ประวัติศาสตรส ากล ๑๕๑
สาเหตุ การศึกษาเก่ยี วกบั โลกและสังคมมนษุ ย
ดว ยการใชท ฤษฎคี วามรู การคน ควาทดลอง
๑. การฟน ฟูศลิ ปวทิ ยาการ และนำเทคโนโลยีมาประดษิ ฐเ คร่ืองมือเครอื่ งใช
๒. การสำรวจทางทะเล ผลเริม่ ตง้ั แตค ริสตศตวรรษท่ี ๑๖ เปนตน มา
๑. ความเจรญิ กา วหนา
และการคน พบดนิ แดนใหม ทางวิทยาศาสตรสมัยใหม เซอรไอแซก นิวตนั
ทำใหเกดิ การขยายความรู (Sir Isaac Newton)
๓. ความเจรญิ ทางการคา ๒. นำไปสกู ารปฏวิ ตั ทิ างความคิด กฎแหง ความโนมถวง
และอุตสาหกรรม (Intellectual Revolution)
นกั วิทยาศาสตรและผลงานสำคญั ๓. ปฏริ ปู สังคมตะวนั ตก
ครสิ ตศตวรรษท่ี ๑๖ - ๑๗
นิโคลสั คอเปอรนิคัส กาลิเลโอ กาลเิ ลอิ โยฮัน เคปเลอร เซอรฟรานซิส เบคอน
(Nicholas Copernicus) (Galileo Galilei) (Johann Kepler) (Sir Francis Bacon)
กลอ งโทรทรรศน ระบบสุริยจักรวาล กอ ตง้ั ราชบณั ฑิตยสถาน
ระบบสุริยจกั รวาล สงั เกตกุ ารโคจรของดวงดาว
สมบรู ณขนึ้ ขององั กฤษ
คริสตศตวรรษท่ี ๑๘ - ๒๐
ชารล โรเบริ ต ดารว นิ เกรเกอร โยฮนั น เมนเดล หลยุ ส ปาสเตอร เจมส วตั ต
(Charles Robert Darwin) (Gregar Johann Mendall) (Louis Pasteur) (James Watt)
บิดาของวิชาพนั ธศุ าสตร จุลินทรียในอากาศ เคร่อื งจักรไอนำ้
ทฤษฎีวิวัฒนาการ และวธิ กี าร Pasteurization
ของสง่ิ มีชวี ิต
ซิกมันด ฟรอยด อัลเฟรด เบิรนฮารด โนเบล อัลเบริ ต ไอนสไตน
(Sigmund Freud) (Alfred Bernhard Nobel) (Albert Einstein)
ผบู ุกเบกิ ทฤษฎีจิตวิเคราะห ไดนาไมต ความสัมพนั ธร ะหวา ง
มวลสารกบั พลังงาน
ก ารปฏวิ สตั าอิ เตุหสตาุ หกรรม๑ Industrial Revolution
ทอกาแงาาทสณรสวะางำเนลหรคิแวามจละ
ควา๒มเจรญิ ๓ทแคาลวงะากเมสามรร่นัเภี มคาอื พงง การเปลยี่ นแปลงวิธีการผลิต จากการใชแ รงงาน
คน สตั ว และพลงั งานธรรมชาติ มาเปน การผลติ
ทางวิทยาศาสตร โดยใชเครื่องจักร และระบบโรงงาน ในคริสต
และเทคโนโลยี ศตวรรษท่ี ๑๘-๒๐
ในการผลิต
การข๔ยายตัว การเพ๕มิ่ จำนวน รฐั บาล๖และผนู ำ
ทางการคา ประชากร ประเทศสนบั สนนุ
และการสะสมทุน และสง เสรมิ การคา
ผล ๒
๑
เกิดชนชั้นนายทนุ
ความกา วหนาทาง และกรรมกร
เทคโนโลยี การคมนาคม และการจัดตงั้
สหภาพแรงงาน
การสือ่ สาร และ
การกอ สรา ง
๔สเสเงั กคริดนีมแแลิยนลลัทมยิะะธมกเทิปศาารครรงะษคอกชามฐาาเกมรสธจิเิวิปรมีนไือตสิ งยต
ปญ ห๓าสังคม
หลายดาน
๑๕๒
ประวตั ศิ าสตรส ากล ๑๕๓
ลกั ษณะของการปฏวิ ตั อิ ตุ สาหกรรม๑. การปฏิวัติอุตสาหกรรมในระยะแรก : เรม่ิ ทอ่ี งั กฤษในคริสตศตวรรษท่ี ๑๘ - ๑๙ ทอี่ ตุ สาหกรรมทอผา
ประสบความสำเรจ็ ในการใชเ ครือ่ งจกั รไอน้ำในอุตสาหกรรม เรยี ก “สมยั แหงพลงั งานไอน้ำ”
จอหน เคย เจมส ฮารกรฟี ส รชิ ารด อารก ไรต (Jaเจmมeสs วWตั ตat) อ(นเตุGปทิ สrนeรารaผหศtอูนกกงัEำรากกxรรhฤมาครiษจbรปัดi้งั tฏแใioหิวสnตัญด)ิง
เสรหทใงถอลชว่ัเผไาคไใก็ปฟลวปนรนใุธื่อแอหเยอใรลงตุ หมทุุตือจะสญกี สกัเโเาดธหาาร หปนิแรหลไกอพลทก็กกรนะรัฒะกรรณ้ำเรลนมลมา า
(John Kay) (James Hargreaves) (Richard Arkwright) (Elอi ลีWิ วhิตitนnียe y)
เครอ่ื งแยกเมลด็ ฝา ย
ประดษิ ฐก ่ีกระตกุ เครอื่ งปน ดา ย เคร่อื งจกั รกลทใ่ี ช
Spinnig Jenny พลงั น้ำสำหรบั
เครอื่ งปนดา ย
(Water Frame)
การใชเ ครอ่ื งจักรไอน้ำในการคมนาคมสอื่ สาร
(Riรcิชhาaรrดd เTทrรeวvทีitิกick) จอรจ สตีเฟนสัน (Rโoรbเบeริ rตt Fฟuลุ lตtoนั n) (SแeซmมuมeวlลCคuูนnาaรrด d)
ใชพ ลงั งานไอนำ้ ใชพ ลงั งานไอน้ำ เรือกลไฟขาม
กับรถบรรทกุ (George Stephenson)
กับเรือ มหาสมทุ รแอตแลนติก
หัวรถจักรไอน้ำ
Rocket มาใชก บั
รถไฟ
๒. การปฏวิ ัติอตุ สาหกรรมในระยะทสี่ อง : การเปลย่ี นแปลงดา นพลงั งานจากถา นหนิ และไอนำ้ เปน กา ซ
น้ำมันปโตรเลียมและไฟฟา และทำเหล็กใหเปน เหล็กกลา เรยี กวา ยุคเหล็กกลา (Age of Steel) เรมิ่ ในศตวรรษ
ท่ี ๑๙ - ๒๐
คารล เบนซ (Karl Benz) การพฒั นา แซมมวล มอรส
แ(ลGะotกtอliตeตbลDบี aเiดmมlเeลrอ)ร ระบบไปรษณยี (SemuโทeรlเลMขorse)
ประดิษฐร ถยนตใชน ำ้ มนั เบนซนิ
อเลก็ ซานเดอร เกรแฮม เบลล ธอมสั แอลวา เอดิสนั
(Alexander Graham Bell) (Thomas Alva Edison)
หลอดไฟฟา เครื่องเลน จานเสยี ง
โทรศัพท และกลอ งถายภาพยนตร
กา รปฏวิ ตัสทิ าาเงหภมูตปิ ุ ญ ญา Intellectu al Revolution
๑. ความม่นั คงทางการเมอื งของยุโรป ความคดิ กาวหนา ทางเศรษฐกจิ
และความคิดของความเปนชาติ และการเมือง เกดิ นักคดิ และนักปรัชญา
จำนวนมาก เรยี กวา ยคุ แหง ความสวา งไสว
๒. เดียวกัน
การฟน ฟูศิลปวิทยาการ การปฏวิ ัติ ทางปญญา หรือยุคภูมธิ รรม
ทางวิทยาศาสตร และการปฏิวัติ (Age of Enlightenment)
ทางอตุ สาหกรรม ในชวงศตวรรษท่ี ๑๗ - ๑๘
ผล
๑. แนวคิดของนักปรัชญาในยุคภูมิธรรมมอี ทิ ธพิ ล
๒. ตอ ทัศนคตขิ องชาวยุโรป และสงั คมโลก
เกดิ แนวคิดทางการเมอื งและเศรษฐกจิ ทแี่ ตกตาง
๒ แนวทาง คือ ลัทธิเสรีนิยม (Liberalism) และ
๓. ลทั ธิสังคมนยิ ม (Socialism)
กอ ใหเกิดการเปลีย่ นแปลงการปกครอง
ในหลายประเทศ
๑๕๔
กษตั รยิ ผ ูทรงคณุ ธรรม ประวตั ิศาสตรสากล ๑๕๕
