The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mintana111, 2020-02-23 21:41:52

เงินน้อยก็รวยได้




ตอบแทนไม่เป็นไปตามท่คาดหวังมีอะไรบ้าง ความเส่ยงในเร่อง
ประเทศท่กองทุนรวมเข้าไปลงทุน ความเส่ยงเร่องสภาพคล่องของ



สินทรัพย์ที่เข้าไปลงทุน นอกจากนั้นก็ยังต้องไปดูความเสี่ยงอื่นๆ







ทเกยวข้องกับการลงทุนในกองทนรวมนามนอีกด้วย เช่น ความ

เสี่ยงจากความผันผวนของราคาน�้ามัน (price risk)
กองทุนทีลงทุนในต่างประเทศ (Foreign Investment

Fund) หรือ (FIF) เป็นกองทุนท่จะนาเงินไปลงทุนในต่างประเทศ


ท้งในตลาดเงิน ตลาดทุน ทองคา หรือลงทุนในอสังหาริมทรัพย์










เพอลดความเสยงของการกระจกตวในการลงทนแต่เพยงใน
ประเทศเท่าน้น กองทุนประเภทน้มักมีความเส่ยงสูงมากอาจได้



รับความผันผวนของราคาสินทรัพย์ท่ไปลงทุน และความผันผวน

ของอัตราแลกเปล่ยนเงินตราต่างประเทศ การลงทุนประเภทน ้ ี


เหมาะกับนักลงทุนท่ต้องการกระจายการลงทุนไปต่างประเทศ
และสามารถรับความเส่ยงด้านอัตราแลกเปล่ยน และต้องการผล


ตอบแทนที่สูงกว่าการลงทุนในประเทศ
กองทุนแบบผสม (Flexible Fund) เป็นกองทุนที่ลงทุน

โดยวิธีการผสมผสาน โดยจะกาหนดให้ลงทุนในตราสารทุนไม่เกิน
กว่าร้อยละ 65 แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 35 ส่วนที่เหลือน�าไป

ลงทุนในตราสารอ่นได้ตามความเหมาะสม ซ่งข้นอยู่กับนโยบาย





ของผู้จัดการกองทุน เหมาะสาหรับผู้ลงทุนท่ยอมรับความเส่ยง
ได้ปานกลาง
101

กองทุนผสมแบบยืดหยุ่น (Balance Fund) เป็นกองทุน

ท่ลงทุนแบบผสมผสานเช่นเดียวกันกองทุนแบบผสม แต่ไม่ได้

ก�าหนดสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนหรือตราสารหนี้ ขึ้นอยู่กับ



นโยบายของผู้จัดการกองทุน เหมาะสาหรับผู้ลงทุนท่ยอมรับความ
เสี่ยงได้ปานกลาง



กองทุนอิงดัชนี (Index Fund) เป็นกองทุนท่ลงทุนใน




ตราสารทุน แต่จะให้นาหนักการลงทุนให้เท่ากบดัชนีนนๆ หรอ


เหนือกว่า เช่น กองทุนที่อ้างอิงดัชนีของบริษัทจดทะเบียนขนาด
ใหญ่ 50 อันดับแรกในตลาดหลักทรัพย์ (SET50 index) ผล
ตอบแทนที่ได้คือ ก�าไรส่วนต่างราคา (capital gain)



กองทุนเพือการเลียงชีพ (Retirement Mutual Fund)
เป็นกองทุนรวมท่มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการออมระยะยาว


เพ่อการเล้ยงชีพของผู้ถือหน่วยลงทุน ไว้เตรียมความพร้อมสาหรับ


เกษียณอายุ และได้รับสิทธิพิเศษในการลดหย่อนภาษีไม่เกินปีละ
300,000 บาทเปนผลประโยชนแฝง กองทุนประเภทนี้เหมาะกับ


ผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่มีบ�าเหน็จบ�านาญรองรับ



















102

กองทุนหุ้นระยะยาว (Long-term Equity Fund) เป็น

กองทุนรวมตราสารแห่งทุน โดยจะลงทุนในบริษัทจดทะเบียนไม่
ต�่ากว่า 65% ของมูลค่าหน่วยลงทุน โดยผู้ลงทุนจะต้องถืออย่าง

น้อย 5 ปีถึงจะไถ่ถอนคืนได้ หากคืนก่อนก�าหนดต้องคืนเงินภาษี
ที่ได้รับยกเว้นไป พร้อมกับเพิ่มเงินในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน




นับต้งแต่เดือนเมษายนของปีท่ผู้ลงทุนย่นขอยกเว้นภาษี จนถึง



เดือนท่มีการย่นคืนเงินภาษี นอกจากน้นต้องจ่ายภาษีของกาไร

ส่วนเกินทุน (capital gain) โดยถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ของ
เงินก�าไรที่ได้รับ และยังต้องน�าก�าไรที่ได้รับจากการขายคืนหน่วย
ลงทุนไปรวมเป็นเงินได้ เพื่อเสียภาษีตอนปลายปีอีกด้วย หากท�า
ตามกฎลงทุนครบ 5 ปี ผู้ลงทุนจะได้รับสิทธิพิเศษในการลดหย่อน

ภาษีเป็นผลประโยชน์แฝงเช่นเดียวกันกับกองทุนเพ่อการเล้ยงชีพ


กองทุนประเภทก�าหนดผลตอบแทน (Target Fund) เป็น

กองทุนประเภทก�าหนดผลตอบแทนและระยะเวลาชัดเจน เป็นรูป

แบบกองทุนปิด อาจลงทุนในกองทุนน�้ามัน กองทุนทองค�า หรือ
กองทุนต่างประเทศก็ได้ ขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้จัดการกองทุน



กองทุน ETF (Exchange Traded Fund) เป็นกองทุน


เปิดท่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซ้อขายสะดวกเหมือนหุ้น


แต่เสียค่าบริหารจัดการตากว่ากองทุนอ่นๆ ซ่งเป็นข้อแตกต่างจาก



กองทุนอิงดัชนี (Index Fund) อย่างเห็นได้ชัด และสามารถอ้างอิง






103










ดชนีไดหลายประเภท เชน ดชนราคาหลกทรัพย ดชนราคาตราสาร
หนี้ ดัชนีราคาทองค�า ราคาน�้ามัน ซึ่งจะคิดมูลค่าหน่วยลงทุนทุก
นาที โดยมี Market Maker คอยจัดให้ราคาเสนอซื้อขายใกล้เคียง





กบมลค่าหน่วยลงทุนทแท้จรง เป็นการรวมเอาคณสมบัตเด่น


ของหุ้นและกองทุนเปิดไว้ด้วยกัน ผู้ลงทุนสามารถเก็งก�าไรได้ทั้ง
พอร์ตการลงทุน แต่หุ้นจะเก็งก�าไรได้เฉพาะตัวที่ซื้อเท่านั้น หาก
ไม่ต้องการลุ้นเก็งกาไรก็สามารถถือหน่วยลงทุนกองทุน ETF แบบ

ระยะยาวเพื่อรอปันผลได้
กองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) เป็นกองทุนรวม


ท่มีนโยบายการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม และใบสาคัญ
แสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอีกทีหนึ่ง

โดยความเส่ยงของการลงทุนในกองทุนรวมประเภทต่างๆ





น้น เราสามารถเรียงลาดับตามระดับต้งแต่ความเส่ยงตาไป

หาความเสี่ยงสูงได้ดังนี้ครับ





















104

ความเสี่ยงสูงมาก
กองทุนรวมที่มีการลงทุนในตราสารที่ซับซ้อน




ความเสี่ยงสูงมาก
กองทุนรวมหุ้นของบริษัทที่อยู่ในธุรกิจประเภทเดียวกัน
กองทุนรวมหุ้นที่มีนโยบายเน้นสร้างผลตอบแทนให้สูงกว่าดัชนีอ้างอิง (Active)
กองทุนรวมดัชนี / กองทุนรวม ETF หุ้น



ความเสี่ยงปานกลาง
กองทุนรวมผสมที่เน้นลงทุนในตราสารทุน
กองทุนรวมผสมที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้




ความเสี่ยงต�่า

กองทุนรวมตราสารหนี้ทั่วไป
ความเสี่ยงสูง



ความเสี่ยงต�่ามาก
กองทุนรวมพันธบัตรรัฐบาล
กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น
(Short-term Bond Fund)
กองทุนรวมตลาดเงิน / กองทุนรวมคุ้มครองเงินต้น















ความเส่ยงตา


105

แต่ส�าหรับกลยุทธ์การลงทุนในกองทุนรวมแบบ “เงินน้อย
ก็รวยได้” ผมได้คัดเลือกเฉพาะกองทุนรวมท่ให้ผลตอบแทนท ่ ี


