The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มผู้สูงอายุโดยการส่งเสริมเศรษฐกิจ
บนฐานทรัพยากรพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้าน
ตำบลโชคชัย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Watcharaporn Chanaken, 2023-03-22 03:58:53

โครงการ การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มผู้สูงอายุโดยการส่งเสริมเศรษฐกิจ บนฐานทรัพยากรพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้าน ตำบลโชคชัย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร

การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มผู้สูงอายุโดยการส่งเสริมเศรษฐกิจ
บนฐานทรัพยากรพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้าน
ตำบลโชคชัย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร

182 19 ร้อยละ 3.69 และ หมวดสวัสดิการสังคม: รายได้จากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ร้อยละ 3.12 และ หมวด สวัสดิการสังคม: รายได้จากเงินช่วยเหลือเงินสนับสนุนเด็กเล็ก ร้อยละ 2.08 ตามล าดับ หมวดที่ 5 กำรเงิน ไม่มีข้อมูล เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายไม่มีรายได้จากค่าเช่าบ้าน ค่าเช่าที่ดิน และกรรมสิทธิ์อื่น ๆ รวมถึงใบอนุญาตและลิขสิทธิ์ ดอกเบี้ยเงินฝาก เงินปันผลพันธบัตร/สหกรณ์ และหุ้น การปล่อยกู้ และเงิน ถูกหวย หมวดที่ 6 รำยได้ที่ไม่ใช่ตัวเงิน แหล่งที่มาของรายได้ที่ไม่เป็นตัวเงินและค่าเฉลี่ยรายได้ที่ไม่เป็น ตัวเงินของกลุ่มเป้าหมายแบ่งกลุ่มตามเกณฑ์เส้นความยากจน 40 % (เก็บข้อมูลเฉพาะค่าเช่าที่ถูกตีราคา จากบ้านที่ไม่เก็บค่าเช่า รวมถึงบ้านตนเอง) พบว่า กลุ่มที่ 1 ผู้มีรายได้ต่ ากว่าเส้นความอยากจน พบว่า มีรายได้จากค่าเช่าที่ถูกตีราคาจากบ้านที่ ไม่เก็บค่าเช่า (รวมถึงบ้านตนเอง) บ้านและที่ดินของตัวเอง ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 921.05 บาท/คน/ปี กลุ่มที่ 2 ผู้มีรายได้สูงกว่าความยากจนแต่ต่ ากว่า 40 % พบว่า มีรายได้จากค่าเช่าที่ถูกตี ราคาจากบ้านที่ไม่เก็บค่าเช่า (รวมถึงบ้านตนเอง) บ้านและที่ดินของตัวเอง ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1,000 บาท/ คน/ปี กลุ่มที่ 3 มีรายได้สูงกว่า 40 % แต่ต่ ากว่าเส้นมัธยฐาน พบว่า มีรายได้จากค่าเช่าที่ถูกตีราคา จากบ้านที่ไม่เก็บค่าเช่า (รวมถึงบ้านตนเอง) บ้านและที่ดินของตัวเอง ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1,000 บาท/คน/ปี กลุ่มที่ 4 มีรายได้สูงกว่าเส้นมัธยฐาน พบว่า มีรายได้จากค่าเช่าที่ถูกตีราคาจากบ้านที่ไม่เก็บ ค่าเช่า (รวมถึงบ้านตนเอง) บ้านและที่ดินของตัวเอง ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1,038.46 บาท/คน/ปี ด้ำนทรัพย์สินและกำรออม จากการวิเคราะห์ทรัพย์สินและการออมของกลุ่มเป้าหมาย 4 กลุ่ม พบว่า กลุ่มที่ 1 ผู้มีรายได้ต่ ากว่าเส้นความอยากจน มีทรัพย์สิน เฉลี่ยรวม 40,157.89 บาท กลุ่มที่ 2 ผู้มีรายได้สูงกว่าความยากจนแต่ต่ ากว่า 40 % มีทรัพย์สิน เฉลี่ยรวม 247,083.33 บาท กลุ่มที่ 3 มีรายได้สูงกว่า 40 % แต่ต่ ากว่าเส้นมัธยฐาน มีทรัพย์สิน เฉลี่ยรวม 56,716.67 บาท กลุ่มที่ 4 มีรายได้สูงกว่าเส้นมัธยฐาน มีทรัพย์สิน เฉลี่ยรวม 128,923.08 บาท จากการวิเคราะห์จากแหล่งที่มาของทรัพย์สินกลุ่มเป้าหมาย 4 กลุ่ม พบว่า กลุ่มที่ 1 ผู้มีรายได้ต่ ากว่าเส้นความอยากจน มีทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นรถจักรยานยนต์ มูลค่าเฉลี่ย 30,631.58 บาท/คน คิดเป็นร้อยละ 76.28 ของมูลค่าทรัพย์สินรวมทั้งหมดของกลุ่มที่ 1 กลุ่มที่ 2 ผู้มีรายได้สูงกว่าความยากจนแต่ต่ ากว่า 40% มีทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ มูลค่า เฉลี่ย 135,000 บาท/คน คิดเป็นร้อยละ 54.64 ของมูลค่าทรัพย์สินรวมทั้งหมดของกลุ่มที่ 2 กลุ่มที่ 3 มีรายได้สูงกว่า 40 % แต่ต่ ากว่าเส้นมัธยฐาน มีทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นรถไถเดินตาม มูลค่าเฉลี่ย 23,333.33 บาท/คน คิดเป็นร้อยละ 41.14 ของมูลค่าทรัพย์สินรวมทั้งหมดของกลุ่มที่ 3 กลุ่มที่ 4 มีรายได้สูงกว่าเส้นมัธยฐาน มีทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ มูลค่าเฉลี่ย 68,461.54 บาท/คน คิดเป็นร้อยละ 53.10 ของมูลค่าทรัพย์สินรวมทั้งหมดของกลุ่มที่ 4 ด้ำนรำยจ่ำยในครัวเรือน จากการวิเคราะห์รายจ่ายในครัวเรือนของกลุ่มเป้าหมายแบ่งออกเป็น 6 หมวด คือ หมวดที่ 1 รายจ่ายในการประกอบอาชีพ ได้แก่ 1)ค่างวดรถยนต์ 2)ค่างวดรถจักรยานยนต์ 3)ค่างวดรถแทรกเตอร์ 4)ค่างวดรถไถเดินตาม 5)ค่างวดรถเกี่ยวข้าว 6)ค่าจ้างแรงงาน 7)ค่าเช่า/ซื้อ


183 อุปกรณ์/ซื้อสินค้ามาจ าหน่าย 8)ค่าโดยสาร 9)ค่าน้ ามันเชื้อเพลิง 10)ค่าปุ๋ยชีวภาพหรือปุ๋ยอินทรีย์11)ค่า ปุ๋ยเคมี/ค่ายาฆ่าแมลง/ยาปราบศัตรูพืช 12)ค่าเมล็ดพันธุ์พืช 13)ค่าซ่อมแซมเครื่องมือในการประกอบอาชีพ พบว่า กลุ่มที่ 4 มีรายจ่ายในการประกอบอาชีพมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 5,067.69 บาท/ปี รองลงมาคือ กลุ่มที่ 1 ค่าเฉลี่ย 2,400.00 บาท/ปี และกลุ่มที่ 2 ค่าเฉลี่ย 1,800.00 บาท/ปี ตามล าดับ ซึ่งกลุ่มที่ 3 ไม่มีรายจ่ายใน การประกอบอาชีพ หมวดที่ 2 รายจ่ายค่าอาหารและเครื่องดื่ม ได้แก่ 1)ข้าวสารทุกชนิด 2)เนื้อ/สัตว์บก/สัตว์ น้ า/แมลงและสัตว์อื่นๆ ที่ใช้เป็นอาหาร 3)ไข่สด/ผักสด/ผลไม้สดและเครื่องเทศต่าง ๆ 4)อาหารแห้งอาหาร กระป๋องและอาหารส าเร็จที่ซื้อจากร้าน 5)น้ าดื่มสะอาด 6)นม/น้ าอัดลม/ชา/กาแฟ/เกลือแร่/เครื่องดื่มชู ก าลัง/เหล้า/เบียร์/ยาดอง/ไวน์/กระแช่/สาโท 7)ค่าขนมขบเคี้ยว/ขนมกรุบกรอบ/ลูกอม/ค่าขนมที่ให้เด็ก เป็นโรงเรียนรายวัน และ 8)ค่าเชื้อเพลิงในการหุงต้ม พบว่า กลุ่มที่ 4 มีรายจ่ายในการประกอบอาชีพมาก ที่สุด ค่าเฉลี่ย 24,803.08 บาท/ปี รองลงมาคือ กลุ่มที่ 2 ค่าเฉลี่ย 17,150.00 บาท/ปี และ กลุ่มที่ 3 ค่าเฉลี่ย 12,300.00 บาท/ปี และ กลุ่มที่ 1 ค่าเฉลี่ย 8,842.11 บาท/ปี ตามล าดับ หมวดที่ 3 ค่ารักษาพยาบาล ได้แก่ 1)ค่ารักษาพยาบาล พบว่า ไม่มีรายจ่ายในหมวดค่า รักษาพยาบาล หมวดที่ 4 ค่าที่อยู่อาศัย ได้แก่ 1)ค่าผ่อนบ้าน 2)ค่าน้ าประปา 3)ค่าไฟ 4)ค่าอินเตอร์เน็ต บ้าน และ 5)ค่าโทรศัพท์พบว่า กลุ่มที่ 2 มีรายจ่ายในการประกอบอาชีพมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4,895.00 บาท/ปี รองลงมาคือ กลุ่มที่ 4 ค่าเฉลี่ย 4,635.69 บาท/ปี และ กลุ่มที่ 1 ค่าเฉลี่ย 3,748.42 บาท/ปี และ กลุ่มที่ 3 ค่าเฉลี่ย 2,800.00 บาท/ปี ตามล าดับ หมวดที่ 5 หมวดค่าใช้จ่ายในการศึกษา ได้แก่ 1)ค่าเลี้ยงดูบุตรหลาน พบว่า กลุ่มที่ 3 มี รายจ่ายในการประกอบอาชีพมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 3,000.00 บาท/ปี รองลงมาคือ กลุ่มที่ 4 ค่าเฉลี่ย 1,384.62 บาท/ปี และ กลุ่มที่ 1 ค่าเฉลี่ย 694.74 บาท/ปี ตามล าดับ ซึ่งกลุ่มที่ 2 ไม่มีรายจ่ายในหมวด ค่าใช้จ่ายในการศึกษา หมวดที่ 6 หมวดค่าใช้จ่ายเพื่อการผักผ่อนหย่อนใจและภาษีสังคม ได้แก่ 1)ภาษีสังคม/ งานแต่งงาน/งานบวช/ค่าศพ และ 2)ค่าหวย พบว่า กลุ่มที่ 4 และ 3 มีรายจ่ายในการประกอบอาชีพมาก ที่สุด ค่าเฉลี่ย 10,400.00 บาท/ปี และ 10,072.62 ตามล าดับ รองลงมาคือ กลุ่มที่ 2 ค่าเฉลี่ย 6,580.00 บาท/ปี และ กลุ่มที่ 1 ค่าเฉลี่ย 4,856.84 บาท/ปี ตามล าดับ ผลการวิเคราะห์ พบว่า ทุกกลุ่มมีรายจ่ายในค่าอาหารและเครื่องดื่มมากที่สุด ดังนี้ กลุ่มที่ 1 ผู้มีรายได้ต่ ากว่าเส้นความอยากจน มีรายจ่ายในค่าอาหารและเครื่องดื่ม คิดเป็น ร้อยละ 43.04 (8,842.11 บาท/ปี) ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด กลุ่มที่ 2 ผู้มีรายได้สูงกว่าความยากจนแต่ต่ ากว่า 40 % มีค่าใช้จ่ายในค่าอาหารและ เครื่องดื่ม คิดเป็นร้อยละ 56.37 (17,150.00 บาท/ปี) ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด กลุ่มที่ 3 มีรายได้สูงกว่า 40 % แต่ต่ ากว่าเส้นมัธยฐาน มีค่าใช้จ่ายในค่าอาหารและ เครื่องดื่ม คิดเป็นร้อยละ 43.16 (12,300.00 บาท/ปี) ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด กลุ่มที่ 4 มีรายได้สูงกว่าเส้นมัธยฐาน มีค่าใช้จ่ายในค่าอาหารและเครื่องดื่ม คิดเป็นร้อยละ 53.96 (24,803.08 บาท/ปี) ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด เมื่อน าผลการศึกษามาเปรียบเทียมกับข้อมูลเส้นความยากจน (ด้านรายจ่าย) จังหวัดมุกดาหาร พ.ศ. 2553 – 2562 พบว่า ปี 2564 ค่าเฉลี่ยของเส้นความยากจนด้านรายจ่าย อยู่ที่ 2,686 บาท/คน/


184 เดือน ในขณะที่เส้นความยากจนด้านรายจ่ายของกลุ่มเป้าหมายที่ศึกษา อยู่ที่ 2,639.05 บาท/คน/เดือน ซึ่งท าให้เห็นว่ากลุ่มเป้าหมายในการศึกษามีรายจ่ายต่ ากว่าเส้นความยากจนในระดับจังหวัดมุกดาหาร ด้ำนหนี้สิน ผลการวิเคราะห์ด้านหนี้สิน พบว่า ทุกกลุ่มมีหนี้สินจากการกู้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์) มากที่สุด รายละเอียดดังนี้ กลุ่มที่ 1 ผู้มีรายได้ต่ ากว่าเส้นความอยากจน พบว่า มีหนี้สินจาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและ สหกรณ์. เฉลี่ยรวม 17,894.74 บาทต่อคน คิดเป็นร้อยละ 60.39 ของจ านวนหนี้สินทั้งหมดของกลุ่มที่ 1 กลุ่มที่ 2 ผู้มีรายได้สูงกว่าความยากจนแต่ต่ ากว่า 40 % พบว่า มีหนี้สินจาก ธนาคารเพื่อ การเกษตรและสหกรณ์. เฉลี่ยรวม 48,333.33 บาทต่อคน คิดเป็นร้อยละ 79.45 ของจ านวนหนี้สินทั้งหมด ของกลุ่มที่ 2 กลุ่มที่ 3 มีรายได้สูงกว่า 40 % แต่ต่ ากว่าเส้นมัธยฐาน มีพบว่า มีหนี้สินจาก ธนาคารเพื่อ การเกษตรและสหกรณ์. เฉลี่ยรวม 116,666.67 บาทต่อคน คิดเป็นร้อยละ 92.47 ของจ านวนหนี้สิน ทั้งหมดของกลุ่มที่ 3 กลุ่มที่ 4 มีรายได้สูงกว่าเส้นมัธยฐาน พบว่า มีหนี้สินจาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์. เฉลี่ยรวม 102,307.69 บาท ร้อยละ 61.46 ของจ านวนหนี้สินทั้งหมดของกลุ่มที่ 4 จาการวิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์สภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของผู้สูงอายุของต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร จากข้อมูลทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านรายได้ ด้านทรัพย์สินและการออม ด้านรายจ่ายในครัวเรือน และด้านหนี้สิน พบว่า เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบรายได้ รายจ่าย หนี้สิน ทรัพย์สิน การออม ของกลุ่มเป้าหมาย ดังนี้ กลุ่มที่ 1 ผู้มีรายได้ต่ ากว่าเส้นความอยากจน เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบรายได้ รายจ่าย หนี้สิน ทรัพย์สิน การออม พบว่า มีรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย กลุ่มที่ 2 ผู้มีรายได้สูงกว่าความยากจนแต่ต่ ากว่า 40 % เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบรายได้ รายจ่าย หนี้สิน ทรัพย์สิน การออม พบว่า มีรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย กลุ่มที่ 3 มีรายได้สูงกว่า 40 % แต่ต่ ากว่าเส้นมัธยฐาน เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบรายได้ รายจ่าย หนี้สิน ทรัพย์สิน การออม พบว่า มีรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย กลุ่มที่ 4 มีรายได้สูงกว่าเส้นมัธยฐาน เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบรายได้ รายจ่าย หนี้สิน ทรัพย์สิน การออม พบว่า มีรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย กำรศึกษำสภำพสังคมของกลุ่มผู้สูงอำยุ ต ำบลโชคชัย อ ำเภอนิคมค ำสร้อย จังหวัดมุกดำหำร ที่ กลุ่มเป้าหมายอยู่ในความครอบครอง เพื่อรวบรวมแหล่งวัตถุดิบ กระบวนการจัดการทรัพยากรพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้าน และการใช้ประโยชน์ทั้งด้านการบริโภคเป็นอาหาร ยา และจ าหน่ายสร้างรายได้ ของ ผู้สูงอายุของต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร จ านวน 50 คน ในการศึกษาสภาพสังคม ของผู้สูงอายุของต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหารด าเนินการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อ การปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง และน าข้อมูลเชื่อมโยงสถานการณ์ทางสังคมของผู้สูงอายุของ ต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหารในพื้นที่ ผลการศึกษาพบว่า พบว่า การจัดสรรที่ดินท า กินของต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร มีบริบทแตกต่างจากพื้นที่อื่นในจังหวัด มุกดาหาร เนื่องจากผู้ที่อาศัยในพื้นที่เป็นกลุ่มที่เข้ามาตั้งรกรากใหม่ ภาครัฐจึงได้มีการจัดสรรที่ดินท ากิน ส าหรับผู้มาตั้งรกราก จ านวน 25 ไร่/ครัวเรือน ตลอดเวลา 46 ปีที่ก่อตั้งต าบลโชคชัยมีการเพิ่มจ านวน


185 ประชากรขึ้นอย่างต่อเนื่องหากแต่ที่ท ากินยังมีสัดส่วนเท่าเดิม จึงท าให้เกิดการเคลื่อนย้ายประชากรออก นอกพื้นที่เพื่อหารายได้ ในระหว่างปี 2560 – 2564 ภาครัฐได้มีการจัดสรรที่ดินท ากินเพิ่มโดยผ่านการเสนอ ชื่อจากผู้น าชุมชนที่พิจารณาแล้วว่าครัวเรือนนั้นมีความยากจนจ าเป็นต้องมีที่ดินท ากิน โดยได้ท าการคัดสรร ไปแล้ว 12 ครัวเรือน และยังมีผู้ที่ขาดแคลนที่ดินท ากินอีกจ านวนมากที่ยังไม่ได้รับการจัดสรรที่ท ากิน การปกครองของต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ในปี่ 2518 ได้มีการเลือก ผู้น าชุมชนโดยเลือกจากหมู่บ้านที่ก่อตั้งก่อน คือ ก านันสิงห์ทอง รากวงษ์ต่อมาระหว่างปี 2528-2537 มี การเลือกตั้งเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน และ ก านัน (นายกุศล จันทไชย) ในระหว่างปี 2538-2548 มีการแบ่ง หมู่บ้านออกเป็น 9 หมู่บ้าน อยู่ในการปกครองขององค์การบริหารงานส่วนต าบลโชคชัยจนถึงปัจจุบัน การสาธารณูปโภคของต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร มีการพัฒนาอย่าง ต่อเนื่องทั้งทางด้านการคมนาคมที่เปลี่ยนจากถนนลูกรังมาเป็นถนนคอนกรีตหรือลาดยาง แหล่งน้ าที่ใช้ อุปโภคบริโภค ในอดีตจะใช้การบริโภคน้ าจากแหล่งธรรมชาติ คือ บ่อบาดาล น้ าบ่อ น้ าฝน หากแต่ใน ปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็นการซื้อน้ าบรรจุขวดหรือถัง การบริโภคอาหาร ในอดีตเป็นการพึ่งพิงแหล่งอาหารจาก ธรรมชาติ ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นการซื้ออาหารจากตลาดหรือห้างร้าน มีจ านวนน้อยที่ยังคงพึ่งพิงแหล่งอาหาร จากธรรมชาติตามฤดูกาล ไฟฟ้า การสื่อสาร ในอดีตใช้การสื่อสารโดยเครื่องโทรศัพท์สาธารณะ ในปัจจุบัน เปลี่ยนเป็นการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งมีความสะดวกและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ที่พักอาศัยมีการเปลี่ยนแปลง รูปแบบที่พักอาศัยจากสร้างด้วยไม้ มาเป็นการสร้างด้วยปูนและเหล็ก เนื่องจากหาได้ง่ายและมีความคงทน สูงสามารถสร้างได้ในรูปแบบที่หลากหลาย การสาธารณสุข มีการเปลี่ยนแปลงจากการใช้หมอต าแยท า คลอด หมอยาสมุนไพร มาเป็นการรักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบันมากขึ้น หากแต่ยังมีบางกลุ่มที่เปลี่ยนจาก แพทย์แผนปัจจุบันมาเป็นรักษาด้วยสมุนไพร เนื่องจากต้องการทางเลือกที่จะท าให้หายจากปัญหาสุขภาพที่ เป็นอยู่ ปัญหาสุขภาพของผู้สูงอายุที่พบ คือ โรคเบาหวาน ความดัน และอาการปวดเหมื่อย การเกษตรของต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ปัจจัยที่ส่งผลต่อการประกอบ อาชีพเกษตรกรรมของประชาชนเกิดจากภาครัฐเป็นส าคัญ เนื่องจากเป็นพื้นที่จัดสรรท าให้มีการส่งเสริม จากภาครัฐในการท าการเกษตร จาการเกษตรเพื่อเลี้ยงชีพ มาเป็นการเกษตรพืชเศรษฐกิจ เช่น ยางพารา อ้อย มันส าปะหลัง ปอ จากการท าการเกษตรที่เปลี่ยนไปส่งผลให้กระบวนการทางการเกษตรเปลี่ยนไปจาก การใช้ปุ๋ยจากมูลสัตว์ มาเป็นปุ๋ยเคมี การใช้ยาฆ่าแมลงรบกวน เพื่อให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น หากแต่ในปัจจุบัน เกษตรกรมีความตระหนักถึงอันตรายจากสารเคมีจึงมีเกษตรกรบางส่วนเปลี่ยนมาเป็นการเกษตรอินทรีย์ การศึกษาของต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ในอดีตมีโรงเรียน 1 แห่ง คือ โรงเรียนบ ารุงพงศ์อุปถัมภ์(ประถมศึกษา) ต่อมามีการจัดตั้งมีศูนย์เด็กเล็กเพิ่มในทุกหมู่บ้าน และ โรงเรียน มัธยมประจ าต าบล จ านวน 1 แห่ง และส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ประจ าต าบล เปิดสอนระดับ ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา สถานการณ์การเงินของผู้สูงอายุต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งในปัจจุบัน สมาชิกกลุ่มผู้สูงอายุมีภาระที่ต้องรับผิดชอบจากการเลี้ยงดูบุตรหลานที่ยังไม่มีรายได้ และหนี้สินที่เกิดจาก การกู้ยืมเพื่อการประกอบอาชีพเป็นจ านวนมากแต่ผลผลิตจากการท าการเกษตรนั้นใช้ไปกับการบริโภคใน ครัวเรือนมากกว่าที่สร้างรายได้ ซึ่งรายได้ของผู้สูงอายุมาจากสวัสดิการจากภาครัฐ จากสถานการณ์โรค ระบาดโควิด 19 ส่งผลให้สมาชิกในครอบครัวที่เคยส่งเงินมาให้ขาดรายได้และกลับมาอาศัยอยู่ในภูมิล าเนา ร่วมกันกับผู้สูงอายุ ท าให้ค่าใช้จ่ายในครัวเรือนเพิ่มขึ้นรายได้น้อยลง ท าให้ผู้สูงอายุต้องการหารายได้เพื่อใช้ จ่ายในครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น


