The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษาประถม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

หลักสูตรสถานศึกษาประถม

หลักสูตรสถานศึกษาประถม

หลักสตู รสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านม่วง ระดบั ประถมศกึ ษา 41

หลกั สตู รสถานศึกษา
ศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอบา้ นม่วง
หลกั สตู รการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช

2551
(ฉบบั ปรบั ปรงุ )

“ระดบั ประถมศึกษา”

ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอบ้านมว่ ง
สานักงานส่งเสรมิ การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยจงั หวดั

สกลนค

หลกั สตู รสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดับประถมศึกษา ก

คานา

กระทรวงศึกษาธกิ ารได้ประกาศใชห้ ลักสูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน
พุทธศักราช 2551 มีสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ 5 สาระ ได้แก่ ทกั ษะการเรยี นรู้ ความรู้พืน้ ฐาน
การประกอบอาชพี ทักษะการดาเนนิ ชวี ิต การพัฒนาสังคม และมีแนวทางในการจดั การศกึ ษา การ
เทยี บโอน การวดั ผลและประเมนิ ผล เกณฑ์การจบหลกั สูตร เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษา ในการจดั
การศกึ ษาตามหลักสตู รการศึกษานอกระบบการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551 สถานศึกษาจะต้อง
ดาเนินการจัดทาหลักสูตรสถานศึกษา ใหส้ อดคล้องกบั ความตอ้ งการพัฒนาของจงั หวัด อาเภอ ชุมชน
และผ้เู รยี น

ศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั อาเภอบา้ นมว่ ง ได้ดาเนนิ การจัดทาหลักสตู ร
สถานศึกษา หลักสตู รการศึกษานอกระบบการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 โดยอาศัยแนวทางท่ี
สานักงาน กศน.ได้ให้แนวทางในการจัดทาหลักสูตรสถานศกึ ษาไวจ้ นสาเร็จดว้ ยดี

ในการน้ี ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอาเภอบ้านม่วง ขอขอบคุณ
สานกั งานกศน.จงั หวดั สกลนคร ผูน้ าชุมชน คณะกรรมการสถานศกึ ษา คณะครู และผ้เู ก่ยี วข้อง ที่
ร่วมกนั จดั ทาหลกั สูตรสถานศึกษาให้เสร็จสนิ้ อยา่ งสมบรู ณม์ าในโอกาสน้ี

ลงชื่อ ผอู้ นมุ ัตแิ ผน
(นายประคอง สวา่ งวงค์)
ประธานกรรมการสถานศึกษา

ลงชือ่ ผูอ้ นมุ ตั ิแผน
(นางเตอื นจติ ร บงคบ์ ุตร)
ผอ.กศน.อาเภอบา้ นมว่ ง

หลกั สูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านม่วง ระดบั ประถมศึกษา ข

สารบัญ หนา้

คานา ก
สารบัญ ข
ข้อมูลพ้ืนฐานจังหวดั สกลนคร 1
2
ข้อมลู ท่ัวไปของจงั หวดั สกลนคร 5
สถานท่สี าคญั 12
บคุ คลสาคัญ 17
วิถีชวี ิต 28
ขอ้ มูลพนื้ ฐานอาเภอบ้านม่วง 28
ความเป็นมาของอาเภอบ้านม่วง 28
ลกั ษณะทต่ี ้งั 29
เนอ้ื ท่ี 29
ประชากร 30
เขตการปกครอง 30
สภาพเศรษฐกิจ และการประกอบอาชพี 31
สภาพทางสังคมและวัฒนธรรมสงิ่ สาคัญและสง่ิ โดดเด่นในชมุ ชน 32
ขอ้ มลู สถานศกึ ษา 32
ช่ือสถานศกึ ษา 32
ทต่ี ้ัง/การตดิ ตอ่ 32
ประวตั สิ ถานศึกษา 32
ปรัชญา 32
วิสยั ทัศน์ 33
อตั ลกั ษณ์ 33
เอกลกั ษณ์ 33
พนั ธกจิ 33
เปา้ ประสงค์ 34
กลยุทธ์การพฒั นา 35
ทาเนียบผบู้ รหิ าร 36
โครงสร้างการบริหาร 37
ข้อมลู บคุ ลากร

หลกั สตู รสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านม่วง ระดับประถมศึกษา ค

สารบัญ (ต่อ)

หน้า

ข้อมลู ดา้ นอาคารสถานท่ี / กศน.ตาบล / แหล่งเรยี นรู้ /ภมู ปิ ัญญาท้องถิ่น 37
การวเิ คราะห์ SWOT ของสถานศกึ ษา 39
โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต้น 41
หลกั การ 41
จุดหมาย 41
กลุ่มเป้าหมาย 42
สาระการเรียนรู้ 42
กิจกรรมพัฒนาคณุ ภาพชีวิต 42
มาตรฐานการเรยี นรู้ 42
เวลาเรียน 42
หน่วยกิต 42
โครงสรา้ งหลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 43
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ 44
สาระทักษะการเรียนรู้ 46
เปา้ หมายการเรยี นรู้ 47
มาตรฐานการเรยี นรูร้ ะดบั ผลการเรยี นรทู้ ค่ี าดหวงั บังคับ 48
คาอธบิ ายรายวิชาบงั คบั 50
รายละเอียดคาอธิบายรายวิชาบังคับ 54
คาอธบิ ายรายวชิ าเลอื ก 57
รายละเอยี ดคาอธบิ ายรายวิชาเลือก 59
สาระความรพู้ ื้นฐาน 62
วชิ าภาษาไทย 63
63
เป้าหมายการเรียนรู้ 63
มาตรฐานการเรียนร้รู ะดบั ผลการเรยี นรู้ทคี่ าดหวังบังคบั 65
คาอธิบายรายวชิ าบงั คับ 68
รายละเอยี ดคาอธบิ ายรายวิชาภาษาไทย 72
วิชาภาษาต่างประเทศ (วชิ าภาษาองั กฤษ) 72
เปา้ หมายการเรยี นรู้ 72
มาตรฐานการเรยี นรรู้ ะดบั ผลการเรยี นรูท้ ีค่ าดหวังบงั คับ

หลกั สูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นม่วง ระดับประถมศกึ ษา ง
สารบญั (ตอ่ )

คาอธิบายรายวิชาบงั คบั หน้า
รายละเอียดคาอธบิ ายรายวิชาภาษาองั กฤษในชีวติ ประจาวนั
87
วิชาคณิตศาสตร์ 75
เป้าหมายการเรยี นรู้
มาตรฐานการเรยี นรู้ระดบั ผลการเรยี นรทู้ ีค่ าดหวังบงั คับ 86
คาอธบิ ายรายวิชาบังคับ 86
รายละเอียดคาอธิบายรายวิชาบังคับ 86
88
วชิ าวิทยาศาสตร์ 90
เป้าหมายการเรียนรู้ 94
มาตรฐานการเรียนร้รู ะดับ ผลการเรียนร้ทู ่ีคาดหวงั บังคับ 94
คาอธิบายรายวิชาบังคบั 94
รายละเอยี ดคาอธิบายรายวชิ าบังคับ 95
97
สาระการประกอบอาชพี 106
เปา้ หมายการเรยี นรู้ 107
มาตรฐานการเรียนรรู้ ะดับ ผลการเรยี นรทู้ ่ีคาดหวงั บงั คบั 108
คาอธิบายรายวิชาบังคับ 110
รายละเอยี ดคาอธบิ ายรายวิชา 113
124
สาระทกั ษะการดาเนินชวี ติ 125
เปา้ หมายการเรียนรู้ 125
มาตรฐานการเรยี นรู้ระดับ ผลการเรียนรู้ท่คี าดหวังบงั คับ 127
คาอธิบายรายวิชา 132
รายละเอียดคาอธบิ ายรายวิชา 139
139
สาระการพัฒนาสงั คม 141
เป้าหมายการเรยี นรู้ 143
มาตรฐานการเรียนรูร้ ะดับ ผลการเรียนรทู้ ค่ี าดหวังบงั คับ 145
คาอธบิ ายรายวชิ า 156
รายละเอยี ดคาอธิบายรายวชิ าบังคับ

รายวชิ าบงั คับเลือก

หลักสูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบา้ นม่วง ระดบั ประถมศึกษา จ

สารบญั (ตอ่ )

รายวิชาเลอื ก หนา้
วธิ กี ารจดั การเรยี นรู้
การจดั กระบวนการเรียนรู้ 159
สอ่ื การเรยี นรู้ 165
การเทยี บโอน 166
การวัดผลประเมินผลการเรียน 168
การจบหลักสูตร 168
เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษา 168
แผนการลงทะเบียน 169
บรรณานกุ รม 169
คณะผู้จัดทา 170
172
174

หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านม่วง ระดบั ประถมศึกษา 1

โครงสรา้ งหลักสูตรสถานศึกษา ระดบั ประถมศึกษา

หลกั การ

1. เปน็ หลักสูตรท่ีมโี ครงสรา้ งยดื หยนุ่ ดา้ นสาระการเรียนรู้ เวลาเรยี น และ การจัดการ
เรยี นรู้โดยเนน้ การบรู ณาการเนอื้ หาให้สอดคล้องกับวถิ ชี ีวติ ความแตกต่างระหว่างบคุ คล และชุมชน
สังคม

2. สง่ เสริมให้มกี ารเทยี บโอนผลการเรยี นจากการศึกษาในระบบ การศกึ ษานอกระบบและ
การศึกษาตามอัธยาศัย

3. ส่งเสริมให้ผูเ้ รียนไดพ้ ัฒนาและเรยี นรอู้ ย่างต่อเน่ืองตลอดชวี ติ โดยตระหนักวา่ ผเู้ รียน
มีความสาคัญ สามารถพฒั นาตนเองได้ตามธรรมชาติและเตม็ ศักยภาพ

4. สง่ เสรมิ ให้ภาคีเครอื ขา่ ยมสี ว่ นร่วมในการจัดการศึกษา

จุดหมาย

หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งพัฒนา
ให้ผเู้ รยี นมคี ณุ ธรรม จริยธรรม มีสตปิ ญั ญา มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีศักยภาพในการประกอบอาชีพและการ
เรียนรอู้ ยา่ งตอ่ เน่อื ง ซง่ึ เป็นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ทต่ี ้องการ จึงกาหนดจดุ หมายดังต่อไปนี้

1. มคี ุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยมทด่ี งี าม และสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันตสิ ุข
2. มคี วามรู้พืน้ ฐานสาหรับการดารงชวี ิต และการเรียนรตู้ อ่ เน่อื ง
3. มีความสามารถในการประกอบสัมมาอาชีพ ให้สอดคล้องกับความสนใจ
ความถนดั และตามทันความเปลีย่ นแปลงทางเศรษฐกิจ สงั คม และการเมอื ง
4. มีทักษะการดาเนินชีวิตที่ดี และสามารถจัดการกับชีวิต ชุมชน สังคม ได้อย่างมี
ความสุข ตามปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
5. มีความเขา้ ใจประวตั ิศาสตร์ชาติไทย ภูมใิ จในความเป็นไทย โดยเฉพาะภาษา ศิลปะ
วัฒนธรรม ประเพณี กีฬา ภูมิปญั ญาไทย ความเป็นพลเมืองดี ปฏบิ ัตติ นตามหลักธรรมของศาสนา ยึด
มนั่ ในวถิ ีชวี ติ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตรยิ ท์ รงเปน็ ประมุข
6. มีจิตสานึกในการอนรุ ักษ์ และพฒั นาทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม
7. เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ มีทักษะในการแสวงหาความรู้ สามารถเข้าถึง
แหล่งเรยี นรแู้ ละบรู ณาการความรู้มาใชใ้ นการพฒั นาตนเอง ครอบครัว ชมุ ชน สังคม และประเทศชาติ

