The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Infographic ราชาธิราช

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Merlin Miller, 2020-03-16 04:40:37

ราชาธิราช

Infographic ราชาธิราช

ตแี ตกวรรณคดไี ทยในแบบเรียน รำชำธริ ำช
ฉบบั พระยำพระคลงั (หน)

●กำเนดิ มะกะโท ●ศึกพระเจำ้ ฝรง่ั มงั ฆอ้ ง
●พลำยประกำยมำศ ●พระเจำ้ หงสำวดแี กป้ ญั หำพระเจำ้ กรงุ จนี

รำชำธริ ำช

คำนำ

วรรณคดี เรอ่ื ง รำชำธริ ำช เป็นยอดวรรณคดีร้อยแก้ว และเปน็ วรรณกรรมแปลทม่ี ีคณุ ค่ำอีกเรือ่ งหน่งึ ซึ่งกระทรวงศกึ ษำธกิ ำรได้ให้ผู้เรียน
ได้เรียนในแบบเรียนภำษำไทย มี 3 ตอน ได้แก่ ตอน กำเนิดมะกะโท สำหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษำปีท่ี 5 ในหนังสือเรียนวรรณคดีลำนำ
ตอน สมงิ พระรำมอำสำ และตอน พลำยประกำยมำศ สำหรับนักเรียนช้นั มัธยมศกึ ษำปีที่ 1 ในหนงั สือเรยี นวรรณคดวี ิจักษ์

รำชำธริ ำชเป็นวรรณคดที ี่มีควำมสนกุ สนำน และให้คุณค่ำแกผ่ ูอ้ ่ำนได้ทกุ เพศทุกวัย ซึ่งกำรท่ผี ู้เรียนจะเรียน เรื่อง รำชำธิรำช ได้อย่ำงเข้ำใจ
และได้รับประโยชน์สูงสุดน้ัน ครูภำษำไทยจึงเป็นเหมือนดังเข็มทิศท่ีจะช่วยนำทำงให้กับผู้เรียน ซ่ึงหนังสือ เร่ือง ตีแตกวรรณคดีไทยในแบบเรียน
รำชำธิรำชฉบับเจ้ำพระยำพระคลัง (หน) เป็นหนังสือที่เหมำะสำหรับกับครูภำษำไทย และผู้ท่ีสนใจศึกษำวรรณคดีเรื่อง รำชำธิรำช เป็นอย่ำงมำก
เพรำะหนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมข้อมูลในเร่ืองรำชำธิรำชในหลำกหลำยมิติ ซึ่งในที่นี้ได้ศึกษำรำชำธิรำชท้ังหมด 4 ตอน ได้แก่ ตอน กำเนิดมะกะโท
ศกึ พระเจ้ำฝรง่ั มงั ฆอ้ ง พลำยประกำศมำศ และพระเจ้ำธรรมปิฎกธร ซ่ึงกำรศึกษำทั้งสี่ตอนนี้ ก็ทำให้ได้เห็นภำพรวมของรำชำธิรำช และเข้ำใจคำว่ำกษัตริย์
เหนอื กษตั ริย์ไดอ้ ย่ำงถ่องแท้ พร้อมทงั้ นำเสนอผ่ำนอินโฟกรำฟฟิก ซ่ึงช่วยให้อ่ำนง่ำย และเข้ำใจเน้ือหำได้ลึกซ้ึงมำกย่ิงข้ึน อีกท้ังหนังสือเล่มนี้ยังได้แบ่ง
เน้ือหำเป็นบท โดยมีเน้ือหำเริ่มตั้งแต่ภูมิหลังที่มำของเร่ืองรำชำธิรำช คุณค่ำด้ำนเน้ือหำ คุณค่ำด้ำนวรรณศิลป์คุณค่ำด้ำนอ่ืนๆ แล ะควำมสำคัญ
ของรำชำธริ ำช รวมท้งั เกรด็ ควำมรูท้ ่นี ่ำสนใจ

โอกำสน้ีขอขอบพระคุณ อำจำรย์พฤฒิชำ นำคะผิว อำจำรย์ผู้สอนเป็นอย่ำงยิ่งที่ได้ให้คำปรึกษำ แนะนำ ในกำรจัดทำหนังสือ เรื่อง ตีแตก
วรรณคดไี ทยในแบบเรยี น รำชำธริ ำชฉบับเจำ้ พระยำพระคลัง (หน) ในครั้งนี้ ขอขอบคุณผู้เรียบเรียงหนังสือ วิจัย บทควำม ทุกท่ำนท่ีได้นำมำใช้ค้นคว้ำ
และอ้ำงองิ ในหนังสือเล่มน้ี คณะผู้จดั ทำหวงั เปน็ อย่ำงยง่ิ ว่ำหนงั สือเลม่ นี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้สนใจศึกษำไม่มำกก็น้อย ในกำรหำกผิดพลำดประกำร
ใดก็ขออภัยมำ ณ ที่นี้ดว้ ย

สำรบญั

บทที่ 1 2

ภมู หลงั 4
5
ผแู้ ตง่ และประวตั ิผู้แตง่ 6
ยุคสมัยทแ่ี ต่ง 8
จดุ ประสงคก์ ำรแตง่ 10
รปู แบบคำประพนั ธ์ 11
ควำมเปน็ มำ 14
ควำมแตกต่ำง
กำรปรบั เปลี่ยน
เรื่องยอ่ รำชำธริ ำช

สำรบญั (ต่อ)

บทท่ี 1 16

กลวิธกี ำรนำเสนอ 17

กลวธิ กี ำรสรำ้ งปมควำมขัดแยง้ เพอ่ื กำรดำเนนิ ตอ่ ของเร่อื งรำว 18
19
กลวิธกี ำรต้ังชอ่ื ตัวละครเพ่ือแสดงชนช้ันและชนชำตขิ องตัวละครให้ชดั เจน
กลวธิ ีกำรใช้ควำมเชื่อด้ำนศำสนำเพือ่ เชอื่ มโยง 20
เรอื่ งรำวและสนบั สนุนควำมน่ำเล่อื มใสในกษตั ริย์ 22
กลวธิ กี ำรใชบ้ ทสนทนำเพื่อเสรมิ กำรแสดงออกของตวั ละครใหส้ ม
กลวธิ กี ำรใช้ควำมเชื่อกำรกลบั ชำตมิ ำเกิด
ของผ้มู ีบญุ เพ่ือสรำ้ งควำมเชือ่ มนั่ ในตัวละคร
แนวคดิ ของเร่อื งรำชำธิรำช รำชำธริ ำช

สำรบัญ (ตอ่ ) 24

บทที่ 2 25
30
ตอน กำเนดิ มะกะโท 31
38
เนอื้ เรื่องยอ่ 43
ตวั ละครสำคญั 47
แนวคดิ สำคญั
คุณคำ่ ดำ้ นวรรณศิลป์
คุณคำ่ ดำ้ นสงั คม
คุณค่ำดำ้ นกำรเมืองกำรปกครอง
คณุ ค่ำดำ้ นสติปัญญำ

