๔๕
สาระการเรียนรมู้ าตรฐานตัวชี้วดั
วชิ าการงานอาชีพ
๔๖
สาระท่ี ๑ การดำรงชีวติ และครอบครวั
มาตรฐาน ง ๑.๑ เข้าใจการทำงาน มคี วามคิดสร้างสรรค์ มที ักษะกระบวนการทำงาน ทักษะการ
จดั การ ทกั ษะกระบวนการแก้ปญั หา ทกั ษะการทำงานรว่ มกนั และทกั ษะการแสวงหา
ความรู้ มคี ณุ ธรรม และลักษณะนิสัยในการทำงาน มีจติ สำนกึ ในการใชพ้ ลังงาน
ทรพั ยากร และส่ิงแวดล้อม เพื่อการดำรงชีวิตและครอบครัว
ตวั ช้ีวัดชนั้ ปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
๑. บอกวธิ กี าร ๑. บอกวิธีการ ๑.อธบิ ายวิธีการ ๑. อธิบายเหตุผล ๑.อธิบายเหตุผล ๑. อภปิ รายแนวทาง
ทำงานเพื่อ และประโยชน์ และประโยชน์ ใน ในการทำงาน ใน
ชว่ ยเหลือตนเอง การทำงานเพื่อ การทำงาน การทำงาน แต่ละขนั้ ตอน การทำงานและ
๒. ใช้วัสดุ ช่วยเหลอื ตนเอง เพอ่ื ช่วยเหลือ ใหบ้ รรลเุ ป้าหมาย ถกู ต้องตาม ปรบั ปรงุ
อุปกรณ์และ และครอบครัว ตนเอง ๒. ทำงาน กระบวนการ การทำงาน
เครื่องมืองา่ ยๆ ๒. ใช้วสั ดุ อุปกรณ์ ครอบครวั บรรลุเป้าหมาย ทำงาน แต่ละขน้ั ตอน
ในการทำงาน และเคร่ืองมือใน และสว่ นรวม ที่วางไว้ ๒. ใชท้ กั ษะ ๒. ใชท้ กั ษะ
อยา่ งปลอดภัย การทำงานอย่าง ๒ ใช้วัสดุ อย่างเป็นขั้นตอน การจัดการในการ การจดั การในการ
๓. ทำงานเพ่อื เหมาะสมกับงานและ อปุ กรณแ์ ละ ดว้ ยความขยัน ทำงาน ทำงานและทักษะการ
ช่วยเหลอื ตนเอง ประหยัด เครอื่ งมอื ตรง อดทนรบั ผดิ ชอบ อย่างเป็นระบบ ทำงานรว่ มกนั
อย่าง ๓. ทำงานเพ่ือ กบั ลกั ษณะงาน และซื่อสตั ย์ ประณตี และ ๓. ปฏบิ ัติตนอยา่ งมี
กระตือรือร้น ชว่ ยเหลอื ตนเอง ๓. ทำงานอยา่ ง ๓. ปฏิบตั ิตน มีความคิด มารยาทในการทำงาน
และตรงเวลา และครอบครวั เป็นข้นั ตอน อย่างมีมารยาทใน สร้างสรรค์ กบั ครอบครวั และผูอ้ นื่
อยา่ งปลอดภัย ตามกระบวนการ การทำงาน ๓. ปฏบิ ตั ติ น
ทำงานด้วย ๔. ใช้พลังงาน อย่างมีมารยาทใน
ความสะอาด และทรัพยากร การทำงานกบั
ความรอบคอบ ในการทำงาน สมาชิก
และอนรุ ักษ์ อยา่ งประหยัด ในครอบครัว
สิ่งแวดลอ้ ม และคุ้มคา่ ๔.มจี ติ สำนึกใน
การใชพ้ ลังงาน
สาระที่ ๔ การอาชีพ และทรัพยากร
อยา่ งประหยดั
และค้มุ ค่า
มาตรฐาน ง ๔.๑ เข้าใจ มีทกั ษะทีจ่ ำเปน็ มปี ระสบการณ์ เห็นแนวทางในงานอาชีพ ใช้เทคโนโลยี
เพือ่ พฒั นาอาชีพ มีคณุ ธรรม และมีเจตคติทดี่ ีตอ่ อาชพี
ตัวชวี้ ดั ชั้นปี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
- - - ๑. อธบิ าย ๑. สำรวจขอ้ มลู ๑.สำรวจตนเองเพอ่ื
ความหมายและ ทีเ่ กีย่ วกบั อาชีพ วางแผนในการเลือก
ความสำคัญของ ต่างๆ ในชุมชน อาชีพ
อาชพี ๒. ระบุความ ๒. ระบุความรู้
แตกตา่ งของ ความสามารถและ
อาชีพ คณุ ธรรม
ทสี่ ัมพันธก์ ับอาชีพท่ี
สนใจ
๔๗
สาระการเรยี นรูม้ าตรฐานตวั ชีว้ ัด
วชิ าภาษาอังกฤษ
๔๘
สาระท่ี ๑ ภาษาเพ่อื การสื่อสาร
มาตรฐาน ต ๑.๑ เขา้ ใจและตคี วามเร่ืองท่ฟี ังและอ่านจากส่อื ประเภทต่างๆ และแสดงความคดิ เหน็
อยา่ งมเี หตผุ ล
ป.๑ ป.๒ ป.๓ ตัวช้ีวดั ชนั้ ปี ป.๖
ป.๔ ป.๕
๑. ปฏิบัติตาม ๑. ปฏบิ ตั ติ าม ๑. ปฏบิ ัตติ าม ๑. ปฏิบตั ิตามคำส่งั คำ
๑. ปฏบิ ัติตามคำสัง่ คำ ๑. ปฏบิ ตั ิตามคำสัง่ คำ
คำสัง่ ง่ายๆ ที่ฟัง คำสงั่ และ คำสัง่ และ ขอรอ้ ง และคำแนะนำ ขอร้อง และคำแนะนำ ขอร้อง และคำแนะนำ ที่
๒. ระบุตวั อกั ษรและ คำขอร้องง่ายๆ ที่ คำขอรอ้ งทีฟ่ ังหรือ (instructions) งา่ ยๆ ทฟี่ งั และอา่ น ฟังและอ่าน
เสียง อ่านออกเสยี ง ฟัง อ่าน ง่ายๆ ทฟ่ี ังหรอื อ่าน ๒. อา่ นออกเสยี งประโยค ๒. อ่านออกเสียงข้อความ
และสะกดคำง่ายๆ ๒.ระบตุ ัวอกั ษร ๒. อ่านออกเสยี ง ๒. อา่ นออกเสียงคำ ขอ้ ความ และบทกลอน นิทานและ
ถูกตอ้ งตาม หลกั การ และเสียง อา่ นออก คำ สะกดคำ อ่าน สะกดคำ อา่ นกลุ่มคำ สนั้ ๆ ถูกตอ้ งตาม หลักการ บทกลอนส้นั ๆ ถกู ต้องตาม
อา่ น เสยี งคำ สะกดคำ กลุ่มคำ ประโยค และ ประโยค ขอ้ ความง่ายๆ อ่าน หลักการอา่ น
๓. เลือกภาพ และอา่ นประโยค บทพดู เข้าจังหวะ และบทพดู ๓.ระบุ/วาดภาพ ๓. เลือก/ระบุประโยค
ตรงตามความหมาย ง่ายๆ ถกู ตอ้ งตาม (chant) ง่ายๆ เข้าจงั หวะ ถกู ต้องตาม สญั ลักษณห์ รอื เครอื่ งหมาย หรือข้อความส้ันๆ
ของคำ และกลมุ่ คำ หลักการอา่ น ถกู ต้องตาม หลกั การ หลกั การอา่ น ตรงตามความหมายของ ตรงตามภาพสัญลกั ษณ์
ทีฟ่ ัง ๓. เลือกภาพ อา่ น ๓. เลือก/ระบภุ าพ ประโยคและขอ้ ความสั้นๆ หรอื เครื่องหมาย
๔. ตอบคำถาม ตรงตาม ๓. เลือก/ระบุภาพ หรอื สัญลกั ษณ์ หรอื ท่ฟี ังหรอื อา่ น ทอี่ ่าน
จากการฟงั เรือ่ งใกล้ ความหมายของคำ หรอื สญั ลักษณ์ เคร่ืองหมาย ตรงตาม ๔. บอกใจความสำคัญ ๔. บอกใจความสำคญั
ตวั กลุม่ คำ และ ตรงตามความหมาย ความหมายของ และตอบคำถาม จากการ และตอบคำถามจากการ
ฟงั และอา่ นบทสนทนา ฟงั และอ่าน บทสนทนา
ประโยคท่ีฟัง ของ ประโยคและ ขอ้ ความ และนทิ านง่ายๆ หรอื เรอ่ื ง นทิ านงา่ ยๆ และเรอื่ ง
สัน้ ๆ เล่า
๔. ตอบคำถาม กลุม่ คำและประโยคท่ี สั้นๆ
ทีฟ่ ังหรืออา่ น
จากการฟังประโยค ฟัง
๔. ตอบคำถาม
บทสนทนา ๔. ตอบคำถามจาก
หรือนทิ านงา่ ยๆ ท่ี จากการฟงั และอา่ น
มีภาพประกอบ การฟงั หรืออา่ น ประโยค
ประโยค บทสนทนา และนทิ าน
บทสนทนา หรือ ง่ายๆ
นทิ านงา่ ยๆ
มาตรฐาน ต ๑.๒ มีทกั ษะการส่อื สารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นขอ้ มลู ขา่ วสาร แสดงความรู้สกึ และ
ความคิดเหน็ อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
ตัวช้วี ัดช้นั ปี
ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖
๑. พดู โตต้ อบดว้ ยคำ ๑. พดู โต้ตอบดว้ ย ๑. พดู โต้ตอบดว้ ยคำ ๑. พดู /เขยี น ๑. พดู /เขียนโตต้ อบใน ๑. พูด/เขยี นโต้ตอบใน
สน้ั ๆ ง่ายๆ ในการ คำสั้นๆ ง่ายๆ ใน สัน้ ๆ โต้ตอบในการ การส่อื สารระหวา่ งบคุ คล การสือ่ สารระหว่างบคุ คล
การส่อื สารระหว่าง
ส่ือสารระหวา่ งบคุ คล บคุ คลตามแบบท่ี ง่ายๆ ในการสอื่ สาร ส่อื สารระหวา่ ง ๒. ใชค้ ำสั่ง คำขอร้อง ๒. ใช้คำส่งั
ฟงั
ตามแบบท่ีฟัง ๒.ใชค้ ำส่งั และคำ ระหว่างบุคคลตาม บุคคล คำขออนญุ าต และให้ คำขอรอ้ ง และให้
ขอรอ้ งง่ายๆตาม
๒. ใช้คำสง่ั ง่ายๆ ตาม แบบทีฟ่ ัง แบบท่ฟี ัง ๒. ใชค้ ำส่ัง คำแนะนำงา่ ยๆ คำแนะนำ
แบบทฟ่ี ัง ๒. ใชค้ ำส่งั และคำ คำขอร้อง และ ๓. พูด/เขยี นแสดงความ ๓. พูด/เขียนแสดงความ
๓. บอกความตอ้ งการ ขอรอ้ งง่ายๆตามแบบ คำขออนญุ าตงา่ ยๆ ตอ้ งการ ขอความ ต้องการ ขอความ
ชว่ ยเหลอื ตอบรับและ
งา่ ยๆของตนเอง ท่ฟี ัง ๓. พดู /เขยี นแสดง ช่วยเหลือ ตอบรบั และ
๔๙
ตวั ช้ีวดั ช้นั ปี
ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖
ตามแบบที่ฟัง ๓. บอกความ ๓. บอกความ ความตอ้ งการของ ปฏเิ สธการใหค้ วาม ปฏเิ สธการให้ความ
๔. พูดขอและใหข้ ้อมูล ช่วยเหลือในสถานการณ์ ช่วยเหลอื
งา่ ยๆ เกย่ี วกบั ตนเอง ต้องการง่ายๆ ของ ตอ้ งการง่ายๆของ ตนเอง และขอ ง่ายๆ ในสถานการณง์ ่ายๆ
ตามแบบที่ฟงั
ตนเอง ตนเอง ตาม ความช่วยเหลือใน ๔. พดู /เขียนเพ่ือ ขอและ ๔. พดู และเขียนเพอ่ื ขอ
ตามแบบทฟี่ ัง แบบที่ฟงั สถานการณ์ง่ายๆ ใหข้ ้อมูลเกย่ี วกับตนเอง และใหข้ อ้ มูลเกย่ี วกบั
เพอื่ น ครอบครัว และ ตนเอง เพื่อนครอบครัว
๔. พดู ขอและให้ ๔. พูดขอและให้ ๔. พดู /เขียนเพื่อ เรอื่ งใกลต้ วั และเร่ืองใกลต้ ัว
ข้อมลู งา่ ยๆ ขอ้ มลู ง่ายๆเกย่ี วกบั ขอและให้ขอ้ มูล ๕. พดู /เขียนแสดง ๕. พดู /เขยี นแสดง
เก่ยี วกบั ตนเองตาม ตนเอง และเพ่ือน เก่ียวกบั ตนเอง ความรสู้ กึ ความรู้สกึ ของตนเอง
ของตนเองเกีย่ วกบั เรื่อง เก่ียวกบั เรื่องต่างๆ ใกลต้ วั
แบบทฟ่ี ัง ตามแบบที่ฟัง เพื่อนและ ต่างๆ ใกลต้ ัว และ กิจกรรมต่างๆ พรอ้ มทงั้
กิจกรรมต่างๆ พรอ้ มทง้ั ใหเ้ หตผุ ลสัน้ ๆประกอบ
๕. บอกความ ครอบครัว ๕. พูด ให้เหตผุ ลสั้นๆประกอบ
รูส้ ึกของตนเอง แสดงความรสู้ กึ ของ
เกย่ี วกบั สง่ิ ต่างๆใกล้ ตนเองเกย่ี วกับ
ตวั หรือกิจกรรม เร่ืองต่างๆ
ต่างๆ ตามแบบท่ฟี ัง ใกลต้ ัว และ
กจิ กรรมตา่ งๆ
ตามแบบที่ฟัง
มาตรฐาน ต ๑.๓ นำเสนอขอ้ มูลข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เห็นในเร่ืองต่างๆ โดยการ
พดู และการเขยี น
ตัวชี้วดั ชั้นปี
ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖
๑. พูดใหข้ อ้ มูล ๑. พูดให้ข้อมูล ๑. พูดให้ขอ้ มูล ๑. พดู /เขียน ๑. พดู /เขยี น ๑. พูด/เขยี น
เก่ียวกบั ตนเองและ เกีย่ วกบั ตนเองและ เก่ียวกบั ตนเองและ ใหข้ ้อมลู เก่ียวกับตนเอง ให้ข้อมลู เกี่ยวกบั ตนเอง ให้ข้อมูล
เก่ยี วกบั ตนเอง
เร่ืองใกลต้ วั เรื่องใกลต้ ัว เร่ืองใกลต้ ัว และเรื่องใกล้ตัว และเรอ่ื งใกลต้ วั เพอื่ น และ
สิง่ แวดล้อม
๒. จัดหมวดหมู่คำ ๒. พูด/วาดภาพแสดง ๒. เขยี นภาพ แผนผงั ใกล้ตัว
ตามประเภทของ ความ และแผนภูมแิ สดงข้อมูล ๒. เขยี นภาพ แผนผงั
บุคคล สตั ว์ และ สัมพนั ธข์ อง ต่างๆ ตามทีฟ่ ังหรืออา่ น แผนภูมิ และตาราง
๓. พดู แสดงความคิดเหน็ แสดงขอ้ มูลต่างๆ ตามที่
สิ่งของ ตามทฟี่ ังหรอื สงิ่ ตา่ งๆ ใกลต้ ัวตามที่ เกยี่ วกบั ฟังหรอื อา่ น
๓. พดู /เขียนแสดงความ
อา่ น ฟังหรอื อา่ น เรื่องตา่ งๆ ใกลต้ วั คดิ เห็นเกยี่ วกับเรื่องตา่ งๆ
ใกล้ตัว
๓. พูดแสดงความ
คิดเห็นง่ายๆ เกยี่ วกบั
เร่ืองต่างๆ ใกลต้ วั
๕๐
สาระที่ ๒ ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต ๒.๑ เข้าใจความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งภาษากับวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้
อยา่ งเหมาะสมกับกาลเทศะ
ตวั ชว้ี ดั ชน้ั ปี
ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖
๑. พูดและทำท่า ๑. พดู และทำทา่ ๑. พดู และทำทา่ ๑. พูดและทำท่า 1.ใชถ้ ้อยคำน้ำเสียงและ ๑. ใชถ้ อ้ ยคำ
กริ ยิ าท่าทางอยา่ งสภุ าพ
ประกอบ ตาม ประกอบ ตาม ประกอบ ตาม ประกอบ อยา่ งสุภาพ น้ำเสยี ง และกริ ยิ าท่าทาง
ตามมารยาทสงั คมและ
วฒั นธรรมของเจ้าของ วัฒนธรรมของ มารยาทสังคม/ ตามมารยาทสงั คม วฒั นธรรมของเจา้ ของ อย่างสภุ าพ เหมาะสม
ภาษา ตามมารยาทสังคม และ
ภาษา เจ้าของภาษา วัฒนธรรมของ และวัฒนธรรมของเจา้ ของ วฒั นธรรมของเจา้ ของ
๒. ตอบคำถาม/บอก
๒. บอกชือ่ และคำศัพท์ ๒. บอกชอื่ และ เจ้าของภาษา ภาษา ภาษา
ความสำคญั ของ
เก่ยี วกบั เทศกาลสำคัญ คำศัพท์เก่ยี วกบั ๒. บอกชอื่ และ ๒. ตอบคำถามเก่ียวกับ เทศกาล/วันสำคัญ/ ๒. ใหข้ อ้ มูลเกยี่ วกบั
ของเจา้ ของภาษา เทศกาลสำคญั ของ คำศพั ทง์ ่ายๆ เทศกาล/วนั สำคญั /งาน งานฉลองและชวี ติ ความ เทศกาล/วันสำคัญ/
เปน็ อย่งู ่ายๆ ของ
๓. เขา้ ร่วม กจิ กรรม เจ้าของภาษา เก่ยี วกบั เทศกาล/ ฉลองและชีวิตความเปน็ อยู่ เจ้าของภาษา งานฉลอง/ชวี ิตความ
เปน็ อยู่ของเจ้าของภาษา
ทางภาษาและ ๓. เข้าร่วม วันสำคญั / ง่ายๆ ของเจา้ ของภาษา ๓. เข้ารว่ ม
วฒั นธรรมทเี่ หมาะกบั ๓. เขา้ รว่ ม กจิ กรรม
วยั กจิ กรรมทางภาษา งานฉลองและชวี ติ ๓. เขา้ ร่วม กจิ กรรม กจิ กรรมทางภาษาและ
และวัฒนธรรมท่ี วัฒนธรรม ทางภาษาและวฒั นธรรม
เหมาะกับวยั ความเป็นอยู่ของ ทางภาษาและวัฒนธรรมที่
เจา้ ของภาษา เหมาะกับวัย ตามความสนใจ ตามความสนใจ
๓. เข้าร่วม
กจิ กรรมทางภาษา
และวัฒนธรรมที่
เหมาะกบั วัย
มาตรฐาน ต ๒.๒ เขา้ ใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษากบั
ภาษาและวฒั นธรรมไทย และนำมาใชอ้ ยา่ งถกู ต้องและเหมาะสม
ตวั ชว้ี ัดช้นั ปี
ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖
๑.ระบตุ วั อกั ษรและ ๑.ระบุตัวอกั ษรและ ๑. บอกความ ๑. บอกความแตกตา่ ง ๑. บอกความเหมอื น/ ๑. บอกความเหมอื น/
เสยี งตัวอกั ษรของ เสยี งตวั อักษรของ แตกตา่ งของเสียง ของของเสยี งตัวอักษร ความแตกต่างระหว่าง ความแตกต่างระหว่างการ
ภาษาตา่ งประเทศ และ ภาษาตา่ งประเทศและ การออกเสียงประโยค ออกเสียงประโยค
ตวั อักษร คำ คำ กลุ่มคำ ประโยค ชนดิ ต่างๆ การใช้
ภาษาไทย ภาษาไทย ชนดิ ตา่ งๆ การใช้ เคร่อื งหมายวรรคตอน
กล่มุ คำ และ และขอ้ ความของภาษา เครอ่ื งหมายวรรคตอน และ การลำดับคำ ตาม
และ การลำดบั คำ โครงสรา้ งประโยค ของ
ประโยคง่ายๆ ของ ต่างประเทศและ ภาษาต่างประเทศ
(order) ตาม และภาษาไทย
ภาษา ต่างประเทศ ภาษาไทย
โครงสรา้ งประโยค ของ ๒. เปรยี บเทียบความ
และภาษาไทย ๒. บอกความเหมอื น/ ภาษาตา่ งประเทศ
เหมอื น/ความแตกตา่ ง
ความแตกต่างระหวา่ ง และภาษาไทย ระหว่างเทศกาล งานฉลอง
เทศกาลและ ๒. บอกความเหมอื น/
งานฉลอง ตาม ความแตกต่างระหว่าง
วฒั นธรรมของ เจา้ ของ เทศกาลและ
ภาษากับของไทย
๕๑
ตวั ชี้วดั ชั้นปี
ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖
งานฉลองของเจ้าของ และประเพณีของ เจา้ ของ
ภาษากับของไทย ภาษากับของไทย
สาระท่ี ๓ ภาษากับความสัมพนั ธ์กบั กลุ่มสาระการเรยี นรูอ้ ื่น
มาตรฐาน ต ๓.๑ ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการเชื่อมโยงความร้กู บั กลุ่มสาระการเรียนรอู้ นื่ และเป็น
พืน้ ฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปดิ โลกทัศน์ของตน
ตัวช้ีวดั ช้นั ปี
ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖
๑. บอกคำศัพท์ท่ี ๑. บอกคำศัพท์ที่ ๑. บอกคำศัพท์ท่ี ๑. คน้ ควา้ รวบรวม ๑. คน้ ควา้ รวบรวม ๑. คน้ คว้า รวบรวม
เกยี่ วขอ้ งกับกลุม่ สาระ เก่ยี วขอ้ งกับกลุ่มสาระ คำศัพท์ท่ีเกีย่ วขอ้ งกบั
การเรยี นรู้อ่นื การเรียนร้อู ืน่ เกยี่ วขอ้ งกับกล่มุ คำศพั ท์ทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั กลุ่มสาระ คำศพั ท์ท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั กลุ่ม
