หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นวดั บางปิ้ง (บรษิ ัทเกลอื ไทยสงเคราะห)์ 196
คำอธิบายรายวชิ า
กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน
กจิ กรรมลูกเสอื สามัญรนุ่ ใหญ่ ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 3
(เครอื่ งหมายลูกเสือชน้ั พเิ ศษ)
คำอธิบาย
เปิดประชุมกองดำเนินตามกระบวนการของลูกเสือและกิจกรรมโดยให้ศึกษาวิเคราะห์ วางแผน
ปฏิบตั กิ ิจกรรมตามฐาน โดยเน้นระบบหมูส่ รุปผลการปฏิบตั ิกิจกรรม ปดิ ประชมุ กองในเรอ่ื งหน้าทพ่ี ลเมอื ง สิง่ แวดล้อม
การเดินทางสำรวจ การแสดงออกทางศลิ ปะ สมรรถภาพทางกาย อดุ มคติ กิจกรรมท่ีสนใจเป็นพเิ ศษ บริการ
หมายเหตุ เมื่อผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้แล้ว และผ่านการทดสอบ จะได้รับเครื่องหมาย
ลูกเสือหลวง และเวลาที่เหลือสามารถทดสอบเครื่องหมายวิชาพิเศษที่เกี่ยวข้องได้ตามความถนัดของผู้เรียน และเม่ือ
สอบผา่ นแล้วกจ็ ะประดับเครอ่ื งหมายวิชาพิเศษน้ัน ๆ
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นวดั บางปิ้ง (บริษัทเกลอื ไทยสงเคราะห)์ 197
คำอธบิ ายรายวชิ ากิจกรรมชุมนุม
กจิ กรรมชุมนมุ คำอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น
ชมุ นุมภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 1-6 เวลา 40 ชั่วโมง
ประเทศไทยมีภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติ อนั เปน็ เอกลักษณท์ สี่ ำคัญอยา่ งหนึ่งของชาติ สมควรจะไดร้ ับ
การทำนุบำรงุ สง่ เสริม และอนรุ ักษไ์ ว้ใหย้ ่งั ยนื ตลอดไป
ท้ังนีใ้ นยคุ ปจั จบุ ันวชิ าการและเทคโนโลยีต่าง ๆ ไดก้ า้ วหนา้ ไปอยา่ งรวดเร็วเกิดเทคนคิ ใหม่ ๆ ในการ
ติดต่อสอ่ื สาร ท่ีมุ่งเน้นความสะดวกรวดเรว็ สง่ ผลใหภ้ าษาไทยซง่ึ เป็นสื่อกลางสำคัญในการตดิ ตอ่ และผกู พันต่อการ
ดำรงชวี ติ ประจำวันของคนไทยได้รับผลกระทบ ทัง้ ภาษาพดู และภาษาเขยี น ทำให้ภาษาไทยเกิดการเปลยี่ นแปลงไป
จากเดมิ อย่างนา่ วติ กเปน็ อย่างย่ิง สภาพการณ์เชน่ นี้หากไมเ่ รง่ รบี หาทางแก้ไขและป้องกนั เสียแต่เนนิ่ ๆ การใช้
ภาษาไทยของเรากจ็ ะยงิ่ เส่ือมลง จะสง่ ผลเสยี หายต่อเอกลกั ษณแ์ ละคณุ คา่ ของภาษาไทยเปน็ ทวคี ณู อา่ นและเขา้ ใจ
ความหมายของคำ ประโยค ข้อความและจดั ทำแบบฝกึ เป็นรปู เลม่ จดั ทำพจนานุกรมฉบบั จว๋ิ ศกึ ษา คน้ ควา้ เกยี่ วกับ
ขา่ ว บทความจากสิ่งตพี มิ พป์ ระเภทต่าง ๆ และประดษิ ฐท์ ่ีคนั่ หนังสือประเภทต่าง ๆ
เพ่อื ใหส้ มาชิกมีความคดิ รเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์ รจู้ กั คน้ คว้า และแกป้ ญั หาในการทำงานอยา่ งมีระบบ เพ่อื ให้
สมาชกิ เปน็ ผู้มีระเบยี บวินัยเพ่อื ให้สมาชกิ มีความเข้าใจและเลื่อมใสการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มี
พระมหากษตั ริย์เป็นประมขุ เพ่อื ให้สมาชิกมคี วามรับผิดชอบตอ่ การปฏบิ ัติหน้าท่ีและสิทธิภายในขอบเขตของกฎหมาย
เพื่อใหส้ มาชิกมีความสงบซาบซง้ึ ในคุณค่า ดำรงไว้และสง่ เสรมิ เอกลกั ษณว์ ฒั นธรรมอนั ดีงามของชาตไิ ทยเพอ่ื ให้
สมาชิกเกดิ ความรักและสามัคคใี นหมู่คณะเพื่อใหส้ มาชกิ ไดร้ บั การสง่ เสริมการพฒั นาทางรา่ งกาย จติ ใจ และรจู้ กั ใช้
เวลาว่างให้เปน็ ประโยชนเ์ พื่อใหส้ มาชิกรจู้ กั บำเพ็ญประโยชนต์ ่อสงั คม และสรา้ งเสรมิ ความมน่ั คงของชาติเพอื่ ให้
สมาชิกมีคุณธรรมและจรยิ ธรรม เพอื่ ให้สมาชกิ พฒั นาตนเองตามวตั ถุประสงค์ของการจดั การศกึ ษา สามารถนำความรู้
ไปใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกตใ์ ช้กบั ชวี ติ ประจำวันไดอ้ ยา่ ง
ถูกต้องเหมาะสม
ผลการเรยี นรู้
1. ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตามความสนใจ ความถนัดและความต้องการของตน
2. อ่านออกเสยี งบทร้อยแกว้ รอ้ ยกรองได้อย่างถูกต้องตามอกั ขระวิธี
3. เขียน ไดถ้ กู ตอ้ งตามหลกั ภาษาไทย
4. ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ กิดประโยชนต์ ่อตนเองและสว่ นรวม
5. นกั เรียนมคี วามตระหนกั และเห็นคณุ ค่าของภาษาไทย ในฐานะภาษาประจำชาติ
6. นักเรยี นสามารถเป็นตวั แทนเข้ารว่ มแข่งขันกจิ กรรมทางคณติ ศาสตร์
รวม 5 ผลการเรียนรู้
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรียนวดั บางปิ้ง (บรษิ ัทเกลอื ไทยสงเคราะห)์ 198
กิจกรรมชมุ นุม คำอธบิ ายรายวิชากิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน
ชมุ นมุ คณิตศาสตร์ ระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 1-6 เวลา 40 ชว่ั โมง
คณิตศาสตร์เป็นวชิ าทีม่ ีความเก่ียวข้องกับสิง่ ที่อยู่รอบตัวและชีวิตของเรา คณิตศาสตร์สามารถอธิบายสิ่งต่าง
ๆ นานาทอ่ี ยรู่ อบตวั เราได้ ถึงแมว้ ่าคนส่วนใหญ่จะมองคณิตศาสตรน์ ้ัน ยาก ซับซอ้ น นา่ เวียนหัว ทำให้เกิดความเครยี ด
และความวิตกกงั วลในการเรยี น
ชมุ นุมนีจ้ ึงจัดขึน้ มาเพือ่ ใหน้ ักเรยี นในชมุ นมุ ได้มองเห็นมุมมองอีกด้านหน่ึงของคณติ ศาสตร์ โดยการ
รวบรวมด้านสนุกสนานของคณิตศาสตร์ ตลอดจนเกร็ดน่ารตู้ า่ ง ๆ มากมาย รวมถงึ เกรด็ แปลกๆ เกีย่ วกบั ตวั เลขท่ี
อาจจะทำใหน้ ักเรียนเกิดหลงรักตัวเลขขนึ้ มาก็ได้ และนำความรู้ไปใชใ้ ห้เกิดประโยชน์โดยในหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี งไปประยกุ ต์ในกบั ชีวติ ประจำวันได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม
ผลการเรยี นรู้
1. เพ่ือให้นักเรียนมองเห็นความสำคญั ของคณติ ศาสตรใ์ นชวี ติ ประจำวัน
2. เพื่อให้นักเรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจ มีความสขุ และความสนุกสนานในการเข้ารว่ ม กจิ กรรม ในวชิ า
คณิตศาสตร์
3. เพื่อให้นกั เรียนไดป้ ฏิบตั กิ ิจกรรมตามท่ีตนเองถนัดและสนใจ
4. เพื่อส่งเสริมนักเรียนให้มที ัศนคติทดี่ ตี ่อวิชาคณติ ศาสตร์
5. เพือ่ ให้นกั เรียนสามารถนำความรูไ้ ปปรับใช้ในชีวติ ประจำวนั ไดเ้ ปน็ และไดใ้ ชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ปน็ ประโยชน์
6. นกั เรียนสามารถเป็นตวั แทนเข้าร่วมแข่งขันกิจกรรมทางคณติ ศาสตร์
รวมทัง้ หมด 6 ผลการเรียนรู้
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนวดั บางปิ้ง (บริษัทเกลอื ไทยสงเคราะห)์ 199
กจิ กรรมชมุ นมุ คำอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน
ชุมนมุ สร้างสรรค์ลายมอื สวย ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 1-6 เวลา 40 ช่วั โมง
รู้จักชือ่ และบอกลักษณะของเส้นต่าง ๆ ซงึ่ มาประกอบเปน็ พยญั ชนะ ตัวเลขและเป็นภาพตา่ ง ๆ ทใี่ ชใ้ น
ชวี ติ ประจำวนั ได้ เพอื่ สง่ เสริมให้เดก็ มพี ัฒนาการทางด้าน รา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คม และสติปญั ญา สามารถนำไปใช้
ในชีวติ ประจำวนั ได้
เพือ่ ใหส้ มาชกิ มคี วามคดิ รเิ ร่ิมสร้างสรรค์ รู้จักคน้ ควา้ และแก้ปัญหาในการทำงานอย่างมรี ะบบ เพ่อื ใหส้ มาชิก
เป็นผมู้ ีระเบยี บวินยั เพอื่ ให้สมาชกิ มีความเขา้ ใจและเล่ือมใสการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ์
เปน็ ประมุขเพือ่ ใหส้ มาชกิ มคี วามรับผดิ ชอบต่อการปฏิบัติหน้าท่แี ละสิทธภิ ายในขอบเขตของกฎหมายเพื่อให้สมาชิกมี
ความสงบซาบซงึ้ ในคุณคา่ ดำรงไว้และสง่ เสรมิ เอกลักษณว์ ัฒนธรรมอนั ดีงามของชาติไทยเพือ่ ใหส้ มาชกิ เกิดความรกั
และสามัคคใี นหม่คู ณะเพ่ือใหส้ มาชกิ ไดร้ ับการสง่ เสรมิ การพัฒนาทางรา่ งกาย จติ ใจ และรจู้ ักใช้เวลาว่างใหเ้ ปน็
ประโยชน์เพอ่ื ให้สมาชกิ รจู้ กั บำเพญ็ ประโยชน์ต่อสงั คม และสรา้ งเสรมิ ความมน่ั คงของชาติเพือ่ ให้สมาชิกมีคุณธรรม
และจรยิ ธรรม เพ่ือใหส้ มาชกิ พฒั นาตนเองตามวัตถปุ ระสงคข์ องการจดั การศึกษา สามารถนำความรไู้ ปใช้ใหเ้ กดิ
ประโยชน์โดยใชห้ ลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งและสามารถนำไปประยกุ ตใ์ ช้กบั ชีวติ ประจำวนั ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
