The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kruarriya.y, 2020-05-09 05:09:54

PDF_สังคมศึกษา

PDF_สังคมศึกษา

การท่องเท่ียวเปน็ กจิ กรรมสรา้ งรายได้ ภมู ิศาสตร์ 51

ค่ายานพาหนะและเชื้อเพลิง
คา่ อาหาร คา่ ทพ่ี ัก คา่ มัคคเุ ทศก์
การรักษาความปลอดภัย ค่าซักรีด

คา่ ของท่รี ะลึกกับสินคา้ อ่นื ๆ
ค่าโทรศพั ท์ ค่าอนิ เทอร์เน็ต

คา่ เกบ็ ขยะ

เสน้ ทางของรายได้ นักท่องเทีย่ ว ชาํ ระเงนิ
จากการทอ่ งเที่ยว $฿€£¥ โดยตรงไปยัง

การบริการตา่ งๆ รถไฟ บริษทั เดนิ เรือ ธนาคาร
วตั ถดุ ิบ รถทศั นาจร เพอ่ื การทย่อางนเยทนี่ยตว์ สายการบิน รา้ นอาหาร
ซึง่ กลายเป็น
บริษัทท่องเทีย่ ว ศูนยก์ ารประชมุ คา่ จ้างแรงงาน
เงินเดือน กําไร ภาษี
ทีพ่ ัก รถยนต์เชา่ สนามกฬี า
กิจกรรมบันเทงิ เชอื้ เพลิง
รา้ นค้า

สวนสนกุ อันจะเป็นรายได้เพ่อื
การสอ่ื สาร
โรงมหรสพ

ธนาคาร

การบริการต่างๆ สตั วเ์ ลย้ี ง โรงเรียน รา้ นคา้
วัตถุดบิ อสงั หารมิ ทรพั ย์
โรงพยาบาล
ฟารม์

การคมนาคม

เทคโนโลยี โครงสรา้ งพนื้ ฐาน

นกั ท่องเทีย่ วท่ใี ช้จ่ายมากท่ีสุด ๕ อนั ดับแรก พ.ศ. ๒๕๖๐

จีน 261 พนั ลา้ นเหรียญสรอ.
สหรัฐอเมริกา 122 พันล้านเหรียญสรอ.
81 พันลา้ นเหรียญสรอ.
เยอรมนี 64 พนั ลา้ นเหรยี ญสรอ.
สหราชอาณาจักร 41 พันลา้ นเหรียญสรอ.

ฝรั่งเศส

๘ แมทแลลารตัพะะแสรยกกิ่งาแาไ้กขรวรปปดธอ้ญลรรง้อหกมมาันชาติ

องคก์ รด้านสง่ิ แวดล้อมระหว่างประเทศ

สา� นักงานโครงการสิ่งแวดล้อม กองทุนสตั วป์ ่าโลก [WWF]
แหง่ สหประชาชาต ิ [UNEP] ท�างานอนรุ ักษ์ ๓ ดา้ น คือ ทรพั ยากรปา่ ไม ้
ท�าหน้าทีป่ ระสานงานและร่วมมือกับองคก์ รอื่นๆ ทรพั ยากรน้า� จืด ทรพั ยากรทะเลและชายฝงั
ในสหประชาชาตทิ ั้งภาครฐั และเอกชน

กรนี พซี (Greenpeace)
เกิดจากการรวมกลุ่มของคน
ในเมืองแวนคูเวอร ์ ประเทศแคนาดา

ดแู ลดา้ นส่ิงแวดลอ้ ม

52

ภูมิศาสตร์ 53

กฎหมายส่ิงแวดลอ้ มระหวา่ งประเทศ

อนุสัญญาเวียนนาเพื่อการพิทักษ์ช้ัน อนุสญั ญารอตเตอร์ดมั วา่ ด้วย
โอโซนและพิธีสารมอนทรีออลว่าด้วย กระบวนการแจ้งขอ้ มลู สารเคมี
สารทาํ ลายชน้ั โอโซน พทิ กั ษช์ นั้ โอโซนใน ล่วงหนา้ สําหรบั สารเคมีอันตราย
บรรยากาศและแก้ไขปัญหาส่ิงแวดลอ้ ม และสารเคมปี ้องกันกําจดั ศตั รูพชื
ท่เี กดิ จากรูโหว่ของโอโซน และสัตวบ์ างชนดิ ในการค้า
ระหว่างประเทศ [PIC] ควบคุม
พธิ สี ารเกยี วโต เรือนกระจก การน�าเขา้ และการส่งออกสารเคม ี
ลดปริมาณการปล่อยกาซเรอื น อนสุ ัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการ
กระจกของประเทศจากประเทศ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
[UNFCCC] ลดปริมาณการปลอ่ ย
อุตสาหกรรมท่พี ฒั นาแลว้ กาซเรอื นกระจกลงโดยเฉล่ียรอ้ ยละ ๕
ภายใน พ.ศ. ๒๕๕๑ – ๒๕๕๕
อนสุ ัญญาบาเซิลวา่ ด้วยการ ในพธิ ีสารเกียวโต
ควบคมุ การเคล่อื นย้ายขา้ มแดน
ของของเสียอันตรายและการ
กาํ จดั แกป้ ญั หาการลักลอบนา�
ของเสยี อนั ตรายไปท้งิ หรือก�าจดั
ท�าลายในประเทศด้อยพัฒนา
กอ่ ใหเ้ กิดผลกระทบต่อสขุ ภาพ
อนามยั ของมนษุ ย์และสง่ิ แวดลอ้ ม

อนสุ ญั ญาแรมซาร์ [Ramsar] อนสุ ัญญาสหประชาชาติว่าด้วยความหลากหลาย
อนุรกั ษแ์ หล่งที่อยู่อาศยั ทางชีวภาพ [CBD] อนรุ กั ษค์ วามหลากหลาย
ทเ่ี ปน็ พ้ืนท่ีชุม่ น้า� ของชนิดพันธ์ุของสง่ิ มีชีวติ และเพ่ือใหเ้ กิด
การแบ่งปันผลตอบแทนอย่างเป็นธรรม
และเท่าเทียมกัน

อนุสญั ญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ
ซ่งึ ชนดิ สตั วป์ ่าและพืชปา่ ท่ใี กล้จะ
สญู พนั ธหุ์ รอื ไซเตส [CITES])
เพอ่ื ปอ้ งกันการสูญพนั ธ์ ุ

องคก์ รดา้ นสิง่ แวดล้อมในไทย

มลู นธิ สิ ถาบันส่งิ แวดลอ้ มไทย
แหล่งศกึ ษาวิจัยองค์ความรูด้ า้ น
สง่ิ แวดล้อม

มู ล นิ ธิ โ ล ก สี เ ขี ย ว
พัฒนาจิตส�านึกและ
พฤติกรรมของมนุษย์
ต่อสง่ิ แวดลอ้ ม

มูลนิธสิ ่งิ แวดลอ้ มศึกษา
เพอื่ การพฒั นาอย่าง
ยง่ั ยืน (ประเทศไทย)
[FEED] อนุรกั ษธ์ รรมชาติ
และสิ่งแวดลอ้ มเพ่ือการ
พฒั นาอยา่ งยง่ั ยนื

54

ภมู ศิ าสตร์ 55

มูลนธิ ิสืบนาคะเสถียร
รณรงคใ์ หม้ กี ารรกั ษาป่า
อนุรักษ์ และเผยแพร่ความรู้

มลู นิธิช้างแห่งประเทศไทย
ถา่ ยทอดปัญหาและวธิ กี าร
ช่วยเหลอื ช้าง

กฎหมายส่ิงแวดลอ้ ม มาตรา ๕๐ (๘)

รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย ร่วมมือและสนับสนุนการอนุรักษ์และ
พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ ได้กาํ หนดบทบัญญตั ิ คมุ้ ครองสิง่ แวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ
ทีเ่ กย่ี วกบั สิง่ แวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้ง
มรดกทางวัฒนธรรม
มาตรา ๕๗ (๒)
มาตรา ๗๒
อนุรักษ์ คุ้มครอง บ�ารุงรักษา ฟืนฟู บริหาร
จัดการ และใช้หรือจัดให้มีการใช้ประโยชน์จาก รฐั พงึ ดา� เนนิ การเกยี่ วกบั ทดี่ นิ ทรพั ยากรนา�้ และพลงั งาน
ทรพั ยากรธรรมชาต ิ สง่ิ แวดลอ้ ม ความหลากหลาย ดังตอ่ ไปนี้
ทางชีวภาพ ให้เกิดประโยชน์อย่างสมดุลและ (๑) วางแผนการใช้ที่ดินของประเทศให้เหมาะสมกับ
ย่ังยืน โดยต้องให้ประชาชนและชุมชนในท้องถ่ิน สภาพของพ้ืนท่ีและศักยภาพของที่ดินตามหลักการ
ท่ีเกี่ยวข้องมีส่วนร่วมด�าเนินการและได้รับ พัฒนาอย่างย่งั ยนื
ประโยชน์จากการด�าเนินการดังกล่าวด้วย (๒) จัดให้มีการวางผังเมืองทุกระดับและบังคับการให้
ตามทกี่ ฎหมายบญั ญตั ิ เปน็ ไปตามผงั เมอื งอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพรวมตลอดทงั้
พัฒนาเมืองให้มีความเจริญโดยสอดคล้องกับความ
มาตราท่ี ๔๓ (๒) ต้องการของประชาชนในพื้นท่ี
(๓) จัดให้มีมาตรการกระจายการถือครองท่ีดินเพื่อให้
จดั การบ�ารงุ รักษา และใชป้ ระโยชน์ ประชาชนสามารถมีที่ท�ากินได้อย่างทั่วถึงและ
จากทรพั ยากรธรรมชาต ิ สงิ่ แวดลอ้ ม เป็นธรรม
และความหลากหลายทางชีวภาพ (๔) จัดให้มีทรัพยากรน�้าที่มีคุณภาพและเพียงพอ
อย่างสมดุลและย่ังยืนตามวิธีการท่ี ต่อการอุปโภคบริโภคของประชาชน รวมทั้งการ
กฎหมายบญั ญัติ ประกอบเกษตรกรรม อุตสาหกรรมและการอืน่
(๕) สง่ เสรมิ การอนรุ กั ษพ์ ลงั งานและการใชพ้ ลงั งานอยา่ ง
คมุ้ คา่ รวมทงั้ พฒั นา และสนบั สนนุ ใหม้ กี ารผลติ และ
การใช้พลังงานทางเลือกเพื่อเสริมสร้างความม่ันคง
ดา้ นพลังงานอย่างยง่ั ยนื