สำรบญั (ตอ่ ) 51

บทท่ี 3 52
53
ตอน ศกึ พระเจำ้ ฝรง่ั มังฆอ้ ง 57
58
คณุ ค่ำด้ำนเน้ือหำ 62
เน้อื เรอ่ื งย่อ 64
ตัวละครสำคญั 66
แนวคดิ สำคัญ

คุณคำ่ ด้ำนวรรณศิลป์
คุณค่ำดำ้ นสงั คม
คุณค่ำด้ำนสตปิ ญั ญำ
คุณคำ่ ดำ้ นกำรเมอื งกำรปกครอง

สำรบญั (ตอ่ ) 77
78
บทท่ี 4 82
83
ตอน พลำยประกำยมำศ 91

ตอนที่ 1 เรื่องรำวของสมิงอำยมนทะยำทำกลสอ่ื ข่ำว
เนือ้ เรื่องย่อ
ตวั ละครสำคญั
แนวคิดสำคัญ

คุณค่ำด้ำนวรรณศิลป์
คณุ ค่ำดำ้ นสังคม

สำรบญั (ตอ่ ) 95
96
บทที่ 4 98
101
ตอน พลำยประกำยมำศ 104

ตอนท่ี 2 เรือ่ งรำวของชำ้ งพลำยประกำยมำศ
เนอ้ื เรอ่ื งย่อ
ตวั ละครสำคัญ

คุณคำ่ ด้ำนวรรณศิลป์
คณุ ค่ำดำ้ นสงั คม
คุณค่ำด้ำนสติปญั ญำ

สำรบัญ (ตอ่ ) 107

บทที่ 5 108
109
ตอน พระเจ้ำธรรมปิฎกธรแกป้ ัญหำพระเจ้ำกรุงจีน 111
112
คุณค่ำดำ้ นเน้อื หำ 119
เนอื้ เรอ่ื งย่อ 121
ตวั ละครสำคญั 123
แนวคดิ สำคัญ

คณุ ค่ำดำ้ นวรรณศลิ ป์
คณุ คำ่ ดำ้ นสงั คม
คุณคำ่ ดำ้ นสตปิ ญั ญำ
คุณค่ำดำ้ นกำรเมืองกำรปกครอง

สำรบญั (ตอ่ )

บทท่ี 6 131

ควำมสำำคัญอันผ้อู ำ่ นจะไดร้ บั 132
133
ตวั ละครในรำชำธริ ำชเปน็ แบบอย่ำงทดี่ ใี หก้ บั เยำวชน 134
เป็นแบบอย่ำงของผู้มปี ญั ญำ เป็นผู้มไี หวพรบิ ปฏภิ ำณ 135
เป็นแบบอย่ำงของผ้มู ีควำมขยนั หมั่นเพียร 136
เป็นแบบอย่ำงของกำรใช้คำพดู 137
แบบอย่ำงของผเู้ สียสละและมีควำมกล้ำหำญ 139
แบบอย่ำงของควำมกตญั ญู
แบบอยำ่ งกำรใชป้ ญั ญำ

สำมำรถเรยี นรสู้ ังคมวฒั นธรรมของประเทศเพ่ือนบำ้ น (มอญ-พม่ำ) ได้

สำรบัญ (ต่อ)

ควำมเช่อื ของคนในสงั คมของมอญ-พมำ่ ในอดีต 140
ต่อกำรเรียนร้ใู นปจั จบุ ัน
ควำมเชอ่ื ของคนในสังคมของมอญ-พมำ่ ในอดีตตอ่ กำรเรยี นรใู้ นปจั จบุ นั 141
ภำษำท่ใี ช้ในกำรแตง่ รำชำธริ ำชเป็นแบบอยำ่ งทด่ี ี 143
ในกำรเขียนบันเทงิ คดไี ด้
ผอู้ ำ่ นเรอ่ื งรำชำธริ ำชสำมำรถเรยี นร้กู ำรปฏบิ ตั ิตำมบทบำทหนำ้ ท่ี 147
ของตนเองในสงั คม
ชว่ ยใหผ้ อู้ ำ่ นเขำ้ ใจควำมสมั พนั ธร์ ะหวำ่ งสถำบนั พระมหำกษตั รยิ ์ 149
กับพระพทุ ธศำสนำไดด้ ยี ่ิงข้ึน

สำรบัญ (ต่อ) 152
153
บทท่ี 7 154
155
รปู แบบกำรสอน
158
กำเนิดมะกะโทป.5 กิจกรรมท่ี 1 เกมเจำ้ บทบำท (สอนด้วยเกม) 165
กำเนิดมะกะโท ป.5 กิจกรรมที่ 2 ระดมควำมคิด...พินิจคณุ คำ่ 168
สมงิ พระรำมอำสำ ม.1 กิจกรรมท่ี 3 World cafe้…เฮว้ รรณคดี
พลำยประกำยมำศ ม.2 กิจกรรมที่ 4หมวกหกใบ...อยำกให้รู้

ภำคผนวก

ถำมมำตอบไป
เอกสำรและงำนวิจัยที่เกีย่ วขอ้ ง
แนะนำนักเขยี น

ขอบเขตเนอื้ หำ

หนังสอื เล่มน้ีไม่ได้ศึกษำรำยละเอียดทั้งเรื่องแต่เป็นกำรเลือกตอนที่เนื้อหำสนใจและเป็นส่วนสำคัญของเร่ือง
ในกำรศึกษำ โดยศึกษำทง้ั หมด 9 ตอน คือ 1. ตอน กำเนดิ มะกะโท 2. ตอน มะกะโทได้ทำนำยนิมติ 3. ตอน มะกะโท
ได้เป็นขุนวัง 4. ตอน มะกะโทพำพระรำชธิดำหนี 5. ตอน มะกะโทได้เมืองเมำะตะมะ 6. ตอน ศึกพระเจ้ำฝรั่งมังฆ้อง
7. ตอน สมิงอำยมนทะยำทำกลส่ือข่ำว 8. ตอน มังรำยกะยอฉวำตำย 9. ตอน แก้ปัญหำพระเจ้ำกรุงจีน
และเนือ่ งจำกว่ำผู้ศึกษำเน้นศึกษำเน้อื หำที่มีควำมสำคัญในตอนน้ันๆ เป็นหลัก เพื่อควำมต่อเนื่องของเร่ืองรำวของแต่ละ
ตอนและเพื่อควำมสะดวกในกำรศึกษำ ผู้จัดทำจึงได้จัดตอนต่ำงๆ ท่ีมีเน้ือหำต่อเนื่อง เกี่ยวเนื่องกันเข้ำด้วยกันเป็น
4 ตอน คือ

