The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tuahuay, 2022-12-13 02:10:47

รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง ข้อเสนอเชิงนโยบายการบริหารจัดการธุรกิจสายการบิน ธุรกิจสนับสนุน และบุคลากรการบิน ช่วงวิกฤติ COVID-19

สำนักกรรมาธิการ ๑

รายงานการพิจารณาศกึ ษา
เรือ่ ง ข้อเสนอเชงิ นโยบายการบริหารจดั การธุรกิจสายการบิน

ธุรกิจสนบั สนนุ และบุคลากรการบนิ
ชว่ งวกิ ฤติ COVID-19

ของ

คณะกรรมาธิการการคมนาคม
วุฒิสภา

สำนักกรรมาธิการ ๑
สำนกั งานเลขาธิการวุฒิสภา



(สำเนา)

บนั ทกึ ขอ้ ความ

ส่วนราชการ คณะกรรมาธกิ ารการคมนาคม วฒุ ิสภา

ที่ สว ๐๐๐๙.๐๙/(ร ๗) วนั ที่ ๓ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๔

เรือ่ ง รายงานการพิจารณาศกึ ษา เรอื่ ง ขอ้ เสนอเชงิ นโยบายการบริหารจัดการธุรกจิ สายการบนิ

ธรุ กจิ สนับสนุน และบุคลากรการบนิ ชว่ งวิกฤติ COVID-19

กราบเรียน ประธานวุฒิสภา

ด้วยในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๗ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันอังคารที่ ๑๐

กันยายน ๒๕๖๒ ที่ประชุมวุฒิสภาได้ลงมติตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาตามข้อบังคับการประชุม

วฒุ ิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอ้ ๗๘ วรรคสอง (๔) ซง่ึ คณะกรรมาธกิ ารการคมนาคม วุฒิสภา เป็นคณะกรรมาธิการ

สามัญประจำวุฒิสภาคณะหนึ่ง มีหน้าที่และอำนาจพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ กระทำกิจการ พิจารณา

สอบหาขอ้ เท็จจริง หรอื ศึกษาเรอ่ื งใด ๆ ที่เก่ียวกบั การคมนาคม ท้งั การจราจรทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ

ทางอวกาศ การขนส่งมวลชน การขนส่งสินค้า การพาณิชยนาวี โครงสร้างพื้นฐานเชื่อมไทยเช่ือมโลก

พิจารณาศึกษา ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ

ท่อี ยู่ในหน้าที่และอำนาจ และอื่น ๆ ที่เก่ียวข้อง ซง่ึ ปจั จุบันกรรมาธิการคณะน้ี ประกอบด้วย

๑. พลเอก ยอดยทุ ธ บญุ ญาธกิ าร ประธานคณะกรรมาธกิ าร

๒. พลโท จเรศักณ์ิ อานุภาพ รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนท่หี นึง่

๓. นายกำพล เลิศเกยี รตดิ ำรงค์ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง

๔. พลเอก ธวัชชยั สมทุ รสาคร รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนทส่ี าม

๕. นายวริ ตั น์ เกสสมบูรณ์ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนทส่ี ี่

๖. นางจริ ดา สงฆ์ประชา เลขานกุ ารคณะกรรมาธิการ

๗. นายสุวรรณ เลศิ ปัญญาโรจน์ รองเลขานกุ ารคณะกรรมาธกิ าร

๘. นายซากยี ์ พทิ กั ษ์คมุ พล โฆษกคณะกรรมาธิการ

๙. หม่อมหลวงสกลุ มาลากลุ รองโฆษกคณะกรรมาธกิ าร

๑๐. พลอากาศเอก มนสั รปู ขจร ประธานทป่ี รกึ ษาคณะกรรมาธกิ าร

๑๑. พลตรี กลชยั สุวรรณบรู ณ์ ท่ปี รึกษาคณะกรรมาธิการ

๑๒. นายอุปกติ ปาจรยี างกรู ทปี่ รึกษาคณะกรรมาธิการ

๑๓. นายสรุ สิทธ์ิ ตรีทอง ท่ีปรึกษาคณะกรรมาธกิ าร

๑๔. นายอมร นิลเปรม ทป่ี รึกษาคณะกรรมาธกิ าร

๑๕. พลเรอื เอก ชมุ นมุ อาจวงษ์ กรรมาธกิ าร

๑๖. พลเอก เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ กรรมาธิการ

๑๗. ร้อยเอก ประยุทธ เสาวคนธ์ กรรมาธกิ าร

๑๘. พลเรอื เอก พลั ลภ ตมิศานนท์ กรรมาธกิ าร

๑๙. นายสรุ เดช จริ ฐั ิตเิ จริญ กรรมาธกิ าร

บดั น้ี ...

-๒-

บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้ดำเนินการพิจารณาศึกษา เรื่อง ข้อเสนอเชิงนโยบายการบริหาร
จัดการธุรกิจสายการบิน ธุรกิจสนับสนุน และบุคลากรการบิน ช่วงวิกฤติ COVID-19 เสร็จเรียบร้อยแล้ว
จึงขอรายงานผลการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวต่อวุฒิสภา ตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒
ข้อ ๙๘

จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดทราบและนำเสนอรายงานของคณะกรรมาธิการต่อท่ีประชุม
วุฒิสภาตอ่ ไป

(ลงช่ือ) พลเอก ยอดยุทธ บญุ ญาธกิ าร
(ยอดยทุ ธ บญุ ญาธกิ าร)

ประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคม
วฒุ สิ ภา

สำเนาถกู ต้อง

(นางสาวลักษณ์พรรณ แสงสีทอง)
ผ้ชู ่วยเลขานุการคณะกรรมาธกิ ารการคมนาคม

วฒุ สิ ภา

กลุม่ งานคณะกรรมาธิการการคมนาคม สันตภิ าพ พิมพ์
สำนักกรรมาธกิ าร ๑ สำนักงานเลขาธิการวฒุ ิสภา สนั ตภิ าพ/ประสบพร ทาน ๑
โทรศัพท์ ๐ ๒๘๓๑ ๙๑๕๓
ลกั ษณพ์ รรณ ทาน ๒

รายนาม
คณะกรรมาธิการการคมนาคม วฒุ ิสภา

รายนาม
คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา

พลเอก ยอดยุทธ บุญญาธกิ าร
ประธานคณะกรรมาธิการ

พลโท จเรศกั ณ์ิ อานภุ าพ นายกำพล เลิศเกยี รติดำรงค์ พลเอก ธวชั ชัย สมุทรสาคร นายวิรตั น์ เกสสมบูรณ์
รองประธานคณะกรรมาธกิ าร รองประธานคณะกรรมาธิการ รองประธานคณะกรรมาธิการ รองประธานคณะกรรมาธกิ าร

คนที่หนงึ่ คนทส่ี อง คนที่สาม คนทส่ี ่ี

นางจิรดา สงฆ์ประชา นายสุวรรณ เลิศปัญญาโรจน์ นายซากยี ์ พทิ ักษค์ ุมพล หมอ่ มหลวงสกลุ มาลากลุ
เลขานุการคณะกรรมาธิการ รองเลขานุการคณะกรรมาธกิ าร โฆษกคณะกรรมาธิการ รองโฆษกคณะกรรมาธิการ

พลอากาศเอก มนสั รูปขจร พลตรี กลชยั สุวรรณบูรณ์ นายอุปกติ ปาจรียางกรู
ประธานที่ปรกึ ษาคณะกรรมาธกิ าร ทีป่ รึกษาคณะกรรมาธกิ าร ท่ปี รกึ ษาคณะกรรมาธิการ

นายสุรสิทธิ์ ตรที อง นายอมร นิลเปรม พลเรือเอก ชุมนมุ อาจวงษ์ พลเอก เทพพงศ์ ทิพยจนั ทร์
ทีป่ รึกษาคณะกรรมาธิการ ท่ีปรกึ ษาคณะกรรมาธกิ าร กรรมาธิการ กรรมาธกิ าร

รอ้ ยเอก ประยุทธ เสาวคนธ์ พลเรอื เอก พลั ลภ ตมิศานนท์ นายสุรเดช จริ ัฐติ เิ จรญิ
กรรมาธกิ าร กรรมาธกิ าร กรรมาธิการ



รายงานการพิจารณาศกึ ษา

ข้อเสนอเชงิ นโยบายการบรหิ ารจัดการธรุ กิจสายการบิน
ธุรกจิ สนบั สนุน และบคุ ลากรการบนิ ช่วงวิกฤติ COVID-19

รายงานการพจิ ารณาศกึ ษา
เร่อื ง “ข้อเสนอเชงิ นโยบายการบริหารจดั การธรุ กิจสายการบิน

ธรุ กจิ สนับสนุน และบุคลากรการบนิ
ชว่ งวกิ ฤติ COVID-19”
ของ

คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒสิ ภา
--------------------------------

ด้วยในคราวประชุมวุฒิสภา คร้ังท่ี ๑๗ (สมยั สามญั ประจำปคี ร้ังทห่ี นึ่ง) เมอื่ วันอังคารท่ี ๑๐
กันยายน ๒๕๖๒ ที่ประชุมวุฒิสภาได้ลงมติตั้งคณะกรรมาธิการการคมนาคม ซึ่งเป็นคณะกรรมาธิการสามัญ
ประจำวฒุ ิสภา ตามข้อบังคับการประชุมวฒุ สิ ภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอ้ ๗๘ วรรคสอง (๔) มีหนา้ ทีแ่ ละอำนาจ
พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ กระทำกิจการ พิจารณาสอบหาขอ้ เท็จจริง หรือศึกษาเรือ่ งใด ๆ ที่เกี่ยวกับ
การคมนาคม ทั้งการจราจรทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ ทางอวกาศ การขนส่งมวลชน การขนส่งสินค้า
การพาณิชยนาวี โครงสร้างพื้นฐานเชื่อมไทยเชื่อมโลก พิจารณาศึกษา ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัด
การปฏริ ูปประเทศ และแผนแม่บทภายใตย้ ุทธศาสตรช์ าตทิ อี่ ยู่ในหน้าทีแ่ ละอำนาจ และอน่ื ๆ ที่เก่ียวข้อง

บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้ดำเนินการพิจารณาศึกษา เรื่อง “ข้อเสนอเชิงนโยบายการบริหาร
จัดการธุรกิจสายการบิน ธุรกิจสนับสนุน และบุคลากรการบิน ช่วงวิกฤติ COVID-19” เสร็จเรียบร้อยแล้ว
จึงขอรายงานผลการพจิ ารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวตอ่ วฒุ สิ ภาตามขอ้ บังคบั การประชุมวฒุ สิ ภา พ.ศ. ๒๕๖๒
ข้อ ๙๘ ดงั นี้

๑. การดำเนนิ งาน

๑.๑ คณะกรรมาธิการได้มมี ติเลือกตำแหน่งตา่ ง ๆ ดังน้ี

๑.๑.๑ พลเอก ยอดยุทธ บญุ ญาธกิ าร ประธานคณะกรรมาธิการ

๑.๑.๒ พลโท จเรศักณิ์ อานุภาพ รองประธานคณะกรรมาธกิ าร

คนที่หน่งึ

๑.๑.๓ นายกำพล เลิศเกียรตดิ ำรงค์ รองประธานคณะกรรมาธกิ าร

คนที่สอง

๑.๑.๔ พลเอก ธวชั ชยั สมทุ รสาคร รองประธานคณะกรรมาธกิ าร

คนทีส่ าม

๑.๑.๕ นายวิรตั น์ เกสสมบูรณ์ รองประธานคณะกรรมาธกิ าร

คนทส่ี ่ี

๑.๑.๖ นางจิรดา สงฆ์ประชา เลขานุการคณะกรรมาธิการ

๑.๑.๗ นายเกียว แกว้ สุทอ รองเลขานกุ ารคณะกรรมาธกิ าร

๑.๑.๘ นายซากีย์ พทิ ักษค์ มุ พล โฆษกคณะกรรมาธกิ าร

๑.๑.๙ หม่อมหลวงสกลุ มาลากลุ รองโฆษกคณะกรรมาธกิ าร

คณะกรรมาธิการการคมนาคม วฒุ ิสภา ก

รายงานการพจิ ารณาศกึ ษา

ขอ้ เสนอเชงิ นโยบายการบรหิ ารจดั การธุรกิจสายการบิน
ธุรกจิ สนับสนุน และบุคลากรการบนิ ชว่ งวกิ ฤติ COVID-19

๑.๑.๑๐ พลอากาศเอก มนสั รูปขจร ประธานทปี่ รกึ ษาคณะกรรมาธิการ
๑.๑.๑๑ พลตรี กลชยั สวุ รรณบูรณ์ ทปี่ รกึ ษาคณะกรรมาธกิ าร
๑.๑.๑๒ นายอปุ กติ ปาจรียางกูร ที่ปรกึ ษาคณะกรรมาธิการ
๑.๑.๑๓ นายสุรสทิ ธ์ิ ตรีทอง ทป่ี รกึ ษาคณะกรรมาธกิ าร
๑.๑.๑๔ นายอมร นลิ เปรม ทป่ี รึกษาคณะกรรมาธกิ าร
๑.๑.๑๕ พลเรือเอก ชมุ นุม อาจวงษ์ กรรมาธิการ
๑.๑.๑๖ พลเอก เทพพงศ์ ทิพยจนั ทร์ กรรมาธกิ าร
๑.๑.๑๗ ร้อยเอก ประยุทธ เสาวคนธ์ กรรมาธกิ าร
๑.๑.๑๘ พลเรอื เอก พลั ลภ ตมศิ านนท์ กรรมาธกิ าร
๑.๑.๑๙ นายสรุ เดช จิรัฐิติเจริญ กรรมาธิการ

อนงึ่ นายเกียว แกว้ สุทอ ไดข้ อลาออกจากตำแหนง่ กรรมาธกิ ารในคณะกรรมาธิการ
การคมนาคม วุฒิสภา ตั้งแต่วันท่ี ๒๔ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๓ เป็นต้นไป และในคราวประชุมวุฒสิ ภา ครั้งที่ ๒๒
(สมัยสามญั ประจำปคี รั้งท่ีสอง) เป็นพิเศษ เมื่อวนั จันทร์ท่ี ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ที่ประชมุ วุฒิสภาไดม้ มี ติ
ตั้งนายสวุ รรณ เลิศปัญญาโรจน์ เป็นกรรมาธิการ ในคณะกรรมาธกิ ารการคมนาคม วุฒิสภา แทนตำแหน่ง
ทวี่ ่าง

๑.๒ คณะกรรมาธิการได้มีมติแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมาธิการ ตามข้อบังคับ

การประชุมวุฒสิ ภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๘๗ วรรคสี่ ดงั น้ี

๑.๒.๑ นางสาวลกั ษณ์พรรณ แสงสีทอง นติ กิ รชำนาญการพเิ ศษ

สำนกั กรรมาธกิ าร ๑

๑.๒.๒ นายชพู งศ์ สายสร้อย นติ กิ รชำนาญการ

สำนกั กรรมาธิการ ๑

๑.๓ คณะกรรมาธิการได้มีมติตั้งคณะอนุกรรมาธิการด้านการคมนาคมทางอากาศ

ในคณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา เพื่อทำหน้าท่ีพิจารณาศึกษา ติดตาม แนวทางการพัฒนาระบบ

การคมนาคมขนส่งทางอากาศของประเทศให้สอดคล้องกบั ยุทธศาสตร์ชาติ ท้งั นี้ ตามขอ้ บงั คับการประชุม

วฒุ สิ ภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๘๙ ซึง่ ปจั จุบันอนกุ รรมาธิการคณะนี้ ประกอบด้วย

๑.๓.๑ พลโท จเรศักณ์ิ อานุภาพ ประธานคณะอนกุ รรมาธกิ าร

๑.๓.๒ พลอากาศเอก มนสั รูปขจร รองประธานคณะอนุกรรมาธกิ าร

คนทหี่ นึง่

๑.๓.๓ นายกำพล เลศิ เกียรติดำรงค์ รองประธานคณะอนุกรรมาธกิ าร

คนทสี่ อง

๑.๓.๔ ร้อยเอก ประยุทธ เสาวคนธ์ รองประธานคณะอนกุ รรมาธิการ

คนทสี่ าม

๑.๓.๕ นายเกยี ว แกว้ สุทอ อนกุ รรมาธกิ าร

๑.๓.๖ พลอากาศเอก อิทธิศักดิ์ นาคะวิสทุ ธิ์ อนุกรรมาธิการ

ข คณะกรรมาธิการการคมนาคม วฒุ ิสภา

รายงานการพิจารณาศกึ ษา

ขอ้ เสนอเชิงนโยบายการบริหารจดั การธรุ กิจสายการบนิ
ธรุ กิจสนับสนนุ และบคุ ลากรการบิน ช่วงวกิ ฤติ COVID-19

๑.๓.๗ พลอากาศตรี วรี ะศกั ดิ์ นวลปลอด อนกุ รรมาธกิ าร

๑.๓.๘ นาวาอากาศเอก จริ พล เกอื้ ดว้ ง อนุกรรมาธิการ

๑.๓.๙ ร้อยโท อธิศักด์ิ พัดชนื่ ใจ อนกุ รรมาธิการ

๑.๓.๑๐ นาวาอากาศเอก กันตพ์ ัฒน์ มังคละศิริ อนุกรรมาธิการ

๑.๓.๑๑ นาวาอากาศโท ณฎั ฐ์ โหมาศวนิ อนุกรรมาธกิ าร

๑.๓.๑๒ พลอากาศเอก อภศิ ักดิ์ บญุ เผือ่ น เลขานกุ ารคณะอนกุ รรมาธิการ

๑.๓.๑๓ นายยงยศ แกว้ เขยี ว ที่ปรกึ ษาคณะอนุกรรมาธิการ

๑.๓.๑๔ นายชาลี เจรญิ สขุ ทป่ี รึกษาคณะอนุกรรมาธิการ

๑.๓.๑๕ พลเอก สุนยั สัมปตั ตะวนิช ท่ีปรึกษาคณะอนกุ รรมาธิการ

๑.๓.๑๖ พลเรอื เอก ชยั วฒั น์ ศรีอักขรินทร์ ท่ปี รึกษาคณะอนุกรรมาธกิ าร

๑.๓.๑๗ พลอากาศเอก ดิเรก พรหมประยรู ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ

๑.๓.๑๘ นางศริ ิพร เยน็ เปี่ยม ท่ปี รึกษาคณะอนุกรรมาธิการ

๑.๓.๑๙ นางวาสนา คงสกุลทรัพย์ ทป่ี รึกษาคณะอนุกรรมาธกิ าร

๑.๓.๒๐ เรืออากาศตรี สนอง มงิ่ เจริญ ทป่ี รึกษาคณะอนกุ รรมาธิการ

๑.๓.๒๑ พลอากาศเอก ชูชยั ดุลยโกเมศ ทปี่ รึกษาคณะอนุกรรมาธิการ

๑.๓.๒๒ พลอากาศเอก ทศพล สงา่ เนตร ที่ปรกึ ษาคณะอนกุ รรมาธิการ

๑.๔ คณะกรรมาธิการได้มีมติตั้งคณะทำงานศึกษาด้านการบริหารจัดการสายการบิน

ในคณะอนุกรรมาธกิ ารดา้ นการคมนาคมทางอากาศ เพอ่ื ทำหน้าที่ศึกษาการบรหิ ารจดั การธรุ กจิ สายการบิน

