The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Brand's Summer Camp ปีที่ 29 : วิชาสังคมศึกษา โดย อ.ชัย ลาภเพิ่มทวี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by BS_Library, 2020-09-15 10:51:40

Brand's Summer Camp ปีที่ 29 : วิชาสังคมศึกษา

Brand's Summer Camp ปีที่ 29 : วิชาสังคมศึกษา โดย อ.ชัย ลาภเพิ่มทวี

Keywords: สังคมศึกษา

สาระศาสนา-ศีลธรรม-จริยธรรม

ศาสนา พชิ ติ TCAS’61

พระพทุ ธศาสนา 1. ในสมัยพุทธกาล ลทั ธใิ ดท่มี คี าํ สอนหรือความเห็นไม่แน่นอน
ƒ พทุ ธประวัติ ชาดก ลน่ื แบบปลาไหล เอาแน่อะไรไมไ่ ด้ เพราะปฏิเสธไปเสียทุกอยา่ ง
ƒ หลักธรรม (อมราวิกเขปกิ าทฏิ ฐิ / อกริ ิยทิฏฐิ)
ƒ พุทธศาสนสภุ าษิต
ƒ สติปัฏฐาน 4 2. หลักธรรมใดบญั ญัตใิ ห้มกี ารปกปอ้ งคุ้มครองใหเ้ กยี รตแิ กส่ ตรี
ƒ วิธคี ิดแบบโยนิโสมนสิการ 10 แบบ (อปรหิ านิยธรรม 7 / สาราณยี ธรรม 7)
ƒ พุทธสาวก พุทธสาวิกา ชาวพุทธตัวอย่าง
ƒ วันสําคญั ศาสนพธิ ี พระไตรปฎิ ก 3. ลงุ อู๊ด หลงเพอ้ ถึงกรรมท่ที าํ ในอดีตขณะใกลต้ าย จดั อยู่ใน
ƒ ศพั ทท์ างพระพทุ ธศาสนา กรรมประเภทใด
(อาสนั นกรรม / อุปฆาตกกรรม)

4. พุทธศาสนาสภุ าษิตข้อใดสอดคลอ้ งกบั หลกั เศรษฐกิจพอเพยี ง
(อณิ าทานํ ทกุ ขฺ ํ โลเก / สนตฺ ฏุ ฺฐี ปรมํ ธนํ)

5. วิธีคิดในทางส่งเสริมความเจริญงอกงามแห่งกศุ ลและสกัดกน้ั
อกุศลตรงกับข้อใด
(แบบปลุกเร้าคุณธรรม / แบบสาวหาเหตปุ ัจจยั )

6. พระสาวกองคใ์ ดบรรลุพระอรหนั ต์ “พ้นจากอิรยิ าบถทั้งส”ี่
(พระสารีบุตร / พระอานนท)์

7. วนั ใดคือวันพระธรรม
(มาฆบชู า / วิสาขบูชา / อาสาฬหบชู า)

8. บคุ คลท่ีขาดการฟงั เสยี งทักท้วงของคนรอบขา้ งควรศกึ ษา
หลักธรรมใด
(ปรโตโฆสะ / เยภยุ ยสกิ า)

สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม (อ.ชยั ) 2 โครงการแบรนดซ์ ัมเมอร์แคมป์ ปีที่ 29

ศาสนา พชิ ิต TCAS’61

ศาสนาสากล 9. นิครนถ์ นาฏบตุ ร คือนกั บวชในศาสนาใดในปัจจุบนั
ƒ พราหมณ์-ฮินดู (เชน / ชินโต)
ƒ ครสิ ต์
ƒ อิสลาม 10.ศีลในศาสนาคริสตข์ ้อใดกระทาํ เฉพาะบาทหลวงเทา่ นั้น
ƒ ความรเู้ บ้ืองต้นเก่ียวกับศาสนา (ศีลบัพติศมา / ศีลอนุกรม)
ƒ ศาสนาเปรียบเทียบ
11. ขอ้ ใดไมใ่ ชล่ กั ษณะของศาสนาครสิ ตแ์ ละอสิ ลาม
(เอกเทวนิยม / พหเุ ทวนิยม)

ลวงลบั ...ขอ สอบศาสนา

1. ขอ้ ใดกล่าวถึงสังคมชมพูทวปี ไดถ้ กู ตอ้ งทีส่ ุด
1) สังคมชมพูทวปี เชือ่ วา่ ชวี ิตน้ีตายแลว้ สูญ เรียกว่า พวกสสั ตทฐิ ิ
2) สังคมชมพูทวีปมกี ารแบ่งระบบวรรณะอยา่ งชดั เจน คนขายเสือ้ ผา้ จดั อยใู่ นวรรณะศทู ร
3) แควน้ อวนั ตเี ปน็ หนงึ่ ในมหาชนบท 16 แคว้น มเี มืองหลวงคือเมืองสาวัตถี
4) ในชมพูทวีปมีระบอบการปกครองแตกต่างกัน เช่น การปกครองแบบสามัคคีธรรมของแคว้นวัชชี
การปกครองแบบราชาธิปไตยของแคว้นมคธ
5) ศาสนาพราหมณ์เปรียบเทียบวรรณะทงั้ 4 ไวว้ ่า กษัตรยิ เ์ กิดจากปากของพระพรหม พราหมณ์เกิดจาก
แขนของพระพรหม แพศยเ์ กิดจากขาของพระพรหม และศูทรเกิดจากเท้าของพระพรหม

ลัทธิ เจา้ ลทั ธิ คําสอน
ƒ อกิริยทฏิ ฐิ ปูรณกัสสป
ƒ อเหตุกทิฏฐิ มกั ขลิโคสาล y บุญบาปไม่มี ทาํ ดหี รือช่ัวไมม่ ผี ลตอบสนองแก่ผกู้ ระทํา
y ไม่มีเหตุปัจจัย ไม่มีใครสร้าง สัตว์ท้ังหลายบริสุทธิ์และ
ƒ นัตถิกทฏิ ฐิ อชิตเกสกัมพล
เศรา้ หมองเองตามธรรมชาติ
ƒ สัสสตทิฏฐิ ปกธุ กัจจายนะ
y ตายแล้วสูญ ไม่เช่ือทําบุญทาน-บูชายัญ โลกน้ีโลกหน้า
ƒ อมราวกิ เขปิกทิฏฐิ สญั ชัยเวลัฏฐบตุ ร ไม่มี คนไมม่ ี สตั ว์ไม่มี ร่างกายของสัตวเ์ ปน็ เพียงธาตุ

ƒ อตั ตกิลมถานุโยค นิครนถน์ าฏบุตร y สภาพทง้ั 7 (ดิน น้ํา ไฟ ลม สุข ทุกข์ ชีวะ) เป็นนิรันดร
และอเนกานตวาท ยั่งยนื ไม่เปลย่ี นแปลง บาปกรรมจากการฆา่ ไม่มี

y มีความเห็นไม่ตายตัว ไม่แน่นอน ล่ืนแบบปลาไหล
เอาแนอ่ ะไรไม่ได้

y อัตตกิลมถานุโยค : การทรมานกายเป็นทางพน้ ทกุ ข์
y อเนกานตวาท : ความจรงิ มีหลายเง่ือนหลายแง่
y นิครนถ์นาฏบตุ ร คือ ศาสนาเชนในปัจจบุ ัน

โครงการแบรนด์ซมั เมอรแ์ คมป์ ปีท่ี 29 3 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (อ.ชัย)

2. คณะนักเรียนควรนาํ หลักธรรมใดไปประยุกต์ใช้ในการทํางานส่วนรวมเพื่อให้เกิดผลสําเร็จอันเป็นประโยชน์
รว่ มกัน
1) อปุ าสักธรรม
2) ปญั ญาวฒุ ิธรรม
3) อปริหานยิ ธรรม
4) อริยวัฑฒิธรรม
5) ทิฏฐธัมมิกตั ถสังวัตตนกิ ธรรม

3. อปรหิ านิยธรรม 7 คือหลักธรรมไม่เป็นท่ีต้ังแห่งความเส่ือม นํามาใช้ในการปกครองหมู่คณะเพ่ือความสุข
ความเจรญิ ขอ้ ใดไมน่ ับอยู่ในหลักอปริหานิยธรรม 7
1) ไม่ลกั ขโมยของผอู้ ื่น
2) เคารพบูชาสักการะเจดยี ์
3) พร้อมเพรียงในการประชมุ
4) ไม่บญั ญตั ิส่งิ ท่ีไมค่ วรบัญญตั ิ
5) ใหก้ ารอารักขาพระภกิ ษุสงฆ์หรือผทู้ รงศีล

อปรหิ านยิ ธรรม 7 อปริหานยิ ธรรม คือ ธรรมอนั ไม่เปน็ ท่ีตัง้ แห่งความเสือ่ ม เป็นธรรมท่ีนําความเจริญมา
สู่หมคู่ ณะ
คณุ ค่าทาง 1. หมนั่ ประชมุ ประจํา
จรยิ ธรรมของ 2. พร้อมเพรียงกนั ประชุม เลกิ ประชมุ
อปรหิ านิยธรรม 7 3. ไมบ่ ัญญัติส่ิงใหม่อันขัดต่อหลักการเดิมหรือตามอําเภอใจ ไม่ล้มล้างข้อบัญญัติเก่า

ที่ยังใชไ้ ด้อยู่
4. เคารพและรับฟงั ความเห็นของผูใ้ หญ่
5. ไม่ข่มเหงหรือฉุดครา่ สตรี
6. เคารพสกั การบชู าเจดยี ์ เช่น ปูชนยี สถาน ปูชนียวัตถุ อนสุ าวรียป์ ระจาํ ชาติ
7. ใหอ้ ารักขาแกพ่ ระอรหันต์

ƒ เป็นหลักธรรมสาํ หรบั การปกครองบา้ นเมือง
ƒ ข้อบัญญตั แิ ต่ละขอ้ ต่างสนับสนนุ กัน ผ้ปู กครองตอ้ งปฏิบัติให้ครบทุกข้อ ไม่ใช่เลือก

ปฏบิ ัติบางข้อ
ƒ มขี อ้ บญั ญตั ิใหค้ มุ้ ครองและใหเ้ กยี รตสิ ตรี
ƒ เป็นหลักธรรมท่ีสอดคล้องกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย (เน้นความ

สามคั คแี ละความมสี ว่ นร่วมในการปกครองบ้านเมอื งของประชาชน)
ƒ สมัยพุทธกาล กษัตริย์ลิจฉวีแห่งเมืองไพศาลี แคว้นวัชชี ยึดอปริหานิยธรรมเป็น

หลักในการปกครองบา้ นเมอื ง ทําให้บา้ นเมืองเจริญและประชาชนมีความสามัคคีกัน

สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม (อ.ชัย) 4 โครงการแบรนดซ์ ัมเมอรแ์ คมป์ ปที ี่ 29

สาราณยี ธรรม 6 สาราณียธรรม คือ ธรรมอันเป็นเหตุให้ระลึกถึงกัน ธรรมที่ทําให้เกิดความสามัคคี
(สมานฉันท์) เป็นหลกั การท่ีทําใหอ้ ยู่ร่วมกนั อย่างสนั ตสิ ขุ
1. เมตตากายกรรม : ทําตอ่ กนั ด้วยเมตตา
2. เมตตาวจกี รรม : พูดต่อกนั ด้วยเมตตา
3. เมตตามโนกรรม : คิดตอ่ กนั ด้วยเมตตา
4. สาธารณโภคี : แบ่งปนั ส่ิงของให้แกก่ ัน
5. สลี สามญั ญตา : มคี วามประพฤตดิ งี ามทเ่ี ขา้ กันได้กับคนอืน่ มีระเบียบวินัย
6. ทิฏฐิสามญั ญตา : มีความเห็นชอบร่วมกัน แก้ปัญหาร่วมกัน ยอมรับฟังความ

คิดเหน็ ต่างดว้ ยความอดทน

4. ธรรมทเ่ี ปน็ เหตใุ หร้ ะลกึ ถึงกันมคี วามเคารพกนั ช่วยเหลอื กนั และสามัคคพี ร้อมเพรยี งกนั คอื ธรรมใด
1) อธปิ ไตย
2) อรยิ วฑั ฒิ
3) สาราณยี ธรรม
4) อปรหิ านิยธรรม
5) ทฎิ ฐธัมมกิ ตั ถสังวตั ตนิกธรรม

5. เมื่อต้องการให้เกิดความระลึกถึงกัน มีความสามัคคีและอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขสังคมควรเลือกใช้
หลักธรรมขอ้ ใดในการดาํ เนนิ ชวี ิต
1) อธปิ ไตย 3
2) อิทธบิ าท 4
3) อนิ ทรยี ์ 5
4) อริยวฑั ฒิ 5
5) สาราณียธรรม 6

6. อกุศลกรรมและกศุ ลกรรมเปน็ กรรมประเภทใด
1) กรรมตามมูลเหตุ
2) กรรมทใี่ หผ้ ลตามหน้าที่
3) กรรมตามการแสดงออก
4) กรรมท่ใี หผ้ ลตามกาลเวลา
5) กรรมท่ใี ห้ผลตามลาํ ดบั ความแรง

โครงการแบรนดซ์ มั เมอรแ์ คมป์ ปที ี่ 29 5 สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม (อ.ชยั )

หลักกรรม หลักกรรม คือ หลักที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างการกระทํากรรมและผลแห่งกรรม

แบ่งประเภทได้ดังน้ี
ƒ กรรมจาํ แนกตามมลู เหตุการกระทาํ

1. อกุศลกรรม (กรรมชว่ั ท่ีเกดิ จากความโลภ โกรธ หลง)

2. กุศลกรรม (กรรมดี)
ƒ กรรมจาํ แนกตามการแสดงออก

1. กายกรรม

2. วจีกรรม

3. มโนกรรม

กรรมนยิ าม 12 ƒ กรรมจําแนกตาม ƒ กรรมจําแนกตามหน้าที่ ƒ กรรมจําแนกตามลําดบั การ

เวลาท่ใี ห้ผล การใหผ้ ล ให้ผล

1. ทฏิ ฐธัมมเวทนยี กรรม 5. ชนกกรรม 9. ครกุ รรม

2. อปุ ปัชชเวทนียกรรม 6. อปุ ตั ถัมภกกรรม 10.อาจิณณกรรม (พหลุ กรรม)

3. อปราปรเวทนยี กรรม 7. อปุ ปีฬกกรรม 11. อาสันนกรรม

4. อโหสิกรรม 8. อปุ ฆาตกกรรม 12. กตตั ตากรรม

กรรมจาํ แนก 1. ทฏิ ฐธัมมเวทนียกรรม : กรรมให้ผลทันตาเหน็ หรือให้ผลในชาตปิ ัจจุบนั

ตามเวลา 2. อุปปชั ชเวทนียกรรม : กรรมใหผ้ ลในชาติหน้า

3. อปราปรเวทนยี กรรม : กรรมใหผ้ ลในชาติต่อๆ ไป

4. อโหสิกรรม : กรรมท่เี ลกิ ใหผ้ ล ไมม่ ผี ลอีก

กรรมจําแนก 5. ชนกกรรม : กรรมท่ีเป็นตัวนําไปเกิด เช่น ถ้าเป็นกรรมดีก็นําไปเกิดในภพที่ดี ถ้าเป็น

ตามหน้าท่ี กรรมชั่วกน็ ําไปเกดิ ในภพทช่ี ั่ว

6. อุปัตถัมภกกรรม : กรรมสนับสนุนให้ดีขึ้นหรือเลวลง เช่น ถ้าชนกกรรมนําไปเกิดใน

ตระกลู ท่ีรวย อปุ ตั ถัมภกรรมกจ็ ะไปสนับสนุนใหไ้ ด้รบั ความสขุ แต่หากชนกกรรมแตง่ ให้

เกดิ ในตระกลู ต่ําตอ้ ย อุปัตถัมภกรรมก็จะไปซ้ําเติมใหเ้ ลวย่ิงขึน้

7. อปุ ปีฬกกรรม : กรรมบีบค้นั กรรมชนิดน้ีบ่ันทอนสุขและทุกข์ให้แปรเปล่ียนท่ีตรงกัน

ข้ามกบั ตน เช่น ชนกกรรมนําไปเกิดเป็นลูกเศรษฐีมีชีวิตสุขสบาย หากมีอุปปีฬกกรรม

อยู่ จะเขา้ ไปบ่นั ทอนกําลงั เชน่ เกเร ติดยาเสพติด เรียนหนังสือไมจ่ บ

8. อุปฆาตกกรรม : กรรมตัดรอน เช่น คนท่ีเกิดในตระกูลรํ่ารวย แต่อายุส้ัน หรือคนท่ี

กาํ ลังมคี วามสขุ ความสําเรจ็ แตก่ ต็ ้องประสบหายนะโดยปัจจบุ นั ทันด่วนหรือคนท่ีกําลัง

ทุกข์หนัก แต่ก็เกิดเหตุการณ์ดีๆ ข้ึนช่วยให้พ้นทุกข์อย่างปาฏิหาริย์ หรือคนท่ีเกิดใน

ตระกูลยากจนมีแต่ทุกข์ แตม่ เี ศรษฐีมาขอไปเปน็ บุตรบุญธรรมไดร้ ับสขุ สบาย

สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม (อ.ชัย) 6 โครงการแบรนดซ์ มั เมอร์แคมป์ ปที ี่ 29

กรรมจําแนก 9. ครุกรรม : กรรมหนัก ให้ผลก่อน กรรมฝ่ายดี เช่น ทําสมาธิจนได้ฌาน กรรมฝ่ายช่ัว
ตามลําดับ เช่น ฆ่าพ่อแม่ ทําอนันตริยกรรม กรรมที่เป็นบาปหนักท่ีสุดให้ผลก่อน โดยไม่มีกรรม
อ่นื มาขวางก้นั ได้
*อนันตรยิ กรรม คอื กรรมท่เี ปน็ บาปหนักที่สดุ หากผู้ใดทํากรรมนแ้ี ลว้ ตัดทางนิพพาน
1. มาตฆุ าต (ฆา่ มารดา)
2. ปิตุฆาต (ฆ่าบดิ า)
3. อรหนั ตฆาต (ฆา่ พระอรหันต์)
4. โลหิตปุ บาท (ทาํ รา้ ยพระพทุ ธเจา้ จนถึงพระโลหติ ให้หอ้ ขึ้นไป)
5. สงั ฆเภท (ทาํ ใหพ้ ระสงฆ์แตกแยก)

10.อาจิณณกรรม (พหุลกรรม) : กรรมท่ีทําจนชินหรือกรรมท่ีทําซํ้าซาก ให้ผลรองจาก
ครุกรรม เชน่ คนที่ฆ่าสัตวเ์ ป็นประจาํ ถา้ ไม่มีกรรมอ่นื กรรมชนดิ นจ้ี ะให้ผลก่อน

11. อาสนั นกรรม : กรรมท่ีระลึกถึงเมือ่ จวนจะตาย เช่น คนทํากรรมดี เวลาจะตายนึกถึง
กุศลกรรมที่ทําไว้ได้หรือเวลาจะตายมีพระมาสวดให้ฟัง ถ้าตายไปในขณะที่ใจจดจ่ออยู่
กับเสียงพระสวด กรรมดีนี้จะนําไปเกิดในสุคติภพ แต่ถ้าคนท่ีทํากรรมช่ัว เช่น
อนันตริยกรรม แม้มีพระมาสวดก็จะไม่สนใจ จะเห็นแต่ภาพอกุศลกรรมที่ตนเคยทําไว้
เมื่อตายลงก็จะไปเกิดในนรก

12. กตัตตากรรม : กรรมสกั แตว่ า่ ทํา คือ กรรมท่ที าํ ด้วยเจตนาออ่ นมากหรอื มไิ ดเ้ จตนาจะ
ทําอย่างนั้นโดยตรงอาจจะทําไปด้วยความประมาทหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ กรรมน้ีจะ
ให้ผลตอ่ เมอ่ื ไม่มีกรรมอ่ืนมาใหผ้ ลแล้ว

7. หลกั ธรรมในข้อใดเกี่ยวขอ้ งกับแนวคิดเศรษฐกจิ พอเพยี งนอ้ ยท่ีสุด
1) อักโกธะ
2) สมชีวติ า
3) ธมั มญั ญุตา
4) มตั ตญั ญุตา
5) มชั ฌิมาปฏปิ ทา

8. หลกั ธรรมในขอ้ ใดสามารถนํามาใชใ้ นการดํารงชีวิตแบบพอเพียงไดด้ ที สี่ ุด
1) หลักสงั คหวัตถุ 4
2) หลกั พรหมวิหาร 4
3) หลักสตปิ ัฏฐาน 4
4) หลักโภควิภาค 4
5) หลกั อริยสัจ 4

โครงการแบรนดซ์ มั เมอร์แคมป์ ปีท่ี 29 7 สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม (อ.ชัย)

พทุ ธธรรม y อัตตา หิ อัตตะโน นาโถ (การพึง่ ตนเอง) สรปุ วา่ แบ่งไว้ดังน้ี
กับปรัชญา y นาถกรณธรรม (การพึง่ ตนเอง) ƒ ใช้จ่าย 0.5 ส่วน
เศรษฐกิจ y สนั ตฏุ ฐี ปะระมัง ธะนัง (ความสันโดษ) ƒ ทําประโยชน์
พอเพียง y มตั ตญั ญตุ า (รปู้ ระมาณ)
y ธัมมญั ญุตา อตั ถญั ญุตา (รเู้ หตุ รผู้ ลในการดําเนินชีวิต) 0.5 สว่ น
โภควิภาค 4 y สมชีวติ า (อยู่อย่างพอเพียง) ƒ ลงทุน 2 ส่วน
y มชั ฌิมาปฏปิ ทา (ทางสายกลาง) ƒ ออม 1 สว่ น
y โภควิภาค 4 (หลกั การแบง่ ทรพั ย)์

โภควิภาค 4 คอื หลกั การแบง่ ทรัพย์โดยจดั สรรออกเปน็ 4 ส่วน
ส่วนที่ 1
- เพ่อื ใชจ้ า่ ยเลีย้ งตน เล้ียงคนทีค่ วรบํารงุ บาํ เพ็ญประโยชนท์ าํ ความดี
สว่ นท่ี 2 และ 3
- เพ่อื ลงทนุ ประกอบการงาน
ส่วนที่ 4
- เพอื่ ออมไว้ใชค้ ราวจาํ เปน็ เช่น คา่ รักษาพยาบาลตนหรอื พอ่ แม่

9. วิธีคิดแบบใดเปน็ แบบคุณค่าแท้-คุณค่าเทียม
1) กอบ ซือ้ รถยนต์คนั ใหญ่เพราะโกน้ ่ัง สบาย
2) กุล ซ้อื รถยนตเ์ พราะชอบรูปลกั ษณส์ วยเท่ห์
3) กานต์ ซื้อรถยนต์มือสองเพราะเพ่อื นชกั ชวน
4) กร ซือ้ รถยนตร์ ุน่ เลก็ เพราะใช้ไดด้ ี ประหยดั นํา้ มัน
5) ก้อง ซ้ือรถยนตย์ ่หี อ้ ดังเพราะเปน็ ที่นยิ ม ขายตอ่ ง่าย

วิธคี ดิ y โยนิโสมนสิการ (โย-นิ-โส-มะ-นะ-สิ-กาน) แปลว่า การพิจารณาอย่างแยบ

แบบโยนโิ สมนสกิ าร คาย การใช้ความคิดถูกวิธี การพิจารณาเพ่ือเข้าถึงความจริงโดยสืบค้นหา

