๙. อุปนิสยั ของหลวงปู่
พระอาจารย์ท่านหนึ่งที่เคยอยู่ใกล้ชิดหลวงปู่สุวัจน์เมตตาเล่าให้ฟังว่า การท่ี
หลวงปู่มั่นสั่งให้หลวงปู่สุวัจน์ไปอยู่กับหลวงปู่ฝั้น ท่านคงจะเห็นว่านิสัยไปกันได้
หลวงปู่ฝั้นเป็นพระที่เรียบร้อยสมกับฉายาท่ีว่า อาจาโร ซ่ึงแปลว่า มารยาทงาม
หลวงปู่สวุ ัจนเ์ องกเ็ ปน็ พระท่เี รียบร้อยเชน่ กนั สวุ โจ แปลวา่ เปน็ ผูว้ า่ ง่ายสอนงา่ ย
หลวงปูส่ นทิ สนมกบั หลวงปูฝ่ ้นั มาก
หลวงปมู่ คี วามละเอยี ด สขุ มุ ไมโ่ ออ้ วด พดู จาเรยี บรอ้ ย มสี มั มาคารวะกบั ผใู้ หญ่
ทา่ นออ่ นนอ้ มกบั ทกุ คน กริ ยิ ามารยาท คำ� พดู คำ� จาทง้ั สภุ าพ ทง้ั เปย่ี มดว้ ยความเมตตา
กรณุ า พดู กบั พระเณรสภุ าพเรยี บรอ้ ย ใชค้ ำ� วา่ ผมทกุ คำ� เวลามปี ญั หา ทา่ นจะใหเ้ กยี รติ
ทุกองค์ในการแสดงความคดิ เห็น
หลวงปทู่ า่ นลกึ มาก ละเอยี ดมาก อนั ไหนผดิ ถกู ทา่ นรหู้ มด ศษิ ยใ์ กลช้ ดิ ทง้ั พระ
และฆราวาสตา่ งเชอื่ วา่ ทา่ นรวู้ าระจติ นสิ ยั ทา่ นนง่ิ ๆ ทา่ นไมโ่ ออ้ วด ไมเ่ ปดิ เผย ทา่ นโนม้ ไป
ทางธรรมอย่างเดยี ว ท่านคงได้นิสัยมาจากหลวงปู่ฝั้น สังเกตดู ทา่ นชอบคน้ คว้าอยู่
ในห้อง อา่ นหนังสอื ค้นคว้าทางปริยตั ิธรรมเพม่ิ เติมอยเู่ สมอ
แมเ้ ปน็ ผใู้ หญแ่ ลว้ อายมุ ากแลว้ ทา่ นกไ็ มป่ ระมาท ประกอบความเพยี รเพอ่ื เปน็
แบบอยา่ งอยเู่ สมอ ขอ้ วตั รทา่ นไมท่ ง้ิ วนิ ยั กร็ กั ษาอยา่ งเครง่ ครดั เพราะถอื นสิ ยั มาจาก
ครบู าอาจารย์
หลวงปทู่ า่ นรกั ษาธรรมเนยี มของครบู าอาจารยไ์ ดด้ ี ตามอยา่ งปฏปิ ทาของพอ่ แม่
ครูบาอาจารย์มีหลวงปู่มั่นและหลวงปู่ฝั้น เป็นต้น ถ้าส่ิงใดออกนอกลู่นอกทาง
นอกปฏิปทาทีค่ รูบาอาจารยเ์ คยพาดำ� เนนิ ท่านเปน็ ตอ้ งเตือนลกู ศษิ ย์แลว้ แตก่ รณไี ป
42
หลวงปทู่ ่านฉลาดมาก จะกอ่ สรา้ งอะไรท่ไี หน ท่านเดินส�ำรวจดูหมด สามารถ
สง่ั การไดว้ า่ ตรงนต้ี อ้ งทำ� อะไร ตรงนน้ั ตอ้ งทำ� อะไร กำ� ชบั ไวห้ มด ตาทา่ นดมุ ากเลย ตาคม
ใครๆ กเ็ กรงทา่ น ใครคดิ อะไรหลวงปรู่ หู้ มด ปรกตทิ า่ นจะไมค่ อ่ ยคยุ กบั ผหู้ ญงิ ถงึ จะ
รู้จักก็ชา่ ง ท่านจะไม่คอ่ ยพูดด้วย
ทา่ นไม่เคยเลา่ อภินิหารของหลวงป่ฝู ้ัน ทา่ นไมม่ ีนสิ ยั อยา่ งน้นั สอนแตธ่ รรมะ
ให้เราได้คดิ เอง หลวงปทู่ ่านจะไม่เลา่ เรื่องอภินิหารทที่ ่านประสบมา ไมว่ ่าลูกศษิ ยจ์ ะ
พยายามซกั ไซใ้ หเ้ ลา่ สกั เพยี งใด ตอนทท่ี า่ นจำ� พรรษาอยทู่ อ่ี เมรกิ า ทางวดั ทน่ี น่ั ไดจ้ ดั ทำ�
เหรยี ญครบรอบ ๑๐ ปขี ้นึ แตท่ ่านก็ไดส้ ัง่ ระงับ ไม่ใหแ้ จก
43
๑๐. ยึดมัน่ ในขอ้ วัตร
พระอาจารย์ท่ีท่านได้มีโอกาสอุปัฏฐากหลวงปู่ในช่วงที่หลวงปู่อาพาธหนักอยู่ท่ี
โรงพยาบาล ไดเ้ มตตาเลา่ ความประทบั ใจถงึ ความเครง่ ครดั ในวนิ ยั สงฆข์ ององคห์ ลวงปู่
ใหฟ้ งั วา่ แมใ้ นชว่ งที่สขุ ภาพของหลวงปไู่ มด่ เี อามากๆ ทา่ นกย็ ังยดึ เร่ืองวินยั ของพระ
อยา่ งสมบรู ณ์ ทา่ นไมป่ ลอ่ ยปละละเลย และไมเ่ หน็ เปน็ เรอื่ งเลก็ นอ้ ย อาหารบางอยา่ งที่
อนญุ าตใหพ้ ระอาพาธฉนั แตห่ ลวงปกู่ ไ็ มย่ อมฉนั ทา่ นฉนั มอื้ เดยี วในชว่ งเชา้ และฉนั
นำ้� ปานะครงั้ เดยี วคอื บา่ ยสามโมง ชว่ งอาพาธ ทา่ นลำ� บากมากในการบณิ ฑบาต แตท่ า่ น
กล็ งทกุ วนั ปว่ ยยงั ไงกล็ งทกุ วนั ถงึ ขน้ั ลกู ศษิ ยต์ อ้ งอมุ้ ทา่ นขนึ้ มานงั่ รถเขน็ เพอ่ื บณิ ฑบาต
ทา่ นยงั คงถือขอ้ วตั รคอื การฉันในบาตร ท่านรกั ษาขอ้ วัตรไว้เขม้ แขง็ มาก
ตอนอยโู่ รงพยาบาล หมอและพยาบาลผู้หญงิ ท่านไม่ใหจ้ ับเลย จะอาพาธหนกั
อย่างไรก็ไม่ยอม ท่ีท่านท�ำเช่นนี้เพราะท่านต้องการท�ำเพ่ือให้เป็นแบบอย่างแก่คน
รนุ่ หลงั บางครงั้ พยาบาลทำ� ดว้ ยความปรารถนาดแี กค่ นไข้ แตก่ ท็ ำ� ดว้ ยความไมเ่ ขา้ ใจ
ในการรกั ษาขอ้ วนิ ยั เปน็ ตน้ วา่ ความพยายามใหอ้ าหารทางสายยางแกท่ า่ นในเวลาวกิ าล
(หลงั เทยี่ ง) หลวงปทู่ า่ นมองไปทน่ี าฬกิ าและสง่ สายตาในทางปฏเิ สธแลว้ แตเ่ จา้ หนา้ ท่ี
กไ็ มฟ่ งั สดุ ทา้ ยทา่ นเพง่ ไปทอี่ ปุ กรณใ์ หอ้ าหาร จะดว้ ยเหตใุ ดกไ็ มท่ ราบได้ อปุ กรณใ์ ห้
อาหารกลบั ไมท่ ำ� งาน นบั เป็นเรอ่ื งแปลกท่ีได้พบ
นอกจากนใี้ นชว่ งทห่ี ลวงปยู่ งั อาพาธอยนู่ น้ั ทา่ นกม็ กั ใหพ้ ระอปุ ฏั ฐากชว่ ยจบั ให้
องคท์ า่ นนอนตะแคงขวา บางครงั้ กใ็ หช้ ว่ ยกนั พยงุ ทา่ นนงั่ ขดั สมาธเิ พชร แลว้ ทา่ นกว็ า่
“เอ้า ทำ� ความเพยี รกัน” หลวงปทู่ า่ นจะท�ำอะไรตรงเวลา ไม่เคยแสดงออกให้เหน็ ถึง
ความยอ่ หยอ่ น ตอนทา่ นแขง็ แรงดี ทา่ นจะเดนิ จงกรมเปน็ ปรกติ หากอาพาธเดนิ ไมไ่ หว
ทา่ นกใ็ ชร้ ถเขน็ จงกรมทก่ี ฏุ ิ หลวงปทู่ า่ นจงึ เปน็ แบบอยา่ งของพระภกิ ษผุ เู้ ครง่ ครดั ใน
พระธรรมวนิ ยั และขอ้ วัตรท่ีหาไดย้ ากย่ิงองค์หนงึ่ ในปจั จบุ ัน
44
๑๑. การสรา้ งเจดยี ถ์ วายหลวงปู่
นบั แตว่ นั ทหี่ ลวงปสู่ วุ จั นม์ รณภาพเมอื่ วนั ที่ ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ทา่ นมอี ายไุ ด้
๘๒ ปี ๖๑ พรรษา โดยไดร้ บั พระราชทานเพลงิ ศพเมอื่ วนั ที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๕
หลงั จากนนั้ ประมาณ ๑ ปี การสรา้ งเจดยี พ์ พิ ธิ ภณั ฑพ์ ระโพธธิ รรมาจารยเ์ ถร (หลวงปู่
สวุ จั น์ สวุ โจ) จงึ ไดเ้ รมิ่ ขนึ้ โดยพระธรรมวสิ ทุ ธมิ งคล (หลวงตามหาบวั ญาณสมั ปนั โน)
ได้เมตตามาเป็นประธานในการประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ เม่ือวันที่ ๒๙ สิงหาคม
พ.ศ. ๒๕๔๖ ณ วดั ปา่ เขานอ้ ย จงั หวดั บรุ รี มั ย์ การกอ่ สรา้ งไดด้ ำ� เนนิ ไปประมาณ ๔ ปี
จงึ แลว้ เสรจ็ สนิ้ งบประมาณ ๒๐ ลา้ นบาทเศษ และทนั ไดฉ้ ลองในวาระครบ ๕ ปี แหง่
มรณกรรมของหลวงปู่ คอื วนั พฤหสั บดีท่ี ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐
บดั น้ี เจดยี ์ดังกล่าวได้รบั พระราชทานนามจากสมเดจ็ พระญาณสังวร สมเด็จ-
พระสงั ฆราชฯ วา่ “พระบรมธาตเุ จดยี ศ์ รสี วุ จคณุ านสุ รณ”์ อนั มคี วามหมายวา่ พระเจดยี ์
อนั เปน็ ทป่ี ระดษิ ฐานพระบรมสารรี กิ ธาตซุ ง่ึ เปน็ สริ มิ งคล และเครอ่ื งระลกึ ถงึ พระคณุ
แห่งหลวงป่สู ุวัจน์ สุวโจ
การก่อสร้างเจดีย์ถวายหลวงปู่น้ัน แม้จะมีอุปสรรคขัดข้องบ้างอันเป็นเร่ือง
ธรรมดา แตก่ เ็ หมอื นหลวงปใู่ หโ้ อกาสกบั ศษิ ยใ์ นการแสดงความวริ ยิ ะอตุ สาหะ ฟนั ฝา่
อปุ สรรคทง้ั มวลเพอื่ ทำ� ใหง้ านนล้ี ลุ ว่ ง เพอื่ รว่ มกนั ถวายเปน็ เครอื่ งบชู าคณุ ความดขี อง
หลวงปทู่ ศี่ ษิ ยท์ งั้ หลายยกขน้ึ ไวเ้ หนอื เศยี รเกลา้ ซง่ึ ศษิ ยต์ ระหนกั ดวี า่ ไมอ่ าจเทยี บแม้
เศษเสยี้ วแหง่ ความเมตตากรณุ าทหี่ ลวงปมู่ ใี หก้ บั ศษิ ยท์ ง้ั หลายอยา่ งตอ่ เนอื่ งยาวนาน
ตลอดอายสุ ังขารของหลวงปู่
กำ� ลงั ทรพั ยท์ น่ี ำ� มาสรา้ งเจดยี ถ์ วายหลวงปนู่ นั้ สว่ นใหญก่ ม็ าจากรายเลก็ รายนอ้ ย
ไดแ้ ก่ ชาวบา้ นทม่ี าอนโุ มทนาคนละสบิ บาทยสี่ บิ บาทตามกำ� ลงั ซง่ึ รวบรวมกนั ทไี รกจ็ ะได้
45
เปน็ แสนๆ ทกุ ครง้ั กฐนิ และผา้ ปา่ ทจี่ ดั มาตลอดตงั้ แตห่ ลวงปยู่ งั มชี วี ติ อยแู่ ละหลงั จาก
หลวงปู่สนิ้ ไปแล้ว กเ็ ปน็ เช่นน้ที กุ คร้งั
หน้าบันของเจดีย์ท�ำเป็นพระพุทธรูปปางร�ำพึง หากแต่เป็นพระพุทธรูปนั่ง
(ไมใ่ ชย่ นื ) ตามอยา่ งองคพ์ ระพทุ ธรปู ทห่ี ลวงปเู่ กบ็ รกั ษาไว้ ซง่ึ พระพทุ ธรปู ตน้ แบบนนั้
เดิมอยกู่ ับหลวงปทู่ ี่วดั ปา่ ปราสาทจอมพระ ตอ่ มาหลวงปูไ่ ดน้ �ำมาประดษิ ฐานท่ีวดั ป่า
เขานอ้ ย หลวงปเู่ คยกลา่ ววา่ “พระองคน์ ศี้ กั ดสิ์ ทิ ธน์ิ ะ” และใหพ้ ระนำ� ออกมาจากกฏุ ทิ า่ น
มาไวท้ ีศ่ าลาใหญ่
เป็นท่ีน่าสังเกตว่า เจดีย์น้ีมิได้ส�ำเร็จโดยศิษย์คนหนึ่งคนใด หรือคณะหน่ึง
คณะใด คล้ายกบั วา่ หลวงปูจ่ ะเจตนาใหล้ กู ศษิ ยท์ ุกคนทมี่ คี วามต้ังใจ ไมว่ า่ จะเปน็
ลูกศิษย์ท่อี ยใู่ กล้หรอื ไกล เกา่ หรือใหม่ ให้ไดม้ ามีสว่ นรว่ มในการสร้างเจดยี ค์ ร้ังน้ี
ซง่ึ สดุ ทา้ ยกไ็ ดม้ โี อกาสมามสี ว่ นรว่ ม มากบา้ ง นอ้ ยบา้ ง อยา่ งถว้ นหนา้ กนั บา้ งออกแบบ
และตกแตง่ ภายนอก บา้ งออกแบบและตกแตง่ ภายใน บา้ งรบั ผิดชอบเรือ่ งกระเบื้อง
บา้ งรบั ผดิ ชอบเรอื่ งสี บา้ งรบั ผดิ ชอบเรอื่ งภมู ทิ ศั นร์ อบเจดยี ์ เปน็ ตน้ ซงึ่ ตา่ งกร็ บั ผดิ ชอบ
กนั ไปตามความถนดั และความพรอ้ ม โดยมไิ ดม้ กี ารกะเกณฑล์ ว่ งหนา้ อกี ทงั้ ตา่ งกท็ ำ�
ดว้ ยความศรทั ธาในองค์หลวงปู่ จงึ ท�ำกนั อยา่ งเตม็ กำ� ลงั ความสามารถ ทั้งก�ำลังกาย
