หลกั สูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบา้ นม่วง ระดับประถมศึกษา 145
รายละเอียดคาอธิบายรายวิชา ทช1103 ศิลปศึกษา จานวน 2 หน่วยกิต
ระดับประถมศึกษา
มาตรฐานการเรยี นรู้ระดับ
รู้ เข้าใจ มีคุณธรรม จรยิ ธรรม ชื่นชม เห็นคุณค่าความงาม ความไพเราะ ธรรมชาติ ส่ิงแวดลอ้ ม ทาง
ทัศนศิลป์ ดนตรี และนาฏศิลป์พนื้ บา้ น
ท่ี หัวเรอื่ ง ตวั ชว้ี ัด เน้อื หา จานวน
(ช่ัวโมง)
1. ทัศนศิลป์พ้ืนบ้าน 1.อธิบายรูปแบบในการนา จุด 1.รูปแบบและวิธีการนา จดุ เสน้ 30
เส้น สี แสง – เงา รูปรา่ ง และรปู ทรง สี แสง – เงา รูปร่างและรปู ทรง
มาจนิ ตนาการสร้างสรรค์ ประกอบให้ มาจนิ ตนาการสรา้ งสรรค์
เป็นงานทศั นศลิ ปพ์ ้ืนบา้ นได้ ประกอบให้เปน็ งานทศั นศลิ ป์
2.อธบิ ายรปู แบบและวิวฒั นาการ ใน พื้นบ้าน
เรือ่ งของงานทศั นศิลปพ์ นื้ บา้ นตา่ งๆได้ 2.รูปแบบและวิวฒั นาการของ
3.อธิบายรูปแบบและความงามของ งานทศั นศลิ ป์พ้ืนบา้ นในดา้ น
งานทัศนศิลป์พืน้ บา้ นทเ่ี กิดจากความ - จิตรกรรม
งามตามธรรมชาตไิ ด้ - ประตมิ ากรรม
4.สามารถจนิ ตนาการ และอธบิ าย - สถาปตั ยกรรม
วธิ ีการนาความงามจากธรรมชาติให้ - ภาพพิมพ์
ออกมาเป็นความงามทางทัศนศิลป์ 3.รปู แบบและความงามของ
พน้ื บา้ นอย่างงา่ ย ๆ ได้ ทัศนศิลปพ์ นื้ บ้านกับความงาม
5.อธบิ ายรูปแบบและคุณค่าของงาน ตามธรรมชาติท่ีเกย่ี วกับรปู ร่าง
ทศั นศิลปพ์ ื้นบ้านในเรือ่ งตา่ งๆได้ รปู ทรง เสน้ สี แสง-เงาและจดุ
- ความงามที่เกดิ จากความคิด ของต้นไม้ ดอกไม้ ก่งิ ไม้ ใบไม้
สรา้ งสรรคข์ องมนุษยท์ ีน่ าวัตถหุ รือ เปลอื กไม้ ตอไม้ ทะเล แมน่ า้ ลา
สิง่ ของต่าง ๆ เขา้ มาเสรมิ แตง่ รา่ งกาย ธารภูเขา กรวด หิน ดิน
มนษุ ย์ 4.ศึกษาเรยี นร้เู รื่องความงาม
- ความงามของท่ีอยอู่ าศัย และสถานท่ี และมีความซาบซ้ึงของงาน
ส่ิงแวดลอ้ มทน่ี าวัตถุ หรอื วสั ดสุ ่งิ ของ ทศั นศิลป์พน้ื บ้านทีเ่ กดิ จากเส้น
ต่าง ๆ เขา้ มาตกแต่ง สี จุด แสงเงา รูปรา่ ง และ
หลกั สตู รสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 146
ท่ี หัวเรอื่ ง ตัวชีว้ ัด เน้อื หา จานวน
2. ดนตรพี ื้นบ้าน (ชว่ั โมง)
6.อธบิ ายคณุ ค่า ความสาคญั ความดี รูปทรง ทเี่ กดิ จากการ
งามของวัฒนธรรม ประเพณี และความ เลยี นแบบ ลอกแบบ มาจาก
สวยงามของโบราณวัตถุ และ ธรรมชาติ
โบราณสถานของทอ้ งถิน่ 5.รูปแบบและความงามของงาน
ทศั นศลิ ป์พ้ืนบ้านทเ่ี กดิ จาก
-ความคิดสรา้ งสรรคข์ องมนษุ ย์ที่
นาวัตถหุ รอื วัสดุ ส่ิงของต่าง ๆ
เขา้ มาเสรมิ แต่งร่างกายมนษุ ย์
-ความคิดสร้างสรรค์ท่นี าวตั ถุ
หรือวสั ดุสิ่งของต่าง ๆ มา
ตกแตง่ ทอี่ ยูอ่ าศัย สถานที่ และ
ส่งิ แวดล้อม
6.คณุ ค่าความสาคัญของความดี
งามทางวัฒนธรรม ประเพณี
และความสวยงามของ
โบราณวัตถแุ ละโบราณสถานใน
ทอ้ งถ่ินทเ่ี ราเกดิ
1.อธิบาย ประวตั ิความเปน็ มาและ 1. ประวตั ิความเป็นมาและ 20
ววิ ฒั นาการของเครอ่ื งดนตรพี ้นื บ้าน วิวัฒนาการของเครอ่ื งดนตรี
ชนดิ ต่าง ๆได้ พน้ื บ้านประเภทตา่ งๆ
2.อธิบายลักษณะและประเภทของ 2.ลักษณะและประเภทของ
เคร่ืองดนตรพี ื้นบา้ นประเภทต่างๆได้ เครอ่ื งดนตรพี ้ืนบา้ นประเภท
3.อธิบายคุณค่าของความงามและ ต่าง ๆ
ความไพเราะของดนตรีและเพลง 3.คณุ ค่าของความงามและ
พน้ื บา้ น ความไพเราะของเครอ่ื งดนตรี
4.อธบิ าย ประวัติ ความเป็นมาของภมู ิ และเพลงพนื้ บา้ น
ปญั ญาทางดนตรแี ละเพลงพ้ืนบ้านได้ 4. ประวตั ิความเป็นมาของภมู ิ
5.อธบิ ายคุณค่าของความรักและความ ปญั ญาทางดนตรีและเพลง
หลกั สตู รสถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นม่วง ระดับประถมศึกษา 147
ท่ี หวั เรือ่ ง ตัวชวี้ ัด เนอ้ื หา จานวน
3. นาฏศิลป์พื้นบา้ น (ชว่ั โมง)
หวงแหน ตลอดจนร่วมสบื สาน การ พื้นบ้าน
ถา่ ยทอดของภูมปิ ญั ญาท้องถน่ิ ทาง 5. คุณคา่ ความรักหวงแหนและ
ดนตรีพ้นื บ้าน ตวั อยา่ งภูมปิ ัญญาตลอดจนการ
ร่วมกจิ กรรมถา่ ยทอดของภูมิ
ปญั ญา
ทางดนตรแี ละเพลงพน้ื บา้ น
1. อธิบายประวตั ิความเป็นมา 1.ประวตั คิ วามเป็นมา และ 30
และวิวัฒนาการของการแสดง วิวัฒนาการของนาฏศิลป์
นาฏศลิ ป์พน้ื บ้านของภาคต่าง ๆ ได้ พ้ืนบา้ นภาคตา่ งๆ
2.แสดงความคิดเหน็ และความรู้สกึ 2. ความคิดเห็นและความรู้สกึ
เกย่ี วกบั การแสดงพ้นื บ้านประเภทตา่ ง เกีย่ วกับการแสดงนาฏศิลป์
ๆ ได้ พน้ื บา้ นประเภทต่างๆ
3.อธบิ ายวธิ กี ารเลือกชมการแสดง 3.วิธีเลือกชมการแสดงนาฏศิลป์
นาฏศลิ ปพ์ นื้ บา้ นทีต่ นสนใจ เพอื่ สรา้ ง พน้ื บา้ น เพื่อสรา้ งความสขุ และ
ความสขุ และประโยชนใ์ นชีวติ ได้อย่าง ประโยชน์ต่อตนเอง
เหมาะสม 4.ความรู้พน้ื ฐานเก่ยี วกับ
4.อธบิ ายลักษณะและการแสดงของ ลักษณะและการแสดงของ
นาฏศลิ ป์พ้ืนบา้ นเบอื้ งตน้ ได้ นาฏศลิ ป์พื้นบา้ น
5.ฝึกปฏบิ ัติขนั้ พนื้ ฐานนาภาษาท่าและ 5.ภาษา ท่าทาง และนาฎยศพั ท์
นาฏยศัพท์ไปประยุกต์ใชใ้ นการพัฒนา 6.คุณคา่ ความสาคญั ของ
ตนเอง นาฏศิลปพ์ ้นื บา้ นของภาคต่าง
6.อธิบายคณุ ค่าความสาคัญของ ๆ ทเี่ กย่ี วกับวัฒนธรรมประเพณี
นาฏศิลปพ์ ืน้ บา้ นของภาคต่าง ๆ 7.การอนุรกั ษ์นาฏศิลปพ์ นื้ บา้ น
ทเี่ กยี่ วกบั วัฒนธรรมประเพณไี ด้ ของ ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ
7.อธบิ ายแนวทางการอนรุ ักษ์ นาฏศลิ ป์ ศลิ ปวัฒนธรรม ประเพณี
พื้นบา้ น วฒั นธรรม ประเพณี และภูมิ
ปัญญาท้องถนิ่
หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 148
คาอธิบายรายวชิ าเลือก
และ
รายละเอียดคาอธิบายรายวชิ เลือก
ระดับประถมศึกษา
หลักสูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบา้ นมว่ ง ระดับประถมศึกษา 149
คาอธบิ ายรายวชิ าเลอื ก
สาระทักษะการดาเนนิ ชีวิต
มาตรฐานที่ รหสั รายวชิ า ระดับประถมศึกษา หน่วยกติ
ทช0201 รายวชิ า 1
1 ทช1201 1
2 บัญชีชาวบา้ น 2
เอกลักษณ์ไทยกับนาฏศิลปพ์ ้นื เมอื ง
รวม
หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 150
คาอธิบายรายวชิ า ทช0201 บัญชีชาวบา้ น
สาระทักษะการดาเนนิ ชีวิต ระดับประถมศกึ ษา
จานวน 1 หนว่ ยกิต (40 ช่ัวโมง)
มาตรฐานท่ี 4.1 มคี วามรู้ ความเข้าใจ และเจตคตทิ ี่ดีเก่ยี วกับปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งและสามารถประยุกต์
ใช้ในการดาเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสม
ศกึ ษาและฝกึ ทักษะเกีย่ วกบั เร่อื งบญั ชีชาวบา้ น ดังนี้
ความหมาย ประโยชน์ หลักการ แนวคิด รูปแบบและวิธีการทาบัญชีชาวบ้าน วิเคราะห์รายรับ -
รายจ่าย ให้สอดคล้องกับปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง แนวทางการจดั ทาบัญชคี รวั เรือน การวางแผน
การประยกุ ต์ เพ่ือให้เกิดประโยชน์กับตนเอง ครอบครัว
การจัดประสบการณก์ ารเรยี นรู้
ศึกษาข้อมูล ตนเอง ข้อมูลวิชาการ เช่ือมโยงกับประสบการณ์เข้ากับความรู้และประสบการณ์
เพื่อนามาวิเคราะห์และตัดสินใจในการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้โดยศึกษาจากกรณีตัวอย่างท่ีสอดคล้องกับ
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ส่ือทุกประเภท การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ภูมิปัญญา และวางแผนการนาบัญชี
ชาวบ้านไปประยุกต์ใช้ในชีวติ
การวัดและประเมนิ ผล
ประเมินความรู้ ความเข้าใจ ประเมินแผนปฏิบัติการ โดยสังเกต สัมภาษณ์ ตรวจสอบ ประเมิน
การปฏบิ ัตจิ รงิ และประเมินสภาพจรงิ
หลักสตู รสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านม่วง ระดบั ประถมศึกษา 151
คาอธิบายรายวิชา ทช1201 เอกลกั ษณไ์ ทยกบั นาฏศลิ ปพ์ นื้ เมือง
สาระทกั ษะการดาเนินชีวติ ระดับประถมศึกษา
จานวน 1 หนว่ ยกติ (40 ชว่ั โมง)
มาตรฐานท่ี 4.3 มีความรู้ ความเข้าใจ และมเี จตคติที่ดเี กี่ยวกบั ศิลปะและสนุ ทรยี ภาพ
ศกึ ษาและฝกึ ทักษะเก่ยี วกบั เรอื่ งต่อไปน้ี
ความหมาย ความเปน็ มา ความสาคัญของนาฏศิลป์พ้นื เมืองในแต่ละภาคของไทย เน้ือรอ้ ง
รูปแบบการแสดง ทา่ รา การแตง่ กาย ตามสภาพวฒั นธรรมในท้องถิ่น ความสัมพนั ธ์ระหว่างดนตรี
การแสดงภาษา วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ความหวงแหน อนรุ ักษ์มรดกนาฏศิลป์ไทย
การจัดประสบการณ์การเรียนรู้
ศึกษาจากสอื่ ตา่ ง ๆ เชน่ เอกสาร แบบเรยี น สอื่ เทคโนโลยี ส่ือวีซดี /ี วดี ที ศั น์ แหล่งเรยี นรู้
