ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 รายวิชา ว 22101 วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ ระบบร่างกายมนุษย์ เรื่อง โครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะในระบบขับถ่าย 2 คาบ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การล าเลียงสารเข้าและออกจาก เซลล์ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ ท างานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของอวัยวะต่างๆ ของพืช ที่ท างานสัมพันธ์กัน รวมทั้งน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 1.2 ม.2/4 ระบุอวัยวะและบรรยายหน้าที่ของอวัยวะในระบบขับถ่ายในการก าจัดของเสียทางไต 2. สาระส าคัญ ระบบขับถ่ายมีอวัยวะที่เกี่ยวข้อง คือ ไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะ โดยมีไตท า หน้าที่ก าจัดของเสีย เช่น ยูเรีย แอมโมเนีย กรดยูริก รวมทั้งสารที่ร่างกายไม่ต้องการออกจากเลือด และ ควบคุมสารที่มีมาก หรือน้อยเกินไป เช่น น้ า โดยขับออกมาในรูปของปัสสาวะ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถระบุอวัยวะและบรรยายหน้าที่ในระบบขับถ่ายในการก าจัดของเสียทางไตได้ (K) 2. นักเรียนสามารถปฏิบัติกิจกรรมเรื่องระบบขับถ่ายได้ (P) 3. นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจและมีความรับผิดชอบ (A) 4. สาระการเรียนรู้ ด้านความรู้(K) ระบบขับถ่ายมีอวัยวะที่เกี่ยวข้อง คือ ไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะ โดยมีไตท า หน้าที่ก าจัดของเสีย เช่น ยูเรีย แอมโมเนีย กรดยูริก รวมทั้งสารที่ร่างกายไม่ต้องการออกจากเลือด และ ควบคุมสารที่มีมาก หรือน้อยเกินไป เช่น น้ า โดยขับออกมาในรูปของปัสสาวะ ด้านทักษะกระบวนการ (P) 1. ทักษะการสังเกต (Observing) 2. ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล (Inferring) 3. ทักษะการทดลอง (Experiment) 4. ทักษะการอภิปราย ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) 1. ใฝ่เรียนรู้
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี - ตั้งใจเรียน เอาใจใส่และมีความพยายามในการเรียนรู้ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ กล้าคิด กล้าพูดแสดงความคิดเห็น กล้าแสดงออก 2. มุ่งมั่นในการท างาน - มีความอดทน และทุ่มเทในการท างาน ไม่ย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรค มีความพยายามคิด แก้ปัญหา และคิดค้นหาค าตอบ 3. มีความรับผิดชอบ - รับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย ส่งงานตรงตามก าหนด ปฏิบัติงานจนเป็นนิสัย เป็นตัว อย่างที่ดีแก่ผู้อื่น 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการสื่อสาร 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5. ความสามารถในการแก้ปัญหา 6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 ขั้นกระตุ้นความสนใจ (Engagement) 1.1 นักเรียนแบบทดสอบก่อนเรียนจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 เพื่อตรวจสอบ ความเข้าใจของตนเองก่อนเรียน 1.2 ครูถามค าถามเพื่อน าเข้าสู่บทเรียน โดยใช้ค าถามดังนี้ - ในแต่ละวัน นักเรียนขับถ่ายปัสสาวะและอุจจาระวันละกี่ครั้ง (แนวตอบ นักเรียนอาจ ตอบว่า อุจจาระประมาณ 1-2 ครั้ง แต่ปัสสาวะประมาณ 8-10 ครั้ง ขึ้นอยู่กับปริมาณอาหารและน้ าที่ ร่างกายได้รับ) - นอกจากปัสสาวะและอุจาระ ร่างกายขับถ่ายของเสียอื่น ๆ อีกหรือไม่ (แนวตอบ เหงื่อ และแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์) 1.3 ครูถามค าถาม จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 เพื่อทบทวนความรู้เดิมกับ นักเรียนว่า มนุษย์ขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายทางใดบ้าง (แนวตอบ มนุษย์ขับถ่ายของเสียออกจาก ร่างกายได้หลายทาง ทั้งทางการหายใจในรูปแก๊สคาร์บอน- ไดออกไซด์ ทางผิวหนังในรูปเหงื่อ ทาง ท่อปัสสาวะในรูปน้ าปัสสาวะ และทางทวารหนักในรูปอุจจาระ) ขั้นที่ 2 ส ารวจและค้นหา (Exploration) 2.1 ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกลุ่มละ 4-5 คน โดยคละกลุ่มเก่ง ปานกลาง อ่อน 2.2 ครูเกริ่นให้นักเรียนฟังว่า ระบบขับถ่ายเป็นระบบก าจัดของเสียออกจากร่างกาย ทั้งในรูป แก๊สผ่านการหายใจออก รูปของแข็งผ่านการอุจจาระ และที่เน้นในหน่วยการเรียนรู้นี้ คือ การขับถ่าย ของเสียในรูปของเหลวผ่านการปัสสาวะซึ่งมีไตเป็นอวัยวะหลักของระบบขับถ่ายของเสียในรูปปัสสาวะ 2.3 นักเรียนศึกษาโครงสร้างและอวัยวะในระบบขับถ่าย ประกอบด้วยไต ท่อไต กระเพาะ ปัสสาวะ และ ท่อปัสสาวะ โดยใช้แบบจ าลองอวัยวะในระบบขับถ่ายปัสสาวะ หรือภาพจากหนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 หรือใช้วิดีทัศน์จากสื่อออนไลน์ เช่น - https://www.youtube.com/watch?v=dZREDWD_5bA
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี - https://www.youtube.com/watch?v=_NO8n48AKJY ขั้นที่ 3 ขั้นสร้างค าอธิบาย (Explanation) 3.1 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอผลการศึกษา 3.2 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลการทดลองและหาข้อสรุปจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูใช้ค าถามต่อไปนี้ - ระบบขับถ่ายประกอบด้วยอวัยวะใด แต่ละอวัยวะมีลักษณะและหน้าที่อย่างไร (แนวตอบ ระบบขับถ่ายประกอบด้วยไต มี 2 ข้าง ลักษณะคล้ายเมล็ดถั่ว มีสีแดง ภายในมี หน่วยไตท าหน้าที่กรองของเสียและสารต่าง ๆ ออกจากเลือด ท่อไตมีลักษณะเป็นท่อขนาดเล็กและ ยาวที่ต่อมาจากไตทั้ง 2 ข้าง ท าหน้าที่ล าเลียงปัสสาวะจากไตเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะ กระเพาะ ปัสสาวะมีลักษณะเป็นถุงขนาดใหญ่ที่ยืดหยุ่นได้ ท าหน้าที่เก็บน้ าปัสสาวะ และท่อปัสสาวะมีลักษณะ เป็นท่อที่ต่อมาจากกระเพาะปัสสาวะ ท าหน้าที่ขับน้ าปัสสาวะออกสู่ภายนอกร่างกาย) - ไตเกี่ยวข้องกับการก าจัดของเสียในรูปปัสสาวะอย่างไร (แนวตอบ ภายในไตประกอบด้วยหน่วยไต ซึ่งท าหน้าที่กรองของเสียต่าง ๆ ออกจาก เลือด โดยของเสียจะถูกล าเลียงจากไตผ่านท่อไตไปเก็บยังกระเพาะปัสสาวะในรูปน้ าปัสสาวะ เพื่อก าจัด ออกจากร่างกายผ่านท่อปัสสาวะ) 3.3 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับโครงสร้างและอวัยวะในระบบขับถ่ายเพื่อให้ได้ ข้อสรุป ดังนี้ ระบบขับถ่ายปัสสาวะประกอบด้วยไต ซึ่งภายในมีหน่วยไตท าหน้าที่กรองของเสียออกจาก เลือด ท่อไตท าหน้าที่ล าเลียงปัสสาวะจากไตไปยังกระเพาะปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะท าหน้าที่เก็บน้ า ปัสสาวะ และท่อปัสสาวะท าหน้าที่ขับน้ าออกจากร่างกาย ขั้นที่ 4 ขยายความรู้(Elaboration) 4.1 นักเรียนตอบค าถามท้ายกิจกรรม ขั้นที่ 5 ขั้นประเมิน (Evaluation) 1. ครูประเมินการเรียนรู้ของนักเรียนดังนี้ - การบันทึกการเรียนรู้ลงในสมุดบันทึกวิชาวิทยาศาสตร์ - สังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติกิจกรรมของแต่ละกลุ่ม - 7. การบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ( 3 ห่วง 2 เงื่อนไข) หลักความพอประมาณ การใช้เวลาในการศึกษาหาความรู้และท างานเหมาะกับเวลา หลักมีเหตุผล การอธิบายเกี่ยวกับอวัยวะหน้าที่ของระบบขับถ่ายได้อย่างเหมาะสม และถูกต้อง หลักสร้างภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี การเลือกศึกษาจากแหล่งเรียนรู้โดยมีความถูกต้อง การวางแผนในการท างานเป็นกลุ่ม เงื่อนไขความรู้ การวิเคราะห์ผล สรุปผลเรื่องระบบขับถ่าย เงื่อนไขคุณธรรม รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ สื่ออุปกรณ์ 1. หนังสือเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เล่ม 1
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2. อุปกรณ์การทดลองเรื่องโครงสร้างอวัยวะและหน้าที่ของระบบขับถ่าย 3. วิดีโอ จาก - https://www.youtube.com/watch?v=dZREDWD_5bA - https://www.youtube.com/watch?v=_NO8n48AKJY 4. Power Point เรื่องโครงสร้างอวัยวะและหน้าที่ของระบบขับถ่าย แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องสมุด 2. อินเทอร์เน็ต
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 9. เกณฑ์การประเมิน สิงที่ต้องการวัด รายการ วิธีวัดผล เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมินผล ด้านความรู้ (K) นักเรียนสามารถ ระบุอวัยวะและ บรรยายหน้าที่ ของอวัยวะใน ระบบขับถ่ายใน การก าจัดของเสีย ทางไต สมุดบันทึกวิชา วิทยาศาสตร์ เรื่องการสารอาหาร สมุดบันทึกวิชา วิทยาศาสตร์ 4 คะแนน ระบุอวัยวะและ บรรยายหน้าที่ของอวัยวะใน ระบบขับถ่ายในการก าจัดของ เสียทางไตได้ถูกต้องร้อยละ 80 ขึ้นไป 3 คะแนน ระบุอวัยวะและ บรรยายหน้าที่ของอวัยวะใน ระบบขับถ่ายในการก าจัดของ เสียทางไตได้ถูกต้องร้อยละ 70-79 2 คะแนน ระบุอวัยวะและ บรรยายหน้าที่ของอวัยวะใน ระบบขับถ่ายในการก าจัดของ เสียทางไตได้ถูกต้องร้อยละ 60-69 1 คะแนน ระบุอวัยวะและ บรรยายหน้าที่ของอวัยวะใน ระบบขับถ่ายในการก าจัดของ เสียทางไตได้ถูกต้องร้อยละ 50-59 0 คะแนน ระบุอวัยวะและ บรรยายหน้าที่ของอวัยวะใน ระบบขับถ่ายในการก าจัดของ เสียทางไตได้ถูกต้องน้อยกว่า ร้อยละ 50 ด้านทักษะ กระบวนการ (P) นักเรียนสามารถ ปฏิบัติกิจกรรม เรื่องโครงสร้าง สังเกตการปฏิบัติ กิจกรรมการทดลอง เกี่ยวกับอาหารและ สารอาหารทางด้าน แบบประเมินทักษะ กระบวนการ วิทยาศาสตร์ 3 คะแนน ปฏิบัติกิจกรรม เกี่ยวกับโครงสร้างและอวัยวะ ข อ ง ร ะ บ บ ขั บ ถ่ า ย ต า ม
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และอวัยวะของ ระบบขับถ่ายได้ กระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ได้ถูกต้อง 2 คะแนน ปฏิบัติกิจกรรมการ เกี่ยวกับโครงสร้างและอวัยวะ ของระบบขับถ่ายตาม กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ได้ถูกต้องบางส่วน 1 คะแนน ออกแบบและ ปฏิบัติกิจกรรมเกี่ยวกับ โครงสร้างและอวัยวะของ ระบบขับถ่ายตาม กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ได้คลาดเคลื่อน ด้านคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ (A) นักเรียนปฏิบัติ กิจกรรมกลุ่มด้วย ความมุ่งมั่นตั้งใจ และมีความใฝ่รู้ใน การเรียน 1.สังเกตการใฝ่รู้ มีความ รับผิดชอบมุ่งมั่นในการ ท างานกลุ่ม 2.สังเกตพฤติกรรมการ แสดงความคิดเห็น การ ตอบค าถาม แบบประเมิน พฤติกรรมรายกลุ่ม ผ่าน หมายถึง ให้ความ ร่วมมือ สนใจใฝ่รู้รับผิดชอบ มุ่งมั่นในการท างานกลุ่ม ปรับปรุงหมายถึง ไม่ให้ความ ร่วมมือ ไม่สนใจใฝ่รู้ไม่ รับผิดชอบ และไม่มุ่งมั่นใน การท างานกลุ่ม
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ใบงานที่ 1.2 เรื่อง ระบบขับถ่าย ค าชี้แจง : จงตอบค าถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง 1. จงอธิบายลักษณะและหน้าที่ของอวัยวะในระบบขับถ่ายต่อไปนี้ 2. จงน าสารต่อไปนี้ไปเติมในตารางที่มีความสัมพันธ์กัน สารที่กรองผ่านหน่วย ไต สารที่กรองไม่ผ่านหน่วย ไต สารที่ถูกดูดกลับจาก หน่วยไต ........................................... ........................................... ............................................. ............................................ ............................................ ................................................ ............................................ ............................................ ................................................ กรดอะมิโน น้ า โปรตีน กลูโคส ไอออนของแร่ธาตุ ยูเรีย เซลล์เม็ด เลือดแดง 1. อวัยวะ......................................................................... หน้าที่........................................................................... .................................................................................... .................................................................................... 2. อวัยวะ......................................................................... หน้าที่........................................................................... .................................................................................... .................................................................................... 3. อวัยวะ......................................................................... หน้าที่........................................................................... .................................................................................... .................................................................................... 4. อวัยวะ......................................................................... หน้าที่........................................................................... ..................................................................................... .....................................................................................
