The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Jarurat Kaewrod, 2023-09-21 23:36:15

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ (ว32204)

แผนการสอน เทอม 2

2. ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 2. สลับบทบาทให้นักเรียนออกมาตั้งโจทย์จากสถานการณ์จำลอง เพื่อสอบถามเพื่อนร่วมห้อง 3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 3. ครูยกตัวอย่างโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับกฎของโอห์ม โดยครูเขียนโจทย์และแสดงวิธีการคำนวณหา ผลลัพธ์ให้นักเรียนดูบนกระดาน ดังนี้ ตัวอย่าง หลอดไฟฟ้าหลอดหนึ่งต่อกับความต่างศักย์ไฟฟ้าเท่ากับ 220 โวลต์ มีกระแสไฟฟ้าไหล ผ่าน 2.0 แอมแปร์ อยากทราบว่าความต้านทานไฟฟ้าของหลอดไฟฟ้ามีค่ากี่โอห์ม วิธีทำ จากสมการ V = IR จะได้ว่า 110 === 0.2 220 R I R ดังนั้น หลอดไฟฟ้าหลอดนี้มีความต้านทานไฟฟ้าเท่ากับ 110 โอห์ม 4. ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 4.นักเรียนทำแบบฝึกหัดตามหัวข้อที่ได้รับหมอบหมายในหนังสือเรียน ❖ ข้อ 1 : เลขที่ 1 7 13 19 25 ❖ ข้อ 2 : เลขที่ 2 8 14 20 26 ❖ ข้อ 3 : เลขที่ 3 9 15 21 ❖ ข้อ 4 : เลขที่ 4 10 16 22 ❖ ข้อ 5 : เลขที่ 5 11 17 23 ❖ ข้อ 6 : เลขที่ 6 12 18 24 5. ในแต่ละข้อครูสุ่มตัวแทนนักเรียนออกมาเฉลยแบบฝึกหัดหน้าชั้นเรียน โดยมีครูอธิบายและขยาย ความเพิ่มเติม เพื่อสร้างองค์ความรู้ที่ถูกต้อง 5. ขั้นประเมิน (Evaluation) 6. นักเรียนร่วมกันสรุปองค์ความรู้จากการเรียนเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างกระแสไฟฟ้าและ ความต่างศักย์โดยใช้ชื่อกิจกรรมว่า “กิจกรรมเกมส์ลูกโซ่” ด้วยการให้นักเรียนสรุปความรู้คนละ 1 ประโยค ที่ได้จากการเรียนในวันนี้ (กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่ ปรับเปลี่ยนจากการตอบคำถามในใบงานหรือแบบฝึกหัดมาเป็นการสะท้อนคิดสิ่งที่ได้เรียนรู้ ซึ่งจะช่วยให้ ครูผู้สอนสามารถประเมินผู้เรียนได้เป็นรายบุคคลได้อย่างชัดเจน)


สื่อการเรียนรู้/วัสดุอุปกรณ์/แหล่งเรียนรู้ สื่อสิ่งพิมพ์/แหล่งเรียนรู้ สื่อวัสดุ อุปกรณ์ มัลติมิเดีย 1. หนังสือเรียนรายวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม ระดับ มัธยมศึกษาปีที่ 5 สำนักพิมพ์ สสวท. 2. แบบฝึกหัด เรื่อง กฏของโอห์ม 1. อุปกรณ์การทดลอง เรื่อง การเหนี่ยวนำไฟฟ้า 2. สื่อประกอบการสอน Power Point 3.โปรแกรม PhET interective simulations เรื่อง กฎของโอห์ม (ที่มา : https://phet.colorado.edu/sims/html/ohmslaw/latest/ohms-law_th.html) การวัดผลและประเมิลผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ / พฤติกรรมการเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. อธิบายความสัมพันธ์ ระหว่างกระแสไฟฟ้า และความต่างศักย์ได้ (K) - ตรวจแบบฝึกหัด - แบบประเมินการทำ แบบฝึกหัด ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 2. คำนวณหาปริมาณ กระแสไฟฟ้าและความ ต่างศักย์ได้อย่างถูกต้อง และเป็นลำดับขั้นตอน (P) - ตรวจแบบฝึกหัด - แบบประเมินการทำ แบบฝึกหัด ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 3. มีความใฝ่เรียนรู้และ ให้ความร่วมมือในการทำ กิจกรรม (A) - การปฏิบัติกิจกรรม ในห้องเรียน - แบบประเมินพฤติกรรมการ เรียนของนักเรียน ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์


แบบประเมินการทำแบบฝึกหัด ตามเกณฑ์การให้คะแนนแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ ตามขั้นตอนการแก้โจทย์ปัญหาของ โพลยา จะมี 4 ขั้นตอนใหญ ่ ในแต ่ละขั้นตอนจะมีขั้นตอนย ่อยในการตรวจแบบฝึกทักษะแบบวิธีทำจึงได้ กำหนดเกณฑ์การให้คะแนนดังตารางข้างนี้ให้นักเรียนหรือครูผู้ตรวจดูเกณฑ์การให้คะแนนเทียบกับแบบเฉลย แบบฝึกทักษะจะสามารถตรวจให้คะแนนได้อย่างถูกต้อง และเข้าใจเกณฑ์การให้คะแนนมากยิ่งขึ้น รายการประเมิน ระดับคะแนน 0.0 0.5 1.0 ขั้นที่ 1 ทำความเข้าใจ โจทย์ ไม่ตอบ หรือระบุสิ่งที่ โจทย์ ให้มา และสิ่งที่ โจทย์ถาม เขียนเป็น สัญลักษณ์ไม่ ถูกต้องเลย ระบุสิ่งที่โจทย์ให้มา และ สิ่งที่โจทย์ถามพร้อม เขียนเป็น สัญลักษณ์ได้ บางตัว ระบุสิ่งที่โจทย์ให้มา และ สิ่งที่โจทย์ถามพร้อม เขียนเป็น สัญลักษณ์ได้ ถูกต้องครบถ้วน ขั้นที่ 2 วางแผน การแก้ปัญหา ไม่ตอบ หรือเลือกสมการ เพื่อใช้ในการหาคำตอบ จากสิ่งที่โจทย์ให้มาไม่ ถูกต้อง เลือกสมการเพื่อใช้ใน การหาคำตอบจากสิ่งที่ โจทย์ให้มาได้ถูกต้อง แต่ ไม่ครบถ้วน เลือกสมการเพื่อใช้ใน การหาคำตอบจากสิ่งที่ โจทย์ให้มาได้ถูกต้อง และครบถ้วน ขั้นที่ 3 ปฏิบัติตามแผน ไม่ตอบ หรือไม่สามารถ แทนตัวเลขลงในตัวแปร และคิดคำนวณหา คำตอบที่เป็นสากลได้ สามารถแทนตัวเลขลงใน ตัวแปรและคิด คำนวณหาคำตอบที่เป็น สากลได้ แต่ไม่ครบถ้วน สามารถแทนตัวเลขลงใน ตัวแปรและคิด คำนวณหาคำตอบที่เป็น สากลได้ ครบถ้วน ถูกต้อง ขั้นที่ 4 ตรวจสอบ ไม่ตอบ หรือไม่สามารถ ตรวจทานคำตอบ ตรวจสอบ หน่วยเป็น สากลและสรุปคำตอบได้ สามารถตรวจทาน คำตอบ ตรวจสอบ แต่ ไม่สามารถ ระบุหน่วย เป็นสากล และ สรุป คำตอบได้ครบถ้วน สามารถตรวจทาน คำตอบ ตรวจสอบหน่วย เป็นสากล และสรุป คำตอบได้ครบถ้วน ถูกต้อง


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 29 รายวิชา ฟิสิกส์ รหัสวิชา ว32204 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ตัวต้านทานไฟฟ้า จำนวน 2 คาบ/ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวจารุรัตน์ แก้วรอด สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจแรงไฟฟ้าและกฎของคูลอมบ์สนามไฟฟ้า ศักย์ไฟฟ้า ความจุไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า และ กฎของโอห์ม วงจรไฟฟ้ากระแสตรง พลังงานไฟฟ้าและกำลังไฟฟ้า การเปลี่ยนพลังงาน ทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้า สนามแม่เหล็ก แรงแม่เหล็กที่กระทำกับประจุไฟฟ้า และ กระแสไฟฟ้าการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าและกฎของฟาราเดย์ไฟฟ้ากระแสสลับ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและการสื่อสาร รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ผลการเรียนรู้การเรียนรู้ ข้อที่ 10. ทดลอง และอธิบายกฎของโอห์ม อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความต้านทานกับความยาว พื้นที ่หน้าตัด และสภาพต้านทานของตัวนำโลหะที่อุณหภูมิคงตัว และคำนวณปริมาณต ่าง ๆ ที ่เกี ่ยวข้อง รวมทั้งอธิบายและคำนวณความต้านทานสมมูล เมื่อนาตัวต้านทานมาต่อกันแบบอนุกรมและแบบขนานได้ ระดับการคิด / พฤติกรรม 4.วิเคราะห์ สาระสำคัญ ตัวต้านทานที่ต่ออยู่ในวงจรไฟฟ้าทำหน้าที่ในการต้านการไหลของกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน ทำด้วยลวด ต้านทานหรือถ่านคาร์บอน เป็นต้น ในกรณีที่ มีความต้านทานมากจะยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้น้อยลง หากกลับกัน หากมีความต้านทานน้อยจะยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้มาก ตัวต้านทานนิยมนำมาประกอบ ในวงจรทางด้านไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป ตัวอย่างเช่นวงจรเครื่องรับวิทยุ, โทรทัศน์,เครื่องขยายเสียง ฯลฯ เป็นต้น จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. ระบุค่าตัวต้านทานแถบสีได้อย่างถูกต้อง (K) 2. วัดและบันทึกค่าความต้านทานด้วยโอห์มมิเตอร์ได้(P) 3. มีความใฝ่เรียนรู้และให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม (A)


สาระการเรียนรู้/เนื้อหาสาระ ตัวต้านทานไฟฟ้า (Resistor) เป็นอุปกรณ์ที่ผลิตขึ้นมามีค่าเฉพาะค่าค่าหนึ่งที่ใช้ในการต้านการไหล ของกระแสไฟฟ้าซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีใช้มากที่สุดใน ตัวต้านทานแทนด้วยสัญลักษณ์“R” ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นในการทำงาน มีวินัย รักความเป็นไทย ใฝ่เรียนรู้ มีจิตสาธารณะ ด้านคุณลักษณะของผู้เรียนตามหลักสูตรมาตรฐานสากล เป็นเลิศวิชาการ สื่อสารสองภาษา ล้ำหน้าทางความคิด ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ ร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมโลก ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ความสามารถในการสื่อสาร : ระบุค่าความต้านทานให้ผู้อื่นเข้าใจได้ ความสามารถในการคิด : อ่านค่าและเปรียบเทียบค่าความต้านทานจากแถบสีและเครื่องวัดได้ ความสามารถในการแก้ปัญหา : สามารถแก้ไขที่เกิดขึ้นจากการทำกิจกรรมได้,การระบุคำตอบ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต : - ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : การใช้อุปกรณ์การทดลอง ด้านจุดเน้นการพัฒนาผู้เรียน 1. ด้านความสามารถและทักษะ ตามระดับชั้น ชั้น ม.1-3 : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ตามวัย ชั้น ม.4-6 : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ ใช้ภาษาต่างประเทศ มีทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสาร อย่างสร้างสรรค์ตามช่วงวัย 2. ด้านคุณลักษณะตามช่วงวัย ม.1-3 : เน้นอยู่อย่างพอเพียง ม.4-6 : เน้นมุ่งมั่นในการศึกษาและการทำงาน


บูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 1. หลักความพอประมาณ : ใช้กระบวนการปฏิบัติที่สอดคล้องกับมาตรฐาน ผลการเรียนรู้และวัยของ ผู้เรียน 2. หลักความมีเหตุผล : ผู้เรียนเกิดกระบวนการทำงานกลุ่ม/ กระบวนการปฏิบัติส่งเสริมการคิด วิเคราะห์การคิดสร้างสรรค์ 3. หลักภูมิคุ้มกัน : วางแผนอย่างรอบคอบในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนได้เรียนรู้เต็ม ตาม ศักยภาพของตนเอง 4. เงื่อนไขความรู้ : รอบรู้ เรื่องหลักสูตร เนื้อหาและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้เหมาะสมกับ นักเรียน โดยใช้กระบวนการวัดและประเมินผลที่หลากหลายตรงตามสภาพจริง 5. เงื่อนไขคุณธรรม : ใช้หลักความยุติธรรม ความรับผิดชอบ การมีวินัยในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนการสอน 1.ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1. ครูถามคำถามเพื่อตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนว่า “กระแสไฟฟ้ากับความต่างศักย์มี ความสัมพันธ์กันอย่างไร และสอดคล้องกับกฎใด” (กระแสไฟฟ้ากับความต่างศักย์มีความสัมพันธ์กัน โดยแปรผันตามกัน หากกระแสไฟฟ้ามีค่ามาก ความต่างศักย์จะมีค่ามาก แต่ถ้ากระแสไฟฟ้ามีค่าน้อย ความต่างศักย์ก็จะมีค่าน้อยตามไปด้วย ซึ่งความสัมพันธ์ ดังกล่าวสอดคล้องกับกฎของโอห์ม) 2. ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 2. จากภาพข้างต้น นักเรียนเข้าใจว่าอย่างไร (ถ้าความต้านทานมาก กระแสไฟฟ้าจะน้อย) 3. ครูแจกตัวอย่างตัวต้านทานแถบสีให้นักเรียนโต๊ะละ 3 ชิ้น พร้อมกับแถบกระดาษอ่านค่าสี


3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 4. ครูสาธิตและสอนวิธีการอ่านค่าตัวต้านทานแถบสี ดังนี้ 5.ครูยกตัวอย่างให้นักเรียนแต่ละคนฝึกอ่านค่าตัวต้านทาน เพื่อสร้างองค์คามรู้ที่ถูกต้อง ดังนี้


4. ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 6. เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจ ครูสาธิตและให้นักเรียนนำตัวต้านทานมาวัดค่าความต้านทานจากโอห์ม มิเตอร์แล้วให้นักเรียนเปรียบเทียบค่าความต้านทานที่วัดได้กับค่าความต้านทานที่อ่านได้จากแถบสีบันทึกลง ในแบบฝึกหัด เรื่อง ตัวต้านทานแถบสีตอนที่ 1 7. นักเรียนแต่ละคนนำเสนอผลการอ่านค่าแถบสีตัวต้านทานที่ได้ พร้อมอภิปรายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร่วมกัน 5. ขั้นประเมิน (Evaluation) 8. เพื่อตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียน ครูนำตัวต้านทานแถบสีมาแจกให้นักเรียนแต่ละคน คนละ 2 ตัว และให้นักเรียนอ่านค่าความต้านทาน หากอ่านได้ถูกต้องจะได้รับคะแนนพิเศษ พร้อมทำ แบบฝึกหัดตอนที่ 2 ส่งท้ายคาบเรียน สื่อการเรียนรู้/วัสดุอุปกรณ์/แหล่งเรียนรู้ สื่อสิ่งพิมพ์/แหล่งเรียนรู้ สื่อวัสดุ อุปกรณ์ มัลติมิเดีย 1. หนังสือเรียนรายวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม ระดับ มัธยมศึกษาปีที่ 5 สำนักพิมพ์ สสวท. 2. แบบฝึกหัด เรื่อง ตัวต้านทานแถบสี 1. อุปกรณ์การทดลอง เรื่อง ตัวต้านทานแถบสี โอห์มมิเตอร์ 2. สื่อประกอบการสอน Power Point


การวัดผลและประเมิลผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ / พฤติกรรมการเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. ระบุค่าตัวต้านทาน แถบสีได้อย่างถูกต้อง (K) - ตรวจจากการตอบ คำถามในแบบฝึกหัด - แบบประเมินการทำแบบฝึกหัด ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 2. วัดและบันทึกค่าความ ต้านทานด้วยโอห์ม มิเตอร์ได้(P) - ตรวจจากการตอบ คำถามในแบบฝึกหัด - แบบประเมินการทำแบบฝึกหัด ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 3. มีความใฝ่เรียนรู้และ ให้ความร่วมมือในการทำ กิจกรรม (A) - การปฏิบัติกิจกรรม ในห้องเรียน - แบบประเมินพฤติกรรมการ เรียนของนักเรียน ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์


แบบฝึกหัด เรื่อง ตัวต้านทานแถบสี ตอนที่ 1 อ่านค่าตัวต้านทาน ที่ แถบสี ค่าความต้านทาน ที่อ่านได้ (โอห์ม) ค่าความต้านทาน 1 2 3 4 ที่วัดได้ (โอห์ม) 1 2 ตอนที่ 2 จงตอบคำถามต่อไปนี้


แบบประเมินการทำแบบฝึกหัด คะแนน คำอธิบาย 0 ไม่สามารถระบุค่าของตัวต้านทานแถบสีได้ 1 สามารถระบุค่าของตัวต้านทานแถบสีได้


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 30 รายวิชา ฟิสิกส์ รหัสวิชา ว32204 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง สภาพต้านทานไฟฟ้าและการนำไฟฟ้า จำนวน 2 คาบ/ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวจารุรัตน์ แก้วรอด สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจแรงไฟฟ้าและกฎของคูลอมบ์สนามไฟฟ้า ศักย์ไฟฟ้า ความจุไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า และ กฎของโอห์ม วงจรไฟฟ้ากระแสตรง พลังงานไฟฟ้าและกำลังไฟฟ้า การเปลี่ยนพลังงาน ทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้า สนามแม่เหล็ก แรงแม่เหล็กที่กระทำกับประจุไฟฟ้า และ กระแสไฟฟ้าการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าและกฎของฟาราเดย์ไฟฟ้ากระแสสลับ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและการสื่อสาร รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ผลการเรียนรู้การเรียนรู้ ข้อที่ 10. ทดลอง และอธิบายกฎของโอห์ม อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความต้านทานกับความยาว พื้นที ่หน้าตัด และสภาพต้านทานของตัวนำโลหะที่อุณหภูมิคงตัว และคำนวณปริมาณต ่าง ๆ ที ่เกี ่ยวข้อง รวมทั้งอธิบายและคำนวณความต้านทานสมมูล เมื่อนาตัวต้านทานมาต่อกันแบบอนุกรมและแบบขนานได้ ระดับการคิด / พฤติกรรม 4.วิเคราะห์ สาระสำคัญ สภาพต้านทานเป็นสมบัติเฉพาะของสารชนิดต่าง ๆ แต่ความต้านทานของตัวต้านทานทำจากสารชนิด เดียวกันอาจต ่างกันได้ เพราะขึ้นกับความยาวและพื้นที่หน้าตัดของตัวต้านทานนั้น ตัวต้านทานที ่มีความ ต้านทานมากจะยอมให้กระแสไฟฟ้าผ ่านน้อย จึงกล ่าวว ่าตัวต้านทานนั้น มีความนำไฟฟ้า (electrical conductance)น้อยดังนั้นความนำไฟฟ้าจึงเป็นส่วนกลับของความต้านทานไฟฟ้าและมีหน่วย(โอห์ม)-1 หรือ ซีเมนส์ (siemens) แทนด้วยสัญลักษณ์ S สำหรับสารที่มีสภาพต้านทานไฟฟ้ามากจะมีสภาพนำไฟฟ้า (electrical conductivity)น้อย สภาพนำไฟฟ้าเป็นส่วนกลับของสภาพต้านทานไฟฟ้า มีหน่วย (โอห์ม.เมตร)-1 หรือซีเมนส์ต่อเมตร


จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสภาพต้านทานและสภาพนำไฟฟ้าได้ (K) 2. คำนวณปริมาณสภาพต้านทานและสภาพนำไฟฟ้าได้อย่างถูกต้องและเป็นลำดับขั้นตอน (P) 3. มีความใฝ่เรียนรู้และรส่งงานตรงเวลา (A) สาระการเรียนรู้/เนื้อหาสาระ สภาพต้านทานเป็นสมบัติเฉพาะของสารหนึ่ง ๆ ส่วนความต้านทาน เป็นสมบัติของสารแต่ละชิ้น สารใดมีความต้านทานมาก แสดงว่ามีกระแสไฟฟ้าผ่านน้อยหรือกล่าวว่ามีความนำไฟฟ้า(electrical conductance) น้อย ความนำไฟฟ้าเป็นสมบัติทางไฟฟ้าที่ตรงข้ามกับความต้านทานไฟฟ้าของสาร หรือ กล่าวได้ว่า ความนำไฟฟ้าเป็นส่วนกลับของความต้านทาน สัญลักษณ์ ความนำไฟฟ้า แทนด้วย 'G' จะได้ว่า … มีหน่วยเป็น โอห์ม –1 หรือ ซีเมนส์ (S) สำหรับสารที่มีสภาพต้านทานมาก จะมีสภาพนำไฟฟ้า (electrical conductivity) น้อย สภาพนำ ไฟฟ้าจึงเป็นส่วนกลับของสภาพต้านทาน สัญลักษณ์ สภาพนำไฟฟ้า แทนด้วย 'S' จึงได้ว่า ... มีหน่วยเป็น โอห์ม.เมตร -1 หรือ ซีเมนส์ต่อเมตร (S/m) ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นในการทำงาน มีวินัย รักความเป็นไทย ใฝ่เรียนรู้ มีจิตสาธารณะ ด้านคุณลักษณะของผู้เรียนตามหลักสูตรมาตรฐานสากล เป็นเลิศวิชาการ สื่อสารสองภาษา ล้ำหน้าทางความคิด ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ ร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมโลก


ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ความสามารถในการสื่อสาร : การอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสภาพต้านทานและสภาพนำ ไฟฟ้า ความสามารถในการคิด : วิเคราะห์โจทย์ปัญหา เพื่อคำนวณหาค่าสภาพต้านทานและ สภาพนำไฟฟ้า ความสามารถในการแก้ปัญหา : การแก้โจทย์ปัญหาเพื่อระบุคำตอบ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต : - ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : - ด้านจุดเน้นการพัฒนาผู้เรียน 1. ด้านความสามารถและทักษะ ตามระดับชั้น ชั้น ม.1-3 : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ตามวัย ชั้น ม.4-6 : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ ใช้ภาษาต่างประเทศ มีทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสาร อย่างสร้างสรรค์ตามช่วงวัย 2. ด้านคุณลักษณะตามช่วงวัย ม.1-3 : เน้นอยู่อย่างพอเพียง ม.4-6 : เน้นมุ่งมั่นในการศึกษาและการทำงาน บูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 1. หลักความพอประมาณ : ใช้เวลา 2 ชั่วโมงจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับระดับชั้น ศักยภาพของ นักเรียนที่สอดคล้องกับมาตรฐาน ผลการเรียนรู้และวัยของผู้เรียน 2. หลักความมีเหตุผล : จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เตรียมใบความรู้ แบบฝึกหัดให้สอดคล้องกับ ศักยภาพนักเรียน 3. หลักภูมิคุ้มกัน : วางแผนอย่างรอบคอบในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนได้เรียนรู้ เต็มตาม ศักยภาพของตนเอง 4. เงื่อนไขความรู้ : รอบรู้ เรื่องหลักสูตร เนื้อหาและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้เหมาะสมกับ นักเรียน โดยใช้กระบวนการวัดและประเมินผลที่หลากหลายตรงตามสภาพจริง 5. เงื่อนไขคุณธรรม : ใช้หลักความยุติธรรม ความรับผิดชอบ การมีวินัยในการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้


กิจกรรมการเรียนการสอน 1.ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1. ครูตั้งคำถามเพื่อเปิดประเด็นในการอภิปรายร่วมกับนักเรียนว่า “ความต้านทานไฟฟ้าคืออะไร ส่งผลต่อกระแสไฟฟ้าในตัวนำอย่างไร”โดยครูชักชวนให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายหาคำตอบ (ความต้านทานไฟฟ้า คือ สมบัติชนิดหนึ่งของตัวนำที่จะต้านกระแสไฟฟ้า ถ้าตัวนำนั้นยอมให้ กระแสไฟฟ้าผ่านไปได้ดีตัวนำนั้นมีความต้านทานไฟฟ้าน้อย หรือเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดี ความต้านทานไฟฟ้าของ ตัวนำมีค่าเท่ากับอัตราส่วนระหว่างความต่างศักย์ไฟฟ้าระหว่างปลายของตัวนำกับกระแสไฟฟ้าที่ผ่านตัวนำนั้น) 2. ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 2. ครูเปิดโปแกรม PhET เรื่อง ค่าสภาพต้านทานไฟฟ้า พร้อมให้นักเรียนตอบว่าแต่ละตัวแปรที่ กำหนดแทนปริมาณใด (ที่มา : https://phet.colorado.edu/sims/html/resistance-in-awire/latest/resistance-in-a-wire_en.html) 3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 3. ครูอธิบายเพิ่มเติมในประเด็นความต้านทานที่ส่งผลต่อสภาพต้านทานไฟฟ้า ซึ่งมีความยาวของลวด ตัวนำเข้ามาเกี่ยวข้อง และแสดงวิธีการคำนวณหาปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ ตัวอย่าง ลวดตัวนำเส้นหนึ่งยาว 0.5 เมตร และมีค่าสภาพต้านทานไฟฟ้าเท่ากับ 2.4 x 10-6 โอห์ม• เมตร โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 เซนติเมตร ความต้านทานของลวดตัวนำเส้นนี้มีค่าเท่าใด วิธีทำ คำนวณหาพื้นที่หน้าตัด จากสมการ 4 d A 2 = 4 ( 1010 ) A − 22 = 23 .7A 1085 m − = คำนวณหาความต้านทาน จากสมการ A L R = 3 6 .7 1085 4.2( 10 )( )5.0 R − − = = −4 5.1R 10 ดังนั้น ความต้านทานของลวดตัวนำเส้นนี้มีค่า 1.5 x 10-4 โอห์ม


4. ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 4.นักเรียนทำแบบฝึกหัดตามหัวข้อที่ได้รับหมอบหมายในหนังสือเรียน ❖ ข้อ 1 : เลขที่ 1 7 13 19 25 ❖ ข้อ 2 : เลขที่ 2 8 14 20 26 ❖ ข้อ 3 : เลขที่ 3 9 15 21 ❖ ข้อ 4 : เลขที่ 4 10 16 22 ❖ ข้อ 5 : เลขที่ 5 11 17 23 ❖ ข้อ 6 : เลขที่ 6 12 18 24 5. ในแต่ละข้อครูสุ่มตัวแทนนักเรียนออกมาเฉลยแบบฝึกหัดหน้าชั้นเรียน โดยมีครูอธิบายและขยาย ความเพิ่มเติม เพื่อสร้างองค์ความรู้ที่ถูกต้อง 5. ขั้นประเมิน (Evaluation) 6. ครูตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียน โดยให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดและออกมานำเสนอผลงาน หน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน 7. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับสภาพต้านทานไฟฟ้าและสภาพนำไฟฟ้า ซึ่งได้ข้อสรุปร่วมกัน ว่า “สภาพต้านทานไฟฟ้า คือ ความต้านทานไฟฟ้าต่อหน่วยความยาวของวัสดุที่มีพื้นที่หน้าตัดคงตัว และ สภาพนำไฟฟ้า คือ ความนำไฟฟ้าต่อพื้นที่หน้าตัดของวัสดุ ซึ่งยาว 1 เมตร และมีพื้นที่หน้าตัดคงตัวเท่ากับ 1 ตารางเมตร สภาพการนำไฟฟ้ากับสภาพต้านทานไฟฟ้าจึงเป็นส่วนกลับของกัน และกัน” สื่อการเรียนรู้/วัสดุอุปกรณ์/แหล่งเรียนรู้ สื่อสิ่งพิมพ์/แหล่งเรียนรู้ สื่อวัสดุ อุปกรณ์ มัลติมิเดีย 1. หนังสือเรียนรายวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม ระดับ มัธยมศึกษาปีที่ 5 สำนักพิมพ์ สสวท. 2. แบบฝึกหัด เรื่อง สภาพต้านทานไฟฟ้าและ สภาพนำไฟฟ้า 1. อุปกรณ์การทดลอง เรื่อง สภาพต้านทานไฟฟ้าและ สภาพนำไฟฟ้า 2. สื่อประกอบการสอน Power Point 3. โปแกรม PhET เรื่อง ค่าสภาพต้านทานไฟฟ้า พร้อม ให้นักเรียนตอบว่าแต่ละตัวแปรที่กำหนดแทนปริมาณใด (ที่มา : https://phet.colorado.edu/sims/html/resistancein-a-wire/latest/resistance-in-a-wire_en.html)


การวัดผลและประเมิลผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ / พฤติกรรมการเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. อธิบายความสัมพันธ์ ระหว่างสภาพต้านทาน และสภาพนำไฟฟ้าได้ (K) - ตรวจจากการตอบ คำถามในห้องเรียน และแบบฝึกหัด -แบบประเมินการทำแบบฝึกหัด ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 2. คำนวณปริมาณสภาพ ต้านทานและสภาพนำ ไฟฟ้าได้อย่างถูกต้องและ เป็นลำดับขั้นตอน (P) - ตรวจจากการตอบ คำถามในห้องเรียน และแบบฝึกหัด -แบบประเมินการทำแบบฝึกหัด ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 3. มีความใฝ่เรียนรู้และร ส่งงานตรงเวลา (A) - การปฏิบัติกิจกรรม ในห้องเรียน - แบบประเมินพฤติกรรมการ เรียนของนักเรียน ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์


แบบฝึกหัด เรื่อง สภาพต้านทานไฟฟ้าและสภาพนำไฟฟ้า คำชี้แจง : จงแสดงวิธีคำนวณหาผลลัพธ์ของโจทย์ต่อไปนี้ ลวดทองแดงสม่ำเสมอสองเส้น ความต้านทานต่างกัน ลวดทองแดงเส้นแรกมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.6 มิลลิเมตร เส้นที่สองมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.3 มิลลิเมตร โดยลวดทองแดงทั้งสองเส้นมีความยาว 5 และ 20 เมตร ตามลำดับ จงหาความต้านทานของลวดทองแดงเส้นที่สองเป็นกี่เท่าของเส้นแรก .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ..............................................................................................................................................................................


แบบฝึกหัด เรื่อง สภาพต้านทานไฟฟ้าและสภาพนำไฟฟ้า เฉลย คำชี้แจง : จงแสดงวิธีคำนวณหาผลลัพธ์ของโจทย์ต่อไปนี้ ลวดทองแดงสม่ำเสมอสองเส้น ความต้านทานต่างกัน ลวดทองแดงเส้นแรกมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.6 มิลลิเมตร เส้นที่สองมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.3 มิลลิเมตร โดยลวดทองแดงทั้งสองเส้นมีความยาว 5 และ 20 เมตร ตามลำดับ จงหาความต้านทานของลวดทองแดงเส้นที่สองเป็นกี่เท่าของเส้นแรก วิธีทำ จากสมการ A L R = ลวดทองแดงเส้นที่ 1 ; จะได้ว่า 1 1 1 A L R = ------------------ (1) ลวดทองแดงเส้นที่ 2 ; จะได้ว่า 2 2 2 A L R = ------------------ (2) นำสมการที่ (2)/สมการที่ (1) จะได้ว่า 1 1 2 2 1 2 A L A L R R = = 2 1 1 2 1 2 A A L L R R 2 2 1 1 2 1 2 d d L L R R = 2 1 2 0.3 0.6 5 20 R R = 2 1 2 0.3 0.6 5 20 R R = (4)(4) R R 1 2 = 16 R R 1 2 = ดังนั้น ความต้านทานของลวดทองแดงเส้นที่สองเป็น 16 เท่าของเส้นแรก


แบบประเมินการทำแบบฝึกหัด ตามเกณฑ์การให้คะแนนแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ ตามขั้นตอนการแก้โจทย์ปัญหาของ โพลยา จะมี 4 ขั้นตอนใหญ ่ ในแต ่ละขั้นตอนจะมีขั้นตอนย ่อยในการตรวจแบบฝึกทักษะแบบวิธีทำจึงได้ กำหนดเกณฑ์การให้คะแนนดังตารางข้างนี้ให้นักเรียนหรือครูผู้ตรวจดูเกณฑ์การให้คะแนนเทียบกับแบบเฉลย แบบฝึกทักษะจะสามารถตรวจให้คะแนนได้อย่างถูกต้อง และเข้าใจเกณฑ์การให้คะแนนมากยิ่งขึ้น รายการประเมิน ระดับคะแนน 0.0 0.5 1.0 ขั้นที่ 1 ทำความเข้าใจ โจทย์ ไม่ตอบ หรือระบุสิ่งที่ โจทย์ ให้มา และสิ่งที่ โจทย์ถาม เขียนเป็น สัญลักษณ์ไม่ ถูกต้องเลย ระบุสิ่งที่โจทย์ให้มา และ สิ่งที่โจทย์ถามพร้อม เขียนเป็น สัญลักษณ์ได้ บางตัว ระบุสิ่งที่โจทย์ให้มา และ สิ่งที่โจทย์ถามพร้อม เขียนเป็น สัญลักษณ์ได้ ถูกต้องครบถ้วน ขั้นที่ 2 วางแผน การแก้ปัญหา ไม่ตอบ หรือเลือกสมการ เพื่อใช้ในการหาคำตอบ จากสิ่งที่โจทย์ให้มาไม่ ถูกต้อง เลือกสมการเพื่อใช้ใน การหาคำตอบจากสิ่งที่ โจทย์ให้มาได้ถูกต้อง แต่ ไม่ครบถ้วน เลือกสมการเพื่อใช้ใน การหาคำตอบจากสิ่งที่ โจทย์ให้มาได้ถูกต้อง และครบถ้วน ขั้นที่ 3 ปฏิบัติตามแผน ไม่ตอบ หรือไม่สามารถ แทนตัวเลขลงในตัวแปร และคิดคำนวณหา คำตอบที่เป็นสากลได้ สามารถแทนตัวเลขลงใน ตัวแปรและคิด คำนวณหาคำตอบที่เป็น สากลได้ แต่ไม่ครบถ้วน สามารถแทนตัวเลขลงใน ตัวแปรและคิด คำนวณหาคำตอบที่เป็น สากลได้ ครบถ้วน ถูกต้อง ขั้นที่ 4 ตรวจสอบ ไม่ตอบ หรือไม่สามารถ ตรวจทานคำตอบ ตรวจสอบ หน่วยเป็น สากลและสรุปคำตอบได้ สามารถตรวจทาน คำตอบ ตรวจสอบ แต่ ไม่สามารถ ระบุหน่วย เป็นสากล และ สรุป คำตอบได้ครบถ้วน สามารถตรวจทาน คำตอบ ตรวจสอบหน่วย เป็นสากล และสรุป คำตอบได้ครบถ้วน ถูกต้อง


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 31 รายวิชา ฟิสิกส์ รหัสวิชา ว32204 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง พลังงานในวงจรไฟฟ้า 1 จำนวน 2 คาบ/ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวจารุรัตน์ แก้วรอด สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจแรงไฟฟ้าและกฎของคูลอมบ์สนามไฟฟ้า ศักย์ไฟฟ้า ความจุไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า และ กฎของโอห์ม วงจรไฟฟ้ากระแสตรง พลังงานไฟฟ้าและกำลังไฟฟ้า การเปลี่ยนพลังงาน ทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้า สนามแม่เหล็ก แรงแม่เหล็กที่กระทำกับประจุไฟฟ้า และ กระแสไฟฟ้าการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าและกฎของฟาราเดย์ไฟฟ้ากระแสสลับ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและการสื่อสาร รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ผลการเรียนรู้การเรียนรู้ 11. ทดลอง อธิบาย และคำนวณอีเอ็มเอฟของแหล่งกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรง รวมทั้งอธิบายและ คำนวณพลังงานไฟฟ้า และกำลังไฟฟ้าได้ 12. ทดลอง และคำนวณอีเอ็มเอฟสมมูลจากการต่อแบตเตอรี ่แบบอนุกรมและแบบขนาน รวมทั้ง คำนวณปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในวงจรไฟฟ้ากระแสตรงซึ่งประกอบด้วยแบตเตอรี่และตัวต้านทานได้ ระดับการคิด / พฤติกรรม 3.นำไปใช้ สาระสำคัญ ไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปหนึ่งที่สามารถทำงานได้ และมีความสำคัญมากเพราะนำมาใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้า ชนิดต ่าง ๆ ที ่อำนวยความสะดวกในการดำรงชีวิต เราใช้ประโยชน์จากกระแสไฟฟ้า ที ่ผลิตขึ้นผ ่าน เครื่องใช้ไฟฟ้า โดยต่อสายไฟระหว่างเครื่องกำเนิดไฟฟ้าไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น พัดลม โทรทัศน์ วิทยุ เตารีด เมื่อเปิดสวิตช์แล้วเครื่องใช้ไฟฟ้าจะทำงานโดยเปลี่ยนพลังงาน ไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เช่น พลังงานแสง พลังงานเสียง พลังงานกล จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายแรงเคลื่อนไฟฟ้าหรืออีเอ็มเอฟได้ (K) 2. ปฏิบัติกิจกรรมความต่างศักย์ระหว่างขั้วแบตเตอรี่ได้อย่างถูกต้องและเป็นลำดับขั้นตอน (P) 3. ตรวจสอบหาปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอีเอ็มเอฟสมมูลและความต้านทานสมมูลของตัวต้านทานที่ ต่อแบบอนุกรมและแบบขนานได้ (P) 4. มีความใฝ่เรียนรู้และมีความมุ่งมั่นในการทำงาน (A)