ภมู ิปัญญา องค์กร สถาบัน จดั ใหผ้ เู้ รยี นฝึกปฏบิ ัติ การเชอื่ มโยงความรู้ ประสบการณ์ ทศั นศกึ ษากรณตี ัวอย่าง
การวดั และประเมินผล
ประเมินความรู้ ความเขา้ ใจ จากการทดสอบภาคทฤษฎแี ละภาคปฏิบตั ิ การสังเกต การสมั ภาษณ์
ประเมนิ การมสี ่วนรว่ ม/ฝึกปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ระบา รา ฟอ้ น ช้นิ งาน/ผลงาน/รายงาน
หลักสตู รสถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 152
รายละเอียดคาอธบิ ายรายวชิ า ทช0201 บัญชีชาวบา้ น
สาระทกั ษะการดาเนินชีวติ ระดับประถมศึกษา
จานวน 1 หน่วยกิต (40 ชัว่ โมง)
มาตรฐานที่ 4.1 มีความรู้ ความเขา้ ใจและเจตคติท่ีดีเกย่ี วกบั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งและสามารถ
ประยกุ ตใ์ ช้ในการดาเนนิ ชีวติ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ท่ี หัวเรอื่ ง ตัวชีว้ ัด เนอื้ หา จานวน
(ช่วั โมง)
1. บัญชชี าวบ้านง่าย - อ ธิ บ า ย ค ว า ม ห ม า ย 1. ความหมาย ประโยชนข์ อง 10
นดิ เดยี ว ประโยชน์ และวิเคราะห์ การทาบัญชีชาวบา้ น
แนวคิด หลักการของบัญชี 2. หลักการ แนวคิด การทา
ชาวบ้านได้ บญั ชีชาวบ้าน
3. รูปแบบและวิธีการทาบัญชี
ชาวบา้ น (บัญชใี นครัวเรอื น
กับการประกอบอาชีพ)
2. บัญชีชาวบา้ นกบั 1. อธิบายแนวคิด หลักการ 1. แนวคิด หลกั การของปรัชญา 10
ปรัชญาของเศรษฐกจิ ข อ ง ป รั ช ญ า เศ ร ษ ฐ กิ จ เศรษฐกจิ พอเพยี ง
พอเพยี ง พอเพียง
2. วิเคราะห์บัญชีชาวบ้าน 2. บญั ชชี าวบา้ นตามหลักของ
ให้สอดคล้องกับปรัชญ า ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
เศรษฐกิจพอเพยี ง
3. บญั ชชี าวบ้านใน 1. วิเคราะห์รายรับ-รายจา่ ย 1. วิธีการวิเคราะหร์ ายรบั - 10
ครวั เรือน และทาบัญชีตนเอง บัญชี รายจ่าย
ครัวเรือนได้ 2. วิธกี ารทาบญั ชีรายรับ-
2. ตระหนักเห็นคุณค่าและ รายจ่าย
นาหลักการและวิธีการทา ของตนเองและครอบครัว
บญั ชไี ปใชใ้ นชีวติ 3. แนวทางการทาบัญชี
ประจาวนั ได้อย่างต่อเนือ่ ง ครัวเรอื นและการประกอบ
อาชพี อย่างง่าย
หลักสตู รสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบา้ นม่วง ระดบั ประถมศึกษา 153
ท่ี หัวเร่อื ง ตัวชีว้ ัด เนื้อหา จานวน
(ชั่วโมง)
4. การลดรายจ่ายเพมิ่ - กาหนดมาตรการ
รายได้ ควบคุมค่าใช้จ่ายของ 4. การวางแผนการจดั ทาบัญชี
ตนเองและครวั เรือนให้
สมดลุ กับรายรบั สามารถ รายรบั -รายจา่ ย เพื่อการ
ลดรายจ่ายและเพิม่
รายได้ ประยกุ ต์ใชใ้ นครัวเรือนทางการ
ประกอบอาชีพ
1. แนวคดิ การกาหนด 10
มาตรการควบคุมคา่ ใชจ้ า่ ย
2. การลดรายจ่าย
- ก า ร วิ เค ร า ะ ห์ ร า ย รั บ
รายจา่ ย
- แนวทางการลดรายจา่ ย
3. การเพม่ิ รายได้และ
แนวทางการเพม่ิ รายได้
4. การวางแผนการลดรายจา่ ย
แ ล ะ เพิ่ ม ร า ย ไ ด้ ข อ ง ต น เอ ง แ ล ะ
ครอบครวั
หลกั สูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นม่วง ระดับประถมศึกษา 154
รายละเอียดคาอธบิ ายรายวิชา ทช1201 เอกลกั ษณไ์ ทยกบั นาฏศลิ ป์พ้นื เมือง
สาระทักษะการดาเนินชีวิต ระดบั ประถมศึกษา
จานวน 1 หน่วยกิต (40 ชวั่ โมง)
มาตรฐานท่ี 4.3 มีความรู้ ความเข้าใจ และมเี จตคติทดี่ เี กยี่ วกับศลิ ปะและสนุ ทรยี ภาพ
ท่ี หัวเร่อื ง ตวั ชวี้ ัด เน้ือหา จานวน
(ชวั่ โมง)
1. เอกลักษณ์ไทย 1. อธิบายความหมาย ความ 1. ความเป็นมาของการแสดง 5
กั บ น า ฏ ศิ ล ป์ เป็นมาของการแสดงนาฏศิลป์ นาฏศลิ ป์พ้นื เมอื งประเภท
พ้นื เมอื ง พืน้ เมอื งประเภทต่าง ๆ ใน ตา่ ง ๆ ในแตล่ ะภาคของไทย
แตล่ ะภาคของไทยได้
2. อธิบายความหมายของ เนื้อ 2. ความหมายของเน้ือร้อง 10
ร้อง ท่ารา ก ารแต่งก ายขอ ง การแสดง ท่ารา การแต่งกาย
นาฏศิลป์พื้นเมืองตามสภาพของ คณุ ค่าทางดนตรกี ารถ่ายทอด
วัฒนธรรมของท้องถิ่นในแต่ละ มรดกทางวัฒนธรรมพืน้ เมือง
ภาคของไทยได้ ในแตล่ ะท้องถน่ิ ของแตล่ ะ
ภาคของไทย
3. อธิบายรปู แบบการแสดง 3. รูปแบบการแสดงนาฏศิลป์ 5
นาฏศลิ ปพ์ ื้นเมอื งของแตล่ ะภาค พน้ื เมอื งของแตล่ ะภาคของไทย
ของไทยได้
4. อธิบายความสัมพันธร์ ะหว่าง 4. ภูมิปัญญาท้องถิ่น นาฏศิลป์ 15
ดนตรี การแสดง ภาษา พน้ื เมอื ง ในแตล่ ะภาคของไทย
ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม
และมีความซาบซึ้ง เห็นคณุ คา่
สง่ เสริม อนรุ ักษ์ ศิลปะพ้นื เมือง
ของแต่ละภาคของไทยได้
5. วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ 5. แนวคิด หลักการ ประโยชน์
ความมีสนุ ทรียภาพในความ ขอ ง ก าร อ นุ รัก ษ์ น าฏ ศิ ล ป์
เปน็ ไทย อนุรกั ษแ์ ละหวงแหน พื้นเมืองท่ีมีผลต่อการดาเนิน
มรดกนาฏศลิ ปพ์ นื้ เมอื งให้ ชีวิต วิถีชีวิตประจาวันของคน
หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นม่วง ระดับประถมศึกษา 155
ท่ี หวั เรื่อง ตัวช้ีวัด เนอ้ื หา จานวน
ในสังคมไทย (ชัว่ โมง)
สังคมเข้าใจได้
สาระการพฒั นาสังคม
หลกั สตู รสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 156
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระการพัฒนาสังคม เป็นสาระเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมือง
การปกครอง ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี หน้าท่ีพลเมือง และการพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม
ประกอบดว้ ยมาตรฐานการเรียนรู้ ดงั นี้
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐานท่ี 5.1 มีความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักถึงความสาคัญเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ ประวัติศาส ตร์
เศรษฐศาสตร์ การเมอื ง การปกครอง สามารถนามาปรบั ใช้ในการดารงชวี ิต
มาตรฐานท่ี 5 .2 มีความรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณค่า และสืบทอดศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี เพื่อการอยู่
ร่วมกนั อยา่ งสันตสิ ุข
มาตรฐานที่ 5.3 ปฏิบตั ิตนเปน็ พลเมอื งดีตามวิถีประชาธปิ ไตย มจี ิตสาธารณะ เพื่อความสงบสุขของสงั คม
มาตรฐานท่ี 5.4 มีความรู้ ความเข้าใจ เห็นความสาคัญของหลักการพัฒนา และสามารถพัฒนาตนเอง
ครอบครัว ชมุ ชน สังคม
หลักสตู รสถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นม่วง ระดบั ประถมศึกษา 157
4.สาระการพัฒนาสงั คม
เปา้ หมายการเรียนรู้
ระดบั ประถมศกึ ษา
สังคมศึกษา
1. อธิบายความเชือ่ มโยงของภมู ิศาสตร์ ประวัตศิ าสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมอื ง การปกครอง
และนามาปรับใช้ในการดาเนินชวี ิต
2.เห็นคณุ ค่าความเชอ่ื มโยงของภูมิศาสตร์ ประวตั ิศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมือง การปกครอง ในการ
ดาเนนิ ชีวติ
3. จัดทาโครงงานความเช่ือมโยงของภมู ิศาสตร์ ประวัตศิ าสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมือง การปกครอง
ใน การดาเนนิ ชีวติ
ศาสนาวัฒนธรรม ประเพณี
1. อธบิ ายหลกั ศาสนา วฒั นธรรม ประเพณี เพ่อื การอยูร่ ว่ มกนั อยา่ งสนั ตสิ ขุ
2. ยอมรบั และเหน็ คณุ คา่ เกยี่ วกบั หลักศาสนา วฒั นธรรม ประเพณี เพ่ือการอยู่ร่วมกนั อยา่ งสนั ตสิ ุข
3. ปฏิบตั ิตนตามหลัก ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี เพือ่ การอย่รู ่วมกนั อย่างสันตสิ ขุ
หน้าท่ีพลเมอื ง
1.อธบิ ายความเป็นพลเมืองดีและบอกลกั ษณะของคนมจี ติ สาธารณะได้
2. ยอมรับ ทาตามหลักวิถีประชาธิปไตย
3. ปฏิบัตติ นตามกฎ กติกาของสงั คม และกฎหมาย
การพฒั นาตนเอง
1. อธบิ ายหลักการพัฒนาชมุ ชน สงั คม และการสร้างครอบครวั อบอ่นุ
2. เหน็ คณุ ค่าของครอบครัวอบอ่นุ ชมุ ชน เขม้ แข็ง
3. เข้ารว่ มกิจกรรมประชาคมหมู่บ้านและรว่ มประชาพิจารณป์ ญั หาของชมุ ชนพรอ้ มร่วมจัดทาแผน
ชุมชน
หลักสูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 158
มาตรฐานการเรียนรู้ระดบั
ผลการเรียนรู้ทคี่ าดหวงั
หลักสตู รสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 159
มาตรฐานการเรยี นรู้ระดบั ผลการเรยี นรูท้ ี่คาดหวงั
มาตรฐานท่ี 5.1 มคี วามรู้ ความเข้าใจ ตระหนกั ถงึ ความสาคัญเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ ประวัตศิ าสตร์
เศรษฐศาสตร์ การเมอื งการปกครอง สามารถนามาปรบั ใช้ในการดารงชวี ิต
ระดับประถมศกึ ษา
มาตรฐานการเรยี นรู้ ผลการเรียนรูท้ ีค่ าดหวัง
มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ ตระหนักเก่ียวกบั 1.อธิบายขอ้ มลู เกีย่ วกบั ภมู ิศาสตร์ ประวัตศิ าสตร์
ภูมิศาสตร์ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมอื ง เศรษฐศาสตร์ การเมอื ง การปกครอง ท่ีเกี่ยวข้องกบั
การปกครองในท้องถ่ินประเทศและนามาปรับใช้ ตนเอง ชุมชน ทอ้ งถ่นิ และประเทศไทย
ในการดาเนนิ ชีวติ เพ่อื ความม่ันคงของชาติ 2.ระบสุ ภาพความเปลี่ยนแปลงดา้ นภูมศิ าสตร์
ประวตั ศิ าสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมอื ง การปกครอง
และกฎหมายทีม่ ผี ลกระทบต่อวถิ ชี มุ ชน ท้องถนิ่
ชีวติ ของตน สงั คม และประเทศไทย
3.เกิดความตระหนกั และสามารถนาความรู้ทาง
ดา้ นภมู ศิ าสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์
การเมือง การปกครอง และกฎหมายไปประยุกตใ์ ช้
ใหท้ ัตอ่ การเปล่ียนแปลงกบั สภาพ ชมุ ชน สังคม
เพ่ือความม่ันคงของชาติ
หลกั สตู รสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบา้ นมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 160
มาตรฐานที่ 5.2 มีความรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณค่าและสบื ทอดศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี เพือ่ การอย่รู ่วมกัน
อยา่ งมีความสขุ
ระดับประถมศึกษา
มาตรฐานการเรยี นรู้ ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวัง
มคี วามรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณคา่ และสืบทอด 1.อธบิ ายประวตั ิ หลักคาสอนและการปฏบิ ัติตนตามหลัก
ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี ของท้องถิ่นและ ศาสนาที่ตนนับถือ
ประเทศไทย 2.เหน็ ความสาคัญของวัฒนธรรม ประเพณี และมีส่วนร่วม
ในการปฏิบัติตนตามวฒั นธรรมประเพณีท้องถ่ิน
3.ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรมทางศาสนา วัฒนธรรม
ประเพณี
4.ยอมรบั และปฏบิ ัตติ น เพอื่ การอยูร่ ว่ มกันอยา่ งสนั ติ
สขุ ในสงั คม ที่มีความหลากหลายทาง ศาสนา
วฒั นธรรม ประเพณี
มาตรฐานที่ 5.3 ปฏิบัตติ นเปน็ พลเมืองดีตามวิถีประชาธปิ ไตย มีจติ สาธารณะ เพ่อื ความสงบสุขของสงั คม
ระดบั ประถมศึกษา
มาตรฐานการเรียนรู้ ผลการเรียนร้ทู ีค่ าดหวัง
มคี วามรู้ ความเข้าใจดาเนินชีวิตตามวิถี 1.บอกสทิ ธิเสรีภาพบทบาท และหน้าทีต่ าม
ประชาธิปไตยกฎหมายเบอื้ งตน้ กฎระเบยี บของ กฎหมายของการเป็นพลเมอื งดตี ามระบอบ
ชมุ ชน สังคม และประเทศ ประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเปน็ ประมขุ
2.เห็นคณุ ค่าของการปฏบิ ตั ิตนเป็นพลเมืองดีตาม
กฎหมาย
3.มสี ว่ นรว่ มในการปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ ในระบอบ
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั ริยท์ รงเปน็ ประมขุ
หลักสตู รสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 161
มาตรฐานที่ 5.4 มีความรู้ ความเข้าใจ เห็นความสาคัญของหลักการพฒั นา และสามารถพฒั นาตนเอง
ครอบครัว ชุมชน/สังคม
ระดบั ประถมศึกษา
มาตรฐานการเรยี นรู้ ผลการเรียนรทู้ ่คี าดหวัง
มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ หลักการพฒั นาชุมชน/สังคม 1.มคี วามรู้ ความเข้าใจหลกั การพฒั นาชุมชน สงั คม
และวเิ คราะห์ข้อมูลในการพฒั นาตนเองครอบครัว 2.มคี วามรู้ ความเข้าใจและเห็นความสาคัญของ
ชมุ ชน/สังคม ขอ้ มูล ตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน สังคม
3.วเิ คราะห์ข้อมูล ตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม
เพื่อใชใ้ นการจัดทาแผนชวี ิต และชมุ ชน สังคม
4.เกดิ ความตระหนัก และมสี ว่ นร่วมในการจดั ทา
ประชาคมของชุมชน
5.นาผลทไ่ี ดจ้ ากการประชาคมไปเพ่อื ใชใ้ น
ชวี ิตประจาวัน
หลกั สตู รสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 162
คาอธิบายรายวชิ าบังคับ
และ
รายละเอียดคาอธิบาย
รายวชิ าบังคับ
ระดบั ประถมศึกษา
หลกั สูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นมว่ ง ระดับประถมศึกษา 163
รายวิชาบังคบั
สาระการพัฒนาสงั คม
มาตรฐานท่ี รหสั รายวิชา ระดบั ประถมศึกษา หนว่ ยกติ
สค1101 รายวิชา 3
5.1 สงั คมศกึ ษา
5.2และ5.3 สค1102 2
ศาสนา และ
5.4 สค1103 หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง 1
รวม การพฒั นาตนเองชมุ ชน สังคม 6
หลกั สูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดับประถมศึกษา 164
คาอธบิ ายรายวิชา สค1101 สังคมศึกษา จานวน 3 หน่วยกติ
ระดบั ประถมศึกษา
มาตรฐานการเรยี นรรู้ ะดบั
มีความรู้ ความเข้าใจตระหนัก เก่ียวกับภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมือง
การปกครอง ในทอ้ งถ่ิน ประเทศ และนามาปรับใช้ในการดาเนินชีวติ เพื่อความมัน่ คงของชาติ
ศกึ ษาและฝึกทกั ษะเก่ยี วกบั เร่อื งดังต่อไปนี้
1. ลักษณะทางภูมศิ าสตร์กายภาพ และผลกระทบของภูมศิ าสตร์ภายภาพต่อวถิ ีชวี ิต ความเปน็ อยใู่ น
ชุมชน ทอ้ งถนิ่ ของประเทศไทย
2. ความหมาย ความสาคัญ และผลกระทบทางประวัตศิ าสตร์ ที่มีต่อครอบครัว ชุมชน สงั คม และประเทศ
3. ความหมาย ความสาคัญของเศรษฐศาสตร์ระดับครอบครัว ชุมชน เศรษฐกิจสร้างสรรค์และ
ทรัพยส์ นิ ทางปัญญา
4. ความหมาย ความสาคญั และการมีส่วนร่วมทางการเมืองการปกครองในระดับท้องถ่ิน และประเทศ
การจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
1. จดั ให้มกี ารสารวจสภาพภูมิศาสตร์กายภาพ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมอื ง การปกครอง
ของชุมชน จัดกลุ่มอภิปรายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สืบค้นข้อมูลทางกายภาพ จากแหล่งเรียนรู้
ภูมปิ ญั ญา ฯลฯ และสรุปผลการเรยี นรู้ นาเสนอในรปู แบบตา่ งๆ
2. จดั ใหม้ กี ารศกึ ษาจากสอื่ การเรียนรู้ เช่น เอกสาร ตารา CD แหลง่ การเรยี นรู้ ภูมปิ ญั ญา สถานที่สาคัญ
3. จัดให้มีการสืบค้นรวบรวมข้อมูล โดยวิธีการต่างๆ เช่น การศึกษาดูงาน การเก็บข้อมูล
จากองคก์ ร ฟงั การบรรยายจากผรู้ ู้ จดั กลุ่มอภิปราย การวิเคราะห์ เสนอแนวคดิ ทางเลือก
4. จัดกิจกรรมการศึกษาจากสภาพจริง การเลา่ ประสบการณ์ การแลกเปลย่ี นเรียนรู้ การค้นคว้าจาก
ผรู้ ู้ แหล่งการเรียนรู้ ส่ือเทคโนโลยี สื่อเอกสาร การจาลองเหตุการณ์ การอภิปราย การวิเคราะห์
สรปุ ผลการเรียนรู้ และนาเสนอ ในรปู แบบท่หี ลากหลาย
หลกั สตู รสถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นมว่ ง ระดับประถมศึกษา 165
การวดั และประเมนิ ผล
ประเมินจากการทดสอบ การสงั เกต การประเมนิ การมีสว่ นร่วมในการทากิจกรรมและการตรวจผลงาน
ฯลฯ
คาอธบิ ายรายวิชา สค1102 ศาสนาและหน้าทพ่ี ลเมอื ง จานวน 2 หนว่ ยกติ
ระดบั ประถมศกึ ษา
มาตรฐานการเรยี นรูร้ ะดบั
1. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ เห็นคณุ ค่า และสบื ทอดศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี ทอ้ งถ่นิ และประเทศไทย
2. มีความรคู้ วามเขา้ ใจดาเนนิ ชวี ติ ตามวิถีประชาธปิ ไตยกฎหมายเบอื้ งตน้ กฎระเบียบของชุมชน สังคม
และประเทศ
ศกึ ษาและฝกึ ทกั ษะเกี่ยวกับเรอ่ื งดังต่อไปน้ี
1. ความหมาย ความสาคญั ของศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี
2. พทุ ธประวัติ และประวตั ิศาสดาของศาสนาต่างๆ ในประเทศไทย
3. หลกั ธรรม และการปฏบิ ตั ิตนตามหลักธรรมของแตล่ ะศาสนา
4. บคุ คลตัวอย่างทใี่ ช้หลกั ธรรมทางศาสนาในการดาเนินชวี ติ
5. วัฒนธรรมประเพณี ค่านยิ มทพี่ ึงประสงคข์ องชมุ ชน สังคมในทอ้ งถน่ิ และสงั คมไทย
6. สิทธิเสรภี าพ บทบาทหนา้ ทขี่ องพลเมอื งในสงั คมประชาธิปไตย
7. ปญั หาและสถานการณ์การเมอื ง การปกครองที่เกดิ ขนึ้ ในชุมชน
8. การมสี ่วนรว่ มในการปฏิบตั ติ นตามกฎหมาย
9. กฎหมายในชีวิตประจาวนั
การจัดประสบการณ์การเรียนรู้
จดั ให้มีการค้นคว้าหาความรู้ จากสื่อเอกสาร ตารา สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ภูมิปัญญา ผรู้ ู้ สถาบัน
ทางศาสนา การฝึกปฏิบตั ิ การทาโครงงาน การจัดกลุ่มอภิปรายแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ การวเิ คราะห์ สถานการณ์
จาลอง การสรปุ ผลการเรยี นรู้ และนาเสนอในรูปแบบต่างๆ
การวัดและประเมินผล
หลกั สูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 166
