู้รูสผู้ อน ที่สัที่สังกัดกัสำ นักนังานเขตพื้นพื้ที่มตัวตัอย่าย่งจากประชากรทั้งทั้หมดตามหลักลัสถิติถิ)ติผบผู้ ริหริารและครู เนื่อนื่งจากต้อต้งมีกมีารเก็บก็ข้อข้มูลมูะสิทธิผธิล และความคิดคิเห็นห็ของครูเรูกี่ยกี่วกับกัวิ
วิจัวิยจัเรื่อรื่ง \"ภาวะผู้นำผู้ นำทางวิชวิาการของผู้บผู้ ริหริศึกศึษา สังกัดกัสำ นักนังานเขตพื้นพื้ที่กที่ารศึกศึษาประถมศึกศึ(Quantitative Research) ซึ่งซึ่มีขั้มีนขั้ตอนการดำ เนินนิงาResearch) โดยสรุปรุได้เด้ป็นป็ 3 ขั้นขั้ตอนหลักลัดังดันี้ขั้นขั้ตอนที่ 1: การกำ หนดกรอบแนวคิดคิและสร้าร้งเขั้นขั้ตอนนี้เนี้ป็นป็การเตรียรีมความพร้อร้มของเคขั้นขั้ตอนที่ 2: การเก็บก็รวบรวมข้อมูลมูขั้นขั้ตอนนี้เนี้ป็นป็การดำ เนินนิการสำ รวจข้อข้มูลมูจขั้นขั้ตอนที่ 3: การวิเวิคราะห์ข้ห์อข้มูลมูและสรุปรุผลขั้นขั้ตอนนี้เนี้ป็นป็การประมวลผลข้อข้มูลมูและตีคตีวขั้นขั้ตอนการเนการย
หรารสถานศึกศึษาที่ส่ที่ส่งผลต่อประสิทธิผธิลของสถานกศษาปทุมทุธานี เขต 1\" เป็นป็งานวิจัวิยจัเชิงชิปริมริาณานที่ใที่ช้รช้ะเบียบีบวิธีวิวิธีจัวิยจัเชิงชิสำ รวจ (Surveyเครื่อรื่งมือมืวิจัวิยจัครื่อรื่งมือมืวิจัวิยจัให้มีห้คมีวามเที่ยที่งตรงและน่าน่เชื่อชื่ถือถืจากกลุ่มลุ่เป้าป้หมายจริงริวามเพื่อพื่ตอบวัตวัถุปถุระสงค์กค์ารวิจัวิยจัดำ นินิ
1. ผลการศึกศึษาภาวะผู้นำผู้ นำทางวิชวิาการ·ระดับดั: ภาวะผู้นำผู้ นำทางวิชวิาการของผู้บผู้ ริหริารอยู่ใยู่นระดับดัสูง หรือรืมาก·มิติมิที่ติมีที่ค่มีาค่เฉลี่ยลี่สูงสุด: (ข้อข้มูลมูจำ เพาะจะอยู่ใยู่การนิเนิทศการสอน หรือรืการพัฒพันาหลักลัสูตรและกา2. ผลการศึกศึษาประสิทธิผธิลของสถานศึกศึษา·ระดับดั: ประสิทธิผธิลของสถานศึกศึษา โดยรวม·มิติมิที่ติมีที่ค่มีาค่เฉลี่ยลี่สูงสุด: (ข้อข้มูลมูจำ เพาะจะอยู่ใยู่สัมฤทธิ์ทธิ์างการเรียรีนของนักนัเรียรีน หรือรืการบรรลุเลุป้สรุปรุผลการย
รสถานศึกศึษา สังกัดกัสพป.ปทุมทุธานี เขต 1 โดยรวมใยนรายงาน) แต่โดยทั่วทั่ไปมิติมิที่ติเที่กี่ยกี่วข้อข้งกับกัารสอน มักมัจะถูกถูประเมินมิว่าว่อยู่ใยู่นระดับดัสูงที่สุที่สุดมอยู่ใยู่นระดับดัสูงใยนรายงาน) แต่มักมัจะเป็นป็มิติมิที่ติเที่กี่ยกี่วข้อข้งกับกัผลลปาป้หมายตามมาตรฐานการศึกศึษาวิจัวิจั
