12 การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษ โดยใช>กิจกรรมการเรียนรู> แบบรBวมมือ (Collaborative Learning) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปYที่ 5
13 การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษ โดยใช>กิจกรรมการเรียนรู> แบบรBวมมือ (Collaborative Learning) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปYที่ 5
14 การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษ โดยใช>กิจกรรมการเรียนรู> แบบรBวมมือ (Collaborative Learning) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปYที่ 5
15 การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษ โดยใช>กิจกรรมการเรียนรู> แบบรBวมมือ (Collaborative Learning) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปYที่ 5
16 การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษ โดยใช>กิจกรรมการเรียนรู> แบบรBวมมือ (Collaborative Learning) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปYที่ 5
17 การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษ โดยใช>กิจกรรมการเรียนรู> แบบรBวมมือ (Collaborative Learning) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปYที่ 5
18 การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษ โดยใช>กิจกรรมการเรียนรู> แบบรBวมมือ (Collaborative Learning) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปYที่ 5
19 การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษ โดยใช>กิจกรรมการเรียนรู> แบบรBวมมือ (Collaborative Learning) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปYที่ 5
20 การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษ โดยใช>กิจกรรมการเรียนรู> แบบรBวมมือ (Collaborative Learning) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปYที่ 5
21 การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษ โดยใช>กิจกรรมการเรียนรู> แบบรBวมมือ (Collaborative Learning) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปYที่ 5
22 การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษ โดยใช>กิจกรรมการเรียนรู> แบบรBวมมือ (Collaborative Learning) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปYที่ 5
23 การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษ โดยใช>กิจกรรมการเรียนรู> แบบรBวมมือ (Collaborative Learning) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปYที่ 5
เอกสารประกอบอื่นๆ 2
ค ำน ำ นวัตกรรมการจัดการเรียนการสอน เรื่อง “การจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการห้องเรียนพอเพียง โดยใช้รูปแบบ HOLY GO Model รายวิชาสังคมศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4” เป็นนวัตกรรมที่คิดค้น และพัฒนาขึ้น เพื่อใช้แก้ปัญหาการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ขอขอบคุณ ผู้บริหาร และคณะครูโรงเรียนมหาไถ่ศึกษาขอนแก่น และ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ให้ ความร่วมมือ ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมจนประสบความส าเร็จ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า นวัตกรรมการ จัดการเรียน การสอน เรื่อง “การจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการห้องเรียนพอเพียง” จะเป็น ประโยชน์ ต่อโรงเรียนและหน่วยงาน หรือผู้ที่สนใจ ในการน าไปประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาการจัดการเรียน และด้าน อื่นๆ ในโอกาสต่อไป หทัยชนก ถาวร ผู้จัดท า
สำรบัญ เรื่อง หน้ำ ชื่อเรื่อง 1 ความส าคัญและที่มาของผลงานนวัตกรรม 3 จุดประสงค์และเป้าหมายของผลงานนวัตกรรม 4 กระบวนการหรือขั้นตอนการผลิตผลงานหรือนวัตกรรม 4 ผลการด าเนินงานและประโยชน์ที่ได้รับจากผลงานหรือนวัตกรรม 4 ปัจจัยความส าเร็จในการด าเนินงานผลงานหรือนวัตกรรม 9 บทเรียนที่ได้รับ (Lesson Learned) จากการใช้ผลงานหรือนวัตกรรม 9 การเผยแพร่การใช้ผลงานหรือนวัตกรรม 10 ภาคผนวกที่เกี่ยวข้องกับผลงานหรือนวัตกรรม 11
แบบรำยงำนนวัตกรรม/ผลกำรปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ชื่อผลงำน การจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการห้องเรียนพอเพียง โดยใช้รูปแบบ HOLY GO Model รายวิชาสังคมศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ชื่อผู้น ำเสนอผลงำน นางสาวหทัยชนก ถาวร ต ำแหน่ง ครูผู้สอน โรงเรียน/หน่วยงำน โรงเรียนมหาไถ่ศึกษาขอนแก่น สังกัด ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่นเขต 1 โทรศัพท์ 094-3102539 E-mail [email protected] 1. ควำมเป็นมำและควำมส ำคัญ โลกในยุคศตวรรษที่ 21 เป็นยุคที่ความรู้และข้อมูลข่าวสารมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยเฉพาะ ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เนื่องมาจากการใช้เทคโนโลยีเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ ของทุกภูมิภาค ของ โลกเข้าด้วยกัน ท าให้เกิดเครื่องมือที่หลากหลายในการเข้าถึงองค์ความรู้ต่างๆ ทั้งในเชิงวิชาการและในเชิง บันเทิง การพัฒนาเครื่องมือการเข้าถึงเนื้อหาดังกล่าว ส่งผลให้เยาวชนที่อยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียน เปลี่ยนแปลงวิธีการด าเนินชีวิต และการเรียนในแต่ละวันซึ่งแตกต่างไปจากเยาวชนในยุคก่อนอย่างมาก การพัฒนาประเทศสู่ความสมดุลและยั่งยืน จะต้องให้ความส าคัญกับการพัฒนาคนในประเทศ ให้เข้มแข็ง พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ในยุคศตวรรษที่ 21 การศึกษาจึงจ าเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงไป ด้วยตามการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในตัวผู้เรียน หากการศึกษายังหลงติดอยู่กับสิ่งเดิมที่เคยใช้ได้ผลใน ยุคเก่า ย่อมจะส่งผลให้การเรียนรู้ของผู้เรียนไม่สอดคล้องกับโลกที่เป็นจริงทั้งในปัจจุบันและในอนาคตที่จะ ยิ่งเข้มข้นขึ้น ผู้เรียนจึงต้องมีทักษะการเรียนรู้ประกอบด้วยทักษะด้านการเรียนรู้และนวัตกรรม ทักษะ สารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี และทักษะชีวิตและการท างาน ดังนั้นการเตรียมคนเพื่อให้สามารถเรียนรู้ และด าเนินชีวิตท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงจึงเป็นสิ่งส าคัญที่ทุกฝ่ายปรับตัวให้ได้อย่างเหมาะสม พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 หมวด 4 แนวการ จัดการศึกษามาตรา 22 ก าหนดไว้ว่า “การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถในการ จัดการเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนส าคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ ผู้เรียน สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ” (กระทรวงศึกษาธิการ,2545) และตามหลักสูตร การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ก าหนดหลักการ ข้อ 3 ซึ่งก าหนดไว้ว่า “ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ พัฒนาและเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต โดยถือว่าผู้เรียนส าคัญที่สุด สามารถพัฒนาตาม ธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ (กระทรวงศึกษาธิการ,2545) จากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 หมวด 4 และการเปลี่ยนไปของโลกในศตวรรษที่ 21 จึงเป็นแนวคิดสะท้อนกลับสู่มุมมองในฐานะที่เป็น ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม จึงได้มองเห็นปัญหาคิดหาแนวทาง แก้ไข เพื่อส่งเสริมทักษะกระบวนการเรียนรู้ที่มีความหลากหลายและส่งเสริมผู้เรียน ให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 หมวด 4 1
“กำรจัดกำรศึกษำต้องยึดหลักว่ำผู้เรียนทุกคนมีควำมสำมำรถในกำรจัดกำรเรียนรู้และพัฒนำ ตนเองได้ และถือว่ำผู้เรียนส ำคัญที่สุด กระบวนกำรจัดกำรศึกษำต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสำมำรถพัฒนำ ตำมธรรมชำติและเต็มศักยภำพ” จึงได้น าแนวพระราชด าริ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร คือ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนาและหลักปรัชญำของ เศรษฐกิจพอเพียง มาใช้เป็นหลักในการจัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการห้องเรียนพอเพียง เพื่อน าไปสู่ ความส าเร็จทางสังคมศึกษา และพัฒนากระบวนการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ให้นักเรียนมีภูมิคุ้มกัน ทันต่อ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 21 1.2 แนวคิดหลักกำรส ำคัญที่เกี่ยวข้องกับผลงำนหรือนวัตกรรม จากแนวคิดดังกล่าวว่าด้วยบริบทของโรงเรียนมหาไถ่ศึกษาขอนแก่น รวมไปถึงสภาพปัญหาและ บรรยากาศในการจัดการเรียนการสอน การเรียนรู้ของผู้เรียนและผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนบางคนที่เก่ง แต่ขาดความเอาใจใส่และกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสมตามเนื้อหาสาระ ข้าพเจ้าจึงได้น ากระบวนการ ห้องเรียนพอเพียงมาปรับใช้ในการจัดการเรียนการสอนโดยใช้หลักการทรงงาน พระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร คือ เข้าใจเข้าถึง พัฒนา และหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาปรับใช้กับกระบวนการเรียนการสอนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมหาไถ่ศึกษาขอนแก่น โดยระดับที่ข้าพเจ้าปฏิบัติการสอนคือรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมของชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ซึ่งกลุ่มรายวิชาดังกล่าวเป็นวิชาที่อาศัยหลักการท่องจ า และเนื้อหาที่มากเกินท าความเข้าใจ จึงได้น าหลักกระบวนการห้องเรียนพอเพียง มาประยุกต์ใช้ให้ สอดคล้องกับบุคลิกภาพที่มีความเป็นตัวของตัวเอง ในความเป็นนักเรียนโรงเรียนมหาไถ่ศึกษาขอนแก่น ดังต่อไปนี้ 2
1.2.1 วงจรคุณภำพ PDCA วงจรคุณภาพ PDCA วงจรบริหารสี่ขั้นตอนที่ประกอบไปด้วย Plan (การวางแผน) Do (ปฏิบัติ) Check (ตรวจสอบ) และ Action (การด าเนินการ) วงจรการบริหารงานคุณภาพใช้ในการ ควบคุมและ พัฒนากระบวนการ PDCA ทั้งสี่ขั้นตอนเป็นกระบวนการที่สามารถท าซ้ าได้ เพื่อให้สถานศึกษาสามารถ บริหารความเปลี่ยนแปลงได้อย่างประสบความส าเร็จวงจรการควบคุมคุณภาพมี รายละเอียด ดังนี้ Plan (วางแผน) หมายถึง การวางแผนการด าเนินงานอย่างรอบคอบ ครอบคลุมถึงการ ก าหนด หัวข้อที่ต้องการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ซึ่งรวมถึงการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น จากการ ปฏิบัติงาน อาจประกอบด้วย การก าหนดเป้าหมาย หรือวัตถุประสงค์ของการด าเนินงาน Plan การจัด อันดับความส าคัญของ เป้าหมาย ก าหนดการด าเนินงาน ก าหนดระยะเวลาการ ด าเนินงาน ก าหนด ผู้รับผิดชอบหรือผู้ด าเนินการและก าหนดงบประมาณที่จะใช้การเขียนแผนดังกล่าวอาจปรับเปลี่ยนได้ ตามความเหมาะสมของลักษณะการด าเนินงานการวางแผนยังช่วยให้เราสามารถคาดการณ์สิ่งที่เกิดขึ้น ในอนาคต และช่วยลดความสูญเสียต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้ Do (ปฏิบัติตามแผน) หมายถึง การด าเนินการตามแผน อาจประกอบด้วยการมีโครงสร้าง รองรับการด าเนินการ มีวิธีการด าเนินการและมีผลของการด าเนินการ Check (ตรวจสอบการปฏิบัติตามแผน) หมายถึง การประเมินแผน อาจประกอบด้วยการ ประเมินโครงสร้างที่รองรับ การด าเนินการ การประเมินขั้นตอนการด าเนินงาน และการประเมินผล ของการด าเนินงานตามแผนที่ได้ตั้งไว้ โดยในการประเมินดังกล่าวสามารถท าได้เองโดยคณะกรรมการที่ รับผิดชอบแผนการด าเนินงานนั้น ๆ ซึ่งเป็นลักษณะของการประเมินตนเอง โดยไม่ จ าเป็นต้องตั้ง คณะกรรมการอีกชุดมาประเมินแผนหรือไม่จ าเป็นต้องคิดเครื่องมือหรือแบบประเมิน ที่ยุ่งยากซับซ้อน Act (ปรับปรุงแก้ไข) หมายถึง การน าผลการประเมินมาพัฒนาแผน อาจประกอบด้วยการน า ผลการ ประเมินมาวิเคราะห์ว่ามีโครงสร้าง หรือขั้นตอนการปฏิบัติงานใดที่ควร ปรับปรุงหรือพัฒนาสิ่ง ที่ดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นไปอีกและสังเคราะห์รูปแบบการด าเนินการใหม่ที่เหมาะสม 3
