กำรวดั ผลสัมฤทธท์ิ ำงกำรเรียน
- คะแนนจากการประเมินตามสภาพจรงิ 45 คะแนน
แบ่งเป็น คะแนนใบงานระหว่างเรยี นก่อนการสอบกลางภาค
คะแนนสอบภาคปฏบิ ตั ิ (formative 1)
คะแนนใบงานระหว่างเรียนหลังการสอบกลางภาค
คะแนนสอบภาคปฏิบัติ (formative 2)
- คะแนนจากโครงงานปลายภาค 45 คะแนน
- คะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 10 คะแนน
รวมคะแนนทั้งสนิ้ 100 คะแนน
กำรประเมนิ ผลกำรเรียน
เป็นการประเมินตามสภาพจริงรอบด้าน โดยประเมินจากผลงานของนักเรียน ผู้ประเมินได้แก่
ครูผู้สอน บุคคลภายนอกท่ีเชิญมาเป็นผู้ประเมิน นักเรียนกลุ่มอื่นในห้องเดียวกัน และ ประเมินตนเอง
สว่ นระดับผลการเรยี นเปน็ ไปตามเกณฑ์การวดั ประเมินผลของโรงเรียน
เอกสำรประกอบกำรเรยี นกำรสอน
นกั เรียนสามารถหาความรู้เพิม่ เตมิ ไดจ้ ากการศึกษาผ่านทางเว็บไซตท์ ่รี ะบุไว้ใต้ภาพ หรือบรรณานกุ รม
ท้ายเอกสารประกอบการเรียนการสอนพ้ืนฐานเมแคนิกส์และหุ่นยนต์ ตัวอย่างเช่นเว็บไซต์
http://science.howstuffworks.com/transport/engines-equipment/gear-ratio.htm
หรอื http://www.technologystudent.com/index.htm เป็นต้น
นอกจากน้กี ารทาโครงงานกลางภาคและปลายภาคนักเรยี นต้องสบื คน้ ข้อมลู ทีเ่ ก่ยี วข้องกับแบบจาลอง
ท่นี ักเรียนประดิษฐเ์ พ่ือเป็นการอ้างอิงการทางานของแบบจาลองว่าดกี ว่า หรอื แตกต่างจากส่ิงท่ีมีอยู่ในปัจจุบัน
อย่างไร ตัวอย่างเช่น หากนักเรียนต้องการทารถเข็นเดินตามอัตโนมัติ นักเรียนต้องหาข้อมูลของรถเข็น
และประกอบแบบจาลองที่สามารถทางานไดจ้ รงิ ท่ีแตกตา่ งจากรถเขน็ ที่มีอยู่ท่ัวๆไป เป็นตน้
หลกั สูตรเพม่ิ พูนประสบกำรณส์ ำหรบั นักเรียนในโครงกำรพัฒนำศักยภำพนกั เรยี นที่มีควำมสำมำรถพเิ ศษ
ดำ้ นวทิ ยำศำสตร์ สำขำวิชำฟิสกิ ส์
รำยวชิ ำ เนอ้ื หำ ควำมรูพ้ นื้ ฐำน รปู แบบกำรประเมิน
1. Mathematics for physics - คณิตศาสตรพ์ ื้นฐาน
ม. 4 2. Mechanics - เวกเตอร์ อตั ราส่วนคะแนนระหวา่ งภาค : ปลาย
ภาคเรยี นท่ี 1 - การเคลื่อนที่ ภาค = 60 : 40
ว 30216 Properties of Matter - กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน Formative 1 (15 คะแนน)
พัฒนาศกั ยภาพ - การเขียนแผนภาพแรง - แบบทดสอบอตั นยั
ทางฟสิ ิกส์ 1 - ช้ินงาน
1 หนว่ ยกติ - คณติ ศาสตรพ์ ื้นฐาน Summative (20 คะแนน)
- เวกเตอร์ - แบบทดสอบอัตนัย
ม. 4 - Mechanics Formative 2 (15 คะแนน)
ภาคเรยี นที่ 1 - แบบทดสอบอตั นัย
ว 30217 - คณิตศาสตรพ์ นื้ ฐาน - ชนิ้ งาน
พัฒนาศกั ยภาพ - เวกเตอร์ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
ทางฟสิ กิ ส์ 2 (10 คะแนน)
1 หน่วยกิต สอบปลายภาค (40 คะแนน)
- แบบทดสอบปรนัย
ม. 5 Electricity and magnetism
ภาคเรยี นท่ี 1
ว 30218
พัฒนาศกั ยภาพ
ทางฟสิ ิกส์ 3
1 หน่วยกิต
ม. 5 1. Waves - คณติ ศาสตร์พน้ื ฐาน
ภาคเรยี นที่ 1 2. Optics - เวกเตอร์
ว 30219 3. Modern Physics
พฒั นาศกั ยภาพ - Mechanics
ทางฟสิ ิกส์ 4 - Oscillations
1 หน่วยกิต
**อำจปรบั เปลย่ี นได้ตำมควำมเหมำะสม**
หลักสตู รเพิ่มพนู ประสบกำรณ์สำหรับนกั เรียนในโครงกำรพัฒนำศักยภำพนักเรียน
ท่ีมีควำมสำมำรถพเิ ศษด้ำนวิทยำศำสตร์ สำขำวิชำเคมี
รำยวิชำพัฒนำศักยภำพทำงเคมี 1 ( ว30236 ) จำนวน 1.0 หน่วยกำรเรียน
เนอ้ื หำ ควำมรู้พ้ืนฐำน รูปแบบกำรประเมนิ
หนว่ ยที่ 1 อะตอมและพนั ธะเคมี - ความรู้เรอื่ งแบบจาลองอะตอม อตั ราส่วนคะแนนระหว่าภาค :
ศกึ ษาแบบจาลองอะตอมของโบร์ - ความร้เู รอื่ งตารางธาตุ ปลายภาค = 60 : 40
สเปกตรมั ของอะตอม กลศาสตรค์ วอนตมั
ทฤษฎีพนั ธะเวเลนซ์ ทฤษฎีไฮบรดิ ออร์บิทัล - ทกั ษะการสบื ค้นข้อมูล สรปุ และ Formative 1 ( 15 คะแนน )
และทฤษฎีออรบ์ ทิ ัลโมเลกุล อภปิ รายผล - แบบทดสอบอัตนัย
- ทักษะการคานวณทางคณิตศาสตร์ - ชิ้นงาน
หน่วยที่ 2 ปรมิ ำณสำรสัมพันธ์และ
อัตรำกำรเกดิ ปฏิกิรยิ ำเคมี - ความรู้เรื่องอะตอมและตารางธาตุ Summative ( 20 คะแนน )
- แบบทดสอบอตั นยั
ศีกษาการวดั ทางวิทยาศาสตร์ เลขนัยสาคญั - ทกั ษะการคานวณทางคณติ ศาสตร์
Formative 2 ( 15 คะแนน )
การคานวณปริมาณสารในหน่วยต่างๆ - ทกั ษะการสบื คน้ ข้อมลู สรปุ และ - แบบฝึกหดั
- ช้ินงาน
การคานวณปริมาณสารจากสมการเคมี อภปิ รายผล
การดลุ สมการรีดอกซ์โดยวิธเี ลขออกซิเดชนั และ
วิธคี รง่ึ ปฏกิ ิรยิ า กฎอัตราแบบดฟิ เฟอเรนเชยี ล
และแบบอนิ ทเิ กรต - ความรู้เรื่องการวดั และเลขนัยสาคญั คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
- ทักษะการสบื ค้นขอ้ มลู สรุปและ ( 10 คะแนน )
หนว่ ยท่ี 3 สมดุลเคมีและกรด-เบส อภปิ รายผล
ศกึ ษาสภาวะสมดลุ คา่ คงทสี่ มดลุ ประเภท - ทักษะการคานวณทางคณิตศาสตร์ สอบปลายภาค ( 40 คะแนน )
- ทกั ษะการทาปฏบิ ตั ิการเคมี - แบบทดสอบอตั นยั
ของภาวะสมดลุ ปฏิกิรยิ าของกรดและเบส - แบบฝึกหดั
การไทเทรตกรด-เบส ปฏิกริ ิยาไฮโดรลิซสิ ของ - รายงานปฏิบตั ิการเคมี
กรดและเบส สารละลายบัฟเฟอร์ และ
เทคนคิ พ้ืนฐานสาหรับปฏิบัติการทางเคมี
หลักสูตรเพ่มิ พนู ประสบกำรณ์สำหรบั นกั เรยี นในโครงกำรพัฒนำศกั ยภำพนกั เรียน
ทีม่ คี วำมสำมำรถพเิ ศษด้ำนวทิ ยำศำสตร์ สำขำวิชำเคมี
รำยวชิ ำพัฒนำศกั ยภำพทำงเคมี 2 ( ว30237 ) จำนวน 1.0 หน่วยกำรเรยี น
เนอื้ หำ ควำมร้พู ้ืนฐำน รูปแบบกำรประเมิน
หน่วยท่ี 1 เคมอี ินทรยี ์เบื้องตน้ - ความรูเ้ รอ่ื งพนั ธะเคมี อตั ราส่วนคะแนนระหว่าภาค :
ศกึ ษาสูตรโครงสร้างลวิ อิสของสารอนิ ทรยี ์ - ทกั ษะการสืบค้นข้อมลู สรปุ และ ปลายภาค = 60 : 40
หมฟู่ ังก์ชันของสารอนิ ทรยี ์ประเภทตา่ งๆ
การอ่านช่ือสารประกอบอนิ ทรยี ์ อภิปรายผล Formative 1 ( 15 คะแนน )
- แบบทดสอบอตั นัย
หน่วยที่ 2 สเตอรโิ อเคมี - ทกั ษะการสบื คน้ ขอ้ มูล สรุปและ - ช้นิ งาน
ศีกษาการจัดอะตอมของโมเลกลุ ใน 3 มติ ิ อภปิ รายผล
Summative ( 20 คะแนน )
โดยเขียนสูตรโครงสรา้ งแบบนิวแมน - แบบทดสอบอัตนัย
แบบเส้นประและรูปล่ิม แบบฟิชเชอร์ และ
แบบซอวฮ์ อรส์ ความเสถยี รของโมเลกลุ จาก Formative 2 ( 15 คะแนน )
สตู รโครงสร้าง อีแนนทโิ อเมอร์ - แบบฝึกหดั
ไดแอสสเตอรโิ อเมอร์ สมบัติการหมนุ ระนาบ - ช้นิ งาน
แสงของโมเลกุล
หน่วยท่ี 3 ปฏกิ ิริยำเคมีอนิ ทรีย์ - ทกั ษะการสืบค้นข้อมลู สรุปและ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
ศกึ ษากลไกการเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมีของ อภิปรายผล ( 10 คะแนน )
แอลคิลแฮไลด์ สารประกอบอะโรมาติก สอบปลายภาค ( 40 คะแนน )
แอลเคน แอลคีน แอลไคน์ แอลกอฮอล์ - แบบทดสอบอตั นัย
อเี ทอร์ แอลดีไฮด์ คโี ตน เอมีน คาร์บอกซิลิ - แบบฝึกหัด
กและอนพุ นั ธ์
หลกั สูตรเพม่ิ พูนประสบกำรณ์สำหรบั นักเรียนในโครงกำรพัฒนำศักยภำพนกั เรียน
ทม่ี ีควำมสำมำรถพเิ ศษดำ้ นวทิ ยำศำสตร์ สำขำวชิ ำเคมี
รำยวิชำพัฒนำศักยภำพทำงเคมี 3 ( ว30238 ) จำนวน 1.0 หน่วยกำรเรยี น
เน้ือหำ ควำมรูพ้ ื้นฐำน รูปแบบกำรประเมนิ
หนว่ ยที่ 1 ศกึ ษำและฝกึ ทักษะปฏบิ ตั กิ ำรเคมี - ความรู้เร่ืองปริมาณสารสมั พันธ์ อัตราส่วนคะแนนระหว่าภาค :
ศกึ ษาและฝกึ ทกั ษะปฏบิ ตั ิการเคมี ในหัวข้อ - ความรเู้ กยี่ วกบั การชงั่ ตวง วดั ปลายภาค = 60 : 40
ต่อไปน้ี และเลขนัยสาคัญ Formative 1 ( 15 คะแนน )
- การไทเทรตสารละลายมาตรฐานกรดและเบส - ความรู้และความตระหนักเรื่อง
- การไทเทรตหาปริมาณกรดในนา้ ส้มสายชู ความปลอดภัยในหอ้ งทดลอง - ทักษะปฏบิ ตั กิ ารเคมี
- การไทเทรตหาปรมิ าณคาร์บอเนตและ - ทักษะการสืบคน้ ขอ้ มูล สรปุ และ - รายงานการทดลอง
ไฮดรอกไซด์ในของผสม อภปิ รายผล
- การไทเทรตแบบตกตะกอนและ Summative ( 20 คะแนน )
- สอบปฏบิ ัติการเคมี
การหาปริมาณคลอไรด์ - รายงานการทดลอง
- การไทเทรตแบบสารประกอบเชงิ ซ้อน - แบบทดสอบอตั นยั
Formative 2 ( 15 คะแนน )
- รายงานการทดลอง
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
( 10 คะแนน )
สอบปลายภาค ( 40 คะแนน )
- แบบทดสอบอตั นยั
- สอบปฏบิ ตั ิการเคมี
- รายงานการทดลอง
หลกั สูตรเพมิ่ พนู ประสบกำรณส์ ำหรบั นกั เรยี นในโครงกำรพฒั นำศกั ยภำพนกั เรียน
ทมี่ ีควำมสำมำรถพเิ ศษดำ้ นวิทยำศำสตร์ สำขำวชิ ำเคมี
รำยวิชำพัฒนำศักยภำพทำงเคมี 4 ( ว30239 ) จำนวน 1.0 หนว่ ยกำรเรียน
เนอ้ื หำ ควำมรพู้ ้ืนฐำน รปู แบบกำรประเมนิ
หน่วยที่ 1 ศกึ ษำบทควำมและตำรำวชิ ำกำร
ศกึ ษาบทความและตาราวชิ าการซง่ึ เกีย่ วกบั - ทกั ษะการสืบคน้ ข้อมูล สรุปและ อตั ราส่วนคะแนนระหว่าภาค :
ความรูด้ า้ นเคมีที่นา่ สนใจ และเตรยี มพรอ้ มเพื่อ อภปิ รายผล ปลายภาค = 60 : 40
นาเสนอความร้ทู ่ีได้จากการศึกษา - ความรูเ้ ร่ืองการเขียนบทความและ Formative 1 ( 15 คะแนน )
การอ้างอิง - ชิน้ งาน / Powerpoint
หน่วยที่ 2 กำรนำเสนอจำกกำรศกึ ษำคน้ คว้ำ - ทักษะการพูดในท่ชี ุมชน Summative ( 20 คะแนน )
นาเสนอความรทู้ างเคมีท่ีได้จากการศึกษา - ทักษะและมารยาทในการฟัง - ชิ้นงาน / Powerpoint
- ทกั ษะการใชอ้ ุปกรณ์อิเล็กทรอนกิ ส์ - สังเกตความก้าวหน้า
ตอ่ หนา้ ชัน้ เรยี นและคณะกรรมการประเมินผล และเทคโนโลยีสารสนเทศ จากการเตรียมความพรอ้ ม
เพือ่ นาเสนอ
Formative 2 ( 15 คะแนน )
- ชนิ้ งาน/ Powerpoint/
ส่ือตา่ งๆ
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
( 10 คะแนน )
สอบปลายภาค ( 40 คะแนน )
- การนาเสนอในชนั้ เรียน
- การเข้าฟังการสัมมนา
หลกั สตู รเพ่ิมพูนประสบกำรณส์ ำหรับนกั เรยี นในโครงกำรพัฒนำศักยภำพนกั เรียน
ทีม่ ีควำมสำมำรถพเิ ศษด้ำนวทิ ยำศำสตร์ สำขำชวี วทิ ยำ
รำยวิชำพัฒนำศักยภำพทำงชีววิทยำ 1 (ว30256) จำนวน 1.0 หนว่ ยกำรเรยี น
เนอื้ หำ ควำมรูพ้ ืน้ ฐำน รูปแบบกำรประเมิน
หน่วยที่ 1 ความรูพ้ ื้นฐานเกี่ยวกบั อัตราสว่ นคะแนนระหวา่ งภาค :
เทคนคิ ปฏิบตั ิการกล้องจลุ ทรรศน์ - โครงสร้างของกลอ้ ง ปลายภาค = 60 : 40
ศกึ ษากลไกการทางานของกล้องจลุ ทรรศนใ์ ช้ จลุ ทรรศน์ Formative 1 (15 คะแนน)
แสงแบบเชิงประกอบ กล้องจุลทรรศนใ์ ชแ้ สง - วธิ ีการใชก้ ลอ้ ง - ข้อสอบแบบ
แบบสเตริโอ กลอ้ งจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบ จุลทรรศน์ - รายงานปฏบิ ตั ิการ
สอ่ งกราดและแบบส่องผ่าน - หลักการทางานของ ทดลอง
กล้องจุลทรรศน์ - การนาเสนอหน้าชั้น
หน่วยที่ 2 ความรพู้ ื้นฐานเกี่ยวกบั เรยี น
ววิ ฒั นาการของเซลล์ซงึ่ หน่วยพ้นื ฐานท่ีเล็กที่สดุ โครงสร้างและหนา้ ท่ีของเซลล์ - การทศั นศึกษากล้อง
ของส่งิ มชี ีวติ โครงสรา้ งพืน้ ฐานของเซลล์ - ส่วนทีห่ อ่ หุม้ เซลล์ จุลทรรศนอ์ เิ ลค็ ตรอน
ประกอบดว้ ยส่วนทห่ี อ่ หุ้มเซลล์ ไซโตพลาสซมึ - ไซโตพลาสซมึ Summative (20 คะแนน)
และนวิ เคลยี ส เซลลท์ ว่ั ไปมีขนาดและรูปรา่ ง -ออร์แกเนลล์ - ขอ้ สอบแบบอัตนัยและ
ต่างกนั ส่วนมากมองไม่เป็นด้วยตาเปล่า จึงตอ้ ง - นวิ เคลยี ส ปรนัย
อาศัยกลอ้ งจลุ ทรรศน์ชว่ ยในการศึกษา Formative 2 (15 คะแนน)
รายละเอยี ดต่างๆ ของโครงสรา้ งของเซลล์ทท่ี า - ขอ้ สอบแบบปรนยั
หน้าท่ีต่างกัน - งานทม่ี อบหมาย /
หน่วยท่ี 3 ความรพู้ ้ืนฐานเก่ียวกบั รายงานปฏบิ ตั ิการ
-การขนสง่ โปรตนี ภายในเซลล์ - โครงสร้างของเย่ือหุ้ม ทดลอง
(Intracellular protein targeting and เซลล์ - กจิ กรรมทัศนศึกษา
Vesicular trafficking) - การลาเลยี งสารผา่ นเข้า พพิ ธิ ภณั ฑ์ธรรมชาติ
-การขนส่งผ่านเย่อื หุ้มเซลล์ (Membrane และออกจากเซลล์ วิทยา
transport) - การแพร่ คณะวิทยาศาสตร์
-ศกั ยไ์ ฟฟ้าของผนังเซลล์ (Membrane - ออสโมซิส จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย
potential) - การแพร่แบบฟาซิลเิ ทต คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
-โครงสร้างและการเคลือ่ นไหวของเซลล์ - กระบวนการเอนโดไซโต (10 คะแนน)
(Cytoskeleton and cell motility) ซสิ ปลายภาค (40 คะแนน)
-การส่อื สารและสง่ สญั ญาณของเซลล์ (Cell - กระบวนการเอกโซไซโต - ข้อสอบแบบปรนัย
signaling and Communication) ซสิ
-การตายของเซลล์ (Cell death and
Apoptosis)
เนื้อหำ ควำมร้พู ื้นฐำน รูปแบบกำรประเมนิ
หน่วยที่ 4 กระบวนการเกดิ ความ
หลกั อนุกรมวธิ าน หลากหลายทางชวี ภาพ
-การจัดจาแนกสิ่งมีชีวิต ประกอบดว้ ย
-การสรา้ งและใช้ไดโคโตมัสคีย์ -ความหลากหลายทาง
-การตั้งชอื่ วทิ ยาศาสตร์ของส่ิงมชี วี ติ พันธุกรรม
อาณาจักส่ิงมชี ีวติ -ความหลากหลายของสปีชสี ์
-ปฏบิ ตั กิ ารอาณาจักรมอเนอรา -ความหลากหลายของระบบ
