พระโพธธิ รรมาจารยเ์ ถร
(พระสวุ โจ หลวงปู่สุวัจน)์
ประวตั ิและคติธรรมค�ำสอนของหลวงปูส่ วุ ัจน์ สวุ โจ
วดั ป่าเขานอ้ ย ตำ� บลเสมด็ อำ� เภอเมอื ง จงั หวดั บรุ ีรัมย์
พระโพธิธรรมาจารย์เถร
(พระสุวโจ หลวงป่สู วุ ัจน์)
เลขมาตรฐานหนังสือ : ๙๗๘-๖๑๖-๔๖๘-๖๙๙-๑
พมิ พค์ รง้ั ท่ี ๑ : มถิ นุ ายน ๒๕๖๑
จำ� นวนพิมพ์ : ๕,๐๐๐ เล่ม
จัดพมิ พ์โดย : มลู นิธพิ ทุ ธสมุนไพรคู่แผ่นดินไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
พมิ พ์ที่ : บริษัท ศลิ ปส์ ยามบรรจภุ ัณฑแ์ ละการพิมพ์ จำ� กดั
๖๑ ถนนเลียบคลองภาษเี จรญิ ฝ่งั เหนอื ซ.เพชรเกษม๖๙
แขวงหนองแขม เขตหนองแขม กรงุ เทพมหานคร
โทรศพั ท์ ๐-๒๔๔๔-๓๓๕๑-๙ โทรสาร ๐-๒๔๔๔-๐๐๗๘
E-mail: [email protected] www.silpasiam.com
ค�ำปรารภในการพิมพค์ รง้ั แรก
ในวาระฉลองพระบรมธาตุเจดีย์ศรีสุวจคุณานุสรณ์ หรือเจดีย์พิพิธภัณฑ์
พระโพธิธรรมาจารยเ์ ถร (หลวงป่สู ุวัจน์ สวุ โจ) ณ วดั ป่าเขานอ้ ย จงั หวดั บุรรี ัมย์
ในระหวา่ งวนั ท่ี ๕-๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐ นั้น
ทางคณะศษิ ยานศุ ษิ ยต์ า่ งเห็นพอ้ งใหจ้ ดั ท�ำหนงั สอื ทรี่ ะลกึ เพ่ือเทดิ ทนู บชู าคุณ
หลวงปู่สวุ จั น์ สวุ โจ ในโอกาสอนั เปน็ มงคลน้ี โดยมเี นื้อหาครอบคลมุ ประวัตโิ ดยย่อ
ของหลวงปู่ ประวตั วิ ดั ปา่ เขานอ้ ย พระธรรมเทศนาของหลวงปู่ และบทเรยี บเรยี งจาก
คำ� สมั ภาษณล์ กู ศษิ ยท์ งั้ บรรพชติ และฆราวาสทเี่ คยมโี อกาสอยใู่ กลช้ ดิ หรอื เคยไดย้ นิ
ไดฟ้ งั หรอื ไดร้ บั การอบรมธรรมะจากองคห์ ลวงปู่ ซง่ึ นา่ จะเปน็ ประโยชนห์ ากไดน้ ำ� ออก
มาเผยแพรใ่ ห้กว้างขวางออกไป
อน่ึง การด�ำเนินการก่อสร้างเจดีย์เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ
รวมท้ังอัฐิธาตุและอัฐบริขารต่างๆ ของหลวงปู่ ส�ำเร็จลุล่วงก็ด้วยความศรัทธาและ
เสยี สละจากศษิ ยานศุ ษิ ยห์ ลายทา่ นหลายฝา่ ย โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ จากชาวบา้ นทงั้ ใกล้
และไกลตา่ งพากนั มาสมทบคนละเลก็ คนละนอ้ ยตามกำ� ลงั เพอ่ื มสี ว่ นรว่ มในบญุ กศุ ล
คร้ังนี้กันอย่างกว้างขวางจนเป็นที่น่าปลาบปล้ืมใจอย่างย่ิง สมดังเจตนารมณ์ของ
หลวงปู่แต่ไหนแต่ไรมา ท่ีส่งเสริมให้คนหมู่มากได้มีส่วนร่วมในกองการกุศลกัน
ถ้วนหน้ามากกวา่ ทจ่ี ะให้สำ� เร็จบุญโดยบุคคลใดบคุ คลหนึ่งหรอื คณะใดคณะหนง่ึ
นอกจากน้ี เจดยี น์ ย้ี งั จะเปน็ ปจั จยั ใหเ้ กดิ ธรรมสงั เวช คอื เครอื่ งกระตนุ้ เตอื นให้
เกดิ ศรทั ธาและปญั ญา ยงั จติ ใจของผมู้ ากราบสกั การะใหต้ ระหนกั ถงึ ความไมเ่ ทย่ี งของ
สงั ขารทง้ั หลาย อกี ทง้ั ยงั ชว่ ยใหร้ ะลกึ นกึ ถงึ ธรรมคำ� สงั่ สอนขององคห์ ลวงปู่ เพอื่ จะได้
ขวนขวายในการปฏบิ ตั ธิ รรม ใหส้ มกบั ทหี่ ลวงปไู่ ดเ้ มตตาอตุ สา่ หพ์ รำ่� สอนจวบจนวาระ
สุดทา้ ยแห่งชีวติ ท่าน เพ่อื จะไดถ้ ึงฝั่งแห่งความส้นิ ทกุ ข์ท้งั มวลด้วยความไมป่ ระมาท
จงึ นบั วา่ การสรา้ งเจดยี อ์ นั เปน็ สว่ นอามสิ หรอื วตั ถกุ จ็ ะสามารถกอ่ เกดิ ประโยชนส์ งู สดุ
หากได้โยงเข้าสธู่ รรมมศี รทั ธาและปัญญาดังไดก้ ล่าว
คณะผู้จดั ทำ� หนังสอื ขอกราบอาราธนาคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และ
บุญบารมขี ององค์หลวงปู่สวุ ัจน์ สวุ โจ ตลอดถึงอานิสงส์แหง่ ความความศรัทธาและ
เสียสละทุ่มเทก�ำลังกาย ก�ำลังใจ ก�ำลังสติปัญญาในการจัดสร้างเจดีย์พิพิธภัณฑ์
พระโพธธิ รรมาจารยเ์ ถร เพอื่ ยงั ประโยชนแ์ กห่ มชู่ นทง้ั หลาย จงมาเปน็ พลวปจั จยั หนนุ นำ�
ใหท้ กุ ทา่ นทมี่ สี ว่ นรว่ มในธรรมทานครง้ั นี้ ตลอดถงึ ศษิ ยานศุ ษิ ยแ์ ละผใู้ ฝธ่ รรมทกุ ทา่ น
จงเต็มเปี่ยมด้วยก�ำลังศรัทธาและความเพียรในการปฏิบัติตามธรรมค�ำสอนขององค์
หลวงปูเ่ พอ่ื ให้เขา้ ถึงที่สุดแหง่ ทกุ ข์คือพระนิพพานโดยเร็วพลนั เทอญ
หนังสือเล่มนี้ส�ำเร็จลงได้ด้วยความร่วมมือแห่งศิษย์ทุกท่าน กรรมอันใดที่
ลว่ งเกนิ เหลา่ ศษิ ยข์ อนอ้ มกราบขอขมาดว้ ยเศยี รเกลา้ ขอหลวงปแู่ ละทกุ ทา่ นทม่ี สี ว่ น
เกี่ยวขอ้ งไดโ้ ปรดงดซ่ึงโทษท่ีล่วงเกินนั้น เพือ่ ความส�ำรวมระวังในกาลต่อไป
คณะผจู้ ัดท�ำ
๕ เมษายน ๒๕๕๐
คำ� ปรารภ
ประวัติและคติธรรม พระธรรมเทศนาของพระสุวโจ หลวงปู่สวุ ัจน์ ทา่ นเป็น
พระสปุ ฏปิ นั โน วสิ ทุ ธบิ คุ คล โอวาทธรรมคำ� สอนของทา่ นแสดงเปย่ี มดว้ ยเมตตาธรรม
บริสุทธิ์สมบูรณ์ เพื่อกุลบุตรสุดท้ายภายหลังจะได้น�ำไปศึกษาปฏิบัติด�ำเนินไปตาม
สายทางแหง่ อริยวงศ์ กา้ วถึงแดนแหง่ สคุ โตโลกวิทูโดยทวั่ กัน
คณะปสาทศรทั ธา
๖ พฤษภาคม พทุ ธศักราช ๒๕๖๑
สารบัญ ๑
๒๑
ประวัติวดั ป่าเขาน้อย ๓๑
ประวตั ยิ ่อหลวงป่สู วุ จั น์ สุวโจ ๘๓
ร�ำลกึ ถึงหลวงป ู่ ๙๗
คตธิ รรมคำ� สอนของหลวงป ู่ ๙๙
พระธรรมเทศนาของหลวงปู่ ๑๐๔
๑ กัลยาณมติ ร ๑๑๓
๒ ภาวนาให้รถู้ งึ ซง่ึ ความจริง ๑๑๘
๓ จิตเป็นรากฐานของความสุข ๑๒๓
๔ ใหร้ ะวงั จติ ในการปฏิบตั ิ ๑๒๖
๕ อบรมใจใหไ้ ด้ญาณทศั นะ ๑๓๗
๖ อริยมรรค อริยผล ๑๓๙
๗ มรดกธรรมของหลวงปูม่ น่ั ๑๔๔
๘ ความสขุ ท่แี ทจ้ รงิ ๑๕๓
๙ อารมณก์ บั ใจ ๑๕๙
๑๐ เล็งจติ ของเราให้ตรง ๑๖๒
๑๑ ผู้ฉลาดในประโยชน์ ๑๖๘
๑๒ รกั ษาจิตดวงเดียว
๑๓ พระอริยวงศาปฏปิ ทา
พระโพธิธรรมาจารยเ ถร
(พระสวุ โจ หลวงปสู วุ ัจน)
ÇÑ´»Ò† à¢Ò¹ŒÍ µÒí ºÅàÊÁç´ ÍÒí àÀÍàÁ×ͧ ¨Ñ§ËÇ´Ñ ºÃØ ÕÃÁÑ Â
¾ÃкÃÁÊÒÃÕÃÔ¡¸ÒµØ·èÕÊÁà´ç¨¾ÃÐÞÒ³ÊѧÇà ÊÁà´ç¨¾ÃÐÊѧ¦ÃÒª Ê¡ÅÁËÒÊѧ¦»ÃÔ³Ò¡
»ÃзҹãËŒ ¾ÃÍŒ Á·§éÑ ¾ÃкÃÁÊÒÃÃÕ ¡Ô ¸ÒµØ ÍÃË¹Ñ µ¸ÒµØ áÅÐꡄ ¸Ô Òµ¢Ø ͧËÅǧ»Ê†Ù ÇØ ¨Ñ ¹ ÊÇØ ⨠·¤Õè ³ÐÈÉÔ Â
ÃÇ‹ Á¹Òí ÁÒºÃÃ¨äØ Ç㌠¹¾ÃÐ਴ÕÂ
ประวตั ิวัดป่าเขานอ้ ย
ต�ำบลเสมด็ อ�ำเภอเมือง จงั หวดั บรุ รี มั ย์
1
บริเวณวัดป่าเขาน้อย จงั หวดั บรุ รี มั ย์
2
สภาพและตำ� แหนง่ ทต่ี ง้ั
วัดป่าเขาน้อย ตั้งอยู่บริเวณด้านทิศใต้ของเขตป่าสงวนแห่งชาติเขากระโดง
หา่ งจากเขตเทศบาลเมอื งบรุ รี มั ยไ์ ปทางทศิ ใตต้ ามเสน้ ทางหลวงสายบรุ รี มั ย-์ ประโคนชยั
ประมาณ ๗ กิโลเมตร นับได้ว่าพ้ืนที่ป่าบริเวณน้ีเป็นป่าใกล้เมืองที่หาได้ยากใน
ปัจจุบนั
เดิมทีวัดป่าเขาน้อยมีอาณาบริเวณครอบคลุมพ้ืนที่รอบเขตป่าสงวนแห่งชาติ
เขากระโดงนับพันไร่ ต่อมาทางราชการได้ใช้พ้ืนท่ีบางส่วนเป็นท่ีถ่ายทอดสัญญาณ
โทรทัศน์ของจังหวัด ท�ำให้อาณาบริเวณของวัดในปัจจุบันลดลงจากเดิมเหลือเพียง
๖๐๕ ไร่เศษ
ภูมิประเทศ โดยท่วั ไปประกอบดว้ ยหินภเู ขาไฟและต้งั อยู่บนเชงิ เขาขนาดย่อม
จงึ เปน็ ทม่ี าของชอื่ วดั ปา่ เขานอ้ ย ปา่ ในละแวกนเ้ี ปน็ ปา่ ไมเ้ บญจพรรณ ประกอบไปดว้ ย
ต้นไมธ้ รรมชาตหิ ลากหลายชนดิ เช่น เต็ง รัง แดง พลวง เปน็ ต้น นอกจากนีย้ งั มี
สมนุ ไพรท่สี ามารถน�ำมาเป็นอาหารและยา ไดแ้ ก่ กฐินหอม เปราะ กระเจยี ว ส้มลม
จมกู ปลาไหล เป็นต้น อกี ทงั้ ยงั เปน็ ทอ่ี าศัยของนกนานาชนิด
พ้นื ทีว่ ัดป่าเขานอ้ ยในอดีต
ตามคำ� บอกเลา่ ของคณุ ตาอนิ ชาวบา้ นหมบู่ า้ นโคกเจรญิ ต.เสมด็ อ.เมอื ง จ.บรุ รี มั ย์
ซง่ึ ปจั จบุ นั เสยี ชวี ติ ไปแลว้ ทำ� ใหท้ ราบวา่ พนื้ ทอ่ี นั เปน็ ทต่ี ง้ั ของวดั ปา่ เขานอ้ ยในปจั จบุ นั น้ี
เดิมทีเคยเป็นที่ตั้งของวัดในอดีตซึ่งหลวงพ่อด่อน เจ้าอาวาสวัดหนองปรือขณะนั้น
เปน็ ผพู้ าชาวบา้ นญาตโิ ยมผมู้ จี ติ ศรทั ธามาสรา้ งไว้ เมอ่ื ประมาณ ปี พ.ศ. ๒๔๗๐ โดยท่ี
หลวงพ่อด่อนพิจารณาเห็นว่าสถานท่ีแห่งนี้เป็นท่ีสัปปายะ เหมาะแก่การบ�ำเพ็ญ
สมณธรรม โดยทา่ นจะเทยี วไปเทยี วมาระหวา่ งวดั หนองปรอื และเขานอ้ ยอยเู่ ปน็ ปกติ
ท่ีบริเวณเชิงเขา ชาวบ้านได้พากันสร้างกุฏิที่พักส�ำหรับหลวงพ่อด่อน ในขณะที่
3
บนเขานอ้ ยจะมีศาลาสำ� หรับใชใ้ นงานบญุ ต่างๆ เชน่ ท�ำบุญสงกรานต์ งานก่อพระ
เจดยี ์ทราย และประเพณงี านบญุ ขน้ึ เขากระโดง ทกุ เดอื นห้า เป็นต้น ซึ่งแมแ้ ตอ่ งค์
หลวงป่สู ุวจั น์เองกเ็ คยเล่าว่า ในสมยั ทท่ี า่ นเปน็ เดก็ อยทู่ ่จี ังหวดั สรุ นิ ทร์ ก็เคยได้ยนิ
เรอื่ งราวของหลวงพอ่ ดอ่ น พระศกั ดส์ิ ทิ ธิ์ ทม่ี ผี มู้ ารว่ มงานบญุ กบั ทา่ นเปน็ จำ� นวนมากๆ
มที งั้ ขา้ ราชการและชาวบา้ นทง้ั จากบา้ นหนองปรอื และหมบู่ า้ นใกลเ้ คยี ง มารว่ มงานกนั
อยา่ งเปน็ ระเบยี บเรียบร้อย ไมอ่ กึ ทึกวุ่นวาย ซ่ึงอาจเป็นดว้ ยเกรงบญุ บารมีในองค์
หลวงพ่อด่อน พระผซู้ ึง่ มีบคุ ลกิ นา่ ยำ� เกรง พดู น้อย แต่มวี าจาสทิ ธ์ิ
ในปี พ.ศ. ๒๔๙๔ หลวงพอ่ ดอ่ นไดส้ รา้ งรปู ปน้ั สตั วช์ นดิ ตา่ งๆ ไวบ้ นเขานอ้ ย รปู ปน้ั
ดงั กลา่ วทำ� ดว้ ยดนิ เหนยี วผสมแกลบ ซงึ่ ยงั ปรากฏเปน็ หลกั ฐานใหเ้ หน็ อยใู่ นปจั จบุ นั
มีทงั้ พญานาค จระเข้ กบ เตา่ ลิง ปู และชา้ งสามเศยี ร รวมไปถึงรูปป้นั อื่นๆ มรี ะฆัง
และทหาร เปน็ ตน้ ซง่ึ ชาวบา้ นไดเ้ ลา่ ใหฟ้ งั วา่ ภายหลงั จากทท่ี า่ นสรา้ งและฉลองรปู ปน้ั
ตา่ งๆ เหลา่ นเ้ี สรจ็ สน้ิ ท่านกล็ ้มป่วย ชาวบ้านสวายจีกจงึ ไดพ้ ากนั ใช้ตนเทียมเกวียน
(ไมใ่ ชค้ วาย) เพราะตอ้ งการปฏบิ ตั ติ อ่ ทา่ นดว้ ยความเคารพอยา่ งสงู เพอื่ แบกทา่ นลงจาก
เขานอ้ ย หลวงพอ่ ดอ่ นทา่ นนอนอาพาธอยทู่ ว่ี ดั หนองปรอื ไมน่ านนกั กถ็ งึ แกม่ รณภาพ
รวมสิรอิ ายุได้ ๕๙ ปี ท้งิ รปู ปั้นต่างๆ ไว้เปน็ ปริศนา อีกทั้งยังทิ้งปริศนาความเป็นไป
ในอนาคตใหช้ าวบา้ นไดข้ บคดิ ๙ ขอ้ ซง่ึ ในสมยั ทที่ า่ นยงั ดำ� รงขนั ธอ์ ยู่ ทา่ นจะพดู ถงึ
บอ่ ยๆ จนชาวบา้ นทอ่ งจำ� ไดว้ า่ ในอนาคต
๑. คนจะเอากน้ เดนิ (อาจหมายถึงว่าต่อไปจะมรี ถ คนจะไมไ่ ด้ใช้ขาเดินแต่จะ
นัง่ ขับรถ คือ เอากน้ เดนิ - ในสมัยน้ันยงั ไม่มีรถให้เห็น มีแตเ่ กวียน กเ็ ป็นไปได้วา่
ทำ� ให้ไม่ร้จู ะเรยี กวา่ อะไร)
๒. ววั ดา่ งจะเขา้ หมบู่ า้ น (สมยั กอ่ นมแี คว่ วั ขาวกบั ววั แดง ววั ดา่ งไดจ้ ากเมอื งนอก
นา่ จะหมายถึง คนจะยากจนมากจนนุ่งกางเกงปะกน้ จะหากินไมไ่ ด้)
๓. มที างแตไ่ มม่ คี นเดนิ เพราะยกั ษม์ นั คอยกนิ (อาจหมายถงึ ถนนจะมแี ตร่ ถวง่ิ
ยักษ์คอยกินคน แปลว่ารถมันว่ิงมาทับ คนจึงไม่ค่อยเดินถนน บ้างก็ตีความว่า
4
ยกั ษ์ คอื หวยเบอร์ ซึง่ สมัยกอ่ นหวยจะออกทกุ อาทิตย์ พอหวยออกก็ คนกเ็ อาเงิน
ไปซื้อหมด)
๔. ตะลกุ (หลมุ บอ่ ) จะวง่ิ ไปหาควาย (อาจหมายถงึ แทนทผ่ี ชู้ ายจะเปน็ ฝา่ ยไป
จบี ผ้หู ญิง แตผ่ ู้หญิงกลบั จะเปน็ ฝา่ ยว่ิงไปหาผชู้ าย)
๕. นำ�้ ทว่ มยอดไผไ่ มม่ ปี ลา (อาจหมายถงึ ตอ่ ไปจะมนี ำ�้ บาดาล ซงึ่ ในนำ้� บาดาลนนั้
จะไมม่ ปี ลา)
๖. ตอไมพ้ ดู ได้ (อาจหมายถงึ ตอ่ ไปจะมวี ทิ ยทุ รานซสิ เตอร์ เวลาทำ� ไรท่ ำ� นา กเ็ อา
วทิ ยุวางไวท้ ี่ตอไม้ แล้วเปดิ ฟงั คลา้ ยกับตอไม้พดู ได)้
๗. หนอนตาโตจะมากนิ ข้าว (อาจหมายถงึ ต่อไปจะใชร้ ถมาเก็บขา้ ว รถก็มีไฟ
หนา้ สองดวงเหมือนหนอนตาโต จะคอยมาเกบ็ ขา้ วไป)
๘. ปี พ.ศ. ๒๕๕๐ มนุษยม์ ันจะฆ่ากนั ตาย แย่งกนั กนิ ไม่รู้จกั พอ ไม่รู้จกั พ่ี
ไมร่ ้จู กั จักน้อง
๙. ประเทศไทยไม่มใี ครมายดึ ได้ ไมม่ ใี ครทำ� อะไรได้ ถ้าจะสญู ก็สญู เอง
อยา่ งไรกด็ ี ประวตั ขิ องหลวงพอ่ ดอ่ นจากขอ้ มลู ทชี่ าวบา้ นไดเ้ ลา่ ใหฟ้ งั ประกอบกบั
ซากวตั ถุสถานต่างๆ ท่ีหลงเหลอื ปรากฏให้เหน็ อยทู่ ี่บนเขานอ้ ยเปน็ ประจกั ษพ์ ยานที่
ช้ชี ดั ใหเ้ ห็นถึงการมอี ยขู่ องวัดเก่าก่อนทีจ่ ะมาเปน็ วัดปา่ เขาน้อยดังเช่นในปจั จุบนั
บรเิ วณเขานอ้ ยไดถ้ กู ทงิ้ รกรา้ งวา่ งเปลา่ อยเู่ ปน็ เวลานาน กระทง่ั ประมาณปี พ.ศ.