ช่วงวิกฤติ COVID-19 ซงึ่ คณะทำงานคณะนี้ ประกอบด้วย

๑.๔.๑ นายกำพล เลิศเกียรตดิ ำรงค์ หัวหน้าคณะทำงาน

๑.๔.๒ นายเกียว แกว้ สุทอ รองหัวหนา้ คณะทำงาน

๑.๔.๓ พลอากาศเอก อทิ ธศิ กั ด์ิ นาคะวสิ ุทธ์ิ คณะทำงาน

๑.๔.๔ พลอากาศโท ชนนนาถ เทพลบิ คณะทำงาน

๑.๔.๕ พลอากาศตรี วรี ะศักด์ิ นวลปลอด คณะทำงาน

๑.๔.๖ นาวาอากาศเอก จิรพล เกื้อด้วง คณะทำงาน

๑.๔.๗ นาวาอากาศโท ณฏั ฐ์ โหมาศวิน คณะทำงาน

๑.๔.๘ ร้อยโท อธศิ กั ดิ์ พัดช่ืนใจ คณะทำงาน

๑.๔.๙ ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์พรพมิ ล วิรยิ ะกลุ คณะทำงาน

๑.๔.๑๐ นายประเสรฐิ หวงั รัตนปราณี คณะทำงาน

๑.๔.๑๑ นายสิทธิศักดิ์ กลั ยาณประดษิ ฐ์ คณะทำงาน

๑.๔.๑๒ พลอากาศเอก อภศิ กั ดิ์ บญุ เผือ่ น คณะทำงานและเลขานกุ าร

๑.๔.๑๓ นางสาวจารุกร แมน้ จรงิ คณะทำงานและผูช้ ่วยเลขานกุ าร

คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา ค

รายงานการพิจารณาศึกษา

ขอ้ เสนอเชงิ นโยบายการบรหิ ารจัดการธรุ กจิ สายการบิน
ธุรกิจสนับสนุน และบคุ ลากรการบนิ ชว่ งวิกฤติ COVID-19

๑.๕ คณะกรรมาธิการได้มีมติตั้งคณะทำงานศึกษาด้านการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร

ในอุตสาหกรรมการบิน ในคณะอนกุ รรมาธกิ ารดา้ นการคมนาคมทางอากาศ เพอ่ื ทำหน้าที่ศึกษาการเตรียม

ความพรอ้ มบุคลากรการบนิ เชงิ บรู ณาการ ซง่ึ คณะทำงานคณะน้ี ประกอบด้วย

๑.๕.๑ นายกำพล เลศิ เกยี รติดำรงค์ หัวหนา้ คณะทำงาน

๑.๕.๒ นายเกยี ว แกว้ สทุ อ รองหวั หน้าคณะทำงาน

๑.๕.๓ พลอากาศเอก ทศพล สง่าเนตร คณะทำงาน

๑.๕.๔ พลอากาศเอก ดเิ รก พรหมประยรู คณะทำงาน

๑.๕.๕ พลเรอื เอก ชัยวฒั น์ ศรีอกั ขรินทร์ คณะทำงาน

๑.๕.๖ พลอากาศโท ชนนนาถ เทพลบิ คณะทำงาน

๑.๕.๗ นาวาอากาศเอก จิรพล เกือ้ ด้วง คณะทำงาน

๑.๕.๘ เรืออากาศตรี สนอง มงิ่ เจริญ คณะทำงาน

๑.๕.๙ รองศาสตราจารย์อรปภา ชตุ ิกรทวีสนิ คณะทำงาน

๑.๕.๑๐ ผูช้ ่วยศาสตราจารยเ์ สริมศกั ดิ์ อยูเ่ ยน็ คณะทำงาน

๑.๕.๑๑ นางสาวนวลหง อภธิ นาคณุ คณะทำงาน

๑.๕.๑๒ นายเพชรพงษ์ กำจรกจิ การ คณะทำงาน

๑.๕.๑๓ นายสุเทพ นมิ่ สาย คณะทำงาน

๑.๕.๑๔ พลอากาศเอก อภิศกั ด์ิ บุญเผ่อื น คณะทำงานและเลขานุการ

๑.๕.๑๕ รองศาสตราจารยธ์ ชั พนธ์ ยอดทอง คณะทำงานและผู้ชว่ ยเลขานุการ

๑.๖ คณะกรรมาธิการได้มีมติตั้งคณะทำงานศึกษาด้านศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานและ

อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอากาศยาน ในคณะอนุกรรมาธิการด้านการคมนาคมทางอากาศ เพื่อทำหน้าที่ศึกษา

โอกาสการพฒั นาศูนย์ซ่อมบำรงุ อากาศยานและอตุ สาหกรรมผลติ ช้ินส่วนอากาศยาน ซง่ึ คณะทำงานคณะนี้

ประกอบดว้ ย

๑.๖.๑ พลโท จเรศักณิ์ อานุภาพ หัวหนา้ คณะทำงาน

๑.๖.๒ นายเกียว แกว้ สทุ อ รองหัวหน้าคณะทำงาน

๑.๖.๓ พลเอก สุนัย สัมปตั ตะวนิช คณะทำงาน

๑.๖.๔ พลอากาศเอก อิทธศิ ักด์ิ นาคะวิสทุ ธิ์ คณะทำงาน

๑.๖.๕ พลอากาศตรี วรี ะศักดิ์ นวลปลอด คณะทำงาน

๑.๖.๖ นาวาอากาศเอก กนั ต์พฒั น์ มงั คละศิริ คณะทำงาน

๑.๖.๗ รองศาสตราจารย์ธัชพนธ์ ยอดทอง คณะทำงาน

๑.๖.๘ ผูช้ ว่ ยศาสตราจารย์เสริมศกั ด์ิ อยู่เยน็ คณะทำงาน

๑.๖.๙ นางสาวชนธั ฌา ศิวโมกษธรรม คณะทำงาน

๑.๖.๑๐ นายตติย มีเมศกุล คณะทำงาน

๑.๖.๑๑ นายพรี ะพนั ธ์ ชุตธิ นารตั น์ คณะทำงาน

๑.๖.๑๒ นางสาวลักษณีรายา คณานรุ ักษ์ คณะทำงาน

ง คณะกรรมาธิการการคมนาคม วฒุ ิสภา

รายงานการพจิ ารณาศกึ ษา
ขอ้ เสนอเชงิ นโยบายการบรหิ ารจัดการธรุ กจิ สายการบนิ
ธุรกิจสนับสนนุ และบุคลากรการบนิ ชว่ งวิกฤติ COVID-19

๑.๔.๑๓ พลอากาศเอก อภิศกั ดิ์ บญุ เผ่อื น คณะทำงานและเลขานุการ
๑.๔.๑๔ รองศาสตราจารย์อรปภา ชตุ กิ รทวสี นิ คณะทำงานและผูช้ ว่ ยเลขานุการ

๒. วธิ ีการพจิ ารณาศกึ ษา
๒.๑ คณะกรรมาธิการได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการด้านการคมนาคมทางอากาศ

พิจารณาศึกษาและจัดทำรายงานการพิจารณาศึกษาในเรื่องดังกล่าว โดยคณะอนุกรรมาธิการได้จัดให้มี
การประชุม จำนวน ๒๐ คร้งั ดงั นี้

๒.๑.๑ ครั้งท่ี ๒/๒๕๖๓ วันพุธที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๓
๒.๑.๒ ครง้ั ท่ี ๓/๒๕๖๓ วันพุธที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๓
๒.๑.๓ ครง้ั ที่ ๕/๒๕๖๓ วันพธุ ที่ ๑๒ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๓
๒.๑.๔ คร้ังที่ ๖/๒๕๖๓ วนั พุธท่ี ๑๙ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๓
๒.๑.๕ ครั้งที่ ๗/๒๕๖๓ วันพุธท่ี ๒๖ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๓
๒.๑.๖ ครั้งท่ี ๘/๒๕๖๓ วันศกุ รท์ ี่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๓
๒.๑.๗ ครั้งที่ ๙/๒๕๖๓ วันพุธที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๓
๒.๑.๘ ครง้ั ท่ี ๑๐/๒๕๖๓ วนั องั คารท่ี ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓
๒.๑.๙ ครั้งท่ี ๑๑/๒๕๖๓ วันพธุ ที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๓
๒.๑.๑๐ ครั้งท่ี ๑๒/๒๕๖๓ วนั พฤหสั บดีที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๖๓
๒.๑.๑๑ ครง้ั ที่ ๑๓/๒๕๖๓ วนั พุธท่ี ๑๐ มถิ นุ ายน ๒๕๖๓
๒.๑.๑๒ ครง้ั ท่ี ๑๔/๒๕๖๓ วนั พธุ ที่ ๑๗ มถิ ุนายน ๒๕๖๓
๒.๑.๑๓ ครงั้ ท่ี ๑๗/๒๕๖๓ วนั พธุ ท่ี ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓
๒.๑.๑๔ คร้งั ท่ี ๑๘/๒๕๖๓ วันพุธที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๓
๒.๑.๑๕ คร้ังท่ี ๒๐/๒๕๖๓ วันพุธท่ี ๕ สงิ หาคม ๒๕๖๓
๒.๑.๑๖ ครัง้ ท่ี ๒๒/๒๕๖๓ วนั พุธท่ี ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๓
๒.๑.๑๗ ครัง้ ที่ ๒๙/๒๕๖๓ วันพธุ ที่ ๒๑ ตลุ าคม ๒๕๖๓
๒.๑.๑๘ ครัง้ ที่ ๓๐/๒๕๖๓ วนั พธุ ท่ี ๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๓
๒.๑.๑๙ ครง้ั ท่ี ๓๑/๒๕๖๓ วันพุธท่ี ๔ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓
๒.๑.๒๐ ครง้ั ท่ี ๓๒/๒๕๖๓ วนั พุธที่ ๑๑ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓

๒.๒ คณะกรรมาธกิ ารได้เชิญผู้แทนหน่วยงานมาใหข้ อ้ มูลข้อเทจ็ จรงิ ประกอบการพิจารณา
ศกึ ษาในคณะอนุกรรมาธกิ าร ดังนี้

๒.๒.๑ คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒสิ ภา
- พลตำรวจตรี วิชาญญว์ ชั ร์ บริรกั ษก์ ุล
รองประธานคณะอนกุ รรมาธิการ
ดา้ นการจัดหางานและพฒั นา
ฝีมือแรงงาน คนท่ีสาม

คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา จ

รายงานการพจิ ารณาศกึ ษา

ข้อเสนอเชิงนโยบายการบรหิ ารจดั การธุรกจิ สายการบนิ
ธรุ กจิ สนับสนุน และบุคลากรการบิน ชว่ งวิกฤติ COVID-19

๒.๒.๒ สำนักนายกรฐั มนตรี

สำนักงานสภาพฒั นาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

(๑) นางภาวิณา อัศวมณีกุล ผู้เช่ยี วชาญด้านวิเคราะห์การลงทนุ

(๒) นางสาวภัทราพร ล่ีดำรงวัฒนากุล นักวิเคราะหน์ โยบายและแผน

ชำนาญการพิเศษ

(๓) นายกฤชสร จารพุ ศนิ นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน

ชำนาญการ

สถาบันคุณวุฒวิ ชิ าชีพ (องคก์ ารมหาชน)

(๑) นายนพดล ปยิ ะตระภูมิ ผอู้ ำนวยการสถาบันคุณวุฒวิ ิชาชพี

(๒) นางสาวจลุ ลดา มีจุล รองผอู้ ำนวยการสถาบนั คณุ วฒุ ิ

วชิ าชีพ ฝา่ ยวิชาการ

(๓) นางสาวโอมิกา บญุ กัน รกั ษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการ

สำนกั บริหารคุณวุฒิวชิ าชพี ๑

๒.๒.๓ กระทรวงกลาโหม
สถาบันเวชศาสตรก์ ารบนิ กองทพั อากาศ
- นาวาอากาศเอก ศภุ ชัย สินธวาลัย รองผู้อำนวยการสถาบนั
เวชศาสตรก์ ารบินกองทัพอากาศ

๒.๒.๔ กระทรวงการคลัง ผอู้ ำนวยการกองสทิ ธิประโยชน์
กรมศุลกากร ทางภาษอี ากร
- นางกฤตกิ า ปัน้ ประเสริฐ

กรมสรรพสามิต ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐาน
(๑) นางสาวชลธาร วิศรตุ วงศ์ และพัฒนาการจัดเก็บภาษี ๒
ผู้อำนวยการส่วนมาตรฐาน
(๒) นางสุภา เอ่ียมโอภาส และพฒั นาการจดั เกบ็ ภาษี ๑
นักวิชาการภาษชี ำนาญการ
(๓) นางสาววลยั ภรณ์ รตั นพนั ธ์

ธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้อำนวยการสายกำกบั
(๑) นายทดั ลาภ เผา่ เหลืองทอง สถาบันการเงิน ๑
รองผอู้ ำนวยการสายกำกับ
(๒) นายถนอม โพธท์ิ อง สถาบันการเงิน ๑

(๓) นางสาวธิดารัตน์ สนธิมโนธรรม ผู้ตรวจสอบอาวุโส

ฉ คณะกรรมาธิการการคมนาคม วฒุ ิสภา

รายงานการพจิ ารณาศึกษา

ข้อเสนอเชิงนโยบายการบริหารจดั การธุรกจิ สายการบนิ
ธุรกิจสนบั สนนุ และบคุ ลากรการบนิ ช่วงวิกฤติ COVID-19

ธนาคารกรงุ ไทย ผ้ชู ว่ ยกรรมการผจู้ ัดการใหญ่
(๑) นางสาวเกษราภรณ์ ประพฤติธรรม ผูอ้ ำนวยการฝา่ ย
(๒) นางสาวพัชรีวรรณ์ โททนุคามิน

ธนาคารเพื่อการสง่ ออกและนำเข้าแหง่ ประเทศไทย
(๑) นางวรางคณา วงศ์ข้าหลวง รองกรรมการผจู้ ดั การ
(๒) นายอิทธิพล เลศิ ศักดิ์ธนกุล ผอู้ ำนวยการอาวโุ ส
(๓) นางสาวเปรมใจ ลลี าวราลกั ษณ์ รองผ้อู ำนวยการ
(๔) นางสาวศุภรดา จริ วงศ์ พนักงานปฏบิ ัตกิ าร

๒.๒.๕ กระทรวงคมนาคม รองอธิบดี ด้านเศรษฐกจิ
กรมท่าอากาศยาน นกั วชิ าการขนส่งชำนาญการพเิ ศษ
(๑) นายวทิ วสั ภกั ดสี ันติสกลุ นักทรัพยากรบุคลลชำนาญการ
(๒) นางสาวพิมลวรรณ แย้มอยู่
(๓) นายณัฐกรณ์ ประจิตร์

สำนักงานการบนิ พลเรือนแห่งประเทศไทย

(๑) นายกลศ เสนาลักษณ์ ผู้จดั การฝา่ ยมาตรฐานผู้ประจำหนา้ ท่ี

(๒) นายไพสฐิ เหราบตั ย์ ผ้จู ัดการฝ่ายสมควรเดนิ อากาศ

และวิศวกรรมการบิน

(๓) นางภาวนา วงศพ์ าที ผูจ้ ัดการฝ่ายสง่ เสริมอุตสาหกรรม

การบิน

(๔) นายจกั รกฤษณ เขยี นสา หัวหนา้ กองตรวจสอบมาตรฐาน

หน่วยซอ่ มบำรงุ

(๕) นางสาวปารมิตา อุทาสิน หัวหนา้ กองเศรษฐกิจการบิน

(๖) นางสาวอรกนษิ ฐ์ จนั ทร์แปลง หัวหนา้ กองใบอนญุ าตผู้ประจำหน้าท่ี

(๗) นายอุดมพร แซ่ล้มิ หวั หนา้ กองตรวจสอบมาตรฐาน

อากาศยานและผลิตภณั ฑด์ ้านการบิน

(๘) นายวรพล ทรงลักษณ์ พนักงานฝา่ ยสง่ เสรมิ อุตสาหกรรม

การบนิ

สถาบนั การบินพลเรอื น

(๑) พันจา่ อากาศเอก พนั ศักด์ิ เนินทราย

ผู้อำนวยการกองวชิ าบรกิ ารการบนิ

รักษาการรองผวู้ ่าการ ฝา่ ยวชิ าการ

(๒) นาวาอากาศโท อภชิ าติ วาทะวฒั นะ ผู้อำนวยการศูนย์ฝกึ การบนิ

(๓) นายวิโรจน์ น้อยวิไล ผู้อำนวยการกองช่างอากาศยาน

คณะกรรมาธิการการคมนาคม วฒุ ิสภา ช

รายงานการพิจารณาศกึ ษา

ขอ้ เสนอเชิงนโยบายการบรหิ ารจดั การธุรกิจสายการบนิ
ธรุ กิจสนบั สนนุ และบคุ ลากรการบนิ ช่วงวิกฤติ COVID-19

บริษทั ทา่ อากาศยานไทย จำกดั (มหาชน)
(๑) นายอษั ฎางค์ ขำคมกุล ผชู้ ว่ ยกรรมการผูอ้ ำนวยการใหญ่

สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด
(๒) รอ้ ยตรหี ญงิ ศิวพร ฉิมพลี เจา้ หน้าท่วี เิ คราะห์อาวุโส

บรษิ ทั วิทยุการบนิ แหง่ ประเทศไทย จำกดั
(๑) นายกัมปนาท มหัทธนธรรม ผู้อำนวยการกองพฒั นาทรัพยากร

บุคคลด้านปฏิบตั ิการ
(๒) นางพรวลัย วศิ าลธีระกร ผู้อำนวยการกองบริหารทรัพยากร

บคุ คล

๒.๒.๖ กระทรวงพลังงาน หัวหน้ากลมุ่ อนุญาตและทะเบียน
กรมธรุ กิจพลังงาน
- นางพรรณทิพย์ พว่ งลา

สำนกั งานนโยบายและแผนพลังงาน
(๑) นายอนิรุทธิ์ ธนกรมนตรี ผอู้ ำนวยการกองนโยบายปิโตรเลยี ม
(๒) นายฤกษ์ฤทธ์ิ เคนหาราช หัวหนา้ กล่มุ น้ำมนั

และก๊าซปิโตรเลยี มเหลว

๒.๒.๗ กระทรวงแรงงาน

กรมการจัดหางาน

(๑) นางสาวสุวกลุ ไตรรตั นผ์ ลาดล ผู้อำนวยการกองบริหารข้อมลู

ตลาดแรงงาน

(๒) นางรชฏา ดุกสุกแกว้ นกั วิชาการแรงงานชำนาญการ

กรมพัฒนาฝมี ือแรงงาน ผู้ตรวจราชการกรม
- นายชยั มีเดชา

กรมสวัสดกิ ารและคมุ้ ครองแรงงาน
(๑) นางร้งุ ลาวัลย์ กัณฑสทิ ธ์ิ ผอู้ ำนวยการกลุ่มงานป้องกัน

