The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ 183 หน้า

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by vichuda.2520, 2022-10-12 02:35:17

คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ

คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ 183 หน้า

Keywords: ผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ

จัดทำโดย
สถำบนั พฒั นำบุคลำกรกำรพลศกึ ษำและกำรกีฬำ

กรมพลศึกษำ
กระทรวงกำรทอ่ งเท่ยี วและกฬี ำ

คำนำ

หลกั สูตรผฝู้ กึ สอนกีฬำเซปกั ตะกร้อเล่มน้ี กรมพลศกึ ษำ ไดป้ รบั ปรุงและพฒั นำข้ึนเพื่อเป็น
เอกสำรเผยแพร่ควำมรู้ด้ำนกำรฝึกสอนกีฬำเซปักตะกร้อให้มีควำมทันสมัย เป็นปัจจุบัน
มีมำตรฐำนสงู ข้ึน มคี วำมเหมำะสมกบั กำรปฏิบตั ิงำนที่มีควำมสอดคล้องกบั กำรจดั กำรแข่งขันกีฬำ
เซปักตะกร้อ โดยได้สรรหำบุคลำกรจำกหน่วยงำนต่ำง ๆ ท่ีมีควำมรู้ ควำมสำมำรถด้ำนกำรฝึกสอนกีฬำ
เซปักตะกร้อเป็นอย่ำงดี ร่วมระดมควำมรู้และประสบกำรณ์ปรับปรุงเอกสำรเล่มนี้ เพ่ือทำกำร
เผยแพร่และให้เกิดประโยชน์ต่อกำรพัฒนำวงกำรกีฬำเซปักตะกร้อโดยส่วนรวม สอดคล้องกับ
แผนพัฒนำกำรกฬี ำของชำติ และนโยบำยของรัฐบำลที่มุ่งให้กีฬำพัฒนำคน คนพัฒนำชำติ

หวังเป็นอย่ำงย่ิงว่ำ คู่มือฯ ฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์อย่ำงย่ิงให้กับผู้ท่ีสนใจ และเกิดกำร
พัฒนำกฬี ำเซปกั ตะกรอ้ มำกย่งิ ขน้ึ

คณะผู้จัดทำ

สำรบญั 1
19
คำนำ 19
สำรบญั 21
หลักสูตรกำรฝึกอบรมผฝู้ กึ สอนกฬี ำเซปักตะกร้อ 24
บทท่ี 1 : ประวัติควำมเป็นมำและวิวฒั นำกำรกีฬำตะกรอ้ และเซปกั ตะกรอ้ 38
38
ประวัตกิ ีฬำตะกร้อ 44
ประวัติกฬี ำเซปักตะกร้อ 45
วิวฒั นำกำรกฬี ำเซปกั ตะกร้อ 46
บทที่ 2 : ควำมรู้ท่ัวไป ของผูฝ้ กึ สอนกีฬำเซปักตะกร้อ 49
หลักพน้ื ฐำนในกำรฝกึ ซอ้ ม 52
เทคนิค และเเทคตคิ ของกฬี ำเซปักตะกรอ้ 57
คณุ สมบัตขิ องนักกีฬำ 58
หลักกำรสอนทกั ษะ (Skills Teaching) 99
หลักกำรเรยี นรทู้ ักษะ (Skills Learning) 99
วิธกี ำรฝึกสมรรถภำพทำงกำย 101
หลกั จติ วทิ ยำกำรกีฬำ 110
ขั้นตอนกำรเลน่ หรือกำรแขง่ ขนั กฬี ำ 120
บทที่ 3 : ทักษะข้นึ พืน้ ฐำน 131
ทำ่ เตรียม 131
ทกั ษะกำรเล่นดว้ ยศรี ษะ 134
ทักษะกำรเลน่ ด้วยขำ้ งเท้ำดำ้ นใน (แป) 147
ทกั ษะกำรเล่นดว้ ยหลงั เท้ำ 152
บทที่ 4 : ทกั ษะขัน้ สงู
กำรโยน
กำรเสริ ์ฟ
กำรรบั ลกู เสริ ฟ์
กำรตง้ั หรือกำรชงลกู ตะกร้อ

กำรรุก 154
กำรสกัดกนั้ 160
กำรรบั ลกู ท่เี กิดข้ึนจำกกำรสกดั กัน้ 165
กำรต้ังรับจำกกำรรุก 166
เทคนคิ กำรประกอบทมี 167
บทท่ี 5 : กำรปอ้ งกันกำรบำดเจบ็ จำกกำรเล่นกีฬำ 169
กำรบำดเจบ็ และกำรบำบดั รกั ษำ 169
กำรบำดเจ็บทพ่ี บบอ่ ยในกำรเลน่ กฬี ำ 169
กำรป้องกันอันตรำยจำกกำรเล่นเซปักตะกร้อ 174
บรรณำนุกรม 176

1

หลกั สูตรฝึกอบรมผ้ฝู ึกสอนกฬี ำ
ชนดิ กีฬำ เซปักตะกรอ้

ระยะเวลำดำเนินกำร : จำนวน 5 วนั (ไม่นอ้ ยกวำ่ 33 ชั่วโมง)

เนือ้ หำหลกั สตู ร

ลำดบั เ นื้ อ ห ำ บรรยำย ส่อื ทดสอบ จำนวน
ที่ สำธิต นวัตกรรม ประเมนิ ผล ชั่วโมง
กจิ กรรม อภปิ รำย ฝกึ ปฏิบัติ เทคโนโลยี
Pre test 1
1 Pre test -- - - 1
- 2
2 ปรัชญำกำรเป็นผู้ฝกึ สอน √ √ VCD
- 2
3 ประวัติกีฬำตะกร้อ/เซปัก √ √ - แผ่นใส
ตะกร้อ และวิวัฒนำกำรใน 6
VCD
2
กำรเล่นกีฬำตะกร้อ/เซปัก 4
2
ตะกรอ้ 10
2
4 คุณลักษณะ และบทบำท √ √ - แผน่ ใส
หน้ำที่ของผู้ฝึกสอน กีฬำ VCD
เซปักตะกร้อทดี่ ี

5 กำรอบอนุ่ รำ่ งกำย √ √ แผ่นใส

(Warm UP) VCD
และกำรคลำยอุน่
(Cool Down)

6 กำรเคลอื่ นที่ และกำรสร้ำง √ √

ควำมค้นุ เคย

7 ทั ก ษ ะ พ้ื น ฐ ำ น ข อ ง กี ฬ ำ √ √
ตะกร้อ

8 กำรสร้ำงควำมชำนำญ √ √

ในกำรควบคมุ ตะกรอ้

9 ทกั ษะเซปักตะกรอ้ √ √

10 หลักกำรฝึกสมรรถภำพทำง √ √ แผ่นใส

ร่ำงกำย VCD

2

ลำดับ เนอ้ื หำ บรรยำย อภิปรำย ฝึกปฏิบัติ สื่อ ทดสอบ จำนวน
ที่ กิจกรรม สำธติ นวตั กรรม ประเมินผล ชั่วโมง
√ เทคโนโลยี
11 วิธีฝกึ สมรรถภำพ √ √ 2
แผน่ ใส
12 กำรเล่นทีม และกำรแข่งขัน √ √ VCD 4
√ แผน่ ใส
13 กติกำเซปกั ตะกรอ้ ของ √ VCD 4
ส ห พั น ธ์ เ ซ ปั ก ต ะ ก ร้ อ แผ่นใส
นำนำชำติ (ISTAF) √ VCD

14 กำรทำหน้ำท่ีของผู้ฝึกสอน √ แผ่นใส 4
ในกำรฝึกซ้อม และแขง่ ขัน VCD

15 อภปิ รำย ซกั ถำม 2
Post test
√ แผน่ ใส 4
16 กำรเขียนแผนกำรฝกึ ซ้อม VCD

รวม 52

3

รำยละเอยี ดประกอบหลกั สูตรฝึกอบรมผู้ฝึกสอนกฬี ำ

ชนดิ กฬี ำ เซปกั ตะกร้อ

หัวขอ้ เนือ้ หำ ทดสอบกอ่ นเขำ้ รับกำรฝึกอบรมกรรมกำรผู้ฝกึ สอนกีฬำเซปักตะกร้อ (Pre test)

ระยะเวลำ ทฤษฎี 1 ช่วั โมง

ขอบขำ่ ยเนอื้ หำ

ทดสอบควำมรู้พื้นฐำนเกี่ยวกับกฎ กติกำ ระเบียบกำรแข่งขัน กำรปฏิบัติหน้ำท่ี
เป็นกรรมกำรผตู้ ัดสิน เจ้ำหน้ำท่ีเทคนิคกำรแข่งขนั

เนอ้ื หำ

แบบทดสอบแบบปรนยั 60
กจิ กรรมกำรเรียน

กำรทดสอบภำคทฤษฎี ( Pretest)

ส่อื และอปุ กรณ์กำรฝึกอบรม

แบบทดสอบปรนัย 60 ขอ้

4

รำยละเอยี ดประกอบหลกั สตู รฝึกอบรมผู้ฝึกสอนกฬี ำ

ชนิดกีฬำ เซปกั ตะกร้อ

หัวข้อเนื้อหำ ปรชั ญำกำรเป็นผู้ฝึกสอน

ระยะเวลำ ทฤษฎี 1 ชั่วโมง

ขอบขำ่ ยเนอ้ื หำ

ศึกษำปรัชญำในอดีตจนถึงปัจจุบัน หลักปรัชญำในกำรเป็นผู้ฝึกสอนกีฬำเซปัก
ตะกร้อ

เนอื้ หำ

1. ควำมหมำยของปรัชญำกำรเป็นผูฝ้ กึ สอน
2. ประโยชนข์ องปรัชญำกำรเปน็ ผูฝ้ ึกสอน
3. ววิ ฒั นำกำรของปรชั ญำกำรเป็นผ้ฝู กึ สอน
4. ปรัชญำในกำรเปน็ ผฝู้ ึกสอนกฬี ำเซปักตะกรอ้

กิจกรรมกำรเรียน
1. บรรยำย/สำธติ
2. อภิปรำย

สื่อและอุปกรณ์กำรฝกึ อบรม

1. VCD
2. แผน่ ใส / Power Point

5

รำยละเอียดประกอบหลักสตู รฝึกอบรมผฝู้ ึกสอนกฬี ำ

ชนิดกฬี ำ เซปกั ตะกร้อ

หัวข้อเนอ้ื หำ ประวัติควำมเป็นมำของกีฬำตะกร้อ/เซปักตะกร้อ วิวัฒนำกำรในกำรเล่นกีฬำ
ตะกร้อ/เซปกั ตะกร้อ

ระยะเวลำ ทฤษฎี 2 ชัว่ โมง

ขอบขำ่ ยเนอ้ื หำ

ศึกษำประวัติควำมเป็นมำของกีฬำตะกร้อ/เซปักตะกร้อ วิวัฒนำกำรในกำรเล่น

กฬี ำตะกรอ้ /เซปัก

เนอื้ หำ

1. ประวัตคิ วำมเปน็ มำของกีฬำตะกร้อ/เซปักตะกรอ้
2. ควำมหมำยของกีฬำตะกร้อ
3. ประโยชน์ในกำรเล่นกีฬำตะกรอ้
4. วิวฒั นำกำรในกำรเล่นกีฬำตะกรอ้ /เซปกั ตะกรอ้

กจิ กรรมกำรเรยี น
1. บรรยำย
2. อธิบำย
3. แบง่ กลุม่ สอบถำม/ตอบคำถำม

ส่อื และอุปกรณก์ ำรฝึกอบรม

3. VCD
4. แผน่ ใส / Power Point

6

รำยละเอียดประกอบหลักสตู รฝึกอบรมผู้ฝกึ สอนกีฬำ

ชนดิ กีฬำ เซปักตะกรอ้

หวั ข้อเน้ือหำ คณุ ลักษณะ และบทบำทหนำ้ ท่ีของผู้ฝึกสอน กีฬำเซปกั ตะกรอ้ ที่ดี

ระยะเวลำ ทฤษฎี 2 ชัว่ โมง

ขอบขำ่ ยเน้อื หำ

ศกึ ษำหลักกำรเป็นผนู้ ำ และกำรปฏิบัติหน้ำท่ขี องผู้ฝึกสอนกีฬำเซปักตะกรอ้

เน้ือหำ

1. คณุ สมบตั ขิ องผฝู้ กึ สอนกฬี ำเซปักตะกร้อทีด่ ี
2. บทบำทและหน้ำทข่ี องผ้ฝู ึกสอนกฬี ำเซปกั ตะกรอ้

กิจกรรมกำรเรียน
1. บรรยำย/สำธติ
2. อภปิ รำย

ส่ือและอุปกรณ์กำรฝึกอบรม

1. แผ่นใส / Power Point
2. VCD

7

รำยละเอียดประกอบหลักสตู รฝกึ อบรมผูฝ้ กึ สอนกฬี ำ

ชนิดกีฬำ เซปักตะกรอ้

หัวข้อเนอ้ื หำ กำรอบอนุ่ รำ่ งกำย (Warm Up) และกำรคลำยอนุ่ (Cool Down)

ระยะเวลำ ทฤษฎีและปฏบิ ตั ิ 6 ชว่ั โมง

ขอบขำ่ ยเนื้อหำ

ศึกษำกำรเตรียมร่ำงกำย เตรียมกล้ำมเนื้อและควำมรู้ด้ำนวิทยำศำสตร์กำรกีฬำ
จติ วทิ ยำกำรกีฬำ บทบำทหนำ้ ทแี่ ละตำแหนง่ ในกำรเลน่ กฬี ำเซปกั ตะกร้อ

เนอ้ื หำ

1. จดุ มงุ่ หมำย
2. วธิ ีอบอุ่นรำ่ ยกำย (Warm Up)

3. วธิ ีกำรคลำยอุน่ (Cool Down)

กจิ กรรมกำรเรยี น
1. อธิบำย
2. สำธิต
3. ฝึกปฏิบตั ิ

สือ่ และอุปกรณ์กำรฝึกอบรม

1. กรวย
2. Power Point
3. VCD

8

รำยละเอยี ดประกอบหลกั สูตรฝึกอบรมผู้ฝกึ สอนกีฬำ

ชนิดกีฬำ เซปักตะกร้อ

หวั ขอ้ เนื้อหำ กำรเคล่ือนที่ และกำรสรำ้ งควำมค้นุ เคย
ระยะเวลำ ทฤษฎีและปฏบิ ตั ิ 2 ชั่วโมง

ขอบขำ่ ยเนื้อหำ

ศึกษำหลักพื้นฐำนของกำรเคลื่อนไหวในรูปแบบของกีฬำเซปักตะกร้ อและกำร
สรำ้ งควำมค้นุ เคยกับอุปกรณ์กฬี ำเซปกั ตะกรอ้

เน้ือหำ

1. กำรทรงตวั (กำรยนื เตรยี มพรอ้ ม)
2. กำรเคลือ่ นที่
3. กำรสร้ำงควำมคนุ้ เคย

กิจกรรมกำรเรียน
1. บรรยำย/สำธติ
2. อภปิ รำย
3. ปฏิบัติ

สอื่ และอุปกรณ์กำรฝึกอบรม

1. ลูกตะกร้อ
2. สนำม
3. กรวยฝกึ

9

รำยละเอียดประกอบหลกั สูตรฝกึ อบรมผู้ฝึกสอนกีฬำ

ชนดิ กฬี ำ เซปกั ตะกร้อ

หวั ข้อเนื้อหำ ทักษะพื้นฐำนของกีฬำตะกรอ้
ระยะเวลำ ทฤษฎแี ละปฏบิ ัติ 4 ชว่ั โมง

ขอบข่ำยเนอ้ื หำ

ศกึ ษำวิธกี ำรในกำรปฏบิ ตั ทิ กั ษะขน้ั พ้ืนฐำนของกฬี ำเซปกั ตะกร้อ

เนอ้ื หำ

1. กำรเล่นลูกตะกรอ้ ด้วยศรี ษะ
2. กำรเลน่ ลูกตะกรอ้ ด้วยเข่ำ
3. กำรเลน่ ลูกตะกรอ้ ด้วยหลังเทำ้
4. กำรเล่นลกู ตะกร้อดว้ ยข้ำงเท้ำดำ้ นใน
5. กำรเล่นลกู ตะกร้อด้วยข้ำงเทำ้ ด้ำนนอก

กิจกรรมกำรเรียน
1. บรรยำย/สำธิต
2. อภิปรำย
3. ปฏบิ ตั ิ

สื่อและอปุ กรณ์กำรฝกึ อบรม

1. ลกู ตะกรอ้
2. สนำม

10

รำยละเอยี ดประกอบหลกั สูตรฝกึ อบรมผูฝ้ ึกสอนกีฬำ

ชนดิ กฬี ำ เซปกั ตะกรอ้

หวั ข้อเนื้อหำ กำรสร้ำงควำมชำนำญในกำรควบคุมตะกร้อ
ระยะเวลำ ทฤษฎีและปฏิบัติ 2 ช่ัวโมง

