The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ 183 หน้า

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by vichuda.2520, 2022-10-12 02:35:17

คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ

คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ 183 หน้า

Keywords: ผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ

97

กำรยดื เหยียดกลำ้ มเนื้อสะโพก ต้นขำด้ำนหลงั และหลังส่วนล่ำงหลัง

ขัน้ ตอนกำรปฏิบัติ
1. ผู้รับกำรยืดเหยียดนอนหงำย ยกขำขวำขึ้น เข่ำตึง พร้อมสอดขำซ้ำยวำงข้อเท้ำที่หน้ำ

ขำขวำ
2. ผกู้ ระทำยนื มือซำ้ ยจบั ข้อเทำ้ มือขวำจบั ท่ีขอ้ พบั กดมือทง้ั สองลง
3. หยุดนิ่งค้ำงไว้ ณ ตำแหน่งที่รู้สึกตึงหรือมีอำกำรปวดเล็กน้อย 10-15 วินำที โดยอยู่ใน

อำกำรผอ่ นคลำยและไมก่ ล้นั ลมหำยใจในขณะปฏิบัติ
4. ปฏิบัตลิ กั ษณะเดยี วกันในด้ำนตรงกันข้ำม

98

กำรยืดเหยียดกล้ำมเนอ้ื สะโพก และต้นขำดำ้ นหน้ำ

ขน้ั ตอนกำรปฏิบัติ
1. ผู้รบั กำรยดื เหยียดนอนควำ่ ยกขำซ้ำยข้นึ เข่ำตงึ
2. ผกู้ ระทำยนื มือขวำจบั เหนอื หัวเขำ่ ตรงหน้ำขำ มือซำ้ ยกดลงที่สะโพก
3. เหนยี งดงึ มอื ขวำข้ึน กดมือซำ้ ยลง
4. หยุดน่ิงค้ำงไว้ ณ ตำแหน่งที่รู้สึกตึงหรือมีอำกำรปวดเล็กน้อย 10-15 วินำที โดยอยู่ใน

อำกำรผ่อนคลำยและไม่กลั้นลมหำยใจในขณะปฏิบตั ิ
5. ปฏบิ ตั ิลักษณะเดียวกนั ในด้ำนตรงกันขำ้ ม

99

กำรยืดเหยยี ดกลำ้ มเนื้อสะโพก ต้นขำดำ้ นหน้ำ และหลัง

ขั้นตอนกำรปฏิบัติ
1. ผรู้ บั กำรยืดเหยยี ดนอนควำ่ ยกขำขวำขึ้น เข่ำตึง เฉียงไปด้ำนซำ้ ย
2. ผูก้ ระทำยืน มือขวำจับเหนอื หวั เข่ำตรงหนำ้ ขำ มอื ซำ้ ยกดลงทเี่ หนือสะโพก
3. เหนยี งดึงมือขำขวำเฉียงไปทำงซำ้ ย กดมอื ซ้ำยลงเหนอื สะโพก
4. หยุดน่ิงค้ำงไว้ ณ ตำแหน่งท่ีรู้สึกตึงหรือมีอำกำรปวดเล็กน้อย 10-15 วินำที โดยอยู่ใน

อำกำรผ่อนคลำยและไม่กลนั้ ลมหำยใจในขณะปฏิบัติ
5. ปฏิบตั ิลกั ษณะเดียวกนั ในด้ำนตรงกันขำ้ ม

100

กำรยืดเหยยี ดกล้ำมเนอื้ นอ่ ง เอน็ รอ้ ยหวำย และต้นขำดำ้ นหน้ำ

ขนั้ ตอนกำรปฏิบัติ
1. ผรู้ บั กำรยืดเหยียดนอนควำ่ งอเขำ่ ยกปลำยขำทั้งสองขน้ึ
2. ผกู้ ระทำยนื มอื ทง้ั สองจับบริเวณปลำยเท้ำ
3. ออกแรงกดทีป่ ลำยเทำ้ เขำ้ หำหนำ้ แข้ง พร้อมกดน่องชดิ ตน้ ขำดำ้ นหลงั
4. หยุดน่ิงค้ำงไว้ ณ ตำแหน่งท่ีรู้สึกตึงหรือมีอำกำรปวดเล็กน้อย 10-15 วินำที โดยอยู่ใน

อำกำรผ่อนคลำยและไมก่ ลน้ั ลมหำยใจในขณะปฏิบตั ิ

101

กำรยืดเหยียดกล้ำมเนอื้ หน้ำแขง้ หลงั เท้ำ และตน้ ขำด้ำนหนำ้

ขัน้ ตอนกำรปฏิบัติ
1. ผรู้ ับกำรยดื เหยียดนอนคว่ำ งอเข่ำยกปลำยขำทัง้ สองข้ึน ไขว้ขำซอ้ นกัน
2. ผ้กู ระทำยนื มอื ท้ังสองจบั บริเวณปลำยเท้ำ
3. ออกแรงกดท่ปี ลำยเทำ้ เขำ้ หำสะโพก
4. หยุดน่ิงค้ำงไว้ ณ ตำแหน่งท่ีรู้สึกตึงหรือมีอำกำรปวดเล็กน้อย 10-15 วินำที โดยอยู่ใน

อำกำรผ่อนคลำยและไม่กล้ันลมหำยใจในขณะปฏบิ ตั ิ

102

กำรยืดเหยยี ดกล้ำมเน้อื สะโพก เชิงกรำน ลำตวั ดำ้ นหนำ้ และดำ้ นข้ำง

ข้ันตอนกำรปฏบิ ตั ิ
1. ผรู้ ับกำรยืดเหยียดนอนควำ่ มอื ประสำนกนั ไว้ทีท่ ้ำยทอย
2. ผกู้ ระทำยืน มือทั้งสองสอดใตแ้ ขน กดท่ีบริเวณหลงั มอื
3. ออกแรงเหน่ียวดงึ ไหลย่ กลำตวั ขน้ึ
4. หยุดน่ิงค้ำงไว้ ณ ตำแหน่งท่ีรู้สึกตึงหรือมีอำกำรปวดเล็กน้อย 10-15 วินำที โดยอยู่ใน

