The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Rachan Tongkum, 2022-09-01 03:13:23

วิชาเครื่องทำความเย็น

หน่วยที่ 1 - 11

3. หน้าสัมผัสแม่เหล็กไฟฟา้

หน้าสัมผัสแม่เหล็กไฟฟา้
(Magnetic Contactor)

เป็นสวิตช์อีกชนิดหน่ึง ประกอบด้วยส่วนท่ีสาคัญ 2ส่วน คือ ส่วนที่เป็นขดลวด
ซ่ึงเม่ือป้อนกระแสไฟฟ้าเข้าในขดลวดแล้วจะเกิดสนามแม่เหล็กขึ้น และอีกส่วนหน่ึง
เปน็ หน้าสมั ผัส ทาหน้าทต่ี ัดหรอื ต่อวงจรไฟฟ้า

หลักการทางานของหน้าสัมผัสแม่เหล็กไฟฟ้า คือ เมื่อป้อนกระแสไฟฟ้าเข้าใน
ขดลวดจะเกิดสนามแมเ่ หล็กข้นึ รอบขดลวด มีอานาจดดู เหล็กอารม์ าเจอร์

3. หน้าสมั ผัสแม่เหล็กไฟฟา้

รเี ลยค์ วบคุม (Control Relay)
มีหลักการทางานเชน่ เดียวกับหน้าสัมผัสแมเ่ หล็กไฟฟา้

แต่มีขอ้ แตกต่างกันดังนี้

1. หน้าสัมผัสแมเ่ หล็กไฟฟา้ จะทาหน้าทต่ี ัด-ต่อโหลดท่ตี ้องการกาลังสงู
2. หน้าสัมผัสของรเี ลยค์ วบคมุ จะทนกระแสไฟฟ้าได้ไม่เกิน 18 แอมแปร์
3. หน้าสมั ผสั แม่เหล็กไฟฟ้า สว่ นมากแล้วจะเป็นแบบปกติเปิด แต่
หน้าสัมผัสของรเี ลย์ควบคมุ จะมีทั้งปกติเปิดและปกติปิด

4. รเี ลย์

รเี ลย์ (Relay) ท่ีใช้ในงานเครอื่ งทาความเย็น
น้ันจะต่อเข้ากับวงจรมอเตอรค์ อมเพรสเซอร์ เพื่อทา
หน้าท่ีตัดไฟฟ้าซ่ึงเข้าเล้ียงขดลวดสตารต์ ออกจาก
วงจรรเี ลย์ (Relay)

รเี ลย์ท่ีพบใช้ในงานเครอื่ งทาความเย็นแบ่ง
ออกได้ดังนี้

4. รเี ลย์

1. เคอรเ์ รนต์รเี ลย์ (Current Relay) หน้าสัมผัสของ
รเี ลย์จะตัด-ต่อโดยการเปลี่ยนแปลงของกระแสในขณะท่ีมี
ไฟผ่านเขา้ เลี้ยงขดลวดรนั ของมอเตอรค์ อมเพรสเซอร์

2. โพเทนเชียลรเี ลย์ (Potential Relay) รเี ลย์ชนิดน้ี
ทางานด้วยความต่างศักย์ไฟฟ้า ใช้ในวงจรที่มอเตอรข์ อง
คอมเพรสเซอรต์ ่อแบบอนุกรม

3. ฮอตไวรร์ เี ลย์ (Hot Wire Relay) หลักการทางาน
ของฮอตไวรร์ เี ลย์ข้ึนอยู่กับผลของความรอ้ นท่ีเกิดข้ึนกับ
ลวดความรอ้ น (Hot Wire)

5. อุปกรณ์ปอ้ งกันมอเตอรค์ อมเพรสเซอรท์ างานเกินพิกัด

อุปกรณ์ป้องกันมอเตอรค์ อมเพรสเซอรท์ างานเกินพิกัด
(Overload Protector)

เป็นอุปกรณ์ปอ้ งกันไมใ่ ห้มอเตอรค์ อมเพรสเซอรเ์ กิดการ
ชารุดเสียหาย เมื่อระบบเครอ่ื งทาความเย็นเกิดการขัดข้อง
ในกรณีเมื่อกระแสผา่ นขดลวดมากผิดปกติ (Overload) หรอื
เมื่อขดลวดรอ้ นจัด (Overheat) อุปกรณ์ป้องกันดังกล่าวน้ี
จ ะ ตั ด ว ง จ ร ไฟ ท่ี ป้ อ น เ ข้ า ม อ เ ต อ ร์ค อ ม เ พ ร ส เซ อ ร์ก่ อ น ท่ี
ขดลวดของมอเตอรจ์ ะไหม้
อุปกรณ์ท่ีใชส้ าหรบั คอมเพรสเซอรโ์ ดยท่ัวไปมี 2 ชนิด คือ

5. อุปกรณ์ปอ้ งกันมอเตอรค์ อมเพรสเซอรท์ างานเกินพิกัด

1. ชนิดติดตั้งภายนอก (External Overload)
ตัวอุปกรณ์ป้องกันติดตั้งอยู่ภายนอก ตัวคอมเพรสเซอร์

บ า ง ช นิ ด จ ะ ติ ด ตั้ ง โ ด ย แน บ ตั ว อุ ป ก ร ณ์ ป้ อ ง กั น ชิ ด ติ ด กั บ
เปลือกนอกของคอมเพรสเซอร์
2. ชนิดติดตั้งภายใน (Internal Overload)

ตัวอุปกรณ์ป้องกันจะติดตั้งภายในคอมเพรสเซอร์โดย
แนบตัวอุปกรณ์ป้องกันให้สัมผัสกับขดลวด จึงสามารถทา
หน้าท่ีตัดวงจรได้ท้ังกรณีเมื่อกระแสผ่านขดลวดมากกว่า
ปกติหรอื เม่อื ขดลวดรอ้ นจัด