และแกไ้ ขปญั หาด้านแรงงาน
(๒) นางสาวจุฑาพร ศกั ดริ์ ัตน์ นักวิชาการแรงงานปฏบิ ตั ิการ

๒.๒.๘ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

(๑) นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ

การอาชีวศึกษา

(๒) นางปทั มา วรี ะวานิช ที่ปรกึ ษาสำนักงานคณะกรรมการ

การอาชวี ศกึ ษา

ซ คณะกรรมาธิการการคมนาคม วฒุ ิสภา

รายงานการพิจารณาศึกษา

ขอ้ เสนอเชิงนโยบายการบรหิ ารจดั การธรุ กิจสายการบิน
ธุรกจิ สนับสนุน และบุคลากรการบนิ ช่วงวกิ ฤติ COVID-19

(๓) นางอรทยั โยธินรุ่งเรือง สุดสงวน ผอู้ ำนวยการวทิ ยาลัยเทคนคิ สัตหบี

๒.๒.๙ บริษัท การบนิ กรงุ เทพ จำกดั (มหาชน)

(๑) Vasana Kongsomtong Director - Flight Dispatch and

Operation Engineering

(๒) Suphanpim Potchanayon Director - Cabin Operations

(๓) Duangjai Wuthikamonchai Director - Human Resources

Management

(๔) Nutjanart Jundaeng Deputy Director - Station

(๕) Punnipa Khongkharat Senior Manager - Technical

Administration

(๖) Panruetai Keereesee Manager - Technical Quality

(๗) Anurak Tongpoonkij Manager - Engineering

๒.๒.๑๐ บริษทั การบินไทย จำกดั (มหาชน)

(๑) นายกรกฎ ชาตะสิงห์ รกั ษาการกรรมการผจู้ ัดการ

ฝ่ายบรกิ ารลูกค้าภาคพ้ืน

(๒) เรืออากาศโท สมหวัง อรัมสจั จากลู รักษาการผู้อำนวยการใหญ่

ฝา่ ยซอ่ มใหญ่

(๓) นายวลั ลภ ภิบาลญาติ ผอู้ ำนวยการฝา่ ยบริการอากาศยาน

(๔) นายอนชุ า พจมานวิมล รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายควบคุม

การปฏิบตั ิการหน่วยธุรกจิ การบริการ

ภาคพ้ืน

(๕) นายรณยุทธ โสภาวนสั ผูจ้ ดั การกองบริหารงานท่ัวไป

(๖) นายสรกฤช วรรณลักษณ์ ผจู้ ดั การกองส่ือสารประชาสัมพนั ธ์

พนักงานตอ้ นรับบนเครอ่ื งบนิ

(๗) นายศภุ ชัย ชกู ล่นิ ผจู้ ดั การแผนกคลงั เครื่องใช้

ในเคร่ืองบนิ

(๘) นายณัฐพงศ์ ดฐิ ฐาพงศ์ Chief (Specialist)

สังกัด กองวเิ คราะหแ์ ละควบคมุ

คณุ ภาพงานบรกิ ารบนเครื่องบิน

(๙) นายธรี เดช ธรรมปาโล Chief (Specialist)

สงั กดั กองอำนวยการบิน

(๑๐) นายวราวธุ มลู พันธ์ุ Chief (Specialist)

สังกัด กองระเบียบและวนิ ัยบคุ ลากร

คณะกรรมาธิการการคมนาคม วฒุ ิสภา ฌ

รายงานการพจิ ารณาศกึ ษา

ขอ้ เสนอเชิงนโยบายการบริหารจดั การธรุ กจิ สายการบนิ
ธุรกิจสนับสนนุ และบคุ ลากรการบนิ ชว่ งวกิ ฤติ COVID-19

๒.๒.๑๑ บริษัท บางกอกเอวเิ อชั่นเซ็นเตอร์ จำกัด
(๑) นาวาอากาศเอก โชคชยั สภานนท์ รองประธานเจ้าหน้าท่ี
ฝ่ายปฏบิ ตั กิ าร
(๒) นาวาอากาศตรี จักรนิ ทร์ กัญญาลักษณ์ ผ้อู ำนวยการ
ฝา่ ยปฏบิ ตั กิ ารบนิ

๒.๒.๑๒ บริษัท ไทย ไลอ้อน เมนทารี จำกดั

- นายถวัลย์ เทยี นทอง ผ้อู ำนวยการฝ่ายวิศวกรรมอากาศยาน

๒.๒.๑๓ บริษัท อตุ สาหกรรมการบนิ จำกดั
(๑) นาวาอากาศโท สุรศักดิ์ ภู่ทอง รักษาการผูช้ ว่ ยกรรมการผูจ้ ัดการ
(๒) นาวาอากาศโท กานต์ การณุ พักตร์ ผอู้ ำนวยการฝา่ ยวศิ วกรรม
ประกอบดดั แปลงอากาศยาน

๒.๒.๑๔ มหาวทิ ยาลัยอัสสัมชญั อาจารย์
(๑) รองศาสตราจารย์จริ ะเดช คงทน คณะวศิ วกรรมศาสตร์
เลขานุการคณบดี
(๒) นางสาวศิรปิ ระภา ศริ ิวงศต์ ระกลู คณะวิศวกรรมศาสตร์

๒.๒.๑๕ สมาคมนกั บินไทย กปั ตัน
(๑) นายพลพัฒน์ ไกรสมพงษ์ นักบนิ
(๒) นายกรภัทร์ นาคจู

๒.๒.๑๖ สมาคมนายช่างอากาศยาน

(๑) พันจา่ อากาศเอก พชรภณ วรี ะกจิ พานชิ นายกสมาคม

(๒) นายอนุพงษ์ เรือนสอาด อุปนายกสมาคม คนที่ ๒

(๓) นายพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ ประธานท่ีปรกึ ษาสมาคม

(๔) นาวาอากาศตรี บญั ชา ชนุ สิทธิ์ ประธานอนกุ รรมการ

ภาครัฐและเอกชน

กลุม่ อุตสาหกรรมการบิน

๒.๒.๑๗ สมาคมส่งเสรมิ การรับช่วงการผลิตไทย

(๑) นายเกียรติศกั ดิ์ จริ ะขจรวงศ์ นายกสมาคม

(๒) นายสมควร จนั ทร์แดง ประธานคลัสเตอรอ์ ตุ สาหกรรม

การบินเเละโลจสิ ติกส์

(๓) นางสาวเสาวคนธ์ ภุมมาลี รองประธานคลสั เตอร์อตุ สาหกรรม

การบนิ เเละโลจิสตกิ ส์

(๔) นางสาวปิยฉัตร สุขเรอื น ผูจ้ ัดการสมาคม

ญ คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา

รายงานการพิจารณาศึกษา
ข้อเสนอเชงิ นโยบายการบริหารจัดการธุรกจิ สายการบิน
ธุรกิจสนบั สนนุ และบคุ ลากรการบิน ช่วงวกิ ฤติ COVID-19

๒.๒.๑๘ สมาคมอุตสาหกรรมอากาศยานไทย
- นางสาวชลฤดี จารกุ าญจน์ ผ้แู ทนสมาคม

๒.๓ คณะกรรมาธิการไดม้ ีมติเดนิ ทางไปศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนความคดิ เห็นเก่ียวกับ
การผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน การผลิตบุคลากรสาขาวิศวกรรมการบิน และการพัฒนาหลักสูตรการเรียน
การสอนด้านการบินพลเรือน ณ บริษัท เลนโซ่ แอโรสเปซ จำกัด และมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขต
สวุ รรณภมู ิ เมื่อวันพุธที่ ๑๙ สงิ หาคม ๒๕๖๓

๒.๔ คณะกรรมาธิการได้จัดสัมมนา เรื่อง “อนาคตของอุตสาหกรรมการบินของชาติ :
วิกฤติ จดุ เปล่ียน และโอกาส” ณ โรงแรมมิราเคลิ แกรนด์ คอนเวนชั่น กรงุ เทพมหานคร เม่ือวันพุธที่ ๓๐
กันยายน ๒๕๖๓

๓. ผลการพิจารณาศกึ ษา
คณะกรรมาธิการขอรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ข้อเสนอเชิงนโยบายการบริหาร

จัดการธุรกิจสายการบิน ธุรกิจสนับสนุน และบุคลากรการบิน ช่วงวิกฤติ COVID-19 โดยคณะกรรมาธิการ
ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการด้านการคมนาคมทางอากาศดำเนินการพิจารณาศึกษากรณีดังกล่าว
ซงึ่ คณะกรรมาธิการได้พจิ ารณารายงานของคณะอนุกรรมาธกิ ารดว้ ยความละเอียดรอบคอบแล้ว และได้มมี ติ
ให้ความเห็นชอบกับรายงานดังกล่าว โดยถอื เปน็ รายงานการพจิ ารณาศกึ ษาของคณะกรรมาธิการ

จากการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวข้างต้น คณะกรรมาธิการจึงขอเสนอรายงาน
การพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธกิ ารโดยมีรายละเอียดตามรายงานท้ายนี้ เพื่อให้วุฒิสภาได้พจิ ารณา
หากวุฒิสภาให้ความเห็นชอบด้วยกับผลการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการ ขอได้โปรดแจ้งไปยัง
คณะรัฐมนตรีเพ่ือพจิ ารณาและดำเนนิ การตามแตเ่ ห็นสมควรต่อไป ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ
และประชาชนสบื ไป

(นางจิรดา สงฆ์ประชา)
เลขานกุ ารคณะกรรมาธิการการคมนาคม

วฒุ สิ ภา

คณะกรรมาธิการการคมนาคม วฒุ ิสภา ฎ



รายงานการพจิ ารณาศึกษา
ขอ้ เสนอเชงิ นโยบายการบริหารจดั การธุรกจิ สายการบิน
ธรุ กจิ สนับสนนุ และบุคลากรการบิน ช่วงวกิ ฤติ COVID-19

บทสรุปผบู้ ริหาร

หลกั การและความสอดคลอ้ ง
ธรุ กิจสายการบินและธุรกจิ สนับสนุนเป็นหน่ึงในคลัสเตอรอ์ ุตสาหกรรมการบินที่เป็นอุตสาหกรรม

แหง่ อนาคต (New S-Curve) ภายใตน้ โยบายการพฒั นาอตุ สาหกรรมการบนิ และโลจิสตกิ ส์ ตามเป้าหมาย
การพัฒนาอุตสาหกรรมไทยแลนด์ ๔.๐ ซึ่งสอดคล้องกับกรอบแนวทางการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติ
(พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน และยังสอดคล้องกับแผนพัฒนาต่าง ๆ
ประกอบด้วย ยทุ ธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนสง่ ระยะ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙) ยทุ ธศาสตร์
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ - ๒๕๖๕ ยุทธศาสตร์การพัฒนา
อุตสาหกรรมการบินของชาติ พ.ศ. ๒๕๕๙ - ๒๕๗๔ แผนแม่บทการขนส่งทางอากาศของประเทศ ระยะ
๑๕ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๗๖) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔)
และยุทธศาสตร์กระทรวงคมนาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔ นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับแผนการปฏิรูป
ประเทศด้านเศรษฐกิจโดยการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยึด
หลักการ เศรษฐกจิ ไทยตอ้ ง “แข่งขนั ได้ - กระจายประโยชนส์ ูป่ ระชาชน - เตบิ โตย่งั ยืน”

บทนำ
อุตสาหกรรมการบินของไทยเป็นปัจจัยหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศที่สามารถ

สร้างรายได้เข้าประเทศจากนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า ๒ ล้านล้านบาท จากสถิติปี พ.ศ. ๒๕๖๒ จำนวน
ผูโ้ ดยสารทัง้ ชาวไทยและชาวต่างชาติกว่า ๑๖๕ ล้านคน เปน็ นกั ท่องเท่ยี ว ๓๙.๘ ล้านคน มีเที่ยวบินกว่า
๑ ล้านเที่ยวบิน มีการขนส่งสินค้าถึง ๑.๔๓ ล้านตัน เส้นทางบินภายในประเทศ ๖๗ เส้นทาง ระหว่าง
ประเทศ ๓๘๒ เส้นทาง มีท่าอากาศยาน ๓๘ แห่ง โดยอยู่ในความรับผิดชอบของกรมท่าอากาศยาน
จำนวน ๒๘ แห่ง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน ๖ แห่ง บริษัท การบินกรุงเทพ
จำกัด (มหาชน) จำนวน ๓ แห่ง และกองทัพเรือ จำนวน ๑ แห่ง ด้วยศักยภาพและความพร้อมทำให้
อุตสาหกรรมการบินเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วนำไปสู่การวางรากฐานการเป็นศูนย์กลางธุรกิจการบิน
ระดบั โลก (Global Aviation Hub)

จุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมการบินทั่วโลก หลังได้รับผลกระทบจากวิกฤติการณ์ COVID-19
ตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. ๒๕๖๓ จนถึงปัจจุบัน ต้องสูญเสียรายได้กว่า ๓๑๔,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับ
อุตสาหกรรมการบินในประเทศไทยนั้นมีมูลค่ามากกว่าร้อยละ ๑๕.๕ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ
โดยในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ธุรกิจการบินสัญชาติไทย มีมูลค่าตลาดรวม ๓๑๙,๐๐๐ ล้านบาท และในปี พ.ศ.
๒๕๖๓ หดตัวกว่าร้อยละ ๖๕ คงเหลือประมาณ ๑๒๑,๐๐๐ ล้านบาท ปรากฏการณ์ที่เกิดเป็นภัยคุกคาม
ต่อระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง เมื่อการเดินทางและการขนส่งทางอากาศลดลง ส่งผลให้กลุ่มคลัสเตอร์
อุตสาหกรรมการบิน เช่น สนามบินหยุดดำเนินการ ธุรกิจการบินขาดรายได้ขาดสภาพคล่องประสบภาวะ
ขาดทุน บางแห่งประสบภาวะล้มละลาย และบางแห่งประกาศปิดกิจการ ส่วนกลุ่มบุคลากรการบิน
ของไทยที่มีการจ้างงานมากกว่า ๔.๓ ล้านตำแหน่ง จัดว่าเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงเนื่องจากความต้องการ
ของตลาดแรงงานลดน้อยลง จึงเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับภาครัฐและภาคเอกชนของไทยในการ

คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา ฐ

บทสรุปผบู้ รหิ าร

จัดการบุคลากรการบินทั้งในกลุ่มที่เกินความต้องการและในกลุ่มที่ยังมีความจำเป็นต่อการปฏิบัติงาน
ด้านการบินให้มีทักษะและความพร้อมในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยตาม
มาตรฐานสากลภายใต้ข้อจำกัดทางด้านต้นทุนที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการบินส่วนใหญ่เริ่มขาด
สภาพคล่องทางการเงิน รวมถึงอุตสาหกรรมศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานและอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วน
อากาศยานเปน็ ธุรกจิ สนับสนุนที่ได้รับผลกระทบจากการลดลงของเที่ยวบนิ ที่ส่งผลใหจ้ ำนวนอากาศยาน
ที่ต้องซ่อมบำรุงและปริมาณการใช้ชิ้นส่วนอากาศยานลดน้อยลง ปัจจัยเหล่านี้เป็นเหตุให้ศูนย์ซ่อมบำรุง
ขาดรายได้ และการผลิตชิน้ ส่วนอากาศยานลดกำลงั การผลิต นอกจากนี้ยังมธี รุ กจิ บรกิ ารภาคพื้นและอืน่ ๆ
ท่ีได้รบั ผลกระทบเช่นเดยี วกัน

ดว้ ยความสำคัญของธุรกิจสายการบินท่ีเปน็ องค์ประกอบแรกของโซ่อุปทานอตุ สาหกรรมการบิน
(Aviation Industry Supply Chain) และมีอิทธิพลต่อธุรกิจสนับสนุน ในขณะนี้ยังได้รับผลกระทบจาก
การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ที่ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะยุติลงภายในระยะเวลาอันใกล้
ซึ่งหากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินเป็นไปตามการคาดการณ์ของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่าง
ประเทศ และสำนกั งานสภาพฒั นาการเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ ท่ีไดร้ ะบวุ ่าจะใช้เวลาสงู สดุ ๔ - ๕ ปี
รวมถึงกระทรวงคมนาคมได้คาดการณ์การบินระหว่างประเทศอาจใช้เวลาไม่น้อยกว่า ๕ ปี คือประมาณ
ปี พ.ศ. ๒๕๖๘ ส่วนการฟื้นตัวของการบินภายในประเทศอาจใช้เวลาอีกอย่างน้อย ๒ - ๓ ปี โดยลักษณะ
การฟื้นตัวของธุรกิจการบินจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป อย่างไรก็ตาม แม้ในอนาคตอันใกล้จะมีการนำ
วคั ซีนมาใช้เพอ่ื ป้องกันโรค แต่ความสญู เสยี ทางเศรษฐกจิ คงตอ้ งใช้เวลาหลายปีในการฟื้นฟูอุตสาหกรรม
การบินให้กลับมาเฟื่องฟูได้เท่าเดิม ความเสียหายในวงกว้างทำให้ปัจจัยสภาวะแวดล้อมทั้งภายในและ
ภายนอกเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น หากธุรกิจสายการบินไม่สามารถอยู่รอดและก้าวผ่าน
วกิ ฤตแิ ลว้ ย่อมส่งผลกระทบไปยงั คลสั เตอร์อตุ สาหกรรมการบินในภาพรวม

คณะอนุกรรมาธิการด้านการคมนาคมทางอากาศ ในคณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา
มีอำนาจและหน้าที่พิจารณาศึกษา ติดตาม เสนอแนะ เร่งรัดการปฏิรูปประเทศ ตามแผนแม่บทภายใต้
ยุทธศาสตร์ชาติ ได้พิจารณาถึงความสำคัญและความท้าทายของสถานการณ์แวดล้อมในปัจจุบัน
ทั้งในมิติของวิกฤติ จุดเปลี่ยน และโอกาสของอุตสาหกรรมการบินของประเทศที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
จึงเห็นควรพิจารณาศึกษา “ข้อเสนอเชิงนโยบายการบริหารจัดการธุรกิจสายการบิน ธุรกิจสนับสนุน
และบุคลากรการบิน ช่วงวิกฤติ COVID-19” ในรูปแบบชุดโครงการ โดยพิจารณาศึกษากลุ่มธุรกิจที่มี
ความเกี่ยวเนื่องกัน แบ่งออกเป็นโครงการย่อย ๓ โครงการ ประกอบด้วย (๑) การบริหารจัดการธุรกิจ
สายการบิน ช่วงวิกฤติ COVID-19 (๒) การเตรียมความพร้อมบุคลากรการบินเชิงบูรณาการ (๓) โอกาส
การพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานและอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอากาศยาน โดยมุ่งเป้าหมายเพื่อนำเสนอ
แนวทางและมาตรการลดผลกระทบและฟื้นฟูธุรกิจสายการบินและธรุ กิจสนับสนุนให้อยู่รอดและมีความ
แข็งแกร่งพร้อมแข่งขันในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจฟื้นตัวและพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมการบินของไทย
สู่การเป็นศูนย์กลางการเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสารและสินค้า (Transfer Hub) และศูนย์กลางธุรกิจการบิน
ระดับโลก (Global Aviation Hub) ในอนาคต