อำกำรผ่อนคลำยและไม่กลนั้ ลมหำยใจในขณะปฏบิ ตั ิ

103

บทที่ 3
ทักษะขนั้ พนื้ ฐำน

ทักษะขั้นพ้ืนฐำน ของกีฬำแต่ละประเภทเป็นสิ่งสำคัญ ท่ีจะนำไปสู่เกมส์ ตัวนักกีฬำถ้ำขำด
พนื้ ฐำนแล้ว จะเป็นผู้มีควำมสำมำรถท่ีดไี ม่ได้ โดยเฉพำะในเกมสก์ ำรแข่งขนั ถำ้ ทีมมีกำรรุกทีด่ ี แต่
ทักษะพ้ืนฐำนนักกีฬำไม่ดี ทีมก็จะไม่ประสบผลสำเร็จ เพรำะไม่สำมำรถที่จะรับกำรรุกจำกคู่ต่อสู้ได้
ดังน้ัน กำรรุกและรับจะต้องคู่กันไป นักกีฬำท่ีขำดพ้ืนฐำน ส่วนมำกมีลกู ทำอยำ่ งเดียว สง่ ใหค้ นอื่น
ทำไม่ได้ ไม่สำมำรถแก้ไขปัญหำเฉพำะหน้ำได้ จึงจำเป็นจะต้องฝึกขั้นพ้ืนฐำนให้ดีก่อน เรื่องของ
เซปกั -ตะกร้อ ขัน้ พ้ืนฐำนมีดงั นี้ คือ

1. ท่ำเตรยี ม
2. ทักษะกำรเล่นด้วยศรี ษะ
3. ทักษะกำรเลน่ ด้วยขำ้ งเท้ำดำ้ นใน (แป)
4. ทักษะกำรเลน่ ด้วยหลังเทำ้
5. ทักษะกำรเล่นด้วยเขำ่
6. ทักษะกำรเลน่ ด้วยข้ำงเท้ำดำ้ นนอก

ท่ำเตรยี ม
กำรเลน่ เซปกั ตะกรอ้ ขัน้ พน้ื ฐำนเกือบทุกท่ำ จะอยู่ในท่ำเตรยี มที่คล้ำยคลงึ กัน คือ
1. กำรยนื ยนื แยกเท้ำท้ังสองกว้ำงประมำณช่วงไหล่ ปลำยเท้ำทงั้ สองจะยืนเสมอกัน หรือให้

ปลำยเท้ำเหล่ือมกันเล็กน้อย (ให้เท้ำที่ถนัดอยู่หลัง) ปลำยเท้ำชี้เฉียงออกด้ำนข้ำงเล็กน้อย ยกส้นเท้ำ
ข้ึน ย่อเข่ำลง โน้มตัวไปข้ำงหน้ำ น้ำหนักตัวจะตกอยู่ที่ปลำยเท้ำทั้งสองเท่ำ ๆ กัน แขนทั้งสองกำง
ออกเลก็ น้อยเพอ่ื กำรทรงตวั

รปู ท่ำทำงกำรยนื เตรยี มพร้อม

104

2. กำรเคลื่อนที่ ในกำรเล่นเซปักตะกร้อ กำรเคลื่อนที่จะเป็นกำรเคลื่อนที่ในระยะใกล้ ๆ มีอยู่ 2
แบบคอื

2.1 แบบสไลด์เทำ้ ซำ้ ย-ขวำ และ หนำ้ -หลงั
2.2 แบบไขว้เท้ำ ส่วนมำกจะเคลื่อนทีไ่ ปเลน่ ในระยะห่ำงมำกกวำ่ 1 ก้ำวขนึ้ ไป
หลังจำกกำรเคล่ือนที่ไปแล้ว นักกีฬำ ต้องยืนในเสมอ เพ่ือท่ีจะ เล่นในท่ำต่ำง ๆ ได้ง่ำยและ
แน่นอน

รปู กำรเคลอ่ื นทีแ่ บบสไลด์

รปู กำรเคลอื่ นที่แบบไขวเ้ ท้ำ

105

ทกั ษะกำรเล่นดว้ ยศรี ษะ

กำรเล่นลูกด้วยศรี ษะในกีฬำเซปักตะกร้อข้ันพื้นฐำนน้ีจะกลำ่ วเฉพำะกำรเล่นเพื่อใช้ใน
กำรรับลูกเสิร์ฟ รับลูกทำและกำรตั้งลูกในบำงขณะเท่ำน้ันจะยังไม่กล่ำวถึงกำรทำแต้มท่ีตำข่ำยในกำร
เล่นลูกด้วยศรี ษะควรจะทำกำรฝึกเป็นทักษะอันดับแรก เพรำะผู้เล่นที่เริ่มทำกำรฝึกหัดใหม่ ๆ
ส่วนมำกยังไมร่ ูจ้ ังหวะ และน้ำหนกั ของลูกตะกรอ้ อกี ทงั้ กำรเลน่ ดว้ ยศรี ษะเป็นกำรใชส้ ่วนของร่ำงกำย
เข้ำมำมีส่วนช่วยในกำรเล่นน้อยท่ีสุด เพียงแค่ย่อเข่ำ และเหยียดเขำ่ ขึ้นเท่ำนั้น ดังน้ันกำรฝึกลูกศรี ษะ
จะช่วยให้ผู้ฝึก มีควำมคุ้นเคยกับลูกตะกร้อมำกขึ้น และกำรเล่นเซปักตะกร้อส่วนมำกแล้ว ผู้เล่น
ตำแหนง่ หน้ำทั้ง 2 คนจะต้องมีควำมชำนำญในกำรเลน่ เป็นอยำ่ งดี เพรำะกำรยนื รบั ลกู เสริ ์ฟจำกคู่ต่อสู้
นั้น ผู้เล่นหน้ำท้ัง 2 คนจะต้องยืนใกล้ตำขำ่ ยมำกกว่ำผู้เล่นหลัง ดังนนั้ ในกำรเล่นลกู จึงควรเล่นลูกด้วย
ศีรษะ

