The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชาดกศึกษา (มจร ขอนแก่น)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by suchart.mcu, 2023-12-08 03:28:08

ชาดกศึกษา (มจร ขอนแก่น)

ชาดกศึกษา (มจร ขอนแก่น)

๑๕๑ ๖.๕ ÿรุป คติธรรมในนิทานชาดก เป็นคติธรรมที่พรąพุทธเจ้ćทรงยกขึ้นแÿดงเป็นข้Ăเปรียบเทียบเรื่ĂงปัจจุบĆน ซึ่ง เกิดขึ้นในขณąนĆ้น โดยยกเรื ่ĂงรćüชćดกในĂดีตมćปรąกĂบค ćÿĂน โดยจąน ćมćเล่ć เĀตุกćรณ์ขĂงชćดกนĆ้น ๆ เช่น เรื่Ăงพระโพธิÿัตü์ พรąโพธิÿĆตü์ฝ่ćยเถรüćท คืĂ บุคคลที่ปรćรถนćเพื่Ăจąเป็น พรąพุทธเจ้ćในĂนćคต พรąโพธิÿĆตü์ที่ปรćกฏในคĆมภีร์พรąพุทธýćÿนćรุ่นแรกในปรąüĆติขĂง พรąโคดมพุทธเจ้ć (พรąÿิทธĆตถą) ตĆ้งแต่ครĆ้งยĆงไม่ได้ตรĆÿรู้ พรąโพธิÿĆตü์ขĂงฝ่ćยมĀćยćน Āมćยถึง ผู้ที่ข้ĂงĂยู่ในคüćมรู้ ĀรืĂโพธิญćณĀรืĂผู้มุ่ง บรรลุพุทธภูมิไปÿู่คüćมเป็นพรąÿĆมมćÿĆมพุทธเจ้ćในĂนćคต ตĆ้งปณิธćนü่ćจąช่üยÿรรพÿĆตü์ใĀ้ ข้ćมพ้นจćกโĂฆÿงÿćรก่Ăนแล้ü ตนเĂงจึงจąบรรลุธรรมเป็นคนÿุดท้ćย ทุกคนÿćมćรถจą เป็นพรąโพธิÿĆตü์ได้แลąพรąโพธิÿĆตü์มĀćยćนนĆ้นมีจ ćนüนมćกมćย เรื่Ăงบารมีบćรมี ในĀลĆกธรรมแĀ่งพุทธýćÿนć ผู้จąเป็นพรąพุทธเจ้ćจąต้Ăงบ ćเพ็ญ บćรมี ๓๐ ปรąกćรใĀ้ครบบริบูรณ์คืĂบćรมี๑๐ปรąกćรได้แก่ ทćน ýีล เนกขĆมมą ปัญญć üิริยą ขĆนติ ÿĆจจą Ăธิþฐćน เมตตćแลą Ăุเบกขć แต่ลąปรąกćรต้Ăงบ ćเพ็ญบćรมี๓ ขĆ้นคืĂ ๑) ขĆ้นบćรมี๒) ขĆ้นĂุปบćรมี๓) ขĆ้นปรมĆตถบćรมี บćรมี ในĀลĆกธรรมแĀ่งพุทธýćÿนćมĀćยćนคืĂ ทćนบćรมีýีลบćรมี ขĆนติบćรมี üิ ริยบćรมี ฌćนบćรมีปัญญćบćรมีĂุปćยบćรมีปณิธćนบćรมีพลบćรมี แลą ชญćณบćรมี เรื่Ăงจริยธรรม แปลü่ć ธรรมĂĆนคüรน ćไปปรąพฤติปฏิบĆติเป็นจุดมุ่งĀมćยขĂงกćร ÿĆ่งÿĂนด้üยนิทćนชćดก คืĂต้ĂงกćรใĀ้ผู้ฟังÿćมćรถน ćเĂćĀลĆกธรรมąที่มีĂยู่ในชćดกไป ปรąพฤติปฏิบĆติ จริยธรรมในพรąพุทธýćÿนć คืĂ เรื่ĂงĀลĆกธรรมที่เป็นĀĆüใจพรąพุทธýćÿนć เรื่Ăงกรรม เรื่ĂงĂริยÿĆจ ๔ แลą เรื่ĂงกćรรĆกþćýีล เรื่Ăงการรักþาýีล ๑) ปćณćติปćตćเüรมณีคืĂเü้นจćกกćรฆ่ć เบียดเบียนÿĆตü์มีปรćกฎใน ตโยธĆมมชćดก ĂćยćจิตภĆตตชćดก


๑๕๒ ๒) ĂทินนćทćนćเüรมณีคืĂ กćรเü้นจćกลĆกทรĆพย์ มีปรćกฎในโลลชćดก รุจิรชćดก แลąกโปตกชćดก ๓) กćเมÿุมิจฉćจćรćเüรมณีคืĂ กćรเü้นจćกกćรปรąพฤติผิดในกćม มีปรćกฏ ในจูāธนุคคĀชćดก ĂุมมćทĆนตีชćดก ๔) มุÿćüćทćเüรมณีคืĂ เü้นจćกกćรพูดเท็จ เป็นüจีกรรม (กćรท ćทćงüćจć) มีในÿĆนธิเภทชćดก นĆนทิüิÿćลชćดก กĆจฉปชćดก ๕) ÿุรćเมรยมĆชชปมćทĆฏฐćนćเüรมณีคืĂเü้นจćกกćรดื่มน้ ćเมć ÿุรćแลąเมรĆย ĂĆนเป็นที่ตĆ้งแĀ่งคüćมปรąมćท มีในüćโลทกชćดก แลąÿุรćปćนชćดก


๑๕๓ บทที่ ๗ ชาดกกับüรรณคดีไทย üัตถุประÿงค์การเรียนประจ าบท เมื่Ăได้ýึกþćเนื้ĂĀćในบทนี้แล้ü ผู้ýึกþćÿćมćรถ ๑. ĂธิบćยĂิทธิพลขĂงชćดกที่มีต่Ăüรรณคดีไทยได้ ๒. ĂธิบćยĂิทธิพลขĂงชćดกที่มีต่Ăüรรณคดีเรื่ĂงมĀćชćติค ćĀลüงได้ ๓. ĂธิบćยĂิทธิพลขĂงชćดกที่มีต่Ăüรรณคดีÿมุทรโฆþค ćฉĆนท์ได้ ๔. ĂธิบćยĂิทธิพลขĂงชćดกที่มีต่Ăüรรณคดีเรื่Ăงกćพย์มĀćชćติได้ ๕. ĂธิบćยĂิทธิพลขĂงชćดกที่มีต่Ăüรรณคดีเรื่ĂงเüÿÿĆนดรชćดกได้ ขĂบข่ายเนื้ĂĀา คüćมน ć มĀćชćติค ćĀลüง ÿมุทรโฆþค ćฉĆนท์ กćพย์มĀćชćติ เüÿÿĆนดรชćดก


๑๕๔ บทที่ ๗ ชาดกกับüรรณคดีไทย ชćดกเป็นüรรณคดีที่พรąĂรรถกถćจćรย์แต่งรćยลąเĂียด ขยćยคüćมจćก พรąไตรปิฎกเป็นĂรรถกถć เพื่ĂใĀ้เรื่ĂงรćüกćรเÿüยพรąชćติในĂดีตขĂงพรąโพธิÿĆตü์มีคüćม ÿมบูรณ์ยิ่งขึ้น üรรณคดีชćดกแบบฉบĆบ ĀรืĂ üรรณคดีชćดกรćชÿ ćนĆก Āมćยถึง üรรณคดีชćดกที่ พรąมĀćกþĆตริย์ทรงพรąรćชนิพนธ์ ĀรืĂรĆบÿĆ่งปรąชุมกüีเพื่Ăแต่งขึ้น ĀรืĂกüีรćชÿ ćนĆกแต่งขึ้น เพื่Ăทูลเกล้ćĄ ถüćย โดยมุ่งปรąโยชน์ที่จąเกิดขึ้นแก่ÿĆงคม üรรณคดีชćดกกลุ่มนี้จąมีคüćม พิถีพิถĆนในกćรแต่งทĆ้งในด้ćนกćรใช้ภćþćแลąรูปแบบฉĆนทลĆกþณ์ ที่ÿ ćคĆญคืĂผู้แต่งเป็นผู้ทรง คุณคüćมรู้Ăย่ćงยิ่งดĆงนĆ้น ผลงćนที่ĂĂกมćจึงเป็นแบบĂย่ćงในกćรแต่งüรรณคดีขĂงชนรุ่นĀลĆง üรรณคดีชćดกกลุ่มนี้มีมćในÿมĆยโบรćณ ปรćกฏĀลĆกฐćนในýิลćจćรึกÿมĆยกรุงÿุโขทĆยตćม ข้Ăคüćมที่ปรćกฏในĀลĆกýิลćจćรึกไม่พบü่ćมีüรรณคดีชćดกที่เป็นลćยลĆกþณ์มีข้Ăคüćมขนćด ยćüĀลงเĀลืĂĂยู่เลย üรรณคดีชćดกที่เป็นลćยลĆกþณ์มีĀลĆกฐćนเก่ćที่ÿุดคืĂüรรณคดีชćดกÿมĆย Ăยุธยć เรื่Ăง "มĀćชćติค ćĀลüง" แลąĀลĆงจćกนĆ้นก็มีกćรฟื้นฟูพรąพุทธýćÿนćกĆนĀลćยครĆ้ง ĀลćยครćüทĆ้งÿมĆยĂยุธยćแลąรĆตนโกÿินทร์จึงท ćใĀ้เกิดüรรณคดีชćดกĀลćยเรื ่Ăง üรรณคดีชćดกแบบฉบĆบไทยมีมĀćชćติค ćĀลüง ÿมุทรโฆþค ćฉĆนท์ กćพย์มĀćชćติ มĀć เüÿÿĆนดรชćดก ดĆงนี้ ๗.๑ มĀาชาติค าĀลüง มĀćชćติค ćĀลüง เป็นüรรณคดีชćดกที่ÿมเด็จพรąบรมไตรโลกนćถ ทรงรĆบÿĆ่งใĀ้ ปรąชุมนĆกปรćชญ์รćชบĆณฑิตแต่งขึ้น เมื่Ă พ.ý. ๒๐๒๕ (จ.ý. ๘๔๔) แต่งโดยแปลจćกฉบĆบ ภćþćมคธ เĂćภćþćมคธตĆ้งแล้üตćมด้üยภćþćไทยÿลĆบกĆนไป ค ćปรąพĆนธ์ที่ใช้มีทĆ้งร่ćย กćพย์


๑๕๕ โคลง แลąฉĆนท์ เนื้Ăเรื่Ăงมี๑๓ กĆณฑ์เรื่ĂงมĀćชćติที่เป็นภćþćไทยคงจąมีมćก่Ăนแล้ü แต่ไม่ พบĀลĆกฐćนต้นฉบĆบ จึงถืĂü่ćมĀćชćติค ćĀลüงฉบĆบนี้เป็นชćดกฉบĆบภćþćไทยที่เก่ćที่ÿุดที่มี Ăยู่ มĀćชćติค ćĀลüง มีกćรแต่งซ่Ăมเรื่Ăยมć เพรćąบćงกĆณฑ์ÿูญĀćยไป เนื่Ăงจćกเกิดÿงครćม ในÿมĆยĂยุธยćต้นฉบĆบมĀćชćติค ćĀลüงที่ÿูญĀćยไป ๖ กĆณฑ์คืĂ Āิมพćนต์ทćนกĆณฑ์จุลพน มĆทรีÿĆกกบรรพ แลąฉกþĆตริย์ÿมĆยกรุงรĆตนโกÿินทร์ตĂนต้น พ.ý. ๒๓๕๘ รĆชกćลที่ ๒ โปรดĄ ใĀ้แต่งซ่ĂมจึงมีมĀćชćติค ćĀลüงฉบĆบÿมบูรณ์ ๑๓ กĆณฑ์ได้แก่ ทýพร Āิมพćนต์ทćนกĆณฑ์ üนปรąเüýน์ชูชก จุลพน มĀćพน กุมćร มĆทรีÿĆกกบรรพ มĀćรćช ฉกþĆตริย์แลąนครกĆณฑ์ ๗.๑.๑ ค าประพันธ์ที่ใช้แต่ง ผู้แต่งใช้ภćบćลีเดิมตĆ้งบćท ๑ แปลเป็นกćพย์ภćþćไทยüรรค ๑ ÿลĆบกĆนไป ภćþćไทยแต่งเป็นฉĆนท์บ้ćง โคลงบ้ćง ÿ่üนมćกเป็นร่ćย ตćมคüćมถนĆดขĂงปรćชญ์ แต่งเพื่Ă ปรąกüดคüćมไพเรćąแลąคüćมใกล้เคียงกĆบต้นฉบĆบภćþćบćลีมćกที่ÿุด ถืĂได้ü่ćมĀćชćติค ć Āลüงแต่งได้ดีĂย่ćงเĂกมćตĆ้งแต่ÿมĆยกรุงเก่ć๒๘๘ มĀćชćติค ćĀลüงใช้ค ćปรąพĆนธ์ร้ĂยกรĂงĀลćยĂย่ćงเช่น ร่ćยโบรćณโคลงÿĂง ÿุภćพ โคลงÿćมÿุภćพ โคลงÿี่ÿุถćพ กćพย์ยćนี ๑๑ กćพย์ฉบĆง ๑๖ กćพย์ÿุรćงคนćงค์ ๒๘ ดĆงนี้ ร่ćยโบรćณ ÿตฺถć ĂĆนü่ćพรąÿรรเพ็ชญ์พุทธĂยู่เกล้ć Ăุปนิÿฺÿćย เจ้ćกูธ เÿด็จĂćýรĆยกปิลüĆตถุ! แก่พิชĆยกบิลพĆÿดุ บุรีรĆตนพิýćล üิĀรนฺโต ธ เÿด็จ ÿิงÿ ćรćญนÿ ćริทธิ์ นิโครฺรćรćเม ในพิจิตร นิ โครธćรćม Ăćรพฺภ พรąผู้ผจญเบญจกćมพิÿĆยตĆ้งĀทĆยเÿด็จเฉพćąโปกฺขรüÿฺÿ ĂนุเครćąĀ์แก่ โบกขรพรรþธćรć Ăิท ธมฺมเทÿน ยงงพรąธรรมเทýนćมćธูร คćถćÿĀÿฺÿปฏิมณฺฑิติบริบูรณ์ปรąดĆบ ด้üยคćถćถึงÿĀĆÿ ĂĆกþรĂรรถบเĂĄ ตฺü รูปüตีโฉมแม่มลื่นตćบ่ćü เนื้Ăนงถ่ćüถนิมกćย ปุริÿćน ภิปตฺถิ ตćย ćมćม ใจเลง โลกย ใคร่ยüนโยคÿ ÿĂง üü่งงไÿ้คจฺฉć ญćติกุเล Ăจฺฉ แม่Ăย่ćครĂงเถ้ćถึกเพื่Ăน เร่งไปĀćเพื่Ăน พ้Ăงมึงเร็üด้üยด่üน เทĂญ๒๘๙ ๒๘๘กรมýิลปćกร, มĀาชาติค าĀลüง, (กรุงเทพมĀćนคร : โรงพิมพ์เจริญธรรม, ๒๕๑๖), Āน้ć ๓. ๒๘๙เรื่Ăงเดียüกัน, Āน้ć ๑-๒, ๑๒๔.


๑๕๖ ค ćปรąพĆนธ์ปรąเภทร่ćยโบรćณ เป็นตĂนปัจจุบĆนüĆตถุมĀćชćติค ćĀลüง ตĂนนี้แต่งมี ลĆกþณąใกล้เคียงกĆบร่ćยÿุภćพ แต่ค ćในüรรคยืดĀยุ่นเกิน ๕ ค ćได้กćรจบก็ไม่ต้ĂงจบĂย่ćง โคลงÿĂงÿุภćพ ดĆงตĆüĂย่ćงที่กล่ćüมć โคลงÿĂงÿุภาพ นฤโทþท้ćüลูกเจ้ć เจ้ćเมืĂงĀมู่ข้ćเค้ć ขĆบได้ดงงฤๅ เล่ćแลĄ๒๙๐ โคลงÿามÿุภาพ ลูกกูĂยู่ยĆงนยร ทูรโทþทยรเท่ćเฝ้ć กćรณฤๅแรงเมืĂงเร้ć ลูกกูĄ๒๙๑ โคลงÿี่ÿุภาพ ÿćปิüćเāÿุĂุปคเตÿุĂÿฺÿม Ăคมćÿิ ปćงไตรเทพท้ćü จรลี กลĆบจćกมรรคćüิถี เร่งเร้ć โฉมนćฏรćชมĆทรี ปรćโมทย์ เก็บผลรีบไต่เต้ć จ่เข้ćĂćýรมĄ๒๙๒ กาพย์ยานี๑๑ ÿćลีนโมทน ภุตฺüć ĂćÿูรÿĂงĀลćนเĂĂย ย่ĂมเÿüĂยเคยเข้ćÿćลี ÿุจิม ÿูปเÿจน เนื้ĂĂ่üüค่üüแกงดี มีรýยิ่งÿิ่งกĆบบćย รุกฺขผลćนิภุญฺชนฺตć ปćงไฉนครึมครุ กินลูกชุลุเพรćงćย กถ กćĀนฺติทćรกć ๒๙๐Ă้างแล้ü, Āน้ć ๕๗. ๒๙๑Ă้างแล้ü, Āน้ć ๕๐. ๒๙๒Ă้างแล้ü, Āน้ć ๒๓๙-๒๔๐.


๑๕๗ ÿĂงรćทćรกชćย Āญิงจąจ ćท ćกลใด ภุตฺตüćÿตฺปเล กเÿ ĂćÿูรÿĂงเคยครĂง ภćชนพćนรĂงทĂงร้Ăยบรรล โÿüณฺเณÿตรćชิเก ลüดĀลćยลćยกณิกนĆนต์ ล้üนÿุüรรณพรรณไพรĄ๒๙๓ กาพย์ฉบัง ๑๖ นćนćüณฺเณĀิปุปฺเผĀิ ดĂกไม้Āลćยแÿงโÿด บćนช่üงโชติทĆ้งไพรพน นภ ตćรćจิตćมิü พยงฟื้นในนภดล ด ćกลคćดด้üยดüงดćü กุฏชีกฏฺฐตครć กฤþณćแลกĂโกý ไม้มูกโÿดตรąýĆกดิ์ÿćü ปćฏลิโย จ ปุปผิตć แคแจรเจĂรĂญจรćü แคฝĂยขćüแข่งแบ่งบćน๒๙๔ ปćโต คตćÿิ Ăุจฺฉćย ครĆ้นเช้ćกĀิ้üกรนนเช้ćฎ ชćยป่ćเต้ćไปĀćชćย ลูกไม้บทนนงćย จ ćงćยรćชĂดยืน แม่ăć กิมิท ÿćยมćคตć คิดใดคืนมćค่ ć Ăยู่จรĀล่ ćต่Ăกลćงคืน เพรćąเĀ็นกูโĀดĀืน แลดูแคลนกูกลใด ด่งงนี้Ą๒๙๕ ๒๙๓Ă้างแล้ü, Āน้ć ๘๐-๗๑. ๒๙๔กรมýิลปćกร, มĀาชาติค าĀลüง, พิมพ์ครĆ้งที่ ๖, (กรุงเทพมĀćนคร : โรงพิมพ์เจริญธรรม, ๒๕๑๖), Āน้ć ๑๔๔. ๒๙๕เรื่Ăงเดียüกัน, Āน้ć ๒๔๖.


๑๕๘ กาพย์ฉบัง ๑๖ โกกิลć มญฺชุภćณิกć โกกิลćเรื่Ăยร้ĂงÿยงĀüćน ถ้Ăถ้ĂบบĆนÿćร เÿนćąÿโนคüĆงเüง Ăภินćเทนฺติต üน พĆนภกกึกก้ĂงĂลเüง ป่ćเปนบรรเลง แลฟังบĆนลุงลćญทรüง Ăุตุÿมฺปุปฺผิเต ทุเม ไม้ไĀล้Āลćยพรรณเพลจพüง เพยียบุþปบćนดüง เมื่ĂกćลรąดูดูดีĄ๒๙๖ กาพย์ÿุรางคนางค์๒๘ Ā ÿćü ดุจĀงþโปฎก กรąเĀü่ćเĀล่ćนก พลĆดแม่ÿูญĀćย Ăุปริปลฺลเล ตกต่ ćติดตม Ăดนมปćงตćย ดุจแก้üแม่Āćย ไม่คĂยมćรดć เต มิคć üิย Ăุกฺกณฺณć Āนึ่งบุตรเนื้Ăทรćย ขิโรทกบüćย ทรćมรĆกþเÿนĀć ÿมนฺตćภิธćüิโน ยกĀูชูคĂ คĂยถ้ćมćรดć เĀ็นแม่กลĆบมć üิ่งเข้ćเชĂยชม Ăนนฺทิโน ปมุทิตć üิ่งซ้ćยüิ่งขüć ชมรĂบมćรดć แล้üเข้ćกินนม üคฺคมćนćü กมฺปเร ลĂงเชĂงเรĂงไป ใĀ้แม่ชื่นชม ใĀ้ลืมĂćรมณ์ ดุจÿĂงพงงงćĄ๒๙๗ ๒๙๖Ă้างแล้ü, Āน้ć ๑๔๕. ๒๙๗Ă้างแล้ü, Āน้ć ๒๔๑.