มาตรา ๕๘

การด�าเนินการใดของรัฐหรือที่รัฐจะอนุญาตให้
ผู้ใดด�าเนินการ ถ้าการน้ันอาจมีผลกระทบต่อ
ทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ
อนามัย คุณภาพชีวิตหรือส่วนได้เสียส�าคัญอ่ืนใดของ
ประชาชนหรือชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง รัฐ
ต้องด�าเนินการให้มีการศึกษาและประเมินผลกระทบ
ต่อคุณภาพส่ิงแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน
หรือชุมชน และการจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของ
ผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนและชุมชนที่เก่ียวข้องก่อน
เพื่อน�ามาประกอบการพจิ ารณาดา� เนนิ การหรอื อนญุ าต
ตามทีก่ ฎหมายบญั ญตั ิ

56

ภมู ศิ าสตร์ 57

พระราชบญั ญัตสิ ง่ เสรมิ และรักษาคุณภาพ พระราชบัญญัตสิ ง่ เสริมและรักษาคณุ ภาพ
สง่ิ แวดลอ้ มแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ สิง่ แวดลอ้ มแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑
เป็นกฎหมายที่ก�ำหนดให้มีคณะกรรมการ เป็นกฎหมายเกี่ยวกับการจัดท�ำรายงาน
สง่ิ แวดลอ้ มแหง่ ชาติ โดยมนี ายกรฐั มนตรเี ปน็ ประธาน การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ให้สอดคล้องกับ
จัดต้ังกองทุนส่ิงแวดล้อม การคุ้มครองส่ิงแวดล้อม บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
การควบคุมมลพิษ มาตรการส่งเสริม ความรับผิด พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๕๘ และมาตรา ๒๗๘
ทางแพ่งซึ่งเจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งก�ำเนิด
มลพิษต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือค่า ๒
เสียหาย และบทก�ำหนดโทษผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ
ตามคำ� สง่ั พระราชบญั ญตั ริ กั ษาความสะอาด
และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง
๑ (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐
เปน็ กฎหมายทใ่ี หอ้ ำ� นาจราชการสว่ นทอ้ งถน่ิ
พระราชบัญญัติรักษาความสะอาด ในการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยและก�ำหนดอัตรา
และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง คา่ ธรรมเนยี มการใหบ้ รกิ าร รวมทงั้ กำ� หนดใหร้ าชการ
พ.ศ. ๒๕๓๕ สว่ นทอ้ งถน่ิ มอี ำ� นาจนำ� สงิ่ ปฏกิ ลู และมลู ฝอยทจ่ี ดั เกบ็
เ ป ็ น ก ฎ ห ม า ย ที่ ก� ำ ห น ด ก า ร รั ก ษ า ได้ไปใชป้ ระโยชน์หรือหาประโยชนไ์ ด้
ความสะอาด การดูแลรักษาต้นไม้ การห้ามท้ิง
ส่ิงปฏิกูลมูลฝอยในท่ีสาธารณะและสถานสาธารณะ
การรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยโดยท่ัวไป
และบทก�ำหนดโทษผู้ท่ฝี ่าฝนื

พระราชบญั ญัติท่ีคุ้มครองและอนุรักษส์ ตั ว์ปา่ ทุกชนดิ สตั วป์ ่าสงวน
๑. พระราชบญั ญัตสิ งวนและคมุ้ ครองสตั วป์ ่า
พ.ศ. ๒๕๓๕
๒. พระราชบัญญตั สิ งวนและคุม้ ครองสตั ว์ปา่
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖
๓. พระราชบญั ญตั สิ งวนและ
คุ้มครองสัตว์ปา่ (ฉบบั ที่ ๓)
พ.ศ. ๒๕๕๗

สมเสรจ็ มอี ย ู่ ๑๕ ชนิด ได้แก่ นกเจ้าฟา้ หญิงสิรนิ ธร
แรด กระซู่ กูปรีหรือโคไพร ควายป่า ละองหรือละมั่ง
สมันหรอื เนอ้ื สมนั เลยี งผา หรือเยอื ง หรอื กูร�า หรือโคร�า
สัตว์ป่าคุ้มครอง กวางผา นกแต้วแร้วท้องด�า นกกระเรียน
แมวลายหินออ่ น สมเสร็จ เกง้ หมอ้
และพะยูนหรือหมูนา�้ โดยสตั ว์ป่าสงวนห้ามล่า
และห้ามมีไว้ในครอบครอง
๑. สัตวป์ า่ คุ้มครอง
ไกฟ า

สตั ว์ปา่ คุ้มครอง มี ๗ ประเภท ไดแ้ ก่ ๑) สัตว์ปา่ จา� พวก
สตั วเ์ ลีย้ งลูกดว้ ยนม จ�านวน ๒๐๒ ชนิด ๒) สตั ว์ปา่ จ�าพวกนก
จา� นวน ๙๕๒ ชนิด ๓) สัตว์ป่าจ�าพวกสตั ว์เลื้อนคลาน จ�านวน ๙๒ ชนดิ
๔) สัตว์ปา่ จ�าพวกสตั วส์ ะเทนิ น้า� สะเทนิ บก จา� นวน ๑๒ ชนดิ
๕) สตั ว์ปา่ ไมม่ กี ระดกู สันหลงั : แมลง จา� นวน ๒๐ ชนดิ ชะมด

๖) สัตวป์ า่ จ�าพวกปลา จา� นวน ๒๖ ชนิด ๗) สัตว์ป่าไม่มีกระดกู สันหลงั อ่ืนๆ
จา� นวน ๑๒ ชนดิ รวมทง้ั สน้ิ ๑,๓๑๖ ชนดิ

๒. สตั วป์ ่าคมุ้ ตรองชนดิ ที่เพาะพนั ธไ์ุ ด้ นกอีลมุ

สัตว์ป่าคมุ้ ครองชนดิ ที่เพาะพันธุไ์ ด ้ มี ๕ ประเภท ได้แก ่
๑) สัตว์ปา่ จา� พวกสตั วเ์ ลย้ี งลูกดว้ ยนม จ�านวน ๘ ชนดิ ๒) สตั ว์ป่า
จ�าพวกนก จ�านวน ๔๒ ชนิด ๓) สตั ว์ปา่ จ�าพวกสตั ว์เลื้อยคลาน
จ�านวน ๗ ชนดิ ๔) สตั ว์ป่าจา� พวกสัตวส์ ะเทินนา้� สะเทนิ บก
จา� นวน ๑ ชนดิ ๕) สตั ว์ปา่ จ�าพวกปลา จ�านวน ๔ ชนดิ
รวมทง้ั สิน้ ๖๒ ชนิด

58 กวาง กระทิง

ภมู ศิ าสตร์ 59

สกา่ิงแรใวชด้ทลร้อัพมยเพาก่อื รกธารรรพมัฒชานตาิแอลยะา่ งย่งั ยืน

การพัฒนาอย่างยง่ั ยืน (sustainable development)

การพัฒนาอย่างยั่งยืน การพัฒนาที่ค�ำนึงถึงขีดจ�ำกัดของทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม และสนอง
ความตอ้ งการในปัจจุบัน โดยไมส่ ง่ ผลเสียต่อความตอ้ งการในอนาคต คำ� นงึ ถึงความเปน็ องคร์ วม คอื มองว่าการจะ
ท�ำสิ่งใดต้องค�ำนึงถึงผลกระทบท่ีจะเกิดกับสิ่งอื่นๆ และค�ำนึงถึงเทคโนโลยีและองค์ความรู้ใหม่ว่าควรเป็นไปในทาง
สรา้ งสรรค์และเอื้อประโยชน์อย่างสอดคลอ้ งและเหมาะสมกับสภาพทอ้ งถิน่

เปา้ หมาย ๑๗ ขอ้ ของการพฒั นาที่ย่ังยนื (17 Sustainable Development Goals)

๑. ตอ้ งไมม่ ีความยากจน ๑๐. ลดความไมเ่ สมอภาค
๒. ต้องขจัดความหวิ โหย ๑๑. เมอื งและชุมชนทยี่ ่งั ยืน
๓. สขุ ภาพดแี ละอยดู่ กี ินดี ๑๒. การบรโิ ภคและการผลติ
๔. การศึกษามีคณุ ภาพ ทม่ี คี วามรบั ผิดชอบ
๕. มคี วามเทา่ เทียมทางเพศ ๑๓. การกระทำ� ของสภาพภูมอิ ากาศ
๖. น�ำ้ สะอาดและถูกสุขอนามยั ๑๔. ชีวิตใต้น�้ำ
๗. พลงั งานสะอาดและราคาไมแ่ พง ๑๕. ชวี ิตบนบก
๘. การทำ� งานทด่ี แี ละการเติบโต ๑๖. ความสงบ ความยตุ ิธรรม
ทางเศรษฐกิจ และสถาบนั ทีเ่ ขม้ แข็ง
๙. อุตสาหกรรม นวตั กรรม ๑๗. ความรว่ มมอื กนั เพ่อื บรรลเุ ปา้ หมาย
และโครงสรา้ งพน้ื ฐาน

มาตรการอนุรกั ษท์ รัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม (ทางตรงและทางออ้ ม)

การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมอย่างย่ังยืน หมายถึง การใช้ทรัพยากรธรรมชาติและ
การดแู ลรักษาสิ่งแวดลอ้ มอย่างฉลาด ใหเ้ กิดประโยชน์สูงสดุ ต่อคนจ�ำนวนมากท่ีสุด และเป็นระยะเวลายาวนานท่ีสุด
สงวนรกั ษาไวไ้ มใ่ หน้ �ำมาใช้อย่างฟมุ่ เฟือย