เหตผุ ลไปตามลาํ ดับจนถึงตน้ เหตุ

y วิธีคิดแบบโยนิโสมนสิการเป็นความคิดเพ่ือกําจัดอวิชชาและตัณหา แบ่ง

ออกเป็น 10 วิธี

1. คดิ แบบสาวหาเหตุ ƒ คดิ แบบสืบคน้ จากผล สืบสาวหาสาเหตุที่แท้จริง เช่น ส่ิงนี้มีเพราะอะไรเป็น

ปัจจัย ปจั จยั สงิ่ น้ีไมม่ เี พราะอะไรเป็นปจั จัย ส่ิงน้ีเกิดข้ึนเพราะอะไรเป็นปัจจัย สิ่งนี้

ดบั ไปเพราะอะไรเป็นปจั จยั

2. คิ ด แ บ บ แ ย ก แ ย ะ ƒ คิดแบบแยกแยะออกเป็นส่วนๆ เพ่ือหาความสอดคล้องสัมพันธ์ เช่น สิ่งน้ี

ส่วนประกอบ เป็นเพียงการประชุมกันเข้าขององค์ประกอบต่างๆ ท่เี รยี กวา่ ขันธ์ 5

สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม (อ.ชัย) 8 โครงการแบรนด์ซัมเมอรแ์ คมป์ ปที ่ี 29

3. คิ ด แ บ บ ส า มั ญ ƒ คิดและรู้ความเป็นไปตามธรรมดาของสรรพสิ่งตามความเป็นจริง ก็คือ

ลกั ษณะ คดิ ตามแบบ “ไตรลกั ษณ”์ เช่น สง่ิ ทัง้ ปวงเมือ่ เกดิ ขึน้ แลว้ ตอ้ งดับไป ไม่คงที่

ไม่ย่ังยืน เป็นอนิจจัง / สิ่งท้ังปวงมีสภาวะถูกบีบคั้น กดดัน ไม่อาจคงอยู่

สภาพเดิมได้ เป็นทุกขัง / สิ่งท้ังปวงไม่อาจเป็นไปตามความปรารถนาของใคร

เปน็ อนตั ตา
ƒ คดิ ให้เห็นเปน็ ธรรมดาวา่ “มนั เป็นเช่นนีเ้ อง” เมอื่ เหน็ วา่ “มันเป็นเช่นนี้เอง”

ก็จะรู้จกั “ปลง” คอื ไม่ยดึ ม่ันถือมัน่ เกินกว่าเหตุ เมื่อไม่ยึดมั่นถือม่ันเกินกว่า

เหตกุ ็ไม่มีความทกุ ข์

4. คดิ แบบอรยิ สจั ƒ คิดตามเหตุผล สืบสาวหาสาเหตุแล้วแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เช่น ทุกข์ต้อง

กาํ หนดรู้ / เหตุทท่ี ําให้เกดิ ทุกข์ (สมุทัย) ต้องละ / การสิน้ ทุกข์ (นิโรธ) ต้อง

ทาํ ใหแ้ จ้ง / ทางสู่การส้นิ ทุกข์ (มรรค) ตอ้ งเจรญิ

5. คิดแบบอรรถธรรม ƒ คิดแบบเช่ือมโยงหลักการและจุดมุ่งหมายเข้าด้วยกัน คือ คิดถึงหลักการ

สมั พนั ธ์ ของเร่อื งหรอื สงิ่ น้ันว่าอะไร ความมุง่ หมายเพือ่ อะไร
ƒ ในพระสตู รหนึง่ พระพทุ ธเจ้าตรสั วา่ “บุคคลอยากได้น้ํามนั งาแตเ่ อาทรายมา

บดละเอียดเพ่อื หานํ้ามันงา เขาก็ย่อมไม่ได้น้ํามันงา หรือบุคคลอยากได้แก่น

ไม้ ถือขวานเข้าป่า แต่ไปตัดเอาก่ิงใบเปลือกกระพี้ของต้นไม้มา เขาก็ย่อม

ไม่ไดแ้ ก่นไม”้ ในทํานองเดียวกันการกระทําที่ไม่สอดคล้องกับเป้าหมายไม่ว่า

เร่ืองอะไร ก็มักจะไม่ประสบผลสําเร็จ เพราะฉะน้ันต้องคิดแบบเชื่อมโยง

ระหวา่ งหลักการกบั เป้าหมายให้ได้ เป้าหมายคืออะไร ต้องการอะไร หลักการ

และวิธกี ารเพ่อื ที่จะใหบ้ รรลเุ ปา้ หมายน้ันคอื อะไร และจะต้องทาํ อยา่ งไรจึงจะ

บรรลผุ ล ตอ้ งใหช้ ัดเจน

6. คิดแบบเห็นคุณโทษ ƒ คดิ ท้งั ในแง่บวก แง่ลบ และคดิ เสนอแนวทางแกไ้ ข คือ ส่ิงนี้มีด้านดีด้านเสีย

และทางออก หรือคุณโทษอย่างไร และมีทางออกที่ทําให้พ้นจากโทษนั้นอย่างไร เช่น

เทคโนโลยีตา่ งๆ ที่ชว่ ยอาํ นวยความสะดวกในการดํารงชีวติ ยอ่ มมที ง้ั คุณและ

โทษ เราจะตอ้ งรูจ้ กั พจิ ารณาเลอื กใช้ให้เหมาะสม และเกิดประโยชนม์ ากท่สี ุด

7. คิดแบบรู้คุณค่าแท้ ƒ คดิ วเิ คราะห์ถงึ ประโยชน์ที่แทจ้ รงิ หรอื ประโยชน์เทียมของสิ่งน้นั ว่าคอื อะไร

คณุ ค่าเทยี ม

8. คิ ด แ บ บ ป ลุ ก เ ร้ า ƒ คิดเจริญกุศล (คิดถึงส่วนดีงามของสิ่งนั้น) และคิดสกัดก้ันกุศล (คิดถึงโทษ

คณุ ธรรม ของการคิดอกุศล) เช่น บทกวีของท่านพุทธทาสภิกขุท่ีว่า “เขามีส่วนเลว

บ้างชา่ งหัวเขา จงเลือกเอาสว่ นที่ดเี ขามีอยู.่ ..”

9. คิด แ บ บ เ ป็ น อ ยู่ กั บ ƒ คิดอย่างร้เู ทา่ ทันสิ่งที่ตนกําลังทําอยู่เฉพาะหน้า คือ คิดในขณะเดียวที่กําลัง

ปัจจุบนั เกิดขึ้น คดิ อยา่ งมีสตกิ าํ กบั ไม่ปลอ่ ยให้ความคิดชักจูงใจให้ฟ้งุ ซา่ น

10.คิดแบบวภิ ัชชวาท ƒ คดิ แบบจําแนกประเดน็ และแง่มุมต่างๆ หรือมองหลายมุม เพื่อให้เกิดความ

เขา้ ใจความจรงิ และไดค้ าํ ตอบที่ถกู ต้องสมบูรณ์
ƒ คนมองแบบวิภัชชวาท จะเข้าใจความจริง เข้าใจโลก เข้าใจคน และจะเป็น

คนมีเมตตากรุณาต่อคนอ่ืน เกิดอะไรขึ้นก็ไม่คิดโทษแต่คนอื่น ถ้าจะเอาผิด

แล้วตนก็ผดิ ด้วย เมื่อมคี วามคดิ อยา่ งน้ี ยอ่ มรจู้ ักใหอ้ ภัยกนั และกัน

โครงการแบรนดซ์ ัมเมอร์แคมป์ ปที ี่ 29 9 สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม (อ.ชยั )

10. พระปัญจวัคคยี ์องค์ใดมีคณุ ลกั ษณะเด่นเป็นผู้อ่อนน้อมถอ่ มตน

1) พระอัญญาโกณฑัญญะ 2) พระวปั ปะ 3) พระภัททยิ ะ
3) พระอานนท์
4) พระมหานามะ 5) พระอัสสชิ

11. พระสาวกองคใ์ ดได้รับการยกยอ่ งจากพระพทุ ธเจา้ ว่าเปน็ พหูสตู

1) พระอสั สชิ 2) พระอนรุ ุทธ

4) พระสารีบุตร 5) พระอญั ญาโกณฑญั ญะ

พทุ ธสาวก/ ประวตั ิ/เอตทคั คะ คณุ ธรรมทคี่ วรถือเปน็ แบบอย่าง
พทุ ธสาวิกา
พระอสั สชิ ƒ พระอัสสชิได้แสดงธรรมะแก่อุปติสสะ y อ่อนน้อมถ่อมตน
พระอานนท์
(ต่อมาคือพระสารีบุตร) จนเกิดความ y เปน็ ครทู ีด่ ี (ครขู องพระสารบี ตุ ร)
พระอนุรทุ ธะ
เล่อื มใส y เ ป็ น ผู้ ม่ั น ค ง ใ น ห ลั ก ก า ร ข อ ง
พระกีสาโคตมี
ƒ พ ร ะ อั ส ส ชิ กั บ พ ร ะ ส า รี บุ ต ร จึ ง มี พระพทุ ธศาสนา

ความสัมพันธ์เปน็ อาจารยก์ ับศิษย์

ƒ โอรสของพระเจ้าสุกโกธนะ เป็นอสีติ y เปน็ ผใู้ ฝ่รู้ย่ิง

มหาสาวก y เป็นผมู้ ีสตเิ สมอ

ƒ เลิศทางพุทธอุปัฏฐาก พหูสูต ผู้มีสติ y มีหลกั จดจาํ พทุ ธวจนะ

ผมู้ วี ิธีจดจาํ พทุ ธวจนะ ผมู้ ีความเพียรย่ิง y เปน็ ผมู้ เี มตตากรณุ าย่งิ

ƒ ท่านไดช้ ่วยให้สตรไี ดบ้ วชเป็นพระภิกษณุ ี y เป็นผู้มองการณ์ไกล

(เช่น พระนางปชาบดีโคตมี) และเป็น y เป็นผมู้ กั นอ้ ยย่งิ

ผู้ออกแบบจวี รพระสงฆใ์ นสมยั พุทธกาล y เปน็ ผรู้ จู้ กั กาลเทศะยงิ่

ƒ บรรลุเป็นพระอรหันต์ “พ้นจากอิริยาบถ

ทั้งส”่ี (คือ มิใชอ่ ย่ใู นทา่ ยนื เดิน นัง่ นอน)

ƒ ท่านเป็นผู้ตอบพระธรรมในการสังคายนา

ครง้ั ท่ี 1

ƒ โอรสของพระเจ้าอมิโตธนะ เป็นอสีติ y มีความเพียรย่ิง

มหาสาวก y เป็นผู้สํารวมระวังย่ิง

ƒ ทา่ นมีส่วนรว่ มในการสังคายนาครง้ั ท่ี 1 y เป็นหลกั แหง่ พระธรรมวินัย

ƒ ได้ชื่อว่าเป็นผู้ไม่เคยได้ยินคําว่า “ไม่มี”

เพราะยนิ ดีในการใหท้ าน

ƒ เลิศทางทิพยจักษุ

ƒ ผู้อุ้มร่างลกู ทีต่ าย ไปขอยารักษาให้ฟ้ืนคนื ชีพ y มคี วามเคารพนอบนอ้ มย่งิ
ƒ เลศิ ทางทรงจีวรเศร้าหมอง y มีความคิดฉบั ไว
y เปน็ ครูท่ีดขี องสตรี
y มชี ีวติ เรียบงา่ ย

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม (อ.ชยั ) 10 โครงการแบรนด์ซมั เมอร์แคมป์ ปีท่ี 29

พระธัมมทนิ นา ƒ ธิดาชาวนครราชคฤห์ y มีปญั ญาและใชป้ ญั ญาแกไขปัญหา
ƒ เลิศทางแสดงธรรม (พระธรรมกถึก) ชวี ิต

พระปฏาจารา ƒ ธดิ าเศรษฐีเมอื งสาวัตถี y ใฝค่ วามรู้และใฝพ่ ัฒนาตนใหด้ ีงาม
ƒ เลิศทางเครง่ ครดั พระวนิ ัย
y มคี วามต้ังใจจริง
y เป็นผูแ้ นะแนวทางชีวิตทดี่ ียิ่ง

12. วันใดคือวนั พระธรรม

1) มาฆบูชา 2) วิสาขบูชา 3) อัฏฐมีบชู า 4) ธรรมสวนะ 5) อาสาฬหบูชา

13. สมศักด์ิศึกษาธรรมจนเข้าใจชัดว่าทุกส่ิงต้องเปล่ียนแปลงไปตามกาลเวลา สิ่งมีชีวิตเมื่อเกิดแล้วก็

เปล่ียนแปลงไปตามวัยและตายไปในที่สุด เขาจึงต้ังใจท่ีจะประพฤติดีปฏิบัติชอบ ทั้งทางกาย ทางวาจา

และทางใจตามหลักสุจริต 3 หลกั ธรรมดังกลา่ วเก่ียวเน่อื งกับวันสาํ คญั ทางศาสนาวนั ใด

1) มาฆบูชา 2) วิสาขบูชา 3) อัฏฐมีบูชา 4) เข้าพรรษา 5) อาสาฬหบชู า

มาฆบชู า y จาตุรงคสนั นบิ าต ƒ โอวาทปาตโิ มกข์
(ขึ้น 15 ค่ํา เดือน 3) y โอวาทปาตโิ มกข์ ƒ บญุ กริ ิยาวัตถุ 3 (ทาน ศลี ภาวนา)
ƒ ขันติ (ความอดทน)
y วันปลงสงั ขาร
y วันแห่งความบรสิ ุทธิ์ ƒ อรยิ สัจ 4, ปฏิจจสมุปบาท
y วันกตัญญูแหง่ ชาติ ƒ พละ 5 (สัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปญั ญา)
วิสาขบชู า y วันคลา้ ยวันประสตู ิ ƒ อธษิ ฐานธรรม (ปัญญา สัจจะ จาคะ อุปสมะ)
(ข้นึ 15 ค่าํ เดอื น 6) ตรัสรู้ ปรินิพพาน ƒ สจุ รติ 3 (กายสุจรติ วจีสุจรติ มโนสุจรติ )
y วนั สําคัญสากลโลก ƒ ดรณุ ธรรม 6 (อาโรคยะ สลี ะ พทุ ธานุมัติ ธรรมานุวัติ อลีนตา)
อัฏฐมบี ูชา y วนั คลา้ ยวนั ถวาย ƒ อปั ปมาทธรรม (ความไม่ประมาท)
(แรม 8 คาํ่ เดือน 6) พระเพลงิ พทุ ธสรีระ ƒ ธมั มจกั กัปปวตั ตนสตู ร
ƒ จกั ร 4 (อยใู่ นถน่ิ ที่เหมาะสม คบคนดี ต้ังตนไวช้ อบ
อาสาฬหบชู า y ปฐมเทศนา
(ข้นึ 15 ค่ํา เดอื น 8) y อรยิ สงฆ์องคแ์ รก เป็นผู้ทาํ ดีไว้กอ่ น)
ƒ มรรคมีองค์ 8, มัชฌมิ าปฏปิ ทา
y มีพระรตั นตรยั ครบ วริ ัติ 3 (งดเวน้ จากบาป)
ƒ สัมปตั ตวริ ัติ : งดเวน้ จากบาปขน้ึ มาเอง
วันเข้าพรรษา y พระสงฆอ์ ยู่วดั ƒ สมาทานวิรัติ : งดเวน้ จากบาปดว้ ยการสมาทานศลี
(แรม 1 คํา่ เดือน 8) นาน 3 เดือน ƒ สมุจเฉทวริ ัติ : งดเว้นจากบาปได้เด็ดขาดและไม่

กลบั ไปทําบาปอีก

โครงการแบรนด์ซมั เมอรแ์ คมป์ ปีท่ี 29 11 สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม (อ.ชัย)

14. นิวรณ์ 5 เป็นสิ่งท่ีกีดขวางจิตไม่ให้บรรลุความดี การที่จิตของมนุษย์มีความเซ่ืองซึม แสดงว่าถูกนิวรณ์

ขอ้ ใดครอบงํา

1) กามฉันทะ 2) ถีนมทิ ธะ 3) พยาบาท

4) วจิ กิ จิ ฉา 5) อทุ ธัจจกุกกจุ จะ

นวิ รณ์ คือ สิ่งที่กน้ั จิตไมใ่ ห้ก้าวหน้าในคุณธรรม วธิ แี ก้
1. กามฉันทะ : พอใจในกามคณุ y หกั ห้ามใจดว้ ยการพิจารณาถึงความไม่งาม
2. พยาบาท : คิดร้าย ขัดเคอื งแคน้ ใจ y เมตตา ใหอ้ ภัย พจิ ารณาโทษของการจองเวร
3. ถีนมิทธะ : หดหู่ เซือ่ งซมึ ง่วง y รปู้ ระมาณการกนิ เพยี รขยัน มุ่งม่นั ตั้งใจ
4. อุทธจั จกุกกจุ จะ : ฟุ้งซา่ น รําคาญใจ y สมาธิจิตบาํ บัด กายบาํ บดั ดว้ ยงานท่ีใช้กําลงั
5. วิจกิ ิจฉา : ลงั เลสงสยั y โยนโิ สมนสิการ ปรกึ ษาผรู้ ู้ กัลยาณมติ ร คน้ ควา้ วิจัย

15. สาํ นวนขอ้ ใดตรงกบั ความหมายของสมั มาทิฏฐิ 2) ไม่เชอ่ื อย่าลบหลู่
1) คนดีตกน้าํ ไมไ่ หล 4) สถานการณ์สร้างวรี บรุ ษุ
3) คนรวยทาํ อะไรก็ไมน่ ่าเกลียด
5) มเี งินเขานบั วา่ น้อง

y สัมมาทฐิ ิ : เห็นชอบ - รแู้ จง้ ในอรยิ สัจ ผลกรรมดีชว่ั มี บุญบาปมี นรกสวรรค์มี

y สัมมาสงั กปั ปะ : ดาํ รชิ อบ - คิดปลีกตวั ออกจากกาม คดิ ออกบวช ไมค่ ดิ พยาบาท

y สมั มาวาจา : เจรจาชอบ - เวน้ จากการพดู เทจ็ พดู คาํ หยาบ พดู สอ่ เสียด พูดเพ้อเจอ้

y สัมมากัมมันตะ : กระทาํ ชอบ - เว้นจากการฆา่ สตั ว์ ลกั ทรัพย์ ประพฤติผดิ ในกาม

y สมั มาอาชวี ะ : เล้ยี งชีพชอบ - เวน้ จากมิจฉาชีพ

y สัมมาวายามะ : เพยี รชอบ - พยายามสร้างและรักษาความดี ละชั่ว

y สัมมาสติ : ระลกึ ชอบ - ไมป่ ระมาท กําหนดจติ ร้เู ทา่ ทนั เบญจขนั ธ์

y สัมมาสมาธิ : ต้งั จติ มนั่ ชอบ - มจี ติ มน่ั คงสงบน่ิง ไม่ฟงุ้ ซา่ น คมุ อารมณ์จนขจดั นวิ รณไ์ ด้

ไตรสกิ ขา คอื การศึกษาและฝกึ อบรม 3 ขัน้ ตอน ได้แก่

1. ศีล : ฝึกอบรมความประพฤติ y ศลี (สะอาด) : ละชว่ั

2. สมาธิ : ฝกึ จิตให้เกดิ สมาธ/ิ ความตั้งใจแน่วแน่ y สมาธิ (สงบ) : ทาํ ดี

3. ปญั ญา : ฝกึ ตนให้เกิดความรแู้ จง้ ตามท่ีเปน็ จริง y ปญั ญา (สวา่ ง) : ทําจิตใหผ้ อ่ งใส

อรยิ มรรคที่สรุปลงในไตรสกิ ขานเี้ ป็นข้อปฏบิ ัติที่ยดึ ทางสายกลาง ประกอบดว้ ย

อธิศลี สิกขา (ศีล) t ƒ สมั มาวาจา ƒ สัมมากมั มนั ตะ ƒ สมั มาอาชวี ะ

อธจิ ติ ตสกิ ขา (สมาธิ) t ƒ สัมมาวายามะ ƒ สมั มาสติ ƒ สัมมาสมาธิ

อธปิ ัญญาสิกขา (ปญั ญา) t ƒ สมั มาทฐิ ิ ƒ สัมมาสังกปั ปะ

สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม (อ.ชัย) 12 โครงการแบรนดซ์ ัมเมอรแ์ คมป์ ปที ่ี 29

16. “เป็นคนควรพยายามจนกว่าจะประสบความสําเร็จ” เปน็ คาํ แปลของภาษาบาลใี นข้อใด
1) วิริเยน ทกุ ขฺ มจเฺ จติ
2) โกธํ ฆตฺวา สุขํ เสติ
3) ราชานํ มขุ ํ มนุสสานํ
4) วายเมเถว ปุริโส ยาว อตถฺ สฺส นิปปฺ ทา
5) ปฏริ ูปการี ธุรวา อุฏฺฐาตา วินทฺ เต ธนํ

y น อจุ จฺ าวจํ ปณฺฑิตา ทสสฺ ยนตฺ ิ : บัณฑติ ยอ่ มไมแ่ สดงอาการขน้ึ ๆ ลงๆ

y นตถฺ ิ โลเก อนนิ ฺทิโต : คนท่ไี มถ่ ูกนินทา ไมม่ ใี นโลก

y โกธํ ฆตวฺ า สุขํ เสติ : ฆ่าความโกรธได้ ย่อมอยเู่ ป็นสุข

y ปฏริ ูปการี ธรุ วา อุฏฐาตา วนิ ทฺ เต ธนํ : คนขยนั เอาการเอางาน กระทาํ เหมาะสม ย่อมหาทรัพย์ได้

y วายเมเถว ปรุ โิ ส ยาว อตถฺ สสฺ นิปฺปทา : เกิดเป็นคนควรจะพยายามจนกวา่ จะประสบความสาํ เรจ็

y สนฺตุฏฐี ปรมํ ธนํ : ความสนั โดษเปน็ ทรพั ย์อย่างย่งิ

y อณิ าทานํ ทุกขฺ ํ โลเก : การเปน็ หน้ีเปน็ ทุกข์ในโลก

y ราชา มุขํ มนสุ สฺ านํ : พระราชาเปน็ ประมุขของประชาชน

y สติ โลกสฺมิ ชาคโร : สตเิ ป็นเครื่องตื่นในโลก

y นตฺถิ สนฺติ ปรํ สขุ ํ : สขุ อ่นื ยิ่งกว่าความสงบไม่มี

y นพิ พฺ านํ ปรมํ สุขํ : นิพพานเปน็ สขุ อยา่ งยงิ่

17. “ถึงแม้ว่าอ๊อดจะร้องเพลงไม่เพราะแต่เพ่ือนๆ ของอ๊อดก็ตั้งใจฟังและให้กําลังใจอ๊อดจนร้องเพลงจบ”

ขอ้ ความน้ีสอดคลอ้ งกบั ขอ้ ใด

1) เนกขัมมวติ ก 2) พยาบาทวติ ก 3) กามวติ ก

4) วหิ งิ สาวิตก 5) อวหิ ิงสาวิตก

วติ ก แปลวา่ ความนึกคิด ความหมกม่นุ ครุ่นคิดในเร่ืองใดเรื่องหนึ่งเป็นการเฉพาะ มีทัง้ ฝา่ ยไม่ดแี ละฝา่ ยดี
ฝา่ ยไม่ดี เรียกว่า อกุศลวิตก และฝา่ ยดี เรียกว่า กุศลวิตก
ƒ อกุศลวิตก คอื ความนึกคดิ ในทางไม่ดี