ตอนท่ี 1 พระเจ้ำฟ้ำร่ัว รวมเนื้อหำทั้งหมด 5 ตอน คือ 1. ตอน กำเนิดมะกะโท 2. ตอน มะกะโทได้ทำนำย
นิมติ 3. ตอน มะกะโทได้เป็นขุนวัง 4. ตอน มะกะโทพำพระรำชธิดำหนี และ 5. ตอน มะกะโทไดเ้ มอื งเมำะตะมะ

ตอนที่ 2 ศึกพระเจำ้ ฝร่งั มงั ฆอ้ ง
ตอนท่ี 3 พลำยประกำยมำศ รวมเน้ือหำท้ังหมด 2 ตอน คือ 1. ตอน สมิงอำยมนทะยำทำกลส่ือข่ำวและ
2. ตอน มงั รำยกะยอฉวำตำย
ตอนท่ี 4 พระเจ้ำหงสำวดีมหำปิฎกธรำแก้ปัญหำพระเจ้ำกรุงจีน คือ ตอน แก้ปัญหำพระเจ้ำกรุงจีน จำกทั้ง 4
ตอนที่ไดก้ ลำ่ วมำในเบอ้ื งต้นนัน้ มีเรื่องย่อดงั ต่อไปนี้



บทท่ี 1
ภูมหิ ลัง

2 ผู้แต่งและประวตั ิผ้แู ต่ง

พระยำอนิ ทรอคั รำช เจ้ำพระยำพระคลงั (หน) พระศรภี รู ปิ รชี ำ
ผอู้ ำนวยกำรแปล
1 3
ร่วมกบั กวใี นรำชสำนกั

พระภริ มรศั มี

2

3

บตั รประวตั เิ จำ้ พระยำพระคลัง (หน)

นำมเดมิ หน
บิดำ เจ้ำพระยำบดินทรส์ ุรินทรฦ์ ๅชยั (บญุ ม)ี
มำรดำ ท่ำนผ้หู ญงิ เจริญ
เกิด อยุธยำตอนปลำย
ถงึ แกอ่ สญั กรรม พ.ศ.2348

สมยั กรงุ ธนบรุ ี บรรดำศกั ดิ์ หลวงสรวชิ ติ นำยดำ่ นเมืองอุทยั ธำนี
ผลงำน ลลิ ิตเพชรมงกุฎ และ อิเหนำคำฉันท์

สมัยกรงุ รตั นโกสนิ ทร์ บรรดำศกั ด์ิ เจ้ำพระยำพระคลงั เสนำบดจี ตสุ ดมภก์ รมทำ่
ผลงำน สำมกก๊ รำชำธริ ำช กำกีคำกลอน
ลลิ ติ พยหุ ยำตรำเพชรพวง ลิลติ ศรวี ิชยั ชำดก
รำ่ ยยำวมหำชำตกิ ัณฑ์กุมำรและกณั ฑ์มทั รี
สมบตั อิ มรนิ ทรค์ ำกลอน

4 ยคุ สมัยที่แตง่

พระบำทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟำ้ จฬุ ำโลก
ทรงพระกรณุ ำโปรดเกลำ้ ฯ ให้
เจำ้ พระยำพระคลงั (หน)
แปลและเรยี บเรยี ง รำชำธริ ำช
เมื่อ พ.ศ.2328

จุดประสงค์กำรแตง่ 5

เพือ่ เปน็ ขวญั กำลงั ใจแก่รำษฎร ทหำร ขนุ นำง

ใชบ้ ำรุงขวญั ใหไ้ ทยมีจติ ใจฮึกเหิมในกำรสกู้ ับพมำ่ เช่นเดยี วท่ีมอญเอำชนะพมำ่ ได้
และยงั เปน็ กศุ โลบำยช่วยบรรเทำควำมร้สู กึ เจ็บปวดเมอ่ื ครงั้ เสยี กรุงศรอี ยธุ ยำ

เพื่ออำ้ งควำมชอบธรรมของกำรขน้ึ ครองรำชย์ของรัชกำลท่ี 1

กำรปรำบดำภเิ ษกขนึ้ เป็นกษัตริย์ ทำให้สถำบนั พระมหำกษตั รยิ ย์ งั ไม่เสถยี รภำพเพยี งพอ
จึงสร้ำงรำชำธิรำชขึ้นมำเพอื่ ช่วยอำ้ งควำมเหมำะสมในกำรเป็นกษตั รยิ ข์ องรัชกำลท่ี 1

ว่ำกษตั รยิ ์ไม่จำเปน็ ต้องสืบเชอ้ื สำยกษัตรยิ ์ เพียงเป็นผ้มู ีปญั ญำและบญุ ญำธิกำร
กส็ ำมำรถสถำปนำรำชวงศใ์ หมไ่ ด้เชน่ กัน

6 รปู แบบคำประพันธ์

ควำมเรียงรอ้ ยแกว้

เกรด็ น่ำรู้

ควำมเรียงรอ้ ยแกว้
ถอื ว่ำเป็นรปู แบบใหม่ของวรรณกรรมไทยในสมัยน้ัน เพรำะเม่ือก่อนจะถูกใช้ในงำนเขียน
ทำงศำสนำเท่ำน้ัน กำรนำควำมเรียงร้อยแก้วมำเขียนวรรณกรรมเร่ืองรำชำธิรำช น่ำจะมี
นัยยะส่ือว่ำวรรณกรรมเรื่องรำชำธิรำชเป็นวรรณกรรมที่มีควำมศักด์ิสิทธ์ิเหมือนกับ
วรรณกรรมทำงด้ำนศำสนำ เพอ่ื ชว่ ยสร้ำงควำมมั่นคงให้กับสถำบันกษัตรยิ ์ในตอนน้นั

ควำมยำว 7

สมดุ ไทย 24 เลม่ สมุดไทย 20 เลม่

ฉบบั เขยี น ฉบับพมิ พ์

รำชำธิรำชฉบบั เจำ้ พระยำพระคลงั (หน)

ฉบับเขยี น เขียนลงในสมุดไทย 24 เล่ม
แต่พมิ พร์ วมกนั เพยี ง 20 เลม่ อีก 4 เลม่ แยกพิมพอ์ กี เล่มหนง่ึ ตำ่ งหำก

เกรด็ นำ่ รู้ สีดำ สขี ำว

สมดุ ไทย คอื สมุดท่ีไทยใช้แต่โบรำณ
ทำด้วยกระดำษข่อย พบั เปน็ ชน้ั ๆ มี 2 สี คอื สขี ำว และ สีดำ

8 ควำมเป็นมำ

พงศำวดำรภำษำมอญ รำชำธริ ำชยทุ ธนำ รำชำธริ ำชภำษำมอญ รำชำธริ ำชภำษำมอญเขำ้ มำในไทย