น่าสนใจ และง่ายต่อการทาความเข้าใจ โดยแบ่งออกมาเป็น 3
ประเภท ได้แก่





เสี่ยงปานกลาง
• ตราสารเงิน • ตราสารหนี้ • ตราสารทุน
• พันธบัตร • กองทุนผสม • อื่นๆ

เสี่ยงต่�า เสี่ยงสูง




- กองทุนรวมที่ลงทุนในตราสารเงินหรือพันธบัตร (ความ

เสี่ยงต�่า)

- กองทุนรวมท่ลงทุนในตราสารหน้หรือกองทุนผสม (ความ

เสี่ยงปานกลาง)
- กองทุนรวมที่ลงทุนในตราสารทุน (ความเสี่ยงสูง)



ในการเลือกลงทุนสาหรับกองทุนรวมท้ง 3 ประเภทน้ผมขอ



แนะนาให้คุณพิจารณาจากความเส่ยงท่เรายอมรับได้ก่อนครับ เช่น



ถ้าหากคุณเป็นคนที่ยอมรับความเสี่ยงจากการลงทุนได้ต�่า ผมจะ




แนะนาให้เลือกลงทุนในกองทุนกลุ่มท่ความเส่ยงตาก็คือ กองทุนท ่ ี

ลงทุนในตราสารเงินครับ แต่ถ้าคุณเป็นคนที่รับความเสี่ยงได้ปาน
กลางหรือความเส่ยงสูง ผมก็จะแนะนาให้ลงทุนในกองทุนท่เป็น



ตราสารหนี้ กองทุนผสม หรือกองทุนตราสารทุนแทนครับ
106



ส�าหรับวิธีในการลงทุนในกองทุนรวมนั้นผมแนะน�าใหใชวิธี
“ทยอยสะสมหน่วยลงทุน” ในแต่ละเดือนแทนครับ โดยพยายาม
ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันกับเงินออมของเราที่วางไว้ครับ





รู้จักกับวิธีการทยอยสะสมหน่วยลงทุนหรือ Dollar Cost
Averaging (DCA)




สาหรับวิธีการ “ทยอยออม” ในกองทุนรวมน้นผมได้อ้างอิง


จากทฤษฎีการลงทุนตามวิธี Dollar Cost Averaging หรือ DCA


ซ่งเป็นวธีการลงทุนอย่างสมาเสมอเป็นงวดๆ โดยแบ่งเงินลงทน





ออกเป็นจานวนเท่าๆ กัน และลงทุนตามระยะเวลาท่กาหนดใน

แต่ละงวด เช่น ลงทุนทุกๆ สัปดาห์ ทุกๆ เดือน เป็นต้น

























107

ตัวอย่างเช่น
- ลงทุนในกองทุนรวมตราสารทุนครั้งละ 1,000 บาททุก

วันที่ 1 ของเดือน
- ลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ครั้งละ 500 บาททุกๆ วัน

จันทร์ของสัปดาห์






ซ่งข้อดีของการลงทุนในวิธีน้ก็คือ จะช่วยจากัดการซ้อขายท ่ ี



ผิดเวลาของเราออกไปจากการซ้อในจานวนมากๆ เพียงคร้งเดียว



และเปนวธการท่จะชวยสรางวนยในการลงทนใหกบเราอกทางหนง


















การท่เราทยอยลงทุนสมาเสมอในสัดส่วนเงินท่เท่าๆ กัน

ทุกเดือนในระยะยาวน้น นอกจากท่จะช่วยลดความเส่ยงจากการ


ลงทุนด้วยเงินจ�านวนมากๆ ในครั้งเดียวแล้ว ยังถือว่าเป็นวิธีการ
เฉล่ยต้นทุนของเงินลงทุน และความเส่ยงจากความผันผวนของ


ราคาหน่วยลงทุนให้ลดต�่าลงอีกด้วยครับ

โดยการทยอยสะสมน้นเราสามารถเลือกให้บริษัทจัดการ
กองทุนจัดการให้เราอัตโนมัติโดยหักจากบัญชีเงินฝากธนาคาร

ไปซ้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมได้ทันที โดยทางบริษัทจัดการ
กองทุนจะซื้อให้เป็นประจ�าตามค�าสั่งที่คุณได้ก�าหนดไว้ครับ
108

สมมติว่า ถ้าคุณอยากจะออมเข้ากองทุนเดือนละ 1,000
บาท ก็สามารถเลือกได้ว่าจะให้หักเงิน 1,000 บาทจากบัญชีเงิน



ฝากของคุณอัตโนมัติในวันท่คุณกาหนดไว้ในแต่ละเดือนหรือไม่

โดยรายละเอียดในส่วนน้คุณสามารถติดต่อจากทางบริษัทจัดการ

กองทุนท่คุณสะดวกได้เลยครับ หรือถ้าหากคุณใช้อินเทอร์เน็ต
เป็นด้วยแล้วล่ะก็ คุณสามารถเข้าไปจัดการข้อมูลบริการซ้อขาย








ผ่านอนเทอร์เนต และจดการเรองการหกบญชในส่วนนได้ด้วย



ตัวเองเลยครับ

อย่างไรก็ตามการลงทุนแบบทยอยสะสมหน่วยลงทุนน้นอาจ




จะทาให้เราไม่ได้รบผลตอบแทนทสูงสุด เน่องจากความผันผวน

ของตลาดเช่นเดียวกัน เพราะถ้าเราสามารถคาดเดาราคาหน่วย
ลงทุนได้ และลงทุนในช่วงท่ราคาหน่วยลงทุนตาท่สุด ผลตอบแทน




ก็ควรจะได้มากกว่าค่อยๆ ทยอยซื้อใช่ไหมล่ะครับ
แต่จรงๆ แล้วไม่มใครสามารถคาดเดาอนาคตได้ถกต้อง




ท้งหมดหรอกครับ ดังน้น วิธีการลงทุนแบบทยอยสะสมหน่วย




ลงทนน้นถือเป็นวิธีการลงทุนพร้อมๆ กบกระจายความเส่ยงไป


ด้วยในตัวครับ เพราะเราไม่รู้ว่าราคาหน่วยลงทุนจะข้นหรือลง
ในวันไหน ประกอบกับการทยอยลงทุนตามวิธีน้จะสอดคล้องกับ

วิธีการออมเงินของเราในแบบ “เงินน้อยก็รวยได้” มากกว่า



เน่องจากเราไม่ได้มีเงินออมท่จะมาลงทุนคร้งละมากๆ ใช่ไหมครับ
109

แนวคิดของการทยอยออม


เน่องจากการออมเงินแบบทยอยออมน้นเราต้องใช้ระยะ




เวลาท่ค่อนข้างนาน และตัวของผู้ออมเองก็ต้องใช้ท้ง “วินัย” และ

“ความอดทน” ในการออม จึงจะเห็นผลตอบแทนท่ชัดเจนกว่า
การลงทุนแบบอื่นๆ


ผมจึงได้สรุปแนวคิดของการทยอยออมออกมา 4 ข้อให้

คุณใช้พิจารณาว่า วิธีน้เหมาะสาหรับการออมของคุณหรือไม่ และ



สาหรับผู้ท่เร่มออมไปแล้ว อาจจะใช้เป็นข้อเตือนใจเม่อผลตอบแทน



จากการลงทุนในระยะส้นของคุณไม่เป็นไปตามท่คาดไว้ก็ได้ครับ





ตงทศนคตว่า เงินท่ทยอยออมในหน่วยลงทน เราต้องการนาไป




ลงทุนในระยะยาวตั้งแต่ 5 -10 ปีขึ้นไป


ลองสารวจตัวคุณเองว่า มีความสามารถเพียงพอท่จะออม
เงินเพื่อการลงทุนอย่างสม�่าเสมอหรือไม่ เช่น คุณมีรายได้เข้ามา
ต่อเนื่องในจ�านวนเท่าๆ กันทุกเดือน และสามารถแบ่งมาออมใน
ระยะยาวตามข้อ 1 ได้หรือไม่


ให้กาหนดช่วงเวลาท่แน่นอนในการออม เช่น ทุกวันท่ 1

ของเดือน หรือทุกวันจันทร์ของสัปดาห์ เป็นต้น พร้อมๆ กับการ
ก�าหนดจ�านวนเงินออมที่เท่าๆ กันในแต่ละงวด
ข้อสุดท้ายที่ส�าคัญที่สุดก็คือ คุณต้องมีวินัยและไม่หวั่นไหว


กับการเปล่ยนแปลงของสภาวะการท่เกิดข้น ไม่ว่าราคากองทุน

รวมจะเพิ่มขึ้นหรือจะลดลงก็ตาม




110

ตราสารทุน

(หุ้นสามัญในตลาดหลักทรัพย์)





