๑๔๕
คำอธิบายรายวชิ า
อ๑๕๑๐๑ ภาษาองั กฤษ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๕ เวลาเรยี น ๘๐ ชวั่ โมง/ปี
ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอร้อง และคำแนะนำง่ายๆที่ฟังหรืออ่าน อ่านออกเสียงประโยค ข้อความ
บทกลอนสน้ั ๆ ระบุหรอื วาดภาพสญั ลักษณ์ เคร่อื งหมายตามความหมายของประโยคและข้อความท่ีฟังหรือ
อา่ น บอกใจความสำคัญและตอบคำถามจากการฟังและอ่านบทสนทนา นิทานหรอื ข้อความ เร่อื งสั้น พูด
และเขียนโต้ตอบในการส่ือสารระหวา่ งบุคคล ใช้คำส่ัง คำขอร้อง คำขออนุญาต พูดและเขียนแสดงความ
ต้องการ ขอความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ง่ายๆ พูดและเขียน
ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัวและเรื่องใกล้ตัว พูด เขียน แสดงความคิดเห็นและ
ความรู้สกึ ของตนเองเกีย่ วกบั เรอ่ื งใกล้ตวั และกจิ กรรมตา่ งๆและให้เหตผุ ลประกอบ เขียนภาพ แผนผงั และ
แผนภูมิแสดงข้อมูลต่างๆตามที่ฟังหรืออ่าน ใช้ถ้อยคำ น้ำเสียง และกิริยาท่าทาง ตามารยาทสังคมและ
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ตอบคำถาม บอกความสำคัญของเทศกาล วันสำคัญ งานฉลอง และชีวิต
ความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ บอกความเหมือน/
ความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ ใช้เครื่องหมายวรรคตอน การลำดับคำ ตาม
โครงสร้างประโยคของภาษาอังกฤษและภาษาไทย ค้นคว้า รวบรวมคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการ
เรียนรู้อื่นนำเสนอด้วยการพูดและการเขียน ฟัง-พูด-อ่าน-เขียนในสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในห้องเรียน
และสถานศึกษา ใช้ภาษาอังกฤษในการสืบค้นรวบรวมข้อมูล มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ รัก
ความเป็นไทยและทอ้ งถ่ิน ปฏบิ ัตติ นเพ่อื ประโยชนข์ องสว่ นรวม
ตวั ชี้วัด
ต ๑.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓ ป.๕/๔
ต ๑.๒ ป.๕/๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓ ป.๕/๔ ป.๕/๕
ต ๑.๓ ป.๕/๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓
ต ๒.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓
ต ๒.๒ ป.๕/๑ ป.๕/๒
ต ๓.๑ ป.๕/๑
ต ๔.๑ ป.๕/๑
ต ๔.๒ ป.๕/๑
รวมทัง้ หมด ๒๐ ตวั ชีว้ ัด
๑๔๖
คำอธบิ ายรายวชิ า
อ๑๖๑๐๑วิชาภาษาอังกฤษ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ เวลา ๘๐ ช่ัวโมง/ ปี
ปฏิบตั ติ ามคำสั่ง คำขอรอ้ ง คำแนะนำท่ฟี งั และอา่ น อา่ นออกเสยี งประโยค ขอ้ ความ นทิ านและ
บทกลอนสั้นๆ เลือก/ระบุประโยคและข้อความตรงตามความหมายของสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายที่อ่าน
บอกใจความสำคัญ ตอบคำถามจากการฟังและอ่านบทสนทนา นิทานง่ายๆ และเรื่องเล่า พูด- เขียน
โตต้ อบในการสื่อสารระหว่างบคุ คล ใช้คำสัง่ คำขอรอ้ ง คำขออนญุ าตและใหค้ ำแนะนำ พดู - เขียน แสดง
ความต้องการ ขอความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการใหค้ วามช่วยเหลือ ในสถานการณ์ง่ายๆ พูดและ
เขียนแสดงความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องใกล้ตัว หรือกิจกรรมต่างๆ พร้อมทั้งให้เหตุผล พูด- เขียน ให้ข้อมูล
เกีย่ วกับตนเองเพ่ือน และส่งิ แวดล้อมใกลต้ ัว เขียนภาพ แผนผัง แผนภูมิและตารางแสดงข้อมูลต่างๆที่ฟัง
และอ่าน พดู และเขยี นแสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกบั เร่อื งตา่ งๆใกล้ตัว ใช้ถ้อยคำน้ำเสยี ง และกริ ยิ าท่าทาง
เหมะสมตามมารยาทสังคม และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ เทศกาล วันสำคัญ งาน
ฉลอง ชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ บอก
ความเหมือน ความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ การใช้เครื่องหมายวรรคตอนและการ
ลำดับคำตามโครงสร้างประโยค ในภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เปรียบเทียบความเหมือน/ความแตกต่าง
ระหว่าง เทศกาล งานฉลอง และประเพณีวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับไทย ค้นคว้ารวบรวมคำศัพท์
ที่เกี่ยวข้องกับกลุม่ สาระการเรียนรู้อืน่ นำเสนอด้วยการพูดและการเขียนใช้ภาษาอังกฤษในสถานการณ์ต่างๆ
ในห้องเรยี นและสถานศึกษา ฟัง- พูด-อ่าน-เขียน สอ่ื สารเกย่ี วกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิง่ แวดลอ้ ม
อาหาร เครอ่ื งดืม่ เวลาวา่ งและนนั ทนาการ สุขภาพและสวสั ดิการ การซ้อื ขาย ลมฟา้ อากาศ ใชป้ ระโยค
เด่ียวและประโยคผสมสื่อสารตามบริบทมีเจตคติทด่ี ีต่อการเรียนภาษาองั กฤษ รกั ความเปน็ ไทยและท้องถ่ิน
ปฏิบตั ิตนเพอื่ ประโยชน์ของส่วนรวม
ตวั ช้ีวดั
ต ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓,ป.๖/๔
ต ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕
ต ๑.๓ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ต ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ต ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒
ต ๓.๑ ป.๖/๑
ต ๔.๑ ป.๖/๑
ต ๔.๒ ป.๖/๑
รวม ๒๐ ตัวชวี้ ัด
๑๔๗
10. คำอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเตมิ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯ รายวิชาหน้าทผี่ ลเมือง
รายวชิ าเพมิ่ เติม กลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษาฯ รายวิชาหนา้ ท่ผี ลเมือง
ระดับชัน้ ประถมศึกษา
รายวชิ าเพิม่ เติม จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ส ๑๑๒๐๑ หนา้ ทีพ่ ลเมือง ๑ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส ๑๒๒๐๑ หน้าที่พลเมอื ง ๒ จำนวน ๔๐ ช่วั โมง
ส ๑๓๒๐๑ หน้าที่พลเมอื ง ๓ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ส ๑๔๒๐๑ หนา้ ที่พลเมือง ๔ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ส ๑๕๒๐๑ หน้าที่พลเมอื ง ๕ จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง
ส ๑๖๒๐๑ หนา้ ท่พี ลเมอื ง ๖
๑๔๘
คำอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เติม
ส ๑๑๒๐๒ หนา้ ท่พี ลเมอื ง ๑ กลุ่มสาระการเรียนร้สู ังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๑ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง/ปี
ปฏิบัติตนเป็นผู้มีมารยาทไทย ในเรื่องการแสดงความเคารพ การรับประทานอาหาร การทักทาย
ด้วยวาจาและยิ้ม แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ เห็นความสำคัญของภาษาไทย
ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝ่หาความรู้ ตั้งใจปฏิบัติ
หนา้ ท่ี และยอมรับผลทีเ่ กิดจากการกระทำของตนเอง
เข้าร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ ปฏิบัติตนตามพระบรม
ราโชวาท ในเรื่องการออมและการประหยัด หลักการทรงงาน ในเรื่องการประหยัด ความเรียบง่าย ได้
ประโยชน์สูงสดุ ความซื่อสัตย์สุจริตและจริงใจต่อกัน และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปฏิบัติตนเป็นผู้มี
วนิ ัยในตนเอง ในเรอ่ื งความซื่อสัตย์สจุ ริต ขยันหมนั่ เพยี ร อดทน ใฝห่ าความรู้ ตง้ั ใจปฏบิ ตั หิ น้าท่ี และยอมรับ
ผลท่เี กิดจากการกระทำของตนเอง
ปฏิบัติตนตามข้อตกลง กติกา และหน้าที่ทีต่ ้องปฏิบัติในหอ้ งเรียน ในเรื่องการรักษาความสะอาด
การรักษาของใช้ร่วมกัน และการส่งงาน ปฏิบัติตนตามบทบาทหน้าที่ในฐานะสมาชิกที่ดีของครอบครัวและ
ห้องเรียนในเรื่องการเชื่อฟังคำส่ังสอนของพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่และครู ปฏิบัติตนเปน็ ผู้มีวินยั ในตนเอง ในเรื่อง
ความซ่อื สัตย์สจุ ริต ขยันหมัน่ เพยี ร อดทน ใฝ่หาความรู้ ต้งั ใจปฏบิ ัตหิ นา้ ท่ี และยอมรบั ผลท่เี กดิ จากการกระทำของ
ตนเอง
ยอมรับความเหมือนและความแตกต่างของตนเองและผู้อื่น ในเรื่องเชื้อชาติ ภาษา เพศ สุขภาพ
ความพิการ ความสามารถ ถิ่นกำเนิด ฯลฯ ยกตัวอย่างความขัดแย้งในห้องเรียน ในกรณีความคิด เห็นไม่
ตรงกันการละเมิดสิทธิของผู้อื่น และเสนอวิธีการแก้ปัญหาโดยสันติวิธี ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ใน
เร่ืองความซอ่ื สตั ย์สจุ ริต อดทน และยอมรับผลทเี่ กิดจากการกระทำของตนเอง
โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการกลุม่ กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ และ
กระบวนการแก้ปญั หา
เพ่อื ให้ผเู้ รยี นมีลักษณะที่ดขี องคนไทย ภาคภูมิใจและรักษาไว้ซึ่งความเป็นไทย แสดงออกถึงความ
รักชาติ ยึดมั่นในศาสนา เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ดำเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย อยู่ร่วมกับผู้อื่น
อย่างสนั ติ สามารถจัดการความขดั แย้งด้วยสันตวิ ธิ ี และมวี นิ ยั ในตนเอง
ผลการเรียนรู้
๑. ปฏิบตั ิตนเปน็ ผมู้ มี ารยาทไทย
๒. แสดงออกถงึ ความกตญั ญกู ตเวทตี ่อบคุ คลในครอบครัว
๓. เห็นความสำคญั ของภาษาไทย
๔. เขา้ รว่ มกิจกรรมเกี่ยวกับชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์
๕. ปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๖. ปฏบิ ตั ติ นตามขอ้ ตกลง กติกา และหน้าท่ที ต่ี ้องปฏิบตั ิในห้องเรียน
๗. ปฏบิ ัติตนตามบทบาทหนา้ ที่ในฐานะสมาชกิ ที่ดีของครอบครวั และหอ้ งเรยี น
๘. ยอมรับความเหมือนและความแตกต่างของตนเองและผูอ้ ืน่
๙. ยกตัวอย่างความขดั แยง้ ในห้องเรยี นและเสนอวิธีการแกป้ ัญหาโดยสนั ติวธิ ี
๑๐. ปฏิบตั ิตนเป็นผู้มวี ินยั ในตนเอง
รวม ๑๐ ผลการเรยี นรู้
๑๔๙
ส ๑๒๒๐๒ หน้าท่พี ลเมือง ๒ คำอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เติม
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๒
กลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
เวลา ๔๐ ช่ัวโมง/ปี
ปฏิบัติตนเป็นผู้มีมารยาทไทย ในเรื่องการพูดด้วยถ้อยคำไพเราะและการมีกิริยาสุภาพอ่อนน้อม
แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อบุคคลในโรงเรียน เห็นประโยชน์ของการแต่งกายด้วยผ้าไทย ปฏิบัติตน
เป็นผ้มู วี นิ ยั ในตนเอง ในเรอ่ื งความซ่ือสตั ยส์ ุจรติ ขยนั หม่นั เพียร อดทน ใฝ่หาความรู้ ตง้ั ใจปฏิบัติหน้าท่ี และ
ยอมรบั ผลท่เี กดิ จากการกระทำของตนเอง
เข้าร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ ปฏิบัติตนตามพระบรม
ราโชวาท ในเรื่องความขยันและความอดทน หลักการทรงงาน ในเรื่องการพึ่งตนเองและรู้ รัก สามัคคี และ
หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ปฏิบตั ติ นเป็นผ้มู ีวินยั ในตนเอง ในเร่ืองความซื่อสตั ยส์ ุจรติ ขยันหมน่ั เพียร
อดทน ใฝห่ าความรู้ ต้ังใจปฏบิ ตั หิ น้าที่ และยอมรบั ผลท่ีเกดิ จากการกระทำของตนเอง
ปฏิบัติตนตามกฎ ระเบียบ และหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติในโรงเรียน ในเรื่องการแต่งกาย การเข้าแถว
การดูแลพื้นที่ที่ได้รับมอบหมาย ปฏิบัติตนตามบทบาทหน้าที่ในฐานะสมาชิกที่ดีของห้องเรียนและโรงเรียน
ในเรื่องการเป็นผู้นำและการเป็นสมาชิกที่ดี หน้าที่และความรับผิดชอบ ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ใน
เรื่องความซื่อสตั ย์สจุ ริต ขยนั หมั่นเพียร อดทน ใฝ่หาความรู้ ตั้งใจปฏิบัตหิ น้าที่ และยอมรับผลท่ีเกิดจากการ
กระทำของตนเอง
ยอมรับความเหมือนและความแตกต่างของตนเองและผู้อื่น ในเรื่องเชื้อชาติ ภาษา เพศ สุขภาพ
ความพิการ ความสามารถ ถิ่นกำเนิด ฯลฯ ยกตัวอย่างความขัดแย้งในโรงเรียน ในกรณีหน้าที่และความ
รบั ผดิ ชอบ และการใชข้ องส่วนรวม และเสนอวิธีการแก้ปัญหาโดยสันติวิธี ปฏบิ ตั ิตนเป็นผมู้ วี ินยั ในตนเอง ใน
เรอ่ื งความซอื่ สตั ยส์ จุ รติ อดทน และยอมรับผลท่ีเกิดจากการกระทำของตนเอง
โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการกลุม่ กระบวนการปฏิบตั ิ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ และ
กระบวนการแก้ปัญหา
เพ่อื ใหผ้ ูเ้ รยี นมลี กั ษณะท่ีดีของคนไทย ภาคภูมิใจและรักษาไว้ซึ่งความเป็นไทย แสดงออกถึงความ
รักชาติ ยึดมั่นในศาสนา เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ดำเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย อยู่ร่วมกับผู้อื่น
อย่างสนั ติ สามารถจัดการความขดั แย้งด้วยสันตวิ ธิ ี และมวี นิ ัยในตนเอง
ผลการเรยี นรู้
๑. ปฏิบัติตนเป็นผู้มมี ารยาทไทย
๒. แสดงออกถงึ ความกตญั ญกู ตเวทีต่อบคุ คลในโรงเรียน
๓. เหน็ ประโยชนข์ องการแตง่ กายดว้ ยผา้ ไทย
๔. เขา้ ร่วมกจิ กรรมเกี่ยวกับชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์
๕. ปฏบิ ตั ติ นตามพระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๖. ปฏิบตั ิตนตามกฎ ระเบียบ และหนา้ ทท่ี ี่ต้องปฏิบตั ใิ นโรงเรียน
๗. ปฏบิ ตั ติ นตามบทบาทหน้าทใ่ี นฐานะสมาชิกที่ดีของห้องเรียนและโรงเรียน
๘. ยอมรบั ความเหมอื นและความแตกต่างของตนเองและผู้อน่ื
๙. ยกตัวอย่างความขัดแยง้ ในโรงเรยี นและเสนอวธิ กี ารแกป้ ัญหาโดยสนั ตวิ ิธี
๑๐. ปฏบิ ัติตนเป็นผู้มวี นิ ัยในตนเอง
รวม ๑๐ ผลการเรียนรู้
๑๕๐
คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เติม
ส ๑๓๒๐๒ หนา้ ที่พลเมือง ๓ กลมุ่ สาระการเรียนร้สู งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๓ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง/ปี
ปฏิบัติตนเป็นผู้มีมารยาทไทย ในเรื่องการต้อนรับผู้มาเยือน และการปฏิบัติตนตามกาลเทศะ
แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อบุคคลในชุมชน เห็นคุณค่าของภูมิปญั ญาท้องถิ่นในเรื่องต่างๆ ปฏิบัติตน
เป็นผู้มวี ินัยในตนเอง ในเรื่องความซือ่ สตั ยส์ จุ ริต ขยันหมัน่ เพยี ร อดทน และยอมรับผลที่เกดิ จากการกระทำ
ของตนเอง
เข้าร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ ปฏิบัติตนตามพระบรม
ราโชวาท ในเรื่องความซื่อสัตย์และความเสียสละ หลักการทรงงาน ในเรื่องการมีส่วนร่วมและความเพียร
และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต
ขยันหมัน่ เพยี ร อดทน ใฝห่ าความรู้ ตัง้ ใจปฏบิ ตั ิหนา้ ที่ และยอมรับผลทเี่ กดิ จากการกระทำของตนเอง