ฑ คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา

รายงานการพจิ ารณาศึกษา
ข้อเสนอเชงิ นโยบายการบรหิ ารจัดการธรุ กิจสายการบนิ
ธุรกิจสนับสนนุ และบคุ ลากรการบนิ ชว่ งวกิ ฤติ COVID-19

กรอบแนวคดิ การพิจารณาศกึ ษา
รปู แบบการพจิ ารณาศึกษาโครงการยอ่ ย ๓ โครงการ มีรายละเอียดดงั น้ี
๑. การบริหารจัดการธุรกิจสายการบิน ช่วงวิกฤติ COVID-19 พิจารณาศึกษาสภาพปัจจุบัน

ของปัญหาและอุปสรรคที่มีผลกระทบต่อการบริหารจัดการสายการบิน สถานการณ์ของสายการบิน
ก่อนและหลังเกิดวิกฤติ โอกาสการเสริมสร้างศักยภาพสายการบินของไทย และมาตรการลดผลกระทบ
จากภาวะวกิ ฤติ

๒. การเตรียมความพร้อมบุคลากรการบินเชิงบูรณาการ พิจารณาศึกษาสภาพปัญหาและ
กระบวนการเตรียมความพร้อมและโอกาสการเสริมสร้างสมรรถนะของบุคลากรในอุตสาหกรรมการบิน
โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องได้รับใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ แนวทางการบูรณาการการทำงานของหน่วยงาน
กำกับดูแลและหน่วยงานสนับสนุน

๓. โอกาสการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานและอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอากาศยาน พิจารณา
ศึกษาศักยภาพ ความพร้อม โอกาส ความท้าทายของอุตสาหกรรม ทั้งระยะก่อนและหลังเกิดวิกฤติ
COVID-19 รวมถึงแนวทางการฟืน้ ฟแู ละพัฒนาอตุ สาหกรรมศูนย์ซอ่ มบำรุงอากาศยานและอุตสาหกรรม
ผลติ ชิน้ ส่วนอากาศยาน

การพิจารณาศึกษาทัง้ ๓ โครงการ เปน็ การศึกษาองคป์ ระกอบสำคัญในกลมุ่ คลัสเตอรอ์ ุตสาหกรรม
การบินที่มีความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยง จึงนำรายละเอียดข้างต้นมากำหนดเป็นกรอบแนวคิดการพิจารณา
ศกึ ษา แสดงดงั ภาพ

คณะกรรมาธิการการคมนาคม วฒุ ิสภา ฒ

บทสรุปผูบ้ รหิ าร

ผลการพจิ ารณาศกึ ษา

โครงการยอ่ ยท่ี ๑ การบรหิ ารจัดการธรุ กจิ สายการบนิ ชว่ งวิกฤติ COVID-19

สภาพปจั จบุ นั ของปญั หาและอุปสรรคทมี่ ผี ลกระทบตอ่ การบริหารจัดการสายการบิน
ธุรกิจการบินสัญชาติไทยเผชิญหน้ากับวิกฤติท่ามกลางแนวโน้มการหดตัวของการเดินทาง

และการขนส่งทางอากาศทั่วโลกที่ลดลงกว่าร้อยละ ๕๐ ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ปริมาณการค้าโลก
และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ลดลง รวมถึงผลกระทบจากมาตรการปิดน่านฟ้า และการหยุดบิน
ชั่วคราว แม้ว่าปัจจุบันจะมีมาตรการผ่อนคลายการเดินทาง แต่การฟื้นตัวของธุรกิจการบินเกิดขึ้น
อย่างค่อยเป็นค่อยไป นอกจากนี้ก่อนเกิดภาวะวิกฤติ สายการบินประเภทบริการเต็มรูปแบบ ( Full
Service Airline) และสายการบินต้นทุนต่ำ (Low Cost Airline) มีฐานะทางการเงินไม่แข็งแรงจาก
ผลประกอบการที่ขาดทุนสะสมต่อเนื่อง รวมถึงตลาดการบินในประเทศมีการแข่งขันด้านราคา
อย่างรุนแรง ทำให้ธุรกิจขาดสภาพคล่องในการบริหาร ส่งผลให้สายการบินไทยและสายการบินนกแอร์
ประสบภาวะล้มละลาย และสายการบินนกสกู๊ตปิดกิจการ ส่วนสายการบินรายอื่น ๆ แม้จะยังดำเนินการ
แต่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องและรอการฟื้นตัวของการบิน ในภาวะวิกฤติเช่นนี้ เนื่องจากธุรกิจ
การบินมีความเส่ียงสูง อาจทำให้ขาดความสามารถในการชำระหน้ี อีกทั้งการกอ่ หน้ีเพ่ิมต้องใช้หลักทรัพย์
คำ้ ประกัน จึงเป็นอุปสรรคทท่ี ำใหส้ ายการบนิ ไม่สามารถเขา้ ถงึ แหลง่ ทุนได้

สถานการณ์และโอกาสการเสรมิ สรา้ งศักยภาพสายการบนิ ของไทย
อุตสาหกรรมการบินของไทยในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมามีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในปี พ.ศ. ๒๕๖๒

มีสถิติจำนวนผู้โดยสารถึง ๑๖๕ ล้านคน ปริมาณการขนส่งสินค้า ๑.๔๙ ล้านตัน และจำนวนเที่ยวบิน
๑.๐๖ ล้านเที่ยวบิน เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทั้งเส้นทางบินระหว่างประเทศ
และเส้นทางบินในประเทศ การขยายตัวของอุตสาหกรรมการบินทำให้สถิติในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ มีผู้ได้รับ
ใบอนุญาตประกอบกิจการการค้าขายในการเดินอากาศ (Air Operating License: AOL) จำนวน
๔๓ ราย สถาบันฝึกอบรมด้านการบิน จำนวน ๑๗ แห่ง สถานีซ่อมบำรุง จำนวน ๒๕๔ แห่ง และมี
อากาศยานจดทะเบียน จำนวน ๖๗๙ ลำ จึงเห็นได้ว่า เมื่อธุรกิจการบินเติบโตขึ้น ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง
และธุรกจิ สนับสนนุ อื่น ๆ ขยายตัวในทศิ ทางเดียวกนั

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจการบินในประเทศจากนโยบายเปิดน่านฟ้าเสรีในปี พ.ศ.
๒๕๔๗ และการปรับสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทการบินระหว่างผู้ถือหุ้นคนไทยกับชาวต่างชาติ มาเป็น
ร้อยละ ๕๑ : ๔๙ นโยบายดังกล่าวเป็นจุดหักเหสำคัญที่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อธุรกิจการบินในประเทศ
ในทางกลับกันเกิดผลดี คือ ทำให้สายการบินต่างชาติทำการบินมายังประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น จำนวน
เที่ยวบินเพิ่มสูงขึ้น จำนวนผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ในทางตรงกันข้ามสายการบิน
ต้นทุนต่ำบางรายกลับประสบภาวะขาดทุนจากการทุ่มตลาดด้านราคาจากการแข่งขนั เสรี และในปี พ.ศ.
๒๕๖๓ เป็นจุดเปลีย่ นคร้งั สำคญั เนือ่ งจากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 สายการบินของไทยต้องลด
จำนวนเทย่ี วบนิ และหยุดทำการบนิ ท้งั เส้นทางระหว่างประเทศและในประเทศ

ณ คณะกรรมาธิการการคมนาคม วฒุ ิสภา

รายงานการพิจารณาศึกษา
ข้อเสนอเชงิ นโยบายการบริหารจัดการธรุ กจิ สายการบนิ
ธรุ กจิ สนับสนุน และบคุ ลากรการบนิ ช่วงวกิ ฤติ COVID-19

ความท้าทายท่ีธุรกิจสายการบินกำลังเผชิญอยู่นั้นมีผลกระทบต่อการบริหารจัดการสายการบิน
ทั้งปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ ร่วมกับปัจจัยภายในจากรายรับต่ำกว่าปกติ ซึ่งไม่เพียงพอต่อ
การบริหารจัดการสายการบินในภาพรวม วิกฤติของสายการบินส่งผลกระทบเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ (Chain
Reaction) ต่อผลประกอบการของอุตสาหกรรมเกยี่ วเน่ืองและธุรกิจสนับสนนุ อ่ืน ๆ ได้แก่ อุตสาหกรรม
ซ่อมบำรุงอากาศยานขาดรายได้ และอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนอากาศยานหยุดการผลิต รวมถึงการเลิก
จ้างแรงงานดา้ นการบนิ เชน่ นักบิน พนกั งานต้อนรบั บนเคร่อื งบนิ วศิ วกร และพนกั งานภาคพื้น เปน็ ต้น
ดังนั้น จึงเห็นได้ว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นกับธุรกิจสายการบินเป็นจุดเริ่มต้นของความเสียหายในคลัสเตอร์
การบินของประเทศ

อย่างไรก็ตาม ภายใต้วิกฤติที่เกิดขึ้น ยังมีโอกาสจากปัจจัยหลายประการ ได้แก่ (๑) การฟื้นตัว
ของการขนส่งทางอากาศ โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าและเส้นทางบินภายในประเทศ (๒) การเดินหน้า
ขับเคลื่อนแผนพัฒนาโครงการสนามบินอู่ตะเภาเพื่อรองรับการขนส่งทางอากาศ ทั้งการขนส่งผู้โดยสาร
และการขนส่งสินค้า โดยมุ่งเป้าหมายเป็น “ศูนย์กลางอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และ Logistics &
Aviation รวมทั้งมหานครการบินภาคตะวันออก” (๓) แผนการพัฒนาสนามบินตามนโยบายเชื่อมโลก
เชื่อมไทยสู่เมืองรอง โดยพัฒนาสนามบินต่าง ๆ ทั้งสนามบินหลักและสนามบินรอง เพื่อยกระดับ
การรองรับผู้โดยสารในอนาคตและสร้างโอกาสในการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินของไทย และ (๔)
แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจการบินในอนาคต ได้แก่ การควบรวมกิจการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
เครื่องบินที่ใช้จะมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ประหยัดเชื้อเพลิงและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงการ
พัฒนาการบริหารจัดการสายการบินในด้านความปลอดภัยและการดูแลสุขภาพของผู้โดยสารเพื่อสร้าง
ความเช่อื มนั่ ในการเดนิ ทาง

มาตรการลดผลกระทบจากภาวะวกิ ฤติท่มี ตี ่อสายการบนิ
การคาดการณ์การฟื้นตัวของการบนิ จากวกิ ฤติในครัง้ นี้ อาจต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า ๕ ปี และยัง

ไมม่ แี นวโน้มทแี่ นน่ อน จงึ เป็นเหตผุ ลท่ภี าครัฐควรเข้ามาสนับสนุนกล่มุ ธรุ กจิ การบิน สำหรับมาตรการลด
ผลกระทบในระดับสากลที่สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport
Association: IATA) แนะนำ ได้แก่ (๑) ช่วยลดการเลิกจา้ งงานในธุรกิจการบิน (๒) ช่วยรักษาการคมนาคม
ขนสง่ ในพน้ื ท่ีหา่ งไกล (๓) การทำใหก้ ารขนสง่ สินค้าทางอากาศ โดยเฉพาะยาและอปุ กรณท์ างการแพทย์
ยังดำเนินต่อไปได้ และ (๔) ช่วยรักษาการเชื่อมต่อทางอากาศ (Air Connectivity) ในส่วนมาตรการลด
ผลกระทบให้แก่ธุรกิจการบินของไทย รัฐบาลมีนโยบายให้ความช่วยเหลือธุรกิจสายการบิน ๓ มาตรการ
หลัก ได้แก่ (๑) การลดค่าธรรมเนียมและค่าภาษีในธุรกิจการบิน (๒) การสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร
การบิน และ (๓) การพจิ ารณาให้เงนิ กู้ระยะส้ันเพอื่ เพ่ิมสภาพคลอ่ งแกส่ ายการบิน ซ่ึงทางปฏบิ ัติสามารถ
ช่วยบรรเทาภาระในระยะสั้น แต่สายการบินเห็นว่ายังไม่สอดคล้องกับความต้องการลดความเสี่ยง
ของธุรกจิ การบนิ ตามแนวโน้มการฟ้ืนตัวของอตุ สาหกรรมการบนิ และภาวะเศรษฐกจิ ในระยะยาว

คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา ด

บทสรุปผบู้ รหิ าร

ข้อเสนอแนะ
แนวทางการบริหารจัดการสายการบินของไทยช่วงวิกฤติ COVID–19 เพื่อให้ความช่วยเหลือ

สอดคลอ้ งกบั สถานการณป์ จั จบุ ัน ประกอบด้วย ๓ ประการ โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑. การทบทวนกฎระเบียบที่เปน็ ขอ้ จำกัดในการประกอบธรุ กิจสายการบนิ
ภาครัฐในฐานะท่ีเป็นผู้กำกับและส่งเสริมธุรกิจการบินควรช่วยทำให้เกิดการฟื้นตัวของธุรกิจ

อยา่ งท่วั ถงึ พร้อมช่วยแก้ไขปญั หาและอำนวยความสะดวกดา้ นกฎระเบยี บต่าง ๆ ดงั นี้
๑.๑ ทบทวนขั้นตอนการขอใบอนุญาตขนส่งสินค้าทางอากาศให้มีความชัดเจนในเรื่องเงื่อนไข

และเวลา เนื่องจากระยะเวลาในการรอพิจารณาเกี่ยวเนื่องกับภาระต้นทุนการเช่าอากาศยานและ
ค่าใชจ้ ่ายของสายการบิน ทงั้ กรณีการขออนุญาตอากาศยานขนสง่ สินคา้ (Air Cargo) และการปรับเปล่ียน
อากาศยานขนส่งผู้โดยสารไปใช้ในการขนส่งสินค้าเนื่องจากอากาศยานขนส่งสินค้ามีไม่เพียงพอต่อ
ความตอ้ งการ จงึ เปน็ โอกาสของสายการบินของไทยในการเพ่มิ รายได้จากการขนส่งสินคา้ ระหว่างประเทศ
และระหว่างเมอื ง

๑.๒ ทบทวนกฎระเบยี บภายใตน้ โยบายเปิดน่านฟ้าเสรี ใหเ้ หมาะสมกับการเปล่ยี นแปลงของ
อุตสาหกรรมการบินในประเทศ ทั้งนี้ เพื่อปกปอ้ งสทิ ธิและประโยชน์ของผู้ประกอบการสายการบินของไทย
ให้สามารถแข่งขันต่อไปได้ตามเงื่อนไขในพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๔๒
รวมถงึ ทบทวนความตกลงและการเจรจาเก่ียวกบั สิทธิการบนิ ให้เป็นธรรมตอ่ สายการบินสัญชาติไทยย่ิงข้ึน
ลดปัญหาการทุ่มตลาด และป้องกนั การผูกขาดจากกล่มุ ทุนรายใหญ่ในอนาคต

๒. มาตรการช่วยเหลอื บรรเทาผลกระทบอยา่ งทนั สถานการณ์
ภาครัฐควรขับเคลื่อนนโยบายให้ความช่วยเหลือธุรกิจสายการบินที่สอดคล้องกับความต้องการ

ของสายการบนิ โดยธุรกจิ สายการบินสามารถเขา้ ถึงการช่วยเหลอื น้นั ได้ ดงั นี้
๒.๑ เร่งผลักดันการสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำหรือซอฟต์โลน (Soft Loan) เพื่อช่วยเสริม

สภาพคล่องทางการเงินแก่สายการบนิ ในขณะที่รอการฟื้นตัว โดยอาจพิจารณาตามความสามารถในการ
สร้างรายไดเ้ ปน็ เกณฑ์ในการพิจารณาวงเงนิ กู้

๒.๒ การสนับสนุนเงินทุนให้สายการบินสำหรับจ่ายเป็นเงินเดือนพนักงาน เพื่อรักษาสภาพ
การจา้ งงานในชว่ งวิกฤติ โดยบริษทั จ่ายส่วนหนงึ่ และรฐั สมทบอีกสว่ นหนงึ่

๒.๓ ทบทวนการขยายเวลาปรับลดภาษีสรรพสามติ น้ำมนั ตามอัตรา ๒๐ สตางคต์ อ่ ลติ รต่อไป
อีก ๖ เดอื น หรือพิจารณาตามสถานการณก์ ารฟน้ื ตัวของการบิน เนอื่ งจากขณะท่มี าตรการมีผลบังคับใช้
อย่ใู นชว่ งประกาศปิดนา่ นฟ้า สายการบนิ ส่วนใหญ่ไมไ่ ดร้ บั ประโยชน์ในชว่ งนัน้

๒.๔ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยควรทบทวนในเรื่องเส้นทางบินและจำนวน
เที่ยวบินกับประเทศต่าง ๆ ไม่ให้เกิดการเสียเปรียบต่อสายการบินสัญชาติไทย รวมทั้งกำหนดแนวทาง
ส่งเสรมิ ให้สายการบินสญั ชาตไิ ทยมสี ว่ นแบ่งในตลาดเพมิ่ มากขึ้น

๒.๕ รัฐบาลควรสนับสนุนสิทธิประโยชน์แก่สายการบินสัญชาติไทย โดยการส่งเสริมการใช้
ทรัพยากรภายในสนามบินให้คุ้มค่า การใช้พื้นที่เชิงพาณิชย์โดยไม่ทำให้ความปลอดภัยและพื้นที่ในส่วน
ของผู้โดยสารสูญเสียไป นอกจากนี้ ควรสนับสนุนสายการบินในการปรับเพิ่มรูปแบบการดำเนินกิจการ
เพื่อประกอบอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องและธุรกิจสนับสนุน เพื่อให้สายการบินมีต้นทุนต่ำลง และสามารถ
แขง่ ขนั กับสายการบนิ ต่างชาตไิ ด้

ต คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา

รายงานการพจิ ารณาศึกษา
ข้อเสนอเชงิ นโยบายการบรหิ ารจัดการธุรกิจสายการบิน
ธรุ กิจสนบั สนุน และบคุ ลากรการบนิ ชว่ งวิกฤติ COVID-19

๓. แนวทางการปรบั ตัวและเสริมศักยภาพของสายการบิน
การบริหารจัดการสายการบินภายใต้สถานการณ์ในปัจจุบัน นอกเหนือจากต้องดำเนินธุรกิจ