หลกั ในกำรเล่นลูกดว้ ยศรี ษะ มีดังนี้
1. จุดสมั ผสั ลูก ใชบ้ รเิ วณสว่ นบนของหนำ้ ผำก บริเวณไรผม

รูป หน้ำผำกตอนบน

2. ขั้นตอนในกำรเลน่ ด้วยศรี ษะ
- ยืนในท่ำเตรียมพรอ้ ม
- ย่อเขำ่ ลำตัวตรง หนำ้ เงยเพ่ือรอรบั ลูกท่พี ุ่งเขำ้ มำหำ
- ในขณะทสี่ มั ผสั ลูก ใหเ้ กรง็ กล้ำมเน้อื บริเวณคอ และลำตวั
- เม่ือลูกพุง่ เข้ำหำ ต้องรอจนกว่ำลูกตะกร้อกระทบกบั จุดสัมผสั อย่ำกระแทกสวน
- ให้ใช้เท้ำและกำรเหยยี ดเข่ำชว่ ยในกำรบังคับทศิ ทำง
- เมอ่ื เลน่ ลูกแล้ว ให้ยนื ในท่ำเตรยี มพร้อม

106

รปู ขัน้ ตอนกำรเลน่ เปน็ ภำพต่อเนอื่ ง

3. ข้อเสนอแนะ
ในกำรเล่นลูกด้วยศีรษะข้ันพื้นฐำนน้ี เป็นกำรเล่นเพื่อรับลูกเท่ำน้ัน ยังไม่เป็นกำรเล่น

เพื่อทำแต้ม (ลูกฆำ่ ท่หี นำ้ ตำข่ำย)
แบบฝกึ กำรเลน่ ลกู ดว้ ยศีรษะ

1. ใชล้ กู ตะกรอ้ เคำะเบำ ๆ ทบ่ี ริเวณหน้ำผำก ตรงจดุ ท่สี มั ผสั

107

2. ให้ผ้ปู ฏิบตั ถิ ือตะกรอ้ ไว้ แล้วโยนขึ้น เมื่อตะกรอ้ ตกลงมำ ใหใ้ ช้ศีรษะรอรับลกู โดยให้ตะกรอ้
ตกตรงจุดสัมผัส

3. คยู่ นื ใกลๆ้ แล้วโยนลกู ตะกรอ้ ไปตกที่จดุ สัมผัส (ในขณะทล่ี กู กระทบศรี ษะให้
นั่งรอน่งิ ๆ)

108

4. คู่ยืนห่ำงออกไป แล้วโยนให้ผปู้ ฏบิ ัตทิ ่ีน่ังรอ รับลูกด้วยศรี ษะ โดยกำรเคลื่อนตัวให้จุดสัมผสั
กระทบลูกตะกรอ้ (รอลูกจนกวำ่ กระทบศีรษะ อย่ำกระแทก) บังคับทิศทำงให้ตะกร้อกระดอนขึ้นตรง ๆ

5. ฝกึ ทำ่ ทำงในกำรเล่นลูกด้วยศีรษะเปน็ จังหวะ ยงั ไมต่ ้องใชล้ ูกตะกรอ้
จังหวะที่ 1 ย่อเขำ่ ท้งั สองลง ในท่ำเตรียมพรอ้ ม
จงั หวะท่ี 2 ยกตัวขนึ้ ตรง ๆ
จังหวะที่ 3 เขำ่ เหยียดตงึ

109

6. ค่ยู ืนถือลกู ตะกรอ้ ผปู้ ฏิบตั ิยืนยอ่ ตวั แล้วยกตวั เหยยี ดเข่ำขึน้ ใหจ้ ดุ สมั ผัสกระทบลูกตะกร้อ

7. คู่ให้ผู้ปฏิบัติย่อเข่ำเตรียมพร้อมท่ีจะรอรับลูกด้วยศีรษะ แล้วคนโยน โยนให้ลูกตะกร้อ
กระทบจุดสัมผสั (โยนให้แม่น)

110

8. คู่โยน ผู้ปฏบิ ัติรอลูกตะกร้อกระทบจดุ สัมผัสบงั คับใหล้ กู ตะกรอ้ ขน้ึ ตรงๆ 1 ครัง้ แลว้ จบั ไว้

9. ค่โู ยน ผู้ปฏบิ ัตริ อลูกตะกรอ้ กระทบจดุ สัมผสั บงั คับใหล้ กู ตะกร้อข้ึนตรงๆ 2 ครง้ั แล้วจับไว้

111

10. ผ้ปู ฏบิ ตั ิโยนตะกรอ้ ข้นึ ด้วยตัวเองตรง ๆ แล้ว โหม่งทีเดยี วให้ตรงคู่

11. ผู้ปฏิบัติโยนตะกร้อขน้ึ ด้วยตัวเอง พักลูก (เดำะลูก) ด้วยศีรษะข้นึ ตรง ๆ 1 คร้ัง พอครง้ั ท่ี
2 เลน่ ดว้ ยศีรษะกลับไปให้ตรงคู่