-ปฏิบัติการอาณาจักรโปรตสิ ตา นิเวศ
-ปฏิบตั ิการอาณาจกั รพชื วิธีการศึกษาความหลากหลาย
-ปฏบิ ัติการอาณาจักรฟังไจ ทางชวี ภาพ
-ปฏิบัตกิ ารอาณาจกั รสัตว์ -การจาแนกและการสรา้ งได
โคโตมัสคยี ์อยา่ งง่าย
-การต้ังชอ่ื สงิ่ มชี ีวิต
-อาณาจักรสิง่ มชี ีวติ
หมำยเหตุ : กจิ กรรมการเรยี นการสอนและภาระงานสามารถเปลย่ี นแปลงไดต้ ามความเหมาะสม โดยเน้น
ประโยชน์ของผเู้ รยี นเปน็ สาคัญ
หลกั สตู รเพ่ิมพนู ประสบกำรณ์สำหรับนกั เรยี นในโครงกำรพฒั นำศักยภำพนักเรยี น
ที่มีควำมสำมำรถพิเศษด้ำนวทิ ยำศำสตร์ สำขำชวี วิทยำ
รำยวิชำพัฒนำศักยภำพทำงชวี วิทยำ 2 (ว30257) จำนวน 1.0 หน่วยกำรเรียน
เนือ้ หำ ควำมรู้พ้นื ฐำน รปู แบบกำรประเมนิ
หนว่ ยที่ 1 ความร้พู ้ืนฐานเกี่ยวกับ อตั ราสว่ นคะแนนระหว่างภาค :
ศึกษา วิเคราะหป์ ฏกิ ริ ิยาเคมีภายในเซลล์ - ธาตุและสารประกอบ ปลายภาค = 60 : 40
ศึกษาพลงั งานทีเ่ ซลลใ์ ช้ในกิจกรรมต่างๆ - Macromolecule Formative 1 (15 คะแนน)
ปฏกิ ริ ยิ าเคมภี ายในเซลล์ ได้แก่ ปฏิกริ ยิ าเคมี - สารอนินทรีย์ - ข้อสอบแบบ
แบบดดู พลงั งาน ปฏิกิรยิ าเคมีแบบคายพลังงาน - สารอนิ ทรีย์ - รายงานปฏบิ ัติการ
- ชวี โมเลกุล ทดลอง
Summative (20 คะแนน)
หนว่ ยท่ี 2 ความรพู้ ้ืนฐานเก่ียวกับ - ขอ้ สอบแบบอัตนัยและ
ศึกษา วิเคราะห์การทางานของเอนไซม์ ผลของ - เอนไซม์ในส่งิ มีชีวิต ปรนยั
อุณหภมู ิที่มตี ่อการทางานของเอนไซม์ ผลของ - โครงสร้างของเอนไซม์
pH ท่มี ตี อ่ การทางานของเอนไซม์ ศึกษาความ - Coenzyme Formative 2 (15 คะแนน)
เขม้ ขน้ ของสารตั้งต้นและความเขม้ ข้นของ - Cofactor - ข้อสอบแบบปรนัย
เอนไซม์ท่ีมีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกริ ิยาเคมี - Endergonic - งานท่ีมอบหมาย /
และลาดบั ขน้ั ของปฏิกริ ยิ า reaction รายงานปฏบิ ตั กิ าร
- Exergonic reaction ทดลอง
- กิจกรรมทัศนศึกษากาย
หนว่ ยท่ี 3 ความรพู้ น้ื ฐาน วภิ าคร่างกายมนุษย์
ศึกษา วเิ คราะห์ สณั ฐาน กายวภิ าค หลัก - การย่อยอาหาร คณะแพทยศาสตร์
สรีรวิทยา การเจริญของระบบย่อยอาหาร - การลาเลยี งในสตั ว์ จฬุ าลงกรณ์
ระบบไหลเวียนเลอื ด ระบบน้าเหลืองและ - การหายใจ มหาวทิ ยาลัย
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
ภมู คิ มุ้ กนั ระบบหายใจ ระบบขบั ถา่ ยและการ - การขับถ่ายและการ (10 คะแนน)
รักษาดุลยภาพของรา่ งกายมนุษย์ รักษาดลุ ยภาพ ปลายภาค (40 คะแนน)
- ข้อสอบแบบปรนยั
หมำยเหตุ : กิจกรรมการเรยี นการสอนและภาระงานสามารถเปล่ยี นแปลงได้ตามความเหมาะสม โดยเน้น
ประโยชนข์ องผ้เู รยี นเป็นสาคัญ
หลกั สูตรเพมิ่ พูนประสบกำรณส์ ำหรับนกั เรียนในโครงกำรพฒั นำศักยภำพนักเรียน
ทมี่ คี วำมสำมำรถพเิ ศษด้ำนวิทยำศำสตร์ สำขำชีววิทยำ
รำยวิชำพัฒนำศักยภำพทำงชีววิทยำ 3 (ว30258) จำนวน 1.0 หนว่ ยกำรเรียน
เนือ้ หำ ควำมรพู้ นื้ ฐำน รูปแบบกำรประเมิน
หนว่ ยท่ี 1 ความรู้พนื้ ฐานเกี่ยวกับ อตั ราส่วนคะแนนระหว่างภาค :
พฤกษศาสตร์ของพชื ศึกษาโครงสรา้ งกายวิภาค - ชนดิ และลกั ษณะของ ปลายภาค = 60 : 40
ของราก ลาต้น ใบ ดอก ผล และเมล็ด ของพืช เนื้อเยอ่ื พชื Formative 1 (15 คะแนน)
ใบเลี้ยงเดี่ยวและพืชใบเล้ียงคู่ จากการตัดตาม - โครงสรา้ งภายในของราก - ข้อสอบแบบ
ขวาง ลาตน้ ใบ ดอก ผล และ - รายงานปฏบิ ตั กิ าร
เมล็ด ของพืชใบเลี้ยงเดย่ี ว ทดลอง
และรากพืชใบเล้ยี งคู่จาก - การนาเสนอหน้าช้นั
การตดั ตามขวาง เรยี น
หนว่ ยที่ 2 ความรพู้ ื้นฐานเก่ียวกับ Summative (20 คะแนน)
บทบาทและหน้าท่ีของฮอร์โมน ออกซินไซโทไค - บทบาทและหนา้ ทีข่ อง - ข้อสอบแบบอัตนยั และ
นิน จิบเบอเรลลินเอทิลีนและกรดแอบไซซิก ออกซิน ไซโทไคนนิ ปรนัย
และการนาไปใช้ประโยชน์ ทางการเกษตร จิบเบอเรลลิน เอทลิ ีน Formative 2 (15 คะแนน)
- ขอ้ สอบแบบปรนัย
รวมถึงปัจจัย ส่ิงเร้าภายนอกท่ีมีผลต่อการ กรดแอบไซซกิ และ
การนาไปใชป้ ระโยชนท์ าง - งานทีม่ อบหมาย /
เจรญิ เตบิ โตของพืช
การเกษตร รายงานปฏบิ ัตกิ าร
หน่วยที่ 3 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ ทดลอง
โครงสร้างและหน้าท่ีของระบบประสาทของ - โครงสรา้ งและหนา้ ทขี่ อง คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังและสัตว์มีกระดูกสัน ระบบประสาทของไฮดรา (10 คะแนน)
หลังโครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์ประสาท พลานาเรยี ไส้เดอื นดิน กุ้ง ปลายภาค (40 คะแนน)
- ขอ้ สอบแบบปรนัย
การเปลี่ยนแปลงของศักย์ไฟฟ้า ท่ีเยื่อหุ้มเซลล์ หอย แมลงและสัตวม์ ี
ของเซลล์ประสาทและกลไกการถ่ายทอด กระดกู สนั หลงั
กระแสประสาท ระบบ ประสาทส่วนกลางและ - โครงสร้างและหน้าทข่ี อง
ระบบประสาทรอบนอก เซลล์ประสาท
- การเปล่ียนแปลงของ
ศักย์ไฟฟา้ ท่ีเย่ือหมุ้ เซลล์
ของเซลลป์ ระสาท และ
กลไกการถา่ ยทอดกระแส
ประสาท
- โครงสรา้ งของระบบ
ประสาทสว่ นกลางและ
ระบบประสาทรอบนอก
- โครงสรา้ งและหนา้ ทข่ี อง
เนื้อหำ ควำมรพู้ ้ืนฐำน รปู แบบกำรประเมิน
หน่วยท่ี 4 ส่วนตา่ ง ๆ ในสมองส่วน
การเปรียบเทยี บพฤติกรรมทเ่ี ป็นมาแต่กาเนดิ หนา้ สมองสว่ นกลางสมอง
และพฤตกิ รรมทีเ่ กิดจากการเรียนรูข้ องสตั ว์ ส่วนหลัง และไขสันหลงั
ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งพฤติกรรมกับววิ ัฒนาการ
ของระบบประสาท การสื่อสารระหว่างสัตวท์ ี่ ความร้พู ืน้ ฐานเก่ียวกบั
ทาใหส้ ัตวแ์ สดงพฤตกิ รรม -พฤตกิ รรมที่เป็นมาแต่กาเนิด
และพฤติกรรมทเี่ กิดจาก
การเรยี นรขู้ องสตั ว์
- สบื ค้นข้อมูล อธบิ าย และ
ยกตวั อย่างความสัมพันธ์
ระหว่างพฤตกิ รรมกับ
วิวัฒนาการของระบบ
ประสาท
- สืบค้นขอ้ มูล อธบิ าย และ
ยกตัวอย่างการส่ือสาร
ระหว่างสตั ว์ท่ที าใหส้ ัตว์
แสดงพฤตกิ รรม
หมำยเหตุ : กจิ กรรมการเรยี นการสอนและภาระงานสามารถเปล่ียนแปลงได้ตามความเหมาะสม โดยเน้น
ประโยชน์ของผู้เรียนเป็นสาคัญ
หลกั สูตรเพ่ิมพูนประสบกำรณส์ ำหรบั นกั เรียนในโครงกำรพฒั นำศักยภำพนักเรยี น
ท่ีมคี วำมสำมำรถพิเศษดำ้ นวทิ ยำศำสตร์ สำขำชีววทิ ยำ
รำยวิชำพัฒนำศักยภำพทำงชีววิทยำ 4 (ว30259) จำนวน 1.0 หน่วยกำรเรยี น
เนอ้ื หำ ควำมรพู้ ้นื ฐำน รูปแบบกำรประเมนิ
หน่วยท่ี 1 ความร้พู ื้นฐานเก่ียวกับ อตั ราสว่ นคะแนนระหวา่ งภาค :
ส่งิ มีชวี ติ กลุม่ โพรทสิ ต์ กลมุ่ พืชและกลุ่มสตั ว์ - สิ่งมชี ีวติ กลุม่ โพรทิสต์ ปลายภาค = 60 : 40
โดยการสารวจผวิ หนา้ ดินและเก็บตัวอยา่ งสตั ว์ (แพลงกต์ อนระดับผวิ นา้ ) Formative 1 (15 คะแนน)
ในดินและสัตว์หน้าดิน และการศึกษาระบบ - สิง่ มชี ีวิตกล่มุ สตั ว์ (สตั ว์หนา้ - ขอ้ สอบแบบ
นเิ วศในน้า โดยการเก็บตวั อย่างดว้ ยวิธกี ารลาก ดนิ และสตั วใ์ นดนิ ) - รายงานปฏิบัติการ
ตาขา่ ยแพลงก์ตอนบรเิ วณผวิ น้า ทดลอง
หนว่ ยท่ี 2 ความรู้พน้ื ฐานเก่ียวกับ Summative (20 คะแนน)
การจาแนกสิง่ มีชีวติ จากหมวดหมู่ใหญจ่ นถงึ - ลกั ษณะสาคญั และ - ข้อสอบแบบอัตนัยและ
หมวดหมู่เล็กและวธิ กี ารเขียนช่อื วทิ ยาศาสตร์ ปรนัย
ในลาดับขั้น สปชี ีส์ รวมถึงสร้างไดโคโทมสั คยี ์ ยกตวั อยา่ งสิ่งมชี ีวติ กลุ่ม
ในการระบุสิ่งมชี วี ิตหรือ ตัวอย่างท่ีกาหนด สตั ว์ (แมลง) Formative 2 (15 คะแนน)
ออกเป็นหมวดหมู่ โดยเนน้ ที่กายวิภาคของ - หลักการสตาฟแมลง และ - ขอ้ สอบแบบปรนัย
แมลง หลกั การสตาฟแมลง และการจัดเกบ็ การจัดเกบ็ ดูแลรักษา - งานทีม่ อบหมาย /
รกั ษาดูแล รายงานปฏบิ ตั กิ าร
ทดลอง
- กจิ กรรมทัศนศึกษา
หน่วยที่ 3 ความรูพ้ ื้นฐาน คณะแพทยศาสตร์
การสกัด DNA อย่างง่ายจากพืช และสัตว์ - การสกดั DNA อย่างง่าย จฬุ าลงกรณ์
และฝึกการย้อมโครโมโซมจากเซลล์สัตว์ จากพชื และสัตว์ มหาวิทยาลัย
การเกิดมิวเทชันระดับยีนและระดับโครโมโซม - การย้อมโครโมโซมจาก คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
รวมทั้งตัวอย่างโรคและกลุ่มอาการ ท่ีเป็นผล เซลล์สตั ว์ (10 คะแนน)
ของการเกิดมิวเทชัน รวมถึงการนาเทคโนโลยี - การเกดิ มิวเทชันระดับยนี ปลายภาค (40 คะแนน)
ทางดีเอ็นเอไปประยุกต์ใช้ท้ังในด้านสงิ่ แวดลอ้ ม และระดับโครโมโซม - ข้อสอบแบบปรนยั
นิติวิทยาศาสตร์การแพทย์การเกษตรและ สาเหตุการเกดิ มิวเทชัน
อุตสาหกรรมและข้อควรคานึง ถึงด้านชีวจริย และกลุ่มอาการท่ีเป็นผล
ธรรม ของการเกดิ มวิ เทชนั
หนว่ ยท่ี 4 ความรู้พ้นื ฐาน
หลักฐานที่สนับสนุนและข้อมูลทใี่ ช้อธิบายการ - การเกิดววิ ฒั นาการของ
เกิด ววิ ฒั นาการของส่งิ มชี วี ติ แนวคดิ เกยี่ วกบั
ววิ ฒั นาการของส่ิงมชี วี ติ ของฌอง ลามาร์กและ สิง่ มชี วี ิต
ทฤษฎีเกีย่ วกับวิวฒั นาการของสง่ิ มชี วี ติ ของ - ความสาคญั ของความ
ชาลส์ ดารว์ นิ หลากหลายทางชวี ภาพ และ
ความเช่อื มโยงระหวา่ งความ
หลากหลายทางพนั ธุกรรม
เนื้อหำ ควำมรู้พ้นื ฐำน รปู แบบกำรประเมนิ
ความหลากหลายของสปชี ีส์
และความหลากหลายของ
ระบบนิเวศ
- การเกดิ เซลล์เร่มิ แรกของ
ส่งิ มีชีวิตและววิ ัฒนาการ
ของสิง่ มชี วี ติ เซลล์เดียว
หมำยเหตุ : กจิ กรรมการเรียนการสอนและภาระงานสามารถเปลยี่ นแปลงได้ตามความเหมาะสม โดยเน้น
ประโยชน์ของผู้เรียนเป็นสาคัญ
หลักสูตรเพ่ิมพูนประสบกำรณ์สำหรับนกั เรยี นในโครงกำรพัฒนำศกั ยภำพนกั เรยี น
ท่ีมีควำมสำมำรถพเิ ศษดำ้ นวิทยำศำสตร์ สำขำวชิ ำโครงงำนวิทยำศำสตร์
รำยวิชำวิชำพฒั นำศักยภำพทำงโครงงำนวิทยำศำสตร์ 1 (ว 30294) ปีกำรศกึ ษำ 2562 จำนวน 1.0 หน่วย
กำรเรยี น
เน้อื หำ ควำมรูพ้ ้นื ฐำน รปู แบบกำรประเมิน
หน่วยที่ 1 อตั ราส่วนคะแนนระหว่างภาค :
การศึกษาพื้นฐานทักษะกระบวนการศึกษาทางด้าน - ทักษะกระบวนการศกึ ษาทางด้าน ปลายภาค = 60 : 40
วิทยาศาสตร์ ความหมายและความสาคัญของการทา วทิ ยาศาสตร์ Formative 1 (15 คะแนน)
โครงงานวิทยาศาสตร์ การจัดประเภทของโครงงาน - ความหมายและความสาคัญของ - แบบทดสอบอัตนัย
วิทยาศาสตร์ โครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทสารวจ โครงงานวทิ ยาศาสตร์ - ช้ินงาน
โครงงานวิทยาศาสตร์ประเภททดลอง โครงงาน - การจาแนกประเภทและตัวอยา่ ง
วิทยาศาสตร์ประเภทส่ิงประดิษฐ์ โครงงานวิทยาศาสตร์ โครงงานวิทยาศาสตร์ Summative (20 คะแนน)
ประเภททฤษฎี ข้ันตอนการทาโครงงานวิทยาศาสตร์ - ขั้นตอนและกระบวนการทา - แบบทดสอบอัตนัย
การศึกษาตัวอย่างสาคัญที่เกี่ยวข้องกับโครงงาน โครงงานวิทยาศาสตร์ - ชิน้ งาน
วิทยาศาสตร์ การศึกษาความหมายและความสาคัญของ - ความหมายและความสาคัญของ
การสังเกตและการกาหนดปัญหาโครงงานวิทยาศาสตร์ การสังเกตและต้ังปัญหาโครงงาน Formative 2 (15 คะแนน)
รูปแบบและกระบวนการของการสังเกตและการกาหนด - รปู แบบการสงั เกตและการกาหนด - บรู ณาการสวนพฤกษศาสตร์
ปญั หาโครงงานวิทยาศาสตร์ ลกั ษณะและตัวอยา่ งของการ ปัญหาโครงงานวทิ ยาศาสตร์ - สอบปฏิบตั ิการโครงงาน
สงั เกตและการกาหนดปญั หาโครงงานวิทยาศาสตรท์ ่ดี ี - แบบฝกึ หดั
หน่วยที่ 2 - ชิน้ งาน
ปฏิบตั ิการโครงงานท่ี 1 ทกั ษะกระบวนการศึกษาทางดา้ น - ทักษะการใช้วสั ดอุ ปุ กรณ์การ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
วทิ ยาศาสตร์ ทดลองพ้ืนฐานทเ่ี ก่ียวขอ้ งกับ (10 คะแนน)
ปฏิบัติการโครงงานที่ 2 การจาแนกประเภทและตัวอย่าง โครงงานวทิ ยาศาสตร์
โครงงานวทิ ยาศาสตร์ สอบปลายภาค (40 คะแนน)
- การนาเสนอผลงาน
ปฏิบัติการโครงงานที่ 3 การออกแบบข้ันตอนและ
กระบวนการทาโครงงานวทิ ยาศาสตร์ - ชิ้นงาน
ปฏิบัติการโครงงานท่ี 4 การระบุรูปแบบการสังเกตและ
การกาหนดปญั หาโครงงานวิทยาศาสตร์ - แบบทดสอบปรนยั
ปฏิบัติการโครงงานที่ 5 การเปรียบเทียบลักษณะการ
สังเกตและตั้งปัญหาโครงงานท่เี หมาะสมและไมเ่ หมาะสม
ปฏิบัติการโครงงานที่ 6 การเขียนข้ันตอนกระบวนการ
สังเกตและการกาหนดปัญหาโครงงานวทิ ยาศาสตร์
สอบปฏบิ ัติการโครงงานวิทยาศาสตร์
หนว่ ยท่ี 3
ศึกษาค้นคว้างานวิจัย โครงงานหรือเร่ืองท่ีน่าสนใจด้าน - ทกั ษะการคน้ ควา้ หาขอ้ มูล การ
วิทยาศาสตร์ท้งั ภาษาไทยและภาษาตา่ งประเทศ วเิ คราะห์ วิเคราะห์ สงั เคราะหข์ ้อมูล
สังเคราะหป์ ระเด็นท่สี าคัญ จากนน้ั เรียบเรียงและนาเสนอ - ทักษะการนาเสนอขอ้ มลู
ผลการค้นควา้ โดยวธิ กี ารสมั มนาผ่านสือ่ มลั ตมิ เี ดีย
หลกั สูตรเพม่ิ พนู ประสบกำรณส์ ำหรบั นักเรียนในโครงกำรพัฒนำศักยภำพนกั เรียน
ท่มี คี วำมสำมำรถพเิ ศษด้ำนวทิ ยำศำสตร์ สำขำวิชำโครงงำนวทิ ยำศำสตร์
รำยวิชำพฒั นำศกั ยภำพทำงโครงงำนวทิ ยำศำสตร์ 2 (ว 30295) ปีกำรศึกษำ 2562 จำนวน 1.0 หนว่ ยกำรเรยี น