๒๕๒๑ นคิ มบา้ นกรวดแตก (ปจั จบุ นั คอื อำ� เภอบา้ นกรวด จ.บรุ รี มั ย)์ ซง่ึ ไดป้ ระสบปญั หา
ความไม่สงบบริเวณชายแดน กล่าวคือ ชาวบ้านถูกยิงและถูกระเบิด ล้มตายเป็น
จ�ำนวนมาก จงึ มีชาวบา้ นกว่า ๘๐๐ หลังคาเรอื นอพยพมาอยู่ในบรเิ วณที่เปน็ หน้าวดั
ปจั จุบนั (ต.เสม็ด อ.เมอื ง จ.บุรีรัมย์) คนทีม่ าอยทู่ นี่ ี่ใหมๆ่ บา้ งเปน็ หว่ งบ้านเดิมที่
อ�ำเภอบา้ นกรวด กก็ ลบั ไปดบู า้ น บางคนกลับไปแล้วไม่ได้กลับมาอกี เลย เพราะโดน
5
ระเบดิ ตายกม็ ี บางคนกบ็ าดเจบ็ ขาขาด มกี ารวางระเบดิ เยอะมาก ถงึ ขนาดวางระเบดิ
ตามบนั ไดบา้ น จนชาวบา้ นแถบนนั้ ตอ้ งชว่ ยเหลอื ตนเองเพอ่ื ความอยรู่ อด เชน่ ฝกึ วธิ ี
เก็บระเบิด ยิงปืน และรักษาพยาบาลขั้นต้น เป็นต้น
ทแี รกทชี่ าวบา้ นบา้ นกรวดหนมี าไดก้ ด็ ใี จมาก วา่ หนรี ะเบดิ พน้ แลว้ จะไดอ้ ยอู่ ยา่ ง
รม่ เยน็ เปน็ สขุ แตท่ ไี่ หนได้ เหมอื นหนเี สอื ปะจระเข้ ทน่ี แ่ี หง้ แลง้ มาก ตน้ ไมแ้ ทบไมม่ เี ลย
ปลกู อะไรกไ็ มไ่ ดเ้ พราะไมม่ นี ำ�้ ชว่ งแรกเจา้ หนา้ ทท่ี างราชการกเ็ อานำ้� ประปาใหพ้ อไดก้ นิ
แต่ไม่มีท่ีท�ำกิน มีแต่ที่อยู่อาศัย บางคนก็ยังต้องกลับไปดูสวนที่ปลูกไว้ที่อ�ำเภอ
บ้านกรวด พอกลับมาทีน่ ก่ี ็โดนยกเค้า ขโมยเอาบา้ นไปท้งั หลงั ยกไปกลางวนั แสกๆ
เหน็ เขากำ� ลงั รอ้ื เอาบา้ นไปกท็ ำ� อะไรไมไ่ ด้ จากเดมิ ไมม่ ที ด่ี นิ ทำ� กนิ ตอนนบี้ า้ นกไ็ มม่ จี ะอยู่
การดูแลจากเจ้าหน้าที่ของรัฐก็ไม่ท่ัวถึง ท�ำให้ความเป็นอยู่ของชาวบ้านละแวกน้ัน
เป็นไปดว้ ยความยากลำ� บากอย่างย่งิ
เริ่มกอ่ ต้งั เปน็ สำ� นกั สงฆ์
ประมาณ พ.ศ. ๒๕๒๓ หลวงพอ่ สุพร ฐิตธมั โม พระกรรมฐาน พร้อมพระอกี
๒ รูปคอื หลวงพอ่ ตรคี ณู และหลวงพอ่ เจีย ได้เดนิ ธุดงคผ์ า่ นมาถึงบรเิ วณนี้ จงึ มา
ปกั กลดบำ� เพ็ญภาวนาและสงเคราะห์ชาวบา้ นบรเิ วณนีแ้ ละบรเิ วณใกล้เคียง ชาวบ้าน
ทงั้ หลายเกดิ ศรทั ธาและไดน้ มิ นตท์ า่ นใหอ้ ยสู่ รา้ งสำ� นกั สงฆข์ นึ้ เพอ่ื จะไดใ้ ชเ้ ปน็ สถานท่ี
ปฏบิ ัตธิ รรม ครั้นเวลาผ่านไปก็เหลอื เพียงหลวงพ่อสุพรองค์เดยี ว
ตอนแรกเป็นเพยี งสำ� นกั สงฆ์ กนั ดารและล�ำบากมาก ท่านปักกลดอย่ใู ตต้ ้นไม้
ถงึ สามพรรษา สมยั นนั้ กร็ อื้ เอาไมโ้ รงเลย้ี งหมเู กา่ มาทำ� ทพี่ กั มสี ระนำ้� ใหญบ่ รเิ วณเชงิ เขา
ซงึ่ เขาใชเ้ ลย้ี งควาย พอควายไปนอนนำ�้ กข็ นุ่ ทา่ นไมม่ นี ำ�้ ใชก้ ต็ กั นำ้� แลว้ เอาสารสม้ แกวง่
พอให้ได้น้�ำใสมาใช้มาอาบ แต่พอถึงหน้าแล้งประมาณเดือนมีนาคมและเมษายน
นำ�้ ไมม่ ใี ชเ้ ลย แตอ่ ยา่ งไรกต็ ามทา่ นกไ็ ดร้ บั การอปุ ฏั ฐากอยา่ งดจี ากครอบครวั เกยดอน
ท่อี ยูห่ น้าวัด หาบน้ำ� มาเพื่อให้ท่านไดใ้ ชท้ ุกวัน
6
หลวงพอ่ สพุ รเลา่ วา่ มาทแี รกมนั รอ้ นไปหมด รอ้ นหนิ มแี ตห่ นิ ทง้ั นน้ั ตน้ ไมใ้ หญ่
แทบไม่มีเลย มแี ตต่ น้ เล็กๆ เต้ยี ๆ ขนาดคนอยู่ห่างกนั สองสามเสาไฟฟา้ ยังมองเห็น
กนั เลย หาอะไรจะบงั แดดกไ็ มม่ ี ตน้ ไมท้ ม่ี อี ยกู่ ถ็ กู เขาตดั เตยี นหมดไปจนถงึ เขาใหญ่
(หรือเขากระโดง) ไม้บางส่วนก็ถูกตัดน�ำมาท�ำหมอนรถไฟ แม้แต่พวกตอไม้ก็โดน
ตดั ไปเผาถา่ นหมดเลย เสยี หายจากการตดั เผาถา่ นมากเลย ปา่ แถบนเ้ี ปน็ ปา่ รงั ปา่ แดง
ป่าพืน้ บ้าน ทา่ นมาอยู่ ๖ ปแี รกเห็ดกไ็ ม่มี ดอกดินดอกกระเจียวกไ็ มม่ ี ตน้ ผกั หวาน
ก็ยังไม่มี หลังจากน้ันพอต้นไม้เกิดมนั จึงเกิดขนึ้ มา นับวา่ ทา่ นเปน็ พระที่ท่านเอาจริง
เพื่อรักษาปา่ เพราะมีหลวงพอ่ สุพรจงึ มปี า่ หลงเหลอื อยู่
ชว่ งแรกมพี ระองคอ์ นื่ ๆ ไปเยยี่ มเยยี น กบ็ อกกบั ทา่ นวา่ ทนอยทู่ นี่ ที่ ำ� ไม ไปหาทพ่ี กั
ทใี่ หมเ่ ถอะ มนั กนั ดาร นำ�้ กไ็ มม่ ี แตท่ า่ นกอ็ ดทนอยถู่ งึ ๑๖ พรรษา เหตผุ ลทที่ า่ นอยู่
ทน่ี ี่ เพราะท่านไดร้ บั ค�ำบอกเลา่ จากตาอนิ ว่า หลวงพ่อด่อนทา่ นเคยมาอยู่นี่เม่ือนาน
มาแลว้ ทา่ นเคยทำ� นายวา่ ตอ่ ไปแถวนจ้ี ะมพี ระธดุ งคก์ รรมฐานมาอยู่ จะเหลอื งไปหมด
ทงั้ ป่า ท่านยดึ หลักตรงนจ้ี งึ สู้อย่มู าโดยตลอด
หลวงปูส่ ุวัจนม์ าเขานอ้ ยครั้งแรก
การมาเขาน้อยคร้ังแรกของหลวงปู่สุวัจน์น้ัน ทราบจากค�ำบอกเล่าจากศิษย์
ฆราวาสท่านหน่ึงของหลวงปู่ว่า เมื่อคร้ังในวัยเด็ก ศิษย์ท่านนี้ได้มีโอกาสใส่บาตร
ในตอนเช้ากับหลวงปู่ฝั้น อาจาโร (ท่านได้รับการนิมนต์มาที่วัดเป็นประจ�ำ) และ
หลวงป่สู ุวจั น์ ท่วี ัดปา่ ปราสาทจอมพระ จ.สรุ ินทร์ เปน็ ประจ�ำ ด้วยความคนุ้ เคยท่ี
ได้เหน็ กนั มาโดยตลอด
แลว้ ตอ่ มาเมอ่ื ฆราวาสทา่ นนนั้ ไดย้ า้ ยมาอยใู่ น จ.บรุ รี มั ย์ หลวงปสู่ วุ จั นก์ เ็ ดนิ ทาง
มาโปรดลกู ศษิ ยท์ า่ นนด้ี ว้ ยตวั เองทบ่ี รุ รี มั ย์ ในขณะเดยี วกนั หากลกู ศษิ ยท์ า่ นนท้ี ราบวา่
หลวงปู่สุวัจน์มาพ�ำนักท่ีวัดป่าปราสาทจอมพระเม่ือใด ก็จะเดินทางไปกราบหลวงปู่
ทกุ ครัง้ เปน็ เชน่ น้เี รือ่ ยมา
7
ปรกติแล้วในช่วงน้ัน หลวงปู่สุวัจน์ท่านจ�ำพรรษาอยู่ท่ีประเทศสหรัฐอเมริกา
พอเวลาออกพรรษาทา่ นจงึ จะเดนิ ทางกลบั มาเมอื งไทย และไปตามภาคอสี านตอนบน
เพื่อกราบนมัสการครูบาอาจารย์ต่างๆ ของท่านก่อน เช่น หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
วดั หนิ หมากเปง้ จ.หนองคาย หลวงตามหาบวั ญาณสมั ปนั โน วดั ปา่ บา้ นตาด จ.อดุ รธานี
เป็นต้น แลว้ จึงเดินทางไปเยีย่ มวัดตา่ งๆ ทท่ี ่าเคยพำ� นกั อยู่และใหก้ ารอนุเคราะห์ไว้
เช่น วัดถ้�ำศรีแก้ว จ.สกลนคร วดั ป่าปราสาทจอมพระ จ.สุรนิ ทร์ เปน็ ต้น พอใกล้
วันเข้าพรรษาท่านต้องเดินทางกลับประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะท่านเป็นพระธรรม
ทตู จึงต้องไปจำ� พรรษาท่ีน่ันตลอด เมื่อออกพรรษา ท่านมกั เดนิ ทางกลบั มารว่ มงาน
วันครบรอบวันมรณภาพของหลวงปู่ฝั้น ณ วัดป่าอุดมสมพร อ.พรรณานิคม
จ.สกลนคร ซึ่งจัดข้ึนประมาณต้นเดือนมกราคมของทุกปี แสดงให้เห็นถึงความ
กตัญญกู ตเวทขี องทา่ นทม่ี ีต่อครูบาอาจารยอ์ ยา่ งสม�่ำเสมอ
ต่อมา ในชว่ งออกพรรษา ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๓๐ ลกู ศิษยฆ์ ราวาสท่านนไ้ี ด้
นิมนต์หลวงปู่สุวัจน์ไปฉันจังหันที่ร้านท่ีเพ่ิงเปิดกิจการเป็นวันแรก หลวงปู่ท่านก็ได้
เมตตาตงั้ ชอ่ื รา้ นใหพ้ รอ้ มกบั จำ� วดั ทีน่ น่ั หนง่ึ คนื เพอ่ื ความเปน็ สริ มิ งคล จากนนั้ ตอ่ มา
ทกุ ปเี วลาทที่ า่ นกลบั มาจากประเทศสหรฐั อเมรกิ า ทา่ นมกั จะมาฝากสมั ภาระบางสว่ น
ของทา่ นไว้ทน่ี ี่ทุกคร้ัง กอ่ นจะเดินทางตอ่ ไปยังอสี านตอนบน
จนวันหน่ึงภรรยาของลูกศิษย์ท่านน้ีแนะน�ำให้นิมนต์หลวงปู่เข้ามาในบ้านด้วย
เนอื่ งจากทล่ี กู ศษิ ยท์ า่ นนที้ ำ� หนา้ ทร่ี บั ฝากสมั ภาระแตเ่ พยี งอยา่ งเดยี ว ไมไ่ ดค้ ดิ อยา่ งอน่ื
ไมไ่ ดน้ กึ ถงึ การนมิ นตใ์ หท้ า่ นเขา้ มาในบา้ นดว้ ย สดุ ทา้ ยกเ็ ลยนมิ นตท์ า่ น ทา่ นจงึ เขา้ มา
ทบี่ า้ น หากไมน่ มิ นต์ท่านก่อน ทา่ นก็ไมเ่ ขา้ บา้ น
ในวันน้ันเองขณะท่ีท่านอยู่ในห้องรับแขก หลวงปู่สุวัจน์ได้มองออกไปนอก
หนา้ ต่าง แล้วปรารภว่า เออ้ ทางนนั้ ดูเหมือนจะมีป่านะ ป่าทางน้นั จะสวยนะ พาเรา
ไปดูหน่อยสิ ลูกศิษย์ท่านน้ันก็เลยรับอาสาพาท่านข้ึนไปบนเขากระโดง ในคร้ังนั้น
หลวงปถู่ งึ กบั ปรารภวา่ โอย้ ดสู ิ ปา่ สวย นนี่ ะถา้ รจู้ กั มาใชเ้ ปน็ สถานทน่ี ง่ั สมาธภิ าวนา