กำ� ลังใจ กำ� ลงั สตปิ ญั ญา และกำ� ลังทรพั ย์
อานสิ งสแ์ หง่ การสรา้ งเจดยี ์ ทสี่ ำ� คญั นอกเหนอื จากการเปน็ สถานทยี่ งั จติ ของผทู้ ่ี
มาสกั การะใหเ้ กดิ ธรรมสังเวช อนั เปน็ เครอื่ งชว่ ยใหเ้ หน็ ความไมเ่ ท่ียง รวมท้ังชว่ ยให้
ระลกึ ถงึ พระธรรมคำ� สง่ั สอนแลว้ อานสิ งสย์ งั บงั เกดิ แกห่ มคู่ ณะเปน็ ความสมคั รสมาน
สามัคคพี รอ้ มเพรียงของบรรดาศษิ ยานุศิษยท์ กุ หม่เู หล่า ซง่ึ ศิษย์อดคิดทึกทกั เอาเอง
ไมไ่ ดว้ า่ หลวงปทู่ า่ นคงกำ� ลงั มองดดู ว้ ยแววตาทเี่ อน็ ดแู ละกค็ งอมยมิ้ ดว้ ยความปตี พิ อใจ
ซึ่งผลที่บังเกิดขึ้นเป็นความงอกงามทางจิตใจนั้น หลวงปู่ท่านย่อมสรรเสริญย่ิงกว่า
ผลงานทางวตั ถภุ ายนอก ซงึ่ อยา่ งไรเสยี กย็ อ่ มตอ้ งเสอื่ มสญู ไปสกั วนั หนง่ึ อยา่ งแนน่ อน
46
๑๒. ได้ชีวติ ใหม่ก็ด้วยเมตตาจากหลวงปู่
มศี ษิ ยเ์ กา่ แกข่ องหลวงปทู่ า่ นหนงึ่ ไดก้ รณุ าเลา่ ถงึ ชวี ติ ความเปน็ มาเมอื่ ครง้ั กอ่ น
และหลังไดพ้ บกบั หลวงปู่ ซึง่ เปน็ เรอ่ื งราวท่นี า่ ประทับใจยิ่ง ดงั เร่อื งเล่าต่อไปน้…ี
เดมิ ฉนั เปน็ คนยากจนมาก รจู้ กั กบั หลวงปมู่ าตงั้ แตป่ ี พ.ศ. ๒๕๑๐ กวา่ ๆ โดยมพี ระ
ทร่ี จู้ กั พาไปกราบท่าน ลว่ งมาถงึ ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๒๔ ฉนั ไดข้ า่ วว่าหลวงปกู่ �ำลัง
เตรยี มตวั จะไปเมอื งนอก ดว้ ยความคดิ ถงึ หลวงปอู่ ยา่ งมาก ทง้ั ทเ่ี งนิ จะซอ้ื ขา้ วกนิ กแ็ ทบ
ไมม่ ี มเี งนิ ๒๐ บาท ขนึ้ รถไปกระสงั ก็ ๕ บาท จากสุรนิ ทรไ์ ปจอมพระอีก ๕ บาท
พอไปถงึ กเ็ ห็นคณะศิษยก์ ำ� ลงั รวบรวมปจั จัยถวายหลวงปู่ คนอืน่ ทำ� บญุ กับทา่ นเปน็
หม่ืนๆ แสนๆ แลว้ มศี ษิ ยผ์ ูห้ นึ่งหันมาถามฉันวา่ จะรว่ มทำ� บญุ เทา่ ไหร่ อนิจจาเอ๋ย
ฉนั มเี งนิ เหลอื แค่ ๑๐ บาท กแ็ คพ่ อดคี า่ รถกลบั บา้ นเทา่ นน้ั แตส่ ดุ ทา้ ยฉนั กต็ ดั สนิ ใจ
ทำ� บญุ หมดทง้ั สบิ บาทเลย นำ้� ตาฉนั รว่ ง อายเขาดว้ ย มคี นถามวา่ หลวงปเู่ จา้ คะ สบิ บาท
นเ่ี อาไง หลวงปบู่ อกวา่ สบิ บาทนต่ี อ้ งเอาไปดว้ ย หากไมเ่ อาไป เราตกเครอ่ื ง! นำ้� ตาฉนั
ร่วงเลย ทนี ไ้ี ม่มคี ่ารถกลับบา้ นจะทำ� ยงั ไง สุดท้ายโชคดไี ด้อาศยั ติดรถลกู ศษิ ยท์ ่าน
กลับมาถงึ บา้ นได้
ชีวิตของฉนั สมัยกอ่ นน้นั ทุกขย์ ากมาก แทบไม่มีจะกนิ หลวงปทู่ ่านเคยถามว่า
แกจะอยทู่ ไี่ หน ฉนั ตอบวา่ โอย๊ หลวงปู่ กนิ ยงั ไมม่ จี ะกนิ แลว้ ทา่ นกถ็ ามตอ่ วา่ จะอยู่
ไหนล่ะ เราจะไปสงเคราะหช์ าตสิ ดุ ท้าย ฉนั ตอบไปว่า วนั หน่ึงกินหนเดียว อาศยั ขา้ ว
กน้ บาตรนดิ หนง่ึ บา้ นตวั เองกไ็ มม่ ี ไปอยบู่ า้ นเพอื่ น คดิ อยากจะอยทู่ บี่ รุ รี มั ยน์ ะ่ หลวงปู่
ทา่ นถามว่า มที ไ่ี หมละ่ นอกเมอื งน่ะ ฉนั ตอบทา่ นว่า มีหลวงพ่อสพุ ร อยู่เขานอ้ ย
ท่านเลยว่า เออ เราจะไปดู อยา่ ไปไหนเด็ดขาดนะ แกตอ้ งอย่นู นั่
47
ปี พ.ศ. ๒๕๓๔ ถงึ ๓๕ ทา่ นก็เร่มิ มาดูทเี่ ขาน้อย ปี ๓๗ ฉนั เริ่มมาเชา่ บา้ นอยู่
หลวงปบู่ อกวา่ บา้ นอยตู่ รงไหน เราจะไปสงเคราะห์ แตฉ่ นั กไ็ มก่ ลา้ ใหท้ า่ นมา บอกทา่ นวา่
อยา่ มาเลยเจ้าคะ่ เก้าอี้จะน่ังยังไมม่ ี ท่านเลยว่า ไม่เป็นไร พาเราไปหาเจ้าของบ้าน
เราจะไปแผเ่ มตตาเขาใหเ้ ขาเมตตาเรา กต็ อนนน้ั เราไมม่ เี งนิ จา่ ยคา่ เชา่ บา้ น ทา่ นกใ็ หส้ ง่
ไปหาเจา้ ของบา้ น เจา้ ของบา้ นกข็ นึ้ คา่ เชา่ ทกุ คนหมด แตข่ องฉนั ไมเ่ คยขนึ้ ตงั้ แตน่ นั้ มา
ตอนแรกไมม่ บี า้ นอยู่ จนไดเ้ ชา่ บา้ นอยู่ ขา้ วทฉ่ี นั กนิ นน้ั คนอน่ื เขาเอามาใหก้ นิ แลว้ ไป
ซือ้ เอาโครงกระดกู เปด็ มากนิ มนั ไมม่ อี ะไรจะกิน
หลังจากท�ำบุญกับหลวงปู่ไปเร่ือยๆ ชีวิตก็ดีข้ึนตามล�ำดับ แต่ก่อนทางเข้า
วดั เขานอ้ ยเปน็ แตห่ นิ ฉนั ยงั ไมม่ รี ถ ขม่ี อเตอรไ์ ซคจ์ ากในเมอื งเขา้ วดั ฝนุ่ กเ็ ยอะ เพราะ
กำ� ลงั ทำ� ถนน รถกเ็ ยอะ อนั ตราย แตก่ ส็ อู้ ตุ สา่ หไ์ ป มแี ตข่ า้ วเปลา่ ไปตกั บาตร มาภายหลงั
เริ่มท�ำงานส่วนตัวเล็กๆ น้อยๆ ชีวิตก็เริ่มดีข้ึนเป็นล�ำดับ โชคดีได้แต่ลูกค้าดีๆ
ซ่ึงลกู ค้าก็ล้วนเพ่ือนแนะน�ำมาทง้ั นน้ั มีรายไดค้ อ่ นขา้ งดี จนสามารถเกบ็ เงนิ ชำ� ระหนี้
ไดห้ มด พอหลวงปมู่ าบรุ รี มั ยท์ า่ นวา่ หมดหนแ้ี ลว้ เนอะ ฉนั นกึ ตกใจเพราะไมไ่ ดบ้ อก
ใครเลย ทา่ นรู้ไดอ้ ย่างไร
เวลาทุกข์มากๆ ไม่รู้จะปรึกษาหรือระบายกับใคร มีแต่หลวงปู่องค์เดียวที่จะ
แกท้ ุกขใ์ หฉ้ ันได้ บางครง้ั โทรไปหาท่านห้าทมุ่ โอ๊ย พระดกุ นั เปน็ แถว แตห่ ลวงปู่ว่า
ไม่เปน็ ไร ท่านว่าท่านอนญุ าตใหค้ นเดยี ว ตีหน่งึ นอนไมห่ ลบั ก็โทรได้ แตอ่ ยา่ โทรหา
พระอน่ื เดด็ ขาด ใหโ้ ทรหาทา่ นเทา่ นนั้ เวลาทกุ ขใ์ หโ้ ทรไปหาทา่ นทเ่ี มอื งนอกได้ ไมต่ อ้ ง
เสียตังค์ เพราะเกบ็ เงนิ ปลายทาง
มคี รงั้ หนง่ึ ฉนั ขบั รถชนคนตาย ทกุ ขม์ ากเหลอื เกนิ ความทกุ ขน์ น้ั เหมอื นกอ้ นหนิ
หนกั ๆ มาทบั ในอก ทกุ ขจ์ นทำ� อะไรไมไ่ ด้ ทำ� บญุ ใหเ้ ขาตลอด กระทงั่ วนั ทห่ี ลวงปเู่ ดนิ ทาง
กลบั มาจากอเมรกิ า ฉนั ไปรอทา่ นทว่ี ดั ปา่ เขานอ้ ย ทนั ทที ท่ี า่ นเปดิ ประตรู ถแลว้ ตะโกน
เรยี กชอื่ ฉนั เทา่ นนั้ มนั เหมอื นมอี ะไรมากระแทกใจ ความทกุ ขก์ ระจายออกไปหมดเลย
ตวั นีเ่ บาเลย แล้วท่านก็สอนว่า เราไม่มีเจตนาฆ่ามนั ลูก ไปทำ� บุญให้มันเนอะ ไมม่ ี
อะไรหรอก ไม่มอี ะไรทง้ั นน้ั เลยเนอะ เราไม่มเี จตนา
48
จากโยมจนๆ ที่ไม่มีจะกินในวันนั้น ต่อมาได้อาศัยเมตตาบารมีจากหลวงปู่
ตอนน้ีโยมคนน้ีมีเงินท�ำบุญกับหลวงปู่ได้ครั้งละเป็นแสนๆ และครอบครัวของโยม
คนนก้ี ไ็ ดม้ รี ถ ซง่ึ กไ็ ดใ้ ชข้ บั ไปรบั สง่ พระเพอื่ มาอปุ ฏั ฐากหลวงปชู่ ว่ งทห่ี ลวงปอู่ าพาธอยู่
เป็นประจ�ำกระท่งั วาระสุดท้ายแหง่ หลวงปู่
49
๑๓. อบุ ายการสอนของหลวงปู่
พระอาจารยท์ า่ นหนงึ่ ซง่ึ เปน็ ลกู ศษิ ยข์ องหลวงปู่ เลา่ ถงึ อบุ ายการสอนของหลวงปู่
ใหฟ้ งั ว่า เวลาหลวงปู่ฝึกมันประทบั ใจ จ�ำไมล่ ืมนะ ทา่ นถือคตหิ ลวงปู่ฝั้นที่ว่า เหน็ ดี
ก็ใหพ้ าทำ�
หลวงปู่สวุ ัจนท์ ่านไมพ่ ดู มาก แตเ่ อาการกระท�ำมาสอนเรา ให้เราคดิ เอา ฝกึ ใช้
ปญั ญาเราเอง ทำ� ใหเ้ ราจำ� ไมล่ มื ทา่ นฝกึ เราใหม้ คี วามละเอยี ดลออ หลวงปทู่ า่ นลำ้� ลกึ
ท่านคอ่ ยๆ สอน เพอื่ ใหเ้ ราค่อยๆ รู้ เพราะถ้าบอกเร็ว เราจะไมร่ ับ ทา่ นจงึ ตอ้ งใช้
กศุ โลบายล่อใหต้ กหลมุ พราง นักปราชญ์ท่านมกี ุศโลบายอย่างนี้ เพราะตรงเกนิ ไป
ก็ไมไ่ ด้
ทา่ นฉลาดและนมุ่ นวล เชน่ อยา่ งวา่ เราไปทำ� อะไรผดิ มา ทา่ นวา่ ทกุ ขจ์ ากการทำ� ผดิ
มนั กม็ ากพอแรงอยแู่ ลว้ จะไปซำ�้ เตมิ อะไรมนั อกี คำ� พดู นที้ ำ� ใหเ้ ราซง้ึ ใจมาก เราจงึ กลา้
เขา้ หนา้ ท่าน
อีกคร้ังตอนที่บิณฑบาต ท่านมีวิธีการที่แยบยล ตอนแรกก็ให้เอารถไปรับ
พอผา่ นไปอาทติ ยห์ นงึ่ ทนี ท้ี า่ นสงั่ วา่ ตอ่ ไปนหี้ า้ มรบั ทงั้ หมด พระทกุ รปู ตอ้ งเดนิ ทา่ นเอง
กเ็ ดนิ ทา่ นไมพ่ ดู นะ ทา่ นพาทำ� และหลงั จากทหี่ ลวงปกู่ ลบั จากบณิ ฑบาต หลวงปจู่ ะเอา
ไมก้ วาดมากวาดๆๆ ในขณะทพี่ วกเรานงั่ อยเู่ ฉยๆ คอื ทา่ นจะสอนใหเ้ ราขยนั ไมป่ ลอ่ ย
เวลาใหเ้ ปลา่ ประโยชน์ เรยี กวา่ สอนดว้ ยการท�ำใหด้ ู
ตอนทีท่ ่านสอนภาวนาทีเ่ ขาน้อย เริม่ จากหา้ นาที สบิ นาที ไล่ไปจนคร่ึงชั่วโมง
กระทงั่ เกอื บชวั่ โมง ทา่ นคอ่ ยๆ ปลกู ฝงั นสิ ยั ไว้ คอื ทา่ นไมใ่ หเ้ รารตู้ วั ทา่ นจะใหม้ หี นงึ่
แลว้ สองสามมนั จะมาเอง
50
มอี ยคู่ รง้ั หนงึ่ ศษิ ยข์ องหลวงปทู่ เ่ี ปน็ ฆราวาสผหู้ นง่ึ เลา่ ใหฟ้ งั วา่ เขามเี รอ่ื งไมล่ งรอย
กบั พระในวดั เขาและพระองคน์ น้ั ตา่ งถกู หลวงปสู่ ง่ั ใหไ้ ปชว่ ยกนั โกยดนิ ทห่ี นา้ กฏุ ขิ อง
หลวงปู่ ดว้ ยการเอารถดนิ มาเท ฆราวาสผนู้ ก้ี ค็ ดิ วา่ โอ้ เราจะไหวเหรอ พระอน่ื เดนิ ผา่ นมา
กป็ ลอบใจวา่ เดี๋ยวหลวงปทู่ ่านก็เข้าพกั แล้วค่อยกลบั แป๊บเดยี วเท่านัน้ เอง
พระรปู นน้ั กก็ ราบเรยี นใหห้ ลวงปสู่ วุ จั นเ์ ขา้ ไปพกั ผอ่ นในทพี่ กั ของทา่ น แตท่ า่ น
กลับตอบวา่ วนั นไ้ี ม่พัก ทา่ นวา่ จะน่งั เล่นตรงนัน้ แหละ นอกจากน้ียงั เข็นรถมาใกล้
ต้นไม้ใหญ่ตรงบริเวณที่ก�ำลังท�ำงานกันอยู่ แล้วท่านก็นอนเอกเขนก เม่ือครบ
กำ� หนดเวลา ทา่ นกว็ า่ เออ เอาพอแลว้ ทา่ นพดู เสรจ็ กย็ มิ้ กลบั กฏุ ไิ ป นยั วา่ ทา่ นตอ้ งการ
ดัดนิสัยให้เหล่าศิษย์ไม่ว่าพระหรือฆราวาสรู้รักสามัคคีกัน จึงมาเป็นที่ทราบกันใน
