129 ผลกำรวเิ ครำะหก์ ำรทำกำรเจรญิ สัมพนั ธไมตรีระหวำ่ งรัฐ (ตอ่ )
กำรวเิ ครำะห์ตนเองแบบ พระเจ้ำหงสำวดี ผลกำรดำเนนิ กำรตำม
SWOT ยทุ ธศำสตร์
พระเจ้ำหงสำวดีมีจุดแข็งคือเป็นผู้ท่ีมี กำรดำเนินกำรตำมยุทธศำสตร์
สตปิ ญั ญำหลกั แหลมลึกซึ้งในพระพุทธศำสนำ ประสบผลสำเร็จพระเจ้ำหงสำวดีแสดง
ใช้ปัญญำในกำรแก้ไขปัญหำต่ำงๆ และด้วย ปญั ญำให้ทำให้ ได้รบั กำรยอมรบั จำกพระ
สติปญั ญำนีเ้ องทท่ี ำใหเ้ มอื งหงสำวดีเป็นที่น่ำ เจ้ำกรุงจีน ได้รับเคร่ืองรำชบรรณำกำร
เกรงขำมของเมืองต่ำงๆ จนเป็นเป้ำหมำยที่ ซึ่งมีทั้งส่ิงของและบุคคลที่มีฝีมือของพระ
พระเจ้ำกรุงจีนต้องกำรลองปัญญำ เม่ือพระ เจำ้ กรงุ จีนมำช่วยรำชกำร
เจ้ำกรุงจีนส่งหีบกลและหุ่นคนมำลองปัญญำ
พระเจ้ำ หงสำวดีทรงใช้จุดแข็งของพระองค์
คือควำมเป็นผู้มีปัญญำแก้ปัญหำพระเจ้ำกรุง
จนี ไดส้ ำเรจ็
บทที่ 6
ควำมสำคัญ
อนั ผอู้ ำ่ นจะไดร้ บั
131
ตัวละครในรำชำธิรำช
เปน็ แบบอย่ำงท่ีดีใหก้ ับเยำวชน
เปิดหน้ำ เดี๋ยวน้องหนู
ต่อไปกนั เลย จะพำไปดู
132 มะกะโท
ขออยกู่ ับคน จำกตอน กำเนดิ มะกะโท
เลี้ยงชำ้ งของ กษตั รยิ ์
พ่อคำ้ พระเจ้ำสโุ ขทัย ปลูกผกั ถวำย ซอ้ นกล
(พระร่วงเจำ้ ) พระร่วงเจำ้ จำก อลมิ ำมำง
เบี้ยที่ไดร้ ับ
นำทองไปวำง พระรำชทำน แกล้งให้
ไว้บนจอม น้องสำวลงไป
ปลวกเพ่อื ใหส้ ูง อมน้ิวใหเ้ ปอื้ น อำบนำ้ เพอื่ ให้
ท่วมหวั นำ้ ลำยเพื่อให้ อลิมำมำงเหน็
เมลด็ ผกั ตดิ นวิ้
โอ้โห! น้องหนูจะตอ้ งฝกึ ใชป้ ญั ญำ
มำกขนึ้ และไหวพรบิ ปฏภิ ำณเลยคะ่
มะกะโท เปน็ คน 133
เลี้ยงชำ้ ง
จำกตอน บำบัดทกุ ข์
กำเนดิ มะกะโท ทำหนำ้ ท่ี บำรุงสขุ
ทุกประกำร
หำบของไป เปน็ กษัตริย์
ขำยต่ำง
เมอื ง เป็นขนุ นำง ทำหนำ้ ท่ี
พอ่ คำ้ ไมไ่ ด้ขำด จริงดว้ ยเกง่
ตอ้ งคกู่ บั ขยนั
134
นอ้ งหนวู ำ่ พระสงั ฆรำชภงั คยะสะกะโร
กำรพดู สำคญั จำกตอน ศกึ พระเจำ้ ฝรงั่ มงั ฆอ้ ง
มำกๆ เป็นแบบอยำ่ งของกำรใช้คำพดู
พระสังฆรำชภังคยะสะกะโรเป็นแบบอย่ำงของผู้รู้จักใช้คำพูด
ให้เกดิ ประโยชน์ กำรใช้คำพูดน้ันจะเกิดโทษหรือเกิดประโยชน์ขึ้นอยู่ท่ีตัว
ผู้พูดเอง ซึ่งพระสังฆรำชภิงคยะสะกะโรน้ันสำมำรถพูดหว่ำนล้อม เทศนำ
ธรรมจนพระเจำ้ รำชำธิรำชยอมถอยทพั กลบั ทำให้ไมเ่ กดิ สงครำม
135
สมิงอำยมนทะยำ
จำกตอน พลำยประกำย
โอโ้ ห ทั้งเสยี สละและกลำ้ หำญ 1)แบบอยำ่ งของผเู้ สียสละและมคี วำมกลำ้ หำญ