112

12. ให้คูโ่ ยนให้ ผู้ปฏิบัติเลน่ ดว้ ยศรี ษะกลับไปใหต้ รงคู่

13. ให้คู่โยนมำให้ ผู้ปฏิบัติพักลูก (เดำะลูก) ด้วยศีรษะขึ้นตรง ๆ 1 ครั้ง พอครั้งที่ 2 เล่นด้วย
ศรี ษะกลับไปให้ตรงคู่

113

14. เดำะ 1 คร้ัง แล้วจับ จนเกิดควำมชำนำญ โดยสังเกตว่ำลูกข้ึนตรงหรือไม่ ถ้ำยังไม่ตรง
แสดงว่ำยังไม่มีควำมชำนำญ ถ้ำเกิดควำมชำนำญแล้วให้เพ่ิมจำนวนทีละ 1 คร้ัง เป็น 2 ครั้งจับ และ
เพ่มิ จำนวนใหม้ ำกข้ึน

15. ให้ทัง้ คู่ โต้ดว้ ยศรี ษะกันไปมำ

114

ทกั ษะกำรเลน่ ดว้ ยขำ้ งเท้ำด้ำนใน (แป)

กำรเลน่ ลูกด้วยขำ้ งเทำ้ ดำ้ นใน หรือ ทภ่ี ำษำตะกร้อเรียกวำ่ ลกู แป เป็นทกั ษะ
สำคญั ของกำรเล่นเซปกั ตะกรอ้ ไม่ว่ำทำ่ นจะเปน็ ตัวทำแตม้ หรือ ตวั เสิรฟ์ กต็ ำม โดย
เฉพำะอย่ำงย่งิ ตวั ตั้งลกู (ชงลกู ) จะตอ้ งมีควำมชำนำญในกำรเล่นลูกข้ำงเท้ำด้ำนในเป็น
อย่ำงมำก กำรเล่นลกู ดว้ ยข้ำงเท้ำด้ำนในน้ี จะใชใ้ นกำรรับลูก และต้งั ลกู ทีม่ ีประสิทธิ
ภำพมำกในเกมส์ เซปกั ตะกร้อ หลกั ในกำรเล่นลูกข้ำงเทำ้ ดำ้ นใน มีดงั น้ี

1. จุดสมั ผัสลกู ใช้สว่ นขำ้ งเทำ้ ด้ำนใน ทอี่ ยใู่ ตต้ ำตมุ่ ลงไป สมั ผัสลูก (ชว่ ง
ระหวำ่ งส้นเทำ้ จนถึงบรเิ วณอุ้งเทำ้ ด้ำนขำ้ ง)

2. ขั้นตอนในกำรเลน่ ด้วยข้ำงเทำ้ ดำ้ นใน
- ยนื ในท่ำเตรียม (ย่อเขำ่ ท้ังสองลงเลก็ น้อย)
- กำ้ วเทำ้ ทีไ่ มถ่ นดั ไปขำ้ งหน้ำ พร้อมยกเท้ำที่ถนัดข้ึนเลน่ ลูก โดยแยกเขำ่ ออกด้ำนขำ้ ง
- เท้ำท่ียกข้ึนเล่นลูก ให้อยู่ในระดับเดียวกับเข่ำท่ียืนเป็นหลักโดยอยู่ล้ำมำด้ำนหน้ำพยำยำม
บดิ เทำ้ ให้ขำ้ งเท้ำด้ำนใน ขนำนกับพน้ื มำกท่ีสดุ
- ในจงั หวะเทำ้ สมั ผสั ลกู ขำที่ยืนเปน็ หลกั ไมค่ วรเหยยี ดตึง ใหย้ อ่ เขำ่ เลก็ น้อย
- เมื่อเตะลกู แล้ว ให้สว่ นเท้ำท่ีเตะลูกน้ัน ตำมไป เปน็ จังหวะต่อเนอ่ื งไม่ควรรีบกระตกุ เท้ำลงทันที
3. ข้อเสนอแนะ
ในขณะเล่นลูก ตัวจะต้องไม่บิด และขำท่ียกเล่นลูก จะต้องไม่เลยขำท่ียืนเป็นหลักออกไป
ดำ้ นข้ำง เท้ำต้องอย่ตู รงจดุ ก่ึงกลำงของตวั

115

รปู ข้นั ตอนกำรเล่น เป็นภำพตอ่ เนื่อง

แบบฝกึ กำรเล่นลกู ดว้ ยขำ้ งเทำ้ ด้ำนใน (แป)
1. ใช้ลูกตะกร้อ เคำะเบำ ๆ ที่ข้ำงเท้ำด้ำนใน ตรงจุดที่จะใช้สัมผัสลูก เพื่อให้เกิด
ควำมเคยชนิ

116

2. ฝกึ ทำ่ ทำงกำรเลน่ ลูกดว้ ยขำ้ งเทำ้ ด้ำนใน อยู่กบั ที่เป็นจังหวะ โดยไมใ่ ช้ลูกตะกร้อ
จงั หวะที่ 1 ยอ่ เข่ำท้งั สองลง ในท่ำเตรียมพรอ้ ม
จังหวะที่ 2 ยกเท้ำข้นึ
จังหวะที่ 3 วำงเทำ้ ลง

3. คู่ถือลกู ตะกรอ้ ผู้ปฏิบัตยิ ่อเขำ่ แล้วยกเทำ้ ขึน้ ให้จดุ สัมผัสกระทบกบั ลูกตะกรอ้

117

4. คู่ถือลูกตะกร้อสูงกว่ำแบบฝึกที่ 3 แล้วลดตะกร้อลง ผู้ปฏิบัติย่อเข่ำ แล้วยกเท้ำข้ึนให้จุด
สัมผสั กระทบลกู ตะกรอ้