ฝ่าวิกฤติให้อยู่รอดแล้ว ยังต้องปรับทิศทางเสริมศักยภาพธุรกิจตามวิถีความปกติใหม่ (New Normal)
เพื่อเตรียมพร้อมรับเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว จึงนำแนวคิดการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันตามแบบ
จำลองเพชร (Diamond Model) มาประยุกต์ใชเ้ ป็นแนวทางในการปรับตวั ของสายการบนิ ดังนี้

แบบจำลองเพชรแนวทางการปรบั ตัวของสายการบินเพ่อื เพิ่มขดี ความสามารถทางการแข่งขัน
๓.๑ บรหิ ารปัจจัยดำเนนิ งาน ประกอบด้วย
๓.๑.๑ ในสถานการณ์เช่นนี้ ธุรกิจสายการบินต้องจัดสรรทรัพยากรในการดำเนินงาน

อย่างคุ้มค่า เนื่องจากมีผลกระทบต่อต้นทุนการกำหนดราคาค่าโดยสาร ซึ่งสายการบินจำเป็นต้องควบคุม
ต้นทุนทางตรง (Direct Costs) ได้แก่ ค่าน้ำมัน ค่าเสื่อมราคาเครื่องบิน เงินเดือนและค่าตอบแทน
และค่าบำรุงรักษาเครื่องบิน และต้นทุนทางอ้อม (Indirect Costs) เช่น ค่าเสื่อมราคาอาคารสำนักงาน
และอุปกรณ์สำนักงาน เงินเดือนพนักงาน ค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์ ฯลฯ เพื่อบริหารต้นทุนอย่างคุ้มค่า
และมีประสทิ ธภิ าพ

๓.๑.๒ วางแผนจัดหาทรพั ยากรทีจ่ ำเป็นตอ่ การฟืน้ ตัว เช่น การเสริมศกั ยภาพการบริหาร
จัดการองค์กรโดยใช้ระบบดิจิทัล เพื่อลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว และเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าถึงลูกค้า
ไดร้ วดเรว็

คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา ถ

บทสรปุ ผบู้ ริหาร

๓.๑.๓ พัฒนาเทคโนโลยีในการให้บริการบนอากาศยานและภาคพืน้ เพื่อช่วยลดตน้ ทุน
ดำเนินการ และยกระดับคณุ ภาพการให้บรกิ าร

๓.๑.๔ สร้างพันธมิตรทางธุรกจิ กับสายการบินอ่ืน ๆ ในกลุ่มสายการบินภายในประเทศ
เพื่อปรับใช้ทรัพยากรร่วมกัน สร้างอำนาจในการต่อรองกับซัพพลายเออร์ ตลอดจนลดความรุนแรงในการ
แข่งขันดา้ นราคา ท้ังนเี้ พอ่ื ใหธ้ รุ กจิ การบนิ ของไทยมีความแข็งแกร่งมากย่ิงขน้ึ

๓.๑.๕ การรักษาบุคลากรที่มีความสำคัญทั้งในตำแหน่งบริหารและตำแหน่งปฏิบัติการ
เพื่อคงไว้ซึ่งมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินตามกฎขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ
และรักษาคุณภาพการบริการของสายการบิน ทั้งนี้เพื่อให้มีจำนวนบุคลากรที่เพียงพอ สามารถเดินหน้า
ให้บริการไดท้ นั เม่อื อุตสาหกรรมการบนิ ฟ้นื ตัว

๓.๒ เพม่ิ ปจั จัยด้านอปุ สงค์ความต้องการเดนิ ทาง ประกอบดว้ ย
๓.๒.๑ ใช้กลยุทธ์ด้านราคาร่วมกับการส่งเสริมการขาย เช่น การจำหน่ายบัตรโดยสาร

พรอ้ มท่พี ักและบริการรถรับสง่ ซง่ึ เปน็ การเพม่ิ ทางเลอื กในการเดินทางท่ีสะดวกและปลอดภยั เพ่อื กระตุ้น
ความตอ้ งการเดนิ ทางของผู้บรโิ ภค

๓.๒.๒ ใช้กลยุทธ์การสร้างความแตกต่างเพื่อยกระดับการให้บริการบนอากาศยาน
ผ่านการสร้างประสบการณ์แก่ผู้โดยสาร เช่น การใช้เทคโนโลยีโลกเสมือน Virtual Reality (VR) กับ
Augmented Reality (AR) เพื่อสร้างความบันเทิงตลอดเส้นทางบิน และบริการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
บนเครื่องบินด้วยระบบ Wifi โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เป็นต้น เพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์ของสายการบิน
ในยุค Next Normal ที่มีการพัฒนาระบบเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองการเดินทางและการใช้ชีวิตประจำวัน
ของลูกค้า และเพื่อเพิ่มจำนวนผู้โดยสารจากกลุ่มที่นิยมใช้ชีวิตร่วมกับเทคโนโลยีที่นับวันจะเพิ่มจำนวน
มากยิ่งข้นึ

๓.๒.๓ ใช้กลยุทธเ์ พ่ิมความสะดวกและความปลอดภัยตง้ั แต่ต้นทางถงึ ปลายทาง โดยจดั
ให้มีบริการขนส่งผู้โดยสารตั้งแต่ที่พักอาศัยมายังสนามบินและส่งถึงจุดหมายปลายทาง ท้ังขาไปและกลับ
ซึ่งเป็นบริการเสริมสำหรับผู้โดยสารที่มีกำลังซื้อสูงหรือผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วโดยสารเป็นครอบครัว เป็นต้น
เพื่อเพ่ิมจำนวนผู้โดยสารจากกลุม่ ที่ต้องเดินทางไป-กลับสนามบินด้วยรถโดยสารสาธารณะ และยังสามารถ
ช่วยเพ่ิมจำนวนผ้โู ดยสารในช่วงเวลาทม่ี ีผเู้ ดนิ ทางนอ้ ย เป็นตน้

๓.๓ การเพ่ิมรายไดจ้ ากอตุ สาหกรรมเก่ยี วเนอ่ื งและธรุ กิจสนับสนนุ ประกอบด้วย
๓.๓.๑ ทำความร่วมมอื กับหน่วยงานภาครัฐ ชุมชน รวมถงึ ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเท่ียว

ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม เพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวในรูปแบบต่าง ๆ ที่เป็นอัตลักษณ์ของเมือง
ปลายทาง เม่ือผโู้ ดยสารไดร้ บั ความสะดวกและความปลอดภัยจากวางแผนการทอ่ งเทย่ี วผ่านสายการบิน
จะเป็นการสร้างฐานรายไดเ้ สริมให้กบั สายการบนิ ในระยะยาวได้

๓.๓.๒ ธุรกิจครัวการบินให้บริการจัดส่งอาหารบนเครื่องบินตรงถึงบ้าน รวมถึงบริการ
ขนส่งอาหารท้องถิ่นจากเมืองปลายทางในภูมิภาคต่าง ๆ ส่งตรงถึงประตูบ้าน เป็นต้น ซึ่งธุรกิจดังกล่าว
สายการบินต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพของอาหาร ความสะอาดและความปลอดภัย การฝึกอบรม
พนักงานประกอบการปรุงอาหาร กำหนดมาตรฐานรสชาติอาหาร และต้องบริหารต้นทุนและกำหนด
ดา้ นราคาให้สอดคลอ้ งกบั สถานการณป์ ัจจุบนั

ท คณะกรรมาธิการการคมนาคม วฒุ ิสภา

รายงานการพิจารณาศกึ ษา
ข้อเสนอเชงิ นโยบายการบริหารจัดการธรุ กจิ สายการบิน
ธรุ กิจสนบั สนนุ และบคุ ลากรการบนิ ชว่ งวิกฤติ COVID-19

๓.๓.๓ ธรุ กจิ Air Medical Service ให้บรกิ ารเฉพาะรับส่งผู้ปว่ ย เนือ่ งจากประเทศไทย
มีชื่อเสียงทั้งด้านการรักษาพยาบาลอาการเจ็บป่วย การศัลยกรรม และการพักฟื้น จึงทำให้ชาวต่างชาติ
ที่มีกำลังซื้อสูงต้องการเดินทางมายังประเทศไทยเพื่อรับการรักษาในยามเจ็บป่วยธรรมดาและภาวะฉุกเฉนิ
ในขณะเดียวกันสามารถรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติคุณภาพสูงที่อยู่ในประเทศไทยและต้องการกลับไป
รักษาตวั ทีป่ ระเทศตนเอง

๓.๓.๔ ธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Cargo) ธุรกิจคลังสินค้าและโลจิสติกส์ ซึ่งใน
กลุ่มนี้สามารถเลือกลงทนุ อย่างใดอย่างหนึ่งหรือท้ังกลุม่ ธุรกิจ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริการแบบ
ครบวงจร เนื่องจากในช่วงที่ผู้โดยสารหยุดเดนิ ทาง ความต้องการเที่ยวบินขนส่งสินค้าทางอากาศมีปริมาณ
เพ่ิมสงู ข้ึน รวมถงึ คลังสนิ ค้าและโลจิสตกิ ส์รับและกระจายสนิ ค้ามากขน้ึ

๓.๔ การปรบั โครงสร้างและกำหนดเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ ประกอบดว้ ย
๓.๔.๑ ปรับโครงสร้างองค์กร และกำหนดตำแหน่งหรือหน้าที่ตามมาตรฐานโครงสร้าง

ของงานให้เหมาะสมกับการปรับลดขนาดองค์กร อาจจัดตั้งทีมงานเฉพาะกิจสำหรับการบริหารองค์กร
ในภาวะฉุกเฉิน โดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญทางด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย จากประสบการณ์ในการ
เผชิญหน้ากับวิกฤติในครั้งนี้ ทำให้สายการบินควรตระหนักถึงการเตรียมหน่วยงานบริหารความเสี่ยง
เพื่อติดตามสถานการณอ์ ยา่ งตอ่ เน่ือง

๓.๔.๒ การระดมเงินทุนเพิ่ม เช่น การออกหุ้นกู้หรือหุ้นกู้แปลงสภาพ การออกตั๋วสัญญา
ใช้เงิน (Promissory Note) เพื่อเสริมสภาพคล่องธรุ กิจให้มีความคล่องตัวและความยืดหยุ่น ซึ่งแนวทางนี้
มีต้นทุนการจัดหาเงินและต้นทุนทางการเงินต่ำกว่าการกู้เงินจากสถาบันการเงิน นอกจากนี้ อาจทำการ
ควบรวมกจิ การกบั สายการบนิ อ่นื เพือ่ เพมิ่ ประสิทธิภาพการบรหิ ารจัดการ

๓.๔.๓ ลดทรัพยส์ ินและลดคา่ ใช้จ่ายทไ่ี ม่กอ่ ใหเ้ กดิ รายได้ หรอื ชะลอการสง่ั ซ้ือทรัพย์สิน
ท่ีไมจ่ ำเปน็ เพื่อรักษากระแสเงินสดไว้ และหาแนวทางบริหารจดั การทรพั ย์สนิ ให้เกดิ ผลตอบแทนมากขนึ้

๓.๔.๔ ปรับขนาดฝูงบนิ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ปรับขนาดเครื่องบินให้มีความจุที่น่ัง
เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความต้องการผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นในตารางบินเดิม หรือเพิ่มการให้บริการในเส้นทางบิน
ทเ่ี หมาะสมกับ Airport Time Slot ทยี่ ังวา่ งอยู่ รวมถงึ การเปดิ เส้นทางการบินใหม่ระหว่างภาค

แนวทางการปรับตัวของสายการบินตามแบบจำลองข้างต้น เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจและ
เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันภายใต้โอกาสการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบิน ทั้งนี้ ต้องได้รับ
การสนับสนุนจากนโยบายรัฐบาลดว้ ย

คณะกรรมาธิการการคมนาคม วฒุ ิสภา ธ

บทสรปุ ผู้บรหิ าร

โครงการยอ่ ยท่ี ๒ การเตรียมความพร้อมบคุ ลากรการบินเชงิ บูรณาการ

สภาพปัญหาและอปุ สรรคของการเตรียมความพรอ้ มดา้ นบุคลากรการบิน
หลังจากประเทศไทยมีนโยบายเปิดน่านฟ้าเสรี ในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ทำให้มีเงินลงทุนจากประเทศ

เพื่อนบ้าน อาทิเช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ เข้ามาจัดตั้งสายการบินต้นทุนต่ำ เกิดการจ้างงาน
บุคลากรการบินเป็นจำนวนมาก สถาบันการศึกษาหลายแห่งเริ่มเปิดหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการบิน
เพ่อื ผลิตบคุ ลากรในอตุ สาหกรรมการบิน แม้มบี ุคลากรหลากหลายวชิ าชีพ แตห่ ากพิจารณาถึงกระบวนการ
การกำกับดูแลจากสำนกั งานการบนิ พลเรือนแหง่ ประเทศไทย อาจแบ่งได้เป็น ๒ กลุ่ม ดงั นี้

๑. วิชาชีพที่ต้องได้รับใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ ได้แก่ ผู้ประจำหน้าที่ในอากาศยานหรือนักบิน
พนักงานอำนวยการบนิ วศิ วกรซอ่ มบำรงุ อากาศยาน และเจา้ หนา้ ท่ีควบคมุ การจราจรทางอากาศ

๒. วชิ าชพี ท่ีไมต่ ้องได้รับใบอนุญาตผปู้ ระจำหน้าท่ี ได้แก่ พนักงานต้อนรบั บนอากาศยาน พนักงาน
บริการภาคพื้น เจ้าหน้าที่บริการลานจอด เจ้าหน้าที่จำหน่ายบัตรโดยสาร วิศวกรการบิน เจ้าหน้าที่ฝ่าย
การพาณชิ ย์สินค้าและไปรษณยี ภณั ฑ์ แพทยเ์ วชศาสตร์การบิน และอ่นื ๆ

เมื่อสายการบินต่าง ๆ มีการขยายฝูงบินอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการขาดแคลนบุคลากรในส่วน
นกั บนิ และชา่ งอากาศยาน เนอ่ื งจากลักษณะงานต้องใชค้ วามชำนาญและประสบการณ์สงู การแก้ปัญหา
เฉพาะหน้าของสายการบินที่ตั้งใหม่ดว้ ยการดึงตวั บุคลากรกลุ่มดังกล่าวจากสายการบินคู่แข่งให้มาทำงาน
ด้วย ทำให้เกิดกระแสนักบินและช่างอากาศยานขาดแคลน มีผู้สนใจเข้าเรียนหลักสูตรที่เกี่ยวกับการบิน
เพ่มิ ข้ึนเป็นจำนวนมาก และเป็นทมี่ าของปญั หาใหม่ ๒ ประการคอื

๑. หลักสูตรในการฝึกศึกษาไม่เป็นไปตามความต้องการของตลาดแรงงาน และไม่เป็นที่ยอมรับ
ในบางประเทศ ส่งผลใหบ้ คุ ลากรทจ่ี บมาไมส่ ามารถหางานทำได้

๒. การออกใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่และการกำกับดูแลไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล หลังจาก
กรมการบินพลเรอื นซึ่งเปน็ หนว่ ยงานที่กำกับดแู ลกิจการการบินของประเทศในชว่ งท่ีประเทศไทยไมผ่ ่าน
การประเมินขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือติดธงแดงในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ จากสาเหตุ
การออกใบรับรองสายการบินโดยขาดกระบวนการที่เป็นมาตรฐานสากล ธุรกิจการบินได้กลับมาขยายตัว
อีกครั้งในช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนตลาดการจ้างงานถึงจุดอิ่มตัวอีกครั้ง เมื่อสายการบินส่วนใหญ่เริ่มประสบ
ปญั หาขาดทุนจากการแข่งขนั ท่ีรุนแรง ทำใหผ้ ้จู บการศึกษาในสาขาด้านการบินมีอัตราการว่างงานสูงขึ้น
เรื่อย ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มนักบิน มีการรวบรวมข้อมูลของสมาคมนักบินไทย พบว่า มีการว่างงานสะสม
กว่า ๘๒๐ คน ดังนั้น เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 และเศรษฐกิจทั่วโลกตกต่ำอย่างหนัก
อุตสาหกรรมการบินจึงเกิดสภาวะแรงงานล้นตลาดและมีแนวโน้มว่าปัญหาการลดค่าตอบแทน การพัก
งานชั่วคราว และการเลิกจา้ งบคุ ลากรการบนิ จะเพ่ิมขึ้นอยา่ งตอ่ เน่ืองในอนาคตอนั ใกล้

การวเิ คราะหส์ ถานการณ์และโอกาสของบคุ ลากรการบนิ
จากสภาวะแรงงานล้นตลาดในปัจจุบัน ทำให้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถจำนวนมากว่างงาน

หากประเทศไทยต้องการเตรียมความพร้อมในการกลับมาเป็นผู้นำทางด้านการบินของภูมิภาคอาเซียน
ภาครัฐควรมีนโยบายที่ชัดเจนในการรักษาศักยภาพของบุคลากรกลุ่มดังกล่าวไว้ โดยเฉพาะในส่วนผู้ถือ

น คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา

รายงานการพิจารณาศกึ ษา
ข้อเสนอเชงิ นโยบายการบริหารจัดการธุรกิจสายการบิน
ธุรกิจสนบั สนนุ และบคุ ลากรการบิน ช่วงวิกฤติ COVID-19

ใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ ซึ่งหากมีการผลิตเพิ่ม ต้องใช้เงินทนุ จำนวนมากและใช้เวลาสะสมประสบการณ์
ท่ียาวนาน รวมถงึ ต้องมกี ารประชาสัมพันธ์ใหผ้ ูส้ นใจในวชิ าชพี ดา้ นการบนิ ทราบถึงสถานการณ์ท่ีแท้จริง
เพอื่ ลดการเข้าสู่ตลาดแรงงานของคนกลุ่มใหม่

แม้จะมีการคาดการณก์ นั ว่า เมือ่ สถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโรค COVID-19 ท่วั โลกเริม่ ดขี ้ึน
อุตสาหกรรมการบินจะกลับมามีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนเครือข่ายการคมนาคมให้ภาคการท่องเที่ยว
และการส่งออกซึ่งเป็นธุรกิจหลักของประเทศอีกครั้ง แต่ด้วยวิถีชีวิตปกติใหม่ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
การเดินทาง การเว้นระยะห่างทางสังคม ทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเป็นไปอย่างช้า ๆ และกดดัน
ให้ปริมาณการจ้างงานในอุตสาหกรรมการบินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยในช่วง ๒ - ๓ ปีจากนี้ อาจจะ
มีงานบางอย่างถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยีหรือระบบอัตโนมัติ ดังนั้น การวางแผนเพื่อเตรียมความพร้อม
บุคลากรในอนาคตควรมหี น่วยงานที่รับผิดชอบในการทำนายความตอ้ งการของตลาดแรงงานเพื่อลดการ
สญู เสยี เงินทุนและเวลาในการฝกึ อบรม

ข้อเสนอเชิงนโยบายการเตรียมความพร้อมบุคลากรการบินเชิงบรู ณาการ
การพิจารณาศึกษาได้สรุปสาระสำคัญจากการทบทวนข้อมูล ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น ตลอดจน