เน้ือหำ ควำมรูพ้ ้นื ฐำน รูปแบบกำรประเมนิ
หน่วยท่ี 1 อัตราสว่ นคะแนนระหว่างภาค :
การศึกษาความหมายและความสาคัญของการศึกษา - ความหมายและความสาคัญของ ปลายภาค = 60 : 40
เอกสารและงานวิจัยท่ีเก่ียวข้องกับโครงงานวิทยาศาสตร์ การศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่ Formative 1 (15 คะแนน)
การจัดจาแนกประเภทของแหล่งเอกสารและงานวิจัยท่ี เกี่ยวขอ้ ง - แบบทดสอบอัตนัย
เก่ียวข้อง แหล่งข้อมูลจากเอกสารและงานวิจัยท่ีเก่ียวขอ้ ง - จาแนกประเภทของแหล่งเอกสาร - ชิ้นงาน
แบบปฐมภูมิ แหล่งข้อมูลจากเอกสารและงานวิจัยที่ และงานวิจยั ท่เี กี่ยวขอ้ ง
เก่ียวข้องแบบทุติยภูมิ การสืบค้นและการเขียนอ้างอิง - สบื คน้ และเขียนอ้างอิงแหล่ง Summative (20 คะแนน)
แหล่งเอกสารและงานวิจัยท่ีเก่ียวข้องกับโครงงาน เอกสารและงานวจิ ัยที่เกี่ยวขอ้ ง - แบบทดสอบอัตนยั
วิทยาศาสตร์ การศึกษาความหมายและความสาคัญของ - ความหมายและความสาคญั ของ - ชิน้ งาน
การเขียนเค้าโครงโครงงานวิทยาศาสตร์ หลักการและ เคา้ โครงโครงงานวิทยาศาสตร์
องค์ประกอบของการเขียนเค้าโครง ข้ันตอนและตัวอย่าง - หลักการและองค์ประกอบของ Formative 2 (15 คะแนน)
ของการเขยี นเคา้ โครงโครงงานวิทยาศาสตร์ การเขียนเค้าโครงโครงงาน - บรู ณาการสวนพฤกษศาสตร์
วทิ ยาศาสตร์ - สอบปฏิบตั กิ ารโครงงาน
- ขัน้ ตอนการเขยี นเคา้ โครง - แบบฝกึ หัด
โครงงานวทิ ยาศาสตร์ - ช้นิ งาน
หนว่ ยท่ี 2 - ทกั ษะการใชว้ สั ดุอุปกรณ์การ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
ปฏิบัติการโครงงานท่ี 1 การจาแนกประเภทของแหล่ง ทดลองพนื้ ฐานทีเ่ ก่ียวขอ้ งกบั (10 คะแนน)
เอกสารและงานวิจยั ทเ่ี ก่ยี วข้อง
ปฏิบัตกิ ารโครงงานท่ี 2 การสบื คน้ และเขยี นอา้ งองิ แหลง่ โครงงานวทิ ยาศาสตร์ สอบปลายภาค (40 คะแนน)
เอกสารและงานวิจยั ท่เี กย่ี วขอ้ ง - การนาเสนอผลงาน
ปฏบิ ตั ิการโครงงานท่ี 3 หลักการและองค์ประกอบของ - ชนิ้ งาน
การเขียนเคา้ โครงโครงงานวทิ ยาศาสตร์ - แบบทดสอบปรนยั
ปฏบิ ตั ิการโครงงานที่ 4 ข้ันตอนการเขียนเคา้ โครง
โครงงานวิทยาศาสตร์
ปฏิบัตกิ ารโครงงานที่ 5 การเขียนเคา้ โครงของโครงงาน
วิทยาศาสตร์
สอบปฏบิ ตั กิ ารโครงงานวทิ ยาศาสตร์
หน่วยที่ 3
ศึกษาค้นคว้างานวิจัย โครงงานหรือเร่ืองท่ีน่าสนใจด้าน - ทักษะการค้นคว้าหาข้อมลู การ
วทิ ยาศาสตรท์ ้ังภาษาไทยและภาษาตา่ งประเทศ วเิ คราะห์ วเิ คราะห์ สงั เคราะห์ขอ้ มูล
สงั เคราะห์ประเดน็ ทีส่ าคัญ จากนัน้ เรียบเรียงและนาเสนอ - ทักษะการนาเสนอข้อมลู
ผลการคน้ คว้าโดยวธิ ีการสมั มนาผ่านส่อื มลั ติมเี ดีย
หลักสตู รเพม่ิ พนู ประสบกำรณส์ ำหรบั นกั เรียนในโครงกำรพัฒนำศักยภำพนกั เรียน
ทม่ี คี วำมสำมำรถพิเศษด้ำนวทิ ยำศำสตร์ สำขำวชิ ำโครงงำนวทิ ยำศำสตร์
รำยวชิ ำพัฒนำศักยภำพทำงโครงงำนวิทยำศำสตร์ 3 (ว 30296) ปกี ำรศึกษำ 2563 จำนวน 1.0 หน่วยกำรเรยี น
เนื้อหำ ควำมรูพ้ ืน้ ฐำน รปู แบบกำรประเมิน
หน่วยท่ี 1 อตั ราสว่ นคะแนนระหวา่ งภาค :
การศึกษาเทคนิคและเคร่ืองมือที่ใช้ในการทาโครงงาน - ความหมายและความสาคัญของ ปลายภาค = 60 : 40
วิทยาศาสตร์ ความหมายและความสาคัญของเทคนิคและ เทคนคิ และเคร่ืองมือทใ่ี ช้ใน Formative 1 (15 คะแนน)
เคร่ืองมือท่ีใช้ในการทาโครงงานวิทยาศาสตร์ การ โครงงานวทิ ยาศาสตร์ - แบบทดสอบอตั นยั
ยกตัวอย่างเทคนิคและเครื่องมือสาคัญท่ีใช้ในการทา - ตวั อยา่ งเทคนิคและเครื่องมอื - ช้ินงาน
โครงงานวิทยาศาสตร์ การประยุกต์ใช้เทคนิคและ สาคัญทใ่ี ชใ้ นการทาโครงงาน
เครือ่ งมอื ในโครงงานวทิ ยาศาสตร์แต่ละประเภทท่ีแตกต่าง วทิ ยาศาสตร์ Summative (20 คะแนน)
กนั การวิเคราะหข์ ้อมลู โดยใช้สถติ ิบรรยายและสถิตอิ ้างอิง - การประยุกตใ์ ช้เทคนิคและ - แบบทดสอบอัตนยั
เพ่ือใช้ในโครงงานวิทยาศาสตร์ ความหมายและ เคร่อื งมือในโครงงานวทิ ยาศาสตร์ - ชิ้นงาน
ความสาคัญของการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติบรรยาย แตล่ ะประเภท
และสถิติอ้างอิง เทคนิคและการประยุกต์ใช้การวิเคราะห์ - ความหมายและความสาคัญการ Formative 2 (15 คะแนน)
ข้อมูลโดยใช้สถิติบรรยายและสถิติอ้างอิงในโครงงาน วเิ คราะห์ขอ้ มลู โดยใช้สถิติบรรยาย - บรู ณาการสวนพฤกษศาสตร์
วทิ ยาศาสตร์ ตัวอยา่ งการเลือกเทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูล และสถติ ิอา้ งองิ - สอบปฏบิ ัติการโครงงาน
โดยใช้สถิติบรรยายและสถิติอ้างอิงกับข้อมูลอย่าง - การประยุกตก์ ารวิเคราะห์ขอ้ มูล - แบบฝกึ หดั
เหมาะสม โดยใชส้ ถติ บิ รรยายและสถิตอิ า้ งอิง - ชน้ิ งาน
หนว่ ยที่ 2 ในโครงงานวิทยาศาสตร์ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ปฏบิ ตั ิการโครงงานที่ 1 การประยุกต์ใช้เทคนคิ และ - ทักษะการใชว้ สั ดุอุปกรณก์ าร (10 คะแนน)
เครอื่ งมอื ในโครงงานวทิ ยาศาสตร์แต่ละประเภท ทดลองพนื้ ฐานทเ่ี กี่ยวข้องกับ สอบปลายภาค (40 คะแนน)
ปฏิบตั กิ ารโครงงานท่ี 2 การประยกุ ตก์ ารวเิ คราะหข์ อ้ มลู โครงงานวทิ ยาศาสตร์ - การนาเสนอผลงาน
โดยใช้สถิตบิ รรยายและสถติ อิ า้ งองิ ในโครงงาน - ชิ้นงาน
วิทยาศาสตร์ - แบบทดสอบปรนยั
ปฏบิ ตั ิการโครงงานท่ี 3 การเลอื กเทคนิคการวิเคราะห์
ขอ้ มลู โดยใชส้ ถิตบิ รรยายและสถิติอา้ งองิ ในโครงงาน
วิทยาศาสตรท์ ี่เหมาะสม
ปฏบิ ตั กิ ารโครงงานที่ 4 การยกตัวอย่างการเลอื กเทคนิค
การวิเคราะหข์ ้อมลู โดยใช้สถิติบรรยายและสถิติอ้างองิ กบั
ข้อมูลอยา่ งเหมาะสม
สอบปฏบิ ตั ิการโครงงานวิทยาศาสตร์
หนว่ ยท่ี 3
ศึกษาค้นคว้างานวิจัย โครงงานหรือเรื่องที่น่าสนใจด้าน - ทักษะการคน้ คว้าหาขอ้ มูล การ
วทิ ยาศาสตรท์ งั้ ภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ วเิ คราะห์ วิเคราะห์ สังเคราะหข์ ้อมูล
สังเคราะห์ประเดน็ ทส่ี าคัญ จากนั้นเรยี บเรยี งและนาเสนอ - ทกั ษะการนาเสนอข้อมูล
ผลการคน้ คว้าโดยวธิ กี ารสมั มนาผา่ นสอื่ มลั ติมีเดีย
หลักสตู รเพ่ิมพนู ประสบกำรณ์สำหรับนกั เรียนในโครงกำรพัฒนำศักยภำพนักเรียน
ท่ีมีควำมสำมำรถพิเศษด้ำนวิทยำศำสตร์ สำขำวชิ ำโครงงำนวทิ ยำศำสตร์
รำยวชิ ำพัฒนำศักยภำพทำงโครงงำนวทิ ยำศำสตร์ 4 (ว 30297) ปีกำรศึกษำ 2563 จำนวน 1.0 หน่วยกำรเรียน
เนื้อหำ ควำมรพู้ นื้ ฐำน รปู แบบกำรประเมนิ
หนว่ ยท่ี 1 อตั ราส่วนคะแนนระหวา่ งภาค :
การศกึ ษากระบวนการเขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์ - ความหมายและความสาคญั ของ ปลายภาค = 60 : 40
ฉบับสมบูรณ์ ความหมายและความสาคัญของการเขียน การเขยี นรายงานโครงงาน Formative 1 (15 คะแนน)
รายงานโครงงานวิทยาศาสตร์ฉบับสมบูรณ์ หลักการและ วิทยาศาสตร์ฉบับสมบูรณ์ - แบบทดสอบอตั นัย
องค์ประกอบของการเขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์ - หลักการและองคป์ ระกอบของ - ชิ้นงาน
ฉบับสมบูรณ์ ขั้นตอนของการเขียนรายงานโครงงาน การเขียนรายงานโครงงาน
วิทยาศาสตร์ฉบับสมบูรณ์พร้อมยกตัวอย่างของการเขียน วิทยาศาสตรฉ์ บบั สมบูรณ์ Summative (20 คะแนน)
รายงานอย่างถูกต้อง การศึกษากระบวนการนาเสนองาน - ข้ันตอนของการเขยี นรายงาน - แบบทดสอบอตั นยั
โครงงานวิทยาศาสตร์อย่างมีประสิทธิภาพ ความหมาย โครงงานวทิ ยาศาสตรฉ์ บบั สมบรู ณ์ - ชนิ้ งาน
และความสาคัญของ การนา เสน องานโ คร ง ง า น พร้อมยกตัวอย่างของการเขยี น Formative 2 (15 คะแนน)
วิทยาศาสตร์ หลักการและขั้นตอนของการนาเสนองาน รายงานอยา่ งถูกต้อง
โครงงานวิทยาศาสตร์ เทคนิควธิ กี ารนาเสนองานโครงงาน - ความหมายและความสาคัญของ - บรู ณาการสวนพฤกษศาสตร์
วิทยาศาสตร์อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมยกตัวอย่างของ การนาเสนองานโครงงาน - สอบปฏิบัติการโครงงาน
การนาเสนองานโครงงานวิทยาศาสตร์ไดอ้ ย่างเหมาะสม วทิ ยาศาสตร์ - แบบฝึกหดั
- หลกั การและข้ันตอนของการ - ชิ้นงาน
นาเสนองานโครงงานวิทยาศาสตร์ที่
มีประสิทธิภาพ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
หน่วยที่ 2 (10 คะแนน)
ปฏบิ ตั ิการโครงงานท่ี 1 หลกั การและองคป์ ระกอบของ - ทกั ษะการใชว้ สั ดอุ ุปกรณ์การ สอบปลายภาค (40 คะแนน)
การเขยี นรายงานโครงงานวทิ ยาศาสตรฉ์ บับสมบูรณ์ ทดลองพื้นฐานท่ีเก่ียวขอ้ งกับ - การนาเสนอผลงาน
ปฏิบตั ิการโครงงานท่ี 2 เขียนขั้นตอนของการเขยี น โครงงานวทิ ยาศาสตร์ - ช้นิ งาน
รายงานโครงงานวิทยาศาสตร์ฉบบั สมบูรณพ์ รอ้ ม - แบบทดสอบปรนยั
ยกตวั อยา่ งของการเขยี นรายงานอย่างถูกตอ้ ง
ปฏบิ ัติการโครงงานที่ 3 หลกั การและขน้ั ตอนของการ
นาเสนองานโครงงานวทิ ยาศาสตรท์ ี่มปี ระสทิ ธภิ าพ
ปฏิบัตกิ ารโครงงานที่ 4 ยกตัวอยา่ งเทคนคิ วธิ ีการนาเสนอ
งานโครงงานวทิ ยาศาสตรอ์ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
ปฏบิ ตั กิ ารโครงงานที่ 5 การเลอื กเทคนิควธิ ีการนาเสนอ
งานโครงงานวทิ ยาศาสตรอ์ ยา่ งมีประสิทธภิ าพ
สอบปฏบิ ัตกิ ารโครงงานวทิ ยาศาสตร์
หนว่ ยที่ 3
ศึกษาค้นคว้างานวิจัย โครงงานหรือเร่ืองที่น่าสนใจด้าน - ทกั ษะการค้นคว้าหาขอ้ มลู การ
วิทยาศาสตรท์ งั้ ภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ วเิ คราะห์ วิเคราะห์ สงั เคราะหข์ ้อมูล
สงั เคราะห์ประเด็นทสี่ าคัญ จากนัน้ เรียบเรียงและนาเสนอ - ทกั ษะการนาเสนอขอ้ มลู
ผลการค้นคว้าโดยวธิ กี ารสมั มนาผ่านสอื่ มัลตมิ เี ดีย
แนวทำงกำรเรยี นมุง่ สคู่ วำมเป็นเลิศทำงด้ำนวิชำกำร
PAE (Preparation for Academic Excellence)
กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ภำษำตำ่ งประเทศ (ภำษำองั กฤษ)
สงิ่ ท่นี ักเรยี นชน้ั มัธยมศกึ ษำปีท่ี 4 ควรทรำบ
1. การบรหิ ารงานกลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ (ภาษาอังกฤษ) และหอ้ งกลุ่มสาระฯ
2. การติดต่อรับข้อมลู ขา่ วสารของกลมุ่ สาระฯ
3. หลักสูตรวิชาภาษาองั กฤษ ทุกระดบั ชั้น
4. หนังสอื ประกอบการเรียน
5. ลกั ษณะการประเมินผลการเรียน และรางวัลคะแนนยอดเยี่ยม
6. ชมรมภาษาองั กฤษ รวมถึงกลุม่ ยอ่ ย และชมรมในเครือขา่ ย
7. โครงการแลกเปล่ียน และโครงการพเิ ศษตา่ งๆ
8. กจิ กรรมเสริมทักษะภาษาองั กฤษ
9. ลักษณะขอ้ สอบ และตัวอย่างขอ้ สอบ
1. กำรบริหำรงำนกลุ่มสำระกำรเรียนรภู้ ำษำต่ำงประเทศ (ภำษำองั กฤษ)
หัวหนา้ กลมุ่ สาระฯ
รองหัวหน้ากลุ่มสาระฯ รองหวั หน้ากลุ่มสาระฯ รองหัวหนา้ กลุม่ สาระฯ รองหวั หนา้ กลมุ่ สาระฯ
ฝา่ ยวิชาการ ฝ่ายกิจกรรม ฝ่ายธรุ การ ฝา่ ยแผนงาน
หัวหนา้ รายวิชาระดับช้นั ประธานทป่ี รึกษาชมรม สารสนเทศ หัวหน้าโครงการต่างๆ
ครูผสู้ อนในแตล่ ะรายวิชา ครทู ีป่ รกึ ษาชมรม ประชาสมั พันธ์
และแตล่ ะในระดบั ช้นั
2. กำรติดตอ่ รบั ขอ้ มูลข่ำวสำรของกลุม่ สำระฯ
สถำนท่ีรบั ข้อมลู ข่ำวสำรและตดิ ตอ่ กลุม่ สำระฯ
กลุ่มสำระกำรเรียนเรียนรู้ภำษำอังกฤษ ห้อง 263 ตึก 3 ชน้ั 2
นักเรียนสามารถรับข้อมลู ขา่ วสารต่างๆ นอกเหนือจากการประกาศอนิ เตอรค์ อมของโรงเรยี นไดท้ ี่
1. ปา้ ยประชาสัมพันธ์หน้าหอ้ งกลุ่มสาระฯห้อง 263 ตกึ 3 ชน้ั 2
2. ป้ายประกาศตามบอรด์ ตึก โรงอาหาร และหอ้ งแนะแนว
ทั้งน้ี การสมัครเข้าร่วมโครงการพิเศษ หรือการแข่งขันต่างๆเป็นการเร่งด่วน ขอให้นักเรียนฟัง
ประกาศอินเตอร์คอมช่วงเช้าหลังเคารพธงชาติ และจดช่ือครูผู้รับผิดชอบตลอดจนสถานที่ติดต่อให้แม่นยา
เพราะนกั เรยี นอาจจะต้องตดิ ตอ่ คุณครผู ู้รับผดิ ชอบโดยตรงท่ีห้องพักของคุณครทู ่านน้ัน
Website และ e-mail สำคัญ ในการรับข้อมูลข่าวสารของกลุ่มสาระ และข้อมูลเกี่ยวกับการ
เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางภาษา มดี งั ตอ่ ไปนี้
1) www.triamudom.ac.th ปกติกลุ่มสาระฯเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารทางเว็บไซต์โรงเรียน
เช่นที่ผ่านมาแล้ว คือประกาศรายช่ือนักเรียนผู้ผ่านการคัดกรองเข้าร่วมโครงการพัฒนา
ความสามารถพเิ ศษดา้ นภาษาอังกฤษ
2) อีเมล์กลุ่มสาระฯ [email protected] ปกติอีเมล์นี้ยังใช้รับสมัคร
ครูผสู้ อนทงั้ ครไู ทย และครตู ่างชาติ นักเรยี นใช้อีเมลน์ ต้ี ดิ ต่อกับกลุ่มสาระฯได้ถ้ามีคาถามท่ัวๆไป
ที่ไม่ใช้เร่ืองเร่งด่วน สาหรับการสมัครเข้าร่วมโครงการพิเศษ หรือการแข่งขันต่างๆซึ่งต้องการ
ความถูกต้องชดั เจน ขอให้นกั เรียนติดต่อคุณครูผ้รู ับผดิ ชอบโดยตรงท่หี อ้ งพักของคุณครู
3) เว็บไซตใ์ นสังกัดของ สพฐ.