มหพารระาเชจแาเหฟงรปเรดัสรเกิ ซยี แคจแทกั หเรงธพรอัสรรรเนี ซดทยีิน่ี ี๒
(Frederick The Great) (Catherine of Russia)
ค.ศ. ๑๗๔๐ - ๑๗๘๖ ค.ศ. ๑๗๖๒ - ๑๗๙๖
นกั ปรชั ญาและผลงาน
(ThoโธmมaัสsฮHอoบbบb es) (JoจhอnหนLoลcอ็ kคe) (Mมoอnงtเตesสqกuิเอieอu)
หนงั สือเรอื่ ง Leviathan หนังสอื เรือ่ ง Two Treatises หนงั สือเร่อื ง
เสนอแนวคิดวา สังคมสันตสิ ุข of Government เจตนารมณแ หงกฎหมาย
ตองมอบอำนาจใหผ ปู กครอง เสนอแนวคิดการปกครอง เสนอแนวคิดการแบงแยก
ทำหนา ทีป่ กครองทีส่ อดคลอ ง ระบอบประชาธิปไตย
อำนาจอธบิ ไตย
กับความตอ งการของคน
สวนใหญ
(Vวaอlลtแaiตrรe) ชอง - ชาคส รสุ โซ (Adอaดmมั สSmมธิ ith) (คKาaรrลl Mมาaกrxซ)
หนังสือเรื่อง
The Philosophical Letters (Jean-Jacques Rousseau) หนงั สอื เร่อื ง เคปเแศอนลรมกะษมDาคหฐวิขรำaกนนอเปsอิจังิสงรแาสKนตะรบือaากดัโpเบยรดาเiททออื่tศยaนุานุงเเlจนเนปตน ยิรนวมียาาบ
หนังสอื เรอื่ งสญั ญา ความมงั่ คั่งของชาติ
เรียกรองใหม ีการปฏริ ูป ประชาคม เสนอแนวคดิ เก่ียว
การปกครอง กับทฤษฎีการคา เสรี
เปน การวางรากฐาน
เกยี่ วกับอำนาจ
อธปิ ไตยของประชาชน
การปฏิวัตเิ ปลี่ยนแปลงการปกครอง
ในครสิ ตศ ตวรรษท่ี ๑๗ - ๑๘
การปฎวิ ตั อิ นั รงุ โรจนข ององั กฤษ
(The Glorious Revolution)
ค.ศ. ๑๖๘๘ เปนความขัดแยงระหวางอังกฤษ
กับรัฐสภา เกย่ี วกบั นโยบายการปกครอง และ
การนับถือศาสนา รัฐสภาจึงกอการปฏิวัติขึ้น
และประกาศใช “พระราชบัญญัติวาดวยสิทธิ
พน้ื ฐานของพลเมอื ง” (Bill of Rights) เปน การ
จำกัดอำนาจกษัตริย และยอมรับอำนาจของ
รฐั สภา เม่ือป ค.ศ. ๑๖๘๙
ค.ศ. เหตกุ ารณ
๑๖๒๔ : พระเจาชาลสที่ ๑ (Charles ) ขัดแยงกับรัฐสภาใน
เรื่องนโยบายการปกครองและการนับถือศาสนา
๑๖๔๒ - ๑๖๔๙ : เกิดสงครามกลางเมืองพระเจาชาลสที่ ๑ ถูกสำเร็จโทษ
๑๖๔๙ : อังกฤษจัดการปกครองระบอบสาธารณรัฐ
๑๖๖๐ : อังกฤษฟนฟูระบอบกษัตริย
๑๖๘๕ : พระเจาเจมสที่ ๒ (James ) ปกครองอังกฤษ
เกิดความขัดแยงเรื่องการนับถือศาสนา
๑๖๘๘ : รัฐสภาจึงกอการปฏิวัติอันรุงโรจนขึ้น ลมอำนาจของ
พระเจาเจมสที่ ๒ แลวเชิญเจาชายวิลเลียมแหงออรเรนจ
และเจาหญิงแมรี่พระชายามาปกครองอังกฤษ
๑๖๘๙ : รัฐสภาประกาศใช “พระราชบัญญัติวาดวยเรื่อง
สิทธิพื้นฐานของพลเมือง” (Bill of Rights)
เปนการจำกัดอำนาจของกษัตริย และ
ยอมรับอำนาจสูงสุดของรัฐสภา
๑๕๖
ประวัติศาสตรส ากล ๑๕๗
การปฏิวตั ิเพือ่ เอกราชของสหรัฐอเมรกิ า
หรือสงครามสหรัฐอเมริกา (American
Revolutionary War) ค.ศ. ๑๗๗๖-๑๗๘๓ เปน
สงครามระหวา งองั กฤษ กบั อาณานคิ ม ๑๓ รฐั ขององั กฤษ
ในทวปี อเมรกิ าเหนอื ซง่ึ ตอ งการเอกราชจากเจา อาณานคิ ม
ผลของสงครามชาวอาณานิคมเปน ฝา ยชนะ ในสนธิสัญญา
ปารีส (Treaty of Paris) อังกฤษยอมรับวาสหรัฐอเมริกา
เปน เอกราช
การปฏิวตั ฝิ ร่งั เศส (French Revolution)
ค.ศ. ๑๗๘๙ : การเปลี่ยนแปลงการปกครองของฝรั่งเศส ซึ่ง
เกิดขึ้นในชวงที่ฝรั่งเศสมีปญหาเศรษฐกิจ ประชาชนอดอยาก
แรน แคน และปญ หาดา นการเมอื งซง่ึ ไดร บั อทิ ธพิ ลจากปรชั ญา
ทางการเมืองของจอหน ล็อคและรุสโซ ประชาชนจึงกอกบฏ
ทลายคกุ บาสตยี (Fall of the Bastille) เกดิ สงครามกลางเมอื ง
เมอ่ื ค.ศ. ๑๗๙๑ ยกเลกิ การปกครองระบอบกษตั รยิ เ ปลย่ี นเปน
การปกครองระบอบสาธารณรัฐ
Imperialism
จักรวรรดินิยม
กหแในาลรกรอืะดาแดรำสนิ ขเวแนยงดินาหนนยาทอโผยอ่ีิทลบอธปานพิ รยและตอโเาขยกงาชวปไนาปรใะปนเกทปคศรระขอเอทงงศชคารตอบิมหงำาอำนาจ
สา๑เหตุ ๒ความสำเร็จ
ของการปฏวิ ัติ ความต่ืนตวั เร่อื ง
อตุ สาหกรรม ลัทธิชาตนิ ิยม และเศรษฐกจิ
ในคริสตศ ตวรรษ และการแขง ขนั กนั แสวงหา
๓ที่ ๑๘
อำนาจทางการเมือง
และเศรษฐกจิ เพอ่ื
เกยี รตภิ ูมิของชาตติ น
แนวคดิ เร่ือง
“ภาระของคนผวิ ขาว”
(White
Man's Burder)
๑ ผลมหาอำนาจ ๒ อารยธรรมตะวันตก
ในยุโรปมอี ำนาจ โดยเฉพาะระบบเศรษฐกจิ
ทางการเมืองสูงสดุ
มีความเขมแข็ง แบบทุนนยิ ม ศาสนาครสิ ต
ทางกำลังทหาร และชาตนิ ิยม แพรก ระจาย
และอาวุธยุทโธปกรณ ในทุกพน้ื ท่ที ยี่ โุ รปยดึ ครอง
ชาตมิ หาอำนาจ ทำใหเ กดิ ขบวนการชาตินยิ ม
เรยี กรองเอกราชในเวลาตอมา
๓ ตะวันตก
เกิดการแขง ขนั ดนิ แดนในอาณานคิ ม
๔ทางการเมือง สูญเสียเอกราชอธปิ ไตย
และเศรษฐกจิ และทรัพยากรให
เจาอาณานิคม
ชาวพนื้ เมืองรับความเจรญิ จากชาวตะวนั ตก
๕ ทำใหม ีความกา วหนาทางการศึกษา
การคมนาคม การแพทย และการสาธารณสขุ
แตก ็สญู เสียวัฒนธรรมและภูมิปญญาด้งั เดิม
๑๕๘
สงครามโลก ประวัตศิ าสตรส ากล ๑๕๙
ครั้งท่ี ไแปกใยขมนสสังอนยรพงงาุษโุคครชืน้งยวรปคาทาชาตว่ีตมมแามิาาตขทลมหงอิดัะีเ่ ๆเากขสยแอิดยียายขำจงาหงอนรายางาุนกตยโจแลัวรกง
๑ค.ศ. ๑๙๑๔ - ๑๙๑๘
สาเหตุ
ชนวนขอ งสงครามโลกครงั้ ท่ี ๑
๑. ลทั ธชิ าตนิ ิยม (Nationalism)
ทส่ี ง ผลใหอิตาลีและเยอรมนี ของอขราณัชณเทะกมาาเาือ่ยขจยครืออักาป๒.นศงทรล๘บอ.เแงมออ๑ลมพอื สส๙ะถิรงเเพ๑นุะซตนชรา๔ราียะยนียรชานม-เายยฮโางัวการี
รวมชาตสิ ำเรจ็ และพยายาม
สรางชาตติ นใหเปน ชาตยิ ง่ิ ใหญ
๒. การแขง ขันการสะสมกำลังทหาร