ขอบข่ำยเน้ือหำ

กำรฝกึ บงั คับลูกตะกรอ้ ดว้ ยศีรษะ เขำ่ หลงั เทำ้ ขำ้ งเท้ำดำ้ นใน ข้ำงเท้ำด้ำนนอก

เนอ้ื หำ

1. กำรเดำะลกู ตะกร้อในท่ำทำงตำ่ งๆ
2. กำรบังคับลกู ตะกรอ้ ในตำมทศิ ทำงที่ตอ้ งกำร

กจิ กรรมกำรเรยี น
1. บรรยำย/สำธติ
2. อภปิ รำย
3. ปฏบิ ตั ิ

สื่อและอุปกรณก์ ำรฝกึ อบรม

1. ลูกตะกรอ้
2. สนำม

11

รำยละเอยี ดประกอบหลกั สูตรฝึกอบรมผฝู้ ึกสอนกฬี ำ

ชนดิ กฬี ำ เซปกั ตะกรอ้

หวั ข้อเน้ือหำ ทักษะเซปกั ตะกรอ้
ระยะเวลำ ทฤษฎแี ละปฏิบตั ิ 10 ชว่ั โมง

ขอบข่ำยเนอื้ หำ

ศึกษำพื้นฐำนของทักษะกีฬำเซปักตะกร้อในกำรฝกึ ซ้อม

เนือ้ หำ

1. ทักษะกำรโยน 5. ทักษะกำรรุก
2. ทกั ษะกำรเสิรฟ์ 6. ทักษะกำรสกดั กั้น
3. ทักษะกำรรับลูกเสริ ์ฟ 7. ทักษะกำรรบั ลูกจำกกำรรุก
4. ทักษะกำรตัง้ 8. ทักษะกำรรับลูกจำกกำรถูกสกัดก้ัน

กจิ กรรมกำรเรียน
1. บรรยำย/สำธติ
2. อภิปรำย
3. ปฏิบตั ิ

ส่อื และอุปกรณก์ ำรฝกึ อบรม

1. ลูกตะกรอ้
2. สนำม

12

รำยละเอยี ดประกอบหลักสตู รฝึกอบรมผฝู้ ึกสอนกีฬำ

ชนดิ กีฬำ เซปกั ตะกร้อ

หัวขอ้ เน้อื หำ หลักกำรฝึกสมรรถภำพทำงกำย

ระยะเวลำ ทฤษฎี 2 ช่วั โมง

ขอบขำ่ ยเนอื้ หำ

ศึกษำหลกั กำรฝึกสมรรถภำพทำงกำย

เนอ้ื หำ

หลกั กำรฝกึ สมรรถภำพทำงกำย

กจิ กรรมกำรเรยี น
1. อธิบำย
2. อภิปรำย

สอื่ และอปุ กรณก์ ำรฝึกอบรม

1. VCD
2. แผ่นใส / Power Point

13

รำยละเอียดประกอบหลกั สตู รฝึกอบรมผ้ฝู กึ สอนกฬี ำ

ชนิดกีฬำ เซปกั ตะกร้อ

หวั ขอ้ เนื้อหำ ฝึกสมรรถภำพทำงกำยสำหรบั กีฬำเซปักตะกรอ้

ระยะเวลำ ทฤษฎีและปฏิบัติ 2 ช่วั โมง

ขอบข่ำยเน้อื หำ

ศกึ ษำวิธกี ำรฝึกสมรรถภำพทำงกำยสำหรบั กฬี ำเซปกั ตะกร้อ

เนอ้ื หำ

วธิ กี ำรฝกึ สมรรถภำพทำงกำย
 กำรฝกึ ควำมเร็ว (Speed Training)
 กำรฝึกควำมแขง็ แรง ( Strength Training)
 กำรฝกึ ควำมอดทน (Endurance Training)
 กำรฝกึ ควำมอ่อนตัว (Flexibility Training)
 กำรฝกึ ควำมคล่องแคล่วว่องไว (Agility Training)

กิจกรรมกำรเรียน
1. บรรยำย/สำธิต
2. อภิปรำย
3. ปฏบิ ตั ิ

สือ่ และอุปกรณ์กำรฝกึ อบรม

1. VCD
2. แผ่นใส / Power Point
3. สนำม
4. กรวย

14

รำยละเอยี ดประกอบหลกั สตู รฝึกอบรมผฝู้ ึกสอนกฬี ำ

ชนดิ กีฬำ เซปักตะกรอ้

หัวข้อเนื้อหำ กำรเลน่ เป็นทีมและกำรแข่งขนั
ระยะเวลำ ทฤษฎแี ละปฏิบตั ิ 4 ชว่ั โมง

ขอบข่ำยเนือ้ หำ

ศกึ ษำกำรเล่นตำมตำแหนง่ ตำ่ งๆ

เน้อื หำ

1. ตำแหนง่ หลัง
2. ตำแหน่งหน้ำซ้ำย (ตัวทำและตวั ต้งั )
3. ตำแหนง่ หนำ้ ขำว (ตวั ทำและตัวต้ัง)

กิจกรรมกำรเรียน
1. บรรยำย/สำธติ
2. อภปิ รำย
3. ปฏบิ ัติ

สอื่ และอุปกรณก์ ำรฝกึ อบรม

1. VCD
2. แผน่ ใส / Power Point

15

รำยละเอยี ดประกอบหลักสูตรฝึกอบรมผฝู้ ึกสอนกีฬำ

ชนดิ กฬี ำ เซปักตะกรอ้

หวั ข้อเนอ้ื หำ กติกำเซปักตะกรอ้ ของสหพนั ธเ์ ซปกั ตะกร้อนำนำชำติ (ISTAF)
ระยะเวลำ ทฤษฎี 4 ช่ัวโมง

ขอบขำ่ ยเนอื้ หำ

ศกึ ษำกติกำกำรเลน่ กฬี ำเซปกั ตะกรอ้ ของสหพันธ์เซปักตะกรอ้ นำนำชำติ (ISTAF)

เนือ้ หำ

กติกำเซปักตะกร้อของสหพันธเ์ ซปกั ตะกร้อนำนำชำติ (ISTAF)

กิจกรรมกำรเรียน
1. บรรยำย
2. อภิปรำยร่วมกัน
3. ถำม – ตอบ

สือ่ และอปุ กรณ์กำรฝกึ อบรม

1. VCD
2. แผ่นใส / Power Point

16

รำยละเอียดประกอบหลกั สตู รฝกึ อบรมผู้ฝึกสอนกฬี ำ

ชนดิ กีฬำ เซปกั ตะกรอ้

หัวขอ้ เนอ้ื หำ กำรทำหน้ำทีข่ องผ้ฝู ึกสอน ในกำรฝกึ ซอ้ ม และแข่งขนั
ระยะเวลำ ทฤษฎแี ละปฏบิ ตั ิ 4 ช่ัวโมง

ขอบขำ่ ยเน้อื หำ

ศึกษำบทบำทหนำ้ ที่ของผู้ฝกึ สอนกีฬำเซปกั ตะกรอ้ ในขณะฝึกซ้อมและแข่งขัน

เน้ือหำ

1. กำรทำหน้ำที่ในขณะฝกึ ซอ้ ม
2. กำรทำหน้ำทีใ่ นขณะแข่งขนั

2.1 กำรส่งรำยชือ่ นกั กีฬำ 2.4 กำรเปลย่ี นตัวนกั กีฬำ
2.2 กำรอบอนุ่ รำ่ งกำย 2 นำที 2.5 กำรปฏบิ ัติหนำ้ ทีห่ ลังจบกำรแข่งขนั
2.3 กำรขอเวลำนอก
กิจกรรมกำรเรยี น
1. บรรยำย
2. อภปิ รำย
3. ปฏบิ ัติ

สอ่ื และอุปกรณก์ ำรฝึกอบรม

1. VCD
2. แผน่ ใส / Power Point

17

รำยละเอียดประกอบหลกั สูตรฝึกอบรมผู้ฝึกสอนกฬี ำ

ชนดิ กฬี ำ เซปกั ตะกร้อ
หวั ข้อเน้ือหำ อภิปรำย ซักถำม และทดสอบหลังเข้ำรับกำรฝึกอบรมกรรมกำรผู้ฝึกสอนกีฬำ

เซปกั ตะกรอ้ (Post test)

ระยะเวลำ ทฤษฎีและปฏบิ ตั ิ 2 ช่ัวโมง

ขอบขำ่ ยเนอ้ื หำ

สรุป อภปิ รำย ซักถำม

เนอ้ื หำ

1. สรปุ ปญั หำในกำรทำหน้ำท่ี

2. ทดสอบหลังเข้ำรับกำรฝึกอบรมกรรมกำรผู้ฝึกสอนกีฬำเซปักตะกร้อ

(Post test)

กิจกรรมกำรเรียน
1. อภิปรำย/ซกั ถำม
2. กำรทดสอบภำคทฤษฎี ( Post test)

สอ่ื และอุปกรณ์กำรฝกึ อบรม

แบบทดสอบปรนยั 60 ข้อ

18

รำยละเอยี ดประกอบหลักสตู รฝึกอบรมผ้ฝู กึ สอนกฬี ำ

ชนิดกีฬำ เซปกั ตะกร้อ

หัวขอ้ เนอ้ื หำ กำรเขียนแผนกำรฝึกซ้อม
ระยะเวลำ ทฤษฎี 4 ชั่วโมง
ขอบข่ำยเนื้อหำ

สร้ำงโปรแกรมกำรฝึกซ้อม

เนอ้ื หำ

1. แผนกำรฝึกซอ้ มรำยสัปดำห์
2. แผนกำรฝกึ ซอ้ มรำยวัน

กิจกรรมกำรเรียน
1. บรรยำย
2. อภิปรำย
3. ปฏบิ ตั ิ

ส่ือและอปุ กรณ์กำรฝึกอบรม

1. VCD
2. แผน่ ใส / Power Point

19

บทท่ี 1
ประวตั คิ วำมเปน็ มำและวิวัฒนำกำรประวัตกิ ีฬำตะกร้อ

คำว่ำ “ตะกรอ้ ” ตำมพจนำนุกรม หมำยถงึ “ลกู กลมสำนดว้ ยหวำยเปน็ ตำ ๆ สำหรับเตะ”

ตะกรอ้ เป็นกีฬำของชำติหนง่ึ ชำตใิ ดน้นั ยังเป็นที่ถกเถยี งกนั อยแู่ ละยงั ไมท่ รำบประวตั ทิ แ่ี นน่ อน แต่

พอที่จะสรปุ เหตผุ ลตำมทก่ี ล่ำวอำ้ งอิงกนั มำ ดงั นี้

ตะกร้อ เป็นกีฬำดังเดิมของชำติไทย เป็นเกมกีฬำที่เล่นควบคู่กันมำกับกีฬำกระบี่กระบอง

ท้ังน้ีเพรำะในสมัยก่อนนั้น ประเทศไทยเรำอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่ำไม้ โดยเฉพำะหวำย คนในสมัย

นน้ั จงึ ได้คิดนำเอำหวำยมำใช้ประโยชนต์ ่ำงๆ กันตำมควำมจำเปน็ เช่นใชท้ ำกระบงุ ตะกร้ำ จักเป็น

ตอกสำหรบั มัดสิ่งของเชน่ เดียวกับเชือก สว่ นในดำ้ นกำรต่อสู้ ไดด้ ัดแปลงหวำยทำเป็นอำวุธ เพือ่ ใช้

ในกำรฝึกหัดต่อสู้แทนอำวุธจริง จึงกลำยเป็นกีฬำซึ่งคนท่ัวๆ ไปนิยมเรียกว่ำ “กระบี่กระบอง”

ส่วนในด้ำนกีฬำตะกร้อนั้น ได้มีผู้นำหวำยมำจักตอกสำนเป็นรูปกลมๆ มีหลำยขนำด เล็กบ้ำงใหญ่

บ้ำงแล้วแต่วัตถุประสงค์ ครั้งในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหำรำช ก็มีคนไทยเล่นลูกกลมน้ี โดยใช้

เล่นโยนรับด้วยมือ หรือไม่ก็เตะกันด้วยเท้ำ ซ่ึงถือเป็นกำรออกกำลังกำยและเล่นเพ่ือผ่อนคลำย

ควำมตงึ เครยี ดจำกสงครำม นอกจำกนี้ปรำกฏว่ำทำงรำชกำรไดจ้ กั สำนตะกรอ้ ขนำดใหญส่ ำหรับใส่

นักโทษท่ีกระทำควำมผิดอย่ำงร้ำยแรง แล้วให้ช้ำงเตะเล่น ต่อมำในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ในบท

พระรำชนิพนธ์เร่ือง “อิเหนำ” ในพระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัย รัชกำลท่ี 2 ตอน

บุษบำเสี่ยงเทียน ท่ีเขำวิลิศมำหรำ บรรดำเสนำ ข้ำรำชกำรทหำร ซึ่งได้พักผ่อนโดยร่วมกันเล่น

ตะกรอ้ วง ควำมว่ำ

บัดน้ัน เสนำกิดำหยันน้อยใหญ่

บรรดำทีต่ ำมเสดจ็ ไป อยูใ่ นหน้ำวิหำรลำนวดั

บำ้ งต้งั วงลงเตะตะกรอ้ เล่น เพลำเย็นแดดรม่ ลมสงัด

ปะเตะโตค้ กู่ ันสนั ทัด บำ้ งถนดั เข่ำเดำะเปน็ น่ำดู

ที่หนุ่มหนมุ่ คะนองเล่นจอ้ งเต สรวลเสเฮฮำขึน้ ข่ีคู่

บำ้ งรำอยำ่ งชวำมำลำยู เป็นเหล่ำเหลำ่ เลน่ อยูบ่ นครี ฯี

นอกจำกน้ีใน “นิรำศสุพรรณ” กวีเอกสุนทรภู่ ได้แต่งไว้ในช่วงปี พ.ศ.2384 ตอนต้นกรุง
รตั นโกสินทร์ กลำ่ วถึงกำรเตะตะกร้อวง ควำมว่ำ

20

ตะวันเยน็ เหน็ พระพรอ้ ม ล้อมวง
ตปี ะเตะตะกร้อตรง คู่โต้
สมภำรท่ำนก็ลง เลน่ สนกุ ขลกุ แฮ
เขำ่ คำงต่ำงอวดโอ้ อกใหใ้ จหำย

ในสมัยโบรำณกีฬำตะกร้อนอกจำกจะเป็นกฬี ำสำหรับเล่นเพอ่ื ควำมเพลิดเพลินสนุกสนำน
และเล่นเพ่ือกำรออกกำลังกำยแล้ว ยังมีผู้นิยมเล่นในงำนเทศกำลต่ำงๆ อีกเช่นงำนสงกรำนต์ งำน
บวชนำค งำนเผำศพและงำนขึ้นบำ้ นใหม่ แมแ้ ต่ชำวไทยอิสลำมบำงกลุ่มเวลำมีงำนสมรสก็มักนิยม
นำตะกร้อไปเตะเล่นก็มี กำรเล่นตะกร้อในยุคน้ันได้พัฒนำกำรเล่นจำกกำรเตะวงธรรมดำก็เพิ่ม
กติกำกำรเล่น เป็นตะกร้อเตะทน ตะกร้อชิงธงและตะกร้อลอดห่วง จนถึงปี พ.ศ.2472 นำยผล
ผลำสินธุ์ นักตะกร้อฝีเท้ำดีคนหน่ึงของไทยไดน้ ำเชือกขึงไว้ตึง โดยแข่งขันกันเล่นๆ ตำมแบบอย่ำง
กำรเล่นแบดมินตัน หลังจำกนั้นได้ร่วมมือกันดัดแปลงกำรเล่นโดยมีนำยย้ิม ศรีหงษ์ หลวงสำเร็จ
วรรณกิจ ขุนจรรยำวิฑิต และนำยผล ผลำสินธ์ุ โดยได้ต้งั ชอ่ื ว่ำ “ตะกร้อข้ำมตำข่ำย” และเม่ือปี
พ.ศ.2479 กรมพลศึกษำได้เปิดใหม้ กี ำรแขง่ ขนั ตะกรอ้ ขำ้ มตำขำ่ ยระหวำ่ งโรงเรียนขน้ึ ได้มโี รงเรยี น
และประชำชนสนใจมำก จึงได้แต่งต้ังคณะกรรมกำรร่ำงกติกำตะกร้อข้ำมตำข่ำยให้สมบูรณ์และ
รัดกุมยิ่งขึ้น โดยมีพระยำจินดำรักษ์เป็นประธำน และกรมพลศึกษำได้ประกำศใช้เป็นทำงกำรเม่ือ
พ.ศ.2480