สาระ กล่มุ สาระ การเรียนร้อู ่นื และ สาระการเรียนรอู้ ืน่ จาก
นำเสนอดว้ ยการพูด/ แหล่งเรยี นรู้และนำเสนอ
การเรียนรู้อืน่ การเรียนรอู้ น่ื และ การเขยี น ด้วยการพูด/การเขยี น
นำเสนอดว้ ยการพูด/
การเขียน
สาระที่ ๔ ภาษากับความสัมพันธก์ ับชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต ๔.๑ ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในสถานการณ์ตา่ งๆ ท้ังในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม
ตัวช้ีวดั ช้ันปี
ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖
๑. ฟงั /พดู ๑. ฟงั /พดู ๑. ฟัง/พดู ๑. ฟังและพดู /อา่ น ใน ๑. ฟัง พดู และอา่ น/ ๑. ใชภ้ าษาสอ่ื สาร ใน
ในสถานการณง์ ่ายๆ ท่ี ในสถานการณง์ ่ายๆ ในสถานการณ์ง่ายๆ สถานการณ์ เขียน ในสถานการณ์ สถานการณ์ต่างๆ ท่ี
เกิดขึ้นในห้องเรยี น ทเ่ี กิดข้นึ ในหอ้ งเรยี น ตา่ งๆ ทเ่ี กดิ ขนึ้ ใน เกิดขนึ้ ในห้องเรยี นและ
ทีเ่ กิดขึน้ ในห้องเรยี น ที่เกดิ ขึ้นในหอ้ งเรยี นและ ห้องเรยี นและ สถานศึกษา
สถานศึกษา
สถานศึกษา
มาตรฐาน ต ๔.๒ ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเคร่อื งมือพื้นฐานในการศกึ ษาต่อ การประกอบอาชีพ และ
การแลกเปล่ียนเรยี นรกู้ บั สังคมโลก
ตวั ช้วี ดั ชน้ั ปี
ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖
๑. ใชภ้ าษา ๑. ใชภ้ าษา ๑. ใชภ้ าษา ๑. ใชภ้ าษา ตา่ งประเทศ ๑. ใช้ภาษา ๑. ใชภ้ าษา
ต่างประเทศ เพ่ือ ต่างประเทศ เพ่อื ต่างประเทศ เพื่อ ในการสืบค้นและรวบรวม ต่างประเทศ ตา่ งประเทศในการ
รวบรวมคำศัพท์ รวบรวมคำศพั ท์ รวบรวมคำศพั ท์ ขอ้ มลู ต่างๆ ในการสบื คน้ และ สบื ค้น และรวบรวม
ที่เกยี่ วขอ้ ง ที่เกย่ี วขอ้ ง ที่เกี่ยวขอ้ ง รวบรวมขอ้ มลู ตา่ งๆ ข้อมลู ต่างๆ
ใกลต้ ัว ใกล้ตวั ใกล้ตวั
ตอนที่ ๒
โครงสรา้ งหลกั สตู รสถานศึกษา
๑. โครงสร้างเวลาเรียนหลกั สูตรสถานศึกษา
โครงสรา้ งเวลาเรยี นหลักสตู รสถานศกึ ษา
โรงเรยี นเมืองสุรินทร์ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓
กลุม่ สาระการเรียนรู้/กจิ กรรม เวลาเรยี น (ช่วั โมง) ป.๕ ป.๖
ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔
๘๔๐ ๘๔๐
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ๑๖๐ ๑๖๐
๑๖๐ ๑๖๐
รายวชิ าพ้นื ฐาน ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๐ ๘๐
ภาษาไทย ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๘๐ ๘๐
คณติ ศาสตร์ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๔๐ ๔๐
๘๐ ๘๐
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 80 ๘๐ ๘๐ 8๐
๘๐ ๘๐
สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
๘๐ ๘๐
- ศาสนาศีลธรรม จรยิ ธรรม ๘๐ ๘๐
๘๔๐ ๘๔๐
- ภูมิศาสตร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๔๐ ๔๐
- -
- เศรษฐศาสตร์ - 40
40 80
- ต้านทุจรติ ศกึ ษา ๑๒๐ ๑๒๐
๔๐ ๔๐
- ประวตั ิศาสตร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
๔๐ ๔๐
สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๘๐ ๓๐ ๓๐
๑๐ ๑๐
ศิลปะ บูรณาการ บรู ณาการ
๑๒๐ ๑๒๐
- ทศั นศิลป์ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๘๐ ๑,๐๐๐ ๑,๐4๐
- ดนตร-ี นาฏศิลป์
การงานอาชพี
- งานบา้ น/งานประดิษฐ์/งานชา่ ง/งานเกษตร ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐
ภาษาต่างประเทศ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๘๐
รวมเวลาเรียน (พนื้ ฐาน) ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐
หนา้ ที่พลเมอื ง ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
ภาษาจีน - 40 40 -
การศกึ ษาเพือ่ การเรยี นรู้ (IS1 – IS2) ----
รวมเวลาเรยี นเพ่ิมเติม 40 80 80 40
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
กิจกรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
กิจกรรมนกั เรยี น
- ลูกเสอื -เนตรนาร/ี ยุวกาชาด/ผูบ้ ำเพ็ญประโยชน์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
- ชมุ นม/กลมุ่ สนใจ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐
- กิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์/IS๓ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐
กจิ กรรมเพ่ิมเวลารู้/จดุ เน้น บรู ณาการ บรู ณาการ บรู ณาการ บรู ณาการ
รวมเวลากิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียน ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
รวมเวลาเรยี นทัง้ สน้ิ ๑,๐๐๐ ๑,๐4๐ ๑,๐4๐ ๑,๐๐๐
๕๓
๒. โครงสร้างหลกั สูตรชัน้ ปี
โครงสรา้ งเวลาเรียนหลักสูตรโรงเรียนเมืองสรุ ินทร์
โครงสรา้ งหลกั สตู รช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๑
รายวชิ า/กจิ กรรม เวลาเรียน(ชม./ปี) (ชม./สัปดาห์)
รายวิชาพน้ื ฐาน ๘๔๐ ชม./ปี ๕
๒๐๐ ๕
ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๒๐๐ 2
ค ๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ 80
ว ๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๑
ส ๑๑๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๔๐
๑
- ศาสนาศีลธรรม จรยิ ธรรม ๔๐ ๐.๕๐
๒๐
- ภูมิศาสตร์ ๐.๕๐
๒๐
- เศรษฐศาสตร์ ๑
๔๐
- ตา้ นทุจรติ ศกึ ษา ๕
๒๐๐ ๒๑
ส ๑๑๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๘๔๐ ๑
พ ๑๑๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๔๐
ศ ๑๑๑๐๑ ศิลปะ ๑๒๐ ชม./ปี ๑
- ทศั นศลิ ป์ ๔๐
(๘๐) (๒)
- ดนตรี-นาฏศลิ ป์ ๔๐
๓๐ ๑
ง ๑๑๑๐๑ การงานอาชีพ ๑๐ ๑
- งานบ้าน/งานประดิษฐ์/งานชา่ ง/งานเกษตรเกษตร บูรณาการ ๘ กลุ่มสาระ บรู ณาการ ๘ กล่มุ สาระ
๒๕
อ ๑๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๑,๐๐๐ ชม./ปี
รวมรายวชิ าพ้ืนฐาน
ส ๑๑๒31 หนา้ ท่ีพลเมือง ๑
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น
กิจกรรมแนะแนว
กจิ กรรมนักเรยี น
- ลกู เสือ-เนตรนาร/ี ยุวกาชาด/ผ้บู ำเพญ็
- ชมรม/ชมุ นุม
- กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์/IS๓
กิจกรรมเพม่ิ เวลารู้ /จดุ เนน้
รวมเวลาเรยี นทั้งส้นิ ตามโครงสร้างหลกั สูตร
หมายเหตุ : กิจกรรมเสรมิ หลักสตู ร IS บูรณาการในหนว่ ยการเรยี นร้รู ายวชิ าพ้ืนฐาน
๕๔
โครงสร้างเวลาเรียนหลักสูตรโรงเรียนเมอื งสรุ นิ ทร์
โครงสร้างหลกั สตู รช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 2
รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรยี น(ชม./ปี) (ชม./สัปดาห์)
รายวิชาพ้ืนฐาน ๘๔๐ ชม./ปี ๕
๒๐๐ ๕
ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒๐๐ ๒
ค ๑๒๑๐๑ ๘๐
ว ๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๑
ส ๑๒๑๐๑ ๔๐
วทิ ยาศาสตร์ ๑
ส ๑๒๑๐๒ ๔๐ ๐.๕๐
พ ๑๒๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๒๐
ศ ๑๒๑๐๑ ๐.๕๐
- ศาสนาศลี ธรรม จริยธรรม ๒๐
ง ๑๒๑๐๑ ๑
อ ๑๒๑๐๑ - ภมู ิศาสตร์ ๔๐
- เศรษฐศาสตร์ ๕
- ต้านทจุ รติ ศึกษา ๒๐๐ ๒๑
ประวัติศาสตร์ ๘๔๐
80 ชม./ปี ๑
สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๔๐ 1
40 2
ศลิ ปะ 80
๑๒๐ ชม./ปี ๑
- ทัศนศิลป์ ๔๐
- ดนตรี-นาฏศลิ ป์ (๘๐) (๒)
การงานอาชีพและเทคโนโลยี ๔๐
๓๐ ๑
- งานบ้าน/งานประดิษฐ์/งานชา่ ง/งานเกษตร ๑๐ ๑
ภาษาองั กฤษ บรู ณาการ ๘ กลมุ่ สาระ
บูรณาการ ๘ กลมุ่ สาระ ๒6
รวมรายวชิ าพน้ื ฐาน
๑,๐4๐ ชม./ปี
รายวิชาเพ่มิ เติม
ส ๑๑๒3๒ หน้าทพ่ี ลเมอื ง ๒
0 12201 ภาษาจีน
รวมรายวชิ าเพิ่มเตมิ
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น
กจิ กรรมแนะแนว
กจิ กรรมนักเรยี น
- ลกู เสอื -เนตรนาร/ี ยวุ กาชาด/ผู้บำเพญ็
- ชมรม/ชมุ นุม
- กจิ กรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน์/IS๓
กจิ กรรมเพิม่ เวลารู้ /จุดเน้น
รวมเวลาเรยี นทั้งสน้ิ ตามโครงสร้างหลกั สูตร
หมายเหตุ : กิจกรรมเสริมหลกั สตู ร IS บูรณาการในหนว่ ยการเรยี นร้รู ายวชิ าพ้นื ฐาน
๕๕
โครงสร้างเวลาเรียนหลกั สตู รโรงเรียนเมอื งสุรินทร์
โครงสรา้ งหลกั สูตรชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 3
รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรยี น(ชม./ป)ี (ชม./สัปดาห์)
รายวิชาพนื้ ฐาน ๘๔๐ ชม./ปี ๕
๒๐๐ ๕
ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๒๐๐ ๒
ค ๑๓๑๐๑ ๘๐
ว ๑๓๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๑
ส ๑๓๑๐๑ ๔๐
วิทยาศาสตร์ ๑
ส ๑๓๑๐๒ ๔๐ ๐.๕๐
พ ๑๓๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๒๐
ศ ๑๓๑๐๑ ๐.๕๐
- ศาสนาศลี ธรรม จรยิ ธรรม ๒๐
ง ๑๓๑๐๑ ๑
อ ๑๓๑๐๑ - ภูมศิ าสตร์ ๔๐
- เศรษฐศาสตร์ ๕
- ต้านทุจรติ ศึกษา ๒๐๐ ๒๑
ประวตั ศิ าสตร์ ๘๔๐
80 ชม./ปี ๑
สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ๔๐
1
ศิลปะ 40
2
- ทัศนศิลป์ 80
- ดนตรี-นาฏศิลป์ ๑๒๐ ชม./ปี ๑
การงานอาชพี และเทคโนโลยี
๔๐ (๒)
- งานบ้าน/งานประดิษฐ/์ งานชา่ ง/งานเกษตร (๘๐)
ภาษาอังกฤษ ๔๐ ๑
๓๐ ๑
รวมรายวชิ าพ้นื ฐาน ๑๐ บูรณาการ ๘ กลมุ่ สาระ
รายวชิ าเพิม่ เตมิ ๒๖
บรู ณาการ ๘ กลุ่มสาระ
ส ๑๓๒๐๒ หนา้ ท่ีพลเมือง ๓
จ 13201 ภาษาจนี ๑,๐๔๐ ชม./ปี
รวมรายวชิ าเพิ่มเตมิ
กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน
กจิ กรรมแนะแนว
กจิ กรรมนกั เรียน
- ลูกเสือ-เนตรนารี/ยุวกาชาด/ผบู้ ำเพญ็
- ชมรม/ชมุ นุม
- กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์/IS๓
กจิ กรรมเพ่มิ เวลารู้ /จุดเนน้
รวมเวลาเรียนทัง้ สิน้ ตามโครงสร้างหลกั สูตร
หมายเหตุ : กิจกรรมเสรมิ หลักสตู ร IS บูรณาการในหนว่ ยการเรยี นร้รู ายวชิ าพ้ืนฐาน
๕๖
โครงสรา้ งเวลาเรยี นหลักสูตรโรงเรียนเมืองสรุ ินทร์
โครงสร้างหลักสตู รช้ันประถมศึกษาปที ี่ 4
รายวชิ า/กจิ กรรม เวลาเรียน(ชม./ปี) (ชม./สัปดาห)์
รายวิชาพ้ืนฐาน ๘๔๐ ชม./ปี ๔
๑๖๐ ๔
ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๑๖๐ 2
ค ๑๔๑๐๑ 80
ว ๑๔๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๒
ส ๑๔๑๐๑ ๘๐
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๑
ส ๑๔๑๐๒ ๔๐ ๒
พ ๑๔๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๘๐
ศ ๑๔๑๐๑ ๒
- ศาสนาศีลธรรม จรยิ ธรรม ๘๐
ง ๑๔๑๐๑ ๒
อ ๑๔๑๐๑ - ภมู ศิ าสตร์ ๘๐
- เศรษฐศาสตร์ ๒
- ตา้ นทจุ รติ ศกึ ษา ๘๐ ๒๑
ประวัติศาสตร์ ๘๔๐ ๑
๔๐
สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ๑๒๐ ชม./ปี ๑
๔๐
ศลิ ปะ (๘๐) (๒)
๔๐
- ทศั นศิลป์ ๓๐ ๑
- ดนตรี-นาฏศิลป์ ๑๐ ๑
การงานอาชพี บรู ณาการ ๘ กลุ่มสาระ
บรู ณาการ ๘ กลุม่ สาระ ๒๕
- งานบ้าน/งานประดิษฐ/์ งานช่าง/งานเกษตร
ภาษาองั กฤษ ๑,๐๐๐ ชม./ปี
รวมรายวชิ าพื้นฐาน
ส ๑๔๒34 หน้าทพ่ี ลเมือง ๔
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
กจิ กรรมแนะแนว
กิจกรรมนักเรียน
- ลกู เสือ-เนตรนารี/ยวุ กาชาด/ผู้บำเพญ็
- ชมรม/ชมุ นมุ
- กิจกรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน์/IS๓
กิจกรรมเพ่ิมเวลารู้ /จุดเน้น
รวมเวลาเรยี นท้งั ส้ินตามโครงสรา้ งหลกั สูตร
หมายเหตุ : กิจกรรมเสรมิ หลกั สตู ร IS บรู ณาการในหน่วยการเรยี นร้รู ายวชิ าพืน้ ฐาน
๕๗
โครงสรา้ งเวลาเรียนหลักสตู รโรงเรียนเมืองสรุ ินทร์
โครงสรา้ งหลกั สูตรชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 5
รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน(ชม./ปี) (ชม./สัปดาห)์
รายวชิ าพื้นฐาน ๘๔๐ ชม./ปี ๔
๑๖๐ ๔
ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๑๖๐ ๒
ค ๑๕๑๐๑ ๘๐
ว ๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๑
ส ๑๕๑๐๑ ๔๐
วิทยาศาสตร์ ๒
ส ๑๕๑๐๒ ๘๐ ๒
พ ๑๕๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๘0 ๒
ศ ๑๕๑๐๑ ๘๐
- ศาสนาศลี ธรรม จริยธรรม ๒
ง ๑๕๑๐๑ ๘๐
อ ๑๕๑๐๑ - ภูมศิ าสตร์ ๒
- เศรษฐศาสตร์ ๘๐ ๒๑
- ต้านทจุ รติ ศึกษา ๘๔๐ ๑
ประวตั ิศาสตร์ ๔๐
๑๒๐ ชม./ปี ๑
สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๔๐
(๘๐) (๒)
ศลิ ปะ ๔๐
๓๐ ๑
- ทศั นศิลป์ ๑๐ ๑
- ดนตรี-นาฏศิลป์ บรู ณาการ ๘ กลุ่มสาระ
การงานอาชีพและเทคโนโลยี บรู ณาการ ๘ กลมุ่ สาระ ๒๕
- งานบา้ น/งานประดิษฐ์/งานชา่ ง/งานเกษตร ๑,๐๐๐ ชม./ปี
ภาษาอังกฤษ
รวมรายวชิ าพื้นฐาน
ส ๑๕235 หนา้ ท่ีพลเมอื ง ๕
กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น
กิจกรรมแนะแนว
กิจกรรมนกั เรยี น
- ลกู เสอื -เนตรนารี/ยุวกาชาด/ผ้บู ำเพญ็
- ชมรม/ชมุ นุม
- กิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์/IS๓
กจิ กรรมเพ่มิ เวลารู้ /จดุ เน้น
รวมเวลาเรียนทัง้ สิน้ ตามโครงสร้างหลกั สตู ร
หมายเหตุ : กิจกรรมเสริมหลักสตู ร IS บรู ณาการในหนว่ ยการเรยี นรรู้ ายวชิ าพน้ื ฐาน
๕๘
โครงสรา้ งเวลาเรยี นหลักสูตรโรงเรียนเมอื งสรุ ินทร์
โครงสรา้ งหลักสตู รชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 6
รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรยี น(ชม./ปี) (ชม./สัปดาห)์
รายวิชาพ้นื ฐาน ๘๔๐ ชม./ปี ๔
๑๖๐ ๔
ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๑๖๐ ๒
ค ๑๖๑๐๑ ๘๐
ว ๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๑
ส ๑๖๑๐๑ ๔๐
วิทยาศาสตร์ ๑
ส ๑๖๑๐๒ ๔๐ ๒
พ ๑๖๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๘๐
ศ ๑๖๑๐๑ ๒
