ภูมิใจเสนอ
เงินน้อยก็รวยได้
MONEY CAN GROW
พลิกชีวิตสู่การเป็นเศรษฐี
ด้วยแผนเพิ่มเงินให้งอกเงย
แค่ออมเงินวันละ 20 บาทเปลี่ยนคุณให้เป็นเศรษฐีได้!
ท�าอย่างไรให้เงินก้อนเล็กๆ เติบโตกลายเป็นเงินก้อนใหญ่
พาคุณรวยโดย TaxBugnoms
เงินน้อยก็รวยได้
MONEY CAN GROW
ผู้เขียน : TaxBugnoms
บรรณาธิการ : ต่อทอง ทองหล่อ [email protected]
บรรณาธิการเล่ม : โรสรินทร์ พุมฤทธิ ์
บรรณาธิการบริหาร : กรภัทร์ สุทธิดารา
ราคา 119 บาท
ข้อมูลทางบรรณานุกรมของหอสมุดแห่งชาติ
National Library of Thailand Cataloging in Publication Data
TaxBugnoms.
เงินน้อยก็รวยได้ = Money Can Grow. - - นนทบุรี : ธิงค์ บียอนด์ บุ๊คส์, 2556
168 หน้า.
1. การประหยัดและการออม. I. ชือเรือง.
่
่
332.0415
ISBN 978-616-236-316-0
สงวนลิขสิทธิตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ พ.ศ. 2537 โดยบริษัท ธิงค์ บียอนด์ บุ๊คส์ จ�ากัด
์
์
่
ห้ามลอกเลียนไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึงของหนังสือเล่มนี ไม่ว่ารูปแบบใดๆ นอกจากจะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้จัดพิมพ์เท่านัน ้
้
ฝ่ายผลิต
วาดภาพประกอบ : ต่อ กิตติพัชญ์ ออกแบบปก : ส้มกิว Oranji
้
จัดรูปเล่ม : Evolution Art พิสูจน์อักษร : อณุภา อนันทานนท์
ประสานงานการผลิต : ชนาธิป วิทยาประภากร
ขอบคุณ Font จาก www.f0nt.com
จัดพิมพ์โดย : บริษัท ธิงค์ บียอนด์ บุ๊คส์ จ�ากัด
้
่
200 หมู่ 4 ชัน 19 ห้อง 1903A จัสมินอินเตอร์เนชันแนลทาวเวอร์
ถ.แจ้งวัฒนะ ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ประเทศไทย 11120
โทรศัพท์ 0-2962-1081-3 (อัตโนมัติ 10 คู่สาย) โทรสาร 0-2962-1084
เสนองานเขียน/งานแปล/งานวาดได้ที www.thinkbeyondbook.com
่
จัดจ�าหน่ายทั่วประเทศโดย : บริษัท ไอดีซี พรีเมียร์ จ�ากัด
้
200 หมู่ 4 ชัน 19 ห้อง 1901 จัสมินอินเตอร์เนชันแนลทาวเวอร์
่
ถ.แจ้งวัฒนะ ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ประเทศไทย 11120
โทรศัพท์ 0-2962-1081-3 (อัตโนมัติ 10 คู่สาย) โทรสาร 0-2962-1084
ต้องการสั่งซื้อติดต่อฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ :
โทรศัพท์ 0-2962-1081 ต่อ 121 โทรสาร 0-2962-1084
้
หากหนังสือเล่มนีผลิตไม่ได้มาตรฐาน เช่น หน้ากระดาษสลับกัน หน้าซ�า หน้าขาดหาย
้
่
ส�านักพิมพ์ยินดีรับผิดชอบเปลียนให้ โปรดติดต่อฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ โทรศัพท์ 0-2962-1081 ต่อ 121
บทบรรณาธิการ
�
ในยุคนามันแพง ค่าแรงไม่พอใช้ ค่าใช้จ่ายถีบตัวข้นสูงตาม
ึ
้
่
ั
่
ั
ั
ี
่
เฝาวาดฝนวดดวงเสยงโชคกบหวยเพอหวงจะรวย กไมรวยกบเขา
ั
ื
ั
็
้
ั
เสียที คร้นพอหันหน้าไปถามใครต่อใครก็มักจะเอ่ยว่า “ใช้เงิน
หมดแล้ว” “ตอนนี้จน” “กินแกลบอยู่” “เป็นโรคทรัพย์จาง”
“ไส้แห้ง” ฯลฯ
เมื่อมนุษย์ได้เข้าสู่ยุคบริโภคนิยม ใช้จ่ายเกินตัว มีหนี้เป็น
เร่องปกติ ใช้บัตรเครดิตเป็นเร่องธรรมชาติ และมักจะกล่าวโทษ
ื
ื
กับเงินเดือนที่น้อยนิด ท�าให้ชีวิตจมปลักกับความจนแบบนี้
�
หนังสือเล่มน้ช่วยคุณได้ ด้วยกลวิธีสู่ความรารวยแบบง่ายๆ
ี
่
และเปล่ยนวิธีคิดสู่ความม่งค่งในแบบฉบับเงินน้อยก็รวยได้ด้วย
ั
ี
ั
การ “ออม” พร้อมเผยวิธีบริหารเงินออม (Rule of thumb) ก็
ื
คือ 10% ของรายได้เพ่อเข้าสู่คลังการออม พบความมหัศจรรย์
ของดอกเบี้ยทบต้น และกฎ 72 และกลวิธีออมเพื่อลงทุนเงินให้
งอกเงยหลากหลายรูปแบบ
แล้วคุณจะรู้ว่า “ชีวิตแบบเศรษฐี” ไม่ได้ยากอย่างที่คิด
www.facebook.com/thinkbeyondcomic
ต่อทอง ทองหล่อ
บรรณาธิการ
[email protected]
ค�าน�า
�
ถ้ามีคนบอกกับคุณว่า “การออมเงินวันละ 20 บาททาให้
คุณเป็นเศรษฐีได้” คุณจะเชื่อค�าพูดนี้ไหมครับ?
