5. ขั้นประเมิน (Evaluation) 8. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับการคำนวณพลังงานไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ซึ่งได้ ข้อสรุปร่วมกันว่า “เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านใช้พลังงานไฟฟ้าจากแหล่งกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ พลังงานไฟฟ้าถูกส่งจาก โรงไฟฟ้าไปตามสายส่งความต่างศักย์ที่เหมาะสม โดยประเทศไทยพลังงานไฟฟ้าส่งเข้าบ้านด้วยความต่างศักย์ 220 โวลต์ พลังงานไฟฟ้า หมายถึง ความสิ้นเปลืองไฟฟ้าที่เครื่องใช้ไฟฟ้าใช้ และกำลังไฟฟ้า หมายถึง พลังงาน ไฟฟ้าที่ใช้หรือเปลี่ยนไปในหนึ่งหน่วยเวลา หรืออัตราการใช้พลังงานไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดจะมีตัวเลข กำกับไว้ โดยแต่ละชนิดจะใช้พลังงานไฟฟ้าแตกต่างกัน โดยจะขึ้นอยู่กับชนิดและขนาดของเครื่องใช้ไฟฟ้า” สื่อการเรียนรู้/วัสดุอุปกรณ์/แหล่งเรียนรู้ สื่อสิ่งพิมพ์/แหล่งเรียนรู้ สื่อวัสดุ อุปกรณ์ มัลติมิเดีย 1. หนังสือเรียนรายวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม ระดับ มัธยมศึกษาปีที่ 5 สำนักพิมพ์ สสวท. 2. แบบฝึกหัด เรื่อง การคำนวณพลังงานไฟฟ้าของ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน 3.http://www.mea.or.th 1.สื่อประกอบการสอน Power Point 2.บิลค่าไฟฟ้า การวัดผลและประเมิลผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ / พฤติกรรมการเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. อธิบายพลังงานไฟฟ้า และกำลังไฟฟ้าของ เครื่องใช้ไฟฟ้าได้ (K) - ตรวจจากการตอบ คำถามในห้องเรียน และแบบฝึกหัด - แบบประเมินการทำ แบบฝึกหัด ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 2. คำนวณหาปริมาณ ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ พลังงานไฟฟ้า กำลังไฟฟ้า และค่าไฟฟ้า ได้ (P) - ตรวจจากการตอบ คำถามในห้องเรียน และแบบฝึกหัด - แบบประเมินการทำ แบบฝึกหัด ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 3. มีวินัย ใฝ่เรียนรู้และ อยู่อย่างพอเพียง (A) - การปฏิบัติกิจกรรม ในห้องเรียน - แบบประเมินพฤติกรรมการ เรียนของนักเรียน ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์
แบบฝึกหัด เรื่อง การคำนวณพลังงานไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน คำชี้แจง : จงแสดงวิธีคำนวณหาผลลัพธ์ของโจทย์ต่อไปนี้ 1. จงหาพลังงานไฟฟ้าและกำลังไฟฟ้า เมื่อเคลื่อนประจุ 60 คูลอมบ์ ผ่านจุดซึ่งมีความต่างศักย์ 100 โวลต์ ในเวลา 1 นาที 2. เตารีดไฟฟ้าขนาด 24 โวลต์ มีประจุเต็มที่ 3.6 104 คูลอมบ์ ก) กระแสไฟฟ้าที่แบตเตอรี่จะจ่ายให้วงจรได้มากสุดกี่แอมแปร์ ในเวลา 1 ชั่วโมง ข) พลังงานที่แบตเตอรี่นี้จ่ายให้วงจร ภายนอกใน 1 วินาที จะมีค่าเท่าใด ในกรณี กระไฟฟ้าในวงจรเป็น 1 แอมแปร์ 3. กาต้มน้ำไฟฟ้าใบหนึ่งต้มน้ำ 1 ลิตร จากอุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส จนเดือดได้ในเวลา 5 นาที เมื่อใช้ ความต่างศักย์ 220 โวลต์ แต่ถ้าความต่างศักย์ไฟฟ้าลดลงเหลือ 110 โวลต์ จะต้องใช้เวลากี่นาทีจึงจะต้มน้ำ ปริมาณเท่าเดิมให้เดือดได้ (กำหนดให้ระบบนี้ไม่มีการสูญเสียความร้อนเลย) 4. ถ้าขดลวดมีความยาวเพิ่มขึ้น 4 เท่าจากค่าเดิม และความต่างศักย์ที่ปลายทั้งสองของขดลวดมีค่าเท่าเดิม กำลังไฟฟ้าของขดลวดจะเป็นกี่เท่าจากค่าเดิม 5. ในห้องประชุมโรงเรียนแห่งหนึ่ง มีเครื่องใช้ไฟฟ้า ดังนี้ ลำโพง 50 วัตต์ 4 ตัว หลอดไฟ 60 วัตต์ 30 ดวง เครื่องปรับอากาศ 1,200 วัตต์ 3 เครื่อง ถ้าเปิดพร้อมกันวันละ 10 ชั่วโมง อยากทราบว่าในเดือนกันยายน โรงเรียนนี้จะต้องเสียค่าไฟฟ้าเท่าไร ถ้าค่าไฟฟ้าหน่วยละ 2.0 บาท 6. บ้านหลังหนึ่งมีเครื่องใช้ไฟฟ้า A 720 วัตต์ เปิดใช้วันละ 1.5 ชั่วโมง และเครื่องใช้ไฟฟ้า B 600 วัตต์ เปิดใช้ งานวันละ 3 ชั่วโมง ถ้าคิดค่าไฟฟ้าหน่วยละ 3 บาท ในเดือนพฤศจิกายน บ้านหลังนี้จะต้องเสียค่าไฟฟ้ากี่บาท
เฉลย แบบฝึกหัด เรื่อง การคำนวณพลังงานไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน คำชี้แจง : จงแสดงวิธีคำนวณหาผลลัพธ์ของโจทย์ต่อไปนี้ 1. จงหาพลังงานไฟฟ้าและกำลังไฟฟ้า เมื่อเคลื่อนประจุ 60 คูลอมบ์ ผ่านจุดซึ่งมีความต่างศักย์ 100 โวลต์ ในเวลา 1 นาที วิธีทำ จากสมการ W = QV = (W 60)(100) = J000,6W และ จากสมการ t W P = 2( )(60) ,6 000 P = P = 50 W ดังนั้น พลังงานไฟฟ้ามีค่าเท่ากับ 6,000 จูล และกำลังไฟฟ้ามีค่าเท่ากับ 50 วัตต์ 2. เตารีดไฟฟ้าขนาด 24 โวลต์ มีประจุเต็มที่ 1.8 104 คูลอมบ์ ก) กระแสไฟฟ้าที่แบตเตอรี่จะจ่ายให้วงจรได้มากสุดกี่แอมแปร์ ในเวลา 1 ชั่วโมง วิธีทำ จากสมการ t Q I = ,3600 8.1 10 I 4 = = A5I ดังนั้น กระแสไฟฟ้าที่แบตเตอรี่จะจ่ายให้วงจรได้มากสุด 5 แอมแปร์ ข) พลังงานที่แบตเตอรี่นี้จ่ายให้วงจร ภายนอกใน 1 วินาที จะมีค่าเท่าใด ในกรณี กระไฟฟ้าในวงจรเป็น 1 แอมแปร์ วิธีทำ จากสมการ = IVtW = 1(W )(24)( )1 W = 24 J ดังนั้น พลังงานที่แบตเตอรี่นี้จ่ายให้วงจรภายนอกใน 1 วินาที เท่ากับ 24 จูล
3. กาต้มน้ำไฟฟ้าใบหนึ่งต้มน้ำ 1 ลิตร จากอุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส จนเดือดได้ในเวลา 5 นาที เมื่อใช้ ความต่างศักย์ 220 โวลต์ แต่ถ้าความต่างศักย์ไฟฟ้าลดลงเหลือ 110 โวลต์ จะต้องใช้เวลากี่นาทีจึงจะต้มน้ำ ปริมาณเท่าเดิมให้เดือดได้ (กำหนดให้ระบบนี้ไม่มีการสูญเสียความร้อนเลย) วิธีทำ จากสมการ QW == Pt และ R V P 2 = 21 = QQ 2 2 2 2 1 1 2 1 t R V t R V = 2 2 21 2 1 = tVtV 2 2 2 = t)110()5()200( t 17 min 2 = ดังนั้น จะต้องใช้เวลา 17 นาที จึงจะต้มน้ำปริมาณเท่าเดิมให้เดือดได้ 4. ถ้าขดลวดมีความยาวเพิ่มขึ้น 4 เท่าจากค่าเดิม และความต่างศักย์ที่ปลายทั้งสองของขดลวดมีค่าเท่าเดิม กำลังไฟฟ้าของขดลวดจะเป็นกี่เท่าจากค่าเดิม วิธีทำ จากสมการ R V P 2 = เมื่อ V เท่าเดิม จะได้ว่า 2 1 1 2 R R P P = และ A L R = 2 1 2 1 2 L L R R = พบว่า เท่า เพราะลวดชนิดเดิม 2 1 2 1 2 L L P P = 2 1 1 1 2 L2 L P P = 4 1 P P 1 2 =
12 P 4 1 P = ดังนั้น กำลังไฟฟ้ามีค่า 4 1 เท่า จากค่าเดิม 5. ในห้องประชุมโรงเรียนแห่งหนึ่ง มีเครื่องใช้ไฟฟ้า ดังนี้ ลำโพง 50 วัตต์ 4 ตัว หลอดไฟ 60 วัตต์ 30 ดวง เครื่องปรับอากาศ 1,200 วัตต์ 3 เครื่อง ถ้าเปิดพร้อมกันวันละ 10 ชั่วโมง อยากทราบว่าในเดือนกันยายน โรงเรียนนี้จะต้องเสียค่าไฟฟ้าเท่าไร ถ้าค่าไฟฟ้าหน่วยละ 2.0 บาท วิธีทำ คำนวณหา 3 10 ,1000 ,1200 30 ,1000 60 4 ,1000 50 จานวนยูนิต + + = )6.3()8.1()2.0( ++= 10 จานวนยูนิต = 56 หน่วย คำนวณค่าไฟฟ้า จากสมการ ค่าไฟ = วยราคาต่อหน่วันจานวนหน่วย 3056 = 2 ค่าไฟ = ,3360 บาท ดังนั้น ในเดือนกันยายนโรงเรียนนี้จะต้องเสียค่าไฟฟ้า 3,360 บาท 6. บ้านหลังหนึ่งมีเครื่องใช้ไฟฟ้า A 720 วัตต์ เปิดใช้วันละ 1.5 ชั่วโมง และเครื่องใช้ไฟฟ้า B 600 วัตต์ เปิดใช้ งานวันละ 3 ชั่วโมง ถ้าคิดค่าไฟฟ้าหน่วยละ 3 บาท ในเดือนพฤศจิกายน บ้านหลังนี้จะต้องเสียค่าไฟฟ้ากี่บาท วิธีทำ คำนวณหา + = 3 ,1000 600 5.1 ,1000 720 จานวนยูนิต .108+= 1.2 จานวนยูนิต = .288 หน่วย คำนวณค่าไฟฟ้า จากสมการ ค่าไฟ = วยราคาต่อหน่วันจานวนหน่วย .2 3088 = 3 ค่าไฟ = 2592. บาท ดังนั้น ในเดือนพฤศจิกายน บ้านหลังนี้จะต้องเสียค่าไฟฟ้า 259.2 บาท
แบบประเมินการทำแบบฝึกหัด ตามเกณฑ์การให้คะแนนแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ ตามขั้นตอนการแก้โจทย์ปัญหาของ โพลยา จะมี 4 ขั้นตอนใหญ ่ ในแต ่ละขั้นตอนจะมีขั้นตอนย ่อยในการตรวจแบบฝึกทักษะแบบวิธีทำจึงได้ กำหนดเกณฑ์การให้คะแนนดังตารางข้างนี้ให้นักเรียนหรือครูผู้ตรวจดูเกณฑ์การให้คะแนนเทียบกับแบบเฉลย แบบฝึกทักษะจะสามารถตรวจให้คะแนนได้อย่างถูกต้อง และเข้าใจเกณฑ์การให้คะแนนมากยิ่งขึ้น รายการประเมิน ระดับคะแนน 0.0 0.5 1.0 ขั้นที่ 1 ทำความเข้าใจ โจทย์ ไม่ตอบ หรือระบุสิ่งที่ โจทย์ ให้มา และสิ่งที่ โจทย์ถาม เขียนเป็น สัญลักษณ์ไม่ ถูกต้องเลย ระบุสิ่งที่โจทย์ให้มา และ สิ่งที่โจทย์ถามพร้อม เขียนเป็น สัญลักษณ์ได้ บางตัว ระบุสิ่งที่โจทย์ให้มา และ สิ่งที่โจทย์ถามพร้อม เขียนเป็น สัญลักษณ์ได้ ถูกต้องครบถ้วน ขั้นที่ 2 วางแผน การแก้ปัญหา ไม่ตอบ หรือเลือกสมการ เพื่อใช้ในการหาคำตอบ จากสิ่งที่โจทย์ให้มาไม่ ถูกต้อง เลือกสมการเพื่อใช้ใน การหาคำตอบจากสิ่งที่ โจทย์ให้มาได้ถูกต้อง แต่ ไม่ครบถ้วน เลือกสมการเพื่อใช้ใน การหาคำตอบจากสิ่งที่ โจทย์ให้มาได้ถูกต้อง และครบถ้วน ขั้นที่ 3 ปฏิบัติตามแผน ไม่ตอบ หรือไม่สามารถ แทนตัวเลขลงในตัวแปร และคิดคำนวณหา คำตอบที่เป็นสากลได้ สามารถแทนตัวเลขลงใน ตัวแปรและคิด คำนวณหาคำตอบที่เป็น สากลได้ แต่ไม่ครบถ้วน สามารถแทนตัวเลขลงใน ตัวแปรและคิด คำนวณหาคำตอบที่เป็น สากลได้ ครบถ้วน ถูกต้อง ขั้นที่ 4 ตรวจสอบ ไม่ตอบ หรือไม่สามารถ ตรวจทานคำตอบ ตรวจสอบ หน่วยเป็น สากลและสรุปคำตอบได้ สามารถตรวจทาน คำตอบ ตรวจสอบ แต่ ไม่สามารถ ระบุหน่วย เป็นสากล และ สรุป คำตอบได้ครบถ้วน สามารถตรวจทาน คำตอบ ตรวจสอบหน่วย เป็นสากล และสรุป คำตอบได้ครบถ้วน ถูกต้อง
