The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mintana111, 2020-02-23 21:41:52

เงินน้อยก็รวยได้

51


ลองคิดดูสิครับว่า ชีวิตในอนาคตน้น

คุณอยากเป็น “ผู้กาหนด” ด้วยเงินออม
ของตัวเอง หรือกลายเป็น “ผู้ถูกก�าหนด”



ด้วยจานวนเงินท่คุณต้องไปหยิบยืมจากคน
อื่นดีล่ะครับ?











แต่ถ้าคุณกลัวว่าตัวเองจะไม่มีวินัยในการออมแล้วล่ะก็ ผม
ขออนุญาตแนะนาวิธีการออมเงินอย่างง่ายๆ ท่จะช่วยสร้างวินัย



ในการออม แถมยังทาให้คุณสามารถออมเงินเพ่มข้นทุกคร้งจาก











รายรบและรายจ่ายท่เกดขน วธนเรยกว่า “การออมแบบลบ


สิบ - บวกสิบ”
วิธีออมเงินแบบลบสิบ - บวกสิบ
วิธีนี้เป็นวิธีออมที่ง่ายๆ แต่มีประสิทธิภาพในการออมค่อน
ข้างมาก และสามารถเปลี่ยนชีวิตของคนที่ไม่มีวินัยในการออมให้
กลายเป็นคนที่สามารถออมเงินได้อย่างสม�่าเสมอเลยล่ะครับ
วิธีนี้จะแบ่งออกเป็น 2 เหตุการณ์คือ เมื่อได้รับ “รายได้”
เราจะใช้วิธีการออมแบบ “ลบสิบ” และเมื่อมี “รายจ่าย” เราจะ
ใช้การออมแบบ “บวกสิบ”




52

หลักการออมเงินแบบลบสิบ (- 10)

“เม่อได้รับรายได้ให้คุณหักไว้เป็นเงินออมก่อนทันที 10%”
เช่น ถ้าหากเดือนนี้คุณได้รับเงินเดือน 10,000 บาทให้หักไว้เป็น
เงินออมทันที 1,000 บาท





















- น้องกิ๋งได้รับเงินเดือนจ�านวน 10,000 บาท
- หักเงินออมจ�านวน 1,000 บาท แล้วน�าไปฝากธนาคาร
หลักการออมเงินแบบบวกสิบ (+10)



“เม่อคุณมีรายจ่ายให้คุณคิดเพ่มไว้เป็นเงินออมทันที 10%”
เช่น เมื่อคุณมีการใช้จ่าย คุณก็จะต้องเก็บเงินเพิ่มให้ได้อีก 10%
ของเงินท่ใช้ไป เช่น ซ้อของไป 3,000 บาทก็ต้องออมเงินเพ่ม



ทันที 300 บาท


หลักการออมเงินแบบบวก 10 น้นอาจจะนามาใช้เฉพาะราย



จ่ายท่ไม่จาเป็น เพราะวิธีน้จะเหมาะสาหรับคนท่มีนิสัยชอบช็อปปิ้ง


หรือจับจ่ายใช้สอย เพราะจะคอยช่วยเตือนความจ�าให้เก็บเงินทุก
ครั้งที่ใช้จ่ายครับ





53

[การ์ตูน] แบ่งเป็นสามช่องง่ายๆ
- น้าเดชอยากได้โทรทัศน์เครื่องใหม่ราคา 5,000 บาท

- หักเงินออมจ�านวน 500 บาทไปฝากธนาคาร แล้วค่อย
น�าเงินจ�านวน 5,000 บาทไปซื้อโทรทัศน์





















































54




วิธีการออมท้งสองวิธีน้คุณสามารถนาไปปรับใช้ตามความ

เหมาะสมกับแผนการออมเงินของคุณดูครับ ซ่งผมรับรองได้เลยว่า

วิธีน้เป็นวิธีการออมท่ง่ายและได้ประโยชน์มากเลยล่ะครับ (เพราะ

ตัวผมเองก็ใช้วิธีนี้อยู่เหมือนกัน ฮา….)




สุดท้ายน้ อย่าลืมนะครับว่า ถ้าคุณคิดท่จะเร่มต้นออมเงิน


เม่อไรแล้วล่ะก็ คุณก็ต้องรีบออมทันที โดยไม่มีเง่อนไข ไม่อิดออด

หรือเอาแต่ผัดวันประกันพรุ่ง เพ่อสร้าง “วินัยในการออมเงิน” ให้
กบเรา เพอให้เงนออมของเราไปถง “เปาหมายในการออมเงน”







ได้เร็วที่สุดนั่นเองครับ


























55

56

การจัดท�าบัญชีรายรับ – รายจ่าย





นอกเหนือจาก “วินัยในการออมเงิน” แล้ว ผมก็มีตัวช่วย











ชนเอกอกตวหน่งมาแนะนา เพอทจะทาให้เราสามารถวางแผนการ

ออมได้ชัดเจน และไปสู่เป้าหมายการออมเงินได้รวดเร็วข้นก็คือ

การจัดท�าบัญชีรายรับ – รายจ่ายนั่นเองครับ

โดยการจัดทาบัญชีรายรับ – รายจ่ายเป็นตัวช่วยสาคัญท่จะ






ทาให้เรารู้ถึงข้อผิดพลาดในการออมเงินท่เกิดข้น เพราะจะทาให้


เรารู้ว่า ในช่วงเวลาหน่งๆ น้นเราได้นารายรับของเราไปใช้จ่าย

กับอะไรบ้าง เงินส่วนใหญ่จ่ายไปเพื่ออะไร สัดส่วนการจัดสรรเงิน



ของเราเป็นอย่างไร เพราะรายจ่ายท่เกิดข้นเป็นข้อมูลท่สะท้อน
พฤติกรรมของเราได้อย่างชัดเจนท่สุด เพ่อท่จะได้วางแผนตัดราย



จ่ายที่ไม่จ�าเป็นออกไป









57

รายจ่ายทีไม่จ�าเป็น




หลายๆ คนอาจจะยังไม่ทราบว่า มีรายจ่ายบางรายการท ี ่


ไม่จาเป็นปนอยู่กับการใช้จ่ายในชีวิตประจาวันของเรา ถึงแม้ว่า




จะเป็นรายจ่ายท่มีจานวนน้อยๆ ก็ตาม แต่ถ้าหากนารายจ่ายพวก
นี้มารวมกัน จากเงินเล็กๆ น้อยๆ ก็กลายเป็นเงินก้อนใหญ่ เป็น
จ�านวนเงินที่มากเหมือนกันนะครับ































58

59

วิธีการบันทึกบัญชีรายรับ - รายจ่าย





การบันทึกบัญชีรายรับ – รายจ่ายจะเริ่มต้นง่ายๆ โดยการ
แบ่งประเภทของรายรับและรายจ่ายของเราว่ามีอะไรบ้าง



รายรับ คือ สิ่งที่บ่งบอกถึงความสามารถในการหาเงินของ

เราว่ามาจากทางใดบ้าง ได้แก่
รายรับหลัก เช่น เงินเดือน ค่าแรงที่ได้รับในแต่ละเดือน