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ใบงานที่ 1.2 เฉลย เรื่อง ระบบขับถ่าย ค าชี้แจง : จงตอบค าถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง 1. จงอธิบายลักษณะและหน้าที่ของอวัยวะในระบบขับถ่ายต่อไปนี้ 2. จงน าสารต่อไปนี้ไปเติมในตารางที่มีความสัมพันธ์กัน สารที่กรองผ่านหน่วย ไต สารที่กรองไม่ผ่าน หน่วยไต สารที่ถูกดูดกลับจาก หน่วยไต ........................................... .... ........................................... .... ........................................... .... . กรดอะมิโน น้ า โปรตีน กลูโคส ไอออนของแร่ธาตุ ยูเรีย เซลล์เม็ด เลือดแดง 1. อวัยวะ......................................................................... หน้าที่........................................................................... .................................................................................... .................................................................................... 2. อวัยวะ......................................................................... หน้าที่........................................................................... .................................................................................... .................................................................................... 3. อวัยวะ......................................................................... หน้าที่........................................................................... .................................................................................... .................................................................................... 4. อวัยวะ......................................................................... หน้าที่........................................................................... ..................................................................................... ..................................................................................... ไต มีอยู่ 2 ข้าง สีแดง รูปร่างคล้ายเมล็ด ถั่ว ภายในไตมีหน่วยไต ท าหน้าที่กรองเของเสีย และสารต่าง ๆ ออกจากเลือด ท่อไต ท่อขนาดเล้กและยาวที่ต่อมาจากไต ทั้ง 2 ข้าง ไปเชื่อมต่อกับกระเพาะปัสสาวะ ท า หน้าที่ล าเลียงปัสสาวะไปเก็บที่กระเพาะปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ เป็นอวัยวะที่สามารถยืดหยุ่นได้ ท า หน้าที่เก็บปัสสาวะที่ถูกส่งมาจากไต ท่อปัสสาวะ ท่อน าน้ าปัสสาวะจากกระเพาะ ปัสสาวะออกสู่ภายนอกร่างกาย กรดอะมิโน น้ า กลูโคส ไอออนของแร่ธาตุ ยูเรีย โปรตีน เซลล์เม็ด เลือดแดง ก ร ด อ ะ มิ โ น กลูโคส น้ า ไอออนของแร่ธาตุ
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 รายวิชา ว 22101 วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ ระบบร่างกายมนุษย์ เรื่อง กลไกการก าจัดของเสีย 2 คาบ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การล าเลียงสารเข้าและออกจาก เซลล์ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ ท างานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของอวัยวะต่างๆ ของพืช ที่ท างานสัมพันธ์กัน รวมทั้งน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 1.2 ม.2/4 ระบุอวัยวะและบรรยายหน้าที่ของอวัยวะในระบบขับถ่ายในการก าจัดของเสียทางไต 2. สาระส าคัญ ระบบขับถ่ายมีอวัยวะที่เกี่ยวข้อง คือ ไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะ โดยมีไตท า หน้าที่ก าจัดของเสีย เช่น ยูเรีย แอมโมเนีย กรดยูริก รวมทั้งสารที่ร่างกายไม่ต้องการออกจากเลือด และ ควบคุมสารที่มีมาก หรือน้อยเกินไป เช่น น้ า โดยขับออกมาในรูปของปัสสาวะ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถอธิบายกลไกในการการก าจัดของเสียทางไตได้ (K) 2. นักเรียนสามารถปฏิบัติกิจกรรมเรื่องระบบขับถ่ายได้ (P) 3. นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจและมีความรับผิดชอบ (A) 4. สาระการเรียนรู้ ด้านความรู้(K) ระบบขับถ่ายมีอวัยวะที่เกี่ยวข้อง คือ ไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะ โดยมีไตท า หน้าที่ก าจัดของเสีย เช่น ยูเรีย แอมโมเนีย กรดยูริก รวมทั้งสารที่ร่างกายไม่ต้องการออกจากเลือด และ ควบคุมสารที่มีมาก หรือน้อยเกินไป เช่น น้ า โดยขับออกมาในรูปของปัสสาวะ ด้านทักษะกระบวนการ (P) 1. ทักษะการสังเกต (Observing) 2. ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล (Inferring) 3. ทักษะการทดลอง (Experiment) 4. ทักษะการอภิปราย ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) 1. ใฝ่เรียนรู้
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี - ตั้งใจเรียน เอาใจใส่และมีความพยายามในการเรียนรู้ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ กล้าคิด กล้าพูดแสดงความคิดเห็น กล้าแสดงออก 2. มุ่งมั่นในการท างาน - มีความอดทน และทุ่มเทในการท างาน ไม่ย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรค มีความพยายามคิด แก้ปัญหา และคิดค้นหาค าตอบ 3. มีความรับผิดชอบ - รับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย ส่งงานตรงตามก าหนด ปฏิบัติงานจนเป็นนิสัย เป็นตัว อย่างที่ดีแก่ผู้อื่น 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการสื่อสาร 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5. ความสามารถในการแก้ปัญหา 6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 ขั้นกระตุ้นความสนใจ (Engagement) 1.1 ครูทบทวนความรู้จากชั่วโมงที่แล้วให้นักเรียนทราบพอสังเขปว่า ระบบขับถ่ายปัสสาวะ ประกอบด้วยไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะ พร้อมอธิบายหน้าที่ของแต่ละอวัยวะให้ นักเรียนฟังพอสังเขป 1.2 น าภาพไตของคน สัตว์ มาให้นักเรียนดู และตั้งค าถาม เพื่อน าไปสู่การเรียนเรื่อง กลไกการ ท างานของระบบขับถ่ายทางไต ขั้นที่ 2 ส ารวจและค้นหา (Exploration) 2.1 ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกลุ่มละ 4-5 คน โดยคละกลุ่มเก่ง ปานกลาง อ่อน 2.2 ครูเกริ่นให้นักเรียนฟังว่า ภายในไตประกอบด้วยหน่วยไตจ านวนมากท าหน้าที่กรองของ เสียออกจากเลือด และดูดสารที่มีประโยชน์กลับเข้าสู่เลือด 2.3 นักเรียนศึกษาการท างานของหน่วยไตในการก าจัดของเสียออกจากร่างกาย จากหนังสือ เรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 เรื่อง การก าจัดของเสียของหน่วยไต หรือใช้วิดีทัศน์จากสื่อออนไลน์ เช่น - https://www.youtube.com/watch?v=3nc3yGZr4ik&t=156s ขั้นที่ 3 ขั้นสร้างค าอธิบาย (Explanation) 3.1 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอผลการศึกษา 3.2 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลการทดลองและหาข้อสรุปจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยครู ใช้ค าถามต่อไปนี้ - หน่วยไตท าหน้าที่อะไร (แนวตอบ หน่วยไตท าหน้าที่กรองของเสียและสารต่าง ๆ ออกจาก เลือด และท าหน้าที่ดูดสารที่มีประโยชน์กลับเข้าสู่เลือด) - สารชนิดใดที่ผ่านการกรองของหน่วยไตและสารชนิดใดที่ไม่ผ่านการกรองของหน่วยไต
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (แนวตอบ สารที่ผ่านการกรองของหน่วยไตเป็นสารที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก ได้แก่ น้ า กลูโคส กรดอะมิโน ไอออนของแร่ธาตุ ยูเรีย ส่วนสารที่ไม่ผ่านการกรองของหน่วยไตเป็นสารที่มีโมเลกุลขนาด ใหญ่ ได้แก่ โปรตีน เซลล์เม็ดเลือด) - สารชนิดใดที่มีการดูดกลับเข้าสู่เลือดอีกครั้ง (แนวตอบ สารที่มีการดูดกลับเข้าสู่เลือด ได้แก่ น้ า กลูโคส กรดอะมิโน ไอออนของแร่ธาตุ เนื่องจากเป็นสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย) 3.3 ถามค าถามท้าทายการคิดขั้นสูง จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 ว่า สารชนิด ใดที่ไม่ควรพบในปัสสาวะของคนปกติ เพราะเหตุใด (แนวตอบ โปรตีน กลูโคส กรดอะมิโน เนื่องจาก โปรตีนเป็นสารที่ไม่ผ่านการกรองของหน่วยไต ส่วนกลูโคสและกรดอะมิโนเป็นสารที่มีประโยชน์จึงถูก หน่วยไตดูดกลับเข้าสู่เลือด ดั้งนั้น ในปัสสาวะจึงไม่ควรพบโปรตีน กลูโคส และกรดอะมิโน) 3.4 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการก าจัดของเสียของหน่วยไตเพื่อให้ได้ ข้อสรุป ดังนี้ หน่วยไต ท าหน้าที่กรองสารโมเลกุลขนาดเล็ก เช่น น้ า กลูโคส กระดอะมิโน และของเสีย ออกจากเลือด แต่สารโมเลกุลขนาดใหญ่ เช่น โปรตีน เซลล์เม็ดเลือด ไม่ผ่านการกรอง รวมทั้งยังดูดสาร ที่มีประโยชน์ เช่น น้ า กลูโคส กลับเข้าสู่เลือดอีกครั้ง ขั้นที่ 4 ขยายความรู้(Elaboration) 4.1 ครูทบทวนความรู้จากชั่วโมงที่แล้วให้นักเรียนทราบพอสังเขปว่า ภายในไต ประกอบด้วยหน่วยไตท าหน้าที่กรองสารต่าง ๆ และของเสียออกจากเลือดและดูดสารที่มีประโยชน์กลับ ท าให้ของเสียถูกขับออกจากร่างกายในรูปปัสสาวะ 4.2 เกริ่นให้นักเรียนฟังว่า สารที่ถูกกรองและสารที่ไม่ถูกดูดกลับจะไหลผ่านท่อไตไปรวมยัง กระเพาะปัสสาวะเป็นน้ าปัสสาวะเพื่อก าจัดออกจากร่างกาย โดยกระเพาะปัสสาวะเก็บน้ าปัสสาวะได้ ประมาณ 0.7-0.8 ลิตร 4.3 นักเรียนศึกษาการเปลี่ยนแปลงของผนังกระเพาะปัสสาวะระหว่างที่มีน้ าปัสสาวะอยู่ เต็มกับไม่มีน้ าปัสสาวะอยู่ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 4.4 นักเรียนเปรียบเทียบปริมาณสารต่าง ๆ ในน้ าเลือด และในน้ าปัสสาวะ จากตารางที่ 1.2 หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 เพื่อศึกษาสารที่ถูกกรองผ่านหน่วยไต สารที่ถูกดูดกลับ และ สารที่ถูกขับออกจากร่างกายในรูปน้ าปัสสาวะ 4.5 อธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนฟังว่า นอกจากไตจะท าหน้าที่ก าจัดของเสียและดูดสารที่มี ประโยชน์กลับแล้ว ไตยังท าหน้าที่รักษาดุลยภาพน้ าและดุลยภาพของกรด-เบสในร่ากายเช่นกัน 4.6 ถามค าถามนักเรียน โดยใช้ค าถามต่อไปนี้ - เพราะเหตุใดจึงไม่พบโปรตีนและกลูโคสในน้ าปัสสาวะ (แนวตอบ เนื่องจากโปรตีนเป็น สารที่ไม่ผ่านการกรองของหน่วยไต ส่วนกลูโคสเป็นสารที่มีประโยชน์จึงถูกดูดกลับเข้าสู่เลือด) - ไตมีส่วนช่วยในการรักษาดุลยภาพของน้ าในร่างกายอย่างไร (แนวตอบ หน่วยไต สามารถดูดน้ ากลับเข้าสู่เลือดได้ ซึ่งหากร่างกายขาดน้ า หน่วยไตจะดูดน้ ากลับมากขึ้น ท าให้ปัสสาวะ ออกมาน้อย แต่เข้มข้น ในทางตรงกันข้าม หากร่างกายได้รับน้ ามากเกินไป หน่วยไตจะดูดกลับน้ าน้อย ท าให้ปัสสาวะออกมามาก แต่เจือจาง ดังนั้น ไตจึงมีส่วนช่วยในการรักษาดุลยภาพของน้ าในร่างกาย) - การตรวจปัสสาวะบ่งบอกความผิดปกติของไตได้อย่างไร (แนวตอบ เนื่องจากภายใน ไตมีหน่วยไตท าหน้าที่กรองของเสียและสารต่าง ๆ และดูดสารบางชนิดกลับเข้าสู่เลือด ซึ่งสารบางชนิดที่
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไม่ผ่านการกรอง เช่น โปรตีน เซลล์เม็ดเลือด หรือสารบางชนิดที่ถูกดูดกลับ เช่น กลูโคส กรดอะมิโน ไม่ ควรพบปนออกมาพร้อมกับน้ าปัสสาวะ ซึ่งหากพบสารเหล่านี้ในน้ าปัสสาวะอาจบ่งบอกถึงการท างานที่ ผิดปกติของหน่วยไตได้) 4.7 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับปริมาณสารต่าง ๆ ที่พบในน้ าเลือดและในน้ า ปัสสาวะ เพื่อให้ได้ข้อสรุป ดังนี้ สารที่พบในน้ าเลือดและในน้ าปัสสาวะมีสัดส่วนที่แตกต่างกัน เช่น ในน้ า เลือดพบโปรตีนและกลูโคส แต่ไม่พบในน้ าปัสสาวะ เนื่องจากโปรตีนกรองไม่ผ่านหน่วยไต ส่วนกลูโคส ถูกหน่วยไตดูดกลับเข้าสู่หลอดเลือดฝอยอีกครั้ง จึงไม่พบสารเหล่านี้ในน้ าปัสสาวะ ขั้นที่ 5 ขั้นประเมิน (Evaluation) 2. ครูประเมินการเรียนรู้ของนักเรียนดังนี้ - การบันทึกการเรียนรู้ลงในสมุดบันทึกวิชาวิทยาศาสตร์ - สังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติกิจกรรมการทดลองของแต่ละกลุ่ม - การตอบค าถามท้ายกิจกรรม 7. การบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ( 3 ห่วง 2 เงื่อนไข) หลักความพอประมาณ การใช้เวลาในการศึกษาหาความรู้และท างานเหมาะกับเวลา หลักมีเหตุผล การอธิบายเกี่ยวกับกลไกการท างานของระบบขับถ่ายทางไตได้อย่าง เหมาะสมและถูกต้อง หลักสร้างภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี การเลือกศึกษาจากแหล่งเรียนรู้โดยมีความถูกต้อง การวางแผนในการท างานเป็นกลุ่ม เงื่อนไขความรู้ การวิเคราะห์ผล สรุปผลเรื่องกลไกการท างานของระบบขับถ่ายทาง ไต เงื่อนไขคุณธรรม รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ สื่ออุปกรณ์ 1. หนังสือเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เล่ม 1 2. อุปกรณ์การทดลองเรื่องกลไกการท างานของระบบขับถ่ายทางไต 3. วิดีโอ จาก - https://www.youtube.com/watch?v=3nc3yGZr4ik&t=156s 4. Power Point เรื่องกลไกการท างานของระบบขับถ่ายทางไต แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องสมุด 2. อินเทอร์เน็ต