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 35 รายวิชา ฟิสิกส์ รหัสวิชา ว32204 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การคำนวณพลังงานไฟฟ้า จำนวน 2 คาบ/ชั่วโมง ของเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน 2 ผู้สอน นางสาวจารุรัตน์ แก้วรอด สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจแรงไฟฟ้าและกฎของคูลอมบ์สนามไฟฟ้า ศักย์ไฟฟ้า ความจุไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า และ กฎของโอห์ม วงจรไฟฟ้ากระแสตรง พลังงานไฟฟ้าและกำลังไฟฟ้า การเปลี่ยนพลังงาน ทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้า สนามแม่เหล็ก แรงแม่เหล็กที่กระทำกับประจุไฟฟ้า และ กระแสไฟฟ้าการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าและกฎของฟาราเดย์ไฟฟ้ากระแสสลับ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและการสื่อสาร รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ผลการเรียนรู้การเรียนรู้ ข้อที่ 11. ทดลอง อธิบาย และคำนวณอีเอ็มเอฟของแหล่งกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรง รวมทั้งอธิบายและ คำนวณพลังงานไฟฟ้า และกำลังไฟฟ้าได้ ระดับการคิด / พฤติกรรม 3.นำไปใช้ สาระสำคัญ เครื ่องใช้ไฟฟ้าต ่างชนิดกัน เช ่น หลอดไฟ พัดลม ตู้เย็น หม้อหุงข้าวไฟฟ้า ฯลฯ แต ่ละ เครื่องใช้ไฟฟ้าย่อมใช้พลังงานไฟฟ้าออกมาต่างกัน ทั้งนี้ยังมีเวลาที่เปิดใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดก็จะไม่ เท่ากัน จึงสูญเสียพลังงานไฟฟ้าได้ต่างกัน ถึงแม้กระนั้น เช่น หม้อหุงข้าวไฟฟ้ากับเตารีดไฟฟ้า ถ้าเปิดใช้ใน เวลาเท่ากัน ย่อมใช้พลังงานไฟฟ้าไปไม่เท่ากัน เราจึงสามารถเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดได้ถูกต้องกับ ความต้องการอีกทั้งประหยัดพลังงานและมีความปลอดภัย จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความสัมพันธ์ของกำลังไฟฟ้าและพลังงานไฟฟ้าได้ถูกต้อง (K) 2. ใช้โปรแกรมคำนวณค่าไฟฟ้าในบ้านได้(P) 3. มีความมุ่งมั่นในการทำงาน มีความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ (A)
สาระการเรียนรู้/เนื้อหาสาระ • กำลังไฟฟ้า (electric power) คือ พลังงานไฟฟ้าที่เครื่องใช้ไฟฟ้าใช้ไปในหนึ่งหน่วยเวลา เขียนเป็นความสัมพันธ์ได้ดังนี้ P = W t โดย P คือ กำลังไฟฟ้า มีหน่วยเป็น วัตต์ (W) W คือ พลังงานไฟฟ้า มีหน่วยเป็น จูล (J) t คือ เวลา มีหน่วยเป็น วินาที (s) นอกจากนี้ยังสามารถหา กำลังไฟฟ้า ได้จาก P = VI กำลังไฟฟ้า 1 วัตต หมายถึง มีการใช้พลังงานไฟฟ้าไป 1 จูลในเวลา 1 วินาที • พลังงานไฟฟ้า คือ ความสิ้นเปลืองไฟฟ้าที่เครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดใช้ควบคู่กับระยะเวลาใน การทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น สามารถหาได้จาก สมการดังต่อไปนี้ W = Pt ในการหาค่าพลังงานไฟฟ้าที่ใช้เพื่อคำนวณค่าไฟฟ้า จะกำหนดหน่วยแต่ละปริมาณเป็นดังนี้ กำลังไฟฟ้า มีหน่วยเป็น กิโลวัตต์ (kW) เวลา มีหน่วยเป็น ชั่วโมง (h) พลังงาน มีหน่วยเป็น กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) หรือหน่วย (unit) • การคิดเงินค่าพลังงานไฟฟ้า ค่าไฟฟ้าจะมีองค์ประกอบ 3 ส่วน คือ ค่าไฟฟ้าฐาน ค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) และภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนี้ ค่าไฟฟ้า = ค่าไฟฟ้าฐาน + ค่าไฟฟ้าผันแปร + ภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าไฟฟ้าฐาน คือ พลังงานไฟฟ้าที่เครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดใช้ไปใน 1 เดือน คูณด้วยค่าไฟต่อหน่วย ค่าไฟฟ้าผันแปร คือ ค่าใช้จ่ายที่การไฟฟ้าไม่สามารถควบคุมได้ เช่น ราคาเชื้อเพลิง และเป็นตัวเลขที่ เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี นำไปคูณด้วยจำนวนหน่วยที่ใช้ไปใน 1 เดือน ภาษีมูลค่าเพิ่ม คือ ตัวเลขที่ผู้ขอรับบริการจะต้องเป็นผู้รับภาระตามกฎหมายกำหนด นอกจากนี้ ผู้ใช้ ไฟฟ้าต้องรับผิดชอบค่าบริการรายเดือนอีกด้วย การไฟฟ้าจะคิดเงินค่าไฟฟ้าตามปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในอัตราก้าวหน้า คือ เมื่อใช้พลังงานไฟฟ้า มากขึ้น ราคาต่อหน่วยจะมากขึ้นด้วย โดยผู้ใช้จะจ่ายเงินค่าไฟฟ้าตามใบเสร็จรับเงินค่าไฟฟ้า ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นในการทำงาน มีวินัย รักความเป็นไทย ใฝ่เรียนรู้ มีจิตสาธารณะ
ด้านคุณลักษณะของผู้เรียนตามหลักสูตรมาตรฐานสากล เป็นเลิศวิชาการ สื่อสารสองภาษา ล้ำหน้าทางความคิด ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ ร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมโลก ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ความสามารถในการสื่อสาร : อธิบายอธิบายความสัมพันธ์ของกำลังไฟฟ้าและพลังงานไฟฟ้าได้ ถูกต้อง ความสามารถในการคิด : วิเคราะห์ค่าพลังงานไฟฟ้าเพื่อเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าได้อย่าง เหมาะสม, การคิดคำนวณค่าไฟฟ้า ความสามารถในการแก้ปัญหา : เสนอหลักการเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต : เลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : สืบค้นการใช้ค่าไฟฟ้าจากแอพลิเคชั่นและเว็บไซต์ต่าง ๆ ,ใช้ แอพลิเคชั่นในการคำนวณค่าไฟฟ้า ด้านจุดเน้นการพัฒนาผู้เรียน 1. ด้านความสามารถและทักษะ ตามระดับชั้น ชั้น ม.1-3 : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ตามวัย ชั้น ม.4-6 : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ ใช้ภาษาต่างประเทศ มีทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสาร อย่างสร้างสรรค์ตามช่วงวัย 2. ด้านคุณลักษณะตามช่วงวัย ม.1-3 : เน้นอยู่อย่างพอเพียง ม.4-6 : เน้นมุ่งมั่นในการศึกษาและการทำงาน
บูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 1. หลักความพอประมาณ : ใช้เวลา 2 ชั่วโมงจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับระดับชั้น ศักยภาพของ นักเรียนที่สอดคล้องกับมาตรฐาน ผลการเรียนรู้และวัยของผู้เรียน 2. หลักความมีเหตุผล : จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เตรียมใบความรู้ แบบฝึกหัดให้สอดคล้องกับ ศักยภาพนักเรียน 3. หลักภูมิคุ้มกัน : วางแผนอย่างรอบคอบในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนได้เรียนรู้ เต็มตาม ศักยภาพของตนเอง 4. เงื่อนไขความรู้ : รอบรู้ เรื่องหลักสูตร เนื้อหาและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้เหมาะสมกับ นักเรียน โดยใช้กระบวนการวัดและประเมินผลที่หลากหลายตรงตามสภาพจริง 5. เงื่อนไขคุณธรรม : ใช้หลักความยุติธรรม ความรับผิดชอบ การมีวินัยในการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ กิจกรรมการเรียนการสอน 1.ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1. กระตุ้นความสนใจของนักเรียนด้วยการเปิดคลิป เรื่อง MV ส่งเสริมการประหยัดพลังงาน โดย สำนักงานพลังงานจังหวัดอุดรธานี (ที่มา : https://www.youtube.com/) พร้อมให้นักเรียนตอบคำถาม ต่อไปนี้ - การคำนวณค่าไฟฟ้าคิดจากปริมาณใด (พลังงานไฟฟ้าที่เครื่องใช้ไฟฟ้าใช้งาน) - นักเรียนมีวิธีเลือกซื้อเครื่องใช้ฟ้าอย่างไร (อ่านค่าฉลากการให้คำลังไฟฟ้าและความต่างศักย์ไฟฟ้า) - เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากตัวเลขกำกับ 500 W 220 V หมายความว่าอย่างไร (เครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดนี้มี กำลังไฟฟ้า 500 วัตต์ ใช้กับความต่างศักย์ไฟฟ้า 220 โวลต์) 2. ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 2. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน โดยครูแจกหลอดไฟฟ้าขนาด 14 W พร้อมถามนักเรียนว่า - นักเรียนสังเกตเห็นอะไร (หลอดไฟ, ตัวเลขที่บอกกำลังไฟฟ้า) - นักเรียนสังเกตเห็นตัวเลข 14 W หรือไม่ และทราบหรือไม่ว่ามีความหมายว่าอย่างไร (ตัวเลข 14 W มีความหมายว่า หลอดไฟฟ้านี้มีกำลังไฟฟ้า 14 วัตต์ ใช้พลังงานไฟฟ้า 14 จูล ในเวลา 1 วินาที) - นักเรียนจะทราบได้อย่างไรว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างชนิดกันใช้พลังงานไฟฟ้าเท่ากัน (ดูที่ตัวเลขข้าง กล่อง นั่นคือ ถ้ากำลังไฟฟ้าเท่ากัน แสดงว่าช้พลังงานไฟฟ้าเท่ากัน)
3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 3. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายว่า การคำนวณค่าไฟฟ้าคิดจากพลังงานไฟฟ้าที่เครื่องใช้ไฟฟ้า ทั้งหมดใช้ไปใน 1 เดือน คูณด้วยค่าไฟฟ้าต่อหน่วย ที่เป็นอัตราก้าวหน้าการไฟฟ้าเป็นผู้กำหนด ดังนั้น ถ้า เราอย่างจ่ายค่าไฟฟ้าน้อยลง เราต้องเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เหมาะสมกับการใช้งาน โดยพิจารณาจากจำนวน สมาชิกในบ้านให้สัมพันธ์กับวัตต์ของแลนาดของเครื่องใช้ไฟฟ้า 4. ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 4. ครูเปิดเว็บไซต์ของการไฟฟ้า www.PEA.co.th/ เพื่อเป็นแหล่งสืบค้นเพิ่มเติมให้กับนักเรียนในกรณี ที่ต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม 5.นักเรียนร่วมกันศึกษาสาระสำคัญของการคำนวณค่าไฟฟ้า จากสื่อ PowerPoint เรื่อง การคำนวณ ค ่าไฟฟ้า ตามหัวข้อดังต ่อไปนี้ การคำนวณหาค ่าพลังงานไฟฟ้า การคิดค ่าไฟฟ้า การคิดค ่าไฟฟ้าในอัตรา ก้าวหน้า ซึ่งประกอบไปด้วย ค่าพลังงานไฟฟ้า ค่าบริการรายเดือน ค่าไฟฟ้าผันแปร และภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยค่า พลังงานไฟฟ้า และค่าบริการรายเดือน จะถูกคำนวณแตกต่างกันตามประเภทของที่อยู่อาศัย ตัวอย่าง ณิชาได้รับใบแจ้งหนี้ค้าไฟฟ้า เขาพบว่าได้ใช้พลังงานไฟฟ้า 98 หน่วย ถ้าคิดเงินค่าไฟฟ้าตาม ปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในอัตราก้าวหน้า ณิชาต้องจ่ายเงินเท่าไร (คำนวณแต่ค่าไฟฟ้าฐาน) วิธีทำ 15 หน่วยแรก เป็นเงิน 2.3488 × 15 = 35.232 บาท 10 หน่วยต่อไป (หน่วยที่ 16-25) เป็นเงิน 2.9882 × 10 = 29.882 บาท 10 หน่วยต่อไป (หน่วยที่ 26-35) เป็นเงิน 3.2405 × 10 = 32.405 บาท 63 หน่วยต่อไป (หน่วยที่ 36-98) เป็นเงิน 3.6237 × 63 = 228.293 บาท รวมเงินค่าไฟฟ้า = 325.812 บาท ดังนั้น ณิชาต้องจ่ายเงิน 325.812 บาท
6. ครูอธิบายเพิ ่มเติม เพื ่อให้ผู้เรียนสามารถเลือกซื้อเลือกใช้อุปกรณ์เครื ่องใช้ไฟฟ้าได้อย ่างมี ประสิทธิภาพ โดยให้ผู้เรียนใช้ Application ในการเรียนรู้เรื่องการประหยัดพลังงานไฟฟ้าและสามารคำนวณ การปล่อยก๊าซ CO2 จากการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า 7. ครูมอบหมายงานให้แต่ละกลุ่มคัดเลือกบิลค่าไฟฟ้าของสมาชิกในกลุ่มตนเอง 1 คน จำนวน 2 เดือน ให้พิจารณาว่าเดือนใดจ่ายค่าไฟฟ้ามากที่สุดและน้อยที่สุด โดยให้ระบุเพิ่มเติมว่ามีเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิด ใดบ้าง จำนวนกี่ชิ้น เพื่อเสนอแนะแนวทางการประหยัดพลังงาน บันทึกข้อมุลต่าง ๆ ลงในกระดาษที่ครูแจก ให้ 8. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน พร้อมประเมินผลการทำกิจกรรม