- ศาสนาศีลธรรม จริยธรรม ๘๐
ง ๑๖๑๐๑ ๒
อ ๑๖๑๐๑ - ภมู ศิ าสตร์ ๘๐
- เศรษฐศาสตร์ ๒
- ตา้ นทุจรติ ศึกษา ๘๐ ๒๑
ประวตั ศิ าสตร์ ๘๔๐
๑
สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๔๐ 1
40
ศลิ ปะ 2
80
- ทศั นศลิ ป์ ๑
- ดนตรี-นาฏศิลป์ ๑๒๐ ชม./ปี
การงานอาชีพและเทคโนโลยี ๔๐ (๒)
(๘๐)
- งานบ้าน/งานประดิษฐ์/งานชา่ ง/งานเกษตร ๔๐ ๑
ภาษาองั กฤษ ๓๐ ๑
๑๐ บรู ณาการ ๘ กลุ่มสาระ
รวมรายวชิ าพืน้ ฐาน ๒๖
บูรณาการ ๘ กลุ่มสาระ
รายวชิ าเพ่ิมเติม
ส ๑๖๒๐๒ หน้าทพี่ ลเมือง ๖ ๑,๐๔๐ ชม./ปี
I 16201 การศึกษาค้นคว้าเพื่อการเรียนรู้
(Knowledge InQuiry)
รวมรายวชิ าเพิ่มเตมิ
กิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน
กจิ กรรมแนะแนว
กจิ กรรมนกั เรยี น
- ลูกเสอื -เนตรนาร/ี ยุวกาชาด/ผู้บำเพญ็
- ชมรม/ชมุ นมุ
- กิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์/IS๓
กิจกรรมเพ่ิมเวลารู้ /จุดเน้น
รวมเวลาเรียนทง้ั สน้ิ ตามโครงสรา้ งหลกั สตู ร
หมายเหตุ : กิจกรรมเสริมหลักสตู ร IS บรู ณาการในหน่วยการเรยี นรู้รายวชิ าพื้นฐาน
ตอนที่ ๓
คำอธิบายรายวชิ า
1. คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐานกลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
รายวชิ าพ้นื ฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ระดับช้ันประถมศกึ ษา
รายวิชาพืน้ ฐาน จำนวน ๒๐๐ ช่ัวโมง
ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย จำนวน ๒๐๐ ชั่วโมง
ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย จำนวน ๒๐๐ ชั่วโมง
ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย จำนวน ๑๖๐ ชวั่ โมง
ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย จำนวน ๑๖๐ ช่ัวโมง
ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย จำนวน ๑๖๐ ช่วั โมง
ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย
สาระการเรยี นรู้และมาตรฐานการเรียนรู้
สาระท่ี ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพอ่ื นำไปใชต้ ัดสินใจ แกป้ ญั หาใน
การดำเนนิ ชวี ิตและมนี ิสยั รักการอ่าน
สาระที่ ๒ การเขยี น
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสอื่ สาร เขยี นเรยี งความ ยอ่ ความ และเขียนเรื่องราวในรปู แบบ
ต่างๆ เขยี นรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นควา้ อย่างมีประสทิ ธิภาพ
สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพูด
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด
และความรูส้ ึกในโอกาสตา่ งๆ อย่างมวี ิจารณญาณและสรา้ งสรรค์
สาระท่ี ๔ หลกั การใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและ
พลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของ
ชาติ
๖๐
สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่าง
เห็นคุณคา่ และนำมาประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตจรงิ
๖๑
คำอธิบายรายวชิ า
รหสั วชิ า ท๑๑๑๐๑ กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑ เวลา ๒๐๐ ช่ัวโมง /ปี
อ่านพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ ตัวเลขไทย คำที่ประสมด้วยสระ คำที่อยู่ในมาตรตัวสะกด
คำ ประโยค คำคล้องจอง อักษรนำ คำควบกล้ำและคำที่มีตัวการันต์ ความหมายของคำ วรรณยุกต์
อกั ษรสูง อักษรกลาง และอักษรตำ่ การเลา่ เรอ่ื งและคาดคะเนจากเรื่องที่อ่าน การอา่ นออกเสียง คำขวัญ
จังหวัดสุรินทร์ นิทานพื้นบ้าน ตำนาน นกขมิ้น เป็ดเทศกับเต่า บทร้อยกรองแมวเหมียวแยกเขี้ยวยิงฟัน
การคดั ลายมือตวั บรรจงเต็มบรรทดั ตามรปู แบบการเขียนอักษรไทยการเขียนอิสระ เรอื่ งจากภาพจินตนาการ
การเขียนตามคำบอก คำคลอ้ งจอง การจับใจความสำคญั สงิ่ ที่ฟังและดู เขา้ ใจเน้ือเรอ่ื งถา่ ยทอดเป็นภาพได้
การพูดภูมิปัญญาทางภาษาถิ่นจังหวัดสุรินทร์ คำขวัญของจังหวัดสุรินทร์ การอ่านและเขียนพยัญชนะและ
สระ ผันวรรณยุกต์ การสะกดคำและแจกลูกคำ การเขียนคำ กลุ่มคำ ประโยค การเรียงลำดับคำให้เป็น
ประโยค ใช้คำสุภาพได้ถูกต้องเหมาะสม การเล่านิทาน การอธิบายคุณค่าของนิทาน พื้นบ้านท้องถิ่นของ
ตนและถิ่นอื่น นิทานคติธรรมหรือวรรณกรรมในบทเรียนตามความสนใจ การท่องจำบทอาขยานตามที่
กำหนด
โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง
(Independent Study IS) กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก
การตั้งคำถาม ตอบคำถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความคิดเห็น กระบวนการสร้าง
ความคิดรวบยอด เพ่อื ให้เกดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สือ่ สารไดถ้ กู ตอ้ ง รกั การเรยี นภาษาไทย
เห็นคุณค่าของการอนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย มีวินัย ซื่อสัตย์สุจริตใฝ่รู้ใฝ่เรียน มุ่งม่ัน
ในการทำงาน อยู่อย่างพอเพียง มีจิตสาธารณะ สามารถนำความรูไ้ ปใชใ้ ห้เกิดประโยชนใ์ นชีวิตประจำวนั
ไดอ้ ย่างถกู ต้องเหมาะสม
ตัวช้วี ัด
ท ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕, ป.๑/๖ ป.๑/๗ ,ป.๑/๘
ท ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
ท ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
ท ๔.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔
ท ๕.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
รวม ๒๒ ตวั ชี้วัด
๖๒
คำอธบิ ายรายวชิ า
รหสั วชิ า ท ๑๒๑๐๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๒ เวลา ๒๐๐ ชวั่ โมง/ปี
ศึกษาและฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับการอ่านออกเสียง คำ คำคล้องจอง ข้อความ และบทร้อยกรองง่ายๆ
พร้อมอธิบายความหมายของคำและข้อความ ตั้งคำถามและตอบคำถาม ระบุใจความสำคัญ แสดงความ
คิดเห็นและคาดคะเนเหตุการณ์จากเรอื่ งที่อา่ น อ่านหนงั สือตามความสนใจอยา่ งสมำ่ เสมอและนำเสนอเร่ืองท่ี
อา่ น อา่ นขอ้ เขยี นเชิงอธิบาย และปฏิบตั ติ ามคำส่ังหรือข้อแนะนำ คัดลายมอื ตัวบรรจงเต็มบรรทัด การเขียน
เร่อื งสน้ั ๆ เกย่ี วกบั ประสบการณ์ และตามจินตนาการ ฟงั คำแนะนำ คำสงั่ ทซ่ี ับซ้อน และปฏิบตั ิตาม เล่าเรื่อง
ที่ฟังและดูพร้อมบอกสาระสำคัญของเรื่อง ตั้งคำถามและตอบคำถาม พูดแสดงความคิดเห็นและความรู้สึก
จากเรื่องที่ฟังและดูอย่างมีมารยาท พูดสื่อสารได้ชัดเจนตรงตามวัตถุประสงค์ บอกและเขียนพยัญชนะ สระ
วรรณยกุ ต์ และเลขไทย เขยี นสะกดคำและบอกความหมายของคำ เรยี บเรยี งคำเปน็ ประโยค บอกลกั ษณะคำ
คล้องจอง เลือกใช้ภาษาไทยและภาษาถิ่นได้เหมาะสมกับกาลเทศะ ร้องบทร้องเล่นสำหรับเด็กในท้องถิ่น
ทอ่ งจำบทอาขยาน และบทรอ้ ยกรองท่ีมคี ุณคา่ ตามความสนใจ
ศกึ ษาและวเิ คราะห์วรรณกรรมร้อยแกว้ และร้อยกรองสำหรับเด็กเร่ือง นิทานสานรกั สามัคคีคือพลัง
รักแท้ของแม่ สักวาพูดจาให้รู้คิด และของขวัญวันเกิด เพื่อระบุข้อคิดที่ได้จากการอ่านไปปรับใช้ใน
ชีวติ ประจำวัน
โดยใช้การฝึกทักษะกระบวนการทางภาษา ทั้งในด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน
กระบวนการคิด กระบวนการปฏบิ ตั ิ กระบวนการกลุ่ม
เพื่อให้เกิดเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาภาษาไทย ตั้งใจเรียนและมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียน
ค้นควา้ หาความรูจ้ ากแหล่งการเรยี นรตู้ ่าง ๆ อยา่ งสมำ่ เสมอ ซกั ถามและสืบคน้ เพอ่ื หาข้อมลู มีความรอบคอบ
ในการทำงาน ใชภ้ าษาไทยได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม มีมารยาทในการพูด การอา่ น การเขยี น และการฟัง นำ
ความรู้ทไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษาไปประยุกต์ใช้ในชวี ติ จริง
ตัวช้ีวัด
ท ๑.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒, ป. ๒/๓, ป. ๒/๔, ป. ๒/๕, ป. ๒/๖, ป. ๒/๗, ป. ๒/๘
ท ๒.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒, ป. ๒/๓, ป. ๒/๔
ท ๓.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒, ป. ๒/๓, ป. ๒/๔, ป. ๒/๕, ป. ๒/๖, ป. ๒/๗
ท ๔.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒, ป. ๒/๓, ป. ๒/๔, ป. ๒/๕
ท ๕.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒, ป. ๒/๓
รวม ๒๗ ตัวช้ีวัด
๖๓
คำอธิบายรายวชิ า
รหัสวิชา ท ๑๓๑๐๑ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ เวลาเรียน ๒๐๐ ชัว่ โมง/ปี
ฝึกอ่านออกเสียงคำ ข้อความ เรื่องสั้นๆ และบทร้อยกรองง่ายๆ อธิบายความหมายของคำ คำ
คล้องจอง ข้อความ และบทร้อยกรองง่ายๆ ที่ประกอบด้วยคำพ้ืนฐานเพิ่มจาก ป.๒ ไม่น้อยกว่า ๑,๒๐๐ คำ
รวมทั้งคำที่เรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นได้ถูกต้อง คล่องแคล่ว ตั้งคำถามและตอบคำถามเชิงเหตุผล
เกี่ยวกับเร่ืองทีอ่ ่าน อ่านจับใจความ สรุปความรู้และข้อคิดจากเรือ่ งท่ีอ่าน สื่อต่างๆ ลำดับเหตุการณ์ และ
คาดคะเน โดยระบุเหตุผลประกอบ เพอ่ื นำไปใช้ในชวี ิตประจำวัน อา่ นหนังสือตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอ
และนำเสนอเรื่องทีอ่ ่านอ่านข้อเขียนเชงิ อธิบายและปฏิบัติตามคำสัง่ หรือข้อแนะนำ อธิบายความหมายของ
ขอ้ มลู จากแผนภาพ แผนท่ี และแผนภมู ิ และมีมารยาทในการอ่าน
ฝึกคดั ลายมอื ตวั บรรจงเต็มบรรทดั ตามรูปแบบการเขียนตวั อักษรไทย เขียนบรรยายเกี่ยวกับลักษณะ
ของ คน สัตว์ สิง่ ของ สถานที่ เขยี นบนั ทึกประจำวัน จดหมายลาครู เขียนเร่ืองตามจินตนาการจากคำ ภาพ
หัวขอ้ ทก่ี ำหนด และมมี ารยาทในการเขยี น
เล่ารายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและดูทั้งที่เป็นความรู้และความบันเทิง จับใจความสำคัญ ตั้ง
คำถามและตอบคำถาม พูดแสดงความคิดเห็น ความรู้สึกจากเรื่องที่ฟัง และดูทั้งที่เป็นความรู้และความ
บันเทิง มีมารยาทในการฟงั การดู และการพูด
ฝึกสะกดคำ แจกลูก ผันอักษรกลาง อักษรสูง และอักษรต่ำ อ่านเป็นคำ บอกความหมายของคำ
เขียนสะกดคำ มาตราตัวสะกดที่ตรงตามมาตรา และไม่ตรงตามมาตรา ระบุชนิดและหน้าที่ของคำ
ในประโยค คำที่มีพยัญชนะควบกล้ำ คำที่มีอักษรนำ คำที่ประวิสรรชนีย์และคำที่ไม่ประวิสรรชนีย์ คำที่มี
ฤ ฤๅ คำทใ่ี ช้ บนั บรร คำทใ่ี ช้ รร คำท่มี ตี ัวการนั ต์ ใชพ้ จนานุกรมค้นหาความหมายของคำ แต่งประโยค
เพื่อการสื่อสาร แต่งคำคล้องจองและคำขวัญ เลือกใช้ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถิ่น ได้เหมาะสมกับ
กาลเทศะ
อ่านวรรณกรรมและวรรณคดีในบทเรียน และตามความสนใจ นิทานหรือเรื่องในท้องถิ่นเรื่องส้ัน
ปริศนาคำทาย บทร้อยกรอง ระบุข้อคิดที่ได้จากการอ่าน เพื่อนำไปใช้ในชีวิต ประจำวันรู้จักเพลงพื้นบ้าน
และเพลงกล่อมเด็กในท้องถิ่น เพื่อปลูกฝังความชื่นชมวัฒนธรรมท้องถิ่น แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับวรรณคดี
ทอ่ี ่าน วรรณคดี วรรณกรรม และเพลงพ้ืนบ้าน ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบทรอ้ ยกรองท่มี ีคุณค่า
ตามความสนใจ
ตัวช้ีวัด
ท๑.๑ ป.๓/๑ ท๑.๑ ป.๓/๒ ท๑.๑ ป.๓/๓ ท๑.๑ ป.๓/๔ ท๑.๑ ป.๓/๕
๖๔
ท๑.๑ ป.๓/๖ ท๑.๑ ป.๓/๗ ท๑.๑ ป.๓/๘ ท๑.๑ ป.๓/๙ ท๒.๑ ป.๓/๕ ท๒.๑ ป.๓/๖
ท๒.๑ ป.๓/๑ ท๒.๑ ป.๓/๒ ท๒.๑ ป.๓/๓ ท๒.๑ ป.๓/๔ ท๓.๑ ป.๓/๕ ท๓.๑ ป.๓/๖
ท๓.๑ ป.๓/๑ ท๓.๑ ป.๓/๒ ท๓.๑ ป.๓/๓ ท๓.๑ ป.๓/๔ ท๔.๑ ป.๓/๕ ท๔.๑ ป.๓/๖
ท๔.๑ ป.๓/๑ ท๔.๑ ป.๓/๒ ท๔.๑ ป.๓/๓ ท๔.๑ ป.๓/๔
ท๕.๑ ป.๓/๑ ท๕.๑ ป.๓/๒ ท๕.๑ ป.๓/๓ ท๕.๑ ป.๓/๔
รวม ๓๑ ตวั ชวี้ ดั
๖๕
คำอธิบายรายวชิ า
รหัสวชิ า ท๑๔๑๐๑ กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๔ เวลาเรียน ๑๖๐ ชว่ั โมง/ปี
อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้อง อธิบายความหมายของคำ ประโยค และ
สำนวน อ่านเรื่องสั้นตามเวลาที่กำหนดและตอบคำถามจากเรื่องที่อ่าน แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น
คาดคะเนจากเรื่องที่อ่านโดยระบุเหตุผลประกอบ สรุปความรู้และข้อคิดจากเรื่องที่อ่าน เพื่อนำไปใช้ใน
ชีวิตประจำวัน อ่านหนังสือที่มีคุณค่าตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่
อ่าน มมี ารยาทในการอ่าน
คดั ลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด เขียนสอ่ื สารโดยใช้คำได้ถกู ต้องชดั เจนและเหมาะสม
เขียนแผนภาพ โครงเรื่องและแผนภาพความคิด เพื่อใช้พัฒนางานเขียน เขียนย่อความจากเรื่องสั้นๆ
จดหมายถึงเพื่อนและบิดามารดา เขียนบันทึกและเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้า เขียนเรื่องตาม
จนิ ตนาการ มมี ารยาทในการเขียน
จำแนกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่ฟังและดู พูดสรุปความ พูดแสดงความรู้ ความคิดเห็น
เกยี่ วกับเรื่องที่ฟังและดู ตงั้ คำถามและ ตอบคำถามเชิงเหตุผลจากเร่ืองทฟี่ ังและดู รายงานเรื่องหรือประเด็น
คน้ คว้าจาก การฟัง การดู การสนทนา มีมารยาทในการฟงั การดแู ละการพูด
สะกดคำและบอกความหมายของคำในบริบทต่างๆ ระบุชนิดและหน้าที่ของคำในประโยค
ใชพ้ จนานุกรมในการค้นหาความหมายของคำ แตง่ ประโยคได้ถูกต้องตามหลกั ภาษา แต่งบทร้อยกรองและ
คำขวัญ บอกความหมายของสำนวน เปรยี บเทยี บภาษาไทยมาตรฐานกับภาษาถิ่นสุรินทร์ได้
ระบุข้อคิดจากนิทานพื้นบ้านหรือนิทานคติธรรม อธิบายข้อคิดจากการอ่านเพื่อนำไปใช้ในชีวิตจริง
รอ้ งเพลงพื้นบา้ น ท่องจำบทอาขยานตามทกี่ ำหนด และบทร้อยกรองที่มคี ณุ คา่ ตามความสนใจ
โดยใช้ทกั ษะกระบวนการทางภาษา กระบวนการคิด และประเมนิ คา่