หลกั สูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านม่วง ระดับประถมศึกษา 2

กลมุ่ เปา้ หมาย
กลมุ่ ผู้ใชแ้ รงงาน กลุม่ เกษตรกร กลมุ่ ผู้นาทอ้ งถน่ิ กล่มุ คนพิการ

ระดบั การศกึ ษา
ระดบั ประถมศกึ ษา

สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรปู้ ระกอบด้วย 5 สาระ ดังนี้
1. สาระทักษะการเรียนรู้ เปน็ สาระเกีย่ วกบั การเรยี นรู้ด้วยตนเอง การใชแ้ หลง่ เรยี นรู้

การจัดการความรู้ การคดิ เป็น และการวจิ ยั อยา่ งง่าย
2. สาระความรู้พื้นฐาน เป็นสาระเก่ียวกับภาษาและการส่ือสาร คณิตศาสตร์

วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
3. สาระการประกอบอาชีพ เป็นสาระเก่ียวกับการมองเห็นช่องทาง และการตัดสินใจ

ประกอบอาชีพ ทกั ษะในอาชีพ การจดั การอาชีพอย่างมคี ุณธรรม และการพัฒนาอาชีพใหม้ ่ันคง
4. สาระทักษะการดาเนินชีวิต เป็นสาระเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สุขภาพ

อนามัยและความปลอดภยั ในการดาเนนิ ชวี ติ ศิลปะและสุนทรยี ภาพ
5. สาระการพัฒนาสังคม เป็นสาระทีเ่ กี่ยวกับภมู ิศาสตร์ ประวตั ศิ าสตร์ เศรษฐศาสตร์

การเมือง การปกครอง ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี หนา้ ทพี่ ลเมอื ง และการพฒั นาตนเอง ครอบครัว
ชมุ ชน สงั คม

กิจกรรมพฒั นาคุณภาพชีวิต
กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพ่ือให้ผู้เรียนพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชน

สังคม

มาตรฐานการเรียนรู้
หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กาหนดมาตรฐาน

การเรียนรู้ ตามสาระการเรยี นรู้ท้ัง 5 สาระ ทเ่ี ปน็ ขอ้ กาหนดคุณภาพของผูเ้ รียน ดงั นี้

หลักสูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านม่วง ระดบั ประถมศึกษา 3

1. มาตรฐานการเรยี นรู้การศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน เป็นมาตรฐาน
การเรยี นรใู้ นแต่ละสาระการเรียนรู้ เม่อื ผู้เรยี นเรียนจบหลักสตู ร การศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้ัน
พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

2. มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ เป็นมาตรฐานการเรียนรู้ในแต่ละสาระการเรียนรู้
เม่ือผู้เรียนเรียนจบในแต่ละระดับ ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน
พทุ ธศักราช 2551

เวลาเรียน
ในแต่ละระดับใชเ้ วลาเรียน 4 ภาคเรียน ยกเว้นกรณีที่มกี ารเทยี บโอนผลการเรียน ผู้เรียนต้อง

ลงทะเบียนเรยี นในสถานศกึ ษาอยา่ งน้อย 1 ภาคเรยี น

หนว่ ยกติ
ใชเ้ วลาเรียน 40 ชว่ั โมง มีค่าเทา่ กับ 1 หนว่ ยกิต

โครงสรา้ งหลักสตู รการศึกษานอกระบบ ระดบั การศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551
ระดับประถมศึกษา

จานวนหน่วยกติ

ท่ี สาระการเรยี นรู้ ประถมศกึ ษา

1 ทักษะการเรียนรู้ วชิ าบงั คบั วชิ าเลือก
2 ความรู้พืน้ ฐาน
3 การประกอบอาชีพ 53
4 ทักษะการดาเนินชวี ิต
5 การพฒั นาสงั คม 12 2

รวม 83

กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชวี ิต 52

62

36 12

48 หน่วยกิต

100 ชัว่ โมง

หลักสตู รสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านม่วง ระดับประถมศึกษา 4

หมายเหตุ วิชาเลือกในแต่ละระดับ สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียน เรียนรู้จากการทาโครงงาน
จานวนอยา่ งนอ้ ย 3 หนว่ ยกิต
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
พุทธศกั ราช 2551 ประกอบดว้ ยสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ดังน้ี
1. สาระทกั ษะการเรยี นรู้ ประกอบดว้ ย 5 มาตรฐาน ดงั น้ี

มาตรฐานที่ 1.1 มคี วามรู้ความเข้าใจ ทกั ษะ และเจตคติทีด่ ตี ่อการเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง
มาตรฐานท่ี 1.2 มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจ ทักษะ และเจตคตทิ ี่ดีตอ่ การใช้แหลง่ เรียนรู้
มาตรฐานที่ 1.3 มคี วามรู้ความเขา้ ใจ ทักษะ และเจตคตทิ ีด่ ีต่อการจัดการความรู้
มาตรฐานท่ี 1.4 มคี วามร้คู วามเขา้ ใจ ทักษะ และเจตคติที่ดตี อ่ การคิดเปน็
มาตรฐานท่ี 1.5 มีความรู้ความเขา้ ใจ ทกั ษะ และเจตคตทิ ด่ี ตี อ่ การวจิ ัยอย่างงา่ ย
2.สาระความรพู้ ื้นฐาน ประกอบด้วย 4 มาตรฐาน ดังน้ี
มาตรฐานที่ 2.1 มีความรคู้ วามเขา้ ใจ และทักษะพนื้ ฐานเกยี่ วกับภาษาและการสอื่ สาร
มาตรฐานที่ 2.2 มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะพ้ืนฐานเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี
3. สาระการประกอบอาชพี ประกอบดว้ ย 4 มาตรฐาน ดงั น้ี
มาตรฐานท่ี 3.1 มีความรู้ ความเข้าใจ และเจตคติที่ดีในงานอาชีพ มองเห็นช่องทางและตัดสินใจ
ประกอบอาชีพได้ตามความตอ้ งการ และศกั ยภาพของตนเอง
มาตรฐานท่ี 3.2 มีความรู้ ความเข้าใจ ทกั ษะในอาชพี ทตี่ ัดสินใจเลอื ก
มาตรฐานที่ 3.3 มีความรู้ ความเขา้ ใจ ในการจดั การอาชีพอย่างมีคณุ ธรรม
มาตรฐานที่ 3.4 มีความรู้ ความเข้าใจ ในการพัฒนาอาชีพให้มีความมน่ั คง
4. สาระทักษะการดาเนินชวี ิต ประกอบด้วย 3 มาตรฐาน ดงั นี้
มาตรฐานท่ี 4.1 มีความรู้ ความเข้าใจ เจตคติที่ดีเก่ยี วกับปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถ
ประยุกต์ใช้ในการดาเนินชีวติ ได้อย่างเหมาะสม
มาตรฐานที่ 4.2 มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคติท่ีดีเกี่ยวกับการดูแล ส่งเสริมสุขภาพ
อนามยั และความปลอดภยั ในการดาเนนิ ชีวติ
มาตรฐานที่ 4.3 มคี วามรู้ ความเข้าใจ และเจตคตทิ ด่ี ีเกี่ยวกบั ศิลปะและสนุ ทรยี ภาพ
5. สาระการพัฒนาสงั คม ประกอบดว้ ย 4 มาตรฐาน ดงั น้ี
มาตรฐานท่ี 5.1 มีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสาคัญเกี่ยวกับภูมิศาสตร์
ประวตั ิศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมือง การปกครอง สามารถนามาปรับใช้ในการดารงชวี ติ
มาตรฐานท่ี 5.2 มีความรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณค่า และสืบทอดศาสนา วฒั นธรรมประเพณี เพื่อ
การอยู่รว่ มกนั อย่างสันตสิ ุข

หลกั สตู รสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดบั ประถมศกึ ษา 5

มาตรฐานที่ 5.3 ปฏิบัตติ นเป็นพลเมืองดตี ามวถิ ีประชาธิปไตย มจี ิตสาธารณะเพ่อื ความสงบสุขของ
สงั คม

มาตรฐานที่ 5.4 มีความรู้ ความเข้าใจ เห็นความสาคัญของหลักการพัฒนา และสามารถพัฒนา
ตนเอง ครอบครัว ชุมชน/สังคม

หมายเหตุ สาระการเรียนรู้ความรู้พื้นฐาน มาตรฐานท่ี 2.1 มีความรู้ความเข้าใจทักษะพ้ืนฐาน
เกี่ยวกับภาษาและการสอ่ื สาร ซ่งึ ภาษาในมาตรฐานนี้หมายถงึ ภาษาไทย และภาษาตา่ งประเทศ

หลักสูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 6

สาระทกั ษะ
การเรียนรู้

หลกั สูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบา้ นม่วง ระดับประถมศึกษา 7

1. สาระทักษะการเรยี นรู้
เปา้ หมายการเรยี นรู้
หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 กาหนดผล

การเรียนรู้ท่ีคาดหวังที่เป็นข้อกาหนดเป้าหมายการเรยี นรู้ โดยมีรายละเอียดเป้าหมายการเรียนรใู้ นแต่ละ
ระดับการศึกษา ดงั นี้
ระดบั ประถมศกึ ษา

การเรียนรู้ดว้ ยตนเอง
1. บอกความหมาย วิธีการ และกาหนดวิธกี ารแสวงหาความรู้
2. ยอมรบั ต้ังใจรว่ มกิจกรรมอย่างเห็นคุณค่า
3. ทาตาม ปฏิบัตกิ ารแสวงหาความรูไ้ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง

การใชแ้ หล่งเรยี นรู้
1. บอกประเภท คุณลักษณะของแหล่งเรียนรู้ และเลือกใช้แหล่งเรยี นรู้ได้ตามความ
เหมาะสม
2. ใช้แหลง่ เรยี นรอู้ ย่างเหน็ คุณค่า
3. สงั เกต ทาตามกฎ กตกิ า และขั้นตอนการใชแ้ หล่งเรยี นรู้

การจดั การความรู้
1. อธิบายความหมาย กระบวนการชุมชนปฏิบัติการ กาหนดขอบข่ายความรู้จากความสามารถ
หลักของชมุ ชน และวธิ ีการยกระดับขอบขา่ ยความรู้ให้สูงข้ึน
2. รว่ มกันแลกเปล่ียนเรยี นรู้ และสรปุ ผลการเรียนรู้ที่บง่ ชถี้ งึ คุณค่าของกระบวนการจัดการความรู้
3. สามารถสงั เกต และทาตามกระบวนการจัดการความรชู้ มุ ชน
การคิดเปน็
1. อธบิ าย ปรัชญาคิดเป็น และยกตวั อยา่ งกระบวนการคิดเปน็ รวมท้งั ใชก้ ระบวนการคดิ เปน็ ใน
การแก้ปญั หา
2. ยอมรบั และเห็นความสาคญั ของกระบวนการคดิ เป็น
3. ใชข้ ้อมูลดา้ นตนเอง ด้านสังคม สงิ่ แวดลอ้ ม และดา้ นวชิ าการ วเิ คราะหต์ ดั สินใจแก้ปญั หา