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 9. เกณฑ์การประเมิน สิงที่ต้องการวัด รายการ วิธีวัดผล เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมินผล ด้านความรู้ (K) นักเรียนสามารถ อธิบายกลไกในการ การก าจัดของเสียทาง ไตได้ สมุดบันทึกวิชา วิทยาศาสตร์ เรื่องกลไกในการ การก าจัดของเสีย ทางไต การตอบค าถามใน ชั้นเรียน สมุดบันทึกวิชา วิทยาศาสตร์ 4 คะแนน อธิบายเกี่ยวกับ กลไกในการก าจัดของเสียทาง ไตได้ถูกต้องร้อยละ 80 ขึ้นไป 3 คะแนน อธิบายเกี่ยวกับ กลไกในการก าจัดของเสียทาง ไตได้ถูกต้องร้อยละ 70-79 2 คะแนน อธิบายเกี่ยวกับ กลไกในการก าจัดของเสียทาง ไตได้ถูกต้องร้อยละ 60-69 1 คะแนน อธิบายเกี่ยวกับ กลไกในการก าจัดของเสียทาง ไตได้ถูกต้องร้อยละ 50-59 0 คะแนน อธิบายเกี่ยวกับ กลไกในการก าจัดของเสียทาง ไตได้ถูกต้องน้อยกว่าร้อยละ 50 ด้ า น ทั ก ษ ะ กระบวนการ (P) นักเรียนสามารถ ปฏิบัติกิจกรรมการ ทดลองกลไกในการ ก าจัดของเสียทางไต ได้ สังเกตการปฏิบัติ กิจกรรมการ ทดลองเกี่ยวกับ กลไกในการก าจัด ของเสียทางไต ทางด้าน กระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ แบบประเมิน ทักษะ กระบวนการ วิทยาศาสตร์ 3 คะแนน ปฏิบัติกิจกรรมการ ทดลองเกี่ยวกับกลไกในการ ก าจัดของเสียท างไตต าม กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ได้ถูกต้อง 2 คะแนน ปฏิบัติกิจกรรมการ ทดลองเกี่ยวกับกลไกในการ ก าจัดของเสียทางไตตาม กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ได้ถูกต้องบางส่วน 1 คะแนน ออกแบบและ ปฏิบัติกิจกรรมการทดลอง เกี่ยวกับกลไกในการก าจัดของ
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสียทางไตตามกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ได้ คลาดเคลื่อน ด้านคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ (A) นักเรียนปฏิบัติ กิจกรรมกลุ่มด้วย ความมุ่งมั่นตั้งใจและ มีความใฝ่รู้ในการ เรียน 1.สังเกตการใฝ่รู้ มี ความรับผิดชอบ มุ่งมั่นในการท างาน กลุ่ม 2.สังเกตพฤติกรรม การแสดงความ คิดเห็น การตอบ ค าถาม แบบประเมิน พฤติกรรมราย กลุ่ม ผ่าน หมายถึง ให้ความ ร่วมมือ สนใจใฝ่รู้รับผิดชอบ มุ่งมั่นในการท างานกลุ่ม ปรับปรุงหมายถึง ไม่ให้ความ ร่วมมือ ไม่สนใจใฝ่รู้ไม่ รับผิดชอบ และไม่มุ่งมั่นใน การท างานกลุ่ม
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 รายวิชา ว 22101 วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ ระบบร่างกายมนุษย์ เรื่อง การดูแลรักษาอวัยวะในระบบขับถ่าย 1 คาบ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การล าเลียงสารเข้าและออกจาก เซลล์ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ ท างานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของอวัยวะต่างๆ ของพืช ที่ท างานสัมพันธ์กัน รวมทั้งน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 1.2 ม.2/5 ตระหนักถึงความส าคัญของระบบขับถ่าย ในการก าจัดของเสียทางไต โดยการบอก แนวทางในการปฏิบัติตนที่ช่วยให้ระบบขับถ่ายท าหน้าที่ได้อย่างปกติ 2. สาระส าคัญ การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม เช่น รับประทานอาหารที่ไม่มีรสเค็มจัด การดื่มน้ า สะอาดให้เพียงพอ เป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้ระบบขับถ่ายท าหน้าที่ได้อย่างปกติ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถบอกวิธีในการดูแลอวัยวะในระบบขับถ่ายได้ (K) 2. นักเรียนสามารถปฏิบัติกิจกรรมเรื่องการดูแลอวัยวะในระบบขับถ่ายได้ (P) 3. นักเรียนตระหนักถึงความส าคัญของระบบขับถ่าย ในการก าจัดของเสียทางไต โดยการบอก แนวทางในการปฏิบัติตนที่ช่วยให้ระบบขับถ่ายท าหน้าที่ได้อย่างปกติ(A) 4. สาระการเรียนรู้ ด้านความรู้(K) การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม เช่น รับประทานอาหารที่ไม่มีรสเค็มจัด การดื่มน้ า สะอาดให้เพียงพอ เป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้ระบบขับถ่ายท าหน้าที่ได้อย่างปกติ ด้านทักษะกระบวนการ (P) 1. ทักษะการสังเกต (Observing) 2. ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล (Inferring) 3. ทักษะการทดลอง (Experiment) 4. ทักษะการอภิปราย ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) 1. ใฝ่เรียนรู้
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี - ตั้งใจเรียน เอาใจใส่และมีความพยายามในการเรียนรู้ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ กล้าคิด กล้าพูดแสดงความคิดเห็น กล้าแสดงออก 2. มุ่งมั่นในการท างาน - มีความอดทน และทุ่มเทในการท างาน ไม่ย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรค มีความพยายามคิด แก้ปัญหา และคิดค้นหาค าตอบ 3. มีความรับผิดชอบ - รับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย ส่งงานตรงตามก าหนด ปฏิบัติงานจนเป็นนิสัย เป็นตัว อย่างที่ดีแก่ผู้อื่น 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการสื่อสาร 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5. ความสามารถในการแก้ปัญหา 6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 ขั้นกระตุ้นความสนใจ (Engagement) 1.1 ครูทบทวนความรู้จากชั่วโมงที่แล้วให้นักเรียนทราบพอสังเขปว่า ไตเป็นอวัยวะส าคัญของ ระบบขับถ่าย หากไตท างานบกพร่องอาจก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมา ขั้นที่ 2 ส ารวจและค้นหา (Exploration) 2.1 ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกลุ่มละ 4-5 คน โดยคละกลุ่มเก่ง ปานกลาง อ่อน 2.2 ครูให้นักเรียนศึกษาโรคไตวายและโรคนิ่วและการดูแลรักษาอวัยวะในระบบขับถ่าย จาก หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 ขั้นที่ 3 ขั้นสร้างค าอธิบาย (Explanation) 3.1 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอผลการศึกษา 3.2 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลการทดลองและหาข้อสรุปจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยครู ใช้ค าถามต่อไปนี้ - หากหน่วยไตท างานบกพร่องจะเกิดผลเสียต่อร่างกายอย่างไร(แนวตอบ หากหน่วยไต ท างานบกพร่องจะท าให้ไม่สามารถกรองของเสียออกจากเลือดและขับออกทางปัสสาวะได้ รวมทั้งไม่ สามารถดูดสารที่มีประโยชน์กลับเข้าสู่ร่างกายได้ จึงพบสารเหล่านี้ปนออกมาพร้อมกับปัสสาวะ) - โรคไตวายและโรคนิ่วเกิดจากสาเหตุใด และมีวิธีการรักษาอย่างไร (แนวตอบ โรคไต วายเกิดจากไตทั้ง 2 ข้าง ไม่สามารถท าหน้าที่กรองของเสียออกจากเลือดได้ ท าให้ไม่สามารถขับของเสีย ออกทางน้ าปัสสาวะได้ ซึ่งสามารถรักษาได้โดยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม หรือการปลูกถ่ายไต ส่วนโรคนิ่วเกิดจากการจับตัวของแร่ธาตุและตกตะกอนเป็นก้อนนิ่วบริเวณไต ท่อไต และกระเพาะ ปัสสาวะ ซึ่งมีสาเหตุจากการสูญเสียเหงื่อมากและดื่มน้ าน้อย หรือการรับประทานอาหารที่มีสารออกซา เลตสูง สามารถรักษาได้โดยการใช้ยา การผ่าตัด หรือการสลายนิ่วโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง) - นักเรียนสามารถดูแลรักษาอวัยวะในระบบขับถ่ายได้อย่างไร (แนวตอบ เลือก รับประทานอาหาร โดยหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็มจัด รสเผ็ดจัด และมีโปรตีนสูง ดื่มน้ าสะอาดอย่าง
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพียงพอเพื่อให้ไตไม่ท างานหนักเกินไป งดสูบบุหรี่และงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการใช้ยา หรืออาหารเสริมที่มีผลต่อไต และออกก าลังกายอย่างสม่ าเสมอ) - การดื่มน้ าสะอาดอย่างเพียงพอมีส่วนช่วยการท างานของไตอย่างไร (แนวตอบ การดื่ม น้ าสะอาดอย่างเพียงพอท าให้ไตไม่ต้องกรองน้ าเลือดที่มีความเข้มข้นสูง ซึ่งท าให้ไตไม่ต้องท างานหนัก เกินไป ซึ่งแพทย์แนะน าให้ดื่มน้ าสะอาดวันละ 2 ลิตร) 3.3 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับโรคที่เกี่ยวกับไตเพื่อให้ได้ข้อสรุป ดังนี้ โรค ไตวายเกิดจากการสูญเสียการท างานของไต จึงไม่สามารถกรองของเสียออกจากเลือดได้ สามารถรักษา ได้โดยการปลูกถ่ายไต หรือการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม โรคนิ่วเกิดจากการจับตัวและตกตะกอน ของแร่ธาตุเป็นก้อนนิ่วบริเวณไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ สามารถรักษาโดยการใช้ยา ผ่าตัด หรือคลื่น เสียงความถี่สูง จึงควรดูแลรักษาอวัยวะในในระบบขับถ่าย โดยการเลือกรับประทานอาหาร หลีกเลี่ยง อาหารรสเค็มจัด เผ็ดจัด และมีโปรตีนสูง ดื่มน้ าสะอาดอย่างเพียงพอ ประมาณวันละ 2 ลิตร หลีกเลี่ยง การใช้ยาหรืออาหารเสริมที่มีผลต่อไต ขั้นที่ 4 ขยายความรู้(Elaboration) 4.1 นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5-7 คน สืบค้นข้อมูล เรื่อง ไตเทียม แล้วท าเป็นรายงานส่ง ครูผู้สอน โดยเนื้อหาต้องระบุหลักการท างานของเครื่องไตเทียม และข้อดี/ข้อเสียของการรักษาโรคด้วย เครื่องไตเทียม และน าเสนอหน้าชั้นเรียน 4.2 นักเรียนท าแบบฝึกหัดในแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 ขั้นที่ 5 ขั้นประเมิน (Evaluation) 1. ครูประเมินการเรียนรู้ของนักเรียนดังนี้ - การบันทึกการเรียนรู้ลงในสมุดบันทึกวิชาวิทยาศาสตร์ - สังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติกิจกรรมการทดลองของแต่ละกลุ่ม - การท าแบบฝึกหัดท้ายบท - การตอบค าถามในชั้นเรียน 7. การบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ( 3 ห่วง 2 เงื่อนไข) หลักความพอประมาณ การใช้เวลาในการศึกษาหาความรู้และท างานเหมาะกับเวลา หลักมีเหตุผล การอธิบายเกี่ยวกับการดูแลอวัยวะในระบบขับถ่ายได้อย่างเหมาะสม และถูกต้อง หลักสร้างภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี การเลือกศึกษาจากแหล่งเรียนรู้โดยมีความถูกต้อง การวางแผนในการท างานเป็นกลุ่ม เงื่อนไขความรู้ การวิเคราะห์ผล สรุปผลเรื่องการดูแลอวัยวะในระบบขับถ่าย เงื่อนไขคุณธรรม รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ สื่ออุปกรณ์ 1. หนังสือเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เล่ม 1 2. Power Point เรื่องการดูแลอวัยวะในระบบขับถ่าย แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องสมุด 2. อินเทอร์เน็ต
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 9. เกณฑ์การประเมิน สิงที่ต้องการวัด รายการ วิธีวัดผล เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมินผล ด้านความรู้ (K) นักเรียน สามารถบอกวิธี ในการดูแล อวัยวะในระบบ ขับถ่ายได้ สมุดบันทึกวิชา วิทยาศาสตร์ เรื่องการดูแล อวัยวะในระบบ ขับถ่าย แบบฝึกหัดท้าย กิจกรรม สมุดบันทึกวิชา วิทยาศาสตร์ 4 คะแนน บอกวิธีในการดูแล อวัยวะในระบบขับถ่ายได้ ถูกต้องร้อยละ 80 ขึ้นไป 3 คะแนน บอกวิธีในการดูแล อวัยวะในระบบขับถ่ายได้ ถูกต้องร้อยละ 70-79 2 คะแนน บอกวิธีในการดูแล อวัยวะในระบบขับถ่ายได้ ถูกต้องร้อยละ 60-69 1 คะแนน บอกวิธีในการดูแล อวัยวะในระบบขับถ่ายได้ ถูกต้องร้อยละ 50-59 0 คะแนน บอกวิธีในการดูแล อวัยวะในระบบขับถ่ายได้ ถูกต้องน้อยกว่าร้อยละ 50 ด้านทักษะ กระบวนการ (P) นักเรียน สามารถปฏิบัติ กิจกรรมการ ดูแลอวัยวะใน ระบบขับถ่ายได้ สังเกตการปฏิบัติ กิจกรรมการดูแล อวัยวะในระบบ ขับถ่ายทางด้าน กระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ แบบประเมินทักษะ กระบวนการวิทยาศาสตร์ 3 ค ะแนน ปฏิบัติ กิ จก ร ร ม เกี่ย วกับก ารดูแลอวัยวะใน ระบบขับถ่ายตามกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ได้ถูกต้อง 2 คะแนน ปฏิบัติกิจกรรม เกี่ยวกับการดูแลอวัยวะใน ระบบขับถ่ายตามกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ได้ถูกต้อง บางส่วน 1 คะแนน ออกแบบและปฏิบัติ กิจกรรมเกี่ยวกับการดูแล อวัยวะในระบบขับถ่ายตาม
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ได้คลาดเคลื่อน ด้านคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ (A) นักเรียน ตระหนักถึง ความส าคัญของ ระบบขับถ่าย ในการก าจัด ของเสียทางไต โดยการบอก แนวทางในการ ปฏิบัติตนที่ช่วย ให้ระบบขับถ่าย ท าหน้าที่ได้ อย่างปกติ 1. สังเกต พฤติกรรมการ แสดงความ คิดเห็น การตอบ ค าถาม แบบประเมินพฤติกรรม ผ่าน หมายถึง ตระหนักถึง ความส าคัญของระบบขับถ่าย ในการก าจัดของเสียทางไต ปรับปรุงหมายถึง ไม่ตระหนัก ถึงความส าคัญของระบบ ขับถ่าย ในการก าจัดของเสีย ทางไต
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 รายวิชา ว 22101 วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ ระบบร่างกายมนุษย์ เรื่อง โครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะในระบบหมุนเวียนเลือด 3 คาบ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การล าเลียงสารเข้าและออกจาก เซลล์ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ ท างานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของอวัยวะต่างๆ ของพืช ที่ท างานสัมพันธ์กัน รวมทั้งน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 1.2 ม.2/6 บรรยายโครงสร้างและหน้าที่ของหัวใจ หลอดเลือด และเลือด 2. สาระส าคัญ ระบบหมุนเวียนเลือดประกอบด้วย หัวใจ หลอดเลือด และเลือด หัวใจของมนุษย์แบ่งเป็น 4 ห้อง ได้แก่ หัวใจ ห้องบน 2 ห้อง และห้องล่าง 2 ห้อง ระหว่างหัวใจ ห้องบนและหัวใจห้องล่างมีลิ้นหัวใจกั้น หลอดเลือด แบ่งเป็น หลอดเลือดอาร์เตอรี หลอดเลือดเวน หลอดเลือดฝอย ซึ่งมีโครงสร้าง ต่างกัน เลือด ประกอบด้วย เซลล์เม็ดเลือด เกล็ดเลือด และพลาสมา 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถบรรยายโครงสร้างและหน้าที่ของหัวใจ หลอดเลือด และเลือด ได้ (K) 2. นักเรียนสามารถปฏิบัติกิจกรรมเรื่องระบบหมุนเวียนเลือดได้ (P) 3. นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจและมีความรับผิดชอบ (A) 4. สาระการเรียนรู้ ด้านความรู้(K) ระบบหมุนเวียนเลือดประกอบด้วย หัวใจ หลอดเลือด และเลือด หัวใจของมนุษย์แบ่งเป็น 4 ห้อง ได้แก่ หัวใจ ห้องบน 2 ห้อง และห้องล่าง 2 ห้อง ระหว่างหัวใจ ห้องบนและหัวใจห้องล่างมีลิ้นหัวใจกั้น หลอดเลือด แบ่งเป็น หลอดเลือดอาร์เตอรี หลอดเลือดเวน หลอดเลือดฝอย ซึ่งมีโครงสร้าง ต่างกัน เลือด ประกอบด้วย เซลล์เม็ดเลือด เกล็ดเลือด และพลาสมา ด้านทักษะกระบวนการ (P)