จะดขี นาดไหน ไมต่ อ้ งไปกางเตน๊ ทอ์ ะไรเลย แลว้ แถวนม้ี วี ดั ปา่ ไหม ทา่ นถาม ลกู ศษิ ย์
8
ทา่ นนนั้ ไดเ้ รยี นใหห้ ลวงปทู่ ราบวา่ มสี ำ� นกั สงฆอ์ ยทู่ เ่ี ชงิ เขา พระภกิ ษทุ ด่ี แู ลเปน็ ลกู ศษิ ย์
ของหลวงปู่ดูลย์ หลวงปู่ท่านจึงขอให้พาไปดู และเป็นเหตุให้หลวงปู่สุวัจน์และ
หลวงพอ่ สพุ รไดม้ โี อกาสพบกนั นน่ั คอื จดุ เรมิ่ ตน้ ของการมาเยอื นเขานอ้ ยของหลวงปู่
สวุ ัจน์
หลวงป่รู ับนิมนต์ชว่ ยเขาน้อย
ทา่ นพระอาจารยส์ พุ รไดร้ จู้ กั และไดย้ นิ ชอ่ื เสยี งของหลวงปสู่ วุ จั นอ์ ยแู่ ลว้ เมอื่ ไดม้ ี
โอกาสพบกันในเวลาต่อมา หลวงปู่ก็ให้หลวงพ่อสุพรพาเดินดูบริเวณป่าแถบนั้น
ทง้ั หมด ตอนนนั้ ตน้ ไมเ้ พงิ่ เรมิ่ ขน้ึ แตย่ งั ไมใ่ หญน่ กั หนอนกเ็ ยอะ หลวงปทู่ า่ นถามทกุ สง่ิ
ทกุ อยา่ ง หลวงพอ่ สพุ รกบ็ อกหลวงปวู่ า่ หลวงปู่ สงสยั จะมเี รอื่ งนะ เขาไมใ่ หอ้ ยู่ หลวงปู่
กน็ ง่ิ ไป ไมพ่ ดู อะไรสกั คำ� ขณะทห่ี ลวงปกู่ ำ� ลงั จะเดนิ ทางกลบั หลวงพอ่ สพุ รกค็ ดิ ในใจ
โอ้ หลวงปไู่ หนวา่ จะชว่ ย ไมเ่ หน็ ชว่ ยอะไรเลย หลวงปตู่ อบกลบั มาทนั ทวี า่ เออ อยไู่ ป
เดี๋ยวมาช่วย
จากนน้ั หลงั จากออกพรรษา ซงึ่ เปน็ เวลาทท่ี า่ นกลบั มาจากประเทศสหรฐั อเมรกิ า
ทา่ นกจ็ ะแวะมาทนี่ ที่ กุ ปี มอี ยปู่ หี นงึ่ ทหี่ ลวงปแู่ วะมาหลงั ออกพรรษา กไ็ ดม้ กี ารทอดกฐนิ
ทว่ี ดั ปา่ เขานอ้ ยเปน็ ปแี รก พอชาวบา้ นจะถวายกฐนิ ใหก้ บั หลวงปู่ หลวงปกู่ ลบั บอกวา่
ตอ้ งถวายกบั เจา้ ของวดั เขา (หมายถงึ หลวงพอ่ สพุ ร) หลวงปยู่ งั ไมม่ สี ทิ ธร์ิ บั นอกจากนนั้
หลวงปยู่ ังได้เมตตามอบปจั จยั ไว้ให้หลวงพ่อสุพรอีกจำ� นวนหน่ึง หลวงพ่อสพุ รและ
ชาวบ้านเลยร่วมกันสร้างกุฏิเพ่ือถวายหลวงปู่ ซ่ึงคือกุฏิท่ีท่านอยู่เป็นประจ�ำจนวาระ
สุดทา้ ยของทา่ น
หลวงพ่อสุพรเล่าว่า การสรา้ งกฏุ ขิ องหลวงป่ใู ชเ้ วลาสรา้ งนานถึง ๓ ปี เพราะ
ท่านกับชาวบ้านไม่ก่ีคนออกแรงท�ำกันเองด้วยศรัทธาในองค์หลวงปู่ หลวงปู่ก็ได้มี
โอกาสมาพกั ในชว่ งทกี่ ฏุ ยิ งั ไมเ่ สรจ็ สมบรู ณด์ ี ในชว่ งแรกทห่ี ลวงปมู่ า โรงฉนั กย็ งั ไมม่ ี
จงึ ไดเ้ อาทมี่ งุ บงั ไปกางใหท้ า่ นขณะฉนั จงั หนั ทบ่ี รเิ วณพลาญหนิ จากนนั้ จงึ ไดป้ รบั ปรงุ
ศาลาท่มี อี ยแู่ ลว้ มาเปน็ โรงฉันแทน
9
ปัญหาชมุ ชนกับวัดปา่
เวลาผา่ นไป หลวงพอ่ สพุ รกม็ ปี ัญหาความขดั แย้งกบั ชาวบ้านละแวกน้ี ในเร่ือง
การเข้าเก็บของป่าในบริเวณตัววัด เนื่องจากท่านเกรงว่าหากดูแลไม่ดีของป่าเหล่าน้ี
กจ็ ะหมดไปตามกาลเวลา ซงึ่ ปัญหานก้ี ท็ วคี วามรนุ แรงข้นึ ตามล�ำดับ
จนกระท่งั ในปีนนั้ เอง ซงึ่ เป็นปี พ.ศ. ๒๕๓๙ หลวงป่สู วุ จั นพ์ กั อยใู่ นเมอื งไทย
ทา่ นอยทู่ ส่ี วนทพิ ย์ อ.ปากเกรด็ จ.นนทบรุ ี หลวงปสู่ วุ จั นไ์ ดท้ ราบขา่ วกม็ าทเ่ี ขานอ้ ยทนั ที
หลวงป่กู เ็ รยี กประชุมสงฆ์ ใหพ้ ระส�ำคญั ๆ ในบรเิ วณนน้ั มากนั หมด รวมทั้งเจา้ คณะ
จังหวัด เจ้าคณะอ�ำเภอ หลวงปู่สุวัจน์ได้เข้ามาช่วยหลวงพ่อสุพรไกล่เกล่ียปัญหา
ดงั กลา่ ว
จากนั้นพอท่านทราบว่าปัญหาความขัดแย้งน้ีมีความรุนแรงพอสมควร
หลวงปู่สุวัจน์ท่านก็คิดและนิ่งไปสักพักหนึ่ง หลวงปู่จึงขอให้หลวงพ่อสุพรหลบไป
จากเขาน้อยช่วงหนึ่งก่อนเพ่อื รอให้เรอ่ื งความขัดแย้งต่างๆ คอ่ ยๆ คล่คี ลายลงก่อน
โดยหลวงปจู่ ะรบั เขา้ มาดแู ลเรอ่ื งนเ้ี อง พอเรอ่ื งทกุ อยา่ งสงบแลว้ จงึ คอ่ ยนมิ นตท์ า่ นสพุ ร
กลบั มาอกี ที แตท่ า้ ยทส่ี ดุ แลว้ หลวงพอ่ สพุ รเลยออกปากถวายวดั ใหห้ ลวงปชู่ ว่ ยดแู ล
กอ่ นที่จะไปอยู่ทอี่ ่ืน
หลงั จากเหตกุ ารณค์ รงั้ นน้ั แลว้ เรอ่ื งกเ็ รมิ่ สงบ อยา่ งไรกด็ ี หลวงปไู่ ดใ้ หค้ นไปตาม
หลวงพ่อสุพรกลับมาท่วี ัดเขาน้อยมาโดยตลอด หลวงป่บู อกวา่ อยู่ด้วยกนั น่ีแหละ
ไมต่ อ้ งไปไหนดอก แตห่ ลวงพอ่ สพุ รกลา่ ววา่ ทา่ นไดม้ อบใหห้ ลวงปแู่ ลว้ แลว้ แตห่ ลวงปู่
จะจัดการ
ในปี พ.ศ. ๒๕๓๙ นนั้ เอง หลวงปสู่ วุ จั นไ์ ดจ้ ำ� พรรษาทว่ี ดั ปา่ เขานอ้ ยเปน็ ครง้ั แรก
พรอ้ มกบั พระองคอ์ น่ื ๆ ไดแ้ ก่ พระอาจารยป์ ระเสรฐิ พระอาจารยจ์ รสั และพระอาจารย์
เชวง เป็นตน้
10
ความตง้ั ใจเดมิ ของหลวงปู่
ชว่ งทหี่ ลวงปมู่ าทวี่ ดั ปา่ เขานอ้ ยครงั้ แรกๆ หลวงปทู่ า่ นกำ� ชบั วา่ ปา่ นส้ี มควรอนรุ กั ษ์
เพราะตรงนี้เป็นพื้นท่ีป่าใกล้เมืองและค่อนข้างสมบูรณ์ผืนเดียวในประเทศไทย
เพ่ือให้ลกู หลานชาวบุรีรัมย์ไดพ้ ่ึงพาอาศยั เป็นปอดของชาวบุรีรัมย์ ทส่ี ำ� คัญให้เป็น
แหลง่ ผลติ พระ ดงั ทห่ี ลวงปเู่ คยกลา่ วไวใ้ นชว่ งการกอ่ สรา้ งศาลาใหญว่ า่ “อาตมาคดิ วา่
เมื่อศาลาน้ีได้ท�ำข้ึนแล้วจะอบรมพระเณร จนพระเณรเป็นเนื้อนาบุญของโลกของ
ประชาชน ให้ได้ทำ� บญุ ไดก้ ราบไดไ้ หว้”
พระลูกศิษย์ของหลวงปู่องค์หน่ึงท่านเล่าว่า ท่านได้เข้ามารู้จักหลวงปู่ในตอน
ทา่ นอาพาธแลว้ ตอนนน้ั หมคู่ ณะของทา่ นเลา่ ใหฟ้ งั วา่ ตอ่ ไปวดั เขานอ้ ยจะเปน็ ทป่ี ฏบิ ตั ิ
ของพระและฆราวาส วดั นเ้ี ปน็ ทป่ี ฏบิ ตั ธิ รรมตามหลกั พระธรรมวนิ ยั โดยหลวงปถู่ งึ กบั
ไดก้ ำ� หนดจำ� นวนพระในวดั เอาไวใ้ นเบอื้ งตน้ ประมาณ ๑๕ องค์ แสดงใหเ้ หน็ วา่ ทา่ นตง้ั ใจ
จะสอนพระอยา่ งเตม็ ทเ่ี ลย ดงั ทที่ า่ นกลา่ วไวอ้ ยา่ งจรงิ จงั วา่ “อาตมาวางโครงการอยากจะ
อบรมพระภกิ ษุสามเณร ตลอดถึงจะมาอบรมส่งไปช่วยทางสหรัฐอเมริกา ชว่ ยยงั ไง
สถานทก่ี วา้ ง วางแผนวา่ เมอ่ื ไดศ้ าลานแี้ ลว้ กจ็ ะนำ� มาธดุ งคป์ กั กลดอยทู่ ว่ั ไปบรเิ วณทเ่ี รา
จะเอา ๖๐๐ ไรน่ ่ี ๕๐๐ ไรน่ ี่ ปกั กลดอยตู่ รงนน้ั บา้ ง ตรงนบ้ี า้ ง แลว้ กเ็ รยี กประชมุ กนั
เปน็ ชดุ ๆ นโี่ ครงการของอาตมาจะทำ� ไมไ่ ดท้ ำ� เอาไปทไี่ หน วางเพอื่ ประชาชน ลกู หลาน
และบา้ นเมืองของเรานแี้ หละ เพื่อรักษาไว้ ปฏปิ ทาอนั น้ีมันจะหายไปแล้ว”
ทำ� เลทีต่ ัง้ วดั ป่าเขาน้อยน้เี หมาะแกก่ ารสง่ เสริมธรรมปฏบิ ัติ เพราะไม่ไกลเมือง
เกนิ ไป และกไ็ มใ่ กลเ้ มอื งเกนิ ไป เวลามงี านในเมอื ง เสยี งกจ็ ะมาไมถ่ งึ หลวงปตู่ อ้ งการ
อบรมพระ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระเจ้าอาวาสในเขตอีสานใต้ เพ่ือส่งเสริมธรรมะ
ภาคปฏบิ ตั ใิ หเ้ ขม้ แขง็ ทา่ นวางแผนทจี่ ะอบรมเจา้ อาวาสเพอ่ื ใหเ้ จา้ อาวาสไปอบรมพระ
เณรรวมทงั้ ฆราวาสญาตโิ ยมในวดั เปน็ การขยายผลใหก้ วา้ งขวางยงิ่ ๆ ขน้ึ ไป หลวงปทู่ า่ น
มวี สิ ยั ทศั นย์ าวไกลทง้ั เรอื่ งการรกั ษาปา่ พรอ้ มๆ กบั การพฒั นาอบรมจติ ใจคน เปน็ ท่ี
นา่ เสียดายท่ีทา่ นมาประสบอุบตั เิ หตุเสยี กอ่ น
11
สร้างเสนาสนะในวดั ปา่ เขาน้อย
เดิมทีหลวงปู่ปรารภว่าจะท�ำโรงภาวนาเล็กๆ แต่จากจิตศรัทธาของคณะศิษย์
ทง้ั หลาย ทำ� ให้ “โรงภาวนาเลก็ ๆ” ของหลวงปู่ กลายเปน็ ศาลาหลงั ใหญอ่ ยา่ งทเ่ี หน็ ทกุ
วนั น้ี
นอกจากนยี้ งั ไดจ้ ดั สรา้ งพระพทุ ธปฏมิ าประธาน โดยไดร้ บั พระราชทานพระบรม-
ราชานุญาตหล่อจ�ำลองพระพุทธชินสีห์ ขนาดหน้าพระเพลา ๖๙ น้ิว และตรา
กาญจนาภเิ ษก โดยมสี มเดจ็ พระญาณสงั วร สมเดจ็ พระสงั ฆราช สกลมหาสงั ฆปรณิ ายก
เสดจ็ เปน็ องคป์ ระธานเททองหลอ่ เมอื่ วนั ที่ ๒๓ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๓๙ เวลา ๑๒.๐๙ น.