186 กิจกรรมทางสังคมของผู้สูงอายุ ต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร สามารถแบ่ง ได้ 2 ลักษณะ คือ การร่วมกิจกรรมทางศาสนา เช่น การท าบุญ การถวายอาหารเพล งานบวช งานแต่ง และ กิจกรรมที่เกิดจากการรวมกลุ่ม เช่น โรงเรียนผู้สูงอายุหมู่บ้าน และชมรมผู้สูงอายุต าบลโชคชัย ซึ่งใน การจัดกิจกรรมจะได้รับงบประมาณและวิทยากรจากภาครัฐ ได้แก่ องค์การบริหารส่วนต าบลโชคชัย ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชนใน ต าบลโชคชัย และ อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน เป็นต้น ประเพณีและวัฒนธรรมต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร สามารถแบ่งออกได้ 2 ลักษณะ คือ ประเพณีและวัฒนธรรมที่องค์การบริหารงานส่วนต าบลให้การสนับสนุนในการด าเนินงาน จะมี การแบ่งเจ้าภาพในการจัดงานแบบหมุนเวียนกันทั้ง 9 หมู่บ้าน เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมและความเป็น อันหนึ่งอันเดียวกันของคนในชุมชน ได้แก่ งานบุญข้าวจี่ วันมาฆบูชา งานเลี้ยงเจ้าปู่ เทศการสงกรานต์ และ บุญซัมฮะ เป็นต้น และ ประเพณีและวัฒนธรรมที่เป็นวิถีการด ารงชีวิต เช่น การแต่งงาน ท าบุญขึ้นบ้านใหม่ งานบวช บุญข้าวประดับดิน บุญข้าวสาก และสวดมนต์ข้ามปี เป็นต้น และวัดในต าบลโชคชัยจะมีในทุก หมู่บ้าน การเกษตรต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร เป็นการท าการเกษตรใน 3 ลักษณะ คือ การท าการเกษตรเพื่อการบริโภค ได้แก่ พืช ผักสวนครัว และถัวลิสง จะปลูกในระหว่าง เดือน พฤศจิกายน – มิถุนายน การปลูกพืชสมุนไพร ได้แก่ ขมิ้น ไพล และฟ้าทะลายโจร จะปลูกในระหว่าง เดือน พฤษภาคม – ตุลาคม และการปลูกพืชเศรษฐกิจเพื่อรายได้ ได้แก่ ข้าว อ้อย มันส าปะหลัง และยางพารา จะปลูกในระหว่าง เดือน มิถุนายน – ธันวาคม นอกเหนือจากการปลูกพืชแล้วยังมีการเก็บผลผลิตจากแหล่ง ธรรมชาติ ได้แก่ หน่อไม้ป่า และเห็ดป่า เพื่อใช้บริโภคและจ าหน่าย กำรส ำรวจแหล่งทรัพยำกร และกำรใช้ประโยชน์พืชผัก สมุนไพรในต ำบลโชคชัย อ ำเภอนิคม ค ำสร้อย จังหวัดมุกดำหำร จากการส ารวจแหล่งทรัพยากร และการใช้ประโยชน์พืชผัก สมุนไพรในต าบลโชคชัย อ าเภอนิคม ค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร จากแหล่งทรัพยากร 3 แหล่ง คือ ในครัวเรือน วนอุทยานดงบังอี่ และในป่า ชุมชน 1. แหล่งทรัพยำกรและกำรใช้ประโยชน์พืชผัก สมุนไพรในครัวเรือน จำกกำรส ำรวจใน บริเวณครัวเรือนของกลุ่มเป้ำหมำย จ ำนวน 50 คน 1) ระบบผลิต ชุมชนต าบลนิคมค าสร้อยมีการเพาะปลูกพืชผัก สมุนไพรในบริเวณที่ อยู่อาศัย คือในส่วนพื้นที่หน้าบ้าน ข้างบ้าน และหลังบ้าน โดยการปลูกลงดินเป็นกลุ่มตามชนิดพืช ท าแปลง ปลูก ปลูกแบบกระจายหลากหลายสายพันธุ์ ตามพื้นที่ว่าง ริมรั้ว และบางชนิดปลูกใส่กระถาง นอกจากนี้มี การปลูกในพื้นที่สวน นา ไร่ ที่อยู่นอกบริเวณบ้าน 2) ชนิดพันธุ์ พืชผักและสมุนไพรที่พบในชุมชนมีทั้งหมด 170 ชนิด (แสดงดังตาราง ที่ 24) จ าแนกออกเป็น 2 กลุ่ม ตามการใช้ประโยชน์ของชุมชน ได้แก่ 1) พืชผัก คือกลุ่มพืชที่ชุมชนใช้ในการ ประกอบอาหารหรือเป็นผักแนม จ านวน 74 ชนิด 2) พืชสมุนไพร คือพืชที่มีการปลูกในครัวเรือน หรือมีอยู่ เดิม หรือเกิดเองตามธรรมชาติ ไม่ได้ถูกน ามาใช้ในการประกอบอาหาร แต่มีสรรพคุณทางสมุนไพร จ านวน 96 ชนิด ซึ่งจากการลงส ารวจ พื้นที่บ้านกลุ่มเป้าหมายพบว่า ร้อยละ 100 ปลูกพืชในลักษณะพืชผักสวน ครัว และร้อยละ 18 ที่มีความรู้ ทราบว่าพืชปลูกมีสรรพคุณในการรักษาโรค เป็นองค์ความรู้ในการใช้ ประโยชน์ผ่านการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น จากสื่อทางโทรทัศน์ และระบบออนไลน์


187 3) การขยายพันธุ์ พืชผัก ชุมชนมีการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการ ปักช า เพาะเมล็ด แยก หน่อ หมุนเวียนเปลี่ยนไปตามฤดูกาล เช่นฤดูหนาว ช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ จะมีการปลูกผักกินใบ เช่น ผักกาดหอม หอมต้น คะน้า กวางตุ้ง และ กะหล่ าปลี เป็นต้น ฤดูร้อน ช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม พืชปลูกส่วนใหญ่จะเป็นพืชที่ปลูกอยู่แล้ว บางชนิดมีการพักตัว เป็นช่วงดูแลรดน้ า และในช่วงเข้าสู่ฤดูฝน ชุมชนก็จะท านาปลูกข้าว ส่วนพืชผักและพืชสมุนไพรบางชนิดมีการขยายพันธุ์ตามธรรมชาติเช่น ขิง ข่า ตะไคร้ ไพล มะแหน่ง และช้าพลู เป็นต้น 4) การใช้ประโยชน์ พืชปลูกในกลุ่มพืชผัก ชุมชนนิยมน ามาใช้ในการประกอบ อาหาร หรือรับประทานเป็นผักแนมน้ าพริก ทั้งแบบสดและแบบ ต้ม ลวก นึ่งให้สุก ในส่วนของพืชสมุนไพร ชุมชนมีการน ามาใช้ประโยชน์น้อย เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับสรรพคุณและวิธีการน าไปใช้ ส าหรับกลุ่มคนที่รู้จักใช้สมุนไพร ร้อยละ 18 เปอร์เซ็นต์ จะมีการน าสมุนไพรมาใช้ประโยชน์เพื่อการรักษา สุขภาพ เช่นการใช้ฟ้าทะลายโจรรักษาอาการเจ็บคอ และแผลอักเสบในไก่ชน การใช้ก้ามปูหลุด ในการ บรรเทาอาการบวมจากโรคไต การใช้ใบเตยต้มน้ า แก้กระหายน้ า การรับประทานวุ้นว่านหางจระเข้ รักษา โรคกระเพาะ อังกาบหนู รักษามะเร็ง และตะไคร้ หนาด เปล้า ต้มอาบแก้อาการปวดเมื่อย เพิ่มการ ไหลเวียนโลหิต 5) การอนุรักษ์ พืชผัก ส่วนใหญ่ปลูกเพื่อใช้ในการประกอบอาหาร หมุนเวียน เปลี่ยนไปตามฤดูกาล ไม่มีการอนุรักษ์ เก็บเกี่ยวแล้ว ก็จะท าการปลูกใหม่ในฤดูกาลที่เหมาะสม เมล็ดพันธุมี ทั้งที่เก็บเองจากการเพาะปลูกในฤดูกาลที่ผ่านมา ซื้อตามร้านค้าเกษตร และตลาด พืชสมุนไพร คนในชุมชน ส่วนใหญ่ไม่ทราบสรรพคุณ และไม่เคยใช้ไม่ทราบวิธีการใช้ ท าให้พืชสมุนไพรบางชนิดไม่ถูกใช้ ก็จะยุบไป ตามฤดูกาล ผู้ปลูกทราบเพียงว่ามีพืชชนิดนี้อยู่บริเวณนี้ มีก็มี ไม่มีก็คือไม่มี ไม่มีความรูสึกหวงแหน หรือ ต้องเก็บรักษาอนุรักษ์พันธุ์ไว้ แต่บางคนทราบก็จะมีการปลูกไว้เป็นที่เป็นทางเพื่อป้องกันการถูกท าลายจาก การแผ้วถาง เช่น บริเวณพื้นที่ติดก าแพง ปลูกใส่กระถางหรือภาชนะ หรือท าแปลงปลูก เป็นต้น 2. แหล่งทรัพยำกรและกำรใช้ประโยชน์พืชผัก สมุนไพรป่ำชุมชน จากการเข้าส ารวจพื้นที่ป่าชุมชน เป็นการศึกษาแหล่งทรัพยากร และชนิดพืชพรรณ พืชผัก สมุนไพรที่อยู่ในป่าชุมชน มีหน่วยงานและบุคคลที่เข้าร่วมการส ารวจและแลกเปลี่ยนความรู้ ได้แก่ โรงพยาบาลนิคมค าสร้อย โรงเรียนบ ารุงพงษ์อุปถัมภ์ นักวิชาการด้านสาธารณสุขอิสระ หมอพื้นบ้าน ประชาชนต าบลโชคชัยผู้สนใจ พื้นที่ส ารวจมีสภาพป่าเป็นป่าเบญจพรรณ อยู่ในบริเวณวัดพุทธโธธัมมะธะโร (วัดภูด่านแต้) เชื่อมต่อกับโรงเรียนบ ารุงพงษ์อุปถัมภ์ บ้านโชคชัย ต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย มีเนื้อที่ ประมาณ 15 ไร่ ชนิดพันธุ์ จากการส ารวจพบพรรณไม้ที่รู้จักทั้งสิ้นหลาย 57 ชนิด จ าแนกเป็น 2 กลู่ม ได้แก่ พืชผัก จ านวน 5 ชนิด และพืชสมุนไพร จ านวน 52 ชนิด (ดังแสดงตารางที่ 25) การกระจายพันธุ์ พืชผัก และสมุนไพร ในป่าชุมชน มีการกระจายพันธุ์หลากหลายวิธี ด้วยตัวพืชเองเช่น เมล็ด แตกกอ ส่วนของพืช เช่นล าต้นไต้ดิน ไหล นอกจากนี้มี สัตว์ แมลง ลม น้ า เป็น พาหะ การใช้ประโยชน์ เนื่องจากเป็นเขตพื้นที่อนุรักษ์ โดยความดูแลของชุมชน มีกฎระเบียบ ห้ามท าการบุกรุกป่าหรือเข้าป่าเพื่อน าทรัพยากรในป่าออกมาใช้ประโยชน์ แต่จากการเดินส ารวจและศึกษา สมุนไพร ชุมชนที่เคยเก็บหาของป่าจะพอทราบถึงสรรพคุณ หรือการน าไปใช้ประโยชน์ ซึ่งบางชนิดมีความ สอดคล้องกับต ารา บางชนิด ได้รับความรู้ถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ บางชนิดเรียนรู้สรรพคุณจาก ประสบการณ์ในการใช้ยาสมุนไพรด้วยตนเอง เช่น ข่อย ใบ รักษาอาการปวดฟัน วิธีการใช้คือเคี้ยวใบสด


188 ต้นแดง ช่วยบ ารุงน้ านม น าเปลือกท าเป็นยาต้มอาบแก้ผื่นคัน และใช้ท าลูกประคบที่มีคุณสมบัติในการเก็บ ความร้อนที่พอดีต่อการประคบไม่ร้อนมาก ร้อนนาน ต้นพันชาด มีคุณสมบัติเป็นไม้เนื้อแข็งใช้ในการสร้าง บ้านเรือน และการใช้สมุนไพรตานกกรดร่วมกับขันทองพยาบาท ด้วยวิธีการต้มหรือดอง ช่วยบ ารุงกระดูก เป็นต้น 3. แหล่งทรัพยำกรและกำรใช้ประโยชน์พืชผัก สมุนไพรในวนอุทยำนดงบังอี่ ศึกษาพรรณไม้ ในเส้นทางธรรมชาติของวนอุทยานดงบังอี่ โดยมีผู้ร่วมกิจกรรมได้แก่ เจ้าหน้าที่กลุ่มงานแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ส านักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร นักวิชาการ ด้านสาธารณสุขอิสระ ประชาชนผู้สนใจ และเจ้าหน้าที่วนอุทยาน ลักษณะทั่วไปของพื้นที่วนอุทยานดงบังอี่ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงบังอี่ มีเนื้อที่ 1,300 ไร่ มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกภูเขาหิน ระดับความสูงประมาณ 500 - 600 เมตร จาก ระดับน้ าทะเล ตามภูเขามีถ้ าอยู่หลายแห่ง มีไม้ขึ้นตามเชิงเขาเป็นลักษณะไม้ขนาดเล็กอยู่รอบเชิงเขา ส าหรับบนเขาเป็นป่าเบญจพรรณและป่าดิบเขาอยู่เป็นบางกลุ่ม ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ าล าธารของห้วยดงบังอี่ ลักษณะภูมิอากาศบนยอดภูผาผึ้งอุณหภูมิต่ าสุดเฉลี่ยอยู่ระหว่าง ๑๒ – ๒๖ องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด เฉลี่ยประมาณ ๓๙ องศาเซลเซียส พืชพรรณส่วนใหญ่จะมีขนาดกลาง - เล็ก พรรณไม้ที่ส าคัญที่มีค่าทาง เศรษฐกิจ ได้แก่ ไม้มะค่า ไม้พยุง ไม้เข็ง ไม้ตะแบก ไม้โมก ไม้งิ้วป่า ไม้ตะเคียน ไม้สะตอป่า ไม้พื้นล่าง ได้แก่ ไผ่ลวก ไผ่โจด ไผ่ไร่ สัตว์ป่าที่พอจะได้พบเห็นอยู่บ้างในปัจจุบันมีจ าพวกนกตะขาบ นกอีจู้ นกปลอด นก กางเขนดง กระรอก กระแต พังพอน ตุ่น กิ้งก่า แย้ และงู ชนิดพันธุ์ พบว่ามีพืชผัก จ านวน 5 ชนิด และพืชสมุนไพร จ านวน 95 ชนิด การกระจายพันธุ์ พืชผัก และสมุนไพร ในป่าชุมชน มีการกระจายพันธุ์หลากหลายวิธี ด้วยตัวพืชเองเช่น เมล็ด แตกกอ ส่วนของพืช เช่นล าต้นไต้ดิน ไหล นอกจากนี้มี สัตว์ ลม น้ า การใช้ประโยชน์ เนื่องจากเป็นเขตพื้นที่อนุรักษ์ ภายใต้การดูแลของวนอุทยานดงบังอี่ ทีม วิจัยจึงได้รับการอนุญาตเพียงการศึกษาหาความรู้ ไม่สามารถเผยแพร่ชนิดพรรณไม้ในวนอุทยานได้ ตาม ระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการอนุญาตให้กระท าการเพื่อการส ารวจ การศึกษา การวิจัย หรือการทดลองทางวิชาการ ในวนอุทยาน สวนพฤกษศาสตร์ หรือสวนรุกขชาติ พ.ศ. 2563 แต่โดยภาพรวมจะมีชนิดพรรณไม้แตกต่างกับป่าชุมชนบ้าง เนื่องจากมีระบบนิเวศต่างกัน ผลการศึกษาการแบ่งช่วงอายุของผู้สูงอายุต าบลโชคชัย จ าแนกตามการแบ่งกลุ่มเส้นความยากจน 4 กลุ่ม พบว่า จ านวนและค่าเฉลี่ยช่วงอายุของผู้สูงอายุต าบลโชคชัย จ าแนกตามการแบ่งกลุ่มเส้นความ ยากจน 4 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 กลุ่มที่มีรายได้น้อยกว่าเส้นความยากจนในต าบลโชคชัย ช่วงอายุที่มีจ านวนมาก ที่สุด คือ อายุระหว่าง 71-75 ปี กลุ่มที่ 2 กลุ่มที่มีรายได้มากกว่าเส้นความยากจนน้อยกว่า 40 % ที่จน ที่สุดในต าบลโชคชัย ช่วงอายุที่มีจ านวนมากที่สุด คือ อายุระหว่าง 60-65 ปี กลุ่มที่ 3 กลุ่มที่มีรายได้ มากกว่า 40 % ที่จนที่สุดน้อยกว่าเส้นมัธยฐานในต าบลโชคชัย ช่วงอายุที่มีจ านวนมากที่สุด คือ อายุ ระหว่าง 71-75 ปี และกลุ่มที่ 4 กลุ่มที่มีรายได้มากกว่าเส้นมัธยฐานในต าบลโชคชัย ช่วงอายุที่มีจ านวน มากที่สุด คือ อายุระหว่าง 60-65 ปี ผลการศึกษาเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพของสมาชิกชมรมผู้สูงอายุต าบลโชคชัย พบว่า ปัญหาสุขภาพ ของสมาชิกชมรมผู้สูงอายุต าบลโชคชัย แบ่งตามเส้นความยากจน พบว่า กลุ่มที่ 1 กลุ่มที่มีรายได้น้อยกว่า เส้นความยากจนในต าบลโชคชัย พบว่า มีปัญหาสุขภาพ มากที่สุดคือ โรคความดัน กลุ่มที่ 2 กลุ่มที่มี รายได้มากกว่าเส้นความยากจนน้อยกว่า 40 % ที่จนที่สุดในต าบลโชคชัย พบว่ามีปัญหาสุขภาพมากที่สุด คือ โรคเบาหวาน กลุ่มที่ 3 กลุ่มที่มีรายได้มากกว่า 40 % ที่จนที่สุดน้อยกว่าเส้นมัธยฐานในต าบลโชคชัย มี


189 ปัญหาสุขภาพ คือโรคเบาหวาน และลูกหมากโต และกลุ่มที่ 4 กลุ่มที่มีรายได้มากกว่าเส้นมัธยฐานในต าบล โชคชัย ชัย พบว่า มีปัญหาสุขภาพมากที่สุดคือ โรคความดัน ตอนที่ 2 เพื่อศึกษำและพัฒนำศักยภำพกำรผลิต กำรแปรรูป กำรตลำด ผลิตภัณฑ์จำกสมุนไพร ผลการศึกษาและพัฒนาศักยภาพการผลิต การแปรรูป การตลาด ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร มี การ ปฏิบัติการเพื่อการผลิต การแปรรูปผลิตภัณฑ์สมุนไพร และการตลาด ของชมรมผู้สูงอายุ ต าบลโชคชัย องค์การบริหารส่วนต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ดังนี้ 1. การคัดเลือกพันธุ์ การคัดเลือกพันธุ์สมุนไพรเพื่อใช้ในการปลูกเพื่อเป็นวัตถุติดในการแปรรูป ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร มีจ านวน 7 ชนิด ได้แก่ ขิง ข่า มะแหน่ง ขมิ้น ไพล ตระไคร้หอม และ ขมิ้นชัน เนื่องจากเป็นสมุนไพรหลักในการแปรรูปผลิตภัณฑ์สมุนไพรและเป็นสมุนไพรที่มีในพื้นที่ศึกษา 2. การการเตรียมพื้นที่ปลูก โดยใช้พื้นที่ขององค์การบริหารส่วนต าบลโชคชัย จ านวน 1 ไร่ เป็น แปลงสาธิตได้รับความร่วมมือจากองค์การบริหารส่วนต าบลโชคชัยในการเตรียมแปลง โดยสมาชิกชมรม ผู้สูงอายุเป็นผู้ปลูก และดูแล แหล่งน้ าที่ใช้ในการดูแลจะใช้ถังน้ าประปา 3. การจัดการอบรมเชิงปฏิบัติจะมีการจัด 2 ครั้ง 3.1 ครั้งที่ 1 การแปรรูปผลิตภัณฑ์สมุนไพร เพื่อทดสอบการแพ้หลังการใช้ผลิตภัณฑ์ จ านวน 3 ผลิตภัณฑ์ คือ ลูกประคบสมุนไพร น้ ามันเหลืองสมุนไพร และยาหม่องสมุนไพร มีกลุ่มเป้าหมาย ในการทดสอบ จ านวน 50 คน ใช้วิธีการจดบันทึกผลการหลังใช้ เป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 หลังใช้ 12 ชั่วโมง พบว่า กลุ่มทดลองทั้ง 50 คน พบว่า ผลิตภัณฑ์ ลูกประคบสมุนไพร น้ ามันเหลืองสมุนไพร และยา หม่องสมุนไพรไม่พบอาการแพ้ระยะที่ 2 หลังใช้ 24 ชั่วโมง พบว่า กลุ่มทดลองทั้ง 50 คน พบว่า ผลิตภัณฑ์ ลูกประคบสมุนไพร น้ ามันเหลืองสมุนไพร และยาหม่องสมุนไพรไม่พบอาการแพ้และ ระยะที่ 3 หลังใช้ 48 ชั่วโมง พบว่า กลุ่มทดลองทั้ง 50 คน พบว่า ผลิตภัณฑ์ ลูกประคบสมุนไพร น้ ามันเหลืองสมุนไพร และยา หม่องสมุนไพรไม่พบอาการแพ้ 3.2 ครั้งที่ 2 การแปรรูปผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อจ าหน่ายสร้างรายได้ จ านวน 3 ผลิตภัณฑ์ ผลการด าเนินงานทางชมรมผู้สูงอายุได้ผลิตภัณฑ์สมุนไพร จ านวน 3 ชนิด คือ ลูกประคบสมุนไพร จ านวน 46 ลูก ราคาลูกละ 60 บาท น้ ามันเหลืองสมุนไพร จ านวน 50 ขวด ราคาขวดละ 80 บาท และ ยาหม่อง สมุนไพร จ านวน 50 ขวด ราคาขวดละ 50 บาท 4. การทดสอบตลาด มีการจัดกิจกรรมทดสอบตลาดสินค้า ใน 3 รูปแบบ คือ การจ าหน่ายในชุมชน ใช้พื้นที่ตลาดชุมชนของต าบลโชคชัย การจ าหน่ายนอกพื้นที่ด าเนินงาน และการตลาดออนไลน์ ระยะเวลา 2 เดือน โดยแบ่งพื้นที่ในการจ าหน่าย 3 แหล่ง คือ จ าหน่ายในชุมชนใช้พื้นที่ตลาดชุมชนของต าบลโชคชัย จ าหน่ายนอกพื้นที่ปฏิบัติการ และช่องทางออนไลน์ ผลการทดสอบตลาดพบว่า ผลการทดสอบตลาดของ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรของชมรมผู้สูงอายุต าบลโชคชัย จ านวน 3 ผลิตภัณฑ์ ยอดการจ าหน่ายในชุมชนพื้นที่ ตลาดชุมชนของต าบลโชคชัย ส่วนมาก คือ ลูกประคบสมุนไพร และและยาหม่องสมุนไพร การจ าหน่าย นอกพื้นที่ต าบลโชคชัย ส่วนมาก คือ น้ ามันเหลืองสมุนไพร และและยาหม่องสมุนไพร และการจ าหน่าย ช่องทางออนไลน์ ส่วนมาก คือ น้ ามันเหลืองสมุนไพร และยาหม่องสมุนไพร 5. การจ าแนกกลุ่มผู้ซื้อผลิตภัณฑ์สมุนไพรของชมรมผู้สูงอายุต าบลโชคชัย พบว่ากลุ่มผู้ซื้อ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรของชมรมผู้สูงอายุต าบลโชคชัยจากการจ าหน่ายในชุมชนพื้นที่ตลาดชุมชนของต าบลโชค ชัย และ การจ าหน่ายจ าหน่ายนอกพื้นที่ต าบลโชคชัย ส่วนมาก คือ ประชาชนทั่วไป และการจ าหน่าย ช่องทางออนไลน์เป็นผู้สูงอายุ