และอาวธุ ยุทโธปกรณ
๓. ความขัดแยง ของชาตมิ หาอำนาจในยุโรป
เกิดการรวมกลุมประเทศเปน ๒ กลุม คือ
• มหาอำนาจกลาง ไดแก เยอรมนี อติ าลี
และออสเตรยี - ฮงั การี
• มหาอำนาจสัมพันธมติ ร ไดแ ก องั กฤษ
ฝร่ังเศสและรสั เซีย
ผล
๑. กอ ความเสียหายดานชวี ิตและทรัพยส นิ จำนวนมาก
๒. ประเทศเอกราชใหมเกิดขนึ้ (แยกมาจากประเทศท่แี พสงคราม)
๓. มกี ารเปลยี่ นแปลงการปกครองในประเทศตางๆ
๔. มหาอำนาจมีการเปล่ียนแปลงเปน สหรฐั อเมริกา และญป่ี นุ
๕. การพฒั นาอาวุธยุทโธปกรณในสงครามโลกครัง้ ท่ี ๑
เชน รถถัง เรอื ดำน้ำ ปนใหญ ปน กล
๖. เกดิ องคการสนั นิบาตชาติ
World War I
สนัLeนagบิueาoตf ชNaาtiตonิ s
องคการระหวา งประเทศท่จี ัดตัง้ ข้นึ ใน ค.ศ. ๑๙๑๘
ปลายสงครามโลกครัง้ ท่ี ๑ เพือ่ รักษาสันติภาพของโลก
โดยประธานาธิบดวี ูดโรว วิลสัน (Woodrow Wilson)
แหง สหรฐั อเมริกา ไดเ สนอขอเสนอ ๑๔ ประการ
อันเปนพื้นฐานของกฎบตั รสนั นิบาตชาติ
แตสันนบิ าตชาตไิ มสามารถแกป ญ หาความขดั แยง
ของมหาอำนาจได ทำใหเ กิดสงครามโลกคร้งั ที่ ๒ ขึ้น
๑
สาเขห ุต๒ควาอมงสลนัม นเหบิ ลาวตชาติ
สหรัฐอเมรกิ า
ไมไดเ ปนสมาชกิ
องคก ารสันนิบาตชาติ
ไมมีกองกำลงั และมาตรการ
ในการลงโทษ
ผูละเมดิ กฎบตั ร
๑๖๐
ประวัตศิ าสตรส ากล ๑๖๑
สงครามโลกครั้งที่ ๒
สาเหตุ สงครามทเ่ี กดิ มาจากความไมพอใจ
ของชาตมิ หาอำนาจภายหลงั สงครามโลกครงั้ ท่ี ๑
๑. ความไมพอใจท่ีเยอรมนี เปน สงครามทีข่ ยายตวั ไปหลายภมู ิภาคของโลก
มตี อสนธิสัญญาแวรซ ายส และกอ ความเสียหายอยา งมาก
๒. ความลมเหลวขององคการสนั นบิ าตชาติ
ทไี่ มสามารถแกปญหาความขัดแยง
ของชาติมหาอำนาจได
๓. ความออนแอของชาติมหาอำนาจเดมิ
และใชน โยบายออมชอมกับประเทศ
ที่มคี วามเขม แข็งทางทหาร ผลของสงคราม
๔. การรวมกลมุ พันธมติ รของ
ประเทศเผดจ็ การทหาร ๑. ผคู นทงั้ พลเรือนและทหารเสียชีวติ บาดเจบ็
พกิ ารและสญู เสียทรัพยส นิ เปน จำนวนมาก
๒. การเปลีย่ นแปลงมหาอำนาจของโลก
เปน สหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต
๓. ประเทศท่ีเคยเปนอาณานคิ มของชาตติ ะวนั ตก
ไดรบั เอกราช
๔. เกิดสงครามเยน็ หรอื ความขดั แยง
ดานอดุ มการณท างการเมอื ง
๕. เกดิ องคการสหประชาชาติ (United Nations)
๖. การสะสมและแขงขนั กนั ดานอาวธุ นวิ เคลียร
และขปี นาวธุ รา ยแรง
WoSrledcoWnadr เน้อื หาที่สามารถเปดแอปพลเิ คชนั ดไู ด
Contemporary History
เขหอตงุกโลากรณสมสยั ำปคจัญจุบัน
องคก ารสหประชาชาติ
๒๔ ตุลาคม : วันสหประชาชาติ
(The United Nation : UN)
เปนองคการสากลท่มี ปี ระเทศตา งๆ ของโลกเปน สมาชิก
โดยมวี ัตถปุ ระสงคเ พอ่ื รกั ษาสันตภิ าพ และสนันสนนุ ความ
รว มมอื ระหวางประเทศ กำเนิดข้นึ ใน ค.ศ. ๑๙๔๔ กอ น
สงครามโลกครง้ั ท่ี ๒ ยตุ ลิ ง โดยผแู ทนของประเทศสหรัฐอเมริกา
องั กฤษ สหภาพโซเวยี ต และจนี รวมเปน ผรู า งกฏบัตรขององคก าร
ตอ มาในที่ประชุมยลั ตา ซานฟรานซสิ โก ประเทศผูร ิเร่มิ
๕๑ ประเทศไดลงนามรับรองกฏบัตรสหประชาชาติ และไดรับ
สตั ยาบันจากประเทศตา งๆ เมื่อ ๒๔ ตุลาคม ค.ศ. ๑๙๔๕
สมชั ชาใหญ
สำนักเลขาธกิ าร ศาลยุตธิ รรม
ระหวา งประเทศ
สหโปคองรรคงะสชก ราาารชงาติ คณะมนตรี
ภาวะทรัสตี
คณะมนตรีเศรษฐกจิ
และสังคม
คณะมนตรี
ความม่นั คง
๑๖๒
ประวตั ิศาสตรส ากล ๑๖๓
องคการชำนัญพเิ ศษของสหประชาชาติ
องคการแรงงาน องคก ารอาหารและ การประชมุ สหประชาชาติ โครงการสงิ่ แวดลอ ม
ระหวา งประเทศ เกษตรแหงสหประชาชาติ วา ดว ยเรอ่ื งการคา และการพฒั นา แหงสหประชาชาติ
(FAO) (UNCTAD) (UNEP)
(ILO)
องคการการบินพลเรอื น โครงการพัฒนา องคการทางทะเล
ระหวางประเทศ แหง สหประชาชาติ ระหวางประเทศ
(ICAO)
(UNDP) (IMO)
องคก ารศกึ ษาวิทยาศาสคร กองทนุ ประชากร
และวฒั นธรรม แหงสหประชาชาติ
แหงสหประชาชาติ (UNFPA)
(UNESCO)
กองทนุ เพื่อเด็ก
แหงสหประชาชาติ
(UNICEF)
สหภาพสากล องคก าร
ไปรษณยี อนามัยโลก
(UPU) (WHO)
สงครามเย็น
(Cold War : ค.ศ. ๑๙๔๕ - ๑๙๙๑)
ลักษณะความสัมพนั ธระหวา งประเทศทเี่ ปนความขัดแยงระหวางกลุมประชาธปิ ไตย
ท่ีมสี หรฐั อเมรกิ าเปนผนู ำ และกลมุ คอมมวิ นสิ ตท มี่ สี หภาพโซเวียตเปน ผนู ำ
โดยความขัดแยง แสดงออกหลายแบบยกเวนการทำสงครามกันเองโดยตรง
าเหตขุ องส๑ง.คเดปรุลน าอปำมรนะเาเยจทโศน็ ลสกหเปรัฐลอีย่ เนมแริกปาลเกงดิ เปน สงครามตวั แทน (proxy war) ในหลายพ้ืนท่ี
กับสหภาพโซเวยี ต
ส
เ๒. ความแตกตา งทางการเมือง
ระหวา งประชาธิปไตย
กับ คอมมวิ นิสต
๓. นโยบายผนู ำชาติมหาอำนาจ
๑. วินสตัน เชอรชิลล (Winston Churchill) ขององั กฤษ
๒. เฮนรี่ เอส. ทรแู มน (Henry S. Truman) ของสหรัฐอเมรกิ า
๓. โจเซฟ สตาลนิ (Joseph Stalin) ของสหภาพโซเวียต
๑๓ หตกุ ารณส น้ิ สดุ สงครามเยน็
กำแพงเบอรลิน :
๒ สคญั .ศล.ักษ๑ณ๙ข ๘อง๙สงเคยรอารมมเนยน็ีตถะวูกันทอำอลกาย
และเยอรมนตี ะวนั ตกรวมเปน ประเทศเดยี วกนั
การลมสลายของ
สคห.ศภา. พ๑โซ๙เว๙ียต๑ใน
๑๖๔
Cold War ประวัตศิ าสตรส ากล ๑๖๕
สงครามเย็น (ค.ศ. ๑๙๔๕ - ๑๙๙๑)
๑. ดลุ อำนาจโลกเปลี่ยนแปลง
Second World War สาเหตุ
n
ill๒. ความแตกตางทางการเมือง สงครามตัวแทน
