34 คณุ คำ่ ดำ้ นวรรณศิลป์ (ต่อ)
3. กำรใชภ้ ำพพจนอ์ ปุ มำ
เปรียบเทยี บกับเทพยดำหรอื สงิ่ ทม่ี อี ทิ ธฤิ ทธเิ์ หนอื มนษุ ย์ ต้งั ใจอำ่ น
ตัวอยำ่ ง นะคะ
“สมเดจ็ พระร่วงเจ้ำจงึ กลำ่ วสรรเสริญสมภำรบำรมีมะกะโทวำ่ มี
บญุ ดจุ หนง่ึ ร่วั ตกลงจำกฟ้ำ”
ในตอนนี้เป็นเน้ือควำมท่ีพระร่วงเจ้ำกล่ำวสรรเสริญบำรมีของ
มะโทซ่ึงกล่ำวโดยกำรเปรียบเทียบบุญบำรมีว่ำเหมือนร่วงลงมำจำกฟ้ำ ซ่ึงกำร
กล่ำวเปรียบเทียบน้ีเป็นกำรเปรียบเทียบกับส่ิงท่ีเหนือมนุษย์ทำให้เห็นว่ำเป็นส่ิง
อศั จรรย์และไม่ใช่ทุกคนจะมบี ญุ บำรมเี ชน่ น้ี
คุณค่ำดำ้ นวรรณศลิ ป์ (ตอ่ ) 35
ตัวอยำ่ ง 4. กำรใชอ้ ปุ ลักษณ์
“บัดนค้ี นทั้งปวงนบั ถอื วำ่ เปน็ พ่เี มยี เรำพำกนั เขำ้ หำพ่งึ พำ
เป็นอันมำก นำนไปจะเป็นเส้ยี นหนำมศัตรู
เปรียบเปน็ สง่ิ ท่มี ภี ำพลบ
ตวั อยำ่ ง
เปรยี บศตั รเู ป็นเสีย้ นหนำม
จำกตัวอย่ำงเปน็ เนอ้ื ควำมท่ีอลมิ ำมำงระแวงวำ่ มะกะโทหรือพระเจำ้ ฟำ้ รว่ั
จะคิดทรยศ แน่นอนว่ำในตอนนั้นเห็นมะกะโทเป็นศัตรู จึงเปรียบ
มะกะโทนน้ั วำ่ จะเปน็ เสี้ยนหนำมในอนำคต
36 คณุ ค่ำด้ำนวรรณศิลป์ (ต่อ)
กำรใชส้ ัญลกั ษณ์แทนส่ิงทเี่ ป็นนำมธรรม 5. กำรใชส้ ญั ลักษณ์
ตัวอย่ำง
ใช้แสงสว่ำง เปน็ สัญลกั ษณ์แทน ควำมเจรญิ กำ้ วหนำ้
หรอื จะมผี ูอ้ ุปถมั ภ์
“ข้ำพระพทุ ธเจำ้ แลไปเบอ้ื งบุรพทศิ เหน็ เปน็ แสงพระอำทติ ยส์ ว่ำงขึน้ ครั้นแลไปขำ้ งประจิมทิศ ก็เห็นเป็น
ปรำสำทรำชมนเทียรอันรจนำ ปรำกฏแก่จักษุข้ำพระพุทธเจ้ำๆ จึงให้ผู้รู้ทำนำยๆ ว่ำ ซึ่งเห็นสว่ำง
ในบุพทิศน้ัน คือ พระองค์จะได้ทำนุบำรุงข้ำพระพุทธเจ้ำเป็นประถม ซึ่งว่ำเห็นข้ำงประจิมทิศ
เปน็ ปรำสำทรำชมนเทยี รนน้ั ภำยหลังขำ้ พระพุทธเจำ้ จะไดม้ ำเป็นใหญใ่ นทศิ ตะวนั ตก”
จำกตวั อย่ำงแสดงใหเ้ ห็นวำ่ ผู้แตง่ ได้ใช้แสงสวำ่ งมำเป็นสญั ลักษณแ์ ทน
หนทำงทจี่ ะนำไปสคู่ วำมเจรญิ ก้ำวหน้ำของมะกะโท ทำใหผ้ ู้อำ่ นสำมำรถ
เห็นภำพได้อยำ่ งชัดเจน
คุณคำ่ ด้ำนวรรณศิลป์ (ตอ่ ) 37
6. กำรใชโ้ วหำร บรรยำยโวหำร
กำรบรรยำยแบบรวบรดั
เปน็ กำรบรรยำยด้วยข้อควำมส้ันๆ แตส่ ำมำรถทำให้ผู้อ่ำนเข้ำใจเรือ่ งรำวได้
ตัวอย่ำง “ฝ่ำยสมณเทวบุตร ซึ่งสมเด็จพระพุทธเจ้ำทำนำนไว้ เมื่อคร้ังเป็นมหำยักษ์อยู่นั้น จุติมำเกิดเป็นบุตร
มะปะนำยชื่อว่ำมะกะโท และบิดำน้ันเป็นพ่อค้ำใหญ่อยู่บ้ำนเกำะวำน แขวงเมืองเมำะตะมะ และมะกะโทน้ัน มีน้อง
หญิงคนหนึ่งช่ือนำงอุ่นเรือน น้องชำยถัดนำงอุ่นเรือนชื่อมักกะตำ มะกะโทมีอำยุสิบส่ีสิบห้ำปี บิดำนั้นถึงแก่
ควำมตำย มะกะโทได้เป็นนำยพ่อคำ้ คมุ ลูกคำ้ สำมสิบคน หำบขึน้ ไปคำ้ เมอื งสุโขทัย”
จำกตัวอย่ำงกำรบรรยำยแบบรวบรัดที่ได้ยกมำน้ี ทำให้ผู้อ่ำนรู้ควำมเป็นมำของมะกะโท
เพรำะมะกะโทน้นั เป็นบุคคลท่ีค่อนข้ำงสำคัญเป็นอย่ำงมำก เนื่องจำกได้เป็นกษัตริย์ครองเมืองเมำะ
ตะมะทรงพระนำมว่ำ “พระเจ้ำฟ้ำรั่ว” ซ่ึงผู้แต่ง ใช้กำรบรรยำยแบบส้ันๆ เพ่ือให้รำยละเอียดท่ี
เกีย่ วขอ้ งกบั มะกะโทซ่ึงเป็นตวั ละครทส่ี ำคญั ในชว่ งแรก
38
คุณคำ่ ด้ำนสงั คม
คณุ คำ่ ด้ำนสังคมจำกรำชำธริ ำช 39
1.1) ควำมเชอื่ เรอื่ งพธิ กี รรม
ตัวอยำ่ ง ควำมเชอ่ื เรอ่ื งกำรทำนำย
“มะกะโทจึงคิดแต่ ในใจวำ่ คร้งั นเ้ี รำมำในทกี่ ันดำร มเี งนิ อย่แู ต่สำมสบิ บำทจะทำเป็น ประกำรใด
ในเม่ือขณะคิดอยู่นั้นพอมะกะโทแลเห็นจอมปลวกอันหน่ึง อยู่ในที่น้ันสูงเทียมศีรษะ มะกะโทคิดข้ึนได้ด้วยอุบำย
ปญั ญำ จึงเอำ เงินตรำสำมสบิ บำทวำงขน้ึ บนจอมปลวกกระทำสักกำรบูชำแลว้ จงึ บอกแกผ่ ทู้ ำนำยนมิ ิตน้นั วำ่ ขำ้ พเจำ้
บชู ำแลว้ ผู้ทำนำยนั้นจึงคิดว่ำ บุรุษผู้นี้มีปัญญำฉลำดในอุบำยยิ่งนัก ควรที่จะมีบุญอยู่แล้วจึงทำนำยว่ำ แต่น้ีสืบไป
เม่อื หนำ้ หำบไม่ต้องบ่ำทำ่ นแล้ว ซึง่ จะคำ้ ขำยสบื ไปน้นั ท่ำนอย่ำได้กระทำเลยหำเป็นประโยชน์ไม่ ท่ำนจงอำสำท้ำว
พระยำเถิด ซ่ึงว่ำฝ่ำยบุรพทิศเห็นเป็นแสงอรุณสว่ำงขึ้น จะมีพระมหำกษัตริย์ องค์หนึ่งในทิศตะวันออก