การวิจยั อยา่ งงา่ ย
1. อธิบายความหมาย ความสาคัญ และข้ันตอนในการทาวิจัย ค้นหาความรู้ความจริง และใช้

กระบวนการวิจัยในการแก้ปญั หา หรอื สิ่งทตี่ อ้ งการรู้
2. ยอมรบั และเหน็ ความสาคัญของกระบวนการวจิ ัย
3. ปฏบิ ัติการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล วิเคราะห์ขอ้ มลู และสรปุ ผลการหาความรูค้ วามจรงิ

หลกั สตู รสถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 8

มาตรฐานการเรียนรู้ระดบั
ผลการเรียนรู้ทค่ี าดหวงั

หลกั สตู รสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบา้ นม่วง ระดับประถมศึกษา 9

มาตรฐานสาระการเรียนรู้ระดบั ผลการเรียนรู้ทคี่ าดหวงั

มาตรฐานท่ี ทร 1.1 มีความรคู้ วามเข้าใจ ทกั ษะ และเจตคตทิ ่ีดีต่อการเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง

มาตรฐานการเรียนรู้ ผลการเรียนร้ทู ี่คาดหวัง
ความสามารถในการแสวงหาความรูด้ ้วยตนเอง 1. อธิบายคาจากัดความของการเรียนรดู้ ้วยตนเอง
และเขา้ ใจวธิ กี ารแสวงหาความร้ดู ้วยตนเอง
2. เหน็ คุณค่าของกจิ กรรมการแสวงหาความรู้
3.มีทักษะใน การแสวงหาความรู้

มาตรฐานที่ ทร 1.2 มีความรู้ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติท่ีดีตอ่ การใช้แหล่งเรยี นรู้

มาตรฐานการเรยี นรู้ ผลการเรยี นร้ทู ค่ี าดหวัง
รู้จัก เหน็ คุณค่า และใช้แหลง่ เรียนร้ถู กู ตอ้ ง 1. บอกประเภท คุณลกั ษณะของแหล่งเรยี นรใู้ น
ชมุ ชน และเลือกใช้แหลง่ เรยี นรไู้ ด้ตามความ
เหมาะสม
2. ใชแ้ หล่งเรียนรอู้ ย่างเหน็ คุณคา่
3. ทาตามกฎ กตกิ า และขัน้ ตอนการใชแ้ หลง่ เรยี นรู้

มาตรฐานที่ ทร 1.3 มีความรคู้ วามเข้าใจ ทักษะ และเจตคตทิ ่ดี ีต่อการจัดการความรู้

มาตรฐานการเรยี นรู้ ผลการเรยี นร้ทู ีค่ าดหวัง

เข้าใจความหมายกระบวนการชมุ ชน ปฏิบัติการ และ 1. อธิบายความหมาย กระบวนการชมุ ชนปฏบิ ัตกิ าร

ทาตามกระบวนการจัดการความรู้ชุมชน กาหนดขอบเขตความรู้จากความสามารถหลกั ของ

ชมุ ชน และวิธีการยกระดับขอบเขตความรู้ให้สงู ขึ้น

2. ร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสรปุ ผลการเรียนรทู้ ่ี

บง่ ชถี้ งึ คณุ ค่าของกระบวนการจดั การความรู้

3. สามารถสงั เกต และทาตามกระบวนการ

การจดั การความรชู้ มุ ชน

หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นม่วง ระดับประถมศกึ ษา 10
มาตรฐานท่ี ทร 1.4 มีความรู้ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติท่ีดีตอ่ การคิดเป็น

มาตรฐานการเรยี นรู้ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
สามารถอธบิ ายปรชั ญาคดิ เป็น และกระบวนการ 1. อธบิ าย และเชื่อมโยงความเชื่อพืน้ ฐานทาง
คิดเป็นในการแก้ปญั หา การศกึ ษาผใู้ หญ/่ การศกึ ษานอกระบบ สู่ปรัชญา
คิดเปน็
2. เข้าใจความหมายและความสาคญั ของปรชั ญา
คดิ เปน็ สามารถอธบิ ายถงึ ข้นั ตอนและ
กระบวนการแกป้ ญั หาของคนคิดเป็น
3. เข้าใจลกั ษณะของข้อมูลด้านวิชาการ ตนเอง
และสงั คม สง่ิ แวดล้อม และสามารถเปรียบเทยี บ
ความแตกต่างของข้อมูลทั้งสามประการ

มาตรฐานท่ี ทร 1.5 มคี วามรู้ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติท่ีดีตอ่ การวิจยั อย่างงา่ ย

มาตรฐานการเรยี นรู้ ผลการเรียนรู้ทค่ี าดหวัง
เข้าใจความหมายเหน็ ความสาคัญ และปฏบิ ัติการ 1. อธิบายความหมาย ความสาคญั และขั้นตอนใน
รวบรวมขอ้ มูล วเิ คราะหข์ ้อมูลและสรุปผลการหา การทาวิจยั อย่างงา่ ย คน้ หาความรู้ความจริง
ความรู้ ความจรงิ 2. เห็นความสาคญั ของการค้นหาความรู้ ความจริง
3. ปฏิบตั ิการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล วเิ คราะหข์ อ้ มลู
และสรปุ ผลการหาความร้คู วามจรงิ

หลกั สตู รสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดับประถมศกึ ษา 11

คาอธิบายรายวชิ าบงั คบั
และ

รายละเอยี ดคาอธิบายรายวิชาบงั คบั
ระดบั ประถมศึกษา

หลกั สตู รสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 12

สาระทักษะการเรียนรู้ (รายวชิ าบังคบั )

มาตรฐานที่ รหัสรายวชิ า ระดับประถมศึกษา หน่วยกติ
ช่อื วิชา 5
ทร 1.1 ทร 1101
ทร 1.2 ทักษะการเรยี นรู้ 5
ทร 1.3
ทร 1.4 รวม
ทร 1.5

หลักสูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบา้ นม่วง ระดับประถมศึกษา 13

คาอธบิ ายรายวชิ า ทร 1101 ทกั ษะการเรียนรู้ จานวน 5 หนว่ ยกิต
ระดับประถมศกึ ษา

มาตรฐานการเรียนรรู้ ะดับ
1. ความสามารถในการแสวงหาความรู้ดว้ ยตนเอง
2. รูจ้ ัก เหน็ คณุ คา่ และใชแ้ หลง่ เรยี นรู้ถูกตอ้ ง
3. เข้าใจความหมาย กระบวนการชุมชนปฏบิ ตั ิการและทาตามกระบวนการจัดการความรชู้ ุมชน
4. ความสามารถในการอธิบายปรัชญาคิดเป็น และทักษะในการใช้กระบวนการคิดเป็นใน

การแกป้ ญั หา
5. เข้าใจความหมาย เหน็ ความสาคัญ และปฏิบัตกิ ารรวบรวมขอ้ มูล วิเคราะห์ข้อมูล และสรุปผล การ

หาความรู้ ความจริง

ศกึ ษาและฝึกทักษะเก่ียวกับเร่อื งดังต่อไปนี้
1. การเรยี นร้ดู ว้ ยตนเอง
ความหมาย ความสาคญั ของการเรยี นรู้ด้วยตนเอง การกาหนดเปา้ หมาย และวางแผนการเรยี นร้ดู ้วย

ตนเอง โดยคิดริเรม่ิ การเรยี นดว้ ยตนเอง วเิ คราะห์ กาหนดเป้าหมาย หาแหล่งความรู้ กาหนด เลือกใช้วธิ ีการ
เรียนรู้ การเสริมแผนการเรียนรู้ และการประเมินผลการเรียนของตนเอง

ฝึกทกั ษะพืน้ ฐานทางการศึกษาหาความรู้ ทกั ษะการแก้ปัญหาและเทคนคิ ในการเรียนรู้ด้วยตนเอง
ด้านการอา่ น การฟัง การสงั เกต การจา และการจดบันทึก

เจตคติ/ปจั จยั ทท่ี าใหก้ ารเรยี นรดู้ ว้ ยตนเองประสบความสาเร็จ การเปดิ รับโอกาสการเรยี นรู้ การ
คิดริเร่ิมและเรยี นร้ดู ว้ ยตนเอง การสรา้ งแรงจงู ใจ การสรา้ งวินยั ในตนเอง การคิดเชงิ บวก ความคิดสร้างสรรค์
ความรกั ในการเรยี น การใฝ่รใู้ ฝ่เรียน และความรับผดิ ชอบ

2. การใช้แหลง่ เรียนรู้
ศกึ ษาความหมาย ความสาคญั ของแหลง่ เรยี นรู้ โดยทัว่ ไป เชน่ กลมุ่ บริการข้อมูล
กลุม่ ศิลปวฒั นธรรม ประวัติศาสตร์ กลมุ่ ขอ้ มลู ทอ้ งถน่ิ กลุ่มสือ่ กลุ่มสันทนาการศึกษา สารวจ แหล่งเรยี นรู้
ภายในชมุ ชน จัดกลมุ่ ประเภท และความสาคญั ศกึ ษาเรียนรูก้ ับภูมิปัญญา ปราชญ์ ผรู้ ใู้ นทอ้ งถิน่
การเขา้ ถึงและเลือกใช้แหล่งเรียนรู้ ห้องสมุดประชาชน สถานศึกษา และ ศูนย์การเรียนชุมชน (ศรช.)
ศึกษาบทบาทหน้าท่ีและการบริการของแหล่งเรียนรู้ด้านต่าง ๆ กฎ กติกา เงื่อนไขต่าง ๆ ในการไปขอใช้
บรกิ าร ฝกึ ทกั ษะการใช้ขอ้ มูลสารสนเทศจากห้องสมุดประชาชนให้สอดคล้องกบั ความต้องการ ความจาเป็น
เพ่อื นาไปใชใ้ นการเรียนรูข้ องตนเอง

หลักสตู รสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านม่วง ระดบั ประถมศึกษา 14