ถ้าคุณก�าลังคุยกับเพื่อนๆ แล้วบอกว่า ตอนนี้เราลงทุนอยู่

ในตราสารทุนอยู่ ผมเช่อว่าหลายๆ คนคงไม่เข้าใจ อาจจะถาม




มาว่า เอ๊ะ คุณกาลังทาอะไรอยู่กันแน่ แต่ถ้าคุณเลือกท่จะบอก
พวกเขาเหล่านั้นว่าก�าลัง “เล่นหุ้น” อยู่ ก็คงมีหลายๆ คนที่ร้อง
อ๋อ กันเลยทีเดียว





























111

112


หุ้นหรือตราสารทุน คือ ตราสารท่กิจการออกให้แก่ผู้ถือ เพ่อ

ระดมเงินทุนไปใช้ในกิจการ โดยผู้ถือตราสารทุนจะมีฐานะเป็น


“เจ้าของกิจการ” รวมท้งมีส่วนได้เสีย หรือมีสิทธ์ในทรัพย์สินและ
รายได้ของกิจการ และมีโอกาสจะได้รับผลตอบแทนเป็นเงินปันผล
ตามข้อตกลงหรือนโยบายของธุรกิจน้นๆ รวมถึงส่วนต่างของราคา

ที่เพิ่มขึ้นหลังจากที่ได้ลงทุนไปแล้ว

โดยปกติแล้วคนส่วนใหญ่จะเลือกลงทุนในหุ้นท่อยู่ใน



ตลาดหลักทรัพย์เป็นหลัก ซ่งข้อจากัดในการลงทุนในลักษณะน ้ ี





ผ้ลงทนจะต้องใช้เงนลงทนมากกว่าการลงทนประเภทอนๆ และ


เตรียมใจยอมรับความเส่ยงท่เกิดข้นจากการลงทุนมากกว่าด้วย





ครับ เพราะโดยปกติแล้วจานวนหุ้นข้นตาในตลาดหลักทรัพย์




ท่เราจะซ้อได้ต้องเร่มต้นท่ 100 หุ้น ซ่งถ้าหากหุ้นตัวละไม่ก ่ ี






บาทหรือแค่เพียงสิบย่สิบบาทก็คงจะไม่ลาบากท่จะซ้อได้ แต่ใน

ตลาดหลักทรัพย์น้นมีหุ้นมากมาย บางตัวก็เป็นหลักสิบปลายๆ


หรือหลักร้อย ดังน้น เงินออมท่เรามีในแต่ละเดือนก็คงจะไม่พอซ้อ


ท�าให้เราไม่สามารถลงทุนในหุ้นได้ จนท�าให้บางคนต้องเปลี่ยนใจ
ไปลงทุนในกองทุนรวมแทนครับ
แต่ในกรณี “เงินน้อยก็รวยได้” ที่ก�าลังจะเริ่มต้นออมด้วย


เงินจานวนไม่มากนักต่อเดือน แต่มีความต้องการท่จะลงทุนในหุ้น
เราก็สามารถเลือกลงทุนผ่านทางบริษัทหลักทรัพย์ท่มี “โปรแกรม

ซื้อหุ้นรายเดือน” ซึ่งจะเริ่มต้นที่เดือนละ 1,000 บาท ท�าให้เรา
สามารถที่จะซื้อหุ้นได้แล้วครับ
113

ซึ่งในปัจจุบันมีบริษัทหลักทรัพย์อยู่ 2 แห่งที่มีโปรแกรมนี้


ให้เราใช้ครับคือ บริษัทหลักทรัพย์ซีไอเอ็มบี อินเตอร์เนช่นแนล


(ประเทศไทย) และบริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป ซ่งเง่อนไขของการ
ลงทุนในโปรแกรมซ้อหุ้นรายเดือนแต่ละแห่งน้นสรุปออกมาเป็น


ตารางดังนี้ครับ


รายละเอียด ฟิลลิป ซิกโก้
ชื่อโครงการ บัญชีออมหุ้น (Share Builder Plan) โครงการออมหุ้น (Easy Wealth Builder)
หุ้นโครงการ ประมาณ 10-15 ตัว (มีการปรับปรุงทุกๆ ครึ่งปี) หุ้นใน SET 50/Set 50 ETF (TDEX/ENGY)
เงินลงทุนขั้นต�่าต่อเดือน 1,000 บาท 1,000 บาท
เงินลงทุนขั้นต�่าต่อหุ้น 1,000 บาท 1,000 บาท
จ�านวนหลักทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ 1,000-10,000 บาท - 3 ตัว เลือกได้ไม่เกิน 10 ตัว
10,001-25,000 บาท - 5 ตัว
25,001 บาทขึ้นไป - 7 ตัว
วันที่ลงทุน ทุกวันที่ 5 หรือ 20 ของทุกเดือน ทุกวันที่ 5/15/25 ของทุกเดือน
ราคาลงทุน/ราคาซื้อ ราคาเปิด (At the Open : ATO) ราคาเปิด (At the Open : ATO)
วันที่ช�าระราคา 1 วันก่อนวันท�าการ (T-1) 3 วันท�าการหลังวันที่ลงทุน (T+3)
วิธีการช�าระราคา หักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ (ATS) หักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ (ATS)
0.2578% ของจ�านวนเงินที่ลงทุนขั้นต�่า 30 บาท 0.2578% ของปริมาณการซื้อขาย
ค่าธรรมเนียม
ต่อวัน (ยังไม่รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม) (ยังไม่รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม)














114


ข้อดีของการออมหุ้นเม่อเปรียบเทียบกับการลงทุน
แบบอื่น




1. ในกรณีท่หุ้นของบริษัทท่เราถือมีกาไร ก็มีเงินปันผล


จ่ายให้ทุกปี และถ้าเราเลือกที่จะลงทุนในหุ้นปันผลที่เติบโตได้ทุก


ปี ทาให้เราอาจจะได้กาไรจากส่วนต่างของราคามาเป็นของแถม
ด้วยครับ โดยอัตราผลตอบแทนจากการออมหุ้นนั้น โดยรวมแล้ว
สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารค่อนข้างมากครับ



2. การออมหุ้นมีข้อมูลให้ติดตามศึกษาผลประกอบการใน










ทกไตรมาสวา ผลประกอบการของบรษททเราถอหนอยนนเตบโต




มากน้อยแค่ไหน มีแผนการขยายงานหรือการลงทุนหรือไม่ แนว
โน้มบริษัทเป็นอย่างไร ทาให้นาข้อมูลมาใช้ในการตัดสินใจเลือก


ลงทุนได้ง่ายกว่าการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ









115

ทองค�า



ในช่วงปีสองปีท่ผ่านมาน้หลายๆ คนอาจจะสังเกตว่ากระแส

การลงทุนในทองค�าก�าลังมาแรง และเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ได้รับ



ความนิยมเป็นอย่างมาก เน่องจากราคาทองคาได้ปรับเพ่มข้นอย่าง









ตอเนองในชวงเวลาทผานมา และถงแมเราจะเหนวาราคาทองจะ



มีการปรับตัวลดลงบ้างก็ตาม แต่ความนิยมในการลงทุนก็มิได้ลด
น้อยลงเลยครับ












กราฟราคาทองค�าย้อนหลัง



โดยสาเหตุท่คนส่วนใหญ่หันมาลงทุนในทองคา มีดังน ้ ี


ครับ
ทองคาเป็นโลหะท่มีค่า ซ่งถูกนามาใช้ในการป้องกันความ





เส่ยงในช่วงวิกฤติของเศรษฐกิจหรือการเมือง ช่วงสงคราม และ



116

ภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งคนส่วนใหญ่มองว่าโอกาสที่จะขาดทุนในทองค�า


น้อยกว่าหุ้น เช่น ราคาทองคาซ้อขายท่ประมาณ 20,000 –



25,000 บาท แต่หุ้นบางตัวซ้อท่ 100 บาท เผลอแป๊บเดียวราคา
หุ้นอาจจะลดลงเหลือเพียง 10 บาท
ทองค�ามีสภาพคล่องที่ดีมาก คุณสามารถซื้อขายคืนและได้
รับเงินทันที ตามร้านทองต่างๆ และไม่ต้องซื้อขายผ่านนายหน้า

เหมือนการซื้อขายหุ้น
สามารถใช้เป็นเครื่องประดับ หรือเป็นมรดกให้แก่ลูกหลาน

ก็ได้ รวมถึงยังใช้ในประเพณีต่างๆ เช่น การแต่งงาน และไม่เสื่อม
ค่าลงเหมือนสินทรัพย์อื่นๆ อย่างที่มีคนเคยพูดกันไว้ว่า “ไม่ลอก

ไม่ด�า แถมยังจ�าน�าได้”