พ.ศ.2504 ในกำรแข่งขันกีฬำแหลมทองคร้ังท่ี 2 ประเทศพม่ำเป็นเจ้ำภำพจัดกำรแข่งขัน
ไดเ้ ชญิ คณะตะกร้อของสมำคมกีฬำไทยในพระบรมรำชูปถัมภ์ นำนักตะกรอ้ ไทยไปสำธติ ในคร้ังน้ัน
ด้วย ทั้งนี้เนื่องจำกว่ำในกำรแข่งขันกีฬำแหลมทองคร้ังที่ 1 ท่ีประเทศไทยเป็นเจ้ำภำพจัดกำร
แข่งขันเมื่อ พ.ศ.2502 น้ัน คณะนักกีฬำตะกร้อประเทศพม่ำได้มำร่วมแสดงกำรเล่นตะกร้อพลิก
แพลงแบบพม่ำใหป้ ระชำชนชำวไทยไดช้ ม และพมำ่ ได้เหน็ กำรเล่นตะกรอ้ ลอดห่วงและตะกร้อข้ำม
ตำข่ำยของไทย จึงมีโอกำสแลกเปล่ียนควำมคิดและประชุมปรึกษำหำรือกัน โดยสรุปที่จะ
พยำยำมนำ กีฬำตะกร้อให้เป็นกีฬำอีกประเภทหน่ึงในกำรแข่งขันกีฬำแหลมทอง เพรำะเป็นกีฬำ
ของชำวแหลมทองโดยเฉพำะและยังมีผู้รู้บำงท่ำนได้เล่ำสืบต่อกันมำว่ำ เม่ือสมัยท่ีกรุงศรีอยุธยำ
เสียแก่พม่ำ เม่ือปี พ.ศ. 2310 พม่ำได้จัดกองทัพเพื่อรักษำกรุงศรีอยุธยำอยู่ท่ีค่ำยโพธิ์สำมต้น ใน
เวลำว่ำงทหำรพม่ำได้นำตะกร้อมำเตะเล่นกนั และเม่ือปี พ.ศ.2472 “หม่อง ปำหยิน” ชำวพม่ำได้
เดินทำงมำยังประเทศไทยและไดแ้ สดงกำรติดตะกร้อให้คนไทยชม คนไทยในสมัยนั้นเห็นว่ำหมอ่ ง
ปำหยิน เก่งกำจมำกที่สำมำรถติดตะกร้อได้ตั้งหลำยลูก เลยพำกันเข้ำใจว่ำตะกร้อคงจะเป็นของ

21

พม่ำ บำงท่ำนว่ำตะกร้อเป็นภำษำพม่ำ แต่หำได้เป็นเช่นนั้นไม่ เพรำะแท้ท่ีจริงแล้วพม่ำเรียก
ตะกร้อวำ่ “ชินลง” (Chinlon) ซ่งึ หมำยถงึ ตะกร้ำกลมๆ

ประเทศมำเลเซีย ก็เช่ือว่ำตะกร้อเป็นกีฬำประจำชำติของประเทศมำลำยูเดิมเขำเรียก
ตะกร้อว่ำ “เซปัก-รำกำ” (Sepak Raga) คำว่ำ Raga หมำยถึง ตะกร้ำ กำรเล่นตะกร้อส่วนใหญ่
นิยมเล่นกันมำกในพระรำชวังเมืองมำลำยู โดยเล่นเป็นประเพณีสืบต่อกันมำหลำยศตวรรษ จนถึง
พ.ศ.2488 ไดเ้ พิ่มตำขำ่ ยและมีกติกำโดยใชช้ ่ือวำ่ “เซปกั -รำกำ-จำริง” (Sepak Raga Jaring)

เฟรดเดอริค อำร์เธอร์ นีล ได้เขียนหนังสือเร่ือง“NARATIVE OF A RESIDENCE IN
SAIM” จัดพิมพ์ขึ้นเม่ือปี พ.ศ.2395 (ค.ศ.1852) ได้บรรยำยถึงกำรเตะตะกร้อชนิดที่เป็นลูกหนัง
แล้วปักด้วยขนไก่ พร้อมกบั มภี ำพเขยี นเปน็ คนไวผ้ มจกุ ล้อมวงกนั เตะตะกร้อชนิดน้ีอยู่ และกำรเตะ
ตะกร้อยังกล่ำวถึงในพงศำวดำรจีนเร่ือง “ซุยถัง” ซึ่งซุยถังน้ันเป็นชนกลุ่มน้อยที่อำศัยอยู่ใน
ประเทศจีนคือชนชำวไตหรอื ไท ดังนั้นจีนก็เป็นอีกประเทศหน่งึ ที่นิยมเล่นตะกร้อ โดยเรียกตะกร้อ
ว่ำ “เต็กโก” (Tek Kau)

ประวตั ิกีฬำเซปักตะกร้อ

ประเทศไทยและประเทศมำเลเซยี ได้ร่วมกนั คน้ คิดกีฬำเซปักตะกรอ้ ขน้ึ เม่อื ปี พ.ศ. 2508
โดยก่อนหน้ำน้ีประเทศไทยได้มีกำรเล่นตะกร้อมำช้ำนำนแล้วไม่ว่ำจะเป็นกำรเล่นตะกร้อแบบเตะ
เล่นกันเป็นวง หรือกำรแข่งขันกีฬำตะกร้อเตะทนวงใหญ่ กำรแข่งขันเตะทนวงเล็ก กำรแข่งขัน
ตะกร้อพลิกแพลง กำรแข่งขันตะกร้อลอดห่วง และกำรแข่งขันตะกร้อข้ำมตำข่ำยแบบไทย
โดยเฉพำะกีฬำตะกร้อข้ำมตำข่ำยแบบไทยน้ี เป็นท่ีนิยมเล่นกันมำกในสมัยนั้น และเป็นกีฬำที่ทำ
ใหเ้ กดิ กีฬำเซปักตะกร้อ

ตะกร้อข้ำมตำข่ำย เริ่มเล่นกันเมื่อปี พ.ศ. 2472 โดยมีกติกำกำรแข่งขันคล้ำยกับกีฬำ
แบดมินตัน ขนำดสนำมก็เช่นเดียวกันกับกีฬำแบดมินตัน แต่แตกต่ำงกันท่ีวิธีกำรเล่น สำหรับกำร
เล่นตะกร้อข้ำมตำข่ำยนั้น มีกำรเล่นและแข่งขันกันอยู่ 3 ประเภทคือ ประเภทเด่ียว ประเภทคู่
และประเภทสำมคน กำรเล่นให้ใช้ส่วนของร่ำงกำย คือเท้ำ เข่ำ ศีรษะ และศอก(ศอกด้ำนหลัง)
เป็นส่วนที่เล่นลูก วิธีเสิร์ฟ ผู้เสิร์ฟลูกจะต้องโยนลูกข้ึนสูงไม่เกินแนวระดับเข็มขัดของตนเอง แล้ว
ใช้ส่วนของร่ำงกำย เสิร์ฟลูกน้ันให้ข้ำมตำข่ำย (โยนเองเสิร์ฟเอง)ไปยังฝ่ำยตรงข้ำมในแดนทะแยง
มุม เช่นเดียวกับกำรเสิร์ฟกีฬำแบดมินตัน ในกำรเล่นลูกผู้เล่นสำมำรถเล่นได้ไม่เกินคนละ 2 คร้ัง
ไม่ว่ำจะเป็นกำรเล่นประเภทเดี่ยว ประเภทคู่ หรือประเภทสำมคน กำรเล่นไม่มีกำรตั้งให้กัน ใคร
เล่นลูกครั้งแรก แล้วลูกน้ันยังไม่ข้ำมไปยังฝ่ำยตรงข้ำม ผู้เล่นคนนั้นจะต้องตำมไปเล่นลูกนั้นอีก 1

22

ครงั้ เพ่ือใหล้ กู ข้ำมตำข่ำย หรือจะเลน่ เพียงครั้งเดยี วใหข้ ้ำมตำข่ำยไปก็ได้ กำรนบั แต้มเช่นเดียวกับ
แบดมินตัน ประเภทเด่ียวทำกำรแข่งขัน 11 คะแนน ประเภทคู่ทำกำรแข่งขัน 15 คะแนน และ
ประเภทสำมคนทำกำรแข่งขัน 21 คะแนน ดังน้ันจะเห็นได้ว่ำ กำรเล่นตะกร้อข้ำมตำข่ำยน้ีได้
ดัดแปลงมำจำกกฬี ำแบดมนิ ตันน่ันเอง

สำหรบั ประเทศมำเลเซีย ในสมยั นนั้ มกี ำรเลน่ ตะกร้อเป็นประเพณีท่ีสบื เน่ืองกันมำโดยชำว
มำเลย์ บนแหลมมำลำยู ได้มีกำรเล่นหลำยศตวรรษแล้ว และเคยเป็นกีฬำท่ีนิยมกันมำกใน
พระรำชวังเมืองมำลำยูในศตวรรษท่ี 15 กำรเล่นในสมัยน้ันผู้เล่นจะเล่นกันเป็นวงกลม โดยผู้เล่น
จะต้องพยำยำมเตะหรือโหม่งไม่ให้ลูกตกพื้น ใช้กำรจับเวลำ แล้วนับจำนวนครั้งที่ลูกสัมผัสศีรษะ
และเท้ำ
จำกบันทึกเหตุกำรณ์ของชำวมำเลย์ ได้แปลโดย นำยจอห์น ไลเดน (John Lyeden) ในปี พ.ศ.
2524 (ค.ศ.1981) ในประวัติกล่ำววำ่ “มกี ษัตรยิ แ์ ห่งโมรอคโคองค์หนึง่ ซง่ึ หนีมำยังมะละกำ เป็นผู้
ท่ีมีควำมสำมำรถมำกในกำรเล่นลูกหวำย และขุนนำงในพระรำชวัง ก็ได้มำศึกษำเล่ำเรียนกับ
พระองค์ พระองค์สำมำรถเตะตะกร้อได้นับร้อยคร้ังและรักษำโดยไม่ให้ตกพ้ืน และเมื่อพระองค์
ต้องกำรส่งตะกร้อไปให้ใคร ก็สำมำรถส่งได้ตรงและแม่นยำและเมื่อตะกร้อถูกส่งกลับมำยัง
พระองค์อีก พระองค์ก็สำมำรถเตะขึ้นไปบนหลังคำตึก แล้วตำมไปรับและรักษำไว้โดยไม่ใหต้ กพน้ื
นำนกระทงั่ คนที่รับประทำนอำหำรกลำงวนั เสร็จ แล้วพระองค์จงึ ส่งมำให้คนขำ้ งล่ำงรับต่อไป”
กำลเวลำได้เปล่ียนแปลงไป จนถึงปี พ.ศ. 2488 (ค.ศ.1945) ได้วิวัฒนำกำรให้มีตำข่ำย และกฎ
กติกำ โดยใช้ช่ือว่ำ เซปัก รำกำ จำริง (Sepak Raga Jaring) โดยมีกำรเล่นและแข่งขันคล้ำยกับ
กีฬำวอลเลย์บอล

เม่ือปี พ.ศ. 2508 มีสเตอร์ โมฮะหมัด เยำวฮำรี นำยกสมำคมเซปัก รำกำ จำริง ของ
ประเทศมำเลเซียได้นำทมี นกั กีฬำตะกรอ้ ของมำเลเซียเข้ำมำสำธิตวิธกี ำรเล่นในประเทศไทย ซ่ึงใน
ขณะน้ันประเทศไทยมีพันเอกเดชำ กำลบุตร ดำรงตำแหน่งเลขำธิกำรสมำคมกีฬำไทยในพระบรม
รำชูปถมั ภ์ เปน็ ผ้ตู ้อนรับ

เม่ือท้ังสองฝ่ำยได้สนทนำกันในเร่ืองที่จะนำกีฬำตะกร้อบรรจุเข้ำทำกำรแข่งขันในกำร
แข่งขนั กฬี ำแหลมทอง ซึง่ ประเทศมำเลเซียจะเป็นเจ้ำภำพในกำรแข่งขัน ครั้งท่ี 3 ในปี พ.ศ. 2508 น้ี
โดยพูดถึงระเบียบกติกำต่ำงๆ และทำกำรเล่นให้ดู โดยทำงฝ่ำยมำเลเซียเล่นแบบ เซปัก รำกำ จำริง
และทำงฝ่ำยไทยเล่นแบบ ตะกร้อข้ำมตำขำ่ ย หลังจำกนั้นก็ให้ฝ่ำยไทยเล่นแบบ เซปัก รำกำ จำริง
และมำเลเซยี เลน่ แบบ ข้ำมตำข่ำย ปรำกฏว่ำ ลักษณะกำรเลน่ คล้ำยกันมำก และพอท่จี ะเลน่ กันได้
จึงได้นำออกสำธิตให้ประชำชนได้ชมกันเม่ือวันท่ี 20 เมษำยน พ.ศ. 2508 หลังจำกนั้นแล้วได้มี

23

กำรประชุมพิจำรณำกติกำกำรแข่งขันและระเบียบกำรแข่งขันโดยทำงประเทศมำเลเซียได้เชิญ
คณะกรรมกำรสมำคมกฬี ำไทยในพระบรมรำชูปถัมภ์ และคณะกรรมกำรกีฬำแหลมทอง (ปัจจุบัน
ได้เปล่ียนเป็นซีเกมส์) ไปร่วมประชุม เม่ือวันที่ 10 กันยำยน พ.ศ. 2508 ณ สนำมกีฬำเนกำร่ำ
ประเทศมำเลเซีย เนื้อหำในกำรประชุมคร้ังน้ี คือ กำรตั้งช่ือเกมกำรแข่งขัน ได้ตกลงกันว่ำให้ใช้ชอ่ื
เกมนี้ว่ำ “เซปักตะกร้อ” (SEPAK TAKRAW) โดยให้เกียรติประเทศเจ้ำของเร่ือง คือประเทศ
มำเลเซีย (เซปัก รำกำ จำริง) กับประเทศไทย (ตะกร้อ) โดยนำมำผสมกันและได้ตกลงกันว่ำให้ใช้
ลกู ตะกรอ้ สำหรับกำรแข่งขันที่ทำดว้ ยหวำยและต้องสำนในประเทศไทยเท่ำน้ัน (ในระยะหลังกตกิ ำ
ได้เปล่ยี นไป จนถงึ ปจั จบุ นั สำมำรถใช้ลกู ใยสังเครำะห์ ทำกำรแขง่ ขนั ได้) สว่ นระเบยี บกติกำกำร
แขง่ ขัน ก็คล้ำย ๆ กับทที่ ำกำรแขง่ ขันในปัจจบุ ันน้ี

เม่ือวันที่ 25 กันยำยน พ.ศ. 2522 ได้มีกำรก่อต้ัง สหพันธ์เซปักตะกร้อแห่งเอเชีย (ASIAN
SEPAKTAKRAW FEDERATION) หรอื ASTAF ในช่วงระหวำ่ งกำรแข่งขนั กีฬำซีเกมส์ ครัง้ ท่ี 10 ณ
กรุงจำร์กำตำ ประเทศอินโดนีเซีย และปัจจุบันได้มีกำรก่อต้ังสหพันธ์เซปักตะกร้อนำนำชำติ
(INTERNATIONAL SEPAKTAKRAW FEDERATION )
กำรแข่งขนั เซปักตะกร้อระหวำ่ งชำติ

เซปักตะกรอ้ ไดม้ ีกำรแขง่ ขนั ระหวำ่ งประเทศ เปน็ ครัง้ แรก เม่อื ปี พ.ศ. 2508 ในกำรแขง่ ขัน
กฬี ำแหลมทองครง้ั ที่ 3 ณ กรงุ กัวลำลัมเปอร์ ประเทศมำเลเซีย และต่อมำ กฬี ำแหลมทองได้ขยำย
เขตกำรรับสมำชิกเพ่ิม คือประเทศอินโดนีเซียและประเทศฟิลิปปินส์ จึงได้เปล่ียนชื่อเป็น
กฬี ำซีเกมส์ ในปัจจบุ ัน ซึ่งมีกำรแขง่ ขนั เฉพำะทีมชดุ