3. การจดั การความรู้
ศึกษาความหมาย ความสาคญั หลกั การของการจัดการความรู้ กระบวนการจดั การความรู้
การรวมกลุ่มเพอ่ื ตอ่ ยอดความรู้ การพัฒนาขอบข่ายความรขู้ องกลมุ่ การจดั ทาสารสนเทศเผยแพร่ความรู้
ฝกึ ทักษะกระบวนการจดั การความรู้ด้วยตนเองและด้วยการรวมกล่มุ ปฏบิ ตั กิ าร โดยการกาหนด
เปา้ หมายการเรียนรู้ ระบคุ วามรทู้ ตี่ ้องใช้ การแสวงหาความรู้ สรุปองค์ความรู้ ประยกุ ต์ใช้ความรู้ แลกเปลี่ยน
ความรู้ การรวมกลมุ่ ปฏิบัตกิ ารเพื่อตอ่ ยอดความรู้ การพฒั นาขอบข่ายความรู้ของกล่มุ สรุปองคค์ วามรู้ของ
กลุ่ม จัดทาสารสนเทศองค์ความรใู้ นการพฒั นาตนเอง ครอบครวั
4. การคดิ เป็น
ศกึ ษาความหมาย ความสาคัญ ของการคิดเป็น การรวบรวมสภาพปัญหา ของตนเอง ครอบครัว
ชุมชน และคิดวเิ คราะห์ โดยใช้ข้อมูลด้านตนเอง ดา้ นวชิ าการ และด้านสังคมส่ิงแวดล้อม มากาหนดแนวทาง
ทางเลอื กท่ีหลากหลายในการแก้ปญั หาอย่างมเี หตุผล มีคุณธรรม จรยิ ธรรม และมคี วามสุข
ด้านตนเอง เปน็ การพจิ ารณาข้อมูลของตนเองเกย่ี วกบั จดุ อ่อน จดุ แขง็ ลกั ษณะนิสยั ค่านยิ ม
ความตอ้ งการ ความรพู้ ื้นฐาน ทรัพยากร สิ่งแวดล้อม วฒั นธรรม ประเพณี และจารตี ประเพณีของตนเอง ก่อน
ตัดสินใจทาสิ่งใด
ด้านวชิ าการ เป็นความรหู้ ลักวิชาการท่ีมีคนคิดสะสมไวแ้ ลว้ และมีความเกย่ี วขอ้ งกบั การแก้ปญั หา
สามารถนามาพจิ ารณาประกอบในการแก้ปญั หาได้
ดา้ นสงั คม ส่งิ แวดลอ้ ม เป็นการพจิ ารณาการกระทาใด ๆ ของตนเองท่จี ะมีผลกระทบต่อ คนอนื่ และ
ส่งิ แวดล้อมอยา่ งไรบา้ ง
5. การวิจยั อย่างงา่ ย
ศึกษา / ฝึกทกั ษะ ความหมาย ความสาคญั ของ การวิจยั อย่างง่าย กระบวนการและขนั้ ตอนของ
การดาเนนิ งาน ได้แก่ การระบุ / กาหนดปัญหา ที่ต้องการหาความรู้ ความจริง หรอื สงิ่ ตอ้ งการพัฒนา
การแสวงหาความรู้จากการศกึ ษาเอกสาร ผู้ทรงคณุ วฒุ ิ ภูมิปญั ญาท้องถน่ิ แหลง่ ความรู้ ต่าง ๆ เพือ่ กาหนด
แนวคาตอบเบือ้ งต้น การเก็บรวบรวมข้อมูล โดยการ สอบถาม สารวจ / สมั ภาษณ์ / ทดลอง การนาข้อมูลที่
ไดม้ าวิเคราะหห์ าคาตอบที่ตอ้ งการ การเขียนรายงานสรปุ ผล และการนาความรู้ไปปฏบิ ัติจรงิ

การจัดประสบการณ์การเรียนรู้
1. การเรียนรู้ด้วยตนเอง
ควรจดั ในลักษณะของการบรู ณาการทกั ษะต่าง ๆ ไปพรอ้ มกบั การสรา้ งสถานการณใ์ นการเรยี นรูอ้ ยา่ ง

สร้างสรรค์ เพื่อ 1) ฝกึ ให้ผู้เรยี นได้กาหนดเปา้ หมาย และวางแผนการเรียนรู้ 2) เพม่ิ พนู ให้มที กั ษะพ้นื ฐานใน
การอา่ น ฟัง สังเกต จา จดบนั ทกึ 3) มีเจตคตทิ ่ีดีตอ่ การเรยี นรู้ดว้ ยตนเองทท่ี าให้การเรียนรู้ดว้ ยตนเองประสบ
ผลสาเรจ็ และนาความรไู้ ปใชใ้ นวถิ ชี ีวิตให้เหมาะสมกับตนเอง และชุมชน/สังคม

หลักสตู รสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบา้ นม่วง ระดับประถมศึกษา 15

2. การใชแ้ หล่งเรียนรู้
ต้องให้ผู้เรยี นทุกคนไปศกึ ษาห้องสมุดประชาชนอาเภอ ทาความเขา้ ใจบทบาท หนา้ ที่ กฎ กติกา

เงอ่ื นไข การให้บริการ เพ่ือใช้หอ้ งสมุดประชาชนให้สอดคล้องกบั ความต้องการ ความจาเปน็ ในการนาไปใช้
ในการเรียนรขู้ องตนเอง รวมท้ังมอบหมายให้ผเู้ รียนไปศึกษาจากแหล่งเรียนร้อู ่นื ๆ เชน่ ภมู ิปญั ญาทอ้ งถนิ่
แหล่งเรียนรู้ชุมชน

3. การจดั การความรู้
ศกึ ษาค้นคว้าหลักการ และกระบวนการของการจดั การความรู้ การฝกึ ปฏิบตั ิจรงิ โดยการรวมกลมุ่
ปฏบิ ัตกิ าร/ชุมชนปฏบิ ัตกิ าร (Community of practice = Cops) สรุปองค์ความรู้ของกล่มุ และจัดทา
สารสนเทศเผยแพร่ความรู้
4. การคิดเปน็
ควรจดั ให้ผูเ้ รียนได้ฝกึ การวิเคราะห์ สงั เคราะห์ และเกบ็ รวบรวมข้อมลู ในการแก้ปญั หาอย่างมีเหตผุ ล
และหลักการทซ่ี บั ซอ้ นจากสภาพจริง หรอื เรอื่ งเก่ยี วกบั ชีวติ จรงิ ของตนเอง หรือ สถานการณ์จรงิ หรือ
กรณศี ึกษา ท่ีใช้แก้ปัญหาและตัดสนิ ใจ อย่างมเี หตุผล มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และมคี วามสุข
5. การวิจัยอย่างงา่ ย
จดั ให้ผู้เรยี นได้ศกึ ษา ค้นคว้า เอกสารท่เี กี่ยวขอ้ ง ฝกึ ทักษะการสังเกตและคน้ หาปัญหาที่พบใน
ชวี ติ ประจาวัน / ในสาระท่เี รียน การตง้ั คาถาม การแลกเปลย่ี นเรยี นรกู้ ับเพอ่ื น / ผ้รู ู้ การคาดเดาคาตอบอยา่ ง
มเี หตุผล การฝกึ ปฏบิ ัติการเขยี นโครงการวิจยั งา่ ย ๆ การเก็บรวบรวมขอ้ มูล การสรุปข้อมูลและเขยี นรายงาน
ผลอย่างง่าย ๆ

การวัดและประเมินผล
1. การเรียนร้ดู ว้ ยตนเอง
ใชก้ ารประเมนิ จากสภาพจริงของผู้เรียนท่ีแสดงออกเก่ยี วกับ การกาหนดเปา้ หมาย และวางแผน การ

เรยี นรู้ รวมทักษะพื้นฐานและเทคนิคในการเรยี นรู้ตา่ ง ๆ ตลอดจนปจั จัยที่ทาใหก้ ารเรยี นรูป้ ระสบ
ความสาเรจ็

2. การใชแ้ หลง่ เรยี นรู้
ขอ้ มลู จากการนาเสนอ ซงึ่ เปน็ ผลจากการศกึ ษาจากแหลง่ เรยี นรใู้ นรูปแบบตา่ งๆ เช่น การเขียน

รายงาน การรว่ มกนั อภปิ ราย การนาในการพบกลมุ่ เป็นตน้
3. การจดั การความรู้
จากการสังเกต ความสนใจ การแสดงความคิดเห็น การมีส่วนร่วม การให้ความร่วมมือในกลุ่ม

ปฏบิ ัติการ ผลงาน/ชิ้นงานจากการรวมกลุ่มปฏิบตั ิการ ใช้วิธีการประเมนิ แบบมีสว่ นร่วมระหว่างครู ผ้เู รยี นและ

หลกั สตู รสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบา้ นมว่ ง ระดับประถมศึกษา 16

ผู้เก่ียวข้องร่วมกันประเมินตีค่าความสามารถ ความสาเร็จกับเป้าหมายท่ีวางไว้ และระบุข้อบกพร่องที่ต้อง
แก้ไข สว่ นท่ที าไดด้ แี ลว้ กพ็ ัฒนาใหด้ ียง่ิ ขึ้นตอ่ ไป

4. การคิดเป็น
วัดจากการเก็บรวบรวมข้อมลู การคิดวเิ คราะห์ การตดั สนิ ใจแกป้ ัญหาจากขอ้ มูลตามขอ้ เท็จจรงิ
5. การวจิ ัยอย่างงา่ ย
จากการสังเกต ความสนใจ การมีส่วนร่วม ความร่วมมือ จากผลงาน / ช้ินงานที่มอบหมายให้ฝึก
ปฏิบตั ิ ในระหวา่ งเรยี นและการสอบปลายภาคเรียน

หลกั สูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านม่วง ระดบั ประถมศึกษา 17

รายละเอยี ดคาอธบิ ายรายวชิ า
ทร 1101 วชิ าทกั ษะการเรยี นรู้ สาระทกั ษะการเรียนรู้ จานวน 5 หน่วยกิต

ระดบั ประถมศกึ ษา

มาตรฐานการเรยี นรรู้ ะดบั
1. ความสามารถในการแสวงหาความรู้ดว้ ยตนเอง

2. รจู้ ัก เหน็ คณุ ค่า และใชแ้ หลง่ เรียนรถู้ ูกต้อง
3. เข้าใจความหมาย กระบวนการชมุ ชนปฏิบัติการและทาตามกระบวนการจดั การความร้ชู ุมชน
4. ความสามารถในการอธิบายปรัชญาคิดเป็น และทักษะในการใช้กระบวนการคิดเป็นในการ
แก้ปัญหา
5. เขา้ ใจความหมาย เห็นความสาคัญ และปฏิบตั ิการรวบรวมขอ้ มูล วิเคราะห์ข้อมูล และสรปุ ผลการ
หาความรู้ ความจรงิ

หัวเรือ่ ง ตวั ชวี้ ัด เนื้อหา จานวน
(ช่ัวโมง)

1. การเรยี นรู้ 1.1 รู้ เขา้ ใจความหมาย 1. ความหมาย ความสาคัญของการเรียนรู้ด้วยตนเอง 3
ดว้ ยตนเอง 6
ตระหนกั และเห็นความสาคญั 2. การกาหนดเป้าหมายและวางแผนการเรยี นรดู้ ว้ ย 25

ของการเรียนรูด้ ว้ ยตนเอง ตนเอง 6

1.2 สามารถกาหนดเปา้ หมาย 3. ทักษะพืน้ ฐานทางการศกึ ษาหาความรู้ ทักษะการ

และวางแผนการเรยี นรู้ แก้ปญั หา และเทคนคิ ในการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง

ดว้ ยตนเอง (การอ่าน การฟัง การสงั เกต การจา และการจดบนั ทกึ )

1.3 มีทกั ษะพื้นฐานทาง 4. เจตคต/ิ ปัจจยั ทท่ี าให้การเรียนรูด้ ว้ ยตนเองประสบ

การศกึ ษาหาความรู้ ทกั ษะการ ความสาเร็จ (การเปดิ รบั โอกาสการเรียนรู้ การคิดรเิ ริม่

แกป้ ญั หา และเทคนิคในการ และเรียนรูด้ ้วยตนเอง การสรา้ งแรงจงู ใจ การสรา้ งวนิ ัย

เรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง ในตนเอง การคิดเชิงบวก ความคิดสร้างสรรค์ ความรกั

1.4 สามารถอธบิ ายปัจจยั ท่ีทา ใน การเรยี น การใฝ่รูใ้ ฝ่เรยี น และความรับผิดชอบ)

ให้การเรียนรดู้ ้วยตนเองประสบ

ความสาเรจ็

หลกั สูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นม่วง ระดบั ประถมศึกษา 18

หัวเร่อื ง ตวั ช้ีวัด เนือ้ หา จานวน
(ชวั่ โมง)

2. การใช้ 2.1 รู้ เขา้ ใจความหมาย 1. ความหมาย ความสาคัญของแหลง่ เรียนรโู้ ดยท่ัวไป 3
12
แหลง่ เรียนรู้ ตระหนัก และเห็นความสาคัญ (กลุ่มบรกิ ารขอ้ มูล กลุ่มศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ 6
3
ของแหลง่ เรยี นรโู้ ดยทั่วไป กลุม่ ข้อมลู ทอ้ งถนิ่ กลุม่ สือ่ กลุ่มสันทนาการ) 16

2.2. อธิบายถึงความสาคญั ของ 2. การเข้าถงึ และเลือกใชแ้ หล่งเรยี นรู้ (ห้องสมุด 5
5
การใช้แหลง่ เรียนรู้ ประชาชนอาเภอของสถานศึกษา และ ศรช.)