190 ตอนที่3 กำรพัฒนำคุณภำพชีวิตผู้สูงอำยุ โดยกำรส่งเสริมส่งเศรษฐกิจบนฐำนทรัพยำกร พืชผัก สมุนไพรพื้นบ้ำน ต ำบลโชคชัย อ ำเภอนิคมค ำสร้อย จังหวัดมุกดำหำร จากการศึกษาวิจัยการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โดยการส่งเสริมส่งเศรษฐกิจบนฐาน ทรัพยากรพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้าน ต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเป็นผล สืบเนื่องจากจุดประสงค์ในการวิจัยที่ศึกษาสภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของผู้สูงอายุของต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร และน ามาพัฒนาศักยภาพการผลิต การแปรรูป การตลาด ผลิตภัณฑ์ จากสมุนไพร จนมีรายได้สร้างกันชนทางการเงิน และเพื่อการใช้ประโยชน์จากพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้านใน การดูแลสุขภาพที่ถูกต้องเป็นการสร้างกันชนทางสุขภาพให้กับสมาชิกชมรมผู้สูงอายุ ผลการศึกษาพบว่า ผลการศึกษาพบว่า จากการวิเคราะห์แหล่งที่มาของรายได้ของกลุ่มเป้าหมาย 4 กลุ่ม พบว่า กลุ่มที่ 1 ผู้มีรายได้ต่ ากว่าเส้นความอยากจน จ านวน 18 คน มีรายได้เพิ่มขึ้นหลังเข้าร่วมโครงการ จ านวน 18 คน โดยจ าแนกเป็น ผู้ที่มีรายได้เพิ่มแต่ยังเป็น กลุ่มที่ 1 ผู้มีรายได้ต่ ากว่าเส้นความอยากจน จ านวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 83.33 และมีผู้ที่มีรายได้เพิ่มตามเกณฑ์กลุ่มที่ 2 ผู้มีรายได้สูงกว่าความ ยากจน แต่ต่ ากว่า 40 % จ านวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 16.67 กลุ่มที่ 2 ผู้มีรายได้สูงกว่าความยากจน แต่ต่ ากว่า 40 % พบว่ามีรายได้เพิ่มขึ้นหลังเข้าร่วม โครงการ จ านวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 100.00 กลุ่มที่ 3 มีรายได้สูงกว่า 40 % แต่ต่ ากว่าเส้นมัธยฐาน พบว่า มีพบว่ามีรายได้เพิ่มขึ้นหลังเข้าร่วม โครงการ จ านวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 100.00 กลุ่มที่ 4 มีรายได้สูงกว่าเส้นมัธยฐาน พบว่า พบว่ามีรายได้เพิ่มขึ้นหลังเข้าร่วมโครงการ จ านวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 100.00 กำรใช้ประโยชน์จำกสมุนไพรของสมำชิกชมรมผู้สูงอำยุต ำบลโชคชัย อ ำเภอนิคมค ำสร้อย จังหวัดมุกดำหำร ก่อนและหลังกำรเข้ำร่วมโครงกำร ผลการเปรียบเทียบการใช้ประโยชน์จากสมุนไพรของสมาชิกชมรมผู้สูงอายุต าบลโชคชัย อ าเภอ นิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ก่อนและหลังการเข้าร่วมโครงการ พบว่า กลุ่มสมาชิกชมรมผู้สูงอายุมีการ ใช้ประโยชน์จากพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้านก่อนเข้าร่วมโครงการหลังเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น จากชนิด สมุนไพร จ านวน 16 ชนิด คือ กลุ่มที่ 1 ผู้มีรายได้ต่ ากว่าเส้นความอยากจน จ านวน 18 คน ก่อนเข้าร่วม โครงการมีการใช้ประโยชน์จากพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้านที่ จ านวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 16.67 หลังเข้าร่วม โครงการมีการใช้ประโยชน์จากพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้านที่ จ านวน 18 คน คิดเป็นร้อยละ 100.00 กลุ่มที่ 2 ผู้มีรายได้สูงกว่าความยากจน แต่ต่ ากว่า 40 % พบว่า ผู้มีรายได้ต่ ากว่าเส้นความอยากจน จ านวน 13 คน ก่อนเข้าร่วมโครงการมีการใช้ประโยชน์จากพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้านที่ จ านวน 2 คน คิดเป็น ร้อยละ 15.38 หลังเข้าร่วมโครงการมีการใช้ประโยชน์จากพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้านที่ จ านวน 13 คน คิดเป็น ร้อยละ 100.00 กลุ่มที่ 3 มีรายได้สูงกว่า 40 % แต่ต่ ากว่าเส้นมัธยฐาน พบว่า มีผู้มีรายได้ต่ ากว่าเส้นความอยากจน จ านวน 4 คน ก่อนเข้าร่วมโครงการมีการใช้ประโยชน์จากพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้านที่ จ านวน 1 คน คิดเป็น ร้อยละ 25.00 หลังเข้าร่วมโครงการมีการใช้ประโยชน์จากพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้านที่ จ านวน 4 คน คิดเป็น ร้อยละ 100.00 กลุ่มที่ 4 มีรายได้สูงกว่าเส้นมัธยฐาน พบว่า ผู้มีรายได้ต่ ากว่าเส้นความอยากจน จ านวน 15 คน ก่อนเข้าร่วมโครงการมีการใช้ประโยชน์จากพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้านที่ จ านวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 20.00


191 หลังเข้าร่วมโครงการมีการใช้ประโยชน์จากพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้านที่ จ านวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 100.00 กำรมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้ำหมำยในกำรด ำเนินงำนโครงกำรวิจัย กำรพัฒนำคุณภำพชีวิตกลุ่ม ผู้สูงอำยุโดยกำรส่งเสริมเศรษฐกิจบนฐำนทรัพยำกรพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้ำน ต ำบลโชคชัย อ ำเภอ นิคมค ำสร้อย จังหวัดมุกดำหำร การศึกษาเป้าหมายและการประเมินระดับการมีส่วนร่วมโครงการวิจัยการพัฒนาคุณภาพชีวิต กลุ่มผู้สูงอายุโดยการส่งเสริมเศรษฐกิจบนฐานทรัพยากรพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้าน ต าบลโชคชัย อ าเภอ นิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ของสมาชิกชมรมผู้สูงอายุต าบลโชคชัย จ านวน 50 คน จ าแนกตามกลุ่ม เส้นความยากจน 4 กลุ่ม พบว่า จ านวนและค่าร้อยละในการบรรลุเป้าหมายการมีส่วนร่วมโครงการวิจัยการ พัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มผู้สูงอายุโดยการส่งเสริมเศรษฐกิจบนฐานทรัพยากรพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้าน ต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ของสมาชิกชมรมผู้สูงอายุต าบลโชคชัย จ านวน 50 คน จ าแนกตามกลุ่มเส้นความยากจน 4 กลุ่ม พบว่ากลุ่มที่ 1 มีรายได้น้อยกว่าเส้นความยากจนในพื้นที่ ด้านรายได้ สุขภาพ และสังคม มีระดับมากบรรลุเป้าหมายมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 100.00 รองลงมาคือ กลุ่มที่ 2 มีรายได้มากกว่าเส้นความยากจนน้อยกว่า 40 % ที่จนที่สุด ด้านรายได้ สุขภาพ และสังคม มี ระดับมากบรรลุเป้าหมายมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 94.87 และกลุ่มที่บรรลุเป้าหมายในการเข้าร่วมน้อยที่สุด คือ กลุ่มที่ 4 กลุ่มที่มีรายได้มากกว่าเส้นมัธยฐาน คิดเป็นร้อยละ 80.00 จ านวน และค่าร้อยละ การประเมินระดับการมีส่วนร่วมโครงการวิจัยการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่ม ผู้สูงอายุโดยการส่งเสริมเศรษฐกิจบนฐานทรัพยากรพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้าน ต าบลโชคชัย อ าเภอนิคม ค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ของสมาชิกชมรมผู้สูงอายุต าบลโชคชัย จ านวน 50 คน จ าแนกตามกลุ่มเส้น ความยากจน 4 กลุ่ม พบว่า ระดับ 2 ผู้ให้ข้อมูล และผู้ร่วมคิด ส่วนมากเป็นกลุ่มที่ 1 มีรายได้น้อยกว่าเส้น ความยากจนในพื้นที่ จ านวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 16.67 ระดับ 3 ผู้ร่วมคิด และร่วมท า ส่วนมากเป็นกลุ่ม ที่ 3 มีรายได้มากกว่า 40 % ที่จนที่สุดน้อยกว่าเส้นมัธยฐาน จ านวน 2 คน คิดเป็น 50.00 ระดับ 4 ผู้ร่วม คิด และผู้ร่วมท า และผู้ร่วมออกแบบ ส่วนมากเป็นกลุ่มที่ 1 มีรายได้น้อยกว่าเส้นความยากจนในพื้นที่ จ านวน 8 คน คิดเป็นร้อย 44.44 และ ระดับ 5 ร่วมคิด และผู้ร่วมท า และผู้ร่วมออกแบบ และผู้ร่วมต่อ ยอด ส่วนมากเป็นกลุ่มที่ 2 มีรายได้มากกว่าเส้นความยากจนน้อยกว่า 40 % ที่จนที่สุด จ านวน 9 คน คิด เป็นร้อยละ 69.23 กำรเปรียบเทียบระดับกำรมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้ำหมำยในกำรด ำเนินงำนโครงกำรวิจัย กำร พัฒนำคุณภำพชีวิตกลุ่มผู้สูงอำยุโดยกำรส่งเสริมเศรษฐกิจบนฐำนทรัพยำกรพืชผัก สมุนไพร พื้นบ้ำน ต ำบลโชคชัย อ ำเภอนิคมค ำสร้อย จังหวัดมุกดำหำร พบว่า พบว่า ก่อนเข้าร่วมโครงการระดับการมีส่วนร่วมในการด าเนินการวิจัยเพื่อท้องถิ่น โครงการวิจัย ย่อย การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มผู้สูงอายุโดยการส่งเสริมเศรษฐกิจบนฐานทรัพยากรพืชผัก สมุนไพร พื้นบ้าน ต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหารก่อนเข้าร่วมโครงการมีระดับการมีส่วนร่วม เฉลี่ยที่ 2.94 เมื่อจ าแนกเป็นระดับ พบว่า ค่าคะแนน 4 จ านวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 8.00 ระดับการมีส่วน ร่วมค่าคะแนน 3 จ านวน 39 คน คิดเป็นร้อยละ 78.00 และ ระดับการมีส่วนร่วมค่าคะแนน 2 จ านวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 14.00 หลังเข้าร่วมโครงการ ระดับการมีส่วนร่วมในการด าเนินการวิจัยเพื่อท้องถิ่น โครงการวิจัยย่อย การ พัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มผู้สูงอายุโดยการส่งเสริมเศรษฐกิจบนฐานทรัพยากรพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้าน


192 ต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร หลังเข้าร่วมโครงการมีระดับการมีส่วนร่วมเฉลี่ยที่ 4.02 เมื่อจ าแนกเป็นระดับ พบว่า ค่าคะแนน 5 จ านวน 22 คน คิดเป็นร้อยละ 44.00 ค่าคะแนน 4 จ านวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 26.00 ระดับการมีส่วนร่วมค่าคะแนน 3 จ านวน 9 คน คิดเป็นร้อยละ 18.00 และ ระดับการมีส่วนร่วมค่าคะแนน 2 จ านวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 12.00 จึงสามารถสรุปได้ว่า ระดับการมีส่วนร่วมในการด าเนินการวิจัยเพื่อท้องถิ่น โครงการวิจัยย่อย การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ ่ม ผู้สูงอายุโดยการส่งเสริมเศรษฐกิจบนฐานทรัพยากรพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้าน ต าบลโชคชัย อ าเภอนิคม ค าสร้อย จังหวัดมุกดาหารสูงขึ้นหลังเข้าร่วมโครงการ กำรวิเครำะห์ภำคีและกำรเข้ำมำมีส่วนร่วมในโครงกำร กำรพัฒนำคุณภำพชีวิตกลุ่มผู้สูงอำยุ โดยกำรส่งเสริมเศรษฐกิจบนฐำนทรัพยำกรพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้ำน ต ำบลโชคชัย อ ำเภอนิคมค ำ สร้อย จังหวัดมุกดำหำร พบว่า การวิเคราะห์ภาคีและการเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการวิจัยการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มผู้สูงอายุโดยการ ส ่งเสริมเศรษฐกิจบนฐานทรัพยากรพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้าน ต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ดังนี้ กระบวนกำรต้นทำง กลุ่มที่ 1 ผู้มีเจตนาดีอยากช่วยแก้ปัญหาความเลื่อมล้ าในสังคม ได้แก่ อาจารย์วิทยาลัยชุมชน มุกดาหาร มีส่วนในการส ารวจความต้องการและน าเสนอประเด็นการวิจัยที่สามารถแก้ปัญหาความเลื่อมล้ า ในสังคมของผู้สูงอายุในต าบลโชคชัย อาจารย์สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เป็น ผู้จัดสรรหางบประมาณวิจัย และร่วมพัฒนานักวิจัยให้มีความรู้ความเข้าใจในการท างานวิจัยเพื่อแก้ปัญหา ความเลื่อมล้ าในสังคม และมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่นอีสาน มีบทบาทในการเป็นพี่เลี้ยงนักวิจัย เพื่อให้การด าเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการวิจัยแก้ปัญหาความเลื่อมล้ าในสังคม เนื่องด้วยนักวิจัย หลักยังขาดประสบการณ์ด้านการท าวิจัยเพื่อสังคม กลุ่มที่ 2 ภาครัฐที่รับผิดชอบหรือมีส่วนร่วมในการช่วยแก้ปัญหาความเลื่อมล้ าในสังคม ได้แก่ องค์การบริหารส่วนต าบลโชคชัย เป็นหน่วยงานในพื้นที่ๆมีบทบาทในการพัฒนาชุมชนและส่งเสริมให้คนใน ชุมชนสามารถด ารงชีวิตได้อย่างปกติสุข กลุ่มที่ 3 ประชาชนที่เป็นผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาความเลื่อมล้ าในสังคม คือ กลุ่มสมาชิก ชมรมผู้สูงอายุต าบลโชคชัย กระบวนกำรกลำงทำง กลุ่มที่ 1 ผู้มีมีเจตนาดีอยากช่วยแก้ปัญหาความเลื่อมล้ าในสังคม ได้แก่ อาจารย์วิทยาลัยชุมชน มุกดาหาร มีบทบาทการด าเนินงานตามกิจกรรมของการวิจัยที่สามารถแก้ปัญหาความเลื่อมล้ าในสังคมของ ผู้สูงอายุในต าบลโชคชัยในทุกขั้นตอน อาจารย์สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เป็น ผู้จัดสรรหางบประมาณวิจัย และร่วมพัฒนานักวิจัยให้มีความรู้ความเข้าใจในเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเพื่อ แก้ปัญหาความเลื่อมล้ าในสังคม ผู้ประกอบการร้านนวดแผนไทย มีส่วนช่วยในการให้ข้อมูลความต้องการ ในการใช้สมุนไพรเพื่อการดูแลสุขภาพ และมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่นอีสาน มีบทบาทในการเป็น พี่เลี้ยงนักวิจัยในการเก็บข้อมูลและการปฏิบัติการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการวิจัยแก้ปัญหาความ เลื่อมล้ าในสังคม กลุ่มที่ 2 ภาครัฐที่รับผิดชอบหรือมีส่วนร่วมในการช่วยแก้ปัญหาความเลื่อมล้ าในสังคม ได้แก่ องค์การบริหารส่วนต าบลโชคชัย สนับสนุนสถานที่ปฏิบัติการงานวิจัย และพื้นที่ดินส าหรับการจัดท าแปลง สาธิตสมุนไพรของชมรมผู้สูงอายุต าบลโชคชัย ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม


193 อัธยาศัยจังหวัดมุกดาหาร (กศน.) ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเบื้องต้นเพื่อลดปัญหาสุขภาพสร้างกัน ชนทางสุขภาพ และส านักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ (วนอุทยานดงบังอี่) มีบทบาทในการให้ ความรู้เกี่ยวกับแหล่งทรัพยากรธรรมชาติในวนอุทยานดงบังอี่ กลุ่มที่ 3 ประชาชนที่เป็นผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาความเลื่อมล้ าในสังคม คือ กลุ่มสมาชิกชมรม ผู้สูงอายุต าบลโชคชัย เป็นกลุ่มผู้ที่ได้รับความรู้และทักษะที่เกี่ยวข้องกับการใช้สมุนไพรเพื่อดูแลสุขภาพ การ อนุรักษ์ทรัพยากรพืชผัก สมุนไพรที่สามารถน ามาดูแลสุขภาพและสร้างรายได้ การแปรรูปสมุนไพร การตลาดสมุนไพร สรรพคุณสมุนไพร และการสร้างรายได้จากพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้าน กระบวนกำรปลำยทำง กลุ่มที่ 1 ผู้มีเจตนาดีอยากช่วยแก้ปัญหาความเลื่อมล้ าในสังคม ได้แก่ ผู้มีมีเจตนาดีอยากช่วย แก้ปัญหาความเลื่อมล้ าในสังคม ได้แก่ อาจารย์วิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร มีบทบาทการด าเนินงานตาม กิจกรรมของการวิจัยที่สามารถแก้ปัญหาความเลื่อมล้ าในสังคมของผู้สูงอายุในต าบลโชคชัยในทุกขั้นตอน อาจารย์สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เป็นผู้จัดสรรหางบประมาณวิจัย และร่วม พัฒนานักวิจัยให้มีความรู้ความเข้าใจในเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเพื่อแก้ปัญหาความเลื่อมล้ าในสังคม ผู้ประกอบการร้านนวดแผนไทย มีส่วนช่วยในการให้ข้อมูลความต้องการในการใช้สมุนไพรเพื่อการดูแล สุขภาพ ศิรภัณสรคลินิกแพทย์แผนไทยประยุกต์สนับสนุนในการเป็นสถานที่จัดจ าหน่าย ส านักงาน สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร สนับสนุนในการเป็นสถานที่จัดจ าหน่าย และมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนา ท้องถิ่นอีสาน มีบทบาทในการเป็นพี่เลี้ยงนักวิจัยในการเก็บข้อมูลและการปฏิบัติการให้เป็นไปตาม วัตถุประสงค์ของการวิจัยแก้ปัญหาความเลื่อมล้ าในสังคม กลุ่มที่ 2 ภาครัฐที่รับผิดชอบหรือมีส่วนร่วมในการช่วยแก้ปัญหาความเลื่อมล้ าในสังคม ได้แก่ องค์การบริหารส่วนต าบลโชคชัย สนับสนุนสถานที่ปฏิบัติการงานวิจัย สถานที่จัดข าหน่ายผลิตภัณฑ์ใน ตลาดชุมชน และพื้นที่ดินส าหรับการจัดท าแปลงสาธิตสมุนไพรของชมรมผู้สูงอายุต าบลโชคชัย ซึ่งมีการ วางแผนให้เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านสมุนไพรในพื้นที่ต าบลชคชัย กลุ่มที่ 3 ประชาชนที่เป็นผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาความเลื่อมล้ าในสังคม คือ กลุ่มสมาชิกชมรม ผู้สูงอายุต าบลโชคชัย มีบทบาทในการอนุรักษ์ทรัพยากรพืชผัก สมุนไพร การผลิตและจ าหน่ายผลิตภัณฑ์ สมุนไพร และเป็นผู้มีรายได้เพิ่มจากการจ าหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพร ทั้งยังเป็นผู้ที่ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับ พืชผัก สมุนไพรในชุมชนให้กับคนรุ่นหลัง และกลุ่มผู้สืบทอด คือกลุ่มผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 60 ปี ที่สนใจในการ แปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสร้างรายได้ เข้ามาร่วมในการผลิตและจ าหน่ายผลิตภัณฑ์ 5.2 อภิปรำยผล ตอนที่ 1 เพื่อสภำพทำงเศรษฐกิจและสังคมของผู้สูงอำยุของต ำบลโชคชัย อ ำเภอนิคมค ำสร้อย จังหวัดมุกดำหำร การศึกษาสภาพเศรษฐกิจของลุ่มผู้สูงอายุ ต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร จ านวน 50 คน ข้อมูลเกี่ยวกับระดับรายได้ การถือครองทรัพย์สิน ความมั่นคงทางการเงิน คุณภาพการ ด ารงชีวิต และก าหนดเส้นความยากจนของกลุ่มเป้าหมา จ านวน 50 คน เพื่อการประเมินกลุ่มเป้าหมายที่ โครงการวิจัยท างานวิจัยร่วมกับกลุ่มใดซึ่งแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มคือ กลุ่มเป้ำหมำยหลักเพื่อกำรลดควำมเลื่อมล้ ำ กลุ่มที่ 1 กลุ่มที่มีรายได้น้อยกว่าเส้นความยากจนในพื้นที่จังหวัดเป้าหมาย กลุ่มที่ 2 กลุ่มที่มีรายได้มากกว่าเส้นความยากจนน้อยกว่า 40 % ที่จนที่สุด