เหมาะสม
ผลการเรยี นรู้
1. ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตามความสนใจ ความถนดั และความตอ้ งการของตน
2. มคี วามรู้ ความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ สังเคราะหใ์ ห้เกดิ ประสบการณ์ ทั้งทางวิชาการและ
วิชาชพี ตามศักยภาพ
3. ใช้เวลาวา่ งใหเ้ กิดประโยชนต์ ่อตนเองและส่วนรวม
4. ม่งุ มั่นในการทำงานและทำงานรว่ มกบั ผู้อนื่ ไดต้ ามวถิ ีประชาธปิ ไตย
5. ประยุกต์ใชห้ ลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
รวม 5 ผลการเรยี นรู้
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรียนวดั บางปิ้ง (บริษทั เกลอื ไทยสงเคราะห)์ 200
กิจกรรมชมุ นมุ คำอธิบายรายวิชากจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน
ชุมนมุ คอมพิวเตอร์ ระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 1-6 เวลา 40 ช่วั โมง
ในปัจจุบัน เทคโนโลยคี อมพิวเตอรไ์ ดพ้ ฒั นาไปอยา่ งรวดเรว็ ในหลากหลายสาขาวิชาโดยเฉพาะอยา่ งย่ิงการ
พฒั นาด้านการสอ่ื สารและด้านข้อมลู ดังนั้นจงึ จำเปน็ อย่างย่งิ ท่ีสถานศกึ ษาให้ความสำคญั ตอ่ การเปลยี่ นแปลงของ
เทคโนโลยีเพอ่ื ใหผ้ ู้เรียนมคี วามรู้ เกดิ ความตระหนักและเท่าทนั เทคโนโลยใี นปจั จบุ นั เพอ่ื สนับสนุนให้ผเู้ รียนมี
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ของผเู้ รียนในยุคศตวรรษที่ 21 ไดแ้ ก่ เป็นนักคิดวิเคราะห์ เป็นนักแก้ปญั หา เปน็ นกั
สร้างสรรค์ เปน็ นกั ประสานความรว่ มมอื รจู้ กั ใช้ขอ้ มูลและขา่ วสาร เป็นผเู้ รียนรู้ดว้ ยตนเอง เปน็ นกั ส่อื สาร และ
ตระหนกั รับรู้สภาวการณข์ องโลกปจั จุบันและอนาคตกิจกรรมชมุ นมุ คอมพวิ เตอร์ จึงเป็นกจิ กรรมกลมุ่ เสรมิ ทักษะด้าน
วชิ าการ ในกลมุ่ สาระการงานอาชพี และเทคโนโลยีเพอ่ื พัฒนานักเรียนให้เต็มศกั ยภาพ เพอ่ื ตอบสนองศักยภาพของ
นักเรยี นได้หลากหลายวชิ าสามารถตอบสนองความต้องการของสังคมสรา้ งองค์ความรู้และเพมิ่ พนู ทักษะคอมพวิ เตอร์
ให้แกน่ ักเรยี นเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ มปี ระสบการณต์ รงกบั สภาพแวดล้อม และเทคโนโลยีใหม่ๆ และนำมาปรับ
ใช้ในชีวติ ประจำวันไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ผลการเรยี นรู้
1. นกั เรียนเกดิ ทักษะในการใช้เทคโนโลยใี นชีวติ ประจำวนั
2. นกั เรยี นมคี วามรทู้ างดา้ นคอมพวิ เตอร์ นำมาใชใ้ นงานตา่ ง ๆ
3. นักเรียนพฒั นาความรูค้ วามสามารถด้านการคดิ วเิ คราะห์ สงั เคราะห์
4. นกั เรียนมคี ุณธรรม จรยิ ธรรมและคา่ นยิ มท่ีพึงประสงค์
5. นกั เรียนมมี นุษยสมั พนั ธ์ในการทำกิจกรรมร่วมกนั กับผอู้ ืน่
รวมทัง้ หมด 5 ผลการเรียนรู้
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนวดั บางปิ้ง (บรษิ ทั เกลอื ไทยสงเคราะห)์ 201
กิจกรรมชุมนมุ คำอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน
ชมุ นุมเศรษฐกิจพอเพียง ระดับช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 1-6 เวลา 40 ชวั่ โมง
ฝกึ ทักษะนกั เรียนเรียนรหู้ ลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งใน 3 หลกั การ คอื ความพอประมาณ ความมี
เหตผุ ล และการสรา้ งภมู คิ ุ้มกันในตัวทด่ี ี และ 2 เงอ่ื นไข คอื คณุ ธรรมและความรู้ โดยนักเรียนฝึกเรียนเกษตร
พอเพยี ง ได้แก่ การเพาะเห็ดนางฟา้ การเล้ยี งไก่พื้นเมอื ง การเลยี้ งปลาดุกในบอ่ ซีเมนต์ และการปลกู พืชผกั สวน
ครัว เพ่ือสามารถนำความรูไ้ ปประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ ประจำวนั และสง่ เสรมิ อาชพี ในอนาคต
ผลการเรยี นรู้
1. เพ่อื ฝกึ ทกั ษะการเรียนรู้เศรษฐกจิ พอเพยี ง ไดแ้ ก่ การเพาะเห็ดนางฟา้ การเลย้ี งไก่พื้นเมือง การเล้ยี ง
ปลาดกุ ในบอ่ ซีเมนต์ และการปลูกพชื ผักสวนครวั
2. เพ่อื ฝึกนสิ ัยรักการทำงาน อยู่อย่างพอเพียง ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
3. เพื่อส่งเสรมิ และปลูกฝงั วิธกี ารคิดในการปฏบิ ัตติ นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
รวม 3 ผลการเรียนรู้
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนวดั บางปิ้ง (บริษทั เกลอื ไทยสงเคราะห)์ 202
คำอธิบายรายวชิ ากิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี น
กิจกรรมชุมนมุ ชมุ นุมรกั การอา่ น ระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 1-6 เวลา 40 ชวั่ โมง
อา่ นและเขา้ ใจความหมายของคำ ประโยค ขอ้ ความและจดั ทำแบบฝึกเป็นรูปเล่ม จัดทำพจนานุกรมฉบับจิว๋
ศึกษา คน้ คว้าเกีย่ วกบั ขา่ ว บทความจากส่งิ ตพี ิมพป์ ระเภทตา่ ง ๆ และประดิษฐท์ ค่ี ั่นหนังสือประเภทตา่ ง ๆ
เพ่อื ให้มคี วามรคู้ วามเข้าใจและเหน็ คุณคา่ เกีย่ วกบั การจดั ทำแบบฝึกเปน็ รูปเลม่ จดั ทำพจนานกุ รมฉบบั
จิ๋ว และประดิษฐท์ ่คี น่ั หนงั สือประเภทต่าง ๆ สามารถนำไปใช้ในชวี ิตประจำวันได้
เพ่อื ใหส้ มาชกิ มีความคดิ ริเร่มิ สรา้ งสรรค์ รจู้ ักค้นควา้ และแกป้ ญั หาในการทำงานอย่างมรี ะบบ เพ่อื ให้
สมาชิกเปน็ ผู้มรี ะเบียบวินยั เพ่ือให้สมาชกิ มคี วามเขา้ ใจและเลื่อมใสการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมี
พระมหากษตั รยิ เ์ ป็นประมุขเพื่อใหส้ มาชกิ มีความรับผดิ ชอบต่อการปฏิบัตหิ นา้ ทแ่ี ละสิทธิภายในขอบเขตของกฎหมาย
เพ่ือใหส้ มาชิกมคี วามสงบซาบซง้ึ ในคณุ ค่า ดำรงไวแ้ ละส่งเสรมิ เอกลกั ษณ์วัฒนธรรมอนั ดงี ามของชาติไทยเพอ่ื ให้
สมาชิกเกิดความรกั และสามัคคีในหมคู่ ณะเพื่อใหส้ มาชกิ ไดร้ บั การส่งเสริมการพฒั นาทางรา่ งกาย จติ ใจ และรู้จกั ใช้
เวลาวา่ งใหเ้ ปน็ ประโยชนเ์ พ่อื ใหส้ มาชกิ รจู้ ักบำเพญ็ ประโยชน์ตอ่ สงั คม และสรา้ งเสริมความมน่ั คงของชาตเิ พื่อให้
สมาชิกมคี ณุ ธรรมและจรยิ ธรรม เพ่ือให้สมาชกิ พฒั นาตนเองตามวตั ถปุ ระสงคข์ องการจดั การศกึ ษา สามารถนำความรู้
ไปใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์โดยใช้หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กบั ชวี ติ ประจำวันได้อยา่ ง
ถกู ตอ้ งเหมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. ปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัดและความต้องการของตน 2 มคี วามรู้
ความสามารถด้านการคิดวเิ คราะห์ สังเคราะห์ให้เกิดประสบการณ์ ทง้ั ทางวชิ าการและวชิ าชพี ตามศกั ยภาพ
2. ใชเ้ วลาวา่ งให้เกดิ ประโยชนต์ อ่ ตนเองและส่วนรวม
3. มงุ่ มน่ั ในการทำงานและทำงานรว่ มกบั ผอู้ ่ืนได้ตามวิถีประชาธปิ ไตย
4. ประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
รวม 5 ผลการเรียนรู้
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นวดั บางปิ้ง (บริษทั เกลอื ไทยสงเคราะห)์ 203
คำอธบิ ายรายวชิ า กิจกรรมแนะแนว
คำอธิบายกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน
กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน กิจกรรมแนะแนว ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 1-6 เวลา 40 ช่ัวโมง/ปี
ร้จู กั และเขา้ ใจตนเอง รกั และเห็นคุณคา่ ในตนเองและผูอ้ ่ืน มวี ุฒิภาวะทางอารมณ์ มเี จตคตทิ ดี่ ตี อ่ การมชี วี ิตที่
ดมี คี ุณภาพ มที กั ษะในการดำเนินชีวิต สามารถปรบั ตวั ให้ดำรงชวี ิตอยใู่ นสังคมได้อย่างมคี วามสุข รจู้ กั ตนเองในทกุ ดา้ น
รคู้ วามถนัด ความสนใจ และบคุ ลิกภาพของตนเอง ร้แู ละเขา้ ใจโลกของงานอาชพี อยา่ งหลากหลาย มเี จตคติทดี่ ีตอ่
อาชีพสจุ รติ รูข้ ้อมูลอาชพี สามารถเลือกแนวทางในการประกอบอาชีพไดอ้ ยา่ งเหมาะสม มกี ารเตรียมตัวสอู่ าชพี
สามารถวางแผนเพือ่ การประกอบอาชีพตามท่ตี นเองมคี วามถนดั และสนใจ มีคุณลกั ษณะพืน้ ฐานทจ่ี ำเปน็ ในการ
ประกอบอาชีพและพฒั นางานให้ประสบความสำเรจ็ เพือ่ สรา้ งฐานะทางเศรษฐกิจให้กบั ตนเอง ครอบครวั ชุมชนและ
ประเทศชาติ
พฒั นาตนเองในดา้ นการเรียนอย่างเตม็ ศกั ยภาพ รู้จักแสวงหาความร้ใู ฝ่รใู้ ฝเ่ รยี นใหเ้ ป็นคนดีมีความรู้และ