ซ่งวิธีการลงทุนในทองคาน้นสามารถท่จะลงทุนได้หลายวิธ ี
ครับ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในทองค�าแท่ง ทองรูปพรรณ กองทุน
รวมทองค�า ทองค�าแท่งออนไลน์ โกลด์ ฟิวเจอร์ส และผลิตภัณฑ์
ทางการเงินที่เกี่ยวกับทองค�าอื่นๆ อีกมากมายครับ



การลงทุนในแต่ละวิธีก็มีข้อดีและข้อเสียท่แตกต่างกันออก


ไป แต่โดยปกติแล้วการลงทุนในทองคาจะมีข้อจากัดอยู่ข้อหน่ง





ก็คือ ในการลงทุนแต่ละคร้งจาเป็นต้องใช้เงินจานวนมากในการ
ลงทุนเหมือนกับการลงทุนในหุ้น ถ้าหากเราไม่ใช่มนุษย์เงินเดือน
ที่ได้รับเงินเดือนมากๆ ในแต่ละเดือนจนมีเงินเหลือใช้ หรือมีเงิน


ออมสะสมไว้เป็นจานวนมากแล้วล่ะก็ การลงทุนในทองคาก็ดูว่าจะ
เหมือนเป็นเรื่องค่อนข้างยากส�าหรับคนทั่วไปใช่ไหมครับ





117

ผมยังเคยได้ยินลุงๆ ป้าๆ ที่รู้จักกันบ่นให้ฟังอยู่บ่อยๆ เลย
ครับว่า กว่าที่คนๆ หนึ่งจะเก็บเงินเพื่อซื้อทองค�าให้ได้สัก 1 บาท




ยังเป็นเร่องยากเลยครับ เพราะเด๋ยวน้ทอง 1 บาทก็ราคาปาเข้าไป
สองหม่นกว่าบาทแล้ว ย่งถ้ามีเงินเดือนน้อยๆ ละก็พอหักค่าใช้



จ่ายในแต่ละเดือนแล้ว เงินออมท่ได้คงไม่เพียงพอต่อการลงทุน
ในทองค�า ต้องเก็บเป็นเงินสดไปเรื่อยๆ ก่อน และต้องอาศัยระยะ
เวลาในการเก็บออมเงินที่นานมากๆ




แต่สาหรับกลยุทธ์ในการลงทุนแบบเงินน้อยก็รวยได้อย่าง
เรา ผมก็มีทางลัดในการซื้อทองมาน�าเสนอครับ เนื่องจากปัจจุบัน

นี้มีหลายๆ บริษัทได้ออกผลิตภัณฑ์การซื้อทองค�าส�าหรับคนกลุ่ม





หน่งท่ต้องการซ้อทองคา แต่มีงบประมาณจานวนไม่มากเท่าไร
นัก เรียกว่า “โปรแกรมออมทอง” นั่นเอง โดยมีเงินเริ่มต้นขั้น
ต�่าเพียงเดือนละ 1,000 บาทเท่านั้น ท�าให้เราสามารถซื้อทองค�า
แท่งได้ทุกเดือนในรูปแบบของโปรแกรมออมทอง โดยที่ไม่ต้องรอ
เก็บเงินอีกต่อไปครับ



ตัวอย่างโปรแกรมออมทองจากหน้าเว็บไซต์


















118

ข้อดีของการออมทอง


1. เราสามารถฝากทองไว้กับบริษัท และสามารถเบิกเป็น
ทองแทงหรอทองรปพรรณได ซงปลอดภยและสะดวกมากกวาการ








ที่น�าทองมาเก็บไว้ที่ตัว
2. ทาให้เรามีวินัยในการออม เพราะระบบจะตัดบัญช ี

อัตโนมัติทุกๆ ต้นเดือน โดยการหักบัญชีอัตโนมัติ ทางธนาคารจะ
คิดค่าธรรมเนียมประมาณ 8-10 บาทต่อรายการครับ
ปัจจุบันก็มีอยู่หลายบริษัทท่ให้บริการโปรแกรมออมทอง

ครับ แต่ผมได้เลือก 3 บริษัทที่ค่อนข้างเป็นที่นิยมมาเปรียบเทียบ
ข้อมูลให้ดูครับ ได้แก่ บริษัท ออสสิริส จ�ากัด บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง



คอมโมดิทัช จากัด และบริษัท วายแอลจี บูลเล่ยน อินเตอร์เนชัน-
แนล จ�ากัด ว่ามีรายการออมทองอย่างไรบ้าง



รายการ AUSIRIS Hua Seng Heng YLG
จ�านวนเงินออมขั้นต�่า/เดือน 1,000.00 1,000.00 1,000.00
วันที่ซื้อทอง ทยอยซื้อทุกวันท�าการ วันท�าการที่ 2 ของเดือน วันท�าการที่ 2 ของเดือน
ประกาศสมาคมค้าทองค�า ราคาทองค�าขายออกฮั่วเซ่งเฮง ประกาศสมาคมค้าทองค�า
ราคาทองค�าอ้างอิง
ณ เวลา 16.00 น. ณ เวลา17.30 น. ณ เวลา 16.30 น.
การช�าระเงินงวดแรก ช�าระโดย Bill Payment เงินสด โอนเงินหรือหักบัญชีเงินฝาก
การช�าระเงินงวดต่อไป หักผ่านบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ หักผ่านบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ หักผ่านบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ
วันช�าระเงิน ช�าระทุกวันท�าการแรกของทุกเดือน ช�าระทุกวันท�าการแรกของทุกเดือน ช�าระทุกวันท�าการแรกของทุกเดือน
น�้าหนักขั้นต�่าที่ขอรับทองค�าแท่ง 0.25 บาท (ค่าก�าเหน็จ 90 บาท) 1 บาท (ค่าก�าเหน็จ 150 บาท) 10 บาท










119


ซ่งจากข้อมูลข้างต้นจะเห็นว่า มีอยู่ 2 แห่งท่เราสามารถ

เลือกออมได้ และเหมาะสมกับเราก็คือ โปรแกรมออมทองของ
บริษัท ออสสิริส และฮั่วเซ็งเฮ็ง เพราะเริ่มต้นขั้นต�่าที่จ�านวนเงิน



ต่อเดอนเพยง 1,000 บาท ถ้าหากสนใจออมทองหรอสะดวก



ท่ไหนก็ลองสอบถามข้อมูลได้จากบริษัทหรอเว็บไซต์ของบริษทฯ
เพิ่มเติมได้เลยครับ
วัยกับการออมและการลงทุน



หลังจากท่เราได้รู้จักการวิธีการออม และรู้จักกับวิธีการ
ลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ แล้ว ปัจจัยต่อมาที่เราควรจะน�า

มาพจารณากคอ การลงทนทเหมาะสมในแต่ละวยหรอช่วงอาย ุ








นั่นเองครับ เพราะแต่ละวัยนั้นก็จะมีบทบาทและหน้าที่ที่แตกต่าง
กันไปครับ ทาให้การยอมรับความเส่ยงในการลงทุนของแต่ละวัยก ็




แตกต่างกันตามไปด้วย ซ่งความสัมพันธ์ระหว่างวัยกับความเส่ยง
นั้นเราสามารถอธิบายได้ตามแผนภาพนี้ครับ
ความเสี่ยง นโยบายการลงทุน
สูง
อายุต้นวัยท�างาน
ลงทุนในหุ้น 100%
ลงทุนในหุ้น 80% หุ้นกู้ 20%
อายุกลางวัยท�างาน
ลงทุนในหุ้น 50% หุ้นกู้ 50%
อายุปลายวัยท�างาน ลงทุนในหุ้นกู้ 60% พันธบัตร 40%
ลงทุนในหุ้นกู้ 20% พันธบัตร 80%
ลงทุนในพันธบัตรและตราสารหนี้
ต�่า รัฐบาลค�้าประกัน 100%
0 ต�่า สูง ผลตอบแทน

ความเสี่ยงต�่า ผลตอบแทนตา ความเสี่ยงสูง ผลตอบแทนสูง
�่
120

จากรูปข้างต้นเราจะเห็นว่า วัยมีผลกับการตัดสินใจลงทุน



โดยคนท่มีอายุน้อยกว่าน้นจะสามารถยอมรับความเส่ยงได้ดีกว่า



คนท่มีอายุสูงกว่า เน่องจากคนท่อายุยังน้อยย่อมมีเวลา และความ
ยืดหยุ่นมากกว่าในการศึกษาและเรียนรู้ประสบการณ์ในการลงทุน
ต่างๆ ถ้าหากจะผิดพลาดล้มลงไปบ้าง ก็ยังสามารถปรับตัวและ
ลุกขึ้นใหม่ พร้อมกับปรับแผนกลยุทธ์การลงทุนได้ดีกว่าคนที่อายุ

