The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรภาษาต่างประเทศ มถ ปีการศึกษา 2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by prontipa, 2023-05-30 03:46:43

หลักสูตรภาษาต่างประเทศ มถ ปีการศึกษา 2566

หลักสูตรภาษาต่างประเทศ มถ ปีการศึกษา 2566

หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๑


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๑ คำนำ ตามที่กระทรวงศึกษาธิการมีประกาศเรื่อง การบริหารจัดการเวลาเรียนของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ เพื่อใหMสถานศึกษาสามารถบริหารจัดการเวลาเรียน และนำหลักสูตรสูQการปฏิบัติในการ จัดการเรียนการสอนไดMอยQางมีประสิทธิภาพ มีความยืดหยุQน เหมาะสมกับบริบทสถานศึกษา และผูMเรียนมีคุณภาพตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ใหMใชMมาตรฐานการ เรียนรูMและตัวชี้วัด กลุQมสาระการเรียนรูM คณิตศาสตรY วิทยาศาสตรY และสาระภูมิศาสตรY ในกลุQมสาระการเรียนรูMสังคม ศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ เพื่อใหMการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสอดคลMองกับการเปลี่ยนแปลงทาง เศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม สภาพแวดลMอม และความรูMทางวิทยาศาสตรYและเทคโนโลยีที่เจริญกMาวหนMาอยQางรวดเร็ว เปbนการพัฒนาและเสริมสรMางศักยภาพคนของชาติ ใหMสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแขQงขันของประเทศ การ ยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรูMใหMมีคุณภาพและมาตรฐานระดับสากล สอดคลMองกับประเทศไทย ๔.๐ โลก ในศตวรรษที่ ๒๑ และทัดเทียมกับนานาชาติ ผูMเรียนมีศักยภาพในการแขQงขันและดำรงชีวิตอยQางสรMางสรรคYใน ประชาคมโลก ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดังนั้น เพื่อใหMการขับเคลื่อนนโยบายสูQการปฏิบัติอยQางมีประสิทธิภาพ โรงเรียนมหาไถQศึกษาขอนแกQน จึงไดM จัดทำหลักสูตรสถานศึกษา ปdการศึกษา ๒๕๖๖ โดยพิจารณาปรับโครงสรMางเวลาเรียน โครงสรMางหลักสูตร ใหM สอดคลMองกับหลักสูตร (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑ ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด ขอขอบคุณคณะผูMบริหาร คณะครูโรงเรียนมหาไถQศึกษาขอนแกQน และบุคลากรทุกหนQวยงานที่เกี่ยวขMองทั้ง ในและนอกสถานศึกษา ที่มีสQวนรQวมในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมหาไถQศึกษาศึกษา ปdการศึกษา ๒๕๖๖ จนสำเร็จเรียบรMอยเปbนอยQางดีและสามารถนำไปใชMในการจัดกิจกรรมการสอนอยQางมีประสิทธิภาพตQอไป ลงชื่อ ( นางสาวกันตินันทY แสนทำนา ) ผูMอำนวยการโรงเรียนมหาไถQศึกษาขอนแกQน


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๒ สารบัญ หน$า คำนำ ๑ สารบัญ ๒ บทนำ ๓ Ÿ ความเปbนมา ๔ Ÿ ปรัชญา วิสัยทัศนYพันธกิจ เปeาหมาย ๖ Ÿ เอกลักษณYของโรงเรียน ๖ Ÿ อัตลักษณYของผูMเรียน ๖ Ÿ พันธกิจ และเปeาหมาย ๖ Ÿ กลยุทธY ๗ Ÿ จุดเนMน ๘ Ÿ สมรรถนะสำคัญของผูMเรียน ๑๐ Ÿ คุณลักษณะอันพึงประสงคY ๑๑ มาตรฐานการเรียนรู$ ๑๕ ตัวชี้วัด ๑๖ รหัสวิชาของรายวิชาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๑๘ สาระการเรียนรู$ ๒๐ สาระและมาตรฐานการเรียนรู$กลุOมสาระการเรียนรู$ภาษาตOางประเทศ ๒๑ โครงสร$างเวลาเรียนที่กำหนดในหลักสูตร ๒๓ โครงสร$างหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมหาไถOศึกษาขอนแกOน ปWการศึกษา ๒๕๖๖ ๗๙ คำอธิบายรายวิชากลุOมสาระการเรียนรู$ภาษาตOางประเทศ ๑๑๕ ระเบียบการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู$ ๑๖๕ ภาคผนวก ๑๗๔


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๓ บทนำ ความเป,นมา กระทรวงศึกษาธิการไดMประกาศใชMหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ใหMเปbน หลักสูตรแกนกลางของประเทศ เมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เริ่มใชMในโรงเรียนตMนแบบการ ใชMหลักสูตร และโรงเรียนที่มีความพรMอมในปdการศึกษา ๒๕๕๒ และเริ่มใชMในโรงเรียนทั่วไปในปdการศึกษา ๒๕๕๓ ซึ่งใชMมาเปbน เวลากวQา ๘ ปdแลMว สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ไดM ดำเนินการติดตามผลการนำหลักสูตรไปสูQการปฏิบัติอยQางตQอเนื่องในหลายรูปแบบ ทั้งการประชุมรับฟjงความ คิดเห็น การนิเทศติดตามผลการใชMหลักสูตรของโรงเรียน การรับฟjงความคิดเห็นผQานเว็บไซตYของสำนักวิชาการและ มาตรฐานการศึกษา รายงานผลการวิจัยของหนQวยงานและองคYกรที่เกี่ยวขMองกับหลักสูตรและการใชMหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ผลจากการศึกษา พบวQา หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มีขMอดีในหลายประการ เชQน กำหนดเปeาหมายการพัฒนาไวMชัดเจน มีความยืดหยุQน เพียงพอใหMสถานศึกษาบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาไดM สำหรับปjญหาที่พบสQวนใหญQเกิดจากการนำหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑ สูQการปฏิบัติในสถานศึกษาและในหMองเรียน นอกจากนี้ การศึกษาขMอมูลทิศทางและกรอบยุทธศาสตรYของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหQงชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔) ซึ่งเกิดขึ้นในชQวงเวลาของการปฏิรูปประเทศและสถานการณYโลกที่เปลี่ยนแปลง อยQางรวดเร็วและเชื่อมโยงใกลMชิดกันมากขึ้น โดยจัดทำบนพื้นฐานของกรอบยุทธศาสตรYชาติ ๒๐ ปd (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙) ซึ่งเปbนแผนหลักของการพัฒนาประเทศ และเปeาหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) แผนการศึกษาแหQงชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ รวมทั้งการปรับโครงสรMางประเทศ ไปสูQประเทศไทย ๔.๐ ซึ่งยุทธศาสตรYชาติที่จะใชMเปbนกรอบแนวทางการพัฒนาในระยะ ๒๐ ปd ตQอจากนี้ ประกอบดMวย ๖ ยุทธศาสตรY ไดMแกQ (๑) ยุทธศาสตรYดMานความมั่นคง (๒) ยุทธศาสตรYดMานการสรMางความสามารถใน การแขQงขัน (๓) ยุทธศาสตรYการพัฒนาและเสริมสรMางศักยภาพคน (๔) ยุทธศาสตรYดMานการสรMางโอกาสความเสมอ ภาคและเทQาเทียมกันทางสังคม (๕) ยุทธศาสตรYดMานการสรMางการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เปbนมิตรกับสิ่งแวดลMอม และ (๖) ยุทธศาสตรYดMานการปรับสมดุลและ พัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ เพื่อมุQงสูQวิสัยทัศนYและทิศทางการพัฒนาประเทศ "ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" เปbนประเทศพัฒนาแลMวดMวยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ประเด็นที่สำคัญเพื่อแปลงแผนไปสูQการปฏิบัติใหMเกิดผลสัมฤทธิ์ไดMอยQางแทMจริงตามยุทธศาสตรYการพัฒนา และเสริมสรMางศักยภาพคน คือ การเตรียมพรMอมดMานกำลังคนและการเสริมสรMางศักยภาพของประชากรในทุกชQวง วัย มุQงเนMนการยกระดับคุณภาพทุนมนุษยYของประเทศ โดยพัฒนาคนใหMเหมาะสมตามชQวงวัย เพื่อใหMเติบโตอยQางมี คุณภาพ การพัฒนาทักษะที่สอดคลMองกับความตMองการในตลาดแรงงานและทักษะที่จำเปbนตQอการดำรงชีวิตใน


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๔ ศตวรรษที่ ๒๑ ของคนในแตQละชQวงวัยตามความเหมาะสม การเตรียมความพรMอมของกำลังคนดMานวิทยาศาสตรY และเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนแปลงในอนาคต ตลอดจนการยกระดับคุณภาพการศึกษาสูQความเปbนเลิศ ดังนั้น เพื่อใหMการขับเคลื่อนยุทธศาสตรYของชาติ เพื่อเตรียมความพรMอมคนใหMสามารถปรับตัวรองรับ ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงไดMอยQางเหมาะสม กระทรวงศึกษาธิการจึงกำหนดเปbนนโยบายสำคัญ และเรQงดQวน ใหMมีการปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาชั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ในกลุQมสาระการเรียนรูMคณิตศาสตรY วิทยาศาสตรY และสาระภูมิศาสตรY ในกลุQมสาระการเรียนรูMสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รวมทั้งเทคโนโลยี ใน กลุQมสาระการเรียนรูMการงานอาชีพและเทคโนโลยี โดยมอบหมายใหMสถาบันสQงเสริมการสอนวิทยาศาสตรYและ เทคโนโลยี (สสวท.) ดำเนินการปรับปรุง กลุQมสาระการเรียนรูMคณิตศาสตรY กลุQมสาระการเรียนรูMวิทยาศาสตรY และ สาระเกี่ยวกับเทคโนโลยีในกลุQมสาระการเรียนรูMการงาน อาชีพและเทคโนโลยี และมอบหมายใหMสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานดำเนินการปรับปรุง สาระภูมิศาสตรYในกลุQมสาระการเรียนรูMสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ทั้งนี้ การดำเนินการประกาศใชMหลักสูตรยังคงอยูQในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน การปรับปรุงหลักสูตรครั้งนี้ ยังคงหลักการและโครงสรMางเดิมของหลักสูตรYแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ คือ ประกอบดMวย ๘ กลุQมสาระการเรียนรูM ไดMแกQ กลุQมสาระการเรียนรูMภาษาไทย คณิตศาสตรY วิทยาศาสตรY สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะการงานอาชีพและเทคโนโลยี และ ภาษาตQางประเทศ แตQมุQงเนMนการปรับปรุงเนื้อหาใหMมีความทันสมัย ทันตQอการเปลี่ยนแปลงและความเจริญกMาวหนMา ทางวิทยาการตQางๆ คำนึงถึงการสQงเสริมใหMผูMเรียน มีทักษะที่จำเปbนสำหรับการเรียนรูMในศตวรรษที่ ๒๑ เปbนสำคัญ เตรียมผูMเรียนใหMมีความพรMอมที่จะเรียนรูMสิ่งตQางๆพรMอมที่จะประกอบอาชีพ เมื่อจบการศึกษา หรือสามารถศึกษาตQอ ในระดับที่สูงขึ้น สามารถแขQงขันและอยูQรQวมกับประชาคมโลกไดM กรอบในการปรับปรุง คือ ใหMมีองคYความรูMที่เปbนสากลเทียบเทQานานาชาติ ปรับมาตรฐานการเรียนรูMและ ตัวชี้วัดใหMมีความชัดเจน ลดความซ้ำซMอน สอดคลMองและเชื่อมโยงกันภายในกลุQมสาระการเรียนรูM และระหวQางกลุQม สาระการเรียนรูM ตลอดจนเชื่อมโยงองคYความรูMทางวิทยาศาสตรY คณิตศาสตรY และเทคโนโลยีเขMาดMวยกัน จัด เรียงลำดับความยากงQายของเนื้อหาในแตQละระดับชั้น ตามพัฒนาการแตQละชQวงวัย ใหMมีความเชื่อมโยงความรูMและ กระบวนการเรียนรูM โดยใหMเรียนรูMผQานการปฏิบัติที่สQงเสริมใหMผูMเรียนพัฒนาความคิด สาระสำคัญของการปรับปรุงหลักสูตร มีดังนี้ ๑. กลุQมสาระการเรียนรูMคณิตศาสตรY และวิทยาศาสตรY ๑.๑ จัดกลุQมความรูMใหมQและนำทักษะกระบวนการไปบูรณาการกับตัวชี้วัด เนMนใหMผูMเรียนเกิดการ คิดวิเคราะหY คิดแกMปjญหา และมีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๕ ๑.๒ ระดับชั้นประถมศึกษาปdที่ ๑ ถึงมัธยมศึกษาปdที่ ๓ กำหนดมาตรฐานการเรียนรูMและตัวชี้วัด สำหรับผูMเรียนทุกคน ที่เปbนพื้นฐานที่เกี่ยวขMองกับชีวิตประจำวัน และเปbนพื้นฐานสำคัญในการศึกษาตQอ ระดับที่สูงขึ้น ๑.๓ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปdที่ ๔ - ๖ กำหนดมาตรฐานการเรียนรูMและตัวชี้วัดเฉพาะเจาะจง แยก สQวนระหวQางผูMเรียนที่เลือกเรียนในแผนการเรียนที่ไมQเนMนวิทยาศาสตรY และแผนการเรียนที่เนMนวิทยาศาสตรY มาตรฐานการเรียนรูMและตัวชี้วัดในสQวนของแผนการเรียนที่ไมQเนMนวิทยาศาสตรY เปbนพื้นฐานที่เกี่ยวขMองกับ ชีวิตประจำวัน และการศึกษาตQอระดับที่สูงขึ้น สQวนมาตรฐานการเรียนรูMและตัวชี้วัดของแผนการเรียนที่เนMน วิทยาศาสตรY ผูMเรียนจะไดMรับการพัฒนาสQงเสริมใหMมีความรูM ทักษะ และประสบการณY ดMานคณิตศาสตรYและ วิทยาศาสตรYที่ถูกตMองลึกซึ้ง และกวMางขวางตามศักยภาพของตนเองใหMมากที่สุด อันจะเปbนพื้นฐานสูQความ เปbนเลิศ ทางดMานวิทยาศาสตรY ศึกษาตQอในวิชาชีพที่ตMองใชMวิทยาศาสตรYไดM ๑.๔ ปรับจากตัวขี้วัดชQวงชั้นในระดับชั้นมัธยมศึกษาปdที่ ๔ - ๖ เปbนตัวชี้วัดชั้นปd ๒. กลุQมสาระการเรียนรูMวิทยาศาสตรY ไดMเพิ่มสาระเทคโนโลยีซึ่งประกอบไปดMวยการออกแบบและ เทคโนโลยี และวิทยาการคำนวณ ทั้งนี้เพื่อเอื้อตQอการจัดการเรียนรูMบูรณาการสาระทางคณิตศาสตรYวิทยาศาสตรY และเทคโนโลยี กับกระบวนการเชิงวิศวกรรม ตามแนวคิดสะเต็มศึกษา ๓. สาระภูมิศาสตรY ซึ่งเปbนสาระหนึ่งในกลุQมสาระการเรียนรูMสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ยังคง มาตรฐานการเรียนรูMเดิม แตQปรับมาตรฐานการเรียนรูMและตัวชี้วัดใหMมีความชัดเจน สอดคลMองกับพัฒนาการตามชQวง วัย มีองคYความรูMที่เปbนสากล เพิ่มความสามารถ ทักษะ และกระบวนการทางภูมิศาสตรYที่ชัดเจนขึ้น ดังนั้น มาตรฐานการเรียนรูMและตัวชี้วัดกลุQมสาระการเรียนรูMคณิตศาสตรY วิทยาศาสตรY และสาระภูมิศาสตรY ในกลุQมสาระการเรียนรูMสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลา การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ นี้ จัดทำขึ้น สำหรับสถานศึกษาไดMนำไปใชMเปbนกรอบและทิศทางในการ จัดทำหลักสูตรสถานศึกษาและจัดการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยทุกคนในระดับการศึกษาขั้น พื้นฐานใหMมีคุณภาพดMานความรูM และทักษะที่จำเปbนสำหรับการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ มาตรฐานการเรียนรูMและตัวชี้วัดที่กำหนดไวMนี้ จะชQวยใหMผูMที่เกี่ยวขMองใชMเปbนแนวทางในการสQงเสริม สนับสนุนใหMเกิด การพัฒนาผูMเรียนใหMมีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรูMอยQางแทMจริง


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๖ ปรัชญาของโรงเรียน กMาวหนMาเสมอ ดMวยความรูM คูQคุณธรรม วิสัยทัศน: ภายในปdการศึกษา ๒๕๖๘ โรงเรียนมหาไถQศึกษาขอนแกQน มุQงพัฒนาผูMเรียนใหMมีสมรรถนะสำคัญ และโดดเดQนดMานภาษา ครูกMาวทันเทคโนโลยี มีนวัตกรรม ภายใตMระบบบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาลแบบมี สQวนรQวม พันธกิจ เพื่อใหMวิสัยทัศนYของโรงเรียน ประสบความสำเร็จ ตามวิสัยทัศนY จึงไดMกำหนดพันธกิจไวMดังนี้ มุQงพัฒนาผูMเรียนใหMมีสมรรถนะสำคัญและโดดเดQนดMานภาษา ๓.๑ พัฒนาคุณภาพผูMเรียนใหMมีสมรรถนะและทักษะที่จำเปbนในศตวรรษที่ ๒๑ ๓.๒ สQงเสริมผูMเรียนใหMมีความสามารถทางภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุÉน ครูกMาวทันเทคโนโลยี มีนวัตกรรม ๓.๓ สQงเสริมการจัดกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เนMนผูMเรียนเปbนสําคัญ การจัดการเรียนรูM ดMวยการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) ๓.๔ พัฒนาสมรรถนะของครูและบุคลากรทางการศึกษา ทางดMานเทคโนโลยีดิจิทัล และ สมรรถนะที่สอดคลMองกับวิถีชีวิตแบบ New Normal ภายใตMระบบบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาลแบบมีสQวนรQวม ๓.๕ สQงเสริมการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลแบบมีสQวนรQวม ๓.๖ สQงเสริมใหMชุมชนเขMามามีสQวนรQวมในการจัดการศึกษา อัตลักษณ:ของผูEเรียน “มีวินัย ใฝÉคุณธรรม นำวิชาการ มารยาทงาม” เอกลักษณ:ของสถานศึกษา “โรงเรียนสQงเสริมคุณธรรม จริยธรรม นMอมนำวิชาการ” พันธกิจ และเปJาหมาย พันธกิจ เป+าหมาย ๑. พัฒนาคุณภาพผู/เรียนให/มีสมรรถนะและทักษะ ที่จำเปCนในศตวรรษที่ ๒๑ ๑. ผู/เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ตามหลักสูตรกำหนด ๒. ผู/เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงคRตามหลักสูตรกำหนด ๒. สSงเสริมผู/เรียนให/มีความสามารถทาง ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุUน ๓. ผู/เรียนให/มีความสามารถทางภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุUนในการ สื่อสาร