ณ มณฑลพธิ ี หนา้ พระอโุ บสถ คณะรงั สี วดั บวรนเิ วศวหิ าร พรอ้ มทงั้ ไดท้ รงพระเมตตา
ถวายพระนามพระพุทธปฏิมาประธาน นว้ี ่า “พระพทุ ธโพธธิ รรมประธาน” หมายถงึ
พระพทุ ธเจา้ ทรงเปน็ ผปู้ ระธานธรรมเครอ่ื งตรสั รู้ และในระหวา่ งพธิ ไี ดม้ ผี เู้ ขา้ รว่ มอยา่ ง
คบั คั่ง และเป็นทน่ี ่าอัศจรรยท์ ี่มีฝนตกอยา่ งช่มุ เยน็
สำ� หรบั การจดั สรา้ งศาลาประดษิ ฐานพระพทุ ธโพธธิ รรมประธาน ในระหวา่ งเดอื น
มนี าคม พ.ศ. ๒๕๓๙ กอ่ นทห่ี ลวงปจู่ ะเดนิ ทางกลบั ไปปฏบิ ตั ภิ ารกจิ ดา้ นพระพทุ ธศาสนา
ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา หลวงปู่ได้แต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นคณะหน่ึง
เพื่อด�ำเนินการสร้างศาลาอเนกประสงค์ เน่ืองจากทางวัดไม่มีสถานท่ีเพียงพอ
โดยหลวงปู่ได้ก�ำหนดสถานที่ให้ ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีสภาพเตียนโล่งเนื่องจากถูก
ลักลอบตัดไม้ จึงไม่ต้องตัดต้นไม้เลย นอกจากน้ีหลวงปู่ยังเมตตามอบทุนทรัพย์
ทงั้ หมดในบญั ชใี หเ้ ปน็ ทนุ ประเดมิ โดยมอบหมายใหด้ ำ� เนนิ การใหเ้ สรจ็ สนิ้ โดยเรว็ และ
ใหม้ ีขนาดพอเหมาะแกก่ ารใชง้ าน
เมอื่ ศาลาแลว้ เสรจ็ ไดม้ กี ารบรรจพุ ระบรมสารรี กิ ธาตใุ นพระเกศพระพทุ ธโพธธิ รรม
ประธาน เมอื่ เดอื นกุมภาพันธ์ ๒๕๔๑ และเพอ่ื เป็นการเทิดพระเกียรติแด่พระบาท-
สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ฯ ในปกี าญจนาภเิ ษก คณะศษิ ยานศุ ษิ ยจ์ งึ ไดพ้ รอ้ มใจกนั ขนาน
นามศาลานวี้ ่า ศาลาฉลองกาญจนาภิเษก (เมตตาสุวโจ)
12
งานกอ่ สรา้ งโดยเฉพาะศาลาใหญ่ ทา่ นเรง่ ตลอดเพอ่ื ใหเ้ สรจ็ โดยเรว็ ไมไ่ ดห้ ลบั
ไมไ่ ดน้ อน พาเหลา่ ศษิ ยท์ งั้ หลายสวดมนตไ์ หวพ้ ระในตอนเชา้ พอตกกลางคนื กน็ งั่ สมาธิ
ภาวนา ข้อวัตรไม่ให้ขาด กลางวันท่านก็คุมการก่อสร้างอีก ท�ำอยู่อย่างนั้นตลอด
พระก็มาก ญาตโิ ยมก็มาก ทกุ คนรสู้ ึกอบอุ่นที่ไดม้ าปฏิบัติภาวนากับหลวงปู่ โดยมี
พระอาจารยจ์ ริ วฒั น์ ไดเ้ ปน็ ธรุ ะชว่ ยแบง่ เบาภาระหลวงปทู่ ง้ั ในเรอื่ งพาญาตโิ ยมภาวนา
และยงั ได้รว่ มลงมอื กอ่ สร้างด้วย โดยหลวงป่ทู า่ นไปๆ มาๆ ดคู วามคืบหน้าของการ
กอ่ สรา้ งเป็นระยะๆ
ตอนที่หลวงปู่ก�ำลังก่อสร้างโรงฉันอยู่น้ัน หลวงปู่ท่านให้ขยายออกไปอีก
ท่านบอกว่ายังไมพ่ อ ตอ่ ไปโรงฉนั นจี้ ะเลก็ เกนิ ไป ไม่พอส�ำหรบั พระน่ัง ท�ำเอาศิษย์
บางคนอดทจี่ ะสงสยั ไม่ได้ เพราะโดยปกตแิ ล้วจะมพี ระนง่ั ฉันประจ�ำอยเู่ พียงไมก่ ่ีรปู
กาลตอ่ มาจงึ เขา้ ใจทา่ น เพราะพอหลวงปมู่ รณภาพและไดจ้ ดั งานพระราชทานเพลงิ ศพ
ของหลวงปู่ โรงฉันทไ่ี ดข้ ยายไปแลว้ นนั้ ก็ยงั ไมพ่ อส�ำหรับพระนง่ั ฉัน จนตอ้ งไปกาง
ทมี่ งุ บัง ฉันข้างนอกโรงฉัน
หลวงป่กู ลับเมืองไทย
ในช่วงบ้ันปลายชีวิต หลวงปู่ท่านอาพาธหนักและเข้ารับการรักษาตัวอยู่ใน
สหรฐั อเมรกิ า หลวงปทู่ า่ นไดป้ รารภกบั พระลกู ศษิ ยอ์ งคห์ นง่ึ วา่ ทา่ นอยากกลบั มาวดั
เขานอ้ ย ทา่ นไมไ่ ดพ้ ดู ตรงๆ วา่ ทา่ นจะมาละธาตขุ นั ธข์ องทา่ นทเี่ ขานอ้ ย แตท่ า่ นจะมา
อยู่มาทำ� ประโยชน์
อย่างไรกต็ าม เมอ่ื ผลการรกั ษาไม่ไดด้ �ำเนนิ ไปอยา่ งทีไ่ ด้คาดการณ์ไว้ หลวงปู่
ทา่ นกพ็ ยายามทจ่ี ะหาทางกลบั มาเมอื งไทย อาการอาพาธของทา่ นรนุ แรง มนั แรงมาก
จนกระทง่ั บางคนื ทา่ นไมไ่ ดห้ ลบั ทา่ นเลา่ ใหฟ้ งั วา่ ทง้ั คนื ทา่ นไมไ่ ดห้ ลบั เลย ทา่ นตอ้ ง
ประคองจติ อยตู่ ลอด ถา้ หลบั เมอ่ื ไรมนั จะไปเลย จะไปหลายครงั้ แลว้ ทา่ นรงั้ กลบั มา
ตงั้ หลายครง้ั ทา่ นกเ็ รง่ ใหไ้ ปจดั การ หลวงปทู่ า่ นเคยพดู วา่ “กลบั บา้ นเรา เราไมอ่ ยาก
13
ตายท่ีน่ี ถ้าหลับมันจะตาย พาเรากลับไปตายท่ีบ้านเรา มันจะมีประโยชน์มากกับ
ญาตโิ ยมทางโนน้ คนไทยทางโนน้ ลกู ศษิ ยท์ ง้ั หลายทง้ั ทางโลกและทางธรรม ทา่ นตอ้ ง
ชว่ ยเรานะ” ถงึ ขนาดใหพ้ ระทา่ นไปเชา่ รถขบั ไปเอง ทา่ นวา่ ขบั ออ้ มไปทางนนั้ ๆ มนั จะ
ไปถึงบา้ นเรา (เมืองไทย) ได้ ทา่ นจริงจงั มาก พระองค์น้ที า่ นกจ็ นปัญญา
หลวงป่มู าอยูท่ เ่ี ขาน้อย
มพี ระลกู ศษิ ยเ์ คยกราบเรยี นถามหลวงปสู่ วุ จั นว์ า่ ทำ� ไมหลวงปเู่ ลอื กทจี่ ะมาอยทู่ ี่
วดั ปา่ เขานอ้ ยแหง่ นี้ ทา่ นกเ็ ลยี่ งทจ่ี ะตอบตรงๆ โดยทา่ นใหเ้ หตผุ ลวา่ “เราเกดิ ตายมานาน
หลายท่ีหลายทาง แตค่ งเกดิ ตายตรงน้ีมาก เลยมาเกดิ มาตายตรงน”ี้ ซง่ึ ทา่ นกจ็ ะพูด
ให้ศิษยใ์ กล้ชิดฟงั อยู่เรอื่ ยๆ
พระลกู ศษิ ยท์ า่ นนนั้ ไดก้ ราบเรยี นถามตอ่ วา่ หากหลวงปมู่ ที างเลอื ก หลวงปเู่ ลอื ก
จะละขนั ธท์ ไ่ี หน ทา่ นตอบวา่ “เรากท็ ง้ิ ขนั ธว์ ดั เรานแี่ หละ เราอยมู่ าหลายทก่ี ไ็ มเ่ หมอื น
ทีน่ ี่ อย่แู ลว้ มันอบอ่นุ เหมอื นบา้ นเกดิ เคยเปน็ พ่ีเปน็ น้องเป็นญาติกันมา มนั อบอนุ่
เราอยู่มาหลายที่ แตก่ ็ไมเ่ หมอื นที่ตรงนี้”
นอกจากนที้ า่ นพระอาจารยส์ พุ รเมตตาเลา่ ใหฟ้ งั เพมิ่ เตมิ วา่ ทา่ นหาโอกาสเดนิ ทาง
ไปเยยี่ มหลวงปทู่ โ่ี รงพยาบาลศริ ริ าช ขณะนน้ั หลวงปกู่ ำ� ลงั นอนพกั อยู่ โดยมสี ายตา่ งๆ
ระโยงระยางกบั ตวั ทา่ นเยอะแยะไปหมด พอหลวงปรู่ สู้ กึ ตวั มพี ระอปุ ฏั ฐากไปเรยี นให้
หลวงปทู่ ราบวา่ ทา่ นมาเยยี่ ม หลวงปกู่ ใ็ หจ้ ดั แจงปรบั ยกเตยี งเพอ่ื ใหท้ า่ นนงั่ แลว้ หลวงปู่
กช็ ีห้ นา้ บอกว่า ทำ� ไม ไปไหนนะ่ ไปไหน ไมไ่ ดม้ าแยง่ วัดนะ มาช่วยนะ ท�ำไมไมม่ า
ทา่ นอาจารยส์ พุ รกราบเรยี นตอบกลบั ไปวา่ ทา่ นไดม้ อบวดั ใหแ้ กห่ ลวงปแู่ ลว้ ทกุ อยา่ ง
แล้วแตห่ ลวงป่จู ะพิจารณาจดั การ แต่ทา่ นพระอาจารยส์ พุ รเองก็มาทราบภายหลงั ว่า
หลวงปทู่ า่ นเทย่ี วใหค้ นมาตามหาทา่ นมาโดยตลอด ทา่ นฟงั คำ� หลวงปแู่ ลว้ กน็ กึ เสยี ใจ
อยเู่ หมอื นกนั ทา่ นยกยอ่ งหลวงปใู่ นเรอ่ื งการรกั ษาปา่ เดมิ ทปี า่ มนั หมดไปแลว้ ครงั้ ที่
ทา่ นมา ตน้ ไมต้ า่ งๆ เพงิ่ เกดิ ใหม่ จนสบิ หกปผี า่ นไป หลวงปสู่ วุ จั นท์ า่ นจงึ มาชว่ ยอนรุ กั ษ์
ป่าไวต้ อ่ ไป
14
โอกาสของชาวบรุ ีรัมย์
ถือเป็นโชคเป็นโอกาสของชาวบุรีรัมย์ เพราะนับต้ังแต่หลวงปู่มาอยู่ท่ีบุรีรัมย์
กม็ คี รบู าอาจารยจ์ ากทต่ี า่ งๆ แวะเวยี นมาทนี่ เ่ี สมอๆ ชาวบรุ รี มั ยก์ ไ็ ดพ้ บ ไดก้ ราบ ไดไ้ หว้
ไดท้ ำ� บญุ ถอื เปน็ เรอื่ งมงคล เปน็ ลาภของชาวบรุ รี มั ยแ์ ละบรเิ วณใกลเ้ คยี ง ถา้ หลวงปู่
ไมม่ าอยู่ คนกย็ งั หา่ งวดั คนจะรจู้ กั นอ้ ย รวมถงึ การการปฏบิ ตั กิ จ็ ะนอ้ ย บางคนเพง่ิ เขา้
มาในช่วงหลังๆ เห็นคนมามากๆ ครูบาอาจารย์มามากๆ จึงรู้ว่ามีพระดีอยู่ตรงนี้
คนเพง่ิ มาสนใจวดั ไมน่ อ้ ยเลยหลงั จากทห่ี ลวงปสู่ นิ้ ไปแลว้ แตห่ ลวงปทู่ า่ นวางสง่ิ จำ� เปน็
ในความเปน็ อย่ขู องลกู ศิษยไ์ วใ้ หห้ มดแลว้
โยมรุ่นบุกเบกิ
หากจะกล่าวย้อนหลังไปในยุคแรกเริ่มบุกเบิกปรับปรุงพื้นที่อันเป็นท่ีต้ังของ
วัดปา่ เขาน้อย คงไม่อาจพดู เลยโยมอุปฏั ฐากท่ีทุ่มเทและมีความผกู พนั อยา่ งมากกับ
วัด ๒ ทา่ น กค็ อื ลุงจวงและปา้ เลิศ เกยดอน ลุงจวงเป็นคนโคราช อย่บู า้ นดอน
สว่ นปา้ เลศิ เปน็ คนอบุ ล เปน็ ชาวบา้ นทอี่ พยพมากจากอำ� เภอบา้ นกรวด มาอยทู่ หี่ นา้ วดั
ปา้ เลา่ วา่ ...
ปา้ ขายบา้ นขายที่ ขายยงุ้ ขา้ วทบี่ า้ นกรวด แลว้ มาอยนู่ ี่ อยนู่ ล่ี ำ� บากมาก พดู ทไี ร
กร็ อ้ งใหท้ กุ ที ตอนมากใ็ ชเ้ งนิ ทเี่ รามี ไมไ่ ดข้ ายของอะไร แมข้ องไมค่ อ่ ยแพง คา่ ใชจ้ า่ ย
ยงั ไมเ่ ยอะ แตเ่ รากต็ อ้ งประหยดั สดุ ๆ เลย ลกู กย็ งั เลก็ ชาวบา้ นแถวนไ้ี ปๆ มาๆ บางคน
เอาคนแก่มาอยนู่ ่ี แล้วไปท�ำมาหากนิ ทโ่ี น่น บางคนก็ไปรับจา้ งบา้ งกลับไปท�ำสวนที่
บ้านกรวดบ้าง ไมม่ ใี ครมาแบบฉัน สละมาเลย
พอหลวงพอ่ สพุ รมาอยู่ ลุงกบั ป้ากไ็ ปวดั ทุกวนั ไม่เคยขาด แม้จะมหี ลานนอ้ ย
กไ็ มห่ ยดุ อยบู่ า้ นดหู ลาน กเ็ อาหลานไปวดั ดว้ ยกนั ไมเ่ คยขาดจนหลานใหญ่ ทำ� อยา่ งน้ี
เรอื่ ยมา ทกุ เชา้ ใสบ่ าตรทกุ วนั แลว้ กเ็ ดนิ ตามหลงั พระเขา้ วดั หลวงพอ่ สพุ รไปไหนมาไหน
15
พวกฉนั กไ็ ปดว้ ย ไปทุกวัดเลย หลวงพ่อสพุ รสวดมนต์ทำ� วตั รทุกวัน แลว้ พาน่งั จน
แจ้งเลย อาจารยน์ ง่ั ด้วย ท่านไม่เทศน์ ถ้าวันพระ ชาวบา้ นจากบ้านสวายจกี จะมากัน
เยอะเลย หลวงพ่อสพุ รบอกลงุ จวงกบั ป้าเลิศว่า เมือ่ ก่อนเหมือนเป็นพ่อเป็นแมก่ ัน
ใครมาท่านกแ็ นะน�ำว่า นีพ่ ่อ นแี่ ม่
ในตอนสรา้ งกฎุ หิ ลงั แรกเพอ่ื ถวายหลวงปสู่ วุ จั นน์ นั้ ทกุ คนทำ� กนั สดุ กำ� ลงั กว็ า่ ได้
เสายกกนั สค่ี น ซอ้ื บา้ นจากบา้ นกรวดยกมา สห่ี มน่ื ปา้ เลศิ ลงุ จวง หลวงพอ่ สพุ ร ตาเตย้ี
มาชว่ ยกัน เหน่ือยกนั มาก กลางวนั ข้าวกไ็ ม่ไดก้ นิ ท�ำไปท�ำมาต่างคนตา่ งหมดแรง
พระกน็ อน โยมก็นอน นอนอยู่ตรงพ้ืนดินนั่นแหละ หินกอ้ นใหญก่ ้อนน้อยหามกนั
สองคน พระกบั โยม หลวงพอ่ สพุ รกบั ตาจวง งดั หนิ ใสส่ าแหรกแลว้ หาม ทำ� เปน็ ทางไปถงึ
ศาลาใหญ่ รว่ มสรา้ งวดั กบั ทา่ น ไมม่ เี งนิ แตใ่ ชแ้ รงทำ� เสยี สละแรงกายกบั ถวายอาหาร
และน้�ำดม่ื
ปา้ เขา้ วัดมาตลอด ไม่เคยหา่ ง หลวงปมู่ าทีแรกท่านถามว่า มาวดั ทุกวันเหรอ
ปา้ กว็ า่ จะ้ นำ� ของมาทำ� บญุ ไมม่ าก แตท่ ำ� ทกุ วนั เหมอื นทกุ วนั นแ้ี หละ ไมเ่ กนิ น้ี ไมต่ ำ�่ กวา่ น้ี
ไม่มากไม่น้อยกว่าน้ี ท�ำอยู่อย่างน้ีแหละ บางคนเขาถามว่าของแค่น้ีเอามาวัดท�ำไม
ปา้ วา่ มนั ไมเ่ กยี่ วกนั เจตนาจะมาทำ� บญุ ทำ� จนเขาเหน็ อกเหน็ ใจ บอกหลวงพอ่ สพุ รวา่