รายรบอ่น (รายรับเสริม) เช่น รายรับจากอาชีพเสริมต่างๆ


หรือผลตอบแทนจากการลงทุน


รายจ่าย คือ สิ่งที่บ่งบอกถึงการใช้จ่ายของตัวเราว่าได้ใช้

เงินไปอย่างไรบ้าง โดยจะแบ่งออกเป็นรายจ่ายคงที่ และรายจ่าย
ผันแปร






รายจ่ายคงท่ คือ รายจ่ายท่เกิดข้นแน่นอนและสมาเสมอ
ในทุกๆ เดือน เช่น ค่าเช่าหอพัก ค่าเดินทาง ค่าอาหาร (เท่าที่
จ�าเป็น) ค่าใช้จ่ายในการดูแลครอบครัว เป็นต้น
รายจ่ายผันแปร คือ รายจ่ายที่มีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงไม่
เท่ากันในแต่ละเดือน เช่น ค่างานเลี้ยงสังสรรค์ ค่ารักษาพยาบาล
ค่าท่องเที่ยว สันทนาการต่างๆ เป็นต้น









60

รายรับ เงินออม 1,000 บาท ค่าใช้จ่าย


รายจ่ายคงท่ ค่าอาหาร 2,500

เงินเดือนจ�านวน บาท / ให้พ่อแม่ (ช่วยค่าใช้จ่ายที่
10,000 บาท บ้าน) 2,000 บาท / ค่าเดินทาง
1,000 บาท


รายจ่ายผันแปร ค่าสังสรรค์ ปาร์ตี้
1,000 บาท / ค่ากาแฟ 1,000
บาท ค่าใช้จ่ายอื่นๆ จิปาถะ 500

บาท / ช็อปปิ้งเส้อผ้า 1,000 บาท


โดยเงินออมน้นจะไม่ถือว่าเป็นรายจ่ายในการบันทึกบัญช ี
รายรับ-รายจ่ายครับ เพราะจะถูกนามาหักออกจากรายรับของ

เราทันทีที่ได้รับเงินตามวิธีการออมแบบลบสิบ เพื่อสร้างวินัยการ
ออมที่ดีไปในตัวครับ


ถ้าหากมีผลต่างท่เหลือระหว่างรายรับและรายจ่ายจะเป็น
ตัวที่สะท้อนให้เห็นว่า ตัวเรามีความสามารถในการบริหารจัดการ

เงินในระดับไหน ถ้าหากเราสามารถใช้จ่ายน้อยกว่าเงินท่หามา
ได้ ก็ถือว่าเรามีความสามารถในการบริหารจัดการเงินท่ค่อนข้าง

ดีนั่นเองครับ



61

ตัวอย่างการบันทึกบัญชีรายรับ - รายจ่าย


เราลองมาดวธการบนทกรายรบและรายจายอยางงายๆ กน








ดีกว่าครับ




















ช่องที่ 1 เมื่อได้รับรายรับ (เงินเดือน) จ�านวน 10,000
บาท พอหักเงินออมเหลือ 9,000 บาท น�ามาลงบันทึกในบัญชี

รายรับรายจ่ายเป็นรายรับ




ช่องท่ 2 เม่อมีรายการใช้จ่ายต่างๆ ก็นามาจดบันทึกไว้


อย่างต่อเนื่องสม�่าเสมอ

- ค่าอาหาร 2,500 บาท / ให้พ่อแม่ (ช่วยค่าใช้จ่ายที่

บ้าน) 2,000 บาท / ค่าเดินทาง 1,000 บาท
- ค่าสังสรรค์ ปาร์ตี้ 1,000 บาท / ค่ากาแฟ 1,000 บาท



62

ตัวอย่างของบัญชีรายรับ-รายจ่าย























ช่องที่ 3 ดูผลการใช้จ่ายทุกสิ้นเดือน

















ประโยชน์จากการท�าบัญชีรายรับ – รายจ่าย

ท�าให้เราทราบการใช้จ่ายของเราในแต่ละเดือน และช่วยให้



สามารถตัดรายจ่ายท่ไม่จาเป็นออกไป ทาให้มีเงินเหลือมากข้น

เช่น ค่ากาแฟ ค่าช็อปปิ้งของที่ไม่จ�าเป็น






63


เม่อน้องก๋งทราบข้อผิดพลาดว่า เดือนน้ใช้เงินเยอะเกินไป


ก็ใช้จ่ายน้อยลงกว่าเดิม
ทาให้รู้จักคิดให้รอบคอบก่อนจะใช้จ่าย รู้ว่าค่าใช้จ่ายไหน

เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม

เม่อเรารู้จักตัวเองและมองเห็นพฤติกรรมของตนเองแล้ว การ



ปรับเปล่ยนพฤติกรรมโดยพยายามลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ท่ไม่จาเป็น






ละเลกกจกรรมทสร้างความฟ่มเฟือยทงปวง จะเป็นจดเรมต้น





ของการออมที่ดีด้วยการท�าบัญชีรายรับ-รายจ่าย













64

65

บทที 3




“กลยุทธ์ในการน�าเงินออมไปลงทุน”






















































66



เม่อเรารู้จักความหมายของการออมเงิน วิธีการกาหนด
เป้าหมายในการออมเงิน และการบันทึกบัญชีรายรับ-รายจ่าย





เบ้องต้นในบทท่ผ่านมาแล้ว ต่อไปน้ก็เป็นหน้าท่ของเราท่จะทาให้

เงินงอกเงยเพิ่มขึ้น โดยน�าเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ เพื่อให้
ได้รับผลตอบแทนที่ดีที่สุดนั่นเองครับ

ก่อนอ่นเรามาทาความรู้จักกับความหมายของคาว่า


“สินทรัพย์” กันก่อนดีกว่าครับ
สินทรัพย์ คือ เงินหรือส่งของท่มีมูลค่าเป็นตัวเงิน ท ่ ี


กิจการหรือบุคคลเป็นเจ้าของ อาจจะมีตัวตนหรือไม่มีตัวตนก็ได้






























67

สินทรัพย์ท่มีตัวตน คือ สินทรัพย์ท่มองเห็น สัมผัสได้ ม ี


ค่าเป็นตัวเงิน เช่น เงินสด บ้าน ที่ดิน รถยนต์ กองทุนรวม หุ้น
ทองคา เป็นต้น ซ่งในกรณีน้เราจะพิจารณาลงทุนในสินทรัพย์



พวกนี้เท่านั้น




















สินทรัพย์ท่ไม่มีตัวตน คือ สินทรัพย์ท่มองไม่เห็น สัมผัสไม่ได้

แต่มีค่าเป็นตัวเงิน เช่น ค่าความนิยม ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร สัญญา
เช่า เป็นต้น








68

69

ความเสียง (Risk)





การลงทุนแต่ละประเภทก็จะมีอัตราผลตอบแทนท่เราได้รับ









แตกต่างกนไป ซงผลตอบแทนทเราได้รบนนจะมากหรอน้อย ก ็
ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เรียกว่า “ความเสี่ยงในการลงทุน” นั่นเองครับ
“ความเสี่ยงในการลงทุน” คือ โอกาสของผลตอบแทนที่


เราได้รับจริง แตกต่างไปจากผลตอบแทนท่เราน้นคาดหวังไว้ว่าจะ
ได้รับ (อาจจะมากกว่าหรือน้อยกว่าก็ได้)
ในโลกน้การลงทุนทุกประเภทมีความเส่ยงท้งหมดครับ









แม้แต่การเอาเงนฝังดนเกบไว้กยังถอว่ามความเสยงเลยครบ



เพราะเงินของเราอาจจะโดนนาท่วม หรือเปิดมาแล้วเจอปลวกแทะ


ไปจนหมดได้เหมือนกัน (ฮา)

















70

71



ผลตอบแทนทีสูงขึน ความเสียงย่อมมากขึน



หลายคนคงเคยได้ยินคากล่าวว่า “High Risk High Return”
ท่แปลเป็นภาษาไทยว่า “การลงทุนท่ให้ผลตอบแทนสูงมักจะม ี


ความเสี่ยงสูง”

