จะอนุเครำะห์ตกแต่งให้มียศถำศักดิ์แก่ท่ำน เป็นประถมก่อน และซ่ึงฝ่ำยประจิมทิศ สำยฟ้ำแลบขึ้นเห็นวิมำนและ
ปรำงค์ปรำสำทปรำกฏเเต่ตำน้ัน ท่ำนจะได้เป็นใหญ่ในทิศตะวันตก จะ มีบุญญำธิกำรทรงศักดำนุภำพเป็นอันมำก
ท่ำนอยำ่ ได้สงสยั เลย”
40 คุณคำ่ ด้ำนสงั คมจำกรำชำธริ ำช
1.1) ควำมเชอื่ เรอ่ื งพธิ กี รรม จำกตัวอย่ำงข้ำงต้นจะเห็นได้ว่ำควำมเช่ือเรื่องพิธีกรรมเป็นควำม
ตัวอยำ่ ง ควำมเชอ่ื เรอื่ งกำรทำนำย เช่ือหน่ึงท่ีสะท้อนให้เห็นสังคมกำรใช้ชีวิต อย่ำงเช่นในตอนนี้ มะกะโทเกิดเหตุ
อัศจรรย์ข้ึน จึงได้ไปขอให้บัณฑิตทำนำยนิมิต ซึ่งก่อนกำรทำนำยน้ันต้องมีกำร
ทำนำย สักกำรบูชำซ่ึงเป็นพิธีกรรมอย่ำงหน่ึง และแสดงให้เห็นว่ำสังคมในสมัยนั้นเช่ือ
ยังไงกนั นะ ในเรอื่ งกำรทำนำยทำยทกั นน่ั เอง
คณุ ค่ำดำ้ นสงั คมจำกรำชำธิรำช (ต่อ) 41
1.2) ควำมเชอ่ื เรอื่ งฤกษย์ ำม
ฝ่ำยมะกะโทรับพระรำชทำนแล้ว บ่ำยหน้ำมำต่อบุรพทิศ ยกพระ หัตถ์ข้ึนถวำย
บังคมสมเด็จพระร่วงเจ้ำก็โสมนัสยินดีนัก แล้วมะกะโท ให้หำฤกษ์ปลูกปรำสำท โหรถวำยฤกษ์
ในฤกษ์น้ันว่ำ วันพฤหัสบดี เดือนหกแรมสำมค่ำ พุทธศักรำชได้ 644 ปี นักษัตรฤกษ์ย่ีสิบสอง
เป็นรำชำฤกษ์น้ัน จะมีหญิงมีครรภ์แปดเดือนเดินมำเป็นนิมิตได้ฤกษ์ เอำเสำลงหลุม จึงมุขมนตรี
และคนทงั้ ปวง ครน้ั วันฤกษก์ พ็ ร้อมกนั คอยท่ำฤกษ์และนมิ ติ ถึงฤกษ์เวลำกลำงวนั พอหญิงมีครรภ์
คนหน่ึง เดินมำริมหลุม คนทั้งปวงพร้อมกันว่ำได้ฤกษ์แล้วก็ผลักหญิงน้ันลงในหลุมจึงยกเสำ
ปรำสำทนัน้ ลงหลุม
จำกตัวอย่ำงข้ำงต้นจะเห็นได้ว่ำในกำรท่ีจะกำรสร้ำงบ้ำนเมืองข้ึน
น้ัน จะมีกำรหำฤกษ์งำมยำมดีเสียก่อน เพ่ือให้ถูกต้องตำมควำมเชื่อประเพณีท่ีพึง
ปฏบิ ตั ิของคนในสงั คม
42 คณุ ค่ำด้ำนสังคมจำกรำชำธริ ำช (ตอ่ )
กำรบวงสรวง 1.3) ควำมเชอ่ื เรอ่ื งกำรบวงสรวง
คืออะไรเอ่ย
“ครนั้ ปรำบแผว่ แผน่ ดนิ เสมอแล้ว โหรช่ือว่ำรำชำปุโรหิตจึงให้
แต่งเคร่ืองพลีกรรมบวงสรวงเทพยดำตำมประเพณีแล้ว
มะกะโทจึง คดิ วำ่ จะใหส้ รำ้ งปรำสำทโดยควรบดั นี้”
จำกตัวอย่ำงข้ำงต้นแสดงให้เห็นว่ำคนในสังคมเช่ือและปฏิบัติ
พิธีกรรมที่มีตำมประเพณี มีกำรบวงสวงเพื่อเป็นสิริมงคล
ในกำรทำสิง่ ตำ่ งๆ
43
คุณคำ่
ดำ้ นกำรเมือง
กำรปกครอง
44
คณุ คำ่ ดำ้ นกำรเมืองกำรปกครอง
จะเห็นได้จำกเน้ือเร่ืองรำชำธิรำชในช่วงรัชกำลกษัตริย์ทั้ง 3 พระองค์ คือ
พระเจ้ำฟ้ำร่ัว (มะกะโท) พระเจ้ำรำชำธิรำช (พระยำน้อย) และพระเจ้ำธรรมเจดีย์ (พระมหำ
ปฎิ กธร) นนั้ มีลกั ษณะรว่ มกนั ประกำรหนึง่ คือ กษัตริย์ท้งั 3 พระองค์ต่ำงกไ็ มม่ สี ทิ ธธิ รรมทำง
สำยโลหิตในกำรข้ึนครองรำชย์ (กรรณิกำร์ สำตรปรุง, 2541: 89) จึงมีกำรอธิบำย
ควำมชอบธรรมให้กับสิทธิธรรมของกำรเป็นกษัตริย์ โดยกำรปรับเปลี่ยนคุณสมบัติ
บำงประกำร กล่ำวคือ กำรให้ควำมสำคัญกับกำรสืบสันตติวงศ์ลดน้อยลง ในขณะท่ีภำพของ
ผู้ท่ี มี ค ว ำ ม เ ห ม ำ ะส ม ท่ี จ ะเ ป็นก ษั ต ริ ย์ นั้นจ ะต้ องเ ป็นผู้ที่ มี บุ ญ ญ ำ บ ำ ร มี แ ล ะปัญ ญ ำ บ ำ ร มี
ซ่ึงกำรปรับเปล่ียนคุณสมบัติดังกล่ำวน่ำจะสอดคล้องและตอบสนองต่อภูมิหลังของชนชั้นนำ
ในสมัยนนั้ ดงั จะไดอ้ ธบิ ำยต่อไปนี้
คุณคำ่ ดำ้ นกำรเมอื งกำรปกครอง (ตอ่ ) 45
ในกรณีของพระเจำ้ ฟำ้ รั่วน้นั พระองค์ไมไ่ ด้มีเชอื้ สำยในกำรครองรำชย์แต่อยำ่ งใด
หำกทรงเปน็ เพยี งสำมัญชนซึง่ มอี ำชีพเปน็ พ่อคำ้ ในเมอื งเมำะตะมะ ดงั นน้ั ในกำรขึน้ ครองรำชย์
ของพระองค์จึงตอ้ งมคี ำอธบิ ำยเพ่ือรับรองกำรเปล่ียนสถำนภำพจำกสำมญั ชน สู่กษตั ริย์
คำอธิบำยท่ีปรำกฏในกำรขึ้นครองรำชย์ของพระเจ้ำฟ้ำรั่ว จะเห็นได้ว่ำกำรมีปัญญำของพระเจ้ำฟ้ำร่ัวไม่ได้
เกิดขนึ้ หลังจำกกำรครองรำชย์ หำกภำพของกำรมีปญั ญำบำรมอี ันเป็นคณุ สมบัตสิ ำหรบั ผู้ท่ีจะกำ้ วเปน็ กษตั ริย์ ไดถ้ ูกปทู ำง
