หลักสตู รสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านม่วง ระดบั ประถมศึกษา 45
คาอธิบายรายวชิ าเลอื ก
สาระความรพู้ ื้นฐาน (ภาษาไทย)
มาตรฐานท่ี รหัสรายวชิ า ระดบั ประถมศกึ ษา หนว่ ยกิต
พท1202 รายวิชา 1
1 พท1203 1
2 ฟัง ดู อยา่ งมีประสิทธภิ าพ 2
การอา่ นเพ่อื การเรียนรูต้ ลอดชวี ติ
รวม
หลักสตู รสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดับประถมศึกษา 46
คาอธิบายรายวชิ า พท1203 การอา่ นเพอื่ การเรยี นรตู้ ลอดชวี ิต
สาระความรพู้ ื้นฐาน (ภาษาไทย) ระดบั ประถมศึกษา
จานวน 1 หน่วยกิต (40 ชว่ั โมง)
มาตรฐานท่ี 2.1 มคี วามร้คู วามเขา้ ใจ และทักษะพ้ืนฐานเกีย่ วกบั ภาษาและการส่ือสาร
ศึกษาและฝึกทักษะเกี่ยวกับเรือ่ งต่อไปน้ี
หลักการอ่าน ความสาคัญการอ่าน ประโยชน์ของการอ่านหนังสือ การอ่านเพ่ือความรู้ ความจา
ความเขา้ ใจ การนาไปใช้ การวิเคราะห์ การสรุปเรอ่ื งและประเมินค่า ตลอดจนการอ่านแผนท่ี แผนผังและป้าย
บอกทาง การเลือกหนงั สืออา่ นเพื่อความบนั เทิง
การจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
อธิบายหลกั การอ่าน ความสาคัญการอา่ น ประโยชน์ของการอ่าน ค้นควา้ รวบรวมหนงั สืออ่านที่สนใจ
วิธีการอ่านเพื่อความรู้ ความจา ความเข้าใจ การนาไปใช้ การวิเคราะห์ การสรุปเรื่องและ การ
ประเมินผล พร้อมยกตัวอย่าง แลว้ ใหผ้ ้เู รียนฝึกอ่านและปฏบิ ัติ
อธิบายวิธีการอ่านแผนท่ี แผนผัง และป้ายบอกทาง ใช้แผนท่ี แผนผังประกอบ แล้วให้ผู้เรียนปฏิบัติ
ผเู้ รียนระดมสมอง บอกหนังสอื ทค่ี วรอ่าน มีคณุ ค่าอย่างไร บอกหนงั สือที่ไม่ควรอ่าน ส่งผลรา้ ยอยา่ งไร
การวดั และประเมินผล หลกั การ ความสาคัญของการอา่ น ประโยชนข์ องการอ่าน การอ่านเพื่อ
ทดสอบความรู้ : ความรู้
ความจา ความเข้าใจ นาไปใช้ เพ่อื วิเคราะห์ สรุปเร่อื ง ประเมินค่า การอ่าน
แผนที่ แผนผัง ป้ายบอกทาง
หลกั สูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านม่วง ระดบั ประถมศึกษา 47
ตรวจ : ผลงานการปฏิบตั ิ
สังเกต : การอา่ น การระดมสมอง
คาอธิบายรายวิชา พท1202 ฟัง ดู อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
สาระความรู้พ้นื ฐาน (ภาษาไทย) ระดับประถมศึกษา
จานวน 1 หนว่ ยกิต (40 ชั่วโมง)
มาตรฐานท่ี 2.1 มีความรู้ความเขา้ ใจ และทกั ษะพ้ืนฐานเกีย่ วกับภาษาและการสื่อสาร
ศกึ ษาและฝกึ ทกั ษะเกย่ี วกับเรอื่ งตอ่ ไปน้ี
ความสาคัญของการฟังและการดู ความหมายของการฟังและการดู กระบวนการฟั งและดู
องค์ประกอบ ของการฟังและดูอย่างมีประสิทธิภาพ การฟัง ดู และวิเคราะห์สาร สานวนภาษา/บทกลอน
เกีย่ วกบั การฟงั และดู มารยาทในการฟงั และดู
การจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
ศกึ ษาความสาคัญของการฟังและการดู ความหมายของการฟงั และการดู กระบวนการฟงั และดู
อธบิ าย อภปิ รายองคป์ ระกอบของการฟังและดูอย่างมปี ระสิทธภิ าพ แล้วสรปุ เปน็ ข้อปฏบิ ตั ิ
ศึกษาการฟัง ดู และวิเคราะหส์ าร ประเภทให้ความรู้ สอนใจ มีคติ โน้มน้าวใจและบนั เทิง โดยหา
ขอ้ ความ บทความท่ีสอดคล้องกับแต่ละประเภท มาอ่านให้เพ่ือนฟัง หรือเป็นซีดี วีซีดี มาเปิดให้ดู แล้ว ฝึก
วิเคราะหแ์ ยกประเภทสารทฟี่ งั และดู สรุปความ พร้อมกับเน้นมารยาทในการฟัง และดูไปพรอ้ มกัน
รวบรวมสานวนภาษาหรือบทกลอนท่ีเก่ียวกับการฟังและดู นามาวิเคราะห์ และสรุปบทเรียน
ทผี่ า่ นมา
การวัดและประเมินผล ความสาคัญของการฟงั และการดู ความหมาย กระบวนการฟัง
ทดสอบความรู้ : องคป์ ระกอบของ
หลักสตู รสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 48
การฟงั ดู และวเิ คราะหส์ าร สานวน/บทกลอนเกยี่ วกับการฟงั
ตรวจ : การเลอื กซีดี วีซดี ี หรอื บทอา่ นเพื่อนามาวิเคราะหแ์ ยกประเภทสาร
การสรุป ขอ้ ปฏิบตั ิ การสรปุ ความจากการฟังและดผู ลงาน การรวบรวม
สานวนภาษา/บทความ
สังเกต : การอธบิ าย อภิปราย การเสนอข้อโตแ้ ยง้ การฟงั การดู มารยาทใน
การฟงั และดู
รายละเอยี ดคาอธิบายรายวิชา พท1203 การอ่านเพอื่ การเรยี นรตู้ ลอดชวี ติ
สาระความร้พู น้ื ฐาน (ภาษาไทย) ระดบั ประถมศกึ ษา
จานวน 1 หน่วยกติ (40 ช่วั โมง)
มาตรฐานที่ 2.1 มคี วามรู้ความเข้าใจ และทักษะพ้ืนฐานเก่ยี วกับภาษาและการสือ่ สาร
ท่ี หัวเรอื่ ง ตวั ชวี้ ัด เนอ้ื หา จานวน
(ช่ัวโมง)
1. หลักการ ความสาคญั อธิบายหลกั การอ่าน หลักการอ่านและความสาคัญของ
และประโยชน์ของการ เหน็ ความสาคญั และ การอา่ น ประโยชนข์ องการอ่าน 4
อา่ น ประโยชนข์ องการอา่ น
2. การตอบคาถามและ ตอบคาถามและเลา่ เรือ่ ง ค้นควา้ รวบรวมช่อื หนังสอื ทส่ี นใจ 2
เล่าเรือ่ ง ที่อา่ นได้
3. การข้อปฏบิ ัตใิ นการอา่ น เขา้ ใจการอ่านและปฏบิ ัติตามได้ การอ่านเพื่อความรู้ ความจา 6
ถูกต้อง ความเข้าใจเร่อื งทอ่ี า่ นนทิ าน
ตานาน
4. สรุปความเรือ่ งท่ีอ่าน วิเคราะหเ์ ร่ืองทอ่ี ่าน เพ่อื สรปุ การอ่านเพื่อนาไปใช้ เชน่ ฉลากยา 8
ความนา่ เช่อื ถือ สิง่ ของ เครื่องใช้ และข้อปฏิบตั ิ
คาแนะนา
หลกั สตู รสถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นมว่ ง ระดับประถมศึกษา 49
5. การสรุปเร่ืองทอ่ี ่าน สรปุ เรือ่ งทอ่ี ่านและคาดเดาเรอ่ื ง 1. การอา่ นเพ่อื วิเคราะห์ความ 6
6
เหตุการณ์ นา่ เชื่อถือ
- คาโฆษณา
- ข่าว เหตกุ ารณ์
2. การอา่ นเพื่อสรุปเรอื่ งและ
ประเมนิ คา่
- บทร้อยกรอง
ท่ี หวั เรอื่ ง ตวั ชวี้ ัด เนื้อหา จานวน
6. การใช้แผนท่ี แผนผงั (ชั่วโมง)
บอกและใช้แผนท่ี แผนผงั ได้ - สารคดี
ถูกต้อง - บทความ 4
การอา่ นแผนท่ี แผนผงั แลว้ ป้ายบอก
ทาง
