The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ วิทยาการคำนวณ ป.3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mr.archanai, 2022-05-19 21:08:20

แผนการจัดการเรียนรู้ วิทยาการคำนวณ ป.3

แผนการจัดการเรียนรู้ วิทยาการคำนวณ ป.3

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 การเขียนโปรแกรมอย่างงา่ ย
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 1 การเขยี นโปรแกรมสง่ั ใหต้ วั ละครทำงาน

ช่วั โมงที่ 3
ขัน้ สอน

ขยายความเขา้ ใจ (60 นาที)
1. ครูนำนกั เรียนสนทนาทบทวนความรู้เดิมในเรอ่ื ง การเขยี นโปรแกรมสงั่ ให้ตัวละครทำงาน

(1.2ตวั อย่างการเขยี นโปรแกรมส่งั ใหต้ ัวละครทำงานซ้ำไมส่ ิ้นสุด) ในคาบที่ผา่ นมา
2. นกั เรยี นเขยี นโปรแกรมในเว็บ Code.org จากบทท่ี 5 ศิลปิน: Functions ไปจนถงึ บทที่ 13 ผง้ึ : ลูป

ซ้อนลปู (Nested Loops) ในระหวา่ งน้ีครูอาจจะแทรกความรู้ในเรอ่ื ง เงือ่ นไข คอื ขอ้ กำหนด
ข้อบงั คับ หรือกฏเกณฑ์ทใ่ี ชร้ ่วมกัน
3. นักเรียนทำกิจกรรมฝึกทกั ษะ ในหนงั สอื เรียน รายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการ
คำนวณ) ป.3 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 2 หน้า 36 ลงในสมุด
4. ครสู ุม่ นักเรยี น 3 –5 คน มาอธิบายแนวคดิ ในการเขียนคำสั่งเพ่อื พาซอมบ้เี ดนิ ทางไปยังดอกทานตะวัน
จากในกจิ กรรมฝกึ ทักษะ ในหนา้ 36
5. ครูนำนกั เรียนร่วมกนั อภปิ รายสรุปความรู้ทไี่ ด้จากการจดั กจิ กรรม ตัวอย่างประเดน็ การอภปิ ราย

• ใหน้ กั เรยี นยกตัวอยา่ งเงื่อนไข ที่พบเหน็ ในชีวิตประจำวนั (แนวคำตอบ / เงื่อนไขในการเลน่
เกม เช่น เล่นเกมไมเ่ กินวันละ 5 นาที จะได้รับเพชร จำนวน 10 เมด็ , เงื่อนไขในการเขา้ ใช้
งาน Facebook ตอ้ งมอี ายุไม่ต่ำกวา่ 13ปี เปน็ ต้น)

• ครเู ปิดประเด็นกับนกั เรียนว่า “ครูใหน้ กั เรียนลองนำความรเู้ ก่ียวกบั การเขียนโปรแกรม โดย
นำคำสง่ั ลปู และเงือ่ นไข มาประยุกตใ์ ชใ้ นการแก้ปญั หาในชีวติ ประจำวนั วา่ จะสามารถเขียน
โปรแกรมแกป้ ญั หาใดได้บา้ ง แล้วคาบตอ่ ไปมาพดู คุยแลกเปล่ยี นกนั ”

6. นกั เรยี นทำแบบฝึกหดั รายวิชาพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.3
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 2 หน้า 23-25 (การเขยี นโปรแกรมสัง่ ใหต้ วั ละครทำงานซ้ำไม่มสี ิ้นสดุ ) หรือครูอาจ
ใหน้ กั เรียนทำเป็นการบ้าน

ชั่วโมงที่ 4
ขั้นสอน

ขยายความเขา้ ใจ (40 นาที)
1. ครูนำนกั เรียนสนทนาทบทวนความรู้เดิม จากคาบทแ่ี ลว้ ที่ครเู ปดิ ประเดน็ กบั นกั เรยี นวา่ “ครใู ห้

นกั เรยี นลองนำความรู้เก่ยี วกับการเขียนโปรแกรม โดยนำคำสัง่ ลปู และเงอ่ื นไข มาประยุกตใ์ ชใ้ นการ
แกป้ ัญหาในชีวติ ประจำวนั ว่าจะสามารถเขยี นโปรแกรมแก้ปญั หาใดไดบ้ ้าง”
2. ให้นักเรยี นศกึ ษาสถานการณ์ทีก่ ำหนด จากกิจกรรมฝึกทกั ษะที่ 1 โปรแกรมช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น ใน
แบบฝกึ หัดรายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.3 หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 2
หน้า 29 หรอื ครอู าจจะให้นกั เรียนแบง่ กลุ่ม กลุม่ ละ 3–5 คน โดยใหน้ ักเรียนเขียนคำสง่ั ช่วยคัดแยก
เส้ือผ้า จำนวน 100 ชนิ้ ในรูปแบบแผนผัง โดยให้ประยุกต์ใชค้ วามรู้ทเี่ รยี นมาในการเขียนโปรแกรมน้ี

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

72

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 การเขียนโปรแกรมอย่างงา่ ย
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 1 การเขียนโปรแกรมส่งั ใหต้ ัวละครทำงาน

และบอกประโยชนข์ องการใชค้ ำสง่ั ลูปในการทำงานแบบวนซ้ำได้ แลว้ ออกมานำเสนอแนวคิด
โปรแกรมของกลุ่มตนเอง มีเวลาการนำเสนอกลมุ่ ละ 5–7 นาที
ข้นั สรุป
ตรวจสอบผล (20 นาท)ี
1. ครนู ำนกั เรยี นร่วมกนั อภิปรายสรุปความรู้ทีไ่ ดจ้ ากการจัดกจิ กรรม ตวั อย่างประเด็นการอภปิ ราย ให้
นกั เรียนชว่ ยยกตวั อยา่ งถงึ เหตกุ ารณห์ รือรูปแบบของปญั หาท่พี บเจอในชีวิตประจำวนั ทจ่ี ะนำมาเขียน
โปรแกรมเพ่อื แก้ไขปัญหา หรอื ชว่ ยให้การทำงานสะดวกสบายมากย่ิงขนึ้
10. สอ่ื แหลง่ การเรียนรู้
1) หนงั สอื เรียนรายวชิ าพื้นฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.3
2) แบบฝึกหดั รายวชิ าพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.3
3) วดี ิทศั น์ https://www.youtube.com/watch?v=cDA3_5982h8
4) ใบงานที่ 2.1.1 เขยี นคำส่ังขั้นตอนการนับเหรียญ

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

73

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 การเขยี นโปรแกรมอย่างง่าย
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1 การเขยี นโปรแกรมสัง่ ให้ตัวละครทำงาน

11. การวดั และการประเมนิ ผล

11.1 การประเมนิ ระหว่างการจัดกิจกรรม

จุดประสงค์ วธิ กี ารประเมิน เครือ่ งมือการประเมิน เกณฑก์ ารประเมิน
แบบประเมนิ ใบงานท่ี นักเรยี นเขียนอธิบาย
1.อธบิ ายขั้นตอนการ ตรวจใบงานท่ี 2.1.1 เขียน 2.1.1 ลำดับข้นั ตอนการทำงาน
ของโปรแกรมได้ในระดับ
เขยี นโปรแกรมและการ คำสง่ั ขน้ั ตอนการนับเหรยี ญ แบบประเมนิ คณุ ภาพ พอใชข้ ึ้นไป ถือ
แบบฝกึ หัด (การเขียน วา่ ผ่าน
เขยี นโปรแกรมแบบวน โปรแกรมสั่งให้ตัว
ละครทำงานซ้ำไมม่ ี นักเรียนแสดงขนั้ ตอนการ
ซ้ำส่ังใหต้ วั ละครทำงาน ส้ินสดุ ) ใช้คำสั่งการทำงานซำ้ ได้ใน
แบบประเมนิ การ ระดบั คุณภาพ พอใชข้ ้ึนไป
ในสถานการณท์ ่ี นำเสนอ ถือวา่ ผ่าน

กำหนดให้ได้ (K) นักเรยี นบอกประโยชน์
ของการใชค้ ำส่งั ลูปในการ
2.แสดงข้นั ตอนการเขียน ตรวจแบบฝึกหัดหนา้ 21 - ทำงานแบบวนซ้ำได้ ใน
ระดบั คุณภาพ พอใช้ขนึ้ ไป
โปรแกรมส่งั ให้ตวั ละคร 25 (การเขยี นโปรแกรมสงั่ ให้ ถือว่าผ่าน

ทำงานซำ้ ไม่สน้ิ สุดได้ (P) ตัวละครทำงานซ้ำไมม่ ีส้ินสดุ )

3.เห็นประโยชนข์ องการ ประเมินการนำเสนอ เรอ่ื ง
ใชค้ ำสง่ั ลูปในการทำงาน โปรแกรมช่วยใหช้ วี ิตง่ายขึ้น
แบบวนซ้ำได้ (A)

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

74

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 การเขยี นโปรแกรมอย่างงา่ ย
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 การเขยี นโปรแกรมส่ังให้ตัวละครทำงาน

11.2 แบบประเมินใบงานที่ 2.1.1 เรอ่ื ง เขยี นคำส่ังขัน้ ตอนการนับเหรียญ

ประเดน็ ในการประเมนิ 3 เกณฑ์การให้คะแนน 1
2

1.ความถกู ตอ้ งของ เน้ือหาถกู ต้อง มี เน้อื หาถูกต้อง แต่มี เนือ้ หาถูกต้อง แตม่ ี

เนอ้ื หา รายละเอยี ดครบถว้ นทุก รายละเอยี ดไม่ถูกตอ้ ง รายละเอียดไม่ถูกต้อง

ประเด็นตามสถานการณ์ 1 ตำแหนง่ 2 ตำแหน่งข้ึนไป

ทก่ี ำหนด

2.ความชัดเจนในคำส่ัง เขยี นข้นั ตอนคำส่งั เขยี นขัน้ ตอนคำสงั่ เขียนขนั้ ตอนคำสงั่

ควบคมุ การทำงาน ควบคมุ การทำงาน โดยมี ควบคมุ การทำงาน โดยมี ควบคมุ การทำงาน โดยมี

การเรยี งลำดบั ถูกตอ้ ง การเรียงลำดับถูกต้อง การเรียงลำดบั ถูกตอ้ ง

ชดั เจนมาก เมอื่ เม่ือแลกเปลย่ี นกับเพ่อื น เมื่อแลกเปลย่ี นกบั เพื่อน

แลกเปล่ียนกบั เพอ่ื นแลว้ แลว้ เพื่อนสามารถทำตาม แลว้ เพื่อนสามารถทำตาม

เพือ่ นสามารถทำตาม ขน้ั ตอนได้บางส่วนตอ้ ง ขน้ั ตอนไดบ้ างสว่ นตอ้ ง

ขน้ั ตอนได้ครบถ้วน นำกลบั มาแก้คำสงั่ ใหม่ 1 นำกลับมาแกค้ ำสง่ั ใหม่ 2

รอบ รอบข้นึ ไป

3.การอธิบายแนวคดิ การ อธิบายแนวคดิ การเขียน อธิบายแนวคิดการเขียน อธิบายแนวคดิ การเขียน

เขียนโปรแกรมและการ โปรแกรมและการใช้ โปรแกรมและการใช้ โปรแกรมได้ แตไ่ ม่

เขียนโปรแกรมแบบวนซ้ำ คำส่งั ให้ทำงานวนซำ้ ใน คำสง่ั ให้ทำงานวนซ้ำใน สามารถอธบิ ายไดว้ า่

การเขยี นโปรแกรม การเขียนโปรแกรม ให้ เมอ่ื ใดควรมีการใชค้ ำส่ัง

พรอ้ มทง้ั ใหเ้ หตุผล เหตผุ ลประกอบไดเ้ พียง ใหท้ ำงานวนซ้ำในการ

ประกอบอยา่ ง บางส่วน เขียนโปรแกรม

สมเหตุสมผล

เกณฑก์ ารตดั สนิ /ระดับคุณภาพ

คะแนน 7 – 9 หมายถึง ดี
พอใช้
คะแนน 5 – 6 หมายถึง ปรบั ปรุง

ต่ำกว่า 5 หมายถงึ

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

75

หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 2 การเขยี นโปรแกรมอยา่ งง่าย
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 1 การเขยี นโปรแกรมส่งั ให้ตวั ละครทำงาน

11.3 แบบตรวจประเมนิ แบบฝึกหดั (การเขยี นโปรแกรมสั่งให้ตวั ละครทำงานซ้ำไม่มสี ้ินสดุ )

ประเด็นในการประเมนิ 3 เกณฑ์การให้คะแนน 1
2

1.ความถกู ต้องของ เนอ้ื หาถูกต้อง มี เนอ้ื หาถกู ตอ้ ง แต่มี เนอ้ื หาถูกตอ้ ง แตม่ ี

เน้อื หา รายละเอียดครบถ้วนทุก รายละเอียดบางสว่ นไม่ รายละเอยี ดบางสว่ นไม่

ประเดน็ ตามสถานการณ์ ถูกตอ้ ง 1 จุด ถกู ต้อง 2 จุดขน้ึ ไป

ทก่ี ำหนด

2.การเลอื กใช้คำสง่ั เลือกใช้คำส่ังควบคมุ การ เลือกใช้คำสัง่ ควบคุมการ เลอื กใช้คำสง่ั ควบคมุ การ

ควบคมุ การทำงานแบบ ทำงานแบบวนซ้ำได้ ทำงานแบบวนซำ้ ได้ ทำงานแบบวนซ้ำได้แต่ยงั

วนซ้ำ ถูกต้อง และใชบ้ ล็อก ถกู ตอ้ ง แต่ยงั สามารถ ไม่ถูกตอ้ งทั้งหมด

คำส่ังได้นอ้ ยที่สดุ เลือกใช้บล็อกคำสั่งได้

นอ้ ยกว่าที่เขยี นมา

3.ความชัดเจนในการ เขยี นขั้นตอนคำส่ัง เขยี นขน้ั ตอนคำสัง่ เขียนขัน้ ตอนคำสัง่

เขียนคำสงั่ ควบคมุ การ ควบคุมการทำงานถูกต้อง ควบคมุ การทำงานถูกต้อง ควบคมุ การทำงานถกู ต้อง

ทำงาน ชดั เจนท้ังหมด ชัดเจน แต่มบี างสว่ นตอ้ ง ชัดเจน แต่มบี างสว่ นต้อง

นำกลับมาแกค้ ำส่งั ใหม่ 1 นำกลับมาแก้คำสั่งใหม่ 2

รอบ รอบข้ึนไป

เกณฑก์ ารตัดสนิ /ระดบั คุณภาพ

คะแนน 7 – 9 หมายถึง ดี
พอใช้
คะแนน 5 – 6 หมายถงึ ปรับปรุง

ต่ำกว่า 5 หมายถึง

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

76

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 การเขียนโปรแกรมอยา่ งง่าย คณุ ภาพผลงาน
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 1 การเขยี นโปรแกรมสั่งให้ตัวละครทำงาน 4321

11.4 แบบประเมนิ การนำเสนอ

รายการประเมิน

1. รูปแบบโปรแกรมถูกต้องตามท่ีโจทย์กำหนด
2. อธิบายลำดับข้ันตอนการทำงานของโปรแกรมได้อยา่ งเขา้ ใจ
3. บอกถึงประโยชน์ของการใชค้ ำสง่ั ลปู ในการทำงานแบบวนซ้ำ
4. ควบคมุ เวลาในการนำเสนอได้อย่างเหมาะสม
5. การมสี ่วนร่วมการทำงานในกลุม่

รวม

เกณฑ์การตัดสนิ /ระดบั คุณภาพ หมายถงึ ดมี าก
คะแนน 18 – 20 หมายถงึ ดี
คะแนน 14 – 17 หมายถึง พอใช้
คะแนน 10 – 13 หมายถึง ปรบั ปรุง
ต่ำกว่า 10

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

77

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 การเขยี นโปรแกรมอย่างง่าย
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 1 การเขยี นโปรแกรมส่งั ให้ตัวละครทำงาน

ใบงานท่ี 2.1.1
เรื่อง เขียนคำสง่ั ขน้ั ตอนการนับเหรยี ญ
คำชแ้ี จง : ใหน้ ักเรียนเขยี นคำส่ังข้นั ตอนการนับเหรียญ จากนัน้ ให้เพอื่ นรว่ มชน้ั ทำตามคำสง่ั ท่ีตนเองเขยี น
เพอ่ื เปน็ การตรวจคำสัง่ ว่าถูกต้องและชัดเจนหรือไม่