ไว้ตงั้ แต่พระองคย์ งั ทรงเปน็ พ่อค้ำ ไม่ว่ำจะเป็นเหตุกำรณ์ท่ีพระองค์ต้องตั้งเคร่ืองสักกำระบูชำให้ผู้รู้ท่ีทำนำยนิมิตรโดย
กำรนำเงนิ มำกองให้สงู เท่ำศีรษะท้ังๆ ทใี่ นขณะน้ันพระองค์มเี งินแค่ 30 บำท ในเหตุกำรณน์ น้ั พระองค์ไดแ้ สดงปฏิภำณ
ให้เปน็ ท่ีปรำกฏ คือ กำรทสี่ ำมำรถแกไ้ ขปัญหำเฉพำะหน้ำได้ ดงั ควำมตอนน้ี
46
คุณคำ่ ดำ้ นกำรเมอื งกำรปกครอง (ตอ่ )
“มะกะโทจึงคิดแต่ในใจว่ำคร้ังน้ีเรำมำในท่ีกันดำร มีเงินอยู่แต่สำมสิบบำท จะทำเป็นประกำรใด
ในเม่ือขณะคดิ อยู่น้ันพอมะกะโทแลเห็นจอมปลวกอันหนึ่ง อยู่ในทีน่ นั้ สงู เทียมศรี ษะ มะกะโทคิดข้ึนได้ด้วยอุบำย
ปัญญำ จึงเอำเงินตรำสำมสิบบำทวำงขึ้นบนจอมปลวกกระทำสักกำรบูชำ แล้วจึงบอกแก่ผู้ทำนำยนิมิตน้ันว่ำ
ขำ้ พเจ้ำบูชำแล้ว”
ภำพของกำรมีปัญญำบำรมีของพระเจ้ำฟ้ำรั่วได้ปรำกฏเรื่อยมำต้ังแต่ตอนเข้ำไปอยู่ในวังของ
พระร่วงเจ้ำ เช่น วิธีกำรซื้อเมล็ดพันธ์ุผักกำด ไปจนถึงเม่ือได้ข้ึนเป็นกษัตริย์แล้วภำพของกำรมีปัญญำบำรมี
ก็ยังคงเป็นสิ่งสำคญั
47
คณุ ค่ำ
ดำ้ นสติปญั ญำ
48
คุณคำ่ ดำ้ นสตปิ ญั ญำ
กำรใชส้ ตปิ ญั ญำของบคุ คล
- กำรใหร้ ำงวลั แกผ่ ู้กระทำชอบ
พระเจ้ำฟำ้ รัว่ ทรงพระรำชทำนผ้ำซับพระพักตร์ให้แก่บุตรชำวบ้ำนกองมุ
เพอ่ื เปน็ ขวญั และกำลังใจในกำรปฏบิ ัตหิ นำ้ ท่ี ในกำรให้รำงวัลไม่จำเปน็ ต้องเป็นสิ่งของ
ท่มี คี ่ำ แต่กำรใหผ้ ้ำซบั พระพักตร์ก็เป็นเหมือนกำรไว้วำงใจในกำรทำงำน ทำให้เห็นถึง
สติปัญญำของพระเจำ้ ฟ้ำร่วั
บทที่ 3
ตอน ศึกพระเจำ้ ฝรั่งมงั ฆอ้ ง
50
รำชำธริ ำช ตอน ศกึ พระเจำ้ ฝรงั่ มงั ฆอ้ ง
มอี ะไรบ้ำงตำมมดแดงมำดกู นั เลยจำ้ ...
ศึกพระเจำ้ ฝร่ังมังฆอ้ ง
51
เนอื้ หำ...พำเพลิน
(คุณค่ำดำ้ นเนอ้ื หำ)
52
เน้ือเรือ่ งย่อ
12 3
เนอ้ื หำในตอนนีเ้ ปน็ เรอื่ งรำวกำรยกทัพของพระเจำ้ รำชำธริ ำชไปตี
กรุงรัตนบรุ ะองั วะของพม่ำแตท่ ้ำยทส่ี ุดต้องยกทัพกลับเพรำะควำมสัตย์และควำมเลื่อมใส
ในพระพุทธศำสนำหลงั จำกสนทนำธรรมกบั พระสังรำชภงั คยะสะกะโร พระสังฆรำชของพม่ำ
ตวั ละครสำคญั 53
ประวตั ิ ยอดกษตั รยิ น์ ักปกครอง บคุ ลกิ และนสิ ยั :
: เป็นกษัตรยิ ์องค์เก้ำแหง่ รำชวงศฟ์ ้ำรัว่ ผ้เู ลอ่ื มใสในธรรมกบั กำรทำนบุ ำรพุ ระพทุ ธศำสนำ รปู ร่ำงอปั ลักษณ์ ผมหยกิ ขำสน้ั
พระรำชโอรสของพระเจำ้ ชำ้ งเผอื กกษัตรยิ แ์ ห่ง ตำโปน สขุ มุ รอบคอบ ฉลำด กตัญญู
มอญ กับนำงศิริมำยำพระสนมเอก พระเจำ้ รำชำธิรำช เมตตำ รู้จิตใจผอู้ ื่น อดทนตอ่
พระนำมเดมิ คือ มังมหำสรุ มณีจักร หรือ สถำนกำรณต์ ่ำงๆ มคี วำมรู้
พระยำน้อย เสวยรำชสมบตั ิเมื่อพระชนมำยุได้ ควำมสำมำรถทำงดำ้ นกำรทหำร
20 ปี ส้ินพระชนม์ เมื่อปี จุลศักรำช 790 เป็นอยำ่ งดี
รวมพระชนมำยุได้ 59 ปี
บทบำท
ภำพแทน
: เป็นกษัตริยแ์ หง่ มอญผเู้ กรยี งไกร
: กษัตริย์ท่ีสบื เชอื้ สำยจำกวงศ์ ท่ีนำกองทพั มอญใหไ้ ด้รบั ชัยชนะ
กษัตริยแ์ ตข่ นึ้ ครองรำชย์แบบกบฏ เหนือพม่ำเรือ่ ยมำ ทำใหช้ ำวเมือง
แต่กย็ งั เปน็ กษัตริยท์ ่ีดีได้ หงสำวดอี ยู่เย็นเปน็ สุขจนสนิ้ รัชสมัย
และเปน็ บคุ คลสำคญั ทท่ี ำนบุ ำรุง
พระพุทธศำสนำอยู่เสมอ
54 - พระเจ้ำฝรัง่ มงั ฆอ้ งหรอื พระเจำ้ มณเทยี รทอง ผู้ขำดควำมกลำ้ หำรเยย่ี งกษตั รยิ ์ -
ตัว ประวัติ บคุ ลิกและนิสยั
ละคร
สำคญั : เป็นกษัตรยิ แ์ หง่ พม่ำเป็นพระรำชบุตร : เหมอื นจะแข็งแกรง่ แต่แกรง่ แค่
องค์โตของพระเจำ้ ฝร่ังศรฉี ะวำ ภำยนอก ไมไ่ ดแ้ กรง่ จำกจิตใจ คือ
พระนำมเดมิ คือ มงั สเุ หนยี ด แกร่งดว้ ยกำลงั ไพร่พลทหำร แต่จิตใจ
มีพระรำชโอรส คือ มังรำยกะยอฉะวำ ยังขลำดกลัวต่อสัตรู ไมก่ ล้ำสศู้ ึกแล้ว
และมังสินธู หลังจำกทีพ่ ระเจำ้ รำชำธิรำช เปน็ คนขลำด
สวรรคตได้ 2 ปี พระเจำ้ ฝรัง่ มงั ฆ้อง
ก็ไดส้ วรรคต
พระเจำ้ ฝรัง่ มงั ฆอ้ ง บทบำท ภำพแทน
: เปน็ ศัตรูคูร่ บคนสำคญั ของ : กษัตรยิ พ์ ม่ำผเู้ ป็นศัตรูของมอญเชน่ เดยี ว
พระเจำ้ รำชำธริ ำช จนก่อใหเ้ กิด กับที่พม่ำเป็นศัตรขู องไทย ใช้เปน็
