The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Infographic ราชาธิราช

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Merlin Miller, 2020-03-16 04:40:37

ราชาธิราช

Infographic ราชาธิราช

80 มงั รำยกะยอฉะวำ : โอรสแหง่ กษตั รยิ ก์ บั กำรทำศกึ ทย่ี ง่ิ ใหญ่

มังรำยกะยอฉะวำ เป็นพระรำชโอรสของพระเจำ้ ฝรง่ั มังฆอ้ งแหง่ พมำ่

ประวตั ิ ในอดตี ชำติคอื พอ่ ลำวแกน่ ท้ำว พระโอรสของพระเจ้ำรำชำธิรำช

บคุ ลกิ และนสิ ยั มังรำยกะยอฉะวำ มอี ุปนิสยั ใจคอทีเ่ ขม้ แข็ง น้ำใจเดด็ เดี่ยว กล้ำหำญ
แตก่ ็มีนิสัยนิสัยเจำ้ อำรมณ์ ไม่ส้จู ะสขุ มุ รอบคอบนัก

บทบำท เป็นลกู กษตั รยิ ์ผมู้ ีขัตติยมำนะ มีคุณสมบตั ิทเี่ หมำะแกก่ ำรเป็นผนู้ ำ เป็น
นกั รบทีม่ ีควำมเก่งกลำอำจหำญ และกำรเปน็ แม่ทัพไดอยำ่ งดเี ยี่ยม

ภำพแทน ลกู กษัตริย์ผู้มีควำมจงรกั ภักดีต่อชำตบิ ำ้ นเมอื งและหน้ำที่ รบั ใชช้ ำติ
บ้ำนเหมอื นเช่นนักรบอยำ่ งไมเ่ สียดำยชีวิต

สมงิ อำยมนทะยำ : ควำมเกง่ ของทหำรกบั กำรเสริมสง่ บำรมกี ษตั รยิ ์ 81

เปน็ ทหำรเอกของพระเจ้ำรำชำธริ ำชทีไ่ ด้ทำกลอบุ ำยตำ่ งๆ เพ่ือหลอกลอ่ พมำ่ ประวตั ิ
ทต่ี ง้ั ทำลอ้ มกรงุ หงสำวดไี ว้ไดส้ ำเรจ็ จนสำมำรถนำไปกรำบทูลพระยำเกยี ร
และพระเจ้ำรำชำธริ ำชได้จนสำเร็จ

สมงิ อำยมนทยำ เปน็ ทหำรท่ีเสยี สละและกลำ้ หำญ เป็นคนฉลำดมีไหวพริบ บคุ ลิกและนสิ ยั
สำมำรถทำกลอบุ ำยหลอกลอ่ ศตั รไู ด้

เปน็ คนรับอำสำพระเจำ้ รำชำธิรำชทำกลอบุ ำยต่ำงๆ ไปแจง้ ข่ำวพระยำเกียร บทบำท
เร่ืองกำรศกึ จำกพระเจ้ำรำชำธริ ำช และทำกลหลอกแกล้งตำยลวงพม่ำ
เพือ่ นำควำมจำกพระยำเกียรไปกรำบทลู พระเจำ้ รำชำธิรำช

ทหำรคู่บำรมกี ษัตรยิ ์ ส่ือใหเ้ หน็ ว่ำกษตั รยิ ท์ ่มี บี ญุ ญำบำรมี แม้สนิ้ ทหำรเอก ภำพแทน
ผ้เู ก่งกลำ้ สำมำรถ กย็ งั ไมส่ ้ินผมู้ ำแทนทม่ี ีควำมสำมำรถไม่แพ้คนเดิม

82

แนวคดิ สำคญั

พระเจ้ำรำชำธริ ำชน้ันมีทหำรท่ีกลำ้ หำญ และมี
บริวำรทจ่ี งรกั ภกั ดี แมจ้ ะเสียทหำรกลำ้ ไปถึงสองคน
แตก่ ็ยังมที หำรกล้ำคนใหมท่ ่พี รอ้ มจะอำสำไปทำกำณ
สงครำมเพื่อพระองค์ ซ่งึ ทหำรกลำ้ ทีร่ ับอำสำนั้นล้วน
แลว้ แตเ่ ป็นผู้มีปัญญำดี มีควำมกลำ้ หำญ ซง่ึ ชว่ ยเสริม
บำรมีของกษัตริยไ์ ด้อยำ่ งดียิ่ง

83

คณุ ค่ำดำ้ นวรรณศิลป์

ตัวอย่ำง84

กำรใชอ้ ปุ มำเพอื่ เปรยี บเทยี บอำรมณข์ องตวั ละคร

รำชำธริ ำชฉบับมอญพมำ่ มักจะใชก้ ำรบรรยำยควำม เพ่ือแสดง
อำรมณ์ควำมรู้สกึ ของตวั ละคร โดยไม่ได้เปรียบเทียบกับสงิ่ ใดสิ่งหนึ่ง
ทำให้ผู้อ่ำนเข้ำไมถ่ งึ อำรมณค์ วำมรสู้ กึ ของตวั ละครได้มำกเท่ำทคี่ วร
ขณะทีฉ่ บบั ตวั เขยี นของไทยจะใช้ภำพพจนอ์ ุปมำในกำรเปรียบเทียบ
เพอ่ื ให้เหน็ ภำพอำรมณ์ควำมรสู้ ึกของตวั ละครชดั เจนมำกข้นึ

“สมงิ อำยมนยำจึ่งกรำบทูลแจ้งโดยกลอุบำยทกุ ประกำรแก่พะญำเกยี รได้แจ้ง
ด่ังน้นั ก็มีควำมยนิ ดนี ักดุจดงั่ ได้ไชยชำณะแลว้ ก็เหมือนกัน”

ธนพร ศิริพันธ์ (2559: 114)

85

กำรใชค้ ำทม่ี คี วำมหมำย
สอดคล้องกัน

ถ้อยคำของมังรำยกะยอฉะวำนี้แสดงสถำนภำพว่ำ “ช่ำงมันกอ่ นเถดิ คงจะจบั ตัวได้ ครัง้ น้ีเรำก็ให้
ตนนนั้ เหนือกวำ่ สมิงอำยมนทะยำ ดงั จะเหน็ ไดจ้ ำก ล้อมเมืองมั่นคงเป็นสำมำรถอยู่ ถึงมำตรว่ำสมงิ อำย
คำพดู ท่วี ำ่ "คงจะจับตวั ได"้ และ "ใชว่ ่ำมันจะแทรก มนทะยำหนีเขำ้ ไปอย่ใู นเมอื งนน้ั ใชว่ ำ่ มันจะแทรก
แผน่ ดินไปพน้ ก็มไิ ด้” รวมท้งั อปุ มำ "เหมอื นลกู ไก่ แผ่นดนิ ไปพ้นกห็ ำมไิ ด้ เหมอื นหนงึ่ ลกู ไก่อยู่ในเงื้อม
อยูใ่ นเง้ือมมอื เรำ" ซงึ่ เป็นคำพดู ท่ีสอดคล้องกนั มือเรำ ถ้ำจะบบี เขำ้ เมื่อใดกจ็ ะตำยเม่ือน้นั แมน้ เรำ
ใหจ้ ับตัวสมงิ อำยมนทะยำไดแ้ ล้ว จงึ ใหผ้ ำ่ อกเชอื ด
เอำหวั ใจออกมำสับเสยี ให้ละเอียดจงได้”

(รำชำธิรำชฉบบั พระยำพระคลัง (หน),
2556: 540)