สมิงอำยมนทะยำ เป็นแบบอย่ำงของผู้สียสละและมีควำมกล้ำหำญ
สมิงอำยมนทะยำน้ันเป็นเพียงทะหำรธรรมดำแต่อำสำรับส่งข่ำวผ่ำนกองทัพ
ขนำดใหญ่เข้ำไปยังเมืองพะโคท้ังที่เสนำอำมำตย์ชั้นผู้ใหญ่ไม่มีผู้ใดกล้ำ เม่ือ
สมิงอำยมนทะยำได้ออกทำหน้ำท่ีส่งข่ำวก็ได้มีควำมเสียสละหลำยอย่ำง ท้ัง
ยอมโดนตีจนหลังแตก ยอมถูกขังแต่เพียงผู้เดียวเพื่อให้ลูกน้องได้ออกไปสู้
พิสูจน์ควำมไว้วำงใจ และยอมปลอมเป็นศพที่ต้องทนกับกล่ินเหม็นเน่ำ โดย
ล้วนแล้วแต่ตอ้ งเสี่ยงชีวติ
136
ชำ้ งพลำยประกำยมำศ
ตอน พลำยประกำยมำศ
1) แบบอยำ่ งของควำมกตัญญู
“พลำยประกำยมำศเปน็ แบบอยำ่ งของผทู้ ่มี คี วำมกตญั ญโู ดยพลำยประกำยมำศนน้ั
เป็นชำ้ งของพระเจ้ำรำชำธิรำชที่ถูกศัตรูจบั ไดแ้ ลว้ ถกู ขังไวแ้ ตใ่ นท่ีสดุ
เมื่อเกดิ ศกึ ข้นึ อีกครง้ั พลำยประกำยมำศกส็ ำมำรถกลบั มำช่วยเหลอื
พระเจ้ำรำชำธิรำชไดอ้ ีกครัง้ จนทำใหฝ้ ่ำยพระเจ้ำรำชำธริ ำช
ได้รบั ชยั ชนะในครงั้ นั้น”
น้องหนูรกั พ่ชี ้ำง
137
สดุ ยอดไปเลยคะ่
พระเจำ้ ธรรมปฎิ กธรหรอื พระเจำ้ หงสำวดี
จำกตอน แกป้ ัญหำพระเจำ้ กรุงจนี
1) แบบอยำ่ งกำรใช้ปญั ญำ
“พระเจ้ำธรรมปิฎกธรหรือพระเจ้ำหงสำวดีเป็นแบบอย่ำงของผู้ที่รู้จักใช้ปัญญำพระเจ้ำธรรม
ปฎิ กธรหรอื พระเจ้ำหงสำวดีน้ันเป็นผู้ที่ขึ้นเป็นกษัตริย์โดยไม่ได้สืบสำยเลือดจึงทำให้ไม่ได้รับ
กำรยอมรบั จำกกษัตริย์เมืองอื่นแต่ด้วยปัญญำทำให้พระเจ้ำธรรมปิฎกธรหรือพระเจ้ำหงสำวดี
นั้นได้รบั กำรยอมรับอีกทง้ั ได้รบั กำรเคำรพนบั ถอื จำกกษตั ริย์ทง้ั ปวง”
138
เพรำะมีตัวละครที่เป็นแบบอย่ำงท่ีดีให้กับเยำวชนท่ีได้อ่ำน
สำมำรถนำควำมรู้ ข้อคิด ท่ีได้เรียนรู้ผ่ำนตัวละครไปปรับใช้ใน
ชวี ิตประจำวนั ได้ จะเห็นได้ว่ำแม้วรรณคดีเร่ืองน้ีจะผ่ำนกำลเวลำมำเน่ินนำน
แต่เน้ือหำนั้นยังสำมำรถที่จะสอนใจ ให้ข้อคิด และเป็นแบบอย่ำงท่ีดีให้กับ
ผู้อำ่ นทกุ ยุคทกุ สมัย
139
ผ้อู ่ำนเรื่องรำชำธริ ำชสำมำรถ
เรยี นรสู้ งั คมวฒั นธรรม
ของประเทศเพ่ือนบำ้ น (มอญ-พม่ำ) ได้
เหมอื นได้ไป
ท่องเที่ยวเลย
ลองอ่ำนดูคะ่
140
ควำมเชื่อของคนในสังคมของมอญ-พมำ่ ในอดตี ต่อกำรเรียนรู้ในปจั จบุ นั
ได้เรียนรู้ควำมเช่ือเรื่องกำรทำนุบำรุง ควำมเชื่อเรือ่ งพธิ ีกรรมของมอญ
พระพุทธศำสนำ -มคี วำมเชือ่ เรื่องกำรทำนำยทำยทกั
-ได้เรียนรคู้ วำมเช่ือเรื่องกำรดฤู กษง์ ำมยำมดี