สงครำมระหวำ่ งมอญกับพม่ำ กุศโลบำยปลอบเหลำ่ ข้ำรำชบรภิ ำร
เป็นเวลำยำวนำนเรือ่ ยมษจนสิน้ ในสมัยรัชกำลท่ี 1 ว่ำแม้กษัตริย์
รัชสมยั ของกษตั รยิ ์ท้ังสองพระองค์ พมำ่ จะมีแสนยำนภุ ำพสักเพยี งใด
ครงั้ หนึง่ ก็ยงั เคยเกรงกลัวและพ่ำยแพต้ อ่
กษตั รยิ ม์ อญ แล้วเหตใุ ดไทยต้องกลวั พม่ำ
ตวั ละครสำคญั 55
อำมำตยท์ นิ มณีกรอด
-แบบอยำ่ งขนุ นำงอนั ประเสรฐิ คกู่ ำยกษตั รยิ ์-
1 ประวตั ิ : เปน็ เสนำบดผี ู้อำวุโส อยใู่ นรำชสำนักหงสำวดีตั้งแตส่ มัยพระเจำ้ ช้ำงเผอื กจนถึงสมัยพระเจ้ำรำชำธิรำช
เป็นทหำรเอกคนสำคญั คนหนึง่ ที่รว่ มรบเคยี งบ่ำเคยี งไหล่ คอยถวำยคำปรึกษำพระเจ้ำรำชำธริ ำชจนสิ้นรชั สมัย
บุคลกิ และนสิ ยั : มวี ำทศลิ ป์ ในกำรเจรจำ มบี คุ ลิกลกั ษณะองอำจสงำ่ ผำ่ เผย น่ำเกรงขำมและน่ำเลอื่ มใส มีนิสัย
2 ทสี่ ุขุมและเยอื กเย็น มีควำมรดู้ ้ำนพชิ ยั สงครำมอยำ่ งดี มกี ลอุบำยในกำรรบอย่ำงแยบยล รอบรเู้ กี่ยวกับอปุ นิสัยใจ
คอและสถำนภำพของข้ำศึก มคี วำมซ่ือสตั ยแ์ ละควำมจงรักภักดตี อ่ กษัตรยิ ์ ซึ่งเปน็ คณุ ธรรมที่สำคัญในฐำนะเปน็ ข้ำ
รำชบริภำรของพระมหำกษัตรยิ ์
3 บทบำท : เปน็ ที่ปรกึ ษำในกำรทัพของพระเจ้ำรำชำธิรำช คอยถวำยคำปรึกษำในเรอื่ งกลศกึ ต่ำงๆ
เป็นผูค้ ดิ กลอบุ ำยให้ฝำ่ ยมอญอยูบ่ อ่ ยครัง้ จนมอญได้ชัยชนะเหนือพมำ่ อย่เู ร่ือยมำ
4 ภำพแทน : เปน็ ภำพแทนของขำ้ รำชบรภิ ำร ทีจ่ งรักภักดีต่อนำยเก่ำ (พระเจ้ำชำ้ งเผือก) แตเ่ มอ่ื มกี ำรผลัดเปล่ยี น
แผ่นดนิ ซ่ึงต้องเปลยี่ นนำยใหม่ (พระเจำ้ รำชำธริ ำช) ก็ตอ้ งช่วยรำชกำรนำยใหมอ่ ยำ่ งเตม็ กำลังสติปัญญำของตน
56 ประวตั ิ : เปน็ พระสังฆรำชแหง่ กรุงอังวะหรอื พมำ่ ผู้ขนั อำสำจะไปเจรจำควำม
ตัวละครสำคญั เมอื งสนองพระเดชพระคณุ พระเจำ้ ฝร่ังมงั ฆอ้ ง เจรจำสำเรจ็ ทำให้พระเจำ้ รำชำธิรำช
ถอยทัพกลบั กรงุ หงสำวดีไปได้
พระสงั ฆรำชภังคยะสะกะโร
บุคลกิ และนสิ ยั : เป็นผ้มู ีสตปิ ญั ญำ สำมำรถทรงพระไตรปฎิ ก และแตกฉำน
บทบำทพระสงฆก์ บั กำรทำศกึ สงครำม
ดำ้ นภำษำพดู รำมัญ ไทยใหญ่ ไทยน้อย ลำว ญวน เงยี้ ว ทวำยได้ คอื แกร่งด้วย
กำลงั ไพร่พลทหำร แต่จิตใจยงั ขลำดกลัวต่อสัตรู ไม่กล้ำสูศ้ กึ แลว้ เปน็ คนขลำด
บทบำท : เป็นผ้เู ดียวท่ีอำสำพระเจำ้ ฝร่งั มงั ฆ้องไปขอหย่ำทัพพระเจำ้ รำชำธิรำชทมี่ ำ
ตกี รุงองั วะ จนพระเจำ้ รำชำธริ ำชยอมยกทพั กลบั เมืองหงสำวดี ทำใหไ้ มม่ ีกำรสูญเสยี
เลือดเนื้อของทหำรทงั้ สองฝำ่ ย และทำให้กรงุ อังวะรอดพ้นจำกภยั สงครำมมำได้
ภำพแทน : เป็นภำพแทนของพระสงฆท์ แ่ี มจ้ ะเปน็ สมณะผ้ลู ะทำงโลก แต่เม่อื ยำม
บำ้ นเมืองมศี ึกสงครำมก็จำเป็นต้องช่วยบ้ำนเมอื งตำมกำลังควำมสำมำรถและสตปิ ญั ญำ
ท่ีมี แสดงใหเ้ ห็นว่ำพระกม็ ีบทบำทและควำมสำคญั ต่อชำตบิ ้ำนเมือง
แนวคดิ 57
กษตั รยิ ์ผยู้ ง่ิ ใหญ่จะต้องเป็นผมู้ ธี รรมะ
เลอ่ื มใสศรทั ธำในพระพุทธศำสนำ
พระเจำ้ รำชำธริ ำชเปน็ กษัตริย์ผ้มู ีธรรม เขำ้ ถงึ ธรรมะ และเปน็ ผูเ้ ลื่อมใสศรัทธำในพระรตั นะ
ตรัยเปน็ อยำ่ งมำก เม่ือพระองคไ์ ดฟ้ งั กำรแสดงธรรมของพระสังฆรำชภงั คยะสะกะโร ได้เข้ำใจถึงธรรมะ จึงทำให้
ถอยทัพกลับโดยไม่เกดิ กำรฆ่ำฟนั กนั อนั เป็นครุโทษทยี่ ิง่ ใหญ่ และทรงมจี ติ คิดกศุ ลสรำ้ งหอพระไวเ้ พ่ือบชู ำพุทธ
ศำสนำไว้อกี ด้วย นับไดว้ ่ำเป็นคณุ สมบัติอีกประกำรหนึง่ ทีผ่ ู้ทีจ่ ะเป็นกษัตรยิ ์ผยู้ ่ิงใหญ่พงึ มีนนั่ เอง
58
เชิญชม...วรรณศลิ ป์
(คณุ คำ่ ด้ำนวรรณศิลป์)
ปรุงแต่งควำม 59
- ภำพพจน์ -
เปรียบเทยี บกบั ยำนพำหนะ
อปุ มำ เปรียบเทยี บกบั สตั ว์
“ซ่งึ มหำบพติ รตรสั วำ่ เกรงจะไม่สมหมำยนั้นรับ
“คร้ังน้ันพระเจำ้ ฝร่งั มังฆอ้ งกส็ ะดุ้งตกพระทัยกลัว พระรำชทำนอภยั อุปมำดังมหำบพติ รทรงตำหนินำวำ
มไิ ดท้ รงดำริกำรทีจ่ ะสรู้ บเปรยี บประดุจสกุ ุลโปดก ท้งั โกลนตลิ ะครโขนยงั ไมไ่ ดใ้ สเ่ ครือ่ งอันเรือทำยัง