แนวคิดน้ถือเป็นแนวคิดพ้นฐานของการลงทุน เพราะหาก
เราคาดหวังอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนสูง (High Return)
ความเสี่ยงที่เราจะต้องแบกรับจากการลงทุนก็จะสูง (High Risk)
ตามไปด้วยนั่นเอง


ดังน้น ถ้าหากเราเห็นว่าสินทรัพย์ตัวไหนให้ผลตอบแทน
ที่มากกว่าแล้วล่ะก็ ให้คิด (เอาเอง) ไว้ก่อนเลยครับว่า สินทรัพย์

จะต้องมีความเสี่ยงที่สูงกว่าแน่นอน










72

ตัวอย่างของความเสี่ยง


หลายๆ คนจะคงเคยซ้อสลากกินแบ่งรัฐบาล (ลอตเตอร่)
มาบ้างใช่ไหมครับ เราจะเห็นว่า รางวัลแต่ละรางวัลของสลากกิน
แบ่งในแต่ละงวดก็จะมีมูลค่าที่แตกต่างกันไป เช่น รางวัลที่ 1 ได้

รางวัลละ 2,000,000 บาท ถ้าเป็นเลขท้าย 3 ตัวรางวัลละ 2,000
บาท ส่วนเลขท้าย 2 ตัวรางวัลละ 1,000 บาท



















ลองคิดดูนะครับว่า ถ้าเราลงทุนโดยการซ้อสลากกินแบ่ง
จ�านวน 1 ใบในงวดนี้ เราจะมีโอกาสถูกรางวัลยังไงบ้าง
รางวัลเลขท้าย 2 ตัว มีตั้งแต่เลขที่ 00 ถึง 99 (100 ตัว)

โอกาสก็คือ 1 ใน 100 หรือคิดเป็น 1%
รางวัลเลขท้าย 3 ตัว มีตั้งแต่เลขที่ 000 ถึง 999 (1,000

ตัว) โอกาสก็คือ 1 ใบจาก 1,000 ใบ หรือ 0.1%


รางวัลท่ 1 มีต้งแต่เลขท่ 000000 ถึง 999999

(1,000,000 ตัว) โอกาสท่ถูกรางวัลก็คือ 1 ใบจาก 1,000,000

ใบ หรือ 0.0001% นั่นเอง







73

รางวัล โอกาสถูกรางวัล (%) จ�านวนเงินรางวัล
รางวัลที่ 1 0.0001% 2,000,000.00


เลขท้าย 3 ตัว 0.1000% 2,000.00
เลขท้าย 2 ตัว 1.0000% 1,000.00




เห็นไหมครับว่า ในการซ้อสลากกินแบ่งรัฐบาลจานวน 1 ใบ
นั้นโอกาสที่เราจะถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัวจะมีมากกว่าเลขท้าย 3
ตัวและรางวัลที่ 1 แต่จ�านวนเงินรางวัลของเลขท้าย 2 ตัวก็จะมี
มูลค่าน้อยกว่าเลขท้าย 3 ตัวและรางวัลที่ 1 เช่นเดียวกัน!!!!












นนหมายความวา การลงทนทมความเสยงสง (โอกาสถก
รางวัลน้อยกว่า) ย่อมจะได้รับผลตอบแทนที่มากกว่าการลงทุนที่
มีความเสี่ยงต�่า (โอกาสถูกรางวัลมากกว่า) ใช่ไหมล่ะครับ


แต่ท่จริงแล้วการซ้อสลากกินแบ่งรัฐบาลน้นเรายังไม่ถือว่า

เป็นการลงทุนที่ดีเท่าไรนัก เพราะเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง

แต่ผลตอบแทนในการลงทุนค่อนข้างตา เน่องจากคุณมีโอกาสท่จะ



สูญเสียเงินต้นมากกว่าถูกรางวัลใช่ไหมล่ะครับ



ดังน้น ก่อนท่เราจะนาเงินไป
ลงทุนในอะไรก็ตามน้น เราควรคิด

ไว้ก่อนเสมอว่า สิ่งที่ส�าคัญที่สุดของ
การลงทุนก็คือ “การรักษามูลค่า
เงินต้น” เอาไว้ให้ได้ด้วยครับ







74

การกระจายความเสียง




การกระจายความเส่ยง หมายถึง การพยายามท่จะลดความ

เส่ยงในการลงทุน โดยจัดสรรเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภท
ต่างๆ


การกระจายความเส่ยงมาจากแนวคิดท่ว่า ถ้าหากมีการ


ลงทุนประเภทใดเกิดผิดพลาดข้นมา เราก็ยังมีการลงทุนประเภทอ่น
รองรับอยู่ ทาให้ไม่กระทบต่อผลตอบแทนในการลงทุนมากนัก และ







ส่งท่สาคัญสาหรับนักลงทุนคือ พยายามควบคุมความเส่ยงท่เกิด



ข้นให้ได้ด้วยการศึกษาข้อมูลว่า ส่งท่สนใจลงทุนมีลักษณะอย่างไร
ผลประโยชน์ที่ได้ และความเสี่ยงที่ต้องเผชิญมีอะไรบ้าง แล้วเรา
มีวิธีลดความเสี่ยงนั้นๆ หรือไม่ และต้องท�าอย่างไร วิธีการหนึ่งที่

สามารถช่วยลดความเส่ยงในการลงทุนได้คือ การจัดสรรเงินลงทุน














สมมติว่า เรามีที่ดินอยู่หลายแปลง เราอาจจะกระจายความ
เส่ยงโดยแบ่งท่ดินบางแปลงนาไปลงทุนปลูกผลไม้ บางแปลงนา




ไปลงทุนทานา บางแปลงเราก็อาจจะนาไปให้คนอ่นเช่า ถ้าหาก



มีแปลงใดเสียหายก็ยังมีแปลงอื่นที่ยังได้รับผลตอบแทนอยู่ดีครับ
75

คุณคงเคยได้ยินค�าพูดที่บอกว่า “อย่าใส่ไข่ทั้งหมดลงใน
ตะกร้าใบเดียว” บ้างไหมครับ ค�าๆ นี้ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของ



วิธีการลงทุนแบบกระจายความเส่ยง ซ่งไข่ก็เปรียบเสมือนกับ
เงินออมของเรานั่นเอง ถ้าหากเราเลือกที่จะใส่ไข่หรือเงินออมที่มี


ท้งหมดลงในตะกร้าใบเดียว หากตะกร้าใบน้นเกิดหล่นตกลงพ้น

ไข่ทุกฟองก็จะแตกเหมือนกันหมด แต่ถ้าเราเลือกท่จะใส่ไข่ไว้ใน

ตะกร้าหลายๆ ใบ ถ้าเกิดตะกร้าใบหนึ่งตกลงมา ก็ยังมีตะกร้าใบ
อื่นอยู่ดี และยังคงเหลือไข่ให้กินจากตะกร้าใบอื่นได้











































76

แต่การกระจายความเส่ยงไม่ได้เป็นการลดความเส่ยงใน


สินทรัพย์แต่ละตัวนะครับ เพราะสินทรัพย์แต่ละประเภทย่อมจะ



ต้องมีความเส่ยงในตัวของมันเอง ข้นอยู่กับว่าเราจะรับความเส่ยง
ในการลงทุนของสินทรัพย์นั้นๆ ได้ดีแค่ไหนมากกว่าครับ






ทีน้กมีคาถามว่า ถ้าหากเรามีเงนออมในจานวนน้อยเสียจน
ไม่สามารถท่จะเลือกกระจายความเส่ยงจากการลงทุนได้ล่ะ เรา