ถ้าคาตอบของคุณคือ “เช่อ” ผมแนะนาให้คุณหยุดอ่านคานา
�
�
�
ื
�
แล้วเปิดข้ามไปที่หน้าสารบัญได้เลยครับ
:D
แต่ถ้าหากค�าตอบคุณคือ “ไม่เชื่อ” ก็ลองอ่านเรื่องราวของ
ผมต่อไปละกันครับ
่
ึ
็
ิ
ั
ในตอนแรกผมเป็นคนหนงท่ไม่เชอเรองการเกบเงนวนละ
่
ื
ื
ี
่
่
ึ
ั
�
เล็กละน้อยแล้วจะทาให้รารวยข้นมาได้ เพราะถ้าเป็นแบบน้นจริงๆ
�
โลกนี้ก็คงจะไม่มีคนจนแล้วล่ะสิ (คิดพลางแหงนหน้าหัวเราะมอง
ฟ้า ดูคล้ายๆ กับคนบ้ายังไงยังงั้น)
ผมมีความเชื่อว่า โลกนี้คือโลกแห่งทุนนิยมที่เราทุกคนต้อง
ื
กินต้องใช้อย่างเต็มท่ ไม่ต้องสนใจเร่องการออม ขอเพียงแค่หา
ี
ช่องทางที่จะหารายได้ให้มากๆ ก็พอแล้ว เมื่อมีรายได้มาก เดี๋ยว
เราก็มีเงินเก็บเองแหละน่า
่
ั
้
ิ
้
ั
้
ู
ผานไปสกพกพอรสกตวอกทกเหนคนรอบขางทงหลายเรม
่
ั
ี
็
็
ึ
ั
ี
มีเงินเก็บเป็นหลักหมื่นหลักแสน ทั้งๆ ที่คนเหล่านั้นมีรายได้น้อย
กว่าผมครึ่งต่อครึ่ง
แต่ผมยังไม่มีเงินออมเลยสักกะบาท.....
ื
ี
เม่อยอมรับความจริงท่โหดร้ายได้ ผมเลยตัดสินใจศึกษา
�
เร่องการออมและการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ จนทาให้ผม
ื
เกิดความเข้าใจว่า จริงๆ แล้วไม่ว่าเงินจะน้อยหรือมากก็สามารถ
ท�าให้เรารวยได้เหมือนกัน ถ้าเรารู้จักวิธีการบริหารจัดการเงินที่มี
ได้อย่างถูกต้อง
ี
หนังสือเล่มน้ก็คือ บทสรุปท้งหมดท่ผมได้ศึกษามาเป็น
ี
ั
เวลานาน เพื่อที่จะบอกกับพวกคุณผู้อ่านทุกคนว่า “แค่เพียงเงิน
น้อยๆ ก็ท�าให้คุณรวยได้จริงๆ จ้า”
�
ี
ื
สาหรับคนท่ยังไม่มีความรู้และความเข้าใจเร่องเงินออม
ี
ผมแอบหวังเอาไว้ว่า หนังสือเล่มน้จะเป็นตัวช่วยท่จะจุดประกาย
ี
ความคิด และสร้างเป้าหมายในการออมให้กับคุณบ้างไม่มากก ็
น้อยนะครับ
สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณ คุณต่อทอง ทองหล่อ บก. ที่แสน
ใจดี และทีมงานของสานักพิมพ์ทุกท่าน ท่ให้โอกาสผมได้ขีดๆ
ี
�
เขียนๆ เรื่องราวออกมาจนเป็นหนังสือ และต้องขอขอบคุณผู้อ่าน
ทุกๆ ท่านไว้ล่วงหน้า ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
�
ขอให้ทุกคนมีความสุขกับเงินน้อยๆ ท่จะทาให้เรารารวยไป
�
ี
่
พร้อมๆ กันนะครับ
TaxBugnoms
http://tax.bugnoms.com/
http://www.facebook.com/TaxBugnoms
สารบัญ
่
่
บทที 1 เหตุผลส�าคัญทีคุณควรออมเงิน 12
- ท�ำอย่ำงไรถึงจะรวยเสียที 13
้
- ควำมมหัศจรรย์ของดอกเบียทบต้น 23
- Rule of 72 24
่
- เริมต้นก่อน รวยก่อน (ควำมมหัศจรรย์ของเวลำ) 27
่
บทที 2 การวางแผนออมเงิน 30
- รู้จักกับค�ำว่ำออม 31
- กำรออมของเรำมีผลต่อเศรษฐกิจอย่ำงไร 36
- ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงรำยได้ รำยรับ ค่ำใช้จ่ำย และเงินออม 38
- ก�ำหนดเป้ำหมำยในกำรออมเงิน 41
- วินัยในกำรออมเงิน 47
- วิธีออมเงินแบบลบสิบ - บวกสิบ 52
- กำรจัดท�ำบัญชีรำยรับ – รำยจ่ำย 57
บทที 3 กลยุทธ์ในการน�าเงินออมไปลงทุน 66
่
- สินทรัพย์ 67
่
- ควำมเสียง (Risk) 70
- ลงทุนในแบบฉบับของเงินน้อยก็รวยได้ 79
- เงินฝำกธนำคำร 80
- เงินฝำกสหกรณ์ออมทรัพย์ 84
- สลำกออมทรัพย์ 86
- กำรท�ำประกันชีวิต 90
- กองทุนรวม 94
- รู้จักกับวิธีกำรทยอยสะสมหน่วยลงทุน 107
- ตรำสำรทุน (หุ้นสำมัญในตลำดหลักทรัพย์) 111
- ทองค�ำ 116
- วัยกับกำรออมและกำรลงทุน 120
- กรณีศึกษำกำรออมแบบ “เงินน้อยก็รวยได้” 134
่
้
บทที 4 เคล็ดลับในการออมเงินให้มากขึน 138
่
- วิธีกำรเพิมรำยได้ 142