5. อุปกรณ์ปอ้ งกันมอเตอรค์ อมเพรสเซอรท์ างานเกินพิกัด

นอกจากน้ีวงจรไฟฟา้ ยังประกอบไปด้วยอุปกรณ์
อื่น ๆ ทที่ าหน้าท่ปี ้องกันทสี่ าคัญ ๆ ซึ่ง ได้แก่

1. ฟิวส์ (Fuse) เป็นอุปกรณ์ทาหน้าท่ีป้องกันในวงจรไฟฟ้า
เมอื่ เกิดการลัดวงจร ฟิวสจ์ ะตัดวงจรไฟฟา้ ก่อนทจี่ ะเกิดความ
เสียหายข้ึนกับอุปกรณ์อื่น ๆ ในวงจร
2. เซอรก์ ิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) เป็นอุปกรณ์ทีท่ า
หน้าที่คอยตัดวงจรไฟฟ้าออก เมื่อเกิดการใช้กระแสไฟฟ้าท่ี
มากเกินกว่าปกติ หลักการทางานของเซอรก์ ิตเบรกเกอรแ์ บ่ง
ออกได้เปน็ 3 ชนิด คือ

2.1 ชนิดทใี่ ช้ความรอ้ น (Thermal)
2.2 ชนิดทใ่ี ช้ความรอ้ นและแมเ่ หล็ก (Thermal Magnetic)
2.3 ชนิดทใี่ ช้แมเ่ หล็ก (Magnetic)

6. ไทมเ์ มอรร์ เี ลย์

ไทมเ์ มอรร์ เี ลย์
(Timer Relay)

เป็นอุปกรณ์ทางไฟฟ้าที่ทาหน้าที่หน่วง
เวลาวงจร ควบคุมการทางานของเครอื่ งทา
ค ว า ม เ ย็ น อ า จ ต้ อ ง ก า ร ใ ห้ อุ ป ก ร ณ์
บางอย่างเรมิ่ ทางานหลังจากที่อุปกรณ์ตัว
หน่ึงเรมิ่ ทางานไปแล้ว เป็นวินาที นาที หรอื
มากกว่าชวั่ โมง

7. คาพาซิเตอร์ หรอื ตัวเก็บประจุ

ตัวเก็บประจุ (Capacitors) ประกอบด้วยเพลตตัวนา
ไฟฟ้าสองเพลตอยู่ใกล้ ๆ กัน โดยมีฉนวนไฟฟ้ากั้นอยู่ระหว่าง
เพลต ทั้งส อง เ มื่อป้ อนกร ะแส ไฟฟ้า เข้า ยังค า พาซิ เ ตอ ร์
อิเล็กตรอน จะรวมตัวท่ีเพลตหนึ่งซึ่งเป็นการบรรจุประจุเข้าใน
คาพาซิเตอร์ ขณะเดียวกันอิเล็กตรอนจะถูกผลักออกจากอีก
เพลตหน่ึงทอ่ี ยูต่ รงขา้ ม

คาพาซิเตอรท์ ใี่ ชใ้ นงานเครอ่ื งทาความเย็นมี 2 ชนิด

7. คาพาซิเตอร์ หรอื ตัวเก็บประจุ

1. คาพาซิเตอรแ์ บบสตารต์ (Start Capacitor)
จะมีลักษณะเป็นทรงกระบอกกลมและออกแบบมาเพื่อใช้
ช่วยในการออกตัวสตารต์ ของมอเตอร์
2. คาพาซเิ ตอรแ์ บบรนั (Run Capacitors)
จะมีลักษณะเป็นทรงกระบอกและจะต่อคาพาซิเตอร์
อ นุ ก ร ม กั บ ข ด ล ว ด ส ต า ร์ต ข อ ง ม อ เ ต อ ร์ แ ล ะ จ ะ ท า ง า น
ตลอดเวลาท้ังช่วงเรม่ิ ต้นและช่วงทางานปกติโดยไม่มีรเี ลย์ตัด
คาพาซเิ ตอรอ์ อกจากวงจร

8. อุปกรณ์ควบคมุ ความดัน

อุปกรณ์ควบคุมความดัน (Pressure Control) เป็นตัวควบคุมความดันทีใ่ ช้ใน
งานเคร่ืองทาความเย็น หลักการทางานจะทางานคล้ายกับเทอร์มอสแตตแบบ
กระเปาะ จะมีข้อแตกต่างกันตรงท่ีแหล่งของความดันที่กระทาต่อเบลโลหรือ
ไดอะแฟรม เทอรม์ อสแตต

ค ว า ม ดั น จ ะ เ กิ ด ม า จ า ก ค ว า ม ดั น ข อ ง น้ า ย า ใน ก ร ะ เป า ะ
กระทาต่อเบลโลเพ่ือตัดต่อหน้าสัมผัส เมื่ออุณหภูมิสูงความดัน
จะสูง และเมื่ออุณหภูมิต่าความดันก็จะต่า แต่ตัวควบคุมความ
ดันของน้ายาทกี่ ระทาต่อเบลโลเพื่อตัดต่อหน้าสัมผัสจะเกิดจาก
ความดันของนา้ ยาในระบบโดยตรง

8. อุปกรณ์ควบคุมความดัน

1. อุปกรณ์ควบคุมความดันสูงจะต่อเข้ากับท่อดิสชารจ์ ของคอมเพรสเซอรท์ า
หน้าท่ีป้องกันอันตรายระบบของเครอ่ื งทาความเย็น เมื่อความดันระบบด้านความ
ดันสูงเกินกว่าปกติ ตัวควบคุมความดันจะตัดวงจรไฟฟ้าที่เข้าคอมเพรสเซอรห์ ยุด
การทางานของระบบ และเมื่อความดันลดลงเป็นปกติ ตัวควบคุมความดันจะต่อ
วงจรไฟฟ้าและสตารต์