หมลู่ กู ศษิ ยว์ า่ ทา่ นตอ้ งการสอนใหท้ กุ คนไดค้ ดิ ลกู ศษิ ยผ์ นู้ นั้ จงึ วา่ โอ้ หลวงปเู่ อาหนกั
จริงๆ
51
๑๔. มีชวี ิตรอดเพราะหลวงป่เู มตตา
มีโยมลูกศิษย์คนหนึ่งซึ่งเคยอยู่รับใช้หลวงปู่ โดยท�ำหน้าท่ีขับรถยนต์ไปรับ
หลวงปู่มาบิณฑบาตที่หน้าโรงฉันทุกเช้าเป็นเวลาหลายปีในช่วงที่หลวงปู่อาพาธ
เขาเล่าให้ฟังถึงความภาคภูมิใจท่ีได้มีโอกาสอุปัฏฐากครูบาอาจารย์ท่ีเป็นเนื้อนาบุญ
อย่างหลวงปสู่ วุ จั น์ และยังได้เลา่ ให้ฟงั ถงึ ชีวติ ของเขาท่ีฝ่าความมดื มนของชวี ิตมาได้
เพราะความเมตตาของหลวงปู่ ซ่ึงประดุจดงั ความรักของพอ่ แมท่ ่มี ใี ห้กบั บตุ รอนั เป็น
ทีร่ กั คงเป็นเพราะบญุ ท่เี คยสง่ั สมมาแต่อดีต จึงทำ� ใหร้ อดพ้นมาไดท้ ุกครง้ั
โยมลกู ศษิ ยค์ นนไี้ ดป้ ว่ ยเปน็ โรคโดยไมร่ ตู้ วั ตอ่ มามผี แู้ นะนำ� ใหไ้ ปรกั ษาศลี อยู่
ที่วัดของหลวงปู่ เขาได้เข้าๆ ออกๆ ที่วัด จนครั้งหน่ึงได้ไปพบกับเพื่อนเก่าที่ใน
ตัวเมือง เพ่ือนท่านนี้สังเกตเห็นอาการของโรคท่ีเป็นอยู่ก็รู้สึกสงสารเป็นอย่างมาก
จึงเอ่ยปากให้ไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศ โดยจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายและค่าอยู่ค่ากิน
ใหห้ มด เขาจงึ เกบ็ ขา้ วของเตรยี มจะไปทำ� วซี า่ วนั รงุ่ ขนึ้ แตเ่ ดชะบญุ หลวงปรู่ ไู้ ดอ้ ยา่ งไร
ไม่ทราบ วันนั้นหลวงปู่ให้เณรมาเรียกไปพบ พอเข้าไปถึง หลวงปู่ก็จับมือไว้แน่น
เขารสู้ กึ อบอ่นุ ใจและปตี ิจนนำ�้ ตาไหล ทา่ นบอกวา่ อยา่ ไปไหน อย่กู ับหลวงปู่ ถ้าไมม่ ี
เงนิ ใช้ เดย๋ี วเอาเงนิ หลวงปใู่ ช้ ไมต่ อ้ งเอาเงนิ คนอนื่ ใช้ อยา่ ไปไหน ใหอ้ ยวู่ ดั อยกู่ บั ทา่ น
ท่ีน่ีแหละ เขาก็เลยอย่กู ับทา่ นตลอดในช่วงน้นั ทา่ นไปไหนก็ไปด้วย ไปอยศู่ ิรริ าช
ก็ไปด้วย ไปอยู่สวนทพิ ย์ก็ไปดว้ ย
เพอื่ หลวงปู่ เขาทำ� ไดท้ กุ อยา่ ง ไมว่ า่ เรอื่ งขบั ถา่ ยหรอื การหลบั การนอนของหลวงปู่
เขารู้สึกภูมิใจท่ีได้มีโอกาสปฏิบัติดูแลพระอริยเจ้าที่เป็นเน้ือนาบุญอันเยี่ยมอย่าง
หลวงปู่ และคงดว้ ยอานิสงสน์ ี้กระมัง ทที่ �ำใหเ้ ขาได้พบแพทย์และแนวทางการรักษา
ที่ถกู ตอ้ งท่ีโรงพยาบาลศิริราชในขณะทีไ่ ปเฝ้าหลวงปูน่ ่ันเอง
52
๑๕. เลิกประมาทกันเสียที
ในโลกนี้ความสุขที่มนุษย์จะพึงได้รับนั้นมีอยู่หลายระดับ นับต้ังแต่ความสุข
จากการได้วัตถุสิ่งเสพ ซึ่งเป็นความสุขท่ีมนุษย์ปุถุชนท่ัวไปข้องเกี่ยวอยู่ทุกวี่ทุกวัน
การอาศัยความสุขชนดิ นีม้ ีความเสี่ยงอยู่มาก เพราะเปน็ ความสุขทีต่ อ้ งองิ กับบคุ คล
หรือวัตถุภายนอกท่ีล้วนตกอยู่ในความเป็นอนิจจังทั้งส้ิน จิตใจท่ีอิงอยู่จึงต้องเป็น
อนิจจังขึ้นๆ ลงๆ ตามไปด้วย ดงั นั้นทางพระท่านจึงเตอื นว่า ความสุขอย่างอนื่ ที่
ประณตี กวา่ นย้ี งั มอี ยอู่ กี โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ความสขุ ชนดิ ทอ่ี งิ กบั สงิ่ ภายนอกนอ้ ยลง
หรอื ไมอ่ งิ กบั สง่ิ ภายนอกเลย เชน่ ความสขุ จากการให้ เรอ่ื ยมาจนถงึ ขนั้ ความสขุ จาก
การทำ� ความสงบใจ สลดั สง่ิ บบี คน้ั ใจออกไป หรอื ดว้ ยการปรงุ แตง่ ใจในทางกศุ ลอน่ื ๆ
โดยอาศัยการมองส่ิงตา่ งๆ บนพ้ืนฐานของปัญญา และสุดท้ายคอื ความสุขชนดิ ทอ่ี ยู่
เหนอื การปรงุ แตง่ ซง่ึ ถอื เปน็ อดุ มการณท์ ช่ี าวพทุ ธควรกำ� หนดเปน็ เปา้ หมายการพฒั นา
ชีวิตเพอ่ื ใหไ้ ปให้ถึงจุดนส้ี กั วันหนึง่
เย็นวันหนึ่ง ภายหลังจากท่ีหลวงปู่พาท�ำวัตรเย็นและอบรมสมาธิภาวนาเสร็จ
เรียบร้อยแลว้ หลวงป่ปู รารภขน้ึ ด้วยธรรมสังเวชวา่
“นา่ สงสารชาวโลกทไี่ มร่ จู้ กั ความสขุ จากการทใี่ จสงบ จงึ ไดแ้ ตแ่ สวงหาความสขุ
ทางตา หู จมกู ลนิ้ กาย เหมอื นคนเสยี สติ ไมว่ า่ จะหกลม้ หวั แตก ขาหกั กย็ งั พอใจ
แต่พอให้มาน่ังสมาธิ เวทนาเกดิ ข้ึนหนอ่ ย ท�ำเปน็ จะตาย ความสขุ อยา่ งชาวโลกน้ัน
จะใหห้ ลวงปกู่ ลับไปหาอกี หลวงปู่ท�ำไม่ได้... มันทเุ รศ”
53
๑๖. อยา่ ละความเพียร
เป็นธรรมดาว่าในระหว่างการปฏิบัติธรรม ผู้ปฏิบัติอาจรู้สึกท้อแท้อ่อนแอต่อ
การปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างย่ิงเมื่อผลของการปฏิบัติยังไม่เกิดข้ึนให้เห็นประจักษ์
ชัดเจน คลา้ ยกับสีไมไ้ ปๆ แต่ยงั ไมเ่ กดิ ไฟสักที
มลี ูกศิษยผ์ หู้ นึ่งได้กราบเรยี นขอก�ำลังใจจากหลวงปูว่ า่ หากอนาคตเขาไม่ไดม้ ี
โอกาสอยู่ใกล้ชิดหลวงปู่แล้ว ขอหลวงปู่ได้โปรดเมตตาให้โอวาทธรรมเพ่ือเขาจะได้
นอ้ มนำ� ไปเปน็ คตสิ ำ� หรบั กระหนาบใจตวั เองในเวลาทอี่ ยหู่ า่ งครบู าอาจารย์ เพอ่ื ไมใ่ ห้
ตัง้ ตวั อย่ใู นทางประมาท
ครง้ั นนั้ หลวงปไู่ ดเ้ มตตาปรารภธรรมสนั้ ๆ แตป่ ระทบั ใจลกู ศษิ ยผ์ นู้ น้ั อยา่ งมาก
จนแมเ้ วลาผา่ นไปนานเทา่ ใด กย็ งั เหมอื นทา่ นคอยสอนเตอื นอยอู่ ยา่ งสดๆ รอ้ นๆ วา่
“หากยามใดทอ้ ถอยเหนอ่ื ยหนา่ ยตอ่ การปฏบิ ตั ิ กใ็ หร้ ะลกึ ถงึ ภยั ขา้ งหนา้ ทจ่ี ะมมี า
ตอ้ งตระหนกั วา่ ขณะนเ้ี รายงั อยใู่ นมรสมุ อยทู่ า่ มกลางคลนื่ ภยั นน้ั มอี ยรู่ อบดา้ น เอาไว้
ใหถ้ งึ ฝงั่ เสยี ก่อน อย่ามวั แตเ่ ทย่ี วเก็บเทยี่ วชมดอกไม้ มดื ค�่ำแล้วเดย๋ี วจะหาทางออก
ไม่พบ”
54
๑๗. มดไตข่ อบกระโถน
ช่วงกอ่ นทอี่ งค์หลวงปูจ่ ะประสบอบุ ัติเหตุในวนั ท่ี ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๙
ลูกศิษย์ของหลวงปู่ท่านหนึ่งซึ่งเคยได้มีโอกาสไปกราบหลวงปู่หลายคร้ังท้ังท่ีวัดป่า-
เขาน้อย จงั หวัดบรุ ีรมั ย์ และท่ี “สวนทพิ ย”์ กรุงเทพฯ เลา่ ให้ฟังว่า ภาพองค์หลวงปู่
ท่ีนง่ั พับเพียบด้วยความสงบส�ำรวมเบื้องหนา้ เหลา่ ญาตธิ รรม พรอ้ มกับน�้ำเสียงเทศน์
เบาๆ ช้าๆ และนุ่มนวลเปี่ยมด้วยความเมตตา ทั้งหลังจากท่ีท่านน�ำปฏิบัติสมาธิ
ภาวนาเสร็จ หรือฉันจังหันเสร็จน้ัน ยังคงเป็นภาพท่ีปรากฏชัดทุกคร้ังท่ีร�ำลึกถึง
องคห์ ลวงป.ู่ ..
คร้งั หนึ่งศิษย์ทา่ นนไี้ ด้ไปถวายจังหันหลวงปู่ที่ “สวนทพิ ย”์ เมื่อเห็นวา่ หลวงปู่
ฉันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เข้าไปกราบท่าน หลวงปู่มองหน้าและถามว่า “ภาวนาเป็น
อยา่ งไรบา้ ง” เขาเรยี นทา่ นวา่ “ไปไดเ้ รอื่ ยๆ เจา้ คะ่ ” หลวงปนู่ งิ่ อยสู่ กั พกั กห็ นั ไปหยบิ
กระโถนขา้ งองคท์ า่ นออกมาวางตรงหนา้ และชใ้ี หด้ มู ดทไี่ ตไ่ ปมาอยขู่ อบกระโถน แลว้ ให้
โอวาทซง่ึ สรปุ ไดว้ า่ มดทไ่ี ตว่ นไปมาอยรู่ อบปากกระโถน กเ็ หมอื นคนทว่ี นเวยี นอยใู่ น
วฏั สงสาร หาทางออกไมไ่ ด้ หากจะออกจากวฎั สงสารใหไ้ ด้ กต็ อ้ งพากเพยี รพยายาม
เหมือนมดบางตวั ทีส่ ามารถไต่ออกจากปากกระโถนนีไ้ ด้
55
๑๘. หลงแบกของทิง้ แล้ว
ตามธรรมดา ความรกั ความเมตตายอ่ มเปน็ คณุ ธรรมทช่ี ว่ ยโอบอมุ้ ใหเ้ กดิ ความ
ดงี ามตา่ งๆ แตถ่ งึ กระนนั้ ความเมตตาทข่ี าดคณุ ธรรมขอ้ อน่ื ๆ มาประกอบ โดยเฉพาะ
อย่างย่ิงในเรื่องของการใช้ปัญญาก็อาจก่อทุกข์โทษข้ึนได้เหมือนกัน ดังน้ัน
พระพทุ ธองคจ์ งึ ทรงเมตตาชแี้ นะใหป้ ฏบิ ตั ธิ รรมใหค้ รบองค์ เชน่ หากจะปฏบิ ตั ธิ รรม
ขอ้ สนั โดษ กต็ อ้ งมกี ารปฏบิ ตั ธิ รรมในขอ้ วริ ยิ ะ (ความเพยี ร) ควบคไู่ ปดว้ ย ไมอ่ ยา่ งนน้ั
อาจท�ำให้กลายเปน็ คนปลอ่ ยปละละเลยหรือข้ีเกยี จข้ีคร้าน เพราะท่านให้สนั โดษใน
ปจั จยั สก่ี เ็ พอื่ จะไดเ้ อาเวลาทเี่ หลอื ไปทำ� สง่ิ ทมี่ คี ณุ คา่ แกช่ วี ติ ดว้ ยความวริ ยิ ะอตุ สาหะ
เปน็ ต้น และเมอ่ื พูดถึง “เมตตา” ก็ต้องเชื่อมโยงไปถงึ “พรหมวหิ าร ๔” อนั ได้แก่
เมตตา กรุณา มุทติ า และอเุ บกขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้ออุเบกขา อนั เป็นเร่ืองของ
การปล่อยวางบนพ้ืนฐานของการใช้ปัญญารู้ความเหมาะควรของการวางท่าทีใน
สถานการณต์ า่ งๆ หากขาดขอ้ อเุ บกขา หรอื ความปลอ่ ยวางแลว้ ผทู้ มี่ เี มตตานน้ั กค็ งตอ้ ง
แบกรบั อารมณ์หรอื ความหนกั อกหนกั ใจต่างๆ หนักเบาตา่ งกนั ไปตามความสามารถ
ในการปล่อยวางอารมณ์
ดงั ตวั อยา่ งทห่ี ลวงปชู่ แ้ี นะศษิ ยผ์ หู้ นงึ่ ซงึ่ ชว่ งนน้ั ในใจกำ� ลงั มคี วามหว่ งกงั วลถงึ
อนาคตความเป็นไปของลกู ๆ จนยากทจ่ี ะปล่อยวาง ท้ังๆ ท่ีไดใ้ หก้ ารศกึ ษาและอนื่ ๆ
อยา่ งพรอ้ มมลู แลว้ กต็ าม โดยหลวงปชู่ แ้ี นะใหส้ ตวิ า่ “ส่งิ ทพ่ี ทุ ธองค์ทิ้งไปแล้ว ท�ำไม
เรายงั ไปหยบิ ขน้ึ มาถอื ไวอ้ กี ละ่ ” คำ� สอนนถ้ี งึ แมว้ า่ จะสน้ั แตก่ ใ็ หค้ วามหมายกวา้ งขวาง
ลกึ ซง้ึ ยิ่งนัก สามารถชว่ ยแก้ปัญหาทีช่ อบแบกหามภาระทางใจได้เปน็ อยา่ งดยี งิ่
56
๑๙. ก�ำลังใจจากหลวงปู่