ปฏิบัติตนตามข้อตกลง กติกา กฎ ระเบียบ และหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติในห้องเรียนและโรงเรียน ใน
เรอื่ งการใช้และการดูแลรักษาสงิ่ ของ เครอ่ื งใชแ้ ละสถานท่ีของสว่ นรวม ปฏิบัติตนตามบทบาทหน้าท่ีในฐานะ
สมาชิกที่ดีของห้องเรียนและโรงเรียน ในเรื่องการใช้สิทธิและหน้าที่ และการใช้เสรีภาพอย่างรับผิดชอบ มี
ส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของห้องเรียนและโรงเรียน ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตย์
สจุ ริต ขยันหม่นั เพยี ร อดทน ใฝห่ าความรู้ ตัง้ ใจปฏิบัติหนา้ ที่ และยอมรบั ผลทีเ่ กดิ จากการกระทำของตนเอง
ยอมรับความเหมือนและความแตกต่างระหว่างบุคคล ในเรื่องเชื้อชาติ ภาษา เพศ สุขภาพ ความพิการ
ความสามารถ ถิ่นกำเนิด สถานะของบุคคล ฯลฯ อยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสันติและพึ่งพาซึ่งกันและกัน ด้วยการ
ไมร่ ังแก ไมท่ ำร้าย ไมล่ อ้ เลียน ช่วยเหลอื ซ่ึงกันและกนั และแบง่ ปัน ยกตัวอยา่ งความขัดแย้งในชมุ ชน ในกรณี
การใช้สาธารณสมบัติและการรักษาสิง่ แวดล้อม และเสนอวิธีการปัญหาโดยสันติวิธี ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยใน
ตนเองในเรื่องความซอื่ สตั ยส์ จุ ริต อดทน และยอมรบั ผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง
โดยใช้กระบวนการคดิ กระบวนการกลุม่ กระบวนการปฏบิ ัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ และ
กระบวนการแกป้ ัญหา
เพอื่ ให้ผู้เรียนมีลักษณะที่ดีของคนไทย ภาคภมู ิใจและรักษาไวซ้ ่ึงความเป็นไทย แสดงออกถึงความ
รักชาติ ยึดมั่นในศาสนา เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ดำเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย อยู่ร่วมกับผู้อ่ืน
อย่างสันติ สามารถจัดการความขดั แย้งด้วยสนั ติวธิ ี และมีวนิ ยั ในตนเอง
ผลการเรยี นรู้
๑. ปฏบิ ัตติ นเปน็ ผู้มีมารยาทไทย
๒. แสดงออกถงึ ความกตัญญกู ตเวทตี อ่ บุคคลในชมุ ชน
๓. เห็นคุณค่าของภูมปิ ญั ญาทอ้ งถิ่น
๔. เขา้ ร่วมกจิ กรรมเกย่ี วกบั ชาติ ศาสนา และสถาบนั พระมหากษัตรยิ ์
๕. ปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๖. ปฏิบตั ิตนตามขอ้ ตกลง กติกา กฎ ระเบียบ และหน้าทท่ี ตี่ ้องปฏบิ ัติในหอ้ งเรียนและโรงเรยี น
๗. ปฏิบัติตนตามบทบาทหน้าท่แี ละมสี ว่ นรว่ มในกจิ กรรมต่าง ๆ ของหอ้ งเรียนและโรงเรยี น
๘. ยอมรับและอยรู่ ว่ มกับผอู้ ืน่ อย่างสันติ
๙. ยกตวั อยา่ งความขัดแย้งในชมุ ชนและเสนอวิธีการแก้ปญั หาโดยสันติวธิ ี
๑๐. ปฏบิ ตั ิตนเป็นผ้มู วี นิ ยั ในตนเอง
รวม ๑๐ ผลการเรยี นรู้
๑๕๑
คำอธบิ ายรายวิชาเพมิ่ เติม
ส ๑๔๒๐๒ หน้าทพี่ ลเมอื ง ๔ กลุ่มสาระการเรียนรูส้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ เวลา ๔๐ ชั่วโมง/ปี
เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนเป็นผู้มีมารยาทไทยในพิธีการต่าง ๆ ในเรื่องการกล่าวคำต้อนรับ การแนะนำ
ตัวเองและแนะนำสถานที่ แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้ทำประโยชน์ในสังคม มีส่วนร่วมใน
ขนบธรรมเนียมประเพณีไทยในท้องถิ่น ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต อดทน
และยอมรับผลทีเ่ กดิ จากการกระทำของตนเอง
เห็นความสำคัญและแสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบัน
พระมหากษัตริย์ในเรื่องการใช้สินค้าไทย ดูแลรักษาโบราณสถาน โบราณวัตถุและสาธารณสมบัติ ปฏิบัติตน
เป็นศาสนิกชนที่ดี ปฏิบัตติ นตามพระราชจริยวัตรและพระจรยิ วัตร ปฏบิ ตั ิตนตามพระบรมราโชวาท ในเร่ือง
การมีวินัยและการข่มใจ หลักการทรงงาน ในเรื่องประโยชน์ส่วนรวมและพออยู่พอกิน และหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝ่หา
ความรู้ ตง้ั ใจปฏบิ ัตหิ นา้ ท่ี และยอมรบั ผลท่ีเกิดจากการกระทำของตนเอง
มีสว่ นร่วมในการสร้างและปฏบิ ัติตามข้อตกลง กตกิ าของห้องเรียน ในเร่ืองการรักษาความสะอาด การ
รกั ษาของใชร้ ่วมกันและการส่งงาน โดยใช้กระบวนการมสี ่วนร่วมในการสร้างข้อตกลง กตกิ าด้วยหลักเหตุผลและ
ยดึ ถือประโยชน์ส่วนรวม ปฏิบตั ติ นตามบทบาทหน้าที่ของการเป็นสมาชิกทดี่ ีของครอบครวั และห้องเรียน ในเรื่อง
การเป็นผู้นำและการเป็นสมาชิกที่ดี การมีเหตุผล ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และการปฏิบัติตามเสียงข้าง
มากและยอมรับเสียงข้างน้อย มีส่วนร่วมและรับผิดชอบในการตัดสินใจในกิจกรรมของครอบครัวและห้องเรียน
ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝ่หาความรู้ ตั้งใจปฏิบัติ
หนา้ ที่ และยอมรบั ผลทเี่ กิดจากการกระทำของตนเอง
ยอมรับความเหมือนและความแตกต่างระหว่างบุคคล ในเรื่องเชื้อชาติ ภาษา เพศ สุขภาพ ความพิการ
ความสามารถ ถิ่นกำเนิด สถานะของบุคคล ฯลฯ อยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสันติและพึ่งพาซึ่งกันและกัน ในเรื่อง
การไม่รังแก ไม่ทำร้าย ไม่ล้อเลียน ช่วยเหลือซึ่งกันและกันและแบ่งปัน วิเคราะห์ปัญหาความ ขัดแย้งใน
ท้องถิ่นในกรณีการใช้สาธารณสมบัติและการรักษาสิ่งแวดล้อม และเสนอแนวทางการแก้ปัญหาโดยสันติวิธี
ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต อดทน และยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของ
ตนเอง
โดยใชก้ ระบวนการคิด กระบวนการกลมุ่ กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ และ
กระบวนการแกป้ ัญหา
เพอื่ ใหผ้ ู้เรยี นมีลกั ษณะที่ดขี องคนไทย ภาคภมู ิใจและรักษาไว้ซึ่งความเป็นไทย แสดงออกถึงความ
รักชาติ ยึดมั่นในศาสนา เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ดำเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย อยู่ร่วมกับผู้อ่ืน
อยา่ งสนั ติ สามารถจดั การความขดั แยง้ ดว้ ยสนั ตวิ ิธี และมีวนิ ัยในตนเอง
ผลการเรียนรู้
๑. เห็นคณุ คา่ และปฏิบัติตนเปน็ ผู้มีมารยาทไทย
๒. แสดงออกถึงความกตัญญกู ตเวทีตอ่ ผทู้ ำประโยชนใ์ นสังคม
๓. มีส่วนรว่ มในขนบธรรมเนียมประเพณไี ทย
๑๕๒
๔. เห็นความสำคัญและแสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา แ ละเทิดทูนสถาบัน
พระมหากษตั รยิ ์
๕. ปฏิบัตติ นตามพระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๖. มีสว่ นร่วมในการสร้างและปฏบิ ัตติ ามขอ้ ตกลง กตกิ าของหอ้ งเรยี น
๗. ปฏิบัติตนตามบทบาทหนา้ ที่ มสี ่วนรว่ มและรบั ผิดชอบในการตัดสนิ ใจในกจิ กรรมของครอบครัว
และหอ้ งเรียน
๘. ยอมรับและอยู่ร่วมกบั ผูอ้ ่ืนอย่างสันติ และพึง่ พาซงึ่ กันและกัน
๙. วเิ คราะห์ปัญหาความขัดแยง้ ในท้องถิน่ และเสนอแนวทางการแก้ปัญหาโดยสันตวิ ธิ ี
๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผมู้ วี ินัยในตนเอง
รวม ๑๐ ผลการเรยี นรู้
๑๕๓
คำอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เติม
ส ๑๕๒๐๒ หนา้ ทพ่ี ลเมือง ๕ กล่มุ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง/ปี
เหน็ คุณคา่ และปฏิบัติตนเป็นผู้มมี ารยาทไทยในการสนทนา การปฏิบตั ติ นตามกาลเทศะ และการ
ตอ้ นรับผู้มาเยอื น รูค้ ุณค่า ใชอ้ ย่างประหยัด คุม้ ค่าและบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม มีส่วน
รว่ มในศิลปวฒั นธรรมไทยปฏบิ ัติตนเป็นผู้มวี ินัยในตนเอง ในเรือ่ งความซ่ือสัตย์สจุ ริต ตัง้ ใจปฏิบัติหน้าท่ี และ
ยอมรับผลทเ่ี กิดจากการกระทำของตนเอง
เห็นคุณค่าและแสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
ด้วยการใช้สินค้าไทย ดูแลรักษาโบราณสถาน โบราณวัตถุและสาธารณสมบัติ ปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี
ปฏิบัติตนตามพระราชจริยวัตรและพระจริยวัตร ปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาท ในเรื่องความ
เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และความสามัคคี หลักการทรงงาน ในเรื่องการทำตามลำดับขั้นและทำงานอย่างมีความสุข
และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต
ขยันหมนั่ เพยี ร อดทน ใฝห่ าความรู้ ต้ังใจปฏิบตั หิ น้าท่ี และยอมรบั ผลทเี่ กิดจากการกระทำของตนเอง
มีส่วนร่วมในการสร้างและปฏิบัติตนตามกฎ ระเบียบของโรงเรียน ในการรักษาความสะอาด การรักษา
ของใช้รว่ มกันและการดูแลพนื้ ที่ทไี่ ด้รบั มอบหมาย โดยใช้กระบวนการมสี ว่ นรว่ มในการสร้างกฎ ระเบียบด้วย
หลักเหตุผลและยึดถือประโยชน์ส่วนรวม ปฏิบัติตนตามบทบาทหน้าที่ของการเป็นสมาชิกที่ดีของห้องเรียน
และโรงเรียน ในเรือ่ งการยึดถือหลักความจริง ความดีงาม ความถูกต้องและหลักเหตุผล การยดึ ถือประโยชน์ของ
ส่วนรวมเป็นสำคัญ การยึดหลักความเสมอภาคและความยุติธรรม มีส่วนร่วมและรับผิดชอบในการตดั สินใจ
ในกิจกรรมของห้องเรียนและโรงเรียน ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต
ขยนั หมน่ั เพียร อดทน ใฝ่หาความรู้ ตั้งใจปฏิบตั ิหนา้ ที่ และยอมรับผลท่ีเกิดจากการกระทำของตนเอง
ยอมรับความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในท้องถิ่น ในเรื่องวิถีชีวิต วัฒนธรรม ศาสนาและ
สิ่งแวดล้อม อยู่ร่วมกับผูอ้ ื่นอย่างสันติและพ่ึงพากัน ด้วยการเคารพซึ่งกันและกัน ไม่แสดงกิริยา วาจาดูหมิ่น
ผู้อ่ืน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และแบ่งปัน วิเคราะห์ปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคของตนเอง ในเรื่องการ
จัดการทรัพยากร และการขัดแยง้ ทางความคดิ และเสนอแนวทางการแก้ปัญหาโดยสันตวิ ิธี ปฏิบตั ิตนเป็นผู้มี
วินัยในตนเอง ในเรื่องความซ่ือสตั ย์สจุ ริต ความอดทน และยอมรับผลท่เี กิดจากการกระทำของตนเอง
โดยใชก้ ระบวนการคดิ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการปฏบิ ัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ และ
กระบวนการแก้ปญั หา
เพื่อให้ผ้เู รยี นมลี ักษณะที่ดีของคนไทย ภาคภมู ิใจและรกั ษาไว้ซึ่งความเป็นไทย แสดงออกถึงความ
รักชาติ ยึดมั่นในศาสนา เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ดำเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย อยู่ร่วมกับผู้อ่ืน
อยา่ งสนั ติ สามารถจดั การความขัดแยง้ ดว้ ยสนั ตวิ ิธี และมีวินัยในตนเอง
ผลการเรียนรู้
๑. เห็นคณุ คา่ และปฏบิ ัติตนเป็นผมู้ ีมารยาทไทย
๒. รู้คณุ คา่ และบำรุงรกั ษาทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม
๓. มสี ่วนร่วมในศิลปวัฒนธรรมไทย
๔. เห็นคุณค่าและแสดงออกถึงความรกั ชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทดิ ทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
๕. ปฏิบัตติ นตามพระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๑๕๔
๖. มีสว่ นร่วมในการสรา้ งและปฏิบัติตามกฎ ระเบยี บของโรงเรยี น
๗. ปฏบิ ตั ิตนตามบทบาทหน้าท่ี มีสว่ นร่วมและรับผิดชอบในการตัดสินใจในกิจกรรมของห้องเรียนและ
โรงเรียน
๘. ยอมรับความหลากหลายทางสังคม วัฒนธรรมในท้องถิ่น และอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสันติ และ
พึง่ พาซ่ึงกันและกนั
๙. วิเคราะหป์ ัญหาความขัดแย้งในภูมภิ าคของตนเองและเสนอแนวทางการแก้ปญั หาโดยสนั ติวิธี
๑๐. ปฏิบัตติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง
รวม ๑๐ ผลการเรียนรู้
๑๕๕
คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
ส ๑๖๒๐๒ หนา้ ทีพ่ ลเมอื ง ๖ กล่มุ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๖ เวลา ๔๐ ช่วั โมง/ปี
ปฏิบัติตนและชักชวนผู้อื่นให้มีมารยาทไทย ในเรื่องการแสดงความเคารพ การสนทนา การปฏิบัติตน
ตามกาลเทศะ และการต้อนรับผู้มาเยือน มีส่วนร่วมและชักชวนผู้อื่นให้อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อมมีส่วนร่วมในขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทย ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยใน
ตนเอง ในเร่ืองความซือ่ สัตย์สจุ รติ ตั้งใจปฏิบตั หิ น้าที่ และยอมรับผลท่เี กิดจากการกระทำของตนเอง
เห็นคุณค่าและแนะนำผู้อื่นให้แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบัน
พระมหากษัตริย์ ด้วยการใช้สินค้าไทย ดูแลรักษาโบราณสถาน โบราณวัตถุและสาธารณสมบัติ ปฏิบัติตน
เปน็ ศาสนิกชนท่ีดี ปฏบิ ัตติ นตามพระราชจริยวตั รและพระจริยวัตร ปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาท ในเรื่อง
ความใฝ่รู้ ความกตัญญู หลักการทรงงาน ในเรื่ององค์รวมและทำให้ง่าย และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง ปฏิบตั ิตนเป็นผู้มวี นิ ยั ในตนเอง ในเรอื่ งความซอ่ื สตั ย์สุจรติ ขยันหม่นั เพียร อดทน ใฝห่ าความรู้ ตง้ั ใจ
ปฏบิ ัตหิ น้าท่ี และยอมรับผลท่เี กิดจากการกระทำของตนเอง
ปฏิบัติตนและแนะนำผู้อื่นให้ปฏิบัติตามข้อตกลง กติกา กฎ ระเบียบของห้องเรียนและโรงเรียน
ในการใชแ้ ละดแู ลรกั ษาสิง่ ของ เครอ่ื งใช้ วสั ดุอปุ กรณ์ และสถานทข่ี องส่วนรวม เห็นคณุ คา่ และปฏบิ ตั ติ นตาม
บทบาทหน้าที่ของการเป็นสมาชิกที่ดีของห้องเรียนและโรงเรียน ด้วยการเป็นผู้นำและการเป็นสมาชิกที่ดี
การยึดถือประโยชน์ของสว่ นรวมเป็นสำคญั การใชส้ ิทธแิ ละหน้าท่ี การใช้เสรีภาพอย่างรับผดิ ชอบ มีส่วนร่วม
และรับผิดชอบในการตัดสินใจในกิจกรรมของห้องเรียนและโรงเรียน ปฏิบตั ิตนเปน็ ผู้มวี ินัยในตนเอง ในเร่ือง
ความซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝ่หาความรู้ ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ และยอมรับผลที่เกิดจากการ
กระทำของตนเอง
ยอมรับความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในประเทศไทย ในเรื่องวิถีชีวิต วัฒนธรรม ศาสนา
และสิง่ แวดล้อม อย่รู ว่ มกบั ผ้อู ่นื อย่างสันติและพึ่งพากัน ในเรอ่ื งการเคารพซึ่งกันและกนั ไม่แสดงกิริยา วาจา
ดหู มนิ่ ผ้อู ื่น ชว่ ยเหลอื ซึง่ กนั และกัน และแบง่ ปนั วิเคราะหป์ ัญหาความขัดแยง้ ในประเทศไทย ในเรื่องการการ
ละเมิดสทิ ธกิ ารรักษาส่ิงแวดล้อม และเสนอแนวทางการแก้ปญั หาโดยสันติวิธี ปฏบิ ตั ิตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง
ในเรื่องความซอื่ สัตย์สุจรติ อดทน และยอมรบั ผลท่ีเกิดจากการกระทำของตนเอง
โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการกลุ่ม กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ และ
กระบวนการแก้ปญั หา
เพือ่ ให้ผเู้ รยี นมลี ักษณะท่ีดขี องคนไทย ภาคภมู ิใจและรักษาไว้ซ่ึงความเป็นไทย แสดงออกถึงความ
รักชาติ ยึดมั่นในศาสนา เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ดำเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย อยู่ร่วมกับผู้อื่น
อย่างสันติ สามารถจดั การความขัดแยง้ ดว้ ยสันติวิธี และมวี ินัยในตนเอง
ผลการเรียนรู้
๑. ปฏบิ ตั ติ นและชักชวนผอู้ ื่นให้มีมารยาทไทย
๒. มีส่วนรว่ มและชกั ชวนผู้อ่ืนใหอ้ นรุ กั ษท์ รัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม
๓. มีสว่ นร่วมในขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปวฒั นธรรม และภมู ปิ ัญญาไทย
๔. เห็นคุณค่าและแนะนำผู้อื่นให้แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบัน
พระมหากษัตรยิ ์
๑๕๖
๕. ปฏบิ ตั ิตนตามพระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
๖. ปฏิบัติตนและแนะนำผู้อื่นให้ปฏิบัติตามข้อตกลง กติกา กฎ ระเบียบของห้องเรียนและ
โรงเรียน
๗. เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามบทบาทหน้าที่ มีส่วนร่วมและรับผิดชอบในการตัดสินใจใน
กิจกรรมของหอ้ งเรียนและโรงเรยี น
๘. ยอมรับความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในประเทศไทย และอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสันติ และ
พึง่ พาซง่ึ กันและกัน
๙. วิเคราะหป์ ัญหาความขดั แย้งในประเทศไทยและเสนอแนวทางการแกป้ ัญหาโดยสนั ตวิ ธิ ี
๑๐. ปฏบิ ตั ติ นเปน็ ผมู้ ีวินยั ในตนเอง
รวม ๑๐ ผลการเรียนรู้
๑๕๗
1๑. คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติมกล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ รายวิชาภาษาจนี
รายวชิ าเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ รายวชิ าภาษาจนี
ระดบั ช้ันประถมศึกษา
รายวิชาพน้ื ฐาน จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
จ ๑๑๒๐๑ ภาษาจีน จำนวน ๔๐ ช่วั โมง
จ ๑๒๒๐๑ ภาษาจนี จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
จ ๑๓๒๐๑ ภาษาจนี จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
จ ๑๔๒๐๑ ภาษาจีน จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
จ ๑๕๒๐๑ ภาษาจนี จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
จ ๑๖๒๐๑ ภาษาจีน
สาระที่ 1 ภาษาเพอ่ื การส่ือสาร
มาตรฐาน 1.1 เขา้ ใจและตคี วามเร่ืองที่ฟงั และอ่านจากสื่อประเภทตา่ งๆ และแสดงความ
คิดเห็นอย่างมีเหตผุ ล
มาตรฐาน 1.2 มีทักษะการสอ่ื สารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก
และความคดิ เห็นอย่างมีคุณภาพ
มาตรฐาน 1.3 นำเสนอขอ้ มลู ข่าวสาร ความคิดรวบยอดและความคิดเหน็ ในเรื่องต่างๆ โดย
การพูดและการเขยี น
สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของจีนและนำไปใช้ได้อย่าง
เหมาะสมและถูกกาลเทศะ
มาตรา 2.2 เขา้ ใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของจีนกับภาษา
และวัฒนธรรมของไทยและนำไปใชอ้ ยา่ งถูกต้องและเหมาะสม
สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพันธ์กบั กลุ่มสาระการเรยี นรู้อนื่
มาตรฐาน 3.1 ใชภ้ าษจนี ในการเชือ่ มโยงความรกู้ ับกลุ่มสาระการเรยี นรู้อน่ื และเป็นพนื้ ฐานใน
การพฒั นาแสวงหาความรูแ้ ละเปดิ โลกทศั น์ของตน
สาระท่ี 4 ภาษากบั ความสัมพนั ธ์กับชุมชนโลก
มาตรฐาน 4.1 ใช้ภาษาจนี ในสถานการณต์ ่างๆ ทง้ั ในสถานศึกษา ชมุ ชน และสงั คม
มาตรฐาน 4.2 ใช้ภาษาจนี เปน็ เครือ่ งมอื พนื้ ฐานในการศึกษาต่อการประกอบอาชีพและการ
แลกเปล่ยี นเรยี นรูก้ ับสงั คมโลก
๑๕๘
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม
จ๑๑๒๐๑ ภาษาจนี กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาตา่ งประเทศ
ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง
ศกึ ษาและปฏิบัติตามคำสั่งง่ายๆ ทฟ่ี ัง ระบุสทั อักษรตามระบบพนิ อิน (拼音) อ่านออกเสียง และ
ประสมเสียงคำง่ายๆ ตามหลักการออกเสียง ระบุภาพ หรือสัญลักษณ์ ตรงตามความหมายของคำ กลุ่มคำ
และประโยคจากการฟังหรืออ่าน ตอบคำถามจากการฟังหรือการอ่านประโยค บทสนทนา หรือนิทานง่ายๆ
ที่มีภาพประกอบ พูดโต้ตอบด้วย คำสั้นๆ ง่ายๆ ในการสื่อสารระหว่างบุคคล ใช้คำสั่งง่ายๆ บอกความ
ต้องการง่ายๆ พูดขอและให้ข้อมูลง่ายๆ เกี่ยวกับตนเอง และเรื่องใกล้ตัว ตามแบบที่ฟัง เขียนอักษรจีน
คำศัพท์ง่ายๆ พูดและแสดงออกตามวัฒนธรรมของจีน รู้จักหรือเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษา และวัฒนธรรม
ของจีนที่เหมาะสมกับวัย ระบุตัวอักษรจีน สัทอักษรพินอิน และตัวอักษรไทย บอกความเหมือนหรือความ
แตกต่างด้านวัฒนธรรมการทักทายของจีนและของไทย บอกคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น
ฟังหรือพูดในสถานการณ์ง่ายๆ ที่เกิด ขึ้นในห้องเรียน ใช้ภาษาจีนเพื่อรวบรวมคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งใกล้
ตวั
โดยใช้กระบวนการสื่อสารทางภาษาจีน ด้วยทักษะ การฟัง การพูด การอ่าน และ การเขียน ที่มี
ความถูกต้องและเหมาะสมตามพน้ื ฐานของผ้เู รียน
เพอื่ ให้ผูเ้ รียนมเี จตคตทิ ่ีดตี ่อการเรียนวิชาภาษาจีน ฝกึ ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ ทำงานด้วยความมุ่งมั่น
ใฝเ่ รยี นรู้ มีความรับผดิ ชอบในการทำงาน
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. สามารถฟังและเข้าใจคำสัง่ ง่ายๆ รวมทง้ั ปฏบิ ตั ติ ามคำสั่งได้อยา่ งถกู ต้อง
2.ระบุสัทอักษรตามระบบพินอิน และอ่านออกเสียง ประสมเสียงคำง่ายๆ ตามหลักออกเสียงได้
อยา่ งถกู ตอ้ ง
3. ระบภุ าพ สัญลกั ษณ์ ไดต้ รงตามความหมายของคำ กลุ่มคำ และประโยคจากการฟงั และอ่าน
4. ตอบคำถามจากเรื่องที่ฟงั และนิทานงา่ ยๆ ได้ พูดบทสนทนาโต้ตอบงา่ ยๆ ไดอ้ ย่าง ถูกต้อง
5. บอกความตอ้ งการ พูดขอ และให้ข้อมูลง่ายๆ ในเรื่องต่างๆ ได้
6. บอกความเหมือน ความแตกต่างทางภาษา วัฒนธรรมระหว่างภาษาไทย และ ภาษาจีนรวมทงั้
เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนาธรรมจีนได้อย่างมีความสขุ
รวมท้ังหมด 6 ผลการเรียนรู้
๑๕๙
คำอธิบายรายวิชาเพม่ิ เติม
จ๑๒๒๐๑ ภาษาจนี กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ
ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๒ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง
ปฏบิ ตั ติ ามคำส่งั และคำขอรอ้ งงา่ ยๆท่ีฟงั ระบสุ ทั อักษรตามระบบพนิ อนิ (拼音) ระบตุ วั อักษรจีน
คำ และความหมาย อ่านออกเสียงได้ถูกต้อง ประสมเสียง อ่านอักษรจีน ศัพท์ และประโยคง่ายๆ ตาม
หลกั การออกเสียง ระบภุ าพ หรือสัญลักษณ์ ความหมายของคำ กลุ่มคำ และประโยคจากการฟังหรอื การอ่าน
ตอบคำถามจากการฟังหรือการอ่านประโยค บทสนทนาหรือนิทานง่ายๆ ที่มีภาพประกอบ พูดโต้ตอบสั้นๆ
งา่ ยๆ ในการสอ่ื สารระหว่างบุคคล ใช้คำส่งั และคำขอร้องง่ายๆ บอกความต้องการ งา่ ยๆ ของตนเอง พูดขอ
และให้ข้อมูลง่ายๆ เกี่ยวกับตนเอง และเรื่องใกล้ตัว ตามแบบที่ ฟัง เขียนอักษรจีน คำศัพท์ง่ายๆ พูดและ
แสดงออกตามวัฒนธรรมของจีน บอกซื่อ และ คำศัพท์เก่ียวกับเทศกาลสำคัญของจีน เข้าร่วมกิจกรรมทาง
ภาษาและวัฒนธรรมของจีน ที่เหมาะสมกับวัย บอกความเหมือน หรือความแตกต่างด้านวัฒนธรรมของจีน
และของ ไทย เช่น การแต่งกาย การรับประทานอาหาร บอกคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน
ฟงั หรพื ูดในสถานการณง์ ่ายๆ ท่ีเกิดขึน้ ในหอ้ งเรยี น ใช้ภาษาจีนเพอ่ื รวบรวม คำศัพทท์ ีเ่ ก่ยี วขอ้ งกับสิ่งใกลต้ วั
โดยใช้กระบวนการสื่อสารทางภาษาจีน ด้วยทักษะ การฟัง การพูด การอ่าน และ การเขียน ที่มี
ความถกู ตอ้ งและเหมาะสมตามพ้นื ฐานของผเู้ รียนทส่ี ูงขึ้น
เพ่ือให้ผเู้ รียนมีเจตคติท่ีดีต่อการเรยี นวิชาภาษาจีน ฝึกปฏบิ ตั ิอย่างสมำ่ เสมอ ทำงานด้วยความมุ่งม่ัน
ใฝเ่ รียนรู้ มีความรับผดิ ชอบในการทำงาน วชิ าภาษาจีน
ผลการเรียนรู้ท่คี าดหวัง
1. สามารถฟังและเข้าใจคำสั่งง่ายๆ รวมทงั้ ปฏิบตั ิตามคำสง่ั ไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
2. ระบุสัทอักษตามระบบพนิ อิน และอา่ นออกเสยี ง ประสมเสียงคำงา่ ยๆ ตามหลักการ ออกเสียงได้
อย่างถูกต้อง
3. ระบภุ าพ สญั ลักษณ์ ได้ตรงตามความหมายของคำ กลมุ่ คำ และประโยคจากการฟัง และอ่าน
4. ตอบคำถามจากเรื่องหรือนิทานง่ายๆ ที่ฟังหรืออ่านได้ พูดบทสนทนาโต้ตอบ ง่ายๆ ได้อย่าง
ถกู ต้อง
5. บอกความตอ้ งการ พดู ขอ และใหข้ ้อมูลงา่ ยๆ เกยี่ วกบั ตนเองหรือเร่อื งใกลต้ ัวได้
6. ฟังหรือพดู ในสถานการณ์ง่ายๆ ทีเ่ กิดขน้ึ ในห้องเรียน ใช้ภาษาจนี เพือ่ รวบรวมคำศัพท์ ทเ่ี ก่ียวข้อง
กบั ส่งิ ใกลต้ วั
7. บอกความเหมอื น ความแตกต่างทางภาษา วัฒนธรรมระหว่างภาษไทย และ ภาษาจนี รวมท้งั เข้า
รว่ มกิจกรรมทางภาษาและวัฒนาธรรมจีนได้อยา่ งมคี วามสขุ
รวมท้งั หมด 7 ผลการเรยี นรู้
๑๖๐
คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เติม
จ๑๓๒๐๑ ภาษาจีน กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๓ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง
ปฏบิ ัตติ ามคำสั่ง และคำขอรอ้ งทีฟ่ ังหรอื อ่าน ประสมเสียง อ่านออกเสยี งคำ กลุ่มคำ ประโยค บทฝึก
ออกเสยี งง่ายๆ ตามหลกั การออกเสยี ง ระบภุ าพ สญั ลกั ษณ์ ตรงตามความหมายของคำ กลุ่มคำ และประโยค
จากการฟัง หรือการอ่าน ตอบ คำถามจากการฟัง การอ่านประโยค บทสนทนา หรือนิทานง่ายๆ ที่มี
ภาพประกอบ พดู โตต้ อบด้วยคำสนั้ ๆ งา่ ยๆ ในการส่อื สารระหวา่ ง บุคคล ใช้คำสั่ง คำขอรอ้ งง่ายๆ บอกความ
ต้องการง่ายๆ ของตนอง ตามแบบที่ฟัง ขอและให้ข้อมูลง่ายๆ เกี่ยวกับ ตนเอง และสิใกล้ตัว ตามแบบที่ฟัง
บอกความรู้สึกของตนเอง เกี่ยวกับสิ่งใกล้ตัว หรือกิจกรรมต่างๆ ตามแบบที่ฟัง พูด เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับ
ตนเอง และเรื่องใกล้ตวั งา่ ยๆ จัดหมวดหมูค่ ำตามประเภทของบคุ คล สัตว์ และสิ่งของ ตามทฟ่ี งั หรืออ่าน พดู
และแสดงออกตามวัฒนธรรมของจีน บอกชื่อ คำศัพท์ และความสำคัญอย่างสั้นๆ เกี่ยวกับเทศกาลและวัน
สำคัญของจีน เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมของ จีนที่เหมาะสมกับวัย ระบุตัวอักษรจีน คำ
กลุ่มคำ และความหมายสัทอักษรพินอิน และออกเสียงได้ถูกต้อง บอกความเหมือนหรือความแตกต่างด้าน
วัฒนธรรมของจีน และของไทย เช่น การแต่งกาย การรับประทานอาหาร บอกคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับ กลุ่ม
สาระการเรียนรู้อื่นฟังหรือพูดในสถานการณ์ง่ายๆ ที่เกิดขึ้นในห้องเรียน ใช้ภาษาจีนเพื่อรวบรวมคำศัพท์ท่ี
เก่ยี วข้องกบั สงิ่ ใกล้ตวั
โดยใช้กระบวนการส่อื สารทางภาษาจีน ดว้ ยทกั ษะ การฟัง การพดู การอา่ น และการเขียน ทีม่ ีความ
ถกู ตอ้ งและเหมาะสมตามพ้ืนฐานของผู้เรยี น
เพอ่ื ให้ผ้เู รียนมเี จตคติท่ีดตี ่อการเรียนวิชาภาษาจีน ฝกึ ปฏิบัตอิ ย่างสมำ่ เสมอ ทำงานด้วยความมุ่งม่ัน
ใฝ่เรียนรู้ มีความรับผดิ ชอบในการทำงาน
ผลการเรยี นรู้ท่ีคาดหวัง
1. สามารถฟังและเข้าใจคำส่งั คำขอร้องทีฟ่ งั หรืออ่าน รวมทัง้ ปฏิบตั ติ ามได้อย่าง ถูกต้อง
2. ประสมเสียง อา่ นออกเสยี งคำ กลมุ่ คำ ประโยค บทฝึกออกเสียงง่ายๆ ตาม หลกั การออกเสียงได้
อย่างถกู ต้อง
3. ระบภุ าพ ระบุตัวอกั ษรจนี หรอื สัญลกั ษณ์ ได้ตรงตามความหมายของคำ กลุ่มคำ และประโยคจาก
การฟงั หรือการอ่าน รวมทงั้ จัดหมวดหมูค่ ำตามประเภทของ บคุ คล สัตว์ และสง่ิ ของ ตามทฟี่ งั หรอื อา่ น
4. ตอบคำถามจากการฟัง การอา่ นประโยค บทสนทนา หรือนิทานง่ายๆ ท่มี ี ภาพประกอบได้ บอก
ความรูส้ กึ ของตนเอง เกย่ี วกับส่ิงใกลต้ ัว หรอื กจิ กรรม ต่างๆ ตามแบบทฟ่ี ัง พูด เขียนให้ข้อมลู เก่ยี วกบั ตนเอง
และเรอื่ งใกล้ตัว งา่ ยๆ
5. พูดโต้ตอบด้วยคำสั้นๆ ง่ายๆ ในการสื่อสารระหว่าง บุคคล ใช้คำสั่ง คำขอร้องง่ายๆ บอกความ
ต้องการง่ายๆ ของตนเอง ตามแบบทฟ่ี งั
6. พูดในสถานการณย์ ๆ ที่เกดิ ขน้ึ ในหอ้ งเรยี น ใช้ภาษาจีนเพอ่ื รวบรวมคำศพั ท์ ที่เก่ียวข้องกับสิ่งใกล้
ตวั
7. บอกความเหมือนและแตกตา่ งทางภาษา วฒั นธรรมระหว่างภาษาไทย และภาษาจนี
รวมท้งั หมด 7 ผลการเรียนรู้
๑๖๑
คำอธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม
จ๑๔๒๐๑ ภาษาจนี กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๔ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง
ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอร้อง และคำแนะนำง่ายๆ ที่ฟังหรืออ่าน ประสมเสียง อ่าน ออกเสียงคำ
กลุ่มคำ ประโยค ข้อความ และบทฝึก ตามหลักการออกเสียง ระบุภาพ สัญลักษณ์ เครื่องหมายตรงตาม
ความหมายของคำ กลุ่มคำ ประโยค และข้อความสั้นๆ ที่ฟังหรืออ่าน ตอบคำถามจากการฟังและอ่าน
ประโยค บทสนทนา หรอื นิทานง่ายๆ ทม่ี ภี าพ ประกอบ พูด เขียนโตต้ อบในการสอ่ื สารระหว่างบุคคล แสดง
ความต้องการของตนเอง ใช้คำสั่ง คำขอร้อง ขอความ ช่วยเหลือ และคำขออนุญาตง่ายๆ ในสถานการณ์
ต่างๆ ขอและใหข้ ้อมลู เกี่ยวกบั ตนเอง เพื่อน ครอบครวั และส่ิงใกล้ตวั พูดแสดงความรสู้ ึกของตนเองเก่ียวกับ
เรื่องใกล้ตัว ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง แสดงความคิดเห็นง่ายๆ และกิจกรรมต่างๆ ตามแบบที่ฟัง วาดภาพ
แสดงความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ ใกล้ตัวท่ีฟังหรืออ่าน และแสดงออกอย่างสุภาพ ตามมารยาท สังคมและ
วัฒนธรรมของจีน ตอบคำถามเกี่ยวกับเทศกาล วันสำคัญ งานฉลองของจีน เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและ
วัฒนธรรมของจีนที่เหมาะสมกับวัย บอกความเหมือน หรือความแตกต่างของเสียงตัวอักษร คำ กลุ่มคำ
ประโยค และ ขอ้ ความของ ภาษาจนี กับภาษาไทยบอกความเหมือนหรือความแตกตา่ งระหว่างเทศกาล และ