5. ให้ผู้ปฏิบัติ ย่อเข่ำพร้อมยกขำรอลูก ท่ีคู่โยนมำให้แล้วเตะลูกกลับไปให้ (ต้องย่อเข่ำ ยกขำ
ขึ้นก่อน)

118

6. ปฏบิ ตั เิ ชน่ เดียวกบั แบบฝึกท่ี 5 แตผ่ ู้ปฏบิ ัตยิ นื เตรียมพร้อมท่จี ะปฏบิ ัติ (ไมต่ ้องยอ่ เขำ่ ยกขำ)

7. ผปู้ ฏิบตั โิ ยนตะกร้อขน้ึ ด้วยตนเอง แล้วเตะทีเดยี วไปให้ตรงคู่

119

8. ผ้ปู ฏิบัติโยนตะกร้อข้ึนดว้ ยตนเอง แล้วปล่อยตะกร้อตกพืน้ ก่อน 1 คร้งั แลว้ เตะไปให้ตรงคู่

9. คู่โยนมำให้ ปลอ่ ยลูกตะกรอ้ ตกพื้นกระดอนกอ่ น 1 ครั้ง ผปู้ ฏบิ ัตเิ ตะทีเดยี วให้ตรงคู่

120

10. ฝึกกำรพักลกู (เดำะ)
ให้ผู้ปฏิบัติเดำะลูกขึ้นตรง ๆ 1 ครั้ง แล้วใช้มือจับไว้ (เรียกว่ำ 1 จับ) เมื่อเกิดควำม

ชำนำญแล้ว ให้เพิ่มจำนวนกำรเดำะเป็น 2 จับ , 3 จับ , 4 จับ ฯ จนเกิดควำมชำนำญ ควรเพ่ิมข้ึน
เรอ่ื ย ๆ (เหตผุ ลที่ใหจ้ ับไว้กอ่ นก็เพรำะผปู้ ฏิบตั ิจะไดไ้ ม่ต้องเกบ็ ลกู ตะกร้อบอ่ ยครงั้ )

11. เชน่ เดียวกนั แบบฝึกที่ 10 แต่ให้ตะกร้อตกพื้นกระดอนก่อน 1 ครัง้ แลว้ จึงเดำะ

121

12. ผู้ปฏิบัติโยนตะกรอ้ ขนึ้ แลว้ เดำะ 1 คร้ัง คร้งั ที่ 2 เตะส่งให้ตรงคู่

13. ผู้ปฏิบัตโิ ยนตะกร้อขน้ึ แลว้ เดำะ 2 ครั้ง ครัง้ ท่ี 3 เตะสง่ ใหต้ รงคู่

122

14. ให้คู่โยนให้ ผู้ปฏิบัติเดำะ 1 ครั้ง หลังจำกน้ันใช้มือจับไว้ เป็นกำรเน้นในเร่ือง
เกยี่ วกบั กำรใชเ้ ท้ำดำ้ นในรับลูก (พกั ลกู )

15. ปฏิบตั เิ ช่นเดียวกับแบบฝกึ ท่ี 14 แตเ่ พมิ่ กำรเดำะเปน็ 2 คร้งั

123

16. ใหค้ ่โู ยนให้ ผปู้ ฏบิ ัตเิ ดำะ 1 ครั้ง จงั หวะท่ี 2 เตะสง่ กลับให้ตรงคู่

17. เช่นเดยี วกับแบบฝึกที่ 16 แต่ใหเ้ ดำะ 2 ครง้ั ก่อน แลว้ เตะสง่ กลับใหต้ รงคู่

124

18. โตด้ ว้ ยขำ้ งเท้ำดำ้ นในกนั ไป-มำ

ทักษะกำรเล่นดว้ ยหลังเทำ้

กำรเล่นลูกหลังเท้ำในกีฬำเซปักตะกร้อส่วนใหญ่ จะเล่นก็ต่อเม่ือเรำไม่สำมำรถเล่นลูกข้ำงเท้ำ
ดำ้ นในได้ คือ เมอ่ื ลูกน้ันมำในระยะต่ำ หรอื ลูกตกระยะไกลตัว และกำรเลน่ จะไมน่ ิยมใช้เปน็ กำรส่งลูก
จะใชเ้ ฉพำะรับลูกเพยี งอยำ่ งเดยี ว เช่นกำรรับลกู ทำจำกคูต่ ่อสู้ หรือเอือ้ มตวั ไปรบั ลกู หยอด
หลักในกำรเลน่ ลูกหลงั เทำ้ มดี งั นี้

1. จุดสมั ผัสลกู ใช้บรเิ วณหลงั เทำ้ (เนน้ กำรรบั เทำ่ นัน้ )

125

2. ขั้นตอนในกำรเลน่ ลูกหลงั เท้ำ
- ยืนในทำ่ เตรยี ม (ย่อเข่ำท้งั สองลงเลก็ นอ้ ย)
- ยกเท้ำท่ีถนัดขึ้นเล่นลูก โดยให้สูงจำกพ้ืนไม่เกิน 1 คืบ (อย่ำยกสูงเกินไป ไม่ควรยกลูกสูง
เทำ่ กับทำ่ แป) เข่ำงอเลก็ น้อย
- ในกำรยกเท้ำขึ้นเล่นลูก ให้ยกเท้ำข้ึนรอลูกไม่ควรเตะสวนข้ึน เพรำะจุดสัมผัสอำจจะไม่
แน่นอน
- และในจงั หวะทีเ่ ล่นลกู เทำ้ ทยี่ ืนเป็นหลัก ควรยอ่ เล็กน้อย
- เมอ่ื เลน่ ลกู แล้ว ให้ชักเทำ้ กลบั มำยืนในท่ำเตรียมพร้อม