คำสง่ั ข้ันตอนการนับเหรียญ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

78

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 การเขียนโปรแกรมอยา่ งง่าย
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 1 การเขยี นโปรแกรมส่ังให้ตัวละครทำงาน

ใบงานที่ 2.1.1 เฉลย
เร่ือง เขียนคำสงั่ ข้นั ตอนการนับเหรียญ

คำชแ้ี จง : ให้นักเรียนเขียนคำสง่ั ขั้นตอนการนบั เหรยี ญ จากน้นั ให้เพอ่ื นร่วมช้นั ทำตามคำสง่ั ท่ีตนเองเขียน
เพ่ือเป็นการตรวจคำส่งั วา่ ถูกต้องและชัดเจนหรอื ไม่

คำสงั่ ขัน้ ตอนการนบั เหรยี ญ

...1.....เ..ร..ิ่ม...ต..น้.....ม...ีเ.ง..ิน....0....บ...า...ท....................................................................................................................................
...2......ห...ย...บิ ...เ.ห...ร..ยี...ญ....ส..บิ...บ...า..ท.....อ...อ..ก...ม...า...แ...ล...ะ..น...ับ...จ...ำ..น...ว..น...เ.ห...ร..ีย...ญ....ท...ีห่ ...ย..บิ...อ...อ...ก..ม...า....=....2....เ..ห...ร..ีย..ญ................................
...3......แ...ป...ล...ง..ค..า่..จ...ำ..น...ว..น...เ..ง..นิ ....1...0....+...1..0....=.....2..0....บ...า..ท.....จ..า..ก...น...นั้...เ.ข...ีย...น..จ...ำ..น...ว..น...เ..ง..นิ ...ไ.ว...้ .2...0....บ...า..ท..................................
...4......ห...ย...บิ ...เ.ห...ร..ยี...ญ....ห...้า..บ...า..ท....อ...อ...ก..ม...า....แ...ล..ะ...น...ับ...จ..ำ..น...ว...น...เ.ห...ร..ีย...ญ...ท...หี่...ย...บิ ...อ...อ..ก...ม...า...=.....3..เ..ห...ร..ีย..ญ..................................
...5......แ...ป...ล...ง..ค..า่..จ...ำ..น...ว..น...เ..ง..นิ ....5...+...5..+...5....=....1...5....บ...า..ท.....จ..า..ก...น...้ัน...เ.ข...ีย..น...จ...ำ..น...ว..น...เ..ง..ิน...ไ.ว...้ .1...5....บ...า..ท...................................
...6......ห...ย...ิบ...เ.ห...ร..ีย...ญ....ส..อ...ง..บ...า..ท.....อ..อ...ก...ม..า....แ...ล..ะ...น...บั ...จ..ำ...น..ว...น...เ.ห...ร..ีย...ญ...ท...่ีห...ย...บิ...อ...อ..ก...ม...า....=....2....เ.ห...ร...ยี ..ญ..............................
......789.............แหแ......ปปย......บิลล......งงเ..ห..คค....ร่าา่....ียจจ......ำำญ....นน....บ..วว....านน....ท..เเ....งง..อ..ิินน....อ....12..ก....++ม......21า....+....=แ..1..ล..+..4..ะ..1....นบ....=ับ..า....ทจ....4..ำ....จน..บ..า..ว..าก..น..ท..น..เ....หั้นจ......รเา..ข..ยีก....ยี..ญน....น..ัน้ท..จ....เีห่..ำข....ยน..ีย....ิบวน....น..อจ....เอ..ำ..ง..นก..นิ ....มว..ไ..นว..า....้เ..4=.ง....นิ...บ..4ไ....วา....เท้..ห..4....ร....บีย......ญา....ท......................................................................
...1...0......น...ำ..จ...ำ..น...ว..น...ท...เ่ี .ข...ยี..น...ไ..ว..ม้...า..ร...ว..ม...ก..นั......2...0..+...1...5..+...4...+..4.....=....4..3....บ...า...ท..................................................................

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

79

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 การเขยี นโปรแกรมอย่างง่าย
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 การเขยี นโปรแกรมสง่ั ใหต้ วั ละครทำงาน

12. ความเห็นของผบู้ ริหารสถานศกึ ษาหรอื ผู้ที่ไดร้ บั มอบหมาย
ข้อเสนอแนะ

ลงช่อื
(นายสพุ ิศ อาจเชอื้ )

ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรยี นอนุบาลรตั นบุรี

.......
13. บนั ทึกผลหลังการสอน

 ด้านความรู้

 ด้านสมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน

 ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์

 ดา้ นความสามารถทางเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

 ดา้ นอื่น ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรือพฤติกรรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรียนเปน็ รายบคุ คล (ถา้ มี))

 ปัญหา/อุปสรรค
 แนวทางการแก้ไข

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

80

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 2 การเขียนโปรแกรมอย่างงา่ ย เวลา 8 ชั่วโมง
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 การตรวจสอบข้อผิดพลาดของโปรแกรม เวลา 4 ช่วั โมง
ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 3
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 2
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 การเขยี นโปรแกรมอยา่ งง่าย
เร่ือง การตรวจสอบขอ้ ผิดพลาดของโปรแกรม
รายวชิ า วทิ ยาการคำนวณ กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวช้ีวดั
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เขา้ ใจและใช้แนวคิดเชงิ คำนวณในการแก้ปัญหาทพี่ บในชีวติ จริงอย่างเป็นขั้นตอน

และเปน็ ระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปญั หา
ไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ รเู้ ท่าทนั และมีจรยิ ธรรม

ตัวชว้ี ัด ป.3/2 เขยี นโปรแกรมอยา่ งง่าย โดยใชซ้ อฟตแ์ วรห์ รอื สอื่ และตรวจหาข้อผิดพลาดของ
โปรแกรม

2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. ตรวจสอบข้อผดิ พลาดของโปรแกรมได้ (K)
2. แกไ้ ขขอ้ ผิดพลาดจากการเขียนโปรแกรมได้ (P)
3. นำความร้แู ละประโยชน์ท่ไี ดร้ ับเก่ียวกับเรอื่ ง การตรวจสอบขอ้ ผิดพลาดของโปรแกรม มาประยกุ ต์ใช้
ในชวี ิตประจำวันได้ (A)

3. สาระสำคญั
การเขียนโปรแกรมใหค้ อมพิวเตอรท์ ำงานตามขนั้ ตอนท่ีได้ออกแบบไวน้ นั้ บางคร้งั จะเกดิ ปัญหา ซึ่ง

ปญั หาท่ีเกดิ ขึ้นจากการเขยี นโปรแกรมในแต่ละขั้นตอนของคำส่งั นัน้ เราเรียกวา่ ข้อผดิ พลาด (Bug) ส่วนการ
ตรวจสอบข้อผิดพลาดและแก้ไขขอ้ ผิดพลาดทเี่ กิดขึ้นนั้น เราจะเรยี กวา่ Debugging คำสั่งจะแจ้งเตือน
ขอ้ ผดิ พลาดท่ีเกิดข้นึ เพอ่ื ให้มีการทบทวนแก้ไขข้อผดิ พลาดนัน้ พรอ้ มทง้ั แนะนำวิธีการแกไ้ ขก่อนท่จี ะ
ดำเนินการต่อไป

4. สาระการเรยี นรู้
1) การตรวจสอบขอ้ ผิดพลาดของโปรแกรม
2) การตรวจสอบการทำงานทลี ะคำสั่ง

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

81

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 การเขยี นโปรแกรมอยา่ งงา่ ย
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 2 การตรวจสอบขอ้ ผดิ พลาดของโปรแกรม

5. รปู แบบการสอน/วิธกี ารสอน
1) วธิ ีการสอนแบบสาธิต
2) วธิ ีการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)

6. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
ความสามารถในการส่อื สาร
 ความสามารถในการคดิ
 ความสามารถในการแกป้ ญั หา
 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

7. ทกั ษะ 4 Cs
ทกั ษะการคดิ วจิ ารณญาณ (Critical Thinking)
ทกั ษะการทำงานร่วมกัน (Collaboration Skill)
ทกั ษะการสอื่ สาร (Communication Skill)
ทักษะความคิดสรา้ งสรรค์ (Creative Thinking)

8. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ซื่อสตั ย์ สุจรติ
 รกั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ใฝ่เรยี นรู้
 มีวินยั  มุ่งมน่ั ในการทำงาน
มีจิตสาธารณะ
 อยู่อย่างพอเพียง
รักความเปน็ ไทย

9. การจดั กระบวนการเรยี นรู้

ช่ัวโมงท่ี 1
ข้นั นำ

กระตนุ้ ความสนใจ (20 นาที)
1. ครูใหน้ ักเรียนทำกิจกรรม “ชว่ ยตรวจคำตอบให้หน่อยนะ” โดยครเู ขียนโจทยแ์ ละคำตอบขึ้นบน

กระดาน จำนวน 5 ข้อ ดงั น้ี 26 + 30 = 50
35 + 35 = 70
54 - 24 = 34
19 - 4 = 14
10 x 2 = 20

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

82

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 การเขยี นโปรแกรมอย่างงา่ ย
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 2 การตรวจสอบขอ้ ผิดพลาดของโปรแกรม

2. นักเรยี นช่วยตรวจคำตอบวา่ มขี อ้ ใดถกู ข้อใดผิดบ้าง และขอ้ ทีผ่ ิด ผิดตรงไหน จะแก้ให้ถูกไดอ้ ย่างไร
โดยครูรอฟังคำตอบจากนักเรียน และแสดงวธิ ที ำในข้อท่ผี ิดอยา่ งละเอยี ดทีละข้ันตอนเพอ่ื หาจดุ ทผี่ ิด
และแกไ้ ขให้ถูกต้อง ดังน้ี
26 + 30 = 50 (ผดิ คำตอบทีถ่ ูกตอ้ งคือ 56)
35 + 35 = 70 (ถูกต้อง)
54 - 24 = 34 (ผิด คำตอบทีถ่ กู ต้องคอื 30)
19 - 4 = 14 (ผดิ คำตอบท่ถี ูกต้องคือ 15)
10 x 2 = 20 (ถกู ต้อง)

3. ครูนำนกั เรียนสนทนาเพ่อื กระตนุ้ ความสนใจของนกั เรียน “จากในชีวิตประจำวนั หรือการเรียน การ
ทำการบ้าน การทำข้อสอบ เราก็อาจจะเจอกบั ความผิดพลาดทเ่ี กิดข้ึนได้ แตเ่ ราจะมวี ธิ ที ำอยา่ งไรท่จี ะ
ลดความผิดพลาดได้บ้าง” (แนวคำตอบ การคิดอย่างรอบคอบ, การตรวจสอบใหถ้ ว้ นถ่ี เปน็ ต้น)

4. ครูกล่าวเพ่อื เชอ่ื มโยงเข้าสู่บทเรยี นวา่ “แม้กระทัง่ ในการเขยี นโปรแกรม เขียนคำสั่งใหโ้ ปรแกรมหรือ
คอมพวิ เตอร์ทำงาน เราเองกอ็ าจจะพบเจอกบั ความผดิ พลาดทเี่ กิดขน้ึ ได้ เช่น บางทคี นเขียน
โปรแกรมอาจจะต้งั ใจทำไว้แบบน้ี แต่โปรแกรมท่ีแสดงออกมาไมเ่ ป็นอย่างทีค่ าดหวังเอาไว้ หรือ
ผลลพั ธไ์ ม่ไดเ้ ป็นอย่างท่คี ิดเอาไว้ สิง่ ทเี่ กดิ ขึ้นน้ี เราเรยี กวา่ ข้อผิดพลาด (bug)

5. ครูตงั้ คำถามประจำเร่ืองกับนักเรยี นว่า “เพราะเหตใุ ด จึงตอ้ งมีการตรวจสอบข้อผิดพลาดของ
โปรแกรม”

ขั้นสอน
สำรวจค้นหา (40 นาท)ี

1. ครูนำนักเรยี นศกึ ษาเนอื้ หาในหนงั สือเรยี น รายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการ
คำนวณ) ป.3 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 เร่ือง การตรวจสอบข้อผดิ พลาดของโปรแกรม (2.1 การตรวจสอบ
คำส่งั ขั้นตอนการทำงานของโปรแกรม) หน้า 37-39 ครูเน้นประเดน็ สำคญั ในเร่อื งนี้ คือ เม่อื เขยี น
โปรแกรมคอมพวิ เตอรเ์ รียบรอ้ ยแล้ว จะตอ้ งทำการตรวจสอบโปรแกรมวา่ ทำงานได้ตรงตามความ
ต้องการหรือไม่ หากโปรแกรมไมส่ ามารถทำงานตามทีต่ ้องการได้ ให้กลับไปแกไ้ ขและทดสอบใหม่ ทำ
จนกวา่ จะได้ผลลพั ธต์ ามทตี่ อ้ งการ

2. นกั เรียนทำกจิ กรรมฝกึ ทกั ษะที่ 2 วาดภาพตามคำสั่ง ในแบบฝกึ หัดรายวชิ าพนื้ ฐาน เทคโนโลยี
(วิทยาการคำนวณ) ป.3 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 หน้า 30-31

3. ครนู ำนักเรียนร่วมกนั อภิปรายสรปุ ความรทู้ ่ีได้จากการจดั กจิ กรรม “จากกิจกรรม วาดภาพตามคำสง่ั
ทนี่ ักเรยี นไดท้ ำนน้ั จะเห็นได้ว่าการเขยี นคำส่ัง หรือการแสดงขั้นตอนการทำงาน (Algorithm) ที่
ชดั เจน จะยงิ่ ทำใหไ้ ด้ผลลพั ธ์ที่ถูกต้องตามความต้องการ ดังนนั้ อัลกอรทิ ึมท่ดี ีควรจะตอ้ งไม่มี
ขอ้ ผิดพลาด (bug) ”

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

83

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 2 การเขยี นโปรแกรมอย่างงา่ ย
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 2 การตรวจสอบขอ้ ผิดพลาดของโปรแกรม

4. นกั เรียนทำแบบฝกึ หดั รายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.3
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 2 หนา้ 26-27 (การตรวจสอบข้อผดิ พลาดของโปรแกรม) หรอื ครอู าจให้นกั เรียน
ทำเป็นการบ้าน
ชัว่ โมงที่ 2

ข้นั สอน
อธบิ ายความรู้ (60 นาที)

1. ครนู ำนกั เรยี นสนทนาทบทวนความรู้เดมิ ในเรื่อง การตรวจสอบขอ้ ผิดพลาดของโปรแกรม ในคาบท่ี
ผา่ นมา (2.1 การตรวจสอบคำส่งั ขัน้ ตอนการทำงานของโปรแกรม)

2. ครูช้ีใหน้ ักเรยี นเหน็ วา่ “เราสามารถตรวจสอบข้อผดิ พลาดของโปรแกรม และแกไ้ ขในจดุ ที่บกพร่อง
ของโปรแกรมได้ โดยสามารถทำในเว็บไซต์ Code.org บทที่ 14 ผึ้ง: การดีบัก๊ ”

3. จากนั้นครสู ุ่มนกั เรยี น 3–5 คน มาอธบิ ายแนวคดิ ในการตรวจสอบข้อผดิ พลาดของโปรแกรม และ
แกไ้ ขในจุดท่บี กพรอ่ งของโปรแกรม ในเว็บ Code.org

4. นักเรยี นทำกิจกรรมฝึกทกั ษะ ในหนังสือเรียน รายวิชาพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการ
คำนวณ) ป.3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 หนา้ 40

5. ครูนำนักเรยี นรว่ มกนั อภิปรายสรปุ ความรู้ทไี่ ดจ้ ากการจัดกจิ กรรม ตัวอย่างประเดน็ การอภิปราย
• บัก๊ (bug) คืออะไร (แนวคำตอบ ข้อผิดพลาดที่เกิดขนึ้ )
• ดีบั๊ก (debugging) คืออะไร (แนวคำตอบ การแก้ไขจุดบกพรอ่ งทีเ่ กิดขนึ้ )
• ใหน้ กั เรียนดูภาพและชว่ ยกันดคู ำส่งั วา่ ถูกหรอื ไม่ ถ้าไมถ่ กู จะแก้อย่างไรให้ถกู โดยใชบ้ ล็อก
คำสั่งท่ีกำหนดให้