อยใู่ นฝ่ำพระหัตถส์ มเด็จพระเจำ้ รำชำธิรำช” ไมส่ ำเร็จแล้วละครโขนยงั ไม่ไดแ้ ตง่ เคร่อื งครบนน้ั จะดู
(รำชำธริ ำช ฉบับพระยำพระคลงั (หน), 2556: 284) งำนทไ่ี หนเปรยี บเหมอื นหนึ่งอำตมำภำพถวำย
ในตอนนเ้ี ปรียบพระเจ้ำฝร่ังมังฆ้องเหมือนสุกลุ โปดก อวดอ้ำงฝีปำกไวเ้ มอื่ ยังไมไ่ ด้เจรจำก็ยังไม่เหน็ เทจ็
ทีห่ มำยถึงลกู สัตว์ตวั เลก็ ๆ ในกำมือของพระเจำ้ และจรงิ ”(รำชำธิรำช ฉบับพระยำพระคลัง (หน),
รำชำธิรำช หรือ เปรียบใหเ้ ห็นวำ่ พระเจ้ำฝร่งั มงั ฆ้อง 2556: 285)
นั้นไม่สำมำรถหนีพน้ จำกอำนำจของพระเจำ้ ในตอนนพี้ ระเจ้ำฝรงั่ มงั ฆ้องไม่เชื่อม่ันว่ำพระสังฆรำช
รำชำธิรำชไปได้ ภังคยะสะกะโรจะพดู ยับย้ังพระเจ้ำรำชำธิรำชให้ยกทัพ
กลับได้ พระสงั ฆรำชภงั คยะสะกะโรจงึ กล่ำว
เปรียบเทยี บวำ่ คำพดู ของตนที่กลำ่ วอวดอำ้ งไว้
กเ็ หมอื นเรือท่ียงั ทำไมเ่ สรจ็ และโขลนทยี่ ังไม่แต่งตัว
ยังไม่สำมำรถพิสูจนไ์ ด้
60 ปรุงแตง่ ควำม
VS ภำพพจน์ อุปลักษณ์
อุปมำ “ซง่ึ อำตมำภำพรับอำสำในคร้งั น้ี จะสู้ดว้ ยอำวธุ คอื ลมปำกมิให้
ยำกแกไ่ พร่พล” (เจ้ำพระยำพระคลัง (หน), 2556: 285)
เปรียบเทยี บกับควำมแตกตำ่ งของนำ้ กบั นำ้ มนั จำกตัวอย่ำงเป็นเน้ือควำมท่ีพระสังฆรำชภังคยะสะกะโรอำสำ
พ ร ะ เ จ้ ำ ฝ รั่ ง มั ง ฆ้ อ ง ไ ป เ จ ร จ ำ กั บ พ ร ะ เ จ้ ำ ร ำ ช ำ ธิ ร ำ ช
“อันคุณก็อยู่ฝ่ำยคุณโทษก็อยู่ฝ่ำยโทษอันคุณจะล้ำงโทษน้ันก็หำมิได้ดุจ ซึ่งในตัวอยำ่ งนีไ้ ด้เปรยี บเทียบคำรมกำรพูดเป็นอำวุธซึ่งหมำย
น้ำกับน้ำมันระคนกันจะเป็นอันหน่ึงอันเดียวกันนั้นหำมิได้ ” จ ะ ใ ห้ เ ห็ น ว่ ำ เ ป็ น สิ่ ง ท่ี จ ะ ไ ป ต่ อ สู้ กั บ ค ว ำ ม น่ ำ ก ลั ว ข อ ง
(รำชำธริ ำช ฉบับพระยำพระคลงั (หน), 2556: 295) พระเจ้ำรำชำธริ ำชใหอ้ ่อนลงจนได้
ในตอนนเี้ ป็นเนอื้ ควำมท่พี ระเจ้ำรำชำธริ ำชกล่ำวโตต้ อบพระสังฆรำชภังค
ยะสะกะโรว่ำคุณกับโทษต่ำงกัน เหมือนน้ำกับน้ำมันท่ีไม่สำมำรถเป็น
อันหนึง่ อนั เดียวกนั ได้ เปน็ กำรเปรียบเทียบท่ที ำให้เห็นภำพมำกย่งิ ขน้ึ
61
ปรงุ แต่งควำม โวหำร พรรณนำโวหำร
ในตอนศกึ พระเจ้ำฝรง่ั มงั ฆอ้ งมกี ำรพรรณนำทพั ดังควำมในหนงั สอื รำชำธิรำช ฉบบั เจำ้ พระยำ
พระคลงั (หน) ( 2556: 428) ได้แก่ ทพั พระเจ้ำรำชำธริ ำช ทัพพระยำเกยี ร และทัพพระยำรำม
โดยแยกให้เหน็ ทล่ี ะทัพวำ่ ประกอบดว้ ยกล่มุ คนท่ี แต่งกำยสีตำ่ งกนั ได้แก่ ทัพพระเจ้ำรำชำธิรำชซง่ึ
เป็นทพั หลวงแต่งกำยสีดำ ทัพพระยำเกยี รแต่งกำยสีทอง และทัพพระยำรำมแตง่ กำยสีแดง
ส่วนพวกหมอควำญใส่สชี มพู และสรปุ ในตอนทำ้ ยใหเ้ หน็ ภำพรวมของกองทพั ว่ำ “สมเด็จพระเจำ้
รำชำธิรำชใหต้ กแต่งประดบั ประดำกองทัพครง้ั นนั้ มีสเี หมือนกนั ตำมหมวดหมู่ ทัพชำ้ งสำมทัพเป็นสำม
กอง” กำรพรรณนำทีละทัพเชน่ นท้ี ำใหเ้ ห็นควำมเปน็ ระเบยี บของกองทัพและควำมสำมำรถในกำร
จัดเตรียมทพั ท่ีสำมำรถจัดทัพไดอ้ ยำ่ งเปน็ หมวดหมู่ แตล่ ะกลุ่มตำ่ งก็มอี ำวธุ เตรียมพร้อมในกำรศกึ
62
ไม่สิ้น...ควำมเชื่อ
(คุณค่ำด้ำนสังคม)
63
สะท้อนควำมเชอื่ ทำงพุทธศำสนำ
ของมอญ-พมำ่ ในอดีต
“พระสังฆรำชภังคยะสะกะโร จงึ ถวำยพระพรวำ่ อันรำชบรุ ษุ จำกตวั อย่ำงข้ำงต้นสะท้อนใหเ้ ห็นว่ำสังคมมอญ-พมำ่
ซงึ่ ได้เปน็ ท่ีฐำนันดรเสวยมนษุ ยสมบตั ิ เปน็ เศรษฐีคหบดีกอ็ ำศยั ในอดีตมีควำมเชื่อทำงพุทธศำสนำในเรือ่ งกำรเวียนวำ่ ยตำย
ได้สรำ้ งบำรมศี ีลทำนภำวนำสกั กำรบชู ำ พระรัตนตรัยเปน็ เกิด กำรบำเพญ็ ทำน กำรบูชำพระรตั นตรยั เปน็ อยำ่ งมำก
ประธำนผลบุญนน้ั จึงสง่ ใหไ้ ดม้ ำเกิดเป็นเศรษฐี คหบดี อยใู่ น เพรำะ เมือ่ พระสงั ฆรำชภังคยะสะกะโรถวำยพระพรพระเจ้ำ
มัชฌมิ ประเทศรำชธำนคี วรทร่ี ำชบุรษุ เหลำ่ น้จี ะรู้คณุ พระ รำชำธิรำชในเร่อื งของศำสนำ พระเจ้ำรำชำธริ ำชจึงถอน
รัตนตรัย ทำสักกำรบูชำให้ยงิ่ ๆ ขึน้ ไปอกี นมี่ ำกระทำอนั ตรำ พระทยั ถอยทัพกลับ และมศี รัทธำสรำ้ งหอพระไว้เปน็ กำรสร้ำง