5. ขั้นประเมิน (Evaluation) 9. เพื่อให้การเรียนรู้ในวันนี้เกิดความยั่งยืน ครูได้มอบหมายให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ 1) รู้อะไรบ้างเกี่ยวกับการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด 2) ต้องการรู้อะไรเกี่ยวกับการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด 3) ได้เรียนรู้อะไรจากกิจกรรม 4) สิ่งที่ประทับใจ 5) สิ่งที่นำไปปฏิบัติทันที 6) สิ่งที่อยากบอกต่อ สื่อการเรียนรู้/วัสดุอุปกรณ์/แหล่งเรียนรู้ สื่อสิ่งพิมพ์/แหล่งเรียนรู้ สื่อวัสดุ อุปกรณ์ มัลติมิเดีย 1. หนังสือเรียนรายวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม ระดับ มัธยมศึกษาปีที่ 5 สำนักพิมพ์ สสวท. 2. www.PEA.co.th/ 3. Application EGAT 1.สื่อประกอบการสอน Power Point 2.บิลค่าไฟฟ้า 3. กระดาษฟลิปชาร์ท 4. ปากกาเคมี 5. MV ส่งเสริมการประหยัดพลังงาน โดย สำนักงานพลังงานจังหวัดอุดรธานี (ที่มา : https://www.youtube.com/) การวัดผลและประเมิลผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ / พฤติกรรมการเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. อธิบายความสัมพันธ์ ของกำลังไฟฟ้าและ พลังงานไฟฟ้าได้ถูกต้อง (K) - ตรวจจากการตอบ คำถามและการ นำเสนองานใน ห้องเรียน - แบบประเมินการนำเสนองาน ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 2. ใช้โปรแกรมคำนวณ ค่าไฟฟ้าในบ้านได้(P) - ตรวจจากการตอบ คำถามและการ นำเสนองานใน ห้องเรียน - แบบประเมินการนำเสนองาน ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 3. มีความมุ่งมั่นในการ ทำงาน มีความ รับผิดชอบในการปฏิบัติ หน้าที่ (A) - การปฏิบัติกิจกรรม ในห้องเรียน - แบบประเมินพฤติกรรมการ เรียนของนักเรียน ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์
แบบการประเมินการนำเสนองาน ตัวชี้วัด ระดับคะแนน 4 3 2 1 1. การวางแผน ค้นคว้าข้อมูล จากแหล่งเรียนรู้ วางแผนที่จะค้นคว้า ข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ที่ หลากหลายเชื่อถือได้ และมีการเชื่อมโยงให้ เห็นเป็นภาพรวม แสดง ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ ของวิธีการทั้งหมด วางแผนที่จะค้นคว้า ข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ ที่หลากหลาย และ เหมาะสม แต่ ไม่มี การเชื่อมโยงให้เห็น เป็นภาพรวม วางแผนที่จะค้นคว้า ข้อมูลจากแหล่ง เรียนรู้ โดยมีครูหรือ ผู้อื่นแนะนำบ้าง ไม่มีการวางแผนที่จะ ค้นคว้าข้อมูลจากแหล่ง เรียนรู้อย่างเป็นระบบ 2. การเก็บรวบรวม ข้อมูล เก็บรวบรวมข้อมูลตาม แผนที่กำหนดทุก ประการ เก็บรวบรวมข้อมูลโดย คัดเลือกและ/หรือ ประเมินข้อมูล เก็บรวบรวมข้อมูล โดยไม่มีการคัดเลือก และ/หรือประเมิน ข้อมูล เก็บรวบรวมข้อมูล เป็นระยะ ขาดการ ประเมินเพื่อคัดเลือก 3. การจัดกระทำ ข้อมูลและ การนำเสนอ จัดกระทำข้อมูลอย่างเป็น ระบบ มีการเชื่อมโยงให้ เห็นเป็นภาพรวม และ นำเสนอด้วยแบบต่าง ๆ อย่างชัดเจน ถูกต้อง จัดกระทำข้อมูลอย่าง เป็นระบบ มีการ จำแนกข้อมูลให้เห็น ความสัมพันธ์นำเสนอ ด้วยแบบต่าง ๆ ได้ อย่างถูกต้อง จัดกระทำข้อมูล อย่างเป็นระบบ มี การยกตัวอย่าง เพิ่มเติมให้เข้าใจ ง่ายและนำเสนอ ด้วยแบบ ต่าง ๆ แต่ยังไม่ถูกต้อง จัดกระทำข้อมูลอย่าง ไม่เป็นระบบ และ นำเสนอ ไม่สื่อ ความหมาย และ ไม่ชัดเจน 4. การสรุปผล สรุปผลได้อย่างถูกต้อง กระชับ ชัดเจน และ ครอบคลุม มีเหตุผลที่ อ้างอิงจากการสืบค้นได้ สรุปผลได้อย่าง กระชับ แต่ยัง ไม่ชัดเจนและ ไม่ครอบคลุมข้อมูล จากการวิเคราะห์ ทั้งหมด สรุปผลได้กระชับ กะทัดรัด แต่ไม่ชัดเจน สรุปผลโดยไม่ใช้ ข้อมูล และไม่ถูกต้อง 5. การเขียนรายงาน เขียนรายงานตรงตาม จุดประสงค์ ถูกต้องและ ชัดเจน และมีการ เชื่อมโยงให้เห็นเป็น ภาพรวม เขียนรายงานตรง ตามจุดประสงค์ อย่างถูกต้อง และ ชัดเจน แต่ขาดการ เรียบเรียง เขียนรายงานโดยสื่อ ความหมายได้ โดยมีครูหรือผู้อื่น แนะนำ เขียนรายงานได้ตาม ตัวอย่าง แต่ใช้ภาษา ไม่ถูกต้อง และไม่ ชัดเจน
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 36 รายวิชา ฟิสิกส์ รหัสวิชา ว32204 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัย จำนวน 2 คาบ/ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวจารุรัตน์ แก้วรอด สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจแรงไฟฟ้าและกฎของคูลอมบ์สนามไฟฟ้า ศักย์ไฟฟ้า ความจุไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า และ กฎของโอห์ม วงจรไฟฟ้ากระแสตรง พลังงานไฟฟ้าและกำลังไฟฟ้า การเปลี่ยนพลังงาน ทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้า สนามแม่เหล็ก แรงแม่เหล็กที่กระทำกับประจุไฟฟ้า และ กระแสไฟฟ้าการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าและกฎของฟาราเดย์ไฟฟ้ากระแสสลับ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและการสื่อสาร รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ผลการเรียนรู้การเรียนรู้ ข้อที ่ 13. อธิบายการเปลี ่ยนพลังงานทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้า รวมทั้งสืบค้นและอภิปรายเกี ่ยวกับ เทคโนโลยี ที่นำมาแก้ปัญหาหรือตอบสนองความต้องการทางด้านพลังงานไฟฟ้า โดยเน้นด้านประสิทธิภาพและความ คุ้มค่าด้านค่าใช้จ่ายได้ ระดับการคิด / พฤติกรรม 3.นำไปใช้ สาระสำคัญ การเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึง คือ ราคา ซึ่งถือเป็นข้อพิจารณาที่สำคัญและควร คำนึงอยู่เสมอว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีราคาถูกนั้นไม่ใช่เป็นข้อสรุปในการตัดสินใจซื้อ เพราะของถูกอาจสิ้นเปลือง พลังงานไฟฟ้ามาก และมีอายุการใช้งานสั้นก็ได้ การจะดูว่าเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้ามากหรือ น้อยเพียงใด สามารถดูได้จากตัวเลขที่กำกับไว้บนเครื่องใช้ไฟฟ้าว่าใช้กำลังไฟฟ้ามากเพียงใด ถ้าใช้กำลังไฟฟ้า มากก็จะสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้ามาก ทำให้ต้องเสียค่าพลังงานไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น การซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าคุณภาพดี สามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ตลอดอายุการใช้งานดังนั้นควรเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผ่านการรับรอง คุณภาพจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายการจ่ายกระแสไฟฟ้าจากโรงผลิตไฟฟ้าสู่บ้านเรือนเพื่อการใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัยได้ (K) 2. สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับวงจรไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าและการใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัยได้ (P) 3. มีความใฝ่เรียนรู้และมีความมุ่งมั่นในการทำงาน (A)
สาระการเรียนรู้/เนื้อหาสาระ การจ่ายกระแสไฟฟ้าจากโรงผลิตไฟฟ้าสู่บ้านเรือนเพื่อการใช้งาน มีหลายรูปแบบ แต่ที่นิยมกันมากจะ ส่งมาในลักษณะไฟ 3 เฟส ซึ่งระบบนี้จะมีสายไฟอยู่ 3 เส้น โดยสายไฟทั้ง 3 เส้นนี้ จะมีความต่างศักย์ค่าหนึ่ง (ไม่เป็นศูนย์) เมื่อเทียบกับดิน จะเรียกสายเหล่านี้ว่า สายมีศักย์ (สาย L) และนอกจากนี้จะมีสายหนึ่งซึ่งมี ศักย์ไฟฟ้าเป็นศูนย์เมื่อเทียบกับดิน เรียกว่า สายกลาง (สาย N) • การใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างประหยัดและปลอดภัย การใช้ไฟฟ้าให้ปลอดภัยและคุ้มค่าต้องรู้จักเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีคุณภาพ รู้จัก วิธีใช้ที่ถูกต้อง และวิธีป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าลัดวงจร และไฟฟ้ารั่ว ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นในการทำงาน มีวินัย รักความเป็นไทย ใฝ่เรียนรู้ มีจิตสาธารณะ ด้านคุณลักษณะของผู้เรียนตามหลักสูตรมาตรฐานสากล เป็นเลิศวิชาการ สื่อสารสองภาษา ล้ำหน้าทางความคิด ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ ร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมโลก ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ความสามารถในการสื่อสาร : อธิบายการจ่ายกระแสไฟฟ้าจากโรงผลิตไฟฟ้าสู่บ้านเรือนเพื่อการ ใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัย ความสามารถในการคิด : การแสดงความคิดเห็นเรื่องการใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัย ความสามารถในการแก้ปัญหา : หากเกิดปัญหาเรื่องไฟฟ้านักเรียนสามารถเสนอแนวทางการ แก้ไขได้อย่างเป็นรูปธรรม ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต : การใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนอย่างปลอดภัย การบำรุงรักษา ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : การใช้เครื่องมือตรวจสอบไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง
ด้านจุดเน้นการพัฒนาผู้เรียน 1. ด้านความสามารถและทักษะ ตามระดับชั้น ชั้น ม.1-3 : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ตามวัย ชั้น ม.4-6 : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ ใช้ภาษาต่างประเทศ มีทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสาร อย่างสร้างสรรค์ตามช่วงวัย 2. ด้านคุณลักษณะตามช่วงวัย ม.1-3 : เน้นอยู่อย่างพอเพียง ม.4-6 : เน้นมุ่งมั่นในการศึกษาและการทำงาน บูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 1. หลักความพอประมาณ : ใช้กระบวนการกลุ่ม/ กระบวนการปฏิบัติที่สอดคล้องกับมาตรฐาน ตัวชี้วัดและวัยของผู้เรียน 2. หลักความมีเหตุผล : ผู้เรียนเกิดกระบวนการทำงานกลุ่ม/ กระบวนการปฏิบัติส่งเสริมการคิด วิเคราะห์การคิดสร้างสรรค์ 3. หลักภูมิคุ้มกัน : วางแผนอย่างรอบคอบในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนได้เรียนรู้ เต็มตาม ศักยภาพของตนเอง 4. เงื่อนไขความรู้ : รอบรู้ เรื่องหลักสูตร เนื้อหาและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้เหมาะสมกับ นักเรียน โดยใช้กระบวนการวัดและประเมินผลที่หลากหลายตรงตามสภาพจริง 5. เงื่อนไขคุณธรรม : ใช้หลักความยุติธรรม ความรับผิดชอบ การมีวินัยในการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ กิจกรรมการเรียนการสอน 1.ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1. ครูทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนเกี ่ยวกับ เรื ่อง กำลังไฟฟ้า และพลังงานไฟฟ้าของ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน จากนั้นครูแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ 2. ครูเปิดวีดิทัศน์เกี่ยวกับไฟฟ้ามาสู่บ้านได้อย่างไร จาก https://www.youtube.com/watch?v=i87SfWsDI9I ให้นักเรียนดู จากนั้นครูตั้งประเด็นคำถามกระตุ้น ความคิดนักเรียนว่า “การไฟฟ้าส่งกระแสไฟฟ้ามายังบ้านเรือนได้อย่างไร” โดยให้นักเรียนร่วมกันอภิปราย แสดงความคิดเห็นอย่างอิสระโดยไม่มีการเฉลยว่าถูกหรือผิด ( ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของครูและนักเรียน)