- ลดรำยจ่ำย 149
้
- เคล็ดลับกำรออม : ไม่เป็นหนี 152
่
บทที 5 อย่าลืมดูแลตัวเอง 156
- ออมได้ แต่อย่ำ “งก” 158
- ควำมพอดีในกำรออม? 159
- “ออมเงิน” คู่กับ “ออมควำมสุข” 160
้
- ศึกษำหำควำมรู้ เพือสร้ำงผลตอบแทนให้มำกขึน 161
่
- เงินมำกหรือน้อยก็รวยได้เหมือนกัน 163
แนะน�าตัวละคร
๋
กุ๋งกิง – พนักงานหญิง (โสด) อายุ 20 ปี
เพิ่งเรียนจบ เข้ามาท�างานเป็นพนักงานไม่ถึง 3
เดือน นิสัยอ่อนหวาน สุภาพอ่อนน้อม ใจเย็น หัว
อ่อน เป็นคนชอบค้นหาความรู้ใหม่ๆ ใส่ตัวอยู่
ี
เสมอ ปัจจุบันคิดท่จะวางแผนทางการเงินของตัว
เอง แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร
่
พีเก้า – พนักงานชาย (โสด) อายุ 26 ปี
มีอายุงานประมาณ 5 - 6 ปี ต�าแหน่งผู้ช่วย
�
�
ี
ี
หัวหน้าทีม ทาหน้าท่ดูแลน้องใหม่ท่เข้าทางาน
และประสานงานต่างๆ กับหัวหน้า เป็นคน
ี
อารมณ์ดี เฮฮา และเป็นคนท่ชอบวางแผนการเงิน
มีความรู้ความเข้าใจการเงินดี และมักจะเป็นท ่ ี
ปรึกษาให้กับหัวหน้า (น้าเดช) เสมอ
น้าเดช – หัวหน้าทีม (สมรส) มีอายุงานประมาณ 10
-15 ปี เป็นคนข้บ่น ชอบโวยวาย เสียงดัง มักจะชอบทะเลาะกับพ่เก้า
ี
ี
เสมอ แต่จริงๆ แล้วเป็นคนจิตใจดี ใช้ชีวิตโดยไม่ได้วางแผน
การเงิน มีปัญหาเรื่องหนี้สินต้องหยิบยืมจากลูกน้อง (พี่เก้า) เป็น
ประจ�า
้
อัตราเงินเดือนของทัง 3 คน
กุ๋งกิ๋ง พี่เก้า น้าเดช
10,000 บาท 15,000 บาท 20,000 บาท
11
บทที 1
่
เหตุผลส�าคัญ
ทีคุณควรออมเงิน
่
12
ี
ี
ื
ผมเช่อว่าหลายๆ คนท่หยิบหนังสือเล่มน้ข้นมาอ่าน ต้อง
ึ
เคยตั้งค�าถามกับตัวเองว่า
“ท�าอย่างไรถึงจะรวยเสียที”
บางคนถึงกับฝันกลางวันเอาไว้ว่า ถ้าวันนึงเกิดโชคดีถูก
ลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มีเงินเป็นหลักล้าน จะได้เลิกท�างานสักที ไป
ซื้อของที่อยากได้ วางแผนไปเที่ยวรอบโลก ใช้เงินหาความสุขให้
เต็มที่ไปเลยชาตินี้ พอกันทีชีวิตมนุษย์เงินเดือน บลาๆๆๆ ฯลฯ
พอเปิดทีวีดู เห็นพระเอกนางเอกในละครส่วนใหญ่มีฐานะ
ร�่ารวยมหาศาล วันๆ ไม่ต้องท�างานท�าการอะไร แต่กลับมีเงินใช้
ไม่ขาดมือ ก็เผลอคิดฝันไปไกลว่า สักวันเราก็ต้องเป็นอย่างเขาบ้าง
พอมีสติรู้ตัวอีกทีก็มักจะบ่นกับตัวเอง (เบาๆ) ว่า
ั
“เพราะว่าเงินเดือนช้นมันน้อยไงล่ะ ถึงไม่รวยกับเค้าเสียที”
“รายได้แค่นี้จะเอาเงินที่ไหนมาเหลือเก็บ”
“เรียนมาน้อย หางานดีๆ ท�าไม่ได้ จะหวังรวยได้อย่างไร”
“เลิกเพ้อเจ้อดีกว่า...”
13
ก่อนที่จะไปไกลกว่านี้ ผมอยากให้คุณหยุดความคิดพวกนี้
ก่อน แล้วลองฟังเรื่องที่ผมจะเล่าต่อไปนี้ดีๆ นะครับ ...
มีชายหนุ่มอายุ 33 ปีคนหน่ง เขาไม่ใช่คนรวยหรือคนท่มีช่อ
ึ
ี
ื
เสียง เป็นเพียงมนุษย์เดินดิน คนจนๆ คนหนึ่งที่ดูภายนอกแล้ว
อาจจะไม่ปกติเท่าไรนัก เขาอาศัยอยู่ในแฟลตเล็กๆ กับแม่ และ
ี
ี
ประกอบอาชีพเก็บขยะตามสถานท่ต่างๆ เพียงหารายรับเล้ยงชีพ
ตนเองและครอบครัว ซึ่งรายรับต่อวันก็ประมาณ 50 -100 บาท
แต่เชื่อหรือไม่ว่าทุกครั้งที่ได้เงินมาจากการเก็บขยะ เขาจะ
น�าเงินเก็บไว้ทุกๆ วัน วันละ 20 บาท และน�าเงินไปฝากธนาคาร
็
้
ั
ี
ิ
่
ั
ั
่
็
่
ื
่
ี
่
เพอทจะนาเงนมาเปนค่าผาตดหวใจใหกบแมทปวยเปนโรคประจา
่
�
�
ตัวหลายโรค ทั้งเบาหวาน เก๊าท์ ความดัน และหัวใจ...
แต่ถ้าบางวันเขาหาเงินได้แค่ 3 บาท 6 บาท พนักงาน
ธนาคารก็จะเรี่ยไรกันให้จนครบ 20 บาท จนเวลาผ่านไป 16 ปี
“เขาก็สามารถเก็บเงินได้ 40,000 บาท!!!”