86
กำรสรรคำใช้เพอ่ื ควำมเหมำะสม

ตอนมงั รำยกะยอฉะวำใหท้ หำรออกมำรอ้ งด่ำฝำ่ ยมอญ “อำ้ ยมอญโกหก ถึงว่ำสมงิ อำยมนทะยำจะนำข่ำวรำชกำรออกไป
ที่ประตูเมอื งเพอ่ื เยำะเย้ย เน่ืองจำกคดิ ว่ำสมิงอำยมนทะยำ กรำบทูลพระเจำ้ รำชำธริ ำชแต่วำนนีแ้ ลว้ เปน็ ไรยังไม่เหน็ โผล่หวั
ซง่ึ เป็นทหำรมอญนน้ั ไมส่ ำมำรถหนี ผำ่ นฝำ่ ยพมำ่ ออกไป ออกไปเล่ำ หรือมันกลัวหวั จะขำดจงึ มิอำจออกมำ ทหำรมอญตอบ
เพื่อกรำบทลู ควำมให้แก่พระเจำ้ รำชำธิรำชไดท้ ้ังๆ ท่สี มงิ กลับไปวำ่ อ้ำยพม่ำโง่ตำบอดถงึ ไมเ่ ห็นหรอื สมิงอำยมนทะยำ
อำยมนทะยำ สำมำรถทำไดส้ ำเร็จแลว้ ดงั ควำมวำ่ ออกไป แตว่ ำนนีแ้ ลว้ ถงึ ยงั วำ่ ไมอ่ อกไปอกี เล่ำ ทหำรพมำ่ จึงรอ้ ง
ตอบกลับ เขำ้ มำว่ำ อ้ำยมอญโกหก ถงึ จะมำลวงใคร เป็นไรกไ็ ม่
ในตัวอย่ำงน้จี ะเหน็ กำรใช้คำของทหำรช้ันผู้นอ้ ยที่ตอบโต้ เห็นมันแบกหวั ออกมำเลำ่ ”
กนั จะใชค้ ำทีไ่ มส่ ภุ ำพ เพื่อดถู กู ควำมสำมำรถของฝ่ำยศัตรู
ตำ่ งจำกกำรตอบโตก้ ันของนำยทพั (รำชำธิรำชฉบับพระยำพระคลงั (หน),
2556: 544)

กำรปรงุ แต่งควำม 87

๑) กำรเปรยี บเทยี บกบั สตั ว์

“ถงึ มำตรว่ำสมงิ อำยมนทยำหนีเขำ้ ไปอยู่ในเมืองน้นั ใช่วำ่ มนั จะแทรกแผ่นดินไปพ้นก็หำมิได้
เหมอื นลูกไก่อยู่ในเงือ้ มมอื เรำ”

(รำชำธริ ำช ฉบับพระยำพระคลัง (หน), 2556: 457)

ในตอนน้เี ปรยี บเทียบสมงิ อำยมนทยำว่ำเหมือนลูกไกใ่ นกำมอื ไมส่ ำมำรถหนีไปไหนได้ ซง่ึ หมำยถึง
สมิงอำยมนทยำอยใู่ นเมืองท่ลี อ้ มรอบดว้ ยกองทพั ของตน คงไมส่ ำมำรถหนีไปไหนรอด

88

1) เปรียบเทยี บกบั เทพยดำหรอื สง่ิ ทมี่ อี ทิ ธฤิ ทธเิ์ หนอื มนษุ ย์

ตัวอยำ่ งที่ 1 ตัวอยำ่ งท่ี 2
“นำยทัพนำยกองไดย้ ินดงั นั้นก็กลับเข้ำไปทลู แก่
“สมิงอำยมนทยำนี้มันดจี รงิ ชะรอยมใิ ช่มนุษย์มปี ัญญำ
มังรำยกะยอฉะวำๆ ไดย้ ินดงั น้นั ก็ทรงพระโกรธยง่ิ นกั ดงั เทพยดำอนั สำมำรถหำผเู้ สมอมไิ ด้”
อุปมำดังพญำนำครำชอนั มีพิษ มผี ู้เอำไม้ฆ้อนมำตีลงท่ี
ขนดกย็ อ่ มโกรธ” (รำชำธิรำช ฉบบั พระยำพระคลงั (หน),
2556: 465)
(รำชำธิรำช ฉบบั พระยำพระคลัง (หน),
2556: 474) ในตอนนเี้ ป็นกำรเปรียบเทยี บปัญญำของสมิงอำยมนทยำ
วำ่ เหนอื มนษุ ยท์ ่ัวไปซงึ่ สง่ิ ที่นำมำเปรียบเทียบใหเ้ หน็ ภำพ คือ
เปน็ กำรเปรยี บเทียบควำมโกรธของคนกับสิ่งทมี่ ีอำนำจ เทพยำดำ
เหนอื คนให้รสู้ กึ ว่ำโกรธมำกและนำ่ กลัวมำก

89

กำรใช้สญั ลกั ษณ์แทนสง่ิ ทีเ่ ปน็ รูปธรรม

ใชแ้ ขน เป็นสญั ลักษณแ์ ทน ทหำรเอก ดังตัวอยำ่ งต่อไปน้ี

“สมเด็จพระเจำ้ รำชำธิรำชถอนพระทยั แล้วตรัสวำ่ สมงิ พ่อเพชร์และสมงิ นครอินทร์ยงั มีชวี ิตอยู่
กำรเพยี งนเ้ี ห็นจะมพิ อยำกใจเรำนกั ครั้งนี้แขนเรำขำดไปสองข้ำง คิดอะไรกข็ ดั ขวำง”

(รำชำธิรำช ฉบับเจำ้ พระยำพระคลงั (หน), 2556: 452)

90
กำรบรรยำยเหตกุ ำรณใ์ นเรอื่ ง

ในตอนน้ีเปน็ กำรบรรยำยกำรสูร้ บและกำรบรรยำยกองทพั คอื หลงั จำกมังรำยกะยอฉะวำขอดตู วั
สมงิ อำยมนทะยำแล้ว มังรำยกะยอฉะวำกใ็ ห้ทหำรโจมตีฝำ่ ยมอญ ดงั ควำมว่ำ

“ให้ทหำรเอำบนั ไดหกขนึ้ พำดกำแพงทิ้งสำยโซ่ข้ึนไปพนั ใบเสมำปนี ขน้ึ กำแพงเมือง ทหำรเจำ้ หน้ำที่
ในเมอื งก็พงุ่ แหลนหลำวศัสตรำวธุ คว่ั กรวดทรำยยิงเกำทัณฑก์ รำดออกมำดังห่ำฝนถกู ทหำรพมำ่ ลม้ ตำยเปน็
อันมำก พมำ่ จะหกั เอำมไิ ด้ก็ถอยออกไป พม่ำกบั มอญได้รบพุง่ กนั มำหลำยครง้ั พลทหำรตำยลงเป็นอนั มำก
ด้วยกนั ท้งั สองฝำ่ ย พมำ่ จะหักเอำเมอื งมไิ ดก้ ็รอกันอยู่”

(รำชำธิรำช ฉบับเจ้ำพระยำพระคลงั (หน), 2556: 422)

91

คณุ คำ่ ด้ำนสงั คม

92 ควำมเชอ่ื เรอ่ื งกำรทำนำย

“ฝ่ำยพระเจ้ำรำชำธริ ำชก็ยกกองทัพหลวงออกจำกเมอื งเสี่ยง มำต้ังอยู่ใกลเ้ มอื งหงสำวดีทำงประมำณสบิ หำ้ เสน้
ขณะนนั้ โหรรำมัญ สำมคนคำนวณฎีกำแลว้ ถวำยพระเจ้ำรำชำธริ ำชวำ่ ถึงวนั ศุกร์ขึน้ สำมค่ำ พระองค์จะได้ศีรษะนำยทพั พมำ่
ผใู้ หญ่คนหนึ่งเป็นมน่ั คง ต่อถงึ วันอำทติ ย์ ขึ้นสค่ี ่ำนั้น พระองค์จะมีศกั ดำนุภำพเป็นอนั มำก ฝ่ำยมังรำยกะยอฉะวำพระชันษำขำด
ถำ้ แม้นจะออกชนช้ำงดว้ ยพระองค์ ๆ ก็จะไดช้ ยั ชนะจับตัวไดใ้ นวนั นั้นเปน็ มน่ั คง โหรผ้หู นึ่งคำนวณฎีกำถวำยวำ่ จะไดต้ ัวใกล้
หนองน้ำ โหรผู้หนงึ่ คำนวณฎกี ำถวำยวำ่ จะได้ตัวท่ีตน้ ไม้ใหญ่ โหรผู้หนง่ึ คำนวนฎีกำถวำยอีกเล่ำว่ำจะได้ตัวท่ภี เู ขำ”