ทักษะทางวชิ าการ รจู้ กั แสวงหาและใชข้ ้อมลู ประกอบการวางแผนการเรยี นหรอื การศกึ ษาต่อไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ
มวี ธิ กี ารเรยี นรู้ มที กั ษะการคิด แกป้ ญั หาอย่างสรา้ งสรรค์ คดิ เปน็ ทำเปน็ มคี ณุ ธรรม จริยธรรมเออื้ อาทรและ
สมานฉันท์ เพ่ือดำรงชีวติ อย่รู ว่ มกนั อยา่ งสงบสุขตามวถิ ีชีวติ เศรษฐกจิ พอเพียง
เพือ่ ใหผ้ ู้เรียนเกดิ การเรยี นรู้ รูจ้ กั เข้าใจ รกั และเห็นคุณคา่ ในตนเองและผอู้ ่นื เกิดการเรยี นรู้ สามารถวาง
แผนการรู้อาชพี รวมทง้ั การดำเนินชวี ิตและมีทกั ษะทางสงั คม เกิดการเรยี นรสู้ ามารถปรับตวั ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม อยู่
ร่วมกบั ผู้อนื่ ได้อย่างมคี วามสุข พงึ่ ตนเองได้ มีทกั ษะในการเลือกแนวทางการศึกษา การงานและอาชพี ชวี ิตและสังคม
มีสุขภาพจิตทด่ี แี ละจติ สำนึกในการทำประโยชนต์ อ่ ครอบครวั สงั คมและประเทศชาตติ ามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียง
ผลการเรยี นรู้
1. เพ่ือใหผ้ ู้เรยี นเกิดการเรียนรู้ รกั จัก เข้าใจ รกั และเหน็ คณุ คา่ ในตนเองและผู้อืน่
2. เพ่ือให้ผู้เรยี นเกิดการเรียนรู้ สามารถวางแผนการเรยี น การศกึ ษาตอ่ การประกอบอาชพี รวมท้ังดำเนนิ ชวี ติ
และมที ักษะทางสงั คม
3. เพือ่ ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ สามารถปรับตวั ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม และอยรู ว่ มกับผอู้ น่ื ไดอ้ ย่างเหมาะสม
4. สามารถประยุกตใ์ ช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งได้
รวม 4 ผลการเรยี นรู้
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรียนวดั บางปิ้ง (บรษิ ัทเกลอื ไทยสงเคราะห)์ 204
คำอธบิ ายกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน
กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียน กจิ กรรมแนะแนว ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 เวลา 40 ชว่ั โมง/ปี
ศกึ ษาเรยี นรเู้ กีย่ วกบั สาเหตุของปญั หา การตดั สินใจ และแก้ปญั หาของตนเอง การสำรวจจดุ เด่น และ
ความสามารถพเิ ศษของตนเอง การสำรวจความถนัด ความสามารถ ความสนใจ บคุ ลกิ ภาพ การใชห้ ้องสมุด การ
จำแนกข้อมูลขา่ วสาร การรู้จักตนเองและผอู้ ่นื การใชภ้ าษาไทยอยา่ งถกู ตอ้ งชดั เจน การจำแนกอารมณ์ การแสดง
พฤตกิ รรมที่เหมาะสม การใชส้ าธารณสมบัติ การอยู่รว่ มกันและทำงานเป็นกลุ่ม โดยมีวตั ถปุ ระสงคใ์ ห้นกั เรยี นเกิด
ความรกั และเหน็ คณุ คา่ ของตนเองและผู้อื่น การสำรวจตนเองในด้านต่าง ๆ สามารถตัดสินใจและแกไ้ ขปัญหาของ
ตนเองได้ รจู้ กั วิธกี ารแสวงหาและนำเสนอขอ้ มูลสารสนเทศและสามารถดำรงชวี ิตอยใู่ นสังคมได้อยา่ งมคี วามสุข
ผลการเรียนรู้
1. เพ่อื ใหผ้ เู้ รียนเกิดการเรยี นรจู้ ักความถนัด ความสามารถของตนเอง
2. เพอื่ ให้ผ้เู รยี นเกดิ การเรียนรู้ การอยูร่ ว่ มกนั ในสงั คม รวมทง้ั ดำเนนิ ชวี ติ และมที กั ษะทางสงั คม
3. เพื่อให้ผเู้ รยี นเกดิ การเรยี นรจู้ ักค้นควา้ หาความรู้ ขอ้ มูลสารสนเทศไดด้ ว้ ยตนเอง
รวม 3 ผลการเรียนรู้
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนวดั บางปิ้ง (บริษทั เกลอื ไทยสงเคราะห)์ 205
คำอธิบายกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน
กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน กจิ กรรมแนะแนว ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 เวลา 40 ชวั่ โมง/ปี
เรียนรู้และศึกษาเกยี่ วกบั ทักษะการตดั สนิ ใจและการแก้ไขปัญหา การพัฒนาจุดเดน่ และความสามารถพเิ ศษ
การปรบั ปรุงพัฒนาทางดา้ นการเรียนและบคุ ลกิ ภาพ การพัฒนาสว่ นดแี ละแก้ไขข้อบกพรอ่ งของตนเองและชืน่ ชมใน
ความดีงามของผู้อนื่ การแสวงหาขอ้ มลู จากแหลง่ ตา่ ง ๆ การเลอื กสรรข้อมลู ข่าวสารทเ่ี ปน็ ประโยชน์ตอ่ ตนเอง การ
ร่วมตดั สินใจและแกไ้ ขปัญหาของครอบครัว ความแตกแยกระหว่างบคุ คล การใช้ภาษาไทยอยา่ งถกู ต้องชัดเจน การใช้
ปัญญาแก้ไขปัญหาให้ตนเอง การสร้างสมั พันธภาพ หนา้ ทสี่ ำคัญ และการทำงานเป็นทีม โดยมวี ตั ถุประสงคใ์ หน้ ักเรียน
เกิดความรักเหน็ คุณค่าของตนเองและผอู้ น่ื สามารถคิดหาแนวทางในการพฒั นาตนเองในดา้ นต่าง ๆ สามารถรว่ ม
ตดั สินใจและแก้ไขปญั หาครอบครัว ร้จู กั วิธกี ารแสวงหาข้อมูลและเลอื กสรรข้อมลู ที่เป็นประโยชน์ มคี วามเสยี สละเพ่อื
สว่ นรวมและมีความสามารถในการทำงานเป็นทมี
ผลการเรยี นรู้
1. เพ่อื ใหผ้ ้เู รยี นเกิดการเรยี นรจู้ กั ความถนดั ความสามารถและขอ้ บกพร่องของตนเอง
2. เพอ่ื ใหผ้ ู้เรยี นเกิดการเรียนรู้ การอยรู่ ว่ มกันในสงั คม รวมทั้งดำเนนิ ชีวติ และมที กั ษะทางสงั คม
3. เพอื่ ให้นักเรยี นสามารถเรียนร้ปู ญั หาและรว่ มกนั แกไ้ ขปัญหาของครอบครัวอยา่ งมีเหตุผล
4. เพือ่ ใหผ้ เู้ รยี นเกดิ การเรยี นรู้จักค้นควา้ หาความรู้ ข้อมูลสารสนเทศได้ดว้ ยตนเอง
รวม 4 ผลการเรยี นรู้
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนวดั บางปิ้ง (บริษทั เกลอื ไทยสงเคราะห)์ 206
คำอธิบายกจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน
กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี น กิจกรรมแนะแนว ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 เวลา 40 ชว่ั โมง/ปี
การรับรู้และเข้าใจความตอ้ งการ และความรู้สึกของตนเอง แสวงหาแบบอยา่ งที่ดีและเหมาสมกบั ตนเอง รู้
และเขา้ ใจความสนใจ ความถนดั ดา้ นการเรียน อาชีพ และบคุ ลิกภาพของตนเอง รกั และนบั ถือตนเองและผู้อืน่ รู้
และเข้าใจสาเหตุของปัญหาของตนเองและมีแนวทางในการแก้ปัญหา
การเข้าใจและยอมรบั ความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคล และความคดิ ของผูอ้ นื่ อย่างมีเหตุผล สามารถในการ
ส่อื สารความคดิ ความรสู้ กึ ใหผ้ อู้ ืน่ เขา้ ใจได้อยา่ งเหมาะสมกบั กาลเทศะและบุคคล สามารถในการจัดการกับอารมณ์
และแสดงออกไดอ้ ย่างเหมาะสมกับวัยและสถานการณ์ปฏบิ ัตติ นให้เป็นประโยชน์ตอ่ ส่วนรวม สามารถในการทำงาน
ตามบทบาทในฐานะผนู้ ำ ผตู้ ามท่ดี แี ละอยรู่ ่วมกบั ผู้อน่ื ไดอ้ ย่างมีความสขุ
ความสามารถในดา้ นคน้ หา รวบรวม วิเคราะห์ สังเคราะหข์ อ้ มลู เฉพาะด้านจากแหล่งตา่ ง ๆ ดว้ ยวิธีการที่
หลากหลาย ทนั สมยั สามารถในการเลือกสรรและใชข้ อ้ มูลสารสนเทศให้เป็นประโยชนต์ อ่ ตนเองและสงั คม
ความสามารถในการตัดสินใจและแก้ไขปญั หาของตนเองและรว่ มตัดสนิ ใจแกป้ ญั หาเกย่ี วกบั ครอบครวั
โรงเรยี นและสงั คม
ผลการเรยี นรู้
1. เพอื่ ให้ผู้เรียนเกิดการเรยี นรจู้ กั ความถนัด ความสามารถและขอ้ บกพร่องของตนเอง
2. เพอ่ื ใหผ้ ้เู รยี นเกิดการเรยี นรู้ การอยู่รว่ มกันในสงั คม รวมทงั้ ดำเนนิ ชวี ติ และมีทักษะทางสังคม
3. เพอื่ ให้นกั เรียนสามารถเรยี นรู้ปญั หาและร่วมกนั แก้ไขปัญหาของครอบครัวอย่างมีเหตผุ ล
4. เพ่อื ใหผ้ ู้เรยี นเกิดการเรยี นรจู้ ักคน้ ควา้ หาความรู้ ขอ้ มูลสารสนเทศได้ดว้ ยตนเอง
5. เพ่อื ใหน้ กั เรียนสามารถมแี นวทางในการศกึ ษาตอ่ และประกอบอาชีพตามความถนดั และความสนใจได้
รวม 5 ผลการเรยี นรู้
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นวดั บางปิ้ง (บรษิ ัทเกลอื ไทยสงเคราะห)์ 207
เกณฑ์การจบการศกึ ษา
หลักสูตรโรงเรยี นวดั บางป้ิง (บรษิ ัทเกลอื ไทยสงเคราะห์) มีเกณฑใ์ นการจบการศกึ ษา ดังน้ี
1. เกณฑ์การจบระดับประถมศกึ ษา
1. ผู้เรยี นเรยี นรายวชิ าพื้นฐาน และรายวิชาเพ่มิ เติม/กจิ กรรมเพม่ิ เติม ตามโครงสร้างเวลาเรยี นทห่ี ลักสตู ร
แกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐานกำหนด
2. ผู้เรยี นตอ้ งมผี ลการประเมินรายวิชาพืน้ ฐานและรายวิชาเพม่ิ เติม/กิจกรรมเพ่มิ เตมิ ผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน
ตามท่สี ถานศึกษากำหนด