(แนวคำตอบ ภาพด้านลา่ ง)

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

84

หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 2 การเขียนโปรแกรมอยา่ งงา่ ย
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 2 การตรวจสอบข้อผดิ พลาดของโปรแกรม

6. นักเรียนทำแบบฝึกหดั รายวิชาพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.3
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 หนา้ 28 (การตรวจสอบข้อผิดพลาดของโปรแกรม) เปน็ การบา้ น

ชั่วโมงท่ี 3
ขนั้ สอน

อธิบายความรู้ (50 นาท)ี
1. ครูนำนกั เรยี นสนทนาทบทวนความร้เู ดมิ ในเร่ือง การตรวจสอบขอ้ ผิดพลาดของโปรแกรม (2.1 การ

ตรวจสอบคำส่ังทีแ่ จง้ ขอ้ ผดิ พลาด)
2. ครนู ำนกั เรยี นศึกษาเนอื้ หาในหนงั สอื เรียน รายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการ

คำนวณ) ป.3 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 เร่อื ง การตรวจสอบข้อผิดพลาดของโปรแกรม (2.2 การนำแนวคดิ
เชิงคำนวณมาใชใ้ นการตรวจสอบขอ้ ผิดพลาด) หน้า 41–42 คือ การตรวจสอบการทำงานของ
โปรแกรมทีละคำสั่ง ทลี ะข้ันตอน โดยใชแ้ นวคิดการแยกสว่ นประกอบ คำส่ังของโปรแกรมออกเป็น
ยอ่ ย ๆ หรือเรียกว่า (Decomposition) และพูดคุยแลกเปลี่ยนความคดิ เห็นในกิจกรรมฝกึ ทักษะ หน้า43
3. นกั เรียนทำกิจกรรมฝกึ ทักษะที่ 3 แก้ไขอยา่ งไรดี ในแบบฝกึ หัดรายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์
เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.3 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 หน้า 32-33
4. ครสู มุ่ นกั เรียน 3–5 คน มาอธิบายแนวคดิ การตรวจสอบการทำงานทีละคำสง่ั และการแก้ไขคำส่งั ให้
ถกู ตอ้ งจากกจิ กรรมฝึกทกั ษะที่ 3
ขยายความเข้าใจ (10 นาที)
5. ครนู ำนกั เรียนรว่ มกนั อภิปรายสรุปความร้ทู ไี่ ดจ้ ากการจัดกิจกรรมว่า “การเขียนโปรแกรมทุกครงั้
จะตอ้ งทำการตรวจสอบ ทดสอบเพื่อหาข้อผิดพลาด และเมอื่ พบขอ้ ผดิ พลาด จะต้องทำการแก้ไข
โปรแกรมให้ไดผ้ ลลัพธ์ท่ถี กู ตอ้ ง”

ช่วั โมงที่ 4

ขน้ั สอน
ขยายความเข้าใจ (40 นาที)

1. ครนู ำนกั เรยี นสนทนาทบทวนความรู้เดิม “จากความรู้ท่ีเราได้เรียนมาเกีย่ วกับเร่ือง การเขยี น
โปรแกรมอยา่ งงา่ ย ครูอยากใหน้ กั เรียนลองนำความรู้ท่ีได้ เช่น การใช้คำส่ังวนซ้ำ (loop)
การตรวจสอบหาข้อผิดพลาด (bug) และการแก้ไขข้อผิดพลาด (debugging) มาประยกุ ต์ใช้ในการ
เขยี นโปรแกรมเพือ่ แกป้ ญั หาในชวี ติ ประจำวัน ลงในชนิ้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) โปรแกรมของฉัน”

2. ให้นักเรยี นแบง่ กลมุ่ กลมุ่ ละ 3–5 คน ทำชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) โปรแกรมของฉนั เม่อื เขียน
โปรแกรมเสรจ็ แลว้ แลกเปลย่ี นกับเพอื่ นระหว่างกลมุ่ เพ่อื เปน็ การตรวจสอบหาขอ้ ผิดพลาดของ
โปรแกรม และนำกลบั มาทำการแก้ไขโปรแกรมให้สมบรู ณ์และนำเสนอแนวคดิ และข้ันตอนหนา้ ชน้ั
เรียน เวลาการนำเสนอกลุ่มละ 5–7 นาที

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

85

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 2 การเขยี นโปรแกรมอยา่ งง่าย
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 2 การตรวจสอบข้อผดิ พลาดของโปรแกรม

3. นักเรยี นทำแบบทดสอบทา้ ยบท ประจำหน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 หนา้ 34-37 ในแบบฝึกหัดรายวิชา
พ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.3 เพ่อื เป็นการตรวจสอบความรู้ที่ได้หลังเรยี น

ขั้นสรปุ
ตรวจสอบผล (20 นาท)ี

1. นกั เรียนตรวจสอบตนเอง หลงั จากเรียนจบหนว่ ยนี้ ในหนงั สือเรยี น รายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์
เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.3 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 หนา้ 43

2. ครูนำนักเรยี นร่วมกนั อภปิ รายสรุปความร้ทู ่ไี ด้จากการเรยี นรู้เร่อื ง การเขยี นโปรแกรมอยา่ งง่าย โดย
สรุปสาระสำคัญในหนงั สอื เรียน รายวชิ าพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.3
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 หนา้ 44

3. นกั เรียนทำกิจกรรมเสรมิ สรา้ งการเรยี นรู้ ในหนงั สอื เรียน รายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
(วิทยาการคำนวณ) ป.3 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 หน้า 45

10. สอ่ื แหล่งการเรยี นรู้
1) หนังสือเรียนรายวิชาพน้ื ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.3
2) แบบฝึกหดั รายวิชาพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.3
3) ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) เร่อื ง โปรแกรมของฉัน

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

86

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 การเขียนโปรแกรมอยา่ งง่าย
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 2 การตรวจสอบขอ้ ผดิ พลาดของโปรแกรม

11. การวดั และการประเมินผล

11.1 การประเมินระหวา่ งการจัดกิจกรรม

จุดประสงค์ วธิ ีการประเมิน เครอื่ งมอื การประเมิน เกณฑก์ ารประเมนิ

1.ตรวจสอบข้อผิดพลาดของ ตรวจกจิ กรรมฝึกทกั ษะที่ แบบประเมินกจิ กรรมฝึก นกั เรียนหาขอ้ ผิดพลาด

โปรแกรมได้ (K) 2, 3 ทักษะการตรวจสอบหา ของโปรแกรมได้ในระดบั

ขอ้ ผดิ พลาดของ คณุ ภาพ พอใช้ ขน้ึ ไป

โปรแกรม ถือว่าผ่าน

2.แก้ไขขอ้ ผิดพลาดจากการ ตรวจกิจกรรมฝกึ ทกั ษะที่ แบบประเมินกิจกรรมฝกึ นกั เรียนแกไ้ ข

เขียนโปรแกรมได้ (P) 3 ทักษะท่ี 3 ขอ้ ผิดพลาดจากการ

เขียนโปรแกรม โดย

แสดงขน้ั ตอนได้ในระดับ

คณุ ภาพ พอใช้ ข้นึ ไป

ถอื ว่าผา่ น

3.นำความรแู้ ละประโยชนท์ ี่ ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบ แบบประเมินชิน้ งาน/ นักเรียนนำความรแู้ ละ

ไดร้ บั เกี่ยวกับเรอ่ื ง การ ยอด) เร่อื ง โปรแกรม ภาระงาน (รวบยอด) ประโยชน์ที่ไดร้ ับมา

ตรวจสอบข้อผดิ พลาดของ ของฉนั โปรแกรมของฉนั ออกแบบโปรแกรมเพือ่

โปรแกรม มาประยุกตใ์ ช้ใน ประยกุ ต์ใช้ใน

ชีวติ ประจำวันได้ (A) ชีวิตประจำวันได้ใน

ระดบั คณุ ภาพ พอใช้ ข้นึ

ไป ถือวา่ ผา่ น

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

87

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 2 การเขยี นโปรแกรมอย่างงา่ ย
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 2 การตรวจสอบขอ้ ผิดพลาดของโปรแกรม

11.2 แบบประเมินกิจกรรมฝึกทักษะการตรวจสอบหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม

ประเดน็ ในการประเมนิ 3 เกณฑ์การใหค้ ะแนน 1
2

1.การตรวจสอบหา หาคำสงั่ ท่ีผดิ พลาด หรือ หาคำสัง่ ท่ีผดิ พลาด หรอื หาคำสัง่ ทผี่ ดิ พลาด หรือ

ขอ้ ผดิ พลาดของ คำสงั่ ที่ทำใหโ้ ปรแกรมไม่ คำสัง่ ท่ีทำให้โปรแกรมไม่ คำสั่งที่ทำให้โปรแกรมไม่

โปรแกรม สามารถทำงานไดต้ าม สามารถทำงานได้ตาม สามารถทำงานไดต้ าม

ผลลพั ธ์ที่คาดหวงั ไว้ ผลลพั ธท์ ี่คาดหวังไว้ ผลลัพธ์ที่คาดหวงั ไว้

ครบถ้วนทกุ ตำแหนง่ บางส่วนยงั ไม่ครบถ้วนขาด บางส่วนยังไม่ครบถว้ นขาด

1 ตำแหนง่ 2 ตำแหนง่ ข้ึนไป

2.ความชดั เจนในคำส่ัง เขยี นขนั้ ตอนคำสง่ั ควบคุม เขยี นข้นั ตอนคำสั่งควบคมุ เขียนขน้ั ตอนคำส่งั ควบคมุ

ควบคมุ การทำงาน การทำงานถกู ตอ้ งชัดเจน การทำงานถกู ต้องชดั เจน การทำงานถูกตอ้ งชัดเจน

มาก เมอื่ แลกเปลีย่ นกบั เม่อื แลกเปล่ียนกับเพ่อื น เมือ่ แลกเปลีย่ นกบั เพ่อื น

เพอ่ื นแลว้ เพือ่ นสามารถทำ แลว้ เพ่อื นสามารถทำตาม แล้ว เพื่อนสามารถทำตาม

ตามขน้ั ตอนไดค้ รบถว้ น ข้นั ตอนไดบ้ างสว่ นตอ้ งนำ ข้นั ตอนไดบ้ างส่วนตอ้ งนำ

กลบั มาแกค้ ำสงั่ ใหม่ 1 กลับมาแกค้ ำส่งั ใหม่ 2

รอบ รอบขนึ้ ไป

3.การอธิบายแนวคิดของ อธิบายแนวคดิ ของรูปแบบ อธบิ ายแนวคดิ ของรูปแบบ อธบิ ายแนวคดิ การเขยี น

รูปแบบโปรแกรมทเ่ี ขยี น โปรแกรมที่เขยี นด้วย โปรแกรมทีเ่ ขียนด้วย โปรแกรมได้ แต่ไม่บอกวา่

ดว้ ยตนเอง และจากที่ ตนเอง และจากที่ ตนเอง และจากท่ี การดำเนินการของ

กำหนดให้ กำหนดให้ โดยบอกไดต้ าม กำหนดให้ แตย่ ังขาด โปรแกรมนั้นมรี ูปแบบและ

ประเดน็ ดังน้ี ประเด็นใดประเดน็ หนึง่ ไป ผลลพั ธท์ ่ีจะออกมาเปน็

1)โปรแกรมมรี ปู แบบ อยา่ งไร

อยา่ งไร

2)โปรแกรมน้นั มีผลลัพธ์

อย่างไร

3)ให้เหตุผลประกอบอย่าง

สมเหตุสมผล

เกณฑ์การตัดสิน /ระดับคุณภาพ

คะแนน 7 – 9 หมายถงึ ดี
พอใช้
คะแนน 5 – 6 หมายถึง ปรับปรงุ

ตำ่ กวา่ 5 หมายถงึ

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

88

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 การเขียนโปรแกรมอยา่ งง่าย
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 2 การตรวจสอบข้อผดิ พลาดของโปรแกรม

11.3 แบบประเมนิ กิจกรรมฝึกทักษะท่ี 3

ประเดน็ ในการประเมนิ 3 เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 1
2

1.การตรวจสอบหา หาคำสั่งทีผ่ ิดพลาด หรือ หาคำสง่ั ทผ่ี ิดพลาด หรอื หาคำสง่ั ทีผ่ ิดพลาด หรือ

ขอ้ ผิดพลาดของ คำสั่งท่ีทำใหโ้ ปรแกรมไม่ คำสั่งท่ีทำให้โปรแกรมไม่ คำส่งั ท่ีทำใหโ้ ปรแกรมไม่

โปรแกรม สามารถทำงานไดต้ าม สามารถทำงานได้ตาม สามารถทำงานได้ตาม

ผลลพั ธ์ที่คาดหวงั ไว้ ผลลัพธท์ ี่คาดหวังไว้ ผลลัพธท์ ี่คาดหวงั ไว้

ครบถ้วนทุกตำแหน่ง บางส่วนยงั ไม่ครบถว้ นขาด บางสว่ นยังไมค่ รบถ้วนขาด

1 ตำแหน่ง 2 ตำแหน่งข้ึนไป

2.การแกไ้ ขข้อผดิ พลาด แก้ไขขน้ั ตอนคำสั่งควบคุม แก้ไขขั้นตอนคำส่ังควบคุม แกไ้ ขขั้นตอนคำสง่ั ควบคุม

จากการเขียนโปรแกรม การทำงานท่ผี ิดพลาดให้ การทำงานทผ่ี ดิ พลาดให้ การทำงานทีผ่ ดิ พลาดให้

ถกู ต้อง และชดั เจน ถูกต้อง แตบ่ างส่วนยังไม่ ถูกต้อง แต่บางส่วนยังไม่

ครบถว้ นทุกตำแหนง่ ครบถว้ นขาด 1 ตำแหนง่ ครบถ้วนขาด 2 ตำแหนง่

ขึ้นไป

3.การอธบิ ายแนวคิดของ อธบิ ายแนวคิดของรูปแบบ อธบิ ายแนวคดิ ของรูปแบบ อธบิ ายแนวคดิ การเขียน

รูปแบบโปรแกรมท่ีเขยี น โปรแกรมท่ีเขยี นดว้ ย โปรแกรมที่เขียนด้วย โปรแกรมได้ แต่ไมบ่ อกว่า

ดว้ ยตนเอง และจากที่ ตนเอง และจากที่ ตนเอง และจากท่ี การดำเนินการของ

กำหนดให้ กำหนดให้ โดยบอกได้ตาม กำหนดให้ แต่ยงั ขาด โปรแกรมนนั้ มีรปู แบบและ

ประเดน็ ดงั น้ี ประเดน็ ใดประเดน็ หนึง่ ไป ผลลัพธ์ที่จะออกมาเปน็

1)โปรแกรมมีรปู แบบ อย่างไร

อย่างไร

2)โปรแกรมนนั้ มีผลลัพธ์

อย่างไร

3)ใหเ้ หตุผลประกอบอย่าง

สมเหตุสมผล

เกณฑก์ ารตัดสนิ /ระดับคุณภาพ

คะแนน 7 – 9 หมายถึง ดี
พอใช้
คะแนน 5 – 6 หมายถึง ปรับปรุง

ตำ่ กว่า 5 หมายถึง

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

89

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 2 การเขยี นโปรแกรมอย่างง่าย
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 2 การตรวจสอบข้อผดิ พลาดของโปรแกรม

11.4 แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์

คำชี้แจง : ให้ผสู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ลงในชอ่ ง

ทตี่ รงกับระดบั คะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 32 1

1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติและร้องเพลงชาตไิ ด้

กษตั รยิ ์ 1.2 เขา้ ร่วมกิจกรรมทีส่ รา้ งความสามัคคปี รองดองและเปน็ ประโยชน์

ตอ่ โรงเรียน

1.3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนาท่ีตนนับถือ ปฏิบัติตามหลักศาสนา

1.4 เขา้ ร่วมกิจกรรมท่เี ก่ียวกบั สถาบนั พระมหากษัตรยิ ต์ ามทีโ่ รงเรยี นจัดขึน้

2. ซอื่ สตั ย์ สุจริต 2.1 ใหข้ อ้ มูลทถี่ กู ตอ้ งและเป็นจริง

2.2 ปฏบิ ตั ิในส่งิ ท่ถี กู ตอ้ ง

3. มวี นิ ยั รบั ผิดชอบ 3.1 ปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคับของครอบครัว

มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่าง ๆ ในชวี ติ ประจำวัน

4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 รจู้ ักใช้เวลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์และนำไปปฏบิ ตั ไิ ด้

4.2 รูจ้ ักจัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม

4.3 เช่ือฟงั คำส่งั สอนของบิดา-มารดา โดยไมโ่ ต้แยง้

4.4 ต้งั ใจเรียน

5. อยูอ่ ย่างพอเพียง 5.1 ใช้ทรพั ยส์ ินและส่งิ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั

5.2 ใชอ้ ุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยดั และร้คู ุณค่า

5.3 ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงนิ

6. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน 6.1 มคี วามตง้ั ใจและพยายามในการทำงานที่ได้รบั มอบหมาย

6.2 มีความอดทนและไมท่ ้อแท้ตอ่ อปุ สรรคเพ่อื ใหง้ านสำเร็จ

7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สำนึกในการอนรุ ักษว์ ัฒนธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย

7.2 เหน็ คุณคา่ และปฏบิ ัติตนตามวัฒนธรรมไทย

8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รูจ้ กั ช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครทู ำงาน

8.2 รจู้ ักการดูแลรกั ษาทรัพยส์ มบตั ิและสิ่งแวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น

และโรงเรยี น

ลงชือ่ ..................................................ผู้ประเมนิ
............/.................../................

เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
พฤติกรรมที่ปฏบิ ัตชิ ัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน 51-60 ดมี าก
พฤติกรรมที่ปฏิบตั ชิ ัดเจนและบ่อยครัง้ ให้ 1 คะแนน 41-50 ดี
พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั บิ างครั้ง 30-40 พอใช้
ปรับปรงุ
ต่ำกว่า 30

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

90

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 การเขียนโปรแกรมอยา่ งงา่ ย
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 2 การตรวจสอบขอ้ ผดิ พลาดของโปรแกรม

11.5 แบบประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด) เรอื่ ง โปรแกรมของฉัน

รายการประเมิน คุณภาพผลงาน
4321

1. รูปแบบโปรแกรมถูกตอ้ งตามท่ีโจทย์กำหนด

2. อธิบายลำดับข้นั ตอนการทำงานของโปรแกรมได้อยา่ งเข้าใจ

3. นำความรู้และประโยชน์จากการเรียน คำส่ังลูป การตรวจสอบหา

ข้อผดิ พลาดและการแกไ้ ขโปรแกรม มาประยุกต์ใชใ้ นโปรแกรม

4. ควบคุมเวลาในการนำเสนอได้อย่างเหมาะสม

5. การมสี ว่ นรว่ มการทำงานในกลุ่ม

รวม

เกณฑ์การตดั สนิ /ระดบั คุณภาพ หมายถึง ดมี าก
คะแนน 18 – 20 หมายถงึ ดี
คะแนน 14 – 17 หมายถงึ พอใช้
คะแนน 10 – 13 หมายถึง ปรบั ปรุง
ต่ำกว่า 10

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

91

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 การเขยี นโปรแกรมอยา่ งงา่ ย
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 2 การตรวจสอบขอ้ ผิดพลาดของโปรแกรม

ชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
เรอ่ื ง โปรแกรมของฉนั

คำชแี้ จง : ออกแบบคำส่งั ให้โปรแกรมทำงาน โดยนำความร้มู าประยุกตใ์ ช้ในให้ครบถ้วน จากนน้ั แลกเปลย่ี น
กบั เพอื่ นเพ่อื เป็นการตรวจสอบหาข้อผิดพลาดของคำสง่ั และนำกลับมาทำการแกไ้ ขคำสั่งให้สมบูรณ์

ปญั หาที่พบเจอและอยากแก้ไข
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

ชอื่ โปรแกรม..........................................................................................................................................................
โปรแกรมทำอะไรไดบ้ า้ ง.......................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

92

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 การเขียนโปรแกรมอย่างงา่ ย
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 2 การตรวจสอบขอ้ ผดิ พลาดของโปรแกรม

เขยี นแผนผงั คำสง่ั ให้โปรแกรมทำงานลงในนี้

เร่มิ ตน้

ส้นิ สุด

คำสัง่ มขี ้อผิดพลาดหรือไม่ ไม่มี มี
แก้ไข
เขยี นคำสงั่ ที่ผิดพลาด / แกไ้ ข ลงในนี้
คำส่ังท่ีผิดพลาด

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

93

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 การเขยี นโปรแกรมอยา่ งง่าย
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 2 การตรวจสอบขอ้ ผิดพลาดของโปรแกรม

ชิน้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) เฉลย
เรือ่ ง โปรแกรมของฉนั

คำชแ้ี จง : ออกแบบคำส่ังให้โปรแกรมทำงาน โดยนำความรมู้ าประยุกต์ใช้ในให้ครบถ้วน จากนั้นแลกเปลย่ี น
กับเพอื่ นเพ่อื เปน็ การตรวจสอบหาขอ้ ผดิ พลาดของคำสง่ั และนำกลบั มาทำการแกไ้ ขคำสัง่ ให้สมบรู ณ์

ปญั หาทพี่ บเจอและอยากแก้ไข
.........................................ค..ำ..ต..อ...บ..ข...อ..ง..น...กั ..เ.ร..ยี..น...ข..้ึน...อ..ย...ู่ก..ับ...ด..ลุ..ย...พ...นิ ..ิจ..ข...อ..ง..ค..ร..ผู...สู้ ..อ..น................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

ชือ่ โปรแกรม..........................................................................................................................................................
โปรแกรมทำอะไรไดบ้ ้าง.......................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

94

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 2 การเขยี นโปรแกรมอย่างงา่ ย
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 2 การตรวจสอบข้อผดิ พลาดของโปรแกรม

เขียนแผนผังคำสง่ั ให้โปรแกรมทำงานลงในนี้

เรมิ่ ตน้

คำตอบของนักเรยี นขึ้นอยกู่ บั ดุลยพินิจของครูผ้สู อน

ส้นิ สุด

คำสงั่ มีขอ้ ผิดพลาดหรอื ไม่ ไมม่ ี มี
แกไ้ ข
เขยี นคำสั่งท่ีผิดพลาด / แกไ้ ข ลงในน้ี
คำสง่ั ที่ผิดพลาด

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

95

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 การเขยี นโปรแกรมอย่างงา่ ย
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2 การตรวจสอบข้อผิดพลาดของโปรแกรม

12. ความเห็นของผบู้ รหิ ารสถานศึกษาหรือผู้ทไ่ี ด้รบั มอบหมาย
ข้อเสนอแนะ

ลงชอื่
(นายสุพศิ อาจเชอื้ )

ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลรตั นบุรี

.......
13. บนั ทกึ ผลหลังการสอน

 ด้านความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน

 ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

 ด้านความสามารถทางเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

 ดา้ นอืน่ ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมที่มีปัญหาของนกั เรียนเปน็ รายบคุ คล (ถ้ามี))

 ปญั หา/อุปสรรค
 แนวทางการแก้ไข

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

96

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 อินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีสารสนเทศ

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3
อนิ เทอรเ์ น็ตและเทคโนโลยีสารสนเทศ

เวลา 2 ชัว่ โมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวช้วี ดั

ว 4.2 เขา้ ใจและใช้แนวคิดเชงิ คำนวณในการแก้ปญั หาที่พบในชีวิตจรงิ อยา่ งเป็นข้ันตอนและเปน็ ระบบ
ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สารในการเรยี นรู้ การทำงานและการแกป้ ญั หาไดอ้ ย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ รู้เท่าทัน และมจี ริยธรรม
ว 4.2 ป.3/3 ใชอ้ ินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้
ว 4.2 ป.3/5 ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัย ปฏิบตั ิตามข้อตกลงในการใช้
อนิ เทอร์เนต็

2. สาระการเรียนรู้

2.1 สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
1) อนิ เทอรเ์ น็ตเป็นเครือข่ายขนาดใหญช่ ่วยใหก้ ารติดต่อส่ือสารทำได้สะดวกและรวดเรว็ และ
เป็นแหล่งขอ้ มูลความร้ทู ช่ี ว่ ยในการเรียนและการดำเนินชวี ติ
2) เว็บเบราวเ์ ซอร์เปน็ โปรแกรมสำหรับอ่านเอกสารบนเว็บเพจ
3) การสบื ค้นขอ้ มูลบนอินเทอรเ์ น็ต ทำได้โดยใช้เว็บไซต์สำหรบั สืบคน้ และต้องกำหนดคำค้น
ทีเ่ หมาะสมจงึ จะได้ข้อมูลตามต้องการ
4) ข้อมลู ความรู้ เชน่ วิธที ำอาหาร วิธีพบั กระดาษเป็นรูปต่าง ๆ ขอ้ มลประวตั ศิ าสตรช์ าติไทย
(อาจเปน็ ความรู้ในวิชาอนื่ ๆ หรือเรอ่ื งท่เี ป็นประเดน็ ทสี่ นใจในชว่ งเวลาน้ัน)
5) การใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยควรอยู่ในการดูแลของครู หรอื ผปู้ กครอง
6) การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภยั เช่น ปกปอ้ งข้อมลู สว่ นตัว
7) ขอความช่วยเหลอื จากครหู รือผปู้ กครอง เมอ่ื เกดิ ปัญหาจากการใช้งาน เมื่อพบขอ้ มูลหรือบุคคล
ที่ทำใหไ้ มส่ บายใจ
8) การปฏิบตั ิตามข้อตกลงในการใชอ้ นิ เทอรเ์ นต็ จะทำให้ไม่เกิดความเสียหายต่อตนเองและผอู้ นื่ เชน่
ไม่ใชค้ ำหยาบ ลอ้ เลยี น ด่าทอ ทำให้ผ้อู ื่นเสียหายหรือเสียใจ
9) ข้อดีและข้อเสียในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร

2.2 สาระการเรียนรูท้ อ้ งถิ่น
(พจิ ารณาตามหลกั สูตรสถานศึกษา)

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

97

หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 3 อนิ เทอร์เนต็ และเทคโนโลยีสารสนเทศ

3. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด

อินเทอรเ์ น็ตคอื เครือข่ายคอมพิวเตอร์ทเี่ ช่อื มต่อกันครอบคลุมไปท่วั โลก และเป็นแหล่งขอ้ มูลที่
ช่วยในการเรียนและดำเนินชีวิต การใชอ้ ินเทอรเ์ น็ตในการสบื ค้นขอ้ มูลจากเว็บเบราว์เซอร์ตา่ ง ๆ โดย
การใชค้ ำค้นหา(Keyword) ทีต่ รงประเด็นและกระชับ เพือ่ ใหไ้ ด้ผลลพั ธ์ที่รวดเร็วและตรงตามความต้องการ
และยงั ต้องคำนงึ ถงึ ขอ้ ตกลงในการใชอ้ ินเทอร์เนต็

เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) คอื การใช้งานเทคโนโลยี ใช้จัดเก็บ
ประมวลผล แลกเปล่ียน หรอื เผยแพร่ในรูปแบบต่าง ๆ การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภัย
และขอ้ ดขี อ้ เสยี จากการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ

4. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียนและคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. มวี นิ ัย

2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรยี นรู้

3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา 3. มุง่ มัน่ ในการทำงาน

4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ

5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

5. ชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)

- ช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด) เรอื่ ง อินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีสารสนเทศ

6. การวัดและการประเมินผล

รายการวัด วธิ วี ัด เคร่อื งมือ เกณฑ์การประเมิน
- แบบทดสอบ ประเมนิ ตามสภาพจรงิ
6.1 การประเมนิ กอ่ นเรยี น กอ่ นเรยี น
ร้อยละ 50 ผา่ นเกณฑ์
- แบบทดสอบก่อนเรยี น - ตรวจแบบทดสอบ - แบบฝกึ หัด เร่อื ง
อนิ เทอรเ์ นต็
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 กอ่ นเรยี น

เรอื่ ง อนิ เทอรเ์ น็ตและ

เทคโนโลยีสารสนเทศ

6.2 การประเมนิ ระหว่างการจัด

กจิ กรรม

1) อินเทอรเ์ น็ต - ตรวจแบบฝกึ หัด เร่อื ง

อนิ เทอรเ์ น็ต

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

98

หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 3 อนิ เทอร์เนต็ และเทคโนโลยสี ารสนเทศ

รายการวดั วิธีวัด เคร่อื งมอื เกณฑก์ ารประเมิน

2) เทคโนโลยีสารสนเทศ - ตรวจกิจกรรมฝึกทกั ษะ - แบบประเมนิ ระดับคณุ ภาพ 2

3) คุณลกั ษณะ เร่ือง ค้นหาพาร้จู ัก กิจกรรมฝึกทกั ษะ ผ่านเกณฑ์
อนั พึงประสงค์
- ตรวจแบบฝกึ หัด เรือ่ ง เรอ่ื ง คน้ หาพารู้จกั
6.3 การประเมนิ หลังเรียน
1) แบบทดสอบหลังเรียน การใชอ้ นิ เทอรเ์ นต็ - แบบฝึกหัด เรื่อง
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 3
เรอื่ ง อินเทอรเ์ น็ตและ - ตรวจแบบฝึกหัดเรือ่ ง การใชอ้ ินเทอร์เน็ต
เทคโนโลยีสารสนเทศ
2) การประเมนิ ชน้ิ งาน/ ข้อตกลงในการใช้ - แบบฝกึ หดั เรอื่ ง
ภาระงาน (รวบยอด)
เรือ่ ง อนิ เทอรเ์ น็ตและ อนิ เทอร์เน็ต ขอ้ ตกลงในการใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศ
อินเทอร์เน็ต

- ประเมนิ การนำเสนอ - แบบประเมินการ ระดับคุณภาพ 2
กล่มุ
เสนอกลมุ่ ผ่านเกณฑ์
- ตรวจแบบฝึกหัด เรื่อง - แบบฝกึ หัด เรื่อง
เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศ

- แบบประเมนิ

ชน้ิ งาน/ภาระงาน

(รวบยอด) โปรแกรม

ของฉัน

- สงั เกตความมีวินยั - แบบประเมิน ระดับคุณภาพ 2

ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ ม่ัน คณุ ลักษณะ ผา่ นเกณฑ์

ในการทำงาน อนั พงึ ประสงค์

- ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบ รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
หลังเรียน หลังเรียน

- ตรวจชิ้นงาน/ - แบบประเมินชิ้นงาน/ - ระดับคุณภาพ 2

ภาระงาน (รวบยอด) ภาระงาน (รวบยอด) ผา่ นเกณฑ์

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้

นกั เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 เรือ่ ง อินเทอร์เนต็ และเทคโนโลยีสารสนเทศ

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

99

หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 3 อินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีสารสนเทศ

เรอื่ งที่ 1 : อนิ เทอร์เน็ต เวลา 1 ช่ัวโมง

วธิ ีการสอนแบบกระบวนการกลุ่ม (Group Process)
เทคนิคตามแนวคิดเชงิ คำนวณ

ขน้ั นำ

1.ครูสอบถามนักเรียนว่าถ้านกั เรยี นอยากไปเท่ยี ว นักเรียนสามารถหาข้อมูลตา่ งๆของสถานท่ีเท่ียวได้
อย่างไร (แนวการตอบ : ตามดลุ ยพินิจของนักเรียน)

2.ครูอธิบายวา่ นอกจากแหล่งข้อมูลท่นี กั เรยี นไดต้ อบมา ยังมีแหลง่ ขอ้ มูลท่ีเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ คือ
อินเทอร์เน็ต นักเรียนรู้จกั อินเทอร์เนต็ หรอื ไม่ แลว้ อนิ เทอรเ์ นต็ ใชง้ านอยา่ งไร

3.ครูให้นักเรยี นจบั คู่ ใหแ้ ต่ละคู่เขยี นขอ้ มลู สถานท่ีท่องเทย่ี วทอี่ ยากไปมาค่ลู ะ 1 สถานที่และเขียนข้อมูล
ของสถานท่ที ีเ่ ลือกลงในกระดาษ ครูให้เวลา 5 นาที

4.เม่อื หมดเวลาครูสุ่มถามนักเรยี นว่าเลอื กท่ีไหนและมขี อ้ มูลอะไรบา้ ง ขอ้ มลู ทไ่ี ด้ครบเพียงพอและ
ถกู ตอ้ งหรอื ไม่