ประชาธปิ ไตย (Proxy War)
คอมมวิ นิสต
๓. นโยบายผูน ำชาติมหาอำนาจ
enry S. TrumaW inston Church Joseph Stalin
H
แบง เกาหลเี หนอื - ใต สงครามเวียดนาม สงครามเกาหลี ค.ศ. ๑๙๕๐ - ๑๙๕๓
ทเ่ี สนขนานท่ี ๓๘ กับฝรั่งเศส
๑๙๔๖ - ๑๙๕๔
ชวงสงครามโลกคร้ังที่ ๒ สหภาพโซเวยี ตบุกยดึ สหรัฐอเมริกา
แมนจูเรยี ของญป่ี ุน และยโุ รปตะวันตก
รางกฎบัตร
สหประชาชาติ องคก าร สหรัฐอเมรกิ า จนี แบง เปน
ค.ศ. ๑๙๔๔ ๒ ประเทศ
สหประชาชาติ
หลกั การ สหภาพโซเวียต
ทรแู มน
สหภาพโซเวยี ต Cominform Comecon
๑๙๔๕ ๑๙๔๖ ๑๙๔๗ ๑๙๔๙ ๑๙๕๐ ๑๙๕๓
สหภาพโซเวยี ตยดึ ครอง รวม ๓ เขตเปนเยอรมนีตะวันตก
ยุโรปตะวนั ออก สวน ๑ เขตเปน เยอรมนตี ะวันออก
เยอรมนถี ูกแบง แบง แยกประเทศเยอรมนี และเกดิ
ออกเปน ๔ สว น วิกฤตการณ Berlin Blockade
(ค.ศ. ๑๙๔๘ - ๑๙๔๙)
ขชอว งงสกงาครรผาอ มนเยค็นลา(ย๑ค๙ว๖า๙มต-ึง๑เค๙ร๗ยี ด๙)
สงครามตวั แทน จดั ตั้ง ASEAN
(Proxy War)
วิกฤตการณข ีปนาวธุ คิวบา
สงครามเวียดนาม
เวยี ดนามแบงเปน สหรัฐอเมรกิ าใหการ ส้นิ สดุ สงคราม
เวยี ดนามเหนอื - สนบั สนุนเวียดนามใต เวยี ดนาม
เวียดนามใต สหรัฐอเมรกิ า
ถอนทพั
สหภาพโซเวยี ต
จากเวยี ดนาม
งคการ WARSA
อ W รวมมอื
อ สำรวจ
องคก าร อวกาศ
CENTO
งคการ SEATO ขอ ตกลง
SALT
สหรฐั อเมริกา
และพนั ธมิตร
๑๙๕๔ ๑๙๕๕ ๑๙๖๑ ๑๙๖๒ ๑๙๖๗ ๑๙๖๙ ๑๙๗๒ ๑๙๗๓ ๑๙๗๕
สหภาพโซเวยี ต
กำแพงเบอรล นิ
กั้นเบอรล ินตะวนั ออก
กบั เบอรล นิ ตะวนั ตก
๑๖๖
ประวัติศาสตรส ากล ๑๖๗
ชวงการเจรจคา.ศระ. ห๑ว๙า๘งส๕ห-รฐั๑อ๙เม๘ร๙ิกา - โซเวียต
ความตึงเครยี ดของ สหภาพโซเวยี ตปรบั เปลยี่ น การเจรจาที่
สงครามเย็นเรมิ่ ขนึ้ นโยบายตางประเทศเปน เกาะมอลตา
นโยบายกลาสนอสต -
อกี ครง้ั (Malta)
เปเรสตรอยกา
สหภาพโซเวยี ต
บกุ อฟั กานสิ ถาน
โอลมิ ปก ฤดูรอ น
๑๙๘๐ ๑๙๘๔
เจาภาพ เจาภาพ การเจรจา สงครามเยน็
จำวกาัดดขว ีปยนกาาวรธุ สหภสานิ้พสโซดุ เวยี ต
สหรัฐอเมรกิ า สแหลภะาพพนั โธซมเวติ ียรต
และพันธมติ ร อกี ไ๑ม๕เ ขาปรรว ะมเทศ พ(ิสSTัยAกRลTาง) ลม สลาย
อกี ๖๓ ประเทศ
ไมเขารว ม
๑๙๗๙ ๑๙๘๐ ๑๙๘๔ ๑๙๘๕ ๑๙๘๗ ๑๙๘๙ ๑๙๙๐ ๑๙๙๑
ทเำยลอารยมกนำีรแวพมงปเรบะอเรทล ศิน
โลกในคริสตศตวรรษที่ ๒๑
วกิ ฤตเศรษฐกจิ โลก
วิกฤตเศรษฐกิจเอเชีย (ตม ยำกุง ประเทศไทย)
วกิ ฤตเศรษฐกจิ ท่อี ารเ จนตนิ า
วิกฤตการณแฮมเบอรเกอร (Hamburger Crisis)
(รสEาะม-บาCบรถoพซmาอ้ื ณขmาชิยeทยrำอcธิเeุรลก)ก็รรทมรไดอต นลกิอสดเ วลา
สะดวกรวดเร็วเขา ถึงสินคา และบรกิ ารไดโ ดยตรง
กทอรยะาาีเ่ทิ ชบกรื่อธรทบบัมพิ่ีจสโระื่อลยูข คสงอสวถามบ่อืรงึ ลูโกครทขนัมุะราทดควปง้ัสมับอโานลงโรกกาลคันกแมลแะลถะงึขปัดรขะวชาางชนโดยตรง
ความทาทายของระบบสื่อออนไลน
ทำใหค นมอี ิสระในการแสดงความคดิ เหน็
และแสดงอารมณท ร่ี นุ แรงไดกวา งขวาง
แคลวาะมเทกคาโวนหโนลายขี องระบบคอมพิวเตอร
โลกมีความกาวหนาทางการสือ่ สาร
การคมนาคมผานระบบอนิ เทอรเ นต็
ทสี่ ะดวก รวดเรว็ ประหยัด มอี ทิ ธพิ ลและสงผลกระทบ
ตอการเมือง เศรษฐกิจ และสงั คมวัฒนธรรมของพนื้ ทีต่ างๆ ทั่วโลก
๑๖๘
ประวตั ิศาสตรสากล ๑๖๙
โลกกับระบบขว้ั อำนาจเดยี ว
หลังสงครามเยน็ สนิ้ สดุ ลง สหรฐั อเมริกาเปนประเทศ
ผูนำโลกเพียงประเทศเดยี ว
แกาลระกคอวกาามรปรลา อยดเปภน ยั ภขยัอตงโอลสกันตภิ าพ
๑๑ กันยายน ๒๐๐๑ กอวินาศกรรม
ตกึ เวิลดเ ทรดเซน็ เตอร สหรัฐอเมริกา
๑๒ ตลุ าคม ๒๐๐๒ เหตลุ อบวางระเบิด
ทสี่ ถานบนั เทิง ๒ แหงบนเกาะบาหลี
๑๓ - ๑๔ พฤศจิกายน ๒๐๑๕ การกราดยงิ
ในกรุงปารีส ฝรง่ั เศส
ทเสกกกาาั้งทิ ดิ รรดกธปกาาีดนมิรรากกนลบนัาะษุปรสเเมรทิยมาิดธชอื มสิสงนชิทตนเรธศกีมิรกลนษามุ ษุฐรนกใยชอิจชแยนรแใงลนงะาหสนลงั เาคดยม็กปเรชะนเทศ
วิกฤตการณส ง่ิ แวดลอมโลก
ปญ หาโลกรอน ปปญญหหาากคาวราใมชแส หางรแเคลมง ใี นการเกษตร
ปญ หาพลงั งาน
การทำลายช้ันโอโซน
ขเปบน วกานรกแสาวรงคหา ามผลนปุษระยโ ยชนใ นรูปแบบตา งๆ
จากมนุษย มกั ใชวิธคี มุ ขงั หรือใชความรนุ แรงบังคบั
เกดิ ขึน้ ไดท้ังภายในประเทศและระหวางประเทศ
สมาคมประอาเซียน
Nations(ASEAN)
อกเฉยี งใต้
Associa ชาชาติแห่งเอเชียตะวันอ
tion of Southeast Asian
๘ สงิ หาคม ๒๕๑๐
๒๕๑๐
170
อาเซยี น 171
๑. ความรูเ้ ก่ียวกับอาเซยี น
๒. อตั ลกั ษณแ์ ละความหลากหลาย
๓. เชือ่ มโยงโลกและทอ้ งถน่ิ
๔. ความเสมอภาคและความยตุ ธิ รรม
๕. รว่ มมอื กนั เพอื่ อนาคตทย่ี ัง่ ยืน
๒๕๒๗ ๒๕๓๘ ๒๕๔๐ ๒๕๔๒
กว่าจะเปน็ อาเซียน
๒๕๐๐ ASA ๒๕๐๔
สหรฐั อเมรกิ า SAOSSUOTCHIEAATSIOT NA SOIAF เกดิ สมาคม
เข้ามาต้ังฐานทัพในดินแดน เอเซยี ตะวันออกเฉียงใต้ (ASA)
เอเชียตะวันออกเฉยี งใต้
MAPHILINDO ๒๕๐๖
๒๔๙๘
องค์การกล่มุ ประเทศ
เกดิ สงครามเวยี ดนาม MAPHILINDO
๒๔๙๗ ๒เกดิ ๕สม๑า๐คมประชาชาติแหง่
จัดตั้งองค์การ เอเซยี ตะวนั ออกเฉยี งใต ้
SEATO (ASEAN)
๕ได ้แปกร่ ะอเทินศโดเรน่ิมีเกซ่อียต ั้งมอาาเเลซเีซยนีย
๒๔๘๘ ฟิลปิ ปนิ ส ์ สงิ คโปร์ และไทย
สน้ิ สดุ สงครามโลก ๒๕๑๘
คร้งั ท่ี ๒
รวมประเทศเวยี ดนาม
ชาตติ ะวันตกยึดครองเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้