3. ผู้เรยี นมีผลการประเมนิ การอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขียน ในระดบั ผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ี
สถานศึกษากำหนด
4. ผู้เรยี นมีผลการประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดบั ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินตามท่ีสถานศกึ ษา
กำหนด
5. ผเู้ รียนเขา้ รว่ มกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี นตามโครงสรา้ งเวลาเรียนที่หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน
และมีผลผ่านเกณฑ์การประเมนิ ตามที่สถานศึกษากำหนด
2. เกณฑ์การจบระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น
1. ผู้เรียนเรียนรายวิชาพืน้ ฐาน จำนวน 66 หนว่ ยกิต และรายวชิ าเพ่มิ เตมิ ตามทสี่ ถานศึกษากำหนด
2. ผู้เรยี นต้องได้หนว่ ยกติ ตลอดหลกั สตู รไมน่ อ้ ยกวา่ 77 หน่วยกติ โดยเปน็ รายวิชาพืน้ ฐาน 66 หน่วยกติ
และรายวชิ าเพ่ิมเตมิ ไมน่ ้อยกว่า 11 หนว่ ยกติ
3. ผเู้ รียนมีผลการประเมนิ การอา่ น คดิ วิเคราะห์ และเขยี น ในระดบั ผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ี
สถานศึกษากำหนด
4. ผเู้ รียนมีผลการประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ในระดบั ผ่านเกณฑก์ ารประเมินตามทีส่ ถานศึกษา
กำหนด
5. ผู้เรยี นเขา้ ร่วมกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี นตามโครงสร้างเวลาเรยี นท่ีหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน
และมผี ลผ่านเกณฑ์การประเมนิ ตามทสี่ ถานศกึ ษากำหนด
การจดั การเรียนรู้เปน็ กระบวนการสำคัญในการนำหลกั สตู รสกู่ ารปฏิบัติ
หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน เปน็ หลักสูตรทีม่ ีมาตรฐานการเรยี นรู้ สมรรถนะสำคญั และ
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคข์ องผู้เรยี น เปน็ เปา้ หมายสำหรบั พัฒนาเดก็ และเยาวชน
ในการพฒั นาผเู้ รียนใหม้ คี ุณสมบัตติ ามเป้าหมายหลักสตู ร ผูส้ อนพยายามคัดสรร กระบวนการเรยี นรู้ จัดการ
เรยี นรู้โดยชว่ ยใหผ้ เู้ รียนเรียนร้ผู ่านสาระท่กี ำหนดไวใ้ นหลกั สูตร 8 กล่มุ สาระการเรยี นรู้ รวมทง้ั ปลกู ฝงั เสริมสร้าง
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ พัฒนาทกั ษะตา่ ง ๆ อนั เป็นสมรรถนะสำคัญให้ผเู้ รยี นบรรลุตามเปา้ หมาย
1. หลักการจัดการเรยี นรู้
การจดั การเรยี นรเู้ พื่อให้ผูเ้ รียนมีความรคู้ วามสามารถตามมาตรฐานการเรยี นรู้ สมรรถนะสำคัญ และ
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ตามทีก่ ำหนดไว้ในหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน โดยยึดหลักวา่ ผู้เรยี นมี
ความสำคัญท่สี ดุ เชื่อว่าทุกคนมีความสามารถเรยี นรแู้ ละพฒั นาตนเองได้ ยึดประโยชน์ที่เกดิ กับผเู้ รียน กระบวนการ
จัดการเรยี นรตู้ ้องส่งเสรมิ ใหผ้ ู้เรียน สามารถพฒั นาตามธรรมชาติและเต็มตามศกั ยภาพ คำนงึ ถึงความแตกตา่ งระหวา่ ง
บุคคลและพัฒนาการทางสมองเน้นให้ความสำคญั ทงั้ ความรู้ และคุณธรรม
2. กระบวนการเรยี นรู้
การจดั การเรียนรทู้ ี่เนน้ ผ้เู รียนเปน็ สำคญั ผ้เู รยี นจะตอ้ งอาศยั กระบวนการเรียนรู้ท่ีหลากหลาย เป็นเคร่อื งมอื
ที่จะนำพาตนเองไปสูเ่ ปา้ หมายของหลักสตู ร กระบวนการเรยี นรู้ทจ่ี ำเปน็ สำหรับผ้เู รียน อาทิ กระบวนการเรียนรแู้ บบ
บูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการทางสงั คม กระบวนการเผชิญสถานการณแ์ ละ
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นวดั บางปิ้ง (บรษิ ทั เกลอื ไทยสงเคราะห)์ 208
แกป้ ัญหา กระบวนการเรยี นรจู้ ากประสบการณจ์ รงิ กระบวนการปฏบิ ัติ ลงมือทำจรงิ กระบวนการจดั การ
กระบวนการวจิ ัย กระบวนการเรยี นรกู้ ารเรียนรขู้ องตนเอง กระบวนการพฒั นาลกั ษณะนสิ ัย
กระบวนการเหลา่ น้เี ปน็ แนวทางในการจดั การเรยี นรูท้ ผ่ี ้เู รียนควรไดร้ บั การฝึกฝน พฒั นา เพราะจะสามารถช่วยให้
ผ้เู รยี นเกิดการเรียนรู้ไดด้ ี บรรลเุ ป้าหมายของหลักสูตร ดังนนั้ ผสู้ อน จงึ จำเป็นต้องศกึ ษาทำความเข้าใจใน
กระบวนการเรียนรูต้ า่ ง ๆ เพอื่ ใหส้ ามารถเลือกใช้ในการจดั กระบวนการเรียนรไู้ ดอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพ
3. การออกแบบการจัดการเรียนรู้
ผ้สู อนตอ้ งศึกษาหลกั สตู รสถานศึกษาใหเ้ ขา้ ใจถงึ มาตรฐานการเรยี นรู้ ตัวชีว้ ดั สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ และสาระการเรียนรทู้ ีเ่ หมาะสมกบั ผู้เรยี น แลว้ จงึ พิจารณาออกแบบการจดั การเรียนรู้
โดยเลือกใช้วธิ ีสอนและเทคนิคการสอน สอ่ื /แหล่งเรยี นรู้ การวดั และประเมนิ ผล เพือ่ ใหผ้ ู้เรียนไดพ้ ฒั นาเตม็ ตาม
ศักยภาพและบรรลตุ ามเป้าหมายทก่ี ำหนด
4. บทบาทของผสู้ อนและผูเ้ รยี น
การจดั การเรียนรู้เพ่อื ใหผ้ เู้ รียนมีคณุ ภาพตามเป้าหมายของหลักสตู ร ท้งั ผสู้ อนและผ้เู รยี นควรมีบทบาท ดงั น้ี
4.1 บทบาทของผู้สอน
1) ศกึ ษาวิเคราะหผ์ ูเ้ รยี นเปน็ รายบุคคล แล้วนำขอ้ มลู มาใช้ในการวางแผนการจดั การเรยี นรู้ ที่ท้าท
ความสามารถของผ้เู รียน
2) กำหนดเป้าหมายท่ตี อ้ งการใหเ้ กดิ ขึน้ กับผ้เู รียน ดา้ นความร้แู ละทกั ษะกระบวนการ ท่เี ป็น
ความคดิ รวบยอด หลักการ และความสมั พันธ์ รวมทง้ั คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
3) ออกแบบการเรยี นรแู้ ละจดั การเรยี นรทู้ ตี่ อบสนองความแตกต่างระหวา่ งบุคคลและพัฒนาการ
ทางสมอง เพือ่ นำผูเ้ รยี นไปสู่เป้าหมาย
4) จัดบรรยากาศท่ีเออ้ื ตอ่ การเรียนรู้ และดูแลชว่ ยเหลือผเู้ รยี นใหเ้ กดิ การเรียนรู้
5) จัดเตรียมและเลือกใชส้ ่ือให้เหมาะสมกับกิจกรรม นำภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถ่ิน เทคโนโลยีทเี่ หมาะสม
มาประยกุ ต์ใชใ้ นการจัดการเรียนการสอน
6) ประเมนิ ความกา้ วหนา้ ของผเู้ รียนดว้ ยวธิ กี ารทหี่ ลากหลาย เหมาะสมกบั ธรรมชาติของวิชา
และระดบั พฒั นาการของผ้เู รียน
7) วเิ คราะห์ผลการประเมนิ มาใชใ้ นการซ่อมเสรมิ และพัฒนาผเู้ รยี น รวมทงั้ ปรบั ปรุงการจดั การ
เรยี นการสอนของตนเอง
4.2 บทบาทของผู้เรียน
1) กำหนดเป้าหมาย วางแผน และรบั ผิดชอบการเรียนรขู้ องตนเอง
2) เสาะแสวงหาความรู้ เขา้ ถงึ แหลง่ การเรียนรู้ วิเคราะห์ สงั เคราะหข์ ้อความรู้ ตั้งคำถาม คดิ
หาคำตอบหรือหาแนวทางแกป้ ัญหาดว้ ยวธิ ีการตา่ ง ๆ
3) ลงมือปฏบิ ัตจิ ริง สรปุ สง่ิ ทีไ่ ด้เรียนรดู้ ้วยตนเอง และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์
ตา่ ง ๆ
4) มปี ฏิสัมพนั ธ์ ทำงาน ทำกจิ กรรมรว่ มกบั กลุม่ และครู
5) ประเมินและพฒั นากระบวนการเรียนร้ขู องตนเองอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง
5. ส่อื การเรียนรู้
ส่ือการเรยี นร้เู ปน็ เคร่ืองมือส่งเสริมสนบั สนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู้ ให้ผเู้ รียนเขา้ ถึงความรู้ ทักษะ
กระบวนการ และคณุ ลักษณะตามมาตรฐานของหลักสูตรได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ สอ่ื การเรียนรมู้ หี ลากหลายประเภท
ทงั้ สื่อธรรมชาติ สือ่ สง่ิ พมิ พ์ สื่อเทคโนโลยี และเครอื ขา่ ย การเรียนรตู้ า่ ง ๆ ท่ีมีในทอ้ งถน่ิ จังหวดั สมทุ รสาคร การ
เลือกใชส้ ่อื ควรเลอื กให้มีความเหมาะสมกับระดับพฒั นาการ และลีลาการเรยี นรู้ท่ีหลากหลายของผู้เรียน
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนวดั บางปิ้ง (บริษทั เกลอื ไทยสงเคราะห)์ 209
การจดั หาส่ือการเรยี นรู้ ผเู้ รยี นและผู้สอนสามารถจัดทำและพฒั นาข้ึนเอง หรือปรบั ปรุงเลอื กใช้อยา่ งมี
คณุ ภาพจากส่อื ตา่ ง ๆ ทมี่ อี ย่รู อบตัวเพอื่ นำมาใชป้ ระกอบในการจดั การเรยี นรทู้ ี่สามารถส่งเสรมิ และสอ่ื สารใหผ้ เู้ รยี น
เกิดการเรยี นรู้ โดยสถานศกึ ษาควรจดั ใหม้ อี ยา่ งพอเพยี ง เพ่ือพัฒนาใหผ้ เู้ รยี น เกดิ การเรยี นร้อู ยา่ งแท้จริง สถานศกึ ษา