เพื่อให้เกิดเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาภาษาไทย ตั้งใจเรียนและมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียน
ค้นควา้ หาความรู้จากแหล่งการเรียนร้ตู ่างๆ อยา่ งสม่ำเสมอ ซักถามและศึกษาเพื่อหาข้อมูล มีความรอบคอบ
ในการทำงาน ใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม มีมารยาทในการพูด การอ่าน การเขียน และการฟัง
เพอ่ื ใหเ้ กดิ ผลสมั ฤทธิ์ทางภาษาอันเปน็ เอกลกั ษณ์และมรดกของชาติ
ตวั ชวี้ ัด
ท ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ท ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗,ป.๔/๘
ท ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖
๖๖
ท ๔.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗
ท ๕.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
รวม ๓๓ ตัวช้ีวัด
๖๗
คำอธิบายรายวิชา
รหัสวิชา ท๑๕๑๐๑ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ เวลาเรียน ๑๖๐ ชวั่ โมง/ปี
อา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรอง อธบิ ายความหมายของคำประโยคและขอ้ ความ
ที่เป็นการบรรยายและการพรรณนา อธิบายความหมายโดยนัยจากเรื่องที่อ่านอย่างหลากหลาย แยก
ข้อเท็จจรงิ และข้อคิดเห็นจากเรื่องท่ีอ่าน วิเคราะห์และแสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกบั เรื่องท่ีอ่านเพื่อนำไปใช้ใน
การดำเนินชีวิต อ่านงานเขียนเชิงอธิบาย คำสั่ง ข้อแนะนำ และปฏิบัติตามอ่านหนังสือที่มีคุณค่าตามความ
สนใจอยา่ งสม่ำเสมอและแสดงความคิดเห็นเกย่ี วกบั เรอ่ื งที่อ่านและมีมารยาทในการอ่าน
คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด และครึ่งบรรทัด เขียนสื่อสารโดยใช้คำได้ถูกต้องชัดเจนและ
เหมาะสม เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพื่อใช้พัฒนางานเขียน เขียนย่อความจากเรื่องท่ี
อ่าน เขียนจดหมายถึงผู้ปกครองและญาติ เขียนแสดงความรู้สึกและความคิดเห็นได้ตรงตามเจตนา กรอก
แบบรายการตา่ งๆ เขียนเร่ืองตามจนิ ตนาการ และมีมารยาทในการเขยี น
พูดแสดงความรู้ ความคิดเห็นและความรู้สึกจากเรื่องที่ฟังและดู ตั้งคำถามและตอบคำถามเชิง
เหตุผลจากเรื่องท่ีฟังและดู วิเคราะห์ความน่าเชือ่ ถือจากเรื่องท่ีฟังและดอู ย่างมเี หตุผล พูดรายงานเรื่องหรอื
ประเด็นทศี่ กึ ษาคน้ ควา้ จากการฟัง การดู และการสนทนา มมี ารยาทในการฟงั การดู และการพดู
ระบุชนิดและหน้าที่ของคำในประโยค จำแนกส่วนประกอบของประโยค เปรียบเทียบภาษาไทย
มาตรฐานกบั ภาษาถนิ่ ใช้คำราชาศัพท์ บอกคำภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย แต่งบทร้อยกรอง ใช้สำนวน
ได้ถกู ตอ้ ง
สรุปเรื่องจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อ่าน ระบุความรู้และข้อคิดจากการอ่านวรรณคดีและ
วรรณกรรมที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตจริง อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรม ท่องจำบทอาขยาน
ตามท่ีกำหนดและบทร้อยกรองท่มี ีคุณคา่ ตามความสนใจ
โดยใชท้ ักษะกระบวนการทางภาษา กระบวนการคดิ และประเมนิ คา่
เพื่อให้เกิดเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาภาษาไทย ตั้งใจเรียนและมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียน
คน้ คว้าหาความร้จู ากแหล่งการเรียนรตู้ ่างๆ อยา่ งสมำ่ เสมอ ซกั ถามและศึกษาเพ่ือหาข้อมลู มีความรอบคอบ
ในการทำงาน ใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม มีมารยาทในการพูด การอ่าน การเขียน และการฟัง
เพือ่ ใหเ้ กิดผลสมั ฤทธ์ิทางภาษาอนั เปน็ เอกลักษณ์และมรดกของชาติ
ตัวช้วี ัด
ท ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘
ท ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙
๖๘
ท ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘
ท ๔.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗
ท ๕.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
รวม ๓๓ ตัวชี้วัด
๖๙
คำอธบิ ายรายวิชา
รหัสรายวิชา ท๑๖๑๐๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๖ เวลาเรียน ๑๖๐ ช่วั โมง/ปี
อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้อง อธิบายความหมายของคำ ประโยคและ
ข้อความที่เป็นโวหาร อ่านเรื่องสั้นๆ อย่างหลากหลายโดยจับเวลาแล้วถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน แยก
ข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน อธิบายการนำความรู้และความคิดจากเรื่องที่อ่านไปตัดสินใจ
แกป้ ัญหาในการดำเนินชีวติ อา่ นงานเขยี นเชิงอธบิ าย คำสั่ง ข้อแนะนำ และปฏบิ ัตติ าม อธบิ ายความหมาย
ของข้อมูล จากการอ่านแผนผัง แผนที่ แผนภูมิ และกราฟ อ่านหนังสอื ตามความสนใจและอธิบายคุณคา่ ท่ี
ได้รับ และมมี ารยาทในการอา่ น
คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด และครึ่งบรรทัด เขียนสื่อสารโดยใช้คำได้ถูกต้องชัดเจนและ
เหมาะสม เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพื่อใชพ้ ัฒนางานเขียน เขยี นเรียงความ เขียนย่อ
ความจากเรื่องที่อ่าน เขียนจดหมายส่วนตัว กรอกแบบรายการต่างๆ เขียนเรื่องตาม จินตนาการและ
สรา้ งสรรค์ และมีมารยาทในการเขยี น
พูดแสดงความรู้ ความเข้าใจจุดประสงค์ของเรื่องที่ฟังและดู ตั้งคำถามและตอบคำถามเชิงเหตุผล
จากเรื่องที่ฟงั และดู วิเคราะหค์ วามน่าเช่ือถือจากการฟังและดสู ื่อโฆษณาอย่างมีเหตุผลพูดรายงานเรื่องหรือ
ประเด็นทศี่ ึกษาคน้ คว้าจากการฟัง การดู และการสนทนา พูดโนม้ น้าวอยา่ งมีเหตผุ ล และนา่ เช่ือถือ และมี
มารยาทในการฟงั การดู และการพดู
ฝึกวิเคราะห์ชนิดและหน้าที่ของคำในประโยค ใช้คำได้เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคลรวบรวม
และบอกความหมายของคำภาษาต่างประเทศที่ใช้ในภาษาไทย ระบุลักษณะของประโยคแต่งบทร้อยกรอง
วิเคราะหแ์ ละเปรียบเทียบสำนวนที่เป็นคำพงั เพย และสภุ าษิต
ฝึกแสดงความคิดเห็นจากวรรณคดี หรือวรรณกรรมที่อ่าน เล่านิทานพื้นบ้านท้องถิ่นตนเองและ
นิทานพื้นบ้านของท้องถิ่นอื่น อธิบายคุณค่าของวรรณคดี และวรรณกรรมที่อ่าน และนำไป ประยุกต์ใช้ใน
ชวี ิตจรงิ ท่องจำบทอาขยานตามท่กี ำหนด และบทร้อยกรองท่ีมีคุณคา่ ตามความสนใจ
โดยใช้ทักษะกระบวนการทางภาษา กระบวนการคิด และประเมินค่า เพื่อให้เกิดเจตคติที่ดีต่อการ
เรียนวิชาภาษาไทย ตั้งใจเรยี นและมีส่วนรว่ มในกิจกรรมการเรียนค้นคว้าหาความรจู้ ากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ
อย่างสม่ำเสมอ ซักถามและศึกษาเพื่อหาข้อมูล มีความรอบคอบในการทำงาน ใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง
เหมาะสม มีมารยาทในการพูด การอ่าน การเขียน และการฟัง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ทางภาษาอันเป็น
เอกลักษณแ์ ละมรดกของชาติ
ตวั ชว้ี ดั
ท ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ท ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ท ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
๗๐
ท ๔.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ท ๕.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔,
รวม ๓๔ ตัวช้ีวัด
๗๑
๒. คำอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐานกลมุ่ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์
รายวิชาพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ระดับช้นั ประถมศกึ ษา
รายวชิ าพืน้ ฐาน จำนวน ๒๐๐ ชว่ั โมง
ค ๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ จำนวน ๒๐๐ ชว่ั โมง
ค ๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร์ จำนวน ๒๐๐ ชว่ั โมง
ค ๑๓๑๐๑ คณติ ศาสตร์ จำนวน ๑๖๐ ชั่วโมง
ค ๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร์ จำนวน ๑๖๐ ช่วั โมง
ค ๑๕๑๐๑ คณติ ศาสตร์ จำนวน ๑๖๐ ชัว่ โมง
ค ๑๖๑๐๑ คณติ ศาสตร์
สาระการเรียนรแู้ ละมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ ๑ จำนวนและพชี คณิต
มาตรฐาน ค ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของจำนวน
ผลทเี่ กิดขน้ึ จากการดำเนนิ การ สมบตั ิของการดำเนินการ และนำไปใช้
มาตรฐาน ค ๑.๒ เขา้ ใจและวเิ คราะห์แบบรูป ความสมั พนั ธ์ ฟงั กช์ นั ลาดับและอนุกรม และนำไปใช้
สาระท่ี ๒ การวัดและเรขาคณติ
มาตรฐาน ค ๒.๑ เข้าใจพน้ื ฐานเก่ียวกับการวดั วัดและคาดคะเนขนาดของสงิ่ ทีต่ ้องการวัด และนำไปใช้
มาตรฐาน ค ๒.๒ เข้าใจและวิเคราะห์รปู เรขาคณิต สมบตั ิของรปู เรขาคณิต ความสัมพนั ธ์ระหวา่ ง
รูปเรขาคณติ และทฤษฎบี ททางเรขาคณิต และนำไปใช้
สาระที่ ๓ สถิตแิ ละความน่าจะเป็น
มาตรฐาน ค ๓.๑ เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใชค้ วามรู้ทางสถิติในการแกป้ ัญหา
๗๒
คำอธิบายรายวิชา
รายวิชาคณิตศาสตร์ รหสั ค๑1๑๐๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง
ศึกษาการอ่านและการเขยี นเลขฮนิ ดอู ารบิก ตวั เลขไทย และตัวหนงั สอื แสดงจำนวนนับ 1 ถึง 100
และ 0 การแสดงจำนวนไม่เกิน 20 ในรูปแบบความสัมพันธ์ของจำนวนแบบส่วยย่อย-ส่วนรวม การบอก
อันดับที่ หลัก ค่าปรำหลักและค่าของเลขโดดในแต่ละหลัก การเขียนตัวเลขแสดงจำนวนในรูปกระจาย การ
เปรียบเทียบจำนวนนับ 1 ถึง 100 โดยใช้เครื่องหมาย เครื่องหมายเท่ากับ เครื่องหมายไม่เท่ากับ
เครื่องหมายมากกว่า เครื่องหมายหน่อยกว่า การเรียงลำดับจำนวนนับ 1 ถึง 100 และ 0 ตั้งแต่ 3 ถึง 5
จำนวน ความหมายของการบวก ความหมายของการลบ การหาผลบวก การหาผลลบ การหาตัวไม่ทราบคา่
ในประโยคสัญลักษณ์ โจทยป์ ญั หาการบวก โจทยป์ ัญหาการลบ การสรา้ งโจทยป์ ัญหา รปู เรขาสองชนิดสาม
มิติ รูปเรขาคณิตสามมิติ แบบรูปจำนวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงที่ละ 1 ที่ละ10 แบบรูปซ้ำของจำนวน รูป
เรขาคณิตรูปอื่นๆ การวัดความยาวโดยใช้หน่วยที่ไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน การวัดและเปรียบเทียบความยาว
เป็นเซนติเมตร เป็นเมตร โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวทื่มีหน่วยเป็นเซนติเมตร เป็นเมตร การวัด น้ำหนัก
โดยใช้หน่วยที่ไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน การวัดและเปรียบเทียบน้ำหนักเป็นกิโลกรัม เป็นขีด โจทย์ปัญหา
เกีย่ วกับน้ำหนักท่มี หี นว่ ยเป็นกิโลกรัม เปน็ ขีด การอา่ นแผนภมู ิรูปภาพ
โดยมีการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มมีลักษณะ 5 ประการได้แก่ (1) เป็นการสอนที่เน้น
การบูรณาการ (2) ช่วยนักเรียนสร้างความเชื่อมโยงระหว่างเนื้อหาวิชาทั้ง 4 กับชีวิตประจำวันและการทำ
อาชพี (3) เน้นการพัฒนาทกั ษะในศตวรรษท่ี 21 (4) ท้าทายความคดิ ของนักเรียน และ (5) เปิดโอกาสให้
นักเรียนได้แสดงความคิดเห็น และความเข้าใจที่สอดคล้องกับเนื้อหาทั้ง 4 วิชา จุดประสงค์ของการจัดการ
เรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา คือ ส่งเสริมให้ผู้เรียนรักและเห็นคุณค่าของการเรียนวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ และเห็นวา่ วิชาเหล่านัน้ เป็นเร่ืองใกลต้ ัวทีส่ ามารถนำมาใช้ได้
ทุกวัน การจัดประสบการณ์หรือการสร้างสถานการณ์ที่ใกล้ตัวผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้า ฝึกทักษะ โดยการ
ปฎิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทกั ษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การแก้ปัญหา การให้
เหตุผล การสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ทักษะ
และกระบวนการทใี่ ชใ้ นการเรียนรสู้ ่ิงต่างๆ และใช้ในชวี ิตประจำวันอยา่ งสร้างสรรค์
เพื่อให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สร้างมาตรทำงานได้อย่างเป็นระบบ มีระเบียบ
รอบคอบ มีความรบั ผิดชอบ มวี จิ ารณญาณ มคี วามคิดริเร่มิ สร้างสรรค์และมีความเชื่อมน่ั ในตนเอง
ตัวช้ีวดั
ค 1.1 ป.1/1 ป.1/2 ป.1/3 ป.1/4 ป.1/5
ค 1.2 ป.1/1
ค 2.1 ป.1/1 ป.1/2
ค 2.2 ป.1/1
ค 3.1 ป.1/1
รวม 10 ตวั ช้ีวัด
๗๓
คำอธิบายรายวิชา
รายวิชาคณติ ศาสตร์ รหัส ค๑2๑๐๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์
ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๒ เวลา ๒๐๐ ช่ัวโมง
ศึกษา ฝึกทักษะการคิดคำนวณ และฝึกการแก้ปัญหาในสาระตอ่ ไปนี้ การอ่าน และการเขียนตวั เลข
ฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจำนวนนับไม่เกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ การนับทีละ ๒ ทีละ ๕ ทีละ
๑๐ และทีละ ๑๐๐ จำนวนคู่ จำนวนคี่ หลัก ค่าของเลขโดดในแต่ละหลกั และการเขียนตัวเลขแสดงจำนวน
ในรูปกระจาย การเปรียบเทียบและการเรียงลำดับจำนวน การบวกและการลบจำนวน ความหมายของการ
คูณและการหาร การหาผลคูณ การหาผลหารและเศษ ความสัมพันธ์ของการคูณและการหาร การบวก ลบ
คูณ หารระคน และโจทย์ปัญหาแบบรูปของจำนวนท่ีเพิ่มขึ้นหรือลดลงทีละ ๒ ทีละ ๕ และทีละ ๑๐๐ แบบ
รูปซ้ำของรูปเรขาคณิต และรูปอื่น ๆการวัดและการเปรียบเทียบความยาวเป็นเมตรและเซนติเมตร การ
คาดคะเนความยาวเปน็ เมตร การวัดและการเปรยี บเทียบน้ำหนักเป็นกิโลกรัมและกรมั กิโลกรัมและขีด การ
วัดและเปรียบเทียบปริมาตรและความจุเป็นช้อนชา ช้อนโต๊ะ ถ้วยตวง ลิตร โจทย์ปัญหาการบวกและโจทย์
ปัญหาการลบเกี่ยวกับความยาว น้ำหนัก ปริมาตรและความจุ การบอกเวลาเป็นนาฬิกาและนาที (ช่วง ๕