(รำชำธริ ำชฉบบั พระยำพระคลัง (หน) 2556: 422)

ควำมเช่อื เรือ่ งพธิ กี รรม กำรคำนวณฎีกำ และคำนวณทำนำยวนั ท่พี ระเจำ้ รำชำธริ ำช
มีศักดำนุ ซ่ึงกำรทำนำยก็เปน็ จรงิ อำจกลำ่ วไดว้ ำ่ คนในสังคมสมัยนั้นชอ่ื เร่อื งโชคลำง กำร
ใหโ้ หรทำนำยกอ่ นทำกำรศกึ สงครำม หรอื ทำกำรตำ่ งทีเ่ สีย่ งอันตรำย

กลอบุ ำยกำรแกล้งตำย 93

“พระยำเกยี รจึงตรัสถำมว่ำท่ำนจะคิดอำ่ นทำอระกำรใดจึงจะออกไปได้ สมงิ อำยมนทะยำจงึ ทูลว่ำ ข้ำพเจำ้ คิดกลอุบำยจะทำตำย
ลอยน้ำออกไป ขอให้เอำหยวกมำทำเปน็ แพเข้ำเปน็ ม่ันคง เอำขำ้ พเจ้ำใสเ่ ฝอื กเขำ้ แลว้ ให้ผู้หญงิ โกนศรี ษะเสียเดนิ รอ้ งไหต้ ำมออกไป”

(รำชำธิรำชฉบับพระยำพรคลงั (หน). 2556: 460)

จำกตวั อย่ำงเป็นเน้ือควำมตอนท่ีสมิงอำยมนทะยำบอกถงึ กลทจ่ี ะทำเพื่อลกั ลอบออกไปเพ่อื สง่ ขำ่ วแก่พระเจำ้ รำชำธริ ำช
โดยใช้วธิ กี ำรแกล้งตำยแตใ่ นกำรแกลง้ ตำยน้นั กม็ ีองคป์ ระกอบต่ำงๆ ทน่ี ำ่ เชอ่ื ถอื ประกอบเขำ้ กนั ทำใหส้ มิงอำยมนทะยำทำกลน้ี
ได้สำเร็จ

94

เป็นยังไงกนั บำ้ งคะ สำหรบั เร่ืองรำวของสมงิ อำยมนทะยำ
สนกุ มำเลยใช่ไหมละ่ ตอ่ ไปเรำมำพบกบั เรอื่ งรำวทนี่ ่ำ
ตืน่ เต้นในเรอื่ งรำวของพลำยประกำยมำศกนั ตอ่ เถอะคะ่

ไปกนั เลย...

ตอนท่ี 2 เรื่องรำวของช้ำงพลำยประกำยมำศ 95
เร่อื งย่อ มงั รำยกะยอฉวำตำย

เร่ืองรำวของพลำยประกำยมำศน้ันเริ่มต้นจำกกำรท่ีจะมีกำรชน
ช้ำงระหว่ำงพระเจ้ำรำชำธิรำชกับมังรำยกะยอฉวำฝ่ำยพม่ำแต่พระเจ้ำ
รำชำธิรำชเกรงจะสู้ช้ำงพลำยประกำยมำศที่ถูกพม่ำจับตัวไปไม่ไหว
จึงสั่งให้นำยช้ำงนำตะปูไปตรึงเท้ำช้ำงพลำยประกำยำศ เม่ือนำยช้ำง
ลักลอบเขำ้ ไปสำเร็จไดค้ ุยกับช้ำงพลำยประกำยมำศกท็ ำเช่นน้นั ไม่ลงจึง
พูดคุยตกลงกับช้ำงพลำยประกำยมำศว่ำให้อำละวำดทัพพม่ำให้เสีย
ขบวนให้ไปเสยี แล้วให้หนีเข้ำป่ำไป ชำ้ งพลำยประกำยมำศกส็ ำมำรถทำ
ไดส้ ำเรจ็ จนทำให้ฝำ่ ยพระเจ้ำรำชำธิรำชเปน็ ฝำ่ ยได้ชัยชนะ

96 ตัวละครสำคญั

ชำ้ งพลำยประกำยมำศ : สัตว์ยอดกตัญญู

ประวัติ พลำยประกำยมำศเปน็ ชำ้ งศึกของพระเจำ้ รำชำธิรำชกษตั ริย์มอญเป็นช้ำงท่อี ยู่
คบู่ ำรมพี ระเจำ้ รำชำธิรำช ต้ังแตค่ ร้งั ยงั เป็นพระยำนอ้ ย

บุคลิกและนสิ ยั เปน็ ช้ำงแสนรู้ มคี วำมกตัญญูต่อผมู้ พี ระคุณ กล้ำหำญ

บทบำท อำละวำดพงั ค่ำย ไล่แทงชำ้ งและทหำรพม่ำบำดเจบ็ ล้มตำยแลว้ หนเี ข้ำป่ำ
ภำพแทน แสดงใหเ้ ห็นว่ำแม้แต่ “ชำ้ ง” ซ่ึงเปน็ สตั ว์ กย็ งั มคี วำมกตัญญรู คู้ ุณต่อคนเลี้ยงและ

ชำตบิ ำ้ นเมอื งแทนเปน็ ภำพแทนของสัตว์ทีต่ ้องมีควำมกตัญญู

นำยช้ำง :ขำ้ รับใชผ้ ซู้ ่ือสตั ย์ 97

เปน็ ขำ้ เล้ียงชำ้ งของพระเจำ้ รำชำธริ ำช ที่ถูกสั่งให้นำตะปูไปตึงเทำ้ พลำยประกำย
ประวัติ มำศเพ่อื ใหไ้ มส่ ำมำรถออกมำทำสงครำมได้
บุคลิกและนสิ ยั ซือ่ สตั ย์ มคี วำมกตญั ญู รกั พวกพ้อง