มากกว่า



ดังน้น ย่งเราเร่มต้นลงทุนเร็วมากข้นเท่าไร เราย่งมีความ








ได้เปรียบเร่องระยะเวลาท่มากกว่าในการทาความเข้าใจและ
ศึกษาหาความรู้ในการลงทุนครับ ซ่งเจ้าเวลาน้เองจะเป็นตัวขับ


เคลื่อนเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือและปรับตัว รวมถึงช่วย
ก�าหนดกลยุทธ์ที่เหมาะสมให้กับตัวเองได้ดีขึ้น สุดท้ายก็จะท�าให้
เราสามารถเอาชนะหรือแก้ไขข้อผิดพลาดทางการลงทุนได้ดีย่ง

ขึ้นเรื่อยๆ นั่นเองครับ

ถ้าเราลองนึกย้อนไปตอนท่เรายังเด็ก หรือว่าสังเกต

พฤติกรรมของเด็กๆ ดู เราจะเห็นว่าเด็กๆ มักจะกล้าเข้าไปเสี่ยง


กับเร่องต่างๆ มากกว่าผู้ใหญ่ ซ่งเป็นผลมาจากการท่เรายังไม่รู้






และมีความกล้าคดและอยากลอง ทาให้บางครงอาจจะเกดข้อผิด

พลาดได้มากกว่าผู้ใหญ่ แต่ข้อดีจากการลองผิดลองถูกท่หาซ้อ





ไม่ได้ด้วยเงินตรา น่นคือประสบการณ์ท่เพ่มข้นและเป็นบทเรียน

อันล�้าค่าที่จะท�าให้ชีวิตพบเจอในสิ่งที่ดีขึ้น
121

122



น้าเดชกล้าท่จะเส่ยง โดยการนาเงินไปลงทุนทาธุรกิจกับ



เพ่อน แม้ว่าจะผิดพลาด ธุรกิจล้มเหลว แต่น้าเดชก็ได้ประสบการณ์
ในการท�างานกับคนอื่น และมีความรู้เพิ่มขึ้น









แตในปจจบนนาเดชไม่กล้าเสยงไปลงทุนเทาไรแลว (เพราะ












อายมากขน) และมภาระ (เมยและลก) ทาใหตองคดมากกวาสมย
หนุ่ม


ในตอนน้ผมจึงแบ่งเน้อหาออกเป็นการวางแผนการลงทุน

แบบท่ยึดตามอายุของผู้ลงทุนเป็นหลัก โดยเราจะเร่มต้นจากการ

แบ่งสินทรัพย์ท่เราจะเลือกลงทุนในตอนก่อนหน้าน้ตามความเส่ยง



ในลงทุนออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
ความเสียงในการลงทุน



1) กลุ่มความเส่ยงตา ได้แก่ เงนฝากธนาคาร สลากออม-


ทรัพย์ กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น และการท�าประกันชีวิต
2) กลุ่มความเสี่ยงปานกลาง ได้แก่ สหกรณ์ออมทรัพย์

ตราสารหน้ระยะยาว กองทุนรวมประเภทแบบผสม หรือกองทุน
ทางเลือกอื่นๆ
3) กลุ่มความเสี่ยงสูง ได้แก่ การลงทุนในโปรแกรมออม
หุ้น กองทุนรวมหุ้น และการลงทุนในโปรแกรมออมทองค�า




123

ช่วงอายุในการลงทุน




ส่วนช่วงอายุในการลงทุนน้นแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ








กลุ่มที่ 1 คือ อายุระหว่าง 20 - 30 ปี








กลุ่มที่ 2 คือ อายุระหว่าง 30 - 40 ปี








กลุ่มที่ 3 คือ อายุระหว่าง 40 - 50 ปี








กลุ่มที่ 4 คือ อายุระหว่าง 50 - 60 ปี














124

แผนการลงทุนในแต่ละช่วงวัย


เมื่อเราได้จัดกลุ่ม “ความเสี่ยงของสินทรัพย์” และ “ช่วง


วัย” ท่เราจะนามาพิจารณาแผนการลงทุนเรียบร้อยแล้ว ข้นตอนต่อ

มาจะเป็นการจัดกระบวนทัพการลงทุนแบบ “เงินน้อยก็รวยได้”
ตามแต่ละวัยว่าจะเป็นอย่างไรบ้างครับ




กลุ่มที 1 (อายุระหว่าง 20 - 30 ปี)




เน่องจากคนกลุ่มน้จะเป็นช่วงวัยรุ่น วัยทางาน เวลาใน

การลงทุนมากกว่ากลุ่มอ่นๆ จึงทาให้สามารถยอมรับความเส่ยง


ได้มากกว่า ดังนั้น จึงสามารถลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง



ในสัดส่วนท่ค่อนข้างมาก เพ่อท่เราจะมีโอกาสได้รับผลตอบแทน
จากการลงทุนสูงขึ้น ถึงแม้ว่าจะเกิดการลงทุนที่ผิดพลาด เราก็ยัง
มีโอกาสที่จะแก้ตัวได้อีกหลายปี (แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อย่าให้ผิดก็จะ
ดีกว่านะครับ แหะๆ)



สัดส่วนการลงทุนท่เหมาะสมสาหรับคนกลุ่มน้ก็คือ ลงทุน



ในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากกว่า 70% ส่วนที่เหลือจึงลงทุนใน
ทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงปานกลางหรือต�่า


เกราะป้องกันความเส่ยงอีกอย่างหน่ง น่นคือศึกษาหาความร ู้


หรือข้อมูลจากการลงทุนนั้นๆ ให้เยอะๆ ทั้งจากผู้รู้และต�ารา รวม
ถึงบทวิเคราะห์ต่างๆ ก็เป็นการลดความเสี่ยงได้ระดับหนึ่งแล้ว







125

ตัวอย่าง































ถ้าน้องกิ๋งออมเงินได้เดือนละ 2,000 บาท น้องกิ๋งควรจะ

แบ่งเงินจานวน 1,500 บาทไปลงทุนในกองทุนรวมหุ้น โปรแกรม
ออมหุ้นรายตัว หรือโปรแกรมออมทองค�ารายเดือน

ส่วนเงินจานวน 500 บาทท่เหลือน้นอาจจะแบ่งมาฝาก


ธนาคารแบบเงินฝากประจาหรือสหกรณ์ออมทรัพย์ เพ่อเตรียม











ไวใชจายในอนาคตทอาจจะเกดขน หรอเพอวางแผนทางการเงน



ต่างๆ เช่น การผ่อนรถยนต์ ผ่อนบ้าน เรียนต่อ ป.โท หรือการใช้
จ่ายอื่นๆ ก็ได้ครับ
126


กลุ่มที 2 (อายุระหว่าง 30 - 40 ปี)


ในช่วงนี้เป็นช่วงเริ่มต้นสร้างครอบครัว และตั้งหลักกับชีวิต



ได้มากข้น เช่น เร่มต้นทาธุรกิจส่วนตัว ส่วนใหญ่แล้วฐานะทางการ

เงินเร่มจะมีความม่นคงมากข้น แต่ก็จะมีภาระค่าใช้จ่ายในหลายๆ



ด้านท่เป็นเร่องของภาระครอบครัว และการวางแผนอนาคตชีวิต

ต่อไปข้างหน้าเพิ่มขึ้นตาม




สัดส่วนการลงทุนท่เหมาะสมสาหรับคนท่มีอายุในช่วงน้ก็คือ
การลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงประมาณ 50 - 70% และ

ควรท่จะเร่มต้นทาประกันชีวิตท่ให้ความคุ้มครองวงเงินประมาณ



7-10 เท่าของรายได้ในแต่ละปี





























127

ตัวอย่าง










































เมอน้องกงอายเกน 30 น้องกงจะมเงนออมได้เดอนละ
5,000 บาท (เพิ่มขึ้นตามรายได้) ดังนั้น น้องกิ๋งควรจะแบ่งเงิน
จานวน 3,000 บาทไปลงทุนในกองทุนรวมหุ้น โปรแกรมออมหุ้น

รายตัว หรือโปรแกรมออมทองค�ารายเดือน
ส่วนเงินจ�านวน 2,000 บาทที่เหลือนั้นอาจจะแบ่งมาฝาก


ธนาคารแบบเงินฝากประจาหรือสหกรณ์ออมทรัพย์ เพ่อเตรียมไว้
ใช้จ่ายในอนาคตที่อาจจะเกิดขึ้น หรืออาจจะเตรียมตัวไว้ใช้ลงทุน
ในธุรกิจ หรือวางแผนธุรกิจต่างๆ ก็ได้ครับ




128

กลุ่มที 3 (อายุระหว่าง 40 - 50 ปี)