เขตพ้นื ที่การศกึ ษา หน่วยงานท่เี กย่ี วขอ้ งและผู้มีหน้าทจี่ ดั การศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน ควรดำเนนิ การดงั นี้
1. จดั ใหม้ แี หลง่ การเรียนรู้ ศูนยส์ ่ือการเรียนรู้ ระบบสารสนเทศการเรยี นรู้ และเครือข่าย
การเรียนรทู้ ม่ี ปี ระสิทธิภาพทัง้ ในสถานศกึ ษาและในชมุ ชน เพอื่ การศึกษาคน้ ควา้ และการแลกเปลยี่ นประสบการณ์การ
เรยี นรู้ ระหวา่ งสถานศกึ ษา ท้องถ่ิน ชมุ ชน สงั คมโลก
2. จดั ทำและจัดหาสอื่ การเรยี นรสู้ ำหรบั การศกึ ษาคน้ ควา้ ของผู้เรียน เสริมความรใู้ ห้ผสู้ อน รวมท้ังจดั หาสิง่ ท่ี
มอี ยู่ในท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้เป็นสอื่ การเรยี นรู้
3. เลือกและใช้สอื่ การเรยี นรทู้ ่ีมีคณุ ภาพ มีความเหมาะสม มีความหลากหลาย สอดคลอ้ ง กับวธิ ีการเรียนรู้
ธรรมชาติของสาระการเรยี นรู้ และความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคลของผู้เรียน
4. ประเมนิ คุณภาพของสือ่ การเรียนรู้ท่เี ลือกใช้อย่างเปน็ ระบบ
5. ศกึ ษาคน้ ควา้ วจิ ัย เพอ่ื พัฒนาสอื่ การเรียนรใู้ หส้ อดคลอ้ งกับกระบวนการเรียนรขู้ องผเู้ รยี น
6. จัดใหม้ ีการกำกบั ติดตาม ประเมินคุณภาพและประสทิ ธภิ าพเกย่ี วกับสอ่ื และการใช้สือ่
การเรยี นรู้เปน็ ระยะ ๆ และสมำ่ เสมอ
ในการจัดทำ การเลือกใช้ และการประเมนิ คณุ ภาพสอ่ื การเรยี นรทู้ ี่ใช้ในสถานศกึ ษา ควรคำนึงถงึ หลักการ
สำคญั ของสื่อการเรยี นรู้ เชน่ ความสอดคล้องกับหลกั สูตร วัตถุประสงค์การเรยี นรู้ การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้
การจดั ประสบการณใ์ ห้ผเู้ รยี น เนอ้ื หามีความถกู ตอ้ งและทันสมยั ไมก่ ระทบความมนั่ คงของชาติ ไมข่ ัดต่อศลี ธรรม มี
การใช้ภาษาที่ถูกต้อง รปู แบบการนำเสนอทเ่ี ข้าใจงา่ ย และน่าสนใจ
การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
การวัดและประเมินผลการเรียนรขู้ องผเู้ รยี นต้องอย่บู นหลกั การพื้นฐานสองประการ คอื การประเมนิ เพ่ือ
พัฒนาผู้เรียนและเพือ่ ตัดสินผลการเรียน ในการพฒั นาคุณภาพการเรียนรขู้ องผเู้ รยี น ใหป้ ระสบผลสำเรจ็ น้ัน ผู้เรียน
จะต้องไดร้ ับการพัฒนาและประเมินตามตัวชีว้ ดั เพื่อให้บรรลตุ ามมาตรฐานการเรียนรู้ สะท้อนสมรรถนะสำคญั และ
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ของผเู้ รียนซ่ึงเป็นเปา้ หมายหลกั ในการวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ในทุกระดับไม่วา่ จะเป็น
ระดบั ช้ันเรียน ระดบั สถานศกึ ษา ระดับเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษา และระดบั ชาติ การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ เป็น
กระบวนการพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รียนโดยใช้ผลการประเมนิ เปน็ ขอ้ มูลและสารสนเทศทแี่ สดงพฒั นาการ ความก้าวหน้า
และความสำเรจ็ ทางการเรยี นของผูเ้ รียน ตลอดจนขอ้ มลู ท่ีเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสรมิ ใหผ้ เู้ รยี นเกิด การพัฒนาและ
เรยี นรู้อย่างเตม็ ตามศักยภาพ
การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ แบง่ ออกเปน็ 1 ระดับ ได้แก่ ระดบั ชัน้ เรยี น ระดบั สถานศึกษา ระดับเขต
พน้ื ทกี่ ารศกึ ษา และระดบั ชาติ มรี ายละเอยี ด ดงั น้ี
1. การประเมนิ ระดับชน้ั เรียน เป็นการวดั และประเมินผลที่อยใู่ นกระบวนการจัดการเรียนรู้ ผสู้ อน
ดำเนินการเปน็ ปกติและสม่ำเสมอ ในการจดั การเรียนการสอน ใชเ้ ทคนคิ การประเมินอย่างหลากหลาย เชน่ การ
ซักถาม การสงั เกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน แฟม้ สะสมงาน การใช้
แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผสู้ อนเปน็ ผู้ประเมนิ เองหรอื เปิดโอกาสใหผ้ ูเ้ รยี นประเมินตนเอง เพอื่ นประเมนิ เพอื่ น ผปู้ กครอง
รว่ มประเมนิ ในกรณที ีไ่ มผ่ า่ นตัวชว้ี ัดให้มีการสอนซอ่ มเสริม
การประเมินระดับชน้ั เรยี นเป็นการตรวจสอบว่า ผ้เู รียนมีพัฒนาการความกา้ วหน้าในการเรียนรู้ อนั เป็น
ผลมาจากการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนหรอื ไม่ และมากน้อยเพียงใด มีสิ่งทจ่ี ะต้องไดร้ ับการพฒั นาปรับปรงุ และ
ส่งเสรมิ ในดา้ นใด นอกจากนย้ี งั เปน็ ข้อมูลให้ผูส้ อนใชป้ รบั ปรุงการเรยี นการสอนของตนด้วย ท้งั น้โี ดยสอดคล้องกบั
มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชว้ี ดั
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรียนวดั บางปิ้ง (บรษิ ัทเกลอื ไทยสงเคราะห)์ 210
2. การประเมนิ ระดบั สถานศกึ ษา เปน็ การประเมนิ ทีส่ ถานศึกษาดำเนนิ การเพื่อตัดสนิ ผล การเรยี นของ
ผ้เู รียนเปน็ รายป/ี รายภาค ผลการประเมินการอา่ น คดิ วิเคราะห์และเขียน คณุ ลกั ษณะ อันพงึ ประสงค์ และกจิ กรรม
พัฒนาผเู้ รียน นอกจากนี้เพื่อใหไ้ ด้ขอ้ มลู เกี่ยวกับการจดั การศกึ ษา ของสถานศึกษา วา่ ส่งผลตอ่ การเรียนรขู้ องผเู้ รยี น
ตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในดา้ นใด รวมทง้ั สามารถนำผลการเรียนของผ้เู รียนในสถานศึกษา
เปรียบเทียบกบั เกณฑร์ ะดบั ชาติ ผลการประเมนิ ระดับสถานศกึ ษาจะเป็นข้อมูลและสารสนเทศเพือ่ การปรบั ปรุง
นโยบาย หลักสตู ร โครงการ หรอื วิธีการจดั การเรยี นการสอน ตลอดจนเพือ่ การจัดทำแผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา
ของสถานศกึ ษา ตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและการรายงานผลการจัดการศกึ ษาต่อคณะกรรมการ
สถานศกึ ษา สำนกั งานเขตพื้นท่ีการศกึ ษา สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน ผปู้ กครองและชุมชน
3. การประเมินระดบั เขตพนื้ ท่ีการศึกษา เปน็ การประเมนิ คณุ ภาพผู้เรียนในระดับเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษาตาม
มาตรฐานการเรียนรตู้ ามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน เพอ่ื ใช้เปน็ ข้อมลู พ้ืนฐานในการพฒั นาคณุ ภาพ
การศกึ ษาของเขตพื้นทกี่ ารศึกษา ตามภาระความรบั ผิดชอบ สามารถดำเนินการโดยประเมินคุณภาพผลสัมฤทธิ์ของ
ผเู้ รยี นด้วยขอ้ สอบมาตรฐานทจ่ี ดั ทำและดำเนินการโดยเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษา หรือดว้ ยความรว่ มมอื กบั หนว่ ยงานตน้
สังกัด ในการดำเนนิ การจดั สอบ นอกจากนีย้ ังไดจ้ ากการตรวจสอบทบทวนข้อมูลจากการประเมนิ ระดับสถานศกึ ษาใน
เขตพ้นื ทีก่ ารศึกษา
4. การประเมนิ ระดับชาติ เป็นการประเมินคุณภาพผูเ้ รยี นในระดบั ชาตติ ามมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน สถานศึกษาต้องจดั ใหผ้ ูเ้ รียนทุกคนทเ่ี รียน ในช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๓ ชั้นประถมศึกษา
ปีท่ี ๖ เขา้ รับการประเมนิ ผลจากการประเมนิ ใชเ้ ป็นข้อมลู ในการเทยี บเคยี งคณุ ภาพการศกึ ษาในระดับต่าง ๆ เพื่อ
นำไปใช้ในการวางแผนยกระดับคุณภาพการจดั การศกึ ษา ตลอดจนเปน็ ข้อมูลสนับสนนุ การตดั สินใจในระดบั นโยบาย
ของประเทศ
ขอ้ มลู การประเมนิ ในระดบั ตา่ ง ๆ ข้างตน้ เป็นประโยชนต์ ่อสถานศึกษาในการตรวจสอบทบทวนพฒั นา
คณุ ภาพผเู้ รยี น ถือเป็นภาระความรับผดิ ชอบของสถานศกึ ษาที่จะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลอื ปรบั ปรงุ แกไ้ ข ส่งเสริม
สนบั สนนุ เพอื่ ใหผ้ ้เู รยี นได้พฒั นาเต็มตามศกั ยภาพบนพนื้ ฐานความแตกตา่ งระหว่างบุคคลทจี่ ำแนกตามสภาพปญั หา
และความตอ้ งการ ไดแ้ ก่ กล่มุ ผเู้ รยี นทัว่ ไป กลุ่มผเู้ รยี นท่ีมีความสามารถพิเศษ กลุ่มผ้เู รียนท่ีมีผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน
ต่ำ กลุม่ ผูเ้ รียนท่ีมีปัญหาดา้ นวนิ ยั และพฤติกรรม กล่มุ ผเู้ รียนทปี่ ฏิเสธโรงเรียน กลุ่มผูเ้ รยี นท่ีมีปัญหาทางเศรษฐกจิ และ
สงั คม กลมุ่ พกิ ารทางรา่ งกายและสติปญั ญา เปน็ ตน้ ข้อมูลจากการประเมนิ จึงเป็นหวั ใจของสถานศกึ ษาในการ
ดำเนินการชว่ ยเหลอื ผู้เรียนไดท้ นั ท่วงที ปดิ โอกาสใหผ้ ู้เรยี นได้รับการพัฒนาและประสบความสำเรจ็ ในการเรยี น