เมื่อปี พ.ศ. 2524 กีฬำเซปักตะกร้อได้มีกำรแข่งขันประเภททีมเด่ียว เป็นคร้ังแรก ในกำร
แข่งขันกีฬำซีเกมส์ ครั้งท่ี 11 ณ กรุงมนิลำ ประเทศฟิลิปปินส์ กีฬำเซปักตะกร้อ ได้บรรจุเข้ำทำ
กำรแข่งขันในกีฬำเอเชี่ยนเกมส์ คร้ังแรก เม่ือปี พ.ศ. 2533 ในกำรแข่งขัน กีฬำเอเชี่ยนเกมส์
ครั้งที่ 11 ณ กรุงปักกิง่ ประเทศจีน โดยมกี ำรแข่งขนั ทัง้ ประเภททีมชุดและทีมเดยี่ ว
เซปกั ตะกรอ้ คิงสคัพ
เริ่มจำกกำรท่ีประเทศไทยได้จัดให้มีกำรแข่งขันเซปักตะกร้อนำนำชำติชิงถ้วยของสมำคมกีฬำไทย
หรือที่เรียกว่ำ SEPAKTAKRAW T.S.A. Cup ณ จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อกลำงปี พ.ศ. 2523
ซงึ่ เปน็ ท่พี อใจของกลุ่มสมำชิกสหพันธ์เซปักตะกรอ้ แหง่ เอเชีย เป็นอย่ำงมำก จงึ ได้เรียกร้องให้ไทย
ได้จัดกำรแข่งขันต่อไปอีก โดยเร่ิมจัดกำรแข่งขันเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2527 โดยใช้ช่ือกำร
แข่งขันว่ำ “คงิ สคพั ”

24

ววิ ฒั นำกำรของกฬี ำเซปักตะกร้อ

พ.ศ.2472 (ค.ศ.1929) ประเทศไทยดัดแปลงกำรเล่นตะกร้อ จำกกำรเล่นวงธรรมดำ
กำรเล่นตะกร้อลอดห่วงได้เพ่ิมตำข่ำยและมีกติกำกำรแข่งขันโดยเรียนแบบกติกำกีฬำแบดมินตัน
เรยี กกำรแขง่ ขนั นีว้ ่ำ ตะกร้อข้ำมตำขำ่ ย

พ.ศ.2488 (ค.ศ.1945) ประเทศมำเลเซียดัดแปลงกำรเล่นตะกร้อ จำกกำรเล่นที่
เปน็ ประเพณสี บื ทอดกันมำ ได้เพิ่มตำข่ำยและกติกำกำรเล่น โดยเรยี กกำรแขง่ ขันนี้ว่ำ เซปัก รำกำ จำริง

พ.ศ.2502 (ค.ศ.1959) กีฬำแหลมทอง หรือกี ฬำเซียพเกมส์ (South East Asia
Peninsular Games) คร้ังท่ี 1 ณ ประเทศไทย คณะนักตะกร้อประเทศพม่ำเดินทำงมำสำธิตกำร
เลน่ ตะกรอ้ พลิกแพลงใหช้ ำวไทยไดช้ ม

พ.ศ.2504 (ค.ศ.1961) กีฬำแหลมทอง หรือกีฬำเซียพเกมส์ ( South East Asia
Peninsular Games) คร้ังท่ี 2 ณ ประเทศพม่ำ คณะนักตะกร้อประเทศไทยเดินทำงไปสำธิตกำร
เล่นตะกรอ้ แบบต่ำงๆใหช้ ำวพมำ่ ไดช้ ม

พ.ศ.2508 (ค.ศ.1961) ประเทศมำเลเซีย และประเทศไทยช่วยกันคิดและตั้งชื่อเกมส์ว่ำ
“เซปักตะกร้อ” โดยต้องใช้ลูกตะกร้อแข่งขันเป็นลูกหวำยของประเทศไทย และกีฬำเซปักตะกร้อ
บรรจุเข้ำแข่งขันในกีฬำแหลมทอง (เซียพเกมส์) คร้ังที่ 3 ณ ประเทศ มำเลเซีย ระหว่ำงวันท่ี
14-21 ธันวำคม 2508 เปน็ คร้งั แรก

พ.ศ.2520 (ค.ศ.1977) ได้เปลี่ยนช่ือกำรแข่งขันกีฬำแหลมทอง (เซียพเกมส์) เป็นกำร
แขง่ ขนั กฬี ำ “ซเี กมส”์ เริ่มในกำรแข่งขันกฬี ำซเี กมส์ คร้ังท่ี 9 ณ ประเทศมำเลเซีย โดยเพ่มิ สมำชกิ
คอื ประเทศอินโดนเี ซยี และประเทศฟิลิปนิ ส์

พ.ศ.2522 (ค.ศ.1979) กอ่ ต้งั สหพันธก์ ีฬำเซปักตะกร้อแห่งเอเชยี “ASTAF” (Asian
Sepaktakraw Federation)

พ.ศ.2523 (ค.ศ.1980) ประเทศไทย โดยสมำคมกีฬำไทยในพระบรมรำชูปถัมภ์ จัดกำร
แข่งขนั เซปักตะกรอ้ “T.S.A. Cup” ณ จงั หวดั นครสวรรค์

พ.ศ.2524 (ค.ศ.1981) เร่ิมมีกำรแข่งขันประเภททีมเด่ียวเป็นครั้งแรก ในกำรแข่งขันกีฬำ
ซีเกมส์ ครง้ั ท่ี 11 ณ ประเทศฟลิ ปิ นิ ส์ ระหว่ำงวันท่ี 6-15 ธนั วำคม 2524

พ.ศ.2525 (ค.ศ.1982) คณะนักกีฬำจำกประเทศไทยและประเทศมำเลเซีย เดินทำงไป
สำธิตใน กำรแขง่ ขันกฬี ำเอเช่ียนเกมส์ครง้ั ท่ี 9 ณ ประเทศอนิ เดยี ระหว่ำงวันที่ 19 พฤศจกิ ำยน ถึง
วันท่ี 4 ธันวำคม 2525

25

พ.ศ.2526 (ค.ศ.1983) ก่อต้ังสมำคมตะกร้อแห่งประเทศไทย โดยแยกออกมำจำกสมำคม
กีฬำไทยในพระบรมรำชูปถัมภ์ นำยกสมำคมคนแรกคือพันเอก (พิเศษ) เดชำ กำลบุตร และมี
คุณนพชัย วุฒกิ มลชัย เปน็ เลขำธกิ ำรสมำคมคนแรก

พ.ศ.2527 (ค.ศ.1984) ประเทศไทยเป็นเจ้ำภำพจัดกำรแข่งขันเซปักตะกร้อนำนำชำติ
คิงสคัพ (King’s Cup) เป็นครัง้ แรก

พ.ศ.2533 (ค.ศ.1990) กีฬำเซปักตะกร้อบรรจุเข้ำทำกำรแข่งขันเป็นครั้งแรก ในกำร
แข่งขัน กีฬำเอเช่ียนเกมส์ ครั้งท่ี 11 ณ ประเทศสำธำรณรัฐประชำชนจีน ระหว่ำงวันที่
22 กันยำยน ถึง วนั ที่ 7 ตลุ ำคม 2533 และในกำรแข่งขนั คร้งั น้ี ได้เปล่ยี นลกู ตะกร้อจำกหวำย มำ
เป็นลูกตะกรอ้ ทที่ ำด้วยใยสังเครำะห์เปน็ ครัง้ แรก

พ.ศ.2535 (ค.ศ.1992) กอ่ ต้ังสหพนั ธ์กีฬำเซปกั ตะกรอ้ นำนำชำติ “ISTAF” (International
Sepaktakarw Federation)

พ.ศ.2540 (ค.ศ.1997) เร่ิมมกี ำรแข่งขันเซปักตะกร้อหญงิ เป็นครง้ั แรก ในกำรแข่งขนั เซปัก
ตะกร้อ ชงิ ถว้ ยพระรำชทำนคิงสคพั คร้งั ที่ 13 ณ จังหวัดนครสวรรค์ ระหว่ำงวนั ที่ 24-27 มิถนุ ำยน
2540 แข่งขันเฉพำะทีมเด่ยี ว และกำรแขง่ ขนั เซปักตะกร้อ วันครบรอบ 52 ปี ประเทศอินโดนีเซยี
“ANNIVERSARY CUP” ระหว่ำงวันที่ 6-8 สิงหำคม 2540 ได้จัดกำรแข่งขันเซปักตะกร้อหญิง
ประเภททีมชุด และประเภททีมเดี่ยว และในกำรแข่งขันกีฬำซีเกมส์คร้ังท่ี 19 ณ ประเทศ
อินโดนีเซีย ระหว่ำงวันท่ี 11-19 ตุลำคม 2540 ได้จัดให้มีกำรแข่งขันเซปักตะกร้อทีมหญิง
ท้งั ประเภททีมชุดและทีมเด่ยี ว กีฬำเซปักตะกร้อเข้ำสอู่ นิ เตอร์เนต็ โฮมเพจ www.sepaktakraw.com

พ.ศ.2541 (ค.ศ.1998) กำรแข่งขันกีฬำเอเชี่ยนเกมส์ คร้ังท่ี 13 ณ ประเทศไทย ระหว่ำง
วันท่ี 6-20 ธันวำคม 2541 เซปักตะกร้อหญิงเร่มิ มกี ำรแขง่ ขนั ทัง้ ประเภททีมชุดและทีมเด่ียว และ
ได้เพมิ่ กำรแขง่ ขนั ตะกรอ้ วงท้งั ทีมชำยและทีมหญิง (กำรแข่งขนั ตะกรอ้ รวมทัง้ หมด 6 เหรียญทอง)

พ.ศ.2544 (ค.ศ.2001) ได้มีกำรแข่งขนั กีฬำเซปักตะกร้ออำชีพเป็นคร้ังแรกในประเทศไทย
โดยใช้ช่ือว่ำ “ตะกร้อ ไทยแลนด์ ลีก” (TAKRAW THAILAND LEAGUE) เป็นกำรแข่งขันในนำม
ทมี สโมสรกฬี ำจังหวดั

พ.ศ.2545 (ค.ศ.2002) กำรแข่งขันเซปักตะกร้อ เปลี่ยนกำรนับคะแนนจำกระบบกำร
เปลี่ยนส่งมำเป็นระบบแต้มไหล และให้ส่งรำยช่ือนักกีฬำทีมเดี่ยวจำก 4 คน เป็น 5 คน อีกท้ัง
เปลี่ยนแปลงกติกำกำรเล่นลูกครูดไปตำมร่ำงกำยให้นับเป็นกำรเล่น 1 ครั้ง โดยเร่ิมใช้ครั้งแรกใน
กำรแข่งขันกีฬำเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 14 ณ ประเทศเกำหลีใต้ ระหว่ำงวันท่ี 29 กันยำยน ถึง
14 ตลุ ำคม 2545

26

พ.ศ.2546 (ค.ศ.2003) กำรแข่งขันกฬี ำซเี กมส์ คร้ังท่ี 22 ณ ประเทศเวียตนำม ได้เพิ่มกำร
แข่งขันตะกร้อขนไก่ (SHUTTLE COCK) เป็นครั้งแรก จำนวน 7 เหรียญทอง รวมเป็น 13 เหรียญ
ทองในกำรแข่งขันกีฬำตะกร้อ (เซปักตะกร้อ ชำย-หญิง 4 เหรียญ ตะกร้อวง ชำย-หญิง 2 เหรียญ
และตะกร้อขนไก่ 7 เหรยี ญ)

พ.ศ.2547 (ค.ศ.2004) ไดเ้ ริ่มบรรจกุ ีฬำเซปักตะกร้อประเภทคู่ (Double Sepak Takraw)
และตะกร้อลอดห่วงสำกล (Hoop Takraw) เข้ำทำกำรแข่งขันเป็นครั้งแรกแทนตะกร้อวง
ในรำยกำรแข่งขันตะกร้อคิงส์คัพ ครั้งท่ี 19 ณ อำคำรนิมิตบุตร กรุงเทพมหำนคร ระหว่ำงวันท่ี
7 – 13 ธนั วำคม 2547

พ.ศ.2548 (ค.ศ.2005) กำรแข่งขันกฬี ำซีเกมส์ คร้ังท่ี 23 ณ ประเทศฟิลิปปินส์ ได้เพ่ิมกำร
แขง่ ขนั เซปักตะกร้อประเภทคู่ และตะกร้อลอดหว่ งสำกลเขำ้ ทำกำรแขง่ ขัน

พ.ศ.2549 (ค.ศ.2006) บรรจุกีฬำเซปักตะกร้อประเภทคู่ (Double Sepak Takraw)
ในกำรแข่งขันกีฬำเอเช่ียนเกมส์ คร้ังท่ี 15 ณ ประเทศกำตำร์ ระหว่ำงวันที่ 1-15 ตุลำคม 2549
รวมมีกำรชิงชัยเหรียญทองกีฬำตะกร้อ 6 เหรียญทอง (เซปักตะกร้อทีมชุด ชำย-หญิง 2 เหรียญ
ทมี เด่ยี ว ชำย-หญิง 2 เหรียญ และประเภทคู่ ชำย-หญิง 2 เหรยี ญ)

พ.ศ.2550 (ค.ศ.2007) กำรแข่งขันกีฬำซีเกมส์ คร้ังที่ 24 ณ จังหวัดนครรำชสีมำ ประเทศ
ไทยกีฬำตะกร้อมีกำรชิงชัยเหรียญทองท้ังหมด 8 เหรียญทอง (เซปักตะกร้อทีมชุด ชำย-หญิง
2 เหรียญ ทมี เดีย่ ว ชำย-หญงิ 2 เหรยี ญ ประเภทคู่ ชำย-หญงิ 2 เหรียญ และตะกรอ้ ลอดห่วงสำกล
ชำย-หญิง 2 เหรียญ)

พ.ศ.2554 (ค.ศ.2011) เซปักตะกร้อชิงแชมป์โลก อีสแทฟ เวิลด์ คัพ 2011 (ISTAF
Sepaktakraw World Cup) กรงุ กวั ลำลมั เปอร์ ประเทศมำเลเซยี ในวันที่ 21-24 กรกฎำคม 2554
กำรเสิร์ฟ จะสำมำรถเสิร์ฟได้ทีมละ 3 คร้ังติดต่อกัน แล้วเปลี่ยนให้ทีมตรงกันข้ำมเป็นฝ่ำยเสิร์ฟ
สลับกันไปมำ คะแนนแพ้ชนะกัน 15 คะแนน โดยทีมเดี่ยวแข่งขันกัน 3 ใน 5 เซต สำหรับทีมชุด
แข่งขัน 2 ใน 3 เซต

27

สรุปผลกีฬำเซปักตะกร้อในกำรแข่งขันกีฬำซีเกมส์(เชียพเกมส์) และเอเช่ียนเกมส์
ดงั น้ี

1. กฬี ำซเี กมส์ / เชียพเกมส์

คร้งั ที่ พ.ศ. สถำนท่ี ผลกำรแขง่ ขนั
3 2508 กรงุ กวั ลำลมั เปอร์
4 2510 ประเทศมำเลเซยี เหรียญรำงวัล ทมี ชุด ทมี เดี่ยว
6 2514
7 2516 กรุงเทพฯ ทอง มำเลเซีย
8 2518 ประเทศไทย
เงนิ ไทย
กรุงกวั ลำลัมเปอร์
ประเทศมำเลเซีย ทองแดง ลำว

สิงคโปร์ ทอง ไทย

กรงุ เทพฯ เงิน มำเลเซีย
ประเทศไทย
ทองแดง สงิ คโปร์

ทอง มำเลเซยี

เงิน ไทย

ทองแดง สิงคโปร์

ทอง มำเลเซีย

เงิน สงิ คโปร์

ทองแดง ไทย

ทอง มำเลเซยี

เงิน ไทย

ทองแดง สิงคโปร์

9 2520 กรงุ กัวลำลัมเปอร์ ทอง มำเลเซยี
10 2522 ไทย
11 2524 ประเทศมำเลเซีย เงิน สิงคโปร์
มำเลเซยี
ทองแดง ไทย
สงิ คโปร์
กรงุ จำร์กำร์ตำ ทอง มำเลเซีย
สิงคโปร์
ประเทศอินโดนเี ซยี เงิน ไทย

