รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง การนําเชื้อเพลิงไฮโดรเจนมาเปนพลังงานทางเลือก เพื่อการพาณิชยสําหรับภาคขนสง ภาคการผลิตไฟฟา ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร โดย คณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา กลุมงานคณะกรรมาธิการการพลังงาน สํานักกรรมาธิการ ๑
รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง การนําเชื้อเพลิงไฮโดรเจนมาเปนพลังงานทางเลือก เพื่อการพาณิชยสําหรับภาคขนสง ภาคการผลิตไฟฟา ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร โดย คณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา
(shun) mmntiafmaj ihunum? MUvnimiB.niimiMmtu.3(Seifn..Iy\i.q.Jswasn®.tfsi&d........ VI ...el1..0ooff!,oat/.(5 )...............................TU^.3^1fl£)-lM4.. ls£to.to........................ i1a'3...miiunCTSiioJiJnwii0i.niiyiwamlA^iwuiJiA?l.v.M^iiUY!iManmaniiyiicy.sa.u aivmj/npiTrufU /npifmwanlvlvh /npiawfnvmnu weisfnpimimwii 'ua-apiouifnijjiBfni q nnviPi'wu i»i?ifn q nrmilau Tbstninwam q %J i 4/ • | | ffoat,ufmitJis6aui&i?ifn pmvi ®gti (emaeraojtli^aitlpmviviCk) tuempiiivi ®o ■ ay os d , M Vd d ay *=v o> | o o 1/ a/ ay . ^ nuaiau is£tob ynJi^ul^uu^Pi^aai^niiuisniifmjEyili^aiiaiaai flimiainpiiimiibEWiesweifn vi.pi. lodrtob *ua Goic^ iiipifia^ (®®) ^pitusm^inBnisniivmMnmfluflcusfminBfmsntfty i o d d V d o <=» i ay oy*^ o d d inssmwsunflflisvm* S ajvitnmiat:0i\n0vmianii'3vii£:ii,,Biiajnm Qy «y nisviinanii vmian aauvn^amaai-3 viia^nwila^Pi *1 mnaifruniitiivni niiemeiiijvmj'ui miaVivn nnH rniauinwiemTu niiuemvnwa^itJvimivi'uuAswA'm'uvmiJan miflntnwarns viu q uasuinvmniiunWj'dfyvn aiJaiipmnniiaavnuasniiWvia^i'u pniuiTuPi^Piitivi^^TU vtaimnflnw nwjnu lauauus uasii3ianiiiJ/]iihJisiviPi uasuwmduvifna^wavisflif'iwTflifl waaluvmimasa’iim wasau n viinai^a^ ^{hatmPicusniiiJiBniiPiaisC! tli^naupiia v 1 q ®. viaian emus aaaiuma tbs5TUfl£USni13JlBmi b. mulaian wmnj laauauvii q la^tlissiupisusnuuiBnii piuviviua «• « m. viaaimpiian afipfnfi nauemis la-aibssTUPisusniimBmi paivifia-a <£. ViaTvi 0TWU ‘BlbsVIU u q la-nJissi'UPiaisniiajiBmi pomenu <r. naian aewBa q snuenTiiw la^ibssTUPicusniiuiBnii Piuvia to. uiafmw/n sumiPiriTU laTnumiPioisniiuiBmi q eii. uiaaiJnw 1 thaiEmm«u la^ta'yi'umiaoiiiniiuiBnii q a. unawu uitfaffi IsmnpmjsniiajiBmi tf. inasiiffa laEmjfmapmj 1 H V iJis!5Tu^iJinwpiaisnii3Ji5mi ®o. nman Q^iiLQau laauanq villifmiPiaisnmnBfm ®®. muan eitfa fmivi V mJifmiPicusniiinBfni ®io. muiaian uvipia Iwispn mJifmiPicusniiinBmi ®en. vialvinia viainemn <u ^TJlnwiPicusiniiinBmi sxt. inaitfa ri^^rfnfi vnJinwpiaiiiniiuiBmi ®£. muiaian ifhqna mnwimvia mJin'bnpicusniiinBnii ®t». rauan ani TOaaa q u fiiJinwPiaisniisjiBmi ®cni. virnan an,?* flnenupi <MiJinwiPiai^ni‘3inBmi ®rf. maamai ay piiiw vliJifiwpicusniiuiBnii ay tfad PicusniiuiBmi...