บทบำท ลักลอบนำตะปูไปตงึ เท้ำชำ้ งพลำยประกำยมำศ

ภำพแทน เป็นภำพแทนของขำ้ รบั ใช้ผ้ซู ือ่ สตั ย์ และมคี วำมเมตตำตอ่ สัตว์

98

คณุ คำ่ ด้ำนวรรณศลิ ป์

คณุ คำ่ ดำ้ นวรรณศลิ ป์ 99

กำรสรรคำ กำรใช้อปุ ลกั ษณ์

รำชำธริ ำชฉบบั มอญพม่ำมกั จะใชก้ ำร “อนั น้ำพระทยั มงั รำยกะยอฉวำนนั้ ดุจไกผ่ ู้
บรรยำยควำมเพ่ือแสดงอำรมณค์ วำมรสู้ กึ ของตวั อนั อำจพึงลอกเดือยหนำมทอง แล้วเคยมีชยั ชนะแก่
ละครโดยไม่ ได้เปรยี บเทียบกับสง่ิ ใดสิ่งหน่งึ ดว้ ย ไกท่ งั้ ปวงถึงจะมผี ู้ขัดขวำงกด็ ี เมอ่ื ได้ยินเสียงไกข่ ัน
เหตุน้ี จึงอำจทำให้ผู้อำ่ นเข้ำไมถ่ งึ อำรมณ์ควำมร้สู ึก แลว้ เมื่อใดกม็ อิ ำจนงิ่ อยู่ได้” (รำชำธริ ำช ฉบบั พระ
ของตัวละครไดม้ ำกเท่ำทค่ี วร ขณะทฉ่ี บับตัวเขียน ยำพระคลงั (หน). ตอน พลำยประกำยมำศ, 2556:
ของไทยจะใช้ภำพพจน์อปุ มำในกำรเปรียบเทียบ 466)
เพื่อให้เหน็ ภำพอำรมณค์ วำมรูส้ กึ ของตัวละคร
ชัดเจนมำกข้นึ เช่น เปรยี บเทียบวำ่ มงั รำยกยอฉวำกเ็ หมือนไก่
ทเ่ี คยไดช้ ัยชนะเม่ือไดย้ ินเสียงไกข่ ันก็ตอ้ งออกมำ
“สมิงอำยมนยำจ่งึ กรำบทูลแจง้ โดยกล ชนไกเ่ ป็นแน่ ซ่งึ หมำยควำมวำ่ ลักษณะนิสยั ของมัง
อุบำยทุกประกำร...พะญำเกยี รไดแ้ จ้งด่ังนัน้ ก็มี รำยกะยอฉวำน้นั ใจร้อน ตดั สนิ ใจรวดเร็ว และได้
ควำมยินดนี กั ดุจ์ดงั่ ได้ไชยชำณะแล้วกเ็ หมอื นกัน” ใจวำ่ เคยรบชนะถ้ำหำกไดร้ บั คำท้ำต้องรบี ออกมำ
ธนพร ศิริพนั ธ์ (2559: 114) ทำศึกแน่นอน

100 คุณคำ่ ดำ้ นวรรณศลิ ป์

กำรใชภ้ ำพพจนอ์ ปุ มำ

เปรยี บเป็นส่ิงท่ีมีภำพบวก
เปรียบควำมเขม้ แข็งของจติ ใจเป็นเหลก็ เพชร ดงั ตัวอยำ่ ง
“สมเดจ็ พระเจ้ำรำชำธิรำชเห็นดังนั้นก็ทรงดำรวิ ำ่ มงั รำยกยอฉะวำนี้ นำ้ ใจเปน็ เหล็กเพชร

หำ้ วหำญนกั ไมย่ อมอยู่แล้ว แมน้ เรำมิฆ่ำเสียก็จะฆ่ำตัวเองเป็นมัน่ คง” (เจำ้ พระยำพระคลงั (หน). ตอน
พลำยประกำยมำศ, 2556: 483)

101

คณุ ค่ำดำ้ นสงั คม

102

สะทอ้ นควำมเชอ่ื ทำงพทุ ธศำสนำของมอญ-พมำ่ ในอดตี

1. ควำมเชื่อทำงพทุ ธศำสนำ
“อนง่ึ สมเดจ็ พระพุทธเจำ้ ตรัสไว้วำ่ เกิดมำเป็นมนษุ ยน์ ้แี สนยำก นบั ชำติไมใ่ ครถ่ ว้ นจงึ ได้เกิด

แต่ละครั้ง ซ่ึงหลำนเรำจะมำด่วนตำยเสียแต่ หนุ่มฉะน้ีมิควร รักชีวิตไว้สร้ำงกุศลก่อนจึงจะชอบ”
(รำชำธริ ำชฉบับพระยำพระคลัง (หน) 2556: 436)

แสดงให้เห็นควำมเชื่อทำงพุทธศำสนำในเรื่องกำรเวียนว่ำยตำยเกิด ชำติภพ และกำร
สร้ำงกศุ ลกรรม เป็นเรอ่ื งทคี่ นในสังคมเช่ือถือ และปฏบิ ตั ติ ำมคำสง่ั สอนของสมเดจ็ พระพุทธเจำ้

ควำมเชอ่ื เรอื่ งกำรทำนำย 103

“ฝ่ำยพระเจ้ำรำชำธิรำชก็ยกกองทัพหลวงออกจำกเมอื งเสีย่ ง มำต้ังอย่ใู กลเ้ มอื งหงสำวดที ำงประมำณสิบหำ้ เสน้
ขณะน้นั โหรรำมัญ สำมคนคำนวณฎีกำแลว้ ถวำยพระเจำ้ รำชำธิรำชวำ่ ถงึ วนั ศุกร์ขึน้ สำมคำ่ พระองคจ์ ะได้ศรี ษะนำยทัพพม่ำ
ผ้ใู หญ่คนหน่งึ เปน็ มัน่ คง ต่อถงึ วนั อำทิตย์ ขึ้นส่คี ่ำนน้ั พระองค์จะมีศกั ดำนภุ ำพเปน็ อนั มำก ฝำ่ ยมังรำยกะยอฉะวำพระชันษำขำด
ถำ้ แมน้ จะออกชนชำ้ งด้วยพระองค์ ๆ กจ็ ะไดช้ ัยชนะจับตวั ไดใ้ นวันนัน้ เปน็ ม่นั คง โหรผหู้ นง่ึ คำนวณฎีกำถวำยวำ่ จะไดต้ วั ใกล้
หนองนำ้ โหรผูห้ นง่ึ คำนวณฎีกำถวำยวำ่ จะได้ตวั ทตี่ น้ ไมใ้ หญ่ โหรผู้หน่งึ คำนวนฎกี ำถวำยอีกเลำ่ ว่ำจะได้ตวั ทภ่ี เู ขำ”

(รำชำธิรำชฉบบั พระยำพระคลัง (หน) 2556: 422)

ควำมเชอ่ื เรือ่ งพธิ ีกรรม กำรคำนวณฎกี ำ และคำนวณทำนำยวนั ท่พี ระเจ้ำรำชำธริ ำช
มีศักดำนุ ซึ่งกำรทำนำยก็เป็นจริง อำจกลำ่ วได้วำ่ คนในสังคมสมยั นนั้ ชือ่ เรอ่ื งโชคลำง กำร
ให้โหรทำนำยก่อนทำกำรศกึ สงครำม หรือทำกำรต่ำงท่เี ส่ียงอันตรำย

104

คุณคำ่ ด้ำนสติปญั ญำ

กำรใชส้ ตปิ ญั ญำของบคุ คล 105

1. กำรให้รำงวลั แก่ผกู้ ระทำชอบ
“สมเด็จพระเจำ้ รำชำธริ ำชครั้นแจ้งว่ำ นำยช้ำงได้พลำยประกำยมำศมำดังนั้นก็ดีพระทัยนัก จึงทรงฉลอง

พระบำทเสด็จออกไปรับถึงนอกค่ำย พลำยประกำยมำศเห็นดังน้ันก็คุกเข่ำลงทั้งส่ีเท้ำยกงวงข้ึนจบ แล้วก็พระรำชทำน
บำเหน็จรำงวลั แก่นำยชำ้ งเป็นอนั มำก ส่วนบตุ รภรรยำนำยชำ้ งก็พระรำชทำนบำ้ นสร่วยใหบ้ ้ำนหนง่ึ ดว้ ย”

(รำชำธิรำช ฉบับเจำ้ พระยำพระคลัง (หน). พลำยประกำยมำศ,2556: 479-480)
พระเจ้ำรำชำธิรำชได้ช้ำงพลำยประกำยมำศคืนและได้ให้รำงวัลแก่นำยช้ำงท่ีสำมำรถนำช้ำงพลำยประกำย
มำศกลับคืนมำได้ กำรใหร้ ำงวัลครง้ั นีส้ ง่ ผลใหเ้ กิดประสิทธภิ ำพต่อขวัญกำลังใจของนำยชำ้ งเป็นอย่ำงมำกและยังเปน็ กำร
ปลอบขวัญกำลงั ใจรักษำควำมจงรกั ภกั ดี เพรำะก่อนหน้ำน้ีพระเจ้ำรำชำธิรำชได้ดุด่ำและคิดจะประทหำรชีวิตของนำยช้ำง
ไปแลว้ อำจทำให้นำยชำ้ งเสยี ขวัญกำลงั ใจและเสอ่ื มควำมจงรกั ภกั ดลี งไปไม่น้อย