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๗ พันธกิจ เป+าหมาย ๓. สSงเสริมการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลแบบมี สSวนรSวม ๔. ผู/บริหาร บริหารจัดการงานบริหาร ตามโครงสร/างงานของโรงเรียนอยSางมี ประสิทธิภาพ ๕. ผู/บริหาร อำนวยการจัดหาเทคโนโลยี และ นวัตกรรมในการบริหารจัดการ ครูมีความรู/ความสามารถในการใช/เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อค/นหาความรู/ สร/างชิ้นงานและนำเสนอผลงาน นำมาใช/ในการจัดการเรียนรู/ อยSางมี ประสิทธิภาพ มีคุณธรรมจริยธรรม ๔. สSงเสริมการจัดกระบวนการจัดการเรียนการ สอนที่เน/นผู/เรียนเปCนสําคัญ การจัดการเรียนรู/ด/วย การลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) ๖. ครูจัดกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน/นผู/เรียนเปCนสําคัญ การจัดการ เรียนรู/ด/วยการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) ๕. พัฒนาสมรรถนะของครูและบุคลากรทางการ ศึกษา ทางด/านเทคโนโลยีดิจิทัล และสมรรถนะที่ สอดคล/องกับวิถีชีวิตแบบ New Normal ๗. ครูพัฒนาตนเอง ให/มีความรู/ ความสามารถทางด/านเทคโนโลยีดิจิทัล และ สมรรถนะที่สอดคล/องกับวิถีชีวิตแบบ New Normal กลยุทธ: กลยุทธ\ที่ ๑ พัฒนาคุณภาพผู$เรียน ๑. ผูMเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ตามที่หลักสูตรกำหนด ๒. ผูMเรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงคYตามที่หลักสูตรกำหนด ๓. ผูMเรียนใหMมีความสามารถทางภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุÉนในการสื่อสาร กลยุทธ\ที่ ๒ พัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการศึกษา ๔. ผูMบริหาร บริหารจัดการงานบริหาร ตามโครงสรMางงานของโรงเรียนอยQางมีประสิทธิภาพ ๕. ผูMบริหาร อำนวยการจัดหาเทคโนโลยี และ นวัตกรรมในการบริหารจัดการ ครูมีความรูM ความสามารถในการใชMเทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อคMนหาความรูM สรMางชิ้นงานและนำเสนอ ผลงาน นำมาใชMในการจัดการเรียนรูM อยQางมีประสิทธิภาพ มีคุณธรรมจริยธรรม กลยุทธ\ที่ ๓ พัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู$ที่เน$นผู$เรียนเป`นสำคัญ ๖. ครูจัดกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เนMนผูMเรียนเปbนสําคัญ การจัดการเรียนรูMดMวยการลง มือปฏิบัติจริง (Active Learning) ๗. ครูพัฒนาตนเอง ใหMมีความรูM ความสามารถทางดMานเทคโนโลยีดิจิทัล และสมรรถนะที่ สอดคลMองกับวิถีชีวิตแบบ New Normal


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๘ จุดเนEน โรงเรียนมหาไถQศึกษาขอนแกQน กำหนดจุดเนMนการดำเนินงาน ประจำปdการศึกษา ๒๕๖๖ โดยแบQงเปbน ๒ สQวน ดังนี้ สOวนที่ ๑ จุดเน$นด$านผู$เรียน ๑.๑ ผูMเรียนมีสมรรถนะหลัก ดังตQอไปนี้ (๑) ผูMเรียนชั้นประถมศึกษาปdที่ ๑ มีความสามารถดMานการอQาน จากการประเมินการ อQานภาษาไทย (RT) (๒) ผูMเรียนชั้นประถมศึกษาปdที่ ๓ มีความสามารถดMานภาษา อQานออก เขียนไดM ดMาน คำนวณและดMานการใชMเหตุผลที่เหมาะสม จากการทดสอบระดับชาติ (NT) (๓) ผูMเรียนชั้นประถมศึกษาปdที่ ๖ และมัธยมศึกษาปdที่ ๓ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจาก การทดสอบระดับชาติ (O-NET) เพิ่มขึ้น (๔) ผูMเรียนมีทักษะชีวิต ทักษะการคิดวิเคราะหY คิดสรMางสรรคY และทักษะการสื่อสาร อยQางสรMางสรรคY ทักษะดMานเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเปbนเครื่องมือในการเรียนรูM เหมาะสมตามชQวงวัย (๕) ผูMเรียนความสามารถทางภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุÉนในการสื่อสาร ๑.๒ ผูMเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม รักความเปbนไทย หQางไกลยาเสพติด มีคุณลักษณะและทักษะ ทางสังคมที่เหมาะสม (๑) ๑.๒.๑ ผูMเรียนระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนตMน มีทักษะการแกMปjญหา และอยูQอยQางพอเพียง ๑.๓ ผูMเรียนที่มีความสามารถพิเศษ ไดMรับการสQงเสริมใหMมีความเปbนเลิศ ดMานวิทยาศาสตรYและ เทคโนโลยี พื้นฐานทางวิศวกรรมศาสตรY คณิตศาสตรY ภาษา กีฬา ดนตรี และศิลปะ สOวนที่ ๒ จุดเน$นด$านครู และบุคลากรทางการศึกษา ๒.๑ ครูไดMรับการพัฒนาองคYความรูM และทักษะในการสื่อสารมีสมรรถนะในการสอนอยQางมี ประสิทธิภาพ (๑) ครูไดMรับการพัฒนาวิธีการจัดการเรียนการสอน การสอนคิดแบบตQางๆ และการวัด ประเมินผล ใหMสามารถพัฒนาและประเมินผลผูMเรียนใหMมีคุณภาพตามศักยภาพเปbน รายบุคคล (๒) ครูสามารถยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยประยุกตYใชMระบบสารสนเทศและการ สื่อสารอยQางเหมาะสม (๓) ครูไดMรับการนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยผูMบริหารสถานศึกษา


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๙ (๔) ครูสรMางเครือขQายการเรียนรูM PLC การมีสQวนรQวมจากผูMมีสQวนเกี่ยวขMอง และทุกภาค สQวนใหMเกิดชุมชนแหQงการเรียนรูM (๕) ครูจัดการเรียนการสอน แบบ Active Learning เนMนสมรรถนะผูMเรียน (๖) ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีจิตวิญญาณของความเปbนครู การเปbนครูมืออาชีพ และยึดมั่นในจรรยาบรรณของวิชาชีพ ๒.๑ ผูMบริหารสถานศึกษา มีความสามารถในการบริหารงานทุกดMานใหMมีประสิทธิภาพและเกิด ประสิทธิผล ๒.๒ องคYกร คณะบุคคลและผูMมีสQวนไดMสQวนเสียที่เกี่ยวขMอง วางแผนและสรรหาครูและบุคลากร ทางการศึกษา ใหMสอดคลMองกับความตMองการของโรงเรียน และชุมชน ตัวชี้วัด เพื่อใหMการดำเนินงานเปbนไปตามจุดเนMนที่กำหนดไวM โรงเรียนมหาไถQศึกษาขอนแกQน จึงกำหนดตัวชี้วัด ดังนี้ จุดเน$นที่ ๑ ด$านผู$เรียน ๑. ผูMเรียนมีสมรรถนะสำคัญสูQมาตรฐานสากล ตัวชี้วัด (๑) คQาเฉลี่ยรMอยละของผูMเรียนชั้นประถมศึกษาปdที่ ๑ ของการสอบ RT เพิ่มขึ้นไมQนMอย กวQารMอยละ ๓ (๒) คQาเฉลี่ยรMอยละของผูMเรียนชั้นประถมศึกษาปdที่ ๓ ของการสอบ NT เพิ่มขึ้นไมQนMอย กวQารMอยละ ๓ (๓) คQาเฉลี่ยรMอยละของผูMเรียนชั้นประถมศึกษาปdที่ ๖ และมัธยมศึกษาปdที่ ๓ ของผลการ ทดสอบระดับชาติO-NET ทุกกลุQมสาระหลักเพิ่มขึ้น รMอยละ ๓ (๔) คQาเฉลี่ยรMอยละของผูMเรียนทุกคนที่ไดMรับการพัฒนาความรูM ทักษะ ที่เหมาะสมกับการ ประกอบอาชีพสุจริตในอนาคต (๕) คQาเฉลี่ยรMอยละของผูMเรียนทุกคนที่ไดMรับการพัฒนาดMานทักษะชีวิต ทักษะการคิด วิเคราะหY คิดสรMางสรรคY และทักษะการสื่อสารอยQางสรMางสรรคY ทักษะดMาน เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเปbนเครื่องมือในการเรียนรูM เหมาะสมตามชQวงวัย ๒. ผูMเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม รักสามัคคี ปรองดอง สมานฉันทY รักชาติ ศาสนY กษัตริยYภูมิใจใน ความ เปbนไทย หQางไกล ยาเสพติด มีคุณลักษณะและทักษะทางสังคมที่เหมาะสม


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๑๐ (๑) ระดับความสำเร็จการดำเนินกิจกรรม ใหMผูMเรียนมีคQานิยมหลักคนไทย ๑๒ ประการ ครบทุกตัว สอดคลMองตามชQวงวัย ๓. ผูMเรียนที่มีความสามารถพิเศษ ไดMรับการสQงเสริมใหMมีความเปbนเลิศ ดMานวิทยาศาสตรYและ เทคโนโลยี พื้นฐานทางวิศวกรรมศาสตรY คณิตศาสตรY ภาษา กีฬา ดนตรี และศิลปะ จุดเน$นที่ ๒ ด$านครู และบุคลากรทางการศึกษา ๑. ครูไดMรับการพัฒนาความรูMและสมรรถนะ (๑) ครูกลุQมเปeาหมายทุกคน มีองคYความรูMตามเนื้อหาที่กำหนดในระดับดีขึ้นไป (๒) ครูกลุQมเปeาหมายทุกคน ไดMรับการนิเทศการสอนและชQวยเหลือครูใหMสามารถ กิจกรรมการเรียนการสอน และยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไดM ๒. มีแนวปฏิบัติในการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาที่มีประสิทธิภาพ สมรรถนะสำคัญของผูEเรียน ในการพัฒนาผูMเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมหาไถQศึกษาขอนแกQน ประจำปdการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุQงเนMนพัฒนาผูMเรียนใหMมีคุณภาพตามมาตรฐานที่ กำหนด ซึ่งจะชQวยใหMผูMเรียนเกิดสมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงคY ดังนี้ ๑. ความสามารถในการสื่อสาร เปbนความสามารถในการรับและสQงสาร มีวัฒนธรรมในการใชM ภาษาถQายทอดความคิด ความรูMความเขMาใจ ความรูMสึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยน ขMอมูลขQาวสารและประสบการณYอันจะเปbนประโยชนYตQอการพัฒนาตนเองและสังคม การ เลือกรับหรือไมQรับขMอมูลขQาวสารดMวยหลักเหตุผลและความถูกตMอง ตลอดจนการเลือกใชM วิธีการสื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีตQอตนเองและสังคม ๒. ความสามารถในการคิด เปbนความสามารถในการคิดวิเคราะหY การคิดสังเคราะหY การคิด อยQางสรMางสรรคY การคิดอยQางมีวิจารณญาณ และการคิดเปbนระบบ เพื่อนำไปสูQการสรMางองคY ความรูMหรือสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมไดMอยQางเหมาะสม ๓. ความสามารถในการแก$ปbญหา เปbนความสามารถในการแกMปjญหาและอุปสรรค ตQาง ๆ ที่ เผชิญไดMอยQางถูกตMองเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและขMอมูลสารสนเทศ เขMาใจความสัมพันธYและการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณYตQาง ๆ ในสังคม แสวงหาความรูM ประยุกตYความรูMมาใชMในการปeองกันและแกMไขปjญหา และมีกาตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดย คำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นตQอตนเอง สังคมและสิ่งแวดลMอม ๔. ความสามารถในการใช$ทักษะชีวิต เปbนความสามารถในการนำกระบวนการตQาง ๆ ไปใชMใน การดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรูMดMวยตนเอง การเรียนรูMอยQางตQอเนื่อง การทำงาน และ การอยูQรQวมกันในสังคมดMวยการสรMางเสริมความสัมพันธYอันดีระหวQางบุคคล การจัดการปjญหา และความขัดแยMงตQาง ๆ อยQางเหมาะสม การปรับตัวใหMทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและ


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๑๑ สภาพแวดลMอม และการรูMจักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไมQพึงประสงคYที่สQงผลกระทบตQอตนเองและ ผูMอื่น ๕. ความสามารถในการใช$เทคโนโลยีเปbนความสามารถในการเลือก และใชM เทคโนโลยีดMานตQาง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในดMานการเรียนรูM การ สื่อสาร การทำงาน การแกMปjญหาอยQางสรMางสรรคY ถูกตMอง เหมาะสม และมีคุณธรรม สมรรถนะหลัก สมรรถนะหลัก (Core Competency) ๖ ประการ เพื่อเปbนเปeาหมายในการพัฒนาความสามารถที่จำเปbน ของผูMเรียนตQอการใชMชีวิตในปjจจุบันและอนาคต นิยาม และองคYประกอบของ ๖ สมรรถนะที่เด็กไทยควรมีในการ ปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน หลักสูตรฐาน สมรรถนะ วัดผลจากสมรรถนะทั้ง ๖ ดMาน ไดMแกQ ๑. สมรรถนะการจัดการตนเอง ๒. สมรรถนะการสื่อสาร ๓. สมรรถนะการรวมพลังทำงานเปbนทีม ๔. สมรรถนะการคิดขั้นสูง และ ๕. สมรรถนะการเปbนพลเมืองที่เขMมแข็ง ๖. การอยูQรQวมกับธรรมชาติและวิทยาการอยQางยั่งยืน ๑. สมรรถนะการจัดการตนเอง การรูMจัก รัก เห็นคุณคQาในตนเองและผูMอื่น การพัฒนาปjญญาภายใน ตั้งเปeาหมายในชีวิต และกากับตนเองใน การเรียนรูMและใชMชีวิต การจัดการอารมณYและความเครียด รวมถึงการจัดการปjญหาและ ภาวะวิกฤต สามารถฟóòนคืนสูQ สภาวะสมดุล (Resilience) เพื่อไปสูQความสำเร็จของเปeาหมายในชีวิต มีสุขภาวะที่ ดีและมีสัมพันธภาพกับผูMอื่นไดMดี องคYประกอบ ๑) การเห็นคุณคQาในตนเอง : การรูMจัก รัก เห็นคุณคQาในตนเอง รูMจุดเดQน ขMอจากัด ความสนใจ ความสามารถ ความถนัด และภาคภูมิใจในตนเอง มั่นใจในตนเอง เห็นอกเห็นใจ ใหMเกียรติและเคารพสิทธิตนเองและผูMอื่น มี ความรับผิดชอบในตนเอง ๒) การมีเปeาหมายในชีวิต : การตั้งเปeาหมายในชีวิต มีวินัยในตนเอง สามารถบริหารจัดการเวลา ทรัพยากร สามารถพึ่งพาและกากับตนเองใหMไปสูQเปeาหมายในชีวิต และมีสุขภาวะที่ดี ๓) การจัดการอารมณYและความเครียด : การรับรูM เขMาใจ รูMเทQาทัน อารมณY ความรูMสึก ความคิด และ ความเครียด ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจาวันของตนเอง เขMาใจสาเหตุและสามารถจัดการอารมณY ความรูMสึก และ ความคิดของ ตนเอง