ควรจะท�าอย่างไรดี ถึงจะได้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด







สาหรับคาถามน้ผมคิดว่า ส่งท่สาคัญท่สุดก็คือ การท่เรา

รู้จักเร่มต้นศึกษาหาความรู้เก่ยวกับการลงทุน และหาทางเลือก


ต่างๆ ให้กับเงินออมของเราเสียก่อน แล้วจึงพิจารณาว่าจะใช้วิธี
การลงทุนแบบใดถึงจะเหมาะกับลักษณะนิสัย และความเส่ยงใน

การลงทุนที่เราจะสามารถยอมรับได้ครับ


เพราะสาหรับคนท่มีความรู้และความเข้าใจในการลงทุนท่ด ี

น้นอาจไม่มีความจาเป็นท่จะต้องกระจายความเส่ยงในการลงทุน




เน่องจากมีความสามารถและความเข้าใจในการลงทุนน้นๆ ได้ด ี


อยู่แล้ว จึงรู้ว่าควรลงทุนแบบไหนและอย่างไร










77













ดงนน บางทคาวา “อยาใสไขในตะกราใบเดยว” กอาจจะ
ไม่เหมาะกับคุณก็ได้ครับ ยกตัวอย่างเช่น นักลงทุนอันดับ 1 ของ
โลก วอร์เรน บัฟเฟตต์ยังเคยกล่าวไว้เลยครับว่า
“I prefer to keep all my eggs in one basket and watch
that basket closely. – Warren Buffet”
ผมจะเอาไข่วางไว้ในตะกร้าใบเดียวน่แหละ และผมจะ

คอยเฝ้าตะกร้านี้ไว้อย่างดีที่สุด























แนวคิดของวอร์เรนน้นเช่อว่า การท่เราจะเข้าใจในสินทรัพย์



ท่เราเลือกลงทุนเป็นอย่างดีน้นจาเป็นต้องมีการศึกษาข้อมูลและ

วิเคราะห์อย่างละเอียดถ่ถ้วนเสียก่อน ซ่งต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก




แล้วถ้าเรามีความเข้าใจในสินทรัพย์ท่เราลงทุนมากข้นเท่าไร ก ็
ท�าให้ความมั่นใจในการลงทุนนั้นๆ มากขึ้นเป็นเงาตามตัว




78


แต่การท่เราเลือกท่จะกระจายความเส่ยงลงไปในสินทรัพย์


หลายๆ ตัว ท�าให้เราต้องพยายามท�าความเข้าใจในการลงทุนใน
สินทรัพย์ที่แตกต่างกัน ซึ่งต้องใช้ความรู้ ความสามารถ และเวลา


ในการศึกษาหาข้อมูลเป็นจานวนมาก อาจจะทาให้เกิดโอกาสท ่ ี
เราจะไม่เข้าใจในการลงทุนทุกประเภทได้ดีเพียงพอ สุดท้ายแล้ว

จะกลายเป็นว่า เรากลับมีความเส่ยงในการลงทุนเพ่มข้นแทนท่จะ



ลดความเสี่ยงลงก็เป็นได้ครับ

เห็นไหมล่ะครับว่า บางคร้งแล้วในการตัดสิน


ใจท่จะลงทุนของแต่ละคนน้นก็มีแนวคิดท่แตกต่างกัน


ไป ซึ่งไม่มีแนวคิดไหนที่ถูกต้องหรือผิดทั้งหมด ขึ้น



อยู่กับว่าตัวเราเองน้นเช่อ และมีความพร้อมท่จะปรับ
ใช้วิธีการลงทุนตามแนวคิดไหนมากกว่ากัน

ลงทุนในแบบฉบับ


ของเงินน้อยก็รวยได้


ปัจจุบันน้มีสินทรัพย์ให้เราเลือกลงทุนมากมาย ซ่งแต่ละ



ประเภทน้นก็มีข้อดีข้อเสีย รวมถึงความเส่ยงในการลงทุนท่แตกต่าง


กันออกไป แต่ในกรณีที่เรามีเงินออมจ�านวนที่ไม่มากนัก (เพราะ
นี่คือหนังสือ “เงินน้อยก็รวยได้” ใช่ไหมครับ) ผมจึงได้คัดเลือก




วิธีการลงทุนท่น่าสนใจสาหรับผู้ท่เร่มต้นออมเงินในจานวนน้อยๆ

มาเป็นแนวทางให้เลือกลงทุนกันครับ


79

เงินฝากธนาคาร




การฝากเงินท่ธนาคารน้นถือว่าเป็นจุดเร่มต้นในการลงทุน






ท่สะดวกและง่ายท่สุด โดยเฉพาะคนท่กาลังเร่มต้นออมเงินใน
จ�านวนน้อยๆ และยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นลงทุนอย่างไรดี
ปัจจุบันนี้เงินฝากธนาคารแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ ดังนี้
ครับ

เงินฝากกระแสรายวัน คือ เงินฝากท่ใช้สาหรับประกอบ

ธุรกิจ (มักจะผูกติดกับบัญชีเงินกู้ของธุรกิจ) ซ่งทางธนาคารไม่

คิดดอกเบี้ย
เงินฝากเผื่อเรียกหรือเงินฝากออมทรัพย์ คือ เงินฝากที่




มีวตถุประสงค์เพ่อให้ประชาชนท่วไปเก็บออมเงิน โดยปกตแล้วจะ

ใช้เพื่อรองรับในการรับ-จ่ายของบุคคลทั่วไปในชีวิตประจ�าวัน ซึ่ง
ปกติแล้วธนาคารจะให้ดอกเบี้ยในอัตราที่ต�่าที่สุด
เงินฝากประจา คือ เงินฝากท่มีระยะเวลาช่วงหน่งท่แน่นอน





ซ่งผู้ฝากเงินไม่สามารถถอนออกไปใช้ก่อนครบกาหนดได้ ถ้าหาก




ถอนก่อนครบกาหนดจะไม่ได้ดอกเบ้ย หรือได้ดอกเบ้ยเท่ากับเงิน
ฝากออมทรัพย์ เงินฝากประจาสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ



เงินฝากประจาท่วไป หรือเงินฝากประจาจนครบ






กาหนด โดยทางธนาคารจะจ่ายดอกเบยให้กบผ้ฝากตามระยะ
เวลาที่ธนาคารแต่ละแห่งก�าหนดไว้ เช่น เงินฝากประจ�า 3 เดือน
6 เดือน 12 เดือน เป็นต้น


เงินฝากประจาปลอดภาษี หรือเงินฝากประจารายเดือน


คือ เงินฝากประจาท่ทางธนาคารจะกาหนดให้ฝากเงินจานวนท่เท่า



80



กันในแต่ละเดือน โดยมีระยะเวลากาหนดท่แน่นอน และจะถอนได้
เมื่อฝากจนครบก�าหนด โดยเงินฝากประเภทนี้จะมีอัตราดอกเบี้ย
พิเศษที่ให้กับผู้ฝาก รวมถึงได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีด้วยครับ


เงินฝากประเภทอ่นๆ คือ เงินฝากท่เป็นไปตาม
วัตถุประสงค์ของธนาคาร หรือกลยุทธ์ในด้านการส่งเสริมด้าน

การตลาดของธนาคาร เช่น บัญชีเงินฝากไม่ประจ�า เงินฝากออม
ทรัพย์ดอกเบี้ยสูงต่างๆ บัญชีเงินฝาก Grow-Up เป็นต้น



ตารางอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประเภทออมทรัพย์และประจ�า


















