The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mintana111, 2020-02-23 21:41:52

เงินน้อยก็รวยได้

ภูมิใจเสนอ





เงินน้อยก็รวยได้



MONEY CAN GROW


พลิกชีวิตสู่การเป็นเศรษฐี


ด้วยแผนเพิ่มเงินให้งอกเงย




แค่ออมเงินวันละ 20 บาทเปลี่ยนคุณให้เป็นเศรษฐีได้!
ท�าอย่างไรให้เงินก้อนเล็กๆ เติบโตกลายเป็นเงินก้อนใหญ่

พาคุณรวยโดย TaxBugnoms

เงินน้อยก็รวยได้
MONEY CAN GROW
ผู้เขียน : TaxBugnoms
บรรณาธิการ : ต่อทอง ทองหล่อ [email protected]
บรรณาธิการเล่ม : โรสรินทร์ พุมฤทธิ ์
บรรณาธิการบริหาร : กรภัทร์ สุทธิดารา
ราคา 119 บาท

ข้อมูลทางบรรณานุกรมของหอสมุดแห่งชาติ
National Library of Thailand Cataloging in Publication Data
TaxBugnoms.
เงินน้อยก็รวยได้ = Money Can Grow. - - นนทบุรี : ธิงค์ บียอนด์ บุ๊คส์, 2556
168 หน้า.
1. การประหยัดและการออม. I. ชือเรือง.


332.0415
ISBN 978-616-236-316-0
สงวนลิขสิทธิตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ พ.ศ. 2537 โดยบริษัท ธิงค์ บียอนด์ บุ๊คส์ จ�ากัด



ห้ามลอกเลียนไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึงของหนังสือเล่มนี ไม่ว่ารูปแบบใดๆ นอกจากจะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้จัดพิมพ์เท่านัน ้

ฝ่ายผลิต
วาดภาพประกอบ : ต่อ กิตติพัชญ์ ออกแบบปก : ส้มกิว Oranji

จัดรูปเล่ม : Evolution Art พิสูจน์อักษร : อณุภา อนันทานนท์
ประสานงานการผลิต : ชนาธิป วิทยาประภากร
ขอบคุณ Font จาก www.f0nt.com

จัดพิมพ์โดย : บริษัท ธิงค์ บียอนด์ บุ๊คส์ จ�ากัด


200 หมู่ 4 ชัน 19 ห้อง 1903A จัสมินอินเตอร์เนชันแนลทาวเวอร์
ถ.แจ้งวัฒนะ ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ประเทศไทย 11120
โทรศัพท์ 0-2962-1081-3 (อัตโนมัติ 10 คู่สาย) โทรสาร 0-2962-1084
เสนองานเขียน/งานแปล/งานวาดได้ที www.thinkbeyondbook.com

จัดจ�าหน่ายทั่วประเทศโดย : บริษัท ไอดีซี พรีเมียร์ จ�ากัด

200 หมู่ 4 ชัน 19 ห้อง 1901 จัสมินอินเตอร์เนชันแนลทาวเวอร์

ถ.แจ้งวัฒนะ ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ประเทศไทย 11120
โทรศัพท์ 0-2962-1081-3 (อัตโนมัติ 10 คู่สาย) โทรสาร 0-2962-1084
ต้องการสั่งซื้อติดต่อฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ :
โทรศัพท์ 0-2962-1081 ต่อ 121 โทรสาร 0-2962-1084



หากหนังสือเล่มนีผลิตไม่ได้มาตรฐาน เช่น หน้ากระดาษสลับกัน หน้าซ�า หน้าขาดหาย


ส�านักพิมพ์ยินดีรับผิดชอบเปลียนให้ โปรดติดต่อฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ โทรศัพท์ 0-2962-1081 ต่อ 121

บทบรรณาธิการ






ในยุคนามันแพง ค่าแรงไม่พอใช้ ค่าใช้จ่ายถีบตัวข้นสูงตาม









เฝาวาดฝนวดดวงเสยงโชคกบหวยเพอหวงจะรวย กไมรวยกบเขา






เสียที คร้นพอหันหน้าไปถามใครต่อใครก็มักจะเอ่ยว่า “ใช้เงิน
หมดแล้ว” “ตอนนี้จน” “กินแกลบอยู่” “เป็นโรคทรัพย์จาง”
“ไส้แห้ง” ฯลฯ
เมื่อมนุษย์ได้เข้าสู่ยุคบริโภคนิยม ใช้จ่ายเกินตัว มีหนี้เป็น
เร่องปกติ ใช้บัตรเครดิตเป็นเร่องธรรมชาติ และมักจะกล่าวโทษ


กับเงินเดือนที่น้อยนิด ท�าให้ชีวิตจมปลักกับความจนแบบนี้

หนังสือเล่มน้ช่วยคุณได้ ด้วยกลวิธีสู่ความรารวยแบบง่ายๆ


และเปล่ยนวิธีคิดสู่ความม่งค่งในแบบฉบับเงินน้อยก็รวยได้ด้วย



การ “ออม” พร้อมเผยวิธีบริหารเงินออม (Rule of thumb) ก็

คือ 10% ของรายได้เพ่อเข้าสู่คลังการออม พบความมหัศจรรย์
ของดอกเบี้ยทบต้น และกฎ 72 และกลวิธีออมเพื่อลงทุนเงินให้
งอกเงยหลากหลายรูปแบบ
แล้วคุณจะรู้ว่า “ชีวิตแบบเศรษฐี” ไม่ได้ยากอย่างที่คิด






www.facebook.com/thinkbeyondcomic

ต่อทอง ทองหล่อ
บรรณาธิการ

[email protected]

ค�าน�า








ถ้ามีคนบอกกับคุณว่า “การออมเงินวันละ 20 บาททาให้
คุณเป็นเศรษฐีได้” คุณจะเชื่อค�าพูดนี้ไหมครับ?
ถ้าคาตอบของคุณคือ “เช่อ” ผมแนะนาให้คุณหยุดอ่านคานา





