ก
ประกาศโรงเรียนเมืองสุรินทร์
เรือ่ ง ให้ใช้หลักสูตรโรงเรียนเมืองสรุ ินทร์ (ฉบับปรับปรุง พุทธศกั ราช ๒๕๖๓)
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
--------------------------------
ตามที่โรงเรียนเมืองสุรินทร์ได้ประกาศใช้หลักสูตรสถานศึกษาโรงเ รียนเมืองสุรินทร์พุทธศักราช
๒๕๕๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ เมื่อปกี ารศกึ ษา ๒๕๕๒ น้นั ซ่งึ โรงเรียน
ได้มีการปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เป็นระยะๆ ตามนโยบายของ
กระทรวงศึกษาธกิ าร ดังนี้
ปีการศึกษา ๒๕๕๔ ปรับปรงุ โดยการเพม่ิ วิชาประวติ ิศาสตร์ (พืน้ ฐาน) และเกณฑ์การจบหลกั สตู ร
ปีการศกึ ษา ๒๕๕๗ ภาคเรยี นท่ี ๒ ปรับปรุง โดยการเพิม่ วิชาหน้าที่พลเมือง (เพิ่มเตมิ )
ปีการศกึ ษา ๒๕๖๐ เพม่ิ เวลาเรียนกลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๑ – ๓
บูรณาการกลุ่มสาระการเรียนรศู้ ิลปะ กลุ่มสาระการเรยี นรู้สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี
และเทคโนโลยี รวมทัง้ ปรบั โครงสร้างเวลาเรยี นเหลอื ๑,๐๐๐ ชัว่ โมง
ปีการศึกษา ๒๕๖๑ โรงเรียนเมืองสุรินทร์ต้องดำเนินการจัดการศึกษาตามนโยบายของ
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ใหค้ รอบคลุม ในเรอ่ื งตา่ งๆ ดังน้ี
๑. การจัดการศกึ ษาตามนโยบาย “ ลดเวลาเรียน เพมิ่ เวลารู้ ”
๒. การปรบั หลกั สตู รโครงการจัดการเรียนการสอนตามหลกั สตู รกระทรวงศกึ ษาธิการเปน็
ภาษาองั กฤษ (Mini English Program : MEP) ในหอ้ งเรียนพิเศษ ใหส้ อดคลอ้ งกับปจั จบุ ัน
๓. การเพิม่ เวลาเรยี นภาษาองั กฤษในระดับช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ - ๓
๔. การปรบั ปรุงหลกั สตู รปฐมวัย พ.ศ. ๒๕๖๐
๕. การปรับปรุงตัวชี้วัดมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.
๒๕๖๐) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)
ปีการศกึ ษา ๒๕๖๒ ปรับปรุงบรู ณาการหลักสูตรตา้ นทจุ รติ ศึกษา ในกลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา
ศาสนาและวัฒนธรรม
ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓ ปรับปรงุ โดยเพิ่มรายวชิ าเพิม่ เติมภาษาจนี ในระดับชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๒-๓
เพื่อให้การบริหารหลักสูตรเป็นไปตามระเบียบฯและประกาศของกระทรวงศึกษาธกิ าร โรงเรียนเมือง
สุรินทร์ จึงได้ดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการและการ
เปล่ียนแปลง
ท้งั นี้ หลกั สูตรโรงเรียนได้รบั ความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน ในคราวประชุมคร้ังที่
๒/๒๕๖๓ วันที่ ๑๗ เดือน มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๓ จึงประกาศให้ใช้หลักสูตรโรงเรียนเมืองสุรินทร์ (ฉบับปรับปรุง
พทุ ธศักราช ๒๕๖๓) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ต้ังแต่บดั น้เี ปน็ ต้นไป
ประกาศ ณ วันท่ี ๑๗ มิถนุ ายน พ.ศ. ๒๕๖๓
(นายสุชีพ พฤตพิ ันธพ์ ิสุทธิ์) (นายพงษศ์ ักดิ์ อินทรามะ)
ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพน้ื ฐาน ผอู้ ำนวยการโรงเรียนเมืองสุรนิ ทร์
ข
คำนำ
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนเมืองสุรินทร์ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ได้จัดทำขึ้นตาม
แนวทางที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และเป็นไปตามมาตรา
๒๗ วรรคสอง แห่งพระราชบญั ญตั ิการศกึ ษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิม่ เติม (ฉบับที่ ๒)
พุทธศักราช ๒๕๔๕ ซึ่งกำหนดให้สถานศึกษามีหน้าที่จัดทำสาระของหลักสูตรสถานศึกษาตามหลักการ
จุดหมายของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด เพื่อตอบสนองต่อความต้องการในส่วนท่ี
เกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณลักษณะที่พึงประสงค์ เพื่อให้เยาวชนเป็น
สมาชกิ ที่ดีของครอบครัว ชมุ ชน สังคมและประเทศชาติ
นอกจากนี้ที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการได้มีการปรับปรุงโครงสร้างเวลาเรียน ปรับปรุงกิจกรรม
เน้อื หา มาตรฐาน ตัวชีว้ ดั ทำให้หลักสตู รสถานศึกษาของโรงเรียนเมืองสุรนิ ทร์ท่ีใช้อยู่ต้ังแต่ปี พุทธศักราช
๒๕๔๒ ไมส่ อดคล้องกบั การเปล่ยี นแปลง ดังนัน้ กลมุ่ บรหิ ารวชิ าการโรงเรียนเมืองสุรินทร์ โดยความเห็นชอบ
ของคณะกรรมการสถานศึกษา จึงได้มีการแต่ งตั้งคณะกรรมการ ปรับปรุงหลักสูตร ขึ้น
หลกั สูตรสถานศกึ ษาฉบบั น้ี ประกอบด้วยวิสัยทัศน์ของโรงเรยี น พันธกจิ เปา้ หมาย สมรรถนะของ
ผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โครงสร้างของหลักสูตร คำอธิบายรายวิชา การวัดและการประเมินผลการ
เรียนรู้ ซึ่งทางโรงเรียนได้กำหนดไว้ในหลักสูตรฉบับน้ี เพื่อให้ผูท้ ี่เกีย่ วข้องและผู้ที่นำหลักสูตรฉบับนี้ไปใช้ได้
เข้าใจและสามารถนำไปใชไ้ ดอ้ ยา่ งถกู ต้องและบรรลุผลตามที่ต้องการ
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนเมืองสุรินทร์ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เล่มน้ี สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีก็ด้วยความร่วมมือและ
ช่วยเหลือจากผเู้ กีย่ วข้องหลายฝ่าย ประกอบด้วย คณะกรรมการและอนกุ รรมการจัดทำหลักสตู รสถานศึกษา
โรงเรียนเมืองสุรินทร์ พุทธศักราช ๒๕๖3 คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียน ผู้ปกครอง
นักเรียน คณะกรรมการการจัดทำรูปเล่มหลักสูตร คณะครูและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วม
ดำเนนิ การ ทางโรงเรยี นจึงขอขอบพระคุณท่านมา ณ โอกาสนี้
กลุ่มบริหารวชิ าการ โรงเรียนเมืองสุรนิ ทร์
๒๕๖๓
สารบัญ ค
เร่อื ง หน้า
ประกาศใหใ้ ช้หลักสตู รโรงเรียนเมอื งสุรนิ ทร์ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พุทธศกั ราช ๒๕๖3) ก
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
คำนำ ข
สารบญั ค
ตอนที่ ๑ บทนำ 1
2
วสิ ัยทัศน์โรงเรียนเมอื งสุรินทร์ 2
หลกั การ 3
จุดหมาย 3
สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียนและคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 5
มาตรฐานการเรยี นรู้ 5
ตัวช้วี ัด 6
11
วชิ าภาษาไทย 17
วิชาคณติ ศาสตร์ 26
วิชาวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 34
วิชาสงั คมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม 39
วชิ าสขุ ศกึ ษาและพลศึกษา 45
วชิ าศิลปะ 47
วิชาการงานอาชีพ 52
วิชาภาษาองั กฤษ 52
ตอนที่ ๒ โครงสร้างหลักสตู รสถานศกึ ษา 53
โครงสร้างเวลาเรยี นหลักสตู รสถานศึกษา 53
โครงสร้างหลกั สูตรช้ันปี 54
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๑ 55
ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๒ 56
ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ 57
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔ 58
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ 59
ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ 61
ตอนท่ี ๓ คำอธบิ ายรายวชิ า 62
คำอธบิ ายรายวิชาพื้นฐานกลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย 63
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๑ 63
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๒ 65
ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๓
ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๔
เรือ่ ง ง
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๕
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๖ หน้า
67
คำอธิบายรายวชิ าพื้นฐานกล่มุ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ 69
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ 71
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๒ 72
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ 73
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๔ 75
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๕ 77
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ 79
81
คำอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐานกลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ 82
ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑ 84
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๒ 85
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๓ 86
ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๔ 87
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ 89
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๖ 91
93
คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐานกลมุ่ สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 94
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๑ 96
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๒ 97
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๓ 99
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๔ 100
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๕ 101
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๖ 103
104
คำอธิบายรายวชิ าพื้นฐานกลมุ่ สาระประวัติศาสตร์ 106
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๑ 107
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ 109
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๓ 110
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๔ 111
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๕ 112
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๖ 113
114
คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐานกลุม่ สาระการเรยี นรูส้ ุขศกึ ษาและพลศึกษา 116
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๑ 118
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๒ 120
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๓ 122
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๔
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๕
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๖
เรือ่ ง จ
คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐานกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ
หน้า
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๑ 124
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๒ 125
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๓ 126
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๔ 127
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ 128
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๖ 130
คำอธิบายรายวิชาพื้นฐานกลมุ่ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพ 131
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๑ 133
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๒ 134
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๓ 135
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๔ 136
ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๕ 137
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๖ 138
คำอธิบายรายวิชาพื้นฐานกลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ 139
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๑ 140
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๒ 141
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๓ 142
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๔ 143
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๕ 144
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๖ 145
คำอธบิ ายรายวชิ ารายวชิ าเพ่ิมเตมิ (หน้าที่พลเมือง) 146
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑ 147
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๒ 148
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๓ 149
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๔ 150
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๕ 151
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๖ 153
คำอธบิ ายรายวิชารายวชิ าเพิ่มเติม (ภาษาจีน) 155
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๑ 157
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ 158
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๓ 159
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๔ 160
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๕ 161
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๖ 163
ตอนท่ี ๔ กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน 165
โครงสรา้ งกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน 167
169
เรื่อง ฉ
คำอธิบายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น
กจิ กรรมแนะแนว หน้า
กิจกรรมนักเรยี น 170
กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี 170
กจิ กรรมยุวกาชาด 171
กจิ กรรมผบู้ ำเพ็ญประโยชน์ 172
กิจกรรมชมุ นมุ 172
กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณะประโยชน์/IS3 173
เกณฑ์การวัดประเมนิ ผลและจบหลักสตู ร 175
175
บรรณานกุ รม 176
ภาคผนวก 178
179
คำสง่ั แตง่ ต้ังคณะกรรมการปรับปรงุ หลกั สูตร 180
รายชื่อคณะทำงาน 192
ตอนท่ี ๑
บทนำ
กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ให้เป็น
หลักสูตรแกนกลางของประเทศที่ผ่านมาได้มีการวางแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี การเตรียมกำลังคน ให้
สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ในส่วนของสถานศึกษาเพื่อให้การจัดการเรียนรู้สอดคล้องกับนโยบาย
กระทรวงศกึ ษาธิการจงึ ไดม้ ีการปรับปรงุ มาตรฐาน ตวั ชวี้ ดั และได้ประกาศใช้มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชี้วัด
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา
ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๓) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช
๒๕๕๑ ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ สพฐ. ๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ และคำส่ัง
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ ๓๐/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๑ ให้เปล่ียนแปลง
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.
๒๕๖๓) โดยมีคำสั่งให้โรงเรียนดำเนินการใชห้ ลักสูตรในปีการศึกษา ๒๕๖๓ ให้ใช้ในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
– ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๓ เป็นต้นไป ให้เป็นหลักสูตรแกนกลางของประเทศ โดย
กำหนดจุดหมาย และมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนมี
พฒั นาการเตม็ ตามศักยภาพ มคี ุณภาพและมีทกั ษะการเรียนร้ใู นศตวรรษที่ ๒๑ เพ่อื ใหส้ อดคล้องกับนโยบาย
และเปา้ หมายของสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน
โรงเรียนเมืองสุรินทร์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต ๑ จึงได้ทำการปรับปรุง
หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบับปรบั ปรุง พุทธศกั ราช ๒๕๖๓ ในกลุ่มสาระ
การเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และ
วฒั นธรรม ให้สอดคลอ้ งกับหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พุทธศักราช
๒๕๖๓) และการปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษา หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกระดับชั้น เพื่อนำไปใช้
ประโยชน์และเป็นกรอบในการวางแผนและพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษาและจัดการเรยี นการสอน โดยมี
เป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ให้มีกระบวนการนำหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติ โดยมีการกำหนด
วิสัยทัศน์ จุดหมาย สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วดั
โครงสรา้ งเวลาเรยี น ตลอดจนเกณฑ์การวัดประเมินผลใหม้ คี วามสอดคล้องกบั มาตรฐานการเรยี นรู้ เปดิ โอกาสให้
โรงเรยี นสามารถกำหนดทิศทางในการจัดทำหลักสตู รการเรียนการสอนในแตล่ ะระดบั ตามความพร้อม ความ
ต้องการของท้องถิ่นและจุดเน้นของโรงเรียน โดยมีกรอบแกนกลางเป็นแนวทางที่ชัดเจนเพื่อตอบสนอง
นโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ มีความพร้อมในการก้าวสู่สังคมคุณภาพ มีความรู้อย่างแท้จริง และมีทักษะใน
ศตวรรษท่ี ๒๑
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด หน่วยการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ในเอกสารนี้ ช่วยทำให้หน่วยงานท่ี
เกี่ยวข้อง ในทุกระดับเห็นผลคาดหวังที่ต้องการในการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรยี นทีช่ ัดเจนตลอดแนว ซึ่งจะ
สามารถชว่ ยให้หน่วยงานท่เี กยี่ วข้องในระดบั ท้องถ่ินและสถานศึกษาร่วมกนั พัฒนาหลกั สูตรได้อย่างมั่นใจ ทำ
ให้การจดั ทำหลักสูตรในระดับสถานศึกษามีคุณภาพและมีความเป็นเอกภาพย่ิงข้ึน อกี ท้งั ยังช่วยให้เกิดความ
ชัดเจนเรื่องการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ และช่วยแก้ปัญหาการเทียบโอนระหว่างสถานศึกษา ดังนั้น ใน
การพัฒนาหลักสูตรในทุกระดับตั้งแต่ระดับชาติจนกระทั่งถึงสถานศึกษา จะต้องสะท้อนคุณภาพตาม
๒
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมทั้งเป็นกรอบ
ทศิ ทางในการจดั การศกึ ษาทกุ รูปแบบ และครอบคลมุ ผเู้ รียนทุกกลุ่มเปา้ หมายในระดบั การศึกษาขั้นพืน้ ฐาน
การจัดหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานจะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่คาดหวังได้ทุกฝ่าย ท่ี
เกี่ยวข้องทั้งระดับชาติ ชุมชน ครอบครัว และบุคคลต้องร่วมรับผิดชอบ มีส่วนร่วมกันทำงานอย่างเป็นระบบ
และต่อเนื่อง ในการวางแผน ดำเนินการ ส่งเสริมสนับสนุน ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรุงแก้ไข เพื่อพัฒนา
เยาวชนของชาติไปสู่คุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรทู้ ี่กำหนดไว้ ตามที่หลักสูตรกำหนด
วสิ ัยทศั นโ์ รงเรียนเมอื งสุรนิ ทร์
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน มุ่งพฒั นาผเู้ รยี นทุกคน ซึ่งเปน็ กำลงั ของชาติให้เปน็ มนุษย์
ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดมั่น
ในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพื้นฐาน
รวมท้งั เจตคติ ทจี่ ำเปน็ ตอ่ การศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชวี ิต โดยมุง่ เน้นผู้เรียนเป็น
สำคัญบนพื้นฐานความเชื่อว่า ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ โรงเรียนเมือง
สุรนิ ทร์มีความคาดหวังดงั น้ี
โรงเรยี นเมืองสุรินทร์ ผเู้ รยี นทกุ คนมคี วามรตู้ ามมาตรฐาน ตัวชี้วดั คุณลักษณะอันพึงประสงค์ตาม
หลักสตู ร นำหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง เป็นมนษุ ยท์ ม่ี ีความสมดุลทัง้ ดา้ นรา่ งกาย ความรู้ คณุ ธรรม มี
จิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้พื้นฐาน สมรรถนะสำคัญด้านการสื่อสารการคิด การแก้ปัญหา การ
ใช้ทักษะกระบวนการและทักษะชีวิต และใช้เทคโนโลยีเป็น รวมทั้งมีคุณลักษณะด้านความ รักชาติ
ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์ สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย
และมีจิตสาธารณะ รวมทั้งเจตคติท่ีจำเป็นต่อการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการศึกษาตลอดชีวิต โดย
มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญบนพื้นฐานความเชื่อว่าทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ
ภายใต้บริบทความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมทั้งชุมชน ตามวิสัยทัศน์ “ ความรู้คู่คุณธรรม นำสู่
มาตรฐานสากล ชมุ ชนมีสว่ นร่วม ”
หลักการ
หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน มหี ลกั การที่สำคัญ ดงั นี้
๑. เปน็ หลกั สตู รการศึกษาเพื่อความเปน็ เอกภาพของชาติ มีจดุ หมายและมาตรฐานการเรียนรู้เป็น
เป้าหมายสำหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพื้นฐาน ของความเป็น
ไทยควบคู่กบั ความเปน็ สากล
๒. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อปวงชน ท่ีประชาชนทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาอย่างเสมอภาค และ
มคี ุณภาพ
๓. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอำนาจ ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
ให้สอดคลอ้ งกบั สภาพและความต้องการของท้องถนิ่
๔. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่มีโครงสร้างยืดหยุ่นทั้งด้านสาระการเรียนรู้ เวลาและการจัด
การเรียนรู้
๕. เป็นหลักสูตรการศกึ ษาทเ่ี น้นผู้เรยี นเป็นสำคัญ
๓
๖. เป็นหลักสูตรการศึกษาสำหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัยครอบคลุมทุก
กลมุ่ เปา้ หมาย สามารถเทยี บโอนผลการเรยี นรู้ และประสบการณ์
จุดหมาย
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข
มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ จึงกำหนดเป็นจุดหมายเพื่อให้เกิดกับผู้เรียน เมื่อจบ
การศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน ดังน้ี
๑. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตน
ตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาท่ตี นนับถือ ยดึ หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๒. มีความรู้ ความสามารถในการส่อื สาร การคดิ การแกป้ ญั หา การใช้เทคโนโลยี และมที ักษะชีวิต
๓. มีสุขภาพกายและสขุ ภาพจิตทีด่ ี มีสุขนสิ ยั และรกั การออกกำลงั กาย
๔. มีความรักชาติ มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิตและ
การปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมุข
๕. มีจิตสำนึกในการอนรุ กั ษ์วัฒนธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย การอนรุ ักษแ์ ละพัฒนาสิง่ แวดลอ้ ม มี
จติ สาธารณะท่ีมุ่งทำประโยชนแ์ ละสรา้ งส่งิ ทีด่ งี ามในสงั คม และอยู่รว่ มกนั ในสังคมอยา่ งมีความสขุ
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ในการพัฒนาผู้เรยี นตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน มงุ่ เนน้ พัฒนาผู้เรียนใหม้ คี ณุ ภาพ
ตามมาตรฐานท่กี ำหนด ซ่งึ จะชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นเกดิ สมรรถนะสำคญั และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ดงั นี้