ข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้เสียในอุตสาหกรรมการบิน โดยสาระสำคัญครอบคลุมเนื้อหาการวิเคราะห์
สภาพปัญหาการผลิตบุคลากรการบิน ตลอดจนศักยภาพและความพร้อมของบุคลากรการบินช่วงวิกฤติ
COVID-19 นำมาจดั ทำเป็นข้อเสนอแนะด้านนโยบาย โดยมรี ายละเอียดดงั นี้

ข้อเสนอแนะระยะเรง่ ดว่ น
ขอ้ เสนอระยะเร่งด่วนมีเปา้ ประสงค์สำคัญเพ่อื แก้ไขปญั หาเฉพาะหนา้ ที่เกดิ ข้ึน อันจะช่วยในการ
ลดทอนสภาพความรนุ แรงของปัญหา ประกอบด้วย
๑. สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยควรกำหนดแนวทางผ่อนผันกฎระเบียบบางอย่าง
เพื่อช่วยเหลือบุคลากรการบิน เช่น การต่ออายุใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่สำหรับนักบิน รวมถึงกำหนด
มาตรการใหส้ ายการบินและผูป้ ระกอบการจัดหลักสตู รในการช่วยเหลือใหผ้ ู้ถือใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่
สามารถรกั ษาประสบการณ์การทำงานตามระยะเวลา
๒. สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยควรมีมาตรการผลกั ดันเพื่อช่วยรักษาประสบการณ์
ของบุคลากรการบินที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ อาทิ การขอความอนุเคราะห์โรงเรียนการบิน หรือสายการบิน
จัดทำโครงการช่วยเหลือบุคลากรการบินที่ว่างงาน ให้ได้มีโอกาสฝึกกับเครื่องฝึกจำลองต่าง ๆ หรือ
การฝึกทบทวนความรู้ที่เกี่ยวข้องกับสายงานจากหน่วยงานทางด้านวิชาชีพ และจัดหลักสูตรที่เหมาะสม
เพอ่ื รกั ษามาตรฐานและประสทิ ธภิ าพของบคุ ลากรในการปฏบิ ัติงานไว้ได้
๓. ภาครัฐควรเร่งรัดการออกมาตรการช่วยเหลือภาระค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรของผู้ประกอบการ
ในธุรกิจการบิน เช่น เร่งรัดการอนุมัติเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้แก่สายการบิน และออกมาตรการช่วยเหลือ
เพื่อลดต้นทุนแก่ผู้ประกอบการในธุรกิจการบิน โดยการรับความช่วยเหลือต้องมีเงื่อนไขเพื่อประโยชน์
ในการลดอตั ราการเลิกจ้างงานเปน็ ส่วนประกอบ

คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา บ

บทสรุปผบู้ ริหาร

๔. สง่ เสรมิ การพัฒนาทักษะดา้ นอ่นื ให้แก่บคุ ลากรการบนิ เพอื่ เปดิ โอกาสในการทำงานใหม้ ากข้ึน
รวมถึงการจัดฝึกอบรมอาชีพเสริมตามความต้องการในระหว่างรอการจ้างงาน โดยอาจมีกระบวนการ
จัดสรรบุคลากรดังกล่าวให้ไปประกอบอาชีพด้านอื่น ที่มีความขาดแคลนอยู่ในตลาดแรงงานในประเทศ
เพือ่ พัฒนาทักษะอาชีพ ตลอดจนนำความรคู้ วามสามารถของบุคลากรสรา้ งศกั ยภาพแก่ภาคสว่ นอ่นื ได้

ข้อเสนอแนะระยะส้ัน
ข้อเสนอแนะระยะสั้นมีเป้าประสงค์สำคัญให้ดำเนินการคู่ขนานไปกับการแก้ไขในระยะเร่งด่วน
เพื่อให้เกิดการเตรียมพรอ้ มบุคลากรการบนิ เชงิ บรู ณาการอย่างเปน็ ระบบ ประกอบด้วย
๑. สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยควรเข้มงวดในการออกใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่
และปรับปรุงกระบวนการกำกับดูแลให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สอดคล้องกับเกณฑ์การตรวจสอบ
มาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดการยอมรับมาตรฐานของบุคลากร
ในระดับนานาชาติ
๒. หน่วยงานควบคุมกำกับดูแลกิจการการบินพลเรือนควรทำการเจรจาต่อรองในระดับทวิภาคี
และพหุภาคี ระหว่างหน่วยงานกำกบั ดแู ลในระดับนานาชาติ เพือ่ ใหบ้ คุ ลากรการบินของไทยเปน็ ท่ียอมรับ
สามารถไปปฏบิ ตั งิ านกบั สายการบินต่างชาติ ตลอดจนเป็นการสร้างความเช่ือม่ันตอ่ อุตสาหกรรมการบิน
และการประกอบธุรกจิ การบินของไทย
๓. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขระเบียบโดยให้กองทัพอากาศสามารถเปิดรับพลเรือน
ศกึ ษาด้านแพทย์เวชศาสตรก์ ารบินให้มากข้นึ เพื่อแก้ไขปญั หาบุคลากรดา้ นเวชศาสตร์การบนิ ไม่เพยี งพอ
๔. ควรมีการจัดตั้งสภาวิชาชีพด้านการบิน โดยเป็นหน่วยงานที่เป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูล
สำรวจความต้องการแรงงานในธุรกิจการบินทั้งในระดับประเทศ และระดับนานาชาติ รวมถึงมีส่วนร่วม
ในการผลิตบคุ ลากรท้ังในด้านการกำหนดมาตรฐานหลกั สูตร การสง่ เสริม คุ้มครองและควบคมุ มาตรฐาน
วิชาชีพ โดยให้หน่วยงานภาครัฐช่วยอำนวยความสะดวกและกำหนดทิศทางในภาพรวม เพื่อจุดประสงค์
ในการเตรียมความพร้อมบุคลากรการบินอย่างเป็นระบบ การดูแลจรรยาบรรณวิชาชีพ และการปลูกฝัง
ค่านิยมท่ีถูกตอ้ งในกลุ่มบคุ ลากร
๕. ควรมีหน่วยงานเพื่อติดตามการวางแผนพัฒนาบุคลากรการบินของประเทศอย่างต่อเนื่อง
ให้สามารถตอบสนองความเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันเวลา สำหรับหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการบินควรมีการ
ประสานงานระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
กระทรวงคมนาคม และผู้ประกอบการในธุรกิจการบิน เพื่อให้หลักสูตรตรงความต้องการของตลาด
แรงงาน
๖. ควรผลักดันและส่งเสริมการพัฒนาทักษะในสาขาวิชาชีพที่ยังมีความต้องการในตลาด เช่น
ครูสอนชา่ งซ่อมอากาศยาน โดยการยกระดับทกั ษะเชิงวิชาชีพของช่างอากาศยานร่วมกับสถาบันคุณวฒุ ิ
วิชาชีพและสถาบันการศึกษาที่มีการจัดการเรียนการสอน ทั้งนี้เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนครูช่างซ่อม
ซึ่งเป็นสาขาท่ีต้องใช้การสะสมทกั ษะความชำนาญและประสบการณ์หลายปี
๗. สง่ เสริมให้เกดิ อาชพี ใหมใ่ นอตุ สาหกรรมการบนิ อาทิเชน่ นักบนิ อากาศยานไร้คนขับ เพื่อเข้า
ไปช่วยงานทางด้านการเกษตร การสำรวจทรัพยากร การช่วยเหลือผู้ประสบภัย และภารกิจอื่น ๆ รวมถึง
สง่ เสรมิ การใชอ้ ากาศยานขนาดเล็กในการทำกิจกรรมด้านต่าง ๆ เชน่ การทอ่ งเทย่ี ว การแพทย์ เพ่ือเพ่ิม
อัตราจา้ งงานบุคลากรในประเทศ

ป คณะกรรมาธิการการคมนาคม วฒุ ิสภา

รายงานการพจิ ารณาศกึ ษา
ข้อเสนอเชิงนโยบายการบรหิ ารจดั การธุรกิจสายการบิน
ธรุ กจิ สนับสนุน และบคุ ลากรการบิน ช่วงวกิ ฤติ COVID-19

โครงการยอ่ ยท่ี ๓ โอกาสการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน
และอุตสาหกรรมผลิตชน้ิ ส่วนอากาศยาน

วเิ คราะห์สถานการณ์
ภัยคุกคามจาก COVID-19 เป็นอุปสรรคสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจโลกและอุตสาหกรรมการบิน

เมื่อปริมาณการจราจรทางอากาศลดลง ส่งผลให้กลุ่มคลัสเตอร์อุตสาหกรรมการบิน เช่น สนามบินและ
ธุรกิจการบินหลายสายประกาศปิดกิจการ ศูนย์ซ่อมอากาศยานขาดรายได้ การผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน
หยุดการผลิต และผู้ประกอบอาชีพในธุรกิจการบินถูกเลิกจ้าง เป็นต้น ซึ่งนอกจากวิกฤติ COVID-19
จะสง่ ผลโดยตรงต่ออตุ สาหกรรมการบินแล้ว ยงั ทำใหเ้ กดิ วถิ ชี ีวิตปกติใหม่ (New Normal) เป็นพฤติกรรม
การใช้ชีวิตผ่านระบบโซเชียลมากขึ้น มีการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) การเดินทาง
ระหว่างกนั ลดนอ้ ยลงโดยเฉพาะการเดนิ ทางทางอากาศ

ศักยภาพของการซ่อมบำรุงอากาศยานของไทยมีทั้งระดับ A-Check จนถึง D-Check ประเภท
ของการซ่อมบำรุง เช่น งานซ่อมลำตัว (Airframe MRO) งานซ่อมชิ้นส่วน (Component MRO) เช่น
ชุดฐานล้อ (Landing Gear) ล้อและชุดเบรก (Wheels & Brakes) ระบบเครื่องปั่นไฟสำรอง (APU) ระบบ
จ่ายน้ำมันและระบบควบคุม (Engine Fuel & Control) อุปกรณ์สื่อและบันเทิง (IFE) และงานซ่อม
เครือ่ งยนต์ (Engine MRO) ซง่ึ ส่วนใหญ่มงุ่ เนน้ เฉพาะการซอ่ มบำรุงอากาศยานให้สายการบินของตนเอง
เท่านั้น จึงทำให้มูลค่าการซ่อมบำรุงภายในประเทศมีจำนวนต่ำมากเมื่อเปรียบเทียบกับการซ่อมบำรุง
ในภูมภิ าค

ในอนาคตอันใกล้ แม้ว่าจะมีการนำวัคซีนมาใช้ป้องกันโรค แต่ความสูญเสียทางเศรษฐกิจคงต้อง
ใช้เวลาหลายปีในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมการบินให้กลับมาเฟื่องฟูได้เท่าเดิม ความเสียหายในวงกว้าง
ทำใหป้ จั จยั สภาวะแวดล้อมทง้ั ภายในและภายนอกของอตุ สาหกรรมซ่อมบำรุงอากาศยานและอตุ สาหกรรม
ผลิตชิ้นส่วนอากาศยานเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ กล่าวคือ ทิศทางการซ่อมบำรุงอากาศยานและ
การผลติ ชิน้ ส่วนอากาศยานควรพฒั นาศนู ยซ์ อ่ มบำรงุ และผู้ผลิตช้ินสว่ นในประเทศให้ได้มาตรฐานระดับ
สากล เพื่อให้คลัสเตอร์อุตสาหกรรมการบนิ มคี วามเขม้ แข็ง พง่ึ พาตนเองมากข้ึน และพรอ้ มแข่งขันในทุก
สถานการณ์

ความพรอ้ มและโอกาสการพัฒนา
เป้าหมายของการเป็นศูนย์กลางการซ่อมบำรุงอากาศยานและฐานการผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน

ในภูมิภาค ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการให้บริการขนส่งทางอากาศและอุตสาหกรรมการบิน
ครบวงจร เนื่องด้วยศักยภาพของที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่สนับสนุนให้การเดินทางทางอากาศจากประเทศไทย
ไปยังประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคมีความสะดวก รวดเร็ว อีกทั้งยังมีการสนับสนุนจากนโยบายการพัฒนา
อุตสาหกรรมการบิน ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและการพัฒนาประเทศด้านโครงสร้างพื้นฐาน
การคมนาคมและโลจิสติกส์ รวมถึงการส่งเสริมการลงทุนและการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก
(EEC) ปัจจัยสนับสนุนข้างต้นจึงทำให้อุตสาหกรรมการซ่อมบำรุงอากาศยานในประเทศไทยได้รับความ
สนใจจากผู้ประกอบการท้งั สญั ชาตไิ ทยและต่างชาตติ อ้ งการจะเขา้ มาลงทุน

คณะกรรมาธิการการคมนาคม วฒุ ิสภา ผ

บทสรุปผ้บู ริหาร

ส่วนโอกาสของภาคการผลิตชิ้นส่วนอากาศยานจะถูกขับเคลื่อนด้วยความต้องการอากาศยาน
รุ่นใหม่ ศักยภาพของผู้ประกอบการผลิตชิ้นส่วนอากาศยานในประเทศไทยนั้น เริ่มต้นมาจากผู้ผลิต
ผู้ออกแบบช้ินสว่ นประเภทตัวถัง เครื่องยนต์ ตัวควบคุม ชิ้นส่วนภายในจำพวกตัวเบาะ และยังมีชิ้นส่วน
ที่สำคัญ เช่น ชุดฐานล้อ เบรก คอมเพรสเซอร์ เป็นต้น ปัจจุบันผู้ผลิตในไทยมีความสามารถในระดับข้ัน
(Tier) ท่ี ๒, ๓ และ ๔ ซึ่งมีความพร้อมทั้งในด้านการผลิต ทักษะแรงงานฝีมือ และการรับถ่ายทอด
เทคโนโลยี นอกจากนี้สิ่งที่ผู้ประกอบการไทยต้องคำนึงถึงและเร่งพัฒนามาตรฐานสำหรับอุตสาหกรรม
การบินและอากาศยานที่ต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานระดับโลก เช่น AS 9100 เพื่อรองรับ
การเติบโตของอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนอากาศยานในอนาคต ซึ่งการพัฒนาต้องได้รับการสนับสนุน
ด้านการรับรอง และด้านการตลาดในประเทศจากหน่วยงานภาครัฐ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับ
ผูผ้ ลติ ชน้ิ สว่ นอากาศยาน

ข้อเสนอแนะแนวทางการฟื้นฟูและพัฒนาอุตสาหกรรมซ่อมบำรุงอากาศยานและอุตสาหกรรมผลิต
ช้ินส่วนอากาศยานของไทย

การพิจารณาศึกษาได้สรุปสาระสำคัญจากการทบทวนข้อมูล ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น ตลอดจน
ข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้เสียในอุตสาหกรรมการบิน โดยสาระสำคัญครอบคลุมเนื้อหาการวิเคราะห์
สถานการณ์ ศักยภาพ ความพร้อมของอุตสาหกรรมช่วงก่อนวิกฤติ ตลอดจนโอกาสและความท้าทาย
ของอตุ สาหกรรมช่วงหลังวกิ ฤติ นำมาจดั ทำเปน็ ขอ้ เสนอแนะด้านนโยบาย ดา้ นกฎหมายและกฎระเบียบ
และดา้ นส่งเสริมการลงทุน โดยมีรายละเอียดดังนี้

ดา้ นนโยบาย
๑. ภาครฐั ควรพิจารณาปรับแผนยทุ ธศาสตร์รวมถึงนโยบายที่เก่ยี วขอ้ งกับการส่งเสริมการลงทุน
ในอุตสาหกรรมซ่อมบำรุงอากาศยานและอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน เพื่อให้สอดคล้องกับ
สถานการณป์ จั จบุ นั
๒. ภาครฐั สามารถสร้างความต้องการของตลาดในประเทศได้จากอากาศยานของหนว่ ยงานต่าง ๆ
ในภาครฐั โดยอาจกำหนดเกณฑ์การใช้ช้นิ ส่วนทีผ่ ลิตได้ในทอ้ งถ่ิน ซ่งึ จะเปน็ การส่งเสริมธุรกิจผลิตชน้ิ ส่วน
อากาศยานให้เติบโตได้
๓. กำหนดนโยบายหรือมาตรการใหส้ ิทธิพเิ ศษในการจัดซอ้ื จดั จ้าง
๔. กำหนดนโยบายให้อากาศยานของไทยรับตรวจซ่อมกับ MRO ภายในประเทศก่อน โดยหาก
ไมส่ ามารถซ่อมได้ ใหม้ กี ารจา้ งช่วงและมีการถา่ ยทอดเทคโนโลยจี ากบรษิ ทั ต่างประเทศ
๕. รัฐบาลควรเป็นตัวกลางในการประสานงานกบั ต่างประเทศในรปู แบบ G-to-G เพ่อื ให้เกดิ การ
ถา่ ยทอดเทคโนโลยีจาก OEM ตา่ งประเทศ
๖. ภาครัฐควรมีนโยบายตัง้ หน่วยงานหรอื องค์กรที่เป็นศนู ย์รวมการวจิ ยั และการพัฒนาทางด้าน
อากาศยาน เป็นศนู ยท์ ดสอบและรบั รองมาตรฐานสากลทางด้านอากาศยานทีม่ คี วามจำเปน็ ไดแ้ ก่

๖.๑ การรบั รองมาตรฐานการผลติ ชน้ิ ส่วนอากาศยาน (Part 21)
๖.๒ การรบั รองมาตรฐานการซอ่ มบำรงุ อากาศยาน (Part 145)
๖.๓ การรับรองมาตรฐานศนู ย์ฝกึ อบรมช่างซอ่ มอากาศยาน (Part 147)
๖.๔ การรับรองมาตรฐานชา่ งซอ่ มอากาศยาน (Type II/Part 66)

ฝ คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา

รายงานการพจิ ารณาศกึ ษา
ข้อเสนอเชงิ นโยบายการบริหารจดั การธรุ กิจสายการบนิ
ธุรกิจสนบั สนุน และบุคลากรการบิน ช่วงวกิ ฤติ COVID-19