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๑๒ ๔) การจัดการปjญหาและภาวะวิกฤต : การรูMเทQาทันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากปjญหาและภาวะวิกฤต สามารถ ฟóòนคืนสูQสภาวะสมดุลไดM สามารถเตรียมการ ปeองกัน และแกMไข เพื่อใหMเกิดความปลอดภัยในชีวิตและ ทรัพยYสิน ๒. สมรรถนะการคิดขั้นสูง สามารถคิดวิเคราะหY สังเคราะหY และตัดสินใจอยQางมีวิจารญาณบนหลักเหตุผลอยQางรอบดMาน โดยใชM คุณธรรมกากับการตัดสินใจไดMอยQางมีวิจารณญาณ มีความสามารถคิดอยQางเปbนเหตุเปbนผลดMวยความเขMาใจถึง ความ เชื่อมโยงของสรรพสิ่งที่อยูQรQวมกันอยQางเปbนระบบ ใชMจินตนาการและความรูMสรMางทางเลือกใหมQ เพื่อ แกMปjญหาที่ ซับซMอนไดMอยQางมีเปeาหมาย องคYประกอบ ๑) การคิดอยQางมีวิจารณญาณ (Critical Thinking : HOT-CTC) หมายถึง การคิดพิจารณาไตรQตรองอยQางมี เหตุผลที่มีจุดประสงคYเพื่อตัดสินวQาสิ่งใดควรเชื่อหรือควรกระทา โดยอาศัยการใชMทักษะหรือกลยุทธYตQาง ๆ เพื่อ เพิ่มความเปbนไปไดMของผลลัพธYจากการตัดสินใจที่ดี เชQน ทักษะการตีความ ประเมิน วิเคราะหY สรุปความ และ อธิบาย ตามหลักฐาน แนวคิด วิธีการ กฎเกณฑY หรือบริบทตQาง ๆ ที่เกี่ยวกับขMอมูลที่รวบรวมหรือขMอมูล จาก การสังเกต ประสบการณY การใชMเหตุผล การสะทMอนคิด การสื่อสาร และการโตMแยMง ๒) การคิดเชิงระบบ (System Thinking : HOT-STM) หมายถึง การคิดที่แสดงใหMเห็นโครงสรMางทั้งหมดที่ เชื่อมโยงสัมพันธYกันเปbนหนึ่งเดียวกันภายใตMบริบท/ปjจจัยของสิ่งแวดลMอมที่เกิดปjญหานั้น ๆ โดยมองปjญหา ใหM ลึกลงไปกวQาเหตุการณYที่เกิดขึ้น ใหMเห็นถึงแบบแผนหรือรูปแบบพฤติกรรมที่เกิดขึ้นใหMเห็นรากเหงMาของ สถานการณYและปjจจัยตQาง ๆ ที่เกี่ยวขMองกับสถานการณYนั้น ๆ จนเกิดความเขMาใจในสถานการณYของระบบนั้น อยQางลึกซึ้ง นาไปสูQการแกMปjญหาที่รากเหงMาของปjญหาอยQางแทMจริง ๓) การคิดสรMางสรรคY (Creative Thinking : HOT-CRT) หมายถึง การคิดที่หลากหลาย ริเริ่ม ประเมิน ปรับปรุง และพัฒนาตQอยอดความคิด เพื่อการแกMปjญหาหรือสรMางทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ การสรMางความกMาวหนMาใน ความรูM หรือการแสดงออกอยQางสรMางสรรคY โดยอาศัยจินตนาการและทักษะพื้นฐาน ดMานการคิดริเริ่ม คิด คลQอง คิดยืดหยุQน คิดละเอียดลออ คิดหลากหลาย คิดวิเคราะหYและสังเคราะหYเพื่อใหMไดMสิ่ง ใหมQที่ดีกวQา แตกตQางไปจากเดิม มีประโยชนY และมีคุณคQาตQอตนเอง ผูMอื่น และสังคมมากกวQาเดิม ๔) การคิดแกMปjญหา (Problem Solving Thinking : HOT-PRB) หมายถึง การคิดของบุคคลในการระบุ ปjญหา นิยามปjญหา รวบรวมขMอมูลเพื่อแกMปjญหา ออกแบบวิธีการแกMปjญหา เลือกทางเลือกในการแกMปjญหา และดา เนินการแกMปjญหาไดMอยQางมีประสิทธิภาพ โดยมีเกณฑYที่ชัดเจนและครอบคุลมทุกมิติ


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๑๓ ๓. สมรรถนะการสื่อสาร มีความสามารถรับรูM รับฟjง ตีความ และสQงสารดMวยภาษาตQาง ๆ ทั้งวัจนภาษาและอวัจนภาษา โดยใชM กระบวนการคิด ซึ่งจะนาไปสูQการเรียนรูM ความเขMาใจ ในระบบคุณคQา การแกMปjญหารQวมกันผQานกลวิธีการ สื่อสาร อยQาง ฉลาดรูM สรMางสรรคY มีพลัง โดยคานึงถึงความรับผิดชอบตQอสังคม องคYประกอบ ๑) การรับสารอยQางมีสติและถอดรหัสเพื่อใหMเกิดความเขMาใจ หมายถึง การรับสารดMวยความใสQใจ ผQาน ประสาท สัมผัสในการรับสาร ตลอดจนสามารถตีความสารที่สQงมาไดMทั้งความคิด ความรูMสึก เจตนา ตลอดจน สามารถ ตีความสารและสามารถนาสารมาใชMพัฒนาตนเองและสังคม ๒) การรับสQงสารบนพื้นฐานความเขMาใจและความเคารพในความคิดเห็นและวัฒนธรรม ๓) ที่แตกตQาง หมายถึง การรับสQงสารดMวยวิธีการที่หลากหลาย ทั้งการเจรจาตQอรอง หรือแลกเปลี่ยนขMอมูล สารสนเทศ องคYความรูM ประสบการณY ผQานชQองทางหรือสื่อที่มีความหลากหลาย ทั้งสื่อบุคคล สื่อธรรมชาติ สื่อ สิ่งพิมพYสื่ออิเล็กทรอนิกสY และสื่อระคน โดยปราศจากความขัดแยMงตQาง ๆ และรูMเทQาทัน บนพื้นฐานความ เขMาใจ ในบริบทสังคมที่มีความคิดและวัฒนธรรมที่แตกตQาง ทั้งในระดับชุมชน ชาติ และสากล ๔) การเลือกใชMกลวิธีการสื่อสารอยQางเหมาะสมโดยคานึงถึงความรับผิดชอบตQอสังคมเพื่อบรรลุ วัตถุประสงคYใน การสื่อสาร หมายถึง การเลือกใชMวิธีการสื่อสารในลักษณะตQาง ๆ ทั้งวัจนภาษาและอวัจนภาษา ตลอดจนการ สื่อความหมายผQานสื่อในรูปแบบตQาง ๆ เพื่อบรรลุเปeาหมายในการสื่อสาร โดยมีความรับผิดชอบ ตQอผลที่จะ เกิดขึ้นในสังคมและวัฒนธรรมที่แตกตQางทั้งในระดับชุมชน ชาติ และสากล ๔. สมรรถนะการรวมพลังทำงานเป`นทีม สามารถจัดระบบและกระบวนการทำงาน กิจการ และการประกอบการใด ๆ ทั้งของตนเอง และรQวมกับ ผูMอื่น โดยใชMการรวมพลังทำงานเปbนทีม มีแผน ขั้นตอน ใหMบรรลุผลสำเร็จตามเปeาหมาย มีภาวะผูMนำ มีความ โปรQงใส ตรวจสอบไดM มีการประสานความคิดเห็นที่แตกตQางสูQการตัดสินใจและแกMปjญหาเปbนทีม อยQาง รับผิดชอบรQวมกัน สรMาง ความสัมพันธYที่ดีและจัดการความขัดแยMงภายใตMสถานการณYที่ยุQงยาก องคYประกอบ ๑) เปbนสมาชิกทีมที่ดีและมีภาวะผูMนำ มีทักษะการทำงานเปbนทีม รับผิดชอบในบทบาทหนMาที่ของตนและของ ทีม มีความยืดหยุQนในการทำงานรQวมกับกลุQมคนที่แตกตQาง นำจุดเดQนของตนและสมาชิกมาใชM ในการทำงาน ใหM บรรลุเปeาหมาย สะทMอนการทำงานของตนเองและทีม สQงเสริมและพัฒนาศักยภาพของทีม สรMางแรง บันดาลใจ ในการพัฒนาตนเอง ใหMเปbนที่ยอมรับและไวMวางใจ ประสานความรQวมมือภายในทีม และระหวQาง ทีม สรMาง คQานิยมใหมQในการทำงานรQวมกัน และการพัฒนาทีมที่เขMมแข็ง สามารถเปbนตMนแบบผูMสรMางการ เปลี่ยนแปลง


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๑๔ ๒) กระบวนการทำงานแบบรQวมมือรวมพลังอยQางเปbนระบบ สามารถจัดระบบการทำงานกิจการ และการ ประกอบการใด ๆ ทั้งของตนเอง และรQวมกับผูMอื่น รQวมกันกำหนดเปeาหมาย แผนการทำงาน ขั้นตอน และ กระบวนการทำงานเปbนทีม เห็นภาพความสำเร็จของทีม คำนึงถึงประโยชนYของทีมกQอนประโยชนYสQวนตน แบQง บทบาทหนMาที่ใหMเหมาะสมกับศักยภาพของสมาชิก รับผิดชอบตามบทบาทหนMาที่ดMวยความใสQใจ มีความ พยายามในการทำงานและสนับสนุนชQวยเหลือใหMเกิดความสำเร็จ เคารพ รับฟjง แลกเปลี่ยน และประสาน ความ คิดเห็นที่แตกตQาง ประยุกตYใชMทักษะการคิดขั้นสูงในการตัดสินใจเปbนทีมที่มีประสิทธิภาพ ประเมินและ ปรับปรุง กระบวนการทำงานรQวมกันอยQางเปbนระบบ ดMวยความโปรQงใสและตรวจสอบไดM รQวมรับผิดและรับ ชอบตQอผล การตัดสินใจของทีม เห็นคุณคQาของการทำงานแบบรQวมมือรวมพลัง ๓) สรMางความสัมพันธYที่ดีและการจัดการความขัดแยMง มีทัศนคติเชิงบวกในการทำงานรQวมกับผูMอื่น เห็น คุณคQา ของสัมพันธภาพที่ดี สรMางและรักษาความสัมพันธYอันดีในทีม ใหMความไวMวางใจซึ่งกันและกันปฏิบัติตQอ ผูMอื่น ดMวยความจริงใจ เห็นอกเห็นใจในฐานะที่เปbนมนุษยYดMวยกัน เคารพและเห็นประโยชนYของ ความแตกตQาง หลากหลาย มีทักษะและใชMวิธีการปeองกันและจัดการความขัดแยMงไดMอยQางเปbนระบบ ๕. สมรรถนะการเป`นพลเมืองที่เข$มแข็ง การปฏิบัติตนอยQางรับผิดชอบในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก รูMเคารพสิทธิเสรีภาพของตนเองและ ผูMอื่น เคารพในกฎกติกาและกฎหมาย มีสQวนรQวมทางสังคมอยQางมีวิจารณญาณ อยูQรQวมกับผูMอื่นทQามกลางความ หลากหลาย เห็นคุณคQาของศักดิ์ศรีความเปbนมนุษยY มีบทบาทในการตัดสินใจและสรMางการเปลี่ยนแปลงทาง สังคม โดยยึดมั่นใน ความเทQาเทียมเปbนธรรม คQานิยมประชาธิปไตย และสันติวิธี องคYประกอบ ๑) พลเมืองรูMเคารพสิทธิ เคารพสิทธิเสรีภาพของผูMอื่น ตระหนักในสิทธิเสรีภาพของตนเอง ชQวยเหลือ ใหMเกียรติ และเห็นอกเห็นใจผูMอื่นบนพื้นฐานของการพึ่งพาอาศัยกัน โดยปราศจากอคติ ไมQเลือกปฏิบัติเพื่อการอยูQ รQวมกัน อยQางสันติ ๒) พลเมืองรับผิดชอบตQอบทบาทหนMาที่ ปฏิบัติตนตามกฎ กติกา ขMอตกลง กฎหมาย อยQางถูกตMองและ เหมาะสม รับผิดชอบบทบาทหนMาที่ตนเองในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก ๓) พลเมืองมีสQวนรQวมอยQางมีวิจารณญาณ ติดตามสถานการณYและประเด็นปjญหาของสังคมอยQางมี วิจารณญาณ มีสQวนรQวมทางสังคมดMวยจิตสาธารณะและสานึกสากล ๔) พลเมืองผูMสรMางการเปลี่ยนแปลง มีความกระตือรือรMนในการสรMางการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกทางสังคม บน พื้นฐานของความเทQาเทียมเปbนธรรม คQานิยมประชาธิปไตย และสันติวิธี ๖. สมรรถนะการอยูOรOวมกับธรรมชาติและวิทยาการอยOางยั่งยืน


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๑๕ มีความเขMาใจพื้นฐานเกี่ยวกับปรากฏการณYของโลกและเอกภพและความสัมพันธYของคณิตศาสตรY วิทยาศาสตรY และธรรมชาติในชีวิตประจาวัน ใชMและรูMเทQาทันวิทยาการเทคโนโลยี มีความอยากรูM อยากเห็น ชQางสังเกต เห็น คุณคQา สามารถแกMปjญหา หรือสรMางสรรคYนวัตกรรมไดMเพื่อการดำรงชีวิตและอยูQรQวมกับธรรมชาติอยQางยั่งยืน องคYประกอบ ๑) การเขMาใจปรากฏการณYที่เกิดขึ้นบนโลกและในเอกภพ: สืบเสาะ ทาความเขMาใจขMอเท็จจริง สาเหตุ ๒) กระบวนการ และผลกระทบที่เกิดขึ้นของปรากฏการณYตQาง ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลก และในเอกภพ ๓) การเชื่อมโยงความสัมพันธYของคณิตศาสตรY วิทยาศาสตรYเพื่อการอยูQรQวมกันกับธรรมชาติอยQาง ๔) ยั่งยืน: มองเห็นปjญหา เชื่อมโยงและประยุกตYใชMความรูM ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรY วิทยาศาสตรY และเทคโนโลยีเพื่อแกMปjญหา หรือสรMางสรรคYนวัตกรรม เพื่อการดำรงชีวิตและอยูQรQวมกับธรรมชาติอยQางยั่งยืน ๕) การสรMาง ใชM และรูMเทQาทันวิทยาการเทคโนโลยี: สรMางและใชMเทคโนโลยีอยQางมีประสิทธิภาพ สรMางสรรคY รูMเทQา ทัน มีความฉลาดทางดิจิทัล คานึงถึงผลกระทบตQอชีวิต สิ่งแวดลMอม และสังคม ๖) การมีคุณลักษณะทางคณิตศาสตรYและวิทยาศาสตรYสาหรับการเขMาใจระบบธรรมชาติและการอยูQรQวมกัน อยQาง ยั่งยืน: มีความอยากรูMอยากเห็น ชQางสังเกต เขMาใจระบบธรรมชาติ เห็นคุณคQาของคณิตศาสตรY วิทยาศาสตรY เพื่อการดำรงชีวิตและอยูQรQวมกับธรรมชาติอยQางยั่งยืน คุณลักษณะที่พึงประสงค: หลักสูตรโรงเรียนมหาไถQศึกษาขอนแกQน พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุQงพัฒนาผูMเรียนใหMมีคุณลักษณะอันพึงประสงคY เพื่อใหMสามารถอยูQรQวมกับผูMอื่นในสังคมไดMอยQาง มีความสุข ในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก ดังนี้ ๑. รักษYชาติ ศาสนY กษัตริยY ๒. ซื่อสัตยYสุจริต ๓. มีวินัย ๔. ใฝÉเรียนรูM ๕. อยูQอยQางพอเพียง ๖. มุQงมั่นในการทำงาน ๗. รักความเปbนไทย ๘. มีจิตเปbนสาธารณะ


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๑๖ มาตรฐานการเรียนรูE การพัฒนาผูMเรียนใหMเกิดความสมดุลตMองคำนึงถึงหลักพัฒนาการทางสมองและพหุปjญญา หลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงกำหนดใหMผูMเรียนเรียนรูM ๘ กลุQมสาระการเรียนรูM ดังนี้ ๑. ภาษาไทย ๒. คณิตศาสตรY ๓. วิทยาศาสตรY ๔. สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๕. สุขศึกษาและพลศึกษา ๖. ศิลปะ ๗. การงานอาชีพและเทคโนโลยี ๘. ภาษาตQางประเทศ ในแตQละกลุQมสาระการเรียนรูMไดMกำหนดมาตรฐานการเรียนรูMเปbนเปeาหมายสำคัญของการพัฒนาคุณภาพ ผูMเรียน มาตรฐานการเรียนรูMระบุสิ่งที่ผูMเรียนพึงรูM ปฏิบัติไดM มีคุณธรรมจริยธรรม และคQานิยม ที่พึงประสงคYเมื่อจบ การศึกษาขั้นพื้นฐาน นอกจากนั้นมาตรฐานการเรียนรูMยังเปbนกลไกสำคัญ ในการขับเคลื่อนพัฒนาการศึกษาทั้ง ระบบ เพราะมาตรฐานการเรียนรูMจะสะทMอนใหMทราบวQาตMองการอะไร จะสอนอยQางไร และประเมินอยQางไร รวมทั้ง เปbนเครื่องมือในการตรวจสอบเพื่อการประกันคุณภาพการศึกษาโดยใชMระบบการประเมินคุณภาพภายในและการ ประเมินคุณภาพภายนอก ซึ่งรวมถึงการทดสอบระดับเขตพื้นที่การศึกษา และการทดสอบระดับชาติ ระบบการ ตรวจสอบเพื่อประกันคุณภาพดังกลQาวเปbนสิ่งสำคัญที่ชQวยสะทMอนภาพการจัดการศึกษาวQาสามารถพัฒนาผูMเรียนใหM มีคุณภาพตามที่มาตรฐานการเรียนรูMกำหนดเพียงใด ตัวชี้วัด ตัวชี้วัดระบุสิ่งที่นักเรียนพึงรูMและปฏิบัติไดM รวมทั้งคุณลักษณะของผูMเรียนในแตQละระดับชั้น ซึ่งสะทMอนถึง มาตรฐานการเรียนรูM มีความเฉพาะเจาะจงและมีความเปbนรูปธรรม นำไปใชM ในการกำหนดเนื้อหา จัดทำหนQวยการ เรียนรูM จัดการเรียนการสอน และเปbนเกณฑYสำคัญสำหรับการวัดประเมินผลเพื่อตรวจสอบคุณภาพผูMเรียน ๑. ตัวชี้วัดชั้นปd เปbนเปeาหมายในการพัฒนาผูMเรียนแตQละชั้นปdในระดับการศึกษาภาคบังคับ (ประถมศึกษาปdที่ ๑ – มัธยมศึกษาปdที่ ๓) ๒. ตัวชี้วัดชQวงชั้น เปbนเปeาหมายในการพัฒนาผูMเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย(มัธยมศึกษาปdที่ ๔- ๖)


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๑๗ หลักสูตรไดMมีการกำหนดรหัสกำกับมาตรฐานการเรียนรูMและตัวชี้วัด เพื่อความเขMาใจและใหMสื่อสารตรงกัน ดังนี้ ว ๑.๑ ป. ๑/๒ ป.๑/๒ ตัวชี้วัดชั้นประถมศึกษาปdที่ ๑ ขMอที่ ๒ ๑.๑ สาระที่ ๑ มาตรฐานขMอที่ ๑ ว กลุQมสาระการเรียนรูMวิทยาศาสตรY ต ๒.๒ ม.๑/๓ ม.๑/๓ ตัวชี้วัดชั้นมัธยมศึกษาปdที่ ๑ ขMอที่ ๓ ๒.๓ สาระที่ ๒ มาตรฐานขMอที่ ๒ ต กลุQมสาระการเรียนรูMภาษาตQางประเทศ