ประเมนิ จากการทดสอบ การสงั เกต การประเมนิ การมีสว่ นรว่ มในการทากิจกรรมและการตรวจผลงาน
ฯลฯ
หลกั สูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 167
คาอธบิ ายรายวชิ า สค1103 การพฒั นาตนเอง ชุมชน สงั คม จานวน 1 หน่วยกติ
ระดับประถมศึกษา
มาตรฐานการเรยี นรูร้ ะดับ
มีความรู้ ความเข้าใจหลักการพัฒนาชุมชน/สงั คม และวเิ คราะห์ข้อมูลในการพัฒนาตนเอง ครอบครัว
ชมุ ชน สงั คม
ศกึ ษาและฝึกทกั ษะเกย่ี วกบั เรอื่ งดังต่อไปนี้
1. ความหมาย ความสาคัญ ประโยชน์ ของการพัฒนาชุมชน สงั คม
2. วิธีการจัดเก็บขอ้ มูล การวิเคราะหข์ ้อมลู ชุมชนอย่างง่าย
3. การมีสว่ นร่วมในการวางแผนพฒั นาตนเอง ชุมชน สังคม
4. การนาผลท่ีไดจ้ ากการวางแผนพัฒนาตนเอง ชมุ ชน สงั คม ไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั
การจัดประสบการณ์การเรียนรู้
จดั ให้ผู้เรยี นฝึกทกั ษะการจดั เกบ็ ข้อมูล การวิเคราะหข์ ้อมูล การจัดแผนพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สังคมโดย
การเขา้ ร่วมสงั เกตการณ์ สรา้ งสถานการณ์จาลอง จดั ทาเวทปี ระชาคม และการศึกษาดงู าน
การวัดและประเมินผล
ผลงาน และมีส่วนร่วมในขนั้ ตอนตา่ งๆ ของการจัดทาแผนพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สงั คม
หลักสตู รสถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นม่วง ระดบั ประถมศึกษา 168
รายละเอียดคาอธบิ ายรายวิชา สค1101 สงั คมศึกษา จานวน 3 หนว่ ยกติ
ระดบั ประถมศกึ ษา
มาตรฐานการเรียนรรู้ ะดับ
มคี วามรู้ ความเขา้ ใจตระหนกั เกีย่ วกบั ภมู ิศาสตร์ ประวตั ิศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมอื ง การ
ปกครองในทอ้ งถิ่น ประเทศ และนามาปรบั ใชใ้ นการดาเนินชีวิต เพอื่ ความมัน่ คงของชาติ
ท่ี หัวเร่ือง ตัวช้วี ัด เนื้อหา จานวน
(ชวั่ โมง)
1. ภูมิศาสตรก์ ายภาพ 1. มีความร้คู วามเข้าใจ 1. ลกั ษณะทางภมู ิศาสตร์
ประเทศไทย 40
เกีย่ วกับภมู ศิ าสตรก์ ายภาพ ชมุ ชน กายภาพของ ชมุ ชน
ทอ้ งถิน่ และภมู ศิ าสตรก์ ายภาพ ทอ้ งถิน่
ประเทศไทย - ทตี่ ั้ง อาณาเขตภมู ิ
- ภมู อิ ากาศ
2. ตระหนักในความสาคัญ 2. ลกั ษณะทางภูมศิ าสตร์
เกยี่ วกบั ภมู ศิ าสตร์กายภาพชมุ ชน กายภาพของประเทศไทย
ท้องถิ่น และภมู ศิ าสตรก์ ายภาพ - ทต่ี ั้ง อาณาเขต
ประเทศไทย - ภูมิประเทศของภาค
ตา่ งๆ
- ภูมิอากาศของภาค
ตา่ งๆ
3. สามารถนาความรู้ 3. การใชข้ อ้ มูลภมู ิศาสตร์
เก่ยี วกับภูมศิ าสตรก์ ายภาพ ชุมชน กายภาพชุมชน ท้องถน่ิ
ทอ้ งถิ่นตนเอง และของประเทศ และประเทศ เพอื่ ใช้ในการ
ไทยมาปรบั ใช้ในการดารงชีวติ เพื่อ ดารงชีวิต และความม่นั คง
ความม่นั คงของชาติ ของชาติ
- การเลือกทอ่ี ยู่ และการ
ประกอบอาชพี
- การปอ้ งกนั ตนจากภยั
พิบตั ิ
- การรกั ษาอาณาเขตของ
หลักสตู รสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านม่วง ระดับประถมศึกษา 169
ท่ี หัวเรื่อง ตัวชวี้ ัด เน้ือหา จานวน
2. ประวัติศาสตรช์ าติไทย 4. ตระหนักถงึ ความสาคญั ในการ (ชัว่ โมง)
อนุรกั ษ์ทรพั ยากร ประเทศ
ธรรมชาติในชุมชน ทอ้ งถนิ่ ของตน 4.1 ทรัพยากรธรรมชาตใิ น 30
และของประเทศ ชมุ ชน
1. อธิบายความเปน็ มาของ - ดิน หนิ แรธ่ าตุ
ประวตั ศิ าสตร์ ชุมชน ทอ้ งถิ่น - ปา่ ไม้ ภเู ขา
และประเทศไทยได้ - แม่นา้ หนอง คลอง บึง
ทะเล
2.ระบุเหตกุ ารณ์ความ - ชายฝั่ง
เปล่ยี นแปลงในประวตั ศิ าสตรข์ อง - สตั วป์ ่า
ประเทศไทย - สัตว์ทะเล สตั ว์น้าจืด
- เปลอื กหอย ปะการงั
3.ตระหนกั และสามารถนาความรู้ - อืน่ ๆ
ท่ไี ดจ้ ากการศกึ ษาประวัตศิ าสตร์ 1.1 ความหมาย
ความสาคญั ของ
ประวัติศาสตร์
1.2 ข้อมูล หลกั ฐานทาง
ประวตั ศิ าสตร์
2.1 วธิ กี ารทาง
ประวัติศาสตร์
2.2 ประวตั คิ วามเปน็ มาของ
ชนชาตไิ ทย
- ก่อนสโุ ขทัย
- สุโขทยั
- อยธุ ยา
- ธนบรุ ี
- รตั นโกสินทร์
3.1 การศึกษา
ประวัติศาสตรช์ มุ ชนโดยใช้
หลกั สูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านม่วง ระดับประถมศึกษา 170
ท่ี หวั เร่ือง ตัวช้ีวัด เนอ้ื หา จานวน
3. เศรษฐศาสตร์ (ชั่วโมง)
ชุมชน และของไทย มาเป็นกรอบ วิธกี ารทางประวตั ิศาสตร์
30
ในการวิเคราะห์เหตกุ ารณป์ ัจจบุ ัน 3.2 ศึกษาเหตุการณส์ าคญั
และเสนอทางเลอื กท่เี ปน็ ทางออก ของประวัติศาสตร์ชมุ ชนใน
ของวิกฤติสงั คมในแตล่ ะช่วง แต่ละชว่ งท่แี สดงถึง
ทางเลอื กทเ่ี ปน็ ทางออกของ
วิกฤติสังคม
1. รูแ้ ละเขา้ ใจ ความหมาย 1.ความหมาย ความสาคัญ
ความสาคญั ของเศรษฐศาสตร์ ของเศรษฐศาสตร์
2.นาหลักการทางเศรษฐศาสตรไ์ ป 2.1 เศรษฐศาสตรใ์ น
ใช้ในครอบครัวและชมุ ชนได้ ครอบครัวและชุมชน
2.2 ความหมาย
ความสาคัญของเศรษฐกจิ
3. เขา้ ใจ และเหน็ ความสาคัญของ สร้างสรรคแ์ ละทรัพยส์ นิ
กจิ กรรมทางเศรษฐกิจทีม่ ีต่อ ทางปญั ญา
ตนเอง ชุมชน 2.3 พฤติกรรมการ บริโภค
ในครอบครัว
3. กจิ กรรมทางเศรษฐกจิ
- การผลิต
- การบรโิ ภค
- การแลกเปลี่ยน
- การกระจายรายได้
4. ตระหนักในผลกระทบท่เี กิด 4.1 ปัจจยั การผลติ
จากกิจกรรมทางดา้ นการผลิต การ - ทุน
บริโภค การแลกเปล่ียน และการ - ทด่ี นิ
กระจายรายได้ ทีม่ ตี ่อประชากรใน - แรงงาน
ชุมชน - ผปู้ ระกอบการ
4.2 การบรโิ ภค การ
แลกเปล่ยี น และการ
หลกั สูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบา้ นมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 171
ท่ี หัวเร่ือง ตัวชว้ี ัด เน้อื หา จานวน
4. การเมอื งการปกครอง (ชว่ั โมง)
กระจายรายได้
20
4.3 ผลกระทบท่ีเกดิ จาก
การผลติ การบรโิ ภค การ
แลกเปลีย่ น และการ
กระจายรายได้ (
5.เหน็ ความสาคัญของการนา 5.มคี ณุ ธรรมของ
คุณธรรมมาใช้ในการบรหิ ารการ - ผู้ผลติ
จัดการทรพั ยากรใหเ้ กิดประโยชน์ - ผบู้ ริโภค
สูงสดุ - การแลกเปลี่ยน
6. ใช้ขอ้ มูลในทอ้ งถ่ินและชมุ ชนใน - การกระจายรายได้
การจดั การทรพั ยากรการผลติ (กรณศี ึกษาคุณธรรมของ
กจิ กรรมเศรษฐกิจ)
6.1 ทรพั ยากรธรรมชาติ
และสงิ่ แวดลอ้ มในทอ้ งถ่ิน
และชุมชน
6.2 แหลง่ ทนุ ในหมู่บา้ น
และชุมชน เชน่ กองทุน
หมู่บ้าน สหกรณ์ในชมุ ชน
1.รู้และเขา้ ใจความหมาย 1.ความหมาย ความสาคญั
ความสาคัญ ของการเมืองการ ของการเมืองการปกครอง
ปกครอง
2.รู้และเขา้ ใจ การปกครองระบอบ 2.1อานาจอธปิ ไตย
ประชาธปิ ไตย 2.2โครงสร้างการบริหาร
ราชการแผน่ ดนิ สว่ นกลาง
ส่วนภูมิภาค สว่ นท้องถิ่น
3.เขา้ ใจและสามารถวิเคราะห์ 3.ความสมั พันธร์ ะหวา่ ง
ความสมั พนั ธ์ระหว่างอานาจนติ ิ อานาจนติ บิ ัญญัติ อานาจ
บัญญตั ิ กบั อานาจบริหารและ บรหิ าร อานาจตุลาการ
หลกั สูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นมว่ ง ระดับประถมศึกษา 172
ท่ี หัวเรื่อง ตวั ชีว้ ัด เนื้อหา จานวน
(ชวั่ โมง)
อานาจตลุ าการ
4.มสี ว่ นรว่ มในการเมอื งการ 4.การมีส่วนร่วมทางการ
ปกครองในระดับท้องถนิ่ และ เมอื งการปกครองในระดับ
ระดบั ประเทศ ท้องถนิ่ และดับประเทศ
รายละเอยี ดคาอธบิ ายรายวชิ า สค1102 ศาสนา และหน้าท่พี ลเมอื ง จานวน 2 หน่วยกิต
ระดบั ประถมศกึ ษา
มาตรฐานการเรียนรู้ระดบั
1. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ เห็นคุณค่า และสืบทอดศาสนา วฒั นธรรม ประเพณีท้องถนิ่ และประเทศไทย
2. มคี วามรู้ความเข้าใจดาเนนิ ชวี ติ ตามวิถปี ระชาธปิ ไตยกฎหมายเบื้องต้นกฎระเบยี บของชุมชน สงั คม
และประเทศ
ท่ี หวั เรื่อง ตวั ช้วี ัด เนื้อหา จานวน
(ช่ัวโมง)
1. ศาสนา วัฒนธรรม 1.มีความรู้ ความเข้าใจ 1.ความหมายความสาคัญของ 20
ประเพณี เกยี่ วกบั ความหมาย ศาสนา วฒั นธรรม ประเพณี
ความสาคัญของ ศาสนา
วัฒนธรรม ประเพณี ใน
ประเทศไทย
2.มคี วามรู้ ความเข้าใจ 2.พทุ ธประวตั ิ และประวตั ศิ าสดา
เกี่ยวกบั พทุ ธประวัติ และ ของศาสนาต่างๆ ในประเทศไทย
ประวัติศาสดาของศาสนา - ประวตั ิพระเยซู
ตา่ งๆ - ประวตั พิ ระมูฮัมมัด
ฯลฯ
3.1 มคี วามรู้ ความเขา้ ใจใน 3.1 หลกั ธรรมสาคญั ของศาสนา
หลักธรรม และการปฏิบัติ พุทธ
ธรรมแตล่ ะศาสนา - เบญจศีล เบญจธรรม
- ฆราวาสธรรม
- พรหมวิหาร 4
หลักสตู รสถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นมว่ ง ระดบั ประถมศึกษา 173
ท่ี หัวเรื่อง ตัวช้ีวัด เน้ือหา จานวน
(ชว่ั โมง)
หลักธรรมสาคญั ของศาสนาครสิ ต์
ศาสนาอิสลาม
3.2 ตระหนักถึงคุณค่า และ ศาสนาฮินดู
เหน็ ความสาคญั ในการนา
หลกั ธรรมมาใชใ้ นการ