สถานศกึ ษาในฐานะผู้รบั ผดิ ชอบจดั การศกึ ษา จะต้องจัดทำระเบียบวา่ ด้วยการวดั และประเมนิ ผลการเรียน
ของสถานศึกษาให้สอดคลอ้ งและเปน็ ไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏบิ ตั ิทเ่ี ปน็ ขอ้ กำหนดของหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน เพอื่ ใหบ้ คุ ลากรทเ่ี ก่ยี วข้องทุกฝ่ายถอื ปฏิบตั ริ ่วมกัน
เกณฑก์ ารวดั และประเมินผลการเรียน
การตัดสินผลการเรยี น
ในการตดั สนิ ผลการเรียนของกลุ่มสาระการเรยี นรู้ การอ่าน คดิ วิเคราะห์และเขยี น คณุ ลักษณะอัน
พึงประสงค์ และกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียนน้ัน ผู้สอนตอ้ งคำนึงถึงการพฒั นานักเรยี นแต่ละคนเป็นหลัก และต้องเก็บขอ้ มูล
ของนกั เรียนทุกดา้ นอย่างสม่ำเสมอและตอ่ เนื่องในแต่ละภาคเรียน มีเกณฑ์ดงั นี้
1. ผเู้ รยี นตอ้ งมเี วลาเรียนไมน่ ้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทง้ั หมด
2. ผเู้ รียนต้องไดร้ ับการประเมินทุกตวั ชว้ี ัด และผา่ นเกณฑไ์ มน่ อ้ ยกวา่ ร้อยละ 80
ของจำนวนตวั ชวี้ ัด
3. ผู้เรียนต้องไดร้ บั การตดั สินผลการเรียนทุกรายวชิ า
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นวดั บางปิ้ง (บริษัทเกลอื ไทยสงเคราะห)์ 211
4. ผเู้ รียนต้องไดร้ ับการประเมินและมีผลการประเมนิ ผ่านตามเกณฑท์ ่สี ถานศึกษากำหนดในการอา่ น
คดิ วิเคราะหแ์ ละเขยี น คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ และกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน
การใหร้ ะดบั ผลการเรียน
การตัดสนิ ผลการเรยี นรายวชิ าของกล่มุ สาระการเรียนรู้ ให้ใชร้ ะบบตวั เลข แสดงระดับการเรยี นในแต่ละ
กลุ่มสาระ ดังนี้
ระดบั ผลการเรยี น ความหมาย ชว่ งคะแนนร้อยละ
4 ผลการเรียนดีเย่ยี ม 80 - 100
3.5 ผลการเรยี นดีมาก 75 - 79
3 ผลการเรียนดี 70 - 74
2.5 ผลการเรียนคอ่ นขา้ งดี 65 - 69
2 ผลการเรียนน่าพอใจ 60 - 64
1.5 ผลการเรียนพอใช้ 55 - 59
1 ผลการเรียนผ่านเกณฑข์ ั้นตำ่ 50 - 54
0 ผลการเรยี นตำ่ กวา่ เกณฑ์ 0 - 49
การประเมนิ การอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขยี น เป็นผ่านและไมผ่ ่าน ถา้ กรณีทีผ่ า่ น กำหนดเกณฑก์ ารตดั สนิ
เปน็ ดีเย่ยี ม ดี และผ่าน
ดเี ยี่ยม หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขยี นที่มีคณุ ภาพดีเลิศอยู่
เสมอ
ดี หมายถงึ มีผลงานทแ่ี สดงถึงความสามารถในการอา่ น คดิ วิเคราะห์ และเขยี นท่ีมคี ณุ ภาพเปน็ ท่ยี อมรบั
ผา่ น หมายถงึ มผี ลงานท่แี สดงถงึ ความสามารถในการอา่ น คดิ วิเคราะห์ และเขยี น ท่มี ีคุณภาพเป็นที่
ยอมรบั แตย่ ังมีข้อบกพรอ่ งบางประการ
ไมผ่ า่ น หมายถงึ ไม่มีผลงานท่ีแสดงถึงความสามารถในการอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขยี น หรอื ถ้ามผี ลงาน
ผลงานนั้นยงั มขี อ้ บกพรอ่ งท่ตี อ้ งไดร้ บั การปรับปรงุ แก้ไขหลายประการ
การประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ รวมทกุ คุณลักษณะเพือ่ การเลอ่ื นชน้ั และจบการศกึ ษา เปน็ ผ่าน
และไมผ่ า่ น ในการผา่ น กำหนดเกณฑก์ ารตดั สนิ เปน็ ดเี ยีย่ ม ดี และผ่าน และความหมายของแต่ละระดบั ดงั นี้
ดเี ยี่ยม หมายถงึ ผเู้ รียนปฏบิ ัตติ นตามคณุ ลกั ษณะจนเปน็ นสิ ยั และนำไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั เพอื่ ประโยชน์
สุขของตนเองและสงั คม โดยพจิ ารณาจากผลการประเมินระดับดีเยยี่ ม จำนวน 5-8 คุณลกั ษณะ และไมม่ ีคุณลักษณะ
ใดไดผ้ ลการประเมินต่ำกว่าระดบั ดี
ดี หมายถึง ผ้เู รยี นมีคณุ ลกั ษณะในการปฏิบตั ติ ามกฎเกณฑ์ เพ่อื ให้เป็นการยอมรับของสงั คมโดยพจิ ารณา
จาก
1) ได้ผลการประเมนิ ระดับดีเยยี่ มจำนวน 1-4 คณุ ลกั ษณะ และไมม่ คี ณุ ลักษณะใดไดผ้ ลการ
ประเมินต่ำกวา่ ระดบั ดี หรือ
2) ไดผ้ ลการประเมนิ ระดบั ดี เย่ยี มจำนวน 4 คณุ ลักษณะ และไมม่ ีคณุ ลกั ษณะใดไดผ้ ลการ
ประเมินตำ่ กวา่ ระดับผ่านหรือ
3) ได้ผลการประเมนิ ระดบั ดี จำนวน 5-8 คณุ ลักษณะ และไมม่ ีคณุ ลกั ษณะใดได้ผลการประเมนิ
ต่ำกว่าระดบั ผ่าน
ผ่าน หมายถงึ ผู้เรียนรบั รู้และปฏบิ ัติตามกฎเกณฑ์และเงอ่ื นไขที่สถานศึกษากำหนด โดยพจิ ารณาจาก
1) ไดผ้ ลการประเมนิ ระดบั ผ่าน จำนวน 5-8 คณุ ลกั ษณะ และไมม่ ีคณุ ลกั ษณะใดได้ผลการ
ประเมนิ ตำ่ กวา่ ระดับผา่ น หรอื
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นวดั บางปิ้ง (บรษิ ัทเกลอื ไทยสงเคราะห)์ 212
2) ได้ผลการประเมนิ ระดบั ดี จำนวน 4 คุณลักษณะ และไม่มีคุณลกั ษณะใดไดผ้ ลการประเมนิ ต่ำ
กวา่ ระดับผา่ น
ไมผ่ ่าน หมายถึง ผเู้ รยี นรบั รูแ้ ละปฏิบัตไิ ด้ไม่ครบตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขที่สถานศึกษากำหนดโดย
พจิ ารณาจากผลการประเมินระดับไม่ผา่ นตงั้ แต่ 1 คณุ ลกั ษณะ
การประเมินกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น
จะตอ้ งพิจารณาทงั้ เวลาการเขา้ รว่ มกิจกรรมการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมและผลงานของผ้เู รียนตามเกณฑ์
ทโี่ รงเรียนกำหนดและใหผ้ ลการประเมนิ เป็นผา่ น และไม่ผา่ นใหใ้ ช้ตวั อักษรแสดงผลการประเมิน ดังน้ี
“ผ” หมายถงึ ผเู้ รยี นมเี วลาเข้าร่วมกิจกรรมพฒั นาผ้เู รียน ไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ 80 ปฏิบัติ
กจิ กรรมและมีผลงานเปน็ ที่ประจกั ษ์
“มผ” หมายถึง ผู้เรียนมเี วลาเข้าร่วมกิจกรรมพฒั นาผู้เรียน ปฏิบตั ิกจิ กรรมและมผี ลงาน
ไมเ่ ปน็ ไปตามเกณฑ์ทส่ี ถานศึกษากำหนด
ในกรณที ี่ผู้เรยี นได้ “มผ” ครูผดู้ แู ลกจิ กรรมตอ้ งจัดซอ่ มเสรมิ ใหผ้ ้เู รียนทำกิจกรรมในสว่ นท่ผี เู้ รยี น
ไมไ่ ดเ้ ขา้ ร่วมหรอื ไม่ไดท้ ำจนครบถว้ น แลว้ จึงเปลย่ี นผลการเรยี นจาก “มผ” เปน็ “ผ” ได้ ท้งั นี้ ตอ้ งดำเนินการให้
เสรจ็ สิน้ ภายในปกี ารศกึ ษานนั้ ยกเวน้ มเี หตุสุดวสิ ยั ห้อย่ใู นดุลยพินิจของผบู้ ริหารสถานศึกษาหรือผทู้ ่ีได้รับมอบหมาย
การเลื่อนช้ัน
เม่ือสิ้นปกี ารศึกษา ผูเ้ รยี นจะไดร้ ับการเลื่อนช้นั เมอื่ มคี ุณสมบตั ติ ามเกณฑ์ดังตอ่ ไปน้ี
1) ผู้เรยี นต้องมีเวลาเรยี นไม่นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ 80 ของเวลาเรยี นทั้งหมด
2) ผเู้ รียนต้องได้รับการประเมนิ ทุกตัวชว้ี ดั และผา่ นเกณฑไ์ มน่ อ้ ยกว่าร้อยละ 80 ของจำนวนตัวชว้ี ัด
3) ผเู้ รยี นต้องได้รับการตดั สินผลการเรยี นทุกรายวชิ า ไม่น้อยกว่าระดับ
“ 1 ” จึงจะถอื ว่าผา่ นเกณฑ์ตามที่สถานศกึ ษากำหนด
4) นกั เรยี นตอ้ งไดร้ บั การประเมนิ และมีผลการประเมิน การอ่าน คดิ วเิ คราะห์และเขียน ในระดับ
“ ผ่าน ” ข้ึนไป มีผลการประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงคใ์ นระดบั “ ผ่าน ” ข้นึ ไป และมีผลการประเมนิ กจิ กรรม
พัฒนานกั เรียน ในระดบั “ ผ่าน ”
ทัง้ นี้ ถา้ ผ้เู รียนมขี ้อบกพร่องเพยี งเลก็ น้อย และพิจารณาเหน็ วา่ สามารถพฒั นาและสอน
ซ่อมเสริมไดใ้ ห้อยใู่ นดุลยพินิจของสถานศกึ ษาทจี่ ะผ่อนผันให้เลอ่ื นชั้นได้
อนงึ่ ในกรณีที่ผเู้ รยี นมหี ลกั ฐานการเรยี นรทู้ แี่ สดงว่ามคี วามสามารถดเี ลิศ สถานศึกษาอาจใหโ้ อกาสผ้เู รียน
เลอ่ื นชั้นกลางปกี ารศึกษา โดยสถานศกึ ษาแต่งตง้ั คณะกรรมการประกอบดว้ ยฝ่ายวิชาการของสถานศึกษาและผู้แทน
ของเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาหรอื ตน้ สังกดั ประเมนิ ผเู้ รียนและตรวจสอบคุณสมบัติใหค้ รบถ้วนตามเงอ่ื นไข
ทงั้ 3 ประการตอ่ ไปนี้
1. มผี ลการเรียนในปกี ารศกึ ษาที่ผ่านมาและมผี ลการเรียนระหวา่ งปีท่ีกำลังศกึ ษาอยูใ่ นเกณฑ์
ดีเยย่ี ม
2. มวี ฒุ ภิ าวะเหมาะสมทจ่ี ะเรียนในชน้ั ท่สี ูงข้นึ
3. ผา่ นการประเมนิ ผลความร้คู วามสามารถทุกรายวิชาของชั้นปที ่เี รียนปจั จุบนั และความรู้
ความสามารถทุกรายวชิ าในภาคเรยี นแรกของชั้นปที ี่จะเลือ่ นข้ึน
การอนุมัตใิ หเ้ ล่ือนชั้นกลางปกี ารศกึ ษาไปเรยี นชั้นสูงขน้ึ ได้ 1 ระดับช้ันนี้ ตอ้ งไดร้ บั การยินยอม