7. การเลอื กหนังสอื อา่ น เลอื กหนงั สืออ่านเพ่อื ความ การเลอื กและอ่านหนงั สือเพ่ือความ 4
บันเทิงได้ บนั เทงิ
หลกั สตู รสถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 50
รายละเอียดคาอธิบายรายวิชา พท1202 ฟงั ดู อยา่ งมีประสิทธภิ าพ
สาระความรู้พน้ื ฐาน (ภาษาไทย) ระดบั ประถมศึกษา
จานวน 1 หนว่ ยกิต (40 ชั่วโมง)
มาตรฐานที่ 2.1 มีความรูค้ วามเข้าใจ และทกั ษะพื้นฐานเก่ียวกบั ภาษาและการสอื่ สาร
ท่ี หัวเรอ่ื ง ตัวช้วี ัด เนอื้ หา จานวน
(ช่ัวโมง)
1. ความสาคญั และ อธบิ ายความสาคัญและ 1. ความสาคญั ของการฟัง
ความหมายของ ความหมายของการฟงั และดู และการดู 1
การฟงั และดู
บอกกระบวนการฟงั และดูได้ 2. ความหมายของการฟัง 1
2. กระบวนการฟงั และดู และการดู
4
กระบวนการฟงั และดมู ี 2 ทาง
ผสู้ ่ง ผสู้ ่ง
การฟัง/ดู การฟัง/ดู
ผรู้ ับฟัง ผา่ น
ผดู้ ู สื่อกลาง
ผรู้ ับฟัง
ผดู้ ู
3. องค์ประกอบของการ บอกองค์ประกอบของการฟงั องค์ประกอบของการฟงั และดู 8
อยา่ งมีประสิทธิภาพ
ฟังและดู และดูอย่างมีประสิทธิภาพ - ต้ังจุดหมาย
- เลอื กฟัง/ดู
- ไม่มีอคติ ส่อื มีประสิทธิภาพ
- มีสมาธใิ นการฟงั /ดู
- วิเคราะห์ ใคร่ครวญสาร
- พจิ ารณาหาข้อโต้แยง้
- เลอื กความน่าเชือ่ ถือ
หลกั สูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบา้ นมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 51
ท่ี หัวเรื่อง ตวั ชี้วัด เนือ้ หา จานวน
4. ประเภทของสาร (ช่วั โมง)
วเิ คราะหป์ ระเภทของสารท่ฟี ัง การฟงั ดู และวิเคราะหส์ าร
และดู ประเภท 12
- ให้ความรู้
- สอนใจมีคติ
- โน้มนา้ วใจ
- บนั เทิง
5. การสรปุ ความจากการ สามารถสรปุ ความจากการฟงั รวบรวมสานวนภาษา/บทกลอน 12
ฟงั และดู และดู เกี่ยวกบั การฟงั และดูแล้ว
สรุปความ
6. มารยาทในการฟัง ปฏบิ ัติตนเป็นผู้มีมารยาทใน มีมารยาทในการฟังและดู 2
และดู การฟังและดู
หลักสตู รสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดับประถมศึกษา 52
ภาษาต่างประเทศ
หลกั สตู รสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบา้ นมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 53
ภาษาตา่ งประเทศ
เปา้ หมายการเรยี นรู้
หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กาหนดมาตรฐาน
การเรียนรู้ตามสาระความรู้พ้ืนฐาน วิชาภาษาต่างประเทศ ที่เป็นข้อกาหนดเป้าหมายการเรียนรู้ โดยมี
รายละเอยี ดเป้าหมายการเรียนรวู้ ชิ าภาษาตา่ งประเทศในแตล่ ะระดับการศกึ ษา ดังน้ี
ระดบั ประถมศกึ ษา
1. เข้าใจ เก่ียวกับการฟัง พูด อา่ น เขียน เพอื่ การสื่อสารในชีวติ ประจาวนั
2. ยอมรับ และเห็นคณุ ค่าภาษาตา่ งประเทศเพ่อื การส่ือสารในชวี ติ ประจาวัน
3. มีทกั ษะทถี่ ูกตอ้ งในการสอื่ สารตามหลักภาษา และวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา
หลักสตู รสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบา้ นม่วง ระดบั ประถมศึกษา 54
มาตรฐานการเรียนรู้ระดบั ผล
การเรียนรู้ที่คาดหวงั
หลักสตู รสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านม่วง ระดับประถมศึกษา 55
มาตรฐานการเรยี นรูร้ ะดบั ผลการเรยี นรู้ที่คาดหวัง
มาตรฐานที่ 2.1 มีความรู้ความเข้าใจ และทักษะพื้นฐานเก่ยี วกับภาษาและการสือ่ สาร
มาตรฐานการเรียนรู้ ผลการเรยี นรทู้ ค่ี าดหวัง
มคี วามรคู้ วามเข้าใจ ทักษะและเจตคติ เก่ียวกบั การ 1. เข้าใจเก่ียวกบั การฟัง พดู อา่ น เขยี น เพื่อการ
ฟงั พูด อ่าน เขยี น ภาษาต่างประเทศ เพื่อการ สอ่ื สารในชีวิตประจาวัน
ส่ือสารในชวี ติ ประจาวนั ได้ถูกต้องตามหลักภาษาและ 2. ยอมรับ และเห็นคุณค่าภาษาตา่ งประเทศ เพ่ือ
วัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา การส่อื สารในชวี ติ ประจาวนั
3. มีทักษะที่ถกู ตอ้ งในการสอ่ื สารตามหลกั ภาษาและ
วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
หลกั สูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านม่วง ระดบั ประถมศึกษา 56
คาอธิบายรายวชิ าบงั คับ
สาระความรูพ้ ้นื ฐาน (ภาษาต่างประเทศ)
มาตรฐาน รหัสรายวิชา ระดบั ประถมศึกษา หนว่ ยกิต
ท่ี พต 1101 รายวิชา 3
ภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน 3
พต 2.1 รวม
หลักสตู รสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 57
คาอธิบายรายวชิ าบังคบั
และ
รายละเอยี ดคาอธิบายรายวชิ าบังคบั
ระดบั ประถมศึกษา
หลกั สตู รสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านม่วง ระดบั ประถมศึกษา 58
คาอธิบายรายวิชา พต 1101 ภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน จานวน 3 หนว่ ยกติ
ระดบั ประถมศกึ ษา
มาตรฐานการเรียนรู้ระดบั
มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคติเกยี่ วกับ การฟัง พูด อ่าน เขยี น ภาษาต่างประเทศ เพื่อ
การสื่อสารในชีวติ ประจาวันได้ถกู ต้องตามหลักภาษาและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
ศึกษาและฝึกทกั ษะเก่ยี วกับเรื่องดังต่อไปนี้
1. วิธกี ารทกั ทาย (Greeting) การแนะนา (Introduction) ตวั เองและผู้อ่ืน และการกล่าวลา
(Leave Taking) รวมท้ังการตอบรับทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการที่ถูกต้องตามหลักภาษาและ
วัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา
2. การอ่าน เขียน และออกเสยี งพยัญชนะ สระ และการประสมคาภาษาองั กฤษที่ถกู ต้อง การใช้จานวน
นับ ลาดับที่ และการใช้คาศพั ท์ รวมทงั้ สญั ลกั ษณ์ตา่ ง ๆ ทพ่ี บในชีวติ ประจาวนั โดยทว่ั ไป