ไมม่ ีเงิน หลวงพอ่ บอกไมม่ ีเงินก็อุตสาหะอย่ไู ป อย่จู นร่มรนื่ รม่ เย็น
ปา้ เลศิ ยงั เลา่ อกี วา่ ไมเ่ คยไปรบั จา้ งใคร ทำ� แตข่ องตวั เอง มเี ทา่ ไหรก่ ก็ นิ เทา่ นนั้
ไมเ่ ปน็ หนเ้ี ปน็ สนิ ใคร หลวงปเู่ คยผา่ นมาบา้ นฉนั เหน็ มตี น้ ฝรง่ั หลวงปกู่ ถ็ ามวา่ สวนนี้
ของใคร เพราะเดนิ ไปทางไหนกไ็ มม่ ใี ครปลกู อะไร ปา้ ปลกู แตข่ องทก่ี นิ ได้ หมอดเู คย
บอกวา่ จะไดพ้ ง่ึ ลกู ชาย ตอนหลงั ลกู ชายตายในหนา้ ทที่ บ่ี า้ นกรวด กไ็ ดพ้ งึ่ จรงิ ๆ เพราะ
ทางการเขาใหเ้ งนิ เดือน เดอื นละพนั กว่า แม้จะน้อยกพ็ ออยไู่ ด้จนทุกวนั นี้
ปา้ เลา่ ตอ่ วา่ ไปวดั นม้ี คี วามตง้ั ใจจรงิ ๆ คอื ตง้ั ใจ แตไ่ มไ่ ดท้ กุ ขน์ ะ มนั ตดิ พอลงมา
จากวดั จะเตรียมไว้เลย พรงุ่ นจ้ี ะเอาอะไรไปถวายพระ เป็นมาตลอด มอี ะไรก็หาเอา
สำ� หรับพรุง่ นี้ ท่เี อาไปนี่ ไม่ได้ขาด ไม่ได้เกิน พอดพี อเหมาะ พอมาพอไปได้ ไมเ่ ป็น
16
ทกุ ขก์ ับมนั ไปแล้วทางบ้านกไ็ มข่ าด ท�ำแบบวา่ ไม่เดือดร้อน จำ� ที่ครบู าอาจารยท์ ่าน
เทศนว์ า่ เหมอื นกบั นำ้� หยดนนั้ แหละ อยา่ ใหม้ นั ขาด ใหม้ นั หยดอยอู่ ยา่ งนนั้ แหละ ตงิ๋ ๆๆ
มนั กเ็ ตม็ ได้ หลวงปสู่ วุ จั นเ์ คยพดู วา่ ไมม่ เี งนิ กไ็ มเ่ ปน็ ไร ยกมอื โมทนากไ็ ดบ้ ญุ ปา้ ตดิ อก
ติดใจคำ� พูดนี้ จงึ จำ� ไดไ้ ม่ลมื
ถ้าไม่มีหลวงปู่ คงจะล�ำบากอยู่เก่ียวกับที่ดินน้ีแหละ มีคนมาท�ำถนนหนทาง
ทุกอย่างจึงสงบลงได้ ไม่อย่างนั้นต้องคอยระแวงตลอด ก็บุญบารมีของหลวงปู่
ถา้ หลวงปไู่ มเ่ ขา้ มา ทอี่ ยดู่ กี นิ ดมี ถี นนหนทางและมไี ฟฟา้ ใชอ้ ยา่ งทกุ วนั นก้ี เ็ พราะบารมี
หลวงปูท่ ้งั นั้นเลย
หลวงพอ่ สพุ รกด็ ใี จ ถา้ ทา่ นอยอู่ งคเ์ ดยี ว เรอ่ื งไมส่ งบมนั กย็ งั ไมส่ นิ้ สดุ หรอก ถา้ วดั
ไมไ่ ดเ้ ปน็ วดั หากทตี่ รงนเ้ี ขาไมใ่ หว้ ดั อยู่ พวกฉนั กอ็ ยไู่ มไ่ ดห้ รอก มนั กห็ าเรอื่ งอยเู่ รอ่ื ย
เพราะบารมหี ลวงปู่ วดั กย็ งั เปน็ วดั อยู่ ปา่ ไมย้ งั รกั ษาอยู่ ถนนกม็ า ไฟกม็ า ชวี ติ กด็ ขี นึ้
สร้างแหล่งน�้ำและอาหาร
หลวงปู่สุวัจน์มีความพยายามอย่างมากในการหาทางสร้างและพัฒนาแหล่งน�้ำ
ทา่ นปรารภอยู่หลายครงั้ วา่ วัดต้องมีแหลง่ น้�ำ เม่อื มีสระน�้ำก็น�ำน�้ำเขา้ แลว้ ขงั เกบ็ ไว้
แลว้ สามารถแบง่ ปนั แจกจา่ ยใหช้ าวบา้ นใกลๆ้ ได้ ดงั ทท่ี า่ นไดเ้ คยกลา่ ววา่ “อาตมายงั
คิดว่ายงั อยากจะทำ� น้ำ� อันน้ีใหม้ ันเปน็ ประโยชน์ต่อชาวบา้ นแถวน้ี .... กำ� ลงั จะด�ำเนนิ
โครงการอยา่ งนแ้ี หละ นำ�้ ทม่ี นั ลน้ ไหลทง้ิ ไปทกุ ปๆี นกี่ ำ� ลงั มองอยู่ อนั นลี้ ะ่ จะหารอื มา
ทำ� สระนำ้� สระนำ�้ เพอ่ื คนแถวนไ้ี ดป้ ลกู ผกั ปลกู อะไรบา้ ง เขา้ ตลาดบา้ ง แลกชว่ ยเหลอื
กนั กนิ ” หลวงปยู่ งั มองลกึ ลงไปอกี วา่ เมอื่ มแี หลง่ นำ�้ ชาวบา้ นจะสามารถปลกู ผกั และ
ผลไม้เปน็ อาชีพ มีรายได้ จะได้ไม่ตอ้ งเข้ามาตัดไมท้ �ำลายปา่ ในวัดอกี ต่อไป
ดงั นน้ั หลวงปจู่ งึ มโี ครงการทำ� เขอ่ื นขนาดใหญ่ ดงั ทที่ า่ นไดป้ รารภกบั พระอปุ ฏั ฐาก
ใกลช้ ดิ วา่ ทา่ นตอ้ งการทำ� เขอ่ื นเกบ็ นำ้� เชอ่ื มระหวา่ งแนวเชงิ เขาของเขานอ้ ยกบั เขากระโดง
เพราะจะสรา้ งประโยชนไ์ ดม้ ากมายมหาศาล แตผ่ ลสดุ ทา้ ยกม็ เิ ปน็ อยา่ งทที่ า่ นตอ้ งการ
17
เพราะคนรอบขา้ งไม่เขา้ ใจแนวความคดิ ของหลวงปู่ ประกอบกับเมื่อการอาพาธของ
หลวงปู่ ทำ� ใหก้ ารสอ่ื สารของหลวงปเู่ ปน็ ไปอยา่ งไมส่ ะดวก เปน็ ทนี่ า่ เสยี ดายอยา่ งยง่ิ วา่
กวา่ ลูกศษิ ยจ์ ะเขา้ ใจ หลวงปู่กม็ รณภาพไปเสียแลว้
นอกจากการสรา้ งแหลง่ นำ�้ แลว้ หลวงปยู่ งั ดำ� รใิ หส้ รา้ งแหลง่ อาหารภายในวดั ขนึ้
โดยการรเิ รม่ิ ใหป้ ลกู ผลหมากรากไมใ้ นวดั ใหม้ ากๆ ไมว่ า่ จะเปน็ กลว้ ย มะละกอ ออ้ ย
หนอ่ ไม้ หวาย ฯลฯ เพอื่ จะใหช้ าวบา้ นทง้ั บรเิ วณใกลแ้ ละไกลตวั วดั ไดเ้ ขา้ มาเกบ็ กนิ ดว้ ย
ทา่ นเคยกล่าวว่า “เราก็ไดก้ ิน ชาวบา้ นก็จะได้เกบ็ ดว้ ย เขาไมม่ ี มาขอ ก็จะไดเ้ กบ็
ไดบ้ า้ ง”
นอกจากน้ที ่านยงั ใหป้ ลกู พนั ธ์ไุ มด้ อกต่างๆ เพ่อื จะไดน้ �ำดอกไม้เหล่านัน้ มาใส่
แจกนั บชู าพระไดโ้ ดยไมต่ อ้ งเสยี เงนิ ซอ้ื และหลวงปไู่ ดส้ ง่ั ใหป้ ลกู ตน้ ตะขบและตน้ ตาล
ซ่ึงไมเ้ หลา่ น้ีเองเป็นท่ีอยทู่ ี่อาศยั ของนกนานาชนิด
จากนนั้ หลวงปสู่ วุ จั นท์ า่ นกย็ งั สงั่ ใหป้ ลกู ตน้ ไผ่ สงั่ ใหล้ กู ศษิ ยไ์ ปหาหนอ่ ไผม่ าปลกู
ในบางวนั ทไี่ ดต้ น้ ไผม่ าแลว้ หลงั ฉนั จงั หนั ทา่ นกส็ ง่ั กบั ลกู ศษิ ยท์ กุ คนวา่ หา้ มกลบั บา้ น
วนั นใี้ หท้ กุ คนไปปลกู ตน้ ไผ่ ในวนั นน้ั ทกุ คนตา่ งไมเ่ ขา้ ใจวา่ เหตใุ ดหลวงปจู่ งึ ตอ้ งการให้
ปลกู ไผ่ ตอ่ มาภายหลงั หลวงปไู่ ดป้ รารภเหตผุ ลทท่ี า่ นปลกู ไผว่ า่ “อาตมาจะปลกู ไมไ้ ผ่
รอบรวั้ ใหม้ นั มากทส่ี ดุ เมอ่ื ใครมกี ารกอ่ สรา้ งจะไมท่ ำ� ลายปา่ นแ้ี หละ จะเอาไมไ้ ผน่ ท้ี ำ� รา้ น
ทำ� อะไรกไ็ ด้ เพอ่ื จะไดเ้ อาตรงนน้ั ไป คดิ จะปลกู ไมไ้ ผร่ อบเลย...เผอ่ื วดั ไหนตอ้ งการจะ
ท�ำงานทำ� การอะไร ก็ไม่ต้องมาตัดป่า นเี่ อาไม้ไผ่นีไ่ ปเลย ไปแทน”
การทหี่ ลวงปู่สง่ั ให้ปลกู ผลไม้ในวัดนน้ั บรรดาเหล่าศษิ ยห์ ลายๆ คนคิดแคว่ า่
หลวงปตู่ อ้ งการใหแ้ บง่ ปนั ใหช้ าวบา้ นเทา่ นน้ั แตโ่ ดยแทจ้ รงิ แลว้ สตปิ ญั ญาของหลวงปู่
ทา่ นลึกซึ้งกว่านั้น คอื หลวงปูต่ ้องการทำ� เป็นตัวอยา่ งใหช้ าวบา้ นดูเพ่ือใหเ้ ขาเอาอยา่ ง
ไปทำ� เชน่ เดยี วกนั นท้ี บ่ี า้ นเขาเองบา้ ง ถา้ ปลกู ผลไมไ้ วก้ ไ็ ดเ้ กบ็ ไดก้ นิ ไมต่ อ้ งเสยี เงนิ ทอง
ไปซ้ือหามา สามารถพงึ่ ตนเองไดน้ ่ันเอง
18
สภาพปา่ ในปจั จุบัน
การที่หลวงปู่พาปลูกผลไม้ต่างๆ ท�ำให้ปัจจุบันนี้มีอาหารสมบูรณ์บริบูรณ์
ไมเ่ คยขาด มที ง้ั กลว้ ยและหนอ่ ไม้ สามารถนำ� เอามาถวายพระในวดั ไดต้ ลอดทงั้ ปี ซง่ึ ทงั้
ต้นกล้วยและต้นไผน่ ี้ ไม่ตอ้ งดแู ลรดน้�ำกส็ ามารถโตได้
สำ� หรบั ปา่ บรเิ วณวดั กส็ มบรู ณข์ น้ึ มากเชน่ เดยี วกนั ดงั ทศี่ ษิ ยท์ า่ นหนง่ึ เลา่ ใหฟ้ งั วา่
ในสมยั กอ่ นมองไปบรเิ วณรอบๆ แถบน้ี ตน้ ไมจ้ ะมแี ตต่ น้ ไมผ้ อมๆ ในเวลากลางคนื
ทเ่ี ขา้ ไปภาวนากบั หลวงปู่ เมอื่ ไฟหนา้ รถยนตส์ อ่ งไปทต่ี น้ ไม้ จะเหน็ แตต่ น้ ไมต้ น้ ผอมๆ
เล็กๆ แต่ปัจจุบันน้ตี ้นไมใ้ นบรเิ วณวดั โตเร็วและเป็นป่าทส่ี มบูรณ์ขึน้ มาก
ดงั นน้ั เมอ่ื ปา่ เปน็ ปา่ ทส่ี มบรู ณเ์ หด็ กเ็ กดิ เอง ชาวบา้ นจงึ ไดอ้ าศยั ปา่ ผนื นท้ี เ่ี หลอื อยู่
เพยี งผนื เดยี วในบรเิ วณใกลต้ วั เมอื ง เปน็ แหลง่ อาหารทใ่ี หช้ าวบา้ นไดย้ งั ชพี โดยเฉพาะ
ในฤดฝู น จะมเี หด็ สารพัดชนิดซ่งึ เป็นโปรตนี ของคนจน ได้แก่ เห็ดโคน เห็ดคอไค
เหด็ นำ้� หมาก เหด็ รวม เหด็ มนั ปู และเหด็ ปลวก เปน็ ตน้ ชาวบา้ นกไ็ ดม้ าเกบ็ กนิ และเอาไป
ขายทีต่ ลาด
จากนน้ั กจ็ ะมผี กั หวาน มดี อกกระเจยี ว ผกั เปราะ ซง่ึ หลวงปทู่ า่ นอนญุ าตใหเ้ ขา้ มา
เกบ็ ได้ พอถงึ เวลา ชาวบา้ นจะเดนิ ทางมาจากทกุ อำ� เภอนบั สบิ ๆ คนั รถเพอื่ มาเกบ็ เหด็
เกบ็ ผกั ซงึ่ เหด็ มมี ากกวา่ สมยั กอ่ นมาก เพราะสมยั กอ่ นคนจะเขา้ มาขโมยตดั ไมต้ ลอด
ท�ำให้เหด็ ตา่ งๆ มไี มม่ ากอย่างน้ี
หลวงปเู่ คยบอกกบั ศษิ ยใ์ กลช้ ดิ ไวว้ า่ ตอ่ ไปทน่ี จ่ี ะมนี ก มนี ำ้� มปี ลา มปี า่ จะเปน็
ทภ่ี าวนา ทง้ั ๆ ทเ่ี มอื่ หลวงปมู่ าทว่ี ดั เขานอ้ ยในชว่ งแรกๆ ตน้ ไมก้ ม็ แี ตต่ น้ เลก็ เสยี งนกรอ้ ง
แทบไม่มเี ลย น้�ำใช้ก็ขาดแคลน อกี ทงั้ น้ำ� บาดาลก็เจาะยากเพราะดนิ ชนั้ ล่างเป็นหิน
ซึง่ ปัจจุบันน้ที กุ ส่ิงทกุ อย่างไดเ้ ป็นไปตามท่ีหลวงปูพ่ ยากรณไ์ ว้ทุกอยา่ ง
19
อนาคตของปา่ ผืนน้ี
ลกู ศษิ ยใ์ กลช้ ดิ ของหลวงปเู่ ลา่ ใหฟ้ งั วา่ หลวงปมู่ กั จะพดู ใหฟ้ งั อยบู่ อ่ ยๆ เกย่ี วกบั
พน้ื ทปี่ า่ ในวดั ปา่ เขานอ้ ยแหง่ นว้ี า่ ตอ่ ไปทนี่ จ่ี ะมคี นมาทง้ั ครอบครวั มาพกั ผอ่ น มาปกิ นกิ
เพราะท่ีน่ีจะเป็นป่าผืนสุดท้ายที่คนท่ีอยากรู้จักป่าจะมาดูท่ีน่ี อยากรู้ว่าการอยู่ป่าอยู่
อย่างไร กจ็ ะมากางเต้นท์อยู่ท่ีนี่ เพราะทีน่ จ่ี ะเป็นพ้นื ท่ปี ่าผืนสุดท้ายของชาวบุรีรมั ย์
ลองจนิ ตนาการดูว่า ต่อไปในอนาคตข้างหนา้ หากพื้นท่ีปา่ ผนื นี้เปน็ ปา่ ทบึ ขน้ึ
ต้นไม้ใหญ่โตข้ึนเป็นขนาดหลายคนโอบ ลูกหลานเหลนของเราก็จะได้เข้าไปเห็น
เขา้ ไปดู นแ่ี หละคือสงิ่ ทห่ี ลวงป่ฝู ากไวใ้ หก้ ับชาวบุรีรมั ย์ ดังท่ีท่านเคยกลา่ วไว้วา่
“อาตมามแี ตท่ มุ่ เทและเสยี สละเพอ่ื ประโยชนข์ องชาวบรุ รี มั ยแ์ ละลกู หลานแถวนี้
ต่อไปกจ็ ะตกเปน็ สมบตั ิลูกหลาน”
เจ้าอาวาสวดั ป่าเขาน้อยในปัจจบุ ัน
ปจั จบุ นั วดั ปา่ เขานอ้ ย มพี ระอธกิ ารประเสรฐิ ขนั ตโิ ก เปน็ เจา้ อาวาส ทา่ นบวชเมอ่ื
วนั ที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๓๐ ทวี่ ดั บรู พาราม อ.เมอื ง จ.สรุ นิ ทร์ โดยมพี ระรตั นากรวสิ ทุ ธิ์
เปน็ พระอปุ ชั ฌาย์ ทา่ นไดร้ บั แตง่ ตง้ั เปน็ เจา้ อาวาสวดั ปา่ เขานอ้ ย เมอื่ วนั ที่ ๑ พฤศจกิ ายน
พ.ศ. ๒๕๔๓ และไดร้ บั พระราชทานพดั ยศเปน็ พระครบู วรศลี โสภณ เมอ่ื วนั ท่ี ๕ ธนั วาคม
พ.ศ. ๒๕๔๙ ในมหามงคลวโรกาสพระราชพธิ เี ฉลมิ พระชนมพรรษาของพระบาทสมเดจ็ -
พระเจา้ อยู่หัว ภมู ิพลอดลุ ยเดช
20
ประวตั ยิ ่อ
หลวงปสู่ วุ จั น์ สวุ โจ
21
หลวงปสู่ วุ จั น์ สวุ โจ
22
ชาติภมู ิ
หลวงปสู่ ุวจั น์ สวุ โจ มีชาติก�ำเนิดในสกลุ “ทองศรี” ทา่ นมนี ามเดมิ ว่า “สวุ จั น”์