ทองแดง

กรงุ มนิลำ ทอง ไทย
ไทย
ประเทศฟิลิปปนิ ส์ เงนิ มำเลเซีย

ทองแดง

28

ครั้งท่ี พ.ศ. สถำนท่ี ผลกำรแขง่ ขนั

เหรยี ญรำงวัล ทมี ชุด ทมี เดี่ยว

12 2526 สิงคโปร์ ทอง มำเลเซีย ไทย

เงิน ไทย มำเลเซีย

ทองแดง สิงคโปร์ ไทย

13 2528 กรงุ เทพฯ ทอง ไทย ไทย

ประเทศไทย เงิน มำเลเซยี มำเลเซีย

ทองแดง สิงคโปร์ สิงคโปร์

14 2530 กรงุ จำรก์ ำร์ตำ ทอง ไทย ไทย

ป ร ะ เ ท ศ เงิน มำเลเซีย มำเลเซยี

อนิ โดนเี ซยี ทองแดง สิงคโปร์ สิงคโปร์

15 2532 กรงุ กวั ลำลมั เปอร์ ทอง ไทย ไทย

ประเทศมำเลเซยี เงนิ มำเลเซยี มำเลเซยี

ทองแดง สิงคโปร์ สงิ คโปร์

16 2534 กรงุ มนิลำ ทอง มำเลเซยี มำเลเซยี

ประเทศฟิลิปปินส์ เงิน ไทย ไทย

ทองแดง อินโดนีเซยี อนิ โดนเี ซีย

17 2536 สิงคโปร์ ทอง ไทย มำเลเซียสิงคโปร์

เงิน มำเลเซยี ไทย

ทองแดง สงิ คโปร์

18 2538 จงั หวัดเชียงใหม่ ทอง ไทย ไทย

ประเทศไทย เงนิ มำเลเซีย สิงคโปร์

ทองแดง สิงคโปร์ มำเลเซยี

19 2540 กรุงจำรก์ ำร์ตำ ทอง ไทย ไทย

ประเทศ เงนิ มำเลเซยี มำเลเซีย

อนิ โดนีเซยี ทองแดง พม่ำ สิงคโปร์

อินโดนเี ซีย อนิ โดนเี ซีย

ทอง ไทย พม่ำ

เงนิ พม่ำ ไทย

(ทมี หญงิ ) ทองแดง เวยี ดนำม เวยี ดนำม

อนิ โดนีเซีย อนิ โดนีเซยี

29

ครงั้ ที่ พ.ศ. สถำนท่ี เหรียญรำงวัล ผลกำรแขง่ ขัน
20 2542 ทีมชดุ ทมี เดย่ี ว
21 2544
ประเทศบรูไน ทอง ไทย ไทย
22 2546
ดำรสุ ลำม เงนิ พมำ่ มำเลเซยี

ทองแดง มำเลเซยี พม่ำ

อินโดนีเซีย สงิ คโปร์

กรงุ กัวลำลัมเปอร์ ทอง ไทย ไทย

ประเทศมำเลเซยี เงิน มำเลเซยี พมำ่

ทองแดง พมำ่ มำเลเซีย

อินโดนีเซยี สงิ คโปร์

(ทมี หญงิ ) ทอง ไทย

เงนิ เวยี ดนำม

ทองแดง พมำ่

อินโดนีเซยี

กรุงฮำนอย ทอง ไทย ไทย

ประเทศเวียดนำม เงนิ มำเลเซีย มำเลเซีย

ทองแดง พมำ่ พม่ำ

อินโดนเี ซีย อินโดนีเซยี

(ทมี หญิง) ทอง ไทย ไทย

เงิน เวียดนำม เวยี ดนำม

ทองแดง พมำ่ พม่ำ

ฟลิ ิปปินส์ อนิ โดนเี ซยี

ตะกรอ้ วงชำย ตะกร้อวงหญงิ

ทอง เวียดนำม เวยี ดนำม

เงนิ ไทย ไทย

ทองแดง พม่ำ พมำ่

30

2. กีฬำเอเช่ียนเกมส์

คร้งั ท่ี พ.ศ. สถำนที่ ผลกำรแข่งขนั

เหรยี ญรำงวลั ทมี ชุด ทีมเดี่ยว
มำเลเซีย
11 2533 กรงุ ปักกิง่ ทอง มำเลเซีย ไทย
ประเทศจีน สิงคโปร์
เงิน ไทย มำเลเซีย
ไทย
ทองแดง สงิ คโปร์ สิงคโปร์

12 2537 เมอื งฮโิ รชิมำ ทอง
ประเทศญ่ปี ุ่น
เงิน

ทองแดง

ประวตั กิ ำรแขง่ ขันเซปกั ตะกร้อนักเรียนระหว่ำงประเทศอำเซยี น

โดย นำยชวลติ จิรำยกุ ุล

คร้งั ท่ี วัน เดือนปี ประเทศเจ้ำภำพ เหรียญ ผลกำรแขง่ ขัน หมำยเหตุ
รำงวลั ทมี ชุด ทีมเด่ยี ว

1 20 – 22 ธ . ค . กรุงเทพฯ ทอง ไทย

2523 ประเทศไทย เงนิ มำเลเซีย

ทองแดง อินโดนเี ซีย

2 15 – 17 ธ . ค . กรุงจำรก์ ำร์ตำ ทอง ไทย ไทย

2526 ประเทศ เงนิ มำเลเซีย ไทย

อินโดนเี ซยี ทองแดง อินโดนีเซยี มำเลเซยี

3 15 – 25 ธ . ค . กรงุ บนั ดำเสรี ทอง ไทย

2526 เบกำวนั เงนิ มำเลเซีย

บรไู นดำรสุ ลำม ทองแดง อนิ โดนีเซีย

4 13 – 17 ส . ค . กรงุ เทพฯ ทอง ไทย ไทย

2530 ประเทศไทย เงิน มำเลเซีย ไทย

ทองแดง อินโดนเี ซีย มำเลเซีย

5 9 – 15 ธ.ค. 2531 เมืองลูเซียนำ ทอง ไทย มำเลเซยี

สำธำรณรัฐ เงิน อิ น โ ด นี เ ซี ย ไทย

ฟลิ ปิ ปนิ ส์ ทองแดง สงิ คโปร์ อินโดนเี ซยี

31

ครัง้ ท่ี วนั เดอื นปี ประเทศเจ้ำภำพ เหรยี ญ ผลกำรแขง่ ขัน หมำยเหตุ
รำงวลั ทมี ชดุ ทมี เดี่ยว

6 29 ก.ค. – 9 ส.ค. กรงุ บันดำเสรี ทอง ไทย ไทย

2532 เบกำวนั เงิน มำเลเซีย ไทย

บรูไนดำรุสลำม ทองแดง สิงคโปร์ สิงคโปร์

7 8 – 15 ม.ิ ย. 2534 สิงคโปร์ ทอง ไทย ไทย เอ

เงนิ มำเลเซีย ไทย บี

ทองแดง อนิ โดนีเซีย อนิ โดนเี ซีย บี

ฟลิ ปิ ปินส์ อินโดนีเซยี เอ

8 5 – 9 ก.ค. 2536 จงั หวัดลำปำง ทอง ไทย ไทย เอ

ประเทศไทย เงนิ มำเลเซีย ไทย บี

ทองแดง อินโดนีเซยี มำเลเซีย

สิงคโปร์

9 4 – 10 ธ.ค. 2538 กรุงมะนลิ ำ ทอง มำเลเซยี มำเลเซยี เอ ประเทศไทย

สำธำรณรฐั เงิน ฟลิ ปิ ปนิ ส์ มำเลเซยี บี ไม่ได้ส่งเข้ำ

ฟลิ ิปปนิ ส์ ทองแดง อนิ โดนีเซยี ฟิลปิ ปนิ ส์ ร่ ว ม ก ำ ร

บรไู น อินโดนีเซยี แขง่ ขนั

ดำรุสลำม

10 20 - 25 ก.ค. กรุงบันดำเสรี ทอง ไทย ไทย เอ

2539 เบกำวนั เงิน มำเลเซีย ไทย บี

บรไู นดำรุสลำม ทองแดง บ รู ไ น ด ำ รุ มำเลเซีย เอ

สลำม มำเลเซยี บี

ฟิลปิ ปินส์

11 19 –27 ก.ค. เมืองสุรำบำยำ ทอง ไทย ไทย เอ

2540 สำธำรณรฐั เงนิ มำเลเซยี ไทย บี

อินโดนีเซีย ทองแดง อิ น โ ด นี เ ซี ย มำเลเซีย เอ

สิงคโปร์ มำเลเซีย บี

12 4 – 8 ส.ค. 2541 กรงุ เทพฯ ทอง ไทย ไทย เอ

ประเทศไทย เงิน มำเลเซีย ไทย บี

ทองแดง บรไู น มำเลเซยี เอ

ดำรสุ ลำม

32

ครงั้ ที่ วัน เดือนปี ประเทศเจ้ำภำพ เหรยี ญ ผลกำรแขง่ ขนั หมำยเหตุ
13 13 – 21 ก.ค. เมืองลังกำวี รำงวัล ทมี ชดุ ทีมเด่ียว
ประเทศมำเลเซยี ทอง
2542 เงิน ไทย ไทย เอ
สงิ คโปร์ ทองแดง
14 12 – 19 ส.ค. ทอง มำเลเซยี ไทย บี
2543 กรงุ บนั ดำเสรี เงิน
เบกำวัน ทองแดง อินโดนเี ซยี มำเลเซยี เอ
15 10 – 17 มิ.ย. บรูไนดำรุสลำม ทอง
2544 กรุงจำรก์ ำร์ตำ เงิน ไทย ไทย เอ
สำธำรณรฐั ทองแดง
16 25 ส.ค. – 1 ก.ย. อินโดนีเซีย ทอง อิ น โ ด นี เ ซี ย ไทย บี
2545 เงนิ
จังหวดั ทองแดง มำเลเซยี อนิ โดนเี ซยี
17 23 - 27 ก.ย. อุบลรำชธำนี
2546 ประเทศไทย ทอง ไทย ไทย เรม่ิ แข่งขัน
เงนิ
18 12 –20 มิ.ย. กรงุ บันดำเสรี ทองแดง มำเลเซยี มำเลเซยี เอ 21 คะแนน
2547 เบกำวัน
บรูไนดำรสุ ลำม ทอง ลำว มำเลเซีย บี
19 24 – 30 ส.ค. เงนิ
2548 กรุงฮำนอย ทองแดง ไทย ไทย เอ
ประเทศเวียดนำม
20 1 – 9 ส.ค. 2549 ทอง มำเลเซีย ไทย บี
ปีนงั เงนิ
ประเทศมำเลเซีย ทองแดง อินโดนีเซีย มำเลเซยี เอ

ทอง อินโดนเี ซีย เอ
เงิน
ทองแดง ไทย ไทย บี

มำเลเซีย ไทย เอ

สงิ คโปร์ มำเลเซีย เอ

มำเลเซีย บี

ไทย ไทย เอ

มำเลเซีย ไทย บี

อนิ โดนเี ซยี มำเลเซีย เอ

มำเลเซยี บี

ไทย ไทย บี

มำเลเซีย ไทย เอ

เ วี ย ด น ำ ม บ รู ไ น เ อ

อินโดนเี ซยี สิงคโปร์

ไทย ไทย บี

มำเลเซยี มำเลเซีย เอ

อิ น โ ด นี เ ซี ย ม ำ เ ล เ ซี ย บี

ฟลิ ิปปนิ ส์ ไทย เอ

ครงั้ ท่ี วนั เดอื นปี ประเทศเจำ้ ภำพ เหรยี ญ ผลกำรแขง่ ขนั 33
รำงวลั ทมี ชดุ ทีมเดี่ยว
21 14 – 22 ก.ค. กรุงเทพฯ ไทย ไทย เอ หมำยเหตุ
2551 ประเทศไทย ทอง มำเลเซีย ไทย บี
เงนิ ฟลิ ิปปินส์ มำเลเซีย เอ
ทองแดง
มำเลเซยี บี

ในปีพ.ศ. 2552 (2009) สภำกีฬำโรงเรียนแห่งอำเซียนได้เปลี่ยนรูปแบบกำรแข่งขันจำก
กำรให้แต่ละประเทศรับผิดชอบจัดแข่งขันกีฬำในแต่ละชนิดมำเป็นรูปแบบของกำรเป็นเจ้ำภำพ
จัดกำรแข่งขันเช่นเดียวกับกำรแข่งขันกีฬำซีเกมส์ โดยให้แต่ละประเทศสมำชิกหมุนเวียนกันเป็น
เจ้ำภำพจัดกำรแขง่ ขัน และกำหนดใหป้ ระเทศไทยเป็นเจำ้ ภำพจดั แขง่ ขนั ในคร้ังแรก ใชช้ อื่ วำ่ “1st
ASEAN SCHOOLS GAMES” กีฬำอำเซียนสกูลเกมส์ ครั้งท่ี 1 ระหว่ำงวันที่ 20 -29 กรกฎำคม
พ.ศ. 2552 ณ จงั หวดั สุพรรณบรุ ี มปี ระเทศเข้ำร่วมกนั แข่งขนั คอื ประเทศไทย บรไู น ดำรสู ำลำม
สิงคโปร์ และอนิ โดนเี ซีย

ผลกำรแข่งขันเซปักตะกรอ้ ไทย
ประเภททมี ชุด รำงวัลเหรียญทอง อนิ โดนีเซีย
บรูไน ดำรสู ำลำม
รำงวลั เหรยี ญเงิน ไทย เอ
รำงวัลเหรยี ญทองแดง ไทย บี
ประเภททมี เด่ียว รำงวัลเหรียญทอง สงิ คโปร์ บี และ อินโดนเี ซียบี
รำงวัลเหรียญเงิน
รำงวลั เหรยี ญทองแดง

34

อำเซียนสกลู เกมส์ ครัง้ ที่ 2 แขง่ ขันระหวำ่ งวันท่ี 12 – 20 กรกฎำคม พ.ศ. 2553

ณ รฐั เซลังงอ ประเทศมำเลเซีย

ผลกำรแขง่ ขันเซปักตะกร้อ

ประเภททีมชดุ รำงวลั เหรียญทอง ไทย

รำงวัลเหรยี ญเงิน มำเลเซีย

รำงวลั เหรียญทองแดง อนิ โดนเี ซีย

ประเภททีมเดีย่ ว รำงวัลเหรยี ญทอง ไทย เอ

รำงวัลเหรยี ญเงนิ ไทย บี

รำงวลั เหรยี ญทองแดง มำเลเซยี

อำเซียนสกูลเกมส์ ครั้งที่ 3 แข่งขันระหว่ำงวันที่ 30 มิถุนำยน – 10 กรกฎำคม

พ.ศ. 2554 ณ ประเทศสงิ คโปร์

ผลกำรแข่งขนั เซปกั ตะกรอ้

ประเภททีมชุด รำงวัลเหรียญทอง ไทย

รำงวัลเหรยี ญเงนิ อนิ โดนีเซยี

รำงวัลเหรียญทองแดง มำเลเซยี

ประเภททีมเด่ียว รำงวลั เหรยี ญทอง ไทย เอ

รำงวลั เหรยี ญเงนิ ไทย บี

รำงวัลเหรยี ญทองแดง มำเลเซีย เอ

อำเซียนสกูลเกมส์ คร้ังที่ 4 แข่งขนั ระหว่ำงวันท่ี 28 มิถนุ ำยน – 6 กรกฎำคม พ.ศ. 2555

ณ เมอื งสรุ ำบำยำ ประเทศอินโดนีเซยี

ผลกำรแข่งขันเซปกั ตะกร้อ

ประเภททมี ชุด รำงวัลเหรียญทอง ไทย

รำงวัลเหรยี ญเงนิ มำเลเซีย

รำงวัลเหรียญทองแดง อินโดนีเซีย

ประเภททมี เดี่ยว รำงวัลเหรียญทอง มำเลเซีย เอ

รำงวัลเหรียญเงิน ไทย บี

รำงวลั เหรยี ญทองแดง อนิ โดนเี ซีย เอ

35

อำเซียนสกูลเกมส์ คร้งั ท่ี 5 แข่งขันระหวำ่ งวันท่ี 22- 30 มิถุนำยน พ.ศ. 2556

ณ กรงุ ฮำนอย ประเทศเวียดนำม

ผลกำรแข่งขนั เซปกั ตะกร้อ

ประเภททีมชดุ ชำย รำงวัลเหรยี ญทอง ไทย

รำงวัลเหรียญเงิน มำเลเซีย

รำงวัลเหรยี ญทองแดง อนิ โดนเี ซยี

ประเภททีมเด่ียวชำย รำงวลั เหรยี ญทอง ไทย เอ

รำงวลั เหรยี ญเงนิ มำเลเซยี เอ

รำงวัลเหรียญทองแดง อนิ โดนเี ซยี เอ

ประเภททมี เด่ียวหญิง รำงวัลเหรียญทอง ไทย

รำงวัลเหรียญเงิน เวยี ดนำม

รำงวลั เหรยี ญทองแดง อนิ โดนเี ซีย

อำเซียนสกูลเกมส์ คร้ังท่ี 6 แข่งขันระหว่ำงวันท่ี 29 พฤศจิกำยน – 7 ธันวำคม

พ.ศ. 2557ณ กรงุ มนลิ ำ ประเทศฟิลปิ ปินส์

ผลกำรแขง่ ขันเซปกั ตะกร้อ

ประเภททีมชุด รำงวลั เหรียญทอง มำเลเซีย

รำงวลั เหรียญเงิน ไทย

รำงวัลเหรยี ญทองแดง อนิ โดนีเซีย

ประเภททมี เดี่ยว รำงวัลเหรียญทอง ไทย เอ

รำงวัลเหรียญเงิน มำเลเซีย เอ

รำงวลั เหรยี ญทองแดง อนิ โดนีเซยี เอ

36

อำเซยี นสกูลเกมส์ คร้งั ที่ 7 แข่งขนั ระหวำ่ งวนั ที่ 21 - 29 พฤศจกิ ำยน พ.ศ. 2558