ผู้ชายคนนั้นชื่อว่า “อภิรักษ์ แซ่ฮ้อ” หรือคนจนผู้ยิ่งใหญ่
ที่เรารู้จักกันดีนั่นเองครับ
ี
“อภิรักษ์” เล่าว่า ต้งแต่สมัยท่เรียนช้น ป.1 คร ู
ั
ั
ของเขาเป็นคนแนะน�าให้ “เก็บออม” วันละ 1 บาท
ึ
พอถึงปลายเดือนครูก็จะพาไปฝากเงินท่ธนาคาร ซ่ง
ี
�
�
�
คาแนะนาของครูน้นก็เป็นส่งท่เขาได้นามาปฏิบัติจน
ี
ิ
ั
สามารถเก็บเงินเพื่อให้แม่ผ่าตัดหัวใจได้
14
ี
�
ถึงแม้ว่าเงินจานวน 40,000 บาทอาจจะเป็นเงินท่ดูเล็ก
น้อยในสายตาของคนหลายๆ คนก็ตาม แต่ถ้าเราลองคิดว่า ผู้ชาย
ี
ึ
ี
ื
คนหน่งท่มีร่างกายไม่สมบูรณ์ยังมีความพยายามท่จะเก็บเงิน เพ่อ
ใช้ท�าสิ่งที่ยิ่งใหญ่อย่าง “ความกตัญญู” ก็เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมใช่
ไหมครับ
ี
และในทุกวันน้อภิรักษ์ก็ยังคงทาหน้าท่เดินเก็บขยะพร้อม
ี
�
่
่
ั
ื
ุ
ุ
ี
ิ
รถเขนค่ใจ โดยม่งมนทจะหาเงนทกบาททกสตางค์เพอฝากไว้ท ่ ี
ู
็
่
ุ
ธนาคารเป็นเงินเก็บของเขาต่อไป
ั
ดังน้น พวกเราทุกคนก็น่าจะกลับมาย้อนมองตัวเองว่า “เรา
รู้จักเก็บออมเพ่อตนเองและคนท่เรารักแล้วหรือยัง” ถึงแม้ใน
ื
ี
วันน้เราจะยังมีเงินน้อยก็ตาม แต่ถ้าเรามีความพยายามรู้จักเก็บ
ี
�
ึ
รู้จักใช้ และไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาแล้วล่ะก็ วันหน่งความสาเร็จ
ก็คงจะมาหาเราเช่นกัน
15
16
เริมต้นเก็บเงินวันละ 20 บาท
่
ถ้าเราเก็บเงินวันละ 20 บาทติดต่อกันทุกวันเป็นเวลา 1 ปี
เราจะมีเงินจ�านวน 7,200 บาท
“เก็บเงินวันละ 20 บาท = เดือนละ 600 บาท =
ปีละ 7,200 บาท”
หลังจากนนถ้าเรานาเงินไปลงทุนโดยได้รบผลตอบแทนท ่ ี
�
ั
ั
้
แตกต่างกันเป็นเวลา 1 ปี 10 ปี 20 ปี และ 30 ปี ผลที่ได้จะ
เป็นดังนี้ครับ
ผลตอบแทน ปีที่ 1 ปีที่ 10 ปีที่ 20 ปีที่ 30
3% 7,416.00 85,016.00 199,271.00 352,819.00
5% 7,560.00 95,089.00 249,979.00 502,278.00
10% 7,920.00 126,224.00 453,618.00 1,302,793.00
15% 8,280.00 168,115.00 848,233.00 3,599,690.00
20% 8,640.00 224,283.00 1,612,984.00 10,211,457.00
จ�านวนเงินเริ่มต้น 7,200 บาทเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกๆ ปี
17
เริมต้นเก็บเงินวันละ 30 บาท
่
ถ้าเราเก็บเงินวันละ 30 บาทติดต่อกันทุกวันเป็นเวลา 1 ปี
เราจะมีเงินจ�านวน 10,800 บาท
“เก็บเงินวันละ 30 บาท = เดือนละ 900 บาท =
ปีละ 10,800 บาท”
ผลตอบแทน ปีที่ 1 ปีที่ 10 ปีที่ 20 ปีที่ 30
3% 11,124.00 127,524.00 298,906.00 529,229.00
5% 11,340.00 142,633.00 374,968.00 753,417.00
10% 11,880.00 189,337.00 680,427.00 1,954,189.00
15% 12,420.00 252,172.00 1,272,349.00 5,399,535.00
20% 12,960.00 336,425.00 2,419,476.00 15,317,185.00
จ�านวนเงินเริ่มต้น 10,800 บาทเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกๆ ปี
ิ
เห็นไหมครับว่า ถ้าเราเก็บเงินเพ่มข้นแค่วันละ 10 บาท
ึ
เราอาจจะมีเงินเพิ่มขึ้นถึง 5 ล้านบาท!!!!
18
19
่
มูลค่าของเงินเพิมขึนจากอะไร
้
จากตารางค�านวณผลตอบแทนข้างต้น เราจะสังเกตเห็นว่า
ปัจจัยที่มีผลท�าให้มูลค่าของเงินเพิ่มขึ้นนั้นมีอยู่ 3 อย่าง ได้แก่
1. จ�านวนเงิน
2. ผลตอบแทน (อัตราดอกเบี้ย)
3. เวลา
่
่
“จ�านวนเงิน” = “ยิงมาก ยิงดี”
ิ
จากตัวอย่างข้างต้นจะเห็นได้ว่า การเก็บเงินเพ่มเพียงวันละ
10 บาทสามารถท�าให้เงินเพิ่มขึ้นได้อย่างมหาศาล
20
21
่
่
“ผลตอบแทน” = “ยิงสูง ยิงดี”
ผลตอบแทนที่ว่าก็คือ ผลตอบแทนจากการน�าเงินไปลงทุน
ในสินทรัพย์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอัตราดอกเบี้ยจากเงินฝากธนาคาร
อัตราดอกเบี้ยจากหุ้นกู้ ผลตอบแทนจากการลงทุนประเภทต่างๆ
ิ
อย่างตัวอย่างข้างต้นเราจะเห็นว่า ในขณะท่อัตราผลตอบแทนเพ่ม
ี
ขึ้น มูลค่าของเงินก็จะเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน
เมื่อรู้จักกับอัตราผลตอบแทนแล้ว ยังมีผู้ช่วยอีกหนึ่งตัวที่มี
ิ
ึ
ื
ี
ผลต่อการเพ่มข้นอย่างต่อเน่องของผลตอบแทนก็คือ “ดอกเบ้ย
ทบต้น” แม้แต่อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังยังเคย
กล่าวไว้ว่า ...
“The most powerful force in the universe is compound
interest”.