2. อุปกรณ์ควบคุมความดันต่า จะต่อเข้ากับท่อซักชันของ
คอมเพรสเซอรท์ าหน้าท่ีป้องกันอันตรายระบบของเครอ่ื งทาความ
เย็นชารุดเสียหาย เม่ือความดันระบบด้านความดันต่ามีค่าต่า
ผิดปกติ ตัวควบคุมความดันจะตัดวงจรไฟฟ้าท่ีเข้าคอมเพรสเซอร์
เพอ่ื หยุดการทางานของระบบ

8. อุปกรณ์ควบคมุ ความดัน

3. อุปกรณ์ควบคุมความดันรวม เป็นตัวควบคุมความดันที่รวมเอาตัวควบคุม
ความดันสูง และความดันต่าเข้าไว้ในตัวเดียวกัน ใช้หน้าสัมผัสชุดเดียวกัน แต่มีเบล
โลแยกออกเป็น 2 ชุด เพ่ือต่อเข้ากับระบบทางด้านความดันสูงและระบบทางด้าน
ความดันต่า

4. อุปกรณ์ควบคุม แรงดันน้ามันหล่อลื่นเป็นอุปกรณ์ป้องกัน
อันตรายอีกชนิดหนึ่งที่จะคอยป้องกันไม่ให้มอเตอรค์ อมเพรสเซอร์
ของระบบเครอื่ งทาความเย็นเกิดการชารุดเสียหายจากการขัดข้อง
ของระบบหล่อล่ืนน้ามนั คอมเพรสเซอร์

“ 9. การปรบั อุณหภมู พิ กั เครอ่ื ง “

ช่วงอุณหภูมิพักเครอื่ ง (Differential) คือ ช่วงระยะเวลา
ระหว่างทเ่ี ปิดเครอื่ งและปิดเครอ่ื ง ในขณะที่เทอรม์ อสแตตทาหน้าที่
เปิดเครอ่ื ง (Cut In) และปิดเครอ่ื ง (Cut Out) ช่วงเวลาน้ีจะมากหรอื
น้อยขึ้นอยู่กับการปรับตั้งให้เหมาะสมกับประเภทของเคร่ืองทา
ความเย็น

อุณหภูมิพักเครื่อง (Range) ต่างจากช่วงอุณหภูมิพัก
เครอื่ งคือ อุณหภูมิพกั เครอื่ งจะเป็นอุณหภูมิทจ่ี ะเปิดเครอื่ งและปิด
เครอ่ื ง

“ 9. การปรบั อุณหภมู ิพักเครอื่ ง “

การปรบั ต้ังอุณหภูมิพักเครอ่ื งและช่วงอุณหภูมิพักเครอื่ ง
มีวธิ กี ารดังน้ี ถ้าขันสกรูตัวปรบั อุณหภมู ิพกั เครอื่ งตามเข็มนาฬิกาจะ
เป็นการเพ่ิมแรงดันสปรงิ ทาให้อุณหภูมิจุดเปิดเครอื่ งและอุณหภูมิ
ปิดเครือ่ งเพิ่มขึ้นพร้อมกัน และถ้าขันสกรูทวนเข็มนาฬิกา จะลด
แรงดันสปรงิ ท้ังอุณหภูมิจุดเปิดเครอื่ งและอุณหภูมิจุดปิดเครอ่ื งจะ
ลดลงพรอ้ มกัน

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 10“

“วงจรไฟฟา้ เครอื่ งทาความเยน็

1 สาระการเรยี นรู้

วงจรไฟฟา้ เครอื่ งทาความเย็น

2

วงจรไฟฟา้ ของตู้เย็น

3 การควบคุมการทางานของ

มอเตอรค์ อมเพรสเซอร์

4 วงจรการควบคมุ
5 อินเทอรล์ ็อกกิง

การใช้เครอื่ งมือวัดทางไฟฟา้

6 การตรวจสอบการทางาน

วงจรไฟฟ้าเครอื่ งทาความเย็น

1. วงจรไฟฟา้ เครอ่ื งทาความเย็น

วงจรไฟฟ้า (Electric Circuit) ประกอบด้วย แหล่งจ่าย
ไฟฟา้ ตัวนาไฟฟ้าและภาระงาน ในวงจรปิดกระแสไฟฟ้าจะถูก
จ่ายจากแหล่งไฟฟ้าผ่านเข้ายังภาระงานและไหลกลับเข้ายัง
จดุ เรม่ิ ต้นเป็นอันครบวงจร

กระแสไฟฟ้า คือ การเคล่ือนที่ของอิเล็กตรอนเป็นผลให้
เกิดการไหลของกระแสไฟฟ้า จากแหล่งกาเนิดไฟฟ้าจ่ายผ่าน
เข้าในลวดทองแดงจะเกิดแรงดัน แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ
กระแสไฟตรง (Direct Current หรอื DC) และ กระแสไฟ
สลับ (Alternating Current หรอื AC)

1. วงจรไฟฟา้ เครอ่ื งทาความเย็น

การต่อวงจรไฟฟ้าสามารถต่อได้ 3 แบบ คือ
1. การต่อวงจรแบบอนุกรม (Series Circuit) หรอื การ
ต่อแบบเรยี งลาดับ
2. การต่อวงจรแบบขนาน (Paralleled Circuit) เป็น
การต่อวงจรให้กระแสไฟฟ้าไหลจาก แหล่งจ่ายไฟฟ้าแล้วแยก
ไหลผา่ นภาระงานแต่ละงานก่อนไหลกลับแหล่งจ่ายไฟ

3. การต่อวงจรแบบผสม (Mix Circuit) เป็นการต่อ
วงจรทง้ั แบบอนุกรมและแบบขนานอยู่ในวงจรเดียวกัน

1. วงจรไฟฟา้ เครอื่ งทาความเย็น

อุปกรณ์ทีส่ าคัญ ๆ ในวงจรไฟฟา้ ได้แก่
1. หม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer) เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่
ทาหน้าท่ีเพ่ิมหรอื ลดแรงดันไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้าท่ีใช้ในงาน
เครอื่ งทาความเย็นจะลดแรงดันไฟฟ้าเพ่ือใช้ในวงจรควบคุมที่
ต้องการแรงดันต่าขนาด 5 โวลต์ 12 โวลต์ หรอื 24 โวลต์