เบยี ดเบียนคนเหล่ำขำ้ พระ อนั พระมหำกษตั รยิ แ์ ตก่ ่อนทรงพระ กุศล คนในสังคมในสมัยน้นั มีพุทธศำสนำเปน็ ศูนย์รวมจิตใจ
รำช อทุ ิศถวำยไว้ใหป้ ฏิบตั พิ ระรตั นตรัยจนลม้ ตำย เป็นครุ แมแ้ ตก่ ษัตริย์ผ้ยู งิ่ ใหญก่ ็ยังนับถอื ศำสนำ และเป็นผ้นู ำในกำร
กรรมโทษจะได้ ทนทุกขเวทนำในอเวจมี หำนรกเป็นช้ำนำน นำพำเหลำ่ ประชำรำษฎร์เขำ้ ถึงพุทธศำสนำน่นั เอง
นกั ” (รำชำธริ ำชฉบับพระยำพระคลัง (หน), 2556: 270)
64
อบุ ำย...มำกเหลือ
(คุณค่ำดำ้ นสตปิ ัญญำ)
ด้ำนควำมคิดของบุคคลในเร่อื งรำชำธริ ำช 65
กลอุบำยกำรบชู ำพระธำตุ จำกตวั อยำ่ งเป็นเนือ้ ควำมคร้ังพระเจำ้ รำชำธริ ำชยกทพั
ไปตกี รุงอังวะแต่ดว้ ยเหตทุ ฝี่ ำ่ ยตรงขำ้ มไม่มกี ำร
“อำมำตย์ทนิ มณกี รอดจงึ กรำบทูลว่ำ ข้ำพเจ้ำจะคดิ อุบำย เคลือ่ นไหวใดๆ อำมำตยท์ ินมณีกรอดจงึ ทำกลอบุ ำย
จบั พมำ่ ถวำยให้จงได้ ด้วยเมอื งอังวะและเมอื งจะเดงิ กบั ดงั กล่ำวเพ่ือไปสบื ควำม ในตวั อยำ่ งนีแ้ สดงใหเ้ ห็น
พระธำตุสร้อยจะเหยียดน้นั อยู่ฟำกแม่น้ำหน่ึง เย้อื งกัน วธิ ีกำรทำกลอบุ ำยเพ่ือสืบควำมลับจำกฝำ่ ยตรงขำ้ มโดย
เปน็ สำมแพรง่ จะขอให้บ่ำยหน้ำเรอื ไปขนำนกบั พระธำตุ วิธีกำรดงั กล่ำวเปน็ ควำมคิดของทหำรจึงแสดงใหเ้ หน็
สร้อยจะเหยยี ดให้ เอำเสอื้ ผ้ำธงเทียวข้ำมไปบูชำให้พม่ำ ว่ำแมเ้ ป็นเพยี งทหำรกส็ ำมำรถคดิ กลอบุ ำยต่ำงๆ ได้เมือ่
รู้แลว้ จงึ ใหส้ มิงสำมกรำยเอำเรือบรรจุทหำรซุ่มไว้ ฝำ่ ย มคี วำมสำมำรถเช่นน้ีก็จะไดร้ ับควำมไวว้ ำงใจ หรือ
พมำ่ รู้วำ่ กองทัพเรำเอำส่งิ ของไปบชู ำพระธำตุ ใหส้ มงิ แมก้ ระท่งั ควำมนับถอื จำกพระมหำกษัตริย์
สำมกรำยคมุ ทหำรไปซ่มุ คอยอยู่ ตำมซ่ึงอำมำตยท์ นิ มณี
กรอดทลู นนั้ ”(รำชำธิรำชฉบบั พระยำพรคลงั (หน),
2552: 284)
66
เมือ่ เปน็ รำชำ
(คณุ ค่ำด้ำนกำรเมอื งกำรปกครอง)
ดำ้ นกำรเมอื งกำรปกครอง กำรเกดิ ขึน้ ของงำนรำชำธริ ำช 67
เป็นไปได้วำ่ อำจมเี หตผุ ลมำจำกควำมต้องกำรทจ่ี ะตอบสนองต่อภูมิหลงั
ของชนชัน้ นำในสมัยรชั กำลที่ 1 ท่มี เี ชอื้ สำยมอญ
ตอบสนองต่อสำนึกเรือ่ งควำมโหดรำ้ ยทำรุณของพม่ำทย่ี งั คงฝังอยูใ่ น
ควำมทรงจำ เน่ืองจำกสมัยนนั้ คนส่วนใหญ่ใชช้ ีวติ อยใู่ นปลำยแผนดินอยุธยำ ผ่ำนกำร
พ่ำยแพ้และควำมโหดร้ำยทำรณุ ของผู้ชนะสงครำมมำ
เหตุผลที่สำคญั ประกำรหนง่ึ คือ เพ่อื ตอบสนองปญั หำทำงกำรเมอื งกำร
ปกครอง ในช่วงต้นๆ รชั กำลท่ี 1
รำชำธริ ำชจึงเปน็ วรรณกรรมอกี เรอื่ งหนง่ึ ทม่ี ีคณุ ค่ำทำงกำรเมือง
กำรปกครองของไทย เพรำะเน้อื หำแฝงไปด้วยควำมรู้ทำงยทุ ธศำสตร์ทำงกำร
เมอื งกำรปกครอง อีกทั้งยังสะท้อนภำพปัญหำทำงกำรเมืองกำรปกครองและ
กำรแกไ้ ขปัญหำทำงกำรเมืองกำรปกครองในสมัยนนั้ ไดเ้ ป็นอยำ่ งดี
68 ภำพสะทอ้ นกำรเมืองในสมยั รัชกำลที่ 1
ปัญหำดำ้ นสทิ ธธิ รรมและควำมชอบธรรมในกำรขนึ้ ครองรำชย์
ตอนศึกพระเจ้ำฝร่ังมังฆ้อง เป็นกำรอธิบำยควำมชอบธรรมในกำรเปน็ กษตั รยิ ์ของผทู้ ข่ี ึน้
เป็นกษตั รยิ ์ โดยกำรปรำบดำภิเษก เช่นเดยี วกับ รชั กำลที่ 1 อย่ำงพระเจำ้ รำชำธริ ำช
พระเจ้ำรำชำธริ ำช แมว้ ่ำพระเจ้ำรำชำธริ ำชจะสบื เช้อื สำยจำกวงศก์ ษัตรยิ ์ แตท่ วำ่
กำรขน้ึ ครองรำชยข์ องพระองค์ไม่ถูกต้องตำมทำนองคลองธรรม เพรำะพระองค์ไม่ใช่ผทู้ พ่ี ระรำชบดิ ำประสงคจ์ ะให้
ข้นึ ครองรำชย์ และกำรซ่องสมุ กำลงั ที่เมืองตะเกงิ ฆำ่ นำยประตเู ม่อื จะออกจำกเมอื งพะโค พระรำชบดิ ำคงมองได้
ประกำรเดยี วว่ำพฤตกิ รรมนี้กค็ อื กำรกบฏ จึงต้องมีคำอธิบำยทจี่ ะมำพสิ ูจน์วำ่ ตนเป็นผู้มีควำมชอบธรรมและสทิ ธิ
ธรรมในกำรกำ้ วขนึ้ เปน็ กษัตริย์
คำอธบิ ำยในเรอ่ื งสิทธธิ รรมและควำมชอบธรรม 69
ในกำรเปน็ กษตั รยิ ข์ องพระองค์
1 กำรทำให้เห็นภำพกำรมีปญั ญำบำรมีของพระองค์ในกำรทำสงครำม
2 กำรทำให้เห็นภำพพระองคท์ รงเปน็ ผรู้ อบรูท้ ำงธรรมและมีศรทั ธำใน