๑๕๙ ร้ĂยกรĂงในมĀćชćติค ćĀลüง มีกćรใช้ร้ĂยกรĂงĀลćยĂย่ćงในกćรแต่งก็ด้üย จุดปรąÿงค์ใĀ้มีคüćมĀลćกĀลćยด้ćนกćรใช้ฉĆนทลĆกþณ์ĂีกทĆ้งเป็นกćรแÿดงคüćมÿćมćรถขĂง กüีในÿมĆยนĆ้นด้üย ลĆกþณąฉĆนทลĆกþณ์ในÿมĆยĂยุธยćเป็นรćกฐćนขĂงฉĆนทลĆกþณ์ในÿมĆย ปัจจุบĆนĂćจจąมีคüćมต่ćงĂĂกไปบ้ćงตรงที่ไม่เคร่งครĆดĂย่ćงปัจจุบĆน ๗.๑.๒ เนื้Ăเรื่Ăงย่Ă เรื่ĂงมĀćชćติค ćĀลüง คืĂ มĀćเüÿÿĆนดรชćดก ในนิบćตชćดกแĀ่งพรąÿุตตĆนตปิฎก นĆ่นเĂง เนื้Ăเรื่Ăงย่ĂมีดĆงนี้ พรąพุทธเจ้ćเÿด็จกรุงกบิลพĆÿดุ์เพื่Ăทรงเทýนćโปรดพรąบิดć พรąญćติพรąญćติจĆด ใĀ้โĂรÿธิดćรุ่นเยćü์Ăยู่Āน้ćกรćบไĀü้พรąพุทธเจ้ć ใĀ้ญćติüงý์ผู้ใĀญ่Ăยู่ด้ćนĀลĆง ไม่ยĂมถüćย นมĆÿกćร พรąพุทธเจ้ćทรงแÿดงปćฏิĀćริย์เĀćąขึ้นไปเดินจงกรมĂยู่เĀนืĂýีรþąพรąญćติทĆ้งปüง พรąเจ้ćÿุทโธทนąแลąพรąญćดิจึงพร้ĂมกĆนนมĆÿกćร ฝนโบกขรพรรþตกลงมć พุทธÿćüกÿงÿĆย ทูลถćม พรąพุทธเจ้ćจึงตรĆÿเล่ćĂดีตชćติü่ć ในĂดีตกćลพรąĂงค์ปรąÿูติเป็นพรąเüÿÿĆนดร พรąมćรดćพรąนćมü่ć ผุÿดีก่Ăน พรąนćงผุÿดีจąจุติจćกเทüโลกพรąนćงเป็นพรąชćยćขĂงพรąĂินทร์ทูลขĂพร ๑๐ ปรąกćร จćกพรąÿüćมีปรąกćรÿ ćคĆญคืĂ ขĂใĀ้มีโĂรÿเป็นผู้มีพรąทĆยใĀ้ทćน เมื่Ăพรąนćงได้พร ๑๐ ปรąกćรแล้ü ก็ปรąÿูติเป็นพรąธิดć กþĆตริย์มĆทรćช เจริญüĆยขึ้นเป็นพรąมเĀÿีพรąเจ้ćกรุงÿญ ชĆยแĀ่งÿีพีรĆฐ ต่ĂมćปรąÿูติพรąโĂรÿพรąนćมü่ć เüÿÿĆนดร ตĆ้งพรąนćมตćมÿถćนที่ที่ปรąÿูติ คืĂ ตรĂกพ่Ăค้ć พรąโพธิÿĆตü์เริ่มใĀ้ทćนตĆ้งแต่ปรąÿูติได้ĂภิเþกÿมรÿกĆบพรąนćงมĆทรีมี พรąโĂรÿพรąธิดć คืĂชćลีแลąกĆนĀć ทรงบริจćคทćนมิได้ขćด ต่Ăมćพรąรćชทćนช้ćงปัจจĆย นćเคนทร์คู่บ้ćนเมืĂงที่บĆนดćลใĀ้ฝนตกต้Ăงตćมฤดูแก่พรćĀมณ์เมืĂงกลิงครćþฎร์ เป็นเĀตุใĀ้ ชćüเมืĂงไม่พĂใจ พรąรćชบิดćทรงเนรเทýพรąเüÿÿĆนดรĂĂกจćกเมืĂงมีพรąนćงมĆทรีแลąชć ลีกĆณĀćตćมเÿด็จด้üย ก่Ăนเÿด็จทรงบริจćคÿĆตÿตกมĀćทćน รąĀü่ćงทćงเÿด็จมีผู้ทูลขĂÿิ่งต่ćง ๆ ทรงบริจćคทุกĂย่ćงแม้กรąทĆ่งม้ć รćชรถพรąเüÿÿĆนดร พรąนćงมĆทรีทรงĂุ้มพรąโĂรÿ พรąธิดć เÿด็จต่Ăไปเข้ćÿู่เขตแดนพรąเจ้ćเจตรćช พรąรćชćถüćยพรąนครใĀ้ปกครĂงกึ่งĀนึ่ง พรąเüÿÿĆนดรทรงปฏิเÿธเÿด็จต่ĂไปยĆงเขćüงกต พรąรćชćใĀ้พรćนเจตบุตรเป็นผู้ĂćรĆกขć


๑๖๐ พรąĂินทร์ใĀ้พรąüิÿÿุกรรมนิรมิตĂćýรมใĀ้ปรąทĆบ พรąเüÿÿĆนดรครĂงเพýผู้ทรงพรต พรą นćงมĆทรีทรงปฏิบĆติต่ĂพรąÿüćมีแลąพรąโĂรÿธิดć ชูชก เป็นพรćĀมณ์ชรćมีลĆกþณąบุรุþโทþ ๑๘ ปรąกćรแĀ่งĀมู่บ้ćนทุนüิฐ ได้นćง Ăมิตตตćเป็นภรรยć Āนุ่มทĆ้งĀลćยต่ćงĂิจฉćที่ชูชกได้ภรรยćÿüยแลąขยĆน นćงĂมิตตตćใĀ้ชูชก ไปขĂÿĂงกุมćรที่เขćüงกต ชูชกใช้เล่Ā์เพทุบćยต่ćง ๆ จนขĂพรąชćลีแลąกĆณĀćได้เมื่ĂพćÿĂง กุมćรถึงทćงÿćมแพร่งก็ไปยĆงกรุงÿีพีรĆฐ พรąเจ้ćกรุงÿญชĆยขĂไถ่ตĆüพรąเจ้ćĀลćนทĆ้งÿĂง ทรงจĆด เลี้ยงĂćĀćร ชูชกกินĂćĀćรมćกเกินไปจึงÿิ้นชีüิต เมื่Ăเÿด็จกลĆบจćกป่ćไม่พบพรąโĂรÿพรąธิดć แลąยĆงถูกพรąเüÿÿĆนดรทรงแกล้งü่ćไปพบผู้ชćยในป่ć พรąนćงมĆทรีเÿียพรąทĆยจนÿลบเมื่Ăพรą เüÿÿĆนดรทรงแก้ไขจนฟื้น แล้üเล่ćคüćมจริงใĀ้ทรงทรćบ พรąนćงก็ĂนุโมทนćÿćธุพรąĂินทร์ ทรงเกรงü่ćจąมีผู้มćขĂพรąนćงมĆทรีจึงแปลงเป็นพรćĀมณ์ชรćทูลขĂพรąนćงมĆทรีเมื่Ăได้รĆบ พรąรćชทćนแล้üก็น้ĂมถüćยกลĆบแลąขĂค ćÿĆญญćü่ćจąไม่พรąรćชทćนแก่ผู้ใด พรąเจ้ćกรุงÿญชĆยใĀ้จĆดก ćลĆงเÿด็จĂĂกไปรĆบพรąเüÿÿĆนดรแลąพรąนćงมĆทรีที่เขć üงกต มีพรąนćงผุÿดีพรąชćลีแลąกĆณĀćโดยเÿด็จด้üย เมื่ĂกþĆตริย์ทĆ้ง ๖ พรąĂงค์พบกĆนก็ทรง ปลื้มปีติกĆนแÿงจนÿลบ เป็นเĀตุใĀ้ฝนโบกขรพรรþตกท ćใĀ้พรąĂงค์ฟื้นแล้üเÿด็จกลĆบÿู่นครÿีพี แลąทรงด ćรงพรąชนม์ร่üมกĆนด้üยคüćมปกติÿุข ตลĂดพรąชนมćยุพรąเüÿÿĆนดรทรงบริจćค ทćนมิได้ขćด ปรąชćรćþฎร์มีคüćมÿุขโดยทĆ่üĀน้ćกĆน ปรąชุมชćดกมีü่ć ชูชกเกิดเป็นเทüทĆต นćงĂมิตตตćเป็นนćงจิญจมćณüิกć พรćน เจตบุตรเป็นนćยฉĆนนą ĂĆตจุตดćบÿเป็นพรąÿćรีบุตร พรąĂินทร์เป็นพรąĂนุรุทธą พรą üิÿÿุกรรมเป็นพรąโมคคĆลลćนą เทüดćช่üยปฏิบĆติพรąชćลีเป็นพรąกĆจจćยนą เทพธิดć ช่üยปฏิบĆติรĆกþćพรąชćลีแลąพรąกĆณĀćเป็นนćงüิÿćขć ช้ćงปัจจĆยนćเคนทรงเป็นพรąมĀćกĆÿÿ ปą มĀćĂ ćมćตยเฝ้ćใกล้ชิดเป็นพรąĂćนนท์พรąเจ้ćกรุงÿญชĆยเป็นพรąเจ้ćÿุทโธทนą พรąนćง ผุÿดีเป็นพรąนćงÿิริมĀćมćยć พรąนćงมĆทรีเป็นพรąนćงยโÿธรć พรąชćลีเป็นพรąรćĀุล พรąธิดćกĆณĀćเป็นนćงĂุบลüรรณćเถรีบริüćรทĆ้งĀลćยเป็นพุทธบริþĆท พรąเüÿÿĆนดรเป็น พรąพุทธเจ้ć


๑๖๑ ๗.๑.๓ คุณค่าที่ได้รับ คุณค่ćขĂงüรรณคดีชćดกเรื่Ăงนี้คืĂ ๑) คุณค่ćด้ćนĂĆกþรýćÿตร์ มĀćชćติค ćĀลüงเป็นüรรณคดีĂยุธยćÿมĆยÿมเด็จพรąบรมไตรโลกนćถ ที่ท ć ใĀ้คนไทยรุ่นĀลĆงได้รู้ĂĆกขรüิธีแลąกćรใช้ค ćไทยÿมĆยก่Ăนü่ćเป็นĂย่ćงไร เป็นกćรแต่งบทร้Ăย กรĂงที่ไพเรćąงดงćมมีคüćมĀมćยดีเพียบพร้Ăมด้üยüรรณýิลป์ ๒) คุณค่ćด้ćนคติธรรม üรรณคดีเรื่ĂงมĀćชćติค ćĀลüง คติธรรมĀลĆก คืĂ กćรใĀ้ทćนเป็นÿิ่งปรąเÿริฐ ในเรื่ĂงมĀćชćติค ćĀลüง พรąเüÿÿĆนดรทรงบ ćเพ็ญทćนบćรมีตĆ้งแต่ปรąÿูติจนกรąทĆ่งปัจฉิมüĆย กćรใĀ้ทćนĀรืĂกćรบริจćคซึ่งเป็น ๑ ในทýบćรมีที่พรąโพธิÿĆตü์ต้Ăงบ ćเพ็ญเพื่Ăกćร เป็นพรąพุทธเจ้ćในชćติต่Ăมć ด้üยกćรบริจćคĀรืĂกćรท ćใĀ้จิตใจขĂงผู้ไĀ้ÿงบÿุขแลąเป็นกćร ก ćจĆดกิเลÿĂĂกไปได้เป็นÿิ่งที่ช่üยป้ĂงกĆนปัญĀćÿĆงคมได้ทćงĀนึ่ง พรąพุทธเจ้ćจึงทรงเน้นในเรื่Ăง ทćนมćก โดยเฉพćąในชćดกเรื่Ăงนี้ทรงบริจćคทุกĂย่ćง ตĆ้งแต่ÿิ่งขĂง เงินทĂงทรĆพย์ÿิน แม้กรąทĆ่งบุตรแลąภริยć Āćกบุคคลมีจิตใจที่เĂื้Ăเฟื้Ăต่Ăผู้Ăื่นด้üยกćรใĀ้แล้ü คüćมผćÿุกย่Ăม เกิดขึ้นในÿĆงคมนĆ้นๆ ๗.๑.๔ ลักþณะÿ าคัญในมĀาชาติค าĀลüง ๑) ใช้ค ćภćþćบćลีมćก แปลเป็นภćþćไทยน้Ăยท ćใĀ้เข้ćใจเรื่Ăงได้ยćก ๒) ใช้ตĆüÿąกดค ćไทยแบบโบรćณ Ă่ćนแล้üเข้ćใจยćก ๓) มีค ćเขมร พม่ć ปąปนĂยู่ด้üย ๔) มีค ćปรąพĆนธ์ทุกชนิดคืĂ โคลง ฉĆนท์ กćพย์ กลĂน แลąร่ćย ๕) ÿąท้Ăนภćพชีüิตคüćมเป็นĂยู่ขĂงชćüกรุงýรีĂยุธยćตĂนต้นได้เป็นĂย่ćงดี ๗.๒ ÿมุทรโฆþค าฉันท์ ÿมุทรโฆþค ćฉĆนท์เป็นüรรณคดีÿโมÿรĂยุธยćที่แต่งในÿมĆยÿมเด็จพรąนćรćยณ์ มĀćรćช ถืĂกĆนü่ćเป็นยุคทĂงขĂงüรรณคดีไทย เพรćąÿมĆยนี้ได้เกิดüรรณคดีĀลćยเรื่Ăงแลą นิยมแต่งร้ĂยกรĂงกĆนมćก ทĆ้งในลĆกþณąขĂงปฏิภćณแลąบĆนทึกเป็นĂĆกþร ÿมเด็จพรąนćรćยณ์


๑๖๒ มĀćรćช โปรดĄ ใĀ้พรąมĀćรćชครูแต่งขึ้น ในüโรกćÿพรąชนมćยุครบเบญจเพÿ แต่แต่งไม่จบ ถึงแก่กรรมเÿียก่Ăน พรąĂงค์ทรงพรąรćชนิพนธ์ต่Ăก็ไม่จบเพรćąเÿด็จÿüรรคตเÿียก่Ăน จนถึง ÿมĆยกรุงรĆตนโกÿินทร์ตĂนต้น ÿมเด็จĄ พรąมĀćÿมณเจ้ć กรมพรąปรมćนุชิตชิโนรÿ (ใน รĆชกćลที่ ๓) ทรงนิพนธ์ต่Ăจนจบเรื่Ăง ด้üยทรงมีคüćมเĀ็นü่ćĀćกปล่Ăยค้ćงไü้ไม่จบจąถูก ต่ćงชćติดูแคลนได้ü่ćชćติไทยไม่มีกüีมีคüćมรู้คüćมÿćมćรถ ด้üยคüćมüิริยąขĂงบรรพชน ÿมุทรโฆþค ćฉĆนท์üรรณคดีชćดกจึงมีผู้แต ่ง ๓ ÿ ćนüน คืĂ ÿ ćนüนพรąมĀćรćชครู ÿ ćนüน ÿมเด็จพรąนćรćยณ์มĀćรćช แลąÿ ćนüนÿมเด็จĄ พรąมĀćÿมณเจ้ć กรมพรąปรมćนุชิต ชิโนรÿ ได้ตกทĂดมćเป็นมรดกüรรณคดีขĂงชćติจนบĆดนี้ ÿมุทรโฆþค ćฉĆนท์ เป็นüรรณคดีที่แปลแลąแต่งจćกÿมุทรโฆþชćดก ชćดกเรื่Ăงที่ ๑ ในปัญูญćÿชćดก เนื้Ăเรื่ĂงบćงตĂนในÿมุทรโฆþค ćฉĆนท์ โดยเฉพćąในตĂนขĂงพรąมĀćรćชครู แตกต่ćงไปจćกเรื่Ăงÿมุทรโฆþชćดก๒๙๘ ๗.๒.๑ ค าประพันธ์ที่ใช้แต่ง ค ćปรąพĆนธ์ที่ใช้ในกćรแต่งมีทĆ้งกćพย์แลąฉĆนท์กćพย์ ได้แก่ กćพย์ยćนี๑๑ กćพย์ ฉบĆง ๑๖ แลąกćพย์ÿุรćงคนćงค์๒๘ ฉĆนท์เช่น ĂินทรüิเชียรฉĆนท์ üÿĆนตดิลกฉĆนท์แลąÿĆท ทุลüิกกีāิตฉĆนท์เป็นต้น ตัüĂย่างค าประพันธ์ กาพย์ฉบัง ๑๖ พรąบćทกรุงไท้ธรณี รćมćธิบดี ปรąเÿริฐเดโชชĆย เดชąĂćจผโĂนท้ćüไท ทĆ่üทĆ้งภพไตร ตรąดกด้üยเดโชพลĄ๒๙๙ ๒๙๘ร.ý. พĆฒน์ เพ็งผลć, ชาดกกับüรรณกรรมไทย, พิมพ์ครĆ้งที่ ๓, (กรุงเทพมĀćนคร : โรงพิมพ์ ÿ ćนĆกพิมพ์มĀćüิทยćลĆยรćมค ćแĀง, ๒๕๓๕), Āน้ć ๑๗๑. ๒๙๙Ăงค์กćรค้ćขĂงคุรุÿภć, ÿมุทรโฆþค าฉันท์, (กรุงเทพมĀćนคร :โรงพิมพ์คุรุÿภć ลćดพร้ćü), ๒๕๒๙), Āน้ć ๑.


๑๖๓ กาพย์ÿุรางคนางค์๒๘ จąเล่นแถลงปćง เมื่Ăพรąพบนćง แลพรąตรąกĂง ถกลเมื้ĂเมืĂง ก็คืนมćครĂง บุรีทĆ้งÿĂง ÿรนุกเÿüยรมย์ จąตĆ้งต ćนćน ต ćเนียรพิÿดćร บใช่นิยม มีแต่ธรรมเนียม บุรćณคม จąเล่นโดยกรม พิไÿยมนมทĄ๓๐๐ Ăินทรüิเชียรฉันท์ เบื้ĂงทĆกþิณćýćล มĀิมćนบุรีýรี จรรโจþปรąชćมี พลพิรียชćญชม มĀćมĀรýพ พิýćลÿนุกนิÿม ÿมฤทธิเรืĂงรม- ยบุรีĂĆนĂćเกียรณ์Ą๓๐๑ ÿัททุลüิกกีāิตฉันท์ Āื่นĀĂมÿร้Ăยÿุüคนธล้üนบุþปก ćจร ĂบĂงคĂงค์Ăร ภิรมย์ ชมเฌĂชมชลแลชมชมพนพนม ชื่นขมแลชมÿรą ÿโรชć๓๐๒ ๗.๒.๒ เนื้Ăเรื่Ăงย่Ă พรąÿมุทรโฆþ เป็นโĂรÿกþĆตริย์พินทุทĆตแลąพรąนćงเทพยธิดćแĀ่งพรĀมปุรąนคร (พรĀมบุรี) ĂีกเมืĂงĀนึ่งชื่Ăรมยปุรąนคร (รมยนคร) มีพรąเจ้ćÿีĀนรคุปต์แลąพรąนćงกนกüดี รćชธิดćพรąนćมü่ć พินทุมดีพรąÿมุทรโฆþเÿด็จปรąพćÿป่ć ขณąบรรทมĀลĆบใต้ต้นไม้ เทพćรĆกþ์Ăุ้มเĀćąไปปรćÿćทพรąนćงพินทุมดีในรมยปุรąนคร ใกล้รุ่งจึงน ćกลĆบมćÿ่งคืนที่รćช รถทรง เมื่Ăตื่นบรรทมทรงค้นĀćนćงเมื่Ăไม่พบก็เýร้ćเÿียพรąทĆยเÿด็จคืนนคร ÿ่üนพรąนćง พินทุมดีตื่นจćกบรรทมไม่พบพรąÿมุทรโฆþ ใĀ้พี่เลี้ยงüćดรูปใĀ้ดูจึงรู้ü่ćคืĂพรąÿมุทรโฆþ ๓๐๐เรื่Ăงเดียüกัน, Āน้ć ๘. ๓๐๑Ă้างแล้ü, Āน้ć ๘. ๓๐๒เรื่Ăงเดียüกัน, Āน้ć ๘.