สาระการเรียนรู้/เนื้อหาสาระ แรงเคลื่อนไฟฟ้า คือ พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดจากแบตเตอรี่ต ่อหนึ ่งหน่วยประจุจากแบตเตอรี ่ ส่วน ความต่างศักย์ คือ ความต่างศักย์ระหว่าง 2 จุดใด ๆ ในวงจรที่มีกระแสไฟฟ้าซึ่งมีค่าเท่ากับพลังงานไฟฟ้าต่อ หนึ่งหน่วยประจุที่สูญเสียไประหว่าง 2 จุดนั้น ส่วนการต่อแบตเตอรี่สามารถต่อได้ 2 แบบ คือ แบบอนุกรม และแบบขนาน เมื่อต่อแบตเตอรี่แบบอนุกรม อีเอ็มเอฟสมมูลและความต้านทานภายในสมมูลมีค่าเพิ่มขึ้น แต่ เมื่อนำแบตเตอรี่ที่เหมือนกันมาต่อแบบขนาน อีเอ็มเอฟสมมูลจะมีค่าคงเดิมแต่ความต้านทานภายในสมมูลจะ มีค่าลดลง • แหล่งกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรง เช่น แบตเตอรี่ เป็นอุปกรณ์ที่ให้พลังงานไฟฟ้าแก่วงจร พลังงานไฟฟ้าที่ประจุ ไฟฟ้าได้รับต่อหนึ่งหน่วยประจุไฟฟ้าเมื่อเคลื่อนที่ผ่านแหล่งกำเนิดไฟฟ้า เรียกว่า อีเอ็มเอฟ คำนวณได้จาก สมการ V += Ir • เมื่อนำแบตเตอรี่มาต่อแบบอนุกรม อีเอ็มเอฟสมมูลและความต้านทานภายในสมมูลมีค่าเพิ่มขึ้น ตามสมการ n21 ... +++= และ n21 rrr ...+++= r ตามลำดับ • เมื่อนำแบตเตอรี่ที่เหมือนกันมาต่อแบบขนาน อีเอ็มเอฟสมมูลมีค่าคงเดิม และความต้านทานภายในสมมูลมี ค่าลดลง ตามสมการ n21 ... +=== และ n21 r 1 ... r 1 r 1 r 1 +++= ตามลำดับ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นในการทำงาน มีวินัย รักความเป็นไทย ใฝ่เรียนรู้ มีจิตสาธารณะ ด้านคุณลักษณะของผู้เรียนตามหลักสูตรมาตรฐานสากล เป็นเลิศวิชาการ สื่อสารสองภาษา ล้ำหน้าทางความคิด ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ ร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมโลก


ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ความสามารถในการสื่อสาร : อธิบายแรงเคลื่อนไฟฟ้าหรืออีเอ็มเอฟ ความสามารถในการคิด : การวางแผนปฏิบัติกิจกรรมความต่างศักย์ระหว่างขั้วแบตเตอรี่ได้ อย่างถูกต้องและเป็นลำดับขั้นตอน และการวิเคราะห์โจทย์ปัญหา ความสามารถในการแก้ปัญหา : การระบุคำตอบ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต : - ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : การใช้อุปกรณ์ทดลอง ด้านจุดเน้นการพัฒนาผู้เรียน 1. ด้านความสามารถและทักษะ ตามระดับชั้น ชั้น ม.1-3 : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ตามวัย ชั้น ม.4-6 : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ ใช้ภาษาต่างประเทศ มีทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสาร อย่างสร้างสรรค์ตามช่วงวัย 2. ด้านคุณลักษณะตามช่วงวัย ม.1-3 : เน้นอยู่อย่างพอเพียง ม.4-6 : เน้นมุ่งมั่นในการศึกษาและการทำงาน บูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 1. หลักความพอประมาณ : ใช้กระบวนการกลุ่ม/ กระบวนการปฏิบัติที่สอดคล้องกับมาตรฐาน ตัวชี้วัดและวัยของผู้เรียน 2. หลักความมีเหตุผล : ผู้เรียนเกิดกระบวนการทำงานกลุ่ม/ กระบวนการปฏิบัติส่งเสริมการคิด วิเคราะห์การคิดสร้างสรรค์ 3. หลักภูมิคุ้มกัน : วางแผนอย่างรอบคอบในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนได้เรียนรู้ เต็มตาม ศักยภาพของตนเอง 4. เงื่อนไขความรู้ : รอบรู้ เรื่องหลักสูตร เนื้อหาและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้เหมาะสมกับ นักเรียน โดยใช้กระบวนการวัดและประเมินผลที่หลากหลายตรงตามสภาพจริง 5. เงื่อนไขคุณธรรม : ใช้หลักความยุติธรรม ความรับผิดชอบ การมีวินัยในการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้


กิจกรรมการเรียนการสอน 1.ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1. ครูแจกถ่านไฟฉายขนาดต่าง ๆ เช่น ขนาดAA และขนาดAAA ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกัน สังเกตข้อมูลที่อยู่ในถ่านไฟฉาย และอภิปรายแสดงความคิดเห็นกันภายในกลุ่ม 2. ครูตั้งประเด็นคำถามกระตุ้นความคิดนักเรียนว่า “ถ่านไฟฉาย ทำหน้าที่อะไรในวงจรไฟฟ้า” (เป็นแหล่งพลังงานให้แก่วงจรไฟฟ้า) 2. ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 3. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 6 คน ตามความสมัครใจ จากนั้นครูแจ้งจุดประสงค์ของกิจกรรม ความต่างศักย์ระหว่างขั้วแบตเตอรี่ ให้นักเรียนทราบเพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติกิจกรรมที่ถูกต้อง 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษากิจกรรม ความต่างศักย์ระหว่างขั้วแบตเตอรี่ จากหนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ ม.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ไฟฟ้ากระแส โดยครูใช้รูปแบบการเรียนรู้ แบบร่วมมือมาจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยกำหนดให้สมาชิกแต่ละคนภายในกลุ่มมีบทบาทหน้าที่ของตนเอง ดังนี้ • สมาชิกคนที่ 1-2 ทำหน้าที่ เตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการปฏิบัติกิจกรรมความต่าง ศักย์ระหว่างขั้วแบตเตอรี่ • สมาชิกคนที่ 3-4 ทำหน้าที่ อ่านวิธีปฏิบัติกิจกรรม และนำมาอธิบายให้สมาชิกในกลุ่มฟัง • สมาชิกคนที่ 5-6 ทำหน้าที่ บันทึกผลการปฏิบัติกิจกรรมลงในสมุดประจำตัวนักเรียน (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบประเมินการปฏิบัติกิจกรรม) 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมตามขั้นตอน จากหนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติม วิทยาศาสตร์ฟิสิกส์ ม.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ไฟฟ้ากระแส


3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันแลกเปลี่ยนความรู้และวิเคราะห์ผลการปฏิบัติกิจกรรม แล้วอภิปราย ผลร่วมกัน 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมหน้าชั้นเรียน ในระหว่างที่นักเรียน นำเสนอครูคอยให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจที่ถูกต้องมากยิ่งขึ้น (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบประเมินการนำเสนอผลงาน) 8. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันตอบคำถามท้ายกิจกรรม ความต่างศักย์ระหว่างขั้วแบตเตอรี่ โดยให้ นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นเพื่อหาคำตอบ จากนั้นครูสุ่มนักเรียน จำนวน 4-5 กลุ่ม ออกมานำเสนอคำตอบของกลุ่มตนเองหน้าชั้นเรียน 9. เมื่อนักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอคำตอบของกลุ่มตนเองเรียบร้อยแล้ว นักเรียนและครูร่วมกัน อภิปรายผลท้ายกิจกรรม ความต่างศักย์ระหว่างขั้วแบตเตอรี่ และเฉลยคำถามท้ายกิจกรรม 4. ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 10. ขยายความรู้เพิ่มเติมด้วยโปรแกรมทดลองออนไลน์ PhET 5. ขั้นประเมิน (Evaluation) 11. ครูตั้งประเด็นคำถามกระตุ้นความคิดนักเรียนว่า “แรงเคลื่อนไฟฟ้าและความต่างศักย์ต่างกัน อย่างไร” โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นเพื่อหาคำตอบ ( แรงเคลื่อนไฟฟ้า เป็นพลังงานของแหล่งกำเนิดไฟฟ้าต่อหนึ่งหน่วยประจุไฟฟ้าที่ เคลื่อนผ่านแหล่งกำเนิดไฟฟ้า และความต่างศักย์ หมายถึง พลังงาน (ศักย์) ไฟฟ้าต่อหน่วย ประจุที่ประจุไฟฟ้าถ่ายโอนให้ชิ้นส่วนต่าง ๆ ของวงจรไฟฟ้าระหว่างสองจุดนั้น)


สื่อการเรียนรู้/วัสดุอุปกรณ์/แหล่งเรียนรู้ สื่อสิ่งพิมพ์/แหล่งเรียนรู้ สื่อวัสดุ อุปกรณ์ มัลติมิเดีย 1. หนังสือเรียนรายวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม ระดับ มัธยมศึกษาปีที่ 5 สำนักพิมพ์ สสวท. 2. แบบบันทึกกิจกรรมที่ 2 เรื่อง ความต่างศักย์ ระหว่างขั้วแบตเตอรี่ 1. อุปกรณ์การทดลอง เรื่อง ความต่างศักย์ระหว่าง ขั้วแบตเตอรี่ 2. สื่อประกอบการสอน Power Point การวัดผลและประเมิลผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ / พฤติกรรมการเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. อธิบาย แรงเคลื่อนไฟฟ้าหรือ อีเอ็มเอฟได้ (K) - ตรวจจากการตอบ คำถามในแบบบันทึก กิจกรรม - แบบบันทึกกิจกรรม เรื่อง ความต่างศักย์ระหว่างขั้ว แบตเตอรี่ -แบบประเมินทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 2. ปฏิบัติกิจกรรมความ ต่างศักย์ระหว่างขั้ว แบตเตอรี่ได้อย่างถูกต้อง และเป็นลำดับขั้นตอน (P) - สังเกตจากการปฏิบัติ กิจกรรมการทดลอง - แบบประเมินทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 3. ตรวจสอบหาปริมาณ ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ อีเอ็มเอฟสมมูลและ ความต้านทานสมมูลของ ตัวต้านทานที่ต่อแบบ อนุกรมและแบบขนาน ได้ (P) - สังเกตจากการปฏิบัติ กิจกรรมการทดลอง - แบบประเมินทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 4. มีความใฝ่เรียนรู้และมี ความมุ่งมั่นในการ ทำงาน (A) - การปฏิบัติกิจกรรม ในห้องเรียน - แบบประเมินพฤติกรรมการ เรียนของนักเรียน ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์


แบบบันทึกกิจกรรมเรื่อง ความต่างศักย์ระหว่างขั้วแบตเตอรี่ คำชี้แจง ให้นักเรียนบันทึกผลการทำกิจกรรมลงในแบบบันทึกกิจกรรม 1. การทดลอง เรื่อง......................................................................................................................................... วันที่ .................. เดือน ......................................... พ.ศ. .......................... เวลา ........................................ น. 2. สมาชิกในกลุ่ม 1) ..................................................................................... เลขที่ .............. หน้าที่......................................... 2) ......................................................................................เลขที่ ............... หน้าที่......................................... 3) ......................................................................................เลขที่ ................ หน้าที่......................................... 4) ......................................................................................เลขที่ ................ หน้าที่......................................... 5) ......................................................................................เลขที่ ................หน้าที่......................................... 6) ......................................................................................เลขที่ ................หน้าที่......................................... 3. สมมติฐานการทดลอง ....................................................................................................................................................................... 4. วัสดุอุปกรณ์การทดลอง .......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 5. วิธีการทดลอง .............................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... ..............................................................................................................................................................................


6.ผลการทดลอง 7. อภิปรายผลการทดลอง ....................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 8. สรุปผลการทดลอง ....................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... ..........................................................................................................................................................................


แบบประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ รายการประเมิน ระดับคะแนน 4 3 2 1 1. การทำกิจกรรม ตามแผนที่กำหนด ทำกิจกรรมตามวิธีการและ ขั้นตอนที่กำหนดไว้อย่าง ถูกต้องด้วยตนเองมีการ ปรับปรุงแก้ไข เป็นระยะ ทำกิจกรรมตามวิธีการ และขั้นตอนที่กำหนดไว้ ด้วยตนเอง มีการ ปรับปรุงแก้ไขบ้าง ทำกิจกรรมตามวิธีการ และขั้นตอนที่กำหนดไว้ โดยมีครู หรือผู้อื่นเป็น ผู้แนะนำ ทำกิจกรรมไม่ถูกต้องตาม วิธีการและขั้นตอน ที่ กำหนดไว้ ไม่มีการ ปรับปรุงแก้ไข 2. การบันทึกผลการทำ กิจกรรม บันทึกผลเป็นระยะอย่าง ถูกต้อง มีระเบียบ มีการ ระบุหน่วย มีการอธิบาย ข้อมูลให้เห็นความ เชื่อมโยงเป็นภาพรวม เป็นเหตุ เป็นผล และ เป็นไปตามการทำกิจกรรม บันทึกผลเป็นระยะ อย่างถูกต้อง มีระเบียบ มี การระบุหน่วย มีการ อธิบายข้อมูลให้เห็นถึง ความสัมพันธ์เป็นไปตาม การทำกิจกรรม บันทึกผลเป็นระยะ แต่ไม่เป็นระเบียบ ไม่มีการระบุหน่วย และไม่มีการอธิบาย ข้อมูลให้เห็นถึง ความสัมพันธ์ของการทำ กิจกรรม บันทึกผลไม่ครบ ไม่มีการระบุหน่วย และ ไม่เป็นไปตามการทำ กิจกรรม 3. การจัดกระทำข้อมูล และการนำเสนอ จัดกระทำข้อมูลอย่างเป็น ระบบ มีการเชื่อมโยงให้ เห็นเป็นภาพรวม และ นำเสนอด้วยแบบต่าง ๆ อย่างชัดเจน ถูกต้อง จัดกระทำข้อมูล อย่างเป็นระบบ มีการจำแนกข้อมูล ให้เห็นความสัมพันธ์ นำเสนอด้วยแบบ ต่าง ๆ ได้ แต่ยัง ไม่ชัดเจน จัดกระทำข้อมูลอย่าง เป็นระบบ มีการ ยกตัวอย่างเพิ่มเติมให้ เข้าใจง่ายและนำเสนอ ด้วยแบบต่าง ๆ แต่ยัง ไม่ชัดเจน และ ไม่ ถูกต้อง จัดกระทำข้อมูลอย่าง ไม่ เป็นระบบ และมีการ นำเสนอ ไม่สื่อ ความหมายและไม่ชัดเจน 4. การสรุปผล การทำกิจกรรม สรุปผลการทำกิจกรรมได้ อย่างถูกต้อง กระชับ ชัดเจน แลครอบคลุมข้อมูล จากการวิเคราะห์ทั้งหมด สรุปผลการทำกิจกรรม ได้ถูกต้อง แต่ยังไม่ ครอบคลุมข้อมูลจากการ วิเคราะห์ทั้งหมด สรุปผลการทำกิจกรรม ได้ โดยมีครูหรือผู้อื่น แนะนำบ้าง จึงสามารถ สรุปได้ถูกต้อง สรุปผลการทำกิจกรรม ตามความรู้ที่พอมีอยู่ โดยไม่ใช้ข้อมูลจากการ ทำกิจกรรม 5. การเขียนรายงาน เขียนรายงานตรงตาม จุดประสงค์ ถูกต้องและ ชัดเจน และมีการ เชื่อมโยงให้เห็นเป็น ภาพรวม เขียนรายงานตรงตาม จุดประสงค์อย่าง ถูกต้อง และชัดเจน แต่ ขาดการเรียบเรียง เขียนรายงานโดยสื่อ ความหมายได้ โดยมีครูหรือผู้อื่น แนะนำ เขียนรายงานได้ตาม ตัวอย่าง แต่ใช้ภาษา ไม่ถูกต้อง และไม่ชัดเจน


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 32 รายวิชา ฟิสิกส์ รหัสวิชา ว32204 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง พลังงานในวงจรไฟฟ้า 2 จำนวน 2 คาบ/ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวจารุรัตน์ แก้วรอด สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจแรงไฟฟ้าและกฎของคูลอมบ์สนามไฟฟ้า ศักย์ไฟฟ้า ความจุไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า และ กฎของโอห์ม วงจรไฟฟ้ากระแสตรง พลังงานไฟฟ้าและกำลังไฟฟ้า การเปลี่ยนพลังงาน ทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้า สนามแม่เหล็ก แรงแม่เหล็กที่กระทำกับประจุไฟฟ้า และ กระแสไฟฟ้าการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าและกฎของฟาราเดย์ไฟฟ้ากระแสสลับ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและการสื่อสาร รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ผลการเรียนรู้การเรียนรู้ 11. ทดลอง อธิบาย และคำนวณอีเอ็มเอฟของแหล่งกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรง รวมทั้งอธิบายและ คำนวณพลังงานไฟฟ้า และกำลังไฟฟ้าได้ 12. ทดลอง และคำนวณอีเอ็มเอฟสมมูลจากการต่อแบตเตอรี ่แบบอนุกรมและแบบขนาน รวมทั้ง คำนวณปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในวงจรไฟฟ้ากระแสตรงซึ่งประกอบด้วยแบตเตอรี่และตัวต้านทานได้ ระดับการคิด / พฤติกรรม 3.นำไปใช้ สาระสำคัญ วงจรไฟฟ้าประกอบด้วยแหล่งกำเนิดไฟฟ้าซึ่งทำหน้าที่จ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับชิ้นส่วนต่างๆ ในวงจร เมื่อต่อแหล่งกำเนิดไฟฟ้ากับชิ้นส่วนต่างๆ เช่น ตัวต้านทาน หลอดไฟ ให้ครบวงจร จะมีกระแสไฟฟ้าเกิดขึ้น แสดงว่ามีการเคลื่อนที่ของประจุไฟฟ้า ประจุไฟฟ้าขณะเคลื่อนที่จะนำพลังงานจากแหล่งกำเนิดไฟฟ้าไปส่วน ต่างๆของวงจร นั่นคือ พลังงานจากแหล่งกำเนิดไฟฟ้าถูกถ่ายโอนไปยังส่วนต ่างๆ ของวงจรโดยการนำของ ประจุไฟฟ้า พลังงานนี้คือพลังงานศักย์ไฟฟ้า (electrical potential energy) ในบทนี้จะเรียกย่อว่า พลังงาน ไฟฟ้า จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างแรงเคลื่อนไฟฟ้า กระแสไฟฟ้าและความต้านทาน (K) 2. คำนวณปริมาณต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องและเป็นลำดับขั้นตอน (P) 3. มีความใฝ่เรียนรู้และรส่งงานตรงเวลา (A)


สาระการเรียนรู้/เนื้อหาสาระ แรงเคลื่อนไฟฟ้า คือ พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดจากแบตเตอรี่ต ่อหนึ ่งหน่วยประจุจากแบตเตอรี ่ ส่วน ความต่างศักย์ คือ ความต่างศักย์ระหว่าง 2 จุดใด ๆ ในวงจรที่มีกระแสไฟฟ้าซึ่งมีค่าเท่ากับพลังงานไฟฟ้าต่อ หนึ่งหน่วยประจุที่สูญเสียไประหว่าง 2 จุดนั้น ส่วนการต่อแบตเตอรี่สามารถต่อได้ 2 แบบ คือ แบบอนุกรม และแบบขนาน เมื่อต่อแบตเตอรี่แบบอนุกรม อีเอ็มเอฟสมมูลและความต้านทานภายในสมมูลมีค่าเพิ่มขึ้น แต่ เมื่อนำแบตเตอรี่ที่เหมือนกันมาต่อแบบขนาน อีเอ็มเอฟสมมูลจะมีค่าคงเดิมแต่ความต้านทานภายในสมมูลจะ มีค่าลดลง • แหล่งกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรง เช่น แบตเตอรี่ เป็นอุปกรณ์ที่ให้พลังงานไฟฟ้าแก่วงจร พลังงานไฟฟ้าที่ประจุ ไฟฟ้าได้รับต่อหนึ่งหน่วยประจุไฟฟ้าเมื่อเคลื่อนที่ผ่านแหล่งกำเนิดไฟฟ้า เรียกว่า อีเอ็มเอฟ คำนวณได้จาก สมการ V += Ir • เมื่อนำแบตเตอรี่มาต่อแบบอนุกรม อีเอ็มเอฟสมมูลและความต้านทานภายในสมมูลมีค่าเพิ่มขึ้น ตามสมการ n21 ... +++= และ n21 rrr ...+++= r ตามลำดับ • เมื่อนำแบตเตอรี่ที่เหมือนกันมาต่อแบบขนาน อีเอ็มเอฟสมมูลมีค่าคงเดิม และความต้านทานภายในสมมูลมี ค่าลดลง ตามสมการ n21 ... +=== และ n21 r 1 ... r 1 r 1 r 1 +++= ตามลำดับ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นในการทำงาน มีวินัย รักความเป็นไทย ใฝ่เรียนรู้ มีจิตสาธารณะ ด้านคุณลักษณะของผู้เรียนตามหลักสูตรมาตรฐานสากล เป็นเลิศวิชาการ สื่อสารสองภาษา ล้ำหน้าทางความคิด ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ ร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมโลก


ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ความสามารถในการสื่อสาร : อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างแรงเคลื่อนไฟฟ้า กระแสไฟฟ้าและ ความต้านทาน ความสามารถในการคิด : วิเคราะห์โจทย์ปัญหา เพื่อคำนวณหาแรงเคลื่อนไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า และความต้านทาน ความสามารถในการแก้ปัญหา : การแก้โจทย์ปัญหาเพื่อระบุคำตอบ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต : - ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : การใช้อุปกรณ์ทดลอง ด้านจุดเน้นการพัฒนาผู้เรียน 1. ด้านความสามารถและทักษะ ตามระดับชั้น ชั้น ม.1-3 : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ตามวัย ชั้น ม.4-6 : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ ใช้ภาษาต่างประเทศ มีทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสาร อย่างสร้างสรรค์ตามช่วงวัย 2. ด้านคุณลักษณะตามช่วงวัย ม.1-3 : เน้นอยู่อย่างพอเพียง ม.4-6 : เน้นมุ่งมั่นในการศึกษาและการทำงาน บูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 1. หลักความพอประมาณ : ใช้เวลา 2 ชั่วโมงจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับระดับชั้น ศักยภาพของ นักเรียนที่สอดคล้องกับมาตรฐาน ผลการเรียนรู้และวัยของผู้เรียน 2. หลักความมีเหตุผล : จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เตรียมใบความรู้ แบบฝึกหัดให้สอดคล้องกับ ศักยภาพนักเรียน 3. หลักภูมิคุ้มกัน : วางแผนอย่างรอบคอบในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนได้เรียนรู้ เต็มตาม ศักยภาพของตนเอง 4. เงื่อนไขความรู้ : รอบรู้ เรื่องหลักสูตร เนื้อหาและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้เหมาะสมกับ นักเรียน โดยใช้กระบวนการวัดและประเมินผลที่หลากหลายตรงตามสภาพจริง 5. เงื่อนไขคุณธรรม : ใช้หลักความยุติธรรม ความรับผิดชอบ การมีวินัยในการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้


กิจกรรมการเรียนการสอน 1.ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1. ครูนำแผนภาพไดอะแกรมวงจรมาให้นักเรียนร่วมกันพิจารณา - ในวงจรดังกล่าวประกอบไปด้วยอุปกรร์อะไรบ้าง (แหล่งจ่ายพลังงาน สวิตช์ หลอดไฟ ตัวต้านทาน) - หากต้องการให้มีพลังงานไหลเวียนในวงจรมาขึ้นจะต้องปฏิบัติอย่างไร (เพิ่มจำนวนแห ลางจ่าย หรือปรับลดค่าความต้านทาน) 2. ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มพิจารณาผลการทดลองของแต่ละกลุ่ม โดยครูผู้สอนให้นักเรียนตั้งข้อสังเกตุว่า หากนักเรียนดูภาพผลการทดลอง จะพบว่า • แหล่งกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรง เช่น แบตเตอรี่ เป็นอุปกรณ์ที่ให้พลังงานไฟฟ้าแก่วงจร พลังงานไฟฟ้าที่ประจุ ไฟฟ้าได้รับต่อหนึ่งหน่วยประจุไฟฟ้าเมื่อเคลื่อนที่ผ่านแหล่งกำเนิดไฟฟ้า เรียกว่า อีเอ็มเอฟ คำนวณได้จาก สมการ V += Ir • เมื่อนำแบตเตอรี่มาต่อแบบอนุกรม อีเอ็มเอฟสมมูลและความต้านทานภายในสมมูลมีค่าเพิ่มขึ้น ตามสมการ n21 ... +++= และ n21 rrr ...+++= r ตามลำดับ • เมื่อนำแบตเตอรี่ที่เหมือนกันมาต่อแบบขนาน อีเอ็มเอฟสมมูลมีค่าคงเดิม และความต้านทานภายในสมมูลมี ค่าลดลง ตามสมการ n21 ... +=== และ n21 r 1 ... r 1 r 1 r 1 +++= ตามลำดับ