ลกู ศษิ ย์ผหู้ นงึ่ ของหลวงป่เู ล่าใหฟ้ ังว่า เขาได้มโี อกาสกราบหลวงปคู่ รัง้ แรกเมอี่
พ.ศ. ๒๕๓๔ ทวี่ ดั ถำ้� ศรแี กว้ ขณะทกี่ ำ� ลงั ถวายอาหารหลวงปใู่ นศาลานนั้ เขาและหมเู่ พอ่ื น
พากนั พดู คยุ สง่ เสยี งกนั ตลอด หลวงปจู่ งึ ไดก้ ลา่ วเตอื นดว้ ยเมตตาวา่ “นงั่ นง่ิ ๆ กเ็ ปน็
บญุ นะ” ทง้ั คณะกเ็ งยี บกรบิ ลงทนั ที ตง้ั แตน่ นั้ มาเขากไ็ ดห้ าโอกาสไปกราบนมสั การและ
ฟงั ธรรมหลวงปู่อยเู่ สมอๆ
พอปฏบิ ตั ธิ รรมนานเขา้ เขากร็ สู้ กึ อยากทจ่ี ะลาออกจากงานเพอื่ จะไดม้ เี วลาปฏบิ ตั ิ
มากขนึ้ แตก่ ย็ งั ลงั เลใจอยู่ จนตอ้ งกราบขอโอกาสขอคำ� แนะนำ� จากหลวงปู่ โดยเรยี นถาม
ทา่ นวา่ “ถา้ ภายนอกพออยพู่ ออาศยั แตภ่ ายในยงั ไมเ่ ขม้ แขง็ มน่ั คงพอ จะเขา้ ไปทำ� ภายใน
ไดไ้ หม สมควรท่ีลูกจะลาออกไดไ้ หมเจา้ คะ”
หลวงปถู่ ามสนั้ ๆ วา่ “เทา่ ไหรถ่ งึ จะพอ” เขาไดก้ ราบเรยี นทา่ นไปวา่ “ลกู กลวั การ
หกลม้ แรงๆ แลว้ ลกุ ไมข่ น้ึ เจา้ คะ่ ” หลวงปตู่ อบวา่ “กลวั เจบ็ แลว้ ไมเ่ จบ็ มไี หม กลวั ตาย
แล้วไม่ตายมไี หม” จากคำ� ตอบน้ี ทำ� ให้เขาลงใจทนั ที ไมก่ ังวลอะไรอกี ท่ีจะลาออก
จากงาน เพราะถึงจะกลัวแคไ่ หน อะไรจะเกดิ ก็ใหม้ นั เกดิ หลวงปยู่ ังเมตตาเลา่ ให้
ฟังด้วยว่า เมอ่ื หลวงป่ยู งั เปน็ พระนอ้ ย ตอนเดนิ จงกรมน้นั คิดอยากสึกไปดูหมอล�ำ
เหมอื นกนั แตเ่ ดนิ ไปเดนิ มากค็ ดิ ไดว้ า่ แมจ้ ะไมไ่ ดม้ รรคไดผ้ ลอะไร อยยู่ งั งกี้ ย็ งั ไมก่ อ่
กรรมใหม่ เลยไม่ไดส้ ึกตามทคี่ ดิ
หลวงปู่เป็นผทู้ ี่มีจริยวตั รน่มุ นวล งาม สงบเรยี บรอ้ ยตลอดเวลา เวลาหลวงปู่
นัง่ เทศน์นานๆ ไมค่ ่อยไดเ้ ห็นทา่ นเปลย่ี นทา่ นงั่ จนเคยชินกบั การไดเ้ หน็ การส�ำรวม
ของทา่ น แม้กระท่ังการหม่ จบี จวี รของท่านกง็ ดงาม
57
บางครั้งหลวงปู่เมตตาสอนโดยกระท�ำให้ดูอย่างเงียบๆ เคยเห็นท่านเดินเก็บ
เศษลวดทถี่ ูกทิ้งไวแ้ ล้วน�ำมาเย็บท่ีกรองนำ้� ท่านกวาดตาดพืน้ ถนนให้ดเู ป็นตัวอย่าง
ขา้ พเจา้ อดทจ่ี ะสงสยั ไมไ่ ดว้ า่ ถนนรถยนตต์ อ้ งกวาดดว้ ยหรอื กวาดแคบ่ รเิ วณกฏุ ทิ พ่ี กั
ไมพ่ อหรอื แตว่ นั รงุ่ ขน้ึ กต็ งั้ ใจจะกวาดใหเ้ สรจ็ กอ่ นทท่ี า่ นจะลงมากวาดเอง พอไดเ้ วลา
ทา่ นลงมาเหมอื นกนั แตไ่ มม่ ไี มก้ วาดตาดติดมือทา่ นมาดว้ ย ท่านพูดวา่ “ไมข่ ดั ขวาง
ความดี ใหม้ คี วามอดทน เปน็ ผเู้ ชอี่ ฟงั วา่ งา่ ยสอนงา่ ยในการทำ� ความดี เพอ่ื จะไดเ้ ปน็
ผรู้ งู้ า่ ยสำ� เร็จงา่ ยตามทางของพระพุทธเจ้า”
58
๒๐. ศลี อโุ บสถ
เป็นท่ีทราบกันดีในหมู่ลูกศิษย์ว่า หลวงปู่มักจะดีใจเม่ือโยมถือศีลอุโบสถ
คราวหนงึ่ เมอ่ื หลวงปทู่ ราบวา่ ลกู ศษิ ยท์ า่ นหนง่ึ อธษิ ฐานรกั ษาศลี อโุ บสถตลอดพรรษา
หลวงปจู่ งึ บอกวา่ “ขออนุโมทนา ดใี จด้วยที่อธิษฐานรกั ษาศีลอโุ บสถตลอดพรรษา
ตั้งใจภาวนาด้วยความเพียร พยายามอบรมจิตใจให้ได้ความสงบ กอ่ นอื่นเราตอ้ งทำ�
ความเขา้ ใจในคำ� วา่ สงบ และถามตวั เองวา่ ถา้ จติ ไมส่ งบ มนั เปน็ อะไร แลว้ ใหต้ รวจดู
ให้เหน็ ชดั ความไม่ดีของจิตไม่สงบ และพยายามเลกิ ทงิ้ มันเสีย และมาท�ำจิตให้สงบ
ไมม่ ีสิ่งใดมาก่อกวนชวนใหม้ อี ารมณ์
การรกั ษาศลี ๘ เปน็ ศลี อนิ ทรยี สงั วร คอื สำ� รวมตา เมอ่ื เวลาเหน็ รปู ตา่ งๆ มนั จะ
เกิดอารมณ์ชอบและชังขึ้นมาก่อกวนไม่ให้สงบ จึงได้สมาทานศีล นจฺจคีตวาทิต-
วสิ กู ทสสฺ นา ทา่ นใหส้ งั วรทง้ั หูทั้งตา ทา่ นใหส้ ำ� รวมจมกู เม่ือเวลาไดก้ ลิ่นตา่ งๆ จงึ ได้
สมาทานศีลข้อ มาลาคนฺธวิเลปน ท่านให้ส�ำรวมกายไม่ให้หลงในสัมผัสที่นั่งนอน
อนั ออ่ นนมุ่ สงู ใหญเ่ กนิ ประมาณ จงึ ไดส้ มาทานศลี ขอ้ อจุ จฺ าสยนมหาสยนา เพราะฉะนนั้
ศลี ๘ จงึ เปน็ เครอื่ งสำ� รวมระวงั อารมณภ์ ายนอกเขา้ มากอ่ กวนจติ ใจ เพอ่ื ชว่ ยใหจ้ ติ สงบ
ไดต้ ามความตอ้ งการเวลาภาวนานน้ั เอง
แตเ่ มื่อเราส�ำรวมแล้วจติ ไม่เก่ยี วขอ้ งจากอารมณภ์ ายนอกแลว้ จติ ก็ยังไม่สงบ
เพราะสงั ขารมนั สรา้ งปรงุ อารมณใ์ หเ้ กดิ ขนึ้ ภายในจติ นนั้ เอง อาศยั สญั ญาอดตี จงึ จำ� เปน็
ต้องมีสติ ส�ำรวมจิตไม่ให้เผลอ มีความรู้ตัว มีความเพียร ความพยายามภาวนา
ใหต้ ดิ ตอ่ เนอื่ งกนั ไป ทำ� ความสงบ ความวเิ วกในใจแตผ่ เู้ ดยี ว ใครจะผดิ จะถกู ดี เลว
อยา่ งไร ไมส่ นใจ แมเ้ ราออกจากทน่ี งั่ แลว้ เรากค็ วรมสี ตสิ งั วร เวลาเรายนื เดนิ นงั่ นอน
ทำ� ความวเิ วก ทำ� ความสงบไวภ้ ายในจติ หรอื เราจะระลกึ นกึ บรกิ รรม ภาวนาพทุ โธๆๆ ไว้
ในใจตลอดเวลาก็ยิ่งดี แต่ก็ระวงั จิต อยา่ ให้มนั เคร่งเครียดจนเกินไป มันจะสร้าง
59
ความรำ� คาญใหจ้ ติ ฟงุ้ ซา่ นขนึ้ มาอกี เราตอ้ งมคี วามรตู้ วั รกั ษาจติ ใหม้ อี ารมณเ์ ปน็ กลางๆ
อยเู่ สมอ คอื ไมใ่ หย้ นิ ดี ยนิ รา้ ย ทเี่ รยี กวา่ อภชิ ฌาและโทมนสั เมอื่ กเิ ลสมนั ทนตอ่ ความ
พยายามของเราไมไ่ ด้ มันกถ็ อยออกไป ใจกส็ งบทันที ตัง้ มั่นอย่างแน่วแน่อย่างน่า
อศั จรรย์
ขอใหพ้ ยายามไปเถอะ คงจะเหน็ ผล เรามาปรบั อารมณใ์ นจติ ใจของเราถกู ตอ้ งเปน็
ธรรมภายในจติ ใจของเราเอง ดว้ ยอบุ ายแยบคายของเรา ความสงบ สขุ วเิ วก ซงึ่ รอคอย
เราอยู่แล้ว จะต้องปรากฏขน้ึ แน่นอน”
60
๒๑. ท�ำอยา่ งไรเมอื่ หลวงปู่ไม่อยู่
เมื่อคร้ังหลวงปู่ไปจำ� พรรษาอยู่ท่ีประเทศสหรัฐอเมริกา หลวงปู่ได้แสดงความ
เปน็ หว่ งใยต่อการปฏิบตั ขิ องลกู ศษิ ยท์ ่ีอยูท่ างเมอื งไทยผ่านทางจดหมาย ใจความวา่
“เปน็ อยา่ งไรปนี ้ี ไดพ้ ากนั ตงั้ ใจปฏบิ ตั อิ ยา่ งไรบา้ ง เวลาอาจารยไ์ มอ่ ยู่ อยา่ พากนั
ทอดธรุ ะละทิง้ การปฏิบตั ิเพ่อื ให้ได้เป็นสมบตั ขิ องเราเอง อย่าละ อยา่ วาง ปลกู สร้าง
ก�ำลังศรัทธาดว้ ยปญั ญาสัมมาทฐิ ิ
ถ้าไม่ได้ไปที่ไหน ก็ให้ตั้งใจปฏิบัติอยู่ท่ีบ้านของเรา อย่างน้อยให้เจริญสติ
สำ� รวมใจในอริ ยิ าบถตา่ งๆ ถา้ ทานขา้ วมอ้ื เดยี วไดจ้ ะเปน็ การดี ตวั จะไดเ้ บา ภาวนากจ็ ะ
สงบง่ายดี จติ ใจก็จะผอ่ งใส ความสุขจากอะไรทไี่ หนเลา่ จะย่ิงไปกว่าความสงบ
ความไม่สงบเพราะเหตุเร่ืองอันใด เราก็แก้ไขให้ละเหตุนั้นๆ เป็นเรื่องๆ
ใหห้ มดสน้ิ ไป ถา้ มนั เกดิ ขน้ึ อกี กห็ ยบิ ยกขน้ึ มาพจิ ารณาทำ� ลายมนั อกี มนั เกดิ ขน้ึ กค่ี รง้ั
กใ็ หพ้ จิ ารณาท�ำลายใหม้ นั ดบั ทกุ คร้งั ไป จนกวา่ มันหมดดับไปอยา่ งราบคาบจนไมม่ ี
อะไรจะโผล่ขึ้นมาอีก นี่อย่างนี้จึงว่าเก่ง เป็นการปฏิบัติเพื่อให้ถึงธรรมท่ียังไม่ถึง
รธู้ รรมทเี่ รายงั ไมร่ ู้ เหน็ ธรรมในสว่ นทเ่ี รายงั ไมเ่ หน็ เปน็ การปฏบิ ตั กิ า้ วหนา้ ยงิ่ ๆ ขนึ้ ไป
เป็นธมั มานธุ มั มปฏบิ ัติ ปฏบิ ตั ธิ รรมสมควรแก่ธรรม ปฏิบัติชอบยง่ิ เปน็ การปฏบิ ตั ิ
บชู าคณุ พระพทุ ธเจา้ อยา่ งแท้จรงิ ”
และอีกคราหน่ึงที่ท่านได้ปรารภถึงการปฏิบัติศีลทานภาวนาให้เหล่าศิษย์ท่ี
หา่ งไกลครูบาอาจารยไ์ ว้เป็นแนวทางดังน้ี
“...ขอให้ญาติโยมคณะศิษย์ทุกท่านทุกคนตั้งใจหม่ันปฏิบัติอบรมสั่งสมบารมี
ธรรมะกระทำ� ใหบ้ รบิ รู ณ์ พระธรรมคำ� สง่ั สอนทพ่ี วกเราไดฟ้ งั และจดจำ� ไวแ้ ลว้ นน้ั แหละ
เปน็ ครเู ปน็ อาจารยแ์ ทนในเวลาทที่ า่ นไปอยหู่ า่ งไกลจากพวกเรา หมนั่ อบรมศรทั ธาให้
61
แกก่ ลา้ ดว้ ยปญั ญาเหน็ ชอบ คอื เหน็ กาย เหน็ ใจ วา่ เปน็ สภาวธรรมตามความเปน็ จรงิ
เปน็ สิง่ ท่มี อี ยูพ่ รอ้ มแล้วในตวั ของเรา ไมต่ อ้ งไปหาดูท่ีไหน ให้ดู ใหร้ ู้ ใหเ้ หน็ ทีใ่ จ
ของเราน้ี อย่าสงสยั ทง้ั พระพุทธเจ้าท้ังสาวกท่านก็ไดต้ รสั รู้ และบรรลุธรรมอยทู่ ใี่ จ
น้ีแหละ โอวาทธรรมค�ำสั่งสอนท่ีพวกเราได้ยินได้ฟังจดจ�ำไว้นั้นแหละ เป็นครูเป็น
อาจารย์แทนในเม่อื เวลาที่อาจารยไ์ ปอยูต่ า่ งแดน ใหป้ ฏบิ ัติเหมือนกับอยู่กบั อาจารย์
อยา่ เขา้ ใจผดิ วา่ เมอื่ ทา่ นไมอ่ ยู่ เราปฏบิ ตั ไิ มไ่ ด้ ไมม่ กี ำ� ลงั ใจ นเี่ ขา้ ใจผดิ ความจรงิ แลว้
ถงึ ทา่ นอยหู่ รอื ไมอ่ ยู่ เรากป็ ฏบิ ตั สิ รา้ งความดเี พอ่ื ใหม้ สี มบตั ติ ดิ ตวั เราเปน็ อตั ตสมบตั ิ
ประจ�ำตัวเรา หมนั่ ฝึกจติ ใหม้ กี ำ� ลังศรทั ธาแกก่ ลา้ ด้วยปญั ญาเห็นชอบ คอื เหน็ กาย
ของเรานเี้ ต็มไปดว้ ยความแกช่ รา คร่ำ� คร่า ทรดุ โทรม ไม่ม่นั คงทนทาน จริ กาลอยู่
ยนื นานไมไ่ ด้ สว่ นจติ ใจของเรานั้นเล่าก็มแี ตค่ วามหวิ ความอยาก มากไปด้วยโลภะ
โทสะ โมหะ อาสวะกิเลสเป็นเหตใุ ห้ด้ินรนกระเสอื กกระสนวนุ่ วาย ระลกึ นกึ ขึ้นมา
น่าเบ่อื หนา่ ยในจิตในใจ เหน็ อยา่ งนีจ้ งึ จะไม่หลง เราจะไดแ้ กไ้ ขต้งั ใจปฏบิ ตั ิธรรมให้
มปี ระจ�ำตัวของเรา...”