!/ I 9/ ‘uaCl puuunmnsrm'lwwniu'unTa'wqniwnpin’W'ula'S nmtfii^aiiAmVlaTmi.a'u ini.iluwdmuvn^uaamwanmvndwmviftmiA'ij-um /nAnTswadl^vh /nflawanvifmu s uas/npimiifiwn imaiiauia&men a^aina'ntiwanmmmimmwammflnwila^mfifm wamSa/niviawaman miwaO^mjfmibsmnwififn vi.pi. bctbb ‘ua etd •» i s 03mim1auiJiiwalib0mimLasthiemaii03itwa^m£miai5fmi?i3vi<ib£'!tf3j afSei/nwaliJ s vision anus aqsnuwEJ (anus aaaiM) ibssnunnisniiinsminmyia-a'n’u atSaan #mnnnwa* <u (■un^em^visinw awstiw?) <u w^am^numiflcusmiin5nmnmvifmi «u S <u lateim ^nmitinna-j <u CunemTiathn ‘Ufyianm) w^aiA'fliumiflaismiijnsnmnmvimm'u «u 9 leSemi s mtfnmijjisnm © maid ffiuw dnEJiauTUfmpicuafmjjnsfmfmvi^^iu vivmlhtn maa ^ s Iviimivi o bc^cn© G^©^t> - gtJ viTU s
สารบัญ หนา สารบัญตาราง ก สารบัญภาพ ข รายงานการพิจารณาศึกษา ค รายนามคณะกรรมาธิการ ง รายนามคณะอนุกรรมาธิการ ช รายนามที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ ญ บทสรุปผูบริหาร ฏ บทที่ ๑ บทนํา ๑ ๑.๑ ความเปนมาของการพิจารณาศึกษา ๑ ๑.๒ วัตถุประสงค 3 ๑.๓ ขอบเขตของการศึกษา 3 ๑.๔ วิธีการดําเนินงาน 3 1.5 แนวคิด วิธีการ และกระบวนการทํางาน 4 1.6 ประโยชนที่คาดวาจะไดรับ 4 บทที่ ๒ เอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวของ 5 ๒.๑ การพัฒนาเปลี่ยนผานการใชพลังงานเชื้อเพลิงไปสูพลังงานจากกาซไฮโดรเจน 5 ๒.๒ แผนการพัฒนาการใชพลังงานไฮโดรเจน 5 ๒.๓ สีหลักของไฮโดรเจน 7 ๒.๔ การดักจับ และกักเก็บคารบอน และการดักจับ การใช และการเก็บคารบอน 12 2.5 ปริมาณคารบอนในบรรยากาศสําหรับสิ่งแวดลอม 13 2.6 รูปแบบ และเทคโนโลยีสําหรับการผลิตกาซไฮโดรเจน 14 2.7 การประยุกตใชประโยชนจากกาซไฮโดรเจน 16 2.8 ขอจํากัดของการใชพลังงานกาซไฮโดรเจน 18 2.9 ความปลอดภัยของกาซไฮโดรเจน 18 2.10 รหัส และมาตรฐานกาซไฮโดรเจน 24 2.11 แผนงานและการประยุกตใชพลังงานไฮโดรเจนในหลาย ๆ ประเทศ 26 2.12 เปาหมายภายใตยุทธศาสตรพลังงานไฮโดรเจนแหงสหภาพยุโรป 31 2.13 กลยุทธพลังงานไฮโดรเจนของราชอาณาจักรไทย 33 บทที่ ๓ วิธีการพิจารณาศึกษา 35 ๓.๑ การเชิญหนวยงานที่เกี่ยวของเขารวมประชุม 35 ๓.๒ การเดินทางศึกษาดูงาน 46 3.3 การจัดสัมมนา 53
สารบัญ (ตอ) หนา บทที่ ๔ ผลการศึกษา ขอพิจารณา และการอภิปรายผลขอมูล 59 4.1 ผลการศึกษา 59 4.2 ขอพิจารณา 65 บทที่ ๕ บทสรุปและขอเสนอแนะ 69 บรรณานุกรม 71 ภาคผนวก 79 ภาคผนวก ก การศึกษาดูงาน ณ สถานีเติมกาซไฮโดรเจน 81 ของ PTT, PTT OR, Toyota และ BIG จังหวัดชลบุรี วันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๖๕ ภาคผนวก ข การศึกษาดูงาน ณ โรงงานแยกกาซ 89 ของบริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแกส จํากัด (BIG) จังหวัดระยอง วันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๖ ภาคผนวก ค รายงานการสัมมนา เรื่อง “ไฮโดรเจน : พลังงานทางเลือกแหงอนาคต 95 ตอบโจทยสภาวะโลกรอน?”