2.3 สามารถบอกและ 3. บทบาทหนา้ ทีแ่ ละการบริการของแหลง่ เรยี นร้ดู ้าน

ยกตัวอย่างประเภทของแหล่ง ต่าง ๆ

เรียนรู้ 4. กฎ กติกา เงอื่ นไขต่าง ๆ ในการไปขอใช้บริการ

2.4 สามารถเลือกและบอก แหลง่ เรยี นรู้

วธิ ีการเข้าถึงแหล่งเรยี นรู้ 5. ทกั ษะการใชข้ ้อมูลสารสนเทศจากหอ้ งสมุด

2.5. ยกตวั อย่างการใชแ้ หล่ง ประชาชนท่สี อดคล้องกับความต้องการ ความจาเป็น

เรยี นร้ขู องตนเอง เพือ่ นาไปใชใ้ นการเรียนรูข้ องตนเอง

2.6 สามารถอธิบายหรอื

ยกตัวอยา่ งการใช้ขอ้ มูล

สารสนเทศจากห้องสมุด

ประชาชนท่ีสอดคลอ้ งกับความ

ต้องการ ความจาเป็นเพ่อื

นาไปใช้ในการเรียนรู้ของ

ตนเอง

3. การจัดการ 3.1 รู้ เขา้ ใจ ความหมาย 1. ความหมาย ความสาคัญ หลกั การของการจัดการ

ความรู้ ความสาคญั ประโยชน์หลักการ ความรู้

ของการจดั การความรู้ 2. กระบวนการจัดการความรู้ (กาหนดเป้าหมายการ

3.2 รู้ เข้าใจกระบวนการ เรียนร/ู้ ระบคุ วามร้/ู กาหนดความรู้ทตี่ อ้ งการใช้/การ

จดั การความรู้ แสวงหาความรู้/ สรปุ องค์ความรู้ ปรบั ปรงุ ดดั แปลง

3.3 สามารถใช้การจัดการ ให้เหมาะสมต่อการใช้งาน/ ประยุกต์ใชค้ วามรู้ใน

ความรเู้ ป็นเครอ่ื งมือในการ กจิ การงานของตน/แลกเปล่ยี นความรู้/ รวมกลมุ่

เรียนรดู้ ว้ ยตนเอง ปฏิบัติการตอ่ ยอดความรู้ พฒั นาขอบข่ายความรู้ของ

หลักสูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านม่วง ระดับประถมศึกษา 19

หวั เรื่อง ตัวชีว้ ัด เน้ือหา จานวน
(ชวั่ โมง)
3.4 สามารถจดั การความรู้ กลมุ่ / สรปุ องคค์ วามรขู้ องกลุ่ม/จัดทาสารสนเทศ
โดยกระบวนการกลมุ่ เผยแพร่ความรู)้ 10
3.5 สามารถสรา้ ง พัฒนา 3. กระบวนการจัดการความรดู้ ้วยตนเอง (ระดบั ปจั เจก)
10
ความรู้ (นวัตกรรม) 3.1 กาหนดความรหู้ ลกั ท่ีจาเปน็ หรือสาคญั ตอ่ งาน
3.6 สามารถใชส้ ารสนเทศ หรอื กิจกรรม 5
5
เป็นเครื่องมือในการ 3.2 เสาะแสวงหาความรู้
เผยแพรอ่ งค์ความรู้ 3.3 ประยุกตใ์ ชค้ วามรู้
3.4 แลกเปลย่ี นความรู้
3.5 พฒั นาความร้/ู ยกระดบั ความร้/ู ต่อยอดความรู้
3.6 สรปุ องคค์ วามรู้
3.7 จัดทาสารสนเทศองค์ความรูใ้ นการพฒั นาตนเอง
กระบวนการจัดการความรู้ด้วยการปฏิบัตกิ ารกลุม่
(ชุมชนนกั ปฏิบัตหิ รือชุมชนแหง่ การเรียนรู้ :COPS)
1. รปู แบบของ COPS ท่ีใชใ้ นการจัดการความรู้
2. การทา COPS เพอื่ จดั การความรู้
2.1 บันทึกการเล่าเรือ่ ง
2.2 บนั ทกึ ขุมความรู้
2.3 บนั ทึกแกน่ ความรู้
3. บนั ทึก จดั เก็บ เปน็ องคค์ วามรู้ของกลุ่ม เพอื่ ใช้
ประโยชน์ให้ผ้อู น่ื ได้เรียนรู้ตอ่ ไป
การสร้างองคค์ วามรู้ พฒั นา ตอ่ ยอด ยกระดับความรู้
1. การใชค้ วามรูแ้ ละประสบการณใ์ นตัวบุคคลให้เกดิ
ประโยชน์ตอ่ กล่มุ /หนว่ ยงาน/ชมุ ชน
2. การทางานแบบตอ่ ยอดความรู้
3. วธิ ปี ฏบิ ตั ิที่เป็นเลิศ (Best Practice)
การจัดทาสารสนเทศเผยแพรอ่ งคค์ วามรู้
1. การถ่ายทอดความรู้ รูปแบบ วิธกี าร
2. การประสานความรู้

หลกั สูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 20

หัวเรื่อง ตวั ช้วี ัด เน้ือหา จานวน
(ชว่ั โมง)
3. การถอดองคค์ วามรู้
5
4. การแลกเปลีย่ นเรยี นรู้ 5
10
5. การจัดเก็บความรู้ของกลุ่ม/องค์กร การสรา้ งคลัง 10
10
ความรู้ การประยุกตใ์ ช้ ICT

4. การคิดเป็น 4.1 เขา้ ใจความหมายและ 1. ปรชั ญาคิดเป็น

ความสาคญั ของการ 1.1 ความหมายของการคิดเปน็

คิดเปน็ 1.2 ความสาคัญของการคดิ เป็น

4.2 สรุปสภาพปัญหาและ 1.3 หลักการของการคิดเป็น

ขอ้ เท็จจรงิ ทเี่ กย่ี วข้องกับ 2. กระบวนการของการคดิ เปน็

ตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน 2.1 ความหมาย

และประเทศชาติ 2.2 ขนั้ ตอนกระบวนการคิดเปน็

4.3 เขียนนาเสนอ 2.3 การประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตประจาวนั

ผงั ความคิด 3. การจดั ทาและนาเสนอผงั ความคิด

4.4 ฝกึ คดิ วเิ คราะห์ โดย 3.1 การเกบ็ รวบรวมสภาพปัญหา

ใช้ขอ้ มลู ด้านตนเองดา้ น 3.2 การวเิ คราะหอ์ งค์ประกอบของแผนผังการคิด

วชิ าการ และด้านสังคม 3.3 วธิ ีการนาเสนอแผนผังความคิด

สง่ิ แวดล้อมมาประกอบการ 4. ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์

คดิ 4.1 กลยทุ ธใ์ นการคิด (ทฤษฎีหมวก 6 ใบ)

4.5 รแู้ ละเขา้ ใจแนว 4.2 การคดิ เชิงบวก

ทางการแก้ปญั หาไดอ้ ยา่ ง 4.3 การฝึกทกั ษะการคิดวเิ คราะห์

เป็นระบบ มเี หตผุ ล มี 5. การกาหนดแนวทางในการแกป้ ัญหา

คุณธรรม จริยธรรมและมี 5.1 การรวบรวมสภาพปญั หา

ความสุข 5.2 การวิเคราะหส์ าเหตขุ องปญั หา

4.6 มีเจตคตทิ ่ีดีต่อ 5.3 การวิเคราะห์ทางเลือกในการแก้ปัญหา

ครอบครวั และบคุ คลอืน่ ใน 5.4 ตดั สินใจเลือกแนวทางที่เหมาะสมท่ีสุด

ชุมชน

หลักสตู รสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบา้ นม่วง ระดบั ประถมศึกษา 21

หัวเรอ่ื ง ตัวช้วี ัด เนือ้ หา จานวน
(ช่ัวโมง)
5. การวิจยั
อยา่ งงา่ ย 5.1 รู้เขา้ ใจความหมายและ 1. วจิ ยั คืออะไร ทาไมตอ้ งรู้เร่อื งการวิจยั (ความหมาย 2

ตระหนักถึงความสาคัญของการ และความสาคญั ของการวิจยั )

วิจยั 1.1 ความหมายของการวิจยั

5.2 วิเคราะห์และกาหนดปญั หา 1.2 ความสาคญั และประโยชน์ของการวิจยั

หรอื สิง่ ที่อยากรู้/ต้องการทราบ 2. ทาวิจัยอย่างไร 30

คาตอบ (กระบวนการและขั้นตอนการวิจัย)

5.3 รู้เขา้ ใจกระบวนการและ 2.1 คาถามที่ต้องการคาตอบคอื อะไร

ขน้ั ตอนการวิจยั ปญั หาทตี่ อ้ งการทราบจากการวิจยั คอื อะไร

5.4 ฝึกปฏบิ ัติการสงั เกตปญั หา (การระบุปัญหาการวจิ ัย)

การระบุปัญหา 2.2 คาดเดาคาตอบวา่ อย่างไร กาหนดแนว

การตง้ั สมมติฐาน การเก็บ คาตอบเบ้อื งต้น (สมมติฐาน)

รวบรวมข้อมูล การสรุปขอ้ มลู 2.3 วิธีการหาคาตอบท่ตี อ้ งการร/ู้ แหลง่ คาตอบ/

และการเขียนรายงานการวิจยั การรวบรวมคาตอบ

อย่างงา่ ย (การเก็บรวบรวมข้อมลู /เคร่ืองมอื การวจิ ยั )