5.นักเรยี นร้หู รอื ไม่วา่ หากเราใช้อนิ เทอร์เน็ตในการคน้ หาข้อมูลจะช่วยใหก้ ารหาข้อมูลต่าง ๆ งา่ ย
สะดวก และรวดเร็วยง่ิ ขึ้น

ข้ันสอน

1. ครถู ามนกั เรียน รหู้ รือไม่ว่า อินเทอรเ์ น็ตเป็นเครอื ข่ายคอมพวิ เตอรท์ ีเ่ ชอื่ มกันทั่วโลก ทำใหก้ าร
ติดต่อสื่อสารมีความสะดวก รวดเร็วมากขึน้ และเรายังสามารถใช้อนิ เทอร์เนต็ ในการคน้ หาข้อมูล
ตา่ ง ๆ ท่ตี อ้ งการทราบอีกด้วย และถามคำถามประจำหน่วยวา่ อินเทอร์เน็ตมีสว่ นชว่ ยใหน้ กั เรยี นรู้
อะไรบ้าง หน้า 46

2. นกั เรียนศกึ ษาเรือ่ งการใชอ้ ินเทอรเ์ น็ต และการสืบคน้ ข้อมูลโดยการใช้บริการอินเทอรเ์ นต็ จาก
หนังสือเรยี นรายวชิ าพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี(วทิ ยาการคำนวณ ป.3) หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3
เรื่อง การสบื คน้ ขอ้ มูลโดยใช้อินเทอร์เนต็ หนา้ 47 และถามคำถามประจำหัวขอ้ วา่ นักเรยี นคิดวา่
การกำหนดคำค้นมผี ลตอ่ การคน้ หาขอ้ มลู ทางอนิ เทอร์เน็ตอย่างไร

3. ให้นกั เรียนเข้าใช้งานอนิ เทอรเ์ นต็ โดยมกี ารสบื คน้ 2 แบบคือ การสบื คน้ แบบIndex Directory
และ การสบื คน้ แบบSearch Engine ใหน้ ักเรียนเลือกใช้การสืบค้นแบบSearch Engine หน้า 48

4. นักเรยี นเข้าใชง้ านอินเทอร์เน็ตจากหนงั สือเรยี นโดยเปิดเว็บเบราว์เซอร์ และเขา้ ใช้งานเว็บไซตท์ ี่
ใหบ้ ริการในการสบื ค้น หน้าที่ 49 และปฏิบัติตามขนั้ ตอนการค้นหาผลลัพธจ์ ากหนงั สอื เรียน

5. จากนั้นแลกเปลีย่ นกับเพอ่ื นว่าขอ้ มลู ท่ีได้รบั ต่างกันหรือไมอ่ ย่างไร ถ้าตา่ งกนั นักเรยี นคิดว่าเพราะ
เหตใุ ดผลลัพธ์ท่ไี ด้จงึ ตา่ งกัน(แนวการตอบ : เกิดจากคำที่ใช้ในการค้นหาตา่ งกนั )

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

100

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 อนิ เทอร์เนต็ และเทคโนโลยสี ารสนเทศ

6. ครูเสริมเกรด็ น่ารหู้ นา้ 50 วา่ การใชค้ ำค้นหาทแี่ ตกต่างกัน จะทำใหไ้ ดผ้ ลลพั ธ์จากการคน้ หาท่ี
แตกต่างกนั ดงั นนั้ ควรใชค้ ำคน้ หาท่ีตรงประเดน็ และกระชบั เพอ่ื ใหไ้ ดผ้ ลลพั ธท์ รี่ วดเร็วและตรงตาม
ความตอ้ งการ

7. ครใู ห้นกั เรียนทำกิจกรรมฝกึ ทักษะหนา้ 51 บนั ทึกลงสมุดเพื่อทบทวนความรู้
8. ครูเปดิ โอกาสให้นักเรยี นถามข้อสงสยั และสอนเรอื่ ง ขอ้ ตกลงในการใช้งานอินเทอร์เนต็ ว่าหลงั จาก

การใช้งานอินเทอร์เนต็ แลว้ นกั เรียนตอ้ งรู้จักข้อตกลงในการใช้งานอนิ เทอร์เนต็ ที่ถูกวิธดี ้วย จาก
หนงั สอื เรยี นรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี(วิทยาการคำนวณ)ป.3 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3
เร่ือง ขอ้ ตกลงในการใชอ้ ินเทอร์เน็ต หน้า 52
9. นกั เรยี นทำกิจกรรมฝึกทกั ษะ หนา้ 53 เร่อื งข้อตกลงในการใช้งานอนิ เทอรเ์ นต็ บนทึกลงในสมุด
10. จากนน้ั ครูให้นักเรยี นทำกิจกรรมฝึกทกั ษะ จากหนังสือแบบฝกึ หัดรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี
(วทิ ยาการคำนวณ) ป.3 หน้า 42 เรอ่ื ง คน้ หาพารู้จัก ให้นักเรียนทุกคนจบั กลุ่ม กลุม่ ละ 3 คน
หวั ข้อดงั น้ีดังนี้

ตอนท่ี 1 ให้นักเรียนสบื คน้ โดยใช้คำค้นหาท่ีกำหนดให้ และบนั ทกึ ผลลพั ธ์
ตอนที่ 2 ครใู หน้ ักเรยี นแข่งกันโดยครูกำหนดภาพผลลพั ธ์มาให้ ตาม
ใหห้ าคำค้นหา ใหส้ อดคลอ้ งตามรูป (ครสู ามารถยกตวั อย่างภาพอนื่ เพือ่ ใหเ้ ดก็ ได้
ความรู้ที่หลากหลายนอกเหนอื จากกิจกรรมฝกึ ทักษะ กลุม่ ไหนหาคำตอบได้ก่อน ยก
มือตอบและอธบิ ายวธิ ีการค้นหาให้เพ่อื นฟงั ครูใหค้ ะแนนกลุ่มที่คน้ หาได้เรว็ ท่สี ดุ
และถูกตอ้ ง
ตอนท่ี 3 ตอบคำถามเรอื่ ง ใช้อินเตอร์เน็ตคน้ หาความรู้ในหอ้ งเรยี นและส่งท้าย
คาบ

ขั้นสรุป

1. ครูสุ่มถามนักเรียนเกี่ยวกบั เร่อื ง อินเทอร์เนต็ เพ่อื ตรวจสอบความเขา้ ใจ และสรปุ เสริมความรใู้ ห้
นกั เรียนเพ่ิมเติมวา่ นักเรียกสามารถสบื คน้ ข้อมลู ต่าง ๆ ไดท้ ัง้ ข้อมูลตัวหนังสือ รูปภาพ วดี โิ อ และ
อื่น ๆ อกี มากมายจากการเข้าใช้อนิ เทอร์เนต็ เพราะอินเทอร์เน็ตเปน็ เครอื ข่ายคอมพิวเตอรท์ ี่
เช่ือมต่อกนั ทัว่ โลก ทำให้การติดตอ่ สอ่ื สารสะดวก รวดเร็ว และการสบื ค้นข้อมูลถ้าต้องการสบื ค้น
ขอ้ มูลใหไ้ ด้ผลลัพธต์ ามต้องการ นักเรยี นจะต้องใชค้ ำค้นหาทต่ี รงประเด็น ชัดเจน

2. นอกจากนักเรยี นจะเขา้ ใช้อนิ เทอรเ์ นต็ เปน็ แล้ว นักเรยี นต้องปฏบิ ตั ิตามข้อตกลงของการใช้
อินเทอร์เน็ตดว้ ย

3. ครูใหน้ ักเรียนทำกิจกรรมลองทำดู และแบบฝึกหดั รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์
เทคโนโลยี(วิทยาการคำนวณ ) ป.3หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 เร่ือง อนิ เทอร์เน็ต หน้า 38-39 เพือ่ สง่ ใน
คาบถัดไป

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

101

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 อินเทอร์เนต็ และเทคโนโลยสี ารสนเทศ

เรือ่ งท่ี 2 : เทคโนโลยสี ารสนเทศ เวลา 1 ชั่วโมง

วิธกี ารสอนแบบกระบวนการกลุ่ม (Group Process)
เทคนคิ ตามแนวคิดเชิงคำนวณ
วิธีสอนโดยใช้การแสดงบทบาทสมมติ (Role Playing)

ขน้ั นำ

1. ครูนำเสนอขา่ วภัยร้ายเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (เชน่ ยกตวั อยา่ งจากรายการเร่ืองเล่า
เช้าน้ี เร่อื ง ผ้เู สียหายถกู มิจฉาชพี อ้างเปน็ พนักงานธนาคาร หลอกเอาข้อมูลบัตร ATM
โอนเงินออกเกือบหมดบัญชี ) https://www.youtube.com/watch?v=NFFRH86O40Q
ไม่ต้องดูจนจบคลปิ ให้ดูแคส่ ่วนทเ่ี ป็นเนื้อหาการต้ังคำถามหรือครสู ามารถหาข่าวท่ีพบเจอได้

2. ครตู ้ังคำถามประจำหวั ข้อวา่ นกั เรียนมีแนวทางในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้ปลอดภัยได้
อย่างไร (แนวการตอบ : ตามดุลยพินจิ ของนกั เรยี น)

3. ครูต้งั คำถามต่อว่า จากข่าวนักเรยี นคิดว่า เรามโี อกาสโดนหลอกเหมือนในข่าวน้ีหรือไม่ถา้ เกิด
เหตุการณแ์ บบน้ีข้ึนจะปฏิบัติอยา่ งไร (แนวการตอบ : ตามดุลยพนิ ิจของนักเรยี น )

4. ครูเสนอวา่ ในชวั่ โมงน้ีเราจะมาหาวิธีปอ้ งกนั เพอื่ ไม่ใหเ้ กดิ ภัยรา้ ยจากการใช้เทคโนโลยี

ขน้ั สอน

1. ให้นกั เรยี นแบ่งกลุม่ ใหไ้ ด้ทงั้ หมด 7 กลุ่มเพื่อจดั ทีมนกั ข่าว นกั เรียนจะตอ้ งจำลองตวั เองเป็น
นักข่าวเพอื่ หาขอ้ มลู มานำเสนอ

2. ครแู นะนำเร่ืองการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ ในหนงั สือเรียนรายวชิ าพื้นฐานวทิ ยาศาสตร์
เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)ป.3 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 เรื่อง การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง
ปลอดภัย หน้า 54-55

3. ใหน้ กั เรยี นทำกิจกรรมฝกึ ทกั ษะ หนา้ 56 เร่ือง การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภยั
หรอื ไม่จากสถานการณ์ท่ีกำหนดบนั ทึกลงในสมุด เพอ่ื ทบทวนความรู้

4. ครูอธบิ ายตอ่ หลงั จากทเ่ี รารูจ้ กั เทคโนโลยีสารสนเทศกนั แลว้ เราตอ้ งร้จู กั วธิ ีใชอ้ ย่างปลอดภัย
และรูข้ อ้ ดีข้อเสยี จากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สาร หนา้ 57

5. และถามคำถามท้าทายการคิดข้ันสงู ว่า ถ้านักเรยี นตอ้ งการสืบค้นข้อมลู ต่างๆ ระหว่างสืบคน้ จาก
หนังสอื กบั สืบค้นโดยใชค้ อมพวิ เตอร์ นกั เรยี นจะเลือกใช้สอื่ ชนิดใดในการสืบคน้ พร้อมอธบิ าย
เหตุผลประกอบ หน้า 57

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

102

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 อนิ เทอร์เน็ตและเทคโนโลยสี ารสนเทศ

6. นกั เรียนทำกิจกรรมฝกึ ทกั ษะ หน้า 59 เพอ่ื แลกเปลยี่ นความคิดเห็นเห็นเก่ียวกบั ข้อดีและขอ้ เสยี
ของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สารท่สี มาชิกแต่ละคนเคยได้รบั หรอื พบเหน็ ใน
ชีวิตประจำวนั

7. จากน้ันครูใหน้ ักเรียนแตล่ ะกลมุ่ จำลองตวั เองเป็นนกั ขา่ ว ทำข่าวในหวั ข้อท่ไี ด้รบั โดยครใู ห้
นักเรยี นจบั ฉลากหวั ข้อดงั นี้
1) ไม่เปิดเผยขอ้ มลู ส่วนตวั มวี ธิ ีการอยา่ งไรบ้าง
2) กำหนดรหสั ผา่ นอยา่ งไรให้ปลอดภัย
3) ออกจากระบบทุกครง้ั หลังใช้งานหรอื ไม่ และผลทตี่ ามมาหากไมอ่ อกจากระบบหลังใชง้ าน
จะเปน็ อยา่ งไร
4) ตดิ ต้งั โปรแกรมป้องกันไวรัสได้ดว้ ยวิธไี หนบ้าง
5) มวี ิธีขอความช่วยเหลอื เม่ือเกิดปญั หาจากบุคคลใด
6. ขอ้ ดขี องการใช้ของเทคโนโลยีสารสนเทศ
7. ข้อเสยี ของการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ

8. เมอื่ แตล่ ะทมี ไดห้ ัวข้อข่าวในการทำขา่ วแลว้ ให้แบ่งหน้าทก่ี นั ภายในทมี
1) ผู้นำเสนอข่าวของทีม
2) ผู้หาข้อมูลเพ่ือนำเสนอ

9. ครูใหเ้ วลา 15 นาที ในการให้ ผทู้ ่ีทำหน้าท่ีหาข้อมูล สอบถามข้อมูลกบั เพือ่ นกลุม่ อ่นื จากหัวข้อ
ทไ่ี ด้รบั เชน่ ได้หัวข้อไม่เปดิ เผยข้อมูลส่วนตวั ผู้ที่ทำหน้าทหี่ าขอ้ มลู จะต้องสอบถามเพื่อน ๆ
ทมี อนื่ ๆ ว่าการไมเ่ ปิดเผยขอ้ มลู ของเพ่อื นแต่ละคนมีวธิ อี ย่างไรบ้างท่พี บเห็นในชวี ติ ประจำวนั
เก็บรวบรวมข้อมลู ใหไ้ ด้มากท่ีสุดจนหมดเวลา

10. ทกุ กลุ่มหาข้อมูลเรียบร้อยแลว้ ใหใ้ นกลุ่มวางแผนกันนำเสนอ ว่าจะมีการนำเสนออย่างไรให้เพอ่ื นฟัง
11. ครตู ้งั โตะ๊ หน้าห้องเรียน 2 ตวั จำลองเปน็ ห้องข่าวเพื่อให้นกั เรยี นขึ้นมานำเสนอ
12. ใหท้ กุ กลุ่มนำเสนอข้อมูลท่ีรวบรวมมาหนา้ ชัน้ เรียน
13. ให้นักเรยี น ซกั ถามในประเดน็ ทีส่ งสัยโดยมคี รูช่วยเพม่ิ เตมิ เนือ้ หาให้

ขน้ั สรปุ

1. ครูสรุปความรู้ 2 ประเดน็ คอื
ประเดน็ ท่ี 1 การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภัย อธิบายเพิ่มเติมในสว่ นท่ีนักเรียน
นำเสนอไม่ครบถ้วน
ประเดน็ ที่ 2 ใหข้ อ้ คิดและสรปุ เนือ้ หาเรอื่ ง ผลดีและผลเสยี ของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

103

หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 3 อินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยสี ารสนเทศ

2. ครใู หน้ กั เรยี นทำกจิ กรรมฝึกทกั ษะและกิจกรรมลองทำดจู าก หนังสือแบบฝึกหัดรายวชิ าพื้นฐาน
วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี(วิทยาการคำนวน)ป.3 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 เร่อื ง เทคโนโลยี
สารสนเทศ หน้า 40,41,44,45

3. ทำแบบฝกึ หดั จากหนังสือแบบฝึกหดั รายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
ป.3 หน่วยที่ 3 เร่ือง เทคโนโลยสี ารสนเทศ) ในชั่วโมงถดั ไป

4. ใหน้ กั เรยี นทำชิ้นงาน/ภาระงานรวบยอด และกิจกรรมเสรมิ สรา้ งการเรียนรู้ หนา้ 61 เป็น
การบ้านส่งในคาบถัดไป