ณ กรงุ บนั ดำ เสรีเบกำวัน ประเทศบรไู น ดำรูสำลำม

ผลกำรแข่งขนั เซปักตะกร้อ

ประเภททมี ชดุ รำงวัลเหรยี ญทอง ไทย

รำงวลั เหรยี ญเงิน อินโดนเี ซยี

รำงวัลเหรยี ญทองแดง มำเลเซยี และ บรไู น ดำรสู ำลำม

ประเภททมี เดย่ี ว รำงวลั เหรยี ญทอง ไทย บี

รำงวลั เหรยี ญเงิน ไทย เอ

รำงวัลเหรียญทองแดง มำเลเซยี เอ และอินโดนีเซีย เอ

อำเซยี นสกลู เกมส์ ครัง้ ที่ 8 แขง่ ขันระหว่ำงวนั ท่ี 21 - 29 กรกฎำคม พ.ศ. 2559

ณ จังหวัดเชยี งใหม่ ประเทศไทย

ผลกำรแข่งขันเซปกั ตะกร้อ

ประเภททมี ชดุ รำงวัลเหรียญทอง ไทย

รำงวลั เหรยี ญเงนิ อนิ โดนีเซยี

รำงวัลเหรียญทองแดง มำเลเซีย

ประเภททมี เดี่ยว รำงวลั เหรียญทอง ไทย

รำงวัลเหรียญเงนิ อินโดนีเซยี

รำงวัลเหรยี ญทองแดง สปป. ลำว และมำเลเซยี

ประเภททีมคู่ รำงวัลเหรยี ญทอง ไทย

รำงวัลเหรียญเงิน สปป. ลำว

รำงวัลเหรยี ญทองแดง อนิ โดนเี ซีย และมำเลเซยี

37

บทท่ี 2
ควำมรู้ท่ัวไป ของผฝู้ ึกสอนกฬี ำเซปกั ตะกร้อ

หลกั พ้นื ฐำนในกำรฝกึ ซ้อม

นักกฬี ำจำนวนมิใช่น้อยทที่ ุ่มเทเวลำให้กับกำรฝึกซอ้ มอย่ำงมำก โดยไมม่ ีจดุ มุง่ หมำย
ที่ชัดเจนใหก้ ับตนเองว่ำ ทำไปเพือ่ อะไร และทำไมจงึ ตอ้ งทำเชน่ นั้น ควำมไมเ่ ข้ำใจในกระบวนกำร
ของระบบกำรฝึกซ้อมที่ถูกต้อง ทำให้นักกีฬำไร้ทิศทำงและขำดจุดมุ่งหมำยในกำรดำเนินกำร เพ่ือ
นำไปสู่ควำมสำเร็จท่ีตนเองปรำรถนำหรือใฝฝ่ ันไวด้ ว้ ยเหตุนสี้ ่ิงที่คำดหวังจึงดหู ่ำงไกล หรอื มีโอกำส
เป็นไปได้ยำกเช่น นักมวยสำกลสมัครเล่นท่ีปรำรถนำจะได้เหรียญทองในกีฬำโอลิมปิก เหมือน
อย่ำงเช่น สมรักษ์คำสิงห์หรือ นักยิงปืนท่ีใฝ่ฝันจะเป็นผู้ชนะเลิศในกำรแข่งขันกีฬำโอลิมปิก เป็น
ต้น แต่จะมีนักกีฬำก่ีคนท่ีเข้ำใจและรู้ว่ำเส้นทำงท่ีจะนำไปสู่ควำมสำเร็จตำมจุดมุ่งหมำย ท่ีตนเอง
ต้องกำรหรือคำดหวังไว้คืออะไร หำกบรรดำนักกีฬำเหล่ำนี้โชคดพี อท่ีจะไดพ้ บกับผู้ฝึกสอน กีฬำที่
มีควำมรู้ควำมสำมำรถอย่ำงแท้จริง รูปแบบและทิศทำงในกำรซ้อมก็จะถูกนำไปสู่ระบบ ที่ถูกต้อง
โดยมิต้องเส่ียงหรือเสยี เวลำกับกำรลองผดิ ลองถกู โดยไมท่ รำบจดุ หมำยอยำ่ งไรกต็ ำมสิง่ ทีส่ ำคัญ ไป
กว่ำน้ันคือ กำรท่ีนักกีฬำได้มีโอกำสเรียนรู้และทำควำมเข้ำใจในหลักพื้นฐำนกำรฝึกซ้อมกีฬำ ท่ี
ถูกต้องด้วยตนเอง และสำมำรถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่ำงเหมำะสมถือเป็นสิ่งสำคัญท่ีสุด และเป็น
วธิ กี ำรเดียวทจี่ ะไปสคู่ วำมสำเร็จในกำรแขง่ ขันได้

แนวทำงกำรปฏิบัติท่ีสำคัญ 10 ประกำร แนวทำงในกำรปฏิบัติเปรียบเสมือนแกนหลัก
หรือโครงสรำ้ งสำคัญทจ่ี ะนำไปส่คู วำมสำเรจ็ ในกำรฝกึ มีขน้ั ตอนท่สี ำคญั 10 ประกำร คือ

1. กำหนดวัตถุประสงค์ในกำรฝกึ สง่ิ ที่สำคญั ท่ีสดุ และเป็นสิ่งที่มักจะถูกมองข้ำมมำกท่ีสุด
ในกำรฝึกซ้อมกีฬำ เกือบทุกประเภท คือ กำรกำหนดวัตถปุ ระสงค์ (Set Goals) ที่ชัดเจนในแต่ละ
ระดับข้ัน ของกำรฝึกหรือออกกำลังกำย โดยจะต้องถำมตัวเองก่อนว่ำเล่นกีฬำเพื่ออะไร หรือเล่น
กีฬำทำไม ซ่ึงคำตอบที่ได้รับอำจจะมีหลำกหลำย เช่น เล่นกีฬำเพื่อควำมสนุกสนำน เล่นเพ่ือกำร
แข่งขัน เล่นเพ่ือลดน้ำหนกั เล่นเพื่อรักษำสุขภำพ เป็นต้น ดังน้ัน สิ่งที่ควรกระทำอย่ำงย่ิง คือ ควร
กำหนด เป้ำหมำยหลักและเป้ำหมำยรองให้ชัดเจน ตำมลำดับควำมสำคัญ ก่อนเริ่มลงมือทำกำร
ฝกึ ซ้อม

38

2. เลอื กชนิดหรือประเภทกีฬำให้เหมำะสมกับควำมสำมำรถและจุดมงุ่ หมำยของตนเอง
กำรท่ีจะบรรลุวัตถุประสงค์ตำมจุดมุ่งหมำยท่ีตั้งไว้ควรจะได้มีกำรประเมิน สมรรถภำพ
ทำงด้ำนร่ำงกำย อำรมณ์และสังคม รวมท้ังควำมสำมำรถทำงกำรกีฬำด้วย เช่น ผู้ท่ีมีน้ำหนักตัว
เพียง 50 กิโลกรัม และมีโครงร่ำงเล็กอำจไม่ประสบควำมสำเร็จในกำรเป็นนักกีฬำ ประเภททุ่ม
น้ำหนัก เพรำะกีฬำประเภทนี้เหมำะกับคนรูปร่ำงสูงใหญ่ มีควำมแข็งแรง และมีกำลัง กล้ำมเน้ือ
สูงสุด ผู้ท่ีรูปร่ำงเล็กแต่แข็งแรงควรพิจำรณำเลือกเล่นกีฬำประเภทยิมนำสติก หรือ คนที่ชอบ
สังคมและมีมนุษยสัมพันธ์ดีควรพิจำรณำเลือกเล่นกีฬำประเภททีม เช่น ฟุตบอล บำสเกตบอล
วอลเลย์บอล ฯลฯ ตรงกันข้ำมหำกเป็นคนที่ชอบทำอะไรด้วยตนเอง ควรเลือกเล่น กีฬำประเภท
บคุ คล เชน่ กรฑี ำ วำ่ ยนำ้ จักรยำน ฯลฯ แตห่ ำกเป็นคนทีช่ อบแขง่ ขันกับตนเอง ควรเลือกเลน่ กีฬำ
ประเภท กอล์ฟ สนุกเกอรโ์ บวล์ ง่ิ ยิงปืน ยงิ ธนูฯลฯ

3. ตงั้ เปำ้ หมำยทส่ี ำมำรถประสบควำมสำเร็จไดใ้ นระดบั ทไี่ มย่ ำกจนเกนิ ไป
ในแต่ละระดับของกำรฝึกซอ้ มหรือแข่งขัน ควรจะมีกำรกำหนดเป้ำหมำยเอำไว้ ในแต่ละ
ข้ันตอนหรือแต่ละระดับชัดเจน ไม่ว่ำจะเป็นเป้ำหมำยระยะสั้น เป้ำหมำยในแต่ละเกมกำรแข่งขัน
เป้ำหมำยในแต่ละเดือน แต่ละสัปดำห์แต่ละวัน และควรจะเป็นเป้ำหมำยท่ีให้ผลในทำงปฏบิ ตั จิ รงิ
หำกได้มีกำรปฏิบัติอย่ำงต่อเน่ืองสม่ำเสมอ เช่น เป้ำหมำยระยะยำวต้องกำรเป็นนักกีฬำเทนนิส ท่ี
มีช่ือเสียงเป็นท่ียอมรับในอีก 5 ปีข้ำงหน้ำ ในปีแรก ควรกำหนดเป้ำหมำยในกำรพัฒนำเทคนิค
ทักษะพื้นฐำนสำคัญของเทนนิสให้สมบูรณ์แบบ ขณะเดียวกันจะต้องสร้ำงประสบกำรณ์ด้วยกำร
เข้ำร่วมเกมกำรแข่งขันเบ้ืองต้น เพ่ือกำรพัฒนำทักษะควำมสำมำรถและควำมชำนำญเกมให้กับ
ตนเอง ปีที่สองเป้ำหมำยสำคัญควรมุ่งพัฒนำเทคนิคทักษะควำมสำมำรถเฉพำะตัวเพ่ือพัฒนำฝีมือ
เข้ำร่วมกำร แข่งขันที่มีระดับมำตรฐำนสูงขึ้น ปีท่ีสำม เป้ำหมำยสำคัญควรมุ่งพัฒนำขีด
ควำมสำมำรถ เพือ่ ก้ำวเขำ้ สเู่ กมกำรแขง่ ขนั ระดับสงู สุดภำยในประเทศปีที่สี่ ม่งุ พฒั นำฝมี อื เพื่อก้ำว
ข้ึนสู่กำรแข่งขันระดับ นำนำชำติปีที่ห้ำ เน้นเป้ำหมำยสูงสุด คือ ประสบควำมสำเร็จในเกมกำร
แข่งขันระดับนำนำชำติ กำรกำหนดเป้ำหมำยข้ำงต้น จำเป็นต้องวำงแผนกำรฝึกซ้อม โดยแบ่ง
ระยะเวลำ ที่มีอยู่ตลอดปีออกเป็นช่วงๆเพื่อทำกำรฝึกซ้อมรำยละเอียดในแต่ละด้ำน ที่จะช่วย
ส่งผลให้กำรพัฒนำขีด ควำมสำมำรถทำงด้ำนกีฬำเทนนิสก้ำวไปสู่ควำมสำเร็จตำมเป้ำหมำยในแต่
ละช่วงเวลำที่กำหนดไว้ ส่ิงสำคัญที่พึงตระหนักไว้เสมอในกำรฝึกซ้อม คือ จะทำอย่ำงไรให้กำร
ฝึกซ้อมสำมำรถดำเนินไป สู่เป้ำหมำยตำมท่ีวำงไว้ในแต่ละขนั้ ตอน ด้วยควำมรู้สึกที่ยอมรับได้หรือ

39

พงึ พอใจกบั ผลงำน ทเ่ี กิดขนึ้ ถึงแมว้ ่ำจะต้องทำกำรฝึกซอ้ มอย่ำงหนักในบำงเวลำ หรือตอ้ งประสบ
กบั ควำมกดดันอยำ่ ง หนกั ในบำงโอกำสกต็ ำม

4. วำงแผนกำรซ้อม
ในกำรวำงแผนกำรซ้อมทุกด้ำนและทุกขั้นตอน จะต้องมุ่งนำไปสู่เป้ำหมำยเฉพำะด้ำน
ของชนิดหรือกีฬำประเภทนน้ั ๆ ไมว่ ่ำจะเป็นควำมหนัก-เบำในกำรฝึก เวลำพักระหว่ำงช่วงฝึก โดย
แบง่ ข้นั ตอนกำรฝกึ ในแตล่ ะครง้ั เป็น 4 ขัน้ ตอน ดังนี้

4.1 ข้ันอบอุ่นร่ำงกำย (Warm Up) ในขั้นแรกของกำรปฏิบัติกิจกรรมกำรออก
กำลงั กำยทุกคร้ัง จะต้องเริ่มตน้ ดว้ ย กำรอบอุ่นร่ำงกำยก่อนเสมอ เพอ่ื เพิม่ อตั รำกำรเต้นของชีพจร
และเพิ่มกำรไหลเวียนเลือดไปสู่กล้ำมเนื้อ นอกจำกนี้ควรยืดกล้ำมเน้ือและเอ็นข้อต่อส่วนต่ำงๆ
ของร่ำงกำย เพ่ือรองรับกำรเคลื่อนไหวท่ีรวดเร็ว หรือที่ต้องกำรควำมอ่อนตัวสูงสุด หำกขำดกำร
อบอุ่นร่ำงกำยทดี่ จี ะไม่สำมำรถปฏิบัติทักษะหรือ กจิ กรรมกำรเคลอ่ื นไหวด้วยประสิทธิภำพหรือขีด
ควำมสำมำรถสูงสุดได้ขณะเดียวกันอัตรำกำรเส่ียงต่อ กำรบำดเจ็บย่อมมีโอกำสเกิดข้ึนได้สูง กำร
อบอนุ่ ร่ำงกำยโดยทั่วไป ควรใชร้ ะยะเวลำอย่ำงน้อย15 นำทเี พื่อปรบั อัตรำกำร ไหลเวยี นเลือดไปสู่
กล้ำมเน้ือมำกขึ้น และที่สำคัญคือ ช่วงปรับเพ่ิมอุณหภูมิของกล้ำมเน้ือ ให้สูงขึ้นประมำณ 1-2
องศำเซลเซียส ซึ่งเชื่อกันว่ำที่อุณหภูมิประมำณ 103 องศำฟำเรนไฮต์ หรือประมำณ 39.5 องศำ
เซลเซียส กล้ำมเน้ือจะสำมำรถทำงำนได้อย่ำงมีประสิทธิภำพสูงสุด อย่ำงไรก็ตำมจะต้องมีกำรยืด
กล้ำมเนื้อส่วนที่จำเป็นต้องใช้งำนในกิจกรรมกำรเคลื่อนไหวด้วยทุกคร้ังเช่น แขน ขำ หลัง สะโพก
ลำตัว เป็นต้น สำหรับข้ันตอนในกำรอบอุ่นร่ำงกำย ควรเร่ิมด้วยกำรยืดกล้ำมเนื้อเบำๆ (Gentle
Stretching) จำกนั้นจึงเริ่มทำกำรอบอุ่นร่ำงกำยท่ัวไป โดยอำจใช้กำรเคล่ือนไหวที่เป็น
ลักษณะเฉพำะประเภทกีฬำ ด้วยควำมเร็วเริ่มต้นช้ำๆ เช่น นักกรีฑำอำจใช้กำรว่ิงเหยำะ นักว่ำย
น้ำใช้กำรลงว่ำยน้ำในสระ นักจักรยำนใช้กำรขี่จักรยำน ในขณะท่ีนักกีฬำเทนนิสหรือแบดมินตัน
อำจใช้กำรเหวี่ยงไมแ้ รก็ เก็ต ควบคกู่ ับกำรเตน้ ฟุตเวิรค์ ในรูปแบบที่เกี่ยวขอ้ งกับกำรเคล่ือนไหวเป็น
กำรอบอุ่นร่ำงกำย หลังจำกนั้น จึงกระตุ้นกล้ำมเน้ือดว้ ยกำรบริหำรท่ำตำ่ งๆ เช่น กระโดดแยกเทำ้
ตบมือเหนือศีรษะ กระโดดแยกเท้ำ สลับหน้ำ-หลังกลำงอำกำศ เป็นต้น ลักษณะของกำรอบอุ่น
ร่ำงกำย ให้เริ่มปฏิบัติจำกช้ำไปหำเร็ว เบำไปหำหนักตำมลำดับ จนกระท่ังเริ่มรู้สึกร้อนหรือมีเหงอ่ื
ซมึ จึงเรมิ่ กำยบรหิ ำรยดื กลำ้ มเน้ือ ตำมชนดิ กฬี ำ