๑๖๔ ต่Ăมćพรąÿมุทรโฆþได้ÿยุมพรกĆบพรąนćงพินทุมดีĀลĆงจćกทรงแÿดงýิลปąýćÿตร์แลąยกธนูได้ พรąÿมุทรโฆþเÿด็จปรąพćÿป่ćพร้Ăมพรąนćงพินทุมดีทรงช่üยพิทยćธรชื่Ă รณćภิมุขที่บćดเจ็บ เพรćąรบกĆบพิทยćธร รณบุตร พิทยćธร รณćภิมุข ถüćยพรąขรรค์üิเýþ พรąÿมุทรโฆþทรงใช้ พรąขรรค์พćพรąนćงพินทุมดีเĀćąปรąพćÿไปในที่ต่ćง ๆ เมื่ĂทรงเĀนื่Ăยก็Āยุดบรรทมใต้ต้นไม้ พิทยćธรตนĀนึ่งผ่ćนมćได้ลĆกเĂćพรąขรรค์ไป พรąÿมุทรโฆþกĆบพรąนćงพินทุมดีจึงเÿด็จ ด ćเนินด้üยพรąบćทไปในป่ćได้รĆบคüćมยćกล ćบćก ครĆ้นเÿด็จถึงแม่น้ ćทรงเกćąขĂนไม้งิ้üใĀญ่ ข้ćมแม่น้ ć ขณąนĆ้นเกิดพćยุพĆดกรąĀน่ ćท ćใĀ้ขĂนไม้ขćด ทĆ้งÿĂงพรąĂงค์ต้ĂงแยกจćกกĆน พรą นćงพินทุมดีถูกคลื่นซĆดไปขึ้นฝั่งที่เมืĂงมĆทรćช พรąนćงทรงเพýเป็นนĆกบüชÿร้ćงýćลćโรงทćน แลąใĀ้üćดภćพเรื่ĂงพรąÿมุทรโฆþแลąพรąนćงบนผนĆง พรąÿมุทรโฆþทรงเกćąขĂนไม้Ăยู่ใน แม่น้ ć ๗ üĆน นćงเมขลćผู้รĆกþćน่ćนน้ ćก็ช่üยเĀลืĂĂุ้มพรąÿมุทรโฆþขึ้นฝั่งตćมพรąบĆญชćพรą Ăินทร์พรąĂินทร์ทรงบĆงคĆบใĀ้พิทยćธรใĀ้น ćพรąขรรค์มćคืน เมื ่Ăได้พรąขรรค์ก็เÿด็จĂĂก ติดตćมพรąชćยćจนมćถึงýćลćโรงทćน ทรงทĂดพรąเนตรภćพที่ฝćผนĆงแล้üเýร้ćพรąทĆย ผู้ ที่เฝ้ćýćลćน ćคüćมไปแจ้งตćมที่พรąนćงÿĆ่งใĀ้คĂยÿĆงเกตผู้ที่เข้ćมćในโรงทćน เมื่ĂÿĂงพรąĂงค์ พบกĆนก็ทรงทรćบเรื่ĂงทĆ้งĀมดแล้üเÿด็จกลĆบเมืĂงรมยบุรีพรąเจ้ćพินทุทĆตทรงทรćบü่ćพรąโĂรÿ แลąพรąÿุณิÿćคืนÿู่รมยปุรąนครแล้üก็ÿ่งรćชทูตขĂใĀ้ÿĂงพรąĂงค์เÿด็จไปพรĀมปุรąนคร ครĆ้น ถึงก็ĂภิเþกใĀ้ครĂงรćชÿมบĆติแทนพรąĂงค์ ปรąชุมชćดกü่ć พิทยćธร รณบุตร คืĂ เทüทĆต พรąเจ้ćพินทุทĆต คืĂพรąเจ้ćÿุทโธท นąพรąมćรดćเทพธิดć คืĂพรąนćงÿิริมĀćมćยć พรąÿĀćยแลąĂ ćมćตย์คืĂพรąÿงฆ์ÿćüก ทĆ้งĀลćย ปุโรĀิต คืĂพรąĂćนนท์พรąĂินทร์คืĂพรąĂนุรุทธą นćงเมขลć คืĂ Ăุบลüรรณćเถรี พรąนćงพินทุมดีคืĂพรąนćงยโÿธรć แลąพรąÿมุทรโฆþ คืĂ พรąพุทธเจ้ć ๗.๒.๓ คุณค่าที่ได้รับ üรรณคดีชćดกเรื่Ăงนี้ÿรุปคุณค่ćได้คืĂ ๑) คุณค่ćด้ćนĂĆกþรýćÿตร์ ÿมุทรโฆþค ćฉĆนท์เป็นเรื่Ăงที่แต่งในÿมĆยÿมเด็จพรąนćรćยณ์มĀćรćชแĀ ่ง กรุงýรีĂยุธยć แลąแต่งต่ĂในÿมĆยรĆตนโกÿินทร์ตĂนต้น กćรใช้ถ้Ăยค ćในüรรณคดีเรื่Ăงนี้ท ćใĀ้


๑๖๕ ผู้Ă่ćนได้รู้ü่ćกćรใช้ภćþćในÿมĆยนĆ้นเป็นĂย่ćงไร แลąเมื่ĂเทียบกĆบกćรใช้ภćþćในปัจจุบĆนจąมี คüćมเĀมืĂนĀรืĂต่ćงกĆนĂย่ćงไร ดĆงตĆüĂย่ćงจćกเรื่Ăง ดĆงนี้ ร่Ăนร้Ăงก้Ăงเÿียงÿüนÿม ดุจดุริยรงม ÿรรเÿริญÿรąýรีบมิคลć โพธิ์ทĂงทรล่Ăงÿćขć ร่มรกปรกมć ในริมÿรąýรีทรÿćย พüกพรรคพิĀกเĀลืĂĀลćย เĀิรจĆบเรียงรćย บรรÿćนÿ ćเนียงเĂียงĂรĄ กćพย์ฉบĆง ๓ บทนี้แÿดงใĀ้เĀ็นถึงกćรใช้ถ้Ăยค ćขĂงกüีไทยÿมĆยĂยุธยćü่ć มี คüćมพิถีพิถĆนคĆดÿรรเĂćค ćที่ไพเรćą มีคüćมĀมćยเĀมćąÿมน ćเĂćมćเรียงเข้ćด้üยกĆนได้Ăย่ćงดี แลąยĆงมีกćรÿĆมผĆÿĂĆกþรแลąÿรąโดยทĆ่üไปในแต่ลąüรรคแต่ลąบท นĂกจćกนี้ยĆงมีกćรใช้ ภćþćต่ćงปรąเทýบćงค ćในกćรแต่ง เช่น บรรÿćน เป็นค ćที่มีพื้นฐćนจćกภćþćเขมร เป็นต้น ๒) คุณค่ćด้ćนคติธรรม เรื่Ăงÿมุทรโฆþค ćฉĆนท์มีคุญค่ćต่Ăผู้Ă่ćนในด้ćนต่ćงๆดĆงนี้ ÿมุทรโฆþค ćฉĆนท์ใĀ้ข้Ăคิดแก่ผู้Ă่ćนในเรื่Ăง "กรรม" ใครปรąกĂบกรรมดีย่Ăม ได้รĆบผลดีตĂบÿนĂง พรąÿมุทรโฆþเป็นผู้ปรąกĂบคüćมดี คüćมดีจึงÿนĂงตĂบตลĂดพรąชนม์ ชีพ คืĂพรąĂงค์ช่üยเĀลืĂพิทยćธรที่บćดเจ็บ จึงได้รĆบพรąขรรค์üิเýþ เมื่ĂĂยู่ในแม่น้ ć พรą Ăินทร์ก็บĆญชćใĀ้นćงเมขลćช่üย พรąขรรค์ที่ถูกพิทยćธรขโมยไปก็ได้กลĆบคืน เพรćąพรąĂินทร์ บĆงคĆบใĀ้น ćมćคืน ภćยĀลĆงได้ขึ้นเÿüยรćชย์เป็นกþĆตริย์ ÿมุทรโฆþค ćฉĆนท์ มีลĆกþณąกćรแต่งภćþćเขมร เเลąภćþćบćลีÿĆนÿกฤต ปąปนĂยู่มćกจุดมุ่งĀมćยขĂงüรรณคดีเรื่Ăงนี้นĂกจćกเพื่ĂÿĂนธรรมą เพื่ĂĂ่ćนนิทćนชćดกใĀ้ ÿนุกÿนćนเเล้ü ยĆงแต่งเพื่Ăเฉลิมพรąชนมćยุครบ ๒๕ พรรþćขĂงÿมเด็จพรąนćรćย์มĀćรćช ด้üย คüćมแตกต่ćงรąĀü่ćงÿมุทรโฆþชćดกกĆบÿมุทรโฆþค ćฉĆนท์ ๑) ในคĆมภีร์ปัญญćÿชćดก พรąÿมุทรโฆþไม่มีชćยćชื่Ăÿุรÿุดć ก่Ăนที่จąทรง ได้พรąนćงพินทุมüดีเป็นมเĀÿี แต่ในÿมุทรโฆþค ćฉĆนท์พรąĂงค์ทรงมีมเĀÿี ýรีÿุรÿุดćมć


๑๖๖ ๒) ในคĆมภีร์ปัญญćÿชćดก ไม่ได้กล่ćüถึงกćรเÿด็จไปคล้Ăงช้ćง ไม่มีเทพćรĆกþ์ Ăุ้มÿม ไม่มีนćงรĆตนćธćรีüćดรูป ไม่มีกćรยกýรแลąปรąลĂงýิลป์ ไม่มีกþĆตริย์ชิงนćงแลąไม่มี Ă ćมćตย์ชื่ĂÿุÿĆงกĆลป์Āćกมีแต่ปุรĀิตแลąลูกĂ ćมćตย์ซึ่งเป็นคนÿนิทขĂงพรąÿมุทรโฆþ ๓) พิทยćธรÿĂงตนซึ่งรบกĆนในĂćกćý ตนที่เÿียไม่มีชื่Ăü่ć รณćภิมุข ตนที่ชิง นćงได้ไปไม่มีชื่Ă รณบุตร เพียงแต่กล่ćüü่ćพิทยćธรตนĀนึ่งเท่ćนĆ้น ๔) พรąนćงพินทุมดีเมื่ĂพลĆดพรćกพรąÿüćมีไปĂยู่เมืĂงมĆทรćþฎร์ไม่ได้บüชชี ๕) ท้ćüüินททĆต ÿมุทรโฆþค ćฉĆนท์เรียกü่ć พินทุทĆต ท้ćüÿิริÿีĀนรคุต ÿมุทรโฆþ ค ćฉĆนท์เรียกü่ć ÿีĀนรคุปต์ พรąนćงพินทุมดีÿมุทรโฆþชćดก เรียกพินทุมดีĀรืĂ พินทุมบดี พรĀมบุรนคร ÿมุทรโฆþค ćฉĆนท์เรียกพรĀมบุรีĀรืĂพรĀมนคร รมมบุรนคร ÿมุทรโฆþค ćฉĆนท์ เรียก รมยบุรีĀรืĂ รมยนคร ÿุüรรณนคร ÿมุทรโฆþค ćฉĆนท์ เรียก กนกนคร ๖) ÿมเด็จ Ą กรมพรąปรมćนุชิตชิโนรÿ ทรงนิพนธ์เรื่Ăงด ćเนินตćมÿมุทร โฆþชćดก ÿ่üนพรąมĀćรćชครูแลąÿมเด็จพรąนćรćยณ์มĀćรćช ไม่ได้ทรงพรąรćชนิพนธ์เรื่Ăง ด ćเนินตćมÿมุทรโฆþชćดก ๗.๓ กาพย์มĀาชาติ กćพย์มĀćชćติ แต่งÿมĆยพรąเจ้ćทรงธรรมแĀ่งกรุงýรีĂยุธยć ใน พ.ý. ๒๑๔๕ กćรที่ โปรดเกล้ćĄ ใĀ้แต่งมĀćชćติขึ้นใĀม่ เพรćąต้ĂงกćรใĀ้ฟังจบภćยในüĆนเดียü ด้üยเชื่ĂกĆนü่ć กćร ได้ฟังมĀćชćติติดต่ĂกĆนจบในüĆนเดียüจąได้Ăćนิÿงÿ์ÿูง มĀćชćติค ćĀลüงที่แต่งÿมĆยÿมเด็จพรą บรมไตรโลกนćถ ÿüดใĀ้จบติดต่ĂกĆนในüĆนเดียüไม่ได้เพรćąนĂกจćกจąมีคüćมยćüด้üย ค ć ปรąพĆนธ์แล้ü ถ้Ăยค ćที่ใช้ก็เข้ćใจยćก เĀมćąแก่ผู้มีกćรýึกþć กćพย์มĀćชćติต่ćงĂĂกไปคืĂ ใช้ถ้Ăยค ćง่ćย ๆ ในกćรแต่งแลąใช้ค ćปรąพĆนธ์ปรąเภทร่ćย ÿมเด็จĄกรมพรąยćด ćรงรćชćนุ ภćพ ทรงใĀ้คüćมเĀ็นเกี่ยüกĆบกćรแต่งกćพย์มĀćชćติไü้ü่ć ข้ćพเจ้ćเข้ćใจü่ćปรąชุมนĆกปรćชญ์รćชบĆณฑิตแต่งขึ้นเมื่Ăในแผ่นดินÿมเด็จพรąเจ้ć ทรงธรรมรąĀü่ćง พ.ý. ๒๑๔๕ จน พ.ý. ๒๑๗๐ ด้üยมีเนื้ĂคüćมในĀนĆงÿืĂพรąรćชพงýćüดćร กล่ćüไü้ü่ć ในแผ่นดินนĆ้นได้แต่งมĀćชćติค ćĀลĆงĂีกครĆ้งĀนึ่ง กćพย์มĀćชćติฉบĆบนี้เดิมเĀ็นจąÿูญ Āćยมćกกü่ćมĀćชćติค ćĀลüง ได้พบÿ ćนüนครĆ้งกรุงเก่ćที่แน่ใจ แต่กĆณฑ์กćพย์ กุมćรบรรพที่


๑๖๗ พิมพ์แล้üนĆ้น กćพย์üนปรąเüýน์ที่พิมพ์ในเล่มนี้ĀĂพรąÿมุดได้ต้นฉบĆบĀลüง ครĆ้งรĆชกćลที่ ๑ มี บćนแผนกเขียนไü้ü่ć “üĆน ๔ Ą ๓ ค่ ćจุลýĆกรćช ๑๑๑๔ ปีขćล จĆตüćýก ข้ćพรąพุทธเจ้ćพรą ĂćลĆกþณ์แต่งข้ćพรąพุทธเจ้ćนćยช ćนćญĂĆกþรเขียน” ดĆงนี้ ÿĆนนิþฐćน คüćมตćมบćนแผนก เข้ćใจü่ć เĀ็นจąมีรĆบÿĆ่งใĀ้พรąĂćลĆกþณ์แต่งเพิ่มเติมกĆณฑ์ที่ขćด พรąĂćลĆกþณ์คนนี้แต่งในทćง ข้ćงýćÿนćไü้Āลćยเรื่ĂงทĆ้งที่เป็นบทกลĂนแลąเป็นคüćมเรียงได้ คüćมü่ćชื่ĂตĆü ชื่Ăบุญ ÿĆงเกตดู ÿ ćนüนที่แต่งกĆณฑ์üนปรąเüýน์นี้แต่งดีถึงÿ ćนüนครĆ้งกรุงเก่ćพĂเข้ćกĆนได้Ą กćพย์มĀćชćติที่พบต้นฉบĆบแล้üมีเพียง ๓ กĆณฑ์คืĂ กĆณฑ์üนปรąเüýน์กĆณฑ์กุมćร แลąกĆณฑ์ÿĆกกบรรพ ในÿมĆยรĆชกćลที่ ๑ มีกćรแต่งเติมกćพย์มĀćชćติดĆงที่ÿมเด็จĄ กรมพรąยć ด ćรงรćชćนุภćพได้ทรงใĀ้คüćมเĀ็นไü้กćพย์มĀćชćติกĆณฑ์Ăื่น ๆ ĂćจจąมีĂยู่ในĀĂÿมุด แĀ่งชćติแต่ยĆงตรüจÿĂบไม่พบ ๗.๓.๑ ค าประพันธ์ที่ใช้แต่ง กćพย์มĀćชćติแต่งด้üยร่ćยยćü ร้ĂยกรĂง บćงตĂนเป็นดĆงนี้“เต จตฺตćโร ขตฺติยć ĂĆนü่ćพรąบรมกþĆตริย์ทĆ้งÿี่ýรีÿุริยüงý์เมื่Ăเÿด็จบทจร ปรąÿงค์ÿู่เขćคิริยüงกฎ มิได้แจ้งทćงที่ ก ćĀนดด ćเนินไพร ด้üยคüćมเข็ญใจก็จ ćเป็น ปติปเถ ทĂดพรąเนตรเĀ็นมĀćชน ĂĆนเดินทüน ทćงถนนนĆ้นมćก็ตรĆÿถćมถึงมรคćเขćคĆนธมćทü่ć ดูกรฝูงญćติเรćทĆ้งĀลćยเĀล่ćปรąชćชน ยĆงรู้ แĀ่งต ćบลบรรพต üงกฎคิรีมีĂยู่ที่แĀ่งใด ใกล้ฤๅไกลปรąกćรนี้จงช่üยชี้ใĀ้เรćไป ฝูงปรąชćชน ชüนกĆนร้ĂงไĀ้กรćบทูลü่ć ข้ćแต่พรąบรมนćรถนเรนทร์ÿูรผู้ทรงýĆกดิ์ เป็นที่พึ่งพ ćนĆกนิทุกฝูง ÿĆตü์กรรมแต่ก่Ăนไฉน จึงพลĆดพรąเüียงüĆงนิเüýน์พรąพุทธเจ้ćข้ć Āนทćงนี้ยĆงทąเรýไกลกü่ć ไกลนĆกĄ”๓๐๓ ๗.๓.๒ เนื้Ăเรื่Ăงย่Ă มีเนื้Ăเรื่ĂงเĀมืĂนกĆบมĀćชćติค ćĀลüงต่ćงที่ÿ ćนüนกćรแต่ง แลąมีเพียง ๓ กĆณฑ์คืĂ üนปรąเüýน์ กุมćรบรรพ แลąÿĆกกบรรพ กĆณฑ์Ăื่น ๆ ยĆงไม่พิมพ์เผยแพร่ ๗.๓.๓ คุณค่าที่ได้รับ คุณค่ćขĂงกćพย์มĀćชćติ ได้ดĆงนี้ ๓๐๓กรมýิลปćกร, กาพย์มĀาชาติ, (พรąนคร : คลĆงüิทยć, ๒๕๐๗), Āน้ć ๒-๕.


๑๖๘ ๑) คุณค่ćด้ćนĂĆกþรýćÿตร์ กćพย์มĀćชćติ เป็นĀลĆกฐćนทćงĂĆกþรýćÿตร์ที่ÿ ćคĆญเรื่ĂงĀนึ่ง แÿดงถึงกćร ใช้ถ้Ăยค ćในลĆกþณąต่ćง ๆ ได้เป็นĂย่ćงดี ค ćบćงค ćที่ใช้ในกćพย์มĀćชćติไม่มีใช้แล้üในปัจจุบĆน แต่ก็ยĆงมีใช้Ăยู่บ้ćงเป็นÿ่üนมćก ผู้แต่งใช้ÿร้ćงÿรรค์ค ćใĀ้เกิดคüćมไพเรćąงดงćม เกิดภćพพจน์ ได้รÿüรรณคดี ดĆงตĆüĂย่ćงร้ĂยกรĂง ดĆงนี้ พรąÿĀćยทĆ้งปüงเĂยĂย่ćน้ĂยพรąทĆย ย ทินฺน พรąปรąÿงค์ÿิ่งใดเĂ็นดูเรćจą ใĀ้ÿĆ่งÿĂนÿูที่เจ้ćเจตรćช ในปรąภูýĆกดิĂ ćนćจĂćณćจĆกร ก็เĀ็นจริงแจ้งĂยู่ü่ćรĆกบ ćรุงเรć ขĂบคุณพรąÿĀćยเจ้ćจงจ ćเริญ น เม ฉนฺโท แต่เรćนี้ไม่รĆกเร่ง ผเĂิญลąĂćยบćป Āนึ่งตĆü ก็ยĆงไม่ เÿธÿุภćพพ้นภĆย เรćจąเซซĆงไปใĀ้ÿิ้นกรรม ในเกณฑ์พิกĆดท่ćนขĆบน ćต ćแĀน่งโทþพรąÿĀćยทĆ้ง ปüง โปรดได้ปรćนีชüนกĆนช่üยชี้ช่Ăงมรรคć ĂĆนจąไปÿู่มĀćĀิมเüýüงกฏ จąได้บüชเป็นดćบÿ บ ćเพ็ญธรรม์จąได้บุญโกฏฐćýช่üยกĆนในครĆ้งนี้ท่ćนจงช่üยชี้ใĀ้เรćไป ในกćลบĆดนี้เถิดĄ กćพย์มĀćชćติกĆณฑ์üนปรąเüýน์ที่ยกมćนี้มีคüćมไพเรćąงดงćม เนื่Ăงจćกกćร ใช้ค ćÿĆมผĆÿทĆ้งĂĆกþรแลąÿรą เช่น ÿĆ่งÿĂนÿูเจ้ćเจต เจ้ćจงจ ćเริญ น ćต ć เป็นต้น รÿüรรณคดีใน ร้ĂยกรĂงตĂนนี้คืĂ กรุณćรÿ แลąภćพพจน์เกิดขึ้น ĂĆนเนื่Ăงมćจćกกćรใช้ค ćบรรยćยเนื้Ăคüćม บ้ćงโจนจĆบจิกพฤกþćไซร้ปีกĀćงĀกĀ้ĂยĀĆü เĀ็นแต่ตĆüบ้ćงบินĀนี จĆบต้นนี้ บินไปต้นโน้นบ้ćงก็โผโผนผĆนร้Ăงซąซร้Ăงเช็งแซ่Ą ร้ĂยกรĂงตĂนนี้มีคüćมเด่นในด้ćนĂĆกþรÿĆมผĆÿมćก เช่น โจนจĆบจิกพฤกþć ไซร้ปีกĀćงĀกĀ้ĂยĀĆü โผโผนผĆนร้Ăงซąซร้Ăงเซ็งแซ่ เป็นต้น ภิกฺขเü ดูกรภิกþุÿงฆ์ผู้ทรงไตรÿิกขćกุมćรć ฝ่ćยพรąชćลีกĆณĀćเมื่ĂĀนีเฒ่ć ชรćโบยรĆน พรąกćยรąริกÿĆ่นĀüĆ่นไĀü ปćนปรąĀนึ่งü่ć ใบไม้Ă่ĂนĂĆนต้Ăงลม ยกพรąกรกรćบ ปรąนมน้ĂมĂภิüćทกĆบพรąบćทพรąบิดć พรąชćลีเธĂทูลทุเลćลćพิลćปร่ ćไรü่ć พรąพุทธเจ้ćข้ć ถึงพรąบćทจąเลื่ĂมใÿýรĆทธćที่จąท ćทćนแก่Ăćจćรย์ผู้นี้กรąĀม่ĂมฉĆนชćลีมิได้ขĆดĂĆชฌćýĆย แต่ ลูกนี้มćĂćลĆยรąลึกถึงพรąแม่เจ้ć มิได้แจ้งü่ćพรąปิ่นเกล้ćบ ćเพ็ญทćนใĀ้กรąĀม่Ăมฉćนแก่ทชี ขĂงดท่ćพรąชนนีĀน่ĂยĀนึ่งก่ĂนĄ บทร้ĂยกรĂงร่ćยยćüจćกกĆณฑ์กุมćรตĂนนี้ผู้แต่งใช้ค ćÿĆมผĆÿĂĆกþร ÿĆมผĆÿÿรą ก่ĂใĀ้เกิดคüćมไพเรćą เช่น รąริก ÿĆ่นĀüĆ่น กรกรćบ ปรąนมน้Ăม ทูลทุเลć ลćพิลćป แลąชนนี