เกดิ เมอ่ื วนั ท่ี ๒๙ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๔๖๒ ตรงกบั วนั ศกุ ร์ ขนึ้ ๔ คำ่� เดอื น ๑๐ ปมี ะแม
ณ ต�ำบลตากูก อำ� เภอเมือง จังหวัดสุรนิ ทร์
โยมบดิ าของทา่ นชอ่ื “บตุ ร” โยมมารดาชอื่ “กงึ่ ” หลวงปมู่ พี นี่ อ้ งรว่ มบดิ ามารดา
จำ� นวนท้ังหมด ๕ คน โดยมีพช่ี าย ๒ คน และนอ้ งสาว ๒ คน
การศกึ ษา
เมอื่ อายถุ งึ เกณฑ์ ทา่ นไดเ้ ขา้ เรยี นทโ่ี รงเรยี นวดั กระพมุ รตั น์ บา้ นตากกู จนจบชน้ั
ประถมบริบูรณ์ ซงึ่ เป็นชน้ั สงู สุดของโรงเรยี นในสมัยน้ัน และหลวงป่ไู ดอ้ ยชู่ ว่ ยงาน
ด้านเกษตรกรรมของครอบครัว นอกจากน้ันหลวงปู่ยังได้มีโอกาสเรียนวิชาชีพกับ
ชา่ งทองจนมีความร้พู อประกอบอาชพี ได้
สู่เพศพรหมจรรย์
หลวงปสู่ วุ จั น์ สวุ โจ เรม่ิ บรรพชาเปน็ สามเณรเมอื่ อายุ ๑๙ ปี และตอ่ มาเมอ่ื อายุ
ครบ ๒๐ ปใี นปี พ.ศ. ๒๔๘๒ ไดอ้ ปุ สมบทเปน็ พระภกิ ษใุ นพระพทุ ธศาสนา ณ วดั กระพมุ รตั น์
อนั เปน็ วดั มหานิกายที่บ้านเกดิ ของทา่ นนัน่ เอง
ภายหลงั อปุ สมบทไดศ้ กึ ษาพระปรยิ ตั ธิ รรม ณ วดั ปา่ ศรทั ธารวม ต.หวั ทะเล อ.เมอื ง
จ.นครราชสมี า สอบไดน้ กั ธรรมตรแี ละโท ในปี พ.ศ. ๒๔๘๓ และ ๒๔๘๔ ตามลำ� ดบั
ในปีน้ันเองที่หลวงปู่จบการศึกษาในระดับนักธรรมโท ท่านได้ญัตติใหม่ใน
ธรรมยุติกนิกาย ณ วัดสุทธจินดา อ�ำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยมี
พระธรรมฐิติญาณ (สงั ข์ทอง) เปน็ พระอุปชั ฌาย์ พระอาจารยม์ หาปิ่น ปัญญาพโล
เปน็ พระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารยท์ องดี เปน็ พระอนสุ าวนาจารย์ โดยไดร้ บั ฉายา
ว่า “สุวโจ”
23
พบพอ่ แม่ครอู าจารย์
ภายหลงั ญตั ตใิ หมแ่ ลว้ หลวงปไู่ ดก้ ลบั ไปจำ� พรรษา ณ วดั ปา่ ศรทั ธารวม เปน็ เวลา
๒ พรรษา จากนน้ั จงึ ไดเ้ รม่ิ ออกเดนิ ธดุ งคใ์ นไปจำ� พรรษา ณ วดั ตา่ งๆ ในแถบภาคอสี าน
ดังน้ี
ในปพี .ศ. ๒๔๘๖ หลวงปจู่ ำ� พรรษาทวี่ ดั ปา่ พระสถติ อำ� เภอศรเี ชยี งใหม่ จงั หวดั
หนองคาย ตอ่ มาในปพี .ศ. ๒๔๘๗ ณ วดั โยธาประสทิ ธิ บา้ นหว้ ยเสนง จงั หวดั สรุ นิ ทร์
นเ้ี อง เปน็ ทที่ ห่ี ลวงปไู่ ดอ้ ยจู่ ำ� พรรษาเพอื่ อยดู่ แู ลโยมบดิ ามารดาของทา่ น และยงั เปน็ ท่ี
ทไี่ ด้พบและจ�ำพรรษาร่วมกบั พระอาจารยฝ์ ้นั อาจาโร เป็นครัง้ แรกอกี ด้วย
ในชว่ งออกพรรษของปถี ดั มาคอื พ.ศ. ๒๔๘๘ หลงั จากจำ� พรรษารว่ มกบั หลวงปู่
สโี ห ซ่งึ เปน็ ศิษยร์ ุ่นอาวโุ สอีกองคห์ น่ึงของหลวงปมู่ ัน่ ภูริทตั โต ทีว่ ดั ป่าศรีไพรวนั
อ�ำเภอเมอื ง จังหวัดร้อยเอด็ หลวงปู่สุวจั นไ์ ดเ้ ดินทางขา้ มเทือกเขาภพู าน เพ่ือกราบ
นมัสการฟังธรรมและศึกษาธรรมปฏิบัติกับหลวงปู่ม่ัน ภูริทัตโต ท่ีบ้านหนองผือ
ต�ำบลนาใน อ�ำเภอพรรณานคิ ม จงั หวดั สกลนคร (ซ่งึ เปน็ ทท่ี ่ีหลวงปู่มน่ั จำ� พรรษา
ระหวา่ งปี พ.ศ. ๒๔๘๗ ถงึ พ.ศ. ๒๔๙๒) ในขณะนน้ั เอง หลวงปมู่ นั่ พจิ ารณาเหน็ วา่
ทา่ นพระอาจารยฝ์ น้ั อาจาโร เปน็ ลกู ศษิ ยช์ น้ั ผใู้ หญแ่ ตย่ งั ไมม่ ผี อู้ ปุ ฏั ฐากดแู ล จงึ มอบ
หมายใหท้ า่ นอาจารย์สุวัจน์ไปเป็นพระอปุ ัฏฐากทา่ นพระอาจารยฝ์ ัน้
ในระหวา่ งปี พ.ศ. ๒๔๘๙ ถงึ พ.ศ. ๒๔๙๒ ณ วดั ปา่ ภธู รพทิ กั ษ์ ตำ� บลธาตนุ าเวง
อ�ำเภอเมอื ง จงั หวดั สกลนคร หลวงปสู่ ุวจั นจ์ งึ ได้อยจู่ �ำพรรษาเพือ่ ศึกษาธรรมปฏิบัติ
และดแู ลอปุ ฏั ฐากหลวงปฝู่ น้ั อาจาโร ตามคำ� สงั่ ของหลวงปมู่ นั่ ในขณะเดยี วกนั เมอ่ื ถงึ
ช่วงเวลาออกพรรษา หลวงปู่สุวัจนจ์ ะขออนญุ าตกราบลาหลวงปูฝ่ ัน้ ไปฟงั โอวาทของ
หลวงปมู่ น่ั ณ วดั ปา่ บา้ นหนองผอื เปน็ ประจำ� หลวงปเู่ ลา่ วา่ ทา่ นเคยตดิ ตามหลวงปฝู่ น้ั
ไปกราบนมัสการหลวงปมู่ ่ันหลายคร้งั จนรสู้ กึ เหมือนไปๆ มาๆ ระหว่างท่ีพักกบั วดั
ป่าหนองผอื ตลอดระยะเวลาทีห่ ลวงป่มู นั่ พกั จ�ำพรรษาในชว่ งปัจฉมิ วยั ของทา่ น
24
ไมห่ ่างพระอาจารย์
หลงั จากท่ีหลวงป่มู นั่ มรณภาพในปี พ.ศ. ๒๔๙๓ หลวงปู่สวุ จั นจ์ งึ ได้กราบขอ
อนญุ าตหลวงปฝู่ น้ั ออกเดนิ ธดุ งคเ์ พอ่ื ปฏบิ ตั สิ มณธรรมตามทตี่ า่ งๆ ไปในหลายจงั หวดั
ทง้ั ทางภาคอสี านและภาคใตข้ องประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคใต้ ทา่ นไดจ้ ำ� พรรษาอยู่
ที่จงั หวัดพงั งาและภเู กต็ นานถึง ๗ พรรษาโดยไมต่ ิดต่อกนั ในภาคอีสาน ทา่ นได้
จำ� พรรษาอยูท่ จี่ ังหวัดหนองคาย สุรินทร์ และสกลนคร
จนกระท่ังในปี พ.ศ. ๒๕๐๕ หลวงปู่สุวัจน์ได้จ�ำพรรษาร่วมกับหลวงปู่ฝั้น
ทส่ี ำ� นกั สงฆถ์ ำ้� ขาม ตำ� บลบา้ นไร่ อำ� เภอพรรณานคิ ม จงั หวดั สกลนคร และอกี ครงั้ ใน
ปี พ.ศ. ๒๕๐๘ ที่วดั ปา่ อดุ มสมพร อ�ำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร
ในช่วงปัจฉิมวัยของหลวงปู่ฝั้น หลวงปู่สุวัจน์ได้คอยเอาใจใส่ดูแลหลวงปู่ฝั้น
อยา่ งใกลช้ ดิ ตง้ั แตป่ ี พ.ศ. ๒๕๑๕ ทสี่ ำ� นกั สงฆถ์ ำ้� ศรแี กว้ ตำ� บลสรา้ งคอ้ อำ� เภอกดุ บาก
จงั หวดั สกลนคร จวบจนหลวงปฝู่ น้ั มรณภาพเมอ่ื วนั ท่ี ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๐ และมงี าน
พระราชเพลงิ ศพหลวงปฝู่ น้ั เมอื่ วนั ท่ี ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๑ นอกจากนห้ี ลวงปสู่ วุ จั น์
ยงั ไดเ้ รยี บเรยี งอาจารมหาเถระประวตั ลิ งในหนงั สอื อาจาราภวิ าท ซงึ่ เปน็ หนงั สอื ทร่ี ะลกึ
ในงานบรรจอุ ฐั แิ ละเปดิ พระเจดยี พ์ พิ ธิ ภณั ฑพ์ ระอาจารยฝ์ น้ั อาจาโร ทจี่ ดั ขนึ้ เมอ่ื วนั ที่
๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๔
นับได้ว่าหลวงปู่ท่านได้ท�ำการสนองคุณครูบาอาจารย์ที่ท่านเคารพสักการะได้
อยา่ งเรยี บร้อย สมบูรณแ์ ละงดงามอยา่ งย่งิ สมกับทีเ่ ปน็ “ศิษยต์ ้น” หรือ “มือขวา”
ของหลวงปูฝ่ ัน้ อาจาโร
คุณประโยชน์ต่อพระศาสนา
ในปนี น้ั เองหลงั จากเสรจ็ พธิ เี ปดิ พระเจดยี พ์ พิ ธิ ภณั ฑห์ ลวงปฝู่ น้ั แลว้ หลวงปไู่ ด้
เดินทางไปเผยแพร่พระพุทธศาสนาท่ีประเทศสหรัฐอเมริกาในฐานะพระธรรมทูต
25
และจ�ำพรรษาทีน่ ่นั ในปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ถึง ๒๕๓๘ จนได้รับการแตง่ ต้ังเปน็ ประธาน
กรรมการคณะธรรมยุต พ.ศ. ๒๕๒๙ และได้รับสมณศักด์ิเป็นพระราชาคณะท่ี
“พระโพธธิ รรมาจารยเ์ ถร” เม่อื วันท่ี ๕ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๓๓
ณ ประเทศสหรฐั อเมรกิ า หลวงปไู่ ดต้ งั้ วดั ปา่ ขนึ้ ๒ แหง่ คอื วดั ภรู ทิ ตั ตวนาราม
โดยความศรทั ธาสามคั คที งั้ กำ� ลงั กายและกำ� ลงั ทรพั ยข์ องคณะศษิ ยค์ นไทยทนี่ น่ั และ
วัดเมตตาวนาราม โดยศรัทธาของชาวอเมริกนั คนหนง่ึ ทเ่ี ลอื่ มใสในพระพุทธศาสนา
ได้ซอื้ ท่ดี ินจำ� นวน ๑๕๐ ไร่ กราบถวายหลวงปู่เพ่ือตัง้ เป็นวดั ป่าตามแนวปฏิปทาของ
หลวงปมู่ นั่ ภรู ทิ ตั โต เพอ่ื เปน็ ศนู ยอ์ บรมและปฏบิ ตั จิ ติ ตภาวนาของชนทกุ ชาตชิ น้ั และ
ทกุ ภาษา โดยมปี ระชาชนทง้ั ไทย ลาว เขมร ญวน และชาวอเมรกิ นั ใหค้ วามสนใจและ
มจี ิตศรทั ธาในพระพุทธศาสนาเปน็ อย่างยิ่ง
กลับมาตุภูมิ
หลงั จากทหี่ ลวงปไู่ ปจำ� พรรษาทปี่ ระเทศสหรฐั อเมรกิ านานถงึ ๑๕ ปี หลวงปไู่ ด้
กลบั มาจำ� พรรษาทป่ี ระเทศไทยในปี พ.ศ.๒๕๓๙ ณ วดั ปา่ เขานอ้ ย อำ� เภอเมอื ง จงั หวดั
บรุ ีรัมย์ เป็นปีแรก
ในชว่ งพรรษานน้ั เอง หลวงปทู่ า่ นประกาศวา่ จะไมร่ บั กจิ นมิ นตไ์ ปทใี่ ด แมว้ า่ จะมี
ผมู้ านิมนต์ ทา่ นก็ไมร่ ับ จนกระทงั่ เมื่อวันพธุ ที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๙ ตรงกบั
วนั ธรรมสวนะ แรม ๑๔ คำ่� เดอื น ๙ ปชี วด หลวงปไู่ ดร้ บั นมิ นตไ์ ปลงอโุ บสถสามคั คี
ณ วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดสุรินทร์ เพื่อเป็นองค์ประธานแสดงธรรม ในโอกาสที่
พระภิกษุสงฆ์จะมาประชุมกันคราวละมากๆ ในช่วงน้ันเองลูกศิษย์ใกล้ชิดได้ยิน
หลวงปปู่ รารภข้นึ ว่า “เราไม่เคยยอ่ ท้อตอ่ การแสดงธรรม”
26
ลางบอกเหตุ
คนื กอ่ นทหี่ ลวงปจู่ ะเดนิ ทางไปลงอโุ บสถตามทไี่ ดร้ บั นมิ นตไ์ ว้ หลวงปสู่ งั่ ใหโ้ ยม
เตรยี มรถไว้ แตใ่ นวนั รงุ่ ขนึ้ หลงั ฉนั จงั หนั เสรจ็ หลวงปกู่ ลบั ไมย่ อมใหโ้ ยมตดิ ตามไป
ดว้ ยแมแ้ ตค่ นเดียว หลวงปพู่ ูดว่า ไม่เอา กลบั ไปท�ำงาน ไปหาเงิน ซ่งึ ผดิ จากทุกครง้ั
ทเ่ี วลาไปไหนจะตอ้ งมลี กู ศษิ ยข์ บั รถตดิ ตามหลวงปเู่ ปน็ ขบวน แมก้ ระทงั่ พระทห่ี ลวงปู่
ส่งั ไว้วา่ ใหต้ ดิ ตามไปด้วย กถ็ กู สง่ั ยกเลกิ ท้ังหมด
ครน้ั ใกลเ้ วลา ลกู ศษิ ยท์ กุ คนกย็ งั ไมย่ อมแยกยา้ ยกนั กลบั บา้ น ยงั คงรอสง่ หลวงปู่
อยหู่ า่ งๆ และยงั ไมม่ ใี ครทราบแนช่ ดั วา่ หลวงปจู่ ะออกเดนิ ทางไปหรอื ไม่ เพราะหลวงปู่
ยังคงนิ่งเงียบและน่ังอยู่ใต้ต้นไม้เพียงล�ำพัง โดยยังไม่มีทีท่าว่าหลวงปู่จะไปหรือไม่
จากนน้ั หลวงปกู่ โ็ บกมอื ให้ลูกศษิ ยท์ ุกคนทน่ี ง่ั รออยู่ ณ ท่นี ้นั โดยนยั ว่าเหมือนจะ
เปน็ การแสดงการอำ� ลา ลกู ศษิ ยเ์ หลา่ นนั้ ซง่ึ ยงั ไมร่ ถู้ งึ เหตอุ นั รา้ ยแรงทจ่ี ะเกดิ ขนึ้ ในอกี
ไมก่ ช่ี ั่วโมงข้างหน้า ก็ยกมือไหว้หลวงปู่ตอบไปอยา่ งอารมณ์ดี
เกิดเหตุ
หลวงป่อู อกเดนิ ทางด้วยรถยนต์จากวัดปา่ เขาน้อย ไปยังวัดในจังหวดั สุรินทร์
เมือ่ รถวง่ิ เข้าเขตจงั หวัดสรุ ินทร์ รถคันดงั กล่าวไดป้ ระสบอบุ ัตเิ หตุแหกโค้ง ตกถนน
อุบัติเหตุดังกล่าวท�ำให้หลวงปู่ได้รับบาดเจ็บสาหัส คงจะเนื่องด้วยเคราะห์กรรมเก่า