มาตรการในการอนรุ กั ษท์ รพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม

ทางตรง

• การถนอมรักษา (preservation) เพ่ือให้น�าทรัพยากรธรรมชาติและ
ส่ิงแวดล้อมไปใช้ใหไ้ ดน้ านขน้ึ เชน่ การสร้างฝายน�า้ ลน้ สร้างเขอ่ื น ขุดบอ่ ขดุ สระ การทา�
อาหารแชแ่ ขง็ การตากแหง้ การก�าหนดเขตป่าสงวน หรือเขตรักษาพันธุ์สตั ว์ป่า
• การบูรณะ (restoration) เพ่ือพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมให้มี
สภาพดีขึ้น สามารถน�ามาใช้ประโยชน์ได้ เช่น การก�าจัดน�้าเสีย การแก้ไขปัญหาดินหรือ
ป่าเสื่อมโทรม การบรู ณะสาธารณสถาน
• การปรับปรุง (improvement) เพื่อให้สามารถน�าทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อมที่ใช้ประโยชน์ไม่ได้หรือใช้ประโยชน์ได้น้อยมาใช้ประโยชน์ให้มากกว่าเดิม เช่น
การปรับปรุงพื้นที่ดินเปร้ียว ดินเค็ม ดินเหนียว หรือดินพรุ ให้สามารถใช้ในการเพาะปลูก
หรือเล้ยี งสัตว์
• การนําทรัพยากรธรรมชาติทใ่ี ช้แลว้ กลับมาใชซ้ ํา้ (reuse) เชน่ น�ากระดาษทใี่ ช้
แล้วกลบั มาใชซ้ า้� ใช้กระดาษทงั้ ๒ หนา้
• การแปรสภาพแล้วนาํ กลบั มาใชใ้ หม่ (recycle) เช่น การน�ากระดาษทใ่ี ชแ้ ลว้ มา
แปรรปู แล้วน�ามาใช้ใหม่
• การใช้ให้น้อยลง (reduce) เชน่ ใชส้ นิ คา้ ท่มี กี ารบรรจหุ บี หอ่ น้อยชนิ้ จะเป็นการ
ลดขยะ
• กําหนดมาตรฐานสี สัญลักษณ์ และขนาดของถังขยะ ให้เอื้อต่อการเก็บขยะ
อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคลอ้ งกับการแปรสภาพแล้วนา� กลับมาใช้ใหม่

60

ภมู ิศาสตร์ 61

ทางอ้อม

• ให้การศึกษาแก่ประชาชน เร่ืองการอนุรักษ์และจัดการทรัพยากร
ธรรมชาต ิ และสง่ิ แวดลอ้ ม
• การจดั ตงั้ ชมรมหรอื สมาคมอนรุ กั ษแ์ ละจดั การทรพั ยากรธรรมชาต ิ เพอ่ื ชว่ ยภาค
รัฐในการส่งเสรมิ ปอ้ งกัน และบ�ารุงรกั ษาทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม
• การออกกฎหมายควบคมุ และการบงั คบั ใชก้ ฎหมาย เพอื่ ใหเ้ กดิ ความระมดั ระวงั
ในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อมมากขึน้
• การประชาสมั พนั ธ ์ เพอื่ ใหเ้ กดิ ความตระหนกั และสนใจในการอนรุ กั ษแ์ ละจดั การ
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
• การรณรงค ์ จดั กจิ กรรมรณรงคใ์ หป้ ระชาชนสนใจและเขา้ มามสี ว่ นรว่ มกบั ชมุ ชน
ในการจดั การทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม
• การจัดตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพ่ือท�าหน้าท่ีประสานงานกับหน่วยงาน
ต่างๆ และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการด�าเนินการอย่างอิสระในการอนุรักษ์และจัดการ
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม เช่น กรมควบคุมมลพิษ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อม
แห่งชาติ

เศรษฐศาสตร์
(Economics)

อดัม สมิท (Adam Smith)

บิดาแห่งวิชาเศรษฐศาสตร์ในระดับสากล

๑. เศรษฐศาสตร
๒. ระบบเศรษฐกจิ

๓. กลไกราคา
๔. บทบาทของรัฐในการแทรกแซงราคา

๕. ตลาด
๖. สหกรณ
๗. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแหงชาติ
๘. ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาประเทศ
๙. นโยบายการเงินการคลังของรัฐบาล
๑๐. การคา และการเงนิ ระหวางประเทศ
๑๑. ประเทศไทย ๔.๐

จลุ ภาค

ศึกษาเศรษฐกิจ หน่วยย่อยๆ (ผู้ผลิต ผู้บริโภค) ทรพั ยากรการผลติ มีจาำ กัด

เศรษฐศาสตร์ สไมมดุล่

(Economics)

ความตอ้ งการของมนษุ ย์ไมจ่ าำ กดั

มหภาค

ศึกษาเศรษฐกิจโดยรวม

๖๔

เศรษฐศาสตร์ ๖๕

ทรัพยากรการผลติ

ที่ดินธแรลระมทชราพั ตยิ ากร ผปู้ ระกอบการ

ทนุ -- โเรคงรง่อื างนจักร แรงงาน

ความ
ขาดแคลน

ปญหาพื้นฐานทางเศรษฐกจิ

ผลิตอะไร ผลติ เพ่อื ใคร

ผลิตอย่างไร

ระบบเศรษฐกจิ

(Economic System)

๖๖

เศรษฐศาสตร์ ๖7

ระบบเศรษฐกิจทนุ นยิ ม

• เอกชนเปนเจา ของปจจยั การผลติ
• มีเสรีภาพในการดําเนินกิจกรรมทางเศรษฐกจิ
• ใชกลไกราคาเปนเครื่องตัดสินแกปญหาพื้นฐาน

ทางเศรษฐกิจ

ระบบเศรษฐกจิ ผสม

• รัฐและเอกชนมีสวนรวมกันแกไขปญหาพื้นฐาน
ทางเศรษฐกิจ

• ใชกลไกราคา
• เปนระบบที่รวมขอดีของระบบเศรษฐกิจ

แบบทุนนิยมและสังคมนิยมไวดวยกัน

ระบบเศรษฐกจิ สงั คมนยิ ม

• กรรมสิทธ์ิปจจัยการผลิตสวนใหญเปนของรัฐบาล
• มีเปาหมายดานกระจายรายไดและความเสมอภาค
• เอกชนไมมีเสรีภาพในการดําเนินกิจกรรม

ทางเศรษฐกิจ

อุปสงค์ของสินค้าและบริการในช่วงเวลาหน่ึง ราคาสินค้า รายได ราคาสินคาอ่ืน
ชนิดน้ัน ของผูซื้อ ท่ีเกี่ยวของ
P6 (ใชทดแทนกัน
P5 ปจ จยั หรือใชประกอบกัน)
P4 กาำ หนด
P3 อุปสงค์ จํานวน
P2 ประชากร
P1 รสนิยม
ของผูซ้ือ
O Q1 Q2 Q3 Q4 Q5 Q6 ฤดูกาล

อปุ สงค์ (demand) กฎอุปสงค์ การคาดการณ การโฆษณา
ในอนาคต และการสงเสริม
ปรมิ าณของสินคาและ ความสมั พนั ธระหวา ง คาดวาราคาสินคา
บริการชนดิ ใดชนิดหนง่ึ ราคาและปริมาณสินคา จะแพงข้ึนจึงรีบซื้อ การขาย
ท่ผี ซู ื้อตอ งการ เต็มใจ และบรกิ ารชนิดใดชนดิ คาดวาราคาสินคา
และมอี าํ นาจซือ้ หน่ึงที่ผชู ื้อตอ งการซอื้ จะถูกลงจึงเลื่อน
ในชวงเวลาใดเวลาหนงึ่ จะแปรผกผนั กบั ระดบั การซื้อออกไป
ณ ระดับราคาตา งๆ กนั ราคาของสนิ คา ชนดิ นนั้

อุปสงค์

อุปทาน

ตน ทุนการผลติ ราคาสินค้า อปุ ทาน (supply) กฎอปุ ทาน
ชนิดน้ัน
จํานวนผผู ลติ ปรมิ าณของสินคาและ ความสัมพันธระหวา ง
หรอื ผขู าย บริการชนดิ ใดชนดิ หน่ึง ราคาและปริมาณสินคา
ราคาสนิ คาอืน่ ทีผ่ ูผลติ หรือผูขายยินดี และบริการชนิดใดชนดิ หน่งึ
ทอ่ี ยูภายใต นําออกมาเสนอขาย ท่ผี ผู ลติ หรอื ผูข ายตองการ
ปจ จยั การผลิต ในชวงเวลาใดเวลาหน่ึง เสนอขายจะแปรผัน
เดียวกนั ณ ระดับราคาตางๆ กัน ตรงกับระดับราคาสินคา
และบรกิ ารชนิดนัน้
ปจจัย
กำาหนด อุปทานของสินค้าและบริการในช่วงเวลาหนึ่ง
อุปทาน
การคาดการณ P6
ในอนาคต P5

P4

คาดวา ราคาสินคา จะแพงขึน้ P3
จงึ รบี นาํ ออกมาขาย P2
คาดวา ราคาสินคาจะถกู ลง P1
๖๘ จงึ ชะลอการผลิต
O Q1 Q2 Q3 Q4 Q5 Q6

กลไกราคา (price mechanism) เศรษฐศาสตร์ ๖๙

P6

P5 E ก(ดาุลรยกำภาหาพนด) ราคาสมดุล

P4 สภาวะท่ีปริมาณเสนอซื้อ
P3 กับปริมาณเสนอขายเทากันพอดี
(อุปสงคเทากับอุปทาน)
P2

P1

QO 3 Q4 Q5 Q6
Q1 Q2

(/ )

P6

P5 E อุปทานส่วนเกิน

P4 H ระดับราคาสินคาและบริการสูงกวา
ระดับราคา ณ จุดสมดุล โดยปริมาณ
P3
P2 G

P1 อุปทานมากกวาปริมาณอุปสงค
ทําใหราคาสินคาและบริการ
QO 3 Q4 Q5 Q6 () ลดลงเร่ือยๆ จนเขาสูจุดสมดุล
Q1 Q2