ในช่วงนนอกจากจะเป็นชวงทมฐานะมนคงทสด เนองจากม ี





ความสามารถในการหารายได้ค่อนข้างสูง โดยบางคนอาจจะมีการ
วางแผนที่จะเกษียณก่อนก�าหนด ส�าหรับรายจ่ายหลักๆ ในช่วงนี้
ก็ยังคงมีลักษณะที่ใกล้เคียงกับกลุ่มที่ 2 คือ หมดไปกับค่าใช้จ่าย
ภายในครอบครัว และความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน


ด้วยระยะเวลาท่เหลือในการลงทุนท่น้อยลงกว่าสองกลุ่มแรก

















ดงนน ชวงนควรลดสดสวนการลงทนในสนทรพยทมความเสยงสง



แต่เพ่มสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ท่มีความเส่ยงตา แต่ให้ผล



ตอบแทนที่ค่อนข้างสม�่าเสมอมากขึ้น โดยมุ่งเป้าหมายไปที่การมี
เงินออมไว้เพียงพอส�าหรับชีวิตหลังเกษียณ








ซงสดสวนการลงทนทเหมาะสมสาหรบคนทมอายุในชวงน ้ ี






ก็คือ การลงทุนในสินทรัพย์ท่มีความเส่ยงสูงประมาณ 30 – 50%

และส่วนท่เหลือควรจะนาไปลงทุนในสินทรัพย์ท่มีความเส่ยงตา







เช่น สลากออมสิน หรือกองทุนตราสารหน้ต่างๆ รวมถึงยังควร
ทยอยออมผ่านประกันชีวิตอย่างสม�่าเสมอจากช่วงที่ 2
129

ตัวอย่าง


































เม่อน้องก๋งอายุเกิน 40 สมมติว่า น้องก๋งจะมีเงินออมได้


เดือนละ 10,000 บาท (เพิ่มขึ้นตามรายได้) น้องกิ๋งควรจะแบ่ง
เงินจานวน 3,000 – 5,000 บาทไปลงทุนในกองทุนรวมหุ้น

โปรแกรมออมหุ้นรายตัว หรือโปรแกรมออมทองค�ารายเดือน

ส่วนเงินท่เหลือน้นอาจจะแบ่งมาฝากธนาคารแบบเงินฝาก



ประจาหรือสหกรณ์ออมทรัพย์ เพ่อเตรียมไว้ใช้จ่ายในอนาคตท่อาจ


จะเกิดขึ้น หรืออาจจะเตรียมตัวไว้ใช้ลงทุนในธุรกิจ หรือวางแผน
ธุรกิจต่างๆ ก็ได้ครับ







130


กลุ่มที 4 (อายุระหว่าง 50 - 60 ปี)



ในช่วงน้เป็นช่วงท่เร่มเข้าสู่วัยเกษียณ มีความสามารถใน






การทางานเร่มลดลง โดยส่วนใหญ่ ณ เวลาน้ชีวิตครอบครัวเร่ม



ท่จะม่นคงแล้ว แต่อาจจะมีปัญหาเร่องของสุขภาพและความเจ็บ
ป่วยที่เข้ามาแทนที่ ซึ่งรายจ่ายหลักๆ จะเพิ่มขึ้นในส่วนของค่าใช้
จ่ายทางด้านสุขภาพ และการดูแลรักษาตัวเอง

บางคนที่มีการออมแบบสม�่าเสมอมาตั้งแต่อายุยังน้อย
ในช่วงน้อาจจะสามารถวางแผนเกษียณ หรืออาจจะเกษียณการ




ทางานไปแล้ว ต้งแต่อยู่ในกลุ่มท่ 3 แต่ถ้าหากยังไม่มีเงินเพียง
พอที่จะเกษียณอายุ ก็ไม่สามารถที่จะลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความ
เส่ยงสูงมากเกินไป เพราะถ้าหากเกิดความผิดพลาดอาจทาให้เงิน


ท่เราออมไว้หายไปหมดเลยก็ได้ โดยสัดส่วนการลงทุนท่เหมาะสม






สาหรับคนท่มีอายุในช่วงน้ก็คือ การลงทุนในสินทรัพย์เส่ยงไม่เกิน




30% สวนท่เหลอนาไปออมในสนทรัพยท่มีความเส่ยงตาหรอปาน







กลางแต่ให้ความมั่นคงสูงครับ
131

ตัวอย่าง





























เม่อน้องก๋งอายุเกิน 50 ปี สมมติว่า น้องก๋งจะมีเงินออม


เดือนละ 15,000 บาท (เพิ่มขึ้นตามรายได้) น้องกิ๋งควรจะแบ่ง

เงนจานวน 4,500 บาทไปลงทนในกองทุนรวมห้น โปรแกรมออม



หุ้นรายตัว หรือโปรแกรมออมทองค�ารายเดือน


ส่วนเงินท่เหลือน้นอาจจะแบ่งมาฝากธนาคารแบบเงินฝาก



ประจาหรือสหกรณ์ออมทรัพย์ เพ่อเตรียมไว้ใช้จ่ายในอนาคตท่อาจ
จะเกิดขึ้น หรืออาจจะเตรียมตัวไว้ใช้ลงทุนในธุรกิจ หรือวางแผน
ธุรกิจต่างๆ ก็ได้ครับ









132

สุดท้ายน้ อย่าลืมนะครับว่า หลักการและแนวทางท่ผมแนะนา





น้นยังไม่ได้พิจารณาถึงรายละเอียดในแต่ละตัวบุคคลท่สามารถ

ยอมรับความเส่ยงได้แตกต่างกันไป เพราะมีปัจจัยภาคนอก

อ่นๆ ท้งในด้านนิสัยใจคอ หรืออุปนิสัยความชอบส่วนตัว รวม

ถึงฐานะการเงินในปัจจุบัน และความสามารถในการหารายได้ใน
อนาคตมาเป็นส่วนประกอบในการพิจารณา



ดังน้น คาตอบท่หลายๆ คนเคยถามว่า เราควรจะจัดการ
บริหารการลงทุนของเราอย่างไรดีน้นอยู่ท่การตัดสินใจและการ


วางแผนของเราเป็นหลักครับ ถ้าแผนชีวิตเราดี การลงทุนดีก็ประสบ


ความสาเร็จได้ง่าย แต่ถ้าหากแผนผิดพลาดก็จะลาบากหน่อยครับ





สุดท้ายนี้ก็อย่าลืมนะครับว่า.....
“การลงทุนมีความเสี่ยง

ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน”





















133

กรณีศึกษาการออมแบบ

“เงินน้อยก็รวยได้”






เพ่อให้เป็นการเห็นภาพท่ชัดเจน ผมขอยกตัวอย่างจาก

ประสบการณ์จริงของผมท่เลือกออมตามกลยุทธ์ของ “เงินน้อย

ก็รวยได้” โดยผมแบ่งกลยุทธ์ในการลงทุนเป็นดังนี้ครับ



ออมในกองทุนรวมหุ้น (ความเสียงสูง)

เงินต้น


เลือกออมเงินในกองทุนรวมตราสารทุน (ท่มีการจ่าย
เงินปันผล) ของ บลจ.ทหารไทย โดยเริ่มต้นที่เงินออมอาทิตย์ละ
500 บาทตั้งแต่ช่วงต้นปี 2554 และเพิ่มเงินออมเป็นอาทิตย์ละ
1,000 บาทตั้งแต่ช่วงกลางปี 2554






ณ วันน้ (17/7/2555) มียอดเงินต้นท่ออมไว้ท้งส้นจานวน
76,000 บาท
ผลตอบแทน ได้รับผลตอบแทนเป็นเงินปันผลจานวน 2

ครั้ง ดังนี้

ครั้งที่ 1 : วันที่ 4 กรกฎาคม 2554 0.11 บาท/หน่วย
คิดเป็นจ�านวนเงิน 365.68 บาท
ครั้งที่ 2 : วันที่ 2 กรกฎาคม 2555 0.55 บาท/หน่วย

คิดเป็นจ�านวนเงิน 6,062.39 บาท





134

จ�านวนเงินคงเหลือ ณ วันนี้ (17/7/2555) มียอดคง
เหลือจ�านวน 82,498.96 บาท











ภาพยอดเงินคงเหลือการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นของ บลจ.
ทหารไทย



ออมในโปรแกรมออมหุ้น (ความเสียงสูง)

เงินต้น

ออมเงินในโปรแกรมออมหุ้นของหลักทรัพย์ฟิลลิป ในอัตรา

เดือนละ 5,000 บาท ตั้งแต่เดือนมกราคม 2554 และเพิ่มเป็น


7,500 บาทต่อเดือนต้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2555 และระหว่างน้น
ุ้







