The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือพระราชทานเพลิงสรีระสังขาร พระราชมงคลวชิรธรรม วิ. (หลวงปู่บุญมา คัมภีรธัมโม)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wonchai890, 2026-05-11 21:48:44

วาสนาผลิงามด้วยบำเพ็ญ

หนังสือพระราชทานเพลิงสรีระสังขาร พระราชมงคลวชิรธรรม วิ. (หลวงปู่บุญมา คัมภีรธัมโม)

ภาพเก่าเล่าเรือง่ประมวลภาพเก่าหลวงปู่บุญมา คัมภีรธัมโม


150


ถ่ายที่ประเทศอินเดีย ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ขณะนั่งสวดมนต์ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย151ที่่ระลึึกงานพระราช�ทานเพลิิงสรีีระสัังขารพระราชมงคลวชิิรธรรม วิิ. (หลวงปู่่�บุุญมา คััมภีีรธััมโม)


กราบนมัสการพระธาตุเขี้ยวแก้ว ประเทศศรีลังกาใต้ต้นโพธิ์ ประเทศศรีลังกา152


หลวงปู่และคณะครูบาอาจารย์ ที่วัดภูริทัตตวนาราม ประเทศสหรัฐอเมริกาหลวงปู่และคณะครูบาอาจารย์ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา153ที่่ระลึึกงานพระราช�ทานเพลิิงสรีีระสัังขารพระราชมงคลวชิิรธรรม วิิ. (หลวงปู่่�บุุญมา คััมภีีรธััมโม)


ถ่ายภาพหน้าจิตกาธาน งานหลวงปู่บุญ ชินวังโส วัดป่าศรีสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร154


ถ่ายภาพหน้าจิตกาธาน งานหลวงปู่บุญ ชินวังโส วัดป่าศรีสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ถ่ายภาพหน้าจิตกาธาน งานหลวงปู่ลี ฐิตธัมโม วัดเหวลึก จังหวัดสกลนคร155ที่่ระลึึกงานพระราช�ทานเพลิิงสรีีระสัังขารพระราชมงคลวชิิรธรรม วิิ. (หลวงปู่่�บุุญมา คััมภีีรธััมโม)


ถ่ายภาพหน้าหีบศพ หลวงปู่มหาบุญมี สิริธโร วัดป่าวังเลิง จังหวัดมหาสารคามถ่ายภาพกับหลวงปู่พุธ ฐานิโยหลวงปู่สมัย ทีฆายุโก หลวงปู่บุญมา คัมภีรธัมโม หลวงปู่เคน เขมาสโย156


ถ่ายภาพกับหลวงปู่พุธ ฐานิโยหลวงปู่บุญมา คัมภีรธัมโม หลวงปู่กิ ธัมมุตตโม หลวงปู่สนั่น รักขิตสีโล หลวงปู่จันดี เขมปัญโญหลวงปู่บุญเพ็ง กัปปโก หลวงปู่บุญมา คัมภีรธัมโมหลวงปู่บุญมา คัมภีรธัมโม หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโปพระอุดมญาณโมลี (จันทร์ศรี จันททีโป)หลวงปู่บุญมา คัมภีรธัมโม หลวงปู่ทองพูล สิริกาโม หลวงปู่บุญพิน กตปุญโญ157ที่่ระลึึกงานพระราช�ทานเพลิิงสรีีระสัังขารพระราชมงคลวชิิรธรรม วิิ. (หลวงปู่่�บุุญมา คััมภีีรธััมโม)


158


พระธรรมเทศนา159


ปวารณา คำ�ำว่ำ ปวารณา ที่ภิกษุแต่ละรูปปวำรณำต่อสงฆ์นี้หมำยคำวำมว่ำ หมู่สงฆ์ทั้งหลำยเมื่อได้เห็นข้ำพเจ้ำมีอำกำรที่เกิดคำวำมผิดที่เกี่ยวกับธรรมวินัยข้ำพเจ้ำขอปวำรณำให้ตักเตือนได้ให้บอกกล่ำวได้บ่แม่นว่ำกล่ำวคำ�ำเป็นเพียงพิธีซือๆ เด้ทิฏเฐนะ วา ทิฏฐิคำือได้เห็น สุเตนะ วา หรือว่ำได้ยิน ปะริสังกายะ วา วะทันตุ มัง อายัส�มันโต อะนุกัมปัง อุปาทายะ ปัสสันโต ปะฏิกกะริสสามิเมื่อได้เห็นอำกำรใดของข้ำพเจ้ำ จะเป็นทำงกำย ทำงวำจำ หรือทำงคำวำมคำิดจิตใจของข้ำพเจ้ำที่มันผิดแผกแตกต่ำงออกไปจำกธรรมวินัยแล้ว หมู่สงฆ์จงช่วยตักเตือนข้ำพเจ้ำได้เพื่อข้ำพเจ้ำจะได้ปรับปรุงให้ดีขึ้นให้เจริญขึ้น เพื่อจะได้เจริญในศำสนธรรมคำ�ำสอนนี้สืบไป ข้อวัตรปฏิบัติบกพร่องบ่อนใด๋เพิ่นกะให้ปวำรณำต่อพวกต่อสงฆ์ให้เพิ่นแนะน�ำตักเตือนกล่ำวสอนได้ทุกอย่ำงบ่ให้เป็นคำือจั่งบักอ่วม ปีไปจ�ำพรรษำกับเพิ่นอำจำรย์เต็มปีนั้น ไปท�ำผิดศีลผิดข้อวัตรแล้ว หมู่เพื่อนไปตักเตือนกะบ่ได้มันว่ำ “สิมาเตือนกันเฮ็ดหยัง ศีลกะ ๒๒๗ ข้อเท่ากัน” มีแต่ชื่อว่ำมีศีล แต่บ่รู้ว่ำมีหยังแหน่ ประพฤติผิดแล้ว เพิ่นไปตักเตือนกะบ่ได้บ่ยอมรับ หำกหมู่เพิ่นเตือนบ่อยๆ กะอ้ำงแต่สันแข้งใส่ แนวนี้มันบ่ถูก บ่แม่นธรรมวินัยเด้ นี่คือความหมายของค�าว่าปวารณา160


ข้อวัตรคือข้อบุญ ข้อวัตรก็คือข้อบุญนั่นแหละ หากขาดข้อวัตรปฏิบัติแล้วก็เหมือนขาดบุญ ขาดบุญแล้วก็ทำ�าให้จิตใจมันเหี่ยวแห้ง ดังนั้นจึงต้องรักษาข้อวัตรปฏิบัติของตนเองเอาไว้ การรักษาข้อวัตรปฏิบัตินี้ เป็นการบ�ารุงสติของเราให้เกิดต่อเนือง่ตัวสตินีแหละเป็นสิ ่ง่สา� คัญต่อการภาวนา อย่างการอยู่กับครูบาอาจารย์ในสมัยก่อนนัน้เราต้องมีสติเตรียมพร้อมอยู่เสมอนะจะพูดกันเสียงดังก็ไม่ได้ต้องพูดเบาๆ กระซิบเอาถ้าพูดเสียงดัง ท่านว่ามันไม่มีสติจึงต้องส�ารวมอยู่ตลอดเวลา การจับวางสิงของก็เหมือนกัน ่ จะให้มีเสียงดังป๊องๆ แป๊งๆ อย่างนีก็ไม่ได้ ้จับแล้วหลุดจากมือก็ไม่ได้ เวลาเปิดปิดประตูจะให้เกิดเสียงก็ไม่ได้เหมือนกัน ท่านจะเอาหนักเลยครูบาอาจารย์สมัยก่อน ท่านว่ามันไม่มีสติหรือยังไง เป็นนักภาวนา ท�าอะไรก็ต้องให้มีสติไปพร้อมตลอด การภาวนาจึงจะมีก�าลัง ไม่ใช่จะตั้งสติเฉพาะเวลานั่งภาวนาเท่านั้น มันไม่ทันกิเลส สติให้อยู่กับข้อวัตรปฏิบัติไปเลย เพื่อให้มันพร้อมกับเหตุการณ์ต่างๆ นันแหละท่านจึงให้รักษา่ข้อวัตรปฏิบัติไว้ การปัดกวาดเช็ดถูก็เหมือนกันการตักน�า้ตักท่าก็เหมือนกัน ให้มีสติปัญญารักษาไปตลอด วันหนึ่งเห็นครูบารูปหนึ่งสะพายบาตรเหมือนกับฆราวาสเขาสะพายข้องไปหาปลานี่ หมู่เพื่อนบอกก็ไม่ฟัง ครูบาอาจารย์เพิ่นสอนให้เวลาสะพายให้เอาบาตรมาไว้ข้างหน้าตัวเอง เวลาสะพาย ทำ่านให้เอามือประคองฝาบาตรไปด้วยเป็นการรักษาบาตร บ่ให้ปล่อยบาตร ฝึกสติไปในตัวด้วยในพระวินัยมีบอกไว้แล้วเราสะพายบาตรเอาไปไว้ด้านหลังแล้วจะประคองได้ยังไงนั่น บาตรก็แกว่งไปแกว่งมา ทำ่านจึงห้ามทำ�า เรื่องบาตรก็เหมือนกัน ทำ่านให้ประคองบาตรไปด้วย เรื่องฉันในบาตร ฉันส�ารวมในบาตรนี้มีความส�าคัญอยู่มาก ความหมายของทำ่านก็คือให้มีสติจดจ่อส�ารวมในขณะทำี่ฉัน พิจารณาธรรมขณะนั่งฉันไปด้วยจะพิจารณาอาหารเป็นธาตุก็ได้เป็นสิ่งปฏิกูลก็ได้จะได้ย้อนมาหาร่างกายนี้ก็เป็นของปฏิกูลเหมือนกัน ข้างนอกข้างในเหมือนกัน บางทำีเกิดสลดสังเวชก็มี ทำ่านไม่ให้มองไปทำี่อื่น เห็นอยู่หลายองค์เวลาฉันแล้วนั่งมองนั่นมองนี่เหลียวเบิ่งแบบไม่มีสติเลย แล้วการประพฤติปฏิบัติจะเป็นไปได้อย่างไร161ที่่ระลึึกงานพระราช�ทานเพลิิงสรีีระสัังขารพระราชมงคลวชิิรธรรม วิิ. (หลวงปู่่�บุุญมา คััมภีีรธััมโม)


162


ประโยชน์การเที่ยววิเวก หลังจำกออกพรรษำ เสร็จกิจเสร็จงำนในส�ำนักแล้ว คำรูบำอำจำรย์สมัยก่อนท่ำนให้ออกเที่ยววิเวก เข้ำป่ำเข้ำเขำโน้น อย่ำแต่สิไปหำวิเวกในเมืองหลำยเข้ำไปในเมืองมันเข้ำไปเลี้ยงปำกเลี้ยงท้องเรำเข้ำมำบวชเข้ำมำปฏิบัตินี้เรำจะเอำจิตเจริญหรือจะเอำร่ำงกำยเจริญ ถ้ำจะเอำร่ำงกำยเจริญแล้วก็ให้เข้ำไปในเมืองเข้ำไปหำกินหำฉัน อย่ำงนี้เรียกว่ำเข้าไปหาที่ตาย ถ้ำเอำจิตใจเจริญ ก็ให้เข้ำป่ำเข้ำเขำหลบหลีกภำวนำ ให้พำกันส�ำเหนียกในสิ่งที่พระอุปัชฌำย์ท่ำนสอน อนุศาสน์๘ อย่าง นิสสัย ๔ อกรณียกิจ ๔ ปัจจัยเป็นเคำรื่องอำศัยของบรรพชิต เรียกว่ำ นิสสัย มี๔ อย่ำง คำือเที่ยวบิณฑบำต ๑ นุ่งห่มผ้ำบังสุกุล ๑ อยู่โคำนต้นไม้๑ ฉันยำดองด้วยน�้ำมูตรเน่ำ ๑ กิจที่ไม่คำวรท�ำเรียกว่ำ อกรณียกิจ มี๔ อย่ำง คำือ เสพเมถุน ๑ฆ่ำสัตว์๑ ลักของเขำ ๑ พูดอวดคำุณวิเศษที่ไม่มีในตน ๑ กิจ ๔ อย่ำงนี้บรรพชิตท�ำไม่ได้ สิกขำของภิกษุมี๓ อย่ำง คำือ ศีล สมาธิปัญญาคำวำมรักษำกำย วำจำ ของตนให้เรียบร้อย ชื่อว่ำ ศีลคำวำมรักษำใจให้ตั้งมั่น ชื่อว่ำ สมาธิคำวำมรอบรู้ในกองสังขำร ชื่อว่ำ ปัญญา ให้พำกันท่องกันสวดต่อจำกบทสวดมนต์มันจึงจะขึ้นใจเป็นหลักข้อประพฤติปฏิบัติของตน ให้ใจตนได้ส�ำเหนียก กำรเที่ยววิเวกนี่หลวงปู่คำ�ำ(ยสกุลปุตโต)เพิ่นว่ำ มันได้สติไปในตัวมันระมัดระวังไปในตัว สิว่ำบ่ได้อิหยังกะบ่ถูก มันได้ในตัวเลย สตินี่กะเป็นไปเพื่อกำรภำวนำ นั่น ท่ำนจึงส่งเสริมให้แสวงหำที่วิเวกภำวนำ163ที่่ระลึึกงานพระราช�ทานเพลิิงสรีีระสัังขารพระราชมงคลวชิิรธรรม วิิ. (หลวงปู่่�บุุญมา คััมภีีรธััมโม)


ครูบาอาจารย์เป็นแบบอย่าง อย่างครูบาอาจารย์สมัยก่อนเพิ่นปฏิบัติอยู่ในป่าในเขาอย่างนี้ กุฏิวิหารอยู่ไหนจะมีที่นั่งที่นอนท่านก็กวาดเอาใบไม้แห้งมาปูแทนเสื่อแทนหมอนเวลาจะพัก ท่านก็เอาผ้าอาบปูบนใบไม้เท่านั้น ไม่มีใครจะคอยไปแต่งที่แต่งฐานให้ท่านพอที่จะสะดวกสบายหรอก เพราะท่านไม่ได้พักนานในแต่ละแห่งท่านพักชั่วคราวแล้วก็จาริกแสวงหาภาวนาไปเรื่อยๆบางที่ท่านก็พัก ๖ วัน ๗ วัน แล้วก็ไป บางที่ก็๑๔ วัน๑๕ วัน ก็หลีกไปอย่างท่านอาจารย์สิงห์ทอง ท่านไปพักอยู่ทางถ้�้าพระ บ้านนาสีนาอ่าง อา� เภอบ้านผือ สมัยนั้นท่านพักได้ประมาณเดือนหนึ่งนี่แหละหรือยังไง พอถ้ึงกา� หนดวันที่ท่านจะไป ท่านก็บอกลาโยมที่เขารอใส่บาตรในหมู่บ้านว่า “จะไปแล้วนะวันนี้ ฉันเสร็จก็จะไปล่ะ” โยมว่า“โอ้ จะไปแล้วหรือขะน้อย ทำ�ำไมจะรีบไปไวแทำ้ทำ่ำนอำจำรย์” ท่านก็ว่า“โอ้ย จะให้อยู่ยังไง เสื่อหำสักผืนจะปูนอนก็ไม่มี หมอนหำสักใบจะหนุนหัวก็ไม่มี” ท่านพูดหยอกเขา แต่มันเป็นเรื่องจริง โยมก็เลยว่า“โอ้ย พวกข้ำน้อยนึกว่ำทำำ่นอำจำรย์จะใช้เสื่อหมอนไม่ได้ กลัวว่ำมันจะผิด ก็เลยไม่พำกันถวำย” ญาติโยมเขาพูดไปร้องไห้ไป ความจริงท่านตั้งใจไปหาที่อย่างนั้นเอง มันช่วยดัดกิเลสได้ดีเบิ่่งครูู�บิ่าจารูย์์น่่ะ เพิ่่�นเฮ็็ดเพิ่่�นทำำ� เพิ่่�นจึึงเห็็นธรรมเป็็นธรรม164


พระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร165ที่่ระลึึกงานพระราช�ทานเพลิิงสรีีระสัังขารพระราชมงคลวชิิรธรรม วิิ. (หลวงปู่่�บุุญมา คััมภีีรธััมโม)