2.4 ตอบคาถามที่สงสัยวา่ อย่างไร (การวเิ คราะห์

ข้อมูล/สรปุ ผลการวิจยั )

3. เขียนอยา่ งไร ให้คนอ่านเข้าใจ (การเขียนรายงาน 8

การวิจัยอย่างง่าย)

3.1 ความเป็นมา/ความสาคัญของเร่อื งท่ที าวจิ ัย

3.2 วัตถปุ ระสงค์การวจิ ัย

3.3 ประโยชนท์ ไ่ี ด้รบั จากการวิจยั

3.4 เอกสารทเ่ี กยี่ วขอ้ ง

3.5 วธิ ีดาเนนิ การวจิ ยั

3.6 การวิเคราะห์ข้อมลู

3.7 สรุปผลและขอ้ เสนอแนะ

3.8 เอกสารอ้างองิ

หลกั สตู รสถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 22

คาอธิบายรายวชิ าเลอื ก
สาระทักษะการเรยี นรู้

มาตรฐานท่ี รหสั รายวิชา ระดบั ประถมศกึ ษา หน่วยกติ
ทร0201 รายวชิ า 1
1 ทร0202 1
2 ทร0332 ข้อมลู น้ันสาคญั ไฉน 1
3 เทคนคิ การแก้ปญั หา 3
คดิ อย่างไรใหเ้ ป็นสขุ

รวม

หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นม่วง ระดบั ประถมศึกษา 23

คาอธิบายรายวชิ าเลือก
และ

รายละเอียดคาอธิบายรายวชิ าเลือก
ระดบั ประถมศึกษา

หลกั สตู รสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 24

คาอธิบายรายวชิ า ทร0201 ข้อมลู นนั้ สาคัญไฉน
สาระทกั ษะการเรยี นรู้ ระดับประถมศกึ ษา
จานวน 1 หนว่ ยกิต (40 ชวั่ โมง)

มาตรฐานท่ี 1.1 มคี วามรู้ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคตทิ ด่ี ีต่อการเรยี นรู้ด้วยตนเอง

ศกึ ษาและฝกึ ทกั ษะเก่ียวกบั เรอื่ งต่อไปนี้
ความสาคัญของข้อมูล การสารวจข้อมูล การได้มาซ่ึงข้อมูล การแจกแจงข้อมูล การตรวจสอบ

ขอ้ มลู การนาข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการทางานและการดาเนนิ ชวี ิต

การจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
ควรจัดในลักษณะของการบูรณาการทักษะตา่ ง ๆ ไปพร้อมกบั การสรา้ งสถานการณ์ในการเรยี นรู้อยา่ ง

สร้างสรรค์ เพอื่ ฝกึ ใหผ้ เู้ รยี นได้สารวจข้อมูล คน้ คว้า ตรวจสอบข้อมูล และการนาข้อมลู มาใช้ใน การ วาง
แผนการทางานและการดาเนินชีวิต และมีเจตคติท่ีดีต่อการเรียนรู้ด้วยตนเองที่ทาให้การเรียนรู้ด้วยตนเอง
ประสบความสาเร็จ และนาความรไู้ ปใชใ้ นวิถชี ีวิตให้เหมาะสมกับตนเอง และชมุ ชน สังคม

การวดั และประเมินผล
ใช้การประเมนิ จากสภาพจริงของผู้เรยี นทแี่ สดงออกเก่ียวกับขัน้ ตอน วธิ ีการสารวจขอ้ มูล และ

ความสามารถในการนาขอ้ มูลไปใช้ประโยชน์

หลักสูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านม่วง ระดับประถมศึกษา 25

คาอธิบายรายวชิ า ทร0202 เทคนิคการแกป้ ญั หา
สาระทกั ษะการเรียนรู้ ระดบั ประถมศึกษา
จานวน 1 หน่วยกิต (40 ชัว่ โมง)

มาตรฐานท่ี 1.1 มคี วามรู้ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติทด่ี ีต่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง

ศกึ ษาและฝึกทักษะเก่ียวกับเร่ืองตอ่ ไปน้ี
ความหมายของปัญหา สาเหตุของปญั หา ข้ันตอนและวธิ ีการการแกป้ ัญหา ทัศนคติทด่ี ีในการ

แก้ปัญหา การคน้ หาปัญหา การยอมรบั ปัญหา การกาหนดปญั หา การวางแผนการแกป้ ญั หา การหาขอ้ มูล
การวิเคราะห์ขอ้ มูลเพื่อหาตน้ ตอสาเหตุและกาหนดข้อสมมติฐาน การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ การระดมสมอง
เพือ่ สรา้ งทางเลือก การตัดสนิ ใจ การกลา้ ลงมือแกไ้ ขและการบรหิ ารการเปลยี่ นแปลง ติดตามผล และ
ปรับปรุงแก้ไข การป้องกนั ปญั หา

ฝกึ ทกั ษะการแก้ปัญหา และการปฏิบตั กิ ารแก้ปัญหาจากกรณศี กึ ษาหรอื ประเดน็ ท่ีกาหนด

การจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
ควรจัดในลักษณะของการบูรณาการทักษะตา่ ง ๆ ไปพรอ้ มกบั การสรา้ งสถานการณใ์ นการเรยี นรู้อย่าง

สร้างสรรค์ เพื่อฝึกให้ผู้เรียนได้กาหนดปัญหา การวางแผนการแก้ปัญหา และมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ด้วย
ตนเองท่ีทาให้การเรียนรู้ด้วยตนเองประสบความสาเร็จ และนาความรู้ไปใช้ในวิถีชีวิตให้เหมาะสมกับตนเอง
และชมุ ชน สงั คม

การวดั และประเมนิ ผล
ใชก้ ารประเมินจากสภาพจรงิ ของผู้เรยี นท่ีแสดงออกเกย่ี วกบั การใช้เทคนคิ ในการแกไ้ ขปญั หา และ

ความสามารถในการแกไ้ ขปัญหาจากกรณีศกึ ษาหรือประเดน็ ปัญหาทีก่ าหนด

หลักสตู รสถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นมว่ ง ระดับประถมศึกษา 26

คาอธิบายรายวชิ า ทร0232 คิดอย่างไรใหเ้ ป็นสุข
สาระทักษะการเรียนรู้ ระดับประถมศึกษา
จานวน 1 หนว่ ยกติ (40 ชัว่ โมง)

มาตรฐานท่ี 1.4 มีความรคู้ วามเข้าใจ ทักษะ และเจตคติที่ดตี อ่ การคิดเปน็

ศึกษาและฝึกทกั ษะเก่ียวกบั เร่อื งต่อไปน้ี
ชีวติ เปน็ สขุ วธิ ีคิดใหช้ วี ิตเป็นสขุ การจัดการกบั ความเครยี ดและความขดั แย้งในวิถชี ีวติ การดาเนิน

ชีวติ อยา่ งมคี ณุ ค่าและสงบสุข กจิ กรรมฝกึ สมาธแิ ละปัญญา

การจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
ควรจัดในลักษณะของการบูรณาการทักษะต่าง ๆ ไปพรอ้ มกับการสร้างสถานการณ์ในการเรยี นรู้อยา่ ง

สรา้ งสรรค์ เพื่อฝึกให้ผู้เรียนได้ฝึกเรียนรู้เก่ียวกับการคิด และมีเจตคติท่ีดีต่อการเรียนรู้ด้วยตนเองท่ีทาให้การ
เรียนรู้ดว้ ยตนเองประสบความสาเร็จ และนาความรไู้ ปใช้ในวถิ ชี วี ติ ใหเ้ หมาะสมกับตนเอง และชมุ ชน สังคม

การวัดและประเมินผล
ใช้การประเมินจากสภาพจริงของผู้เรยี นทแี่ สดงออกเก่ียวกับการคดิ

หลกั สูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านม่วง ระดบั ประถมศึกษา 27

รายละเอียดคาอธิบายรายวชิ า ทร0201 ข้อมลู นั้นสาคญั ไฉน
สาระทักษะการเรียนรู้ ระดับประถมศึกษา
จานวน 1 หน่วยกติ (40 ช่ัวโมง)

ท่ี หวั เรื่อง ตัวชี้วัด เน้อื หา จานวน
(ชวั่ โมง)
1. ขอ้ มูลน้ัน 1. รู้ เขา้ ใจ และ 1. ความสาคัญของขอ้ มูล
สาคญั ไฉน ตระหนักถงึ ความสาคัญ 2. การสารวจขอ้ มูล 40
ของข้อมลู 3. การได้มาซึง่ ข้อมลู
2. รู้ขนั้ ตอน วิธีการ 4. การแจกแจงข้อมลู
สารวจข้อมลู 5. การตรวจสอบข้อมลู
3. สามารถนาขอ้ มูล 6. การนาขอ้ มลู มาใชใ้ นการวางแผนการทางาน
ไปใชป้ ระโยชน์ได้ และการดาเนินชวี ติ

หลักสตู รสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านม่วง ระดับประถมศึกษา 28

รายละเอียดคาอธิบายรายวชิ า ทร0202 เทคนคิ การแก้ปัญหา
สาระทกั ษะการเรียนรู้ ระดบั ประถมศึกษา
จานวน 1 หนว่ ยกิต (40 ชว่ั โมง)

ท่ี หัวเรือ่ ง ตัวช้วี ัด เน้ือหา จานวน
(ช่ัวโมง)
2. เทคนิค
การแกป้ ัญหา 1. รู้เขา้ ใจสาเหตุ 1. ความหมายของปัญหา 40

ของการเกดิ ปญั หา 2. สาเหตุของปัญหา

2. บอกหรอื อธิบาย 3. ข้ันตอนและวธิ ีการการแกป้ ัญหา

ข้นั ตอนการแกไ้ ข (1) ทัศนคติทีด่ ใี นการแก้ปญั หา

ปญั หาได้ (2) การคน้ หาปัญหา

3. รูจ้ กั เลอื กใช้ (3) การยอมรบั ปญั หา

เทคนิคในการแก้ไข (4) การกาหนดปัญหา

ปัญหา (5) การวางแผนการแก้ปญั หา

4. ตระหนักหรอื เหน็ (6) การหาขอ้ มลู

ความสาคัญของ (7) การวิเคราะหข์ ้อมูลเพื่อหา ตน้ ตอสาเหตุ

เทคนคิ การแกไ้ ข และกาหนดขอ้ สมมติฐาน

ปัญหา (8) การแกป้ ัญหาอยา่ งระบบ

5. สามารถแก้ไข (9) การระดมสมองเพ่ือสรา้ งทางเลอื ก

ปญั หาจาก (10) การตัดสินใจ

กรณีศกึ ษาหรอื (11) การกล้า ลงมอื แก้ไขและการบรหิ ารการ

ประเด็นปัญหา เปล่ียนแปลง

ที่กาหนดได้ (12) ติดตามผล และปรับปรุงแก้ไข

(13) การปอ้ งกันปัญหา

ฝกึ ทกั ษะการแกป้ ญั หา

4. การปฏิบตั ิการแกป้ ัญหาจากกรณศี กึ ษาหรอื

ประเด็นท่ีกาหนด

หลกั สตู รสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านม่วง ระดบั ประถมศึกษา 29