www.obec.go.th เว็บไซต์สานักงานการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน (สพฐ) มีข่าวสารที่เป็นประโยชน์
โดยเฉพาะอย่างย่ิงเกี่ยวกับการสมัครเข้าร่วมโครงการแลกเปล่ียนที่กระท รวงศึกษาธิการรับรอง
และกจิ กรรมการแขง่ ขนั ประเภทตา่ งๆในระดับเขตพื้นท่ี ระดับชาติ และระดบั สากล
www.english.obec.go.th เว็บไซต์สถาบันภาษาอังกฤษ สานักงานการศึกษาข้ันพื้นฐาน
มีข้อมูลท่ีน่าสนใจ เกี่ยวกับกิจกรรมภาษาอังกฤษของ สพฐ. เช่นละครประจาปี การแข่งขันพูด
สุนทรพจน์ ฯลฯ
www.sesao1.go.th เว็บไซต์ของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา กรุงเทพมหานคร เขต
1
4) http://www.njdigital.net/ เว็บไซต์ของบริษัท The Nation ผู้จัดกิจกรรม NJ Spelling Bee
และ การเขียนเรียงความเชงิ สร้างสรรค์ระดบั ชาติ ซ่งึ เรารว่ มกจิ กรรมดว้ ยอย่างสมา่ เสมอ
5) เวบ็ ไซตฝ์ กึ ภาษาอังกฤษดว้ ยตนเองเช่น www.britishcouncil.org, www.englishclub.com,
www.englishpage.com, www.bangkokpost.com, www.bangkokpost.com/learning/
www.student-weekly.com/200415/
www. englishforeveryone. org/ topics/ reading comprehension. htm มี แ บ บ ฝึ ก หั ด
reading comprehension ระดับยาก และเฉลยละเอยี ดใหฝ้ กึ ทา
6) เวบ็ ไซดฝ์ กึ การเขยี นภาษาอังกฤษ
http://www.englishforeveryone.org/Topics/Writing-Practice.htm
http://www.actstudent.org/writing/sample/six.html
http://www.essaybuilder.net/Graphs.html ในการสอบชิงทุนรัฐบาล นกั เรียนควรฝึกเขยี น
เรียงความให้คลอ่ ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ควรฝึกเขียน academic writing ควรฝึกเขียนบรรยาย
ตารางขอ้ มูล ซง่ึ มกั ใช้ในการเรยี นตอ่ ขนั้ สงู หรอื เขยี นงานวิจัยต่อไปในอนาคต
http://www.oknation.net/blog/EnglishClass4You/2014/01/04/entry-2 รวมเว็บไซต์
การฝึกเขยี นเรยี งความให้ประสบความสาเร็จ มีหลายเวบ็ ไซต์ทีน่ า่ สนใจ
หมำยเหตุ กิจกรรมภาษาองั กฤษ หรอื การแข่งขันทักษะภาษาองั กฤษบางประเภท นักเรียนสามารถสมัคร
ได้ดว้ ยตนเองทางเวบ็ ไซต์ แต่สว่ นใหญจ่ ะต้องสมัครผ่านโรงเรียน กลา่ วคอื กลุ่มสาระฯคัดเลือกนักเรียนเป็น
ผแู้ ทนโรงเรยี นเขา้ ร่วมกจิ กรรมนน้ั ๆ สาหรบั กจิ กรรมทนี่ ักเรยี นตอ้ งสมัครผ่านโรงเรยี น หลงั จากทนี่ กั เรียน
ศกึ ษาข้อมลู แล้ว ขอใหต้ ดิ ตอ่ กลุ่มสาระฯ ตึก 3 ชัน้ 2 เพ่ือกลุม่ สาระฯบันทึกขออนุญาตโรงเรียนเขา้ แขง่ ขนั
อย่างเปน็ ทางการต่อไป
3. หลกั สตู รวิชำภำษำอังกฤษ
ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษำปีที่ 4 ตารางแสดงวิชาเรียน หนว่ ยกิต และจานวนคาบเรยี น
สำระกำรเรยี นรู้ แผนกำรเรียน แผนกำร Gifted จำนวนคำบ/
English สปั ดำห์
วทิ ย์-คณิต เรียนภำษำ Program
2
สำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน 2
1.อ 31101 ภาษาอังกฤษ 1 (ภาคเรียนที่ 1) 1.0 1.0 1.0 3
3
2.อ 31102 ภาษาองั กฤษ 2 (ภาคเรียนที่ 2) 1.0 1.0 1.0
1
สำระกำรเรยี นรเู้ พิ่มเตมิ 1
กิจกรรม
3.อ 31201 ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียนเบอื้ งต้น 1 1.5 1.5 1.5 นอกตาราง
เรียน
(ภาค 1) 1.5 1.5 1.5
จำนวนคำบ/
4.อ 31202 ภาษาองั กฤษอ่าน-เขียนเบื้องต้น 2 สปั ดำห์
(ภาค 2) 2
2
5.อ 30201 ภาษาอังกฤษฟัง-พดู 1 (ภาค 1) - 0.5 0.5
2
6.อ 30202 ภาษาองั กฤษฟัง-พดู 2 (ภาค 2) - 0.5 0.5 2
7.อ 30291 ภาษาองั กฤษเพ่ิมพนู ประสบการณ์ 1 - - 0.5
(ประเมนิ ผลจากการรว่ มกิจกรรมเสรมิ หลกั สตู รเมอ่ื สน้ิ
ปีการศกึ ษาครั้งเดยี ว)
ระดับช้นั มธั ยมศึกษำปีที่ 5 ตารางแสดงวิชาเรยี น หน่วยกิต และจานวนคาบเรยี น
สำระกำรเรียนรู้ แผนกำรเรยี น แผนกำรเรยี น Gifted
English
วิทย์-คณิต ภำษำ Program
สำระกำรเรยี นรู้พนื้ ฐำน
1.อ 32101 ภาษาองั กฤษ 3 (ภาคเรยี นที่ 1) 1.0 1.0 1.0
2.อ 32102 ภาษาอังกฤษ 4 (ภาคเรยี นที่ 2) 1.0 1.0 1.0
สำระกำรเรียนร้เู พ่มิ เตมิ
3.อ 32201 ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 (ภาค 1) 1.0 1.0 1.0
4.อ 32202 ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 2 (ภาค 2) 1.0 1.0 1.0
สำระกำรเรียนรู้ แผนกำรเรยี น แผนกำรเรยี น Gifted จำนวนคำบ/
English สปั ดำห์
วิทย์-คณติ ภำษำ Program
1
5.อ 30203 ภาษาอังกฤษฟัง-พูด 3 (ภาค 1) - 0.5 0.5 1
6.อ 30204 ภาษาอังกฤษฟงั -พดู 4 (ภาค 2) - 0.5 0.5 กจิ กรรม
7.อ 30292 ภาษาองั กฤษเพิม่ พนู ประสบการณ์ 2 - - 0.5 นอกตาราง
เรียน
(ประเมนิ ผลจากการรว่ มกิจกรรมเสรมิ หลักสตู รเมอื่
สนิ้ ปกี ารศึกษาคร้ังเดยี ว) จำนวนคำบ/
สปั ดำห์
ระดับชนั้ มัธยมศึกษำปีที่ 6 ตารางแสดงวิชาเรียน หน่วยกติ และจานวนคาบเรียน
2
สำระกำรเรียนรู้ แผนกำรเรยี น แผนกำร Gifted 2
เรยี นภำษำ English
วทิ ย์-คณติ Program 2
*วทิ ย์-ศิลป์ 2
สำระกำรเรียนรูพ้ ืน้ ฐำน 1
1
1.อ 33101 ภาษาอังกฤษ 5 (ภาคเรยี นท่ี 1) 1.0 1.0 1.0 กจิ กรรม
นอกตาราง
2.อ 33102 ภาษาองั กฤษ 6 (ภาคเรียนที่ 2) 1.0 1.0 1.0 เรยี น
3.
สำระกำรเรียนรเู้ พมิ่ เตมิ
3.อ 33201 ภาษาองั กฤษอ่าน-เขยี น 3 (ภาค 1.0 1.0 1.0
1) 1.0 1.0 1.0
4.อ 33202 ภาษาองั กฤษอ่าน-เขียน 4 (ภาค
2)
5.อ 30205 ภาษาอังกฤษฟัง-พูด 5 (ภาค 1) - 0.5 0.5
6.อ 30206 ภาษาอังกฤษฟัง-พดู 6 (ภาค 2) - 0.5 0.5
7.อ 30293 ภาษาองั กฤษโครงงาน - - 0.5
(ประเมนิ ผลจากการร่วมกิจกรรมเสรมิ หลกั สูตรเม่อื
ส้ินปีการศกึ ษาคร้ังเดียว)
หมำยเหตุ
1)*วิทย์-ศิลป์ คือนักเรียนแผนวิทย์-คณิต ระดับชั้นม.6 ที่ไม่ต้องการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ แต่วางแผนที่จะสอบ
เข้า
เรยี นตอ่ ในเสน้ ทางเดียวกับแผนการเรียนภาษา-คณิต ปกติจะเปดิ ตามความต้องการของนักเรยี นเมื่อนักเรยี น
เรียนจบชน้ั ม.5 เปิดไม่เกิน 2 หอ้ งเรยี น นักเรยี นช้นั ม.6 แผนการเรยี นน้ี ไมต่ อ้ งเรยี นวิชำภำษำองั กฤษฟงั -พดู
2) นักเรียนโครงการพัฒนาความสามารถพิเศษด้านภาษาอังกฤษจะแยกจากเพ่ือนร่วมชั้นมาเรียนท่ี ห้อง 262
หรือ
272 ตึก 3 ในคาบเรียนวิชาภาษาอังกฤษ และภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน สำหรับวิชำภำษำอังกฤษฟัง-พูด
นักเรียน โครงกำรฯจะเรยี นที่ห้องเรยี นเดิมกับเพอื่ นร่วมชั้น กลำ่ วคือ ไมต่ ้องย้ำยมำจำกหอ้ งเดิม
3) วชิ าภาษาองั กฤษ 1 สอนโดยครูไทย วชิ าภาษาอังกฤษอา่ น-เขยี น 1 ในจานวน 3 คาบของวิชาน้ี
สอนโดยครไู ทยทา่ นเดยี วกันสองคาบเรียน อกี 1 คำบเรยี นของวิชำน้ี ครูชาวต่างประเทศเป็นผสู้ อน ซง่ึ จะ
เน้นสนทนาภาษาอังกฤษ และฝกึ เขยี นเป็นครั้งคราว ครชู าวตา่ งประเทศจะประเมินผลนกั เรยี นรว่ มกบั ครู
ไทย สาหรบั รายวิชาภาษาอังกฤษฟงั -พูด 1 ของแผนการเรยี นภาษา ครชู าวต่างประเทศเปน็ ผสู้ อน
4. หนงั สอื เรยี นของทกุ ระดับชนั้
มธั ยมศกึ ษำปีที่ 4
อ 31101 ภำษำอังกฤษ 1 (ภำคเรยี นท่ี 1)
อ 31102 ภำษำองั กฤษ 2 (ภำคเรยี นท่ี 2)
หนังสือประกอบการเรยี นการสอน
1. Achievers B1+
2. แบบฝกึ หดั ทีร่ ะดบั ชน้ั ม.4 จัดทาขน้ึ ใชป้ ระกอบ
3. หนงั สอื อ่านนอกเวลารายวชิ าละ 1 เล่ม ต่อ 1 ภาคเรียน
หมายเหตุ: นกั เรยี นโครงการพัฒนาความสามารถพิเศษดา้ นภาษาองั กฤษ ชัน้ ม. 4 ใชเ้ อกสาร
ประกอบการสอนจัดทาโดยคณะครผู ูส้ อนของโครงการ และหนังสอื อ่านประกอบซึง่ ครูผูส้ อนจะแจ้งให้
ทราบ
อ 31201 ภำษำอังกฤษอ่ำน-เขยี นเบอื้ งตน้ 1 (ภำคเรยี นที่ 1)
อ 31202 ภำษำองั กฤษอำ่ น-เขยี นเบอ้ื งต้น 2 (ภำคเรยี นท่ี 2)
1. หนงั สือ Achievers B2
2. หนงั สืออา่ นนอกเวลารายวิชาละ 1 เลม่ ตอ่ 1 ภาคเรยี น
หมายเหตุ: นักเรยี นโครงการพัฒนาความสามารถพิเศษดา้ นภาษาอังกฤษ ชนั้ ม. 4 ใช้ เอกสารท่ีกลุ่มสาระฯ
จดั ทาขน้ึ ประกอบท้ังสองภาคเรยี น สว่ นหนังสืออา่ นประกอบจะแจง้ ให้นักเรียนทราบภายหลงั
อ 30201 ภำษำอังกฤษฟัง-พูด 1 (ภำคเรียนที่ 1)
อ 30202 ภำษำอังกฤษฟัง-พดู 2 (ภำคเรียนที่ 2)
ใช้เอกสารประกอบการสอนทคี่ ณะครูจดั ทาขึ้น
มธั ยมศกึ ษำปที ่ี 5
อ 32101 ภำษำอังกฤษ 3 (ภำคเรียนที่ 1)
อ 32102 ภำษำองั กฤษ 4 (ภำคเรียนท่ี 2)
หนงั สือประกอบการเรยี นการสอน:
1. Achievers B2
2. แบบฝกึ หัดที่ระดบั ช้นั ม.5 จัดทาขนึ้
3. หนังสืออา่ นนอกเวลารายวชิ าละ 1 เลม่ ตอ่ 1 ภาคเรยี น
หมายเหต:ุ นักเรยี นโครงการพฒั นาความสามารถพิเศษดา้ นภาษาองั กฤษ ชั้นม. 4 ใชเ้ อกสาร
ประกอบการสอนจดั ทาโดยคณะครูผสู้ อนของโครงการ และหนังสืออา่ นประกอบซงึ่ ครูผ้สู อนจะแจ้งให้
ทราบ
อ ภำษำองั กฤษอ่ำน-เขยี น 1 (ภำคเรียนที่ 1)
อ ภำษำอังกฤษอ่ำน-เขียน 2 (ภำคเรยี นที่ 2)
หนังสอื ประกอบการเรยี นการสอน: Achievers B2
และแบบฝกึ หดั ท่ีระดับชัน้ ม.5 จดั ทาข้นึ ใชป้ ระกอบ
2. หนงั สืออา่ นนอกเวลารายวิชาละ 1 เล่ม ตอ่ 1 ภาคเรียน
หมายเหตุ: นกั เรียนโครงการพัฒนาความสามารถพเิ ศษด้านภาษาองั กฤษ ช้นั ม. 5 ใช้ เอกสารท่คี รูผสู้ อน
จัดทาข้ึนประกอบท้ังสองภาคเรยี น ส่วนหนงั สอื อ่านประกอบจะแจ้งให้นกั เรยี นทราบภายหลัง
อ 30203 ภำษำอังกฤษฟงั -พูด 3 (ภำคเรียนที่ 1)
อ 30204 ภำษำอังกฤษฟงั -พดู 4 (ภำคเรยี นท่ี 2)
หนังสือประกอบการเรียนการสอนใช้เอกสารที่ครูผ้สู อนจดั ทาขน้ึ
มัธยมศึกษำปที ี่ 6
อ 33101 ภำษำอังกฤษ 5 (ภำคเรียนท่ี 1)
อ 33102 ภำษำอังกฤษ 6 (ภำคเรียนที่ 2)
หนงั สอื ประกอบการเรียนการสอน:
1. เอกสารที่คณะผสู้ อนจดั ทาขน้ึ
2. Supplementary exercise
3. ภาคเรยี นที่ 1 ใช้หนงั สอื อา่ นนอกเวลารายวิชาละ 1 เลม่
อ ภำษำอังกฤษอ่ำน-เขยี น 3 (ภำคเรยี นที่ 1)
อ ภำษำอังกฤษอ่ำน-เขยี น 4 (ภำคเรยี นที่ 2)
หนังสือประกอบการเรยี นการสอน:
1. หนงั สอื ที่ระดบั ชน้ั ม.6 จดั ทาขน้ึ โดยผูส้ อน
2) หนงั สอื อ่านนอกเวลารายวิชาละ 1 เลม่
อ 30205 ภำษำองั กฤษฟัง-พูด 5 (ภำคเรยี นท่ี 1)
อ 30206 ภำษำอังกฤษฟงั -พูด 6 (ภำคเรยี นท่ี 2)
ใช้เอกสารประกอบการเรียนการสอนท่ีครูผสู้ อนจดั ทาขึ้น
5. กำรประเมินผลกำรเรยี น
คาบเรียนที่ 1 ครูผูส้ อนจะแจง้ การแบง่ บทเรียน และการประเมนิ ผลการเรยี นซ่ึงนักเรยี นควรจดบันทึกไว้
การประเมินผลวิชาภาษาอังกฤษ (1-6) เปน็ การประเมนิ ครบทกุ ทกั ษะวชิ าเดยี ว
ในทนี่ ี้ จะกลา่ วถึงการเกบ็ คะแนนของทุกวชิ ามลี กั ษณะทเี่ หมอื นกันดงั นี้
1. กำรเก็บคะแนนกอ่ นกำรสอบกลำงภำค (Formative 1) – 10 คะแนน
ไม่ใช่การสอบตามตารางสอบของโรงเรียน แต่เป็นการมอบหมายงานเขียน ให้ส่งภายในระยะเวลา
ท่ีกาหนด หรือนัดหมายสอบเก็บคะแนนย่อย ระดับชั้นม.4 ที่ผ่านมาได้มอบหมายให้นักเรียน
ทา Scrapbook สาหรบั ปีการศกึ ษานี้ คณุ ครปู ระจาวิชาจะแจ้งรายละเอยี ดใหท้ ราบภายหลัง
วิชาภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน ห้องท่ีครูต่างชาติสอน (แผนการเรียนวิทย์-คณิต) จะได้รับการประเมิน
โดยครูต่างชาตติ ามข้อตกลงรว่ มกนั กับคณุ ครู
1. กำรสอบกลำงภำค – 30 คะแนน (คะแนนน้ีไม่รวมคะแนนสอบหนังสอื นอกเวลา)
ลักษณะ เป็นการสอบตามตารางสอบของโรงเรียน ทดสอบเร่ืองที่เรียนไปแล้ว มักเน้นความเข้าใจ
การนาไปใช้ มากกว่าความจา กอ่ นวนั สอบประมาณ 1 สัปดาห์ หัวหน้าระดบั จะแจ้งลักษณะข้อสอบ
ให้ครูผู้สอนแจ้งนักเรียนให้ทราบท่ัวกัน นักเรียนจะทราบจานวนข้อ คะแนนของแต่ละส่วน
และทราบลักษณะข้อสอบเช่นเป็นแบบอ่านข้อความแล้วเลือกข้อท่ีถูกต้องจากตัวเลือก 4 ตัว หรือให้
หาข้อความที่ใช้ไวยากรณ์ผิด เป็นต้น นอกจากน้ันหัวหน้าระดับจะแจ้งขอบข่ายของเน้ือหาว่า
ครอบคลุมบทเรียนที่เรียนไปแล้วเรื่องใดบ้าง ข้อสอบกลางภาคมักจะมีส่วนที่นักเรียนต้องเขียนบรรยาย
บ้างเล็กนอ้ ย
เวลำสอบ
- การสอบวชิ าภาษาองั กฤษ 1-6 ใชเ้ วลา 75 นาที
- การสอบวิชาภาษาอังกฤษอา่ น-เขียน 1-6 ใชเ้ วลา 75 นาที
- การสอบวิชาภาษาองั กฤษฟงั -พูด 1-6 ใช้เวลา 30 นาที
- การสอบหนงั สือนอกเวลา ใช้เวลา 30 นาที
- นกั เรยี นโครงการพฒั นาความสามารถพเิ ศษดา้ นภาษาอังกฤษ จะสอบนอกตาราง ข้ึนอย่กู บั