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1. ทักษะการสังเกต (Observing) 2. ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล (Inferring) 3. ทักษะการทดลอง (Experiment) 4. ทักษะการอภิปราย ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) 1. ใฝ่เรียนรู้ - ตั้งใจเรียน เอาใจใส่และมีความพยายามในการเรียนรู้ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ กล้าคิด กล้าพูดแสดงความคิดเห็น กล้าแสดงออก 2. มุ่งมั่นในการท างาน - มีความอดทน และทุ่มเทในการท างาน ไม่ย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรค มีความพยายามคิด แก้ปัญหา และคิดค้นหาค าตอบ 3. มีความรับผิดชอบ - รับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย ส่งงานตรงตามก าหนด ปฏิบัติงานจนเป็นนิสัย เป็นตัว อย่างที่ดีแก่ผู้อื่น 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการสื่อสาร 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5. ความสามารถในการแก้ปัญหา 6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ 1 หัวใจ ขั้นที่ 1 ขั้นกระตุ้นความสนใจ (Engagement) 1.1 ครูให้นักเรียนท าแบบทดสอบก่อนเรียนในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 เพื่อ ตรวจสอบความเข้าใจก่อนเรียนของตนเอง 1.2 ครูถามค าถามเพื่อน าเข้าสู่บทเรียนว่า แก๊สออกซิเจนและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จากการ แลกเปลี่ยนแก๊สถูกล าเลียงไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างไร (แนวตอบ แก๊สออกซิเจนและแก๊ส คาร์บอนไดออกไซด์ถูกล าเลียงไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยผ่านระบบหมุนเวียนเลือด) 1.3 ครูถามค าถามจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 เพื่อทบทวนความรู้เดิมกับนักเรียน ว่า มนุษย์มีหัวใจทั้งหมดกี่ห้อง (แนวตอบ มนุษย์มีหัวใจ 4 ห้อง แบ่งออกเป็นห้องบน 2 ห้อง และห้อง ล่าง 2 ห้อง) ขั้นที่ 2 ส ารวจและค้นหา (Exploration) 2.1 ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกลุ่มละ 4-5 คน โดยคละกลุ่มเก่ง ปานกลาง อ่อน 2.2 ครูเกริ่นให้นักเรียนฟังว่า ระบบหมุนเวียนเลือดเป็นระบบขนส่งสารต่าง ๆ เช่น สารอาหาร แก๊ส และของเสียไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย รวมทั้งควบคุมอุณหภูมิและปริมาณสารต่าง ๆ ในร่างกาย โดยระบบหมุนเวียนเลือดประกอบด้วยหัวใจ หลอดเลือด และเลือด 2.3 น าหัวใจของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ านม เช่น หมู วัว มาผ่าเพื่อใช้ประกอบการสอนเรื่อง หัวใจ
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2.4 นักเรียนศึกษาหัวใจ ซึ่งประกอบด้วยหัวใจห้องบน 2 ห้อง และห้องล่าง 2 ห้อง โดยใช้ แบบจ าลองหัวใจ หรือภาพจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 หรือใช้วิดีทัศน์จากสื่อออนไลน์ เช่น - https://www.youtube.com/watch?v=fOMuh8d3n7w ขั้นที่ 3 ขั้นสร้างค าอธิบาย (Explanation) 3.1 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอผลการศึกษา 3.2 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลการทดลองและหาข้อสรุปจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยครู ใช้ค าถามต่อไปนี้ - หัวใจห้องบนและห้องล่างมีขนาดแตกต่างกันอย่างไร เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น (แนวตอบ หัวใจห้องบนมีขนาดเล็กและผนังบางกว่าหัวใจห้องล่าง เนื่องจากหัวใจห้องล่างท า หน้าที่สูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย (หัวใจห้องล่างขวาสูบฉีดเลือดไปปอดและหัวใจห้องล่าง ซ้ายสูบฉีดเลือดไปส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย) จึงต้องมีผนังหนาเพื่อให้สูบฉีดเลือดไปยังบริเวณต่าง ๆ ได้ อย่างมีประสิทธิภาพ) - หัวใจแต่ละห้องท าหน้าที่เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร (แนวตอบ หัวใจห้องบนขวาท าหน้าที่รับเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนต่ าจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย หัวใจห้องล่างขวาท าหน้าที่ส่งเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนต่ าไปแลกเปลี่ยนแก๊สที่ปอด หัวใจห้องบนซ้ายท า หน้าที่รับเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนสูงจากปอด หัวใจห้องล่างซ้ายท าหน้าที่ส่งเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนสูงไป ยังเซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย) - ลิ้นหัวใจที่กั้นระหว่างห้องล่างกับห้องบนท าหน้าที่ใด (แนวตอบ ลิ้นหัวใจท าหน้าที่กั้นหัวใจ ห้องบนกับห้องล่างเพื่อป้องกันการไหลย้อนกลับของเลือด) 3.3 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับหัวใจเพื่อให้ได้ข้อสรุป ดังนี้ หัวใจของมนุษย์ ประกอบด้วยห้องบน 2 ห้อง ห้องล่าง 2 ห้อง ซึ่งหัวใจห้องบนมีขนาดเล็กและผนังบางกว่าห้องล่าง และ ระหว่างหัวใจห้องบนกับหัวใจห้องล่างมีลิ้นหัวใจกั้นป้องกันการไหลย้อนกลับของเลือด ขั้นที่ 4 ขยายความรู้(Elaboration) 4.1 นักเรียนตอบค าถามและให้ถามในเรื่องที่ยังไม่เข้าใจ ขั้นที่ 5 ขั้นประเมิน (Evaluation) 3. ครูประเมินการเรียนรู้ของนักเรียนดังนี้ - การบันทึกการเรียนรู้ลงในสมุดบันทึกวิชาวิทยาศาสตร์ - สังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติกิจกรรมของแต่ละกลุ่ม - การตอบค าถามในชั้นเรียน ชั่วโมงที่ 2 หลอดเลือด ขั้นที่ 1 ขั้นกระตุ้นความสนใจ (Engagement) 1.1 ทบทวนความรู้จากชั่วโมงที่แล้วให้นักเรียนทราบพอสังเขปว่า หัวใจประกอบด้วยห้องบน 2 ห้อง และห้องล่าง 2 ห้อง ซึ่งมีลิ้นหัวใจกั้นระหว่างหัวใจห้องบนและห้องล่าง 1.2 ครูเกริ่นให้นักเรียนฟังว่า การศึกษาหัวใจของสัตว์เมื่อชั่วโมงที่แล้ว นักเรียนสังเกตเห็นว่ามี หลอดเลือดที่ต่อจากหัวใจจ านวนมาก หลอดเลือดที่ต่อจากหัวใจประกอบด้วยหลอดเลือดอาร์เตอรีและ หลอดเลือดเวนเป็นหลัก
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขั้นที่ 2 ส ารวจและค้นหา (Exploration) 2.1 ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกลุ่มละ 4-5 คน โดยคละกลุ่มเก่ง ปานกลาง อ่อน 2.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาหลอดเลือดทั้ง 3 ชนิด ได้แก่ หลอดเลือดอาร์เตอรี หลอดเลือดเวน และหลอดเลือดฝอย รวมทั้งเปรียบเทียบความแตกต่างของหลอดเลือดแต่ละชนิด จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 ขั้นที่ 3 ขั้นสร้างค าอธิบาย (Explanation) 3.1 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอผลการศึกษา 3.2 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลการทดลองและหาข้อสรุปจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยครู ใช้ค าถามต่อไปนี้ - หลอดเลือดทั้ง 3 ชนิด มีลักษณะเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร (แนวตอบ หลอดเลือดทั้ง 3 ชนิด มีลักษณะแตกต่างกัน หลอดเลือดอาร์เตอรีมีผนังหนาและมีความยืดหยุ่นสูง หลอดเลือดเวนมี ผนังบางกว่าและมีลิ้นภายในหลอดเลือด ส่วนหลอดเลือดฝอยมีขนาดเล็กและมีผนังบางมาก ประกอบด้วยเซลล์เพียงชั้นเดียว) -เพราะเหตุใดหลอดเลือดเวนจึงต้องมีลิ้นภายในหลอดเลือด แต่หลอดเลือดอาร์เตอรีไม่มีลิ้น (แนวตอบ เนื่องจากความดันเลือดเลือดในหลอดเลือดเวนต่ า จึงต้องมีลิ้นกั้นเป็นระยะเพื่อป้องกัน การไหลย้อนกลับของเลือด) - หลอดเลือดเวนที่ล าเลียงเลือดจากปอดกลับเข้าสู่หัวใจแตกต่างจากหลอดเลือดเวนทั่วไปอย่างไร (แนวตอบ หลอดเลือดเวนทั่วไปล าเลียงเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนต่ าจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย กลับเข้าสู่หัวใจ แต่หลอดเลือดเวนที่ล าเลียงเลือดจากปอดกลับเข้าสู่หัวใจมีแก๊สออกซิเจนสูง) - หลอดเลือดอาร์เตอรีที่ล าเลียงเลือดจากหัวใจไปสู่ปอดแตกต่างจากหลอดเลือดอาร์เตอรีทั่วไป อย่างไร(แนวตอบ หลอดเลือดอาร์เตอรีทั่วไปล าเลียงเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนสูงจากหัวใจไปยังส่วนต่าง ๆ แต่หลอดเลือดอาร์เตอรีที่ล าเลียงเลือดจากหัวใจไปสู่ปอดเป็นหลอดเลือดที่ล าเลียงเลือดที่มีแก๊ส ออกซิเจนต่ าจากหัวใจไปฟอกที่ปอด) - ทิศทางการไหลของเลือดในหลอดเลือดอาร์เตอรีและหลอดเลือดเวนเหมือนหรือแตกต่างกัน อย่างไร (แนวตอบ ทิศทางการไหลของเลือดในหลอดเลือดอาร์เตอรีและหลอดเลือดเวนแตกต่างกัน โดย การไหลของเลือดในหลอดเลือดอาร์เตอรีมีทิศออกจากหัวใจ ส่วนการไหลของเลือดในหลอดเลือดเวนมี ทิศเข้าสู่หัวใจ) 3.3 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับหลอดเลือดทั้ง 3 ชนิด เพื่อให้ได้ข้อสรุป ดังนี้ หลอด เลือดอาร์เตอรีท าหน้าที่ล าเลียงเลือดออกจากหัวใจ มีความหนาและยืดหยุ่น มีแรงดันเลือดคงที่ หลอด เลือดเวนท าหน้าที่ล าเลียงเลือดกลับเข้าสู่หัวใจ มีผนังบางกว่าและความดันเลือดต่ ากว่าหลอดเลือดอาร์ เตอรี และมีลิ้นกั้นภายในหลอดเลือด และหลอดเลือดฝอยท าหน้าที่แลกเปลี่ยนแก๊ส ซึ่งผนังของหลอด เลือดมีเซลล์เพียงชั้นเดียว ขั้นที่ 4 ขยายความรู้(Elaboration) นักเรียนท าใบงานเรื่อง หัวใจและหลอดเลือด ขั้นที่ 5 ขั้นประเมิน (Evaluation) ครูประเมินการเรียนรู้ของนักเรียนดังนี้ - การบันทึกการเรียนรู้ลงในสมุดบันทึกวิชาวิทยาศาสตร์
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี - สังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติกิจกรรมของแต่ละกลุ่ม - การตอบค าถามในชั้นเรียน ชั่วโมงที่ 3 หลอดเลือด ขั้นที่ 1 ขั้นกระตุ้นความสนใจ (Engagement) 1.1 ครูทบทวนความรู้จากชั่วโมงที่แล้วให้นักเรียนทราบพอสังเขปว่า หัวใจท าหน้าที่สูบฉีดเลือด เพื่อล าเลียงเลือดผ่านหลอดเลือดไปยังอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งหลอดเลือดแต่ละประเภทท าหน้าที่ แตกต่างกัน หลอดเลือดอาร์เตอรีล าเลียงเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนสูงจากหัวใจไปยังอวัยวะต่าง ๆ ของ ร่างกาย (ยกเว้นหลอดเลือดอาร์เตอรีที่ล าเลียงเลือดจากหัวใจไปยังปอด) หลอดเลือดเวนล าเลียงเลือดที่ มีแก๊สออกซิเจนต่ าจากอวัยวะต่าง ๆ กลับเข้าสู่หัวใจ (ยกเว้นหลอดเลือดเวนที่ล าเลียงเลือดจากปอดกลับ เข้าสู่หัวใจ) และหลอดเลือดฝอยท าหน้าที่แลกเปลี่ยนแก๊ส 1.2 น าสไลด์ถาวรของเซลล์เม็ดเลือดของมนุษย์มาส่องภายใต้กล้องจุลทรรศน์เพื่อใช้ ประกอบการสอน เช่น 1.3 ครูเกริ่นให้นักเรียนฟังว่า เลือดประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่เป็นของเหลว และส่วน ที่เป็นเซลล์เม็ดเลือด ซึ่งประกอบด้วยเซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เม็ดเลือดขาว และเพลตเลต ขั้นที่ 2 ส ารวจและค้นหา (Exploration) 2.1 ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกลุ่มละ 4-5 คน โดยคละกลุ่มเก่ง ปานกลาง อ่อน 2.2 นักเรียนศึกษาส่วนประกอบของเลือด จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 หรือใช้ วิดีทัศน์จากสื่อออนไลน์ เช่น - https://www.youtube.com/watch?v=co6iuDpaQTM 2.3 ครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่า เนื่องจากเซลล์เม็ดเลือดขาวสามารถสร้างแอนติบอดี ซึ่ง แอนติบอดีสามารถท าลายเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย จึงมีการน าแอนติบอดีที่สร้างขึ้นมา ผลิตวัคซีนหรือเซรุ่ม 2.4 นักเรียนจับคู่ศึกษาเกี่ยวกับวัคซีนและรุ่ม และเปรียบเทียบความแตกต่างของวัคซีนและ เซรุ่ม จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 ขั้นที่ 3 ขั้นสร้างค าอธิบาย (Explanation) 3.1 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอผลการศึกษา 3.2 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลการทดลองและหาข้อสรุปจากการปฏิบัติกิจกรรม โดย ครูใช้ค าถามต่อไปนี้
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี - เลือดแบ่งออกเป็นกี่ส่วน อะไรบ้าง(แนวตอบ เลือดแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนของน้ า เลือดหรือพลาสมาประกอบด้วยน้ า สารอาหาร เอนไซม์ ฮอร์โมน แก๊ส และของเสียต่าง ๆ และส่วนที่ เป็นเซลล์เม็ดเลือดประกอบด้วยเซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เม็ดเลือดขาว และเพลตเลต) - ลักษณะของเซลล์เม็ดเลือดแดงเหมาะสมกับการท าหน้าที่อย่างไร (แนวตอบ เซลล์เม็ด เลือดแดงมีลักษณะกลมแบน ตรงกลางบุ่ม และไม่มีนิวเคลียส ซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่ผิวในการรับ-ส่งแก๊ส ออกซิเจนไปยังเซลล์ต่าง ๆ) - เซลล์เม็ดเลือดขาวท าลายเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมได้อย่างไร (แนวตอบ เซลล์เม็ดเลือด ขาวท าลายเชื้อโรคโดยการสร้างแอนติบอดีเข้าท าลายเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย หรือกลืนกินเชื้อโรคที่เข้าสู่ ร่างกายแล้วย่อยสลายด้วยไลโซโซมภายในเซลล์) - หากร่างกายไม่มีเพลตเลตจะส่งผลอย่างไรเมื่อเกิดบาดแผล (แนวตอบ เพลตเลตท าหน้าที่ ช่วยในการแข็งตัวของเลือด ซึ่งหากร่างกายไม่มีเพลตเลตจะท าให้เลือดไหลไม่หยุดเมื่อเกิดบาดแผล ซึ่ง อาจท าให้ร่างกายสูญเสียเลือดมากจนอาจเสียชีวิตได้) -วัคซีนกับเซรุ่มแตกต่างกันอย่างไร (แนวตอบ วัคซีนเป็นเชื้อโรคที่ตายแล้วหรืออ่อนฤทธิ์ลง จนไม่ก่อโรคที่ถูกน ามาฉีดเข้าสู่ร่างกายเพื่อให้สร้างแอนติบอดี ซึ่งมักฉีดให้ก่อนการเกิดโรค และมี ระยะเวลาในการออกฤทธิ์นาน ส่วนเซรุ่มเป็นแอนติบอดีที่สร้างขึ้นจากสัตว์ โดยการฉีดเชื้อโรคที่อ่อน ก าลังให้กับสัตว์เพื่อให้สัตว์สร้างแอนติบอดีขึ้นมา แล้วจึงน าแอนติบอดีของสัตว์มาฉีดเข้าสู่ร่างกาย ซึ่ง มักจะฉีดให้หลังเกิดโรค และมีระยะเวลาในการออกฤทธิ์สั้น) 3.3 ครูถามค าถาม จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 กับนักเรียนว่า หากนักเรียนถูก งูเห่ากัด แพทย์จะฉีดวัคซีนหรือเซรุ่มให้กับนักเรียน เพราะเหตุใด (แนวตอบ ฉีดเซรุ่ม เนื่องจากเป็นการ ฉีดให้หลังจากได้รับพิษจากงู ซึ่งเซรุ่มเป็นแอนติบอดีจากสัตว์ที่ได้รับการฉีดเชื้อโรคที่อ่อนฤทธิ์ โดยเซรุ่ม จะมีระยะเวลาในการออกฤทธิ์ช่วงสั้น ๆ) 3.4 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับเลือดเพื่อให้ได้ข้อสรุป ดังนี้ เลือดประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่ น้ าเลือดท าหน้าที่ล าเลียงสารไปส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ประกอบด้วยน้ า สารอาหาร เอนไซม์ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และของเสียต่าง ๆ และเซลล์เม็ดเลือดประกอบด้วยเซลล์เม็ดเลือด แดงท าหน้าที่ขนส่งแก๊สออกซิเจน เซลล์เม็ดเลือดขาวท าหน้าที่ท าลายเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ ร่างกาย ซึ่งจากคุณสมบัติของเซลล์เม็ดเลือดขาวจึงน ามาผลิตวัคซีนและเซรุ่ม และเกล็ดเลือดท าหน้าที่ ช่วยการแข็งตัวของเลือด 3.5 นักเรียนและครูร่วมกันเปรียบเทียบความแตกต่างของวัคซีนกับเซรุ่ม เพื่อให้ได้ข้อสรุป ดังนี้ วัคซีนเป็นการฉีดเชื้อโรคที่ตายแล้วหรืออ่อนก าลังเข้าสู่ร่างกายเพื่อให้ร่างกายสร้างแอนติบอดีเข้าท าลาย เชื้อโรค ซึ่งมักฉีดเข้าสู่ร่างกายก่อนเกิดโรคและมีระยะเวลาคุ้มกันโรคหลายปี ส่วนเซรุ่มเป็นแอนติบอดีที่ แยกจากเลือดของสัตว์ เมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกายจะท าลายเชื้อโรคทันที จึงฉีดหลังการเกิดโรค แต่มีระยะเวลา คุ้มกันโรคในช่วงสั้นๆ ขั้นที่ 4 ขยายความรู้(Elaboration) 4.1 นักเรียนท าใบงานเรื่อง เลือด ขั้นที่ 5 ขั้นประเมิน (Evaluation) 5.1 ครูประเมินการเรียนรู้ของนักเรียนดังนี้ - การบันทึกการเรียนรู้ลงในสมุดบันทึกวิชาวิทยาศาสตร์