5. ครสู รุปสาระสำคญั หนา้ 60 ให้นักเรยี นรว่ มกันอภิปราย และซกั ถามข้อสงสัย
6. นกั เรยี นตรวจสอบตนเองจากหนังสือแบบฝกึ หดั รายวิชาพน้ื ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี

(วทิ ยาการคำนวน) ป.3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เร่ือง เทคโนโลยีสารสนเทศ หนา้ 59

8. ส่ือ/แหลง่ การเรยี นรู้

8.1 สือ่ การเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรยี นรายวชิ าพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.3 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3
เรอ่ื ง อินเทอรเ์ น็ตและเทคโนโลยีสารสนเทศ
2) หนังสือแบบฝกึ หัดรายวชิ าพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.3
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรอ่ื ง อนิ เทอร์เน็ตและเทคโนโลยีสารสนเทศ
3) ชนิ้ งาน/ภาระงานรวบยอด เรือ่ ง อินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีสารสนเทศ
4) สื่อวีดีโอ https://www.youtube.com/watch?v=NFFRH86O40Q

8.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งคอมพิวเตอร์
2) อนิ เทอรเ์ น็ต

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

104

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 อินเทอร์เนต็ และเทคโนโลยีสารสนเทศ

แบบทดสอบก่อนเรียน

หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 3

คำชแ้ี จง : ใหน้ กั เรยี นเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว

1. ข้อใดให้ความหมายของอินเทอรเ์ น็ตไม่ถูกตอ้ ง 6. บุคคลใดไม่ไดใ้ ช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ
ก. ใช้ในการสืบหาขอ้ มูลต่าง ๆ ก. โบว์สง่ ข้อความหาเพอื่ นทางเฟซบุก๊
ข. ทำใหก้ ารสอื่ สารสะดวกรวดเร็ว ข. เบนเขยี นรายงานลงในกระดาษส่งครู
ค. ใชใ้ นการติดต่อส่อื สารไดเ้ ท่านั้น ค. บิวโทรเล่าขา่ วท่ฟี งั ตอนเช้าให้โบวฟ์ งั

2. ข้อใดไม่ใช่เว็บไซต์ 7. ขอ้ ใดใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศต่างจากพวก
ก. Bing
ข. Yahoo ก. ส่งขอ้ มลู รายงานใหเ้ พอื่ น
ค. Internet Explorer ข. ใช้คอมพวิ เตอร์เลน่ เกมต่อสู้
ค. ครเู ปดิ คลิปการทำงานของรา่ งกายให้นักเรยี นดู
3. ข้อใดไม่ใช่ประเภทของการสืบคน้ ข้อมูลโดยใช้อินเทอร์เน็ต 8. ขอ้ ใดใช้เทคโนโลยีสารสนเทศโดยไม่มคี วามปลอดภยั
ก. เสียง ก. ตดิ ตงั้ โปรแกรมปอ้ งกันไวรสั
ข. กลิ่น ข. ออกจากระบบทกุ คร้งั หลังใช้งาน
ค. รูปภาพ ค. ตง้ั รหัสผา่ น 1234 เพอื่ ปอ้ งกันการลมื
9. ข้อใดไม่ใช่ผลกระทบของการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ
4. การคน้ หาใดได้ผลลพั ธท์ ีต่ รงตามความต้องการท่ีสุด ก. ปว่ ยจากการตากฝนเพือ่ ไปเรียนวิชาคอมพิวเตอร์
ก. ฝนตอ้ งการภาพดอกคณู จึงพมิ พ์คำวา่ ดอกคูน ข. ถูกหลอกลวงจากข้อความท่ีส่งมาทางโทรศัพท์มือถือ
ข. แนนต้องการไปทะเลที่จงั หวัดกระบ่ี จึงพิมพค์ ำวา่ ค. ถูกขโมยข้อมลู จากการเขา้ ใช้งานแล้วไมอ่ อกจากระบบ
ทะเล 10. การใช้ GPS ในการค้นหาเสน้ ทางไปโรงพยาบาลเป็นการใช้
ค. ปลาต้องการไปเท่ยี วใกล้บา้ นจึงพมิ พค์ ำวา่ เทคโนโลยสี ารสนเทศในด้านใด
สถานทที่ อ่ งเทีย่ ว ก. ดา้ นการศกึ ษา
ข. ดา้ นความบันเทิง
5. ใครไม่ปฏิบตั ิตามข้อตกลงการใช้อินเทอร์เน็ต ค. ดา้ นการคมนาคม
ก. จอยใชอ้ ินเทอรเ์ นต็ คน้ หาข้อมลู ทำรายงาน
ข. ปลาใชอ้ ินเทอร์เนต็ สื่อสารกับเจนใหเ้ ช็คขา่ ว
ก่อนเผยแพร่
ค. เจนเผยแพรข่ ่าวน้ำศักดสิ์ ิทธ์ิช่วยคนตาบอดให้
กลบั มามองเหน็

เฉลย

1. ค 2. ข 3. ข 4. ก 5. ค 6. ข 7. ข 8. ค 9. ก 10. ค

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

105

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 3 อินเทอร์เนต็ และเทคโนโลยสี ารสนเทศ

แบบทดสอบหลังเรยี น

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี 3

คำชแ้ี จง : ให้นักเรยี นเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว

1. ความหมายของอนิ เทอร์เนต็ คอื ข้อใด 6. ข้อใดไมใ่ ช่การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศด้านการเรยี นยกเว้นขอ้ ใด
ก. ใช้ในการติดตอ่ สือ่ สารเท่านั้น ก. การส่งงานใหค้ รใู นเมลล์
ข. เป็นเครือขา่ ยทเ่ี ชอื่ มต่อกนั ภายในครอบครัว ข. การวาดภาพการต์ ูนในไอแพด
เท่าน้นั ค. การนำเสนองานผ่านโปรแกรม PowerPoint
ค. เป็นแหลง่ ข้อมูล ความรู้ การตดิ ต่อส่ือสาร
การสบื ค้น และช่วยในดา้ นตา่ ง ๆ อีกมากมาย 7. การใช้ GPS ในการคน้ หาเส้นทางไปโรงพยาบาลเป็นการใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศในด้านใด
2. ข้อใดไม่ใช่เว็บเบราว์เซอร์ ก. ดา้ นการศึกษา
ก. Yahoo ข. ด้านความบันเทิง
ข. Firefox ค. ดา้ นการคมนาคม
ค. Internet Explorer
8. ใครมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศได้อยา่ งปลอดภัย
3. จากสถานการณข์ ้อใดไม่ถกู ตอ้ ง ก. ฝนตดิ ตั้งโปรแกรมปอ้ งกนั ไวรัสเป็นเวลานานโดยไม่
ก. อเล็กซ์ต้องการหารูปอาหารไทยจงึ คน้ หา อพั เดท
ประเภทวิดโี อ ข. ปลาโพสรูปบา้ นหลังใหมแ่ ละท่ีอยลู่ งบนสอ่ื สงั คม
ข. โอ๋เอต๋ ้องการหาข้อมลู ทำรายงานจงึ เลอื กค้นหา ออนไลน์
ท้ังหมด ค. เจนใชค้ อมพิวเตอร์สาธารณะแล้วไม่ออกจากระบบ
ค. แปปซีต่ อ้ งการดูรายการขา่ วโทรทัศนย์ ้อนหลัง เพราะไม่อยากเข้าซำ้
จงึ คน้ หาประเภทวิดโี อ
9. ใครใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งไมเ่ หมาะสม
4. หากนกั เรียนตอ้ งการคน้ หาขอ้ มูลรปู ภาพดงั ภาพ ก. แมค่ ้าค้นหาวิธีการขายของในโทรศพั ท์
จะต้องใชค้ ำค้นหาตามข้อใด ข. หมอใชไ้ อแพดค้นหาขอ้ มูลเรือ่ งโรคต่าง ๆ
ค. นกั เรยี นใชโ้ ทรศัพทโ์ ทรหาเพอ่ื นขณะเรยี นหนงั สือ
ก. ตม้
ข. อาหาร 10. แมก็ โดนเว็บปลอมหลอกขายไอเทม็ เลน่ เกม ROV แม็กขาด
ค. ตม้ ยำกงุ้ ความรู้ด้านใด
5. ใครปฏิบัติตามข้อตกลงการใช้อินเทอร์เน็ตได้เหมาะสม ก. ด้านการกีฬา
ก. ฟวิ เผยแพร่ข้อมลู ที่มแี หลง่ ท่ีมา ข. ด้านเศรษฐกิจ
ข. ฟางโพสทีอ่ ยูข่ องตนเองใหผ้ ู้อน่ื รับรู้ ค. ดา้ นการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ
ค. ฝา้ ยนำขอ้ มูลท่ไี ม่มีแหล่งทมี่ ามาเผยแพร่

เฉลย

1. ค 2. ก 3. ก 4. ค 5. ก 6. ข 7. ค 8. ก 9. ค 10. ค

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

106

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 อินเทอร์เนต็ และเทคโนโลยีสารสนเทศ
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 1 อินเทอรเ์ น็ต

แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 1

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 อินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยสี ารสนเทศ เวลา 2 ชั่วโมง

เร่ือง อินเทอรเ์ น็ต เวลา 1 ชัว่ โมง

รายวิชาวทิ ยาการคำนวณ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 3

1. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตวั ช้ีวัด
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เขา้ ใจและใชแ้ นวคดิ เชิงคำนวณในการแกป้ ัญหาทีพ่ บในชีวิตจริงอยา่ งเปน็

ขน้ั ตอนและเปน็ ระบบ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สารในการเรียนรู้ การทำงาน และการ
แก้ปัญหาได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ รเู้ ท่าทัน และมจี ริยธรรม

ตวั ช้วี ัด ป.3/3 ใชอ้ นิ เทอรเ์ น็ตค้นหาความรู้
ป.3/5 ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภยั ปฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลงในการใช้

อินเทอรเ์ น็ต

2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. สามารถประยกุ ตใ์ ชอ้ ินเทอร์เน็ตในการค้นหาความรู้ ขอ้ มลู ที่กำหนดได้ (K)
2. สืบคน้ ขอ้ มูลจากการใช้อนิ เทอรเ์ นต็ ได้ (P)
3. ปฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลงในการใช้อนิ เทอร์เนต็ ได้ (A)

3. สาระสำคญั
อินเทอรเ์ นต็ คอื เครือข่ายคอมพิวเตอร์ท่เี ช่อื มตอ่ กันครอบคลมุ ไปทว่ั โลก และเป็นแหลง่ ข้อมูลท่ี

ช่วยในการเรยี นและดำเนนิ ชวี ติ การใชอ้ ินเทอรเ์ นต็ ในการสบื ค้นข้อมูลจากเวบ็ เบราว์เซอร์ต่าง ๆ โดย
การใชค้ ำค้นหา(Keyword) ที่ตรงประเด็นและกระชบั เพอื่ ใหไ้ ด้ผลลพั ธ์ที่รวดเร็วและตรงตามความ
ต้องการและยงั ต้องคำนงึ ถึงข้อตกลงในการใชอ้ นิ เทอรเ์ น็ต

4. สาระการเรียนรู้
1. อินเทอร์เนต็ เปน็ เครือขา่ ยขนาดใหญ่ ชว่ ยในการติดตอ่ ส่ือสารทำได้สะดวกและรวดเรว็
เปน็ แหลง่ ขอ้ มูลความรทู้ ่ีช่วยในการเรียนและดำเนินชวี ติ
2. เว็บเบราว์เซอรเ์ ปน็ โปรแกรมสำหรับอ่านเอกสารบนเว็บเพจ
3. การสืบคน้ ข้อมลู บนอนิ เทอรเ์ น็ตทำได้โดยใช้เว็บไซตส์ ำหรับสืบค้น และตอ้ งกำหนดคำคน้ หาท่ี
เหมาะสมจงึ จะไดข้ อ้ มลู ตามตอ้ งการ

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

107

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 อนิ เทอร์เน็ตและเทคโนโลยสี ารสนเทศ
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 1 อนิ เทอรเ์ นต็

5. รูปแบบการสอน/วิธีการสอน
1. วิธกี ารสอน การจัดการเรยี นรู้แบบกระบวนการกลุ่ม (Group Process)
2. เทคนิคตามแนวคิดเชิงคำนวณ

6. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
 ความสามารถในการสื่อสาร
 ความสามารถในการคิด
 ความสามารถในการแกป้ ญั หา
 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

7. ทกั ษะ 4 Cs
 ทักษะการคดิ วจิ ารณญาณ (Critical Thinking)
 ทักษะการทำงานร่วมกัน (Collaboration Skill)
 ทักษะการสือ่ สาร (Communication Skill)
 ทกั ษะความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking)

8. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ซื่อสัตย์ สุจริต
 รกั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์  ใฝ่เรยี นรู้
 มวี นิ ัย  มุ่งมนั่ ในการทำงาน
 อยู่อย่างพอเพียง  มจี ิตสาธารณะ
 รกั ความเป็นไทย

9. การจัดกระบวนการเรยี นรู้
1. นกั เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี น เรอ่ื ง อนิ เทอร์เน็ตและเทคโนโลยีสารสนเทศ

ขน้ั นำ
1. ครูสอบถามนักเรียนวา่ ถ้านักเรยี นอยากไปเท่ยี ว นกั เรียนสามารถหาข้อมูลต่างๆของสถานท่ีเท่ยี วได้
อย่างไร (แนวการตอบ : ตามดลุ ยพนิ จิ ของนักเรียน)
2. ครูอธบิ ายว่านอกจากแหล่งขอ้ มูลทนี่ กั เรียนได้ตอบมา ยงั มแี หล่งขอ้ มลู ท่ีเปน็ เครอื ข่ายขนาดใหญ่ คือ
อนิ เทอรเ์ น็ต นักเรียนรจู้ ักอินเทอร์เนต็ หรอื ไม่ แล้วอนิ เทอร์เน็ตใชง้ านอยา่ งไร

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

108

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 อินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยสี ารสนเทศ
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 1 อินเทอร์เน็ต

3. ครใู หน้ ักเรยี นจับคู่ ให้แต่ละคู่เขียนขอ้ มลู สถานท่ีท่องเทย่ี วท่ีอยากไปมาคู่ละ 1 สถานท่ีและเขยี นขอ้ มูล
ของสถานทท่ี เี่ ลอื กลงในกระดาษ ครูให้เวลา 5 นาที

4. เมอื่ หมดเวลาครสู ่มุ ถามนักเรียนวา่ เลอื กทไี่ หนและมีข้อมูลอะไรบา้ ง ข้อมลู ท่ีได้ครบเพยี งพอและ
ถกู ต้องหรือไม่

5. นกั เรยี นร้หู รือไมว่ า่ หากเราใช้อินเทอรเ์ น็ตในการคน้ หาขอ้ มลู จะช่วยใหก้ ารหาขอ้ มูลต่าง ๆ งา่ ย
สะดวก และรวดเรว็ ยง่ิ ขึน้