3. ครูใช้คำถามกระตุ้นความคิดนักเรียน เพื่อเป็นการเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียนว่า “แผงควบคุมไฟฟ้า มีอุปกรณ์ใดบ้าง และทำหน้าที่อย่างไร” (แผงควบคุมไฟฟ้า เป็นแผงตัวตัดวงจร ประกอบด้วยตัวตัดวงจรรวม และตัวตัดวงจรย่อย ซึ่ง แผงตัวตัดวงจรมีหน้าที่เพื่อแยกและควบคุมการส่งพลังงานไฟฟ้าไปยังหลอดไฟ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ กระแสไฟฟ้าสูง) 2. ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 4. นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน ตามความสมัครใจ จากนั้นให้นักเรียนแต่ ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมาจับสลากเรื่องที่ศึกษา โดยครูเตรียมสลากหมายเลข ไว้หน้าชั้นเรียน ซึ่งหมายเลข สลากจะระบุเรื่องที่ให้นักเรียนศึกษา ดังนี้ • หมายเลข 1 ศึกษา เรื่อง การต่อสายไฟเข้าบ้าน • หมายเลข 2 ศึกษา เรื่อง วงจรไฟฟ้าในบ้าน • หมายเลข 3 ศึกษา เรื่อง อุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน 3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 5. ครูแจกกระดาษฟลิปชาร์ทให้นักเรียนกลุ่มละ 1 แผ่น จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกัน ศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากหนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ ม.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ไฟฟ้ากระแส หรือแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต ห้องสมุด และร่วมกันอภิปรายระดมความคิดเห็น กันภายในกลุ่ม แล้วนำข้อมูลที่ได้จากการอภิปราย มาจัดทำในรูปแบบต่าง ๆ เช่น แผนผังมโนทัศน์ ลงใน กระดาษฟลิปชาร์ท (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม) 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลการศึกษาหน้าชั้นเรียน ในระหว่างที่นักเรียนนำเสนอ ครูคอยให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจที่ถูกต้องมากยิ่งขึ้น (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบประเมินการนำเสนอผลงาน) 4. ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 7. ครูตั้งประเด็นคำถามกระตุ้นความคิดนักเรียน โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายแสดง ความคิดเห็นเพื่อหาคำตอบ ดังนี้ • วงจรไฟฟ้าแบบเปิด และวงจรไฟฟ้าแบบปิด แตกต่างกันอย่างไร (วงจรไฟฟ้าแบบเปิด กระแสไฟฟ้าไม่สามารถไหลได้ครบวงจร และวงจรไฟฟ้าแบบปิด กระแสไฟฟ้าไหลได้ครบวงจร) • จะทราบได้อย่างไรว่า สายใดเป็นสาย L และสายใดเป็น N (ใช้ไขควงตรวจสอบไฟฟ้า โดยเอาปลายไขควงแตะสายส่งพลังงานไฟฟ้าเส้นหนึ่ง แล้วใช้นิ้วมือสัมผัสกับปลายด้านบนสุดของไขควง ถ้าสายไฟนั้นเป็นสาย L หลอดแอลอีดีจะ เปล่งแสง แต่ถ้าสาย N จะไม่มีแสงจากหลอดแอลอีดี)
• สายมีศักย์ และสายกลาง แตกต่างกันอย่างไร ( สายมีศักย์ จะมีศักย์ไฟฟ้าไม่เป็นศูนย์เมื่อเทียบกับพื้นดิน และสายกลาง จะมีศักย์ไฟฟ้าเป็น ศูนย์เมื่อเทียบกับพื้นดิน) • คุณสมบัติของมอเตอร์ไฟฟ้า มีลักษณะอย่างไร (มอเตอร์ไฟฟ้า ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกลในรูปของการหมุน) • ตัวตัดวงจรเชิงความร้อนทำหน้าที่อย่างไร และมีหลักการทำงานอย่างไร ( ตัวตัดวงจรเชิงความร้อนใช้หลักการของแผ่นโลหะคู่ในการทำงาน ทำหน้าที่ตัดหรือต่อวงจร ที่จ่ายกระแสไฟฟ้าให้อุปกรณ์สร้างความร้อน และช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับอุณหภูมิหรือความ ร้อนจากเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ตามต้องการ ซึ่งสามารถนำไปใช้งานแทนฟิวส์ในแผงวงจรไฟฟ้าได้) 5. ขั้นประเมิน (Evaluation) 8. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับวงจรไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านและการใช้ไฟฟ้าอย่าง ปลอดภัย ซึ่งได้ข้อสรุปร่วมกันว่า “แผงควบคุมไฟฟ้ายุคก่อนจะประกอบด้วย ฟิวส์ สะพานไฟรวม และสะพานไฟย่อย แต่แผงควบคุม ไฟฟ้ายุคปัจจุบันเป็นแผงตัวตัดวงจร ประกอบด้วย ตัวตัดวงจรรวม และตัวตัดวงจรย่อย ซึ่งตัวตัดวงจรที่ติดตั้ง บนแผงควบคุมไฟฟ้า ทำหน้าที่เป็นฟิวส์และสะพานไฟ การจ่ายไฟเข้าบ้านเรือนจะจ่ายผ่านสายไฟ 2 สาย คือ สายศักย์ (live wire) หรือสาย L กับสายกลาง (neutral wire) หรือสาย N ” 9. ครูมอบหมายให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลและจัดเตรียมการนำเสนออุปกรณ์ไฟฟ้าหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า ในบ้าน มาคนละ 1 ตัวอย่าง ในคาบเรียนถัดไป ดังนี้ • คนที่ 1-2 ยกตัวอย่างเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานแสงสว่าง • คนที่ 3-4 ยกตัวอย่างเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานความร้อน • คนที่ 5-6 ยกตัวอย่างเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล สื่อการเรียนรู้/วัสดุอุปกรณ์/แหล่งเรียนรู้ สื่อสิ่งพิมพ์/แหล่งเรียนรู้ สื่อวัสดุ อุปกรณ์ มัลติมิเดีย 1. หนังสือเรียนรายวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม ระดับ มัธยมศึกษาปีที่ 5 สำนักพิมพ์ สสวท. 1. สื่อประกอบการสอน Power Point 2. กระดาษฟลิปชาร์ท 3. ปากกาเคมี
การวัดผลและประเมิลผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ / พฤติกรรมการเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. อธิบายการจ่าย กระแสไฟฟ้าจากโรงผลิต ไฟฟ้าสู่บ้านเรือนเพื่อการ ใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัย ได้ (K) - ประเมินจากการตอบ คำถาม - ประเมินจากการ นำเสนองาน - คำถาม - แบบประเมินการนำเสนองาน ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 2. สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับ วงจรไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าและการ ใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัย ได้ (P) - ประเมินจากการตอบ คำถาม - ประเมินจากการ นำเสนองาน - คำถาม - แบบประเมินการนำเสนองาน ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 3. มีความใฝ่เรียนรู้และมี ความมุ่งมั่นในการ ทำงาน (A) -การปฏิบัติกิจกรรมใน ห้องเรียน -แบบประเมินพฤติกรรมการ เรียนของนักเรียน ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์
แบบการประเมินการนำเสนองาน ตัวชี้วัด ระดับคะแนน 4 3 2 1 1. การวางแผน ค้นคว้าข้อมูล จากแหล่งเรียนรู้ วางแผนที่จะค้นคว้าข้อมูล จากแหล่งเรียนรู้ที่ หลากหลายเชื่อถือได้ และ มีการเชื่อมโยงให้เห็นเป็น ภาพรวม แสดงให้เห็นถึง ความสัมพันธ์ของวิธีการ ทั้งหมด วางแผนที่จะค้นคว้า ข้อมูลจากแหล่ง เรียนรู้ที่หลากหลาย และเหมาะสม แต่ ไม่ มีการเชื่อมโยงให้เห็น เป็นภาพรวม วางแผนที่จะค้นคว้า ข้อมูลจากแหล่ง เรียนรู้ โดยมีครูหรือ ผู้อื่นแนะนำบ้าง ไม่มีการวางแผนที่จะ ค้นคว้าข้อมูลจากแหล่ง เรียนรู้อย่างเป็นระบบ 2. การเก็บรวบรวม ข้อมูล เก็บรวบรวมข้อมูลตามแผน ที่กำหนดทุกประการ เก็บรวบรวมข้อมูล โดยคัดเลือกและ/หรือ ประเมินข้อมูล เก็บรวบรวมข้อมูล โดยไม่มีการคัดเลือก และ/หรือประเมิน ข้อมูล เก็บรวบรวมข้อมูลเป็น ระยะ ขาดการประเมิน เพื่อคัดเลือก 3. การจัดกระทำ ข้อมูลและ การนำเสนอ จัดกระทำข้อมูลอย่างเป็น ระบบ มีการเชื่อมโยงให้เห็น เป็นภาพรวม และนำเสนอ ด้วยแบบต่าง ๆ อย่างชัดเจน ถูกต้อง จัดกระทำข้อมูลอย่าง เป็นระบบ มีการ จำแนกข้อมูลให้เห็น ความสัมพันธ์นำเสนอ ด้วยแบบ ต่าง ๆ ได้อย่าง ถูกต้อง จัดกระทำข้อมูลอย่าง เป็นระบบ มีการ ยกตัวอย่างเพิ่มเติมให้ เข้าใจง่ายและ นำเสนอด้วยแบบ ต่าง ๆ แต่ยัง ไม่ถูกต้อง จัดกระทำข้อมูลอย่าง ไม่เป็นระบบ และนำเสนอ ไม่สื่อความหมาย และ ไม่ชัดเจน 4. การสรุปผล สรุปผลได้อย่างถูกต้อง กระชับ ชัดเจน และ ครอบคลุม มีเหตุผลที่ อ้างอิงจากการสืบค้นได้ สรุปผลได้อย่าง กระชับ แต่ยัง ไม่ชัดเจนและ ไม่ครอบคลุมข้อมูล จากการวิเคราะห์ ทั้งหมด สรุปผลได้กระชับ กะทัดรัด แต่ไม่ชัดเจน สรุปผลโดยไม่ใช้ข้อมูล และไม่ถูกต้อง 5. การเขียนรายงาน เขียนรายงานตรงตาม จุดประสงค์ ถูกต้องและ ชัดเจน และมีการเชื่อมโยง ให้เห็นเป็นภาพรวม เขียนรายงานตรง ตามจุดประสงค์ อย่างถูกต้อง และ ชัดเจน แต่ขาดการ เรียบเรียง เขียนรายงานโดยสื่อ ความหมายได้ โดยมีครูหรือผู้อื่น แนะนำ เขียนรายงานได้ตาม ตัวอย่าง แต่ใช้ภาษา ไม่ถูกต้อง และไม่ชัดเจน
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 37 รายวิชา ฟิสิกส์ รหัสวิชา ว32204 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน 1 จำนวน 2 คาบ/ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวจารุรัตน์ แก้วรอด สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจแรงไฟฟ้าและกฎของคูลอมบ์สนามไฟฟ้า ศักย์ไฟฟ้า ความจุไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า และ กฎของโอห์ม วงจรไฟฟ้ากระแสตรง พลังงานไฟฟ้าและกำลังไฟฟ้า การเปลี่ยนพลังงาน ทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้า สนามแม่เหล็ก แรงแม่เหล็กที่กระทำกับประจุไฟฟ้า และ กระแสไฟฟ้าการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าและกฎของฟาราเดย์ไฟฟ้ากระแสสลับ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและการสื่อสาร รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ผลการเรียนรู้การเรียนรู้ ข้อที่ 13. อธิบายการเปลี่ยนพลังงานทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้า รวมทั้งสืบค้นและอภิปรายเกี่ยวกับ เทคโนโลยี ที่นำมาแก้ปัญหาหรือตอบสนองความต้องการทางด้านพลังงานไฟฟ้า โดยเน้นด้านประสิทธิภาพ และความคุ้มค่าด้านค่าใช้จ่ายได้ ระดับการคิด / พฤติกรรม 3.นำไปใช้ สาระสำคัญ การเปลี่ยนพลังงานทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้าทำได้โดยนำพลังงานทดแทนมาทำให้เกิดความร้อนโดย ใช้กระบวนการต่าง ๆ แล้วนำความร้อนที่ได้มาทำให้เครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า หรือการนำเทคโนโลยีเซลล์สุริยะ มาใช้ในการผลิตพลังงานไฟฟ้า จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายการเปลี่ยนพลังงานทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้าได้ (K) 2. สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับพลังงานทดแทนได้ (P) 3. มีความมุ่งมั่นในการเรียนรู้และการทำงานที่ได้รับมอบหมายตลอดเวลา (A)