1. กามวิตก : ความนึกคดิ ในทางกามคณุ 5 (รูป เสียง กล่ิน รส สมั ผสั ทางกายทนี่ ่าพอใจ)
2. พยาบาทวติ ก : ความนึกคิดทปี่ ระกอบดว้ ยความไม่พอใจ เคยี ดแค้น คิดเหน็ แงร่ า้ ย ขาดเมตตา
3. วิหงิ สาวติ ก : ความนึกคิดในทางที่จะเบียดเบยี นทาํ รา้ ย ข่มเหง รงั แก ขาดความกรณุ า
ƒ กุศลวติ ก คือ ความนึกคดิ ที่ดีงาม
1. เนกขัมมวิตก : ความนึกคิดทีป่ ลอดจากกาม เปน็ ความคดิ ทไ่ี ม่ยดึ ตดิ กบั อะไร
2. อพยาบาทวิตก : ความนึกคิดท่ีประกอบด้วยเมตตา ไมม่ งุ่ ร้าย
3. อวิหิงสาวติ ก : ความนึกคดิ ทีป่ ราศจากการเบยี ดเบยี น ไมค่ ดิ ร้าย ไม่ม่งุ ทาํ ลาย

โครงการแบรนดซ์ ัมเมอรแ์ คมป์ ปีที่ 29 13 สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม (อ.ชยั )

18. “ตว๋ิ เหน็ เดก็ ชายตน้ หน้าตาน่ารกั อยากเข้าไปอมุ้ ” ข้อความนสี้ อดคลอ้ งกับข้อใด

1) รูป / เวทนา 2) รูป / เวทนา / สัญญา 3) รปู / สัญญา / สังขาร

4) รูป / เวทนา / สัญญา / สังขาร 5) รูป / เวทนา / สญั ญา / สงั ขาร / วิญญาณ

ขนั ธ์ 5 คอื องคป์ ระกอบของชีวิตท่ีประกอบด้วย รปู ขนั ธ์ (รา่ ง) และนามขันธ์ (จิต)
1. รปู : ร่างกายอันประกอบด้วยธาตุดิน นาํ้ ลม ไฟ
2. เวทนา : ความรสู้ ึกเป็นสุข ทกุ ข์ เป็นกลาง
3. สญั ญา : ความจาํ ไดห้ มายรู้
4. สังขาร : สภาพทป่ี รงุ แต่งจติ ใหค้ ิดดี คดิ ชั่ว เป็นกลาง เปน็ ข้ันตอนทก่ี ่อให้เกิดพฤตกิ รรมทง้ั ดแี ละช่ัว
5. วญิ ญาณ : การรับรผู้ า่ นอายตนะ (ประสาทสัมผัสทง้ั 6)

19. คมั ภรี ์พระพุทธศาสนาประเภทสทั ทาวเิ สส เช่น รปู สทิ ธิ กจั จายนปกรณ์ เปน็ คัมภรี ์ท่ีมีเน้ือหาในดา้ นใด
1) มเี นอื้ หาประมวลพระพทุ ธพจน์ หรือพระสูตร พร้อมกับมีเรอ่ื งประกอบ
2) มีเนือ้ หาอธิบายหลกั ธรรมทส่ี าํ คัญ ยดึ ตามคาํ อธิบายในพระไตรปิฏก
3) มีเนื้อหาในทางไวยากรณ์ เพอ่ื การศึกษาภาษาบาลีในพระไตรปฏิ ก
4) มเี น้อื หาอธบิ ายพระวินัย พระสตู ร และพระอภิธรรม
5) มเี นือ้ หาอธบิ ายอรรถกถาใหช้ ดั เจนยง่ิ ข้ึน

พระไตรปิฎก พระไตรปฎิ ก คอื คมั ภีร์ทบี่ รรจหุ ลกั คาํ สอนของพระพุทธศาสนา

ลาํ ดบั ช้นั 1. พระวนิ ยั ปิฎก (พระวนิ ยั ) : ว่าดว้ ยระเบียบข้อบังคับสาํ หรบั ภิกษแุ ละภิกษณุ ี
ของคมั ภรี ์
2. พระสุตตันตปิฎก (พระสูตร) : ว่าดว้ ยพระธรรมเทศนาทม่ี เี ร่ืองราวประกอบ

3. พระอภิธรรมปิฎก (พระอภธิ รรม) : ว่าดว้ ยหลกั ธรรมลว้ นๆ

1. บาลีพระไตรปิฎก : คัมภีร์ดงั้ เดิม เนอ้ื หาพทุ ธวจนะ
2. อรรถกถา (วรรณนา) : อธบิ ายขยายความบาลพี ระไตรปฎิ ก
3. ฎกี า : อธบิ ายเพ่มิ เตมิ อรรถกถา
4. อนฎุ ีกา : อธิบายเพิม่ เติมฎีกา
5. สัททาวเิ สส : วา่ ด้วยไวยกรณบ์ าลี อธบิ ายศัพท์

20. ในพธิ อี ุปสมบท ผ้บู วชจะตอ้ งเตรยี มเคร่อื งบรขิ ารให้ครบ ข้อใดไมจ่ ดั อยู่ในเครือ่ งอัฐบริขาร

1) รม่ , รองเท้า 2) บาตร , จีวร 3) กล่องเข็ม , มดี โกน

4) ผา้ สบง , ผ้าสงั ฆาฏิ 5) ผา้ กรองนา้ํ , กลอ่ งเข็ม

อฏั ฐบรขิ าร คือ ของใช้ 8 อย่างสาํ หรับพระภิกษสุ งฆ์ เปน็ ผา้ 4 ชน้ิ เป็นเหลก็ 3 ชนิ้ เป็นน้ํา 1 ชิ้น

ผา้ สี่ ↔ ƒ สบง ƒ จวี ร ƒ สังฆาฏิ ƒ ประคดเอว

เหล็กสาม ↔ ƒ บาตร ƒ มีดโกน ƒ เขม็ เย็บผ้า

นา้ํ หนงึ่ ↔ ƒ ธมกรก (กระบอกกรองนํา้ )

สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม (อ.ชยั ) 14 โครงการแบรนดซ์ ัมเมอร์แคมป์ ปีท่ี 29

สาระหนา ทพี่ ลเมือง-วัฒนธรรม-
การดาํ เนินชีวติ ในสังคม

หน้าทีพ่ ลเมอื งฯ พิชติ TCAS’61

สงั คมและวฒั นธรรม 1. ข้อใดเปน็ ส่ิงที่ทาํ ใหส้ ังคมมนุษย์แตกตา่ งจากสัตว์สังคมอืน่ ๆ

ƒ มนษุ ยก์ บั สังคม (มนุษยม์ ีวฒั นธรรม / มนษุ ย์มภี าษาที่ส่ือความหมายกันได)้

ƒ วัฒนธรรม 2. “วิธีการท่ีสังคมกําหนดแบบแผนพฤติกรรมให้สมาชิกประพฤติ

ƒ ศพั ท์ทางสังคมวิทยา ปฏบิ ัติเป็นแนวเดยี วกัน” คือข้อใด

ƒ วั ฒ น ธ ร ร ม ไ ท ย ป ร ะ เ พ ณี (การควบคุมทางสังคม / การจัดระเบยี บทางสังคม)

ท้องถ่ิน 3. “ใครมาถงึ เรือนชาน ต้องต้อนรับ” จดั เป็นบรรทัดฐานขอ้ ใด

ƒ ปัญหาสังคม (คติธรรม / วิถปี ระชา)

4. ขอ้ ใดเป็นภูมปิ ญั ญาท้องถนิ่ ของภาคกลาง

(เพลงอแี ซว / เพลงบอก)

รฐั และการเมืองไทย 5. ประเทศคใู่ ดมีรูปแบบของรฐั แตกตา่ งกัน

ƒ ความหมายและองค์ประกอบ (ออสเตรเลยี –นิวซีแลนด์ / สหรฐั อเมรกิ า–แคนาดา)

ของรฐั 6. ข้อใดมปี ระธานาธิบดเี ป็นประมขุ ของประเทศ

ƒ ระบบการเมืองการปกครอง (เยอรมนี-เนเธอรแ์ ลนด์-เบลเยียม / ฝรง่ั เศส-อนิ เดีย-อนิ โดนเี ซยี )

เปรยี บเทยี บ 7. ข้อใดแสดงสดั ส่วนของสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลอื กตง้ั

ƒ สิ ท ธิ -ห น้ า ที่ -เ ส รี ภ า พ ใ น กบั แบบบัญชีรายชอื่ ของพรรคการเมืองตามทบี่ ัญญตั ไิ ว้ในรฐั ธรรมนูญ

รฐั ธรรมนญู 2560 ไดถ้ กู ตอ้ ง (500 : 200 / 350 : 150)

ƒ รัฐธรรมนูญและการเมืองไทย 8. หลักการสาํ คญั เก่ียวกบั สทิ ธิมนุษยชนคือ หลักความเสมอภาค สิทธิ

ƒ สทิ ธิมนษุ ยชน เสรีภาพและเร่อื งใด (การไมเ่ ลอื กปฏบิ ัติ / การขจัดความรนุ แรงทกุ รปู แบบ)

กฎหมาย 9. บุคคลใดอาจถูกศาลส่งั ให้เปน็ คนเสมอื นไรค้ วามสามารถ

ƒ ลักษณะสําคัญ-ประวัติของ (คนปัญญาอ่อน / คนวกิ ลจริต)

กฎหมาย 10.นติ กิ รรมการซอ้ื ขายทด่ี นิ โดยไมไ่ ด้ทําเป็นหนงั สือและจดทะเบยี นต่อ

ƒ ร ะ บ บ -ป ร ะ เ ภ ท -ศั ก ดิ์ ข อ ง พนักงานเจ้าหน้าท่ีมผี ลเปน็ อยา่ งไร

กฎหมาย (โมฆะ / โมฆยี ะ)

ƒ กฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ 11. ข้อใดเปน็ โทษทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา

ƒ กฎหมายอาญา (ยึดทรพั ย์สิน กกั กนั / รบิ ทรัพยส์ นิ กกั ขัง)

ƒ กระบวนการยุตธิ รรม 12. สตู รอาหาร ได้รบั การคมุ้ ครองทรัพย์สนิ ทางปัญญาตามข้อใด

ƒ กฎหมายที่ประชาชนควรรู้ (ลิขสทิ ธ์ิ / สทิ ธิบตั ร)

อาเซยี น 13. การประชุมอาเซียนบวก 6 (ASEAN+6) คําว่า “บวก 6” ไม่ได้
หมายถึง ประเทศใด (ปากีสถาน / อนิ เดีย)

14. การเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ไม่
ครอบคลมุ วิชาชพี ใด (นักวจิ ยั / นักบญั ชี / นกั สํารวจ)

โครงการแบรนด์ซมั เมอรแ์ คมป์ ปที ี่ 29 15 สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม (อ.ชัย)

ลว งลับ...ขอ สอบหนาท่ีพลเมืองฯ

1. ประเทศคใู่ ดมรี ูปแบบของรัฐและลักษณะการปกครองคล้ายคลงึ กนั มากที่สุด
1) กัมพชู า เวยี ดนาม
2) ฟิลิปปินส์ เกาหลใี ต้
3) มาเลเซยี อินโดนเี ซยี
4) ออสเตรเลีย นิวซแี ลนด์
5) สงิ คโปร์ บรู ไนดารสุ ซาลาม

y กมั พชู า V ขอ้ ใดท่ีแสดงถงึ ความแตกต่างระหว่างรฐั เด่ยี วกบั รฐั รวม
y เวยี ดนาม X รูปแบบของรัฐบาล
y ฟลิ ิปปินส์ 2. ท่มี าของหวั หนา้ รฐั บาล
y เกาหลใี ต้ 3. อาํ นาจหนา้ ท่ีของรฐั บาล
y มาเลเซยี 4. นโยบายของรัฐบาล
y อินโดนีเซีย 5. หลักการใช้อํานาจของรัฐบาล
y ออสเตรเลยี
y นิวซีแลนด์ V ขอ้ ใดคือเกณฑ์ท่ใี ชจ้ ําแนกรฐั ออกเป็นรัฐเดีย่ วหรือรฐั รวม
y สิงคโปร์ 1. จํานวนประชากรภายในรฐั
y บูรไนดารสุ ซาลาม 2. อาณาเขตของรฐั
Z จาํ นวนรัฐบาลภายในรัฐ
4. อาํ นาจอธปิ ไตยของรฐั
5. รัฐธรรมนูญของรฐั

2. ขอ้ ใดไมใ่ ชอ่ งคก์ รอิสระตามรฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช 2560
1) คณะกรรมการการเลอื กต้งั
2) คณะกรรมการตรวจเงินแผน่ ดิน
3) คณะกรรมการสทิ ธิมนุษยชนแห่งชาติ
4) คณะกรรมการปอ้ งกันและปราบปรามการทุจริตแหง่ ชาติ
5) คณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติ

องคก์ รอสิ ระตามรฐั ธรรมนญู ฯ 2560 บญั ญัตไิ ว้ในหมวดท่ี 12
1. ผตู้ รวจการแผน่ ดิน
2. คณะกรรมการการเลอื กต้งั
3. คณะกรรมการตรวจเงนิ แผน่ ดนิ
4. คณะกรรมการสทิ ธิมนษุ ยชนแหง่ ชาติ
5. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทจุ รติ แห่งชาติ

สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม (อ.ชยั ) 16 โครงการแบรนด์ซัมเมอรแ์ คมป์ ปีท่ี 29

3. ข้อใดกลา่ วถงึ รัฐสภาไทยภายใตร้ ัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย (พ.ศ.2560) ไม่ถูกตอ้ ง
1) รฐั สภาประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรจํานวน 500 คน สมาชิกวฒุ ิสภาจํานวน 200 คน
2) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกต้ังจํานวน 350 คน และมาจากบัญชี
รายช่ือของพรรคการเมอื งจาํ นวน 150 คน
3) อายขุ องสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรมีกาํ หนดคราวละ 4 ปนี ับแต่วันเลือกต้ัง และอายุของสมาชิกวุฒิสภา
มีกําหนดคราวละ 5 ปนี ับแต่วนั ประกาศผลการเลือก
4) ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานรฐั สภา ประธานวุฒิสภาเป็นรองประธานรฐั สภา
5) สมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน

ƒ สภาผู้แทนราษฎรมสี มาชิกจาํ นวน 500 คน y มาจากการเลอื กต้งั แบบแบง่ เขตเลือกต้ังจํานวน 350 คน
y มาจากบญั ชรี ายชือ่ ของพรรคการเมอื งจํานวน 150 คน

ƒ สมาชิกวุฒิสภามีสมาชิกจํานวน 200 คน มาจากการเลอื กต้ังกนั เองของบุคคลในแต่ละกลมุ่
ƒ ประธานสภาผู้แทนราษฎรเปน็ ประธานรัฐสภา ประธานวุฒสิ ภาเปน็ รองประธานรฐั สภา
ƒ ศาลรฐั ธรรมนญู วินจิ ฉยั การสน้ิ สดุ สมาชิกภาพของสมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎรและสมาชิกวุฒสิ ภา
ƒ ในการเลอื กต้งั ทัว่ ไป ให้พรรคการเมอื งท่สี ่งผสู้ มัครรับเลือกตั้งแจ้งรายช่ือบุคคลซึ่งพรรคการเมืองน้ันมีมติว่า

จะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีไม่เกิน 3 รายชื่อ
ต่อคณะกรรมการการเลือกตง้ั กอ่ นปิดการรับสมัครรบั เลอื กต้ัง และให้คณะกรรมการการเลือกต้ังประกาศ
รายช่ือบุคคลดังกล่าวให้ประชาชนทราบ และให้นําความในมาตรา 87 วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม
พรรคการเมอื งจะไมเ่ สนอรายชอื่ บุคคลตามวรรคหน่ึงก็ได้
ƒ อายุของสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรมกี าํ หนดคราวละ 4 ปนี ับแต่วนั เลือกตั้ง และอายุของสมาชิกวุฒิสภามี
กาํ หนดคราวละ 5 ปนี ับแต่วันประกาศผลการเลือก

4. สมาชกิ วุฒิสภามวี าระการดํารงตําแหนง่ กี่ปี
1) 3 ปี
2) 4 ปี
3) 5 ปี
4) 6 ปี
5) 7 ปี

ƒ วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจํานวน 200 คน ซึ่งมาจากการเลือกกันเองของบุคคลซึ่งมีความรู้ ความ
เช่ียวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ ลักษณะหรือประโยชน์ร่วมกัน หรือทํางานหรือเคยทํางานต่างๆ ที่
หลากหลายของสังคม โดยในการแบ่งกลุ่มต้องแบ่งในลักษณะท่ีทําให้ประชาชนซึ่งมีสิทธิสมัครรับเลือก
ทุกคนสามารถอยูใ่ นกลุ่มใดกลมุ่ หนง่ึ ได้

โครงการแบรนด์ซัมเมอร์แคมป์ ปีที่ 29 17 สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม (อ.ชยั )

ƒ การแบง่ กลมุ่ จาํ นวนกลุ่ม และคณุ สมบัตขิ องบคุ คลในแต่ละกลุ่ม การสมัครและรับสมัคร หลักเกณฑ์และ
วิธีการเลือกกันเอง การได้รับเลือก จํานวนสมาชิกวุฒิสภาที่จะพึงมีจากแต่ละกลุ่ม การขึ้นบัญชีสํารอง
การเลื่อนบุคคลจากบัญชีสํารองข้ึนดํารงตําแหน่งแทน และมาตรการอ่ืนใดที่จําเป็นเพื่อให้การเลือก
กันเองเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ
ได้มาซ่งึ สมาชกิ วฒุ สิ ภา และเพื่อประโยชน์ในการดําเนนิ การใหก้ ารเลือกดังกล่าวเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยง
ธรรม จะกําหนดมิให้ผู้สมัครในแต่ละกลุ่มเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกัน หรือจะกําหนดให้มีการคัดกรอง
ผสู้ มคั รรับเลอื กด้วยวิธีการอ่ืนใดทผี่ สู้ มคั รรบั เลือกมีสว่ นร่วมในการคัดกรองก็ได้

ƒ การดําเนินการตามวรรคสอง ให้ดําเนินการต้ังแต่ระดับอําเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ เพ่ือให้
สมาชกิ วฒุ ิสภาเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยในระดับประเทศ

ƒ ในกรณีทีต่ ําแหนง่ สมาชกิ วุฒิสภามีจํานวนไม่ครบตามวรรคหนึ่ง ไม่ว่าเพราะเหตุตําแหน่งว่างลงหรือด้วย
เหตุอนื่ ใดอนั มิใช่เพราะเหตถุ งึ คราวออกตามอายุของวฒุ ิสภา และไมม่ ีรายช่ือบคุ คลทส่ี าํ รองไว้เหลืออยู่ ให้
วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกวุฒิสภาเท่าท่ีมีอยู่ แต่ในกรณีที่มีสมาชิกวุฒิสภาเหลืออยู่ไม่ถึงกึ่งหน่ึงของ
จาํ นวนสมาชิกวฒุ ิสภาทั้งหมดและอายขุ องวฒุ สิ ภาเหลืออยไู่ ม่เกิน 1 ปี ให้ดาํ เนนิ การเลอื กสมาชิกวุฒิสภา
ขึ้นแทนภายใน 60 วันนับแต่วันท่ีวุฒิสภามีสมาชิกเหลืออยู่ไม่ถึงก่ึงหน่ึง ในกรณีเช่นว่านี้ ให้ผู้ได้รับเลือก
ดงั กลา่ วอยู่ในตาํ แหนง่ ได้เพียงเทา่ อายุของวฒุ ิสภาทเ่ี หลืออยู่

ƒ การเลอื กสมาชกิ วุฒสิ ภาใหต้ ราเป็นพระราชกฤษฎีกา และภายใน 5 วันนับแต่วันท่ีพระราชกฤษฎีกามีผล
ใช้บังคับ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดวันเริ่มดําเนินการเพื่อเลือกไม่ช้ากว่า 30 วันนับแต่วันท่ี
พระราชกฤษฎีกาดงั กล่าวมผี ลใชบ้ ังคบั

ƒ มาตรา 108 สมาชิกวุฒิสภามคี ณุ สมบัตแิ ละไม่มลี ักษณะต้องหา้ ม ดังตอ่ ไปนี้
ก. คณุ สมบตั ิ
(1) มีสญั ชาตไิ ทยโดยการเกิด
(2) มีอายุไม่ต่ํากวา่ 40 ปีในวนั สมัครรับเลอื ก
(3) มคี วามรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทํางานในด้านท่สี มัครไม่น้อย 10 ปี หรือเป็นผู้มี
ลกั ษณะตามหลกั เกณฑ์และเงื่อนไขท่ีบัญญัติไว้ในพระราชบัญญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู ว่าดว้ ยการ
ได้มาซ่งึ สมาชกิ วฒุ ิสภา
(4) เกิด มีช่ืออยู่ในทะเบียนบ้าน ทํางาน หรือมีความเก่ียวพันกับพื้นที่ที่สมัครตามหลักเกณฑ์และ
เง่อื นไขที่บญั ญตั ิไวใ้ นพระราชบญั ญัตปิ ระกอบรัฐธรรมนูญวา่ ด้วยการไดม้ าซึง่ สมาชิกวุฒิสภา
ข. ลักษณะตอ้ งหา้ ม
(1) เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิรับเลือกต้ังตามมาตรา 98 (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) (9)
(10) (11) (15) (16) (17) หรอื (18)
(2) เปน็ ข้าราชการ
(3) เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เว้นแต่ได้พ้นจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
มาแล้วไมน่ อ้ ยกว่า 5 ปีนบั ถงึ วนั สมคั รรับเลอื ก
(4) เป็นสมาชกิ พรรคการเมอื ง
(5) เป็นหรือเคยเป็นผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง เว้นแต่ได้พ้นจากการดํารงตําแหน่งในพรรค
การเมืองมาแลว้ ไม่นอ้ ยกวา่ 5 ปนี บั ถึงวนั สมัครรบั เลือก

สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (อ.ชัย) 18 โครงการแบรนด์ซมั เมอรแ์ คมป์ ปีที่ 29

(6) เป็นหรือเคยเป็นรัฐมนตรี เว้นแต่ได้พ้นจากการเป็นรัฐมนตรีมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีนับถึงวัน
สมคั รรับเลอื ก

(7) เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น เว้นแต่ได้พ้นจากการเป็นสมาชิกสภา
ท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิน่ มาแล้วไม่น้อยกวา่ 5 ปนี บั ถงึ วันสมัครรับเลือก

(8) เป็นบุพการี คู่สมรส หรือบุตรของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาทอ้ งถ่นิ หรือผูบ้ ริหารท้องถน่ิ ผู้สมัครรับเลือกต้ัง
เปน็ สมาชกิ วฒุ สิ ภาในคราเดยี วกนั หรือผู้ดาํ รงตาํ แหน่งในศาลรัฐธรรมนญู หรอื ในองค์กรอสิ ระ

(9) เคยดาํ รงตาํ แนง่ สมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนญู นี้
ƒ บคุ คลผ้เู คยดํารงตําแหนง่ สมาชิกวุฒสิ ภาและสมาชกิ ภาพสิ้นสุดลงมาแล้วยังไม่เกิน 2 ปี จะเป็นรัฐมนตรี

หรือผดู้ าํ รงตําแหนง่ ทางการเมอื งมไิ ด้ เว้นแตเ่ ปน็ สมาชิกสภาทอ้ งถ่ินหรอื ผู้บริหารทอ้ งถ่นิ