เน้อื หำวำ่ ด้วยประวตั ิศำสตร์ของ เปน็ รำชำธิรำชภำษำพมำ่ เรยี บเรียง มีผู้แปลรำชำธิรำชยุทธนำออกเป็น ครำวท่มี อญแพส้ งครำมพม่ำ มีชำวมอญกล่มุ
อำณำจักรหงสำวดีของชำวมอญ จำกเอกสำรประวัติศำสตร์ภำษำมอญ ภำษำมอญ สันนิษฐำนว่ำผแู้ ปลนำ่ จะ หนง่ึ ท่ีหนภี ัยสงครำมได้นำรำชำธริ ำชภำษำ
โดยพญำทะละ ขุนนำงเชือ้ สำยมอญ เปน็ อำจำรยเ์ ฟำะ กวภี ิกษชุ ำวมอญ มอญเขำ้ มำในไทยสมยั ปลำยกรงุ ศรอี ยุธยำ
รวมถึงพระรำชประวัติของ ซึง่ เป็นผู้เชย่ี วชำญท้งั ภำษำมอญและ มีกำรแปลเปน็ ภำษำไทยครงั้ แรก แตส่ ูญหำย
กษัตรยิ ์มอญหลำยพระองค์ ในรำชสำนักพระเจ้ำบเุ รงนอง พม่ำ ต้นฉบบั รำชำธริ ำชภำษำมอญถูก เม่ือครง้ั กรงุ ศรอี ยุธยำล่มในปี พ.ศ. 2310
ตงั้ แต่ พ.ศ. 1830-1964
คัดลอกต่อกันมำ

1 2 3 4พ.ศ.2283

9

รำชำธริ ำช รำชำธริ ำชภำษำมอญ
ฉบับเจำ้ พระยำพระคลัง (หน)
รำชำธริ ำชตพี มิ พ์เปน็ คร้งั แรก
รัชกำลที่ 1 โปรดเกลำ้ ฯ ให้ ทโี่ รงพมิ พห์ มอบรัดเล
เจำ้ พระยำพระคลัง (หน) ในสมยั รชั กำลท่ี 5
เรยี บเรยี งรำชำธริ ำชขึน้ มำใหม่
จงึ เรียกอีกช่ือวำ่ รำชำธริ ำชฉบบั หลวง

รำชำธริ ำช ชำระรำชำธริ ำช
ฉบับกรมพระรำชวงั บวรมหำสรุ สงิ หนำท
กรมหม่ืนอกั ษรสำสนโสภณ
พระยำเจ่ง แปลขน้ึ ทูลเกลำ้ ฯ ถวำย ชำระเรอ่ื งรำชำธิรำช
กรมพระรำชวงั บวรมหำสุรสิงหนำท
เสรจ็ สนิ้ ในสมยั รชั กำลที่ 4

5 ก่อน พ.ศ. 2328 6 พ.ศ. 2328 7 8กอ่ น พ.ศ.2412 พ.ศ.2423

10 ควำมแตกต่ำง

ฉบบั ภำษำพมำ่ และมอญ ฉบบั เจำ้ พระยำพระคลงั (หน)

เน้อื เรอื่ งเรม่ิ ตงั้ แตร่ ชั สมยั เน้ือเรอ่ื งครอบคลมุ ตงั้ แต่
พระเจำ้ ฟำ้ รวั่ ถึงพระเจำ้ รำชำธริ ำช รัชสมยั พระเจำ้ ฟำ้ รวั่
ถึงพระเจำ้ ธรรมเจดยี ์

ระบวุ ำ่ พระเจำ้ ฝรง่ั มงั ฆอ้ ง ระบุวำ่ พระเจำ้ รำชำธริ ำช
เสดจ็ สวรรคต เสด็จสวรรคต

กอ่ นพระเจำ้ รำชำธริ ำช กอ่ นพระเจำ้ ฝรงั่ มงั ฆอ้ ง

กำรปรับเปล่ยี น 11

จำกรำชำธริ ำชพมำ่ -มอญ สรู่ ำชำธริ ำชฉบบั เจำ้ พระยำพระคลงั (หน) ฉบับเขยี น

เพื่อใหผ้ ูอ้ ำ่ นทรำบทนั ทวี ำ่ ในบรบิ ทนนั้ ๆใครแสดงบทบำทใด เพ่อื ใหว้ รรณกรรมแปลสำมำรถเขำ้ ถึงผอู้ ำ่ น
ไม่ตอ้ งยอ้ นกลบั ไปอำ่ นรำยละเอยี ดกอ่ นหนำ้ และเขำ้ กบั บรบิ ทสงั คมไทย
โดยกำรใสไ่ มย้ มก (ๆ)
เรำจะยกพลออกหกั หำรรบพุ่งด้วยกองทับพระเจำ้
“เสนำบดีก็เอำเขำ้ ไปถวำยพระเจำ้ รำชำธริ ำชๆ กำมะลำนบี ดั นเี้ ล่ำ ประดจุ ดง่ั สำดนำ้ รดกัน
กพ็ ระรำชทำนแกเ่ ม้ยมะณิก” กจ็ ะเสียรพี้ ลทงั สองฝ่ำยลม้ ตำยเปนอันมำก”

ปรบั เปลยี่ นชอื่ เฉพำะ

ชอื่ สถำนท่ี ช่อื ตวั ละคร
ฉบบั พมำ่ -มอญ ฉบบั ตวั เขยี น
ฉบบั พมำ่ -มอญ ฉบบั ตวั เขยี น เพ่อื ใหเ้ ขำ้ กบั พระเจำ้ วำร/ู สวุ ำร พระเจ้ำฟำ้ ร่ัว
กำรออกเสยี งของคนไทย
เมำะตะมะ เมำะตะหมะ มงั ของ พระเจ้ำฝำรัง่ มังฆอง
พะกะมัต พลำยประกำยมำท
สัมแตว ทรำงทวย พระนำยหอคำ พระเจำ้ มนเทียรทอง

ทะคุม ตะเกงิ

ละควนปรญั นครเพน

12 กำรปรบั เปลย่ี น

จำกรำชำธริ ำชฉบบั เจำ้ พระยำพระคลัง (หน) ฉบบั เขยี น สู่ฉบบั พมิ พ์

ปรับอกั ขรวธิ ี ปรบั ภำษำใหเ้ หมำะกบั บคุ คล

ปรบั อกั ษร ตวั สะกด เพอ่ื ทำใหเ้ ขำ้ ใจงำ่ ยขน้ึ โดยเฉพำะกำรใชค้ ำรำชำศพั ท์
และเวน้ วรรค เวน้ บรรทดั ใหส้ ะดวกตอ่ กำรอำ่ น ใหป้ รำกฏในวรรณกรรมอยำ่ ง