การนัดหมายของครูผ้สู อน
กำรสอบหนงั สือนอกเวลำ
แตล่ ะภาคเรยี นช่วงการสอบกลางภาคจะมีการสอบหนงั สือนอกเวลา 2 เล่ม (ไม่ได้สอบวันเดยี วกัน)
ใชเ้ วลาทาข้อสอบ 30 นาที นักเรยี นจะต้องจดบันทึกใหด้ ีวา่ เล่มใดประกอบการประเมนิ ผลวชิ าภาษา
อังกฤษเล่มใดประกอบการประเมินผลวิชาภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน นักเรียนควรแบ่งเวลาในการอ่าน
ให้ดีเพ่ืออ่านให้ทันสอบ โดยสรุป ในแต่ละปีการศึกษา นักเรียนจะได้อ่าน นวนิยายท่ีมีคาศัพท์
และสานวนเหมาะสมกับระดับชั้น 4 เล่ม บางเล่มปรับปรุงจากวรรณกรรมอมตะ บางเล่ม
จากวรรณกรรมรว่ มสมัยหลายเลม่ เคยทาเปน็ ภาพยนตร์แล้ว
จะไม่มีการสอนหนังสือนอกเวลาในห้องเรียน แต่ชมรมภาษาอังกฤษอาจจะจัดละคร
จัดกิจกรรมพิเศษเช่นเสวนา หรือตอบปัญหาจากเร่ือง เพ่ือฝึกให้นักเรียนวิเคราะห์หนังสือนอกเวลา
ได้ ก่อนสอบหัวหน้าระดับอาจแจ้งลักษณะพิเศษของข้อสอบหนังสือนอกเวลา บอกแนวทางการ
วเิ คราะหเ์ ร่อื งใหน้ ักเรียนทราบก่อนสอบ ผ่านครผู ู้สอนทุกคนได้บา้ ง
จุดประสงคข์ องการจัดให้มีการอา่ น และการสอบหนงั สือนอกเวลา คอื ปลกู ฝงั ใหน้ ักเรียนมี
นิสัยรักการอ่าน และได้อ่านเร่ืองหลากหลายประเภท ได้ฝึกวิเคราะห์แก่นเร่ือง (theme) วิเคราะห์
เน้อื เรอ่ื ง (plot) ตัวละคร (character) การกระทา การตัดสนิ ใจของตัวละคร หาข้อขดั แย้ง (conflict)
หาความเช่ือมโยงระหว่างตัวละคร ระหว่างเหตุการณ์และระยะเวลาต่างๆ ดูอิทธิพลของเวลายุคสมัย
และสถานท่ีท่ีมีต่อการใช้ชีวิตของตัวละคร หรือการตัดสินใจของตัวละคร ฯลฯ สาหรับชั้นม.4
การวิเคราะห์ไม่ซบั ซอ้ นนกั
แต่จุดประสงค์หลกั ของการอ่านหนังสือนอกเวลาคือเพ่ือเพิ่มพูนทักษะการอ่าน ซึ่งจะส่งผล
ดีให้นักเรียนเกิดความสามารถในการใช้ทักษะอ่ืนๆอย่างคล่องแคล่วต่อไป เพราะฉะน้ัน นักเรียนจึง
ควรอ่านฉบับที่ได้รับจากโรงเรียน ไม่ควรไปหาบทแปล หรืออ่านเฉพาะบทคัดย่อ เพราะจะไม่ได้รับ
ประโยชนแ์ ตอ่ ย่างใด นกั เรยี นควรฝึกตนเองใหม้ ีวนิ ยั ในการอ่านให้สมา่ เสมอ
ลกั ษณะขอ้ สอบของหนังสอื นอกเวลา มักจะเปน็ ประเภท
1) Multiple choice เลอื กคาตอบที่ถกู ต้องจาก 4 ตวั เลอื ก
2) ยกข้อความเดน่ ๆจากเรื่องถามตัวละคร สถานท่ี
3) True – false เลอื กคาตอบทถ่ี กู หรือผิด
4) เขียนตอบคาถามสัน้ ๆ
5) เลือกคาหรอื ข้อความทีถ่ กู ตอ้ งมาเติม passage เปน็ การสรุปบทคดั ย่อเนื้อเรื่อง
จานวนข้อหนังสือนอกเวลา ประมาณ 30 ข้อ แล้วทอนคะแนนเหลือ 10 คะแนน
เก็บในช่องคะแนน formative 2 (โปรดอ่านข้อ 3 ขา้ งล่าง)
2. กำรเก็บคะแนนหลังกำรสอบกลำงภำค (Formative 2) – 20 คะแนน
ลักษณะ การเก็บคะแนนหลังการสอบกลางภาค ไม่จัดเข้าตารางสอบ การเก็บคะแนนช่วงน้ีมักเป็น
การบูรณาการคะแนนระหว่างวิชาภาษาอังกฤษกับกลุ่มสาระฯอ่ืน หรือบูรณาการกับกิจกรรมต่างๆ
เช่น ให้นักเรียนเขียนบรรยายบทบาทและหน้าท่ีของตนในช่วงกิจกรรมกีฬาสี (บูรณาการ
กบั กสร.สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา) เปน็ ตน้
อย่างไรก็ตาม อาจเปน็ การเกบ็ คะแนนในลักษณะอ่ืนรวมอยบู่ ้าง เช่นทดสอบทักษะฟงั ทดสอบศัพท์
สานวน หากเป็นการสง่ งานเขยี นนักเรยี นต้องวางแผนการทางาน เพื่อสง่ งานใหท้ ัน เพราะหลังการสอบ
กลางภาค นักเรียนอาจจะเหลือเวลาเรยี นไม่ถงึ 1 เดอื น นักเรียนตอ้ งสอบปลายภาคตอ่ ไป
สัดส่วนคะแนน การเก็บคะแนน Formative 2 แบ่งออกเป็น การเก็บคะแนนงานที่ครูมอบหมาย
10 คะแนนรวมกับคะแนนสอบหนังสือนอกเวลา (ซ่ึงนักเรียนสอบไว้แล้วเมื่อตอนสอบกลางภาค)
10 คะแนน เป็นคะแนนเกบ็ formative 2 ท่จี ะบันทึกไว้จานวน 20 คะแนน
3. กำรเก็บคะแนนคุณลักษณะ 10 คะแนน ลักษณะการเก็บคะแนนจะเหมือนกับรายวิชาอื่นๆ
ของกลุ่มสาระฯ อน่ื คะแนนคณุ ลกั ษณะ 10 คะแนน แบ่งเปน็ 10 หวั ข้อๆ ละ 1 คะแนน ดงั นี้
1)รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ 5) อยอู่ ย่างพอเพียง 8) มจี ติ สาธารณะ
2) ซอื่ สตั ย์ สุจรติ 6) มุ่งม่นั ในการทางาน 9) รูจ้ ักปรบั ตวั
3) มีวินัย 7) รกั ความเปน็ ไทย 10) เปน็ ผู้นา
4) ใฝเ่ รยี นรู้
4. กำรสอบปลำยภำค - 30 คะแนน
ลกั ษณะ เป็นการสอบตามตารางสอบของโรงเรียน ลักษณะเหมือนกบั การสอบกลางภาค แตจ่ ะไม่มี
การเขียนตอบ หรอื เขียนบรรยาย ขอ้ สอบปลายภาคของทกุ รายวชิ ามีลักษณะเดียวคือเปน็ แบบเลือก
คาตอบท่ีถูกต้อง มีตัวเลือก 2 – 4 ตัวเลือก หรืออาจจะมีถึง 5 ตัวเลือก ยกเว้นข้อสอบ Oral
paper ซึ่งจะกลา่ วถงึ ตอ่ ไป
ขอ้ สอบปลายภาคของวิชาภาษาองั กฤษ (1-6) แบง่ ออกเปน็ 2 สว่ น คือ
1. Written Paper 60 ข้อ75 นาที (เป็นการสอบวัดความสามารถทางภาษาของวิชานั้นๆ
เหมอื นข้อสอบกลางภาคท่กี ล่าวไปแล้วข้างตน้ )
2. Oral Paper 40 ข้อ 30 นาที (ขอให้อ่านหวั ขอ้ ตอ่ ไปด้านลา่ ง)
เวลำสอบ
- การสอบวิชาภาษาอังกฤษ 1-6 ใช้เวลา 75 นาที
- การสอบวชิ าภาษาองั กฤษอา่ น-เขียน 1-6 ใช้เวลา 75 นาที
- การสอบวชิ าภาษาองั กฤษฟัง-พดู 1-6 ใชเ้ วลา 40 นาที
- การสอบ Oral paper ซ่ึงเปน็ ส่วนหน่ึงของวชิ าภาษาองั กฤษ (1-6) ใชเ้ วลา 30 นาที
- สาหรับนักเรียนโครงการพัฒนาความสามารถพิเศษด้านภาษาอังกฤษ จะเป็นการสอบนอกตาราง
ขึน้ อยู่กับการนดั หมายของครผู ู้สอน
กำรสอบ Oral Paper – 10 คะแนน
ลักษณะ นักเรียนฟังข้อความที่ครูต่างชาติอ่านสด หรือบันทึกเทปไว้ ฟังคาถาม แล้วเลือกคาตอบ
ที่ถูกต้อง เน่ืองจากแต่ละระดับชั้นมีครูต่างชาติสอน 2 คนเป็นอย่างน้อย ตามปกติ ก่อนวันสอบครูผู้อ่าน
จะบันทึกเทป ทา ‘mock test’ ข้อสอบเลียนแบบของจริง ให้นักเรียนชั้น ม.4 ฝึกทาก่อนสอบปลายภาค
ในภาคเรยี นท่ี 1
สดั ส่วนคะแนนสอบปลำยภำค 30 คะแนน
1. คะแนนสอบปลายภาค written paper 20 คะแนน
2. คะแนนสอบ oral paper 10 คะแนน คาชี้แจง สาหรับม.6 การเก็บคะแนนที่รวมอยู่ในคะแนน
Oral paper อาจเป็นการประเมนิ ผลจากการนาเสนองาน (presentation) สอบอา่ นและสนทนา
กับครูผู้สอน (conversation), การประชุมระดมพลังสมอง (brainstorming/ discussion) หรือเล่า
เร่ืองท่ตี นสนใจ
หลังการสอบกลางภาค ครูผู้สอนจะนัดหมายนักเรียนให้มาสอบอ่านหรือเก็บคะแนนปาก
เปล่าตามสถานท่ที ีต่ กลงกัน
รวมคะแนนสอบ 100 คะแนน ทกุ วิชา
รำงวัลคะแนนยอดเยีย่ ม
เช่นเดียวกับวิชาอื่นๆ นักเรียนที่มีผลการเรียนยอดเยี่ยมในวิชาภาษาอังกฤษแต่ละรายวิชา
โดยพิจารณาจากคะแนนสอบกลางภาคและคะแนนสอบปลายภาคของท้ังสองภาคเรียน จะได้รับโล่รางวัล
ในพิธไี หว้ครู วิชาละ 1 โลเ่ ป็นอยา่ งนอ้ ย ขน้ึ อยู่กับจานวนผไู้ ด้คะแนนสงู สดุ
สาหรับนักเรียนโครงการพัฒนาความสามารถพิเศษด้านภาษาอังกฤษ นักเรียนมีสิทธ์ิได้รับโล่จากผล
การแข่งขันกิจกรรมภาษาอังกฤษยอดเยี่ยมซ่ึงจัดโดยหน่วยงานภายนอก เช่นเดียวกับนักเรียนภาคปกติ
นกั เรียนมีสทิ ธิไ์ ดร้ บั การพิจารณารับโลจ่ ากรายวชิ าภาษาองั กฤษฟัง-พูดรว่ มกับนักเรียนภาคปกติ แต่สาหรับโล่
ผลการเรียนภาษาอังกฤษยอดเย่ียม จะได้รับในปีสุดท้ายเท่าน้ัน เพราะจะพิจารณาจากผลการเรียนวิชา
ภาษาอังกฤษและผลการเข้ารว่ มกจิ กรรมภาษาองั กฤษโดยภาพรวมตลอด 3 ปี
6. ชมรมของกลุ่มสำระกำรเรยี นร้ภู ำษำภำษำอังกฤษ
การรับสมคั รสมาชิกชมรมเพ่ือเข้าพบกลุ่มทากิจกรรมในคาบเรยี นที่ 8 วนั จันทร์ จะเร่มิ ในสัปดาห์ที่ 1
หรือ 2 หลังเปิดภาคเรียน หากชมรมใดมีการคัดเลือกก่อน (audition) ขอให้นักเรียนฟังประกาศตอนเช้า
และเข้าร่วมการคัดเลอื กตามนัดหมาย การคัดเลือกจะดาเนินการร่วมกันโดยครูที่ปรึกษาชมรม และนักเรียน
รนุ่ พ่ี สถานท่ีพบกลุ่มชมรมภาษาองั กฤษคือตึกศลิ ปะ ตึก 3 และ ตกึ 60 ปี
รายละเอยี ดของชมรมภาษาอังกฤษ และชมรมทีค่ รใู นกลมุ่ สาระฯ รบั ผิดชอบมีดงั นี้
1) ชมรมภาษาอังกฤษ - ฝึกทักษะภาษาอังกฤษท่ัวไป รับนักเรียนประมาณ 300 คน จากทุก
ระดับช้ัน
ประธานครูท่ีปรกึ ษาชมรมภาษาองั กฤษคือ ครอู ังคณา อินทรกั ษา (พกั ท่ตี ึกคุณหญงิ หรัง่ ฯ)
2) ชมรมภาษาอังกฤษกล่มุ ย่อย - ฝึกทักษะภาษาอังกฤษเฉพาะทาง บางกลุม่ มีการคัดเลอื ก
(audition) กอ่ นลว่ งหนา้ กลุม่ ย่อยของชมรมภาษาอังกฤษมดี ังนี้
2.1 กลุ่ม English Quiz รับไม่เกิน 20 คน มี audition ขอแนะนาให้นักเรียนที่มีความสนใจเข้า
แขง่ ขนั ตอบปัญหาภาษาองั กฤษรายการสาคญั ๆมาสมคั รคัดเลือก
2.2 กล่มุ English for Tourism รับ 30 คน
2.3 กลุ่ม English Drama รับ 20 – 25 คน กลุ่มน้ีได้รับความคาดหวังกับการทางานสูง
จงึ มaี udition เชน่ กนั
2.4 กลุ่ม English Debate รับ 30 คน (พบกลุ่มท่ีห้อง 262 ตึก 3) เป็นอีกกลุ่มท่ีได้รับความ
คาดหวงั กบั การทางานสูง จงึ มีaudition
2.5 กลุ่ม Public speaking รับ 20 – 25 คน มีaudition
2.6 กลมุ่ Spelling Bee รับ 30 คน
2.7 กลุ่ม The Oracle ทาวารสารภาษาองั กฤษ รบั 15 - 20 คน
2.8 ชมรมขบั รอ้ งประสานเสียง อพี ี คอรัส รบั นักเรียนประมาณ 50 คน มี audition
4) ชมรม crossword
5) ชมรมแลกเปลยี่ นวัฒนธรรม
7. โครงกำรแลกเปลี่ยน และโครงกำรพิเศษตำ่ งๆ
นักเรียนจะทราบจากประกาศชว่ งเชา้ และทางเว็บไซต์โรงเรยี น โครงการภายใน ร.ร.มดี ังน้ี
1. โครงการแลกเปลี่ยนกับ ร.ร.Swiss Cottage และร.ร. St. Andrew College ประเทศสิงคโปร์
ประมาณ 4 -5 วัน
2. โครงการ English Week พบกับกิจกรรมท้าทายต่างๆในสัปดาห์ภาษาอังกฤษประมาณเดือน
มถิ นุ ายนหรือกรกฎาคมของทกุ ปี
3. โครงการ English Camp สาหรับนกั เรียนโครงการพัฒนาความสามารถพิเศษด้านภาษาอังกฤษ
ภาคเรยี นที่ 1 เดอื นมถิ ุนายนหรอื กรกฎาคม
4. โครงการ English Camp สาหรับนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาทุกแผนการเรียน
ทุกระดับช้ัน จัดให้เข้าร่วมตามความสมัครใจ ผู้จัดคือกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
(ภาษาอังกฤษ) กิจกรรมบางสว่ นเป็นหนา้ ทขี่ องนักเรียนโครงการพัฒนาความสามารถพิเศษด้าน
ภาษาอังกฤษ จะจัดในภาคเรยี นที่ 2 (ระหว่างเดอื นมกราคม - มีนาคม)
5. การสอนเสรมิ วันเสาร์ คอรส์ เรยี นที่เปิดสอนคือ ภาษาอังกฤษสาหรับ นร.ชัน้ ม.4 การเตรยี มตัว
สอบเข้ามหาวิทยาลัยสาหรับนักเรียนช้ันม.5 และ ม.6 สนทนาภาษาอังกฤษและการเขียน
สาหรบั นกั เรียนทุกระดบั ช้นั
6. โครงการพัฒนาศักยภาพนักเรยี น กจิ กรรมตามโครงการนี้จัดโดยหน่วยงานภายนอกกลุ่มสาระฯ
อานวยความสะดวกใหน้ กั เรยี นได้เขา้ ร่วม โดยการรับสมัคร แจ้งขา่ ว และนานกั เรียนเข้าแข่งขัน
ตลอดจนจัดการฝึกซ้อมให้ ผู้เข้าร่วมเป็นนักเรียน ร.ร.เตรียมอุดมศึกษาทุกคนที่สนใจกิจกรรม
พฒั นาตนเอง
หมำยเหตุ สาหรบั โครงการแลกเปลีย่ นอน่ื ๆ กลมุ่ สาระฯขอให้นักเรยี นปรกึ ษางานแนะแนว
ของโรงเรียน ในการเลอื กโครงการแลกเปลย่ี นท่ีน่าเชื่อถือ สาหรบั โครงการแลกเปล่ยี นทร่ี ว่ มมือกบั
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ) เช่นแลกเปลี่ยนกับโรงเรียนในรัฐวิสคอนซิน
สหรฐั อเมริกาขอให้นกั เรียนตรวจดเู ว็บไซด์ของสพฐ.ท่แี จง้ ไวใ้ นหวั ข้อท่ี 2
8. กจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะภำษำอังกฤษตำมโครงกำรพัฒนำศกั ยภำพนกั เรยี น
กลุ่มสาระฯยินดีสนับสนุนให้นักเรียนทุกแผนการเรียน เข้าร่วมกิจกรรมสาคัญๆซึ่งจัดโดยหน่วยงาน
ภายนอกโดยเสมอภาค เพ่ือพัฒนาศักยภาพทางภาษาอังกฤษของตน และฝึกฝนการทางานร่วมกัน
ฝีกการใช้ทักษะการจัดการ บางกิจกรรมนักเรียนเข้าร่วมได้โดยไม่ต้องมีการคัดเลือก แต่กิจกรรมที่มีผู้สนใจ
มาก และเป็นงานระดับประเทศ จาเป็นต้องมีการคัดเลือกโดยกลุ่มสาระฯ ผู้สนใจขอให้ตั้งใจฟังประกาศ
จากโรงเรียนตอนเช้า ดูประกาศทางเวปไซต์ ร.ร. เว็บไซต์ สพฐ ดูประกาศหน้ากลุ่มสาระฯ ขอให้มาสมัคร
และมาฝึกฝนพัฒนาตนเองกับกลุ่มสาระฯตามนัดหมาย บางกิจกรรมมีวิทยากรรับเชิญ บางกิจกรรม
อานวยการฝกึ ซ้อมโดยคุณครูในกลุ่มสาระฯ กิจกรรมดังกลา่ วมีดงั นี้
1) กจิ กรรมการแข่งขนั โต้สาระวาที ผู้สนใจจากทกุ แผนการเรียน ควรสมคั รชมรมภาษาองั กฤษกลุ่ม
English Debate มีการโต้สาระวาทีระดับมัธยมศึกษาประเภทท่ีแข่งขันร่วมกับโรงเรียนเอกชน