สาระการเรียนรู้/เนื้อหาสาระ • การนำพลังงานทดแทนมาใช้เป็นการแก้ปัญหา หรือตอบสนองความต้องการด้านพลังงาน เช่น การเปลี่ยนพลังงานนิวเคลียร์เป็นพลังงานไฟฟ้า ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นพลังงานไฟฟ้าโดยเซลล์สุริยะ • เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่นำมาแก้ปัญหาหรือตอบสนองความต้องการทางด้านพลังงานเป็นการนำความรู้ ทักษะ และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาสร้าง อุปกรณ์หรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ช่วยให้การใช้พลังงานมี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นในการทำงาน มีวินัย รักความเป็นไทย ใฝ่เรียนรู้ มีจิตสาธารณะ ด้านคุณลักษณะของผู้เรียนตามหลักสูตรมาตรฐานสากล เป็นเลิศวิชาการ สื่อสารสองภาษา ล้ำหน้าทางความคิด ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ ร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมโลก ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ความสามารถในการสื่อสาร : อธิบายหลักการเปลี่ยนพลังงานทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้า ความสามารถในการคิด : การแสดงความคิดเห็นเรื่องพลังงานทดแทน ความสามารถในการแก้ปัญหา : หากเกิดปัญหาเรื่องไฟฟ้าหมดโลกนักเรียนสามารถเสนอแนว ทางการแก้ไขได้อย่างเป็นรูปธรรม ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต : การใช้ไฟฟ้าอย่างรู้คุณค่า ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : การใช้เครื่องมือสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับพลังงานทดแทน ด้านจุดเน้นการพัฒนาผู้เรียน 1. ด้านความสามารถและทักษะ ตามระดับชั้น ชั้น ม.1-3 : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ตามวัย ชั้น ม.4-6 : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ ใช้ภาษาต่างประเทศ มีทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสาร อย่างสร้างสรรค์ตามช่วงวัย 2. ด้านคุณลักษณะตามช่วงวัย ม.1-3 : เน้นอยู่อย่างพอเพียง ม.4-6 : เน้นมุ่งมั่นในการศึกษาและการทำงาน
บูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 1. หลักความพอประมาณ : ใช้กระบวนการกลุ่ม/ กระบวนการปฏิบัติที่สอดคล้องกับมาตรฐาน ผลการเรียนรู้และวัยของผู้เรียน 2. หลักความมีเหตุผล : ผู้เรียนเกิดกระบวนการทำงานกลุ่ม/ กระบวนการปฏิบัติส่งเสริมการคิด วิเคราะห์การคิดสร้างสรรค์ 3. หลักภูมิคุ้มกัน : วางแผนอย่างรอบคอบในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนได้เรียนรู้ เต็มตาม ศักยภาพของตนเอง 4. เงื่อนไขความรู้ : รอบรู้ เรื่องหลักสูตร เนื้อหาและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้เหมาะสมกับ นักเรียน โดยใช้กระบวนการวัดและประเมินผลที่หลากหลายตรงตามสภาพจริง 5. เงื่อนไขคุณธรรม : ใช้หลักความยุติธรรม ความรับผิดชอบ การมีวินัยในการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ กิจกรรมการเรียนการสอน 1.ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1. ครูทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนเกี่ยวกับ เรื่อง วงจรไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านและการใช้ ไฟฟ้าอย่างปลอดภัย จากนั้นครูแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ 2. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานต่าง ๆ เช่น การผลิต ไฟฟ้าจากการเผาไหม้ถ่านหิน หรือแก๊สธรรมชาติมาเผาไหม้ให้ได้ความร้อนมาขับเคลื่อนเครื่องผลิตไฟฟ้าซึ่ง ถ่านหิน หรือแก๊สธรรมชาติเป็นแหล่งพลังงานที่ใช้แล้วหมดไป อีกทั้งสร้างมลพิษในกระบวนการผลิตไฟฟ้า จึง ทำให้ต้องมีการสรรหาแหล่งพลังงานใหม่มาใช้ในการผลิตไฟฟ้า เช่น แหล่งพลังงานทดแทน 3. ครูใช้คำถามกับนักเรียน เพื่อเป็นการเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียนว่า “พลังงานไฟฟ้าผลิตได้จากแหล่ง พลังงานใดได้บ้าง” (นักเรียนอาจตอบว่า พลังงานความร้อน พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น) 2. ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 4. นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 7 กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน ตามความสมัครใจ จากนั้นให้นักเรียนแต่ ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมาจับสลากเรื่องที่ศึกษา โดยครูเตรียมสลากหมายเลข ไว้หน้าชั้นเรียน ซึ่งหมายเลข สลากจะระบุเรื่องที่ให้นักเรียนศึกษา ดังนี้ • หมายเลข 1 ศึกษา เรื่อง พลังงานน้ำ • หมายเลข 2 ศึกษา เรื่อง พลังงานลม • หมายเลข 3 ศึกษา เรื่อง พลังงานชีวภาพ • หมายเลข 4 ศึกษา เรื่อง พลังงานแสงอาทิตย์ • หมายเลข 5 ศึกษา เรื่อง พลังงานความร้อนใต้พิภพ • หมายเลข 6 ศึกษา เรื่อง พลังงานทดแทนประเภทสิ้นเปลือง • หมายเลข 7 ศึกษา เรื่อง พลังงานทดแทนประเภทหมุนเวียน
3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 5. ครูแจกกระดาษฟลิปชาร์ทให้นักเรียนกลุ่มละ 1 แผ่น จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษา ค้นคว้าข้อมูล จากหนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ ม.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ไฟฟ้า กระแส หรือแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต ห้องสมุด และร่วมกันอภิปรายระดมความคิดเห็นกัน ภายในกลุ่ม แล้วนำข้อมูลที่ได้จากการอภิปราย มาจัดทำในรูปแบบต่าง ๆ เช่น แผนผังมโนทัศน์ ลงใน กระดาษฟลิปชาร์ท (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม) 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลการศึกษาหน้าชั้นเรียน ในระหว่างที่นักเรียนนำเสนอ ครูคอยให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจที่ถูกต้องมากยิ่งขึ้น (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบประเมินการนำเสนอผลงาน) 4. ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 7. ครูตั้งประเด็นคำถามกระตุ้นความคิดนักเรียน โดยให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปรายแสดง ความคิดเห็นเพื่อหาคำตอบ ดังนี้ •พลังงานที่นำมาใช้แทนน้ำมันเชื้อเพลิง เรียกว่าอะไร (พลังงานทดแทน) •พลังงานทดแทนประเภทสิ้นเปลือง มีลักษณะอย่างไร (เป็นพลังงานทดแทนจากแหล่งพลังงานที่ใช้ไปนาน ๆ จะหมดไปได้) •พลังงานทดแทนประเภทหมุนเวียน มีลักษณะอย่างไร ( เป็นพลังงานที่ได้มาจากแหล่งพลังงานที่ใช้แล้วสามารถนำกลับมาใช้ได้อีก) 5. ขั้นประเมิน (Evaluation) 8. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน ซึ่งได้ข้อสรุปร่วมกันว่า “พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวันส่วนใหญ่มาจากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน ซึ่งใช้ความร้อนจาก การเผาไหม้ของน้ำมัน ถ่านหินและแก๊สธรรมชาติ ในการผลิตไฟฟ้ามีเพียงส่วนน้อยที่มาจากโรงไฟฟ้าพลังงาน น้ำ และโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ พลังงานทดแทน แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ พลังงานทดแทนประเภท สิ้นเปลือง และพลังงานทดแทนประเภทหมุนเวียน” สื่อการเรียนรู้/วัสดุอุปกรณ์/แหล่งเรียนรู้ สื่อสิ่งพิมพ์/แหล่งเรียนรู้ สื่อวัสดุ อุปกรณ์ มัลติมิเดีย 1. หนังสือเรียนรายวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม ระดับ มัธยมศึกษาปีที่ 5 สำนักพิมพ์ สสวท. 1.สื่อประกอบการสอน Power Point 2. กระดาษฟลิปชาร์ท 3. ปากกาเคมี
การวัดผลและประเมิลผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ / พฤติกรรมการเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. อธิบายการเปลี่ยน พลังงานทดแทนเป็น พลังงานไฟฟ้าได้ (K) - ประเมินจากการตอบ คำถาม - ประเมินจากการ นำเสนองาน - คำถาม - แบบประเมินการนำเสนองาน ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 2. สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับ พลังงานทดแทนได้ (P) - ประเมินจากการตอบ คำถาม - ประเมินจากการ นำเสนองาน - คำถาม - แบบประเมินการนำเสนองาน ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 3. มีความมุ่งมั่นในการ เรียนรู้และการทำงานที่ ได้รับมอบหมาย ตลอดเวลา (A) -การปฏิบัติกิจกรรมใน ห้องเรียน -แบบประเมินพฤติกรรมการ เรียนของนักเรียน ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์