อินโดนเี ซีย
มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน เมยี นมา
ลาว กมั พูชา เวยี ดนาม
ฟิลปิ ปินส์
ประเทศที่ยึดครอง
172
๒๕๓๘ อาเซียน 173
เวยี ดนาม ๒๕๔๐
เข้ารว่ มเปน็ สมาชิก
ลาวและเมียนมา
๒• จ๕ดั ๓ตงั้ ๕สหภาพยุโรป (EU) เขา้ รว่ มเปน็ สมาชกิ
• เกิดเขตการค้าเสรอี าเซียน (AFTA) ๒๕๔๑
๒๕๓๔ ประกาศ
วิสัยทัศนอ์ าเซียน
ส้ินสดุ สงครามเยน็ (ASEAN VISION 2020)
๒๕๒๗ ๒๕๔๒
บรูไนเขา้ ร่วมเป็นสมาชิก กัมพชู า
เขา้ รว่ มเปน็ สมาชกิ
๒•• สก๕หาร๑รปัฐ๙รอะเมชรุมกิ สาดุ ถยออนดทอัพาเจซาียกนไทย
๒๕๕๐
(ASEAN SUMMIT) ครัง้ แรก
ลงนามรับรอง
กฎบตั รอาเซียน
(ASEAN Charter)
และเร่งรดั การรวมตัว
เปน็ ประชาคมอาเซยี น
ภายใน พ.ศ. ๒๕๕๘
๒๕๕๘
ประชาคมอาเซียน
(ASEAN Community)
และรับรองวสิ ัยทศั น์
ประชาคมอาเซียน
พ.ศ. ๒๕๖๘
(ASEAN Community
Vision 2025)
ความรเู้ กย่ี วกบั อาเซยี น
หลกั การสา� คญั ของอาเซยี น
การเคารพเอกราช อธปิ ไตย การไมใ่ ชก้ าำ ลงั รกุ ราน หรอื
ความเสมอภาค บรู ณภาพ ขม่ ขวู่ า่ จะใชก้ าำ ลงั หรอื คกุ คาม
แหง่ ดนิ แดนและอตั ลกั ษณ์ และการกระทาำ อน่ื ใดทข่ี ดั ตอ่
ของชาตสิ มาชกิ อาเซยี น
กฎหมายระหวา่ งประเทศ
ทง้ั ปวง
การเคารพในวฒั นธรรม การระงบั ขอ้ พพิ าท
ภาษาและศาสนาทแี่ ตกตา่ ง โดยสนั ติ
ของประเทศอาเซียน
การตดั สนิ ใจโดย การไมแ่ ทรกแซงกจิ การ
ใชห้ ลกั ฉนั ทามติ ภายในของรฐั สมาชกิ
อาเซยี น
17๔
อาเซยี น 175
From ASEAN to ASEAN Community
ประเดน็ อาเซียน ประชาคมอาเซียน
วันกอ่ ต้งั ๘ สงิ หาคม ๒๕๑๐ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๘
เอกสารส�ำคัญ ASEAN Declaration
ASEAN Charter
วัตถปุ ระสงค์
ส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพ ธ ำ�รงรักษาและเพ่ิมพูนสันติภาพ
ในภูมิภาค เ ร่งรัดความเจริญทาง ความม่ันคง และเสถียรภาพใน
เศรษฐกิจ และความกา้ วหน้าทางสังคม ภูมิภาค ส่งเสริมความร่วมมือด้าน
และวัฒนธรรมในภูมภิ าค ตา่ งๆ ใหแ้ นน่ แฟน้ ยงิ่ ขึน้
ดา้ นการเมอื งและความมั่นคง มุ่งเน้นการรักษาสันติภาพและ ธำ�รงรักษาภูมิภาคให้เป็นเขตปลอด
เสถียรภาพในภูมิภาค เคารพใน อาวุธนิวเคลียร์ การอยู่ร่วมกันใน
หลักนิติธรรม ยึดมั่นในกฎบัตร ประชาคมโลกโดยสันติ เสริมสร้าง
สหประชาชาติ ประชาธปิ ไตย ธรรมาภบิ าล และหลกั
นิติธรรม
ดา้ นเศรษฐกิจ รว่ มมอื ดา้ นเกษตรกรรม อตุ สาหกรรม ตลาดและฐานการผลิตเดียวที่มี
ขยายการค้า ป รับปรุงการขนส่งและ เสถียรภาพ การคลื่อนย้ายอย่าง
การคมนาคม และการยกระดับการ เสรีของสินค้า บริการ การลงทุน
ครองชพี ของประชาชน และมีความสามารถในการแขง่ ขนั สงู
ด้านสังคมและวฒั นธรรม ส่งเสริมการศึกษาเกี่ยวกับเอเชีย การพัฒนาที่ย่ังยืน การอนุรักษ์
ตะวนั ออกเฉยี งใต้ รว่ มมอื และชว่ ยเหลอื มรดกทางวัฒนธรรม และคุณภาพ
ทางดา้ นสังคมและวฒั นธรรม ชีวิตที่ดีของประชาชน ส่งเสริม
อตั ลกั ษณข์ องอาเซยี น ส�ำ นกึ ถงึ ความ
หลากหลายทางวฒั นธรรม
๑ ๒๓
ประชาคมการเมอื ง
ประชาคม และความมน่ั คงอาเซยี น
เศรษฐกิจอาเซยี น (ASEAN Political - Security
(ASEAN Economics Community : APSC) ประชาคมสังคมและ
Community : AEC) วัฒนธรรมอาเซยี น
(ASEAN Socio - Cultural
Community : ASCC)
176
อาเซยี น 177
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
(ASEAN Economics Community : AEC) ๒.
๑. สรา้ งขดี ความ
เป็นตลาด สามารถในการพฒั นา
ทางเศรษฐกจิ
ประชาคม ร่วมกันแมลทไะกี าดฐาง้อารเศยนเครา่กษลงาเื่อฐรสกนผรจิยลี ้าิตยปจั จสยั รา้ ๓งค.วาใหมป้ ระเทศสมาเชขกิา้ กกาบั รเบศ๔รูรณษ.ฐากกาิจรโลก
เศรษฐกิจอาเซยี น เท่าเทียม เพ่ือไปแข่งกบั
ภูมิภาคอ่นื ได้
(ASEAN Economics
Community : AEC)
มวี ัตถปุ ระสงค์
๔ ประการ
ประชาคมการเมอื งและความมั่นคงอาเซยี น
(ASEAN Political-Security Community : APSC)
ประชาคม ๑. ๒. ๓.
การเมอื งและ
ความมน่ั คงอาเซียน การมกี ฎเกณฑ์ ส่งเสริม การมี
และค่านยิ ม ความสงบสุขและ ปฏิสมั พนั ธก์ ับ
(ASEAN Political - Security โลกภายนอก
Community : รว่ มกนั รบั ผดิ ชอบ
APSC) ร่วมกัน
ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน
(ASEAN Socio-Cultural Community : ASCC)
๔.
๑. ความยัง่ ยืน
๓. ดา้ นสิ่งแวดล้อม
ประชาคมสงั คม การพฒั นา สทิ ธิและความ ๖.
และวัฒนธรรมอาเซียน ทรพั ยากร ยุตธิ รรม การลดช่องวา่ ง
(ASEAN Socio - Cultural มนุษย์
Community : ASCC)
๒. ทางสังคม ๕. ทางการพัฒนา
มีวัตถปุ ระสงค์
๖ ประการ การค้มุ ครอง การสรา้ ง
และสวัสดิการ อัตลักษณ์
อาเซยี น
สงั คม
อ ั ต วลาั กม หลากแหลลษะายณ
ค สภาพแวดลอมทางธรรมชาติ
ะวันออก • วัฒนธรรมตะวันตก
สภาพวแัฒวดนลธรอรมมทดา้ังงเดสิมังค•มวัฒนธรรมต
ระบบนเิ วศ
178
อาเซยี น 179
สงั คมพหวุ ฒั นธรรม
ดปาแ� รเลนะะชนิ กาชากวีรรติ ศลิ ปกรรม นกาฏาดรศนลลิ ะตปเรลแ ี น่ละ
เจปนีอ ร-า มนลาากยนั ู เมสตโิ ซ
สเปน - ฟลิ ปิ ปนิ ส์
ประเพณลี อยกระทง วิถีชาวน�า้
ขนบธรรมเนยี มประเพณีร่วมกนั