3. ข้อเสนอแนะ
กำรเล่นลูกหลังเท้ำ จะต้องไม่เร็วจนเกินไป ให้ยกเท้ำขึ้นรอรับลูก ให้ลูกตกมำหำเท้ำ

เพรำะลูกหลงั เทำ้ นนั้ เปน็ กำรรับลูก ที่ไมส่ ำมำรถเล่นลกู ข้ำงเทำ้ ดำ้ นในได้เท่ำน้ัน

126

แบบฝึกกำรเลน่ ลกู ด้วยหลังเทำ้
1. ใชล้ ูกตะกร้อเคำะเบำ ๆ ท่ีบริเวณหลงั เทำ้ ตรงจดุ ท่สี มั ผสั ใหเ้ กดิ ควำมชำนำญ

2. ฝกึ ทำ่ ทำงในกำรเลน่ ลกู หลังเท้ำเป็นจังหวะ ยงั ไม่ตอ้ งใช้ลูกตะกรอ้
จงั หวะท่ี 1 ยอ่ เข่ำทัง้ สองลง ในท่ำเตรยี มพรอ้ ม
จงั หวะท่ี 2 ยกเท้ำขน้ึ เลน่ ลูก
จงั หวะที่ 3 วำงเทำ้ ลง

127

3. ใหค้ ่ถู ือลกู ตะกรอ้ สงู จำกพ้ืนประมำณ 1 คืบ ผปู้ ฏบิ ตั ิ ยกเท้ำใหจ้ ดุ สัมผสั กระทบลูกตะกรอ้

4. ให้คู่ถือลูกตะกร้อ สูงจำกพ้ืนระดับเอว แล้วลดระดับลง ผู้ปฏิบัติยกเท้ำให้จดุ สมั ผัสกระทบ
ลกู ตะกร้อ

128

5. ให้ผู้ปฏิบัติ ย่อเข่ำ ยกเท้ำข้ึนก่อน แล้วโยนตะกร้อขึ้น ให้หลังเท้ำรอรับลูกตกกระทบจุด
สมั ผสั (ยงั ไมต่ ้องเดำะตะกรอ้ ขนึ้ )

6. ปฏิบัติเช่นเดียวกับแบบฝึกที่ 5 แต่ปล่อยให้ลูกตกกระดอนพื้นก่อน 1 คร้ัง เล่นด้วยหลังเท้ำ
(ยังไม่ตอ้ งเดำะตะกรอ้ ขน้ึ )

129

7. ผปู้ ฏบิ ัติย่อเขำ ยกเทำ้ ขนึ้ รอรับลกู คู่โยนตกตรงหลงั เทำ้ ผูป้ ฏิบัตยิ กขำขน้ึ ให้ลกู ตะกร้อขนึ้ ตรง ๆ

8. ปฏบิ ัตเิ ช่นเดียวกบั แบบฝกึ ท่ี 7 แตผ่ ูป้ ฏบิ ตั ิยืนเตรยี มพร้อมท่ีจะปฏิบตั ิ (ไมต่ อ้ งยอ่ เข่ำ ยกเท้ำ)

130

9. เชน่ เดยี วกบั แบบฝึกท่ี 8 แต่ปล่อยใหล้ ูกตกกระดอนพื้นกอ่ น 1 ครงั้ เลน่ ดว้ ยหลังเทำ้

10. ฝกึ กำรพกั ลูก (เดำะ)
- เดำะ 1 คร้ังแล้วจับจนเกิดควำมชำนำญโดยสังเกตว่ำลูกขึ้นตรงหรือไม่ถ้ำยังไม่ตรง
แสดงว่ำยังไม่มีควำมชำนำญถ้ำมีควำมชำนำญแล้วให้เพิ่มจำนวนทีละ 1 ครั้งเป็น 2 คร้ังฯลฯ(เน้น
กำรเดำะ)

131

11. เช่นเดียวกับแบบฝึกที่ 10แต่ต้องปล่อยให้ตะกร้อตกพ้ืนก่อนจึงเดำะ 1 จับ, 2 จับ
(เน้นกำรเดำะ)

12. ให้คู่โยนมำให้ ผู้ปฏิบัติ เดำะ 1 คร้ัง ขึ้นตรงๆ แล้วจับไว้ เพิ่มควำมห่ำงระหว่ำงคู่เมื่อมี
ควำมชำนำญ

132

13. เชน่ เดียวกับแบบฝกึ ที่ 12 แต่เดำะ 2 ครั้ง

14. เชน่ เดยี วกับแบบฝึกท่ี 13 แต่เพิ่มกำรเดำะเปน็ 3 คร้งั

133

15. คโู่ ยน จังหวะท่ี 1 ผูป้ ฏิบัตริ ับด้วยหลังเท้ำ 1 คร้ัง จังหวะท่ี 2 เตะดว้ ยขำ้ งเท้ำดำ้ นใน ส่งให้ตรงคู่

16. เช่นเดียวกับแบบฝึกที่ 15 แต่เล่นด้วยหลังเท้ำ 2 ครั้ง จังหวะที่ 3 เตะส่งด้วยข้ำงเท้ำด้ำน
ในให้ตรงคู่