3. ผลการศึกศึษาความสัมพันพัธ์แธ์ละการส่งผล (ปั·ความสัมพันพัธ์:ธ์ภาวะผู้นำผู้ นำทางวิชวิาการของผู้บผู้ ริหริประสิทธิผธิลของสถานศึกศึษาอย่าย่งมีนัมียนัสำ คัญคัทางสหมายความว่าว่: ยิ่งยิ่ผู้บผู้ ริหริารมีภมีาวะผู้นำผู้ นำทางวิชวิาเท่าท่นั้นนั้·ปัจปัจัยจัที่ส่ที่ ส่งผลมากที่สุที่สุด (ปัจปัจัยจัพยากรณ์)ณ์: เมื่อมื่พิวิชวิาการ (เช่นช่การนิเนิทศการสอน, การพัฒพันาบุคบุลาย่อย่ยทั้งทั้หมด หรือรืบางองค์ปค์ระกอบ (เช่นช่ด้าด้นการนิเนิโดยตรง หรือรืร่วร่มกันกัพยากรณ์ ประสิทธิผธิลของสถสรุปรุผลการย
ปจปัจัยจัพยากรณ์)ณ์หรารสถานศึกศึษา มีคมีวามสัมพันพัธ์ทธ์างบวก กับกัสถิติถิใตินระดับดัสูงาการสูงเท่าท่ ใด โรงเรียรีนก็ยิ่ก็งยิ่มีปมีระสิทธิผธิลสูงขึ้นขึ้พจพิารณาองค์ปค์ระกอบย่อย่ยของภาวะผู้นำผู้ นำทางากร, การบริหริารหลักลัสูตร) พบว่าว่องค์ปค์ระกอบเนทศการสอนและการพัฒพันาบุคบุลากร) ส่งผลถานศึกศึษาได้อด้ย่าย่งมีนัมียนัสำ คัญคัทางสถิติถิติวิจัวิจั
1. ภาวะผู้นำผู้ นำทางการศึกศึษา (Educationa·แนวคิดคิ: เป็นป็กรอบความคิดคิที่เที่น้นน้ว่าว่ผู้นำผู้ นำในสถจัดจัการทั่วทั่ไป แต่มีบมีทบาทสำ คัญคั ในการ นำ ทางและชี้บรรลุวัลุตวัถุปถุระสงค์ทค์างการศึกศึษา·การเชื่อชื่มโยงกับกัวิจัวิยจั: เป็นป็แนวคิดคิพื้นพื้ฐานที่พัที่ฒพัเจาะจงในด้าด้นการเรียรีนการสอนและหลักลัสูตรทฤษฎี/ฎีแนวด
al Leadership)ถานศึกศึษา (ผู้บผู้ ริหริาร) ไม่ไม่ด้มีด้แมีค่บค่ทบาทการบริหริารชนำชี้นำ การจัดจัการเรียรีนรู้แรู้ละการพัฒพันาบุคบุลากรให้ฒพนาไปสู่ ภาวะผู้นำผู้ นำทางวิชวิาการ ซึ่งซึ่เน้นน้เฉพาะคิคิ
2. ภาวะผู้นำ การเปลี่ยลี่นแปลง (Transformation·แนวคิดคิ: เน้นน้ที่กที่ารสร้าร้ง แรงบันบัดาลใจ การสปัญปัญาให้กัห้บกับุคบุลากร เพื่อพื่ให้เห้กิดกิการเปลี่ยลี่นแปลงพทิศทิทางที่ดีที่ขึ้ดีนขึ้·การเชื่อชื่มโยงกับวิจัวิยจั: การนำ การเปลี่ยลี่นแปลมาใช้)ช้ต้อต้งอาศั ยภาวะผู้นำผู้ นำแบบนี้ในี้นการจูงจูใจและพัที่สุที่สุดทฤษฎี/ฎีแนวด
nal Leadership)สร้าร้งวิสัวิสัยทัศทัน์ร่น์วร่มกันกัและการกระตุ้นตุ้ทางพฤติกติรรมและความคิดคิในการปฏิบัฏิติบังติานไปในลงในด้าด้นวิชวิาการ (เช่นช่การนำ วิธีวิกธีารสอนใหม่ ๆพฒพันาครู ซึ่งซึ่ส่งผลต่อประสิทธิผธิลของโรงเรียรีนในคิคิ
3. ทฤษฎีกฎีารบริหริารความสัมพันพัธ์ (Relational M·แนวคิดคิ: เน้นน้การสร้าร้งความสัมพันพัธ์ที่ธ์ดีที่ดีการสื่ความร่วร่มมือมืทั้งทั้ภายในและภายนอกองค์กค์ร เพื่อพื่ให้· การเชื่อชื่มโยงกับวิจัวิยจั: ภาวะผู้นำผู้ นำทางวิชวิาการจสอน การให้คำห้คำปรึกรึษา และการสร้าร้ง ความร่วร่มมือมืใวิชวิาการประสบความสำ เร็จร็ทฤษฎี/ฎีแนวด