166


บ่แม่นปฏิปทา กำรเกลือกกลั้วอยู่กับกำรงำนของโลก กำรงำนภำยนอกหมู่นี่มันบ่แม่นแนว คำรูบำอำจำรย์บ่เคำยพำเฮ็ดพำท�ำบ่แม่นปฏิปทำ อย่ำงนี้พำกันผิดเบิ้ด เดี๋ยวนี้ก�ำลังรณรงคำ์พำกันสร้ำงเจดีย์เบิ้ดผู้สิออกปฏิบัติวิเวกภำวนำ มันบ่มีวี่แววเลยทุกมื้อนี่ มิดแอนแซน ขั่นว่ำไปเที่ยววิเวกกะไปตำมส�ำนักต่ำงๆ บ่ได้เข้ำดงเข้ำป่ำอย่ำงก่อน ป่ำถูกท�ำลำยเบิ้ดทำงใด๋กะตำม อย่ำงส�ำนักที่อยู่ตำมภูตำมผำกะแข่งขันกันสร้ำงแต่วัตถุขึ้นมำ เฮ็ดให้มันเจริญขึ้น บ่แม่นมันเจริญเด้นั่น มันเสื่อมเด้นี่ มันไปท�ำลำยโกดังพระกรรมฐำน บ่อนเพิ่นเที่ยววิเวกภำวนำป่ำใด๋ดงใด๋กะบ่ยัง ท�ำลำยเบิ้ดแล้ว ปัจจุบันนีพากันเดินจงกรมภาวนาบ่บุ๊เนี้ย่แม่นฉันข้าวแล้วมีแต่นอนกะบ่จัก ผมเบิ่งอยู่นี่ มันบ่แม่นทำ่ำเตรียมพร้อมกับกำรต่อสู้กับกิเลส มันมีตั้งแต่ทำ่ำแพ้ตลอด กำรกินอยู่หลับนอนนี้ บำดทีนี้พวกญำติโยมกะคำือกัน ผมฟังหลวงตำเพิ่นเทศน์มื้อคำืนนี้ว่ำ เป็นมื้อเป็นวันมำว่ำแต่ลุกขึ้นตื่นมำ มันมีแต่สร้ำงคำวำมชั่วใส่เจ้ำของเพิ่นว่ำเพิ่นเกิดสลดสังเวชเพิ่นสงสำร มันมืดมันด�ำหลำย กิเลสมันปิดมันบังไว้เบิ้ด เพิ่นว่ำถ้ำบ่มีศีลประจ�ำจิตประจ�ำใจแล้ว อำกำรที่ท�ำที่พูดที่คำิด มันแม่นคำวำมชั่วเบิ้ด ใจนี่มีแต่สร้ำงคำวำมมืดมนอนธกำร คำวำมมืดคำวำมด�ำใส่เจ้ำของ เพรำะฉะนั้นเมื่อเวลำมันหนำเข้ำๆ เวลำเพิ่นแสดงธรรมมันจั่งรับบ่ได้ คำือจั่งคำนที่สึกออกไปนี่แล้ว กิเลสมันกะปิด มันบังใจเอำไว้มันบ่ให้เฮ็ดคำวำมเพียร บ่ให้มีศรัทธำ เมื่อบ่มีศรัทธำคำวำมเพียรแล้ว มันสิไปเห็นอิหยังบำดนี้มันกะเสื่อมจำกธรรมคำ�ำสอนทอนั้นแล้ว ให้พำกันพิจำรณำเบิ่ง167ที่่ระลึึกงานพระราช�ทานเพลิิงสรีีระสัังขารพระราชมงคลวชิิรธรรม วิิ. (หลวงปู่่�บุุญมา คััมภีีรธััมโม)


ข้อวัตรคือข้อทรมานกิเลส ปกติคำรูบำอำจำรย์เพิ่นพำซ้อนผ้ำออกไปบิณฑบำตเด้เพิ่นบ่ซ้อนแต่ยำมฝนตก ผ้ำสังฆำฏิขั่นบ่ซ้อน เพิ่นให้เก็บให้เมี้ยนไว้อย่ำงดีบ่ได้ให้วำงไว้ทั่วทีป เพิ่นให้รักษำ ให้พำกันพิจำรณำฟื้นคำืนมำแหน่ข้อวัตรปฏิบัติ กำรขบกำรฉันหมู่นี่คำือกัน เบิ่งนี่มันมีแต่ย่ำทื้นลง บ่มีปู่ทื้นขึ้น ทุกวันนี้ฉันก่อนแล้วคำ่อยออกไปบิณฑบำตกะมีฉันอิหยัง ฉันพวกกำแฟ นม ฉันนมปำท่องโก๋ไปจั่งซั่นแหล่วแนวนี่ข้อวัตรปฏิบัติมันสิเบิ้ดไปแล้วเด้มันสิเหลือแต่สีผ้ำกับบำตรใหญ่ทอนั้นแหละแล้วหำกพวกเรำบ่พำกันฟื้นไว้รักษำไว้ดึงกันไว้บำดสุดท้ำยพวกมำบวชน�ำภำยหลังเขำสิปฏิบัติจั่งใด๋ขั่นพวกเรำบ่รักษำข้อวัตรหมู่นี่ไว้ อาจารย์สิงห์เพิ่นว่า มันเป็นไปบ่ได้ ปฏิบัติภำวนำไปบ่ได้ ขั่นบ่รักษำข้อวัตร คำ�ำที่ว่ำรักษำข้อวัตร ข้อวัตรคำือข้อทรมำนกิเลส เป็นท่ำเตรียมพร้อม เป็นท่ำตั้งสติรักษำ กำรเฮ็ดข้อวัตรปฏิบัติให้มีสติรักษำไปตลอด ข้อวัตรก็คำือข้อช่วย คำือช่วยสร้ำงสติปัญญำ กำรหลับกำรนอน กำรพักกำรผ่อนหมู่นี่ คำรูบำอำจำรย์เพิ่นสอนว่ำ นอนอย่ำงมำกอย่ำให้เกินสี่ชั่วโมงเวลำนอนเพิ่นให้ตั้งใจก�ำหนดไว้ว่ำสิลุกตื่นเวลำทอนั้น ฝึกจนรู้สึกตัวตื่นขึ้นมำถูกกับเวลำที่ตัวเองก�ำหนดไว้พู้นแล้วแล้วกะเมื่อตื่นขึ้นมำแล้วให้มีสติสตังอยู่ตลอดไป ฝึกปำนนั้นเด้ พวกเฮ็ดกำรเฮ็ดงำนภำยนอกนี่กะคำือกัน อำศัยว่ำเอำจิตไปอยู่กับงำนหรืออย่ำงไรจิตมันเป็นสมำธิในงำนนั้นบ้อหรือถือเอำงำนเป็นเคำรื่องแก้จิตบ่ให้ฟุ้งซ่ำนปรุงแต่งไปทำงอื่นซั่นบ้อหรือจั่งใด๋ หรือว่ำจิตใจมันสบำยเวลำเฮ็ดกำรเฮ็ดงำนอย่ำงนั้นน่ะ แต่ว่ำบำงนิสัย ตัวอย่างหลวงปู่หลุยอย่างนี้สงสัยว่ำตอนนั้นจิตใจของเพิ่นได้หลักได้ฐำนแล้วเพิ่นจั่งเฮ็ดกลดแจกพระเณร แจกญำติโยม หรือเพิ่นสิเฮ็ดเป็นวิหำรธรรมเคำรื่องอยู่ของเพิ่น อย่างหลวงปู่พรหม เพิ่นกะเฮ็ดงำนคำือกันเด้แต่ว่ำเฮ็ดเป็นเวลำ เฮ็ดกำรงำนแล้วในแต่ละมื้อต้องเก็บเคำรื่องไม้เคำรื่องมือให้เรียบร้อยเด้หลวงปู่พรหม มื้อใหม่เอำไปใหม่ บ่ได้ทิ้งเคำรื่องมือเกลื่อนกลำดอยู่อย่ำงพวกเรำนี้168


หลวงปู่ขาว อนาลโย หลวงปู่หลุย จันทสาโรหลวงปู่พรหม จิรปุญโญ169ที่่ระลึึกงานพระราช�ทานเพลิิงสรีีระสัังขารพระราชมงคลวชิิรธรรม วิิ. (หลวงปู่่�บุุญมา คััมภีีรธััมโม)


หรูๆ หราๆ สิ่งท�าลายธรรม กำรก่อกำรสร้ำง เคำยได้เว่ำกับท่ำนแหง อยู่อ�ำเภอพิบูลฯ อุบล เรื่องกำรเฮ็ดกำรสร้ำงศำลงศำลำหมู่นี่ ผมว่ำผมบ่เฮ็ด เพรำะเคำยเห็นคำรูบำอำจำรย์เพิ่นเฮ็ดแล้ว บำปกับบุญมันมำน�ำกัน เป็นหยังคำือว่ำจั่งซั่น เริ่มแต่เวลำยกศำลำขึ้นมำ ทั้งพระทั้งโยมมันบ่แม่นว่ำสิเห็นดีไปน�ำกันหมดทุกคำนเด้หำกว่ำบำงสิ่งบำงอย่ำงคำวำมเห็นบ่ลงรอยกัน กะด่ำกันเถียงกันซั่นเด้บำดนี้ด่ำกันกะบำปเกิดขึ้น สรุปแล้วบุญกับบำปไปเป็นคำู่กัน บำดนี่เมื่อสร้ำงเสร็จแล้ว ถำมว่ำผลที่ได้รับคำืออิหยัง คำวำมเห็นของผมมำพิจำรณำสรุปแล้วได้สองอย่ำง ได้อิหยังว่ำติ๊ได้ข่ม ๑ ได้ยอ ๑ หำกเฮ็ดสวยเฮ็ดงำมกะว่ำ โอ้ ดีน้อหลวงพ่อ งามหลายยกยอกันไป บำดเฮ็ดขี้ร้ำยกะว่ำ เฮ็ดขี้ร้ายตายมันแท้มีสำนี่ �่ บ่มีหยังโลกอันนี้แล้วกะขั่นว่ำแท้ๆ แล้ว คำวำมเป็นจริงแล้ว คำวำมสวยคำวำมงำมมันกะบ่มีสรุปแล้วในโลกนี้อย่ำงหลวงตำเพิ่นด่ำเตือนอยู่นีเด้ ่ทำเฮ็ดหรูๆ หร ี่ำๆ นี มันหลอกกัน มันทำ�ำให้จิตใจเน่่ำเฟะ เฮ็ดของสวยๆ งำมๆ อย่างอยู่วัดของเพิ่น เพิ่นบ่ให้เฮ็ดเด้ล่ะ แต่ลูกศิษย์เพิ่นแอบเฮ็ดเวลาเพิ่นบ่อยู่วัด วัดใด๋ๆ ทุกมือนี้มีแต่สร้างหรูๆ้หราๆ สวยๆ งามๆ อย่างสร้างศาลานี่เอาลิ้นเลียได้พู้นเด้แข่งขันกันธรรมบ่ได้เกิดในสถานทีเช่นนี่ ้บ่อนธรรมสิเกิดน่ะ เพิ่นไปปฏิบัติอยู่ในป่าในเขาในฝุ่นในฝอยพู้นเด้แนวปูนอนเพิ่นกะเอาใบไม้ปูแล้วกะเอาผ้าอาบปูใส่สา�่นัน้เอาผ้าอาบนา�้ปูใส่ลานขีหินโลดใน้ถา�้ในเหว เพิ่นไปภาวนาไปวิเวกเพิ่นได้ก�าลังจิตก�าลังใจได้ธรรมมาในสถานทีจั่ ่งซั่นเด้บ่แม่นได้ตรงศาลางาม กุฏิงามเด้สรุปแล้วสมัยก่อนกับสมัยนี้มันต่ำงกันหลำยปำนฟ้ำกับเหว เฮ็ดจั่งใด๋ให้ฟื้นให้ฟูขึนมาได้้170


ให้พากันส�าเหนียกรักษาไว้ ให้พากันปฏิบัติเหมือนกับสมัยที่ท่าน (หลวงตามหาบัว) อยู่กับเรานั่นล่ะ รักษาข้อวัตรปฏิบัติให้เหมือนเดิม รักษาไว้อันนี้อนุรักษ์ไว้ถ้าพวกเราไม่ช่วยดึงกันไว้มันจะหมดแล้วนะ ทุกวันนีจะไปกันใหญ่แล้ว้พวกหนึงก็ไปก่อสร้าง ่ ก็เลยเอาการก่อการสร้างเป็นเครืองอยู่่ช่วงทีหลวงตาท่านยังมีชีวิตอยู่นั่น้ท่านเตือนอยู่บ่อยๆ พอทำำ่ นไม่อยู่เทำำ่ นัน้เลยพากันเห่อเหิมการก่อการสร้างหรูๆ หราๆ กัน แล้วพวกทีเขาออกมาปฏิบัติ่สุดท้ายภายหลังจะยึดอะไร เขาเห็นพวกเราแล้วจะเข้าใจว่าการก่อสร้างนีเป็นปฏิปทาของครูบาอาจารย์บ้อ ้ถ้ำพวกเรำไม่ช่วยดึงกันเอำไว้แล้ว มันจะหมดแล้วนะกรรมฐำน เวลำมีพระมำหำผมแต่ละคำณะๆ ผมก็ถำมว่ำที่วัดน่ะมันมีทำงจงกรมบ้ำงไหม ผมว่ำพระสมัยนี้ทุกวันนี้มันกลัวทำงจงกรมเหมือนกับกลัวเสือ คำล้ำยๆ ว่ำเห็นเสือหมอบอยู่บนทำงจงกรม ก็เลยไม่พำกันเดิน ให้พำกันท�ำคำวำมเข้ำใจว่ำ ข้อวัตรที่ครูบาอาจารย์ได้พาพวกเราปฏิบัติกันมาแต่ก่อนนั้นคือข้อบุญนั่นเองพวกญำติโยมก็ให้รักษำข้อวัตรเหมือนกัน ข้อวัตรอะไร ทานวัตร ศีลวัตร ภาวนาวัตร ให้รักษำอนุรักษ์ไว้ถ้ำพวกเรำไม่อนุรักษ์ไว้รักษำไว้มันจะหมดไปเสื่อมเสียไป เสื่อมที่ไหนล่ะ อันดับแรกมันก็เสื่อมหมดไปจำกตัวเรำใจเรำนี่แหละเพรำะฉะนั้นจึงให้พำกันรักษำไว้ เห็นไหมพอหลวงตำจำกพวกเรำไปมันโผล่ขึ้นมำเลยแรกๆก็เรื่องสีผ้ำ เขำสั่งให้เอำสีเหลืองๆมำใส่มำห่มผมก็เลยบอกหมู่คำณะของพวกเรำว่ำให้อนุรักษ์ไว้ผ้ำแก่นขนุนนี้ที่พวกเรำใช้มำจนถึงปัจจุบันนี้หลวงปู่มั่นท่ำนอธิษฐำนจิตว่ำสีผ้ำในสมัยคำรั้งพุทธกำลนั้นท่ำนใช้กันแบบไหน ท่ำนว่ำพระอรหันต์มำแสดงให้ท่ำนรู้ท่ำนเห็นจึงได้คำวำมมำ เพรำะฉะนั้นท่ำนจึงได้พำปฏิบัติรักษำมำ พวกเรำต้องอนุรักษ์ไว้จะมำให้ใช้ผ้ำสีเดียวกันหมดไม่ได้พระพุทธเจ้ำท่ำนไม่ได้ทรงปฏิบัติมำ ท่ำนอนุญำตของ ๖ อย่ำงที่สำมำรถน�ำมำย้อมผ้ำได้เวลำผมไปเจอหมู่เพื่อนคำรูบำอำจำรย์ทั้งหลำย ผมก็ว่ำให้พวกเรำอนุรักษ์ไว้รักษำไว้นั่นล่ะให้ส�ำเหนียกไว้ คำรูบำอำจำรย์ท่ำนพำปฏิบัติมำ รักษำไว้ข้อวัตรคำือข้อบุญ ถ้ำไปทิ้งพวกนี้แล้ว มันภำวนำให้เป็นไปไม่ได้171ที่่ระลึึกงานพระราช�ทานเพลิิงสรีีระสัังขารพระราชมงคลวชิิรธรรม วิิ. (หลวงปู่่�บุุญมา คััมภีีรธััมโม)


172


เหตุของความเสื่อม เบิ่งแล้วเหตุของความเสือมนี่ ้ข้อแรกคือกำรเกี่ยวข้องกับกำรงำนภำยนอกเกินไป ตัวอย่ำงกำรจัดงำนถวำยเพลิงศพหลวงปู่พรวัดประชำนิยม บ้ำนหนองหลวง สมัยนั้นมันบ่มีเต้นท์ไว้กำงคำือจั่งทุกมื้อนี้อำจำรย์เพิ่นผู้จัดงำนเลยให้ญำติโยมพำกันไปหำตัดเอำไม้ไผ่เอำมำจักสำน ถักรอยขัดท�ำฝำแถบตองเฮ็ดเป็นปะร�ำไว้ต้อนรับคำรูบำอำจำรย์เฮ้ย กว่ำสิแล้วใช้เวลำเป็นเดือนสองเดือน ข้อวัตรกะเลยเพพังมำแต่พู้น พระเณรผู้น้อยพำกันตำยจำกข้อวัตรเบิ้ด มำสมัยนี้ยิ่งแล้วใหญ่งำนแต่ละงำน ผมได้ไปพักอยู่วัดบ้ำนตำดคำือกันในคำรำวงำนของเพิ่นหลวงตำ มันหลำยพรรคำหลำยพวกเข้ำมำรวมกัน ทั้งฝ่ำยคำณะเฮำ ทั้งฝ่ำยมหำนิกำย ทั้งฝ่ำยปริยัติทั้งฝ่ำยปฏิบัติมำบวกกันเข้ำกับญำติโยมโรงทำน บำงคำนบำงคำณะกะรู้กฎรู้ระเบียบ บำงคำนบำงคำณะกะบ่รู้กฎข้อวัตรปฏิบัติอิหยัง เลยไปกันใหญ่ เรื่องไปคำำรวะกะคำือกัน มีหนังสือมำแจ้งก�ำหนดกำรในพรรษำนี้ว่ำ ทุกวันอำทิตย์ไปวัดนั้นวัดนี้บ่ว่ำงเลย ผมบ่เอำน�ำแล้ว สมัยก่อนอำจำรย์ผู้น�ำไป เพิ่นพำไปคำำรวะหลวงปู่วัดหินหมำกเป้ง หลวงปู่บัวพำ หลวงปู่พระธรรมไตรโลกำจำรย์แล้วกะไปหลวงปู่ขำว ถ�้ำกลองเพล เวลำไปนี่ พวกญำติโยมเขำได้เต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แต่ว่ำทำงพระเฮำนี่ขำดทุนและเวลำกลับนี่ มำถึงในเมืองอุดรกะมืดคำำแล้ว �่พวกญำติโยมเขำกะลงไปหำกินข้ำวกินหยังของเขำแล้ว ทำงพระเฮำนี่กะนั่งจ้องอยู่ในรถ กลับมำฮอดวัดฮอดวำ บำงมื้อกะสี่ทุ่มห้ำทุ่ม บำงมื้อกะเที่ยงคำืน กลับมำวัดแล้วพระเณรสิไหว้พระสวดมนต์นี่สิมีพอ ๒-๓ รำยบ่บุ๊หรือว่ำพำกันนอนเลย บ่ได้ฮอดภำวนำ บำดนี้พอออกพรรษำมำแล้ว พวกบวชใหม่ๆนี่สึกหมด บ่แม่นผลรำยได้เด้มันเป็นผลรำยเสียมำกกว่ำ นั่นล่ะ ให้พำกันเข้ำใจ คำ�ำว่ำข้อวัตรกะคำือข้อบุญ ให้พำกันรักษำไว้อนุรักษ์ไว้ข้อวัตรปฏิบัติท�าลายโกดังกรรมฐาน หลวงปู่ว่ำสถำนที่ส�ำคำัญๆ ไปสร้ำงให้มันใหญ่โตขึ้นมำ มันมำท�ำลำยโกดังกรรมฐำน ไม่มีที่จะเก็บกรรมฐำน แทนที่จะอนุรักษ์เป็นธรรมชำติอย่ำงถำป่อง �้ บ้ำนทุ่งเชือก อ.วำริชภูมิไปดูซิตอนนี้มันไม่มีถำ�้ มันไปท�ำลำยถำ�้หรือเหมือนอย่ำงถ�้ำสำริกำที่หลวงปู่มั่นเคำยไปอยู่เนี่ย ศำลำใหญ่ขนำดนี้ ถ�้ำนี้ห่ำงจำกศำลำแคำ่๕-๖ เมตรเท่ำนั้นเอง หลังจำกนั้นก็ไปสร้ำงโบสถ์ไว้อยู่ข้ำงบนอีก ที่จะวิเวกภำวนำมันจะไม่มีเพรำะคำนมันไปท�ำลำยเกือบหมด และมีวันที่ไปประชุม เขำบอกว่ำต่อไปสร้ำงวัดเขำจะให้แคำ่๑๕ ไร่ที่๑๕ ไร่หลวงปู่ว่ำมันเหมือนอยู่กรงนก หันหน้ำหันหลังมันจะชนกัน เหมือนอย่ำงวัดในกรุงเทพฯ มี๑๕ ไร่ มันบีบไปในตัว มันจะไม่ให้มีวัดกรรมฐำน เพรำะฉะนั้นจึงว่ำให้พำกันฟื้นรักษำไว้ดึงหมู่เอำไว้มันจะหมดนะนี่เขำจะไม่ให้มีกรรมฐำนเหลืออยู่เลยเขำบังคำับทุกอย่ำง เขำบีบเข้ำปำนนั้น มันจะเอำให้หมดจริงๆ นะเนี่ยเพรำะฉะนั้นแล้ว พวกเรำทั้งคำรูบำอำจำรย์ทั้งญำติโยมให้รักษำช่วยกันเรื่องข้อวัตรปฏิบัติให้ดึงกันไว้เตือนกันไว้173ที่่ระลึึกงานพระราช�ทานเพลิิงสรีีระสัังขารพระราชมงคลวชิิรธรรม วิิ. (หลวงปู่่�บุุญมา คััมภีีรธััมโม)