มการเปลยนตวหนทใช้ออม เนองจาก บลจ. เปล่ยนพอร์ตการลงทน








ณ วันน้ (17/7/2555) มียอดเงินต้นท่ออมไว้ท้งส้นจานวน
102,500 บาท
ผลตอบแทน ได้รับผลตอบแทนเป็นเงินปันผลรวมท้งส้น


765.54 บาท


จานวนเงนคงเหลอ มยอดคงเหลอจานวน 129,401 บาท




135

ภาพยอดเงินคงเหลือการลงทุนในโปรแกรมออมหุ้นของ บลจ.ฟิลลิป



จากตัวอย่างท่ผมยกข้นมาน้เป็นเพียงแค่ตัวอย่างการออม



อย่างมีวินัยภายใน 1-2 ปีเท่านั้นเองครับ ซึ่งผมเชื่อครับว่า ใครๆ


ก็สามารถออมได้ โดยเฉพาะผู้อ่านทุกคนน้นผมเช่อเลยครับว่า
ต้องท�าได้ดีกว่าผมแน่ๆ เพียงแต่ว่าคุณจะลงมือท�าหรือไม่เท่านั้น
เองครับ



















136

ลองเขียนแผนการออมของคุณสิครับ




























































137

บทที 4






เคล็ดลับในการออมเงินให้มากขึน





















































138

หลายๆ คนเมื่ออ่านมาจนถึงบทนี้แล้วก็แปลว่า คุณได้รู้ถึง

เคล็ดลับในการออมเงินและวิธีการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ท่ผม

แนะนาให้ฟังในแบบฉบับของ “เงินน้อยก็รวยได้” กันไปจนหมด
ไส้หมดพุงแล้วนะครับ

อย่างที่เราทราบกันดีว่า ปัญหาหลักๆ ของเราก็คือ การที่


มี “รายได้น้อย” แล้วเราจะทาอย่างไรให้ตัวเราเองน้นมีความ
สามารถที่จะออมเงินได้มากขึ้นดีล่ะครับ



บางคร้งคุณอาจจะสงสัยว่าเพราะอะไรกันแน่นะ ท้งๆ ท่เราก ็
มีเงินเดือนมากกว่าคนอ่น แถมได้หักเงินออมไปแล้วบางส่วนตาม

วิธีการที่ผมแนะน�าแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าเงินที่เหลือหายไปไหนหมด
ตัวผมเองก็เคยเจอปัญหาแบบนี้เหมือนกันครับ ตอนแรกก็
คิดว่าอาจจะเป็นเพราะเราเองท่มีรายได้น้อย ก็เลยทาให้เราออม


เงินได้น้อยตามไปด้วย



แต่ในบางเดือนก็มีรายจ่ายเพ่มข้นเร่อยๆ จนผมเองก็รู้สึก
เหน่อยท่จะต้องมาออมเงิน เพราะเสียงกิเลสในใจมันราร้องให้ตัว








ผมเองใช้เงนออกมาบ้าง อย่าไปเกบมนเลยกะอแค่ไม่กพนบาท



ทุกวันนี้ก็จะแทบจะไม่พอกินพอใช้อยู่แล้ว (บลาๆๆๆ)

แต่เม่อนึกถึงอนาคตก็ถามตัวเองว่า เราจะออมเงินไปเพ่อ





อะไร และเป้าหมายในการออมของเราคออะไร กทาให้มสตข้น


มาบ้าง ยังไม่กล้าที่จะน�าเงินออมออกมาใช้ (ทั้งๆ ที่ใจมันอยาก
จะแย่แล้ว)
139



อยู่มาวันหน่งระหว่างท่ผมกาลังทาบัญชีรายรับ-รายจ่าย




ประจาวัน ผมก็เหลือบไปเห็นสมการการออมท่ผมแปะไว้ท่ข้าง

ฝาบ้าน (หลายๆ คนอาจจะคิดว่าผมบ้า แหะๆๆ) พอลองนั่งมอง
ดีๆ แล้วก็เห็นว่า จริงๆ แล้วมันมีอยู่แค่สองตัวแปรที่เราเอามาใช้
ในการออมนี่!!!






รายได้ – เงินออม = ค่าใช้จ่าย



เม่อรายได้หักออกด้วยเงินออม ก็จะได้ส่วนท่เหลือคือ ค่าใช้
จ่าย ทีนี้ถ้าเราต้องการให้เงินออมเรามากขึ้น เราก็ท�าการย้ายข้าง
สมการดูสิครับ ก็จะกลายเป็น







เงินออม = รายได้ - ค่าใช้จ่าย






ทีน้ถ้าเราอยากจะเพ่มเงินออม เราก็ต้องมาดูท “รายได้”
และ “ค่าใช้จ่าย” ก็คือ เราต้องหาทางที่จะ “เพิ่มรายได้” ให้มาก
ข้น หรือว่า “ลดรายจ่าย” ให้น้อยลง เพ่อท่เราจะได้มีเงินออมมาก



ขึ้นใช่ไหมล่ะครับ








140

พี่เก้ามีรายได้เดือนละ 15,000 บาท ปกติพี่เก้าจะออมเงิน



เดือนละ 3,000 บาท ถ้าหากพ่เก้าต้องการออมเงินเพ่มเป็นเดือน
ละ 5,000 บาท ก็มีอยู่ 2 ทางให้พี่เก้าเลือกคือ


เพิ่มรายได้เดือนละ 2,000 บาท
ลดรายจ่ายเดือนละ 2,000 บาท














































141

วิธีการเพิมรายได้


ก่อนอ่นถ้าคุณเป็นคนท่มีรายจ่ายค่อนข้างเยอะในแต่ละ


เดือน และเป็นรายจ่ายที่จ�าเป็นต่างๆ เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าใช้จ่าย
ส่วนตัวต่างๆ มีภาระที่ต้องดูแลครอบครัว การลดรายจ่ายอาจจะ
ท�าได้ยากกว่าการเพิ่มรายได้ครับ




ก่อนอ่นผมแนะนาให้ลองเร่มต้นง่ายๆ โดยการค้นหาตัวเอง

ว่า นอกจากงานประจาท่ทาอยู่ในทุกๆ วันแล้ว เรามีพรสวรรค์หรือ



ความสามารถพิเศษอะไรบ้างท่เรารักและยินดีท่จะทามันเพ่อใช้



ประกอบอาชีพเสริมได้ ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น



คนท่มีความสามารถในการทาอาหาร อาจจะเร่มจากทา

อาหารขายเล็กๆ น้อย เช่น พวกขนมต่างๆ หรืออาหารกล่อง





คนท่มความร ความเช่ยวชาญทางด้านวชาการต่างๆ หรอม ี









ความเชยวชาญเฉพาะดาน กอาจจะรบสอนพเศษใหกบเดกๆ หรอ



หางานนอกเสริมจากงานหลักท่ทาอยู่ เช่น พนักงานบัญชีก็อาจจะ


รับท�าบัญชีอิสระเป็นอาชีพเสริมก็ดีนะครับ


คนท่มีความสามารถในการค้าขาย และหาแหล่งซ้อสินค้า
ได้ในราคาถูก อาจจะรับสินค้าต่างๆ มาขาย เช่น เสื้อผ้า เครื่อง
ประดับ และหาเวลาในวันหยุดไปขายของในตลาดนัดต่างๆ


คนท่มีความสามารถเก่ยวกับด้านเทคโนโลยีก็อาจจะผัน
ตัวเองทาเว็บไซต์ ขายของทางอินเทอร์เน็ต ท้งในประเทศและ


ต่างประเทศ หรือหันไปศึกษาพวก Internet marketing, ขายของ
ออนไลน์ก็ดูน่าสนุกใช่ไหมครับ
142

คนท่อาจจะมีความสามารถในการขีดๆ

เขียนๆ ก็หาเวลาเขียนหนังสือ ส่งเร่องไป


สานักพิมพ์ ถ้าโชคดีได้ตีพิมพ์ก็ถือว่ามีโอกาส
ที่จะได้รายได้เสริมเช่นกันครับ


















ลองเริ่มต้นถามตัวเองดูสิครับว่า



คุณมีความสามารถอะไรเพื่อที่จะใช้หารายได้เสริมให้กับคุณ



อะไรคือความสุข และความสนุกที่ท�าแล้วไม่เบื่อ



แถมยังสร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้ให้แก่ตัวคุณ
















143

144



สาหรับคนท่มีความคิดว่า ตอนน้เราก็มีงานประจาท่รัดตัว







แล้วจะเอาเวลาท่ไหนปลกตัวมาหารายได้เพ่มเติมได้ เพราะทางาน

ทุกวัน ต้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ กว่าจะกลับบ้านก็แทบจะหมด
เวลาแล้ว ยังจะมีเวลาท�าอะไรได้อีกเหรอ
บอกตรงๆ เลยนะครับว่า ผมเช่อว่า คุณต้องมีครับ โดยแต่ละ