งานฉลอง ตามวัฒนธรรมของจีนกับวฒั นธรรมของไทย
โดยใชก้ ระบวนการสอ่ื สารทางภาษาจนี ด้วยทักษะ การฟงั การพดู การอ่าน และ การเขียน ทีม่ คี วาม
ถูกต้องและ เหมาะสมตามพืน้ ฐานของผู้เรยี น สามารถค้นคว้า รวบรวม คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุม่ สาระการ
เรียนรู้อื่น และนำเสนอด้วยการพูดหรือเขียน ฟัง พูด อ่านประโยค หรืบกสนทนในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นใน
ห้องเรียนและสถานศกึ ษาใช้ภาษาจีนในการรวบรวมคำศัพทท์ เี่ กยี่ วข้องกบั สิ่งใกลต้ ัว
เพื่อให้ผู้เรียนมีเจตคติท่ีดตี ่อการเรียนวชิ าภาษาจนี ฝกึ ปฏิบัตอิ ยา่ งสมำ่ เสมอ ทำงานด้วยความมุ่งมั่น
ใฝเ่ รียนรู้ มีความรบั ผิดชอบในการทำงาน
ผลการเรยี นรทู้ ีค่ าดหวงั
1. สามารถฟังและเข้าใจคำสั่ง คำขอรอ้ ง คำแนะนำที่ฟังหรอื อ่าน รวมทั้งปฏบิ ัติตามได้อย่างถูกต้อง
2. ประสมเสียง อ่านออกเสียงคำ กลุ่มคำ ประโยค บทฝึกและข้อความ ตามหลักออกเสียงได้อย่าง
ถูกต้อง
3. ระบภุ าพ สัญลกั ษณ์ เครื่องหมายตรงตามความหมายของคำ กลมุ่ คำ ประโยค และ ข้อความสัน้ ๆ ท่ี
ฟงั หรอื อา่ น
4. ตอบคำถามจากการฟังและอ่านประโยค บทสนทนา หรือนิทานง่ายๆ ที่มีภาพ ประกอบ พูด เขียน
โตต้ อบในการสื่อสารระหว่างบคุ คล
5. พดู แสดงความรสู้ ึกของตนเองเกี่ยวกับเรื่องใกล้ตวั ใหข้ อ้ มูลเกย่ี วกบั ตนเอง แสดง ความคิดเห็นง่ายๆ
และกิจกรรมตา่ งๆ ตามแบบท่ีฟัง
6. พูดหรือเขียนโต้ตอบในกรสื่อสารระหว่างบุคคล แสดงความต้องการของตนเอง ใช้คำสั่ง คำขอร้อง
ขอความช่วยเหลือ และคำขออนุญาตงา่ ยๆ ในสถานการณ์ต่างๆ
๑๖๒
7. วาดภาพแสดงความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ ใกล้ตัวที่ฟังหรืออ่าน และแสดงออกอย่างสุภาพ ตาม
มารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของจีน รวมทงั้ ตอบคำถามเก่ยี วกับเทศกาล วนั สำคัญ งานฉลองของจนี เข้ารว่ ม
กิกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมของจนี ทเี่ หมาะสมกบั วยั
8. บอกความเหมือน หรือความแตกต่างของเสียงตัวอักษร คำ กลุ่มคำ ประโยค และ ข้อความของ
ภาษาจีนกับภาษาไทยบอกความเหมือนหรือความแตกต่างระหว่าง เทศกาล และงานฉลอง ตามวัฒนธรรม
ของจนี กับวัฒนธรรมของไทย
รวมทง้ั หมด 8 ผลการเรียนรู้
๑๖๓
คำอธบิ ายรายวิชาเพิม่ เติม
จ๑๕๒๐๑ ภาษาจีน กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๕ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง
ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอรอ้ ง คำแนะนำง่ายๆ ระบภุ าพ สัญลักษณ์ เคร่อื งหมาย ตรง ตามความหมาย
ของกล่มุ คำ ประโยค และข้อความส้ันๆ จากการฟงั และอ่าน อ่านออก เสียงประโยค ข้อความ บทกลอนส้ันๆ
ตามหลกั การออกเสียง บอกใจความสำคัญ และตอบคำถามจากการฟังการอ่านบทสนทนา นทิ านง่ายๆ หรือ
เรื่องสั้นๆ พูดหรือเขียนโต้ตอบ ในการสื่อสารระหว่างบุคคล ใช้คำสั่ง คำขอร้อง คำขออนุญาต คำแนะนำ
งา่ ยๆ แสดงความตอ้ งการ การขอความชว่ ยเหลอื ตอบรับและปฏเิ สธ ในสถานการณต์ ่างๆ พูดหรือ เขยี นเพ่ือ
ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัว เรื่องใกล้ตัว และกิจกรรมต่างๆ พร้อมให้เหตุผลสั้นๆ
ประกอบ เขียนภาพ แผนผัง และตาราง แสดงข้อมูลต่างๆ ตามที่ฟังหรืออ่าน พูดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั
กิจกรรม หรือเรื่องใกล้ตัวใช้ถ้อยคำ น้ำเสียง และกิริยาท่าทางอย่างสภุ าพ ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรม
ของจีน ตอบคำถาม หรือ บอกความสำคัญของเทศกาล วันสำคัญ งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ของจีน
เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมของจีนที่เหมาะสมกับวัย บอกความเหมือน หรือความแตกต่าง
ระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ การใช้เครื่องหมายวรรคตอน และการลำดับคำ ตามโครงสร้าง
ประโยคของภาษาจนี และภาษาไทยบอกความเหมือน หรอื ความแตกตา่ งระหว่างเทศกาล และงานฉลองตาม
วฒั นธรรมของจนี กับวัฒนธรรมของไทย
โดยใช้กระบวนการส่ือสารทางภาษาจนี ดว้ ยทักษะ การฟงั การพดู การอา่ น และ การเขยี น ทม่ี ีความ
ถูกต้องและเหมาะสมตามพื้นฐานของผู้เรียน สามารถค้นคว้า รวบรวม คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการ
เรียนรู้อื่น และนำเสนอด้วยการพูดหรือเขียน ฟัง พูด อ่านประโยค หรืบกสนทนในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นใน
หอ้ งเรียนและสถานศกึ ษาใช้ภาษา จีนในการรวบรวมคำศัพท์ทีเ่ กยี่ วขอ้ งกบั สิง่ ใกลต้ ัว
เพ่ือใหผ้ เู้ รียนมีเจตคตทิ ีด่ ตี ่อการเรยี นวิชาภาษาจนี ฝกึ ปฏบิ ัติอย่างสม่ำเสมอ ทำงาน ด้วยความมงุ่ ม่ัน
ใฝ่ เรียนรู้ มคี วามรบั ผดิ ชอบในการทำงาน
ผลการเรียนรูท้ ี่คาดหวัง
1. สามารถฟังและเขา้ ใจคำสง่ั คำขอรอ้ ง คำแนะนำงา่ ยๆ รวมท้ังปฏบิ ตั ติ ามได้ ถูกต้อง
2. ระบุภาพ สัญลักษณ์ เครื่องหมาย ตรงตามความหมายของกลุ่มคำ ประโยค ความสั้นๆ จากการฟัง
และอา่ น
3. อ่านออกเสียงประโยค ข้อความ บทกลอนสั้นๆ ตามหลักการออกเสียง รวมทั้งบอก ใจความสำคัญ
และตอบคำถามจากการฟังการอา่ นบทสนทนา นทิ านง่ายๆ หรอื เรอื่ งสน้ั ๆ
4. พดู หรอื เขียนโต้ตอบในการสื่อสารระหวา่ งบคุ คล ใชค้ ำสงั่ คำขอร้อง คำขออนญุ าต คำแนะนำง่ายๆ
5. ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัว เรื่องใกล้ตัว และกิจกรรมต่างๆ พร้อม ให้เหตุผล
สั้นๆ ประกอบ แสดงความต้องการ การขอความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธ ในสถานการณ์ต่างๆ ด้วย
ถอ้ ยคำ นำ้ เสยี ง และกริ ยิ าท่าทางอย่างสุภาพ ตาม มารยาทสังคมและวัฒนธรรมของจีน
6. เขียนภาพ แผนผัง และตาราง แสดงข้อมูลต่างๆ ตามที่ฟังหรืออ่าน รวมทั้งพูดแสดง ความคิดเห็น
เกี่ยวกับกจิ กรรม หรอื เร่อื งใกลต้ ัว
๑๖๔
7. ตอบคำถาม หรบื อกความสำคญั ของเทศกาล วนั สำคัญ งานฉลอง และชวี ติ ความเป็นอยู่ของจีน เข้า
ร่วมกิกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมของจนี ทีเ่ หมาะสมกบั วัย
8. บอกความเหมือน หรือความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ การใช้ เครื่องหมาย
วรรคตอน และการลำดับคำ ตามโครงสร้างประโยคของภาษาจีนและภาษา ไทย รวมทั้งความเหมือน หรือ
ความแตกต่างระหว่างเทศกาล และงานฉลอง ตามวัฒนธรรมของจนี กับวฒั นธรรมของไทย
รวมทงั้ หมด 8 ผลการเรียนรู้
๑๖๕
จ๑๖๒๐๑ ภาษาจีน คำอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเติม
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖
กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอร้อง คำแนะนำ ระบุประโยค ข้อความสั้นๆ ตรงตามภาพ สัญลักษณ์ หรือ
เครื่องหมาย ที่ฟังและอ่าน บอกใจความสำคัญ และตอบคำถามจากการฟัง และอ่านบทสนทนา นิทาน หรือ
เรื่องเล่าง่ายๆ อ่านออกเสียงข้อความ นิทาน และบทกลอน ตามหลักการออกเสียง พูดหรือเขียนโต้ตอบใน
การสือ่ สารระหวา่ งบุคคล แสดงความ ตอ้ งการขอความช่วยเหลือ ตอบรบั และปฏิเสธในสถานการณ์ตา่ งๆ ขอ
และให้ข้อมูลเกี่ยว กับตนเอง เพื่อน ครอบครัว สิ่งแวดล้อม เรื่องใกล้ตัว กิจกรรมต่างๆ พร้อมให้เหตุผลสั้นๆ
ประกอบพูดหรือเขียนแสดงความรู้สึกของตนเองเกี่ยวกับเรื่องใกล้ตัว ใช้ถ้อยคำ น้ำเสียง และกิริยาท่าทาง
อย่างสุภาพ ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของจีน บอกข้อมูล และ ความสำคัญของเทศกาล วันสำคัญ
งานฉลอง ชวี ิตความเปน็ อยขู่ องจีน เข้ารว่ มกจิ กรรม ภาษาและวัฒนธรรมของจีน ตามความสนใจ บอกความ
เหมือน หรือความแตก ระหว่างการออกเสียง ประโยคชนิดต่างๆ การใช้เครื่องหมายวรรคตอน และการ
ลำดับคำ ตามโครงสรา้ งประโยคของภาษาจีนและภาษาไทย รวมถึงความเหมอื นและความแตกต่าง ระหว่าง
เทศกาล งานฉลอง ประเพณี ตามวัฒนธรรมของจนี กบั วฒั นธรรม
โดยใช้กระบวนการสื่อสารทางภาษาจีน ด้วยทักษะ การฟัง การพูด การอ่าน และ การเขียน ที่มี
ความถูกตอ้ งและเหมาะสมตามพื้นฐานของผู้เรียน สามารถคน้ ควา้ รวบรวม คำศัพทท์ เ่ี กยี่ วข้องกับกลุ่มสาระ
การเรียนรู้อื่น และนำเสนอด้วยการพูดหรือเขียน ใช้ภาษา จีนสื่อสารในสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นใน
หอ้ งเรียนและสถานศึกษา
เพือ่ ให้ผ้เู รยี นมเี จตคตทิ ีด่ ตี อ่ การเรยี นวชิ าภาษาจนี ฝึกปฏบิ ตั อิ ย่างสม่ำเสมอ ทำงาน ด้วยความมุง่ มั่น
ใฝ่เรียนรู้ มีความรบั ผดิ ชอบในการทำงาน
ผลผลการเรยี นรู้
1. สมารถฟังและเข้าใจคำสัง่ คำขอรอ้ ง คำแนะนำงา่ ยๆ รวมท้งั ปฏบิ ตั ติ ามได้อย่างถูกต้อง
2 ระบุประโยค ขอ้ ความสน้ั ๆ ตรงตามภาพ สญั ลักษณ์ หรือเคร่อื งหมาย ท่ีฟังและอ่าน
3. อ่านออกเสียงข้อความ นิทาน และบทกลอน ตามหลักการออกเสียง รวมทั้ง บอกใจความสำคญั
และตอบคำถามจากการฟงั และอ่านบทสนทนา นทิ าน หรอื เรอ่ื งเล่างา่ ยๆ
4. พูดหรือเขียนโต้ตอบในการสื่อสรระหว่างบุคคล แสดงความต้องการขอความช่วยเหลือตอบรับ
และ ปฏเิ สธในสถานการณต์ ่างๆ
5. ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัว สิ่งแวดล้อม เรื่องใกล้ตัว กิจกรรมต่างๆ พร้อม
ให้ เหตุผลสั้นๆ ประกอบได้
6. พูดหรือเขียน หรือนำเสนอแสดงความรู้สึกของตนเองเกี่ยวกับเรื่องใกล้ตัว หรือในสถานการณ์
ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา ด้วยใช้ถ้อยคำ น้ำเสียง และกิริยาท่าทางอย่างสุภาพ ตาม
มารยาทสงั คมและวัฒนธรรมของจนี
7. บอกข้อมูล และความสำคัญของเทศกาล วนั สำคัญ งานฉลอง ชีวติ ความเป็นอยู่ของจนี รวมทั้งเข้า
ร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมของจีน ตามความสนใจ
๑๖๖
8. บอกความเหมือน หรือความแตกต่างระหว่างการออกเสียง ประโยคชนิดต่างๆ การใช้
เครื่องหมาย วรรคตอน และการลำดับคำ ตามโครงสร้างประโยคของภาษาจีนและภาษาไทย รวมถึงความ
เหมอื นและความแตกตา่ งระหวา่ งเทศกาล งานฉลอง ประเพณี ตามวัฒนธรรมของจนี กบั วัฒนธรรมของไทย
รวมทง้ั หมด 8 ผลการเรียนรกู้ ารเรยี นรู้ทค่ี าดหวงั
ตอนท่ี ๔
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น
ความหมายและความสำคัญของกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน
กิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี นเป็นกจิ กรรมสำคญั ท่หี ลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนเมืองสรุ ินทร์ ฉบับปรบั ปรงุ
พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๑ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ กำหนดให้จดั ทำขน้ึ
ใหผ้ ้เู รยี นทุกคนทกุ ระดบั ช้นั เพ่ือสง่ เสริมพัฒนาความสามารถของตนเองตามความถนัด ความสนใจ ให้เตม็
ศักยภาพ โดยมุ่งเน้นการพฒั นาองค์รวมของความเป็นมนุษย์ท้ังด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณแ์ ละสังคม สร้าง
เยาวชนของชาติให้เปน็ ผู้มีศลี ธรรม จริยธรรม มีระเบยี บวนิ ัย ปลกู ฝังและสร้างจิตสำนึกของการทำประโยชน์เพ่ือ
สงั คมและสามารถบรหิ ารการจัดการตนเอง
กิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี นเป็นกจิ กรรมทีจ่ ะสง่ เสรมิ ให้ผเู้ รียนได้พฒั นาความสามารถของตนเองตาม
ศักยภาพ เพม่ิ เติมจากกิจกรรมการเรยี นรู้ตามกลมุ่ สาระการเรียนร้ทู ้งั ๘ กลุม่ การเข้ารว่ ม และปฏบิ ตั ิ
กิจกรรมที่เหมาะสมรว่ มกบั ผู้อนื่ อยา่ งมคี วามสุขกับกิจกรรมที่เลอื กดว้ ยตนเองตามความถนัด ความสนใจ
อย่างแทจ้ รงิ จะเสรมิ สรา้ งและพฒั นาองคร์ วมของความเป็นมนษุ ย์ใหค้ รบทุกดา้ นสรา้ งความเปน็ มนุษย์ที่
สมบรู ณ์ ปลกู ฝังและสร้างจิตสำนกึ ของการทำประโยชน์เพื่อสังคม
จุดมุง่ หมายของกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น
การจัดทำกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียนในหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนเมืองสุรินทร์ มจี ุดประสงค์สำคัญ
คอื
๑. เพื่อชว่ ยเพ่ิมพูนประสบการณข์ องผูเ้ รียน ได้ฝกึ ฝนทักษะ ไดเ้ รียนรู้ โดยการปฏิบตั จิ ริง อนั เปน็
การสอดคล้องกบั แนวการจัดการเรียนร้ทู ่ยี ึดผเู้ รียนเปน็ สำคัญ
๒. เพอื่ เสริมสรา้ งคุณลักษณะดีเด่นของความเปน็ ประชาธปิ ไตย ฝึกการเป็นผนู้ ำ ผู้ตาม ฝึกการ
ทำงานรว่ มกัน ฝึกการแสดงความคิดเห็น ฝึกความรับผิดชอบ
๓. เพอ่ื กอ่ ให้เกิดความสามัคคี รกั หม่คู ณะ เกิดความเข้าใจซึง่ กนั และกนั เพราะการปฏิบตั ิกจิ กรรม
ตอ้ งทำงานเปน็ กลุ่ม ตอ้ งรว่ มกนั คดิ ร่วมกันทำ ไดพ้ บความสุข ความทุกขร์ ว่ มกนั เกิดความประทับใจซึ่งกนั
และกนั
๔. สง่ เสรมิ ความคดิ ริเรมิ่ สร้างสรรค์ ความแปลกใหม่ เพราะการทำกจิ กรรมร่วมกันตอ้ งรว่ มกัน
ศึกษาคน้ คว้า ค้นหาวิธีการที่ดีกว่า ทำให้ความคดิ แตกฉาน พบเทคนิค วธิ ีการทแ่ี ปลกๆใหม่ ๆ ในการพัฒนา
ผลงาน
๕. เพ่อื ช่วยให้ผเู้ รียนมที างเลือก มโี อกาสแสดงออกตามแนวคดิ ความสนใจของตนเอง มีโอกาสใน
การเลือกตามความตอ้ งการ ความถนัด ช่วยพัฒนาศกั ยภาพของผ้เู รยี นเป็นรายบุคคล
๖. เพื่อฝกึ ผูเ้ รียนใหเ้ ป็นสมาชกิ ทดี่ ีของสังคม ชุมชน และประเทศชาติ ท้ังในปจั จุบนั และอนาคต
เพราะกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี นมีลกั ษณะเปน็ สงั คมเล็กท่ีจำลองจากสังคมใหญ่ มีกฎระเบียบ กตกิ า มีความ
รบั ผดิ ชอบท้ังในสิทธหิ นา้ ท่ีซึง่ เปน็ การปลูกฝงั ลักษณะนสิ ยั และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ของการอย่รู ่วมกัน
ในสังคมปกติ
๗. เพอ่ื ชว่ ยให้ผู้สอนรูจ้ กั ผู้เรียนแตล่ ะคนดีข้นึ เพราะผลงานในการทำกิจกรรมของผเู้ รียนจะชว่ ยให้
ผ้สู อนเข้าใจผู้เรยี นและประเมินคณุ ค่าคุณภาพของนักเรียนได้ดี และถูกต้องมากข้ึน รจู้ ักและเข้าใจความสนใจ
๑๖๘
ของผ้เู รียน ความถนัดของผู้เรียน ชว่ ยใหผ้ ้สู อนทราบข้อมูลพ้นื ฐานของผู้เรยี นทถ่ี ูกตอ้ ง และสามารถส่งเสรมิ
สนบั สนนุ หรอื แก้ไขข้อบกพร่องของผู้เรียนได้ถูกแนวทาง
๘. เพอ่ื ใชเ้ ปน็ ข้อมูลในการปรับปรุงหลักสูตรและการเรยี นการสอนของสถานศึกษา เพราะพฤติกรรม
การแสดงออกของผูเ้ รียนในการปฏิบัตกิ ิจกรรม เปน็ ผลทีบ่ ่งชี้ถึงความสำเร็จของหลักสตู รและการเรยี นการ