ก สารบัญตาราง ตารางที่ หนา ๑.1 แผนการดําเนินการตามชวงเวลา 3 2.1 ไฮโดรเจนสีเขียว สีน้ําเงิน และสีเทา 7 2.2 ไฮโดรเจนสีอื่น ๆ 12 2.3 รวมอุบัติเหตุครั้งสําคัญของไฮโดรเจนที่เกิดขึ้น 22 2.4 รหัส และมาตรฐานกาซไฮโดรเจน 25
ข สารบัญภาพ แผนภาพที่ หนา ๑.1 การปลอยกาซคารบอนไดออกไซดของประเทศไทย 2 2.1 วัฏจักรไฮโดรเจน 5 2.2 ไฮโดรเจนสามารถใชเปนสารตั้งตนในอุตสาหกรรมตาง ๆ 6 2.3 เครื่องแยกน้ําดวยไฟฟาแบบ เยื่อแลกเปลี่ยนประจุบวก 8 2.4 เครื่องแยกน้ําดวยไฟฟา แบบใชสารละลายอัลคาไลน 9 2.5 เครื่องแยกน้ําดวยไฟฟา แบบออกไซดของแข็ง 9 2.6 การเปลี่ยนแปลงโครงสรางไอของกาซมีเทนดวยไอน้ํา 10 2.7 การออกซิเดชันบางสวน 11 2.8 การแปรสภาพเปนกาซ 11 2.9 ภาพรวมของสีไฮโดรเจน 13 2.10 เทคโนโลยีสําหรับการผลิตไฮโดรเจน 14 2.11 การประยุกตใชประโยชนจากกาซไฮโดรเจน 16 2.12 คุณสมบัติของกาซประเภทตาง ๆ 17 2.13 รูปแบบสถานีเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนในอนาคตซึ่งมีขนาดเล็กและเขมขน 19 โดยระยะหางดานความปลอดภัยสําหรับกระบวนการไฮโดรเจนเหลว มีขนาดนอยลง สืบเนื่องจากเทคโนโลยีที่ดีขึ้น 3.1 สถานีเติมกาซไฮโดรเจนของ PTT, PTT OR, Toyota และ BIG 47 3.2 รถไฟฟาที่ใชไฮโดรเจนเปนเชื้อเพลิง 48 3.3 ขั้นตอนการผลิตกาซไฮโดรเจนสีเขียว 48 3.4 เครื่องกําเนิดไฟฟาจากกาซไฮโดรเจนสีเขียว สําหรับประจุไฟฟาใหรถไฟฟา 49 3.5 สถานีประจุไฟฟา และเติมกาซไฮโดรเจนสีเขียว 49 3.6 โรงไฟฟาเชื้อเพลิงไฮโดรเจนสีเขียว เครื่องยนต LM1500 ของ GE 50 3.7 ขั้นตอนการผลิตกาซไฮโดรเจนจากผลพลอยไดในการแยกกาซธรรมชาติเหลว 50 (Liquid Natural Gas, LNG) ของบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) 3.8 ปริมาณการใช และสามารถผลิตกาซไฮโดรเจนตอวัน 51 3.9 กระบวนการผลิตกาซไฮโดรเจน 51 4.1 เสนทางการขนสง Hydrogen ที่คาดวาจะเกิดขึ้น 60 4.2 ปจจุบันไฮโดรเจนสวนมากจะผลิตโดยใชเชื้อเพลิงฟอสซิล มีเพียงสวนนอยเทานั้น 60 ที่ผลิตโดยใชพลังงานทดแทน ซึ่งสวนมากจะถูกนาไปใชอุตสาหกรรมการกลั่น และเปนวัตถุดิบสําหรับปโตรเคมี 4.3 ไฮโดรเจนสามารถผลิตไดโดยใชแหลงพลังงานที่หลากหลาย รวมถึงเชื้อเพลิงฟอสซิล 66 เชน น้ํามัน กาซธรรมชาติ การดัดแปลงเมทานอล กาซมีเทนจากชีวมวล การแยกน้ํา ดวยไฟฟาจากพลังงานลม และแสงอาทิตย จึงสามารถจัดหาพลังงานไดอยางสม่ําเสมอ
ค รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง การนําเชื้อเพลิงไฮโดรเจนมาเปนพลังงานทางเลือกเพื่อการพาณิชย สําหรับภาคขนสง ภาคการผลิตไฟฟา ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร ของคณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา ตามที่ที่ประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๗ (สมัยสามัญประจําป ครั้งที่หนึ่ง) วันอังคารที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๒ ไดมีมติตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจําวุฒิสภา ตามขอบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอ ๗๘ วรรคสอง (๒๔) ซึ่งคณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา เปนคณะกรรมการสามัญประจําวุฒิสภา มีหนาที่และอํานาจพิจารณารางพระราชบัญญัติ กระทํากิจการ พิจารณาสอบหาขอเท็จจริงหรือศึกษา เรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการบริหาร การสงเสริมพัฒนา การจัดหา การใช การอนุรักษพลังงาน การแสวงหา พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก การศึกษาผลกระทบและแนวทางการแกไขปญหาอุปสรรค จากการจัดหาและการใชพลังงาน ความมั่นคงดานพลังงาน พิจารณาศึกษา ติดตาม เสนอแนะ และเรงรัดการปฏิรูปประเทศ และแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติที่อยูในหนาที่และอํานาจ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวของ โดยคณะกรรมาธิการไดพิจารณาศึกษาเรื่อง การนําเชื้อเพลิงไฮโดรเจน มาเปนพลังงานทางเลือกเพื่อการพาณิชยสําหรับภาคขนสง ภาคการผลิตไฟฟา ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร บัดนี้ คณะกรรมาธิการไดพิจารณาศึกษาเรื่องดังกลาวเสร็จเรียบรอยแลว จึงขอรายงานผลการพิจารณาศึกษาตอที่ประชุมวุฒิสภา ดังนี้ ๑. การดําเนินงานของคณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา ๑.