บทท่ี 5

ตอน พระเจ้ำธรรมปิฎกธร
แก้ปัญหำพระเจำ้ กรงุ จนี

107

คุณคำ่ ด้ำนเนื้อหำ

เนอื้ เร่ืองยอ่ 108

1 พระธรรมปฎิ กธรขน้ึ เปน็ กษตั รยิ ์ 2 จดหมำยเทศนำธรรม 3 พระเจำ้ กรงุ จนี

พระธรรมปิฎกธรข้ึนเป็นกษัตริย์แต่ด้วยเหตุท่ีพระธรรมปิฎกธรไม่ได้มีเชื้อสำยกษัตริย์จึงไม่ได้รับกำรยอมรับ
จำกกษัตริย์ทั้งปวงรวมถึงพระเจ้ำกรุงจีนพระเจ้ำกรุงจีนจึงทำกลมำทดสอบควำมสมำรถของพระเจ้ำธรรมปิฎกธร
แตท่ ำ้ ยท่ีสดุ ด้วยปัญญำและควำมสำมำรถทำงธรรมทำให้พระธรรมปิฎกธรสำมำรถแก้กลปัญหำได้สำเร็จและได้ส่งจดหมำย
เทศนำธรรมกลบั ไปทำใหพ้ ระเจ้ำกรงุ จีนเช่ือม่ันและเคำรพนบั ถือในพระเจ้ำธรรมปิฎกธร

109 ตวั ละครสำคัญ

พระเจำ้ หงสำวดีหรอื มหำปฎิ กธร : กษตั รยิ ์ผมู้ ปี ญั ญำเหนือกษตั ริยท์ ้งั ปวง

1. ประวตั ิ 2. บทบำท

- พระเจ้ำหงสำวดหี รือมหำปฎิ กธร พระเจ้ำหงสำวดีหรือมหำปิฎกธร
เปน็ พระมหำกษตั รยิ ์มอญสบื ตอ่ จำกพระ เปน็ กษัตรยิ ท์ ี่ปกครองกรุงหงสำวดี
นำงตะละเจ้ำทำ้ ว และเป็นผู้ที่สำมำรถแก้ปัญหำของพระเจ้ำ
กรุงจีนได้ ทำให้ได้รับคำยกย่อง
- เดมิ เปน็ พระภกิ ษุต่อมำพระนำตะละ สรรเสริญว่ำเปน็ กษัตริย์ที่มีควำมเก่งกำจ
เจำ้ ท้ำวสละรำชสมบตั ใิ ห้ และมีสติปัญญำหลักแหลม

- มหำปฎิ กธรหรือพระเจ้ำหงสำวดี
เป็นผู้ท่มี ีควำมกตญั ญตู ่อพระนำงตะละเจ้ำ

ทำ้ ว มีสตปิ ัญญำฉลำด มคี วำมรอบรู้ VS
ในทำงธรรม

พระเจ้ำหงสำวดีหรือมหำปฎิ กธร

ตวั ละครสำคัญ (ตอ่ ) 110

พระเจ้ำหงสำวดีหรอื มหำปฎิ กธร : กษัตริย์ผู้มปี ัญญำเหนอื กษัตรยิ ์ทัง้ ปวง

3. บุคลกิ และนสิ ัย

- เปน็ กษัตริย์ที่มปี ญั ญำฉลำดหลักแหลม
- เปน็ คนทม่ี ีวจิ ำรณญำณและรูจ้ ักวเิ ครำะห์สง่ิ ต่ำงๆ ได้เป็นอย่ำงดี
- เป็นผู้มคี วำมรสู้ ำมำรถส่ังสอนพระยำอินทร์ให้ล่วงรู้ในกลลวงของพระเจำ้ กรงุ จนี

4. ภำพแทน

พระมหำปิฎกธรหรือพระเจ้ำหงสำวดี เปน็ ภำพแทนของกษัตรยิ ์ท่เี ปน็
สำมญั ชนไมไ่ ดส้ ืบสำยโลหิตจำกวงศก์ ษัตริย์

พระเจ้ำหงสำวดหี รอื มหำปฎิ กธร VS

111 แนวคดิ สำคญั

แนวคิดสำคัญ ในรำชำธริ ำช ตอน พระเจ้ำธรรมปิฎกธร

แก้ปัญหำพระเจำ้ กรุงจีน คือกำรเป็นกษัตริยผ์ ู้มปี ญั ญำ
เหนือกษัตรยิ ท์ ัง้ ปวง

กำรเป็นกษัตริย์ผยู้ ่งิ ใหญ่นัน้ นอกจำกกำรมปี ญั ญำบำรมีแล้ว 1 แนวคดิ สำคญั
ยังตอ้ งมปี ัญญำเหนอื กษตั รยิ อ์ งคอ์ น่ื ๆ ข้อ

เพรำะในกำรปกครองบำ้ นเมืองนั้นยอ่ มตอ้ งพบเจอ 2
กษัตรยิ ์ในตำ่ งแดน สนับ

ซึ่งอำจจะมำอย่ำงมติ รแต่คิดเป็นศตั รกู ็ได้ ดงั นน้ั 3
กษตั รยิ จ์ งึ ต้องร้เู ท่ำนั้นควำมคิดอ่ำนของกษตั ริย์องคอ์ ่ืนๆ ด้วย สนุน

112

คณุ ค่ำดำ้ นวรรณศลิ ป์

113
1. กำรปรงุ แต่งคำ

1.1 กำรสรรคำ

1.) กำรสรรคำใช้เพ่ือควำมเหมำะสม จำกตัวอย่ำงข้ำงต้นจะเห็นได้ว่ำมีกำรสรรคำ
เลือกใช้คำภำษำต่ำงประเทศ คือ ภำษำจีน เพื่อให้
ตวั อยำ่ ง เหมำะสมกับเนื้อเรื่องท่ีเก่ียวข้องกับกษัตริย์จำกจีน
คอื พระเจ้ำกรงุ จนี น่ันเอง
“เรำผู้ครองกรุงหงสำวดี เป็นใหญ่ในรำมัญ
ประเทศท้ังปวงขอเจริญทำงพระรำชไมตรีมำถึงพระเจ้ำ
กรุงจนี ผู้เป็นว่งั เต้...ซง่ึ พระเจ้ำกรุงจีนได้มำกระทำทดลอง
สติปัญญำเรำน้ัน เรำมีควำมยินดีย่ิงนัก มิเสียทีท่ีพระเจ้ำ
กรงุ จีนทรงพระปรีชำเฉยี บแหลม หำผูเ้ สมอเปน็ อันยำก จะ
เปรยี บเทียบดว้ ยบุคคลทด่ี ใี นปัจจุบันบัดน้ี ก็เกรำไม่สมกับ
พระปรีชำที่ลึกซึ้ง ข้ำงภำษำจีนก็นับถือเซียนและเง็กเซียน
เต้ คือเทพยดำและพระอิศวรเป็นผปู้ ระเสริฐสงู สุด”
(รำชำธริ ำชฉบบั พระยำพระคลงั (หน), 2556: 527)