2. วัตถุประสงค์และเป้ำหมำยของกำรด ำเนินงำน 2.1 จุดประสงค์ 1. เพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ผ่านกระบวนการห้องเรียนพอเพียง ในกลุ่ม รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมหาไถ่ศึกษาขอนแก่น ปี การศึกษา 2565 2. เพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ในรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมหาไถ่ศึกษาขอนแก่น ปีการศึกษา 2565 3. เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรม ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมหาไถ่ศึกษาขอนแก่น ปีการศึกษา 2565 2.2 เป้ำหมำย 2.2.1 กลุ่มเป้าหมายของการการพัฒนาผู้เรียนตามหลักกระบวนการ “ห้องเรียนพอเพียง” คือนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนมหาไถ่ศึกษาขอนแก่น 3. ขั้นตอนกำรด ำเนินงำน 3.1 กำรออกแบบผลงำน/นวัตกรรม การออกแบบกระบวนการ “ห้องเรียนพอเพียง”เป็นการเริ่มต้นจากการเรียนรู้บริบทและ เป้าหมาย ของกลุ่มนักเรียนโรงเรียนมหาไถ่ศึกษาขอนแก่น ซึ่งจากการเรียนรู้บริบทของโรงเรียนและ ตัวผู้เรียนเอง ท าให้เข้าใจ สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นน าไปสู่ออกแบบนวัตกรรมในการจัดการเรียนการสอน ให้เข้ากับบริบทโรงเรียน ชุมชน และ ผู้เรียน โดยใช้หลักการทรงงานพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถ บพิตร คือ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงมาเป็นหลักยึดในการจัดกระบวนการเรียนรู้ซึ่งในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่มีความสอดคล้อง กับวิถีชีวิตของผู้เรียนจึงเป็นทางเลือกที่ครูผู้สอนจะต้องสร้าง มาเพื่อเติมเต็มกระบวนการคิดของผู้เรียน ให้เกิดการบูรณาการร่วมกันอย่างลงตัวและมีเหตุผลในหลากหลายสาขาวิชา อีกทั้งผู้เรียนเป็น ผู้ที่สามารถออกแบบการเรียนรู้ได้ด้วยตนเองในเนื้อหาสาระที่ตนสนใจ 4
3.2 การด าเนินงานตามกิจกรม (ตามวงจร HOLY GO MODEL) 5
6
3.2.1 ขั้นด ำเนินกำร (Plan) ประชุมร่วมกันระหว่างครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เพื่อร่วมกัน จัดหาแนวทางการจัดการเรียนการสอนแบบ Active learning โดยใช้รูปแบบการมีส่วนร่วม 3.2.2 ขั้นด ำเนินกำร (Do) 1. ขั้น Ho = heart and happy คือ ขั้นการน าเข้าสู่บทเรียนโดยใช้บทเพลง เกม ค าถามกระตุ้น ความคิด หรือก าหนดสถานการณ์ปัญหา เพื่อให้นักเรียนร่วมคิดหาวิธีแก้ปัญหา เพื่อความพร้อมส าหรับการ เรียนรู้ที่จะเกิดขึ้น 2. ขั้น Ly = learning คือ ขั้นจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนของครู โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ ร่วมมือ LT (Learning Together) เน้นให้นักเรียนท าผลงานเป็นกลุ่ม มีการจัดนักเรียนเข้ากลุ่ม โดยคละ ความสามารถ ซึ่งแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม ๆ ละ 3–4 คน และท างานตามที่ครูได้ก าหนดไว้ให้ จากนั้น ร่วมกันวางแผนการท างาน มอบหมายบทบาทหน้าที่ของแต่ละคนให้ชัดเจน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ร่วมกันคิดแก้ปัญหา โดยใช้กระบวนการคิดขั้นสูง การคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design thinking) เพื่อส่งเสริมสมรรถนะด้านการคิด ออกแบบและน าเสนอผลงานกลุ่ม ในการเรียนรู้ จะต้องมีการสร้างความรู้สึกพึ่งพากัน จัดให้มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักเรียน ครูเป็นผู้ช่วยเหลือหรือผู้ให้ ค าแนะน านักเรียน เพื่อให้นักเรียนสามารถท ากิจกรรม แก้ไขปัญหา ตลอดจนด าเนินงานต่าง ๆ ให้ประสบ ความส าเร็จ 3. ขั้น G = goal คือ ขั้นการใช้สื่อนวัตกรรมการเรียนรู้ที่น่าสนใจ เหมาะสมและหลากหลาย สื่อท ามือ หรือสื่อออนไลน์เพื่อให้สอดคล้องกันวัตถุประสงค์ที่ก าหนดไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้ 4. ขั้น O = overall คือ ขั้นที่ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ที่ได้เรียนมาโดยมีการวัดและ ประเมินผลตามสภาพจริง โดยครูจะท าการวัดและประเมินผลจากกิจกรรมที่นักเรียนเป็นผู้ลงมือปฏิบัติด้วย ตนเอง ทั้งการทดสอบก่อนเรียน ระหว่างเรียน หลังเรียน เพื่อให้นักเรียนผ่านเกณฑ์ที่ก าหนดไว้ 3.2.3 ขั้นกำรตรวจสอบและประเมินผล (Check) 1. สังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมของนักเรียน 2. ตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน 3.2.4 ขั้นกำรปรับปรุงพัฒนำ (Action) 1. สรุปผลการด าเนินงานและรายงาน เพื่อน าสู่การปรับปรุง การพัฒนาให้ดีขึ้น 3.3 กำรใช้ทรัพยำกร การน าวิธีการเรียนรู้ที่เป็นวิถีชีวิตมาสร้างและพัฒนาเป็นกระบวนการทางการ เรียนรู้ของนักเรียนโดยใช้ทรัพยากรทางพฤติกรรมที่ช่วยในการสร้างความเข้าใจได้อย่างดี เน้นความมี เหตุผลบนความพอเพียงและ สามารถใช้วัสดุ อุปกรณ์ใกล้ตัวในการสร้างสื่อการเรียนรู้ของตนเองรวมไปถึง ความรู้ที่ตกผลึกและสร้างเป็นนวัตกรรมทางเทคโนโลยีต่างๆ 7