ของทา่ น แตด่ ว้ ยบญุ บารมขี องทา่ น ทำ� ใหใ้ นขณะทเ่ี กดิ อบุ ตั เิ หตบุ รเิ วณนน้ั กม็ รี ถพยาบาล
วงิ่ ผา่ นมาพอดี รถพยาบาลคนั ดงั กลา่ วเลยไดน้ ำ� หลวงปไู่ ปสง่ ยงั โรงพยาบาลแหง่ หนง่ึ
ในตวั เมอื งสรุ นิ ทรไ์ ดอ้ ยา่ งรวดเรว็ มเิ ชน่ นนั้ แลว้ อาการอาพาธของหลวงปคู่ งหนกั กวา่ น้ี
เมอ่ื แพทยป์ ระจำ� โรงพยาบาลไดต้ รวจอาการบาดเจบ็ ของหลวงปใู่ นเบอื้ งตน้ แลว้
ต่างลงความเห็นว่า จ�ำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องน�ำหลวงปู่เข้ารับการรักษาพยาบาลใน
กรุงเทพฯ อย่างเร่งด่วนต่อไป โดยคณะศิษย์ตกลงใจน�ำหลวงปู่ข้ารับการรักษาท่ี
27
โรงพยาบาลศริ ิราช โดยรถยนต์ เพราะหากเดินทางโดยเฮลคิ อปเตอรก์ จ็ ะไมส่ ะดวก
เพราะหลวงปู่ตอ้ งอาศยั เครอ่ื งมือแพทยแ์ ละเคร่อื งช่วยหายใจตลอดเวลา
ตลอดระยะเวลาการเดินทางเพ่ือไปรักษาตัวยังโรงพยาบาลศิริราชนั้น หลวงปู่
ไดร้ บั ความสะดวกอยา่ งมากอกี เชน่ เคย ซงึ่ เปน็ ทนี่ า่ ชน่ื ใจแกค่ ณะศษิ ยท์ ตี่ ดิ ตามไปใน
ขบวนเปน็ อยา่ งมาก เพราะอาการของหลวงปนู่ น้ั ไมส่ ามารถวางใจไดเ้ ลย การไดไ้ ปถงึ
โรงพยาบาลเรว็ เทา่ ใดกจ็ ะยง่ิ ช่วยให้โอกาสรอดของหลวงปมู่ ีมากขน้ึ เทา่ น้นั กลา่ วคือ
ระยะทางจากเขตจงั หวดั สรุ นิ ทรไ์ ปยงั เขตดอนเมอื ง กรงุ เทพฯ ไดม้ รี ถตำ� รวจทางหลวง
นำ� ทางใหร้ ถพยาบาลของหลวงปมู่ าโดยตลอด กอ่ นจะเขา้ เขตกรงุ เทพฯ ซงึ่ สดุ เขตของ
รถตำ� รวจทางหลวง ลกู ศษิ ยค์ นหนงึ่ ไดโ้ ทรศพั ทต์ ดิ ตอ่ ไปยงั สถานวี ทิ ยุ จส.รอ้ ย ทงั้ ๆ ที่
ไม่ได้รู้จักกับเจ้าหน้าท่ีเป็นพิเศษแต่อย่างใด และบอกเจ้าหน้าท่ีว่ามีหลวงปู่ไม่สบาย
และตอ้ งเขา้ รบั การรกั ษาพยาบาลในหอ้ ง ICU ดว่ น และตอ้ งการความสะดวกในการ
เดนิ ทาง ครนั้ พอถงึ ดอนเมอื ง กป็ รากฏวา่ มรี ถนำ� ขบวนของตำ� รวจจอดรออยแู่ ลว้ และนำ�
ไปขน้ึ ทางดว่ นดว้ ยความรวดเรว็ แลว้ กใ็ ชเ้ ลนรถโดยสารประจำ� ทาง พอถงึ แยกไฟเขยี ว
ไฟแดง ตำ� รวจหลายนายกจ็ บั มอื กนั ขวางรถอ่ืนๆ ไมใ่ ห้ผ่าน เพ่อื ใหร้ ถพยาบาลของ
หลวงปู่ผ่านไปกอ่ นไดอ้ ยา่ งสะดวกจนถงึ โรงพยาบาล
เขา้ รบั การรักษาพยาบาล
วนั พฤหสั บดที ่ี ๑๒ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๓๙ หลวงปไู่ ดเ้ ขา้ รบั การรกั ษาทโี่ รงพยาบาล
ศริ ริ าช ครน้ั ความทราบใตเ้ บอื้ งพระยคุ ลบาทพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ล-
อดลุ ยเดชบรมนาถบพติ ร และสมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ ทรงพระ
มหากรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับหลวงปู่เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์
ดว้ ยพระบารมอี นั หาทส่ี ดุ มไิ ด้
หลงั จากหลวงปเู่ ขา้ รบั การรกั ษาเปน็ เวลา ๙ เดอื น อาการคอ่ ยๆ ดขี นึ้ ตามลำ� ดบั
คณะศษิ ย์บางส่วนมีความเห็นว่า ถ้าไดน้ �ำหลวงปูไ่ ปรักษาตอ่ ท่ปี ระเทศสหรฐั อเมริกา
ก็น่าจะเป็นหนทางท่ีชว่ ยให้อาการอาพาธของหลวงปูห่ ายเร็วขน้ึ
28
หลวงปไู่ ดเ้ ขา้ รบั การรกั ษาทปี่ ระเทศสหรฐั อเมรกิ าถงึ ๒ ครงั้ คอื ในปี พ.ศ. ๒๕๔๐
(จำ� พรรษาที่นี่เป็นครั้งสุดท้าย) และในปลายปี พ.ศ. ๒๕๔๒ จนกระทั่งในวันที่ ๑๗
พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ หลวงปู่สวุ ัจน์ไดเ้ ดนิ ทางกลบั มายังประเทศไทย และมงุ่ สู่
วดั ปา่ เขานอ้ ย จงั หวัดบุรรี ัมย์ และอยูจ่ ำ� พรรษาที่น่จี นวาระสุดท้ายของท่าน
ในระหวา่ งปี พ.ศ. ๒๕๔๓ ถงึ ตน้ ปี พ.ศ. ๒๕๔๕ นนั้ หลวงปไู่ ดเ้ ขา้ รบั การรกั ษา
ทโี่ รงพยาบาลวชิ ยั ยทุ ธ กรงุ เทพฯ ถงึ ๓ ครง้ั เมอื่ ใดทหี่ ลวงปรู่ สู้ กึ ตวั หรอื มอี าการดขี นึ้
หลวงปปู่ รารถนาจะกลบั วดั ปา่ เขานอ้ ยอยเู่ สมอ หากแตล่ กู ศษิ ยบ์ างสว่ นเหน็ วา่ หลวงปู่
ควรอยู่ใกล้ๆ หมอสักระยะหนงึ่ ดังนัน้ ทกุ คร้ังที่มารักษาตวั ทีก่ รงุ เทพ ลกู ศษิ ยจ์ ึงได้
นมิ นตห์ ลวงปมู่ าพกั ทสี่ วนทพิ ย์ อำ� เภอปากเกรด็ จงั หวดั นนทบรุ ี กอ่ นจะเดนิ ทางกลบั
วดั ปา่ เขานอ้ ย
เยอื นอ�ำเภอจอมพระ
หลวงปปู่ รารภวา่ มไิ ดไ้ ปเยอื นวดั ปา่ ปราสาทจอมพระ อำ� เภอจอมพระ จงั หวดั สรุ นิ ทร์
มานานมากแลว้ ซง่ึ วัดนีเ้ ป็นวัดทีห่ ลวงปเู่ ปน็ ผ้กู ่อต้ัง ลกู ศิษย์จึงได้พาหลวงป่ไู ปตาม
ความประสงคใ์ นวนั ท่ี ๑๓ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ซง่ึ ตรงกบั วนั ธรรมสวนะ ขนึ้ ๑๕ คำ่�
ขณะที่รถหลวงปู่ก�ำลังว่ิงออกไปจากวัดป่าเขาน้อย ดอกติ้วสีชมพูด้านหน้าบริเวณ
วดั ปา่ เขานอ้ ยไดร้ ว่ งจากตน้ จนเตม็ พนื้ ไปหมด ราวกบั จะบอกวา่ สงั ขารองหลวงปกู่ ำ� ลงั
จะร่วงโรยไปในไมช่ า้
เมอ่ื ไปถงึ หลวงปไู่ ดล้ งอโุ บสถและรว่ มฟงั ปาตโิ มกขก์ บั คณะสงฆใ์ นวดั ซงึ่ เปน็
ขอ้ วตั รท่ที ่านปฏบิ ัตมิ าอย่างตอ่ เนื่องไม่เคยขาด แม้ว่าท่านจะอาพาธอยทู่ โ่ี รงพยาบาล
กต็ าม หลวงปพู่ กั อยทู่ วี่ ดั นถ้ี งึ ๗ วนั ระหวา่ งนนั้ หลวงปไู่ ดม้ โี อกาสพบกบั ลกู ศษิ ยเ์ กา่ แก่
ทน่ี ่ี ในวนั สดุ ทา้ ยคอื วนั ที่ ๒๐ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๔๕ กอ่ นจะกลบั วดั ปา่ เขานอ้ ย หลวงปไู่ ด้
นำ� สวดใหพ้ รแกช่ าวบา้ นจอมพระ ซงึ่ ผดิ จากปกตทิ ที่ า่ นไมไ่ ดส้ วดใหพ้ รใครมานานแลว้
นบั ตั้งแต่เกิดอบุ ัติเหตุ
29
การไปเยือนจอมพระในครั้งน้ี เหมือนกับหลวงปู่จะไปโปรดคนเก่าคนแก่ท่ี
วดั ป่าปราสาทจอมพระ เปน็ ครง้ั สดุ ทา้ ย โดยไม่มีใครเอะใจวา่ จะเกิดส่งิ ท่สี ะเทือนใจ
กบั เหลา่ ลกู ศิษยใ์ นเวลาต่อมา
อาพาธครั้งสุดทา้ ย
ในวนั ที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ หลวงปมู่ ีการอาการซึมและมไี ข้ จึงเข้ารบั
การรกั ษาทโ่ี รงพยาบาลเอกชนแหง่ หนงึ่ ในจงั หวัดบุรรี ัมย์ และนอกจากนหี้ ลวงปยู่ งั มี
อาการแทรกซอ้ นคืออาการติดเชื้อในปอด ทำ� ใหห้ ายใจเรว็ และมเี สมหะมาก
คณะแพทย์ได้ลงความเห็นว่า มีวิธีเดียวท่ีจะรักษาหลวงปู่ได้คือการเจาะคอ
เพอื่ งา่ ยตอ่ การดดู เสมหะออกจากคอหลวงปู่ แตท่ างคณะศษิ ยท์ งั้ พระและโยม ซงึ่ เปน็
ลกู ศษิ ยห์ ลวงปู่ทง้ั จากทางใกลแ้ ละทางไกล ได้ลงความเห็นเป็นนำ�้ หนง่ึ ใจเดยี วกนั วา่
ไมต่ อ้ งการใหห้ ลวงป่ไู ด้รับทกุ ขเวทนา จงึ ปฏเิ สธการเจาะคอหลวงปู่
คืนวันท่ี ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๕ หลวงปูไ่ มห่ ลบั ทัง้ คนื และเปน็ ทเ่ี ข้าใจกนั
ในหมู่ลูกศิษย์ใกล้ชิดและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ว่า จวนจะถึงกาลเวลาท่ีหลวงปู่จะ
ละขนั ธแ์ ลว้ จากนน้ั ระบบตา่ งๆ ในรา่ งกายของหลวงปคู่ อ่ ยๆ หยดุ ทำ� งาน จนกระท่งั
ในวันท่ี ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๕ เวลา ๑๓.๑๒ น. หลวงปู่ได้ละสงั ขารไปอย่างสงบ
30
ร�ำลึกถึงหลวงปู่
31
หลวงปสู่ วุ จั น์ สวุ โจ
32
๑. หลวงป่ยู ังอยู่
เมอื่ ครง้ั หลวงปยู่ งั มไิ ดล้ ะสงั ขาร ทา่ นกม็ กั กระหนาบใหศ้ ษิ ยค์ อยหมน่ั ภาวนาเพอ่ื
พฒั นาจติ ของตนอยเู่ สมอดว้ ยความไมป่ ระมาท ทา่ นเมตตาตอ่ ทกุ ๆ คน โดยไมเ่ ลอื ก
ทรี่ กั มกั ทชี่ งั ถา้ เปน็ ศษิ ยท์ า่ นแลว้ ทา่ นไมม่ ที งิ้ เพราะฉะนน้ั ทกุ คนไมว่ า่ พระหรอื โยม
จะรกั และซาบซง้ึ ในคณุ ทา่ นตลอดมา ถา้ เพอื่ หลวงปแู่ ลว้ ทำ� ไดท้ กุ อยา่ ง ทกุ คนรอ้ งไห้
เมอื่ พดู ถึงบญุ คณุ หลวงปู่ น้ำ� ตาร่วงกนั ทุกคน
หลวงปเู่ มตตาลกู ศษิ ยท์ กุ คนไมว่ า่ รวยจน สงเคราะหล์ กู หลานไมเ่ คยทง้ิ ทา่ นเปน็
เหมือนพ่อท่ีเวลาศิษย์ไปสถานทแ่ี ห่งใดกต็ าม กอ็ ดทจ่ี ะคิดถึงท่านไม่ได้ เป็นตอ้ งหา
โอกาสกลับมากราบไหว้และอย่ใู กลช้ ดิ ทา่ นอย่เู สมอ
บดั นี้ แม้หลวงปูจ่ ะละสังขารไปแลว้ กต็ าม แต่เพราะจิตใจของศษิ ย์ทง้ั หลายได้
บรรจุท่านไว้ในหวั ใจแต่ละดวงแล้ว ดังนัน้ ไม่ว่าศิษย์จะอยทู่ ่ไี หน กเ็ หมือนมหี ลวงปู่
อยู่ด้วยเสมอ ธรรมอันใดที่ศษิ ย์เคยประทบั ใจจากทา่ น ธรรมน้นั ก็จะยังคงก้องดงั
กังวานอยู่ในจติ ในใจของศิษยต์ ลอดไป
ศษิ ยท์ ง้ั หลายเชอื่ มนั่ อยา่ งไมม่ ขี อ้ สงสยั ถงึ ความดำ� รงอยขู่ องหลวงปู่ เมตตาบารมี
ทคี่ อยปกปกั รกั ษาและชว่ ยเหลอื ศษิ ยท์ งั้ หลายยงั คงมอี ยมู่ ไิ ดข้ าด ศษิ ยท์ งั้ หลายยงั คง
สมั ผสั ไดถ้ งึ ความอบอนุ่ ใจทไี่ ดร้ บั ในยามทร่ี ะลกึ ถงึ หลวงปู่ ...ความเมตตาของหลวงปู่
อันหาประมาณมิได้ จะยังคงตราตรึงอยู่ในดวงใจของศิษย์ท้ังหลายอย่างไม่มีวัน
ลืมเลอื น
33
๒. เหมอื นไมไ่ ด้อะไร
ศษิ ยผ์ หู้ นงึ่ ของหลวงปสู่ วุ จั นเ์ ลา่ ใหฟ้ งั วา่ วดั ปา่ เขานอ้ ยนแี้ ตกตา่ งจากวดั ทเี่ คยไป
ตั้งแตเ่ ขา้ ประตมู าก็เหน็ ความสงบเรยี บร้อย ความสะอาดของถนนหนทางภายในวัด
ร่มรนื่ ด้วยป่าไม้ นอกจากนีญ้ าตโิ ยมจะมีโอกาสเห็นพระก็เฉพาะเวลาฉันเทา่ น้ัน
การมาวัดน้ชี ว่ ยใหม้ ีโอกาสได้พบกลั ยาณมิตร ได้ฟงั คำ� สอนของครบู าอาจารย์
จนเกดิ ศรทั ธาและความซาบซง้ึ ในความเปน็ สงั คมชาววดั ทอี่ ยกู่ นั อยา่ งปราศจากความ
หวาดระแวง ไม่เหมือนกับสงั คมทางโลก แม้ชวนให้สนุกสนานกจ็ ริง แต่ทว่าไม่อาจ
วางใจกนั ได้ คยุ กนั ดๆี กไ็ มร่ วู้ า่ เขาคดิ รา้ ยกบั เราอยา่ งไร แมแ้ ตข่ า้ วของวางไวก้ ย็ งั หาย
สงั คมที่วัดนเ่ี ปน็ สังคมท่ีไม่เคยพบเหน็ มาก่อน มีแตค่ วามอบอุน่ ใจ ไวว้ างใจกันได้
ถา้ ดผู า่ นๆ เราจะไมเ่ หน็ วา่ เราไดอ้ ะไรหรอก แตเ่ มอื่ มาพจิ ารณาทบทวน แทบรอ้ งไห้
เลยว่า สิ่งที่เราค่อยๆ ซึมซับจากการมาวัดฟังธรรมน้ันมันมีประโยชน์มากเพียงใด