1. กำรปรงุ แตง่ คำ (ต่อ) 114

1.1 กำรสรรคำ

ตวั อยำ่ ง 2) กำรใช้คำซ้อน จำกตวั อยำ่ งข้ำงต้นจะเห็นได้ว่ำมีกำรซ้อนคำอยู่
ตอนที่พระเจ้ำหงสำวดีตรัสกับพระยำอินทร์ คำซ้อนที่ปรำกฏ ได้แก่ บอกเลำ่ ตรกึ ตรอง สอบสวน
เรอ่ื ง ห่นุ กลทพี่ ระเจ้ำกรุงจนี ทำมำหลอก ก ริ ย ำ อ ำ ก ำ ร ห นั ก เ บ ำ ต้ื น ลึ ก ห น้ ำ บ ำ ง
หยำบละเอียด ใกล้ไกล สูงต่ำ
“ซึ่งเรำรู้เหตุท้ังน้ีก็เพรำะควำมบอกเล่ำ และ
ปัญญำตรึกตรองประกอบกัน คนผู้บอกเล่ำน้ันก็หำมิได้
อำศัยปัญญำพิจำรณำสอบสวนฟังดูกิริยำอำกำร ซึ่งจะรู้
เห็นเหตุชอบและผิดหนักเบำตื้นลึกหน้ำบำงหยำบละเอียด
ใกล้ไกลสงู ต่ำนน้ั กย็ อ่ มพจิ ำรณำอำกำร”

(รำชำธิรำชฉบับพระยำพระคลัง (หน), 2556 :523)

115
2. กำรปรุงแตง่ ควำม

ภำพพจนอ์ ปุ มำ ภำพพจน์ ภำพพจนอ์ ปุ มำ

เปรียบเทยี บกบั เทพยดำหรอื สง่ิ ทมี่ ี เปรียบเทยี บกบั รสชำติอำหำร

อทิ ธิฤทธเ์ิ หนอื มนษุ ย์ ตวั อยำ่ ง
“ซ่ึงพระรำชสำส์นว่ำกล่ำวมำน้ีทั้งแหลมท้ัง
ตัวอย่ำง
“สมเด็จพระเจ้ำอยู่หัวทรงมีสติปัญญำสำมำรถ คมอน่ึงเปรียบประดุจทิพย์อำหำรที่มีรสชำติ
อย่ำงดีหวำนก็หวำนเผ็ดก็เผ็ดต้ังแต่น้ีเรำเข็ด
แจ้งในเหตุกำรณ์ตื้นลึกรวดเร็วเปรียบประดุจ ไม่ใหไ้ ปทดลองอกี แลว้ ”
เทพยดำผู้มีทิพยเนตร” (รำชำธิรำช ฉบับพระยำพระ (รำชำธิรำช ฉบับพระยำพระคลัง (หน),2556:
คลัง (หน),2556: 571) 574)

ในตอนน้ีเป็นเนื้อควำมที่พระยำอินทร์ เนอ้ื ควำมในตอนนเี้ ปน็ คำกล่ำวของพระเจำ้
กล่ำวสรรเสริญปัญญำของพระเจ้ำธรรมปิฎกธรหรือ กรุงจนี เกี่ยวกบั คำรมกำรเขียนพระรำชสำสน์
พระเจ้ำหงสำวดีว่ำสำมำรถรับรู้เหตุกำรณ์และรู้แจ้ง ของพระเจำ้ ธรรมปฎิ กธรวำ่ มที ั้ง หวำน ทง้ั
เหนือมนุษย์ซึ่งสิ่งที่นำมำเปรียบเทียบปัญญำอันเหนือ เผ็ด เปน็ กำรเปรียบเทียบควำมคมคำยใน
มนษุ ยใ์ ห้เหน็ จริงคอื เทพยดำ คำพูดกับรสชำติอำหำร

116
2. กำรปรงุ แตง่ ควำม (ต่อ)

ภำพพจน์

ภำพพจนอ์ ปุ มำ ในตอนนี้เป็นเน้ือควำมท่ีพระเจ้ำธรรมปิฎกธร
กลำ่ วกับรำชทตู จำกกรุงจีนเก่ียวกบั ปริศนำทพี่ ระเจ้ำกรุง
3) เปรียบเทยี บกับอำวุธ จีนส่งมำทดลองปัญญำว่ำตนเองยินดีนักและเปรียบว่ำ
ปัญญำตนก็เหมือนศัสตรำวุทธถ้ำหำกไม่ใช้งำนก็คงข้ึน
ตวั อยำ่ ง ส นิ ม เ ม่ื อ ไ ด้ แ ก้ ป ริ ศ น ำ ก็ เ ห มื อ น กั บ ไ ด้ รั บ ค ม อ ำ วุ ธ
ซึ่งหมำยควำมว่ำกำรแก้ปัญหำของพระเจ้ำกรุงจีนยิ่งทำ
“ซ่ึงพระเจ้ำกรุงจนี ทำปรศิ นำมำทดลองปัญญำเรำดังน้ีเรำมี ให้ตนมีปัญญำมำกขึ้น
ควำมยินดนี กั ขอบพระทัยพระเจ้ำกรุงจีนนักอุปมำดังศัสตรำวุธอัน
คุ้มเกล้ำของเรำเก็บใส่ฝักไว้มิใคร่จะชักออกมำขัดสีสนิมก็จับทำ
ให้คมร่อยเสียไปบ้ำงพระเจ้ำกรุงจีนทำมำทดลองกเ็ หมือนมำช่วย
รับอำนศัสตรำวุธคือปัญญำของเรำ ให้คมเกล้ำดังเก่ำ”
(รำชำธิรำช ฉบบั พระยำพระคลัง (หน),2556: 574)

117
2. กำรปรงุ แต่งควำม (ตอ่ )

VS
ภำพพจน์อปุ ลกั ษณ์
ภำพพจน์ จำกตัวอย่ำงเป็นเน้ือควำมที่พระเจ้ำ
1) เปรียบเป็นสงิ่ ทม่ี ภี ำพลบ ธรรมปิฎกธรกล่ำวกับรำชทูตจำกจีนถึง
ควำมร้สู ึกต่อกำรทพ่ี ระเจำ้ กรุงจนี ส่งปริศนำมำ
เปรยี บปญั ญำคอื ศสั ตรำวธุ ทดสอบ ซ่ึงในตอนนี้พระเจ้ำธรรมปิฎกธร
เปรียบปัญญำตนน้ันเหมือนอำวุธซ่ึงแสดงให้
ตัวอยำ่ ง เห็นว่ำปริศนำท่ีพระเจ้ำกรุงจีนส่งมำน้ัน
“ พ ร ะ เ จ้ ำ ก รุ ง จี น ม ำ ท ด ล อ ง เ ร ำ ก็ ไม่สำมำรถทำอันตรำยได้เพรำะพระเจ้ำธรรม
ปิฎกธรมีปัญญำเป็นอำวุธท่ีจะสำมำรถเอำชนะ
เหมือนมำช่วยลับอำนศัสตรำวุธคือปัญญำของ ปริศนำเหลำ่ นัน้ ได้ ทำใหป้ ริศนำเปน็ เพียงส่ิงท่ี
เรำใหค้ มกล้ำขน้ึ ดังเก่ำ” จ ะ ช่ ว ย พั ฒ น ำ ปั ญ ญ ำ ข อ ง พ ร ะ เ จ้ ำ ธ ร ร ม
ปิฎกธรเท่ำนั้น
(เจ้ำพระยำพระคลงั (หน), 2556: 574)

118
โวหำร 2. กำรปรงุ แตง่ ควำม (ตอ่ )