จากผู้เรยี นและผปู้ กครองและตอ้ งดำเนนิ การให้เสรจ็ สิ้นก่อนเปิดภาคเรยี นท่ี 2 ของปกี ารศึกษานน้ั สำหรับในกรณีที่
พบวา่ มผี เู้ รียนกลมุ่ พเิ ศษประเภทตา่ ง ๆ มีปัญหาในการเรียนรใู้ ห้สถานศึกษาดำเนนิ งานรว่ มกับสำนักงานเขตพ้ืนท่ี
การศกึ ษาเฉพาะความพกิ ารหาแนวทางการแกไ้ ขและพฒั นา
การสอนซ่อมเสริม
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นวดั บางปิ้ง (บริษัทเกลอื ไทยสงเคราะห)์ 213
การสอนซอ่ มเสรมิ
เป็นการสอนเพือ่ แก้ไขข้อบกพรอ่ ง กรณีทีผ่ ู้เรยี นมคี วามรู้ ทกั ษะ กระบวนการ หรือคณุ ลกั ษณะไม่เป็นไป
ตามเกณฑท์ ่กี ำหนด จะต้องจัดสอนซอ่ มเสรมิ เพอ่ื พฒั นาการเรยี นร้ขู องผเู้ รยี นเต็มตามศักยภาพ การสอนซ่อมเสรมิ
เป็นการสอนเพ่ือแก้ไขข้อบกพร่องกรณที ่ผี เู้ รียนมีความรู้ ทักษะ กระบวนการ หรือเจตคต/ิ คณุ ลกั ษณะไม่เป็นไปตาม
เกณฑ์ท่ีสถานศึกษากำหนด สถานศึกษาตอ้ งจดั สอนซ่อมเสรมิ เป็นกรณีพเิ ศษนอกเหนอื ไปจากการสอนตามปกตเิ พอื่
พฒั นาให้ผเู้ รียนสามารถบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวัดทก่ี ำหนดไวเ้ ปน็ การให้โอกาสแกผ่ เู้ รียนไดเ้ รียนรู้และ
พฒั นา โดยจดั กิจกรรมการเรยี นรทู้ หี่ ลากหลายและตอบสนองความแตกต่างระหวา่ งบคุ คล
การเปล่ยี นผลการเรยี น
การเปลย่ี นผลการเรยี น“0”
สถานศกึ ษาจดั ให้มีการสอนซ่อมเสริมในมาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้วี ดั ที่ผู้เรยี นสอบไม่ผ่านกอ่ นแล้วจึง
สอบแกต้ วั ไดไ้ ม่เกนิ 2 คร้งั ถา้ ผเู้ รยี นไมด่ ำเนินการสอบแก้ตวั ตามระยะเวลาทีส่ ถานศึกษากำหนดให้อยูใ่ นดลุ ยพินจิ
ของสถานศกึ ษาท่จี ะพจิ ารณาขยายเวลาออกไปอีก 1 ภาคเรียน สำหรับภาคเรียนท่ี 2 ตอ้ งดำเนนิ การให้เสรจ็ สิ้น
ภายในปกี ารศกึ ษานนั้
ถ้าสอบแกต้ ัว 2 ครั้งแลว้ ยงั ได้ระดบั ผลการเรยี น “0” อกี ให้สถานศกึ ษาแต่งตง้ั คณะกรรมการ
ดำเนินการเกย่ี วกบั การเปล่ียนผลการเรยี นของผ้เู รียนโดยปฏิบตั ดิ งั นี้
1) ถา้ เปน็ รายวชิ าพื้นฐานให้เรียนซ้ำรายวชิ าน้นั
2) ถา้ เป็นรายวิชาเพม่ิ เติมให้เรียนซำ้ หรือเปลี่ยนรายวิชาเรยี นใหม่ ทั้งนใี้ ห้อยู่ในดุลยพนิ ิจ
ของสถานศึกษา ในกรณีที่เปลย่ี นรายวิชาเรยี นใหม่ ให้หมายเหตุในระเบียนแสดงผลการเรยี นวา่ เรยี นแทนรายวชิ าใด
การเปล่ียนผลการเรยี น“ร”
การเปลี่ยนผลการเรียน“ร” ใหด้ ำเนินการดังน้ี ให้ผูเ้ รยี นดำเนนิ การแก้ไข “ร” ตามสาเหตุ เมือ่
ผเู้ รียนแก้ไขปัญหาเสร็จแลว้ ให้ไดร้ ะดบั ผลการเรยี นตามปกติ (ตัง้ แต่ 0-4) ถ้าผู้เรยี นไม่ดำเนินการแกไ้ ข “ร” กรณที ่ี
ส่งงานไมค่ รบแต่มีผลการประเมินระหวา่ งภาคเรยี นและปลายภาคใหผ้ สู้ อนนำข้อมูลทม่ี อี ยตู่ ดั สนิ ผลการเรียนยกเว้นมี
เหตสุ ุดวิสัยให้อย่ใู นดลุ ยพินิจของสถานศกึ ษาทีจ่ ะขยายเวลาการแก้ “ร” ออกไปอีกไมเ่ กิน 1 ภาคเรยี นสำหรับภาค
เรียนที่ 2 ตอ้ งดำเนนิ การใหเ้ สรจ็ สน้ิ ภายในปกี ารศึกษานนั้ เมอ่ื พ้นกำหนดน้แี ล้วให้เรียนซ้ำ หากผลการเรียนเป็น
“0” ใหด้ ำเนนิ การแก้ไขตามหลกั เกณฑ์
การเปลี่ยนผลการเรียน “มส”
การเปลี่ยนผลการเรยี น“มส” มี 2 กรณี ดังน้ี
1) กรณีผู้เรยี นได้ผลการเรยี น “มส” เพราะมีเวลาเรยี นไม่ถึงรอ้ ยละ 80
แตม่ ีเวลาเรียนไมน่ อ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 60 ของเวลาเรียนในรายวิชานั้น ให้จดั ใหเ้ รียนเพิ่มเตมิ โดยใชช้ วั่ โมงสอนซ่อม
เสรมิ หรือใชเ้ วลาว่าง หรือใชว้ นั หยุดหรือมอบหมายงานให้ทำจนมีเวลาเรยี นครบตามทก่ี ำหนดไวส้ ำหรบั รายวชิ านนั้
แลว้ จงึ ใหว้ ัดผลปลายภาคเป็นกรณพี เิ ศษ
ผลการแก้ “มส” ให้ไดร้ ะดับผลการเรียนไมเ่ กิน “1” การแก้
“มส” กรณีนี้ให้กระทำให้เสร็จสน้ิ ภายในปกี ารศกึ ษานน้ั ถา้ ผ้เู รยี น ไมม่ าดำเนินการแก้
“มส” ตามระยะเวลาที่กำหนดไวน้ ้ใี หเ้ รียนซำ้ ยกเว้นมีเหตสุ ดุ วสิ ัย ใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ ิจของสถานศกึ ษาท่จี ะขยายเวลา
การแก้ “มส” ออกไปอกี ไม่เกนิ 1 ภาคเรียน แต่เมือ่ พ้นกำหนดน้ีแล้ว ให้ปฏิบัติดังน้ี
(1) ถา้ เปน็ รายวิชาพื้นฐานให้เรียนซ้ำรายวชิ าน้นั
(2) ถา้ เป็นรายวชิ าเพม่ิ เตมิ ใหอ้ ยู่ในดลุ ยพนิ ิจของสถานศกึ ษา ใหเ้ รียนซ้ำหรือเปล่ียน
รายวชิ าเรียนใหม่
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นวดั บางปิ้ง (บรษิ ทั เกลอื ไทยสงเคราะห)์ 214
2) กรณีผเู้ รยี นไดผ้ ลการเรียน “มส” เพราะมเี วลาเรียนน้อยกวา่ ร้อยละ 60 ของเวลาเรียนทงั้ หมด
ใหส้ ถานศึกษาดำเนนิ การดังน้ี
(1) ถ้าเปน็ รายวิชาพืน้ ฐานใหเ้ รียนซำ้ รายวชิ านน้ั
(2) ถ้าเป็นรายวชิ าเพมิ่ เตมิ ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศกึ ษา ให้เรียนซำ้ หรือเปลย่ี น
รายวชิ าเรยี นใหม่ ในกรณที เ่ี ปล่ียนรายวิชาเรยี นใหม่ให้หมายเหตุในระเบียนแสดงผลการเรียนวา่ เรยี นแทนรายวิชาใด
การเรยี นซำ้ รายวิชา ผเู้ รียนท่ีไดร้ ับการสอนซอ่ มเสริมและสอบแกต้ ัว 2 ครัง้ แลว้ ไม่ผา่ นเกณฑก์ าร
ประเมนิ ใหเ้ รยี นซ้ำรายวชิ านัน้ ท้งั นใ้ี ห้อยู่ในดุลยพินจิ ของสถานศึกษาในการจดั ให้เรียนซ้ำในชว่ งใดช่วงหนึง่ ที่
สถานศกึ ษาเหน็ ว่าเหมาะสม เช่น พักกลางวัน วันหยดุ ชว่ั โมงวา่ งหลังเลิกเรยี น ภาคฤดูรอ้ นเปน็ ตน้
ในกรณภี าคเรียนที่ 2 หากผ้เู รยี นยังมผี ลการเรยี น “0” “ร” “มส” ให้ดำเนนิ การให้เสร็จสน้ิ
กอ่ นเปิดเรียนปกี ารศึกษาถัดไป สถานศึกษาอาจเปิดการเรยี นการสอนในภาคฤดูรอ้ นเพอ่ื แก้ไขผลการเรยี นของ
ผู้เรยี นได้
การเปลี่ยนผล“มผ”
กรณที ผ่ี ู้เรยี นได้ผล “มผ” สถานศกึ ษาตอ้ งจัดซอ่ มเสรมิ ให้ผ้เู รียนทำกจิ กรรมในสว่ นทผ่ี ้เู รียนไม่ได้
เขา้ รว่ มหรือไม่ได้ทำจนครบถว้ น แลว้ จึงเปลีย่ นผลจาก “มผ”เป็น “ผ” ได้ ทัง้ นด้ี ำเนนิ การให้เสรจ็ สนิ้ ภายในภาค
เรยี นนัน้ ๆ ยกเว้นมเี หตสุ ุดวสิ ยั ใหอ้ ยูใ่ นดลุ ยพินิจของสถานศึกษาท่ีจะพจิ ารณาขยายเวลาออกไปอกี ไมเ่ กนิ 1 ภาค
เรียน สำหรับภาคเรียนที่ 2 ตอ้ งดำเนินการให้เสร็จส้นิ ภายในปกี ารศกึ ษานัน้
การเรียนซำ้ ชนั้
ผู้เรยี นทไ่ี มผ่ า่ นรายวชิ าจำนวนมากและมีแนวโนม้ วา่ จะเป็นปัญหาต่อการเรยี นในระดบั ชั้นท่สี ูงข้นึ
สถานศึกษา ตอ้ งต้ังคณะกรรมการพิจารณาใหเ้ รยี นซำ้ ช้นั ได้ ทงั้ นใี้ หค้ ำนงึ ถึงวฒุ ภิ าวะและความรู้ความสามารถของ
ผู้เรยี นเปน็ สำคญั
ผเู้ รียนทีไ่ ม่มคี ุณสมบตั ติ ามเกณฑก์ ารเลื่อนชั้น สถานศกึ ษาควรใหเ้ รียนซำ้ ช้นั ทงั้ น้ี สถานศึกษา
อาจใชด้ ลุ ยพนิ ิจให้เลอ่ื นช้ันได้ หากพจิ ารณาวา่ ผเู้ รียนมคี ณุ สมบัติขอ้ ใดขอ้ หน่งึ ดงั ต่อไปนี้
1) มเี วลาเรยี นไมถ่ งึ รอ้ ยละ 80 อันเนอื่ งจากสาเหตจุ ำเปน็ หรอื เหตสุ ดุ วิสยั แตม่ ี
คุณสมบัตติ ามเกณฑ์การเลอื่ นช้ันในข้ออ่ืน ๆ ครบถว้ น
2) ผูเ้ รยี นมผี ลการประเมินผา่ นมาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตัวช้วี ดั ไมถ่ ึงเกณฑต์ ามที่
สถานศกึ ษากำหนดในแตล่ ะรายวิชา แตเ่ ห็นวา่ สามารถสอนซ่อมเสรมิ ได้ในปีการศกึ ษานัน้ และมีคุณสมบัตติ าม
เกณฑก์ ารเล่อื นชัน้ ในข้ออืน่ ๆ ครบถว้ น
3) ผเู้ รียนมีผลการประเมินรายวชิ าในกลุ่มสาระภาษาไทย คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์
สังคมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรมอยู่ในระดับผ่าน
ก่อนทจี่ ะใหผ้ ้เู รียนเรียนซำ้ ชัน้ สถานศกึ ษาตอ้ งแจ้งใหผ้ ้ปู กครองและผ้เู รยี นทราบเหตผุ ลของการ
เรียนซำ้ ชนั้
เอกสารหลักฐานการศึกษา
เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษา เป็นเอกสารสำคญั ทบ่ี ันทกึ ผลการเรียน ข้อมลู และสารสนเทศที่เก่ยี วขอ้ งกบั
พัฒนาการของผู้เรยี นในด้านตา่ ง ๆ แบง่ ออกเป็น 2 ประเภท ดงั นี้
1. เอกสารหลักฐานการศกึ ษาทกี่ ระทรวงศึกษาธกิ ารกำหนด
1.1 ระเบียนแสดงผลการเรียน เปน็ เอกสารแสดงผลการเรียนและรบั รองผลการเรียนของผ้เู รียนตาม