134

17. ให้โตค้ โู่ ดยรับลกู ด้วยหลงั เทำ้ แล้วเล่นดว้ ยขำ้ งเท้ำดำ้ นในส่งไปมำ

135

บทที่ 4
ทักษะขน้ั สูง

สิ่งสำคัญในกำรนำไปสู่กำรเล่นเกมเซปักตะกร้อ ถือว่ำเป็นกระบวนกำรต่อเนื่อง หรือ
องค์ประกอบท่ีสำคัญของกำรเล่นหรือกำรแข่งขัน ในแต่ละข้ันตอนจะมีควำมสำคัญท่ีแตกต่ำงกัน
แต่จะมีควำมต่อเนื่องและสัมพันธ์กัน ต้ังแต่เริ่มต้นในข้ันตอนท่ี 1 จนส้ินสุดในขั้นตอนที่ 8 กำร
เรียนรู้เกมเซปักตะกร้อไม่ควรมองข้ำมหรือละเลยควำมสำคัญในขั้นตอนใดข้ันตอนหน่ึง เพรำะจะ
ทำให้เกิดช่องว่ำงหรือปัญหำในกำรแก้ไขปรับปรุง และขำดควำมเช่อื ม่ันในตนเอง โดยเฉพำะ ขำด
ควำมเขำ้ ใจในกำรนำผลไปเช่ือมโยงกับขนั้ ตอนอืน่ ๆ ไดอ้ ย่ำงมปี ระสิทธิภำพ

กระบวนกำร ในกำรนำไปสกู่ ำรเล่นกฬี ำเซปักตะกร้อ มดี งั น้ี
1. กำรโยน
2. กำรเสิร์ฟ
3. กำรรับลกู เสิร์ฟ
4. กำรตั้งหรอื กำรชงลูกตะกรอ้
5. กำรรุก
6. กำรสกัดกนั้
7. กำรรับลูกทเ่ี กดิ ขึ้นจำกกำรสกดั กนั้
8. กำรตงั้ รับจำกกำรรุก

กระบวนกำรทั้งหมดดังกล่ำว ผู้เล่นจำเป็นต้องศึกษำและสร้ำงควำมเข้ำใจอย่ำงถูกต้อง
สำมำรถนำไปฝึกปฏิบัติให้เกิดทักษะ ไม่ควรมองข้ำมหรือละเลยในขั้นตอนใดข้ันตอนหนึ่ง จะต้อง
ใหค้ วำมสำคัญและสรำ้ งควำมเขำ้ ใจศึกษำรำยละเอยี ดทุกขั้นตอน ดงั นี้

1. กำรโยน

ลักษณะของกำรโยน ผู้โยนจะต้องมีทักษะท่ีดีพอ โดยต้องโยนให้พอดีมีควำมสัมพันธ์ กับ
จังหวะของกำรเสิร์ฟ ซึ่งจะส่งผลให้กำรเสิร์ฟมีประสิทธิภำพ ถือเป็นข้ันตอนท่ีมีควำมสำคัญ เป็น
อย่ำงยิง่ หรอื อำจจะไม่มีควำมสำคัญเลยกไ็ ดถ้ ้ำหำกเกิดควำมผิดพลำดในกำรโยน เนื่องจำก คะแนน
ทไ่ี ดจ้ ำกกำรเสริ ฟ์ ถอื ไดว้ ำ่ มีผลมำจำกคุณภำพของกำรโยนเป็นสำคัญ

136

วิธีกำรฝกึ กำรโยนลกู ตะกร้อใหผ้ ูเ้ สริ ฟ์
วำงเท้ำอยู่ในเส้ียววงกลมทั้งสองเท้ำ โดยวำงเท้ำหลัก (เท้ำข้ำงท่ีถนัด) อยู่ด้ำนหน้ำเท้ำรอง

(เท้ำข้ำงท่ีไม่ถนัด) อยู่ด้ำนหลัง หันปลำยเท้ำช้ีไปทำงด้ำนผู้เสิร์ฟ วำงลูกตะกร้อไว้บนฝ่ำมือข้ำงที่
ถนัด ประคองลูกตะกร้อไว้ในอุ้งมือ ไม่กำลูกตะกร้อแน่นมำก ยกแขนชูลูกตะกร้อขึ้นสูง สำยตำ
คำดคะเน ลูกตะกร้อให้ตรงเป้ำหมำย (ต้องทำควำมเข้ำใจกับผู้เสิร์ฟด้วยว่ำ ผู้เสิร์ฟชอบกำรโยน
แบบลกู ตะกร้อ พงุ่ รวดเร็ว ลูกสูงย้อย ลูกใกลต้ ัวหรือลูกไกลตวั ) ยอ่ เขำ่ ท้ังสองข้ำงลง ลดแขนขำ้ งที่
ถือลูกตะกร้อ ลงด้วย เม่ือได้จังหวะที่ดีพร้อมยืดเข่ำ ลำตัวขึ้นอีกคร้ังหนึ่ง ปล่อยลูกตะกร้อให้หลุด
ออกจำกมอื ในลกั ษณะลกู ตะกร้อหมุนนอ้ ย หรอื ไมห่ มุน เพอื่ ไปสู่ทศิ ทำงและเป้ำหมำยทีต่ อ้ งกำร

แบบฝึกกำรโยน
- โยนให้ครู่ บั

137

- โยนให้ตกตรงเปำ้ หมำยที่กำหนด

- โยนให้ตกตรงเปำ้ หมำยทกี่ ำหนด ในสนำม

138

- โยนให้เข้ำเป้ำหมำยท่ีกำหนด ในสนำม

2. กำรเสริ ฟ์

กำรเสิร์ฟเป็นกำรรุกวิธีหนึ่ง กำรเสิร์ฟท่ีดีจึงได้เปรียบคู่ต่อสู้และทำให้ได้แต้มง่ำย ๆ ดังนั้น ผู้
เสิร์ฟจึงควรหำควำมชำนำญโดยกำรฝกึ หัดเสิร์ฟด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งที่ดที ่ีสุดและเหมำะสมกับผู้เล่นแตล่ ะ
บุคคล เพรำะผู้เล่นแต่ละบุคคลมีควำมถนัดที่ไม่เหมือนกันข้อสำคัญก็คือผู้เล่นจะเสิร์ฟลูกวิธีใดก็ตำม
ผู้เสิร์ฟจะต้องมีควำมม่ันใจในกำรเสิร์ฟน้ัน ๆ โดยมีเปอร์เซ็นกำรเสิร์ฟเสียน้อยที่สุด อย่ำงน้อยควรจะ
เสริ ฟ์ ได้คอื ร้อยละ 90 จงึ จะเป็นผู้เสิร์ฟทด่ี ี