ส�าหรับการลงทุนแบบ “เงินน้อยก็รวยได้” นั้นการเริ่มต้น



โดยฝากเงินกับทางธนาคารก็ถือเป็นอีกหน่งทางเลือกท่น่าสนใจ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณต้องการที่จะสะสมเงินออมให้ได้สักก้อน
หนึ่งก่อนที่จะน�าไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ

โดยการออมเงินผ่านทางธนาคารน้นผมขอแนะนาให้คุณ




เปิดบัญชีธนาคารออกมาอีกบัญชีหน่ง เพ่อใช้ในการออมโดย
เฉพาะ อาจจะเลือกเป็นบัญชีออมทรัพย์ หรือบัญชีเงินฝากประจ�า
รายเดือนก็ได้ครับ




81






ยงถ้าคณเป็นมนษย์เงนเดอนทรบเงนเดอนผ่านทางบญช ี








ธนาคารแล้วล่ะก็ คุณก็สามารถท่จะเร่มต้นออมเงินผ่านระบบหัก







บญชอตโนมตของทางธนาคาร โดยทางธนาคารจะทาข้อตกลง
ในการหักเงินออกจากบัญชีของคุณทุกๆ เดือน และโอนเข้าบัญชี
เงินออมของคุณ ซึ่งวิธีนี้ถือว่าเป็นวิธีการออมที่ง่ายๆ แต่ได้ผลอีก
วิธีหนึ่งครับ
ถ้าหากคุณยังสับสนกับบัญชีเงินฝากธนาคาร และไม่รู้ว่าจะ


เร่มต้นออมเงินในเงินฝากประเภทไหนก่อนดี ผมขอแนะนาทาง
เลือกในการออมเงินแบบง่ายๆ ให้ดังนี้ครับ
ถ้าคุณมีแผนการออมเงินในระยะยาว


ผมแนะนาให้เลือกเงินฝากประจาปลอดภาษี หรือเงินฝาก


ประจารายเดือน เพราะเป็นบัญชีท่ช่วยสร้างวินัยในการออมให้



กบคณ เพราะว่าเงนฝากประจาประเภทนคณจะไม่สามารถเบก






เงินออกมาใช้ได้จนกว่าจะครบกาหนดระยะเวลาฝากเงินอย่างไร
ล่ะครับ

ถ้าคุณต้องการออมเงินไว้เพ่อลงทุนในสินทรัพย์
ประเภทอื่น หรือยังไม่รู้ถึงความต้องการในการลงทุนตัวเอง
ผมแนะนาให้คุณเปิดบัญชี “เงินฝากธนาคารเพ่อการ






ออม” แยกออกมาบญชหนง อาจจะเป็นบญชออมทรพย์หรอว่า




บัญชีออมทรัพย์พิเศษท่ได้ดอกเบ้ยสูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ (บัญช ี



เงินฝากไม่ประจาท่เขาโฆษณากันน่นแหละครับ) แล้วค่อยๆ ทยอย


ออมเงินตามวิธีการออมแบบลบสิบไปก่อนในช่วงแรก จนกว่าคุณ
จะรู้ว่าตัวเองต้องการอะไรจึงค่อยน�าเงินออมที่มีไปลงทุนครับ
82

83

เงินฝากสหกรณ์ออมทรัพย์


นอกจากเงินฝากธนาคารแล้ว ผมอยากจะแนะน�าทางเลือก



อีกทางหน่งของการออมเงินท่ยังไม่เป็นท่รู้จักเท่าไรนัก แต่ได้ผล

ตอบแทนที่ดีกว่าธนาคารเสียอีก ซึ่งก็คือ “เงินฝากสหกรณ์ออม
ทรัพย์” นั่นเองครับ



สหกรณ์ออมทรัพย์ คือ สถาบันการเงินแห่งหน่งท่มีสมาชิก




เป็นบุคคลท่มีอาชีพอย่างเดียวกันหรืออาศัยในท่ชุมชนเดียวกัน ม ี
วัตถุประสงค์เพ่อส่งเสริมให้สมาชิกรู้จักการออมทรัพย์ และให้กู้ยืม

เงินเม่อเกิดความจาเป็น หรือเพ่อก่อให้เกิดผลประโยชน์งอกเงย



และได้รับการจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542






















84

ปกติแล้วสหกรณ์ออมทรัพย์จะมีการให้บริการแก่ผู้ท ี ่
เป็นสมาชิก เพ่อเป็นการส่งเสริมการออมเงินอยู่ 2 ประเภทคือ

1. ค่าหุ้นสหกรณ์ คือ เงินที่สหกรณ์ก�าหนดให้สมาชิกส่ง
ช�าระค่าหุ้นเป็นประจ�าทุกๆ เดือน โดยหักเงินค่าหุ้นจากเงินเดือน



ทุกๆ ส้นเดือนสะสมไปเร่อยๆ และจะมีการจ่ายเงินปันผลค่าหุ้นให้
แก่สมาชิกอย่างสมาเสมอ ซ่งถ้าหากสมาชิกลาออกจากสหกรณ์



เมื่อไร ก็สามารถถอนค่าหุ้นคืนได้ทั้งจ�านวน
2. บริการรับฝากเงิน คือ บริการด้านเงินฝากทั้งประเภท

เงินฝากประจาและเงินฝากออมทรัพย์ โดยให้ผลตอบแทนในรูป
ดอกเบี้ยเหมือนกับทางธนาคาร แตจะให้ในอัตราที่สูงกว่าเงินฝาก

ของธนาคารอยู่ประมาณ 0.5-1.00% ข้นอยู่กับนโยบายของ

สหกรณ์แต่ละแห่ง



สาหรับกลยุทธ์การลงทุนแบบเงินน้อยก็รวยได้น้ การฝาก


เงินในสหกรณ์ก็เป็นทางเลือกท่ดีอีกทางเลือกหน่ง โดยผมขอ








แนะนาให้คณลองสารวจดก่อนว่า ในททางานของคุณนนมสหกรณ ์


ออมทรัพย์หรือไม่ ซึ่งถ้าหากมีแล้วล่ะก็ คุณอาจจะเปลี่ยนมาเลือก
ใช้วิธีการของการออมเงินในรูปแบบของสหกรณ์ออมทรัพย์แทน


การฝากเงินธนาคาร อาจจะทาให้คุณได้รับผลตอบแทนท่มากกว่า
และยังสะดวกกว่าอีกด้วยครับ








85

สลากออมทรัพย์



หลายๆ คนคงเคยได้ยินคาว่า “สลากออมสิน” หรือ
“สลาก ธ.ก.ส.” หรืออาจจะเคยเห็นคนรู้จักถูกรางวัลสลากพวกนี้

มาบ้างแล้วใช่ไหมครับ บางคนอาจจะเข้าใจผิดไปด้วยว่า การซื้อ
สลากนั้นก็เหมือนกับการซื้อลอตเตอรี่เพื่อเสี่ยงโชค แต่ที่จริงแล้ว

ผลตอบแทนของสลากพวกนี้ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว โดยเฉพาะ


คนท่มีโชค หรือคนท่คิดว่าตัวเองมีโชค อาจจะเผลอเป็นเศรษฐ ี
โดยที่ไม่รู้ตัวเลยล่ะครับ






ก่อนอ่นเรามาทาความรู้จักกันก่อนว่า เจ้าสลากท่เรียกกัน
นั้นมีชื่อเรียกเต็มๆ ว่า “สลากออมทรัพย์” ซึ่งหมายความถึง
วิธีการออมเงินในอีกรูปแบบหน่งท่มีลักษณะเหมือนกับการฝากเงิน






กบธนาคาร โดยผทซอสลากนนจะไดรบดอกเบยในอตราทธนาคาร













กาหนด แต่จะได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษท่มากกว่าเงินฝากธนาคาร