(/ )

อุปสงค์ส่วนเกิน P6

ระดบั ราคาสนิ คาและบริการตา่ํ กวา P5 E
ระดับราคา ณ จดุ สมดุล โดยปรมิ าณ
อปุ สงคม ากกวาปริมาณอุปทาน P4
ทําใหราคาสินคา และบริการเพ่ิมขึน้ เรื่อยๆ P3
จนเขาสจู ุดสมดุล
P2

P1 เน้อื หาที่สามารถเปดแอปพลเิ คชนั ดไู ด

QO ()
Q1 Q2 3 Q4 Q5 Q6

บในทกบาารทแขทอรงกรแฐั ซงราคา

วัตถปุ ระสงค์ แมก ารทาํ งานของกลไกราคาจมีประสทิ ธิภาพทางเศรษฐกิจ การกำาหนดราคาข้นั ต่ำา
การกำาหนดราคาขนั้ สูง
แตร าคาตลาดอาจจะสงู หรอื ตาํ่ เกนิ ไปจนทาํ ใหผ ผู ลติ หรอื ผบู รโิ ภคไดร บั ความเดอื ดรอ น
รัฐบาลจงึ เขาแทรกแซงกลไกราคา โดยมี ๒ มาตรการท่ีสาํ คญั ไดแ ก

การกำาหนดราคาข้นั ตำ่า

(โดยการพยงุ ราคาหรอื
การประกนั ราคา)

รัฐบาล

ออกนโยบาย

เพื่อแก้ไข การแทรกแซง มาตรการการแก้ไขของรัฐ การรับซ้ือสินค้าส่วนเกิน
ใกหำา้สหูงกนกลวดไ่ารกราตาคลคาาาขดตั้นลตา่ำาด (จำานำาราคา)
ข้าว
ผลกระทบ การให้เงินอุดหนุน
ราคาสินค้าตกตำ่า (ประกันราคา)
ผลกระทบ

ผู้ผลิตเดหือรดือรเก้อษนตรกร เกิดอุปทานส่วนเกิน
(สินค้าล้นตลาด)
7๐

การกาำ หนดราคาข้นั สงู เศรษฐศาสตร์ 7๑

(เพดานราคา) เปนมาตรการ การปนส่วนสินค้า
ทรี่ ฐั บาลควบคุมราคา

รัฐบาล

ออกนโยบาย

ออกมาตรการควบคุม ูผ้ขายน้ำามันพืช น้ำามันพืช เพื่อแก้ไข การแทรกแซง
มาตรการการแก้ไขของรัฐน้ำาตาลกลไกตลาด
กำาหนดราคาข้ันสูง
นำ้าตาล ให้ตำ่ากว่าราคาตลาด

ราคาสินค้าแพงเกินไป

ผลกระทบ ผลกระทบ

๑๙๙ ขาดตลาด ๑๙๙ หน่วย
๒๙๙ ๒๙๙ หนว่ ย ขาดตลาด

ผู้บริโภคเดือดร้อน ขาดตลาด ๓๕๘ หนว่ ย

เกิดอุปสงค์ส่วนเกิน
(สินค้าขาดตลาด)

ผลกระทบ

ตรวจตรา น้ำามันพืช น้ำามันพืช

น้ำาตาล

เจ้าหน้าที่รัฐ ตลาดมืด (black market)
การซ้ือขายสินค้า

ไม่เปนไปตามราคาควบคุม

ตลาด

กจิ กรรมหรือสภาวะทผ่ี ซู้ ือ้
และผู้ขายตดิ ตอ่ ซ้ือขายกัน

ไมจ่ าำ เปน ตอ้ งมสี ถานท่ี
ไมจ่ ำาเปนตอ้ งพบปะกนั

SALE MARKET

7๒ BUY

เศรษฐศาสตร์ 73

ประเภทของตลาด จผ�ำ ู้ขนาวยน ลกั ษณะสนิ ค้า การเขา้ สู่ตลาด
ตลาดแขง่ ขันสมบูรณ์

ข้าวเปลือก หนุ้ เหมือนกนั ผูผ้ ลิตเข้าและ
ทุกประการ ออกตลาด
ตลาดแขง่ ขนั ไม่สมบรู ณ์ ได้อยา่ งเสรี

ผงซกั ฟอก แชมพู คล้ายกนั ผผู้ ลิตเข้าและ
ไมเ่ หมือนกนั ออกตลาด
กึ่งแข่งขนั กึ่งผูกขาด ใชท้ ดแทนกันได้ ได้อยา่ งเสรี

ผู้ขายนอ้ ยราย แตกตา่ งกนั แตม่ ี ผผู้ ลิตรายใหม่
มาตรฐานเดยี ว เขา้ สู่ตลาด
ผูกขาด ไดค้ อ่ นขา้ งยาก

ไม่สามารถ ผผู้ ลิตรายอื่น
หาสนิ ค้าอ่นื ไมส่ ามารถเขา้ สู่
ทดแทนได้ ตลาดไดใ้ นระยะส้นั

สหกรณ์ องคก์ รอิสระของกล่มุ บุคคลตัง้ แต่ ๑๐ คนขึ้นไป ท่สี มคั รใจ
มคี วามประสงคเ์ ดยี วกนั เปน เจา้ ของรว่ มกนั
จัดต้ังและดาำ เนินการตามแนวทางประชาธปิ ไตย

ความสาำ คญั ของสหกรณ์

เครอ่ื งมอื ในการแกไ ขปญ หาเศรษฐกจิ และสงั คมของประเทศ

การจดั ตง้ั สหกรณ พระราชวรวงศเ ธอ
เรม่ิ ตน สมยั พระบาทสมเดจ็ - กรมหมน่ื พทิ ยาลงกรณ
พระมงกฎุ เกลา เจา อยหู วั รเิ รม่ิ ศกึ ษาวธิ กี ารสหกรณ
พ.ศ. ๒๔๕๗

(พระบดิ าแหง สหกรณไ ทย)

โรเบริ ต โอเวน ขวอวิ งัฒสนหากกราณร์ สหกรณว ดั จนั ทร
(Robert Owen) ไมจ าํ กดั สนิ ใช
เรม่ิ แนวคดิ จงั หวดั พษิ ณโุ ลก
สหกรณใ นองั กฤษ
ยคุ ปฏวิ ตั อิ ตุ สาหกรรม เปน สหกรณแ หง แรกของสยาม
กอ ตง้ั ๒๖ ก.พ. ๒๔๕๙

การเปดรับ ความเอื้ออาทร
สมาชิกท่วั ไปและ ตอ่ ชุมชน
ด้วยความสมคั รใจ

การควบคมุ ขอหงลสกั หกการรณ์ การรว่ มมอื
โดยสมาชิกตามหลัก ระหวา่ งสหกรณ์

ประชาธิปไตย

การมีสว่ นรว่ ม การปกครองตนเอง การศกึ ษา
ทางเศรษฐกจิ การฝก อบรม
โดยสมาชิก และขา่ วสาร

7๔ และความเปน อิสระ

เศรษฐศาสตร์ 7๕

สหกรณก ารเกษตร๔ ๑ สหกรณการประมง สหกรณน คิ ม
๗ สหกรณเ ครดิตยูเน่ยี น
สหกรณร านคา ๒
หรอื สหกรณผ บู ริโภค ๓

Cashier สหกรณ์ในภาคเกษตร ไดแ้ ก่
สหกรณก์ ารเกษตร สหกรณ์ประมง สหกรณน์ ิคม

สหกปรรณะเ์ใภนทปขรอะงเทศ

สหกรณ์นอกภาคเกษตร

๕๖

ออมทรพั ย์

สหกรณบ รกิ าร สหกรณออมทรัพย

แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ

GDPพcันoลnา sนta(nบtา๒ท)๐๑๐

๑๔,๐๐๐

กาํ หนด
แผนปฏิบัติ
๑๒,๒๕๐ ฟน ฟเู ศรษฐกิจ ระดบั กระทรวง เร่ิมแนวคิด
๑๐,๕๐๐ และสังคม
๘,๗๕๐ ขา้ วเปลอื ก ใชแ นวคิด ผลิตสินคา เนน บทบาท การพัฒนา
๗,๐๐๐ ตอเน่อื งจาก ทดแทน เอกชนในการ ทยี่ ่ังยนื รักษา
๕,๒๕๐ วางแผนจาก แผนที่ ๑ การนําเขา พฒั นาเมือง การเติบโต
๓,๕๐๐ บนลงลา ง ขยายการพัฒนา เนน ความมน่ั คง ปรับโครงสราง ขยายการพฒั นา ทางเศรษฐกิจ
เนนการเติบโต โครงสราง ทางสังคม เศรษฐกิจ อตุ สาหกรรม ยกระดับ
ทางเศรษฐกจิ พน้ื ฐานสูช นบท มากกวา เนน พัฒนาเชิง ปรบั ปรงุ สูนานาชาติ
พฒั นาโครงสรา ง ดา นเศรษฐกิจ พืน้ ท่ีชนบท ระบบการผลติ
พ้ืนฐาน อาทิ พฒั นาสงั คม สาํ รวจ รองรับ และการตลาด
- คมนาคม ควบคเู ศรษฐกิจ แหลงพลังงาน อุตสาหกรรม
เพอื่ เปา หมาย ภาคอตุ สาหกรรม ชายฝง ทะเล
ท่ีหลากหลาย สดั สวนมากกวา ตะวันออก
กระจายสูช นบท เกษตรกรรม เพิม่ บทบาท
ลดความแตกตา ง เปนครัง้ แรก ภาคเอกชน
ทางรายได
การศกึ ษา
- ชลประทาน สาธารณสุข
- ไฟฟา ลดอตั ราการ