3. การใช้ประโยคขอร้อง คาสั่ง และขอโทษท่ีถูกต้องตามกาลเทศะ โครงสร้างของประโยคความเดียว
(Simple Sentence) ใน Present Simple Tense, Present Continuous Tense และ Future Simple
Tense การใชป้ ระโยคคาถามและคาตอบง่าย ๆ รวมทง้ั การใช้คาสรรพนาม คาบุพบท และคาคุณศพั ทพ์ ้ืนฐาน
การจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
1. ฝึกฟงั พูด อ่าน เขียนในการทักทาย แนะนา และ กล่าวลา ท่ีสามารถนาไปใช้ในชวี ติ ประจาวนั ได้
2. ฝกึ ฟัง พดู อ่าน เขยี น ใหถ้ กู ต้องและเหมาะสมกับสถานการณ์
3. ฝกึ การใช้ประโยคต่าง ๆ คาสรรพนาม คาบพุ บท และคาคณุ ศัพทไ์ ด้สอดคลอ้ งกับชวี ิตประจาวัน
และการประกอบอาชพี
การวดั และประเมินผล
1. ตรวจสอบด้วยวิธีการทีเ่ หมาะสมและแสดงให้เหน็ ว่าสามารถนาไปใช้ในชีวิตจริงได้
2. ตรวจสอบการอ่านคาศัพท์ จานวนนับ ลาดับที่ และสัญลักษณ์ได้ถูกต้อง และอธิบายความหมาย
ของคาศพั ท์ จานวนนับ ลาดับที่ และสญั ลักษณต์ า่ ง ๆ
3. ตรวจสอบการใชป้ ระโยค คาสรรพนาม คาบุพบท และคาคุณศพั ท์ให้ถูกต้องตามสถานการณ์
หลักสูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 59
รายละเอียดคาอธบิ ายรายวชิ า
พต 1101 วิชาภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน จานวน 3 หน่วยกิต
ระดบั ประถมศกึ ษา
มาตรฐานการเรียนร้รู ะดับ
มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคติเก่ียวกับ การฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาต่างประเทศ เพ่ือ
การส่อื สารในชีวติ ประจาวนั ได้ถกู ต้องตามหลักภาษาและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา
ท่ี หวั เรื่อง ตวั ชวี้ ัด เน้ือหา จานวน
(ชว่ั โมง)
หลักสตู รสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดับประถมศึกษา 60
1. การทกั ทาย และ ทกั ทายและตอบรับ การทักทายและตอบรับการทักทายเพื่อสรา้ ง 2
การตอบรบั การทกั ทายเพอื่ สรา้ ง ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งบคุ คล 3
การทักทาย ความสัมพนั ธร์ ะหว่างบคุ คล
(Greeting) 3. การทักทายช่วงเวลาต่าง ๆ 4
Good morning.
Good afternoon.
Good evening.
4. การทักทายบุคคลเมอ่ื พบครงั้
แรก
A : How do you do?
B : How do you do?
A : Nice to meet you.
B : Nice to meet you, too.
5. การทักทายบุคคลทีร่ ้จู ักมา
ก่อน
A : How are you?
B : Fine, thanks.
And you?
A : I’m fine.
Thank you.
ท่ี หัวเรอ่ื ง ตัวชี้วัด เนอื้ หา จานวน
(ชั่วโมง)
หลักสตู รสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านม่วง ระดับประถมศึกษา 61
2. การแนะนา แนะนาตนเองและแนะนา การแนะนาตนเองและการแนะนาผอู้ ื่นตาม
ตนเองและการ ผอู้ น่ื ตามมารยาททด่ี ที าง มารยาทท่ีดีทางสงั คม
แนะนาผ้อู ่ืน สงั คม - การแนะนาตนเองกับผ้อู ่ืน 4
6
(Introducing) Rose : Hello, I am Rose.
3
Cherry : Hello, I am Cherry. 3
- การแนะนาผอู้ ่นื ให้รจู้ ักกนั
John : Hi Judy.
Judy : Hi John.
John : Judy this is Sandra.
Judy : Hello Sandra, please
to meet you.
Sandra : Hello Judy, I’m
please to meet you, too.
3. การกลา่ วลา กล่าวลาและตอบรบั การ การกล่าวลาและตอบรับการกล่าวลาตาม
และ การตอบ กลา่ วลาตามความเหมาะสม ความเหมาะสมในโอกาสต่าง ๆ
รบั การกลา่ วลา ในโอกาสตา่ ง ๆ 1. การกล่าวลาในโอกาสตา่ ง ๆ ได้แก่
(Leave a. การกล่าวลาหลงั พูดคุยกันแลว้
Taking) A : Good-bye.
B : Good-bye.
See you later.
1.3 การกลา่ วลาทางโทรศัพท์
A : I’ll have a meeting in
five minutes. Bye now.
B : O.K. Bye. I’ll call you
later.
ท่ี หัวเรอื่ ง ตัวชว้ี ัด เนอ้ื หา จานวน
(ชั่วโมง)
หลกั สตู รสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านม่วง ระดบั ประถมศึกษา 62
1. การกล่าวลากอ่ นเข้านอน 3
1.5.1 A : Good night. 3
B : Good night.
1.5.2 A : Sleep well. Good night. 3
B : Thank you. Good
night. 6
2. การตอบรับการกลา่ วลาในโอกาสต่าง ๆ
- Good-bye.
- Bye.
- See you.
- Good night.
- See you later.
- I’ll call you later.
หลักสูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 63
4. การเขยี น การอา่ น เขยี น อ่านพยัญชนะ สระ พยญั ชนะ สระ และการประสมคา
พยัญชนะ สระ และ
การประสมคา และประสมคา 1. การเขยี นพยัญชนะ 2
ภาษาอังกฤษ การเขียนพยัญชนะตัวพิมพใ์ หญ่ และตวั พมิ พ์ 4
10
เล็ก
ตวั เขียนใหญ่ และตัวเขียนเลก็
2. การออกเสียงสระแท้และสระประสม
3. วธิ กี ารประสมคา
3.1 คาประกอบดว้ ยพยญั ชนะและสระแท้
a, e, i, o, u เช่น
d + o = do
g + o = go
m + e = me
w + e = we
etc.
3.2 คาประกอบด้วยพยญั ชนะ สระแท้ และ
ตัวสะกด เชน่
b + a + t = bat
s + i + t = sit
s + u + n = sun
g + u + n = gun
etc.
3.3 คาประกอบดว้ ยอกั ษรนา 2 ตวั เชน่
gl + a + d = glad
pl + a + n = plan
sp + o + t = spot
pl + u +m = plum
etc.
หลกั สตู รสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบา้ นมว่ ง ระดับประถมศึกษา 64
ท่ี หวั เรื่อง ตวั ช้วี ัด เนอื้ หา จานวน
(ช่ัวโมง)
3.4 คาประกอบด้วยตัวสะกด 2 ตวั เชน่
l + a + s + t = last
l + a + m + p = lamp
f + i + s + h = fish
c + o + l + d = cold
etc.
3.5 คาประกอบด้วยสระประสม เช่น
m + e + e + t = meet
r + o + o +f = roof
m + o + o + n = moon
t + o + o +l = tool
t + e + a + m = team
p + a + i + n = pain
g +o + a+ t = goat
r +o + a +d = road
etc.