Management/Leadership)สอสารที่มีที่ปมีระสิทธิภธิาพ และการสร้าร้งเครือรืข่าข่ยหเห้กิดกิการทำ งานร่วร่มกันกัอย่าย่งราบรื่นรื่จะต้อต้งอาศัยศัความสัมพันพัธ์ที่ธ์ดีที่ใดีนการ นิเนิทศการมในการพัฒพันา หลักลัสูตรระหว่าว่งครู เพื่อพื่ให้งห้านคิคิ
1. ภาวะผู้ทางชาการ (Instru2. ภาวะผู้การเปยนแปลง (Tr3. ภาวะผู้เงยศ(Vision4. ภาวะแบบบใ(Servant 5. ภาวะเงความมน(Rภาวะผู้นำผู้ นฐาน
นำ ผู้ นำวิวิuctional Leadership)นำ ผู้ นำransformational Leadership)นำ ผู้ นำชิชิวิสัวิnary Leadership)Leadership)Relational Leadership)นำพื้พื้
รูปรูแบบการพัฒนาภาวะานลคณะเซนคาเบยลโดย ญญาตหกตรปชญาษณตสาปชญาษณตภาคชการกษา 2563 ม
พพัลของบหารโรงเยนในเคอลลแงประเทศไทยตขแสนาขาชาการบหารการกษาชาการบหารการกษามหาทยายงต
การเปลี่ยลี่นแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 ทั้งทั้ด้าด้นเศรษส่งผลให้ทุห้กทุประเทศต้อต้งปรับรัตัวตัอย่าย่งเร่งร่ด่วด่น โดยเฉพาเกิดกินวัตวักรรมใหม่ รูปรูแบบการทำ งานใหม่ และความต้อต้ในทุกทุภาคส่วนด้าด้นการศึกศึษา จำ เป็นป็ต้อต้งปรับรัตัวตัเพื่อพื่เตความคิดคิสร้าร้งสรรค์ และคุณคุธรรม จึงจึต้อต้งมีภมีาวะผู้นำผู้ นำพัฒพันาครู บุคบุลากร เครือรืข่าข่ย และจัดจัการเรียรีนรู้รูรู้ปรูแบเปลี่ยลี่นแปลงในองค์กค์ร. แนวคิดคิหลักของการย
ษฐกิจกิสังคม ประชากร สิ่งแวดล้อล้ม และเทคโนโลยีาะผลจาก Digital Revolution / อุตอุสาหกรรม 4.0 ที่ทำที่ทำให้อตงการทักทัษะสูงขึ้นขึ้รวมทั้งทั้การเกิดกิ Digital Disruptionตรียรีมประชากรให้มีห้ทัมีกทัษะดิจิดิทัจิลทัการคิดคิวิเวิคราะห์นำที่เที่หมาะสมกับกัยุคยุดิจิดิทัจิลทัสามารถใช้เช้ทคโนโลยีบยีริหริารงานบบใหม่ไม่ด้อด้ย่าย่งมีปมีระสิทธิภธิาพ มีคุมีณคุธรรม และสร้าร้งการลัวิ
2.1 ความเป็นมา (Background)โลกศตวรรษที่ 21 เผญการเปยนแปลงอาโครงสร้าร้งประชากร โดยเฉพาะผลจาก Digitaโดยตรงต่อต่ระบบการกษา งองเงฒนาสามารถใหใบเยนความเนในการยกระบโรงเยนใแงนฒนาภาวะบหารนอคลเความสามารถรองบการเปยนแปลง เอยกอนาคต.ความเป็นป็มาและความญ
ป็ชิชิางรวดเวงเศรษฐจงคม เทคโนโลและal Revolution และตสาหกรรม 4.0 งผลศึศึากษะลความดเคราะและความนไระบสากลใญหาขาดปแบบการนดนงองฒนาบหารใกษะและกระบณภาพการดการกษาใตอบโจทสำ คัคั
วัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อมนุเพื่อด้านมูลนิ
อศึกษากรอบแนวคิดการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในยุคดิจิทัลและภาวะผู้นำ ด้านดิจิทัลของผู้บริหารโรงเรียนเพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของรูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำ ด้านดิจิทัลของผู้บริหารโรงเรียนในเครือมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทยพื่อนำ เสนอรูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำานดิจิทัลของผู้บริหารโรงเรียนในเครือลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย
1. ขอบเขตด้าด้นเนื้อนื้หาการวิจัวิยจัครั้งรั้นี้มุ่นี้งมุ่ ศึกศึษารูปรูแบบการพัฒพันาภาว2. ขอบเขตด้ำ นประชากรประชากรที่ใที่ช้ใช้นการวิจัวิยจัครั้งรั้นี้ ได้แด้ก่ โรงเรียรีนใประเทศไทยจำ นวน 16แห่งห่ขอบเขตการย
วะผู้นำผู้ นำด้าด้นดิจิดิทัจิลทัของผู้บผู้ ริหริารโรงเรียรีนในเครือรืมูลมูนิธินิคธิณะเซนต์คต์าเบรียรีลแห่งห่วิ
กลุ่มลุ่ ตัวตัอย่าย่งกลุ่มลุ่ ตัวตัอย่าย่งในการวิจัวิยจัครั้งรั้นี้ ได้แด้ก่ โรงเรียรีนใประเทศไทย ที่จัที่ดจัการศึกศึษาขั้นขั้พื้นพื้ฐานสายสามัผู้ใผู้ห้ข้ห้อมูลมูประกอบไปด้วด้ยกลุ่มลุ่ ที่ 1 ผู้บผู้ ริหริารโรงเรียรีนในเครือรืมูลมูนิธินิคธิณะเซการศึกศึษาขั้นขั้พื้นพื้ฐานสายสามัญมัจำ นวน 14 โรรองผู้อำผู้ อำนวยการโรงเรียรีน และหัวหัหน้าน้งานที่ทำที่ทำหน้าน้ที่เที่กี่ยกี่วกับกักกลุ่มลุ่ ที่ 2ครูที่รูทำที่ทำหน้าน้ที่ฝ่ที่ ฝ่ายทรัพรัยากรบุคบุคลโรงแห่งห่ ประเทศไทย ที่จัที่ดจัการศึกศึษาขั้นขั้พื้นพื้ฐานสายขอบเขตการย
ในเครือรืมูลมูนิธินิคธิณะเซนต์คต์าเบรียรีลแห่งห่มญมัจำ นวน 14 โรงเรียรีนซนต์คต์าเบรียรีลแห่งห่ ประเทศไทยที่จัที่ดจัรงเรียรีน ได้แด้ก่ ผู้อำผู้ อำนวยการโรงเรียรีนการบริหริารในระดับดัต่าต่งๆงเรียรีนในเครือรืมูลมูนิธินิคธิณะเซนต์คต์าเบรียรีลยสามัญมัจำ นวน 14โรงเรียรีนวิ
วิธีดำ เนินการวิจัยการวิจัยกำ หน6 1. ศึกษางานวิชาการและเอกสารที่เกี่ยวข้อและลักษณะผู้นำ ยุคดิจิทัล2. สำ รวจสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสโรงเรียนในเครือมูลนิธิฯ3. วิเคราะห์ SWOT เพื่อระบุจุดแข็ง จุดอ่อ4. ร่างรูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำ ด้านดิจิ5. ตรวจสอบความเหมาะสมและความเป็นไ6. ปรับปรุงและพัฒนารูปแบบขั้นสุดท้ายเบริหารโรงเรียนในเครือมูลนิธิคณะเซนต์คาเ