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๑๘ รหัสวิชาของรายวิชาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ รหัสวิชาของรายวิพาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มีระบบการ กำหนดรหัส เชQนเดียวกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ ซึ่งประกอบดMวยตัวอักษรและ ตัวเลข ๖ หลัก เพียงแตQมีขMอแตกตQางการกำหนดรหัสในบางหลัก ดังนี้ หลักที่ ๑ เปbน รหัสตัวอักษรแสดงกลุQมสาระการเรียนรูM ซึ่งกำหนดรหัสตัวอักษรแสดงกลุQมสาระการเรียนรูM เหมือนเดิม ดังนี้ ท หมายถึง กลุQมสาระการเรียนรูMภาษาไทย ค หมายถึง กลุQมสาระการเรียนรูMคณิตศาสตรY ว หมายถึง กลุQมสาระการเรียนรูMวิทยาศาสตรYและเทคโนโลยี ส หมายถึง กลุQมสาระการเรียนรูMสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม พ หมายถึง กลุQมสาระการเรียนรูMสุขศึกษาและพลศึกษา ศ หมายถึง กลุQมสาระการเรียนรูMศิลปะ ง หมายถึง กลุQมสาระการเรียนรูMการงานอาชีพ อ หมายถึง กลุQมสาระการเรียนรูMภาษาตQางประเทศใหMใชMรหัสของแตQละภาษา หลักที่ ๒ เปbน รหัสตัวเลขแสดงระดับการศึกษา มีการเปลี่ยนจากการใชMรหัสตัวเลข ๔ ตัว เปbน ๓ ตัว ดังนี้ ๑ หมายถึง รายวิชาระดับประถมศึกษา ๒ หมายถึง รายวิชาระดับมัธยมศึกษาตอนตMน ๓ หมายถึง รายวิชาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หลักที่ ๓ เปbน รหัสตัวเลขแสดงปdที่เรียนของรายวิชา ซึ่งสะทMอนระดับความรูMและทักษะในรายวิชาที่ กำหนดไวMในแตQละปd ซึ่งมีการเปลี่ยนจากรหัสตัวเลข ๔ ตัว เปbน ๗ ตัว ดังนี้ ๐ หมายถึง รายวิชาที่ไมQกำหนดปdที่เรียน จะเรียนใดก็ไดMในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา ตอนตMน และมัธยมศึกษาตอนปลาย ๑ หมายถึง รายวิชาที่เรียนในปdที่ ๑ ของระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตMน และมัธยมศึกษา ตอนปลาย (ป.๑ ม.๑ และม.๔) ๒ หมายถึง รายวิชาที่เรียนในปdที่ ๒ ของระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตMน และมัธยมศึกษา ตอนปลาย (ป.๒ ม.๒ และม.๕) ๓ หมายถึง รายวิชาที่เรียนในปdที่ ๓ ของระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตMน และมัธยมศึกษา ตอนปลาย (ป.๓ ม.๓ และ ม.๖) ๔ หมายถึง รายวิชาที่เรียนในปdที่ ๔ ของระดับประถมศึกษา (ป.๔) ๕ หมายถึง รายวิชาที่เรียนในปdที่ ๕ ของระดับประถศึกษา (ป.๕)


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๑๙ ๖ หมายถึง รายวิชาที่เรียนในปdที่ ๖ ของระดับประถมศึกษา (ป.๖) หลักที่ ๔ เปbน รหัสตัวเลขแสดงประเภทของรายวิชา ซึ่งกำหนดรหัสตัวเลขไวM ๒ ตัว เหมือนเดิม ดังนี้ ๑ หมายถึง รายวิชาพื้นฐาน ๒ หมายถึง รายวิชาเพิ่มเติม หลักที่ ๕ และ ๖ เปbน รหัสตัวเลขแสดงลำดับของรายวิชาแตQละกลุQมสาระการเรียนรูMในปd/ระดับการศึกษา เดียวกันในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตMน หรือมัธยมศึกษาตอนปลาย มีจำนวนตั้งแตQ ๐๑- ๙๙ เหมือนเดิม ดังนี้ รายวิชาที่กำหนดปdที่เรียน ใหMนับรหัสหลักที่ ๕-๖ ตQอเนื่องในปdเดียวกัน รายวิชาที่ไมQกำหนดปdที่เรียน ใหMนับรหัสหลักที่ ๕-๖ ตQอเนื่องในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา ตอนตMน และมัธยมศึกษาตอนปลาย ตัวอยUางการกำหนดรหัสวิชา ท ๑๒๑๐๑ ท หมายถึง รายวิชากลุQมสาระการเรียนรูMภาษาไทย ๑ หมายถึง ระดับประถมศึกษา ๒ หมายถึง ระดับประถมศึกษาปdที่ ๒ (ป.๒) ๑ หมายถึง เปbนรายวิชาพื้นฐาน ๐๑ หมายถึง เปbนลำดับที่ ๑ ว ๒๑๑๐๒ ว หมายถึง รายวิชากลุQมสาระการเรียนรูMวิทยาศาสตรY ๒ หมายถึง ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนตMน ๑ หมายถึง ระดับมัธยมศึกษาตอนตMนปdที่ ๑ (ม.๑) ๑ หมายถึง เปbนรายวิชาพื้นฐาน ๐๒ หมายถึง เปbนลำดับที่ ๒ จ ๑๔๒๐๓ จ หมายถึง รายวิชากลุQมสาระการเรียนรูMภาษาตQางประเทศ ภาษาจีน ๑ หมายถึง ระดับชั้นประถมศึกษา


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๒๐ หมายถึง ระดับประถมศึกษาปdที่ ๔ (ป.๔) ๒ หมายถึง เปbนรายวิชาเพิ่มเติม ๐๓ หมายถึง เปbนลำดับที่ ๓ สาระการเรียนรูE สาระการเรียนรูM ประกอบดMวย องคYความรูM ทักษะหรือกระบวนการเรียนรูM และคุณลักษณะ อัน พึงประสงคY ซึ่งกำหนดใหMผูMเรียนทุกคนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานจำเปbนตMองเรียนรูM โดยแบQงเปbน ๘ กลุQมสาระ การเรียนรูM ดังนี้ องค3ความรู7 ทักษะสำคัญ และคุณลักษณะ ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน วิทยาศาสตร3และเทคโนโลยี : การนำ ความรู/และกระบวนการทางวิทยาศาสตรRไป ใช/ในการศึกษา ค/นคว/าหาความรู/ และ แก/ปuญหาอยSางเปCนระบบ การคิดอยSางเปCน เหตุเปCนผล คิดวิเคราะหR คิดสร/างสรรคR จิต วิทยาศาสตรRและการใช/เทคโนโลยี สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม : การอยูSรSวมกันในสังคมไทยและสังคมโลก อยSางสันติสุข การเปCนพลเมืองดี ศรัทธา ในหลักธรรมของศาสนา การเห็นคุณคSาของทรัพยากรและ สิ่งแวดล/อม ความรักชาติ และภูมิใจใน ความเปCนไทย ศิลปะ : ความรู/และทักษะใน การคิดริเริ่ม จินตนาการ สร/างสรรคRงานศิลปะ สุนทรียภาพและการเห็น คุณคSาทางศิลปะ ภาษาไทย : ความรู/ ทักษะ และวัฒนธรรมการใช/ภาษา เพื่อการสื่อสาร ความชื่นชม การเห็นคุณคSาภูมิปuญญา ไทย และ ภูมิใจในภาษาประจำชาติ ภาษาตPางประเทศ : ความรู/ ทักษะ เจตคติ และวัฒนธรรม การใช/ภาษาตSางประเทศในการ สื่อสาร การแสวงหาความรู/ และการประกอบอาชีพ การงานอาชีพ : ความรู/ ทักษะ และเจตคติ ในการทำงาน การจัดการ การดำรงชีวิต การประกอบอาชีพ สุขศึกษาและพลศึกษา : ความรู/ ทักษะและเจตคติในการสร/างเสริม สุขภาพพลานามัยของตนเองและผู/อื่น การปwองกันและปฏิบัติตSอ สิ่งตSาง ๆ ที่มีผลตSอสุขภาพอยSาง ถูกวิธีและทักษะในการดำเนินชีวิต คณิตศาสตร3 : การนำความรู/ ทักษะและกระบวนการทาง คณิตศาสตรRไปใช/ใน การแก/ปuญหา การดำเนินชีวิต และศึกษาตSอ การมีเหตุมีผล มีเจตคติที่ดีตSอคณิตศาสตรR พัฒนาการคิดอยSางเปCนระบบและ สร/างสรรคR


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๒๑ คุณลักษณะอันพึงประสงค\ ๑. รักชาติ ศาสนY กษัตริยY ๗. มุQงมั่นในการทำงาน ๒. ซื่อสัตยYสุจริต ๘. รักความเปbนไทย ๓. มีวินัย ๙. มีจิตสาธารณะ ๔. ใฝÉเรียนรูM ๑๐.มารยาทงามอยQางไทย ๕. อยูQอยQางพอเพียง ๖. มุQงมั่นในการทำงาน สมรรถนะสำคัญของผู$เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแกMปjญหา ๔. ความสามารถในการใชMทักษะชีวิต ๕. ความสามารถในการใชMเทคโนโลยี จุดหมาย ๑. มีคุณธรรม จริยธรรม และคQานิยมที่พึงประสงคY เห็นคุณคQาของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตนตามหลักธรรม ของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๒. มีความรูMอันเปbนสากลและมีความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแกMปjญหา การใชMเทคโนโลยีและมีทักษะ ชีวิต ๓. มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีสุขนิสัย และรักการออกกำลังกาย ๔. มีความรักชาติ มีจิตสำนึกในความเปbนพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิตและการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยYทรงเปbนประมุข ๕. มีจิตสำนึกในการอนุรักษYวัฒนธรรมและภูมิปjญญาไทย การอนุรักษYและพัฒนาสิ่งแวดลMอม มีจิตสาธารณะที่ มุQงทำประโยชนYและสรMางสิ่งที่ดีงามในสังคม และอยูQรQวมกันในสังคมอยQางมีความสุข กิจกรรมพัฒนาผู$เรียน ๑. กิจกรรมแนะแนว ๒. กิจกรรมนักเรียน ๓. กิจกรรมเพื่อสังคมและ สาธารณประโยชนY วิสัยทัศน\ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุQงพัฒนาผูMเรียนทุกคน ซึ่งเปbนกำลังของชาติใหMเปbนมนุษยYที่มีความสมดุลทั้ง ดMานรQางกาย ความรูM คุณธรรม มีจิตสำนึกในความเปbนพลเมืองไทยและเปbนพลโลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยYทรงเปbนประมุข มีความรูMและทักษะพื้นฐาน รวมทั้ง เจตคติ ที่จำเปbนตQอการศึกษา ตQอ การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุQงเนMนผูMเรียนเปbนสำคัญบนพื้นฐานความเชื่อวQา ทุกคน สามารถเรียนรูMและพัฒนาตนเองไดMเต็มตามศักยภาพ มาตรฐานการเรียนรู$และตัวชี้วัด ๘ กลุOมสาระการเรียนรู$ ๑. ภาษาไทย ๒. คณิตศาสตรY ๓. วิทยาศาสตรYและเทคโนโลยี ๔. สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๕. สุขศึกษาและพลศึกษา ๖. ศิลปะ ๗. การงานอาชีพและเทคโนโลยี ๘. ภาษาตQางประเทศ คุณภาพของผูEเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๒๒ สาระและมาตรฐานการเรียนรูE หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดมาตรฐานการเรียนรูM ภาษาตQางประเทศ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มี ๔ สาระ จำนวน ๘ มาตรฐาน ดังนี้ สาระที่ ๑ ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต ๑.๑ เขMาใจและตีความเรื่องที่ฟjงและอQานจากสื่อประเภทตQางๆ และแสดงความคิดเห็นอยQางมี เหตุผล มาตรฐาน ต ๑.๒ มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขMอมูลขQาวสาร แสดงความรูMสึกและความ คิดเห็นอยQางมีประสิทธิภาพ มาตรฐาน ต ๑.๓ นำเสนอขMอมูลขQาวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องตQางๆ โดย การพูดและการเขียน สาระที่ ๒ ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต ๒.๑ เขMาใจความสัมพันธYระหวQางภาษากับวัฒนธรรมของเจMาของภาษา และนำไปใชMไดMอยQาง เหมาะสมกับกาลเทศะ มาตรฐาน ต ๒.๒ เขMาใจความเหมือนและความแตกตQางระหวQางภาษาและวัฒนธรรมของเจMาของ ภาษากับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใชMอยQางถูกตMองและเหมาะสม สาระที่ ๓ ภาษากับความสัมพันธ\กับกลุOมสาระการเรียนรู$อื่น มาตรฐาน ต ๓.๑ ใชMภาษาตQางประเทศในการเชื่อมโยงความรูMกับกลุQมสาระการเรียนรูMอื่น และเปbนพื้นฐานใน การพัฒนา แสวงหาความรูM และเป†ดโลกทัศนYของตน สาระที่ ๔ ภาษากับความสัมพันธ\กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต ๔.๑ ใชMภาษาตQางประเทศในสถานการณYตQางๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม มาตรฐาน ต ๔.๒ ใชMภาษาตQางประเทศเปbนเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาตQอ การประกอบอาชีพ และการ แลกเปลี่ยนเรียนรูMกับสังคมโลก ความสัมพันธ:ของการพัฒนาคุณภาพผูEเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐาน


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๒๓ โครงสรEางเวลาเรียนที่กำหนดในหลักสูตร หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนดกรอบโครงสรMางเวลาเรียน ดังนี้ กลุ$มสาระการเรียนรู// กิจกรรม เวลาเรียน ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต/น ระดับมัธยมศึกษา ตอนปลาย ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ม. ๔ – ๖ — กลุ$มสาระการเรียนรู/ ภาษาไทย ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๒๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.) ๒๔๐ (๖ นก.) คณิตศาสตร: ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๒๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.) ๒๔๐ (๖ นก.) วิทยาศาสตร:และเทคโนโลยี ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.) ๒๔๐ (๖ นก.) สังคมศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรม ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.) ๒๔๐ (๖ นก.) สุขศึกษาและพลศึกษา ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ (๓ นก.) ๘๐ (๓ นก.) ๘๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.) ศิลปะ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ (๓ นก.) ๘๐ (๓ นก.) ๘๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.) การงานอาชีพ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ (๓ นก.) ๘๐ (๓ นก.) ๘๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.) ภาษาต$างประเทศ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.) ๒๔๐ (๖ นก.) รวมเวลาเรียน (พื้นฐาน) ๘๐๐ ๘๐๐ ๘๐๐ ๘๐๐ ๘๐๐ ๘๐๐ ๘๔๐ (๒๑ นก.) ๘๔๐ (๒๑ นก.) ๘๔๐ (๒๑ นก.) ๑,๕๖๐ (๓๙ นก.) — กิจกรรมพัฒนาผู/เรียน ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๓๖๐ —รายวิชา / กิจกรรม ที่ ส ถ า น ศ ึ ก ษ า จ ั ด เ พ ิ ่ ม เ ติ ม ตามความพร/อมและจุดเน/น ปPละไมQเกิน ๘๐ ชั่วโมง ปPละไมQเกิน ๒๔๐ ชั่วโมง ไ ม Q น S อ ย ก วQ า ๑,๕๖๐ ชั่วโมง รวมเวลาเรียนทั้งหมด ไม$เกิน ๑,๐๐๐ ชั่วโมง/ปY ไม$เกิน ๑,๒๐๐ ชั่วโมง/ปY รวม ๓ ปY ไม$น/อยกว$า ๓,๖๐๐ ชั่วโมง การกำหนดโครงสรMางเวลาเรียนพื้นฐาน และเพิ่มเติม สถานศึกษาสามารถดำเนินการ ดังนี้ ระดับประถมศึกษา สามารถปรับเวลาเรียนพื้นฐานของแตQละกลุQมสาระการเรียนรูM ไดMตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ตMองมีเวลาเรียนรวมตามที่กำหนดไวMในโครงสรMางเวลาเรียนพื้นฐาน และผูMเรียนตMองมีคุณภาพตามมาตรฐาน การเรียนรูMและตัวชี้วัดที่กำหนด


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๒๔ ระดับมัธยมศึกษา ตMองจัดโครงสรMางเวลาเรียนพื้นฐานใหMเปbนไปตามที่กำหนดและสอดคลMองกับเกณฑYการ จบหลักสูตร สำหรับเวลาเรียนเพิ่มเติม ทั้งในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ใหMจัดเปbนรายวิชาเพิ่มเติม หรือ กิจกรรมพัฒนาผูMเรียน โดยพิจารณาใหMสอดคลMองกับความพรMอม จุดเนMนของสถานศึกษาและเกณฑYการจบหลักสูตร เฉพาะระดับชั้นประถมศึกษาปdที่ ๑-๓ สถานศึกษาอาจจัดใหMเปbนเวลาสำหรับสาระการเรียนรูMพื้นฐานในกลุQมสาระ การเรียนรูMภาษาไทยและกลุQมสาระการเรียนรูMคณิตศาสตรY กิจกรรมพัฒนาผูMเรียนที่กำหนดไวMในชั้นประถมศึกษาปdที่ ๑ ถึงชั้นมัธยมศึกษาปdที่ ๓ ปdละ ๑๒๐ ชั่วโมง และชั้นมัธยมศึกษาปdที่ ๔-๖ จำนวน ๓๖๐ ชั่วโมงนั้น เปbนเวลาสำหรับปฏิบัติกิจกรรมแนะแนวกิจกรรมนักเรียน และกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนY ในสQวนกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนYใหMสถานศึกษา จัดสรรเวลาใหMผูMเรียนไดMปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้ ระดับประถมศึกษา (ป.๑-๖) รวม ๖ ปd จำนวน ๖๐ ชั่วโมง ระดับมัธยมศึกษาตอนตMน (ม.๑-๓) รวม ๓ ปd จำนวน ๔๕ ชั่วโมง ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๔-๖) รวม ๓ ปd จำนวน ๖๐ ชั่วโมง