ดารงชวี ิต
4. มีทักษะในการปฏบิ ัติตน 4.1 การปฏิบัตติ นตามหลักศาสนา
ตามหลกั ศาสนาทีต่ นนับถือ - พทุ ธ
- ครสิ ต์
- อิสลาม
- ฮนิ ดู
4.2 บคุ คลตวั อยา่ งท่ีใช้หลักธรรม
ทางศาสนาในการดาเนนิ ชีวิต
5.สามารถอยรู่ ว่ มกบั บคุ คลท่ี 5. การแก้ปญั หาความแตกแยก
ตา่ งความเชอื่ ทางศาสนาใน ของบุคคล สงั คม ชมุ ชน เพราะ
สังคมได้อยา่ งสนั ตสิ ขุ ความแตกตา่ งความเชือ่ ศาสนา
และสังคมด้วยสันตวิ ิธี (กรณี
ตวั อยา่ ง)
- จากพทุ ธประวตั ิ
- จากประสบการณ์ของผูเ้ รียน
6.มีความรู้ ความเข้าใจใน 6. วัฒนธรรมประเพณใี นชมุ ชน 20
วัฒนธรรมประเพณขี องชุมชน ท้องถ่นิ ภาคต่างๆ ของประเทศ
ทอ้ งถนิ่ และของประเทศ ไทย
- ภาษา การแต่งกาย อาหาร
7.ตระหนักถงึ ความสาคญั
ของวฒั นธรรมประเพณขี อง ฯลฯ ของภาคต่างๆ
- ประเพณขี องแต่ละชุมชน
ชมุ ชน ทอ้ งถนิ่ และของ
ท้องถ่นิ ภาค เช่น แห่เทียนพรรษา,
ประเทศ
บุญเดอื นสิบ,ลอยกระทง,ประเพณี
วงิ่ ควาย,ย่ีเป็ง
หลกั สตู รสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านม่วง ระดับประถมศึกษา 174
ท่ี หัวเรอ่ื ง ตวั ชว้ี ัด เน้อื หา จานวน
2. หน้าท่พี ลเมือง (ชั่วโมง)
8. มสี ่วนรว่ มในการปฏิบัตติ น 8. การอนุรกั ษ์ และสบื สาน
ตามวฒั นธรรมประเพณีของ วัฒนธรรมประเพณขี องภาคต่างๆ
ท้องถิ่น (กรณีตวั อย่าง)
9.นาคา่ นิยมทพี่ งึ ประสงคข์ อง 9. การประพฤติปฏิบัตติ น เพือ่ การ
สงั คม ชุมชน มาประพฤติ อนรุ กั ษ์ และสืบสานวัฒนธรรม
ปฏบิ ตั ิจนเปน็ นสิ ยั ประเพณี
10. ค่านยิ มทีพ่ ึงประสงค์ของชุมชน
สังคมไทย
11. การประพฤตปิ ฏบิ ตั ิตนตาม
คา่ นิยมของชมุ ชน สังคมไทยทพี่ ึง
ประสงค(์ กรณีตวั อยา่ ง)
1. รแู้ ละเขา้ ใจในเร่ืองสทิ ธิ 1.1 ความหมายของประชาธิปไตย 20
20
เสรภี าพ บทบาทหน้าท่ีและ 1.2 สิทธิ เสรีภาพบทบาทหนา้ ท่ี
คณุ ค่าของความเปน็ พลเมืองดี ของพลเมืองในวถิ ีประชาธปิ ไตย
ตามแนวทางประชาธปิ ไตย
2. ตระหนกั ในคุณคา่ ของการ 2. การมีสว่ นร่วมในการปฏบิ ัตติ น
ปฏบิ ตั ติ นเป็นพลเมืองดีตาม ตามกฎหมาย
วถิ ีประชาธปิ ไตย
3. แยกแยะปญั หา และ 3. ปญั หา และสถานการณ์
สถานการณ์การเมืองการ การเมอื งการปกครองที่เกดิ ขน้ึ ใน
ปกครองท่เี กิดขน้ึ ในชุมชน ชุมชน (กรณีตวั อย่าง)
4. รู้และเขา้ ใจสาระท่ัวไป 4. กฎหมายที่เกย่ี วข้องกับตนเอง
เก่ียวกับกฎหมาย และครอบครวั
5. นาความร้กู ฎหมายที่ 5. กฎหมายทเี่ กีย่ วขอ้ งกับชมุ ชน
เกยี่ วขอ้ งกบั ตนเอง ครอบครัว
ชุมชน และประเทศชาติไปใช้
ในชีวติ ประจาวันได้
หลกั สูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นม่วง ระดับประถมศึกษา 175
ท่ี หัวเรื่อง ตวั ชี้วัด เนื้อหา จานวน
(ชว่ั โมง)
6. เหน็ คุณค่า และประโยชน์
ของการปฏิบัติตนตาม 6. กฎหมายอืน่ ๆ เช่นกฎหมาย
กฎหมาย แรงงานและสวัสดกิ าร กฎหมายว่า
ด้วยสทิ ธเิ ด็กและสตรี
หลกั สูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง 176
รายละเอียดคาอธบิ ายรายวิชา สค1103การพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สังคม จานวน 1 หนว่ ยกติ
ระดบั ประถมศกึ ษา
มาตรฐานการเรยี นรู้ระดบั
มีความรู้ ความเขา้ ใจหลกั การพฒั นาชมุ ชน/สังคม และวิเคราะหข์ ้อมลู ในการพฒั นาตนเอง
ครอบครัว ชุมชน สังคม
ท่ี หวั เรือ่ ง ตัวชีว้ ัด เน้ือหา จานวน
(ชวั่ โมง)
1. พัฒนาตนเอง 1.มีความรู้ ความเข้าใจ หลักการ 1.หลักการพัฒนาตนเอง ชมุ ชน สงั คม
20
พฒั นาตนเอง ชมุ ชน สังคม
20
2.มีความรู้ ความเข้าใจ และ 2.ความหมาย ความสาคญั
เห็นความสาคญั ของข้อมูล ประโยชน์ ของขอ้ มูลด้าน
ตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน - ภมู ิศาสตร์
สังคม - ประวตั ศิ าสตร์
- เศรษฐศาสตร์
- การเมอื ง
การปกครอง
- ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี
- หนา้ ท่พี ลเมือง
- ทรพั ยากร สงิ่ แวดลอ้ ม
- สาธารณสุข
- การศกึ ษา
3.วเิ คราะหแ์ ละอธิบายขอ้ มูล 3. วิธีการจดั เกบ็ วเิ คราะห์ขอ้ มูล
อย่างง่าย และเผยแพรข่ อ้ มลู
4.เกิดความตระหนัก และมี 4.การมีสว่ นร่วมในการวางแผน
ส่วนรว่ มในการจัดทา พฒั นาตนเอง ครอบครวั ชุมชน
แผนพฒั นาชมุ ชน สังคม สังคม
5.นาแนวทางการพัฒนา 5.การนาผลท่ไี ด้จากการวางแผนไป
ชมุ ชน สังคม ไปประยกุ ต์ใช้ ประยุกต์ใช้ในชีวติ ประจาวนั
กับตนเอง และครอบครวั
หลกั สูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านม่วง 177
คาอธิบายรายวชิ าเลือก
และ
รายละเอียดคาอธิบายรายวชิ าเลือก
ระดับประถมศึกษา
หลักสูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านม่วง 178
คาอธบิ ายรายวิชาเลอื ก
สาระการพัฒนาสงั คม
มาตรฐานท่ี รหัสรายวิชา ระดบั ประถมศกึ ษา หน่วยกิต
สค1204 รายวิชา 1
1 สค1212 1
2 ภูมิปัญญาท้องถิ่น 2
กระบวนการกลมุ่
รวม
หลักสูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านม่วง 179
คาอธิบายรายวิชา สค1204 ภูมิปัญญาทอ้ งถิ่น
สาระการพฒั นาสงั คม ระดบั ประถมศกึ ษา
จานวน 1 หนว่ ยกิต (40 ช่ัวโมง)
มาตรฐานที่ 5.1 มีความรู้ ความเข้าใจตระหนักถึงความสาคัญเกย่ี วกบั ภูมิศาสตร์ ประวตั ศิ าสตร์
เศรษฐศาสตร์ การเมือง การปกครอง สามารถนามาปรับใช้ในการดารงชีวติ
ศึกษาและฝกึ ทักษะเกี่ยวกบั เรอ่ื งตอ่ ไปน้ี
1. ความหมายของภมู ปิ ญั ญาท้องถิ่น
2. ความสาคัญของภมู ิปัญญาทอ้ งถิน่
3. ลกั ษณะภูมิปญั ญาทอ้ งถน่ิ
4. ประเภทภูมิปัญญาทอ้ งถิ่น
การจัดประสบการณ์การเรียนรู้
ศึกษา สืบค้นข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ห้องสมุด ภูมิปัญญาท้องถ่ิน จากอินเตอร์เน็ต
จากสภาพจรงิ การเลา่ ประสบการณจ์ ากผ้รู แู้ ละ การศึกษาดงู าน
การวัดและประเมินผล
จากการนาเสนอรายงาน ใบงาน แบบทดสอบ ประเมนิ การมสี ว่ นร่วมในการทากจิ กรรมต่าง ๆ
หลกั สูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง 180
คาอธิบายรายวิชา สค1212 กระบวนการกล่มุ
สาระการพัฒนาสงั คม ระดบั ประถมศกึ ษา
จานวน 1 หน่วยกติ (40 ชั่วโมง)
มาตรฐานที่ 5.4 มคี วามรู้ ความเข้าใจ เหน็ ความสาคัญของหลักการพัฒนา และสามารถพัฒนาตนเอง
ครอบครวั ชุมชน/สงั คม
ศกึ ษาและฝกึ ทักษะเกย่ี วกับเรือ่ งตอ่ ไปนี้
1. ความหมายของกลุม่
2. องคป์ ระกอบของกล่มุ
3. ประเภทของกลมุ่
4. ความหมายกระบวนการกลุ่ม
5. ขนั้ ตอนกระบวนการกลมุ่
6. การยตุ บิ ทบาทของกลุ่ม
7. ปัจจัยกระบวนการเสรมิ สร้างและพฒั นากลมุ่ ทีป่ ระสบผลสาเรจ็
8. ประโยชน์ทไี่ ดร้ ับจากกระบวนการกลมุ่
การจัดประสบการณ์การเรียนรู้
1. จดั ให้มีการต้ังแต่งกลุ่ม ๆ 5-10 คน เลือกประธาน เลขานุการ โดยมอบหมายให้มีการจัดกลุ่ม
อภิปรายจากประเดน็ ทคี่ รกู าหนดให้ พรอ้ มรายงาน
2. จดั ให้มีการศกึ ษาจากส่ือ ตารา และค้นควา้ หาขอ้ มูลกล่มุ ทดี่ าเนินงานที่ประสบผลสาเรจ็ หรือ
ศึกษาดูงานกลุ่มต่าง ๆ ที่ดาเนินงานประสบผลสาเร็จ มีข้ันตอนการจัดกลุ่มและดาเนินการอย่างไรจึง
ประสบผลสาเรจ็ และสรปุ รายงาน
การวดั และประเมนิ ผล
จากการทดสอบ การสงั เกต การมีสว่ นรว่ มในการทากิจกรรมและผลงาน
หลกั สูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง 181
รายละเอียดคาอธบิ ายรายวิชา สค1204 ภูมิปัญญาทอ้ งถ่นิ
สาระการพัฒนาสงั คม ระดบั ประถมศกึ ษา
จานวน 1 หนว่ ยกิต (40 ชั่วโมง)
มาตรฐานที่ 5.1 มคี วามรู้ ความเข้าใจตระหนกั ถงึ ความสาคัญเกยี่ วกับภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์
เศรษฐศาสตร์ การเมอื ง การปกครอง สามารถนามาปรับใช้ในการดารงชีวติ
ท่ี หวั เร่ือง ตัวชวี้ ัด เนื้อหา จานวน
(ชว่ั โมง)
1. ภูมิปญั ญาทอ้ งถนิ่ 1. บอกความหมายของภูมิ 1. ความหมายของภูมปิ ัญญา 40
ปญั ญาทอ้ งถน่ิ ได้ ท้องถน่ิ
2. บอกความสาคัญของภูมิ 2. ความสาคัญของภูมิปญั ญา
ปญั ญาท้องถน่ิ ได้ ทอ้ งถิ่น
3. บอกลกั ษณะภูมปิ ัญญา 3. ลักษณะภูมิปญั ญาท้องถ่นิ
ทอ้ งถิ่นได้ 3.1 ลกั ษณะท่เี ปน็ รูปธรรม
เช่นหตั ถกรรม ศิลปะ
ดนตรี ฯลฯ
3.2 ลกั ษณะที่เป็นนามธรรม
เป็นปรัชญาในการ
ดาเนินชีวิต
4. บอกประเภทภมู ปิ ัญญา 4. ประเภทภมู ปิ ญั ญาท้องถิน่
ทอ้ งถนิ่ ได้ 4.1 การประกอบอาชพี
4.2 แนวคิดหลักปฏบิ ัติ
4.3 คตคิ วามคิด
4.4 ศิลปวฒั นธรรม
ประเพณี
5. แยกสาขา และวิเคราะหภ์ ูมิ 5. สาขาภมู ิปญั ญาทอ้ งถน่ิ
ปัญญาทอ้ งถน่ิ เพือ่ นามาใช้ 5.1 สาขาภาษา
ประโยชนไ์ ด้ 5.2 สาขาศาสนา