4. ผลกำรด ำเนินกำร ผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ที่ได้รับ 4.1 ผลที่เกิดตำมจุดประสงค์ 1. เพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ผ่านกระบวนการห้องเรียนพอเพียง ในกลุ่ม รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมหาไถ่ศึกษาขอนแก่น ปี การศึกษา 2565 ซึ่งครูผู้สอนสามารถออกแบบ และจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญและส่งผล ให้ผู้เรียนเกิดการ เรียนรู้ด้วยตนเอง โดยใช้สื่อ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สื่อการสอนต่างๆ เข้ามาช่วยในการ จัดการเรียนรู้ และ สามารถจัดการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี 2. เพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ในกลุ่มรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรม ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมหาไถ่ศึกษาขอนแก่น พบว่าจากการจัดกิจกรรมการเรียน การสอน นักเรียนเกิดทักษะในการเรียนรู้ ทักษะสารสนเทศ สื่อ เทคโนโลยี และทักษะชีวิตมากขึ้น 3. เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4โรงเรียนมหาไถ่ศึกษาขอนแก่น จากการเรียนรู้พบว่า ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน ของนักเรียนเพิ่มสูงขึ้นเป้าหมายของสถานศึกษาคือ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายบุคคลไม่ต่ ากว่า 3.00 4.2 ผลสัมฤทธิ์ของงำน จากผลของการพัฒนากระบวนการห้องเรียนพอเพียงตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 เพื่อพัฒนา กระบวนการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ผ่านกระบวนการห้องเรียนพอเพียง ในกลุ่มรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมหาไถ่ศึกษาขอนแก่น ปีการศึกษา 2565 พบว่ากระบวนการห้องเรียนพอเพียงท า ให้นักเรียนสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่ ยั่งยืน วัตถุประสงค์ข้อที่ 2 เพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ในกลุ่มรายวิชา สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมหาไถ่ศึกษาขอนแก่น ปีการศึกษา 2565 พบว่า นักเรียนเกิด ทักษะในการเรียนรู้ ทักษะทักษะสารสนเทศ สื่อ เทคโนโลยี และทักษะชีวิตและอาชีพ ซึ่งเป็นทักษะที่จ าเป็นใน ศตวรรษที่ 21 ที่จะเป็นภูมิคุ้มกันให้กับนักเรียน ได้เป็นอย่างดี และที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือนักเรียนมีทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ ทักษะการเรียนรู้ ที่จะ สามารถน าไปใช้ในชีวิตประจ าวันได้ และยังคงรักษาความเป็นท้องถิ่นของตนเองได้ ส่วนวัตถุประสงค์ข้อที่ 3 เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน กลุ่มสาระการ เรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมหาไถ่ศึกษา ขอนแก่น ปีการศึกษา 2565 ซึ่งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนพบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ สูงขึ้นจากค่าเป้าหมายที่วางไว้ 8
4.3 ประโยชน์ที่ได้รับ 1. ผู้เรียนเกิดทักษะในการเรียนรู้ ทักษะทักษะสารสนเทศ สื่อ เทคโนโลยี และทักษะ ชีวิตและอาชีพมากขึ้น 2. ผู้เรียนมีภูมิคุ้มกันในตัวเองที่ดีขึ้น 3. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้น 4. นักเรียนรู้จักการใช้สื่อ เทคโนโลยี ในทางที่สร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์ในด้าน การศึกษามากขึ้น 5. นักเรียนได้รับการส่งเสริมความเป็นเลิศด้านวิชาการ เป็นการเสริมสร้างให้เป็นผู้ใฝ่ เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และเป็นผู้เรียนที่มีใจรักในการเรียนวิชาสังคมศึกษาอย่างเป็นระเบียบ ใช้ กระบวนการจัดการเรียนรู้ด้วยตนเองได้อย่างเป็นขั้นตอน 6. ช่วยพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์นักเรียน ให้สามารถปรับตัวให้เข้ากับสังคม รู้รักสามัคคี รู้แพ้ รู้ชนะ รู้การให้อภัย และความเป็นระเบียบในการท างานอย่างมีเหตุผล 7. ครูผู้สอนได้พัฒนาศักยภาพของตนเองด้วยแสวงหาความรู้อยู่เสมอ เพื่อน ามาใช้ใน การพัฒนานักเรียนตามกระบวนการดังกล่าว 8. โรงเรียนที่เป็นยอมรับของชุมชนจากชุมชนหรือหน่วยงานภายนอก 5. ปัจจัยควำมส ำเร็จ 1. ผู้บริหารสถานศึกษาให้การสนับสนุนด้านงบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ สถานที่ เวลา และขวัญ ก าลังใจแก่นักเรียนและครูผู้สอน 2. นักเรียนตระหนักถึงความส าคัญของการศึกษาเล่าเรียน การพัฒนาตนเองด้านวิชาการและ ให้ความร่วมมือในการฝึกฝนตนเองให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความร่วมมือในการเรียนรู้ ตามกระบวนการที่ครูผู้สอนวางแผนใช้ในการเรียนการสอน 3. ครูผู้สอนให้ความสนใจผู้เรียนอย่างต่อเนื่องและส่งเสริมผู้เรียนสู่การเรียนรู้ที่ประสบ ความส าเร็จ 9
6. บทเรียนที่ได้รับ (Lesson Learned) 6.1 บทเรียนที่ได้รับ กระบวนการห้องเรียนพอเพียง เป็นกระบวนการสร้างแรงกระตุ้นการท างานที่ดีให้กับนักเรียน โดย ยึดนักเรียนสู่ศูนย์กลางทางความคิดที่มีความหลากหลาย เกิดกระบวนการเรียนรู้อย่างเป็นขั้นตอนจาก กระบวนการท างานที่มีความเป็นรูปแบบมากขึ้น กระตุ้นความอยากรู้ของผู้เรียนผ่านสื่อจากครูผู้สอนที่สร้าง สิ่งเร้าที่ดีในการสืบค้นเนื้อหาด้วยตนเองและสร้างผลงานที่มีความสร้างสรรค์ ทั้งนี้กระบวนการดังกล่าวสามารถน าไปประยุกต์ใช้ในกระบวนการท างานในชีวิตประจ าวันได้ ทุกๆ เรื่องของตัวนักเรียนเอง เป็นข้อคิดที่นักเรียนสามารถจดจ าไปสร้างสรรค์การท างานของตนเองให้เกิด ผลส าเร็จอย่างเข้าใจ ถูกใจ และสุขใจ เพราะการเรียนรู้สังคมศึกษาคือการเรียนรู้ด้วยหัวใจและนักเรียน เกิดการเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยตนเองไปในทิศทางที่ดีและถูกต้อง มากกว่าการฝืนความรู้สึกในการเรียนรู้ การน ากิจกรรมการแข่งขันทักษะเข้ามาส่งผลให้นักเรียนได้เกิดการกล้าแสดงออกอย่างมีหลักการและได้รับ การยอมรับ จากชุมชนหรือหน่วยงานภายนอกและผลตอบแทนที่ได้รับคือ รางวัลที่เป็นสิ่งส่งเสริมก าลังใจใน การที่จะปฏิบัติต่อไปในอนาคต แนวทำงกำรพัฒนำเพิ่มเติมให้ประสบควำมส ำเร็จ 1. การสร้างกระบวนการที่หลากหลายด้วยกิจกรรมที่หลากหลายมากขึ้น เช่น กิจกรรมที่มีความ ยาก การฝึกใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการท างาน เป็นต้น 2. ส่งเสริมช่องทางการน าเสนอ/เผยแพร่ผลงานของนักเรียนให้ได้รับการชื่นชมในระดับกว้างมาก ขึ้น 3. ครูพัฒนาองค์ความรู้ขั้นสูงในเรื่องที่นักเรียนให้ความสนใจเพื่อน ามาถ่ายทอดนักเรียนให้เกิดการ เรียนรู้ ต่อไปในอนาคต 7. กำรเผยแพร่/กำรยอมรับ/รำงวัลที่ได้รับ กระบวนการห้องเรียนพอเพียงน าไปสู่ความส าเร็จ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการปรับปรุงหลักสูตร โรงเรียนมหาไถ่ศึกษาขอนแก่น กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 10