194 กลุ่มที่ 3 กลุ่มที่มีรายได้มากกว่า 40 % ที่จนที่สุดน้อยกว่าเส้นมัธยฐานในพื้นที่ กลุ่มที่ 4 กลุ่มที่มีรายได้มากกว่าเส้นมัธยฐานในพื้นที่เป้าหมาย ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มชมรมผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโครงการ จ านวน 50 คน โดยจ าแนกเป็นหมู่บ้าน จ านวน 9 หมู่บ้าน พบว่าใน 9 หมู่บ้าน 1) ด้านอาชีพ มีหมู่บ้านที่มีอาชีพท าการเกษตรเป็นหลักจ านวน 8 หมู่บ้าน คือ หมู่ 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8 , 9 และ ส่วนหมู่ 1 จะมีอาชีพหลักเป็นรับจ้างและสานตะกร้าพลาสติก เพื่อส่งที่ศูนย์ OTOP บ้านไชยมงคล 2) ด้านเศรษฐกิจของผู้สูงอายุในต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร จ านวน 50 ราย พบว่าผู้สูงอายุในต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร แบ่งได้ 4 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 กลุ่มที่มีรายได้น้อยกว่าเส้นความยากจนในพื้นที่เป้าหมาย กลุ่มที่ 2 กลุ่มที่มี รายได้มากกว่าเส้นความยากจนน้อยกว่า 40 % ที่จนที่สุด กลุ่มที่ 3 กลุ่มที่มีรายได้มากกว่า 40 % ที่จน ที่สุดน้อยกว่าเส้น มัธยฐานในพื้นที่เป้าหมาย และกลุ่มที่ 4 กลุ่มที่มีรายได้มากกว่าเส้นมัธยฐานในพื้นที่ เป้าหมาย) จาการวิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์สภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของผู้สูงอายุของต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร จากข้อมูลทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านรายได้ ด้านทรัพย์สินและการออม ด้านรายจ่ายในครัวเรือน และด้านหนี้สิน พบว่า เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบรายได้ รายจ่าย หนี้สิน ทรัพย์สิน การออม ของกลุ่มเป้าหมาย พบว่า กลุ่มเป้าหมายทั้ง 4 กลุ่มมีรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย และสถานการณ์ ด้านสุขภาพของผู้สูงอายุ พบว่าผลการศึกษาการแบ่งช่วงอายุของผู้สูงอายุต าบลโชคชัย จ าแนกตามการ แบ่งกลุ่มเส้นความยากจน 4 กลุ่ม พบว่า จ านวนและค่าเฉลี่ยช่วงอายุของผู้สูงอายุต าบลโชคชัย จ าแนกตาม การแบ่งกลุ่มเส้นความยากจน 4 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 กลุ่มที่มีรายได้น้อยกว่าเส้นความยากจนในต าบลโชคชัย ช่วงอายุที่มีจ านวนมากที่สุด คือ อายุระหว่าง 71-75 ปี กลุ่มที่ 2 กลุ่มที่มีรายได้มากกว่าเส้นความยากจน น้อยกว่า 40 % ที่จนที่สุดในต าบลโชคชัย ช่วงอายุที่มีจ านวนมากที่สุด คือ อายุระหว่าง 60-65 ปี กลุ่มที่ 3 กลุ่มที่มีรายได้มากกว่า 40 % ที่จนที่สุดน้อยกว่าเส้นมัธยฐานในต าบลโชคชัย ช่วงอายุที่มีจ านวนมากที่สุด คือ อายุระหว่าง 71-75 ปี และกลุ่มที่ 4 กลุ่มที่มีรายได้มากกว่าเส้นมัธยฐานในต าบลโชคชัย ช่วงอายุที่มี จ านวนมากที่สุด คือ อายุระหว่าง 60-65 ปี และผลการศึกษาเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพของสมาชิกชมรม ผู้สูงอายุต าบลโชคชัย พบว่า ปัญหาสุขภาพของสมาชิกชมรมผู้สูงอายุต าบลโชคชัย แบ่งตามเส้นความ ยากจน พบว่า กลุ่มที่ 1 กลุ่มที่มีรายได้น้อยกว่าเส้นความยากจนในต าบลโชคชัย พบว่า มีปัญหาสุขภาพ มากที่สุดคือ โรคความดัน กลุ่มที่ 2 กลุ่มที่มีรายได้มากกว่าเส้นความยากจนน้อยกว่า 40 % ที่จนที่สุดใน ต าบลโชคชัย พบว่ามีปัญหาสุขภาพมากที่สุดคือ โรคเบาหวาน กลุ่มที่ 3 กลุ่มที่มีรายได้มากกว่า 40 % ที่จน ที่สุดน้อยกว่าเส้นมัธยฐานในต าบลโชคชัย มีปัญหาสุขภาพ คือโรคเบาหวาน และลูกหมากโต และกลุ่มที่ 4 กลุ่มที่มีรายได้มากกว่าเส้นมัธยฐานในต าบลโชคชัย ชัย พบว่า มีปัญหาสุขภาพมากที่สุดคือ โรคความดัน ซึ่ง สอดคล้องกับงานวิจัยของ ภูมิวัฒน์พรวนสุข. (2558). ได้ศึกษาเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในเขตจังหวัดแพร่ ผลการศึกษาพบว่า ปัญหาการพัฒนาคุณภาพ ชีวิตผู้สูงอายุ ในภาพรวมอยู่ในระดับมากด้านที่เป็นปัญหามากที่สุด คือ ด้านสุขภาพอนามัย รองลงมา คือ ด้านการเงินและการงาน ด้านสังคมและด้านครอบครัว แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ พบว่า ด้านสุขภาพอนามัย ควรมีกลไกในการน าแผนยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพอนามัยไปปฏิบัติได้จริงและสอดคล้อง ต่อความต้องการของผู้สูงอายุด้านสังคม ควรจัดกิจกรรมส่งเสริมให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแล รับผิดชอบผู้สูงอายุจัดอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุด้านครอบครัว ควรจัดปรับปรุงที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุให้มี ความเหมาะสมและปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินต่อการด ารงชีวิต ด้านการเงินและการงานควรส่งเสริม การฝึกอาชีพและจัดหางานที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุตามความถนัด


195 กำรศึกษำสภำพสังคมของกลุ่มผู้สูงอำยุ ต ำบลโชคชัย อ ำเภอนิคมค ำสร้อย จังหวัดมุกดำหำร ที่กลุ่มเป้าหมายอยู่ในความครอบครอง เพื่อรวบรวมแหล่งวัตถุดิบ กระบวนการจัดการทรัพยากรพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้าน และการใช้ประโยชน์ทั้งด้านการบริโภคเป็นอาหาร ยา และจ าหน่ายสร้างรายได้ ของ ผู้สูงอายุของต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร จ านวน 50 คน ในการศึกษาสภาพสังคม ของผู้สูงอายุของต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหารด าเนินการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อ การปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง และน าข้อมูลเชื่อมโยงสถานการณ์ทางสังคมของผู้สูงอายุของ ต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหารในพื้นที่ ผลการศึกษาพบว่า ต าบลโชคชัยก่อตั้งในปี พ.ศ.2518 การศึกษาสภาพเศรษฐกิจของลุ่มผู้สูงอายุ ต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร มี การแบ่งเขตการปกครองชัดเจนและมีการเก็บรวบรวมฐานข้อมูลเกี่ยวกับจ านวนประชากรอย่างต่อเนื่อง ทั้ง 9 หมู่บ้าน 1,143 ครัวเรือน ประกอบด้วยคนหลายเชื้อสาย ด้านการเกษตร ปฏิทินการเกษตรพบว่าอาชีพ หลักที่สร้างรายได้ของประชาชนในต าบลโชคชัยจะเป็นการ ท านาปี ปลูกยางพารา ปลูกอ้อย และมัน ส าปะหลัง ตามล าดับ ส่วนพืชผัก ที่ปลูกจะใช้ในครัวเรือนมากกว่าจะจ าหน่ายเนื่องจากปลูกปริมาณน้อย ได้แก่ ต้นหอม ผักชี ข้าวโพด แตงโม เห็นขอนขาว ผักกาดเขียว แตงไทย ถั่วลิสง และชนิดสมุนไพร จึงเป็น การปลูกในบริเวณบ้านแบบปล่อยตามธรรมชาติไม่ได้น ามาใช้ประโยชน์ เนื่องจากไม่มั่นใจในปริมาณการใช้ และกลัวมีผลต่อโรคประจ าตัวที่ใช้ยาแผนปัจจุบันในการรักษา ได้แก่ ฟ้าทะลายโจร ขมิ้น ไพล่ มีกิจกรรมที่ เกี่ยวข้องกับประเพณีและวัฒนธรรมตลอดปี โดยมีการแบ่งให้แต่ละหมู่บ้านร่วมเป็นเจ้าภาพงานเพื่อสืบสาน ประเพณีให้กับชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ ระบบเศรษฐกิจและสังคมของผู้สูงอำยุของต ำบลโชคชัย อ ำเภอนิคมค ำสร้อย จังหวัดมุกดำหำร ผลการวิเคราะห์ข้อมูลสภาพเศรษฐกิจ สังคมผู้สูงอายุ/ศักยภาพการผลิต การแปรรูป การตลาด และผลิตภัณฑ์เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูล กระบวนการด าเนินงานของกลุ่ม กระบวนการผลิต นวัตกรรม และเทคโนโลยีที่เหมาะสมส าหรับการกลุ่มผู้ผลิตพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้าน และการสร้างเอกลักษณ์ของ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรผู้สูงอายุต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ผลการวิจัยพบว่า 1) เกิด รูปแบบและกระบวนการในการแปรรูปสมุนไพรพื้นบ้าน โดยใช้ทรัพยากรพืชผัก สมุนไพรในชุมชน 2) เกิด ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานการปลูกสมุนไพรปลอดภัยตามมาตรฐานโรงพยาบาลนิคมค าสร้อย 3) มีแผน ในการแปรรูปสมุนไพร จากพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้านที่มีในชุมชน จ านวน 3 ผลิตภัณฑ์ คือ ลูกประคบ สมุนไพร น้ ามันเหลืองสมุนไพร และยาหม่องสมุนไพร และ 4) เกิดตราสินค้าภายใต้ชื่อ สมุนไพรโชคชัย ที่มาของตราสินค้าเน้นการใช้โทนสีเขียวที่สะท้อนความเป็นธรรมชาติในชุมชน ส่วนประกอบมี รูปภูเขาที่ แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของพืชผัก สมุนไพรในต าบลโชคชัย มีรูปพระอาทิตย์ที่แสดงถึงความ เจริญรุ่งเรือง และรูปกังหันลม เนื่องจากในต าบลโชคชัยอยู่ในภูมิประเทศที่ใกล้กับกังหันลมเพื่อผลิตไฟฟ้า Landmark แห่งใหม่ของอ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร และจากการทดสอบตลาดพบว่า ช่องทาง การตลาดที่เหมาะสมส าหรับคือการจ าหน่ายในพื้นที่เนื่องจากเป็นสินค้าที่ผู้ซื้อต้องการสอบถามสรรพคุณ และวิธีการใช้ผลิตภัณฑ์ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ พงศ์ปณต ใจยา. (2562). ได้ศึกษาเกี่ยวกับแนวทาง ในการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมขององค์กรธุรกิจ (CSV) ที่มีต่อภาพลักษณ์ชื่อเสียงและการยอมรับของ ชุมชนในเขตพื้นที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง ผลการศึกษาพบว่า 1) ผู้ให้ข้อมูลหลักเกี่ยวกับการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมขององค์กรธุรกิจ คือ การด าเนินงานด้าน การสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมขององค์กรธุรกิจ (CSV) คือ 1.1) หลักการด าเนินงานการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม 1.1.1) ด้านการพัฒนาสินค้าและบริการที่ตรงกับความต้องการของชุมชน


196 1.1.2) ด้านการปรับปรุงกระบวนการผลิตตลอดห่วงโซ่ 1.1.3) ด้านการสร้างขีดความสามารถและพัฒนาแก่สังคมและชุมชนโดยรอบ 1.2) กิจกรรมการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม เกณฑ์ในการวัดผลการปฏิบัติงานด้านการสร้าง คุณค่าร่วมกับสังคมขององค์กรธุรกิจ และเกณฑ์การวัดผลตามด้านกิจกรรม 2) ผลการวิเคราะห์การสร้างคุณค่าร่วมทางสังคมธุรกิจ (CSV) ส่งผลต่อภาพลักษณ์ชื่อเสียงการ ยอมรับของชุมชน ที่ระดับนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยพบว่า กิจกรรมด้านการสร้างคุณค่าร่วมกับ สังคมขององค์กร คือ กิจกรรมด้านการมีส่วนร่วมและรักษาอัตลักษณ์กิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและความ ปลอดภัยเพื่อชุมชน กิจกรรมด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจและการจ้างงานแก่ชุมชน กิจกรรมด้านการดูแล สุขภาพ สุขอนามัยมีอิทธิพลต่อภาพลักษณ์ชื่อเสียงการยอมรับของชุมชน โดยมีค่าเท่ากับ 0.000 และยัง พบว่า กิจกรรมด้านการศึกษาและการพัฒนาเยาวชนนั้น ไม่มีอิทธิพลต่อภาพลักษณ์ชื่อเสียง การยอมรับ ของชุมชนอย่างยั่งยืน สร้างโอกาสทางธุรกิจและความยั่งยืนของธุรกิจต่อไป และมีข้อค้นพบว่า แนวทางการ สร้างคุณค่าร่วมสังคมขององค์กรธุรกิจ 4 ขั้นตอน คือ 1) ส ารวจและวิเคราะห์ความต้องการ ความคาดหวัง ของชุมชนโดยกลุ่ม ปตท., คาดหวังจากชุนชนรายโครงการ, คาดหวังของชุมชน, คาดหวังของ 3rd Party 2) การจัดท าเสนอแผนกิจกรรม งบประมาณ ติดตามและประเมินผล ทวนสอบผลประเมินภาพลักษณ์ชื่อเสียง แต่การยอมรับจากสังคมชุมชนที่ผ่านมา 3) ก าหนดกลยุทธ์การมีส่วนได้ส่วนต่อชุมชน และกลยุทธ์ สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยผ่านการจัดท ากิจกรรม 4) ก าหนดนโยบายและกลยุทธ์การสร้างคุณค่าร่วม ทางสังคมของธุรกิจให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน สถำนกำรณ์กำรณ์เกี่ยวกับพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้ำน ผลการส ารวจสถานการณ์การณ์เกี่ยวกับพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้านจากแหล่งทรัพยากรและการใช้ ประโยชน์พืชผัก สมุนไพร ของชุมชนต าบลโชคชัย จากแหล่งทรัพยากร 3 แหล่ง คือ ในครัวเรือน วนอุทยาน ดงบังอี่ และในป่าชุมชน พบว่า มีเฉพาะแหล่งที่มาจากครัวเรือนที่มีการน ามาใช้ประโยชน์ พืชปลูกในกลุ่ม พืชผัก ชุมชนนิยมน ามาใช้ในการประกอบอาหาร ในส่วนของพืชสมุนไพร ชุมชนมีการน ามาใช้ประโยชน์ น้อย เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับสรรพคุณและวิธีการน าไปใช้ ส าหรับกลุ่มคนที่รู้จักใช้สมุนไพร จะมีการน าสมุนไพรมาใช้ประโยชน์เพื่อการรักษาสุขภาพ ในแหล่งที่เป็นป่าชุมชน และวนอุทยาน นั้นมีข้อ ห้ามในการเก็บพืชพันธุ์มาใช้ประโยชน์เพื่อเป้นการอนุรักษ์และเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับ งานวิจัย สุภรัชต์อินทรเทพ, สุวารีย์ศรีปูณะ และผมหอม เชิดโกทา. (2560). ศึกษาเกี่ยวกับสภาพปัญหา และแนวทางพัฒนาการถ่ายทอดภูมิปัญญาการใช้สมุนไพรพื้นบ้านในการด ารงชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในชุมชน จังหวัดสระแก้ว มีวัตถุประสงค์จัดท าขึ้นเพื่อศึกษาสภาพปัญหาการถ่ายทอดภูมิปัญญาและ แนวทางพัฒนาการถ่ายทอดภูมิปัญญาการใช้สมุนไพรพื้นบ้านในการด ารงชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมใน ชุมชน จังหวัดสระแก้ว โดยเก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์และการจัดสนทนากลุ่มจากกลุ่มผู้ให้ข้อมูลส าคัญ รวม 18 คน ได้แก่ หมอยาพื้นบ้าน อ าเภอละ 1 คน รวม 9 คน และผู้ท าผลิตภัณฑ์สมุนไพรจ าหน่าย อ าเภอ ละ 1 คน รวม 9 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา และใช้สถิติค่าร้อยละ ผลการศึกษาพบว่ามี ปัญหาการถ่ายทอด คือ ปราชญ์ในชุมชนมุ่งถ่ายทอดให้เฉพาะคนในครอบครัวและญาติเท่านั้น ท าให้มีจาน วนผู้รู้ที่สามารถใช้สมุนไพรในชีวิตประจ าวันในชุมชนมีน้อย ไม่มีการบันทึกข้อมูลภูมิปัญญาไว้เป็นลาย ลักษณ์อักษร ขาดผู้น าและหน่วยงานสนับสนุนในการถ่ายทอด ส่วนคนรุ่นใหม่ไม่นิยมสืบทอดภูมิปัญญาการ อนุรักษ์และการใช้สมุนไพร วิธีการถ่ายทอดของปราชญ์ใช้การบอกเล่าและฝึกปฏิบัติขาดความเป็นระบบ ส่งผลให้พืชสมุนไพรในป่าและในสวนรอบบ้านลดลงเป็นการเสียสมดุลของทรัพยากรชีวภาพ แนวทาง


197 พัฒนาการถ่ายทอดภูมิปัญญาการใช้สมุนไพรพื้นบ้าน ควรรณรงค์ให้มีการถ่ายทอดภูมิปัญญาโดยการดูแล รักษาฟื้นฟูป่าที่เป็นแหล่งสมุนไพร และขยายพันธุ์ปลูกเพิ่มในพื้นที่สวนครัวรอบบ้านเพื่อสะดวกแก่การใช้ ประโยชน์และสร้างสิ่งแวดล้อมที่สวยงามให้แก่ชุมชน ควรปรับปรุงรูปแบบการถ่ายทอดภูมิปัญญาการใช้ สมุนไพรพื้นบ้านให้เป็นระบบ โดยให้มีสาระในการถ่ายทอดที่ครอบคลุมทั้งการอนุรักษ์การใช้ประโยชน์ และการแปรรูปทั้งเพื่อเป็นอาหารเป็นยา ผู้ถ่ายทอดหลักควรเป็นปราชญ์โดยมีนักวิชาการเสริมและ สนับสนุนโดยผู้น าชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระบวนการถ่ายทอดควรมี3 ขั้นตอน ได้แก่การ ให้ความรู้การสร้างเจตคติและการฝึกทักษะ โดยใช้วิธีการถ่ายทอดที่หลากหลาย เช่น การบรรยาย การใช้ สื่อ การวิเคราะห์ศึกษาจากกรณีตัวอย่างและการฝึกปฏิบัติควรสร้างสื่อวีดีทัศน์ที่ใช้ในการถ่ายทอดเป็น คู่มือความรู้พืชสมุนไพร ผู้รับการถ่ายทอดต้องสมัครใจและมุ่งเพื่อให้เกิดความรู้และเจตคติที่ดีต่อการ อนุรักษ์และใช้สมุนไพรเพื่อการด ารงชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างจริงจัง ตอนที่ 2 เพื่อศึกษำและพัฒนำศักยภำพกำรผลิต กำรแปรรูป กำรตลำด ผลิตภัณฑ์จำกสมุนไพร ผลการศึกษาและพัฒนาศักยภาพการผลิต การแปรรูป การตลาด ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร มี การ ปฏิบัติการเพื่อการผลิต การแปรรูปผลิตภัณฑ์สมุนไพร และการตลาด ของชมรมผู้สูงอายุ ต าบลโชคชัย องค์การบริหารส่วนต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร จากการด าเนินงาน พบว่าในการ คัดเลือกสมุนไพรเพื่อใช้ในการปลูกเพื่อเป็นวัตถุดิบในการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร มีจ านวน 7 ชนิด ได้แก่ ขิง ข่า มะแหน่ง ขมิ้น ไพล ตระไคร้หอม และ ขมิ้นชัน รวมทั้งยังจัดให้มีการท าแปลงสาธิต จ านวน 1 ไร่ เพื่อให้ความรู้ในการปลูกสมุนไพรที่สามรถน ามาแปรรูปเพื่อสร้างรายได้ให้กับสมาชิกชมรมผู้สูงอายุต าบล โชคชัย มีได้ด าเนินการการแปรรูปผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อจ าหน่ายสร้างรายได้ จ านวน 3 ผลิตภัณฑ์ คือ ลูกประคบสมุนไพร น้ ามันเหลืองสมุนไพร และ ยาหม่องสมุนไพร ซึ่งผลการทดสอบแพ้หลังการใช้ผลิตภัณฑ์ ทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์ คือ ไม่พบอาการแพ้ในกลุ่มทดสอบ และมีการทดสอบตลาดใน 3 รูปแบบ คือ จ าหน่ายใน ชุมชนใช้พื้นที่ตลาดชุมชนของต าบลโชคชัย จ าหน่ายนอกพื้นที่ปฏิบัติการ และช่องทางออนไลน์ ผลการ ทดสอบตลาดพบว่า ช่องทางในการจ าหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรทั้ง 3 ชนิด ที่มียอดขายมากที่สุด คือ จ าหน่ายในชุมชนใช้พื้นที่ตลาดชุมชนของต าบลโชคชัย รองลงมา คือ จ าหน่ายนอกพื้นที่ปฏิบัติการ (สถานพยาบาลด้านแพทย์แผนไทย และสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร) และ ช่องทางออนไลน์ (Facebook, line) ตามล าดับ ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ ชยกร แสงกล้า. (2555). ได้ศึกษาแนวทางพัฒนาการปฏิบัติ ตามบทบาทการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของผู้น าท้องถิ่นในอ าเภอคลอง ลาน จังหวัดก าแพงเพชร ผลการศึกษาพบว่า 1. สภาพการปฏิบัติตามบทบาทการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของผู้น าท้องถิ่นในอ าเภอคลองลาน จังหวัดก าแพงเพชร โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก 2. ปัญหาการปฏิบัติตามบทบาทการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง ของผู้น าท้องถิ่นในอ าเภอคลองลาน จังหวัดก าแพงเพชร โดยภาพรวม อยู่ในระดับน้อย 3. แนวทางพัฒนาการปฏิบัติตามบทบาทการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ผู้น า ควรสร้างจิตส านึกในการพึ่งพาตนเองของคนในชุมชนพึ่งตนเองก่อนพึ่งคนอื่น มีขับเคลื่อนสู่การรวมกลุ่ม พึ่งพาซึ่งกันและกันในชุมชนและระหว่างชุมชน โดยพัฒนาเป็นวิสาหกิจชุมชนและเชื่อมโยงเครือข่าย เศรษฐกิจชุมชน มีการใช้กิจกรรมเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นเครื่องมือหลักในการพัฒนา ส่งเสริม กระบวนการเรียนรู้การจัดการความรู้การอาชีพ การออม และการบริหารจัดการเงินทุนชุมชน ส่งเสริมให้ ประชาชนมีความเป็นอยู่อย่างพอประมาณพอมีพอใช้คือพอดีไม่น้อยไม่มากเกินไป ไม่เบียดเบียนตนเอง และผู้อื่น ยึดถือความมีเหตุผล