2. มอเตอร์ (Motor) เป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานทาง
ไฟฟ้าให้เป็นพลังงานทางกล โดยแกนหมุนของมอเตอรจ์ ะเป็น
ตัวจ่ายกาลังให้กับอุปกรณ์ภายนอก

1. วงจรไฟฟา้ เครอ่ื งทาความเย็น

การยึดมอเตอร์ (Motor Mounting) การยึดมอเตอรพ์ ัด
ลมที่ใช้ในงานเครอื่ งทาความเย็น และเครอื่ งปรบั อากาศมีวิธี
ยึด 5 แบบ คือ

1. ฐานยึดเช่อื มติดตัวเปลือกนอกของมอเตอร์
2. ใชข้ ารบั หัวทา้ ยมอเตอร์
3. ยึดด้านหน้าของมอเตอร์ท่ีมีแกนเพลามอเตอร์ย่ืน
ออกมาเพียงด้านเดียว
4. แบบสตัด จะใช้กั บมอเ ตอร์ที่มีสกรู ยึดย่ืน ออกมา
ด้านหน้า
5. ใชเ้ ขม็ ขัดรดั

1. วงจรไฟฟ้าเครอื่ งทาความเย็น

การลัดวงจร (Short Circuit) หมายถึง การท่ีลวด
ตัวนาไฟฟ้าของวงจรเกิดการต่อกันระหว่างจุดท่ีโดย
ปกติไมค่ วรต่อกันโดยตรง เพื่อเป็นการป้องกันจึงควรใส่
ฟิวส์ (Fuse) เข้าไว้ในวงจร การต่อฟิวส์จะต่อเป็น
อนุกรมอยู่กับลวดตัวนาและภาระงาน ถ้าเกิดการ
ลัดวงจรข้ึนฟิวส์น้ีจะหลอมละลายขาดออกและทาให้
วงจรเปดิ

2. วงจรไฟฟา้ ของต้เู ยน็

1. วงจรไฟฟ้าของต้เู ยน็
แบบธรรมดา

ไฟฟ้าจาก L1 จะผ่านเข้าเทอรม์ อส
แตตแล้วต่อเข้ายังมอเตอรค์ อมเพรสเซอร์
มอเตอรพ์ ัดลมคอนเดนเซอร์ และมอเตอร์
พัดลม อีวาพอเรเตอร์ซ่ึงต่อกันอยู่อย่าง
ข น า น เ ม่ื อ เท อ ร์ม อ ส แ ต ต ตั ด แ ล ะ ต่ อ
อุปกรณ์เหล่านี้จะหยุดทางาน และเรมิ่ การ
ทางานพรอ้ มกัน

2. วงจรไฟฟา้ ของต้เู ย็น

2. วงจรไฟฟ้าตู้เยน็
ระบบละลายน้าแขง็

เ ค ร่ือ ง ท า ค ว า ม เ ย็ น จ ะ ห ยุ ด ก า ร ท า ง า น ใ น
ขณะท่มี ีไฟเข้าเลี้ยงฮีตเตอร์ และถ้าการละลายที่
อีวาพอเรเตอรห์ มดเรว็ กว่า 1-2 ชั่วโมง อีวาพอเร
เตอรจ์ ะเรม่ิ มีอุณหภูมิสูงขึ้น ทาให้สวิตช์ควบคุม
การทางานของตัวทาละลายจากออก คือตัดไฟ
เขา้ เป็นการหยุดระบบเครอื่ งทาความเยน็ ทง้ั หมด
การทางานของระบบใหม่จะเรมิ่ ตามที่มอเตอร์
นาฬิกา กาหนดต้ังไว้

3. การควบคมุ การทางานของมอเตอรค์ อมเพรสเซอร์

มอเตอร์คอมเพรสเซอร์ท่ีใช้ในเคร่อื ง
ทาความเย็น ถ้าเป็นมอเตอร์ขนาดเล็ก ๆ
ท่ีใช้กระแสไฟไม่สูงนั กจะควบคุมการ
ทางานโดยตรง

ส า ห รับ ม อ เ ต อ ร์ที่ มี ข น า ด ให ญ่ ใช้
กระ แส ตั้ ง แต่ 1 5 แอม แป ร์ข้ึ น ไป กา ร
ควบคุมการทางานของมอเตอรจ์ ะควบคุม
โดยทางอ้อม คื อผ่านทางหน้ าสัมผัส
แมเ่ หล็ก

4. วงจรการควบคุมอินเทอรล์ ็อกกิง

ระบบเครอื่ งทาความเย็นต้องใช้มอเตอร์อย่างน้อย 3 ตัว คือ
มอเตอรค์ อมเพรสเซอร์ มอเตอรพ์ ัดลมอีวาพอเรเตอร์ และมอเตอร์
พดั ลมคอนเดนเซอร์

การออกแบบวงจรไฟฟ้าที่ดีจึงต้องใช้ระบบวงจรควบคุมอิน
เทอรล์ ็อกกิง (Interlocking Control Circuit) ซึ่งมอเตอร์
คอมเพรสเซอรจ์ ะไม่สามารถทางานได้จนกว่ามอเตอรอ์ ีวาพอเร
เตอรแ์ ละมอเตอรพ์ ัดลม คอมเพรสเซอรจ์ ะทางานก่อน

5. การใชเ้ ครอ่ื งมอื วดั ทางไฟฟ้า

การตรวจสอบอุปกรณ์และวงจรไฟฟ้าท่ีใช้ในเครอ่ื งทาความ
เยน็ และเครอื่ งปรบั อากาศ ประกอบด้วยเครอื่ งมอื ต่าง ๆ ดังน้ี