Albert Einstein
“สิ่งมหัศจรรย์ล�าดับที่ 8 ของโลกคือ ดอกเบี้ยทบต้น”
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
22
ความมหัศจรรย์ของดอกเบียทบต้น
้
ี
�
�
ดอกเบ้ยทบต้น หมายถง วธีการคานวณดอกเบ้ยจากจานวน
ึ
ี
ิ
เงินต้นท่เพ่มข้นเร่อยๆ โดยนาดอกเบ้ยในแต่ละงวดมารวมเป็น
ื
ึ
ิ
�
ี
ี
เงินต้นของงวดต่อๆ ไป ซ่งทาให้ดอกเบ้ยท่เราได้รับในงวดต่อๆ
ึ
ี
ี
�
ไปเพิ่มขึ้นนั่นเอง
ตัวอย่าง
ในปีแรก ถ้าเรานาเงิน 1,000 บาทไปลงทุน โดยได้ผล
�
ตอบแทน 10% ต่อปี เราก็จะได้ผลตอบแทนกลับมาจ�านวน 100
บาท
พอปีที่สอง เราจะมีเงินต้นเพิ่มขึ้นเป็น 1,100 บาท (เงิน
�
ี
เร่มต้น 1,000 บาท และดอกเบ้ยอีก 100 บาท) เม่อเรานาเงินไป
ิ
ื
ลงทุน โดยได้ผลตอบแทน 10% ต่อปีเหมือนปีแรก ผลตอบแทน
ที่เราได้รับจะเพิ่มขึ้นจาก 100 บาทเป็น 110 บาท
พอปีที่สาม เราจะมีเงินต้นเพิ่มขึ้นเป็น 1,210 บาท (เงิน
เริ่มต้น 1,000 บาท + ดอกเบี้ยในปีแรก 100 บาท + ดอกเบี้ยใน
้
ั
ุ
ี
ี
่
ี
ื
่
ปท 2 อก 110 บาท) เมอเรายงคงลงทน โดยไดผลตอบแทน 10%
ต่อปีเหมือนเดิม ผลตอบแทนที่เราได้รับจะเพิ่มขึ้นเป็น 121 บาท
จะเห็นว่า ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปีก็จะถูกน�ามา “ทบ”
่
่
่
ื
ึ
้
ิ
้
่
ิ
เปนเงนตนใหม ทาใหผลตอบแทนทเราไดรบเพมขนเรอยๆ อยางไร
็
�
้
ั
ี
้
่
ล่ะครับ
23
Rule of 72
เมื่อเรารู้จักกับดอกเบี้ยทบต้นแล้ว ทีนี้เราลองมารู้จักกับวิธี
�
ึ
ี
การคานวณผลตอบแทนท่น่าสนใจอีกวิธีหน่งเรียกว่า “Rule of
72” หรือ “กฎของเลข 72” ซึ่งกฎนี้จะใช้ส�าหรับการค�านวณ
�
ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราผลตอบแทนกับจานวนปี ท่จะทาให้
�
ี
ึ
ิ
เงินต้นของคุณเพ่มข้นเป็นสองเท่า โดยสูตรการคานวณจะเป็น
�
ดังนี้ครับ
“จานวนปี = 72 / อัตราดอกเบ้ยหรือผลตอบแทน
�
ี
(คิดเป็นร้อยละต่อปี)”
24
ตัวอย่าง
�
ี
ถ้าคุณมีเงินต้นจานวน 100,000 บาทท่ได้รับผลตอบแทน
ในอัตราดอกเบี้ย 9% ต่อปี แปลว่า คุณจะต้องใช้เวลาทั้งหมด 8
ปีถึงจะสามารถท�าให้เงินต้นเพิ่มขึ้นเป็น 200,000 บาทครับ
วิธีการค�านวณ
จ�านวนปี = 72 / 9 = 8 ปี
ื
ึ
ิ
ุ
ุ
้
หรอถ้าคณต้องการให้ได้เงนต้นของคณเพมขนเป็นสอง
ิ
่
เท่าภายใน 10 ปี แปลว่า คุณจะต้องลงทุนในสินทรัพย์ท่ให้ผล
ี
ตอบแทน 7.2% ต่อปีนั่นเองครับ
วิธีการค�านวณ
10 = 72 / อัตราผลตอบแทน
อัตราผลตอบแทน = 72 / 10
= 7.2%
25
26
เริมต้นก่อน รวยก่อน
่
(ความมหัศจรรย์ของเวลา)
ี
“ระยะเวลา” = “ระยะเวลา” ท่ใช้เก็บเงินนานเท่าไร
“ผลตอบแทนที่ได้รับ” ยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ระยะเวลา” ถือเป็นตัวสาคัญท่สุดและให้ผลดีท่สุด โดย
ี
ี
�
�
ี
ิ
เฉพาะอย่างย่งกรณีท่คุณมีรายได้น้อย หรือมีเงินเก็บจานวน
ี
ี
ี
ึ
ิ
น้อยๆ ปัจจัยท่เรียกว่าเวลาน้เองท่จะส่งผลให้เงินของคุณเพ่มข้น
ได้ดีที่สุดครับ
ตัวอย่าง
พี่เก้าเริ่มต้นเก็บเงินเดือนละ 1,000 บาทตั้งแต่อายุ 20 ปี
ั
และเลิกเก็บเงินเม่ออายุ 35 ปี หลังจากน้นพ่เก้าก็ปล่อยให้เงิน
ื
ี
ก้อนนั้นเติบโตไปเรื่อยๆ จนกระทั่งอายุ 60 ปี
ี
ิ
ส่วนน้าเดชมาเร่มเก็บเม่อมีอายุ 30 ปี (ช้ากว่าพ่เก้า 10 ปี)
ื
แต่น้าเดชมุ่งมั่นที่จะเก็บเงินอย่างสม�่าเสมอเดือนละ 1,000 บาท
ตั้งแต่อายุ 30 จนกระทั่งอายุ 60 ปี
จากตัวอย่างนี้จะเห็นว่า พี่เก้าใช้เวลาเก็บเงิน 15 ปี ส่วน
น้าเดชใช้เวลาเก็บเงินถึง 30 ปี!!!