แล้วเปิดข้ามไปที่หน้าสารบัญได้เลยครับ
:D
แต่ถ้าหากค�าตอบคุณคือ “ไม่เชื่อ” ก็ลองอ่านเรื่องราวของ
ผมต่อไปละกันครับ






ในตอนแรกผมเป็นคนหนงท่ไม่เชอเรองการเกบเงนวนละ









เล็กละน้อยแล้วจะทาให้รารวยข้นมาได้ เพราะถ้าเป็นแบบน้นจริงๆ

โลกนี้ก็คงจะไม่มีคนจนแล้วล่ะสิ (คิดพลางแหงนหน้าหัวเราะมอง
ฟ้า ดูคล้ายๆ กับคนบ้ายังไงยังงั้น)
ผมมีความเชื่อว่า โลกนี้คือโลกแห่งทุนนิยมที่เราทุกคนต้อง

กินต้องใช้อย่างเต็มท่ ไม่ต้องสนใจเร่องการออม ขอเพียงแค่หา

ช่องทางที่จะหารายได้ให้มากๆ ก็พอแล้ว เมื่อมีรายได้มาก เดี๋ยว
เราก็มีเงินเก็บเองแหละน่า








ผานไปสกพกพอรสกตวอกทกเหนคนรอบขางทงหลายเรม








มีเงินเก็บเป็นหลักหมื่นหลักแสน ทั้งๆ ที่คนเหล่านั้นมีรายได้น้อย
กว่าผมครึ่งต่อครึ่ง
แต่ผมยังไม่มีเงินออมเลยสักกะบาท.....



เม่อยอมรับความจริงท่โหดร้ายได้ ผมเลยตัดสินใจศึกษา

เร่องการออมและการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ จนทาให้ผม

เกิดความเข้าใจว่า จริงๆ แล้วไม่ว่าเงินจะน้อยหรือมากก็สามารถ
ท�าให้เรารวยได้เหมือนกัน ถ้าเรารู้จักวิธีการบริหารจัดการเงินที่มี

ได้อย่างถูกต้อง

หนังสือเล่มน้ก็คือ บทสรุปท้งหมดท่ผมได้ศึกษามาเป็น


เวลานาน เพื่อที่จะบอกกับพวกคุณผู้อ่านทุกคนว่า “แค่เพียงเงิน
น้อยๆ ก็ท�าให้คุณรวยได้จริงๆ จ้า”




สาหรับคนท่ยังไม่มีความรู้และความเข้าใจเร่องเงินออม

ผมแอบหวังเอาไว้ว่า หนังสือเล่มน้จะเป็นตัวช่วยท่จะจุดประกาย

ความคิด และสร้างเป้าหมายในการออมให้กับคุณบ้างไม่มากก ็
น้อยนะครับ
สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณ คุณต่อทอง ทองหล่อ บก. ที่แสน
ใจดี และทีมงานของสานักพิมพ์ทุกท่าน ท่ให้โอกาสผมได้ขีดๆ


เขียนๆ เรื่องราวออกมาจนเป็นหนังสือ และต้องขอขอบคุณผู้อ่าน
ทุกๆ ท่านไว้ล่วงหน้า ณ ที่นี้ด้วยนะครับ


ขอให้ทุกคนมีความสุขกับเงินน้อยๆ ท่จะทาให้เรารารวยไป



พร้อมๆ กันนะครับ



TaxBugnoms
http://tax.bugnoms.com/

http://www.facebook.com/TaxBugnoms

สารบัญ









บทที 1 เหตุผลส�าคัญทีคุณควรออมเงิน 12
- ท�ำอย่ำงไรถึงจะรวยเสียที 13

- ควำมมหัศจรรย์ของดอกเบียทบต้น 23
- Rule of 72 24

- เริมต้นก่อน รวยก่อน (ควำมมหัศจรรย์ของเวลำ) 27



บทที 2 การวางแผนออมเงิน 30
- รู้จักกับค�ำว่ำออม 31
- กำรออมของเรำมีผลต่อเศรษฐกิจอย่ำงไร 36
- ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงรำยได้ รำยรับ ค่ำใช้จ่ำย และเงินออม 38

- ก�ำหนดเป้ำหมำยในกำรออมเงิน 41
- วินัยในกำรออมเงิน 47

- วิธีออมเงินแบบลบสิบ - บวกสิบ 52
- กำรจัดท�ำบัญชีรำยรับ – รำยจ่ำย 57



บทที 3 กลยุทธ์ในการน�าเงินออมไปลงทุน 66

- สินทรัพย์ 67

- ควำมเสียง (Risk) 70
- ลงทุนในแบบฉบับของเงินน้อยก็รวยได้ 79
- เงินฝำกธนำคำร 80

- เงินฝำกสหกรณ์ออมทรัพย์ 84
- สลำกออมทรัพย์ 86
- กำรท�ำประกันชีวิต 90

- กองทุนรวม 94
- รู้จักกับวิธีกำรทยอยสะสมหน่วยลงทุน 107

- ตรำสำรทุน (หุ้นสำมัญในตลำดหลักทรัพย์) 111
- ทองค�ำ 116
- วัยกับกำรออมและกำรลงทุน 120

- กรณีศึกษำกำรออมแบบ “เงินน้อยก็รวยได้” 134







บทที 4 เคล็ดลับในการออมเงินให้มากขึน 138

- วิธีกำรเพิมรำยได้ 142
- ลดรำยจ่ำย 149

- เคล็ดลับกำรออม : ไม่เป็นหนี 152





บทที 5 อย่าลืมดูแลตัวเอง 156
- ออมได้ แต่อย่ำ “งก” 158

- ควำมพอดีในกำรออม? 159
- “ออมเงิน” คู่กับ “ออมควำมสุข” 160


- ศึกษำหำควำมรู้ เพือสร้ำงผลตอบแทนให้มำกขึน 161

- เงินมำกหรือน้อยก็รวยได้เหมือนกัน 163

แนะน�าตัวละคร











กุ๋งกิง – พนักงานหญิง (โสด) อายุ 20 ปี

เพิ่งเรียนจบ เข้ามาท�างานเป็นพนักงานไม่ถึง 3
เดือน นิสัยอ่อนหวาน สุภาพอ่อนน้อม ใจเย็น หัว
อ่อน เป็นคนชอบค้นหาความรู้ใหม่ๆ ใส่ตัวอยู่