๑๖๙ Āน ่ĂยĀนึ ่ง เป็นต้น ใช้กćรยืดเÿียง เช่น ฉĆน เป็นฉćน เป็นต้น รÿüรรณคดีในตĂนนี้คืĂ กรุณćรÿ ท ćใĀ้ผู้Ă่ćนเกิดคüćมÿงÿćรพรąชćลีแลąกĆณĀćที่ก ćลĆงจąถูกยกใĀ้เป็นทćนแก่ชูชก พรąชćลีก็ทูลüิงüĂนĂย่ćงน่ćÿงÿćรü่ć ขĂใĀ้ได้พบพรąมćรดćก่Ăน ร้ĂยกรĂง ๓-๔ üรรคĀลĆง แÿดงใĀ้เĀ็นถึงคüćมผูกพĆนขĂงลูกกĆบแม่ได้Ăย่ćงดี ๒) คุณค่ćด้ćนคติธรรม กćพย์มĀćชćติมีคติธรรมเĀมืĂนมĀćชćติค ćĀลüง คืĂ กćรใĀ้ทćนเป็นÿิ่ง ปรąเÿริฐ Ăćนิÿงÿ์ที่เกิดจćกกćรใĀ้มćกน้Ăยตćมทćนที่ปฏิบĆติ พรąเüÿÿĆนดรบริจćคทćนทĆ้ง ทรĆพย์ÿินเงินทĂง ช้ćง ม้ć ข้ćทćÿบริüćรชćยĀญิง แลąที่บริจćคÿูงÿุด คืĂ ภริยćทćน แลąบุตร ทćน กćรบริจćคทćนĂĆนยิ่งใĀญ่เช่นนี้ÿ่งผลใĀ้ทýบćรมีขĂงพรąโพธิÿĆตü์ครบบริบูรณ์ท ćใĀ้ได้ เป็นพรąพุทธเจ้ćในชćติต่Ăมć ดĆงบทร้ĂยกรĂงในกĆณฑ์กุมćรü่ć บิดćจąข้ćมซึ่งเüไนยนรćกร ใĀ้พ้นแก่งกĆนดćรดĂรĂćดูรภĆยชćติปćรถึงฝั่งฟćก เกþมÿĆยÿุดโÿด ÿู่ýิüโมกขมćรüิมุติ ใĀ้ÿิ้นÿุดÿงÿćรชćติชรćพยćธิม้üยมรณ์ ลุลćภพรąโลกุดร ได้ ดĆงนี้เพรćąพรąชćลีผู้ลูกĂĆนเลิýล้ ć เป็นพรąยćนÿ ćเภćธรรมแท้เที่ยü ÿ่งพรąบิดćใĀ้แล่น เลี่ยงĀลีกกĆนดćรĂกุýลÿćธćรณ์ทĆ้งÿิบÿี่ ได้โปรดÿĆตü์ใĀ้ÿิ้น ซึ่งรćคีขĆนธมćรĄ๓๐๔ พรąเüÿÿĆนดรเÿด็จไปที่ÿรąบĆü ตรĆÿเรียกโĂรÿแลąธิดćเพื่ĂไปบริจćคใĀ้แก่ชูชก ทรงĂธิบćยถึงคüćมจ ćเป็นในทćนครĆ้งนี้ü่ćเพื่ĂคüćมĀลุดพ้นจćกüĆฏÿงÿćรแลąได้ช่üยเüไนยÿĆตü์ ในĂนćคตกćลในฐćนąพรąพุทธเจ้ć กćรใĀ้ทćนÿูงÿุดเช่นนี้ถืĂü่ćเป็นกćรขจĆดกิเลÿได้Āมดÿิ้น เพรćąÿćมćรถเÿียÿลąบุคคลที่รĆกĀüงที่ÿุดในชีüิตได้ กćรบริจćคทćนขĂงพรąเüÿÿĆนดร เกิดĂćนิÿงÿ์คืĂได้รĆบพร ๖ ปรąกćรจćก พรąĂินทร์กล่ćüได้ü่ć "เมื่ĂใĀ้ย่Ăมได้รĆบ" พร ๖ ปรąกćร กล่ćüไü้ในกĆณฑ์ÿĆกบรรพü่ć “ÿĆกก์ข้ć แต่ท้ćüโกÿีย์ÿุรินทรć เจ ทโท ถ้ćพรąĂงค์จąทรงพรąกรุณćĂ ćนüยพรใĀ้ พูนผลบüรแก่ข้ćพรą บćท ขĂใĀ้พรąปิตุรćชเรืĂงยý Āย่ĂนพรąทĆย ท้ćüเธĂĂĂมĂด ĂนุโมทนćทรงพรąโÿมนĆÿĄ เÿด็จลีลćýด้üยจĆตุรงค์รćชเÿนćĂĂกมćนิมนต์ไปครĂบครĂง ปรąชćชนชćüพิไชยเชตุดร ปฐเมต üร เป็นปฐมพรąจงพูนพิพĆฒน์ Āนึ่งเมื่ĂถึงบุรีรĆตน รćไชย ขĂใĀ้ได้ปล่ĂยนĆกโทþทĆ้งĀลćย บรรดć ๓๐๔เรื่Ăงเดียüกัน, Āน้ć ๕๙.


๑๗๐ โทþถึงตćยต้ĂงพĆนธนćใĀ้พ้นจćกĂćชญćรćชทĆณฑ์ ทุติเยต เป็นค ćรบÿĂงÿิ่งÿรรพÿิทธิ์แก่ข้ć Ą”๓๐๕ ĀนĆงÿืĂกćพย์มĀćชćติ ในÿมĆยพรąเจ้ćทรงธรรม คงมีครบทĆ้ง ๑๓ กĆณฑ์ ปัจจุบĆนในĀĂÿมุดแĀ่งชćติมิเพียง ๓ กĆณฑ์ÿĆนนิþฐćนü่ćคงÿูญĀćยไปเมื่ĂครĆ้งกรุงýรีĂยุธยć แตก ต่Ăมćมีผู้แต่งมĀćชćติกลĂนเทýน์มćกขึ้นจนครบ ๑๓ กĆณฑ์ Ăนึ่ง จุดมุ่งĀมćยขĂงกćรแต่งกćพย์มĀćชćติคืĂ เพื่ĂใĀ้พรąเทýน์ใĀ้ÿĆปบรุþ ฟัง ÿĆปบุรุþเมื่Ăฟังแล้üเข้ćใจเนื้Ăเรื่Ăงง่ćยขึ้น ไม่ได้แต่งเพื่Ăใช้ÿüดĂย่ćงมĀćชćติค ćĀลüง ลĆกþณąกćรแต่งกćพย์มĀćชćติ คืĂ แปลคćถćพĆนĂĂกเป็นภćþćไทย โดยยกเĂćคćถćมćตĂน Āนึ่ง แล้üแปลเป็นภćþćไทยตĂนĀนึ่ง ใช้ภćþćมคธน้Ăย เป็นกćพย์ภćþćไทยมćก ด้üยลĆกþณą ค ćปรąพĆนธ์ที่เรียกü่ć "ร่ćยยćü" กćพย์มĀćชćติมีÿ ćนüนแลąกćรใช้ค ćใĀม่ๆ ÿĆ้น กรąทĆดรĆด ใช้ค ćบćลีน้Ăย แปลเป็นกćพย์ภćþćไทยมćก ท ćใĀ้ฟังไพเรćąแลąเข้ćใจเรื่Ăงรćüได้ซึ่งแตกต่ćงจćกĀนĆงÿืĂ มĀćชćติค ćĀลüงที่ใช้ÿ ćนüนภćþćแลąค ćโบรćณเก่ćแก่ ใช้ภćþćบćลีมćก แปลเป็นภćþćไทย น้Ăย Ă่ćนแล้üเข้ćใจเรื่Ăงรćüได้ยćก ลĆกþณąทĆ่ü ๆ ไปขĂงกćพย์มĀćชćติ ๑) กćพย์มĀćชćติใช้ค ćง่ćย กรąทĆดรĆด Ă่ćนเข้ćใจง่ćย ๒) กćพย์มĀćชćติใช้ภćþćบćลีน้Ăย แปลเป็นภćþćไทยมćก Ă่ćนเข้ćใจ ง่ćย ๓) กćพย์มĀćชćติมีกćรใช้ĂุปมćĂุปไมย ท ćใĀ้เข้ćใจง่ćยขึ้น ๗.๔ มĀาเüÿÿันดรชาดก มĀćเüÿÿĆนดรชćดกเป็นผลงćนขĂงกüีÿมĆยรĆตนโกÿินทร์ตĂนต้น มีĀลćยท่ćนร่üมกĆน แต่ง โดยแต่ลąท่ćนแต่งตćมคüćมรู้แลąคüćมถนĆดในกĆณฑ์นĆ้น ๆ Ăงค์กüีแลąกüีที่แต่งüรรณคดี ชćดกเรื่ĂงมĀćเüÿÿĆนดรชćดก แบ่งตćมกĆณฑ์ ดĆงนี้ ๑. ทýพร ÿมเด็จพรąมĀćÿมณเจ้ć กรมพรąปรมćนุชิตชิโนรÿ ๓๐๕Ă้างแล้ü, Āน้ć ๑๐๘-๑๐๙.


๑๗๑ ๒. Āิมพćนต์ÿมเด็จพรąมĀćÿมณเจ้ć กรมพรąปรมćนุชิตชิโนรÿ ๓. ทćนกĆณฑ์ÿ ćนĆกüĆดถนน ๔. üนปรąเüýน์พรąบćทÿมเด็จพรąจĂมเกล้ćเจ้ćĂยู่ĀĆü ๕. ชูชก ÿ ćนĆกüĆดÿĆงข์กรąจćย ๖. จุลพน พรąบćทÿมเด็จพรąจĂมเกล้ćเจ้ćĂยู่ĀĆü ๗. มĀćพน พรąเทพโมāี(กลิ่น) ๘. กุมćร เจ้ćพรąยćพรąคลĆง (Āน) ๙. มĆทรีเจ้ćพรąยćพรąคลĆง (Āน) ๑๐. ÿĆกกบรรพ พรąบćทÿมเด็จพรąจĂมเกล้ćเจ้ćĂยู่ĀĆü ๑๑. มĀćรćช ÿมเด็จพรąมĀćÿมณเจ้ć กรมพรąปรมćนุชิตชิโนรÿ ๑๒. ฉกþĆตริย์ÿมเด็จพรąมĀćÿมณเจ้ć กรมพรąปรมćนุชิตชิโนรÿ ๑๓. นครกĆณฑ์ÿมเด็จพรąมĀćÿมณเจ้ć กรมพรąปรมćนุชิตชิโนรÿ มĀćเüÿÿĆนดรชćดกมีทĆ้งĀมด ๑๓ กĆณฑ์ เป็นพรąนิพนธ์ในÿมเด็จพรąมĀćÿมณเจ้ć กรมพรąปรมćนุชิตชิโนรÿถึง ๕ กĆณฑ์ รĂงลงมćเป็นพรąรćชนิพนธ์ในพรąบćทÿมเด็จพรą จĂมเกล้ćเจ้ćĂยู่ĀĆü ๓ กĆณฑ์ เจ้ćพรąยćพรąคลĆง (Āน) ๒ กĆณฑ์ แลąÿ ćนĆกüĆดที่มีกüียĂดเยี่ยม Ăีกท่ćนลą ๑ กĆณฑ์ผลงćนüรรณคดีชćดกเรื่ĂงมĀćเüÿÿĆนดรชćดก เกิดจćกกüีผู้มีคüćมเป็นเลิý ทćงกüีพจน์ทĆ้งÿิ้น ดĆงนĆ้นจึงมีคüćมไพเรćąงดงćมĂย่ćงยิ่ง ท ćใĀ้เป็นที่นิยมกĆนĂย่ćงแพร่Āลćย ตĆ้งแต่ĂดีตถึงปัจจุบĆน เนื้Ăเรื่Ăงที่น ćมćแต่งตรงกĆบเรื่ĂงเüÿÿĆนดรชćดกในนิบćตชćดกแลąĂรรถ กถćชćดก ๗.๔.๑ ค าประพันธ์ที่ใช้แต่ง มĀćเüÿÿĆนดรชćดกแต่งด้üยค ćปรąพĆนธ์ร้ĂยกรĂง ร่ćยยćüทĆ้งĀมด แม้ü่ćกüีจąมีชีüิต Ăยู่ต่ćงÿมĆยกĆนก็ตćม แต่ด้üยเจตนćที่จąÿร้ćงÿรรค์üรรณคดีชćดกเรื่Ăงนี้ใĀ้ÿมบูรณ์ จึงพยćยćม แต่งด้üยค ćปรąพĆนธ์ร้ĂยกรĂงร่ćยยćü เĀ็นได้ü่ćÿ ćนüนแลąฝีมืĂในกćรแต่งมีคüćมใกล้เคียงกĆน มćก ทĆ้งนี้เพรćąกüีแต่ลąท่ćนมีคüćมÿćมćรถในกćรกüีĂย่ćงยิ่ง แลąล้üนแต่เป็นผู้มีชื่Ăเÿียงโด่ง ดĆงทćงกćรปรąพĆนธ์ในÿมĆยนĆ้น ตĆüĂย่ćงร่ćยยćüจćกเรื่ĂงมĀćเüÿÿĆนดรชćดก


๑๗๒ ปางเมื่Ăพระมัทรีýรีÿมร ได้ÿดับÿารÿุนทรพระปิตุรงค์นางน้Ăมพระเกýเกล้าลงแล้ü ทูล คüามü่า พระพุทธเจ้าข้าฝ่าพระบาทตรัÿĀ้ามเกล้ากระĀม่Ăมฉันมัทรี ทั้งนี้ก็เพราะทรง พระ ปรานีเป็นที่ยิ่งพระคุณเĂ๋ย เĀ็นü่าลูกนี้เป็นĀญิงย่ĂมทรงพระĂาลัย ครั้นลูกจะไม่ไป ก็ใช่ที่ ด้üย พระราชÿามีÿิตกไร้ไครเขาจะĂินัง ลูกจะนĂนลĂยนüลĂยู่ในüังมิบังคüร ประชาชนมันจะชüน กันÿรüลแซ่ มัทรีไม่รู้ที่จะแลดูĀน้าใครใĀ้เต็มเนตรจะÿู้จนทนเทüþไป ในราüป่า มญฺชบพฺพช ĂุรÿาลูกจะเĂาพระกรพางค์ต่างพร้ามีด กรีดทางฟันแฝกคาในป่า พระĀิมะüาÿ มิใĀ้ระคาย เคืĂงเบื้Ăงบาทพระเจ้าผัü ครั้นจะĂยู่เล่าก็กลัüตัüจนเป็นม่าย พระคุณเĂ๋ย เป็นĀญิงนี้ยากที่จะ ไü้จะüางตัü ครั้นจะท าขมุกขมัüมĂมแมม ชายเĀ็นจะ เยื้Ăนแย้ม บริภาþใĀ้บาดจิต ฯลฯ โĂ้พระทูลเกล้าขĂงลูกเĂ๋ย มัทรีนี้จะนานเĀ็น ลูกจะตายĀรืĂจะเป็นไม่รู้ที่ ขĂพระมิ่ง โมāี จงĂüยชัย จงประÿาทพระพรใĀ้แก่ข้ามัทรีแต่ในกาลครั้งเดียüนี้เถิดฯ๓๐๖ จ านüนค าในüรรคร่ายยาüไม่ก าĀนด มีตั้งแต่ ๕ ค าขึ้นไป บางทีüรรคĀนึ่งมีมากถึง ๑๐ ค าก็มีข้Ăก าĀนดขĂงร่ายยาü คืĂ ต้ĂงใĀ้ค าÿุดท้ายÿัมผัÿกับค าใดค าĀนึ่งในüรรคถัดไป ค า ที่ÿัมผัÿกันก็มิได้บังคับü่าต้Ăงมีรูปüรรณยุกต์เดียüกันĂย่างร่ายÿุภาพ และไม่มีก าĀนดการจบ บทด้üย พระยาĂุปกิตýิลปÿาร กล่าüเกี่ยüกับร่ายยาüเĂาไü้ü่า ร่ายยาü คืĂร่ายที่ซึ่งท่านนิยมÿัมผัÿÿ่งท้ายüรรคและรับต้นüรรคค าใด ๆ ก็ได้เป็น ÿัมผัÿเชื่Ăมกันเป็นเช่นนี้จนจบ ÿ่üนüรรณยุกต์เช่น เĂกรับเĂก โทรับโท ฯลฯ นั้นท่านก็นิยมด้üย แต่ไม่เคร่งครัดĂย่างร่ายĂื่น ๆ และร่ายยาüนี้มีลักþณะคล้ายคลึงกับร่ายโบราณมากต่างแต่ร่าย โบราณนั้น ท่านแต่งเข้ากับโคลงÿุภาพทั้งĀลายมีก าĀนดค าในüรรคĀนึ่ง ๆ ไü้ชัดเจนและมี ÿัมผัÿและüรรณยุกต์ถูกต้Ăงดังแผนที่ไü้ข้างบน ÿ่üนร่ายยาüนั้นเป็นค ากานท์ ซึ่งท่านใช้ร้Ăงและ แต่งเป็นค าÿüดเรื่Ăงต่าง ๆ เพื่ĂĂ่านÿู่กันฟังĂย่างค าร้Ăงเพลง ĀรืĂค า กล่ĂมลูกขĂงเรา เป็นต้น แต่เพราะเขาใช้ÿัมผัÿแบบง่ายดังกล่าüมาแล้ü จึงต้Ăงนับเข้าใน ร่ายยาü ÿ่üนค าในüรรคĀนึ่ง ๆ ๓๐๖Ăงค์การค้าขĂงคุรุÿภา, มĀาเüÿÿันดรชาดก, (พระนคร : โรงพิมพ์คุรุÿภาลาดพร้าü, ๒๕๑๗), Āน้า ๗๓-๗๔.