ดา้ นกฎหมายและกฎระเบียบ
๑. ปรับปรุงข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับที่ ๙๗ ว่าด้วยการอนุญาตประกอบ
กิจการการบินพลเรือน ประเภทการขนส่งทางอากาศเพื่อการพาณิชย์และประเภทการทำงานทางอากาศ
เรื่องเงื่อนไขอายุของอากาศยานสำหรับการรับขนคนโดยสารและสินค้า ให้สามารถจดทะเบียนอากาศยาน
ที่มีอายุเกิน ๑๖ ปี และเงื่อนไขอายุของอากาศยานสำหรับการรับขนเฉพาะสินค้า ให้สามารถจดทะเบียน
อากาศยานท่มี ีอายุเกิน ๒๒ ปไี ด้
๒. เพิ่มระยะเวลาการให้สิทธิยกเว้นภาษีนำเข้าและภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก ๘ ปี เป็น ๑๕ ปี
เทยี บเท่ากบั บางประเทศในภูมิภาคอาเซียน
๓. แก้ไขการจัดเก็บอากรกลุ่มอุปกรณ์และเครื่องมือที่มีราคาสูงและมีความจำเป็นในการซ่อม
อากาศยานตามคู่มือที่ผู้ผลิตอากาศยานแนะนำให้ใช้ประกอบกับวัสดุเพื่อซ่อมอากาศยาน โดยผลักดัน
การดำเนินการตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ คือ การเสนอให้
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกประกาศเพื่อยกเว้นหรือลดหย่อนอากร ส่วนในระยะยาว เสนอให้
แก้ไขบทบัญญัติ ภาค ๔ ประเภทที่ ๗ แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ บัญญัติให้
ของทไี่ ด้รับยกเวน้ อากร ครอบคลมุ ไปถงึ พวกอปุ กรณ์หรือเครือ่ งมอื ดงั กลา่ วดว้ ย
๔. สิทธิประโยชน์ทางภาษีในการนำเข้าวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนในอุตสาหกรรมการบินประเทศไทย
ยังมีการจัดเก็บในอัตราที่สูงกว่าประเทศในอาเซยี น ซึ่งบางประเทศมีข้อตกลงอัตราภาษีร้อยละ ๐ ทำให้
ผู้ประกอบการไทยไม่สามารถแข่งขันได้
๕. ทบทวนระเบียบการสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานภายในสนามบิน ซึ่งตามเงื่อนไขหลังจาก
พ้นระยะเวลาประกอบการ ๑๐ ปีแล้ว ศูนย์ซ่อมบำรุงนั้นตกเป็นทรัพย์สินของการท่าอากาศยาน ทั้งนี้
ผปู้ ระกอบการสายการบินพิจารณาว่า ระยะเวลาสัน้ เกนิ ไปยงั ไม่เกิดความคมุ้ คา่ ในการลงทนุ

ด้านการสง่ เสริมการลงทนุ
๑. พิจารณานโยบายส่งเสริมการลงทุน เช่น เงินสนับสนุน เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หรือการพักชำระหนี้
ให้กลุ่มอุตสาหกรรมการบิน ทั้งภาคการผลิตและซ่อมบำรุงอากาศยานตามระยะเวลาที่เหมาะสมกับ
สถานการณว์ ิกฤติ COVID-19
๒. นโยบายส่งเสริมผู้ประกอบการให้พัฒนามาตรฐานของโรงงาน ให้เข้าถึงมาตรฐานบริหาร
คณุ ภาพสำหรับอุตสาหกรรมการบนิ และอากาศยาน หรือ AS9100
๓. นโยบายส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอื่นในไทยให้พัฒนาความร่วมมือ
กับ OEM ในต่างประเทศ เพื่อเพ่มิ ศักยภาพให้ผปู้ ระกอบการในไทย
๔. นโยบายส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนอากาศยานที่ผลิตในประเทศ กับอากาศยานของรัฐ ที่ใช้งาน
ภายในประเทศและภมู ิภาค
๕. นโยบายส่งเสริมการจัดตั้งศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานครบวงจรตามมาตรฐานการซ่อมบำรุง
ระดับสากลที่มีชิ้นส่วนอะไหล่เพียงพอ การซ่อมมีความรวดเร็ว และควรมีที่ตั้งอยู่ใกล้กับฐานหลักของ
สายการบนิ จะสามารถแขง่ ขนั ด้านราคาได้
๖. นโยบายส่งเสริมการอบรมความรู้ทางด้านกฎหมายสากลเกี่ยวกับชิ้นส่วนและอากาศยาน
โดยเนน้ ทก่ี ารผลติ ชนิ้ ส่วนและซ่อมบำรงุ อากาศยานขนาดเล็ก

คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา พ



รายงานการพจิ ารณาศึกษา
ขอ้ เสนอเชิงนโยบายการบรหิ ารจัดการธุรกิจสายการบิน
ธรุ กิจสนับสนนุ และบคุ ลากรการบนิ ช่วงวิกฤติ COVID-19

สารบญั

หน้า
ส่วนที่ ๑
โครงการยอ่ ยท่ี ๑ การบริหารจัดการธรุ กิจสายการบนิ ช่วงวิกฤติ COVID-19...................................๑
บทที่ ๑ บทนำ ...............................................................................................................................๓

๑.๑ ความเปน็ มาและความสำคญั .............................................................................................๓
๑.๒ วตั ถุประสงค์......................................................................................................................๕
๑.๓ ขอบเขตการศึกษา.............................................................................................................๕
๑.๔ กรอบแนวคิดการพจิ ารณาศึกษา.......................................................................................๖
๑.๕ กระบวนการพจิ ารณาศกึ ษา ..............................................................................................๖
๑.๖ ประโยชนท์ ค่ี าดว่าจะไดร้ บั ................................................................................................๙
บทที่ ๒ สภาพปัจจุบันของปัญหาและอุปสรรคที่มีผลกระทบต่อการบริหารจัดการสายการบิน..... ๑๑
๒.๑ แนวโน้มการหดตวั ของการขนส่งทางอากาศทว่ั โลก........................................................๑๑
๒.๒ ผลของมาตรการปิดนา่ นฟ้าและหยดุ บนิ ชวั่ คราว............................................................๑๓
๒.๓ สภาพคลอ่ งทางการเงนิ และการเข้าถงึ แหล่งทนุ .............................................................๑๕
บทที่ ๓ วิเคราะห์สถานการณ์และโอกาสของสายการบิน ............................................................ ๑๗
๓.๑ ภาพรวมของการพฒั นาอุตสาหกรรมการบนิ ของประเทศ ..............................................๑๗
๓.๒ การเตบิ โตในชว่ ง ๑๐ ปที ผ่ี ่านมา....................................................................................๑๗
๓.๓ จุดเปลี่ยนของอตุ สาหกรรมการบินในประเทศ................................................................๑๙
๓.๔ ผลกระทบจากวิกฤติ COVID-19 ตอ่ ธุรกจิ การบินโลก....................................................๒๐
๓.๕ โอกาสการเสริมสร้างศักยภาพของธุรกจิ สายการบินของไทย .........................................๒๖
บทที่ ๔ มาตรการลดผลกระทบจากวิกฤติที่มีต่อสายการบิน........................................................ ๓๓
๔.๑ สรุปภาพรวมของการลดผลกระทบในระดับสากล..........................................................๓๓
๔.๒ มาตรการลดผลกระทบในภูมภิ าคเอเชีย.........................................................................๓๓
๔.๓ มาตรการช่วยเหลือและเยยี วยาธรุ กิจการบินของไทย ....................................................๓๕
๔.๔ แนวทางการปรับตัวฝ่าวิกฤติของสายการบนิ ..................................................................๔๐
บทที่ ๕ สรุปผลการพิจารณาศึกษา และข้อเสนอแนะ ................................................................. ๔๕
๕.๑ สรุปผลการพิจารณาศึกษา..............................................................................................๔๕
๕.๒ ขอ้ เสนอแนะ...................................................................................................................๔๗
บรรณานุกรม .............................................................................................................................. ๕๓

คณะกรรมาธิการการคมนาคม วฒุ ิสภา

สารบัญ

สารบัญ (ต่อ)

หน้า
สว่ นที่ ๒
โครงการย่อยท่ี ๒ การเตรยี มความพร้อมบคุ ลากรการบินเชงิ บูรณาการ.......................................๕๗
บทที่ ๑ บทนำ.............................................................................................................................๕๙

๑.๑ ความเปน็ มาและความสำคญั ..........................................................................................๕๙
๑.๒ วัตถปุ ระสงค์...................................................................................................................๖๓
๑.๓ ขอบเขตการศึกษา ..........................................................................................................๖๓
๑.๔ กรอบแนวคดิ การพจิ ารณาศกึ ษา....................................................................................๖๔
๑.๕ กระบวนการพิจารณาศกึ ษา ...........................................................................................๖๔
๑.๖ ประโยชนท์ ่คี าดวา่ จะได้รับ .............................................................................................๖๗
บทที่ ๒ สภาพปัญหาและอุปสรรคของการเตรียมความพร้อมบุคลากรการบิน .............................๖๙
๒.๑ ความตอ้ งการของตลาดแรงงานดา้ นการบินของไทย......................................................๖๙
๒.๒ มาตรฐานของสถาบันฝึกอบรมบุคลากรในอตุ สาหกรรมการบิน .....................................๗๔
๒.๓ มาตรฐานในกระบวนการออกและกำกับใบอนญุ าตผู้ประจำหนา้ ท่ี ................................๗๙
บทที่ ๓ วิเคราะห์สถานการณ์และโอกาสของบุคลากรการบิน......................................................๘๑
๓.๑ วเิ คราะห์สถานการณ์ของบุคลากรการบิน ......................................................................๘๑
๓.๒ โอกาสการเสรมิ สรา้ งสมรรถนะของบคุ ลากรการบิน.......................................................๘๕
บทที่ ๔ การบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดการบุคลากรการบิน............................๘๙
๔.๑ หนว่ ยงานกำกับดแู ลนโยบายการคมนาคมขนสง่ ทางอากาศของประเทศ.......................๙๐
๔.๒ หนว่ ยงานกำกับดแู ลและสง่ เสรมิ กิจการการบนิ พลเรือนของประเทศ ............................๙๑
๔.๓ หนว่ ยงานปฏิบตั แิ ละหนว่ ยงานสนบั สนนุ ต่าง ๆ ..............................................................๙๑
๔.๔ แนวทางการบริหารจัดการบูรณาการกับแนวทางการแกไ้ ขปัญหาอืน่ ๆ.........................๙๒
บทที่ ๕ สรุปผลการพิจารณาศึกษา และข้อเสนอแนะ..................................................................๙๕
๕.๑ สรปุ ผลการพิจารณาศึกษา..............................................................................................๙๕
๕.๒ ข้อเสนอแนะ................................................................................................................๑๐๑
บรรณานกุ รม ........................................................................................................................... ๑๐๓

คณะกรรมาธิการการคมนาคม วฒุ ิสภา

รายงานการพิจารณาศึกษา
ขอ้ เสนอเชงิ นโยบายการบรหิ ารจดั การธุรกิจสายการบนิ
ธุรกจิ สนับสนนุ และบุคลากรการบนิ ช่วงวกิ ฤติ COVID-19

สารบญั (ตอ่ )

หน้า
ส่วนที่ ๓
โครงการยอ่ ยที่ ๓ โอกาสการพฒั นาศนู ย์ซอ่ มอากาศยานและอุตสาหกรรมผลติ
ชน้ิ ส่วนอากาศยาน ...................................................................................................................๑๐๕
บทที่ ๑ บทนำ ..........................................................................................................................๑๐๗

๑.๑ ความเป็นมาและความสำคญั ....................................................................................... ๑๐๗
๑.๒ วตั ถปุ ระสงค์................................................................................................................ ๑๐๘
๑.๓ ขอบเขตการศึกษา....................................................................................................... ๑๐๘
๑.๔ กรอบแนวคิดการพจิ ารณาศกึ ษา................................................................................. ๑๐๙
๑.๕ กระบวนการพิจารณาศึกษา ........................................................................................ ๑๑๐
๑.๖ ประโยชนท์ ีค่ าดวา่ จะได้รับ .......................................................................................... ๑๑๑
บทที่ ๒ การวิเคราะห์สถานการณ์สภาพแวดล้อมของอุตสาหกรรมการบินของประเทศ .............๑๑๓
บทที่ ๓ ศักยภาพ ความพร้อม โอกาส และความท้าทาย
ของอุตสาหกรรมซ่อมบำรุงอากาศยานของไทย............................................................๑๑๕
๓.๑ ศักยภาพ ความพรอ้ มของอุตสาหกรรมซอ่ มบำรุงอากาศยานของไทย

ระยะก่อนวิกฤติ COVID-19......................................................................................... ๑๑๕
๓.๒ แนวโน้มการเตบิ โตของอุตสาหกรรมซอ่ มบำรงุ อากาศยานของไทย............................. ๑๑๗
๓.๓ โอกาสและความท้าทายของอุตสาหกรรมซ่อมบำรุงอากาศยานของไทย..................... ๑๒๗
บทที่ ๔ ศักยภาพ ความพร้อม โอกาส และความท้าทาย
ของอตุ สาหกรรมผลติ ชิ้นส่วนอากาศยานในประเทศไทย ..............................................๑๓๑
๔.๑ สภาพทวั่ ไปของอตุ สาหกรรม....................................................................................... ๑๓๑
๔.๒ ศกั ยภาพและแนวโน้มการเตบิ โตของอตุ สาหกรรมผลติ ช้ินสว่ นอากาศยานในไทย ...... ๑๓๒
๔.๓ โอกาสและความทา้ ทายของอตุ สาหกรรมผลติ ชน้ิ สว่ นอากาศยาน .............................. ๑๓๗
บทที่ ๕ สรุปผลการพิจารณาศึกษา และข้อเสนอแนะ ...............................................................๑๔๑
๕.๑ สรปุ ผลการพจิ ารณาศึกษา........................................................................................... ๑๔๑
๕.๒ ขอ้ เสนอแนะ................................................................................................................ ๑๔๒
บรรณานกุ รม ............................................................................................................................๑๔๕
ภาคผนวก ก รายนามคณะอนุกรรมาธิการและคณะทำงาน.......................................................๑๔๗
ภาคผนวก ข ภาพกิจกรรม........................................................................................................๑๕๓

คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา



สว่ นที่ ๑
โครงการยอ่ ยที่ ๑
การบริหารจดั การธุรกิจสายการบิน
ช่วงวิกฤติ COVID-19



รายงานการพิจารณาศึกษา
ข้อเสนอเชงิ นโยบายการบรหิ ารจัดการธรุ กิจสายการบนิ
ธรุ กิจสนับสนนุ และบคุ ลากรการบนิ ชว่ งวิกฤติ COVID-19

บทที่ ๑
บทนำ

๑.๑ ความเป็นมาและความสำคัญ
แนวทางการพัฒนาตามแผนแม่บทการขนส่งทางอากาศของประเทศไทย ระยะ ๑๕ ปี (พ.ศ.

๒๕๖๒ - ๒๕๗๖) ๑ ได้วางรากฐานอุตสาหกรรมการบินของไทยสู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจการบินระดับโลก
(Global Aviation Hub) ซึ่งการพัฒนาธุรกิจสายการบินและธุรกิจสนับสนุนเป็นส่วนหนึ่งในแนวทางที่มี
เปา้ หมายเพื่อส่งเสรมิ และอำนวยความสะดวกในการดำเนนิ ธรุ กจิ สายการบินและธุรกจิ สนบั สนุน

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจสายการบินสัญชาติไทยได้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ
สายการบินต้นทุนต่ำ (Low Cost Airline) จนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๕๕๙ - ๒๕๖๑ อัตราการขยายธุรกิจ
เริ่มทรงตัว เนื่องจากมีความเพียงพอต่อความต้องการเดินทางโดยเฉพาะผู้โดยสารชาวไทย สายการบิน
หลายแห่งจึงได้ปรับทิศทางไปเพิ่มเส้นทางบินระหว่างประเทศเป็นหลัก โดยในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ มูลค่า
ตลาดของธุรกิจการบินสัญชาติไทย พิจารณาข้อมูลจาก ๘ สายการบิน ได้แก่ การบินไทย ไทยสมายล์
บางกอกแอร์เวย์ ไทยแอร์เอเชีย ไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ นกแอร์ นกสกู๊ต และไทยไลอ้อนแอร์ มีมูลค่ารวม
๓๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ซ่งึ เพิ่มข้นึ ร้อยละ ๔ จากปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ๒ แสดงดงั ภาพท่ี ๑-๑

หน่วย : หม่นื ล้านบาท
ภาพที่ ๑-๑ แสดงมลู คา่ ตลาดธุรกิจการบนิ สัญชาตไิ ทย

๑ สำนักงานนโยบายและแผนการขนสง่ และจราจร. (๒๕๖๓). การประชมุ คณะอนกุ รรมการนโยบายและยทุ ธศาสตรก์ ารขนส่งทางอากาศ คร้ังที่ ๑/๒๕๖๓.
สบื คน้ จาก http://www.otp.go.th/index.php/post/view?id=3827

๒ ศนู ย์วิจยั เศรษฐกจิ และธุรกิจ ธนาคารไทยพาณชิ ย์. (๒๕๖๓). อนาคตธรุ กิจการบนิ : ผันผวน-ชะลอตวั และเตม็ ไปด้วยการแขง่ ขัน. สืบคน้ จาก
https://marketeeronline.co/archives/99018

คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา ๓

การบริหารจดั การธุรกจิ สายการบนิ ชว่ งวกิ ฤติ COVID-19
บทที่ ๑ บทนำ

ธุรกิจสายการบินเป็นการประกอบการธุรกิจบริการขนส่งทางอากาศทั้งผู้โดยสาร (Passenger
Service) และสินคา้ (Cargo Service) ที่ได้รบั ความนยิ มสูง เน่ืองจากมคี วามรวดเร็ว ความสะดวกสบาย
สามารถเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางตา่ ง ๆ ในระยะเวลาอันสั้น เชื่อมโยงและครอบคลมุ ทุกประเทศ
ไวด้ ว้ ยกัน เมื่อเกดิ เหตกุ ารณว์ ิกฤติระดบั โลก เช่น เหตุการณ์ ๙๑๑ สง่ ผลให้ระบบการบินของโลกประสบ
ภาวะขาดทุนประมาณ ๑๒,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ๓ สำหรับวิกฤติ COVID-19 สมาคมขนสง่ ทางอากาศ
ระหว่างประเทศ (International Air Transport Association: IATA) ได้คาดการณ์มูลค่าความเสียหาย
ของธุรกิจสายการบินจะมีมากกว่า ๘๔,๓๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ๔ เนื่องจากสายการบินหลายแห่งทั่วโลก
ประสบปัญหาหยุดบินชั่วคราว บางแห่งปิดกิจการและประกาศล้มละลาย โดยเฉพาะสายการบินที่มีฐานะ
ทางการเงินไม่แข็งแกร่ง รวมถึงบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และสายการบินสัญชาติไทยรายอื่น ๆ
ได้รบั ผลกระทบเชน่ เดียวกนั แสดงดงั ภาพที่ ๑-๒

ภาพท่ี ๑-๒ แสดงขอ้ มลู ของสายการบิน ๗ แห่งที่ล้มละลายจากวิกฤติ COVID-19 ๕

๓ คณะกรรมาธิการการคมนาคม วฒุ ิสภา. (๒๕๖๓). สรปุ ผลการสัมมนา เรื่อง อนาคตอตุ สาหกรรมการบนิ ของชาติ : วิกฤติ จดุ เปลยี่ น และโอกาส.
วนั ที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓. หอ้ งจูปเิ ตอร์ โรงแรมมริ าเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรงุ เทพมหานคร.