คนอาจจะมีน้อยหรือมากอยู่ท่การจัดสรรเวลาในแต่ละวันของคุณ
ครับ ไม่ว่าจะเป็นเวลาในช่วงวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ หรือในช่วง
เช้าก่อนเข้างาน หรือช่วงเย็นก่อนที่คุณก�าลังดูละครก่อนเข้านอน





ถ้าคุณไม่เช่อ ผมอยากให้คุณลองมองหา หรือสารวจคนรู้จัก
รอบๆ ตัวคุณ อย่างน้อยต้องมีคนท่หารายได้เสริมควบคู่ไปกับการ









ทางานประจา แต่ถ้าไม่มจรงๆ กให้ดตวอย่างจากคนเขยนเรอง



“เงินน้อยก็รวยได้” น่แหละครับ ท่ทางานประจาและหารายได้



เสริมไปด้วยเหมือนกัน (ฮาๆ)

หรือคุณอาจจะเร่มต้นง่ายๆ ด้วยการจัดสรรเวลาว่างของ
ตัวเองในแต่ละวันออกมา แล้วลองทบทวนดูว่า ตัวเองสามารถแบ่ง

เวลาไปทาอะไรได้บ้างครับ ซ่งการทาแบบน้อาจจะทาให้คุณค้นหา




ตัวเองเจอโดยที่ไม่รู้ตัวนะครับ


145


แค่เปลียนมุมคิด ชีวิตก็เปลียน

คนเราทุกคนมีเวลา 24 ช่วโมงเท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นยาจก

มหาเศรษฐี ถ้าเราสามารถแบ่งและบริหารจัดการเวลามาเพื่อหา


รายได้เสริมเพ่มได้บ้างแล้วล่ะก็ มันก็ย่อมจะดีกว่าน่งยอมรับความ

ล�าบาก และบ่นโทษนู่นนี่นั่นไปวันๆ ใช่ไหมล่ะครับ (ฮา)


เร่มต้นจากการเปล่ยนความคิดทัศนคติในแง่ลบของเราก่อน
ว่า เราไม่มีเวลาที่จะท�าอะไร เปลี่ยนมาเป็นเราจะแบ่งเวลาที่มีอยู่
ไปท�าอะไร เริ่มต้นจากความคิดนับว่าเป็นสิ่งที่ดีนะครับ







มีข้อคิดดีๆ ท่ผมชอบมากอยู่หน่งข้อ อยากให้ทุกคน
อ่านแล้วลองคิดตามกันดูครับ



คนที่จะประสบความส�าเร็จนั้น
มักใช้เวลาน้อยกว่า

แต่สร้างความร�่ารวยได้มากกว่า





















146


สรุปว่า ถ้าคุณอยากจะมีรายได้เพ่มจริงๆ แล้วล่ะก็ ให้รีบ
ส�ารวจตัวเองก่อนเลยครับว่า เราจะบริหารเวลาและพรสวรรค์ที่มี
อยู่อย่างไรจึงจะได้ประโยชน์ที่สุด



แต่ถ้าคุณไม่มีเวลาว่างในการหารายได้พิเศษจริงๆ แล้วล่ะ

ก็ ผมคิดว่าอย่างน้อยก็ควรน�าเวลาที่เหลือมาปรับปรุงงานที่ท�าอยู่
ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อาจจะท�าให้เรามีเวลามากขึ้น หรือไม่ก็


อาจจะโชคดี เจ้านายเห็นใจ ทาให้เรามีรายได้จากงานประจาสูงข้น


ก็เป็นวิธีที่น่าสนใจเหมือนกันใช่ไหมครับ (อิอิ)


ท่สาคัญอย่าลืมนะครับว่า ถ้าเรามีรายได้เพ่ม ความสามารถ


ในการออมก็จะเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติครับ ลองดูตัวอย่างง่ายๆ กัน
ครับ























147

ก่อนที่จะมีรายได้เสริม
พี่เก้ามีเงินเดือนเดือนละ 15,000 บาท ตั้งเป้าให้ออมไว้ที่

20% ต่อเดือนคือ 3,000 บาท ส่วนที่เหลือน�าไปใช้จ่ายตามปกติ



หลังจากมีรายได้เสริม
หลังจากที่พี่เก้าได้เงินเดือนเดือนละ 15,000 บาท และยัง

มีรายได้เสริมจากการรับสอนหนังสือเด็กๆ อีก 10,000 บาทต่อ
เดือน รวมเป็น 25,000 บาท และพ่เก้าก็ยังคงออมในอัตรา 20%

ต่อเดือน เงินออมของพี่เก้าจะเพิ่มเป็น 5,000 บาททันที

และถ้าปกติพ่เก้ามีค่าใช้จ่ายจานวน 12,000 บาทต่อ

เดือน (เท่าเดิม) แปลว่า พี่เก้าจะมีเงินเหลือเพิ่มอีก 8,000 บาท
(25,000 – 5,000 – 12,000) และเงินก้อนนี้พี่เก้าก็สามารถ

น�าไปใช้จ่ายได้ยามฉุกเฉิน หรือว่าจะเก็บออมในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น
ก็ได้ครับ




























148

ลดรายจ่าย






แต่ถ้าคุณมองว่าวิธีการเพ่มรายได้น้นเป็นเร่องท่ยากเกิน
ไปแล้วล่ะก็ การลดรายจ่ายลงก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ง่ายๆ และ
ท�าได้รวดเร็วกว่าการเพิ่มรายได้ด้วยครับ แค่เพียงเริ่มต้นส�ารวจ














ตวเองว่า ปัจจบนนคณมรายจ่ายทไม่จาเป็นดงต่อไปนบ้างหรอ
เปล่า
- ซื้อตั๋วชมภาพยนตร์เรื่องใหม่ทุกๆ สัปดาห์
- ทานอาหารนอกบ้าน นัดสังสรรค์กับเพื่อนฝูง
- ค่าอาหารทานเล่นในระหว่างวัน เช่น ขนม ขบเคี้ยว ชา
กาแฟ น�้าอัดลม ฯลฯ



- เคร่องสาอางใหม่ๆ ท่ไม่จาเป็นต้องใช้ (ของเก่ายังไม่

หมด ก็ซื้อของใหม่)
- ช็อปปิ้งนอกบ้านโดยไม่มีเป้าหมาย และตัดสินใจซื้อของ
เพราะอยากได้ของแถมมากกว่าซื้อเพราะมีความจ�าเป็นที่ต้องใช้

- ค่าใช้จ่ายเก่ยวกับเทคโนโลยีต่างๆ ตามกระแสสังคมนิยม


เช่น โทรศัพท์มือถือเคร่องใหม่ Tablet ต่างๆ Notebook เคร่องใหม่
- ค่าโทรศัพท์และโปรโมชั่นโทรศัพท์ที่คุ้มสุดคุ้ม (หรือต้อง
ใช้ให้คุ้ม)
- ค่าอินเทอร์เน็ตรายเดือน














149


ผมแนะนาให้คุณบันทึกบัญชีรายรับ-รายจ่ายในแต่ละเดือน
ไว้ แล้วส�ารวจดูครับว่า มีรายจ่ายส่วนไหนที่สามารถลดลงได้บ้าง
อะไรคือสิ่งไม่จ�าเป็น แม้ไม่มีครอบครองหรือได้มา ชีวิตก็ยังด�ารง

อยู่ได้ รับรองว่าคุณจะมีเงินออมเพิ่มขึ้นมากเลยล่ะครับ



ถ้าคุณไม่เช่อแล้วล่ะก็ ผมอยากให้คุณทดสอบง่ายๆ โดย


เปล่ยนจากรายจ่ายเป็นการออมเงินแทนในทุกๆ คร้งท่คุณคิดจะ



จ่ายไปกับค่าใช้จ่ายพวกน้ดูครับ เช่อได้เลยครับว่าภายใน 2-3

ปี คุณจะรู้ว่าผมพูดจริงหรือเปล่า (อิอิ)

สมมติว่า ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบชมภาพยนตร์ทุกๆ สัปดาห์










ลองเปลยนจากค่าตวหนงเรองละ 120 บาทเป็นเกบเงน 120
บาททุกๆ สัปดาห์แทนสิครับ ผ่านไปหนึ่งปีคุณก็จะมีเงินออมเพิ่ม
ขึ้นอีกตั้ง 6,240 บาท
หรืออาจจะใช้วิธีการออมแบบบวก 10 ที่ผมแนะน�าในตอน




ก่อนหน้าน้ ทุกๆ คร้งท่ต้องใช้จ่ายไปกับรายจ่ายพวกน้แทนก็ได้
ครับ












150


Click to View FlipBook Version