โรงเรียนนานาชาติ และโรงเรียนต่างประเทศที่เดินทางมาเข้าร่วม รายการสาคัญจัดอาทิ เช่น
การแข่งขันโต้สาระวาทีจัดโดย สพฐ. มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นต้น ท้ังนี้นักเรียนท่ีชนะเลิศการแข่งขันจะมีผลงานดีเด่นใน
แฟ้มสะสมงาน ได้รับการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยช้ันนาในต่างประเทศ ได้รับทุนเล่าเรียนหลวง
ตลอดจนทุนรัฐบาลตา่ งๆ
2) กิจกรรมการแข่งขันเพชรยอดมงกุฎ เป็นกิจกรรมระดับประเทศที่สาคัญ และนักเรียนรอคอย
ประเภทหนึ่ง ผู้เข้าร่วมเป็นนักเรียนช้ันเยี่ยมของแต่ละร.ร.ท่ัวประเทศ ท้ังโรงเรียนรัฐบาล
โรงเรียนเอกชน และโรงเรียนนานาชาติ นักเรียนเตรียมอุดมศึกษามีสิทธ์ิเข้ารับการคัดเลือก
จาก ร.ร. เมื่อเรียนช้ันม.5 และ ม.6เท่าน้ัน ส่วน นร.ชั้น ม.4 ท่ีสนใจขอให้นักเรียนสมัครเอง
ประเภทที่สมัครโดยไม่ผ่าน ร.ร. เพ่ือทดสอบความสามารถ ทั้งน้ีการแข่งขันเพชรยอดมงกุฎ
ภาษาอังกฤษในปีท่ีผ่านมา นักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาสามารถได้รับรางวัลชนะเลิศ
เหรยี ญทอง เหรยี ญเงนิ เหรียญทองแดง และรางวลั ชมเชย
3) กิ จ ก ร ร ม ก า ร แ ข่ ง ขั น ล ะ ค ร ป ร ะ จ า ปี ภ า ษ า อั ง ก ฤ ษ จั ด โ ด ย ส ถ า บั น ภ า ษ า อั ง ก ฤ ษ
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ร.ร.เตรียมอุดมศึกษา
เคยได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ และได้รับรางวัลในอันดับดีทุกปีในระดับภาค
และระดับประเทศ
4) กิจกรรมการแขง่ ขัน Spelling Bee นกั เรียนเขา้ รว่ มกจิ กรรมจดั โดยบรษิ ทั The Nation ทุกปี
นักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาได้รับรางวัลชนะเลิศท้ังระดับภาคและระดับประเทศ
ได้รับทุนการศึกษาและทัศนศึกษา ณ ประเทศต่างๆ นักเรียนที่ผ่านเข้ารอบต่างๆจะได้รับเกียรติ
บัตรทาแฟ้มสะสมงานส่วนตน กิจกรรมน้ีมิใช่เป็นเพียงการฝึกสะกดคาศัพท์ แต่เน้นความหมาย
ของศัพท์ ความรู้เร่ืองคาพ้องรูปพ้องเสียง และท่ีสาคัญคือการออกเสียงคา (Pronunciation)
เปน็ กิจกรรมที่ใหท้ ัง้ สาระ และความบนั เทงิ แก่นกั เรียนอกี ด้วย
5) กิจกรรมแข่งขันทกั ษะภาษาอังกฤษต่างๆ เชน่ ตอบปัญหาภาษาอังกฤษ นาเสนองานภาษาอังกฤษ
แนะนาสถานที่ท่องเทียว เป็นกิจกรรมซ่ึงจัดโดยหน่วยงานต่างๆ เช่น British Council,
หรือมหาวิทยาลัยต่างๆ ปีที่ผ่านมานักเรียนได้รับรางวัลชนะเลิศ และรางวัลต่างๆ ผลการเข้า
ร่วมกิจกรรมอยู่ในเกณฑ์ดี สาหรับนักเรียนที่สนใจการตอบปัญหาภาษาอังกฤษควรมา audition
เขา้ กลมุ่ English Quiz เพื่อจะได้มโี อกาสฝกึ ซ้อมเป็นประจาในคาบกจิ กรรมชมรม
6) กิจกรรม Impromptu Speech ระดับประเทศ จัดโดย สพฐ. และสถาบันการศึกษาต่างๆ
นักเรียนที่สนใจสมัครเป็นผู้แทนโรงเรียนเข้าร่วมกิจกรรมแข่งขันพูดสุนทรพจน์ ควรเป็นสมาชิกกลุ่ม
Public Speaking ของชมรมภาษาอังกฤษเพื่อที่จะได้ฝึกฝนเป็นประจาในคาบเรียนกิจกรรม
ชมรม
7) กิจกรรมประกวดเรียงความ รายการใหญ่ระดับประเทศที่นักเรียนเคยเข้าร่วม จัดโดยกระทรวง
ต่างประเทศ และอีกหลายสถาบนั การศึกษา สว่ นการแขง่ ขันท่กี ลุ่มสาระฯแนะนาให้เข้ารว่ มเป็น
ประจาทุกปีคือ Junior Dublin Literary Awards for Thailand จัดโดย บริษัทThe Nation
และ สถานทูต Ireland นักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาเคยได้รับรางวัลชนะเลิศ 3 ปี
เคยได้รางวัลเป็นการเดินทางไปประเทศ Ireland เพื่อร่วมงานนักเขียนโลกด้วย กิจกรรมนี้เป็น
การเขียนเรียงความ 800 - 1,200 คา น่าสนใจมากเพราะเป็นการฝึกให้นักเรียนถ่ายทอด
ความคิด และจินตนาการเขียนเรียงความเชิงสร้างสรรค์ (Creative writing) นักเรียนทุกคนมี
สิทธิ์ส่งผลงานได้เองโดยไม่ต้องผ่านกลุ่มสาระฯ แต่ส่งผ่านเว็บไซต์ www.247friend.net
หัวข้อเรียงความจะแจ้งให้ทราบประมาณเดือน ต.ค- ธ.ค.ของทุกปี ท้ังน้ีคุณครูในกลุ่มสาระฯ
ยินดชี ่วยวิจารณ์เรียงความของนกั เรยี นเพื่อไดป้ รับปรุงผลงานของตนก่อนส่ง
8) กิจกรรมประกวดการแปลภาษาอังกฤษ-ไทย จัดร่วมกันระหว่างศูนย์การแปลและล่าม
เฉลิมพระเกียรติ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัท Cyber-Dict
นักเรียนเคยได้รางวัลชนะเลศิ ไดล้ ขิ สิทธ์กิ ารแปลการ์ตูนกบั สานักพิมพ์ และทุนการศึกษา
9) กิจกรรมการนาเสนองาน จัดโดยมหาวิทยาลัยต่างๆเช่น มหาวิทยาลัยศิลปากร
มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือประเทศต่างๆ เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา หรือประเทศอินโดนีเซีย
เป็นตน้
10)กจิ กรรมค่ายอาเซียน เปน็ กิจกรรมท่ีจดั เป็นครัง้ คราวโดยหน่วยงานต่างๆ ครัง้ ท่ีผา่ นมานกั เรียน
ได้ร่วมค่ายอาเซียนที่มหาวิทยาลัยมหิดล นอกจากนั้น ในปีเดียวกันนักเรียนเคยได้รับทุน
จากสถานทูตสหรัฐอเมริกาเดินทางไปค่ายผู้นาอาเซยี น 1 เดือนท่ีประเทศสหรัฐอเมริกา บางคร้ัง
กลุ่มสาระฯ ดาเนนิ งานรว่ มกนั กบั งานแนะแนวของโรงเรยี นในการคัดเลอื กนกั เรียน
11)กิจกรรมวางแผนธุรกิจ นักเรียนทีมละ 2 คนนาเสนอแผนธุรกิจ ก่อนเข้าแข่งขันนักเรียน
ต้องผ่านการประชุมเชิงปฏิบัติการ (workshop) ผ่านการสัมภาษณ์ และคัดเลือก คู่ที่ผ่าน
การคัดเลือกได้ไปแข่งขันท่ี ฮ่องกง จัดโดย โรงเรียนนานาชาติ ซ่ึงนักเรียนโรงเรียน
เตรียมอุดมศึกษาได้เป็นผู้แทนประเทศไทยเดินทางไปฮ่องกง กิจกรรมนี้ไม่ต้องมีการคัดเลือก
นักเรยี น สามารถสมัครไดต้ ามต้องการ
9. ลักษณะขอ้ สอบวิชำภำษำอังกฤษ
ข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษรายวิชาต่างๆ จะมีลักษณะร่วมกันดังนี้ ขอให้นักเรียนอ่านลักษณะข้อสอบ
ดา้ นล่าง แล้วคิดว่านักเรยี นจะพบในข้อสอบวชิ าใด
1. Multiple choice cloze passageมีลักษณะเป็นข้อความ 1-3 ย่อหน้า ซ่ึงเว้นท่ีว่างตามท่ีผู้
ออกข้อสอบตอ้ งการทดสอบ ให้นกั เรียนเลือกคาตอบทีถ่ ูกต้องจาก 4 ตวั เลือกไปเติม เป็นการวดั ความรทู้ าง
โครงสร้างไวยากรณ์หรือคาศัพท์อย่างใดอย่างหน่ึง ( มักจะไม่เป็นการทดสอบท้ังสองเร่ืองใน passage
เดียวกนั )
EXAMPLE 1
Choose the correct answer
A wise man was traveling through a forest one night when he suddenly came face to
face 1) ________ giant, The giant told him that he 2) ________ destroy him. The wise man
calmly said, “Very well, try if you may, but I can defeat you, for I am more powerful than you
think.”
“ Nonsense! ” said the giant. “ You cannot defeat me because I am 3) _________ larger than
you. ” “If you want a test of strength, take this stone and squeeze liquid out of it,” said the
wise man as he 4)__________ a small piece of rock and handed it to the giant. The giant tried
5) __________ but he could not. “ It is impossible; there is 6) _________ water in this stone.
Show me 7) __________. ” In the darkness, the wise man took an egg out of his pocket, and
squeezed the stone and the egg together, 8) _____________ his hand over them. The giant
9)__________ when he saw liquid 10)___________ out of the stone. “I must think this over”
the giant said. “ Come to my cave and you can spend the night there. ” The wise man
accompanied him to a huge cave. The giant told him 11) ___________ to sleep and
immediately, he 12)__________ himself. As soon as the giant was sleeping, the wise man got
up. He knew the giant 13) __________ him in the night. Quietly, he arranged his bed to give
the impression that he was still in it. After doing so, he hid himself at a place some distance
from the giant. No sooner 14)________ himself than the giant woke up. He picked up a tree
trunk with one hand and struck seven heavy blows on the dummy in the wise man’ s bed.
Then he lay down again and went to sleep. The wise man returned to his bed, lay down, and
15) ____________ out to the giant, “ Oh giant! This 16) __________ is comfortable but I
17)__________ seven times by a mosquito. You really should do something about it. “This
18)__________ the giant so much that he dared not attempt a further attack.
1. a) with a terror b) with a terrible c) by a terror d) by a terrible
2. a) was going to b) is going to c) should d) must
3. a) more b) much more c) ten times d) sure
4. a) picked off b) picked up c) picking up d) picking off
5. a) much hard b) very hardly c) more hard d) very hard
6. a) not b) any c) some d) no
7. a) how b) what c) which was it d) where it was
8. a) held b) being held c) holding d) having held
9. a) impressed b) was impressed c) had impressed d) was impressing
10.a) oozed b) oozing c) ooze d) being oozed
11.a) that b) which c) in where d) where
12.a) fell asleep b) fell sleepy c) feel sleepy d) feel asleep
13.a) will kill b) is going to kill c) would kill d) must kill
14.a) did he hid b) he hid c) had he hidden d) he had hidden
15.a) called b) call c) had called d) would call
16.a) cave of you b) cave of yours c) your cave d) cave of your
17.a) was being bitten b) have been bitten c) am being bitten d) have bitten
18.a) was shocked b) was shocking c) shocked d) shocking
EXAMPLE 2
Fill in the blanks with correct words.
Khao Yai 1)_______ 400 meters above sea level, meaning the park is cool and 2)_______
all years round, with temperatures dropping as low as 4 - 5 degrees 3)_______ a national park in
September 1962, KhaoYai proved popular among nature lovers and hikers who spent 4)_______
time exploring and mapping the park’s best features and routes. This popularity led to bungalows
5)_______ in the park, even a golf course. 6)_______, in 1991 the Government closed the park
7)_______ the habitat and protect the wildlife. The golf course shut down, and tourists 8)_______
to spend days but not nights, in the park. Nevertheless, KhaoYai remains as popular today as it
ever was, with the major rivers of Lam Takhong and Nakhon Nayok 9)_______ through it, over
20 waterfalls, marshes and 10)_______ hiking trails.
1. a. located b. is located c. localized d. location
2. a. pleasant b. pleased c. pleasure d. more pleasantly
3. a. Declared b. Declaring c. Declare d. Having declared
4. a. a lot
5. a. were built b. a large amount of c. a good deal d. a large number of
6. a. As a result
7. a. preserving b. building c. build d. being built
8. a. allowed only
9. a. ran b. In contrast c. Still d. However
10.a. a lot
b. preserved c. to preserve d. to be preserved
b. allowing only c. were only allowed d. only were allowed
b. running c. run d. to run
b. a large number c. much d. plenty of
2. Sentence Completion/ Dialogue Completionเลือกคาตอบจากตัวเลือก เติมลงใน
ชอ่ งวา่ งให้ถูกต้อง
EXAMPLE 1
particular balance examining case effect
treatment discovered increase progress result
Our blood is necessary to life. And there are many different substances and cells in
the blood, each with a job to do. But sometimes something goes wrong with the
1)___________ of things in the blood. One such disorder of the blood is called “Leukaemia”.