เพ่ิมประชากร

๑,๗๕๐ อุตสาหกรรมเติบโตอยางรวดเร็ว

ภาวะเศรษฐกิจ ปญหาการกระจายรายได ทุนสํารองเงินตราระหวางประเทศเพิ่มข้ึน
สงั คม และ ปญหาการเมืองสงผลตอเศรษฐกิจ การพัฒนากระจุกตัว ปญหาความเหลื่อมลํ้ารายได
ผลกระทบ ปญหาชองวางระหวางรายได - สินคาเกษตรตกต่ํา ปญหาสังคมและคุณภาพชีวิต
จากการ การพัฒนาโครงสรางพ้ืนฐาน - ทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรม ทรัพยากรธรรมชาติเส่ือมโทรม การพัฒนาไมย่ังยืน
- ปญหาการวางงาน
พฒั นาเศรษฐกจิ ในวงจํากัด สรางความ
ไมเทาเทียมกัน

๒๕๐๔ ๒๕๑๐ ๒๕๑๔ ๒๕๑๙ ๒๕๒๔ ๒๕๒๙ ๒๕๓๔

7๖

เศรษฐศาสตร์ 77

Thailand ๔.๐ GDPพcนั oลnาsนta(nบtา๒ท)๐๑๐

นอมนาํ ปรชั ญา
ของเศรษฐกจิ
พอเพยี ง ในการ ๑๔,๐๐๐
เปลี่ยน พัฒนาประเทศ ตอ เน่ืองจาก ๑๒,๒๕๐
กระบวนทัศน เนนคนเปน พัฒนาตอ เนอ่ื ง พฒั นาตอเนื่อง แผนฯ ๘-๑๑ ๑๐,๕๐๐
พฒั นาองคร วม ศูนยกลาง แผนฯ ๘, ๙ จากแผนฯ ๘-๑๐ พัฒนาสู ๘,๗๕๐
ไมแ ยกสวน ให ตอ จากแผนฯ ๘ เศรษฐกจิ สมดุล พัฒนาคนมงุ สู ประเทศ ๗,๐๐๐
ภาคประชาชน มุง พัฒนาสมดุล และยง่ั ยนื การอยรู วมกัน ทม่ี รี ายไดส งู ๕,๒๕๐
มีสวนรวม คน สงั คม สรา งธรรมาภบิ าล เสมอภาค ใชน วัตกรรม
เพิม่ มากขึ้น เศรษฐกิจ และ พัฒนาคุณภาพ เปน ธรรม ขบั เคลือ่ น
เนน คนเปน สิง่ แวดลอม คนและสังคม มภี ูมคิ ุมกนั ตอ เศรษฐกิจ
ศนู ยกลาง เนน ความ การเปลยี่ นแปลง เพิ่มศกั ยภาพ
ในการพฒั นา เขม แขง็ ของ ปรบั โครงสราง มนุษย ลด
เศรษฐกิจ ความเหลอ่ื มล้ํา
ทีย่ ัง่ ยืน พฒั นาเศรษฐกิจ
ท่เี ปนมิตรกบั
ชมุ ชน ส่ิงแวดลอ ม
บรหิ ารภาครัฐ

เศรษฐกิจขยายตัว ๓,๕๐๐
คุณภาพชีวิตดีข้ึน ปญหาสังคม ในระดับต่ํา
วิกฤตเศรษฐกิจ ลดลง การกระจายรายไดดีขึ้น การสงออกลดลง ๑,๗๕๐
ป ๒๕๔๐ ปญหาเศรษฐกิจถดถอยจาก เนื่องจากปญหา ภาวะเศรษฐกจิ
ปญหาการเมือง เชิงโครงสราง สังคม และ
ปญหาสถาบัน สถานการณ ผลกระทบ
การเงิน เศรษฐกิจโลก จากการ
และนโยบาย พฒั นาเศรษฐกจิ
หนี้สาธารณะ ทางเศรษฐกิจ
เพิ่มขึ้น ๒๕๖๔

ของไทย

๒๕๓๙ ๒๕๔๔ ๒๕๔๙ ๒๕๕๔ ๒๕๕๙

ท่ีมา : ขอ มูล Thailand GDP (constant ๒๐๑๐) http://data.worldbank.org/
อตั ราแลกเปลี่ยน คดิ จาก ๓๕ บาท ตอ ๑ ดอลลา รสหรฐั (กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๐)

ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
กับการพฒั นาประเทศ

ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

พอประมาณ

มเี หตุผล มภี ูมคิ ุ้มกนั
ในตัวที่ดี

ความรู้ คณุ ธรรม

รอบรู รอบคอบ ระมัดระวงั ซือ่ สัตยส จุ ริต ขยนั อดทน สติ ปญ ญา แบง ปน

นาำ ไปสู่ แนวทางการดำาเนินชีวิต
และการปฏิบัติตนในทุกระดับ
เศรษฐกิจ/สังคม/ส่งิ แวดล้อม/วัฒนธรรม
สมดุล/พรอ้ มรับต่อการเปล่ียนแปลง เรียบงาย ประหยัด เก็บออม สวนรวมกับชุมชน

แแผลนะพสัฒังคนมาแเศหร่งษชฐากติจิ แผน ๙ - ปจจุบัน
ฉบับท่ี ๙
๒๕ฉ๕บ๐ับท-่ี ๒๑๕๐๕๔ ๒๕ฉ๕บ๕ับท- ่ี๒๑๕๑๕๙ ๒๕ฉ๖บ๐ับท- ี่๒๑๕๒๖๔
พ.ศ. ๒๕๔๕ - ๒๕๔๙

๑ คน ศูนยกลางการพัฒนา ศักยภาพทุกมิติ หลักการพัฒนา
ผลประโยชน อยูดีมีสุข แนวคิด
๒ ภูมิสังคม บูรณาการและ
๓ ความเข้มแข็ง รวมตัดสินใจ เช่ือมโยงทุกมิติ และทิศทาง
ความแตกตางของ เครือขายกลุมภาครัฐ การพัฒนา
ภูมิการดําเนินชีวิตของคน ภาคธุรกิจ องคกร

ตนเอง ชุมชน

ภูมิคุ้มกันในสังคมไทย ทุนมนุษย ทุนทางการเงิน
ทุนสังคม
ทุนกายภาพ ทุนทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดลอม

ทุนวัฒนธรรม

7๘

เศรษฐศาสตร์ 7๙

ภาค นาขาว ๓๐% ป๓ล๐กู พ%ืช ข้ันที่ ๒
เกษตรกรรม บอน้ํา ๓๐% สหกรณ
ท๑ี่อย๐ูอา%ศัย การผลิต /
ทฤษฎีใหม่ การตลาด
เกษตรอินทรีย์ สวัสดิการ

วนเกษตร ข้ันที่ ๓
เกษตรผสมผสาน เครือขาย
ความรวมมือ
ในประเทศ

ทฤษฎีใหม่ข้ันที่ ๑

พ่ึงตนเอง มีรายไดมั่นคง มีเงินออม
พออยูพอกิน ชวยเหลือและแบงปน
มั่นคงและปลอดภัยดานอาหาร ใหเพ่ือนบานและชุมชน

ภาคธุรกิจ จรรยาบรรณทางธุรกิจ
ภาคอุตสาหกรรม
แสดงความรับผิดชอบตอสังคมและส่ิงแวดลอม
เปนธรรม ซ่ือสัตย์ มุงกําไรระยะยาวมากกวาระยะสั้น
และแบ่งปน ใหความเปนธรรมแกผูมีสวนไดสวนเสีย
วางแผนการบริหารความเสี่ยงอยางรัดกุม
ประหยัด เปนมิตร
กับสิ่งแวดล้อม คำานึงถึงศักยภาพการลงทุนอย่างรอบคอบ
วิจัยและพัฒนาคุณภาพ
และมาตรฐาน การสร้างฐานการผลิตในพื้นท่ี
สร้างสินค้า
ท่ีเปนเอกลักษณ์ การใชวัตถุดิบในชุมชน
นําภูมิปญญาทองถ่ินมาตอยอด
ใหผลประโยชนตกอยูกับประชาชนในพื้นท่ี

นกาโยรคบลายงั ขกอารงเรงัฐินบาล

๑. สร้างความเตบิ โต คเวศตารวัมษชเตฐีว้ กบิัดจิโต
ทางเศรษฐกจิ
(เพม่ิ มลู คา่ ทีแ่ ท้จรงิ ๑. ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ
ของ GDP) (Gross Domestic Product : GDP) :
มูลคาของสินคาและบริการขั้นสุดทาย
บทบาท ๒. การรักษา ท่ีผลิตขึ้นไดภายในประเทศในระยะเวลาหน่ึง
ของรัฐบาล เสถยี รภาพทางเศรษฐกจิ โดยยึดอาณาเขตทางการเมือง (political
เศรดษ้าฐนกิจ ไม่ใหเ้ กิดภาวะ frontier) เปน สาํ คญั
เงนิ เฟอ เงินฝด
๔. ๒. ผลติ ภัณฑม์ วลรวมประชาชาติ
๓. (Gross National Product : GNP) :
เพอ่ื ให้เกิด มูลคาของสินคาและบริการข้ันสุดทาย
ความเปน ธรรมหรอื ที่ผลิตขึ้นจากทรัพยากรท่ีประชาชนของ
ความยตุ ิธรรม ประเทศนัน้ ๆ ทัง้ ท่ผี ลติ ในและนอกประเทศ
ทางเศรษฐกิจ
๓. รายได้ตอ่ คน (Per Capita Income) :
รายไดเ ฉลย่ี ของบุคคลในประเทศคํานวณได
จากผลิตภัณฑมวลรวมในประเทศ (GDP)
หารดวยจํานวนประชากรท้ังหมดของ
ประเทศ

เพอ่ื ใหม้ เี สรภี าพ
ทางเศรษฐกิจ

GNP = GDP + รายได้สุทธิของปจจัยการผลิตจากต่างประเทศ

๘๐

เศรษฐศาสตร์ ๘๑

การคลงั สาธารณะ

การจดั การดา้ นรายได้ รายจา่ ย และหน้ีสาธารณะของรัฐบาล

นโยบายการคลัง : การจดั การดา้ นรายรบั (ภาษอี ากร, รฐั พาณชิ ย,์ เงินกู้, อื่นๆ) และรายจ่ายของรฐั บาล