ได้เรียนร้คู วำมเชอ่ื เรือ่ งกรเวียนวำ่ ยตำย -ได้เรียนรู้มีควำมเชอ่ื เรอื่ งกำรบรวงสรวงบชู ำ
เกิด
แสดงให้เห็นว่ำพระพุทธศำสนำเป็นท่ีนับถือ
ของคนในอุสำอำคเนย์มำตงั้ แต่อดีต
141
ควำมเช่อื ของคนในสงั คมของมอญ-พม่ำในอดตี ตอ่ กำรเรยี นรใู้ นปจั จุบัน
ควำมเชื่อเร่ืองปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติของมอญ-พม่ำในอดีตต่อกำรเรียนรู้ใน
ปัจจุบนั
-อดีตเชอ่ื วำ่ ปรำกฏกำรณท์ ำงธรรมชำติเป็นลำงห์บอกเหตุ
ประเพณที ี่เกดิ ในสังคมของมอญ-พมำ่ ในอดีตต่อกำรเรียนรู้ในปจั จุบัน
-ไดเ้ รียนร้ปู ระเพณสี ถำปนำพระมหำกษัตริย์
142
กำรศึกษำด้ำนสังคมของประเทศเพ่ือนบ้ำน (มอญ-พม่ำ) จำกวรรณคดี
เรื่อง รำชำธิรำช ทำให้ได้ควำมรู้เพ่ิมมำกขึ้น ได้รู้ในด้ำนของควำมเช่ือ ควำมเช่ือ
ในทำงพทุ ธศำสนำ ควำมเชอื่ พิธกี รรม กำรทำนำย กำรหำฤกษ์ยำม กำรบวงสรวง
ควำมเชื่อจำกปรำกฏกำรณ์ธรรมชำติ รวมไปถึงประเพณี ทุกอย่ำงล้วนเป็นองค์
ควำมรทู้ เี่ กดิ จำกกำรศกึ ษำท้งั สนิ้ ประกอบกบั ในสงั คมไทยยังคงมหี ลำยอยำ่ งท่ียงั คง
คล้ำยกับสังคมมอญ-พม่ำ ในอดีต ซึ่งสำมำรถนำเหตุกำรณ์ต่ำง ๆ ที่เกิดข้ึนมำ
ประยุกตใ์ ช้หรอื นำมำประกอบกำรตัดสินใจกำรดำรงชวี ิตได้
143
ภำษำที่ใช้ในกำรแตง่ รำชำธิรำช
เป็นแบบอยำ่ งที่ดี
ในกำรเขยี นบนั เทิงคดีได้
ประโยชน์
ลว้ นๆเลย
144
กำรใชกภ้ ำรำใพชอ้พปุ มจำนโวหอ์ ำปุรเขมยี นำบใันนเทงิรคำดีชำธริ ำชเปน็ แบบอยำ่ งที่ดขี องกำรเขยี นบนั เทงิ คดไี ด้
กำรใชอ้ ปุ มำโวหำรเขียนบนั เทงิ คดี
ตัวอย่ำง
“พระเจ้ำฟ้ำรั่วจึงทรงพระดำริว่ำแม้นจะยกพลออกหัก
หำญรบพุ่งด้วยกองทัพพระเจ้ำกำมะลำมีบัดน้ี ประดุจ
สำดน้ำรดกันก็จะเสียร้ีพลท้ังสองฝ่ำยเป็นอันมำก ”
(รำชำธิรำช ฉบบั พระยำพระคลัง (หน), 2556: 31)
-สำดน้ำใสก่ นั เปียกทัง้
สองฝ่ำยฉนั ใดกำรสูร้ บก็
บำดเจ็บสูญเสยี ท้ังสอง
ฝำ่ ยฉนั นั้น
น้องหนชู อบอำ่ นเรอ่ื งทเ่ี ปน็ บนั เทิงคดี 145
กำรใชภ้ ำพพจนอ์ ปุ มำในรำชำธริ ำชเปน็ แบบอยำ่ งท่ีดขี องกำรเขยี นบนั เทงิ คดไี ด้
ในกำรใชพ้ รรณนำโวหำรเขยี นบนั เทิงคดี
พรรณนำเครื่อง พรรณนำกำรใช้
เครอ่ื งแตง่ กำย ปญั ญำของ
กษตั รยิ ์
พรรณนำ
กำรสรำ้ สิ่งปลูก พรรณนำกองทพั
สร้ำง
146
นกั เรยี นจำเปน็ ต้องมีกำรฝกึ ฝนสม่ำเสมอและต้องมีแบบอย่ำงในกำรเขียนท่ี
ดีทงั้ นอกและในบทเรียน กำรนำเรือ่ งรำชำธิรำช ฉบับเจ้ำพระยำพระคลัง (หน) มำ