When a person has Leukaemia, the white cells may 2) ___________ as much as 50 or 60
times. This condition is very serious, because it is the 3)___________ of a disorder in the blood
producing part of the body. Years ago, a person with Leukaemia was considered to be
hopeless. And while we still do not have a cure for it, a great deal of 4)___________ is being
made, especially in helping such a person live longer and more comfortably.
There are several different kinds of Leukaemia. Each of which has a different symptom
and a different 5) ___________ on the life expectancy of person. That is why the
6) ___________ of a person with Leukaemia varies in each 7) ___________. In general,
Leukaemia can be divided into two forms: acute or chronic. Acute Leukaemia seems to come
on suddenly and may progress very quickly. This type is seldom 8) ___________ until it has
become well advanced. Acute Leukaemia occurs in persons over 35 years of age. Leukaemia
according to the 9) ___________ type of white cell that is involved. Even though there are
many kinds of Leukaemia, the early symptoms may be quite alike. This is why it is important
to have a diagnosis as quickly as possible. The diagnosis of Leukaemia is made by
10)___________ the bone marrow and blood under a microscope.
EXAMPLE 2
Choose the best answer.
1. He denied __________ in the crime but the police are sure he did it.
a. to involve b. involve c. being involved d. be involving
2. __________ being hungry, she __________ much.
a. Despite of, didn’t eat b. In spite of, didn’t eat
c. Although, didn’t eat d. Unless, ate
3. Nobody was on board but a ___________ meal was waiting __________.
a. freshly-cooked, to eat b. fresh-cooked, to eat
c. freshly-cooked, to be eaten d. fresh-cooking, to be eaten
4. The teacher won’t punish Nattanai this time; she is going to let him __________.
a. out b. off c. over d. away
5. Wongsatorn __________ his watch.
a. was stolen of b. was robbed c. was robbed of d. robbed of
6. Kawin is not used __________ to school early.
a. to come b. to coming c. coming d. with coming
7. Did the teacher approve __________ your plan?
a. at b. on c. about d. of
8. Where __________ the fire __________ last night?
a. was, broken out b. did, break out c. was, broken up d. did, break up
9. Arnold watched the flying saucers __________.
a. amazing b. with amazement c. with amazing d. in amazement
10.We couldn’t understand the word __________ the wrong spelling.
a. because b. since c. owing to d. as
3. Error Recognitionวัดความเข้าใจเร่ืองคาศัพท์และไวยากรณ์ โดยให้เลอื กหาสว่ นทผ่ี ดิ
EXAMPLE
Find the incorrect part.
1. When the plane was delayed, I enjoyed spending time for shopping.
JTahdeaepalanndtsBtrhitantetyhasetyubbdeieldobnaglltoafttheernfoaomnil.yTohfefycerwnesraecretqouoitbeuvdsayrisetdudinyitnhdgeitrhsaiztethaenyd
2. a bc d structure.
3. couldn’t
go to the restaurant with us.
4. Bangkok, which is so very densely – populated city that there is no city comparable to it,
ab c
is his home town.
d
5. It is found that many mothers had all but abandoned the struggle to get their children eat
abc d
vBeogthettahbeleTse. sco
6. coatings aiming and Sainsbury chains are aalso developing vegetables wbith sauces and
at children.
cd
7. Michael was very thrilled with his present that he rang us up to thank us immediately.
a b cd
198..0.WSWheheefrwneaqhnaueteesndatwttohaeksnfhrouawirtdswtoahfllygalyatoastsuheonnceboterhndeetrfwlaoosotrhh,uehgebefruwcitaarssstefrlocylirinnagg tsthmoceafrreleliesfaahmliwmilaysyelsilkfcefhrdyeodoampurtashn.edrforepsehs..
ab cd
11.Her bag snatched by a thief who zoomed past on his motorcycle costs her a lot of money.
1123..TEvheerysteaffffowrthawoilwl oatarkakeintovaerinobsuusredethpaatrbtebmaechntoscfgtachtheecrhhilidmrecsenlfgeattsthineddiodvpideunalaraetateonutitosnid.e for a
group photograph.
d
111465...TTBhhilleednoiserlpaxikhteaednn’bcslroofasccuceroelgilhebaaeasmctaboeudsbeweiitwtshhraeomrueguhtshebleemacmefynotntekwxehtyuesrnearhaeensdsinatcwheeawbceitlotcewarcnnafhpteeerartfraotsrhtmeeeiirtdggiaabddvbjueeg.rginlign.g
a bc
act.
d
4. Sentence rewriting คือคาสง่ั ให้เขยี นประโยคใหม่ (Rewrite the following sentences)
ใหม้ ีความหมายเหมอื นเดมิ แต่ตอ้ งเขยี นรปู ประโยคใหมใ่ ช้ไวยากรณใ์ หถ้ ูกต้อง เช่น
EXAMPLE: Storm cause widespread damage.
Widespread ……………………………………………..
คาตอบทถ่ี กู ต้องคือ Widespread damage is caused by storm.
เปน็ การเปลีย่ นประโยคจาก active เปน็ passive voice
She sings very well. Everyone likes her. (so…..that)
……………………………………………………………………………………………………………
คาตอบท่ีถูกต้องคอื She sings so well that everyone likes her.
5. Word formation ในขอ้ สอบแตล่ ะครง้ั มีจะมีขอ้ สอบเร่อื งน้ี 5-10 ข้อ แบบมี 4 ตัวเลอื ก หรือไม่
มตี ัวเลือก แตใ่ หเ้ ขยี นเอง ใหค้ าในวงเลบ็ มาแลว้ ใหน้ ักเรยี นเขยี นคาใหม่ให้ถกู ต้อง เช่น
1) I’ll ride over on horseback to (able)____________a quick escape if needed.
2) It’s more (economy)______________to travel by bus than by taxi.
คำอธิบำย
1. คาตอบคือ ‘enable’ (verb) นักเรียนควรมีความรเู้ ก่ยี วกับ prefix, suffix บ้าง
prefix คือส่วนประกอบคาที่เติมหน้าคา เช่น en = ทาให้ (able, large - adj. แต่
enable, enlarge - เปน็ คากรยิ า)
prefix ส่วนใหญ่ทาให้คามีความหมายต่างจากเดิม เช่น unable (ไม่สามารถ), defrost
(frost = แขง็ defrost = ละลาย)
2. คาตอบท่ีถูกต้องคือ ‘economical’ (adj.) แปลว่า ประหยัด (ดูจากตาแหน่งท่ีว่างหลัง verb
to be ต้องใช้คาคุณศัพท์ (adjective) แต่ economy เป็น คานาม คาคุณศัพท์ของeconomy
มี 2 ตัวคือ economic (=เกี่ยวกับเศรษฐกิจ) และ economical (=ประหยัด) นักเรียนต้อง
เลือกคาตอบโดยพิจารณาความหมายที่เหมาะกับบริบทด้วย ตัวอย่างที่ 2 นี้จัดเป็นข้อยาก เพราะ
คาคณุ ศพั ทข์ องeconomy มีหลายคา ทาให้เราตอ้ งมคี วามแมน่ ยาในกลุ่มคาศัพท์ท่มี กั ใช้สับสน
ข้อสอบส่วนของ word formation ในการสอบกลางภาค มักจะให้เขียนเองในขณะท่ีการ
สอบปลายภาคจะมีตัวเลือกให้ ข้อสอบตอนนี้นักเรียนมักจะบอกว่ายาก เพราะต้องใช้ความรู้หลาย
เรื่องมาประกอบ แต่ถ้านักเรียนมีความแม่นยามากขึ้น ทักษะเขียนของนักเรียนและการเลือกใช้คา
จะดีข้นึ ทาให้นักเรยี นสามารถตรวจสอบความผิดพลาดได้ดว้ ยตนเอง
EXAMPLE 1
Choose the correct form of word.
1. Bomb disposal experts have carried out a series of __________ explosions.
a. controlling b. controller c. controlled d. control
2. A motorcycling accident left her severely __________.
a. disable b. disabled c. unable d. inability
3. An __________ can predict your future by calculating the movements of the stars that
influence your life.
a. astronomy b. astronomer c. astrologer d. astrology
4. I found his talk on Egypt absolutely __________.
a. fascinate b. fascination c. fascinated d. fascinating
5. No one has ever seen an alien so I think it’s only an __________ creature.
a. image b. imaginative c. imaginary d. imagination
6. Ben is interested in __________, so he will attend the engineering school next year.
a. robot b. roboting c. robots d. robotics
7. Ploy always makes her friends laugh. She is _____________ .
a. humorous b. humorist c. humor d. humorless
8. You can see the new star with the new Hubble Telescope, __________ in space.
a. locate b. locating c. located d. to locate
9. I don’t like this __________ weather because it makes me catch cold.
a. change b. changes c. changeable d. changable
10.Kajornpun is a master in __________ so she is wanted by a lot of her friends when doing
the exercises of mathematics.
a. compute b. computerize c. computing d. computerized
EXAMPLE 2
Complete each sentence with the correct form of the word give in bracket:
1. Parents always worry about the _______________ of music on their adolescent’s behavior.
(effective)
2. In _______________, walking is a cheap, safe, enjoyable and readily available form of
exercise. (conclude)
3. I can say with _______________ that such rumours were totally groundless. (confide)
4. His mother’s sudden _______________ was a great shock to him. (die)
5. Our boss’s temper’s been very _______________ this week so don’t annoy him. (change)
6. After the sudden accident, John was too _______________ and distressed to talk for a few
hours. (exhaust)
7. This film earned this actor international _______________. (famous)
8. While questioned by the police, Pat refused to give them any _______________ about
Sara. (inform)
9. Knowing you are happy gives me more _______________ than anything else. (please)
10.She nursed him and watched the muscles of his arms hardening and _____________. (relax)
11.What are the criteria for _______________ whether somebody should be promoted?
(decision)
12.Chart hates these _______________ arguments with his colleague. (continue)
13.It’s common that men are _______________ different from women. (biology)
14.The man who experienced _______________ in breathing was rushed to the hospital on
suspicion that he might be suffering from a heart attack. (difficult)
15.The organizers of the mass exercise event were surprised by the high turn up of
_______________. (participate)
16.To live on borrowed money without any attempt to get a job is not socially or morally
_______________ (accept)
17.It takes a _______________ person to speak up against the injustice of the system.
(courage)
18.A pediatrician is a doctor who _______________ in the treatment of children’ s illnesses.
(special)
19.The recipe for this delicacy _______________ from the early Ming Dynasty. (origin)
20.My brother, who is _______________ to pollen, sneezes non- stop if there are flowers in
the house. (sense)
21.Uncle John says that he is nearly 80, but he is still _______________ fit. (physical)
22.Most children don’t realize their parents love them _______________. (condition)
6. Interpretation ข้อสอบตคี วาม ในการทดสอบจะนาขอ้ ความมาจากreading passage ทีเ่ รยี น
ในชั้นเรียนมาทดสอบ เพราะฉะนั้นนักเรียนต้องเข้าใจสิ่งท่ีเรียน ถ้าสงสัยไม่แน่ใจต้องสอบถามคุณครูผู้สอน
เชน่
EXAMPLE One of the primary advantages of the disposable lenses is that they allow more
water
to lubricate the eyes.
a) Cleaned lenses let water pass more thoroughly than the unused ones.
b) Lenses that can be used once only allow water to pass the eyes more easily.
คาตอบทีถ่ ูกต้องคอื ข้อ b key word คอื disposable ซ่ึงมคี วามหมายวา่ ใชแ้ ล้วทิ้งเลย
(เกบ็ ไว้ใช้ต่อไม่ได)้
7. Questions and Answers คอื ใหอ้ ่านข้อความแลว้ เลือกคาตอบทีถ่ ูกต้อง หรอื เขยี นคาตอบเองให้
ถกู ตอ้ ง เปน็ การทดสอบความเข้าใจเน้ือเร่ือง
If fire breaks out in your room and you cannot extinguish it, leave your room,
carefully shutting the door and follow the fire exit signs. Do not try to take any
of your personal belongings with you. If the passage or stairs are impracticable
owing to smoke, stay in your room. Show yourself at the window whilst waiting
for the rescue team. A shut door can be made fire-retardant for several hours
with wet towels, blankets or cloths. Use of the elevators is strictly forbidden.
Elevators which have been specially protected are exclusively for the use of
people with motor disability.
1. Where would this notice most likely to be seen?
a) On a train b) In a hotel
c) In a forest d) In an office building
2. What may you do if a fire breaks out, according to the text?
a) Pack your bag. b) Try putting out the fire.
c) Dampen the door. d) Break a window.
3. Who is allowed to use the elevators?
a) People owning motor cars b) Handicapped people
c) The Rescue team d) All the people staying in the building
4. The word ‘impracticable’ (line 3) is likely to be replaced by ________ .
a) impassable b) impassive
c) immobile d) impeccable
8. Table of informationให้นักเรียนอ่านข้อความแล้วหาคาตอบมาเติมตารางข้อมูลให้เหมาะสม
ขอ้ สอบส่วนน้กี ค็ ือ Answer the question นั่นเอง แตเ่ ปลยี่ นจากคาถามมาเป็นตารางข้อมูลใหเ้ ติม
Hydroelectricity comes from the damming of rivers and utilizing the potential energy stored
in the water. As the water stored behind a dam is released at high pressure, its kinetic
energy is transferred onto turbine blades and used to generate electricity. This system has
enormous costs up front, but has relatively low maintenance costs and provides power
quite cheaply.
1 Kind of renewable energy ……………………………………………………………
2 Advantage ………………………………………………………………………….
3 The construction needed to store the energy source…………………………………..
4 How to control this renewable energy and put to use……………………………….
………………………………………………………………………………………..
5 Its output …………………………………………………………………………….
9. True or False เป็นแบบทดสอบท่ีให้นักเรียนอ่านข้อความแล้วดูประโยคที่ให้ว่าถูกหรือผิด
ตามเน้ือเรอื่ ง
10. Vocabulary/Idiom matching test จบั คคู่ าศัพท์ หรือสานวน
EXAMPLE
convincing provide interrupt attractive evidence
1. When people retire, they receive Social Security checks but they think these checks do
not ____________________ enough money to live on.
2. She’s a very ____________________ speaker, no one doubts her words.
3. At this time I find the idea of traveling around our country very ____________________.
4. She’s studying for an exam tomorrow, so you’d better not ____________________ her.
5. The witness gave the policeman ____________________ in a clear firm voice.
cautious outcry reform relaxed
detect impact device doomed
6. In his leisure time, he ____________________ by going to the movies.
7. The computer has made a great ____________________ on modern life.
8. The dentist couldn’t ____________________ any sign of decay in my daughter’s teeth.
9. Don’t you notice that he is always ____________________ not to offend her.
10.There will be a great ______________ if the government tries to construct the Pakmoon Dam.
11.In some countries every young man is _________________ to be a soldier for two years.
12.The cabinet has a plan to ______________ the tax system and make it simpler and fairer.
13.An atomic of hydrogen bomb is an example of a nuclear ____________________.
according concentrate deposit
familiar genetically intellectually
14.You will solve the problem if you ____________________ on it.
15.The shopkeeper promised to keep goods for me if I left a ____________________.
16.You will be praised or blamed ____________________ to your good or bad work.
17.I am not very ______________ with botanical names because they are hard to remember.
18.Studying at Harvard University is very ____________________ challenging.
19.This species of rice plant has been _____________ altered in order to yield higher grain harvests.
prospects authentic relatively
contrast eventually substances
20.Each cigarette which a person smokes does some harm, and _________________ he may
get a serious disease from its effects.
21.I felt jealous of her for she got a job with excellent ____________________.
22.Sea water contains many __________ including minute amount of gold and other metals.
23.Owing to “ the Communication Approach” ____________________ materials should be
used in the teaching of languages.
24.Men do not live so long as some plants. However, compared to some insects, man has a
____________________ long life.
25.The black paint on the door provides a suitable __________________ for the white walls.
Answer Key 1)Multiple 2) Sentence Completion 2)Sentence 3) Error
1)Multiple choice choice Cloze (Our blood…) Completion Recognition
Cloze passage passage (He denied…) (When the
(A wise man…) (Khao Yai…) 1) balance 1)c 2)b 3)c plane..)
1)b 2)a 3)c 1)a 2)a 3)a 2) increase 4)b 5)c 6)b 1)d 2)a
4)b 5)d 6)d 4)b 5)d 6)d 3) result 7)d 8)b 9)d 3)c 4)b
7)a 8)c 9)b 7)c 8)c 4) progress 10)c 5)d 6)d
10)b 11)d 12)a 9)b 5) effect 7)a 8)b
13)c 14)c 15)a 10)d 6) treatment 10.Vocabulary 9)c 10)c
16)b 17)b 18)c 5.Word 7) case matching test 11)d 12)a
formation 8) discovered 1)provide 13)c 14)a
5.Word formation EXAMPLE 2 9) particular 2)convincing 15)b 16)c
EXAMPLE 1 (Parents 10)examining 3)attractive 24)relatively
1) a 2)b always..) 7.Questions 4) interrupt 25)contrast
3)c 4)d 1)effect and answers 5) evidence
5)c 6)d 2)conclusion (If fire breaks out..) 6) relaxed
7)a 8)c 3)confidence 1)b 2)c 7) impact
9)c 10)c 4)death 3)b 4)a 8) detect
5)changeable 8Table of 9) cautious
6)exhausted Information 10) outcry
7)fame (Hydroelectricity) 11) doomed
8)information 1.waterpower/ 12) reform
9)pleasure hydropower 13) device
10)relaxing 2.low maintenance cost 14) concentrate
11)deciding The energy obtained is 15) deposit
12)continual cheap. 16) according
13)biologically 3. The dam 17) familiar
14)difficulty 4. The dam is used to 18) intellectually
15) participants store the water. When 19) genetically
16) acceptable the water is released at 20)eventually
17)courageous high pressure, its kinetic is 21)prospects
18)specializes transferred onto turbine 22)substances
19)originated blades. (This is how the 23)authentic
20) sensitive electricity is generated.)