3.6 คาข้นึ ต้นด้วยสระ เช่น
o + r = or
a +m = am
i + t = it
u + s = us
etc.
หลักสูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านม่วง ระดับประถมศึกษา 65
ท่ี หัวเรือ่ ง ตวั ชีว้ ัด เนื้อหา จานวน
(ชว่ั โมง)
5. จานวนนับและ
ลาดับที่ 3.7 คาทีข่ ้นึ ต้นดว้ ย ch และ sh เช่น
ch + a + t = chat
ch + o +t = chop
sh + o + t = shot
sh + u + t = shut
etc.
ใช้จานวนนับและ จานวนนบั และลาดบั ท่ี 2
ลาดบั ทีไ่ ด้ถกู ต้อง 1. การอ่านและการเขียนจานวนนับ เช่น
one –ten
eleven – twenty
twenty one – ninety nine
one hundred
one thousand
one million
etc.
2. การอ่านและการเขียนลาดบั ท่ี เช่น 2
first, second, third, fourth, fifth,
sixth, seventh, eighth, ninth, tenth
etc.
หลกั สูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 66
ท่ี หวั เร่อื ง ตัวชว้ี ัด เนอ้ื หา จานวน
(ช่วั โมง)
3. การเขียนประโยคทีม่ ีจานวนนบั หรือลาดับท่ี
3
เชน่
4
- I have four pens.
2
- She buys two shirts.
- He is the third person.
- We are the first group.
etc.
4. การพูดประโยคท่ีมีจานวนนับหรือลาดับท่ี
เชน่
- I am the first child.
- We live on the second floor.
- He eats two oranges.
- She washes four skirts
etc.
6. คานาม (Noun) และ ร้จู ักคานามและวิธกี ารใช้ ลักษณะคานามและวธิ ีการใชค้ านามและ
คาศพั ทห์ มวดต่าง ๆ รวมทง้ั ใช้คาศัพท์เกยี่ วกบั คาศพั ท์หมวดตา่ ง ๆ
วันเดอื น ปี สี เครือญาติ a. ลักษณะและวธิ กี ารใชค้ านาม
เครื่องใชใ้ นชีวิตประจาวัน a. คานามมี 2 ลกั ษณะ คอื
และสภาพดินฟา้ อากาศ คานามนับได้ (Countable
อย่างง่าย Noun) และคานามนับไมไ่ ด้
(Uncountable Noun)
b. คานามนับได้ เช่น a cat,
two sisters,
five stars, seven horses เป็นต้น
คานามนบั ไม่ได้ เชน่ milk, sugar, butter,
water เป็นต้น
หลกั สตู รสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 67
ท่ี หวั เรื่อง ตวั ชี้วัด เน้ือหา จานวน
(ช่วั โมง)
หลกั สตู รสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านม่วง ระดับประถมศึกษา 68
b. คาศพั ทเ์ กยี่ วกบั วัน เดือน ปี 2
o คาศพั ท์เก่ียวกับ วันเชน่
Sunday, Monday, 1
Tuesday, Wednesday, 2
Thursday, Friday, 2
Saturday 1
2.2 คาศัพท์เกย่ี วกบั เดอื น เชน่
January, February, March, April, May,
June, July, August, September, October,
November, December
2.3 คาศัพท์เก่ียวกบั ปี เช่น
2008 = two thousand and
eight
1995 = nineteen, ninety five
last year, this year, next
year
etc.
- คาศพั ท์เกยี่ วกับสี เช่น black, red,
purple, yellow, gray, green, light
blue, dark brown เป็นตน้
- คาศพั ท์เกย่ี วกับเครอื ญาติ เชน่ father,
mother, sister, brother, aunt, uncle
เปน็ ต้น
- คาศพั ท์เก่ยี วกับเครื่องใช้ในชวี ิตประจาวนั
เชน่ plate, fork and spoon, glass,
table, chair, bed,
bench, pan, lamp, bottle เปน็ ต้น
- คาศพั ท์เกย่ี วกบั สภาพดนิ ฟา้ อากาศ เช่น
cloudy , windy , rainy, sunny, cold,
warm เป็นต้น
หลกั สูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบา้ นม่วง ระดับประถมศึกษา 69
ท่ี หัวเรอื่ ง ตัวช้วี ัด เนอ้ื หา จานวน
7. สญั ลักษณ์ (ชวั่ โมง)
8ใ การขอรอ้ ง เข้าใจความหมายของ สญั ลักษณ์
การออกคาสัง่ และ
การขอโทษ สัญลักษณท์ ่ีใช้ทั่วไป 1. สญั ลกั ษณต์ ามทอ้ งถนน เชน่ No Parking, 2
No Entry, Turn left, Turn Right, U-Turn
เป็นต้น 2
2. สญั ลักษณต์ ามโรงพยาบาล เชน่ Danger,
In /Out, Entrance, Exit , No
Smoking, 2
No Mobile Phone เป็นตน้
3.สญั ลกั ษณบ์ ริเวณโรงเรียน เชน่ Keep off
the grass, Toilet , Roundabout, 2
One-way, School Zone เปน็ ตน้
4.สญั ลกั ษณต์ ามร้านอาหาร เชน่ No Pets,
Telephone, Reserved เปน็ ต้น
ใช้ประโยคขอร้อง ประโยคขอร้อง ออกคาส่งั และขอโทษ
ออกคาส่งั และขอโทษ 1 การพดู ขอร้องและการตอบรับ
1.1 ประโยคขอร้อง เช่น 6
- Please open the window.
- Please wash these dishes.
- Quiet please.
- Speak louder, please.
etc.
1.2 การตอบรบั เชน่
- Alright.
- No problem.
- O.K.
etc.
หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นมว่ ง ระดับประถมศึกษา 70
ท่ี หัวเรอื่ ง ตัวชี้วัด เนือ้ หา จานวน
(ชั่วโมง)
2 การออกคาส่ังและการตอบรับ
2.1 ประโยคคาสัง่ เชน่ 6
- Come here.
- Stop.
- Sit down.
- Stand up.
etc.
2.2 การตอบรบั เชน่
- O.K.
- Alright
etc.
3 ประโยคขอโทษและการตอบรบั 6
3.1 ประโยคขอโทษ เช่น
- I’m sorry. I don’t know the
answer.
- I’m sorry. I’m late.
- I’m sorry. I forget to do my
homework.
etc.
3.2 การตอบรับ เชน่
- That’s alright.
- That’s O.K.
- Don’t worry.
etc.
หลักสตู รสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบา้ นม่วง ระดับประถมศึกษา 71
ท่ี หัวเรอื่ ง ตวั ช้ีวัด เนือ้ หา จานวน
(ชว่ั โมง)
9. ประโยคความเดียว สรา้ งประโยคความเดยี ว การใช้ Tense อยา่ งงา่ ยสรา้ งประโยคความ
(Simple และ เลา่ เรือ่ งเกีย่ วกบั เดยี วเพ่อื เล่าเรือ่ งเก่ยี วกับตนเอง
Sentence ) ตนเองโดยใช้ Present 1. ลกั ษณะของประโยคทใ่ี ช้ Present 6
Simple Tense, Simple Tense เล่าเรอ่ื งเกยี่ วกับตนเอง
Present Continuous เชน่
Tense และ Future - My name is Sam.
Simple Tense - I am Sam.
- I am a worker.
- I live in Bangkok.
- I will move to my new office.
- I will work in a Japanese factory.
- I will stay near my office.
- I will walk to my office.
etc.