บรรยำยโวหำร ดังตัวอย่ำงนี้ พระเจ้ำหงสำวดีทรงชี้แจง
อย่ำงละเอียดว่ำพระองค์ทรงทรำบได้ด้วยปัญญำของ
บรรยำยโดยกำรเลำ่ เหตกุ ำรณ์ พระองค์ และได้ยกตัวอย่ำงเรื่อง "อำกำร” มำอธิบำย
ประกอบเพ่ือให้เข้ำใจง่ำยขึ้น ตัวอย่ำงน้ีมีกำรชี้แจง
ตวั อย่ำง อย่ำงเป็นลำดับ โดยชี้ให้เห็นว่ำพระเจ้ำหงสำวดีทรง
บรรยำยโดยกำรเล่ำเหตุกำรณ์ คิดได้เพรำะ "ควำมบอกเล่ำ และปัญญำตรึกตรอง
เช่น พระยำอินทร์กรำบทูลถำมพระเจ้ำหง ประกอบกัน” จำกน้ันจึงอธิบำยโดยยกตัวอย่ำงเร่ือง
สำวดีเรอ่ื งหุ่นของพระเจ้ำกรุงจีนว่ำเพรำะ "อำกำร" ประกอบ ก่อนจะสรุปในตอนท้ำยว่ำพระยำ
เหตุใดพระองค์จึงทรงทรำบว่ำเป็นหุ่น อินทร์ควรประพฤติอย่ำงไรจึงจะเหมำะสม กำรอธิบำย
ดังตัวอย่ำงปรำกฏในหนังสือรำชำธิรำช เรื่อง “อำกำร" นั้นมีกำรเลือกคำท่ีมีควำมหมำยตรง
(เจ้ำพระยำพระคลัง (หน). ตอน พระเจ้ำ ขำ้ มกันมำวำงไวใ้ นตำแหน่งทตี่ ิดกันเพ่อื เปรียบเทยี บ
ธรรมปิฎกธรแก้ปัญหำพระเจ้ำกรุงจีน,
2556: 679-682)

119

คุณคำ่ ดำ้ นสงั คม

สะท้อนควำมเชื่อของคนในสงั คมของมอญ-พมำ่ ในอดตี 120

ควำมเชื่อทำงพทุ ธศำสนำจำกรำชำธิรำช ตอน พระเจำ้ ธรรมปฎิ กธรแก้ปญั หำพระเจำ้ กรุงจนี
“เรำมีควำมยินดียิ่งนัก มิเสียทีท่ีพระเจ้ำกรุงจีนทรงพระปรีชำ เฉียบแหลม หำผู้เสมอเป็น
อนั ยำก จะเปรียบเทยี บด้วยบคุ คลทด่ี ใี น ปจั จุบันบดั น้ี ก็เกรงจะไมส่ มกบั พระปรชี ำทีล่ ึกซ้ึง ข้ำงภำษำจีนก็
นับถือเซียนและเล็กเซียนเต้ คือเทพยดำและพระอิศวรว่ำเป็น ผู้ประเสริฐสูงสุด ข้ำงรำมัญพม่ำลำวไทย
ทวำยเขมรแขกสิงหล ภำษำ ทั้งปวงนี้นับถือพระพุทธเจ้ำว่ำเป็นใหญ่ยิ่งเลิศกว่ำเทพยดำอินทร์ พรหม
ทั้งสิ้น ซึ่งพระเจ้ำกรุงจีนทรงพระปัญญำฉลำดในเล่ห์กลอุบำย ดังน้ีควรจะเปรียบด้วยเร่ืองพระพุทธเจ้ำ
ของเรำอนั มใี นคมั ภรี พ์ ระสดุ ตันตะปฏิ ก”

(รำชำธิรำชฉบับพระยำพระคลงั (หน), 2556: 528)

จ ำ ก ตั ว อ ย่ ำ ง ข้ ำ ง ต้ น ส ะ ท้ อ น ใ ห้ เ ห็ น ว่ ำ สั ง ค ม ใ น ส มั ย นั้ น นั บ ถื อ พุ ท ธ ศ ำ ส น ำ
และพระพุทธเจ้ำเหนือสิ่งอ่ืนใด ดังที่พระเจ้ำธรรมปิฎกธรตรัสว่ำ “ข้ำงรำมัญพม่ำลำวไทยทวำย
เขมรแขกสิงหลภำษำท้ังปวงน้ีนับถือพระพุทธเจ้ำว่ำเป็นใหญ่ยิ่งเลิศกว่ำเทพยดำอินทร์ พรหม
ท้ั ง ส้ิ น ”แ ล ะ แ ส ด ง ใ ห้ เ ห็ น ว่ ำ น อ ก จ ำ ก แ ผ่ น ดิ น ม อ ญ แ ล้ ว ช ำ ติ อื่ น ๆ ใ ก ล้ เ คี ย ง
ก็นับถอื พุทธศำสนำเช่นเดยี วกัน

121

คุณคำ่ ด้ำนสติปญั ญำ

ด้ำนควำมคิดของบุคคล 122

กำรใชก้ ลอุบำย 1 “ พระเจ้ำหงสำวดนี ว้ี ำ่ มีสติคนท้ังปวงเล่ืองลือสรรเสริญว่ำมีสติปัญญำมำก จำเรำ
ของบคุ คล
จะทดลองปญั ญำดใู หเ้ ห็นจรงิ จงึ สั่งใหช้ ำ่ งทำหบี ใหญใ่ บหนงึ่ ให้เอำพลอยนพรัตน์ประดับ
1) กลอุบำยกำรถวำย
เครื่องบรรณำกำร หีบเป็นอันงำม แล้วเอำธนูใส่ยำพิษทำกลด้ังลงในหีบแล้วปิดไว้...ให้รำชทูตอุปทูตส่ีคนช่ือ

ตวั อยำ่ ง โอจินหนึง่ ซมิ มะหำจนิ หน่ึง ตกเข่ียหนง่ึ ปะวะหนึ่ง กับคนถือเคร่ืองรำชบรรณำกำรสสี่ บิ ”

2 จำกตัวอย่ำงเปน็ เน้อื ควำมท่ีพระเจ้ำกรุงจีนคิดจะทดสอบปัญญำของพระเจ้ำ

กรงุ จีนจงึ ไดท้ ำกลอบุ ำย สรำ้ งกลขึ้นเพือ่ ส่งไปถวำยแกพ่ ระเจ้ำธรรมปฎิ กธรหรอื พระ
เจ้ำหงสำวดีพร้อมกับเครื่องบรรณำกำร ซึ่งกำรถวำยเครื่องบรรณำกำรโดยปกติ
แลว้ จะเปน็ สง่ิ ของอันมคี ำ่ เปน็ สิ่งดงี ำมแต่กำรทำกลครัง้ นอี้ ำจทำใหพ้ ระเจ้ำธรรมปิฎก
ธรอำจถึงแก่ชีวิตได้ถ้ำหำกขำดปัญญำ หำกมองในมุมควำมสำมำรถของพระเจ้ำกรุง
จีนแล้วถือว่ำเป็นวธิ ีกำรใชก้ ลอุบำยอันแนบเนียนเป็นอย่ำงมำกหำกว่ำทำสำเร็จก็จะ
ทำให้สำมำรถยึดครองกรุงหงสำวดีไดโ้ ดยง่ำย