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี - สังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติกิจกรรมของแต่ละกลุ่ม - การตอบค าถามในชั้นเรียน 7. การบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ( 3 ห่วง 2 เงื่อนไข) หลักความพอประมาณ การใช้เวลาในการศึกษาหาความรู้และท างานเหมาะกับเวลา หลักมีเหตุผล การอธิบายเกี่ยวกับอวัยวะหน้าที่ของระบบหมุนเวียนเลือดได้อย่าง เหมาะสมและถูกต้อง หลักสร้างภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี การเลือกศึกษาจากแหล่งเรียนรู้โดยมีความถูกต้อง การวางแผนในการท างานเป็นกลุ่ม เงื่อนไขความรู้ การวิเคราะห์ผล สรุปผลเรื่องอวัยวะหน้าที่ของระบบหมุนเวียนเลือด เงื่อนไขคุณธรรม รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ สื่ออุปกรณ์ 1. หนังสือเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เล่ม 1 2. Power Point เรื่องอวัยวะและหน้าที่ของระบบหมุนเวียนเลือด 3. วิดีโอ จาก https://www.youtube.com/watch?v=co6iuDpaQTM https://www.youtube.com/watch?v=fOMuh8d3n7w แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องสมุด 2. อินเทอร์เน็ต 9. เกณฑ์การประเมิน สิงที่ต้องการวัด รายการ วิธีวัดผล เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมินผล ด้านความรู้ (K) นักเรียนสามารถ บรรยายโครงสร้าง และหน้าที่ของ หัวใจ หลอดเลือด และเลือดได้ สมุดบันทึกวิชา วิทยาศาสตร์ เรื่องระบบหมุนเวียน เลือด ใบงานเรื่องหัว หลอด เลือด เลือด สมุดบันทึกวิชา วิทยาศาสตร์ ใบงาน 4 คะแนน บรรยายโครงสร้างและ หน้าที่ของหัวใจ หลอดเลือด และ เลือดได้ถูกต้องร้อยละ 80 ขึ้นไป 3 คะแนน บรรยายโครงสร้างและ หน้าที่ของหัวใจ หลอดเลือด และ เลือดได้ถูกต้องร้อยละ 70-79 2 คะแนน บรรยายโครงสร้างและ หน้าที่ของหัวใจ หลอดเลือด และ เลือดได้ถูกต้องร้อยละ 60-69
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1 คะแนน บรรยายโครงสร้างและ หน้าที่ของหัวใจ หลอดเลือด และ เลือดได้ถูกต้องร้อยละ 50-59 0 คะแนน บรรยายโครงสร้างและ หน้าที่ของหัวใจ หลอดเลือด และ เลือดได้ถูกต้องน้อยกว่าร้อยละ 50 ด้ า น ทั ก ษ ะ ก ร ะ บ ว น ก า ร (P) นักเรียนสามารถ ปฏิบัติกิจกรรม เรื่องโครงสร้าง และหน้าที่ของ หัวใจ หลอดเลือด และเลือดได้ สังเกตการปฏิบัติ กิจกรรมโครงสร้างและ หน้าที่ของหัวใจ หลอด เลือด และเลือดทางด้าน กระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ แบบประเมินทักษะ กระบวนการ วิทยาศาสตร์ 3 คะแนน ปฏิบัติกิจกรรมเรื่อง โครงสร้างและหน้าที่ของหัวใจ ห ล อ ด เ ลื อ ด แ ล ะ เ ลื อ ดตาม กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ได้ ถูกต้อง 2 คะแนน ปฏิบัติกิจกรรมเรื่อง โครงสร้างและหน้าที่ของหัวใจ หลอดเลือด และเลือดตาม กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ได้ ถูกต้องบางส่วน 1 คะแนน ออกแบบและปฏิบัติ กิจกรรมเรื่องโครงสร้างและหน้าที่ ของหัวใจ หลอดเลือด และเลือด ตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ได้คลาดเคลื่อน ด้านคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ (A) นักเรียนปฏิบัติ กิจกรรมกลุ่มด้วย ความมุ่งมั่นตั้งใจ และมีความใฝ่รู้ใน การเรียน 1.สังเกตการใฝ่รู้ มีความ รับผิดชอบมุ่งมั่นในการ ท างานกลุ่ม 2.สังเกตพฤติกรรมการ แสดงความคิดเห็น การ ตอบค าถาม แบบประเมิน พฤติกรรมรายกลุ่ม ผ่าน หมายถึง ให้ความร่วมมือ สนใจใฝ่รู้รับผิดชอบ มุ่งมั่นในการ ท างานกลุ่ม ปรับปรุงหมายถึง ไม่ให้ความ ร่วมมือ ไม่สนใจใฝ่รู้ไม่รับผิดชอบ และไม่มุ่งมั่นในการท างานกลุ่ม
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หมายเลข 6 คือ ....................................................... หน้าที่...................................................................... ................................................................................ หมายเลข 1 คือ....................................................... หน้าที่ ...................................................................... ........................................................................... หมายเลข 2 คือ ....................................................... หน้าที่...................................................................... ................................................................................ หมายเลข 3 คือ ....................................................... หน้าที่...................................................................... ................................................................................ หมายเลข 4 คือ ....................................................... หน้าที่...................................................................... ................................................................................ หมายเลข 5 คือ ....................................................... หน้าที่...................................................................... ................................................................................ หมายเลข 7 คือ ....................................................... หน้าที่...................................................................... ................................................................................ ใบงานที่ 1.3.1 เรื่อง หัวใจและหลอดเลือด ค าชี้แจง : จงตอบค าถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง 1. หมายเลข 1-7 คืออะไร ท าหน้าที่ใด 2. จงเปรียบเทียบความแตกต่างของหลอดเลือดแดง หลอดเลือดด า และหลอดเลือดฝอย หลอดเลือดอาร์เตอรี หลอดเลือดเวน หลอดเลือดฝอย หน้าที่ ....................................... ....................................... ....................................... ....................................... ..................................... ..................................... ผนังหลอดเลือด ....................................... ....................................... ..................................... ลิ้น ....................................... ....................................... ..................................... แรงดันเลือด ....................................... ...................................... ....................................... ...................................... ..................................... .....................................
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หมายเลข 6 คือ ....................................................... หน้าที่...................................................................... ................................................................................ หมายเลข 1 คือ....................................................... หน้าที่...................................................................... ................................................................................ หมายเลข 2 คือ....................................................... หน้าที่...................................................................... ................................................................................ หมายเลข 3 คือ....................................................... หน้าที่...................................................................... ................................................................................ หมายเลข 4 คือ ....................................................... หน้าที่...................................................................... ................................................................................ หมายเลข 5 คือ....................................................... หน้าที่...................................................................... ................................................................................ หมายเลข 7 คือ....................................................... หน้าที่...................................................................... ................................................................................ ใบงานที่ 1.3 เฉลย เรื่อง หัวใจและหลอดเลือด ค าชี้แจง : จงตอบค าถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง 1. หมายเลข 1-7 คืออะไร ท าหน้าที่ใด 2. จงเปรียบเทียบความแตกต่างของหลอดเลือดแดง หลอดเลือดด า และหลอดเลือดฝอย หลอดเลือดอาร์เตอรี หลอดเลือดเวน หลอดเลือดฝอย หน้าที่ ผนังหลอดเลือด ลิ้น แรงดันเลือด หัวใจห้องบนขวา รับเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนต่ าจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และส่งไปยังหัวใจห้องล่างขวา หลอดเลือดเวน น าเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนต่ าจาก ส่วน ต่าง ๆ ของร่างกาย เข้าสู่หัวใจห้องบน ขวา หัวใจห้องล่างขวา รับเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนต่ า จากหัวใจห้องบนขวา และส่งไปแลกเปลี่ยน แก๊สที่ปอด หัวใจห้องล่างซ้าย รับเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนสูงจาก หัวใจห้องบนซ้าย เพื่อส่งไปยังส่วนต่าง ๆ ของ ร่างกาย หลอดเลือดเวนไปยัง ปอด รับเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนต่ า จากหัวใจห้องล่างขวา เพื่อส่งไปฟอกที่ปอด หัวใจห้องบนซ้าย รับเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนสูงจาก ปอด แล้วส่งไปยังหัวใจห้องล่างซ้าย หลอดเลือดอาร์เตอรี รับเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนสูง หัวใจห้องล่างซ้าย เพื่อส่งไปยังส่วนต่าง ๆ ของ ร่างกาย ล าเลียงเลือดจากหัวใจไป ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย รับเลือกจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเข้าสู่หัวใจ แลกเปลี่ยนแก๊ส ผนังหนา ผนังบาง ผนังบางมาก ไม่มี มี ไม่มี สูง ต่ า ต่ ากว่าหลอดเลือด อาร์เตอรีแต่สูงกว่าหลอด