5. ข้อใดกลา่ วไม่ถูกตอ้ ง
1) ศาลรัฐธรรมนญู มอี าํ นาจตดั สนิ ให้นักการเมืองเป็นบคุ คลลม้ ละลาย
2) ผู้ตรวจการแผ่นดินมีอํานาจหน้าท่ีตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการท่ีก่อให้เกิดความเสียหาย
ไมว่ า่ การกระทําของขา้ ราชการน้ันจะไม่ชอบหรือชอบดว้ ยอํานาจหนา้ ท่ีกต็ าม
3) องคก์ รอยั การมีความอสิ ระในการดาํ เนนิ การ ไมอ่ ย่ภู ายใตบ้ งั คับบญั ชาของนายกรฐั มนตรี
4) คณะกรรมการการเลอื กตั้งเปน็ องคก์ รทจี่ ดั ตงั้ ข้นึ เพ่ือทําหน้าที่แทนกระทรวงมหาดไทยซึ่งเดิมมีอํานาจ
หน้าทใ่ี นการจัดการเลือกตงั้
5) คณะกรรมการการเลือกต้ังมอี าํ นาจหนา้ ทต่ี รวจสอบการดําเนินการของพรรคการเมอื ง

ศาลรัฐธรรมนญู ศาลรัฐธร รมนูญประกอบด้วยตุลาการศาลรัฐธรรม นูญจํานวน 9 คน ซ่ึง
(ส่วนประกอบ) พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตง้ั จากบุคคลดงั ต่อไปน้ี
1. ผูพ้ พิ ากษาในศาลฎกี า ซง่ึ ดาํ รงตาํ แหนง่ ไมต่ ํา่ กวา่ ผูพ้ พิ ากษาหวั หน้าคณะในศาลฎีกา

มาแลว้ ไม่น้อยกว่าสามปี ซ่ึงได้รับคดั เลอื กโดยท่ปี ระชุมใหญ่ศาลฎีกา จํานวน 3 คน
2. ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ซึ่งดํารงตําแหน่งไม่ต่ํากว่าตุลาการศาลปกครอง

สูงสุดมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี ซึ่งได้รับคัดเลือกโดยท่ีประชุมใหญ่ตุลาการในศาล
ปกครองสงู สุด จาํ นวน 2 คน
3. ผทู้ รงคณุ วฒุ ิสาขานติ ศิ าสตร์ ซึง่ ไดร้ บั การสรรหาจากผู้ดํารงตําแหน่งหรือเคยดํารง
ตําแหน่งศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทยมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า
หา้ ปี และยงั มีผลงานทางวชิ าการเป็นทป่ี ระจักษ์ จํานวน 1 คน
4. ผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ ซึ่งได้รับการสรรหาจาก
ผูด้ าํ รงตําแหน่งหรอื เคยดาํ รงตาํ แหน่งศาสตราจารยข์ องมหาวิทยาลัยในประเทศไทย
มาแลว้ เปน็ เวลาไมน่ ้อยกวา่ ห้าปี และยงั มีผลงานทางวิชาการเป็นท่ีประจักษ์ จํานวน
1 คน
5. ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รบั การสรรหาจากผู้รับหรือเคยรับราชการในตาํ แหน่งไม่ตํ่ากว่า
อธิบดี หรอื หัวหนา้ สว่ นราชการที่เทียบเท่า หรือตําแหน่งไม่ต่ํากว่ารองอัยการสูงสุด
มาแล้วไมน่ ้อยกวา่ ห้าปี จาํ นวน 2 คน

โครงการแบรนด์ซัมเมอรแ์ คมป์ ปที ี่ 29 19 สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (อ.ชัย)

ตุลาการ 1. มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
ศาลรัฐธรรมนญู 2. มีอายุไม่ตํ่ากว่า 45 ปี แต่ไม่ถึง 68 ปีในวันที่ได้รับการคัดเลือกหรือวันสมัครเข้ารับ

(คุณสมบตั ิ) การสรรหา
3. สําเรจ็ การศกึ ษาไมต่ ํ่ากวา่ ปรญิ ญาตรีหรือเทยี บเท่า
4. มีความซอื่ สตั ยส์ ุจริตเปน็ ท่ปี ระจกั ษ์
5. มสี ุขภาพท่สี ามารถปฏบิ ัตหิ น้าทไ่ี ดอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพ

6. ผดู้ าํ รงตาํ แหน่งทางการเมืองมีหนา้ ท่ตี ้องย่ืนบัญชแี สดงรายการทรัพยส์ ินและหนส้ี ินของตนแก่องคก์ รใด
1) กรมบญั ชกี ลาง สังกดั กระทรวงการคลงั 2) นายทะเบยี นพรรคการเมอื ง

3) คณะกรรมการการตรวจเงินแผ่นดนิ 4) ผตู้ รวจการแผน่ ดนิ

5) คณะกรรมการปอ้ งกนั และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

7. ข้อใดคอื ขอ้ กลา่ วหาทค่ี ณะกรรมการปอ้ งกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติมีอํานาจที่จะดําเนินคดีต่อผู้

ดาํ รงตําแหน่งทางการเมือง 2) การกระทาํ ความผิดฐานหมนิ่ ประมาท
1) การราํ่ รวยผดิ ปกติ

3) การกระทําความผดิ ฐานฉ้อโกง
4) การกระทําความผดิ ต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร

5) การกระทาํ ความผดิ ฐานปลอมเงนิ ตรา

ป.ป.ช. y คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประกอบด้วยกรรมการ
จาํ นวน 9 คน ซ่ึงพระมหากษัตรยิ ์ทรงแตง่ ตง้ั ตามคําแนะนาํ ของวฒุ ิสภาจากผู้ซึ่งได้รับ
ป.ป.ช. การสรรหาโดยคณะกรรมการสรรหา
(อาํ นาจหน้าท่)ี
y ดาํ รงตาํ แหนง่ วาระ 7 ปี และให้ดาํ รงตาํ แหน่งได้เพยี งวาระเดียว

1. ไต่สวนและมีความเห็นกรณีการกล่าวหาว่าผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาล
รัฐธรรมนูญ ผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ หรือผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ใดมี
พฤตกิ ารณ์ราํ่ รวยผิดปกติ / ทุจรติ ต่อหน้าที่ / หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อํานาจ
ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย / หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม
มาตรฐานทางจริยธรรมอยา่ งรา้ ยแรง เพื่อดาํ เนนิ การต่อไปตามรัฐธรรมนูญหรือตาม
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
แหง่ ชาติ

2. ไต่สวนและวินิจฉัยว่าเจ้าหน้าท่ีของรัฐร่ํารวยผิดปกติ กระทําความผิดฐานทุจริตต่อ
หน้าท่ี หรอื กระทําความผิดต่อตําแหน่งหน้าท่ีราชการ หรือความผิดต่อตําแหน่งหน้าท่ี
ในการยุติธรรม เพ่ือดําเนินการต่อไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย
การป้องกนั และปราบปรามการทจุ ริตแหง่ ชาติ

3. กําหนดให้ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดํารงตําแหน่งใน
องค์กรอิสระ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และเจ้าหน้าท่ีของรัฐยื่นบัญชีทรัพย์สินและ
หนี้สินของตน คู่สมรสและบุตรท่ียังไม่บรรลุนิติภาวะ รวมท้ังตรวจสอบและเปิดเผย
ผลการตรวจสอบทรพั ย์สนิ และหน้ีสินของบคุ คลดังกล่าว

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม (อ.ชัย) 20 โครงการแบรนด์ซัมเมอรแ์ คมป์ ปีท่ี 29

8. ตามรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พ.ศ. 2560) ข้อใดคือบทลงโทษผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองท่ี
จงใจไมย่ นื่ บัญชแี สดงรายการทรัพยส์ นิ และหนส้ี นิ
1) ต้องพ้นจากตําแหนง่ และต้องตกเปน็ บคุ คลลม้ ละลาย
2) ตอ้ งพน้ จากตาํ แหน่ง และห้ามทํานติ กิ รรมเก่ยี วข้องกับหนว่ ยงานของรัฐ
3) ตอ้ งพน้ จากตาํ แหนง่ และไม่มีสทิ ธดิ าํ รงตาํ แหน่งทางการเมืองใดๆ
4) ตอ้ งพ้นจากตาํ แหน่ง และห้ามดํารงตาํ แหน่งทางการเมืองเปน็ เวลา 5 ปี
5) ตอ้ งพน้ จากตาํ แหนง่ และห้ามดาํ รงตาํ แหนง่ ทางการเมอื งเปน็ เวลา 10 ปี

การดําเนินคดีแก่ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญฯ ผู้ดํารงตําแหน่งทาง
การเมอื งฯ ที่รํา่ รวยผดิ ปกติ ทุจริต ปฏิบตั หิ นา้ ท่โี ดยมิชอบ

ในกรณีท่ีมีเหตุอันควรสงสัยหรือมีการกล่าวหาว่าผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองเฉพาะท่ีบัญญัติไว้ใน
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ตุลาการศาล
รฐั ธรรมนูญ ผดู้ าํ รงตําแหน่งในองคก์ รอิสระ หรือผูว้ า่ การตรวจเงนิ แผน่ ดิน ผู้ใดมีพฤติการณต์ ามมาตรา 234
(1) ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติไต่สวนข้อเท็จจริง และหากมีมติด้วย
คะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนงึ่ ของกรรมการทง้ั หมดเท่าท่ีมีอยู่เหน็ ว่าผนู้ ้นั มีพฤตกิ ารณห์ รอื กระทําความผิด
ตามท่ีไต่สวนใหด้ าํ เนนิ การดังต่อไปน้ี

(1) ถ้าเป็นกรณีท่ีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ให้เสนอศาลฎีกา
เพ่ือวินิจฉัย ทั้งนี้ให้นําความในมาตรา 226 วรรคเจ็ด มาใช้บังคับแก่การพิจารณาพิพากษาของศาลฎีกา
โดยอนุโลม

(2) กรณีอื่นนอกจาก (1) ให้ส่งสํานวนการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุด เพ่ือดําเนินการฟ้องคดีต่อศาล
ฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง หรือดําเนินการอื่นตามพระราชบัญญัติประกอบ
รัฐธรรมนูญว่าดว้ ยการปอ้ งกันและปราบปรามการทุจรติ แห่งชาติ

เมื่อศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองประทับรับฟ้อง ให้ผู้ถูก
กล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคําพิพากษา เว้นแต่ศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารง
แหน่งทางการเมืองจะมีคําส่ังเป็นอย่างอื่น ในกรณีท่ีศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารง
ตําแหน่งทางการเมืองมีคําพิพากษาว่าผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์หรือกระทําความผิดตามท่ีถูกกล่าวหา
แล้วแต่กรณี ให้ผู้ต้องคําพิพากษาน้ันพ้นจากตําแหน่งนับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่ และให้เพิกถอนสิทธิ
สมคั รรบั เลือกต้ังของผู้นั้น และจะเพกิ ถอนสิทธิเลอื กต้งั มีกําหนดเวลาไม่เกนิ สบิ ปดี ้วยหรือไม่กไ็ ด้

ผู้ใดถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกต้ังไม่ว่ากรณีใด ผู้นั้นไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกต้ังหรือสมัครรับ
เลือกต้ังเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถ่ินหรือผู้บริหารท้องถิ่นตลอดไป
และไมม่ ีสทิ ธดิ ํารงตาํ แหน่งทางการมืองใดๆ

ในกรณีท่ีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงแหน่งทางการเมืองพิพากษาว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิด
ฐานรา่ํ รวยผดิ ปกติหรอื ทุจริตตอ่ หน้าท่ี ใหร้ ิบทรพั ยส์ นิ ท่ีผู้นน้ั ได้มาจากการกระทาํ ความผิด รวมท้ังบรรดา
ทรพั ย์สนิ หรอื ประโยชน์อ่ืนใดทไี่ ด้มาแทนทรพั ยส์ ินนัน้ ตกเป็นของแผ่นดนิ

การพิจารณาของศาลฎีกาหรอื ศาลฎกี าแผนกคดีอาญาของผู้ดาํ รงแหน่งทางการเมืองให้นําสํานวนการ
ไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเป็นหลักในการพิจารณา และเพ่ือ
ประโยชนแ์ ห่งความยุตธิ รรม ให้ศาลมีอาํ นาจไต่สวนข้อเทจ็ จรงิ และพยานหลักฐานเพ่ิมเตมิ ได้

ให้นํามาตรานี้มาใช้บังคับแก่กรณีบุคคลตามมาตรา 234 (3) จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน
และหน้ีสนิ หรือจงใจยนื่ แสดงรายการทรัพย์สินหรือหน้ีสินอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ
และมพี ฤตกิ ารณ์อนั ควรเชอื่ ไดว้ ่ามีเจตนาไม่แสดงท่มี าแห่งทรพั ยส์ ินหรอื หนีส้ นิ นั้นด้วยโดยอนุโลม

โครงการแบรนดซ์ ัมเมอร์แคมป์ ปที ่ี 29 21 สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม (อ.ชัย)

9. ขอ้ ใดไมใ่ ช่องค์กรปกครองสว่ นท้องถิน่
1) องค์การบรหิ ารส่วนตําบล
2) เทศบาลนคร
3) กรุงเทพมหานคร
4) เทศบาลเมอื ง
5) ตาํ บล

สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (อ.ชยั ) 22 โครงการแบรนดซ์ มั เมอรแ์ คมป์ ปที ่ี 29

10. ขอ้ ใดไมใ่ ชก่ ฎหมายมหาชน
1) กฎหมายภาษอี ากร
2) กฎหมายระหวา่ งประเทศ
3) กฎหมายประกันสังคม
4) กฎหมายส่งเสริมการลงทุน
5) กฎหมายมรดก

กฎหมาย กฎหมายเอกชน คู่กรณีระหว่างเอกชนกับ ƒ กฎหมายแพง่ (วา่ ดว้ ยสทิ ธิหน้าท่ี
ทีแ่ บง่ ตาม เอกชน ของเอกชน)
ความสมั พันธ์
ƒ กฎหมายพาณิชย์ (ว่าด้วยการค้า
และธรุ กิจ)

ของคกู่ รณี กฎหมายมหาชน คู่ ก ร ณี ร ะ ห ว่ า ง รั ฐ กั บ ƒ กฎหมายรัฐธรรมนูญ (ว่าด้วย
เอกชน การใช้อาํ นาจอธิปไตย)

ƒ กฎหมายปกครอง ( ว่าด้วย
ก ฎ เ ก ณ ฑ์ ก า ร บ ริ ห า ร ร า ช ก า ร
แผน่ ดิน)

ƒ กฎหมายอาญา
ƒ กฎหมายวธิ ีพิจารณาความแพ่ง
ƒ กฎหมายวธิ ีพิจารณาความอาญา
ƒ กฎหมายพระธรรม นูญศาล

ยตุ ธิ รรม

กฎหมาย กฎหมาย กฎหมายที่กําหนดสิทธิ ƒ กฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์
ทแ่ี บง่ ตามหน้าที่ สารบญั ญตั ิ หน้าท่ี ความรับผิดชอบ ƒ กฎหมายอาญา
ของบคุ คล
ของกฎหมาย

(หลกั ของการใช้ กฎหมาย กฎหมายที่กําหนดวิธีการ ƒ กฎหมายวธิ พี ิจารณาความแพ่ง
กฎหมาย) วิธีสบัญญัติ บังคับให้เป็นไปตามสิทธิ ƒ กฎหมายวธิ ีพิจารณาความอาญา
ห น้ า ที่ ที่ กํ า ห น ด ไ ว้ ใ น ƒ พระธรรมนูญศาลยุติธรรม
กฎหมายสารบัญญัติ ƒ กฎหมายลกั ษณะพยาน

กฎหมายแพ่ง กฎหมายแพ่งมี 6 บรรพ 1. หลักทว่ั ไป 2. หนี้ 3. เอกเทศสัญญา
4. ทรพั ย์สนิ
5. ครอบครวั 6. มรดก

กฎหมายอาญา กฎหมายอาญามี 3 ภาค 1. ภาคทว่ั ไป : วางหลักการทวั่ ไปของกฎหมายอาญา
2. ภาคความผิด : กาํ หนดประเภทความผดิ ไวเ้ ป็นหมวดหมู่
3. ภาคลหุโทษ : วางโทษสําหรับการกระทําความผิดเล็กนอ้ ย

โครงการแบรนด์ซมั เมอร์แคมป์ ปที ี่ 29 23 สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม (อ.ชยั )

11. นิติกรรมในขอ้ ใดมผี ลเปน็ โมฆียะ 2) เออื้ ย ทาํ พินยั กรรมเม่อื อายุ 15 ปี
1) อั้ม หมัน้ กบั อ้อยเมอื่ อายุ 16 ปี 4) อดู๊ จดทะเบียนสมรสซอ้ นเม่ืออายุ 19 ปี
3) อ้น ทาํ สัญญาขายทดี่ นิ เมอื่ อายุ 18 ปี
5) อ๋ัน รบั รอง ด.ช.อ๊อดเปน็ บตุ รเม่อื อายุ 17 ปี

นิตกิ รรมสัญญา ตามกฎหมายแล้วผ้เู ยาวจ์ ะถูกจํากดั ความสามารถในเร่อื งทจ่ี ะทํานิติกรรม นิติกรรม
ทีผ่ เู้ ยาว์ทาํ ไดเ้ อง ใดๆ ท่ผี ู้เยาว์ได้ทาํ ลงไปโดยปราศจากความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรม นิติกรรมนั้นตก
และมีผลสมบรู ณ์ เป็นโมฆียะ แต่มีข้อยกเว้นท่ีกฎหมายกําหนดให้ผู้เยาว์ทํานิติกรรมบางอย่างได้เองและ
มีผลโดยสมบูรณ์ โดยไม่ตอ้ งได้รับความยนิ ยอมจากผแู้ ทนโดยชอบธรรมกอ่ นดังน้ี
เง่อื นไขท่ีทําให้ ƒ นิติกรรมท่ีเป็นคุณประโยชน์แก่ผู้เยาว์ฝ่ายเดียว เช่น ผู้เยาว์ได้รับที่ดินโดยเสน่หา
นิติกรรมท่ตี กเป็น
เจ้าหนี้ทํานติ กิ รรมปลดหน้ใี ห้
โมฆะ ƒ กจิ การทผี่ ู้เยาว์ต้องทําเองเฉพาะตวั เชน่ การรบั รองบตุ ร การเขา้ สู่พิธสี มรส
ƒ กจิ การทีผ่ ้เู ยาวท์ ําเพื่อเลี้ยงชีพและเหมาะสมแก่ฐานะ เชน่ ซื้ออาหาร หนังสอื
ƒ ผู้เยาว์มีอํานาจทําพินัยกรรมได้เองเมื่อมีอายุครบ 15 ปี (ถ้าผู้เยาว์ทําพินัยกรรม

ก่อนอายคุ รบ 15 ปีบรบิ รู ณ์ แม้ผแู้ ทนโดยชอบธรรมใหค้ วามยนิ ยอม พนิ ยั กรรมนั้น
กต็ กเป็นโมฆะ)

นติ กิ รรมท่ตี กเป็นโมฆะ
1. นติ ิกรรมทม่ี ีวตั ถปุ ระสงคท์ ี่ตอ้ งห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย เชน่ สญั ญาจ้างฆ่าคน

สัญญาซือ้ ขายยาเสพตดิ สัญญาการเล่นพนัน
2. นติ กิ รรมทีม่ ีวัตถปุ ระสงค์เป็นการพ้นวิสัย เช่น สัญญาพาคนไปเท่ียวดวงอาทติ ย์

สญั ญาชุบคนตายใหฟ้ นื้
3. นิตกิ รรมทีม่ ีวตั ถุประสงค์เป็นการขัดตอ่ ความสงบเรียบรอ้ ยและศลี ธรรมอันดีของ

ประชาชน เชน่ สญั ญาจ้างคนให้เป็นนางบําเรอ การทาํ ความตกลงไปเปน็ พยานใน
ศาลโดยไดร้ บั ค่าตอบแทนในลักษณะแสวงหาประโยชนจ์ ากการเป็นความของบคุ คลอ่นื
4. นติ กิ รรมที่ไมท่ ําใหถ้ กู ต้องตามแบบที่กฎหมายกาํ หนดไว้ เช่น การซื้อขาย
อสงั หารมิ ทรัพย์และสังหาริมทรพั ย์บางชนดิ จะต้องทําเปน็ หนงั สอื และจดทะเบียน
ต่อพนกั งานเจ้าหน้าท่ี
5. กรณีอน่ื ๆ ทีก่ ฎหมายบัญญตั ิให้นิตกิ รรมเป็นโมฆะ ไดแ้ ก่
y ผูเ้ ยาว์ทําพนิ ยั กรรมในขณะท่มี อี ายุไมค่ รบ 15 ปบี รบิ ูรณ์
y คนไรค้ วามสามารถทาํ พินยั กรรม
y การหม้นั ระหว่างชายหญงิ ทมี่ ีอายุไม่ครบ 17 ปบี รบิ รู ณ์
y การสมรสกับคู่สมรสของผ้อู ่นื (สมรสซอ้ น)
y การสมรสกับคนวกิ ลจรติ หรอื คนไร้ความสามารถ
y การสมรสกบั ญาติสืบสายโลหติ โดยตรงขึน้ ไปหรือลงมา
y การสมรสโดยฝ่าฝนื ความยินยอมของคสู่ มรส

สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม (อ.ชัย) 24 โครงการแบรนด์ซมั เมอรแ์ คมป์ ปีที่ 29

12. ข้อใดตอ่ ไปนี้เปน็ สงั หารมิ ทรพั ย์
1) หนิ ออ่ นหนกั 5 ตันทส่ี ง่ มาจากอติ าลเี พ่ือแกะสลักเป็นเจ้าแมก่ วนอิม
2) พระพทุ ธรูปแกะสลกั บนหน้าผาเขาชจี รรย์
3) เขามอท่ีวดั ประยรุ วงศาวาสวรวิหาร
4) หอนาฬกิ าในสวนสาธารณะลุมพนิ ี
5) เสาไฟฟา้ แรงสูง

อสังหาริมทรพั ย์ ƒ อสงั หารมิ ทรพั ย์ คอื ทรพั ยท์ เ่ี คล่ือนที่ไมไ่ ด้ เช่น
1. ที่ดิน
สงั หารมิ ทรพั ย์ 2. ทรพั ย์อันติดอยกู่ บั ทดี่ ิน เชน่ บ้าน โรงเรือน ไม้ยืนตน้
3. ทรพั ยอ์ นั ประกอบเปน็ อนั เดยี วกบั ที่ดิน เชน่ แม่น้าํ ถนน หนิ ดิน ทราย
สังหาริมทรพั ย์ 4. สิทธิอันเก่ียวกับกรรมสิทธิ์ในท่ีดิน เช่น สิทธิอาศัย สิทธิเก็บกิน ภาระจํายอม
ชนดิ พิเศษ เป็นต้น

ƒ สงั หารมิ ทรพั ย์ ได้แก่
1. ทรัพย์ซงึ่ เคล่ือนที่จากแห่งหนึง่ ไปยงั อกี แหง่ หน่งึ ได้ เชน่ รถยนต์ ช้าง
2. กําลังแรงของธรรมชาติท่ีอาจมีราคาและถือเอาได้ เช่น กระแสไฟฟ้า พลังน้ําตก
พลังไอนํา้ เป็นตน้
3. ไม้ลม้ ลุกและธัญชาติ เช่น ต้นข้าว พืชผักสวนครวั
4. สิทธิอันเก่ียวกับสังหาริมทรัพย์ เช่น กรรมสิทธ์ิในสังหาริมทรัพย์ สิทธิจํานํา
ลขิ สิทธิ์ เป็นตน้

ƒ สังหาริมทรพั ย์ชนิดพิเศษ ได้แก่
1. เรอื กําปัน่ (หรือเรือมรี ะวางตง้ั แต่ 6 ตนั ข้ึนไป)
2. เรือกลไฟ (หรอื เรอื ยนต์มรี ะวางตั้งแต่ 5 ตนั ขึ้นไป)
3. แพ (เฉพาะแพที่เป็นที่อยู่อาศยั ของคน)
4. สัตว์พาหนะ หมายถึง สัตวท์ ีใ่ ช้ในการขับขี่ลากเข็นและบรรทุกซึ่งสัตว์เหล่าน้ีต้อง
ทาํ ตวั๋ รูปพรรณแลว้ ได้แก่ ชา้ ง ม้า ววั ควาย ลอ่