ภำคผนวก
กิจกรรมกำรเรียนกำรสอน
กิจกรรมกำรเรียนกำรสอน
กิจกรรมกำรเรียนกำรสอน
กิจกรรมกำรเรียนกำรสอน
กำรเข้ำร่วมกิจกรรมส่งเสริมทักษะทำงวิชำกำร
กำรเข้ำร่วมกิจกรรมส่งเสริมทักษะทำงวิชำกำร
เอกสารประกอบอื่นๆ 3
1
2 คำนำ นวัตกรรมการจัดการเรียนการสอน “การพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ โดยการ จัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการสร้างสรรค์นวัตกรรมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6” เป็นนวัตกรรมที่คิดค้นมา เพื่อใช้พัฒนาการจัดการเรียนการสอน และพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ โดยจัดการเรียนรู้ ที่ส่งเสริมการสร้างสรรค์นวัตกรรม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งจากการดำเนินการเป็นระยะเวลา 5 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง โดยสามารถพัฒนาการแก้โจทย์ปัญหาได้เป็นอย่างดี เป็นที่น่าพอใจ ขอขอบคุณ ผู้บริหาร และบุคลากรโรงเรียนมหาไถ่ศึกษาขอนแก่น และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ให้ ความร่วมมือ ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมจนประสบความสำเร็จ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า นวัตกรรมการจัดการเรียน การสอน เรื่อง “การพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ โดยการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการ สร้างสรรค์นวัตกรรมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6” จะเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียนและหน่วยงาน หรือผู้ที่ สนใจ ในการนำไปประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาการจัดการเรียนการสอน และด้านอื่นๆ ในโอกาสต่อไป นพรัตน นักร้อง ผู้จัดทำ
3 สารบัญ เรื่อง หน้า ชื่อเรื่อง 1 ความสำคัญและทีมาของผลงานนวัตกรรม 1 จุดประสงค์และเป้าหมายของนวัตกรรม 4 กระบวนการหรือขั้นตอนการผลิตผลงานหรือนวัตกรรม 5 ผลการนำเนินงานและประโยชน์ที่ได้รับจากผลงานหรือนวัตกรรม 6 ปัจจัยความสำเร็จในการดำเนินงานผลงานหรือนวัตกรรม 7 บทเรียนที่ได้รับ (Lesson Learned) จากการใช้ผลงานหรือนวัตกรรม 7 การเผยแพร่การใช้ผลงานหรือนวัตกรรม 7 ภาคผนวกที่เกี่ยวข้องกับผลงานหรือนวัตกรรม 8
1 แบบเสนอผลงาน/นวัตกรรมการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) โครงการวิจัยและพัฒนาสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้ผ่านหลักสูตรฐานสมรรถนะวิถีพัฒนานักเรียน ไทยในศตวรรษที่ 21 โรงเรียนในจังหวัดขอนแก่น ชื่อผลงาน การพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ โดยการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการสร้างสรรค์ นวัตกรรมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชื่อผู้เสนอผลงาน นายนพรัตน นักร้อง ตำแหน่ง ครูผู้สอน โรงเรียน มหาไถ่ศึกษาขอนแก่น อำเภอ เมืองขอนแก่น จังหวัด ขอนแก่น สังกัด สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดขอนแก่น มือถือ 064-3052091 E-mail address [email protected] 1. ความสำคัญของผลงานหรือนวัตกรรมที่นำเสนอ 1.1 เหตุผล ความจำเป็น ปัญหาหรือความต้องการที่จัดทำผลงานนวัตกรรม สังคมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และในยุคปัจจุบันสังคมมีอัตราการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วมาก นักคิดในแวดวงต่างๆ ของโลกและไทยต่างให้ความสนใจกับสภาพสังคมเป็นอย่างยิ่งนักคิด ทั้งหลายเรียกสังคม ของมนุษยชาติในอนาคตในชื่อที่แตกต่างกัน เช่น ยุคคลื่นลูกที่สาม (The third wave) ยุคดิจิทัลเปลี่ยนโลก (The New Digital Age) ยุคโลกไร้พรมแดน (Borderless world) ยุคโลกาภิวัตน์ (Globalization) หรือใน ประเทศไทยสุวิทย์ เมษิณทรีย์ เรียกว่าเป็นยุค “หลังสังคมฐานความรู้” (Post knowledge – based society) ซึ่งเป็นโลกที่เน้นแนวคิดหลักการสำคัญที่เกี่ยวข้องกับผลงานหรือนวัตกรรม ความจริงแล้วความคิด เกี่ยวกับคุณลักษณะของคนในศตวรรษที่ 21 มีมาก่อนจะถึงยุคศตวรรษที่ 21 ด้วยซ้ำดังจะเห็นได้จากองค์การ การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโก (Unesco) ได้ศึกษาแนวทางการจัด การศึกษาสำหรับศตวรรษที่ 21 โดยจัดให้มีการประชุม นานาชาติเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและ ประสบการณ์ของกลุ่มคนต่างๆ ทั่วโลก หลังจากนั้นคณะกรรมาธิการนานาชาติว่าด้วยการศึกษาในศตวรรษที่ 21 แห่งยูเนสโก จำนวน 15 คน ได้สรุปแนวทางการจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 เป็นรายงานและตั้งชื่อ รายงานว่า “Learning : The Treasure Within” แปลว่า “การเรียนรู้ : ขุมทรัพย์ในตน” ในรายงานดังกล่าว มีสาระสำคัญตอนหนึ่งที่กล่าวถึง “สี่เสาหลักทางการศึกษา” ซึ่งเป็นหลักในการจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ประกอบด้วยการเรียนรู้ 4 แบบ ได้แก่ การเรียนรู้เพื่อรู้ (Learning to know) การเรียนรู้เพื่อปฏิบัติได้ (Learning to do) การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน (Learning to live together) และการเรียนรู้เพื่อชีวิต (Learning to be) (คณะกรรมาธิการนานาชาติว่าด้วยการศึกษาในศตวรรษที่ 21, 2540) แนวคิดทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ตั้งอยู่บนฐานคิดที่เชื่อว่ารูปแบบการศึกษาแบบดั้งเดิมในช่วงศตวรรษ ที่ 20 ซึ่งเน้นย้ำแต่การเรียนและการท่องจำเนื้อหาในสาระวิชาหลัก เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาศาสตร์ และสังคมศึกษา ไม่เพียงพออีกต่อไปแล้วในการดำรงชีวิตและการทำงานในโลกศตวรรษใหม่