ให้นักเรียนได้ศึกษำ จึงถือได้ว่ำเป็นกำรให้นักเรียนได้เห็นแบบอย่ำงกำรเขียน
บันเทิงคดีที่ดีและมีแบบอย่ำงในกำรใช้ภำพพจน์อุปมำและเขียนพรรณนำโวหำร
เพรำะรำชำธิรำชฉบับน้เี ปน็ วรรณคดีรอ้ ยแกว้ ท่ีได้แสดงใหเ้ ห็นวำ่ แมง้ ำนเขยี นนัน้ จะ
เปน็ งำนเขยี นรอ้ ยแกว้ ก็ใชว่ ่ำจะไรซ้ ึ่งควำมแพรวพรำวของภำษำเสมอไป หำกแต่ย่ิง
ต้องมีวรรณศิลป์ในกำรเขียน เพื่อทำให้งำนเขียนมีควำมน่ำสนใจไม่แพ้งำนเขียน
รอ้ ยกรอง
มีประโยชน์มำกๆ
147
ผ้อู ำ่ นเรื่องรำชำธริ ำชสำมำรถเรียนรู้
กำรปฏบิ ตั ิตำมบทบำทหนำ้ ที่
ของตนเองในสงั คม
148
เรียนรกู้ ำรปฏิบตั ติ นให้เหมำะสมกบั บทบำทของผู้นำ
ทุกคนมหี นำ้ ทข่ี องตนเอง เรียนรู้กำรปฏิบตั ิตนใหเ้ หมำะสมกับบทบำทของผู้ตำม
นักเรียนสำมำรถนำวิธีกำรปฏิบัติตนของตัวละครมำปรับใช้ในกำร ปฎิบัติตน
ในชีวิตประจำวนั เช่น กำรปฏิบัติตนให้เหมำะสมกับกำรเป็นผู้นำเวลำทำงำนร่วมกับผู้อ่ืนควรรับฟังควำม
คิดเห็นของผู้อ่ืน ดูแลช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน ให้คำแนะนำเวลำทำงำน เป็นต้น นอกจำกควำมเป็นผู้นำท่ี
นกั เรยี นสำมำรถนำมำเป็นแบบอย่ำงในกำรดำเนินชีวิตแล้ว กำรปฏิบัติตนให้เหมำะสมกับกำรเป็นผู้ตำมก็
เป็นสว่ นสำคญั ในกำรทำงำน เพรำะถ้ำหำกผนู้ ำหมดปัญญำไม่สำมำรถแก้ไขปัญหำต่อไปได้ คนที่เป็นผู้ตำม
จะต้องทำหน้ำท่ีกำรเป็นผู้ตำมที่ดี คือ คอยช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ ให้ข้อคิดเห็นในกำรแก้ปัญหำเพ่ือให้
ผำ่ นอุปสรรคไปได้
149
ชว่ ยใหผ้ อู้ ่ำนเขำ้ ใจควำมสมั พนั ธ์
ระหวำ่ งสถำบนั พระมหำกษตั ริย์
กบั พระพทุ ธศำสนำไดด้ ยี งิ่ ขนึ้
150 1 กำรทำนบุ ำรงุ พระพุทธศำสนสถำน ควำมเล่ือมใสในพระธรรมเทศนำ
2 4
กำรทำศึกของพระมหำกษัตริย์กับพระพทุ ธศำสนำ
3 ควำมสำมำรถทำงธรรมของกษัตริย์ 5 พระมหำกษัตริยก์ ับควำมเลือ่ มใสในพระพุทธศำสนำ
เรียนรู้ได้
ลกึ ซ้ึงมำก
เหตุผลทงั้ 5 ประกำรนีท้ ำให้ทรำบวำ่ สถำบนั พระมหำกษตั รยิ ก์ ับพระพุทธศำสนำนมี้ คี วำมสมั พันธก์ นั มำตั้งแตส่ มัยอดีตและเป็น
ควำมเชอื่ ของคนในอสุ ำอำคเนย์พระพุทธศำสนำโดยสถำบนั พระมหำกษัตรยิ เ์ ปน็ ผ้อู ุปถัมภท์ ำนุบำรุงพระพทุ ธศำสนำและศำสนำชว่ ยเสริม
บำรมแี ละปญั ญำของกษัตรยิ ์
บทท่ี 7
รปู แบบกำรสอน
152 รูปแบบกำรสอน
กำเนิดมะกะโท กิจกรรมท่ี 1 เกมเจำ้ บทบำท