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 รายวิชา ว 22101 วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ ระบบร่างกายมนุษย์ เรื่อง การท างานของระบบหมุนเวียนเลือด 2 คาบ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การล าเลียงสารเข้าและออกจาก เซลล์ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ ท างานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของอวัยวะต่างๆ ของพืช ที่ท างานสัมพันธ์กัน รวมทั้งน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 1.2 ม.2/7 อธิบายการท างานของระบบหมุนเวียนเลือด โดยใช้แบบจ าลอง 2. สาระส าคัญ การบีบและคลายตัวของหัวใจท าให้เลือดหมุนเวียนและล าเลียงสารอาหารแก๊สของเสีย และ สารอื่น ๆ ไปยังอวัยวะและเซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย เลือดที่มีปริมาณแก๊สออกซิเจนสูงจะออกจากหัวใจ ไปยังเซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ขณะเดียวกันแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จากเซลล์จะแพร่เข้าสู่เลือดและ ล าเลียงกลับเข้าสู่หัวใจและถูกส่งไปแลกเปลี่ยนแก๊สที่ปอด 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถอธิบายการท างานของระบบหมุนเวียนเลือด โดยใช้แบบจ าลองได้ (K) 2. นักเรียนสามารถปฏิบัติกิจกรรมเรื่องการท างานระบบหมุนเวียนเลือดได้ (P) 3. นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจและมีความรับผิดชอบ (A) 4. สาระการเรียนรู้ ด้านความรู้(K) การบีบและคลายตัวของหัวใจท าให้เลือดหมุนเวียนและล าเลียงสารอาหารแก๊สของเสีย และ สารอื่น ๆ ไปยังอวัยวะและเซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย เลือดที่มีปริมาณแก๊สออกซิเจนสูงจะออกจากหัวใจ ไปยังเซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ขณะเดียวกันแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จากเซลล์จะแพร่เข้าสู่เลือดและ ล าเลียงกลับเข้าสู่หัวใจและถูกส่งไปแลกเปลี่ยนแก๊สที่ปอด ด้านทักษะกระบวนการ (P) 1. ทักษะการสังเกต (Observing) 2. ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล (Inferring) 3. ทักษะการทดลอง (Experiment) 4. ทักษะการอภิปราย ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1. ใฝ่เรียนรู้ - ตั้งใจเรียน เอาใจใส่และมีความพยายามในการเรียนรู้ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ กล้าคิด กล้าพูดแสดงความคิดเห็น กล้าแสดงออก 2. มุ่งมั่นในการท างาน - มีความอดทน และทุ่มเทในการท างาน ไม่ย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรค มีความพยายามคิด แก้ปัญหา และคิดค้นหาค าตอบ 3. มีความรับผิดชอบ - รับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย ส่งงานตรงตามก าหนด ปฏิบัติงานจนเป็นนิสัย เป็นตัว อย่างที่ดีแก่ผู้อื่น 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการสื่อสาร 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5. ความสามารถในการแก้ปัญหา 6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 ขั้นกระตุ้นความสนใจ (Engagement) 1.1 ครูน าคลิปวิดีโอเกี่ยวกับการหมุนเวียนเลือดมาใช้ประกอบการสอน เช่น https://www.youtube.com/watch?v=CWFyxn0qDEU ขั้นที่ 2 ส ารวจและค้นหา (Exploration) 2.1 ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกลุ่มละ 4-5 คน โดยคละกลุ่มเก่ง ปานกลาง อ่อน 2.2 ครูให้ศึกษาเรื่อง โครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะในระบบหมุนเวียนเลือด และเรื่อง การ ท างานของระบบหมุนเวียนเลือด แล้วสร้างแบบจ าลองระบบหมุนเวียนเลือดของร่างกายมนุษย์ ใน กิจกรรม แบบจ าลองระบบหมุนเวียนเลือดของร่างกายมนุษย์ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 ขั้นที่ 3 ขั้นสร้างค าอธิบาย (Explanation) 3.1 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอผลการท ากิจกรรม แบบจ าลองการท างานของหัวใจ 3.2 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลการทดลองและหาข้อสรุปจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยครู ใช้ค าถามต่อไปนี้ - เมื่อคลายมือจากลูกบีบ สิ่งใดท าให้น้ าสีแดงในท่อไม่ไหลกลับไปตามท่อเดิม (แนวตอบ การ บีบและปล่อยลูกบีบออกจะท าให้น้ าถูกดูดขึ้นมาในท่อ) - น้ าสีไหลเข้าสู่ท่อปั๊มในเส้นทางใด(แนวตอบ ภาพจากคู่มือครู วิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 - นักเรียนสามารถอธิบายหลักการท างานของแบบจ าลองการท างานของหัวใจมีการท างาน อย่างไร (แนวตอบ เมื่อใชมือขวาบีบลูกบีบเปรียบเสมือนการบีบตัวหัวใจเพื่อน าเลือดจากสวนตาง ๆ ของรางกาย เข้าสูหัวใจหองบนขวาและผ่านไปยังหองลางขวาเพื่อส่งเลือดไปยังปอด โดยมีลิ้นกั้น ระหว่างหัวใจทั้งสองห้อง เมื่อบีบลูกบีบที่มือซายเปรียบเสมือนการบีบตัวของหัวใจและน าเลือดจากปอด กลับเขาสูหัวใจหองบนซายและผานไปยังหัวใจหองลางซาย เพื่อส่งเลือดไปเลี้ยงสวนตาง ๆ ของรางกาย)
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี - แบบจ าลองการท างานของหัวใจมีสิ่งที่เหมือนและสิ่งที่แตกต่างจากการท างานของหัวใจ มนุษย์อย่างไร (แนวตอบ แบบจ าลองมีสิ่งที่เหมือนกับการท างานของหัวใจมนุษย ได้แก่ หัวใจมี 4 หอง คลายกับหัวใจมนุษย์ มีลิ้นปด-เปดเพื่อปองกันการไหลยอนกลับของน้ าคลายกับการท างานของลิ้นหัวใจ ซึ่งของเหลวจะมีปริมาณเทาเดิมและจะหมุนเวียนอยูในระบบ ไมตองเติมของเหลวจากภายนอก) 3.3 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลกิจกรรม แบบจ าลองการท างานของหัวใจว่า เพื่อให้ ได้ข้อสรุป ดังนี้แบบจ าลองการท างานของหัวใจมีการท างานคล้ายคลึงกับหัวใจของมนุษย์ ขณะบีบลูก บีบด้านขวาเปรียบเสมือนการบีบตัวของหัวใจเพื่อน าเลือดจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเข้าสู่หัวใจห้องบน ขวาและห้องล่างขวา ตามล าดับ เพื่อส่งไปยังปอด โดยมีลิ้นกั้นระหว่างหัวใจทั้งสองห้อง และในขณะบีบ ลูกบีบด้านซ้ายเปรียบเสมือนการบีบตัวของหัวใจเพื่อน าเลือดจากปอดกลับเข้าสู่หัวใจห้องบนซ้ายและ ล่างซ้าย ตามล าดับ เพื่อล าเลียงไปยังอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย ขั้นที่ 4 ขยายความรู้(Elaboration) 4.1 ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการท างานของระบบหมุนเวียนเลือด 4.2 ครูถามค าถามท้ายกิจกรรมกับนักเรียน โดยใช้ค าถามดังต่อไปนี้ - ระบบหมุนเวียนเลือดของมนุษย์ประกอบด้วยอวัยวะใดบ้าง แต่ละอวัยวะท าหน้าที่ เชื่อมโยงกันอย่างไร (แนวตอบ ระบบหมุนเวียนเลือดของมนุษย์ประกอบด้วยหัวใจท าหน้าที่สูบฉีดเลือด ซึ่งประกอบด้วยสารอาหาร แก๊ส ฮอร์โมน เอนไซม์ และของเสีย ไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายผ่านทาง หลอดเลือด ซึ่งแบ่งออกเป็นหลอดเลือดอาร์เตอรี หลอดเลือดเวน และหลอดเลือดฝอย) - บริเวณส่วนใดของหัวใจที่มีแก๊สออกซิเจนสูง และส่วนใดที่มีแก๊สออกซิเจนต่ า (แนว ตอบ หัวใจห้องบนขวาเป็นบริเวณที่มีแก๊สออกซิเจนต่ าสุด เนื่องจากรับเลือดด าที่มีแก๊สออกซิเจนต่ าจาก ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย แล้วส่งไปยังหัวใจห้องล่างขวาเพื่อส่งไปแลกเปลี่ยนแก๊สที่ปอด ส่วนหัวใจห้อง บนซ้ายเป็นบริเวณที่มีแก๊สออกซิเจนสูงสุด เนื่องจากรับเลือดแดงที่มีแก๊สออกซิเจนสูงจากปอดส่งไปยัง ห้องล่างซ้ายเพื่อส่งไปส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย) - ระบบหมุนเวียนเลือดของมนุษย์มีการหมุนเวียนอย่างไร (แนวตอบ เลือดด าซึ่งเป็น เลือดที่มีแก๊สออกซิเจนต่ าจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเข้าสู่หัวใจห้องบนขวา ไหลผ่านลิ้นหัวใจไปยังหัวใจ ห้องล่างขวา แล้วส่งต่อไปแลกเปลี่ยนแก๊สที่ปอด กลายเป็นเลือดแดงที่มีแก๊สออกซิเจนสูง ซึ่งจะไหลกลับ เข้าสู่หัวใจห้องบนซ้าย ไหลผ่านลิ้นหัวใจไปยังหัวใจห้องล่างซ้าย แล้วส่งต่อไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งจะมีการหมุนเวียนอย่างเป็นระบบเช่นนี้) 4.3 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการท างานของระบบหมุนเวียนเลือดเพื่อให้ได้ ข้อสรุป ดังนี้ เลือดที่มีแก๊สออกซิเจนต่ าจากส่วนต่างๆ ของร่างกาย เข้าสู่หัวใจห้องบนขวาและผ่านลิ้น หัวใจไปยังหัวใจห้องล่างขวา แล้วส่งต่อไปแลกเปลี่ยนแก๊สที่ปอด กลายเป็นเลือดแดงที่มีแก๊สออกซิเจน สูง ซึ่งจะไหลกลับเข้าสู่หัวใจห้องบนซ้ายและไหลผ่านลิ้นหัวใจไปยังหัวใจห้องล่างซ้าย แล้วส่งต่อไปยัง ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งจะมีการหมุนเวียนอย่างเป็นระบบเช่นนี้ ขั้นที่ 5 ขั้นประเมิน (Evaluation) 1. ครูประเมินการเรียนรู้ของนักเรียนดังนี้ - การบันทึกการเรียนรู้ลงในสมุดบันทึกวิชาวิทยาศาสตร์ - สังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติกิจกรรมการทดลองของแต่ละกลุ่ม - การตอบค าถามในชั้นเรียน
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 7. การบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ( 3 ห่วง 2 เงื่อนไข) หลักความพอประมาณ การใช้เวลาในการศึกษาหาความรู้และท างานเหมาะกับเวลา หลักมีเหตุผล การอธิบายเกี่ยวกับกลไกการท างานระบบหมุนเวียนเลือดได้อย่าง เหมาะสมและถูกต้อง หลักสร้างภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี การเลือกศึกษาจากแหล่งเรียนรู้โดยมีความถูกต้อง การวางแผนในการท างานเป็นกลุ่ม เงื่อนไขความรู้ การวิเคราะห์ผล สรุปผลเรื่องกลไกการท างานระบบหมุนเวียนเลือด เงื่อนไขคุณธรรม รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ สื่ออุปกรณ์ 1. หนังสือเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เล่ม 1 2. อุปกรณ์การทดลองเรื่องแบบจ าลองการท างานของระบบหมุนเวียนเลือด 3. วิดีโอ จาก https://www.youtube.com/watch?v=CWFyxn0qDEU 4. Power Point เรื่องกลไกการท างานของระบบหมุนเวียนเลือด แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องสมุด 2. อินเทอร์เน็ต 9. เกณฑ์การประเมิน สิงที่ต้องการวัด รายการ วิธีวัดผล เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมินผล ด้านความรู้ (K) นักเรียนสามารถ อธิบายการท างาน ของระบบหมุนเวียน เลือด โดยใช้ แบบจ าลองได้ สมุดบันทึกวิชา วิทยาศาสตร์ เรื่องการท างานของ ระบบหมุนเวียนเลือด ใบงาน เรื่องการท างาน ของระบบหมุนเวียน เลือด สมุดบันทึกวิชา วิทยาศาสตร์ 4 คะแนน อธิบายการ ท างานของระบบ หมุนเวียนเลือด โดยใช้ แบบจ าลองได้ถูกต้องร้อย ละ 80 ขึ้นไป 3 คะแนน อธิบายการ ท างานของระบบ หมุนเวียนเลือด โดยใช้ แบบจ าลองได้ถูกต้องร้อย ละ 70-79 2 คะแนน อธิบายการ ท างานของระบบ หมุนเวียนเลือด โดยใช้
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แบบจ าลองได้ถูกต้องร้อย ละ 60-69 1 คะแนน อธิบายการ ท างานของระบบ หมุนเวียนเลือด โดยใช้ แบบจ าลองได้ถูกต้องร้อย ละ 50-59 0 คะแนน อธิบายการ ท างานของระบบ หมุนเวียนเลือด โดยใช้ แบบจ าลองได้ถูกต้องน้อย กว่าร้อยละ 50 ด้ า น ทั ก ษ ะ กระบวนการ (P) นักเรียนสามารถ ปฏิบัติกิจกรรมการ ทดลองการท างาน ของระบบหมุนเวียน เลือดได้ สังเกตการปฏิบัติ กิจกรรมการทดลอง เกี่ยวกับการท างานของ ระบบหมุนเวียนเลือด ทางด้านกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ แบบประเมิน ทักษะ กระบวนการ วิทยาศาสตร์ 3 คะแนน ปฏิบัติกิจกรรม การทดลองเกี่ยวกับการ ท า ง า น ข อ ง ร ะ บ บ ห มุ น เ วี ย น เ ลื อ ด ต า ม ก ร ะ บ ว น ก า ร ท า ง วิทยาศาสตร์ได้ถูกต้อง 2 คะแนน ปฏิบัติกิจกรรม การทดลองเกี่ยวกับการ ท างานของระบบ หมุนเวียนเลือดตาม กระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ได้ถูกต้อง บางส่วน 1 คะแนน ออกแบบและ ปฏิบัติกิจกรรมการทดลอง เกี่ยวกับการท างานของ ระบบหมุนเวียนเลือดตาม กระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ได้ คลาดเคลื่อน
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้านคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ (A) นักเรียนปฏิบัติ กิจกรรมกลุ่มด้วย ความมุ่งมั่นตั้งใจและ มีความใฝ่รู้ในการ เรียน 1.สังเกตการใฝ่รู้ มีความ รับผิดชอบมุ่งมั่นในการ ท างานกลุ่ม 2.สังเกตพฤติกรรมการ แสดงความคิดเห็น การ ตอบค าถาม แบบประเมิน พฤติกรรมราย กลุ่ม ผ่าน หมายถึง ให้ความ ร่วมมือ สนใจใฝ่รู้ รับผิดชอบ มุ่งมั่นในการ ท างานกลุ่ม ปรับปรุงหมายถึง ไม่ให้ ความร่วมมือ ไม่สนใจใฝ่รู้ ไม่รับผิดชอบ และไม่มุ่งมั่น ในการท างานกลุ่ม
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 รายวิชา ว 22101 วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ ระบบร่างกายมนุษย์ เรื่อง ระบบหมุนเวียนเลือด (ชีพจร) 3 คาบ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การล าเลียงสารเข้าและออกจาก เซลล์ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ ท างานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของอวัยวะต่างๆ ของพืช ที่ท างานสัมพันธ์กัน รวมทั้งน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 1.2 ม.2/8 ออกแบบการทดลองและทดลอง ในการเปรียบเทียบอัตราการเต้นของหัวใจ ขณะปกติและหลังท ากิจกรรม 2. สาระส าคัญ ชีพจรบอกถึงจังหวะการเต้นของหัวใจ ซึ่งอัตรา การเต้นของหัวใจในขณะปกติและหลังจาก ท า กิจกรรมต่าง ๆ จะแตกต่างกัน ส่วนความดันเลือด เกิดจากการท างานของหัวใจและหลอดเลือด อัตราการเต้นของหัวใจมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล คนที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดจะ ส่งผล ท าให้หัวใจสูบฉีดเลือดไม่เป็นปกติ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถเปรียบเทียบอัตราการเต้นของหัวใจ ขณะปกติและหลังท ากิจกรรมได้ (K) 2. นักเรียนสามารถออกแบบการทดลองและทดลอง ในการเปรียบเทียบอัตราการเต้นของหัวใจ ขณะปกติและหลังท ากิจกรรมได้ (P) 3. นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจและมีความรับผิดชอบ (A) 4. สาระการเรียนรู้ ด้านความรู้(K) ชีพจรบอกถึงจังหวะการเต้นของหัวใจ ซึ่งอัตรา การเต้นของหัวใจในขณะปกติและหลังจาก ท า กิจกรรมต่าง ๆ จะแตกต่างกัน ส่วนความดันเลือด เกิดจากการท างานของหัวใจและหลอดเลือด อัตราการเต้นของหัวใจมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล คนที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดจะ ส่งผล ท าให้หัวใจสูบฉีดเลือดไม่เป็นปกติ ด้านทักษะกระบวนการ (P) 1. ทักษะการสังเกต (Observing) 2. ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล (Inferring) 3. ทักษะการทดลอง (Experiment)