ธรรมะข้อเหล่าน้ีเป็นดั่งเครื่องเตือนสติและสร้างก�ำลังใจในการปฏิบัติธรรมให้
กบั เหล่าศษิ ยท์ ั้งหลายไดเ้ ปน็ อย่างดี เชน่ เวลาน้ีทหี่ ลวงปไู่ ม่อย่แู ลว้
62
๒๒. สจั จะอธษิ ฐาน
โดยปกตแิ ลว้ หลวงปไู่ ดม้ กั จะแนะนำ� ใหล้ กู ศษิ ยท์ เ่ี ปน็ ฆราวาสตง้ั สจั จะอธษิ ฐาน
เพอ่ื เปน็ หลกั ยดึ เหนย่ี วในการปฏบิ ตั ทิ านศลี ภาวนาในแตล่ ะปอี ยา่ งสมำ่� เสมอ ดงั จะเหน็
ได้จากในพรรษาหน่งึ ทา่ นได้ให้คำ� แนะนำ� แก่ลูกศิษยไ์ ว้ดงั นี้
“ในพรรษานี้ ญาตโิ ยมทกุ ทา่ นทกุ คนคงตง้ั สจั จะอธษิ ฐาน สมาทานศลี และภาวนา
ใหย้ ง่ิ กวา่ ปกี ลาย เราทราบอยแู่ ลว้ วา่ สงั ขารทง้ั หลายยอ่ มเสอื่ มสนิ้ ไป แตส่ ว่ นจติ ใจนนั้
เราควรเพ่ิมพลังทางภาวนาเพื่อให้ได้มาซึ่งความสงบสุข เพื่อให้ความทุกข์เส่ือมสิ้น
หมดไปตามสงั ขารไปดว้ ย ถา้ พวกเราไมใ่ ชค้ วามเพยี รพยายาม สตปิ ญั ญา และความ
สงบสุขท่ีมีอยู่แล้วในจิตใจก็จะเส่ือมสิ้นไปด้วย ฝ่ายกิเลสอันเป็นโรงงานผลิตทุกข์
มนั ก็สร้างทุกข์มาก่อความวุ่นวายใหแ้ ก่พวกเราไม่มที ส่ี ้ินสุด
ขอพวกเราอยา่ ไดป้ ระมาท รบี เรง่ ทำ� ความเพยี รภาวนาเสยี แตบ่ ดั นต้ี ามสตกิ ำ� ลงั
ความสามารถเพอ่ื เอาชนะตวั เราใหไ้ ด้ ถา้ พวกเราชนะตวั เราไดแ้ ลว้ กเิ ลสทงั้ หลายกย็ อ่ ม
พ่ายแพเ้ ราไปด้วย จากนั้นความสงบสขุ เยน็ ใจ ผอ่ งใส บรสิ ทุ ธ์หิ มดจดกจ็ ะปรากฏ
เปน็ สันทิฏฐิโกในตัวเราเอง ไม่ต้องสงสัย”
63
๒๓. เมือ่ จติ ไม่สงบ
มีลูกศิษย์ท่านหนึ่งกราบเรียนถามถึงเร่ืองความสงบในการภาวนา หลวงปู่ได้
เมตตาตอบด้วยธรรมะอันแยบคายของท่านว่า
“ภาวนาจติ สงบบา้ ง ไมส่ งบบา้ ง ไม่เป็นไร อย่าไปคดิ วิตกกังวลหรือสงสัยไป
ตา่ งๆ นานา เรากท็ ราบดอี ยแู่ ลว้ วา่ ธรรมชาตขิ องจติ มนั อยนู่ ง่ิ เฉยเหมอื นกบั ตอไมไ้ มไ่ ด้
มนั เปน็ ธรรมชาตริ คู้ ดิ อารมณ์ รเู้ สวย ปรงุ แตง่ อารมณเ์ ปน็ ปรกตธิ รรมดา ไมไ่ ดเ้ ลอื กวา่
ดหี รือไมด่ ี เพราะสติของเรายงั ล่มุ ๆ ดอนๆ ยงั ออ่ น ไมม่ ีก�ำลงั พอ จึงไมส่ ามารถ
ป้องกันและรกั ษาไม่ใหอ้ ารมณภ์ ายนอกเข้ายุ่งเกยี่ วกับจติ ใจของเราได้
อยา่ ทอ้ ถอย อบรมใจของเราใหด้ ดี ว้ ยอบุ ายสตปิ ญั ญา ระลกึ ถงึ ความดที ม่ี ปี ระจำ�
อยใู่ นจติ ใจของเรา เราไดล้ ะกรรมชว่ั แลว้ กระทำ� แตก่ รรมดี ดว้ ยกายวาจาใจมาตลอด
จนถงึ ปจั จบุ นั เราไดใ้ ชก้ ายวาจาใจของเราบำ� เพญ็ ทาน ศลี ภาวนา สำ� รวมระวงั รกั ษา
กายวาจาใจให้เรยี บร้อย สะอาดบริสุทธิ์ ปรากฏเหน็ ชัดด้วยใจของเราเอง เราเชือ่ มนั่
ในการปฏิบัตดิ ที ่ีถกู ต้องตามทางของพระอริยะเจา้ ของเรา ให้ตรวจ ระลกึ นึกขยบั
ละเอียดเข้าไปลึก ระลึกถึงความสุขอิ่มเอิบท่ีจิตของเราเคยสงบ เมื่อเราได้ใช้อุบาย
หลอกลอ่ ลวงใหจ้ ิตหลงลมื ทงิ้ อารมณ์ภายนอกให้กลับมาระลกึ ถงึ ความดอี ย่ทู ่ใี จของ
เราอยา่ งนแ้ี ลว้
ตอนนี้เราจะระลึกบรกิ รรม พทุ โธๆ ใหจ้ ติ รวมอยูใ่ นอารมณอ์ นั เดียว จนกวา่
จิตสงบ ละเอยี ด เบาสบายลงไปตามล�ำดบั หรือเราจะพจิ ารณากายของเราเองกไ็ ด้
ในอาการ ๓๒ ทเ่ี ราเคยสวด เบอื้ งบนแต่พน้ื เท้าขึ้นมา เบือ้ งต่�ำแตป่ ลายผมลงไป
มีหนังหุ้มห่ออยสู่ ุดรอบ ล้วนแตเ่ ปน็ ของไม่สะอาด มปี ระการต่างๆ ผม ขน เลบ็ ฟนั
หนงั แตล่ ะอยา่ ง ๆ ระลกึ รชู้ ดั ตามความเปน็ จรงิ กลบั ไปกลบั มา นานหนกั เขา้ หนกั เขา้
จิตก็คอ่ ยอ่อน รวมสงบลงเป็นหนง่ึ ตงั้ มัน่ เปน็ สมาธิได้ นี่ ปัญญาอบรมสมาธิ
64
ขอ้ ส�ำคัญ เมื่อก�ำลงั ใจของเรา คือ สติ ปญั ญา ศรัทธา ความเพียร ดีแลว้
จติ ไมเ่ สอ่ื ม มนั พยายามละอกศุ ล แลว้ เจรญิ กศุ ลของมนั อยตู่ ลอดเวลา เมอ่ื แกก่ ลา้ แลว้
กิเลสกท็ นอยู่ไม่ได้ จติ ก็สงบแน่นเขา้ แน่นเขา้ ทุกทีตามก�ำลงั ของมัน ให้ตั้งใจปฏิบตั ิ
ตอ่ ไป”
65
๒๔. หว่ งหลวงปู่
ขณะท่ีหลวงปู่จ�ำพรรษาอยู่ท่ีสหรัฐอเมริกา คราหน่ึงเม่ือลูกศิษย์ได้ทราบข่าว
การอาพาธของหลวงปู่ ลกู ศษิ ยท์ า่ นหนง่ึ จงึ ไดเ้ ขยี นจดหมายถามถงึ อาการอาพาธของ
องคท์ ่าน และหลวงปูไ่ ดต้ อบกลบั ไปว่า
“บอกทกุ คนใหท้ ราบดว้ ย ไมต่ อ้ งเปน็ หว่ งอาจารยห์ รอก สขุ ภาพของอาจารยป์ นี ้ี
ดกี วา่ ปกี ลาย อาการปวดขากห็ ายเกอื บปรกตแิ ลว้ สงิ่ ทเ่ี ราควรเปน็ หว่ งมากกค็ อื ตวั ของ
เราเอง อยา่ ละเลย ลมุ่ หลง ไปในทางมวั เมา ประมาท ขาดสตสิ ำ� นกึ ระลกึ รตู้ วั เราควร
พจิ ารณาตวั เราเองวา่ วนั คนื ลว่ งไป ลว่ งไป บัดนี้ เราทำ� อะไรอยู่ เรายนิ ดใี นสงัด
ปฏิบัติให้ใจสงบหรือไม่ ความสุขท่ีแท้จริงอยู่ท่ีไหน ที่ตัวเรามีอยู่หรือไม่ เราควร
ปฏบิ ตั พิ จิ ารณาใหร้ ู้ ใหเ้ ขา้ ใจ ใหถ้ กู ตอ้ งตามความเปน็ จรงิ ถงึ แมว้ า่ เรายงั ไมร่ ธู้ รรมะ
สว่ นอนื่ ไดม้ ากกต็ าม แตข่ อใหม้ สี ตริ ะลกึ รตู้ วั คอื รกู้ ายกบั ใจของเราเองใหม้ ากกแ็ ลว้ กนั
ทางพน้ ทกุ ข์โดยย่อมเี ท่าน้ี”
ดังจะเห็นได้ว่าท้ังพระอาจารย์และศิษย์ต่างมีความผูกพันและเอ้ืออาทรต่อกัน
และกันเป็นท่ีน่าประทับใจ โดยเฉพาะอย่างย่ิงในฐานะท่ีหลวงปู่เป็นพระอาจารย์
ผทู้ เ่ี ปน็ ทพี่ ง่ึ อนั สงู สง่ ของเหลา่ ศษิ ยแ์ ลว้ หลวงปทู่ า่ นเองกย็ งั ไมเ่ คยลมื ทจี่ ะสอดแทรก
การอบรมจิตตภาวนาให้แก่ศิษยานุศิษย์ของท่านให้ต้ังอยู่ในความไม่ประมาทไม่ทาง
ทางใดกท็ างหนง่ึ อยเู่ สมอ ซงึ่ แสดงใหเ้ หน็ วา่ ทา่ นทำ� หนา้ ทน่ี ไ้ี ดอ้ ยา่ งสมบรู ณไ์ มข่ าดตก
บกพร่องเลย
66
๒๕. เมอื่ ลูกศษิ ย์ทะเลาะกนั
บอ่ ยครง้ั เมอื่ ลกู ศษิ ยท์ ะเลาะกนั เมอื่ เหตกุ ารณเ์ รมิ่ บานปลายและรนุ แรงขน้ึ ถงึ ขดี สดุ
ตา่ งฝา่ ยตา่ งโยนความผดิ ใหก้ นั และกนั และไมม่ ใี ครยอมใคร หากหลวงปไู่ มพ่ ดู อะไร
สักอย่างในตอนน้ัน จะต้องมีการปะทะกันอย่างแน่นอน หลวงปู่จึงพูดออกไปว่า
อาตมาพจิ ารณาแลว้ เรอื่ งนไี้ มม่ ใี ครผดิ คนนนั้ แหละทผี่ ดิ แลว้ หลวงปกู่ ช็ ม้ี อื ไปทล่ี กู ศษิ ย์
คนท่ีนั่งรว่ มอยู่ในเหตุการณน์ ้นั แตไ่ มไ่ ด้เป็นฝา่ ยทะเลาะกับเขาดว้ ย ลูกศษิ ยค์ นนั้น
แมร้ อู้ ยแู่ กใ่ จวา่ ตวั เองไมไ่ ดผ้ ดิ กไ็ มไ่ ดโ้ กรธเคอื งหลวงปแู่ ตอ่ ยา่ งใด ไดแ้ ตน่ ง่ั อมยม้ิ และ
ทง่ึ ในความสามารถในการแก้ปัญหาเฉพาะหนา้ ขององคห์ ลวงปู่
ทางดา้ นเหลา่ ลกู ศษิ ยท์ ีท่ ะเลาะกนั เม่อื ได้ฟงั หลวงปูต่ ัดสนิ แล้ววา่ ตนไม่ไดผ้ ิด
ต่างฝ่ายต่างก็พอใจและยอมเลิกรากันไป เหตุการณ์ดังกล่าวก็คล่ีคลายไปได้ด้วยดี
ซึง่ พบวา่ หลวงปมู่ ักจะใช้อบุ ายในการแกป้ ญั หาอยา่ งละมนุ ละมอ่ มเชน่ นอี้ ยู่บอ่ ยๆ
ดังอีกเหตุการณ์หน่ึง คือในหมู่ลูกศิษย์มีความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องหนึ่ง
ไมส่ ามารถตกลงกนั ได้ และมที ที า่ วา่ จะทะเลาะกนั หลวงปจู่ งึ สง่ั ใหไ้ ปเจอกนั ทศ่ี าลาใหญ่
เพอ่ื ทำ� ความตกลงในเรอ่ื งดงั กลา่ ว ในใจลกู ศษิ ยเ์ หลา่ นน้ั ตา่ งกค็ ดิ วา่ จะเดนิ ทางไปเพอ่ื
ที่จะทะเลาะกันให้รู้ดำ� รู้แดง พอถึงเวลาตามที่นัดหมายลูกศิษย์ทุกคนก็ไปรอท่ีหน้า
ศาลาใหญ่ ในขณะนนั้ เองหลวงปไู่ ดน้ งั่ รถยนตข์ น้ึ มาจากศาลาโรงฉนั ซง่ึ อยไู่ มไ่ กลกนั
พอใกลถ้ งึ ทางแยกระหวา่ งทางไปศาลาใหญก่ บั ทางไปกฏุ หิ ลวงปู่ หลวงปกู่ ลบั ชมี้ อื ไป
ทางกฏุ หิ ลวงปู่ และบอกกบั ลกู ศษิ ยท์ ข่ี บั รถใหท้ า่ นวา่ เลยี้ วไปทางนๆ้ี เราไมไ่ ปทางนนั้
เราจะไปทางน้ี บรรดาเหลา่ ลกู ศษิ ยท์ งั้ หลายทรี่ ออยทู่ ศ่ี าลาใหญต่ า่ งกย็ นื งง แตก่ ค็ ดิ วา่
หลวงปูซ่ งึ่ เปน็ ผนู้ ัดเองคงจะกลับออกมาพบในไมช่ า้ ลูกศษิ ยท์ ี่ใจรอ้ นเป็นไฟก็ได้แต่
ยนื รอ ครงึ่ ชว่ั โมงกแ็ ลว้ หนงึ่ ชวั่ โมงกแ็ ลว้ จนสองชว่ั โมงผา่ นไปแลว้ ความรอ้ นทสี่ มุ ในใจ
กค็ อ่ ยๆ ลดลง และกร็ แู้ ลว้ วา่ ทำ� ไมหลวงปจู่ งึ ไมม่ าตามนดั สดุ ทา้ ยทกุ คนตา่ งกเ็ ลกิ รากนั
ไปเองโดยไม่ต้องมีหลวงป่เู ดนิ ทางมาเป็นผ้ไู กล่เกลีย่ แต่อยา่ งใด
67
๒๖. เมอื่ ไดไ้ ปกราบหลวงปูค่ รั้งแรก
ความเมตตาในการสงเคราะหญ์ าตโิ ยมผมู้ ากราบนมสั การหลวงปสู่ วุ จั นม์ ปี รากฏ
อยู่เสมอโดยมไิ ด้ขาด แม้เปน็ การพบกันคร้งั แรกในฐานะแขกแปลกหน้า หลวงป่กู ็มี
ความเมตตาใหอ้ ยา่ งไมม่ กี ารเลอื กทรี่ กั มกั ทช่ี งั จากคำ� บอกเลา่ ของศษิ ยค์ นหนง่ึ ถงึ การ
ไดพ้ บหลวงปคู่ รง้ั แรกวา่ ในครงั้ นนั้ ตนมเี รอื่ งทกุ ขใ์ จเปน็ อยา่ งมาก เนอ่ื งจากตนแอบ
หารายไดพ้ เิ ศษโดยรบั สนิ คา้ มลู ค่าสูงนับเปน็ สบิ ล้านมาขายโดยไมไ่ ดบ้ อกสามี ซ่งึ ได้
ทำ� มาอยา่ งตอ่ เนอ่ื งระยะหนง่ึ ครนั้ พอจะเลกิ ขายและจะนำ� สนิ คา้ ทร่ี บั มาไปคนื เจา้ ของ
สินค้ากลับไม่ยอมให้เลิกเพราะเห็นว่าตนขายเก่ง แถมยังขู่สารพัดตบท้ายด้วยว่า
ตนไปโกงเขา ตอนนั้นก็ตวั คนเดียว ไม่มเี พอื่ นคดิ ไมไ่ ดต้ ง้ั สตยิ ั้งคดิ ถึงเหตุท่มี าทไี่ ป
ของเรอ่ื งดงั กลา่ ว มเี พยี งแตค่ วามกลวั สดุ ขดี สดุ ใจวา่ เขาจะตอ้ งเอาตำ� รวจมาจบั เขาจะ
ตอ้ งบอกสามใี หร้ ู้ ตนกท็ กุ ขใ์ จกนิ ไมไ่ ดน้ อนไมห่ ลบั และรสู้ กึ อยตู่ ลอดวา่ เราไปโกงเขา
ท้ังที่ก่อนหน้าน้ันได้มีเพ่ือนคนหนึ่งแนะน�ำให้ไปกราบหลวงปู่สุวัจน์ที่วัดป่า-