ป.5 (สอนดว้ ยเกม)
วิธกี ำรสอน 1. ให้นกั เรยี นอำ่ นรำชำธิรำช ตอน กำเนดิ มะกะโท
2. ครเู ตรียมหมวกตวั ละครในรำชำธิรำช ตอน 3. ครแู บง่ กลมุ่ นกั เรียนออกเปน็ 2 กลุ่ม จำกนั้นครใู ห้
กำเนิดมะกะโทไว้ นกั เรยี นเล่นเกมเจำ้ บทบำท โดยให้หมวกตัวละครใน
เรอ่ื ง และใหบ้ อกเหตุผลวำ่ หำกนักเรยี นเปน็ ตัวละครตวั
4. ครูกำหนดเวลำ ให้สวมหมวกครง้ั ละ 1 นำที น้นั จะปฏบิ ัตติ นอยำ่ งไร มีวิธกี ำรแก้ไขปญั หำอยำ่ งไรจำก
นักเรยี นกลุม่ ที่บอกเหตผุ ลในหมวกได้มำกท่สี ุด สถำนกำรณท์ ่ีครกู ำหนดจำกเรือ่ ง
เป็นฝำ่ ยชนะ
**เพื่อให้ผ้เู รียนได้เรยี นรผู้ ำ่ นตัวละคร และลองคดิ วธิ ใี หม่ ๆในกำรแกป้ ญั หำ
รูปแบบกำรสอน 153
กำเนดิ มะกะโท ป.5 กจิ กรรมที่ 2 ระดมควำมคดิ ...
พนิ ิจคณุ คำ่
วิธีกำรสอน
1.ให้นกั เรียนอ่ำน รำชำธริ ำช ดอนกำเนดิ มะกะโท
2.ครตู ้ังประเด็น “ให้นกั เรยี นร่วมกนั พินิจคณุ ค่ำตำ่ งๆ ท่ีได้จำกกำรอำ่ น
เรือ่ งรำชำธริ ำช ตอนกำเนดิ มะกะโท”
3.ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั อภิปรำยประเดน็ ตำ่ ง ๆ นกั เรียนได้เสนอ
4.เลือกควำมคดิ หรอื ประเด็นท่ีดี และน่ำสนใจทสี่ ุด
5.ให้นกั เรยี นเขียนสรปุ เปน็ แผนทค่ี วำมคดิ ในกำรนำคณุ คำ่ ที่ได้ไปปรบั ใช้ใน
ชีวิตประจำวนั
154 สมงิ พระรำม กจิ กรรม World cafe้… รปู แบบ
อำสำ ม. 1 ท่ี 3 เฮ้วรรณคดี กำรสอน
วธิ ีกำรสอน
2. ให้นักเรียนเลอื กประธำนและเลขำประจำร้ำน
1. ครูแบง่ กลมุ่ นักเรยี นออกเปน็ กลมุ่ ไว้ 2 คน เพือ่ รออธิบำยเน้ือหำใหล้ ูกคำ้ ฟัง สว่ น
ตำมหวั ข้อท่ีกำหนด กลุ่มละ 6-10 คน สมำชกิ ที่เหลือเป็นลูกคำ้
3. ผ้สู อนแจกเอกสำรประกอบกำรสอน เรอื่ ง 4. เม่ือครบ 10 นำที ผู้สอนจะกดกร่งิ ใหส้ ญั ญำณ
สมงิ พระรำมอำสำ ใหแ้ ตล่ ะกล่มุ ศึกษำในแตล่ ะ จำกนัน้ ใหป้ ระธำนและเลขำอยู่ประจำรำ้ นเพอ่ื ท่จี ะ
ประเดน็ เปน็ เวลำ 10 นำที คอยให้ควำมรู้กบั ลกู คำ้ กลมุ่ อ่ืนๆ สมำชิกที่เหลอื ไป
ร้ำนอ่นื รำ้ นละประมำณ 5 นำที
5. เม่อื เวียนครบทกุ ร้ำนแลว้ ให้สมำชกิ
กลบั มำทกี่ ลมุ่ แลว้ เล่ำควำมรูท้ ี่ได้ไปศึกษำมำ 6. จำกนัน้ ผสู้ อนส่มุ นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มออกมำ
ใหป้ ระธำนและเลขำฟัง เล่ำควำมรทู้ ่ไี ด้ไปศึกษำใหเ้ พ่อื นฟงั หน้ำชั้นเรยี น
155 รปู แบบกำรสอน หมวกหกใบ
...อยำกให้รู้
พลำยประกำย กจิ กรรมที่ 4