จิตใจนี่แหละคือธรรมแท้อย่างทุกมือนี้แห่พากันไปสร้างโรงพยาบาล้แข่งครูบาอาจารย์ ครูบาอาจารย์เพิ่นภาวนาพอแฮงแล้ว เจ้าของภาวนายังบ่เป็นกะไปเฮ็ดตามเพิ่น มันบ่แม่น บางวัดบ่มีพระเลย พากันแล่นออกนอกวัดทังอาจารย์ทั้งลูกศิษย์ แล่นไปไส แล่น้ลงไปหาเงินหาศรัทธาญาติโยมแล้ว หาเงินมาสร้าง เอาอันนั้นมาเป็นข้อวัตรเครื่องอยู่ เฮ็ดไปเฮ็ดมามันติดเด้ มันกะเลยม่วนอยู่ในนั้น ข้อวัตรปฏิบัติที่ครูบาอาจารย์พาด�าเนินมาพากันทิ้งหมด แล้วสิเอาหยังเป็นความเจริญ สิงที ่ ควรเฮ็ดจริงๆ จังๆ แท้ๆ ่คือให้ตังใจประพฤติปฏิบัติ เสียสละชีวิตจิตใจต่อสู้้กิเลส แต่บ่เฮ็ด อันที่จริงแล้วจิตใจนี่แหละคือธรรมแท้ ค�ำว่ำ ธรรมคือจิตใจที่มันหมดจำกควำมมืดมนอนธกำร หมดจำกมลทิน คือกิเลสต่ำงๆ เรียกว่ำจิตใจเป็นธรรม ถ้ำจิตใจสกปรก เพิ่นบ ่เรียกว ่ำธรรม เพิ่นเรียกว ่ำจิตสกปรกใจสกปรก จิตกิเลส ใจกิเลส เกิดเป็นมื้อเป็นวันมำ มื้อใด๋ๆ จิตใจมีแต่คลุกเคล้ำเกลือกกลั้วกับสิ่งสกปรกโสโครก สิให้มันสะอำด สิให้มันผ่องใส เป็นไปบ่ได้ หำกบ่ชำ�ำระบ่ล้ำงบ่ขัดบ่เกลำมันแล้วมันคำอิหยัง ติดอิหยัง มันจึงไปบ่ได้เดี๋ยวนี้มันกะมัวแต่คำแพ้เขำอยู่นั่นแล้ว คำกิเลสบังคับ สติปัญญำบ่ทันกิเลสจักอย่ำงว่ำงั้นเถอะ กิเลสแซงออกหน้ำออกตำเบิ้ด ทำงตำมันกะออกหน้ำ ทำงหูจมูก ลิ้น กำย ใจมันแซงออกหน้ำทั้งเบิ้ด จั่งว่ำ อวิชำชำำปัจจยำ สังขำรำ อวิชำชำำควำมไม่รู้มันบงกำรออกมำ สรุปแล้วย่นเข้ำมำมันมีอันเดียวคืออวิชำชำำ อวิชำชำำ คือ ผู้รู้ผู้รู้คือ อวิชำชำำ ผู้รู้คือ ผู้หลง มำน�ำกัน อยู่น�ำกัน ให้พวกเรำมำปฏิบัติแก้จิตใจให้มันหำยจำกควำมหลง ขั่นเรำหวงไว้อยู่นี่ มันกะหวงไว้อยู่นี่คือกันแล้วใครล่ะเป็นผู้หวง ใครล่ะเป็นผู้ยึด ใครล่ะเป็นผู้ถือเพรำะว่ำมันอยู่น�ำกันเหตุฉะนัน เพิ้ ่นให้มาปฏิบัติเสียสละ เสียสละออกให้มันหมดจิตหมดใจ มันจังค่อยแม่น่ บาดนี่กะว่ามาปฏิบัติเพื่อเป็นนิสัย สิเอาชาติหน้า ชาติหน้าใครสิมาอภิเษกให้ ใครสิมาแก้ให้ ใครสิมารู้ให้ ใครสิมาเห็นให้ ใครสิมาปฏิบัติทา� จิตทา� ใจให้สงบให้ มันบ่มีเด้ มีแต่เจ้าของต้องแก้เจ้าของ เจ้าของต้องปฏิบัติให้เจ้าของเอง ผู้อืนเฮ็ดให้บ่ได้ ในเมื ่ อเป็นเช่นนี ่แล้ว ้เราก็ประพฤติปฏิบัติในปัจจุบันนีเลยล่ะ เพราะอนาคต้กับปัจจุบันก็เราเป็นผู้ทา� เอง แก้เอง ก็ปฏิบัติให้มันแจ้งในปัจจุบันนีเลย ไม่ต้องไปรอข้างหน้า้174


ให้คติญาติโยมเวลาไปอยู่วัด เวลาถ้าไปอยู่วัดนะ ให้เราถามตนเองบ่อยๆ ว่าเรามาแรกๆ เราตั้งใจมาจากบ้านจะไปอยู่ไปปฏิบัติถามว่ามาวัดมาทำ�าอะไร มานอนเฝ้าวัด หรือมานอนพักผ่อนกินเฉยๆ ถามตัวเองหนึง่ แล้วก็สอง อย่าไปเป็นนักโทำษ เดียวจะไปดูตาคนนั๋นใหญ่้ตาคนนีเล็ก ้มันจะกลายเป็นนักโทำษ อย่าไปติคนนั้น ไปชมคนนี้เดียวมันจะกลายเป็นนักโ ๋ทำษนักตินักชม ให้ดูตนเองไอ้นั่นมันเรื่องของเขา ดีก็เป็นเรื่องเขา ชั่วก็เป็นเรืองของเขา่ ทีนี้คนอื่นเวลามันทา� ผิดแปลกแหวกแนวออกจากหนทางที่ปฏิบัติถ้าเขาไม่ได้ปวารณาเราไว้เราอย่าไปเตือนเขา อย่าไปบอกเขาเว้นไว้แต่เขาปวารณาไว้ถ้าฉันปฏิบัติไปไม่ถูกหนทาง ผิดแผกแหวกแนวจากข้อวัตรปฏิบัติถ้าเขาบอกว่าให้เตือนได้จึงเตือนเขา หรือเวลาเขาทา� ผิดอย่างนี้เราก็ให้อภัยเขา อย่าไปยึดไปถือมัน ถ้าเราไปยึด ไฟมันจะมาเผาเรานี้ล่ะ ทีนี้เมื่อสรุปแล้ว มันก็ไม่เป็นเพราะเขา ไม่เป็นเพราะเรา ถ้าเกิดว่าเราไม่มีตาอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าเกิดเราไม่มีหูเสียงอะไรมันจะเกิดขึ้นเขาด่าก็เรื่องของเขา ถ้าเราไม่รับ มันก็ไม่มีปัญหา ถ้าไปแบกนี้ไม่ได้นะอย่างทุกวันนี้ โอ้ย พวกญาติโยมเขามาหาครูบาอาจารย์ ใครก็ไม่รู้จะมาแบกขอนยูงขอนยางมาใส่กัน กูก็ดี มึงก็ดี มีแต่คนดีๆ เข้ามาหากัน ทะเลาะกัน เข้ากันก็ไม่ได้ บางรายก็ขึงกล้ามปราบเพื่อนทำ้ังหมด มันก็ไม่ได้เรื่อง ทีนี้พอเราไปวัด ไม่ใช่เราไปหายึดเอาของพวกนี้เราไปละไปวาง ไปเช็คไปชั่งไปตวงดูว่า ค�าที่ว่าไปวัดไปอยู่วัด มันสั้นมันยาวขนาดไหน กิเลสอยู่ในหัวใจเราอุปาทานความยึดมั่นถือมั่นของเรามีมากมีน้อยขนาดไหน เราไปเช็คดูเราไปปล่อยไปวาง ทีนี้เรื่องอารมณ์เพราะว่าเราอยู่ในโลก โลกอันนี้เปรียบอุปมาเหมือนเราอยู ่กลางน�้ามหาสมุทรทะเลเราจะไปหลีกเลี่ยงคลื่นตรงไหนถ้าไม่มีคลื่นใหญ่คลื่นเล็กมันจะมา เพราะฉะนั้น ถ้าเป็นน�้าทะเลจริงๆ นะ เวลาคลื่นมาเขาจะผินหัวหน้าเรือใส่กันเลยเวลามาเรือมันจะกระโดดขึ้น ถ้าทิ้งข้างใส่ เรือมันจะจม อันนี้ก็เหมือนกันให้รู้จัก อย่าไปยึดไปถือ ให้ปล่อยวาง ท�าจิตใจให้สงบทำีนี้ถ้าจิตใจเรายังไม่ได้หลักได้ฐาน อย่าไปรับอารมณ์ ให้ปล่อย อย่าไปรับ คติธรรมทำ่านว่าอยู่คนเดียวให้ระวังความคิด อยู่ท่ามกลางหมู่มิตรให้ระวังปาก ทำีนีเวลาปากพูดไป้ ถ้าผิดก็ขออภัยเขาบางทำีถ้าเขาโกรธให้เรา บางทำีมันจะแสดงอาการมาหาเรา มันจะทำ�าให้จิตใจเราหงุดหงิด ทำ่านจึงให้อภัยเวลาอยู่ร่วมกัน เหมือนกับพระอรหันต์๔๐๐-๕๐๐ทำ่านสงบ อีกอย่างหนึ่ง ก็ไปรักษาความสงบสงบกาย สงบวาจา มันถึงจะย้อนเข้ามาสงบใจอย่าไปปล่อยอารมณ์ก็ไม่ได้ต้องรักษาความสงบสงบภายนอก สงบภายใน175ที่่ระลึึกงานพระราช�ทานเพลิิงสรีีระสัังขารพระราชมงคลวชิิรธรรม วิิ. (หลวงปู่่�บุุญมา คััมภีีรธััมโม)


176


อดนอน ผ่อนอาหาร อันเรื่องอดอำหำรนี้ก็ให้เรำสังเกตเด้มันมีเหตุผลอดไป เวลำภำวนำถ้ำมันเป็นไปก็ท�ำไป ถ้ำมันไม่ได้เรื่องก็ให้ผ่อนเอำ ถ้ำจิตใจสงบไปได้เรำก็ท�ำไป ถ้ำจิตใจมันสงบไม่ต้องไปห่วงมันหรอกร่ำงกำย เป็นอย่ำงไรก็ช่ำงมันถ้ำจิตใจของเรำมีก�ำลังมีพลัง มันก็เป็นยำโอสถอันหนึ่งเหมือนกัน มันไม่เป็นไร ทีนี้อย่างอดนอนนี่ถ้ามันได้ก�าลังก็อดไปถ้ามันไม่ได้ก�าลังก็ผ่อนหาวิธี อย่างรับประทานอาหารถ้าไม่อดก็ให้ผ่อนสันผ่อนยาว้ฉันมากๆลองดูเวลาปฏิบัติเป็นยังไง มันสบายไหม ฉันครึงๆ่กลางๆเป็นยังไง ไม่ฉันเลยเป็นยังไง ทังย้อนหน้าย้อนหลัง้ไม่ใช่จะเอารวดเดียว แต่ว่ำถ้ำอดอำหำร มันนั่งได้นำน กำยเบำ จิตเบำ แต่ว่ำหลวงปู่เวลำอดอำหำร มันหงุดหงิด ออกไปข้ำงนอก ท�ำกิจวัตรเวลำตีตำด ถูกอะไรมันจะวูบวำบแต่มันก็ดีอีกอย่ำงหนึ่ง ดีคำือว่ำ เรำจะรู้ว่ำคำวำมโกรธมันมีหรือมันไม่มีเป็นกำรเช็คำในตัวเหมือนกันถึงแม้จะเป็นแม่ ก็จับต้องตัวพระลูกชายไม่ได้ วันหนึ่งหลวงปู่เดินไปกรำบเจดีย์ที่พม่ำ เห็นลูกชำยบวชเป็นพระเห็นแม่เดินกอดพระลูกชำย หลวงปู่เดินขึ้นตำมหลังเขำก็เลยว่ำ “เอ๊ ท�าไมท�าแบบนี้ แม่เป็นผู้หญิง ท�าไมถึงไปกอดพระ” เขำตอบว่ำ “ที่กอดเพราะจะให้พระลูกชายพาขึ้นสวรรค์” หลวงปู่ก็เลยว่ำ“มันจะพำขึ้นสวรรค์หรือจะพำกันลงนรก ลงนรกเพราะอะไร เพราะมันไม่รักษาธรรมวินัยของพระพุ ทธเจ้า พระพุ ทธเจ้าว่า ถึงแม้มารดาตกน�า้กา� ลังจะตายอยู่นี้ท่านไม่ให้ไปจับไม่ให้ไปกอดถ้ามีผ้าก็ให้ยืนผ้าให้จับ่หรือถ้ามีไม้ก็ยืนไม้ให้จับลากแม่ขึ่น้ไปได้ห้ามไม่ให้ไปกอด ห้ามไม่ให้จับ ไม่ให้แตะต้องถึงขนาดนั้นเด้”177ที่่ระลึึกงานพระราช�ทานเพลิิงสรีีระสัังขารพระราชมงคลวชิิรธรรม วิิ. (หลวงปู่่�บุุญมา คััมภีีรธััมโม)


การสวดมนต์ กำรสวดมนต์ คำือ กำรสำธยำยสรรเสริญคำุณของพระพุทธเจ้ำ เพื่อน้อมจิตใจให้เข้ำในคำ�ำสวด บำงคำนนั่งสวดไปๆ จิตจดจ ่ออยู ่กับตัวหนังสือบทสวด สงบๆ ลงจิตวำงจำกคำ�ำสวด ก็ให้หยุดเสียก่อน แล้วนั่งภำวนำต่อเลย การสวดมนต์นี้เป็นอุบายกล่อมจิตให้สงบลงเป็นสมาธิ บ่แม่นสวดไปแบบไม่มีความหมาย สวดเพื่อให้จิตใจมันคุ้นเคยกับธรรมค�ำสอนของพระพุทำธเจ้ำ178


การสวดมนต์ กำรสวดมนต์ คำือ กำรสำธยำยสรรเสริญคำุณของพระพุทธเจ้ำ เพื่อน้อมจิตใจให้เข้ำในคำ�ำสวด บำงคำนนั่งสวดไปๆ จิตจดจ ่ออยู ่กับตัวหนังสือบทสวด สงบๆ ลงจิตวำงจำกคำ�ำสวด ก็ให้หยุดเสียก่อน แล้วนั่งภำวนำต่อเลย การสวดมนต์นี้เป็นอุบายกล่อมจิตให้สงบลงเป็นสมาธิ บ่แม่นสวดไปแบบไม่มีความหมาย สวดเพื่อให้จิตใจมันคุ้นเคยกับธรรมค�ำสอนของพระพุทำธเจ้ำ