198 ตอนที่ 3 กำรพัฒนำคุณภำพชีวิตผู้สูงอำยุ โดยกำรส่งเสริมส่งเศรษฐกิจบนฐำนทรัพยำกร พืชผัก สมุนไพรพื้นบ้ำน ต ำบลโชคชัย อ ำเภอนิคมค ำสร้อย จังหวัดมุกดำหำร จากการศึกษาวิจัยการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โดยการส่งเสริมส่งเศรษฐกิจบนฐานทรัพยากร พืชผัก สมุนไพรพื้นบ้าน ต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจาก จุดประสงค์ในการวิจัยที่ศึกษาสภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของผู้สูงอายุของต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค า สร้อย จังหวัดมุกดาหาร และน ามาพัฒนาศักยภาพการผลิต การแปรรูป การตลาด ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร จนมีรายได้สร้างกันชนทางการเงิน และเพื่อการใช้ประโยชน์จากพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้านในการดูแลสุขภาพ ที่ถูกต้องเป็นการสร้างกันชนทางสุขภาพให้กับสมาชิกชมรมผู้สูงอายุ ผลการศึกษาพบว่า ผลการศึกษา พบว่า จากการวิเคราะห์แหล่งที่มาของรายได้ของกลุ่มเป้าหมาย 4 กลุ่ม พบว่า กลุ่มที่ 1 ผู้มีรายได้ต่ ากว่า เส้นความอยากจน มีรายได้เพิ่มขึ้นหลังเข้าร่วมโครงการ และมีผู้ที่พ้นเส้นความยากจน จ านวน 3 คน กลุ่ม ที่ 2 ผู้มีรายได้สูงกว่าความยากจน แต่ต่ ากว่า 40 % กลุ่มที่ 3 มีรายได้สูงกว่า 40 % แต่ต่ ากว่าเส้นมัธยฐาน และ กลุ่มที่ 4 มีรายได้สูงกว่าเส้นมัธยฐาน พบว่า พบว่ามีรายได้เพิ่มขึ้นหลังเข้าร่วมโครงการและยังอยู่ใน กลุ่มเดิม ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ อารีกมล ต.ไชยสุวรรณ (2560) ได้ศึกษาการวิเคราะห์ต้นทุนและ ผลตอบแทนการปลูกสมุนไพร ของกลุ่มเกษตรกรบ้านหนองสุวรรณ ต าบลบ้านกลาง อ าเภอสอง จังหวัด แพร่ โดยท าการศึกษาข้อมูลจาก พืชสมุนไพร จ านวน 4 ชนิด ได้แก่ ขมิ้นชัน ไพล ตะไคร้ มะกรูด ที่เป็น สมุนไพรหลักที่โรงพยาบาล สองรับซื้อ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากประชากรที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ปลูก สมุนไพรเพื่อส่งขายให้กับ ทางโรงพยาบาลสอง จ านวน 22 ครัวเรือน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ทฤษฎีทางการ บัญชีและทาง เศรษฐศาสตร์ เพื่อเปรียบเทียบผลการด าเนินงาน การวิเคราะห์โดยใช้ทฤษฎีทางการบัญชี พบว่า เกษตรกร มีผลก าไรสุทธิทางการบัญชี เฉลี่ยเท่ากับ 2,708.76 บาทต่อครัวเรือนต่อปี มีอัตราก าไร ส่วนเกินต่อยอดขายรวมเท่ากับ ร้อยละ 40.81 และมียอดขาย ณ จุดเสมอตัว เฉลี่ยเท่ากับ 1,473.39 บาท ต่อครัวเรือนต่อปี การวิเคราะห์โดยใช้ ทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์พบว่าเกษตรกร มีก าไรสุทธิเหนือต้นทุนเงิน สด เท่ากับ 6,416.48 บาทต่อครัวเรือนต่อปี หรือมากกว่าก าไรสุทธิ ทางการบัญชี 2.37 เท่า จาก ผลตอบแทนทางการบัญชีและผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ ท าให้ ทราบว่า กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพร ต าบลบ้านกลาง อ าเภอสอง จังหวัดแพร่ มีรายได้รวมจาก การปลูกสมุนไพรเป็นอาชีพเสริมและรายได้หลัก เพียงพอ มีค่าใช้จ่ายที่สามารถประหยัดได้และ สามารถด ารงชีพอยู่ได้ นอกจากนี้ การท าความร่วมมือกัน ระหว่างโรงพยาบาลและกลุ่มเกษตรกร จะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการในห่วงโซ่อุปทานสมุนไพรได้ อย่างยั่งยืนงานวิจัยข้างต้นนี้แสดงให้เห็นว่า การปลูกพืชสมุนไพรสามารถสร้างรายได้ในการด ารงชีวิต สู่การ พัฒนาเป็นอาชีพหลัก และอาชีพเสริมได้ในอนาคต ซึ่งน ามาประกอบการพิจารณาออกแบบแนวทางในการ ยกระดับรายได้ของคนในชุมชนในการท าวิจัยในครั้งนี้ และอารีกมล ต.ไชยสุวรรณ (2560) ได้ศึกษาการ วิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนการปลูกสมุนไพร ของกลุ่มเกษตรกรบ้านหนองสุวรรณ ต าบลบ้านกลาง อ าเภอสอง จังหวัดแพร่ โดยท าการศึกษาข้อมูลจาก พืชสมุนไพร จ านวน 4 ชนิด ได้แก่ ขมิ้นชัน ไพล ตะไคร้ มะกรูด ที่เป็นสมุนไพรหลักที่โรงพยาบาล สองรับซื้อ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากประชากรที่ขึ้นทะเบียนเป็น ผู้ปลูกสมุนไพรเพื่อส่งขายให้กับ ทางโรงพยาบาลสอง จ านวน 22 ครัวเรือน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ทฤษฎี ทางการบัญชีและทาง เศรษฐศาสตร์ เพื่อเปรียบเทียบผลการด าเนินงาน การวิเคราะห์โดยใช้ทฤษฎีทางการ บัญชี พบว่า เกษตรกร มีผลก าไรสุทธิทางการบัญชี เฉลี่ยเท่ากับ 2,708.76 บาทต่อครัวเรือนต่อปี มีอัตรา ก าไรส่วนเกินต่อยอดขายรวมเท่ากับ ร้อยละ 40.81 และมียอดขาย ณ จุดเสมอตัว เฉลี่ยเท่ากับ 1,473.39 บาทต่อครัวเรือนต่อปี การวิเคราะห์โดยใช้ ทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์พบว่าเกษตรกร มีก าไรสุทธิเหนือต้นทุน เงินสด เท่ากับ 6,416.48 บาทต่อครัวเรือนต่อปี หรือมากกว่าก าไรสุทธิ ทางการบัญชี 2.37 เท่า จาก


199 ผลตอบแทนทางการบัญชีและผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ ท าให้ ทราบว่า กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพร ต าบลบ้านกลาง อ าเภอสอง จังหวัดแพร่ มีรายได้รวมจาก การปลูกสมุนไพรเป็นอาชีพเสริมและรายได้หลัก เพียงพอ มีค่าใช้จ่ายที่สามารถประหยัดได้และ สามารถด ารงชีพอยู่ได้ นอกจากนี้ การท าความร่วมมือกัน ระหว่างโรงพยาบาลและกลุ่มเกษตรกร จะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการในห่วงโซ่อุปทานสมุนไพรได้ อย่างยั่งยืน งานวิจัยข้างต้นนี้แสดงให้เห็นว่า การปลูกพืชสมุนไพรสามารถสร้างรายได้ในการด ารงชีวิต สู่ การพัฒนาเป็นอาชีพหลัก และอาชีพเสริมได้ในอนาคต ซึ่งน ามาประกอบการพิจารณาออกแบบแนวทางใน การยกระดับรายได้ของคนในชุมชนในการท าวิจัยในครั้งนี้ ผลการเปรียบเทียบการใช้ประโยชน์จากสมุนไพรของสมาชิกชมรมผู้สูงอายุต าบลโชคชัย อ าเภอ นิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ก่อนและหลังการเข้าร่วมโครงการ พบว่า กลุ่มสมาชิกชมรมผู้สูงอายุมีการ ใช้ประโยชน์จากพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้านก่อนเข้าร่วมโครงการหลังเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น จากชนิด สมุนไพร จ านวน 16 ชนิด คือ กลุ่มที่ 1 ผู้มีรายได้ต่ ากว่าเส้นความอยากจน กลุ่มที่ 2 ผู้มีรายได้สูงกว่า ความยากจน แต่ต่ ากว่า 40 % กลุ่มที่ 3 มีรายได้สูงกว่า 40 % แต่ต่ ากว่าเส้นมัธยฐาน และกลุ่มที่ 4 มี รายได้สูงกว่าเส้นมัธยฐาน พบว่า ผู้มีรายได้ต่ ากว่าเส้นความอยากจน หลังเข้าร่วมโครงการมีการใช้ ประโยชน์จากพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้านทุกคน ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยชอง อรุณ ลีทอง (2554) ศึกษา รูปแบบการบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นและองค์ความรู้ทางแพทย์แผนปัจจุบันในการดูแลสุขภาพ โดยมี ผู้เข้าร่วมวิจัยได้แก่ ผู้สูงอายุผู้ป่วยเรื้อรัง ญาติผู้ดูแล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข หมอพื้นบ้าน ในหมู่ 5 ต าบล เชียงยืน อ าเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม จากการศึกษาได้พัฒนาโครงการเพื่อฟื้นฟูภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อการดูแลสุขภาพของชุมชน ผู้สูงอายุผู้ป่วยเรื้อรัง ได้แก่โครงการศูนย์เรียนรู้และอนุรักษ์ภูมิปัญญา ท้องถิ่น โครงการผลิตภัณฑ์ส่งเสริมสุขภาพ โครงการต าหรับอาหารพื้นบ้านส่งเสริมสุขภาพ โครงการ ส่งเสริมการใช้สมุนไพรในครัวเรือนและโครงการสวนสมุนไพร 5.3 ข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบำย 1. ภาครัฐหรือองค์กรเครือข่ายประชาชนด้านสุขภาพความมีการส่งเสริมการใช้สมุนไพร โดย มุ่งเน้นในด้านความปลอดภัย การใช้ที่ถูกต้อง เพื่อทดแทนการใช้ยาแผนปัจจุบันให้มากขึ้น เพื่อให้สามารถ ดูแลสุขภาพเบื้องต้นได้ 2. ภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ควรเน้นส่งเสริมการใช้สมุนไพรในการดูแลสุขภาพของ ตนเองในลักษณะการใช้สมุนไพรในชีวิตประจ าวัน โดยการปลูกในครัวเรือเพื่อบริโภคเป็นอาหารและยา เพื่อสร้างกันชนด้านสุขภาพ 3. รัฐควรส่งเสริมและให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานเกี่ยวกับสมุนไพร ทั้งการปลูก การใช้ และการ แปรรูป เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ ข้อเสนอแนะในกำรศึกษำครั้งต่อไป ในการศึกษาครั้งต่อไปควรน ารูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ ่มผู้สูงอายุโดยการส ่งเสริม เศรษฐกิจบนฐานทรัพยากรพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้าน ในผู้สูงอายุในพื้นที่ต่างๆ และสามารถประยุกต์ใช้ได้ ตามความเหมาะสมเนื่องจากในแต่ละพื้นที่มีปัจจัยแวดล้อมหรือบริบทที่แตกต่างกัน ทั้งทรัพยากร วิถีชีวิต


200 และสภาพเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้นแต่ละชุมชนสามารถประยุกต์ใช้รูปแบบที่มีความเหมาะสมกับบริบท ของตนเองได้


201 บรรณำนุกรม


202 บรรณำนุกรม กรกมล บ ารุงวัด. (2545). สภำพและวิถีชีวิตผู้สูงอำยุในจังหวัดสมุทรปรำกำร. วิทยานิพนธ์สังคม สงเคราะห์ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการจัดการโครงการสวัสดิการสังคม มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิม พระเกียรติ. กระทรวงสาธารณสุข. (2531). มำตรฐำนกำรบำบัดวัณโรค/คณะผู้เชี่ยวชำญเฉพำะโรคสำขำวัณโรค. (พิมพ์รั้งที่ 1). กรุงเทพมหานคร: กระทรวงฯ. เกริกศักดิ์บุญญานุพงศ์, สุรีย์บุญญานุพงศ์, และสมศักดิ์ฉันทะ (2533). ชีวิตคนชรำในจังหวัดเชียงใหม่. เชียงใหม่: สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. จันทร์ฉาย ฉายากุล. (2538). ประสิทธิผลของกำรให้ควำมรู้เรื่องกำรฝึกออกก ำลังกำยและกำรสนับสนุน จำกสมำชิกในครอบครัวในกำรส่งเสริมกำรออกก ำลังกำยเพื่อสุขภำพของผู้สูงอำยุ ชุมชนวัด มะกอก เขตพญำไทและเคหะชุมชนทุ่งสองห้อง เขตดอนเมือง กรุงเทพมหำนคร . มหาวิทยาลัยมหิดล/กรุงเทพฯ. ไกรศรี ศรีทัพไทย ศุภะลักษณ์ ฟักค า และธวัชชัย กมลธรรม .(2563). กำรพัฒนำรูปแบบธุรกิจสมุนไพรใน จังหวัดสกลนคร. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ปีที่ 16 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2563) คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. (2550). รอบรู้เรื่องยำและผลิตภัณฑ์สุขภำพ. กรุงเพทมหานคร: สันติศิริการพิมพ์. จิตระพีบัวผัน. (2548). เรียนรู้เรื่องสมุนไพร. กรุงเทพมหานคร : ปิรามิด. ชลทิศ ดาราวงษ์, 2548 ชนะจิต โมฬิยสุวรรณ. (2543). ควำมต้องกำรกำรฝึกอบรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภำพกำรท ำงำนของหัวหน้ำ ศูนย์กำรศึกษำนอกโรงเรียนอ ำเภอ. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต(การศึกษาผู้ใหญ่). กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร. ชยกร แสงกล้า. (2555). แนวทำงพัฒนำกำรปฏิบัติตำมบทบำทกำรส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนตำมหลัก ปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียง ของผู้น ำท้องถิ่นในอ ำเภอคลองลำน จังหวัดก ำแพงเพชร. หลักสูตร ปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการปกครองท้องถิ่น. ก าแพงเพชร : มหาวิทยาลัยราชภัฏก าแพงเพชร ชลธร รักษานุวงศ์. (2545). กำรดูแลตนเองของผู้สูงอำยุในชุมชน: กรณีศึกษำผู้สูงอำยุในชุมชนสะพำน พระรำมหก เขตบำงซื่อ กรุงเทพมหำนคร. วิทยานิพนธ์สังคมสงเคราะห์ศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาการจัดการโครงการสวัสดิการสังคม, บัณฑิตวิทยาลัย,มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระ เกียรติ. ดวงใจ เปลี่ยนบ ารุง. (2540). พฤติกรรมกำรดูแลตนเองและคุณภำพชีวิตของผู้สูงอำยุในจังหวัดชำยแดน ภำคใต้ของประเทศไทย. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสนรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยมหิดล. ดวงแก้ว ปัญญาภู, อนุธิดา ทับมี, นิตาภา อินชัย และ มณฑกา ธีรชัยสกุล. (2563). ควำมปลอดภัยและ ประสิทธิผลเบื้องต้นของต ำรับยำครีมเหลืองสุรำษฎร์(เหลืองนรินทร์) และน้ ำมันทองนพคุณใน กำรรักษำแผลเบำหวำนและแผลกดทับ. วารสารการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ปีที่ 18 ฉบับที่ 1 มกราคม-เมษายน 2563.


203 ถนอมศักดิ์บุญสู่และคณะ (2552). รูปแบบกำรสร้ำงเสริมศักยภำพผู้สูงอำยุในกำรสร้ำงคุณค่ำให้กับ ตนเองและชุมชน บ้ำนดอนกลำงใต้ต ำบลธำตุอ ำเภอวำรินช ำรำบจังหวัดอุบลรำชธำนี http://elibrary.trf.or.th/project_contentTRFN.asp?PJID=RDG51E0088 ทวีศักดิ์หล้าภูเขียว. (2547). กำรได้รับกำรดูแลจำกครอบครัวของผู้สูงอำยุในเขตเทศบำลต ำบลหนอง หิน กิ่งอ ำเภอหนองหิน จังหวัดเลย. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย , เลย. ทีปประพิน สุขเขียว, รัชฎาภรณ์ ไชยเสน และคณะ. (2562). รูปแบบกำรพัฒนำศักยภำพผู้สูงอำยุโดย บูรณำกำรวิถีกำรด ำเนินชีวิตและภูมิปัญญำท้องถิ่นเพื่อกำรพึ่งพำตนเองและพัฒนำชุมชน ต ำบลวังผำง อ ำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดล ำพูน. ส านักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น. เชียงใหม่ : ส านักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น. ธงชัย สันติวงศ์. (2540). กำรวำงแผนเชิงกลยุทธ์(Strategic planning). กรุงเทพมหานคร: ไทย วัฒนา พาณิชย์. ธงชัย สันติวงษ์. (2538). องค์กำร ทฤษฎีและกำรออกแบบ. กรุงเทพฯ : แมเนจเม้น เซ็นเตอร์ บางกอก. นภาพร ชโยวรรณ มาลินี วงษ์สิทธิ์ และจันทร์เพ็ญ แสงเทียนฉาย. (2532). สรุปผลกำรวิจัย โครงกำรวิจัย ผลกระทบทำงเศรษฐกิจสังคม และประชำกรผู้สูงอำยุในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: สถาบัน ประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นิทรรศการแพทย์แผนไทย. (2551). อำหำรกับสมุนไพร. [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก : http://www.thaipun.com/food/food-1.htm. (วันที่สืบค้นข๎อมูล 1 ธันวาคม 2563.) นิรมล อินทฤทธิ์. (2547). พฤติกรรมส่งเสริมสุขภำพตนเองของผู้สูงอำยุในชมรมผู้สูงอำยุโรงพยำบำล เจ้ำพระยำอภัยภูเบศร จังหวัดปรำจีนบุรี. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา สุขภาพจิต. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ. บรรลุศิริพานิช. (2542). ผูสูงอำยไทย . กรุงเทพฯ : สภาผูสูงอายุแหงประเทศไทย เนตร์พัณณา ยาวิราช. (2546). กำรจัดกำรสมัยใหม่. กรุงเทพฯ : เซ็นทรัล เอ๊กเพลส. บรรยงค์โตจินดา. (2545). องค์กำรและกำรจัดกำร. กรุงเทพฯ : รวมสาส์น. บุษยมาส สินธุประมา. (2539). ชมรมผู้สูงอำยุกำรศึกษำรูปแบบกำรด ำเนินงำนที่เหมำะสม. กรุงเทพฯ : สามดี. เบญจวรรณ สีสด. (2552) .รำยงำนกำรวิจัยฉบับสมบูรณ์แนวทำงกำรพัฒนำผู้สูงอำยุแบบมีส่วนร่วม ต ำบลป่ำสัก อ ำเภอเมือง จังหวัดล ำพูน. เข้าถึงเมื่อ 23 มีนาคม 2564 จาก http://elibrary.trf.or.th/project_ contentTRFN.asp?PJID=RDG51N0007 ปรีดารัตน์ รัตนาคม. (2554). กำรศึกษำและพัฒนำผลิตภัณฑ์สมุนไพรแปรรูปและบรรจุภัณฑ์เพื่อ ส่งเสริมอำชีพชุมชน. หลักสูตรศิลปกรรมศาสตร์มหาบัณฑิต สาขานวัตกรรมการออกแบบ. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ปลอดสำรพิษของกลุ่มเกษตรกรชุมชนช่อแล อ ำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่.วารสารการ พัฒนา พงศ์ปณต ใจยา. (2562). แนวทำงในกำรสร้ำงคุณค่ำร่วมกับสังคมขององค์กรธุรกิจ (CSV) ที่มีต่อ ภำพลักษณ์ชื่อเสียงและกำรยอมรับของชุมชนในเขตพื้นที่มำบตำพุด จังหวัดระยอง. หลักสูตร บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาองค์การและการจัดการสมรรถนะของมนุษย์. ชลบุรี : มหาวิทยาลัยบูรพา.