ก็คือ ผู้ซ้อสลากจะได้รับสิทธ์ในการลุ้นรางวัลเป็นจานวนเงินใน



ทุกๆ เดือน (หรือทุกๆ งวด) จนกว่าจะครบก�าหนดของอายุสลาก
นั้นๆ ครับ
ในปัจจุบันมีธนาคารที่ให้บริการสลากออมทรัพย์อยู่ 2 แห่ง
คือ ธนาคารออมสิน และธนาคารเพ่อการเกษตรและสหกรณ์

การเกษตร (ธ.ก.ส.) ท่เราชอบเรียกย่อๆ ว่า “สลากออมสิน”

หรือ “สลาก ธ.ก.ส.” นั่นแหละครับ
86



โดยจานวนของรางวัลก็จะมีแตกต่างกันไปข้นอยู่กับรุ่นของ
สลากแต่ละรุ่น และนโยบายการออกสลากของทางธนาคารแต่ละ


แห่ง โดยผมได้ทาตารางเปรียบเทียบความแตกต่างของสลากท้ง
2 ประเภทออกมาให้พิจารณาดูครับว่า สลากทั้ง 2 ประเภทนี้มี
ความแตกต่างอย่างไรบ้าง

รายละเอียด สลากออมสิน สลาก ธ.ก.ส.
ชื่อสลาก สลากออมสินพิเศษ 3 ปี สลากออมทรัพย์ทวีสิน ชุดกล้วยไม้พระนาม
ราคาต่อหน่วย 50 บาท 500 บาท
ระยะเวลาของสลาก 3 ปี (สิทธิถูกรางวัล 36 ครั้ง) 3 ปี (สิทธิถูกรางวัล 36 ครั้ง)
การออกรางวัล ทุกวันที่ 16 ของเดือน ทุกวันที่ 16 ของเดือน
มูลค่ารางวัลสูงสุด 10,000,000 บาท 20,000,000 บาท
มูลค่ารางวัลต�่าสุด 150 บาท 200 บาท
ผลตอบแทนเมื่อฝากครบอายุ (ดอกเบี้ยบาท/หน่วย)
ฝากไม่ครบ 3 เดือน หักส่วนลด 1 บาท /หน่วย ไม่ได้ดอกเบี้ย
ฝากครบ 3 เดือน ไม่ครบ 1 ปี ไม่ได้ดอกเบี้ย ไม่ได้ดอกเบี้ย
ฝากครบ 1ปี ไม่ครบ 2ปี 0.50 2.00
ฝากครบ 2 ปี ไม่ครบ 3 ปี 1.13 6.00
ฝากครบ 3 ปี 3.50 22.50%
ตารางเปรียบเทียบรายละเอียดสลากออมสินกับสลาก ธ.ก.ส.
อัตราผลตอบแทนเมื่อฝากครบก�าหนด 2.33% 1.50%
สถานที่ซื้อสลาก ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา ที่ธนาคาร ธ.ก.ส. ทุกสาขา

จากตารางข้างต้นผมวางกลยุทธ์ในการออมแบบเงินน้อยก ็
รวยได้ให้คุณแบบนี้ครับ


ถ้าคุณต้องการผลตอบแทนท่ “มากกว่า” และยอมรับความ
เสี่ยงได้มากกว่าที่จะไม่ถูกรางวัล ก็ตัดสินใจเลือกสลาก ธ.ก.ส. ได้

ทันทีเลยครับ










87





ถาคณคดวาถกรางวลนอยหนอยกไมเปนไร ขอให้สดทายได ้









รับดอกเบี้ยที่ “มากกว่า” ฝากเงินกับธนาคารสักหน่อย ก็ตัดสิน
ใจเลือกสลากออมสินได้เช่นกันครับ


สาหรับแนวทางในการซ้อสลากน้นผมแนะนาให้คุณเร่มต้น



โดยการออมเงินตามวิธีการฝากธนาคารหรือสหกรณ์ออมทรัพย์


ไว้สักระยะหน่งก่อน จนสามารถท่จะสะสมเงินออมได้เป็นเงินก้อน
ที่มากกว่า 100,000 บาท แล้วจึงค่อยน�ามาซื้อสลากออมทรัพย์
จะทาให้คุณมีโอกาสท่จะถูกรางวัลมากกว่าการทยอยซ้อในจานวน




น้อยๆ ครับ
ความเห็นส่วนตัวของผมคิดว่า สลากออมทรัพย์เป็นการออม


ท่เหมาะกับคนท่ชอบเส่ยงดวง หรือคิดว่าตัวเองพอจะมีโชคอยู่บ้าง


ย่งถ้าเปรียบเทียบกับหวยใต้ดินหรือสลากกินไม่แบ่ง เอ้ย สลากกิน
แบ่งของรัฐบาล (ลอตเตอรี่) ก็ดูเหมือนว่าสลากออมทรัพย์จะดูดี

กว่าตรงท่แม้เราจะไม่ถูกรางวัล แต่เงินต้นของเราก็ไม่ได้สูญหาย
แถมยังได้ดอกเบี้ยเหมือนการฝากธนาคารด้วยครับ



นอกจากน้แล้วสลากออมทรัพย์ยังมีข้อดีอีกข้อหน่งท่น่า
สนใจก็คือ สามารถที่จะซื้อเป็นของขวัญได้ด้วย บางคนอาจจะซื้อ
เป็นมรดกแก่ลูกหลาน หรือเป็นของขวัญวันคล้ายวันเกิดให้กับคน


ใกล้ชิด ก็ถือว่าเป็นไอเดียในการให้ท่เหมาะสมกว่าให้ของใช้ส้น
เปลืองต่างๆ ที่ไม่มีประโยชน์ครับ







88

ก่อน


น้าเดช : แทงมากี่รอบๆ ก็ไม่เคยถูก ไม่รู้ท�าไมมันยากมัน
เย็นเสียแบบนี้วุ้ย เงินเก็บหายไปหมดแล้วนี่























หลัง




น้าเดช : ตงแต่ผมเปลยนมาเล่นสลาก แม้จะไม่ถก แต่


เงินต้นก็ไม่หายเหมือนหวยนะครับ ><




89

การท�าประกันชีวิต








ประกันชีวิต คือ การออมเงินสารองไว้จานวนหน่ง เพ่อ

รองรับเหตุการณ์ร้ายแรงต่างๆ ท่จะเกิดข้นกับเราในอนาคต โดยท ่ ี

เราไม่รู้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นเมื่อใด
การทาประกันชีวิตก็เป็นอีกทางเลือกหน่งของการลงทุนท ่ ี


น่าสนใจไม่แพ้แบบอื่นๆ แต่หลายๆ คนอาจจะยังมีทัศนคติที่ไม่ดี
กับตัวแทนขายประกัน และมองว่าการทาประกันชีวิตน้นไม่ค่อย




มีประโยชน์ เน่องจากต้องส่งเบ้ยประกันเป็นเวลานาน ถ้าส่งเงิน
ไม่ครบก็อาจจะเสียสิทธิในการคุ้มครอง แถมยังต้องขาดทุนเงิน
ต้นไปอีกด้วย





อีกส่วนหน่งก็มองว่า ตัวเองยังไม่จาเป็นต้องทาประกันชีวิต

เนื่องจากตอนนี้ยังไม่มีภาระมากเท่าไรนัก เช่น ยังไม่มีครอบครัว

ไม่มีลูกหลานท่ต้องดูแล สู้เอาเงินท่จะต้องทาประกันชีวิตมาเก็บ


ออมแบบอื่น หรือไว้ใช้ยามฉุกเฉินจะดีกว่า



แต่ท่จริงแล้วการทาประกันชีวิตน้นเราจะได้ประโยชน์



จากความไม่แน่นอนในอนาคต และลดความเส่ยงในการสูญเสีย
ทรัพย์สินและรายได้ของเราท่อาจจะเกิดข้นตามมา เพราะเราไม่