180


ก้อนปัจจัย ก้อนปิดใจ ก้อนเปิดใจ คำ�ำว่ำ สุขๆ ที่มีในโลกของเรำนี้นั้น ก็ยอมรับว่ำมีอยู่หรอก แต่ท่ำนว่ำสุขเท่ำหำงอึ่ง เป็นสุขอำศัยอำมิสสุขอำศัยปัจจัย ปัจจัยคำืออะไร ปัจจัยก็คำือร่ำงกำยของเรำนี่แหละ ท่ำนว่ำมันเป็นก้อนธำตุก้อนปัจจัยร่ำงกำยนี้ประกอบด้วยก้อนดิน ก้อนนำ�้ ก้อนไฟ ก้อนลม ท่ำนเรียกว่ำก้อนปัจจัย ก้อนปิดใจ ก้อนเปิดใจ ก้อนสกนธ์กำยอันนี้ ถ้ำหำกใจของเรำยึดก้อนธำตุอันนี้ว ่ำเป็นตนเป็นตัวเป็นสัตว์เป็นบุคำคำลแล้ว อย่ำงนี้เรียกว่ำก้อนปิดใจเพรำะมันปิดหนทำง ปิดหนทำงที่จะออกหนีจำกกองทุกข์ แล้วก้อนเปิดใจล่ะ ถ้ำหำกใจของเรำมีสติปัญญำ พิจำรณำเห็นว ่ำ ก้อนสกนธ์กำยนี้ไม ่ใช ่สัตว์ ไม่ใช่บุคำคำลตัวตนเรำเขำ แต่เห็นว่ำเป็นสักแต่ว่ำก้อนธำตุที่ประกอบกันเฉยๆ นิสสัตโต ไม่ใช่สัตว์ นิชชีโว เป็นสิ่งไม่มีชีวิต สุญโญ เป็นของว่างเปล่า ไม่มีใครเป็นเจ้าของหำกเห็นอย่ำงนี้เรียกว่ำก้อนเปิดใจเปิดใจให้ออกจำกคำวำมยึดมั่นถือมั่น เมื่อไม่ยึดมั่นถือมั่น มันก็ไม่ทุกข์ไม่สำมำรถปิดจิตปิดใจได้แล้วทีนี้ แล้วไม่ใช่ว่ำท่ำนให้เรำไปตำมรู้ในดินฟ้ำอำกำศนะเรื่องเหล่ำนี้แต่ท่ำนให้คำ้นลงไปในก้อนร่ำงกำยที่เรำมีอยู่นี่แหละ ให้มันเห็นตำมคำวำมเป็นจริง วำงตำมคำวำมเป็นจริง รู้ของจริง มันจริงยังไง จริงทุกข์๑ จริงสมุทัย เหตุให้ทุกข์เกิด ๑ จริงหนทางเข้าไปดับทุกข์เรียกว่า มรรค ๑ เมือทุกข์ดับลงไป่ท่านให้ชือว่า่นิโรธ ๑ ถ้าเป็นภาษาบ้านเราก็ว่า “หนีโลด”ท�ำไมท่ำนถึงว่ำให้หนีโลด เอ้ำ ก็เพรำะว่ำมันเป็นก้อนทุกข์ทั้งหมด แล้วเรำยังจะมำยึดไว้ท�ำไม มันเป็นทุกข์เรำชอบเหรอทุกข์ เมื่อเรำไม่ชอบ ท่ำนจึงว่ำหนีโลดแต่กิเลสของเรำมันไม่ให้เห็นอย่ำงนั้นน่ะสิ แล้วท�ำอย่ำงไรมันจึงจะเห็นอย ่ำงนั้น ท ่ำนให้คำ้นลงไปในก้อนกำยของเรำนี่แหละ ให้ใช้ปัญญำคำ้นคำิดพิจำรณำลงไปให้เห็นตำมคำวำมเป็นจริง แล้วท�ำไมจิตจึงไม่สำมำรถพิจำรณำให้เห็นอย่ำงนั้นได้ก็เพรำะว่ำใจมันไม่มีคำวำมสงบน่ะสิถ้ำหำกว่ำใจมันเคำยสงบลงรวมสักคำรั้งแล้ว มันจะรู้เองหรอกเรื่องนี้ไม่ต้องมีคำนบอกมันก็รู้181ที่่ระลึึกงานพระราช�ทานเพลิิงสรีีระสัังขารพระราชมงคลวชิิรธรรม วิิ. (หลวงปู่่�บุุญมา คััมภีีรธััมโม)


ท�าความเห็นให้ตรงกับความเป็นจริงระวังเรือจะล่มเวลาจอด บอดเวลาแก่ อีสำนเขำว่ำ ล่มบัดจอด บอดบัดเฒ่ำเข้ำดงยำมคำำ�่ว่ำซั่นเด้เข้ำป่ำเข้ำดงเวลำแก่ อ้อ เวลำพระอำทิตย์อัสดง อย่ำงว่ำล่ะมันอยู่กรุงเทพฯ มันไม่เห็นทุกข์มันไม่เจอทุกข์มันก็เลยไม่คำิดอยำกจะหนีจำกทุกข์ สุขที่มันปรำกฏอยู่ในโลกนี้มันหลอก หลอกให้เกิด ให้แก่ ให้เจ็บ ให้ตำย อยู่ในโลกไม่มีที่จบที่สิ้นแต่คำวำมจริงแล้ว พระอริยเจ้ำท่ำนว่ำมันเป็นทุกข์มันทุกข์เพรำะอะไร ทุกข์เพรำะมันเกิด พอเกิดขึ้นมำมันเป็นทุกข์แล้วสุขกับทุกข์มันมำพร้อมกัน ท�ำไมมันถึงเป็นทุกข์เพรำะมันแก่ พอเกิดปุ๊บเข้ำปฏิสนธิปุ๊บในคำรรภ์มำรดำ คำวำมแก่มันก็มำพร้อมกันเลย แก่อย่ำงไร พอไปแรกๆ มันก็เป็นน�้ำเด้เป็นกลละ เป็นอัมพุทะ เป็นเปสีเป็นน�้ำมัน แล้วก็เป็นก้อนเลือด เป็นปัญจสำขำ ๕ แห่ง มันแก่ไปโดยล�ำดับเด้นั่น นี้ท่ำนจึงว่ำมันแก่แบบปกปิดทำีนีเวล้ำนังอยู่ในครรภ์ม่ำรดำอยู่ในทำ้องแม่นี จะว่้ำมันสุขหรือว่ำมันทำุกข์ล่ะ ก็เพราะอาหารของแม่ตัง้อยู่บนศีรษะของทารก อยู่ตรงกลางๆ นี้เวลาเขากินของเผ็ดๆ มันก็ไหลซึมเข้าตา ซึมเข้าในปากเนืออ่อนๆ้มันก็แสบเผ็ดร้อน จะว่ามันทุกข์หรือว่ามันสุข แล้วก็นังยองๆ่ เอามือปิดหน้าแล้วก็ผินหลังออกมาข้างนอกผินหน้าเข้าไปหากระดูกสันหลังของแม่ ขาก็ไม่ได้เหยียด แขนก็ไม่ได้เหยียด ๙ เดือน ลองดูมันจะสุขหรือมันจะทำุกข์ ดังนั้นกำรปฏิบัติไม่ใช่อย่ำงอื่นเด้ท่ำนให้หำทำงหนีจำกกองทุกข์แต่พวกเรำไม่เป็นอย่ำงนั้น ชอบหำทำงเข้ำไปหำกองทุกข์เข้ำไปหำตรงไหน เข้ำไปหำคำวำมเกิดนี่แหละยินดีในกำรเกิด ถึงไม่ยินดีมันก็คำล้ำยๆ กับมันยินดีนี่แหละท�ำไมล่ะ ช่วงร่ำงกำยมันจะเเตกจะดับนี้มันไม่อยำกแตก มันไม่อยำกตำย มันหำทำงป้องกัน เวลำเจ็บปวดรวดร้ำวขึ้นมำ เป็นไข้เป็นหนำว เป็นอะไรสำรพัดอย่ำงที่มันปรำกฏขึ้นมำ ก็วิ่งหำที่พึ่ง ไปพึ่งยำ ไปพึ่งหมอ นอกจำกหมอกับยำแล้ว ก็พึ่งญำติพึ่งมิตร พึ่งลูกพึ่งหลำน พึ่งคำนอยู่รอบข้ำง อยำกให้เขำช่วยแก้ได้ชั่วคำรำวเท่ำนั้น พอสุดท้ำยมันทนไม่ไหวมันก็ปล่อย พอมันปล่อยมันก็แตก เมื่อมันแตกทีนี้ก็เข้ำใจเอำเองว่ำตัวนี้เป็นคำนล้มคำนตำยซั่นเด้แต่เมื่อเข้ำไปถึงคำวำมจริงแล้ว จิตใจไม่ได้ตำยหรอก ร่ำงกำยมันแตกต่ำงหำก ทีนี้ที่ว่ำตนเองตำย ก็เพรำะจิตใจเข้ำไปยึดร่ำงกำยร่ำงกำยแตกก็ว่ำตัวเองจะตำย มันก็จริงอยู่เพรำะจิตเข้ำไปยึด จิตใจก็เลยไปเป็นกำยไปเป็นรูปร่ำง เพรำะฉะนั้นท่ำนจึงให้มำปฏิบัติ ท�ำอย่ำงไรจิตมันจึงจะถอนออก ท�ำอย่ำงไรมันถึงจะทิ้งร่ำงกำยนี้ได้ ถ้ำทิ้งร่ำงกำยนี้ไม่ได้ตรำบใดก็เป็นทุกข์อยู่ตรำบนั้นแหละ สรุปแล้วมันทุกข์เพรำะมันมีมีอะไร มีร่ำงกำย แต่โดยส่วนมำกโลกเขำนิยมกันว่ำ ถ้ำขึ้นชื่อว่ำทุกข์แล้วเขำก็เข้ำใจว่ำคำือกำรที่ไม่มีทรัพย์ไม่มีสมบัติไปโน้น จึงว่ำมันเป็นทุกข์จริงๆ แล้วมันทุกข์ของมันอยู่ในธรรมชำติอยู่ตลอด แต่โมหะคำวำมหลงมันคำรอบง�ำมันปกปิด มันไม่ให้รู้ท่ำนจึงให้ชื่อว่ำตัวอวิชชำ คำวำมไม่รู้เมื่อไม่รู้ตัณหำมันก็บวกขึ้นมำ คำือคำวำมอยำก อยำกได้อะไรทีนี้อยำกได้ทรัพย์อยำกได้สมบัติอยำกได้ทรัพย์สมบัติเอำมำท�ำอะไร เอำมำบ�ำรุงบ�ำเรอร่ำงกำยเพื่อให้มันอยู่รอด ให้มันอยู่ดีกินดีซั่นเด้คำวำมหมำย ไม่ให้มันมีทุกข์ไม่ให้มีโรคำภัยเบียดเบียน อำศัยทรัพย์อำศัยสมบัตินั้น พอเวลำโรคำภัยมันเกิดขึ้นทีนี้เงินล้ำนก็เอำไม่อยู่ เงินแสนก็เอำไม่อยู่ เงินโกฏิก็เอำไม่อยู่ อันนั้นมันเป็นปัจจัยเคำรื่องบ�ำรุงเพื่อให้อยู่รอดเป็นวันๆ เท่ำนั้น พอสุดท้ำยมันก็จะแตกท�ำไมมันจึงแตก ก็เพรำะธรรมชำติมันเป็นของแตก มันแปรปรวนเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกขณะจิต มันเหมือนกับลมหำยใจนี่แหละ หำยใจออกแล้วก็หำยใจเข้ำ กลับไปกลับมำอยู่ของเก่ำ182


183ที่่ระลึึกงานพระราช�ทานเพลิิงสรีีระสัังขารพระราชมงคลวชิิรธรรม วิิ. (หลวงปู่่�บุุญมา คััมภีีรธััมโม)


เพรำะฉะนั้น เมื่อตื่นจำกกำรหลับพอรู้เนื้อรู้ตัวแล้วนี้ท่ำนให้ตั้งใจปฏิบัติแล้วเวลำปฏิบัตินั้น ท่ำนไม่ให้กลัวตำยอย่ำไปกลัวตำย ปฏิบัติให้มันผ่ำน ผ่ำนเวทนำเข้ำไปให้มันรู้ ท�ำจิตใจให้มันสงบ จิตใจสงบก็หมำยถึงว่ำกิเลสมันเข้ำไปสงบนิ่งเฉยๆ เด้นั่นนะไม่ใช่มันละได้ถอนได้เด้กิเลสมันเข้ำไปหลบมุมเฉยๆ จะถำมว่ำกิเลสอยู่ที่ไหน ก็จิตใจตัวเองนี้ล่ะ ตัวมันหลงๆ นี้ท่ำนให้ชื่อว่ำตัวกิเลส มันท�ำให้เรำหลง ท�ำให้จิตใจนี้ว้ำวุ่นขุ่นมัว ท�ำให้จิตใจนี้มืดมนอนธกำรหนักเหนื่อยเมื่อยล้ำ ขี้เกียจขี้คำร้ำน ง่วงเหงำหำวนอน กำรกินอยู่หลับนอนกลำยเป็นงำนของอวิชชำตัณหำ เป็นงำนของเขำหมด ร�่ำรวยนี้ก็งำนของเขำอีก ยำกจนเข็ญใจไร้ทรัพย์อับปัญญำนี้ก็งำนของเขำหมด เพรำะฉะนั้นโลกทั้งโลกมันไปสำยเดียวกันหมด เหมือนกับน�้ำไหลจำกที่สูงลงไปสู่ที่ต�่ำ และก็ไหลลงไปสู่ทะเล ทะเลก็ทะเลหลวง คำ�ำที่ชื่อว่ำทะเลหลวง แม่น�้ำมหำสมุทรทะเลนี้มันมองสุดสำยตำ อันนี้ก็เหมือนกัน ทะเลหลงก็มองสุดสำยตำเหมือนกัน ไม่มีที่จบ มันยำว ทะเลหลง ทะเลสมมุติทะเลบัญญัติสมมุติเรียกว่ำสัตว์ว่ำบุคำคำล ว่ำหญิงว่ำชำย โลกทั้งโลกมันสมมุติเรียกกันอย่ำงนี้หลงกันอย่ำงนี้ คำือหลงสมมุติหลงบัญญัติควำมจริงให้มันทำุกข์มำกๆ มันดีทำสุด ี่มันจะสันเข้ามา้มันจะใกล้ตัวเข้ามา ให้มันทุกข์มากๆ ให้มันเจ็บมากๆให้มันปวดมากๆ ให้มันร้อนมากๆ ให้มันหนาวมากๆ นีมันจะไล่เข้าหาความจริง่ร้อนจริงๆ มันอยู่ตรงไหนเย็นจริงๆ มันอยู่ตรงไหน หรือมันอยู่กับกาย ก็ถามกายดูถามอวัยวะทุกส่วนเขาดูเขาเป็นใคร เขามีความรู้สึกนึกคิดไหม เขารู้จักเจ็บจักปวดไหม สรุปแล้วร่างกายเขาเป็นปกติธรรมชาติของเขาเด้นัน่มหาเหตุมหาเรือง่นั้นคือจิตใจต่างหาก ถ้าจิตไม่ทุกข์ ไม่มีอะไรทุกข์ จิตไม่ร้อน ไม่มีอะไรร้อน จิตไม่หนาว ไม่มีอะไรหนาวจิตไม่วุ่นวาย ไม่มีอะไรวุ่นวาย นั่นน่ะ มันหดตัวเข้ามา มันมารวมอยู่จุดเดียวคือดวงจิตนี้เมือรวมเข้ามา่อยู่ในดวงจิตนี้ท่านก็ให้ชือว่าตัวยอดอวิชชา่ยอดตัณหา ยอดกิเลส มารวมอยู่ทีจิต่ แต่ว่ำหนทำงที่จะผ่ำนเข้ำไปประโยคำแรก บันไดขั้นแรก คำือตัวสักกำยทิฐิ คำวำมยึดมั่นถือมั่นในกำยเมื่อมันผ่ำนกำยเข้ำไป หำยคำวำมสงสัยจำกกำย มันจะไปรวมอยู่ที่จิต ภำพของมันส่วนละเอียด มันจะไปฝังอยู่ในดวงจิต ส่วนกำยนี้ท่ำนให้มำพิจำรณำแยกแยะออก ท�ำยังไงจิตมันจะผ่ำนกำยจะทิ้งกำยนี้ได้ก่อน เป็นประโยคำแรกขั้นแรก จนเกิดคำวำมเห็นชัดเจนลงไปว่ำ ไม่เห็นร่ำงกำยนี้เป็นตน และก็ไม่เห็นตนนี้เป็นกำยไม่เห็นกำยมีในตน ไม่เห็นตนมีในกำย พู้นเด้มันถึงจะหดตัวเข้ำไปหำดวงจิต ไปรวมอยู่ที่จิต เมื่อไปรวมอยู่ที่จิต มันจะได้ดูจิตทีนี้จิตที่มันย้อนออกมำยึดของภำยนอกกระจำยอยู่กับอำยตนะ ตำ หูจมูก ลิ้น กำยใจ และก็เวทนำ คำวำมสุข คำวำมทุกข์สัญญำ คำวำมจ�ำได้หมำยรู้สังขำรคำวำมปรุงคำวำมแต่ง คำวำมคำิดคำวำมนึก วิญญำณ คำวำมรับทรำบ นี้มันจะย้อนหดตัวเข้ำไปหำดวงจิตนี้ท�ำอย่ำงไรมันถึงจะเบื่อมันล่ะทีนี้ ประโยคำแรกท่ำนให้มำปฏิบัติท�ำจิตใจให้มันเป็นสมำธิก่อน ถ้ำไม่เป็นสมำธิมันพิจำรณำไม่ได้ให้ดูกำยไม่ถึง ๕ นำทีมันก็ไปอย่ำงอื่นแล้วเนี่ย มันวุ่นวำยเพรำะฉะนั้นมำปฏิบัติให้มันเป็นสมำธิเมื่อมันเป็นสมำธิสงบแล้ว จิตมันไม่ฟุ้งซ่ำน ก็ให้รีบคำ้นคำว้ำพิจำรณำม้ำงร่ำงกำยนี้ มันมีอะไรอยู่ในนี้แยกแยะออกให้มันหำยสงสัยเมื่อมันหำยสงสัยจำกร่ำงกำย ก็ย้อนเข้ำไปหำจิตใจ ตัวส�ำคำัญมันอยู่ที่จิต ให้ก�ำหนดดูดวงรู้ๆ ดวงหลงๆ นี้มันมีอะไรเกิดไหม ถ้ำมันมีอะไรเกิด มันก็มีเมื่อรู้ว่ำมันเกิด สิ่งที่มันเกิด มันก็ดับ ถ้ำมันไม่มีอะไรเกิด มันก็ไม่มีอะไรจะดับ แน่ะแล้วถ้ำไม่มีอะไรเกิด จะเอำทุกข์มำจำกที่ไหนทีนี้ ถ้ำสติมันรู้ตัวรู้นี้มันไม่มีตัวตนเด้ดวงจิตดวงใจแท้ๆ มันไม่เป็นตัวเป็นตน มันเป็นนำมธรรม ถ้ำจะว่ำสุข มันก็สุขล้วนๆ ท่ำนจึงให้มำปฏิบัติคำ้นคำว้ำพิจำรณำ ท�ำจิตใจให้มันว่ำง ไม่ให้มันมีอะไรตกคำ้ำงอยู่ภำยในจิตใจ ไม่มีก็คำือมันไม่มีมันก็สบำยเท่ำนั้น จะถามว่าที่มันไม่มีทุกข์มันอยู่ที่ไหน มันก็อยู่ที่มันไม่มีนั่นแหละ แล้วใคำรจะเป็นผู้รู้ทีนี้184