สมำ่ เสมอ

คำศัพท์ ชือ่ ตวั ละคร คำรำชำศพั ท์
ฉบบั ตวั เขยี น ฉบบั ตวั พมิ พ์
ฉบบั ตวั เขยี น ฉบบั ตวั พมิ พ์ ฉบบั ตวั เขยี น ฉบบั ตวั พมิ พ์
ปฤกษำ ปรึกษำ
ทรัพย ทรัพย์ นำงซรอยคำว นำงเทพสดุ ำสรอ้ ยดำว จึงสั่ง จึงตรสั สั่ง
สำมเณร สำมเณร
พระเจ้ำฝร่ังมังษรีชะวำ พระเจำ้ ฝรง่ั มังศรฉี ะวำ เหน็ ทอดพระเนตรเห็น

พระเจำ้ ฝำรั่งมงั ฆอง พระเจำ้ ฝรั่งมังฆ้อง ไป เสด็จ

13

ปรับใหเ้ ปน็ บันเทงิ คดมี ำกกวำ่ เปน็ วรรณกรรมองิ พงศำวดำร

ไม่เนน้ เลำ่ เฉพำะเรอื่ งรำวของกษตั รยิ ์ เพ่มิ เตมิ เหตกุ ำรณท์ ่สี รำ้ งควำมระทกึ ใจ
ในสมยั พระเจำ้ รำชำธริ ำช

เพมิ่ บทบำทของตวั ละคร ปรับบทจบเรอ่ื งเพือ่ ใหจ้ บแบบมคี วำมสขุ
ให้มีมติ ทิ ำงอำรมณค์ วำมรสู้ ึกมำกขน้ึ

14
เรอื่ งย่อรำชำธริ ำช

รำชำธิรำชเป็นเร่อื งรำวควำมย่งิ ใหญข่ องกษตั รยิ ม์ อญที่เอำชนะข้ำศึกที่มีกำลังเหนือกว่ำได้ด้วยบุญญำบำรมี
ควำมกล้ำหำญ และปัญญำ โดยเรื่องรำวเริ่มต้นจำกกำรกำเนิดกษัตริย์มอญพระองค์แรกคือ พ่อค้ำท่ีช่ือว่ำมะกะโทซ่ึง
สำมำรถขึ้นเปน็ กษัตรยิ ไ์ ด้ด้วยบญุ ญำบำรมที ปี่ ระกอบกับปัญญำ ควำมขยันหม่ันเพียรและไหวพริบ ปฏิภำณ เรื่อรำวดำเนิน
มำเรื่อยๆ ด้วยเน้ือหำท่ีเป็นกำรผลัดเปลี่ยนกษัตริย์และกำรทำศึกสงครำมใหญ่น้อย จนมำถึงกษัตริย์พระองค์ที่สอง
ท่ีนบั ว่ำเปน็ กษตั ริยผ์ ยู้ ่ิงใหญ่อักหนึ่งพระองคค์ อื พระเจ้ำรำชำธริ ำช ผู้ท่มี พี ระนำมเหมือนกับชื่อเรื่อง พระองค์เป็นกษัตริย์ที่
มคี วำมเดด็ ขำด กล้ำหำญ ปกครองคนเก่งและ เปน็ ผ้ทู ีม่ ีควำมเลือ่ มใสในพระพุทธศำสนำเป็นอย่ำงมำก โดยควำมเก่งกล้ำ
สำมำรถน้ีทำให้สำมำรถเอำชนะข้ำศึกจำกพม่ำอันมีกำลังเหนือกว่ำเป็นหลำยเท่ำตัวได้ หลังจำกที่พระเจ้ำรำชำธิรำช
สวรรคตลงเรื่อวงรำวรำชำธิรำชดำเนินต่อด้วยกำรท่ีรำชวงศ์ของมอญเสื่อมถอยลง กษัตริย์ท่ีเป็นผู้หญิงขึ้นครองรำชย์
แล้วถูกจับไปเป็นชำยำของกษัตริยพ์ มำ่ ต่อมำลูกบญุ ธรรมของนำงทเี่ ป็นพระได้มำชว่ ยนำงหนกี ลับมำยังเมอื งพะโค นำงจึง
ได้ยกให้ลูกบุญธรรมนำมว่ำ พระธรรมปิฎกธรข้ึนเป็นกษัตริย์ แต่ด้วยเหตุที่พระธรรมปิฎกธรไม่ได้มีเชื้อสำยกษัตริย์จึง
ไม่ไดร้ ับกำรยอมรบั จำกกษตั รยิ ์ทัง้ ปวงแต่ทำ้ ยท่ีสดุ ด้วยปญั ญำและควำมสำมำรถทำงธรรมทำใหพ้ ระธรรมปฎิ กธรหรือพระ
เจ้ำหงสำวดีสำมำรถคำสบประมำทได้อีกท้ังยังเป็นที่เคำรพนับถือของกษัตริย์ท้ังปวงจึงเป็นกษัตริย์อีกพระองค์ท่ีถือเป็น
กษัตริย์ผยู้ ิง่ ใหญเ่ หนือกษตั รยิ ์

กลวธิ ีกำรนำเสนอ

ตอ้ งนำ่ สนใจเหมอื นกลวธิ ี
กำรขำยผลไม้แน่ ๆ

16

กลวิธีกำรสรำ้ งปมควำมขดั แยง้ เพอ่ื กำรดำเนนิ ตอ่ ของเร่ืองรำว

สงครำมเกิดจำกควำมขดั แยง้

กลวิธีกำรสร้ำงควำมขัดแยง้ นี้ถอื วำ่ มีควำมสำคญั เปน็ อยำ่ งมำกตอ่ กำรนำเสนอเน้ือหำใน
บำงครั้งควำมขัดแย้งเป็นจุดเร่ิมต้นของเร่ืองรำว บำงครั้งเป็นตัวพิสูจน์บุคคล และบำงคร้ังเป็น
ตัวเชื่อมที่ทำให้เร่ืองรำวสำมำรถดำเนินต่อไปได้ กำรสร้ำงควำมขัดแย้งในเรื่องจึงถือเป็นอีก
กลวิธีทีท่ ำให้วรรณคดีรำชำธริ ำชมีควำมเฉพำะและมคี วำมนำ่ สนใจ