๑๗๓ จะใช้๕-๖ ค า ĀรืĂ ๖-๗ ค า ĀรืĂมากกü่านี้ก็ได้แล้üแต่จะเĀมาะ แต่ÿ่งกับรับจะเป็นค าเดียü ร่üมกันไม่ได้ฯ๓๐๗ การแต่งร่ายยาüĂิÿระ ท าใĀ้การถ่ายทĂดเนื้ĂĀาและคüามคิดเป็นไปĂย่างĂิÿระ Ăย่างเต็มที่ ไม่ถูกข้Ăก าĀนดทางฉันท์ลักþณ์เบียดบังไป โดยมีแผนผังขĂงร่ายยาü ดังนี้ (แต่ละüรรคเกิน ๕ ค าได้) ๗.๔.๒ เนื้อเรื่องย่อ มีเนื้Ăเรื่ĂงเĀมืĂนกับมĀาชาติค าĀลüง ๗.๔.๓ คุณค่าที่ได้รับ คุณค่าüรรณคดีชาดกเรื่Ăงนี้คืĂ ๑) คุณค่าด้านĂักþรýาÿตร์ ผู้แต่งได้บันทึกถ้Ăยค าแĀ่งยุคÿมัยเĂาไü้ ค าĀลายค าที่มีใช้ไนÿมัยโน้น แต่ไม่มี ใช้ไนÿมัยนี้และüรรณคดีเรื่Ăงนี้ยังใĀ้คüามไพเราะงดงามĂันเนื่Ăงมาจากการใช้ค า ทั้งก่ĂใĀ้เกิด ภาพพจน์ลักþณะต่าง ๆ เช่น Ăุปมา Ăุปลักþณ์ÿัญลักþณ์และเลียนเÿียง เป็นต้น นĂกจากนี้ยัง มีรÿüรรณคดีต่าง ๆ Ăันท าใĀ้ผู้Ă่าน ผู้ฟัง เกิดคüามÿะเทืĂนĂารมณ์ตามไปด้üยคุณค่าดังกล่าü ดังตัüĂย่างต่Ăไปนี้ พระĀลานเĂ๋ย เคยเÿüยข้าüÿาลีมีรÿĀĂม พร้Ăมด้üยÿูปพยัญชนะถ้üนถี่ พระ พี่เลี้ยงนั่งชี้เชิญใĀ้เÿüย ĂนิจจานิจจาพระĀลานเĂ๋ย จะไปเÿüยแต่มูลมันĂันขื่นขม ฯ๓๐๘ “ÿูปพยัญชนะ” เป็นค าที่ไม่พบü่ามีใช้ไนปัจจุบัน ÿมัยก่Ăนมีใช้ มักพบใน üรรณคดีเก่าĀลายเรื่Ăง ค านี้แยกได้เป็น ๒ ค า คืĂ ÿูป Āมายถึง ขĂงกินที่เป็นน้ าแกง ต้ม พยัญชนะ Āมายถึง กับข้าüที่ไม่ใช่แกง (ประเภทไม่มีน้ า) ดังนั้น ค านี้จึงĀมายถึงกับข้าü “มูลมัน” เป็นค าที่ไม่พบü่ามีใช้ในปัจจุบัน ค านี้Āมายถึง Āัüมัน ๓๐๗พระยาĂุปกิตýิลปะÿาร, Āลักภาþาไทย, (กรุงเทพมĀานคร : ไทยüัฒนาพานิช, ๒๕๒๒), Āน้า ๔๒๒. ๓๐๘Ăงค์การค้าขĂงคุรุÿภา, มĀาเüÿÿันดรชาดก, Āน้า ๘๐.


๑๗๔ แต่Ă้ายปากนั้นกล้าü่าไม่กลัü แต่Ă้ายใจนั้นระรัü ๆ ตัüก็ÿั่นĂยู่จริง ๆ Ă้ายตีน พาüิ่งรั้งไม่Ăยู่ เข่าก็คĂยคะเนดูเดินขüะไขü่เขüีย คะเนได้คะเนเÿียพĂĀมายมั่น เม่าก็üิ่งพลาด ผละ พล้าผลันผละผลุนผลุดĂĂกüงนĂก ผินĀน้ามาแล้üก็แลบลิ้นĀลĂกบĂกü่ากูขี้คร้านĂยู่ เขา ก็แล่นไล่ÿะพรั่งพรูพรüดเดียüก็เข้าป่าฯ๓๐๙ ร้ĂยกรĂงตĂนชูชกüิ่งĀนีชาüเมืĂงเพราะจะถูกรุมประชาทัณฑ์ตĂนนี้กüีใช้ การÿัมผัÿÿระและĂักþรก่ĂใĀ้เกิดคüามไพเราะงดงามในด้านเÿียงÿระ เช่น กล่าü-ü่า รัü ๆตัü ĀลĂก-บĂก Ăักþร เช่น กล้า-กลัü คĂย-คะเน ดู-เดิน ขüะ-ไขü่-เขüีย Āมาย-มั่น พลาด-ผละพล้า-ผลัน-ผลุน-ผลุด แล้ü-แลบ-ลิ้น-ĀลĂก แล่น-ไล่ พรั่ง-พรู-พรüด เป็นต้น üันนั้นนางĂมิตตดาÿาüýรีเมื่Ăจะตกแต่งเÿบียงใĀ้แก่ธชีไปทางไกล ĂĂเฒ่าÿั่ง ÿิ่งใดเข้าก็ ท าได้ÿิ่งนั้น ทุกÿิ่งÿรรพ์เÿร็จÿรรพÿ าĀรับจะเดินทาง ทั้งลูกเดืĂยข้าüฟ่างต่าง ๆ ไม่ Ăย่างเดียü ข้าüเĀนียü ข้าüเจ้า ข้าüเม่า เป็นขĂงเดินทาง ถั่ü งา ÿาคูข้าüตูข้าüตาก Āลาก ๆ ไม่น้Ăย ที่ใÿ่น้ าĂ้ĂยĂร่Ăยดีล้ า น้ าผึ้งĀüานฉ่ า น้ าตาลĀüานเฉื่Ăย เĀนื่Ăย ๆ แก้ร้Ăนผ่Ăนลงถุงไถ้ ฯ๓๑๐ ĂาĀารการกินเป็นขĂงแĀ้ง พกพาเดินทางไกลและรับประทานได้Āลายüันไม่ บูดเน่า ได้แก่ลูกเดืĂย ข้าüฟ่าง ข้าüเĀนียü ข้าüเจ้า ถั ่ü งา ÿาคูข้าüตูและข้าüตาก นĂกจากนี้ก็มีĂาĀารที่เป็นน้ าที่รับประทานได้เลยไม่ต้Ăงปรุง คืĂ น้ าผึ้ง และน้ าตาล ĂาĀาร Āüาน ๒ Ăย่างนี้ท าใĀ้มีก าลังดีกüีจึงใĀ้ชูชกเĂาไปด้üยเพื่Ăจะได้เป็นก าลังในการเดินทางไป และกลับภูเขาüงกต ๒) คุณค่าด้านคติธรรม คติธรรมที่ได้จากüรรณคดีเรื่Ăงนี้เช่นเป็นÿตรีต้ĂงĂยู่ กับเĀย้าเฝ้ากับเรืĂน การรู้จักÿังเกตพฤติกรรมคน การท าĂะไรต้ĂงมีคüามรĂบคĂบและĂดทน เพราะเป็นการน าไปÿู่คüามÿุขคüามÿ าเร็จ เป็นต้น คติธรรมนี้มีในบทร้ĂยกรĂงจากในเรื่Ăง ดังนี้ แม่เĂ้ยตั้งแต่นี้พี่จะĀ่างเĀินไปจากเจ้า แม่จงĂยู่กับเĀย้าเฝ้าĂยู่กับเรืĂน Ăย่า เที่ยüพูด คบเพื่Ăนจะเÿียตัü ชาติเชื้Ăชั่üมันจะĀยĂกเĂิน ถ้ามันจะกรีดกรายเกริ่นเข้ามาเกี้ยü ๓๐๙เรื่องเดียüกัน, Āน้า ๑๘๐. ๓๑๐อ้างแล้ü, Āน้า ๑๕๓.


๑๗๕ พาน แม่Ăย่าได้ÿามานย์ด้üยüาจา มันจะตามถ้Ăยค าเข้ามาประÿมประÿาน เกลืĂกü่าเĀยื่Ăมัน ÿาธารณ์แม่จะĂดÿูค่Ăยก้มĀน้าก้มตาĂยู่แต่ในเคĀา ฯ ชูชกÿĂนĂมิตตตาภรรยาÿาüü่า ต้ĂงĂยู่กับเĀย้าเฝ้าเรืĂน Ăย่าเที่ยüคบเพื่Ăน ไม่เลืĂกĀน้า และĂย่าได้พูดเล่นกับผู้ชายĀากไม่ท าตามที่บĂกคüามเÿียĀายจะเกิดขึ้นได้ค าÿĂน ขĂงชูชกคืĂ การปฏิบัติขĂงĀญิงที่มีÿามีแล้üในÿมัยก่Ăนนั่นเĂง ทั้งนี้เพื่Ăชื่ĂเÿียงขĂงตนและ ÿามี Ă้ายเÿืĂเฒ่าจ าýีลใครจะรู้เล่Ā์ พโก มจฺฉมิโüทเก ท าเÿแÿร้งซนซĂก ดั่งü่า นกยางกรĂกซĂกซึมเซา เท้าเที่ยüแĀย่ย่Ăงÿับปลาฯ ชูชกเป็นคนมีเลĀ์เĀลี่ยม ท่าทางดูĀงĂยเĀงาเĀมืĂนนกกระยางที่Āาปลาในนา ท าเĂาเท้าแĀย่เล่นพĂได้จังĀüะก็จับปลากิน ชูชกเป็นคนไü้ใจไม่ได้เผลĂเมื่Ăใรเป็นต้Ăงÿร้าง คüามเดืĂดร้ĂนใĀ้ผู้Ăื่น คติธรรมเปรียบตĂนนี้กüีได้มาจาก พกชาดก นิบาตชาดกในพระ ÿุตตันตปิฎก ซึ่งกล่าüถึงนกกระยางĀาปลาในĀนĂงน้ าแĀ้งมาบĂกปลาü่าจะช่üยพาไปที่ĀนĂง น้ าใĀม่ที่มีน้ า ครั้นปลายินยĂมไปด้üย นกกระยางก็พาปลาไปทีละตัü ระĀü่างทางก็กินปลาทุก ทีไปเมื่ĂปลาĀมดเĀลืĂแต่ปูนกกระยางก็บĂกเช่นเดียüกัน ครั้นใกล้ถึงĀนĂงน้ าแĀ่งใĀม่ ปูเĀ็น ก้างปลาเต็มไปĀมด ปูก็ĀนีบคĂนกกระยางไü้ด้üยรู้ทันเล่Ā์เĀลี่ยม นกกระยางจึงยĂมปล่Ăยปูไป ดังนั้น ในการคบคน กüีจึงใĀ้ข้Ăคิดü่าจะต้Ăงพิจารณาเÿียก่Ăน Ăนึ่ง ค าโบราณท่านü่า ช้า ๆ จะ ได้พร้าÿĂงเล่มงาม ด่üนได้ด้üยÿามผลามมักพลิกแพลง๓๑๑ “ช้า ๆ ได้พร้าÿĂงเล่ม” เป็นคติธรรมÿังคมที่ÿืบทĂดกันมานานแล้ü Āมายถึง การท าĂะไรต้ĂงĂดทนแล้üจะประÿบคüามÿ าเร็จ ถ้าใจร้Ăนจะเÿียการ เüÿฺÿนฺตโร ราชา Ăันü่าÿมเด็จบรมขัติยาธิบดินทร์Ăÿัมภินüงค์เüÿÿันดร มĀาราช ÿปญฺโญ ĂันประกĂบด้üยพระปรีชาฉลาดในที่จะบ าเพ็ญทาน ทาน ทตฺüาน ทรงÿืบ ÿร้าง พระกฤดาภินิĀารบริจาค Ăันมากบริบูรณ์แก่พระĂัซฌาÿัย ตราบเท่าก าĀนดพระชนม์ชีพ ได้ร้Ăยยี่ÿิบพระüรรþา กายÿฺÿ เภทา ก็ท าลายปัญจุปาทานขันธ์ÿüรรคตขึ้นไปĂุบัติปรากฏ เป็นÿันตุÿิตเทüราช เÿüยทิพยÿมบัติในรัตนพิมานมาýเมืĂงÿüรรค์ชั้นดุÿิตเทüภิภพฯ๓๑๒ ๓๑๑อ้างแล้ü, Āน้า ๒๑๖. ๓๑๒อ้างแล้ü, Āน้า ๓๙๓.


๑๗๖ พระเüÿÿันดรทรงบ าเพ็ญทานบารมี เป็นทานที่ยิ่งใĀญ่ÿ่งผลใĀ้ÿ าเร็จพระ โพธิญาณ คืĂ ÿัตÿตกมĀาทาน บุตรทาน และภริยาทาน ครั้นÿิ้นพระชนม์จากมนุþย์โลกก็ทรง ก าเนิดเป็นเทüดาในÿüรรค์ชั้นดุÿิต ต่Ăมาจุติเป็นเจ้าชายÿิทธัตถะในพระครรภ์พระนางÿิริมĀา มายาแĀ่งกรุงกบิลพัÿดุ์และเÿด็จĂĂกบ าเพ็ญýีลแÿüงĀาÿัจธรรมจนได้ตรัÿรู้เป็นพระพุทธเจ้า ๗.๕ ÿรุป ๗.๕.๑ ชาดกกับüรรณคดีไทย üรรณคดีไทยเป็นชาดกแบบฉบับ ĀรืĂüรรณคดีชาดกราชÿ านัก Āมายถึง üรรณคดี ชาดกที่พระมĀากþัตริย์ทรงพระราชนิพนธ์ĀรืĂรับÿั่งประชุมกüี แต่งขึ้นĂย่างพิถีพิถันในด้าน การใช้ภาþาและรูปแบบฉันทลักþณ์ผู้แต่งเป็นผู้ทรงคุณคüามรู้Ăย่างยิ่งจึงเป็นแบบĂย่างในการ แต่งüรรณคดีขĂงชนรุ่นĀลัง üรรณคดีชาดกที่เก่าที่ÿุดคืĂüรรณคดีชาดกÿมัยĂยุธยาเรื่Ăง "มĀาชาติค าĀลüง" üรรณคดีชาดกแบบฉบับไทยมี ÿมุทรโฆþค าฉันท์ กาพย์มĀาชาติ มĀา เüÿÿันดรชาดก ๗.๕.๒ มĀาชาติค าĀลüง เป็นüรรณคดีชาดกที่ÿมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงรับÿั่งใĀ้ประชุมนักปราชญ์ ราชบัณฑิตแต่งขึ้นโดยแปลจากฉบับภาþามคธ เĂาภาþามคธตั้งตามด้üยภาþาไทยÿลับกันไป ค าประพันธ์ที่ใช้มีทั้งร่าย กาพย์โคลง และฉันท์ เนื้Ăเรื่Ăงมี๑๓ กัณฑ์ถืĂü่ามĀาชาติค าĀลüง ฉบับนี้เป็นชาดกฉบับภาþาไทยที่เก่าที่ÿุด ค าประพันธ์ที่ใช้แต่ง ผู้แต่งใช้ภาบาลีเดิมตั้งบาท ๑ แปลเป็นกาพย์ภาþาไทยüรรค ๑ ÿลับกันไป ภาþาไทยแต่งเป็นฉันท์บ้าง โคลงบ้าง ÿ่üนมากเป็นร่าย ตามคüามถนัดขĂงปราชญ์ แต่งเพื่Ăประกüดคüามไพเราะและคüามใกล้เคียงกับต้นฉบับภาþาบาลีมากที่ÿุด ๗.๕.๓ ÿมุทรโฆþค าฉันท์ เป็นüรรณคดีÿโมÿรĂยุธยาที่แต่งในÿมัยÿมเด็จพระนารายณ์มĀาราช ถืĂกันü่า เป็นยุคทĂงขĂงüรรณคดีไทย ÿมเด็จพระนารายณ์มĀาราช โปรดฯ ใĀ้พระมĀาราชครูแต่งขึ้นใน üโรกาÿพระชนมายุครบเบญจเพÿ แต่แต่งไม่จบ ถึงแก่กรรมเÿียก่Ăน พระĂงค์ทรงพระราช


๑๗๗ นิพนธ์ต่Ăก็ไม่จบเพราะเÿด็จÿüรรคตเÿียก่Ăน จนถึงÿมัยกรุงรัตนโกÿินทร์ตĂนต้น ÿมเด็จฯ พระ มĀาÿมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรÿทรงนิพนธ์ต่Ăจนจบเรื่Ăง ค าประพันธ์ที่ใช้ในการแต่งมีทั้งกาพย์และฉันท์กาพย์ ได้แก่ กาพย์ยานี๑๑ กาพย์ ฉบัง ๑๖ และกาพย์ÿุรางคนางค์๒๘ ฉันท์เช่น Ăินทรüิเชียรฉันท์ üÿันตดิลกฉันท์ และÿัท ทุลüิกกีāิตฉันท์ ๗.๕.๔ กาพย์มĀาชาติ แต่งÿมัยพระเจ้าทรงธรรมแĀ่งกรุงýรีĂยุธยา โปรดฯ ใĀ้แต่งมĀาชาติขึ้นใĀม่ เพราะ ต้ĂงการใĀ้ฟังจบภายในüันเดียü ค าประพันธ์ที่ใช้แต่ง กาพย์มĀาชาติแต่งด้üยร่ายยาü ร้ĂยกรĂงบางตĂน ๗.๕.๕ มĀาเüÿÿันดรชาดก เป็นผลงานขĂงกüีÿมัยรัตนโกÿินทร์ตĂนต้น มีĀลายท่านร่üมกันแต่ง มีทั้งĀมด ๑๓ กัณฑ์ เป็นพระนิพนธ์ในÿมเด็จพระมĀาÿมณเจ้ากรมพระปรมานุชิตชิโนรÿถึง ๕ กัณฑ์ รĂงลงมาเป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทÿมเด็จพระจĂมเกล้าเจ้าĂยู่Āัü ๓ กัณฑ์ เจ้าพระยา พระคลัง (Āน) ๒ กัณฑ์ และÿ านักüัดที่มีกüียĂดเยี่ยมĂีกท่านละ ๑ กัณฑ์ ค าประพันธ์ที่ใช้แต่ง มĀาเüÿÿันดรชาดกแต่งด้üยค าประพันธ์ร้ĂยกรĂง ร่ายยาü ทั้งĀมด ด้üยค าประพันธ์ร้ĂยกรĂงร่ายยาü


๑๗๘ บทที่ ๘ ÿุภาþิตจากชาดก üัตถุประÿงค์การเรียนประจ าบท เมื่Ăได้ýึกþาเนื้ĂĀาในบทนี้แล้ü ผู้ýึกþาÿามารถ ๑. ĂธิบายคüามĀมายขĂงÿุภาþิตได้ ๒. Ăธิบายคüามเป็นมาขĂงÿุภาþิตได้ ๓. Ăธิบายÿุภาþิตไทยที่มาจากชาดกได้ ๔. Ăธิบายพุทธýาÿนÿุภาþิตในนิทานชาดกได้ ขอบข่ายเนื้อĀา คüามน า คüามĀมายและคüามเป็นมาขĂงÿุภาþิต ÿุภาþิตไทยที่มาจากชาดก พุทธýาÿนÿุภาþิตในชาดก


๑๗๙ บทที่ ๘ ÿุภาþิตจากชาดก ๘.๑ คüามĀมายและคüามเป็นมาของÿุภาþิต ๘.๑.๑ คüามĀมายของÿุภาþิต ภาþิต เป็นภาþาÿันÿกฤต เป็นค านาม บาลีเขียนü่า ภาÿิต กิริยากิตก์ (ภา+Ăิ+ ต)แปลü่า กล่าüแล้ü เป็นค านาม แปลü่า ค าพูดที่มีคติ๓๑๓ ภาþิต เป็นค านาม แปลü่า ถ้Ăยค าĀรืĂข้Ăคüามที่กล่าüÿืบต่Ăกันมาช้านานแล้üมี คüามĀมายเป็นคติ เช่น กงก ากงเกüียน เป็นภาþาÿันÿกฤต บาลีเขียนü่า ภาÿิต๓๑๔ ÿุภาþิต ค านาม เป็นถ้Ăยค าĀรืĂข้Ăคüามที่กล่าüÿืบต่Ăกันมาช้านานแล้üมี คüามĀมายเป็นคติÿĂนใจ เช่นรักยาüใĀ้บั่น รักÿั้นใĀ้ต่Ă น้ าเชี่ยüĂย่าขüางเรืĂ เป็นต้น ภาþา บาลีเขียนü่า ÿุภาÿิต แปลü่า ถ้Ăยค าที่กล่าüดีแล้ü๓๑๕ ๘.๑.๒ คüามเป็นมาของÿุภาþิต ในมงคล ๓๘ ประการ๓๑๖ ÿุภาþิตปรากฏในมงคลข้Ăที่ ๑๐ ü่า ÿุภาÿิตา จ ยา üาจา แปลü่า üาจาÿุภาþิต Āมายคüามü่า การกล่าüüาจาที่ดีงาม ไพเราะĂ่ĂนĀüาน ไม่Āยาบคาย ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ตรัÿไü้ü่า “การพูดüาจาÿุภาþิตนั้น เป็น มงคลĂันÿูงÿุด” ประเด็นÿ าคัญขĂงÿุภาþิตก็คืĂ Āลักธรรมเกี่ยüกับเรื่ĂงการพูดĀรืĂüาจาที่ปรากฏใน ที่ต่าง ๆ นั้น พระพุทธĂงค์ได้üางĀลักเกณฑ์โดยÿรุปไü้ในมงคล ๓๘ ประการ ข้Ăที่ ๑๐ นี้ ๓๑๓แปลก ÿนธิรักþ์, พจนานุกรม บาลี-ไทย, พิมพ์ครั้งที่ ๔, (กรุงเทพมĀานคร : บริþัท Ăมรินทร์ พริ้นติ้ง กรุ๊พ จ ากัด, ๒๕๓๒), Āน้า ๒๔๙. ๓๑๔ราชบัณฑิตยÿถาน, พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยÿถาน พ.ý. ๒๕๕๔, พิมพ์ครั้งที่ ๒, (กรุงเทพมĀานคร : นานมีบุ๊คÿ์ จ ากัด, ๒๕๕๗), Āน้า ๘๗๐. ๓๑๕เรื่องเดียüกัน, Āน้า ๑๒๔๕. ๓๑๖ขุ.ขุ. (ไทย) ๒๕/๕/๖.