ดขั้นตอนทั้งหองกับการบริหารการพัฒนาภาวะผู้นำ ดิจิทัละสงค์ ของภาวะผู้นำ ด้านดิจิทัลของผู้บริหารอน โอกาส และภัยคุกคามของภาวะผู้นำ ดิจิทัลดิจิทัล ของผู้บริหารนไปได้ ของรูปแบบที่สร้างขึ้น เพื่อใช้ในการยกระดับภาวะผู้นำ ดิจิทัลของผู้าเบรียลแห่งประเทศไทย
การพัฒพันาผู้บหารองตอบสนองอการเปสังคม องค์กค์ร และปแบบการงาน โดยเนการเรียรีนรู้ตรู้ ลอดตและฒนากษะญอบรม และการฒนาอาพกรอบ PREPAREประกอบวย 7 องประกอบ ไแPurpose,Architecture, Reinforcement และ Engageแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาผู้
ผู้ ริริต้ต้ปยนแปลงของคลงานเทคโนโลรูรูนการฒนากยภาพในอสถานการชีวิชีวิพัญานการบหารผลการปงาน การกพัพัชีชีE (DeRue & Myers, 2014) เนแนวดหก, Result, Experience, Point of Invention,ementาผู้บริหาร
องค์กค์ารพัฒพันาไเอระบบและคลากรปัจจัยการพัฒนาองค์การ1. โครงสร้าร้งระบบองการโครงสร้าร้งพื้นพื้ฐาน กระบวนการทำ งาน ทรัพรัยากรมษและนโยบาย2.บุคบุลากรและผู้นำผู้ นำที่ดีที่ ดีผู้ตผู้ ามการมีส่มี ส่วนร่วร่มแรงจูงจูใจ การปและการกอบปัปัจัจัลี่ลี่ยี รูรูทำ
ด้ด้มื่มื่มีมีรณภาพ โดยจยญ3 กมไแค์ค์พนุนุย์ ะการพัฒพันามที่มีที่ ปมีระสิทธิภธิาพม การสื่อสารประเมินมิผลบรม3.จยภายนอกการเปยนแปลงด้าด้นเศรษฐจเทคโนโลตลาดแรงงานปแบบการงาน และโอกาสให
แนวทางสำ คัญคัเนวิธีการพัฒนาผู้บริหารสถใช้ทั้งทั้การพัฒนา• การอบรม–มมนา• Mentoring / Coaching• Work shadowing• Simulation• Self-study• E-learning• การประเน 360 องศา• การกษางาน• PLC และเคอายชาพ• การหนเยนงาน• การยเอฒนาแนวทางเหาวยใบหารฒนาองความกษะ แลการฒนานอกงาน (Off-the-job) เน บรรยาย ลองสถาน
ช่ช่ถานศึกษาสัละภาวะเหมาะสมบคลนการกรกษา และการกอบรมในสถานก
การเปลี่ยลี่นผ่าผ่นลองการแนวคิดยุคดิจิทัลและภาวะผู้การเปลี่ยลี่นผ่าผ่นลองการ• ใช้เช้ทคโนโลยีไอางประทภาพ• มีวิมีสัวิสัยทัศทัน์ มุ่งนตกรรม• เรียรีนรู้เรู้ร็วร็ ปบวไว• บเคอนการเปยนแปลงของโรงเยน• อสารและบหารอลอางปลอดยภาวะลงเอมโยงบกษะการบหาโรงเยน
สู่ดิจิดิทัจิทัต้ต้ะผู้นำ ดิจิทัลสู่ดิจิดิทัจิทัต้ต้ยีด้ด้ย่ย่มีมีสิมุ่วัวัรัรัตัตัาร มงาน อลและฒนธรรมนตกรรมใน
สรุปผ1. กรอบแนวดภาวะลของบหาวิสัวิสัยทัศทัน์ (Visionary), การใเทคโนโลคอง(Data Driven), ความเาใจคนในองกร (Talล(Digital Age Learning Culture) รวมคล(DIGITAL)