สอนของสถานศึกษาว่าบรรลุผลตามจุดมงุ่ หมายหรือไม่ มากนอ้ ยเพียงใด หลักสูตรควรจะต้องมีการปรบั ปรงุ
หรอื พฒั นาในสว่ นใด
หลกั การจดั กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน
๑. มีการกำหนดวตั ถุประสงค์ และแนวปฏบิ ตั ิท่ีชดั เจนเปน็ รูปธรรม
๒. จดั ใหเ้ หมาะสมกับวยั วุฒภิ าวะ ความสนใจ ความถนัด และความสามารถของผเู้ รยี น
๓. บรู ณาการกับชวี ติ จรงิ ให้ผู้เรยี นได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชวี ติ
๔. ใช้กระบวนการกล่มุ ในการจัดประสบการณเ์ รยี นรู้ ฝึกใหค้ ดิ วิเคราะห์ สรา้ งสรรค์
จนิ ตนาการ ทเี่ ปน็ ประโยชน์ และสัมพันธ์กบั ชวี ิตในแตล่ ะช่วงวยั อยา่ งต่อเนื่อง
๕. จำนวนสมาชิกเหมาะสมกับลักษณะของกจิ กรรม
๖. มกี ารกำหนดเวลาในการจัดกจิ กรรมให้เหมาะสมตามโครงสรา้ งหลักสูตรสถานศึกษา
๗. ผเู้ รียนเป็นผดู้ ำเนินการ มคี รูเป็นทีป่ รึกษา ถือเป็นหน้าทแ่ี ละงานประจำ โดยคำนึงถึง
ความปลอดภัย
๘. ยึดหลักการมสี ว่ นร่วม โดยเปิดโอกาสให้ครู พอ่ แม่ ผู้ปกครอง ชมุ ชน องคก์ ร ท้งั ภาครัฐ
และเอกชน มสี ่วนร่วมในการจดั กิจกรรม
๙. มีการประเมินผลการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม ด้วยวิธที ี่หลากหลาย และสอดคล้องกบั กจิ กรรมอย่างเป็น
ระบบและต่อเนื่อง โดยให้ถือวา่ เปน็ เกณฑ์ประเมนิ ผลการผ่านช่วงชั้นเรียน
แนวการจดั กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
โรงเรียนเมืองสรุ ินทร์จัดใหผ้ ู้เรียนทกุ คนเข้ารว่ มกิจกรรม โดยมแี นวการจดั กจิ กรรม ดังน้ี
๑. ให้ผ้เู รียนปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามความสนใจ
๒. ให้ผู้เรยี นได้ปฏบิ ตั ิกิจกรรมผ่านประสบการณท์ ี่หลากหลาย ฝกึ การทำงาน ท่สี อดคล้องกับชวี ติ
จริง ตลอดจนสะท้อนความรู้ ทกั ษะ และประสบการณ์ของผู้เรียน
๓. จดั กจิ กรรมอย่างสมดุลทง้ั ๓ ลกั ษณะ คือ กจิ กรรมแนะแนว กจิ กรรมนกั เรียน และกิจกรรมเพื่อ
สงั คมและสาธารณประโยชนแ์ ละ IS๓ ตามกระบวนการบันได ๕ ขน้ั ของโรงเรยี นมาตรฐานสากล โดยจัด
กิจกรรมรายบุคคล กจิ กรรมกล่มุ ท้ังในและนอกโรงเรยี นอย่างสม่ำเสมอและต่อเน่ือง
๔. จดั กจิ กรรมใหผ้ ูเ้ รียนเป็นผู้ดำเนนิ การ โดยการศึกษาและใช้ข้อมูลประกอบ การวางแผนอยา่ งเปน็
ระบบ เน้นการคิดวเิ คราะห์และใช้ความคดิ สรา้ งสรรค์ในการดำเนนิ กจิ กรรม
๕. ใช้กระบวนการมีสว่ นรว่ มและการเรยี นร้แู บบรว่ มมือมากกวา่ เนน้ การแข่งขนั บนพืน้ ฐาน การ
ปฏบิ ตั ติ ามวิถีประชาธปิ ไตย
๖. จัดใหม้ ีการแลกเปลยี่ นเรียนรูแ้ ละเผยแพร่กิจกรรม
๑๖๙
โครงสรา้ งกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน
โครงสร้างเวลาการจัดกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น โรงเรยี นเมอื งสุรินทร์ ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
กจิ กรรม ชนั้ ประถมศึกษา
ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖
๑. กิจกรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
๒. กิจกรรมนกั เรียน
๒.๑ กจิ กรรมลูกเสอื เนตรนารี/ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
ยุวกาชาด/ผูบ้ ำเพ็ญประโยชน์
๒.๒ กิจกรรมชมุ นุม ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐
๓. กจิ กรรมเพ่ือสังคมและ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐
สาธารณประโยชน์ / IS๓
รวม ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
โรงเรยี นเมืองสุรนิ ทร์ ได้กำหนดโครงสร้างเวลาในการจัดกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี นระดับช้ัน
ประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ เวลาเรียน ๑๒๐ ชว่ั โมงต่อปี / ๓ ชั่วโมงต่อสัปดาห์
๑๗๐
คำอธบิ ายกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน
ศึกษา คน้ ควา้ สังเกต สำรวจ วเิ คราะห์ เปรียบเทยี บ ฝกึ ปฏบิ ัติ สรปุ รายงาน นำเสนอ อภิปรายผล
แลกเปล่ียนเรยี นรู้ พฒั นาตนเอง การรบั รูค้ วามต้องการและความร้สู ึกของตนเองรจู้ ุดเด่น จุดด้อย เขา้ ใจความ
สนใจความถนดั ความสามารถดา้ นการเรยี นและการงาน สรา้ ง ความภมู ใิ จในตนเองและชื่นชมผู้อน่ื สำรวจ
ความต้องการและเขา้ ใจปญั หาง่าย ๆของตนเอง การสอื่ ความรู้สกึ และความต้องการของตนเองใหผ้ ู้อนื่ รบั รู้
การแสดงออกทางอารมณ์เหมาะสมกับวัย การเป็นผ้ใู ห้และผู้รบั ทดี่ ี โดยการเขา้ ร่วมกิจกรรมแนะแนว
กจิ กรรมนักเรียนซึง่ ไดแ้ ก่ กิจกรรมลูกเสือ- เนตรนารี ยุวกาชาด ผบู้ ำเพ็ญประโยชน์ กิจกรรมชุมนุมกลุ่มสนใจ
กิจกรรมเพอ่ื สงั คม และสาธารณประโยชน์ (IS๓) ทโ่ี รงเรียนจัดขนึ้
เพื่อให้รู้จักรักและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น มีค่านิยม วินัย คุณธรรมจริยธรรม จิตสำนึก
รับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศไทย และมีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต สามารถพัฒนา
บุคลิกภาพและปรับตัวอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข รู้จักแสวงหาและใช้ข้อมูลสารสนเทศจากแหล่งเรียนรู้
ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน มีความรู้ความเข้าใจ มีความสามารถ ทักษะ ประสบการณ์ มีความ
ขยันหมั่นเพียรและเห็นคุณค่าของการฝึกฝน เกิดคุณลักษณะที่พึงประสงค์ สามารถนำสิ่งที่ได้รับไปใช้
ประโยชน์ในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม การดำรงชีวิตตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และใช้ใน
การศึกษาเรียนรูแ้ ละพัฒนาตนเองต่อไป
ผลการเรียนรู้ ใชต้ ามวตั ถปุ ระสงค์ หรือผลการเรยี นรรู้ ายกิจกรรม ดังนี้
๑. กิจกรรมแนะแนว
๒. กจิ กรรมลูกเสือ เนตรนารี ยวุ กาชาด ผูบ้ ำเพญ็ ประโยชน์
๓. กิจกรรมชมุ นุม กลมุ่ สนใจ
๔. กจิ กรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ / IS๓
๑. กิจกรรมแนะแนว
หลกั การ
การจดั กจิ กรรมแนะแนวเปน็ กิจกรรมทจี่ ัดให้สอดคล้องกับสภาพปัญหา ความตอ้ งการ ความสนใจ
ธรรมชาติของผู้เรียน และวิสัยทัศน์ของสถานศึกษาที่ตอบสนองจุดมุ่งหมายหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้
พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ให้ครอบคลุมทั้งด้านการศึกษา การงานและอาชีพ รวมทั้งชีวิตและสังคม เน้น
ผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยผู้เรียนมีอิสระในการคิด และตัดสินใจด้วยตนเอง เรียนรู้ด้วยตนเอง ด้วยการปฏิบัติ
จนกระทั่งเกิดทักษะชีวิต หรือการเรียนรู้ ครูทุกคนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม โดยมีครูแนะแนวเป็ นผู้
ประสานงาน
วตั ถุประสงค์
๑. เพื่อให้ผู้เรยี นรู้จัก เข้าใจ รกั และเห็นคุณค่า ในตนเองและผู้อื่น
๒. เพื่อใหผ้ เู้ รียนสามารถวางแผนการเรยี น อาชพี รวมท้งั การดำเนินชีวิตและสังคม
๓. เพ่ือใหผ้ ูเ้ รยี นสามารถปรับตัวไดอ้ ยา่ งเหมาะสม และอยูร่ ่วมกับผอู้ ืน่ อย่างมีความสขุ
ขอบขา่ ย
การจดั กิจกรรมแนะแนวมีองคป์ ระกอบ ๓ ด้าน ดังน้ี
๑๗๑
๑. ด้านการศึกษา ให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองในด้านการเรียนอย่างเต็มตามศักยภาพรู้จักแสวงหา
และใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนการเรียนหรือการศึกษาต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพมีนิสัยใฝ่รู้ใฝ่เรียน มี
วธิ ีการเรียนรู้ และสามารถวางแผนการเรยี นหรอื การศึกษาตอ่ ได้อย่างเหมาะสม
๒. ด้านอาชีพ ให้ผู้เรียนไดร้ ู้จักตนเองในทุกดา้ น รู้และเข้าใจโลกของงานอาชีพอย่างหลากหลายมี
เจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต มีการเตรียมตัวสู่อาชีพ สามารถวางแผนเพื่อประกอบอาชีพตามที่ตนเองมีความ
ถนดั และสนใจ
๓. ด้านส่วนตัวและสังคม ให้ผู้เรียนรู้จักและเข้าใจตนเอง รักและเห็นคุณค่าของตนเองและผู้อ่ืน
รักษ์สิ่งแวดล้อม มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ มีเจตคติที่ดีต่อการมีชีวิตที่ดีมีคุณภาพ มีทักษะชีวิต และสามารถ
ปรับตัว ดำรงชีวิตอยู่ในสงั คมได้อย่างมคี วามสุข
๒. กจิ กรรมนักเรยี น
หลกั การ
กิจกรรมนักเรียนเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เข้าร่วมกิจกรรมตามความถนัดและความสนใจ
โดยเน้นเรื่องคุณธรรมจริยธรรม ความมีระเบียบวินัย การไม่เห็นแก่ตัว ความเป็นผู้นำผู้ตามที่ดี ความ
รับผิดชอบ การทำงานร่วมกัน การรู้จกั แก้ปัญหา การตดั สนิ ใจ ความมเี หตผุ ล การช่วยเหลือแบ่งปันกัน และ
ความเอ้อื อาทรและสมานฉนั ท์
การจัดกิจกรรมนักเรยี นควรดำเนินการ ดังนี้
๑. จัดให้สอดคลอ้ งกบั ความสามารถและความสนใจของผูเ้ รียน
๒. เน้นให้ผู้เรยี นได้ปฏบิ ตั ิด้วยตนเองในทกุ ข้นั ตอน
๓. เน้นการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียน
ตลอดจนบริบทของสถานศกึ ษาและท้องถิ่น
วตั ถปุ ระสงค์
๑. เพ่อื พัฒนาผ้เู รียนให้มีระเบียบวนิ ัย มีความเปน็ ผ้นู ำผตู้ ามทีด่ ี และมีความรบั ผดิ ชอบ
๒. เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะการทำงานร่วมกัน รู้จักการแก้ปัญหา มีเหตุผล มีการตัดสินใจที่
เหมาะสม ชว่ ยเหลือแบง่ ปนั และเอือ้ อาทรและสมานฉันท์
๓. สง่ เสรมิ สนบั สนนุ ให้ผู้เรียนมคี ุณธรรมจริยธรรม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
๔. ส่งเสริมและสนบั สนนุ ให้ผ้เู รยี นไดป้ ฏิบัตกิ ิจกรรมตามความถนดั และความสนใจ
ขอบขา่ ย
กจิ กรรมนักเรียน ประกอบด้วย
๑. กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพญ็ ประโยชน์ และนักศึกษาวชิ าทหาร สถานศึกษาให้
ผู้เรียนเลือกกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งตามความถนัดและความสนใจ ของผู้เรียนให้สอดคล้องกับบริบทของ
สถานศึกษา และครบตามหลักสตู รของแตล่ ะกิจกรรม
๒. กิจกรรมชุมนุม ชมรม สถานศึกษาส่งเสริมให้ผู้เรียนจัดกิจกรรมอย่างหลากหลาย และเข้าร่วม
กิจกรรมตามความถนดั และความสนใจ
๑๗๒
๒.๑ กจิ กรรมลกู เสอื – เนตรนารี
หลกั การ
กระบวนการลูกเสอื มหี ลักการสำคัญ ดงั นี้
๑. มศี าสนาเปน็ หลักยึดทางจิตใจ จงรกั ภักดตี ่อศาสนาท่ตี นเคารพนับถือและพึงปฏิบัติศาสนกิจด้วย
ความจริงใจ
๒. จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์และประเทศชาติของตน พร้อมด้วยการส่งเสริมสนับสนุนสันติสุข
และสนั ตภิ าพ ความเขา้ ใจท่ีดีซึ่งกนั และกัน และความร่วมมอื ซึ่งกันและกันตงั้ แต่ระดบั ท้องถิน่ ระดบั ชาติ และ
ระดับนานาชาติ
๓. เข้าร่วมพัฒนาสังคม ยอมรับและให้ความเคารพในเกียรติและศักดิ์ศรีของผู้อื่นและเพื่อนมนุษย์
ทกุ คน รวมทั้งธรรมชาตแิ ละสรรพสงิ่ ทง้ั หลายในโลก
๔. มคี วามรับผิดชอบตอ่ การพัฒนาตนเองอยา่ งต่อเน่ือง
๕. ลกู เสือทกุ คนต้องยึดมัน่ ในคำปฏญิ าณและกฎของลกู เสือ
วัตถปุ ระสงค์
พระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๘ ได้กำหนดวัตถุประสงค์ของการฝึกอบรมลูกเสือเพื่อ
พัฒนาลูกเสือทั้งทางกาย สติปัญญา จิตใจ และศีลธรรม ให้เป็นพลเมืองดีมีความรับผิดชอบ และช่วย
สร้างสรรค์สังคมให้เกิดความสามัคคีและมีความเจริญก้าวหน้า ทั้งนี้เพื่อความสงบสุขและความมั่นคงของ
ประเทศชาตติ ามแนวทางดังต่อไปน้ี
๑. ให้มนี สิ ัยในการสงั เกต จดจำ เชอื่ ฟงั และพ่ึงตนเอง
๒. ให้มีความซือ่ สัตยส์ ุจรติ มีระเบียบวินัย และเหน็ อกเห็นใจผู้อน่ื
๓. ให้ร้จู กั ทำการฝีมือและฝึกฝนการทำกิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม
๔. ใหร้ ู้จักรกั ษาและส่งเสรมิ จารตี ประเพณี วัฒนธรรม และความม่นั คงของประเทศชาติ
ขอบข่าย
กจิ กรรมลูกเสือ เนตรนารี เป็นกิจกรรมท่มี ุ่งปลกู ฝงั ระเบียบวินยั และกฎเกณฑ์ เพื่อการอยู่ร่วมกัน ให้
รจู้ กั การเสยี สละและบำเพญ็ ประโยชน์แกส่ ังคมและวิถชี วี ิตในระบอบประชาธปิ ไตยซ่ึงการจัดกิจกรรมลูกเสือ
เนตรนารี ให้เป็นไปตามข้อบังคับของสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ รวมทั้งให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ โดยกำหนดหลกั สตู ร
เป็น ๔ ประเภท ดังนี้
๑. ลกู เสือสำรอง ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๑-๓
๒. ลูกเสอื สามัญ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๔-๖
๓. ลกู เสือสามัญรุน่ ใหญ่ ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ ๑-๓
๔. ลูกเสอื วสิ ามัญ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๔-๖
๒.๒ กิจกรรมยวุ กาชาด
หลกั การ
กิจกรรมยวุ กาชาด เป็นกิจกรรมท่ชี ว่ ยฝึกอบรมสมาชิกยวุ กาชาดใหร้ ู้จักการเสียสละบาเพ็ญตนให้
เปน็ ประโยชน์แกส่ ว่ นรวม รจู้ กั การดูแลรักษาสุขภาพทงั้ สว่ นตนและผู้อน่ื และเน้นด้านคุณธรรมจรยิ ธรรม
และมีมนุษยธรรม ดังนัน้ จึงกำหนดให้เปน็ กิจกรรมหนง่ึ ในกิจกรรมนักเรยี น กิจกรรมพฒั นาผู้เรียนท่ีมี
๑๗๓
ลักษณะ รูปแบบ จดุ หมาย ในการจดั กิจกรรมสอดคลอ้ งหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐานพทุ ธศักราช
๒๕๕๑ มีหลักการ ดงั นี้
๑. เป็นกิจกรรมที่สร้างพื้นฐานในการคิด ปฏิบัติตามหลักการกาชาดและยุวกาชาด กฎหมาย
มนุษยธรรมระหว่างประเทศ รวมทั้งทกั ษะในการดำเนินชวี ิต สามารถคดิ เปน็ ทาเปน็ และแก้ปญั หาได้
๒. มคี วามเป็นเอกภาพและความหลากหลายในกิจกรรม คือ เป็นกจิ กรรมที่มีโครงสร้างหลกั สตู รที่
ยืดหยนุ่ ตามความจาเป็นและความสอดคล้องในการพฒั นาคณุ ภาพชีวิต ความเป็นไทย และความเปน็
พลเมอื งดีของชาติ
๓. เป็นกิจกรรมที่เน้นการพัฒนาศักยภาพ ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และมีส่วนร่วมในการบาเพ็ญ
ประโยชน์ตอ่ สงั คม
๔. สามารถสนองตอบต่อความต้องการของสถานศึกษา ท้องถ่ิน และประชาคมโลก
วัตถปุ ระสงค์
กิจกรรมยุวกาชาด เปน็ กิจกรรมทีม่ งุ่ เนน้ การพัฒนาคณุ ธรรม จรยิ ธรรมในระบบหน่วย กลมุ่ หมู่
เพื่อให้เกดิ ความรู้ ความเข้าใจ และเกดิ ทักษะเก่ียวกับการปฏิบตั ิตามหลักการกาชาดและ ยุวกาชาด การ
ค้มุ ครอง กฎหมาย มนุษยธรรม สทิ ธิมนษุ ยธรรม การช่วยเหลือ การรักษาสุขภาพและสมรรถภาพทดี่ ี บา