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนเมืองสุรินทร์ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะจำเป็นพื้นฐาน ๕
ประการที่นักเรียนพึงมี ซึ่งกำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
สมรรถนะเหล่านี้ได้หลอมรวมอยู่ในมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดของกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ทั้ง ๘
กลุ่ม สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียนท้ัง ๕ ประการ ไดแ้ ก่
๑. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถของนักเรียนในการถ่ายทอดความคิด ความรู้
ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเอง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์ อันจะเป็น
ประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อประนีประนอม การเลือกที่จะรับและ
ไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ
โดยคำนงึ ถึงผลกระทบท่มี ตี ่อตนเองและสังคม
๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถของนักเรียนในการคิดวิเคราะห์ การคดิ สังเคราะห์
การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การคิดอย่างสร้างสรรค์ การคิดเชิงคุณธรรมและการคิดอย่างเป็นระบบเพื่อ
นำไปสกู่ ารสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศ เพือ่ การตัดสนิ ใจเก่ียวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถของนักเรียนในการแก้ปัญหาและอุปสรรค
ต่าง ๆ ที่เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจ
ความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและ
๔
แก้ไขปัญหา และมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง สังคม และ
สงิ่ แวดลอ้ ม
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะกระบวนการและทักษะในการดำเนินชีวิต เป็นความสามารถ
ของนักเรียนในด้านการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน การทำงานและการอยู่
ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการและหาทางออกที่เหมาะสม
ด้านความขัดแย้งและความแตกต่างระหว่างบุคคล การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและ
สภาพแวดลอ้ ม การสืบเสาะหาความรู้ และการรจู้ ักหลีกเลย่ี งพฤติกรรมท่ีไม่พงึ ประสงค์ซง่ึ จะสง่ ผลกระทบต่อ
ตนเองและผ้อู น่ื
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถของนักเรียนในการเลือกใช้เทคโนโลยี
ด้านต่าง ๆ ทั้งด้านวัตถุ แนวคิด และวิธีการในการพัฒนาตนเองและสังคมด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การ
ทำงาน การแก้ปัญหา ที่มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ ๒๑ และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างถูกต้อง
เหมาะสมและมีคุณธรรม ใหก้ ับผเู้ รยี น
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนเมอื งสุรนิ ทร์ (ฉบับปรบั ปรงุ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐) ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มงุ่ พัฒนาผูเ้ รียนใหม้ คี ุณลักษณะอันพึงปะสงค์ เพื่อให้
สามารถอยรู่ ่วมกับผอู้ นื่ ในสังคมได้อย่างมีความสขุ ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ดงั นี้
๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณลักษณะในฐานะพลเมืองไทย ต้องรู้คุณค่า หวงแหน และ
เทิดทูนสถาบันสงู สดุ ของชาติ
๒. ซ่ือสัตย์ สจุ ริต เป็นคุณลกั ษณะทีผ่ เู้ รียนมีจติ สำนกึ คา่ นิยม และมคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรมในการอยู่
รว่ มกันกบั ผ้อู นื่ ในสงั คมอย่างมีความสขุ
๓. มีวินัย เป็นคุณลักษณะของผู้เรียนเรียนด้านการ ประพฤติปฏิบัติตาม กฎ ระเบียบของสังคม
อย่างมีความรับผิดชอบ และความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผูอ้ ื่น
๔. ใฝ่เรียนรู้ เป็นคุณลักษณะของนักเรียนด้านความกระตือรือร้นในการแสวงหาความรู้ อยากรู้
อยากเรียน รักการอ่านการเขียน การฟัง รู้จักตั้งคำถามเพื่อหาเหตุผลทั้งด้วยตนเอง และร่วมกับ ผู้อื่นด้วย
ความขยัน หมั่นเพยี ร และอดทน และเปิดรับความคดิ ใหม่ ๆ
๕. อยู่อย่างพอเพียง เป็นคุณลักษณะ ของนักเรียนในการดำรงชีวิตอย่างมีความพอประมาณใช้
ส่งิ ของอย่างประหยัด พอใจในสิง่ ทต่ี นมอี ยบู่ นหลกั เหตผุ ล และมีภมู ิคมุ้ กนั ท่ดี ี
๖. มุ่งมั่นในการทำงาน เป็นคุณลักษณะของผู้เรียนที่มีจิตสำนึกในการใช้บริหารงานและ
ทรัพยากรอย่างคมุ้ คา่ และย่ังยนื ในการทำงานตามความคิดสรา้ งสรรค์ มีทักษะและม่งุ มนั่ ต่อความสำเร็จของ
งาน
๗. รักความเป็นไทย เป็นคุณลักษณะของผู้เรียนที่รู้จักหวงแหน อนุรักษ์พัฒนาวิถีชีวิตของคน
ไทย ประพฤตติ ามวัฒนธรรมไทยใหค้ งอยคู่ ไู่ ทย
๘. มีจิตสาธารณะ เป็นคุณลักษณะที่ผู้เรียนได้ทำประโยชน์ตามความสามารถ ความถนัดและ
ความสนใจในลกั ษณะอาสาสมัครเพื่อแสดงความรบั ผิดชอบ ความเสยี สละ มีจติ มงุ่ ทำประโยชน์ต่อครอบครัว
ชุมชน สังคม
๕
มาตรฐานการเรยี นรู้
การพัฒนาผู้เรียนให้เกิดความสมดุล ต้องคำนึงถึงหลักพัฒนาการทางสมองและพหุ ปัญญา
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน จงึ กำหนดใหผ้ ู้เรียนเรยี นรู้ ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ดังนี้
๑. ภาษาไทย
๒. คณติ ศาสตร์
๓. วทิ ยาศาสตร์ (และเทคโนโลยี)
๔. สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
๕. สุขศกึ ษาและพลศึกษา
๖. ศิลปะ
๗. การงานอาชพี (และเทคโนโลยี)
๘. ภาษาตา่ งประเทศ
ทงั้ นี้ ทางกระทำในแต่ละกลุ่มสาระการเรยี นรู้ได้กำหนดมาตรฐานการเรยี นรู้เป็นเป้าหมายสำคัญ
ของการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน มาตรฐานการเรียนรู้ระบุสิ่งที่ผู้เรียนพึงรู้ ปฏิบัติได้ มีคุณธรรมจริยธรรม และ
ค่านิยมทพี่ ึงประสงคเ์ ม่ือจบการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน นอกจากนน้ั มาตรฐานการเรียนรยู้ ังเปน็ กลไกสำคญั ในการ
ขับเคลื่อนพัฒนาการศึกษาทั้งระบบ เพราะมาตรฐานการเรียนรู้จะสะท้อนให้ทราบว่าต้องการอะไร จะสอน
อย่างไร และประเมินอย่างไร รวมทั้งเปน็ เครือ่ งมือในการตรวจสอบเพื่อการประกันคุณภาพการศกึ ษาโดยใช้
ระบบการประเมนิ คณุ ภาพภายในและการประเมินคณุ ภาพภายนอก ซงึ่ รวมถงึ
การทดสอบระดับเขตพื้นที่การศึกษา และการทดสอบระดับชาติ ระบบการตรวจสอบเพื่อประกันคุณภาพ
ดังกล่าวเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยสะท้อนภาพการจัดการศึกษาว่าสามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามท่ี
มาตรฐานการเรียนร้กู ำหนดเพยี งใด
ตัวชี้วดั
ตัวชี้วัดระบุสิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ รวมทั้งคุณลักษณะของผู้เรียนในแต่ละระดับชั้นซ่ึง
สะท้อนถึงมาตรฐานการเรียนรู้ มีความเฉพาะเจาะจงและมีความเป็นรูปธรรม นำไปใช้ในการกำหนดเนื้อหา
จัดทำหน่วยการเรียนรู้ จัดการเรียนการสอน และเป็นเกณฑ์สำคัญสำหรับการวัดประเมินผลเพื่อตรวจสอบ
คณุ ภาพผเู้ รยี น
๑. ตัวชี้วัดชั้นปี เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนแต่ละชั้นปีในระดับการศึกษาภาคบังคับ
(ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ – มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๓)
๒. ตวั ช้ีวัดชว่ งช้นั เปน็ เป้าหมายในการพฒั นาผูเ้ รยี นในระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย(มัธยมศึกษา
ปที ี่ ๔- ๖)
๖
สาระการเรยี นรมู้ าตรฐานตวั ช้วี ดั
วชิ าภาษาไทย
๗
สาระท่ี ๑ การอา่ น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความร้แู ละความคิด เพ่อื นำไปใช้ตัดสินใจ แกป้ ญั หาใน
การดำเนนิ ชีวิตและมนี ิสยั รกั การอา่ น
ตวั ช้ีวดั ชนั้ ปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. อ่านออกเสยี งคำ ๑. อ่านออกเสยี งคำ ๑. อา่ นออกเสยี งคำ ๑. อา่ นออกเสยี ง ๑. อ่านออกเสยี ง ๑. อา่ นออกเสยี ง
คำคล้องจอง คำคล้องจอง ขอ้ ความ เร่อื งส้ันๆ และ บทร้อยแกว้ และบทรอ้ ย บทรอ้ ยแกว้ และบทรอ้ ย บทร้อยแกว้ และบทรอ้ ย
และขอ้ ความส้นั ๆ ข้อความ และบทร้อย บทร้อยกรองงา่ ยๆ ได้ กรอง กรองได้ถูกต้อง กรองไดถ้ ูกตอ้ ง
๒. บอกความหมาย กรองงา่ ยๆ ไดถ้ กู ต้อง ถูกตอ้ งคลอ่ งแคล่ว ได้ถูกต้อง ๒. อธบิ าความหมาย ๒. อธิบาย
๒. อธบิ าย ของคำ ประโยคและ ความหมายของ
ของคำ และ ๒. อธบิ าย ๒. อธบิ าย ความหมายของ ขอ้ ความทเี่ ปน็ การ คำ ประโยคและ
ข้อความทอ่ี า่ น คำ ประโยค บรรยาย ขอ้ ความทเ่ี ปน็
ความหมายของ ความหมายของ และสำนวนจากเรือ่ งท่ี และการพรรณนา โวหาร
๓. ตอบคำถาม คำ และข้อความ คำ และขอ้ ความทอี่ า่ น อา่ น
ทอี่ ่าน ๓. อธิบายความหมาย ๓. อ่านเรื่องสัน้ ๆ อยา่ ง
เกีย่ วกบั เรอ่ื งทอี่ า่ น ๓. ตงั้ คำถาม ๓. อา่ นเรื่อง
๓. ต้ังคำถามและ โดยนัย หลากหลาย
๔. เลา่ เรอ่ื งยอ่ จาก และตอบคำถาม สนั้ ๆ ตามเวลา จากเรือ่ งทีอ่ า่ นอยา่ ง โดยจบั เวลา แลว้ ถาม
ตอบคำถามเกย่ี วกับ เชงิ เหตผุ ลเกีย่ วกบั เร่ือง ที่กำหนด หลากหลาย เกี่ยวกับเรื่องที่อา่ น
เรอ่ื งท่อี ่าน เรื่องท่อี ่าน ที่อ่าน และตอบคำถาม
จากเรอ่ื งทอี่ า่ น ๔. แยกขอ้ เท็จจรงิ ๔. แยกขอ้ เทจ็ จริงและ
๕. คาดคะเน ๔. ระบุใจความ ๔. ลำดบั เหตกุ ารณแ์ ละ
๔. แยกขอ้ เท็จจรงิ และ และขอ้ คิดเหน็ ข้อคดิ เหน็
เหตกุ ารณ์ จากเรอ่ื ง สำคญั และ คาดคะเนเหตุการณ์ จากเร่ืองทอี่ า่ น จากเร่ืองท่อี ่าน
ทีอ่ ่าน รายละเอียดจากเรื่อง จากเรือ่ งท่ีอ่านโดย ขอ้ คดิ เห็น
๖. อ่านหนังสอื ตาม ทอ่ี า่ น ระบุเหตผุ ลประกอบ จากเรื่องทีอ่ ่าน ๕. วเิ คราะห์ ๕. อธบิ ายการนำ
ความสนใจ
อยา่ งสม่ำเสมอและ ๕. แสดงความ ๕. สรุปความรู้ ๕. คาดคะเน และแสดงความ ความรู้แลความคิด
นำเสนอเรอื่ งท่อี า่ น คดิ เห็นเก่ยี วกบั เรื่อง จากเรือ่ งทอ่ี ่านไป
คดิ เห็นและ และขอ้ คดิ จากเรือ่ งท่ี เหตกุ ารณ์จาก ท่อี ่านเพอ่ื นำไปใช้ใน ตัดสินใจแก้ปัญหา
๗. บอก คาดคะเน อ่านเพอื่ นำไปใช้ใน เรอ่ื งทอ่ี า่ น การดำเนนิ ชวี ติ ในการดำเนนิ ชวี ติ
เหตุการณ์จากเรอ่ื งท่ี ชีวิตประจำวนั โดยระบุเหตุผล
ความหมาย อา่ น ประกอบ ๖. อา่ นงาน ๖. อ่านงาน
ของเคร่ืองหมาย ๖. อ่านหนงั สอื ตาม
หรือสัญลักษณ์ ๖. อ่านหนงั สือ ๖. สรปุ ความรูแ้ ละ เขียนเชิงอธิบาย เขียนเชิงอธิบาย
สำคญั ที่มักพบ ความสนใจ อย่าง คำสงั่ ขอ้ แนะนำ คำส่งั ขอ้ แนะนำ
เหน็ ในชวี ติ ประจำวนั ตามความสนใจ สม่ำเสมอและนำเสนอ ข้อคดิ จากเรื่องท่ีอ่าน และปฏิบตั ติ าม และปฏบิ ัตติ าม
๘. มีมารยาท อยา่ งสมำ่ เสมอและ เร่ืองที่อา่ น เพ่ือนำไปใชใ้ น
ในการอา่ น นำเสนอเรอื่ งท่อี ่าน ชวี ิตประจำวนั ๗. อา่ นหนงั สือ ๗. อธบิ ายความหมาย
๗. อา่ นขอ้ เขียน
๗. อ่านขอ้ เขียน ๗. อ่านหนงั สอื ท่ีมีคณุ คา่ ตาม ของขอ้ มูลจากการอา่ น
เชิงอธบิ าย ความสนใจ แผนผัง แผนที่
เชิงอธบิ าย และ และปฏิบัติตามคำสง่ั ทีม่ ีคณุ ค่าตาม อยา่ งสม่ำเสมอ แผนภูมิ และกราฟ
ปฏบิ ัตติ ามคำสั่ง หรอื ข้อแนะนำ ความสนใจ และแสดงความ
หรือข้อแนะนำ อยา่ งสม่ำเสมอ คดิ เหน็ เกย่ี วกับ ๘. อา่ นหนงั สอื
๘. อธบิ ายความหมาย และแสดงความ เรอ่ื งทอ่ี า่ น
๘. มมี ารยาท คิดเหน็ เก่ียวกบั ๘. มีมารยาท ตามความสนใจ
ของข้อมูล จาก เร่ืองทีอ่ ่าน ในการอา่ น และอธิบายคณุ คา่ ท่ี
ในการอา่ น แผนภาพ แผนที่ แล ๘. มีมารยาท ในการ ได้รับ
แผนภูมิ อ่าน ๙. มีมารยาท
๙. มมี ารยาท ในการอา่ น
ในการอ่าน
๘
สาระที่ ๒ การเขียน
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนเขยี นส่ือสาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขยี นเรื่องราวในรปู แบบ
ต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นคว้าอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
ตัวชี้วดั ช้นั ปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. คดั ลายมอื ตัวบรรจง ๑. คดั ลายมือตัว ๑. คัดลายมือ ๑. คดั ลายมอื ตัว ๑. คัดลายมอื ตวั บรรจง ๑. คดั ลายมือ
บรรจง เต็มบรรทดั ตวั บรรจง
เต็มบรรทัด บรรจง ตัวบรรจง และครึง่ บรรทัด เตม็ บรรทัด เตม็ บรรทัด
เต็มบรรทัด เต็มบรรทัด และคร่ึงบรรทัด และครง่ึ บรรทดั
๒. เขยี นสอ่ื สาร ๒ เขยี นบรรยาย ๒. เขยี นส่ือสารโดยใช้
๒. เขยี นเรือ่ ง เกย่ี วกบั สงิ่ ใด ๒. เขยี นส่ือสาร ๒. เขียนสอ่ื สารโดย
ด้วยคำและ สง่ิ หนง่ึ ไดอ้ ย่าง คำไดถ้ ูกตอ้ งชัดเจน
ประโยคงา่ ยๆ สัน้ ๆ เก่ยี วกับ ชัดเจน และเหมาะสม โดยใชค้ ำไดถ้ กู ต้อง ใชค้ ำไดถ้ กู ต้อง
๓. มีมารยาท ประสบการณ์ ชัดเจนและเหมาะสม ชัดเจน และเหมาะสม
ในการเขยี น ๓. เขยี นบันทึก ๓. เขยี นแผนภาพ
๓. เขยี นเรือ่ ง ๓. เขียนแผนภาพ ๓. เขยี นแผนภาพ
ประจำวนั โครงเรอ่ื ง และ
สนั้ ๆ ตาม แผนภาพความคิดเพ่ือ โครงเรือ่ งและแผนภาพ โครงเรือ่ ง และ
จินตนาการ ๔. เขยี น ใช้พัฒนางานเขียน ความคดิ เพอ่ื ใช้พฒั นา แผนภาพความคิด
๔. มีมารยาท งานเขยี น เพื่อใชพ้ ฒั นางาน
ในการเขยี น จดหมายลาครู ๔. เขียน ยอ่ ความ เขียน
๔. เขยี นย่อความจากเรอ่ื ง
๕. เขียนเร่อื ง จากเรอ่ื งส้นั ๆ ๔. เขียนเรียงความ
ทอี่ า่ น ๕. เขยี น ยอ่ ความ
ตามจนิ ตนาการ ๕. เขียนจดหมาย
๖. มีมารยาท ๕. เขยี นจดหมาย จากเรือ่ งท่ีอา่ น
ในการเขียน ถงึ เพือ่ น และบดิ า
มารดา ถงึ ผู้ปกครองและญาติ ๖. เขยี นจดหมาย
๖. เขยี นบันทึก ๖. เขียนแสดงความร้สู กึ สว่ นตัว
และเขียนรายงาน และความคิดเห็นได้ ๗. กรอกแบบ
จากการศึกษาค้นควา้ ตรงตามเจตนา
รายการตา่ งๆ
๗. เขยี นเร่ืองตาม ๗. กรอกแบบรายการ
๘. เขยี นเรอื่ ง
จนิ ตนาการ ต่างๆ
๘. มมี ารยาท ตามจนิ ตนาการ
ในการเขียน ๘. เขยี นเรื่อง และสรา้ งสรรค์
๙. มมี ารยาท
ตามจินตนาการ ในการเขียน
๙. มมี ารยาท
ในการเขียน
สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพดู
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และ
ความร้สู กึ ในโอกาสตา่ งๆ อยา่ งมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์
ตวั ช้ีวดั ช้นั ปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. ฟงั คำแนะนำ คำส่งั ๑. ฟังคำแนะนำ ๑. เล่า ๑. จำแนกขอ้ เท็จจริง ๑. พูดแสดงความรู้ ๑. พดู แสดง
คำสัง่ ทซี่ ับซ้อน
ง่ายๆ และปฏิบัตติ าม และปฏิบตั ติ าม รายละเอยี ด และขอ้ คดิ เหน็ ความคิดเห็น ความรู้
เกีย่ วกบั เรื่อง จากเรอ่ื งทีฟ่ ังและดู และความรูส้ กึ ความเข้าใจ
๒. ตอบคำถาม ๒. เลา่ เรอื่ ง ท่ีฟงั และดู จากเรอื่ งทีฟ่ งั จุดประสงค์
ทัง้ ทเ่ี ป็นความรู้ ๒. พดู สรปุ ความจาก และดู ของเร่ืองที่ฟัง
และเลา่ เรื่อง ทีฟ่ งั และดู และความบนั เทิง และดู
ที่ฟังและดู ทั้งท่ีเป็นความรู้ การฟังและดู ๒. ต้งั คำถาม
ทง้ั ทีเ่ ป็นความรู้ และความบันเทิง ๒. บอก ๒. ต้งั คำถาม
และความบันเทงิ ๓. พดู แสดงความรู้ และตอบคำถามเชิง
๓. บอก สาระสำคัญ เหตผุ ล และตอบคำถาม
๓. พดู แสดง จากการฟัง ความคดิ เหน็ จากเรอ่ื งทฟ่ี ังและดู เชิงเหตุผล จากเรือ่ งท่ี
สาระสำคญั และการดู และความรสู้ กึ ฟังและดู
ความคิดเห็น ของเร่อื งที่ฟัง เก่ยี วกบั เร่ืองที่
และความรู้สึก และดู ๓. ตั้งคำถาม ฟังและดู ๓. วิเคราะห์
จากเรอื่ งที่ฟงั และดู
๔. ต้งั คำถาม
๙
ตวั ชว้ี ดั ช้ันปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
๔. พดู สือ่ สาร ๔. ตงั้ คำถาม และตอบคำถาม และตอบคำถาม ๓. วเิ คราะห์ความ ความนา่ เชอ่ื ถอื
จากการฟังและดสู ่ือ
ได้ตาม และตอบคำถาม เก่ียวกบั เรือ่ งที่ฟงั เชิงเหตุผล น่าเชื่อถือจากเร่ืองที่ฟงั โฆษณาอย่างมีเหตผุ ล
วตั ถปุ ระสงค์ เกย่ี วกบั เรื่องทฟี่ ัง และดอู ยา่ งมีเหตุผล
และดู และดู จากเรอื่ งท่ฟี งั ๔. พดู รายงาน
๕. มีมารยาท ในการฟงั ๔. พูดรายงานเรอื่ งหรอื
๕. พูดแสดง ๔. พูดแสดง และดู เร่อื งหรือประเดน็ ที่
การดแู ละการพดู ประเดน็ ศึกษาค้นควา้ จาก
ความคดิ เห็น ความคดิ เหน็ ๕. รายงาน ที่ศึกษาคน้ ควา้ จากการฟัง การฟงั การดู และ
และความรู้สกึ การดู และการสนทนา การสนทนา
จากเรอ่ื งที่ฟังและดู และความรูส้ ึก เร่ืองหรอื
๕. มมี ารยาทในการฟงั ๕. พูดโนม้ นา้ วอยา่ ง
๖. พูดสอ่ื สาร จากเร่ืองทฟี่ งั ประเด็นที่
การดู และการพูด มีเหตผุ ล
ได้ชดั เจน ตรงตาม และดู ศกึ ษาคน้ ควา้ และนา่ เชอ่ื ถือ
วัตถปุ ระสงค์ ๖. มมี ารยาท
๕. พดู ส่ือสาร จากการฟัง ในการฟัง การดู และ
๗. มีมารยาท การพดู
ไดช้ ัดเจน การดู และ
ในการฟัง การดู
และการพดู ตรงตาม การสนทนา
วตั ถุประสงค์
๖. มมี ารยาท
๖. มีมารยาท ใน ในการฟัง การดู และ
การฟงั การดู และ การพดู
การพดู
สาระท่ี ๔ หลักการใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลังของ
ภาษา ภูมปิ ญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ขิ องชาติ
ตัวช้วี ดั ชน้ั ปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. บอกและ ๑. บอกและ ๑. เขียนสะกด ๑. สะกดคำ ๑. ระบชุ นิด ๑. วิเคราะหช์ นิดและ
เขยี นพยัญชนะ เขียนพยัญชนะ และบอก หนา้ ทีข่ องคำ
สระ วรรณยกุ ต์ สระ วรรณยุกต์ คำและบอก ความหมายของคำใน และหนา้ ที่ของคำ ในประโยค
และเลขไทย และเลขไทย ความหมาย บรบิ ท ๒. ใช้คำ
๒. เขยี นสะกด ๒. เขียนสะกด ของคำ ต่างๆ ในประโยค ได้เหมาะสม
คำและบอก คำและบอก ๒. ระบุชนิด ๒. ระบุชนดิ กับกาลเทศะ
ความหมาย ความหมาย และหนา้ ท่ขี อง และหนา้ ท่ีของ ๒. จำแนก และบุคคล
ของคำ ของคำ คำในประโยค คำในประโยค ๓. รวบรวมและบอก
๓. เรยี บเรยี งคำ ๓. เรยี บเรยี งคำ ๓. ใช้ ๓. ใชพ้ จนานกุ รม สว่ นประกอบ ความหมาย
เป็นประโยคงา่ ย ๆ เปน็ ประโยค พจนานุกรม ค้นหาความหมาย ของคำ
๔. ต่อคำคล้องจอง ไดต้ รงตาม ค้นหาความหมาย ของคำ ของประโยค ภาษาตา่ งประเทศ
งา่ ยๆ เจตนาของ ของคำ ๔. แต่งประโยค ทใ่ี ชใ้ นภาษาไทย
การสอื่ สาร ๔. แต่งประโยค ไดถ้ กู ต้องตาม ๓. เปรียบเทียบภาษาไทย ๔. ระบุลักษณะ
๔. บอกลักษณะ งา่ ยๆ หลกั ภาษา ของประโยค
คำคล้องจอง ๕. แตง่ คำคล้องจอง ๕. แต่งบทรอ้ ยกรอง มาตรฐาน กบั ๕. แตง่ บท
๕. เลือกใช้ และคำขวัญ และคำขวัญ ร้อยกรอง
ภาษาไทยมาตรฐาน ๖. เลอื กใช้ ๖. บอกความหมาย ภาษาถ่นิ
และภาษาถ่นิ ได้ ภาษาไทยมาตรฐาน ของสำนวน ๖. วเิ คราะห์
เหมาะสมกับ และภาษาถนิ่ ได้ ๗. เปรียบเทียบ ๔. ใช้คำราชาศพั ท์
กาลเทศะ เหมาะสมกบั ภาษาไทยมาตรฐาน และเปรยี บเทียบ
กาลเทศะ กับภาษาถิ่นได้ ๕. บอกคำ สำนวนทีเ่ ปน็ คำ
พังเพยและสภุ าษิต
ภาษาตา่ งประเทศใน
ภาษาไทย
๖. แตง่ บทร้อยกรอง
๗. ใชส้ ำนวน ได้ถกู ต้อง
๑๐
สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เหน็ วจิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอย่างเหน็ คุณค่าและ
นำมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตจรงิ
ตวั ช้ีวดั ช้นั ปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. บอกข้อคดิ ๑. ระบขุ ้อคดิ ๑. ระบขุ ้อคดิ ๑. ระบุขอ้ คดิ จากนิทาน ๑. สรปุ เร่ือง ๑. แสดงความ
พนื้ บา้ น
ท่ีไดจ้ ากการอ่าน ทีไ่ ดจ้ ากการอา่ น ทไ่ี ดจ้ ากการอา่ น หรอื นทิ าน จากวรรณคดี คดิ เหน็ จากวรรณคดี
หรือการฟัง หรือการฟงั วรรณกรรม คติธรรม
วรรณกรรม วรรณกรรม เพอ่ื นำไปใช้ หรือวรรณกรรม หรอื วรรณกรรม ที่อา่ น
ร้อยแกว้ และร้อยกรอง สำหรับเด็ก ในชีวิตประจำวนั ๒. อธิบายขอ้ คิดจากการ
สำหรบั เด็ก เพ่ือนำไปใช้ ท่ีอ่าน ๒. เลา่ นทิ านพ้นื บา้ น
ในชีวิตประจำวนั ๒. รู้จกั เพลง อา่ น
๒. ทอ่ งจำ เพ่อื นำไปใช้ ๒. ระบุความรู้และ ทอ้ งถิน่ ตนเอง และ
๒. ร้อง บทร้อง พื้นบา้ นและ ในชวี ิตจริง
บทอาขยาน เพลงกล่อมเด็ก ข้อคิดจากการอา่ น นทิ านพ้ืนบ้าน
ตามทก่ี ำหนด เล่นสำหรบั เด็กใน เพ่อื ปลกู ฝงั ๓. ร้องเพลงพืน้ บ้าน
และบทรอ้ ยกรอง ท้องถิน่ ความชน่ื ชม วรรณคดแี ละ ของท้องถิ่นอ่ืน
ตามความสนใจ วฒั นธรรมทอ้ งถิ่น ๔. ทอ่ งจำ
๓. ท่องจำ บทอาขยานตามท่ี วรรณกรรมที่สามารถ ๓. อธิบายคุณค่าของ
๓. แสดงความคดิ เหน็ กำหนด นำไปใชใ้ นชีวติ จริง วรรณคดี
บทอาขยาน และบทร้อยกรอง
ตามท่กี ำหนด เกยี่ วกบั วรรณคดีท่ี ทม่ี ีคุณค่าตามความ ๓. อธบิ ายคณุ ค่าของ และวรรณกรรมท่อี ่าน
และบทรอ้ ยกรอง อา่ น สนใจ
ทีม่ คี ุณค่าตามความ วรรณคดี และนำไป
สนใจ ๔. ทอ่ งจำ
และวรรณกรรม ประยกุ ต์ใช้ ในชีวิตจริง
บทอาขยาน
ตามท่กี ำหนด ๔. ท่องจำ ๔. ทอ่ งจำบทอาขยาน
และบทรอ้ ยกรอง
บทอาขยาน ตามที่กำหนด และบท
ตามที่กำหนด ร้อยกรองที่มีคุณค่าตาม
และบทรอ้ ยกรอง ความสนใจ
ท่ีมีคณุ คา่ ตามความ
สนใจ
ท่มี คี ุณคา่ ตามความ
สนใจ
๑๑
สาระการเรยี นรูม้ าตรฐานตวั ชีว้ ัด
วชิ าคณิตศาสตร์
๑๒
สาระที่ ๑ จำนวนและพชี คณิต
มาตรฐาน ค ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของ
จำนวน ผลทเี่ กดิ ข้ึนจากการดำเนนิ การ สมบัตขิ องการดำเนินการ และนำไปใช้
ตัวชวี้ ดั ชน้ั ปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. จำนวนของสิ่งตา่ ง ๑. บอกจำนวนของ ๑. เขยี นและอา่ น 1. อา่ นและเขยี น ๑. เขยี นเศษสว่ นทมี่ ีตัว 1. เปรยี บเทียบ
ๆ แสดงสิง่ ตา่ งๆ ตาม ตัวเลขฮินดอู ารบกิ ส่วนเปน็ ตวั ประกอบ เรียงลำดับเศษสว่ นและ
จำนวนทก่ี ำหนด อา่ น สง่ิ ต่างๆแสดงสิ่งต่างๆ ตัวเลขไทย และ ตวั เลขฮินดูอารบิก ของ ๑๐ หรอื ๑๐๐ จำนวนคละ จากสถาน
และเขียนตัวเลขฮนิ ดู ตามจำนวนทก่ี ำหนด ตัวเลขไทย และ หรือ ๑,๐๐๐ ในรปู การณืต่างๆ
อารบกิ ตัวเลขไทย อ่านและเขยี นตัวเลข ตวั หนงั สือแสดง ทศนิยม 2. เขียนอัตราสว่ นการ
แสดงจำนวนนบั ไมเ่ กิน ฮนิ ดู อารบิก ตัวเลข ตัวหนังสือแสดงจำนวน ๒. แสดงวิธหี าคำตอบ เปรียบเทยี บ ปรมิ าณ 2
๑๐๐ และ ๐ ไทย ตวั หนงั สือแสดง จำนวนนับทไ่ี ม่เกนิ ของโจทยป์ ญั หาโดยใช้ ปริมาณ จากข้อความ
๒. เปรียบเทยี บ จำนวนนบั ไมเ่ กิน ๑๐๐,๐๐๐ และ๐ นับท่มี ากกว่า บัญญตั ไิ ตรยางศ์ หรือสถานการณ์ โดยที่
จำนวนนับไมเ่ กิน ๑๐๐ ๒. เปรียบเทียบและ ๓. การหาผลบวก ผล ปรมิ าณแตล่ ะปริมาณ
และ ๐ โดยใช้ ๑,๐๐๐ และ ๐ เรียงลำดับจำนวนนับ 100,000 ลบของเศษสว่ นและ เป็นจำนวนนับ
๒. เปรียบเทยี บ ไมเ่ กิน ๑๐๐,๐๐๐ 2. เปรียบเทยี บและ จำนวนคละ 3. หาอัตราส่วนท่ี
เครอื่ งหมาย = ≠ > จากสถานการณต์ ่างๆ ๔. หาผลคูณ ผลหาร เทา่ กับอตั ราสว่ นท่ี
< ๓. การเรียงลำดับ จำนวนนบั ไมเ่ กนิ ๓. บอก อา่ น และ เรยี งลำดับจำนวนนบั ท่ี ของเศษสว่ นและ กำหนดให้
เขยี นเศษส่วนแสดง จำนวนคละ 4. หา ห.ร.ม. จำนวน
จำนวนไม่เกนิ ๑๐๐ ๑,๐๐๐ และ ๐ มากกว่า100,000 ๕. แสดงวธิ หี าคำตอบ นับไม่เกนิ 3 จำนวน
และ ๐ ตัง้ แต่ ๓ ถงึ โดยใชเ้ คร่ืองหมาย = ของโจทย์ปัญหาการ 5. หา ค.ร.น. จำนวน
๕ จำนวน ≠>< จากสถานการณต์ า่ งๆ บวก การลบ การคณู นับไม่เกนิ 3 จำนวน
๔. หาคา่ ของตัวไม่ ๓. เรียงลำดบั การหารเศษส่วน ๒
ทราบคา่ ในประโยค 3. บอก อา่ นและ ขนั้ ตอน 6. แสดงวธิ หี าคำตอบ
สญั ลักษณ์แสดงการ จำนวนนับไม่เกนิ ๖. หาผลคณู ของ
บวกและประโยค ปรมิ าณส่ิงต่างๆ และ เขียนเศษส่วน จำนวน ทศนิยมทีผ่ ลคูณเปน็ ของโจทยป์ ญั หา โดยใช้
สญั ลักษณแ์ สดงการลบ ๑,๐๐๐ และ ๐ แสดงสิง่ ต่างๆตาม คละแสดงปรมิ าณสงิ่ ทศนิยมไมเ่ กนิ ๓ ความรู้เกี่ยวกบั ห.ร.ม.