2 ภายใต้ความท้าทายใหม่ (สถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศไทย, 2557) ซึ่งสอดคล้องกับ ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์ (2546) ที่กล่าวถึง การจัดการเรียนการสอนแบบเดิมในชั้นเรียนไทยว่า ในชั้นเรียนไทยครูมักจะบรรยายเนื้อหา ใหม่ และทำโจทย์ตัวอย่างให้ดู แล้วตรวจคําตอบบนกระดาน และครูมักจะให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดจำนวน มากเพื่อให้จำเนื้อหาเหล่านั้นได้ (ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์, 2546) Burn (1985 อ้างถึงใน Clarke & Sullivan, 1991) ได้กล่าวถึงเป้าหมายของการสอนแบบเดิม คือเพื่อการพัฒนาความสามารถทางการคํานวณ สิ่งสำคัญ คือการได้รับคําตอบที่ถูกต้อง ครูหรือ คําตอบเป็นแหล่งข้อมูลที่แสดงให้นักเรียนเห็นถึงความถูกต้องของ คําตอบ และที่น่าเป็นห่วงคือ คําตอบที่ถูกต้องและรวดเร็วถูกให้คุณค่ามากกว่าวิธีการคิดที่นําไปสู่คําตอบนั้น ๆ แต่ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์ (2557) ได้เสนอมุมมองเกี่ยวกับวิธีการสอนที่ไม่ได้เน้นแต่ผลลัพธ์ แต่เน้นกระบวนการ เรียนรู้ก่อนจะได้ผลลัพธ์ ก็จะเกิดวิธีการสอนแบบใหม่ทันที เราเน้นกระบวนการเรียนรู้ของนักเรียน ดังนั้น วิธีการสอนของครูก็คือ การพยายาม “ค้นหา” (Investigate) กระบวนการการเรียนรู้ของนักเรียนซึ่งสามารถ ทำได้โดยการค้นหา “แนวคิด” ของนักเรียน ซึ่งจะทำให้ครูเข้าถึงการเรียนรู้แบบเฉพาะตัวของนักเรียน ซึ่งเป็น วิธีการสอนที่เน้นการค้นหากระบวนการเรียนรู้ของนักเรียนนี้ นอกจากเปลี่ยนมุมมองมาเน้น “แนวคิด” ของ นักเรียนเพื่อจะได้เข้าถึงกระบวนการเรียนรู้ของนักเรียน ทำให้วิธีการสอนนี้แตกต่างจากเดิมไปโดยสิ้นเชิง เพราะเปลี่ยนจากเน้นครูเป็นศูนย์กลาง มาเน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง (Student-centered Approach) 1.2 แนวคิดหลักการสำคัญที่เกี่ยวข้องกับผลงาน หรือนวัตกรรม 1.2.1 วงจรคุณภาพ PDCA วงจรคุณภาพ PDCA วงจรบริหารสี่ขั้นตอนที่ประกอบไปด้วย Plan (การวางแผน) Do (ปฏิบัติ) Check (ตรวจสอบ) และ Action (การดำเนินการ) วงจรการบริหารงานคุณภาพใช้ในการควบคุมและพัฒนา กระบวนการ PDCA ทั้งสี่ขั้นตอนเป็นกระบวนการที่สามารถทำซ้ำได้ เพื่อให้สถานศึกษาสามารถบริหารความ เปลี่ยนแปลงได้อย่างประสบความสำเร็จวงจรการควบคุมคุณภาพมีรายละเอียด ดังนี้ Plan (วางแผน) หมายถึง การวางแผนการดำเนินงานอย่างรอบคอบ ครอบคลุมถึงการกำหนดหัวข้อที่ ต้องการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ซึ่งรวมถึงการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน อาจ ประกอบด้วย การกำหนดเป้าหมาย หรือวัตถุประสงค์ของการดำเนินงาน Plan การจัดอันดับความสำคัญของ เป้าหมาย กำหนดการดำเนินงาน กำหนดระยะเวลาการดำเนินงาน กำหนดผู้รับผิดชอบหรือผู้ดำเนินการและ กำหนดงบประมาณที่จะใช้ การเขียนแผนดังกล่าวอาจปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมของลักษณะ การ ดำเนินงาน การวางแผนยังช่วยให้เราสามารถคาดการณ์สิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต และช่วยลดความสูญเสียต่างๆที่ อาจเกิดขึ้นได้ Do (ปฏิบัติตามแผน) หมายถึง การดำเนินการตามแผน อาจประกอบด้วยการมีโครงสร้างรองรับการ ดำเนินการ มีวิธีการดำเนินการ และมีผลของการดำเนินงาน Check (ตรวจสอบการปฏิบัติตามแผน) หมายถึง การประเมินแผน อาจประกอบด้วยการประเมิน โครงสร้างที่รองรับ การดำเนินการ การประเมินขั้นตอนการดำเนินงาน และการประเมินผลของ การ ดำเนินงานตามแผนที่ได้ตั้งไว้ โดยในการประเมินดังกล่าวสามารถทำได้เอง โดยคณะกรรมการที่รับผิดชอบ
3 แผนการดำเนินงานนั้น ๆ ซึ่งเป็นลักษณะของการประเมินตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการ อีกชุดมา ประเมินแผน หรือไม่จำเป็นต้องคิดเครื่องมือหรือแบบประเมินที่ยุ่งยากซับซ้อน Act (ปรับปรุงแก้ไข) หมายถึง การนำผลการประเมินมาพัฒนาแผน อาจประกอบด้วยการนำผลการ ประเมินมาวิเคราะห์ว่ามีโครงสร้าง หรือขั้นตอนการปฏิบัติงานใดที่ควร ปรับปรุงหรือพัฒนาสิ่งที่ดีอยู่แล้วให้ดี ยิ่งขึ้นไปอีก และสังเคราะห์รูปแบบ การดำเนินการใหม่ที่เหมาะสม สำหรับการดำเนินการ ในปีต่อไป 1.2.2 โมเดลการเรียนรู้ Holy Go Model Holy Go Model เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนมหาไถ่ศึกษาขอนแก่น โดยโมเดลการ จัดการเรียนรู้เป็นการรวมกันของวิธีการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning แลคุณค่าพระวรสารของพระเจ้า โดย โมเดลการเรียนรู้ Holy Go Model ประกอบไปด้วย Ho = heart and happy รวมใจใสสบาย ทบทวนความรู้ คือขั้นนำเข้าสู่บทเรียนเป็นการเริ่มต้น เตรียมความพร้อมก่อนเรียน Ly = learning กิจกรรมการเรียนรู้ คือ ขั้นสอน กิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆในบทเรียนนั้นๆ G = goal หลักฐานการปฏิบัติตัวชี้วัดสู่เป้าหมาย คือ ใบงาน และแบบฝึกหัดต่างๆที่ผู้เรียนได้ลงมือทำ O = overall ประยุกต์ใช้ ให้คิดจำ/จิตสำนึกสู่เป้าหมาย คือผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ที่ได้ เรียน