รายวชิ า ผลการประเมนิ การอา่ น คิดวิเคราะหแ์ ละเขยี น ผลการประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงคข์ องสถานศึกษา
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นวดั บางปิ้ง (บริษัทเกลอื ไทยสงเคราะห)์ 215
และผลการประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น สถานศกึ ษาจะต้องบันทึกข้อมลู และออกเอกสารนใ้ี หผ้ ้เู รยี นเปน็ รายบคุ คล
เมือ่ ผูเ้ รยี นจบการศึกษาระดับประถมศกึ ษา
1.2 แบบรายงานผ้สู ำเร็จการศกึ ษา เป็นเอกสารอนมุ ตั กิ ารจบหลกั สูตรโดยบันทึกรายช่ือและขอ้ มูล
ของผ้จู บการศึกษาระดบั ประถมศึกษา
2. เอกสารหลักฐานการศกึ ษาที่สถานศึกษากำหนด
เป็นเอกสารทสี่ ถานศกึ ษาจัดทำข้ึนเพ่อื บันทึกพฒั นาการ ผลการเรยี นรู้ และข้อมลู สำคญั เกี่ยวกบั ผ้เู รียน เช่น แบบ
รายงานประจำตวั นักเรยี น แบบบนั ทกึ ผลการเรยี นประจำรายวชิ า ระเบยี นสะสม ใบรบั รองผลการเรยี น และ เอกสาร
อื่น ๆ ตามวัตถุประสงคข์ องการนำเอกสารไปใช้
การเทยี บโอนผลการเรียน
สถานศึกษาสามารถเทยี บโอนผลการเรียนของผ้เู รียนในกรณตี ่าง ๆ ได้แก่ การย้ายสถานศึกษา การเปลยี่ น
รูปแบบการศกึ ษา การยา้ ยหลักสตู ร การออกกลางคนั และขอกลบั เขา้ รบั การศกึ ษาต่อ การศกึ ษาจากตา่ งประเทศและ
ขอเข้าศึกษาตอ่ ในประเทศ นอกจากน้ี ยงั สามารถเทยี บโอนความรู้ ทกั ษะ ประสบการณจ์ ากแหล่งการเรียนรอู้ ืน่ ๆ
เชน่ สถานประกอบการ สถาบันศาสนา สถาบันการฝึกอบรมอาชีพ การจดั การศกึ ษาโดยครอบครวั
การเทยี บโอนผลการเรียนควรดำเนินการในชว่ งกอ่ นเปิดภาคเรียนแรก หรอื ต้นภาคเรียนแรก ท่ีสถานศกึ ษา
รบั ผู้ขอเทียบโอนเปน็ ผู้เรียน ทั้งน้ี ผเู้ รยี นท่ไี ดร้ บั การเทยี บโอนผลการเรียนต้องศึกษาต่อเนือ่ งในสถานศึกษาทรี่ บั เทียบ
โอนอยา่ งนอ้ ย 1 ภาคเรยี น โดยสถานศึกษาทร่ี บั ผู้เรียนจาก
การเทยี บโอนควรกำหนดรายวชิ า/จำนวนหนว่ ยกติ ทจี่ ะรับเทยี บโอนตามความเหมาะสม
การพิจารณาการเทยี บโอน สามารถดำเนนิ การได้ ดงั นี้
1. พิจารณาจากหลักฐานการศกึ ษา และเอกสารอืน่ ๆ ทใ่ี หข้ ้อมลู แสดงความรู้ ความสามารถของผูเ้ รยี น
2. พิจารณาจากความรู้ ความสามารถของผูเ้ รยี นโดยการทดสอบดว้ ยวธิ ีการตา่ ง ๆ ท้งั ภาคความรแู้ ละ
ภาคปฏบิ ตั ิ
3. พจิ ารณาจากความสามารถและการปฏบิ ตั ิในสภาพจรงิ
การเทยี บโอนผลการเรียนให้เปน็ ไปตาม ประกาศ หรอื แนวปฏบิ ตั ิ ของกระทรวงศกึ ษาธิการ
การบริหารจดั การหลักสตู ร
ในระบบการศึกษาที่มีการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นและสถานศึกษามีบทบาทในการพัฒนาหลักสูตรน้ัน
หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในแต่ละระดับ ตั้งแต่ระดับชาติ ระดับท้องถิ่น จนถึงระดับสถานศึกษา มีบทบาทหน้าที่
และความรับผิดชอบในการพฒั นา สนบั สนุน สง่ เสริม การใช้และพฒั นาหลักสูตรใหเ้ ปน็ ไปอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ เพ่อื ให้
การดำเนินการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษามีประสิทธิภาพสูงสุด อันจะ
ส่งผลให้การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ในระดับชาติคุณภาพของของผู้เรียนที่
สำคญั และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
ระดับท้องถิน่ ได้แก่ สำนักงานเขตพื้นที่การศกึ ษา หน่วยงานต้นสังกดั อืน่ ๆ เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทในการ
ขับเคลื่อนคุณภาพการจัดการศึกษา เป็นตัวกลางที่จะเชื่อมโยงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานที่กำหนดใน
ระดับชาติให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่น เพื่อนำไปสู่การจัดทำหลักสูตรของสถานศึกษา
ส่งเสริมการใช้และพัฒนาหลักสูตรในระดับสถานศึกษา ให้ประสบความสำเร็จ โดยมีภารกิจสำคัญ คือ กำหนด
เป้าหมายและจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ในระดับท้องถิ่นโดยพิจารณาให้สอดคล้องกับสิ่งที่เป็นความต้องการ
ในระดับชาติ พัฒนาสาระ การเรยี นรู้ท้องถิ่น ประเมินคุณภาพการศกึ ษาในระดับท้องถิ่น รวมทั้งเพิ่มพูนคุณภาพการ
ใช้หลักสูตรด้วยการวิจัยและพัฒนา การพัฒนาบุคลากร สนับสนุน ส่งเสริม ติดตามผล ประเมินผล วิเคราะห์ และ
รายงานผลคุณภาพของผู้เรียน
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นวดั บางปิ้ง (บริษทั เกลอื ไทยสงเคราะห)์ 216
สถานศึกษามีหน้าที่สำคัญในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การวางแผนและดำเนินการใช้หลักสูตร การ
เพิ่มพูนคุณภาพการใช้หลักสูตรด้วยการวิจัยและพัฒนา การปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรจัดทำระเบียบการวัดและ
ประเมินผล ในการพฒั นาหลักสูตรสถานศึกษาต้องพิจารณาให้สอดคล้อง กับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
และรายละเอียดที่เขตพื้นที่การศึกษา หรือหน่วยงาน สังกัดอื่น ๆ ในระดับท้องถิ่นได้จัดทำเพิ่มเติม รวมทั้ง
สถานศึกษาสามารถเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และความต้องการ
ของผู้เรยี น โดยทกุ ภาคสว่ นเข้ามามีสว่ นร่วมในการพฒั นาหลกั สูตรสถานศกึ ษา
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนวดั บางปิ้ง (บรษิ ัทเกลอื ไทยสงเคราะห)์ 217
ภาคผนวก
- คำสั่งสำนักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาสมุทรสาคร ที่ 134/2565
เรื่อง แตง่ ตง้ั คณะกรรมการบรหิ ารหลกั สูตรและวิชาการของสถานศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน
โรงเรยี นวดั บางปง้ิ (บรษิ ัทเกลือไทยสงเคราะห์)
- คำส่งั โรงเรยี นวดั บางปิ้ง (บรษิ ทั เกลอื ไทยสงเคราะห์) ท่ี 31/2565
เร่อื ง แตง่ ต้งั คณะกรรมการปรับปรงุ หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนวดั บางปิง้ พทุ ธศกั ราช
2565 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2560)
- คำส่ังโรงเรยี นวดั บางปง้ิ (บริษัทเกลอื ไทยสงเคราะห์) ที่ 32/2565
เรอ่ื ง แต่งตง้ั คณะกรรมการประเมนิ หลักสูตรสถานศึกษา
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นวดั บางปิ้ง (บรษิ ัทเกลอื ไทยสงเคราะห)์ 218
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นวดั บางปิ้ง (บรษิ ัทเกลอื ไทยสงเคราะห)์ 219
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นวดั บางปิ้ง (บรษิ ัทเกลอื ไทยสงเคราะห)์ 220
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นวดั บางปิ้ง (บรษิ ัทเกลอื ไทยสงเคราะห)์ 221
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นวดั บางปิ้ง (บรษิ ัทเกลอื ไทยสงเคราะห)์ 222
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นวดั บางปิ้ง (บรษิ ัทเกลอื ไทยสงเคราะห)์ 223
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นวดั บางปิ้ง (บรษิ ัทเกลอื ไทยสงเคราะห)์ 224
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรียนวดั บางปิ้ง (บริษัทเกลอื ไทยสงเคราะห)์ 225
คณะผูจ้ ัดทำ
คณะที่ปรกึ ษา ประธานคณะกรรมการสถานศึกษา
ศึกษานิเทศก์ กลุ่มงานพฒั นาหลักสตู ร ฯ
1. นายสมนึก เผือกเล็ก กลุ่มนเิ ทศ ฯ สพป.สมทุ รสาคร
2. นางสาวติ รี เหลอื งสรุ ีย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวดั บางปิ้ง
3. นายไพบูรณ์ อ่อนสนทิ
คณะทำงาน
1. นางสาวอนงค์ จนั ทรวศ์ ประธานกรรมการ
2. นางสาวปราณี เชี่ยนมนั่ กรรมการ
3. นางสาวพทั ธมน หน่อสุวรรณ กรรมการ
4. นางสาวศภุ ลักษณ์ จติ รสมบญุ กรรมการ
5. นายอลงกรณ์ คำแสน กรรมการ
6. นายนิธิศ เฮง้ ชชู ีพ กรรมการ
7. นางกัญญาวรี ์ พานแกว้ กรรมการ
8. นางสาวชรนั ดา พานโฮม กรรมการ
9. นายสทิ ธกิ ร สขุ เจริญ กรรมการ
10. นางสาวรุลยิ า สทิ ธบิ นุ่ กรรมการและเลขานุการ
พิมพ์/ทาน/จดั ทำรปู เลม่
1. นางสาวอนงค์ จนั ทรวงศ์
2. นางสาวรลุ ยิ า สทิ ธิบนุ่
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นวดั บางปิ้ง (บรษิ ัทเกลอื ไทยสงเคราะห)์ 226