นาที) การบอกระยะเวลาและการเปรียบเทียบระยะเวลาเป็นชั่วโมง เป็นนาที การอ่านปฎิทิน โจทย์ปัญหา
เกี่ยวกับเวลา การจำแนกและบอกลักษณะของรูปหลายเหลี่ยม วงกลม และวงรี การเขียนรูปเรขาคณิตสอง
มิติโดยใช้แบบของรูป การใช้ข้อมูลจากแผนภูมิรูปภาพ เมื่อกำหนดรูป ๑ รูป แทน ๒ หน่วย ๕ หน่วย หรือ
๑๐ หน่วย ในการหาคำตอบของโจทย์ปัญหา การจัดประสบการณ์หรือการสร้างสถานการณ์ที่ใกล้ตัวให้
ผูเ้ รียนได้ศกึ ษาคน้ คว้าโดยปฎิบัติจริง ทดลอง สรปุ รายงาน เพ่อื พัฒนาทักษะการคดิ คำนวณ และทักษะการ
แก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณ์ความรู้
ความคิด ทักษะและกระบวนการที่ได้ไปใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ และใช้ในชีวิตประจำวันอย่างสร้างสรรค์
รวมทั้งเห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเป็นระบบระเบียบ รอบคอบ มีความ
รับผิดชอบ มีวิจารณญาณและเชื่อมั่นในตนเองคู่มือครูรายวิชาพื้นฐานคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
โดยมีการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มมีลักษณะ 5 ประการได้แก่ (1) เป็นการสอนที่เน้น
การบูรณาการ (2) ช่วยนักเรียนสร้างความเชื่อมโยงระหว่างเนื้อหาวิชาทั้ง 4 กับชีวิตประจำวันและการทำ
อาชีพ (3) เน้นการพัฒนาทักษะในศตวรรษท่ี 21 (4) ท้าทายความคดิ ของนกั เรียน และ (5) เปดิ โอกาสให้
นักเรียนได้แสดงความคิดเหน็ และความเข้าใจท่ีสอดคล้องกับเนื้อหาทัง้ 4 วิชา จุดประสงค์ของการจัดการ
เรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา คือ ส่งเสริมให้ผู้เรียนรักและเห็นคุณค่าของการเรียนวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ และเห็นวา่ วิชาเหล่านัน้ เป็นเรื่องใกล้ตัวทีส่ ามารถนำมาใช้ได้
ทุกวนั
การวัดและประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงของเนื้อหาและทักษะท่ี
ตอ้ งการวัด
ตวั ชี้วดั
ค ๑.๑ ป.๒/๑ ป.๒/๒ ป.๒/3 ป.๒/4 ป.๒/5 ป.๒/6 ป.๒/7 ป.๒/8
๗๔
ค ๒.๑ ป.๒/๑ ป.๒/๒ ป.๒/๓ ป.๒/๔ ป.๒/๕ ป.๒/๖
ค ๒.๒ ป.๒/๑
ค ๓.๑ ป.๒/๑
รวม 16 ตวั ช้ีวดั
๗๕
คำอธบิ ายรายวชิ า
รายวชิ าคณิตศาสตร์ รหสั ค๑๓๑๐๑ กล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๓ เวลาเรยี น ๒๐๐ ชั่วโมง
ศกึ ษาฝึกทกั ษะการคิดคำนวณ ใชว้ ธิ ีการท่ีหลากหลายแก้ปัญหา ใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการ
ทางคณติ ศาสตร์ในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ตา่ งๆในสาระตอ่ ไปน้ี
จำนวนนับ ๑ ถึง ๑๐๐,๐๐๐ และศูนย์ การเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือ
แสดงจำนวน การอ่านและการเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก และตัวเลขไทยแทนจำนวน การนับเพิ่มทีละ ๓ ที
ละ ๔ ทีละ ๒๕ และ ทีละ ๕๐ การนับลดทีละ ๓ ทีละ ๔ ทีละ ๕ ทีละ ๒๕ และทีละ ๕๐ หลักและค่า
ของเลขโดดในแต่ละหลกั และการใช้ ๐ (ศนู ย์ ) เพื่อยดึ ตำแหนง่ ของหลกั การเขยี นตัวเลขแสดงจำนวนในรูป
กระจาย หลักหน่วย หลักสิบ หลักร้อย หลักพัน หลักหมื่น การเปรียบเทียบจำนวนและการใช้
เครอื่ งหมาย = > < การเรยี งลำดบั จำนวนไมเ่ กนิ ห้าจำนวน
การบวก การลบ การคณู การหาร การบวกจำนวนท่ีมผี ลบวกไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ การลบ ที่มีตัว
ตั้งไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ การคูณจำนวนหนึง่ หลักกับจำนวนไม่เกินสี่หลัก การคูณจำนวนสองหลักกับจำนวน
สองหลัก การหารท่ตี วั ตง้ั ไมเ่ กินสหี่ ลกั และตัวหารมีหน่งึ หลกั การบวก ลบ คณู หารระคน
โจทย์ปัญหาและสถานการณ์ โจทย์ปัญหาการบวกที่มีผลบวกไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ โจทย์ปัญหาการ
ลบที่มีตัวตัง้ ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคน และการสร้างโจทย์ปัญหาการ
บวก การลบ การคณู การหาร
การอ่าน เขียนเปรียบเทียบเศษส่วนที่ตัวส่วนเท่ากันโดยที่ตัวเศษน้อยกว่าหรือเท่ากับตัวส่วน หา
ผลบวก ลบ โจทยป์ ัญหาเศษสว่ น
การวัดความยาว การชั่งน้ำหนัก การหาปริมาตรและความจุ โดยใช้เครื่องมือวั ดที่มีหน่วย
มาตรฐาน การเลือกเครื่องมือวัดความยาวที่เหมาะสม การเปรียบเทียบ การคาดคะเน ความยาว น้ำหนัก
ปริมาตร ความจไุ ด้สมั พนั ธ์กบั เคร่ืองมอื วดั ท่มี หี นว่ ยมาตรฐาน
การบอกเวลาเป็นนาฬิกาและนาที บอกเวลาจากหน้าปัดนาฬิกา การเขียนบอกเวลาโดยใช้จุดและ
การอ่านเป็นนาที ช่วั โมง บอกความสัมพนั ธ์ระหว่างหน่วยเวลา
การเขียนจำนวนเงินโดยใช้จุด และการอ่านการแก้โจทย์ปัญหาและสถานการณ์เกี่ยวกับการวัดความ
ยาว การช่งั ปรมิ าตร ความจุ เงิน และเวลา
รูปเรขาคณิต การบอกชนดิ ของรปู เรขาคณติ สองมิติ รูปวงกลม รูปวงรี รปู สามเหล่ยี ม รูปสี่เหล่ียม
รูปหา้ เหลี่ยม รปู หกเหล่ยี ม รูปแปดเหล่ยี ม
การจำแนกวิเคราะห์รูปเรขาคณิตสองมิติกับรูปเรขาคณิตสามมิติ รูปที่มีแกนสมมาตร จุด รังสี
ส่วนของเส้นตรง จุดตัด มุม และสัญลักษณ์ การวิเคราะห์และอธิบายสมบัติบางประการ ของรูปหนึ่งมิติ
สองมิติ สามมิติ เช่น มุม เส้นตรง ส่วนของเส้นตรง รังสี แกนสมมาตร สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงกลม
วงรี รปู ห้าเหลย่ี ม รูปหกเหล่ยี ม รูปแปดเหลยี่ ม
การเขียนรูปเรขาคณิตสองมิติ บอกรูปเรขาคณิตสองมิติ จากสิ่งแวดล้อมรอบตัว การสร้างรูป
สีเ่ หล่ียมเมื่อกำหนดความยาวของด้านและขนาดของมุม หรือเมอ่ื กำหนดความยาวของเส้นทแยงมมุ
แบบรูปและความสัมพันธ์ แบบรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นและลดลงทีละ 3 ทีละ 4 ทีละ 25 ทีละ
50 แบบรูปซ้ำ แบบรูปของรูปท่มี ีรูปรา่ ง ขนาด หรอื สี ทส่ี มั พันธ์กนั สองลกั ษณะ
๗๖
การเก็บรวบรวมข้อมูลและการจำแนกข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว ที่พบเห็นใน
ชีวิตประจำวัน การอ่านและนำเสนอข้อมูล แผนภูมิรูปภาพและแผนภมู ิแท่ง การอ่านตารางทางเดียว (one
– way table)
การจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มมีลักษณะ 5 ประการได้แก่ (1) เป็นการสอนที่เน้น
การบูรณาการ (2) ช่วยนักเรียนสร้างความเชื่อมโยงระหว่างเนื้อหาวิชาทั้ง 4 กับชีวิตประจำวันและการทำ
อาชีพ (3) เน้นการพฒั นาทักษะในศตวรรษที่ 21 (4) ท้าทายความคิดของนักเรยี น และ (5) เปดิ โอกาสให้
นักเรียนได้แสดงความคิดเห็น และความเข้าใจที่สอดคล้องกับเนือ้ หาทั้ง 4 วิชา จุดประสงค์ของการจัดการ
เรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา คือ ส่งเสริมให้ผู้เรียนรักและเห็นคุณค่าของการเรียนวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ และเห็นวา่ วิชาเหล่านัน้ เป็นเรื่องใกล้ตัวที่สามารถนำมาใช้ได้
ทุกวัน การจัดประสบการณ์หรือสถานการณ์ที่ใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้า โดยใช้วิธีการปฏิบัติจริง
ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการในการคิดคำนวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล
การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ทักษะกระบวนการที่ได้ไป
ใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ และใช้ในชีวิตประจำวันอย่างสร้างสรรค์ รวมทั้งเห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อ
คณิตศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเป็นระบบระเบียบ รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณและ
เช่ือมน่ั ในตนเอง
การวัดและประเมินผล ใช้วิธีการหลากหลายตามสภาพความเป็นจริงของเนื้อหาและทักษะท่ี
ต้องการวดั
ตวั ชว้ี ดั
ค ๑.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓ ป.๓/๔ ป.๓/๕ ป.๓/๖ ป.๓/๗ ป.๓/๘ ป.๓/๙ ป.๓/๑๐ ป.๓/๑๑
ค ๑.๒ ป.๓/๑
ค ๒.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓ ป.๓/๔ ป.๓/๕ ป.๓/๖ ป.๓/๗ ป.๓/๘ ป.๓/๙ ป.๓/๑๐ ป.๓/๑๑
ป.๓/๑๒ ป.๓/๑๓
ค ๒.๒ ป.๓/๑
ค ๓.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒
รวม ๒๘ ตัวชีว้ ดั
๗๗
คำอธบิ ายรายวิชา
รายวชิ าคณติ ศาสตร์ รหสั ค ๑4๑๐๑ กลุ่มสาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์
ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 เวลา 16๐ ช่ัวโมง
ศึกษาการอ่านและการเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจำนวนนับท่ี
มากกว่า 100,000 และ 0 หลัก ค่าประจำหลักและค่าของเลขโดดในแต่ละหลัก การเขียนตัวเลขแสดง
จำนวนในรูปกระจาย การเปรียบเทียบและเรียงลำดับจำนวนที่มากกวา่ 100,000 ค่าประมาณของจำนวน
นับ การใช้เคร่อื งหมาย ≈
การบวก การลบ การคูณ การหาร การประมาณผลลัพธ์ การหาตัวไม่ทราบค่าในประโยคสญั ลักษณ์
โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ และการหาร แบบรูปของจำนวนที่เกิดจากการคูณ การหารด้วย
จำนวนเดียวกนั
เส้นตรง สว่ นของเส้นตรง ส่วนประกอบของมมุ ชนิดของมุม การวัดและการสร้างมมุ ชนิดและสมบตั ิ
ของรปู สเ่ี หล่ยี มมุมฉาก โจทยป์ ัญหาเก่ยี วกบั ความยาวรอบรปู และพืน้ ทข่ี องรูปส่เี หล่ียมมุมฉาก ความหมาย
การอ่านและเขียนเศษส่วนและจำนวนคละที่ตัวส่วนตัวหนึ่งเป็นพหุคูณของอีกตัวหนึ่ง ความหมาย
การอ่านและการเขียนทศนิยมไม่เกินสามตำแหน่งหลัก ค่าประจำหลักและค่าของเลขโดดในแต่ละหลักของ
ทศนิยม การเขียนทศนิยมในรูปกระจาย การเปรียบเทียบและเรียงลำดับทศนิยม การบวก การลบเศษส่วน
และจำนวนคละท่ีตัวสว่ นตัวหนึง่ เป็นพหุคูณของอีกตวั หนึ่ง โจทยป์ ญั หาการบวก การลบเศษส่วนและจำนวน
คละ การบวก การลบทศนิยมไมเ่ กินสามตำแหน่ง โจทย์ปญั หาการบวก การลบทศนยิ ม
การบอกระยะเวลาเป็นวินาที นาที ชั่วโมง วัน สัปดาห์ เดือน ปี การเปรียบเทียบระยะเวลาโดยใช้
ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยเวลา การอ่านตารางเวลา โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเวลา การเก็บรวบรวมข้อมูลและ
การจำแนกขอ้ มลู การอา่ นและการเขียนแผนภมู ิแทง่ (ไม่รวมการยน่ ระยะ) การอ่านตารางสองทาง
โดยการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มมีลักษณะ 5 ประการได้แก่ (1) เป็นการสอนที่เน้น
การบูรณาการ (2) ช่วยนักเรียนสร้างความเชื่อมโยงระหว่างเนื้อหาวิชาทั้ง 4 กับชีวิตประจำวันและการทำ
อาชพี (3) เนน้ การพฒั นาทักษะในศตวรรษที่ 21 (4) ทา้ ทายความคิดของนักเรียน และ (5) เปิดโอกาสให้
นักเรียนได้แสดงความคิดเห็น และความเข้าใจที่สอดคล้องกับเนื้อหาทั้ง 4 วิชา จุดประสงค์ของการจัดการ
เรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา คือ ส่งเสริมให้ผู้เรียนรักและเห็นคุณค่าของการเรียนวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ และเห็นว่าวิชาเหล่านัน้ เป็นเร่ืองใกลต้ ัวทีส่ ามารถนำมาใช้ได้
ทุกวัน การจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ที่ใกล้ตัวผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้า ฝึกทักษะ โดยการปฏิบัติ
จริง ทดลอง สรุป รายงาน เพอ่ื พฒั นาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การแกป้ ญั หา การให้เหตุผล
การสอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตร์ และนำประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ทกั ษะ และ
กระบวนการทไี่ ด้ไปใชใ้ นการเรยี นรู้ส่ิงต่าง ๆ และใชใ้ นชวี ติ ประจาวันอยา่ งสรา้ งสรรค์ เพื่อให้เห็นคุณคา่ และมี
เจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานได้อย่างเป็นระบบ มีระเบียบ รอบคอบมีความรับผิดชอบ
มีวิจารณญาณ มคี วามคดิ รเิ ร่มิ สร้างสรรค์และมีความเชือ่ มนั่ ในตนเอง
ตวั ชวี้ ดั
ค 1.1 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/4 ป.4/5 ป.4/6 ป.4/7 ป.4/8 ป.4/9 ป.4/10 ป.4/11 ป.4/12
ป.4/13 ป.4/14 ป.4/15 ป.4/16
๗๘
ค 2.1 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3
ค 2.2 ป.4/1 ป.4/2
ค 3.1 ป.4/1
รวม 22 ตัวช้ีวัด
๗๙
คำอธบิ ายรายวิชา
รายวชิ าคณติ ศาสตร์ รหัส ค ๑5๑๐๑ กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 5 เวลา 16๐ ชัว่ โมง
ศกึ ษา ฝกึ ทกั ษะการคิดคำนวณ และฝึกการแก้ปญั หาในเนือ้ หาต่อไปนี้
การเปรียบเทียบเศษส่วนและจำนวนคละ การบวก การลบเศษส่วนและจำนวนคละ การคูณ การ
หาร ของเศษส่วนและจำนวนคละ การบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและจำนวนคละ การแก้โจทย์
ปัญหา เศษส่วนและจำนวนคละ ความสัมพันธ์ระหว่างเศษส่วนและทศนิยม ค่าประมาณของทศนิยมไม่เกิน
3 ตำแหน่งให้เป็นจำนวนเต็มหน่วย ทศนิยม 1 ตำแหน่ง และ 2 ตำแหน่ง การใช้เครื่องหมาย ≈ การ
ประมาณผลลัพธ์ของการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม การคูณทศนิยม การหารทศนิยม
ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยความยาว เซนติเมตรกับมิลลิเมตร เมตรกับเซนติเมตร กิโลเมตรกับเมตร
ความสัมพันธ์ระหว่างหนว่ ยน้ำหนัก กิโลกรัมกับกรัม การแก้โจทย์ปัญหา เกี่ยวกับความยาวและน้ำหนักโดย
ใช้ความรเู้ กีย่ วกบั ทศนยิ มและการเปลย่ี นหน่วย
การแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้บัญญัติไตรยางศ์ การอ่านและการเขียนร้อยละหรือเปอร์เซ็นต์ การแก้
โจทย์ ปญั หาร้อยละ
เส้นตั้งฉากและสัญลักษณ์แสดงการตั้งฉาก เส้นขนานและสัญลักษณ์แสดงการขนาน การสร้างเส้น
ขนาน มุมแย้ง มุมภายในและมุมภายนอกที่อยู่บนข้างเดียวกันของเส้นตัดขวาง ชนิดและสมบัติของรูป