เขานอ้ ย จงั หวดั บรุ รี มั ย์ แตต่ นกไ็ มไ่ ดส้ บโอกาสไปกราบทา่ นสกั ที แตพ่ อมเี รอื่ งทกุ ขใ์ จ
นข้ี ึน้ มา กเ็ ลยตัดสินใจเดนิ ทางไปกราบนมัสการท่านโดยล�ำพงั เมอ่ื พบหลวงปแู่ ล้ว
ทา่ นกถ็ ามวา่ มาจากทไ่ี หน ตนยงั ไมท่ นั จะพดู อะไรตอ่ ทา่ นกเ็ มตตาบอกวา่ มเี รอื่ งอะไร
ทกุ ขใ์ จยงั ไงกจ็ ะตอ้ งกนิ เพอื่ ทจ่ี ะมาตอ่ สู้ นเ่ี ปน็ ทกุ ข์ ทกุ ขจ์ นอกไหมไ้ สข้ ม ซง่ึ กต็ รงกบั
สิ่งท่ีตนก็ได้ครุ่นคิดอยู่ในใจพอดี เลยยิ่งเข้าใจว่าความทุกข์จนอกไหม้ไส้ขมที่ท่าน
กล่าวถงึ นีม้ ันเป็นยงั ไง
วันท่ีไปกราบหลวงปู่วันน้ันตรงกับวันอาทิตย์ ตนก็คิดในใจว่าวันรุ่งขึ้นซ่ึงเป็น
วันจันทร์ จะแอบน�ำทรัพย์สินบางส่วนที่ได้จากตอนแต่งงานไปขายเพ่ือน�ำมาใช้หน้ี
แตห่ ลวงปไู่ ดเ้ มตตาสอนเตอื นวา่ สมบตั เิ กา่ แกข่ องเราทม่ี อี ยคู่ วรเกบ็ รกั ษาไว้ และกอ่ น
จะลากลบั ท่านก็สั่งว่า พุทโธๆ ไปเด้อ
68
ท้งั ๆ ทตี่ นไม่ได้พูดอะไรสักคำ� ไม่ได้เล่าความทุกข์ทสี่ ุมอกสมุ ใจอยใู่ หห้ ลวงปู่
ฟงั เลยแมแ้ ตน่ อ้ ย แตห่ ลวงปกู่ ย็ งั ลว่ งรไู้ ด้ พรอ้ มทงั้ กลบั เมตตาอบรมสงั่ สอนเตอื นสติ
พอตนกลับถึงบ้านไป คืนน้ันตนก็ไปนอนคิดพิจารณาส่ิงที่เกิดขึ้นมาแล้วทั้งหมด
ในวนั รงุ่ ขน้ึ นน้ั เอง เมอ่ื ตนื่ นอนแลว้ กค็ ดิ ไดถ้ งึ กบั สะดงุ้ คดิ ไดว้ า่ ตนเองไมไ่ ดโ้ กงเขานะ
เชค็ กอ็ ย่กู ับเขา สินคา้ ของเขาก็อยูก่ ับเรา เราไมไ่ ด้โกงเขาสกั บาทเดยี ว ความกลวั จน
ขาดการย้ังคิดถึงเหตุผลต่างๆ ที่มีอยู่ก็หายไป และคิดได้ว่าทรัพย์สินท่ีได้จากการ
แตง่ งานจะเก็บรักษาไว้ต่อไป
หลงั จากนั้นไม่นานนัก เจ้าของสินคา้ กย็ อมความใหเ้ ลกิ ขายสินคา้ นน้ั แตโ่ ดยดี
และกใ็ ห้เอาสินคา้ ไปแลกกับเช็คคนื มา ตนไดห้ วนกลับไปคดิ วา่ ถา้ ตอนนน้ั ตนต้อง
ขายทรพั ยส์ นิ ไปกม็ แี ตข่ าดทนุ แตเ่ นอื่ งดว้ ยเพราะเชอื่ คำ� ตกั เตอื นของหลวงปู่ สดุ ทา้ ย
กลับไดก้ ำ� ไรเปน็ เงนิ ถงึ หา้ แสนบาท จึงได้เอาเงนิ ท้งั หมดไปทำ� บญุ สร้างกศุ ลต่อไป
69
๒๗. ลูกชายตวั ดี
นก่ี เ็ ปน็ อกี เรอื่ งหนงึ่ เนอื่ งดว้ ยเพราะบญุ บารมแี ละความเมตตาอนั ไมม่ ปี ระมาณ
ของหลวงปู่สุวัจน์ มีศิษย์จ�ำนวนไม่น้อยท่ีเป็นแขกแปลกหน้าที่เข้ามาเย่ียมคารวะ
ท่านแล้ว กลับมีศรัทธาในองค์ท่านและยอมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากร้ายมาเป็นดี
มานกั ตอ่ นักแล้ว ดงั ทีศ่ ิษยค์ นหน่งึ เล่าใหฟ้ งั ว่า
สามีของตนเป็นคนไม่มีศรัทธาในการท�ำบุญในพระพุทธศาสนาเอาเสียเลย
มชี ว่ งหนงึ่ ครอบครวั มปี ญั หาเรอ่ื งลกู ชายหวั แกว้ หวั แหวนซง่ึ อยใู่ นชว่ งวยั รนุ่ เปน็ เดก็
ทมี่ อี ปุ นสิ ยั ไมเ่ คารพเชอ่ื ฟงั พอ่ แมแ่ ละตดิ เพอื่ นมาก ดงั นนั้ ตนตง้ั ใจวา่ จะนำ� ลกู ชายคนน้ี
ไปฝากไวก้ บั หลวงปใู่ นชว่ งปดิ เทอมใหท้ า่ นเมตตาอบรมสงั่ สอน จงึ ไดไ้ หวว้ านใหส้ ามี
นำ� ลกู ชายไปกราบหลวงปสู่ วุ จั นท์ วี่ ดั ปา่ เขานอ้ ย โดยตนกร็ ออยทู่ บี่ า้ น เมอื่ สามกี ลบั มา
ถึงบ้านได้เล่าให้ฟังว่า พอไปถึงวัดพบหลวงปู่ สามีของตนยังไม่ทันได้พูดอะไรเลย
หลวงปสู่ วุ จั นก์ เ็ มตตาสงั่ สอนลกู เลยวา่ “พอ่ กบั แมเ่ ปน็ เหมอื นแกว้ ตากบั ดวงใจ สว่ นพี่
กบั นอ้ งเหมอื นแขนขวา เพอื่ นเปน็ เหมอื นแขนซา้ ย ตดั แขนซา้ ยทง้ิ ไป เรากย็ งั มแี ขนขวา
แต่ดวงตากบั หวั ใจเปน็ ของพอ่ แมน่ ะ”
ซ่ึงค�ำสอนดังกล่าวตนยังท่องจ�ำได้ขึ้นใจมาทุกวันนี้ นอกจากน้ีแล้วปรากฏว่า
ลกู ชายตวั ดเี มอ่ื กลบั มาถงึ บา้ นกก็ ลบั เปลย่ี นพฤตกิ รรมเปน็ คนละคน มกี ริ ยิ านอบนอ้ ม
แล้วมานงั่ เลา่ ใหต้ นฟงั ถงึ ค�ำทห่ี ลวงปู่เมตตาอบรมสงั่ สอน
ตนประทับใจและซาบซ้ึงในพระคุณของหลวงปู่ที่มีต่อครอบครัวเป็นอย่างมาก
เพราะคำ� สงั่ คำ� สอนของทา่ นเพยี งครง้ั นนั้ สามารถทำ� ใหล้ กู ชายของตนมคี วามประพฤติ
ทด่ี ขี น้ึ ๆ โดยลำ� ดบั และตวั สามเี องกเ็ รม่ิ มศี รทั ธากบั พระสงฆใ์ นพระพทุ ธศาสนามากขนึ้
อกี ดว้ ย
70
๒๘. ผา้ ปดิ บาตรผืนใหม่
หลวงปู่เปน็ พระสปุ ฏปิ ันโนท่เี คร่งครดั ในพระธรรมวินัยเปน็ อย่างมาก โดยเป็น
ทท่ี ราบกนั ดอี ยา่ งยง่ิ ของพระอปุ ฏั ฐากและฆราวาสผใู้ กลช้ ดิ วา่ หลวงปเู่ ปน็ พระทรี่ กั ษา
พระธรรมวินัยย่ิงชีวิต และมักท่ีจะน�ำมาประพฤติปฏิบัติเป็นแบบอย่างท่ีดีให้แก่
ผใู้ กลช้ ดิ อยเู่ สมอ เรอ่ื งราวตอ่ ไปนเี้ ปน็ ไปตามคำ� บอกเลา่ ของพระลกู ศษิ ยผ์ ไู้ ดม้ โี อกาส
ใกล้ชิดอุปัฏฐากหลวงปู่สุวัจน์ ในขณะที่ท่านเดินทางกลับมาอยู่ที่เมืองไทยในช่วง
ออกพรรษาในประมาณปี พ.ศ. ๒๕๒๕ - ๒๕๓๔
หลวงปู่ท่านมีนสิ ยั เรียบรอ้ ย เรอื่ งพระธรรมวินยั ทา่ นละเอียดลออมาก พระเอง
ยังเคยโดนท่านดุต่อหน้าญาติโยม เร่ืองผ้าปิดบาตรของหลวงปู่ ซ่ึงโดยปกติแล้ว
ตอ้ งซกั ทกุ วนั มอี ยวู่ นั หนงึ่ เณรนำ� ผา้ ผนื นไี้ ปตากโดยไมไ่ ดห้ นบี เอาไวก้ บั ราว พอลมพดั
ผา้ จงึ ตกลงมา ตอนเชา้ พอถงึ เวลา เณรกไ็ ปเกบ็ ผา้ นนั้ ซง่ึ เปยี กฝน เลยไมไ่ ดน้ ำ� ผา้ ผนื นน้ั
มาใช้ พระทา่ นนม้ี องเหน็ กองผา้ ทม่ี คี นนำ� มาถวายหลวงปเู่ ยอะ เลยตดั สนิ ใจไปเลอื ก
เอามาผนื หนง่ึ มาคลมุ บาตรของหลวงปไู่ ว้ พอทา่ นจะหยบิ ใช้ ทา่ นสงั เกตเหน็ วา่ ผา้ ผนื นนั้
ไมใ่ ชผ่ า้ ผนื เกา่ ทท่ี า่ นใชอ้ ยปู่ ระจำ� ทา่ นจงึ ถามวา่ เอามาจากไหน พระทา่ นนก้ี ต็ อบไปวา่
เอามาใหค้ รอู าจารยใ์ ชค้ รบั เพราะผา้ ผนื เกา่ เณรทำ� ตก หลวงปตู่ อบกลบั มาวา่ เราจะใช้
ไดย้ งั ไง พระธรรมวนิ ยั กม็ ี ไมไ่ ดอ้ ธษิ ฐานไว้ พระทา่ นนกี้ ต็ อ้ งวง่ิ ไปหาปากกามาเดย๋ี วนนั้
น�ำมาใหท้ า่ นพนิ ทุ อธษิ ฐานผา้ เด๋ยี วน้ันเลย
71
๒๙. ชวนโยมนั่งรถไปด้วย
เรอ่ื งนเี้ ปน็ เรอ่ื งของการเดนิ ทางของพระภกิ ษทุ เี่ กยี่ วขอ้ งกบั ญาตโิ ยม ซง่ึ หลวงปู่
ไมเ่ พยี งแต่รกั ษาพระธรรมวนิ ยั ดว้ ยองคท์ ่านเอง ยงั เมตตาส่ังสอนอบรมพระใกล้ชดิ
ใหป้ ฏบิ ตั ถิ กู ตอ้ งตรงตามพระธรรมวนิ ยั ดว้ ยเชน่ กนั โดยจะเหน็ ไดจ้ ากการทคี่ รงั้ หนง่ึ
มีญาติโยมกลุ่มหนึ่งประมาณสามส่ีคนเดินทางมาปรึกษาหลวงปู่เก่ียวกับก�ำหนดการ
เดนิ ทางไปรว่ มงานครบรอบวนั มรณภาพหลวงปฝู่ น้ั หลวงปทู่ า่ นไดต้ อบไปวา่ ยงั ไมร่ ู้
ศษิ ยก์ ลมุ่ นน้ั เลยกราบเรยี นตอ่ วา่ ถา้ หลวงปเู่ ดนิ ทางไปเมอื่ ไร โยมจะขอตดิ ตามไปดว้ ย
ท่านกว็ า่ เออ ลองไปถามเขาดูนะ
พระลูกศิษย์ท่ีน่ังใกล้กันกับหลวงปู่ตอบศิษย์กลุ่มนี้กลับไปว่า ถ้าไม่มีรถไป
ใหไ้ ปกบั รถของอาตมากไ็ ด้ แคน่ น้ั เอง หลวงปหู่ นั ขวบั มาจอ้ งมองหนา้ พระลกู ศษิ ยร์ ปู นนั้
อย่างถมึงทึง ซ่งึ พระลกู ศษิ ยเ์ ล่าใหฟ้ งั วา่ ตกใจมาก เพราะตาท่านดมุ าก ไม่เคยเห็น
สายตาหลวงปมู่ องดขุ นาดนมี้ ากอ่ นในชวี ติ ขนลกุ ซไู่ ปทงั้ ตวั พระทา่ นคดิ วา่ ตอ้ งโดน
ทา่ นดุแน่แล้ว พอลูกศิษย์คณะน้นั กราบลาไปแลว้ พระลูกศษิ ย์ก็ยงั นงั่ รอให้ท่านดุ
แต่ท่านก็ไม่ดุ ท่านก็ยังเฉยอยู่ พระลูกศิษย์เลยตัดสินใจกราบเรียนถามหลวงปู่ว่า
มีอะไรไหมครับ หลวงปกู่ ก็ ลับตอบว่า ไม่มี พระลูกศิษยจ์ ึงกราบลาหลวงปูอ่ อกมา
และได้แต่น่ังครุ่นคิดว่า เม่ือก้ีเราท�ำอะไรผิดไปหนอ แล้วจึงเล่าให้หมู่พระเพื่อน
ดว้ ยกนั ฟงั พระเพอื่ นทา่ นกบ็ อกวา่ เอา้ ทำ� ไมจะไมผ่ ดิ ใหไ้ ปดซู ิ ในพระธรรมวนิ ยั กม็ ี
ภกิ ษชุ วนโยมเดนิ ทางรว่ มมาตคุ าม แมแ้ ตห่ นงึ่ หมบู่ า้ น ถงึ จะมบี รุ ษุ หรอื ไมก่ ต็ าม ถอื วา่
ผิดวินัย อันข้อน้แี สดงใหเ้ ห็นวา่ หลวงปู่ท่านมีความแม่นยำ� มากในข้อพระธรรมวินัย
พระลกู ศษิ ยผ์ ู้อยใู่ กล้ชิดจึงควรพงึ สำ� รวมระวังไว้เปน็ ที่สดุ
72
๓๐. พระนั่งรถท่ีโยมผหู้ ญิงขับ
แมก้ ระทง่ั สมยั ทห่ี ลวงปจู่ ำ� พรรษาอยทู่ ป่ี ระเทศสหรฐั อเมรกิ า เรอื่ งเลา่ อนั เกย่ี วกบั
การโดยสารรถยนต์ของพระภิกษุก็มีอยู่เช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องที่หลวงปู่ได้ก�ำหนด
ระเบียบหา้ มไมใ่ หพ้ ระนั่งโดยสารไปกับรถทมี่ โี ยมผหู้ ญงิ เป็นคนขับ
จนวนั หนง่ึ มพี ระกราบเรยี นถามหลวงปวู่ า่ ผมค้นในพระไตรปฎิ กจนท่วั กไ็ ม่
ปรากฏว่ามีข้อห้ามใดที่ระบุว่าห้ามพระน่ังรถท่ีผู้หญิงขับ ด้วยเพราะเราก็มีพระเป็น
หมคู่ ณะตดิ ตามไปดว้ ย อยา่ งนหี้ ลวงปจู่ ะเปน็ ผบู้ ญั ญตั ขิ อ้ หา้ มนข้ี น้ึ มาใหมห่ รอื ไมค่ รบั
หลวงปไู่ ดเ้ มตตาตอบไปวา่ โอ้ ผมไมไ่ ดบ้ ญั ญตั ิ แตน่ เี่ ปน็ ระเบยี บของวดั ผมตง้ั ขนึ้ มา
ด้วยความหวังดีต่อพวกท่าน เพราะจติ ของเราเปน็ นามธรรม ไม่ใชร่ ูปธรรม มีโอกาส
ทีจ่ ะคดิ ไปได้
อนั คำ� ตอบของหลวงปขู่ อ้ น้ี แสดงถงึ ความละเอยี ดลกึ ซง้ึ ในภมู ธิ รรมของหลวงปทู่ ี่
มองโอกาสท่จี ะเกิดขน้ึ เปน็ ภัยใหญแ่ ก่เพศบรรพชิตได้
73
๓๑. ไมว่ ดั รอยเทา้
ในเรอ่ื งของปฏปิ ทาการปฏบิ ตั ริ บั ใชค้ รบู าอาจารยข์ องหลวงปสู่ วุ จั น์ ถอื ไดว้ า่ ทา่ น
สมบรู ณแ์ บบมาก ทา่ นใหค้ วามสำ� คญั เปน็ อยา่ งมาก ถงึ แมบ้ างอยา่ งหลวงปทู่ า่ นไมบ่ อก
ตรงๆ วา่ อยา่ ทำ� อยา่ งนน้ั อยา่ งน้ี ทา่ นกม็ กั พาทำ� ใหด้ เู ปน็ ตวั อยา่ ง ดงั เหตกุ ารณท์ จ่ี ะเลา่