เพ็ญตนใหเ้ ป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอนุรักษ์สง่ิ แวดล้อม การสรา้ งสัมพันธภาพและความเข้าใจอนั ดีจะนำไปสู่
สนั ติภาพ ก่อใหเ้ กดิ ความสุขในการอยรู่ ว่ มกนั ทกุ แห่งหน (ข้อบังคบั แก้ไขเพมิ่ เติม ฉบับท่ี ๖๐ พทุ ธศกั ราช
๒๕๕๐ หมวดที่ ๙ วา่ ดว้ ย ยวุ กาชาด) จงึ กำหนดจุดมุ่งหมายให้ผู้เรยี นเกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ดังต่อไปนี้
๑. มีอดุ มคตใิ นศานตสิ ุข ความจงรักภกั ดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษตั ริย์
๒. มีความรู้ความชำนาญในการรักษาอนามยั ของตนและผู้อืน่ ตลอดจนพฒั นาตนเองทางรา่ งกาย
จิตใจ คณุ ธรรม และธำรงไวซ้ ึ่งเอกลักษณ์ทางวฒั นธรรมของชาติ
๓. มีความรู้ ความเข้าใจในหลกั การและอุดมการณ์กาชาดมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และมีจิตใจเมตตา
กรณุ าต่อเพ่ือนมนุษย์
๔. บาเพ็ญตนให้เป็นประโยชนต์ อ่ ผูอ้ น่ื ชุมชน สงั คม และประเทศชาติ
๕. มีจิตสานึกในการอนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม
๖. มีสมั พันธภาพและมิตรภาพท่ดี ีตอ่ บคุ คลทวั่ ไป
ขอบข่าย
การกำหนดโครงสรา้ งหลักสูตรยุวกาชาดในสถานศึกษา ๔ ระดบั ดังน้ี
๑. ยุวกาชาดระดบั ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๑-๓
๒. ยวุ กาชาดระดบั ๒ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔-๖
๓. ยวุ กาชาดระดับ ๓ ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ ๑-๓
๔. ยวุ กาชาดระดับ ๔ ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ ๔-๖
๒.๓ กจิ กรรมผบู้ ำเพญ็ ประโยชน์
หลกั การ
กิจกรรมผู้บำเพ็ญประโยชน์ เป็นกระบวนการในการทำงานเพื่อให้เด็กผู้หญิงและเยาวสตรี
มีโอกาสเท่าเทียมกันในการพัฒนาตนเองให้เต็มตามศักยภาพ โดยในการฝึกจะต้องให้สมาชิกได้รับการ
๑๗๔
พัฒนาตนเองให้เต็มศักยภาพและครบถ้วนทั้ง ๖ ด้าน คือ ร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา จิตใจ และ
คณุ ธรรม
วตั ถปุ ระสงค์
๑. เพอ่ื ใหเ้ ด็กผู้หญงิ และเยาวสตรีมีอปุ นิสัยที่ดีตามแนวทางของคำปฏิญาณและกฎ
๒. เพอ่ื เตรยี มเดก็ ผูห้ ญิงและเยาวสตรีใหม้ ีทกั ษะชวี ติ ทเ่ี หมาะสมกบั สังคมปจั จบุ นั
๓. เพอื่ สร้างโอกาสให้เด็กผู้หญงิ และเยาวสตรไี ด้ฝกึ ทักษะการเปน็ ผนู้ ำและผู้ตามทีด่ ี
๔. เพื่อสร้างโอกาสให้เด็กผู้หญิงและเยาวสตรีได้รู้จักช่วยเหลือผู้อื่นและบำเพ็ญตนให้เป็น
ประโยชนต์ ่อสังคม
ขอบข่าย
๑. เวลาในการรว่ มกิจกรรม
การจัดกิจกรรมผู้บำเพ็ญประโยชน์ตามหลักสูตรในแต่ละรุ่น สถานศึกษาอาจจัดเวลาได้ตาม
ความเหมาะสม
๒. การจัดกจิ กรรม
๒.๑ การจัดกิจกรรมผู้บำเพ็ญประโยชน์ตามหลักสูตร ควรจัดให้มีการเปิดชุมนุมทุกคร้ัง
ก่อนทีจ่ ะมีการปฏบิ ตั กิ ิจกรรม เพอ่ื เปน็ การฝึกความมรี ะเบยี บวนิ ัยในตนเอง โดยปฏิบัตติ ามขนั้ ตอนดงั นี้
๒.๑.๑ เปิดชุมนมุ (การเปิดชุมนมุ ของสมาชิกรุน่ นกน้อยและนกสฟี ้า ตอ้ งทำทุกครัง้ ทมี่ ี
การจัดกิจกรรม สำหรับสมาชิกร่นุ กลางและรุ่นใหญ่ไม่จำเป็นตอ้ งทำทุกครั้ง แต่อย่างน้อยควรทำเดือนละ ๑
คร้ัง)
๒.๑.๒ จดั กิจกรรมตามโปรแกรมหรือตามเคร่ืองหมายแสดงความสามารถ (Efficiency
Badges)
๒.๑.๓ ใช้วิธีการ (Methods) ๙ ขอ้
๒.๑.๔ ใช้เพลงหรอื เกมทส่ี อดคล้องกบั เนือ้ หาที่จัดกจิ กรรม
๒.๑.๕ ปิดชุมนุม (การปิดชุมนุมของสมาชิกรุ่นนกน้อยและนกสีฟ้า ต้องทำทุกครั้งที่มี
การจดั กิจกรรม สำหรบั รุน่ กลางและรนุ่ ใหญใ่ ช้การปดิ ชมุ นุมทกุ ครั้งดว้ ยการร้องเพลงเสร็จหนง่ึ วนั /Taps)
๒.๒ กจิ กรรมการอยู่คา่ ยพกั แรม
การเดนิ ทางไกลและการเข้าค่ายพักแรม มีวตั ถปุ ระสงค์เพ่ือฝึกใหส้ มาชกิ ผ้บู ำเพ็ญ
ประโยชน์มคี วามอดทน อย่ใู นระเบยี บวินัย รจู้ กั ชว่ ยเหลือตนเอง รู้จกั อยูแ่ ละทำงานร่วมกับผู้อน่ื
ตลอดจนเรยี นรู้และฝึกทักษะตามหัวขอ้ (Theme) ของการเขา้ คา่ ยพักแรม ซ่งึ หวั หนา้ หมดผู้บำเพ็ญ
ประโยชน์และเยาวสมาชิกได้วางแผนไว้ล่วงหนา้ แล้ว การอย่คู า่ ยพักแรมสามารถทำไดต้ ามความเหมาะสม
หรืออยา่ งน้อยปลี ะ ๑ คร้ัง
๒.๓ กิจกรรมพิธีการ สถานศึกษาควรจัดกิจกรรมพิธีการของผู้บำเพ็ญประโยชน์ เช่น การ
เปิดชุมนุม พิธีปฏิญาณตน พิธีมอบเครื่องหมายแสดงความสามารถพิเศษ (Efficiency Badges) พิธีวัน
รำลึก (Thinking Day) เป็นต้น เพื่อให้สมาชิกผู้บำเพ็ญประโยชน์มีความภาคภูมิใจและเห็นคุณค่าของการ
เป็นสมาชกิ ผบู้ ำเพ็ญประโยชน์
๒.๔ กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ สถานศกึ ษาควรสง่ เสรมิ การจัดกจิ กรรมให้สมาชกิ ผู้บำเพ็ญ
ประโยชน์ได้มีกจิ กรรมเพื่อการบำเพ็ญประโยชน์ตามอุดมการณข์ องผู้บำเพ็ญประโยชน์
๑๗๕
๓. หัวหนา้ หมวดผู้บำเพญ็ ประโยชน์ (Leaders) ซงึ่ เป็นผ้รู บั ผดิ ชอบการจัดกจิ กรรมผู้บำเพ็ญ
ประโยชน์ ต้องผ่านการอบรมหลกั สตู รหวั หนา้ หมวดผบู้ ำเพ็ญประโยชน์ข้ันพืน้ ฐาน
๒.๔ กจิ กรรมชมุ นุม
หลักการ
กจิ กรรมชุมนุม– กลุ่มสนใจ มีหลกั การทสี่ ำคัญดงั นี้
๑. เป็นกิจกรรมทเ่ี กิดจากการสร้างสรรค์และออกแบบกิจกรรมของผู้เรยี นตามความสมคั รใจ
๒. เป็นกิจกรรมทีผ่ ู้เรยี นร่วมกันทำงานเปน็ ทมี ช่วยกันคิด ชว่ ยกันทำ และช่วยกันแก้ปัญหา
๓. เป็นกจิ กรรมที่ส่งเสริมและพฒั นาศักยภาพของผเู้ รียน
๔. เป็นกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัยและวุฒิภาวะของผู้เรียน รวมทั้งบริบทของสถานศึกษาและ
ท้องถ่นิ
วัตถปุ ระสงค์
๑. เพื่อให้ผเู้ รียนไดป้ ฏบิ ตั ิกจิ กรรมตามความสนใจ ความถนัด และความต้องการของตน
๒. เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาความรู้ ความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ให้เกิด
ประสบการณท์ ้งั ทางวชิ าการและวชิ าชีพตามศกั ยภาพ
๓. เพ่อื สง่ เสรมิ ใหผ้ ู้เรียนใชเ้ วลาใหเ้ กิดประโยชน์ตอ่ ตนเองและส่วนรวม
๔. เพื่อให้ผเู้ รยี นทำงานร่วมกับผู้อ่นื ไดต้ ามวิถปี ระชาธปิ ไตย
ขอบข่าย
กจิ กรรมชมุ นุม- กลุ่มสนใจ มีขอบข่ายดังน้ี
๑. เปน็ กจิ กรรมท่เี ก้ือกูลสง่ เสรมิ การเรยี นรู้ ๘ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ใหก้ วา้ งขวางลึกซึ้งย่ิงข้นึ
๒. เปน็ กิจกรรมจดั ตามความสนใจของผู้เรยี น
๓. เป็นกิจกรรมท่สี ามารถจัดไดท้ ้ังในและนอกสถานศึกษา และทั้งในและนอกเวลาเรยี น
๓. กจิ กรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน์/IS๓
หลกั การ
กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์เป็นกิจกรรมท่ีต้องส่งเสริมให้ผู้เรยี นสามารถพัฒนาตนเอง
ตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทางสมอง เน้น
ให้ความสำคัญทง้ั ความรูแ้ ละคุณธรรมจริยธรรม จดั กิจกรรมโดยให้ผู้เรียนคดิ สร้างสรรคอ์ อกแบบกจิ กรรมเพื่อ
สาธารณประโยชนอ์ ย่างหลากหลายรปู แบบ เพ่อื แสดง ถึงความรับผิดชอบตอ่ สงั คมในลกั ษณะจิตอาสา
วัตถุประสงค์
๑. เพื่อปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกให้แก่ผู้เรียนในการบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อ ครอบครัว
โรงเรยี น ชมุ ชน สังคม และประเทศชาติ
๒. เพอ่ื ให้ผเู้ รยี นมีความคิดรเิ ร่ิมสรา้ งสรรค์ในการจัดกจิ กรรมเพื่อสังคมและ
สาธารณประโยชน์ตามความถนดั และความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร
๓. เพื่อให้ผเู้ รียนมีความรู้ คุณธรรมจริยธรรม ตามคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
๔. เพือ่ ให้ผู้เรยี นมจี ติ สาธารณะและใชเ้ วลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์
ขอบขา่ ย
๑๗๖
เปน็ กระบวนการจดั กิจกรรมในลักษณะกิจกรรมบำเพญ็ ประโยชน์ กิจกรรมอาสาพฒั นาหรอื กิจกรรม
สรา้ งสรรค์สงั คม โดยผูเ้ รียนดำเนินการดว้ ยตนเองในลักษณะอาสาสมัคร เพ่อื แสดงถึงความรบั ผิดชอบ ความ
ดงี าม ความเสยี สละต่อสังคม และมีจิตสาธารณะ
๕. เกณฑก์ ารจบการศึกษา
๑. การตัดสนิ ผลการเรียน/การพิจารณาการเลื่อนชน้ั เรียน
๑.๑ ผเู้ รยี นต้องมเี วลาเรยี นไม่น้อยกวา่ ร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนตลอดปกี ารศึกษา
๑.๒ ผูเ้ รียนต้องได้รับการประเมินทุกตวั ช้ีวัด และผ่านทกุ ตัวชว้ี ดั
๑.๓ ผ้เู รียนตอ้ งไดร้ บั การตดั สินผลการเรียนทกุ รายวชิ า
๑.๔ ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน มีผลการประเมินระดับผ่านขึ้น
ไป
๑.๕ ผ้เู รยี นต้องไดร้ บั การประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ มีผลการประเมินระดบั ผา่ นข้ึนไป
๑.๖ ผเู้ รียนต้องได้รบั การประเมินกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น มผี ลการประเมนิ ระดบั ผา่ น
๒. การใหร้ ะดบั ผลการเรียน
๒.๑ การตดั สินผลการเรียนรายวชิ าของกลมุ่ สาระการเรียนรู้ ใหใ้ ชร้ ะบบตัวเลข
แสดงระดับผลการเรยี นในแตล่ ะกลมุ่ สาระ เปน็ ๘ ระดับ ดังน้ี
ระดับผลการเรียน ความหมาย ชว่ งคะแนนเปน็ รอ้ ยละ
๔ ดเี ย่ยี ม ๘๐ - ๑๐๐
๓.๕ ดมี าก ๗๕ - ๗๙
๓ ดี ๗๐ - ๗๔
๒.๕ ค่อนข้างดี ๖๕ - ๖๙
๒ ปานกลาง ๖๐ - ๖๔
๑.๕ พอใช้ ๕๕ - ๕๙
๑ ๕๐ - ๕๔
๐ ผา่ นเกณฑ์ข้นั ตำ่ ๐ - ๔๙
ตำ่ กวา่ เกณฑ์
๒.๒ การประเมนิ การอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขียน เป็นผ่านและไม่ผ่าน ถ้ากรณที ่ผี ่าน กำหนด
เกณฑ์การตดั สินเปน็ ดเี ยยี่ ม ดี และผา่ น กรณี ไม่ผา่ น หมายถงึ มีผลงานท่แี สดงถึงความสามารถในการอา่ น คิด
วิเคราะห์
และเขยี นที่มคี ะแนนต่ำกว่าร้อยละ ๕๐
๒.๓ การประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ รวมทกุ คณุ ลักษณะเพือ่ การเลอื่ นชนั้
และจบการศกึ ษา เป็นผา่ นและไม่ผ่าน ถา้ กรณที ี่ผา่ น กำหนดเกณฑก์ ารตัดสินเปน็ ดีเยีย่ ม ดี และผ่าน
กรณี ไมผ่ า่ น หมายถึง ผู้เรียนรบั รู้และปฏบิ ตั ไิ ด้ไม่ครบตามกฎเกณฑ์และ
เงื่อนไขที่สถานศึกษากำหนด โดยพิจารณาจากผลการประเมินระดับไมผ่ ่าน ต้ังแต่ ๑ คุณลักษณะ
๑๗๗
๒.๔ การประเมินกิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี นเป็นผา่ นและไม่ผ่าน “ผ” หมายถงึ ผเู้ รยี นมีเวลาเขา้
รว่ มกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น ไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ ๘๐ ปฏบิ ตั ิกิจกรรม และมีผลงาน มีคะแนนมากกวา่ ร้อยละ
๕๐ “มผ” หมายถงึ ผ้เู รียนมเี วลาเข้าร่วมกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน นอ้ ยกว่าร้อยละ ๘๐ ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมและมี
ผลงาน มีคะแนนนอ้ ยกวา่ ร้อยละ ๕๐
๓. เกณฑ์การจบการศึกษา
๑) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพนื้ ฐานและรายวชิ า/กิจกรรมเพม่ิ เตมิ ตามโครงสรา้ งเวลา
เรยี นท่หี ลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐานกำหนด
๒) ผู้เรียนต้องมีผลการประเมินรายวิชาพื้นฐานผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ระดับ ๑ ขึ้นไปทกุ
กลุม่ สาระการเรยี นรู้
๓) ผ้เู รยี นมีผลการประเมนิ การอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขียนในระดบั ผ่านเกณฑ์
๔) ผู้เรยี นมผี ลการประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ในระดับผา่ นเกณฑ์
๕) ผู้เรยี นเขา้ รว่ มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและผ่านจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้แต่ละกจิ กรรม
ตามทโี่ รงเรียนกำหนดจึงจะได้รบั ผลการประเมินผา่ น
๑๗๘
บรรณานุกรม
สำนักวชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา. กรอบแนวทางการปรบั ปรงุ หลักสตู รการศึกษาขน้ั
พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๔. กรงุ เทพมหานคร: โรงพมิ พช์ ุมนมุ สหกรณก์ ารเกษตร,
๒๕๕๐.
. ตวั ชว้ี ดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง กล่มุ สาระการเรียนรูก้ ารงานอาชีพและ
เทศโนโลยี. กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตร, ๒๕๕๑.
. ตวั ชี้วดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์.
กรงุ เทพมหานคร: โรงพมิ พช์ มุ นมุ สหกรณ์การเกษตร, ๒๕๕๑.
. ตวั ชว้ี ัดและสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง กลมุ่ สาระการเรียนรตู้ า่ งประเทศ.
กรงุ เทพมหานคร: โรงพิมพ์ชมุ นมุ สหกรณ์การเกษตร, ๒๕๕๑.
. ตัวชว้ี ดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย.
กรุงเทพมหานคร: โรงพมิ พช์ ุมนมุ สหกรณก์ ารเกษตร, ๒๕๕๑.
. ตัวชวี้ ัดและสาระการเรยี นร้แู กนกลาง กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์.
กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชมุ นมุ สหกรณก์ ารเกษตร, ๒๕๕๑.
. ตัวชี้วัดและสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง กลุม่ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ.
กรุงเทพมหานคร: โรงพมิ พช์ มุ นุมสหกรณ์การเกษตร, ๒๕๕๑.
. ตวั ชีว้ ดั และสาระการเรียนรูแ้ กนกลาง กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา
และวัฒนธรรม. กรงุ เทพมหานคร: โรงพิมพ์ชมุ นมุ สหกรณ์การเกษตร, ๒๕๕๑.
. ตวั ช้ีวดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง กล่มุ สาระการเรยี นรู้สุขศึกษาและพล
ศกึ ษา. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตร, ๒๕๕๑.
. แนวทางการบริหารจดั การหลกั สตู ร. กรุงเทพมหานคร: โรงพมิ พ์ชมุ นมุ สหกรณ์
การเกษตร, ๒๕๕๑.
. แนวปฏบิ ตั ิการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพช์ ุมนุม
สหกรณ์การเกษตร, ๒๕๕๑.
. หลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑.
กรงุ เทพมหานคร: โรงพมิ พ์ชุมนุมสหกรณก์ ารเกษตร, ๒๕๕๑.
ภาพผนวก
คำสง่ั แตง่ ต้งั คณะกรรมการปรับปรงุ หลกั สตู ร
รายชือ่ คณะทำงาน
๑๘๐
คำสงั่ แต่งตง้ั คณะกรรมการปรบั ปรงุ หลกั สูตร
(สำเนำ)
คำส่งั โรงเรยี นเมอื งสรุ ินทร์
ท่ี ๑๔๐ /๒๕๖๓
เร่ือง แต่งต้งั คณะกรรมการและอนกุ รรมการจดั ทำหลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนเมืองสุรนิ ทร์
พทุ ธศักราช ๒๕๖๓
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
…………………………….