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 4. ทักษะการอภิปราย ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) 1. ใฝ่เรียนรู้ - ตั้งใจเรียน เอาใจใส่และมีความพยายามในการเรียนรู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ กล้าคิด กล้าพูดแสดงความคิดเห็น กล้าแสดงออก 2. มุ่งมั่นในการท างาน - มีความอดทน และทุ่มเทในการท างาน ไม่ย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรค มีความพยายามคิด แก้ปัญหา และคิดค้นหาค าตอบ 3. มีความรับผิดชอบ - รับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย ส่งงานตรงตามก าหนด ปฏิบัติงานจนเป็นนิสัย เป็นตัว อย่างที่ดีแก่ผู้อื่น 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการสื่อสาร 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5. ความสามารถในการแก้ปัญหา 6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 ขั้นกระตุ้นความสนใจ (Engagement) 1.1 ครูทบทวนความรู้จากชั่วโมงที่แล้วให้นักเรียนทราบพอสังเขปว่า ระบบหมุนเวียนเลือดมีการ ท างานอย่างเป็นระบบ ซึ่งหัวใจจะบีบตัวและคลายตัวตลอดเวลาเพื่อสูบฉีดเลือดไปยังอวัยวะต่าง ๆ ของ ร่างกาย 1.2 นักเรียนลองใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางจับข้อมืออีกข้างของตนเอง เพื่อสังเกตและนับการเต้นของ ชีพจร ในเวลา 1 นาที แล้วถามนักเรียนว่า นักเรียนนับจ านวนครั้งที่ชีพจรเต้นภายใน 1 นาที ได้เท่าใด (แนวตอบ ค าตอบขึ้นอยู่กับผลการนับของนักเรียน โดยปกติจะอยู่ที่ 60-100 ครั้ง/นาที) ขั้นที่ 2 ส ารวจและค้นหา (Exploration) 2.1 ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกลุ่มละ 4-5 คน โดยคละกลุ่มเก่ง ปานกลาง อ่อน 2.2 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาวิธีการทดลอง ท ากิจกรรม การวัดอัตราการเต้นของหัวใจ เพื่อศึกษาอัตราการเต้นของหัวใจขณะท ากิจกรรมต่าง ๆ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 โดย ให้นักเรียนวัดอัตราการเต้นของหัวใจก่อนและหลังการท ากิจกรรม แล้วน ามาค่าที่วัดได้เปรียบเทียบกัน ขั้นที่ 3 ขั้นสร้างค าอธิบาย (Explanation) 3.1 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอผลการทดลอง 3.2 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลการทดลองและหาข้อสรุปจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยครู ใช้ค าถามต่อไปนี้
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี - อัตราการเต้นของหัวใจก่อนและหลังท ากิจกรรมแตกต่างกันอย่างไร (แนวตอบ อัตราการ เต้นของหัวใจหลังท ากิจกรรมสูงกว่าก่อนท ากิจกรรม เนื่องจากหัวใจหดตัวและคลายตัวเร็วขึ้น เพื่อน า เลือดแดงที่มีแก๊สออกซิเจนสูงไปเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย) - เพราะเหตุใดจึงต้องนับอัตราการเต้นของหัวใจถึง 3 ครั้ง (แนวตอบ เพื่อให้ได้ค่าอัตราการ เต้นของหัวใจที่ใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด) - อัตราการเต้นของหัวใจของนักเรียนแต่ละคนเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร (แนวตอบ แตกต่างกันเล็กน้อย เนื่องจากนักเรียนอยู่ในวัยเดียวกัน) - นักเรียนคิดว่ามีปัจจัยใดบ้างที่ส่งผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจ (แนวตอบ เพศ อายุ กิจกรรมที่ท า และสุขภาพร่างกาย) - หากนักเรียนอ่านค่าความดันเลือดได้เท่ากับ 120/90 มิลลิเมตรของปรอท นักเรียนจะ สามารถอธิบายได้อย่างไร (แนวตอบ ค่าความดันขณะที่หัวใจบีบตัว เท่ากับ 120 มิลลิเมตรของปรอท และค่าความดันขณะที่หัวใจคลายตัว เท่ากับ 90 มิลลิเมตรของปรอท ซึ่งเป็นค่าความดันปกติ) 3.3 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับชีพจร ความดันเลือด และกิจกรรม การวัดอัตราการ เต้นของหัวใจว่า อัตราการเต้นของหัวใจหรือชีพจรของแต่ละคนมีค่าแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่ท า เช่น การวิ่งหรือการเดินขึ้นและลงจากบันไดท าให้อัตราการการเต้นของหัวใจเพิ่มสูงขึ้นจากปกติ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัย อื่น ๆ ที่ท าให้อัตราการเต้นของหัวใจเปลี่ยนแปลงได้ เช่น อายุ เพศ อุณหภูมิ ของร่างกาย ยา ความเครียด ขั้นที่ 4 ขยายความรู้(Elaboration) 4.1 นักเรียนและครูร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น ขั้นที่ 5 ขั้นประเมิน (Evaluation) 1. ครูประเมินการเรียนรู้ของนักเรียนดังนี้ - การบันทึกการเรียนรู้ลงในสมุดบันทึกวิชาวิทยาศาสตร์ - สังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติกิจกรรมการทดลองของแต่ละกลุ่ม 7. การบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ( 3 ห่วง 2 เงื่อนไข) หลักความพอประมาณ การใช้เวลาในการศึกษาหาความรู้และท างานเหมาะกับเวลา หลักมีเหตุผล การอธิบายเกี่ยวกับอัตราการเต้นของชีพจรได้อย่างเหมาะสมและ ถูกต้อง หลักสร้างภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี การเลือกศึกษาจากแหล่งเรียนรู้โดยมีความถูกต้อง การวางแผนในการท างานเป็นกลุ่ม เงื่อนไขความรู้ การวิเคราะห์ผล สรุปผลเรื่องอัตราการเต้นของชีพจร เงื่อนไขคุณธรรม รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ สื่ออุปกรณ์ 1. หนังสือเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เล่ม 1 2. อุปกรณ์การทดลองเรื่องอัตราการเต้นของชีพจร
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องสมุด 2. อินเทอร์เน็ต 9. เกณฑ์การประเมิน สิงที่ต้องการวัด รายการ วิธีวัดผล เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมินผล ด้านความรู้ (K) นักเรียนสามารถ เปรียบเทียบอัตราการ เต้นของหัวใจ ขณะ ปกติและหลังท า กิจกรรมได้ สมุดบันทึกวิชา วิทยาศาสตร์ เรื่องอัตราการเต้นของ ชีพจร สมุดบันทึกวิชา วิทยาศาสตร์ 4 คะแนน เปรียบเทียบ อัตราการเต้นของหัวใจ ขณะปกติและหลังท า กิจกรรมได้ถูกต้องร้อยละ 80 ขึ้นไป 3 คะแนน เปรียบเทียบ อัตราการเต้นของหัวใจ ขณะปกติและหลังท า กิจกรรมได้ถูกต้องร้อยละ 70-79 2 คะแนน เปรียบเทียบ อัตราการเต้นของหัวใจ ขณะปกติและหลังท า กิจกรรมได้ถูกต้องร้อยละ 60-69 1 คะแนน เปรียบเทียบ อัตราการเต้นของหัวใจ ขณะปกติและหลังท า กิจกรรมได้ถูกต้องร้อยละ 50-59 0 คะแนน เปรียบเทียบ อัตราการเต้นของหัวใจ ขณะปกติและหลังท า กิจกรรมได้ถูกต้องน้อยกว่า ร้อยละ 50 ด้ า น ทั ก ษ ะ กระบวนการ (P) นักเรียนสามารถ ออกแบบและปฏิบัติ สังเกตการปฏิบัติ กิจกรรมการทดลอง 3 คะแนน ปฏิบัติกิจกรรม การทดลองเกี่ยวกับเรื่อง
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กิจกรรมเรื่องอัตราการ เต้นของชีพจรได้ เกี่ยวกับเรื่องอัตราการ เต้นของชีพจรทางด้าน กระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ แบบประเมินทักษะ กระบวนการ วิทยาศาสตร์ อัตราการเต้นของชีพจรตาม กระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ได้ถูกต้อง 2 คะแนน ปฏิบัติกิจกรรม การทดลองเกี่ยวกับเรื่อง อัตราการเต้นของชีพจรตาม กระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ได้ถูกต้อง บางส่วน 1 คะแนน ออกแบบและ ปฏิบัติกิจกรรมการทดลอง เกี่ยวกับเรื่องอัตราการเต้น ของชีพจรตามกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ได้ คลาดเคลื่อน ด้านคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ (A) นักเรียนปฏิบัติ กิจกรรมกลุ่มด้วยความ มุ่งมั่นตั้งใจและมีความ ใฝ่รู้ในการเรียน 1.สังเกตการใฝ่รู้ มี ความรับผิดชอบมุ่งมั่น ในการท างานกลุ่ม 2.สังเกตพฤติกรรมการ แสดงความคิดเห็น การ ตอบค าถาม แบบประเมิน พฤติกรรมรายกลุ่ม ผ่าน หมายถึง ให้ความ ร่วมมือ สนใจใฝ่รู้รับผิดชอบ มุ่งมั่นในการท างานกลุ่ม ปรับปรุงหมายถึง ไม่ให้ ความร่วมมือ ไม่สนใจใฝ่รู้ไม่ รับผิดชอบ และไม่มุ่งมั่นใน การท างานกลุ่ม
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 รายวิชา ว 22101 วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ ระบบร่างกายมนุษย์ เรื่อง การดูแลรักษาอวัยวะในระบบหมุนเวียนเลือด 1 คาบ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การล าเลียงสารเข้าและออกจาก เซลล์ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ ท างานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของอวัยวะต่างๆ ของพืช ที่ท างานสัมพันธ์กัน รวมทั้งน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 1.2 ม.2/9 ตระหนักถึงความส าคัญของระบบหมุนเวียนเลือด โดยการบอกแนวทางในการ ดูแลรักษาอวัยวะในระบบหมุนเวียนเลือดให้ท างานเป็นปกติ 2. สาระส าคัญ การออกก าลังกาย การเลือกรับประทานอาหาร การพักผ่อน และการรักษาภาวะอารมณ์ให้เป็น ปกติ จึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการดูแลรักษาระบบหมุนเวียนเลือดให้เป็นปกติ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนบอกแนวทางในการดูแลรักษาอวัยวะในระบบหมุนเวียนเลือดให้ท างานเป็นปกติได้ (K) 2. นักเรียนสามารถปฏิบัติกิจกรรมเรื่องการดูแลรักษาอวัยวะในระบบหมุนเวียนเลือดได้ (P) 3. นักเรียนตระหนักถึงความส าคัญของระบบหมุนเวียนเลือด โดยการบอกแนวทางในการดูแล รักษาอวัยวะในระบบหมุนเวียนเลือดให้ท างานเป็นปกติ (A) 4. สาระการเรียนรู้ ด้านความรู้(K) การออกก าลังกาย การเลือกรับประทานอาหาร การพักผ่อน และการรักษาภาวะอารมณ์ให้เป็น ปกติ จึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการดูแลรักษาระบบหมุนเวียนเลือดให้เป็นปกติ ด้านทักษะกระบวนการ (P) 1. ทักษะการสังเกต (Observing) 2. ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล (Inferring) 3. ทักษะการทดลอง (Experiment) 4. ทักษะการอภิปราย ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) 1. ใฝ่เรียนรู้ - ตั้งใจเรียน เอาใจใส่และมีความพยายามในการเรียนรู้ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ กล้าคิด กล้าพูดแสดงความคิดเห็น กล้าแสดงออก
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2. มุ่งมั่นในการท างาน - มีความอดทน และทุ่มเทในการท างาน ไม่ย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรค มีความพยายามคิด แก้ปัญหา และคิดค้นหาค าตอบ 3. มีความรับผิดชอบ - รับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย ส่งงานตรงตามก าหนด ปฏิบัติงานจนเป็นนิสัย เป็นตัว อย่างที่ดีแก่ผู้อื่น 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการสื่อสาร 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5. ความสามารถในการแก้ปัญหา 6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 ขั้นกระตุ้นความสนใจ (Engagement) 1.1 ครูให้นักเรียนดูภาพเกี่ยวกับโรคของระบบหมุนเวียนเลือด ขั้นที่ 2 ส ารวจและค้นหา (Exploration) 2.1 ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกลุ่มละ 4-5 คน โดยคละกลุ่มเก่ง ปานกลาง อ่อน 2.2 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษา ท ากิจกรรม ขั้นที่ 3 ขั้นสร้างค าอธิบาย (Explanation) 3.1 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอผลการท ากิจกรรท 3.2 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลการท ากิจกรรมและหาข้อสรุปจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูใช้ค าถามต่อไปนี้ ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการดูแลรักษาอวัยวะในระบบหมุนเวียนเลือด ค าถามประกอบการอภิปราย - ถ้าระบบหมุนเวียนเลือดไม่ปกติ คิดว่าจะท าให้เกิดโรคอะไรบ้าง - การดูแลรักษาระบบหมุนเวียนเลือดท าได้อย่างไร - นักเรียนจ าเป็นต้องดูแลรักษาระบบหมุนเวียนเลือดหรือไม่ เพราะเหตุใด - ถ้าเกิดโรคเกี่ยวกับระบบหมุนเวียนเลือดนักเรียนจะท าอย่างไร ขั้นที่ 4 ขยายความรู้(Elaboration) 4.1 ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบหมุนเวียนเลือดโดยใช้สื่อ Power Point ขั้นที่ 5 ขั้นประเมิน (Evaluation) 1. ครูประเมินการเรียนรู้ของนักเรียนดังนี้ - การบันทึกการเรียนรู้ลงในสมุดบันทึกวิชาวิทยาศาสตร์ - สังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติกิจกรรมการทดลองของแต่ละกลุ่ม
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 7. การบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ( 3 ห่วง 2 เงื่อนไข) หลักความพอประมาณ การใช้เวลาในการศึกษาหาความรู้และท างานเหมาะกับเวลา หลักมีเหตุผล การอธิบายเกี่ยวกับอวัยวะหน้าที่ของระบบหมุนเวียนเลือดได้อย่าง เหมาะสมและถูกต้อง หลักสร้างภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี การเลือกศึกษาจากแหล่งเรียนรู้โดยมีความถูกต้อง การวางแผนในการท างานเป็นกลุ่ม เงื่อนไขความรู้ การวิเคราะห์ผล สรุปผลเรื่องระบบหมุนเวียนเลือด เงื่อนไขคุณธรรม รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ สื่ออุปกรณ์ 1. หนังสือเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เล่ม 1 สสวท. 2. อุปกรณ์การทดลองเรื่องระบบหมุนเวียนเลือด 3. Power Point เรื่องระบบหมุนเวียนเลือด แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องสมุด 2. อินเทอร์เน็ต 9. เกณฑ์การประเมิน สิงที่ต้องการวัด รายการ วิธีวัดผล เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมินผล ด้านความรู้ (K) นักเรียนสามารถ บอกแนวทางใน การดูแลรักษา อวัยวะในระบบ หมุนเวียนเลือดให้ ท างานเป็นปกติ ได้ สมุดบันทึกวิชา วิทยาศาสตร์ เรื่องการดูแลระบบ หมุนเวียนเลือด ใบงานเรื่องการดูแล ระบบหมุนเวียน เลือด สมุดบันทึกวิชา วิทยาศาสตร์ 4 คะแนน บอกแนวทางใน การดูแลรักษาอวัยวะใน ระบบหมุนเวียนเลือดให้ ท างานเป็นปกติได้ถูกต้อง ร้อยละ 80 ขึ้นไป 3 คะแนน บอกแนวทางใน การดูแลรักษาอวัยวะใน ระบบหมุนเวียนเลือดให้ ท างานเป็นปกติได้ถูกต้อง ร้อยละ 70-79 2 คะแนน บอกแนวทางใน การดูแลรักษาอวัยวะใน ระบบหมุนเวียนเลือดให้ ท างานเป็นปกติได้ถูกต้อง ร้อยละ 60-69