123

คณุ ค่ำด้ำนกำรเมือง

กำรปกครอง

รำชำธริ ำช กบั ภำพสะท้อนกำรเมอื งในสมยั รชั กำลที่ 1 124

รำชำธริ ำช กับปญั หำควำมซื่อสัตยแ์ ละจงรกั ภกั ดขี องขำ้ รำชกำร

พระเจำ้ ธรรมปิฎกธร คำอธบิ ำยในเร่ืองสิทธิธรรมและควำมชอบธรรมใน
กำรดำรงสถำนภำพกษตั ริยข์ องพระเจำ้ ธรรมเจดีย์จงึ มิใช่เร่ือง
กำรขึ้นครองรำชย์ของพระเจ้ำธรรมปิฎก ของกำรสิทธิโดยกำเนิด หำกให้ควำมสำคัญกับเร่ืองของ
ธรมีลักษณะคล้ำยคลึงกับกำรขึ้นครองรำชย์ของ ปัญญำบำรมีซึ่งเป็นคุณสมบัติท่ีสำคัญสำหรับผู้ท่ีจะเป็นกษัตริย์
พระเจ้ำฟ้ำร่ัว คือ กำรที่พระองค์เป็นสำมัญชน มำกกว่ำเรื่องของกำรสืบสันตติวงศ์ (กรรณิกำร์ สำตรปรุง
เป็นเพียงแค่เณรท่ีตะละเจ้ำท้ำวนำงกษัตริย์ ,2541: 97)
โปรดปรำน และแม้ว่ำภำยหลังจะได้รับกำร
สถำปนำเป็นพระรำชบุตรบุญธรรม หำกกระน้ัน ภำพของกำรมีปัญญำบำรมีของพระเจ้ำธรรมเจดีย์ท่ี
ก็ตำมพระองค์ก็ยังไม่สำมำรถอ้ำงได้ว่ำพระองค์ ปรำกฏต้ังแต่คร้ังท่ียังเป็นเพียงพระมหำปิฎกธร เช่น กำรทำ
สืบเชื้อสำยจำกวงศ์กษัตริย์ (กรรณิกำร์ สำตร อบุ ำยพำตะละเจ้ำท้ำวหนีจำกเมืองอังวะได้ ไปจนถึงเมื่อได้ข้ึน
ปรงุ , 2541: 89) ครองรำชย์แล้ว เช่น กำรตัดสินคดีควำมต่ำงๆ ที่อยู่
นอกเหนอื จำกขอบเขตกฎหมำยได้อยำ่ งยตุ ธิ รรม แสดงให้เห็น
ควำมแม่นยำในตัวบทกฎหมำย กำรประยกุ ตใ์ ช้ธรรม และกำร
ใช้ปฏิภำณไหวพริบ นอกจำกน้ียังปรำกฏภำพปัญญำบำรมีใน
ตอนทตี่ อบปญั ญำกษัตริย์เมืองต่ำงๆ

125 ยุทธศำสตร์กำรเมอื งทำงกำรปกครอง

กำรเจริญสัมพนั ธไมตรรี ะหวำ่ งรฐั

ระหว่ำงรัฐเป็นอีกประเด็นหน่ึงที่ปรำกฏในรำชำธิรำช เป็นกำรแสดงให้เห็นถึงคุณค่ำในกำรสร้ำง
สมั พนั ธไมตรโี ดยวิเครำะหจ์ ำกจดุ เนน้ เพอ่ื ใหเ้ ป็นไปในทำงกำรเมืองกำรปกครอง

ตอนทปี่ รำกฏประเดน็ กำรเจริญสมั พันธไมตรีระหว่ำงรัฐได้อยำ่ งเด่นชดั คือ ตอน แก้ปัญหำพระเจ้ำกรุงจนี

ยทุ ธศำสตรก์ ำรเมอื งทำงกำรปกครอง (ตอ่ ) 126

กำรเจริญสัมพนั ธไมตรรี ะหวำ่ งรฐั

วิเครำะห์ตนเองแยย SWOT

ฝำ่ ย
พระ จุดแข็ง พระเจ้ำกรุงจีนเป็นผู้นำที่มีควำมสำมำรถและมีสติปัญญำ

มีควำมฉลำด เฉียบแหลม และม่ันใจในปัญญำของพระองค์สูงมีผู้ท่ีมีฝีมือ

เจำ้ สำมำรถประดษิ ฐห์ บี กลและหุ่นท่ีดคู ลำ้ ยคน
กรงุ โอกำส พระเจำ้ หงสำวดเี ปน็ กษัตริยท์ ม่ี ีช่อื เสยี งในเรอื่ งปญั ญำ
จีน ซึ่งเป็นโอกำสอันดีที่พระเจ้ำกรุงจีน จะลองปญั ญำพระเจ้ำหงสำวดีเพรำะถ้ำ

หำกพระเจำ้ หงสำวดีพ่ำยแพ้ พระเจ้ำกรงุ จนี จะไดร้ ับกำรยอมรบั เรอื่ งปญั ญำ
ยง่ิ ขึ้นกว่ำเดมิ เมอื งหงสำวดีมีทรัพยำกรอุดมสมบูรณ์จึงเป็นโอกำสท่ีจะได้
หงสำวดีโดยไมต่ ้องทำสงครำม

127 ยทุ ธศำสตรก์ ำรเมืองทำงกำรปกครอง (ต่อ)

กำรเจริญสัมพันธไมตรรี ะหวำ่ งรฐั

วเิ ครำะห์ตนเองแยย SWOT

ฝ่ำย จุดแข็ง พระเจ้ำหงสำวดีเป็นผู้ท่ีมีสติปัญญำหลักแหลมและลึกซ้ึงใน
พระ พระพุทธศำสนำเป็นอย่ำงยิ่ง อำยุเพียงห้ำขวบก็ได้จบพระไตรปิฎกขึ้นใจ ดังควำมท่ี
เจ้ำ กษัตริย์แห่งเมืองทั้งหลำย สรรเสริญ เมืองหงสำวดีเป็นเมืองที่มีควำมม่ันคงเป็น

ปกึ แผน่ มำยำวนำนมีหวั เมืองขนึ้ จำนวนมำก มกี ษตั รยิ ์มำขอเปน็ ไมตรจี ำนวนมำก

หง จุดอ่อน พระเจ้ำหงสำวดีจะเป็นผู้มีปัญญำหลักแหลมและทรงมี
สำว พระปรีชำ แมข้ ุน นำงจะไม่อำจช่วยพระเจำ้ หงสำวดีคดิ แกป้ ัญหำไดก้ ค็ ิดเอง
ดี อุปสรรค พระเจ้ำกรุงจีนมีสติปัญญำเฉียบแหลมและมีช่ำงฝีมือที่มี

ควำมสำมำรถ จดั สง่ ทั้งหบี กลและหุ่นเดินได้มำทดลองปัญญำของพระเจ้ำหงสำว
ดีจึงนับว่ำเป็นอุปสรรคด้ำนบุคลำกรทสี่ ำคัญ

ผลกำรวเิ ครำะหก์ ำรทำกำรเจรญิ สัมพนั ธไมตรีระหวำ่ งรัฐ 128

กำรวเิ ครำะหต์ นเองแบบ ฝ่ำยพระเจ้ำกรงุ จนี ผลกำรดำเนนิ กำรตำม

SWOT ยทุ ธศำสตร์

พระเจ้ำกรุงจีนมีจุดแข็งคือเป็นผู้นำที่มี กำรดำเนินกำรตำมยุทธศำสตร์ประสบ
ควำมสำมำรถ มีสติปัญญำฉลำดเฉลียวมีกำลัง
กองทัพที่ย่งิ ใหญ่ เมอ่ื ทรำบข่ำวว่ำพระเจ้ำหงสำว ผลสำเร็จพระเจ้ำกรุงจีนได้ลองปัญญำพระ
ดีเป็นกษัตริย์ที่มีช่ือเสียงในเรื่องปัญญำ จึงเห็น เจ้ำหงสำวดี เม่ือพบว่ำพระเจ้ำหงสำวดีมี
เป็นโอกำสท่ีจะได้รับกำรยอมรับเร่ืองปัญญำ ปญั ญำท่ลี ึกลำ้ พระ ประจักษ์ เจ้ำกรุงจีนจึง
ย่ิงขึ้นกว่ำเดิมจึงทำหีบกลผูกอำวุธใส่ยำพิษ และ มอบสิ่งของบรรณำกำรให้และมี พระรำช
หุ่นคนส่งมำเป็นบรรณำกำรแก่พระเจ้ำหงสำวดี สำส์นยอมรับนับถือในปัญญำของพระเจ้ำ
ถ้ำพระเจ้ำหงสำวดีแก้ปัญหำไม่ถูกต้องก็จะถูก หงสำวดี
อำวุธสิน้ พระชนม์ถ้ำแก้ปัญหำได้ก็จะเป็นไมตรีต่อ
กันถำ้ แก้ไม่ได้ ก็จะได้เมอื งหงสำวดี


Click to View FlipBook Version