จุดประสงคข์ องกำรเสิรฟ์
1. พยำยำมใหไ้ ดค้ ะแนนจำกกำรเสิร์ฟในครงั้ นน้ั ๆ
2. พยำยำมเสิรฟ์ ให้คแู่ ขง่ ขันรับยำกท่ีสดุ
3. เพ่ือให้เกมรุกของคู่แขง่ ขันเสยี ไป หรอื ควำมสมั พนั ธ์ในกำรรกุ

139

ลักษณะของกำรเสิร์ฟ
กำรเสิร์ฟ จะต้องใช้ส่วนของร่ำงกำยท่ีอยู่ใต้ตำตุ่มลงไปสัมผัสลูกเท่ำนั้น กำรเสิร์ฟที่

นยิ มกันมอี ยู่ 3 ลกั ษณะคือ
1. เสริ ์ฟด้วยข้ำงเท้ำดำ้ นใน
2. เสริ ์ฟด้วยหลังเทำ้

ขนั้ ตอนในกำรเสริ ฟ์
- ยืนให้น้ำหนักตัวตกท่ีเท้ำหลัก (เท้ำไม่ได้ใช้เตะลูก) ที่อยู่ในวงกลมพร้อมกับให้

สัญญำณมอื เพื่อนัดแนะกับผ้โู ยน
- เมอ่ื ผโู้ ยนโยนลกู ให้โน้มตัวไปขำ้ งหน้ำเล็กนอ้ ย พรอ้ มกบั ยกขำทจ่ี ะเตะขน้ึ
- ในจังหวะสัมผัสลูก ให้กระตุกขำเตะตะกร้อ เพ่ือควำมแน่นอนในกำรบังคับทิศทำง

อย่ำเหว่ยี งเท้ำลงในทันทที ันใด
- เทำ้ ลงสูพ่ ืน้ ตำมแรงเหวีย่ งและแรงเตะ

140

ทิศทำงของกำรเสิร์ฟ
กำรเสิร์ฟลูกทุกครั้ง ผู้ท่ีทำกำรเสิร์ฟควรเสิร์ฟไปยังผู้เล่นฝ่ำยตรงข้ำม เพื่อท่ีจะทำให้ผู้

เล่นฝ่ำยตรงข้ำมเกิดควำมกงั วล ขำดควำมสมั พันธ์ในกำรรุก ดงั นัน้ กำรเสิร์ฟไปยงั เปำ้ หมำย ดงั นี้
1. เสริ ์ฟลกู ไปยังผู้เลน่ ท่ีอ่อนทสี่ ดุ หรือ ผเู้ ลน่ ทีเ่ ลน่ ลกู แรกไม่ดี (เปดิ ลูกไม่ดี)
2. เสริ ฟ์ ลูกเขำ้ ชอ่ งระหวำ่ งผ้เู ล่นกับผูเ้ ล่น
3. เสิรฟ์ ลูกเขำ้ ช่องระหวำ่ งเส้นขำ้ งกับผเู้ ลน่ หนำ้ ทง้ั สอง
4. เสิรฟ์ ลกู หยอด

141

แบบฝกึ กำรเสริ ฟ์ ด้วยหลังเท้ำ
- ตะกรอ้ เคำะท่ีโคนนิว้ เทำ้

- ให้คูถ่ อื ตะกรอ้ ผปู้ ฏบิ ตั ิยกขำให้จดุ สมั ผัสกระทบลกู ตะกรอ้

142

- เช่นเดยี วกับแบบฝึกที่ 2 แต่ใหค้ ยู่ กตะกร้อสงู ขึน้

- เช่นเดียวกบั แบบฝึกท่ี 3 แตใ่ ห้ค่ยู กตะกรอ้ สูงขึ้น

143

- ให้คถู่ อื ตะกรอ้ สงู ตรงแนวศีรษะ ผู้ปฏบิ ตั ิเอนตัวเตะตะกร้อ

- ใหค้ ถู่ ือตะกร้อจนไม่สำมำรถน่งั เตะได้ ผู้ปฏบิ ัติยกกน้ ขึน้ เตะลกู

144

- ใหค้ ู่ถือตะกรอ้ ระดับเอว ผู้ปฏิบัตยิ กเท้ำใหจ้ ดุ สัมผัส (โคนน้วิ เทำ้ ) กระทบลกู ตะกร้อ

- เช่นเดียวกับแบบฝกึ ที่ 7 แตใ่ หย้ กตะกรอ้ ใหส้ งู ข้ึนกว่ำเดิม

145

- ผู้ปฏิบัติโยนลูกขนึ้ แลว้ เตะตะกรอ้ ขน้ึ ตรง ๆ โดยให้สัมผัสท่โี คนนิว้ เทำ้

- ผ้ปู ฏบิ ัติโยนตะกร้อใหส้ งู ขน้ึ แลว้ เตะลูกใหไ้ ปดำ้ นหลัง

146

- ฝกึ กำรวำงเท้ำลงสพู่ น้ื
- ยกเท้ำขน้ึ เตะตะกรอ้

- เม่ือเตะแล้วให้บิดสะโพก

- หมุนตวั ตำมแรงเหวี่ยง
ของขำ


Click to View FlipBook Version