นอกจำกเรำจะเป็นผู้รู้แล้ว จะให้คำนอื่นเขำมำเป็นผู้รู้ให้ไม่ได้ โดยส่วนมำกมันส ่งออกไปข้ำงนอกพู้นเด้มันไม่มีสติมันลืมเนื้อลืมตัวแล้วมันก็จะกลำยเป็นนิสัยทีนี้ขนำดนอนหลับไปมันยังฝันต่ออีก นั่น มันพ้นทุกข์มันก็พ้นอยู่อันที่มันไม่มีทุกข์นั่นน่ะ ธรรมชำติมันบอกแล้วเด้ต้องรู้ของใคำรของเรำ ต้องรู้ทีนี้มันทุกข์เพรำะมันมีเพรำะเรำหลงเข้ำไปยึด เขำยอก็ยึด เขำข่มก็ยึด เขำด่ำก็ไปยึด เขำหัวเรำะก็ไปยึด เขำร้องไห้ก็ไปยึด อำกำรของโลกนั้น โลกแท้คำือจิตใจของเรำนี่แหละ ถ้ำย้อนเข้ำมำถึงคำวำมจริงนะ ถ้ำจิตใจมันไปลุ่มหลง ไปยึดโลก จิตใจมันก็เป็นโลก ไปยึดสัตว์ก็เป็นสัตว์ไปยึดบุคำคำลก็เป็นบุคำคำลมันหลงเข้ำไปยึดไปถือ สัตว์มันอยู่ตรงไหน บุคำคำลมันอยู่ตรงไหน ถ้ำแยกออกไปแล้ว รวมอยู่ในก้อนสกนธ์กำยมันก็มีธำตุทั้ง ๔ เท่ำนั้นรวมกันอยู่นี้เคำยถำมเขำไหมว่ำ ธำตุดินนี้มันเป็นของใคำร ธำตุน�้ำมันเป็นของใคำรธำตุไฟมันเป็นของใคำรธำตุลมมันเป็นของใคำรเขำจะให้คำ�ำตอบไหม นี่มันส่งออกข้ำงนอกตะลอนๆ มันไม่ได้ย้อนศรเข้ำมำหำคำวำมจริง เข้ำมำหำดวงจิตหำดวงใจวันนี้ก็คำิดว่ำพรุ ่งนี้ พรุ ่งนี้ก็คำิดว่ำพรุ ่งนี้ต ่อไปเรื่อยๆอนำคำตนะ แล้วพรุ่งนี้ใคำรจะมำอภิเษกให้เรำ ใคำรจะมำปฏิบัติให้เรำใคำรจะมำรู้ให้เรำ ใคำรจะมำเห็นให้เรำ เอำล่ะทีนี้ต่อให้อีกสักร้อยชำติอย่ำเพิ่งไปง่ำยๆก่อนโอ้ยจริงๆมันเลยร้อยแล้วอดีตที่ผ่ำนมำน่ะมันเป็นล้ำนๆแล้วมันจ�ำไม่ได้เฉยๆ นี้แหละ พอเกิดปุ๊บ มันก็แก่ มันก็เจ็บ แล้วมันก็แตกตำยท�ำลำยขันธ์ จะถำมว่ำขันธ์คำืออะไรอยู่ที่ไหน ขันธ์ก็แปลว่ำกองนั่งอยู่นี่ล่ะ คำือ กองรูป นี่ขันธ์หนึ่งขันธ์ที่สอง คือ เวทนาคำ�ำที่ว่ำเวทนำนี้คำือคำวำมเสวย นี้ให้เข้ำใจ สุขก็สุขเวทนำ ทุกข์ก็ทุกขเวทนำ ทีนี้เมื่อมันเฉยๆ อยู่ มันไม่ปรุงไม่แต่งมันไม่คำิดไม่นึก มันอื่อทื่ออยู่นี้นี่ท่ำนให้เรียกว่ำอุเบกขำ185ที่่ระลึึกงานพระราช�ทานเพลิิงสรีีระสัังขารพระราชมงคลวชิิรธรรม วิิ. (หลวงปู่่�บุุญมา คััมภีีรธััมโม)


เวทนำอีกเด้นี้ ไม่เจ็บไม่ร้อน ไม่เป็นบุญไม่เป็นบำปไม่เป็นอะไร มันเฉยๆ นี่ก็เป็นเวทนำเหมือนกัน ขันธ์ที่๓คือ สัญญา ท่ำนแยกออกไป สัญญำคำวำมจ�ำได้หมำยรู้จ�ำทุกสิ่งทุกอย่ำงล่ะ ทั้งจ�ำทั้งระลึกรู้ทีนี้เรื่องระลึกรู้นี้เรื่องดีมันก็ระลึก เรื่องชั่วมันก็ระลึก ไม่ดีไม่ชั่วมันก็ระลึกเหมือนกัน เขำด ่ำเขำว ่ำ เขำท�ำผิดอกผิดใจตั้งแต ่ยังไม่มีพ.ศ. พู้น ระลึกขึ้นมำมันก็แดงขึ้นมำเผำจิตใจตัวเองพิษของมัน นี่สัญญำ ขันธ์ที่ ๔ คือ สังขาร สังขำรนี้ก็สังขำรร่ำงกำยและก็สังขำรจิตใจ คำวำมคำิดก็เป็นสังขำรคำวำมนึกก็เป็นสังขำร คำวำมปรุงก็เป็นสังขำร คำวำมแต่งก็เป็นสังขำร กิริยำกำรเกิดๆ ดับๆ นี้ก็เรียกว่ำสังขำรขันธ์ที่ ๕ คือ วิญญาณ คำวำมรับรู้รู้ทำงตำเรียกว่ำจักขุวิญญำณ รู้ทำงหูเรียกว่ำโสตวิญญำณ รู้ทำงจมูกเรียกว่ำฆำนวิญญำณ รู้ทำงลิ้นเรียกว่ำชิวหำวิญญำณรู้ทำงกำยเรียกว ่ำกำยวิญญำณ รู้ทำงใจเรียกว ่ำมโนวิญญำณนี่มีเท่ำนี้ธำตุทั้ง๔ขันธ์ทั้ง๕อำยตนะทั้ง๖รวมย่นเข้ำมำรวมอยู่ในดวงจิตดวงใจนี้จิตใจมำแบกมำหำม มำยึดมำถือว่ำเป็นตัวเป็นตน เป็นสัตว์เป็นบุคำคำลว่ำเป็นของกูของมึง ถ้ำมีสติถ้ำมีปัญญำ กำยก็คำือกำยจิตก็คำือจิต เวทนำก็คำือเวทนำ จิตก็คำือจิต สัญญำก็คำือสัญญำ จิตก็คำือจิตสังขำรก็คำือสังขำรจิตก็คำือจิตวิญญำณก็คำือวิญญำณ จิตก็คำือจิต นั่นนะ ถ้ำมันรู้มันไม่เข้ำไปยึดแต่ถ้ำมันไม่รู้มันก็เข้ำไปยึด สรุปแล้วมันไม่มำกเด้ถ้ำมันย่นเข้ำไปหำคำวำมจริงมันมีนิดเดียว เดี๋ยวนี้จิตใจมันคำำดมันหมำย คำือจะเป็นอย่ำงนั้น คำือจะเป็นอย่ำงนี้มันไม่ได้เป็นอะไรเขำแยกกันอยู่แล้วเป็นของใคำรของเรำอยู่แล้ว มันเป็นปัญหำเพรำะเรำเข้ำไปยึดเข้ำไปถือ เข้ำไปแบกเข้ำไปหำมเท่ำนั้นล่ะทีนี้พอไปผสมกันปุ๊บ ถ้ำจะเปรียบอุปมำอุปไมย จิตใจเหมือนกับแก้วเหมือนกับขันนี้ เอำอะไรเข้ำไปใส่ เช่นเอำนำเข้ �้ำไปใส่ มันก็เป็นขันนำ�้เอำดินเข้ำไปใส่ มันก็เป็นขันดิน เอำอะไรเข้ำไปใส่ มันก็ให้ชื่อให้นำมไปตำมนั้นล่ะทีนี้อุปำทำนคำวำมยึดมั่นมันเข้ำไปฝังอยู่ในดวงจิตดวงใจมันไม่ยอมถอน มันไม่ยอมละ เพรำะมันไม่เห็นโทษเพรำะฉะนั้นเรื่องของโทษมันนี้ ท่ำนจึงให้ยกมำคำ้นมำคำิดมำพิจำรณำให้มันมำกๆ อย่ำให้มันอยู่เฉยๆ ให้มันภำวนำ แต่ไม่ใช่เวลำภำวนำก็นอนภำวนำเอำให้ดูเวลำเขำเกี่ยวข้ำวเขำไม่ได้นอนเกี่ยวข้ำวเวลำด�ำนำ เขำก็ไม่ได้นอนด�ำนำ อย่ำงเวลำเขำปักด�ำก็เหมือนกัน ถ้ำปฏิบัติสมเหตุสมผล มันถึงจะได้รับผลของมัน อย่างถ้าปลูกมันหรือปลูกมันแกวนี้พอปลูกเสร็จแล้วก็ขุดหาหัวของมันเลยทันทีนัน่ มันก็ไม่ได้ดังใจล่ะมันต้องดูเหตุ ดูปัจจัย ดูข้อวัตรปฏิบัติของเรานี้ให้มันต่อกัน ถ้าจะเอาสมาธิก่อนให้มันเสร็จต่อเนืองกัน่ระลึกพุทโธๆ ก็ให้ตังความเข้าใจว่าหมด้ทังโลกนี้ไม่มีอะไรนอกจากพุทโธ้แล้วให้จีอย่างเดียว้ถ้าก�าหนดลมหายใจ ก็ว่าหมดโลกนีไม่มีอะไร้มีแต่ลมหายใจเท่านี้จ้อไว้ๆ ทุกวันๆ ทุกขณะจิต เว้นไว้แต่หลับ นานเข้าๆ มันก็มีพลังอันนี้ไม่เป็นอย่ำงนั้น ส่งก�ำหนดไปเอำพลังกับอันโน้น ไปเอำพลังกับอันนี้อยู่พู้น ยกตัวอย่ำงวันนี้นะก�ำลังจะพำกันมำท�ำบุญคำรบรอบนี้ อันนี้ของมันอยู ่นอกๆ แทนที่จะไปจี้ดูจิตดูใจของตนเองให้มันมีพลังให้มันได้ก�ำลัง ไม่เอำแต่ถ้ำท�ำของหยำบๆ แบบนี้กิเลสมันชอบ อดนอนผ่อนอาหารพู้นเด้หนทางให้มันทุกข์ทา� ให้มันทุกข์มันถึงจะเห็นสุข นั่นนะ อันนี้ไปกลัวก่อนยังไม่เจ็บป่วย ยังไม่เป็นอะไร กลัวตายล่ะทีนี้ช่วงที่ร่างกายเขาให้โอกาส มันเพลิน มันลืมเนื้อลืมตัวอย่ำงไปงำนวันเกิดของอำจำรย์องคำ์หนึ่ง ถำมเพิ่นว่ำปีนี้อำยุเท่ำไรเห็นว่ำ ๗๐ กว่ำๆ หรือว่ำเท่ำไรนี่แหละก็เลยถำมว่ำ “มันได้หรือมันหมดว่าซั่น”เพิ่นตอบว่ำ “มันได้ว่าซั่น”มันไม่ใช่ว่ามันได้เด้มันหมดเด้นั่นนะอายุตอนนี้มันเหลือเท่าไร เหลือ ๗๐ เท่ากันบ้อ หรือเหลือเท่าไรโอ้ย กว่าจะมาเกิดอีก กว่าจะไปนั่งอยู่ในท้องแม่นั่นอีก๙เดือน๑๐ เดือนกว่าจะคลอดออกมา ออกมาแบเบาะ186


อยู่นั่นกี่เดือน ยุงกัดก็ไม่รู้ เหลือบกัดก็ไม่รู้ปวดถ่ายหนักถ่ายเบาก็ไม่รู้ ไหลออกอย่างเดียว บางทีมือคว้าเข้าไปกา� คูถตัวเองใส่ปาก มันไม่รู้เรื่อง พอโตขึ้นมาก็ยังจะมาศึกษาอีก มาเรียน ก.ไก่ ข.ไข่ อีก กว่าจะมาเรียนปริญญาโทปริญญาเอกอีกกว่าจะจบ พู้นน่ะ ดีไม่ดีไม่รู้จักพระไม่รู้จักศาสนาซะอีก อันนี้มันใกล้แล้วนี่อายุสังขารมันหมดไปมากแล้ว ข้อวัตรปฏิบัติรักษาไว้ อย่าให้มันขาดอยู่บ้านอยู่เรือนอยู่ที่ไหนก็เหมือนกัน ให้ไหว้พระสวดมนต์มันขีเกียจ้ชอบสวดน้อยๆ มันไม่อยากสวดมาก นั่นแหละยิ่งต้องสวดให้มันมาก เวลาเดินจงกรมนี้ ถ้ามันยังรู้สึกว่าเหนื่อยอยู่ อย่าไปหยุด ต้องฝืนไว้ เดินจนมันหยุดหายเหนื่อย ให้ตัวมันปลิวไปพู้ นนะ เมื่อมันเหนื่อยแล้วก็ถามมันดู มันเหนื่อยอยู่ตรงไหน มันเจ็บอยู่ตรงไหนมันปวดอยู่ตรงไหน ไล่หาตัวให้มันเห็นจริงก่อนมันหิวก็เหมือนกัน อะไรมันหิว อะไรมันกระหายย้อนเข้าถามเข้าไป ร่างกายมันกระหายหรือจิตใจมันกระหาย ไล่หาตัวมัน ใช้ปัญญา ไม่ใช่ปัญญามันเกิดเอง มันไม่ใช่เด้ มันต้องค้นต้องคิดต้องวิจัยวิจารณ์ขบคิดคลีคลายหาความจริง่ สรุปแล้วนี้ หมดทั้งโลกทั้งสงสาร ทั้งใกล้ทั้งไกลทั้งคนยากจนเข็ญใจไร้ทรัพย์อับปัญญา ทั้งคนร�่ำารวยที่ำเขาสมมุติเรียกกันอยู่ในโลก สรุปแล้วทุกข์ก็เสมอกันมีมากมีน้อยก็ทุกข์เท ่ากัน ท ่านจึงให้ชื่ำอว ่าลักษณะที่ำมีเสมอกันแก ่สังขารทั้งปวงตามหลักธรรมของพระพุทธเจ้า อนิจจตา ความเป็นของไม่เทียง่ำ มันไม่เทียง่ำเสมอกันหมดเด้มันแปรปรวน ใครมีอะไรก็แปรปรวนเท่ากัน ร่างกายก็แปรปรวนเสมอกัน จิตใจก็แปรปรวนเสมอกัน ทุกขตา มันทุกข์เสมอกัน มีน้อยก็เป็นทุกข์เหมือนกัน มีมากก็เป็นทุกข์เหมือนกัน ทีนี้ก็อนัตตา ความเป็นของไม่ใช่ของๆ ตน เพราะฉะนั้นจึงว่ามันลงเอยกันได้ทั้งสัตว์ทั้งบุคคล อนิจจตา ทุกขตา อนัตตา มันรวมกันหมด มีมากทุกข์มาก มีพอปานกลางก็ทุกข์พอปานกลาง มีน้อยก็ทุกข์น้อย พูดถึงทรัพย์สมบัตินะแต่สรุปแล้วเมือเข้าไปถึงดวงจิตดวงใจจริงๆ ่ำ แล้ว มันทุกข์เสมอกัน เว้นแต่ธรรมค�าสอนของพระพุ ทธเจ้าจะไม่เสมอกัน ผู้มีธรรมคำ�าสอนของพระพุทธเจ้าฝังอยู่ในดวงจิตดวงใจ ผู้มีน้อย สุขน้อย มีพอปานกลาง สุขพอปานกลาง มีมาก สุขมาก ไม่เหมือนกัน ธรรมของพระพุทธเจ้าเป็นของเย็น ของเบา ของสบายไม่ใช่ของหนัก เอาล่ะ มันสองทุ่มกว่าแล้วเด้นิ187ที่่ระลึึกงานพระราช�ทานเพลิิงสรีีระสัังขารพระราชมงคลวชิิรธรรม วิิ. (หลวงปู่่�บุุญมา คััมภีีรธััมโม)