๑ คณะกรรมาธิการการพลังงาน ประกอบดวย ๑) พลเอก สกนธ สัจจานิตย ประธานคณะกรรมาธิการ ๒) พลเรือเอก ชัยวัฒน เอี่ยมสมุทร รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง ๓) พลอากาศเอก อดิศักดิ์ กลั่นเสนาะ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง ๔) พลโท อําพน ชูประทุม รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม ๕) พลเอก อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สี่ ๖) นายกรรณภว ธนภรรคภวิน เลขานุการคณะกรรมาธิการ ๗) นายอุปกิต ปาจรียางกูร รองเลขานุการคณะกรรมาธิการ ๘) นายเจน นําชัยศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการ ๙) นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ๑๐) พลเอก ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ๑๑) พลเอก ดนัย มีชูเวท ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ๑๒) พลเรือเอก นพดล โชคระดา ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ๑๓) นายไพฑูรย หลิมวัฒนา ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ๑๔) นายวิชัย ทิตตภักดี ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ๑๕) พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ๑๖) พลเอก สราวุฒิ ชลออยู ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ๑๗) พลเอก สําเริง ศิวาดํารงค ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ๑๘) นายสําราญ ครรชิต ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ
ง รายนามคณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา พลเอก สกนธ สัจจานิตย ประธานคณะกรรมาธิการ พลเรือเอก ชัยวัฒน เอี่ยมสมุทร พลอากาศเอก อดิศักดิ์ กลั่นเสนาะ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง พลโท อําพน ชูประทุม พลเอก อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สี่
จ นายกรรณภว ธนภรรคภวิน นายอุปกิต ปาจรียางกูร เลขานุการคณะกรรมาธิการ รองเลขานุการคณะกรรมาธิการ นายเจน นําชัยศิริ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย โฆษกคณะกรรมาธิการ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ พลเอก ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข พลเอก ดนัย มีชูเวท ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ พลเรือเอก นพดล โชคระดา นายไพฑูรย หลิมวัฒนา ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ
ฉ นายวิชัย ทิตตภักดี พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ พลเอก สราวุฒิ ชลออยู พลเอก สําเริง ศิวาดํารงค ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ นายสําราญ ครรชิต ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ
ช ๑.๒ คณะกรรมาธิการไดตั้งคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษา ติดตามและเสนอแนะ ดานเชื้อเพลิงธรรมชาติ ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการคณะนี้ ประกอบดวย ๑) พลโท อําพน ชูประทุม ประธานคณะอนุกรรมาธิการ ๒) นายเจน นําชัยศิริ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง ๓) นายสําราญ ครรชิต รองประธานคณะอนุกรรมาธิการ คนที่สอง ๔) นายกวิน ทรัพยสุนทร อนุกรรมาธิการ ๕) ศาสตราจารยจงจิตร หิรัญลาภ อนุกรรมาธิการ ๖) พลอากาศตรี ชินรัตน มณีอินทร อนุกรรมาธิการ ๗) พลอากาศโท ธรรมนิตย สิงหคะสะ อนุกรรมาธิการ ๘) พลอากาศตรี นริศ เขียวแกว อนุกรรมาธิการ ๙) นายบุญธร อุปนันท อนุกรรมาธิการ ๑๐) ผูชวยศาสตราจารยรักไทย บูรพภาค อนุกรรมาธิการ ๑๑) นายเอกชัย คงสวัสดิ์ อนุกรรมาธิการ ๑๒) นายรัตนพัฒน ปวิเศษกุลเดช อนุกรรมาธิการและเลขานุการ