17

กลวธิ ีกำรตง้ั ชือ่ ตัวละครเพ่อื แสดงชนชั้น
และชนชำตขิ องตัวละครให้ชดั เจน

นอ้ งหนูจะเปลี่ยนชอ่ื เปน็
นอ้ งหนสู ะดุง้ มอด อิอิ

ผแู้ ตง่ ใช้กลวธิ ีนี้เพื่อทำใหว้ รรณคดรี ำชำธริ ำชเปน็ สัดสว่ นมำกข้นึ ทะลำยควำมสบั สนของควำมสัมพันธ์ตัวละคร
ในเร่ืองท่ีค่อนข้ำงสลับซับซ้อนให้สำมำรถแยกฝั่งแบ่งฝ่ำยเพื่อให้ผู้อ่ำนลำดับจับใจควำมของเหตุกำรณ์ต่ำงๆ ได้ แต่
นอกจำกนี้ยังมีอีกกลวธิ กี ำรตั้งชื่อที่เป็นสว่ นยอ่ ยคือ กำรต้ังช่ือท่ียำว แปลก และเข้ำใจยำกของตัวละครบำงตัว เม่ืออ่ำน
แลว้ ทำใหผ้ ู้อำ่ นเกดิ ควำมรู้สึกสับสนแตก่ ็เกดิ ควำมสนใจอยำกอ่ำนใหถ้ ูกต้องและจำกจะพินิจถึงควำมหมำย และท่ีมำของ
ชือ่ นัน้ ๆ เชน่ นำงเม้ยสะดุ้งมอด พระเจ้ำฝร่งั มงั ฆอ้ ง พะตะเบดิ อขมะมอญ เปด็ น้อย เปน็ ต้น

18

กลวิธีกำรใชค้ วำมเช่ือดำ้ นศำสนำเพ่ือเช่อื มโยง
เร่อื งรำวและสนบั สนุนควำมน่ำเล่อื มใสในกษัตริย์

น้องหนูว่ำกลวิธีนี้ทำให้
กษัตริย์เป็นผู้ท่ีน่ำเล่ือมใส
มำกขน้ึ

ผู้แต่งใช้กลวิธีน้ีในกำรสืบเนื่องเช่ือมโยงเรื่องรำวให้ เห็นว่ำ
กษัตริย์ผู้ประเสริฐในเร่ืองรำชำธิรำช ท่ีเจริญในอำนำจนั้นต่ำง
เป็นผูม้ ีควำมเลื่อมใสในพระพุทธศำสนำ ซ่งึ ควำมรูส้ กึ ทก่ี ระทบต่อ
ผ้อู ่ำนโดยอัตโนมัตคิ ือควำมเชอื่ ม่นั ศรทั ธำในกษัตริย์แต่ละองค์ท่ีชื่อ
วำ่ เปน็ กษตั ริยผ์ ยู้ งิ่ ใหญใ่ นเร่อื งรำชำธิรำช

19

กลวิธกี ำรใชบ้ ทสนทนำเพือ่ เสรมิ กำรแสดงออกของตวั ละครให้สม

สดุ ยอดเลย

วรรณคดีเรอื่ งรำชำธริ ำชยังกลวิธที ี่ช่วยเสรมิ กำรนำเสนอเนอ้ื หำทนี่ อกเหนอื จำกกำรบรรยำยเหตุกำรณต์ ่ำงๆ
ไปเรื่อยๆ คือ กำรใชบ้ ทสนทนำ ซึ่งบทสนทนำในเรอ่ื งนน้ั ช่วยเสรมิ ควำมของกำรบรรยำยและช่วยใหผ้ ้อู ่ำน
รบั รคู้ วำมรู้สกึ นึกคิดของตวั ละครนั้นๆ ไดม้ ำกยิ่งขึน้

20

กลวิธีกำรใชค้ วำมเชอ่ื กำรกลบั ชำตมิ ำเกดิ
ของผมู้ ีบญุ เพอื่ สรำ้ งควำมเชือ่ มัน่ ในตัวละคร

วำ้ ย! นอ้ งหนูว่ำยนำ้
ไม่เปน็

เร่อื งรำชำธริ ำชน้นั ผู้แต่งไดเ้ ร่มิ ต้นเรอื่ งตง้ั แต่เหตเุ ค้ำมูลของกำรเกดิ เรอื่ งรำว
นน้ั ๆ โดยยกประเดน็ ทำงควำมเช่อื กำรกลบั ชำตมิ ำเกดิ ของผู้มีบญุ บำรมีมำเปน็ เครอ่ื ง
ดงึ ดดู และเปน็ สง่ิ สมทบในดำ้ นของควำมน่ำเชื่อถอื เพมิ่ ควำมศกั ดิ์สทิ ธิของเร่อื งรำวอัน
จะเกิดขน้ึ ในลำดับตอ่ ไป น่นั คอื เหตุเค้ำมูลกำรกำเนิดของกษัตริย์ผยู้ งิ่ ใหญพ่ ระองคแ์ รก
นำมพระเจ้ำฟ้ำรวั่

5 21

จำกที่ได้กล่ำวมำข้ำงต้นจะเห็นว่ำวรรณคดีเร่ืองรำชำธิรำชมีกลวิธีที่ช่วยเสริม
กำรดำเนินเรื่องให้น่ำสนใจมำกยิ่งขึ้นถึง 5 วิธีกำรใหญ่ๆ และมีกลวิธีย่อยๆ
ทสี่ อดแทรกอยซู่ ่งึ อำจแตกตำ่ งกนั ไปตำมเน้ือหำของแต่ละตอน ด้วยเนื้อหำของวรรณคดี
รำชำธิรำชที่มีควำมยำวและสลับซับซ้อน ดังน้ันจึงอำจเป็นไปได้ว่ำผู้แต่งพยำยำม
สร้ำงสรรค์กลวิธีต่ำงๆ เหล่ำน้ีขึ้นมำ เพ่ือช่วยเสริมให้วรรณคดีเรื่องน้ีสำมำรถดำเนิน
เร่ืองอันยำวได้อย่ำงต่อเนื่อง อีกทั้งยังช่วยเสริมเสน่ห์ให้วรรณคดีเรื่อง รำชำธิรำช
แตกต่ำงไปจำกวรรณคดเี รื่องอ่ืนๆ จนทำให้มผี สู้ นใจศกึ ษำในแงม่ มุ ต่ำงๆ จำนวนมำก

22

แนวคดิ ของเร่อื ง รำชำธริ ำช

หำกกล่ำวถงึ แนวคิดสำคญั ในวรรณคดี เร่ือง รำชำธิรำช เมื่อตีควำมจำกชื่อเร่ือง “รำชำธิรำช”แล้ว สำมำรถตีควำมได้
เปน็ 2 นัย คือ

3.4.1.1 คำว่ำ “รำชำธิรำช” มีควำมหมำยถึงพระนำมเฉพำะของกษัตริย์ พระองค์หนึ่งของมอญ คือ พระเจ้ำรำชำธิรำช
และพระองค์ก็คอื กษัตรยิ ์ 1 ใน 3 พระองค์ท่ีถูกกล่ำวถงึ มำกในเรือ่ งรำชำธริ ำช

3.4.1.2คำว่ำ “รำชำธิรำช” ไม่ได้มีควำมหมำยแต่เพียงแค่เป็นพระนำม เฉพำะของกษัตริย์พระองค์หนึ่งเท่ำนั้น หำกแต่
เป็นคำที่ใช้เรียกกษัตริย์ ผู้ยิ่งใหญ่พระองค์ใดก็ได้ โดยในเรื่อง “รำชำธิรำช” น้ีคงจะหมำยถึงกษัตริย์ท่ี ถูกกล่ำวเน้นทั้ง
3 พระองค์ คอื พระเจำ้ ฟ้ำร่ัว พระเจำ้ รำชำธิรำช และพระเจำ้ ธรรมเจดีย์ (กรรณกิ ำร์ สำตรปรุง, 2541)