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๒๕ กลุUมสาระการเรียนรูEภาษาตUางประเทศ ทำไมตEองเรียนภาษาตUางประเทศ ในสังคมโลกปjจจุบัน การเรียนรูMภาษาตQางประเทศมีความสำคัญและจำเปbนอยQางยิ่ง ในชีวิตประจำวัน เนื่องจากเปbนเครื่องมือสำคัญในการติดตQอสื่อสาร การศึกษา การแสวงหาความรูM การประกอบอาชีพ การสรMางความเขMาใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมและวิสัยทัศนYของชุมชนโลก และตระหนักถึงความ หลากหลายทางวัฒนธรรมและมุมมองของสังคมโลก นำมาซึ่งมิตรไมตรีและความรQวมมือกับประเทศตQางๆ ชQวย พัฒนาผูMเรียนใหMมีความเขMาใจตนเองและผูMอื่นดีขึ้น เรียนรูMและเขMาใจความแตกตQางของภาษาและวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีการคิด สังคม เศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง มีเจตคติที่ดีตQอการใชMภาษาตQางประเทศ และใชMภาษาตQางประเทศเพื่อการสื่อสารไดMรวมทั้งเขMาถึงองคYความรูMตQางๆ ไดMงQายและกวMางขึ้น และมีวิสัยทัศนYในการ ดำเนินชีวิต ภาษาตQางประเทศที่เปbนสาระการเรียนรูMพื้นฐาน ซึ่งกำหนดใหMเรียนตลอดหลักสูตรการศึกษา ขั้นพื้นฐาน คือ ภาษาอังกฤษ สQวนภาษาตQางประเทศอื่น เชQน ภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน จีน ญี่ปุÉน อาหรับ บาลี และ ภาษากลุQมประเทศเพื่อนบMาน หรือภาษาอื่นๆ ใหMอยูQในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะจัดทำรายวิชาและจัดการ เรียนรูMตามความเหมาะสม เรียนรูEอะไรในภาษาตUางประเทศ กลุQมสาระการเรียนรูMภาษาตQางประเทศ มุQงหวังใหMผูMเรียนมีเจตคติที่ดีตQอภาษาตQางประเทศ สามารถใชM ภาษาตQางประเทศ สื่อสารในสถานการณYตQาง ๆ แสวงหาความรูM ประกอบอาชีพ และศึกษาตQอในระดับที่สูงขึ้น รวมทั้งมีความรูMความเขMาใจในเรื่องราวและวัฒนธรรมอันหลากหลายของประชาคมโลกและสามารถถQายทอดความคิด และวัฒนธรรมไทยไปยังสังคมโลกไดMอยQางสรMางสรรคY ประกอบดMวยสาระสำคัญ ดังนี้ • ภาษาเพื่อการสื่อสาร การใชMภาษาตQางประเทศในการฟjง-พูด-อQาน-เขียน แลกเปลี่ยน ขMอมูล ขQาวสาร แสดงความรูMสึกและความคิดเห็น ตีความ นำเสนอขMอมูล ความคิดรวบยอดและความคิดเห็นใน เรื่องตQางๆ และสรMางความสัมพันธYระหวQางบุคคลอยQางเหมาะสม • ภาษาและวัฒนธรรม การใชMภาษาตQางประเทศตามวัฒนธรรมของเจMาของภาษาความสัมพันธY ความเหมือนและความแตกตQางระหวQางภาษากับวัฒนธรรมของเจMาของภาษา ภาษาและวัฒนธรรมของเจMาของ ภาษากับวัฒนธรรมไทย และนำไปใชMอยQางเหมาะสม


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๒๖ • ภาษากับความสัมพันธ\กับกลุOมสาระการเรียนรู$อื่น การใชMภาษาตQางประเทศในการเชื่อมโยง ความรูMกับกลุQมสาระการเรียนรูMอื่นเปbนพื้นฐานในการพัฒนาแสวงหาความรูMและเป†ดโลกทัศนYของตน • ภาษากับความสัมพันธ\กับชุมชนและโลก การใชMภาษาตQางประเทศในสถานการณYตQางๆ ทั้ง ในหMองเรียนและนอกหMองเรียนชุมชนและสังคมโลกเปbนเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาตQอ ประกอบอาชีพ และ แลกเปลี่ยนเรียนรูMกับสังคมโลก คุณภาพผูEเรียน จบชั้นประถมศึกษาปWที่ ๓ • ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอรMองที่ฟjง อQานออกเสียงตัวอักษร คำ กลุQมคำ ประโยคงQายๆ และบทพูดเขMา จังหวะงQายๆ ถูกตMองตามหลักการอQาน บอกความหมายของคำและกลุQมคำที่ฟjงตรงตามความหมาย ตอบคำถาม จากการฟjงหรืออQานประโยค บทสนทนาหรือนิทานงQายๆ • พูดโตMตอบดMวยคำสั้นๆงQายๆในการสื่อสารระหวQางบุคคลตามแบบที่ฟjง ใชMคำสั่งและคำขอรMองงQายๆบอก ความตMองการงQายๆของตนเอง พูดขอและใหMขMอมูลเกี่ยวกับตนเองและเพื่อน บอกความรูMสึกของตนเองเกี่ยวกับสิ่ง ตQางๆ ใกลMตัวหรือกิจกรรมตQางๆ ตามแบบที่ฟjง • พูดใหMขMอมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกลMตัว จัดหมวดหมูQคำตามประเภทของบุคคล สัตวY และสิ่งของตามที่ฟjง หรืออQาน • พูดและทำทQาประกอบ ตามมารยาทสังคม/วัฒนธรรมของเจMาของภาษา บอกชื่อและคำศัพทYงQายๆ เกี่ยวกับเทศกาล/วันสำคัญ/งานฉลอง และชีวิตความเปbนอยูQของเจMาของภาษา เขMารQวมกิจกรรมทางภาษาและ วัฒนธรรมที่เหมาะกับวัย • บอกความแตกตQางของเสียงตัวอักษร คำ กลุQมคำ และประโยคงQายๆ ของภาษาตQางประเทศและ ภาษาไทย • บอกคำศัพทYที่เกี่ยวขMองกับกลุQมสาระการเรียนรูMอื่น • ฟjง/พูดในสถานการณYงQายๆ ที่เกิดขึ้นในหMองเรียน • ใชMภาษาตQางประเทศ เพื่อรวบรวมคำศัพทYที่เกี่ยวขMองใกลMตัว • มีทักษะการใชMภาษาตQางประเทศ (เนMนการฟjง-พูด) สื่อสารตามหัวเรื่องเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดลMอมใกลMตัว อาหาร เครื่องดื่ม และเวลาวQางและนันทนาการ ภายในวงคำศัพทYประมาณ ๓๐๐- ๔๕๐ คำ (คำศัพทYที่เปbนรูปธรรม)


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๒๗ • ใชMประโยคคำเดียว (One Word Sentence) ประโยคเดี่ยว (Simple Sentence) ในการสนทนา โตMตอบตามสถานการณYในชีวิตประจำวัน จบชั้นประถมศึกษาปWที่ ๖ • ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอรMอง และคำแนะนำที่ฟjงและอQาน อQานออกเสียงประโยค ขMอความ นิทาน และ บทกลอนสั้นๆถูกตMองตามหลักการอQา เลือก/ระบุประโยคและขMอความตรงตามความหมายของสัญลักษณYหรือ เครื่องหมายที่อQาน บอกใจความสำคัญ และตอบคำถามจากการฟjงและอQาน บทสนทนา นิทานงQายๆ และเรื่องเลQา • พูด/เขียนโตMตอบในการสื่อสารระหวQางบุคคล ใชMคำสั่ง คำขอรMอง และใหMคำแนะนำ พูด/เขียนแสดง ความตMองการ ขอความชQวยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการใหMความชQวยเหลือในสถานการณYงQายๆ พูดและเขียน เพื่อขอและใหMขMอมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัว และเรื่องใกลMตัว พูด/เขียนแสดงความรูMสึกเกี่ยวกับเรื่องตQางๆ ใกลMตัว กิจกรรมตQางๆ พรMอมทั้งใหMเหตุผลสั้นๆ ประกอบ • พูด/เขียนใหMขMอมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน และสิ่งแวดลMอมใกลMตัว เขียนภาพ แผนผัง แผนภูมิ และตาราง แสดงขMอมูลตQางๆ ที่ฟjงและอQาน พูด/เขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องตQางๆ ใกลMตัว • ใชMถMอยคำ น้ำเสียง และกิริยาทQาทางอยQางสุภาพ เหมาะสม ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของ เจMาของภาษา ใหMขMอมูลเกี่ยวกับเทศกาล/วันสำคัญ/งานฉลอง/ชีวิตความเปbนอยูQของเจMาของภาษา เขMารQวมกิจกรรม ทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ • บอกความเหมือน/ความแตกตQางระหวQางการออกเสียงประโยคชนิดตQางๆ การใชMเครื่องหมายวรรค ตอน และการลำดับคำ ตามโครงสรMางประโยคของภาษาตQางประเทศและภาษาไทย เปรียบเทียบความเหมือน/ ความแตกตQางระหวQางเทศกาล งานฉลองและประเพณีของเจMาของภาษากับของไทย • คMนควMา รวบรวมคำศัพทYที่เกี่ยวขMองกับกลุQมสาระการเรียนรูMอื่นจากแหลQงการเรียนรูM และนำเสนอดMวยการ พูด/การเขียน • ใชMภาษาสื่อสารในสถานการณYตQางๆ ที่เกิดขึ้นในหMองเรียนและสถานศึกษา •ใชMภาษาตQางประเทศในการสืบคMนและรวบรวมขMอมูลตQางๆ • มีทักษะการใชMภาษาตQางประเทศ ( เนMนการฟjง-พูด-อQาน-เขียน) สื่อสารตามหัวเรื่องเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดลMอม อาหาร เครื่องดื่ม เวลาวQางและนันทนาการ สุขภาพและสวัสดิการ การซื้อ-ขาย และ ลมฟeาอากาศ ภายในวงคำศัพทYประมาณ ๑,๐๕๐-๑,๒๐๐ คำ (คำศัพทYที่เปbนรูปธรรมและนามธรรม) • ใชMประโยคเดี่ยวและประโยคผสม (Compound Sentences) สื่อความหมายตามบริบทตQาง ๆ จบชั้นมัธยมศึกษาปWที่ ๓


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๒๘ • ปฏิบัติตามคำขอรMอง คำแนะนำ คำชี้แจง และคำอธิบายที่ฟjงและอQาน อQานออกเสียงขMอความ ขQาว โฆษณา นิทาน และบทรMอยกรองสั้นๆ ถูกตMองตามหลักการอQาน ระบุ/เขียนสื่อที่ไมQใชQความเรียงรูปแบบตQางๆ สัมพันธYกับประโยคและขMอความที่ฟjงหรืออQาน เลือก/ระบุหัวขMอเรื่อง ใจความสำคัญ รายละเอียดสนับสนุน และ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟjงและอQานจากสื่อประเภทตQางๆ พรMอมทั้งใหMเหตุผลและยกตัวอยQางประกอบ • สนทนาและเขียนโตMตอบขMอมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องตQางๆ ใกลMตัว สถานการณY ขQาว เรื่องที่อยูQในความสนใจของสังคมและสื่อสารอยQางตQอเนื่องและเหมาะสม ใชMคำขอรMอง คำชี้แจง และคำอธิบาย ใหM คำแนะนำอยQางเหมาะสม พูดและเขียนแสดงความตMองการ เสนอและใหMความชQวยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการ ใหMความชQวยเหลือ พูดและเขียนเพื่อขอและใหMขMอมูล บรรยาย อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องที่ฟjงหรืออQานอยQางเหมาะสม พูดและเขียนบรรยายความรูMสึกและความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับ เรื่องตQางๆ กิจกรรม ประสบการณY และขQาว/เหตุการณY พรMอมทั้งใหMเหตุผลประกอบอยQางเหมาะสม • พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง ประสบการณY ขQาว/เหตุการณY/เรื่อง/ประเด็นตQางๆ ที่อยูQใน ความสนใจของสังคม พูดและเขียนสรุปใจความสำคัญ/แกQนสาระ หัวขMอเรื่องที่ไดMจากการวิเคราะหYเรื่อง/ขQาว/ เหตุการณY/สถานการณYที่อยูQในความสนใจ พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรม ประสบการณY และ เหตุการณY พรMอมใหMเหตุผลประกอบ • เลือกใชMภาษา น้ำเสียง และกิริยาทQาทางเหมาะกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรม ของเจMาของภาษา อธิบายเกี่ยวกับชีวิตความเปbนอยูQขนบธรรมเนียมและประเพณีของเจMาของภาษา เขMารQวม/จัด กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ • เปรียบเทียบ และอธิบายความเหมือนและความแตกตQางระหวQางการออกเสียงประโยคชนิดตQางๆ และ การลำดับคำตามโครงสรMางประโยคของภาษาตQางประเทศและภาษาไทย เปรียบเทียบและ อธิบายความเหมือนและ ความ แตกตQางระหวQางชีวิตคว า ม เ ป b น อ ย ู Q แ ล ะ ว ั ฒ น ธ ร ร ม ข อ ง เ จ M า ข อ ง ภ า ษ า กั บ ของไทย และนำไปใชMอยQางเหมาะสม • คMนควMา รวบรวม และสรุปขMอมูล/ขMอเท็จจริงที่เกี่ยวขMองกับกลุQมสาระการเรียนรูMอื่นจากแหลQงการเรียนรูM และนำเสนอดMวยการพูดและการเขียน • ใชMภาษาสื่อสารในสถานการณYจริง/สถานการณYจำลองที่เกิดขึ้นในหMองเรียน สถานศึกษา ชุมชน และ สังคม • ใชMภาษาตQางประเทศในการสืบคMน/คMนควMา รวบรวม และสรุปความรูM/ขMอมูลตQางๆ จากสื่อและแหลQงการ เรียนรูMตQางๆ ในการศึกษาตQอและประกอบอาชีพ เผยแพรQ/ประชาสัมพันธYขMอมูล ขQาวสารของโรงเรียนชุมชน และ ทMองถิ่น เปbนภาษาตQางประเทศ


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๒๙ • มีทักษะการใชMภาษาตQางประเทศ ( เนMนการฟjง-พูด-อQาน-เขียน) สื่อสารตามหัวเรื่องเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดลMอม อาหาร เครื่องดื่ม เวลาวQางและนันทนาการ สุขภาพและสวัสดิการ การซื้อ-ขาย ลมฟeาอากาศ การศึกษาและอาชีพ การเดินทางทQองเที่ยว การบริการ สถานที่ ภาษา และวิทยาศาสตรYและ เทคโนโลยี ภายในวงคำศัพทYประมาณ ๒,๑๐๐-๒,๒๕๐ คำ (คำศัพทYที่เปbนนามธรรมมากขึ้น) • ใชMประโยคผสมและประโยคซับซMอน (Complex Sentences) สื่อความหมายตามบริบทตQางๆ ในการ สนทนาทั้งที่เปbนทางการและไมQเปbนทางการ ภาษาจีน เรียนรู$อะไรในภาษาจีน จุดมุQงหมายของการเรียนภาษาจีนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ คือ พัฒนาผูMเรียนใหMมีทักษะและสามารถสื่อสารภาษาจีนขั้นพื้นฐานอยQางมี ประสิทธิภาพตามสถานการณYตQางๆ ทั้งการ ฟjง - พูด - อQาน - เขียน - และแสดงออก สามารถใชM ภาษาจีนในการแสวงหาความรูM ศึกษาตQอ ประกอบอาชีพ มี ความรูMความเขMาใจเรื่องราวและวัฒนธรรมจีน เพื่อเขMาถึงปรัชญา วิธีคิด และวิถีชีวิตของชาวจีน สามารถ เปรียบเทียบและถQายทอดความคิดและ วัฒนธรรมไทย-จีนดMวยภาษาจีนอยQางสรMางสรรคY และมีเจตคติที่ดีตQอ ภาษาจีน ดังนั้นเพื่อใหMบรรลุ วัตถุประสงคYดังกลQาว สาระสำคัญของการเรียนรูMภาษาจีนตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ จึงประกอบดMวย • การใชMภาษาจีนในการฟjง-พูด-อQาน-เขียน-แสดงออก แลกเปลี่ยน ขMอมูล ขQาวสาร แสดงความรูMสึกและ ความคิดเห็น ตีความ สรุปความ นำ เสนอขMอมูล ความคิดรวบยอด และ ความคิดเห็นในเรื่องตQางๆ รวมทั้งสรMางความสัมพันธYระหวQางบุคคลอยQางเหมาะสม • การใชMภาษาจีนตามแบบแผนและวัฒนธรรมจีน รูMและเขMาใจความเหมือนและ ความแตกตQางระหวQาง ภาษาและวัฒนธรรมของจีนกับของไทย และนำ ไปใชMอยQางเหมาะสม