อาจล่วงรู้ได้ว่า ในอนาคตข้างหน้าจะเกิดเหตุการณ์อะไรกับเราบ้าง
ไม่ว่าจะเป็นการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ โรคร้ายต่างๆ หรือเหตุการณ์






90

รุนแรงที่ท�าให้เราเสียชีวิต ดังนั้น การท�าประกันชีวิตไว้ก่อนก็ถือ
เป็นทางเลือกหนึ่งที่ผมแนะน�าในการลงทุนแบบ “เงินน้อยก็รวย

ได้” อีกทางหนึ่งครับ




ปัจจุบันการทาประกันชีวิตน้นมีอยู่หลายประเภท ข้นอยู่กับ




ความต้องการของผู้ท่ทาประกันเป็นหลัก โดยแบ่งออกเป็นประเภท
ย่อยๆ ได้แก่

แบบชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือแบบเฉพาะกาล
















เปนการทาประกนชวตทมเงอนไขการจายเงนใหแกผรบผล

ประโยชน์ เมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิตภายในก�าหนดระยะเวลา เช่น
5 ปี, 10 ปี การประกันชีวิตแบบนี้เหมาะส�าหรับผู้ที่ต้องการความ
คุ้มครองสูง แต่ความสามารถในการช�าระต�่า
แบบตลอดชีพ

เป็นการประกันชีวิตท่มีระยะเวลาคุ้มครองตลอดชีวิตของ






ผ้เอาประกน ซ่งถ้าหากผู้เอาประกนเสยชีวตเม่อใด บรษัทฯ จะ


ชดใช้เงินให้แก่ผู้รับประโยชน์ การประกันชีวิตแบบน้มักจะชาระ




เบ้ยประกันในอัตราตา เหมาะสาหรับผู้ท่ต้องการสร้างกองทุน หรือ



เก็บเงินเพื่อเป็นมรดกไว้ให้แก่ลูกหลาน
91

แบบสะสมทรัพย์


ู้
แบบสะสมทรัพย์เป็นการคมครองและออมทรพย์ โดยผท่ทา
ุ้

ประกันจะได้รับจานวนเงินเอาประกัน เม่อมีชีวิตอยู่จนครบกาหนด



สัญญา หรือจ่ายเงินจ�านวนเอาประกันให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ ถ้า






หากผ้เอาประกนเสยชวตภายในระยะเวลาทกาหนด การประกน



ชีวิตแบบสะสมทรัพย์จะมีการกาหนดระยะเวลาในการคุ้มครองไว้

แน่นอน เช่น 10 ปี, 15 ปี, 20 ปี เป็นต้น



นอกจากการทาประกันชีวตแล้ว ยังมีการทาประกันอีกรูป
แบบหนึ่ง คือ “ประกันสุขภาพ” ซึ่งจะข้อแตกต่างกับประกันชีวิต

ตรงท่ประกันสุขภาพจะเน้นให้ความคุ้มครองด้านค่าใช้จ่ายต่างๆ

เก่ยวกับค่ารักษาพยาบาล และเงินชดเชยรายได้เน่องจากนอนพัก

รักษาพยาบาลเท่าน้น แต่ไม่ครอบคลุมถึงการคุ้มครองและออม

ทรัพย์ของผู้ท�าประกัน

สาหรับวิธีการลงทุนแบบ “เงินน้อยก็รวยได้” น้นผมขอ

แนะน�าให้คุณเลือกซื้อประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เนื่องจากเป็น
รูปแบบหน่งของการออมท่ดี และสร้างวินัยในการออมให้คุณอย่าง


สม�่าเสมอ (เพราะคุณต้องจ่ายเบี้ยประกันชีวิตเป็นเวลานานไงล่ะ
ครับ)













92


ปัจจุบันบริษัทประกันชีวิตได้มีแพ็กเกจหรือโปรโมช่นท่ออก

มามากมายให้เลือก ซึ่งเราก็จะสามารถที่จะเลือกให้เหมาะกับการ

ใช้ชีวิตของเราและความคุ้มครองท่เราต้องการได้ง่ายๆ เลยล่ะครับ






สาหรับคนท่มองว่า ผลตอบแทนท่เราได้รับน้นอาจจะน้อย
กว่าเงินฝากประจ�า หรือได้ผลตอบแทนที่ไม่คุ้มกับระยะเวลาที่เรา


ได้จ่ายเบ้ยประกันไป แต่ประกันชีวิตก็มีอีกส่งหน่งท่ให้เรามากกว่า


การลงทุนในแบบอ่นๆ ก็คือ ประโยชน์ในด้านความคุ้มครอง เม่อม ี



เหตุท่ไม่คาดคิดเกิดข้น ถือว่าเป็นตัวช่วยในการป้องกันความเส่ยง


ในชีวิตของคุณได้ระดับหนึ่งเลยล่ะครับ






















93

กองทุนรวม



หลายๆ คนคงเคยได้ยินคาว่า “ให้



เงนทางานแทนคณผ่านกองทนรวม”

มาบ้างใช่ไหมครับ บางคนก็อาจจะสงสัย
ว่า ไอ้เจ้ากองทุนรวมนี่มันคืออะไร เราลอง
มาท�าความรู้จักกันดูดีกว่าครับ















กองทุนรวม คือ เคร่องมือในการลงทุนประเภทหน่งสาหรับผ ู้

ลงทุนรายย่อยท่ต้องการนาเงินมาลงทุนในตลาดเงินและตลาดทุน




แต่อาจจะไม่สามารถลงทุนได้ เน่องจากข้อจากัดด้านจานวนเงิน
(ที่ค่อนข้างน้อย) นอกจากนั้นอาจจะยังไม่มีประสบการณ์ ความรู้
ความชานาญในการลงทุน หรือไม่มีเวลาจะศึกษา ค้นหา และ


ติดตามข้อมูลเพ่อใช้ในการตัดสินใจการลงทุน จึงใช้วิธีการฝากเงิน
ไว้กับผู้เช่ยวชาญ ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนต่างๆ ให้

เป็นตัวกลางในการนาเงินไปลงทุน โดยการซ้อกองทุนรวมน้นจะ



ซื้อเป็นจ�านวนหน่วยเรียกว่า “หน่วยลงทุน” นั่นเองครับ










94

สาหรับผลตอบแทนท่เราจะได้รับจากการลงทุนในกองทุน



รวมก็คือ กาไรจากส่วนต่างของราคา (Capital Gain) และ
เงินปันผล (Dividend) ถ้าหากเป็นกองทุนที่มีการจ่ายเงินปันผล
ครับ แต่ก็จะมีกองทุนบางกองทุนท่มีลักษณะพิเศษกว่ากองทุนรวม


ประเภทอ่นๆ คือ กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวม
เพ่อการเล้ยงชีพ (RMF) ตรงท่ผู้ลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ทาง



ภาษีเป็นผลตอบแทนอีกทางหนึ่งด้วยครับ












































95

96

ประเภทของกองทุนรวม


ถ้าแบ่งตามประเภทของวิธีการขายคืนหน่วยลงทุน เรา
สามารถแบ่งกองทุนออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ กองทุนเปิดและ