จำกกำรตีควำมข้ำงต้นจะเห็นได้ว่ำวรรณคดีเร่ือง รำชำธิรำช มีแนวคิดสำคัญ คือ ผู้ที่จะเป็นกษัตริย์ท่ีย่ิงใหญ่เหนือ
กษตั ริยท์ ง้ั ปวงไดน้ น้ั จะต้องมคี ณุ สมบัติ 4ประกำร ได้แก่ บญุ ญำบำรมี ปัญญำบำรมี มีธรรมะ และมคี วำมสำมำรถในกำรรบ

ว้ำว! กษัตริยผ์ ู้ยิง่ ใหญ่เหนอื กษตั รยิ ์





บทท่ี 2

ตอน กำเนดิ มะกะโท

24 เนือ้ เรือ่ งยอ่

กล่ำวถึงพระเจ้ำอลังคจอสูสร้ำงเมืองเมำะตะมะ แล้วตั้งให้อลิมำมำง
ให้เป็นเจ้ำเมือง ประวัติของมะกะโทซ่ึงเรม่ิ ต้นจำกกำรเป็นคนเล้ียงช้ำงในรำชสำนัก
ของพระร่วงเจ้ำแห่งกรุงสุโขทัย จนกลำยเป็นพระรำชบุตรเขยของพระร่วง
ดว้ ยบญุ ญำบำรมที ่ปี ระกอบกบั ปญั ญำ ควำมขยนั หมั่นเพยี รและไหวพริบ ปฏิภำณ ต่อมำ
กไ็ ด้ตัง้ ตนเปน็ ใหญค่ รองเมำะตะมะและได้นำมว่ำ พระเจ้ำฟ้ำรัว่

มำดเู น้ือเรอื่ งยอ่
กนั กอ่ นนะคะ

ตวั ละครสำคัญ 25

ประวัติ : มะกะโทเป็นบุตรรำมัญ บิดำเสียชีวตจึงได้เป็นนำยพ่อค้ำหำบเดินทำงไปยังสุโขทัย
ทำงำนเป็นคนเล้ียงช้ำง ต่อมำสมเด็จพระร่วงเจ้ำได้มอบตำแหน่งขุนวังให้แก่มะกะโท มะกะโทจึงคิดที่จะสร้ำง
เมือง และจะสร้ำงปรำสำทแต่ยังหำชื่อมิได้ จึงต่อพระรำชสำส์นไปขอพระนำมต่อสมเด็จพระร่วงเจ้ำสมเด็จ
พระร่วงเจำ้ มีพระรำชฤทัยโสมนสั ปรีดำภิรมย์ยง่ิ นัก จึงพระทำนนำมใหแ้ ก่มะกะโทวำ่ พระเจ้ำฟำ้ รั่ว

มำรูจ้ กั ตวั ละคร 1. มะกะโทหรอื พระเจำ้ ฟำ้ รว่ั : กษตั รยิ ผ์ มู้ ีบญุ ญำบำรมี
กนั เถอะ
ภำพแทน : เป็นภำพแทนของกษัตริย์ที่ไม่ได้สืบเช้ือสำย
มำจำกรำชวงศ์กษัตริย์ เป็นเพียงแค่สำมัญชนที่ทำอำชีพค้ำขำย แต่กำร
ข้ึนครองรำชย์ของพระเจ้ำฟ้ำรั่วน้ันเพรำะพระองค์ทรงมีพระปัญญำท่ีเป็น
ลักษณะสำคัญอย่ำงหนึ่งซึ่งปรำกฏในสมัยรัชกำรท่ี 1 เพรำะผู้มีบุญเท่ำนั้น
ที่จะสำมำรถเป็นกษัตรยิ ไ์ ด้

26 บทบำท

มะกะโทหรือเจ้ำฟ้ำร่ัว เป็นปฐมกษัตริย์แห่งเมือง
เมำะตะมะ และนับว่ำเป็นตัวละครสำคัญท่ีสุดในเร่ือง เนื่องจำก
เป็นต้นกำเนิดของเรื่องรำวทั้งหมดของเรื่องรำชำธิรำช เป็นจุดเร่ิมต้น
ของรำชวงศ์ และเปน็ ปฐมกษัตริยแ์ ห่งเมืองเมำะตะมะ

มะกะโทเป็นบุตรรำมัญ เป็นชำยที่มีลักษณะดี สง่ำงำม ลักษณะ
สูง และมีควำมฉลลำดหลกั แหลมมีปฏิภำณไหวพริบและนอกจำกนั้นยังเป็นผู้ท่ี นิสัย
มีควำมขยันหม่ันเพียร มีควำมอุตสำหะ จนทำให้คนท่ีพบเห็นเกิดควำมเมตตำ
และชนื่ ชมในควำมขยันของมะกะโท

27

2. สมเดจ็ พระรว่ งเจำ้ : กษตั รยิ ผ์ ู้มเี มตตำ

อีกคนท่ี
สำคัญ

ประวตั ิ พระร่วงเป็นกษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัย เป็นผู้มีจิตใจเมตตำ และเป็นผู้
ภำพแทน ชุบเล้ียงมะกะโทและแต่งตั้งให้ มะกะโทเป็นขุนวัง เป็นพระบิดำของพระธิดำเทพสุดำ
สรอ้ ยดำว และเป็นพอ่ ตำของมะกะโท

สมเด็จพระร่วงเจ้ำ เป็นภำพแทนของพระมหำกษัตริย์ท่ีมีเมตตำ
มคี ณุ ธรรมและเป็นกษัตริย์ที่มีจิตใจดี แม้ว่ำจะถูกมะกะโทลักพำพระธิดำหนีออกจำกเมือง
แต่พระองค์ก็ยังใหอ้ ภยั แลละยอมรับฟังควำมคิดเห็นของ มะกะโท

28 ลักษณะนสิ ยั

ติดตำมกนั สมเด็จพระร่วงเจ้ำเป็นตัวละครทม่ี จี ิตใจ
ตอ่ ไปนะ เมตตำ ไม่คดิ อำฆำตพยำบำท

บทบำท

บทบำท : สมเด็จพระรว่ งเจ้ำ นบั ว่ำเป็นตวั ละครที่สำคัญอีกหน่ึงตัวในตอนนี้ เนื่องจำกเป็น
ตัวละครท่ีช่วยพลิกชีวิตของมะกะโทให้ประสบผลสำเร็จ เป็นตัวละครที่ช่วยให้ดำเนินเรื่อง
ไปด้วยดี แม้จะมีบทบำทเพียงเล็กน้อยแต่ก็สำมำรถเป็นตัวช่วยให้เร่ืองน่ำอ่ำน และเป็น
ตัวละครท่ดี ี มีคณุ ธรรม