เสมอ ปัจจุบันคิดท่จะวางแผนทางการเงินของตัว
เอง แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร













พีเก้า – พนักงานชาย (โสด) อายุ 26 ปี

มีอายุงานประมาณ 5 - 6 ปี ต�าแหน่งผู้ช่วย




หัวหน้าทีม ทาหน้าท่ดูแลน้องใหม่ท่เข้าทางาน
และประสานงานต่างๆ กับหัวหน้า เป็นคน

อารมณ์ดี เฮฮา และเป็นคนท่ชอบวางแผนการเงิน
มีความรู้ความเข้าใจการเงินดี และมักจะเป็นท ่ ี
ปรึกษาให้กับหัวหน้า (น้าเดช) เสมอ

น้าเดช – หัวหน้าทีม (สมรส) มีอายุงานประมาณ 10
-15 ปี เป็นคนข้บ่น ชอบโวยวาย เสียงดัง มักจะชอบทะเลาะกับพ่เก้า


เสมอ แต่จริงๆ แล้วเป็นคนจิตใจดี ใช้ชีวิตโดยไม่ได้วางแผน
การเงิน มีปัญหาเรื่องหนี้สินต้องหยิบยืมจากลูกน้อง (พี่เก้า) เป็น

ประจ�า





อัตราเงินเดือนของทัง 3 คน














กุ๋งกิ๋ง พี่เก้า น้าเดช

10,000 บาท 15,000 บาท 20,000 บาท



11

บทที 1




เหตุผลส�าคัญ



ทีคุณควรออมเงิน



















































12




ผมเช่อว่าหลายๆ คนท่หยิบหนังสือเล่มน้ข้นมาอ่าน ต้อง

เคยตั้งค�าถามกับตัวเองว่า
“ท�าอย่างไรถึงจะรวยเสียที”




บางคนถึงกับฝันกลางวันเอาไว้ว่า ถ้าวันนึงเกิดโชคดีถูก

ลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มีเงินเป็นหลักล้าน จะได้เลิกท�างานสักที ไป
ซื้อของที่อยากได้ วางแผนไปเที่ยวรอบโลก ใช้เงินหาความสุขให้

เต็มที่ไปเลยชาตินี้ พอกันทีชีวิตมนุษย์เงินเดือน บลาๆๆๆ ฯลฯ



พอเปิดทีวีดู เห็นพระเอกนางเอกในละครส่วนใหญ่มีฐานะ
ร�่ารวยมหาศาล วันๆ ไม่ต้องท�างานท�าการอะไร แต่กลับมีเงินใช้

ไม่ขาดมือ ก็เผลอคิดฝันไปไกลว่า สักวันเราก็ต้องเป็นอย่างเขาบ้าง
พอมีสติรู้ตัวอีกทีก็มักจะบ่นกับตัวเอง (เบาๆ) ว่า







“เพราะว่าเงินเดือนช้นมันน้อยไงล่ะ ถึงไม่รวยกับเค้าเสียที”
“รายได้แค่นี้จะเอาเงินที่ไหนมาเหลือเก็บ”

“เรียนมาน้อย หางานดีๆ ท�าไม่ได้ จะหวังรวยได้อย่างไร”
“เลิกเพ้อเจ้อดีกว่า...”













13

ก่อนที่จะไปไกลกว่านี้ ผมอยากให้คุณหยุดความคิดพวกนี้
ก่อน แล้วลองฟังเรื่องที่ผมจะเล่าต่อไปนี้ดีๆ นะครับ ...

มีชายหนุ่มอายุ 33 ปีคนหน่ง เขาไม่ใช่คนรวยหรือคนท่มีช่อ



เสียง เป็นเพียงมนุษย์เดินดิน คนจนๆ คนหนึ่งที่ดูภายนอกแล้ว
อาจจะไม่ปกติเท่าไรนัก เขาอาศัยอยู่ในแฟลตเล็กๆ กับแม่ และ


ประกอบอาชีพเก็บขยะตามสถานท่ต่างๆ เพียงหารายรับเล้ยงชีพ
ตนเองและครอบครัว ซึ่งรายรับต่อวันก็ประมาณ 50 -100 บาท
แต่เชื่อหรือไม่ว่าทุกครั้งที่ได้เงินมาจากการเก็บขยะ เขาจะ

น�าเงินเก็บไว้ทุกๆ วัน วันละ 20 บาท และน�าเงินไปฝากธนาคาร















เพอทจะนาเงนมาเปนค่าผาตดหวใจใหกบแมทปวยเปนโรคประจา



ตัวหลายโรค ทั้งเบาหวาน เก๊าท์ ความดัน และหัวใจ...
แต่ถ้าบางวันเขาหาเงินได้แค่ 3 บาท 6 บาท พนักงาน
ธนาคารก็จะเรี่ยไรกันให้จนครบ 20 บาท จนเวลาผ่านไป 16 ปี
“เขาก็สามารถเก็บเงินได้ 40,000 บาท!!!”
ผู้ชายคนนั้นชื่อว่า “อภิรักษ์ แซ่ฮ้อ” หรือคนจนผู้ยิ่งใหญ่
ที่เรารู้จักกันดีนั่นเองครับ