ตามทโ่ี รงเรยี นเมืองสุรนิ ทร์ได้ประกาศใช้หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนเมืองสุรินทร์พุทธศักราช
๒๕๕๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ เมอ่ื ปกี ารศึกษา ๒๕๕๒ น้ัน ซ่ึง
โรงเรียนได้มีการปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เป็นระยะๆ ตาม
นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ดงั น้ี
ปีการศึกษา ๒๕๕๔ ปรับปรุง โดยการเพิ่มวิชาประวิติศาสตร์ (พื้นฐาน) และเกณฑ์การจบ
หลักสตู ร
ปกี ารศกึ ษา ๒๕๕๗ ภาคเรียนที่ ๒ ปรบั ปรุง โดยการเพม่ิ วิชาหน้าท่พี ลเมือง (เพิ่มเติม)
ปีการศึกษา ๒๕๖๐ เพม่ิ เวลาเรยี นกลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาตา่ งประเทศ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี
๑ – ๓ บูรณาการกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา กลุ่มสาระการ
เรยี นร้กู ารงานอาชพี และเทคโนโลยี รวมทั้งปรับโครงสร้างเวลาเรียนเหลอื ๑,๐๐๐ ช่วั โมง
ปีการศึกษา ๒๕๖๑ โรงเรียนเมืองสุรินทร์ต้องดำเนินการจัดการศึกษาตามนโยบายของ
กระทรวงศึกษาธกิ าร ใหค้ รอบคลุม ในเรอ่ื งต่างๆ ดังน้ี
๑. การจดั การศึกษาตามนโยบาย “ ลดเวลาเรยี น เพิ่มเวลารู้ ”
๒. การปรบั หลักสูตรโครงการจัดการเรยี นการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเปน็
ภาษาองั กฤษ (Mini English Program : MEP) ในห้องเรยี นพิเศษ ใหส้ อดคล้องกับปัจจุบัน
๓. การเพิม่ เวลาเรียนภาษาอังกฤษในระดับชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ - ๓
๔. การปรบั ปรุงหลักสตู รปฐมวยั พ.ศ. ๒๕๖๐
๕. การปรบั ปรุงตวั ชี้วดั มาตรฐานการเรยี นร้แู ละตวั ชว้ี ดั กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์
วทิ ยาศาสตร์ และสาระภมู ศิ าสตร์ในกลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม (ฉบบั ปรบั ปรุง
พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)
ปกี ารศึกษา ๒๕๖๒ ปรับปรุงบูรณาการหลกั สูตรตา้ นทุจรติ ศึกษา ในกลุม่ สาระการเรียนรู้สังคม
ศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
๑๘๑
ปีการศึกษา ๒๕๖๓ ปรบั ปรุงโดยเพิม่ รายวิชาเพ่ิมเตมิ ภาษาจนี ในระดับช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๒-๓
ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อาศัยอำนาจตามความใน
มาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ มาตรา ๒๙
(๑) และพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๒๗ (๑)
จึงแต่งตั้งครูและบุคลากร ทำหน้าที่ปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนเมืองสุรินทร์ พุทธศักราช
๒๕๖๑ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐) ให้
ประกาศใชไ้ ด้ทันในปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓ ดังตอ่ ไปน้ี
๑. คณะกรรมการอำนวยการ ประกอบดว้ ย
๑. นายพงษศ์ กั ดิ์ อนิ ทรามะ ผอู้ ำนวยการโรงเรียนเมืองสุรนิ ทร์ ประธานกรรมการ
๒. นายปรชั ญา ดวงดี รองผอู้ ำนวยการโรงเรยี นเมืองสรุ นิ ทร์ รองประธาน
กรรมการ
๓. นางสทุ ธารัตน์ สุขวาสนะ รองผ้อู ำนวยการโรงเรยี นเมอื งสุรินทร์ รองประธาน
กรรมการ
๔. นายสชุ ีพ พฤตพิ นั ธ์พิสุทธ์ิ ประธานคณะกรรมการสถานศึกษา กรรมการ
๕. นายธรรมศกั ดิ์ สิงคเสลติ ผชู้ ว่ ยผู้อำนวยการโรงเรียนเมืองสุรนิ ทร์ กรรมการ
๖. นายเมธา มที รัพย์ทวกี ูล ผชู้ ่วยผูอ้ ำนวยการโรงเรียนเมืองสรุ ินทร์ กรรมการ
๕. นางพณิ ณพัฒน์ อภิวชั รารัตน์ วิชาการโรงเรียนเมอื งสุรนิ ทร์ กรรมการและเลขานุการ
๖. หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรียนรู้ทุกกล่มุ สาระ กรรมการและเลขานุการ
๗. วชิ าการสายช้ันทกุ ชน้ั กรรมการและเลขานกุ าร
มีหนา้ ท่ี
จัดประชุม ให้คำปรึกษา แนะนำช่วยเหลือ และสนับสนุนงบประมาณ อำนวยความสะดวก
สถานท่ี หรอื ทรัพยากรอนื่ ๆ ให้กับคณะกรรมการดำเนนิ การ การกำกบั ตดิ ตามใหก้ ารปรับปรุงหลกั สตู รสำเร็จ
ลลุ ่วงตามวัตถปุ ระสงค์ พรอ้ มใช้ในปีการศึกษา ๒๕๖๓
๒. คณะกรรมการดำเนนิ การ ประกอบด้วย
๑. นายพงษศ์ ักดิ์ อนิ ทรามะ ผู้อำนวยการโรงเรยี นเมืองสรุ นิ ทร์ ประธานกรรมการ
๓. นายปรัชญา ดวงดี รองผู้อำนวยการโรงเรยี นเมอื งสรุ ินทร์ รองประธานกรรมการ
๔. นางสทุ ธารัตน์ สุขวาสนะ รองผู้อำนวยการโรงเรยี นเมืองสรุ ินทร์ รองประธานกรรมการ
๕. นายธรรมศกั ดิ์ สิงคเสลิต ผชู้ ่วยผอู้ ำนวยการโรงเรยี นเมอื งสุรนิ ทร์ กรรมการ
๖. นายเมธา มที รพั ย์ทวีกูล ผู้ช่วยผ้อู ำนวยการโรงเรียนเมอื งสรุ ินทร์ กรรมการ
๕. นางพรพัฒน์ ชินโชติ หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย กรรมการ
๖. นางสาวขนษิ ฐณิชา ทองสุข หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ กรรมการ
๑๘๒
๗. นางสาวสุรรี ตั น์ ยอดศรี หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้สังคมฯ กรรมการ
๘. นางกลุ รภัสสร์ สุขเสรมิ ศาล หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ กรรมการ
๙. นายเอกวิทย์ เพ็ชรสขุ หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ กรรมการ
๑๐.นางพรพมิ ล ชมหอม หวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรสู้ ุขศึกษาฯ กรรมการ
๑๑.นางสจุ ติ ตรา พมิ พแ์ ต้ม หวั หน้ากลุม่ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพ กรรมการ
๑๒.นางสาวนดิ ตยิ า หอมหวน หวั หนา้ กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ กรรมการ
๑๓.นายวสันต์ โพธสิ าร หวั หนา้ กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน กรรมการ
๑๔.นางพณิ ณพัฒน์ อภวิ ัชรารัตน์ วิชาการโรงเรยี น กรรมการ
๑๕. นางอำนวยพร ดวงใจ วชิ าการสายชนั้ อนุบาล ๒ กรรมการและเลขานุการ
๑๖. นางกนษิ ฐา คงวัน วชิ าการสายชน้ั อนุบาล ๓ กรรมการและผชู้ ่วยเลขานุการ
๑๗. นางลิลาวรรณ์ ปน่ิ แก้ว วิชาการสายชน้ั ป.๑ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
๑๘. นางสาวแคทรียา จุกแก้ว วิชาการสายชั้น ป.๒ กรรมการและผชู้ ว่ ยเลขานุการ
๑๙. นางสาววนิดา หอ้ งแซง วิชาการสายชัน้ ป.๓ กรรมการและผูช้ ่วยเลขานุการ
๒๐. นางสาวเพชรรัตน์ คำเลิศ วิชาการสายช้นั ป.๔ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
๒๑. นางสาวอัจฉรา เฉลียวศลิ ป์ วชิ าการสายช้ัน ป.๕ กรรมการและผู้ชว่ ยเลขานุการ
๒๒. นายชนิ โชติ ศรีบุญญะกุล วิชาการสายชัน้ ป.๖ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
หน้าที่
๑. กำหนดโครงสรา้ งหลักสตู รสถานศกึ ษา
๒. รวบรวมข้อมูลจากคณะอนุกรรมการจัดทำหลักสูตรประจำกลุ่มสาระ ศึกษา วิเคราะห์
ขอ้ มลู ท่ีเกี่ยวขอ้ ง บรบิ ทของโรงเรยี น ชุมชน สังคม กฎหมาย แนวโนม้ การจัดการศกึ ษา และนโยบายรัฐบาล
ฯลฯ มาจัดทำร่างหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนเมืองสุรินทร์ พุทธศักราช ๒๕๖๑ ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐)
๓. นำร่างหลักสูตร ฯ เสนอขอความเห็นชอบจาก คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
โรงเรียนเมอื งสรุ นิ ทร์
๔. ปรับปรุงแก้ไขจัดพิมพ์และเข้ารูปเล่มให้เรยี บรอ้ ย โดยดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายในวันท่ี
๓๐ มิถนุ ายน ๒๕๖๓
๓. คณะอนกุ รรมการจัดทำหลักสูตร กลมุ่ สาระภาษาไทย ประกอบดว้ ย
๑. นางพรพัฒน์ ชนิ โชติ หัวหนา้ กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ประธานกรรมการ
๒. นางอภิญญา ทองนำ ครูในกลมุ่ สาระ กรรมการ
๓. นางจันทรา ปฐมเสรี ครใู นกลมุ่ สาระ กรรมการ
๑๘๓
๔. นางสุภัทรา ศรเี มือง ครใู นกลุ่มสาระ กรรมการ
๕. นางนฤมล อิม่ ใจ
๖. นางศจุ ิกา ทรงพระ ครใู นกล่มุ สาระ กรรมการ
๗. นางกุลสิ รา รักษ์ทรากลุ
๘. นางจรยิ าภรณ์ กระแสโสม ครใู นกลมุ่ สาระ กรรมการ
๙. นางสาวสิโนรตั น์ เครอื แสง
๑๐. นางสาวแคทลยี า จุกแกว้ ครูในกล่มุ สาระ กรรมการ
๑๑. นางปานหทยั บุญเสรมิ
๑๒. นางพนั ธท์ ิพย์ พันธ์พงษ์ ครใู นกลุ่มสาระ กรรมการ
๑๓. นางสาววภิ าวดี สายแกว้
๑๔. นางสาวลีลาวดี สมศรี ครใู นกลุ่มสาระ กรรมการ
ครูในกลมุ่ สาระ กรรมการ
ครูในกลุ่มสาระ กรรมการ
ครูในกลุม่ สาระ กรรมการ
รองหวั หนา้ กลมุ่ สาระฯ กรรมการและเลขาฯ
กรรมการและผูช้ ่วยเลขฯ
มหี น้าที่
๑. ศกึ ษา วเิ คราะห์ หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ โครงสร้างหลักสูตร
สถานศกึ ษาโรงเรียนเมืองสรุ ินทร์ ขอ้ มลู ทเี่ ก่ยี วข้อง บรบิ ทของโรงเรียน ชมุ ชน สังคม กฎหมาย แนวโน้มการ
จดั การศกึ ษา และนโยบายรัฐบาล ฯลฯ เพ่ือนำมาจดั ทำเป็นหลักสูตรของกลุ่มสาระ
๒. ใหม้ กี ารจัดทำหลกั สูตร หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานตัวช้ีวดั บรู ณาการหลักสตู รให้สอดคล้อง
กับโครงสร้างเวลาเรียน การบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเข้าไว้ในหลักสูตรของกลุ่มสาระ
ตลอดทั้งสองช่วงช้นั (ป.๑ - ป.๖)
๓. นัดหมาย จัดประชุมคณะทำงาน เพื่อแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ จัดทำข้อมูลเป็นไฟล์ ให้
เรยี บร้อย และนำส่งที่ประธานคณะกรรมการดำเนินการ
โดยดำเนินการให้แลว้ เสร็จ ภายในวนั ท่ี ๓๐ มิถนุ ายน ๒๕๖๓
๔. คณะอนกุ รรมการจัดทำหลักสตู ร กลุ่มสาระคณติ ศาสตร์ ประกอบดว้ ย
๑. นางสาวขนษิ ฐณ์ ชิ า ทองสขุ หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ ประธานกรรมการ
๒. นางปรติ า ธรรมธรฐิติ ครใู นกลุ่มสาระ กรรมการ
๓. นางวนดิ า สมรูป ครูในกลมุ่ สาระ กรรมการ
๔. นางสุขติ า อดทน ครูในกลุ่มสาระ กรรมการ
๕. นางขวัญหญงิ สุวรรณพึง ครใู นกลุ่มสาระ กรรมการ
๖. นายวสันต์ โพธิสาร ครใู นกลุม่ สาระ กรรมการ
๗. นางกาญจนา แก้มทอง ครูในกลุ่มสาระ กรรมการ
๘. นางมะลิวลั ย์ ยืนยาว ครใู นกลุ่มสาระ กรรมการ
๙. นางคณานิตย์ สอนกล้า รองหวั หน้ากลมุ่ สาระฯ กรรมการ
๑๘๔
๑๐. นายชนิ โชติ ศรีบุญญะกุล รองหวั หนา้ กลุ่มสาระฯ กรรมการและเลขาฯ
๑๑. นางสุพรรณี จันทร์วิเศษ กรรมการและผชู้ ่วยเลขาฯ
มหี น้าที่
๑. ศึกษา วิเคราะห์ มาตรฐาน ตัวชี้วัด หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑
(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) โครงสรา้ งหลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนเมืองสุรินทร์ ข้อมลู ท่ีเกีย่ วข้อง บริบท
ของโรงเรียน ชุมชน สังคม กฎหมาย แนวโน้มการจัดการศึกษา มาตรฐาน ตัวชี้วัด และนโยบาย
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร รัฐบาล ฯลฯ เพื่อนำมาจัดทำเป็นหลกั สูตรของกลุ่มสาระตลอดทัง้ สองช่วงชน้ั (ป.๑ - ป.
๖)
๒. ให้จัดทำหลักสูตร หน่วยการเรียนรู้ การวัดผลประเมินผล มีการบูรณาการหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงเขา้ ไว้ในหลักสูตรของกลุ่มสาระ
๓. นัดหมาย จัดประชุมคณะทำงาน เพื่อแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ จัดทำข้อมูลเป็นไฟล์ ให้
เรยี บร้อย และนำสง่ ทปี่ ระธานคณะกรรมการดำเนนิ การ
โดยดำเนินการให้แลว้ เสรจ็ ภายในวนั ท่ี ๓๐ มิถนุ ายน ๒๕๖๓
๕. คณะอนุกรรมการจดั ทำหลักสตู ร กลมุ่ สาระวิทยาศาสตร์ ประกอบด้วย
๑. นางกลุ รภสั สร์ สขุ เสริมศาล หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ ประธาน
กรรมการ
๒. นางวนั ธนา เนยี มเกิด ครูในกลุ่มสาระ กรรมการ
๓. นางวนิดา สุวัณณสุ ส์ ครใู นกลุ่มสาระ กรรมการ
๔. นางศริ ลิ ักษณ์ สบุ ินดี ครใู นกลมุ่ สาระ กรรมการ
๕. นางสนุ ทรี เหมือนกลาง ครูในกลุ่มสาระ กรรมการ
๖. นางสาวอจั ฉรา เฉลยี วศลิ ป์ ครใู นกลุ่มสาระ กรรมการ
๗. นางสาวทัตพชิ า นวลประโคน ครูในกลุ่มสาระ กรรมการ
๘. นางทิพวรรณ พวกดี ครใู นกลุ่มสาระ กรรมการ
๙. นางอาทิตยา แก้วกาหนนั ครใู นกลมุ่ สาระ กรรมการ
๑๐. นางลิลาวรรณ์ ปน่ิ แก้ว ครใู นกลมุ่ สาระ กรรมการ
๑๑. นายพสิ ัย พวงนาค ครใู นกลุ่มสาระ กรรมการ
๑๒. นางสาวเสาวนีย์ ประเสริฐสุขโชติ ครใู นกลุ่มสาระ กรรมการ
๑๓. นางพณิ ณพัฒน์ อภิวชั รารัตน์ ครูในกลมุ่ สาระ กรรมการ
๑๔. นางศรีจนั ทร์ ดชั ถุยาวัตร รองหวั หนา้ กลุ่มสาระฯ กรรมการและเลขาฯ
๑๘๕
มีหน้าที่
๑. ศึกษา วิเคราะห์ มาตรฐาน ตัวชี้วัด หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑
(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) โครงสร้างหลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นเมืองสุรนิ ทร์ ขอ้ มูลที่เกย่ี วข้อง บริบท
ของโรงเรียน ชุมชน สังคม กฎหมาย แนวโน้มการจัดการศึกษา มาตรฐาน ตัวชี้วัด และนโยบาย
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร รัฐบาล ฯลฯ เพอ่ื นำมาจดั ทำเปน็ หลักสตู รของกลุม่ สาระ
๒. ให้จัดทำหลักสูตร หน่วยการเรียนรู้ การวัดผลประเมินผล มีการบูรณาการหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงเข้าไวใ้ นหลกั สูตรของกลุ่มสาระตลอดท้ังสองช่วงชั้น (ป.๑ - ป.๖)
๓. นัดหมาย จัดประชุมคณะทำงาน เพื่อแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ จัดทำข้อมูลเป็นไฟล์ ให้
เรียบรอ้ ย และนำส่งท่ปี ระธานคณะกรรมการดำเนนิ การ
โดยดำเนินการใหแ้ ล้วเสร็จ ภายในวนั ท่ี ๓๐ มถิ นุ ายน ๒๕๖๓
๖. คณะอนุกรรมการจดั ทำหลกั สตู ร กล่มุ สาระสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ประกอบดว้ ย
๑. นางสาวสรุ ีรตั น์ ยอดศรี หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯ ประธานอนกุ รรมการ
๒. นางจริยา สมนิยาม ครใู นกลุ่มสาระ กรรมการ
๓. นายเจรญิ อาจยิน ครใู นกลุ่มสาระ กรรมการ
๔. นางสาวสุวัฒนา มีกลา้ ครูในกลมุ่ สาระ กรรมการ
๕. นางแสงจนั ทร์ ดำเขยี ว ครูในกลุ่มสาระ กรรมการ
๖. นางนพมาศ กะภทู นิ ครใู นกลมุ่ สาระ กรรมการ
๗. นางวไลลกั ษณ์ จันทบรุ ี ครูในกลมุ่ สาระ กรรมการ
๘. นายฐานนั ดร์ คุณโนนยาง ครใู นกลุม่ สาระ กรรมการ
๙. นางสาวเพชรรตั น์ คำเลศิ ครูในกลมุ่ สาระ กรรมการ
๑๐. นางสปุ ราณี นิรัมย์ รองหวั หนา้ กลมุ่ สาระฯ กรรมการและเลขาฯ
มีหนา้ ที่
๑. ศึกษา วิเคราะห์ มาตรฐาน ตัวชี้วัด หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) โครงสรา้ งหลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นเมืองสุรนิ ทร์ ขอ้ มลู ทีเ่ กี่ยวข้อง บริบท
ของโรงเรียน ชุมชน สังคม กฎหมาย แนวโน้มการจัดการศึกษา มาตรฐาน ตัวชี้วัด และนโยบาย
กระทรวงศึกษาธกิ าร รัฐบาล ฯลฯ เพอ่ื นำมาจดั ทำเป็นหลักสตู รของกลุม่ สาระ
๒. ให้จัดทำหลักสูตร หน่วยการเรียนรู้ การวัดผลประเมินผล มีการบูรณาการหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี งเขา้ ไว้ในหลกั สูตรของกลุม่ สาระตลอดท้ังสองช่วงช้นั (ป.๑ - ป.๖)
๓. นัดหมาย จัดประชุมคณะทำงาน เพื่อแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ จัดทำข้อมูลเป็นไฟล์ ให้
เรยี บร้อย และนำสง่ ท่ปี ระธานคณะกรรมการดำเนินการ