10. ประโยคคาถาม ใชป้ ระโยคคาถาม ประโยคคาถามและประโยคคาตอบ คาสรรพ
ประโยคคาตอบ ประโยคคาตอบ และใช้คา นาม คาบพุ บท และคาคณุ ศัพท์
และคาสรรพนาม สรรพนาม 1 คาสรรพนาม เช่น I, you, he, she, it, 3
คาบพุ บท คาบพุ บทและคาคุณศัพท์ we, they, me, her, him, them, our
และคาคุณศพั ท์ อย่างงา่ ยได้ถูกต้อง เป็นต้น 3
2 คาบุพบท เช่น in, at, on, under, of,
by, out เปน็ ตน้ 2
3 คาคุณศพั ท์ เช่น green, yellow, warm,
cool, fat, small, tall, short, long,
good เปน็ ต้น
หลกั สูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านม่วง ระดบั ประถมศึกษา 72
ท่ี หวั เรื่อง ตวั ชี้วัด เนือ้ หา จานวน
(ช่วั โมง)
4.ประโยคคาถามและประโยคคาตอบ เชน่ 3
- What is your name?
- My name is Sally.
- Where is your home?
- My home is on New Road.
- When do you get up?
- I get up at six o’clock.
- What time do you go to bed?
- I go to bed at ten.
etc.
หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นม่วง ระดบั ประถมศึกษา 73
วชิ าคณติ ศาสตร์
หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านม่วง ระดับประถมศึกษา 74
สาระความรพู้ ื้นฐาน
เปน็ สาระเก่ียวกบั ภาษาและการสื่อสาร คณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐานท่ี 2.1 มคี วามรู้ความเข้าใจ และทักษะพน้ื ฐานเกยี่ วกับภาษาและการส่อื สาร
มาตรฐานที่ 2.2 มีความร้คู วามเข้าใจ และทักษะพืน้ ฐานเกย่ี วกับคณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี
คณิตศาสตร์
เป้าหมายการเรียนรู้
1. อธิบายความคิด กระบวนการ และเหตผุ ลคณติ ศาสตร์ เพอื่ นาไปใช้ในชีวิตประจาวนั
2. เห็นคุณค่าของการคิดอยา่ งมรี ะบบ มรี ะเบียบและเปน็ รากฐานของวิทยาการหลายๆสาขา
3. ฝึกทกั ษะการคดิ กระบวนการและเหตผุ ลตามแบบฝกึ ได้
หลกั สตู รสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบา้ นม่วง ระดบั ประถมศึกษา 75
มาตรฐานการเรียนรู้ระดบั ผล
การเรียนรู้ทีค่ าดหวงั
หลักสูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดับประถมศึกษา 76
มาตรฐานการเรียนรู้ระดับผลการเรยี นรู้ทค่ี าดหวงั
มาตรฐานที่ 2.2 มคี วามรูค้ วามเข้าใจ และทกั ษะพื้นฐานเก่ียวกบั คณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ระดับประถมศกึ ษา
มาตรฐานการเรียนรู้ ผลการเรียนร้ทู ีค่ าดหวัง
คณติ ศาสตร์
มคี วามรู้ ความเข้าใจเกีย่ วกบั จานวนและตัวเลข 1. ระบหุ รือยกตัวอย่างเกี่ยวกบั จานวนและ
เศษสว่ น ทศนยิ ม และร้อยละการวดั เรขาคณิต การดาเนนิ การ เศษส่วน ทศนยิ ม และร้อยละ
สถิตแิ ละความนา่ จะเป็นเบือ้ งตน้ การวัด เรขาคณิต สถติ ิ และความน่าจะเปน็
เบอื้ งตน้ ได้
2. สามารถคดิ คานวณและแก้โจทย์ปัญหาเกีย่ วกับ
จานวนนบั เศษส่วน ทศนยิ ม รอ้ ยละ การวัด
เรขาคณิตได้
หลักสตู รสถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นมว่ ง ระดับประถมศึกษา 77
คาอธิบายรายวชิ าบงั คับ
สาระความรู้พ้นื ฐาน
มาตรฐานที่ ระดับประถมศึกษา
2.2
รหัสวิชา รายวิชา หนว่ ยกิต
3
พค 1101 คณติ ศาสตร์ 3
รวม
หลักสูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 78
คาอธิบายรายวชิ าบังคบั
และ
รายละเอยี ดคาอธิบายรายวชิ าบังคบั
ระดบั ประถมศึกษา
หลักสูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบา้ นม่วง ระดบั ประถมศึกษา 79
คาอธิบายรายวิชา พค1101 คณติ ศาสตร์ จานวน 3 หนว่ ยกิต
ระดบั ประถมศกึ ษา
มาตรฐานที่ 2.2 มีความรคู้ วามเข้าใจ และทักษะพืน้ ฐานเก่ียวกับคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
มีความรู้ ความเขา้ ใจเก่ยี วกับจานวนและการดาเนินการ เศษส่วน ทศนิยม และร้อยละ การวัด
เรขาคณิต สถติ แิ ละความนา่ จะเปน็ เบ้อื งต้น
ศึกษาและฝกึ ทกั ษะเกี่ยวกับเรอ่ื งดังตอ่ ไปน้ี
จานวนและการดาเนินการ การอ่านและเขยี นตัวเลขแทนจานวน การเขียนในรปู การกระจาย
การเปรียบเทยี บจานวน การเรยี งลาดบั การประมาณคา่ สมบัติของจานวน การบวก ลบ คณู หาร การ
แก้โจทยป์ ัญหาตามสถานการณ์และตวั ประกอบของจานวนนบั
เศษสว่ น การอ่านและเขยี นเศษสว่ น การเปรยี บเทยี บเศษสว่ น การบวก ลบ คูณ หาร และการแก้
โจทยป์ ญั หาตามสถานการณ์
ทศนยิ ม การอา่ นและเขยี นทศนยิ ม การเขยี นในรปู การกระจาย การเปรียบเทยี บทศนยิ ม การเรียง ลาดับ
การประมาณคา่ ความสัมพันธร์ ะหวา่ งทศนยิ มกบั เศษสว่ น การบวก ลบ คณู หาร และการแกโ้ จทยป์ ญั หาตาม
สถานการณ์
ร้อยละ ความหมายของรอ้ ยละและการใช้สญั ลกั ษณ์เปอร์เซ็นต์ (%) ความสมั พันธร์ ะหว่าง เศษสว่ น
ทศนิยม และรอ้ ยละ โจทยป์ ัญหา การคูณ หาร (บัญญตั ิไตรยางศ)์ และการประยุกต์
การวัด การวัดความยาวและระยะทาง การชง่ั การตวง การหาพน้ื ที่ ปริมาตรและความจุ ทิศและ
แผนผัง เงนิ เวลา อุณหภูมิ การคาดคะเน ท่ีใช้ในชีวิตประจาวัน
เรขาคณติ ชนดิ ของรปู เรขาคณิตสามมิติ ลกู บาศก์ การประดิษฐ์รูปเรขาคณติ สองมติ ิหรือสามมิติ
สถติ ิ การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู การจาแนกขอ้ มลู โดยการสังเกตและการสารวจ การอ่านและเขียน
แผนภมู ริ ปู ภาพ แผนภมู ิแทง่ เปรยี บเทียบกราฟเส้น และแผนภูมิรูปวงกลม
ความนา่ จะเป็นเบอื้ งตน้ โอกาสและเหตุการณ์ที่จะเกิดขน้ึ แนน่ อนหรืออาจจะเกิดขึน้ หรอื อาจจะไม่