“อภิรักษ์” เล่าว่า ต้งแต่สมัยท่เรียนช้น ป.1 คร ู


ของเขาเป็นคนแนะน�าให้ “เก็บออม” วันละ 1 บาท

พอถึงปลายเดือนครูก็จะพาไปฝากเงินท่ธนาคาร ซ่ง




คาแนะนาของครูน้นก็เป็นส่งท่เขาได้นามาปฏิบัติจน



สามารถเก็บเงินเพื่อให้แม่ผ่าตัดหัวใจได้
14



ถึงแม้ว่าเงินจานวน 40,000 บาทอาจจะเป็นเงินท่ดูเล็ก
น้อยในสายตาของคนหลายๆ คนก็ตาม แต่ถ้าเราลองคิดว่า ผู้ชาย




คนหน่งท่มีร่างกายไม่สมบูรณ์ยังมีความพยายามท่จะเก็บเงิน เพ่อ
ใช้ท�าสิ่งที่ยิ่งใหญ่อย่าง “ความกตัญญู” ก็เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมใช่
ไหมครับ

และในทุกวันน้อภิรักษ์ก็ยังคงทาหน้าท่เดินเก็บขยะพร้อม










รถเขนค่ใจ โดยม่งมนทจะหาเงนทกบาททกสตางค์เพอฝากไว้ท ่ ี




ธนาคารเป็นเงินเก็บของเขาต่อไป

ดังน้น พวกเราทุกคนก็น่าจะกลับมาย้อนมองตัวเองว่า “เรา
รู้จักเก็บออมเพ่อตนเองและคนท่เรารักแล้วหรือยัง” ถึงแม้ใน


วันน้เราจะยังมีเงินน้อยก็ตาม แต่ถ้าเรามีความพยายามรู้จักเก็บ



รู้จักใช้ และไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาแล้วล่ะก็ วันหน่งความสาเร็จ
ก็คงจะมาหาเราเช่นกัน





15

16

เริมต้นเก็บเงินวันละ 20 บาท

ถ้าเราเก็บเงินวันละ 20 บาทติดต่อกันทุกวันเป็นเวลา 1 ปี

เราจะมีเงินจ�านวน 7,200 บาท
“เก็บเงินวันละ 20 บาท = เดือนละ 600 บาท =

ปีละ 7,200 บาท”
หลังจากนนถ้าเรานาเงินไปลงทุนโดยได้รบผลตอบแทนท ่ ี




แตกต่างกันเป็นเวลา 1 ปี 10 ปี 20 ปี และ 30 ปี ผลที่ได้จะ
เป็นดังนี้ครับ


ผลตอบแทน ปีที่ 1 ปีที่ 10 ปีที่ 20 ปีที่ 30


3% 7,416.00 85,016.00 199,271.00 352,819.00


5% 7,560.00 95,089.00 249,979.00 502,278.00

10% 7,920.00 126,224.00 453,618.00 1,302,793.00


15% 8,280.00 168,115.00 848,233.00 3,599,690.00

20% 8,640.00 224,283.00 1,612,984.00 10,211,457.00





จ�านวนเงินเริ่มต้น 7,200 บาทเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกๆ ปี













17

เริมต้นเก็บเงินวันละ 30 บาท

ถ้าเราเก็บเงินวันละ 30 บาทติดต่อกันทุกวันเป็นเวลา 1 ปี

เราจะมีเงินจ�านวน 10,800 บาท
“เก็บเงินวันละ 30 บาท = เดือนละ 900 บาท =

ปีละ 10,800 บาท”




ผลตอบแทน ปีที่ 1 ปีที่ 10 ปีที่ 20 ปีที่ 30


3% 11,124.00 127,524.00 298,906.00 529,229.00

5% 11,340.00 142,633.00 374,968.00 753,417.00


10% 11,880.00 189,337.00 680,427.00 1,954,189.00

15% 12,420.00 252,172.00 1,272,349.00 5,399,535.00


20% 12,960.00 336,425.00 2,419,476.00 15,317,185.00



จ�านวนเงินเริ่มต้น 10,800 บาทเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกๆ ปี




เห็นไหมครับว่า ถ้าเราเก็บเงินเพ่มข้นแค่วันละ 10 บาท

เราอาจจะมีเงินเพิ่มขึ้นถึง 5 ล้านบาท!!!!













18

19


มูลค่าของเงินเพิมขึนจากอะไร



จากตารางค�านวณผลตอบแทนข้างต้น เราจะสังเกตเห็นว่า

ปัจจัยที่มีผลท�าให้มูลค่าของเงินเพิ่มขึ้นนั้นมีอยู่ 3 อย่าง ได้แก่





1. จ�านวนเงิน



2. ผลตอบแทน (อัตราดอกเบี้ย)



3. เวลา








“จ�านวนเงิน” = “ยิงมาก ยิงดี”




จากตัวอย่างข้างต้นจะเห็นได้ว่า การเก็บเงินเพ่มเพียงวันละ
10 บาทสามารถท�าให้เงินเพิ่มขึ้นได้อย่างมหาศาล
















20

21



“ผลตอบแทน” = “ยิงสูง ยิงดี”



ผลตอบแทนที่ว่าก็คือ ผลตอบแทนจากการน�าเงินไปลงทุน

ในสินทรัพย์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอัตราดอกเบี้ยจากเงินฝากธนาคาร
อัตราดอกเบี้ยจากหุ้นกู้ ผลตอบแทนจากการลงทุนประเภทต่างๆ


อย่างตัวอย่างข้างต้นเราจะเห็นว่า ในขณะท่อัตราผลตอบแทนเพ่ม

ขึ้น มูลค่าของเงินก็จะเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน
เมื่อรู้จักกับอัตราผลตอบแทนแล้ว ยังมีผู้ช่วยอีกหนึ่งตัวที่มี




ผลต่อการเพ่มข้นอย่างต่อเน่องของผลตอบแทนก็คือ “ดอกเบ้ย
ทบต้น” แม้แต่อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังยังเคย
กล่าวไว้ว่า ...





“The most powerful force in the universe is compound
interest”.