โดยดำเนนิ การใหแ้ ล้วเสร็จ ภายในวนั ท่ี ๓๐ มิถนุ ายน ๒๕๖๓
๑๘๖
๗. คณะอนุกรรมการจัดทำหลักสูตร กลุ่มสาระสขุ ศกึ ษา และพลศกึ ษา ประกอบดว้ ย
๑. นางพรพมิ ล ชมหอม หวั หนา้ กลุม่ สาระการเรยี นรู้สุขศึกษาฯ ประธานกรรมการ
๒. นายธาตรี ค้ำคณู ครูในกลุ่มสาระ กรรมการ
๓. วา่ ท่ี ร.อ.พรี ์ธนะ บุญจริ าพิพฒั น์ ครใู นกลุ่มสาระ กรรรมการ
๔. นางจารุณี สุขประเสริฐ รองหวั หน้ากลมุ่ สาระฯ กรรมการและเลขาฯ
๕. นางสุรนิ ทรพ์ ร พรโสฬวี กรรมการและผู้ชว่ ยเลขาฯ
มหี นา้ ท่ี
๑. ศกึ ษา วิเคราะห์ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ โครงสร้างหลักสูตร
สถานศึกษาโรงเรียนเมืองสรุ นิ ทร์ ข้อมูลท่ีเกย่ี วข้อง บรบิ ทของโรงเรียน ชุมชน สงั คม กฎหมาย แนวโน้มการ
จัดการศึกษา ตัวชี้วัด จัดหน่วยการเรียนรู้ การวัดผลประเมินผล และนโยบายรัฐบาล ฯลฯ เพื่อนำมาจัดทำ
เป็นหลกั สตู รของกลุ่มสาระ
๒. ใหม้ ีการจดั ทำหลกั สตู ร หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานตวั ชว้ี ดั บรู ณาการหลกั สูตรให้สอดคล้อง
กับโครงสร้างเวลาเรียน การบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเข้าไว้ในหลักสูตรของกลุ่มสาระ
ตลอดท้งั สองชว่ งชัน้ (ป.๑ - ป.๖)
๓. นัดหมาย จัดประชุมคณะทำงาน เพื่อแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ จัดทำข้อมูลเป็นไฟล์ ให้
เรียบรอ้ ย และนำส่งที่ประธานคณะกรรมการดำเนนิ การ
โดยดำเนินการใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๓
๘. คณะอนกุ รรมการจัดทำหลกั สูตร กลมุ่ สาระศลิ ปะ ประกอบดว้ ย
๑. นายเอกวิทย์ เพช็ รสุข หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ิลปะ ประธานกรรมการ
๒. นายเมธา มีทรัพยท์ วีกูล ครใู นกลมุ่ สาระ กรรมการ
๓. นางสมคดิ ศรีวงศ์ ครูในกลุ่มสาระ กรรมการ
๔. นางอไุ รวรรณ เจอื จนั ทร์ รองหวั หน้ากลุม่ สาระฯ กรรมการและเลขาฯ
มีหน้าที่
๑. ศึกษา วิเคราะห์ หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ โครงสร้างหลักสูตร
สถานศึกษาโรงเรยี นเมืองสรุ ินทร์ ข้อมูลท่เี กย่ี วข้อง บริบทของโรงเรยี น ชมุ ชน สังคม กฎหมาย แนวโน้มการ
จัดการศึกษา ตัวชี้วัด จัดหน่วยการเรียนรู้ การวัดผลประเมินผล และนโยบายรัฐบาล ฯลฯ เพื่อนำมาจัดทำ
เป็นหลักสตู รของกล่มุ สาระ
๒. ให้มีการบูรณาการหลักสูตรให้สอดคล้องกับโครงสร้างเวลาเรียน การบูรณาการหลัก
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งเขา้ ไว้ในหลักสูตรของกล่มุ สาระตลอดทัง้ สองช่วงชัน้ (ป.๑ - ป.๖)
๑๘๗
๓. นัดหมาย จัดประชุมคณะทำงาน เพื่อแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ จัดทำข้อมูลเป็นไฟล์ ให้
เรยี บร้อย และนำส่งท่ปี ระธานคณะกรรมการดำเนินการ
โดยดำเนนิ การใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายในวนั ที่ ๓๐ มิถนุ ายน ๒๕๖๓
๙. คณะอนกุ รรมการจดั ทำหลกั สูตร กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี ประกอบด้วย
๑. นางสุจติ ตรา พมิ พ์แต้ม หัวหน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ ประธานกรรมการ
๒. นางดาราวลั ย์ ชมช่ืนดี ครูในกลุ่มสาระ กรรมการ
๓. นางมารีย์ สืบทอง ครูในกลุ่มสาระ กรรมการ
๔. นายธรรมศกั ด์ิ สงิ คเสลติ ครใู นกลมุ่ สาระ กรรมการ
๕. นางสมใจ มีทรัพยท์ วีกลู รองหวั หนา้ กลมุ่ สาระฯ กรรมการและเลขาฯ
มหี นา้ ที่
๑. ศึกษา วิเคราะห์ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ และหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา
โรงเรียนเมืองสุรินทร์ ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง บริบทของโรงเรียน ชุมชน สังคม กฎหมาย แนวโน้มการจัด
การศึกษา และนโยบายรัฐบาล ฯลฯ ตัวชี้วัด จัดหน่วยการเรียนรู้ การวัดผลประเมินผล เพื่อนำมาจัดทำเป็น
หลกั สตู รของกลมุ่ สาระ
๒. ใหม้ ีการจดั ทำหลกั สูตร หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานตวั ชี้วัด บรู ณาการหลักสูตรให้สอดคล้อง
กับโครงสร้างเวลาเรียน การบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเข้าไว้ในหลักสูตรของกลุ่มสาระ
ตลอดทั้งสองช่วงช้นั (ป.๑ - ป.๖)
๓. นัดหมาย จัดประชุมคณะทำงาน เพื่อแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ จัดทำข้อมูลเป็นไฟล์ ให้
เรยี บรอ้ ย และนำสง่ ท่ีประธานคณะกรรมการดำเนินการ
โดยดำเนนิ การให้แลว้ เสร็จ ภายในวนั ที่ ๓๐ มิถนุ ายน ๒๕๖๓
๑๐. คณะอนุกรรมการจดั ทำหลักสตู ร กลุ่มสาระภาษาตา่ งประเทศ ประกอบด้วย
๑. นางสาวนดิ ตยิ า หอมหวน หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ ประธานกรรมการ
๒. นางสริ กิ มล บุญเปลง่ ครใู นกลมุ่ สาระ กรรมการ
๓. นางวิมลรัตน์ คูณวฒั นาพงษ์ ครใู นกลมุ่ สาระ กรรมการ
๔. นางสาวพรทพิ ย์ เกดิ เหลยี่ ม ครูในกลุ่มสาระ กรรมการ
๕. นางจริ าพร สวยรปู ครใู นกลุม่ สาระ กรรมการ
๖. นางสาววไิ ลวรรณ รามศรี ครใู นกลุ่มสาระ กรรมการ
๗. นางสาววนิดา หอ้ งแซง ครูในกลมุ่ สาระ กรรมการ
๘. นางศรดุ า บูรณ์เจรญิ ครูในกลมุ่ สาระ กรรมการ
๙. นางสมุ น ฤทธิเดช ครใู นกลุ่มสาระ กรรมการ
๑๘๘
๑๐. นางสาวรำไพ บุตรพรม ครูในกลุ่มสาระ กรรมการ
๑๑. นายจาตุรงค์ เท่ยี งตรง
๑๒. นางรชตาภรณ์ พลบรู ณศ์ รี ครูในกลุ่มสาระ กรรมการ
รองหวั หนา้ กลมุ่ สาระฯ กรรมการและเลขาฯ
มีหน้าท่ี
๑. ศกึ ษา วเิ คราะห์ หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ โครงสร้างหลักสูตร
สถานศึกษาโรงเรยี นเมืองสุรนิ ทร์ ข้อมูลท่เี ก่ยี วขอ้ ง บริบทของโรงเรยี น ชมุ ชน สังคม กฎหมาย แนวโน้มการ
จัดการศึกษา ตัวชี้วัด จัดหน่วยการเรียนรู้ การวัดผลประเมินผล และนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ รัฐบาล
ฯลฯ เพอื่ นำมาจดั ทำเป็นหลกั สตู รของกลุ่มสาระ
๒. ให้มกี ารจดั หนว่ ยการเรียนรู้ บูรณาการกจิ กรรมการเรียนการสอนภาษาอังกฤษตามนโนบาย
เพ่มิ เวลาเรยี นในช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๑ - ๓ ปรับเนื้อหา หน่วยการเรยี นรู้ ตัวชว้ี ดั ใหส้ อดคล้องกับห้องเรียน
ปกติ ในกลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ภาษาองั กฤษ การบูรณาการ
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ เข้าไว้ในหลักสูตรของกลุ่มสาระ
ตลอดทง้ั สองชว่ งช้ัน (ป.๑ - ป.๖)
๓. นัดหมาย จัดประชุมคณะทำงาน เพื่อแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ จัดทำข้อมูลเป็นไฟล์ ให้
เรยี บรอ้ ย และนำสง่ ที่ประธานคณะกรรมการดำเนนิ การ
โดยดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายในวนั ท่ี ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๓
๑๑. คณะอนกุ รรมการจัดทำหลักสูตร กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน ประกอบดว้ ย
๑. นายวสันต์ โพธสิ าร หวั หนา้ กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน ประธานกรรมการ
๒. นายเอกวิทย์ เพ็ชรสขุ หัวหน้ากิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี กรรมการ
๓. นางปริตา ธรรมฐรฐติ ิ หัวหน้ากิจกรรมยุวกาชาด กรรมการ
๔. นางสุมน ฤทธเิ ดช หวั หน้ากิจกรรมผบู้ ำเพ็ญประโยชน์ กรรมการ
๕. นางสาวอจั ฉรา เฉลยี วศลิ ป์ หัวหน้าชมุ นมุ กรรมการ
๖. นางจันทรา ปฐมเสรี หัวหน้างานแนะแนว กรรมการ
มีหน้าที่
๑. ศกึ ษา วเิ คราะห์ หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ โครงสร้างหลักสูตร
สถานศกึ ษาโรงเรียนเมืองสรุ ินทร์ ข้อมูลท่ีเก่ียวข้อง บรบิ ทของโรงเรียน ชมุ ชน สงั คม กฎหมาย แนวโน้มการ
จัดการศึกษา ตัวชี้วัด จัดหน่วยการเรียนรู้ การวัดผลประเมินผล และนโยบายรัฐบาล ฯลฯ เพื่อนำมาจัดทำ
เป็นหลักสูตรของกลุ่มสาระ
๒. ใหม้ ีการจัดทำหลักสูตร หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานตัวชีว้ ดั บรู ณาการหลกั สตู รให้สอดคล้อง
กับโครงสร้างเวลาเรียน กิจกรรมชุมนุมกลุ่มสนใจ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลา รู้ และ
๑๘๙
การบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง เขา้ ไวใ้ นหลักสูตรของกลุ่มสาระตลอดทงั้ สองช่วงช้ัน (ป.๑ -
ป.๖)
๓. นัดหมาย จัดประชุมคณะทำงาน เพื่อแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ จัดทำข้อมูลเป็นไฟล์ ให้
เรียบร้อย และนำส่งที่ประธานคณะกรรมการดำเนินการ โดยดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ ๓๐
มถิ นุ ายน ๒๕๖๓
๑๒. คณะอนุกรรมการจัดทำหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวยั ประกอบด้วย
๑. นางนภาดล เป็นสำราญ ประธานอนุกรรมการ
๒. นางเปรมรตั น์ สมานโสร์ ครูในสายช้นั รองประธานกรรมการ
๓. นางนุจรนิ ทร์ วังงาม ครูในสายช้ัน กรรมการ
๔. นางสุภาวดี สขุ ชพี ครูในสายชั้น กรรมการ
๕. นางกนษิ ฐา คงวัน ครูในสายชน้ั กรรมการ
๖. นางสาวจันทร์ทิพย์ สภุ ิษะ ครูในสายชน้ั กรรมการ
๗. นางนงเยาว์ สำเรยี นรมั ย์ ครูในสายชั้น กรรมการ
๘. นางนภาดล เปน็ สำราญ ครูในสายชน้ั กรรมการ
๙. นางศิรลิ กั ษณ์ งอกงาม ครูในสายชัน้ กรรมการ
๑๐. นางวลยั ลักษณ์ พวงคำ ครูในสายช้นั กรรมการ
๑๑. นางณีรนชุ จิตแสวง ครูในสายชั้น กรรมการ
๑๒. นางมธุรส ชมดี ครูในสายชัน้ กรรมการ
๑๓. นางธารารตั น์ เหมาะตวั ครูในสายชน้ั กรรมการและเลขานุการ
มหี นา้ ที่
๑. ศึกษา วิเคราะห์ หลักสูตรปฐมวัย พ.ศ. ๒๕๖๐ โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียน
เมืองสุรินทร์ ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง บริบทของโรงเรียน ชุมชน สังคม กฎหมาย แนวโน้มการจัดการศึกษา และ
นโยบายรฐั บาล ฯลฯ เพื่อนำมาจดั ทำเป็นหลักสตู รท่สี อดคลอ้ งกบั หลักสูตรการศึกษาปฐมวยั พ.ศ. ๒๕๖๐
๒. ให้มีการจดั ทำหน่วยการเรยี นรู้ ตามมาตรฐาน ตัวบ่งช้ี การบูรณาการหลักปรชั ญาเศรษฐกิจ
พอเพียง เขา้ ไว้ในหลกั สูตรตลอดทง้ั สองชว่ งชนั้ (อนุบาล ๒ - อนุบาล ๓)
๓. นัดหมาย จัดประชุมคณะทำงาน เพื่อแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ จัดทำข้อมูลเป็นไฟล์ ให้
เรยี บรอ้ ย และนำส่งทปี่ ระธานคณะกรรมการดำเนนิ การ
โดยดำเนินการใหแ้ ล้วเสรจ็ ภายในวนั ท่ี ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๓
๑๓. คณะกรรมการ จดั พมิ พ์ ทำสำเนา และเข้าเลม่ ประกอบด้วย
๑. นางสุทธารตั น์ สขุ วาสนะ รองผู้อำนวยการโรงเรียน ประธานกรรมการ
๒. นางพรพัฒน์ ชนิ โชติ หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย กรรมการ
๑๙๐
๓. นางสาวขนษิ ฐ์ณชิ า ทองสุข หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ กรรมการ
๔. นางสาวสุรรี ัตน์ ยอดศรี
๕. นางกลุ รภสั สร์ สขุ เสริมศาล หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ังคมฯ กรรมการ
๖. นายเอกวทิ ย์ เพช็ รสขุ
๗. นางพรพิมล ชมหอม หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ กรรมการ
๘. นางสจุ ิตตรา พิมพแ์ ต้ม
๙. นางสาวนดิ ติยา หอมหวล หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ กรรมการ
๑๐. นายวสนั ต์ โพธสิ าร
๑๑. นางพิณณพัฒน์ อภวิ ัชรารัตน์ หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นร้สู ุขศกึ ษาฯ กรรมการ
๑๒. นางอำนวยพร ดวงใจ
๑๓. นางกนิษฐา คงวนั หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้การงานฯ กรรมการ
๑๔. นางลลิ าวรรณ์ ปิน่ แก้ว
๑๕. นางสาวแคทรยี า จกุ แก้ว หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ กรรมการ
๑๖. นางสาววนิดา ห้องแซง
๑๗. นางสาวเพชรรัตน์ คำเลศิ หวั หน้ากิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน กรรมการ
๑๘. นางสาวอจั ฉรา เฉลยี วศิลป์
๑๙. นายชนิ โชติ ศรบี ญุ ญะกลุ วิชาการโรงเรยี น กรรมการและเลขานกุ าร
วิชาการสายชน้ั อนุบาล ๒ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
วชิ าการสายช้ันอนุบาล ๓ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
วชิ าการสายชั้น ป.๑ กรรมการและผูช้ ่วยเลขานุการ
วิชาการสายชัน้ ป.๒ กรรมการและผ้ชู ่วยเลขานุการ
วิชาการสายชัน้ ป.๓ กรรมการและผชู้ ว่ ยเลขานุการ
วิชาการสายชน้ั ป.๔ กรรมการและผู้ชว่ ยเลขานุการ
วิชาการสายช้นั ป.๕ กรรมการและผ้ชู ่วยเลขานุการ
วิชาการสายชนั้ ป.๖ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
มีหน้าท่ี
จดั พิมพข์ ้อมลู พสิ ูจน์อกั ษร จัดทำสำเนา และเขา้ เลม่ เอกสารหลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี น
เมืองสุรนิ ทร์ พุทธศักราช ๒๕๖๑ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั
ปรับปรุง ๒๕๖๓) ให้มีจำนวนครบตามกลุ่มสาระการเรียนรู้
๑๔. คณะกรรมการฝา่ ยงบประมาณ ประกอบดว้ ย
๑. นางสุทธารัตน์ สุขวาสนะ ประธานกรรมการ
๒. นางสมใจ มที รัพย์ทวีกลู กรรมการ
๓. นางวนิดา สมรูป กรรมการ
๔. นางโชติกา พวงศริ ิ กรรมการ
๕. นางนรศิ รา ทองนรนิ ทร์ กรรมการ
๖. นางสาวพรพมิ ล รอบรู้ กรรมการ
๑๙๑
มหี น้าท่ี
ให้การสนับสนนุ ด้านวสั ดุ อปุ กรณ์ อาหาร อาหารวา่ งให้กับคณะกรรมการ อนุกรรมการตาม
ความเหมาะสม ดำเนนิ การจดั ซือ้ จัดจา้ ง ตามระเบียบฯ อำนวยความสะดวกในการดำเนินการ เพื่อใหก้ าร
ปรบั ปรงุ หลกั สตู รเป็นไปด้วยความเรียบรอ้ ย เสรจ็ ตามกำหนด
สั่ง ณ วนั ท่ี ๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
( นายพงษ์ศักดิ์ อนิ ทรามะ )
ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นเมืองสุรนิ ทร์
๑๙๒
รายชื่อคณะทำงาน
คณะกรรมการทปี่ รกึ ษา ผู้อำนวยการโรงเรยี นเมืองสุรนิ ทร์
๑. นายพงษศ์ ักดิ์ อินทรามะ รองผู้อำนวยการโรงเรียนเมืองสรุ ินทร์
๒. นายสุทธารัตน์ สุขวาสนะ รองผู้อำนวยการโรงเรยี นเมืองสรุ ินทร์
๓. นายปรชั ญา ดวงดี ผูช้ ว่ ยผอู้ ำนวยการ
๔. นายเมธา มีทรัพยท์ วีกูล ผู้ช่วยผูอ้ ำนวยการ
๕. นายธรรมศกั ดิ์ สงิ คเสลิต วิชาการโรงเรยี นเมืองสุรนิ ทร์
๖. นางพิณณพฒั น์ อภิวัชรารตั น์
คณะกรรมการปรบั ปรงุ หลักสูตร ประกอบด้วย หวั หนา้ กลมุ่ สาระภาษาไทย
๑. นางพรพฒั น์ ชนิ โชติ หวั หน้ากลุ่มสาระคณติ ศาสตร์
๒. นางสาวขนิษฐ์ณิชา ทองสุข หัวหน้ากลุ่มสาระวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
๓. นางกลุ รภัสสร์ สขุ เสรมิ ศาล หวั หน้ากลมุ่ สาระสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
๔. นางสาวสรุ ีรัตน์ ยอดศรี หวั หนา้ กลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษา
๕. นางพรพิมล ชมหอม หวั หน้ากลมุ่ สาระศิลปะ
๖. นายเอกวทิ ย์ เพ็ชรสุข หวั หนา้ กลุ่มสาระการงานอาชีพ
๗. นางสุจิตตรา พมิ พแ์ ตม้ หวั หน้ากลุ่มสาระภาษาตา่ งประเทศ
๘. นางสาวนิดติยา หอมหวน หัวหน้ากลมุ่ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
๙. นายวสันต์ โพธิสาร หวั หน้างานวดั และประเมินผล
๑๑. นางสาวเสาวณีย์ ประเสริฐสขุ โชติ จัดรวบรวมรปู เลม่
๑๒. นางสาววราภรณ์ บตุ ตะเคียน