ตอ่ ไปนี้
มอี ยคู่ รง้ั หนง่ึ หลวงปสู่ วุ จั นน์ ำ� คณะพระและเณรเดนิ ทางไปกราบหลวงตามหาบวั
ณ วดั ป่าบา้ นตาด จงั หวัดอดุ รธานี กอ่ นที่หลวงป่จู ะเดินเหยยี บขน้ั บนั ไดบนกฏุ ขิ อง
หลวงตามหาบวั ขน้ึ ไป หลวงปกู่ ลบั นำ� ผา้ เชด็ เทา้ ของหลวงตาออกไปวางแยกไวต้ า่ งหาก
แลว้ ทา่ นนำ� ผา้ เชด็ เทา้ ผนื ใหมม่ าวางใหพ้ ระเณรใชเ้ หยยี บแทน ทา่ นจงใจทจ่ี ะไมเ่ หยยี บ
รอยเทา้ ของครบู าอาจารยเ์ นอื่ งดว้ ยความกตญั ญกู ตเวทติ าและความเคารพทท่ี า่ นมใี ห้
เป็นอยา่ งสูง ท่านทำ� ใหเ้ หน็ ท่านแสดงใหด้ เู ปน็ ตัวอยา่ ง
นอกจากน้ที า่ นยงั เคยเล่าใหห้ มู่พระฟังว่า ในสมัยทท่ี ่านเป็นพระอปุ ฏั ฐากดูแล
หลวงปฝู่ น้ั อาจาโร พระผเู้ ปน็ พระอาจารยใ์ หญข่ องทา่ น ทา่ นไมเ่ คยเหยยี บแมแ้ ตบ่ รเิ วณ
ทนี่ อนของหลวงปฝู่ น้ั ในขณะทปี่ ผู า้ ปทู น่ี อนให้ ทา่ นใชว้ ธิ เี ดนิ ออ้ มไปมา ไมข่ า้ ม โดยหลบ
ไปทลี ะขา้ งๆ จนเสรจ็ เมอื่ สำ� รวจดคู วามเรยี บรอ้ ยหมดแลว้ จงึ เดนิ ออกมา ไมเ่ คยเหยยี บ
รอยครบู าอาจารย์เลย
74
๓๒. มะเขอื บา้
ในเรื่องของการทรงสมาธิจิตด้วยค�ำบริกรรมว่าพุทโธ เป็นอีกเร่ืองหน่ึงท่ี
หลวงปูส่ ุวจั นไ์ ดเ้ มตตาเล่าให้พระผใู้ กลช้ ิดฟงั ว่า
ในสมัยก่อนท่านภาวนาดี ท่านสามารถทรงสมาธิจิตให้ใจจดจ่อกับคำ� ว่าพุทโธ
ไดต้ ลอดทง้ั วนั จติ ทา่ นจะขาดจากการบรกิ รรมกเ็ ฉพาะตอนฉนั เทา่ นนั้ นอกจากนนั้ แลว้
จติ ทา่ นจะไมส่ ง่ สา่ ยไปขา้ งนอกเลย จะอยกู่ บั คำ� บรกิ รรมพทุ โธๆ ตลอด จติ ทา่ นไมห่ ลดุ
จากพทุ โธแน่ ชว่ งนนั้ เองมีคนมาพดู ถึงเรือ่ ง มะเขอื บ้า (คือลูกออ่ นของต้นล�ำโพง)
ทา่ นเลยอยากพสิ จู นด์ วู า่ ทา่ นจะเมาไหม จะคมุ สตอิ ยไู่ หม ตอ่ มาเมอื่ มโี อกาส ทา่ นกล็ อง
ฉนั ดู แตแ่ ลว้ เมอื่ ยงั ฉนั ไมเ่ สรจ็ ดี ทา่ นเลา่ วา่ จติ มนั เรมิ่ หลดุ จากการภาวนา ทา่ นจงึ รบี
หยดุ ฉนั เพราะกลวั จะเดนิ ทางกลบั ไมถ่ งึ กฏุ ิ หลวงปทู่ า่ นจงึ เกบ็ ตวั ตง้ั แตเ่ วลาฉนั เสรจ็
จนถงึ เวลาสรงนำ้� หลวงปกู่ ย็ งั ไมอ่ อกมา ทา่ นสกู้ บั มนั สกู้ บั มนั สดุ ทา้ ยกห็ าย เอาชนะ
มันได้ แต่หลวงปไู่ ดก้ �ำชบั พระเณรไว้วา่ อย่าไปลองเชียวนะ
75
๓๓. ญาณทศั นะ
ในเรอื่ งของญาณทศั นะการรเู้ หตกุ ารณล์ ว่ งหนา้ ของหลวงปสู่ วุ จั นใ์ นหมพู่ ระเณร
เป็นท่ีเล่าขานกนั เปน็ ปรกติ ซึง่ บางครง้ั ท่านวางแผนอะไรขา้ งหนา้ ไวแ้ ล้ว ผคู้ นมักไม่
เข้าใจว่าท�ำไมท่านตัดสินใจท�ำเช่นน้ัน ท�ำไมท่านพูดเช่นน้ัน พอท่านท�ำเสร็จหรือ
เหตกุ ารณเ์ กดิ ขนึ้ แลว้ ผคู้ นถงึ ไดพ้ ากนั เขา้ ใจในภายหลงั เอง ซงึ่ จดุ นเ้ี ปน็ ทยี่ อมรบั วา่
ญาณหยงั่ รขู้ องพระอรยิ เจา้ นนั้ ลกึ ซงึ้ กวา่ ทคี่ นธรรมดาสามญั ทว่ั ไปจะเขา้ ใจได้ และการ
หยง่ั รู้ดังกล่าว จะถกู น�ำมาใช้กต็ อ่ เม่ือทา่ นเลง็ เห็นประโยชน์ทจ่ี ะเกดิ แก่ผู้ท่ีทา่ นต้ังใจ
จะสงเคราะหเ์ ทา่ นน้ั
ครง้ั หนง่ึ สมยั ทหี่ ลวงปสู่ วุ จั นจ์ ำ� พรรษาอยทู่ ส่ี ำ� นกั สงฆถ์ ำ�้ ศรแี กว้ จงั หวดั สกลนคร
มอี ยวู่ นั หนง่ึ พระลกู ศษิ ยไ์ ปรอรบั บาตรของหลวงปู่ กอ่ นทหี่ ลวงปจู่ ะออกบณิ ฑบาตตาม
ปรกติ มตี น้ ไมแ้ กต่ น้ หนง่ึ ใกลล้ ม้ แลว้ หลวงปจู่ งึ ไดก้ ลา่ วเตอื นพระวา่ ใหร้ ะวงั ตน้ ไมต้ น้ นี้
จะล้มนะ มันจะล้มไปทางนี้ ระวงั เด้อ
จากการคาดการณด์ ว้ ยสายตาของตน พระลกู ศษิ ยก์ ไ็ ดแ้ ตค่ ดิ วา่ ตน้ ไมต้ น้ นนี้ า่ จะ
ลม้ ไปอกี ทางนะ ไมน่ า่ จะลม้ ไปทางทหี่ ลวงปบู่ อก พอกลบั จากบณิ ฑบาต พบวา่ ตน้ ไมน้ น้ั
กล็ ม้ จรงิ ๆ ลม้ ไปตามทางทห่ี ลวงปวู่ า่ เลย ซง่ึ ดว้ ยสายตาของคนทว่ั ไปมองดแู ลว้ ไมน่ า่
จะเป็นไปไดเ้ ลย
แม้กระท่ังเร่ืองท่ีหลวงปู่มีค�ำส่ังให้ขุดสระหลังโบสถ์ ท่ีวัดป่าปราสาทจอมพระ
จงั หวดั สรุ นิ ทร์ ในสมยั ทที่ า่ นไดจ้ ำ� พรรษาอยทู่ นี่ ี่ ซงึ่ การขดุ สระครงั้ นนั้ ปน็ การขดุ สระ
ท่ีมีขนาดใหญม่ าก พอขดุ เสร็จ ญาติโยมทงั้ หลายตา่ งพากนั ถามเชงิ ตอ่ วา่ หลวงป่วู า่
จะขดุ สระใหญไ่ ปทำ� ไม เยอะแทห้ ลวงปู่ เปลอื งเงนิ เปลา่ ๆ หลวงปทู่ า่ นกน็ ง่ิ ไมต่ อบวา่
กระไร ในปีน้นั ฝนตกจนได้น้�ำเต็มสระใหญ่ แตใ่ นปีตอ่ มาเกิดภยั แลง้ ขน้ึ ชาวบ้าน
ละแวกนน้ั พากนั เดอื ดรอ้ นไปตามๆ กนั เนอ่ื งจากไมม่ นี ำ้� กนิ นำ้� ใช้ สดุ ทา้ ยรถยนตจ์ าก
76
ทุกทิศทุกทางก็พากันมาขนเอาน�้ำจากสระท่ีขุดไว้ในวัดไปใช้ไปส่งให้กับชาวบ้านที่
ประสบภัยแล้งอย่างท่ัวถึงกัน ขณะท่ีน�้ำในสระก็ลดไปแค่ศอกเดียวตลอดท้ังปีนั้น
ซง่ึ ในภายหลัง หากปีใดฝนแล้ง สระน�้ำหลังโบสถ์ วดั ปา่ ปราสาทจอมพระ กจ็ ะเป็น
แหล่งน�ำ้ สำ� รองแหล่งสำ� คัญใหช้ าวบา้ นไดพ้ ่งึ พาอาศยั ใชไ้ ดต้ ลอดทัง้ ปี
77
๓๔. ขอตงั้ โรงเรียนในวดั
นอกจากการท่ีหลวงปู่พาท�ำให้ดูเป็นตัวอย่างเป็นแบบฉบับให้ได้ขบคิดกันด้วย
ตวั เองแลว้ หลวงปยู่ งั เมตตาใหค้ ตธิ รรมหรอื ขอ้ คดิ ตา่ งๆ โดยตรงแกผ่ ทู้ อ่ี ยใู่ กลช้ ดิ ทา่ น
เสมอมา ดงั ทพ่ี ระลูกศษิ ย์ทา่ นหนงึ่ เมตตาเลา่ ใหฟ้ ังวา่
ในสมัยที่หลวงปู่ได้จ�ำพรรษาอยู่ที่ส�ำนักสงฆ์ถ้�ำศรีแก้ว จังหวัดสกลนคร
มีญาติโยมเดินทางมาปรึกษาหลวงปู่เก่ียวกับการจัดต้ังโครงการโรงเรียนสอน
พุทธศาสนาวันอาทติ ยใ์ นวัด หลวงปไู่ ด้เมตตาตอบกลบั ไปว่า ความเหมาะนน้ั เหมาะ
ของโยม อาตมาพิจารณาแลว้ วา่ มันไมเ่ หมาะ ทอ่ี ่นื มีกใ็ หเ้ ขาท�ำไปเถอะ ทนี่ ี่ทำ� ไม่ได้
มนั ยงั ขาดอย่หู ลายอย่าง สถานทท่ี ี่เรามียังไมพ่ ร้อม คือกลางวนั ยุงเยอะ ลกู ของเขา
อาจจะเป็นไข้มาเลเรียหรือเป็นไข้เลือดออกได้ เน่ืองจากในขณะนี้เราก็ยังไม่มี
งบประมาณเพียงพอที่จะท�ำมุ้งลวดป้องกันให้เด็กปลอดภัยจากยุงได้ อีกทั้งอาหาร
การกินต่างๆ ทจี่ ัดเตรยี มใหเ้ ด็กๆ ก็ยังมไี มเ่ พยี งพอ ตอนนท้ี ่านจงึ ยังไมม่ คี วามคิด
ทจี่ ะทำ� จากนน้ั ทา่ นกเ็ มตตาเทศนส์ อนญาตโิ ยมคณะนน้ั ตอ่ สดุ ทา้ ยทา่ นกเ็ มตตาสอน
ให้คติธรรมว่า
“ใหด้ ูใกล้ๆ นี่กอ่ น อยา่ เพง่ิ ไปดไู กล ใหด้ ภู ายในก่อนจงึ คอ่ ยไปดภู ายนอก”
คตธิ รรมขอ้ นสี้ รา้ งความประทบั ใจตราตรงึ มริ ลู้ มื ใหแ้ กผ่ รู้ บั ฟงั โดยพระลกู ศษิ ย์
ทา่ นนถ้ี งึ กบั กลา่ ววา่ คำ� สอนของหลวงปนู่ ต้ี ดิ อกตดิ ใจเรา ถกู ใจเรา เราบอกหลวงปวู่ า่
ขอ้ นผ้ี มขอจดไวน้ ะครบั หลวงปตู่ อบเปน็ ภาษาอสี านวา่ “หา! ฟงั ฮู้ บ”่ (ฟงั รเู้ รอ่ื งเหรอ)
78
๓๕. พระป่ากบั การปลกู ปา่
พระปา่ กบั วดั ปา่ เปน็ สงิ่ ทอ่ี ยคู่ กู่ นั มาตง้ั แตพ่ ระปา่ หรอื วดั ปา่ เปน็ ทรี่ จู้ กั แกค่ นทวั่ ไป
เหตุท่ีเรียกว่าพระป่าหรือวัดป่าน้ัน คงเป็นเพราะพระป่าอาศัยอยู่ในป่าและวัดน้ัน
ก็มีพื้นที่ป่าไม้น่ันเอง ซึ่งในปัจจุบันน้ีแทบจะกล่าวได้ว่า มีพระป่าท่ีไหนมีป่าท่ีนั่น
ที่พดู เชน่ นห้ี มายถึงวา่ ท่ใี ดมพี ระปา่ ท่ีนนั้ กย็ ังมีพน้ื ทปี่ ่าไมห้ ลงเหลอื อยู่
หลวงปู่สุวัจน์ท่านก็เป็นพระป่าองค์หนึ่งที่มีปฏิปทาในการอนุรักษ์พ้ืนท่ีป่าไม้ไว้
ใหเ้ ปน็ มรดกแกล่ กู หลานในทกุ ทที่ ท่ี า่ นไปอยจู่ ำ� พรรษา มพี ระลกู ศษิ ยเ์ กา่ แกข่ องทา่ น
เลา่ ใหฟ้ งั วา่ หลวงปชู่ อบปลกู ปา่ และรกั ษาปา่ เกอื บทกุ วดั ทที่ า่ นไปจำ� พรรษาอยู่ จะตอ้ ง
มปี า่ มพี น้ื ทที่ เี่ ปน็ ปา่ อยา่ งทวี่ ดั ปา่ ปราสาทจอมพระ จงั หวดั สรุ นิ ทร์ กเ็ ชน่ กนั ในสมยั นน้ั
หลวงปยู่ งั หนมุ่ และแขง็ แรงอยู่ หลวงปกู่ ำ� ลงั ดำ� เนนิ การขยายพนื้ ทว่ี ดั โดยทา่ นเพง่ิ ไปซอ้ื
ทดี่ นิ ผนื ทต่ี ดิ ดา้ นหลงั วดั มาปลกู ปา่ เพมิ่ เตมิ และในครง้ั นน้ั ทา่ นจงึ ไดป้ รารภถงึ เหตทุ ่ี
ท่านต้องการปลูกป่าใหฟ้ ังวา่
“เราตอ้ งปลกู ปา่ นะ เพราะพระพทุ ธเจา้ ทา่ นเกดิ ในปา่ ตรสั รกู้ ใ็ นปา่ นพิ พานกใ็ นปา่
ทำ� ไมพระพทุ ธเจา้ จงึ เลอื กไปอยปู่ า่ ทง้ั ๆ ทที่ า่ นโตอยใู่ นวงั เปน็ เจา้ ชาย เพราะทา่ นเหน็ วา่
มนั มคี วามสขุ ใจของเราพอฝกึ ไปอยใู่ นปา่ น่ี มนั ไมม่ อี ะไรมาเสยี ดแทง มนั ไมม่ อี ะไร
มากระทบ จติ ใจก็สงบสุข ได้เรยี นรู้ตัวเอง”
ดว้ ยเหตนุ เี้ องกระมงั สถานทตี่ า่ งๆ ในเวลาตอ่ มาทท่ี า่ นไปอยู่ จงึ อดุ มไปดว้ ยพนื้ ที่
ปา่ ซงึ่ สมบรู ณไ์ ปดว้ ยไมพ้ รรณนานาชนดิ ซง่ึ ใหค้ วามรม่ รน่ื ความสงบวเิ วก เปน็ สถานที่
สปั ปายะเหมาะแกผ่ ปู้ ฏิบัติสมณธรรมรนุ่ หลงั ทัง้ หลายได้เป็นอยา่ งดี
79
๓๖. คณุ ธรรมขององคห์ ลวงปู่
คณุ ธรรมขององคห์ ลวงปู่สวุ จั น์ สวุ โจ น้ี เปน็ ทย่ี อมรบั ในหมูว่ งพระกรรมฐาน
ดังจะเห็นได้จากคำ� พูดของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน พระผู้เป็นธรรมทายาท
องคส์ ำ� คญั ของทา่ นพระอาจารยม์ น่ั ภรู ทิ ตั ตมหาเถระ ไดก้ ลา่ วถงึ หลวงปสู่ วุ จั น์ สวุ โจ
ไวใ้ นหลายโอกาส เช่น
“...จิตของท่านสุวัจน์ ท่านเป็นพระสุปฏิปันโน อุชุ ญายะ สามีจิปฏิปันโน
เปน็ พระเอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสงั โฆ...เหน็ ไดช้ ดั ในจติ ของทา่ น ทา่ นซกั ซะจนหมด
ไมม่ ีอะไรเหลอื เลย เหลอื แต่จติ ทบ่ี รสิ ุทธ์ิลว้ นๆ...”