4 1.2.3 แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการสร้างสรรค์นวัตกรรม การจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการสร้างสรรค์นวัตกรรม (Design Thinking Process) เป็น กระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้กระบวนการของการคิดเชิงออกแบบ Design Thinking Process มาช่วยเพื่อให้ ผู้เรียนเกิดกระบวนการคิดที่สามารถสร้างสรรค์เครื่องทอ หรือนวัตกรรมได้ ประกอบไปด้วย 1. Empathize – เข้าใจปัญหา ทำความเข้าใจปัญหา/สำรวจตรวจสอบเกี่ยวกับบริบทของปัญหา รวมถึงวิธีการแก้ปัญหา อย่างหลากหลายมุมมองรอบด้าน รอบคอบ และมีทางเลือกที่ใช้ในการแก้ปัญหาได้ทันทีและประสบ ความสำเร็จ (Creative) 2. Define – กำหนดปัญหาให้ชัดเจน วิเคราะห์ปัญหาจากที่สำรวจจากข้างต้นอย่างรอบด้านแล้ว ให้นำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ เพื่อคัดกรองให้เป็นปัญหาที่แท้จริง เพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหา เลือก และสรุปแนวทางความเป็นไปได้ 3. Ideate –ระดมความคิด ระดมนำเสนอแนวคิดที่หลากหลาย ในด้านของความหลากหลายมุมมอง ความหลากหลาย วิธีการ เพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหา ซึ่งแนวทางในการแก้ไขปัญหาสามารถผสานหลายความคิดให้ออกมา เป็นแนวทางที่ชัดเจนได้ 4. Prototype – สร้างต้นแบบที่เลือก เป็นการนำแนวทางในการแก้ไขปัญหานำมาออกแบบเป็นต้นแบบนวัตกรรมหรือชิ้นงาน โดย เลือกใช้แนวทางในการแก้ปัญหาจากการระดมความคิดในขั้นตอนที่ 3 4. Test – ทดสอบ เป็นการนำต้นแบบของนวัตกรรมการศึกษาที่ได้สร้างขึ้นมาแล้วนำมาใช้จริง เพื่อ ทดสอบประสิทธิภาพ ประเมินผลและนำปัญหาที่พบมาปรับปรุงนวัตกรรม ก่อนนำไปใช้จริงต่อไป 2. จุดประสงค์และเป้าหมาย ของการดำเนินงาน 2.1 จุดประสงค์ เพื่อพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์โดยใช้วิธีการแบบเปิด ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 2.2 เป้าหมาย นักเรียนสามารถแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ได้อย่างคล่องแคล่ว และแม่นยำ 3. กระบวนการผลิตผลงาน หรือขั้นตอนการดำเนินงาน 3.1 กลุ่มตัวอย่าง
5 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีผลการทดสอบปลายภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ในตัวชี้วัดที่ เกี่ยวข้องกับการแก้โจทย์ปัญหา 3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการสร้างผลงานนวัตกรรม - แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง โจทย์ปัญหาสามเหลี่ยม - แบบทดสอบโจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ 3.3 ขั้นตอนและกระบวนการสร้างผลงานนวัตกรรม
6 1. วิเคราะห์ผลการทดสอบ กลางภาคเรียนที่ 2 วิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2565 2. ประชุมวางแผนจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ตาม PDCA เรื่อง โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับสามเหลี่ยม และ แบบทดสอบ โดยมีสมาชิกคือ ครูผู้สอน หัวหน้าฝ่ายบริหารงานวิชาการ และครูในกลุ่มสาระคณิตศาสตร์ โดย วางแผนการจัดการเรียนรู้ 5 ชั่วโมง ดังนี้ ตารางที่ 1 การจัดการเรียนการสอนในแต่ละชั่วโมง ครั้งที่ เรื่อง กิจกรรม จำนวน (ชั่วโมง) 1 แบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง โจทย์ปัญหาสามเหลี่ยม - 1 2 โจทย์ปัญหาการหาความยาวรอบรูป ของรูปสามเหลี่ยม แอฟ ช่างเย็บผ้า 1 3 โจทย์ปัญหาการหาพื้นที่รูปสามเหลี่ยม พี่ใบข้าวผู้ใจดี ทำกระบะทรายให้น้อง ป.1 1 4 โจทย์ปัญหาการหาความยาวรอบรูปและ พื้นที่ของรูปสามเหลี่ยม ช่วยมิสอ้อมใจที 1 5 แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง โจทย์ปัญหาสามเหลี่ยม - 1 3. ครูผู้สอนนำแผนการจัดการเรียนรู้ และแบบทดสอบไปใช้กับกลุ่มตัวอย่าง โดยวิธีการแบบเปิด (Open Approach) โดยมีผู้สังเกตเป็นผู้ร่วมจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ 4. ครูผู้สอน ผู้สังเกตร่วมสะท้อนผลการจัดการเรียนรู้ตาม PDCA และร่วมกันปรับปรุงแผนการจัดการ เรียนรู้ 5. ครูผู้สอน ผู้ร่วมสังเกต ประเมินสมรรถนะของนักเรียนตามเกณฑ์ 6. ประเมินผลการประเมินสมรรถนะ และผลการทดสอบของนักเรียน 7. จัดทำรายงานผลการจัดการเรียนรู้ 4. ผลการดำเนินการ/ผลสัมฤทธิ์/ประโยชน์ที่ได้รับ 4.1 สำหรับครู 4.1.1 เป็นตัวอย่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาของนักเรียน ให้ สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ปรับปรุง 2560) ที่ เน้นสมรรถนะผู้เรียน มาตรฐาน และตัวชี้วัด ที่นำไปสู่การปฏิบัติโดยเฉพาะสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนที่มุ่งให้ เกิดความสามารถในการแก้ปัญหา
7 4.1.2 เป็นหลักฐานหรือร่องรอยในการพัฒนาผู้เรียนให้มีกระบวนการคิด 4.1.3 เป็นตัวอย่างการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้ผู้เรียนจากกิจกรรมง่ายๆ และเหมาะสมกับ เนื้อหาตรงตามมาตรฐานและตัวชี้วัดของหลักสูตรวิชาคณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 4.2 สำหรับนักเรียน 4.2.1 เป็นกิจกรรมที่นักเรียนสามารถเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติด้วยตนเองหรือเป็นกลุ่มได้ ตลอดเวลาเพื่อสร้างทักษะชีวิตและทักษะทางสังคม 4.2.2 เป็นกิจกรรมที่สามารถใช้กระบวนการคิดได้อย่างหลากหลายโดยเฉพาะการคิด วิเคราะห์และ การคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นการคิดขั้นสูงสุด 4.2.3 นักเรียนสามารถวิเคราะห์โจทย์ปัญหาเพื่อแก้ปัญหา และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ โจทย์ปัญหาเรื่องอื่น ๆ ได้ 5. ปัจจัยความสำเร็จ 5.1 บุคลากรที่มีส่วนในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนประสบผลสำเร็จ คือผู้บริหารโรงเรียนมหาไถ่ ศึกษาขอนแก่นที่ให้การสนับสนุน และส่งเสริมให้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายตามศักยภาพของผู้เรียน ส่งเสริมสนับสนุนให้ ครู ผู้จัดทำสื่อ /นวัตกรรมเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ 5.2 ใช้หลักการจัดกิจกรรมแบบมีส่วนร่วมโดยอาศัยความร่วมมือของผู้บริหาร ครู นักเรียนโรงเรียน มหาไถ่ศึกษาขอนแก่น ร่วมกันวางแผนเตรียมความพร้อม 6. บทเรียนที่ได้รับ (Lesson Learned) 6.1 นักเรียนได้ศึกษาโจทย์ปัญหา เรื่องสามเหลี่ยม โดยนักเรียนรู้วิธีการแก้ปัญหาจากการแลกเปลี่ยน แนวคิดกัน โดยให้ผู้เรียนสามารถเผยแพร่ให้ผู้อื่นศึกษาได้ 6.2 กิจกรรมการเรียนรู้ปลุกฝังให้นักเรียนรู้จักการสังเกต การคิดวิเคราะห์การแก้ปัญหาโจทย์ปัญหา คณิตศาสตร์ 7. การเผยแพร่/การได้รับการยอมรับ/รางวัลที่ได้รับ 7.1 นวัตกรรมได้รับการเผยแพร่ในเว็บไซต์www.hrk.ac.th