ขอ้ สังเกต ƒ การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษ ต้องทําเป็นหนังสือและ
จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นสัญญาซื้อขายท่ีตกลงกันไว้แล้วนั้นจะ
เปน็ โมฆะ

ƒ การซ้ือขายสงั หาริมทรพั ยธ์ รรมดาที่มรี าคาซ้อื ขายเกินกวา่ 20,000 บาทขึ้นไป ต้อง
มีหลักฐานการซื้อขายเป็นหนังสือ ลงลายมือช่ือฝ่ายที่ต้องรับผิด หรือต้องมีการวาง
มดั จาํ ไว้ หรือต้องมกี ารชาํ ระหนบ้ี างส่วน ถา้ ไม่ได้ทําการอยา่ งใดอยา่ งหน่ึงในสามอย่าง
ทกี่ ลา่ วมาแลว้ กฎหมายหา้ มมใิ หฟ้ อ้ งร้องบงั คับคดีตอ่ ศาล

โครงการแบรนดซ์ มั เมอรแ์ คมป์ ปที ี่ 29 25 สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม (อ.ชัย)

13. คาํ กล่าวท่วี ่า “มนษุ ยเ์ ปน็ สตั ว์สังคม” เพราะเหตุผลข้อใดสําคัญทีส่ ุด

1) มนุษย์สามารถสรา้ งกฎเกณฑ์เพ่อื การอยู่ร่วมกันโดยใชส้ ญั ลกั ษณ์

2) มนุษยส์ ามารถปรบั ตวั ได้ดีกบั ส่ิงแวดล้อม

3) มนษุ ย์สามารถอยูร่ วมกนั เปน็ หมเู่ หล่า

4) มนุษยส์ ามารถพัฒนาเทคโนโลยไี ด้

5) มนุษยส์ ามารถสื่อสารระหว่างกัน

14. หากจดั ประเภทของวัฒนธรรมตามเน้ือหา ข้อใดจัดอยู่ในประเภทของสหธรรม

1) จารีต 2) ศาสนา 3) ศีลธรรม 4) มารยาท 5) กฎหมาย

วฒั นธรรม y วัฒนธรรม : วิถกี ารดําเนินชวี ิตของมนุษย์ที่เกิดจากการเรียนรู้
y วัฒนธรรม : แบบอยา่ งพฤตกิ รรมท่ไี ด้มาทางสงั คมและถ่ายทอดกันไปทางสังคมโดย
ประเภทของ
วัฒนธรรม อาศัยสัญลกั ษณ์
y วัฒนธรรม : ผลงานท่ีมนุษย์สร้างสรรค์ ท้ังส่ิงประดิษฐ์ท่ีเป็นวัตถุ เช่น เครื่องมือ

เครื่องจักร อาคาร รวมท้ังความรู้ ความคิด ความเช่ือ เช่น กฎหมาย
ศาสนา ศลี ธรรม ระบอบการปกครอง

y วตั ถธุ รรม : วัฒนธรรมทางวัตถุ เชน่ เครอื่ งมอื เครือ่ งใช้
y คตธิ รรม : วัฒนธรรมที่เกี่ยวกับหลักการดําเนินชีวิต ส่วนใหญ่เป็นเร่ืองของจิตใจ

และไดม้ าจากทางศาสนา
y เนติธรรม : วัฒนธรรมทางกฎหมาย
y สหธรรม : วัฒนธรรมทางสังคม ได้แก่ มารยาททางสังคม เช่น การต้อนรับแขก

การแสดงความเคารพ การแต่งกาย

15. องคก์ ารระหวา่ งประเทศใดมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาการค้าหญิงมากทีส่ ดุ

1) AI 2) ILO 3) UNHCR 4) UNICEF 5) GAATW

สิทธิมนุษยชน ƒ สิทธิมนุษยชน หมายถึง ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอ
ภาคของบุคคลท่ไี ดร้ บั การรบั รอง และคมุ้ ครองตามกฎหมาย

ƒ หลักการสําคัญด้านสิทธิมนุษยชน คือ ความเสมอภาค สิทธิ เสรีภาพ และการไม่
เลือกปฏบิ ตั ิ

ƒ แนวความคิด “ปฏิญญาสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ” เกิดขึ้นหลังจากการ
ส้ินสุดสงครามโลกคร้ังท่ี 2 จนเม่ือวันท่ี 10 ธันวาคม ค.ศ. 1948 สมัชชาใหญ่แห่ง
สหประชาชาติ จงึ ไดม้ มี ตยิ อมรบั และประกาศใชป้ ฏญิ ญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน
แหง่ สหประชาชาติ ซึ่งปฏญิ ญานม้ี ีวตั ถปุ ระสงคแ์ ละหลกั การทั่วไปเกี่ยวกับมาตรฐาน
ด้านสทิ ธมิ นุษยชน แต่ไม่มพี ันธะผูกพันในแง่ของกฎหมายระหวา่ งประเทศ

สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม (อ.ชัย) 26 โครงการแบรนดซ์ มั เมอร์แคมป์ ปีท่ี 29

องคก์ รสิทธิ 1. คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (The United Nations Human
มนษุ ยชน Rights Council)
ระดบั โลก
2. องคก์ ารนริ โทษกรรมสากล (AI : Amnesty International)
3. องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO : International Labour Organization)
4. มูลนิธิความร่วมมือเพ่ือต้านการค้าหญิง (GAATW : Global Alliance Against

Traffic in Women)
5. มูลนิธิเพ่ือยุติการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก (ECPAT : End Child

Prositiution In Asia Tourism)

16. ความในขอ้ ใดสอดคล้องกับลกั ษณะของการปกครองระบอบเผดจ็ การมากทส่ี ุด
1) กฎหมายต้องศกั ดิส์ ิทธิ์
2) รฐั บาลต้องมอี าํ นาจมั่นคง
3) พลเมอื งตอ้ งมหี น้าทตี่ อ่ รฐั
4) ประชาชนต้องเทา่ เทยี มกนั
5) บ้านเมอื งต้องสงบเรยี บรอ้ ย

เผดจ็ การมหี ลกั การดงั น้ี
ƒ ไม่ยอมรับความเสมอภาค
ƒ คัดค้านการปกครองโดยประชาชน
ƒ ผูกขาดอํานาจการปกครองไว้ทผี่ ู้นําเพียงคนเดียวหรือกลมุ่ เดียว
ƒ รฐั อย่เู หนือประชาชน เน้นอาํ นาจรัฐมากกวา่ เสรภี าพของประชาชน
ƒ ยดึ หลกั การรวมอาํ นาจไว้ท่สี ว่ นกลาง
ƒ มีรัฐธรรมนูญ มีการเลอื กตัง้ มพี รรคการเมือง มรี ัฐสภาได้

เผด็จการ ƒ ขอ้ ดี - ตดั สินใจไดร้ วดเร็ว, แกป้ ัญหาบางอยา่ งได้มปี ระสิทธิภาพ
ประชาธิปไตย ƒ ข้อเสยี - มีข้อผิดพลาดได้ง่าย, ไม่ให้โอกาสคนดีเข้ามามีส่วนร่วม, ทําให้ประเทศ

ƒ ข้อดี พฒั นาล่าช้า อาจนําประเทศไปส่หู ายนะ

ƒ ขอ้ เสยี - ประชาชนมีสิทธแิ ละเสรีภาพ, ประชาชนปกครองตนเอง, ประเทศมีความ
เจริญมัน่ คง

- ดําเนินการยาก, เสียคา่ ใชจ้ า่ ยสงู , ลา่ ช้าในการตัดสนิ ใจ

โครงการแบรนดซ์ มั เมอรแ์ คมป์ ปีที่ 29 27 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (อ.ชัย)

17. ข้อใดกลา่ วไม่ถกู ต้องเกี่ยวกับเรือ่ งบคุ คล
1) นติ ิบุคคลมสี ิทธิและหนา้ ทเ่ี หมอื นกบั บคุ คลธรรมดาทุกประการ
2) สภาพบคุ คลของบคุ คลธรรมดาสนิ้ สุดลงเมอื่ ตาย
3) บุคคลที่ไร้ความสามารถต้องเกดิ จากการทีศ่ าลมีคําสัง่ ใหเ้ ป็นคนไรค้ วามสามารถเสมอ
4) นติ ิบคุ คลถกู กําหนดกรอบอาํ นาจหนา้ ท่ีใหอ้ ยใู่ นขอบวตั ถปุ ระสงค์ของนติ ิบุคคลนนั้ ๆ
5) บุคคลซง่ึ เป็นผูเ้ ยาวอ์ าจบรรลุนิตภิ าวะได้ แมอ้ ายยุ งั ไม่ถึง 20 ปี

บคุ คลธรรมดา ƒ ปพพ.มาตรา 15 วรรคแรก บัญญัติว่า “สภาพบุคคลย่อมเริ่มแต่เมื่อคลอดแล้วอยู่
นิติบคุ คล รอดเปน็ ทารกและส้นิ สุดลงเมอื่ ตาย” คลอดแล้ว หมายความว่า คลอดจากครรภ์ของ
มารดาหมดทง้ั ตวั โดยไม่มอี วยั วะสว่ นใดเหลอื ติดอยู่ ส่วนจะมกี ารตดั สายสะดือหรอื ไม่นั้น
ไมถ่ ือว่าเปน็ ขอ้ สําคญั

ƒ ปพพ.มาตรา 1604 บญั ญัติวา่ “บุคคลธรรมดาจะเปน็ ทายาทได้ต่อเม่ือมีสภาพบุคคล
หรือสามารถมสี ทิ ธิไดต้ ามมาตรา 15 แหง่ ประมวลกฎหมายน้ใี นเวลาที่เจา้ มรดกถึงแก่
ความตาย เพ่ือประโยชน์แห่งมาตรานี้ ให้ถือว่าเด็กท่ีเกิดมารอดอยู่ในสามร้อยสิบวัน
นับแต่เวลาท่ีเจ้ามรดกถึงแก่ความตายน้ัน เป็นทารกในครรภ์มารดาอยู่ในเวลาที่เจ้า
มรดกถงึ แก่ความตาย”

ƒ สภาพบคุ คลส้นิ สุดลงเม่อื ตายหรือศาลสั่งใหเ้ ป็นคนสาบสูญ ศาลอาจส่ังให้เป็นบุคคล
สาบสูญได้ หากบุคคลนั้นหายไปจากภูมิลําเนาหรือถ่ินท่ีอยู่ โดยไม่มีใครทราบข่าว
คราวเป็นเวลา 5 ปี (หรือเป็นเวลา 2 ปี ในกรณีออกรบ สงคราม ยานพาหนะ
อับปาง) และมผี รู้ อ้ งขอใหบ้ ุคคลน้ันเป็นคนสาบสูญ

ƒ นิติบุคคล คือ บุคคลที่กฎหมายสมมติขึ้น เช่น สมาคม มูลนิธิ บริษัทจํากัด ห้าง
หนุ้ สว่ นจาํ กดั

ƒ นิติบุคคลตามกฎหมายอ่ืน เช่น ทบวงการเมือง วัด จังหวัด สมาคม มูลนิธิ
บริษทั จํากดั รฐั วสิ าหกจิ

ƒ นติ บิ คุ คลมสี ทิ ธิและหน้าที่เหมือนบุคคลธรรมดา เว้นแต่สิทธิและหน้าที่ซ่ึงโดยสภาพ
แล้วบคุ คลธรรมดาเท่านั้นมีได้ เช่น สทิ ธใิ นการสมรส สทิ ธิในการรับรองบตุ ร

สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (อ.ชยั ) 28 โครงการแบรนด์ซมั เมอร์แคมป์ ปีท่ี 29

18. ขอ้ ใดกลา่ วถงึ เรื่องหมนั้ ไมถ่ ูกต้อง
1) ชายและหญิงจะหม้นั กนั ได้ตอ่ เมอื่ มีอายุ 17 ปีบริบูรณข์ นึ้ ไป มฉิ ะนน้ั การหมน้ั จะตกเปน็ โมฆะ
2) ผ้เู ยาว์จะทาํ การหม้ันได้ตอ่ เม่ือได้รับความยินยอมจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองตามกฎหมาย มิฉะนั้น
การหม้นั จะตกเป็นโมฆยี ะ
3) สทิ ธิในของหมัน้ เป็นของหญิง ไมใ่ ช่สทิ ธิรว่ มกันระหว่างชายหญงิ คหู่ มัน้
4) ของหมน้ั ตอ้ งเป็นทรพั ย์สินท่มี ีคา่ ตามสมควร ได้แก่ เครอ่ื งประดบั เงนิ ทองคํา อสังหาริมทรัพย์
5) เม่ือการหม้ันมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย หากคู่หม้ันฝ่ายใดผิดพลาดความตกลง คู่หมั้นอีกฝ่ายหน่ึงจะ
ฟอ้ งให้ศาลสง่ั ใหม้ ีการจดทะเบยี นสมรสไมไ่ ด้

เง่อื นไขของการหม้นั
ƒ ชายและหญิงตอ้ งมอี ายคุ รบ 17 ปีบริบรู ณ์ ถา้ ฝ่ายใดอายไุ มค่ รบ 17 ปบี ริบรู ณ์ การหมั้นตกเป็นโมฆะ
ƒ ผู้เยาว์ทําการหม้ันจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมก่อน ซ่ึงอาจให้ความยินยอมด้วย

วาจาก็ได้ การหมั้นที่ผ้เู ยาว์ทาํ โดยปราศจากความยนิ ยอมดังกลา่ วตกเป็นโมฆียะ
ƒ การหมนั้ ตอ้ งมขี องหมั้น
ƒ การหมั้นจะสมบรู ณ์ได้กต็ อ่ เมือ่ ฝ่ายชายไดส้ ง่ มอบหรอื โอนทรพั ยส์ ินที่เป็นของหม้ันให้แก่ฝ่ายหญิงแล้วใน

วันหม้ัน หากใหข้ องหม้ันในวนั อืน่ จะถือว่าไมเ่ ป็นของหม้ัน เพราะของหม้ันน้ันถือว่าให้เป็นหลักฐานว่าจะ
ทาํ การสมรสกบั หญงิ
ƒ กฎหมายกําหนดให้ของหม้ันตกเป็นสิทธิแก่หญิงเม่ือได้ทําการสมรสแล้ว (ของหม้ันถือเป็นสินส่วนตัว
ของหญงิ เมอื่ ไดท้ ําการสมรสแล้ว)
ƒ ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหน่ึงผิดสัญญาหม้ันโดยไม่ยอมสมรสด้วย อีกฝ่ายหนึ่งจะถือเอาเป็นเหตุไปฟ้องร้องศาล
เพื่อบังคับให้ฝ่ายท่ีผิดสัญญาต้องทําการสมรสด้วยไม่ได้ แต่ก็มีสิทธิที่จะเรียกค่าทดแทนได้ เช่น
คา่ ทดแทนความเสยี หายต่อรา่ งกายหรือชื่อเสียงแห่งชายหรือหญงิ นน้ั
ƒ สรุปว่าการผิดสัญญาหม้ัน ฝ่ายท่ีเสียหายสามารถเรียกค่าทดแทนได้ แต่จะให้ศาลบังคับให้มีการสมรส
ไมไ่ ด้ เพราะว่าการสมรสนั้นข้นึ อย่กู ับความสมคั รใจของผ้จู ะสมรสเท่านน้ั
ƒ หากชายหญิงอายุต่ํากว่า 17 ปีจะทําการหมั้นไม่ได้ ถึงแม้ว่าบิดามารดาจะให้ความยินยอมก็ตามหรือ
จะร้องขอต่อศาลให้ทําการอนุญาต ก็ไมส่ ามารถทําได้ เนื่องจากกฎหมายไมไ่ ด้ให้อํานาจไว้
ƒ การหม้ันตอ้ งมีของหมั้นเสมอ แต่สินสอดจะมีหรอื ไมม่ กี ไ็ ด้
ƒ การหม้ันไม่เป็นเหตุท่ีจะร้องขอให้ศาลบังคับให้สมรสได้ ถ้าได้มีข้อตกลงกันไว้ว่าจะให้เบ้ียปรับเมื่อผิด
สัญญาหมั้น ข้อตกลงนนั้ เปน็ โมฆะ
ƒ ถ้าหญงิ เป็นฝ่ายผดิ สญั ญาต้องคืนของหม้นั แกช่ าย แตถ่ า้ ชายผดิ สัญญา หญิงริบของหมั้นได้

โครงการแบรนด์ซมั เมอร์แคมป์ ปที ่ี 29 29 สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม (อ.ชยั )

19. ขอ้ ใดกล่าวถึงเรือ่ งรับบตุ รบุญธรรมไมถ่ ูกต้อง
1) นายไก่อายุ 20 ปี มีสิทธริ ับบตุ รบุญธรรมได้ เพราะบรรลนุ ติ ิภาวะแลว้
2) การรับบุตรบุญธรรมท่ีชอบด้วยกฎหมาย ไม่อาจกระทําเพียงการรับรองโดยพฤติการณ์ หากแต่ต้อง
ดําเนินการจดทะเบยี น
3) นายสิงห์จะรับนายเสือซึ่งมีอายุ 16 ปีเป็นบุตรบุญธรรม แม้บิดามารดาของนายเสือจะยินยอมและ
นายเสอื ยงั ไม่บรรลุนิติภาวะกต็ าม แต่กต็ อ้ งไดร้ ับความยนิ ยอมจากนายเสือด้วย
4) นายกาแฟอายุ 80 ปี สามารถรับนางชาอายุ 64 ปี เป็นบุตรบุญธรรมได้เพราะนายกาแฟอายุแก่กว่า
นางชาเกนิ 15 ปแี ลว้
5) บตุ รบญุ ธรรมมีฐานะอย่างเดยี วกบั บตุ รชอบด้วยกฎหมายของผู้รบั บุตรบญุ ธรรม

การรับบุญบตุ รธรรม
ƒ ผูร้ ับบุตรบุญธรรมต้องมอี ายไุ มต่ า่ํ กวา่ 25 ปีบรบิ ูรณ์ แต่ผู้นน้ั ต้องมีอายแุ ก่กวา่ ผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรม

อย่างน้อย 15 ปี
ƒ กรณีท่ีผู้รับบุตรบุญธรรมหรือผู้จะเป็นบุตรบุญธรรมมีคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย การรับบุตร

บญุ ธรรมต้องได้รบั ความยินยอมจากคสู่ มรสก่อน
ƒ กรณีผ้จู ะเป็นบุตรบญุ ธรรมเปน็ ผเู้ ยาว์ การรับบุตรบุญธรรมต้องได้รับความยินยอมของบิดามารดาของ

ผู้ท่จี ะเปน็ บุตรบญุ ธรรมก่อน และถ้าผู้ท่จี ะเป็นบุตรบุญธรรมมีอายุไม่ตํ่ากว่า 15 ปีบริบูรณ์ก็ต้องให้ผู้นั้น
สมัครใจ
ƒ บุตรบญุ ธรรมจะเป็นบุตรบญุ ธรรมของบุคคลอื่นในขณะเดยี วกนั ไม่ได้
ƒ บตุ รบุญธรรมย่อมมีฐานะเช่นเดียวกับบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้รับบุตรบุญธรรม แต่ไม่สูญเสียสิทธิ
และหน้าทใ่ี นครอบครวั ท่ใี ห้กําเนิดมา
ƒ การรบั บตุ รบญุ ธรรมไมก่ ่อให้เกิดสทิ ธริ บั มรดกของบุตรบญุ ธรรมในฐานะทายาท
ƒ เมอื่ มีการจดทะเบยี นรบั บุตรบญุ ธรรมแลว้ อาํ นาจปกครองของบิดามารดาโดยกําเนิดก็หมดไปนับแต่วัน
เวลาทีเ่ ด็กเปน็ บุตรบญุ ธรรม
ƒ การรบั บตุ รบญุ ธรรมและการเลกิ รบั บุตรบุญธรรมจะสมบรู ณก์ ต็ ่อเมอื่ มกี ารจดทะเบียนตามกฎหมาย

สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (อ.ชัย) 30 โครงการแบรนดซ์ ัมเมอรแ์ คมป์ ปที ี่ 29

20. ข้อใดกลา่ วถกู ต้องเกีย่ วกบั จาํ นําและจาํ นอง
1) จาํ นองตอ้ งเป็นอสงั หารมิ ทรัพย์เทา่ นั้น
2) การบังคับจาํ นาํ ผรู้ ับจํานําทุกรายมสี ทิ ธเิ อาทรัพย์จํานํานั้นหลดุ เปน็ สทิ ธิแก่ตนได้
3) การบังคับจํานอง ผู้รับจํานองต้องฟ้องร้องขอให้ศาลส่ังบังคับให้ หรือจะดําเนินการให้มีการขาย
ทอดตลาดทรพั ยส์ ินทจ่ี าํ นองโดยไมต่ อ้ งฟอ้ งเป็นคดตี อ่ ศาลได้ในบางกรณี
4) ผู้จํานองต้องส่งมอบทรัพย์จํานองให้อยู่ในการครอบครองของผู้รับจํานองเพ่ือเป็นหลักประกันการ
ชาํ ระหนี้
5) การจํานองจะจดทะเบียนหรอื ไม่ก็ได้ แต่อยา่ งน้อยตอ้ งมหี ลกั ฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้จํานองกับ
ผ้รู ับจาํ นองเปน็ สาํ คญั

ทรัพยส์ ิน จาํ นาํ จาํ นอง ขายฝาก
กรรมสิทธิ์ สงั หารมิ ทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ หรือเรือต้ังแต่ สังหารมิ ทรพั ย์
ห้าตัน แพ สตั ว์พาหนะ หรอื ทรพั ย์ หรอื อสงั หารมิ ทรพั ย์
แบบ เป็นของผู้จํานํา เพียงแต่ อ่ืนๆ ทก่ี ฎหมายกาํ หนดใหจ้ ํานองได้
การบังคับ นาํ ทรัพย์สนิ ไปสง่ มอบไวใ้ ห้ เป็นของผู้รับจํานอง เพียงแต่ไป โอนไปเป็นของผู้ซื้อ โดยมี
ผู้ รั บ จํ า นํ า เ พ่ื อ เ ป็ น ตราไว้กับผู้รับจํานอง เพ่ือเป็น ข้ อ ต ก ล ง ว่ า ผู้ ข า ย อ า จ ไ ถ่
หลกั ประกันการชําระหน้ี หลักประกันการชําระหน้ี ท รั พ ย์ คื น ไ ด้ ภ า ย ใ น
ไม่มีแบบ แต่จะสมบูรณ์ก็ กาํ หนดเวลาไถ่
ต่ อ เ มื่ อ มี ก า ร ส่ ง ม อ บ ทําเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อ หากเป็นอสังหาริมทรัพย์
ทรัพย์สนิ ทจี่ ํานาํ พนกั งานเจ้าหน้าที่ ต้องทําเป็นหนังสือและจด
ท ะ เ บี ย น ต่ อ พ นั ก ง า น
บังคับจํานําโดยการขาย ฟ้องตอ่ ศาลเพือ่ บังคับจาํ นอง เจ้าหน้าที่
ทอดตลาด *ลูกหน้ีควรทําสัญญาจํานองจะ เ ม่ื อ เ ล ย กํ า ห น ด เ ว ล า ไ ถ่
ดีกว่าสัญญาขายฝาก เพราะ ผู้ขายก็ไม่สามารถไถ่ทรัพย์
เจา้ หน้จี ะต้องฟอ้ งร้องศาลก่อนจึง คืนได้
ยึ ด ท รั พ ย์ สิ น ข า ย ท อ ด ต ล า ด ไ ด้
ลูกหน้ีจึงมีเวลาว่ิงหาเงินมาชําระ
เงินกไู้ ดอ้ ีกระยะหน่ึง