๑๘๐ ฉะนั้น จะเป็นบรรพชิตĀรืĂคฤĀัÿถ์พูดก็ตาม ถ้าใครพูดไม่ดีก็Ăาจท าใĀ้เกิดโทþทั้ง แก่ตนเĂงและผู้Ăื่น ตลĂดถึงÿังคมโดยÿ่üนรüมได้ดังนั้น พระพุทธĂงค์จึงได้ตรัÿแÿดงใĀ้เĀ็นถึง ÿ่üนประกĂบขĂงüาจาÿุภาþิต ที่บุคคลใดพูดแล้ü จะไม่มีโทþและüิญญูชนทั้งĀลายติเตียนไม่ได้ ดังที่ปรากฏในÿุภาÿิตÿูตรü่า ภิกþุทั้งĀลาย üาจาประกĂบด้üยĂงค์๔ เป็นÿุภาþิต ไม่เป็นทุพภาþิต ไม่มีโทþ แล üิญญูชนทั้งĀลายไม่ติเตียน üาจาประกĂบด้üยĂงค์๔ Ăะไรบ้าง คืĂ ๑. กล่าüแต่üาจาÿุภาþิตĂย่างเดียü ไม่กล่าüüาจาทุพภาþิต ๒. กล่าüแต่üาจาที่เป็นธรรมĂย่างเดียü ไม่กล่าüüาจาที่ไม่เป็นธรรม ๓. กล่าüแต่üาจาĂันเป็นที่รักĂย่างเดียü ไม่กล่าüüาจาĂันไม่เป็นที่รัก ๔. กล่าüแต่üาจาจริงĂย่างเดียü ไม่กล่าüüาจาเĀลาะแĀละ ภิกþุทั้งĀลาย üาจาประกĂบด้üยĂงค์๔ เĀล่านี้แล เป็นÿุภาþิต ไม่เป็นทุพภาþิต ไม่มีโทþ และüิญญูชนทั้งĀลายไม่ติเตียน๓๑๗ พระพุทธĂงค์ตรัÿแก่ภิกþุทั้งĀลายในüาจาÿูตร ถึงĂงค์ประกĂบขĂงüาจาÿุภาþิตü่า ภิกþุทั้งĀลาย üาจาประกĂบด้üยĂงค์๕ ประการ เป็นüาจาÿุภาþิต ไม่เป็นüาจาทุพ ภาþิต เป็นüาจาไม่มีโทþ และท่านผู้รู้ไม่ติเตียน üาจาประกĂบด้üยĂงค์๕ ประการ Ăะไรบ้าง คืĂ ๑. พูดถูกกาล ๒. พูดค าจริง ๓. พูดค าĂ่ĂนĀüาน ๔. พูดค าประกĂบด้üยประโยชน์ ๕. พูดด้üยเมตตาจิต ภิกþุทั้งĀลาย üาจาประกĂบด้üยĂงค์๕ ประการนี้แล เป็นüาจาÿุภาþิต ไม่เป็น üาจาทุพภาþิต เป็นüาจาไม่มีโทþ และท่านผู้รู้ไม่ติเตียน๓๑๘ ๓๑๗ÿ .ÿ. (ไทย) ๑๕/๒๑๓/๓๐๘. ๓๑๘Ăงฺ.ปญฺจก. (ไทย) ๒๒/๑๙๘/๓๓๘.


๑๘๑ พระพุทธĂงค์ไม่ทรงÿรรเÿริญüาจาที่ไม่จริง üาจาที่ก่ĂใĀ้เกิดโทþแก่ผู้Ăื่น แม้ผู้พูดจะ พูดได้ไพเราะĂ่ĂนĀüานโดยĂุบายĂันแยบคายมากมายจนท าใĀ้คนĂื่นเชื่Ăในถ้Ăยค าขĂงตนได้ก็ ตาม ก็ÿู้ค าพูดเพียงค าเดียüที่ประกĂบด้üยประโยชน์ ท าใĀ้จิตใจขĂงผู้ÿดับÿงบไม่ได้ดังที่ ปรากฏใน ขุททกนิกาย ธรรมบทü่า “ค าพูดที่เĀลüไĀลไร้ประโยชน์ตั้งพันค า ก็ÿู้ค าพูดที่มี ประโยชน์เพียงค าเดียüไม่ได้เพราะฟังแล้üท าใĀ้จิตใจÿงบ”๓๑๙ การพูดนั้น เมื่ĂพูดใĀ้ถูกกาล พูดค าจริง พูดÿุภาพĂ่ĂนĀüาน พูดÿิ่งที่เป็นประโยชน์ พูดด้üยจิตเมตตา ย่Ăมท าใĀ้ÿิ่งที่ผู้พูดปรารถนาประÿบผลÿ าเร็จได้ทั้งท าใĀ้ผู้ฟังได้รับประโยชน์ ด้üย ดังพระพุทธพจน์ที่ü่า “เปล่งüาจางามท าใĀ้ประโยชน์ÿ าเร็จได้”๓๒๐ เพราะค าพูดที่ ประกĂบด้üยĂงค์ ๕ ประการนั้น ย่Ăมเป็นที่ประทับใจขĂงผู้ได้ยินได้ฟัง ท าใĀ้Ăยากจะฟัง Ăยากจะเข้าไปนั่งใกล้เมื่Ăได้ฟังแล้üย่Ăมได้รับประโยชน์จากการฟังด้üย จากพระพุทธพจน์ที่ ปรากฏในชาดก ท าใĀ้เĀ็นü่าการพูดถึงแม้จะเป็นüาจาÿุภาþิตก็ตาม ถ้าไม่เลืĂกกาลเทýะก็จะ ท าใĀ้เกิดโทþกับผู้พูดได้ĀรืĂท าใĀ้ผู้ฟังไม่ได้รับประโยชน์ในÿิ่งที่พูดเลย พระพรĀมคุณาภรณ์ (ประยุทธ์ปยุตฺโต) ได้กล่าüไü้ในĀนังÿืĂ “การÿื่Ăภาþาเพื่Ă เข้าถึงÿัจธรรม” ÿรุปใจคüามได้ü่า ภาþาĀรืĂค าพูดนั้นมีประโยชน์มากเพราะÿามารถÿื่Ă คüามĀมายใĀ้ผู้ฟังเข้าใจถึงÿภาüะต่าง ๆ ได้ตั้งแต่ขั้นÿมมติจนถึงขั้นปรมัตถ์ภาþาที่คนเราใช้ ÿ่üนใĀญ่Ăยู่ในระดับÿมมติแต่ในการÿื่ĂคüามĀมายที่จะเข้าถึงÿัจธรรมนั้น ถ้าต้Ăงการÿัจธรรม โดยÿมบูรณ์จะต้Ăงเข้าถึงปรมัตถ์ด้üย ภาþาในระดับÿมมติก็Ăาจจะมาบังคüามจริงในระดับ ปรมัตถ์ได้ในเมื่Ăคนเราใช้ภาþากันไปแล้üก็มีคüามยึดติดในภาþาตามที่ตนมีĂยู่ ฉะนั้น คนจึง ไม่ÿามารถเข้าถึงคüามจริงได้เพราะไปติดĂยู่แค่ภาþา คนที่เข้าใจคüามจริงก็คืĂรู้ü่าภาþานี้เป็น เพียงÿื่Ăÿ าĀรับใĀ้เราเข้าถึงÿัจธรรมเท่านั้น ภาþานั้นเป็นÿื่Ăเพื่Ăเข้าถึงÿัจธรรม แต่ไม่ใช่ ÿื่Ăÿัจ ธรรม Āมายคüามü่าเมื่ĂพูดĂย่างเคร่งครัดเราไม่พูดü่าภาþาเป็นÿื่Ăÿัจธรรม เพราะü่าภาþา แÿดงÿัจธรรมĂĂกมาไม่ได้แต่ภาþาเป็นÿื่Ăเพื่Ăเข้าถึงÿัจธรรม คืĂภาþาÿามารถท าใĀ้คนที่ ๓๑๙ขุ.ธ. (ไทย) ๒๕/๑๐๑/๖๑. ๓๒๐ขุ.ชา.เĂกก. (ไทย) ๒๗/๘๘/๓๗.


๑๘๒ ฉลาดใช้คüามคิดพิจารณาเชื่Ăมโยงเพื่Ăจะเข้าถึงคüามจริงได้ต่Ăไป ซึ่งในแง่นี้แĀละภาþามี ประโยชน์มาก๓๒๑ ๘.๒ ÿุภาþิตไทยที่มาจากชาดก จุดมุ่งĀมายÿ าคัญขĂงนิทานชาดกก็เพื่Ăใช้ในการĂบรมÿั่งÿĂนคุณธรรมและ จริยธรรม ดังนั้น จึงมีการÿĂดแทรกÿุภาþิตในนิทานชาดก ดังคüามตĂนĀนึ่ง ในพระบรม ราชาธิบายเรื่ĂงนิบาตชาดกขĂงพระบาทÿมเด็จพระจุลจĂมเกล้าเจ้าĂยู่Āัüü่า นิทานที่มาในพระพุทธýาÿนาก็มักจะเป็นนิทานเปรียบเทียบÿ าĀรับใĀ้ผู้ýึกþาเข้าใจ ธรรมง่าย ไม่เบื่ĂĀน่ายในการที่จะเล่าเรียน ÿังเกตดูนิทานข้างล่างนี้ มีคติธรรมĀรืĂÿุภาþิตที่ เป็นคüามมุ่งĀมายĂย่างใดĂย่างĀนึ่ง พระพุทธเจ้าได้ตรัÿÿั่งÿĂน ได้แก่๓๒๒ ÿุภาþิตในชาดกในนิทานเรื่ĂงĀนึ่งĂาจจะมุ่งแÿดงÿุภาþิตมากกü่าĀนึ่งบทก็ได้ โดยเฉพาะนิทานชาดกที่มีคาถามาก ÿุภาþิตในชาดกก็จะมีมากขึ้น ถึงแม้คติธรรมค าÿĂนใน ชาดกจะมีมากมาย แต่ก็Ăาจประมüลเป็นธรรมÿุภาþิตในÿ่üนÿัจธรรม และจริยธรรม ÿัจธรรม Āมายถึง ค าÿĂนที่เกี่ยüกับÿภาüะขĂงÿิ่งทั้งĀลาย ĀรืĂธรรมชาติและคüาม เป็นไปขĂงÿิ่งธรรมดาทั้งĀลาย ÿ่üนใĀญ่จะÿัมพันธ์กับตัüละครและบทบาทÿ าคัญในเรื่Ăงü่าตัü ละครประพฤติเช่นนั้นแล้üได้รับผลเป็นĂย่างไร จริยธรรม Āมายถึง การถืĂเĂาประโยชน์จากคüามรู้คüามเข้าใจในÿภาพและคüาม เป็นไปขĂงÿิ่งทั้งĀลาย ĀรืĂการรู้กฎธรรมชาติแล้üน าไปใช้ในทางที่เป็นประโยชน์ ÿ่üนใĀญ่จะ เป็นการแนะน าใĀ้ประพฤติปฏิบัติĀรืĂĀ้ามไม่ใĀ้กระท าĂย่างใดĂย่างĀนึ่ง ÿุภาþิตในนิทาน ชาดกÿามารถแบ่งĂĂกเป็น ๓ ประเภท คืĂ ÿุภาþิตĀ้ามประพฤติชั่ü ÿุภาþิตÿĂนใĀ้ประพฤติดี และÿุภาþิตแÿดงÿัจธรรมและÿภาüธรรม ดังนี้ ๓๒๑พระธรรมปิฎก (ป.Ă. ปยุตฺโต), การÿื่อภาþาเพื่อเข้าถึงÿัจธรรม, (กรุงเทพมĀานคร : ธรรมÿภา, ๒๕๓๙), Āน้า ๔๕. ๓๒๒พระบาทÿมเด็จพระจุลจĂมเกล้าเจ้าĂยู่Āัü, “พระบรมราชาธิบายเรื่Ăงนิบาตชาดก”, พระ คัมภีร์ชาดกแปลฉบับ ÿ.อ.ÿ. เล่ม ๑, (กรุงเทพมĀานคร : โรงพิมพ์แม้นýรี, ๒๔๙๓), Āน้า ๑๑.


๑๘๓ ๘.๒.๑ ÿุภาþิตĀ้ามประพฤติชั่ü ÿุภาþิตĀ้ามประพฤติชั่ü คืĂนิทานชาดกที่มุ่งแÿดงÿุภาþิตที่เป็นข้ĂĀ้าม งดเü้น ไม่ใĀ้ประพฤติปฏิบัติในทางที่ผิดมิชĂบ ล าดับที่ ÿุภาþิตĀ้ามประพฤติชั่ü นิทานชาดกเรื่องที่ ๑ Ăย่าโลภมาก ÿุüรรณĀงÿชาดก (เรื่Ăงที่ ๑๓๖) โลลชาดก (เรื่Ăงที่ ๒๗๔) กโปตชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๗๕) มณิชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๙๕) ÿิงคาลชาดก (เรื่Ăงที่ ๑๔๘) Ăนุÿÿÿิกชาดก (เรื่Ăงที่ ๑๑๕) ๒ Ăย่าโกง กัณĀชาดก (เรื่Ăงที่ ๒๙) กูฏüาณิชชาดก (เรื่Ăงที่ ๑๙๖) ๓ Ăย่าพยาบาทปĂงร้าย กากชาดก (เรื่Ăงที่ ๑๔๐) ๔ Ăย่าĂาฆาตจĂงเüร ฉัททันตชาดก (เรื่Ăงที่ ๕๑๔) กาÿาüชาดก (เรื่Ăงที่ ๒๒๑) กปิชาดก (เรื่Ăงที่ ๔๐๔) ผันทนชาดก (เรื่Ăงที่ ๔๗๕) ๕ Ăย่าเป็นýัตรูต่Ăกัน นกุลชาดก (เรื่Ăงที่ ๑๖๕) Ăรุคชาดก (เรื่Ăงที่ ๑๕๔) ๖ Ăย่ารังแกผู้น้Ăย ลฏุกิกชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๕๗) ๗ Ăย่าĂิจฉาผู้Ăื่น มุณิกชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๐) ÿาลูกชาดก (เรื่Ăงที่ ๑๙๖) ๘ Ăย่าĀลĂกลüงผู้Ăื่น มĀากปิชาดก (เรื่Ăงที่ ๕๑๖) Ăัพภันตรชาดก (เรื่Ăงที่ ๒๘๑) พกชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๘)


๑๘๔ มุÿิกชาดก (เรื่Ăงที่ ๑๒๘) Ăัคคิกภารัทüาชชาดก (เรื่Ăง ๑๒๙) ธัมมธชชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๘๔) ๙ Ăย่าท าĂุบายĀลĂกลüงในคราบผู้ทรง ýีล พกชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๐๐) โคธชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๒๕) มักกฏชาดก (เรื่Ăงที่ ๑๗๓) Ăาทิจจุปัฏฐานชาดก (เรื่Ăงที่ ๑๗๕) ๑๐ Ăย่าท ามารยาจนเกินงาม üาตัคคÿินธüาชาดก (เรื่Ăงที่ ๒๖๖) ๑๑ Ăย่าĂüดดี ชัมพุกชาดก (เรื่Ăงที่ ๕๓๕) ÿกุณชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๖) คูถปาณกชาดก (เรื่Ăงที่ ๒๒๗) üิโรจนชาดก (เรื่Ăงที่ ๑๔๓) ๑๒ Ăย่าลืมตน Ăüดดี เย่ĂĀยิ่ง กกัณฏกชาดก (เรื่Ăงที่ ๑๗๐) ๑๓ (ýิþย์) Ăย่าคิดÿู้ครู ĂุปาĀนชาดก (เรื่Ăงที่ ๒๓๑) ๑๔ Ăย่าดื้Ăดึงไม่เชื่Ăฟังค าผู้ใĀญ่ ขราทิยชาดก (เรื่Ăงที่ ๑๕) ๑๕ Ăย่าแก่งแย่งüิüาทกัน ÿัมโมทมานชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๓) ทัพพบุปผชาดก (เรื่Ăงที่ ๔๐๐) ๑๖ Ăย่าฆ่าÿัตü์ มตกภัตตชาดก (เรื่Ăงที่ ๑๘) ๑๗ Ăย่าประพฤติผิดในกาม จุลลธนุคคĀชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๗๔) กากาติชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๒๗) ÿุÿันธีชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๖๐) กุณาลชาดก (เรื่Ăงที่ ๕๓๖) ๑๘ Ăย่ามัüเมาในกาม มัจฉชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๔) üิÿาÿโภชนชาดก (เรื่Ăงที่ ๙๓) มัจฉชาดก (เรื่Ăงที่ ๒๑๖) ๑๙ Ăย่าĂาลัยในรักจนเกินไป Ăัÿÿกชาดก (เรื่Ăงที่ ๒๐๗)


๑๘๕ ๒๐ Ăย่าพูดเท็จ กักการุชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๒๖) ๒๑ Ăย่าพูดÿ่Ăเÿียด ยุยงเขา üัณณาโรĀชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๖๑) ๒๒ Ăย่าพูดเพ้Ăเจ้Ă กัจฉปชาดก (เรื่Ăงที่ ๒๑๕) ÿาลิตชาดก (เรื่Ăงที่ ๑๐๗) ๒๓ Ăย่ากล่าüüาจาĀยาบคาย ÿุชาตชาดก (เรื่Ăงที่ ๒๖๙) นันทิüิÿาลชาดก (เรื่Ăงที่ ๒๘) ๒๔ Ăย่าพูดÿĂด จตุมัตถชาดก (เรื่Ăงที่ ๑๘๒) ๒๕ Ăย่ากล่าüยกยĂคุณที่ไม่มีในตน ชัมพุขาทกชาดก (เรื่Ăงที่ ๒๙๔) Ăนันตตชาดก (เรื่Ăงที่ ๒๙๕) ๒๖ Ăย่าพูดโดยไม่รู้กาลเทýะ ติตติรชาดก (เรื่Ăงที่ ๑๑๗) Ăกาลราüีชาดก (เรื่Ăงที่ ๑๑๙) โกกาลิกชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๓๑) ๒๗ Ăย่าดีใจจนขาดÿติ โมรนัจจชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๒) ๒๘ Ăย่าเป็นคนขลาดเขลา ทุพพลกัฏฐชาดก (เรื่Ăงที่ ๑๐๕) ๒๙ Ăย่าท าในÿิ่งผิดüิÿัย กากชาดก (เรื่Ăงที่ ๑๔๖) üิรกชาดก (เรื่Ăงที่ ๒๐๔) กันทคลกชาดก (เรื่Ăงที่ ๒๑๐) ๓๐ Ăย่าตื่นข่าüลืĂ (กระต่ายตื่นตูม) ทัทธภายชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๒๒)ฃ ๓๑ Ăย่าเคารพÿิ่งที่ไม่คüรเคารพบูชา จัมมÿาฏกชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๒๔) ÿันชีüกชาดก (เรื่Ăงที่ ๑๕๐) ๓๒ Ăย่ากลัüตาย ตุณฑิลชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๘๘) ๓๓ Ăย่าĂาลัยในที่Ăยู่จนตัüตาย กัจฉปชาดก (เรื่Ăงที่ ๑๗๕) ๓๔ Ăย่าเÿพĂาĀารÿ าÿ่Ăน üัฏฏกชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๗๔) ๓๕ Ăย่าบĂกคüามลับแก่ผู้ใด ปัณฑรกชาดก (เรื่Ăงที่ ๕๑๘) ๓๖ Ăย่ารับใช้เจ้านายไม่รู้คüามดีที่ลูกน้Ăง กระท า ทุมเมธชาดก (เรื่Ăงที่ ๑๒๒)


๑๘๖ ๓๗ Ăย่าเข้าใกล้ผู้Ăüดดีที่ฉลาดในĂุบาย ÿกปรก ÿูกรชาดก (เรื่Ăงที่ ๑๕๓) ๓๘ Ăย่าท าทุราจารในที่ÿาธารณะ Ăุทปานทูนÿกชาดก (เรื่Ăงที่ ๒๗๑) ๓๙ Ăย่าĀูเบาเชื่Ăฟังค าคนง่าย ÿันธิเภทชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๑๙) ๔๐ Ăย่าท าคุณแก่ÿัตü์ร้าย (คนพาล) เüāุกชาดก (เรื่Ăงที่ ๔๓) Ăินทÿมานโคตตชาดก (เรื่Ăงที่๑๖๑) ชüÿกุณชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๐๖) ทุพนิยมักกฏชาดก (เรื่Ăงที่ ๑๗๓) ๔๑ Ăย่าคบคนพาล โคธชาดก (เรื่Ăงที่ ๑๔๑) ÿันติคุมพชาดก (เรื่Ăงที่ ๕๐๓) ๔๒ Ăย่าฉลาดในĂุบายนĂกรีต Ăารามทูÿกชาดก (เรื่Ăงที่ ๔๖) ๔๓ Ăย่าท าคüามชั่ü มĀากัณĀชาดก (เรื่Ăงที่ ๔๖๙) ๘.๒.๒ ÿุภาþิตÿอนใĀ้ประพฤติดี ÿุภาþิตÿĂนใĀ้ประพฤติดี คืĂนิทานชาดกที่มุ่งแนะน าÿั่งÿĂนใĀ้น าไปประพฤติปฏิบัติ ในทางที่ดีที่ชĂบ ล าดับที่ ÿุภาþิตÿอนใĀ้ประพฤติดี นิทานชาดกเรื่องที่ ๑ จงมีคüามเมตตากรุณา üลาĀกัÿÿราชชาดก (เรื่Ăงที่ ๑๙๖) ๒ จงมีคüามรักในพี่น้Ăง โรĀนมิคชาดก (เรื่Ăงที่ ๑๙๖) ๓ จงมีคüามรักในÿามี (ภรรยา) ภัลลาติกชาดก (เรื่Ăงที่ ๕๐๔) จันทกินนรชาดก (เรื่Ăงที่ ๔๘๕) ๔ จงมีคüามกตัญญู คุณชาดก (เรื่Ăงที่ ๑๕๗) คิชฌชาดก (เรื่Ăงที่ ๑๙๖) มาตุโปÿกชาดก (เรื่Ăงที่ ๔๕๕) ๕ จงรู้จักคุณมารดาบิดา (เลี้ยงดูมารดาบิดา) ÿาลิเกชาดก (เรื่Ăงที่ ๔๘๔)