ประเพณกี ารแข่งเรือ
ประเพณสี งกรานต์
180
อาเซียน 181
การถนอมอาหาร วัตถุดิบ
ปลาร้า
ภมู ิปัญญา ปราฮ็อก ปลาร้า
งาปิ
เครื่องมอื จบั ปลา ปลาแดก บากงุ
มาม
เรอื และความสามารถ
ในการใชเ้ รอื บากาแซ็ง เบลาคัน
ที่อยู่อาศยั
บา้ นเรอื นเสาสูง เรอื นแพ
วฒั น ธ ร เรปม็นกอาารหกินารขห้าลวัก วถิ ีเกษตร
วัฒนธรรมการถนอมอาหาร วัฒนธรรมการดัดแปลงอาหาร
ปลาแห้ง ข้าวเจ้า
แหนม
ข้าวเหนียว สาน) ขนมจีน
ถ่ัวเน่า เ ีว ไท ย (ภาคเหนือ อี
ข้าวจี่ เมียนมา
ยดนาม เส่งเผ่
บ๊ัญจึง
182
อาเซียน 183
ภมู ิปญั ญาทางการเกษตร ความเชือ่ และขนบประเพณใี นธรรมชาติ
ทอผา้ การขอฝน : บญุ บงั้ ไฟ ลาว
จกั สาน
เวยี ดนาม
เคร่ืองมือเกษตร ไทย
นาข้ันบันได เมียนมา
การบูชาเทพเจ้าแหง่ การเพาะปลกู
เทศกาลกาไว ดายคั
เทวีศรี
หรือเทวีซรี
การท�าขวญั ขา้ ว จดู ง่ ต่อื
บญุ คูณลาน
เวียดนาม ไทย ฟลิ ิปปนิ ส์ อนิ โดนีเซีย
บา้ นปา่ บงเปยี ง แมแ่ จม่ Batad
Sa Pa จังหวดั เชยี งใหม่ Banawe/Banaue Jatiluwih Tabanan
วถิ ีแหง่ ศรทั ธา
วิถีพุทธ
หัวใจของพระพุทธศาสนา โอวาทปาฏิโมกข์ (โอวาท ๓)
“ละเวน้ ความช่วั ท�าแตค่ วามด ี ท�าจิตใจให้บรสิ ทุ ธิ์”
พิธีกรรม : ขอ้ ปฏบิ ตั ขิ องชาวพทุ ธ งานมงคล
๑. กศุ ลพิธใี นการพฒั นาตนเอง งานทำาบุญขึ้นบ้านใหม่
• พิธแี สดงตนเปน็ พทุ ธมามกะ งานทาำ บญุ ประจาำ ปตี า่ งๆ
• พิธีเวยี นเทยี น
• พิธีรกั ษาอุโบสถศีล
๒. บุญพิธี
งานอวมงคล
งานศพ
๔. ปกิณกพิธี ๓. ทานพธิ ี
การแสดงความเคารพ
การประเคนปจั จยั การถวายทาน
การอาราธนา - ปาฏิบุคลกิ ทาน เจาะจงพระ
- สังฆทาน ไม่เจาะจงพระ
- การอาราธนาศลี - อกาลทาน ไม่มีชว่ งเวลา
- การอาราธนาพระปริตร - กาลทาน มีชว่ งเวลา
- การอาราธนาธรรม • การถวายผ้าอาบนา้ำ ฝน
การกรวดนำา้ • การทอดกฐิน
18๔
วถิ ีอสิ ลาม อาเซียน 185
หัวใจของศาสนาอิสลาม
พระเจ้าสูงสดุ คือ พระอัลเลาะห์
สญั ลักษณ์
ข้อปฏิบตั ิของชาวมุสลมิ ศรัทธา ๖ ศรทั ธาในพระอลั เลาะห์
• หลกั ธรรมพ้ืนฐาน ศรทั ธาตอ่ เทวทูต (มลาอกิ ะห)์
ศรทั ธาตอ่ บรรดาศาสดาทงั้ หลาย
การปฏิญาณตน (ผแู้ ทนพระอัลเลาะห)์
ศรัทธาในคัมภีรท์ ง้ั หลาย
การบริจาค หลกั ปฏิบตั ิ ๕ การละหมาด วศนัรัทสธดุ าทใา้นยวันพิพากษาโลก/
ซะกาต ศรัทธาในกฎก�ำหนดสภาวะ
ของอัลเลาะห์
การถือศลี อด การประกอบ
ในเดอื นรอมฏอน พธิ ฮี ัจญ์
พิธีกรรมที่ส�ำคัญ
พิธีรกั ษา พขิธีฉอลงพองรวะันศปาสรดะสาตู ิ ผอทู้พุท่ีล(ิธกิศว่ีซางใารหลเทบับแ้ �กไำบบป่ญาญุแราลัตตว้ ิ ) พิธีสหุ นัต
ความสะอาด มูฮัมหมัด (กอาอารงยขคุร๒ชิบาห-ตน๑ิเดัง๐หก็ มุ้ชขปาวยบลา) ย
พิธีสังเวยพระเจา้ พิธีศพ พิธีสมรส
วิถคี รสิ ต์ ความรกัหวั ใจของศาสนาคริสต์
โปรเตสแตนท์
โรมันคาทอลิก กรีกออรโ์ ธดอกซ์
สัญลกั ษณ์
ข้อปฏบิ ตั ขิ องชาวคริสต์ "บญั ญตั ิ ๑๐ ประการ"
ช่วยใหก้ ารอยรู่ ว่ มกนั ในสังคมอย่างสนั ติสขุ
พธิ ีรบั พระจติ พธิ ลี า้ งบาปหรือ พธิ ีศลี มหาสนิท
หรือศลี กาำ ลัง ศีลลา้ งบาปหรือศีลจุ่ม
โรมนั คาทอลกิ โรมนั คาทอลกิ โรมนั คาทอลกิ
โปรเตสแตนท์
พธิ สี ารภาพบาป พิธีกรรมส�าคญั
ศลี แก้บาป พธิ เี จมิ ครง้ั สดุ ทา้ ย
หรือศีลเจมิ คนไข้
โรมนั คาทอลกิ
โรมนั คาทอลกิ
พธิ ีบวชหรือ
ศีลอนกุ รมศีลบวช พธิ บี พั ติสมา
โรมนั คาทอลกิ โปรเตสแตนท์
186
วถิ ฮี นิ ดู อาเซียน 187
สญั ลกั ษณ์ อักษรเทวนาครี ขอ้ ปฏิบตั ิของ ชาวฮินดู
ทีอ่ ่านวา่ “โอม” สามคั ค ี เสมอภาค ศรทั ธา ความจงรกั ภักดี
พิธีกรรม
พิธแี ตง่ งาน พิธศี ราทธ์ พธิ ีสังสการ พธิ บี ชู าเทวดา
พธิ ขี องผมู้ ศี รทั ธา (เทพเจา้ )
ตามตระกลู ตามช้นั สำาหรับวรรณะ พราหมณ์
ตามวรรณะ ได้แก่ พธิ ีพลใี ห้แกด่ วง กษตั ริย์ แพศย์ เช่น พระพรหม พระวษิ ณุ
วญิ ญาณของบรรพบุรุษ พระศวิ ะ
วิถีสิกข์ หรอื ซกิ ข์ สญั ลกั ษณข์ องศาสนาซกิ ข์
ทใี่ ชใ้ นปจั จุบนั
ข้อปฏิบตั ขิ องชาวซิกข์
• วิถีแห่งความเท่าเทียม ไม่แบ่งชั้น วรรณะ เพศ หรือศาสนิกชนต่าง
ศาสนา
• ปฏบิ ัติตามหลกั ปจั วัตร ๔ ประการ คือ บริกรรมภาวนา หรือขอพร
และราำ ลึกถึงพระผู้เปน็ เจ้าเปน็ ประจำาทุกวนั
• การพึง่ ตนเอง การประกอบสมั มาอาชวี ะ
• มีความสันโดษ และร้จู ักประมาณตน
• การเสยี สละ แบ่งปนั รายได้เพื่อสังคม
• ข้อห้ามท่ีสำาคัญ ห้ามตัดผมหรือขริบหนวด ห้ามยาเสพติดทุกชนิด
ห้ามผิดประเวณี ประพฤติผิดในกาม ห้ามรับประทานเน้ือสัตว์ท่ีถูก
ฆา่ ในพธิ ีกรรม
เช่อื มโยงโลกและทองถน่ิ
ระบบความเชื่อทหี่ ลากหลาย
• กลุมชาตพิ นั ธุตา งๆ ในอาเซยี นมีภาษา ระบบความเช่อื
รูปแบบศลิ ปะ และวิถกี ารดำเนนิ ชวี ิตสบื ทอดตอ กนั มา
ชานานจนเปน เอกลกั ษณข องทองถ่ิน
• • ปอขย่าัจ วา่จงสัยราทวราดแงเลเรทะว็ ปคแโรนลาโกะลสฏฎยง่ก ีสผาาลรรณกสรส์นสนะะังเังทเททคทคบบมศมศออทแทแยยพไ่ีพีไ่า่รารรงพ้รงพก่กกกรรรวรมวะม้าะาแจแงจงดาขดาขยนวยนวไาไปาทปงทงำ� ำใใหห้
ในทกุ พืน้ ทข่ี องโลกเกดิ การรรบั ับแแลละะแแลลกกเเปปลลี่ยย่ี นน
เทขา้า งสวคู่ ัฒวนามธรเปรมน็ สกาากรลปมราบั กอขดุ ้ึนนมมกกาารรณณแ์ แลละะแแนนววคคิดิด
188
อาเซยี น 189
• ปจจยั เศรษฐกิจ ทำให ......?