188


มาเกิดเพราะความหลงมหา แปลว่าใหญ่ มหาสติปัฏฐาน มีสติอยู่กับอารมณ์กรรมฐาน ขั่นบ่เอำอันเดียวเอำอันเดียวมันบ่อยู่ให้เอำหลำยอย่ำงมำพิจำรณำ แต่ให้มันต่อเนื่องกันไปมันนำนเข้ำมันเหนื่อย มันพักเอง มันท�ำงำนมันเหนื่อยเว้นไว้แต่สิไปนอนหลำย อันไปนอนหลำย มันเป็นก�ำลังของมัน นอนหลำยมันเป็นคำือกันกับเมฆ เมฆคำลุมพระอำทิตย์นอนหลำยก็มืดหลำย นอนพอเป็นยำ มันส่งออกไปข้ำงนอก ของเก่ำมัน มันเคำยไป มันเป็นธรรมชำติธรรมดำของจิตมันบ่มีเวลำให้มันพัก ขนำดนอนหลับมันยังฝันต่อ นี้แหละเพิ่นว่ำจิตอวิชชำ ตัณหำ อันตัวนี้แหละมันพำให้เกิดให้ตำยซำๆ�้ซำกๆในปัจจุบันมันเกิดของมันแล้วมันก็ดับของมัน มันเกิดๆดับๆมันเป็นตัวของสังขำรมันเป็นสังขำรของจิต ให้ท�ำคำวำมรู้เท่ำไว้มันเกิดแล้วมันก็ดับของมัน สิ่งใดมันเกิดแล้วมันต้องดับ มันบ่เที่ยงมันแปรปรวนเปลี่ยนแปลง อันนี้ก็ให้ท�ำคำวำมเข้ำใจมันเกิดมันดับ แปลว่ำมันบ่เที่ยง ถ้ำมันเที่ยงเกิดแล้วมันบ่ต้องดับ อันนี้มันจั่งเที่ยงแต่ถ้ำมันเกิดขึ้นมำแล้วมันดับแปลว่ำมันบ่เที่ยง ทุกข์เกิดขึ้นกะดับ สุขเกิดขึ้นกะดับดีใจเกิดขึ้นกะดับ เสียใจเกิดขึ้นกะดับ ยินดีเกิดขึ้นกะดับยินร้ำยเกิดขึ้นกะดับ จั่งว่ำมันบ่เที่ยง บัดนี้ว่ำ สิ่งใดมันบ่เที่ยง สิ่งนั้นมันเป็นทุกข์ สิ่งไหนมันเป็นทุกข์ สิ่งนั้นมันไม่ใช่ตน ฟังเบิ่งดูบำดนี้ อำกำรที่มันหงุดหงิดขึ้นมำ ฟุ้งซ่ำนร�ำคำำญขึ้นมำ เป็นทุกข์ขึ้นมำ อันนี้มันบ่แม่นตนแล้ว แต่จิตมันหลงมันเข้ำใจว่ำตนของตนนี้เป็นผู้เป็น เพรำะหลงตำมเขำไปเขำบังคำับ เชื่อเขำบำดนี้เชื่ออวิชชำตัณหำนี้ขนำดโกรธฮ้อนสิตำย ตำด�ำตำแดง ตัวโกรธๆ นี้มันก็บ่แม่นตนนะเมื่อเข้ำไปถึงคำวำมจริง มันบ่แม่น เพิ่นว่ำตัวกิเลสต่ำงหำกเพิ่นกะว่ำขี้อวิชชำต่ำงหำก มันขี้รดหัวใจ ขี้โกรธ ขี้โลภขี้หลงขี้ดีใจขี้เสียใจขี้ฮัก ขี้ชังขี้หัวเรำะขี้ร้องไห้มีแต่ขี้กับขี้อำกำรที่มันเกิดขึ้นภำยในจิตใจนั้น เพิ่นว่ำตัวสังขำรของจิต เกิดแล้วมันก็ดับ เพิ่นให้เบิ่งพิจำรณำให้มันฮู้เท่ำ บ่ให้มันหลงไปตำม189ที่่ระลึึกงานพระราช�ทานเพลิิงสรีีระสัังขารพระราชมงคลวชิิรธรรม วิิ. (หลวงปู่่�บุุญมา คััมภีีรธััมโม)


สรุปแล้วก็ให้มำปฏิบัติมำท�ำจิตใจให้มันเป็นเอก บ่ให้มันหลงไปตำมสัญญำอำรมณ์มันบ่ได้ไปเป็นหยังเด้สิได้ไปเป็นหยัง ท�ำจิตใจให้มันว่ำงจำกอำรมณ์เท่ำนั้น บ่ให้มันมีอิหยังอยู่ภำยในจิตใจนี้เบิ้ดแล้ว เพิ่นจั่งให้เสริมตัวสติมันอยู่กะให้มันฮู้จัก มันบ่อยู่กะให้มันฮู้มันกระทบกะให้มันฮู้จิตใจนี้ บ�ำรุงตัวสตินี้ให้มันเด่นขึ้น คำติธรรมอำจำรย์จวนจ�ำไว้แหน่นี้“สติกล้า ปัญญาสว่าง สติจาง แสงสว่างไม่พอ เหมือนตาลอฝาดฟาง” คำือกันกับตำมัวนี้มันฝำดฟำงมันบ่แจ้งบ่ชัด สติมันจำง สติให้มันเด่นชัดขึ้นมำ ให้มันฮู้เมื่อสติแก่ขึ้นมำบำดนี้มันสิออกไปบ่ได้เด้มันสิออกไปได้จั๋งได๋พอแต่ว่ำจิตเริ่มคำิดปรุงแต่งมันกะฮู้แล้ว พอมันฮู้มันกะบ่ออกเด้มันสิออกไปไส ไผ๋สิไปออกไปอยู่ฮั่น เมื่อมันฮู้แล้วมันบ่มีแนวออกเด้แต่ว่ำเพิ่นไม่ให้ไป ยั้งอยู่หั่นเท่ำนั้นล่ะเพิ่นบ่ให้เข้ำไปสงบนิ่งอยู่นั้น เพิ่นให้คำ้นพิจำรณำถึงอำกำรของกำยมันสิไปจบบ่อนได๋อำกำรของกำยมันเป็นจั่งได๋แหน่ เมื่อคำ้นอำกำรหำยสงสัยในกำยแล้วบัดนี้มำคำ้นอำกำรของจิตที่มันคำิดปรุงแต่งอยู่นี้นะไปเอำอำกำรของจิตนั้นให้มันฮู้เรื่องของจิตนี้ให้มันจบ มันไปจั่งได๋มำจั่งได๋มันเกิดจั่งได๋มันดับจั่งได๋ของมัน เพรำะฉะนั้นเพิ่นจึงว่ำสัญญำ เมื่อสัญญำระลึกขึ้นมำปุ๊บ สังขำรมันก็แทรกขึ้นมำปรุงต่อ มันบวกกันนะมันบ่ได้ย้ำยไปพิจำรณำบ่อนหั่นบ่อนนี้เด้มันพิจำรณำอันเดียว มันก็อยู่น�ำกัน มันแล่นเข้ำมำหำกัน มีทั้งสัญญำ มีทั้งสังขำร มีทั้งวิญญำณ คำวำมรับทรำบ มันอยู่น�ำกัน ให้ท�ำคำวำมรู้จัก มันเกิดได้มันกะดับได้มันสิเกิดฮอดไส มันสิเกิดเท่ำใดเกิดเท่ำใดมันกะดับเท่ำนั้น สิ่งที่มันบ่เกิดบ่ดับมันมีอยู่หั่นบำดนี้นั่น มันบ่เกิดมันก็บ่ดับ ถ้ำมันเกิดมันก็ดับ เมื่อมันดับเบิ้ดแล้ว มันสิมีหยังบ้อ มันกะสิฮู้มีหรือบ่มีมันก็จะฮู้ถ้ำว่ำมันดับเบิ้ดแล้ว มันหลงลมๆแล้งๆซือๆโลกอันนี้มันได้อิหยังเกิดมำกะตำยซือๆ เห็นบ่ เขำเอำมำเผำอยู่นี้ อย่างว่าผู้เพิ่นฮู้ผู้เพิ่นหูดีตาดีผู้เพิ่นผ่านพ้นไปได้แล้ว เพิ่นเทียบกับนา�้มหาสมุทรทะเล จิตใจนี้มหาสมุทรทะเลหยัง มหาสมุทรทะเลหลง หลงหยัง หลงสมมุตินีแหละ้สมมุติเรียกอันนันอันนี้ ้เรียกสัตว์เรียกบุคคลเกิดมีอยู่ในโลกนี้แล่นอยู่น�าโลกนี้ตัวมันผูกจิตใจอย่างสาหัสสากรรจ์แท้ๆ กะตัวเกิดอยู่นี้ตัวเกิด ตัวกามตัวกามกิเลสนี้ตัวนีล่ะมันหนักอยู่ในโลกนี้ ้แต่สวรรค์๖ ชันลงมานี้ ้มันครอบเบิ้ดตัวกามนี ้ตัวยินดีในกามมันจะเป็นทุกข์ก็เพราะกามตัวนีแหละเป็นเหตุทีแรก ้ตัวภพ ตัวกาม ตัวอวิชชา เมือมีอวิชชาก็มีตัณหาบวกกัน ่เข้ามา มันอยู่นา� กัน แล้วมันก็ทา� ให้เกิด ตัวเกิดนีเพิ้ ่นว่าสังขาร บัดนีอวิชชาเป็นปัจจัยให้เกิดสังขาร ้สังขารมันปรุงมันแต่ง มันเกิด เห็นบ่มันแต่ง ไผ๋ไปปรุงไผ๋ไปแต่งไผ๋ไปเฮ็ดสังขารนัน้ มันบ่มีไผ๋ไปเฮ็ดเด้ตัวสังขารมันเกิดเองเป็นเองของมัน ปรุงไปเองของมัน อย่างตานี้ไผ๋ไปตกไปแต่ง หูจังซี่ ่ไผ๋ไปตกไปแต่งอยู่ในหัน่สารพัดอย่าง พวกสัตว์หมู่นีคือกัน้พวกแมลงหมู่นี้มันบ่คือกันจักอย่าง ไผ๋ไปปรุงไปแต่ง มันเป็นเองๆ ของมันอย่างเห็ดจั่งสิเห็ดแต่ละอย่างมันก็เกิดเองของมัน เพิ่นจังว่าสังขาร แล้วก็มาสมมุติเรียก สรุปแล้วมันรวมแล้วเบิ้ด มันย่นเข้ำมำให้มันน้อยเข้ำมำ มันมีของสี่อย่ำงเท่ำนั้นย่อเข้ำมำเดี๋ยวนี้มีดิน นำ�้ไฟ ลม มีเท่ำนี้นอกนั้นสมมุติเรียกให้มันหลงซือๆ นี้หลงก็สมมุติไปเรียก เกิดขึ้นมำเป็นหญิงเป็นชำยเป็นสัตว์เป็นบุคำคำล ตัวผู้ตัวเมีย อันนี้แหละมันพำเกิดอยู่นี้ที่มีวิญญำณคำรอง นอกนั้นว่ำมันบ่มีวิญญำณคำรอง ก็คำือต้นไม้ ภูเขำ เถำวัลย์ อันนั้นมันบ่มีวิญญำณ มันบ่มีจิตใจคำรอง มันบ ่มีวิญญำณคำวำมฮู้ คำวำมฮู้เพิ่นว ่ำวิญญำณให้มำท�ำลำยร่ำงกำยนี้ม้ำงร่ำงกำยนี้ให้มันแตกเฮ็ดจั่งได๋จิตใจสิถอนออกได้ถ้ำจิตใจถอนออกได้มันก็เป็นประโยคำแรก เป็นบันไดขั้นแรก ตัวสักกำยทิฐินี้คำวำมยึดมั่นถือมั่นในกำยนี้จะมำเห็นชัดเจนลงไปว่ำ บ่เห็นกำยเป็นตน บ่เห็นตนเป็นกำย บ่เห็นกำยมีในตนบ่เห็นตนมีในกำย คำ�ำที่ว่ำเป็นตนในที่นี้เมื่อคำรั้งสุดท้ำย190


บ่ให้มีอีกเด้นี้กะดำย คำ�ำที่ว่ำเป็นตนๆ เพิ่นกะบ่ให้ไปนี้ล่ะ นั่นล่ะไปเอำผู้นั่นผู้นี้มันกะบ่แม่นอีกเด้นี้มันสิก่อให้เกิดอีกเพิ่นบ่ให้มันมีหยังเลย อันพวกเวทนำเจ็บๆ ปวดๆ หงุดๆ หงิดๆ หมู่นี้ฟุ้งซ่ำนร�ำคำำญ มันก็บ่แม่นบำดนี้มันเป็นของเกิดของดับ เพิ่นก็ว่ำอนัตตำ คำ�ำที่ว่ำอนัตตำ เพิ่นว่ำมันบ่แม่นตน มันก็บ่ยอม คำือกิเลสมันบ่ยอม มันยึดอยู่นั่น มันบ่ยอมเสียสละยังกลัวตำยอยู่นั้น จริงๆ แล้ว มันบ่ได้ตำยธำตุเขำแตกต่ำงหำก ไปติดเอำไปยึดว่ำเจ้ำของนี่แตก เจ้ำของนี่ดับ เจ้ำของนี่ตำย พู้นเด้จิตใจสิเอำหยังมำตำย มันไม่มีรูปร่ำง มันเป็นนำมธรรม ดวงรู้นี้ดวงจิตนี้มันยังบ่เป็นดวงรู้มันเป็นดวงหลงบัดนี้มำท�ำให้ดวงหลงนี้ให้มันรู้ขึ้นมำ ให้มันพลิกหน้ำไม้ขึ้นมำ เวทนำที่มันปรำกฏขึ้นมำนั้น เบิ่งให้มันคำักๆ มันเป็นโตจั่งได๋มันมีตนมีโตอยู่บ้อ หรือมันเป็นจั่งได๋ มันบ่แม่นอันเดียวกันกับรูปร่ำงกำยนี้เด้อันเวทนำคำวำมเจ็บปวดนี้มันคำนละอย่ำงกันเด้เบิ่งให้มันคำักๆ แหน่ ก�ำหนดเอำจิตเบิ่งคำักๆ มันเป็นตนเป็นตัวบ้อ หรือมันบ่เป็นตนเป็นตัวให้มันฮู้เด้ถ้ำมันบ่ฮู้แล้วมันบ่แยก ขั่นมันฮู้แล้ว มันสิแยกออก เมื่อจิตมันรู้มันก็วำง มันก็บ่มีหยั่งเด้ล่ะ บ่สิมีหยัง ก�ำหนดถำมกำย กำยเขำก็ไม่รับรองเขำบ่ได้เป็นหยัง ก�ำหนดมำถำมจิต จิตก็บ่ได้เป็นหยังเด้ล่ะแล้วว่ำคำวำมเก่ำนั่นละเบิ่งแล้วเบิ่งอีก พิจำรณำแล้พิจำรณำอีก ร่ำงกำยก็ดีอย่ำงพิจำรณำกำยนี้อย่ำงม้ำงกำย ป่ำช้ำ ๙ เบิ่งแรกๆ เห็นแรกๆ มันก็หยำบ หยำบเข้ำไปก็เป็นกลำง กลำงเข้ำไปแล้วก็ละเอียด ละเอียดเข้ำไปก็ถึงที่สุด มันเป็นเงำอยู่ในนั้นน่ะเงำฝังอยู่ในจิตใจนั่นล่ะ อุปำทำนคำวำมยึดนี้เบิ้ดจำกตัวหยำบ แล้วยังมีตัวละเอียดบำดนี้ คำืออนุสัยมันนอนเนื่องอยู่ในจิตใจ มันอยู่นั่น กายเขากายเฮาก็กายอันเดียวกันนีแหละ้ กายผู้หญิงผู้ชายก็กายเดียวกันนีแหละ่ดิน นา �้ไฟลมอันเดียวกันนีแหละ่มันหลงเข้าไปยึดสมมุติเรียกออกไปซือๆแล้วบาดนีกะวิ้งออกไปข้างนอก่ออกไปทางโลกมันสิออกไปไสบาดนี้ออกไปก็ออกไปวัตถุกามของเก่านีตั้ ๋ว ออกไปหาทรัพย์หาสมบัติทรัพย์สมบัติเอาไปเฮ็ดหยังบัดนี้ก็เอามาบา�รุงบา� เรอร่างกายคือเก่านี้มีอันเดียวกันนีเด้เดี้ยวนี๋ สรุปแล้วมันก็บ้ ้ำกำมเทำำ่ นัน ้มันผลักดันอยู่นั่น มันวิเศษวิโสหยังกะดอกะเดีย้ สรุปแล้วมันก็บ่ต่างกันกับหมาเด้เดียวนี๋ คนก็ดี ้ มันก็ติดฮูคือกันกับหมาหมากะเลีย คนกะเลียคือกันนีล่ะ้บัดนั่นละว่า มันมีแต่คุณมันมีแต่โทษต่างหาก กำรเกิดนี้โทษมันก็มหันต์ คำุณมันก็อนันต์อีกซั่นเด้อย่ำงเจ็บไข้ได้ป่วยหมู่นี้คำือกันนี้แหละ กว่ำสิได้เจ็บได้ป่วยก็เพรำะมันนี่แหละ เพรำะมันมำเกิดนี้ ถ้ำบ่เกิดบ่มีรูป มันสิเอำเวทนำมำจำกไส โรคำภัยไข้เจ็บมำจำกไสมันบ่มีก็คำือมันบ่มี มันมีก็คำือมันมีเพรำะมันมีขึ้นมำมันก็พร้อมเบิ้ด มีรูปก็มีเวทนำ เวทนำที่เกิดขึ้นมันมีกี่ประตูบำดนี้มันนับบ่ได้เด้บำดนี้มันแม่นเบิ้ด อวัยวะอยู่ในร่ำงกำยนี้มีแต่ท�ำให้เกิดเวทนำเบิ้ด อำกำร ๓๒ แต่ละอย่ำงๆ เป็นเหตุให้เวทนำเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น ถ้ำเวทนำทุกข์ไม่เกิด เวทนำสุขสิเกิด มันแทนกันอยู่หั่น อุเบกขำเวทนำเกิดอยู่ฮั่น มันเปลี่ยนฉำกกันอยู่หั่น เวทนำเพิ่นว่ำคำือคำวำมเสวย สุขเพิ่นกะว่ำสุข ทุกข์เพิ่นกะว่ำทุกข์มันเฉยๆกะว่ำเฉยๆ กะว่ำอุเบกขำเวทนำ มีแต่เป็นเหตุคำือกันเหตุให้ทุกข์เกิดน�ำกันเบิ้ด เหตุปัจจโยคำือกัน สรุปลงมำแล้วก็คำือคำวำมหลงนั่นแหละบำดนี้หลงหยัง หลงตนนี้ล่ะก่อน แน่ะ ให้มันตันเข้ำมำ มันบ่เห็นตน ก็ไปยึดเอำของภำยนอกว่ำเป็นตัวเป็นตน นั่นไปยึดรูปว่ำเป็นตนบำดนี้เวทนำก็เป็นตนอีกซั่นเด้นั่นมันกว้ำงเข้ำมำ สัญญำก็เป็นอีก สังขำรก็เป็นอีก วิญญำณก็เป็นอีก นั่น บ่มีสติมีแต่ปล่อยมันออกไปไม่มีขอบเขตมันบ่ได้เรื่อง มันบ่ได้ก�ำลังแต่มันก็เป็นไปอยู่ดอก อำกำรที่มันเป็นไป มันมีอิหยังติ๊๑) คำวำมเพียร ๒)ขันติ คำวำมอดทน มันบ่ทันพร้อม มันบ่ทันพอ หรือมันไปสุดขีดมันกะพลิกกลับคำือกัน ว่ำแต่เฮำบ่ลงไปตำมมัน บ่เฮ็ด191ที่่ระลึึกงานพระราช�ทานเพลิิงสรีีระสัังขารพระราชมงคลวชิิรธรรม วิิ. (หลวงปู่่�บุุญมา คััมภีีรธััมโม)