๑๘๗ ๖ จงช่üยเĀลืĂพึ่งพาĂาýัยกัน พยัคฆชาดก (เรื่Ăงที่ ๒๗๒) กุรุงคชาดก (เรื่Ăงที่ ๒๐๖) ÿุüรรณกักฏกชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๘๙) ๗ จงเป็นผู้ÿันโดþมักน้Ăย มĀาÿุüราชชาดก (เรื่Ăงที่ ๔๒๙) จุลÿุüราชชาดก (เรื่Ăงที่ ๔๓๐) ๘ จงมีคüามÿัตย์ üัฏฏกชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๕) ๙ จงมีüาจาĂ่ĂนĀüาน จุลĀังÿชาดก (เรื่Ăงที่ ๕๓๓) มĀาĀังÿชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๔) ๑๐ จงมีÿติ รĂบคĂบ ไม่ตื่นเต้น ติณฑุกชาดก (เรื่Ăงที่ ๑๗๗) ๑๑ จงมีคüามรĂบคĂบ กุรุงคมิคชาดก (เรื่Ăงที่ ๒๑) ทัทธภายชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๒๒) กาāพาĀุชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๒๙) ๑๒ จงมีคüามเคารพซึ่งกันและกัน ติตติรชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๗) ๑๓ จงมีคüามเชื่Ăฟัง คิชฌชาดก (เรื่Ăงที่ ๔๒๗) ปลาÿชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๗๐) ÿุกชาดก (เรื่Ăงที่ ๒๕๕) ๑๔ จงมีคüามกล้าĀาญและĂดทน โภชาชนียชาดก (เรื่Ăงที่ ๒๓๖) Ăาชัญญชาดก (เรื่Ăงที่ ๒๔) ๑๕ จงมีคüามกล้าĀาญและเÿียÿละ มĀากปิชาดก (เรื่Ăงที่ ๔๐๗) นันทิยมิคราชชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๖๕) ÿุüัณณมิคชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๕๙) จูāนันทิยชาดก (เรื่Ăงที่ ๒๒๒) ÿุปัตตชาดก (เรื่Ăงที่ ๒๙๒) ÿÿปัณฑิตชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๑๖) Āังÿชาดก (เรื่Ăงที่ ๕๐๒) ๑๖ จงมีคüามĂดทนüางเฉย กัจฉปชาดก (เรื่Ăงที่ ๒๗๓)


๑๘๘ ทัททรชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๐๔) มĀิÿชาดก (เรื่Ăงที่ ๒๗๘) ๑๗ จงเป็นผู้น าที่ดี ลักขณชาดก (เรื่Ăงที่ ๑๑) ๑๘ จงมีกิริยาเรียบร้Ăย โกมาริยปุตตชาดก (เรื่Ăงที่ ๒๖๙) ๑๙ จงรังเกียจÿิ่งที่คüรรังเกียจ โกฏÿิมพลิชาดก (เรื่Ăงที่ ๔๑๒) ๒๐ จงมีคüามĂุตÿาĀะในการเล่าเรียน ติปัลลัตถมิคชาดก (เรื่Ăงที่ ๑๖) ๒๑ จงมีคüามพยายาม Ăลีนจิตตชาดก (เรื่Ăงที่ ๑๕๖) ๒๒ จงฉลาดในĂุบายรู้เท่าทันผู้Ăื่น ปูติมังÿชาดก (เรื่Ăงที่ ๔๓๗) กุกกุฏชาดก (เรื่Ăงที่ ๔๔๘) ๒๓ รับผิดชĂบครĂบครัüผู้น้Ăยเมื่Ăใช้ไป ราชการ กุนตินีชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๔๓) ๒๔ จงĀลีกเลี่ยงคนพาล ทีปิชาดก (เรื่Ăงที่ ๔๒๖) ๒๕ จงคบบัณฑิต ÿัตติคุมพชาดก (เรื่Ăงที่ ๕๐๓๓) จุลĀังÿชาดก (เรื่Ăงที่ ๕๓๓) ๒๖ จงมีคüามÿามัคคี ตัจฉกชาดก (เรื่Ăงที่ ๔๙๒) üัฑฒกีÿุกรชาดก (เรื่Ăงที่ ๒๙๓) ๒๗ จงท าใจใĀ้บริÿุทธิ์ ติตติรชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๑๙) ๒๘ จงรักþาýีล ปัญจĂุโบÿถชาดก (เรื่Ăงที่ ๔๙๐) จัมเปยยชาดก (เรื่Ăงที่ ๕๐๖) ๘.๒.๓ ÿุภาþิตแÿดงÿัจธรรมและÿภาüธรรม ÿุภาþิตแÿดงÿัจธรรมและÿภาüธรรม คืĂเป็นค ากล่าüที่เป็นคติธรรมไม่เชิงแนะน า ใĀ้ประพฤติปฏิบัติĀรืĂĀ้ามไม่ใĀ้กระท า แต่มุ่งแÿดงในคüามจริงที่เป็นคติÿĂนใจ ล าดับที่ ÿุภาþิตแÿดงÿัจธรรมและÿภาüธรรม นิทานชาดกเรื่องที่ ๑ การเýร้าโýกเมื่Ăพลัดพรากจากÿิ่งที่รัก มิคโปตกชาคก (เรื่Ăงที่ ๓๗๒)


๑๘๙ ๒ ชีüิตมนุþย์เร็üกü่าการโคจรขĂงดüงĂาทิตย์ ชüนĀังÿชาดก (เรื่Ăงที่ ๔๗๖) ๓ คนโง่มักกระท าเÿียĀายโดยรู้เท่าไม่ถึง การณ์ มกÿชาดก (เรื่Ăงที่ ๔๔) โรĀิณีชาดก (เรื่Ăงที่ ๔๕) Ăารามทูÿกชาดก (เรื่Ăงที่ ๔๖) ๔ แบบĂย่างครูที่ดี คิริทัตตชาดก (เรื่Ăงที่ ๑๘๔) ๕ ลักþณะÿตรี กุณาลชาดก (เรื่Ăงที่ ๔๖) ๖ ใช้คüามจริงใจตั้งÿัตยาธิþฐานขĂใĀ้พ้น Ăันตราย üัฏฏกชาดก (เรื่Ăงที่ ๓๕) มัจฉชาดก (เรื่Ăงที่ ๗๕) ÿ าĀรับÿุภาþิตที่ÿĂนไü้ในนิทานชาดกมีĀลายด้าน จัดเป็นประเภทใĀญ่ๆ ได้๒ ด้าน คืĂ ด้านÿัจธรรมและจริยธรรม ÿุภาþิตในนิทานชาดกมีĀลายระดับ ตั้งแต่ÿุภาþิตที่เป็นธรรมดาพื้นฐานไปจนถึงขั้น ÿูง ÿุขุมลุ่มลึก ละเĂียดประณีต เป็นĂุคมคติĂย่างÿูงÿ่ง เช่นเดียüกับคติÿĂนพุทธธรรมจาก แĀล่งĂื่น ๆ ดังค ากล่าüขĂงพระพรĀมคุณาภรณ์ที่ü่า มีค าÿĂนĀลายระดับทั้งÿ าĀรับผู้ครĂงเรืĂน ผู้ด ารงชีüิตĂยู่ในÿังคม ผู้ÿละเรืĂนแล้ü ทั้งค าÿĂนเพื่Ăประโยชน์ทางüัตถุและเพื่Ăประโยชน์ลึกซึ้งทางจิตใจ๓๒๓ ในการýึกþาÿุภาþิตในนิทานชาดกเรื่Ăงต่าง ๆ ÿามารถน าไปประยุกต์ใช้ในการ ด าเนินชีüิตในÿังคมได้จริง ๆ ÿุภาþิตในนิทานชาดก เป็นที่รู้จักกันĂย่างแพร่Āลาย เช่น ผู้ท ากรรมดีย่Ăมได้รับผลดี ผู้ท ากรรมชั่üย่Ăมได้รับผลชั่ü ÿุภาþิตบางบทท าใĀ้เกิดโคลงÿุภาþิต โดยเฉพาะที่ปรากฏในโคลง โลกนิติขĂงÿมเด็จกรมพระยาเดชาดิýร และÿุภาþิตโคลงโลกนิติÿ านüนเก่า เช่น ๑) ÿุภาþิตจากเรื่Ăงÿูกรชาดก (ชาดกเรื่Ăงที่ ๑๕๓) จตุปฺปโท ĂĀ ÿมฺม ตüมฺปิÿมฺม จตุปฺปโท เĂĀึ ÿมฺม นิüตฺตÿฺÿ กินนุ ภีโต ปลายÿิ แปลü่า แน่ะÿĀาย เราก็ÿี่เท้า แม้ท่านก็ÿี่เท้า มาเถิดÿĀาย จงกลับมา ๓๒๓พระธรรมปิฎก (ป.Ă.ปยุตฺโต), พุทธธรรม, (กรุงเทพมĀานคร :ธรรมÿภา, ๒๕๔๔), Āน้า ๙.


๑๙๐ ไฉนจึงกลัü Āนีไปเล่า๓๒๔ โคลงโลกนิติ คüามü่า ĀมูเĀ็นÿีĀราชท้า ชüนรบ กูÿี่ตีนกูพบ ท่านไซร้ Ăย่ากลัüท่านĂย่าĀลบ Āลีกจาก กูนา ท่านÿี่ตีนĂย่าได้ üากเü้üางĀนี๓๒๕ ÿ่üนĂีกบทĀนึ่ง ราชÿีĀ์ตĂบü่า Ăÿุจิ ปูติโลโมÿิ ทุคฺคนฺโธ üายÿิÿูกร ÿเจ ยุชฺฌิตุกาโมÿิ ชย ÿมฺม ททามิเต แปลü่า แน่ะÿุกร ท่านไม่ÿะĂาด มีขนเĀม็นเน่า มีกลิ่นเĀม็นคลุ้งไป ถ้าท่านประÿงค์จะต่Ăÿู้ เราก็ยĂมใĀ้ชัยชนะแก่ท่าน ÿĀาย๓๒๖ โคลงโลกนิติ คüามü่า ÿีĀราชร้Ăงü่าโĂ้ พาลĀมู ทรชาติครั้นเĀ็นกู เกลียดใกล้ ฤามึงใคร่รบดนู มึงนาý เĂงนา กูเกลียดมึงกูใĀ้ พ่ายเเพ้ ภัยตัü๓๒๗ ๒) ÿุภาþิตพึงชนะคüามโกรธด้üยการไม่โกรธตĂบจากเรื่Ăงราโชüาทชาดก (ชาดก เรื่Ăงที่ ๑๕๓) คาถาü่า Ăกฺโกเธน ชิเน โกธ Ăÿาธ ÿาธุนาชิเน ชิเน กทฺริย ทาเนน ÿจฺเจนาลิกüาทิน ๓๒๔ÿ.Ă.ÿ.(ÿ านักĂบรมครูüัดÿามพระยา, พระคัมภีร์ชาดกแปล เล่ม ๔, (กรุงเทพมĀานคร : โรง พิมพ์ยิ้มýรี, ๒๔๙๓), Āน้า ๙๔. ๓๒๕ÿมเด็จพระเจ้าบรมüงý์เธĂ กรมพระยาเดชาดิýร, ประชุมโคลงโลกนิติ, (พระนคร : ๒๕๐๕), Āน้า ๑๑. ๓๒๖ÿ.Ă.ÿ. (ÿ านักĂบรมครูüัดÿามพระยา), พระคัมภีร์ชาดกแปล เล่ม ๔, Āน้า ๙๕. ๓๒๗ÿมเด็จพระเจ้าบรมüงý์เธĂ กรมพระยาเดชาดิýร, ประชุมโคลงโลกนิติ, Āน้า ๑๑.


๑๙๑ แปลü่า ช านะผู้โกรธด้üยไม่โกรธตĂบ ชนะผู้ที่ไม่ดีด้üยคüามดี ชนะผู้ตระĀนี่ด้üย ทาน ชนะผู้มักพูดพล่Ăย ๆ ด้üยคüามจริง๓๒๘ โคลงโลกนิติ คüามü่า ผจญคนมักโกรธด้üย ไมตรี ผจญĀมู่ทรชนดี ต่Ăตั้ง ผจญคนจิตโลภมี ทรัพย์เผื่Ă แผ่นา ผจญĂÿัตย์ใĀ้ยั้ง Āยุดด้üยÿัตยา๓๒๙ ๓) ÿุภาþิตท าดีได้ดีท าชั่üได้ชั่üจากเรื่Ăงจุลลนันทิยชาดก (ชาดกเรื่Ăงที่ ๑๕๓) คาถา ü่า กลฺยาณการีกลฺยาณ ปาปการีจ ปาปก ยาทิÿ üปเต พีช ตาทิÿ Āรเต ผล แปลü่า ผู้ท ากรรมดีย่Ăมได้รับผลดีÿ่üนผู้ท ากรรมชั่üย่Ăมได้รับผลชั่ü Āü่านพืช เช่นใดไü้ย่Ăมเก็บได้ซึ่งผลเช่นนั้น๓๓๐ โคลงโลกนิติ คüามü่า ฟักแฟงแตงเต้าถั่ü งายล Āü่านÿิ่งใดใĀ้ผล ÿิ่งนั้น ท าทานĀü่านกุýล ผลเพิ่ม พูนนา ท าบาปบาปชั้นขั้น ไล่เลี้ยü ตามตน๓๓๑ ๔)ÿุภาþิตเกี่ยüกับโลภมากลาภĀายจากเรื่ĂงÿุüรรณĀงÿชาดก (ชาดกเรื่Ăงที่ ๑๕๓) คาถาü่า ย ลทฺธ เตน ตจฐพฺพ Ăติโลโภ Āิปาปโก Ā ÿราช คเĀตฺüาน ÿุüณฺณา ปริĀายติ ๓๒๘เรื่องเดียüกัน, Āน้า ๙๕. ๓๒๙อ้างแล้ü, Āน้า ๗๓. ๓๓๐ÿ.Ă.ÿ. (ÿ านักĂบรมครูüัดÿามพระยา), พระคัมภีร์ชาดกแปล เล่ม ๔, Āน้า ๙๕. ๓๓๑ÿมเด็จพระเจ้าบรมüงý์เธĂ กรมพระยาเดชาดิýร, ประชุมโคลงโลกนิติ, Āน้า ๙๑.


๑๙๒ แปลü่า ได้ÿิ่งใดพึงพĂใจÿิ่งนั้น เพราะคüามโลภจัดชั่üนัก พราĀมณีจับพญาĀงÿ์เÿีย แล้ü จึงชüดใĀ้ทĂง โคลงโลกนิติ คüามü่า ได้ÿินทรัพย์เพื่Ăค้า ขนĀงÿ์ เลี้ยงชีพช้ายืนยง Ăยู่แล้ü ภายĀลังโลภไป่ตรง ใจต่Ă ถĂนทั่üตัüĀงÿ์แคล้ü คลาดÿิ้น เÿื่ĂมทĂง๓๓๒ ๕) ÿุภาþิตที่ü่าĂย่าเลียนแบบĀรืĂÿิ่งที่ผิดüิÿัยขĂงตนจากเรื่Ăง üีรกชาดก (ชาดก เรื่Ăงที่ ๒๐๔) คาถาü่า Ăุทกถลจรÿฺÿ ปกฺขิโน นิจฺจ Ăามกมจฺฉโภชิโน คÿฺÿานุกร ÿüิฏฺฐโก เÿüาเลĀิปลิคุณฐิโต มโต แปลü่า นกÿüิฏฐกะ กระท าตามĂย่างปักþีผู้เที่ยüไปได้ทั้งทางน้ าและทางบกกินปลา ดิบเป็นนิจ เลยถูกÿาĀร่ายพันตายเÿียแล้ü๓๓๓ โคลงโลกนิติ คüามü่า กาน้ าด าดิ่งคĂน เĂาปลา กาบกคิดใคร่Āา เÿพบ้าง ลงด าฉ่ ามัจฉา ชลชาติ ÿüะปะคĂค้าง ครึ่งน้ า จ าตาย๓๓๔ ๖)ÿุภาþิตเกี่ยüกับคนรักและคนชัง ในเรื่ĂงชüนĀงÿชาดก(ชาดกเรื่Ăงที่ ๔๗๖) คาถาü่า ÿ üÿนฺตา ÿüÿนฺติ เย ทิÿา เต รถÿภ Ăารา ฐิตา ÿ üÿนฺติ มนÿา รฏฺฐ üฑฺฒน ๓๓๒เรื่องเดียüกัน, Āน้า ๒๑๘. ๓๓๓ÿ.Ă.ÿ. (ÿ านักĂบรมครูüัดÿามพระยา), พระคัมภีร์ชาดกแปล เล่ม ๔, Āน้า ๑๗. ๓๓๔ÿมเด็จพระเจ้าบรมüงý์เธĂ กรมพระยาเดชาดิýร, ประชุมโคลงโลกนิติ, Āน้า ๑๗๒.


๑๙๓ แปลü่า ข้าแต่พระจĂมพลรถ คนที่เกลียดกันĂยู่ร่üมกัน ก็คงĂยู่แยกกัน ข้าแต่ พระĂงค์ผู้เป็นจĂมมิ่งขüัญแĀ่งแคü้น คนที่รักกันถึงĂยู่ไกลกัน ก็คงĂยู่ร่üมกันด้üยĀัüใจ๓๓๕ โคลงโลกนิติ คüามü่า รักกันĂยู่ขĂบฟ้า เขาเขียü เÿมĂĂยู่ĀĂแĀ่งเดียü ร่üมĀ้Ăง ชังกันบ่แลเĀลียü ตาต่Ă กันนา เĀมืĂนขĂบฟ้ามาป้Ăง ป่าไม้ มาบัง๓๓๖ ๘.๓ พุทธýาÿนÿุภาþิตในชาดก พุทธýาÿนÿภาþิตจากนิบาตชาดก ในเรื่Ăงกรรม เรื่Ăงกิเลÿ เรื่Ăงคüามโกรธ เรื่Ăง ขันติ เรื่Ăงปัญญา เรื่Ăงบาป เรื่Ăงบุคคล เรื่Ăงเพื่Ăน ดังนี้ ๘.๓.๑ เรื่องกรรม กมฺมÿฺÿกา เÿ ปุถุÿพฺพÿตฺตา แปลü่า ÿัตü์ทั้งปüงล้üนมีกรรมเป็นขĂงตนเĂง๓๓๗ กมฺม Ăÿเมกฺขกต ÿาธุ แปลü่า กรรมใดที่ไม่ได้พิจารณาแล้üกระท าลงไป เป็นกรรมไม่ชĂบ๓๓๘ กลฺยาณีกลฺยาณ ปาปการีจ ปาปก แปลü่า คนท ากรรมดี ย่Ăมได้รับผลดีคนท ากรรมชั่ü ย่Ăมได้รับผลชั่ü๓๓๙ กลฺยาณ ยทิüา ปาปํน ทิกมฺม üินÿฺÿติ ๓๓๕ÿ.Ă.ÿ. (ÿ านักĂบรมครูüัดÿามพระยา), พระคัมภีร์ชาดกแปล เล่ม ๑๒, Āน้า ๓๓. ๓๓๖ÿมเด็จพระเจ้าบรมüงý์เธĂ กรมพระยาเดชาดิýร, ประชุมโคลงโลกนิติ, Āน้า ๖๒. ๓๓๗ขุ.ชา.ม. (บาลี) ๒๘/๑๒๘๗/๒๕๙, ขุ.ชา.ม. (ไทย) ๒๘/๑๒๘๗/๓๘๑, (มĀานารทกัÿÿปชาดก เรื่Ăงที่ ๕๔๕). ๓๓๘ขุ.ชา.ปญฺญาÿ.(บาลี) ๒๘/๑๐๓/๒๕๙, ขุ.ชา.ปญฺญาÿ.(ไทย) ๒๘/๑๐๓/๓๘๑,(Ăุมมาทันตี ชาดกเรื่Ăงที่๕๒๗). ๓๓๙ขุ.ชา.ปญฺจก.(บาลี) ๒๗/๑๕/๖๓, ขุ.ชาปญฺจก.(ไทย) ๒๗/๑๕/๒๐๑, (เüนÿาขชาดกเรื่Ăงที่ ๓๕๓).