204 พนิษฐา พานิชาชีวะกุล. (2537). กำรพัฒนำคุณภำพชีวิตที่เป็นสหมิติส ำหรับผู้สูงอำยุในชนบท.สาธาณสุข ศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์. มหาวิทยาลัยมหิดล, กรุงเทพฯ. พิบูลทีปะปาล. (2545). หลักกำรตลำด : ยุคใหมศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ : โรงพิมพมิตรสัมพันธกราฟฟค พิมพ์ศิริมณีผ่อง. (2544). ปจจัยที่มีอิทธิพลตอกำรเลือกซื้อเครื่องส ำอำงจ ำหนำยตรงที่ผลิต ในประเทศ ไทยของผูบริโภคในเขตเทศบำลนครเชียงใหม จังหวัดเชียงใหม่. ปริญญาบริหารธุรกิจ มหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจ. เชี่ยงใหม่ : มหาวิทยาลัยแม่โจ้. พิริยาพร สุวรรณไตรย์. (2564). กำรจัดกำรควำมรู้เพื่อพัฒนำผลิตภัณฑ์สมุนไพรพร้อมบริโภค: กรณีศึกษำ บ้ำนผำสุก ต ำบลดอนตำล อ ำเภอดอนตำล จังหวัดมุกดำหำร. วารสารการพัฒนา ชุมชนและคุณภาพชีวิต. 9, 2 (ก.พ. 2021), 213-222. พิษณุ จงสถิตวัฒนา. (2542). กำรบริหำรกำรตลำด กำรวิเครำะห์กลยุทธ์ และกำรตัดสินใจ . พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. เพ็ญจันทร์ชูประภาวรรณ. (2540). กำรส ำรวจสุขภำพประชำกรวัย 50 ปีขึ้นไปประเทศไทย ปี พ.ศ. 2538. นนทบุรี: โครงการส านักพิมพ์ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข. เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ. 2535. ต ำรำยำทั้งมวลของพ่ออำจำรย์เคนลำวงค์. สถาบันการแพทย์แผนไทย. กรุงเทพฯ : กรมการแพทย์กระทรวงสาธารณสุข. เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ. 2538. สมุนไพรไทยในยุคโลกไร้พรมแดน. สถาบันการแพทย์แผนไทยกรมการ แพทย์กระทรวงสาธารณสุข, กรุงเทพฯ. ภรณีเกตกินทะ. (2542). คุณภำพชีวิตของผู้สูงอำยุในบ้ำนพักคนชรำในเขต กรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ. ภูมิวัฒน์พรวนสุข. (2558). แนวทำงกำรพัฒนำคุณภำพชีวิตผู้สูงอำยุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในเขตจังหวัดแพร่. ปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารและพัฒนา ประชาคมเมืองและชนบท. อุตรดิตถ์: มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์. มนตรี ประเสริฐรุ่งเรืองและ ดุษฎี อายุวัฒน์. (2559). กำรสร้ำงทำงเลือกในกำรพึ่งพำตนเองอย่ำงมีคุณค่ำ ของผู้สูงอำยุรุ่นใหม่. วารสารประชากร 4(2): 23-45. มหาวิทยาลัยมหิดล. (2564). ภำวะเป็นพิษจำกพืช. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี: คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล : ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี PoisonCenter.mahidol.ac.th. https://med.mahidol.ac.th/poisoncenter/th/poiscov/Plant. สืบค้นเมื่อ 10 มิถุนายน 2564. มัลลิกา มัติโก. (2542). ประมวลสถำนภำพสุขภำพและสังคมของผู้สูงอำยุไทย : วิเครำะห์จำก วิทยำนิพนธ์. กรุงเทพฯ : กองบริหารงานวิจัย มหาวิทยาลัยมหิดล. เยาวลักษณ์วงษ์ประภารัตน์. (2554). รำยงำนกำรวิจัยฉบับสมบูรณ์เรื่อง โครงกำรกำรศึกษำระบบ เสริมสร้ำงสุขภำวะสู่แนวทำงกำรพัฒนำของกลุ่มผู้สูงอำยุ บ้ำนสันทรำยหลวง อ ำเภอสันทรำย จังหวัดเชียงใหม่. เข้าถึงเมื่อ 23 มีนาคม 2564 จากhttp://elibrary.trf.or.th/project_content TRFN.asp?PJID=PDG54N003 ฤทธิชัย แกมนาค และสุภัชชา พันเลิศพาณิชย์. (2559). รูปแบบกำรมีส่วนร่วมในกำรสร้ำงเสริมสุขภำพ ผู้สูงอำยุของโรงเรียนผู้สูงอำยุวัดหัวฝำย ต ำบลสันกลำง อ ำเภอพำน จังหวัดเชียงรำย.รายงาน การประชุมสัมมนาวิชาการราชภัฏนครสวรรค์วิจัยครั้งที่ 1.


205 วนารัตน์กรอิสรานุกูล. (2554). กำรพัฒนำสภำพแวดล้อมชุมชนเพื่อกำรเดินและประกอบกิจกรรม ภำยนอกอำคำรของผู้สูงอำยุในเขตเมือง. ส านักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาและส านักงาน กองทุนสนับสนุนการวิจัย. วรำยุทธ อุทังโค. (2561). รำยงำนกรณีศึกษำผื่นแพ้จำกยำครีมไพล. Krabi Medical Journal Vol.1 No.2 April - September 2018. วิฑูรย์พลาวุฑฒ์. (2542). พืชสมุนไพรและยำไทย นครศรีธรรมรำช. พิมพ์ครั้งที่ 2. นครศรีธรรมราช:วุฒิ สาสน์. วิทยา ด่านธ ารงกูล. (2546). กำรบริหำร.กรุงเทพฯ: เธิร์ดเวฟ เอ็ดดูเคชัน. . วิพรรณ ประจวบเหมาะ และคณะ. (2552). รำยงำนประจ ำปีสถำนกำรณ์ผู้สูงอำยุไทย พ.ศ.2554. วิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุ ไทย. พงษ์พาณิชย์เจริญผล. กรุงเทพฯ. วิภาพร สิทธิสาตร์ และสุชาดา สวนนุ่ม. (2550). พฤติกรรมส่งเสริมสุขภำพของผู้สูงอำยุในชุมชน เขต ควำมรับผิดชอบของสถำนีอนำมัยบ้ำนเสำหิน ต ำบลวัดพริก อ ำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก. งานวิจัยวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พุทธชินราช สถาบันพระบรมราชชนก ส านักงาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข. วีรจิต เรืองสวัสดิ์. (2540). ผลของกำรฝึกออกกำลังกำยต่อสมรรถภำพทำงกำยของผู้สูงอำยุ. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ. ศราวุธ ยงยุทธ. (2546). กำรศึกษำพฤติกรรมสุขภำพ กำรดูแลตนเอง และกำรออกกำลังกำยของ ผู้สูงอำยุที่มำรับบริกำรศูนย์บริกำรด้ำนสังคมผู้สูงอำยุขอนแก่น. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร มหาบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษา. มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ขอนแก่น. ศิริวรรณ เสรีรัตน์และศุภรเสรีรัตน์. (2542). กำรวิจัยตลำด: ฉบับมำตรฐำน. กรุงเทพฯ: ธรรมสาร. ศิริวรรณ เสรีรัตน์และคณะ. (2539). กำรบริหำรกำรโฆษณำ และกำรส่งเสริมกำรตลำด. กรุงเทพมหานคร: วิสิทธิ์พัฒนา. “........................................”. (2541). กำรบริหำรกำรตลำดยุคใหม่. กรุงเทพมหานคร: ธีระฟิล์มและ ไซ เท็กซ์. “........................................”. (2543). หลักกำรตลำด. กรุงเทพฯ : ไดมอน อิน บิสเน็ต เวิร์ล. “........................................”. (2545). องค์กำรและกำรจัดกำร. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ธรรมสาร. สมใจ ลักษณะ. (2542). กำรพัฒนำประสิทธิภำพในกำรทำงำน. กรุงเทพฯ : ศูนยหนังสือสถาบัน ราชภัฏ สวนสุนันทา. สมพงศ์ เกษมสิน. (2523). กำรบริหำร. (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช สมพร ภูตานนท์. 2547. ควำมรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกำรแพทย์แผนไทยว่ำด้วยสมุนไพรกับกำรแพทย์แผน ไทย. โครงการพัฒนาตาราสถาบันการแพทย์แผนไทย. กรุงเทพฯ : กรมการแพทย์กระทรวง สาธารณสุข. สมพร ภูติยานัน. (2542). ควำมรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกำรแพทย์แผนไทย ว่ำด้วยสมุนไพรกับ กำรแพทย์ แผนไทย. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพมหานคร: องค์กรสงเคราะห์ทหารผ่านศึก. สมพร หิรัญรามเดช. (2524). ต ำรำตรวจเอกลักษณ์พืชสมุนไพร. เล่มที่5. กรุงเทพมหานคร : กรุง สยาม การพิมพ์. ส านักงาน ก.พ.ร.


206 สมโภช จัตุพร. (2543). ควำมคิดเห็นเกี่ยวกับประสิทธิภำพในกำรปฏิบัติงำนของพนักงำน กำรไฟฟ้ำ นครหลวง: ศึกษำเฉพำะกรณีพนักงำนกองรำยได้. วิทยานิพนธ ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขา รัฐศาสตร, บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรามค าแหง. สมยศ นาวการ ี. (2545). กำรบริหำรแบบมีสวนรวม. กรุงเทพฯ :บรรณกิจ สมยศ นาวีการ. (2529). กำรเพิ่มประสิทธิภำพของกำรบริหำร : MPO. กรุงเทพฯ : บรรณกิจ ส านักงานคณะกรรมการสาธารณสุขมูลฐาน. (2537). ศูนยสำธำรณสุขมูลฐำนชุมชน (ศสมช.): เอกสาร เผยแพรสาธารณสุข มูลฐาน. กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข. ส านักส่งเสริมและพิทักษ์ผู้สูงอายุ. (2555 ข).โครงสร้ำงทำงอำยุและเพศของประชำกรผู้สูงอำยุ. วันที่ค้น ข้อมูล 10 พฤษภาคม 2564, เข้าถึงได้จาก www.oppo.oppp.go.th/pages/statistics/stat_2554/stat54_001.pdf สุกัญญา เอมอิ่มธรรม. (2546). กำรจัดกำรและพัฒนำองคกำร. ขอนแกน มหาวิทยาลัยขอนแกน สุทธิชัย จิตะพันธุ์กุล. (2543). สถำนะของประชำกรสูงอำยุไทยในปัจจุบันและกำรด ำเนินกำรต่ำงๆ ของ ประเทศ. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สุพจน์ศิลานเภสัช. (2543). สมุนไพรเครื่องเทศและพืชปรุงแต่งกลิ่นรส. กรุงเทพมหานคร : ประพันธ์ สาส์น สุรกุล เจนอบรม. (2534). วิทยำกำรผู้สูงอำยุ. กรุงเทพฯ: ภาควิชาการศึกษานอกโรงเรียน คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สุรศักดิ์ นานานุกูล และคนอื่นๆ. (2527). กำรบริหำรงำนบุคคล.กรุงเทพฯ: พิทักษ์อักษร. สุภรัชต์อินทรเทพ, สุวารีย์ศรีปูณะ และผมหอม เชิดโกทา. (2560). สภำพปัญหำและแนวทำงพัฒนำกำร ถ่ำยทอดภูมิปัญญำกำรใช้สมุนไพรพื้นบ้ำนในกำรด ำรงชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในชุมชน จังหวัดสระแก้ว. วารสารวิจัยและพัฒนา วไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์สาขา มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. 12(2) หน้า 275-285. สุวิมล ตั้งสัจพจน์. (2549). นันทนำกำรและกำรใช้เวลำว่ำง. กรุงเทพฯ: เอดิสนเพรสโพรดักส์. เสนาะ ติเยาว์. (2543). หลักกำรบริหำร. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร เสรีวงษ์มณฑา. (2542). กลยุทธ์กำรตลำด: กำรวำงแผนกำรตลำด. กรุงเทพมหานคร: ธีระฟิล์ม และ ไซเท็กซ์. องค์การบริหารส่วนต าบลน้ าแวน. (2557). แผนพัฒนำ 3 ปี(พ.ศ. 2557 – พ.ศ. 2559). พะเยา:องค์การ บริหารส่วนตาบลน้ าแวน. อดุลย์จาตุรงคกุล. (2543). กำรบริหำรกำรตลำด: กลยุทธ์และยุทธวิธี. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. อัตถ์ อัจฉริยมนตร์. (2558). กำรวิจัยเชิงปฏิบัติกำรแบบมีส่วนร่วมและแปลงสำธิตเพื่อผลิตพืชผัก พื้นบ้ำน ปลอดสำรพิษของกลุ่มเกษตรกรชุมชนช่อแล อ ำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่.วารสารการ พัฒนา ชุมชนและคุณภาพชีวิต. 5(1) หน้า 118 – 128 อารีกมล ต.ไชยสุวรรณ และคณะ. (2560). กำรวิเครำะห์ต้นทุนและผลตอบแทนกำรปลูกสมุนไพรของ กลุ่ม เกษตรกรบ้ำนหนองสุวรรณ ต ำบลบ้ำนกลำง อ ำเภอสอง จังหวัดแพร. วารสารศิลปศาสตร์


207 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ปีที่ 5 ฉบับที่ 1 ประจ าเดือน มกราคม - มิถุนายน 2560 อิสสราพร อ่อนบุญ. (2559). กำรสร้ำงระบบกำรพัฒนำชุมชนท้องถิ่นให้มีควำมสำมำรถในกำรบริหำร จัดกำรแบบมีส่วนร่วมในกำรพัฒนำคุณภำพชีวิตผู้สูงอำยุสู่กำรจัดสวัสดิกำรสังคมในประชำคม อำเซียน. สักทอง : วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์(สทมส.). ปีที่ 22 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม - สิงหาคม 2559. The WHOQQL. (1995). The development of the world health organization quality of life assessment instrument. New York: Springer-verleg. Young, K. J., & Longman, A. J. (1983). Quality of life and person with melanoma: A pilot study Cancer Nursing, (6th ed.). N.P.: n.p. Yurick, A. G., Spier, B. E., Robb, S. S. & Ebert, N. J. (1984). The aged person and the nursing process (2nd edition). Connecticut: Appleton-Century-Crofts.


208 ภำคผนวก


209 ภำคผนวก ก แบบสอบถามโครงการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนบนพื้นที่


210 แผนงำนยกระดับกำรจัดกำรห่วงโซ่เศรษฐกิจด้วยงำนวิชำกำรเพื่อท้องถิ่นพื้นที่ภำคตะวันออกเฉียงเหนือ ค ำนิยำมศัพท์ปฏิบัติกำร ห่วงโซ่เศรษฐกิจคือ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ผลิต สินค้า/ผลิตภัณฑ์ และผู้บริโภคในระบบเศรษฐกิจชุมชน ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป 1.1 ข้อมูลทั่วไป 1) ชื่อผู้ให้สัมภาษณ์/ผู้ให้ข้อมูล.............................................................. อายุ........................เพศ ชาย หญิง 2) สถานภาพในครอบครัว หัวหน้าครอบครัว สมาชิกครอบครัว โทรศัพท์ติดต่อ .................................................... 3) ที่อยู่อาศัย บ้านเลขที่..................หมู่ที่...................ชื่อหมู่บ้าน...............................ต าบล.................................................... อ าเภอ................................................................ จังหวัด................................................................ 4) สมาชิกในครอบครัว (ที่มีในทะเบียนบ้ำน) จ านวน...............คน สมาชิกในครอบครัว (อำศัยอยู่จริงในปัจจุบัน) จ านวน................คน 1.2 สมำชิกปัจจุบันในครัวเรือน 1) บิดา ชื่อ.................................................................................... สกุล…………………………………….………….อายุ................ปี 2) มารดา ชื่อ................................................................................ สกุล…………………………………….………….อายุ................ปี 3) บุตรคนที่ 1 ชื่อ......................................................................... สกุล…………………………………….………….อายุ................ปี 4) บุตรคนที่ 2 ชื่อ......................................................................... สกุล…………………………………….………….อายุ................ปี 5) บุตรคนที่ 3 ชื่อ.......................................................................... สกุล…………………………………….………….อายุ................ ปี 6) บุตรคนที่ 4 ชื่อ......................................................................... สกุล…………………………………….………….อายุ................ปี 7) บุตรคนที่ 5 ชื่อ......................................................................... สกุล…………………………………….………….อายุ................ปี 8) อื่นๆ ระบุ ................................................................................................................................................................................. * หมำยเหตุ: โปรดระบุหัวหน้าครัวเรือน ส่วนที่ 2 อำชีพและรำยได้ของครัวเรือน สมำชิกใน ครัวเรือน อำชีพหลัก อำชีพรอง อื่น ๆ บทบำทในชุมชน บิดา ท าการเกษตร รับจ้างทั่วไป เลี้ยงสัตว์ อื่นๆ ........................... ท าการเกษตร รับจ้างทั่วไป เลี้ยงสัตว์ อื่นๆ........................... ก าลังศึกษา ว่างงาน ผู้น า อสม. สมาชิกกลุ่ม ................. ภูมิปัญญา ................... มารดา ท าการเกษตร รับจ้างทั่วไป เลี้ยงสัตว์ อื่นๆ ........................... ท าการเกษตร รับจ้างทั่วไป เลี้ยงสัตว์ อื่นๆ........................... ก าลังศึกษา ว่างงาน ผู้น า อสม. สมาชิกกลุ่ม ................. ภูมิปัญญา ................... บุตรคนที่ 1 ท าการเกษตร ท าการเกษตร ก าลังศึกษา ผู้น า


211 สมำชิกใน ครัวเรือน อำชีพหลัก อำชีพรอง อื่น ๆ บทบำทในชุมชน รับจ้างทั่วไป เลี้ยงสัตว์ อื่นๆ ........................... รับจ้างทั่วไป เลี้ยงสัตว์ อื่นๆ........................... ว่างงาน อสม. สมาชิกกลุ่ม ................. ภูมิปัญญา ................... บุตรคนที่ 2 ท าการเกษตร รับจ้างทั่วไป เลี้ยงสัตว์ อื่นๆ ........................... ท าการเกษตร รับจ้างทั่วไป เลี้ยงสัตว์ อื่นๆ........................... ก าลังศึกษา ว่างงาน ผู้น า อสม. สมาชิกกลุ่ม ................. ภูมิปัญญา ................... บุตรคนที่ 3 ท าการเกษตร รับจ้างทั่วไป เลี้ยงสัตว์ อื่นๆ ........................... ท าการเกษตร รับจ้างทั่วไป เลี้ยงสัตว์ อื่นๆ........................... ก าลังศึกษา ว่างงาน ผู้น า อสม. สมาชิกกลุ่ม ................. ภูมิปัญญา ................... บุตรคนที่ 4 ท าการเกษตร รับจ้างทั่วไป เลี้ยงสัตว์ อื่นๆ ........................... ท าการเกษตร รับจ้างทั่วไป เลี้ยงสัตว์ อื่นๆ........................... ก าลังศึกษา ว่างงาน ผู้น า อสม. สมาชิกกลุ่ม ................. ภูมิปัญญา ................... บุตรคนที่ 5 ท าการเกษตร รับจ้างทั่วไป เลี้ยงสัตว์ อื่นๆ ........................... ท าการเกษตร รับจ้างทั่วไป เลี้ยงสัตว์ อื่นๆ........................... ก าลังศึกษา ว่างงาน ผู้น า อสม. สมาชิกกลุ่ม ................. ภูมิปัญญา ................... อื่นๆ ระบุ


212 ส่วนที่ 3 ข้อมูลเศรษฐกิจครัวเรือน 3.1 รำยได้จำกระบบกำรเกษตร ประเภทกำรผลิต ช่วงเวลำใน กำรผลิต - ช่วงปลูกไป ถึงจ าหน่าย หรือ - ช่วงที่ จ าหน่าย เป้ำหมำย ในกำรผลิต ต้นทุนใน กำรผลิต (บำท) แหล่งเงินทุน รำยได้จำก กำรผลิต (บำท/ปี) ก ำไรจำก กำรผลิต (บำท/ปี) ท ำนำ ขาย บริโภค ทุนตนเอง กู้ยืม ดอกเบี้ยร้อย ละ.......... ท ำไร่ ชนิด............................ ขาย บริโภค ทุนตนเอง กู้ยืม ดอกเบี้ยร้อย ละ.......... ชนิด............................ ขาย บริโภค ทุนตนเอง กู้ยืม ดอกเบี้ยร้อย ละ.......... ชนิด............................ ขาย บริโภค ทุนตนเอง กู้ยืม ดอกเบี้ยร้อย ละ.......... ท ำสวน ชนิด............................ ขาย บริโภค ทุนตนเอง กู้ยืม ดอกเบี้ยร้อย ละ.......... ชนิด ............................. ขาย บริโภค ทุนตนเอง กู้ยืม ดอกเบี้ยร้อย ละ.......... พืชหลังนำ ชนิด............................ ขาย บริโภค ทุนตนเอง กู้ยืม ดอกเบี้ยร้อย ละ.......... ชนิด ............................. ขาย บริโภค ทุนตนเอง กู้ยืม ดอกเบี้ยร้อย ละ..........