ของจำนวนนบั ไมเ่ กิน เศษส่วนทก่ี ำหนด ตา่ งๆ และแสดงสิง่ ตำแหน่ง และ ค.ร.น.
๑๐๐ และ ๐ ตัง้ แต่ ๓ ถงึ ๕ ๔. เปรียบเทยี บ ต่างๆ ตามเศษสว่ น ๗. หาผลหารทีต่ ัวตง้ั 7. หาผลลัพธ์ของการ
๕. แสดงวธิ หี าคา จำนวนจาก เศษส่วนที่ตัวเศษ จำนวนคละท่กี ำหนด เปน็ จำนวนนับหรอื บวก ลบ คูณ หาร
คำตอบของโจทย์ปญั หา สถานการณ์ตา่ งๆ เท่ากนั โดยท่ตี วั เศษ 4. เปรียบเทียบ ทศนยิ ม ไมเ่ กนิ ๓ ระคนของเศษสว่ นและ
การบวกและโจทย์ ตำแหนง่ และตวั หาร จำนวนคละ
ปัญหาการลบจำนวน ๔. หาค่าของตวั ไม่ น้อยกว่าหรือเทา่ กับ เรยี งลำดับเศษส่วนและ เปน็ จำนวนนบั ผลหาร 8. แสดงวธิ หี าคำตอบ
นบั ไม่เกิน ๑๐๐ และ เป็นทศนยิ ม ไม่เกิน ๓ ของโจทยป์ ัญหา
๐ ทราบคา่ ในประโยค ตัวสว่ น จำนวนคละท่ตี วั สว่ นตวั ตำแหน่ง เศษสว่ นและจำนวน
สัญลกั ษณ์แสดงการ ๘. แสดงวิธหี าคำตอบ คละ 2-3 ข้ันตอน
บวก และประโยค ๕. หาคา่ ของตวั ไม่ หน่งึ เป็นพหคุ ูณของอกี ของโจทยป์ ญั หาการ 9. หาผลหารชอง
สัญลกั ษณแ์ สดงการ บวก การลบ การคณู ทศนิยมทต่ี ัวหารและ
ลบของจำนวนนบั ไม่ ทราบคา่ ในประโยค ตัวหน่ึง การหารทศนิยม ๒ ผลหาร เป็นทศนยิ มไม่
ข้ันตอน เกนิ 3 ตำแหน่ง
เกนิ ๑,๐๐๐ และ ๐ สญั ลักษณ์แสดงการ 5. อา่ นและเขยี น ๙. แสดงวธิ หี าคำตอบ 10. แสดงวธิ ีหาคำตอบ
๕. หาคา่ ของตวั ไม่ บวกและประโยค ของโจทยป์ ัญหารอ้ ยละ ของโจทยป์ ญั หา การ
สัญลักษณ์แสดงการ ทศนยิ มไม่เกิน 3 ไม่เกนิ ๒ ข้ันตอน บวก การลบ การคณู
ทราบค่าในประโยค ลบของจำนวนนบั ไม่ การหารทศนิยม 3
สญั ลกั ษณ์แสดงการ เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ตำแหน่งแสดงปริมาณ ขั้นตอน
คูณของจำนวน ๑ ๐ ของสิ่งต่างๆ และแสดง 11. แสดงวธิ หี า
หลักกับจำนวนไม่ ๖. หาคา่ ของตวั ไม่ สง่ิ ตา่ งๆ ตามทศนิยมท่ี คำตอบของโจทยป์ ัญหา
เกิน ๒ หลกั ทราบคา่ ในประโยค กำหนด อัตราสว่ น
สัญลกั ษณ์แสดงการ
๖. หาคา่ ของตวั ไม่ คณู ของจำนวน ๑ 6. เปรียบเทียบและ
หลักกบั จำนวนไม่เกิน
ทราบค่าในประโยค ๔ หลกั และจำนวน เรยี งลาดบั ทศนยิ มไม่
สัญลกั ษณแ์ สดงการ ๒ หลักกบั จำนวน ๒
หารที่ตวั ต้งั ไมเ่ กิน ๒ หลกั เกิน 3 ตำแหนง่ จาก
หลัก ตวั หาร ๑ หลกั ๗. หาค่าของตัวไม่
โดยทีผ่ ลหารมี ๑ ทราบคา่ ในประโยค สถานการณ์ตา่ งๆ
หลักท้งั หารลงตัว สัญลักษณแ์ สดงการ 7. ประมาณผลลพั ธ์
และหารไม่ลงตวั ของการบวก การลบ
การคูณ การหารจาก
สถานการณ์ต่างๆ อยา่ ง
สมเหตสุ มผล
8. หาค่าของตวั ไม่
หารทต่ี วั ตงั้ ไม่เกนิ ๔ ทราบคา่ ในประโยค
หลัก ตวั หาร ๑ หลัก สัญลกั ษณ์แสดงการ
๘. หาผลลัพธ์การ บวกและประโยค
บวก ลบ คูณ หาร สญั ลกั ษณ์แสดงการลบ
ระคนของจำนวนนบั ของจำนวนนับที่
๑๓
ตัวช้ีวดั ชั้นปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
๗. หาผลลัพธ์การ ไมเ่ ก๑ิ ๐๐,๐๐๐ และ มากกว่า 100,000 12. แสดงวิธหี า
๐ และ 0 คำตอบของโจทย์ปญั หา
บวก ลบ คูณ หาร ๙. แสดงวิธหี า 9. หาค่าของตัวไม่ ร้อยละ 2-3 ขน้ั ตอน
ระคนของจำนวนนับ คำตอบของโจทย์
ปัญหา ๒ ขั้นตอน ทราบค่าในประโยค
ไม่เกิน ๑,๐๐๐ และ ของจำนวนนับไมเ่ กนิ สัญลักษณ์แสดงการ
๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ คณู ของจำนวนหลาย
๐ ๑๐. หาผลบวกของ
เศษสว่ นที่มตี วั สว่ น หลกั 2 จานวน ท่ีมผี ล
๘. แสดงวธิ หี า เทา่ กนั และผลบวก คณู ไม่เกิน 6 หลัก
ไมเ่ กนิ ๑และหาผล
คำตอบของโจทย์ ลบของเศษส่วนที่มตี ัว และประโยคสัญลักษณ์
ปญั หา ๒ ข้ันตอน แสดงการหารท่ีตวั ตั้งไม่
ของจำนวนนับไม่เกนิ
เกนิ 6 หลัก ตัวหารไม่
๑,๐๐๐ และ ๐
ส่วนเทา่ กัน เกนิ 2 หลกั
๑๑. แสดงวธิ หี า 10. หาผลลัพธก์ าร
คำตอบของโจทย์
ปัญหาการบวก บวก ลบ คูณ หาร
เศษส่วนทมี่ ตี วั ส่วน ระคนของจำนวนนับ
เทา่ กนั และผลบวกไม่
เกิน ๑ และโจทย์ และ 0
ปญั หาการลบ 11. แสดงวธิ หี าคา
เศษส่วนท่ีมตี วั ส่วน
เท่ากัน ตอบของโจทยป์ ญั หา
2 ขนั้ ตอนของจำนวน
นบั ทีม่ ากกว่า
100,000 และ 0
12. สร้างโจทย์ปัญหา
2 ขนั้ ตอนของจำนวน
นับและ 0 พร้อม
ทง้ั หมด15. หา
ผลบวก ผลลบของ
ทศนยิ มไม่เกิน 3
ตำแหน่ง
16. แสดงวธิ หี า
คำตอบของโจทย์ปัญหา
การบวก การลบ 2
ข้ันตอนของทศนยิ มไม่
เกิน 3 ตำแหน่งคำตอบ
๑๔
มาตรฐาน ค ๑.๒ เขา้ ใจและวิเคราะห์แบบรูป ความสมั พนั ธ์ ฟังกช์ นั ลาดับและอนุกรม และนำไปใช้
ตวั ชว้ี ดั ชนั้ ปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. ระบจุ ำนวนที่ - ๑. ระบุจำนวนที่ - - 1. แสดงวิธีคดิ และหา
หายไปในแบบรูปของ หายไปในแบบรปู ของ คำตอบของปัญหา
จำนวนท่เี พ่ิมขึ้นหรอื จำนวนทีเ่ พิม่ ขึน้ หรอื เก่ียวกบั แบบรูป
ลดลงทีละ ๑ และทีละ ลดลงทีละ เท่าๆกนั
๑๐และระบุรูปท่ีหายไป
ในแบบรปู ซำ้ ของรปู
เรขาคณิตและรูปอน่ื ๆ
ที่สมาชิกในแต่ละชดุ ท่ี
ซ้ำมี ๒ รปู
สาระท่ี ๒ การวดั และเรขาคณติ
มาตรฐาน ค ๒.๑ เขา้ ใจพน้ื ฐานเกย่ี วกบั การวัด วัดและคาดคะเนขนาดของส่ิงที่ตอ้ งการวัด และ
นำไปใช้
ตัวชว้ี ดั ชั้นปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. วดั และเปรยี บเทียบ ๑. แสดงวิธหี า ๑. แสดงวิธหี าคำตอบ 1. แสดงวธิ ีหา ๑. แสดงวธิ หี าคำตอบ 1. แสดงวธิ ีหาคำตอบ
ความยาว เป็น ของโจทย์ปัญหา ของโจทย์ปัญหา
เซนติเมตร เมตร คำตอบของโจทย์ เก่ยี วกบั เงิน คำตอบของโจทย์ เกี่ยวกบั ความยาวท่มี ี ของโจทยป์ ัญหา
๒. วดั และเปรยี บเทยี บ ปญั หาเกยี่ วกบั เวลา ๒. แสดงวิธหี าคำตอบ ปัญหาเกยี่ วกบั เวลา การเปลยี่ นหนว่ ยและ เกย่ี วกบั ปรมิ าตรของรปู
นำ้ หนัก เป็นกิโลกรัม ที่มีหน่วยเดีย่ วและ ของโจทย์ปญั หา เขียนในรูปทศนิยม เรขาคณิตสามมิตทิ ่ี
เปน็ ขดี เป็นหน่วยเดียวกัน เก่ยี วกบั เวลา และ 2. วดั และสรา้ งมมุ ๒. แสดงวิธหี าคำตอบ ประกอบดว้ ยทรง
ระยะเวลา ของโจทย์ปัญหา สี่เหลย่ี มมุมฉาก
๒. วัดและ ๓. เลอื กใชเ้ ครอื่ งวัด โดยใช้โพรแทรกเตอร์ เก่ียวกบั น้ำหนกั ทมี่ กี าร 2. แสดงวิธหี าคำตอบ
ความยาวที่เหมาะสม เปลย่ี นหน่วยและเขยี น ของโจทยป์ ัญหา
เปรียบเทยี บความ วดั และบอกความยาว 3. แสดงวิธีหา ในรปู ทศนิยม เก่ยี วกบั ความยาวรอบ
ยาวเปน็ เมตรและ ของสง่ิ ตา่ ง ๆ เปน็ ๓. แสดงวธิ หี าคำตอบ รูปและพืน้ ที่ของรปู
เซนติเมตร เซนติเมตรและ คำตอบของโจทย์ ของโจทย์ปัญหา หลายเหลี่ยม
มลิ ลิเมตร เมตร และ ปัญหาเกยี่ วกบั ความ เกยี่ วกบั ปริมาตรของ 3. แสดงวธิ หี าคำตอบ
๓. แสดงวิธีหาคา เซนติเมตร ยาวรอบรูปและพ้นื ท่ี ทรงสี่เหล่ยี มมุมฉาก ของโจทย์ปญั หา
๔. คาดคะเนความยาว ของรูปสเ่ี หล่ียมมมุ และความจขุ องภาชนะ เก่ียวกบั ความยาวรอบ
ตอบของโจทยป์ ญั หา เป็นเมตรและเป็น ฉาก ทรงสเ่ี หลีย่ มมมุ ฉาก รปู และพน้ื ท่ีของวงกลม
การบวก การลบ เซนตเิ มตร ๔. แสดงวธิ หี าคำตอบ
เก่ยี วกบั ความยาวท่ีมี ๕. เปรยี บเทยี บความ ของโจทย์ปญั หา
หนว่ ยเปน็ เมตรและ ยาวระหวา่ งเซนติเมตร เกย่ี วกบั ความยาวรอบ
เซนติเมตร กบั มิลลเิ มตร เมตรกบั รปู ของรปู สีเ่ หล่ยี มและ
เซนติเมตรกิโลเมตรกับ พื้นที่ของรปู ส่ีเหลย่ี ม
๔. วัดและ เมตร จากสถานการณ์ ดา้ นขนานและรปู
ต่าง ๆ ส่เี หลย่ี มขนมเปยี กปูน
เปรียบเทยี บน้ำหนกั ๖. แสดงวิธกี าร
เปน็ กิโลกรมั และกรมั คำตอบของโจทย์
กิโลกรมั และขดี ปญั หาเกยี่ วกบั ความ
ยาว ที่มหี นว่ ยเป็น
๕. แสดงวิธีหา เซนตเิ มตรและ
คำตอบของโจทย์
ปญั หาการบวก การ
ลบเกี่ยวกบั น้ำหนกั ที่
มีหนว่ ยเป็นกิโลกรมั
และกรมั กิโลกรัม
และขดี
๖. วดั และ
เปรยี บเทยี บปริมาตร มลิ ลเิ มตร เมตรและ
และความจุเปน็ ลิตร
๑๕
ตัวชีว้ ดั ชน้ั ปี ป. ๖
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕
เซนตเิ มตร กิโลเมตร
และเมตร
๗. เลอื กใชเ้ ครอื่ งชัง่ ที่
เหมาะสม วัดและบอก
น้ำหนกั เปน็ กโิ ลกรมั
และขดี กโิ ลกรัมและ
กรมั
๘. คาดคะเนน้ำหนัก
เป็นกโิ ลกรัมและเปน็
ขดี
๙. เปรียบเทยี บนำ้ หนัก
ระหว่างกโิ ลกรัมกับ
กรมั เมตริกตนั กบั
กิโลกรัม จาก
สถานการณ์ตา่ งๆ
๑๐. แสดงวธิ ีหา
คำตอบของโจทย์
ปญั หาเกยี่ วกบั นำ้ หนกั
ทม่ี ีหน่วยเปน็ กโิ ลกรัม
กบั กรัม เมตริกตนั กบั
กิโลกรัม
๑๑. เลือกใช้เครื่อง
ตวงท่ีเหมาะสม วัดและ
เปรียบเทยี บปริมาตร
ความจเุ ป็นลิตรและ
มลิ ลิลติ ร
๑๒. คาดคะเน
ปรมิ าตรและความจุ
เปน็ ลติ ร
๑๓. แสดงวิธหี า
คำตอบของโจทย์
ปัญหาเกย่ี วกบั ปริมาตร
และความจุท่มี หี นว่ ย
เป็นลติ รและมิลลิลิตร
มาตรฐาน ค ๒.๒ เขา้ ใจและวิเคราะหร์ ูปเรขาคณิต สมบัตขิ องรูปเรขาคณิต ความสมั พันธร์ ะหวา่ ง
รปู เรขาคณติ และทฤษฎบี ททางเรขาคณิต และนำไปใช้
ตวั ช้วี ดั ชั้นปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
๑.จำแนกรปู สามเหลย่ี ม ๑. จำแนกและบอก ๑. ระบรุ ปู เรขาคณิต 1. จำแนกชนดิ ของมุม ๑. สร้างเส้นตรงหรือ 1. จำแนกรูป
รปู สีเ่ หล่ยี ม รปู วงกลม สองมิตทิ ่มี แี กนสมมาตร บอกชื่อมมุ ส่วนของเสน้ ตรงให้ สามเหลี่ยมโดย
รปู วงรี ทรงสเ่ี หลี่ยมมุม ลกั ษณะของรูปหลาย และจำนวนแกน ขนานกบั เสน้ ตรงหรือ พจิ ารณาจากสมบัตขิ อง
ฉาก ทรงวงกลม เหล่ยี มและวงกลม สมมาตร ส่วนประกอบของมุม ส่วนของเสน้ ตรงที่ รปู
ทรงกระบอก และกรวย และเขยี นสัญลกั ษณ์ กำหนดให้ 2. สร้างรปู สามเหลย่ี ม
เมอ่ื กำหนดความยาว
แสดงมุม
๑๖
ตวั ชี้วดั ชนั้ ปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
2. สรา้ งรปู สีเ่ หลย่ี ม ๒. จำแนกรูปส่ีเหลีย่ ม ของด้านและขนาดของ
มมุ ฉากเมอ่ื กำหนด โดยพจิ ารณาจากสมบตั ิ มุม
ความยาวของดา้ น ของรปู 3. บอกลกั ษณะของรูป
๓. สร้างรูปสเ่ี หลีย่ ม เรขาคณติ สามมติ ิชนดิ
ชนิดตา่ งๆ เม่ือกำหนด ตา่ งๆ
ความยาวของดา้ นและ 4. ระบรุ ูปเรขาคณิต
ขนาดของมุม หรอื เมอื่ สามมติ ิท่ปี ระกอบจาก
กำหนดความยาวของ รปู คล่ี และระบรุ ปู คลี่
เสน้ ทแยงมมุ ของรูปเรขาคณติ สาม
4. บอกลกั ษณะของ มิติ
ปรซิ ึม
สาระที่ ๓ สถิตแิ ละความนา่ จะเปน็
มาตรฐาน ค ๓.๑ เขา้ ใจกระบวนการทางสถิติ และใช้ความรทู้ างสถติ ใิ นการแกป้ ญั หา
ตัวชวี้ ดั ชั้นปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. ใชข้ ้อมูลจาก ๑. ใช้ขอ้ มลู จาก ๑. เขียนแผนภมู ิ 1. ใชข้ ้อมลู จาก ๑. ใช้ข้อมูลจากกราฟ 1. ใช้ขอ้ มลู จาก
แผนภูมิรปู ภาพในการ รปู ภาพ และใชข้ อ้ มูล แผนภูมแิ ทง่ ตารางสอง เส้นในการหาคำตอบ แผนภมู ิรูปวงกลมใน
หาคำตอบของโจทย์ แผนภูมริ ปู ภาพใน จากแผนภูมิรปู ภาพใน ทางในการหาคำตอบ ของโจทย์ปญั หา การหาคำตอบของโจทย์
ปัญหา เมอื่ กำหนดรูป การหาคำตอบของ การหาคำตอบของ ของโจทย์ปญั หา ๒. เขยี นแผนภูมิแท่ง ปัญหา
๑ รูปแทน ๑ หน่วย โจทย์ปัญหาเม่ือ โจทย์ปญั หา จากขอ้ มูลทเ่ี ปน็ จำนวน
กำหนดรูป ๑ รปู ๒. เขยี นตารางทาง นบั
แทน ๒ หน่วย ๕ เดียวจากขอ้ มลู ทีเ่ ปน็
หน่วย หรอื ๑๐ จำนวนนบั และใช้
หน่วย ข้อมลู จากตารางทาง
เดยี วในการหาคำตอบ
ของโจทย์ปัญหา
๑๗
สาระการเรยี นรมู้ าตรฐานตัวชี้วัด
วชิ าวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
๑๘
สาระท่ี ๑ วทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ
มาตรฐาน ว ๑ .๑ เขา้ ใจความหลากหลายของระบบนเิ วศ ความสมั พันธ์ระหว่างส่งิ ไม่มชี วี ิต
กบั ส่ิงมชี ีวติ และความสัมพันธ์ ระหว่างส่งิ มชี ีวติ กบั ส่ิงมีชวี ิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ
การถา่ ยทอดพลงั งาน การเปลย่ี นแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของระชากร
ปัญหาและผลกระทบท่ีมตี ่อทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม แนวทางในการ
อนุรกั ษท์ รัพยากรธรรมชาตแิ ละการแก้ไขปัญหาสิง่ แวดล้อมรวมท้งั นาความรไู้ ปใช้
ประโยชน์
ตวั ชี้วดั ชนั้ ปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. ระบุช่อื พืชและ - - - ๑. บรรยายโครงสรา้ ง -
สัตว์ที่อาศยั อยบู่ ริเวณ และลักษณะของ
ต่าง ๆ ที่ได้จากการ
สำรวจ สิง่ มีชีวติ ที่เหมาะสม
๒. บอกสภาพแวดลอ้ ม กับการดำรงชวี ติ ซงึ่
ที่เหมาะสมในบริเวณท่ี เปน็ ผลมาจากการ
พชื และสัตวอ์ าศัยอยใู่ น
บรเิ วณทสี่ ำรวจ ปรบั ตัวของสง่ิ มชี วี ติ ใน
แต่ละแหลง่ ทีอ่ ยู่
๒. อธบิ าย
ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ ง
สงิ่ มชี ีวิตกบั สิ่งมีชีวิต
และความสัมพนั ธ์
ระหวา่ งส่ิงมีชีวติ กบั
ส่ิงไม่มีชีวิตเพ่ือ
ประโยชนต์ อ่ การ
ดำรงชวี ิต
๓. เขียนโซ่อาหารและ
ระบุบทบาทหนา้ ท่ีของ
สงิ่ มชี วี ติ ทเี่ ปน็ ผ้ผู ลิต
และผูบ้ รโิ ภคในโซ่
อาหาร
๔. ตระหนักในคุณคา่
ของสง่ิ แวดลอ้ มที่มตี ่อ
การดำรงชวี ติ ของ
สงิ่ มชี วี ติ โดยมีส่วนรว่ ม
ในการดแู ลรกั ษา
ส่ิงแวดลอ้ ม
มาตรฐาน ว ๑.๒ เขา้ ใจสมบตั ขิ องสิง่ มีชวี ิต หน่วยพนื้ ฐานของสงิ่ มีชีวติ การลาเลยี งสารผา่ นเซลล์
ความสมั พนั ธข์ องโครงสรา้ ง และหนา้ ที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตวท์ ท่ี ำงานสัมพนั ธ์กัน
ความสมั พนั ธข์ องโครงสรา้ ง และหนา้ ทข่ี องอวยั วะต่าง ๆ ของพืชท่ที ำงานสัมพันธ์กัน
รวมทง้ั นำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
ตัวชวี้ ดั ช้นั ปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
๑.ระบุชอ่ื บรรยาย ๑. ระบุว่าพืชต้องการ ๑. บรรยายส่ิงทีจ่ ำเป็น ๑. บรรยายหนา้ ทขี่ อง - ๑. ระบสุ ารอาหารและ
ลักษณะและบอก แสงและนำ้ เพือ่ การ ต่อการดำรงชวี ติ และ ราก ลำต้น ใบ และ
หน้าท่ีของส่วนต่าง ๆ เจริญเตบิ โต โดยใช้ การ เจริญเตบิ โตของ ดอกของพชื ดอก โดยใช้ บอกประโยชน์ของ
ของรา่ งกายมนษุ ย์ ข้อมูลทร่ี วบรวมได้ สารอาหารแตล่ ะ
๑๙
ป. ๑ ป. ๒ ตวั ชี้วดั ชั้นปี ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
สัตวแ์ ละพืช รวมทั้ง ข้อมูลจากหลกั ฐาน ป. ๓ ประเภทจากอาหารท่ี
บรรยายการทำหนา้ ที่ เชงิ ประจกั ษ์ ตนเองรบั ประทาน
ร่วมกนั ของสว่ นตา่ ง ๒. ตระหนกั ถงึ ความ มนุษยแ์ ละสตั วโ์ ดยใช้
ๆ ของรา่ งกายมนุษย์ จำเปน็ ทีพ่ ชื ตอ้ งไดร้ บั ข้อมลู ท่ีรวบรวมได้ ๒. บอกแนวทางในการ
ในการทำกจิ กรรม น้ำและแสงเพ่ือการ ๒. ตระหนักถงึ
ต่าง ๆ จากขอ้ มลู ท่ี เจรญิ เตบิ โต โดยดูแล ประโยชน์ของอาหาร เลอื กรับประทาน
รวบรวมได้ พืชให้ไดร้ ับสงิ่ นำ้ และอากาศ โดย อาหารใหไ้ ด้
ดังกลา่ วอยา่ ง การดแู ลตนเองและ สารอาหารครบถว้ น
๒. ตระหนกั ถึง เหมาะสม สตั วใ์ หไ้ ดร้ บั สง่ิ เหล่านี้ ในสดั ส่วนทเี่ หมาะสม
๓. สร้างแบบจำลองท่ี ๓.สร้างแบบจำลองท่ี กับเพศและวยั
ความสำคญั ของสว่ น บรรยายวฏั จกั รชวี ติ บรรยายวฏั จกั รชวี ิต รวมท้งั ความ
ตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย ของพืชดอก ของสตั ว์และ ปลอดภัยตอ่ สขุ ภาพ
ตนเอง โดยการดแู ล เปรียบเทยี บวฏั จักร
สว่ นต่าง ๆ อย่าง ชวี ติ ของสตั ว์บางชนิด ๓. ตระหนกั ถงึ