รายละเอยี ดคาอธบิ ายรายวชิ า ทร0232 คิดอยา่ งไรให้เปน็ สขุ
สาระทกั ษะการเรียนรู้ ระดับประถมศกึ ษา
จานวน 1 หนว่ ยกติ (40 ช่ัวโมง)

ท่ี หวั เรื่อง ตวั ชว้ี ัด เน้อื หา จานวน
(ช่วั โมง)
3. คดิ อยา่ งไร 1. มคี วามรแู้ ละ 1. ชีวิตเปน็ สขุ
ให้เปน็ สุข ความเข้าใจในวธิ ีคดิ 2. วธิ ีคดิ ให้ชีวิตเป็นสุข (คิดทางบวก/ไมค่ ดิ ยอ้ น 40
ใหช้ ีวิตเป็นสขุ อดีต ฯลฯ)
2. สามารถจดั การ 3. การจัดการกบั ความเครยี ดและความขัดแยง้ ใน
กับความเครยี ดและ วิถีชีวติ
ความขดั แยง้ ในวิถี 4. การดาเนนิ ชวี ิตอยา่ งมคี ุณคา่ และสงบสุข
ชีวิต 5. กจิ กรรมฝึกสมาธิและปัญญา
3. มีความเขา้ ใจใน
วิธีการดาเนนิ ชวี ติ
อย่างมคี ุณคา่ และ
สงบสขุ
4. สามารถปฏิบัติ
กิจกรรมฝกึ สมาธิ
และปญั ญา

หลักสตู รสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านม่วง ระดบั ประถมศึกษา 30

สาระความรู้พืน้ ฐาน

หลกั สูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบา้ นมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 31

วชิ าภาษาไทย

หลักสตู รสถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 32

สาระความรพู้ นื้ ฐาน

เป็นสาระเกยี่ วกับภาษาและการสือ่ สาร คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐานที่ 2.1 มีความรคู้ วามเข้าใจ และทักษะพ้ืนฐานเก่ียวกบั ภาษาและการส่อื สาร
มาตรฐานท่ี 2.2 มีความรคู้ วามเข้าใจ และทกั ษะพน้ื ฐานเกย่ี วกับคณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์

และเทคโนโลยี

วิชาภาษาไทย
เป้าหมายการเรียนรู้

1. เข้าใจความสาคัญ และจุดมุ่งหมาย การฟัง การสังเกต การอ่าน พูด เขียน จับประเด็นและ
การถา่ ยทอดประสบการณ์

2. ยอมรบั และเหน็ คุณคา่ การใช้ภาษาไทยและวรรณคดี วรรณกรรมท้องถน่ิ
3. มที กั ษะในการสื่อสาร ตามหลกั การใชภ้ าษาไทย ที่ใช้ในชวี ติ ประจาวัน

หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 33

มาตรฐานการเรียนรู้ระดบั
ผลการเรียนรู้ท่คี าดหวงั

หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 34
มาตรฐานการเรียนรรู้ ะดบั ผลการเรียนรูท้ ่คี าดหวงั

มาตรฐานท่ี 2.1 มคี วามรู้ ความเข้าใจ และทักษะพื้นฐานเกยี่ วกบั ภาษาและการสือ่ สาร

ระดบั ประถมศึกษา

มาตรฐานการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

การฟงั การดู

1. เหน็ ความสาคญั ของการฟงั และดู 1. รแู้ ละเขา้ ใจหลกั การ ความสาคัญและจุดมงุ่ หมายของ

2. สามารถจบั ใจความ และสรปุ ความจากเร่ืองทฟ่ี ังและ การฟงั และดู

ดู 2. จบั ใจความสาคัญ และสรุปความจากเรือ่ งท่ฟี ังและดู

3. มมี ารยาทในการฟัง และดู 3. ปฏบิ ตั ิตนเป็นผมู้ ีมารยาทในการฟงั และดู

การพูด 1. เขา้ ใจความสาคัญ และลักษณะการพูดท่ีดี
1. เหน็ ความสาคญั และลักษณะการพูดท่ดี ี 2. พดู แสดงความรู้ ความคิด ความรู้สึก ได้อยา่ งเหมาะสม
2. สามารถพดู แสดงความรู้ ความคิด ความรู้สกึ ใน 3. ปฏิบัติตนเปน็ ผู้มมี ารยาทในการพูด

โอกาสต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม
3. มมี ารยาทในการพดู

การอา่ น

1. เหน็ ความสาคญั ของการอ่าน ท้ังการอ่านออกเสียง 1. เขา้ ใจความสาคัญ หลักการ และจดุ มงุ่ หมายของ

และอ่านในใจ การอา่ นทงั้ อา่ นออกเสยี งและอ่านในใจ

2. สามารถอ่านได้อยา่ งถกู ต้อง และอ่านได้เรว็ เข้าใจ 2. อ่านออกเสียงคา ขอ้ ความ บทสนทนา เรื่องสั้น

ความหมายของถ้อยคา ข้อความ เนื้อเร่ืองทอ่ี า่ น บทร้อยกรอง และบทรอ้ งเล่น บทกลอ่ มเด็ก

3. มีมารยาทในการอ่านและนิสยั รักการอา่ น 3. อธบิ ายความหมายของคาและขอ้ ความท่อี ่าน

4. ปฏิบัติตนเปน็ ผู้มีมารยาทในการอ่านและมนี สิ ัยรกั

การอ่าน

การเขยี น

1. เห็นความสาคญั ของ การเขียนและประโยชนข์ องการ 1. เขา้ ใจหลักการเขยี น และเห็นความสาคัญของการเขยี น

คัดลายมอื 2. รจู้ ักอกั ษรไทย เขยี นสะกดคา และรูค้ วามหมายของคา

2. สามารถเขียนคา คาคลอ้ งจอง ประโยค และเขยี น คาคลอ้ งจอง และประโยค

หลักสูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบา้ นม่วง ระดับประถมศึกษา 35

บันทึกเร่อื งราว สื่อสาร เหตุการณ์ในชวี ติ ประจาวันได้

ระดบั ประถมศกึ ษา

มาตรฐานการเรยี นรู้ ผลการเรยี นร้ทู ี่คาดหวัง

3. มมี ารยาทในการเขียนและนิสยั รกั การเขียน 3. เขยี นสอ่ื สารในชีวติ ประจาวัน จดบนั ทึก โดยใชค้ า

ถูกตอ้ ง ชัดเจน

4. เขยี นเรยี งความ ยอ่ ความ จดหมาย ไดต้ ามรูปแบบ

5. เขยี นรายงาน การค้นควา้ สามารถอ้างองิ แหลง่

ความรู้

6. กรอกแบบรายการตา่ ง ๆ

7. ปฏิบตั ติ นเปน็ ผ้มู มี ารยาทในการเขียนและมกี ารจด

บนั ทึกอยา่ งสมา่ เสมอ

หลกั การใชภ้ าษา

1. สามารถสะกดคา โดยนาเสียงและรูปอักษรไทย 1. อธบิ ายการใช้เสยี ง และรูปอกั ษรไทย อักษร 3 หมู่

ประสมเปน็ คาอ่านและเขียนได้ถกู ต้องตามหลักการ และการผนั วรรณยกุ ตไ์ ด้

ใชภ้ าษา 2. อธบิ ายเกีย่ วกบั คา การสะกดคา พยางค์ และประโยคได้

2. สามารถใชเ้ ครอื่ งหมายวรรคตอนได้ถกู ตอ้ งและ ถูกต้อง

เหมาะสม 3. ใช้เครื่องหมายวรรคตอนและอกั ษรย่อได้ถกู ตอ้ ง

3. เข้าใจลกั ษณะของคาไทย คาภาษาถิน่ และ คาภาษา 4. บอกประโยชน์การใชพ้ จนานุกรม

ต่างประเทศท่ีใช้ ในภาษาไทย 5. บอกความหมายของสานวน คาพงั เพย สภุ าษิต

คาราชาศพั ท์ คาสภุ าพ และนาไปใช้ได้ถกู ตอ้ ง เหมาะสม

6. บอกลกั ษณะคาไทย คาภาษาถน่ิ และคา

ภาษาตา่ งประเทศทม่ี ี ใชใ้ นภาษาไทย

วรรณคดี วรรณกรรม 1. อธิบายถึงประโยชน์ และคณุ คา่ ของนิทาน
1. สามารถคน้ คว้าเรอ่ื งราว ประโยชนแ์ ละคณุ ค่าของ นทิ านพ้นื บา้ น วรรณกรรมและวรรณกรรมในองถ่นิ

นิทาน นทิ านพ้ืนบ้าน วรรณกรรมและวรรณกรรม
ทอ้ งถ่ิน

หลกั สูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 36

คาอธิบายรายวชิ าบังคับ
และ

รายละเอยี ดคาอธิบายรายวชิ าบังคับ
ระดบั ประถมศึกษา

หลักสูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดับประถมศึกษา 37

คาอธบิ ายรายวิชาบังคบั
สาระความรู้พนื้ ฐาน
วิชาภาษาไทย

มาตรฐานท่ี รหสั รายวชิ า ระดบั ประถมศึกษา หน่วยกติ
2.1 พท 1101 รายวิชา 3
ภาษาไทย 3

รวม

หลักสตู รสถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นม่วง ระดับประถมศึกษา 38

คาอธิบายรายวชิ า พท1101 ภาษาไทย จานวน 3 หน่วยกิต
ระดับประถมศกึ ษา

มาตรฐานที่ 2.1 มคี วามรู้ ความเข้าใจ และทกั ษะพนื้ ฐานเกีย่ วกับภาษาและการสือ่ สาร
การฟงั การดู
1. เหน็ ความสาคญั ของการฟัง และดู
2. สามารถจับใจความ และสรปุ ความจากเร่อื งทีฟ่ ังและดู
3. มมี ารยาทในการฟัง และดู
การพูด
1. เหน็ ความสาคญั และลักษณะการพูดท่ีดี
2. สามารถพูดแสดงความรู้ ความคิด ความรู้สึกในโอกาสต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม
3. มมี ารยาทใน การพูด
การอา่ น
1. เหน็ ความสาคัญของการอา่ น ทั้งการอ่านออกเสยี งและอา่ นในใจ
2. สามารถอา่ นไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง และอา่ นไดเ้ รว็ เขา้ ใจความหมายของถอ้ ยคา ขอ้ ความ
เนอ้ื เร่อื งที่อา่ น
3. มีมารยาทในการอ่านและนสิ ัยรักการอ่าน
การเขยี น
1. เหน็ ความสาคญั ของ การเขียนและประโยชนข์ องการคัดลายมือ
2. สามารถเขยี นคา คาคล้องจอง ประโยค และเขียนบันทึกเร่อื งราว สอื่ สาร เหตุการณ์
ในชวี ิตประจาวันได้
3. มีมารยาทในการเขยี นและนสิ ัยรักการเขียน
หลักการใช้ภาษา
1. สามารถสะกดคา โดยนาเสยี งและรูปอกั ษรไทยประสมเป็นคาอา่ นและเขียนได้ถูกต้อง
ตามหลกั การใช้ภาษา
2. สามารถใชเ้ คร่ืองหมายวรรคตอนได้ถกู ต้องและเหมาะสม
3. เข้าใจลกั ษณะของคาไทย คาภาษาถน่ิ และ คาภาษา ต่างประเทศที่ใช้ในภาษาไทย