เกิดขนึ้ หรอื เปน็ ไปไมไ่ ด้
การจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 80
จดั ประสบการณห์ รอื สถานการณ์ในชวี ิตประจาวนั ให้ผู้เรยี นได้ศึกษาค้นคว้า โดยการปฏิบตั ิจริง ทดลอง
สรุป รายงาน เพื่อพฒั นาทกั ษะ/กระบวนการในการคิดคานวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การส่ือความหมาย
ทางคณติ ศาสตรแ์ ละนาประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ทกั ษะกระบวนการทไ่ี ดไ้ ปใชใ้ นการเรียนรสู้ ่ิงตา่ งๆ
และใชใ้ นชีวิตประจาวนั อย่างสร้างสรรค์ รวมทั้งเห็นคณุ คา่ และมีเจตคติท่ีดตี ่อคณติ ศาสตร์ สามารถทางานอยา่ ง
เปน็ ระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มีความรบั ผิดชอบ มีวจิ ารณญาณ และมคี วามเชื่อมนั่ ในตนเอง
การวัดและประเมนิ ผล
ใช้วธิ กี ารท่ีหลากหลายตามสภาพความเป็นจรงิ ให้สอดคล้องกับเนือ้ หาและทกั ษะที่ตอ้ งการวัด
หลกั สูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 81
รายละเอยี ดคาอธบิ ายรายวชิ า พค1101 คณิตศาสตร์ จานวน 3 หนว่ ยกิต
ระดบั ประถมศึกษา
มาตรฐานที่ 2.2 มีความรู้ความเข้าใจ และทกั ษะพน้ื ฐานเกยี่ วกบั คณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ท่ี หวั เรื่อง ตัวชวี้ ัด เนือ้ หา จานวน
1. จานวนและการ (ช่ัวโมง)
1. อา่ นและเขยี นตัวเลขแทน 1. การอา่ นและเขยี นตวั เลข
ดาเนนิ การ (16) จานวนได้ แทนจานวน .5
2. เศษส่วน (18) 2. บอกค่าประจาหลักและค่าของ 2. ค่าประจาหลกั และค่าของ .5
ตัวเลขได้ ตวั เลข
1
3. เขยี นจานวนในรูปการกระจายได้ 3. การเขียนในรูปการกระจาย 1
4. เปรียบเทยี บจานวนได้ 4. การเรียงลาดับจานวน 1
5. ประมาณค่าเป็นจานวนเตม็ ได้ 5. การประมาณคา่ 2
6. นาความรู้และสมบัตเิ กีย่ วกับ 6. สมบัติของจานวนนับและ
3
จานวนนับและศนู ยไ์ ปใช้ได้ ศูนย์ และการนาไป ใชใ้ น
การแก้ปัญหา 1
7. บวก ลบ คณู หาร จานวนนับ 7. การบวก ลบ คณู หารและ
ได้ การแกป้ ัญหา 1
8. ตัวประกอบของจานวนนับ
8. หาตัวประกอบของจานวนนบั และการหาตัวประกอบ 2
ได้ 9. จานวนเฉพาะและตวั
ประกอบเฉพาะ 3
9. บอกจานวนเฉพาะและตวั 10. การแยกตวั ประกอบ
ประกอบเฉพาะได้ 1
11. ห.ร.ม. และ ค.ร.น.
10. แยกตัวประกอบของจานวน
นบั ได้ 1. ความหมาย ลักษณะของ
11. หา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของ
จานวนนับท่กี าหนดให้ได้
1. บอกความหมาย ลักษณะและ
หลกั สูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านม่วง ระดับประถมศึกษา 82
ท่ี หวั เรอื่ ง ตวั ชว้ี ัด เนอ้ื หา จานวน
3. ทศนยิ ม (18) (ชั่วโมง)
อ่านเศษส่วนได้ เศษสว่ น และการอ่าน
เศษส่วน 1
2. เขยี นเศษสว่ นใหอ้ ยู่ในรูป 2. การเขียนเศษสว่ นใหอ้ ยู่
เศษสว่ นอยา่ งตา่ จานวนคละ ในรูปเศษส่วนอย่างต่า 2
และเศษเกนิ ได้ จานวนคละ และเศษเกนิ 4
3. การเปรียบเทียบเศษส่วน
3. เปรยี บเทียบและเรียงลาดับ 3
เศษสว่ นได้ 4. การบวก ลบ เศษส่วนและ
โจทย์ปัญหา 3
4. บวก ลบ เศษสว่ นและนา
ความรู้เก่ียวกับเศษสว่ นไปใช้ 5. การคณู เศษส่วนและโจทย์ 4
แกโ้ จทยป์ ัญหาได้ ปัญหา
1
5. คูณเศษสว่ นและนาความรู้ 6. การหารเศษสว่ นและโจทย์ 1
เกีย่ วกับการคูณเศษส่วนไปใช้ ปญั หา
แกโ้ จทยป์ ญั หาได้ 1
7. การบวก ลบ คูณ หาร 1
6. หารเศษสว่ นและนาความรู้ เศษส่วนระคน และโจทย์
เกีย่ วกบั การหารเศษสว่ น ปัญหา
ไปใช้แก้โจทย์ปญั หาได้
1. ความหมายของทศนยิ ม
7. บวก ลบ คูณ หาร เศษส่วน การเขยี นและการอ่าน
และนาความรู้ไปใช้แก้โจทย์
ปัญหาได้ 2. คา่ ประจาหลกั และค่าของ
ตวั เลขในแต่ละหลกั ของ
1. เขียนและอา่ นทศนยิ มได้ ทศนยิ ม
2. บอกคา่ ประจาหลักและค่าของ 3. การเขียนทศนิยมในรปู
ตัวเลขในแต่ละหลักของ การกระจาย
ทศนิยมได้
4. การเปรยี บเทยี บและ
3. เขียนทศนยิ มในรปู การกระจาย เรยี งลาดบั ทศนิยม
ได้
4. เปรยี บเทียบและเรยี งลาดับ
ทศนยิ มได้
หลกั สูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นม่วง ระดับประถมศึกษา 83
ท่ี หัวเรอื่ ง ตวั ชี้วัด เน้อื หา จานวน
(ชัว่ โมง)
5. แปลงทศนยิ มใหอ้ ยูใ่ นรูป 5. ความสมั พันธ์ระหว่าง 4
เศษสว่ น และแปลงเศษสว่ น ทศนิยมและเศษส่วน 2
3
จานวนนบั ให้อยใู่ นรูปทศนิยม 5
1
ได้ 3
7
6. ประมาณค่าทศนยิ มหน่งึ 6. การประมาณคา่ ใกล้เคยี ง
1
ตาแหน่ง สองตาแหน่ง ทศนยิ ม 1
และสามตาแหน่งได้
7. บวก ลบ ทศนยิ ม และนา 7. การบวก ลบ ทศนยิ ม และ
ความรไู้ ปใช้แกโ้ จทยป์ ญั หาได้ โจทยป์ ญั หา
8. คูณ หาร ทศนิยมและนาความรู้ 8. การคณู หาร ทศนยิ มและ
ไปใชแ้ กโ้ จทย์ปญั หาได้ โจทยป์ ัญหา
4. ร้อยละ (11) 1. เขยี นเศษส่วนทม่ี ีตัวสว่ นเปน็ 1. ความหมายของรอ้ ยละ
5. การวดั (40)
100 ใหอ้ ยู่ในรปู รอ้ ยละ และใช้
สัญลกั ษณ์เปอร์เซน็ ต์ (%) ได้
2. หาค่าเศษสว่ น และเขยี นรอ้ ยละ 2. ความสมั พนั ธ์ระหวา่ ง
หรือเปอรเ์ ซ็นต์ให้อยู่ในรูป เศษสว่ นและรอ้ ยละ
เศษส่วนได้
3. แก้โจทย์ปัญหาการคณู การหาร 3. โจทย์ปญั หา การคูณ การ
(บัญญตั ไิ ตรยางศ)์ ของจานวน หาร (บญั ญัติไตรยางศ์)
นับ และนาไปประยกุ ตใ์ ชไ้ ด้ และการประยุกต์
การวัดความยาวและระยะทาง
1. วดั ความยาว ความสงู และ 1. การวดั ความยาว และ
ระยะทาง โดยใชเ้ ครอื่ งมือท่ี ระยะทาง
เป็นมาตรฐานได้
2. เลอื กเคร่อื งวัดและหน่วยวัด 2. การเลอื กเครอื่ งวดั และ
ความยาว ความสูง และ หนว่ ยวดั ความยาว