โครงการแบรนดซ์ มั เมอรแ์ คมป์ ปที ี่ 29 31 สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม (อ.ชยั )

สาระภูมศิ าสตร

ภมู ิศาสตร์ พชิ ติ TCAS’61

ความรเู้ บื้องต้นทางภูมศิ าสตร์ 1. ข้อใดเป็นเทคนิคท่ีสําคัญของการวิเคราะห์ด้วยระบบสารสนเทศ
ƒ เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ ทางภูมศิ าสตร์ (การซ้อนทับข้อมลู / การทําภาพสามมิติ)
ƒ โลกและปรากฏการณ์ทางภมู ิศาสตร์
ƒ การเปลีย่ นแปลงเชิงภมู ศิ าสตร์ 2. เคร่ืองบินของโครงการฝนหลวงต้องบินทําฝนเทียมช้ัน
ƒ ภัยพบิ ัติทางธรรมชาติ บรรยากาศใด (Troposphere / Stratosphere)
ƒ ภมู ิศาสตรป์ ระเทศไทย
3. วนั ใดทีแ่ สงต้ังฉากของดวงอาทติ ยอ์ ย่ทู ีเ่ ส้นทรอปิกออฟแคนเซอร์
(21 มีนาคม / 21 มถิ ุนายน / 22 กันยายน / 22 ธนั วาคม)

4. หากท่านต้องการสํารวจป่าท่ีมีสภาพใกล้เคียงกับบริเวณลุ่ม

แมน่ ํ้าแอมะซอน ทา่ นควรไปสาํ รวจทีใ่ ดจึงจะเหมาะสมท่สี ดุ
(เกาะบอรเ์ นียว / เกาะแวนคูเวอร์)
5. สถานท่ีใดมีลกั ษณะภูมิประเทศสันดอนแบบ “จะงอย”
(แหลมแม่พิมพ์ / แหลมพรหมเทพ / แหลมตะลุมพุก)
6. อทุ กภัยในประเทศไทยไม่เกี่ยวขอ้ งกับปรากฏการณ์ใด
(ลานญี า / เอลนโี ญ)

ทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม 7. สาระสําคัญของพธิ ีสารมอนทรีออล คอื ขอ้ ใด

ƒ วกิ ฤตการณท์ รพั ยากรฯ (การใช้สารซีเอฟซี / การเคล่ือนย้ายข้ามแดนของของเสีย

ƒ การจดั การทรัพยากรฯ อย่างยั่งยืน อนั ตราย)

ƒ องค์กร แ ละคว าม ร่วม มือด้า น 8. โครงการใดไมไ่ ด้มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหานาํ้ เนา่ เสีย

สง่ิ แวดล้อม (โครงการไตธรรมชาติ / โครงการแกม้ ลิง)

ƒ กฎหมายส่ิงแวดล้อมของไทย 9. นายประหยัดใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก สอดคล้องกับแนว

ƒ การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรฯ ทางการจดั การสง่ิ แวดลอ้ มในข้อใด (Reduce / Reject)

สร้างสรรค์วฒั นธรรม 10.ขอ้ ใดบอกลกั ษณะเด่นของเรือนไทยในภาคใต้ไดถ้ ูกตอ้ ง

(กาแล / หาํ ยนต์ / ตีนเสา)
11. “แกระ” เป็นการใช้ประโยชน์จากส่ิงแวดล้อมในการสร้างสรรค์

วฒั นธรรมในดา้ นใด (เครื่องมอื การเกษตร / เคร่อื งจักสาน)

สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม (อ.ชยั ) 32 โครงการแบรนด์ซมั เมอรแ์ คมป์ ปีที่ 29

ลว งลบั ...ขอ สอบภูมศิ าสตร

1. ระบบเนวิเกเตอร์ในรถยนต์ เรือ หรือในสมารท์ โฟนทใ่ี ช้บอกเส้นทางและจุดหมายปลายทางในการเดินทาง
อาศัยเคร่ืองมอื และเทคโนโลยที างภูมิศาสตร์ใดสําคญั ท่สี ุด
1) ระบบ RS
2) ระบบ GPS
3) ระบบ MIS
4) ระบบ GIS
5) ระบบ RS MIS

เทคโนโลยี y RS (Remote Sensing) : การรบั รู้จากระยะไกล บันทกึ ขอ้ มูลระยะไกล

ภูมิสารสนเทศ ดว้ ยคลื่นแม่เหลก็ ไฟฟ้าผ่านอุปกรณ์ท่ีติด

ไปกับเครื่องบนิ หรือดาวเทยี ม

y GIS (Geographic Information System) : ระบบสารสนเทศภมู ศิ าสตร์
y GPS (Global Positioning System) : ระบบกําหนดตําแหนง่ บนโลก

ระบบสารสนเทศ ƒ GIS คือ การรวบรวม จัดเก็บ บันทึก วิเคราะห์ ประมวลผลข้อมูลทางภูมิศาสตร์ด้วย

ภูมิศาสตร์ (GIS) ระบบคอมพิวเตอร์

ƒ ข้อมลู ในระบบ GIS แบง่ เป็น 1. ข้อมูลเชิงพน้ื ที่ (Spatial Data)

2. ข้อมลู เชงิ อธบิ าย (Non-spatial Data)

ƒ ขอ้ มูลเชงิ พืน้ ท่ี - จดุ (point) เช่น ทต่ี ัง้ ของบ่อน้ํา ทีต่ ง้ั ของเสาไฟ โรงเรียน

- เส้น (line) เช่น แม่นํา้ ถนน ทางรถไฟ

- เสน้ รอบรปู ปดิ (polygon) เช่น พน้ื ท่ีปา่ ไม้ เขตการปกครอง จงั หวดั อําเภอ

ƒ ขอ้ มลู เชงิ พ้ืนทแี่ บง่ เปน็ 2 ประเภท

1. ข้อมูลแบบเวกเตอร์ (vector) เป็นโครงสร้างข้อมูลที่ใช้ในการจัดเก็บข้อมูลพิกัด

ตําแหน่งเพอื่ แทนลกั ษณะของแผนทด่ี ว้ ยจุด เสน้ และอาณาบรเิ วณ

2. ข้อมูลแบบราสเตอร์ (raster) เป็นโครงสรา้ งขอ้ มูลที่แบ่งออกเป็นตารางหรือกริดใน

แนวนอนและแนวต้ัง พืน้ ทข่ี องแตล่ ะกรดิ มีค่าของจุดภาพ ค่าข้อมูลน้ีเป็นค่าจากการ

สะทอ้ นของพลงั งานจากพ้ืนผวิ โลก เชน่ ขอ้ มูลของภาพจากดาวเทียม

ƒ ข้อมูลเชิงอธิบาย (หรือข้อมูลเชิงคุณลักษณะ ข้อมูลเชิงตัวเลข) เป็นข้อมูลประกอบ

ข้อมูลเชิงพ้ืนที่ เช่น ข้อมูลเก่ียวกับจํานวนครูและนักเรียนในโรงเรียน ข้อมูลด้าน

เศรษฐกจิ ชื่อถนน ชนดิ ของสตั วใ์ นป่า

ƒ GIS จัดเก็บข้อมูลต่างๆ เป็นช้ันๆ (layer) ซ่ึงข้อมูลเหล่าน้ันเมื่อนํามาซ้อนทับกัน จะ

แสดงสภาพพนื้ ทจี่ ริงได้

ƒ ประโยชนข์ อง GIS - การบรหิ ารจัดการ (เช่น วิเคราะห์แผนธุรกจิ การตลาด)

- วางแผนพฒั นาเชิงพนื้ ท่ี (เชน่ วางผังเมือง พัฒนาทดี่ ิน สํารวจพน้ื ที่ปา่ )

โครงการแบรนด์ซมั เมอร์แคมป์ ปีท่ี 29 33 สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม (อ.ชัย)

2. กล้องสามมิติ (Stereoscope) เปน็ อปุ กรณท์ ใ่ี ช้คู่กบั สง่ิ ใด
1) แผนท่ี
2) ลกู โลก
3) ภาพจากดาวเทียม
4) ภาพถา่ ยทางอากาศ
5) ภาพถา่ ยด้วยกลอ้ งถา่ ยรูปดจิ ทิ ลั

ƒ รูปถา่ ยทางอากาศ ศกึ ษาดว้ ยกลอ้ งสามมิติ (Stereoscope)
ƒ ประโยชนจ์ ากการใช้รปู ถา่ ยทางอากาศ เช่น ทาํ โฉนดทีด่ ิน ก่อสร้างถนน วางผงั เมอื ง
ƒ รปู ถา่ ยทางอากาศแนวด่งิ เปน็ ทน่ี ิยมนํามาใช้ทาํ แผนท่ี เพราะมีมาตราส่วนในรปู คอ่ นข้างคงที่
ƒ ระบบการบนั ทึกข้อมูลของดาวเทยี ม

1. แบบพาสซีฟ (Passive) ใช้ช่วงคลื่นแสงสายตา คลื่นแสงอินฟราเรด ซ่ึงทะลุเมฆไม่ได้ จึงบันทึก
ข้อมลู พ้นื ที่ในชว่ งท่มี เี มฆปกคลุมไมไ่ ด้ เชน่ IKONOS, SPOT, MOS, LANDSAT

2. แบบแอกทีฟ (Active) ใช้ช่วงคล่ืนยาว เช่น ช่วงคลื่นไมโครเวฟ ซึ่งทะลุเมฆได้ จึงส่งสัญญาณคล่ืน
ไปยงั พืน้ ผวิ โลกได้ตลอดเวลา เช่น RADARSAT, SEASAT, ERS, GMS

3. หากมีนักทอ่ งเท่ียวถามถงึ แหล่งดาํ นาํ้ ลกึ ท่ีมปี ะการังและปลาสวยงามของประเทศไทย ทา่ นจะแนะนาํ ขอ้ ใด
1) หมู่เกาะช้าง จงั หวดั ตราด
2) หมเู่ กาะสิมิลัน จังหวัดพงั งา
3) เกาะทะลุ จังหวัดประจวบครี ีขันธ์
4) หมเู่ กาะอ่างทอง จงั หวดั สุราษฎร์ธานี
5) เกาะเต่า และเกาะนางยวน จงั หวัดสุราษฎรธ์ านี

ภาคใตแ้ บง่ เปน็ ทวิ เขา ที่ราบชายฝัง่ อ่าวไทย / อนั ดามนั เกาะ, มที ิวเขาภูเกต็ ท.นครศรีธรรมราช ท.สันกา-

ลาครี ี
y ฝง่ั อันดามนั : ชายฝัง่ แบบยบุ ตัว / ท่รี าบแคบ / ชายฝั่งเว้าแหว่ง / พบชะวากทะเล
y ฝ่ังอา่ วไทย : ชายฝัง่ แบบยกตัว / ท่ีราบกวา้ ง / พบสนั ดอนจะงอยทราย / ทะเลสาบนํา้ เค็ม (ลากูน)

เกาะฝงั่ อนั ดามัน เกาะฝง่ั อ่าวไทย

ƒ เกาะภเู ก็ต ƒ เกาะสมุย

ƒ หมเู่ กาะสรุ นิ ทร์ หม่เู กาะสิมลิ นั จ.พงั งา ƒ เกาะพะงนั จ.สรุ าษฎร์ธานี
ƒ หม่เู กาะพพี ี หม่เู กาะลันตา จ.กระบี่
ƒ หมู่เกาะตะรเุ ตา หมู่เกาะเภตรา จ.สตลู ƒ หมู่เกาะอา่ งทอง

สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม (อ.ชัย) 34 โครงการแบรนดซ์ ัมเมอรแ์ คมป์ ปที ี่ 29

4. ปัจจัยใดที่ทําให้ลักษณะพืชพันธ์ุธรรมชาติ บริเวณด้านตะวันตกของคาบสมุทรภาคใต้และด้านตะวันออก-
เฉยี งใตข้ องอา่ วไทยเปน็ ป่าดบิ เหมอื นกนั
1) ภมู ิอากาศแบบทงุ่ หญ้าเมืองรอ้ น
2) ภมู ิอากาศแบบมรสุมเมืองรอ้ น
3) ภูมิอากาศแบบปา่ ฝนเมืองรอ้ นตลอดปี
4) ทาํ เลทีต่ ัง้ ตอ่ เนอ่ื งกับทะเลและมหาสมุทร
5) ลักษณะภูมิประเทศเป็นภเู ขาสูงสลบั ซบั ซอ้ น

การจาํ แนก A : เขตภูมอิ ากาศร้อนชื้น (Tropical Climates)
ภมู ิอากาศ B : เขตภูมอิ ากาศแหง้ แลง้ (Dry Climates)
แบบเคปิ เปิน C : เขตภมู ิอากาศอบอุ่น (Temperate Climates)
D : เขตภูมิอากาศหนาว (Cold Climates)
Am E : เขตภูมิอากาศขั้วโลก (Polar Climates)

Aw ภูมอิ ากาศมรสุมเขตรอ้ น (Am : Tropical Monsoon Climate)
มลี ักษณะคล้ายกบั ภูมิอากาศป่าชื้นเขตร้อน คือ มีฝนตกชุกเกือบตลอดปี แต่ว่ามีบางเดือน
สรปุ ที่ปริมาณฝนน้อยกว่า 60 มิลลิเมตร พืชพรรณธรรมชาติเป็นป่าดงดิบ ภูมิอากาศแบบ Am น้ี
ครอบคลุมพืน้ ทที่ างภาคใตแ้ ละภาคตะวันออกทีจ่ งั หวดั จันทบรุ ีและตราด

ภมู ิอากาศแบบสะวันนา (Aw : Tropical Savanna Climate)
เปน็ เขตภมู อิ ากาศท่มี เี ดอื นท่หี นาวที่สุดมีอุณหภูมิสูงกว่า 18°C และมีฤดูร้อนที่แห้งแล้งกับ
ฤดูฝนท่ีมีฝนตกชุกสลับกันอย่างละครึ่งปี ปริมาณฝนเฉล่ียปีละประมาณ 1,000-2,500
มิลลิเมตร

y ภูมิอากาศแบบมรสุม (Am) มฝี นตกทกุ เดอื นเนื่องจากอทิ ธิพลของลมมรสุม บางเดือน
มีปริมาณนํ้าฝนน้อยกว่า 60 มิลลิเมตร พบทางภาคใต้ของไทย และภาคตะวันออกท่ี
จนั ทบุรีและตราด

y ส่วนภูมิอากาศแบบสะวันนา (Aw) มีฤดูฝนและฤดูแล้งแตกต่างกันอย่างชัดเจน พบใน
พ้นื ทสี่ ว่ นใหญข่ องไทย

โครงการแบรนด์ซัมเมอรแ์ คมป์ ปีท่ี 29 35 สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม (อ.ชัย)

5. ในช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือท่ีต้นกําเนิดจากบริเวณความกด
อากาศสูงในซึกโลกเหนือแถบประเทศมองโกเลียและจีน พัดมวลอากาศปกคลุมประเทศไทย ดังน้ัน
ในบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื และภาคกลางตอนบนจะมลี ักษณะอากาศตามขอ้ ใด
1) ท้องฟ้าโปร่งใส อากาศหนาวและแหง้ แล้ง
2) ท้องฟา้ โปร่งใส อากาศเย็นและแห้ง ทาํ ใหเ้ กดิ พายุฤดูรอ้ น
3) อากาศเย็นแตย่ ังคงมีฝนเปน็ บริเวณกวา้ งตามรอ่ งความกดอากาศต่ํา
4) มีโอกาสเกดิ พายหุ มนุ เขตร้อนโดยเฉพาะดีเปรสชน่ั ทําใหม้ ฝี นตกกระจายทั่วไป
5) ลมมรสุมตะวนั ออกเฉียงเหนือท่พี ัดผา่ นทะเลจนี ใต้มีโอกาสนาํ ฝนตกบริเวณกวา้ ง

ฤดูกับลมมรสุม ฤดูฝน ƒ พายุไซโคลนจากอ่าวเบงกอล (ต้นพฤษภาคม ฝนตกหนักท่ี
ลมประจาํ ถิ่น (พฤษภาคม-ตลุ าคม) พมา่ บงั กลาเทศ)

ฤดูหนาว ƒ ลมมรสมุ ตะวันตกเฉยี งใต้ นาํ ฝนมาตกท่ัวประเทศไทย
(ตุลาคม-กมุ ภาพันธ์) ƒ ฝนตกชุกที่สุดในช่วงปลายฤดูฝน คือ เดือนสิงหาคมและ

ฤดรู ้อน กนั ยายน เพราะได้รบั อทิ ธิพลจากพายหุ มุนจากทะเลจีนใต้
(กุมภาพันธ์-พฤษภาคม)
ƒ ลมข้าวเบา เกิดชว่ งต้นตุลาคม
ลมพทั ธยา ƒ ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือนําความหนาวเย็นมาให้ทุกภาค

ลมข้าวเบา (ลมว่าว) ยกเว้นภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ไม่หนาวแต่มีฝนตกหนัก เพราะลม
พัดผา่ นอ่าวไทยนาํ ความชนื้ มาส่แู ผน่ ดนิ
ลมตะเภา (ลมฝ่ายใต)้
ƒ อากาศรอ้ นอบอ้าว
ƒ ลมตะเภา (ลมฝา่ ยใต้) เกิดช่วงมนี าคม-เมษายน
ƒ เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง (พายุฤดูร้อน) มีฝนตก ฟ้าแลบ

ฟา้ ร้อง ฟา้ ผา่ ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตก

ƒ ลมพัทธยาเป็นลมประจําถิ่นท่ีพัดมาทางตะวันตกเฉียงใต้
นําความชื้นจากทะเลเข้าแผ่นดิน เกิดต้นพฤษภาคมช่วงต้นฤดู
ฝน แต่ในช่วงปลายฤดูฝนที่มีพายุหมุนเกิดข้ึน จะเป็นสาเหตุ
สําคัญที่ทาํ ให้ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกําลังแรงข้ึน จึงเรียก
ลมประจาํ ถิน่ ชว่ งปลายฤดฝู นวา่ ลมสลาตัน

ƒ ลมข้าวเบาเปน็ ลมประจําถิ่นประเภทลมเย็น พัดจากภาคเหนือ
ลงไปตามลุ่มแม่น้ําเจ้าพระยาสู่อ่าวไทย เกิดช่วงต้นตุลาคม
ซงึ่ เปน็ ช่วงท่ีชาวนาเกบ็ เกย่ี วขา้ วจึงเรยี กวา่ ลมขา้ วเบา

ƒ ลมตะเภาเป็นลมประจําถิน่ ประเภทลมร้อน พัดจากอ่าวไทยข้ึน
ไปตามลุ่มแม่น้ําเจ้าพระยาสู่ภาคเหนือ เกิดช่วงมีนาคม-
เมษายน

สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม (อ.ชัย) 36 โครงการแบรนด์ซมั เมอรแ์ คมป์ ปีท่ี 29

6. ถา้ จะศกึ ษาและสาํ รวจภูมิประเทศเนินเขาหนิ ทราย ควรเลือกพื้นทต่ี ามขอ้ ใด

1) ทิวเขาภูพาน 2) ทิวเขาถนนธงชัย 3) ทวิ เขาตะนาวศรี

4) ทวิ เขาสันกาลาคีรี 5) ทิวเขาสอยดาว

ภเู ขารปู โตะ๊ y ภูเขารูปโต๊ะหรือภูเขายอดราบ ภูเขายอดป้าน เป็นลักษณะภูเขาที่มีลักษณะ

(Table Land Mountain) เด่นและเป็นเอกลักษณ์ของภูเขาในภาคอีสานมีท้ังขนาดใหญ่ เช่น ภูเขียว

ภูหลวง ขนาดกลาง เช่น ภูกระดึง ขนาดเล็ก เช่น ภูหอ ภูด่านอีป้อง

รูปลักษณ์ของภเู ขาดงั กลา่ วเป็นผลมาจากชั้นหนิ ทรายวางตัวอยใู่ นแนวระนาบ

ยกระดบั สงู กว่าพ้ืนท่ีโดยรอบ ทําใหข้ อบภูเขาเป็นหนา้ ผาช้นั ทกุ ด้าน

ภเู ขารปู อีโต้ y ภูเขารูปอีโต้หรือสันเขารูปอีโต้ เป็นรูปทรงภูเขาท่ีมีมากท่ีสุดในภาคอีสาน

(Cuesta) ลักษณะภูเขามีไหล่เขาสูงชัน สันด้านหนึ่งลาดเอียงและยาว ซ่ึงเป็นผลมาจาก

ระนาบของชั้นหินทรายถูกยกตัวในอัตราท่ีแตกต่างกัน คือ ยกด้านหนึ่งมากกว่า

อีกดา้ นหนง่ึ ทาํ ใหช้ นั้ หนิ ทรายวางตวั เอยี ง สว่ นใหญจ่ ะเป็นภูเขาที่อยู่ตามของ

ทรี่ าบสงู โคราช เช่น ท.พังเหย ท.พนมดงรัก ท.สันกําแพง ท.ภูพาน รวมถงึ

ทวิ เขาในจังหวัดเลย ชยั ภูมิ นครราชสีมา

สนั เขาหนอกววั y ภูชี้ฟ้าที่เชียงราย แสดงให้เห็นว่าเปลือกโลกยกตัวเป็นภูเขาสูงท่ีมีรูปร่างเป็น

(Hogback) สันเขา โดยมีหน้าผาชันด้านหนึ่งและลาดเอียงด้านหน่ึง ซึ่งบางคร้ังเรียกว่า

สันเขารูปอีโต้ (Cuesta) ในบางช่วงตอนมีความลาดชันมาก ทําให้เป็นสันเขา

หนอกวัว (Hogback) แสดงให้เห็นว่าพ้ืนท่ีดังกล่าวมีการเคลื่อนไหวของ

แผ่นดินในอดีต ภูชี้ฟ้าจึงเป็นหลักฐานทางธรณีท่ีบ่งบอกว่าเคยมีการยกตัว

ของแผน่ ธรณี

7. ลกั ษณะเด่นเฉพาะเรียงลําดับต่อไปนี้ คือ ชายฝั่งฉ่ําวารี ที่ราบจตุมหานที แผ่นดินหินปูน แผ่นดินภูเขาไฟ
หมายถึงทสี่ ่วนใดถูกตอ้ งมากท่ีสดุ
1) ชายฝั่งอา่ วบา้ นดอน / ภาคกลางตอนล่าง / ภาคตะวนั ตก / และอสี านใต้
2) ชายฝง่ั ปากแมน่ ้าํ เจา้ พระยา / ภาคกลางตอนบน / ภาคเหนือและภาคตะวนั ตก / และอสี านบน
3) ชายฝ่งั ปากแมน่ าํ้ แมก่ ลองและแมน่ ้ําทา่ จีน / ภาคกลางตอนลา่ ง / ภาคตะวนั ตก / และอสี านบน
4) พังงา ระนอง / ภาคกลางตอนบน / ภาคเหนือและภาคตะวันตก / และอีสานใต้
5) จันทบรุ ี ตราด / ภาคกลางตอนลา่ ง / ภาคตะวนั ตก / และอีสานใต้

y ทร่ี าบจตมุ หานที : ท่ีราบทบั ถมจากตะกอนลํานํา้ ใหญ่ 4 สาย คอื เจา้ พระยา ท่าจนี แมก่ ลอง บางปะกง

y ทร่ี าบชายฝงั่ ทวารวดี : ท่ีราบภาคกลางตอนล่างส่วนบน

y ท่รี าบชายฝง่ั สามสมทุ ร : ทีร่ าบภาคกลางตอนล่างสว่ นลา่ ง

y ชายฝั่งจตุมุข : แนวชายฝง่ั ทช่ี ลบุรี (แหลมแท่น แหลมฉบัง แหลมเขาพระท่ีพัทยา แหลมเทียน