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๓๐ • การใชMภาษาจีนในการเชื่อมโยงความรูMกับกลุQมสาระการเรียนรูMอื่น เปbนพื้นฐานในการ พัฒนา แสวงหา ความรูM และเป†ดโลกทัศนYของตน • การใชMภาษาจีนในสถานการณYตQางๆ ทั้งในหMองเรียนและนอกหMองเรียน ชุมชน และ สังคมโลก เปbน เครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาตQอ ประกอบอาชีพ และแลกเปลี่ยนเรียนรูMกับสังคมโลก ทั้งนี้ เปeาหมายการเรียนรูMดังกลQาวกำ หนดขึ้นตามมาตรฐานการเรียนรูMในกลุQมสาระการเรียนรูM ภาษาตQางประเทศ ดังนี้ มาตรฐาน ๑.๑ เขMาใจและตีความเรื่องที่ฟjงและอQานจากสื่อประเภทตQางๆ และแสดง ความคิดเห็นอยQางมี เหตุผล มาตรฐาน ๑.๒ มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขMอมูลขQาวสาร แสดง ความรูMสึกและความ คิดเห็นอยQางมีประสิทธิภาพ มาตรฐาน ๑.๓ นำเสนอขMอมูลขQาวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องตQางๆ โดยการพูดและ การเขียน มาตรฐาน ๒.๑ เขMาใจความสัมพันธYระหวQางภาษาและวัฒนธรรมของเจMาของภาษา และ นำ ไปใชMไดMอยQาง เหมาะสมกับกาลเทศะ มาตรฐาน ๒.๒ เขMาใจความเหมือนและความแตกตQางระหวQางภาษาและวัฒนธรรมของ เจMาของภาษา กับ ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำ ไปใชMอยQางถูกตMองและเหมาะสม มาตรฐาน ๓.๑ ใชMภาษาตQางประเทศในการเชื่อมโยงความรูMกับกลุQมสาระการเรียนรูMอื่น และเปbนพื้นฐานใน การพัฒนา แสวงหาความรูM และเป†ดโลกทัศนYของตน มาตรฐาน ๔.๑ ใชMภาษาจีนในสถานการณYตQางๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม มาตรฐาน ๔.๒ ใชMภาษาจีนเปbนเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาตQอ การประกอบอาชีพ และ การแลกเปลี่ยน เรียนรูMกับสังคมโลก จุดประสงค\การเรียนรู$ จุดประสงคYการเรียนรูMที่เรามุQงหวังเพื่อการพัฒนาจะเกิดผลลัพธYใน ๓ ลักษณะ ไดMแกQ ความรูMทางภาษา ทักษะและสมรรถนะ และความเขMาใจในวัฒนธรรมจีน ซึ่งขยายความ โดยสังเขปไดMดังนี้ ๑. ความรู$ทางภาษา ๑.) รูMและเขMาใจการออกเสียง – รูMพยัญชนะและสระในรูปสัทอักษรพินอิน พรMอมเปรียบเทียบ กับอักษรจีน สามารถประสมพยัญชนะกับสระไดM รูMและเขMาใจการออกเสียงตQอเนื่องและการเปลี่ยนเสียง การแยกแยะเสียง สามารถสรMางความเชื่อมโยงระหวQางเสียง ตัวอักษร และความหมายไดM รูMวQา ภาษาจีนมีเสียงวรรณยุกตY ๔ เสียง และเสียงเบา ๑ เสียง เมื่อเขMาใจหลักการเบื้องตMนเชQนนี้ จึงสามารถใชMเปbนฐานในการพัฒนาการเรียนรูMของตนใน


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๓๑ ขั้นสูงขึ้นเปbนลำดับไดM จนสามารถออกเสียงไดM อยQางคลQองแคลQวและเปbนธรรมชาติ รวมทั้งออกเสียงดMวยทำนอง เสียงและน้ำหนักเสียงเพื่อสื่อสาร ความหมายพิเศษไดM ๒.) รูMตัวอักษรและคำศัพทY - รูMตัวอักษรและคำศัพทYโดยเริ่มจากสQวนที่ใชMบQอยในชีวิต ประจำวัน สามารถจำ และอQานตัวอักษรจีนและคำศัพทY สามารถแยกแยะเสียงอQาน รูป และความหมาย ของตัวอักษรจีน รูMเสMนขีดและ ลำดับขีดของตัวอักษรจีน รูMเสMนขีดพื้นฐานและเสMนขีดพิเศษที่ใชMบQอย ของตัวอักษรจีน เขMาใจความสัมพันธYระหวQาง ตัวอักษรกับคำศัพทY รูMตัวอักษรเดี่ยวและอักษรประสม รูMหมวดคำและสQวนประกอบของตัวอักษรจีน รูMวิธีประกอบ ตัวอักษรและโครงสรMางของตัวอักษร เขMาใจ ความหมายของคำศัพทYในบริบทตQางๆ เรียนรูMและเพิ่มพูนคำศัพทYใหมQๆ จากเรื่องใกลMตัวและเรื่องราว ในชีวิตประจำวันจนถึงเรื่องในสังคมวงกวMางและขMามสาระวิชา สามารถเลือกใชM คำศัพทYเพื่อสื่อสาร และสื่อความหมายในหัวขMอตQางๆ ในระดับประถมศึกษาควรรูMจักตัวอักษรประมาณ ๒๐๐ ตัว คำศัพทY พื้นฐานที่เกี่ยวขMองประมาณ ๕๐๐-๖๐๐ คำ สQวนระดับมัธยมศึกษาตอนตMน ควรรูMและใชMคำศัพทY ไมQต่ำ กวQา ๑,๐๐๐ คำ และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ควรรูMและใชMคำศัพทYไมQต่ำกวQา ๑,๕๐๐ คำ ๓.) รูMและสามารถใชMไวยากรณY - รูMและเขMาใจหนMาที่ของคำที่ใชMบQอยในชีวิตประจำวัน เพราะคำศัพทYแตQละ คำจะสื่อความหมาย และทำหนMาที่ตQางกัน เมื่อนำมาเรียงกันตามหลักไวยากรณY จึงจะสื่อความหมายไดMครบถMวน และกวMางขึ้น ผูMเรียนจึงตMองรูMและเขMาใจหนMาที่ของคำ ไดMแกQ คำนาม ลักษณะนาม สรรพนาม บุพบท สันธาน คุณศัพทY คำวิเศษณY คำกริยา กริยาชQวย การซ้ำคำกริยา และรูMลำดับของคำ โครงสรMางและรูปประโยคที่ใชMบQอย ไดMแกQ ประโยคบอกเลQา ประโยคปฏิเสธ ประโยคคำถาม ประโยคอุทาน ประโยคเปรียบเทียบ ประโยคความรวม ประเภทตQางๆ ที่ซับซMอนขึ้น เปbนลำดับในบริบทตQางๆ รวมทั้งไวยากรณYอื่นๆ ที่เปbนแบบแผนสำหรับการสื่อสารที่ ถูกตMองตาม ระเบียบวิธีทางภาษา เพราะเมื่อผูMเรียนรูMคำศัพทYและความหมายของคำเหลQานั้นแลMว ไวยากรณYจะเปbน สQวนที่จัด เรียงคำลงในลำดับตามหนMาที่ที่ถูกตMองของคำนั้นๆ เพื่อสื่อความหมาย ๒. ทักษะทางภาษา ๑.) มีสมรรถนะทางภาษา - เขMาใจและสามารถใชMทักษะการสื่อสารที่คลQองแคลQวขึ้นเปbน ลำ ดับตามวัย และประสบการณYที่สั่งสม ไดMแกQ การทักทาย อำ ลา ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย อวยพร เชื้อเชิญ แนะนำ สอบถาม เตือน เลQาเรื่อง อธิบาย บรรยาย แสดงอารมณYความรูMสึก ทQาที ความคิดเห็น สนทนาโตMตอบพูดคุยเกี่ยวกับการใชM ชีวิต - การเรียน - สถานการณY - ประเด็นทาง สังคมและวัฒนธรรม ๒.) เขMาใจและสามารถใชMประเด็นสนทนาจากเรื่องใกลMตัวในชีวิตประจำ วัน สูQเรื่องไกลตัว เชQน ขMอมูล สQวนตัว งานอดิเรก ครอบครัว โรงเรียน ชีวิตการเรียน การดำ เนินชีวิตในสังคม สภาพแวดลMอม ขนบธรรมเนียม


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๓๒ ประเพณี ประเด็นเกี่ยวกับสังคม ศิลปวัฒนธรรม วิทยาศาสตรY สิ่งแวดลMอม เศรษฐกิจ การเมือง ทั้งในระดับชาติ และนานาชาติ เรื่องในอดีต - ปjจจุบัน - อนาคต ๓.) เขMาใจและสามารถสื่อความหมายตรงตัวและความหมายแฝง จับใจความสำ คัญ ใชMภาษากายหรือ สิ่งของเพื่อชQวยในการสื่อสารในชีวิตประจำ วัน เขียนความเรียงและขัดเกลาภาษา ไดMอยQางเหมาะสม ๓. ความรู$และเข$าใจทางวัฒนธรรม ๑.) รูMและเขMาใจวัฒนธรรมจีน และสามารถเปรียบเทียบความคลMายคลึงและความแตกตQาง กับวัฒนธรรม ไทย เชQน ชนชาติ บุคคลสำคัญ เทศกาล ขนบธรรมเนียมประเพณี ความเชื่อศรัทธา มารยาท อาหาร การละเลQน สิ่งประดิษฐY วิถีชีวิตในอดีตและปjจจุบัน ประวัติศาสตรY ภูมิศาสตรY ระบอบการปกครอง และความเปbนไปตQางๆ ที่ สะทMอนถึงความเปbนชนชาติและวัฒนธรรมจีน ผลลัพธ\ที่ควรเกิดจากการเรียนรู$ • ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอรMอง คำแนะนำในคูQมือการใชMงานตQางๆ คำชี้แจง คำอธิบายและ คำบรรยายที่ ฟjงและอQาน อQานออกเสียงคำ ประโยค ขMอความ ขQาว ประกาศ โฆษณา บทรMอยกรอง และบทละคร สั้นตามหลักการอQาน อธิบายและเขียนประโยคและขMอความใหMสัมพันธYกับสื่อที่ไมQใชQ ความเรียง รูปแบบตQางๆ รวมทั้งระบุและเขียนสื่อที่ไมQใชQความเรียงรูปแบบตQางๆ ใหMสัมพันธYกับประโยค และ ขMอความที่ฟjงหรืออQาน จับใจความสำคัญ วิเคราะหYความ สรุปความ ตีความ และแสดงความคิดเห็น จากการฟjงและอQานเรื่องที่เปbนสารคดีและบันเทิงคดี พรMอมทั้งใหMเหตุผลและยกตัวอยQางประกอบ • สนทนาและเขียนโตMตอบขMอมูลเกี่ยวกับตนเอง เรื่องใกลMตัว ประสบการณY สถานการณY ขQาว เหตุการณY ประเด็นที่อยูQในความสนใจของสังคม และสื่อสารอยQางตQอเนื่องและเหมาะสม พูด และ เขียนแสดงความตMองการ เสนอและใหMความชQวยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการใหMความชQวยเหลือ ใน สถานการณYจำลองหรือสถานการณYจริงอยQางเหมาะสม พูดและเขียนเพื่อขอและใหMขMอมูล บรรยาย อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่อง/ประเด็นตQางๆ ขQาว เหตุการณYที่ฟjงและอQาน พูดและเขียนบรรยายความรูMสึกและแสดงความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับเรื่องตQางๆ กิจกรรม ประสบการณY ขQาว เหตุการณYอยQางมีเหตุผล • พูดและเขียนนำเสนอขMอมูลเกี่ยวกับตนเอง ประสบการณY ขQาว เหตุการณY เรื่องและ ประเด็นตQางๆ ตามความสนใจ พูดและเขียนสรุปใจความสำคัญ แกQนสาระที่ไดMจากการวิเคราะหYเรื่อง กิจกรรม ขQาว เหตุการณY และสถานการณYตามความสนใจ พูดและเขียนแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับกิจกรรม ประสบการณY และเหตุการณYทั้งในทMองถิ่น สังคม และโลก พรMอมทั้งใหMเหตุผลและ ยกตัวอยQาง ประกอบ


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๓๓ • เลือกใชMภาษา น้ำเสียง และกิริยาทQาทางเหมาะกับระดับของบุคคล เวลา โอกาสและ สถานที่ตาม มารยาทสังคมและวัฒนธรรมของจีน อธิบายหรืออภิปรายเกี่ยวกับวิถีชีวิต ความคิด ความเชื่อ และ ขนบธรรมเนียมและประเพณีของจีน เขMารQวม แนะนำ และจัดกิจกรรมทางภาษาและ วัฒนธรรมอยQาง เหมาะสม • อธิบาย/เปรียบเทียบความแตกตQางระหวQางโครงสรMางประโยค ขMอความ สำนวน สุภาษิต และบท กลอนของภาษาจีนและภาษาไทย วิเคราะหY/อภิปรายความเหมือนและความแตกตQาง ระหวQางวิถีชีวิต ความเชื่อ และวัฒนธรรมของจีนกับของไทย และนำไปใชMอยQางมีเหตุผล • คMนควMา/สืบคMน บันทึก สรุป และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับขMอมูลที่เกี่ยวขMองกับ กลุQมสาระการเรียนรูM อื่น จากแหลQงเรียนรูMตQางๆ และนำเสนอดMวยการพูดและการเขียน • ใชMภาษาจีนสื่อสารในสถานการณYจริงหรือสถานการณYจำลองที่เกิดขึ้นในหMองเรียน สถานศึกษาชุมชน และสังคม • ใชMภาษาจีนสืบคMน คMนควMา รวบรวม วิเคราะหYและสรุปความรูMหรือขMอมูลตQางๆ จากสื่อ และแหลQงการ เรียนรูMตQางๆ ในการศึกษาตQอและประกอบอาชีพ เผยแพรQ/ ประชาสัมพันธYขMอมูล ขQาวสาร ของ โรงเรียน ชุมชน ทMองถิ่น และประเทศชาติเปbนภาษาจีน • มีทักษะการใชMภาษาจีน (เนMนการฟjง-พูด-อQาน-เขียน) สื่อสารตามหัวเรื่องเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดลMอม อาหาร เครื่องดื่ม ความสัมพันธYระหวQางบุคคล เวลาวQางและ นันทนาการ สุขภาพและสวัสดิการ การซื้อ-ขาย ลมฟeาอากาศ การศึกษาและอาชีพ การเดินทาง ทQองเที่ยว การ บริการ สถานที่ ภาษา วิทยาศาสตรYและเทคโนโลยี และอื่นๆ ที่จำเปbนตามสถานการณY • ใชMประโยคผสมและประโยคซับซMอนสื่อความหมายตามบริบทตQางๆ ในการสนทนา ทั้งที่เปbนทางการ และไมQเปbนทางการ


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๓๔ ภาษาญี่ปุZน เรียนรู$อะไรในภาษาจีน จุดมุQงหมายของการเรียนภาษาญี่ปุÉนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ คือ พัฒนาผูMเรียนใหMมีทักษะและสามารถสื่อสารขั้นพื้นฐานอยQางมี ประสิทธิภาพตามในสถานการณYตQางๆ ทั้งการฟjง พูด อQาน เขียน และแสดงออก สามารถใชMภาษา ในการแสวงหาความรูM ศึกษาตQอ ประกอบอาชีพ มีความรูMความ เขMาใจเรQืองราวและวัฒนธรรมของ เจMาของภาษา เพื่อเขMาถึงปรัชญา วิธีคิด และวิถีชีวิตของคนญี่ปุÉนสามารถ เปรียบเทียบ และถQายทอดความคิดและวัฒนธรรมไทยดMวยภาษาญี่ปุÉนอยQางสรMางสรรคY และมีเจตคติ ที่ดีตQอ ภาษาญี่ปุÉน ดังนั้นเพื่อใหMบรรลุวัตถุประสงคYดังกลQาว สาระสำคัญในการเรียนภาษาญี่ปุÉน ตามกรอบหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ จึงประกอบดMวย • ภาษาเพื่อการสื่อสาร การใชMภาษาญี่ปุÉนในการฟjง -พูด -อQาน-เขียน แลกเปลี่ยน ขMอมูล ขQาวสาร แสดง ความรูMสึกและความคิดเห็น ตีความ สรุปความ นำเสนอขMอมูล ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่อง ตQางๆ รวมทั้งสรMางความสัมพันธYระหวQางบุคคลอยQางเหมาะสม • ภาษาและวัฒนธรรม การใชMภาษาญี่ปุÉน ตามแบบแผนและวัฒนธรรมของ เจMาของภาษา รูMและเขMาใจความ เหมือนและความแตกตQางระหวQางภาษาและวัฒนธรรมของภาษา ตQางประเทศที่เรียนกับของไทย และ นำไปใชMอยQางเหมาะสม • ภาษากับความสัมพันธYสูQกลุQมสาระการเรียนรูMอื่น การใชMภาษาญี่ปุÉนในการเชื่อมโยงความรูMกับกลุQมสาระการ เรียนรูMอื่น เปbนพื้นฐานในการพัฒนา แสวงหาความรูM และ เป†ดโลกทัศนYของตน • ภาษากับความสัมพันธYกับชุมชนและโลก การใชMภาษาญี่ปุÉน ในสถานการณY ทั้งในและนอกหMองเรียน ชุมชน และสังคมโลก ปbนเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาตQอประกอบอาชีพ และแลกเปลี่ยนเรียนรูMกับสังคม โลก ทั้งนี้เปeาหมายการเรียนรูMดังกลQาวกำหนดขึ้นตามมาตรฐานการเรียนรูMในกลุQมสาระการเรียนรูM ภาษาตQางประเทศ ดังนี้ สาระที่ ๑ ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ๑.๑ เขMาใจและตีความเรQืองที่ฟjงและอQานจากสื่อประเภทตQางๆ และแสดง ความคิดเห็นอยQางมี เหตุผล มาตรฐาน ๑.๒ มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขMอมูลขQางสาร แสดงความรูMสึกและความ คิดเห็นอยQางมีประสิทธิภาพ มาตรฐาน ๑.๓ นำเสนอขMอมูลขQาวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องตQางๆ โดยการพูดและ การเขียน สาระที่ ๒ ภาษาและวัฒนธรรม