แบบการประเมินการนำเสนองาน ตัวชี้วัด ระดับคะแนน 4 3 2 1 1. การวางแผน ค้นคว้าข้อมูล จากแหล่งเรียนรู้ วางแผนที่จะค้นคว้า ข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ที่ หลากหลายเชื่อถือได้ และมีการเชื่อมโยงให้เห็น เป็นภาพรวม แสดงให้เห็น ถึงความสัมพันธ์ของ วิธีการทั้งหมด วางแผนที่จะค้นคว้า ข้อมูลจากแหล่ง เรียนรู้ที่หลากหลาย และเหมาะสม แต่ ไม่ มีการเชื่อมโยงให้เห็น เป็นภาพรวม วางแผนที่จะค้นคว้า ข้อมูลจากแหล่ง เรียนรู้ โดยมีครูหรือ ผู้อื่นแนะนำบ้าง ไม่มีการวางแผนที่จะ ค้นคว้าข้อมูลจากแหล่ง เรียนรู้อย่างเป็นระบบ 2. การเก็บรวบรวม ข้อมูล เก็บรวบรวมข้อมูลตาม แผนที่กำหนดทุกประการ เก็บรวบรวมข้อมูล โดยคัดเลือกและ/หรือ ประเมินข้อมูล เก็บรวบรวมข้อมูล โดยไม่มีการคัดเลือก และ/หรือประเมิน ข้อมูล เก็บรวบรวมข้อมูลเป็น ระยะ ขาดการประเมิน เพื่อคัดเลือก 3. การจัดกระทำ ข้อมูลและ การนำเสนอ จัดกระทำข้อมูลอย่างเป็น ระบบ มีการเชื่อมโยงให้ เห็นเป็นภาพรวม และ นำเสนอด้วยแบบต่าง ๆ อย่างชัดเจน ถูกต้อง จัดกระทำข้อมูลอย่าง เป็นระบบ มีการ จำแนกข้อมูลให้เห็น ความสัมพันธ์นำเสนอ ด้วยแบบ ต่าง ๆ ได้อย่าง ถูกต้อง จัดกระทำข้อมูลอย่าง เป็นระบบ มีการ ยกตัวอย่างเพิ่มเติมให้ เข้าใจง่ายและ นำเสนอด้วยแบบ ต่าง ๆ แต่ยัง ไม่ถูกต้อง จัดกระทำข้อมูลอย่าง ไม่เป็นระบบ และนำเสนอ ไม่สื่อความหมาย และ ไม่ชัดเจน 4. การสรุปผล สรุปผลได้อย่างถูกต้อง กระชับ ชัดเจน และ ครอบคลุม มีเหตุผลที่ อ้างอิงจากการสืบค้นได้ สรุปผลได้อย่าง กระชับ แต่ยัง ไม่ชัดเจนและ ไม่ครอบคลุมข้อมูล จากการวิเคราะห์ ทั้งหมด สรุปผลได้กระชับ กะทัดรัด แต่ไม่ชัดเจน สรุปผลโดยไม่ใช้ข้อมูล และไม่ถูกต้อง 5. การเขียนรายงาน เขียนรายงานตรงตาม จุดประสงค์ ถูกต้องและ ชัดเจน และมีการ เชื่อมโยงให้เห็นเป็น ภาพรวม เขียนรายงานตรง ตามจุดประสงค์ อย่างถูกต้อง และ ชัดเจน แต่ขาดการ เรียบเรียง เขียนรายงานโดยสื่อ ความหมายได้ โดยมีครูหรือผู้อื่น แนะนำ เขียนรายงานได้ตาม ตัวอย่าง แต่ใช้ภาษา ไม่ถูกต้อง และไม่ชัดเจน
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 38 รายวิชา ฟิสิกส์ รหัสวิชา ว32204 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน 2 จำนวน 2 คาบ/ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวจารุรัตน์ แก้วรอด สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจแรงไฟฟ้าและกฎของคูลอมบ์สนามไฟฟ้า ศักย์ไฟฟ้า ความจุไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า และ กฎของโอห์ม วงจรไฟฟ้ากระแสตรง พลังงานไฟฟ้าและกำลังไฟฟ้า การเปลี่ยนพลังงาน ทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้า สนามแม่เหล็ก แรงแม่เหล็กที่กระทำกับประจุไฟฟ้า และ กระแสไฟฟ้าการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าและกฎของฟาราเดย์ไฟฟ้ากระแสสลับ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและการสื่อสาร รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ผลการเรียนรู้การเรียนรู้ ข้อที่ 13. อธิบายการเปลี่ยนพลังงานทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้า รวมทั้งสืบค้นและอภิปรายเกี่ยวกับ เทคโนโลยี ที่นำมาแก้ปัญหาหรือตอบสนองความต้องการทางด้านพลังงานไฟฟ้า โดยเน้นด้านประสิทธิภาพ และความคุ้มค่าด้านค่าใช้จ่ายได้ ระดับการคิด / พฤติกรรม 3.นำไปใช้ สาระสำคัญ พลังงานเป็นสิ่งสำคัญต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลก ไม่ว่าจะเป็นการเจริญเติบโดของสิ่ง ต ่างๆ การใช้ชีวิตประจำวัน โดยปัจจัยหลักเหล่านี้ พลังงานที ่จำเป็นต้องใช้ของประชากรโลกย ่อมสูงขึ้น เนื ่องจากประชากรบนโลกเพิ ่มขึ้นอยู ่ทุกวัน แต ่พลังงานบนโลกนี้มีเท ่าเดิมและกลับจะน้อยลงเนื ่องจาก ตอบสนองต่อความต้องการได้ไม่เท่าเดิม เนื่องจากผลกระทบส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวค่อนข้างที่จะ รุนแรงเพิ่มขึ้นตลอดเวลา สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะประเทศที่ทำอุตสาหกรรม ได้ใช้พลังงานเพิ่มขึ้นในการ ผลิต แต ่พลังงานที ่ส่วนใหญ ่ประเทศต ่างๆใช้ในการผลิต เริ ่มลดน้อยลง และเป็นการเปลี ่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศของโลก ดังนั้นจึงได้มีการหาทางออกของปัญหาที ่เกิดขึ้นโดยการเปลี ่ยนพลังงานทดแทนเป็น พลังงานไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานต่าง ๆ
จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายการเปลี่ยนพลังงานทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้าได้ (K) 2. นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับพลังงานทดแทนได้ (P) 3. มีความมุ่งมั่นในการเรียนรู้และการทำงานที่ได้รับมอบหมายตลอดเวลา (A) สาระการเรียนรู้/เนื้อหาสาระ • การนำพลังงานทดแทนมาใช้เป็นการแก้ปัญหา หรือตอบสนองความต้องการด้านพลังงาน เช่น การเปลี่ยนพลังงานนิวเคลียร์เป็นพลังงานไฟฟ้า ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นพลังงานไฟฟ้าโดยเซลล์สุริยะ • เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่นำมาแก้ปัญหาหรือตอบสนองความต้องการทางด้านพลังงานเป็นการนำความรู้ ทักษะ และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาสร้าง อุปกรณ์หรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ช่วยให้การใช้พลังงานมี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นในการทำงาน มีวินัย รักความเป็นไทย ใฝ่เรียนรู้ มีจิตสาธารณะ ด้านคุณลักษณะของผู้เรียนตามหลักสูตรมาตรฐานสากล เป็นเลิศวิชาการ สื่อสารสองภาษา ล้ำหน้าทางความคิด ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ ร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมโลก ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ความสามารถในการสื่อสาร : อธิบายหลักการเปลี่ยนพลังงานทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้า ความสามารถในการคิด : การแสดงความคิดเห็นเรื่องพลังงานทดแทน ความสามารถในการแก้ปัญหา : หากเกิดปัญหาเรื่องไฟฟ้าหมดโลกนักเรียนสามารถเสนอแนว ทางการแก้ไขได้อย่างเป็นรูปธรรม ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต : การใช้ไฟฟ้าอย่างรู้คุณค่า ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : การใช้เครื่องมือสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับพลังงานทดแทน
ด้านจุดเน้นการพัฒนาผู้เรียน 1. ด้านความสามารถและทักษะ ตามระดับชั้น ชั้น ม.1-3 : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ตามวัย ชั้น ม.4-6 : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ ใช้ภาษาต่างประเทศ มีทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสาร อย่างสร้างสรรค์ตามช่วงวัย 2. ด้านคุณลักษณะตามช่วงวัย ม.1-3 : เน้นอยู่อย่างพอเพียง ม.4-6 : เน้นมุ่งมั่นในการศึกษาและการทำงาน บูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 1. หลักความพอประมาณ : ใช้เวลา 2 ชั่วโมงจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับระดับชั้น ศักยภาพของ นักเรียนที่สอดคล้องกับมาตรฐาน ผลการเรียนรู้และวัยของผู้เรียน 2. หลักความมีเหตุผล : จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เตรียมใบความรู้ แบบฝึกหัดให้สอดคล้องกับ ศักยภาพนักเรียน 3. หลักภูมิคุ้มกัน : วางแผนอย่างรอบคอบในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนได้เรียนรู้ เต็มตาม ศักยภาพของตนเอง 4. เงื่อนไขความรู้ : รอบรู้ เรื่องหลักสูตร เนื้อหาและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้เหมาะสมกับ นักเรียน โดยใช้กระบวนการวัดและประเมินผลที่หลากหลายตรงตามสภาพจริง 5. เงื่อนไขคุณธรรม : ใช้หลักความยุติธรรม ความรับผิดชอบ การมีวินัยในการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้
กิจกรรมการเรียนการสอน 1.ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1.ครูนำภาพบ้านประหยัดพลังงานมาให้นักเรียนร่วมกันพิจารณา เพื่อสอบถามนักเรียนว่ามีการใช้ พลังงานจากส่วนใดบ้าง (พลังงานแสงอาทิตย์) 2. ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 2. สุ่มจับหมายเลขกลุ่มที่จะออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน 3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลการศึกษาหน้าชั้นเรียน ในระหว่างที่นักเรียนนำเสนอ ครูคอยให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจที่ถูกต้องมากยิ่งขึ้น (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบประเมินการนำเสนอผลงาน) 4. ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 4. ครูตั้งประเด็นคำถามกระตุ้นความคิดนักเรียน โดยให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปรายแสดง ความคิดเห็นเพื่อหาคำตอบ ดังนี้ •พลังงานที่นำมาใช้แทนน้ำมันเชื้อเพลิง เรียกว่าอะไร(พลังงานทดแทน) •พลังงานทดแทนประเภทสิ้นเปลือง มีลักษณะอย่างไร (เป็นพลังงานทดแทนจากแหล่งพลังงานที่ใช้ไปนาน ๆ จะหมดไปได้) •พลังงานทดแทนประเภทหมุนเวียน มีลักษณะอย่างไร ( เป็นพลังงานที่ได้มาจากแหล่งพลังงานที่ใช้แล้วสามารถนำกลับมาใช้ได้อีก)
5. ขั้นประเมิน (Evaluation) 5. นักเรียนร ่วมกันสรุปองค์ความรู้จากการเรียนเรื ่อง ไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน โดยใช้ชื่อ กิจกรรมว่า “กิจกรรมเกมส์ลูกโซ่” ด้วยการให้นักเรียนสรุปความรู้คนละ 1 ประโยค (กิจกรรมดังกล่าวเป็น ส่วนหนึ่งของกระบวนการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่ปรับเปลี่ยนจากการตอบคำถามในใบงานหรือ แบบฝึกหัดมาเป็นการสะท้อนคิดสิ่งที่ได้เรียนรู้ ซึ่งจะช่วยให้ครูผู้สอนสามารถประเมินผู้เรียนได้เป็นรายบุคคล ได้อย่างชัดเจน) สื่อการเรียนรู้/วัสดุอุปกรณ์/แหล่งเรียนรู้ สื่อสิ่งพิมพ์/แหล่งเรียนรู้ สื่อวัสดุ อุปกรณ์ มัลติมิเดีย 1. หนังสือเรียนรายวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม ระดับ มัธยมศึกษาปีที่ 5 สำนักพิมพ์ สสวท. 1. สื่อประกอบการสอน Power Point การวัดผลและประเมิลผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ / พฤติกรรมการเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. อธิบายการเปลี่ยน พลังงานทดแทนเป็น พลังงานไฟฟ้าได้ (K) - ประเมินการนำเสนอ งาน - แบบประเมินการนำเสนองาน ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 2. นำเสนอข้อมูล เกี่ยวกับพลังงานทดแทน ได้ (P) - ประเมินการนำเสนอ งาน - แบบประเมินการนำเสนองาน 3. มีความมุ่งมั่นในการ เรียนรู้และการทำงานที่ ได้รับมอบหมาย ตลอดเวลา (A) - การปฏิบัติกิจกรรม ในห้องเรียน - แบบประเมินพฤติกรรมการ เรียนของนักเรียน ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์