หลกั สตู รสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบา้ นม่วง ระดบั ประถมศึกษา 84
ท่ี หวั เรือ่ ง ตวั ชี้วัด เน้ือหา จานวน
(ชว่ั โมง)
ระยะทางที่เปน็ มาตรฐาน ความสงู หรือระยะทาง
ให้เหมาะสมกบั ส่งิ ท่ีจะวัดได้ ทีเ่ หมาะสม
3. เปลี่ยนหนว่ ยวัดความยาว 3. การเปล่ียนหนว่ ยการวดั 1
ความสูง หรือระยะทางจาก
หน่วยใหญเ่ ป็นหน่วยยอ่ ย และ
จากหนว่ ยย่อยเปน็ หน่วยใหญ่
ได้
4. หาความยาว ความสูง หรอื 4. มาตราส่วน 1
ระยะทางจริงจากรปู ท่ยี ่อส่วน
เมื่อกาหนดมาตราสว่ นให้ได้
5. แกโ้ จทยป์ ัญหาเกยี่ วกับการวดั 5. โจทย์ปัญหาเกี่ยวกบั การวัด 2
ความยาว ความสูง และ ความยาว ความสงู และ
ระยะทางได้ ระยะทาง
การชั่งและการตวง
1. เลือกหนว่ ยการชง่ั การตวง ที่ 1. เลือกหน่วยการชง่ั การตวง 2
เปน็ มาตรฐานให้เหมาะสมกับ ที่เป็นมาตรฐานให้
ส่งิ ที่จะชงั่ และตวงได้ เหมาะสม
2. เปลย่ี นหน่วยการชัง่ การตวงได้ 2. เปล่ียนหน่วยการชงั่ การตวง 3
การหาพ้นื ท่ี
1. หาพื้นที่และความยาวรอบรปู 1. หาพื้นที่และความยาวรอบ 3
ของรูปเรขาคณิตได้ รูปของรูปเรขาคณิต
2. แกโ้ จทย์ปญั หาเกย่ี วกับการหา 2. โจทยป์ ญั หาของการหา 3
พ้ืนทีข่ องรปู เรขาคณิตได้ พ้นื ที่ของรูปเรขาคณิต
ปริมาตรและความจุ
1. หาปริมาตรและความจุของ 1. การหาปริมาตรและความจุ 3
ทรงสี่เหลยี่ มมุมฉากและ ของทรงสเ่ี หล่ียมมุมฉาก
แกป้ ญั หาได้ และการแกป้ ญั หา
2. บอกความสัมพนั ธ์ ระหวา่ ง 2. ความสมั พันธ์ ระหวา่ ง 3
หนว่ ยของปริมาตร หรอื หนว่ ย หนว่ ยของปริมาตร หรอื
หลักสตู รสถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นมว่ ง ระดับประถมศึกษา 85
ท่ี หวั เรือ่ ง ตัวชีว้ ัด เนือ้ หา จานวน
(ชว่ั โมง)
ของความจไุ ด้ หนว่ ยของความจุ
ทิศและแผนผัง
1. บอกช่ือและทศิ ทางของทศิ 1. การบอกชอ่ื และทิศทาง 1
ทั้งแปดได้ ของทศิ ทง้ั แปด
2. อา่ น เขียนแผนผงั แสดง 2. การอ่าน เขียนแผนผงั 2
ตาแหนง่ ของส่ิงตา่ งๆ และ แสดงตาแหน่งของ
แผนผงั แสดงการเดนิ ทางโดยใช้ สง่ิ ตา่ งๆ และแผนผงั
มาตราสว่ นได้ แสดงการเดินทางโดย
ใช้ มาตราสว่ น
เงิน
1. เขียนและอา่ นจานวนเงนิ โดยใช้ 1. การเขยี นและการอ่าน 1
จุดทศนยิ มกาหนดหน่วยจานวน จานวนเงิน
เต็มและเศษของหน่วย ได้
2. เปรียบเทยี บจานวนเงนิ และ 2. การเปรียบเทยี บจานวนเงนิ 2
แลกเงนิ ได้ และแลกเปล่ยี นเงนิ ตรา
3. แก้โจทย์ปญั หาเกยี่ วกับเงินได้ 3. การแก้โจทย์ปญั หา 1
เกย่ี วกับเงิน
4. อ่านและเขยี นบนั ทึกรายรบั - 4. การอา่ นและบันทึก 1
รายจ่ายได้ รายรบั -รายจา่ ย
อุณหภูมิ
1. การวดั อุณหภมู ิเปน็ องศาฟาเรน 1. การวดั อุณหภมู เิ ปน็ องศา 1
ไฮต์ และองศาเซลเซียสได้ ฟาเรนไฮต์ และองศา
2. เปล่ยี นหน่วยการวัดอุณหภูมไิ ด้ เซลเซยี ส
เวลา 2. การเปลย่ี นหนว่ ยการวดั 1
1. บอก เขยี นและอา่ นเวลาจาก
หน้าปดั นาฬิกาได้โดยใช้จุด 1. บอกและเขยี นเวลาจาก 1
ทศนิยมกาหนดหน่วยชวั่ โมง หนา้ ปัดนาฬกิ า
และนาทไี ด้
2. อ่านบนั ทกึ เวลา และบันทกึ
หลกั สูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดับประถมศึกษา 86
ท่ี หวั เรอ่ื ง ตัวช้ีวัด เน้อื หา จานวน
(ชั่วโมง)
6. เรขาคณิต (5) กจิ กรรมหรือเหตกุ ารณต์ า่ งๆ 2. การอา่ นตารางเวลา และ
7. สถิติ (10) 1
8. ความนา่ จะเป็น โดยระบุเวลาได้ การบันทกึ เหตกุ ารณห์ รอื
1
3. เปลยี่ นหน่วยเวลาจากหนว่ ย กิจกรรม
2
ใหญเ่ ปน็ หน่วยยอ่ ยและจาก 3. ความสัมพนั ธ์ระหวา่ ง 2
1
หนว่ ยยอ่ ยเปน็ หนว่ ยใหญ่ได้ หนว่ ยเวลา 1
3
4. แก้โจทยป์ ญั หาเกีย่ วกับเวลาได้ 4. การแก้ปญั หาเก่ยี วกับ
3
การคาดคะเน เวลา
3
1. คาดคะเนเกยี่ วกบั ความยาว 1. การคาดคะเนเกีย่ วกับ
2
พืน้ ท่ี ปรมิ าตร ความจุ น้าหนกั ความยาวพนื้ ที่ ปรมิ าตร 2
2
และเวลาได้ ความจุ นา้ หนกั และเวลา
1. จาแนกชนิดของรปู เรขาคณิต 1. ชนิดของรูปเรขาคณติ สอง
สองมิตแิ ละสามมิติได้ มติ ิและสามมิติ
2. เข้าใจลักษณะของลกู บาศก์ 2. ลกู บาศก์
และนาไปใชไ้ ด้
3. เขยี นรูปเรขาคณติ สองมิติ 3. การประดิษฐร์ ปู เรขาคณติ
และประดิษฐร์ ูปเรขาคณติ สาม สองมติ ิ หรอื สามมติ ิ
มติ ไิ ด้
1. เก็บรวบรวมขอ้ มลู เพ่อื ตอบ 1. การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
คาถามโดยใช้การสงั เกต การ การจาแนกข้อมูลโดยการ
สารวจ และการทดลองได้ สงั เกต และการสารวจ
2. อา่ นและเขียนแผนภมู ริ ูปภาพ 2. การอา่ น การเขียนและ
และแผนภมู แิ ท่ง เปรียบเทียบ เปรยี บเทยี บแผนภมู ิ
ได้ รูปภาพ และแผนภูมิแท่ง
3. อา่ นและเขยี นกราฟเส้นได้ 3. การอ่านและการเขียน
กราฟเสน้
4. อ่านและเขียนแผนภูมิรปู 4. การอ่านแผนภมู ิรปู วงกลม
วงกลมได้
1. อภิปรายเหตกุ ารณ์เพอ่ื สรา้ ง 1. โอกาสและเหตุการณท์ ี่จะ
หลักสตู รสถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 87
ท่ี หวั เรอ่ื ง ตัวชว้ี ัด เน้ือหา จานวน
เบ้ืองตน้ (2) (ชั่วโมง)
ความคุน้ เคยกบั คาทมี่ ี เกดิ ขึ้นแน่นอนหรืออาจจะ
ความหมายเช่นเดยี วกบั คาวา่ เกิดข้ึน หรอื อาจจะไม่
“แนน่ อน” “อาจจะเกดิ ขน้ึ เกิดขึ้นหรอื เปน็ ไปไม่ได้
หรอื ไม่เกดิ ขึน้ ” “เป็นไปไม่ได”้
และรจู้ ักใชค้ าเหล่านี้ได้
หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดับประถมศึกษา 88
วชิ าวทิ ยาศาสตร์
หลกั สตู รสถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นมว่ ง ระดับประถมศึกษา 89