4.2 ขั้นฝึกทักษะ (Skill Practice) ถือเป็นหัวใจสำคัญของกำรฝึกกีฬำทุกชนิด โดย
แต่ละชนิดจะมีเทคนิคทักษะเฉพำะด้ำน แตกต่ำงกันออกไป และในกำรฝึกแต่ละครั้งควรเน้น

40

ทักษะอย่ำงมำกไม่เกิน 1-2 ทักษะเช่น ต้องกำร พัฒนำกำรเล่นกอล์ฟให้ดีข้ึน ส่ิงแรกที่ควรเรียนรู้
และให้ควำมสำคัญคือ ทักษะกำรจับไม้ (Grip) ที่ถูกต้อง จำกนั้นฝึกทักษะกำรควบคุมวงสวิงและ
ควำมสัมพันธใ์ นกำรเคลือ่ นไหวใหถ้ กู ต้องเป็นลำดบั ตอ่ ไป

กีฬำบำงชนิด เช่น กรีฑำ ว่ำยน้ำ จักรยำน ควรเน้นสมรรถภำพและเทคนิค ทักษะ
เฉพำะด้ำนเป็นส่วนๆ ไป ซ่ึงไม่ซับซ้อนเหมือนกีฬำกอล์ฟ เทนนิส ยิมนำสติก ฯลฯ ในกรณีเช่นน้ี
กำรฝึกสมรรถภำพด้ำนควำมเร็ว ควำมแข็งแรง ควำมอดทน จึงเข้ำมำมีบทบำทสำคัญแทนกำรฝกึ
ทักษะ อย่ำงไรก็ตำมกำรฝึกซ้อมในช่วงนอกฤดูกำรแข่งขัน (Off-Season) อำจจะใช้วิธีกำรฝึก
ทักษะชนิดนน้ั ๆ มำประกอบไวใ้ นกำรฝึกซอ้ มกจ็ ะยิง่ ช่วยให้เกิดประโยชนม์ ำกยง่ิ ข้ึน

4.3 ข้ันฝึกให้คลำ้ ยคลึงกับสถำนกำรณ์แข่งขันจรงิ (Match-Related Practice) ใน
ขัน้ น้ีจะต้องพยำยำมจำลองรูปแบบสถำนกำรณก์ ำรฝกึ ซ้อมใหค้ ล้ำยคลึง กบั สถำนกำรณ์ในเกมกำร
แข่งขันจริง ซ่ึงไม่เพียงแต่จะกระตุ้นให้นักกีฬำพยำยำมแสดงออก ซึ่งควำมสำมำรถท่ีแท้จริงอย่ำง
เต็มทเ่ี ทำ่ น้นั แต่ยังชว่ ยจงู ใจให้นักกฬี ำเกดิ ควำมกระตอื รือรน้ ในกำร ฝึกซอ้ มอยเู่ สมอ กำรฝกึ ในขั้น
นี้อำจจะใช้เวลำเพียงช่วงส้ันๆ ประมำณ 10-15 นำทีเพื่อทำกำรฝึก เทคนิคทักษะท่ีจะนำไปใช้ใน
เกมกำรแข่งขันจริง เช่น ภำยหลังกำรฝึกทักษะกำรกระโดดข้ึน ยิงประตูบำสเกตบอล (Jump
Shots) แล้ว ในขั้นน้ีควรทดลองให้นักกีฬำเล่นเกมบำสเกตบอล กับเพื่อนร่วมทีมเหมือนกับกำร
แขง่ ขนั จรงิ แต่จะนับคะแนนทยี่ งิ ประตูได้เฉพำะลูกที่กระโดดขึ้นยิง (Jump Shots)

4.4 ขนั้ คลำยควำมอุ่นร่ำงกำยภำยหลงั กำรฝกึ ซ้อมหรือแขง่ ขัน (Cool Down) กำร
คลำยอุ่นร่ำงกำยภำยหลังกำรฝึกซ้อมหรือแข่งขัน นับเป็นควำมสำคัญ ส่วนหน่ึงของกำรฝึกซ้อม
หรือแข่งขันทุกคร้ัง เพรำะเหตุว่ำภำยหลังจำกเสร็จสิ้นกำรฝึกซ้อมแต่ละครั้ง กล้ำมเนื้อจะเกิด
อำกำรรัดตึง (Tight) ดังนั้น กำรกำยบริหำรยืดกล้ำมเน้ือ (Stretching Exercise) หรือกำร
เคลื่อนไหวเบำๆ ภำยหลังกำรฝึกซ้อม จะช่วยผ่อนคลำยกล้ำมเน้ือและช่วยบรรเทำกรดแลคติก
ออกจำกร่ำงกำย นอกจำกน้ีกำรคลำยอุ่นร่ำงกำยหลังเสร็จสิ้นกำรฝึกซ้อมจะช่วยให้อัตรำกำรเต้น
ของหัวใจค่อยๆ ปรับตัวลดลง ซ่ึงเป็นผลดีต่อกำรช่วยระบำยของเสียออกจำกร่ำงกำย ช่วยให้
รำ่ งกำย ฟ้ืนสภำพกลบั คนื สสู่ ภำวะปกตไิ ดเ้ รว็ ข้นึ โดยท่วั ไปกำรคลำยอนุ่ ร่ำงกำยในชว่ งน้ีจะใช้เวลำ
ประมำณ 10-15 นำทีด้วยกิจกรรมกำรเคลื่อนไหวหรือกำรบริหำรกำยท่ีค่อยๆช้ำหรือเบำลง
ตำมลำดับ

41

5. ขอคำแนะนำและควำมช่วยเหลอื จำกผู้ฝึกสอนกีฬำทมี่ ีควำมสำมำรถ
กำรขอคำแนะนำจำกผู้ฝึกสอนกีฬำท่ีมีควำมสำมำรถและประสบกำรณ์ เป็นหนทำงลัด
ท่ีจะนำไปสู่กำรพัฒนำปรับปรุงแกไ้ ขที่ดีข้ึน แม้จะเป็นนักกีฬำท่ีมีควำมสำมำรถดีอยู่แล้วกต็ ำม แต่
กำรได้ผู้ฝึกสอนกีฬำที่มีควำมรู้ควำมเช่ียวชำญ และมีประสบกำรณ์สูงมำช่วยเหลือให้คำแนะนำ
ย่อมเป็นประโยชน์และมีโอกำสผลักดันให้นักกีฬำก้ำวไปสู่ควำมสำเร็จหรือสำมำรถพัฒนำไปสู่
ศักยภำพสูงสดุ ได้ท้ังน้ีเนอื่ งจำกนักกีฬำจำนวนมิใชน่ ้อยท่ีตอ้ งสูญเสียเวลำไปกบั กำรฝกึ ซ้อมเทคนิค
ท่ีผิด โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งกำรเรียนรู้ทักษะพื้นฐำนกีฬำที่ถูกต้อง นับเป็นส่ิงที่สำคัญอันดับแรกสุด
ของกำรเร่ิมต้นฝึกซ้อมกฬี ำ อย่ำงไรก็ตำมผู้ฝึกสอนกีฬำที่มีควำมรู้ควำมสำมำรถและเช่ียวชำญ จะ
ชว่ ยแก้ไขขอ้ บกพร่องท่ีเกิดขึ้น พรอ้ มทงั้ แนะนำวธิ ีกำรฝึกที่เหมำะสมถกู ต้องให้กบั นกั กีฬำ ไดอ้ ย่ำง
ชัดเจน ในกำรฝึกซ้อมกฬี ำในแตล่ ะคร้ัง ไม่จำเป็นต้องใช้เวลำครั้งละนำนๆ ระยะเวลำประมำณ 1-
2 ชั่วโมงต่อกำรฝึกทักษะใดทักษะหนึ่งอย่ำงสม่ำเสมอและต่อเน่ือง ภำยในเวลำเพียงไม่ก่ีเดือน ก็
อำจทำให้นักกีฬำก้ำวหน้ำขึ้นได้อย่ำงรวดเร็ว ทั้งน้ีจะต้องขอคำแนะนำหรือให้ผู้ฝึกสอนท่ีมี
ควำมสำมำรถช่วยวิเครำะห์ทักษะหรือเกมกำรเล่น รวมท้ังวำงแผนกำรฝึกซ้อมและแก้ไขท่ำทำง
กำรเคลอื่ นไหวท่ถี กู ต้องด้วย

6. สมัครเข้ำรว่ มเป็นสมำชกิ สโมสรหรือองคก์ รทำงกำรกฬี ำ
กำรเข้ำไปมีส่วนร่วมเป็นสมำชิกสโมสรหรือองค์กรทำงกำรกีฬำ ไม่เพียงแต่จะทำให้ มี
โอกำสทำงำนร่วมกับผู้อ่ืนเท่ำนั้น แต่ยังจะทำให้ได้แลกเปลี่ยนควำมคิดเห็น ควำมรู้ทัศนคติ กับ
สมำชิกที่ร่วมอยู่ในองค์กรน้ันด้วย นับเป็นส่ิงดีท่ีจะได้มีโอกำสเพิ่มพูนควำมรู้ควำมสำมำรถ
ประสบกำรณ์ในกำรฝึกซอ้ มและกำรแข่งขันกับเพ่ือนสมำชิกในองค์กร ทำให้มีวิสัยทัศน์ที่กว้ำงไกล
ยง่ิ ข้ึน

7. รักษำสมรรถภำพทำงกำยใหพ้ รอ้ มตลอดปี
ในกรณีที่นกั กีฬำไม่ต้องกำรเข้ำร่วมเกมกำรแข่งขันมำกกว่ำ 2-3 รำยกำรตอ่ ปี ส่งิ สำคัญที่
พึงตระหนักไว้ก็คอื จะตอ้ งพยำยำมรกั ษำสมรรถภำพทำงกำยโดยทั่วไปใหค้ งไวต้ ลอดปี แนวทำงใน
กำรปฏิบัติคือ ในช่วงนอกฤดูกำรแข่งขัน (Off-Season) ควรใช้เวลำในกำรพักฟื้นร่ำงกำย และ
ส่งเสริมสมรรถภำพทำงกำยหรือควำมสำมำรถทำงด้ำนควำมแข็งแรงควำมอดทน รวมทั้งพัฒนำ
ควำมสำมำรถแบบใช้ออกซิเจน (Aerobic Capacity) ให้ดีข้ึน โดยมิต้องพะวงกับเกมกำรแข่งขัน
ในกรณีกำรแข่งขันกีฬำท่ีไม ต่ ้องกำรองค์ประกอบของสมรรถภำพทำงกำยหรือ ควำมสำมำรถ

42

ดังกล่ำวมำกนกั นักกีฬำอำจใช้เวลำในชว่ งฤดูกำรแข่งขันเข้ำร่วมกิจกรรมทำงกฬี ำชนิดอื่น ที่สนใจ
เพื่อร่ำงกำยได้มีกำรเคลื่อนไหวออกกำลังกำยอยู่เสมอ ซ่ึงจะช่วยรักษำสมรรถภำพทำงกำย
โดยท่ัวไปให้คงไว้ อย่ำงไรก็ตำมหำกนักกีฬำต้องกำรท่ีจะพัฒนำตนเองให้ก้ำวไปสู่ควำมสำเร็จ ใน
ชนิดกีฬำท่ีเล่น จะต้องเตรียมควำมพร้อมดำ้ นร่ำงกำย เพ่ือกำรปฏิบัตทิ ักษะกำรเคลื่อนไหวในกีฬำ
ชนิดน้ัน ให้สมบูรณ์หรือมีประสิทธิภำพมำกท่ีสุด ซ่ึงถือเป็นเป้ำหมำยสำคัญประกำรหน่ึงของ
นักกีฬำ ด้วยเหตุน้ีกำรรักษำสภำพร่ำงกำยให้พร้อมอยู่เสมอ จึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับ
นกั กีฬำท่มี ุง่ หวัง จะประสบควำมสำเร็จหรือชยั ชนะในกำรแข่งขัน

8. ป้องกันกำรบำดเจบ็
ส่ิงท่ีเป็นผลพลอยได้ของโปรแกรมกำรฝึกซ้อมที่ดีประกำรหนึ่ง คือ ช่วยลดอัตรำเส่ียง ต่อ
กำรบำดเจ็บ กีฬำบำงชนิดมีอัตรำเสี่ยงต่อกำรบำดเจ็บสูงมำก เช่น ฟุตบอล ยูโดมวย รักบี้ฮอกกี้
เป็นต้น ในขณะเดียวกนั มีคนเพยี งสว่ นนอ้ ยเท่ำนน้ั ท่ีตระหนักและยอมรับว่ำกฬี ำที่ไม่ได้มกี ำรปะทะ
บำงประเภท มีอัตรำเสี่ยงต่อกำรบำดเจ็บสูงเช่นกัน เช่น กรีฑำประเภทลู่และลำน เทนนิส
ยิมนำสติก เป็นต้น ลักษณะของกำรบำดเจ็บเฉพำะชนิดกีฬำที่พบเห็นได้บ่อยๆ เช่น นักว่ำยน้ำ
มกั จะ ประสบกบั ปญั หำกำรบำดเจ็บที่หัวไหล่ในขณะท่ีนักกรีฑำมักจะประสบปัญหำกำรบำดเจ็บท่ี
ต้นขำ เข่ำ ข้อเท้ำ เอ็นร้อยหวำย เป็นต้น ส่วนนักกีฬำประเภทแร็กเกต มักจะประสบกับปัญหำ
ทำงด้ำนสำยตำและ ข้อศอก ดังน้ันผู้ฝึกสอนกีฬำและนักกีฬำแต่ละชนิด จึงจำเป็นต้องศึกษำทำ
ควำมเข้ำใจและรู้สำเหตุที่มำ ของปัญหำกำรบำดเจ็บที่เกิดข้ึนในแต่ละชนิดกีฬำ และเตรียมกำร
แก้ไขป้องกันด้วยกำรจัดเตรียมโปรแกรม กำรฝึกซ้อมเพื่อเสริมสร้ำงสมรรถภำพควำมแข็งแรง
เฉพำะชนิดกีฬำให้เหมำะสมเป็นกำรช่วยป้องกัน และลดปัญหำกำรบำดเจ็บท่ีอำจเกิดข้ึน
ขณะเดียวกันในบำงชนิดกีฬำผู้ฝึกสอนกีฬำและนักกีฬำ จะต้องรู้จักใช้อุปกรณ์เครื่องช่วยป้องกัน
อันตรำยหรือบำดเจ็บได้อย่ำงถกู ตอ้ ง เช่น ผู้รักษำประตูฮอกกี้ จะต้องสวมหน้ำกำกป้องกันใบหนำ้
และศรี ษะ นักฟตุ บอลจะต้องสวมสนบั แขง้ ท้งั ในเวลำฝกึ ซ้อมและ แข่งขนั เป็นต้น

9. จัดใหม้ ีกำรฝึกเฉพำะด้ำนหรอื เฉพำะชนดิ กฬี ำ
กำรพัฒนำกีฬำสู่ควำมเปน็ เลิศสำหรับกำรแขง่ ขนั กีฬำแต่ละชนิด ไม่มีส่ิงใดสำคญั เท่ำกบั
กำรมุ่งฝึกเฉพำะด้ำนหรือเฉพำะชนิดกีฬำ เพ่ือพัฒนำทักษะควำมสำมำรถเฉพำะดำ้ นที่สำคัญ และ
จำเป็นในแต่ละชนดิ กีฬำให้มีประสิทธิภำพสงู สุด เช่น นักยิงปืนต้องฝึกซอ้ มทักษะกำรยิงปืน ในแต่
ละท่ำที่แข่งขัน นักว่ำยน้ำต้องฝึกทักษะกำรว่ำยน้ำ กำรกลับตัว กำรออกตัวให้มีประสิทธิภำพ

43

เป็นตน้ กำรฝึกเฉพำะเจำะจงในทักษะแต่ละชนิดกฬี ำเปน็ สิ่งจำเป็นท่ีสำคัญ ซงึ่ จะมผี ลชว่ ยให้ กำร
ประสำนงำนของระบบประสำทกล้ำมเนื้ออันเป็นระบบกลไกสำคัญในกำรเคล่ือนไหวให้สำมำรถ
ทำงำน ได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ ควำมก้ำวหน้ำหรือพัฒนำกำรที่เกิดข้ึนในแต่ละด้ำนของกำรฝึก
นอกจำกน้ีนักกฬี ำจำเป็นต้องไดร้ ับกำรพัฒนำระบบหำยใจและระบบไหลเวียนเลือด ตลอดจนกำร
สรำ้ งเสริมสมรรถภำพทำงกำยเฉพำะดำ้ นทีส่ ำคญั เช่น ควำมแข็งแรง ควำมอดทน ควำมเร็ว ควำม
อ่อนตัว เปน็ ตน้