แบบการประเมินการนำเสนองาน ตัวชี้วัด ระดับคะแนน 4 3 2 1 1. การวางแผน ค้นคว้าข้อมูล จากแหล่งเรียนรู้ วางแผนที่จะค้นคว้าข้อมูล จากแหล่งเรียนรู้ที่ หลากหลายเชื่อถือได้ และ มีการเชื่อมโยงให้เห็นเป็น ภาพรวม แสดงให้เห็นถึง ความสัมพันธ์ของวิธีการ ทั้งหมด วางแผนที่จะค้นคว้า ข้อมูลจากแหล่ง เรียนรู้ที่หลากหลาย และเหมาะสม แต่ ไม่ มีการเชื่อมโยงให้เห็น เป็นภาพรวม วางแผนที่จะค้นคว้า ข้อมูลจากแหล่ง เรียนรู้ โดยมีครูหรือ ผู้อื่นแนะนำบ้าง ไม่มีการวางแผนที่จะ ค้นคว้าข้อมูลจากแหล่ง เรียนรู้อย่างเป็นระบบ 2. การเก็บรวบรวม ข้อมูล เก็บรวบรวมข้อมูลตามแผน ที่กำหนดทุกประการ เก็บรวบรวมข้อมูล โดยคัดเลือกและ/หรือ ประเมินข้อมูล เก็บรวบรวมข้อมูล โดยไม่มีการคัดเลือก และ/หรือประเมิน ข้อมูล เก็บรวบรวมข้อมูลเป็น ระยะ ขาดการประเมิน เพื่อคัดเลือก 3. การจัดกระทำ ข้อมูลและ การนำเสนอ จัดกระทำข้อมูลอย่างเป็น ระบบ มีการเชื่อมโยงให้เห็น เป็นภาพรวม และนำเสนอ ด้วยแบบต่าง ๆ อย่างชัดเจน ถูกต้อง จัดกระทำข้อมูลอย่าง เป็นระบบ มีการ จำแนกข้อมูลให้เห็น ความสัมพันธ์นำเสนอ ด้วยแบบ ต่าง ๆ ได้อย่าง ถูกต้อง จัดกระทำข้อมูลอย่าง เป็นระบบ มีการ ยกตัวอย่างเพิ่มเติมให้ เข้าใจง่ายและ นำเสนอด้วยแบบ ต่าง ๆ แต่ยัง ไม่ถูกต้อง จัดกระทำข้อมูลอย่าง ไม่เป็นระบบ และนำเสนอ ไม่สื่อความหมาย และ ไม่ชัดเจน 4. การสรุปผล สรุปผลได้อย่างถูกต้อง กระชับ ชัดเจน และ ครอบคลุม มีเหตุผลที่ อ้างอิงจากการสืบค้นได้ สรุปผลได้อย่าง กระชับ แต่ยัง ไม่ชัดเจนและ ไม่ครอบคลุมข้อมูล จากการวิเคราะห์ ทั้งหมด สรุปผลได้กระชับ กะทัดรัด แต่ไม่ชัดเจน สรุปผลโดยไม่ใช้ข้อมูล และไม่ถูกต้อง 5. การเขียนรายงาน เขียนรายงานตรงตาม จุดประสงค์ ถูกต้องและ ชัดเจน และมีการเชื่อมโยง ให้เห็นเป็นภาพรวม เขียนรายงานตรง ตามจุดประสงค์ อย่างถูกต้อง และ ชัดเจน แต่ขาดการ เรียบเรียง เขียนรายงานโดยสื่อ ความหมายได้ โดยมีครูหรือผู้อื่น แนะนำ เขียนรายงานได้ตาม ตัวอย่าง แต่ใช้ภาษา ไม่ถูกต้อง และไม่ชัดเจน
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 39 รายวิชา ฟิสิกส์ รหัสวิชา ว32204 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง Project ไฟฟ้ากระแส 1 จำนวน 2 คาบ/ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวจารุรัตน์ แก้วรอด สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจแรงไฟฟ้าและกฎของคูลอมบ์สนามไฟฟ้า ศักย์ไฟฟ้า ความจุไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า และ กฎของโอห์ม วงจรไฟฟ้ากระแสตรง พลังงานไฟฟ้าและกำลังไฟฟ้า การเปลี่ยนพลังงาน ทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้า สนามแม่เหล็ก แรงแม่เหล็กที่กระทำกับประจุไฟฟ้า และ กระแสไฟฟ้าการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าและกฎของฟาราเดย์ไฟฟ้ากระแสสลับ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและการสื่อสาร รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ผลการเรียนรู้การเรียนรู้ ข้อที่ 13. อธิบายการเปลี่ยนพลังงานทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้า รวมทั้งสืบค้นและอภิปรายเกี่ยวกับ เทคโนโลยี ที่นำมาแก้ปัญหาหรือตอบสนองความต้องการทางด้านพลังงานไฟฟ้า โดยเน้นด้านประสิทธิภาพ และความคุ้มค่าด้านค่าใช้จ่ายได้ ระดับการคิด / พฤติกรรม 3.นำไปใช้ สาระสำคัญ ในปัจจุบันบ้านประหยัดพลังงานในเมืองไทยที่เจ้าของบ้านทั่วไปสามารถจะก่อสร้างเพื่ออยู่อาศัยได้ พัฒนาขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก มีการนำระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์มาประยุกต์ใช้ สำหรับติดตั้งบน หลังคาบ้านเนื่องจากเทคโนโลยีมีการพัฒนาจนมีราคาที่ไม่แพงเกินไปและรัฐให้การส่งเสริมสนับสนุน จึงมี โอกาสที่จะใช้ได้จริง จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายหลักการของออกแบบบ้านประหยัดพลังงานได้(K) 2. ออกแบบและสร้างบ้านประหยัดพลังงานได้(P) 3. มีความใฝ่เรียนรู้และมีความมุ่งมั่นในการทำงาน (A)
สาระการเรียนรู้/เนื้อหาสาระ การออกแบบบ้านประหยัดพลังงานจะเน้นวิถีทางธรรมชาติ (Passive Cooling) เป็นหลัก แต ่ต้อง ผสมผสานการออกแบบ ที่เตรียมการสำหรับการทำให้เกิดความเย็น ด้วยวิธีกลไกและการพึ่งพาเทคโนโลยี (Active Cooling) การประหยัดพลังงานโดยวิถีธรรมชาติหรือ Passive Cooling นั้นเป็นการออกแบบและ ก่อสร้างบ้านให้เกิดความเย็นโดยการพึ่งพาธรรมชาติ ด้วยการเปิดหน้าต่างเป็นส่วนใหญ่ คำนึงถึงการได้รับ ประโยชน์จากการระบายอากาศตามธรรมชาติ มีการป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวอาคารโดยการปลูกต้นไม้บังแดด การสร้างชายคากันแดด และการระบายความร้อนออกจากหลังคาด้วยการใช้ช่องเปิดที่เหมาะสม รวมทั้งการ เปิดรับแสงแดดจากธรรมชาติ เพื่อช่วยประหยัดไฟฟ้าในเวลากลางวัน ส่วนการออกแบบบ้านเพื่อให้เกิดความ เย็นโดยการพึ่งพาเทคโนโลยีหรือ Active Cooling นั้น เป็นการติดตั้งระบบปรับอากาศให้กับตัวบ้าน โดยเน้น การเปิดเครื ่องปรับอากาศมากกว ่าการเปิดหน้าต ่าง การจะเลือกใช้แบบบ้านที่เน้น Active Cooling หรือ Passive Cooling นั้นจะต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของสภาพแวดล้อมเป็นสำคัญ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นในการทำงาน มีวินัย รักความเป็นไทย ใฝ่เรียนรู้ มีจิตสาธารณะ ด้านคุณลักษณะของผู้เรียนตามหลักสูตรมาตรฐานสากล เป็นเลิศวิชาการ สื่อสารสองภาษา ล้ำหน้าทางความคิด ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ ร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมโลก ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ความสามารถในการสื่อสาร : การอธิบายหลักการของออกแบบบ้านประหยัดพลังงาน ความสามารถในการคิด : การคิดค้นระบบบ้านประหยัดพลังงาน ความสามารถในการแก้ปัญหา : แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการออกแบบและสร้างบ้าน ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต : การเชื่อมโยงบทเรียนกับชีวิตประจำวัน ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : การใช้เทคโนโลยีเพื่อออกแบบบ้าน
ด้านจุดเน้นการพัฒนาผู้เรียน 1. ด้านความสามารถและทักษะ ตามระดับชั้น ชั้น ม.1-3 : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ตามวัย ชั้น ม.4-6 : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ ใช้ภาษาต่างประเทศ มีทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสาร อย่างสร้างสรรค์ตามช่วงวัย 2. ด้านคุณลักษณะตามช่วงวัย ม.1-3 : เน้นอยู่อย่างพอเพียง ม.4-6 : เน้นมุ่งมั่นในการศึกษาและการทำงาน บูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 1. หลักความพอประมาณ : ใช้กระบวนการกลุ่ม/ กระบวนการปฏิบัติที่สอดคล้องกับมาตรฐาน ตัวชี้วัดและวัยของผู้เรียน 2. หลักความมีเหตุผล : ผู้เรียนเกิดกระบวนการทำงานกลุ่ม/ กระบวนการปฏิบัติส่งเสริมการคิด วิเคราะห์การคิดสร้างสรรค์ 3. หลักภูมิคุ้มกัน : วางแผนอย่างรอบคอบในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนได้เรียนรู้ เต็มตาม ศักยภาพของตนเอง 4. เงื่อนไขความรู้ : รอบรู้ เรื่องหลักสูตร เนื้อหาและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้เหมาะสมกับ นักเรียน โดยใช้กระบวนการวัดและประเมินผลที่หลากหลายตรงตามสภาพจริง 5. เงื่อนไขคุณธรรม : ใช้หลักความยุติธรรม ความรับผิดชอบ การมีวินัยในการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้
กิจกรรมการเรียนการสอน 1.ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1. ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียน โดยร่วมกันอภิปรายถึงสถานการณ์ในปัจจุบันที่มีการให้ความ สนใจกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการสร้างบ้านซึ่งเป็นที่อยู่อาศัย ดังรูป 2. ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 2. เพื่อเป็นการพัฒนาผู้เรียนให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 และจัดกิจกรรมโดยบูรณา การความรู้หลากหลายสาขา ครูได้ให้นักเรียนรู้จักกับโปรแกรมสร้างบ้าน (โปรแกรม Sweet Home 3D)
3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 3.ครูนำผลงานของรุ่นพี่มาให้นักเรียนพิจารณา เพื่อให้เห็นภาพของชิ้นงานในอนาคต 4. ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 4. ครูสาธิตการเข้าใช้งานโปรแกรม และแนะนำส่วนต่าง ๆ ของโปรแกรมเบื้องต้น เพื่อให้นักเรียน เกิดความเข้าใจก่อนจะลงมือใช้งานจริง 5. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน ประชุมวางแผนร่วมกันในการออกแบบร่างในกระดาษ เพื่อสร้างบ้านประหยัดพลังงาน พร้อมนำเสนอข้อมูลพอสังเขปหน้าชั้นเรียน 5. ขั้นประเมิน (Evaluation) 6. นักเรียนและครูร่วมกันสนทนาถึงแนวทางการทำงานและนัดหมายวัน เวลาในการนำเสนองานชิ้น สมบูรณ์
สื่อการเรียนรู้/วัสดุอุปกรณ์/แหล่งเรียนรู้ สื่อสิ่งพิมพ์/แหล่งเรียนรู้ สื่อวัสดุ อุปกรณ์ มัลติมิเดีย 1. หนังสือเรียนรายวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม ระดับ มัธยมศึกษาปีที่ 5 สำนักพิมพ์ สสวท. 2. โปรแกรม Sweet Home 3D 1. สื่อประกอบการสอน Power Point การวัดผลและประเมิลผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ / พฤติกรรมการเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. อธิบายหลักการของ ออกแบบบ้านประหยัด พลังงานได้ (K) - ประเมินจากผลงาน และการนำเสนอ - แบบประเมินผลงานและการ นำเสนอ ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 2.ออกแบบและสร้าง บ้านประหยัดพลังงานได้ (P) - ประเมินจากผลงาน และการนำเสนอ - แบบประเมินผลงานและการ นำเสนอ ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 3. มีความใฝ่เรียนรู้และ มีความมุ่งมั่นในการ ทำงาน (A) - การปฏิบัติกิจกรรม ในห้องเรียน - แบบประเมินพฤติกรรมการ เรียนของนักเรียน ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์