สาระความรูพ้ ืน้ ฐาน
วิทยาศาสตร์
สาระความรูพ้ น้ื ฐาน เป็นสาระเก่ยี วกบั ภาษาและการส่อื สาร คณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐานที่ 2.1 มีความรู้ความเข้าใจ และทกั ษะพน้ื ฐานเกยี่ วกบั ภาษาและการสื่อสาร
มาตรฐานที่ 2.2 มคี วามรคู้ วามเข้าใจ และทักษะพ้นื ฐานเก่ยี วกบั คณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เปา้ หมายการเรยี นรู้
1. เข้าใจกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีสงิ่ มีชีวติ และสง่ิ แวดลอ้ ม สารเพือ่ ชีวติ แรงและ
พลงั งานเพอื่ ชีวิต ดาราศาสตร์เพือ่ ชวี ติ
2. ยอมรับและเหน็ คุณค่าของกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยีในการดาเนินชวี ติ
3. มีความสามารถตามกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรใ์ นการตดั สนิ ใจนาความรูไ้ ปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั
หลกั สูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นม่วง ระดบั ประถมศึกษา 90
มาตรฐานการเรียนรู้ระดบั
ผลการเรียนรู้ทค่ี าดหวงั
หลักสูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบา้ นม่วง ระดับประถมศึกษา 91
มาตรฐานการเรยี นรู้ระดบั ผลการเรยี นรู้ท่คี าดหวงั
มาตรฐานที่ 2.2 มคี วามร้คู วามเข้าใจและทักษะพนื้ ฐานเกยี่ วกบั คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
ระดับประถมศกึ ษา
มาตรฐานการเรียนรู้ ผลการเรยี นรูท้ ค่ี าดหวัง
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
มคี วามรู้ ความเข้าใจและเห็นคุณค่าเก่ียวกับกระบวนการ 1. ใชค้ วามรู้และกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรใ์ น
ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ส่ิงมชี วี ิต ระบบนิเวศ การดารงชวี ติ ไดอ้ ย่างเหมาะสม
ทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม ในชุมชนและทอ้ งถิ่น 2. จาแนกสง่ิ มีชีวิตในแหล่งทอ่ี ยู่ อธิบายความสมั พันธ์
สาร แรง พลังงาน กระบวนการเปลีย่ นแปลงของโลก และ ของกลมุ่ สงิ่ มชี ีวิตในระบบนเิ วศ ความสัมพนั ธ์ระหวา่ ง
ดาราศาสตร์ สภาพแวดลอ้ มกบั การดารงชีวติ ของสิ่งมชี วี ิต ในชุมชน
มจี ติ วิทยาศาสตรแ์ ละนาความรไู้ ปใช้ประโยชนใ์ นการ และท้องถิ่น
ดาเนินชวี ิต 3.อธิบายความหมายประเภทของทรพั ยากรธรรมชาติ
การใชแ้ ละการดแู ลรกั ษาทรพั ยากรธรรมชาติและ
ส่ิงแวดลอ้ มในชมุ ชนและทอ้ งถนิ่ ได้
4.อธบิ ายเกย่ี วกับปรากฏการณท์ างธรรมชาติ และ
การพยากรณท์ างอากาศ
5. อธิบายเกยี่ วกบั สมบัตขิ องสาร การแยกสารใน
ชีวติ ประจาวันและการเลือกใชส้ ารได้อย่างถูกตอ้ ง
เหมาะสมและปลอดภัย
6. อธิบายเก่ียวกับประเภทของแรง ผลทเี่ กดิ จากการ
กระทาของแรง ความดนั แรงลอยตัว แรงดงึ ดูดของโลก
แรงเสยี ดทาน และการนาไปใช้ในชีวิตประจาวนั
7. อธิบายเกยี่ วกับพลังงานในชวี ติ ประจาวัน
หลกั สูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 92
8. อธบิ าย ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งดวงอาทติ ย์ โลก และ
ดวงจันทรไ์ ด้
คาอธิบายรายวชิ าบังคบั
และ
รายละเอยี ดคาอธิบายรายวชิ าบังคบั
ระดบั ประถมศึกษา
หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 93
รายวชิ าบังคับ
สาระความรู้พน้ื ฐาน
มาตรฐานที่ ประถมศกึ ษา
2.2
รหสั รายวิชา รายวิชา หน่วยกิต
3
พว 1101 วทิ ยาศาสตร์ 3
รวม
หลักสตู รสถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นมว่ ง ระดับประถมศึกษา 94
คาอธบิ ายรายวชิ า พว1101 วิทยาศาสตร์ จานวน 3 หน่วยกติ
ระดับประถมศึกษา
มาตรฐานการเรียนรรู้ ะดับ
มีความรู้ ความเข้าใจและเห็นคุณค่าเกี่ยวกับกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ส่ิงมีชีวิต ระบบนิเวศ
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ในชุมชนและท้องถิ่น สาร แรง พลังงาน กระบวนการเปล่ียนแปลงของโลก และดารา
ศาสตร์ มจี ติ วิทยาศาสตร์และนาความรูไ้ ปใช้ประโยชนใ์ นการดาเนินชีวติ
ศึกษาและฝกึ ทกั ษะเกี่ยวกับเรอ่ื งตอ่ ไปน้ี
1. กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ วิธีการทางวิทยาศาสตร์ ทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เจตคตทิ างวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และโครงงานวิทยาศาสตร์
2. ส่ิงมชี วี ิตและสงิ่ แวดล้อม
สงิ่ มีชีวติ ระบบนเิ วศ ทรพั ยากรธรรมชาติ สงิ่ แวดล้อมและการอนุรักษ์ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ
3. สารเพ่ือชวี ติ
สมบัติของสาร การแยกสาร สารในชีวิตประจาวัน การเลือกซ้ือและการเลือกใช้ได้อย่าง
ถูกตอ้ งเหมาะสมและปลอดภัย
4. แรงและพลงั งานเพอื่ ชีวติ
แรงและการเคลอื่ นทีข่ องแรง พลังงานในชีวิตประจาวัน และการอนรุ ักษ์พลังงาน
5. ดาราศาสตร์เพ่ือชวี ติ
ความสัมพนั ธร์ ะหว่างดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์
เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นเกดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ ความคิด และทักษะ มีความสามารถในการตดั สินใจ
นาความรไู้ ปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ คณุ ธรรม จริยธรรม และคา่ นิยมทีเ่ หมาะสม
การจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้