นํามัน ฮู้มัน มันไปไสให้มันไป ไปไกลไปใกล้มันกะกลับมาคือเก่า จริงๆ แล้วมันบ่ได้ไปหรอก มันหมุนอยู่ในนี้แหละ หมุนคือเครื่องจักรเครื่องยนต์ มันหมุนหลอกอยู่ในปัจจุบันอยู่ในจิตนี้โลด มันบ่ได้ส่งไป มันเป็นสัญญาซือๆ ดอก สัญญาอดีต สัญญาอนาคต สัญญาปัจจุบัน มันเอามาบวกกัน มันวุ่นกันอยู่นั่นล่ะ บ่มีที่จบล่ะ ขั่นมันไป สิปล่อยให้ไป เอาคักๆ กะปล่อย มันบ่เซาไป เฮาก็บ่เซา เฮ็ดจังซี่ สู้กันจังซี่ มันกะได้อยู่ มันคิดเบิ้ดมื้อก็ย่างมันเบิ้ดมื้อ มันบ่ทันเซา ย่างอีกเบิ้ดคืน ย่างไปจักกี่มื้อกี่คืนบ่เห็นบ้อ ตัวอย่างแม่ขาวโสดาที่ดงหม้อทอง เราย่างอยู่เจ็ดมื้อพู้น เป็นหยังคือย่างเจ็ดมื้อติ๊ เราอยากพ้นทุกข์พระธรรมเพิ่นมาถามขึ้นมา “แม่ชีอยากพ้นทุกข์บ้อ” “อยากพ้นทุกข์อยู่” “อยากพ้นทุกข์สิปฏิบัติได้บ้อ สิเฮ็ดได้บ้อ” “สิให้เฮ็ดหยังว่าซั่น”“หนึ่งบ่ให้ฉันสองถ้าฉันแล้วบ่ให้ฉันเนื้อฉันปลาให้ฉันของทิพย์เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยบ่ให้กินยา ปฏิบัติได้บ่” “ขั่นบ่ให้กิน สิให้กินหยังซั่นน่ะ” “ให้กินของทิพย์”นั่น ขั่นว่าให้กินของทิพย์ ได้ ว่าซั่นนะ ตกลง เลยได้ไปย่างอยู่เจ็ดมื้อ มันจั่งได้กินของทิพย์ บ่ทั่นฮอดมื้อตายอีหลี เรากะบ่ตายเด้ล่ะ บัดนี้ผู้เขาบ่เฮ็ดจักเม็ด เขากะตายให้เฮาเห็นอยู่นี้ เห็นอยู่บ้อ เฮาเฮ็ดปฏิบัติ บัดย่านตายบัดนี้ มันคือมาขวางกันอยู่หั่น ตันหนทาง เอ้า มันแจ้งแล้ว เอาล่ะ192


นํามัน ฮู้มัน มันไปไสให้มันไป ไปไกลไปใกล้มันกะกลับมาคือเก่า จริงๆ แล้วมันบ่ได้ไปหรอก มันหมุนอยู่ในนี้แหละ หมุนคือเครื่องจักรเครื่องยนต์ มันหมุนหลอกอยู่ในปัจจุบันอยู่ในจิตนี้โลด มันบ่ได้ส่งไป มันเป็นสัญญาซือๆ ดอก สัญญาอดีต สัญญาอนาคต สัญญาปัจจุบัน มันเอามาบวกกัน มันวุ่นกันอยู่นั่นล่ะ บ่มีที่จบล่ะ ขั่นมันไป สิปล่อยให้ไป เอาคักๆ กะปล่อย มันบ่เซาไป เฮาก็บ่เซา เฮ็ดจังซี่ สู้กันจังซี่ มันกะได้อยู่ มันคิดเบิ้ดมื้อก็ย่างมันเบิ้ดมื้อ มันบ่ทันเซา ย่างอีกเบิ้ดคืน ย่างไปจักกี่มื้อกี่คืนบ่เห็นบ้อ ตัวอย่างแม่ขาวโสดาที่ดงหม้อทอง เราย่างอยู่เจ็ดมื้อพู้น เป็นหยังคือย่างเจ็ดมื้อติ๊ เราอยากพ้นทุกข์พระธรรมเพิ่นมาถามขึ้นมา “แม่ชีอยากพ้นทุกข์บ้อ” “อยากพ้นทุกข์อยู่” “อยากพ้นทุกข์สิปฏิบัติได้บ้อ สิเฮ็ดได้บ้อ” “สิให้เฮ็ดหยังว่าซั่น”“หนึ่งบ่ให้ฉันสองถ้าฉันแล้วบ่ให้ฉันเนื้อฉันปลาให้ฉันของทิพย์เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยบ่ให้กินยา ปฏิบัติได้บ่” “ขั่นบ่ให้กิน สิให้กินหยังซั่นน่ะ” “ให้กินของทิพย์”นั่น ขั่นว่าให้กินของทิพย์ ได้ ว่าซั่นนะ ตกลง เลยได้ไปย่างอยู่เจ็ดมื้อ มันจั่งได้กินของทิพย์ บ่ทั่นฮอดมื้อตายอีหลี เรากะบ่ตายเด้ล่ะ บัดนี้ผู้เขาบ่เฮ็ดจักเม็ด เขากะตายให้เฮาเห็นอยู่นี้ เห็นอยู่บ้อ เฮาเฮ็ดปฏิบัติ บัดย่านตายบัดนี้ มันคือมาขวางกันอยู่หั่น ตันหนทาง เอ้า มันแจ้งแล้ว เอาล่ะ193ที่่ระลึึกงานพระราช�ทานเพลิิงสรีีระสัังขารพระราชมงคลวชิิรธรรม วิิ. (หลวงปู่่�บุุญมา คััมภีีรธััมโม)


แก้ไม่ถูกจุดอำกำรของโรคำเบำหวำนนั้น ที่มันมีอำกำรอยู่มันใช่ทั้งหมด มีอำกำรคำอแห้ง อยำกดื่มนำตอนกล�้ำงคำืน กับเวลำถ่ำยเบำเสร็จ มันอยำกดื่มน�้ำ“หมอเขาว่าเท่าไรนะวันนี้ เบาหวานขึ้นเท่าไร”“วันนี้ ๓๗๐ ครับ”“คนปกตินั้นน�้าตาลมันเท่าไร”“๑๒๐ ครับ”“เอา ๑๒๐ ไปลบ ๓๗๐ เหลือเท่าไร”“เหลือ ๒๕๐ ครับผม” ฮือ เหลือ ๒๕๐ อย่ำงว่ำล่ะ ถ้ำไปหำหมอ ตรวจแล้วมันก็ต้องเจอโรคำ มันก็เจอจริงๆ แต่นี่ตรวจยังไม่หมด ยังเหลืออัลตร้ำซำวด์อยู่ เขำสงสัยไต หมอเขำกลัวว่ำจะมีอำกำรทำงโรคำไต พวกที่มันปวดๆ นี้มันจะเกี่ยวกับไตก็ไม่ทรำบมีไตและก็ตับอีก ตับก็มีนิดหน่อย จะให้มันเป็นปกตินั้นมันเป็นไปไม่ได้อำยุขนำดนี้แล้ว ขนำดเด็กก็ยังมีเบำหวำนเป็นโรคำเบำหวำนแล้ว เขำจะให้ไปอัลตร้ำซำวด์กับหมอที่อยู่สว่ำงฯ ไปดูว่ำมันจะเพิ่มขึ้นอีกไหมโรคำ ก็เลยพูดกับอำจำรย์วงศ์ว่ำ “ได้ของดีแล้ว ของดีคืออะไร ก็คือเบาหวานนี่ล่ะ มันเห็นว่าเราไม่มีงานทำ�า มันจะหางานมาให้เรา งานทำี่ทำ�าคืออะไร มันจะให้กินยา” อำจำรย์วงศ์ท่ำนว่ำ “ช่วงนี้ยังไม่ให้ฉันยา ให้งดของหวานก่อน” อำจำรย์วงศ์ท่ำนว่ำ โรคำอย่ำงนี้ไม่มีทำงหำยขำด มีแต่ระวังไม่ให้นำต�้ำลลดลงเกินไป ถ้ำนำต�้ำลลดลงมำข้ำงตำนี้ �่ลดลงถึง ๖๐-๗๐ นั่น มันจะช็อก ท่ำนว่ำ ถ้ำคำำ่ สูงไม่คำ่อยเป็นอะไรของท่ำนขึ้นสูงถึง ๖๐๐ กว่ำ จนเคำรื่องวัดหมดที่จะวัดมันก็ไม่เป็นอะไร ถ้ำคำ่ำต�่ำนี้ไม่ได้โดยส่วนมำกโรคำเบำหวำน คำนจะตำยช่วงน�้ำตำลลดลงต�่ำ อำกำรของท่ำนที่เล่ำให้ฟังมีหลำยอย่ำง บำงทีเหมือนจะหกล้ม วิงเวียนศีรษะบ้ำง อะไรบ้ำงหลำยอย่ำง อำกำรของโรคำเบำหวำนที่แสดงออกมำที่มันร้อนใน นั่นมันถูกกับอำกำรที่ท่ำนพูดแล้ว มันร้อนใน ก็ไปเอำแต่ยำร้อนในมำให้ฉันหมดน�้ำย่ำนำงวันละ ๒ ขวด ฉันทีแรกมันก็ยังร้อนในอยู่เหมือนเดิม ทีนี้ยำลดคำวำมร้อนนั้น กินเข้ำไปมีแต่มันแพ้พวกสมุนไพร เขำเอำมำวันนั้นก็เหมือนกัน ให้กินเข้ำไป ๖ เม็ด ตอนกลำงคำืนมันนอนจมเลยนะ ทีนี้ก็ลดลงมำเหลือ๓ เม็ด มันก็ไม่มีอำกำรดีขึ้น ก็ยังร้อนเหมือนเดิม ตอนกลำงคำืนถ่ำยเบำเต็มสองกระโถน แต่ละวันถ้ำเรำดื่มน�้ำน้อยมันก็น้อยลง ถ้ำเรำดื่มมำก มันก็มำก บำงวันเกือบ ๓ กระโถน เวลำเรำชิมดู นำปัสส �้ำวะท�ำไมมันไม่หวำนนะ มันก็เคำ็มๆท�ำไมมันไม่บอกว่ำมันมีหวำน ธรรมดำคำนเป็นโรคำเบำหวำน เวลำถ่ำยปัสสำวะออกมำ มันต้องมีมดมำกินหนึ่ง สองมันเหม็น มันมีกลิ่นฉุนมำก หรือว่ำนี่มันเป็นอำกำรเริ่มแรก194


เมื่อเช้ำนี้เขำต้มข้ำวมำให้เรำฉัน โอ้ย มันเคำ็ม สงสัยคำนต้มคำงจะไม่ลองชิมดูก่อน หรือว่ำเขำเอำสูตรบ้ำนหนองชัยวำน บ้ำนหนองชัยวำนนี่ เขำว่ำถ้ำจะชิมอำหำรที่จะมำถวำยพระนั้น เขำกลัวมันจะเป็นเดนเอำไปถวำยคำรูบำอำจำรย์ฉัน เขำต�ำแตงกวำ (ส้มต�ำ) บำงวันไม่มีรสชำติอะไรเลย บำงวันเคำ็มจัด และก็เปรี้ยวจัด บำงวันก็พอดีก็เลยสังเกตว่ำท�ำไมรสชำติมันไม่เป็นปกติไม่เหมือนกันสักวัน นั่นล่ะ คำนโง่คำนไม่มีปัญญำ ก่อนจะชิมก็ตักออกมำจำกหม้อก่อน พอชิมเสร็จ ถ้ำมันเหลืออยู่ในช้อน กินไม่หมดก็เททิ้งก็ได้ก็ให้มีช้อนส�ำหรับตักต่ำงหำกช้อนใช้ส�ำหรับชิมต ่ำงหำก ส ่วนในหม้อมันจะเป็นเดนมำจำกไหนเรำหลีกเลี่ยงออกมำแล้ว อันนี้รวมหมดเลยไม่ต้องชิม นี่แสดงว่ำคำนไม่มีปัญญำ คำนโง่195ที่่ระลึึกงานพระราช�ทานเพลิิงสรีีระสัังขารพระราชมงคลวชิิรธรรม วิิ. (หลวงปู่่�บุุญมา คััมภีีรธััมโม)