ซ รายนามคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษา ติดตามและเสนอแนะดานเชื้อเพลิงธรรมชาติ พลโท อําพน ชูประทุม ประธานคณะอนุกรรมาธิการ นายเจน นําชัยศิริ นายสําราญ ครรชิต รองประธานคณะอนุกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง รองประธานคณะอนุกรรมาธิการ คนที่สอง นายกวิน ทรัพยสุนทร ศาสตราจารยจงจิตร หิรัญลาภ อนุกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ
ฌ พลอากาศโท ธรรมนิตย สิงหคะสะ พลอากาศตรี ชินรัตน มณีอินทร อนุกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ พลอากาศตรี นริศ เขียวแกว นายบุญธร อุปนันท อนุกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ ผูชวยศาสตราจารยรักไทย บูรพภาค นายเอกชัย คงสวัสดิ์ อนุกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ นายรัตนพัฒน ปวิเศษกุลเดช เลขานุการคณะอนุกรรมาธิการ
ญ รายนามที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาติดตาม และเสนอแนะ ดานเชื้อเพลิงธรรมชาติ ประกอบดวย ๑) พลเอก ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข ๒) พลโท ยศวัฒน อนันตดิลกฤทธิ์ ๓) พลเรือตรี กาณฑ ชาตเสนีย ๔) นายปรีชา ออประเสริฐ ๕) นายเรืองชัย จินตรุงเรืองชัย ๖) นายคุณานันท ทยายุทธ ๗) นางสาวอุไรพรรณ วุฒิสิงหชัย ๘) นายพะโยม ชิณวงศ ๙) นายสุวรรณ อํานวยผลวิวัฒน ๑๐) นายชลอ ภาณุตระกูล ๑๑) พลเรือโท สมัย ใจอินทร ๑๒) นางนฤมล กัลยาณมิตร ๑๓) นายวิโรจน คลังบุญครอง ๑๔) นายพรชัย เวศยวิบุล ๑๕) นายพรชัย สุทธิวรชัย 16) พลโท ชุมพร วิเชียร 17) นายสุรวุฒิ สนิทวงศ ณ อยุธยา ๒. วิธีการพิจารณาศึกษา คณะทํางานกําหนดวิธีการพิจารณาศึกษาเพื่อใหไดมาซึ่งขอมูลดังกลาวโดยการศึกษา เชิงคุณภาพ ดังนี้ ๒.๑ การศึกษาทบทวนจากขอมูลทุติยภูมิ ไดแก ขอเท็จจริงตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับโครงสราง ราคาพลังงาน เชน สถานการณดานพลังงาน กฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ และนโยบายภาครัฐ ๒.๒ การศึกษาโดยเชิญบุคคล ผูบริหารจากหนวยงานที่เกี่ยวของมารวมประชุม เพื่อรับฟงขอมูล และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อใหไดรับทราบขอมูลอยางครบถวนในการพิจารณาศึกษา ใหมีความสมบูรณ ๒.๓ การจัดสัมมนา เพื่อสรางการรับรูและสรางแนวทางความเขาใจเกี่ยวกับการนําไฮโดรเจนมาใช เปนพลังงานทางเลือกของประเทศอยางรอบดาน ตลอดจนเปนการประสานงานความรวมมือระหวางกัน ของหนวยงานตาง ๆ ดานพลังงานของประเทศ เพื่อสงเสริมและพัฒนาพลังงานไฮโดรเจนทดแทน เชื้อเพลิงฟอสซิลสําหรับประเทศไทย และขยายระดับสูความมุงมั่นพัฒนาเปนเทคโนโลยีดานพลังงาน เพื่อประเทศไทย
ฎ ๓. ผลการพิจารณาศึกษา คณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา ขอรายงานผลการพิจารณาศึกษาเรื่อง การนําเชื้อเพลิง ไฮโดรเจนมาเปนพลังงานทางเลือกเพื่อการพาณิชยสําหรับภาคขนสง ภาคการผลิตไฟฟา ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร ซึ่งคณะกรรมาธิการไดมอบหมายใหคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษา ติดตาม และเสนอแนะดานเชื้อเพลิงธรรมชาติ ดําเนินการพิจารณาศึกษา โดยคณะกรรมาธิการไดพิจารณารายงาน ของคณะอนุกรรมาธิการ ดวยความละเอียดรอบคอบแลว และไดมีมติเห็นชอบกับรายงานดังกลาว โดยถือวาเปนรายงานการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการ ดังนั้น คณะกรรมาธิการจึงขอเสนอรายงาน การพิจารณาศึกษา โดยมีรายละเอียดตามรายงานทายนี้ เพื่อใหวุฒิสภาไดพิจารณา หากวุฒิสภา ใหความเห็นชอบกับผลการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการขอไดโปรดแจงไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาและดําเนินการตามที่เห็นสมควรตอไป ทั้งนี้ เพื่อประโยชนตอประเทศชาติ และประชาชนสืบไป นายกรรณภว ธนภรรคภวิน เลขานุการคณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา
ฏ บทสรุปผูบริหาร Executive Summary ในขณะที่โลกเผชิญกับภาวะโลกรอน ไฮโดรเจนกลายเปนวัตถุดิบสําคัญ ที่ใชในอุตสาหกรรม ไฮโดรเจนสามารถใชเปนสารตั้งตนในอุตสาหกรรมตาง ๆ เชน อุตสาหกรรมปโตรเคมีอุตสาหกรรมเหล็ก อุตสาหกรรมรถยนต อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมอิเลคทรอนิคส และอื่น ๆ โดยสามารถผลิตไดจาก พลังงานหมุนเวียน และเปนมิตรตอสิ่งแวดลอม ไมวาจะใชในการเผาไหม หรือในเซลลเชื้อเพลิง ผลพลอยไดหลักของการเผาไหมกาซไฮโดรเจน คือ น้ํา แทนที่จะเปนกาซคารบอนไดออกไซด ที่เกิดจากการเผาไฮโดรคารบอน เชน กาซธรรมชาติ ถานหิน น้ํามันดิบ ของเหลวไฮโดรคารบอนอื่น ๆ หรือชีวมวล สถิติในป ค.ศ. 2015 ในสหภาพยุโรปมีการใชไฮโดรเจนอยูที่ 339 TWh ซึ่งรวมถึงไฮโดรเจน ที่เปนผลิตภัณฑพลอยได (By Product) จากโรงกลั่น ซึ่งจุดประสงคหลักของการใชไฮโดรเจนดังกลาวคือ เพื่อใชในอุตสาหกรรมการกลั่น และการผลิตแอมโมเนีย โดยปริมาณที่ใชดังกลาวถือวานอยกวารอยละ 10 ของปริมาณไฮโดรเจนที่ถูกใชกันอยูทั่วโลกเบื้องตนมีการประเมินวาภายในป ค.ศ. 2030 จะมีการ ใชไฮโดรเจนในการสรางพลังงานในสหภาพยุโรปไดถึง 665 TWh หรือคิดเปนรอยละ 6 ของพลังงานทั้งหมด ในสหภาพยุโรป และภายในปค.ศ. 2050 จะมีการใชไฮโดรเจนสรางพลังงานไดถึง 2,250 TWh หรือคิดเปนรอยละ 24 ของพลังงานที่ตองการใชในสหภาพยุโรป ขอดีของการใชกาซไฮโดรเจน มีประโยชนหลายประการ - สามารถสังเคราะหไดจากวัตถุดิบตามธรรมชาติหลากหลายประเภท เมื่อเกิดการเผาไหม จะมีเพียงน้ําและกาซออกซิเจนเทานั้นที่เปนผลพลอยไดจากการสันดาป โดยไมปลดปลอย กาซคารบอนไดออกไซดคาพลังงานสูงกวาเชื้อเพลิงนิดอื่น ไมกอใหเกิดกลุมควัน ฝุนละออง สามารถประยุกตใชกับเชื้อเพลิงฟอสซิลเดิมได ขอจํากัดของการใชพลังงานกาซไฮโดรเจน มีขอจํากัดในการใชงาน ดังนี้ 1) การจัดเก็บ และขนสง กาซไฮโดรเจนเปนธาตุที่มีขนาดเล็ก น้ําหนักเบา และยังมีคุณสมบัติ ในการกัดกรอน จึงทําใหยากที่จะเก็บ และขนสง 2) ตนทุนการผลิตสูงในการผลิตไฮโดรเจนสีเขียว ซึ่งปราศจากการปลอยกาซคารบอนไดออกไซด ตองใชอุปกรณสําหรับผลิตกาซ ที่เรียกวา Electrolyzes ซึ่งเปนอุปกรณที่ใชสําหรับแยกน้ําออกเปนกาซไฮโดรเจน และกาซออกซิเจน โดยใชกระแสไฟฟา อุปกรณนี้มีราคาสูง แตราคาของอุปกรณดังกลาว มีแนวโนมที่จะลดลงเรื่อย ๆ ในอนาคตอันใกล 3) การใชเทคโนโลยีขั้นสูง ในการเปลี่ยนเชื้อเพลิงที่ใชผลิตกระแสไฟฟา จากการใชกาซธรรมชาติ เปนใชกาซไฮโดรเจนในการผลิตกระแสไฟฟาแทน จําเปนตองใชเทคโนโลยีขั้นสูงขึ้นเพื่อใหได ประสิทธิภาพเทาเดิม ความปลอดภัยของกาซไฮโดรเจน ความปลอดภัยของเชื้อเพลิง กาซไฮโดรเจน และไฮโดรเจนเหลว ครอบคลุมถึงการผลิต การจัดการ และการใชกาซไฮโดรเจนอยางปลอดภัย กาซไฮโดรเจนมีคะแนนสูงสุด ของ NFPA 704 ที่ระดับ 4 ในระดับความสามารถในการติดไฟ เนื่องจากสามารถติดไฟไดเมื่อผสม ในปริมาณเล็กนอยกับอากาศธรรมดา การจุดระเบิดสามารถเกิดขึ้นไดที่อัตราสวนปริมาตรของ กาซไฮโดรเจนตออากาศต่ําถึงรอยละ 4 เนื่องจากกาซออกซิเจนในอากาศ และความเรียบงาย และคุณสมบัติทางเคมีของปฏิกิริยา
ฐ ผลการศึกษา ตนทุนการผลิตไฮโดรเจนสีเขียวจะยังคงอยูในระดับสูง แตเมื่อเวลาผานไป ตนทุนการผลิตจะปรับตัวลดลงตามตนทุนการผลิตพลังงานหมุนเวียนที่มีแนวโนมลดลงอยางตอเนื่อง การประหยัดตอขนาด (Economies of scale) และความกาวหนาของเทคโนโลยี โดยรายงานของ PwC คาดวา ตนทุนการผลิตไฮโดรเจนจะลดลงถึงราว 50% ภายในป 2573 จากนั้นจะยิ่งลดลงเรื่อย ในระดับที่ชากวาไปจนกระทั่งถึงป2593 โดยยกตัวอยางตนทุนการผลิตไฮโดรเจนสีเขียว ในกลุมประเทศตะวันออกกลาง แปซิฟก รัสเซีย สาธารณรัฐประชาชนจีน สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย นาจะอยูที่ประมาณแค 1 - 1.5 ยูโรตอกิโลกรัม (หรือราว 38 - 57 บาทตอกิโลกรัม) เทานั้น ขอพิจารณา ๑) กลยุทธสําคัญที่ใชในการพิจารณาการใชไฮโดรเจนของประเทศไทย ระยะแรก คือ ควรพัฒนาการใชไฮโดรเจนในภาคขนสง ระยะตอไป ตองแขงขันกับ เทคโนโลยีพลังงานสะอาดประเภทอื่น ๆ ๒) การพิจารณาลงทุนในการผลิต และใชไฮโดรเจน ประเทศไทยควรเรงพิจารณาการวางกลยุทธในการสงเสริมการผลิต ไฮโดรเจนสีเขียว พรอมกําหนดเปาหมายที่ชัดเจน ประเทศไทยมีเปาหมายที่จะใชพลังงานทดแทน และพลังงานทางเลือก รอยละ 30 ของการใชพลังงานภายในป พ.