เกดิ การเคล่ือนยา ย
ประชากร และการตัง้ • ยอมรบั และเคารพ
ถน่ิ ฐานในพน้ื ทท่ี ีต่ าง ในความแตกตาง
วัฒนธรรม ภาษา และ
ศาสนา การปฎบิ ตั ิตน • ปฏิบตั ติ นเพ่ือการอยูรว มกัน
เพอ่ื การอยรู ว มกันได อยางสนั ตสิ ขุ
อยา งสันตสิ ขุ จงึ มคี วาม
สำคัญยิ่งในภูมภิ าค • เขา ใจคานยิ ม ศีลธรรม
อาเซียน จรยิ ธรรม ทศั นคติ
และพฤติกรรมของคน
ในทองถิน่
อาเซยี นกับสงิ่ แวดล้อม
ปญั หาสง่ิ แวดล้อมในอาเซียน
}ปรากฏการณ์ "ลานญี า"
การเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ - ๒๕๔๐ - ๒๕๔๑ ประเทศไทย
- ๒๕๕๓ - ๒๕๕๕
พายุโซนร้อน
มหาสมทุ รแปซฟิ กิ
ไฟป่า แผน่ ดินไหว - ๒๕๕๑ พายุวาชิ บริเวณริมแมน่ �้ำและ
รมิ ชายฝง่ั บนเกาะมนิ ดาเนา ฟลิ ปิ ปนิ ส์
- ๒๕๕๗ พายุชังมี ปาลาวัน ฟลิ ิปปนิ ส์
- ๒๕๕๔เมอื งบาลลี ฮิ านฟลิ ปิ ปนิ ส์ มหาสมุทรอินเดีย
- ๒๕๕๖ รฐั ฉาน เมียนมา - ๒๕๕๑ พายหุ มนุ นารก์ ีส ตอนกลาง
- ๒๕๕๙ นอกชายฝั่งเกาะ อา่ วเบงกอล เมยี นมา
สมุ าตราทางตะวันตกเฉียงใต้
อนิ โดนีเซีย ปรากฏการณ์ "เอลนีโญ"
การปะทุของภูเขาไฟ - ๒๕๕๙ จงั หวดั นา่ น และเชยี งใหม่
ประเทศไทย จังหวัดซารังกานี และ
- ๒๕๕๓ ภูเขาไฟเมอราปี อินโดนีเซยี มากินดาเนา ฟลิ ปิ ปนิ ส์
- ๒๕๕๖ ภเู ขาไฟมาโยน ฟิลปิ ปนิ ส์
- ๒๕๕๘ ภูเขาไฟราอุง เกาะชวา อินโดนีเซยี สึนามิ (แผน่ ดนิ ไหวในทะเล)
ภูเขาไฟชนิ าบงุ เกาะสมุ าตราอนิ โดนีเซยี
- ๒๕๖๐ ภเู ขาไฟกหุ นงุ อากุง เกาะบาหลี - ๒๕๔๗ นอกฝั่งตะวันตกทางตอนเหนือ
อนิ โดนเี ซยี ของเกาะสุมาตรา อินโดนเี ซยี
- ๒๕๕๓ เกาะเมนตาไวทางตะวนั ตก
ของเกาะสมุ าตรา อนิ โดนีเซยี
- ๒๕๕๕ หม่เู กาะสุมาตรา อนิ โดนีเซีย
การกระทำ� ของมนุษย์
เ ้นือหาที่สามารถเ ิปดแอปพลิเคชันดูไ ้ด ปจาญํ กหปารหะมเทอศกอคินวโันดขนา้ เี ซมียพรมแดน ปัญหาการจัดการกา๊ ซเรือนกระจก
เกดิ จากการแผว้ ถางป่า บริเวณท่ีมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง
ทส่ี ดุ คอื อนิ โดนเี ซยี ไทย เมยี นมา มาเลเซยี
ปัญหาขยะและของเสีย เวยี ดนาม กมั พชู า ฟลิ ปิ ปนิ ส์ ลาว สงิ คโปร์
จากครวั เรือนและอุตสาหกรรม และบรไู น ตามล�ำดับ ท�ำให้เกิดโลกรอ้ น
เกิดการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ขยะและของเสยี หลายประเทศ และกอ่ ให้เกดิ ภยั ธรรมชาติต่างๆ ตามมา
เพม่ิ ปรมิ าณสูงข้ึน เชน่ พายุ น้�ำทว่ ม ภัยแล้ง ฯลฯ
190
อาเซยี น 191
ผลกระทบจากปญั หาส่ิงแวดล้อม
ภมู อิ ากาศ ด้านสงั คม
เปลยี่ นแปลง
- การอพยพย้ายถิน่
- ขาดความม่นั คงทางดา้ นสุขภาพและ
โภชนาการของประชาชน
- ปัญหาอาชญากรรมเพ่ิมมากขึ้น
ด้านเศรษฐกิจ
- การขาดแคลนอาหาร เครือ่ งอปุ โภคบริโภค และยารกั ษาโรค
- การลดลงของผลผลติ กสกิ รรม การเลี้ยงสัตว์ และการประมง
Rethink การเปลยี่ นความคดิ เรอ่ื งการใช้ทรพั ยากรทางธรรมชาติอยา่ งถกู ตอ้ ง
Repair 7R Reuse
การซอ่ มแซมกลบั มาใช้ หลสักง่ิ กแาวรดอลน้อรุ มักษ์ การน�ำกลบั มาใช้ซำ้�
ใชอ้ ีกคร้งั หรอื หลายคร้งั
Reduce
Reject
การลดเท่าที่จ�ำ เป็น
หรือน�ำ มาใช้ให้เกดิ การปฏเิ สธการใช้ทรัพยากร
ประสทิ ธภิ าพสูงสดุ สินค้าหรอื ผลติ ภัณฑท์ ่ที �ำ ลายโลก
Recycle Return
การน�ำ วัสดทุ ห่ี มดสภาพแล้ว การตอบแทนส่งิ ทไ่ี ด้ใช้
มาแปรสภาพเพอ่ื น�ำ กลบั มาใช้ หรอื ท�ำ ลายไปคืนสูโ่ ลก
กรณีศกึ ษาขอ้ พพิ าททะเลจีนใต้
สาเหตุของปัญหา
ทะเลจีนใต้ (South China Sea) เป็นส่วนหนึ่งของมหาสมุทรแปซิฟิก
มีพื้นท่ีประมาณ 3.5 ล้านตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยหมู่เกาะจำานวน
หลายร้อยเกาะท่ีมีความสำาคัญท้ังทางด้านยุทธศาสตร์ การเมือง
ความมนั่ คง และเศรษฐกิจในฐานะที่เปน็ ทะเลท่ีเชอ่ื มสูป่ ระเทศและภูมิภาค
สาำ คัญ นอกจากนีย้ ังเช่อื กนั วา่ ใต้พ้นื ทะเลมีนำ้ามัน และกา๊ ซธรรมชาติสำารอง
ขนาดใหญด่ ้วย
จนี ไต้หวัน
(จนี )
ลาว
เมยี นมา
ไทย ทะเลจนี ใต้
ิฟ ิล ป ิป น ์ส
กัมพูชา เวียดนาม
มาเลเซยี บรูไน
สิงคโปร์
อิ น โ ด นี เ ซ ี ย
192
อาเซยี น 193
ความขดั แยง้ ทีเ่ กดิ ข้นึ
การอ้างสิทธิเหนือพื้นท่ีในทะเลจีนใต้ ระหว่างจีนซ่ึงเป็นชาติมหาอํานาจของภูมิภาคเอเชียกับ ๔ ชาติอาเซียน คือ
ฟลิ ปิ ปนิ ส์ มาเลเซยี บรูไน เวยี ดนาม ทำ�ใหเ้ กดิ ข้อพิพาทและความขดั แยง้ ขึ้นโดยเฉพาะ
• การอ้างสิทธิเหนือหมู่เกาะสแปรตลีย์ (Spratly Islands) และหมู่เกาะพาราเซล (Paracel Islands)
เปน็ เกาะเล็กเกาะนอ้ ยเกย่ี วขอ้ งกบั ทรัพยากรธรรมชาตนิ ำ�้ มนั และกา๊ ซธรรมชาติ
• หลกั การสากล อนญุ าตใหแ้ ตล่ ะประเทศสามารถอ้างสิทธิเหนืออาณาเขตนอกชายฝัง่ บรเิ วณทเ่ี ปน็ ไหล่ทวีปของ
ประเทศนนั้ ๆ ได้ หลายประเทศในแถบทะเลจนี ใตต้ า่ งพยายามทจี่ ะจดั ตง้ั ถนิ่ ฐานบนเกาะตา่ งๆ (สว่ นใหญจ่ ะเปน็ กอง
ก�ำลังทหาร)
การแกป้ ัญหาท่ีผา่ นมา
อาเซยี นแกป้ ญั หาภายใต้หลกั การ จีนไม่พอใจทสี่ หรฐั อเมริกาเข้ามา ศาลอนุญาโตตุลาการถาวรท่กี รงุ เฮก
ของสนธสิ ัญญาวา่ ด้วยไมตรจี ิต แทรกแซงขอ้ พพิ าทในระหว่าง ตัดสินให้รัฐบาลฟิลิปปนิ สช์ นะ
และความร่วมมือของอาเซียน การประชุม ASEAN Regional
(Treaty of Amity and Forum - ARF ท่ีกรงุ ฮานอย พ.ศ. ๒๕๕๙
Cooperation in Southeast
Asia - TAC) จนี ปฏิเสธทจี่ ะเจรจา พ.ศ. ๒๕๕๓
ปญั หาทะเลจีนใต้ในลักษณะพหภุ าคี
พ.ศ. ๒๕๓๕
พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๕๖
จีนและอาเซียนลงนามในปฏิญญา ฟิลิปปินสย์ ่ืนฟอ้ งตอ่ ศาลอนุญาโต
ร่วมว่าด้วย หลกั ปฏบิ ตั ขิ องรฐั ภาคี ตลุ าการถาวรท่กี รงุ เฮก
เร่อื งทะเลจนี ใต้ (ASEAN - China
Declaration on the Conduct ค�ำตัดสินของศาลไม่มีอ�ำนาจให้จีน
of Parties in the South China ปฎิบัติตามท�ำให้สถานการณ์ขัดแย้งใน
Sea - DOC) เพอื่ แก้ไขปญั หา ทะเลจีนใตย้ ังคงยืดเย้อื ตอ่ ไป
อยา่ งสันติวธิ ี
แคลวาะมคเวสามมอยภุตาิธครรม
กนิ ดอี ยู่ดี
การศกึ ษา
เสคมวอาภมาค
ยคุตวิธารมรม
ชอคบวธารมรม
สิทธิ
เสรภี าพ
19๔
อาเซยี น 195