ถ้าการเก็บเงินของทั้งคู่ไม่มีดอกเบี้ย หรือผลตอบแทนใดๆ
มาท�าให้เงินมีมูลค่าเพิ่มขึ้นแล้วล่ะก็
27
พี่เก้าจะมีเงินเก็บเมื่ออายุ 60 ปี = 1,000 x 12 x 15 =
180,000 บาท
น้าเดชจะมีเงินเก็บเมื่ออายุ 60 ปี = 1,000 x 12 x 30
= 360,000 บาท
ั
�
ี
แต่หากท้งคู่เลือกท่จะนาเงินเก็บในแต่ละเดือนไปลงทุน โดย
ได้รับผลตอบแทนในอัตรา 10% ต่อปีแล้ว
พี่เก้าจะมีเงินเก็บเมื่ออายุ 65 ปี = 5,566,528 บาท
น้าเดชจะมีเงินเก็บเมื่ออายุ 65 ปี = 2,518,000 บาท
(อ้างอิงการค�านวณเงินจาก TSI-Thailand คลิกเว็บไซต์ http://goo.gl/x5tSm)
28
29
บทที 2
่
การวางแผนออมเงิน
30
“รู้จักกับค�าว่าออม”
เคยเห็นไหมครับว่า มีคนหลายๆ คนท่พยายามแทบตาย
ี
ี
่
�
แต่ก็ไม่สามารถท่จะรารวย หรือมีเงินเก็บเหลือใช้กับเขาได้สักท ี
แม้ว่าพวกเขาเหล่านั้นจะมีรายได้มากเท่าไรก็ตาม
ที่เป็นแบบนี้เพราะคนเหล่านั้นไม่รู้จักคุณค่าของเงิน และที่
�
ี
ี
ี
�
สาคัญพวกเขายังไม่รู้จักกับส่งท่สาคัญท่สุดในการจัดการเงินท่มีอย ู่
ิ
ของตัวเอง นั่นก็คือ “การออมเงิน”
31
32
[การ์ตูนแทรก ]
น้าเดช – ปกติน้าก็ออมเงินอยู่บ่อยๆ นะ อย่างตอนที่ลูกค้า
ฝากเงินมาให้เก้า น้ายังเก็บไว้ใช้เองเลย
พี่เก้า/น้องกิ๋ง : นั่นมัน “อมเงิน” ไม่ใช่ “ออมเงิน” (ท�า
หน้าโมโห ควันออกหัว) + (พี่เก้าวิ่งไล่น้าเดชเพื่อเอาเงินคืน น้า
เดชวิ่งหนี)
มีหลายๆ คนมองว่า การออมเงินเป็นภาระในการดาเนิน
�
ชีวิต เนื่องจากทุกๆ วันนี้เงินที่จะใช้จ่ายในแต่ละวันยังแทบจะไม่
ั
พอใช้ ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ อีกท้งภาระส่วนตัว และครอบครัว
ที่ต้องดูแล ท�าให้ไม่คิดอยากจะออมเงินเพิ่มอีก ...
33
็
แต่ความเป็นจริงแล้วการออมเงนด้วยการเก็บเลกผสมน้อย
ิ
ึ
จะเป็นอีกหน่งตัวช่วยท่คอยแบ่งเบาภาระของเราในอนาคตได้เป็น
ี
ึ
อย่างดี เพราะหากเกิดอะไรข้นมาอย่างไม่คาดคิด ไม่ว่าจะเป็นการ
เจ็บไข้ได้ป่วย เกิดอุบัติเหตุ หรือภัยพิบัติที่เกิดขึ้นอย่างที่ไม่คาด
่
ู
้
ึ
�
ั
่
่
ิ
คดมากอน เรากยงคงมเงินออมอยไว้สาหรบใชจ่าย รวมถงยังชวย
ี
ั
็
สร้างความรู้สึกปลอดภัยในการใช้ชีวิตในวันข้างหน้าต่อไป
34
นอกจากน้นการออมของเรายังมีผลต่อเศรษฐกิจโดยรวม
ั
ั
ื
ของประเทศในหลายๆ ทาง ท้งเป็นตัวขับเคล่อนในการใช้จ่ายของ
ภาครัฐและภาคเอกชนต่างๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว
35
การออมของเรามีผลต่อเศรษฐกิจอย่างไร
4 1
เงินออม
การใช้จ่าย ฝากธนาคาร
หมุนเวียน
3 2
ธนาคารปล่อย
ประกอบธุรกิจ เงินกู้
36
เม่อเรามีเงินเหลือจากการใช้จ่าย
ื
ต่างๆ เราก็จะนาเงินไปฝากธนาคาร
�
เพื่อเก็บออมไว้
หลังจากธนาคารมีเงินฝากก ็
จะสามารถนาไปปล่อยกู้ให้กับธุรกิจ
�
ต่างๆ ต่อไป
จากน้นธุรกิจก็จะนาเงินไป
�
ั
ประกอบธุรกิจ ใช้ในการหมุนเวียนเงิน
ทุนต่างๆ และก็ผลิตสินค้าหรือบริการ
เข้าสู่ระบบให้กับผู้บริโภค
เมื่อมีสินค้าและบริการออกมาก็จะเกิดการใช้สอยต่างๆ ซึ่ง
เงินท่ธุรกิจได้รับจากการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนจะทาให้เกิด
�
ี
�
การออมอีกทอดหน่ง รวมถึงนามาแจกจ่ายให้เป็นค่าจ้างแรงงาน
ึ
ต่างๆ เพื่อเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจต่อไป
37
ความสัมพันธ์ระหว่างรายได้ ค่าใช้จ่าย และเงินออม
โดยปกตแล้วคนส่วนใหญ่มกเข้าใจว่า เงนออม หมายถง
ิ
ั
ึ
ิ
รายได้หักด้วยค่าใช้จ่าย จึงเลือกท่จะออมเงินเฉพาะส่วนท่เหลือ
ี
ี
ึ
ั
จากการใช้จ่ายเท่าน้น ซ่งสมการในการออมเงินจะออกมาในรูป
แบบนี้ครับ
รายได้ – ค่าใช้จ่าย = เงินออม
รายได้
ค่าใช้จ่าย
เงินออม
38
ึ
ซ่งวิธีคิดแบบน้จะทาให้เราไม่สามารถออมเงินได้ดีนัก
�
ี
ื
ื
�
ื
เน่องจากเม่อเรามีเงินเหลือจากการใช้จ่ายเม่อไร ก็จะนาไปใช้
ิ
ี
จ่ายต่อไปกับส่งท่ไม่จาเป็น เพราะเห็นว่ายังคงมีเงินเหลืออยู่จน
�
ี
ี
ั
ไม่เหลือเงินออมในท่สุด ดังน้น เราควรจะเปล่ยนรูปแบบความ
สัมพันธ์ของสมการใหม่เป็น
รายได้ – เงินออม = ค่าใช้จ่าย
รายได้
เงินออม
ค่าใช้จ่าย
รูปแบบความสัมพันธ์นี้จะเรียกกันว่า “ออมก่อนใช้” หรือ
“ออมก่อนจ่าย” ซึ่งแปลว่า เมื่อเราได้รับรายได้มาเท่าไรให้แบ่ง
่
้
่
่
้
่
เงินสวนหนึ่งเก็บออมไวกอน แลวคอยน�าสวนที่เหลือมาใชจาย จะ
่
้
�
ทาให้เราสามารถออมเงินในทุกๆ คร้งท่เราได้รับรายได้น่นเองครับ
ี
ั
ั
39
40
ก�าหนดเป้าหมายในการออมเงิน
ก่อนที่จะเข้าสู่เรื่องต่อไป ผมอยากให้ทุกคนลองถามตัวเอง
ดูก่อนว่า ในปัจจุบันได้มีเงินเก็บเงินออมไว้ เพ่อจะรับมือกับ
ื
สถานการณ์ดังต่อไปนี้บ้างหรือเปล่าครับ
ตกงานมากกว่า 6 เดือน
ประสบอุบัติเหตุร้ายแรงต้องใช้เงินในการรักษาด่วน
สูญเสียบุคคลส�าคัญในครอบครัว
เกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่
เตรียมเงินไว้ใช้จ่ายหลังเกษียณ
ุ
�
้
ี
ื
ถ้าคาตอบของคณ คอ “ไม่” ก็แสดงให้เห็นว่า ณ ตอนนคุณ
�
ยังไม่มีเงินออม และยังไม่ได้กาหนดเป้าหมายในการออมเงินไว้เลย
ครับ แต่ถ้าค�าตอบของคุณคือ “มีแล้ว” หรือ “มีบ้าง” ก็แสดงว่า
ิ
�
คุณได้เร่มต้นออมเงินหรืออาจจะกาหนดเป้าหมายในการออมเงิน
ให้กับตัวเองไว้บ้างแล้ว ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ดีในการวางแผนจัดการ
เงินออมในขั้นตอนต่อๆ ไปครับ
41
รู้จักเป้าหมายในการออมเงิน
จากสมการออมเงินที่ผ่านมาบอกกับเราว่า เราควรออมเงิน
ไว้ก่อนที่จะน�าไปใช้จ่าย แต่ก็ยังไม่ได้บอกว่า จ�านวนเงินที่เราจะ
ั
ต้องออมในแต่ละคร้งควรจะเป็นเท่าไรดี จึงจะเรียกว่าเหมาะสม
กับรายได้และการใช้ชีวิตของเรา
ู
คาตอบทเหมาะสมนนอย่ท “เป้าหมายในการออมเงน”
�
ั
้
่
ี
ิ
่
ี
นี่แหละครับ ที่จะเป็นตัวตอบค�าถามข้างต้นให้กับเรา
ั
ปกติแล้วเป้าหมายในการออมเงินของทุกคนน้นก็ย่อมจะ
แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับอุปนิสัย ความต้องการ ภาระหน้าที่ และ
ปัจจัยอื่นๆ อีกมากมายครับ ซึ่งผมอยากแนะน�าให้เริ่มต้นถามตัว
ของคุณเองก่อนว่า คุณมีความต้องการและเป้าหมายในการออม
อย่างไรบ้าง
�
ถ้าหากตอนน้คุณยังตอบคาถามไม่ได้ และไม่รู้ว่าจะต้องออม
ี
�
�
เงินไว้เท่าไร หรือกาลังครุ่นคิดจิตสับสนว่าจะกาหนดเป้าหมาย
ในการออมเงินอย่างไรดี ผมก็มีวิธีง่ายๆ มาแนะนาตามสูตรการ
�
ค�านวณเงินออมดังนี้ครับ
42
จ�านวนเงินออมที่เราควรมี = 1 / 10 x อายุ x เงินได้ทั้งปี
เช่น ถ้าหากตอนนี้คุณอายุ 25 ปี และได้รับเงินเดือนเดือน
ละ 10,000 บาท ดังนั้น คุณควรจะมีเงินออมในขณะนี้ประมาณ
300,000 บาท (25 x 10,000 x 12 / 10)
43
ถึงแม้ว่าตอนนี้คุณจะยังไม่มีเงินออมตามที่ค�านวณได้ ก็ไม่
ต้องประหลาดใจไปนะครับ เพราะผมแอบสืบมาว่า ยังมีคนอื่นอีก
มากมายที่ยังไม่มีเงินออมเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่า ณ ตอนนี้คุณ
ก็โชคดีกว่าพวกเขาเหล่านั้นตรงที่คุณรู้แล้วว่า ตัวเองควรจะมีเงิน
ออมไว้เท่าไร ที่เหลือคือ เริ่มลงมือ “ออม” เงินเท่านั้นเองครับ
ี
ุ
ี
อย่างไรก็ตามจานวนเงินท่เหมาะสมท่คณควรออมอาจจะ
�
�
มากกว่าหรือน้อยกว่าจานวนทคานวณได้ อย่างท่ผมอธิบายไป
ี
�
่
ี
ก่อนหน้านี้ครับว่า เป้าหมายในการออมของแต่ละคนนั้นจะขึ้นอยู่
ี
ี
ี
กับความต้องการ ภาระ หน้าท่ และปัจจัยอ่นๆ ท่เก่ยวข้องเป็นหลัก
ื
ิ
หลังจากท่เราเร่มรู้จักเป้าหมายในการออมเงินแล้ว ส่งต่อไป
ี
ิ
ที่เราควรจะท�าก็คือ การแบ่งเป้าหมายออกเป็น 2 ช่วงคือ
เป้าหมายระยะส้นกับเป้าหมายระยะยาว เพ่อท่เราจะได้
ี
ั
ื
เห็นภาพท่ชัดเจนมากข้น เพราะแต่ละคนมีความต้องการท่แตก
ี
ึ
ี
ต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นความต้องการบ้านหลังใหม่ ต้องการเกษียณ
ี
�
อายุการทางานไวๆ หรือต้องการท่จะสร้างอนาคตชีวิตครอบครัว
ี
ั
อีกท้งการแบ่งเป้าหมายเป็น 2 ระยะน้จะช่วยให้คุณสามารถจัด
ล�าดับความส�าคัญของการออมเงินได้ดียิ่งขึ้นด้วยครับ
44
เป้าหมายระยะสัน VS เป้าหมาย
้
ระยะยาว
ั
เป้าหมายระยะส้น คือ เป้าหมายการออมเงินในช่วงเวลา
ั
ึ
ี
ส้นๆ อาจจะไม่เกิน 1-3 ปี ซ่งเป็นเป้าหมายท่ทาได้ง่าย และ
�
รวดเร็วกว่าเป้าหมายระยะยาว เช่น การออมเงินไว้สาหรับซ้อ
ื
�
ื
�
รถยนต์ การออมเงินเพ่อเตรียมตัวแต่งงาน หรือออมเงินไว้สาหรับ
ใช้จ่ายอื่นๆ ในอนาคตอันใกล้
เป้าหมายระยะยาว คือ เป้าหมายการออมท่ยาวนานกว่า
ี
�
ื
ั
ี
เป้าหมายระยะส้น หรือเป้าหมายท่เราต้องการออมเพ่อนาเงินออม
ไปลงทุน ส�าหรับอนาคตที่เราอาจจะไม่มีรายได้แล้ว เช่น การออม
ื
�
ี
เงินเพ่อเกษียณ เงินออมสาหรับเหตุฉุกเฉินต่างๆ เงินออมท่เก็บไว้
เป็นมรดกให้แก่ลูกหลาน เป็นต้น
45
ลองเขียนเป้าหมายการออมของคุณดูสิครับ!!