นห่ี ากไม่ไดห้ ลวงปู่ ชีวติ ของเราจะเปน็ อยา่ งไร และจะมอี ะไรเปน็ ทีพ่ ่ึงทางใจเราจน
ทกุ วนั นี้
34
๓. อานิสงส์จากการท�ำบญุ กบั หลวงปู่
การทำ� บุญในพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะอยา่ งยิง่ การทำ� บญุ ผา่ นเนอ้ื นาบุญคือ
พระอริยสงฆ์ดว้ ยแลว้ ก็ยง่ิ มอี านสิ งสม์ าก ซ่ึงบรรดาศิษย์ของหลวงป่สู ุวัจนจ์ �ำนวน
ไม่น้อยกไ็ ด้ประจักษ์เป็นทอ่ี ัศจรรยใ์ จและทราบซ้งึ ใจกันมาแล้ว
บางรายมีหนี้สินจ�ำนวนมาก แต่พอมามีส่วนร่วมเป็นธุระหลวงปู่ในการสร้าง
ถนนหนทางในวดั รวมไปถึงก�ำแพง ศาลา พระประธาน เมรุ ฯลฯ ก็ปรากฏวา่ ธรุ กจิ
และการเงินที่มีปัญหาเหล่าน้ันล้วนคลี่คลายไปในทางท่ีดีข้ึน ไม่เว้นแม้ช่วงวิกฤติ
เศรษฐกิจท่ีธุรกิจอื่นๆ ต่างได้รับผลกระทบ จนท�ำให้ต้องล้มเลิกกิจการไปเป็น
จ�ำนวนมาก แต่บรรดาลูกศิษย์ที่ได้ท�ำบุญกับหลวงปู่ นอกจากไม่ได้รับผลกระทบ
ในทางลบเหมอื นธรุ กจิ อนื่ ๆ แลว้ ตรงกนั ขา้ มกลบั ดขี นึ้ ๆ อยา่ งเงยี บๆ อกี ดว้ ย บางราย
ฟื้นตัวจากการเป็นหนี้สินจ�ำนวนมากได้อย่างไม่น่าเชื่อ จนท�ำให้ไม่ลังเลสงสัยใน
อานสิ งส์จากการท�ำบุญกับเนื้อนาบญุ เช่นหลวงปสู่ ุวัจน์
มตี ัวอยา่ งอันหนึง่ ทจี่ ะเลา่ ไว้ ณ ทน่ี ้ี กลา่ วคือ เป็นเหตุการณท์ ่ีหลวงปเู่ อย่ ปาก
ให้ศษิ ย์ ๒ คนเปน็ ธุระจดั หาไฟเข้าวัดสาขาของท่านแห่งหน่งึ ท้ังๆ ทม่ี ีลูกศษิ ยล์ ูกหา
ที่อยู่ในแวดวงที่จะเป็นธุระในเรื่องนี้ และน่าจะท�ำให้ส�ำเร็จได้โดยไม่ล�ำบากเลย
ศษิ ยห์ นง่ึ ในสองคนนน้ั แมจ้ ะลงั เลสงสยั แตด่ ว้ ยศรทั ธาทมี่ ตี อ่ ทา่ น จงึ ไดป้ ระสานงาน
ดำ� เนนิ การจนแลว้ เสรจ็ กระทงั่ ผา่ นไปประมาณ ๓ เดอื น กม็ เี หตกุ ารณน์ า่ ตกใจเกดิ ขนึ้
นน่ั กค็ อื เหตเุ พลงิ ไหมท้ เี่ กดิ ขนึ้ ใกลก้ บั บา้ นของศษิ ย์ ๒ คน ดงั กลา่ ว หลงั หนง่ึ เปน็ บา้ น
ทเี่ ปน็ สำ� นกั งานอยใู่ นตวั พรอ้ มอปุ กรณม์ ลู คา่ กวา่ ลา้ นบาททเ่ี พง่ิ ตดิ ตง้ั และยงั ไมไ่ ดท้ ำ�
ประกัน
35
ส่วนอีกหลังหนึ่งเป็นบ้านไม้ที่มีหลังคาหน้าจั่วย่ืนไปใกล้บ้านต้นเพลิง ผู้คนท่ี
ยืนอยหู่ นา้ บ้านน่รี ้อนหมดเลย ฝาบา้ นก็รอ้ น ทกุ คนต่างตอ้ งออกจากบ้าน แต่เปน็ ที่
นา่ อศั จรรย์ ทแ่ี มไ้ ฟจะลามไปเลยี หลงั คา แตแ่ ลว้ กไ็ มไ่ หมเ้ ลย เมอ่ื เพลงิ ไหมค้ อ่ ยๆ สงบ
ตวั ลงโดยไมล่ กุ ลามไปทอ่ี น่ื บรรดาศษิ ยเ์ หลา่ นน้ั ไดแ้ ตอ่ ทุ านวา่ หลวงปชู่ ว่ ยเราๆ นค่ี ง
เปน็ เพราะหลวงปเู่ มตตาแนะใหท้ ำ� บญุ ไฟฟา้ กระมงั อานสิ งสก์ เ็ ลยไมโ่ ดนไฟไหมบ้ า้ น
36
๔. รักษาสมบตั ขิ องหลวงปู่
นับเป็นคุณูปการอย่างใหญ่หลวงที่หลวงปู่สุวัจน์ได้เมตตามาสร้างวัดป่าไว้ท่ี
บรุ รี มั ย์ ซง่ึ ไมเ่ พยี งศรทั ธาญาตโิ ยมทจ่ี งั หวดั บรุ รี มั ยเ์ ทา่ นน้ั ทจี่ ะไดร้ บั ประโยชน์ หากแต่
ศาสนสมบตั ชิ น้ิ นี้ จะกอ่ ใหเ้ กดิ ประโยชนแ์ กพ่ ทุ ธศาสนกิ ชนผใู้ ฝธ่ รรมทง้ั หลายไดอ้ าศยั
ธรรมชาติแห่งป่าเขาเหล่านี้ในการฝกึ ฝนอบรมใจเพือ่ ใหเ้ ขา้ ถงึ ธรรม
ดงั นนั้ วดั ปา่ เขานอ้ ยทหี่ ลวงปไู่ ดอ้ ตุ สาหะสรา้ งขนึ้ นี้ จงึ เปน็ สมบตั ลิ ำ้� คา่ ทลี่ กู ศษิ ย์
ทง้ั หลายตอ้ งชว่ ยกนั ดแู ลรกั ษาและพฒั นา เพอ่ื ใหส้ ำ� เรจ็ ประโยชนต์ ามเจตนารมณข์ อง
หลวงปู่ท่ีได้ฝากไว้ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลรักษาวัดวาอารามศาสนสถาน ศาสนวัตถุ
ของวดั ปา่ เขานอ้ ยแลว้ กย็ งั รวมไปถงึ การดแู ลพระเณรและผมู้ าประพฤตธิ รรมทงั้ หลาย
ให้ได้รับความสะดวกในการปฏิบตั ิศาสนกิจและการปฏบิ ัติธรรม
37
๕. มองหลายช้ัน
ผทู้ อ่ี ยใู่ กลช้ ดิ หลวงปมู่ กั ไดร้ บั ประสบการณอ์ นั ลำ�้ คา่ อกี อยา่ งหนง่ึ นน่ั กค็ อื อบุ าย
แยบคายของหลวงปใู่ นการจดั การและแกไ้ ขปญั หาตา่ งๆ เพราะสตปิ ญั ญาของหลวงปู่
ทา่ นลกึ ซง้ึ อยา่ งยง่ิ วธิ กี ารแกไ้ ขปญั หาตา่ งๆ ของทา่ นนนั้ ลว้ นมาจากพน้ื ฐานความเขา้ ใจ
ในปัญหาและสาเหตุของปญั หาอย่างถอ่ งแท้ ในขณะท่ีลกู ศิษยโ์ ดยมากจะมองเขา้ ไป
ไมถ่ งึ แถมบอ่ ยครงั้ ยงั ดอื้ ตอ่ ทา่ นอกี ดว้ ย จนบางครง้ั หลวงปทู่ า่ นตอ้ งยอมใหล้ กู ศษิ ย์
ผดู้ อื้ รน้ั ลองทำ� ตามความคดิ ของตวั เองไปกอ่ น กระทงั่ ไปเจอทางตนั นนั่ แหละ จงึ ยอม
หนั มาทำ� อยา่ งทท่ี า่ นวา่ กวา่ จะเขา้ ใจความลำ้� ลกึ ในอบุ ายวธิ ขี องทา่ น กไ็ ดแ้ สดงอาการ
โงอ่ วดครบู าอาจารยไ์ ปไมน่ อ้ ยเลย เพราะเหตนุ ก้ี ระมงั จงึ ตอ้ งมกี ารโยโทโสฯ ขอขมา
ครูบาอาจารยก์ นั ไดบ้ อ่ ยๆ
จรงิ ๆ ลกั ษณะเชน่ นเี้ ปน็ คณุ สมบตั พิ เิ ศษของครบู าอาจารยห์ ลายองค์ ปญั ญาของ
เราเองไปไมถ่ งึ จงึ แกป้ ญั หาและจดั การไมส่ ำ� เรจ็ แตท่ า่ นจะพาเราไปไดอ้ ยา่ งราบรน่ื คอื
สตปิ ญั ญาของครบู าอาจารยท์ า่ นลกึ ซงึ้ ละเอยี ดกวา่ เรามาก สายตาทา่ นมองทะลตุ งั้ แต่
ตน้ ทางถงึ ปลายทาง ของเราอาจมองเหน็ แตต่ น้ ทางบา้ งหรอื ระหวา่ งทางบา้ ง แตม่ กั เหน็ ไป
ไมถ่ ึงปลายทาง
ดงั นนั้ เรอ่ื งนจ้ี งึ เปน็ ขอ้ คดิ วา่ ถา้ ครบู าอาจารยส์ ง่ั อะไร เราทำ� ตามทา่ นจะไมล่ ำ� บาก
มนั จะมชี อ่ งทางทจี่ ะเปน็ ไปไดด้ ว้ ยอบุ ายแยบคายและบารมขี องทา่ น จงึ เปน็ อทุ าหรณว์ า่
ไม่ควรยึดมั่นถือม่ันในความคิดความเห็นของเราว่าถูกต้องท่ีสุด และไม่พึงเอาสติ
ปัญญาอันนอ้ ยนิดของตัวเราไปเทียบเคียงกับครอู าจารย์
38
๖. รบั ปากแลว้ ก็ต้องท�ำใหไ้ ด้
วนั หนงึ่ มคี ณะศษิ ยก์ ลมุ่ หนง่ึ กำ� ลงั นงั่ สนทนากนั อยใู่ นโรงฉนั หลวงปทู่ า่ นเหน็ เขา้
ทา่ นก็คงตอ้ งการให้หยุดการคยุ ฟงุ้ จึงเรยี กทุกคนใหไ้ ปพบ ศษิ ยด์ ื้อก็กราบเรียนว่า
ขออยไู่ ลแ่ มลงวนั กอ่ น แตจ่ รงิ ๆ ยงั คยุ กนั สนกุ อยู่ หลวงปบู่ อก มานใี่ หห้ มด แลว้ ทา่ นกส็ งั่
ให้ทำ� ฝาชี ท่านสั่งโดยไมใ่ หร้ ายละเอียด คงเพราะตอ้ งการจะให้ศษิ ยไ์ ปคิดพิจารณา
ด�ำเนนิ การเอาเอง สดุ ทา้ ยเราก็ไมไ่ ด้ดำ� เนินการตามทร่ี ับปากท่านแตอ่ ยา่ งใด
วนั รงุ่ ขน้ึ ทา่ นมาดไู มม่ ฝี าชี ทนี โ้ี ดนเลย ทา่ นดเุ อาแรงๆ เลย ชว่ งทเ่ี ขาสวดมนต์
ท�ำวัตรเย็น ศิษย์ที่เคยรับปากท่านไปอย่างน้ันเอง จึงต้องไปน่ังเอาเหล็กขันน็อต
เอาผ้ายางตดิ เพราะเกรงว่าหากฝาชไี ม่เสรจ็ คืนน้ี เดย๋ี วพรุ่งนโ้ี ดนอกี แน่ ท�ำจนเสร็จ
จึงได้ขอ้ คิดว่า ถ้าทำ� ไมไ่ ด้ จะไมก่ ลา้ รบั ปากหลวงปเู่ ลย
หลวงปู่เคยนัดให้โยมคนหนึ่งขับรถพาท่านไปท�ำธุระ พร้อมกับบอกว่าไม่ให้
บอกใคร ใหไ้ ปกนั แค่ ๒ คน โยมกร็ บั ปากวา่ ครบั พอวนั รงุ่ ขนึ้ โยมไปชวนอกี คนมาดว้ ย
ทา่ นดเุ ลย ทา่ นวา่ ทีหลังไมไ่ ดน้ ะ พดู ค�ำไหนตอ้ งค�ำนัน้
เวลาหลวงปทู่ ่านสั่ง ทา่ นไม่ไดส้ ักแต่วา่ สงั่ ทา่ นติดตามดูผลงานตลอด ถ้าทา่ น
สง่ั แลว้ ตอ้ งถอื เปน็ งานเปน็ ธรุ ะ อะไรทำ� ไมไ่ ดอ้ ยา่ เพงิ่ ไปรบั ปาก เรอื่ งสจั จะน้ี หลวงปถู่ อื
เปน็ เร่ืองส�ำคัญมาก
39
๗. ความละเอียดลออของหลวงปู่
หลวงปเู่ มตตาสอนทกุ คน ลกู ศษิ ยเ์ คยพาคนงานไปใสบ่ าตร ทา่ นกส็ อนคนงานวา่
อยา่ เปน็ คนขเ้ี กยี จขคี้ รา้ น เจา้ นายจะไมร่ กั ตอ้ งขยนั ตอ้ งมคี วามรบั ผดิ ชอบ ถา้ ขเ้ี กยี จ
ขค้ี รา้ น อยไู่ หนกไ็ มม่ ใี ครรกั หลวงปยู่ งั สอนศษิ ยไ์ มใ่ หค้ ยุ กนั ขณะถอื ขา้ วรอใสบ่ าตร
เพราะถา้ น�ำ้ ลายหกลงไป เหมือนพระกนิ เดน เราจะเปน็ บาปได้
หลวงปู่ท่านเน้นกิริยามารยาท การแต่งเน้ือแต่งตัวเข้าวัดต้องให้เรียบร้อย
นอกจากนใ้ี นเวลาทพี่ ระสงฆต์ กั อาหารเสรจ็ เรยี บรอ้ ยแลว้ ทา่ นกส็ อนวา่ อยา่ เพง่ิ ไปหว่ ง
กังวลกับการรับประทานอาหาร ควรสวดมนต์หรือรอให้คนสวดมนต์เสร็จเสียก่อน
จึงค่อยเริ่มรับอาหาร ให้ผู้ใหญ่ตักอาหารให้เด็ก หลวงปู่สอนให้ศิษย์ขยันท�ำวัตร
สวดมนตท์ กุ วนั ไมใ่ หข้ าด ใครมาวดั ตอ้ งสวดมนตก์ อ่ น อยา่ เพงิ่ เดนิ ออกจากวดั โดยยงั
ไม่ได้ท�ำข้อวตั ร ทำ� อะไรก็ไมใ่ หท้ ำ� เหลาะแหละ
ทา่ นสอนแมก้ ระทงั่ การทำ� สไบ หม่ สไบ สอนแตง่ ตวั ใหเ้ รยี บรอ้ ย ใหล้ กู ศษิ ยฝ์ กึ
รักษาศลี แปด และฝกึ กลา่ วค�ำอาราธนาศีลแปด ทา่ นจะมองหนา้ จอ้ งดวู ่าวันน้ีใครจะ
รักษาศีลแปดบา้ ง ทา่ นพดู เสมอวา่ ศลี แปดน่ี อานิสงส์กนิ ไม่หมด ใช้ไมห่ มด
นอกจากน้ี ท่านยังพยายามใหศ้ ิษย์ท้ังหลายฝึกหดั กลา่ วคำ� อาราธนาในพธิ ีการ
ตา่ งๆ เชน่ การอาราธนาศลี และการกลา่ วคำ� ถวายสงั ฆทาน เปน็ ตน้ ไมใ่ ชแ่ คก่ ลา่ วใหเ้ ปน็
หากแตต่ ้องกล่าวคำ� เหลา่ นั้นใหถ้ กู ตอ้ งทกุ คร้งั อีกด้วย
40
๘. ฝึกลดอตั ตา
วันหน่งึ หลวงปู่ส่งั ให้ศษิ ย์ไปถางหญ้ารอบโรงฉนั แลว้ ท่านก็ว่า พวกเราถอื เน้อื
ถอื ตวั เลอื กงาน ไม่ยอมทำ� งานอย่างน้นั อยา่ งนี้ จรงิ ๆ แล้ว เหมอื นเราถากถางสิ่งท่ี
สกปรก สงิ่ ทไ่ี มด่ ี ออกจากใจเรา ออกจากตวั เรา ไมใ่ หม้ ตี วั ตน บรรดาศษิ ยผ์ ไู้ มเ่ คยมี
ประสบการณใ์ นการดายหญา้ กไ็ ดพ้ ากนั ไปซอ้ื ถงุ มอื มาใส่ ถงึ กระนน้ั มอื กย็ งั ถลอกกนั
ถว้ นหนา้ แต่กร็ ูส้ กึ อิ่มใจทกุ ครง้ั ทร่ี ะลกึ ถงึ
อีกครั้งหน่ึง ท่านพาไปดูตรงท่ีเป็นกุฏิโยม มันเป็นป่าไปหมด ท่านก็บอกว่า
ตรงน้เี ป็นชอ่ งลมท่ดี ีมากเลย เหมือนทา่ นบอกอ้อมๆ วา่ ใหไ้ ปถางหญา้ มันท�ำกุฏดิ ี
โยมสองคนนง่ั คยุ กนั ขา้ งหลงั วา่ เอ้ มคี นงานไหม อยากจา้ งมาถางหญา้ ทา่ นพดู ขนึ้ มา
ทนั ทีว่า เราไม่เคยจ้าง เรามแี ตท่ ำ� เอง ศษิ ย์บางพวกจึงไปดายหญ้า บางคนปูทางเดิน
ตวั หนอน แล้วมือสำ� ออยของเขาเหลา่ นน้ั กแ็ ตกอีกตามเคย
41