สี่เหลี่ยม การสร้างรูปสี่เหลี่ยม ความยาวรอบรูปของรูปสี่เหลี่ยม พื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมด้านขนานและรูป
สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน การแก้โจทย์ปญั หาเกีย่ วกับความยาวรอบรูปและพื้นที่ของรูปส่ีเหล่ียมด้านขนานและ
รูปสี่เหลยี่ มขนมเปยี กปูน
ลักษณะและส่วนต่าง ๆ ของปริซึม ปริมาตรของทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากและความจุของภาชนะทรง
ส่เี หลย่ี ม- มุมฉาก ความสัมพนั ธ์ระหว่าง มิลลิลติ ร ลติ ร ลูกบาศก์เซนติเมตร และลูกบาศก์เมตร การแก้โจทย์
ปญั หาเก่ียวกับ ปริมาตรของทรงสีเ่ หล่ยี มมุมฉากและความจุของภาชนะทรงสเ่ี หลยี่ มมุมฉาก
การอา่ นและการเขียนแผนภูมแิ ท่ง การอ่านกราฟเสน้
โดยมีการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มมีลักษณะ 5 ประการได้แก่ (1) เป็นการสอนที่เน้น
การบูรณาการ (2) ช่วยนักเรียนสร้างความเชื่อมโยงระหว่างเนื้อหาวิชาทั้ง 4 กับชีวิตประจำวันและการทำ
อาชพี (3) เนน้ การพัฒนาทกั ษะในศตวรรษที่ 21 (4) ท้าทายความคิดของนกั เรยี น และ (5) เปิดโอกาสให้
นักเรียนได้แสดงความคิดเห็น และความเข้าใจที่สอดคล้องกับเนือ้ หาทั้ง 4 วิชา จุดประสงค์ของการจัดการ
เรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา คือ ส่งเสริมให้ผู้เรียนรักและเห็นคุณค่าของการเรียนวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ และเห็นว่าวิชาเหล่านั้นเป็นเรื่องใกลต้ ัวท่ีสามารถนำมาใช้ได้
ทุกวัน การจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ที่ใกล้ตัว ให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าจากการปฏิบัติจริง
สรปุ รายงาน เพอ่ื พฒั นาทักษะการคิดคำนวณ ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรเ์ กีย่ วกับการแก้ปัญหา
การสื่อสารและ การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การเชื่อมโยง การให้เหตุผล และ การคิดสร้างสรรค์
สามารถทำงานอย่างเป็นระบบ มีระเบียบวินัย มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมี
ความเชือ่ ม่ันในตนเอง รวมท้งั ตระหนัก ในคณุ ค่าและมเี จตคตทิ ด่ี ีตอ่ คณติ ศาสตร์
การวัดและประเมินผล เน้นการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ด้วยวิธีการที่หลากหลาย
โดยให้สอดคลอ้ งกบั บริบท และเป็นไปตามมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชี้วดั
๘๐
ตัวชีว้ ัด
ค ๑.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓ ป.๕/4 ป.๕/5 ป.๕/6 ป.๕/7 ป.๕/8 ป.๕/9
ค ๒.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓ ป.๕/๔
ค ๒.๒ ป.๕/๑ ป.๕/2 ป.๕/๓ ป.๕/4
ค ๓.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๒
รวม 1๙ ตัวชว้ี ดั
๘๑
คำอธบิ ายรายวิชา
รายวชิ าคณิตศาสตร์ รหสั ค๑6๑๐๑ กลุม่ สาระการเรียนรูค้ ณติ ศาสตร์
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 เวลา 16๐ ชว่ั โมง
เศษส่วน การเปรียบเทยี บและเรยี งลำดบั เศษส่วน และจำนวนคละโดยใช้ความรูเ้ รือ่ ง ค.ร.น.
จำนวนนับและ ๐ ตัวประกอบ จำนวนเฉพาะ ตัวประกอบเฉพาะ และการแยกตัวประกอบ ห.ร.ม.
และ ค.ร.น. การแก้โจทยป์ ัญหาเกี่ยวกับ ห.ร.ม. และ ค.ร.น.
การบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน การบวก การลบเศษส่วนและจำนวนคละ โดยใช้ความรู้
เรื่อง ค.ร.น. การบวก ลบ คูณ หารระคน ของเศษส่วนและจำนวนคละ การแก้โจทย์ปัญหาเศษส่วนและ
จำนวนคละ การแก้ปญั หาเศษสว่ นและจำนวนคละ
ทศนิยม และการบวก การลบ การคูณ การหาร ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งเศษสว่ นและทศนิยม การหาร
เศษส่วน การแก้โจทย์ปญั หาเกีย่ วกบั ทศนยิ ม (รวมการแลกเงนิ ตา่ งประเทศ)
อัตราส่วนและร้อยละ อัตราส่วน และอัตราส่วนที่เท่ากัน และมาตราส่วน การแก้โจทย์ปัญหา
อตั ราสว่ นและมาตราสว่ น การแกโ้ จทยป์ ัญหารอ้ ยละ แบบรปู การแก้ปญั หาเก่ียวกบั แบบรปู
ปริมาตรและความจุ ปริมาตรของรูปเรขาคณิตสามมิติที่ประกอบด้วยทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก การแก้
โจทย์ปญั หาเกี่ยวกบั ปริมาตรของรปู เรขาคณติ สามมติ ิท่ปี ระกอบด้วยทรงสเ่ี หลี่ยมมุมฉาก
รูปเรขาคณิตสองมิติ ความยาวรอบรูปและพื้นที่ของรูปสามเหลี่ยม มุมภายในของรูปหลายเหลี่ยม
ความยาวรอบรปู และพื้นที่ของรูปหลายเหลี่ยม การแก้โจทยป์ ัญหาเกยี่ วกบั ความยาวรอบรูปและพ้ืนท่ีของรูป
หลายเหลี่ยม ความยาวรอบรูปและพื้นที่ของวงกลม การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูปและพื้นท่ี
ของวงกลม ชนิดและสมบัติของรูปสามเหลี่ยม การสร้างรูปสามเหลี่ยม ส่วนต่าง ๆ ของวงกลม การสร้าง
วงกลม รูปเรขาคณิตสามมิติ ทรงกลม ทรงกระบอก กรวย พีระมิด รูปคลี่ของทรงกระบอก กรวย ปริซึม
พรี ะมิด การนำเสนอขอ้ มูล การอ่านแผนภูมริ ปู วงกลม
การจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มมีลักษณะ 5 ประการได้แก่ (1) เป็นการสอนที่เน้น
การบูรณาการ (2) ช่วยนักเรียนสร้างความเชื่อมโยงระหว่างเนื้อหาวิชาทั้ง 4 กับชีวิตประจำวันและการทำ
อาชีพ (3) เนน้ การพัฒนาทกั ษะในศตวรรษที่ 21 (4) ท้าทายความคิดของนกั เรียน และ (5) เปิดโอกาสให้
นักเรียนได้แสดงความคิดเหน็ และความเข้าใจที่สอดคล้องกับเนื้อหาทั้ง 4 วิชา จุดประสงค์ของการจัดการ
เรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา คือ ส่งเสริมให้ผู้เรียนรักและเห็นคุณค่าของการเรียนวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ และเห็นว่าวิชาเหล่านั้นเป็นเรื่องใกลต้ ัวที่สามารถนำมาใช้ได้
ทกุ วนั
ตวั ช้ีวัด
ค ๑.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓ ป.๖/๔ ป.๖/๕ ป.๖/๖ ป.๖/๗ ป.๖/๘ ป.๖/๙ ป.๖/๑๐ ป.๖/๑๑ ป.๖/๑๒
ค ๑.๒ ป.๖/๑
ค ๒.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓
ค ๒.๒ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓ ป.๖/๔
ค ๓.๑ ป.๖/๑
รวม ๒๑ ตวั ช้วี ัด
๘๒
๓. คำอธิบายรายวิชาพ้ืนฐานกล่มุ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
รายวชิ าพน้ื ฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ระดบั ชนั้ ประถมศึกษา
รายวิชาพ้นื ฐาน จำนวน ๒๐๐ ชั่วโมง
ว ๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์ จำนวน ๒๐๐ ช่วั โมง
ว ๑๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ จำนวน ๒๐๐ ชว่ั โมง
ว ๑๓๑๐๑ วิทยาศาสตร์ จำนวน ๑๖๐ ชว่ั โมง
ว ๑๔๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ จำนวน ๑๖๐ ชว่ั โมง
ว ๑๕๑๐๑ วิทยาศาสตร์ จำนวน ๑๖๐ ชวั่ โมง
ว ๑๖๑๐๑ วิทยาศาสตร์
สาระการเรยี นรู้และมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ ๑ วทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ
มาตรฐาน ว ๑ .๑ เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับ
ส่ิงมีชีวิต และความสัมพันธ์ ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับส่ิงมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การ
เปล่ียนแปลงแทนท่ีในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปญั หาและผลกระทบที่มตี ่อทรัพยากรธรรมชาติ
และสงิ่ แวดลอ้ ม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมรวมท้ังนาความรู้
ไปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว ๑.๒ เข้าใจสมบัตขิ องสิง่ มชี ีวิต หนว่ ยพ้ืนฐานของสิ่งมชี วี ิต การลาเลียงสารผ่านเซลล์
ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของ
โครงสร้าง และหนา้ ท่ขี องอวยั วะตา่ ง ๆ ของพืชทที่ ำงานสัมพันธก์ ันรวมทั้งนำความรูไ้ ปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว ๑.๓ เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
สารพันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพและ
วิวฒั นาการของส่ิงมีชีวิต รวมทั้งนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
สาระท่ี ๒ วิทยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๑ เข้าใจสมบัติของสาร องคป์ ระกอบของสสาร ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งสมบตั ิของ
สารกับโครงสร้างและแรงยดึ เหนีย่ วระหวา่ งอนภุ าค หลกั และธรรมชาตขิ องการเปลี่ยนแปลงสถานะของสาร
การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี
มาตรฐาน ว ๒.๒ เข้าใจธรรมชาติของแรงในชวี ิตประจำวนั ผลของแรงทก่ี ระทำต่อวตั ถุ ลักษณะ
การเคลอ่ื นท่ีแบบต่าง ๆ ของวัตถุ รวมท้ังนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
๘๓
มาตรฐาน ว ๒.๓ เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน
ปฏิสัมพนั ธ์ระหวา่ งสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาตขิ องคลนื่ ปรากฏการณ์ที่เก่ียวข้อง
กบั เสียง แสง และคลืน่ แม่เหลก็ ไฟฟา้ รวมท้ังนาความร้ไู ปใช้ประโยชน์
สาระท่ี ๓ วทิ ยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๑ เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ
กาแล็กซี ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตและการประยุกต์ใช้
เทคโนโลยีอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๒ เขา้ ใจองคป์ ระกอบ และความสมั พันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปล่ียนแปลง
ภายในโลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัยกระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้า อากาศ และภูมิอากาศโลก รวมท้ัง
ผลตอ่ สงิ่ มชี วี ติ และส่งิ แวดล้อม
สาระที่ ๔ เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว ๔.๑ เขา้ ใจแนวคดิ หลักของเทคโนโลยเี พ่ือการดำรงชวี ติ ในสงั คมท่ีมกี ารเปล่ียนแปลง อยา่ ง
รวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และ ศาสตร์อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนา
งานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม
โดยคำนงึ ถงึ ผลกระทบตอ่ ชีวติ สังคม และสิ่งแวดล้อม
มาตรฐาน ว ๔.๒ เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็น
ขนั้ ตอนและเป็นระบบ ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สารในการเรยี นรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้
อย่างมีประสิทธภิ าพ รู้เทา่ ทัน และมจี ริยธรรม
๘๔
คำอธิบายรายวิชา
รายวชิ าวิทยาศาสตร์ รหสั ว๑๑๑๐๑ กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๑ เวลาเรียน ๘๐ ช่วั โมง/ปี
ศกึ ษาและเรียนรู้เก่ียวกับลักษณะและหน้าท่ีของสว่ นตา่ ง ๆ ของรา่ งกายมนุษย์ สัตว์ และพชื รวมท้งั
การทำหน้าทร่ี ่วมกันของสว่ นตา่ ง ๆ ของร่างกายมนุษย์ ความสำคญั ของสว่ นตา่ ง ๆ ของรา่ งกายตนเอง และ
การดแู ลส่วนตา่ ง ๆ อย่างถกู ต้อง ปลอดภยั และรักษาความสะอาดอยเู่ สมอ ชอ่ื พืชและสตั วท์ ่อี าศัยอยบู่ ริเวณ
ตา่ ง ๆ สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในบริเวณท่ีพืชและสัตว์อาศัยอยู่ สมบัติท่ีสังเกตได้ของวัสดทุ ่ีใชท้ ำวตั ถซุ งึ่
ทำจากวัสดชุ นดิ เดยี วหรือหลายชนิดประกอบกนั ชนิดของวัสดุและจดั กลุม่ วสั ดุตามสมบัติท่ีสงั เกต การเกิด
เสียงและทิศทางการเคลื่อนที่ของเสยี งลักษณะภายนอกของหินจากลกั ษณะเฉพาะตัวทีส่ ังเกต ดาวที่ปรากฏ
บนท้องฟา้ ในเวลากลางวันและกลางคืน และสาเหตุที่มองไม่เหน็ ดาวสว่ นใหญ่ในเวลา
ศึกษาการแก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้ขั้นตอนการแก้ปัญหา การแสดงลำดับขั้นตอนการทำงาน หรือ
การแก้ปัญหาโดยใช้ ภาพ สัญลักษณ์ หรือข้อความ ตลอดจนการเขียนโปรแกรมสร้างลำดับของคำสั่งให้
คอมพิวเตอร์ทำงาน ศึกษาการใช้งานอุปกรณ์เทคโนโลยีเบื้องต้น การใช้ซอฟต์แวร์เบื้องต้น การสร้างและ
จัดเก็บไฟลอ์ ยา่ งเปน็ ระบบและการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภยั
โดยอาศยั กระบวนการเรียนรโู้ ดยใชป้ ญั หาเป็นฐาน (Problem – based Learning) เพ่ือเนน้ ให้
ผเู้ รียนเกดิ การเรยี นรู้ จากการฝึกแกป้ ัญหาต่างๆ ผา่ นกระบวนการคิด การปฏิบตั ิอยา่ งมีระบบ และสร้างองค์
ความร้ใู หม่จากการใชป้ ญั หาที่เกิดข้นึ จรงิ ในชวี ติ ประจำวนั ได้
เพือ่ ให้ผูเ้ รยี นมีความรู้ความเข้าใจ มที กั ษะการคิดเชิงคำนวณ การคดิ วเิ คราะห์ แกป้ ัญหาเป็น
ข้นั ตอนและเปน็ ระบบ มีทักษะในการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ รักษาขอ้ มลู สว่ นตัว และการสอื่ สารเบ้อื งต้น
ในการแก้ปัญหาท่ีพบในชวี ิตจริงได้อย่างมีประสิทธภิ าพ ตลอดจนนำความรู้ความเข้าใจในวชิ าวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยีไปใชใ้ ห้เกิดประโยชน์ต่อสังคม และการดำรงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคดิ และ
จินตนาการ ความสามารถในการแกป้ ัญหาและการจดั การทักษะในการส่อื สาร และความสามารถในการ
ตัดสินใจ และเปน็ ผู้ทมี่ ีจิตวทิ ยาศาสตร์ มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม และคา่ นยิ มในการใช้วทิ ยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีอย่างสรา้ งสรรค์
ตัวชว้ี ดั
ว1.1 ป.1/1 ป.1/2
ว1.2 ป.1/1 ป.1/2
ว2.1 ป.1/1 ป.1/2
ว2.3 ป.1/1
ว3.1 ป.1/1 ป.1/2
ว3.2 ป.1/1
ว4.2 ป.1/1 ป.1/2 ป.1/3 ป.1/4 ป.1/5
รวม 15 ตวั ช้วี ัด
๘๕
คำอธบิ ายรายวชิ า
รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัส ว๑๒๑๐๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๒ เวลาเรยี น ๘๐ ชวั่ โมง/ปี