พระพุทธศำสนำ อันเป็นคณุ สมบัตขิ องกษตั ริย์ในอุดมคติ
3 กำรทำใหเ้ หน็ วำ่ แมพ้ ระเจ้ำรำชำธิรำชจะเปน็ กษัตริย์ท่ไี มใ่ ช่ผ้ทู บี่ ดิ ำต้องกำรใหข้ ้ึนครองรำชย์แลว้ เป็นกษัตรยิ ์ท่ี
ข้นึ ครองรำชย์อยำ่ งไมถ่ ูกตำมทำนองคลองธรรม คือ กำรปรำบดำภิเษกตนเอง แต่เป็นผู้ท่มี ีคณุ สมบัตแิ ละมคี วำมเหมำะสม
ท่ีจะเปน็ กษัตรยิ ม์ ำกกวำ่ พระเจำ้ ฝรงั่ มังฆ้องท่เี ป็นผสู้ บื สนั ตติวงศอ์ ย่ำงถกู ต้องเสียอีก
70 ยทุ ธศำสตรก์ ำรเมอื งทำงกำรปกครองจำกเรอ่ื งรำชำธริ ำช
กำรทำสงครำมระหวำ่ งรฐั
ตอน ศึกพระเจำ้ ฝร่ังมังฆอ้ ง มีกำรทำสงครำมระหว่ำงรฐั จงึ ปรำกฏ
ให้เห็นยทุ ธศำสตร์กำรทำสงครำมระหวำ่ งรฐั และกำรปกปอ้ บำ้ นเมือง
จุดแขง็ พระเจำ้ รำชำธิรำชทรงเปน็ ผูท้ มี่ พี ระปรชี ำสำมำรถ กลำ้ หำญ ฝ่ำยพระเจำ้ รำชำธริ ำช
เชย่ี วชำญในกำรศึก พระเจ้ำรำชำธิรำชมกี องทัพท่ีเขม้ แข็งตีได้หัวเมืองต่ำงๆ
ไดม้ ำก จึงมีฐำนเสบยี งมำกขน้ึ
โอกำส พระเจ้ำรำชำธิรำชทรำบวำ่ พระเจำ้ ฝรั่งมังศรฉี ะวำสวรรคตมงั สุเหนยี ด
ขึ้นครองรำชสมบัติ ทรงพระนำมว่ำพระเจ้ำฝรงั่ มงั ฆ้อง มังศรธี ำตุซึ่งเปน็
พระรำชอนชุ ำคิดชิ.รำชสมบัติ แต่ควำมทรำบถึงพระเจ้ำฝรงั่ มงั ฆอ้ งเสียกอ่ น
ทรงให้ทหำรไปล้อมจบั มังศรีธำตมุ ำประหำรชวี ิตบำ้ นเมอื งพม่ำน่ำจะไมม่ ัน่ คง
อุปสรรค พระเจำ้ รำชำธริ ำชมีทหำรกลำ้ จำนวนมำกกติ ติศพั ท์ทำใหพ้ ระเจำ้
ฝรั่งมงั ฆอ้ งและขำ้ ทหำรไม่กลำ้ ออกมำต่อสู้จึงไม่มอี ุปสรรคในตอนนี้
ทำเปน็ กำรด์ พลงั
71
จดุ แขง็ จดุ ออ่ น อุปสรรค
พระเจ้ำฝร่งั มังฆ้องทรงเปน็ ผูท้ มี่ ี ขณะน้นั กรุงรตั นบุระองั วะเพ่ิง โอกำส พระเจำ้ รำชำธริ ำชเปน็ อุปสรรคสำคญั
ประสบกำรณใ์ นกำรสงครำมพระ เปลยี่ นพระเจ้ำแผน่ ดินบำ้ นเมอื ง เน่ืองจำกเป็นแมท่ พั ท่ีมีควำมกล้ำหำญ
เจ้ำฝร่งั มงั ฆ้องมที รัพยำกรบุคคล ยงั ระส่ำระสำยมีกำลงั นอ้ ยไม่ พระเจำ้ รำชำธิรำชเปน็ ผู้มีศรัทธำ เชีย่ วชำญกำรทำศกึ ยำกแก่กำรเอำชนะ
คือ พระสังฆรำชำภังคะยะสะกะ เข้มแขง็ และมหี ัวเมืองอนื่ ทต่ี ง้ั ตัว ในพระพทุ ธศำสนำ ทำใหม้ ี ฝ่ำยพระเจ้ำรำชำธิรำชมแี มท่ พั ทลี่ ว้ นมี
โร ผู้มปี ัญญำและรักแผ่นดิน เป็นขบถจนต้องยกไปปรำบขนุ โอกำสเกลีย่ กล่อมใหย้ กทพั กลับ ควำมสำมำรถยกทพั ใหญ่ตีเมอื งรำยทำง
นำงของพระเจ้ำฝรง่ั มังฆ้องไม่มี ได้ เก็บริบเสบียงอำหำรและเผำบำ้ นเมืองเสีย
ผใู้ ดมคี วำมสำมำรถทจ่ี ะให้ ส้นิ จนทพั ล่วงมำถงึ องั วะ ทำใหพ้ ระเจำ้
คำปรกึ ษำได้ ฝรัง่ มงั ฆอ้ งไม่สำมำรถหำกำลังจำกเมอื ง
อืน่ มำชว่ ยสู้รบได้
72 ผลกำรวเิ ครำะหก์ ำรทำสงครำมระหวำ่ งรฐั
ฝ่ำยพระเจำ้ ฝรง่ั มงั ฆอ้ ง ฝ่ำยพระเจำ้ รำชำธริ ำช
กำรวเิ ครำะหต์ นเองแบบ SWOT VS กำรวิเครำะห์ตนเองแบบ SWOT
พระเจำ้ ฝรัง่ มังฆอ้ งมีจุดออ่ นที่เพ่งิ ขึ้นครองรำชสมบตั ิ พระเจ้ำรำชำธริ ำชมีจุดแขง็ ท่ีเปน็ ผู้ที่มปี รชี ำสำมำรถกลำ้ หำญ
เช่ียวชำญในกำรศกึ ปกครองบ้ำนเมอื งไดอ้ ย่ำงมนั่ คงและมโี อกำส
บ้ำนเมอื งยังไม่สงบเรียบรอ้ ยและมีอปุ สรรคท่ีทพั ของ ทีพ่ ม่ำเปลี่ยนพระเจ้ำแผ่นดินจงึ ใชจ้ ุดแขง็ และโอกำสยกกองทัพตี
หวั เมอื งของพม่ำได้มำกพระเจ้ำฝรัง่ มงั ฆ้องไมก่ ล้ำออกมำส้รู บส่ง
พระเจำ้ รำชำธริ ำชเคลอ่ื นมำอยำ่ งรวดเรว็ ไม่ทันไดเ้ ตรียมตัวแตม่ จี ุด สมเด็จพระสังฆรำชำภังคยะสะกะโรของพมำ่ มำเจรจำใหพ้ ระเจำ้
รำชำธิรำชยกทพั กลบั
แข็งทม่ี พี ระสงั ฆรำชำภงั คะยะสะกะโรซึง่ เป็นผูร้ ูห้ ลกั ธรรมและมี
ผลกำรดำเนนิ กำรตำมยทุ ธศำสตร์
โอกำสทพี่ ระเจ้ำรำชำธิรำชศรัทธำในพทุ ธศำสนำจงึ เลอื กใช้โอกำส
กำรดำเนินกำรตำมยุทธศำสตรป์ ระสบ ผลสำเรจ็ เนือ่ งจำกได้
สง่ พระสงั ฆรำชำไปเจรจำใหพ้ ระเจ้ำรำชำธริ ำชยกทพั กลบั เปลย่ี นจำกจุดออ่ นและอปุ สรรคมำใช้จดุ แข็งและโอกำส
ผลกำรดำเนนิ กำรตำมยุทธศำสตร์
กำรดำเนินกำรตำมยุทธศำสตรไ์ มป่ ระสบผลสำเรจ็ เพรำะพระเจำ้