3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 3. ครูให้ความรู้เกี ่ยวกับการหาความสัมพันธ์ระหว่างระหว ่างแรงเคลื ่อนไฟฟ้า กระแสไฟฟ้าและ ความต้านทาน ดังนี้ ตัวอย่างที่ 1 แบตเตอรี่มีอีเอ็มเอฟ 3 โวลต์และความต้านทานภายใน 1 โอห์ม ต่อกับตัวต้านทานแล้ว พบว่ามีกระแสไฟฟ้าในวงจร 0.5 แอมแปร์จงหาความต่างศักย์ระหว่างปลายของตัวต้านทาน วิธีทำ ความต่างศักย์ระหว่างปลายของตัวต้านทาน คือ ความต่างศักย์ระหว่างขั้วแบตเตอรี่ ซึ่งหาได้จากความสัมพันธ์ตามสมการ V += Ir ตอบ ความต่างศักย์ระหว่างปลายของตัวต้านทาน เท่ากับ 2.5 โวลต์ ตัวอย่างที่ 2 แบตเตอรี่มีอีเอ็มเอฟ 6 โวลต์ต่อใช้งานกับเครื่องใช้ไฟฟ้าพบว่าความต่างศักย์ที่ เครื่องใช้ไฟฟ้าได้รับมีค่า 4.5 โวลต์จงหา ก. ความต่างศักย์ที่ความต้านทานภายในเป็นเท่าใด ข. ถ้าในวงจรไฟฟ้ามีกระแสไฟฟ้า 0.5 แอมแปร์ความต้านทานภายในของแบตเตอรี่มีค่าเท่าใด วิธีทำ ก. ความต่างศักย์ที่ความต้านทานภายในเท่ากับ Ir ซึ่งหาได้จากความสัมพันธ์ตาม ตอบ ความต่างศักย์ที่ความต้านทานภายในเท่ากับ 1.5 โวลต์ วิธีทำ ข. หาความต้านทานภายในจากความต่างศักย์ที่ความต้านทานภายใน Ir ที่ได้จากข้อ ก. ตอบ ความต้านทานภายในของแบตเตอรี่เท่ากับ 3 โอห์ม 4. ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 4. นักเรียนแต่ละคนดำเนินการแก้โจทย์ปัญหาในแบบฝึกหัดเรื่อง พลังงานในวงจรไฟฟ้า พร้อม ออกมาเฉลยแบบฝึกหัดหน้าชั้นเรียน โดยมีครูอธิบายและขยายความเพิ่มเติม เพื่อสร้างองค์ความรู้ที่ถูกต้อง


5. ขั้นประเมิน (Evaluation) 5. นักเรียนร่วมกันสรุปองค์ความรู้จากการเรียนเรื่อง พลังงานในวงจรไฟฟ้า โดยใช้ชื่อกิจกรรมว่า “กิจกรรมเกมส์ลูกโซ่” ด้วยการให้นักเรียนสรุปความรู้คนละ 1 ประโยค ที่ได้จากการเรียนในวันนี้ ลงใน Google Doc ที่ครูสร้างขึ้น ซึ่งนักเรียนทุกคนจะได้เห็นข้อความของเพื่อน ๆ พร้อมกัน (กิจกรรมดังกล่าวเป็น ส่วนหนึ่งของกระบวนการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่ปรับเปลี่ยนจากการตอบคำถามในใบงานหรือ แบบฝึกหัดมาเป็นการสะท้อนคิดสิ่งที่ได้เรียนรู้ ซึ่งจะช่วยให้ครูผู้สอนสามารถประเมินผู้เรียนได้เป็นรายบุคคล ได้อย่างชัดเจน) สื่อการเรียนรู้/วัสดุอุปกรณ์/แหล่งเรียนรู้ สื่อสิ่งพิมพ์/แหล่งเรียนรู้ สื่อวัสดุ อุปกรณ์ มัลติมิเดีย 1. หนังสือเรียนรายวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม ระดับ มัธยมศึกษาปีที่ 5 สำนักพิมพ์ สสวท. 2. แบบฝึกหัด เรื่อง พลังงานในวงจรไฟฟ้า 1.สื่อประกอบการสอน Power Point การวัดผลและประเมิลผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ / พฤติกรรมการเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. อธิบายความสัมพันธ์ ระหว่างแรงเคลื่อนไฟฟ้า กระแสไฟฟ้าและความ ต้านทาน (K) - ตรวจจากการตอบ คำถามในแบบฝึกหัด - แบบประเมินการทำ แบบฝึกหัด ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 2. คำนวณปริมาณต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องและเป็น ลำดับขั้นตอน (P) - ตรวจจากการตอบ คำถามในแบบฝึกหัด - แบบประเมินการทำ แบบฝึกหัด ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 3. มีความใฝ่เรียนรู้และร ส่งงานตรงเวลา (A) - การปฏิบัติกิจกรรม ในห้องเรียน - แบบประเมินพฤติกรรมการ เรียนของนักเรียน ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์


แบบฝึกหัด เรื่อง พลังงานในวงจรไฟฟ้า 1. หลอดไฟของไฟฉายมีกำลังไฟฟ้า 20 วัตต์ใช้กับแบตเตอรี่ที่มีอีเอ็มเอฟ์9 โวลต์จงหา ก. กระแสไฟฟ้าที่ผ่านหลอดไฟ ข. ถ้าใช้งานไฟฉายเป็นเวลานาน 10 นาทีไฟฉายนี้ใช้พลังงานไฟฟ้าไปกี่จูล 2.นำแบตเตอรี่ขนาด 1.5 โวลต์ความต้านทานภายใน 0.2 โอห์ม จำนวน 4 ก้อนมาต่อ แบบอนุกรม สำหรับนำไปเป็นแหล่งกำเนิดไฟฟ้าให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้า จงหา ก. อีเอ็มเอฟสมมูลของแบตเตอรี่ที่ต่อแบบอนุกรม ข. ความต้านทานภายในสมมูลของแบตเตอรี่ที่ต่อแบบอนุกรม 3.นำแบตเตอรี่ขนาด 3 โวลต์ความต้านทานภายใน 0.3 โอห์ม จำนวน 3 ก้อนมาต่อแบบขนาน สำหรับนำไปเป็นแหล่งกำเนิดไฟฟ้าให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้า จงหา ก. อีเอ็มเอฟสมมูลของแบตเตอรี่ที่ต่อแบบขนาน ข. ความต้านทานภายในสมมูลของแบตเตอรี่ที่ต่อแบบขนาน 4.เมื่อนำแบตเตอรี่สี่ก้อนซึ่งต่อกันแบบอนุกรมไปต่อกับตัวต้านทานขนาด 5.6 โอห์ม กระแสไฟฟ้าในวงจรจะมี ค่าเท่าใด ถ้าแบตเตอรี่แต่ละก้อนมีอีเอ็มเอฟ 1.5 โวลต์ และความต้านทานภายใน 0.1 โอห์ม


แบบประเมินการทำแบบฝึกหัด ตามเกณฑ์การให้คะแนนแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ ตามขั้นตอนการแก้โจทย์ปัญหาของ โพลยา จะมี 4 ขั้นตอนใหญ ่ ในแต ่ละขั้นตอนจะมีขั้นตอนย ่อยในการตรวจแบบฝึกทักษะแบบวิธีทำจึงได้ กำหนดเกณฑ์การให้คะแนนดังตารางข้างนี้ให้นักเรียนหรือครูผู้ตรวจดูเกณฑ์การให้คะแนนเทียบกับแบบเฉลย แบบฝึกทักษะจะสามารถตรวจให้คะแนนได้อย่างถูกต้อง และเข้าใจเกณฑ์การให้คะแนนมากยิ่งขึ้น รายการประเมิน ระดับคะแนน 0.0 0.5 1.0 ขั้นที่ 1 ทำความเข้าใจ โจทย์ ไม่ตอบ หรือระบุสิ่งที่ โจทย์ ให้มา และสิ่งที่ โจทย์ถาม เขียนเป็น สัญลักษณ์ไม่ ถูกต้องเลย ระบุสิ่งที่โจทย์ให้มา และ สิ่งที่โจทย์ถามพร้อม เขียนเป็น สัญลักษณ์ได้ บางตัว ระบุสิ่งที่โจทย์ให้มา และ สิ่งที่โจทย์ถามพร้อม เขียนเป็น สัญลักษณ์ได้ ถูกต้องครบถ้วน ขั้นที่ 2 วางแผน การแก้ปัญหา ไม่ตอบ หรือเลือกสมการ เพื่อใช้ในการหาคำตอบ จากสิ่งที่โจทย์ให้มาไม่ ถูกต้อง เลือกสมการเพื่อใช้ใน การหาคำตอบจากสิ่งที่ โจทย์ให้มาได้ถูกต้อง แต่ ไม่ครบถ้วน เลือกสมการเพื่อใช้ใน การหาคำตอบจากสิ่งที่ โจทย์ให้มาได้ถูกต้อง และครบถ้วน ขั้นที่ 3 ปฏิบัติตามแผน ไม่ตอบ หรือไม่สามารถ แทนตัวเลขลงในตัวแปร และคิดคำนวณหา คำตอบที่เป็นสากลได้ สามารถแทนตัวเลขลงใน ตัวแปรและคิด คำนวณหาคำตอบที่เป็น สากลได้ แต่ไม่ครบถ้วน สามารถแทนตัวเลขลงใน ตัวแปรและคิด คำนวณหาคำตอบที่เป็น สากลได้ ครบถ้วน ถูกต้อง ขั้นที่ 4 ตรวจสอบ ไม่ตอบ หรือไม่สามารถ ตรวจทานคำตอบ ตรวจสอบ หน่วยเป็น สากลและสรุปคำตอบได้ สามารถตรวจทาน คำตอบ ตรวจสอบ แต่ ไม่สามารถ ระบุหน่วย เป็นสากล และ สรุป คำตอบได้ครบถ้วน สามารถตรวจทาน คำตอบ ตรวจสอบหน่วย เป็นสากล และสรุป คำตอบได้ครบถ้วน ถูกต้อง


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 33 รายวิชา ฟิสิกส์ รหัสวิชา ว32204 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง เครื่องวัดไฟฟ้า จำนวน 2 คาบ/ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวจารุรัตน์ แก้วรอด สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจแรงไฟฟ้าและกฎของคูลอมบ์สนามไฟฟ้า ศักย์ไฟฟ้า ความจุไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า และ กฎของโอห์ม วงจรไฟฟ้ากระแสตรง พลังงานไฟฟ้าและกำลังไฟฟ้า การเปลี่ยนพลังงาน ทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้า สนามแม่เหล็ก แรงแม่เหล็กที่กระทำกับประจุไฟฟ้า และ กระแสไฟฟ้าการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าและกฎของฟาราเดย์ไฟฟ้ากระแสสลับ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและการสื่อสาร รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ผลการเรียนรู้การเรียนรู้ ข้อที ่ 12. ทดลอง และคำนวณอีเอ็มเอฟสมมูลจากการต ่อแบตเตอรี ่แบบอนุกรมและแบบขนาน รวมทั้งคำนวณปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในวงจรไฟฟ้ากระแสตรงซึ่งประกอบด้วยแบตเตอรี่และตัวต้านทานได้ ระดับการคิด / พฤติกรรม 3.นำไปใช้ สาระสำคัญ เครื่องวัดไฟฟ้าที่ใช้วัดกระแสไฟฟ้า เรียกว่า แอมมิเตอร์ เครื่องวัดไฟฟ้าที่ใช้วัดความต่างศักย์ เรียกว่า โวลต์มิเตอร์ และเครื่องวัดไฟฟ้าที่ใช้วัดความต้าน เรียกว่า โอห์มมิเตอร์ ซึ่งเครื่องวัดทั้ง 3 ชนิด ถูกดัดแปลงมา จากแกลแวนอมิเตอร์ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายหลักการทำงานของเครื่องวัดไฟฟ้าแต่ละชนิดได้ (K) 2. ตรวจสอบหาปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระแสไฟฟ้าในวงจรได้ (P) 3. มีความใฝ่เรียนรู้และมีความมุ่งมั่นในการทำงาน (A)