5.3 สาขาสวัสดิการ
5.4 สาขาศิลปกรรม
5.5 สาขาการจัดองคก์ ร
หลกั สูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง 182
ท่ี หวั เรื่อง ตวั ชี้วัด เน้อื หา จานวน
(ชัว่ โมง)
5.6 สาขาการแพทยแ์ ผนไทย
5.7 สาขาการจดั การ
ทรัพยากรธรรมชาติและ
สงิ่ แวดลอ้ ม
5.8 สาขากองทนุ
และธรุ กิจชมุ ชน
5.9 สาขาเกษตรกรรม
สาขาอุตสาหกรรม และ
หัตถกรรม
6. ภูมปิ ญั ญาท้องถ่นิ ไทย
6.1 ภูมปิ ญั ญาท้องถ่ิน
ภาคเหนือ เชน่
การทอผ้า การแกะสลัก
6.2 ภมู ปิ ญั ญาท้องถ่ินภาคใต้
เชน่ ผลติ ภณั ฑ์ยา่ นลเิ พา
การทอผา้ เกาะยอ
หนงั ตะลุง ฯลฯ
6.3 ภูมปิ ญั ญาท้องถ่นิ ภาค
ตะวันออกเฉยี งเหนือ
เช่น การทอเสื่อ
ผา้ ไหม ผา้ มดั หมี่
เครือ่ งป้ันดินเผา หมอ
ลา ฯลฯ
6.4 ภูมปิ ัญญาท้องถนิ่ ภาค
ตะวันออก เชน่ จักสาน
แกะสลัก อาหาร
6.5 ภูมิปญั ญาทอ้ งถิ่นภาค
กลาง เช่น เครอื่ งถม
ทองสุโขทยั
เครอ่ื งป้ันดินเผา เพลง
พ้ืนบ้าน ลาตัด ลิเก
หลกั สูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านม่วง 183
รายละเอียดคาอธิบายรายวิชา สค 1212 กระบวนการกลุ่ม
สาระการพฒั นาสงั คม ระดับประถมศึกษา
จานวน 1 หน่วยกิต (40 ชวั่ โมง)
มาตรฐานที่ 5.4 มคี วามรู้ ความเข้าใจ เหน็ ความสาคญั ของหลกั การพฒั นา และสามารถพัฒนาตนเอง
ครอบครวั ชุมชน/สงั คม
ท่ี หัวเรอื่ ง ตัวชีว้ ัด เนอื้ หา จานวน
(ชวั่ โมง)
1. ความหมาย 1. อธบิ าย ความหมาย 1. ความหมายของกลมุ่ 40
องคป์ ระกอบและ องคป์ ระกอบและประเภท 2. องค์ประกอบของกลมุ่
ประเภทกลมุ่ ของกลุม่ 3. ประเภทของกลมุ่
2. ความหมายและข้ันตอน 2. อธิบายความหมาย และ 4. ความหมายกระบวนการกลุม่
กระบวนการกลุ่ม ข้ันตอนกระบวนการกลมุ่ 5. ขน้ั ตอนกระบวนการกลมุ่
3. การยตุ ิบทบาทกล่มุ 3. อธิบายและตระหนกั 6. การยุตบิ ทบาทกลุ่ม
ในเร่ืองการยุติบทบาทกลุ่ม 7. ปัจจยั กระบวนการเสริมสรา้ ง
4. กลุ่มท่ีประสบผลสาเรจ็ 4. บอกวิธกี ารดารงกลุ่ม และพัฒนากลุม่ ที่
ได้อย่างย่ังยนื และไดร้ บั ประสบผลสาเรจ็
ผลประโยชนร์ ่วมกนั 8. ประโยชนท์ ี่ไดร้ บั จาก
5.วเิ คราะห์กรณีตวั อยา่ งกลุ่มท่ี กระบวนการกลุม่
ประสบผลสาเรจ็ ได้ 9.กรณีตัวอย่างกลุม่ ท่ีประสบ
ความสาเร็จ
แผนการลงทะเบยี นเรยี
แผนการลงทะเบยี น
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศ
วิชาบงั คับ 36 หน่วยกติ วิชาเลือก
2563 / 2 2564 / 1
แผนท่ี 1
ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน รหัสวิชา นก. แผนท่ี 2 รหัสวิชา นก.
ทกั ษะการประกอบอาชีพ
สุขศึกษา พลศกึ ษา พต 11001 3 ภาษาไทย พท 11001 3 วทิ ยาศ
สงั คมศึกษา
รวมวิชาบงั คับ อช 11002 4 ศาสนาและหน้าทพ่ี ลเมอื งสค 11002 2 พฒั นา
การเงินเพ่ือชีวติ 1 ทช 11002 2 ศลิ ปศกึ
สค 11001 3 การพฒั
12 5
สค12021 2 การพฒั นาแผนและโครงกอารชอ1า2ช0ีพ01 3 สุขภาพ
ประวตั ศิ าสตร์ชาตไิ ทย สค12024 2
รวมวิชาเลือก 2 5
รวมทง้ั สิ้น 14 10
หมายเหตุ : ลงทะเบยี นไดภ้ าคเรียนละไมเ่ กิน 14 หน่วยกติ
ถา้ ไมล่ งวชิ า สค12026 การป้องกนั การทจุ ริต 2 นก
ทช22005 การเสริมสร้างสุขภาพและการออกกาลงั กาย
หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านม่วง 184
ยน ระดบั ประถมศกึ ษา
นเรียน ประถมศึกษา
ศึกษาตามอธั ยาศัยอาเภอบ้านม่วง
ก 12 หน่วยกติ รวม 48 หน่วยกติ
2564 / 2 2565 / 1
แผนที่ 3 รหัสวิชา นก. แผนท่ี 4 รหัสวิชา นก. รวม
ศาสตร์ พว 11001 3 ทกั ษะการเรียนรู้ ทร 11001 5
าอาชีพให้มอี ยมู่ กี นิ อช 11003 2 คณิตศาสตร์ พค 11001 3
กษา ทช 11003 2 ช่องทางการเขา้ สู่อาชีพ อช 11001 2
ฒนาตนเอง ชุมชน สงั คม สค 11003 1 เศรษฐกจิ พอเพียง ทช 11001 1
8 11 36
พพลานามยั ทช12005 3 การใช้พลงั งานไฟฟ้าในชีวติ ฯ 1 พว12010 2
3 2 12
11 13 48
หลักสูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านม่วง 185
วิธีการจัดการเรียนรู้
การศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพนื้ ฐานมวี ิธีการจัดการเรยี นรูท้ ่ีหลากหลาย ไดแ้ ก่
1. การเรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นวิธีการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนกาหนดแผนการเรียนรู้ของตนเอง
ตามรายวิชาที่ลงทะเบียนเรียน โดยมีครูเป็นที่ปรึกษาและให้คาแนะนาในการการศึกษาหาความรู้ด้วย
ตนเอง ภมู ิปัญญา ผรู้ ู้ และสอื่ ตา่ ง ๆ
2. การเรียนรู้แบบพบกลุ่ม เป็นวิธีการจัดการเรียนรู้ที่กาหนดให้ผู้เรียนมาพบกันโดยมีครูเป็น
ผ้ดู าเนนิ การใหเ้ กิดกระบวนการกลมุ่ เพื่อใหม้ กี ารอภิปรายแลกเปลีย่ นเรียนรู้ และหาข้อสรุปรว่ มกนั
3. การเรียนรูแ้ บบทางไกล เป็นวิธีการจัดการเรยี นรู้จากสอ่ื ตา่ ง ๆ โดยท่ีผ้เู รียนและครจู ะสือ่ สาร
กนั ทางสอ่ื อเิ ล็กทรอนิกสเ์ ปน็ ส่วนใหญ่ หรือถ้ามคี วามจาเป็นอาจพบกนั เปน็ คร้งั คราว
4. การเรียนรู้แบบช้ันเรียน เป็นวิธีการจัดการเรียนรู้ที่สถานศึกษากาหนดรายวิชา เวลาเรียน
และสถานที่ ทีช่ ัดเจน ซ่ึงวิธีการจดั การเรียนรูเ้ หมาะสาหรบั ผู้เรยี นทีม่ เี วลามาเขา้ ชัน้ เรยี น
5. การเรียนรู้ตามอัธยาศัย เป็นวิธีการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ตาม
ความต้องการ และความสนใจ จากสอื่ เอกสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือจากการฝึกปฏิบัติตามแหล่งเรียนรู้
ตา่ ง ๆ แล้วนาความรู้และประสบการณ์มาเทียบโอนเข้าสู่หลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษา
ขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
6. การเรียนรู้จากการทาโครงงาน เป็นวิธีการจัดการเรียนรู้ท่ผี ูเ้ รยี นกาหนดเรื่องโดย สมคั รใจ
ตามความสนใจ ความต้องการ หรือสภาพปัญหา ที่จะนาไปสู่การศึกษาค้นคว้า ทดลอง ลงมือปฏิบัติจริง
และมีการสรุปผลการดาเนินการตามโครงการ โดยมีครูเป็นผู้ให้คาปรึกษา แนะนา อานวยความสะดวก
ในการเรยี นรู้ และกระตุ้นเสรมิ แรงให้เกิดการเรียนรู้
7. การเรียนรู้รูปแบบอื่น ๆ สถานศึกษาสามารถออกแบบวิธีการจดั การเรียนรู้ในรูปแบบ อ่ืน ๆ
ได้ตามความตอ้ งการของผูเ้ รียน
วธิ ีการจัดการเรียนรู้ดังกลา่ วข้างต้น สถานศึกษาและผู้เรียนร่วมกันกาหนดวธิ ีเรียนโดยเลือกเรียน
วธิ ใี ดวิธหี น่ึง หรือหลายวิธกี ไ็ ดข้ ้ึนอยกู่ บั ความยากงา่ ยของเนอื้ หา และสอดคล้องกับวิถี ชีวิต และการทางาน
ของผู้เรียน โดยขณะเดียวกันสถานศึกษาสามารถจดั ใหม้ ีการสอนเสริมได้ทกุ วิธีเรียน เพ่อื เติมเต็มความรูใ้ ห้
บรรลมุ าตรฐานการเรยี นรู้
การจดั กระบวนการเรยี นรู้
การจัดกระบวนการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 ม่งุ พัฒนาให้ผู้เรียนสูค่ วามเป็นคน “คิดเปน็ ” โดยเน้นพัฒนาทักษะการแสวงหาความรู้
ประยุกต์ใชค้ วามรู้ และสร้างองค์กรความรู้สาหรับตนเอง และชุมชน สงั คม ซ่งึ กาหนดการจดั กระบวนการ
เรียนรู้ กศน. หรือ ONIE MODEL ซึง่ เปน็ กระบวนการเรียนรทู้ ีจ่ ดั ขนึ้ อย่างเป็นระบบตามปรัชญา “คดิ เปน็ ”
ประกอบดว้ ย 4 ขัน้ ตอน ดงั น้ี
1. ข้นั กาหนดสภาพ ปญั หา ความตอ้ งการในการเรยี นรู้ (O: Orientation)
หลักสูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านม่วง 186
2. ขั้นแสวงหาข้อมลู และจัดการเรยี นรู้ (N: New ways of learning)
3. ขนั้ ปฏบิ ตั ิและนาไปประยุกต์ใช้ ( I: Implementation)
4. ขัน้ ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ (E:Evaluation)
ขน้ั ที่ 1 กาหนดสภาพ ปัญหา ความต้องการในการเรยี นรู้ (O: Orientation)
เปน็ การเรียนรู้จากสภาพ ปัญหา หรอื ความตอ้ งการของผู้เรียน และชมุ ชน สังคม โดยให้เช่ือมโยง
กบั ประสบการณ์เดิม และสอดคล้องกบั มาตรฐานการเรยี นรขู้ องหลักสูตร
ขั้นตอนการเรยี นรู้
1. ครูและผู้เรียนร่วมกันกาหนดสภาพ ปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ ซ่ึงอาจจะได้มาจาก
สถานการณ์ในขณะนั้น หรือเป็นเรื่องท่ีเกิดข้นึ ในชีวิตจริง หรือเปน็ ประเด็นท่ีกาลังขัดแย้ง และกาลังอยู่ใน
ความสนใจของชุมชน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนกระตือรือร้นที่คิดจะหาทางออกของปัญหา หรือ
ความตอ้ งการน้ัน ๆ
2. ทาความเข้าใจกับสภาพ ปัญหา ความต้องการในสิ่งที่ต้องการเรียนรู้ โดยดึงความรู้และ
ประสบการณ์เดิมของผู้เรยี น เน้นการมีส่วนร่วม มีการแลกเปล่ยี นเรียนรสู้ ะท้อนความคิดและอภิปรายโดย