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๓๕ มาตรฐาน ๒.๑ เขMาใจความสัมพันธYระหวQางภาษาและวัฒนธรรมของภาษาตQางประเทศที่เรียน และ นำไปใชMไดMอยQางเหมาะสมกับกาลเทศะ มาตรฐาน ๒.๒ เขMาใจความเหมือนและความแตกตQางระหวQางภาษาและวัฒนธรรมของ ภาษาตQางประเทศ ที่เรียนและวัฒนธรรมของไทย และนำไปใชMอยQางถูกตMองและเหมาะสม สาระที่ ๓ ภาษากับความสัมพันธ\กับกลุOมสาระการเรียนรู$อื่น มาตรฐาน ๓.๑ ใชMภาษาตQางประเทศที่เรียนในการเชื่อมโยงความรูMกับกลุQมสาระการเรียนรูMอื่น และเปbน พื้นฐานในการพัฒนา แสวงหาความรูMและเป†ดโลกทัศนYของตน สาระที่ ๔ ภาษากับความสัมพันธ\กับชุมชนโลก มาตรฐาน ๔.๑ ใชMภาษาตQางประเทศที่เรียนในสถานการณYตQางๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม มาตรฐาน ๔.๒ ใชMภาษาตQางประเทศที่เรียนเปbนเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาตQอ การประกอบอาชีพ และ การแลกเปลี่ยนเรียนรูMกับสังคมโลก จุดประสงค\การเรียนรู$ จุดประสงคYการเรียนรูMที่เรามุQงหวังเพื่อการพัฒนาจะเกิดผลลัพธYใน ๓ ลักษณะ ไดMแกQ ความรูMทางภาษา ทักษะหรือสมรรถนะ และความเขMาใจในวัฒนธรรมของเจMาของ ภาษา ซึ่งสามารถขยายความโดยสังเขปไดMดังนี้ ความรู$ทางภาษา ๑.) รูMและเขMาใจการออกเสียง - รูMพยัญชนะและสระ สามารถประสมพยัญชนะกับสระไดM รูMและเขMาใจการ ออกเสียงตQอเนื่องและการเปลี่ยนเสียง การแยกแยะเสียง สามารถสรMางความเชื่อมโยง ระหวQางเสียง ตัวอักษร และ ความหมายไดM เมื่อเขMาใจหลักการเบื้องตMนเชQนนี้ จึงสามารถใชMเปbนฐาน ในการพัฒนาการเรียนรูMของตนในขั้นสูงขึ้น เปbนลำดับไดM จนสามารถออกเสียงไดMอยQางคลQองแคลQว และเปbนธรรมชาติ รวมทั้งออกเสียงดMวยทำนองเสียงและ น้ำหนักเสียงเพื่อสื่อสารความหมายพิเศษไดM ๒.) รูMตัวอักษรและคำศัพทY- รูMตัวอักษรและคำศัพทYโดยเริ่ม จากสQวนที่ใชMบQอยในชีวิตประจำวัน สามารถจำ และอQานตัวอักษรและคำศัพทYสามารถแยกแยะเสียงอQาน รูป และความหมายของ ตัวอักษร เขMาใจความสัมพันธY ระหวQางตัวอักษรกับคำศัพทYเขMาใจความหมายของคำศัพทYในบริบท ตQางๆ เรียนรูMและเพิ่มพูนคำศัพทYใหมQๆ จาก เรื่องใกลMตัวและเรื่องราวในชีวิตประจำวันจนถึงเรื่องใน สังคมวงกวMาง และขMามสาระวิชา สามารถเลือกใชMคำศัพทY เพื่อสื่อสารและสื่อความหมายในหัวขMอ ตQางๆ ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายควรรูMและใชMคำศัพทYไมQต่ำกวQา ๑,๕๐๐ คำ ๓.) รูMและสามารถใชMไวยากรณY – รูMและเขMาใจหนMาที่ของคำทีใชMบQอยในชีวิตประจำวัน เพราะคำศัพทYแตQละ คำจะสื่อความหมาย และทำ หนMาที่ตQางกันเมื่อมาเรียงกันตามหลักไวยากรณYจึงจะสื่อความหมายไดMครบถMวนและ กวMางขึ้น ผูMเรียนจึงตMองรูMและเขMาใจหนMาที่ของ ไดMแกQ นาม ลักษณะนาม สรรพนาม บุพบท สันธาน คุณศัพทY คำ


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๓๖ วิเศษณY คำกริยา กริยาชQวย การซ้ำ คำกริยา และ รูMลำดับ ของคำ โครงสMางและรูปประโยคที่ใชบQอย ไดMแกQ ประโยค บอกเลQา ประโยคปฏิเสธ ประโยคคำถาม ประโยคอุทาน ประโยคเปรียบเทียบประโยคความรวมประเภทตQางๆ ที่ ซับซMอนเปbนลำดับ ในบริบทตQางๆ รวมทั้งไวยากรณYอื่นๆ ที่เปbนแบบแผนสำหรับการสื่อสารที่ถูกตMองตามระเบียบวิธี ทางภาษา เพราะเมื่อผูMเรียนรูMคำศัพทYและความหมายของคำเหลQานั้นแลMส ไวยากรณYจะเปbน สQวนจัดอันดับ เรียงลง ในลำดับตามหนMาที่ที่ถูกตMองของนั้นๆ เพื่อสื่อความหมาย ทักษะทางภาษา ๑.) มีสมรรถนะทางภาษา – เขMาใจและสามารถใชMทักษะการสื่อสารที่คลQองแคลQวขึ้นเปbน ลำดับตามวัยและ ประสบการณYที่สั่งสม ไดMแกQ การทักทาย อำลา ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย อวยพร เชื้อเชิญ แนะนำ สอบถาม เตือน เลQาเรื่อง อธิบาย บรรยาย แสดงอารมณYความรูMสึก ทQาที ความคิดเห็น สนทนาโตMตอบพูดคุยเกี่ยวกับการใชMชีวิตการเรียน-สถานการณY-ประเด็นทางสังคม และวัฒนธรรม ๒.) เขMาใจและสามารถใชMประเด็นสนทนาจากเรื่องใกลMตัวในชีวิตประจำวัน สูQเรื่องไกลตัว เชQน ขMอมูล สQวนตัว งานอดิเรก ครอบครัว โรงเรียน ชีวิตการเรียน การดำเนินชีวิตในสังคม สภาพแวดลMอม ขนบธรรมเนียม ประเพณี ประเด็นเกี่ยวกับสังคม ศิลปวัฒนธรรม วิทยาศาสตรY สิ่งแวดลMอม เศรษฐกิจ การเมือง ทั้งในระดับชาติ และนานาชาติ เรื่องในอดีต-ปjจจุบัน-อนาคต ๓.) เขMาใจและสามารถสื่อความหมายตรงตัวและความหมายแฝง จับใจความสำคัญ ใชMภาษากายหรือ สิ่งของเพื่อชQวยในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน เขียนความเรียงและขัดเกลาภาษา ไดMอยQางเหมาะสม ความรู$และเข$าใจทางวัฒนธรรม ๑.) รูMและเขMาใจวัฒนธรรมของเจMาของภาษา และสามารถเปรียบเทียบความคลMายคลึง และความแตกตQาง กับวัฒนธรรมไทย เชQน ชนชาติ บุคคลสำคัญ เทศกาล ขนบธรรมเนียมประเพณี ความเชื่อ ศรัทธา มารยาท อาหาร การละเลQน สิ่งประดิษฐY วิถีชีวิต ในอดีต และปjจจุบัน ประวัติศาสตรY ภูมิศาสตรY ระบอบการปกครอง และความ เปbนไปตQางๆ ที่สะทMอนถึงความเปbนชนชาติ และวัฒนธรรมของเจMาของภาษา ผลลัพธ\ที่ควรเกิดจากการเรียนรู$ • ปฏิบัติตามสั่ง ขอรMอง แนะนำในคูQมือการใชMงานตQางๆ ชี้แจง อธิบาย และบรรยายที่ฟjงและอQาน อQานออก เสียง ประโยค ขMอความ ขQาว ประกาศ โฆษณา บทรMอยกรอง และบทละครสั้นตามหลักการอQาน อธิบาย และเขียนประโยคและขMอความใหMสัมพันธYกับสื่อที่ไมQใชQ ความเรียงรูปแบบตQางๆ รวมทั้งระบุและเขียนสื่อที่ ไมQใชQความเรียงรูปแบบตQางๆ ใหMสัมพันธYกับ ประโยคและขMอความที่ฟjงหรืออQาน จับใจความสำคัญ วิเคราะหYความ สรุปความ ตีความ และ แสดงความคิดเห็นจากการฟjงและอQานเรื่องที่เปbนสารคดีและ บันเทิงคดี พรMอมทั้งใหMเหตุผลและ ยกตัวอยQางประกอบ


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๓๗ • สนทนาและเขียนโตMตอบขMอมูลเกี่ยวกับตนเองเรื่องใกลMตัวประสบการณYสถานการณY ขQาว เหตุการณY ประเด็นที่อยูQในความสนใจของสังคม และสื่อสารอยQางตQอเนื่องและเหมาะสม พูดและเขียนแสดงความ ตMองการ เสนอและใหMความชQวยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการใหM ความชQวยเหลือในสถานการณYจำลองหรือ สถานการณYจริงอยQางเหมาะสม พูดและเขียนเพื่อขอ และใหMขMอมูล บรรยาย อธิบาย เปรียบเทียบ และ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่อง/ประเด็น ตQางๆ ขQาว เหตุการณYที่ฟjงและอQาน พูดและเขียนบรรยาย ความรูMสึกและแสดงความคิดเห็น ของตนเองเกี่ยวกับเรื่องตQางๆ กิจกรรม ประสบการณY ขQาว เหตุการณY อยQางมีเหตุผล • พูดและเขียนนำเสนอขMอมูลเกี่ยวกับตนเอง ประสบการณY ขQาว เหตุการณY เรื่องและ ประเด็นตQางๆ ตาม ความสนใจ พูดและเขียนสรุปใจความสำคัญ แกQนสาระที่ไดMจากการวิเคราะหY เรื่อง กิจกรรม ขQาว เหตุการณY และสถานการณYตามความสนใจ พูดและเขียนแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับกิจกรรม ประสบการณY และเหตุการณY ทั้งในทMองถิ่น สังคม และโลก พรMอมทั้งใหMเหตุผล และยกตัวอยQางประกอบ • เลือกใชMภาษา น้ำเสียง และกิริยาทQาทางเหมาะกับระดับของบุคคล เวลา โอกาส และสถานที่ตามมารยาท สังคมและวัฒนธรรมของญี่ปุÉน อธิบายหรืออภิปรายเกี่ยวกับ วิถีชีวิต ความคิด ความเชื่อ และ ขนบธรรมเนียมและประเพณีของจีน เขMารQวม แนะนำ และจัด กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมอยQาง เหมาะสม • อธิบาย/เปรียบเทียบความแตกตQางระหวQางโครงสรMางประโยค ขMอความ สำนวน สุภาษิต และบทกลอน ของภาษาญี่ปุÉนกับภาษาไทย วิเคราะหY/อภิปรายความเหมือนและความแตกตQางระหวQางวิถีชีวิต ความเชื่อ และวัฒนธรรมของญี่ปุÉนกับของไทย และนำไปใชMอยQางมีเหตุผล • คMนควMา/สืบคMน บันทึก สรุป และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับขMอมูลที่เกี่ยวขMองกับ กลุQมสาระการเรียนรูMอื่น จากแหลQงเรียนรูMตQางๆ และนำเสนอดMวยการพูดและการเขียน • ใชMภาษาญี่ปุÉนสื่อสารในสถานการณYจริงหรือสถานการณYจำลองที่เกิดขึ้น ในหMองเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสังคม • ใชMภาษาญี่ปุÉนสืบคMน คMนควMา รวบรวม วิเคราะหYและสรุปความรูM หรือขMอมูลตQางๆ จากสื่อและแหลQงการ เรียนรูMตQางๆ ในการศึกษาตQอและประกอบอาชีพ เผยแพรQ/ ประชาสัมพันธYขMอมูล ขQาวสารของโรงเรียน ชุมชน ทMองถิ่น และประเทศชาติเปbนภาษาญี่ปุÉน • มีทักษะการใชMภาษาญี่ปุÉน (เนMนการฟjง-พูด-อQาน-เขียน) สื่อสารตามหัวเรื่องเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดลMอม อาหาร เครื่องดื่ม ความสัมพันธYระหวQางบุคคล เวลาวQางและนันทนาการ สุขภาพและ สวัสดิการ การซื้อ-ขาย ลมฟeาอากาศ การศึกษาและอาชีพ การเดินทางทQองเที่ยว การบริการ สถานที่ ภาษา วิทยาศาสตรYและเทคโนโลยี และอื่นๆ ที่จำเปbน ตามสถานการณY


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๓๘ • ใชMประโยคผสมและประโยคซับซMอนสื่อความหมายตามบริบทตQางๆ ในการสนทนา ทั้งที่เปbนทางการและ ไมQเปbนทางการ


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๓๙ ภาษาอังกฤษ สาระที่ ๑ ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต ๑.๑ เขMาใจและตีความเรื่องที่ฟjงและอQานจากสื่อประเภทตQางๆ และแสดงความคิดเห็น อยQางมีเหตุผล ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู$แกนกลาง ป.๑ ๑. ปฏิบัติตามคำสั่งงQายๆ ที่ฟjง คำสั่งที่ใชMในหMองเรียน เชQน Stand up./Sit down./ Listen./ Repeat./Quiet!/ Stop! etc. ๒. ระบุตัวอักษรและเสียง อQานออก เสียงและสะกดคำงQายๆ ถูกตMองตาม หลักการอQาน ตัวอักษร (letter names) เสียงตัวอักษรและสระ (letter sounds) และการสะกดคำหลักการอQานออกเสียง เชQน - การออกเสียงพยัญชนะตMนคำและพยัญชนะทMายคำ - การออกเสียงเนMนหนัก-เบา (stress)ในคำและกลุQมคำ - การออกเสียงตามระดับเสียงสูง-ต่ำ (intonation) ในประโยค ๓. เลือกภาพตรงตามความหมาย ของคำและกลุQมคำที่ฟjง คำ กลุQมคำ และความหมาย เกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดลMอมใกลMตัว อาหาร เครื่องดื่ม และนันทนาการ ภายในวงคำศัพทY ประมาณ ๑๕๐-๒๐๐ คำ (คำศัพทYที่เปbนรูปธรรรม) ๔. ตอบคำถามจากการฟjงเรื่อง ใกลMตัว บทอQานเกี่ยวกับเรื่องใกลMตัว หรือนิทานที่มีภาพประกอบ ประโยคคำถามและคำตอบ - Yes/No Question เชQน Is it a/an..? Yes, it is./No, it is not. etc. - Wh-Question เชQน What is it? It is a/an... etc. ป.๒ ๑. ปฏิบัติตามคำสั่ง และคำขอรMอง งQาย ๆ ที่ฟjง คำสั่งและคำขอรMองที่ใชMในหMองเรียน - คำสั่ง เชQน Show me a/an.../ Open your book. Don’t talk in class. etc. - คำขอรMอง เชQน Please come here./ Come here, please. Don’t make a loud noise, please./ Please don’t make a loud noise. etc.


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๔๐ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู$แกนกลาง ๒.ระบุตัวอักษรและเสียง อQานออก เสียงคำ สะกดคำ และอQานประโยค งQายๆ ถูกตMองตามหลักการอQาน ตัวอักษร เสียงตัวอักษรและสระ การสะกดคำ และประโยค หลักการอQานออกเสียง เชQน - การออกเสียงพยัญชนะตMนคำและพยัญชนะทMายคำ - การออกเสียงเนMนหนัก-เบา ในคำและกลุQมคำ - การออกเสียงตามระดับเสียงสูง-ต่ำ ในประโยค ๓. เลือกภาพตรงตามความหมายของ คำ กลุQมคำ และประโยคที่ฟjง คำ กลุQมคำ ประโยคเดี่ยว (simple sentence) และ ความหมาย เกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดลMอมใกลMตัว อาหาร เครื่องดื่ม และนันทนาการ เปbนวง คำศัพทYสะสมประมาณ ๒๕๐-๓๐๐ คำ(คำศัพทYที่เปbนรูปธรรรม) ๔. ตอบคำถามจากการฟjงประโยค บทสนทนา หรือนิทานงQายๆ ที่มีภาพ ประกอบ ประโยค บทสนทนา หรือนิทานที่มีภาพประกอบ ประโยคคำถามและคำตอบ - Yes/No Question เชQน Is this/that a/an..? Yes, it is./No, it isn’t.etc. - Wh-Question เชQน What is this/that/it? This/that/It is a/an…How many…? There is/are…Where is the…? It is in/on/under… etc. ป.๓ ๑. ปฏิบัติตามคำสั่ง และคำขอรMองที่ ฟjง หรืออQาน คำสั่งและคำขอรMองที่ใชMในหMองเรียน - คำสั่ง เชQน Give me a/an.../Draw and color thepicture./ Put a/an…in/on/under a/an…/ Don’t eat in class. etc. - คำขอรMอง เชQน Please take a queue./ Take a queue, please./Don’t make a loud noise, please./Please don’t make a loud noise./ Can you help me, please? etc. ๒. อQานออกเสียงคำ สะกดคำ อQาน กลุQมคำ ประโยค และบทพูดเขMา จังหวะ (chant) งQายๆ ถูกตMองตาม หลักการอQาน คำ กลุQมคำ ประโยคเดี่ยว และบทพูดเขMาจังหวะและการสะกด คำการใชMพจนานุกรมหลักการอQานออกเสียง เชQน - การออกเสียงพยัญชนะตMนคำและพยัญชนะทMายคำ - การออกเสียงเนMนหนัก-เบา ในคำและกลุQมคำ - การออกเสียงตามระดับเสียงสูง-ต่ำ ในประโยค


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๔๑ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู$แกนกลาง ๓. เลือก/ระบุภาพ หรือสัญลักษณYตรง ตามความหมายของกลุQมคำและ ประโยคที่ฟjง กลุQมคำ ประโยคเดี่ยว สัญลักษณYและความหมายเกี่ยวกับ ตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดลMอมใกลMตัว อาหาร เครื่องดื่ม และนันทนาการ เปbนวงคำศัพทYสะสมประมาณ ๓๕๐-๔๕๐ คำ (คำศัพทYที่เปbนรูปธรรรม) ๔. ตอบคำถามจากการฟjงหรืออQาน ประโยค บทสนทนา หรือนิทาน งQายๆ ประโยค บทสนทนา หรือนิทานที่มีภาพประกอบประโยค คำถามและคำตอบ - Yes/No Question เชQนIs/Are/Can…? Yes,…is/are/can./No,…isn’t/aren’t/can’t. etc. - Wh-Question เชQนWhat is this/that/it? This/that/It is a/an…How many…? There is/are…Where is/are…? It is in/on/under…They are. etc. ป.๔ ๑. ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอรMอง และ คำแนะนำ (instructions) งQายๆ ที่ฟjง หรืออQาน คำสั่งและคำขอรMองที่ใชMในหMองเรียน และคำแนะนำในการเลQน เกม การวาดภาพ หรือการทำอาหารและเครื่องดื่ม - คำสั่ง เชQน Look at the…/here/over there./ Say itagain./ Read and draw./ Put a/an…in/on/under a/an…/ Don’t go over there. etc. - คำขอรMอง เชQน Please take a queue./ Take a queue, please./ Can you help me, please? etc. - คำแนะนำ เชQน You should read everyday./Think before you speak./ คำศัพทYที่ใชMในการเลQนเกม Start./ My turn./ Your turn./Roll the dice./ Count the number./ Finish./คำบอกลำดับขั้นตอน First,... Second,…Then,… Finally,... etc. ๒. อQานออกเสียงคำ สะกดคำ อQาน กลุQมคำประโยค ขMอความงQายๆ และบทพูดเขMาจังหวะถูกตMองตาม หลักการอQาน คำ กลุQมคำ ประโยค ขMอความ บทพูดเขMาจังหวะและการสะกด คำการใชMพจนานุกรมหลักการอQานออกเสียง เชQน - การออกเสียงพยัญชนะตMนคำและพยัญชนะทMายคำ - การออกเสียงเนMนหนัก-เบา ในคำและกลุQมคำ - การออกเสียงตามระดับเสียงสูง-ต่ำ ในประโยค