รำชำธิรำชละทงิ้ จุดแขง็ และโอกำส
สรปุ ยทุ ธศำสตร์ 73
กำรจดั วำงแผนตำม กำรนำแผนไปปฏบิ ตั ิ กำรติดตำมประเมนิ ผลและ
ยุทธศำสตร์ 1. พระเจำ้ รำชำธิรำช เข้ำตี หวั เมืองรำย กำรควบคมุ
ทำงของพม่ำ กวำดข้ำวปลำอำหำรมำเป็น
พระเจ้ำรำชำธิรำชทรงถือโอกำส กำลงั เผำบำ้ นเมืองทด่ี ไี ดน้ นั้ เสยี และเขำ้ 1. พระเจำ้ รำชำธริ ำชสรำ้ งหอพระขึ้น
ทีพ่ มำ่ เปล่ยี นพระเจำ้ แผน่ ดิน มำประชิดกรุงองั วะ เปน็ กศุ ลไวท้ พ่ี ระธำตุสร้อยจะเยยี ดแล้ว
จดั ทพั ใหญ่เพอ่ื เขำ้ ตพี มำ่ 2. พระเจำ้ ฝร่ังมังฆอ้ งสง่ พระสังฆรำชำ ยกทพั กลับ
ภงั คยะสะกะโรออกไปเจรจำใหพ้ ระเจ้ำ 2. พระเจ้ำฝร่งั มงั ฆอ้ งสัง่ ให้เผำหอพระ
รำชำธิรำชยกทัพกลบั ทำใหพ้ ระเจำ้ รำชำธริ ำชโกรธเป็นเหตุ
ให้ สงครำมพม่ำกบั มอญติดพนั เป็น
เวลำนำน
74 สรุปยุทธศำสตร์
- เปน็ กำรชิงเป็นฝ่ำยไดเ้ ปรียบโดยคำดว่ำอีกฝ่ำยหน่งึ ยงั ไมพ่ รอ้ ม กำรวเิ ครำะหย์ ทุ ธศำสตรท์ ำงกำรเมอื งกำร
- สำเหตุของควำมไมพ่ ร้อม ทำให้อีกฝ่ำยถือเป็นโอกำสทจี่ ะยกทัพมำทำ ปกครองจำกรำชำธริ ำช
สงครำมเกดิ จำกกำรผลดั เปล่ยี นแผน่ ดนิ ใหม่
- พระเจ้ำฝรั่งมงั ฆอ้ งใชค้ วำมศรทั ธำในพระพทุ ธศำสนำส่งพระสงั ฆรำช จงึ มคี ุณค่ำสำมำรถมองเห็นจดุ เดน่ และจุดด้อยของฝัง่
ภงั คยะสะกะโร ไปเจรจำให้พระเจ้ำรำชำธิรำชยกทพั กลบั ครั้งน้ี ตรงข้ำม เพื่อทีจ่ ะได้หำวิธกี ำรในกำรแก้ไขปัญหำโดย
-พระเจ้ำรำชำธริ ำชละทงิ้ โอกำสในกำรชนะสงครำมโดยง่ำย ทไ่ี ม่มีกำรทำศึกสงครำม เพรำะปัจจบุ ันเป็น
เพรำะขณะนนั้ พระเจ้ำฝรั่งมงั ฆ้องยงั ไม่พร้อมรบ กำรปกครองอยำ่ งสงบสุข ตอ้ งใช้กำรเจรจำเขำ้ มำ
- กลับยอมยกทพั กลับเนื่องจำกศรทั ธำถ้อย เป็นสว่ นชว่ ยแทนกำรทำสงครำม
คำของสงั ฆรำชภงั คยะสะกะโร
ยุทธศำสตรก์ ำรทำสงครำมระหวำ่ งรัฐ
ในตอนศกึ พระเจำ้ ฝรั่งมงั ฆอ้ ง
บทที่ 4
ตอน พลำยประกำยมำศ
76
ในตอนน้ีมเี นอื้ หำทีเ่ ปน็ ใจควำมสำคญั 2 ใจควำม คือ
1 เรื่องรำวของสมิงอำยมนทะยำทำกลสื่อขำ่ ว
2 เร่อื งรำวของชำ้ งพลำยประกำยมำศ
ซึ่งในแตล่ ะตอนมเี นอื้ หำและ
สิ่งท่นี ่ำสนใจดงั ตอ่ ไปน้ี...
ตำมนอ้ งโบจมิ ำเลยคะ่
77
ตอนท่ี 1 เรอื่ งรำวของสมงิ อำยมนทะยำทำกลสอ่ื ขำ่ ว
เรอ่ื งย่อ สมงิ อำยมนทยำทำกลสอ่ื ขำ่ ว
เร่ืองรำวของสมงิ อำยมนทะยำนน้ั เปน็ กำรรบั อำสำสง่ ขำ่ ว
ของสมิงอำยมนทะยำผเู้ ปน็ ทหำรธรรมดำทมี่ คี วำมกลำ้ หำญรบั อำสำ
สง่ ขำ่ วจำกพระเจำ้ รำชำธริ ำชผำ่ นกองทพั พม่ำเขำ้ ไปถวำยพระยำเกยี ร
บุตรพระเจำ้ รำชำธริ ำชและนำขำ้ วจำกพระยำเกยี รมำถวำยพระเจำ้
รำชำธิรำชไดส้ ำเรจ็ โดยใชว้ ธิ กี ำรทำกลตำ่ งๆ หลอกลอ่ พม่ำ
78
ตวั ละคร ตำมนอ้ งโบจิไป
ในเรอื่ งรำวของ ดูกนั เถอะคะ่ ว่ำ
มีใครบำ้ ง...
สมิงอำยมนทะยำทำกลสอ่ื ข่ำว
พระเจำ้ รำชำธริ ำช : ยอดกษตั รยิ น์ กั ปกครองผเู้ ลอ่ื มใสในธรรมกบั กำรทำนุบำรงุ พระพทุ ธศำสนำ 79
พระเจำ้ รำชำธริ ำช เป็นกษตั ริย์องค์เกำแห่งรำชวงศ์ฟำ้ รัว่ พระรำชโอรสของ ประวตั ิ
พระเจำ้ ชำ้ งเผือกกษัตรยิ แ์ ห่งมอญ กบั นำงศิริมำยำพระสนม เมือ่ ทรงพระเจรญิ
ขน้ึ มำพระเจำ้ ช้ำงเผือกจงึ ใชช้ อ่ื ว่ำ พระยำน้อย
พระเจ้ำรำชำธิรำช มนี สิ ยั สุขุม รอบคอบ ฉลำด มคี วำมกตญั ญู มีเมตตำ บุคลกิ และนสิ ยั
รจู้ ิตใจผู้อื่น มคี วำมอดทนตอ่ สถำนกำรณ์ต่ำงๆ มีควำมรคู้ วำมสำมำรถ
ทำงดำ้ นกำรทหำรเปน็ อยำ่ งดี
พระเจำ้ รำชำธิรำชมบี ทบำทเปน็ กษตั รยิ แ์ หง่ มอญผเู้ กรยี งไกร เปน็ กษัตริย์ บทบำท
นักปกครองหรอื ผู้นำท่นี ำกองทัพมอญใหไ้ ด้รับชัยชนะเหนอื พม่ำเรื่อยมำ
และเปน็ บุคคลสำคัญทท่ี ำนุบำรุงพระพทุ ธศำสนำอยเู่ สมอ
เป็นภำพแทนของกษตั รยิ ์ทส่ี ืบเชอื้ สำยจำกวงศ์กษัตรยิ ์ที่ข้ึนครองรำชย์ ภำพแทน
แบบกบฏ แตก่ ็ยงั เป็นกษัตริยท์ ีด่ ีได้เป็นผทู้ ีม่ บี ุญญำบำรมแี ละปญั ญำบำรมี
ปฏิบตั ิพระรำชภำรกจิ ต่ำงๆ เพือ่ ประโยชนส์ ุขแกอ่ ำณำประชำรำษฎร์