1. มัลติมิเตอร์ (Multimeter) คือ เครอ่ื งมือท่วี ัดค่าทางไฟฟ้า
ได้หลายชนิด เช่น วดั แรงดัน ไฟฟ้าเปน็ โวลต์ วดั ความต้านทานเป็น
โอห์ม และวดั กระแสไฟฟา้ เป็นมลิ ลิแอมแปร์

ก่อนทาการวัดค่าทุกครัง้ จะต้องทาการปรับตั้งท่ีปุ่มปรบั บน
หน้าปดั ก่อนดังน้ี

1.1 ปรบั ตั้งเขม็ ชี้ค่าบนหน้าปดั (Pointer Adjustment)
1.2 ปรบั สวติ ชเ์ ลือกระบบการวดั (Function Switch)
1.3 ปรบั สวติ ชเ์ ลือกยา่ นการวดั (Range Switch)
1.4 ปรบั ปมุ่ ต้ังค่าความต้านทานเปน็ ศนู ย์

5. การใชเ้ ครอื่ งมอื วัดทางไฟฟ้า

การตรวจสอบอุปกรณ์และวงจรไฟฟา้ ทใ่ี ช้ในเครอื่ งทาความ
เย็นและเครอื่ งปรบั อากาศ ประกอบด้วยเครอ่ื งมือต่าง ๆ ดังน้ี

2. แอมมิเตอร์(Ammeter) คือ เครอื่ งมือท่ีใช้วัด
กระแสไฟฟ้าในวงจร แบ่งออกเปน็ 2 ชนิด คือ

2.1 ชนิดท่ีติดตั้งไว้เป็นส่วนหนึ่งในวงจร หรอื จะต้อง
ปลดสายออกจากวงจรต่อผา่ นเครอ่ื งมือวัด

2.2 ชนิดที่วัดโดยใช้แอมมิเตอร์ คล้องสายไฟที่
ต้องการวัด ใช้สาหรบั วัดค่ากระแสในระบบไฟฟ้าสลับ ไม่
ต้องปลดสายออกจากวงจรมาทาการวัด อุปกรณ์และวงจร
สามารถทางานได้ตามปกติ

5. การใช้เครอ่ื งมอื วดั ทางไฟฟ้า

การตรวจสอบอุปกรณ์และวงจรไฟฟ้าทใี่ ช้ในเครอื่ งทาความ
เย็นและเครอ่ื งปรบั อากาศ ประกอบด้วยเครอื่ งมอื ต่าง ๆ ดังน้ี

3. เครอื่ งมือทดสอบฉนวนไฟฟ้า
(Insulation Tester)

คือ เครอื่ งมือทใี่ ชว้ ดั ค่าความต้านทานชนิดพเิ ศษ คือ ใช้
วัดความต้านทานทมี่ ีค่าสงู มากเปน็ เมกะโอห์ม (Mega Ohm)
เป็นค่าความต้านทานการเป็นฉนวนไฟฟ้าหรอื เป็นเครอ่ื งช้ี
การรวั่ ลงดิน (Ground) ของเครอ่ื งมือหรอื อุปกรณ์ ไฟฟ้า ซ่ึง
จะใช้สาหรบั ตรวจสอบความเป็นฉนวนของขดลวดมอเตอร์
ในคอมเพรสเซอรช์ นิดหุ้มปิด และชนิดก่ึงหุ้มปิด เน่ืองจากมี
ขดลวดทางานสัมผัสกับสารทาความเย็นและสารหล่อลื่นใน
ระบบ จึงเปน็ อุปกรณ์ทมี่ โี อกาสเกิดการรว่ั ลงดินสงู มาก

6. การตรวจสอบการทางานวงจรไฟฟา้ เครอื่ งทาความเยน็

“ การตรวจสอบการทางานในวงจรไฟฟ้า “
สามารถใชเ้ ครอื่ งมือต่าง ๆ ได้ดังนี้

1. การตรวจสอบโดยใช้โอห์มมิเตอร์ โอห์มมิเตอรส์ ามารถใช้
ตรวจสอบการทางานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต่ออยู่ในวงจร รวมท้ัง
สภาพของสายไฟทต่ี ่อระหวา่ งอุปกรณ์ต่าง ๆ

โดยก่อนตรวจสอบจะต้องทาการตรวจวัดแรงดันไฟฟ้าจาก
แหล่งจ่ายก่อนว่าระดับแรงดันไฟฟ้าท่ีป้อนเข้าระบบถูกต้อง เพ่ือให้
มั่นใจได้วา่ เกิดการบกพรอ่ งทอ่ี ุปกรณ์ใดกันแน่

2. การตรวจสภาพของสวิตช์ควบคุม (Control Switch) ใช้
สายของโอห์มมิเตอรด์ ้านหน่ึงแตะท่ีทางเข้าสวิตช์ควบคุม และปลาย
สายอีกด้านหน่ึงแตะทข่ี ว้ั ต่อเขา้ เทอรม์ อสแตต

6. การตรวจสอบการทางานวงจรไฟฟา้ เครอ่ื งทาความเย็น

“ 3. การตรวจสภาพของเทอรม์ อสแตต (Thermostat) ใช้สาย “
ของโอห์มมิเตอรแ์ ตะท่ี B ขณะปรบั เทอรม์ อสแตตให้ต่อวงจร โอห์ม
มิเตอรจ์ ะต้องชค้ี ่า 0 โอห์ม

4. การตรวจสภาพของอุปกรณ์ป้องกัน (Overload Protector)
ใชป้ ลายสายของโอห์มมเิ ตอรแ์ ตะที่ C โอห์มมิเตอรจ์ ะต้องช้ีเป็นค่าความ
ต้านทานของขดลวดภายใน Overload

5. การตรวจสภาพของสายไฟที่ต่อเข้ามอเตอร์ โอห์มมิเตอร์
จะต้องช้ีค่า 0 โอห์ม ให้ต่อโอห์มมิเตอรใ์ นวงจรตามตาแหน่ง D ถ้ามี
ค่าความต้านทานมากกว่า 0 โอห์ม แสดงว่าสายไฟท่ตี ่อเข้ามอเตอร์
ผดิ ปกติ