ถกู ตอ้ ง ให้ปลอดภยั ๔. ตระหนกั ถึงคณุ ค่า
และรักษาความ ของชีวิตสัตว์โดยไม่ทำ ความสำคัญของ
สะอาดอยูเ่ สมอ ให้วฏั จกั รชวี ติ ของสตั ว์ สารอาหาร โดยการ
เปลย่ี นแปลง เลอื กรบั ประทานอาหาร
ท่มี ีสารอาหารครบถว้ น
ในสดั สว่ นที่เหมาะสม
กับเพศและวยั รวมทัง้
ปลอดภัยตอ่ สขุ ภาพ
๔. สร้างแบบจำลอง
ระบบยอ่ ยอาหาร
และบรรยายหน้าที่
ของอวัยวะในระบบ
ย่อยอาหาร รวมทั้ง
อธบิ ายการยอ่ ย
อาหารและการดดู
ซึมสารอาหาร
๕. ตระหนกั ถงึ
ความสำคัญของระบบ
ยอ่ ยอาหาร โดยการ
บอกแนวทางในการ
ดูแลรกั ษาอวัยวะใน
ระบบยอ่ ยอาหารให้
ทำงานเป็นปกติ
มาตรฐาน ว ๑.๓ เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถา่ ยทอดลักษณะทางพันธุกรรม สาร
พันธกุ รรม การเปล่ยี นแปลงทางพนั ธกุ รรมท่ีมผี ลต่อส่ิงมีชีวติ ความหลากหลายทาง
ชีวภาพและวิวัฒนาการของสง่ิ มีชีวติ รวมทง้ั นำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
ตวั ชวี้ ดั ชน้ั ปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
- ๑. เปรยี บเทียบ - ๑. จำแนกสงิ่ มชี วี ติ โดย ๑. อธบิ ายลกั ษณะทาง -
ใช้ความเหมือน และ พันธกุ รรมท่มี กี าร
ลกั ษณะของสง่ิ มชี ีวิต
และสง่ิ ไมม่ ีชีวติ จาก ความแตกตา่ งของ ถ่ายทอดจากพ่อแม่สลู่ กู
ขอ้ มลู ท่ีรวบรวมได้ ลกั ษณะของสิง่ มีชวี ิต ของพืช สัตว์ และมนษุ ย์
ออกเป็นกลุม่ พชื กลุ่ม ๒. แสดงความอยากรู้
สตั ว์ และกลุ่มที่ไม่ใชพ่ ชื อยากเหน็ โดยการถาม
และสัตว์ คำถามเกีย่ วกบั ลกั ษณะ
๒๐
ตวั ชีว้ ดั ช้นั ปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
๒. จำแนกพชื ออกเปน็ ทค่ี ลา้ ยคลงึ กันของ
พืชดอกและพชื ไม่มดี อก ตนเองกับพอ่ แม่
โดยใชก้ ารมดี อกเปน็
เกณฑ์ โดยใชข้ อ้ มูล ที่
รวบรวมได้
๓. จำแนกสัตวอ์ อกเป็น
สัตว์มกี ระดกู สันหลงั
และสัตวไ์ ม่มกี ระดูกสนั
หลัง โดยใช้การมี
กระดูกสนั หลังเป็น
เกณฑ์ โดยใชข้ ้อมลู ที่
รวบรวมได้
๔. บรรยาย
ลักษณะเฉพาะท่สี ังเกต
ได้ของสัตวม์ กี ระดูกสนั
หลังในกลมุ่ ปลา กลุ่ม
สตั ว์สะเทนิ น้ำสะเทิน
บก กลมุ่
สตั วเ์ ลือ้ ยคลาน กล่มุ
นก และกลุ่มสัตว์เล้ยี ง
ลกู ดว้ ยนำ้ นม และ
ยกตวั อย่างสงิ่ มชี วี ิตใน
แต่ละกลมุ่
สาระที่ ๒ วิทยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๑ เขา้ ใจสมบัตขิ องสาร องคป์ ระกอบของสสาร ความสัมพนั ธร์ ะหว่างสมบตั ิของสารกบั
โครงสรา้ งและแรงยึดเหนย่ี วระหวา่ งอนภุ าค หลกั และธรรมชาติของการเปล่ยี นแปลง
สถานะของสาร การเกดิ สารละลาย และการเกิดปฏิกริ ิยาเคมี
ตวั ชีว้ ดั ช้ันปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. อธบิ ายสมบตั ทิ ี่ ๑. เปรยี บเทยี บ ๑. อธิบายว่าวัตถุ ๑. เปรยี บเทยี บสมบัติ ๑. อธบิ ายการเปลย่ี น ๑. อธบิ ายและ
สมบัตกิ ารดูดซับน้ำ ประกอบขึน้ จากช้ิน สถานะของสสาร เมือ่
สังเกตได้ของวัสดุท่ใี ช้ ของวัสดโุ ดยใช้ สว่ นย่อย ๆ ซึง่ สามารถ ทางกายภาพดา้ น ทำใหส้ สารร้อนขน้ึ หรือ เปรียบเทยี บการแยก
ทำวตั ถุ ซ่ึงทาจาก หลักฐานเชงิ ประจักษ์ แยกออกจากกันได้และ ความแข็ง สภาพ เยน็ ลง โดยใช้หลกั ฐาน สารผสม โดยการหยิบ
วสั ดุชนิดเดยี ว หรอื และระบุการนำ ประกอบกัน เปน็ วัตถชุ ิ้น ยืดหยุ่น การนำความ เชงิ ประจกั ษ์ ออก การรอ่ น การใช้
หลายชนดิ ประกอบ สมบัตกิ ารดูดซบั นำ้ ใหม่ได้โดยใช้หลกั ฐานเชิง ร้อน และการนำ ๒. อธบิ ายการละลาย แม่เหลก็ ดึงดดู การรนิ
กนั โดยใชห้ ลกั ฐานเชิง ของวสั ดุไป ประจกั ษ์ ไฟฟ้าของวสั ดโุ ดยใช้ ของสารในน้ำ โดยใช้ ออก การกรอง และ
ประจักษ์ ประยกุ ตใ์ ชใ้ นการทำ ๒. อธิบายการ หลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ หลักฐานเชงิ ประจักษ์ การตกตะกอน โดยใช้
วตั ถุในชีวิตประจำวนั เปล่ียนแปลงของวสั ดุ จากการทดลองและ ๓. วเิ คราะหก์ าร หลักฐานเชงิ ประจักษ์
๒. ระบุชนดิ ของวัสดุ ๒. อธบิ ายสมบัติท่ี เมอื่ ทำให้ รอ้ นข้นึ หรือ ระบกุ ารนำสมบตั ิ เปลี่ยนแปลงของสาร รวมท้ังระบุวธิ ีแกป้ ัญหา
สังเกตไดข้ องวัสดทุ ี่ ทำให้เยน็ ลง โดยใช้ เร่อื งความแข็ง เมอ่ื เกิดการ ในชวี ติ ประจำวนั
และจดั กลุ่มวัสดุตาม เกิดจากการนำวสั ดุ หลกั ฐาน เชงิ ประจกั ษ์ สภาพยืดหย่นุ การ เปลี่ยนแปลงทางเคมี เกยี่ วกบั การแยกสาร
สมบัติที่สังเกตได้ มาผสมกัน โดยใช้ นำความรอ้ น และ โดยใช้หลักฐานเชงิ
หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ การนำไฟฟา้ ของวัสดุ ประจกั ษ์
๓. เปรยี บเทียบ ไปใช้ใน ๔. วเิ คราะห์และระบุ
สมบัตทิ ีส่ ังเกตได้ของ ชวี ิตประจำวนั ผา่ น การเปล่ียนแปลงทีผ่ ัน
๒๑
ตัวช้ีวดั ชนั้ ปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
วสั ดุ เพอ่ื นำมาทำ กระบวนการ กลับได้และการ
เป็นวัตถใุ นการใช้ ออกแบบชน้ิ งาน เปลีย่ นแปลงที่ผนั กลบั
งานตามวตั ถุประสงค์ ๒. แลกเปลยี่ นความคิด ไมไ่ ด้
และอธิบายการนำ กับผูอ้ ่นื โดยการ
วสั ดทุ ี่ใช้และกลบั มา อภิปรายเกย่ี วกบั
ใช้ใหม่โดยใช้ สมบตั ิทางกายภาพ
หลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ ของวสั ดอุ ยา่ งมี
๔. ตระหนกั ถงึ เหตผุ ลจากการ
ประโยชน์ของการนำ ทดลอง
วัสดทุ ีใ่ ชแ้ ล้วกลับมา ๓. เปรยี บเทียบสมบัติ
ใชใ้ หม่ โดยการนำ ของสสารท้งั ๓
วสั ดทุ ีใ่ ช้แลว้ กลบั มา สถานะ จากข้อมูลท่ี
ใชใ้ หม่ ไดจ้ ากการ
มาตรฐาน ว ๒.๒ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องแรงในชวี ิตประจำวนั ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะกา
เคล่ือนทีแ่ บบต่าง ๆ ของวัตถุ รวมท้ังนำความรูไ้ ปใช้ประโยชน์
ตวั ชีว้ ดั ชั้นปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
- - ๑. ระบุผลของแรงทมี่ ี ๑. ระบผุ ลของแรงโน้ม ๑. อธิบายวธิ กี ารหาแรง ๑. อธบิ ายการเกิดและ
ตอ่ การเปล่ยี นแปลง ถว่ งท่ีมีตอ่ วัตถุจาก ลพั ธข์ องแรงหลายแรง ผลของแรงไฟฟ้าซ่ึงเกดิ
การเคลอื่ นท่ขี องวัตถุ หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ ในแนวเดยี วกันท่ีกระทำ จากวัตถทุ ี่ผ่านการขดั ถู
จากหลกั ฐานเชิง ตอ่ วัตถใุ นกรณีทว่ี ัตถอุ ยู่
ประจกั ษ์ ๒. ใชเ้ คร่ืองชั่งสปริงใน น่ิงจากหลกั ฐานเชิง โดยใชห้ ลักฐานเชิง
๒. เปรยี บเทียบและ ประจกั ษ์ ประจักษ์
ยกตัวอยา่ งแรงสมั ผสั การวดั น้ำหนักของ ๒. เขียนแผนภาพแสดง
และ แรงไม่สมั ผัสทีม่ ี วัตถุ แรงท่ีกระทำตอ่ วตั ถุท่ี
ผลต่อการเคล่อื นท่ขี อง อยู่ในแนวเดยี วกันและ
วตั ถุ โดยใชห้ ลกั ฐาน ๓. บรรยายมวลของ แรงลพั ธท์ ีก่ ระทำตอ่
เชงิ ประจักษ์ วตั ถุ
๓. จำแนกวตั ถโุ ดยใช้ วัตถทุ ี่มีผลต่อการ ๓. ใช้เครอ่ื งชัง่ สปริงใน
เปลยี่ นแปลงการ
เคล่อื นทขี่ องวัตถุจาก
หลักฐานเชงิ ประจกั ษ์
การดงึ ดูดกบั แมเ่ หล็ก การวัดแรงท่ีกระทำต่อ
เป็นเกณฑ์จากหลกั ฐาน วัตถุ
เชงิ ประจักษ์ ๔. ระบผุ ลของแรงเสยี ด
๔. ระบขุ วั้ แมเ่ หลก็ และ ทานทมี่ ตี ่อ การ
พยากรณ์ผลทีเ่ กิดขึ้น เปลีย่ นแปลงการ
ระหว่างขวั้ แมเ่ หล็กเมื่อ เคลอ่ื นที่ของวัตถุจาก
นำมาเขา้ ใกลก้ ันจาก หลักฐานเชงิ ประจักษ์
หลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ ๕. เขยี นแผนภาพแสดง
แรงเสยี ดทานและแรงที่
อยู่ในแนวเดียวกนั ที่
กระทำต่อวัตถุ
๒๒
มาตรฐาน ว ๒.๓ เข้าใจความหมายของพลงั งาน การเปล่ียนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏสิ มั พันธ์
ระหว่างสสารและพลงั งาน พลงั งานในชวี ติ ประจำวนั ธรรมชาติของคล่นื
ปรากฏการณท์ ่เี กี่ยวขอ้ งกับเสียง แสง และคลื่นแม่เหลก็ ไฟฟ้า รวมทัง้ นาความรู้ไปใช้
ประโยชน์
ตัวชว้ี ดั ชั้นปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. บรรยายการเกดิ ๑. บรรยายแนวการ ๑. ยกตวั อยา่ งการ ๑. จำแนกวัตถเุ ป็น ๑. อธบิ ายการไดย้ ิน ๑. ระบุส่วนประกอบ
เคล่ือนทขี่ องแสงจาก เปลย่ี นพลังงานหนึง่ ไป
เสียงและทิศทางการ แหล่งกำเนิดแสง และ เปน็ อกี พลงั งานหนงึ่ ตวั กลางโปร่งใส เสยี งผ่านตัวกลาง จาก และบรรยายหนา้ ที่
เคลื่อนท่ขี องเสยี งจาก อธบิ ายการมองเห็น จากหลกั ฐานเชิง ของแต่ละ
หลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ วัตถจุ ากหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ ตวั กลางโปรง่ แสง และ หลักฐานเชิงประจักษ์ สว่ นประกอบของ
ประจักษ์ ๒.บรรยายการทำงาน วงจรไฟฟ้าอยา่ ง
๒. ตระหนกั ในคณุ ค่า ของเคร่ืองกำเนดิ ไฟฟ้า วตั ถทุ ึบแสง จาก ๒. ระบตุ ัวแปร ทดลอง ง่ายจากหลักฐาน
ของความรูข้ องการ และ ระบแุ หลง่ เชิงประจกั ษ์
มองเหน็ โดย พลงั งานในการผลติ ลักษณะ การมองเหน็ สง่ิ และอธิบาย ลกั ษณะ
เสนอแนะแนว ไฟฟา้ จากขอ้ มลู ท่ี ๒.เขียนแผนภาพและ
ทางการป้องกนั รวบรวมได้ ตา่ ง ๆ ผา่ นวตั ถุนั้นเป็น ลาเกิดเสียงสงู เสยี งต่ำ
อันตรายจากการมอง ๓. ตระหนกั ใน ตอ่ วงจรไฟฟา้ อย่าง
วตั ถุท่ีอยใู่ นบริเวณท่ี ประโยชนแ์ ละโทษของ เกณฑโ์ ดยใช้หลักฐาน ๓. ออกแบบกำรทดลอง ง่าย
มีแสงสว่างไม่ ไฟฟ้า โดย นำเสนอ
เหมาะสม วธิ ีการใช้ไฟฟ้าอย่าง เชงิ ประจกั ษ์ และอธิบาย ลักษณะ ๓. ออกแบบการ
ประหยดั และ
ปลอดภยั และการเกิดเสยี งดัง ทดลองและทดลอง
ด้วยวธิ ีทเี่ หมาะสม
เสียงค่อย ในการอธิบาย
วธิ ีการและผลของ
๔. วัดระดบั เสยี งโดยใช้ การตอ่ เซลล์ไฟฟ้า
แบบอนุกรม
เคร่ืองมือวดั ระดบั เสยี ง
๔. ตระหนักถึง
๕. ตระหนักในคุณคำ่
ของความร้เู รอ่ื งระดบั
เสยี งโดยเสนอแนะ
แนวทางในการ
หลีกเลีย่ งและลดมลพิษ
ทางเสยี ง
ประโยชนข์ อง
ความรู้ของการต่อ
เซลลไ์ ฟฟา้ แบบ
อนุกรมโดยบอก
ประโยชนแ์ ละการ
ประยุกตใ์ ช้ใน
ชวี ิตประจำวนั
๕. ออกแบบการทดลอง
และทดลองด้วยวิธีที่
เหมาะสมในการ
อธิบายการต่อหลอด
ไฟฟา้ แบบอนกุ รม
และแบบขนาน
๖. ตระหนักถงึ
ประโยชน์ของ
ความรู้ของการตอ่
หลอดไฟฟ้าแบบ
อนุกรมและแบบ
ขนาน โดยบอก
ประโยชน์ ขอ้ จำกดั
และการประยกุ ต์ใช้
ในชวี ติ ประจำวัน
๒๓
ตัวชีว้ ดั ชั้นปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
๗. อธบิ ายการเกิดเงามดื
เงามัวจากหลักฐาน
เชิงประจักษ์
๘. เขยี นแผนภาพรังสี
ของแสงแสดงการเกดิ
เงามืดเงามวั
สาระท่ี ๓ วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๑ เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกดิ และววิ ฒั นาการของเอกภพ กาแลก็ ซี
ดาวฤกษ์ และระบบสุรยิ ะ รวมทัง้ ปฏสิ ัมพนั ธภ์ ายในระบบสุริยะท่สี ่งผลต่อสง่ิ มีชีวติ
และการประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยอี วกาศ
ตัวช้วี ดั ชน้ั ปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. ระบุดาวที่ปรากฏ - ๑. อธบิ ายแบบรูป ๑. อธบิ ายแบบรูป - ๑. สรา้ งแบบจำลองที่
บนท้องฟ้าในเวลา เสน้ ทางการขนึ้ และตก เส้นทางการขน้ึ และตก อธบิ ายการเกิด
ของ ดวงอาทิตยโ์ ดยใช้ ของดวงจันทร์ โดยใช้
กลางวันและกลางคืน หลักฐานเชิงประจักษ์ หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ และเปรียบเทียบ
จากข้อมูลที่รวบรวม ๒. อธบิ ายสาเหตกุ าร ปรากฏการณ์
เกดิ ปรากฏการณ์การ
ได้ ข้นึ และตกของดวง ๒. สร้างแบบจำลองท่ี สุรยิ ปุ ราคา และ
อาทติ ย์การเกิดกลางวัน อธิบายแบบรูป การ
๒. อธบิ ายสาเหตทุ ่ีมอง กลางคนื และการ เปลยี่ นแปลงรปู ร่าง จนั ทรปุ ราคา
กำหนดทศิ โดยใช้ ปรากฏของดวงจนั ทร์
ไมเ่ หน็ ดาวส่วนใหญ่ใน แบบจำลอง และพยากรณ์รูปร่าง ๒. อธิบายพฒั นาการ
เวลากลางวนั จาก ๓. ตระหนกั ถงึ ปรากฏของดวงจนั ทร์
หลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ ความสำคัญของดวง ๓. สรา้ งแบบจำลอง ของเทคโนโลยีอวกาศ
อาทิตย์โดย บรรยาย แสดงองค์ประกอบของ และยกตวั อยา่ งการนำ
ระบบสุรยิ ะ และ เทคโนโลยีอวกาศมาใช้
อธบิ ายเปรียบเทยี บ ประโยชนใ์ น
ชีวิตประจำวนั จาก
ขอ้ มูลทีร่ วบรวมได้
ประโยชนข์ องดวง คาบการโคจรของดาว
อาทติ ยต์ อ่ ส่งิ มชี วี ิต เคราะหต์ ่าง ๆ จาก
แบบจำลอง
มาตรฐาน ว ๓.๒ เข้าใจองค์ประกอบ และความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายใน
โลกและบนผิวโลก ธรณีพิบตั ิภยั กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟา้ อากาศ และ
ภมู อิ ากาศโลก รวมท้งั ผลตอ่ ส่งิ มชี วี ติ และส่งิ แวดล้อม
ตวั ชี้วดั ชั้นปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. อธิบายลักษณะ ๑. ระบุ ๑. ระบุสว่ นประกอบ - ๑. เปรยี บเทยี บปรมิ าณ ๑. เปรยี บเทยี บ
ภายนอกของหินจาก ส่วนประกอบของดนิ ของอากาศ บรรยาย น้ำในแต่ละแหลง่ และ กระบวนการเกิดหิน
ลักษณะเฉพาะตวั ที่ และจำแนกชนิดของ ความ สำคัญของอากาศ ระบุปรมิ าณนำ้ ท่มี นุษย์ อคั นี หนิ ตะกอน และ
ดนิ โดยใชล้ ักษณะ และผลกระทบของ สามารถนามาใช้
สังเกตได้ หนิ แปร และอธบิ าย
เน้ือดนิ และการจับ มลพษิ ทาง อากาศตอ่ ประโยชน์ได้ จากขอ้ มูล วัฏจกั รหนิ จาก
ตวั เปน็ เกณฑ์ สิ่งมีชวี ติ จากข้อมูลท่ี ทร่ี วบรวมได้ แบบจำลอง
๒. อธิบายการใช้ รวบรวมได้ ๒. ตระหนักถึงคณุ ค่ำ ๒. บรรยายและ
ประโยชนจ์ ากดิน ๒. ตระหนกั ถึง ของนำ้ โดยนำเสนอ ยกตัวอยา่ งการใช้
ความสำคญั ของอากาศ แนวทาง การใชน้ ้ำอยา่ ง ประโยชน์ของหินและ
๒๔
ตัวช้ีวดั ช้ันปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
จากขอ้ มลู ที่รวบรวม โดยนำเสนอ แนว ประหยดั และกำรอนุ แร่ในชวี ิตประจำวนั จาก
ได้ ทางการปฏิบตั ติ นใน รกั ษ์น้ำ ขอ้ มลู ที่รวบรวมได้
การลดการเกดิ มลพิษ ๓. สร้างแบบจำลองที่ ๒. บรรยายและ
ทางอากาศ อธิบายการหมุนเวียน ยกตัวอย่างการใช้
๓. อธิบายการเกดิ ลม ของน้ำในวฏั จักรน้ำ ประโยชน์ของหินและ
จากหลกั ฐานเชิง ๔. เปรยี บเทียบ แร่ในชวี ิตประจำวนั จาก
ประจักษ์ กระบวนการเกดิ เมฆ ข้อมลู ที่รวบรวมได้
๔. บรรยายประโยชน์ หมอก นำ้ ค้าง และ
และโทษของลม จาก น้ำคา้ งแขง็ จาก ๖. บรรยายลักษณะ
ขอ้ มลู ท่ีรวบรวมได้ แบบจำลอง
๕. เปรียบเทียบ และผลกระทบของน้ำ
กระบวนการเกิดฝน
หิมะ และลกู เห็บ จาก ท่วม การกัดเซาะ
ขอ้ มูลที่รวบรวมได้
ชายฝง่ั ดนิ ถล่ม
แผน่ ดนิ ไหว สึนามิ
๗. ตระหนักถงึ
ผลกระทบของภยั
ธรรมชาติและธรณีพิบัติ
ภัย โดยนำเสนอ
แนวทางในการเฝา้ ระวงั
และปฏิบัตติ นให้
ปลอดภยั จากภยั
ธรรมชาตแิ ละธรณพี บิ ตั ิ
ภัยทอ่ี าจเกิดในทอ้ งถนิ่
๘. สรา้ งแบบจำลองท่ี
อธบิ ายการเกดิ
ปรากฏการณ์เรอื น
กระจก และผลของ
ปรากฏการณ์เรือน
กระจกต่อสง่ิ มชี ีวิต
๙. ตระหนักถึง
ผลกระทบของ
ปรากฏการณ์เรอื น
กระจก โดยนำเสนอ
แนวทางการปฏบิ ัติตน
เพ่อื ลดกจิ กรรมท่ี
กอ่ ใหเ้ กดิ แกส๊ เรือน
กระจก
สาระที่ ๔ เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว. ๔.๒ เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาทีพ่ บในชีวติ จริงอยา่ ง เป็นขัน้ ตอน