213 ประเภทกำรผลิต ช่วงเวลำใน กำรผลิต - ช่วงปลูกไป ถึงจ าหน่าย หรือ - ช่วงที่ จ าหน่าย เป้ำหมำย ในกำรผลิต ต้นทุนใน กำรผลิต (บำท) แหล่งเงินทุน รำยได้จำก กำรผลิต (บำท/ปี) ก ำไรจำก กำรผลิต (บำท/ปี) ชนิด.......................... ขาย บริโภค ทุนตนเอง กู้ยืม ดอกเบี้ยร้อย ละ.......... ปศุสัตว์ ไก่จ านวน.................. ขาย บริโภค ทุนตนเอง กู้ยืม ดอกเบี้ยร้อย ละ.......... เป็ด จ านวน............... ขาย บริโภค ทุนตนเอง กู้ยืม ดอกเบี้ยร้อย ละ.......... วัว จ านวน.................. ขาย บริโภค ทุนตนเอง กู้ยืม ดอกเบี้ยร้อย ละ.......... ปลา จ านวน.............. ขาย บริโภค ทุนตนเอง กู้ยืม ดอกเบี้ยร้อย ละ.......... ควาย จ านวน............. ขาย บริโภค ทุนตนเอง กู้ยืม ดอกเบี้ยร้อย ละ.......... 3.2 รำยได้ที่มำจำกส่วนอื่น รำยกำร บำท/ เดือน บำท/ปี หมำยเหตุ 1. ค่ำแรง 1.1 ค่าแรงจากเงินเดือน 1.2 รายได้จากการชดเชยการท างานหรือจากการออกจากงาน 2. ก ำไรจำกกำรท ำธุรกิจ ก าไรเปิดร้านค้าปลีก ก าไรจากธุรกิจกลุ่มวิสาหกิจ 3. เงินบ ำนำญ/ส ำรองเลี้ยงชีพ


214 รำยกำร บำท/ เดือน บำท/ปี หมำยเหตุ 3.1 รายได้จากเงินเดือนเมื่อเกษียณ 3.2 เงินรายได้รายปีจากเงินออม 3.3 อื่น ๆ 4. เงินโอน 4.1 รายได้จากเงินช่วยเหลือจากผู้อื่นที่อยู่นอกครัวเรือน 5. สวัสดิกำรสังคม 5.1 รายได้จากเงินช่วยเหลือผู้สูงอายุและผู้พิการจากรัฐ 5.2 รายได้จากเงินช่วยเหลือผู้พิการจากรัฐ 6. กำรเงิน 6.1 รายได้จากค่าเช่าบ้าน ค่าเช่าที่ดิน และกรรมสิทธิ์อื่น ๆ (รวมถึงใบอนุญาต และลิขสิทธิ์) 6.2 รายได้จากดอกเบี้ยเงินฝาก เงินปันผลพันธบัตร/สหกรณ์ และหุ้น 6.3 รายได้จากการปล่อยกู้ 6.4 รายได้จากเงินถูกหวย 7. รำยได้ที่ไม่เป็นตัวเงิน 7.1 อำหำรและเครื่องดื่มชนิดใดบ้ำงที่สำมำรถปลูกหรือผลิตเอง ข้าว พืชผักสวนครัว สมุนไพร เช่น ฟ้าทะลายโจร ขมิ้นชัน เป็นต้น ไก่และไข่ไก่ เป็ดและไข่เป็ด ปลา ชนิด..................................................................................... อื่น ๆ.................................................................................................................. 7.2 จำกสินค้ำและบริกำรที่ยังไม่ได้จ่ำย ผลผลิตจากป่าที่ไม่ใช่อาหาร เช่น ไม้ ฟืน ผลผลิตจากป่าที่เป็นอาหาร เช่น เห็ด หน่อไม้สมุนไพร ชนิด อื่น ๆ...................................................... 7.3 จำกค่ำเช่ำที่ถูกตีรำคำจำกบ้ำนที่ไม่เก็บค่ำเช่ำ (รวมถึงบ้ำนตนเอง) ท่านอยู่บ้านและที่ดินของท่านเอง และถ้าเช่าราคาเท่าไร หมำยเหตุ: หากไม่มีเติมหมายเลข 0


215 ส่วนที่ 4 ทรัพย์สินของครัวเรือน 4.1 บ้ำนและเครื่องจักรกล 4.2 ที่ดิน แปลง ที่ จ านวน พื้นที่ (ระบุ หน่วย) สิทธิในที่ดิน (/) สภาพดิน (/) การใช้ประโยชน์ที่ดิน (/) โฉนด นส. 3 สปก. สค. นสล. ภบท. ดิน ดี ดิน เปรี้ยว ดิน เค็ม ที่ตั้ง บ้าน ไร่ สวน นา 1 2 3 4 5 ส่วนที่ 5 รำยจ่ำยและหนี้สิน 5.1 รำยจ่ำย ประเภททรัพย์สิน จ ำนวน รำคำ (บำท) สถำนะ ยอดเงินที่ ยัง ต้องจ่ำย (บำท) ซื้อเงินสด (/) สิ้นสุดกำร เช่ำซื้อแล้ว (/) จ ำนวนงวด คงเหลือ บ้าน รถยนต ์ รถจักรยานยนต์ รถแทรกเตอร์ รถไถเดินตาม รถเกี่ยวข้าว เครื่องสูบน้ า โรงส ี เครื่องอัดฟาง อื่นๆ ประเภทรำยจ่ำย จ ำนวนครั้งที่จ่ำย จ ำนวนรำยจ่ำย ครั้ง/วัน ครั้ง/เดือน ครั้ง/ปี บาท/วัน บาท/เดือน บาท/ปี ค่าผ่อนบ้าน ค่างวดรถยนต์ ค่างวดรถจักรยานยนต์ ค่างวดรถแทรกเตอร์ ค่างวดรถไถเดินตาม


216 5.2 หนี้สินครัวเรือน แหล่งหนี้ วงเงินกู้ (บำท) ระยะเวลำผ่อน ช ำระ จ ำนวนเงินผ่อน ช ำระ อัตรำดอกเบี้ย ยอดหนี้คง ค้ำง จ านวน (บำท) เดือน จ านวน ปี บาท/ เดือน บาท/ ปี ร้อยละ/ เดือน ร้อยละ/ ป ี ธกส. สหกรณ์การเกษตร กองทุนหมู่บ้าน ธนาคารรัฐ .............................. ธนาคารรัฐ .............................. กู้ยืมจากญาติ กู้จากนายทุน อื่น ๆ รวมหนี้สินสุทธิ (บำท) ส่วนที่ 6 ค ำนวณรำคำต้นทุนและผลก ำไรจำกผลิตภัณฑ์หรือกระบวนกำรพัฒนำ รำยกำร รำคำต่อหน่วย จ ำนวนเงิน วัตถุดิบ/กำรลงทุน 1. 2. 3. 4. ประเภทรำยจ่ำย จ ำนวนครั้งที่จ่ำย จ ำนวนรำยจ่ำย ครั้ง/วัน ครั้ง/เดือน ครั้ง/ปี บาท/วัน บาท/เดือน บาท/ปี ค่างวดรถเกี่ยวข้าว ค่างวดเครื่องอัดฟาง ค่าอาหาร/เครื่องดื่ม ค่าเลี้ยงดูบุตรหลาน เงินลงทุนประกอบอาชีพ ค่ารักษาพยาบาล ภาษีสังคม ค่าหวย อื่นๆ รวมรำยจ่ำยสุทธิ(บำท/ปี)


217 รำยกำร รำคำต่อหน่วย จ ำนวนเงิน 5. 6. ค่ำแรง ค่ำใช้จ่ำยในกำรผลิต 1. ค่าไฟฟ้า 2. ค่าน้ า 3. ค่าวัสดุสิ้นเปลือง รวมต้นทุน ต้นทุนต่อหน่วย (ระบุหน่วยที่ใช้ในกำรวัด) ปริมำณกำรผลิต รำคำขำย (บำทต่อชิ้น) ปริมำณกำรขำย ช่องทำงกำรขำย ออนไลน์ จ านวน ............ ตลาดชุมชน จ านวน............. หน้าบ้าน/ร้านของตนเอง จ านวน................... อื่น ๆ............................ หมำยเหตุ: จ านวนการผลิตและปริมาณการขายเป็นคนละส่วนกัน ส่วนที่ 7 ส่วนระดับกำรมีส่วนร่วมในกำรด ำเนินงำนวิจัยเพื่อท้องถิ่น การแบ่งระดับการมีส่วนร่วมในการด าเนินการวิจัยเพื่อท้องถิ่น แบ่งออกเป็น 5 ระดับคือ 1 น้อยที่สุดไปจนถึง 5 สมบูรณ์ที่สุดตามการมีส่วนร่วมในการท าการวิจัย (Hacker, 2013) ดังนี้ ค่า 1 คะแนน หมายถึง นักวิจัย (นักวิชาการ) เป็นผู้ขับเคลื่อนการวิจัย (Investigator-Driven Research) ค่า 2 คะแนน หมายถึง ชุมชนหรือภาคีเป็นสถานที่ท าวิจัย (Community-Placed Research) ค่า 3 คะแนน หมายถึง ชุมชนหรือภาคีร่วมคิด ร่วมท า ร่วมออกแบบการวิจัยเพื่อท้องถิ่น (Community-Based Research) ค่า 4 คะแนน หมายถึง ชุมชนหรือภาคีมีส่วนร่วมคิด ร่วมท า ร่วมออกแบบวิจัยเพื่อท้องถิ่นในทุก ๆ ขั้นตอน (Community-Based Participatory Research) ค่า 5 คะแนน หมายถึง ชุมชนเป็นผู้ขับเคลื่อน/ด าเนินงานวิจัยด้วยตนเอง (Community-Driven Research) หมำยเหตุ: เลือกเพียง 1 ระดับเท่านั้น ค่ำคะแนน 1 2 3 4 5 ระดับการมีส่วนร่วมในงานวิจัย


218 แบบสอบถำมข้อมูลครัวเรือน บ้ำนเลขที่ หมู่ บ้ำน ต ำบลโชคชัย อ ำเภอนิคมค ำสร้อย จังหวัดมุกดำหำร ชื่อเจ้ำบ้ำน อำยุ ปี ล ำดับ สมำชิก ชื่อ-สกุล อำยุ ระดับ กำรศึกษำ อำชีพ ระยะเลำ ที่ประกอบ อำชีพ รำยได้ เฉลี่ยต่อ เดือน รำยจ่ำย เฉลี่ยต่อเดือน 1 หลัก.............. รอง............... หลัก............ รอง............. หลัก....... รอง........ ..............บาท 2 หลัก.............. รอง............... หลัก............ รอง............. หลัก....... รอง........ ..............บาท 3 หลัก.............. รอง............... หลัก............ รอง............. หลัก....... รอง........ ..............บาท 4 หลัก.............. รอง............... หลัก............ รอง............. หลัก....... รอง........ ..............บาท 5 หลัก.............. รอง............... หลัก............ รอง............. หลัก....... รอง........ ..............บาท 6 หลัก.............. รอง............... หลัก............ รอง............. หลัก....... รอง........ ..............บาท 7 หลัก.............. รอง............... หลัก............ รอง............. หลัก....... รอง........ ..............บาท 8 หลัก.............. รอง............... หลัก............ รอง............. หลัก....... รอง........ ..............บาท 9 หลัก.............. รอง............... หลัก............ รอง............. หลัก....... รอง........ ..............บาท แบบสอบถำมข้อมูลสุขภำพผู้สูงอำยุรำยบุคคล บ้ำนเลขที่ หมู่ บ้ำน ต ำบลโชคชัย อ ำเภอนิคมค ำสร้อย จังหวัดมุกดำหำร ชื่อ/ผู้สูงอำยุ (นาย/นางนางสาว) อำยุ ปี จบกำรศึกษำระดับ . กิจวัตรประจ ำวัน ( 1 วัน ท่ำนท ำ อะไรบ้ำง) โรคประจ ำตัวกระทบกับกำรด ำเนิน ชีวิตของท่ำนอย่ำงไร … ท่ำนปลูกสมุนไพรหรือไม่ อะไรบ้ำง ท่ำนมีโรคประจ ำตัวอะไรบ้ำง ท่ำนคิดว่ำควรน ำสมุนไพรมำดูแล สุขภำพหรือไม่ อย่ำงไร ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ท่ำนใช้มี อะไรบ้ำง ท่ำนดูแลสุขภำพแบบไหนบ้ำง หำกท่ำนใช้สมุนไพร ท่ำนใช้ สมุนไพรชนิดใดบ้ำง เหตุผลที่ท่ำนใช้สมุนไพรคืออะไร


219 แบบสัมภำษณ์2.2 (กลุ่มปลูก) ผู้ให้สัมภาษณ์ กลุ่มผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโครงการโดยสมัครใจ จ านวน 50 คน วัตถุประสงค์ 2 เพื่อศึกษำและพัฒนำศักยภำพกำรผลิต กำรแปรรูป กำรตลำดผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผู้ให้สัมภาษณ์ (นาย/นาง/นางสาว) อายุ ปี รายได้เฉลี่ย/เดือน บาท ประกอบอาชีพ . ที่อยู่ เลขที่ หมู่ที่ บ้าน ต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ลักษณะพื้นที่ปลูกสมุนไพร บ้าน สวน/ไร่ นา อื่นๆ ระบุ . จ านวนพื้นที่ปลูกสมุนไพร . ปลูกอะไรบ้าง ชนิดสมุนไพร พื้นที่ปลูก/ ปริมำณปลูก สรรพคุณ วัตถุประสงค์ในการปลูกสมุนไพร เพื่อ . . การปลูกใช้แรงงาน คน เครื่องจักร/เครื่องทุ่นแรง มีขั้นตอนการปลูกอย่างไร . . ต้นทุนในการปลูกสมุนไพร กี่บาท มีอะไรบ้าง . ลักษณะ/รูปแบบการน าสมุนไพรมาใช้และใช้ในช่วงใด . ปัญหาและอุปสรรคของการปลูกสมุนไพร . แนวทางการแก้ปัญหาและอุปสรรคของการปลูกสมุนไพร . ปัญหาและอุปสรรคของการใช้สมุนไพร . แนวทางการแก้ปัญหาและอุปสรรคของการใช้สมุนไพร . มีข้อเสนอแนะการพัฒนาการผลิตภัณฑ์สมุนไพรอย่างไร . . . ( ) ผู้สัมภาษณ์ วันที่............................................


220 แบบสัมภำษณ์2.1 (กลุ่มตำมธรรมชำติ) ผู้ให้สัมภาษณ์ หมอยาพื้นบ้าน ผู้หาสมุนไพร วัตถุประสงค์ 2 เพื่อศึกษำและพัฒนำศักยภำพกำรผลิต กำรแปรรูป กำรตลำดผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผู้ให้สัมภาษณ์ (นาย/นาง/นางสาว) อายุ ปี รายได้เฉลี่ย/เดือน บาท ประกอบอาชีพ . ที่อยู่ เลขที่ หมู่ที่ บ้าน ต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ลักษณะพื้นที่แหล่งสมุนไพรตามธรรมชาติ ป่า สวน/ไร่ นา อื่นๆ ระบุ . จ านวนพื้นที่แหล่งสมุนไพร . ชนิดของสมุนไพร ชนิดสมุนไพร พื้นที่พบ/ปริมำณสมุนไพร สรรพคุณ กำรน ำไปใช้ประโยชน์ ปัญหาและอุปสรรคของการหาสมุนไพร . . . แนวทางการแก้ปัญหาและอุปสรรคของการหาสมุนไพร . . ( ) ผู้สัมภาษณ์ วันที่.....................................................


221 ตำรำงบันทึกกำรทดสอบกำรแพ้ของผลิตภัณฑ์สมุนไพรต ำบลโชคชัย กลุ่มทดสอบ จ ำนวน 50 คน ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลกำรทดสอบกำรแพ้ของผลิตภัณฑ์สมุนไพรหลังกำรใช้ 12 ชั่วโมง ผื่นขึ้นตำม ผิวหนัง ปวดหัว หำยใจติดขัด แสบร้อน ผิวหนัง แผลพุพอง ลูกประคบสมุนไพร น้ ามันเหลืองสมุนไพร ยาหม่องสมุนไพร ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลกำรทดสอบกำรแพ้ของผลิตภัณฑ์สมุนไพรหลังกำรใช้ 24 ชั่วโมง ผื่นขึ้นตำม ผิวหนัง ปวดหัว หำยใจติดขัด แสบร้อน ผิวหนัง แผลพุพอง ลูกประคบสมุนไพร น้ ามันเหลืองสมุนไพร ยาหม่องสมุนไพร ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลกำรทดสอบกำรแพ้ของผลิตภัณฑ์สมุนไพรหลังกำรใช้ 48 ชั่วโมง ผื่นขึ้นตำม ผิวหนัง ปวดหัว หำยใจติดขัด แสบร้อน ผิวหนัง แผลพุพอง ลูกประคบสมุนไพร น้ ามันเหลืองสมุนไพร ยาหม่องสมุนไพร


222 ภำคผนวก ข ประวัตินักวิจัย


223 ประวัตินักวิจัย หัวหน้ำโครงกำร 1. ชื่อ - นามสกุล (ภาษาไทย) นางสาวพิริยาพร สุวรรณไตรย์ ชื่อ - นามสกุล (ภาษาอังกฤษ) Miss Piriyaporn Suwannatrai 2. เลขหมายบัตรประจ าตัวประชาชน 3490500361488 3. ต าแหน่งปัจจุบัน ครู ช านาญการ 4. หน่วยงานและสถานที่อยู่ที่ติดต่อได้สะดวก วิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร ม. 10 บ้านบุ่งอุทัย ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร โทร. 0874090104 อีเมล์ [email protected] 5. ประวัติการศึกษาต้องระบุสถาบันการศึกษา สาขาวิชาและปีที่จบการศึกษา ประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค วิชาเอกธุรกิจการโรงแรม วิทยาลัยเทคโนโลยี พณิชยการเชียงใหม่ ปริญญาตรีครุศาสตรบัณฑิต วิชาเอกธุรกิจศึกษา จากสถาบันราชภัฏเชียงใหม่ ปริญญาตรีศิลปศาสตรบัณฑิต วิชาเอกภาษาอังกฤษธุรกิจ จากสถาบันราชภัฏนครราชสีมา ปริญญาโทการศึกษามหาบัณฑิต วิชาเอกธุรกิจศึกษา จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร 6. สาขาวิชาการที่มีความช านาญพิเศษ (แตกต่างจากวุฒิการศึกษา) ระบุสาขาวิชา การพัฒนาชุมชน การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต 7. ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานวิจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ (โดยระบุ สถานภาพในการท าการวิจัยว่าเป็นผู้อ านวยการแผนงานวิจัย หัวหน้าโครงการวิจัย หรือ ผู้ร่วมวิจัยในแต่ละข้อเสนอการวิจัย) 7.1 หัวหน้าโครงการวิจัย : การจัดการความรู้เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรพร้อมบริโภค กรณีศึกษา บ้านผาสุก อ าเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ผู้ร่วมวิจัย คนที่ 1 1. ชื่อ - นามสกุล (ภาษาไทย) นางสาววัชราภรณ์ ชนะเคน ชื่อ - นามสกุล (ภาษาอังกฤษ) Miss Watcharaporn Chanaken 2. เลขหมายบัตรประจ าตัวประชาชน 3480500343226 3. ต าแหน่งปัจจุบัน ครู 4. หน่วยงานและสถานที่อยู่ที่ติดต่อได้สะดวก วิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร ม. 10 บ้านบุ่งอุทัย ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร โทร. 0960949554 อีเมล์ [email protected] 5. ประวัติการศึกษาต้องระบุสถาบันการศึกษา สาขาวิชาและปีที่จบการศึกษา พ.ศ. 2545 ปริญญาตรี วท.บ. เทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต พ.ศ. 2550 ปริญญาโท วท.ม. เกษตรศาสตร์ (พืชสวน) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ใบประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย สาขา เภสัชกรรมไทย ใบประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย สาขา นวดไทย ใบประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย สาขา ผดุงครรภ์ 6. สาขาวิชาการที่มีความช านาญพิเศษ (แตกต่างจากวุฒิการศึกษา) ระบุสาขาวิชา


224 การเกษตร (พืชสวน) พฤกษศาสตร์ และการแพทย์แผนไทย 7. ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานวิจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ (โดยระบุ สถานภาพในการท าการวิจัยว่าเป็นผู้อ านวยการแผนงานวิจัย หัวหน้าโครงการวิจัย หรือ ผู้ร่วมวิจัยในแต่ละข้อเสนอการวิจัย) 7.1 หัวหน้าโครงการวิจัย : การจัดการความรู้การใช้สมุนไพรเพื่อการดูแลรักษาสุขภาพ เบื้องต้น กรณีศึกษาชุมชนบ้านบุ่ง ต.ภูวง อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร 7.2 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องและท าเสร็จแล้ว : การฟื้นฟูภูมิปัญญาการใช้สมุนไพรเพื่อการดูแล สุขภาพเบื้องต้นของชุมชนต าบลวังหิน อ าเภอเมืองตาก จังหวัดตาก ระยะที่ 1 ผู้ร่วมวิจัย คนที่ 2 1. ชื่อ - นามสกุล (ภาษาไทย) นางณัฐริกา ป้อมหิน ชื่อ - นามสกุล (ภาษาอังกฤษ) Mrs. Nattariaka Phomhin 2. เลขหมายบัตรประจ าตัวประชาชน 1101500585189 3. ต าแหน่งปัจจุบัน นักวิชาการวัดและประเมินผล 4. หน่วยงานและสถานที่อยู่ที่ติดต่อได้สะดวก วิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร ม. 10 บ้านบุ่งอุทัย ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร โทร. 0914532461 อีเมล์ [email protected] 5. ประวัติการศึกษาต้องระบุสถาบันการศึกษา สาขาวิชาและปีที่จบการศึกษา ปี พ.ศ. 2557 ปริญญาตรี วท.บ. คณิตศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม 6. สาขาวิชาการที่มีความช านาญพิเศษ (แตกต่างจากวุฒิการศึกษา) ระบุสาขาวิชาการ -สถิติวิจัย ด้านการส ารวจข้อมูล/ การวัดผลประเมินผลด้านการศึกษา


225 สรุปโครงการวิจัย โครงการวิจัย การพัฒนาคุณภาพชวีติกลุ่มผูสู้งอายุโดยการส่งเสริมเศรษฐกจิบนฐาน ทรัพยากรพืชผัก สมุนไพรพื้นบา้น ต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร หัวหน้าโครงการ (ภาษาไทย) นางสาวพิริยาพร สุวรรณไตรย์ (ภาษาอังกฤษ) Miss Piriyaporn Suwannatrai. วทิยาลยัชมุชนมกุดาหาร ม. 10 บา้นบงุ่อทุยัต.นาสนีวน อ.เมอืงมกุดาหาร จ.มุกดาหาร โทร. 0874090104 อีเมล์ [email protected] ร่วมวิจัย คนที่ 1 (ภาษาไทย) นางสาววัชราภรณ์ ชนะเคน (ภาษาอังกฤษ) Miss Watcharaporn Chanaken วทิยาลยัชมุชนมกุดาหาร ม. 10 บา้นบงุ่อทุยัต.นาสนีวน อ.เมอืงมกุดาหาร จ.มุกดาหาร โทร. 0960949554 อีเมล์ [email protected] ผู้ร่วมวิจัย คนที่ 2 (ภาษาไทย) นางณัฐริกา ป้อมหิน (ภาษาอังกฤษ) Mrs. Nattariaka Phomhin วทิยาลยัชมุชนมกุดาหาร ม. 10 บา้นบงุ่อทุยัต.นาสนีวน อ.เมอืงมกุดาหาร จ.มุกดาหาร โทร. 0914532461 อีเมล์ [email protected] ค าส าคญั (Key words) คณุภาพชวีติผูส้งูอายุพชืผัก สมนุไพร การวิจัย เรื่อง การพัฒนาคุณภาพชวีติกลุ่มผูสู้งอายุโดยการส่งเสริมเศรษฐกจิบนฐาน ทรัพยากร พืชผัก สมุนไพรพื้นบา้น ต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสรอ้ย จังหวัดมุกดาหาร ผลการวิจัยพบว่าหลังเข ้า ร่วมโครงการวจิ ัยกลมุ่เป้าหมายมรีายไดจ้ากการใชป้ระโยชน์จากพชืผักสมุนไพรเพมิ่ขนึ้จากการจ าหน่ายวัตถุดบิ และสนิคา้แปรูปทุกคน และ เกดิความตระหนักและมีการน าพืชผักสมุนไพรพื้นบา้นไปใชใ้นการดูแลสุขภาพ อย่างเหมาะสมมากขึ้น