Albert Einstein



“สิ่งมหัศจรรย์ล�าดับที่ 8 ของโลกคือ ดอกเบี้ยทบต้น”
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์













22

ความมหัศจรรย์ของดอกเบียทบต้น






ดอกเบ้ยทบต้น หมายถง วธีการคานวณดอกเบ้ยจากจานวน



เงินต้นท่เพ่มข้นเร่อยๆ โดยนาดอกเบ้ยในแต่ละงวดมารวมเป็น






เงินต้นของงวดต่อๆ ไป ซ่งทาให้ดอกเบ้ยท่เราได้รับในงวดต่อๆ




ไปเพิ่มขึ้นนั่นเอง
ตัวอย่าง
ในปีแรก ถ้าเรานาเงิน 1,000 บาทไปลงทุน โดยได้ผล

ตอบแทน 10% ต่อปี เราก็จะได้ผลตอบแทนกลับมาจ�านวน 100
บาท
พอปีที่สอง เราจะมีเงินต้นเพิ่มขึ้นเป็น 1,100 บาท (เงิน


เร่มต้น 1,000 บาท และดอกเบ้ยอีก 100 บาท) เม่อเรานาเงินไป


ลงทุน โดยได้ผลตอบแทน 10% ต่อปีเหมือนปีแรก ผลตอบแทน
ที่เราได้รับจะเพิ่มขึ้นจาก 100 บาทเป็น 110 บาท
พอปีที่สาม เราจะมีเงินต้นเพิ่มขึ้นเป็น 1,210 บาท (เงิน
เริ่มต้น 1,000 บาท + ดอกเบี้ยในปีแรก 100 บาท + ดอกเบี้ยใน










ปท 2 อก 110 บาท) เมอเรายงคงลงทน โดยไดผลตอบแทน 10%
ต่อปีเหมือนเดิม ผลตอบแทนที่เราได้รับจะเพิ่มขึ้นเป็น 121 บาท
จะเห็นว่า ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปีก็จะถูกน�ามา “ทบ”










เปนเงนตนใหม ทาใหผลตอบแทนทเราไดรบเพมขนเรอยๆ อยางไร







ล่ะครับ
23

Rule of 72





เมื่อเรารู้จักกับดอกเบี้ยทบต้นแล้ว ทีนี้เราลองมารู้จักกับวิธี



การคานวณผลตอบแทนท่น่าสนใจอีกวิธีหน่งเรียกว่า “Rule of
72” หรือ “กฎของเลข 72” ซึ่งกฎนี้จะใช้ส�าหรับการค�านวณ

ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราผลตอบแทนกับจานวนปี ท่จะทาให้




เงินต้นของคุณเพ่มข้นเป็นสองเท่า โดยสูตรการคานวณจะเป็น

ดังนี้ครับ
“จานวนปี = 72 / อัตราดอกเบ้ยหรือผลตอบแทน


(คิดเป็นร้อยละต่อปี)”
























24

ตัวอย่าง



ถ้าคุณมีเงินต้นจานวน 100,000 บาทท่ได้รับผลตอบแทน
ในอัตราดอกเบี้ย 9% ต่อปี แปลว่า คุณจะต้องใช้เวลาทั้งหมด 8
ปีถึงจะสามารถท�าให้เงินต้นเพิ่มขึ้นเป็น 200,000 บาทครับ






วิธีการค�านวณ
จ�านวนปี = 72 / 9 = 8 ปี









หรอถ้าคณต้องการให้ได้เงนต้นของคณเพมขนเป็นสอง


เท่าภายใน 10 ปี แปลว่า คุณจะต้องลงทุนในสินทรัพย์ท่ให้ผล

ตอบแทน 7.2% ต่อปีนั่นเองครับ
วิธีการค�านวณ
10 = 72 / อัตราผลตอบแทน



อัตราผลตอบแทน = 72 / 10

= 7.2%








25

26

เริมต้นก่อน รวยก่อน

(ความมหัศจรรย์ของเวลา)






“ระยะเวลา” = “ระยะเวลา” ท่ใช้เก็บเงินนานเท่าไร
“ผลตอบแทนที่ได้รับ” ยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

“ระยะเวลา” ถือเป็นตัวสาคัญท่สุดและให้ผลดีท่สุด โดย






เฉพาะอย่างย่งกรณีท่คุณมีรายได้น้อย หรือมีเงินเก็บจานวน





น้อยๆ ปัจจัยท่เรียกว่าเวลาน้เองท่จะส่งผลให้เงินของคุณเพ่มข้น
ได้ดีที่สุดครับ
ตัวอย่าง
พี่เก้าเริ่มต้นเก็บเงินเดือนละ 1,000 บาทตั้งแต่อายุ 20 ปี

และเลิกเก็บเงินเม่ออายุ 35 ปี หลังจากน้นพ่เก้าก็ปล่อยให้เงิน


ก้อนนั้นเติบโตไปเรื่อยๆ จนกระทั่งอายุ 60 ปี


ส่วนน้าเดชมาเร่มเก็บเม่อมีอายุ 30 ปี (ช้ากว่าพ่เก้า 10 ปี)

แต่น้าเดชมุ่งมั่นที่จะเก็บเงินอย่างสม�่าเสมอเดือนละ 1,000 บาท
ตั้งแต่อายุ 30 จนกระทั่งอายุ 60 ปี
จากตัวอย่างนี้จะเห็นว่า พี่เก้าใช้เวลาเก็บเงิน 15 ปี ส่วน

น้าเดชใช้เวลาเก็บเงินถึง 30 ปี!!!
ถ้าการเก็บเงินของทั้งคู่ไม่มีดอกเบี้ย หรือผลตอบแทนใดๆ
มาท�าให้เงินมีมูลค่าเพิ่มขึ้นแล้วล่ะก็