ขั้นสอน
1. ครถู ามนกั เรียน รหู้ รือไม่วา่ อินเทอรเ์ นต็ เป็นเครอื ข่ายคอมพวิ เตอร์ทเี่ ช่อื มกนั ท่ัวโลก ทำใหก้ าร
ติดต่อสือ่ สารมคี วามสะดวก รวดเร็วมากขึ้นและเรายังสามารถใช้อินเทอรเ์ นต็ ในการคน้ หาขอ้ มูลต่าง
ๆ ท่ีตอ้ งการทราบอีกดว้ ย และถามคำถามประจำหน่วยวา่ อินเทอรเ์ น็ตมีสว่ นชว่ ยให้นกั เรยี นรู้
อะไรบา้ ง หนา้ 46
2. นกั เรยี นศกึ ษาเรอ่ื งการใช้อนิ เทอรเ์ น็ต และการสืบคน้ ข้อมูลโดยการใชบ้ ริการอนิ เทอร์เนต็ จากหนงั สือ
เรียนรายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี(วิทยาการคำนวณ ป.3) หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 3 เรอื่ ง การ
สืบค้นขอ้ มลู โดยใช้อนิ เทอร์เนต็ หน้า 47 และถามคำถามประจำหวั ขอ้ วา่ นักเรยี นคดิ ว่าการกำหนด
คำคน้ มีผลต่อการคน้ หาขอ้ มูลทางอินเทอร์เน็ตอยา่ งไร
3. ใหน้ ักเรียนเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตโดยมีการสืบค้น 2 แบบคอื การสืบคน้ แบบIndex Directory และ
การสืบค้นแบบSearch Engine ใหน้ กั เรยี นเลือกใช้การสืบค้นแบบSearch Engine หน้า 48
4. นกั เรียนเขา้ ใช้งานอนิ เทอรเ์ น็ตจากหนงั สือเรยี นโดยเปิดเว็บเบราวเ์ ซอร์ และเขา้ ใช้งานเว็บไซต์ท่ี
ใหบ้ ริการในการสบื ค้น หนา้ ท่ี 49 และปฏิบัติตามขน้ั ตอนการค้นหาผลลพั ธ์จากหนงั สือเรียน
5. จากนั้นแลกเปลยี่ นกับเพือ่ นว่าขอ้ มูลที่ได้รับต่างกนั หรือไม่อยา่ งไร ถา้ ต่างกนั นักเรียนคดิ วา่ เพราะเหตุ
ใดผลลพั ธท์ ่ีไดจ้ ึงตา่ งกนั (แนวการตอบ : เกดิ จากคำที่ใช้ในการค้นหาต่างกนั )
6. ครูเสริมเกรด็ นา่ รู้หนา้ 50 ว่า การใช้คำคน้ หาทแี่ ตกต่างกัน จะทำใหไ้ ดผ้ ลลัพธจ์ ากการค้นหาท่ี
แตกต่างกนั ดงั น้นั ควรใช้คำคน้ หาทตี่ รงประเดน็ และกระชบั เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ท่ีรวดเร็วและตรงตาม
ความตอ้ งการ
7. ครใู ห้นกั เรยี นทำกจิ กรรมฝกึ ทกั ษะหนา้ 51 บนั ทึกลงสมุดเพ่อื ทบทวนความรู้
8. ครเู ปดิ โอกาสให้นกั เรยี นถามข้อสงสยั และสอนเรื่อง ข้อตกลงในการใช้งานอินเทอร์เน็ต ว่าหลงั จาก
การใชง้ านอนิ เทอร์เนต็ แลว้ นกั เรียนตอ้ งรู้จักข้อตกลงในการใช้งานอนิ เทอรเ์ น็ตท่ีถกู วิธดี ้วย จาก
หนังสอื เรยี นรายวชิ าพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี(วิทยาการคำนวณ)ป.3 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3
เรื่อง ขอ้ ตกลงในการใชอ้ นิ เทอร์เน็ต หน้า 52
9. นักเรียนทำกจิ กรรมฝึกทักษะ หนา้ 53 เร่อื งข้อตกลงในการใชง้ านอนิ เทอร์เน็ต บนทกึ ลงในสมุด
10. จากนน้ั ครูใหน้ กั เรยี นทำกิจกรรมฝกึ ทกั ษะ จากหนังสอื แบบฝกึ หัดรายวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
(วทิ ยาการคำนวณ) ป.3 หน้า 42 เรือ่ ง คน้ หาพารู้จกั ใหน้ ักเรยี นทกุ คนจับกลุม่ กลุม่ ละ 3 คน
หวั ข้อดงั น้ีดงั นี้

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

109

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 อนิ เทอร์เนต็ และเทคโนโลยสี ารสนเทศ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 อินเทอร์เน็ต

ตอนที่ 1 ให้นกั เรียนสบื คน้ โดยใช้คำค้นหาท่ีกำหนดให้ และบันทึกผลลัพธ์
ตอนที่ 2 ครูให้นกั เรียนแข่งกนั โดยครูกำหนดภาพผลลัพธม์ าให้ ตาม
ใหห้ าคำค้นหา ใหส้ อดคลอ้ งตามรปู (ครูสามารถยกตัวอย่างภาพอน่ื เพ่อื ให้เดก็ ได้
ความรู้ทหี่ ลากหลายนอกเหนือจากกิจกรรมฝึกทักษะ กล่มุ ไหนหาคำตอบได้กอ่ น ยก
มอื ตอบและอธิบายวธิ กี ารค้นหาให้เพอื่ นฟัง ครใู ห้คะแนนกลุ่มที่คน้ หาได้เร็วที่สดุ และ
ถูกต้อง
ตอนท่ี 3 ตอบคำถามเรื่อง ใช้อนิ เตอรเ์ นต็ คน้ หาความรู้ในหอ้ งเรียนและสง่ ทา้ ยคาบ
ขั้นสรุป
1. ครูส่มุ ถามนกั เรยี นเกย่ี วกบั เรอื่ ง อินเทอรเ์ นต็ เพ่อื ตรวจสอบความเข้าใจ และสรปุ เสริมความรใู้ ห้
นกั เรยี นเพิ่มเติมวา่ นกั เรยี กสามารถสืบค้นขอ้ มลู ตา่ ง ๆ ไดท้ งั้ ขอ้ มูลตวั หนงั สอื รปู ภาพ วีดิโอ และ
อื่น ๆ อีกมากมายจากการเข้าใชอ้ นิ เทอรเ์ น็ต เพราะอนิ เทอร์เน็ตเปน็ เครอื ขา่ ยคอมพิวเตอรท์ ี่
เชือ่ มตอ่ กนั ท่ัวโลก ทำใหก้ ารตดิ ตอ่ สอ่ื สารสะดวก รวดเรว็ และการสบื คน้ ขอ้ มูลถ้าต้องการสืบคน้
ขอ้ มูลให้ไดผ้ ลลัพธต์ ามตอ้ งการ นักเรียนจะต้องใชค้ ำค้นหาท่ีตรงประเด็น ชัดเจน
2. นอกจากนักเรยี นจะเข้าใช้อินเทอรเ์ น็ตเป็นแลว้ นักเรยี นต้องปฏบิ ัตติ ามข้อตกลงของการใช้
อินเทอร์เน็ตด้วย
3. ครูใหน้ ักเรียนทำกจิ กรรมลองทำดู และแบบฝกึ หดั รายวชิ าพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี(วิทยาการ
คำนวณ ) ป.3หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เร่อื ง อนิ เทอร์เนต็ หน้า 38-39 เพื่อส่งในคาบถัดไป

10. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
1. หนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี(วิทยาการคำนวณ) ป.3 หน่วยการเรยี นรู้
ท่ี 3 เรอื่ ง อนิ เทอรเ์ น็ตและเทคโนโลยีสารสนเทศ
2. หนังสือแบบฝึกหัดรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี(วทิ ยาการคำนวณ) ป.3 หนว่ ยการ
เรียนรทู้ ี่ 3 เรอ่ื ง อินเทอรเ์ น็ตและเทคโนโลยีสารสนเทศ
3. กิจกรรมฝกึ ทกั ษะจากหนงั สอื แบบฝึกหัดรายวชิ าพน้ื ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการ
คำนวณ) ป.3 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 เร่อื ง อนิ เทอร์เนต็ และเทคโนโลยีสารสนเทศ

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

110

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 อนิ เทอร์เน็ตและเทคโนโลยีสารสนเทศ
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1 อนิ เทอรเ์ นต็

11. การวดั และการประเมนิ ผล

11.1 การประเมินระหวา่ งการจดั กิจกรรม

จุดประสงค์ วิธีการประเมิน เครื่องมอื การประเมิน เกณฑ์การประเมิน
1.สามารถตอบคำถามใน
1.สามารถประยกุ ตใ์ ช้ 1.ตรวจแบบฝึกหัด เรอ่ื ง 1.แบบฝกึ หดั เรอื่ ง แบบฝึกหดั ได้ถูกตอ้ งตาม
หลักการการ อยู่ใน
อินเทอร์เนต็ ในการคน้ หา อนิ เทอร์เนต็ อินเทอร์เนต็ เกณฑ์50 % ขน้ึ ไป
1.สามารถสืบคน้ ขอ้ มูล
ความรู้ ข้อมูลที่กำหนดได้ จากคำค้นหาทไ่ี ด้ ถูกตอ้ ง
อยใู่ นเกณฑ์พอใช้ขึ้นไป
(K) 2. สามารถตอบคำถามใน
แบบฝกึ หัดได้ถกู ต้องตาม
2.สบื ค้นข้อมูลจากการใช้ 1.ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ 1.แบบประเมินกจิ กรรม หลกั การการ อย่ใู น
เกณฑ์50 % ขึ้นไป
อินเทอรเ์ นต็ ได้ (P) เรือ่ ง ค้นหาพารู้จกั ฝกึ ทักษะ เรอ่ื ง คน้ หาพา 1.สามารถตอบคำถามใน
แบบฝึกหัดไดถ้ ูกต้องตาม
2. ตรวจแบบฝกึ หดั เรอื่ ง รูจ้ กั หลกั การการ อย่ใู น
เกณฑ์50 % ข้ึนไป
การใช้อินเทอรเ์ น็ต 2.แบบฝึกหดั เร่ือง การ

ใช้อินเทอร์เนต็

3.ปฏบิ ัตติ ามข้อตกลงใน 1.ตรวจแบบฝกึ หัดเรื่อง 1. แบบฝกึ หัดเรอื่ ง
การใชอ้ นิ เทอร์เน็ตได้ (A) ขอ้ ตกลงในการใช้ ขอ้ ตกลงในการใช้
อนิ เทอร์เน็ต
อินเทอร์เนต็

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

111

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 อนิ เทอร์เน็ตและเทคโนโลยีสารสนเทศ
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 1 อินเทอรเ์ นต็

11.2 การประเมนิ กจิ กรรมฝึกทกั ษะ

ประเดน็ การประเมิน คำอธบิ ายระดับคุณภาพ / ระดบั คะแนน
ช้ินงาน
ดี (3 คะแนน) พอใช้ (2 คะแนน) ปรบั ปรุง (1 คะแนน)

1.สืบค้นขอ้ มูลครบถว้ น สืบคน้ ขอ้ มูลครบทุก สบื คน้ ขอ้ มลู จากหัวขอ้ ได้ สบื คน้ ข้อมลู จากหัวขอ้ ได้
ตามหัวขอ้ หวั ข้อ เพยี งบางสว่ น (มากกว่า 50 น้อย (นอ้ ยกวา่ 50 % )

%)

2.ความถกู ตอ้ งของเนือ้ หา เน้อื หาถูกต้อง เนอื้ หาถูกตอ้ งครบถ้วน เนอ้ื หาถกู ต้องไม่ครบถ้วน
ครบถว้ นสมบูรณ์ สมบูรณ์ สามารถตอบ สมบรู ณ์ สามารถตอบ
สามารถตอบคำถาม คำถามได้บางสว่ น (มากกว่า คำถามได้น้อย (น้อยกวา่
ไดถ้ ูกตอ้ งทกุ ขอ้ 50 % ) 50 % )

3. ประเมนิ ความน่าเชอ่ื ถอื สามารถแยกแยะ สามารถแยกแยะ และ สามารถแยกแยะ และ
ประเมนิ ความนา่ เช่อื ถอื ของ ประเมนิ ความนา่ เชอื่ ถอื
ของขอ้ มูลทส่ี ืบค้น และประเมนิ ความ ข้อมลู ข่าวสารท่ีไดร้ ับจาก ของขอ้ มูล ข่าวสารท่ีไดร้ บั
อนิ เทอร์เน็ตได้บางสว่ น จากอนิ เทอร์เนต็ ไดน้ อ้ ย
น่าเชอ่ื ถอื ของข้อมูล (มากกว่า 50 % ) (นอ้ ยกว่า 50 % )

ข่าวสารท่ีได้รบั จาก

อนิ เทอร์เน็ตได้

ทั้งหมด

เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
8-9 ดี
5-7
ต่ำกว่า 5 พอใช้
ปรบั ปรงุ

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

112

หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 3 อินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยสี ารสนเทศ
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1 อนิ เทอรเ์ นต็

12. ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศึกษาหรือผทู้ ไ่ี ด้รบั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงชอื่
(นายสุพิศ อาจเชอื้ )
ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลรตั นบรุ ี

13. บนั ทกึ ผลหลงั การสอน
 ด้านความรู้

 ด้านสมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น

 ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

 ดา้ นความสามารถทางเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

 ดา้ นอ่นื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทีม่ ปี ญั หาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถา้ ม)ี )

 ปัญหา/อุปสรรค

 แนวทางการแก้ไข

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

113

หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 3 อนิ เทอร์เน็ตและเทคโนโลยสี ารสนเทศ
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 2 เทคโนโลยสี ารสนเทศ

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 2

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 อินเทอร์เนต็ และเทคโนโลยีสารสนเทศ เวลา 2 ช่ัวโมง

เรอื่ ง เทคโนโลยสี ารสนเทศ เวลา 1 ชว่ั โมง

รายวิชาวทิ ยาการคำนวณ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 3

1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวชี้วดั
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เขา้ ใจและใช้แนวคดิ เชงิ คำนวณในการแก้ปัญหาท่พี บในชีวิตจริงอย่าง

เป็นขั้นตอนและเปน็ ระบบ ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สารในการเรียนรู้ การทำงานและการ
แกป้ ญั หาได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ รู้เทา่ ทัน และมจี รยิ ธรรม

ตัวชว้ี ัด ป.3/5 ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภัย ปฏิบัตติ ามขอ้ ตกลงในการใช้
อนิ เทอร์เน็ต

2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นกั เรียนสามารถเปรียบเทียบขอ้ ดีและขอ้ เสยี จากการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศได้ (K)
2. นักเรยี นสามารถใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภัยได้ และปฎิบตั ิตามขอ้ ตกลงในการใช้

เทคโนโลยีสารสนเทศได้ (P, A)

3. สาระการเรยี นรู้
เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) คอื การใชง้ านเทคโนโลยี ใช้จัดเก็บ

ประมวลผล แลกเปล่ยี น หรอื เผยแพร่ในรูปแบบต่าง ๆ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย
และขอ้ ดขี ้อเสียจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

4. สาระสำคญั
1. การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภยั
2. ขอ้ ดแี ละขอ้ เสียในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร

5. รูปแบบการสอน/วิธกี ารสอน
1. วิธีการสอนแบบกระบวนการกลมุ่ (Group Process)
2. เทคนิคตามแนวคิดเชงิ คำนวณ
3. วธิ สี อนโดยใช้การแสดงบทบาทสมมติ (Role Playing)

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

114

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 อินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยสี ารสนเทศ  ซ่อื สัตย์ สุจริต
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 2 เทคโนโลยีสารสนเทศ  ใฝ่เรยี นรู้
 มุ่งมน่ั ในการทำงาน
6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น  มจี ิตสาธารณะ
 ความสามารถในการสอ่ื สาร
 ความสามารถในการคดิ
 ความสามารถในการแก้ปญั หา
 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

7. ทกั ษะ 4 Cs
 ทกั ษะการคดิ วิจารณญาณ (Critical Thinking)
 ทกั ษะการทำงานรว่ มกนั (Collaboration Skill)
 ทกั ษะการสือ่ สาร (Communication Skill)
 ทักษะความคดิ สรา้ งสรรค์ (Creative Thinking)

8. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
 รกั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์
 มวี นิ ยั
 อยู่อย่างพอเพียง
 รกั ความเป็นไทย

9. การจัดการเรียนรู้

ข้ันนำ

1. ครนู ำเสนอข่าวภยั ร้ายเกยี่ วกบั การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ (เชน่ ยกตัวอย่างจากรายการเรื่อง
เล่าเช้าน้ี เรอื่ ง ผเู้ สียหายถูกมิจฉาชพี อ้างเปน็ พนักงานธนาคาร หลอกเอาข้อมลู บัตร ATM
โอนเงินออกเกือบหมดบญั ชี ) https://www.youtube.com/watch?v=NFFRH86O40Q
ไม่ต้องดูจนจบคลปิ ใหด้ ูแคส่ ่วนท่เี ปน็ เนื้อหาการตั้งคำถามหรือครูสามารถหาขา่ วทพ่ี บเจอได้

2. ครูตง้ั คำถามประจำหัวขอ้ วา่ นักเรยี นมแี นวทางในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศใหป้ ลอดภยั ได้
อยา่ งไร (แนวการตอบ : ตามดุลยพนิ จิ ของนักเรียน)

3. ครตู ้งั คำถามตอ่ วา่ จากข่าวนกั เรยี นคิดวา่ เรามีโอกาสโดนหลอกเหมือนในขา่ วนีห้ รอื ไม่ถ้าเกดิ
เหตุการณแ์ บบนข้ี ึน้ จะปฏบิ ัติอยา่ งไร (แนวการตอบ : ตามดลุ ยพนิ จิ ของนกั เรียน )