มำศ ม.2
1. ครูแบ่งกลุ่มนกั เรยี นออกเป็นกลุ่ม กลุม่ ละ 6 คน จำกนนั้ ครูแจกหมวก 6 สี ให้กบั นกั เรียน
แต่ละกลุ่ม นกั เรยี นหน่ึงคนรับผิดชอบหมวก 1 ใบ
2. ครูแจกใบควำมรูท้ ี่เรื่อง หมวก 6 ใบ ครูอธบิ ำยควำมหมำยของหมวกแตล่ ะสี ได้แก่ หมวกสี
ขำว (ขอ้ เท็จจริง) หมวกสแี ดง (อำรมณ)์ หมวกสีเหลือง (ขอ้ ด)ี หมวกสีดำ (ข้อเสีย) หมวกสีเขียว
(ควำมคดิ สร้ำงสรรค์) และหมวกสีฟ้ำ(ลำดบั ขนั้ ตอนและข้อคดิ ) พรอ้ มทั้งยกตัวอย่ำงกำรคิดตำม
หมวกแต่ละสี
3.จำกนนั้ ครใู ห้นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มอ่ำนวรรณคดี ตอน พลำยประกำยมำศ กำหนดเวลำ 20 นำที
4.ครูแจกใบงำนหมวกหกใบ...พลำยประกำยมำศ โดยให้นักเรยี นวเิ ครำะห์ เร่ือง
พลำยประกำยมำศ ตำมหมวกแต่ละสี
6.ใหน้ กั เรยี นนำเสนอหน้ำชั้นเรียน และร่วมกันอภิปรำย
รปู แบบกำรสอน... 156
พลำยประกำยมำศ กิจกรรมท่ี 5 กำรละคร....สอน
ม.2 วรรณคดี
วิธกี ำรสอน
1. สปั ดำหท์ ่ี 1 ครแู บ่งนกั เรียนออกเปน็ 2 กลุ่ม กลมุ่ ละเทำ่ ๆ กัน จำกนน้ั ครู
มอบหมำยใหน้ กั เรยี นอ่ำน เร่ือง พลำยประกำยมำศ
2. สปั ดำห์ท่ี 2 ครูใหน้ ักเรยี นเขียนบทละคร จำก เรือ่ งพลำยประกำยมำศ และให้
ครตู รวจดกู ่อน
3. สปั ดำห์ท่ี 3- 4 ครใู หเ้ วลำนักเรยี นฝึกซ้อมกำรแสดง
4. สปั ดำหท์ ่ี 5 ครใู หน้ ักเรยี นจดั กำรแสดง โดยจดั ห้องเรียนใหเ้ ป็นเวที
หลบั จบกำรแสดงครแู ละนักเรยี นอภปิ รำยรว่ มกัน สรุปขอ้ คิด คณุ คำ่ ทไ่ี ด้จำกเรอื่ ง
พลำยประกำยมำศ และเลำ่ ถงึ ประสบกำรณก์ ำรทำงำนกลมุ่ กำรแสดงละคร
ภำคผนวก
ถำมมำตอบไป
2 159
ทำไมเด็กไทยตอ้ งเรยี นเรอ่ื งรำชำธริ ำช
เพอ่ื ใหเ้ ดก็ ไดศ้ กึ ษำวรรณคดรี อ้ ยแก้วบำ้ งเพรำะวรรณคดขี องไทยสว่ นใหญเ่ ปน็ แบบรอ้ ยกรอง
กำรรเู้ ฉพำะเรอ่ื งในประเทศของตนเองนนั้ ยงั ไมเ่ พยี งพอ เดก็ จำเป็นตอ้ งรเู้ รอ่ื งของประเทศเพอ่ื นบำ้ นดว้ ย
ในหนังสอื เรียนวรรณคดลี ำนำและวรรณคดีวจิ กั ษใ์ หเ้ รียนรำชำธริ ำชตอนใดบำ้ ง
ตอนกำเนดิ มะกะโท ป.5 วรรณคดลี ำนำ
ตอนสมงิ พระรำมอำสำ ม.1 วรรณคดวี จิ กั ษ์
ตอนพลำยประกำยมำศ ม.2
160
รำชำธิรำชแตล่ ะตอนในหนงั สือเรยี นมคี วำมเหมำะสมกับระดับชนั้ ของผเู้ รยี นอยำ่ งไร
เนอื้ หำเหมำะสม ประถมศกึ ษำ เนน้ ใชป้ ญั ญำ ไมม่ กี ำรตอ่ สู้
ภำษำเหมำะสม มธั ยมศกึ ษำ เน้นใชป้ ญั ญำ แตม่ ีกำรตอ่ สู้