226 สรุปโครงกำรวิจัย ชื่อโครงกำรวิจัย (ภำษำไทย) การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มผู้สูงอายุโดยการส่งเสริมเศรษฐกิจ บนฐานทรัพยากรพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้าน ต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ชื่อโครงกำรวิจัย (ภำษำอังกฤษ) Improving the quality of life of the elderly by promoting an economy based on vegetable resources Local herbs, Chokchai Subdistrict, Nikhom Kham Soi District Mukdahan Province ชื่อผู้วิจัย/คณะผู้วิจัย หัวหน้าโครงการ นางสาวพิริยาพร สุวรรรไตรย์ ครูช านาญการ สังกัดวิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร หมายเลขโทรศัพท์โทร. 0-8740-9010-4 E-mail [email protected] ผู้ร่วมวิจัยคนที่ 1 นางสาววัชราภรณ์ ชนะเคน ครู คศ.1 สังกัดวิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร หมายเลข โทรศัพท์โทร. 0-9609-4955-4 อีเมล์ [email protected] ผู้ร่วมวิจัยคนที่ 2 นางสาวณัฐริกา ป้อมหิน นักวิชาการ สังกัดวิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร หมายเลข โทรศัพท์โทร. 0-9145-3246-1 อีเมล์ [email protected] สรุปโครงกำรวิจัย ควำมส ำคัญและที่มำของปัญหำกำรวิจัย สถานการณ์ของผู้สูงอายุของต าบลโชคในปัจจุบัน ผู้สูงอายุต้องรับภาระพึ่งพิงของบุตรหลานที่ได้รับ ผลกระทบการระบาดของโรค ท าให้เกิดภาวการณ์ว่างงานไม่สามารถส่งเงินให้กับผู้สูงอายุและต้องกลับ ภูมิล าเนาเพื่อลดค่าใช้จ่าย ท าให้กลุ่มผู้สูงอายุมีความต้องการมีสร้างรายได้จากทรัพยากรพืชผัก สมุนไพรที่มีใน ชุมชนที่จะสร้างกันชนทางด้านการเงินให้กับผู้สูงอายุ ทั้งยังช่วยในการดูแลสุขภาพเบื้องต้นมากขึ้นเพื่อลด ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปพบแพทย์ จากสถานการณ์ที่เป็นปัจจัยฉุดรั้ง ประกอบกับความพยายามของ ผู้สูงอายุที่แสวงหาทางเลือกในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่จะสร้างรายได้และมีเงินออมส าหรับใช้เป็นกันชนทาง การเงินของครัวเรือน ให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในปัจจุบันและเพียงพอส าหรับอนาคตมากกว่า 3 เดือนเป็นอย่าง น้อย ดังนั้น ชมรมผู้สูงอายุ จึงมีความคิดริเริ่มที่จะต่อยอดการพัฒนาคุณภาพชีวิตจากต้นทุนเดิมที่มีในเรื่อง พืชผัก สมุนไพร และได้ก าหนดเป้าหมายการพัฒนา 3 ปีข้างหน้าที่จะเป็นพื้นที่การเรียนรู้การพัฒนาคุณภาพ ชีวิตผู้สูงอายุของอ าเภอนิคมค าสร้อย ในปีที่ 1 เป็นการวิจัยหาความรู้จากการปฏิบัติการ การเพิ่มการใช้ ประโยชน์จากสมุนไพรซึ่งเป็นทรัพยากรท้องถิ่นในเชิงเศรษฐกิจในการสร้างมูลค่าตั้งแต่การผลิต การแปรรูป ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรส าคัญ ได้แก่ ลูกประคบสมุนไพร ยาหม่องสมุนไพร และน้ ามันเหลืองสมุนไพร สู่การ ทดลองจ าหน่ายในตลาดชุมชน ตลาดนอกชุมชน และตลาดออนไลน์ โดยทางองค์การบริหารส่วนต าบลโชคชัย มีความพร้อมที่จะสนับสนุนและเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุเข้าถึงการใช้ทรัพยากรภาครัฐในระดับท้องถิ่นโดยการ จัดสรรพื้นที่จ านวน 8 ไร่ ให้กับผู้สูงอายุได้ใช้ประโยชน์ ซึ่งผู้สูงอายุและองค์การบริหารส่วนต าบลโชคชัย ยัง ขาดความรู้ในทางวิชาการด้านการวางแผนการจัดการพื้นที่การผลิต การบริหารจัดการรายรับรายจ่ายใน ครัวเรือน การเพิ่มการใช้ประโยชน์จากสมุนไพรในท้องถิ่นโดยการเพิ่มคุณค่าและพัฒนาให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มี มาตรฐานและมีคุณภาพ สามารถเพิ่มช่องทางการสร้างอาชีพที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพรอย่างหลากหลาย เกิดเป็น รายได้เพิ่มขึ้นให้กับผู้สูงอายุ โดยการด าเนินโครงการวิจัยการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โดยการส่งเสริม เศรษฐกิจบนฐานทรัพยากรพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้าน


227 วัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาสภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของผู้สูงอายุของต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร 2. เพื่อศึกษาและพัฒนาและพัฒนาศักยภาพการผลิต การแปรรูป การตลาด ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร 3. เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โดยการส่งเสริมส่งเศรษฐกิจบนฐานทรัพยากรพืชผัก สมุนไพร พื้นบ้าน ต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ระเบียบวิธีวิจัย การศึกษาวิจัย เรื่อง การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ ่มผู้สูงอายุโดยการส ่งเสริมเศรษฐกิจบนฐาน ทรัพย ากรพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้าน ต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าส ร้อย จังหวัดมุกดาหา ร มี กลุ่มเป้าหมายในการวิจัย คือ สมาชิกชมรมผู้สูงอายุต าบลโชคชัย จ านวน 50 คน มีวิธีการด าเนินงานโดยใช้ เครื่องมือการสัมภาษณ์เชิงลึก การสังเกตแบบมีส่วนร่วมและไม่มีส่วนร่วม การจัดเสวนากลุ่ม การอบรมเชิง ปฏิบัติการ และการจัดเวทีชุมชน เพื่อเก็บข้อมูลมาวิเคราะห์สภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของผู้สูงอายุของ ต าบลโชคชัย และการพัฒนาศึกษาสภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของผู้สูงอายุของต าบลโชคชัย ผลกำรวิจัย การศึกษาวิจัย เรื่อง การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มผู้สูงอายุโดยการส ่งเสริมเศรษฐกิจบนฐาน ทรัพยากรพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้าน ต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร กลุ่มเป้าหมาย คือ สมาชิกชมรมผู้สูงอายุต าบลโชคชัย จ านวน 50 คน โดยมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสภาพทางเศรษฐกิจและ สังคมของผู้สูงอายุของต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร 2) เพื่อศึกษาและพัฒนา ศักยภาพการผลิต การแปรรูป การตลาด ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร และ 3) เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โดยการส่งเสริมส่งเศรษฐกิจบนฐานทรัพยากรพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้าน ต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค า สร้อย จังหวัดมุกดาหาร มีผลการวิจัย 3 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 เพื่อสภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของผู้สูงอายุของต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร การศึกษาสภาพเศรษฐกิจของลุ่มผู้สูงอายุ ต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร จ านวน 50 คน โดยมีการแบ่งกลุ่มตามเส้นความยากจนเป็น 4 กลุ่ม พบว่า กลุ่มที่ 1 คือ ผู้มีรายได้ต่ ากว่าเส้นความอยากจน มีจ านวน 18 คน มีรายได้หลักมาจากรายได้ที่ไม่ นับเป็นตัวเงิน รองลงมาคือ รายได้จากสวัสดิการ หรือเงินช่วยเหลือ กลุ่มที่ 2 ผู้มีรายได้สูงกว่าความยากจน แต่ต่ ากว่า 40 % จ านวน13 คน มีรายได้หลักจากค่าแรง รองลงมาคือ รายได้ที่ไม่นับเป็นตัวเงิน และ รายได้จากสวัสดิการ หรือเงินช่วยเหลือ กลุ่มที่ 3 มีรายได้สูงกว่า 40 % แต่ต่ ากว่าเส้นมัธยฐาน จ านวน 4 คน มีรายได้หลักจากค่าแรง รองลงมาคือ รายได้จากสวัสดิการ หรือเงินช่วยเหลือ และ มีก าไรจากการประกอบธุรกิจ กลุ่มที่ 4 มีรายได้สูงกว่าเส้นมัธยฐาน จ านวน 15 คน มีรายได้หลักจากค่าแรง ทั้งนี้ยังพบว่า มีก าไร จากการเกษตร และจากการเงิน เมื่อเปรียบเทียบสภาพเศรษฐกิจจากข้อมูลทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านรายได้ ด้านทรัพย์สินและการออม ด้านรายจ่ายในครัวเรือน และด้านหนี้สิน พบว่า เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบรายได้ รายจ่าย หนี้สิน ทรัพย์สิน การออม ของกลุ่มเป้าหมาย พบว่า กลุ่มเป้าหมายทั้ง 4 กลุ่มมีรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ซึ่งสอดคล้อง


228 การศึกษาสภาพสังคมของกลุ่มผู้สูงอายุ ต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ที่ กลุ่มเป้าหมายอยู่ในความครอบครอง เพื่อรวบรวมแหล่งวัตถุดิบ กระบวนการจัดการทรัพยากรพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้าน และการใช้ประโยชน์ทั้งด้านการบริโภคเป็นอาหาร ยา และจ าหน่ายสร้างรายได้ ของ สมาชิกชมรมผู้สูงอายุของต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร จ านวน 50 คน ใน การศึกษาสภาพสังคมของผู้สูงอายุของต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ผลการศึกษา พบว่า ต าบลโชคชัยก่อตั้งในปี พ.ศ.2518 มีการแบ่งเขตการปกครองเป็น 9 หมู่บ้าน จ านน 1,143 ครัวเรือน มีความหลากหลายเชื้อสาย อาชีพหลักที่สร้างรายได้เป็นการ ท านาปี ปลูกยางพารา ปลูกอ้อย และมัน ส าปะหลัง ตามล าดับ ส่วนพืชผัก ที่ปลูกจะใช้ในครัวเรือนมากกว่าจะจ าหน่ายเนื่องจากปลูกปริมาณน้อย ได้แก่ ต้นหอม ผักชี ข้าวโพด แตงโม เห็ดขอนขาว ผักกาดเขียว แตงไทย ถั่วลิสง และชนิดสมุนไพร ผลการส ารวจสถานการณ์การณ์เกี่ยวกับพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้านจากแหล่งทรัพยากรและการใช้ ประโยชน์พืชผัก สมุนไพร ของชุมชนต าบลโชคชัย จากแหล่งทรัพยากร 3 แหล่ง คือ ปลูกในครัวเรือน วน อุทยานดงบังอี่ และในป่าชุมชน พบว่า มีเฉพาะแหล่งที่มาจากครัวเรือนที่มีการน ามาใช้ประโยชน์ พืชปลูก ในกลุ่มพืชผัก ชุมชนนิยมน ามาใช้ในการประกอบอาหาร ในส่วนของพืชสมุนไพร ชุมชนมีการน ามาใช้ ประโยชน์น้อย นื่องจากส่วนใหญ่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับสรรพคุณและวิธีการน าไปใช้ ส าหรับกลุ่มคนที่รู้จักใช้ สมุนไพรจะมีการน าสมุนไพรมาใช้ประโยชน์เพื่อการรักษาสุขภาพ ในแหล่งที่เป็นป่าชุมชน และวนอุทยาน นั้นมีข้อห้ามในการเก็บพืชพันธุ์มาใช้ประโยชน์เพื่อเป็นการอนุรักษ์และเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน ตอนที่ 2 เพื่อศึกษาและพัฒนาศักยภาพการผลิต การแปรรูป การตลาด ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร . ผลการวิจัยพบว่า 1) การคัดเลือกสมุนไพรในชุมชนเพื่อใช้ในการปลูกเพื่อเป็นวัตถุดิบในการแปรรูป ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร มีจ านวน 7 ชนิด ได้แก่ ขิง ข่า มะแหน่ง ขมิ้น ไพล ตระไคร้หอม และ ขมิ้นชัน รวมทั้งยังจัดให้มีการท าแปลงสาธิต จ านวน 1 ไร่ เพื่อให้ความรู้ในการปลูกสมุนไพรที่สามารถน ามาแปรรูป เพื่อสร้างรายได้ให้กับสมาชิกชมรมผู้สูงอายุต าบลโชคชัย 2) ด าเนินการการแปรรูปผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อ ทดสอบผลการใช้งาน จ านวน 3 ผลิตภัณฑ์ คือ ลูกประคบสมุนไพร น้ ามันเหลืองสมุนไพร และ ยาหม่อง สมุนไพร ซึ่งผลการทดสอบแพ้หลังการใช้ผลิตภัณฑ์ ทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์ คือ ไม่พบอาการแพ้ในกลุ่มทดสอบ 3) การวางแผนการตลาดและสร้างตราผลิตภัณฑ์ ท าให้เกิดตราสินค้าภายใต้ชื่อ สมุนไพรโชคชัย ที่มาของตรา สินค้าเน้นการใช้โทนสีเขียวที่สะท้อนความเป็นธรรมชาติในชุมชน ส่วนประกอบมี รูปภูเขาที่แสดงถึงความ อุดมสมบูรณ์ของพืชผัก สมุนไพรในต าบลโชคชัย มีรูปพระอาทิตย์ที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรือง และรูป กังหันลม เนื่องจากในต าบลโชคชัยอยู่ในภูมิประเทศที่ใกล้กับกังหันลมเพื่อผลิตไฟฟ้า Landmark แห่งใหม่ ของอ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร 4) การแปรรูปผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อจ าหน่ายสร้างรายได้ จ านวน 3 ผลิตภัณฑ์ คือ ลูกประคบสมุนไพร น้ ามันเหลืองสมุนไพร และ ยาหม่องสมุนไพร 5) การทดสอบ แพ้หลังการใช้ผลิตภัณฑ์ ทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์ คือ ไม่พบอาการแพ้ในกลุ่มทดสอบ และมีการทดสอบตลาดใน 3 รูปแบบ คือ จ าหน่ายในชุมชนใช้พื้นที่ตลาดชุมชนของต าบลโชคชัย จ าหน่ายนอกพื้นที่ปฏิบัติการ และ ช่องทางออนไลน์ ผลการทดสอบตลาดพบว่า ช่องทางในการจ าหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรทั้ง 3 ชนิด ที่มี ยอดขายมากที่สุด คือ จ าหน่ายในชุมชนใช้พื้นที่ตลาดชุมชนของต าบลโชคชัย รองลงมา คือ จ าหน่ายนอก พื้นที่ปฏิบัติการ (สถานพยาบาลด้านแพทย์แผนไทย และสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร) และ ช่องทาง ออนไลน์ (Facebook, line) ตามล าดับ ตอนที่ 3 เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โดยการส่งเสริมส่งเศรษฐกิจบนฐานทรัพยากรพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้าน ต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร พบว่า จาการศึกษาสภาพทาง เศรษฐกิจและสังคมของผู้สูงอายุของต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร และ ศึกษาและ


229 พัฒนาศักยภาพการผลิต การแปรรูป การตลาด ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร ท าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดของ กลุ่มเป้าหมาย ได้ท าการวิเคราะห์แหล่งที่มาของรายได้ของกลุ่มเป้าหมาย 4 กลุ่ม พบว่า กลุ่มที่ 1 ผู้มี รายได้ต่ ากว่าเส้นความอยากจน มีรายได้เพิ่มขึ้นหลังเข้าร่วมโครงการ และมีผู้ที่พ้นเส้นความยากจน จ านวน 3 คน กลุ่มที่ 2 ผู้มีรายได้สูงกว่าความยากจน แต่ต่ ากว่า 40 % กลุ่มที่ 3 มีรายได้สูงกว่า 40 % แต่ ต่ ากว่าเส้นมัธยฐาน และ กลุ่มที่ 4 มีรายได้สูงกว่าเส้นมัธยฐาน พบว่า พบว่ามีรายได้เพิ่มขึ้นหลังเข้าร่วม โครงการและยังอยู่ในกลุ่มเดิม และเมื่อเปรียบเทียบการใช้ประโยชน์จากสมุนไพรของสมาชิกชมรมผู้สูงอายุ ต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ก่อนและหลังการเข้าร่วมโครงการ พบว่า กลุ่มสมาชิก ชมรมผู้สูงอายุมีการใช้ประโยชน์จากพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้านก่อนเข้าร่วมโครงการหลังเข้าร่วมโครงการ เพิ่มขึ้น จากชนิดสมุนไพร จ านวน 16 ชนิด คือ กลุ่มที่ 1 ผู้มีรายได้ต่ ากว่าเส้นความอยากจน กลุ่มที่ 2 ผู้มี รายได้สูงกว่าความยากจน แต่ต่ ากว่า 40 % กลุ่มที่ 3 มีรายได้สูงกว่า 40 % แต่ต่ ากว่าเส้นมัธยฐาน และ กลุ่มที่ 4 มีรายได้สูงกว่าเส้นมัธยฐาน พบว่า ผู้มีรายได้ต่ ากว่าเส้นความอยากจน หลังเข้าร่วมโครงการมีการ ใช้ประโยชน์จากพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้านทุกคน ข้อเสนอแนะที่ได้จำกกำรวิจัย ข้อเสนอแนะเชิงนโยบำย 1. ภาครัฐหรือองค์กรเครือข่ายประชาชนด้านสุขภาพความมีการส่งเสริมการใช้สมุนไพร โดย มุ่งเน้นในด้านความปลอดภัย การใช้ที่ถูกต้อง เพื่อทดแทนการใช้ยาแผนปัจจุบันให้มากขึ้น เพื่อให้สามารถ ดูแลสุขภาพเบื้องต้นได้ 2. ภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ควรเน้นส่งเสริมการใช้สมุนไพรในการดูแลสุขภาพของ ตนเองในลักษณะการใช้สมุนไพรในชีวิตประจ าวัน โดยการปลูกในครัวเรือเพื่อบริโภคเป็นอาหารและยา เพื่อสร้างกันชนด้านสุขภาพ 3. รัฐควรส่งเสริมและให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานเกี่ยวกับสมุนไพร ทั้งการปลูก การใช้ และการ แปรรูป เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ ข้อเสนอแนะในกำรศึกษำครั้งต่อไป ในการศึกษาครั้งต่อไปควรน ารูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ ่มผู้สูงอายุโดยการส ่งเสริม เศรษฐกิจบนฐานทรัพยากรพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้าน ในผู้สูงอายุในพื้นที่ต่างๆ และสามารถประยุกต์ใช้ได้ ตามความเหมาะสมเนื่องจากในแต่ละพื้นที่มีปัจจัยแวดล้อมหรือบริบทที่แตกต่างกัน ทั้งทรัพยากร วิถีชีวิต และสภาพเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้นแต่ละชุมชนสามารถประยุกต์ใช้รูปแบบที่มีความเหมาะสมกับบริบท ของตนเองได้


230 แบบฟอร์มประเมินผลกำรวิจัยในกำรน ำไปใช้ประโยชน์อย่ำงเป็นรูปธรรมที่ได้รับกำรจัดสรรงบประมำณ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป ชื่อโครงกำรวิจัย (ภำษำไทย) การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มผู้สูงอายุโดยการส่งเสริมเศรษฐกิจบนฐาน ทรัพยากรพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้าน ต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ชื่อโครงกำรวิจัย (ภำษำอังกฤษ) Improving the quality of life of the elderly by promoting an economy based on vegetable resources Local herbs, Chokchai Subdistrict, Nikhom Kham Soi District Mukdahan Province ชื่อผู้วิจัย/คณะผู้วิจัย หัวหน้าโครงการ นางสาวพิริยาพร สุวรรรไตรย์ ครูช านาญการ สังกัดวิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร หมายเลขโทรศัพท์โทร. 0-8740-9010-4 E-mail [email protected] ผู้ร่วมวิจัยคนที่ 1 นางสาววัชราภรณ์ ชนะเคน ครู คศ.1 สังกัดวิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร หมายเลขโทรศัพท์โทร. 0-9609-4955-4 อีเมล์ [email protected] ผู้ร่วมวิจัยคนที่ 2 นางสาวณัฐริกา ป้อมหิน นักวิชาการ สังกัดวิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร หมายเลขโทรศัพท์โทร. 0-9145-3246-1 อีเมล์ [email protected] ได้รับทุนอุดหนุนกำรวิจัยประจ ำปี 2563 จ ำนวน 330,300 บำท ระยะเวลำท ำกำรวิจัย 10 เดือน ระหว่ำงเดือนพฤศจิกำยน พ.ศ. 2563 - สิงหำคม พ.ศ. 2564 เป้ำหมำยด ำเนินกำร 1. เพื่อศึกษาสภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของผู้สูงอายุของต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร 2. เพื่อศึกษาและพัฒนาศักยภาพการผลิต การแปรรูป การตลาด ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร 3. เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โดยการส่งเสริมส่งเศรษฐกิจบนฐานทรัพยากรพืชผัก สมุนไพร พื้นบ้าน ต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร พื้นที่กำรใช้ประโยชน์ ต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ส่วนที่ 2 ผลกำรวิจัยและกำรน ำไปใช้ประโยชน์อย่ำงเป็นรูปธรรม 2.1 กำรน ำไปใช้ประโยชน์อย่ำงเป็นรูปธรรม (สามารถตอบได้มากกว่า 1 มิติ) มิตินโยบำย หมายถึง การมีเอกสารแสดงความสนใจ ความต้องการ หรือการน าข้อมูลและแนว ทางแก้ไขซึ่งได้จากผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมมาใช้ประกอบการแก้ไขปัญหาส าคัญและปัญหา เร่งด่วนของประเทศในองค์กร หรือหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน - ปัญหาส าคัญ/ปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ............................. - ชื่อองค์กร หรือหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่น างานวิจัยไปใช้ประโยชน์


231 - ช่วงเวลาที่น างานวิจัยไปใช้ประโยชน์ (วัน/เดือน/ปี) คือ................................................. - ลักษณะการน างานวิจัยไปใช้ประโยชน์ (โปรดให้ค าอธิบาย พร้อมแนบเอกสาร/ภาพประกอบ) - การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นต่อองค์กร หรือหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน (โปรดให้ค าอธิบาย พร้อมแนบเอกสาร/ภาพประกอบ) มิติวิชำกำร หมายถึง การมีเอกสารแสดงถึงการอ้างอิง (Citations) บทความวิจัย ที่ได้รับการตีพิมพ์ ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ ซึ่งมี Peer-review (โปรดแนบเอกสาร/หลักฐานอ้างอิง) มิติเชิงสังคม/ชุมชน หมายถึง การมีเอกสารแสดงความสนใจ หรือความต้องการเข้ารับการถ่ายทอด ความรู้ของชุมชน ท้องถิ่น หรือองค์กร (ไม่ใช่หน่วยงานต้นสังกัดของนักวิจัย/หน่วยงานให้ทุน) ที่แสดงให้ เห็นถึงการน างานวิจัยไปใช้ประโยชน์ และรูปแบบการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นต่อชุมชน ท้องถิ่น องค์กร - ชื่อองค์กร หรือหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่น างานวิจัยไปใช้ระโยชน์ วิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร อ าเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร องค์การบริหารส่วนต าบลโชคชัย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ชมรมผู้สูงอายุต าบลนิคมค าสร้อย อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหาร - ช่วงเวลาที่น างานวิจัยไปใช้ประโยชน์ (วัน/เดือน/ปี) คือ 5 กรกฎาคม 2564 - ลักษณะการน างานวิจัยไปใช้ประโยชน์ (โปรดให้ค าอธิบาย พร้อมแนบเอกสาร/ภาพประกอบ) - การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นต่อองค์กร หรือหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน (โปรดให้ค าอธิบาย พร้อมแนบเอกสาร/ภาพประกอบ) การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับสมาชิกชมรมผู้สูงอายุต าบลโชคชัยจากการใช้ประโยชน์จากการวิจัย คือ เกิดความตระหนักและหวงแหนในทรัพยากรพืชผัก สมุนไพรพื้นบ้าน ท าให้มีการอนุรักษ์พันธุ์สมุนไพรที่ สามารถน ามาดูแลสุขภาพเบื้องต้น และสามารถน าไปสร้างรายได้ให้กับตนเองมากขึ้นทั้งในรูปการจ าหน่าย วัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์แปรรูป


Click to View FlipBook Version