“....ท่านสุวัจน์นี้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตลอดมา ท่านเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่ฝั้น
หลวงปฝู่ น้ั เปน็ ลกู ศษิ ยข์ องหลวงปมู่ นั่ ทา่ นอาจารยฝ์ น้ั กเ็ ขา้ ออกกบั พอ่ แมค่ รอู าจารยม์ นั่
อยเู่ สมอ ทา่ นปฏบิ ตั ดิ กี แ็ นแ่ หละ องคน์ อี้ ฐั จิ ะกลายเปน็ พระธาตแุ นแ่ หละไมเ่ ปน็ อนื่ ...”
“...ท่านสุวัจน์เป็นพระที่สมควรอย่างย่ิงที่ก่อเจดีย์ ที่บรรดาลูกศิษย์ผู้ศรัทธา
ท้ังหลายก่อขนึ้ เพื่อการสักการบชู าท่านตอ่ ไปจนกระทัง่ ถงึ ลกู เต้าหลานเหลน....”
ดว้ ยเหตนุ ้ี เหลา่ ศษิ ยานศุ ษิ ย์ รวมทงั้ ครบู าอาจารยท์ ง้ั หลาย จงึ เหน็ พอ้ งตอ้ งกนั
ในการดำ� เนินการจดั สร้างเจดียพ์ ิพิธภัณฑพ์ ระโพธิธรรมาจารย์เถร หรอื ช่ือทีส่ มเด็จ
พระญาณสงั วร สมเดจ็ พระสงั ฆราชฯ ทรงประทานว่า “พระบรมธาตเุ จดียศ์ รสี วุ จ-
คุณานุสรณ์” เพือ่ ให้เป็นธรรมานุสรณ์ถึงคณุ ธรรมแห่งองคห์ ลวงปู่
80
๓๗. ร่มเงาของครอู าจารย์
ในงานพธิ ีพระราชทานเพลงิ ศพของหลวงป่สู ุวัจน์ สวุ โจ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๕ นัน้
บริเวณจิตกาธานได้ถูกจัดเตรียมไว้เป็นพิเศษตามแบบอย่างงานพิธีพระราชทาน
เพลงิ ศพของหลวงป่ฝู น้ั อาจาโร โดยเฉพาะอยา่ งยิง่ กลดท่ีประดบั อยูเ่ หนอื จิตกาธาน
ในงานพระราชทานเพลิงศพหลวงปู่สุวัจน์ ก็เป็นกลดเดิมที่เคยใช้ในงานพิธี
พระราชทานเพลงิ ศพของหลวงปฝู่ น้ั อาจาโร ผเู้ ปน็ พระอาจารยข์ ององคห์ ลวงปสู่ วุ จั น์
จงึ ดงู ดงาม งดงามทงั้ ตวั กลดทล่ี กู ศษิ ยใ์ ชค้ วามอตุ สาหะจดั ทำ� อยา่ งประณตี และงดงาม
ในความหมายแหง่ ความผูกพนั และการสบื สานคุณธรรมของผู้เป็นอาจารย์และศษิ ย์
ร่มเงาของครูอาจารย์น้ีเอง จึงน�ำมาซึ่งความสมัครสมานสามัคคีของเหล่า
ศษิ ยานุศษิ ย์ จนท�ำใหง้ านต่างๆ ทท่ี ำ� ถวายองคห์ ลวงปู่ลุล่วงมาไดด้ ้วยดี โดยเฉพาะ
อยา่ งยง่ิ การดำ� เนินการก่อสรา้ งพระบรมธาตเุ จดีย์ศรีสุวจคุณานุสรณ์
81
คติธรรมคำ� สอนหลวงปู่
83
หลวงปสู่ วุ จั น์ สวุ โจ
84
๑
คำ� วา่ ท�ำไมไ่ ด้ ไมใ่ ห้มันว่า ตอ้ งท�ำได้
พระพทุ ธเจ้าสอนให้เราท�ำได้ ไมใ่ ชส่ อนธรรมะในสิง่ ท่ีเราท�ำไมไ่ ด้
เม่อื คนอ่นื เขาท�ำได้ ทำ� ไมเราถงึ ท�ำไม่ได้
เม่อื คนเขาอื่นละได้ ทำ� ไมเราถึงละไม่ได้
๒
พระธรรมเปน็ ส่งิ ท่ีแปลก
ถา้ ใครประพฤติได้แล้ว ก็สามารถจะสร้างความสขุ
ในบคุ คลผู้มีความทกุ ข์ หรือในโลกที่ก�ำลังทุกข์
พระพทุ ธเจา้ เกิดขน้ึ ในโลกท่ที ุกข์ แตพ่ ระองค์กม็ คี วามสุข
พระองค์เกดิ ข้ึนในโลกทด่ี ้นิ รนวุ่นวาย
แต่พระองคก์ ม็ ีความสงบ พระองคม์ คี วามเย็น
นั่นเพราะอาศยั อะไร... เพราะอาศยั ธรรม
๓
เราสามารถประพฤติตนอยู่ในกายสจุ ริต วจสี จุ รติ มโนสจุ รติ
ทำ� ให้สมบรู ณ์บรบิ ูรณใ์ น ศลี สมาธิ ปัญญา
อย่ใู นโลกนก้ี ม็ ีความสุข ละโลกนี้ไปแลว้ กม็ ีความสขุ
85
๔
ปจั จุบนั นนั้ เป็นส่งิ ทเ่ี ปน็ ของจรงิ ของแท้
เพราะเราเห็น เพราะเรารใู้ นปจั จบุ ันท่ีมนั เกดิ เฉพาะหนา้
ทกุ ข์ในปจั จบุ ันกท็ กุ ขแ์ ท้ สขุ ในปัจจบุ ันก็สขุ แท้
สว่ นสขุ ในอนาคตขา้ งหนา้ เปน็ แตเ่ พยี งความฝนั
ความคดิ ความหมายเฉยๆ เพราะยงั ไมถ่ งึ
ส่วนความสุขท่ผี า่ นมาแลว้ มนั ก็หมดไปแลว้ เป็นแต่ความจ�ำเฉยๆ
ยงั ไม่ใชเ่ ป็นของแท้
ของแทจ้ ึงคอื ปจั จุบัน ธรรมท่ใี ชจ้ ริง คอื ธรรมปัจจุบัน
อรยิ สัจ ๔ คอื อรยิ สจั ในปจั จบุ ัน ทกุ ขใ์ นปัจจบุ ัน
ตณั หาในปจั จบุ นั ที่จติ มันสร้างขึ้นมา
เพราะฉะนน้ั เราต้องอยู่ในปัจจบุ ันโดยเฉพาะ
๕
ความสขุ อย่างอน่ื มคี วามหวิ ความอยากครอบงำ�
ด้นิ รนแสวงหา กวา่ จะได้ ไดแ้ ล้วก็สุขช่วั ครู่ ก็หมดไป
หาใหมอ่ ีก ตอ้ งอาศยั เกย่ี วเน่อื งกบั ผู้อ่นื
อยกู่ ับของคนอืน่ ใครๆ กห็ วงแหน
กว่าจะไดม้ าเปน็ ของเรา กต็ อ้ งต่อสกู้ ับคนอืน่ กว่าจะไดค้ วามสขุ
แต่ความสขุ ในทางจิตใจ ไมต่ อ้ งตอ่ สู้กับใคร
เราคนเดยี วสรา้ งข้นึ มาเอง
86
๖
ขหี้ มาเปน็ ของทง้ิ แลว้ แลว้ ยงั จะเอาน�ำ้ ไปรดข้หี มาขึ้นมาดมอกี หรอื
๗
สวดมนต.์ .. หัดสวดเองให้ได้ เหมอื นกบั เรามขี องของเราเอง
ถ้าตอ้ งเปิดหนงั สอื สวดกเ็ หมอื นกับไปยมื ของเขามาใช้ ในท่สี ุดก็ต้องคนื เขา
๘
รอยมดี ที่กรีดบนเขียงนับรอยไมถ่ ว้ น
เปรียบเหมือนการกระทบกระเทอื นฃึ่งเกดิ ขน้ึ เรอ่ื ยๆ จนนับไม่ถ้วน
ฉะนนั้ ใหร้ บี เร่งปฏิบัตเิ พอื่ ให้ส่ิงกระทบกระเทอื นน้ันไม่ทำ� ให้หวัน่ ไหว
และเป็นการตดั การเวียนวา่ ยตายเกิดด้วย ไม่เน่ินช้า
เพราะเขียงทรดุ โทรมลงจากรอยมดี ฉันใด ความทรุดโทรมของร่างกาย
ก็มีเพม่ิ ข้ึนเรอ่ื ยๆ เปน็ เพ่ือนตลอดย่สี บิ สชี่ ว่ั โมง
ฉะน้ัน ในขณะทขี่ ันธ์หา้ ของเรายงั มกี �ำลังอยู่ให้รบี เร่งปฏบิ ตั ิ
๙
เอาธรรมะของพระพทุ ธเจ้ามาบรหิ ารร่างกายและจิตใจ
ไมใ่ ห้มีโทษมภี ัย เปน็ เวรเปน็ ภัย เช่น พิจารณาจีวร
เครือ่ งนุ่งหม่ ก็ทำ� ให้สะอาด ไมใ่ หส้ งิ่ ท่ีสกปรกหรือเชอ้ื โรคติดอยู่ จะทำ� ให้เปน็ โรคได้
อาหารก็พจิ ารณาท่ถี กู ธาตุขันธ์ ไมก่ นิ อะไรทีเ่ ป็นโทษกับรา่ งกาย
87
๑๐
อย่าหลงกับดอกไม้พญามาร
คือเดินชมสวนเด็ดดอกไม้จนหมดแสงตะวนั จนมดื หาทางออกไมถ่ ูก
ดอกไม้พญามารก็คือกเิ ลสท้ังหลายทเ่ี ป็นอุปสรรคท�ำให้หลงมาตลอด
๑๑
ให้ขม่ กิเลส เดินทางอรยิ มรรค แมจ้ ะไมเ่ ป็นอรยิ ะ
แต่เดินทางนย้ี ่อมถงึ เป้าหมายแน่นอน
๑๒
กิเลสพาเท่ยี ว กับ ธรรมะพาเทีย่ ว
ถา้ ให้กเิ ลสพาเทยี่ วกจ็ ะทบั ถมธรรมะ
๑๓
ความสุขจากการนอนหลบั เป็นสมุทัย
ความสขุ จากความสงบเปน็ มรรค
๑๔
ได้ความสขุ จากความเพยี ร ไดป้ ัญญาจากความเพยี ร
ย่งิ เห็นทุกข์ ธาตุรูย้ ิง่ ม่นั คง
88
๑๕
อยูท่ ่ีไหนก็อยู่ได้ให้มี พทุ โธ ธัมโม สังโฆ
ไมว่ า่ หญงิ วา่ ชาย เป็นความแตกตา่ งเพียงเป็นหญิงเปน็ ชายเทา่ น้นั
แตค่ วามดีเหมือนกัน
๑๖
หลวงปู่ไมไ่ ด้จุดเทยี นให้คนตาบอดอา่ นหนงั สือนะ
๑๗
เวลาท่ผี า่ นไปแล้ว ก็หมดไปแลว้ ทีย่ ังเหลืออยู่ ก็เหลอื น้อยลงทกุ ทีๆ
๑๘
เครื่องมือเครื่องใชต้ ามทางพระพทุ ธเจา้ ท่ใี ห้ไวพ้ ากนั ทิ้งหมด
ยกใหม้ ารหมด ไม่สะสมกนั เลย มีแต่ใช้ บารมีกเ็ ลยหมดไปๆ
๑๙
พระพทุ ธเจา้ ได้รู้แลว้ ว่าทุกคนแม้จะตา่ งชาตติ า่ งศาสนา
แต่ก็มาจากธาตุขนั ธ์ อนั เดียวกนั มยี าขนานเดยี วท่ีรักษาโรคได้
ยาขนานนีไ้ ม่จ�ำเปน็ ตอ้ งเปลย่ี นแปลงหรอื แก้ไขใหม่
เป็นยาทีถ่ ูกตอ้ งอยา่ งเดียวเท่าน้ัน
89
๒๐
แม้พระพทุ ธเจ้าจะสอนความเป็นอนัตตา แตก่ ารกระทำ� เป็นของตนจริงๆ
กระท�ำความดกี เ็ ปน็ ของของตน กระท�ำช่ัวกเ็ ป็นของของตน
ความดคี วามช่ัวเป็นของผกู้ ระท�ำ
๒๑
สิ่งทไ่ี มร่ ไู้ ม่ต้องตามหาใหร้ ู้ ใหก้ ำ� หนดรู้
รู้เท่าทนั กายสงั ขาร จติ สงั ขาร ทำ� ใหจ้ ิตฉลาดและรอบคอบในปัญหา
รูใ้ หท้ ั่วถึงสังขารทงั้ หลายจะทำ� ใหเ้ กิดปัญญา
๒๒
เม่ือหมดทุกข์แล้ว ความสขุ กไ็ ม่จ�ำเปน็ มันไม่มีคู่เปรยี บเทยี บ
มนั จะเป็นไปเองโดยธรรมชาติ
๒๓
ส่ิงใดทใ่ี ห้ใจเราสะอาด...ใหท้ �ำ
สง่ิ ใดใหใ้ จเราด�ำ ...ใหเ้ ลิก
กิจอันใดด.ี ..ให้รบี ท�ำ
กรรมอนั ใดไมด่ ี...ให้ทง้ิ
90
๒๔
ความสงบเป็นยอดแหง่ ความสขุ ความทกุ ขเ์ ป็นยอดแหง่ ความไมส่ งบ
๒๕
บางคนก็จนเพราะไม่มี บางคนก็จนเพราะมไี ม่พอ
ถา้ คนไหนรูจ้ ักพอ คนน้ันแหละไม่จน
๒๖
เมือ่ เรากลวั ล�ำบากต่อความดีแล้ว ความดีมนั จะเกดิ ข้ึนได้อยา่ งไร
เมอ่ื เรากลวั เหนด็ เหน่ือยเสียแล้ว ยงั ไม่ทำ� กก็ ลวั
ยังไมไ่ ด้ปฏิบัติกส็ รา้ งความกลวั ขนึ้ กอ่ น
หลอกตวั เองใหม้ ีก�ำลงั อ่อนแอลงไป มคี วามล้มเหลวลงไป
อย่างนจี้ ะได้ความส�ำเรจ็ ทีไ่ หนจะปรากฏ
ความดที ่เี ราตอ้ งการจะปรากฏข้ึนได้ทีไ่ หน
๒๗
ถา้ ขาดให้ชว่ ยตอ่ ไมพ่ อให้ชว่ ยเพ่มิ
ถ้าตกใหช้ ่วยเตมิ ชว่ ยแตง่ ต่อให้บรบิ ูรณ์
91