ศกึ ษา การเจริญเติบโตและหน้าทส่ี ่วนตา่ งๆของพืชที่ตอ้ งอาศยั ปัจจยั จากนำ้ แสง วฏั จกั รของพชื มี
การเจริญเตบิ โตสบื พนั ธ์หุ มุนเวยี นตอ่ ไป รวมทงั้ การเจริญเติบโตของมนุษยแ์ ละสัตว์ ท่ีอาศยั อาหาร น้ำ และ
อากาศในการดำรงชวี ติ มี วฏั จกั รของการเจรญิ เตบิ โตทั้งมนุษย์และสัตว์บางชนดิ เปรียบเทยี บส่งิ มีชีวิตกบั
ส่ิงไม่มีชีวิต แยกความแตกต่างของกลุ่มพชื และสัตว์ พชื ดอกและพืชไม่มดี อก สตั วม์ กี ระดูกสนั หลัง สัตว์ไมม่ ี
กระดูกสันหลัง อธบิ ายลกั ษณะทางพันธุกรรม เปรียบเทยี บและอธบิ ายเรื่องของวัสดุ การใช้วสั ดุ การเคล่ือนท่ี
ของแสง กำเนิดแสง การผลติ ไฟฟ้า การเปลีย่ นพลังงานไฟฟ้า ลักษณะการเกิดดนิ สว่ นประกอบของดนิ
ประโยชน์ของดนิ
ศกึ ษาการเขียนโปรแกรม สรา้ งลำดบั ของคำสง่ั ให้คอมพวิ เตอร์ทำงาน การแก้ปัญหาอย่างง่าย โดยใช้
ภาพสัญลักษณ์ หรือข้อความ และใชอ้ ุปกรณแ์ ละเทคโนโลยเี บอื้ งตน้ อยา่ งปลอดภยั
โดยมงุ่ หวงั ให้ผูเ้ รียนได้เรียนรู้วิทยาศาสตรท์ ่สี ามารถนำไปใช้อธบิ าย แก้ไขปญั หา หรอื สร้างสรรค์
พัฒนางานในชีวิตจรงิ ได้ ซึ่งเน้นการเช่อื มโยงความรทู้ างวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี กบั
กระบวนการทางวิศวกรรมศาสตรแ์ ละให้มที ักษะสำคัญในการคน้ ควา้ นและสร้างองคค์ วามรู้ โดยใช้
กระบวนการสบื เสาะหาความรูแ้ ละแก้ปัญหาท่ีหลากหลาย
เพือ่ ให้ผ้เู รยี นเกดิ ความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะการคิด และมีส่วนร่วมในการเรียนรทู้ ุกขนั้ ตอน รวมทง้ั
สง่ เสรมิ ใหผ้ ู้เรยี นเกิดจติ วิทยาศาสตรแ์ ละมเี จตคติที่ดีต่อการเรยี นวทิ ยาศาสตร์
ตวั ชวี้ ัด
ว ๑.๒ ป.๒/๑ ป.๒/๒ ป.๒/๓
ว ๑.๓ ป.๒/๑
ว ๒.๑ ป.๒/๑ ป.๒/๒ ป.๒/๓ ป.๒/๔
ว ๒.๓ ป.๒/๑ ป.๒/๒
ว ๓.๒ ป.๒/๑ ป.๒/๒
ว ๔.๒ ป.๒/๑ ป.๒/๒ ป.๒/๓ ป.๒/๔
รวม ๑๖ ตัวชี้วัด
๘๖
คำอธบิ ายรายวชิ า
รายวชิ าวิทยาศาสตร์ รหัส ว๑๓๑๐๑ กล่มุ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์
ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๓ เวลาเรียน ๘๐ ชัว่ โมง/ปี
ศึกษา วเิ คราะห์ บรรยาย อธิบาย สง่ิ ท่ีจำเป็นตอ่ การดำรงชีวิต และการเจริญเติบโตของมนุษย์และ
สัตว์ ประโยชน์ของอาหาร น้ำ และอากาศ วัฏจักรชีวิตของสัตว์และเปรียบเทียบวัฏจักรชีวิตของสัตว์บาง
ชนิด คุณค่าของชวี ิตสัตว์โดยไม่ทำให้ วัฏจกั รชีวิตของสัตว์เปล่ียนแปลง วัตถุประกอบข้ึนจากชิ้นส่วนย่อย ๆ
การเปลี่ยนแปลงของวัสดุเมื่อทำให้ ร้อนขึ้นหรือทำให้เย็นลง การเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ แรง
สัมผัสและแรงไม่สัมผัสที่มีผลต่อการเคลื่อนที่ของวัตถุ การดึงดูดกับแม่เหล็ก ขั้วแม่เหล็กและพยากรณ์ผลที่
เกิดขึ้นระหว่างขั้วแม่เหล็กเมื่อนำมาเข้าใกล้กัน การเปลี่ยนพลังงานหนึ่งไปเป็นอีกพลังงานหนึ่ง เครื่อง
กำเนิดไฟฟ้า แหล่งพลังงานในการผลิตไฟฟ้า ประโยชน์และโทษของไฟฟ้า วิธีการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด
และปลอดภัย การขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ สาเหตุการเกิดปรากฏการณ์การขึ้นและตกของดวงอาทิตย์
การเกิดกลางวันกลางคืน และการกำหนดทิศ ความสำคัญของดวงอาทิตย์ ประโยชน์ของดวงอาทิตย์ต่อ
สิ่งมีชีวิต ส่วนประกอบของอากาศ ความสำคัญของอากาศ และผลกระทบของมลพิษทาง อากาศต่อ
สิ่งมีชีวิต แนวทางการปฏิบัติตนในการลดการเกิดมลพิษ ทางอากาศ การเกิดลม ประโยชน์และโทษของลม
ศึกษาขั้นตอนวิธีการ กระบวนการในการทำงานหรือการแก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์
หรือข้อความ โปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์ หรือสื่อ และตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม การใช้
อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้ ทั้งนี้ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจ
ตรวจสอบ การสบื ค้นขอ้ มูลและการอภปิ ราย
โดยมุ่งหวังให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่สามารถนำไปใช้อธิบาย แก้ไขปัญหา หรือสร้างสรรค์
พัฒนางานในชีวิตจริงได้ ซึ่งเน้นการเชื่อมโยงความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี กับ
กระบวนการทางวิศวกรรมศาสตร์และให้มีทักษะสำคัญในการค้นคว้าและสร้างองค์ควา มรู้ โดยใช้
ก ร ะ บ ว น ก า ร ส ื บ เ ส า ะ ห า ค ว า ม ร ู ้ แ ล ะ แ ก้ ป ั ญ ห า ท ี ่ ห ล า ก ห ล า ย
เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ
นำความรู้ไปใช้ในชีวติ ประจำวนั มจี ิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม
รหัสตวั ช้ีวัด
ว ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ว ๒.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๒.๓ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ว ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ว ๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๔.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
รวมท้ังหมด ๒๓ ตัวช้วี ัด
๘๗
คำอธบิ ายรายวิชา
รายวชิ าวิทยาศาสตร์ รหสั ว๑๔๑๐๑ กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๔ เวลาเรยี น ๘๐ ช่ัวโมง/ปี
ศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดกลุ่มสิ่งมีชีวิต การจำแนกพืชเป็นพืชดอกและพืชไม่มีดอก การ
จำแนกสัตว์มีกระดูกสันหลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ลักษณะเฉพาะที่สังเกตได้ของสัตว์มีกระดูกสันหลัง
หน้าทขี่ องส่วนต่าง ๆ ของพชื ผลของแรงโน้มถว่ งของโลก การใช้เคร่ืองชง่ั สปริงวัดนำ้ หนักของวัตถุ มวลของ
วัตถุที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ การจำแนกวัตถุเป็นตัวกลางโปร่งใส ตัวกลางโปร่งแสง
และวัตถุทึบแสง สมบัติทางกายภาพด้านความแข็ง สภาพยืดหยุ่น การนำความร้อน และการนำไฟฟ้าของ
วัสดุ การนำสมบตั ิทางกายภาพของวัสดไุ ปใชใ้ นชีวติ ประจำวัน สมบัติของสสารท้ัง 3 สถานะ จากข้อมูลท่ไี ด้
จากการสังเกต มวล การต้องการที่อยู่ รูปร่างและปริมาตรของสสาร รวมทั้งการใช้เคร่ืองมือเพื่อวัดมวลและ
ปริมาตรของสสารทั้ง 3 สถานะ สร้างแบบจำลองแสดงองค์ประกอบของระบบสุรยิ ะ และคาบการโคจรของ
ดาวเคราะห์ต่าง ๆ จากแบบจำลอง แบบรูปเส้นทางการขึ้นและตกของดวงจันทร์ สร้างแบบจำลองที่อธิบาย
แบบรูปการเปลีย่ นแปลงรปู ร่างปรากฏของดวงจนั ทร์และพยากรณ์รูปร่างปรากฏของดวงจันทร์
ศึกษาการใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา มาใช้พิจารณาในการแก้ปัญหา การอธิบายการ
ทำงาน หรือการคาดการณ์ผลลัพธ์ ศึกษาการออกแบบโปรแกรมอย่างง่ายโดยใช้ storyboard หรือ การ
ออกแบบอัลกอริทึมการเขียนโปรแกรมอย่างง่ายโดยใช้ซอฟต์แวร์ Scratch หรือ logo ศึกษาการใช้
อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้ การใช้คำค้นที่ตรงประเด็น กระชับ การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล ศึกษา
การรวบรวมข้อมลู การประมวลผลอย่างง่าย วิเคราะห์ผลและสรา้ งทางเลอื กที่เป็นไปได้ ตลอดจนประเมิน
ทางเลือก พร้อมทง้ั การนำเสนอข้อมลู ในรูปแบบตามความเหมาะสม ศึกษาการใช้ซอฟต์แวร์เพื่อแก้ปัญหาใน
ชีวิตประจำวัน การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตน เคารพในสิทธิของ
ผ้อู ืน่
โดยมงุ่ หวังใหผ้ ู้เรียนเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ท่สี ามารถนำไปใชอ้ ธิบาย แก้ไขปญั หา หรือสร้างสรรคพ์ ัฒนา
งานในชวี ติ จรงิ ได้ ซ่ึงเน้นการเช่ือมโยงความรู้ทางวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี กบั กระบวนการ
ทางวิศวกรรมศาสตร์ และให้มที ักษะสำคัญในการค้นควา้ และสร้างองคค์ วามรโู้ ดยใช้กระบวนการสืบเสาะหา
ความรู้และการแก้ปัญหาที่หลากหลาย โดยการนำแนวคิดเชิงนามธรรมและขั้นตอนการแก้ปัญหาไป
ประยุกต์ใช้ในการเขียนโปรแกรมหรือการแก้ปัญหาในชีวิตจริง รวบรวมข้อมูลและสร้างทางเลือกในการ
ตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพและตระหนักถึงการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เกิด
ประโยชน์ต่อการเรียนรูแ้ ละไมส่ ร้างความเสยี หายใหก้ ับผอู้ ืน่
เพ่ือใหผ้ ้เู รียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ มที ักษะการคิด และมีสว่ นร่วมในการเรยี นรู้ทกุ ขั้นตอน รวมท้ัง
ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดจิตวิทยาศาสตร์และมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ มีทักษะการคิดเชิงคำนวณ
การคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาเป็นขั้นตอนและเป็นระบบ มีทักษะในการตั้งคำถาม การกำหนดปัญหา สร้าง
สมมติฐานที่สอดคล้องกับคำถาม วางแผนและสำรวจตรวจสอบโดยใช้เครื่องมืออุปกรณ์ และเทคโนโลยี
สารสนเทศที่เหมาะสม ตลอดจนนำความรู้ความเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิด
ประโยชน์ต่อสังคม และการดำรงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถใน
การแกป้ ญั หาและการจดั การทักษะในการสอื่ สาร และความสามารถในการตดั สนิ ใจ
๘๘
ตัวชวี้ ัด
ว 1.2 ป.4/1
ว 1.3 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/4
ว 2.1 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/4
ว 2.2 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3
ว 2.3 ป.4/1
ว 3.1 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3
ว. 4.2 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/4
รวม 20 ตัวชวี้ ดั
๘๙
คำอธบิ ายรายวชิ า
รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหสั ว๑๕๑๐๑ กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ เวลาเรยี น ๘๐ ชัว่ โมง/ปี
ศกึ ษา คน้ ควา้ อธิบาย บรรยาย วิเคราะห์ การปรบั ตัวของสง่ิ มีชวี ติ ความสมั พันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต
กับสิ่งมีชีวิต และสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม โซ่อาหาร และบทบาทของสิ่งมีชีวิตในโซ่อาหาร การถ่ายทอด
ลักษณะทางพันธุกรรมของพืช สัตว์ และมนุษย์ ลักษณะของตนเองกับคนในครอบครัว การเปลี่ยนแปลง
สถานะของสารเน่ืองจากความร้อน การละลายในน้ำของสาร การเปลย่ี นแปลงของสารเมื่อเกิดปฏกิ ิริยาเคมี
การเปลยี่ นแปลงท่ีผันกลับได้และผันกลบั ไม่ได้ของสาร เขียนแผนภาพแรง การวัดแรง การหาแรงลัพธ์ของ
แรงหลายแรงในระนาบเดยี วกันท่ีกระทำกับวตั ถุ แรงเสียดทานและผลของแรงเสยี ดทาน การได้ยินเสยี งผ่าน
ตัวกลางต่างๆ การเกิดเสียงสูง ต่ำ ดัง ค่อย การใช้เคร่ืองมือวัดระดับเสียง ความแตกต่างระหว่างดาวฤกษ์
และดาวเคราะห์ การเกิดทิศ มุมเงย และปรากฏการณ์การขึ้นตกของกลุ่มดวงดาวฤกษ์บนท้องฟ้าในรอบปี
การใช้แผนที่ดาว ระบุตำแหน่งดาวและเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้า ปริมาณน้ำบน
โลกและปริมาณน้ำที่นำมาใช้ได้ วัฏจักรน้ำ การอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ การเกิดเมฆ หมอก น้ำค้าง น้ำค้าง
แขง็ ฝน ลูกเห็บและหิมะ
ศึกษาการใช้เหตุผลเชิงตรรกะ การออกแบบและเขียนโปรแกรม ใช้อินเตอร์เน็ต รวบรวมนำเสนอ
และใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ในการแก้ปัญหา การอธิบายการทำงานหรือการคาดการณ์ผลลัพธ์ การ
ตรวจหาข้อผิดพลาดและแก้ไข การค้นหาข้อมูลการติดต่อสื่อสาร การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล
การรวบรวมข้อมูลประมวลผลสร้างทางเลือกประเมินผล อันตรายจากการใช้งานและอาชญากรรมทาง
อนิ เตอร์เน็ต และมารยาทในการตดิ ตอ่ สอื่ สารผา่ นอินเตอรเ์ น็ต
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การแก้ปัญหา การวิเคราะห์ การใช้เหตุผลสืบค้นข้อมูลการ
สืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ การสำรวจ การสำรวจตรวจสอบ การอภิปราย การสรุปองค์ความรู้
และนำเสนอโดยใช้ สื่อ อุปกรณ์ในการนำเสนออย่างเหมาะสม การตั้งประเด็นปัญหา การตั้งสมมติฐาน
ออกแบบ วางแผน การเขยี นโปรแกรม ศึกษาค้นคว้าดว้ ยตนเองโดยใช้สอ่ื เทคโนโลยีท่ีหลากหลาย ตรวจสอบ
ความน่าเชื่อถือของแหล่งทีม่ าของข้อมูล วิเคราะห์ข้อค้นพบดว้ ยสถิติที่เหมาะสม สังเคราะห์สรุปองค์ความรู้
ด้วยกระบวนการกลุ่ม เสนอแนวคิด การแก้ปัญหาอย่างมีระบบ
เพื่อให้เกิดความรู้เข้าใจ มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ความคิดเป็นเหตุเป็นผล คิด
สร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์วิจารณ์ มีทักษะที่สำคัญทั้งทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะใน
ศตวรรษที่ ๒๑ ในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สามารถแก้ปัญหา
อย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจ โดยใช้ข้อมูลหลากหลายและประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้ มีจิต
วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม มีมารยาทเคารพสิทธิของผู้อื่น ตระหนักถึงอันตรายจากการใช้งานและ
อาชญากรรมทางอนิ เตอรเ์ นต็ และมารยาทในการตดิ ตอ่ สือ่ สารผา่ นอินเตอรเ์ นต็ และค่านยิ มทีเ่ หมาะสม ตาม
หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เหน็ ประโยชนแ์ ละคณุ ค่าของการศกึ ษาคน้ คว้าดว้ ยตัวเอง
๙๐
ตวั ช้ีวัด
ว ๑.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔
ว ๑.๓ ป.๕/๑ ,ป.๕/๒
ว ๒.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔
ว ๒.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕
ว ๒.๓ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕
ว ๓.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒
ว ๓.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕
ว ๔.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕
รวมทั้งหมด ๓๒ ตัวชี้วดั
๙๑
คำอธิบายรายวชิ า
รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหสั ว๑๖๑๐๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๖ เวลาเรียน ๘๐ ช่ัวโมง/ปี
ศึกษาวเิ คราะห์ ระบสุ ารอาหารและบอกประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารที่ตนเอง
รบั ประทาน บอกแนวทางในการเลือกรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถว้ น ในสัดสว่ นทเ่ี หมาะสมกับ
เพศและวัย รวมทั้งความปลอดภัยต่อสุขภาพ ตระหนักถึงความสำคัญของสารอาหาร โดยการเลือก
รับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนในสัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัยรวมทั้งปลอดภัยต่อสุขภาพ
สร้างแบบจำลองระบบยอ่ ยอาหารและบรรยายหน้าท่ีของอวัยวะในระบบย่อยอาหารรวมทั้งอธิบายการยอ่ ย
อาหารและการดูดซึมสารอาหาร ตระหนักถึงความสำคัญของระบบย่อยอาหารโดยการบอกแนวทางในการ
ดูแลอวัยวะในระบบย่อยอาหารให้ทำงานเป็นปกติ อธิบายและเปรียบเทียบการแยกสารผสม โดยการหยิบ
ออก การรอ่ น การใช้แม่เหล็กดึงดดู การรนิ ออก การกรอง และการตกตะกอน โดยใชห้ ลกั ฐานเชิงประจักษ์
อธิบายการเกิดและผลของแรงไฟฟ้าซึ่งเกิดจากวัตถุที่ผ่านการขัดถู โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ ระบุ
ส่วนประกอบและบรรยายหน้าที่ของแต่ละส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้าอย่างง่ายจากหลักฐานเชิงประจักษ์
เขียนแผนภาพและต่อวงจรไฟฟา้ อยา่ งง่าย ออกแบบการทดลองและทดลองดว้ ยวธิ ที ี่เหมาะสมในการอธิบาย
วิธีการและผลของการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ของการต่อเซลล์ไฟฟ้า
แบบอนุกรมโดยบอกประโยชน์และการประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตประจำวัน ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวิธี
ที่เหมาะสมในการอธิบายการต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้
ของการต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน โดยบอกประโยชน์ ข้อจำกัด และการประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตประจำวัน อธิบายการเกิดเงามืดเงามัวจากหลักฐานเชงิ ประจักษ์ เขียนแผนภาพรังสีของแสงแสดงการ
เกิดเงามืดเงามัว สร้างแบบจำลองที่อธิบายการเกิดและเปรียบเทียบปรากฏการณ์สุริยุปราคาและ
จันทรุปราคา อธิบายพัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศ และยกตัวอย่างการนำเทคโนโลยีอวกาศมาใช้
ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน จากข้อมูลที่รวบรวมได้ เปรียบเทียบกระบวนการเกิดหินอัคนี หินตะกอนและ
หินแปร และอธิบายวัฏจักรหินจากแบบจำลอง บรรยายและยกตัวอย่างการใช้ประโยชน์ของหินและแร่ใน
ชีวิตประจำวันจากข้อมูลที่รวบรวมได้ สร้างแบบจำลองที่อธิบายการเกิดซากดึกดำบรรพ์และคาดคะเน
สภาพแวดล้อมในอดีตของซากดึกดำบรรพ์ เปรียบเทียบการเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุมรวมทั้งอธิบาย
ผลที่มีต่อสิ่งมีชีวิติและสิ่งแวดล้อมจากแบบจำลอง อธิบายผลของมรสุมต่อการเกิดฤดูของประเทศไทยจาก
ข้อมูลที่รวบรวมได้ บรรยายลักษณะและผลกระทบของน้ำท่วม การกัดเซาะชายฝั่ง ดินถล่ม แผ่นดินไหว สึ
นามิ ตระหนักถงึ ผลกระทบของภัยธรรมชาตแิ ละธรณพี บิ ตั ิภยั โดยนำเนอแนวทางในการเฝา้ ระวังและปฏิบัติ
ใหป้ ลอดภยั จากภยั ธรรมชาติและธรณีพิบตั ิภัยท่ีอาจเกิดในท้องถ่ิน สรา้ งแบบจำลองที่อธิบายการเกิดและผล
ของปรากฏการณเ์ รือนกระจกต่อสิ่งมชี วี ติ ตระหนักถงึ ผลกระทบของปรากฏการณเ์ รือนกระจก โดยนำเสนอ
แนวทางการปฏิบัติตนเพื่อลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดแก๊สเรือนกระจก ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการอธิบายและ
ออกแบบวิธีการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตประจำวัน ออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่าย เพื่อแก้ปัญหาใน
๙๒
ชีวิตประจำวัน ตรวจหาข้อผิดพลาดและแก้ไข ใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ ใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศทำงานร่วมกันอย่างปลอดภัย เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตน เคารพในสิทธิและหน้าท่ี
ของผู้อนื่ แจ้งผูเ้ กี่ยวข้องเม่ือพบข้อมูลหรือบุคคลท่ีไมเ่ หมาะสม
ศกึ ษาการแกป้ ัญหาอยา่ งเปน็ ขัน้ ตอน การใชเ้ หตุผลเชงิ ตรรกะเปน็ การนำกฎเกณฑ์ แนวคดิ ของการ
ทำงานแบบวนซ้ำ และแบบเงื่อนไข การออกแบบโปรแกรม เป็นข้อความหรือผังงาน การออกแบบและ
เขียนโปรแกรมที่มีการใช้ตัวแปร การวนซ้ำ การตรวจสอบเง่ือนไข การฝึกตรวจหาขอ้ ผิดพลาดจากโปรแกรม
ของผู้อื่น เช่น โปรแกรมเกม โปรแกรมหาค่า ค.ร.น. เกมฝึกพิมพ์ ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม
ได้แก่ Scratch, logo การค้นหาอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ การใชเ้ ทคนคิ การค้นหาขนั้ การจัดลำดับผลลัพธ์จาก
การค้นหาของโปรแกรมค้นหา การเรียบเรียง สรุปสาระสำคัญ การรวบรวมข้อมูล ประมวลผล สร้าง
ทางเลอื ก ประเมินผล การใช้ซอฟตแ์ วรห์ รอื บรกิ ารบนอินเทอร์เนต็ ทหี่ ลากหลายในการรวบรวม ประมวลผล
สร้างทางเลือก ประเมินผล นำเสนอ การทำแบบสำรวจความคิดเห็นออนไลน์ และวิเคราะห์ข้อมูล นำเสนอ
ข้อมูลโดยการใช้ blog หรือ web page อันตรายจากการใช้งานและอาชญากรรม ทางอินเทอร์เน็ต
แนวทางในการป้องกัน วิธีกำหนดรหัสผ่าน การกำหนดสิทธิ์การใช้งาน แนวทางการตรวจสอบและ
ปอ้ งกนั มลั แวร์ อนั ตรายจากการติดต้งั ซอฟตแ์ วร์ที่อย่บู นอินเทอรเ์ น็ต
โดยมงุ่ หวงั ให้ผ้เู รียนเรยี นร้วู ิทยาศาสตรท์ ่ีสามารถนำไปใช้อธบิ าย แก้ไขปัญหา หรอื สร้างสรรคพ์ ัฒนา
งานในชีวติ จริงได้ ซง่ึ เน้นการเชอ่ื มโยงความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และเทคโนโลยี กับกระบวนการ
ทางวิศวกรรมศาสตร์ และใหม้ ที ักษะสำคัญในการค้นควา้ และสร้างองค์ความรโู้ ดยใช้กระบวนการสืบเสาะหา
ความรู้และการแก้ปัญหาที่หลากหลาย โดยการนำแนวคิดเชิงนามธรรมและขั้นตอนการแก้ปัญหาไป
ประยุกต์ใช้ในการเขียนโปรแกรมหรือการแก้ปัญหาในชีวิตจริง รวบรวมข้อมูลและสร้างทางเลือกในการ
ตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพและตระหนักถึงการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เกิด
ประโยชนต์ อ่ การเรียนรแู้ ละไมส่ รา้ งความเสยี หายให้กับผู้อ่นื
เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถ ในการ
ตัดสินใจ นำความรไู้ ปใช้ในชีวติ ประจำวัน มีจติ วิทยาศาสตร์ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม และคา่ นิยม
ทีเ่ หมาะสม ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทำงานรว่ มกนั อยา่ งเหมาะสมปลอดภยั
ตัวชว้ี ัด
ว ๑.๒ ป.๖/๑ ว ๑.๒ ป.๖/๒ ว ๑.๒ ป.๖/๓ ว ๑.๒ ป.๖/๔ ว ๑.๒ ป.๖/๕
ว ๒.๑ ป.๖/๑
ว ๒.๒ ป.๖/๑
ว ๒.๓ ป.๖/๑ ,ป.๖/๒,ป.๖/๓,ป.๖/๔,ป.๖/๕,ป.๖/๖,ป.๖/๗,ป.๖/๘
ว ๓.๑ ป.๖/๑ ,ป.๖/๒
ว ๓.๒ ป.๖/๑ ,ป.๖/๒ ,ป.๖/๓ ,ป.๖/๔ , ป.๖/๕, ป.๖/๖ ,ป.๖/๗ ,ป.๖/๘ ,ป.๖/๙
ว ๔.๒ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓ ป.๖/๔ ป.๖/๕
ว ๕.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒,ป.๖/๓ ,ป.๖/๔ รวมทัง้ หมด ๓๕ ตวั ชี้วดั
๙๓
๔. คำอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐานกลุ่มสาระการเรยี นร้สู งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
รายวชิ าพนื้ ฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ระดับช้ันประถมศึกษา
รายวิชาพน้ื ฐาน จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส ๑๑๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส ๑๒๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม จำนวน ๔๐ ช่วั โมง
ส ๑๓๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
ส ๑๔๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม จำนวน ๘๐ ชวั่ โมง
ส ๑๕๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
ส ๑๖๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
สาระที่ ๑ ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม
มาตรฐาน ส ๑.๑ รู้ และเข้าใจประวตั ิ ความสำคญั ศาสดา หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนา
ที่ตนนบั ถอื และศาสนาอื่น มศี รทั ธาทถ่ี ูกต้อง ยึดม่ัน และปฏบิ ัติตามหลักธรรม เพ่ือ
อยรู่ ่วมกนั อยา่ งสันตสิ ขุ
มาตรฐาน ส ๑.๒ เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี และธำรงรักษาพระพุทธศาสนา
หรือศาสนาท่ตี นนบั ถอื
สาระท่ี ๓ เศรษฐศาสตร์
มาตรฐาน ส.๓.๑ เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภคการใช้
ทรัพยากรที่มีอยู่จำกดั ได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพและคุ้มค่า รวมทั้งเข้าใจหลักการของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง เพอ่ื การดำรงชวี ิตอย่างมดี ุลยภาพ
มาตรฐาน ส.๓.๒ เข้าใจระบบ และสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ และ
ความจำเปน็ ของการรว่ มมอื กันทางเศรษฐกิจในสังคมโลก
สาระที่ ๕ ภูมิศาสตร์ เข้าใจลักษณะทางกายภาพของโลก และความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งซึ่งมีผลต่อกัน
มาตรฐาน ส ๕.๑ ใช้แผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ ในการค้นหา วิเคราะห์ และสรุป
ตามกระบวนการทางภมู ิศาสตร์ ตลอดจนใชภ้ มู ิสารสนเทศอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
มาตรฐาน ส ๕.๒ เขา้ ใจปฏสิ มั พันธร์ ะหว่างมนุษยก์ บั ส่งิ แวดลอ้ มทางกายภาพท่กี ่อใหเ้ กิดการ
สร้างสรรค์วิถีการดำเนนิ ชวี ิต มีจิตสำนึก และมีส่วนรว่ มในการจดั การ ทรพั ยากร
และสิ่งแวดล้อม เพอื่ การพฒั นาที่ย่ังยืน
๙๔
คำอธบิ ายรายวชิ า
สังคมศกึ ษา ศาสนาฯ รหสั วิชา ๑๑๑๐๑ กลมุ่ สาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๑ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง
สังเกต ศึกษาค้นคว้า รวบรวมข้อมูล อภิปราย ความหมาย ความสำคัญ องค์ประกอบเบื้องต้นของ
ศาสนา ประโยชน์ ประวัติ ศาสดาของศาสนา สรุปใจความสำคัญของคัมภีร์ ความคิดหลักของศาสนา สรุป
หลักจริยธรรม การบำเพ็ญประโยชน์ วิธีปฏิบัติ การใช้ภาษาเกี่ยวกับศาสนพิธี พิธีกรรมในวันสำคัญ ฝึก
ปฏบิ ตั กิ ารบรหิ ารจิต การเจรญิ ปัญญาเบ้อื งตน้ เปรยี บเทียบ การทำความดี ปฏบิ ตั ิตนตามคำแนะนำ รวบรวม
ขน้ั ตอน ของศาสนพธิ ี
การปฏิบัตติ นเปนสมาชิกทดี่ ีของครอบครวั และโรงเรียน ลกั ษณะความดขี องตนเองและผูอื่น ผลของ
การกระทําความดี โครงสราง บทบาทหนาที่ สิทธิของสมาชิกใน ครอบครัวและโรงเรียน กิจกรรม
กระบวนการประชาธิปไตยในครอบครัวและโรงเรียน ประโยชน์ของรายรับ-รายจ่าย ต้นทุนผลประโยชน์ท่ี
ได้รับทรัพยากรในท้องถิ่น ระบบเศรษฐกิจพอเพียง อาชีพของครอบครัวและชุมชน การซื้อขายแลกเปลี่ยน
สินค้าและบริการ ในชีวิตประจำวัน คิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวมมี
ความละอาย ความไมท่ น และตอ่ ต้านการทจุ ริต มีความรับผิดชอบต่อสงั คม
จำแนก บอกส่งิ ตา่ งๆท่อี ย่รู อบตวั ทง้ั ท่เี กิดข้ึนเองตามธรรมชาติและท่ีมนุษยส์ ร้างข้ึน ทีส่ ่งผลต่อความ
เป็นอยขู่ องมนุษย์ ระบคุ วามสำพันธ์ของตำแหน่ง ระยะ ทศิ ของสิง่ ตา่ งๆ ใชแ้ ผนผังในการแสดงตำแหน่งของ
สิ่งต่างๆในห้องเรียน สังเกตและเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศในรอบวัน และการเปลี่ยนแปลง
ของสิ่งแวดล้อมทีอ่ ยูร่ อบตัว โดยใช้กระบวนการทางภูมิศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ใช้ทักษะทาง
ภูมิศาสตร์ด้านการสังเกต การแปลความ ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ รวมถึงทักษะด้านการคิดและการสื่อสาร
องค์ประกอบของ แผนผงั การเขียนแผนที่เบ้ืองตน้ อย่างง่าย ทรัพยากรธรรมชาติ การพง่ึ พาอาศยั ซึ่งกันและ
กัน ผลเสียการทำลายทรพั ยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมทางสงั คม การสร้างสรรค์ สิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์
ส่งิ แวดล้อมทางธรรมชาติ และทางสังคม โดยใชก้ ระบวนการทางสงั คม กระบวนการสืบค้น กระบวนการกลุ่ม
และกระบวนการแกป้ ญั หา
เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับศาสนาและศาสนพิธี วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับหลักคำสอนของ
ศาสนา นำความรู้ดา้ นปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยกุ ตใ์ ช้กบั ชีวิตประจำวนั ได้อย่างถูกตอ้ งเหมาะสม
มีความสามารถทางภูมิศาสตร์ กระบวนการทางภูมิศาสตร์ ทักษะทางภูมิศาสตร์ และมีทักษะในศตวรรษที่
๒๑ ด้านการสื่อสาร ความสามารถในการคิด มีคุณลักษณะด้านมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน มีส่วน
ร่วม และปฏิบัติตนในการดแู ลส่ิงแวดล้อมทีบ่ า้ นและชน้ั เรียนอย่างเหมาะสม