4. ครูเสนอว่า ในช่ัวโมงนเี้ ราจะมาหาวธิ ีปอ้ งกันเพอ่ื ไม่ให้เกิดภัยร้ายจากการใชเ้ ทคโนโลยี

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

115

หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 3 อนิ เทอร์เน็ตและเทคโนโลยีสารสนเทศ
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 2 เทคโนโลยีสารสนเทศ

ขั้นสอน
1. ให้นกั เรียนแบง่ กลุม่ ให้ได้ทัง้ หมด 7 กลุ่มเพือ่ จัดทีมนักข่าว นักเรียนจะต้องจำลองตวั เองเป็นนกั ข่าว
เพือ่ หาขอ้ มลู มานำเสนอ
2. ครแู นะนำเรอ่ื งการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ ในหนังสอื เรียนรายวชิ าพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี
(วทิ ยาการคำนวณ)ป.3 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 เรือ่ ง การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภยั หน้า
54-55
3. ใหน้ กั เรียนทำกจิ กรรมฝึกทักษะ หนา้ 56 เรือ่ ง การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัยหรือไม่
จากสถานการณ์ทก่ี ำหนดบันทึกลงในสมุด เพ่อื ทบทวนความรู้
4. ครูอธิบายตอ่ หลังจากท่เี รารู้จักเทคโนโลยีสารสนเทศกนั แล้วเราตอ้ งรู้จกั วิธใี ช้อย่างปลอดภัย และรู้
ข้อดีขอ้ เสยี จากการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร หน้า 57
5. และถามคำถามท้าทายการคิดขนั้ สงู ว่า ถ้านกั เรยี นตอ้ งการสบื ค้นข้อมูลตา่ งๆ ระหวา่ งสบื ค้นจาก
หนังสอื กบั สบื คน้ โดยใช้คอมพิวเตอร์ นักเรยี นจะเลอื กใช้ส่ือชนิดใดในการสืบค้น พรอ้ มอธิบายเหตผุ ล
ประกอบ หน้า 57
6. นักเรยี นทำกิจกรรมฝกึ ทกั ษะ หนา้ 59 เพื่อแลกเปลย่ี นความคิดเหน็ เห็นเกีย่ วกับขอ้ ดีและขอ้ เสีย
ของเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สารทีส่ มาชิกแต่ละคนเคยได้รบั หรือพบเห็นในชีวติ ประจำวนั
7. จากน้นั ครใู ห้นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ จำลองตัวเองเปน็ นักขา่ ว ทำข่าวในหัวข้อท่ีไดร้ บั โดยครใู ห้นกั เรยี นจับ
ฉลากหัวขอ้ ดงั น้ี
1) ไมเ่ ปดิ เผยขอ้ มูลส่วนตวั มีวธิ ีการอย่างไรบา้ ง
2) กำหนดรหัสผ่านอย่างไรใหป้ ลอดภยั
3) ออกจากระบบทุกคร้งั หลงั ใชง้ านหรอื ไม่ และผลท่ตี ามมาหากไมอ่ อกจากระบบหลงั ใช้
งานจะเป็นอย่างไร
4) ตดิ ต้งั โปรแกรมปอ้ งกันไวรสั ได้ดว้ ยวธิ ไี หนบา้ ง
5) มีวิธีขอความชว่ ยเหลือเม่อื เกดิ ปญั หาจากบุคคลใด
6. ขอ้ ดีของการใช้ของเทคโนโลยสี ารสนเทศ
7. ขอ้ เสยี ของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
8. เม่ือแต่ละทีมได้หวั ขอ้ ข่าวในการทำข่าวแลว้ ใหแ้ บ่งหนา้ ทก่ี นั ภายในทมี
1) ผู้นำเสนอขา่ วของทีม
2) ผหู้ าข้อมูลเพื่อนำเสนอ
9. ครใู หเ้ วลา 15 นาที ในการให้ ผู้ท่ีทำหน้าท่ีหาขอ้ มูล สอบถามขอ้ มูลกบั เพ่อื นกลมุ่ อ่นื จากหวั ขอ้ ที่
ไดร้ ับ เชน่ ไดห้ ัวข้อไม่เปิดเผยขอ้ มูลสว่ นตวั ผู้ท่ีทำหนา้ ทหี่ าขอ้ มูลจะตอ้ งสอบถามเพ่อื น ๆ ทีมอื่น ๆ
วา่ การไม่เปดิ เผยข้อมูลของเพ่อื นแต่ละคนมวี ธิ ีอยา่ งไรบ้างทพ่ี บเห็นในชีวิตประจำวัน เกบ็ รวบรวม
ขอ้ มลู ใหไ้ ดม้ ากที่สุดจนหมดเวลา

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

116

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 อินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยสี ารสนเทศ
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 2 เทคโนโลยสี ารสนเทศ

10. ทุกกลมุ่ หาข้อมลู เรยี บร้อยแล้วใหใ้ นกลมุ่ วางแผนกันนำเสนอ วา่ จะมีการนำเสนออย่างไรให้เพอ่ื นฟัง
11. ครูตง้ั โตะ๊ หนา้ หอ้ งเรยี น 2 ตัว จำลองเป็นหอ้ งข่าวเพ่อื ให้นักเรียนข้นึ มานำเสนอ
12. ให้ทกุ กลุ่มนำเสนอข้อมูลที่รวบรวมมาหนา้ ชน้ั เรยี น
13. ใหน้ ักเรยี น ซกั ถามในประเด็นท่ีสงสัยโดยมคี รูชว่ ยเพ่มิ เติมเนื้อหาให้
ขัน้ สรปุ
1. ครสู รุปความรู้ 2 ประเด็นคอื

ประเด็นท่ี 1 การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภยั อธบิ ายเพ่มิ เติมในส่วนทีน่ ักเรียนนำเสนอไม่
ครบถว้ น
ประเด็นท่ี 2 ใหข้ อ้ คิดและสรปุ เนอ้ื หาเรือ่ ง ผลดีและผลเสยี ของการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ
2. ครใู หน้ กั เรยี นทำกิจกรรมฝึกทักษะและกิจกรรมลองทำดูจาก หนังสือแบบฝึกหัดรายวิชาพ้ืนฐาน
วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี(วทิ ยาการคำนวน)ป.3 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 เร่ือง เทคโนโลยสี ารสนเทศ
หน้า 40,41,44,45
3. ทำแบบฝึกหดั จากหนงั สอื แบบฝึกหดั รายวชิ าพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
ป.3 หนว่ ยท่ี 3 เรื่อง เทคโนโลยีสารสนเทศ) ในช่ัวโมงถัดไป
4. ใหน้ ักเรียนทำชิ้นงาน/ภาระงานรวบยอด และกจิ กรรมเสรมิ สร้างการเรยี นรู้ หน้า 61 เปน็ การบา้ นส่ง
ในคาบถัดไป
5. ครสู รุปสาระสำคญั หนา้ 60 ใหน้ กั เรียนร่วมกันอภปิ ราย และซักถามข้อสงสยั
6. นกั เรยี นตรวจสอบตนเองจากหนังสือแบบฝึกหัดรายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการ
คำนวน) ป.3 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 เร่อื ง เทคโนโลยสี ารสนเทศ หนา้ 59

10. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรยี นรายวิชาพน้ื ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.3 เรื่อง อนิ เทอร์เนต็

และเทคโนโลยีสารสนเทศ
2. แบบฝึกหัดรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.3 เรื่อง อินเทอร์เน็ต

และเทคโนโลยีสารสนเทศ
3. ส่อื วีดโี อ https://www.youtube.com/watch?v=NFFRH86O40Q
4. ช้นิ งาน/ภาระงานรวบยอด เร่อื ง อินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีสารสนเทศ

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

117

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 อินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยสี ารสนเทศ
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 2 เทคโนโลยสี ารสนเทศ

11. การวัดและการประเมินผล

11.1 การประเมินระหวา่ งการจัดกิจกรรม

จดุ ประสงค์ วธิ กี ารประเมิน เครอ่ื งมอื การประเมนิ เกณฑ์การประเมนิ
1.สามารถนำเสนอ
1.นักเรยี นบอกข้อดแี ละ 1.ประเมนิ การนำเสนอ 1.แบบประเมนิ การ ข้อมูลไดน้ า่ สนใจ
ครบถว้ น อยูใ่ นเกณฑ์
ข้อเสียจากการใช้ กลุ่ม เสนอกลมุ่ พอใช้ขน้ึ ไป

เทคโนโลยีสารสนเทศได้ 1.สามารถนำเสนอ
ขอ้ มูลไดน้ า่ สนใจ
(K) ครบถว้ น ในเกณฑพ์ อใช้
ขึ้นไป
2.นกั เรยี นสามารถใช้ 1.ประเมนิ การนำเสนอ 1.แบบประเมินการ 2.ตอบคำถามใน
แบบฝกึ หัดถูกตอ้ ง
เทคโนโลยีสารสรเทศ กลมุ่ เสนอกลุ่ม ครบถ้วน ในเกณฑ์พอใช้
ขึ้นไป
อยา่ งปลอดภยั (P) 2.ตรวจแบบฝึกหัด เรื่อง 2.แบบฝกึ หดั เรื่อง 1.ตอบคำถามใน
แบบฝกึ หดั ถูกตอ้ ง
เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศ ครบถ้วน ในเกณฑ์พอใช้
ขน้ึ ไป
3.นักเรยี นสามารถ 1.ตรวจแบบฝกึ หัด เร่อื ง 1.แบบฝึกหัด เรื่อง
ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลงใน ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศ
การใชเ้ ทคโนโลยี
สารสนเทศได้ (A)

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

118

หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 3 อินเทอร์เนต็ และเทคโนโลยสี ารสนเทศ
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 2 เทคโนโลยีสารสนเทศ

11.2 แบบประเมินการนำเสนอกลมุ่

ลำดบั ที่ รายการประเมนิ คุณภาพผลงาน 1
432

1 ข้นั ตอนเรียบเรียงขอ้ มูลในการนำเสนอ
2 มีการวางแผนการทำงานกลุม่
3 นำเสนอเน้ือหาได้ถูกต้อง ชดั เจน
4 เนอ้ื หามีความนา่ สนใจและหลากหลาย
5 ท่ีมาของเนื้อหาเช่ือถือได้

รวม

เกณฑ์การให้คะแนน

ดีมาก = 4

ดี = 3

พอใช้ = 2

ปรับปรุง =1

เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคะแนน

18-20 ดมี าก

14-17 ดี

10-13 พอใช้

ตำ่ กวา่ 10 ปรับปรงุ

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

119

หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 3 อินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีสารสนเทศ
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 2 เทคโนโลยีสารสนเทศ

11.3 แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

คำช้ีแจง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ลงในช่อง

ท่ีตรงกับระดบั คะแนน

คุณลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อนั พึงประสงคด์ ้าน 32 1

1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาตแิ ละรอ้ งเพลงชาติได้

กษตั ริย์ 1.2 เข้ารว่ มกจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามัคคปี รองดองและเป็นประโยชน์

ต่อโรงเรียน

1.3 เข้ารว่ มกิจกรรมทางศาสนาท่ตี นนับถือ ปฏบิ ัตติ ามหลกั ศาสนา

1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมท่เี ก่ยี วกบั สถาบันพระมหากษัตริย์ตามทีโ่ รงเรียนจัดขน้ึ

2. ซ่อื สตั ย์ สจุ รติ 2.1 ให้ข้อมูลทถี่ ูกตอ้ งและเปน็ จริง

2.2 ปฏบิ ัติในสง่ิ ทถี่ ูกต้อง

3. มีวนิ ยั รับผิดชอบ 3.1 ปฏิบัตติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบงั คบั ของครอบครัว

มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกจิ กรรมตา่ ง ๆ ในชีวติ ประจำวัน

4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รู้จกั ใชเ้ วลาวา่ งให้เป็นประโยชนแ์ ละนำไปปฏิบตั ิได้

4.2 รจู้ กั จดั สรรเวลาให้เหมาะสม

4.3 เช่อื ฟังคำสงั่ สอนของบดิ า-มารดา โดยไม่โตแ้ ย้ง

4.4 ต้งั ใจเรียน

5. อยอู่ ยา่ งพอเพียง 5.1 ใช้ทรัพย์สนิ และสง่ิ ของของโรงเรยี นอย่างประหยัด

5.2 ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยดั และรคู้ ุณคา่

5.3 ใชจ้ ่ายอยา่ งประหยดั และมีการเก็บออมเงนิ

6. มุง่ มนั่ ในการทำงาน 6.1 มคี วามต้งั ใจและพยายามในการทำงานทีไ่ ด้รบั มอบหมาย

6.2 มีความอดทนและไมท่ ้อแท้ตอ่ อปุ สรรคเพือ่ ใหง้ านสำเร็จ

7. รักความเปน็ ไทย 7.1 มีจิตสำนึกในการอนรุ ักษ์วฒั นธรรมและภูมปิ ญั ญาไทย

7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวฒั นธรรมไทย

8. มจี ติ สาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพอ่ แม่ ผู้ปกครอง และครทู ำงาน

8.2 รู้จกั การดูแลรักษาทรัพยส์ มบัตแิ ละสิง่ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น

และโรงเรียน

ลงช่อื ..................................................ผูป้ ระเมิน
............/.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
พฤติกรรมที่ปฏิบัตชิ ัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ 2 51-60 ดมี าก
คะแนน ให้ 1 41-50 ดี
พฤตกิ รรมที่ปฏบิ ตั ิชัดเจนและบอ่ ยครัง้ 30-40 พอใช้
คะแนน ปรบั ปรงุ
พฤติกรรมทีป่ ฏิบัติบางครัง้ ตำ่ กว่า 30
คะแนน

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

120

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 อินเทอร์เนต็ และเทคโนโลยสี ารสนเทศ
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 2 เทคโนโลยสี ารสนเทศ

11.4 แบบประเมินชิน้ งาน/ภาระงานรวบยอด

รายการประเมิน เกณฑ์การประเมนิ (ระดับคณุ ภาพ) ระดบั คุณภาพ

1.การใช้ (4) (3) (2) (1) ดีมาก
อนิ เทอร์เน็ต ใช้อนิ เทอรเ์ นต็ ได้ ใช้อนิ เทอร์เนต็ ได้ ใชอ้ นิ เตอรเ์ นต็ ได้ ไมส่ ามารถใช้
ถูกต้องและปฏิบัติ ถูกตอ้ งและปฏบิ ตั ิ เล็กนอ้ ย อินเทอรเ์ นต็ ได้ ดี
2.การใช้ ตามขอ้ ตกลงได้ ดี ตามขอ้ ตกลงได้ อยา่ งถกู ตอ้ ง
เทคโนโลยี มาก บางส่วน ใช้เทคโนโลยี พอใช้
สารสนเทศอย่าง ใช้เทคโนโลยี ใช้เทคโนโลยี สารสนเทศได้ ไมส่ ามารถใช้
ปลอดภัย สารสนเทศได้ สารสนเทศได้ อย่างปลอดภยั เทคโนโลยี ปรับปรงุ
3.ความสมบรู ณ์ อย่างปลอดภัยดี อย่างปลอดภัย เล็กน้อย สารสนเทศได้
ของผลงาน มาก บางสว่ น ผลงานมีความ อย่างปลอดภัย
ผลงานมคี วาม ผลงานมคี วาม ครบถ้วนสมบูรณ์ ผลงานไม่
4.ส่งงานตรงเวลา ครบถ้วนสมบูรณ์ ครบถ้วนสมบูรณ์ ดเี ป็นบางสว่ น ครบถ้วนสมบรู ณ์
ดมี าก คอ่ นข้างดี ส่งภาระงานชา้
ส่งภาระงาน สง่ ภาระงานชา้ กว่ากำหนด 2 วัน สง่ ภาระงานชา้
ภายในเวลาท่ี กวา่ กำหนด 1 วัน กวา่ กำหนด 3 วัน
กำหนด

ชว่ งคะแนน เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
14-16 ระดบั คณุ ภาพ
11-13 ดมี าก
8-10 ดี
พอใช้
น้อยกวา่ 8 ปรับปรุง

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

121


Click to View FlipBook Version