สาระการเรียนรู้/เนื้อหาสาระ 1. แอมมิเตอร์ 2. โวลต์มิเตอร์ 3. โอห์มมิเตอร์ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นในการทำงาน มีวินัย รักความเป็นไทย ใฝ่เรียนรู้ มีจิตสาธารณะ ด้านคุณลักษณะของผู้เรียนตามหลักสูตรมาตรฐานสากล เป็นเลิศวิชาการ สื่อสารสองภาษา ล้ำหน้าทางความคิด ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ ร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมโลก ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ความสามารถในการสื่อสาร : หลักการทำงานของเครื่องวัดไฟฟ้าแต่ละชนิด ความสามารถในการคิด : ตรวจสอบหาปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระแสไฟฟ้าในวงจร ความสามารถในการแก้ปัญหา : การแก้โจทย์ปัญหาเพื่อระบุคำตอบ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต : - ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : การใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ ด้านจุดเน้นการพัฒนาผู้เรียน 1. ด้านความสามารถและทักษะ ตามระดับชั้น ชั้น ม.1-3 : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ตามวัย ชั้น ม.4-6 : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ ใช้ภาษาต่างประเทศ มีทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสาร อย่างสร้างสรรค์ตามช่วงวัย 2. ด้านคุณลักษณะตามช่วงวัย ม.1-3 : เน้นอยู่อย่างพอเพียง ม.4-6 : เน้นมุ่งมั่นในการศึกษาและการทำงาน


บูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 1. หลักความพอประมาณ : ใช้เวลา 2 ชั่วโมงจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับระดับชั้น ศักยภาพของ นักเรียนที่สอดคล้องกับมาตรฐาน ผลการเรียนรู้และวัยของผู้เรียน 2. หลักความมีเหตุผล : จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เตรียมใบความรู้ แบบฝึกหัดให้สอดคล้องกับ ศักยภาพนักเรียน 3. หลักภูมิคุ้มกัน : วางแผนอย่างรอบคอบในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนได้เรียนรู้ เต็มตาม ศักยภาพของตนเอง 4. เงื่อนไขความรู้ : รอบรู้ เรื่องหลักสูตร เนื้อหาและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้เหมาะสมกับ นักเรียน โดยใช้กระบวนการวัดและประเมินผลที่หลากหลายตรงตามสภาพจริง 5. เงื่อนไขคุณธรรม : ใช้หลักความยุติธรรม ความรับผิดชอบ การมีวินัยในการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ กิจกรรมการเรียนการสอน 1.ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1. ครูทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนเกี ่ยวกับวงจรไฟฟ้ากระแสตรงเบื้องต้น จากนั้นครูแจ้ง จุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ 2. ครูนำเครื่องวัดไฟฟ้า เช่น แอมมิเตอร์ โวลต์มิเตอร์ และโอห์มมิเตอร์มาให้นักเรียนดู จากนั้น ครูให้นักเรียนร่วมกันสังเกตส่วนประกอบและข้อมูลที่ปรากฏบนเครื่อง 2. ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 3. ครูตั้งประเด็นคำถามกระตุ้นความคิดนักเรียน โดยครูใช้คำถาม Prior Knowledge จากหนังสือ เรียน รายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ ม.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ไฟฟ้ากระแส ว่า “แอมมิเตอร์ โวลต์มิเตอร์ และโอห์มมิเตอร์รวมกันอยู่ในเครื่องเดียวกัน เรียกว่าอะไร” โดยให้นักเรียนแต่ละคนร ่วมกัน อภิปรายแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ (เรียกว่า มัลติมิเตอร์ (multimeter)) 4. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน ตามความสมัครใจ จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทน ออกมาจับสลากเรื่องที่ศึกษา โดยครูเตรียมสลากหมายเลข ไว้หน้าชั้นเรียน ซึ่งหมายเลขจะระบุเรื่องที่ให้ นักเรียนศึกษา ดังนี้ • หมายเลข 1 ศึกษา เรื่อง แอมมิเตอร์ • หมายเลข 2 ศึกษา เรื่อง โวลต์มิเตอร์ • หมายเลข 3 ศึกษา เรื่อง โอห์มมิเตอร์


3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลการศึกษาหน้าชั้นเรียน ในระหว่างที่นักเรียนนำเสนอ ครูคอยให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจที่ถูกต้องมากยิ่งขึ้น (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบประเมินการนำเสนอผลงาน) 6. ครูตั้งประเด็นคำถามกระตุ้นความคิดนักเรียน โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายแสดง ความคิดเห็นเพื่อหาคำตอบ ดังนี้ • เครื่องมือที่ใช้วัดกระแสไฟฟ้า เรียกว่า (แอมมิเตอร์) • เครื่องมือที่ใช้วัดความต่างศักย์ เรียกว่า (โวลต์มิเตอร์) • เครื่องมือที่ใช้วัดความต้านทาน เรียกว่า (โอห์มมิเตอร์) • ถ้าต้องการดัดแปลงแกลแวนอมิเตอร์ให้เป็นแอมมิเตอร์ต้องทำอย่างไร (นำชันต์ซึ่งก็คือตัวต้านทานที่มีค่าน้อยมากเมื่อเทียบกับความต้านทานของแกลแวนอ-มิเตอร์ มาต่อขนานกับแกลแวนอมิเตอร์) • ถ้าต้องการดัดแปลงแกลแวนอมิเตอร์ให้เป็นโวลต์มิเตอร์ต้องทำอย่างไร (นำมัลติพลายเออร์ซึ่งก็คือตัวต้านทานที่มีค่าสูงมากเมื่อเทียบกับความต้านทาน ของแกลแวนอมิเตอร์มาต่ออนุกรมกับแกลแวนอมิเตอร์) 7. นักเรียนแต่ละคนเขียนส่วนประกอบและสัญลักษณ์ในวงจรไฟฟ้าของเครื่องวัดไฟฟ้าแต่ละชนิด ดังนี้ •แอมมิเตอร์ •โวลต์มิเตอร์ •โอห์มมิเตอร์


4. ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 8. ครูให้ความรู้เกี่ยวกับการคำนวณหาปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระแสไฟฟ้าในวงจร ดังนี้ ตัวอย่าง แกลแวนอมิเตอร์เครื่องหนึ่งมีความต้านทาน 1,000 โอห์ม และกระแสไฟฟ้าสูงสุด 0.01 แอมแปร์ ถ้าต้องการดัดแปลงแกลวานอมิเตอร์นี้ให้สามารถวัดกระแสไฟฟ้าได้สูงสุด 0.05 แอมแปร์ จะต้องต่อชันต์ที่มี ความต้านทานกี่โอห์มเข้าไปในวงจร วิธีทำ จากสมการ GS += III .005 .0I 01 S += .0I 04 A S = ชันต์ต่อแบบขนานกับแกลแวนอมิเตอร์ (V เท่า) จะได้ SG = VV SSGG = RIRI S .0( 01)( ,1000 = .0() 04 R) 4 000,1 RS = RS 250 = ดังนั้น จะต้องต่อชันต์ที่มีความต้านทาน 250 โอห์ม เข้าไปในวงจร 5. ขั้นประเมิน (Evaluation) 9. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับเครื่องวัดไฟฟ้า ซึ่งได้ข้อสรุปร่วมกันว่า “เครื่องวัดไฟฟ้าที่ใช้ งานทั่วไป คือ แอมมิเตอร์ โวลต์มิเตอร์ และโอห์มมิเตอร์ ซึ่งใช้วัดกระแสไฟฟ้า ความต่างศักย์ และความ ต้านทาน ตามลำดับ ปัจจุบันมีทั้งแบบแอนาล็อกที่แสดงผลการวัดด้วยสเกล และแบบดิจิทัล ที่แสดงผลการวัด ด้วยตัวเลข แอมมิเตอร์ โวลต์มิเตอร์ และโอห์มมิเตอร์ ดัดแปลงมาจากแกลแวนอมิเตอร์ชนิดขดลวด เคลื่อนที่ โดยการต่อตัวต้านทานเพิ่มเข้าไป แกลแวนอมิเตอร์ ใช้วัดได้ทั้งกระแสไฟฟ้าและความต่างศักย์” สื่อการเรียนรู้/วัสดุอุปกรณ์/แหล่งเรียนรู้ สื่อสิ่งพิมพ์/แหล่งเรียนรู้ สื่อวัสดุ อุปกรณ์ มัลติมิเดีย 1. หนังสือเรียนรายวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม ระดับ มัธยมศึกษาปีที่ 5 สำนักพิมพ์ สสวท. 2. แบบฝึกหัด เรื่อง เครื่องวัดไฟฟ้า 1. สื่อประกอบการสอน Power Point 2. แอมมิเตอร์ 3. โวลต์มิเตอร์ 4. โอห์มมิเตอร์ IS I = 0.05 A IG = 0.01 RG = 1,000 RS G


การวัดผลและประเมิลผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ / พฤติกรรมการเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. อธิบายหลักการ ทำงานของเครื่องวัด ไฟฟ้าแต่ละชนิดได้ (K) - ตรวจจากการตอบ คำถามในแบบฝึกหัด - แบบประเมินการทำ แบบฝึกหัด ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 2. ตรวจสอบหาปริมาณ ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ กระแสไฟฟ้าในวงจรได้ (P) - ตรวจจากการตอบ คำถามในแบบฝึกหัด - แบบประเมินการทำ แบบฝึกหัด ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 3. มีความใฝ่เรียนรู้และมี ความมุ่งมั่นในการ ทำงาน (A) - การปฏิบัติกิจกรรม ในห้องเรียน - แบบประเมินพฤติกรรมการ เรียนของนักเรียน ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์


แบบฝึกหัด เรื่อง เครื่องวัดไฟฟ้า 1.แกลแวนอมิเตอร์เครื่องหนึ่งมีความต้านทาน 900 โอห์ม สามารถให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้สูงสุด 10 ไมโครแอมแปร์ถ้าต้องการกระแสไฟฟ้า 100 ไมโครแอมแปร์ผ่าน จะต้องต่อชันต์ที่มีความต้านทานเท่าไร และ ต่อแบบใด 2. หำกต้องกำรดัดแปลงแกลแวนอมิเตอร์ที่มีควำมต้ำนทาน 500 โอห์ม และวัดกระแสไฟฟ้าได้สูงสุด 50 ไมโครแอมแปร์ เป็นแอมมิเตอร์ที่วัดกระแสไฟฟ้าได้สูงสุด 100 มิลลิแอมแปร์ 3. ถ้ำต้องกำรดัดแปลงแกลแวนอมิเตอร์ที่มีควำมต้านทาน 500 โอห์ม และวัดกระแสไฟฟ้ำได้สูงสุด 50 ไมโครแอมแปร์ เป็นโวลต์มิเตอร์ที่วัดความต่างศักย์ได้สูงสุด 15 โวลต์


แบบประเมินการทำแบบฝึกหัด ตามเกณฑ์การให้คะแนนแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ ตามขั้นตอนการแก้โจทย์ปัญหาของ โพลยา จะมี 4 ขั้นตอนใหญ ่ ในแต ่ละขั้นตอนจะมีขั้นตอนย ่อยในการตรวจแบบฝึกทักษะแบบวิธีทำจึงได้ กำหนดเกณฑ์การให้คะแนนดังตารางข้างนี้ให้นักเรียนหรือครูผู้ตรวจดูเกณฑ์การให้คะแนนเทียบกับแบบเฉลย แบบฝึกทักษะจะสามารถตรวจให้คะแนนได้อย่างถูกต้อง และเข้าใจเกณฑ์การให้คะแนนมากยิ่งขึ้น รายการประเมิน ระดับคะแนน 0.0 0.5 1.0 ขั้นที่ 1 ทำความเข้าใจ โจทย์ ไม่ตอบ หรือระบุสิ่งที่ โจทย์ ให้มา และสิ่งที่ โจทย์ถาม เขียนเป็น สัญลักษณ์ไม่ ถูกต้องเลย ระบุสิ่งที่โจทย์ให้มา และ สิ่งที่โจทย์ถามพร้อม เขียนเป็น สัญลักษณ์ได้ บางตัว ระบุสิ่งที่โจทย์ให้มา และ สิ่งที่โจทย์ถามพร้อม เขียนเป็น สัญลักษณ์ได้ ถูกต้องครบถ้วน ขั้นที่ 2 วางแผน การแก้ปัญหา ไม่ตอบ หรือเลือกสมการ เพื่อใช้ในการหาคำตอบ จากสิ่งที่โจทย์ให้มาไม่ ถูกต้อง เลือกสมการเพื่อใช้ใน การหาคำตอบจากสิ่งที่ โจทย์ให้มาได้ถูกต้อง แต่ ไม่ครบถ้วน เลือกสมการเพื่อใช้ใน การหาคำตอบจากสิ่งที่ โจทย์ให้มาได้ถูกต้อง และครบถ้วน ขั้นที่ 3 ปฏิบัติตามแผน ไม่ตอบ หรือไม่สามารถ แทนตัวเลขลงในตัวแปร และคิดคำนวณหา คำตอบที่เป็นสากลได้ สามารถแทนตัวเลขลงใน ตัวแปรและคิด คำนวณหาคำตอบที่เป็น สากลได้ แต่ไม่ครบถ้วน สามารถแทนตัวเลขลงใน ตัวแปรและคิด คำนวณหาคำตอบที่เป็น สากลได้ ครบถ้วน ถูกต้อง ขั้นที่ 4 ตรวจสอบ ไม่ตอบ หรือไม่สามารถ ตรวจทานคำตอบ ตรวจสอบ หน่วยเป็น สากลและสรุปคำตอบได้ สามารถตรวจทาน คำตอบ ตรวจสอบ แต่ ไม่สามารถ ระบุหน่วย เป็นสากล และ สรุป คำตอบได้ครบถ้วน สามารถตรวจทาน คำตอบ ตรวจสอบหน่วย เป็นสากล และสรุป คำตอบได้ครบถ้วน ถูกต้อง