ใหเ้ ชอ่ื มโยงกับความรใู้ หม่
3. วางแผนการเรียนรู้ท่ีเหมาะสม โดยกิจกรรมการเรียนรู้ที่กาหนดสามารถมองเห็นแนวทางใน
การค้นพบความร้หู รือคาตอบไดด้ ว้ ยตนเอง
ขน้ั ท2ี่ ขัน้ แสวงหาข้อมลู และจัดการเรยี นรู้ (N: New ways of learning)
การแสวงหาข้อมูล และจัดการเรียนรู้ โดยศึกษา ค้นคว้าหาความรู้ และรวบรวมข้อมลู ของตนเอง
ข้อมูลของชุมชน สังคม และข้อมูลทางวิชาการ จากสื่อและแหล่งเรียนรู้ท่ีหลากหลายมี การระดม
ความคิดเห็น วิเคราะห์ สังเคราะหข์ ้อมูล และสรปุ เปน็ ความรู้
ขนั้ ตอนการเรียนรู้
1. ผู้เรียนแสวงหาความรู้ตามแผนการเรียนรู้ที่กาหนดไว้ โดยเน้นการเรียนรู้ด้วยตนเอง
การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ กระบวนการกลมุ่ ศึกษาจากผู้รู้ / ภมู ปิ ญั ญา และวธิ อี น่ื ๆ ที่เหมาะสม
2. ครูและผู้เรียนร่วมกันแลกเปล่ียนเรียนรู้ และสรุปความรู้เบ้ืองต้น โดยใช้คาถามปลายเปิดใน
การชวนคิด ชวนคยุ เปน็ เครื่องมอื ด้วยกระบวนการการระดมสมอง สะทอ้ นความคิด และอภิปราย
3. ผู้เรียนนาความร้ทู ี่ไดไ้ ปตรวจสอบความถูกต้อง เพ่ือประเมินความเปน็ ไปไดโ้ ดย วธิ ีตา่ ง ๆ เช่น
การทดลอง การทดสอบ การตรวจสอบกบั ผู้รู้
ข้ันท่ี 3 การปฏบิ ัติและนาไปประยกุ ต์ใช้ ( I: Implementation)
นาความรู้ที่ได้ไปปฏิบัติ และประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกบั สถานการณ์ เหมาะสมกับวฒั นธรรมและ
สังคม
หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง 187
ขน้ั ตอนการเรียนรู้
ผู้เรียนปฏิบัติตามข้ันตอน โดยสังเกตปรากฏการณ์ จดบันทึก และสรุปผล เก็บรวบรวมไว้ในแฟ้ม
สะสมงาน ระหว่างดาเนนิ การตอ้ งมกี ารตรวจสอบหาข้อบกพร่อง และรวบรวมไว้ในแฟม้ สะสมงาน
ข้ันที่ 4 การประเมินผลการเรียนรู้ (E:Evaluation)
ประเมิน ทบทวน แก้ไขข้อบกพร่อง ผลจากการนาความรู้ไปประยุกต์ใช้แล้วสรุปเป็นความรู้ใหม่
พร้อมกับเผยแพร่ผลงาน
ขน้ั ตอนการเรยี นรู้
- ครู และผู้เรียนนาแฟ้มสะสมงาน และผลงานที่ได้จากกการปฏิบัติมาใช้เปน็ สารสนเทศใน การ
ประเมินคุณภาพการเรียนรู้
- ครู และผ้เู รยี นรว่ มกันสรา้ งเกณฑก์ ารประเมินคุณภาพการเรยี นรู้
- ครู ผเู้ รียนและผเู้ กย่ี วข้องรว่ มกันประเมนิ พฒั นาการเรยี นรใู้ ห้เปน็ ไปตามเกณฑค์ ณุ ภาพการเรยี นรู้
ทั้ง 4 ขั้นตอนเปน็ วงจรของกระบวนการเรียนรู้ ตามปรัชญาคิดเปน็ ซ่ึงสถานศกึ ษาสามารถปรบั ใช้
ข้ันตอนการเรียนรไู้ ด้อย่างเหมาะสมตามสภาพของรายวิชา หรอื เงอื่ นไขอ่ืน ๆ ตามความต้องการของผเู้ รียน
ส่อื การเรียนรู้
ในการจัดการเรียนรู้เน้นให้ผู้เรียนแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเอง โดยการใช้ส่ือการเรียนรู้ท่ี
หลากหลาย ได้แก่ ส่ือสง่ิ พมิ พ์ สื่ออเิ ล็กทรอนิกส์ สือ่ บุคคล ภูมิปัญญา แหล่งเรียนรทู้ ่ีมีอยู่ในท้องถน่ิ ชมุ ชน
และ แหล่งเรียนรู้อื่นๆ ผู้เรียน ครู สามารถพัฒนาการเรียนรู้ขึ้นเอง หรือนาสื่อต่างๆท่ีมีอยู่ใกล้ตัว
และขอ้ มูลสารสนเทศที่เก่ียวข้องมาใช้ในการเรยี นรู้ โดยใชว้ ิจารณญาณในการเลือกใช้ส่ือต่างๆ ซึ่งจะช่วย
ส่งเสริม ให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีคุณค่า น่าสนใจ ชวนคิด ชวนติดตาม เข้าใจง่าย เป็น การ
กระตุ้นให้ผ้เู รยี นรูจ้ ักแสวงหาความรู้ เกิดการเรยี นรอู้ ย่างกว้างขวาง ลกึ ซึง้ และต่อเน่อื งตลอดเวลา
การเทยี บโอน
สถานศึกษาต้องจัดให้มีการเทียบโอนผลการเรียนหรือเทียบโอนความรู้ประสบการณ์ของผู้เรียน
ให้เปน็ สว่ นหน่ึงของผลการเรยี นตามหลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช
2551 โดยสถานศึกษาต้องจัดทาระเบียบหรือแนวปฏิบัติการเทียบโอนให้สอดคล้องกับ แนวทางการ
เทยี บโอนท่ีสานักงาน กศน. กาหนด
การวัดผลและประเมินผลการเรยี น
การวัดผลและประเมนิ ผลการเรียน เป็นกระบวนการท่ใี หไ้ ดม้ าซึ่งข้อมูลสารสนเทศที่แสดงถงึ
การพัฒนา ความกา้ วหน้า คาวามสาเร็จ ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นของผเู้ รียน และขอ้ มลู ทีจ่ ะเป็นประโยชน์
ตอ่ การส่งเสริมให้ผูเ้ รียนเกิดการพัฒนา และเรียนรไู้ ดเ้ ตม็ ศกั ยภาพ เกิดทกั ษะกระบวนการและค่านยิ มท่พี งึ
ประสงค์ ซ่งึ สถานศกึ ษาในฐานะเปน็ ผู้รบั ผิดชอบการจัดการศกึ ษา จะต้องจัดทาระเบียบ และแนวทาง
หลกั สูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง 188
ปฏิบตั ิในการวัดและประเมินผลการเรียนของสถานศกึ ษา เพือ่ ใหบ้ ุคลากรที่เกี่ยวขอ้ งทุกฝ่ายถือปฏบิ ตั ิ
ร่วมกัน และเปน็ ไปในมาตรฐานเดยี วกัน
1. การวัดและประเมนิ ผลรายวชิ า เปน็ การประเมินผลการเรยี นรายวชิ า สถานศกึ ษาต้อง
ดาเนินการควบคไู่ ปกับการจดั กิจกรรมการเรยี นรขู้ องผู้เรยี น เพ่อื ให้ทราบว่าผเู้ รียนมคี วามก้าวหนา้ ทงั้
ด้านความรู้ ทักษะ กระบวนการ คณุ ธรรม และคา่ นยิ มอนั พึงประสงค์ อันเป็นผลเนื่องมาจากการจัด
กจิ กรรมการเรยี นรเู้ พยี งใดและตอ้ งมกี ารประเมนิ ผลรวมเพ่อื ทราบวา่ ผู้เรยี นมีผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนบรรลุ
ตามมาตรฐานการเรียนร้หู รอื ไม่อย่างไร ดงั น้ันการวัดและประเมินผลจึงตอ้ งใชเ้ ครื่องมือและวธิ กี ารที่
หลากหลายให้สอดคล้องกบั สาระและมาตรฐานการเรียนรู้และผลการเรียนรู้ทคี่ าดหวัง
2. การประเมินกิจกรรมพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ เป็นการประเมนิ ส่งิ ทีผ่ ู้เรยี นปฏบิ ัตเิ พ่อื การพฒั นา
ตนเอง ครอบครัว ชมุ ชน สงั คม โดยพจิ ารณาทัง้ เวลาการเข้าร่วมกจิ กรรม การปฏิบัตกิ ิจกรรมและผลจาก
การปฏิบตั ิกจิ กรรมของผเู้ รียน ตามเกณฑท์ ส่ี ถานศกึ ษากาหนด
3. การประเมินคุณธรรม เป็นการประเมินส่ิงท่ีต้องการปลูกฝังในตัวผู้เรียนโดยประเมินจาก
กิจกรรมการเรียนรู้ทั้งด้านการพัฒนาตน การพัฒนางาน การอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข
การพัฒนาคุณภาพชีวิต การเข้าร่วมกิจกรรม การเรียนรใู้ นรายวิชาต่าง ๆ และกิจกรรมในลกั ษณะอน่ื ๆ ที่
สถานศึกษาจัดขึน้ เพ่อื เสริมสร้างคุณธรรมให้เกิดขึ้นกับผู้เรยี น
4. การประเมินคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับชาติ สถานศกึ ษาต้องจัดให้ผเู้ รียนเขา้ รับ
การประเมนิ คณุ ภาพการศึกษานอกระบบระดับชาติ ในภาคเรียนสุดท้ายของทุกระดบั การศึกษาในสาระ
การเรยี นรู้ ทส่ี านกั งาน กศน. กาหนดการประเมนิ คุณภาพการศึกษานอกระบบระดบั ชาติ มวี ตั ถุประสงค์
เพ่ือทราบผล การเรียนของผเู้ รียนสาหรบั นาไปใช้ในการวางแผนปรบั ปรงุ และพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา
นอกระบบต่อไป การประเมินดังกล่าว ไม่มผี ลต่อการไดห้ รอื ตกของผู้เรียน
การจบหลักสตู ร
ผจู้ บการศึกษาตามหลักสตู รการศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน
พทุ ธศักราช 2551 ในแต่ละระดบั การศกึ ษา ต้องผ่านเกณฑ์การจบหลกั สูตร ดงั น้ี
1. ผ่านการประเมนิ และได้รับการตัดสนิ ผลการเรยี นตามเกณฑ์ทีส่ ถานศกึ ษากาหนดทั้ง 5 สาระ
การเรยี นรู้ และไดต้ ามจานวนหนว่ ยกิตทก่ี าหนดตามโครงสรา้ งหลกั สูตร
2. ผา่ นกระบวนการประเมินกิจกรรมพฒั นาคณุ ภาพชวี ิตไม่นอ้ ยกวา่ 200 ชวั่ โมง
3. ผ่านกระบวนการประเมินคุณธรรม
4. เขา้ รับการประเมนิ คณุ ภาพการศึกษานอกระบบระดับชาติ
หลกั สูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านม่วง 189
เอกสารหลักฐานการศกึ ษา
เอกสารหลักฐานการศึกษาให้เป็นไปตามที่กระทรวงศึกษาธิการกาหนด สถานศึกษาทุกแห่ง
ต้องใช้เอกสารหลักฐานการศกึ ษาเหมอื นกัน เพ่ือประโยชน์ในการสือ่ ความเขา้ ใจทต่ี รงกนั และ การสง่ ต่อ
ได้แก่
1. ระเบยี นแสดงผลการเรยี น
2. หลักฐานแสดงวฒุ ิการศึกษา (ประกาศนียบัตร)
3. แบบรายงานผ้สู าเร็จการศกึ ษา
เอกสารหลักฐานการศึกษาอื่น ๆ สถานศึกษาต้องพิจารณาจัดทา เพ่ือใช้ประกอบการจัด
การศึกษาตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ตามท่ีเห็น
สมควร เช่น แบบประเมินผลกจิ กรรมพัฒนาคุณภาพชวี ติ
หลกั สูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง 190
บรรณานกุ รม
กลุ่มพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน, สานักงานสง่ เสริมการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษา
ตามอัธยาศยั . 2552. แนวทางการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวติ (กพช.)
ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551
(ฉบบั ทดลอง). 2552. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์ ชุมนมุ สหกรณก์ ารเกษตรแห่ง
ประเทศไทย จากดั .
กลมุ่ พฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน, สานักงานส่งเสรมิ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย.
2552. แนวทางการพฒั นาหลกั สูตรสถานศกึ ษา. ตามหลักสตู รการศึกษานอกระบบระดบั
การศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับทดลอง). กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พ์ ชมุ นุมสหกรณ์
การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จากดั .
กลมุ่ พฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน, สานกั งานสง่ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย.
2552. แนวทางการการวดั ผลประเมนิ ผลการเรียน. ตามหลักสูตรการศกึ ษานอกระบบระดบั
การศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบบั ทดลอง). กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์ ชุมนมุ สหกรณ์
การเกษตรแห่งประเทศไทย จากัด.
กลมุ่ พัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน, สานักงานสง่ เสริมการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั .
2552. หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบ ระดบั การศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 สาระ
และมาตรฐานการเรยี นรู้ การประกอบอาชพี (ฉบับทดลอง). กรงุ เทพฯ : ห้างหุ้นสว่ นจากดั โรง
พิมพ์อกั ษรไทย (น.ส.พ. ฟา้ เมอื งไทย).
กลุ่มพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน, สานักงานส่งเสรมิ การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัย.
2552. หลักสูตรการศกึ ษานอกระบบ ระดบั การศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 สาระ
และมาตรฐานการเรียนรู้ การพฒั นาสังคม (ฉบับทดลอง). กรุงเทพฯ : ห้างหุ้นสว่ นจากัด โรง
พิมพอ์ ักษรไทย (น.ส.พ. ฟา้ เมืองไทย).
กลุ่มพัฒนาการศกึ ษานอกโรงเรียน, สานกั งานส่งเสริมการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั .
2552. หลักสตู รการศึกษานอกระบบ ระดับการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 สาระ
และมาตรฐานการเรยี นรูค้ วามรูพ้ ้นื ฐาน คณิตศาสตรแ์ ละวทิ ยาศาสตร์ (ฉบับทดลอง).
กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์ ชุมนมุ สหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย จากดั .
กลุ่มพฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรยี น, สานักงานส่งเสรมิ การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัย.
2552. หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบ ระดบั การศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 สาระ
และมาตรฐานการเรียนรู้ความร้พู ้ืนฐาน ภาษาไทยและภาษาตา่ งประเทศ (ฉบับทดลอง).
กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พ์ ชุมนมุ สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จากัด.
หลกั สูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านม่วง 191
กล่มุ พัฒนาการศกึ ษานอกโรงเรยี น, สานักงานสง่ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั .
2552. หลกั สูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 สาระ
และมาตรฐานการเรยี นรู้ ทกั ษะการดาเนินชวี ติ (ฉบับทดลอง). กรุงเทพฯ : รา้ นประเสรฐิ
พาณิชย์.
กลุ่มพัฒนาการศึกษานอกโรงเรยี น, สานกั งานสง่ เสรมิ การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัย.
2552. หลกั สูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 สาระ
และมาตรฐานการเรียนรู้ ทกั ษะการเรียนรู้ (ฉบับทดลอง). กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์ ชุมนุมสหกรณ์
การเกษตรแห่งประเทศไทย จากดั .
สานกั งานสง่ เสริมการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัย. 2552. หลกั สูตรการศึกษา
นอกระบบระดบั การศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : มปท.
สานกั งานสง่ เสรมิ การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัย. มปป. หลกั สตู รรายวิชาเลอื ก
สาระการประกอบอาชีพ หลักสตู รการศึกษานอกระบบ ระดบั การศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน
พุทธศักราช 2551. อดั สาเนา.
สานักงานสง่ เสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย. มปป. หลกั สตู รรายวิชาเลือก
สาระการพฒั นาสังคม หลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบ ระดบั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศักราช
2551. อัดสาเนา.
สานกั งานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั . มปป. หลักสูตรรายวิชาเลือก
สาระความรูพ้ ื้นฐาน (คณติ ศาสตร์) หลกั สูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551. อัดสาเนา.
สานักงานสง่ เสริมการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย. มปป. หลักสูตรรายวชิ าเลือก
สาระความร้พู ืน้ ฐาน (ภาษาต่างประเทศ) หลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาข้ัน
พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551. อัดสาเนา.
สานักงานสง่ เสริมการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั . มปป. หลกั สตู รรายวิชาเลอื ก
สาระความรพู้ ืน้ ฐาน (ภาษาไทย) หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบ ระดับการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน
พุทธศกั ราช 2551. อดั สาเนา.
สานักงานสง่ เสรมิ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย. มปป. หลักสตู รรายวิชาเลือก
สาระทกั ษะการดาเนนิ ชวี ติ หลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดบั การศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน
พุทธศกั ราช 2551. อัดสาเนา.
สานักงานสง่ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัย. มปป. หลักสูตรรายวิชาเลอื ก
สาระทักษะการเรียนรู้ หลักสูตรการศกึ ษานอกระบบ ระดบั การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช
2551. อัดสาเนา.
ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอบา้ นมว่ ง. 2551. รายงานการประเมนิ ตนเอง.
สกลนคร : อัดสาเนา. หลักสูตรสถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง 192
คณะผจู้ ัดทา
ที่ปรกึ ษา ผอู้ านวยการสานกั งาน กศน. จงั หวัดสกลนคร
รองผ้อู านวยการสานักงาน กศน. จังหวัดสกลนคร
นางพรทิพยพ์ า คาวีวงศ์
นางสาวฐิติพร บทุ ธิจกั ร์ ผอ. กศน. อาเภอบ้านมว่ ง ประธานกรรมการ
ครู รองประธานการ
ผู้จัดทา ครูอาสาสมัคร ฯ กรรมการ
ครู กศน.ตาบล กรรมการ
นางเตอื นจติ ร บงค์บตุ ร ครู กศน.ตาบล กรรมการ
นางสาวอรอมุ า ศรปี ระทมุ วงศ์ ครู กศน.ตาบล กรรมการ
นายสมศกั ด์ิ พ่อธานี ครู กศน.ตาบล กรรมการ
นางปราณี ศรชี ุม ครู กศน.ตาบล กรรมการ
นางสาวพยอม บงคบ์ ุตร ครู กศน.ตาบล กรรมการ
นางปัทมา ฟาน แอเกน้ ครู กศน.ตาบล กรรมการ
นายชยั เฮียงราช ครู กศน.ตาบล กรรมการ
นางสาวศริ ิลัดดา สมใจ ครูศูนย์การเรียนชุมชน กรรมการ
นางสาวสายฝน นวนแก้ว ครศู ูนย์การเรียนชุมชน กรรมการ
นางสาวสุรีรตั น์ สขุ ษาเกษ ครูผูช้ ว่ ย กรรมการและเลขานกุ าร
นางณฐพร ตามภกั ดพี านชิ ย์
นางสาวสุนันทา พรมสาร
นายอนุโรม หอมสมบัติ
นางมณีนุช บญุ นาค
คณะบรรณาธกิ าร ประธานกรรมการสถานศึกษา
นายประคอง สว่างวงค์ กรรมการสถานศกึ ษา
พระมหาธวัชชัย วุฑฒชิ โย กรรมการสถานศกึ ษา
นายวุฒิศักด์ิ สงิ หส์ าย กรรมการสถานศึกษา
นายสรุ ชัย แก้วกนั หา กรรมการสถานศกึ ษา
นายวทิ ยา สัพโส กรรมการสถานศึกษา
นางสาววรัทยา ปานอนิ ทร์ กรรมการสถานศึกษา
นายแสง ชรู ตั น์ กรรมการสถานศกึ ษา
นางหนพู ร ชรนิ ทร์ ผอ. กศน. อาเภอบา้ นม่วง
นางเตอื นจติ ร บงค์บุตร
หลกั สูตรสถานศึกษา กศน.อาเภอบ้านมว่ ง 193
นางสาวอรอมุ า ศรีประทมุ วงศ์ ครู
นางมณีนชุ บุญนาค ครูผชู้ ว่ ย
นายสมศกั ด์ิ พอ่ ธานี ครูอาสาสมคั รการศกึ ษานอกโรงเรยี น
นางปราณี ศรชี มุ ครู กศน.ตาบล
นางสาวพยอม บงคบ์ ตุ ร ครู กศน.ตาบล
นางปทั มา ฟาน แอเก้น ครู กศน.ตาบล
นายชยั เฮยี งราช ครู กศน.ตาบล
นางสาวศริ ลิ ัดดา สมใจ ครู กศน.ตาบล
นางสาวสายฝน นวนแก้ว ครู กศน.ตาบล
นางสาวสรุ ีรัตน์ สขุ ษาเกษ ครู กศน.ตาบล
นางณฐพร ตามภกั ดพี านชิ ย์ ครู กศน.ตาบล
นางสาวสุนันทา พรมสาร ครศู ูนย์การเรยี นชุมชน
นายอนโุ รม หอมสมบัติ ครูศูนย์การเรยี นชมุ ชน
ผ้ปู ระสานงาน
นางมณีนชุ บุญนาค ครผู ชู้ ว่ ย