6. การตรวจสอบการทางานวงจรไฟฟา้ เครอ่ื งทาความเย็น

“ 6. การตรวจสภาพของมอเตอรค์ อมเพรสเซอร์ “
(Compressor Motor)

7. การตรวจสภาพของรเี ลย์ช่วยสตารต์ (Potential Relay)
วดั ความต้านทานของหน้าสัมผัส (ข้ัว 1 และ 2) โดยการถอดสายออก
จากข้ัวต่อของรเี ลย์ความต้านทาน 0 โอห์ม วัดความต้านทานของ
ลวดของรเี ลย์ (ขั้ว 2 และ 5) จะต้องได้ค่าความต้านทานมากกว่า
1,600 โอห์ม

8. การตรวจสภาพของมอเตอรพ์ ัดลม (Fan Motor) กรณีท่ี
มอเตอรพ์ ัดลมไม่ทางาน ให้ใช้โอห์มมิเตอรต์ รวจสภาพของหน้าสัมผัสท่ี
สวติ ช์ควบคุมก่อน

6. การตรวจสอบการทางานวงจรไฟฟา้ เครอ่ื งทาความเยน็

“ ลาดับขน้ั ในการปฏิบตั ิเพือ่ ใช้ “
เครอ่ื งมือวดั ทางไฟฟ้า พอสรุปได้ดังนี้
1. การตรวจสอบความพรอ้ มของเครอื่ งมือวัดทางไฟฟา้ ก่อนใชง้ าน
2. การเลือกเครอ่ื งมือวัดให้ถกู ต้องเหมาะสมกับลักษณะงาน
3 . ต ร ว จ ส อ บ พิ กั ด แร ง ดั น ไฟ ฟ้ า ข อ ง แห ล่ ง จ่ า ย ไฟ ฟ้ า ให้ ต ร ง กั บ
แรงดันไฟฟา้ ทต่ี ้องการใชใ้ นวงจร
4. ก่อนจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าในวงจรท่ีผ่านการตรวจซ่อมหรอื ติดต้ังใหม่
เพอื่ ความปลอดภัย ให้ดาเนินการดังน้ี
4.1 ตรวจสอบวงจรไฟฟ้าโดยโอห์มมเิ ตอรป์ รบั สเกล RX1
4.2 ตรวจสอบการรวั่ ลงกราวด์
5. ตรวจสอบและวิเคราะห์ปัญหาของอุปกรณ์หรอื วงจรไฟฟ้าโดยใช้
โวลต์มเิ ตอรห์ รอื แอมมเิ ตอรต์ ามลาดับขัน้ ตอนต่อไป

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 11“

“ระบบเครอื่ งทาความเย็นในบา้ นพกั
อาศยั ครวั เรอื น และเชิงพาณิชย์

1 สาระการเรยี นรู้

ต้เู ย็นและต้แู ช่

2

โครงสรา้ งของต้เู ยน็ และต้แู ช่

3

ระบบวงจรสารทาความเยน็
ของต้เู ย็นและต้แู ช่

4

วงจรควบคมุ ไฟฟ้าของ
ต้เู ย็นและต้แู ช่

5

การเลือกตาแหน่งท่ตี ั้งวางต้เู ยน็
และต้แู ช่

6 ต้นู า้ เยน็
7

การแก้ไขข้อขัดข้องของ
ต้เู ย็นและต้แู ช่

1. ต้เู ยน็ และต้แู ช่

ต้เู ย็นและต้แู ช่

จะมีขนาดต่าง ๆ กัน โดยจะกาหนดขนาดของตู้เย็นเป็น “คิว” ซ่ึงย่อมาจากคาว่า คิวบิก
ฟุต (Cubic Feet) หรอื ลูกบาศก์ฟตุ ส่วนระบบ SI จะกาหนดขนาดของต้เู ยน็ เป็น “ลิตร”

ตู้เย็นท่ีใช้อยู่โดยทั่วไปตามบ้านจะมีต้ังแต่ขนาดเล็ก 1.5 คิว (42.45 ลิตร) ขึ้นไปจนถึง
ขนาดใหญ่ โครงสรา้ งและสว่ นประกอบของต้เู ย็นและต้แู ช่ท่ีสาคัญแบง่ ออกได้เปน็ 3 สว่ น คือ

1. โครงสรา้ งของตัวต้เู ย็นและต้แู ช่
2. ระบบวงจรสารทาความเยน็
3. วงจรไฟฟ้าของตู้เยน็ และต้แู ช่

2. โครงสรา้ งของต้เู ย็นและต้แู ช่

1. โครงตู้ชนั้ นอก 2. โครงตู้ชน้ั ใน

โครงต้ชู ั้นนอกของต้เู ยน็ ส่วนมาก โครงต้ชู น้ั ในของตู้เย็นส่วนมากจะ
แล้วจะทาจากเหล็กแผ่นพับข้ึน ทาจากพลาสติกท้ังโครงตู้และฝา
รู ป เ ป็ น ตั ว ตู้ โ ด ย ตู้ ชั้ น น อ ก ตู้ด้านใน นิยมใช้ในปัจจุบันเพราะ
นอกจากจะผ่านกรรมวิธีป้องกัน มนี า้ หนักเบาและไม่เป็นสนิม ส่วน
สนิมแล้วยังพ่นทบั ด้วยสีรองพื้น โครงตู้ช้ันในของตู้แช่ส่วนมากจะ
ทาจากอะลูมิเนียมหรือเหล็กไม่
เปน็ สนิม