29ตวั ละคร 3 . อลมิ ำมำง : กษตั รยิ ผ์ ไู้ รค้ วำมสตั ย์

สดุ ท้ำย
ลักษณะนสิ ยั อลิมำมำงเป็นตัวละครท่ีไม่มีควำมซื่อสัตย์ คิดหักหลัง
ผู้อน่ื มีควำมเจ้ำเลห่ ์

เปน็ เจ้ำเมอื งเมำะตะมะ และเปน็ นอ้ งเขยของมะกะโท อลมิ ำมำงคดิ ไมซ่ ่อื กับมะกะโท ประวตั ิ
หวังจะลวงมะกะโทไปฆ่ำเพรำะกลัวว่ำมะกะโทจะมำเป็นใหญ่แทนตน จึงคิด
วำงแผนฆำ่ มะกะโทแต่ถูก มะกะโทซอ้ นแผนฆ่ำตำยในท่ีสดุ

บทบำท เป็นเจ้ำเมืองเมำะตะมะ ซึ่งเป็นเมืองที่มะกะโทได้ยึดเอำโดยไม่เสียเลือดเน้ือ
เปน็ ตวั ละครท่แี สดงให้เหน็ ถงึ ควำมไม่ซื่อสตั ย์

เป็นภำพแทนของกษัตริย์ที่ไม่มีควำมซื่อสัตย์ จนทำให้เกิดกำรสูญเสีย ภำพแทน
บ้ำนเมอื ง ทรัพย์สมบตั ิ

30 ถึงมะกะโทจะเป็นเพียงนำยพ่อค้ำ แต่ด้วยบุญญำบำรมีที่เคยสร้ำง

แนวคดิ สำคญั 1. จึงมเี หตอุ ศั จรรย์ และนำทำงไปสู่กำรเปน็ กษัตริย์ผู้

มะกะโทน้ันเป็นผู้มีบุญญำธิกำร จะเห็นได้จำกกำรท่ีมะกะโทน้ันคือ สมณเทวบุตร ที่พระพุทธเจ้ำ

2. ทำนำยไวเ้ มือ่ ครั้งเป็นมหำยกั ษท์ ่ีเคยบำเพ็ญทำนบำรมไี ว้ และเกิดมำเป็นมะกะโท

3. กำรเป็นกษตั รยิ ผ์ ้ยู ิ่งใหญน่ นั้ จะต้องเปน็ ผมู้ ีบุญญำบำรมี

เป็นผู้ที่เป่ียมไปด้วยปัญญำไม่เหมือนคนธรรมดำทั่วไป และด้วยบุญญำบำรมีที่ได้สร้ำงมำ

4. แต่ชำติปำงก่อนกส็ ำมำรถนำพำตนเองให้เป็นถงึ ปฐมกษัตรยิ แ์ ห่งเมอื งเมำะตะมะได้

31

คุณค่ำ
ดำ้ นวรรณศลิ ป์

32 คุณคำ่ ด้ำนวรรณศลิ ป์

1.) กำรหลำกคำ

ตวั อยำ่ ง จำกตวั อยำ่ งนี้จะพบกำรใช้คำซอ้ นกนั ที่
“ยังมีมหำยักษ์ท้ังแปดเห็นสมเด็จ ชว่ ยเพิม่ นำ้ หนกั ของควำมหมำยใหห้ นกั แน่นขึ้น คือ "สิริ
พระพุทธเจ้ำมีพระรูปสิริวิลำสงำมหำที่สุดมิได้ ประดับ วิลำสงำมหำที่สุดมิได้” คำที่ขีดเส้นใต้ท้ังสำมคำคือ
ไปด้ว ย ฉ้อพร ร ณรั งสี เ ล่ือมปร ะภัสส ร เปล่ ง "สิริ”,“วิลำส” และ "งำม” ต่ำงก็มีควำมหมำย
จำกพระกำยข้ำงละวำ มหำยักษ์ทั้งแปดเห็นแล้วก็ เช่นเดียวกัน คือ งดงำม และผู้ประพันธ์ยังใช้กลุ่มคำ
เล่ือมใสยินดี จึงเก็บ เอำใบพลวงมำแปดใบกระทำ "หำที่สุดมิได้" มำขยำยก็ย่ิงทำให้ผู้อ่ำนนึกเห็นภำพ
เป็นเพดำน เอำศิลำมีพรรณอันขำวมำ กระทำเป็น พระรูปของพระพุทธเจ้ำว่ำงดงำมจริงๆ ไม่มีส่ิงใด
พระแท่น อำรำธนำสมเด็จพระพุทธเจ้ำให้เสด็จ มำเปรยี บได้
นสิ ที นำกำร เหนอื เศวตบัลลังก์ศลิ ำ”

คุณค่ำด้ำนวรรณศลิ ป์ (ตอ่ ) 33

2) กำรใชค้ ำทม่ี คี วำมหมำยสอดคลอ้ งกนั

ตวั อยำ่ ง “ฝำ่ ยอลิมำมำงเห็นมะกะโทก็ทำเป็นยินดี ออกมำ
ต้อนรับ มะกะโทเข้ำไปนั่งในโรงแล้ว ก็ทำเป็นสนทนำ
กันโดยไมตรี ดุจหำควำมรงั เกยี จแกก่ นั มิได”้

จะเห็นว่ำตัวอย่ำงนี้คำและควำมต่ำงๆ น้ันมีควำมหมำยคล้อยตำมกัน คือ เป็นกำรแสดง
ควำมดีใจ ได้แก่ "ยินดี" , "ออกมำต้อนรับ" "สนทนำกันโดยไมตรี ดุจหำควำมรังเกียจแก่กันมิได้”
ควำมหมำยของคำต่ำงๆ เหล่ำน้ีแสดงให้เห็นควำมสัมพันธ์ ที่ดีระหว่ำงกัน หำกแต่มีคำว่ำ “ทำเป็น”
มำเปน็ บ่งบอกให้ร้วู ำ่ กำรกระทำเหล่ำนเ้ี ป็นสิ่งท่ีเสแสร้งทำ เพรำะต่ำงก็หลอกให้อีกฝ่ำยหน่ึงตำยใจไม่คิด
ว่ำจะทำร้ำยกัน ซ่ึงผู้ประพันธ์ เลือกใช้คำในกำรบรรยำยได้อย่ำงเหมำะสมกับสถำนกำรณ์ทำให้ผู้อ่ำน
เขำ้ ใจอำกำรท้งั ของ อลิมำมำง และมะกะโททแ่ี สดงออกมำไดอ้ ยำ่ งชัดเจน


Click to View FlipBook Version