21) physically 5. The electricity
22)
unconditionally
รำยนำมคณำจำรยก์ ลมุ่ สำระสงั คมศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม
1. นางสาวเตอื นใจ ใจสิงห์ หัวหน้ากลมุ่ สาระสังคมศึกษาฯ
2. นายวรี ะชัย บวั ผนั รองหัวหน้ากลมุ่ สาระสังคมศึกษาฯ
3. นางมนตฤ์ ดี จติ รากร รองหัวหนา้ กลุ่มสาระสงั คมศึกษาฯ
4. นายสยมภู รณชติ พานิชยกจิ รองหวั หนา้ กลุม่ สาระสังคมศึกษาฯ
5. นางจินตนา อนิ ทเศียร ครูประจาการ
6. นายประพศิ ฝาคา ครปู ระจาการ
7. นางสุมนา เสงย่ี มศักด์ิ ครปู ระจาการ
8. นางสาวโสภิต เปรยี ญกจิ ไพศาล ครูประจาการ
9. นาวสาวพิมพ์พริ ์สุ สพุ พิ ิชญ์ ครูประจาการ
10. นายสราวธุ ศรเี กตุ ครูประจาการ
11. นางสาวนติ ยา พมุ่ เพิม่ ครปู ระจาการ
12. นายธณั ตวัธ ทบั จนั ทร์ ครูประจาการ
13. นายนาโชค อ่นุ เวียง ครปู ระจาการ
14. นางสาวสริ ินาถ พงษธ์ นู ครปู ระจาการ
15. นางสาวจฑุ ามาศ กนั ภัย ครูประจาการ
16. นายชวลิต แวงวรรณ ครปู ระจาการ
17. นางสาวปยิ ะนุช เนรมิตรพาณชิ ย์ ครูประจาการ
18. นายชยั ภัทร แก้วจรัส ครปู ระจาการ
19. นายธรี ศกั ด์ิ เหลอื งสวุ รรณกลุ ครูประจาการ
โครงสร้ำงรำยวชิ ำกลุม่ สำระสังคมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม
ภำคเรียนที่ 1
ระดบั ชน้ั รหัสวชิ ำ ช่ือวชิ ำ หนว่ ยกิต
ม.4 ส31101 ศาสนา ศลี ธรรม จรยิ ธรรม 1
ม.4 ส30201 พระพุทธศาสนา 1 1
ม.5 ส32101 ภูมิศาสตร์ 1
ม.5 ส30202 พระพทุ ธศาสนา 2 1
ม.5 ส30281 ภมู ิศาสตร์เพือ่ การท่องเที่ยว (สายศิลป์) 1
ม.5 ส30221 กฎหมายนา่ รู้ (สายศิลป-์ วิทย-์ ภาษา) 1
ม.6 ส33101 ประวัติศาสตร์และเหตกุ ารณ์ปัจจบุ ัน 1 1
ม.6 ส30203 พระพุทธศาสนา 3 1
ม.6 ส30221 กฎหมายน่ารู้ (ภาษา-คณิต(วิทย์)) 1
ม.6 ส30233 หน้าท่พี ลเมอื ง 3 0.5
ภำคเรยี นที่ 2 หน่วยกิต
1
ระดบั ชั้น รหสั วิชำ ชื่อวิชำ 1
ม.4 ส31102 หน้าทีพ่ ลเมืองและวฒั นธรรมการดาเนินชีวิต 0.5
ม.4 ส31103 ประวตั ศิ าสตร์ไทยด้านการเมอื งการปกครอง 1
ม.4 ส30231 หน้าทีพ่ ลเมอื ง 1 1
ม.5 ส32102 เศรษฐศาสตร์ 0.5
ม.5 ส32103 ประวตั ิศาสตร์ไทยด้านเศรษฐกจิ 1
ม.5 ส30232 หนา้ ที่พลเมือง 2 1
ม.5 ส30221 กฎหมายน่ารู้ (สายวทิ ย์-คณติ ) 1
ม.6 ส33102 ประวตั ศิ าสตรแ์ ละเหตุการณ์ปัจจบุ ัน 2 1
ม.6 ส30282 อาเซยี นศึกษา 0.5
ม.6 ส30281 ภูมิศาสตร์เพื่อการท่องเที่ยว ภาษา-คณิต(วิทย์)
ม.6 ส30234 หน้าที่พลเมอื ง 4
ประมวลรำยวชิ ำ (Course Syllabus) ม.4
วิชำ ส 31101 ศำสนำ ศลี ธรรม จริยธรรม
9. รหัสวิชำ (Course Number) ส 31101
10.จำนวนหนว่ ยกิต (Course Credit) 1 หน่วยกติ
11.ช่ือวิชำ (Course Title) ศำสนำ ศลี ธรรม จริยธรรม
12.คณะ/ภำควิชำ (Faculty / Department) ---
13.ภำคกำรศึกษำ (ต้น/ปลำย/ฤดรู อ้ น) Semester (First / Second / Summer) ต้น
14.ปกี ำรศกึ ษำ (Academic Year) 2563
15.ชื่อผ้สู อน (รำยวชิ ำที่มีผ้สู อนหลำยคน ระบชุ ื่ออำจำรย์ผรู้ ่วมสอนทกุ คน) (Instructor / Academic
Staff)
1) ครวู ีระชัย บัวผัน
2) ครสู มุ นา เสงยี่ มศักดิ์
3) ครโู สภิต เปรยี ญกิจไพศาล
4) ครูพมิ พพ์ ิร์สุ สุพิพิชญ์
5) ครสู ราวธุ ศรเี กตุ
6) ครูพัชรพล นติ วิ ัฒนะ
7) ครูปยิ ะนุช เนรมิตรพาณิชย์
8) ครชู วลิต แวงวรรณ
16.เง่ือนไขรำยวชิ ำ (Condition) -
16.1วิชาที่ต้องเรยี นมาก่อน (Prerequisite) --
16.2วิชาบังคบั รว่ ม (Corequisite) -- วิชำบังคับ
16.3วชิ าควบ (Concurrent) - สังคมศึกษำ มธั ยมศึกษำตอนปลำย
มัธยมศึกษำตอนปลำย
17.สถำนภำพของวิชำ (Status) 2 คำบ/สปั ดำห์
18.ชือ่ หลักสูตร (Curriculum)
19.วิชำระดบั (Degree)
20.จำนวนช่ัวโมงทสี่ อน/สัปดำห์ (Hours / Week)
21.เน้ือหำรำยวิชำ (Course Description)
1) มนษุ ยก์ บั สังคม
2) วฒั นธรรมการดาเนินชวี ิต
3) โครงสร้างทางสังคม
4) สังคมไทยและการเปลีย่ นแปลงทางสังคมไทย
5) ปัญหาสังคมไทย
6) ศาสนาทส่ี าคัญของโลก
7) ศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู
8) ศาสนาพุทธ
9) ศาสนาคริสต์
10) ศาสนาอสิ ลาม
11) ความสอดคล้องของคาสอนทัง้ 4 ศาสนา
12) ชุมชนและสถานที่ทีเ่ กี่ยวข้องกับศาสนาทตี่ นเองนบั ถือ
22.ประมวลกำรเรยี นรำยวิชำ (Course Outline)
22.1 วัตถุประสงค์ท่ัวไปและ/หรือวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม (Learning Objectives /
Behavioral Objectives)
ศึกษาธรรมชาติของมนุษย์และสัตว์ ระบุลักษณะพิเศษของมนุษย์ องค์ประกอบของสังคมมนุษย์
วิเคราะห์สาเหตุที่ทาให้มนุษย์อยู่ร่วมกันเป็นสังคม ลักษณะของวัฒนธรรม ประเภทของวัฒนธรรมและ
ความสาคญั ของวฒั นธรรมที่มตี อ่ มนุษย์
ศึกษาความหมายของโครงสร้างทางสังคม องค์ประกอบของโครงสร้างทางสังคม ประเภทและ
ความสัมพันธ์ของกลุ่มทางสังคม ปัจจัยที่ใช้ในการจัดระเบียบทางสังคม รวมท้ังระบุองค์ประกอบหน้าที่
และความสาคญั ของสถาบนั ทางสังคม
ศึกษาลักษณะของสังคมไทย ประเภทของสงั คมไทย ค่านิยมท่ีดีและค่านิยมท่ีควรลดละของสังคมไทย
การเปล่ียนแปลงในสังคมไทยและแนวโน้มของสังคมไทย วิเคราะห์ปัญหา สาเหตุ ผลกระทบที่ทาให้เกิด
ปัญหาสังคมไทย ข้อเสนอแนะแนวทางในการแกป้ ญั หาสังคมไทย
ศึกษาองค์ประกอบของศาสนา ประวัติความเป็นมา ประวัตขิ องศาสดา คมั ภรี แ์ ละนกิ าย หลักธรรมคา
สอน พิธกี รรมที่สาคัญ และจุดหมายปลายทางสูงสุดของศาสนาพราหมณ์ – ฮนิ ดู พระพุทธศาสนา ศาสนา
คริสต์ และศาสนาอิสลาม ตลอดจนความสอดคล้องในหลกั ธรรมของศาสนาทัง้ 4
22.2 เน้ือหำรำยวิชำตอ่ สปั ดำห์ (Learning Contents)
22.3 วิธีจัดกำรเรียนกำรสอน (Method)
การบรรยาย (Lecture) 10 ช่วั โมง/เทอม / ร้อยละ 25
การบรรยายเชิงอภปิ ราย (Lecture and discussion) 10 ช่ัวโมง/เทอม / ร้อยละ 25
การระดมสมอง และการอภปิ รายกรณีศึกษา 10 ชั่วโมง/เทอม / ร้อยละ 25
เพ่ือใหร้ จู้ ักการวเิ คราะห์ และการแกป้ ัญหา
(Brainstorming and discussion of case study so that students learn to analyze
and solve problems)
การสรุปประเด็นสาคัญ หรือการนาเสนอ 10 ชั่วโมง/เทอม / ร้อยละ 25
ผลของการสบื ค้นหรอื ผลของงานทไ่ี ด้รับมอบหมาย (hour/time/period/percent)
(Making a summary of the main points or presentation
of the results of researching or the assigned tasks)
22.4ส่ือการสอน (Media)
แผ่นใสและแผ่นทบึ (Transparencies and opaque sheets)
ส่ือนาเสนอในรปู แบบ (Powerpoint media)
ส่อื อิเล็กทรอนกิ ส์ / เว็บไซต์ (Electronics and website media)
อืน่ ๆ (Others) .........................................................
22.5การมอบหมายงาน ผ่านระบบเครือขา่ ย (Assigment through Network System)
22.5.1ข้อกาหนดวิธีการมอบหมายงาน และส่งงาน (Assigning and Submitting Method)
1) การมอบหมายงานตามท่ีกาหนดในใบงาน ทีจ่ ะปรากฏในท้ายแบบเรียน
2) การส่งงานทางคอมพิวเตอร์ /e-mail / ไฟล์ข้อมลู
22.5.2ระบบจัดการการเรียนรทู้ ีใ่ ช้ (Learning Management System) ---
22.6 กำรวดั ผลกำรเรียน (Evaluation)
22.6.1 การประเมนิ ความรู้ทางวชิ าการ รอ้ ยละ 70
(Assessment of academic knowledge) (percent)
22.6.2 การประเมนิ การทางานหรือกจิ กรรมในชนั้ เรียน รอ้ ยละ 10
(Assessment of work or classroom activities) (percent)
22.6.3 การประเมนิ ผลงานทไี่ ดม้ อบหมาย ร้อยละ 20
(Assessment of the assigned tasks) (percent)
22.6.4 อืน่ ๆ (Others) ร้อยละ -
(percent)
23.รำยช่อื หนงั สอื อ่ำนประกอบ (Reading List)
23.1หนังสือบงั คบั (Required Text)
เอกสารประกอบการเรยี นเพิ่มเตมิ ส 31101 ศาสนา ศีลธรรม จรยิ ธรรม
23.2หนังสืออา่ นเพ่มิ เตมิ (Supplementary Texts)
แบบเรยี น ส 31101 ศาสนา ศลี ธรรม จรยิ ธรรม สานกั พิมพค์ ุรุสภา ทางโรงเรยี นแจกให้กบั
นกั เรียน
23.3บทความวจิ ัย/บทความวชิ าการ (ถา้ มี) Research Articles / Academic Articles (If any)
1) ความรู้เบอ้ื งตน้ เกีย่ วกับมนษุ ย์กับสังคม
2) ความรู้เบื้องต้นเก่ียวกบั ศาสนาเปรยี บเทียบ
23.4สอ่ื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ หรือ เว็บไซตท์ ่ีเกย่ี วข้อง (Electronic Media or Websites)
1) เว็บไซตข์ องกระทรวงวัฒนธรรม
2) เว็บไซตข์ องสานกั งานพระพุทธศาสนาแหง่ ชาติ
3) เว็บไซต์ของกรมการศาสนา
ตัวอย่ำงข้อสอบสำหรับกำรวดั ผล/ประเมินผล
ส 31101 ศำสนำ ศลี ธรรม จริยธรรม
1. ที่กลา่ ววา่ พระพุทธศาสนามีลักษณะเปน็ อเทวนิยม หมายความวา่ อย่างไร
1. เทวดาไมม่ ีจริง 2. วิญญาณไม่มจี รงิ
3. วิญญาณหลังจากตายแลว้ ไมม่ ีจรงิ 4. เทพเจ้าผูส้ รา้ งไมม่ ีจริง
2. หลกั ขอ้ ใดท่ีถือวา่ เปน็ หวั ใจสาคัญของศาสนา
1. พิธีกรรม 2. สถาบนั และคัมภรี ์
3. ลักษณะแห่งความศกั ดิ์สทิ ธ์ิ 4. คาสอนเรอ่ื งจุดหมายสงู สุดของชวี ติ
3. “หลกั อาศรม 4” ในศาสนาพราหมณ์ – ฮนิ ดู เป็นคาสอนท่ีมคี วามสาคัญเกยี่ วกับอะไร
1. การทาพิธีกรรมเพือ่ บูชาพระเจ้าได้อยา่ งถูกต้อง
2. การทาหนา้ ท่ีในแตล่ ะชว่ งชวี ติ ไดอ้ ยา่ งถูกต้องเหมาะสม
3. ความเข้าใจถูกต้องเกยี่ วกบั การดาเนนิ ชีวติ
4. ความเช่ือมัน่ ในการมวี ถิ ีชีวิตทีส่ อดคล้องกับธรรมชาติ
4. การชุมนุมประทว้ งโดยสงบ ตรงกบั หลักธรรมในศาสนาฮนิ ดใู นข้อใด
1. หลักอาศรม 4 2. หลักวรรณะ 4
3. หลกั อวหิ งิ สา 4. หลกั ชญานโยคะ
5. ทาไมการให้อภัยจงึ เปน็ ส่ิงทดี่ ตี ามคาสอนของศาสนาครสิ ต์
1. เพราะการให้อภยั เป็นหนทางสู่สวรรค์
2. เพราะเมื่อให้อภยั แล้วเราจะสบายใจ
3. เพราะทกุ ฝ่ายที่จองเวรกันจะได้เลิกจองเวรหลงั จากท่ใี ห้อภัยกนั
4. เพราะการให้อภยั เปน็ การแสดงความเข้าใจเพื่อนมนุษยว์ ่าคนทที่ ารา้ ยเราทาเชน่ นัน้ เพราะความ
ไม่รู้
6. ขอ้ ใดคอื หลักคาสอนของศาสนาคริสต์
1. ยึดมน่ั ในพระบิดา พระบุตร พระจติ ร
2. ตรีเอกานภุ าพ ความรัก บญั ญตั ิ 10 ประการ
3. บญั ญัติ 10 ประการ ความเอ้อื เฟื้อเผื่อแผ่ ความรัก
4. ความรกั พระคมั ภีรใ์ หม่ ตรีเอกานภุ าพ
7. ขอ้ ใดคอื ลักษณะพเิ ศษของศาสนาอิสลามท่แี ตกต่างจากศาสนาอื่น
1. ศาสนาอสิ ลามสอนใหเ้ คารพพระเจา้ เพียงพระองคเ์ ดยี ว
2. ศาสนาอิสลามไมม่ นี ักบวช
3. ศาสนาอสิ ลามหา้ มบริโภคอาหารบางชนดิ
4. ศาสนาอสิ ลามให้ผู้นบั ถือตอ้ งสละทรัพยเ์ พอ่ื สังคมตามสถานภาพ
8. หลกั ศรทั ธาตอ่ พระเจา้ ของอสิ ลามมีความหมายอยา่ งไร
1. พระอลั ลอฮฺเป็นพระเจ้าผู้สร้างและผู้ลิขิต
2. เอกภาพของมุสลิมขึ้นอยู่กับการนบั ถอื
3. พระอัลลอฮฺทรงเปน็ พระเจา้ เพียงพระองคเ์ ดียว
4. พระเจ้าบัญชาใหศ้ รทั ธาในพระมุฮมั มัดเพยี งองคเ์ ดียว
9. พระพทุ ธเจา้ ทรงสอน “กฎไตรลักษณ์” เพ่ือวัตถุประสงค์อะไรเปน็ อันดบั แรก
1. ไม่ใหป้ ระมาท 2. ให้มีจติ ใจกวา้ ง
3. ให้มีความเสยี สละ 4. ไม่ใหเ้ ชอ่ื เร่ืองไรเ้ หตผุ ล
10. วิญญาณในพระพุทธศาสนา หมายถึงอะไร
1. ตวั ตนท่ีแท้จริงของมนุษย์ 2. ความร้สู ึกของมนุษยท์ ไี่ ม่แตกดบั
3. ส่วนที่จะไปเกิดใหมเ่ ม่ือคนเราสิ้นชีวิตแลว้ 4. การรับร้ทู างตา หู จมูก ลิน้ กาย และใจ
ประมวลรำยวชิ ำ (Course Syllabus) ม.4
วิชำ ส 31102 หนำ้ ทพี่ ลเมืองและวฒั นธรรมกำรดำเนนิ ชีวติ
1. รหัสวชิ ำ (Course Number) ส 31102
2. จำนวนหน่วยกติ (Course Credit) 1 หนว่ ยกิต
3. ชอื่ วิชำ (Course Title) หน้ำทีพ่ ลเมืองและวัฒนธรรมกำรดำเนินชวี ติ
4. คณะ/ภำควชิ ำ (Faculty / Department) ---
5. ภำคกำรศึกษำ (ตน้ /ปลำย/ฤดรู ้อน) Semester (First / Second / Summer) ปลำย
6. ปีกำรศกึ ษำ (Academic Year) 2563
7. ช่ือผู้สอน (รำยวชิ ำที่มผี ู้สอนหลำยคน ระบชุ ื่ออำจำรย์ผู้ร่วมสอนทุกคน) (Instructor / Academic
Staff)
1) ครูวรี ะชยั บวั ผนั --
2) ครูสมุ นา เสงีย่ มศักด์ิ
3) ครโู สภิต เปรยี ญกจิ ไพศาล
4) ครพู ิมพพ์ ิร์สุ สพุ ิพิชญ์
5) ครูสราวธุ ศรเี กตุ
6) ครูพชั รพล นิตวิ ฒั นะ
7) ครปู ิยะนุช เนรมติ รพาณิชย์
8) ครูชวลิต แวงวรรณ
8. เงื่อนไขรำยวชิ ำ (Condition)
8.1 วิชาท่ีตอ้ งเรยี นมาก่อน (Prerequisite)
8.2 วชิ าบังคับร่วม (Corequisite) --
8.3 วชิ าควบ (Concurrent) --
9. สถำนภำพของวิชำ (Status) วชิ ำบงั คบั
10. ช่ือหลักสตู ร (Curriculum) สังคมศึกษา มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
11. วิชำระดับ (Degree) มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
12. จำนวนช่ัวโมงที่สอน/สัปดำห์ (Hours / Week) 2 คำบ/สปั ดำห์
13. เนอ้ื หำรำยวิชำ (Course Description)
1) ความรพู้ ้นื ฐานเก่ยี วกบั รัฐ
2) องค์ประกอบและประเภทของรฐั
3) ระบบการเมอื งการปกครอง