10. สรำ้ งควำมรสู้ ึกสนกุ สนำนหรอื ควำมร้สู ึกท่ีดใี นกำรฝกึ
นักกีฬำท่ีจะก้ำวไปสู่ควำมสำเร็จในระดับสูงสุดได้จะต้องมีควำมรู้สึกท่ีดีและสนุกไป กับ
กำรฝึกซ้อม แม้จะหนัก เหน่ือย หรือยำกลำบำกเพียงใดก็ตำม ขณะเดียวกันกำรฝึกซ้อมที่จำเจ
ซำ้ ซำก และหนกั มำกเกนิ ไปจะเปน็ สำเหตุท่ีมำของควำมเบอื่ หน่ำย และนำไปส่สู ภำวะ กำรฝกึ ซ้อม
ที่หนักมำกเกินไป (Overs Training) ดังน้ัน ในบำงช่วงของกำรฝึกซ้อมจึงจำเป็นต้อง มีกำรหยุด
พกั ผ่อนช่ัวครำวชว่ งส้นั ๆ (Transition) หรอื เปลี่ยนกิจกรรมกำรออกกำลงั กำยเพอ่ื พกั ฟ้ืนและ ปรับ
สภำพทั้งร่ำงกำยและจิตใจท่ีตรำกตรำจำกกำรฝึกซ้อมมำเป็นเวลำนำนหลำยเดือน เป็นกำรสร้ำง
ควำมรู้สึกท่ีดีและควำมสดชื่นให้กลับคืนมำใหม่สำหรับกำรฝึกซ้อมและกำรแข่งขันในช่วงฤดูกำล
ต่อไป กำรฝึกซ้อมที่ขำดจุดมุ่งหมำย เป็นอีกสำเหตุหนึ่งท่ีทำให้นักกีฬำขำดแรงจูงใจ หรือควำม
สนใจในกำรฝึกซ้อม กำรคำดหวังที่สูงเกินควำมเป็นจริงหรือเป็นไปไม่ได้เป็นสำเหตุสำคัญ ที่ทำให้
นักกีฬำขำดควำมกระตือรือร้น สิ่งต่ำงๆดังกล่ำวนี้มิได้ช่วยส่งเสริมหรือสร้ำงควำมรู้สึกท่ีดี ในกำร
ฝึกซ้อมแตอ่ ย่ำงใด

เทคนคิ และเเทคตคิ ของกฬี ำเซปักตะกรอ้

ก. เทคนคิ คือ หลกั กำรเลน่ ผ้เู ล่นจะตอ้ งมีควำมรคู้ วำมเข้ำใจในระเบียบ และกตกิ ำกำรเล่น
ข. แทคติค คือ วิธีเล่น หรืออุบำยท่ีมีกำรพลิกแพลงใช้ควำมฉลำดไหวพริบ หลอกล่อคู่ต่อสู้
ดว้ ยทำ่ ต่ำง ๆ ทพี่ ึงจะเกิดข้นึ เชน่ จะเขกอย่ำงแรง แตก่ ลบั เป็นหยอด หรือ ยกเท้ำจะฟำดแต่กลับเป็น
หยอด หรอื เปลี่ยนทิศทำงกำรเล่น ใหค้ ่ตู ่อสหู้ ลงทำง อย่ำงนี้ เป็นต้น
ดังนั้นในกำรแข่งขันกีฬำเซปักตะกร้อ ทั้งเทคนิค และแทคติค จะต้องนำมำใช้อยู่ตลอดเวลำ
เพรำะเซปักตะกร้อ เป็นเกมกีฬำท่ีใช้กำรแก้ไขเหตุกำรณ์เฉพำะหน้ำ และ ท้ังสองอย่ำงนี้จะเกิดได้ ก็
ขน้ึ อยู่กับกำรฝึกซอ้ ม และจำกประสบกำรณใ์ นกำรแขง่ ขนั เทำ่ น้นั

44

ผ้ฝู กึ สอนกีฬำเซปกั ตะกร้อทด่ี ีควรมคี ุณลักษณะพื้นฐำน ดังน้ี

1. เป็นผ้ทู ่มี คี วำมสนใจและรกั ในกฬี ำเซปักตะกร้อ
2. มีควำมมุ่งมัน่ ควำมตงั้ ใจ ทุม่ เท เอำใจใส่และเสยี สละ
3. มคี วำมรคู้ วำมเขำ้ ใจ ทกั ษะ และประสบกำรณ์เก่ยี วกับกฬี ำเซปกั ตะกรอ้
4. มคี วำมรคู้ วำมเขำ้ ใจเก่ียวกับกตกิ ำ ระเบียบ และมำรยำทในกำรเล่นกีฬำเซปักตะกร้อ
5. มคี วำมรู้ควำมเข้ำใจ และออกแบบวำงแผนกำรฝึกซ้อมกีฬำ
6. มีควำมรดู้ ำ้ นวทิ ยำศำสตรก์ ำรกฬี ำ
7. มีควำมรู้ดำ้ นจิตวิทยำกำรกฬี ำ
8. มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม

คณุ สมบัตขิ องนกั กฬี ำ

คุณสมบัติของนักกีฬำ กล่ำวโดยทั่วไปแล้ว นักกีฬำจะเล่นได้เก่ง ดีเด่นไปทุกคนก็หำไม่ ทั้งน้ัน
ขึน้ อยู่กับอปุ นิสยั นสิ ัยเอำจริงจงั หรอื ไม่ บำงคนเลน่ มำแตเ่ ดก็ จนแกเ่ อำดีไมไ่ ด้ บำงคนลงเลน่ ไมก่ ี่ปเี ป็น
ดำวดวงเด่นขึ้นมำก็ได้ท่ีเรียกกันว่ำ “คนน้ีมีพรสวรรค์” เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ฉะนั้นคุณสมบัติของ
นกั กฬี ำควรจะมดี งั นี้

1. ตอ้ งเป็นผทู้ ่มี ขี ดี ควำมสำมำรถในกีฬำนัน้ ๆ ดีพอ
2. ตอ้ งเป็นผูท้ มี่ ีควำมขยนั หม่ันเพยี ร และเอำใจใส่
3. ตอ้ งเป็นผทู้ ี่มคี วำมประพฤติ และมำรยำทเรียบรอ้ ย
4. ต้องเปน็ บคุ คลที่ไม่เหน็ แกต่ วั ไมเ่ อำเปรียบคนอื่น ๆ
5. ตอ้ งเป็นคนตรงตอ่ เวลำ
6. ตอ้ งไม่เปน็ บุคคลทส่ี งั คมรงั เกยี จ
7. ตอ้ งเป็นบคุ คลทีเ่ คำรพต่อสทิ ธิของบคุ คลอน่ื ๆ
8. ต้องเชอ่ื ฟงั กำรสอน และแนะนำของผฝู้ กึ สอน
9. ต้องเปน็ บคุ คลท่ีไมก่ อ่ กวน และ กอ่ ใหแ้ ตกควำมสำมคั คใี นหมู่คณะ
10. ต้องเป็นบคุ คลทไ่ี ม่ติดสรุ ำหรอื ยำเสพตดิ
11. ต้องไมเ่ ปน็ บคุ คลท่ี อวดดือ้ ถือดี

45

หลักกำรสอนทกั ษะ (Skills Teaching)

บทบำทของผู้ฝึกสอนกีฬำที่สำคัญประกำรหนึ่ง คือ กำรทำหน้ำท่ีเปรียบเสมือนครู
ผู้ฝกึ สอนกีฬำ จำเป็นตอ้ งรวู้ ่ำจะชว่ ยเหลอื หรอื พัฒนำปรบั ปรงุ ขดี ควำมสำมำรถใหก้ ับนกั กฬี ำ ของ
ตนได้อย่ำงไร ซ่ึงมิใช่เน้นแต่เพียงด้ำนสมรรถภำพทำงกำยเท่ำนั้น ด้วยเหตุน้ีกำรสอนจึงหมำยถึง
กำรชว่ ยเหลอื นกั กฬี ำให้ได้มำซ่งึ ควำมรู้ทกั ษะ ควำมสำมำรถ ตลอดจนกำรมีแนวคิดและทัศนคติ ท่ี
ดีหรือถูกต้อง เพื่อพัฒนำศักยภำพและขีดควำมสำมำรถของนักกีฬำ ย่ิงกำรถ่ำยทอดหรือกำรสอน
ของผู้ฝึกสอนกีฬำมีควำมชัดเจนและถูกต้องมำกเท่ำใด ก็จะยิ่งหล่อหลอมให้นักกีฬำมีควำม
เพียบพร้อม และสมบูรณ์แบบมำกยิ่งขึ้นเท่ำน้ัน จนกลำยเป็นเอกลักษณ์ที่ดีประจำตัวของนักกีฬำ
ซึ่งจะสำมำรถ สังเกตได้จำกกำรแสดงออกซ่ึงทักษะ ควำมสำมำรถ ในกำรเคล่ือนไหวของนักกีฬำ
ได้ดังนี้

• สำมำรถเคลอื่ นไหวได้อย่ำงถูกตอ้ ง เหมำะสมกับชว่ งจังหวะเวลำ
• ใช้แรงนอ้ ยแตม่ ีประสทิ ธิภำพในกำรเคลอื่ นไหว
• ไม่รบี รอ้ นลนลำน มคี วำมสัมพนั ธใ์ นทกุ จงั หวะของกำรเคลื่อนไหว
• มคี วำมรวดเร็ว แน่นอน แม่นยำในกำรเคลื่อนไหว
• มีควำมสม่ำเสมอและควำมกลมกลนื ในแตล่ ะอิริยำบถของกำรเคลือ่ นไหว
• บรรลุผลตำมเป้ำหมำยทตี่ ้องกำร
ส่ิงท่ีพบว่ำเป็นปัญหำในทำงปฏิบัติของผู้ฝึกสอนกีฬำส่วนหนึ่ง คือ จะทำอย่ำงไร ให้
นักกีฬำที่ฝึกหัดใหม่ (Beginner) สำมำรถปฏิบัติกำรเคล่ือนไหวจำกจุดเริ่มต้นท่ีไม่ค่อยม่ันใจ และ
ไม่ค่อยถูกต้องในกำรปฏิบัติทักษะน้ัน ไปสู่กำรมีทักษะที่ดีเยี่ยมและสำมำรถเคลื่อนไหวได้
เช่นเดียวกับนักกีฬำชั้นยอด เนื่องจำกกำรฝึกทุกอย่ำงมีลักษณะคล้ำยคลึงกัน เพรำะเป็นกระบวน
กำรของกำรเรียนรู้ทักษะที่จำเป็น ต้องอำศัยระยะเวลำและควำมต่อเน่ืองในกำรปฏิบัติ ผู้ฝึกสอน
กฬี ำจะต้องทำควำมเข้ำใจถึงปจั จัยท่ีมีผลกระทบต่อกำรเรียนรใู้ นแตล่ ะสภำวะของกำรสอน ทักษะ
ในทุกระดับและทุกวัย ประสบกำรณ์ที่เกิดจำกกำรปฏิบัติหน้ำท่ีของผู้สอนกีฬำ ตลอดจนควำม
สำมำรถในกำรประยุกต์ใช้หลักทฤษฎีกำรฝึกซ้อม เพื่อให้นักกีฬำได้มำซ่ึงทักษะควำมสำมำรถ
เป็นสิ่งท่ีอำจจะทดแทนด้วยวิธีอน่ื นอกจำกผู้ฝึกสอนกฬี ำจะตอ้ งส่ังสมประสบกำรณ์และควำมรู้ให้
กับตนเอง ด้วยกำรเรียนรู้และกำรฝึกปฏิบัติเพ่ือนำไปถ่ำยทอดให้กับนักกีฬำอย่ำงถูกต้องตำม
ขั้นตอน

46

1. เทคนคิ และทกั ษะ (Techniques and Skill)
เทคนิคนับเป็นพื้นฐำนสำคัญของกำรพัฒนำเสริมสร้ำงทักษะควำมสำมำรถให้กับนักกีฬำ
เทคนิค คือ วิถีทำงท่ีจะช่วยแก้ปัญหำในกำรปฏิบัติงำน กำรเคลื่อนไหวของร่ำงกำยภำยใต้ กฎ
กตกิ ำกำรแขง่ ขันของกีฬำแต่ละประเภทได้อยำ่ งมปี ระสิทธภิ ำพมำกท่สี ดุ
ควำมสำมำรถในกำรท่ีจะปฏิบัติเทคนิคได้อย่ำงสมบูรณ์แบบน้ันแตกต่ำงจำกกำรปฏิบัติ
ทักษะ เพรำะนักกีฬำจะต้องมีทักษะที่ดีจึงจะสำมำรถปฏิบัติเทคนิคได้อย่ำงถูกต้องและมีควำม
แนน่ อน แมน่ ยำ รวมทั้งรวู้ ำ่ ช่วงเวลำใดหรอื สถำนกำรณ์แบบไหนจะตอ้ งใช้เทคนคิ อะไร เพื่อใหก้ ำร
ปฏิบัติ ทักษะกำรเคลื่อนไหวนั้นบรรลุผลสูงสุด ด้วยเหตุน้ีกำรสอนทักษะให้กับนักกีฬำจึงไม่
เพียงแต่สอน ควำมหลำกหลำยของเทคนิคและทักษะให้กับนักกีฬำเท่ำน้ัน แต่ยังจำเป็นต้องสอน
ถึงควำมสำคัญ แต่ละทักษะ ตลอดจนวิธีกำรปฏิบัติเทคนิค และทักษะ และช่วงเวลำหรือจังหวะท่ี
ควรจะใช้เทคนิค และทักษะน้ันด้วยดังน้ันสถำนกำรณ์ต่ำงๆในเกมกำรแข่งขันจะช่วยกระตุ้นเร้ำ
และสร้ำงประสบกำรณ์ ให้กับนักกีฬำได้แสดงออกซึ่งควำมสำมำรถในกำรใช้เทคนิคและทักษะได้
อย่ำงดีขณะเดียวกันนักกีฬำ จำเป็นต้องได้รับคำแนะนำหรือช้ีแนะถึงสิ่งท่ีได้กระทำ เพื่อกำร
ปรบั ปรงุ แกไ้ ขหรือพัฒนำให้กำ้ วหน้ำ ย่งิ ขนึ้ ต่อไป
อน่งึ ทักษะกำรเคล่ือนไหวทีม่ ีอยู่นนั้ มำกมำยหลำยรูปแบบ ซ่งึ ในควำมหลำกหลำยน้ี อำจ
จำแนกตำมสถำนกำรณ์ของเกมกำรแข่งขันได้เช่น สถำนกำรณ์ที่อยู่ในสภำวะแวดล้อมเปิด(Open
Environment) หรือสถำนกำรณ์ที่อยู่ในสภำวะแวดล้อมปิด (Close Environment) ในอีก
ลักษณะหนึ่งอำจจำแนกทักษะออกเป็น 2 รูปแบบ คือ ทักษะท่ีง่ำยหรือไม่ซับซ้อน (Simple) กับ
ทักษะทยี่ ำกหรือมีควำมซบั ซ้อน (Complex) ซึ่งกำรจำแนกในลักษณะนี้จะถกู นำมำใช้มำก ในกำร
สอนทักษะให้กบั นักกฬี ำทเี่ ร่มิ ฝกึ หดั ใหม่
2. สภำวะแวดลอ้ มเปิด และปดิ (Open and Closed Environment)
สถำนกำรณ์ทักษะปิด หมำยถึง สภำวะแวดล้อมของกำรปฏิบัติทักษะคงที่และมีควำม
แนน่ อน ชดั เจนในกำรปฏบิ ตั นิ ักกฬี ำสำมำรถท่ีจะวำงเฉยต่อสถำนกำรณแ์ วดล้อมรอบตวั และทุ่มเท
ควำมมุ่งม่ันต้ังใจให้กับควำมพยำยำมที่จะแสดงออกซ่ึงควำมสำมำรถอย่ำงเต็มที่ กรีฑำประเภท
ทุ่ม พุ่งขว้ำงเป็นตัวอย่ำงหนึ่งของเกมกำรแข่งขันท่ีสถำนกำรณ์ของกำรปฏิบัติทักษะจัดอยู่ใน
สภำวะ แวดลอ้ มท่ปี ิด เพรำะนกั กฬี ำจะต้องปฏิบตั ิทักษะตำมขนั้ ตอนทุกครงั้ ไมว่ ำ่ สถำนกำรณ์หรือ
สภำวะ แวดล้อมรอบตัวจะเป็นอย่ำงไร เม่ือนักกีฬำจำเป็นต้องตอบสนองต่อปัจจัยภำยนอกใน
ระหว่ำงเกมกำรแข่งขัน กำรปฏิบัติทักษะ กำรเคลื่อนไหวจึงขึ้นอยู่กับสถำนกำรณ์เปิด (Open
Situation) ตัวอย่ำงเช่น สถำนกำรณ์ในกำร ว่ิงแข่งขันระยะทำง 1,500 เมตร ซึ่งถือว่ำเป็นสภำวะ


Click to View FlipBook Version