ประชากรในภูมิภาคอาเซียนทั้งหมดโดยไม่ค�านึงถึงแหล่งต้ังถ่ินฐาน อายุ เพศ
วัฒนธรรม สีผิว ชาติพันธุ์ ฐานะทางเศรษฐกิจ ศาสนา และระดับการศึกษาล้วน
ได้รับความเสมอภาค และความยุติธรรม
หนา้ ท่ี
ความรบั ผดิ ชอบ
ทุกคนมีหน้าท่ี และ
ความรับผิดชอบเพ่ือ
เอ้ือประโยชน์ต่อสังคม
ส่วนรวม
คระวคบาวมบาชคมอวเบาสมมธยรอุรตภมิธาแรครล มะ
ช่วแยลสะข่คงอเวงสาปรมิมรเะคปชว็นาาอกมยรมู่ทั่น่ีดคี ง
กรณศี กึ ษาการตอ่ ต้านเขื่อนไซยะบุรี
แม่โขง
แหลง่ กา� เนดิ กรวดน�า้ โขง
ปลาวางไขบ่ นพน้ื กรวด
เข่อื นไซยะบรุ ี
น�า้ มลู เขื่อนไซยะบุรี (The Xayaburi
ทะเลสาบเขมร Dam) เป็นหน่ึงในโครงการสร้าง
เข่ือนก้ันแม่น้�าโขงสายหลักทาง
ตอนลา่ งทแี่ ขวงไซยะบรุ ี ประเทศลาว
เป็นเข่ือนผลิตไฟฟ้าพลังน�้าขนาด
๑,๒๖๐ เมกกะวตั ต ์ วตั ถปุ ระสงคห์ ลกั
ของการสรา้ งเขอ่ื นไซยะบรุ ีคอื การสรา้ ง
รายได้เพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ
และสังคมให้กับประเทศสาธารณรัฐ
ประชาธิปไตยประชาชนลาว
196
อาเซียน 197
ความขัดแยง้ ทเ่ี กดิ ขนึ้
การก่อสร้างได้ชะงักลงเนื่องจากรัฐบาลเวียดนาม กัมพูชา และ
ชาวบ้านจากเครือข่ายประชาชนไทย ๘ จังหวัดลุ่มนำ้าโขง และ
เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำาบลลุ่มน้ำาโขง ๗ จังหวัดภาค
อีสาน (คสข.) ประท้วงคัดค้านโครงการเพราะวิตก
ว่าการสร้างเข่ือนจะส่งผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อม
และประชาชน
การแกป้ ัญหาทผ่ี ่านมา โครงการเข่ือนไซยะบุรีนับเป็นโครงการ
แรกที่น�ากระบวนการ PNPCA มาใช้
ประเด็นสำาคญั ของการสรา้ งเข่อื นน้ี คือ ความตกลงว่า เพื่อแสวงหาข้อตกลงร่วมกันในกลุ่ม
ด้วยความร่วมมือเพื่อการพัฒนาลุ่มนำ้าโขงอย่างย่ังยืน ป ร ะ เ ท ศ ส ม า ชิ ก ที่ ใ ช ้ แ ม ่ น้� า โ ข ง เ ป ็ น
ปี ๒๕๓๘ และข้อตกลง (PNPCA : Procedures for ทรพั ยากรรว่ มกนั
Notification, Prior Consultation and Agreement)
ทก่ี าำ หนดวา่ ในกรณที ป่ี ระเทศสมาชกิ มโี ครงการพฒั นา
สิ่งกอ่ สร้างขนาดใหญ่ใดๆ บนแมน่ า้ำ โขงสายหลกั หรอื
แม่น้ำาสาขา ถ้าโครงการดังกล่าวสร้างผลกระทบข้าม
เขตแดนต่อประชาชนหรือสิ่งแวดล้อมที่อยู่ปลายนำ้า
ต้องนำาเสนอข้อมูลให้ประเทศสมาชิกทั้ง ๔ ประเทศ
รว่ มกนั พิจารณาในระดบั ภมู ิภาคดว้ ย
กรณศี กึ ษาโรฮีนจาปญั หาชนกลุ่มนอ้ ยไรส้ ัญชาติ
โรฮนี จา (Rohingya) เปน็ ชนกลมุ่ นอ้ ยกลมุ่ ชาติพันธมุ์ ุสลมิ ที่อาศัยอยทู่ างตอนเหนือ
ของอาระกัน (Arakan) หรอื รฐั ยะไข่ (Rakhine State) ทตี่ ้งั อยทู่ างทิศตะวันตกของ
ประเทศเมียนมา ติดกับชายแดนด้านตะวันออกของประเทศบังกลาเทศ คนกลุ่มน้ี
อพยพมาจากเบงกอล ในช่วงท่ีอังกฤษปกครอง และบางส่วนก็อพยพเข้ามาในช่วง
สงครามกลางเมืองในบงั คลาเทศ
กรณศี กึ ษาโรฮนี จา : เปน็ ความขัดแย้งทางศาสนา
และชาตพิ ันธุ์ในประเทศเมยี นมาท่ีชนสว่ นใหญ่
นบั ถอื พทุ ธศาสนาเถรวาท
ต่อมาในยุคสงครามโลกครั้งท่ี ๑ เม่ือมีการเคลื่อนไหวเรียกร้องอิสรภาพพม่า ปัญหาความเหลื่อมล้�ำทาง
เศรษฐกจิ ไดเ้ ชอื่ มโยงเขา้ กบั กระบวนการทางเมอื งภายใตแ้ นวคดิ “ชาตนิ ยิ มแนวพทุ ธแบบพมา่ ” การตอ่ ตา้ น
ชาวมุสลิม จึงได้แพร่ขยายออกไปในเวลาน้ัน ในยุคสงครามโลกคร้ังที่ ๒ เม่ืออังกฤษได้จัดตั้งกองก�ำลัง
ทหารอาสา (V-Force) กบั ชาวมุสลมิ โรฮนี จาทางตอนเหนอื ของอาระกัน เพอื่ สรา้ งแนวปอ้ งกนั กองทัพญ่ีปุ่น
แตก่ องก�ำลังมสุ ลิมโรฮีนจากลบั ใช้อาวุธนน้ั ท�ำสงครามในรฐั ยะไขใ่ นประเทศเมยี นมา
198
อาเซยี น 199
พ.ศ. ๒๔๘๓
พ.ศ. ๒๔๘๓ มสุ ลมิ โรฮนี จาไดก้ อ่ ตงั้ องคก์ รเคลอื่ นไหว
เพ่ือแยกดินแดนไปรวมกับปากีสถานตะวันออกโดย
อ้างเหตุผลทางศาสนา แตป่ ากสี ถานปฏเิ สธ
พ.ศ. ๒๔๙๑
เมอื่ พมา่ ไดร้ บั เอกราช รฐั ยะไขจ่ งึ ถกู รวมเปน็ สว่ นหนงึ่
ของประเทศพมา่ ชาวโรฮนี จาจงึ เคลอ่ื นไหวเรยี กรอ้ ง
สิทธปิ กครองตนเอง
พ.ศ. ๒๕๒๕
รัฐบาลบังกลาเทศประกาศว่า "โรฮีนจา" ไม่ใช่
คนบังกลาเทศ และรัฐบาลพม่าประกาศว่า
ชาวโรฮนี จาไม่ใช่กลุ่มชนพื้นเมืองตามรัฐธรรมนูญ
พม่า ชาวโรฮีนจาจงึ มสี ถานะไร้สัญชาติ
ปจั จบุ นั มคี า่ ยทส่ี ามารถรองรบั ชาวโรฮนี จา ๒ คา่ ย
อยู่ที่เมืองค๊อกซ์บาซาร์ ประเทศบังคลาเทศ
แตป่ ญั หาชาวโรฮีนจา ยังคงอยแู่ ละรอการแก้ไข
ปัญหาต่อไป
ฟิ ิล ป ิป น ์สกรณศี กึ ษาเกาะมดินินแดดานเกน่อกาารร้ายทางศาสนา
สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ (Republic of the Philippines) เป็นประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เป็นประเทศซ่ึงประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ต้ังแต่ตกเป็นอาณานิคมของสเปน
ในคริสต์ศตวรรษท่ี ๑๖ ในขณะท่ีมีผู้นับถือศาสนาอิสลามเพียง ๕% ท่ีส่วนใหญ่อาศัยอยู่ทางใต้ของประเทศ
ประกอบด้วยเกาะมินดาเนา หมู่เกาะซลู ู ปาลาวนั บาซลี นั และเกาะตา่ งๆ อกี จาำ นวนหน่งึ ทอ่ี ย่ใู กลเ้ คยี ง และที่น่คี อื
จดุ เรม่ิ ของปัญหาความขดั แยง้ และปัญหาความมัน่ คงในฟลิ ิปปินส์
หลายๆ ประเทศโดยเฉพาะมาเลเชียที่เป็นตัวกลางเพ่ือนำาไปสู่การเจรจาระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับกลุ่มมุสลิม
หวั รนุ แรง จนเกดิ การลงนามรบั รองในขอ้ ตกลงแหง่ บงั ซาโมโร Comprehensive Agreement on the Bangsamoro
(CAB) พ.ศ. ๒๕๕๗ ซ่งึ รบั รองสถานะทางกฎหมายของเขตปกครองตนเองบงั ซาโมโรที่จะต้ังขึน้ ภายใน พ.ศ. ๒๕๕๙
แต่เนื่องจากอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ทำาให้กลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง เช่น กลุ่มมาอูเต (Maute) เครือข่ายของ
กลุ่มอาบูไซยาฟ (Abu Sayyaf) ใช้ชอ่ งว่างนใ้ี นการก่อความไมส่ งบขน้ึ อีก
เกพาอื่รรแวบม่งกแลยมุ่กขดอนิ งแชดานวปมกสุ คลริมอหงัวตรนุนเอแงรมงใีอนยฟู่หิลลปิ ายปกินลสุ่ม์ ไดแ้ ก่
(แMนoวroรว่ IsมlaปmลicดLปibลeอ่ raยtแioหnง่ Fอrสิonลtา:มMโมILโFร)
แ(Mนoวroร่วNมatปioลnดaปl Lลibอ่ eยraแtหioง่ nชFาrตonโิ มt :โรMNLF)
ก(Aลbุ่มuอSาayบyไู aซfย) าฟ
200