แบบประเมินผลงานและการนำเสนอ รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 การใช้หลักการทาง วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี สามารถอธิบายหลักการ ทางวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีใน กระบวนการออกแบบได้ อย่างสมบูรณ์ สามารถอธิบายหลักการ ทางวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีใน กระบวนการออกแบบได้ แต่มีข้อบกพร่อง/ไม่ สมบูรณ์ ไม่มีสามารถอธิบาย หลักการทาง วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีใน กระบวนการออกแบบได้ ความสำเร็จของชิ้นงาน สร้างชิ้นงานตามที่ ออกแบบไว้ได้เสร็จ สมบูรณ์และชิ้นงาน สามารถแก้ปัญหาได้ตาม เงื่อนไขที่กำหนด สร้างชิ้นงานตามที่ ออกแบบไว้ได้เสร็จ สมบูรณ์ แต่ชิ้นงานไม่ แก้ปัญหาตามเงื่อนไขที่ กำหนดได้ครบถ้วน ไม่สามารถสร้างชิ้นงาน ตามที่ออกแบบไว้ได้ การนำเสนอ ลำดับขั้นตอนการนำ เสนอเข้าใจง่ายและ รูปแบบการนำเสนอมี ความน่าสนใจ ลำดับขั้นตอนการนำ เสนอเข้าใจง่าย หรือ รูปแบบการนำเสนอมี ความน่าสนใจ ลำดับขั้นตอนการนำ เสนอไม่เหมาะสม หรือ การนำเสนอไม่น่าสนใจ ความคิดสร้างสรรค์ มีความแปลกใหม่ และ ชิ้นงานมีความประณีต มีความแปลกใหม่ หรือ ชิ้นงานมีความประณีต ไม่มีความแปลกใหม่ หรือชิ้นงานไม่ประณีต
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 40 รายวิชา ฟิสิกส์ รหัสวิชา ว32204 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง Project ไฟฟ้ากระแส 2 จำนวน 2 คาบ/ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวจารุรัตน์ แก้วรอด สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจแรงไฟฟ้าและกฎของคูลอมบ์สนามไฟฟ้า ศักย์ไฟฟ้า ความจุไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า และ กฎของโอห์ม วงจรไฟฟ้ากระแสตรง พลังงานไฟฟ้าและกำลังไฟฟ้า การเปลี่ยนพลังงาน ทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้า สนามแม่เหล็ก แรงแม่เหล็กที่กระทำกับประจุไฟฟ้า และ กระแสไฟฟ้าการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าและกฎของฟาราเดย์ไฟฟ้ากระแสสลับ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและการสื่อสาร รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ผลการเรียนรู้การเรียนรู้ ข้อที่ 13. อธิบายการเปลี่ยนพลังงานทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้า รวมทั้งสืบค้นและอภิปรายเกี่ยวกับ เทคโนโลยี ที่นำมาแก้ปัญหาหรือตอบสนองความต้องการทางด้านพลังงานไฟฟ้า โดยเน้นด้านประสิทธิภาพ และความคุ้มค่าด้านค่าใช้จ่ายได้ ระดับการคิด / พฤติกรรม 3.นำไปใช้ สาระสำคัญ ในปัจจุบันบ้านประหยัดพลังงานในเมืองไทยที่เจ้าของบ้านทั่วไปสามารถจะก่อสร้างเพื่ออยู่อาศัยได้ พัฒนาขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก มีการนำระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์มาประยุกต์ใช้ สำหรับติดตั้งบน หลังคาบ้านเนื่องจากเทคโนโลยีมีการพัฒนาจนมีราคาที่ไม่แพงเกินไปและรัฐให้การส่งเสริมสนับสนุน จึงมี โอกาสที่จะใช้ได้จริง จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายหลักการของออกแบบบ้านประหยัดพลังงานได้ (K) 2. ออกแบบและสร้างบ้านประหยัดพลังงานได้(P) 3. มีความใฝ่เรียนรู้และมีความมุ่งมั่นในการทำงาน (A)
สาระการเรียนรู้/เนื้อหาสาระ การออกแบบบ้านประหยัดพลังงานจะเน้นวิถีทางธรรมชาติ (Passive Cooling) เป็นหลัก แต ่ต้อง ผสมผสานการออกแบบ ที่เตรียมการสำหรับการทำให้เกิดความเย็น ด้วยวิธีกลไกและการพึ่งพาเทคโนโลยี (Active Cooling) การประหยัดพลังงานโดยวิถีธรรมชาติหรือ Passive Cooling นั้นเป็นการออกแบบและ ก่อสร้างบ้านให้เกิดความเย็นโดยการพึ่งพาธรรมชาติ ด้วยการเปิดหน้าต่างเป็นส่วนใหญ่ คำนึงถึงการได้รับ ประโยชน์จากการระบายอากาศตามธรรมชาติ มีการป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวอาคารโดยการปลูกต้นไม้บังแดด การสร้างชายคากันแดด และการระบายความร้อนออกจากหลังคาด้วยการใช้ช่องเปิดที่เหมาะสม รวมทั้งการ เปิดรับแสงแดดจากธรรมชาติ เพื่อช่วยประหยัดไฟฟ้าในเวลากลางวัน ส่วนการออกแบบบ้านเพื่อให้เกิดความ เย็นโดยการพึ่งพาเทคโนโลยีหรือ Active Cooling นั้น เป็นการติดตั้งระบบปรับอากาศให้กับตัวบ้าน โดยเน้น การเปิดเครื ่องปรับอากาศมากกว ่าการเปิดหน้าต ่าง การจะเลือกใช้แบบบ้านที่เน้น Active Cooling หรือ Passive Cooling นั้นจะต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของสภาพแวดล้อมเป็นสำคัญ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นในการทำงาน มีวินัย รักความเป็นไทย ใฝ่เรียนรู้ มีจิตสาธารณะ ด้านคุณลักษณะของผู้เรียนตามหลักสูตรมาตรฐานสากล เป็นเลิศวิชาการ สื่อสารสองภาษา ล้ำหน้าทางความคิด ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ ร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมโลก ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ความสามารถในการสื่อสาร : การอธิบายหลักการของออกแบบบ้านประหยัดพลังงาน ความสามารถในการคิด : การคิดค้นระบบบ้านประหยัดพลังงาน ความสามารถในการแก้ปัญหา : แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการออกแบบและสร้างบ้าน ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต : การเชื่อมโยงบทเรียนกับชีวิตประจำวัน ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : การใช้เทคโนโลยีเพื่อออกแบบบ้าน
ด้านจุดเน้นการพัฒนาผู้เรียน 1. ด้านความสามารถและทักษะ ตามระดับชั้น ชั้น ม.1-3 : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ตามวัย ชั้น ม.4-6 : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ ใช้ภาษาต่างประเทศ มีทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสาร อย่างสร้างสรรค์ตามช่วงวัย 2. ด้านคุณลักษณะตามช่วงวัย ม.1-3 : เน้นอยู่อย่างพอเพียง ม.4-6 : เน้นมุ่งมั่นในการศึกษาและการทำงาน บูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 1. หลักความพอประมาณ : ใช้กระบวนการกลุ่ม/ กระบวนการปฏิบัติที่สอดคล้องกับมาตรฐาน ผลการเรียนรู้และวัยของผู้เรียน 2. หลักความมีเหตุผล : ผู้เรียนเกิดกระบวนการทำงานกลุ่ม/ กระบวนการปฏิบัติส่งเสริมการคิด วิเคราะห์การคิดสร้างสรรค์ 3. หลักภูมิคุ้มกัน : วางแผนอย่างรอบคอบในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนได้เรียนรู้ เต็มตาม ศักยภาพของตนเอง 4. เงื่อนไขความรู้ : รอบรู้ เรื่องหลักสูตร เนื้อหาและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้เหมาะสมกับ นักเรียน โดยใช้กระบวนการวัดและประเมินผลที่หลากหลายตรงตามสภาพจริง 5. เงื่อนไขคุณธรรม : ใช้หลักความยุติธรรม ความรับผิดชอบ การมีวินัยในการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้
กิจกรรมการเรียนการสอน 1.ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1.กระตุ้นความสนใจของนักเรียนโดยการนำผลงานของรุ่นพี่ในส่วนของการออกแบบบ้านประหยัด พลังงานมาให้นักเรียนดู - นักเรียนคิดว่าแบบบ้านดังกล่าวยังต้องปรับปรุง/พัฒนาในส่วนใดบ้าง 2. ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 2.นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงานตนเอง โดยจำลองเป็นการประกวดการออกแบบบ้าน ประหยัดพลังงาน เอรับรางวัลระดับชาติ เป็นการเสริมแรงทางบวกและทำให้กิจกรรมการนำเสนองานมีความ น่าสนใจมากยิ่งขึ้น 3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 3.นักเรียนแต่ละกลุ่มผลัดกันประเมินผลงานของตนเอง พร้อมทั้งวิเคราะห์จุดเด่นและจุดที่ควรพัฒนา ในชิ้นงาน 4. ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 4.ให้นักเรียนจัดแสดงผลงานโชว์ระหว่างห้องเรียน เพื่อร่วมกับโหวตนวัตกรรมบ้านประหยัดพลังงาน พร้อมทั้งจัดประมูล เพื่อรับรางวัลบ้านประหยัดพลังงานยอดเยี่ยม 5. ขั้นประเมิน (Evaluation) 5.สรุปผลการประเมินชิ้นงานทั้งหมด เพื่อรับรางวัลและจัดแสดงผลงานนักเรียนให้บุคคลอื่นได้ชื่นชม สื่อการเรียนรู้/วัสดุอุปกรณ์/แหล่งเรียนรู้ สื่อสิ่งพิมพ์/แหล่งเรียนรู้ สื่อวัสดุ อุปกรณ์ มัลติมิเดีย 1. หนังสือเรียนรายวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม ระดับ มัธยมศึกษาปีที่ 5 สำนักพิมพ์ สสวท. 2. โปรแกรม Sweet Home 3D 1. สื่อประกอบการสอน Power Point
การวัดผลและประเมิลผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ / พฤติกรรมการเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. อธิบายหลักการของ ออกแบบบ้านประหยัด พลังงานได้ (K) - ประเมินจากผลงาน และการนำเสนอ - แบบประเมินผลงานและการ นำเสนอ ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 2.ออกแบบและสร้าง บ้านประหยัดพลังงานได้ (P) - ประเมินจากผลงาน และการนำเสนอ - แบบประเมินผลงานและการ นำเสนอ ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 3. มีความใฝ่เรียนรู้และ มีความมุ่งมั่นในการ ทำงาน (A) - การปฏิบัติกิจกรรม ในห้องเรียน - แบบประเมินพฤติกรรมการ เรียนของนักเรียน ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์
แบบประเมินผลงานและการนำเสนอ รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 การใช้หลักการทาง วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี สามารถอธิบายหลักการ ทางวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีใน กระบวนการออกแบบได้ อย่างสมบูรณ์ สามารถอธิบายหลักการ ทางวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีใน กระบวนการออกแบบได้ แต่มีข้อบกพร่อง/ไม่ สมบูรณ์ ไม่มีสามารถอธิบาย หลักการทาง วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีใน กระบวนการออกแบบได้ ความสำเร็จของชิ้นงาน สร้างชิ้นงานตามที่ ออกแบบไว้ได้เสร็จ สมบูรณ์และชิ้นงาน สามารถแก้ปัญหาได้ตาม เงื่อนไขที่กำหนด สร้างชิ้นงานตามที่ ออกแบบไว้ได้เสร็จ สมบูรณ์ แต่ชิ้นงานไม่ แก้ปัญหาตามเงื่อนไขที่ กำหนดได้ครบถ้วน ไม่สามารถสร้างชิ้นงาน ตามที่ออกแบบไว้ได้ การนำเสนอ ลำดับขั้นตอนการนำ เสนอเข้าใจง่ายและ รูปแบบการนำเสนอมี ความน่าสนใจ ลำดับขั้นตอนการนำ เสนอเข้าใจง่าย หรือ รูปแบบการนำเสนอมี ความน่าสนใจ ลำดับขั้นตอนการนำ เสนอไม่เหมาะสม หรือ การนำเสนอไม่น่าสนใจ ความคิดสร้างสรรค์ มีความแปลกใหม่ และ ชิ้นงานมีความประณีต มีความแปลกใหม่ หรือ ชิ้นงานมีความประณีต ไม่มีความแปลกใหม่ หรือชิ้นงานไม่ประณีต