เป้าหมายการออมระยะสั้น
เป้าหมายการออมระยะยาว
46
วินัยในการออมเงิน
หลังจากเรารู้จักและได้กาหนดเป้าหมายในการออมของเรา
�
ทั้ง “เป้าหมายระยะสั้น” และ “เป้าหมายระยะยาว” แล้ว สิ่งที่
ิ
็
ั
�
ี
เราควรทาหลังจากน้นกคือ การเร่มต้นออมเงน เพ่อท่จะเดินทางไป
ื
ิ
สู่เป้าหมายของเรา โดยการออมเงินของเราน้นจะขาดคุณสมบัติท ี ่
ั
เรียกว่า “วินัยในการออม” ไม่ได้เลยล่ะครับ
ค�าว่า “วินัย” ก็หมายถึง “ระเบียบแบบแผน” ถ้าเราไม่
ิ
เร่มต้นวางระเบียบแบบแผนในการออมของเราต้งแต่เร่มต้นแล้ว
ั
ิ
เป้าหมายในการออมเงินของเรากดูเหมอนจะห่างไกลออกไป
็
ื
ื
เร่อยๆ หรือถ้าเปรียบการออมของเราเป็นการเดินทาง ก็เหมือน
ว่าจะเป็นการเดินทางอย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง และท้ายที่สุด
แล้วเราก็คงไม่เจอปลายทางหรือความส�าเร็จได้สักทีใช่ไหมครับ
47
ความสุขในวันนี หรือวันข้างหน้า
้
ว่ากันว่า คนเรานั้นมีข้อบกพร่องโดยธรรมชาติก็คือ หากจะ
ต้องลงมือทาอะไรทต้องเสียสละความสขในวนน้ เพอความสุขในวัน
�
ั
ุ
ี
่
ี
่
ื
ข้างหน้า เช่น การลดน�้าหนัก การออมเงิน หรือแม้แต่การอดทน
้
ี
ิ
้
้
ั
ั
ั
กบงานหนก เพอความกาวหนาในอนาคต เรามกจะมความคดดาน
่
ื
ลบอยู่ในหัวคอยบอกกับเราว่า
วันนี้กินให้เต็มที่ก่อนละกัน พรุ่งนี้ค่อยลดน�้าหนัก เดี๋ยวจะ
ออกก�าลังกายให้เต็มที่เลยนะคอยดู!!
วันนี้ขอใช้เงินก่อนเถอะ ไว้ค่อยว่ากันอีกที รอเงินเดือนงวด
หน้าออก แล้วฉันจะเริ่มออมเงินอย่างจริงจังเสียที
ี
ิ
ี
งานหนักจังเลย วันน้ขอพักเอาแรงก่อน ไว้พรุ่งน้ค่อยเร่ม
ท�าใหม่ละกัน
48
49
เห็นไหมครับว่า ถ้าเราขาด “วินัยในการออม” เมื่อไรแล้ว
ี
ื
ิ
ล่ะก็ เราก็ไม่สามารถท่จะเร่มต้นออมเงินเพ่อความสุขในอนาคตได้
เสียที บางคนอาจจะมารู้สึกตัวอีกทีตอนที่มีปัญหาด้านการเงิน ที่
�
ั
ี
ิ
ี
้
ั
่
ุ
ต้องจบจ่ายใช้สอยเงนเป็นจานวนมาก ทนเรากต้องมานงทกข์ใจ
็
อีกว่า เอ๊ะ ท�าไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นด้วย และจะหาเงินจากไหน
มาใช้จ่ายดีล่ะเนี่ย
ุ
่
ี
ั
ี
้
็
ิ
ั
ยงสงคมในยคปัจจบนนมการเปลยนแปลงอย่างรวดเรว
่
ุ
ี
ึ
้
�
ั
ี
ั
ี
ประกอบกบเทคโนโลยมความทนสมยมากขน ทาให้คนมอาย ุ
ี
ั
ยืนยาวเพิ่มขึ้น แถมภาวะเศรษฐกิจก็ไม่แน่นอน สรรพสิ่งบนโลก
ี
น้ได้ถูกครอบงาด้วยเงินตรา ชีวิตประจาวันเราจึงวนเวียนอยู่กับ
�
�
การใช้จ่ายทั้งสิ้น เพราะเงินเป็นตัวขับเคลื่อนอ�านวยความสะดวก
ในการใช้ชีวิต คนเราจึงต้องมีการจับจ่ายใช้สอยกันตลอด
ถ้าหากเราไม่เร่มต้นวางแผนการออมเงินอย่างถูกวิธี รวมถึง
ิ
�
�
การขาดวินัยในการออมเงิน ชีวิตของเราก็จะถูกกาหนดด้วยจานวน
เงินที่มีเหลืออยู่ หรือไม่ก็ต้องกลายเป็นคนที่มีหนี้สินมากมาย ส่ง
ผลล�าบากไปถึงคนในครอบครัวและลูกหลานอีกด้วย
50