ท่สี ตั หบี )

y ชายฝั่งอตุ สาหะ : แนวชายฝ่งั ชลบุร-ี ระยอง เขตทา่ เรอื เขตอุตสาหกรรม

y ชายฝง่ั ฉ่าํ วารี : แนวชายฝั่งระยอง-จันทบรุ ี-ตราด

โครงการแบรนด์ซมั เมอรแ์ คมป์ ปีท่ี 29 37 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (อ.ชยั )

8. ขอ้ ใดเปน็ ขอ้ มูลท่ถี กู ตอ้ งเกยี่ วกับชายฝ่งั ทะเลของประเทศไทย
1) ชายฝ่ังทะเลภาคตะวนั ออกเกดิ จากการทรุดตัว
2) ชายฝัง่ ทะเลอนั ดามันกว้างกวา่ ชายฝัง่ ทะเลดา้ นอา่ วไทย
3) ชายฝ่ังทะเลด้านตะวันออกของภาคใตเ้ กิดจากการทรุดตวั
4) ชายฝง่ั ทะเลด้านตะวันตกของภาคใต้ถูกกัดเซาะรนุ แรงมากกวา่ ดา้ นตะวนั ออก
5) ชายฝัง่ ทะเลดา้ นอา่ วไทยมที รี่ าบชายฝง่ั กว้างกว่าด้านอนั ดามนั มหาสมทุ รอินเดยี

ชายฝัง่ ตะวันออก y มีลักษณะเป็นชายฝั่งแบบยกตัว (emerged shorline) ชายฝ่ังทะเลจะมีลักษณะ
(อ่าวไทย) ราบเรียบ มีอ่าวสําคัญอยู่เพียง 2-3 แห่ง คือ อ่าวสวี ใน จ.ชุมพร อ่าวบ้านดอน
ใน จ.สุราษฎรธ์ านี และอา่ วนครศรธี รรมราช จ.นครศรธี รรมราช
ชายฝง่ั ตะวันตก
(อันดามนั ) y ชายฝง่ั ด้านนี้จะมชี ายหาดที่มีความยาวมากหลายแห่ง เช่น ชายหาดทาง จ.นครศรี-
ธรรมราช สงขลา ปัตตานี ที่ราบชายฝงั่ ตะวนั ออกจะมีความกว้างตัง้ แต่ 5-35 กม.

y แม่น้ําในด้านนี้จะเป็นสายส้ันๆ มีกําเนิดมาจากทิวเขาตอนกลางของภาค เช่น แม่น้ํา
หลังสวน แมน่ า้ํ ตาปี แม่นํ้าปตั ตานี

y เกาะท่ีสาํ คญั ในด้านนี้ ได้แก่ เกาะสมยุ เกาะพะงัน และหมเู่ กาะอ่างทอง (โดยเฉพาะ
เกาะสมยุ เปน็ แหล่งผลติ มะพรา้ วที่สาํ คัญและมากทสี่ ดุ ในภาคใต้)

y มีลักษณะเป็นชายฝ่ังแบบจมตัว (submerged shorline) ชายฝั่งทะเลมีลักษณะ
เว้าแหว่ง มเี กาะแกง่ มาก บางแห่งเหมาะสมท่ีจะพัฒนาเป็นท่าเรือ ลักษณะชายฝ่ังท่ี
แสดงใหเ้ ห็นว่าฝัง่ ทะเลทางดา้ นน้กี าํ ลงั จมตัว คอื บริเวณปากแม่นํ้ากระบุรี จ.ระนอง
ซงึ่ มีลักษณะเปน็ รูปตวั วีลึกเขา้ ไปในแผ่นดิน ที่เรียกว่า “ชะวากทะเล” ชายฝง่ั ทางด้าน
น้ีจะไม่ค่อยมีหาดทราย แม้ที่ราบก็เป็นที่ราบแคบๆ และพ้ืนที่ส่วนใหญ่จะเป็นป่า
โกงกาง

y ชะวากทะเล (estuary) คือ ฝ่ังทะเลทเี่ ว้าเป็นช่องเข้าไปยังปากแม่น้ําเกิดเป็นอ่าวน้ําลึก
และนาํ้ จืดไหลมาปะทะแลว้ ผสมผสานกลืนเข้ากับนา้ํ เคม็

y ลักษณะอากาศทางชายฝั่งตะวันตก ฝนจะตกชุกที่สุดในช่วงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
เศรษฐกิจของประชากรทางชายฝงั่ น้ขี ้ึนอย่กู ับการทาํ เหมืองแร่เป็นสําคัญ โดยเฉพาะ
แร่ดีบกุ และวลุ แฟรม นอกจากนกี้ ารทําประมงในทะเลอันดามันก็นับว่ามีความสําคัญ
บริเวณชายฝั่งแคบๆ สามารถใช้ประโยชน์ในการทําการเกษตรได้บ้าง เช่น ปลูกข้าว
ยางพารา ปาล์มนา้ํ มนั และผลไม้

สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม (อ.ชยั ) 38 โครงการแบรนด์ซมั เมอร์แคมป์ ปที ่ี 29

9. อุทกภยั ในประเทศไทยไม่เกย่ี วขอ้ งกบั ปรากฏการณ์ใด

1) ลานญี า 2) เอลนีโญ 3) นา้ํ ล้นตลง่ิ

4) คลน่ื ซดั ฝ่ัง 5) นา้ํ ทะเลหนนุ

ƒ ปรากฏการณเ์ รอื นกระจก (Greenhouse effect) y อุณหภูมขิ องโลกเพิม่ สงู ข้นึ

เป็นภาวะทีโ่ ลกมอี ุณหภูมิสูงข้ึนเรือ่ ยๆ เนือ่ งจากในชั้น y ธารน้ําแขง็ ขว้ั โลกละลาย

บรรยากาศมีก๊าซเรือนกระจกมากจนเกินสมดุลซ่ึงเกิด y ระดบั นาํ้ ทะเลสงู ขึ้น

จากฝีมือมนุษย์ เช่น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซมีเทน y เกิดการขยายตวั ของพ้นื ทแี่ ห้งแล้ง

คลอโรฟลูออโรคาร์บอน กา๊ ซไนตรัสออกไซด์ y เกดิ การเปล่ียนแปลงระบบนิเวศชายฝงั่ ทะเล

y เกดิ คลื่นความรอ้ น

y อน่ื ๆ เช่น โรคมะเรง็ ผิวหนัง, การระบาดของ

แมลงศตั รพู ชื , ภาวะแห้งแลง้ รุนแรงและเกิด

ไฟปา่

ƒ ปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) y บรเิ วณท่เี คยมฝี นตกชุกกลบั แหง้ แล้ง เช่น

เกิดข้ึนเป็นครั้งคราวเม่ือกระแสนํ้าเย็นเปรูบริเวณ ภมู ภิ าคเอเชียตะวันออกเฉยี งใต้ ทวปี

ชายฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกาใต้ ถูกกระแสน้ําอุ่นจาก ออสเตรเลยี และเกิดไฟปา่ บอ่ ยครง้ั เชน่

ศูนย์สูตรไหลเข้ามาแทนท่ี ทําให้อุณหภูมิที่ผิวนํ้าสูงขึ้น ไฟปา่ ท่ีเกดิ ในอินโดนเี ซยี และตอนเหนอื ของ

อนั เป็นผลจากการออ่ นกาํ ลงั ของลมคา้ ตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลยี
ในมหาสมทุ รแปซฟิ ิก ในบางปลี มค้ามกี ําลงั ออ่ นกว่าปกติ y บรเิ วณที่เคยแห้งแลง้ กลับมฝี นตกชกุ เช่น

หรืออาจพัดกลับทิศ ทําให้กระแสนํ้าอุ่นท่ีอยู่บริเวณ ชายฝง่ั ทะเลของชลิ ี เปรู หมู่เกาะกาลาปากอส

แปซิฟิกตะวันตกไหลย้อนกลับไปทางแปซิฟิกตะวันออก y แอฟริกาตะวันออกเฉียงใตเ้ กดิ ภัยแลง้

แทนกระแสนํา้ เย็น ยาวนานข้ึน
y ทวปี อเมรกิ าเหนือในช่วงฤดหู นาวอากาศ

อบอุ่นกวา่ ปกติ และบางพืน้ ทก่ี ลบั มีฝนตก

หนกั จนเกดิ อุทกภัย

ƒ ปรากฏการณ์ลานีญา (La Niña) y อนิ โดนีเซยี ฟิลปิ ปินส์ ออสเตรเลีย มีฝนตกหนกั

อณุ หภูมผิ ิวนํ้าในมหาสมุทรแปซิฟิกใกล้เส้นศูนย์สูตร y แปซิฟิกตะวันออก (ชิลี เปรู) ชว่ งฤดูฝนกลับ

เกดิ ความแปรปรวนและเยน็ ขน้ึ กวา่ ปกติ ทาํ ให้กระแสลม มฝี นน้อยและเกดิ ความแหง้ แลง้ ยาวนาน

สนิ คา้ ตะวนั ออกมกี าํ ลังแรงขึ้น ลานีญาเปน็ ปรากฏการณ์ y เอเชยี ตะวนั ออก (ญป่ี ุ่น เกาหลี) ช่วงฤดู

ท่ีเกิดขึ้นน้อยกว่าเอลนีโญ ซ่ึงจะเกิดข้ึน 3-5 ปีต่อครั้ง หนาวจะมีอณุ หภมู ติ ํ่ากว่าปกติ

และไม่เกิดต่อเน่ืองกัน โดยจะเว้นช่วงระยะการเกิด y แอฟรกิ าใต้มีแนวโน้มเกดิ ฝนตกหนกั เกิดอุทกภัย

ประมาณ 1-2 ปี y ทางตะวันตกเฉียงใตข้ อง USA จะแล้งแหง้

กว่าปกติในช่วงปลายฤดรู ้อน แตบ่ างพนื้ ที่

ทางตอนเหนอื และตะวนั ออกกลับมฝี น

มากกว่าปกตใิ นชว่ งฤดูหนาว

โครงการแบรนดซ์ ัมเมอร์แคมป์ ปที ่ี 29 39 สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม (อ.ชัย)

10. การนําเข้ายางรถยนตใ์ ชแ้ ลว้ เป็นการละเมดิ ขอ้ ตกลงฉบบั ใด

1) อนสุ ัญญาบาเซิล 2) อนุสัญญาไซเตส 3) อนุสญั ญาเวียนนา

4) อนุสัญญาแรมซาร์ 5) อนุสญั ญารอตเตอร์ดัม

11. ประเทศไทยมีพ้ืนที่ราบ ท่ีลุ่ม ท่ีชุ่มชื้น เพื่อการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนจึงต้องเป็นสมาชิกและ

ปฏิบัตติ ามกฎหมาย

1) พิธสี ารเกยี วโต 2) อนสุ ญั ญาเวยี นนา 3) อนุสัญญาแรมซาร์

4) สนธสิ ัญญาบาเซลิ 5) อนสุ ญั ญาไซเตส

12. การกระทาํ ขอ้ ใดตรงตามกฎหรือขอ้ ตกลงระหวา่ งประเทศ
1) นาย ก ไม่ล่าสัตวใ์ นทุ่งใหญน่ เรศวร ตามอนสุ ัญญาแรมซาร์
2) นาย ข ไมท่ าํ ประมงในทะเลสาบสงขลา ตามอนุสญั ญาไซเตส
3) ประเทศ ค ไม่ขนขยะพษิ มาไวท้ ปี่ ระเทศ ง. ตามอนุสัญญาบาเซิล
4) ประเทศ จ ไม่ขุดเจาะนํา้ บาดาล ตามสตั ยาบนั ในพิธสี ารมอนทรีออล
5) ประเทศ ฉ ไม่ทดลองระเบิดนวิ เคลียร์ ตามข้อตกลงในพิธีสารเกยี วโต

การจัดการสิง่ แวดล้อม ƒ Kyoto Protocol ว่าด้วยการลดการปล่อยกา๊ ซเรือนกระจก
- คมุ้ ครองช้นั บรรยากาศ ƒ UNFCCC วา่ ด้วยการเปล่ียนแปลงสภาพภมู ิอากาศ
- สารเคมแี ละของเสยี อันตราย ƒ Vienna Convention&Montreal Protocol วา่ ดว้ ยสารทาํ ลายชั้นโอโซน
ƒ Basel Convention วา่ ด้วยของเสียอนั ตรายข้ามแดน
การจัดการทรพั ยากรธรรมชาติ ƒ Rotterdam Convention ว่าด้วยสารเคมีอันตราย
- ความหลากหลายทางชวี ภาพ ƒ Stockholm Convention ว่าด้วยสารมลพษิ ตกคา้ งยาวนาน
- มรดกโลก
- การพฒั นาท่ียั่งยนื ƒ Ramsar Convention วา่ ด้วยพ้ืนที่ชุ่มนา้ํ
ƒ CBD ว่าดว้ ยความหลากหลายทางชีวภาพ
ƒ CITES ว่าดว้ ยพันธสุ์ ัตวแ์ ละพชื ปา่ ใกลส้ ูญพนั ธ์ุ
ƒ Cartagena Protocol ว่าด้วยความปลอดภัยทางชีวภาพ
ƒ WHC วา่ ดว้ ยการคุ้มครองมรดกโลก
ƒ Agenda 21 แผนปฏิบตั ิการเพอื่ การพฒั นาที่ยัง่ ยืน

สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม (อ.ชยั ) 40 โครงการแบรนดซ์ มั เมอรแ์ คมป์ ปที ่ี 29

13. กรนี พีซกบั สมาคมสรา้ งสรรค์ไทยจะสามารถร่วมมือกนั ได้ในเร่ืองใด
1) รณรงคเ์ กีย่ วกับปญั หาดา้ นมลพษิ ทางอากาศ
2) รณรงค์เก่ียวกบั การเปลยี่ นแปลงสภาพภูมิอากาศ
3) รณรงค์ตอ่ ตา้ นการจดั สรา้ งเตาเผาขยะไม่ได้มาตรฐาน
4) รณรงค์ให้มีการตอ่ ต้านการค้าเครอ่ื งประดับทาํ จากงาชา้ ง
5) รณรงค์ใหค้ นไทยตนื่ ตวั กับการนาํ พืช GMO มาใชเ้ ป็นอาหาร

กรีนพซี (Greenpeace) ƒ หยดุ ยัง้ การเปลีย่ นแปลงสภาพภมู อิ ากาศ (ภาวะโลกรอ้ น)
ƒ ตอ่ ต้านเตาเผาขยะท่ีไม่ได้มาตรฐาน
ƒ ต่อต้านพืชตดั ตอ่ พันธุกรรม (GMOs)
ƒ รณรงคใ์ หใ้ ชพ้ ลังงานสะอาด, รณรงค์มลพิษจากการใช้สารเคมี
ƒ ยุตินวิ เคลยี ร์
ƒ ปกปอ้ งป่าโบราณ

มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและ ƒ ทําโครงการสํารวจนิเวศวิทยาป่าไม้และสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธ์ุสัตว์

พรรณพืชแห่งประเทศไทย ใน ปา่ ทุง่ ใหญ่นเรศวร และเขตรกั ษาพันธุ์สัตวป์ ่าห้วยขาแขง้

พระบรมราชินปู ถัมภ์ ƒ ร่วมโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติในหลวงเม่ือ พ.ศ.2537 ในเขต

รักษาพนั ธสุ์ ตั วป์ ่าเขาแผงมา้ จ.นครราชสมี า

ƒ ทาํ โครงการร่วมอนรุ ักษท์ รพั ยากรฯ ในลมุ่ นํา้ ปิงตอนบน

มลู นธิ ิสืบนาคะเสถียร ƒ ส่งเสริมให้ประชาชนที่อยู่ใกล้เขตป่าอนุรักษ์ ตระหนักถึงความสําคัญ
ของการอนุรกั ษป์ า่ ไมแ้ ละสตั วป์ ่า

สมาคมหยาดฝน ƒ ผลงาน โครงการปลูกป่าชายเลนท่ีตรัง โครงการอนุรักษ์หญ้าทะเล
และปะการังท่ีตรัง โครงการอนุรักษ์เต่าทะเลและพะยูน โครงการฟื้น
ปา่ อนรุ ักษท์ ะเลภาคตะวนั ออกทรี่ ะยอง

สมาคมสร้างสรรค์ไทย ƒ โครงการตาวิเศษ รณรงค์การรักษาความสะอาดของแม่น้ําลําคลอง
การสร้างกบั ดักไขมัน การประหยัดน้ํา การปลูกต้นไม้ในชุมชน รณรงค์
เรือ่ งขยะ (เตาเผาขยะ การทิ้งขยะ ลดปรมิ าณขยะ แยกขยะ)

สมาคมธิงคเ์ อิรธ์ คดิ หว่ งใยใน ƒ สรา้ งจติ สาํ นกึ ให้เยาวชน รณรงค์ปลกู ต้นไมท้ วั่ โลก
ผืนโลก

มลู นิธโิ ลกสเี ขยี ว ƒ ในพระอุปถมั ภข์ องสมเดจ็ พระเจ้าพ่ีนางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรม
หลวงนราธิวาสราชนครินทร์ มูลนิธินี้ทําสื่อสิ่งพิมพ์ที่ให้ข่าวสาร
ความรดู้ ้านสิ่งแวดล้อม

โครงการแบรนด์ซัมเมอรแ์ คมป์ ปที ี่ 29 41 สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม (อ.ชยั )

14. ขอ้ ใดกล่าวถูกต้องเกีย่ วกับการใชป้ ระโยชน์จากส่ิงแวดลอ้ มในการสร้างสรรค์วัฒนธรรม
1) ชาวบาหลสี รา้ งหลเี่ พื่อจบั ปลา
2) ชาวแลปปเ์ ล้ยี งกวางมสู ไว้ลากเล่ือน
3) ชาวแคนาดาใชก้ งั หนั ลมสูบนํา้ เขา้ พื้นที่การเกษตร
4) ชาวเอสกโิ มแตง่ กายดว้ ยเคร่อื งนุง่ ห่มทท่ี าํ จากหนังสัตว์
5) ชาวแอบอริจนิ ที ี่เรร่ ่อนเลย้ี งสตั วส์ รา้ งกระโจมเป็นทพ่ี กั อาศัย

1. การต้งั ถน่ิ ที่อยอู่ าศยั ƒ เขตแหง้ แล้ง y ชาวซูดานสร้างบ้านด้วยโคลนและดินเหนยี ว (Adobe house)
y ชาวเปรสู ร้างบา้ นด้วยหนิ (Stone house)
หลุก
2. การประกอบอาชพี ƒ เขตอบอ่นุ y ชาวแคนาดาสรา้ งบ้านดว้ ยไม้ซุง (Log house)
y ชาวอินเดยี นแดงสรา้ งกระโจมรูปกรวย (Teepee/Tipi)
หวด y ชาวมองโกเลยี สรา้ งกระโจมหลงั คาโดม (Yurt/Ger)
3. อ่ืนๆ เช่น ภูมิปญั ญา
เทคโนโลยี การแต่งกาย ƒ เขตหนาวเย็น - ชาวเอสกิโมสรา้ งอิกลูด้วยหิมะ (Igloo)

ลอบ ƒ ชาวอนิ เดียนพ้นื เมอื งในเปรูเพาะปลกู ธัญพชื แบบยังชพี
ƒ ชาวเบดูอินเล้ียงสตั ว์แบบเร่รอ่ น
คุ ƒ ชาวแลปปเ์ ลี้ยงกวางเรนเดยี รไ์ วล้ ากเลื่อน
ƒ ชาวรัสเซียนจบั ปลาสเตอร์เจียนเพอ่ื นาํ มาทําคาเวียร์
แกระ ƒ ชาวอเมรกิ นั ในรฐั โคโลราโดเลี้ยงโคเนือ้ เพอ่ื การคา้
ƒ ชาวเมก็ ซกิ ันตดั เปลือกต้นซาโพดิลลาเพื่อเอานํา้ ยางมาทาํ หมากฝรงั่

ƒ “หล”ี่ ชาวประมงลาวสรา้ งหลเ่ี พอื่ ดักจบั ปลา
ƒ “ออนเซน” ชาวญ่ปี นุ่ ใชป้ ระโยชน์ของพนุ ้ําร้อนสรา้ งออนเซน
ƒ “กงั หันลม” ชาวแคนาดาใช้กงั หนั ลมเพื่อผลติ ไฟฟา้
ƒ “ฝาย” คนภาคเหนือสรา้ งฝายเพ่ือเกบ็ น้ําไว้ใช้
ƒ “หลุก” ชาวนาใช้หลกุ เปน็ ระหดั วดิ นํ้าเข้าสูพ่ ้ืนท่ีการเกษตร
ƒ “หวด มวย” คนอีสานและคนเหนือใชห้ วดและมวยนึง่ ข้าว
ƒ “สุ่ม ลอบ โพงพาง ยกยอ” ชาวบา้ นใช้สุม่ ลอบ โพงพาง ยกยอ จับสัตวน์ าํ้
ƒ “ค”ุ คนอสี านใชค้ ตุ กั นา้ํ จากบอ่
ƒ “แกระ” ชาวนาในภาคใตใ้ ช้แกระเพอื่ เกี่ยวข้าว
ƒ “อแี ตน๋ ” รถท่ีผลิตเองจากภมู ปิ ัญญาชาวนาไทย
ƒ “ปา่ ไม”้ เช่น บวชป่า บวชตน้ ไมค้ ล้ายพธิ สี บื ชะตาแม่นาํ้
ƒ “บา้ นไทย” y ภาคกลาง : ฝาลูกฟัก (ฝาปะกน), เรือนครัว, ชานเปดิ โล่ง

y ภาคเหนือ : เต๋นิ (ระเบียงหนา้ บา้ น), , กาแล, หํายนต์
y ภาคอสี าน : เกย, ฮา้ งแอง่ นํา้
y ภาคใต้ : ตีนเสา, ตอม่อ, ศาลา

สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม (อ.ชัย) 42 โครงการแบรนด์ซัมเมอรแ์ คมป์ ปที ่ี 29

15. ปรากฏการณ์ธรรมชาตขิ ้อใดเปน็ ปญั หาตอ่ การดํารงชวี ิตของมวลมนษุ ย์
1) น้ําเค็มบนผวิ โลกมถี งึ ร้อยละ 97 ของปรมิ าณน้าํ ทปี่ กคลมุ ผวิ โลก
2) กระแสนา้ํ อนุ่ และกระแสนาํ้ เย็นทาํ ให้อณุ หภูมิผิวโลกเปล่ียนแปลง
3) การเคลื่อนที่ของเปลือกโลกส่วนทเี่ ปน็ ของแข็งทาํ ให้เกดิ ทวีปต่างๆ
4) บรรยากาศของโลกในชั้นโทรโพสเฟยี ร์มีสดั สว่ นขององค์ประกอบเปลยี่ นแปลง
5) การโคจรของดวงอาทติ ย์ โลก และดวงจันทร์ ทําให้อุณหภมู ิของโลกเปล่ียนแปลงไป