กองทุนปิด โดยแต่ละประเภทมีความแตกต่างกันดังนี้ครับ





กองทุนปิด (Closed-End Fund) กองทุนรวมทมีหน่วยลงทุน
คงที่ และเปิดให้มีการจองซื้อเพียงครั้งเดียวเมื่อจัดตั้งโครงการ มี


กาหนดอายุโครงการแน่นอน ไม่มีการรับซ้อคืนหน่วยลงทุนก่อน


ครบกาหนดอายุโครงการ ทาให้จานวนของหน่วยลงทุนของกองทุน









คงท่ไม่มการเพมขนหรอลดลง ผู้ถอหน่วยลงทุน (ผู้ซอ) ไม่


สามารถไถ่ถอนหน่วยลงทุนก่อนที่จะครบก�าหนดอายุโครงการได้
กองทุนเปิด (Open-End Fund) กองทุนรวมที่สามารถเพิ่ม
หรือลดหน่วยลงทุนได้ ไม่มีกาหนดอายุโครงการ และบริษัทจัดการ


รับซ้อคืนหน่วยลงทุนตามกาหนดเวลาท่ระบุไว้ในหนังสือช้ชวน



โดยอาจเปิดให้ซ้อขายได้ทุกวันทาการ สัปดาห์ละคร้ง เดือนละ



ครั้ง หรืออาจจะเป็นปีละ 2 ครั้ง ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ได้ก�าหนดขึ้น


ทาให้ผู้ถือหน่วยลงทุน (ผู้ซ้อ) สามารถไถ่ถอนหน่วยลงทุนได้ตาม
ระยะเวลาที่ต้องการ






97

ในปัจจุบันบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆ มีกองทุนรวมมากมาย



หลายประเภทใหเราเลือกลงทุน ทั้งกองทุนปดและกองทุนเปด ซึ่ง
เราสามารถแบ่งกองทุนรวมตามนโยบายการลงทุนออกเป็นแต่ละ
ประเภทได้ ดังนี้




กองทุนตราสารหนี (General Fixed Income Fund) เป็น


กองทุนท่ขายหน่วยลงทุนให้กับนักลงทุน เพ่อนาเงินไปลงทุนใน









ตราสารหน คอตราสารหนภาครฐบาล และตราสารหนภาคเอกชน
ต่างๆ ได้แก่ พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ ซ่งกองทุนตราสารหน้สามารถ


แบ่งออกเป็นกองทุนตราสารหน้ระยะส้น และกองทุนตราสารหน ี ้


ระยะยาว

กองทุนตราสารหนีระยะสัน (Short-term Ffiixed Income

Fund) เป็นกองทุนที่ขายหน่วยลงทุนให้กับนักลงทุน เพื่อน�าเงิน
ไปลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี

กองทุนตราสารหนีระยะยาว (Long-term Fixed Income
Fund) เป็นกองทุนที่ขายหน่วยลงทุนให้กับนักลงทุน เพื่อน�าเงิน
ไปลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาวที่มีอายุมากกว่า 1 ปี ส�าหรับนัก

ลงทุนที่ต้องการลงทุนในระยะยาว

ผลตอบแทนและความเส่ยงไม่หวือหวา โดยข้นอยู่กับ



ประเภทตราสารของการลงทุน อาจพบความผนผวนกับความเสยง






98


ดานการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยในตลาด เมื่ออัตราดอกเบี้ยใน



ตลาดปรับตัวสูงข้น ราคาตราสารหน้ท่อยู่ในกองทุนจะปรับตัวลดลง




หากไม่อยากรับความเส่ยงในเร่องน้ควรเลือกกองทนรวม
ตราสารหน้แบบกองทุนปิด เพราะจะได้ไม่ต้องรับผลกระทบกับ

อัตราดอกเบี้ยที่ผันผวนในตลาดมากนัก
กองทุนตราสารทุน (Equity Fund) เป็นกองทุนท่ลงทุน

ในตราสารทุน ประเภทหุ้นสามัญที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่ง






หนมความผนผวนในราคาซอขายได้ทกวัน ผ้ลงทนต้องแบกรบกบ









ความเส่ยง แต่ได้รับผลตอบแทนท่ได้รับโดยเฉล่ยต่อปีมากกว่าการ










ลงทนในพนธบตรหรอฝากเงนระยะยาวหลายๆ ป แมวาหนจะม ี




ความเสยงมากกว่าตราสารหน แต่กมผลตอบแทนคาดหวงโดย



เฉลี่ยต่อปีที่สูงกว่าตราสารหนี้เช่นกัน
กองทุนตลาดการเงิน (Money Market Fund) เป็นกอง

ทุนท่ลงทุนในตลาดการเงิน เช่น ฝากธนาคารหรือนาไปลงทุน



ในตราสารหน้ระยะส้นท่มีอายุไม่เกิน 1 ปี กองทุนประเภทน้ม ี



ความเส่ยงตาและมีสภาพคล่องสูง สามารถซ้อ-ขายได้ทุกวัน ม ี




โอกาสได้รับผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบ้ยเงินฝากประเภทออม
ทรัพย์ เหมาะส�าหรับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต�่า และการลงทุน

ในระยะส้นพร้อมสภาพคล่องสูง เช่น พักเงินลงทุนเพ่อรอลงทุน

ในสินทรัพย์อื่นๆ
99

กองทุนอสังหาริมทรัพย์ (Property Fund) เป็นกองทุนที่

ระดมเงินทุนไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ให้เช่าในระยะยาว 20-30 ปี
เช่น อาคารหรือที่ดิน โดยผลตอบแทนที่ได้คือ ค่าเช่านั่นเอง โดย

ผู้ถือหน่วยจะได้รับผลตอบแทนในรูปเงินปันผล (dividend) ใน


แต่ละปี ซ่งเหมือนกับเราได้ไปซ้ออสังหาฯ หรือได้สิทธิการเช่า

น้นมาจริงๆ ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปกองทุนปิดและจดทะเบียนใน




ตลาดหลักทรัพย์ นอกจากน้เม่อราคาทรัพย์สินเพ่มข้น ก็ทาให้ราคา

หน่วยลงทุนที่เราถืออยู่เพิ่มขึ้นด้วย และในทางกลับกันหากมูลค่า
ทรัพย์สินลดลงก็ท�าให้มูลค่าหน่วยลงทุนที่เราถืออยู่ลดลงเช่นกัน


กองทุนทองคา (Gold Fund) เป็นกองทุนท่ลงทุนในทองคา





โดยผู้ท่ถือหน่วยลงทุนจะไม่ได้รับทองคาจรงๆ แต่จะได้รับในรูป
แบบของหน่วยลงทุนแทน ปัจจัยท่ต้องคานึงในการลงทุนประเภท





น้คือ ทิศทางเศรษฐกิจโลก อัตราแลกเปล่ยน ราคาทองคาในตลาด
โลก ควรดูปัจจัยระดับกองทุนด้วย ไม่ว่าจะเป็นตลาดหลักทรัพย์


ท่ใช้อ้างอิงราคา นโยบายป้องกันความเส่ยงอัตราแลกเปล่ยน

นโยบายจ่ายเงินปันผล และค่าธรรมเนียมการจัดการ
กองทุนน�้ามัน (Oil Fund) เป็นกองทุนที่ลงทุนในสัญญา



ซ้อขายล่วงหน้านามันดิบ ผู้ลงทุนจึงต้องศึกษาข้อมูลจากหนังสือช ี ้
ชวนให้ดี (ดูได้จากเว็บไซต์ของ บลจ. หรือ ก.ล.ต. www.sec.or.th







เพ่อดูว่าความเส่ยงท่เก่ยวข้องกับกองทุนรวมนามันท่อาจทาให้ผล

100


Click to View FlipBook Version