๑บ,๐า๐ท๐ นโยบายการคลังหดตัว นโยบายการคลังขยายตัว ๑๙๙
ชะลอการขยายตวั เพ่อื ใหเ้ ศรษฐกิจขยายตัว ๒๙๙
- เพม่ิ การจดั เกบ็ ภาษี - ลดการจดั เกบ็ ภาษี ๓๕๙
- ลดการใชจ้ า่ ยของรฐั บาล - เพม่ิ การใชจ้ ่ายของรฐั บาล

ภาษี : สงิ่ ท่รี ฐั บาลบงั คบั จัดเกบ็ จากประชาชน และนำามาใชเ้ พอ่ื ประโยชนส์ ่วนรวม
โดยไม่มีสิ่งตอบแทนโดยตรงแก่ผู้เสยี ภาษี มี ๒ ประเภท

ภาษที างตรง ภาษีทางออ้ ม

ภาษีเงินไดบุคคลธรรมดา ภาษีเงินไดนิติบุคคล ภาษีศุลกากร ภาษีสรรพสามิต
ภาษีการประกันสังคม ภาษีมูลคาเพิ่ม (VAT)

โครงสรา้ งอัตราภาษี : มีแบบก้าวหน้า, แบบคงท,ี่ แบบถดถอย

งบประมาณแผน่ ดนิ : แผนการใชจ้ า่ ยของรฐั บาลในชว่ งระยะเวลา ๑ ป ตอ้ งเสนอตอ่ รฐั สภา
ซึ่งเปน เครอื่ งมือสาำ คัญในการบรหิ ารประเทศ มี ๓ ลักษณะ

ขาดดลุ สมดลุ เกินดลุ

รายจ่าย รายได้ รายจ่าย รายได้ รายจ่าย รายได้
รายจา ยมากกวา รายได รายจายเทากับรายได รายจา ยนอ ยกวา รายได
รายรับทค่ี าดวา จะไดรับ
เน้อื หาที่สามารถเปดแอปพลเิ คชนั ดไู ด
หนี้สาธารณะ : ข้อผูกพันของรัฐบาล เพ่ือนำามาใช้จ่ายในการบริหารและพัฒนาประเทศ
เกิดจากการกู้ยืม การค้ำาประกันเงินกู้ของรัฐบาล และเงินปริวรรตที่รัฐบาลรับรอง

นโยบายการเงิน ควบคมุ ปรมิ าณ (การซอ้ื หรอื ขายหลกั ทรพั ย,
อัตรารับชวงซื้อลดตั๋วเงิน, อัตราดอกเบี้ย
การบริหารเศรษฐกิจ นโยบาย, อตั ราเงนิ สดสํารองตามกฎหมาย)

ของประเทศที่รัฐบาลหรือ การควบคุมคุณภาพ
ธนาคารกลางกําหนดขึ้น เพื่อใช (จํากัดการใหกูของ
ในการควบคุมปริมาณเงินใหมี ผูใหกูยืมโดยตรง)

สภาพคลองที่เหมาะสมกับ การขอความรวมมือใหธ นาคารพาณิชย
ภาวะเศรษฐกิจโดยใช ปฏิบตั ิตาม
เครื่องมือ ๓ แบบ

ปริมาณเงิน (อุปทานของเงิน) M2

เงนิ ในความหมายกวา้ ง

M1 M1 บญั ชเี งินฝากออมทรัพย์

เงินในความหมายแคบ เงินในความหมายแคบ

บญั ชีเงินฝากกระแสรายวัน

บญั ชีเงินฝากกระแสรายวัน ๕๐๐ บัญชีเงนิ ฝากประจำา

๕๐๐ ๑๐๐
๒๐
๒๐M3
๑๐๐
เงนิ ในความหมายกว้างมาก

M2 ต๋ัวสัญญาใช้เงนิ

เงินในความหมายกว้าง

M1 บญั ชเี งินฝากออมทรพั ย์

เงินในความหมายแคบ

บัญชเี งินฝากกระแสรายวัน

๒๐ ๕๐๐ บัญชีเงินฝากประจำา เงนิ ฝเฉาพกสาะถกาจิบขันอกงารรฐั เงนิ
๑๐๐

๘๒

ปทาญ งหเศารทษส่ี ฐาำ กคิจัญ เศรษฐศาสตร์ ๘3

๑,๐๐๐ บาท

๑๙๙

เงนิ เฟอ (inflation) ๒๙๙

ภาวะที่ระดับราคาสนิ คา และบริการ เงินฝด (deflation)
โดยทว่ั ไปสงู ขึ้นเรื่อยๆ อยา งตอ เนอื่ ง
ภาวะที่ระดับราคาสนิ คาและบรกิ าร 8
โดยทั่วไปลดลงเรอ่ื ยๆ อยา งตอเน่อื ง

สาเหตุ ๑. เงินเฟอที่เกิดจากอุปสงคเกิน ๑. ภาวะเศรษฐกิจตกตํ่า
๒. เงินเฟอที่เกิดจากอุปทาน ๒. การหดตัวของอุปสงค
๓. เงินเฟอที่เกิดจากอุปสงคและ ๓. ตนทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง
๔. มาตรการปรับเพิ่มภาษี
อุปทานรวมกัน ๕. ปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

มีไมเพียงพอ

ผลกระทบ ๑. อํานาจซื้อของเงินหรือรายได ๑. อํานาจซื้อของเงินหรือรายไดที่แทจริง
ท่ีแทจริงลดลง ผูท่ีมีรายไดคงที่เสียเปรียบ สูงข้ึน ผูท่ีมีรายไดคงท่ีไดเปรียบ

๒. ผลกระทบตอฐานะการคลังของรัฐบาล ๒. ผูผลิตและผูขายขายสินคาไมได
๓. ผลกระทบตอดุลการชําระเงิน ๓. ผลกระทบตอฐานะการคลังของรัฐบาล
๔. ผลกระทบตอดุลการชําระเงิน
ระหวางประเทศ
ระหวางประเทศ

* ดัชนีราคา (price index) เปนตัวเลขที่ใชวัดอัตราการเปล่ียนแปลงราคาสินคาและบริการในชวงระยะเวลาหน่ึง
ดัชนีราคามีหลายประเภท อาทิ ดัชนีราคาผูบริโภค ดัชนีราคาขายปลีก ดัชนีราคาขายสง ซ่ึงการคํานวณ
ภาวะเงินเฟอ จะใชดัชนีราคาผูบริโภคในการคํานวณ

๑,๐๐๐ บาท

๑๙๙

แกไ้ ขโดย เงนิ เฟอ (inflation) ๒๙๙
ใช้นโยบาย
การคลงั ๑. ลดการใชจายของรัฐ เงนิ ฝด (deflation)
แกไ้ ขโดย โดยใชงบประมาณเกินดุล
ใชน้ โยบาย ๑. เพ่ิมการใชจายของรัฐ
การเงิน ๒. เพ่ิมการเก็บภาษี โดยใชงบประมาณขาดดุล

๑. ขายหลักทรัพย ๒. ลดการเก็บภาษี
๒. เพ่ิมอัตรารับชวงซื้อลดตั๋วเงิน
๓. เพ่ิมอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ๑. ซื้อหลักทรัพย
๔. เพิ่มอัตราเงินสดสํารอง ๒. ลดอัตรารับชวงซื้อลดต๋ัวเงิน
๓. ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
ตามกฎหมาย ๔. ลดอัตราเงินสดสํารอง

ตามกฎหมาย

นโยบายการเงินท่ีใช้อัตรารับช่วงซ้ือลดต๋ัวเงิน

กรณีที่ประชาชนถือตั๋วสัญญาใช้เงิน มีความต้องการใช้เงินก่อนครบสัญญาไถ่ถอนคืน

โอนกรรมสิทธ์ิ โอนกรรมสิทธ์ิ ตั๋วสญั ญาใช้เงนิ

ต๋ัวสญั ญาใช้เงนิ อัตราคิดลด ๕% อตั รารบั ช่วงซื้อลด ๓% ๑๐,๐๐๐ บ.
๑๐,๐๐๐ บ.
๙,๕๐๐ บ. ธนาคารพาณิชย์ ๑,๐๐+๐ บ.
จะได้ดอกเบี้ย ๑๐% ๙,๗๐๐ บ. (อัตราดอกเบี้ย ๑๐%
เมื่อครบสัญญา ธนาคารกลาง เมื่อครบสัญญา)

๘๔

เศรษฐศาสตร์ ๘๕

(tighเงt นิ mตoึงney)

ภาวะท่ีปรมิ าณเงนิ หรือเงนิ ก้ยู ืมในระบบเศรษฐกิจ
มีน้อยหรือหาไดย้ ากไม่เพียงพอกบั ความตอ้ งการ

ของประชาชนและธุรกิจเอกชน
อัตราดอกเบ้ยี ในการกูย้ ืมจึงปรบั ตัวสูงขน้ึ
แตก่ ารขยายตัวของการผลิตและการลงทนุ ลดลง

สาเหตุ การแก้ไขภาวะเงนิ ตึง
๑. นโยบายทตี่ อ้ งการควบคุม ๑. ขยายวงเงินก้ทู ี่ธนาคารพาณชิ ย์

ปริมาณเงินของรัฐบาล กยู้ มื จากธนาคารแหง่ ประเทศไทย
เพื่อแกป้ ญหาภาวะเงินเฟอ ๒. ลดอัตราเงินสดสำารอง
หรือปรมิ าณเงินในระบบ
เศรษฐกจิ มากเกินไป ตามกฎหมายของ
๒. อตั ราการขยายการผลติ และ ธนาคารพาณชิ ยล์ ง
การลงทนุ สูงเกนิ ไป ๓. ใหธ้ นาคารพาณชิ ย์นาำ พนั ธบัตร
๓. ปริมาณเงนิ ออมลดลง รฐั บาลท่มี ีอยมู่ าไถถ่ อนคนื
๔. อัตราดอกเบี้ยในต่างประเทศ ๔. เพ่มิ อัตราดอกเบ้ยี เงนิ ฝาก
สงู กว่าในประเทศ เพ่อื ลดอตั ราเงินเฟอ

กระาหรคว้า่าแงปลระะกเาทรศเงนิการค้าระหว่างประเทศ
การซื้อขายสินคาและบริการโดยผานเขตแดนของชาติ
๑ ประเทศที่ทําการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินคาและบริการ
ระหวางกัน เรียกวา ประเทศคูคา
สาเหตุความแตกต่าง