นอกจำกตอนในหนังสอื เรียน นกั เรียนควรไดเ้ รยี นตอนใดอกี
เป็นตอนสำคญั ทส่ี อ่ื ถึงควำมเปน็ รำชำธริ ำช พระเจำ้ หงสำวดี
เน้อื เรอื่ งมคี วำมตนื่ เตน้ นำ่ ตดิ ตำม แกป้ ัญหำพระเจำ้ กรงุ จนี
สอนใหใ้ ชป้ ญั ญำ ชำ่ งสงั เกต รอบคอบ รูจ้ กั ไตรต่ รอง
161
รำชำธริ ำชแตล่ ะตอนในหนังสอื เรยี นใหข้ อ้ คดิ แกน่ กั เรียนอย่ำงไร
ตอนกำเนดิ มะกะโท ผู้ที่รู้จกั ใชป้ ญั ญำ ย่อมนำมำซงึ่ ควำมเจรญิ
ตอนสมงิ พระรำมอำสำ คนดีมคี วำมสำมำรถอยทู่ ไี่ หนกย็ งั มคี นเชดิ ชไู ดเ้ สมอ
ตอนพลำยประกำยมำศ ให้กตญั ญตู อ่ ผมู้ พี ระคณุ
มีข้อคดิ ใดบำ้ งทส่ี ำมำรถนำมำประยุกตใ์ ช้ไดใ้ นยคุ ปจั จบุ นั
ทกุ ข้อคดิ ลว้ นสำมำรถนำไปประยกุ ต์
ใชไ้ ดก้ บั เหตกุ ำรณท์ ตี่ ำ่ งกนั ออกไป
162
เหตุใดพมำ่ กับมอญจงึ มสี งครำมเลก็ ใหญเ่ กิดขึน้ เสมอ
แผข่ ยำยอำณำเขต และแสดงบำรมขี องกษตั รยิ ์
รกั ษำดนิ แดน ผลประโยชน์ และพระเกยี รตขิ องกษตั รยิ ์
ชำระควำมแคน้ เคอื งทมี่ ตี อ่ กนั
กำรทำสงครำมระหวำ่ งมอญกับพมำ่ ก่อใหเ้ กิดควำมเสียหำยอย่ำงไร
บ้ำนเมอื งไมส่ งบสขุ
สูญเสยี ทรพั ยส์ นิ มคี ำ่
สูญเสยี ทรพั ยำกรบคุ คล
2 163
ในรำชำธริ ำชนอกจำกศำสนำพทุ ธ ยงั มศี ำสนำอน่ื ทค่ี นพมำ่ -มอญในสมยั นนั้ นับถอื หรอื ไม่
ไม่ปรำกฏแนช่ ดั วำ่ คนพมำ่ -มอญ
ในสมัยนน้ั นบั ถือศำสนำอน่ื
รำชำธริ ำชปรำกฏวฒั นธรรมและประเพณขี องมอญใดบำ้ งทส่ี ่งผลตอ่ ไทย
ประเพณสี ถำปนำพระมหำกษตั รยิ ์
164
กษัตรยิ จ์ ะถกู เรยี กวำ่ “รำชำธริ ำช” ได้จะต้องมคี ณุ ลกั ษณะอย่ำงไร
รำชำธริ ำช คือกำรเป็นกษตั รยิ เ์ หนอื กษตั รยิ ์ ซึง่ จะตอ้ งเป็นกษตั รยิ ์ที่
ประกอบไปดว้ ยบญุ ญำบำรมี ปัญญำบำรมี ธรรม และควำมสำมำรถใน
กำรรบ เหนอื กวำ่ กษตั รยิ อ์ น่ื ๆ
วรรณคดีเร่ืองรำชำธริ ำชถูกนำไปต่อยอดเปน็ อะไรบำ้ ง
ละครพันทำง หนงั สอื กำรต์ นู วีดิทัศนก์ ำรต์ นู
เอกสำรและ
งำนวิจยั ที่เกยี่ วขอ้ ง
166
- กโลบำยในเรอ่ื งรำชำธริ ำช กำรศกึ ษำวเิ ครำะห์ (อโนทยั จิตบญุ , 2540)
- กำรใชภ้ ำษำในเรอ่ื งรำชำธริ ำชฉบบั เจำ้ พระยำพระคลัง(หน) (กอบกำญจน์ วงศว์ สิ ทิ ธ์ิ, 2541)
- กำรปรบั เปลย่ี นวรรณกรรมเรอื่ งรำชำธริ ำชในบรบิ ทวฒั นธรรมไทย (ธนพร ศิริพนั ธ, 2559)
- กำรฟน้ื ฟอู กั ษรศำสตรใ์ นรชั กำลพระบำทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟำ้ จฬุ ำโลกมหำรำช (นิยะดำ เหลำ่ สนุ ทร, 2539)