27

พี่เก้าจะมีเงินเก็บเมื่ออายุ 60 ปี = 1,000 x 12 x 15 =
180,000 บาท

น้าเดชจะมีเงินเก็บเมื่ออายุ 60 ปี = 1,000 x 12 x 30
= 360,000 บาท




แต่หากท้งคู่เลือกท่จะนาเงินเก็บในแต่ละเดือนไปลงทุน โดย
ได้รับผลตอบแทนในอัตรา 10% ต่อปีแล้ว
พี่เก้าจะมีเงินเก็บเมื่ออายุ 65 ปี = 5,566,528 บาท
น้าเดชจะมีเงินเก็บเมื่ออายุ 65 ปี = 2,518,000 บาท

































(อ้างอิงการค�านวณเงินจาก TSI-Thailand คลิกเว็บไซต์ http://goo.gl/x5tSm)








28

29

บทที 2




การวางแผนออมเงิน






















































30

“รู้จักกับค�าว่าออม”




เคยเห็นไหมครับว่า มีคนหลายๆ คนท่พยายามแทบตาย




แต่ก็ไม่สามารถท่จะรารวย หรือมีเงินเก็บเหลือใช้กับเขาได้สักท ี
แม้ว่าพวกเขาเหล่านั้นจะมีรายได้มากเท่าไรก็ตาม

ที่เป็นแบบนี้เพราะคนเหล่านั้นไม่รู้จักคุณค่าของเงิน และที่






สาคัญพวกเขายังไม่รู้จักกับส่งท่สาคัญท่สุดในการจัดการเงินท่มีอย ู่

ของตัวเอง นั่นก็คือ “การออมเงิน”






















31

32

[การ์ตูนแทรก ]
น้าเดช – ปกติน้าก็ออมเงินอยู่บ่อยๆ นะ อย่างตอนที่ลูกค้า

ฝากเงินมาให้เก้า น้ายังเก็บไว้ใช้เองเลย
พี่เก้า/น้องกิ๋ง : นั่นมัน “อมเงิน” ไม่ใช่ “ออมเงิน” (ท�า

หน้าโมโห ควันออกหัว) + (พี่เก้าวิ่งไล่น้าเดชเพื่อเอาเงินคืน น้า
เดชวิ่งหนี)




























มีหลายๆ คนมองว่า การออมเงินเป็นภาระในการดาเนิน

ชีวิต เนื่องจากทุกๆ วันนี้เงินที่จะใช้จ่ายในแต่ละวันยังแทบจะไม่

พอใช้ ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ อีกท้งภาระส่วนตัว และครอบครัว
ที่ต้องดูแล ท�าให้ไม่คิดอยากจะออมเงินเพิ่มอีก ...



33


แต่ความเป็นจริงแล้วการออมเงนด้วยการเก็บเลกผสมน้อย


จะเป็นอีกหน่งตัวช่วยท่คอยแบ่งเบาภาระของเราในอนาคตได้เป็น


อย่างดี เพราะหากเกิดอะไรข้นมาอย่างไม่คาดคิด ไม่ว่าจะเป็นการ
เจ็บไข้ได้ป่วย เกิดอุบัติเหตุ หรือภัยพิบัติที่เกิดขึ้นอย่างที่ไม่คาด









คดมากอน เรากยงคงมเงินออมอยไว้สาหรบใชจ่าย รวมถงยังชวย



สร้างความรู้สึกปลอดภัยในการใช้ชีวิตในวันข้างหน้าต่อไป
34

นอกจากน้นการออมของเรายังมีผลต่อเศรษฐกิจโดยรวม



ของประเทศในหลายๆ ทาง ท้งเป็นตัวขับเคล่อนในการใช้จ่ายของ
ภาครัฐและภาคเอกชนต่างๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว




35

การออมของเรามีผลต่อเศรษฐกิจอย่างไร







4 1
เงินออม





การใช้จ่าย ฝากธนาคาร
หมุนเวียน








3 2




ธนาคารปล่อย
ประกอบธุรกิจ เงินกู้





















36

เม่อเรามีเงินเหลือจากการใช้จ่าย

ต่างๆ เราก็จะนาเงินไปฝากธนาคาร

เพื่อเก็บออมไว้






หลังจากธนาคารมีเงินฝากก ็
จะสามารถนาไปปล่อยกู้ให้กับธุรกิจ

ต่างๆ ต่อไป





จากน้นธุรกิจก็จะนาเงินไป


ประกอบธุรกิจ ใช้ในการหมุนเวียนเงิน
ทุนต่างๆ และก็ผลิตสินค้าหรือบริการ

เข้าสู่ระบบให้กับผู้บริโภค





เมื่อมีสินค้าและบริการออกมาก็จะเกิดการใช้สอยต่างๆ ซึ่ง

เงินท่ธุรกิจได้รับจากการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนจะทาให้เกิด



การออมอีกทอดหน่ง รวมถึงนามาแจกจ่ายให้เป็นค่าจ้างแรงงาน

ต่างๆ เพื่อเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจต่อไป









37

ความสัมพันธ์ระหว่างรายได้ ค่าใช้จ่าย และเงินออม
โดยปกตแล้วคนส่วนใหญ่มกเข้าใจว่า เงนออม หมายถง




รายได้หักด้วยค่าใช้จ่าย จึงเลือกท่จะออมเงินเฉพาะส่วนท่เหลือ




จากการใช้จ่ายเท่าน้น ซ่งสมการในการออมเงินจะออกมาในรูป
แบบนี้ครับ
รายได้ – ค่าใช้จ่าย = เงินออม






รายได้








ค่าใช้จ่าย







เงินออม



















38


ซ่งวิธีคิดแบบน้จะทาให้เราไม่สามารถออมเงินได้ดีนัก






เน่องจากเม่อเรามีเงินเหลือจากการใช้จ่ายเม่อไร ก็จะนาไปใช้


จ่ายต่อไปกับส่งท่ไม่จาเป็น เพราะเห็นว่ายังคงมีเงินเหลืออยู่จน




ไม่เหลือเงินออมในท่สุด ดังน้น เราควรจะเปล่ยนรูปแบบความ
สัมพันธ์ของสมการใหม่เป็น
รายได้ – เงินออม = ค่าใช้จ่าย
รายได้