ด้านทรัพยากร
การผลิต

ด้านรสนิยม ด้านต้นทุน
ในการบริโภค การผลิตสินค้า

ด้านเทคโนโลยี
ในการผลิต

๘๖

เศรษฐศาสตร์ ๘7

ไม่มีเงื่อนไข

นโยบายการค้าเสรี

ไม่มีการจัดเก็บภาษีศุลกากร ไม่มีการให้สิทธิพิเศษ
ยึดหลักแบ่งงานกันทำา หรือจงใจเลือกปฏิบัติต่อสินค้า
ตามความชำานาญของตน
ประเทศใดประเทศหนึ่ง
ไม่มีข้อจำากัดทางการค้า
ไม่มีการกำาหนดโควต้า

มีเงื่อนไข

นโยบายการค้าแบบคุ้มกัน

มีข้อกำาหนดและมาตรฐาน มีการจำากัดปริมาณการนำาเข้า
ของสินค้านำาเข้า กำาหนดโควต้า
มีการจัดเก็บภาษีศุลกากร
มีการทุ่มตลาด มีการให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ผลิต
ภายในประเทศ เช่น

การจ่ายเงินอุดหนุนการส่งออก

ระบบอตั ราแลกเปล่ยี น

ราคาตอหนวยของเงินตราสกุลหนึ่งเม่ือเปรียบเทียบกับเงินตราสกุลอ่ืนตามอัตราท่ีกําหนดโดยท่ัวไป
แบงเปน ๒ ระบบใหญ คือ ระบบอัตราแลกเปล่ียนคงท่ี ระบบอัตราแลกเปลี่ยนลอยตัว

การเงินระหว่างประเทศ ระบบอตั ราแลกเปล่ยี นคงท่ี

ระบบการเงนิ ทีเ่ กดิ จากการซ้อื ขาย รั ฐ บ า ล ห รื อ ธ น า ค า ร ก ล า ง กํ า ห น ด อั ต ร า แ ล ก เ ป ลี่ ย น ไ ว  ค ง ท่ี
สินคา การกยู ืม การลงทนุ หรือการ ไมเปลี่ยนแปลงขึ้นลงตามกลไกตลาด อาจผูกคาของสกุลเงินตรา
ชว ยเหลือระหวา งประเทศทีต่ องมี ของประเทศไวกับเงินตราสกุลอื่นหรือโลหะมีคา หรือผูกคากับ
การชําระเงนิ ตราตา งประเทศ สกุล สกุลเงินตราท่ีม่ันคงหลายสกุลท่ีเรียกวา ระบบตะกราเงิน (basket
ท่ีประเทศคูคาตอ งการ of currency)

ระบบอัตราแลกเปล่ียนลอยตัว

ข้ึนอยูกับ อุปสงคและอุปทานของเงินตราตางประเทศ
แบงเปน ๒ ระบบ คือ
๑. ลอยตัวเสรีขึ้นลงตามกลไกตลาด
๒. ลอยตัวท่ีมีการจัดการ

ดุลการชาำ ระเงิน

ดุลบญั ชเี ดินสะพัด ดลุ บญั ชที นุ และการเงนิ

ข้าว ข้าว ดลุ บรกิ าร ดลุ รายได้ ๑๐๐ รายการแสดงการเคล่ือนยา้ ย
ของเงินทุนเขา้ และออกประเทศ
ดุลการคา้ ผู้ปตเบพ่ารรื่องะิจแชสาดบ่วคนยภัย

แดลุละเงบนิ รโิจอานค

ดุลการคา้

รายการแสดงความแตกตางระหวางมูลคาการนําเขาสินคากับมูลคาการสงออกสินคาของประเทศ
ในชวงระยะเวลาหนึ่ง อาจเปนดุลการคาเกินดุล ขาดดุล หรือสมดุล
มูลค่าสินค้าส่งออก - มูลค่าสินค้านำาเข้า

ทนุ สาำ รองเงนิ ตราระหวา่ งประเทศ ดลุ การชาำ ระเงิน

เปน สนิ ทรพั ยส ภาพคลอ งทางการเงนิ ระหวา งประเทศทเ่ี กบ็ สะสมไวใ นธนาคารกลาง เกนิ ดลุ ทนุ สำารองฯ
เพอ่ื ชาํ ระหนร้ี ะหวา งประเทศ ซงึ่ ประกอบดว ยทองคาํ เงนิ ตราตา งประเทศสกลุ หลกั
และสิทธิพเิ ศษถอนเงนิ (Special Drawing Rights : SDRs) ดุลการชำาระเงนิ

สทิ ธพิ เิ ศษถอนเงนิ (Special Drawing Rights : SDRs) ขาดดุล ทุนสำารองฯ

เปนทุนสํารองเงินตราระหวางประเทศรูปแบบหนึ่ง ออกโดยกองทุนการเงิน
ระหวางประเทศ (IMF) ท่ีจัดสรรใหกับประเทศสมาชิกและถูกใชเปน
หนวยการเงินทางบัญชี ซึ่งมีมูลคาเทียบกับกลุมเงินตราสกุลหลัก
เชน ดอลลารสหรฐั ยโู ร เยนญป่ี นุ และปอนดสเตอรล ิง

๘๘

เศรษฐศาสตร์ ๘๙

การลงทนุ ระหว่างประเทศ

การที่ผู้ประกอบการนำาเงินทุน สินทรัพย์ และเทคโนโลยีไปลงทุน
ในอีกประเทศหนึ่ง ประกอบด้วยการลงทุนโดยทางตรง และการลงทุนโดยทางอ้อม

หนุ้

การลงทนุ โดยทางตรง การลงทุนโดยทางอ้อม

เอกชนท่เี ปน เจา้ ของทนุ และผปู้ ระกอบการ ผู้เปนเจา้ ของทนุ ไมไ่ ด้ดาำ เนินการเองโดยตรง
เปน บุคคลกลุ่มเดยี วกนั และดาำ เนินกจิ การเอง แตซ่ ้อื หลักทรัพย์ทั้งของภาครฐั และ
ผลตอบแทนของการลงทนุ โดยทางตรง คือ กาำ ไร เอกชนตา่ งประเทศ ผลตอบแทนของการลงทุน
โดยทางอ้อม คือ ดอกเบ้ยี และเงนิ ปนผล

การบรู ณาการทางเศรษฐกิจ

การที่รฐั บาลของประเทศตา่ งๆ ตงั้ แต่ ๒ ประเทศขน้ึ ไป
ตกลงนำาเศรษฐกิจของตนมาเช่อื มโยง เพื่อเสรมิ สร้างและรกั ษาประโยชน์ทางเศรษฐกจิ

(Customs Union) (Economic Union)

เขตการค้า ศสุลหกภาากพร ตลาดร่วม เศสรหษภฐากพจิ ทาสงกหาภราเพมอื ง
เสรี
(Common Market) (Political Union)
(FreAegrTereamdeenAtrse)a /

ระหวอา่ งงคปก์ รระเทศ

องค์การทางการเงนิ ระหวา่ งประเทศ

องค์การสำาคัญซึ่งมีส่วนในการพัฒนา หรือแก้ไขปญหา
ทางเศรษฐกิจของไทยและประเทศสมาชิกในกลุ่ม

กองทนุ การเงนิ ระหวางประเทศ
(International Monetary Fund : IMF)

ธนาคารระหวางประเทศเพอื่ การบรู ณะและการพฒั นา
(International Bank for Reconstruction and Development : IBRD)

หรอื ธนาคารโลก (World Bank)

๙๐

เศรษฐศาสตร์ ๙๑

• อ(งWคoก์ rาlรdกาTรraคdา้ โeลกOrganization : WTO)
• ส(TหhภeาพEuยุโrรoปpean Union : EU)

• (ขNอ้ oตrกtลhงAกาmรeคrา้ iเcสaรnีอเFมrรeกิ eาเTหrนadือe Agreement : NAFTA)

องคก์ ารครวะาหมวรา่ว่ งมปมรือะทเทาศงเศรษฐกิจ

องค์การสำาคัญ ซึ่งมีส่วนในการพัฒนา
หรือแก้ไขปญหาทางเศรษฐกจิ ของไทย

และประเทศในกล่มุ สามาชกิ

• ป(AรSะEชAาคNมcอoาmเซmียนunity)
• ความร่วมมอื ทางเศรษฐกจิ
ในเอเซีย - แปซฟิ ก (เอเปก)
• องค์การประเทศผู้ส่งออกน้ำามันดิบ
(Organization of the Petroleum Exporting Countries)
หรือโอเปก (OPEC)

ประเทศไทยคอื ๔อะ.ไ๐ร :
ประเทศไทย ๔.๐ เปนวิสัยทัศนเชิงนโยบายที่เปล่ียนแปลงเศรษฐกิจแบบเดิม
ไปสูเศรษฐกิจที่ขับเคล่ือนดวยนวัตกรรม เพื่อใหไทยเปนกลุมประเทศที่มีรายไดสูง
ในชวงปแรก ประเทศไทย ๓.๐ เศรษฐกิจเติบโตอยางตอเน่ือง แตปจจุบันเติบโตเพียง
๓ - ๔ % ตอปเทาน้ัน ซึ่งตกอยูในชวงรายไดปานกลางมากวา ๒๐ ป

พัฒนาเศรษฐกิจ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย

ติดกับดักรายได้ปานกลาง


จาก ๗ - ๘ % ต่อป

ประเทศไทย ๑.๐ ๖
สังคมเกษตรกรรม ๓

ม๓า-ก๔กว%่า ๒ต๐่อปป 

ประเทศไทย ๒.๐ ๐ ๒๕๐๐ ๒๕๑๒ ๒๕๒๐ ๒๕๒๘ ๒๕๓๖ ๒๕๔๖ ๒๕๕๖
สังคมอุตสาหกรรมเบา
ยกขีดความสามารถ ๔ กลุ่มเปาหมาย