และระบบ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สารในการเรยี นรกู้ ารทำงาน และการ
แก้ปญั หาไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ รู้เทา่ ทนั และมจี ริยธรรม
ตัวช้วี ดั ชั้นปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. แกป้ ญั หาอยา่ งงา่ ย ๑. แสดงลำดบั ๑. แสดงขนั้ ตอนวิธกี าร ๑. ใช้เหตุผลเชงิ ๑. ใช้เหตผุ ลเชิงตรรกะ ๑. ใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะ
ข้ันตอนการทำงาน ในการทำงานหรอื การ ตรรกะในการ
โดยใชก้ ารลองผิด หรอื การแก้ปญั หา แกป้ ัญหา อยา่ งง่ายโดย แก้ปญั หา การ ในการแก้ปัญหา การ ในการอธบิ ายและ
อธิบายการทำงาน การ ออกแบบวธิ ีการ
๒๕
ตวั ชีว้ ดั ช้ันปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
ลองถกู การ อย่างง่ายโดยใช้ภาพ ใช้ภาพ สญั ลกั ษณห์ รือ อธิบายการทำงาน คาดการณผ์ ลลัพธ์ จาก แกป้ ญั หาท่ีพบใน
เปรยี บเทยี บ สัญลักษณ์หรอื ข้อความ การคาดการณ์ ปัญหาอยา่ งง่าย ชวี ติ ประจำวัน
๒. แสดงลำดบั ข้นั ตอน ขอ้ ความ ๒. เขยี นโปรแกรมอยา่ ง ผลลัพธ์ จากปญั หา ๒. ออกแบบและเขยี น
การทำงานหรือการ ๒. เขียนโปรแกรม งา่ ย โดยใช้ซอฟตแ์ วร์ อย่างงา่ ย โปรแกรมท่มี าใช้เหตุผล ๒. ออกแบบและเขยี น
แกป้ ัญหาอยา่ งง่าย อยา่ งง่าย โดยใช้ หรอื ส่ือ และตรวจหา ๒. ออกแบบ และ เชงิ ตรรกะอย่างง่าย
โดยใชภ้ าพ ชอฟต์แวรห์ รือสอ่ื ข้อผดิ พลาดของ เขยี นโปรแกรมอยา่ ง ตรวจหำขอ้ ผิดพลาด โปรแกรมอยา่ งงา่ ย เพ่ือ
สัญลักษณ์ หรอื และตรวจหา โปรแกรม และแก้ไข แกป้ ญั หาใน
ขอ้ ความ ข้อผดิ พลาดของ ๓. ใชอ้ ินเทอรเ์ นต็ ค้นหา ชวี ติ ประจำวัน ตรวจหา
๓. เขียนโปรแกรมอยา่ ง โปรแกรม ๓. ใช้อินเทอร์เน็ตคน้ หา ง่าย โดยใช้ ขอ้ มลู ตดิ ต่อสื่อสาร ขอ้ ผดิ พลาดของ
ง่าย โดยใชซ้ อฟต์แวร์ ๓. ใช้เทคโนโลยีใน ความรู้ ซอฟตแ์ วร์ หรอื สอ่ื และทำงานรว่ มกนั โปรแกรมและแกไ้ ข
หรือส่ือ การสรา้ ง จดั ประเมนิ ความนา่ เชอ่ื ถอื
๔. ใช้เทคโนโลยีในการ หมวดหมู่ ค้นหา และตรวจหา ของขอ้ มูล ๓. ใช้อนิ เทอรเ์ นต็ ใน
สร้าง จดั เก็บ เรียกใช้ จัดเกบ็ เรยี กใชข้ อ้ มูล ๔. รวบรวม ประเมนิ
ขอ้ มูลตาม ตามวตั ถุประสงค์ ข้อผดิ พลาดและ นำเสนอ ขอ้ มูลและ การค้นหาข้อมูลอยา่ งมี
วัตถปุ ระสงค์ ๔. ใชเ้ ทคโนโลยี สารสนเทศ ประสิทธิภาพ
๕. ใชเ้ ทคโนโลยี สารสนเทศอยา่ ง แก้ไข วตั ถุประสงคโ์ ดยใช้
สารสนเทศอยา่ ง ปลอดภัย ปฏบิ ตั ิตาม ซอฟตแ์ วรห์ รือบรกิ าร ๔. รวบรวม ประเมนิ
ปลอดภัย ปฏบิ ัตติ าม ขอ้ ตกลงในการใช้ ๓. ใชอ้ นิ เทอร์เนต็ บนอินเทอร์เน็ตท่ี
ข้อตกลงในการใช้ คอมพวิ เตอรร์ ่วมกัน หลากหลาย เพอ่ื นำเสนอข้อมลู และ
คอมพิวเตอร์รว่ มกนั ดูแลรักษาอุปกรณ์ ค้นหาความรู้ และ แกป้ ญั หาใน สารสนเทศ ตาม
ดูแลรักษาอุปกรณ์ เบ้อื งต้น ใชง้ านอย่าง ชีวิตประจำวัน วตั ถุประสงค์โดยใช้
เบอ้ื งตน้ ใชง้ านอยา่ ง เหมาะสม ประเมินความ ๕. ใชเ้ ทคโนโลยี ซอฟตแ์ วรห์ รอื บริการ
เหมาะสม สารสนเทศอยา่ ง บนอินเทอรเ์ นต็ ที่
น่าเชอื่ ถือของข้อมูล ปลอดภัย มมี ารยาท หลากหลาย เพ่ือ
เข้าใจสทิ ธแิ ละหน้าที่ แกป้ ัญหาใน
๔. รวบรวม ของตน เคารพสทิ ธขิ อง ชวี ติ ประจำวนั
ผ้อู ่ืน แจง้ ผเู้ กี่ยวขอ้ งเมอ่ื
ประเมิน นำเสนอ พบข้อมลู หรือบุคคลที่ ๕. ใช้เทคโนโลยี
ไมเ่ หมาะสม
ขอ้ มลู และ สารสนเทศทำงาน
รว่ มกนั อยา่ งปลอดภยั
สารสนเทศ โดยใช้ เข้าใจสทิ ธแิ ละหนา้ ที่
ของตน เคารพในสทิ ธิ
ซอฟต์แวรท์ ี่ ของผู้อนื่ แจ้ง
ผู้เกยี่ วขอ้ งเมอ่ื พบขอ้ มลู
หลากหลาย เพือ่ หรอื บุคคลที่ไม่
เหมาะสม
แกป้ ัญหาใน
ชวี ติ ประจำวัน
๕. ใชเ้ ทคโนโลยี
สารสนเทศอย่าง
ปลอดภยั เขา้ ใจสทิ ธิ
และหน้าทข่ี องตน
เคารพในสิทธิของ
ผอู้ น่ื แจง้ ผู้เกย่ี วข้อง
เม่อื พบข้อมูล หรือ
บคุ คลท่ีไมเ่ หมาะสม
๒๖
สาระการเรียนรมู้ าตรฐานตัวชี้วัด
วิชาสังคมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม
๒๗
สาระท่ี ๑ ศาสนา ศีลธรรม จรยิ ธรรม
มาตรฐาน ส ๑.๑ รู้ และเขา้ ใจประวตั ิ ความสำคัญ ศาสดา หลกั ธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาทต่ี นนบั ถอื และศาสนาอ่ืน มศี รทั ธา
ท่ถี ูกต้อง ยดึ ม่ัน และปฏิบตั ิตามหลกั ธรรม เพื่ออยูร่ ว่ มกันอยา่ งสนั ตสิ ขุ
ตวั ชีว้ ดั ชน้ั ปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป.๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. บอกพทุ ธประวตั ิ ๑. บอกความ สำคญั ๑. อธบิ ายความสำคัญ ๑. อธบิ ายความสำคัญ ๑. วิเคราะห์ ๑. วิเคราะห์
หรอื ประวตั ขิ องศาสดา ของ ของพระพุทธศาสนา ของพระพทุ ธ- ศาสนา ความสำคญั ของ ความสำคัญของ
ที่ตน นบั ถอื พระพทุ ธ พระพทุ ธศาสนา หรือ พระพุทธศาสนาใน
โดยสังเขป ศาสนาหรอื ศาสนาท่ี หรือศาสนาทตี่ น นบั หรอื ศาสนาทตี่ น ศาสนาทตี่ นนบั ถือใน ฐานะเปน็ ศาสนาประจำ
ตน ฐานะที่เป็นมรดกทาง ชาติ หรอื ความ สำคัญ
๒. ช่นื ชมและบอก นบั ถอื ถือในฐานะที่เป็น นับถือในฐานะเป็นศูนย์ วัฒนธรรมและหลกั ใน ของศาสนาทต่ี น นับ
๒. สรุป การพฒั นาชาตไิ ทย ถือ
แบบอยา่ งการดำเนิน พทุ ธประวัติตงั้ แต่ รากฐานสำคัญของ รวมจติ ใจของ
ชวี ิตและข้อคดิ จาก ประสูติจนถึงการออก ๒. สรปุ พทุ ธประวตั ิ ๒. สรปุ
ผนวช หรือประวัติ วัฒนธรรมไทย ศาสนิกชน
ประวตั สิ าวก ชาดก/ ศาสดา ต้ังแต่เสดจ็ กรุง พทุ ธประวตั ติ ้งั แต่ปลง
ทตี่ นนับถือตามท่ี ๒. สรุปพทุ ธประวัติ ๒. สรุปพุทธประวตั ิ กบลิ พัสดุ์ จนถึงพทุ ธ อายุสังขารจนถึงสงั เวช
เรอ่ื งเล่าและศาสนิกชน กำหนด กจิ สำคัญหรอื ประวัติ นยี สถานหรอื ประวัติ
ตัวอยา่ งตามที่กำหนด ตงั้ แต่การบำเพญ็ เพียร ตงั้ แต่บรรลุธรรมจนถงึ ศาสดา ศาสดาทต่ี น นับถอื
๓. ชนื่ ชมและบอก ที่ตนนับถือตามทก่ี ำหนด ตามทก่ี ำหนด
๓. บอกความหมาย จนถงึ ปรนิ ิพพาน หรอื ประกาศธรรม หรอื
แบบอยา่ งการดำเนิน ๓. เห็นคุณค่าและ ๓. เห็นคณุ คา่ และ
ความสำคญั และเคารพ ชวี ติ และข้อคิดจาก ประวัติของศาสดาทตี่ น ประวตั ิศาสดา
พระรัตนตรยั ปฏบิ ัติ ประวัตสิ าวก ชาดก ประพฤติตนตาม ประพฤติ
ตามหลักธรรมโอวาท ๓ เร่อื งเล่าและศาสนิก นับถือตามท่กี ำหนด ทต่ี นนบั ถอื ตามท่ี แบบอยา่ งการดำเนิน ตนตาม
ในพระพทุ ธศาสนาหรอื ชนตัวอยา่ งตามที่ ชีวิตและข้อคิดจาก แบบอยา่ งการดำเนิน
หลกั ธรรมของศาสนาท่ี กำหนด ๓. ชน่ื ชมและบอก กำหนด ประวัติสาวก ชาดก ชวี ิต และขอ้ คิดจาก
ตนนับถอื ตามที่ ๓. เห็นคณุ คา่ และ เรือ่ งเลา่ และศาสนกิ ชน ประวัตสิ าวก ชาดก
กำหนด ๔. บอกความหมาย แบบอยา่ งการดำเนิน ประพฤติตนตาม ตวั อยา่ งตามทกี่ ำหนด เรือ่ งเลา่ และศาสนิกชน
๔. เห็นคุณค่าและสวด ชวี ติ และข้อคิดจาก แบบอยา่ งการดำเนนิ ตัวอยา่ งตาม
มนตแ์ ผเ่ มตตา มสี ติที่ ความสำคัญ และ ประวตั สิ าวก ชาดก ชวี ิตและข้อคิดจาก ๔. อธบิ ายองคป์ ระกอบ ที่กำหนด
เปน็ พื้นฐาน เคารพ เรื่องเลา่ และศาสนกิ ชน ประวัติสาวก ชาดก
ของสมาธิ พระรตั นตรยั ปฏบิ ตั ิ ตวั อยา่ งตามทก่ี ำหนด เร่อื งเลา่ และศาสนิกชน และความสำคัญของ ๔. วเิ คราะห์
ในพระพุทธ ตามหลกั ธรรม ตวั อยา่ งตาม พระไตรปิฏก หรอื
ศาสนา หรือ โอวาท ๓ ๔. บอกความ หมาย ท่ีกำหนด คมั ภรี ์ของศาสนาท่ตี น ความสำคญั และ
การพฒั นาจติ ตาม ในพระพทุ ธ นบั ถอื เคารพ
แนวทางของศาสนา ศาสนาหรอื หลักธรรม ความสำคัญของ พระ ๔. แสดงความเคารพ พระรัตนตรยั ปฏบิ ตั ิ
ที่ตนนบั ถอื ตามท่ี ของศาสนาทีต่ น ไตรปิฏก หรอื คมั ภีร์ ๕. แสดงความเคารพ ตาม ไตรสกิ ขาและ
กำหนด นบั ถอื ตามท่ีกำหนด ของศาสนาทตี่ น พระรตั นตรยั ปฏบิ ัติ หลกั ธรรมโอวาท ๓ ใน
นับถอื ตามไตรสิกขาและ พระรตั นตรยั และปฏบิ ตั ิ พระพทุ ธศาสนาหรอื
๕. ชืน่ ชมการทำ หลักธรรม โอวาท ๓ ใน ตาม หลักธรรมของศาสนาท่ี
ความดขี องตนเอง ๕. แสดง พระพทุ ธศาสนาหรือ ไตรสิกขาและหลักธรรม ตนนับถอื ตามที่กำหนด
บุคคล ในครอบครวั หลักธรรมของศาสนาที่ โอวาท ๓ ใน ๕. ชื่นชมการทำความดี
และในโรงเรียนตาม ความเคารพ ตนนับถอื ตามทกี่ ำหนด พระพทุ ธศาสนา ของบคุ คลในประเทศ
หลักศาสนา พระรตั นตรยั และ ๕. ชื่นชมการทำความดี หรือหลกั ธรรมของ ตามหลกั ศาสนา
๖. เหน็ คุณคา่ และ ปฏิบตั ติ ามหลกั ธรรม ของตนเอง บคุ คลใน ศาสนาที่ พรอ้ มทงั้ บอกแนว
สวดมนต์ แผเ่ มตตา โอวาท ๓ ใน ครอบครัว ตนนบั ถอื ตามทกี่ ำหนด ปฏบิ ัติในการดำเนิน
มสี ติท่ีเปน็ พน้ื ฐาน พระพุทธศาสนาหรือ โรงเรียนและชมุ ชนตาม ๖. เห็นคณุ ค่าและสวด ชวี ิต
ของสมาธใิ น หลกั ธรรมของศาสนา หลกั ศาสนา พร้อมท้ัง มนต์ ๖. เห็นคณุ คา่ และสวด
พระพทุ ธ ท่ีตนนบั ถอื ตาม บอกแนวปฏบิ ัตใิ นการ แผเ่ มตตา มีสติที่เปน็ มนต์ แผ่เมตตาและ
ศาสนาหรือการ ทกี่ ำหนด ดำเนนิ ชีวิต พน้ื ฐานของสมาธใิ น บริหารจติ เจริญ
๖. เห็นคณุ คา่ และสวด ๖. เห็นคณุ ค่า พระพทุ ธ ปญั ญา มีสติทเี่ ป็น
มนต์ แผเ่ มตตา มีสตทิ ่ี และสวดมนต์ ศาสนาหรือการพฒั นา พืน้ ฐานของสมาธใิ น
เปน็ พื้นฐานของสมาธิใน แผเ่ มตตา มีสติ จิตตามแนวทางของ พระพทุ ธศาสนาหรอื
ที่เปน็ พ้ืนฐานของสมาธิ ศาสนาทต่ี น นับถอื
พระพทุ ธ- ในพระพุทธศาสนาหรือ ตามที่กำหนด
การพัฒนาจติ ตาม
ศาสนาหรอื การพัฒนา แนวทาง
จติ ตามแนวทางของ
ศาสนาที่ตน
นบั ถือตามท่กี ำหนด
๗. บอกชื่อ ความสำคญั
และปฏิบตั ิตนไดอ้ ยา่ ง
เหมาะสม ตอ่ ศา
๒๘
ตวั ชวี้ ดั ช้ันปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป.๔ ป. ๕ ป. ๖
พฒั นาจติ ตาม สนวตั ถุ ศาสนสถาน ของศาสนา ๗. ปฏบิ ตั ติ นตาม การพัฒนาจิตตาม
แนวทางของศาสนาที่ และศาสนบคุ คลของ ทีต่ นนบั ถอื ตามที่ หลักธรรมของศาสนาท่ี แนวทางของศาสนาที่
ตนนับถือตาม ศาสนาอ่นื ๆ กำหนด ตนนับถือเพอ่ื การ ตนนับถือตามทก่ี ำหนด
ที่กำหนด ๗. ปฏบิ ัติตนตาม พัฒนาตนเองและ ๗. ปฏบิ ตั ิตน ตาม
๗. บอกชอ่ื ศาสนา หลักธรรมของศาสนาที่ ส่งิ แวดล้อม หลกั ธรรมของศาสนา
ศาสดาและ ตน นบั ถือ เพอ่ื การ ท่ีตนนบั ถือ
ความสำคัญของ อยรู่ ่วมกัน เพ่ือแก้ปัญหาอบายมขุ
คมั ภีรข์ องศาสนาที่ เปน็ ชาติไดอ้ ยา่ ง และ
ตนนับถือและศาสนา สมานฉนั ท์ สง่ิ เสพตดิ
อืน่ ๆ ๘. อธิบายประวัติศาสดา ๘. อธิบายหลกั ธรรม
ของศาสนาอน่ื ๆ สำคญั ของศาสนาอ่ืนๆ
โดยสังเขป โดยสงั เขป
๙.อธิบายลกั ษณะสำคญั
ของศาสนพธิ ี พธิ ีกรรม
ของศาสนาอ่นื ๆ และ
ปฏิบตั ิตนไดอ้ ย่าง
เหมาะสมเมื่อตอ้ งเขา้
ร่วมพิธี
มาตรฐาน ส ๑.๒ เขา้ ใจ ตระหนกั และปฏิบตั ิตนเปน็ ศาสนิกชนทดี่ ี และธำรงรกั ษาพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนบั ถอื
ตัวช้ีวดั ชั้นปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป.๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. บำเพ็ญประโยชนต์ อ่ ๑. ปฏิบัติตน อยา่ ง ๑. ปฏิบตั ติ น อยา่ ง ๑. อภิปรายความสำคัญ ๑. จัดพธิ กี รรมตาม ๑. อธบิ ายความรู้เกีย่ วกบั
วดั หรือศาสนสถาน เหมาะสมตอ่ สาวกของ ศาสนาทต่ี นนับถอื สถานที่ตา่ ง ๆในศาสน
ของศาสนา ท่ตี น ศาสนาทต่ี น นับถอื เหมาะสมตอ่ สาวก และ อย่างเรยี บงา่ ย มี สถานและปฏิบตั ติ นได้
นับถอื ตามท่ีกำหนดได้ ประโยชน์ และปฏิบตั ิ อย่างเหมาะสม
ถูกต้อง ศาสนสถาน ศาสนวตั ถุ มีส่วนรว่ มในการ ตนถูกตอ้ ง
๒. แสดงตนเปน็ พุทธ ๒. ปฏบิ ัติตนในศาสน ๒. ปฏิบตั ิตนในศาสน ๒. มมี รรยาทของความ
พธิ ีพธิ ีกรรมและ วนั ของศาสนาท่ีตนนับถอื บำรุงรกั ษา ศาสน พิธี พธิ ีกรรมและวัน
มามกะ หรอื แสดงตน สำคัญทางศาสนา สำคญั ทางศาสนา เป็นศาสนกิ ชนทด่ี ีตามที่
เป็นศาสนกิ ชนของ ตามทก่ี ำหนดได้ ตามทีก่ ำหนดได้ สถานของศาสนาที่ตน ตามทกี่ ำหนดและ กำหนด
ศาสนา ทต่ี นนับถือ ถูกต้อง อภิปรายประโยชน์ที่ ๓. อธิบาย ประโยชนข์ อง
๓.ปฏิบัตติ นในศาสนพธิ ี ถกู ตอ้ ง นับถือ ไดร้ ับจากการ เข้า การเข้าร่วมในศาสนพธิ ี
พิธีกรรม และวนั รว่ มกจิ กรรม พธิ กี รรมและกิจกรรมใน
สำคญั ทางศาสนาตามท่ี ๒. เหน็ คณุ ค่าและ ๒. มมี รรยาทของความ ๓. มีมรรยาทของ วนั สำคัญทางศาสนาตามท่ี
กำหนดได้อยา่ งถูกตอ้ ง ปฏิบตั ิตนในศาสนพธิ ี ความเปน็ ศา กำหนดและปฏิบัติตนได้
พิธีกรรม และวันสำคัญ เปน็ สนิกชนทีด่ ี ตามที่ ถกู ต้อง
ทางศาสนาตามที่ ศาสนิกชนทีด่ ีตามท่ี กำหนด
กำหนดไดถ้ ูกตอ้ ง กำหนด ๔. แสดงตนเปน็ พทุ ธมาม
๓. ปฏิบตั ติ น ในศาสน
๓. แสดงตนเปน็ พุทธ พิธี พธิ กี รรม กะ หรือแสดงตนเปน็ ศา
สนิกชนของศาสนาท่ตี น
มามกะ หรือแสดงตน และวนั สำคัญ ทาง นบั ถอื
เปน็ ศาสนกิ ชนของ ศาสนาตามทีก่ ำหนดได้
ศาสนาที่ตนนับถือ ถกู ตอ้ ง
๒๙
สาระท่ี ๒ หน้าท่ีพลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนนิ ชีวติ ในสงั คม
มาตรฐาน ส ๒.๑ เขา้ ใจและปฏบิ ัตติ นตามหนา้ ทขี่ องการเปน็ พลเมืองดี มคี า่ นยิ มที่ดงี าม และธำรงรักษาประเพณแี ละวฒั นธรรมไทย
ดำรงชีวิตอยรู่ ่วมกนั ในสังคมไทย และสังคมโลกอยา่ งสนั ติสขุ
ตวั ชว้ี ดั ช้นั ปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป.๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. บอกประโยชนแ์ ละ ๑. ปฏบิ ัตติ นตาม ๑. สรปุ ประโยชนแ์ ละ ๑. ปฏบิ ัตติ นเปน็ พลเมือง ๑. ยกตัวอยา่ งและ ๑. ปฏบิ ัติตามกฎหมายท่ี
ปฏบิ ัติตนตามประเพณี เกี่ยวขอ้ ง กบั ชีวิตประจำวัน
ปฏบิ ตั ติ นเป็นสมาชกิ ที่ดี ขอ้ ตกลง กตกิ า กฎ และวฒั นธรรมใน ดตี ามวถิ ีประชาธปิ ไตย ปฏิบตั ติ นตาม ของครอบครัว และชุมชน
ของครอบครัวและ ระเบยี บ และ หนา้ ที่ที่ ครอบครัวและทอ้ งถนิ่ ในฐานะสมาชิก สถานภาพบทบาท
โรงเรียน ตอ้ งปฏบิ ัตใิ นชีวติ ๒. บอกพฤตกิ รรม ที่ดขี องชุมชน สิทธิ เสรภี าพและ ๒. วิเคราะหก์ าร
ประจำวนั การดำเนนิ ชวี ติ ของ ๒.ปฏิบตั ติ น หนา้ ทีใ่ นฐานะ
๒. ยกตัวอยา่ ง ตนเองและผอู้ ื่นที่อยใู่ น ในการ เปน็ ผู้นำและผู้ พลเมืองดี เปลีย่ นแปลงวัฒนธรรม
๒.ปฏิบัตติ นตาม กระแสวัฒนธรรม ตามที่ดี ตามกาลเวลาและธำรง
ความสามารถ ท่หี ลากหลาย ๒. เสนอวธิ ีการ รักษาวัฒนธรรม
และความดีของ ตนเอง มารยาทไทย ๓. วเิ คราะหส์ ิทธิ อันดงี าม
ผูอ้ ่ืนและบอกผลจาก ๓. อธบิ ายความสำคญั ของ ปกป้องคมุ้ ครอง ๓. แสดงออกถึงมารยาท
การกระทำน้ัน ๓. แสดงพฤตกิ รรม พืน้ ฐาน ทเ่ี ด็กทกุ คนพึง ตนเองหรือผอู้ ืน่ จาก ไทยได้เหมาะสมกับ
วันหยดุ ราชการท่สี ำคญั ไดร้ ับตามกฎหมาย การละเมิดสทิ ธเิ ด็ก กาลเทศะ
ในการยอมรับความคิด ๔. อธิบายคณุ คา่ ทาง
ความเชอ่ื ๔. ยกตวั อยา่ งบุคคลซ่ึงมี ๔. อธบิ าย ๓. เหน็ คุณคา่ วัฒนธรรม ทีแ่ ตกตา่ ง
และการปฏบิ ตั ขิ อง กนั ระหวา่ งกลุ่มคน
บุคคลอืน่ ท่แี ตกตา่ ง ผลงานท่ีเปน็ ประโยชน์ ความแตกต่างทาง วัฒนธรรมไทย ในสังคมไทย
กนั โดยปราศจากอคติ แก่ชมุ ชนและ ท้องถ่ิน วฒั นธรรมของกลุ่มคน ทีม่ ผี ลตอ่ การดำเนนิ ๕. ตดิ ตามขอ้ มูลข่าวสาร
ของตน ในทอ้ งถ่ิน ชวี ิต เหตกุ ารณ์ตา่ ง ๆ ในชวี ติ