ปรากฏการณอ์ ณุ หภูมิผกผนั ƒ เน่อื งจากบรรยากาศชั้นโทรโพสเฟยี รเ์ กดิ อุณหภมู ิผกผัน ซ่ึงมักเกิดข้ึนใน
(Temperature inversion) เวลาเช้าและหัวค่ําของฤดหู นาว ทําให้กลมุ่ ควันท่มี อี ณุ หภูมติ ่าํ กว่าไม่สามารถ
ลอยขึ้น แต่กลับแผค่ วันลงสพู่ ื้นผิวทาํ ใหเ้ กิดมลพษิ ในบรรยากาศ
ปรากฏการณ์ชอ่ งโหว่ของ
ช้ันโอโซน (Ozone hole) ƒ การเพ่ิมข้ึนของสารท่ีทําลายชน้ั โอโซน โดยเฉพาะคลอโรฟลอู อโรคารบ์ อน
(CFCs) เป็นสาเหตุหลักที่ทําให้โอโซนชั้นสแตรโทสเฟียร์ถูกทําลาย เมื่อสาร
เหลา่ นล้ี อยส่บู รรยากาศชน้ั น้ี จะทาํ ปฏริ ิยากับรังสีอัลตราไวโอเลต มีผลทําให้
ช้ันบรรยากาศไม่สามารถดูดซับหรือก้ันรังสีอัลตราไวโอเลตได้มากเท่าท่ีควร
และทําใหโ้ อโซนในชั้นบรรยากาศลดน้อยลง จึงเกิดรูรั่วในชั้นโอโซน ซึ่งทําให้
รงั สนี ผี้ ่านมาถงึ พนื้ โลกมากข้ึน

16. เพ่ือความปลอดภัยพน้ จากเขตแผ่นดนิ ไหวท้งั ประเทศไม่ควรไปตั้งถน่ิ ฐานประเทศใด
1) อินเดยี
2) ญป่ี ุ่น
3) องั กฤษ
4) ไนจเี รยี
5) สาธารณรฐั ประชาชนจนี

y บรเิ วณท่เี กดิ แผน่ ดินไหวขนึ้ บอ่ ยครัง้ คือ ประมาณรอ้ ยละ 70 ของการเกิดแผน่ ดินไหวทั่วโลก และมีความ
รุนแรงมากที่สุดจะอยโู่ ดยรอบมหาสมทุ รแปซิกหรือที่เรียกว่า “แนววงแหวนไฟแปซิฟิก” (The Pacific
Ring of Fire)

y ครอบคลุมอาณาบริเวณต้ังแต่เทือกเขาแอนดีส ในทวีปอเมริกาใต้ผ่านอเมริกากลาง เทือกเขาร็อกกีและ
ท่ีราบสูงโคลัมเบีย อะแลสกา คาบสมุทรคัมซัตคา หมู่เกาะญี่ปุ่น หมู่เกาะฟิลิปปิน หมู่เกาะอินโดนีเซีย
ผา่ นลงไปถึงหมูเ่ กาะแปซิฟกิ ใต้ถงึ ประเทศนิวซแี ลนด์ รวมความยาวท้ังสนิ้ ประมาณ 3,200 กิโลเมตร

y และแนวดังกลา่ วเปน็ แนวทม่ี ีภูเขาไฟมากท่ีสุดในโลกด้วยเช่นกัน แนวแผ่นดินไหวบริเวณอ่ืนๆ ได้แก่ แนว
เกาะชวาผา่ นเกาะสมุ าตรา หมู่เกาะอนั ดามัน พม่า แนวเทือกเขาหมิ าลัย เป็นต้น

โครงการแบรนด์ซัมเมอรแ์ คมป์ ปที ี่ 29 43 สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม (อ.ชยั )

17. ผู้ใดมีสัตว์ปา่ สงวนหรือสตั ว์ปา่ คมุ้ ครองไวใ้ นครอบครอง มีบทกําหนดโทษตาม พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครอง
สัตว์ป่า พ.ศ. 2553 ตามขอ้ ใด
1) ตอ้ งระวางโทษจาํ คุกไมเ่ กนิ 4 ปี ปรับไมเ่ กิน 40,000 บาท หรือท้งั จาํ ทั้งปรบั
2) ตอ้ งระวางโทษจาํ คกุ ไม่เกิน 4 ปี ปรบั ไมเ่ กิน 50,000 บาท หรือทงั้ จาํ ท้ังปรบั
3) ต้องระวางโทษจําคกุ ไมเ่ กนิ 5 ปี ปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจาํ ทั้งปรบั
4) ตอ้ งระวางโทษจาํ คกุ ไม่เกนิ 6 ปี ปรบั ไมเ่ กิน 60,000 บาท หรอื ท้งั จําท้งั ปรบั
5) ต้องระวางโทษจําคกุ ไมเ่ กนิ 6 ปี ปรับไมเ่ กิน 50,000 บาท หรอื ทงั้ จําทง้ั ปรับ

พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสตั ว์ป่า พ.ศ. 2535
1. ผู้ที่ล่าหรือพยายามล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือมีสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของ

สัตว์ป่าสงวน ซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือผลิตภัณฑ์ที่ทําจากซากของสัตว์ป่าดังกล่าว มีโทษจําคุก
ไม่เกิน 4 ปี หรอื ปรับไมเ่ กิน 40,000 บาท หรอื ทงั้ จําท้งั ปรบั
2. ผู้ท่ีนําเข้า ส่งออกหรือนําผ่านซ่ึงสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง
มีโทษจําคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรบั ไมเ่ กนิ 40,000 บาท หรือทั้งจาํ ทง้ั ปรับ
3. ผู้ทีเ่ พาะพนั ธสุ์ ัตวป์ ่าสงวนหรือสตั วป์ ่าคุ้มครอง หรือจัดต้ังและดําเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะโดยไม่ได้
รบั อนญุ าต มีโทษจาํ คกุ ไม่เกิน 3 ปี หรอื ปรบั ไม่เกิน 30,000 บาท หรือทง้ั จําท้ังปรบั
4. ผ้ทู ี่มสี ัตวป์ า่ คุม้ ครองทีไ่ ดม้ าจากการเพาะพันธุ์หรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครองท่ีได้มาจากการเพาะพันธ์ุโดย
ไมไ่ ดร้ ับอนุญาต มีโทษจําคกุ ไม่เกนิ 1 ปี หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ 10,000 บาท หรือทัง้ จําทั้งปรบั

18. เจ้าของหรอื ผูค้ รอบครองแหลง่ กําเนิดมลพิษไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือคําส่ังเก่ียวกับการควบคุมป้องกัน
แกไ้ ขแหล่งกําเนิดมลพิษมีโทษตามขอ้ ใด
1) จําคุกไม่เกนิ 1 ปี ปรับไมเ่ กิน 100 บาท หรือทงั้ จําท้ังปรบั
2) จําคุกไมเ่ กิน 1 ปี ปรบั ไม่เกนิ 1,000 บาท หรอื ทั้งจาํ ท้ังปรบั
3) จาํ คุกไมเ่ กนิ 1 ปี ปรบั ไม่เกนิ 10,000 บาท หรอื ทง้ั จําทง้ั ปรบั
4) จาํ คกุ ไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกนิ 100,000 บาท หรือท้ังจาํ ทงั้ ปรับ
5) จาํ คุกไมเ่ กนิ 1 ปี ปรบั ไม่เกนิ 500,000 บาท หรือทง้ั จาํ ท้ังปรบั

บทกําหนดโทษการคุ้มครองสิง่ แวดล้อม
ƒ ผทู้ ฝี่ ่าฝืนหรอื ไม่ปฏิบัติตามคําส่ัง อันเน่ืองมาจากภัยธรรมชาติหรือภาวะมลพิษ มีโทษจําคุกไม่เกิน 1 ปี

หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือท้ังจําท้ังปรับ ถ้าผู้ฝ่าฝืนเป็นผู้ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายหรือความ
เสยี หายจากภาวะมลพษิ มีโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี หรอื ปรับไมเ่ กนิ 500,000 บาท หรอื ทั้งจาํ ทงั้ ปรับ
ƒ ผู้ที่บุกรุกหรือครอบครองท่ีดินของรัฐโดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือเข้าไปกระทําการใดๆ อันเป็นการ
ทําลาย ทําให้สูญเสีย หรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติหรือศิลปกรรมอันควรแก่การอนุรักษ์ หรือ
ก่อให้เกิดมลพิษอันมีผลกระทบต่อคุณภาพส่ิงแวดล้อมในเขตพื้นท่ีคุ้มครองสิ่งแวดล้อม มีโทษจําคุก
ไมเ่ กนิ 5 ปี หรือปรับไมเ่ กิน 500,000 บาท หรอื ทั้งจาํ ทั้งปรับ

สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม (อ.ชยั ) 44 โครงการแบรนดซ์ มั เมอร์แคมป์ ปีท่ี 29

19. นายเคนนั่งเรือไปเที่ยวกับเพ่ือนและปัสสาวะลงในนํ้า ถือเป็นการทําผิดกฎหมายที่เก่ียวข้องกับการจัดการ
ด้านทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ มฉบบั ใด
1) พระราชบัญญตั ิผังเมอื ง พ.ศ. 2518
2) พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504
3) พระราชบัญญตั ิป่าสงวนแหง่ ชาติ พ.ศ. 2507
4) พระราชบัญญตั สิ ง่ เสริมและรกั ษาคณุ ภาพสิ่งแวดลอ้ มแห่งชาติ พ.ศ. 2535
5) พระราชบญั ญตั ริ ักษาความสะอาดและความเปน็ ระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535

พ.ร.บ. รักษาความสะอาดและความเปน็ ระเบียบเรียบร้อยของบา้ นเมอื ง พ.ศ. 2535
1. การรักษาความสะอาดในที่สาธารณะและสถานสาธารณะ เช่น เจา้ ของอาคารทอี่ ยู่ตดิ กับทางเท้า มีหน้าที่

ดูแลรักษาความสะอาดทางเท้า ห้ามอาบนํ้าหรือซักล้างส่ิงใดๆ บนถนนหรือในท่ีสาธารณะ ห้ามโฆษณา
ดว้ ยการปิด ท้งิ หรอื โปรยแผ่นประกาศหรือใบปลิวในที่สาธารณะ
2. การหา้ มทงิ้ ส่ิงปฏิกูล เชน่ หา้ มถา่ ยอุจจาระ/ปัสสาวะลงในที่สาธารณะ หา้ มถม่ นํ้าลายลงบนถนน
3. การรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย เชน่ หา้ มเล่นว่าว ฟุตบอล หรอื กฬี าใดๆ บนถนน

20. พฤตกิ รรมการกระทาํ ของใคร เป็นการปลดปลอ่ ยความร้อนเข้าสบู่ รรยากาศของโลกนอ้ ยทีส่ ุด
1) คุณตอ๋ ย ใชเ้ ครอื่ งออกกําลงั กายท่ีปัน่ ด้วยเทา้ ในศนู ย์สขุ ภาพ
2) คุณต้อม บกุ เบกิ ปา่ ขยายพ้ืนทป่ี ลกู พืชไร่
3) คุณต้อย เผาป่าเพือ่ เกบ็ ของป่าไปขาย
4) คณุ ตุ้ม ตัง้ โรงงานผลติ อฐิ บลอ็ ก
5) คณุ โต้ ขบั รถแทก็ ซีม่ า 20 ปี

ก๊าซเรือนกระจก ความ สามารถ มีสว่ นทาํ ให้ แหล่งท่ีมา
1. คาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) เข้มขน้ ใน ทาํ ให้อากาศ อากาศมี
2. มเี ทน (CH4) บรรยากาศ มอี ุณหภมู ิ อุณหภูมิ ถ่า น หิน นํ้ามัน ก๊าซ
3. คลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFC) (ppm) สงู ข้ึน (เทา่ ) สูงข้นึ (%) ธรรมชาติ การทาํ ลายป่า
4. ไนตรัสออกไซด์ (N2O) พ้ืนท่ีน้ําท่วมขัง นาข้าว
351.30 1 64 เ ช้ื อ เ พ ลิ ง จ า ก ซ า ก พื ช
ซากสตั ว์ ฟาร์มปศสุ ัตว์
0.00023 15,000 19 โฟม กระป๋องสเปรย์
เคร่ืองทําความเย็น ตัว
1.68 25 11 ทาํ ละลาย
0.31 230 เ ชื้ อ เ พ ลิ ง จ า ก ซ า ก พื ช
6 ซากสัตว์ ปุ๋ยการทําลายป่า

โครงการแบรนด์ซัมเมอรแ์ คมป์ ปที ี่ 29 45 สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (อ.ชัย)

สาระเศรษฐศาสตร

เศรษฐศาสตร์ พชิ ิต TCAS’61
เศรษฐศาสตร์จลุ ภาค
ƒ เศรษฐศาสตร์เบือ้ งต้น 1. ข้อใดจัดเป็นการศกึ ษาทางด้านเศรษฐศาสตร์มหภาค
ƒ ระบบเศรษฐกิจ ตลาด (การควบคมุ ราคานา้ํ มัน / การแก้ไขปัญหาเงนิ เฟอ้ )
ƒ อุปสงค์และอปุ ทาน กลไกราคา
ƒ เศรษฐกิจพอเพียง สหกรณ์ 2. ระบบเศรษฐกิจท่ีมีการวางแผนจากส่วนกลาง หมายถึง ระบบ
ƒ ศพั ทเ์ ศรษฐศาสตร์ เศรษฐกจิ ในรูปแบบใด (เสรนี ยิ ม / สังคมนิยม)

เศรษฐศาสตร์มหภาค 3. ตลาดประเภทใดไมจ่ ําเป็นตอ้ งมีการโฆษณาสินค้าและบรกิ าร
ƒ การพฒั นาทางเศรษฐกจิ (ตลาดผูกขาด / ตลาดแขง่ ขนั สมบูรณ์)
ƒ รายได้ประชาชาติ
ƒ แผนพัฒนาเศรษฐกิจ 4. ภาวะดุลยภาพของตลาดจะเกิดขน้ึ เมื่อใด
(ปรมิ าณเสนอซอ้ื สมดุลกับราคาเสนอขาย / อุปสงค์ส่วนเกินและ
และสังคมแหง่ ชาติ อุปทานส่วนเกนิ มีค่าเท่ากบั ศนู ย)์
ƒ ธนาคาร การเงิน-การคลงั
ƒ นโยบายการเงนิ -การคลงั 5. สหกรณ์เคหสถานจดั เปน็ สหกรณป์ ระเภทใด
(สหกรณน์ ิคม / สหกรณบ์ รกิ าร)
กบั การแกป้ ัญหาเศรษฐกิจ
ƒ เศรษฐกจิ และการคา้ 6. คาํ ว่า “Invisible Hand” เกยี่ วขอ้ งกับแนวคดิ ใดทางเศรษฐศาสตร์
(กลไกราคา / คา่ จา้ งแรงงาน)
ระหว่างประเทศ
ƒ ดลุ การชําระเงนิ ดุลบญั ชเี ดินสะพัด 7. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของปริมาณเงินตามความหมายแคบ
ƒ กลุ่มเศรษฐกิจ (M1) (ตวั๋ สญั ญาใชเ้ งนิ / เงินฝากกระแสรายวนั )
ƒ วกิ ฤตเศรษฐกิจไทยปี 40 และโลก
8. ข้อใดเป็นภาษีทางออ้ ม
(ภาษเี งนิ ได้-ภาษมี รดก / ภาษีมลู คา่ เพ่มิ -ภาษสี รรพสามติ )

9. ชว่ งเกิดภาวะเงินเฟ้อในอตั ราสงู ใครได้รับประโยชน์
(ลูกหนี-้ ผเู้ ชา่ บา้ น / เจา้ หน้-ี ผใู้ ห้เช่าบา้ น)

10.ในภาวะท่ีเกิดการวา่ งงาน รัฐบาลควรจดั ทํางบประมาณแบบใด
(แบบเกินดุล / แบบขาดดลุ )

11. ข้อใดเป็นนโยบายการคลังเพื่อแกไ้ ขปญั หาเงินเฟอ้
(เพม่ิ อตั ราดอกเบยี้ / เพม่ิ อตั ราภาษี)

12. หากรัฐบาลต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจควรใช้นโยบายการคลังแบบใด
(เพิ่มรายจา่ ยภาครัฐ-ลดภาษี / ลดรายจ่ายภาครฐั -ลดภาษ)ี

13. การออกพนั ธบัตรชว่ ยชาติ จัดไดว้ ่าเปน็ การดาํ เนนิ นโยบายแบบใด
(นโยบายการคลัง / นโยบายการเงิน)

14. ข้อใดไมเ่ กี่ยวข้องกบั ความรว่ มมือทางเศรษฐกจิ
(ARF / BIMSTEC)

สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม (อ.ชยั ) 46 โครงการแบรนด์ซมั เมอร์แคมป์ ปีท่ี 29

ลวงลับ...ขอสอบเศรษฐศาสตร

1. ข้อใดอธบิ ายลกั ษณะเดน่ ของระบบเศรษฐกิจแบบผสม

1) การดําเนนิ งานในภาคเศรษฐกิจมีทั้งสว่ นของทุนนิยมและสงั คมนยิ ม
2) ผู้แทนราษฎรเป็นผ้ทู ีไ่ ด้รบั ความนยิ มมากที่สุดในสงั คม
3) คนในสงั กดั มีสิทธเ์ิ ลือกงานทาํ อย่างเสรี
4) ประชาชนเปน็ เจ้าของปัจจัยในการผลิต
5) กลไกตลาดทํางานอยา่ งเสรี

2. ขอ้ ใดอธิบายลกั ษณะเด่นของระบบเศรษฐกิจแบบทนุ นยิ มได้ถกู ตอ้ ง

1) กลไกตลาดทํางานอย่างเสรี 2) รฐั บาลวางแผนจากส่วนกลาง

3) รัฐเปน็ เจา้ ของปัจจยั การผลติ 4) การปกครองเป็นแบบสงั คมนยิ ม

5) มที ุนอยู่ในระบบเศรษฐกิจอยา่ งเหลือเฟอื

ทนุ นยิ ม ƒ เอกชนมีกรรมสิทธใ์ิ นทรัพย์สนิ และมเี สรภี าพประกอบกจิ กรรมทางเศรษฐกจิ ไดเ้ ตม็ ท่ี
สงั คมนิยม ƒ รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับกจิ กรรมทางเศรษฐกิจน้อยท่สี ุด
ระบบผสม ƒ การแกไ้ ขปัญหาพนื้ ฐานทางเศรษฐกิจใชก้ ลไกราคา
ƒ มกี ารแข่งขันเสรี มีกาํ ไรเป็นแรงจงู ใจ

ƒ เอกชนมกี รรมสิทธ์ิในทรัพย์สินได้บางประเภทเท่าน้ัน และมีเสรีภาพประกอบกิจกรรมทาง
เศรษฐกจิ ไดจ้ าํ กดั

ƒ รัฐบาลเขา้ ควบคมุ และดําเนินกจิ กรรมทางเศรษฐกิจเปน็ ส่วนใหญ่
ƒ กลไกราคามีบทบาทน้อย ใช้การวางแผนจากส่วนกลาง

ƒ เอกชนมีเสรีภาพประกอบกจิ กรรมทางเศรษฐกิจเป็นสว่ นใหญ่
ƒ รัฐบาลมีบทบาทในการผลิตเพยี งบางประเภทเทา่ นนั้
ƒ ใชก้ ลไกราคาและแผนชนี้ ําจากภาครฐั
ƒ รัฐบาลมีส่วนในการผลิตสินค้าที่มีผลกระทบต่อส่วนรวม เช่น กิจการสาธารณูปโภค

การจดั สวสั ดกิ าร

ข้อดี ข้อเสยี

ทุนนิยม ƒ กําไรเป็นแรงจูงใจในการผลิตและการ ƒ การกระจายรายได้ไม่เท่าเทียมกันและไม่

ทาํ งาน เพราะทํามากจะมีรายได้มาก ทวั่ ถงึ

ƒ ผู้ผลิตแต่ละรายต้องแข่งขันกันขาย ƒ มีการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลืองและอาจ

สินค้าและบริการให้มากท่ีสุด จึงต้อง นาํ ไปสกู่ ารผูกขาด เช่น การแข่งขันกันสร้าง

ปรับปรุงเทคนิคการผลิตอยู่เสมอ โดย สรรพสินคา้

เนน้ ทง้ั คุณภาพและปริมาณด้วย

ƒ ผู้บริโภคมีโอกาสเลือกบริโภคสินค้าและ

บริการต่างๆ ที่เป็นธรรมมากขึ้น เพราะ

ไม่มีผู้ใดผูกขาดการผลิตท่ีทําให้ราคาสูง

เกินปกติ

โครงการแบรนดซ์ มั เมอร์แคมป์ ปีท่ี 29 47 สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม (อ.ชัย)

ขอ้ ดี ข้อเสยี

สงั คมนยิ ม ƒ ลดปัญหาความเหลอื่ มลํา้ ในการกระจาย ƒ ใชท้ รพั ยากรเปน็ ไปอย่างไมม่ ปี ระสิทธิภาพ
ระบบผสม
รายได้ ƒ ไม่มีเสรีภาพในการทําธรุ กิจ ขาดแรงจงู ใจ

ƒ การกระจายรายไดเ้ ปน็ ไปอยา่ งทั่วถึง ƒ การมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินและการมีกําไร
ƒ เอกชนมีบทบาททางเศรษฐกจิ มากข้นึ อาจก่อให้เกิดช่องว่างทางฐานะและรายได้

ƒ ผู้บริโภคมีโอกาสเลือกซื้อสินค้าได้มาก และทําใหเ้ กดิ ปญั หาความเหลือ่ มล้ําตามมา

พอสมควร ƒ กลไกราคาท่ีรัฐเข้าแทรกแซง อาจก่อให้เกิด

ปัญหา เช่น เกดิ การคอรัปชนั เอกชนไม่กล้า

ลงทุนเต็มท่ี

3. ปัจจัยข้อใดที่ไม่เปน็ ตัวกาํ หนดอปุ ทานของผู้ผลติ กางเกงยีนส์
1) เทคโนโลยขี องการผลติ กางเกงยีนส์
2) รสนิยมของผ้ซู อื้ กางเกงยนี ส์
3) ราคาของกางเกงยีนส์
4) ค่าจา้ งแรงงาน
5) ราคาที่ดนิ

อปุ สงค์ ƒ กฎของอุปสงค์ y PqDr;PrDq
อุปทาน ƒ ปจั จยั กาํ หนดอุปสงค์ y ความสัมพันธ์ระหว่างราคาและปริมาณเสนอซื้อเป็นไปในทาง

ƒ กฎของอปุ ทาน ตรงกันขา้ ม
ƒ ปจั จัยกาํ หนดอุปทาน
y ราคาสนิ คา้ ที่ซ้อื
y รายไดข้ องผบู้ รโิ ภค
y รสนิยมของผู้บรโิ ภค
y จาํ นวนประชากร
y การเปลย่ี นแปลงของฤดูกาล
y ราคาของสนิ ค้าชนิดอ่ืนท่เี กยี่ วขอ้ ง
y การคาดคะเนราคาสินคา้ ของผู้บรโิ ภค
y อน่ื ๆ เช่น การโฆษณา

y PqSq;PrSr
y ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งราคาและปรมิ าณเสนอขายเป็นไปในทาง

เดียวกนั

y ราคาสนิ คา้ ทีผ่ ลิต
y ราคาปัจจัยการผลิต (มีผลต่อต้นทุนการผลิต)
y จํานวนผผู้ ลติ หรอื ผ้ขู าย
y กรรมวธิ ีการผลิต เทคโนโลยีการผลติ
y การคาดคะเนราคาสินคา้ ของผผู้ ลติ
y อืน่ ๆ เชน่ สภาพดนิ ฟา้ อากาศ เงินอดุ หนนุ จากรัฐ เก็งกําไร

สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (อ.ชยั ) 48 โครงการแบรนด์ซัมเมอร์แคมป์ ปที ่ี 29


Click to View FlipBook Version