8 8. ภาคผนวกที่เกี่ยวข้องกับผลงานหรือนวัตกรรม แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รหัสวิชา ค16101 รายวิชา คณิตศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง สามเหลี่ยม เวลาเรียนทั้งหมด 5 ชั่วโมง แผนการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง โจทย์ปัญหารูปสามเหลี่ยม เวลาเรียน 5 ชั่วโมง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ครูผู้สอน นายนพรัตน นักร้อง 1. สาระสำคัญ ความยาวรอบรูปของรูปสามเหลี่ยม เป็นผลบวกของความยาวของด้านทุกด้านของรูปสามเหลี่ยม การหาพื้นที่ของรูปสามเหลี่ยม สามารถหาได้จาก พื้นที่รูปสามเหลี่ยม = 1 2 ฐาน สูง การแก้โจทย์ปัญหา เกี่ยวกับความยาวรอบรูปและพื้นที่ของรูปสามเหลี่ยม อาจใช้กระบวนการ แก้ปัญหาตามขั้นตอน ดังนี้ ขั้นที่ 1 ทำความเข้าใจปัญหา ขั้นที่ 2 วางแผนแก้ปัญหา ขั้นที่ 3 ดำเนินการตามแผน ขั้นที่ 4 ตรวจสอบ 2. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดชั้นปี มาตรฐาน ค 2.2 เข้าใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณิต สมบัติของรูปเรขาคณิต ความสัมพันธ์ระหว่างรูป เรขาคณิต และทฤษฎีบททำงเรขาคณิต และนำไปใช้ ค 2.2 ป.6/2 หาวิธีการหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูปและพื้นที่ของรูปหลาย เหลี่ยม 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. เพื่อให้ผู้เรียนแสดงวิธีการหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูปและพื้นที่ของรูป สามเหลี่ยม (K)
9 2. เพื่อให้ผู้เรียนเขียนวิธีการหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูปและพื้นที่ของรูป สามเหลี่ยมได้อย่างคล่องแคล่ว (S) 3. เพื่อให้ผู้เรียนใฝ่ในการเรียนรู้(A) 4. เพื่อให้ผู้เรียนมุ่งมั่นในการทำงาน (A) 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการแก้ปัญหา 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (คุณค่าพระวรสาร) 5.1 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 5.1.1 ใฝ่เรียนรู้ 5.1.2 มุ่งมั่นในการทำงาน 5.2 คุณค่าพระวรสาร 5.2.1 ความจริง 5.2.2 ไตร่ตรอง 6. สาระการเรียนรู้ 1. โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูปของรูปสามเหลี่ยม 2. โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับพื้นที่ของรูปสามเหลี่ยม 3. โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูปและพื้นที่ของรูปสามเหลี่ยม
10 7. กระบวนการเรียนรู้ (HOLY GO) กระบวนการเรียนรู้ ขั้นตอนที่ เนื้อหา เทคนิคการ สอน สมรรถนะที่เกิดขึ้น สื่อ/นวัตกรรม วิธีการวัดผล เกณฑ์การ ประเมินผล 1. รวมใจใสสบาย/ ทบทวนความรู้เดิม Heart / Happy - การหาความ ยาวรอบรูปของ รูปสามเหลี่ยม - การหาพื้นที่ของ รูปสามเหลี่ยม - โจทย์ปัญหา เกี่ยวกับความยาว รอบรูปและพื้นที่ ของรูป สามเหลี่ยม - อธิบาย - ทำสมาธิ - ผู้เรียนมี ความพร้อมใน การเรียนรู้ - แบบทดสอบ ก่อนเรียน - เพลงสมาธิ - ตรวจ แบบทดสอบ ก่อนเรียน - ประเมินผล ตามสภาพ จริง 2. กิจกรรมการ เรียนรู้ Learning - กระบวนการ ของการคิดเชิง ออกแบบ Design Thinking Process - ผู้เรียนแสดง วิธีการหาคำตอบ ของโจทย์ปัญหา เกี่ยวกับความยาว รอบรูปและพื้นที่ ของรูปสามเหลี่ยม - ผู้เรียนเขียน วิธีการหาคำตอบ ของโจทย์ปัญหา เกี่ยวกับความยาว รอบรูปและพื้นที่ ของรูปสามเหลี่ยม ได้อย่างคล่องแคล่ว - สถานการณ์ ปัญหา - ใบกิจกรรม - สังเกต พฤติกรรม - ประเมินผล ตามสภาพ จริง 3. หลักฐานการ ปฏิบัติ ตัวชี้วัดสู่ เป้าหมาย Goal - การเรียนรู้ แบบ แลกเปลี่ยน ความคิดเห็น - ผู้เรียนเขียน วิธีการหาคำตอบ ของโจทย์ปัญหา เกี่ยวกับความยาว รอบรูปและพื้นที่ ของรูปสามเหลี่ยม - ใบกิจกรรม - สังเกต พฤติกรรม - ประเมินผล ตามสภาพ จริง
11 กระบวนการเรียนรู้ ขั้นตอนที่ เนื้อหา เทคนิคการ สอน สมรรถนะที่เกิดขึ้น สื่อ/นวัตกรรม วิธีการวัดผล เกณฑ์การ ประเมินผล 4. ประยุกต์ใช้ ให้ คิดจำ/จิตสำนึก สู่ สังคม Overall - การเรียนรู้ แบบ แลกเปลี่ยน ความคิดเห็น - ผู้เรียนเขียน วิธีการหาคำตอบ ของโจทย์ปัญหา เกี่ยวกับความยาว รอบรูปและพื้นที่ ของรูปสามเหลี่ยม - แบบทดสอบ หลังเรียน PowerPoint - ใบงาน - ตรวจใบงาน - ประเมินผล ตามสภาพ จริง ชั่วโมงที่ 1 ขั้นที่ 1 รวมใจใสสบาย/ทบทวนความรู้เดิม Heart / Happy เทคนิคการสอนแบบ : ทำสมาธิ 1. ผู้สอนให้ผู้เรียนทำสมาธิเพื่อเตรียมความพร้อมในการทำกิจกรรม 2. ผู้สอนให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน ขั้นที่ 2 กิจกรรมการเรียนรู้Learning เทคนิคการสอนแบบ : - ขั้นที่ 3 หลักฐานการปฏิบัติ ตัวชี้วัดสู่เป้าหมาย Goal เทคนิคการสอนแบบ : - ขั้นที่ 4 ประยุกต์ใช้ ให้คิดจำ/จิตสำนึก สู่สังคม Overall เทคนิคการสอนแบบ : - ชั่วโมงที่ 2 ขั้นที่ 1 รวมใจใสสบาย/ทบทวนความรู้เดิม Heart / Happy เทคนิคการสอนแบบ : ทำสมาธิ 1. ผู้สอนให้ผู้เรียนทำสมาธิเพื่อเตรียมความพร้อมในการทำกิจกรรม ขั้นที่ 2 กิจกรรมการเรียนรู้Learning เทคนิคการสอนแบบ : กระบวนการของการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking Process)