- กำรวเิ ครำะหอ์ งคป์ ระกอบของวรี รสทปี่ รำกฏในวรรณกรรมเรอ่ื ง รำชำธริ ำชฉบบั เจำ้ พระยำพระคลงั (หน)
(ศรณั ย์ปพร ศรีจันทร์, 2550)
- กำรศกึ ษำเชงิ วเิ ครำะหว์ รรณกรรมเรอ่ื งรำชำธริ ำชฉบบั เจำ้ พระยำพระคลงั (หน) (บุษบำ ตระกลู สจั จำวตั ร, 2529)
- คุณค่ำทำงสตปิ ญั ญำจำกรำชำธริ ำช (สุเพญ็ อย่ทู ิม, 2542)
- นำมำนกุ รมวรรณคดไี ทย “รำชำธริ ำช” (สุวดี ภูป่ ระดษิ ฐ์, 2558)
- นำมำนกุ รมวรรณคดไี ทย “รำชำธริ ำช” (สุวดี ภปู่ ระดษิ ฐ์, 2558)
- เนอื้ หำและควำมหมำยของควำมฝนั ส่อื สำรผำ่ นวรรณกรรมไทยในอดตี (จรยิ ำ สมประสงค์, 2559)
- บคุ ลิกภำพและบทบำทของทหำรเอกในพงศำวดำรมอญเรอ่ื งรำชำธริ ำชฉบบั เจ้ำพระยำพระคลงั (หน)
(ชัยรตั น์ ดสี วสั ด์ิ, 2550)
167
- พญำทละ มหำอำมำตยม์ อญผแู้ ปลรำชำธริ ำชยทุ ธนำ กบั ตน้ แบบ “นกั รบยอดกวี” ในกระแสชำตนิ ยิ มพมำ่ (วริ ชั นิยมธรรม, 2552)
- พระรำชพงศำวดำรกรงุ รตั นโกสนิ ทร์ รชั กำลท่ี 1 (เจำ้ พระยำทิพำกรวงศ์, 2531)
- พระรำชพธิ บี รมรำชำภเิ ษกของพระมหำกษตั รยิ ไ์ ทย (วกิ พี เี ดยี , 2562)
- พินิจภำษำภำพในพงศำวดำรมอญเรอ่ื งรำชำธริ ำช (นติ ยำ แก้วคัลณำ, 2544)
- รำชำธริ ำช เจำ้ พระยำพระคลงั (หน) (เจำ้ พระยำพระคลงั (หน) 2556)
- โลกทัศนท์ ำงกำรเมอื งของชนชน้ั นำในสมยั รชั กำลที่ 1 : ศกึ ษำจำกเรอ่ื งรำชำธริ ำชสำมกก๊ และไซ่ฮน่ั
(กรรณกิ ำร์ สำตรปรงุ , 2536)
- วรรณกรรมเจำ้ พระยำพระคลงั (หน) (สุพรรณ อรพนิ ท์, 2546)
- วิเครำะหย์ ทุ ธศำสตรท์ ำงกำรเมอื งกำรปกครองจำกรำชำธริ ำช (นดิ ำ มสี ขุ , 2547)
- วเิ ครำะหอ์ รรถำลงั กำรในรำชำธริ ำช (วันดี เสียมไหม, ๒๕๔๓)
- หลักธรรมของกษตั รยิ ก์ บั ขนุ นำงในรำชำธริ ำช ฉบบั เจำ้ พระยำพระคลงั (หน) กำรศกึ ษำวเิ ครำะหใ์ นเชงิ ปฏสิ ัมพนั ธ์
(วนติ ำ หอมเสมอ, 2548)
แนะนำ นำงสำวภำรดี อำจวชิ ยั
รหสั 59101201107
นำงสำวนนทธ์ ริ ำ แกว้ กิ่ง
รหัส 59101201102
นำงสำวกอบกลุ ไชยบุตรดี นำงสำวมรสิ ำ ไชยวงศค์ ต
รหสั 59101201109 รหัส 59101201110
นักเขียน นำงสำวปยิ ะรัตน์ ชำเหลำ
รหัส 59101201112
นำยปฑิ ำนนท์ สัตตำคม
รหสั 59101201111
นำงสำวกิตติยำ จันทร์หอม นำงสำววนั เพญ็ ไตรวงศย์ อ้ ย
รหัส 59101201114 รหสั 59101201127
กษัตริยผ์ ูย้ ่งิ ใหญ่เหนอื กษัตรยิ ท์ ้งั ปวง
รำชำธริ ำช