ที่สวดมนต์วันนี้เริ่มต้นตั้งแต่ธัมมจักฯ มำอนัตตลักขณสูตร มำทุกบทๆ นี้แล้วก็เวลำเรำสวดไปนี้หมำยคำวำมว่ำ เรำสร้ำงผลงำนทำงจิตใจ คำือพลังงำนทำงสติปัญญำ เรำสวดไปนี้ให้มันเข้ำถึงจิตใจให้มันรู้ให้มันเห็น ให้มันชินชำกับบทธรรมคำ�ำสอนของพระพุทธเจ้ำ ให้จิตใจมันถอนออกจำกคำวำมยึดมั่นถือมั่น ถ้ำเข้ำไปถึงคำวำมจริงแล้ว มันไม่มีอะไรอยู่ในนั้น มันจะเกิดอะไร พูดถึงโรคำที่เกิดขึ้นภำยในร่ำงกำยนะ ที่มีโรคำอยู่ภำยในร่ำงกำยและจิตใจโรคทำำงจิตนันมันจะมีอวิชช้ำและตัณหำ นีตัวใหญ่มัน จะถ่ำมว่ำอวิชชำอยู่ตรงไหนล่ะทำีนี ตัณห้ำอยู่ทำไหนล่ะ ี่ทำีนี อวิชช้ำ ก็จิตอันเดิมนีล่ะเป็นอวิชช ้ำ ตัณหำ ก็จิตเรำนีล่ะเป็นตัณห ้ำ สุข ก็จิตของเรำนีล่ะเป็นสุข ้ทำุกข์ ก็จิตของเรำนีล่ะเป็น ้ทำุกข์เรามาสร้างบุญสร้างกุศลให้มันสนับสนุน หนุนจิตหนุนใจให้มันสูงขึน้ให้มันมีพลังหนุนสติหนุนปัญญาขึน้ ให้มันมีพลังมาปฏิบัติให้มันเป็นตนของตนโดยสมบูรณ์เดียวนี๋มันหลงตน้ของตน แล้วไปยึดเอาของภายนอกว่าเป็นตัวเป็นตน เป็นสัตว์เป็นบุคคล พระพุทธเจ้าพระองค์ไหนมาตรัสมันก็ไม่ยอมรับ เหตุทีมันไม่ยอมรับ่มันสู้พลังของเขาไม่ได้พลังของใคร พลังของอวิชชาตัณหา ตัณหาคือความอยากไม่มีทีจบที่สิ่ ้น มันหิวกระหาย อวิชชาคือความไม่รู้ใครล่ะไม่รู้ก็จิตใจเองนันล่ะไม่รู้่อวิชชากับสติปัญญามันอยู่ด้วยกัน หรือกับจิตใจเรามันอยู่ด้วยกัน จิตนีล่ะเป็นอวิชชา ้จิตนีล่ะเป็นตัวรู้ ้ เป็นตนของตนมาปฏิบัติให้มันไม่มีอะไรเลย ทีหมายก็ไม่ให้มีจนเลยไป ่เลยสมมุติบัญญัติไป ไม่มีไม่ให้มีอะไรเลย ถ้ามีสมมุติอยู่ถ้ามีจุดอยู่อันนีล่ะเหตุปัจจัย้มันจะพาให้มาเกิดอีก ทีมันมาเกิดก็เพราะมันหลง ่ไม่รู้เนือรู้ตัวเลยว่าจิตใจเป็น ้อย่างไร ถ้าไม่ได้ยินได้ฟังจากพระพุทธเจ้าและครูบาอาจารย์ไม่รู้เลย มันจมหนัก ทีนีที้พวกเราเกิดมาแล้วใน่โลกนีจนนับไม่ได้แล้ว้จนเหมือนไก่กับไข่จะถามว่าไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน มันนานแสนนานไหม เพราะฉะนัน้ท่านจึงให้มาเบรค กำรเบรก คือกำรมำปฏิบัติ มาสลัดทิงร่างกายนี ้ ล่ะ้ต้นตอของมัน เรือนรังของมัน เรือนรังของกิเลส เรือนรังของอวิชชาตัณหา คือร่างกายนี้ ที่สวดไปเมื่อกี้นี้ที่สวดมำทุกอย่ำงเป็นอุบำยหรือวิธีกำรหรือเทียบเท ่ำกับขุนพลทหำรฝ่ำยธรรมก็ได้เขำก็มีทหำรของเขำเหมือนกัน เขำก็มีแม่ทัพของเขำเหมือนกัน เรำก็มีทหำรของเรำเหมือนกัน เรำก็มีแม่ทัพของเรำเหมือนกัน คำือมันตัวเดียวกันนั่นล่ะของเขำก็คำือคำวำมขี้เกียจขี้คำร้ำน นี่แม่ทัพหนึ่งของเขำ แม่ทัพของเรำก็คำือตัวขยันหมั่นเพียร เมื่อมันเอำเวทนำเข้ำมำใส่ หรือเวทนำมันเกิดขึ้น เรำก็มีตัวขันติคำวำมอดทน ของเขำก็เหมือนกัน อยู่ตรงข้ำมกัน เวทนำมันก็โหมกันเข้ำมำให้มำกขึ้นให้แก ่กล้ำขึ้น ทีนี้เมื่อมันผ ่ำนตัวนี้เข้ำไปผ่ำนเวทนำเข้ำไป ปรำกฏว่ำเวทนำไม่มีอยู่ในจิตและร่ำงกำยจิตใจมันว่ำงแต่ตัวเวทนำมันจะหดตัวเข้ำไปรวมอยู่ที่จิต สุดท้ำยทั้งหมดเข้ำมำอยู่ที่จิตนั้น เพรำะฉะนั้นท ่ำนจึงให้มำพิจำรณำก�ำหนดตัวผู้รู้อยู ่ภำยในจิตใจจนกว่ำสติของเรำนั้นมันจะมีพลัง สติกับปัญญำนี้ก็เป็นแม่ทัพของเขำเหมือนกัน ของเรำก็เหมือนกัน มีสติกับปัญญำนี้ท�ำหน้ำที่เป็นแม่ทัพอยู่ มันเท่ำเทียมกัน กิเลสมันก็มีลูกน้องของมัน มันตรงกันข้ำมกันทุกอย ่ำงไปเป็นคำู่ๆ กันไป สู้กันไปตลอดจนสูงขึ้นไป มันไม่ได้หำยไปง่ำยๆ นะ มันละเอียดเข้ำไป ถ้ำเรำละเอียด มันก็ละเอียดเหมือนกัน ตรงกันข้ำมกันไปเรื่อยๆ จนกว่ำจะได้ชัยชนะเหมือนกับหลวงตำท่ำนเทศน์นั่นล่ะ มันตำยแล้ว อวิชชำตำยเมื่ออวิชชำยังไม่ตำย มันก็เกิดอยู่รำไป �่หมดตัวใหญ่ยังมีตัวเล็กตัวละเอียดอีก ไอ้ตัวเล็กนั่นล่ะมันจะพำให้ไปเกิดอีก ลูกน้องมันอีก196


เพรำะฉะนั้นต้องคำ้นเข้ำไป ชอนหำตัว มันฝังอยู่ภำยในจิตใจไอ้ตัวสัญญำนี้ล่ะ มันแว๊บขึ้นมำ ลูกน้องตัวสังขำรมันก็ปรุงต่อ ถ้ำเรำไม่รู้ มันก็ปรุงไปยำว มันเป็นคำู่ๆ กันไป ท�ำไปปฏิบัติไปจนมันรู้เท่ำทันกันจนมันเกิดขึ้นไม่ได้เมื่อเกิดขึ้นปุ๊บปั๊บ ทีนี้เกิดขึ้นแล้วชั่วโมงหนึ่งก็ยังไม่ดับ จนหลงเงื่อนมัน แล้วไม่ทรำบว่ำมันไปไหนของมัน ดีไม่ดีมันออกไปไม่รู้เรื่องเลยไม่ทรำบว่ำมันไปหรือมันไม่ไป มันอยู่หรือมันไม่อยู่ ตรงนี้ล่ะ มันมืดตึ๊ดตื๋อ ภำวนำก็มีแต่พุทโธๆๆดีไม่ดีไม่ถึงสำมหน มันก็ออกไปแล้วเงียบ ไปท�ำงำนให้เขำตลอด งำนของเรำมันไม่ให้ท�ำเลย มันเบรกไว้เพรำะฉะนั้นท่ำนจึงให้สร้ำงพลังมำภำวนำนีมันก็ใกล้จะออกพรรษ ่ำแล้ว จะถำมว่ำมีอะไรบ้ำง ภำวนำได้ก�ำลังใจ ถ้ำมิฉะนันมันจะจมหนักอยู่นั้น ่ก็แค่ศีล ๕ ก็ยังรักษาเอาไว้ไม่ได้โอ้ย มันก็เหมือนเราเกิดขึนมาทีแรกนั้ ่นล่ะ เรามาจากทีไหนมาเกิดนั่ ่น ก็ไม่ทราบเห็นไหม มันปิดขนาดนัน้ไม่มีวีแววเลย่ มันก็บังคับเราให้ยินดีพอใจ ตัวอวิชชา ตัณหา คือความยินดีในรูป ยินดีในเสียง ยินดีในกลิ่น ยินดีในรส ยินดีในสัมผัส ตาอย่างหนึง่หูอย่างหนึง่จมูกอย่างหนึง่ลิ้นอย่างหนึง่กายอย่างหนึง่ใจอย่างหนึง่ ตัณหามีเป็นหมืนๆ่ มีเป็นแสนๆ มีเป็นล้านๆ ไม่ใช่ธรรมดา พอปฏิบัติเลยเวทนาเข้าไปแล้ว มันไม่มีอะไรเกิดขึน้อันนีมันไปหยุดอยู่เฉยๆ้กิเลสมันหลบมุมอยู่ทีนีก้า� หนดย้อนเข้ามาพิจารณาจิต ก�าหนดดูให้มันรู้ว่ามีอาการไหม มีอะไรเกิดขึนไหม้วับๆ แวบๆ มันเกิดไหม มืดมันเกิดไหมสว่างมันเกิดไหม ถ้ามันไม่มีอาการทางกาย อาการทางจิตมันมีไหม ต้องกา� หนดดูเข้าไปให้มันรู้ ทา� ลายมันซะเพรำะฉะนั้นจึงว่ำมันมีโรคมันดีแล้ว “โรคยาปรมาลาภา” คำวำมมีโรคำเป็นลำภอย่ำงหนึ่งตรงกันข้ำม ท�ำไมมันเป็นลำภอย่ำงหนึ่งเพรำะว่ำมันจะได้วกเข้ำไปหำคำวำมจริงตรงที่มันมีโรคำ มันไม ่ดีหรือจิตใจมันมีโรคำไหม ถ้ำมันมีโรคำของจิตคำืออะไร โรคำของกำยคำืออะไร อันนี้พวกเรำจะมำป้องกันไม่ให้มันเกิดโรคำเป็นไปไม่ได้โรงพยำบำลมันก็แก้แคำ่ปลำยเหตุเฉยๆ แก้เท่ำไรมันก็ไม่จบ ต้องแก้ต้นเหตุไม่ให้มันมีกำย กำยไม่มีโรคำมันจะมำจำกไหน กำยไม่มีเวทนำไม่มี กำยไม่มีสังขำรไม่มีกำยไม่มีวิญญำณไม่มีอันนี้พวกเรำ โอ้ยเสียดำยตำย อยำกมัน เวลำมันเป็นโรคำเป็นภัยก็กลัวมันจะแตกจะดับ รักษำมันมำแล้วให้มันมำท�ำอะไร รักษำโรคำให้มันหำยแล้วจะท�ำอะไร มันจะสร้ำงคำุณงำมคำวำมดีไหม ถ้ำรักษำโรคำหำยแล้วจะตั้งใจปฏิบัติหำทำงหนีออกจำกทุกข์ไหม มันไม่คำิดอย่ำงนั้น หำยมำแล้วมำสร้ำงบำปสร้ำงกรรมเพิ่มเติมเข้ำไปอีก แล้วจะรักษำมันท�ำไม มีประโยชน์อะไร เพรำะฉะนั้น เมื่อรู้เนื้อรู้ตัวแล้วให้ปฏิบัติสร้ำงคำุณงำมคำวำมดีใส่ตนของตนเอำไว้ มรรคำที่เรำสวดไปเมื่อกี้นี้ในธัมมจักฯ“สัมมาทิฏฐิ”คำือคำวำมเห็นชอบ “สัมมาสังกัปโป” คำือด�ำริชอบ “สัมมาวาจา” คำือเจรจำชอบ “สัมมากัมมันโต” คำือกำรงำนชอบ“สัมมาอาชีโว” คำือเลี้ยงชีวิตชอบ “สัมมาวายาโม” คำือคำวำมเพียรชอบ “สัมมาสติ” คำือระลึกชอบ “สัมมาสมาธิ”คำือตั้งใจชอบ มำปฏิบัติให้มันถูกหนทำง เลี้ยงชีวิตให้มันชอบไม่ให้เบียดเบียนตนและบุคำคำลอื่นของที่ไม่บริสุทธิ์อย่ำเอำมำบ�ำรุงบ�ำเรอร่ำงกำย อย่ำเอำมำใช้อย่ำเอำมำเยียวยำรักษำมันธำตุขันธ์เอำแต่ของที่มันบริสุทธิ์อำหำรกำรบริโภคำเหมือนกัน ทุกอย่ำงที่เรำเอำมำใช้สอย ทีนี้กำรคำิด ท่ำนก็ให้สังวรระวังไม่ให้คำิดไปนอกรีตนอกรอย ไม่ให้คำิดอำฆำตพยำบำทจองล้ำงจองผลำญคำนอื่น คำิดโลภอยำกได้ของๆ คำนอื่นมำเป็นของตนอย่ำเห็นผิดจำกท�ำนองคำลองธรรมออกจำกคำ�ำสอนของพระพุทธเจ้ำ อย่ำไปบูชำภูตผีปีศำจไปสะเดำะเคำรำะห์ดูหมอดูยำม ให้หมอดูเขำโกหก มันผิดศีลผิดธรรมมันชักจูงคำวำมจริงออกไปจำกจิตใจ ธรรมชำติร่ำงกำย197ที่่ระลึึกงานพระราช�ทานเพลิิงสรีีระสัังขารพระราชมงคลวชิิรธรรม วิิ. (หลวงปู่่�บุุญมา คััมภีีรธััมโม)


ของเรำมันแปรปรวนเปลี่ยนแปลง มันเป็นของเกิดโรคำ “จักษุโรโคำ” ตำมันก็เป็นโรคำ “โสตะโรโคำ” หูมันก็เป็นโรคำ “ฆำนะโรโคำ” จมูกมันก็เป็นโรคำ “ชิวหำโรโคำ” ลิ้นมันก็เป็นโรคำ “กำยะโรโคำ” กำยมันก็เป็นโรคำ “มโนโรโคำ” ใจก็เป็นโรคำ มันมีแต่โรคำกับโรคำ จะไปกั้นกลำงมันตรงไหน ท่ำนให้ก�ำหนดมำให้มันรู้ให้มันเห็น มันไม่เที่ยง มันเป็นอนิจจัง มันเป็นทุกขัง มันเป็นอนัตตำ สิ่งใดไม่เที่ยงสิ่งนั้นเป็นทุกข์สิ่งใดเป็นทุกข์สิ่งนั้นไม่ใช่ตน คำ�ำที่ว่ำ อนัตตำ แปลว่ำไม่ใช่ตน แล้วพวกเรำพำกันมำปีนเกลียวผลักดันอยู่นั่น กลัวแต่มันจะตำย กลัวแต่มันจะแตกจะดับ ๘๐ ปี๙๐ ปีก็ยังเสียดำยตำย มันอยำกอยู่ ไม่อยำกให้มันแตกไม่อยำกให้มันดับ ก็เพรำะมันหลง หลงว่ำตัวตนคำือร่ำงกำยนี้มันผิดแล้ว เพรำะพระพุทธเจ้ำท่ำนเปิดแล้วว่ำ รูปัง ภิกขเว อนัตตา ดูก่อนภิกษุทั้งหลำยรูปนั้นไม่ใช่ตน เวทนา อนัตตา ดูก่อนภิกษุทั้งหลำยเวทนำนั้นก็ไม่ใช่ตน สัญญา อนัตตา ดูก่อนภิกษุทั้งหลำย สัญญำนั้นก็ไม่ใช่ตน สังขารา อนัตตา ดูก่อนภิกษุทั้งหลำย สังขำรนั้นก็ไม่ใช่ตน วิญญาณัง อนัตตา ดูก่อนภิกษุทั้งหลำยวิญญำณนั้นก็ไม่ใช่ตน คำ�ำที่ว่ำ อนัตตา นั้น แปลว่ำไม่ใช่ตนๆ แต่เรำมำเห็นปีนเกลียวกับพระพุทธเจ้ำ เห็นว่ำรูปก็เป็นตน เห็นว่ำเวทนำก็เป็นตน เห็นว่ำสัญญำก็เป็นตน เห็นว่ำสังขำรก็เป็นตน เห็นว่ำวิญญำณก็เป็นตน นี่ล่ะมันพำให้เป็นทุกข์ทุกข์เพรำะอะไร ทุกข์เพรำะมันมีแล้วก็แบกหำมเอำไว้พะวักพะวงเป็นทุกข์เป็นทุกข์เป็นร้อนเวลำมันเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมำสรุปแล้วตนของตนไม่เป็นตนของตน ไปอาศัยคนอืน เอาจมูกคนอื่นมาหายใจ จะว่ามันฉลาดหรือว่า่มันโง่ แล้วก็สอนกันด้วย สอนกันจนเรียนกันไป เรียนวิธีการรักษาร่างกายนีเพื้ ่อจะให้มันอยู่รอด เรียนจบดอกเตอร์มา จบปริญญาเอกมา จบอันไหนมาก็มาบ�ารุงบ�าเรอร่างกายอันนี้ล่ะ แล้วมันรอดตำยไหมล่ะ นีมันจบมากี่คนล่ะปริญญาเอกในเมืองไทยนี่ ้มีเป็นร้อยเป็นพัน แล้วมันกันแตกมันกันตายได้ไหม กันไม่ได้ถ้ามันกันไม่ได้แล้ว ท�าไมไม่เชือพระพุทธเจ้า่ หรือเห็นว่าพระพุทธเจ้าเป็นอะไรไป มันปีนเกลียว มันไม่ใช่มันหัวอ่อน มันหัวแข็ง หมอบๆๆ เข้า หัวเท่ายอดยางปลายยาง (ต้นไม้ยาง) มันกราบเฉยๆ ร่างกายนัน้แต่จิตมันอยู่บนยอดไม้โน่น มันไม่ลง มันไม่ยอม ทิฏฐิมันมาก ถ้ามันลง จิตมันก็สงบเข้าทีซิ่มันยอมรับ จิตมันก็อ่อนนีมันแข็งนะ ่มันไม่ยอม และมันก็ไม่ให้ท�าอีก ไม่ให้ปฏิบัติอีก และก็กลัวตายอีก การปฏิบัติเมือไรมันจะกล้า่จะมานอนให้มันกล้า จะมากินมากๆ ให้มันกล้า เชิญเลย มีแต่กิเลสมันจะหัวเราะเอา ตายทิ้งเปล่าๆ แล้วจะไปสงวนมันไว้ท�าไม จะเอามันไว้ท�าไม มันให้คุณหรือมันให้โทษ ที่หวงไว้นั้น จะมาปรารถนาเอาขอให้ถึงซึ่งพระนิพพานในอนาคตเบืองหน้าโน้นเทอญอยู่นี้หรือ่ พระนิพพานก็คือความเบือ่นิพพิทาคือความเบือ่แล้วมันเบือไหม่รูปมันเบือไหม่เวทนามันเบือไหม่สัญญามันเบือไหม่สังขารมันเบือไหม่วิญญาณมันเบือไหม่รูป เสียงกลิน่รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์มันเบือไหม่มันเบือก็คือมันเบื ่อ่มันไม่เบือก็คือมันไม่เบื ่อ่ก่อนมันจะเบือ่ มันก็ต้องเห็นก่อน ต้องใช้สติปัญญาค้นพิจารณา ปัญญำของเรำเทำียบเทำำ่ กับมีดเล่มหนึง ่ทำงไว้มีประโยชน์อะไร ิ้เอำมำใช้งำนมันจึงจะได้ประโยชน์ อันนีมีแต่...้เอาล่ะ พอแค่นีแล้ว้ มีกี่คำนในหมู่บ้ำนที่มำปฏิบัติเหมือนเรำ มันดีจะตำยแล้ว นี่มันพำกันตกลงบ่อใหญ่เหวใหญ่จิตใจมันตกอยู่ในหลุมมันไม่ยอมขึ้น มันจะด�ำลงไปอีก ด�ำน�้ำ ด�ำลงไปก็ยิ่งลึกลงไป สร้ำงโลกนั้นมันสร้ำงเอำทุกข์สร้ำงเอำคำวำมเจ็บปวดสร้ำงเอำคำวำมวุ่นวำย มันแน่นอน198


Click to View FlipBook Version