๑๙๔ แปลü่า ด้üยü่ากรรมจะดีĀรืĂชั่üก็ตามย่Ăมไม่พินาýไป๓๔๐ ยานิกโรติปุริโÿ ตานิĂตฺตนิปÿฺÿติ แปลü่า คนท ากรรมใดไü้ย่ĂมเĀ็นกรรมนั้นในตน๓๔๑ ๘.๓.๒ เรื่องกิเลÿ Ăติโลโภ Āิปาปโก แปลü่า เพราะคüามโลภเกินไปเป็นคüามชั่üแท้๓๔๒ นตฺถิกามา ปร ทุกฺข แปลü่า ทุกข์ยิ่งกü่ากามไม่มี๓๔๓ ๘.๓.๓ เรื่องคüามโกรธ Ăคฺคีü ติณกฏฺฐÿฺมึ โกโธ ยÿฺÿ ปüฑฺฒติ นิĀียติ ตÿฺÿ ยโÿ ................ แปลü่า คüามโกรธย่Ăมเพิ่มพูนแก่ผู้ใดเĀมืĂนดังไฟที่กĂงĀญ้าและไม้แĀ้ง ผู้ นั้นย่Ăม เÿื่Ăมยý๓๔๔ Ăนนฺโท ธุมเกตูü ยÿฺÿูปÿมฺมติ Ăาปู ยÿฺÿ ยโÿ ................ ๓๔๐ขุ.ชา.ม. (บาลี) ๒๘/๑๒๘๒/๒๕๙, ขุ.ชา.ม. (ไทย) ๒๘/๑๒๘๒/๓๘๑, (มĀานารทกัÿÿปชาดก เรื่Ăงที่ ๕๔๕). ๓๔๑ขุ.ชา.ปญฺจก.(บาลี) ๒๗/๑๕/๖๓, ขุ.ชาปญฺจก.(ไทย) ๒๗/๑๕/๒๐๑, (เüนÿาขชาดกเรื่Ăงที่ ๓๕๓). ๓๔๒ขุ.ชา.เĂกก. (บาลี) ๒๗/๑๒๘๗/๒๕๙, ขุ.ชา.เĂกก. (ไทย) ๒๗/๑๒๘๗/๓๘๑, (โคธชาดกเรื่Ăงที่ ๑๓๘). ๓๔๓ขุ.ชา.เĂกก. (บาลี) ๒๗/๖๙/๒๔๖, ขุ.ชา.เĂกก. (ไทย) ๒๗/๖๙/๓๖๕, (ปานียชาดกเรื่Ăงที่ ๔๕๙). ๓๔๔ขุ.ชา.ทÿก. (บาลี) ๒๗/๖๐/๒๑๙,ขุ.ชา.ทÿก. (ไทย) ๒๗/๖๐/๓๓๑, (จูāโพธิชาดกเรื่Ăงที่ ๔๔๓).


๑๙๕ แปลü่า ผู้ใดระงับคüามโกรธเÿียได้เĀมืĂนไฟที่ปราýจากเชื้Ă ผู้นั้นยýย่Ăม บริบูรณ์๓๔๕ Ăปฺโป Āุตฺüา โĀตุ üฑฺฒเต โÿ Ăชนฺติโช แปลü่า คüามโกรธนั้นเกิดขึ้นจากคüามไม่Ăดทน ถึงน้Ăยก็จะมากได้๓๔๖ เยนาภิภูโต กุÿล ชĀาติ แปลü่า คนถูกคüามโกรธใดครĂบง า ย่Ăมละทิ้งกุýลธรรม๓๔๗ โกโธ ทุมฺเมติ โคจโร แปลü่า คüามโกรธเป็นĂารมณ์ขĂงคนโง่ ๓๔๘ โกธ üิธิตฺüา น กทาจิ โÿจติ แปลü่า ในกาลบางคราü บุคคลฆ่าคüามโกรธเÿียได้จึงไม่โýกเýร้า๓๔๙ โทโÿ โกธÿมุฏฺฐาโน แปลü่า โทÿะ มีคüามโกรธเป็นÿมุฏฐาน (ที่ตั้ง)๓๕๐ นตฺถิ ทุฏฺเฐ ÿุภาÿิต แปลü่า ไม่มีถ้Ăยค าเป็นÿุภาþิตในคนโĀดร้าย๓๕๑ น Āิ ÿาธุ โกโธ ๓๔๕ขุ.ชา.ทÿก. (บาลี) ๒๗/๖๑/๒๑๙, ขุ.ชา.ทÿก. (ไทย) ๒๗/๖๑/๓๓๑, (จูāโพธิชาดกเรื่Ăงที่ ๔๔๓). ๓๔๖ขุ.ชา.ทÿก. (บาลี) ๒๗/๑๖/๒๐๒, ขุ.ชา.ทÿก (ไทย) ๒๗/๑๖/๓๒๓, (กัณĀชาดกเรื่Ăงที่ ๒๙). ๓๔๗ขุ.ชา.ทÿก. (บาลี) ๒๗/๕๗/๒๑๘, ขุ.ชา.ทÿก. (ไทย) ๒๗/๕๗/๓๓๑, (จูāโพธิชาดกเรื่Ăงที่ ๔๔๓). ๓๔๘ขุ.ชา.ทÿก. (บาลี) ๒๗/๕๖/๒๑๘, ขุ.ชา.ทÿก. (ไทย) ๒๗/๕๖/๓๓๑, (จูāโพธิชาดกเรื่Ăงที่ ๔๔๓). ๓๔๙ขุ.ชา.จตฺตารีÿ. (บาลี) ๒๗/๖๔/๔๓๔, ขุ.ชา.จตฺตารีÿ. (ไทย) ๒๗/๖๔/๖๐๕, (ÿรภังคชาดก เรื่Ăงที่ ๕๒๒). ๓๕๐ขุ.ชา.ทÿก. (บาลี) ๒๗/๑๗/๒๐๒, ขุ.ชา.ทÿก. (ไทย) ๒๗/๑๗/๓๒๓, (กัณĀชาดกเรื่Ăงที่ ๒๙). ๓๕๑ขุ.ชา.Ăฏฺฐก. (บาลี) ๒๗/๙๕/๑๙๕, ขุ.ชา.Ăฏฺฐก. (ไทย) ๒๗/๙๕/๓๐๐. (ทีปิชาดกเรื่Ăงที่ ๔๒๖).


๑๙๖ แปลü่า คüามโกรธไม่ดีเลย๓๕๒ เนü ทุฏฺเฐ นโย Ăตฺถิ น ธมฺโม น ÿุภาÿิต แปลü่า ในคนโĀดร้ายไม่มีเĀตุไม่มีผล ไม่มีถ้Ăยค าเป็นÿุภาþิต๓๕๓ ๘.๓.๔ เรื่องขันติ ปทุฏฺฐÿจิตฺตÿฺÿ น ผาติ โĀติ แปลü่า ผู้มีจิตชั่üร้าย ย่Ăมไม่มีคüามเจริญ๓๕๔ üิüาเทน ธนกฺขยา แปลü่า เพราะการทะเลาะกัน ทรัพย์จึงÿิ้นไป๓๕๕ ÿารมฺภา ชายเต โกโธ แปลü่า คüามโกรธย่Ăมเกิดขึ้นเพราะการแข่งดี๓๕๖ ขนฺติพลÿฺÿูปÿมฺมนฺติ เüรา แปลü่า เüรทั้งĀลายย่Ăมระงับได้ด้üยก าลังแĀ่งขันติ๓๕๗ โย จีธ Āีนÿฺÿ üโจ ขเมถ เĂต ทนฺตึ ĂุตฺตมมาĀุ ÿนฺโต ๓๕๒ขุ.ชา.ฉกฺก. (บาลี) ๒๗/๘/๑๔๔, ขุ.ชา.ฉกฺก. (ไทย) ๒๗/๘/๒๒๙. (เÿตเกตุชาดกเรื่Ăง ๓๗๗). ๓๕๓ขุ.ชา.Ăฏฺฐก. (บาลี) ๒๗/๙๕/๑๙๕, ขุ.ชา.Ăฏฺฐก. (ไทย) ๒๗/๙๕/๓๐๐. (ทีปิชาดกเรื่Ăงที่ ๔๒๖). ๓๕๔ขุ.ชา.ติก. (บาลี) ๒๗/๑๑๔/๙๐, ขุ.ชา.ติก (ไทย) ๒๗/๑๑๔/๑๔๖, (ÿีลüีมังÿกชาดก เรื่Ăงที่ ๒๙๐). ๓๕๕ขุ.ชา.ÿตฺตก. (บาลี) ๒๗/๓๗/๑๖๖, ขุ.ชา.ÿตฺตก. (ไทย) ๒๗/๓๗/๒๖๑, (ทÿัณณกชาดก เรื่Ăง ที่ ๔๐๑). ๓๕๖ขุ.ชา.ทÿก. (บาลี) ๒๗/๕๙/๒๑๙, ขุ.ชา.ทÿก. (ไทย) ๒๗/๕๙/๓๒๑, (จูāโพธิชาดก เรื่Ăงที่ ๔๔๓). ๓๕๗ขุ.ชา.จตฺตารีÿ. (บาลี) ๒๗/๖๘/๔๓๔, ขุ.ชา.จตฺตารีÿ. (ไทย) ๒๗/๖๘/๖๐๖, (ÿรภังคชาดก เรื่Ăงที่ ๕๒๒).


๑๙๗ แปลü่า ผู้ใดพึงĂดทนถ้Ăยค าขĂงคนที่เลüกü่าในโลกนี้ได้คüามĂดทนนั้นขĂง บุคคล นั้น ÿัตบุรุþกล่าüü่ายĂดเยี่ยม๓๕๘ ÿพฺพนฺต ขมเต ธีโร แปลü่า บัณฑิตผู้ฉลาดย่ĂมĂดทนĂดกลั้น๓๕๙ ÿพฺเพÿ üุตต ผรุÿ ขเมถ เĂต ขนฺติ ĂุตฺตมมาĀุ ÿนฺโต แปลü่า บุคคลพึงĂดทนค าĀยาบที่ทุกคนกล่าü ÿัตบุรุþทั้งĀลายกล่าüคüาม Ăดทน นั้นü่า ยĂดเยี่ยม๓๖๐ ๘.๓.๕ เรื่องปัญญา Ăคฺค ปญฺญาพล üร แปลü่า ก าลังปัญญา เป็นก าลังประเÿริฐÿุด เป็นยĂดกü่าก าลังทั้งĀลาย๓๖๑ ปญฺญาย ติตฺตีน เÿฏฐ แปลü่า บัณฑิตผู้มีก าลังปัญญาÿนับÿนุนย่Ăมประÿบประโยชน์๓๖๒ ปญฺญา ÿุตüินิจฺฉินี แปลü่า ปัญญาเท่านั้นเป็นเครื่Ăงüินิจฉัยเรื่Ăงที่ได้ฟังมา๓๖๓ ปญฺญา Āิ เÿฏฺฐา กุÿลา üทนฺติ ๓๕๘ขุ.ชา.จตฺตารีÿ. (บาลี) ๒๗/๖๖/๔๓๔, ขุ.ชา.จตฺตารีÿ. (ไทย) ๒๗/๖๖/๖๐๕, (ÿรภังคชาดก เรื่Ăงที่ ๕๒๒). ๓๕๙ขุ.ชา.จตุกก. (บาลี) ๒๗/๔๕/๑๐๒, ขุ.ชา.จตุกก. (ไทย) ๒๗/๔๕/๑๖๖, (กัÿÿปมันทิยชาดก เรื่Ăงที่ ๓๑๒). ๓๖๐ขุ.ชา.จตฺตารีÿ. (บาลี) ๒๗/๖๔/๔๓๔, ขุ.ชา.จตฺตารีÿ. (ไทย) ๒๗/๖๔/๖๐๕, (ÿรภังคชาดก เรื่Ăงที่ ๕๒๒). ๓๖๑ขุ.ชา.จตฺตารีÿ. (บาลี) ๒๗/๓๐/๔๒๙, ขุ.ชา.จตฺตารีÿ. (ไทย) ๒๗/๓๐/๕๙๙, (เตÿกุณชาดก เรื่Ăงที่ ๕๒๑). ๓๖๒ขุ.ชา.จตฺตารีÿ. (บาลี) ๒๗/๓๐/๔๒๙, ขุ.ชา.จตฺตารีÿ. (ไทย) ๒๗/๓๐/๕๙๙, (เตÿกุณชาดก เรื่Ăงที่ ๕๒๑). ๓๖๓ขุ.ชา.จตฺตารีÿ. (บาลี) ๒๗/๓๓/๔๓๐, ขุ.ชา.จตฺตารีÿ. (ไทย) ๒๗/๓๓/๕๙๙, (เตÿกุณชาดก เรื่Ăงที่ ๕๒๑).


๑๙๘ แปลü่า ท่านผู้ฉลาดทั้งĀลายกล่าüü่า ปัญญาประเÿริฐที่ÿุด๓๖๔ ๘.๓.๖ เรื่องบาป น ฆาÿเĀตุปิ กเรยฺย ปาปํ แปลü่า ไม่คüรท าชั่üเพราะเĀตุแĀ่งĂาĀาร๓๖๕ ปาปํ ปาเปน จินฺติต แปลü่า คนชั่üจึงคิดแต่เĀตุที่ชั่ü๓๖๖ ๘.๓.๗ เรื่องบุคคล Ăติติกฺโข จ เüรüา แปลü่า ผู้แข็งกร้าüก็Ăาจจะมีýัตรู๓๖๗ Ăนย นยติ ทุมฺเมโธ แปลü่า คนพาลมีปัญญาทราม ย่Ăมแนะน าÿิ่งที่ไม่คüรแนะน า๓๖๘ นย นยติ เมธาüี แปลü่า ผู้มีปัญญาย่Ăมแนะน าÿิ่งที่คüรแนะน า๓๖๙ Ăÿญฺญโต ปพฺพชิโต น ÿาธุ ๓๖๔ขุ.ชา.จตฺตารีÿ. (บาลี) ๒๗/๘๑/๔๓๖, ขุ.ชา.จตฺตารีÿ. (ไทย) ๒๗/๘๑/๖๐๘, (ÿรภังคชาดก เรื่Ăงที่ ๕๒๒). ๓๖๕ขุ.ชา.นüก. (บาลี) ๒๗/๗๒/๒๐๔, ขุ.ชา.นüก. (ไทย) ๒๗/๗๒/๓๑๒, (จักกüากชาดกเรื่Ăงที่ ๔๓๔). ๓๖๖ขุ.ชา.ตึงÿติ. (บาลี) ๒๗/๒๑๑/๔๐๘, ขุ.ชา.ตึงÿติ. (ไทย) ๒๗/๒๑๑/๕๗๐, (มĀากปิชาดก เรื่Ăงที่ ๕๑๖). ๓๖๗ขุ.ชา.ทฺüาÿก. (บาลี) ๒๗/๑๑๑/๒๖๗, ขุ.ชา. (ไทย) ๒๗/๑๑๑/๓๙๑, (มĀาปทุมชาดกเรื่Ăงที่ ๔๗๒). ๓๖๘ขุ.ชา.เตรÿก.(บาลี) ๒๗/๙๒/๒๘๑, ขุ.ชา.เตรÿก. (ไทย) ๒๗/๙๒/๔๑๑, (Ăกิตติชาดกเรื่Ăงที่ ๔๘๐). ๓๖๙ขุ.ชา.เตรÿก. (บาลี) ๒๗/๙๖/๒๘๑, ขุ.ชา.เตรÿก. (ไทย) ๒๗/๙๖/๔๑๒, (ตักการิยชาดก เรื่Ăงที่ ๔๘๑).


๑๙๙ แปลü่า บรรพชิตไม่ÿ ารüม ไม่ดี๓๗๐ ทุฏโฐปิ พĀุ ภาÿติ แปลü่า ถึงคนมีคüามโกรธก็พูดมาก๓๗๑ ทุพฺภี กโรติ ทุมฺเมโธ แปลü่า คนโง่ ท าลายมิตร๓๗๒ ทุลฺลโภ Ăงฺคÿมฺปนฺโน แปลü่า คนที่พร้Ăมด้üยĂงค์คุณทุกĂย่างĀาได้ยาก๓๗๓ น Ăุชุภูตา üิตถ ภณนฺติ แปลü่า คนซื่Ăตรงย่Ăมไม่พูดเท็จ๓๗๔ น ÿาธุ พลüา พาโล ยูถÿฺÿ ปริĀารโก แปลü่า ÿัตü์โง่มีแต่ก าลัง เป็นผู้น าฝูง ไม่ดี๓๗๕ ธีโร จ พลüา ÿาธุ ยูถÿฺÿ ปริĀารโก แปลü่าÿัตü์ฉลาดมีก าลังเป็นผู้น าฝูงดี๓๗๖ ปูชโก ลภเต ปูช ๓๗๐ขุ.ชา.จตุกฺก.(บาลี) ๒๗/๑๒๗/๑๑๒, ขุ.ชา.จตุกฺก. (ไทย) ๒๗/๑๒๗/๑๘๒, (รถลัฏฐิชาดก เรื่Ăงที่ ๓๓๒). ๓๗๑ขุ.ชา.ทฺüาÿก. (บาลี) ๒๗/๑๑๒/๒๖๗, ขุ.ชา.ทฺüาÿก.(ไทย) ๒๗/๑๑๒/๓๙๑, (มĀาปทุมชาดก เรื่Ăงที่ ๔๗๒). ๓๗๒ขุ.ชา.ทฺÿก. (บาลี) ๒๗/๑๑๐/๒๒๗, ขุ.ชา.ทฺÿก.(ไทย) ๒๗/๑๑๐/๓๔๐, (กุกกุฏชาดกเรื่Ăงที่ ๔๔๘). ๓๗๓ขุ.ชา.ทุก. (บาลี) ๒๗/๑๕๐/๖๔, ขุ.ชา.ทุก. (ไทย) ๒๗/๑๕๐/๑๐๔, (ขันติüัณณนชาดกเรื่Ăงที่ ๒๒๕). ๓๗๔ขุ.ชา.จตุกฺก. (บาลี) ๒๗/๒/๙๖, ขุ.ชา. จตุกฺก. (ไทย) ๒๗/๒/๑๕๖, (จูāกาลิงคชาดก เรื่Ăงที่ ๓๐๑). ๓๗๕ขุ.ชา.ÿตฺตก. (บาลี) ๒๗/๖๔/๑๗๐, ขุ.ชา.ÿตฺตก. (ไทย) ๒๗/๖๔/๒๖๖, (กปิชาดก เรื่Ăงที่ ๔๐๔). ๓๗๖ขุ.ชา.ÿตฺตก. (บาลี) ๒๗/๖๕/๑๗๐, ขุ.ชา.ÿตฺตก. (ไทย) ๒๗/๖๕/๒๖๖, (กปิชาดก เรื่Ăงที่ ๔๐๔).


๒๐๐ แปลü่า บูชาผู้Ăื่น ย่Ăมได้รับการบูชาตĂบ๓๗๗ ผาตึ กยิรา Ăüิเฐย ปร แปลü่า คüรท าแต่คüามเจริญ ไม่เบียดเบียนผู้Ăื่น๓๗๘ พĀุมฺปิ รตฺโต ภาเÿยฺย แปลü่า คนมีก าĀนัดพึงพูดมาก๓๗๙ พาโล Ăปริณายโก แปลü่า คนโง่เขลาไม่Ăาจจะเป็นผู้น าได้๓๘๐ โย ปณฺฑิโต โกธโน ต น ÿาธุ แปลü่า การที่บัณฑิตโกรธไม่ดี๓๘๑ รกฺเขยฺยานาคต ภย แปลü่า พึงป้Ăงกันภัยที่ยังมาไม่ถึง๓๘๒ ÿกฺกตฺüา ÿกฺกโต โĀติ แปลü่า ผู้ÿักการะคนĂื่นแล้üย่Ăมเป็นผู้ที่คนĂื่นÿักการะตĂบ๓๘๓ üนฺทโก ปฏิüนฺทน ๓๗๗ขุ.ชา.ม. (บาลี) ๒๘/๑๗/๑๒๘, ขุ.ชา.ม. (ไทย) ๒๘/๑๗/๑๘๖, (เตมิยชาดกเรื่Ăงที่ ๕๓๘). ๓๗๘ขุ.ชา.ÿตฺตก. (บาลี) ๒๗/๕/๑๖๓, ขุ.ชา.ÿตฺตก. (ไทย) ๒๗/๕/๒๕๕, (กุกกุชาดก เรื่Ăงที่ ๓๙๖). ๓๗๙ขุ.ชา.ทฺüาÿก. (บาลี) ๒๗/๑๑๒/๒๖๗, ขุ.ชา.ทฺüาÿก. (ไทย) ๒๗/๑๑๒/๓๙๑, (มĀา ปทุมชาดกเรื่Ăงที่ ๔๗๒). ๓๘๐ขุ.ชา.ทุก. (บาลี) ๒๗/๑๖๓/๖๗, ขุ.ชา.ทุก. (ไทย) ๒๗/๑๖๓/๑๐๙, (üีณาถูณชาดก เรื่Ăงที่ ๒๓๒). ๓๘๑ขุ.ชา.จตุกฺก. (บาลี) ๒๗/๑๒๗/๑๑๒, ขุ.ชา.จตุกฺก. (ไทย) ๒๗/๑๒๗/๑๘๒, (รถลัฏฐิชาดก เรื่Ăงที่ ๓๓๒). ๓๘๒ขุ.ชา.จตุกฺก. (บาลี) ๒๗/๔๔/๑๑๐๒, ขุ.ชา.จตุกฺก. (ไทย) ๒๗/๔๔/๑๖๕, (ปุจิมันทชาดก เรื่Ăงที่ ๓๑๑). ๓๘๓ขุ.ชา.ม. (บาลี) ๒๘/๑๖/๑๒๘, ขุ.ชา.ม. (ไทย) ๒๘/๑๖/๑๘๕, (เตมิยชาดกเรื่Ăงที่ ๕๓๘).


Click to View FlipBook Version