๔. เคารพในสทิ ธิ ๕. เสนอวธิ ีการทจ่ี ะอยู่ ในสังคมไทย ประจำวนั เลอื กรับและ
๔. มสี ่วนรว่ มในการ ใช้ข้อมลู ขา่ วสารในการ
ของตนเองและผู้อน่ื ร่วมกันอยา่ งสันตสิ ขุ ใน อนรุ กั ษ์และเผยแพร่ เรยี นรู้ ได้เหมาะสม
ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ ของ
ชีวติ ประจำวัน ชมุ ชน
มาตรฐาน ส ๒.๒ เขา้ ใจระบบการเมอื งการปกครองในสังคมปัจจบุ ัน ยดึ มนั่ ศรทั ธา และธำรงรกั ษาไว้ซงึ่ การปกครองระบอบ
ประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษตั รยิ ์ทรงเปน็ ประมขุ
ตัวช้วี ดั ช้ันปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป.๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. บอกโครงสร้าง ๑. อธบิ ายความ สัมพันธ์ ๑. ระบุบทบาท ๑. อธบิ ายอำนาจ ๑. อธบิ ายโครงสรา้ ง ๑. เปรียบเทียบบทบาท
บทบาทและหนา้ ท่ขี อง ของตนเอง และสมาชกิ และหนา้ ท่ี อธปิ ไตยและ อำนาจ หนา้ ทแี่ ละ หน้าท่ี ขององคก์ ร
สมาชกิ ในครอบครัว ในครอบครวั ความสำคัญของการ ปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ และ
และโรงเรยี น ในฐานะเปน็ สว่ นหนง่ึ ของ ของสมาชกิ ชมุ ชน ความสำคญั ของระบอบ ปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ รฐั บาล
ชุมชน
๒. ระบุบทบาท สทิ ธิ ในการมสี ว่ นรว่ มกจิ กรรมตา่ ง ประชาธปิ ไตย ๒. ระบบุ ทบาท ๒. มีสว่ นร่วม
๒. ระบผุ ู้มบี ทบาท
หน้าท่ีของตนเองใน ๆ ตามกระบวนการ ๒. อธบิ ายบทบาท หนา้ ที่และวิธกี ารเข้า ในกิจกรรมต่างๆ ท่ี
ครอบครัวและ อำนาจในการตัดสินใจ ประชาธปิ ไตย ดำรงตำแหน่งของ ส่งเสรมิ ประชาธิปไตย ใน
โรงเรยี น ในโรงเรยี นและชุมชน หน้าทีข่ องพลเมืองใน ผบู้ รหิ ารท้องถิ่น ท้องถ่ินและประเทศ
๒.วิเคราะห์ความ กระบวนการเลอื กต้งั
๓. มสี ่วนร่วม ๓. วเิ คราะห์ประโยชน์ ๓.อภปิ รายบทบาท
แตกตา่ งของกระบวนการ ๓. อธบิ ายความสำคญั
ในการตดั สนิ ใจและ การตัดสนิ ใจ ที่ชุมชนจะไดร้ ับจาก ความสำคญั ในการใช้
ทำกจิ กรรมใน ของสถาบัน พระมหา องคก์ รปกครองสว่ น สิทธิออกเสยี งเลอื กต้งั
ครอบครวั และ ในชัน้ เรยี น/โรงเรียน กษัตริยต์ ามระบอบ ท้องถิ่น ตามระบอบประชาธิปไตย
โรงเรียนตาม
กระบวนการ และ ประชาธิปไตยอนั มี
ประชาธปิ ไตย
ชุมชน โดยวิธี การออก
เสียงโดยตรงและ พระมหากษัตริย์ทรง
การเลอื กตวั แทนออกเสยี ง เปน็ ประมุข
๓. ยกตวั อยา่ ง
๓๐
ตวั ช้วี ดั ชั้นปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป.๔ ป. ๕ ป. ๖
การเปลีย่ นแปลง
ในชัน้ เรยี น โรงเรียน
และชุมชน ทีเ่ ปน็ ผล
จากการตัดสนิ ใจของ
บุคคล
และกลมุ่
สาระที่ ๓ เศรษฐศาสตร์
มาตรฐาน ส ๓.๑ เขา้ ใจและสามารถบริหารจดั การทรพั ยากรในการผลิตและการบริโภค การใช้ทรพั ยากรทม่ี ีอยจู่ ำกดั ได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพและคุ้มค่า รวมทัง้ เข้าใจหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง เพอื่ การดำรงชวี ติ อยา่ งมดี ลุ ยภาพ
ตัวช้ีวดั ชั้นปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป.๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. ระบสุ ินคา้ และ ๑. ระบุ ๑. จำแนกความ ๑. ระบปุ จั จยั ท่ีมีผลตอ่ ๑. อธิบายปจั จัยการ ๑. อธิบายบทบาทของ
บรกิ ารที่ใช้ประโยชน์ ทรพั ยากรท่นี ำมาผลิต ตอ้ งการและความ การเลือกซือ้ สินค้าและ ผลิตสนิ คา้ และบรกิ าร ผูผ้ ลติ ท่มี ีความรบั ผิดชอบ
ในชวี ิตประจำวัน สนิ คา้ และบรกิ ารทใี่ ช้ จำเปน็ บรกิ าร ๒. ประยกุ ต์ใช้ ๒. อธบิ ายบทบาทของ
๒. ยกตวั อยา่ งการใช้ ในชวี ิตประจำวนั ในการใชส้ ินคา้ และ ๒. บอกสทิ ธิพื้นฐาน แนวคิดของปรชั ญา ผู้บรโิ ภคที่รู้ เทา่ ทนั
จา่ ยเงนิ ๒.บอกทม่ี าของรายได้ บรกิ าร และรักษาผลประโยชน์ ของเศรษฐกิจ ๓. บอกวธิ ีและประโยชน์
ในชวี ติ ประจำวนั ที่ และรายจา่ ยของตนเอง ในการดำรงชวี ิต ของตนเองในฐานะ พอเพยี งในการทำ ของการใชท้ รัพยากรอยา่ ง
ไม่เกินตัวและเหน็ และครอบครวั ๒. วเิ คราะห์การใช้จา่ ย ผูบ้ ริโภค กิจกรรม ย่งั ยนื
ประโยชนข์ องการ ๓.บนั ทกึ รายรบั รายจา่ ยของ ของตนเอง ๓. อธิบายหลกั การของ ตา่ ง ๆ ในครอบครวั
ออม ตนเอง ๓. อธบิ ายได้วา่ เศรษฐกจิ พอเพียงและ โรงเรียนและชุมชน
๓. ยกตวั อยา่ งการใช้ ๔.สรปุ ผลดี ทรพั ยากรทม่ี ีอยจู่ ำกัดมี นำไปใชใ้ น ๓. อธบิ ายหลกั การ
ทรพั ยากรในชวี ิต ของการใชจ้ า่ ย ผลตอ่ การผลติ และ ชวี ติ ประจำวันของ สำคัญและประโยชน์
ประจำวนั อยา่ ง ท่ีเหมาะสมกบั รายไดแ้ ละ บรโิ ภคสินค้าและ ตนเอง ของสหกรณ์
ประหยัด การออม บรกิ าร
สาระท่ี ๓ เศรษฐศาสตร์
มาตรฐาน ส ๓.๒ เขา้ ใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกจิ ตา่ ง ๆ ความสัมพันธท์ างเศรษฐกิจ และความจำเป็นของการรว่ มมือกันทาง
เศรษฐกจิ ในสงั คมโลก
ตัวชี้วดั ชนั้ ปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป.๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. อธบิ ายเหตผุ ล ๑. อธิบายการ ๑. บอกสินคา้ และ ๑. อธบิ ายความสัมพันธ์ ๑. อธิบายบทบาท ๑. อธบิ ายความสมั พันธ์
ความจำเป็นท่ีคนต้อง แลกเปลย่ี นสินค้าและ บริการทรี่ ฐั จดั หาและ ทางเศรษฐกิจของคนใน หน้าท่เี บือ้ งต้นของ ระหวา่ งผู้ผลิต ผบู้ รโิ ภค
ทำงานอยา่ งสจุ รติ บริการโดยวธิ ตี า่ ง ๆ ให้บรกิ ารแกป่ ระชาชน ชุมชน ธนาคาร ธนาคารและรฐั บาล
๒. บอกความสัมพนั ธ์ ๒. บอกความ สำคัญ ๒. อธิบายหนา้ ท่ี ๒. จำแนกผลดี ๒. ยกตวั อยา่ งการ
ระหว่างผซู้ ้อื กบั ผ้ขู าย ของภาษีและบทบาท เบือ้ งต้นของเงนิ ผลเสยี ของการกู้ยืม รวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ
ของประชาชนในการ ภายในท้องถน่ิ
เสียภาษี
๓. อธบิ ายเหตผุ ลการ
แขง่ ขันทางการคา้ ทม่ี ี
ผลทำใหร้ าคาสินคา้
ลดลง
๓๑
สาระท่ี ๔ ประวตั ิศาสตร์
มาตรฐาน ส ๔.๑ เขา้ ใจความหมาย ความสำคญั ของเวลาและยคุ สมยั ทางประวตั ศิ าสตร์ สามารถใช้วิธีการทางประวตั ศิ าสตรม์ าวิเคราะห์
เหตุการณ์ตา่ งๆ อยา่ งเปน็ ระบบ
ตัวช้วี ดั ช้ันปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป.๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. บอกวนั เดอื น ปี ๑. ใชค้ ำระบเุ วลาที่ ๑. เทยี บศักราชท่ี ๑. นับชว่ ง ๑. สืบค้นความ ๑. อธบิ ายความสำคญั
สำคัญตามปฏทิ ินทใี่ ชใ้ น ของวธิ กี ารทาง
และการนบั ชว่ งเวลาตาม แสดงเหตกุ ารณ์ ชวี ติ ประจำวัน เวลาเปน็ ทศวรรษ เป็นมาของทอ้ งถิ่น ประวตั ิศาสตร์
ศตวรรษ และสหสั วรรษ โดยใช้หลกั ฐานท่ี ในการศกึ ษาเรื่องราวทาง
ปฏทิ นิ ท่ีใชใ้ น ในอดตี ปัจจุบนั และ ๒. แสดงลำดบั หลากหลาย ประวัติศาสตร์อยา่ งงา่ ย ๆ
๒. อธิบาย
ชวี ติ ประจำวัน อนาคต ๒. รวบรวมขอ้ มูล ๒. นำเสนอขอ้ มลู จาก
๒. เรยี งลำดบั ๒. ลำดบั เหตกุ ารณ์ท่ี เหตุการณส์ ำคัญของ ยคุ สมยั ในการศึกษา จากแหล่งต่างๆ เพ่อื หลกั ฐานทห่ี ลากหลาย ใน
โรงเรียนและชมุ ชน ประวัติของมนุษยชาติ ตอบคำถามทาง การทำความ
เหตุการณใ์ นชวี ติ ประจำวัน เกดิ ขนึ้ ในครอบครัวหรอื โดยระบุหลกั ฐานและ โดยสังเขป ประวัติศาสตรอ์ ยา่ งมี เขา้ ใจเรอ่ื งราว ในอดตี
แหล่งขอ้ มูล เหตุผล
ตามวัน เวลา ในชีวิตของตนเองโดยใช้ ท่ีเก่ียวขอ้ ง ๓.แยกแยะประเภท
๓. อธิบายความ
ที่เกิดข้นึ หลกั ฐาน หลกั ฐานทใี่ ช้
แตกตา่ งระหวา่ ง
๓. บอกประวตั คิ วาม ท่ีเก่ียวขอ้ ง ความจริงกับ
ข้อเทจ็ จรงิ
เปน็ มาของตนเองและ ในการศึกษาความ เก่ียวกบั เร่ืองราวใน
ท้องถิ่น
ครอบครวั เปน็ มา
โดยสอบถาม ของท้องถนิ่
ผูเ้ ก่ียวขอ้ ง
มาตรฐาน ส ๔.๒ เขา้ ใจพฒั นาการของมนษุ ยชาติจากอดตี จนถงึ ปัจจบุ ัน ในดา้ นความสมั พันธแ์ ละการเปลยี่ นแปลงของเหตุการณ์อย่าง
ต่อเนอื่ ง ตระหนกั ถงึ ความสำคญั และสามารถวเิ คราะหผ์ ลกระทบทเ่ี กิดขนึ้
ตัวชี้วดั ชนั้ ปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป.๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. บอกความ ๑. สืบคน้ ถึงการ ๑. ระบุปัจจยั ท่ีมอี ิทธพิ ล ๑. อธิบายการตั้งหลักแหล่ง ๑. อธบิ ายอิทธพิ ล ๑. อธบิ ายสภาพสงั คม
เปลย่ี นแปลงของ เปลีย่ นแปลง ของ เศรษฐกจิ และการเมือง
สภาพ ในวิถีชีวิต ประจำวัน ต่อการ ต้ังถ่ินฐานและ และพัฒนาการของมนุษย์ อารยธรรมอินเดยี และ ของประเทศเพ่อื นบา้ นใน
แวดลอ้ ม ส่ิงของ ของคนในชุมชนของ จีนทมี่ ตี ่อไทย และ ปัจจบุ นั
เครื่องใช้ หรือ ตนจากอดีตถึง พัฒนาการของชุมชน ยคุ ก่อนประวตั ิศาสตรแ์ ละ เอเชยี ตะวันออกเฉยี ง ๒. บอกความสมั พนั ธ์ของ
การดำเนนิ ชีวติ ของ ปจั จุบนั ใต้ โดยสงั เขป กลุม่ อาเซียนโดยสงั เขป
ตนเองกับ ๒. อธบิ าย ๒. สรปุ ลกั ษณะท่สี ำคญั ยุคประวัติศาสตรโ์ ดยสงั เขป ๒. อภิปรายอทิ ธพิ ล
สมัยของพ่อแม่ ปู่ยา่ ผลกระทบของการ ๒. ยกตวั อยา่ งหลักฐาน ของวัฒนธรรม
ตายาย เปล่ยี นแปลงทมี่ ีต่อ ของ ขนมธรรมเนยี ม ทางประวตั ิศาสตร์ ตา่ งชาติตอ่ สังคม
๒. บอกเหตกุ ารณท์ ่ี วิถีชีวติ ของคนใน ประเพณี และวฒั นธรรม ท่ีพบในท้องถิน่ ทแ่ี สดง ไทยปจั จบุ นั โดยสังเขป
เกดิ ข้ึนในอดตี ชุมชน ของชมุ ชน พฒั นาการของ
ท่ีมีผลกระทบต่อ ๓. เปรียบเทยี บความ มนุษยชาติ
ตนเองในปัจจุบัน เหมือนและความตา่ งทาง
วัฒนธรรมของชมุ ชน
ตนเองกบั ชุมชนอื่นๆ
๓๒
มาตรฐาน ส ๔.๓ เขา้ ใจความเปน็ มาของชาติไทย วฒั นธรรม ภูมปิ ัญญาไทย มีความรกั ความภมู ใิ จและธำรงความเป็นไทย
ตวั ชี้วดั ช้นั ปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป.๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. . อธิบาย ๑. ระบุบคุ คล ที่ ๑. ระบพุ ระนามและ ๑. อธบิ ายพฒั นาการ ๑. อธบิ าย พฒั นาการ ๑. อธบิ าย พฒั นาการของ
ทำประโยชนต์ อ่
ความหมายและ ทอ้ งถิน่ หรือ พระราชกรณยี กจิ ของอาณาจกั รสโุ ขทัย ของอาณาจกั รอยธุ ยา ไทยสมัยรัตนโกสินทร์
ความสำคัญของ ประเทศชาติ และธนบุรีโดยสงั เขป โดยสังเขป
สญั ลกั ษณ์สำคัญของ โดยสงั เขปของ โดยสังเขป
ชาติไทยและปฏบิ ัติ ๒. ยกตัวอย่าง ๒. อธิบายปจั จยั ที่ ๒. อธบิ ายปจั จยั ทีส่ ่งเสริม
ตนไดถ้ กู ต้อง พระมหากษัตรยิ ์ไทยที่เปน็ ๒. บอกประวัตแิ ละ
วฒั นธรรมประเพณี สง่ เสรมิ ความ ความเจริญรุ่งเรืองทาง
๒. บอกสถานที่สำคัญ และ ภูมิปัญญา ผู้สถาปนา อาณาจักรไทย ผลงานของบุคคลสำคัญ เจริญรงุ่ เรืองทาง เศรษฐกิจ
ไทย เศรษฐกจิ และการ และการปกครองของไทย
ซ่งึ เปน็ แหล่งวฒั นธรรม ทภ่ี าคภมู ใิ จและ ๒. อธิบาย พระราช สมัยสุโขทัย ปกครองของ สมยั รตั นโกสนิ ทร์
ในชมุ ชน ควรอนรุ กั ษ์ไว้ อาณาจักรอยธุ ยา
ประวัตแิ ละพระราช - ๓. อธิบาย ๓. ยกตวั อยา่ งผลงานของ
๓. ระบุสิ่งที่ตนรกั และ ๓. บอกประวัติและ
กรณยี กิจของ ภูมปิ ญั ญาไทย บคุ คลสำคัญด้านต่าง ๆ
ภาคภมู ิใจ ผลงานของบคุ คล สมยั รัตนโกสนิ ทร์
ในท้องถ่ิน พระมหากษัตริย์ ใน ทีส่ ำคัญสมยั สโุ ขทัย ท่ี สำคัญสมยั อยธุ ยา ๔. อธิบายภมู ปิ ญั ญาไทย
และธนบุรีทีน่ า่ ท่สี ำคัญสมยั รัตนโกสนิ ทร์
รชั กาลปัจจุบนั โดยสังเขป น่าภาคภูมิใจและควร ภาคภูมิใจ ท่นี า่ ภาคภมู ใิ จและควรค่า
๔. อธบิ ายภมู ิปัญญา แกก่ ารอนรุ กั ษ์ไว้
๓. เลา่ วีรกรรมของบรรพ ค่าแกก่ ารอนุรกั ษ์ ไทยทส่ี ำคัญสมัย
อยธุ ยาและธนบุรีทน่ี า่
บรุ ษุ ไทยท่ีมสี ว่ นปกปอ้ ง ภาคภูมิใจและ
ควรคา่ แกก่ ารอนรุ กั ษ์
ประเทศชาติ ไว้
สาระที่ ๕ ภมู ิศาสตร์
มาตรฐาน ส ๕.๑ เขา้ ใจลกั ษณะทางกายภาพของโลกและความสัมพนั ธ์ของสรรพสิ่งซึง่ มีผลต่อกนั ใชแ้ ผน
ทแ่ี ละเครอื่ งมือทางภูมิศาสตรใ์ นการค้นหา วเิ คราะห์ และสรปุ ข้อมูลตามกระบวนการทาง
ภมู ิศาสตร์ ตลอดจนใชภ้ มู ิสารสนเทศอยา่ งมีประสิทธิภาพ
ตวั ช้วี ดั ชัน้ ปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป.๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. จำแนกสง่ิ ตา่ งๆ ๑. ระบสุ ิง่ แวดล้อมทาง ๑. สำรวจขอ้ มูลทาง ๑. สบื ค้นและอธบิ าย ๑. สืบคน้ และอธบิ าย ๑. สืบค้นและอธบิ าย
รอบตวั ท่ีเกิดขึ้นเอง ธรรมชาติ และทม่ี นุษย์ ข้อมลู ลักษณะ ทาง ขอ้ มลู ลกั ษณะ ทาง
ตามธรรมชาติและที่ สรา้ งขึ้น ซง่ึ ปรากฏ ภูมศิ าสตรใ์ นโรงเรยี น ขอ้ มลู ลักษณะ ทาง กายภาพของภมู ภิ าค กายภาพของประเทศไทย
มนษุ ยส์ รา้ งขึ้น ระหวา่ งโรงเรยี นกบั ของตนดว้ ย แผนที่ ด้วยแผนที่ รปู ถ่ายทาง
๒. ระบคุ วามสัมพนั ธ์ บ้าน และชุมชนโดยใช้ กายภาพของจงั หวัด และรปู ถ่าย อากาศ และภาพจาก
ของตำแหนง่ ระยะ ๒. ระบุตำแหนง่ และ ๒. อธบิ ายลักษณะ ดาวเทยี ม
ทศิ ของสงิ่ ตา่ ง ๆ ลักษณะทางกายภาพ แผนผัง แผนที่ และ รูป ตนเอง ด้วยแผนที่และ ทางกายภาพทสี่ ่งผล ๒. อธบิ ายความสัมพันธ์
๓. ใช้แผนผังง่าย ๆ ของสิ่งตา่ ง ๆ ท่ปี รากฏ ตอ่ แหล่งทรพั ยากร ระหว่าง ลกั ษณะทาง
ในการแสดงตำแหน่ง ใน แผนผงั แผนท่ี รูป ถา่ ย เพอ่ื แสดง รปู ถา่ ย และสถานทส่ี ำคัญ ใน กายภาพกบั ภัยพบิ ตั ิ ใน
ของสง่ิ ต่างๆ ใน ถ่าย และลกู โลก ภมู ภิ าคของตน ประเทศไทยเพอื่
หอ้ งเรียน ๓. สังเกตและแสดง ความสมั พันธ์ของ ๒. ระบุแหลง่ ทรพั ยากร เตรยี มพร้อม รับมอื
๔. สงั เกตและบอก ความสมั พันธร์ ะหวา่ ง ภยั พบิ ัต
การเปลยี่ นแปลง ของ โลก ดวงอาทติ ยแ์ ละ ตำแหน่ง ระยะ ทศิ ทาง และสถานท่สี ำคญั ใน
๒. วาดแผนผงั เพื่อ จังหวดั ของตนด้วยแผน
แสดงตำแหนง่ ท่ตี ั้งของ ที่และ รปู ถา่ ย
สถานท่ีสำคญั ในบรเิ วณ ๓. อธบิ ายลักษณะทาง
โรงเรยี นและ ชมุ ชน กายภาพท่ีสง่ ผลตอ่
แหลง่ ทรพั ยากรและ
สถานทส่ี ำคัญ ใน
จังหวดั
๓๓
มาตรฐาน ส ๕.๒ เข้าใจปฏิสมั พันธร์ ะหว่างมนุษยก์ ับส่งิ แวดลอ้ มทางกายภาพทีก่ ่อให้เกิดการสรา้ งสรรค์
วิถกี ารดำเนินชวี ติ มจี ิตสำนึกและมีส่วนรว่ มในการจดั การ ทรัพยากร และส่งิ แวดลอ้ ม
เพ่ือการพฒั นาท่ียง่ั ยืน
ตัวชว้ี ดั ชน้ั ปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป.๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. บอกสง่ิ ตา่ ง ๆ ที่ ๑. อธิบายความสำของ ๑. เปรยี บเทยี บการ ๑. วิเคราะห์สง่ิ แวดลอ้ ม ๑. วิเคราะห์ ๑. วิเคราะหป์ ฏิสัมพนั ธ์
เกดิ ตามธรรมชาติ ที่ สงิ่ แวดลอ้ ม ทาง ส่ิงแวดล้อมทาง ระหว่าง ส่ิงแวดลอ้ มทาง
สง่ ผลตอ่ ความเปน็ อยู่ ธรรมชาตแิ ละทีม่ นษุ ย์ เปลย่ี นแปลง ทางกายภาพทส่ี ่งผล ต่อ กายภาพ ท่ีมีอิทธพิ ล กายภาพกบั ลักษณะ
ของมนุษย์ สรา้ งขน้ึ ต่อลกั ษณะการตงั้ ถิ่น กจิ กรรมทางเศรษฐกจิ
๒. สังเกตและ ๒. จำแนกและใช้ ส่งิ แวดล้อมของชมุ ชน การดำเนินชวี ิตของคน ฐาน และการยา้ ยถนิ่ และสังคม ในประเทศไทย
เปรียบเทียบ การ ทรัพยากรธรรมชาติ ที่ ของประชากรใน ๒. วเิ คราะหก์ าร
เปลี่ยนแปลงของ ใชแ้ ล้วไม่หมดไปและที่ ในอดตี กบั ปจั จบุ นั ในจงั หวดั ภมู ภิ าค ของตน เปล่ยี นแปลงทางกายภาพ