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1 คะแนน บอกแนวทางใน การดูแลรักษาอวัยวะใน ระบบหมุนเวียนเลือดให้ ท างานเป็นปกติได้ถูกต้อง ร้อยละ 50-59 0 คะแนน บอกแนวทางใน การดูแลรักษาอวัยวะใน ระบบหมุนเวียนเลือดให้ ท างานเป็นปกติได้ถูกต้อง น้อยกว่าร้อยละ 50 ด้ า น ทั ก ษ ะ ก ร ะ บ ว น ก า ร (P) นักเรียนสามารถ ปฏิบัติกิจกรรม การดูแลรักษา อวัยวะในระบบ หมุนเวียนเลือดให้ ท างานเป็นปกติ ได้ สังเกตการปฏิบัติ กิจกรรมเรื่องการ ดูแลรักษาอวัยวะใน ระบบหมุนเวียน เลือดให้ท างานเป็น ปกติทางด้าน กระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ แบบประเมินทักษะ กระบวนการ วิทยาศาสตร์ 3 คะแนน ปฏิบัติกิจกรรม เกี่ ย ว กับ ก า ร ดู แ ล รั กษ า อวัยวะในระบบหมุนเวียน เลือดให้ท างานเป็นปกติตาม ก ร ะ บ ว น ก า ร ท า ง วิทยาศาสตร์ได้ถูกต้อง 2 คะแนน ปฏิบัติกิจกรรม เกี่ยวกับการดูแลรักษา อวัยวะในระบบหมุนเวียน เลือดให้ท างานเป็นปกติตาม กระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ได้ถูกต้อง บางส่วน 1 คะแนน ออกแบบและ ปฏิบัติกิจกรรมเกี่ยวกับการ ดูแลรักษาอวัยวะในระบบ หมุนเวียนเลือดให้ท างาน เป็นปกติตามกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ได้ คลาดเคลื่อน
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้านคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ (A) นักเรียนตระหนัก ถึงความส าคัญ ของระบบ หมุนเวียนเลือด โดยการบอก แนวทางในการ ดูแลรักษาอวัยวะ ในระบบ หมุนเวียนเลือดให้ ท างานเป็นปกติ 1. สังเกตพฤติกรรม การแสดงความ คิดเห็น การตอบ ค าถาม แบบประเมิน พฤติกรรม ผ่าน หมายถึง มีความ ตระหนักถึงความส าคัญของ ระบบหมุนเวียนเลือด โดย การบอกแนวทางในการดูแล รักษาอวัยวะในระบบ หมุนเวียนเลือดให้ท างาน เป็นปกติ ปรับปรุง หมายถึง ไม่มี ความตระหนักถึง ความส าคัญของระบบ หมุนเวียนเลือด โดยการ บอกแนวทางในการดูแล รักษาอวัยวะในระบบ หมุนเวียนเลือดให้ท างาน เป็นปกติ
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11 รายวิชา ว 22101 วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ ระบบร่างกายมนุษย์ เรื่อง โครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะในระบบประสาท 2 คาบ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การล าเลียงสารเข้าและออกจาก เซลล์ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ ท างานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของอวัยวะต่างๆ ของพืช ที่ท างานสัมพันธ์กัน รวมทั้งน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 1.2 ม.2/10 ระบุอวัยวะและบรรยายหน้าที่ของอวัยวะในระบบประสาทส่วนกลางในการ ควบคุม การท างานต่าง ๆ ของร่างกาย 2. สาระส าคัญ ระบบประสาทส่วนกลาง ประกอบด้วยสมองและไขสันหลัง จะท าหน้าที่ร่วมกับเส้นประสาท ซึ่ง เป็นระบบประสาทรอบนอก ในการควบคุมการท างานของอวัยวะต่าง ๆ รวมถึงการแสดงพฤติกรรมเพื่อ การตอบสนองต่อสิ่งเร้า เมื่อมีสิ่งเร้ามากระตุ้นหน่วยรับความรู้สึก จะเกิดกระแสประสาทส่งไปตามเซลล์ประส าหรับ ความรู้สึกไปยังระบบประสาทส่วนกลาง แล้วส่งกระแสประสาทมาตามเซลล์ประสาทสั่งการ ไปยังหน่วย ปฏิบัติงาน เช่น กล้ามเนื้อ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถระบุอวัยวะและบรรยายหน้าที่ของอวัยวะในระบบประสาทส่วนกลางในการ ควบคุม การท างานต่าง ๆ ของร่างกายได้ (K) 2. นักเรียนสามารถปฏิบัติกิจกรรมเรื่องระบบประสาทได้ (P) 3. นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจและมีความรับผิดชอบ (A) 4. สาระการเรียนรู้ ด้านความรู้(K) ระบบประสาทส่วนกลาง ประกอบด้วยสมองและไขสันหลัง จะท าหน้าที่ร่วมกับเส้นประสาท ซึ่ง เป็นระบบประสาทรอบนอก ในการควบคุมการท างานของอวัยวะต่าง ๆ รวมถึงการแสดงพฤติกรรมเพื่อ การตอบสนองต่อสิ่งเร้า เมื่อมีสิ่งเร้ามากระตุ้นหน่วยรับความรู้สึก จะเกิดกระแสประสาทส่งไปตามเซลล์ประส าหรับ ความรู้สึกไปยังระบบประสาทส่วนกลาง แล้วส่งกระแสประสาทมาตามเซลล์ประสาทสั่งการ ไปยังหน่วย ปฏิบัติงาน เช่น กล้ามเนื้อ
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้านทักษะกระบวนการ (P) 1. ทักษะการสังเกต (Observing) 2. ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล (Inferring) 3. ทักษะการทดลอง (Experiment) 4. ทักษะการอภิปราย ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) 1. ใฝ่เรียนรู้ - ตั้งใจเรียน เอาใจใส่และมีความพยายามในการเรียนรู้ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ กล้าคิด กล้าพูดแสดงความคิดเห็น กล้าแสดงออก 2. มุ่งมั่นในการท างาน - มีความอดทน และทุ่มเทในการท างาน ไม่ย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรค มีความพยายามคิด แก้ปัญหา และคิดค้นหาค าตอบ 3. มีความรับผิดชอบ - รับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย ส่งงานตรงตามก าหนด ปฏิบัติงานจนเป็นนิสัย เป็นตัว อย่างที่ดีแก่ผู้อื่น 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการสื่อสาร 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5. ความสามารถในการแก้ปัญหา 6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ 1 ขั้นที่ 1 ขั้นกระตุ้นความสนใจ (Engagement) 1.1 ครูนักเรียนท าแบบทดสอบก่อนเรียนจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 เพื่อ ตรวจสอบความเข้าใจของตนเองก่อนเรียน 1.2 ครูถามค าถามเพื่อน าเข้าสู่บทเรียนว่า ระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ท างานประสานกันได้ อย่างไร (แนวตอบ ระบบต่าง ๆ ของร่างกายจะท างานประสานกัน โดยมีระบบประสาทท าหน้าที่รับ-ส่ง กระแสประสาทไปควบคุมการท างานของระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ให้เป็นไปอย่างปกติ) 1.3 ครูถามค าถามจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 เพื่อทบทวนความรู้เดิมกับนักเรียน ว่าสมองท าหน้าที่อะไร (แนวตอบ สมองท าหน้าที่เป็นศูนย์กลางควบคุมการท างานของระบบต่าง ๆ ของ ร่างกาย) ขั้นที่ 2 ส ารวจและค้นหา (Exploration) 2.1 ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกลุ่มละ 4-5 คน โดยคละกลุ่มเก่ง ปานกลาง อ่อน 2.2 ครูเกริ่นให้นักเรียนฟังว่า ระบบประสาทเป็นระบบควบคุมและประสานการท างานของ ระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ประกอบด้วยสมอง ไขสันหลัง และเส้นประสาท
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2.3 นักเรียนศึกษาโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะในระบบประสาท ประกอบด้วยสมอง ไขสัน หลัง และเส้นประสาท โดยใช้แบบจ าลองอวัยวะในระบบประสาท หรือภาพจากหนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 ขั้นที่ 3 ขั้นสร้างค าอธิบาย (Explanation) 3.1 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอผลการศึกษา อธิบายหน้าที่ของสมอง (เซรีบรัม เซรี เบลลัม ไฮโพทาลามัส ทาลามัส พอนส์ เมดัลลาออบลองกาตา) ไขสันหลัง และเส้นประสาท 3.2 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลการทดลองและหาข้อสรุปจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยครู ใช้ค าถามต่อไปนี้ - ระบบประสาทส่วนกลางประกอบด้วยอวัยวะใดบ้าง (แนวตอบ ระบบประสาทส่วนกลาง ประกอบด้วยสมอง และไขสันหลัง) - เพราะเหตุใดมนุษย์จึงมีสมองส่วนเซรีบรัมขนาดใหญ่มาก (แนวตอบ เนื่องจากมนุษย์เป็น สิ่งมีชีวิตที่มีการใช้ความคิด ความจ า และสติปัญญามาก ซึ่งสมองส่วน เซรีบรัมท าหน้าที่ควบคุมความคิด ความจ า สติปัญญา และการท างานต่าง ๆ ของร่างกาย จึงม าให้สมองส่วนนี้มีขนาดใหญ่กว่าสมองส่วน อื่น ๆ) - เซลล์ประสาทมีรูปร่างแตกต่างจากเซลล์อื่น ๆ อย่างไร (แนวตอบ เซลล์ประสาทแบ่ง ออกเป็นตัวเซลล์ซึ่งประกอบด้วยนิวเคลียสและไซโทพลาซึมที่มีออร์แกเนลล์อยู่ภายใน ท าหน้าที่ สังเคราะห์สารที่จ าเป็นส าหรับเซลล์ประสาท และใยประสาทเป็นส่วนที่แยกออกมาจากตัวเซลล์ ท า หน้าที่รับ-ส่งกระแสประสาท ซึ่งมีลักษณะแตกต่างจากเซลล์อื่น ๆ) - เดนไดรต์กับแอกซอนมีลักษณะแตกต่างกันอย่างไร (แนวตอบ เดนไดรต์เป็นใยประสาทที่ น ากระแสประสาทเข้าสู่ตัวเซลล์ ส่วนแอกซอนเป็นใยประสาทที่น ากระแสประสาทออกจากตัวเซลล์ ซึ่ง เซลล์ประสาทแต่ละเซลล์อาจมีเดนไดรต์เพียง 1 เส้น หรือหลายเส้น แต่แอกซอนจะมีเพียงเส้นเดียว เท่านั้น) 3.3 ครูถามค าถามท้าทายการคิด จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 กับนักเรียนว่า หาก ถูกท าร้ายโดยใช้ของแข็งตีบริเวณท้ายทอยอย่างรุนแรง จะส่งผลต่อร่างกายอย่างไร (แนวตอบ บริเวณ ทายทอยเปนบริเวณสมองส่วนเซรีเบลลัม ซึ่งท าหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหว และการทรงตัวของ ร่างกาย หากสมองส่วนนี้ได้รับการกระทบกระเทือนอาจมีผลต่อการทรงตัว และการเคลื่อนไหวของ ร่างกายที่ผิดปกติ) 3.4 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะในระบบประสาท เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า ระบบประสาทประกอบด้วยสมองท าหน้าที่เป็นศูนย์กลางการท างานของอวัยวะต่าง ๆ ซึ่งสมองแต่ละส่วนจะท าหน้าที่แตกต่างกัน ไขสันหลังท าหน้าที่ส่งผ่านกระแสประสาทจากหน่วยรับ ความรู้สึกไปยังสมอง และจากสมองไปยังหน่วยปฏิบัติงาน และเส้นประสาทท าหน้าที่ส่งผ่านกระแส ประสาทไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งในสมองและไขสันหลังจะมีเซลล์ประสาทจ านวนมาก ประกอบด้วยตัวเซลล์และใยประประสาท (แอกซอนและเดรนไดรต์) ขั้นที่ 4 ขยายความรู้(Elaboration) 4.1 ครูให้นักเรียนท าใบงานเรื่องระบบประสาท
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั่วโมงที่ 2 ขั้นที่1 ขั้นกระตุ้นความสนใจ (Engagement) 1.1 ทบทวนความรู้จากชั่วโมงที่แล้วให้นักเรียนทราบพอสังเขปว่า ระบบประสาทท าหน้าที่ ควบคุมและประสานการท างานของระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ประกอบด้วยสมอง ไขสันหลัง และ เส้นประสาท 1.2 ครูใช้ถามค าถามนักเรียนว่า เพราะเหตุใด เมื่อนักเรียนเดินเหยียบตะปู จะยกเท้าหนีทันที (แนวตอบ เนื่องจากมีการส่งกระแสประสาทจากเท้าไปยังสมอง ท าให้สมองรับรู้ถึงความเจ็บปวดจาก การเหยียบตะปู จึงสั่งการมายังกล้ามเนื้อบริเวณขาให้ยกเท้าหนีออกทันที) ขั้นที่ 2 ส ารวจและค้นหา (Exploration) 2.1 ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกลุ่มละ 4-5 คน โดยคละกลุ่มเก่ง ปานกลาง อ่อน 2.2 นักเรียนร่วมกันศึกษาการท างานของระบบประสาทเมื่อถูกหนามทิ่ม จากหนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 หรือใช้วิดีทัศน์จากสื่อออนไลน์ เช่น - https://www.youtube.com/watch?v=Nn2RHLWST-k ขั้นที่ 3 ขั้นสร้างค าอธิบาย (Explanation) 3.1 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอผลการศึกษา กลุ่ม เขียนแผนผังแสดงการท างาน ของระบบประสาทเมื่อถูกหนามทิ่ม 3.2 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลการท ากิจกรรมและหาข้อสรุปจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูใช้ค าถามต่อไปนี้ - เพราะเหตุใดเมื่อถูกหนามทิ่มหรือเดินเหยียบตะปู จึงรู้สึกเจ็บ (แนวตอบ เนื่องจากมี การส่งกระแสประสาทไปยังไขสันหลังและสมอง ท าให้สมองรับรู้ถึงความเจ็บปวด) - กระแสประสาทจะส่งต่อไปยังไขสันหลังและสมองได้อย่างไร (แนวตอบ กระแส ประสาทถูกส่งไปยังสมองและไขสันหลังผ่านเส้นประสาท ซึ่งเส้นประสาทจะมีเซลล์ประสาทต่อกันเป็น ร่างแหเพื่อรับ-ส่งกระแสประสาท โดยแอกซอนของเซลล์ประสาทหนึ่งจะแตกออกเป็น กิ่งก้าน แล้วไป แนบชิดกับเดนไดรต์ของอีกเซลล์ประสาทหนึ่ง จึงมีการรับ-ส่งกระแสประสาทจากเซลล์ประสาทต่อ ๆ กัน จนไปถึงเซลล์ประสาทที่ไขสันหลังและสมอง ตามล าดับ) - ระบบประสาทมีการท างานอย่างไร (แนวตอบ เมื่อหน่วยรับความรู้สึกได้รับการกระตุ้น กลุ่มเซลล์รับความรู้สึกจะส่งกระแสประสาทไปยังไขสันหลัง แล้วส่งกระแสประสาทต่อไปยังสมอง ซึ่ง สมองจะส่งกระแสประสาทผ่านไขสันหลังไปยังหน่วยปฏิบัติงาน เพื่อกระตุ้นหรือยับยั้งการท างานของ อวัยวะที่ได้รับการกระตุ้น ให้แสดงพฤติกรรมที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่ได้รับ) 3. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการท างานของระบบประสาทเมื่อถูกหนามทิ่ม เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า เมื่อถูกหนามทิ่ม หน่วยรับความรู้สึกบริเวณปลายนิ้วจะส่งกระแสประสาทไปยังไข สันหลัง และส่งต่อไปยังสมองท าให้รู้สึกเจ็บ และไขสันหลังจะส่งกระแสประสาทไปสั่งการให้กล้ามเนื้อ โคนแขนพับงอ และยกปลายนิ้วออกจากหนาม
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขั้นที่ 4 ขยายความรู้(Elaboration) 4.1 นักเรียนและครูร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น ขั้นที่ 5 ขั้นประเมิน (Evaluation) 1. ครูประเมินการเรียนรู้ของนักเรียนดังนี้ - การบันทึกการเรียนรู้ลงในสมุดบันทึกวิชาวิทยาศาสตร์ - สังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติกิจกรรมของแต่ละกลุ่ม - การตอบค าถามในชั้นเรียน 7. การบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ( 3 ห่วง 2 เงื่อนไข) หลักความพอประมาณ การใช้เวลาในการศึกษาหาความรู้และท างานเหมาะกับเวลา หลักมีเหตุผล การอธิบายเกี่ยวกับอวัยวะหน้าที่ของระบบประสาทได้อย่าง เหมาะสมและถูกต้อง หลักสร้างภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี การเลือกศึกษาจากแหล่งเรียนรู้โดยมีความถูกต้อง การวางแผนในการท างานเป็นกลุ่ม เงื่อนไขความรู้ การวิเคราะห์ผล สรุปผลเรื่องอวัยวะและหน้าที่ของระบบประสาท เงื่อนไขคุณธรรม รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ สื่ออุปกรณ์ 1. หนังสือเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เล่ม 1 2. Power Point เรื่องระบบประสาท 3. วิดีโอ จาก https://www.youtube.com/watch?v=Nn2RHLWST-k แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องสมุด 2. อินเทอร์เน็ต