เงินออม








ค่าใช้จ่าย






รูปแบบความสัมพันธ์นี้จะเรียกกันว่า “ออมก่อนใช้” หรือ

“ออมก่อนจ่าย” ซึ่งแปลว่า เมื่อเราได้รับรายได้มาเท่าไรให้แบ่ง






เงินสวนหนึ่งเก็บออมไวกอน แลวคอยน�าสวนที่เหลือมาใชจาย จะ



ทาให้เราสามารถออมเงินในทุกๆ คร้งท่เราได้รับรายได้น่นเองครับ



39

40

ก�าหนดเป้าหมายในการออมเงิน




ก่อนที่จะเข้าสู่เรื่องต่อไป ผมอยากให้ทุกคนลองถามตัวเอง

ดูก่อนว่า ในปัจจุบันได้มีเงินเก็บเงินออมไว้ เพ่อจะรับมือกับ

สถานการณ์ดังต่อไปนี้บ้างหรือเปล่าครับ






ตกงานมากกว่า 6 เดือน
ประสบอุบัติเหตุร้ายแรงต้องใช้เงินในการรักษาด่วน

สูญเสียบุคคลส�าคัญในครอบครัว
เกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่

เตรียมเงินไว้ใช้จ่ายหลังเกษียณ










ถ้าคาตอบของคณ คอ “ไม่” ก็แสดงให้เห็นว่า ณ ตอนนคุณ

ยังไม่มีเงินออม และยังไม่ได้กาหนดเป้าหมายในการออมเงินไว้เลย
ครับ แต่ถ้าค�าตอบของคุณคือ “มีแล้ว” หรือ “มีบ้าง” ก็แสดงว่า


คุณได้เร่มต้นออมเงินหรืออาจจะกาหนดเป้าหมายในการออมเงิน
ให้กับตัวเองไว้บ้างแล้ว ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ดีในการวางแผนจัดการ
เงินออมในขั้นตอนต่อๆ ไปครับ











41

รู้จักเป้าหมายในการออมเงิน




จากสมการออมเงินที่ผ่านมาบอกกับเราว่า เราควรออมเงิน

ไว้ก่อนที่จะน�าไปใช้จ่าย แต่ก็ยังไม่ได้บอกว่า จ�านวนเงินที่เราจะ

ต้องออมในแต่ละคร้งควรจะเป็นเท่าไรดี จึงจะเรียกว่าเหมาะสม
กับรายได้และการใช้ชีวิตของเรา




คาตอบทเหมาะสมนนอย่ท “เป้าหมายในการออมเงน”








นี่แหละครับ ที่จะเป็นตัวตอบค�าถามข้างต้นให้กับเรา

ปกติแล้วเป้าหมายในการออมเงินของทุกคนน้นก็ย่อมจะ
แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับอุปนิสัย ความต้องการ ภาระหน้าที่ และ
ปัจจัยอื่นๆ อีกมากมายครับ ซึ่งผมอยากแนะน�าให้เริ่มต้นถามตัว
ของคุณเองก่อนว่า คุณมีความต้องการและเป้าหมายในการออม
อย่างไรบ้าง


ถ้าหากตอนน้คุณยังตอบคาถามไม่ได้ และไม่รู้ว่าจะต้องออม



เงินไว้เท่าไร หรือกาลังครุ่นคิดจิตสับสนว่าจะกาหนดเป้าหมาย
ในการออมเงินอย่างไรดี ผมก็มีวิธีง่ายๆ มาแนะนาตามสูตรการ

ค�านวณเงินออมดังนี้ครับ












42

จ�านวนเงินออมที่เราควรมี = 1 / 10 x อายุ x เงินได้ทั้งปี



เช่น ถ้าหากตอนนี้คุณอายุ 25 ปี และได้รับเงินเดือนเดือน

ละ 10,000 บาท ดังนั้น คุณควรจะมีเงินออมในขณะนี้ประมาณ
300,000 บาท (25 x 10,000 x 12 / 10)
















































43

ถึงแม้ว่าตอนนี้คุณจะยังไม่มีเงินออมตามที่ค�านวณได้ ก็ไม่
ต้องประหลาดใจไปนะครับ เพราะผมแอบสืบมาว่า ยังมีคนอื่นอีก

มากมายที่ยังไม่มีเงินออมเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่า ณ ตอนนี้คุณ
ก็โชคดีกว่าพวกเขาเหล่านั้นตรงที่คุณรู้แล้วว่า ตัวเองควรจะมีเงิน

ออมไว้เท่าไร ที่เหลือคือ เริ่มลงมือ “ออม” เงินเท่านั้นเองครับ






อย่างไรก็ตามจานวนเงินท่เหมาะสมท่คณควรออมอาจจะ


มากกว่าหรือน้อยกว่าจานวนทคานวณได้ อย่างท่ผมอธิบายไป




ก่อนหน้านี้ครับว่า เป้าหมายในการออมของแต่ละคนนั้นจะขึ้นอยู่



กับความต้องการ ภาระ หน้าท่ และปัจจัยอ่นๆ ท่เก่ยวข้องเป็นหลัก


หลังจากท่เราเร่มรู้จักเป้าหมายในการออมเงินแล้ว ส่งต่อไป


ที่เราควรจะท�าก็คือ การแบ่งเป้าหมายออกเป็น 2 ช่วงคือ
เป้าหมายระยะส้นกับเป้าหมายระยะยาว เพ่อท่เราจะได้



เห็นภาพท่ชัดเจนมากข้น เพราะแต่ละคนมีความต้องการท่แตก



ต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นความต้องการบ้านหลังใหม่ ต้องการเกษียณ


อายุการทางานไวๆ หรือต้องการท่จะสร้างอนาคตชีวิตครอบครัว


อีกท้งการแบ่งเป้าหมายเป็น 2 ระยะน้จะช่วยให้คุณสามารถจัด
ล�าดับความส�าคัญของการออมเงินได้ดียิ่งขึ้นด้วยครับ








44

เป้าหมายระยะสัน VS เป้าหมาย

ระยะยาว






เป้าหมายระยะส้น คือ เป้าหมายการออมเงินในช่วงเวลา



ส้นๆ อาจจะไม่เกิน 1-3 ปี ซ่งเป็นเป้าหมายท่ทาได้ง่าย และ

รวดเร็วกว่าเป้าหมายระยะยาว เช่น การออมเงินไว้สาหรับซ้อ




รถยนต์ การออมเงินเพ่อเตรียมตัวแต่งงาน หรือออมเงินไว้สาหรับ
ใช้จ่ายอื่นๆ ในอนาคตอันใกล้






















เป้าหมายระยะยาว คือ เป้าหมายการออมท่ยาวนานกว่า





เป้าหมายระยะส้น หรือเป้าหมายท่เราต้องการออมเพ่อนาเงินออม
ไปลงทุน ส�าหรับอนาคตที่เราอาจจะไม่มีรายได้แล้ว เช่น การออม



เงินเพ่อเกษียณ เงินออมสาหรับเหตุฉุกเฉินต่างๆ เงินออมท่เก็บไว้
เป็นมรดกให้แก่ลูกหลาน เป็นต้น

45

ลองเขียนเป้าหมายการออมของคุณดูสิครับ!!



เป้าหมายการออมระยะสั้น























เป้าหมายการออมระยะยาว




























46

วินัยในการออมเงิน




หลังจากเรารู้จักและได้กาหนดเป้าหมายในการออมของเรา

ทั้ง “เป้าหมายระยะสั้น” และ “เป้าหมายระยะยาว” แล้ว สิ่งที่





เราควรทาหลังจากน้นกคือ การเร่มต้นออมเงน เพ่อท่จะเดินทางไป


สู่เป้าหมายของเรา โดยการออมเงินของเราน้นจะขาดคุณสมบัติท ี ่

เรียกว่า “วินัยในการออม” ไม่ได้เลยล่ะครับ
ค�าว่า “วินัย” ก็หมายถึง “ระเบียบแบบแผน” ถ้าเราไม่

เร่มต้นวางระเบียบแบบแผนในการออมของเราต้งแต่เร่มต้นแล้ว


เป้าหมายในการออมเงินของเรากดูเหมอนจะห่างไกลออกไป



เร่อยๆ หรือถ้าเปรียบการออมของเราเป็นการเดินทาง ก็เหมือน
ว่าจะเป็นการเดินทางอย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง และท้ายที่สุด
แล้วเราก็คงไม่เจอปลายทางหรือความส�าเร็จได้สักทีใช่ไหมครับ


























47

ความสุขในวันนี หรือวันข้างหน้า





ว่ากันว่า คนเรานั้นมีข้อบกพร่องโดยธรรมชาติก็คือ หากจะ

ต้องลงมือทาอะไรทต้องเสียสละความสขในวนน้ เพอความสุขในวัน








ข้างหน้า เช่น การลดน�้าหนัก การออมเงิน หรือแม้แต่การอดทน








กบงานหนก เพอความกาวหนาในอนาคต เรามกจะมความคดดาน


ลบอยู่ในหัวคอยบอกกับเราว่า
วันนี้กินให้เต็มที่ก่อนละกัน พรุ่งนี้ค่อยลดน�้าหนัก เดี๋ยวจะ
ออกก�าลังกายให้เต็มที่เลยนะคอยดู!!
วันนี้ขอใช้เงินก่อนเถอะ ไว้ค่อยว่ากันอีกที รอเงินเดือนงวด
หน้าออก แล้วฉันจะเริ่มออมเงินอย่างจริงจังเสียที



งานหนักจังเลย วันน้ขอพักเอาแรงก่อน ไว้พรุ่งน้ค่อยเร่ม
ท�าใหม่ละกัน
















48

49

เห็นไหมครับว่า ถ้าเราขาด “วินัยในการออม” เมื่อไรแล้ว




ล่ะก็ เราก็ไม่สามารถท่จะเร่มต้นออมเงินเพ่อความสุขในอนาคตได้
เสียที บางคนอาจจะมารู้สึกตัวอีกทีตอนที่มีปัญหาด้านการเงิน ที่









ต้องจบจ่ายใช้สอยเงนเป็นจานวนมาก ทนเรากต้องมานงทกข์ใจ

อีกว่า เอ๊ะ ท�าไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นด้วย และจะหาเงินจากไหน
มาใช้จ่ายดีล่ะเนี่ย









ยงสงคมในยคปัจจบนนมการเปลยนแปลงอย่างรวดเรว










ประกอบกบเทคโนโลยมความทนสมยมากขน ทาให้คนมอาย ุ


ยืนยาวเพิ่มขึ้น แถมภาวะเศรษฐกิจก็ไม่แน่นอน สรรพสิ่งบนโลก

น้ได้ถูกครอบงาด้วยเงินตรา ชีวิตประจาวันเราจึงวนเวียนอยู่กับ


การใช้จ่ายทั้งสิ้น เพราะเงินเป็นตัวขับเคลื่อนอ�านวยความสะดวก
ในการใช้ชีวิต คนเราจึงต้องมีการจับจ่ายใช้สอยกันตลอด
ถ้าหากเราไม่เร่มต้นวางแผนการออมเงินอย่างถูกวิธี รวมถึง



การขาดวินัยในการออมเงิน ชีวิตของเราก็จะถูกกาหนดด้วยจานวน
เงินที่มีเหลืออยู่ หรือไม่ก็ต้องกลายเป็นคนที่มีหนี้สินมากมาย ส่ง
ผลล�าบากไปถึงคนในครอบครัวและลูกหลานอีกด้วย

50


Click to View FlipBook Version