สิ่งแวดลอ้ ม ทอ่ี ยู่ ใช้แล้วหมดไป ได้อยา่ ง ๒.วิเคราะห์อิทธพิ ล ของประเทศไทยในอดีต
รอบตัวเพื่อการปฏบิ ตั ิ คุ้มคา่ ๒. อธบิ ายการใช้ ๒. อธบิ ายการ ของสง่ิ แวดล้อม ทาง กบั ปัจจบุ นั และผลที่
ตน อย่างเหมาะสม ๓. อธบิ ายความสัมพันธ์ ธรรมชาตทิ กี่ ่อให้เกดิ เกิดข้นึ จากการ
๓. มสี ว่ นรว่ มในการ ของฤดูกาล กับการ ประโยชนจ์ าก เปลย่ี นแปลง วถิ ีการดำเนนิ ชีวติ ใน เปลีย่ นแปลง นน้ั
ดูแลส่ิงแวดลอ้ มท่ี ดำเนนิ ชีวิตของมนุษย์ ภมู ภิ าคของตน ๓. น าเสนอตัวอยา่ งท่ี
บา้ น และชัน้ เรียน ๔. มีสว่ นร่วมในการ ส่ิงแวดลอ้ มและ ส่งิ แวดล้อม ในจงั หวดั ๓. นำเสนอตัวอย่างที่ สะทอ้ นให้เห็น ผลจาก
จัดการสิ่งแวดล้อม ใน สะท้อนใหเ้ หน็ ผล การรกั ษาและทำลาย
โรงเรียน ทรพั ยากรธรรมชาติ ใน และผลทีเ่ กดิ จากการ จากการรกั ษาและ ทรพั ยากร และ
ทำลายสงิ่ แวดลอ้ ม สง่ิ แวดลอ้ ม และเสนอ
การสนองความตอ้ งการ เปล่ียนแปลงน้ัน และเสนอแนวทางใน แนวทาง ในการจัดการ
การจัดการ อยา่ งยัง่ ยืนในประเทศไทย
พนื้ ฐาน ของมนษุ ย์ ๓. นำเสนอแนวทางการ สิง่ แวดลอ้ มในภูมภิ าค
ของตน
และการประกอบอาชีพ จัดการ สงิ่ แวดลอ้ มใน
๓. อธิบายสาเหตทุ ี่ทำ จงั หวัด
ใหเ้ กดิ มลพิษ โดย
มนษุ ย์
๔. อธบิ ายความ
แตกตา่ งของลกั ษณะ
เมือง และชนบท
๕. อธิบายความสัมพนั ธ์
ของลักษณะ ทาง
กายภาพกบั การดำเนิน
ชีวติ ของคน ในชุมชน
๖. มีส่วนรว่ มในการ
จดั การส่ิงแวดล้อม ใน
ชมุ ชน
๓๔
สาระการเรียนรูม้ าตรฐานตัวช้วี ัด
วชิ าสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
๓๕
สาระท่ี ๑ การเจรญิ เติบโตและพัฒนาการของมนุษย์
มาตรฐาน พ ๑.๑ เข้าใจธรรมชาติของการเจรญิ เติบโตและพฒั นาการของมนุษย์
ป. ๑ ป. ๒ ตวั ช้ีวดั ชัน้ ปี ป. ๕ ป. ๖
๑. อธบิ ายลกั ษณะ ป. ๓ ป. ๔
๑. อธิบายลักษณะ และหน้าที่ของอวยั วะ ๑. อธบิ ายความสำคญั ๑. อธบิ ายความสำคญั
ภายใน ๑. อธบิ ายลกั ษณะ ๑. อธบิ ายการ
และหนา้ ทข่ี องอวยั วะ ๒. อธบิ ายวธิ ดี แู ลรกั ษา ของระบบย่อยอาหาร ของระบบสืบพนั ธ์ุ
และ เจรญิ เติบโต
ภายนอก อวัยวะภายใน และระบบขับถา่ ยทมี่ ผี ล ระบบไหลเวยี นโลหติ
๒. อธิบายวธิ ี ดแู ลรักษา การเจริญ และพฒั นาการ
๓. อธบิ ายธรรมชาติ ตอ่ สุขภาพ และระบบหายใจ ทีม่ ี
อวยั วะภายนอก เติบโตของรา่ งกาย ของร่างกาย
ของชวี ติ มนุษย์ การเจริญ ผลตอ่ สุขภาพ การ
มนุษย์ และจิตใจตามวยั
เตบิ โต และพัฒนาการ เจริญเติบโตและ
๒. เปรียบ เทยี บ ๒. อธบิ ายความสำคัญ ๒. อธบิ ายวธิ ดี แู ลระบบ
ย่อยอาหารและระบบ พัฒนาการ
การเจรญิ เตบิ โต ของกลา้ มเนือ้ กระดกู ขับถ่ายให้ทำงานตามปกติ ๒. อธบิ ายวธิ ีการดแู ล
ระบบสืบพนั ธุ์ ระบบ
ของตนเองกบั และข้อ ไหลเวียนโลหติ และ
ระบบหายใจให้ทำงาน
เกณฑม์ าตรฐาน ท่มี ผี ลต่อสขุ ภาพ ตามปกติ
๓. ระบปุ ัจจยั ทม่ี ี การเจริญเติบโตและ
ผลตอ่ การ
เจรญิ เตบิ โต พัฒนาการ
๓. อธบิ ายวธิ ดี แู ล
กลา้ มเนอื้ กระดูก
และข้อ ให้ทำงานอยา่ ง
มปี ระสิทธิภาพ
สาระที่ ๒ ชีวิตและครอบครัว
มาตรฐาน พ ๒.๑ เข้าใจและเหน็ คณุ คา่ ตนเอง ครอบครวั เพศศกึ ษา และมีทักษะในการดำเนนิ ชีวติ
ตวั ช้วี ดั ชน้ั ปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. ระบสุ มาชกิ ใน ๑. ระบุบทบาทหน้าท่ี ๑. อธบิ าย ๑. อธบิ าย ๑. อธบิ ายการ ๑. อธบิ ายความสำคัญ
ครอบครวั และความรกั ของตนเอง และ ของการสรา้ งและรักษา
ความผูกพนั ของสมาชกิ สมาชิกในครอบครัว ความสำคัญ และ คุณลกั ษณะของความ เปลย่ี นแปลงทางเพศ สมั พนั ธภาพ กบั ผูอ้ น่ื
ทีม่ ีตอ่ กนั ๒. บอกความสำคัญ ๒. วเิ คราะหพ์ ฤติกรรม
๒. บอกส่งิ ท่ชี ่ืนชอบ ของเพื่อน ความแตกต่างของ เป็นเพื่อนและสมาชิก และปฏิบตั ติ นได้เหมาะสม เส่ยี งที่อาจนำไปสกู่ ารมี
และภาคภมู ใิ จ ใน ๓. ระบพุ ฤตกิ รรม เพศสมั พันธ์ การตดิ เชอ้ื
ตนเอง ที่เหมาะสมกับเพศ ครอบครวั ที่มตี อ่ ที่ดขี องครอบครวั ๒. อธบิ ายความสำคญั เอดส์ และการตัง้ ครรภ์
๓. บอกลกั ษณะความ ๔. อธบิ าย กอ่ นวยั อนั ควร
แตกต่างระหวา่ งเพศชาย ความภาคภมู ใิ จ ตนเอง ๒. แสดงพฤตกิ รรมที่ ของการมคี รอบครวั
และเพศหญิง ในความเป็นเพศหญงิ
หรอื ๒. อธบิ าย วธิ ี เหมาะสมกับเพศของ ทอ่ี บอนุ่ ตามวฒั นธรรม
เพศชาย
สรา้ งสมั พนั ธภาพใน ตนตามวัฒนธรรม ไทย๓. ระบพุ ฤติกรรม
ครอบครวั และกลมุ่ ไทย ที่พึงประสงค์และไม่พงึ
เพอ่ื น ๓. ยกตัวอย่างวธิ ีการ ประสงค์ ในการ
๓. บอกวธิ ีหลกี เลย่ี ง ปฏิเสธ การกระทำ แก้ไขปัญหาความขดั แยง้
พฤติกรรม ท่ี ทเ่ี ป็นอันตรายและ ในครอบครัวและกลุ่ม
นำไปสกู่ ารล่วงละเมิด ไมเ่ หมาะสมในเรอ่ื ง เพ่อื น
ทางเพศ เพศ
๓๖
สาระท่ี ๓ การเคลอ่ื นไหว การออกกำลังกาย การเล่นเกม กีฬาไทย และกีฬาสากล
มาตรฐาน พ ๓.๑ เขา้ ใจ มีทกั ษะในการเคลื่อนไหว กจิ กรรมทางกาย การเล่นเกม และกฬี า
ตัวชว้ี ดั ช้นั ปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. เคล่อื นไหวรา่ งกาย ๑. ควบคุมการ ๑. ควบคุม ๑. ควบคมุ ตนเองเมื่อ ๑. จัด รูปแบบการ ๑. แสดงทักษะการ
ขณะอยูก่ บั ท่ี เคลอ่ื นที่ เคลอ่ื นไหวรา่ งกาย เคล่ือนไหวแบบผสมผสาน เคลอื่ นไหวรว่ มกบั ผูอ้ ่ืน
และใช้อุปกรณป์ ระกอบ ขณะอยกู่ บั ท่ี การเคล่อื นไหว ใช้ทักษะการ และควบคมุ ตนเองเมื่อใช้ ในลักษณะ แบบ
๒. เล่นเกมเบด็ เตลด็ และ เคลอื่ นท่ี และใช้ ทักษะการเคลื่อนไหวตาม ผลดั และแบบผสมผสาน
เข้าร่วมกจิ กรรมทางกาย อุปกรณ์ประกอบ รา่ งกาย ขณะอยู่ เคล่ือนไหวในลักษณะ แบบท่ีกำหนด ได้ตามลำดับทั้งแบบอยู่
ที่ใชก้ ารเคล่ือนไหวตาม ๒. เล่นเกม ๒. เลน่ เกมนำไปสู่กีฬา กบั ท่ี เคลอ่ื นที่ และใช้
ธรรมชาติ เบ็ดเตลด็ และเขา้ กับที่ เคล่อื นทีแ่ ละ ผสมผสานได้ ท้งั แบบ ท่เี ลือกและกจิ กรรมการ อุปกรณ์ประกอบ และ
รว่ มกิจกรรมทาง เคล่ือนไหว แบบผลัด การเคล่อื นไหวประกอบ
กายทวี่ ธิ เี ลน่ อาศัย ใชอ้ ปุ กรณป์ ระกอบ อยู่กบั ท่ี เคล่ือนที่ ๓. ควบคมุ การเคล่อื นไหว ใน เพลง
การเคลื่อนไหว เรอื่ งการรับแรง การใชแ้ รง ๒. จำแนกหลกั การ
เบือ้ งตน้ อย่างมีทิศทาง และใช้อุปกรณ์ และความสมดุล เคลอ่ื นไหวในเรอื่ งการ
ท้งั แบบอย่กู บั ที่ ๔. แสดงทกั ษะกลไก ในการ รบั แรง การใช้แรง
เคลอื่ นท่ีและใช้ ๒. เคลื่อนไหว ประกอบ๒. ฝกึ กาย ปฏิบตั กิ ิจกรรมทางกายและเลน่ และความสมดุลในการ
อุปกรณป์ ระกอบ กีฬา เคลือ่ นไหวรา่ งกายใน
รา่ งกายทใี่ ชท้ ักษะ บรหิ ารท่ามือเปล่า ๕. เลน่ กีฬาไทย และกีฬา การเล่นเกม เลน่ กีฬา
สากลประเภทบุคคลและ และนำผลมาปรับปรุง
การเคล่อื นไหวแบบ ประกอบจังหวะ ประเภททีม เพิ่มพนู วิธีปฏบิ ตั ิของตน
ไดอ้ ย่างละ และผูอ้ นื่
บังคับทิศทางในการ ๓. เลน่ เกมเลียนแบบ ๑ ชนดิ ๓. เลน่ กีฬาไทย กีฬา
๖. อธบิ ายหลักการ และเขา้ สากลประเภทบุคคล
เลน่ เกมเบด็ เตล็ด และกจิ กรรมแบบผลัด ร่วมกิจกรรมนันทนาการ และประเภททีมได้อยา่ ง
อยา่ งนอ้ ย ละ ๑ ชนดิ
๔. เล่นกฬี าพ้ืนฐาน ๑ กิจกรรม ๔. ใชท้ ักษะกลไกเพื่อ
ปรบั ปรงุ เพมิ่ พนู
ไดอ้ ยา่ งนอ้ ย ๑ ชนิด ความสามารถของตน
และผอู้ ืน่ ในการเล่นกฬี า
๕. รว่ มกจิ กรรม
นันทนาการอย่างนอ้ ย
๑ กจิ กรรม แลว้ นำ
ความรู้และหลักการท่ีได้
ไปใชเ้ ปน็ ฐานการศึกษา
หาความร้เู รือ่ ง
อน่ื ๆ
มาตรฐาน พ ๓.๒ รกั การออกกำลังกาย การเลน่ เกม และการเล่นกฬี า ปฏิบตั ิเป็นประจำอย่าง
สม่ำเสมอ มวี นิ ัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีนำ้ ใจนักกีฬา มีจิตวญิ ญาณ ในการ
แขง่ ขนั และชืน่ ชมในสนุ ทรียภาพของการกีฬา
ตวั ชว้ี ัดชนั้ ปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. ออกกำลงั กาย และเลน่ ๑. ออกกำลงั กาย ๑. เลอื ก ๑. ออกกำลงั กาย ๑. ออกกำลังกายอยา่ งมี ๑. อธบิ ายประโยชน์
เกม ตามคำแนะนำ และเลน่ เกม ได้ และหลกั การออกกำลัง
อย่างสนุกสนาน ออกกำลังกาย เลน่ เกม และกีฬา ที่ รูปแบบ เล่นเกมทีใ่ ชท้ ักษะ กายเพอื่ สขุ ภาพ
การละเล่นพ้นื เมอื ง ตนเองชอบและ การคิดและตัดสินใจ
๓๗
ป. ๑ ป. ๒ ตัวชี้วดั ชัน้ ปี ป. ๕ ป. ๖
ป. ๓ ป. ๔
๒. ปฏิบตั ิตนตามกฎ ด้วยตนเองอยา่ ง สมรรถภาพ ทางกาย
กติกา ขอ้ ตกลง สนุกสนาน และเลน่ เกม ที่ มีความสามารถในการ ๒. เลน่ กีฬา และ การสร้างเสริม
ในการเลน่ เกมตาม ๒.ปฏิบตั ติ ามกฎ เหมาะสมกบั จุดเดน่ วเิ คราะหผ์ ล ท่ีตนเองชอบอย่างสมำ่ เสมอ บคุ ลกิ ภาพ
คำแนะนำ กติกาและขอ้ ตกลง จุดดอ้ ยและ พัฒนาการ โดยสร้างทางเลือก ๒. เลน่ เกม ท่ใี ช้ทักษะ
ในการเลน่ เกมเปน็ ข้อจำกดั ของตนเอง ของตนเองตาม ในวิธีปฏบิ ัตขิ องตนเองอยา่ ง การวางแผน และ
กลมุ่ ๒. ปฏบิ ตั ติ ามกฎ ตัวอยา่ งและแบบ หลากหลาย และมนี ำ้ ใจ สามารถเพิ่มพนู ทกั ษะ
กติกาและข้อตกลง ปฏบิ ตั ขิ องผูอ้ ืน่ นกั กีฬา การออกกำลังกายและ
ของ ๒. ปฏบิ ตั ติ ามกฎ ๓. ปฏบิ ตั ิตามกฎ กติกา เคลอ่ื นไหวอยา่ งเปน็
การออกกำลังกาย กติกาการเล่นกฬี า การเลน่ เกม กฬี าไทย และ ระบบ
การเล่นเกม พื้นฐาน ตามชนิดกฬี า กฬี าสากล ๓. เลน่ กฬี า
การละเล่น- ที่เลน่ ตามชนดิ กฬี า ทีต่ นเองช่ืนชอบและ
พน้ื เมืองได้ด้วย ทเี่ ล่น สามารถประเมินทกั ษะ
ตนเอง ๔. ปฏบิ ตั ิตนตามสทิ ธขิ อง การเล่นของตนเปน็
ตนเอง ไม่ละเมิด ประจำ๔. ปฏบิ ัตติ าม
สทิ ธผิ ูอ้ ืน่ และยอมรบั ในความ กฎ กติกา ตามชนดิ
แตกต่างระหวา่ งบคุ คลในการ กีฬาทเี่ ลน่ โดยคำนงึ ถึง
เล่นเกม ความปลอดภยั ของ
กีฬาไทยและกฬี าสากล ตนเองและผ้อู น่ื
๕. จำแนกกลวธิ ีการรุก
การปอ้ งกนั และ
นำไปใชใ้ นการเล่นกฬี า
๖. เลน่ เกมและกฬี า
ด้วย
ความสามคั คีและมนี ้ำใจ
นกั กฬี า
สาระท่ี ๔ การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพและการป้องกนั โรค
มาตรฐาน พ ๔.๑ เห็นคุณคา่ และมีทักษะในการสรา้ งเสรมิ สุขภาพ การดำรงสุขภาพ การป้องกนั โรค
และการสร้างเสรมิ สมรรถภาพเพอ่ื สขุ ภาพ
ตวั ชวี้ ดั ช้นั ปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
1. ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั สุข ๑. บอกลักษณะของการ ๑. อธบิ ายการติดต่อและ ๑. อธบิ าย ๑. แสดงพฤตกิ รรม ๑. แสดงพฤตกิ รรม
บัญญัติ-แห่งชาติ ตาม มีสขุ ภาพดี วธิ กี ารป้องกันการแพร่ ความสมั พนั ธ์ระหวา่ ง ท่ีเหน็ ความสำคญั ของ ในการป้องกนั และ
คำแนะนำ ๒. เลือกกนิ อาหารท่มี ี กระจาย ของโรค สงิ่ แวดล้อมกบั การปฏบิ ตั ิตนตามสุข แก้ไขปัญหา
๒. บอกอาการเจบ็ ปว่ ยท่ี ประโยชน์ ๒. จำแนกอาหารหลกั สุขภาพ บญั ญตั แิ หง่ ชาติ ส่ิงแวดลอ้ มท่ีมผี ลตอ่
เกดิ ขนึ้ กบั ตนเอง๓. ปฏิบตั ิ ๓. ระบขุ องใชแ้ ละของ ๕ หมู่ ๒. อธบิ ายสภาวะ ๒. คน้ หาขอ้ มลู สุขภาพ
ตนตามคำแนะนำเมอื่ มี เลน่ ท่ีมผี ลเสยี ต่อสุขภาพ ๓. เลือกกินอาหารที่ อารมณ์ ความรสู้ ึกท่ี ขา่ วสารเพ่ือใชส้ รา้ ง ๒. วเิ คราะห์
อาการเจบ็ ป่วย ๔. อธบิ ายอาการและวธิ ี หลากหลายครบ ๕ หม่ใู น มผี ลตอ่ สุขภาพ เสริมสขุ ภาพ ผลกระทบท่เี กิดจาก
ปอ้ งกันการเจ็บปว่ ย การ สดั สว่ น ๓. วิเคราะหข์ อ้ มูล ๓. วิเคราะหส์ อื่ การระบาดของโรค
บาดเจ็บทีอ่ าจเกดิ ขน้ึ ท่เี หมาะสม บนฉลากอาหารและ โฆษณาในการ และเสนอแนว
๕. ปฏบิ ตั ติ ามคำแนะนำ ๔. แสดงวิธแี ปรงฟันให้ ผลติ ภณั ฑ์สขุ ภาพ ตัดสนิ ใจเลือกซือ้ ทางการปอ้ งกนั
เมอ่ื มีอาการเจบ็ ป่วยและ สะอาดอยา่ ง เพอ่ื การเลือกบริโภค อาหาร และ โรคตดิ ตอ่ สำคญั ทพี่ บ
บาดเจ็บ ถกู วธิ ี ๔. ทดสอบและ ผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพ ในประเทศไทย
ปรับปรงุ สมรรถภาพ อย่างมีเหตุผล
๓๘
ตวั ชี้วดั ช้ันปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
๕. สร้างเสริมสมรรถภาพ ทางกายตามผลการ ๔. ปฏิบตั ิตนในการ ๓. แสดงพฤตกิ รรมท่ี
ทางกายไดต้ ามคำแนะนำ ตรวจสอบ ป้องกันโรคทีพ่ บบ่อย บ่งบอกถึงความ
สมรรถภาพ ทาง ในชีวิตประจำวนั รบั ผดิ ชอบต่อสขุ ภาพ
กาย ๕. ทดสอบและ ของสว่ นรวม
ปรับปรุงสมรรถภาพ ๔. สร้างเสรมิ และ
ทางกายตามผลการ ปรบั ปรงุ สมรรถภาพ
ทดสอบสมรรถภาพ ทางกายเพอ่ื สขุ ภาพ
ทางกาย อยา่ งตอ่ เนื่อง
สาระที่ ๕ ความปลอดภยั ในชวี ติ
มาตรฐาน พ ๕.๑ ป้องกันและหลกี เลีย่ งปจั จัยเสีย่ ง พฤตกิ รรมเสี่ยงต่อสุขภาพ อุบตั ิเหตุ การใช้ยา
สารเสพตดิ และความรุนแรง
ตัวช้วี ัดชั้นปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. ระบสุ ง่ิ ท่ีทำให้ ๑. ปฏิบตั ิตนในการ ๑. ปฏิบัตติ นเพื่อ ๑. อธบิ ายความสำคญั ๑. วเิ คราะหป์ ัจจัยทม่ี ี ๑. วิเคราะห์ผลกระทบ
เกดิ อนั ตราย ป้องกันอุบัติเหตุท่ี ความปลอดภยั จาก ของการใช้ยาและใช้ยา อิทธพิ ลต่อการใชส้ ารเสพ จากความรุนแรงของภยั
ท่บี า้ น โรงเรยี น และ อาจเกดิ ขน้ึ ทางนำ้ อบุ ตั เิ หตุในบ้าน อย่างถูกวธิ ี ธรรมชาตทิ ี่มีต่อร่างกาย
การป้องกนั และทางบก โรงเรียน และการ ๒. แสดงวธิ ปี ฐม ตดิ จิตใจ และสงั คม
๒. บอกสาเหตแุ ละ ๒. บอกช่ือยาสามญั เดินทาง พยาบาลเมอ่ื ได้รับ ๒. ระบวุ ิธปี ฏบิ ัติตน เพอื่
การป้องกนั อนั ตรายท่ี ประจำบา้ น และใช้ ๒. แสดงวธิ ี ขอ อนั ตรายจากการใชย้ า ๒. วิเคราะหผ์ ลกระทบ ความปลอดภยั จาก
เกดิ จากการเล่น ยาตามคำแนะนำ๓. ความช่วยเหลือจาก ผิด สารเคมี แมลง ภัยธรรมชาติ
๓. แสดงคำพูดหรอื ระบุโทษของสารเสพ บคุ คลและแหลง่ สัตวก์ ดั ตอ่ ย และการ ของการใช้ยา และสารเสพ ๓. วเิ คราะห์สาเหตุของ
ท่าทางขอความ ตดิ สารอนั ตรายใกล้ ตา่ ง ๆ เมือ่ เกิด บาดเจบ็ จากการเล่น การ ตดิ สารเสพติด และ
ชว่ ยเหลอื จากผู้อืน่ เมอ่ื ตวั และวธิ กี ารปอ้ งกนั เหตรุ า้ ย หรือ กฬี า๓. วเิ คราะห์ ตดิ ทีม่ ผี ลตอ่ รา่ งกาย ชกั ชวน ใหผ้ ้อู ื่น
เกดิ เหตรุ ้าย ท่ีบา้ นและ ๔. ปฏบิ ัตติ นตาม อุบัติเหตุ ผลเสยี ของการสบู บหุ รี่ จิตใจ อารมณ์ สงั คม หลีกเลีย่ ง สารเสพตดิ
โรงเรียน สัญลักษณ์และป้าย ๓. แสดงวธิ ปี ฐม และการดืม่ สรุ า ที่
เตือนของสง่ิ ของหรอื พยาบาล เม่อื มตี อ่ สขุ ภาพและการ และสตปิ ัญญา
สถานทที่ ่ีเปน็ ๕. บาดเจบ็ จากการ ปอ้ งกัน
อธบิ ายสาเหตุ เล่น ๓. ปฏบิ ัติตนเพ่อื ความ
อันตราย วธิ ี ปลอดภยั จากการใช้ยา
ป้องกนั อัคคภี ยั และ
แสดงการ หนี และหลกี เลยี่ ง สารเสพ
ไฟอันตราย
ติด
๔. วเิ คราะหอ์ ิทธพิ ลของ
ส่อื ทมี่ ตี ่อพฤติกรรม
สุขภาพ
๕. ปฏิบตั ติ นเพือ่ ปอ้ งกัน
อนั ตรายจากการเลน่ กฬี า
๓๙
สาระการเรียนรู้มาตรฐานตัวชวี้ ัด
วชิ าศิลปะ
๔๐
สาระท่ี ๑ ทศั นศลิ ป์
มาตรฐาน ศ ๑.๑ สร้างสรรคง์ านทัศนศลิ ป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษ์
วิจารณ์คณุ ค่างานทศั นศลิ ป์ ถา่ ยทอดความรสู้ กึ ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ
ชืน่ ชม และประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจำวัน
ตัวชวี้ ดั ชนั้ ปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. อภิปรายเกี่ยวกับ ๑. บรรยายรปู ร่าง รูปทรง ๑.บรรยาย รปู ร่าง ๑. เปรยี บเทียบ ๑. บรรยายเกยี่ วกบั ๑. ระบสุ คี ู่ตรงข้าม และ
รปู ร่าง ลักษณะ และ ทีพ่ บใน ธรรมชาติ รปู ทรง ในธรรมชาติ รปู ลกั ษณะของรปู ร่าง จงั หวะ ตำแหนง่ ของ สงิ่ อภปิ รายเกยี่ วกบั การใช้ สีคู่
ขนาดของสง่ิ ต่าง ๆ และสิง่ แวดล้อม ตรงขา้ ม
รอบตวั ในธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม และงาน รูปทรงในธรรมชาติ ตา่ ง ๆ ในการถา่ ยทอดความคิดและ
ส่ิงทีม่ นษุ ย์สร้างขึน้ ๒. ระบุ อารมณ์
๒ บอกความรสู้ กึ ท่มี ตี อ่ ทศั นศิลป์ สิ่งแวดล้อม และงาน ทีป่ รากฏในสงิ่ แวดลอ้ ม
ธรรมชาติ และ ทัศนธาตุทอ่ี ยใู่ น ๒. อธิบายหลักการจดั ขนาด
ส่ิงแวดล้อมรอบตวั ส่งิ แวดลอ้ มและงาน ๒. ระบวุ สั ดุ อปุ กรณ์ ทัศนศิลป์ และงานทัศนศลิ ป์
ทศั นศิลป์ โดยเน้นเรือ่ ง ทใ่ี ช้สร้างผลงาน ๒. อภิปราย สัดสว่ นความสมดุลในการ
๓. มีทักษะพ้นื ฐานใน เสน้ สี รปู ร่าง และรปู ทรง ๒. เปรยี บเทียบความ สรา้ งงานทศั นศลิ ป์
การใชว้ ัสดุ อปุ กรณ์ ๓. สร้างงานทศั นศลิ ปต์ ่าง เม่ือชมงานทัศนศลิ ป์ เกย่ี วกบั อทิ ธพิ ล แตกตา่ งระหวา่ งงาน ๓. สร้างสรรค์งานทศั นศิลป์
สรา้ งงานทัศนศลิ ป์
ๆ โดยใชท้ ศั นธาตทุ เี่ นน้ ๓. จำแนก ของสีวรรณะอนุ่ ทศั นศลิ ป์ จากรูปแบบ ๒ มิติ เป็น ๓
๔. สรา้ งงานทศั นศิลป์ เส้น รูปรา่ ง มิติ โดยใช้หลักการของแสง
ทัศนธาตขุ อง และสีวรรณะเย็น ท่มี ตี ่ออารทมี่สณรข์า้ งอสรรคด์ ว้ ยวสั ดุ เงาและน้ำหนกั
โดยการทดลองใช้สี ๔. มีทกั ษะพ้นื ฐานในการ สง่ิ ต่าง ๆ
ดว้ ยเทคนคิ ในธรรมชาติ ทม่ี ีตอ่ อารมณ์ อุปกรณ์และวธิ ีการท่ี ๔. สร้างสรรค์งานปนั้ โดยใช้
ง่าย ๆ ใช้วัสดุ อปุ กรณ์ สร้างงาน สง่ิ แวดลอ้ ม และงาน
ทศั นศิลป์ ๓ มิติ ของมนุษย์ ตา่ งกัน หลกั การ
๕. วาดภาพระบายสี เพ่มิ และลด
๕. สรา้ งภาพปะตดิ โดย ๓. จำแนก ๓. วาดภาพ โดยใช้
ภาพธรรมชาติตาม ๕. สรา้ งสรรค์งานทศั นศลิ ป์
ความร้สู ึกของตนเอง การตดั หรือฉกี กระดาษ ทศั นศลิ ป์ โดยเน้น ทัศนธาตุ ของสงิ่ เทคนิคของแสงเงา
โดยใช้หลกั การของรูปและ
๖. วาดภาพเพ่ือถา่ ยทอด เรือ่ งเสน้ สี รูปร่าง ต่าง ๆ ในธรรมชาติ นำ้ หนัก และวรรณะสี พนื้ ท่วี า่ ง
เรื่องราวเกยี่ วกบั รูปทรง และพื้นผิว ส่ิงแวดลอ้ ม ๔. สร้างสรรค์งานป้ัน ๖. สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์
ครอบครวั ของตนเอง และงานทัศนศลิ ป์
และเพื่อนบ้าน ๔. วาดภาพ ระบายสี โดยเน้นเร่ือง เสน้ สี จาก โดยใช้
รูปร่าง รูปทรง พน้ื ผิว ดนิ น้ำมนั หรอื ดินเหนียว สคี ูต่ รงขา้ ม
๗. เลอื กงานทศั นศลิ ป์ สิง่ ของรอบตวั และพ้นื ท่ีวา่ ง โดยเน้นการถา่ ยทอด หลักการจัดขนาดสดั สว่ น
จินตนาการ และความสมดลุ
และบรรยายถงึ สง่ิ ที่ ๕. มีทกั ษะพ้นื ฐาน ๔. มีทกั ษะพน้ื ฐานใน
มองเหน็ รวมถึงเนอ้ื หา ๕. สรา้ งสรรค์งานพิมพ์ ๗. สรา้ งงานทศั นศลิ ป์เปน็
เรือ่ งราว ในการใชว้ สั ดุ การใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์
อุปกรณ์สร้างสรรค์ สร้างสรรค์ ภาพ โดยเน้นการจดั วาง แผนภาพ แผนผัง และ
๘. สร้างสรรค์งาน งานป้นั งานพมิ พภ์ าพ ตำแหน่งของสิ่งต่าง ๆ ภาพประกอบ
ในภาพ เพ่ือถา่ ยทอดความคดิ หรือ
ทัศนศิลป์เปน็ รูปแบบงาน ๖. วาดภาพถา่ ยทอด ๕. มที ักษะพนื้ ฐานใน เร่ืองราวเกยี่ วกบั เหตกุ ารณ์
โครงสร้างเคลอื่ นไหว ๖. ระบปุ ญั หาในการจัด
ความคดิ ความรสู้ ึก การ ต่าง ๆ
จากเหตกุ ารณช์ ีวติ ใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ องค์ประกอบศลิ ป์ และ
จรงิ โดยใช้เส้น สรา้ งสรรค์ การสื่อความหมายใน
รูปร่าง รปู ทรง งานวาดภาพระบายสี งานทศั นศลิ ปข์ อง
สี และพ้ืนผวิ ตนเอง และบอกวธิ กี าร
๖. บรรยายลักษณะ ปรับปรงุ งานให้ดขี ้นึ
๗. บรรยายเหตผุ ล
ของภาพโดยเน้นเรือ่ ง ๗. บรรยายประโยชน์
และวิธกี ารในการ การจัดระยะ ความลกึ
สร้างงานทศั นศลิ ป์ นำ้ หนกั และแสงเงาใน และคณุ คา่ ของงาน
โดยเน้นถงึ เทคนิคและ ภาพ ทัศนศิลป์ท่มี ีผลตอ่ ชวี ติ
วสั ดอุ ปุ กรณ์ ของคนในสังคม
๗. วาดภาพระบายสี
๘. ระบสุ ิง่ ท่ีชืน่ ชม
โดยใชส้ วี รรณะอุ่นและสี
และสิง่ ท่คี วรปรับปรงุ วรรณะเย็น ถ่ายทอด
ในงานทัศนศลิ ป์ของ ความร้สู ึกและ
ตนเอง จนิ ตนาการ
๙. ระบุ และ
๘. เปรียบเทียบ
ความคิดความรู้สกึ
๔๑
ตวั ชว้ี ดั ช้ันปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
จัดกล่มุ ของภาพตาม ทถ่ี ่ายทอดผา่ นงาน
ทศั นธาตุ ทเ่ี น้นใน ทศั นศลิ ปข์ องตนเอง
งานทศั นศิลปน์ ้นั ๆ และบคุ คลอืน่
๑๐. บรรยายลักษณะ ๙. เลอื กใช้วรรณะสีเพ่ือ
รปู รา่ ง รปู ทรง ใน
งานการออกแบบ ถ่ายทอดอารมณ์
สิง่ ตา่ ง ๆ ทม่ี ี ความร้สู กึ
ในบา้ นและโรงเรยี น ในการสร้างงาน
ทศั นศลิ ป์
มาตรฐาน ศ ๑.๒ เข้าใจความสมั พันธ์ระหว่างทัศนศิลป์ ประวตั ิศาสตร์ และวฒั นธรรม เหน็ คณุ คา่ งานทศั นศิลป์
ทีเ่ ปน็ มรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ัญญาท้องถิ่น ภูมปิ ัญญาไทย และสากล
ตวั ชี้วดั ชั้นปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. ระบุงานทัศนศิลป์ใน ๑. บอกความสำคัญของ ๑. เลา่ ถงึ ท่มี าของ ๑. ระบุ และอภปิ ราย ๑. ระบุ และบรรยาย ๑. บรรยายบทบาทของงาน
ชีวติ ประจำวนั งานทศั นศิลป์ งานทัศนศิลป์ เกีย่ วกบั งานทศั นศิลป์ เกี่ยวกบั ลักษณะ ทศั นศลิ ป์
ที่พบเหน็ ในชวี ิตประจำวัน ในทอ้ งถิ่น ใน เหตกุ ารณ์ และงาน รูปแบบของงาน ท่สี ะทอ้ นชีวิต
๒. อภิปรายเกย่ี วกับงาน ๒. อธบิ ายเกี่ยวกบั เฉลิมฉลองของ ทัศนศลิ ปใ์ นแหลง่ และสังคม
ทัศนศลิ ป์ประเภทตา่ ง ๆ วัสดอุ ปุ กรณ์และ วฒั นธรรม ในทอ้ งถน่ิ เรยี นรู้หรอื นิทรรศการ ๒. อภิปรายเก่ียวกบั อิทธิพล
๒. บรรยายเกยี่ วกับงาน ศิลปะ
ในทอ้ งถนิ่ วธิ ีการสรา้ งงาน ของความเชอ่ื
โดยเนน้ ถงึ วิธกี ารสร้างงาน ทัศนศิลป์ ทศั นศิลปท์ ม่ี าจาก ๒. อภปิ รายเกยี่ วกับ ความศรทั ธา
และวัสดอุ ุปกรณ์ ท่ใี ช้ ในทอ้ งถนิ่ วัฒนธรรมตา่ ง ๆ งานทัศนศลิ ป์ท่สี ะท้อน ในศาสนาท่มี ีผลตอ่ งาน
วฒั นธรรมและภมู ิ ทศั นศิลป์ในท้องถนิ่
ปญั ญาในท้องถิ่น ๓. ระบุ และบรรยาย
อิทธิพลทางวฒั นธรรม
ในทอ้ งถิน่ ที่มีผลตอ่ การสร้าง
งานทัศนศลิ ปข์ องบุคคล
สาระท่ี ๒ ดนตรี
มาตรฐาน ศ ๒.๑ เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอยา่ งสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วพิ ากษ์วิจารณ์คุณค่า
ดนตรี ถา่ ยทอดความร้สู กึ ความคิดตอ่ ดนตรีอยา่ งอิสระ ชนื่ ชม และประยุกตใ์ ชใ้ น
ชีวิตประจำวัน
ตัวช้ีวัดชน้ั ปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. รู้ว่าสง่ิ ตา่ ง ๆ ๑. จำแนกแหลง่ กำเนิด ๑. ระบุรูปร่าง ๑. บอกประโยคเพลงอยา่ ง ๑. ระบอุ งค์ประกอบ ๑. บรรยายเพลง
ท่ีฟัง โดยอาศัยองคป์ ระกอบ
สามารถกอ่ กำเนิดเสียง ของเสยี ง ทีไ่ ด้ยิน ลกั ษณะของเครอ่ื ง งา่ ย ดนตรีในเพลงทใี่ ช้ใน ดนตรี และศพั ท์สงั คตี
๒. จำแนกประเภท
ท่แี ตกต่างกัน ๒. จำแนกคณุ สมบตั ขิ อง ดนตรี ทเี่ หน็ และ ๒. จำแนกประเภทของ การส่ืออารมณ์ และบทบาท หนา้ ที่
เครอ่ื ง
๒. บอกลักษณะของเสียง เสยี ง สงู - ตำ่ , ดงั -เบา, ได้ยิน ใน เครอ่ื งดนตรีที่ใช้ในเพลง ๒. จำแนก
ดัง-เบา และความชา้ - ยาว-ส้ัน ของดนตรี
ชวี ติ ประจำวนั ทฟ่ี ัง ลกั ษณะของ
เร็ว ๒. ใช้รูปภาพหรอื ๓. ระบุทศิ ทางการ เสยี งขบั รอ้ งและ
๔๒
ตวั ช้ีวัดชั้นปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
ของจังหวะ ๓. เคาะจงั หวะหรอื สญั ลกั ษณ์แทนเสยี ง เคล่ือนที่ ขึน้ – ลง เคร่อื งดนตรี ดนตรีไทย
เคล่ือนไหวรา่ งกายให้
๓. ทอ่ งบทกลอน รอ้ ง สอดคล้องกบั เนอ้ื หาของ และจังหวะเคาะ งา่ ย ๆ ของทำนอง ทอี่ ยู่ในวงดนตรีประเภท และเครือ่ งดนตรี
เพลง
เพลงงา่ ย ๆ ๔. รอ้ งเพลงงา่ ย ๆ ที่ ๓. บอกบทบาทหนา้ ท่ี รูปแบบ จังหวะและ ต่าง ๆ ทีม่ าจากวฒั นธรรม
เหมาะสมกบั วัย
๔. มีส่วนรว่ มใน ๕. บอกความหมายและ ของเพลงท่ไี ดย้ นิ ความเรว็ ของจงั หวะใน ๓. อา่ น เขยี น โนต้ ดนตรี ต่าง ๆ
ความสำคัญของเพลงท่ีได้ ๔. ขบั ร้องและบรรเลง เพลง ไทยและสากล ๕ ระดับ ๓. อา่ น เขยี น โนต้ ไทย และ
กิจกรรมดนตรอี ยา่ ง ยนิ ดนตรงี ่าย ๆ ทฟี่ งั
สนุกสนาน ๕. เคลอ่ื นไหวท่าทาง
สอดคลอ้ งกับอารมณ์ ๔. อา่ น เขยี นโน้ต เสยี ง โนต้ สากลทำนอง
๕. บอกความ ของเพลงที่ฟงั
๖. แสดงความคิดเห็น ดนตรไี ทยและสากล ๔. ใช้เครื่องดนตรีทำ งา่ ย ๆ
เก่ียวขอ้ งของเพลง เก่ยี วกบั เสียงดนตรี ๕. รอ้ งเพลงโดยใช้ จงั หวะและทำนอง ๔. ใช้เครอื่ งดนตรบี รรเลง
ท่ีใชใ้ นชวี ติ เสียงขับร้องของ ชว่ งเสียงทเี่ หมาะสมกับ ๕. รอ้ งเพลงไทยหรือเพลง ประกอบ การร้องเพลง
ประจำวัน ตนเองและผูอ้ นื่ ตนเอง สากล หรอื เพลงไทยสากล ด้นสดท่มี จี ังหวะและทำนอง
งา่ ย ๆ
๗. นำดนตรี ไปใช้ ๖. ใชแ้ ละเก็บเคร่ือง ทีเ่ หมาะสมกับวัย
๖. ด้นสดง่าย ๆ โดยใช้ ๕. บรรยายความรูส้ ึกท่ีมีตอ่
ในชีวติ ประจำวันหรอื ดนตรีอยา่ งถกู ตอ้ งและ ดนตรี
โอกาส ตา่ ง ๆ ได้ ปลอดภัย ประโยคเพลง ๖. แสดงความคดิ เห็น
อยา่ งเหมาะสม ๗. ระบุว่าดนตรี แบบถามตอบ เกี่ยวกบั ทำนอง จังหวะ
สามารถใช้ในการสื่อ การประสานเสียง และ
เรื่องราว ๗. ใช้ดนตรรี ่วมกบั คณุ ภาพเสียงของเพลง
ทีฟ่ ัง
กิจกรรมในการแสดงออก
ตามจนิ ตนาการ
มาตรฐาน ศ ๒.๒ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างดนตรี ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เหน็ คณุ ค่าของ
ดนตรที ่เี ป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมิปัญญาท้องถิน่ ภูมิปัญญาไทยและสากล
ตวั ชว้ี ัดชั้นปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. เล่าถงึ เพลงในท้องถนิ่ ๑. บอกความสมั พันธข์ อง ๑. ระบุลักษณะเด่น ๑. บอกแหลง่ ทม่ี าและ ๑. อธบิ ายความสมั พันธ์ ๑. อธบิ ายเรื่องราวของ
เสยี งร้อง เสยี งเครือ่ งดนตรี ดนตรไี ทยในประวตั ิศาสตร์
๒. ระบสุ ิง่ ท่ี ช่นื ในเพลงท้องถ่ิน โดยใช้คำ และ เอกลกั ษณ์ ความ ระหว่างดนตรกี บั ๒. จำแนกดนตรี
ชอบในดนตรที ้องถ่ิน ง่าย ๆ ทีม่ าจากยคุ สมยั
๒. แสดงและ ของดนตรี ใน สัมพนั ธ์ของวิถชี วี ติ ไทย ประเพณีในวฒั นธรรม ทต่ี ่างกนั
เข้ารว่ มกจิ กรรมทางดนตรี ๓. อภปิ ราย
ในทอ้ งถน่ิ ทอ้ งถ่นิ ที่สะท้อน ในดนตรี ตา่ ง ๆ อทิ ธพิ ลของวัฒนธรรมต่อดนตรี
ในทอ้ งถิ่น
๒. ระบคุ วามสำคัญ และเพลงท้องถ่นิ ๒. อธบิ ายคุณคา่ ของ
และประโยชน์ของ ๒. ระบุความสำคัญ ดนตรที ม่ี าจาก
ดนตรีต่อการดำเนิน ในการอนรุ กั ษ์สง่ เสริม วัฒนธรรมทตี่ ่างกนั
ชีวติ ของคนในทอ้ งถิ่น วฒั นธรรมทางดนตรี
๔๓
สาระท่ี ๓ นาฏศลิ ป์
มาตรฐาน ศ ๓.๑ เขา้ ใจ และแสดงออกทางนาฏศลิ ปอ์ ย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วพิ ากษว์ ิจารณ์คุณคา่
นาฏศลิ ป์ ถ่ายทอดความรูส้ กึ ความคดิ อยา่ งอิสระ ช่ืนชม และประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ติ
ประจำวนั ตัวชว้ี ัดชัน้ ปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. เลียนแบบ ๑. เคล่อื นไหว ๑. สร้างสรรค์ ๑.ระบทุ ักษะพ้ืนฐานทาง ๑. บรรยายองค์ประกอบ ๑. สรา้ งสรรคก์ ารเคลอื่ นไหว
การเคล่ือนไหว ขณะอยู่กบั ท่ี
และเคล่อื นท่ี การเคลือ่ นไหว นาฏศลิ ป์และ นาฏศลิ ป์ และการแสดงโดยเน้นการ
๒. แสดงทา่ ทางงา่ ย ในรปู แบบตา่ ง ๆ การละครที่ ๒. แสดงทา่ ทางประกอบ ถ่ายทอดลลี าหรืออารมณ์
๒. แสดงการเคลอ่ื นไหว ใช้สื่อความหมายและ เพลงหรอื เร่อื งราวตาม ๒. ออกแบบ เคร่ืองแตง่ กาย
ๆเพื่อสื่อความหมาย
แทนคำพูด ที่สะทอ้ นอารมณ์ ของ ในสถานการณ์ อารมณ์ ความคดิ ของตน หรอื อุปกรณป์ ระกอบ
ตนเองอยา่ งอสิ ระ ส้ัน ๆ
๓. บอกสิ่งท่ีตนเอง ๒. ใชภ้ าษาท่าและนาฏย ๓. แสดงนาฏศิลป์ การแสดง อยา่ ง
๓. แสดงท่าทาง เพื่อสอื่
ชอบ จากการดหู รอื ศัพทห์ รือศพั ท์ทาง การ โดยเน้นการใชภ้ าษาทา่ ง่าย ๆ
รว่ มการแสดง ความหมาย แทน
คำพูด ๒. แสดงท่าทางประกอบ ละครง่าย ๆ และนาฏยศพั ท์ ๓. แสดงนาฏศิลป์และการ
๔. แสดงท่าทางประกอบ เพลงตามรปู แบบ ในการถา่ ยทอดเร่อื งราว ในการสือ่ ความหมายและ ละคร
จงั หวะอยา่ งสร้างสรรค์ นาฏศลิ ป์ ๓. แสดง การ การแสดงออก๔. มสี ว่ น งา่ ย ๆ
๕. ระบุมารยาท
ในการชม ๓. เปรยี บเทียบบทบาท เคลอ่ื นไหว รว่ มในกลุ่มกบั ๔. บรรยาย
การแสดง
หน้าทขี่ องผแู้ สดงและ ในจงั หวะต่าง ๆ ตาม การเขียนเค้าโครงเรือ่ ง ความรู้สกึ ของตนเองท่ีมตี ่อ
ผชู้ ม
๔. มสี ่วนร่วม ความคิดของตน หรอื บทละครสัน้ ๆ งานนาฏศลิ ปแ์ ละ
ในกจิ กรรมการแสดงที่
เหมาะสม ๔. แสดงนาฏศิลปเ์ ป็นคู่ ๕. เปรยี บเทยี บการแสดง การละครอย่างสร้างสรรค์
และหมู่๕. เลา่ ส่ิงท่ี นาฏศลิ ป์ ชุดตา่ ง ๆ ๕. แสดงความคิดเห็นในการ
กบั วยั ชมการแสดง
ชื่นชอบในการแสดง โดย ๖. บอกประโยชน์
๕. บอกประโยชนข์ อง ๖. อธบิ ายความสัมพนั ธ์
เนน้ จุดสำคญั ของ ทไี่ ด้รบั จากการชมการ ระหวา่ งนาฏศิลป์
การแสดงนาฏศลิ ป์ใน เร่ืองและลกั ษณะ แสดง และการละครกบั
เด่นของตวั ละคร
ชวี ติ ประจำวัน
สง่ิ ท่ีประสบ
ในชีวิตประจำวัน
สาระท่ี ๓ นาฏศิลป์
มาตรฐาน ศ ๓.๒ เขา้ ใจความสัมพนั ธร์ ะหว่างนาฏศลิ ป์ ประวัตศิ าสตร์และวฒั นธรรม เหน็ คณุ คา่ ของ
นาฏศิลป์ท่ีเปน็ มรดกทางวัฒนธรรม ภมู ปิ ญั ญาท้องถน่ิ ภูมิปญั ญาไทยและสากล
ตวั ชวี้ ัดชัน้ ปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. ระบุ และเล่น ๑. ระบแุ ละเล่นการละเลน่ ๑. เลา่ การแสดง ๑. อธบิ ายประวัตคิ วาม ๑. เปรียบเทียบการแสดง ๑. อธบิ ายสงิ่ ท่มี ีความสำคัญ
การละเลน่ ของเดก็ ไทย พนื้ บ้าน นาฏศลิ ป์ทเี่ คยเห็นใน เปน็ มาของนาฏศิลป์ ประเภทต่าง ๆ ของไทย ต่อการแสดงนาฏศลิ ปแ์ ละ
๒. บอกสงิ่ ทต่ี นเองชอบ ๒. เช่อื มโยงสิง่ ที่ ทอ้ งถน่ิ หรอื ชุดการแสดงอยา่ ง ในแตล่ ะทอ้ งถน่ิ ละคร
ในการแสดง นาฏศลิ ป์ พบเหน็ ในการละเลน่ พื้นบา้ น ๒. ระบุสง่ิ ที่เปน็ งา่ ย ๆ ๒. ระบุหรอื ๒. ระบปุ ระโยชน์
ไทย กับส่งิ ทพี่ บเห็น ลกั ษณะเดน่ และ ๒. เปรียบเทยี บ แสดงนาฏศิลป์ นาฏศิลป์ ทีไ่ ดร้ ับจากการ
ในการดำรงชวี ติ ของคนไทย เอกลักษณ์ของ การแสดง พนื้ บา้ น แสดงหรอื การชม
๓. ระบสุ ่ิง การแสดงนาฏศิลป์ นาฏศิลป์ ท่สี ะท้อนถงึ วัฒนธรรม การแสดงนาฏศลิ ป์และ
๔๔
ตวั ชี้วดั ชน้ั ปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
ทช่ี ่นื ชอบและภาคภมู ิใจ ๓. อธิบาย กับการแสดง และประเพณี ละคร
ในการละเลน่ พื้นบา้ น ความสำคัญของการ ที่มาจาก
แสดงนาฏศลิ ป์ วฒั นธรรมอ่นื
๓. อธบิ ายความสำคญั
ของการแสดงความ
เคารพในการเรยี นและ
การแสดงนาฏศลิ ป์
๔. ระบุเหตผุ ล
ทีค่ วรรกั ษา
และสืบทอด
การแสดงนาฏศลิ ป์