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๔๒ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู$แกนกลาง ๓. เลือก/ระบุภาพ หรือสัญลักษณY หรือเครื่องหมายตรงตามความหมาย ของประโยคและขMอความสั้นๆ ที่ฟjง หรืออQาน กลุQมคำ ประโยคเดี่ยว สัญลักษณYเครื่องหมาย และความหมาย เกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียนสิ่งแวดลMอม อาหาร เครื่องดื่ม เวลาวQางและนันทนาการ สุขภาพและสวัสดิการ การ ซื้อ -ขายและลมฟeาอากาศ และเปbนวงคำศัพทYสะสมประมาณ ๕๕๐-๗๐๐ คำ (คำศัพทYที่เปbนรูปธรรมและนามธรรม) ๔. ตอบคำถามจากการฟjงและอQาน ประโยค บทสนทนา และนิทาน งQายๆ ประโยค บทสนทนา นิทานที่มีภาพประกอบคำถามเกี่ยวกับ ใจความสำคัญของเรื่อง เชQน ใครทำอะไร ที่ไหน - Yes/No Question เชQนIs/Are/Can…?Yes,…is/are/can. /No,…isn’t/aren’t/can’t.Do/Does/Can/Is/Are...? Yes/No… etc. - Wh-Question เชQนWho is/are…? He/She is…/They are…What…?/Where…? It is …/They are…What...doing? …is/am/are… etc. - Or-Question เชQน Is this/it a/an...or a/an…? It is a/an… etc. ป.๕ ๑. ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอรMอง และ คำแนะนำงQายๆ ที่ฟjงและอQาน คำสั่งและคำขอรMองที่ใชMในหMองเรียน ภาษาทQาทางและ คำแนะนำในการเลQนเกม การวาดภาพ หรือการทำอาหารและ เครื่องดื่ม - คำสั่ง เชQน Look at the…/here/over there./ Say itagain./ Read and draw./ Put a/an…in/on/undera/ an… / Don’t go over there. etc. คำขอรMอง เชQน Please take a queue./ Take a queue, please./ Can/Could you help me, please? etc. - คำแนะนำ เชQน You should read everyday./ Think before you speak./ คำศัพทYที่ใชMในการ เลQนเกม Start./ My turn./ Your turn./ Roll the dice./ Count the number./ Finish./ คำบอกลำดับขั้นตอน First,… Second,… Next,… Then,…Finally,… etc.


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๔๓ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู$แกนกลาง ๒. อQานออกเสียงประโยค ขMอความ และบทกลอนสั้นๆ ถูกตMองตาม หลักการอQาน ประโยค ขMอความ และบทกลอนการใชMพจนานุกรมหลักการ อQานออกเสียง เชQน - การออกเสียงพยัญชนะตMนคำและพยัญชนะทMายคำ - การออกเสียงเนMนหนัก-เบา ในคำและกลุQมคำ - การออกเสียงตามระดับเสียงสูง-ต่ำ ในประโยค - การออกเสียงเชื่อมโยง (linking sound) ในขMอความ - การออกเสียงบทกลอนตามจังหวะ ๓. ระบุ/วาดภาพ สัญลักษณYหรือ เครื่องหมายตรงตามความหมายของ ประโยคและขMอความสั้นๆ ที่ฟjง หรือ อQาน ลุQมคำ ประโยคผสม ขMอความ สัญลักษณYเครื่องหมาย และ ความหมายเกี่ยวกับตนเองครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดลMอม อาหาร เครื่องดื่มเวลาวQางและนันทนาการ สุขภาพและ สวัสดิการการซื้อ-ขาย และลมฟeาอากาศ และเปbนวงคำศัพทY สะสมประมาณ ๗๕๐-๙๕๐ คำ (คำศัพทYที่เปbนรูปธรรมและ นามธรรม) ๔. บอกใจความสำคัญ และตอบ คำถามจากการฟjงและอQานบท สนทนา และนิทานงQายๆ หรือ เรื่องสั้นๆ ประโยค บทสนทนา นิทาน หรือเรื่องสั้นๆ คำถามเกี่ยวกับใจความสำคัญของเรื่อง เชQน ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร - Yes/No Question เชQนIs/Are/Can…? Yes,…is/are/can./ No,…isn’t/aren’t/can’t. Do/Does/Can/Is/Are...? Yes/No… etc. - Wh-Question เชQน Who is/are…? He/She is…/They are… What…?/Where…? It is …/They are… What...doing? …is/am/are… etc. - Or-Question เชQน Is this/it a/an...or a/an…? It is a/an… etc.


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๔๔ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู$แกนกลาง ป.๖ ๑. ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอรMอง และ คำแนะนำที่ฟjงและอQาน คำสั่ง คำขอรMอง ภาษาทQาทาง และคำแนะนำในการเลQนเกม การวาดภาพ การทำอาหารและเครื่องดื่ม และการประดิษฐY - คำสั่ง เชQน Look at the…/here/over there./ Say itagain./ Read and draw./ Puta/an…in/on/under a/an…/ Don’t go over there. etc. - คำขอรMอง เชQน Please look up the meaning in a dictionary./ Look up the meaning in a dictionary, please./ Can/Could you help me,please? etc. - คำแนะนำ เชQน You should read everyday./ Think before you speak./ คำศัพทYที่ใชMในการ เลQนเกม Start./ My turn./ Your turn./ Roll the dice./ Count the number./ Finish./คำบอกลำดับ ขั้นตอน First,… Second,… Next,… Then,…Finally,… etc. ๒. อQานออกเสียงขMอความ นิทาน และบทกลอนสั้นๆ ถูกตMองตาม หลักการอQาน ขMอความ นิทาน และบทกลอนการใชMพจนานุกรม หลักการอQานออกเสียง เชQน - การออกเสียงพยัญชนะตMนคำและพยัญชนะทMายคำ - การออกเสียงเนMนหนัก-เบา ในคำและกลุQมคำ - การออกเสียงตามระดับเสียงสูง-ต่ำ ในประโยค - การออกเสียงเชื่อมโยง (linking sound) ในขMอความ - การออกเสียงบทกลอนตามจังหวะ ๓. เลือก/ระบุประโยค หรือขMอความ สั้นๆ ตรงตามภาพ สัญลักษณYหรือ เครื่องหมายที่อQาน ประโยค หรือขMอความ สัญลักษณYเครื่องหมาย และความหมายเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดลMอม อาหาร เครื่องดื่ม เวลาวQางและนันทนาการ สุขภาพและสวัสดิการ การซื้อ -ขายและลมฟeาอากาศ และเปbน วงคำศัพทYสะสมประมาณ ๑,๐๕๐-๑,๒๐๐ คำ (คำศัพทYที่เปbน รูปธรรมและนามธรรม)


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๔๕ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู$แกนกลาง ป.๖ ๔. บอกใจความสำคัญและตอบ คำถามจากการฟjงและอQานบท สนทนา นิทานงQายๆ และเรื่อง เลQา ประโยค บทสนทนา นิทาน หรือเรื่องเลQาคำถามเกี่ยวกับใจความ สำคัญของเรื่อง เชQน ใครทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อยQางไร ทำไม - Yes/No Question เชQนIs/Are/Can…? Yes,…is/are/can. /No,…isn’t/aren’t/can’t. Do/Does/Can/Is/Are...? Yes/No… etc. - Wh-Question เชQนWho is/are…? He/She is…/They are…What…?/Where…? It is …/They are…What..doing? …is/am/are… etc. - Or-Question เชQนIs this/it a/an...or a/an…? It is a/an…Is/Are/Was/Were/Did…or…? etc. ม. ๑ ๑. ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอรMอง คำแนะนำ และคำชี้แจงงQายๆ ที่ ฟjงและอQาน คำสั่ง คำขอรMอง คำแนะนำ และคำชี้แจงในการทำอาหารและ เครื่องดื่ม การประดิษฐY การใชMยา/สลากยา การบอกทิศทาง ปeาย ประกาศตQางๆ หรือการใชMอุปกรณY - คำสั่ง เชQน Look at the…/here/over there./ Say it again/ Read and draw./ Put a/an…in/on/under a/an…/ Go to the window and open it./ Take out the book, open on page ๑๗ and read it./ Don’t go over there./ Don’t be late. etc. - คำขอรMอง เชQน Please look up the meaning in a dictionary./ Look up the meaning in a dictionary, please./ Can/Could you help me, please?/ Excuse me, could you …? etc. - คำแนะนำ เชQน You should read everyday./ Think before you speak./ คำศัพทYที่ใชMในการเลQนเกม Start./ My turn./ Your turn./ Roll the dice./ Count the number./ Finish. etc. - คำสันธาน (conjunction) เชQน and/but/or - ตัวเชื่อม (connective words) เชQน First,… Second,…Third,… Next,… Then,… Finally,… etc.


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๔๖ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู$แกนกลาง ๒. อQานออกเสียงขMอความ นิทาน และ บทรMอยกรอง (poem) สั้นๆ ถูกตMอง ตาม หลักการอQาน ขMอความ นิทาน และบทรMอยกรอง การใชMพจนานุกรม หลักการอQานออกเสียง เชQน - การออกเสียงพยัญชนะตMนคำและพยัญชนะทMายคำ - การออกเสียงเนMนหนัก-เบา ในคำและกลุQมคำ - การออกเสียงตามระดับเสียงสูง-ต่ำ ในประโยค - การแบQงวรรคตอนในการอQาน - การอQานบทรMอยกรองตามจังหวะ ๓. เลือก/ระบุประโยคและขMอความ ใหMสัมพันธYกับสื่อที่ไมQใชQความเรียง (non-text information) ที่อQาน ประโยค หรือขMอความ และความหมายเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดลMอม อาหาร เครื่องดื่ม เวลาวQางและ นันทนาการ สุขภาพและสวัสดิการ การซื้อ-ขาย ลมฟeาอากาศ การศึกษาและอาชีพ การเดินทางทQองเที่ยว การบริการ สถานที่ ภาษา และวิทยาศาสตรYและเทคโนโลยีเปbน วงคำศัพทYสะสมประมาณ ๑,๔๐๐-๑,๕๕๐ คำ (คำศัพทYที่เปbน รูปธรรมและนามธรรม) การตีความ/ถQายโอนขMอมูลใหMสัมพันธYกับสื่อที่ไมQใชQความเรียง เชQน สัญลักษณY เครื่องหมาย กราฟ แผนภูมิ ตาราง ภาพสัตวY สิ่งของ บุคคล สถานที่ตQางๆ โดยใชM Comparison of adjectives/ adverbs/ Contrast : but, although/ Quantity words เชQน many/ much/ a lot of/ lots of/ some/ any/ a few/ few/ a little/ little etc. ๔. ระบุหัวขMอเรื่อง (topic) ใจความสำคัญ (main idea) และ ตอบคำถามจากการฟjงและอQาน บทสนทนา นิทาน และเรื่องสั้น -บทสนทนา นิทาน เรื่องสั้น และเรื่องจากสื่อประเภทตQางๆ เชQน หนังสือพิมพY วารสาร วิทยุ โทรทัศนY เว็บไซดY -การจับใจความสำคัญ เชQน หัวขMอเรื่อง ใจความสำคัญ รายละเอียดสนับสนุน -คำถามเกี่ยวกับใจความสำคัญของเรื่อง เชQน ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อยQางไร ทำไม ใชQหรือไมQ


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๔๗ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู$แกนกลาง - Yes/No Question - Wh-Question - Or-Question etc. - Tenses : present simple/ present continuous/ past simple/ future simple etc. - Simple sentence/ Compound sentence ม.๒ ๑. ปฏิบัติตามคำขอรMอง คำแนะนำ คำชี้แจง และคำอธิบายงQายๆ ที่ฟjง และอQาน คำขอรMอง คำแนะนำ คำชี้แจง และคำอธิบาย เชQน การทำอาหารและเครื่องดื่ม การประดิษฐY การใชMยา/สลากยา การบอกทิศทาง การใชMอุปกรณY - Passive Voice ที่ใชMในโครงสรMางประโยคงQายๆ เชQน is/are + Past Participle - คำสันธาน (conjunction) เชQน and/ but/ or/ before/ after etc. - ตัวเชื่อม (connective words) เชQน First,… Second,… Third,… Fourth,… Finally,… etc. ๒. อQานออกเสียงขMอความ ขQาว ประกาศ และบทรMอยกรองสั้นๆ ถูกตMองตามหลักการอQาน ขMอความ ขQาว ประกาศ และบทรMอยกรอง การใชMพจนานุกรม หลักการอQานออกเสียง เชQน - การออกเสียงพยัญชนะตMนคำและพยัญชนะทMายคำ - การออกเสียงเนMนหนัก-เบา ในคำและกลุQมคำ - การออกเสียงตามระดับเสียงสูง-ต่ำ ในประโยค - การออกเสียงเชื่อมโยงในขMอความ - การแบQงวรรคตอนในการอQาน - การอQานบทรMอยกรองตามจังหวะ ๓. ระบุ/เขียนประโยค และขMอความ ใหMสัมพันธYกับสื่อที่ไมQใชQความเรียง รูปแบบ ตQางๆ ที่อQาน ประโยค หรือขMอความ และความหมายเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดลMอม อาหาร เครื่องดื่ม เวลาวQางและนันทนาการ สุขภาพและสวัสดิการ การซื้อ-ขาย ลมฟeาอากาศ การศึกษาและ อาชีพ การเดินทางทQองเที่ยว การบริการ สถานที่ ภาษา และ วิทยาศาสตรY และเทคโนโลยี


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๔๘ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู$แกนกลาง เปbนวงคำศัพทYสะสมประมาณ ๑,๗๕๐-๑,๙๐๐ คำ (คำศัพทYที่ เปbนรูปธรรมและนามธรรม) การตีความ/ถQายโอนขMอมูลใหMสัมพันธYกับสื่อที่ไมQใชQความเรียง เชQน สัญลักษณY เครื่องหมาย กราฟ แผนภูมิ แผนผัง ตาราง ภาพสัตวY สิ่งของ บุคคล สถานที่ตQางๆ โดยใชM Comparison of adjectives/ adverbs/ Contrast: but, although/ Quantity words เชQน many/ much/ a lot of/ lots of/ some/ any/ a few/ few/ a little/ little etc. ๔. เลือกหัวขMอเรื่อง ใจความสำคัญ บอกรายละเอียดสนับสนุน (supporting detail) และแสดงความ คิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟjงและอQาน พรMอมทั้งใหMเหตุผลและยกตัวอยQาง งQายๆ ประกอบ บทสนทนา นิทาน เรื่องสั้น และเรื่องจากสื่อประเภทตQางๆ เชQน หนังสือพิมพY วารสาร วิทยุ โทรทัศนY เว็บไซดYการจับ ใจความสำคัญ เชQน หัวขMอเรื่อง ใจความสำคัญ รายละเอียด สนับสนุน คำถามเกี่ยวกับใจความสำคัญของเรื่อง เชQน ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อยQางไร ทำไม ใชQหรือไมQ - Yes/No Question - Wh-Question - Or-Question etc. ประโยคที่ใชMในการแสดงความคิดเห็น การใหMเหตุผล และการ ยกตัวอยQาง เชQน I think…/ I feel…/ I believe… - คำสันธาน (conjunctions) and/ but/ or/ because/ so/ before/after - ตัวเชื่อม (connective words) First,… Next,… After,… Then,… Finally,… etc.


หลักสูตรสถานศึกษา กลุ1มสาระการเรียนรู7ภาษาต1างประเทศ โรงเรียนมหาไถ1ศึกษาขอนแก1น ปAการศึกษา ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๔๙ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู$แกนกลาง ม.๒ - Tenses: present simple/ present continuous/ present perfect/ past simple/ future tense etc. - Simple sentence/Compound sentence ม.๓ ๑. ปฏิบัติตามคำขอรMอง คำแนะนำ คำชี้แจง และคำอธิบายที่ฟjง และอQาน คำขอรMอง คำแนะนำ คำชี้แจง และคำอธิบาย ในการประดิษฐY การบอก ทิศทาง ปeายประกาศตQางๆ การใชMอุปกรณY - Passive Voice ที่ใชMในโครงสรMางประโยคงQายๆ เชQน is/are + past partciple - คำสันธาน (conjunction) เชQน and/ but/ or/ before/ after/ because etc. - ตัวเชื่อม (connective words) เชQน First,… Second,…Third,… Fourth,… Next,… Then,… Finally,… etc. ๒. อQานออกเสียงขMอความ ขQาว โฆษณา และบทรMอย กรองสั้นๆ ถูกตMองตาม หลักการอQาน ขMอความ ขQาว โฆษณา และบทรMอยกรอง การใชMพจนานุกรม หลักการอQานออกเสียง เชQน - การออกเสียงพยัญชนะตMนคำและพยัญชนะทMายคำ สระเสียงสั้น สระ เสียงยาว สระประสม - การออกเสียงเนMนหนัก-เบา ในคำและกลุQมคำ - การออกเสียงตามระดับเสียงสูง-ต่ำ ในประโยค - การออกเสียงเชื่อมโยงในขMอความ - การแบQงวรรคตอนในการอQาน - การอQานบทรMอยกรองตามจังหวะ


Click to View FlipBook Version