2. โครงสรา้ งของต้เู ย็นและต้แู ช่

3. ฉนวนกันความรอ้ น 4. ยางขอบตู้เยน็ และตู้แช่
เป็นขอบยางช่วยให้ตัวประตู
เป็นวัสดุท่ีใช้ก้ันระหว่างโครงตู้ ห รื อ ฝ า ตู้ ปิ ด ส นิ ท กั บ ตั ว ตู้
ชั้นนอกและชั้นในของตู้เย็นและ ป้องกันไม่ให้ อากาศไหลผ่าน
ตู้แช่ ทาหน้าที่ป้องกันความรอ้ น เข้าออกซ่ึงจะไปทาให้ความ
จากภายนอกตู้ไม่ให้ถ่ายเทเข้า เย็นลดลง ยางขอบของตู้เย็น
มาภายในต้รู กั ษาระดับความเย็น มั ก จ ะ มี เ ส้ น แ ม่ เห ล็ ก ส อ ด อ ยู่
ภ า ย ใน ตู้ เ ย็ น ให้ มี อุ ณ ห ภู มิ ต่ า ภายในยาง
ตามท่ตี ้องการ

2. โครงสรา้ งของต้เู ยน็ และต้แู ช่

5. ช้นั วางของภายในตู้เยน็ 6. ฝาปิดชอ่ งแชแ่ ขง็
ของตู้เย็นหรอื ช่องฟรซี เซอร์
เป็นตะแกรงโปรง่ ปรบั ระดับสูง
ต่าได้ตามต้องการ ช่องทั้งสอง ส่วนมากทาจากพลาสติก เป็น
ข้างของโครงตู้ช้ันในนั้นทาจาก ส่ ว น ที่ ปิ ด ช่ อ ง แช่ แข็ ง เพื่ อ ใ ห้
วัสดุท่ีใช้ ท่ัวไปเป็นวัสดุท่ีไม่เป็น อุณหภูมิในช่องแช่แข็งเย็นจัดกว่า
สนิม บรเิ วณอ่ืน

2. โครงสรา้ งของต้เู ย็นและต้แู ช่

7. ถาดส่วนล่างของต้เู ย็น 8. ฐานยึดคอมเพรสเซอร์

จะถูกออกแบบให้อยู่บริเวณที่มี จะทาจากแผ่นเหล็กออกแบบ
อุณหภูมิไม่เย็นจัดมากนัก เพื่อ ม า เ พ่ื อ ใ ช้ ส า ห รั บ ติ ด ต้ั ง
ไม่ให้ ผักหรอื ผลไม้เสียเรว็ เพราะ คอมเพรสเซอรข์ องตู้เย็น ตู้แช่
ความเยน็ จัด มักทาด้วยพลาสติก หรือตู้น้าเย็น แผ่นเหล็กฐาน
ยึ ด ค อ ม เพ ร ส เซ อ ร์นี้ จ ะ อ ยู่
ด้านหลังสว่ นล่างของต้เู สมอ

2. โครงสรา้ งของต้เู ย็นและต้แู ช่

8. บานพับประตูของต้เู ย็น

เป็นบานพับประตูสาหรบั ปิดเปิด
ต้เู ยน็ ต้เู ย็นขนาดเล็กจะมีบานพับ
ด้ านบนแล ะด้ า นล่ า ง บานพั บ
ประตูตู้เย็นส่วนยึดระหว่างตัวตู้
กับฝาของตู้น้ันบริษั ทผู้ผลิตจะ
ออกแบบแตกต่างกันออกไป

2. โครงสรา้ งของต้เู ย็นและต้แู ช่

9. มือจับของต้เู ยน็ 10. กระจกปิดตู้

มีไว้เพื่อเปิด-ปิดประตูตู้ของตู้เย็น มี เ ฉ พ า ะ ตู้ แช่ บ า ง ช นิ ด ที่
มรี ูปรา่ งแตกต่างกันขึ้นอยู่กับการ ต้ อ ง ก า ร แ ส ด ง ข อ ง ที่ อ ยู่
อ อ ก แ บ บ ข อ ง บ ริ ษั ท ผู้ ผ ลิ ต ภายในตู้กระจกจะต้อง มี
ส่ ว น ม า ก มั ก จ ะ ท า ด้ ว ย เห ล็ ก ชุ บ ความหนา ใสพอสมควร
โครเมยี มหรอื พลาสติก เพอ่ื ปอ้ งกันไมใ่ ห้แตกง่าย

3. ระบบวงจรสารทาความเย็นของตู้เย็นและต้แู ช่

1. คอมเพรสเซอร์ คอมเพรสเซอรท์ ี่ใช้สาหรบั ตู้เย็นและตู้แช่จะบรรจุอยู่ภายในตัว
เรอื นเดียวกันกับมอเตอรท์ ี่ใช้ขบั เคลื่อนคอมเพรสเซอร์
2. คอนเดนเซอร์ คอนเดนเซอรท์ ี่ใช้สาหรบั ตู้เย็นและตู้แช่ เป็นแบบระบายความ
รอ้ นด้วยอากาศ แผงคอนเดนเซอรม์ กั จะติดไวด้ ้านหลังของตู้เย็นและทาสีดา
3. อีวาพอเรเตอรห์ รอื ช่องแช่แข็ง เป็นส่วนที่ติดไว้ในตู้มีท้ังแบบเป็นแผ่นพับงอ
หรอื ครบี ในต้เู ย็นขนาดใหญ่อาจทาด้วยท่อมีครบี

3. ระบบวงจรสารทาความเย็นของตู้เย็นและต้แู ช่ “

“ 4. ระบบวงจรสารทาความเย็น หรอื อาจเรยี กว่าชุดควบคมุ
สารทาความเย็นสาหรบั ต้เู ย็น และตู้แช่ มใี ช้กันอยู่ 4 ชนิด คือ

4.1 ทอ่ รูเข็ม ทาหน้าทป่ี รบั การไหลของสารทาความเยน็ ให้ไหลเข้าคอยล์เยน็
4.2 เอกซ์แพนชนั วาล์ว เปน็ ชดุ ควบคุมสารเครอ่ื งทาความเย็นที่ใชป้ รบั การ
ไหลของสารทาความเยน็
4.3 ฟิลเตอรด์ รายเออร์ จะทาหน้าทด่ี ดู ความชน้ื และกรองส่งิ สกปรกของสาร
ทาความเย็นก่อนเขา้ ชุดคอยล์เยน็
4.4 แอกคิวมูเลเตอร์ มีหน้าท่ีป้องกันไม่ใหส้ ารทาความเย็นทีม่ สี ภาพเป็นของ
เหลวเข้าทางดูดของคอมเพรสเซอร์