๔ International Air Transport Association. (2020). Economic Performance of the Airline Industry. Retrieve from https://www.iata.org/
en/iata-repository/publications/economic-reports/airline-industry-economic-performance-june-2020-report

๕ สำนักข่าวอไี ฟแนนซ์ไทย. (๒๕๖๓). ๗ สายการบนิ โลกลม้ ละลาย เซ่นโควดิ . สิบค้นจาก https://www.efinancethai.com/efinReview/efinReview
Main.aspx?release=y&name=er_202006041506

๔ คณะกรรมาธิการการคมนาคม วฒุ ิสภา

รายงานการพจิ ารณาศกึ ษา
ข้อเสนอเชิงนโยบายการบรหิ ารจดั การธรุ กิจสายการบิน
ธรุ กจิ สนบั สนุน และบคุ ลากรการบนิ ชว่ งวกิ ฤติ COVID-19

จากความสำคัญของธุรกิจสายการบิน ซึ่งเป็นองค์ประกอบแรกของห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรม
การบิน (Aviation Industries Supply Chain) ที่มีอิทธิพลต่อธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ได้แก่ บุคลากรการบิน
อุตสาหกรรมซ่อมบำรุงอากาศยาน และอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน เป็นต้น ผลกระทบจาก
COVID–19 ทำให้ความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรม ตลอดจนแนวโน้มการเดินทางของผู้โดยสารและการ
ขนส่งสินค้าลดลงอย่างกะทันหัน ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถหยุดการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา
๒๐๑๙ ได้ จึงคาดว่าจะไม่สามารถฟื้นฟูไดอ้ ย่างเต็มที่ภายในระยะเวลาหนึ่งปี และหากธุรกิจสายการบิน
ไม่สามารถอยู่รอดภายใต้วิกฤติการณ์ COVID-19 ย่อมส่งผลกระทบไปยังคลัสเตอร์อุตสาหกรรมการบิน
ในภาพรวม ดังนั้น คณะอนุกรรมาธิการด้านการคมนาคมทางอากาศ ในคณะกรรมาธิการการคมนาคม
วุฒิสภา ได้พิจารณาถึงวิกฤติและโอกาสในธุรกิจสายการบินของไทย จึงดำเนินการศึกษาแนวทางการ
บริหารจัดการสายการบิน ช่วงวิกฤติ COVID-19 เพื่อนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา การบรรเทา
ผลกระทบในมิติของข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อหน่วยงานภาครัฐ และข้อเสนอการปรับตัวของสายการบนิ
ทั้งนี้ เพื่อนำไปสู่การฟื้นฟูธุรกิจสายการบินและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ให้มีความแข็งแกร่งพร้อมที่จะพัฒนา
ศักยภาพอุตสาหกรรมการบินของไทยสกู่ ารเป็นศูนย์กลางการเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสารและสินค้า (Transfer
Hub) และศนู ย์กลางธรุ กจิ การบนิ ระดบั โลก (Global Aviation) ในอนาคต

๑.๒ วัตถุประสงค์
๑. เพือ่ ศกึ ษาสภาพปจั จุบันของปญั หาและอุปสรรคทมี่ ผี ลกระทบต่อการบริหารจัดการสายการบนิ
๒. เพอ่ื วิเคราะห์สถานการณแ์ ละโอกาสของสายการบิน ก่อนและหลังวิกฤติ COVID-19
๓. เพือ่ ศกึ ษามาตรการลดผลกระทบจากภาวะวกิ ฤติทีม่ ตี ่อสายการบนิ
๔. เพ่ือนำเสนอแนวทางการบริหารจดั การสายการบนิ ช่วงวิกฤติ COVID-19

๑.๓ ขอบเขตการศึกษา
ในการพิจารณาศึกษาครั้งน้ีได้มกี ารกำหนดขอบเขตการศึกษาเพื่อให้สอดคลอ้ งตามวัตถุประสงค์

โดยมีรายละเอียดดงั น้ี
ข้อมลู ปฐมภมู ิ
ศึกษาและรวบรวมขอ้ มลู สภาพปัจจบุ ันของปัญหาและอุปสรรคที่มผี ลกระทบต่อการบริหารจัดการ

สายการบินจากการประชุมระดมความคิดเห็น การรับฟงั ข้อมูล และข้อเสนอแนะจากหนว่ ยงานและองคก์ ร
ท่ีเกย่ี วขอ้ ง ทัง้ ภาครัฐ สถาบนั การเงนิ และผู้ประกอบการสายการบิน

ข้อมูลทตุ ยิ ภูมิ
ศึกษาและรวบรวมข้อมูลจากเอกสารที่เกี่ยวกับนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมการบินในระยะยาว
แผนบรรเทาผลกระทบของภาครัฐในระยะสั้น การบริหารจัดการสายการบินก่อนวิกฤติ และการบริหาร
จัดการในภาวะวกิ ฤติของสายการบนิ ต่าง ๆ ขอ้ เสนอรับการฟื้นฟจู ากภาครัฐรวมถึงข้อจำกัดในการเข้าถึง
การชว่ ยเหลือ นอกจากนี้ ยังมีการทบทวนโอกาสและทิศทางการปรบั ตวั ของสายการบินหลัง COVID-19
ระยะเวลาในการพิจารณาศึกษา
เดือนกุมภาพนั ธ์ - ธนั วาคม ๒๕๖๓

คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา ๕

การบรหิ ารจัดการธรุ กจิ สายการบิน ชว่ งวิกฤติ COVID-19
บทที่ ๑ บทนำ

๑.๔ กรอบแนวคดิ การพจิ ารณาศึกษา

สภาพปจั จุบันของปัญหา แนวทางการบรหิ ารจัดการสายการบนิ
และอปุ สรรคทีม่ ผี ลกระทบต่อ ช่วงวกิ ฤติ COVID - 19
การบริหารจัดการสายการบิน
- การทบทวนกฎระเบยี บทเ่ี ป็นขอ้ จำกดั
สถานการณ์และโอกาส ในการประกอบธรุ กจิ สายการบิน
ของสายการบิน
- มาตรการชว่ ยเหลือบรรเทาผลกระทบ
ก่อนและหลงั วิกฤติ COVID-19 อยา่ งทนั สถานการณ์

มาตรการลดผลกระทบ - แนวทางการปรับตัวและเสริมศกั ยภาพ
จากภาวะวกิ ฤติ ของสายการบิน

ภาพท่ี ๑-๓ แสดงกรอบแนวคดิ การพิจารณาศึกษา

๑.๕ กระบวนการพิจารณาศึกษา
๑. คณะอนกุ รรมาธิการได้ต้ังคณะทำงานพิจารณาศกึ ษาการบรหิ ารจัดการสายการบนิ
๒. ทบทวนและรวบรวมข้อมูลจากเอกสาที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมการบิน

ในระยะยาว แผนบรรเทาผลกระทบของภาครฐั ในระยะสน้ั การบริหารจดั การสายการบนิ กอ่ นวิกฤติและ
การบริหารจัดการในภาวะวิกฤติของสายการบินต่าง ๆ ข้อเสนอเพื่อขอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ
รวมถงึ ข้อจำกดั ในการเข้าถงึ การช่วยเหลือ นอกจากน้ียังมีการทบทวนโอกาสและทิศทางการปรับตัวของ
สายการบนิ ชว่ งวกิ ฤติ COVID-19

๓. ประชุมระดมความคิดเห็นร่วมกันของคณะทำงานและคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อดำเนินการ
รวบรวมข้อมูลสภาพปัจจุบันของปัญหาและอุปสรรค ผลกระทบจากภัยคุกคามของการแพร่ระบาดของ
โรค COVID-19 ที่มีต่อการบริหารจัดการสายการบิน รวมถึงข้อจำกัดท่ีเกิดจากกฎระเบียบและขอ้ บงั คับ
ของหน่วยงานกำกับดูแลสายการบนิ

๔. นำข้อมูลปฐมภูมิและทุติยภูมิที่ได้รับมาเข้าประชุมระดมความคิดเห็นในคณะทำงาน เพื่อทำ
การวิเคราะห์แยกแยะประเด็นสำคัญที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การศึกษา ในขั้นนี้มีการจัดทำรายงาน
ความก้าวหน้าเพ่ือใชเ้ ปน็ ข้อมลู ในการพิจารณาข้ันตอ่ ไป

๖ คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา

รายงานการพจิ ารณาศกึ ษา
ขอ้ เสนอเชิงนโยบายการบรหิ ารจดั การธุรกิจสายการบนิ
ธุรกิจสนบั สนนุ และบุคลากรการบิน ช่วงวิกฤติ COVID-19

๕. จัดสมั มนาเพือ่ รบั ฟงั ขอ้ มูลเกี่ยวกับสถานการณว์ กิ ฤติ จุดเปล่ยี น และโอกาสของอตุ สาหกรรม
การบินของประเทศ ในขั้นนี้มีการรวบรวมข้อคิดเห็น ข้อเสนอจากสายการบินเพื่อขอรับความช่วยเหลือ
จากภาครัฐ นอกจากนี้ยังรวบรวมแนวทางการบรรเทาผลกระทบจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น
กระทรวงคมนาคม สำนกั งานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย บรษิ ทั วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกดั
บริษัท ทา่ อากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กรมทา่ อากาศยาน

๖. ประชมุ ระดมความคิดเหน็ ร่วมกนั ระหว่างคณะอนุกรรมาธิการและผู้แทนหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง
ได้แก่ สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรมสรรพสามิต ธนาคารแห่งประเทศไทย
กระทรวงการคลัง กรมท่าอากาศยาน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กรมธุรกิจพลังงาน
ผู้แทนจากสถาบันการเงิน และผู้ประกอบการสายการบิน เพื่อดำเนินการรวบรวมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกบั
มาตรการชว่ ยเหลอื ในประเด็นตา่ ง ๆ ท้งั ระยะเร่งด่วนและระยะส้ัน

๗. นำผลที่ได้รับมาสังเคราะห์ข้อมูลร่วมกัน เพื่อกำหนดแนวทางการบริหารจัดการสายการบิน
ช่วงวิกฤติ COVID-19 จัดทำเป็นข้อเสนอมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบเพื่อฟื้นฟูสายการบิน
แนวทางการปรับตัวและเสริมศักยภาพของสายการบิน และข้อเสนอเชิงนโยบายในการทบทวนกฎระเบียบ
ที่เป็นข้อจำกัดในการประกอบธุรกิจสายการบิน ในขั้นนี้ได้จัดทำเป็นร่างรายงานการพิจารณาศึกษา
ฉบบั สมบรู ณ์

๘. นำเสนอรายงานการพิจารณาศึกษาฉบับสมบูรณ์เสนอต่อคณะกรรมาธิการการคมนาคม
วฒุ ิสภา

ทั้งนี้ เพื่อให้ทุกฝ่ายได้เกิดความเข้าใจวัตถุประสงค์และแนวทางในการพิจารณาศึกษาการบริหาร
จัดการสายการบิน ช่วงวิกฤติ COVID-19 จึงนำกระบวนการพิจารณาศึกษา ๘ ขั้นตอนข้างต้น แสดงดัง
ภาพที่ ๑-๔

คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา ๗

การบรหิ ารจัดการธรุ กิจสายการบิน ช่วงวิกฤติ COVID-19
บทท่ี ๑ บทนำ

แต่งต้ังคณะทำงานพจิ ารณาศึกษา

ทบทวนขอ้ มลู เชิงเอกสาร ประชุมคณะทำงาน
และคณะอนกุ รรมาธกิ าร

วเิ คราะห์ แยกแยะประเด็นสำคัญ
ตามวัตถุประสงค์ พรอ้ มจดั ทำ

รายงานความกา้ วหน้า

การสมั มนา “อนาคตอุตสาหกรรมการบิน ประชุมระดมความคิดเห็นคณะทำงาน
ของชาติ : วิกฤติ จดุ เปล่ียน และโอกาส” คณะอนกุ รรมาธิการ และหน่วยงานท่เี กยี่ วข้อง
รบั ฟังข้อมูล ข้อคิดเห็น และขอ้ เสนอแนะ

นำเสนอแนวทางการบรหิ ารจัดการสายการบนิ ช่วงวกิ ฤติ COVID-19
- การทบทวนกฎระเบียบท่ีเป็นข้อจำกดั ในการประกอบธรุ กจิ สายการบิน
- มาตรการชว่ ยเหลือบรรเทาผลกระทบอย่างทันสถานการณ์
- การปรับตวั และการเสรมิ ศกั ยภาพสายการบนิ

นำเสนอรายงานการพจิ ารณาศกึ ษาฉบบั สมบูรณ์
ต่อคณะกรรมาธิการการคมนาคม วฒุ ิสภา

ภาพท่ี ๑-๔ แสดงกระบวนการพจิ ารณาศกึ ษา

๘ คณะกรรมาธิการการคมนาคม วฒุ ิสภา

รายงานการพิจารณาศกึ ษา
ขอ้ เสนอเชิงนโยบายการบริหารจดั การธุรกิจสายการบิน
ธรุ กจิ สนบั สนนุ และบคุ ลากรการบิน ช่วงวิกฤติ COVID-19

๑.๖ ประโยชน์ทคี่ าดวา่ จะไดร้ บั
๑. ทำให้ทราบถึงสภาพปัจจุบันของปัญหาและอุปสรรคที่มีผลกระทบต่อการบริหารจัดการ

สายการบิน
๒. ทำให้ทราบถึงสถานการณ์การบริหารจัดการสายการบิน ก่อนและหลังวิกฤติ COVID-19

รวมถงึ โอกาสการเสรมิ สรา้ งศกั ยภาพของสายการบินเพ่อื เพม่ิ ขดี ความสามารถทางการแข่งขนั
๓. ทำให้ทราบถึงมาตรการบรรเทาผลกระทบ และการช่วยเหลือเพื่อฟื้นฟูสายการบิน รวมถึง

แนวทางการปรับตวั ของผู้ประกอบการสายการบนิ ในภาวะวิกฤติ
๔. ทำให้ได้ข้อสรุป ข้อเสนอแนะ แนวทางการบริหารจัดการสายการบิน ช่วงวิกฤติ COVID-19

ในมิติของบทบาทหน้าที่ภาครัฐ และความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน เพื่อรักษาธุรกิจการบิน
ของไทย

คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา ๙



รายงานการพิจารณาศกึ ษา
ขอ้ เสนอเชงิ นโยบายการบริหารจัดการธรุ กิจสายการบิน
ธุรกิจสนบั สนุน และบคุ ลากรการบิน ช่วงวกิ ฤติ COVID-19

บทที่ ๒
สภาพปัจจุบนั ของปญั หาและอุปสรรค
ที่มีผลกระทบต่อการบริหารจัดการสายการบนิ

๒.๑ แนวโนม้ การหดตวั ของการขนสง่ ทางอากาศทว่ั โลก
วิกฤติ COVID-19 ส่งผลเสมือนการล้มของโดมิโน่ในทุก ๆ ส่วนของอุตสาหกรรมการบิน ธุรกิจ

ที่ได้รับผลกระทบสูงสุด คือ ธุรกิจสายการบิน เกิดการระงับเที่ยวบิน การจำกัดเส้นทางบิน การยกเลิก
สายการบิน การลดต้นทุน การลดจำนวนพนักงานสายการบิน และการจำกัดเงื่อนไข รวมถึงมาตรการ
ในการเดนิ ทางของผโู้ ดยสาร ทกุ อยา่ งล้วนสะท้อนถงึ การเปลี่ยนแปลงที่สำคญั ๖

การขนส่งทางอากาศเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจโลก ผลประโยชน์ทาง
เศรษฐกิจที่มากขึ้นน้ี เกิดขึ้นจากทั้งการเชื่อมต่อโดยตรงระหว่างเมืองทำให้การไหลเวียนของสินค้า ผู้คน
ทุน และเทคโนโลยี อยา่ งไรกต็ าม COVID-19 ทำให้การเชือ่ มตอ่ ระหว่างเมอื งลดลงไปอย่างมากและยังมี
ความเสี่ยงที่จะยังไม่ฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์ ๗ ซึ่งสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International
Air Transport Association: IATA) คาดการณ์ว่า ผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา
๒๐๑๙ ทำให้การเดินทางและการขนส่งทางอากาศทั่วโลกลดลงรวมร้อยละ ๕๒.๙ โดยภูมิภาคเอเชีย
แปซิฟิกจะลดลงมากที่สุดถึงร้อยละ ๕๙.๙ ซึ่งในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกจะสูญเสีย
รายได้กว่า ๓๑๔,๐๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ การเดินทางระหว่างประเทศจะฟื้นตัวเพียงร้อยละ ๕๐
ในไตรมาสที่ ๔ ของปนี ี้ ๘ ส่วนแบ่ง GDP โลกของการขนส่งทางอากาศจะลดลงครึ่งหน่ึงในปี พ.ศ. ๒๕๖๓
ซึ่งมีมูลค่ารวม ๔๓๔,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ (ร้อยละ ๐.๕ ของ GDP) ท่ามกลางการประกาศล็อกดาวน์
ของนานาประเทศ คาดวา่ ปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (Revenue Passenger Kilometer: RPK) จะลดลง
ร้อยละ ๕๕ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ยังมี
ไมม่ ากนักจะเป็นแรงกดดันต่อการฟน้ื ตัวของอุปสงค์การเดินทางทางอากาศ นอกจากนี้ คาดวา่ การค้าโลก
จะลดลงร้อยละ ๑๓ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึ่งเป็นการบ่งชี้ปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศที่ลดลง
อย่างมาก อย่างไรก็ตาม ในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ คาดว่าการค้าจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งจะเป็นปัจจัย
สนับสนุนสำหรับปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศที่จะมีมากขึ้นโดยเฉพาะการขนส่งสินค้า ที่จำเป็น
เช่น เวชภัณฑต์ ่าง ๆ ๙ รวมถงึ วคั ซนี ปอ้ งกนั COVID-19 เปน็ ต้น

๖ ทกั ษณิ า แสนเย็น, วรวฒุ ิ เว้นบาป, วรี ะพันธ์ ชว่ ยประสิทธ์ิ, กุลธวัช ศรายทุ ธ, และอาภาภรณ์ หาโสะ๊ . (๒๕๖๓). บทวิเคราะหก์ ารรบั มอื โรคโควดิ -๑๙:
ผลกระทบตอ่ อตุ สาหกรรมการบิน. วารสารสหวิทยาการมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์, ๓(๒), ๒๐๙ - ๒๒๐.

๗ International Air Transport Association. (2020). Economic Performance of the Airline Industry. Retrieve from https://www.iata.org/
en/iata-repository/publications/economic-reports/airline-industry-economic-performance-june-2020-report

๘ คณะกรรมาธกิ ารการคมนาคม วุฒสิ ภา. (๒๕๖๓). สรุปผลการสัมมนา เรื่อง อนาคตอุตสาหกรรมการบินของชาติ : วิกฤติ จดุ เปลี่ยน และโอกาส.
วันท่ี ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓. ห้องจูปิเตอร์ โรงแรมมริ าเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร.

๙ International Air Transport Association. (2020).

คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา ๑๑


Click to View FlipBook Version