ประเทศไทย ๓.๐
สังคมอุตสาหกรรมหนัก

เกษตรแบบดั้งเดิม SMEs แบบเดิม บริการมูลค่าต่ำา แรงงานทักษะต่ำา

ประเทศไทย ๔.๐ เกษตรสมัยใหม่ Smart SMEs บริการมูลค่าสูง แรงงานมีความรู้
สังคมขับเคล่ือนด้วยนวัตกรรม ธุรกิจ Start - up มีทักษะสูง

๙๒

เศรษฐศาสตร์ ๙3

ปจจุบันประเทศไทยยังติดอยูในโมเดลเศรษฐกิจแบบ “ทำามาก ได้น้อย”
จึงตองปรับเปลี่ยนเปน “ทำาน้อย ได้มาก” จึงตองเปลี่ยนจากการผลิตสินคา “โภคภัณฑ์”
ไปสูสินคาเชิง “นวัตกรรม” และเปล่ียนจากการขับเคล่ือนประเทศดวยภาคอุตสาหกรรม
ไปสูการขับเคลื่อนดวยเทคโนโลยี ความคิดสรางสรรค และนวัตกรรม

การเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิตสู่การสร้างนวัตกรรม

เดิม ทำามาก ได้น้อย
ทำาน้อย
โผภลคิตภสินัณคฑ้า ์ ททุเรอียดน ททุเรอียดน

ใหม่ ได้มาก

นผวลัติตสกินรคร้าม ความได้เปรียบในเชิงแข่งขัน
รวมพลังประชารัฐ ด้วยนวัตกรรม

ภาครัฐ กลุ่มสาธารณสขุ สุขภาพ
และเทคโนโลยที างการแพทย์
สนับสนุน
กล่มุ หุ่นยนตอ์ ัจฉรยิ ะ
มหาวิทยาลัย - แคลวบะรคะุมบบอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
- กลุ่มดิจติ อล และ
ภาคเอกชน สถาบันวิจัย
เทคโนโลยี
ภาคการเงิน เครือข่ายต่างประเทศ และอนิ เทอรเ์ นต็
เชือ่ มตอ่
กลุ่มอตุ สาหกรรม
สรา้ งสรรค์ วฒั นธรรม

๔.๐และบริการท่ีมีคณุ ภาพสงู

กลมุ่ อาหาร เกษตร
และเทคโนโลยชี ีวภาพ

ท่ีมา : คณะกรรมการจัดทํายุทธศาสตรชาติ (๒๕๖๐),
(ราง) ยุทธศาสตรชาติระยะ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙)

ประวัตศิ าสตร์ไทย
(Thai History)

๑. ประวตั ศิ าสตรแ์ ละวิธีการศึกษา
๒. การต้งั ถ่นิ ฐานในดนิ แดนไทย
๓. สถาบนั พระมหากษตั ริยไ์ ทย
๔. วิเคราะหเ์ หตุการณ์ส�ำคญั
๕. ๒๐ บคุ คลส�ำคญั ของไทยท่ไี ดร้ บั การยกยอ่ งจากยเู นสโก
๖. วฒั นธรรมและภูมิปญั ญาไทย

ประวตั ศิ าสตรและวธิ ีการศกึ ษา

การศึกษาเรื่องราวของสงั คมมนุษยในมติ ขิ องเวลาโดยใชห ลกั ฐานและวิธกี ารทางประวัติศาสตร

บิดาแหง ประวตั ศิ าสตรโลก บดิ าแหง ประวตั ศิ าสตรไ ทย
เฮโรโดตสั (Herodotus : สมเดจ็ พระเจาบรมวงศเธอ
๔๘๔ - ๔๒๔ ปก อ น ค.ศ.) กรมพระยาดาํ รงราชานุภาพ

ผลงานสําคญั I-TECT8 ผลงานสําคัญ
The Histories ไทยรบพมา ลักษณะการปกครอง
สงครามระหวา งกรีกกับเปอรเ ซีย
ประเทศสยามแตโบราณ
ความสาํ คญั ของประวัติศาสตร
รแู ละเขาใจ
ในคสวราามงสเปํานนึกชาติ สภาพแวดลอม
ในสังคมปจจบุ ัน

ใชอดตี เปน บทเรียน เสรมิ สรา งทกั ษะ
และเหน็ แนวทาง การคิด ทักษะชีวิต

สอู นาคต และความคดิ
เปนเหตเุ ปนผล
96

ประวตั ศิ าสตร •สมยั ประวตั ศิ าส ประวัตศิ าสตรไ์ ทย 97

ยุคสมยั วรรษ • ศตวรร
เปลสีย่ กงันาคแรมปลง ส ัมย กอน
ทศ ชวงเวลา

ผตลอ กสรงั ะคทมบ ฮ.ศ.ษ • สหสั วรรษ
ต ร
เหสตําุกคาญั รณ สังคมมนุษย อดีตและชว งเวลา .ศ. • ค.ศ. • ร.ศ. • ม.ศ. • จ.ศ. •

ศักราช

ปอรงะควป ัตรศิ ะากสอตบร

หลักฐาน หลักฐานทาง วธิ กี ารทาง
ชน้ั ตน ประวตั ิศาสตร ประวัติศาสตร

หลักฐาน ความกจรระอิงบยใวนานงHสMเกังปาiคนsรeมแรtมtะสoนบhวrษุบงoiหยcาdal
ชัน้ รอง

๒ นําเสนอได
๑ รวบรวมขอ มลู อยา งมีเหตผุ ล

หลักฐานตางๆ ๔สงั เคราะหแ ละ
ทเี่ ก่ียวขอ ง ๓ สรุปประเด็น

วตเิรควรจาสะอหบ
ตคี วาม
คแลุณะคปารหะลเมักินฐาน

กาํ หนดประเดน็
ศึกษาใหชดั เจน

ชว งเวลา 2009

2000 ทศวรรษ ท่ี ๒๐๐๐ คอื ค.ศ. ๒๐๐๐ - ๒๐๐๙

ค.ศ. คริสตศตวรรษ ท่ี ๒๑ คือ ค.ศ. ๒๐๐๑ - ๒๑๐๐

2001 ครสิ ตส หัสวรรษ ท่ี ๓ คอื ค.ศ. ๒๐๐๑ - ๓๐๐๐

2010

ศักราช

พ.ศ.= พทุ ธศกั ราช ฮ.ศ.= ฮจิ เราะหศ กั ราช จ.ศ.= จลุ ศักราช
พระพุทธเจา นบีมฮู มั หมัดอพยพจาก พระเจาสูริยะวกิ รม
ปรนิ พิ พาน นครมกั กะฮไ ปเมอื งมะดนี ะฮ ของพมาตั้งขน้ึ
ค.ศ.= ครสิ ตศักราช ม.ศ.= มหาศกั ราช ร.ศ.= รัตนโกสนิ ทรศก
พระเยซคู ริสต พระเจา กนิษกะของอินเดีย พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา
ประสูติ ตง้ั ขน้ึ เจา อยหู วั โปรดเกลาฯ ใหน บั ป
สถาปนากรงุ รัตนโกสินทร
การเทยี บศกั ราช พ.ศ. ๒๓๒๕ เปน ร.ศ. ๑

กอน ร.ศ.

กอน จ.ศ.

กอน ม.ศ. ม.ศ. ๑ +๖๒๑

กอ น ค.ศ. ค.ศ. ๑ +๕๔๓

กอน พ.ศ. พ.ศ. ๕๔๔ พ.ศ. ๖๒๒
พ.ศ. ๑

9๘

2100 2100 ประวัตศิ าสตรไ์ ทย 99

3000 3000

เวลาเวแลบาบแไบทบยไทยพทุพธท.ถศส่ีึง.๒หพ๑๒สั ค๐๐ทุวพอื ร๐๐ธท.ถศรส๑๐่ีงึษ.๒ห๑๒ัสค๐๐วือร๐๐พรถพ๑๐ท.ษึงศุท่ี .๒ธ๒๒ศ๖๖๕ตพ๐ถพคว๐ท.๐งึศอืรุท๑ี่ ร.๒ธ๒ษ๒ศ๖๖๕ต๐คว๐๐อืร๑ร2ษ100 2100 3000 3000

๓ ๔ฯ๓๕ฯ๔ ๕ ๑ ๗ฯ๑๖๗ฯ ๖

วนั องั วคันารองั คาร เดอื นเ๕ดอื นข๕้นึ ๔ขคน้ึ ํ่า๔ คํา่ วันอาวทนั ิตอยา ทติ ย เดือนเ๖ดือนแร๖ม ๗แรคมา่ํ ๗ คํา่

ร.ศ. ร๑.ศ.+๑๒๓+๒๒๔๓๒๔

จ.ศ. จ๑.ศ+. ๑๑+๘๑๑๑๘๑

พ.ศ.พ๑.๑ศ.๘๑๒๑๘๒ พ.ศ.พ๒.๓ศ.๒๒๕๓๒๕

ยุคสมยั ทางประวตั ศิ าสตร

สมยั กอนประวัตศิ าสตร (Prehistory)

พัฒเนคารกือ่ างรมขอื อเคงเรท่ือคงโในชโ ลยี พัฒนาการทางสังคม

๕,๐๐๐,๐๐๐ - ๔,๐๐๐ ปม าแลว ๔,๐๐๐ - ๑,๕๐๐ ปม าแลว ยคุ สงั คม ลา สัตว
และหาของปา
ยุคหนิ ยุคโลหะ ยุคหมูบาน
สังคมเกษตรกรรม

ยคุ หนิ เกา ยคุ หินกลาง ยุคหินใหม ยคุ สาํ ริด ยคุ เหล็ก ยุคสงั คมเมือง

เรร อนอยูตามถาํ้ ต้ังหลักแหลง รวมกนั อยเู ปน
และเพงิ ผา ใชห นิ เปนหมูบ า น เพาะปลกู ชุมชน หรือ เมอื ง
และเคร่ืองปน ดินเผา จดั การปกครอง
อยางหยาบ ลา สตั ว เลยี้ งสตั ว ทอผา แบงงานกันทาํ
หาของปา เปนอาหาร ทาํ เครอ่ื งปนดินเผา แลกเปลีย่ นสงิ่ ของ
มลี วดลายสวยงาม

๑๐๐


Click to View FlipBook Version