“3. ระบบวงจรสารทาความเย็นของตู้เย็นและต้แู ช่

“ 5. กระจกมองสาร ใช้ดูสาร
ทาความเย็นในระบบว่ามีเต็ม
หรือไม่ ซึ่งถ้าสารทาความ
เย็นเต็มระบบจะมองไม่เห็น
ฟองอากาศ ถ้าสารทาความ
เย็นไม่เต็มระบบจะมองเห็น
ฟองอากาศทก่ี ระจกมอง

4. วงจรควบคุมไฟฟา้ ของต้เู ยน็ และต้แู ช่

“ 1. มอเตอร์ เป็นตัวฉุดคอมเพรสเซอร์ในตู้เย็นและเป็นชนิดต่อ “
โดยตรงกับคอมเพรสเซอร์

2. รเี ลย์ เป็นอุปกรณ์ทาหน้าที่ช่วยต่อให้กระแสไฟฟ้าเข้าไปยัง
ขดลวดสตาร์ต และตัดกระแสไฟฟ้าเมื่อมอเตอร์คอมเพรสเซอร์
ทางานเป็นปกติแล้ว

3. โอเวอรโ์ หลด หรอื สวิตช์ท่ีทาหน้าท่ีตัดวงจรไฟฟ้า เม่ือเกิด
ความรอ้ นจากกระแสในวงจรทสี่ งู กวา่ ปกติ

4. เทอรม์ อสแตต ทาหน้าท่ีควบคุมอุณหภูมิภายในตู้ให้อยู่ใน
เกณฑ์ทเ่ี หมาะสม

4. วงจรควบคุมไฟฟา้ ของต้เู ยน็ และต้แู ช่

“ 5. สวิตช์ประตูต้เู ย็น เป็นสวิตช์ตัดต่อวงจรของหลอดไฟฟ้า “
ภายในตู้

6. มอเตอรพ์ ัดลม ทใี่ ช้กับระบบทาความเยน็ ภายในต้เู ย็น

7. โซเลนอยด์วาล์ว เป็นอุปกรณ์ท่ที าหน้าทีค่ วบคุมการเปิด ปิด
ก๊าซรอ้ นให้ผา่ นเขา้ ไปในชดุ คอยล์เย็น

8. ไทม์เมอร(์ Timer) หรอื ตัวตั้งเวลา

9. ลวดความรอ้ น (Heater Strip) ในต้เู ยน็ หรอื ต้แู ชจ่ ะมรี ะบบ
ละลายน้าแข็งแบบใชค้ วามรอ้ น

5. การเลือกตาแหน่งที่ตั้งวางต้เู ยน็ และต้แู ช่

ตาแหน่งที่ตั้งวางตู้เย็น มีความสาคัญและมีผลต่ออายุการใช้งานของตู้เย็น
และความปลอดภั ยของผู้ใช้การเ ลือกตาแหน่ ง ที่ต้ังวางตู้เ ย็นและตู้แช่มี
ข้อพจิ ารณาดังน้ี

1. ควรต้ังวางต้เู ย็นในทสี่ ามารถถ่ายเทอากาศได้ดี
2. ไม่ต้ังวางต้เู ยน็ อยูใ่ นตาแหน่งทถ่ี ูกแสงแดดส่อง
3. ควรต้ังให้ห่างจากผนังทงั้ ด้านหลังและด้านข้างอยา่ งน้อย 15 เซนติเมตร
4. บรเิ วณพ้ืนทที่ น่ี าต้ไู ปต้ังวางควรเปน็ ฉนวนทด่ี ีเพ่อื ความปลอดภัยของผใู้ ช้
5. ตั้งวางต้เู ยน็ และต้แู ชใ่ ห้ได้ระดับและมคี วามม่นั คงแข็งแรง
6. การต่อสายดิน ให้ต่อสายไฟฟา้ จากต้เู ย็นไปยังสายดินของอาคาร

6. ต้นู า้ เยน็

ต้นู า้ เย็น เป็นเครอื่ งทาความเย็นอีกชนิดหน่ึงที่นิยม
ใช้กันอยู่โดยทว่ั ไป แบง่ ออกได้ 2 แบบ คือ

1. แบบถังบรรจุน้าคว่าลงบนตัวตู้ ตู้น้าเย็นแบบน้ี
ระดับน้าในขวดจะลดลงเรอ่ื ย ๆ จนหมด เมื่อหมดแล้วก็
จะต้องนานา้ จากถังใหม่มาเติมแทนท่ี

2. แบบต่อน้าจากท่อประปาเข้าในท่อของต้นู ้า
เย็นโดยตรง เมื่อมีการใช้น้า ระดับน้าจากท่อประปาจะ
ไหลเขา้ มาทดแทนทอ่ี ยูต่ ลอดเวลา

7. การแก้ไขขอ้ ขัดขอ้ งของต้เู ย็นและต้แู ช่

การแก้ไขข้อขัดข้องของระบบ
ต้เู ย็นและเครอ่ื งทาความเยน็

บางคร้ังพบว่ามีสาเหตุมาจากการใช้งานไม่ถูกวิธี เช่น
ปรับตั้งเทอร์มอสแตตในตาแหน่งท่ีเย็นน้อย หรือติดต้ังไม่
ถูกต้องทาให้เกิดเสียงดัง การระบายความรอ้ นไม่ดีเท่าที่ควร
หรอื อาจเกิดจากอุปกรณ์ของระบบเกิดการชารุด เช่น มอเตอร์
คอมเพรสเซอรช์ ารุด มอเตอรพ์ ัดลมไม่ทางาน หรอื สวิตช์เสีย
เป็นต้น


Click to View FlipBook Version