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 34 รายวิชา ฟิสิกส์ รหัสวิชา ว32204 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การคำนวณพลังงานไฟฟ้าของ จำนวน 2 คาบ/ชั่วโมง เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน 1 ผู้สอน นางสาวจารุรัตน์ แก้วรอด สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจแรงไฟฟ้าและกฎของคูลอมบ์สนามไฟฟ้า ศักย์ไฟฟ้า ความจุไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า และ กฎของโอห์ม วงจรไฟฟ้ากระแสตรง พลังงานไฟฟ้าและกำลังไฟฟ้า การเปลี่ยนพลังงาน ทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้า สนามแม่เหล็ก แรงแม่เหล็กที่กระทำกับประจุไฟฟ้า และ กระแสไฟฟ้าการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าและกฎของฟาราเดย์ไฟฟ้ากระแสสลับ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและการสื่อสาร รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ผลการเรียนรู้การเรียนรู้ ข้อที่ 11. ทดลอง อธิบาย และคำนวณอีเอ็มเอฟของแหล่งกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรง รวมทั้งอธิบายและ คำนวณพลังงานไฟฟ้า และกำลังไฟฟ้าได้ ระดับการคิด / พฤติกรรม 3.นำไปใช้ สาระสำคัญ การคำนวณค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือน พิจารณาจากผลคูณของค่าพลังงานไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าใน บ้านแต่ละชนิด กับระยะเวลาในการเปิดใช้งานรายชั่วโมง การประหยัดค่าไฟฟ้าเริ่มต้นได้จากการเลือกใช้ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานให้ค่าพลังงานไฟฟ้าน้อย จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายพลังงานไฟฟ้า และกำลังไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ (K) 2. ตรวจสอบหาปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานไฟฟ้า กำลังไฟฟ้า และค่าไฟฟ้าได้ (P) 3. มีวินัย ใฝ่เรียนรู้และอยู่อย่างพอเพียง (A)


สาระการเรียนรู้/เนื้อหาสาระ • กำลังไฟฟ้า (electric power) คือ พลังงานไฟฟ้าที่เครื่องใช้ไฟฟ้าใช้ไปในหนึ่งหน่วยเวลา เขียนเป็นความสัมพันธ์ได้ดังนี้ P = W t โดย P คือ กำลังไฟฟ้า มีหน่วยเป็น วัตต์ (W) W คือ พลังงานไฟฟ้า มีหน่วยเป็น จูล (J) t คือ เวลา มีหน่วยเป็น วินาที (s) นอกจากนี้ยังสามารถหา กำลังไฟฟ้า ได้จาก P = VI กำลังไฟฟ้า 1 วัตต หมายถึง มีการใช้พลังงานไฟฟ้าไป 1 จูลในเวลา 1 วินาที • พลังงานไฟฟ้า คือ ความสิ้นเปลืองไฟฟ้าที่เครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดใช้ควบคู่กับระยะเวลาใน การทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น สามารถหาได้จาก สมการดังต่อไปนี้ W = Pt ในการหาค่าพลังงานไฟฟ้าที่ใช้เพื่อคำนวณค่าไฟฟ้า จะกำหนดหน่วยแต่ละปริมาณเป็นดังนี้ กำลังไฟฟ้า มีหน่วยเป็น กิโลวัตต์ (kW) เวลา มีหน่วยเป็น ชั่วโมง (h) พลังงาน มีหน่วยเป็น กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) หรือหน่วย (unit) • การคิดเงินค่าพลังงานไฟฟ้า ค่าไฟฟ้าจะมีองค์ประกอบ 3 ส่วน คือ ค่าไฟฟ้าฐาน ค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) และภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนี้ ค่าไฟฟ้า = ค่าไฟฟ้าฐาน + ค่าไฟฟ้าผันแปร + ภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าไฟฟ้าฐาน คือ พลังงานไฟฟ้าที่เครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดใช้ไปใน 1 เดือน คูณด้วยค่าไฟต่อหน่วย ค่าไฟฟ้าผันแปร คือ ค่าใช้จ่ายที่การไฟฟ้าไม่สามารถควบคุมได้ เช่น ราคาเชื้อเพลิง และเป็นตัวเลขที่ เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี นำไปคูณด้วยจำนวนหน่วยที่ใช้ไปใน 1 เดือน ภาษีมูลค่าเพิ่ม คือ ตัวเลขที่ผู้ขอรับบริการจะต้องเป็นผู้รับภาระตามกฎหมายกำหนด นอกจากนี้ ผู้ใช้ ไฟฟ้าต้องรับผิดชอบค่าบริการรายเดือนอีกด้วย การไฟฟ้าจะคิดเงินค่าไฟฟ้าตามปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในอัตราก้าวหน้า คือ เมื่อใช้พลังงานไฟฟ้า มากขึ้น ราคาต่อหน่วยจะมากขึ้นด้วย โดยผู้ใช้จะจ่ายเงินค่าไฟฟ้าตามใบเสร็จรับเงินค่าไฟฟ้า ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นในการทำงาน มีวินัย รักความเป็นไทย ใฝ่เรียนรู้ มีจิตสาธารณะ


ด้านคุณลักษณะของผู้เรียนตามหลักสูตรมาตรฐานสากล เป็นเลิศวิชาการ สื่อสารสองภาษา ล้ำหน้าทางความคิด ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ ร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมโลก สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ความสามารถในการสื่อสาร : อธิบายการหาค่าพลังงานไฟฟ้า และกำลังไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้า ความสามารถในการคิด : วิเคราะห์บิลค่าไฟฟ้าและคำนวณค่าไฟฟ้า ความสามารถในการแก้ปัญหา : แก้โจทย์ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต : สามารถอ่านบิลค่าไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง เพื่อลดปริมาณ การใช้ไฟ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : สืบค้นการใช้ค่าไฟฟ้าจากแอพลิเคชั่นและเว็บไซต์ต่าง ๆ ด้านจุดเน้นการพัฒนาผู้เรียน 1. ด้านความสามารถและทักษะ ตามระดับชั้น ชั้น ม.1-3 : แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ตามวัย ชั้น ม.4-6 : แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ ใช้ภาษาต่างประเทศ มีทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสาร อย่างสร้างสรรค์ตามช่วงวัย 2. ด้านคุณลักษณะตามช่วงวัย ม.1-3 : เน้นอยู่อย่างพอเพียง ม.4-6 : เน้นมุ่งมั่นในการศึกษาและการทำงาน บูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 1. หลักความพอประมาณ : ใช้เวลา 2 ชั่วโมงจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับระดับชั้น ศักยภาพของ นักเรียนที่สอดคล้องกับมาตรฐาน ตัวชี้วัดและวัยของผู้เรียน 2. หลักความมีเหตุผล : จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เตรียมใบความรู้ แบบฝึกหัดให้สอดคล้องกับ ศักยภาพนักเรียน 3. หลักภูมิคุ้มกัน : วางแผนอย่างรอบคอบในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนได้เรียนรู้ เต็มตาม ศักยภาพของตนเอง 4. เงื่อนไขความรู้ : รอบรู้ เรื่องหลักสูตร เนื้อหาและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้เหมาะสมกับ นักเรียน โดยใช้กระบวนการวัดและประเมินผลที่หลากหลายตรงตามสภาพจริง 5. เงื่อนไขคุณธรรม : ใช้หลักความยุติธรรม ความรับผิดชอบ การมีวินัยในการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้


กิจกรรมการเรียนการสอน 1.ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1. ครูนำตัวอย่างใบแจ้งค่าไฟฟ้า มาให้นักเรียนดู จากนั้นให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปราย แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อมูลที่ปรากฏบนใบแจ้งค่าไฟฟ้า 2. ครูตั้งประเด็นคำถามกระตุ้นความคิดนักเรียนว่า “นักเรียนจะทราบได้อย่างไรว่า ในแต่ละเดือน ใช้ค่าไฟฟ้าไปกี่หน่วย และมีวิธีการคิดอย่างไร” โดยให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ (ดูบิลค่าไฟฟ้า หรือเปิด Application ของ กฝผ.) 3. ครูใช้คำถามกับนักเรียน กระตุ้นความคิดเพื่อเป็นการนำเข้าสู่บทเรียนและตรวจสอบความรู้ เดิมของนักเรียนว่า “เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านใช้พลังงานไฟฟ้าจากแหล่งกำเนิดใด” (ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแหล่งกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ โดยพลังงานไฟฟ้าจะถูกส่งจากโรงงาน ไฟฟ้าไปตามสายส่งด้วยความต่างศักย์ที่เหมาะสมและมีการแปลงความต่างศักย์ตามเส้นทางเป็นระยะ)


2. ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 4. ครูนำภาพเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น กระติกน้ำร้อน เตารีด และพัดลม มาให้นักเรียนดู โดยให้ นักเรียนสังเกตข้อมูลที่อยู่บนเครื่องใช้ไฟฟ้า จากนั้นครูตั้งประเด็นคำถามกระตุ้นความคิดนักเรียนว่า “ตัวเลข 900 W ที่ปรากฏบนเครื่องใช้ไฟฟ้า หมายถึงอะไร” (กำลังไฟฟ้า) 3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 5. ครูตั้งประเด็นคำถามกระตุ้นความคิดนักเรียน โดยให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปรายแสดง ความคิดเห็นเพื่อหาคำตอบ ดังนี้ • พลังงานไฟฟ้า หมายถึง (พลังงานไฟฟ้า หมายถึง ความสิ้นเปลืองไฟฟ้าที่เครื่องใช้ไฟฟ้าใช้) • กำลังไฟฟ้า หมายถึง (กำลังไฟฟ้า หมายถึง พลังงานไฟฟ้าที่ใช้หรือเปลี่ยนไปในหนึ่งหน่วยเวลา หรืออัตราการใช้ พลังงานไฟฟ้า) • ประโยคที่กล่าวว่า เตารีดกินไฟมากกว่าพัดลม มีความหมายว่าอย่างไร (เตารีดใช้พลังงานไฟฟ้าและกำลังไฟฟ้ามากกว่าพัดลม) 4. ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 6. ครูให้ความรู้เกี่ยวกับการคำนวณหาปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคำนวณค่าไฟฟ้า ดังนี้ ตัวอย่าง ห้องเช่าแห่งหนึ่งมีเตารีดไฟฟ้า ขนาด 750 วัตต์ เปิดใช้งานวันละ 2 ชั่วโมง และ เครื่องปรับอากาศ ขนาด 1,200 วัตต์ เปิดใช้งานวันละ 5 ชั่วโมง อยากทราบว่าในเดือนสิงหาคม ห้องเช่าแห่ง นี้จะต้องจ่ายค่าไฟเท่าไร กำหนดให้ค่าไฟหน่วยละ 5 บาท วิธีทำ คำนวณหาจำนวนยูนิต + = 5 000,1 200,1 2 000,1 750 += 65.1 จำนวนยูนิต = 5.6 หน่วย คำนวณค่าไฟฟ้า จากสมการ ค่าไฟ = วยราคาต่อหน่วันจานวนหน่วย 5.6 31= 5 ค่าไฟ = ,1007.50 บาท ดังนั้น ในเดือนสิงหาคม ห้องเช่าแห่งนี้จะต้องเสียค่าไฟฟ้า 1,007.50 บาท 7 ครูมอบหมายให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด เรื่อง การคำนวณพลังงานไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน


Click to View FlipBook Version