หลกั สูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นมว่ ง ระดับประถมศึกษา 39

วรรณคดี วรรณกรรม
1. สามารถค้นคว้าเรื่องราว ประโยชน์และคุณค่าของนิทาน นิทานพ้ืนบ้าน วรรณกรรมและ
วรรณกรรมท้องถิน่

ศกึ ษาและฝกึ ทักษะเกย่ี วกับเรือ่ งดังตอ่ ไปนี้
การฟงั การดู
หลักการ ความสาคญั จดุ มงุ่ หมาย การสรปุ ความ และมารยาทของการฟังและดู
การพูด
ความสาคัญ ลักษณะการพดู ทีด่ ี และมารยาทในการพดู
การอา่ น
หลกั การ ความสาคัญ จุดมุ่งหมาย ของการอ่านออกเสียงและอา่ นในใจ บทร้อยแกว้ บทร้อยกรองและ

มารยาทของการอ่าน
การเขียน
หลักการ ความสาคัญของการเขียน การคัดลายมือ การเขียนส่ือสารในชีวิตประจาวันด้วยวิธีการ

เขียนประเภทต่างๆ และการกรอกแบบรายการตา่ งๆ ตลอดจนมมี ารยาทในการเขียน
หลกั การใชภ้ าษา
การใชเ้ สยี งและรปู อกั ษรไทย อกั ษร 3 หมู่ การผันวรรณยุกต์ ความหมายของคา คาไทย คาภาษาถ่ิน

คาภาษาต่างประเทศท่ีใช้ในภาษาไทย การสะกดคา พยางค์และประโยค การใช้เคร่ืองหมาย วรรคตอน
พจนานุกรม และความหมายของสานวน คาพงั เพย สุภาษติ คาราชาศพั ท์ คาสุภาพ

วรรณคดี และวรรณกรรม
ประโยชน์และคณุ คา่ ของนิทาน นทิ านพ้ืนฐาน และวรรณกรรมในทอ้ งถนิ่

การจัดประสบการณ์การเรียนรู้
จัดประสบการณ์หรือสถานการณ์ในชีวิตประจาวันให้ผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้าโดยการปฏิบัติจริงเป็น

รายบุคคลหรือใชก้ ระบวนการกลุ่มเก่ยี วกับทกั ษะการฟัง การดู การพูด การอ่าน การเขียน และหลักการใช้
ภาษา

การวัดและประเมนิ ผล
การสังเกต การฝกึ ปฏิบัติ การทดสอบ (แบบทดสอบ) และการประเมินชิ้นงานในแต่ละกจิ กรรม

หลักสูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดับประถมศึกษา 40

รายละเอียดคาอธิบายรายวิชา พท1101 ภาษาไทย จานวน 3 หนว่ ยกิต
ระดบั ประถมศึกษา

มาตรฐานท่ี 2.1 มคี วามรู้ ความเข้าใจ และทักษะพืน้ ฐานเก่ียวกบั ภาษาและการส่อื สาร

ท่ี หวั เรือ่ ง ตัวช้ีวัด เน้อื หา จานวน
(ชั่วโมง)
1. การฟงั การดู 1. รแู้ ละเขา้ ใจหลกั การ 1. หลกั การความสาคัญและ
2
(10) ความสาคัญและจุดมงุ่ หมาย จุดม่งุ หมายของการฟงั และดู
3
ของการฟัง และดู
3
2. จบั ใจความสาคญั และสรุป 2. การจับใจความสาคญั จากการ 2

ความจากเรื่องที่ฟังและดู ฟัง และดู

3. ปฏบิ ัตติ นเปน็ ผู้มีมารยาทใน 3. การสรปุ ความจากการฟังและดู

การฟัง และดู 4. มารยาทในการฟงั และดู

2. การพูด 1. เขา้ ใจความสาคัญ และ 1. หลกั การความสาคญั และ 2

(10) ลกั ษณะการพดู ทีด่ ี จดุ มุ่งหมายของการพดู

2. พูดแสดงความรู้ ความคดิ 2. การเตรียมการพดู และลักษณะ 2

ความรสู้ กึ ไดอ้ ย่างเหมาะสม การพดู ทด่ี ี

3. ปฏิบตั ิตนเปน็ ผมู้ มี ารยาทใน 3. การพดู ในโอกาสต่าง ๆ 5

การพูด - การพูดอวยพร

- การพูดขอบคุณ

- การพูดแสดงความเสียใจ/ ดีใจ

- การพูดตอ้ นรับ

- การพูดรายงาน

4. มารยาทในการพูด 1

หลกั สตู รสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดับประถมศึกษา 41

ท่ี หวั เรอ่ื ง ตัวชีว้ ัด เนอื้ หา จานวน
(ชัว่ โมง)

3. การอา่ น 1. เข้าใจความสาคญั หลักการ 1. ความสาคญั หลกั การ และ 4

(40) และจุดมุง่ หมายของการอา่ น จุดมงุ่ หมายของการอา่ นออก

ทัง้ อ่านออกเสยี งและอ่านในใจ เสยี งและ การอ่านในใจ

2. อ่านออกเสียงคา ขอ้ ความ 2. การอ่านรอ้ ยแก้ว 16

บทสนทนา เรือ่ งส้ัน 2.1 การอ่านออกเสยี ง

บทรอ้ ยกรอง และบทร้องเล่น 2.2 การอา่ นข้อความบทความ

บทกล่อมเด็ก เรือ่ งสนั้ และบทกลอ่ มเด็ก

3. อธบิ ายความหมายของคาและ 2.3 การอ่านจบั ใจความสาคัญ

ข้อความทอี่ า่ น 2.4 การอ่านเพ่ือแสดงความ

4. ปฏบิ ัติตนเปน็ ผู้มีมารยาทใน คดิ เห็นและ สรปุ ความ

การอ่านและมนี ิสยั รกั การอ่าน 3. การอ่านรอ้ ยกรอง 12

3.1 การอ่านคาคล้องจอง บท

กล่อมเดก็ นทิ าน เพลงพน้ื บ้าน

3.2 การอ่านกลอนสุภาพ

4. การเลือกอ่านหนังสอื และ 4

ประโยชน์ของการอ่าน

5. การสร้างนิสัยรักการอ่าน และ 4

มารยาทในการอ่านที่ดี

4. การเขยี น 1. เข้าใจหลักการเขียน และเห็น 1. หลักการเขยี น ความสาคัญของ 2

(20) ความสาคญั ของการเขยี น การเขยี น

2. รจู้ ักอกั ษรไทย เขยี นสะกดคา 2. การเขียนอกั ษรไทย (พยญั ชนะ 2

และรคู้ วามหมายของคา สระ วรรณยุกต์ ตวั เลขไทย)

คาคลอ้ งจอง และประโยค 3. การเขยี นสะกดคาและ 2

3. เขยี นสอื่ สารในชวี ติ ประจาวนั ความหมายของคา

จดบนั ทึก โดยใชค้ าถูกตอ้ ง 4. การเขียนส่ือสาร 4

ชดั เจน - การเขยี นประวัติตนเอง

4. เขยี นเรยี งความ ยอ่ ความ - การเขียนบนั ทกึ ประจาวัน

จดหมาย ไดต้ ามรปู แบบ - การเขยี นเลา่ เร่อื ง ข่าว

หลักสตู รสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 42

ท่ี หัวเรอ่ื ง ตัวชว้ี ัด เนือ้ หา จานวน
(ชว่ั โมง)

5. เขียนรายงานการค้นคว้า เหตกุ ารณ์ 4

สามารถอ้างองิ แหลง่ ความรู้ 5. การเขียนตามรปู แบบ

6. กรอกแบบรายการต่างๆ - การเขียนเรยี งความ

7. ปฏิบตั ติ นเปน็ ผู้มีมารยาทใน - การเขียนย่อความ

การเขียนและมีการจดบนั ทึก - การเขียนจดหมาย

อย่างสม่าเสมอ (การใช้จดหมายอิเล็กทรอนิกส์) 2

6. การเขยี นรายงานการคน้ ควา้

และอา้ งองิ ความรู้ 2

7. การเขยี นกรอกรายการ

(แบบฟอร์ม) 2

8. การปฏิบัตติ นเปน็ ผมู้ มี ารยาท

ในการเขยี นและมนี ิสยั รกั

การเขยี น

5. หลกั การใช้ภาษา 1. อธิบายการใช้เสยี ง และ 1. เสยี งและรูปอักษรไทย 1

(20) รปู อักษรไทย อักษร 3 หมู่ (พยญั ชนะ สระ และวรรณยุกต)์

และการผนั วรรณยุกตไ์ ด้ 2. การผนั อกั ษร 3 หมู่ (ไตรยางศ์) 3

2. อธบิ ายเกย่ี วกบั คา การสะกดคา 3. พยางค์และคา 1

พยางค์ และประโยคได้ถกู ตอ้ ง 4. คาในมาตราตวั สะกด 9 2

3. ใช้เคร่อื งหมายวรรคตอนและ มาตรา 3

อักษรยอ่ ไดถ้ ูกต้อง 5. ชนิดและหน้าที่ของคา 7 ชนดิ 2

4. บอกประโยชนก์ ารใช้ 6. โครงสร้างและชนดิ ของประโยค

พจนานกุ รม 7. เคร่ืองหมายวรรคตอน 1

5. บอกความหมายของสานวน 8. การใช้พจนานกุ รม 1

คาพงั เพย สภุ าษิต คาราชา 9. ความหมายและการใช้สานวน 3

ศพั ท์ คาสุภาพ และนาไปใชไ้ ด้ คาพงั เพย สุภาษิต คาราชาศัพท์

ถกู ตอ้ ง เหมาะสม และคาสุภาพ

6. บอกลกั ษณะคาไทยคาภาษา 10. การใช้ภาษาที่เหมาะสม กับ 1

ถ่ิน และคาภาษาตา่ งประเทศ บุคคล สถานการณ์ วัฒนธรรม

หลกั สูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบา้ นม่วง ระดบั ประถมศึกษา 43

ท่ี หัวเรอ่ื ง ตัวชว้ี ัด เนอื้ หา จานวน
ที่มีใช้ในภาษาไทย (ชว่ั โมง)
ประเพณี
6. วรรณคดี วรรณกรรม 1. อธิบายถงึ ประโยชน์ 11. ลกั ษณะของคาไทย คาภาษา 2
(20) และคุณคา่ ของนทิ าน
นทิ านพืน้ บา้ น วรรณกรรม ถ่ิน คาภาษา ต่างประเทศทมี่ ีใช้ 5
และวรรณกรรมในท้องถน่ิ ในภาษาไทย 15
1. เรอื่ งราว นทิ าน นทิ านพ้นื บา้ น
และวรรณกรรมทอ้ งถน่ิ
2. เรอื่ งราววรรณคดที มี่ ี ความ
หลากหลาย
กลอนบทละคร (สงั ขท์ อง)
กลอนนิทาน (พระอภัยมณี)
- กลอนเสภา (ขนุ ช้าง ขุนแผน)

หลักสูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 44

คาอธิบายรายวชิ าเลือก
และ

รายละเอยี ดคาอธิบายรายวชิ าเลือก
ระดับประถมศึกษา


Click to View FlipBook Version