ศ. 2579 โดยจัดทําปรับปรุงแผนพัฒนาพลังงานทดแทน และพลังงานทางเลือก (Alternative Energy Development Plan - AEDP 2018) ซึ่งเนนการสงเสริม พลังงานชีวภาพ ๓) สรางระบบ กฎ กติกาที่เอื้อตอการลงทุน และพัฒนาพลังงานไฮโดรเจน เนื่องจากเทคโนโลยี ในการผลิตและพัฒนาไฮโดรเจนสีเขียว โดยเฉพาะเครื่องแยกน้ําดวยไฟฟามีราคาสูง นอกจากนี้ยังตองมี การลงทุนในเทคโนโลยีอื่น ๆ เพื่อประกันความปลอดภัยในกระบวนการผลิต ๔) การทดลองในโครงการนํารอง การทดลองใชกาซไฮโดรเจน เพื่อใชในรถขนสงขนาดใหญ โดยสรางสถานีเติมกาซไฮโดรเจน ใหครอบคลุมพื้นที่ที่กําหนด เชน บริเวณเพื่อลดปริมาณการปลอยกาซคารบอนไดออกไซดและฝุนละออง ขนาดเล็ก PM 2.5 ผลการศึกษาโดยสรุปการเปลี่ยนเชื้อเพลิงฟอสซิลสูเชื้อเพลิงไฮโดรเจน เพื่อการพาณิชย สําหรับภาคขนสง ภาคการผลิตไฟฟา ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร ในสวนของภาคการขนสง เปนแหลงปลอย CO2 ที่ใหญเปนอันดับ 2 รองจากการผลิตไฟฟาและความรอน ซึ่งคิดเปนประมาณ 25 เปอรเซ็นตของการปลอยกาซทั่วโลก ดังนั้น เพื่อขับเคลื่อนการดําเนินงานตามแนวนโยบายของแผนพลังงานชาติ ใหบรรลุเปาหมาย ความเปนกลางทางคารบอน carbon neutrality ภายในป ค.ศ. 2050 และการปลอยกาซ เรือนกระจกสุทธิเปนศูนย (Net zero) ในปค.ศ.2065 จึงมีขอเสนอแนะดังนี้ ๑. รัฐควรกําหนดใหไฮโดรเจนเปนรูปแบบหนึ่งของพลังงานที่จะมีการนํามาใชโดยเรงดวน ทั้งนี้เพื่อใหมีการศึกษา คนควา วิจัย เตรียมความพรอมดานบุคคลากร เพื่อเปนการประชาสัมพันธ ใหประชาชนมีความเขาใจในการนําไฮโดรเจนมาใชงานในรูปแบบตาง ๆ ซึ่งมีมาตรฐานและความปลอดภัย ตามรูปแบบสากล ๒. ภาครัฐจะตองเปนผูนําดวยการจัดทําแผนและจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนสงเสริม การใชประโยชนพลังงานไฮโดรเจน โดยอาจแบงการดําเนินการออกเปน ๒ ระยะ ดังนี้
ฑ ระยะแรก ในชวง ๓ - ๕ ป - จําเปนตองมีการศึกษารายละเอียดในเชิงเศรษฐกิจและเทคโนโลยีควบคูกับการพิจารณา ตนทุนการผลิต การขนสง หวงโซมูลคา เพื่อใชขอมูลและผลการศึกษาในการกําหนด Road Map และแนวทางพัฒนา - เพื่อเปนการสนับสนุนเพื่อเสริมสรางประสบการณและองคความรูใหกับหนวยงานรัฐ และเอกชน สรางความตื่นตัว ความพรอม ความคิดริเริ่ม โดยอาจจัดใหมีการเสนอโครงการสาธิต การใชพลังงานไฮโดรเจนเฉพาะกิจในรูปแบบของ smart mobilities, smart city เปนตน ระยะที่สอง ในชวงถัดจากระยะแรกไป 3 - 5 ปขางหนา เพื่อเปนการสงเสริมใหเกิด การลงทุนพัฒนาการใชประโยชน การพัฒนาโครงสรางพื้นฐาน รวมทั้งการลงทุนในการพัฒนา ผลิตอุปกรณที่เกี่ยวของในเชิงพาณิชย เชน รัฐอาจกําหนดเปาหมายที่ชัดเจนในการผลิตไฮโดรเจนสะอาด เพื่อทดแทนพลังงานฟอสซิลใหไดตามแผนการลดคารบอนของประเทศ หมายเหตุ : เนื่องจากการใชไฮโดรเจนเปนเชื้อเพลิงในภาคขนสง เปนการทั่วไป มีความจําเปนตองลงทุนในโครงสรางพื้นฐานจํานวนมาก ซึ่งศักยภาพของไฮโดรเจนที่ผลิตได ยังไมสามารถรองรับอุปสงคในกรณีเชนนั้น จึงควรดําเนินการในรูปแบบโครงการนํารองที่จํากัดเสนทาง เชน รถบรรทุกขนสง หรือรถไฟ เปนตน ๓. ในขั้นตนควรมีมาตรการสนับสนุนการลงทุนทั้งในรูปแบบการเงินและสิทธิประโยชน ทางภาษี โดยเฉพาะอยางยิ่งสําหรับผูที่ประสงคปรับเปลี่ยนอุปกรณมาใชเชื้อเพลิงไฮโดรเจนครั้งแรก เชน สินเชื่อ และการค้ําประกันที่กําหนดเปาหมาย และจํากัดเวลา ๔. สงเสริมใหเกิดการแขงขัน การลงทุนโครงการโครงสรางพื้นฐาน การผลิต จัดหา และการคาในเชิงพาณิชย สนับสนุนการใชเทคโนโลยีการผลิตไฮโดรเจนที่ไมกอใหเกิดมลภาวะ ไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) 5. สนับสนุนการใชเทคโนโลยีการผลิตไฮโดรเจนที่ไมกอใหเกิดมลภาวะไปสูการผลิต ไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) พิจารณาการจัดตั้งหนวยงานเฉพาะกิจเพื่อริเริ่มการศึกษา ออกแบบ และกอสรางโครงการไฮโดรเจนสีเขียวขนาดใหญ โดยรัฐอาจสนับสนุนงบประมาณขั้นตน และเปดให ภาคเอกชนผูมีความสนใจรวมลงทุน ทั้งนี้เพื่อเปนตัวเรงความกาวหนาในการพัฒนาเศรษฐกิจ ไฮโดรเจน และพัฒนาเปนบริษัทมหาชนที่เปดโอกาสใหภาคเอกชนและประชาชนได มีโอกาสในการ รวมลงทุนพัฒนาพลังไฮโดรเจนในอนาคต 6. พิจารณาขอกฎหมายที่เกี่ยวของ แกไขกฎหมายที่ไมจําเปนและบัญญัติกฎหมายใหม เพื่อสนับสนุนกิจกรรมที่จําเปนและเกี่ยวของ โดยในอนาคตอาจตรากฎหมายในระดับพระราชบัญญัติ เพื่อรองรับการดําเนินงาน เนื่องจากปจจุบันการประกอบกิจการไฮโดรเจนทั้งในภาคการผลิต ดานความปลอดภัยอยูภายใตการกํากับดูแลภายใตกฎหมายอื่น ซึ่งมุงเนนการกํากับดูแลความปลอดภัย เปนหลัก ยังไมครอบคลุมทุกดาน
บทที่๑ บทนํา 1.1 ความเป็นมาของการพิจารณาศึกษา ประเทศไทยใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานหลายชนิด ทั้งที่เป็นพลังงานฟอสซิล อาทิน้ํามัน น้ํามันดิบ ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติโดยใช้ในภาคอุตสาหกรรม คมนาคม การค้าและการบริการสาธารณะ การเกษตรและการป่าไม้นอกจากนี้ยังมีการใช้พลังงานคาร์บอนต่ํา อาทิพลังงานน้ํา พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานความร้อนใต้พิภพ และพลังงานชีวมวล ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน มาแล้วหลายครั้งเริ่มแรกที่พลังงานมาจากฟืน เริ่มเปลี่ยนมาใช้ถ่านหิน หลังจากนั้นเริ่มการพึ่งพาน้ํามัน และก๊าซธรรมชาติมาจนปัจจุบัน หลังจากที่ทั่วโลกเริ่มตระหนักถึงความไม่ยั่งยืนของแหล่งพลังงานฟอสซิล จึงเริ่มพยายามเปลี่ยนแหล่งพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล (ถ่านหิน น้ํามัน ก๊าซธรรมชาติ) มายังแหล่ง พลังงานคาร์บอนต่ํา และพลังงานหมุนเวียน ด้วยเหตุนี้ Energy Transition จึงเข้ามามีบทบาทสําคัญ ในการเปลี่ยนไปสู่พลังงานสะอาดและพลังงานทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นพลังงานน้ํา (Water Energy) พลังงานลม (Wind Energy) พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy) หรือพลังงานความร้อนใต้พิภพ (Geothermal Energy) เป็นต้น สอดคล้องกับการจัดทําแผนพลังงานชาติที่มีการกําหนดเป้าหมาย มุ่งสู่พลังงานสะอาด และลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (carbon neutrality) โดยการส่งเสริมการลงทุนพลังงานสีเขียวในภาคพลังงาน เพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย ความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปีค.ศ. 2050 และมุ่งเน้นส่งเสริมความมั่นคงภาคพลังงาน เพื่อรองรับรูปแบบการผลิตและการใช้พลังงานที่มีความหลากหลายมากขึ้นในอนาคต แนวนโยบาย ที่สําคัญคือ เพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจากกําลังผลิตใหม่ให้มากกว่า ร้อยละ 50 ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานภาคขนส่งเป็นพลังงานไฟฟ้าสีเขียวผ่านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ตามนโยบาย 30@30 เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้ได้มากกว่า 30 - 40% ปรับโครงสร้างพื้นฐาน รองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานตามแนวทาง 4D1E เช่น การพัฒนาระบบไฟฟ้าที่มีการกระจายตัว และยืดหยุ่น รวมถึงปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้พลังงานเป็นพลังงานไฟฟ้า จากการประชุม COP26 ประเทศไทยควรปรับเป้าหมายในการขับเคลื่อนประเทศให้สอดคล้อง และทัดเทียมกับนานาชาติหลังเข้าร่วมประชุม COP26 นายกรัฐมนตรีพลเอก ประยุทธ์จันทร์โอชา จึงประกาศเป้าหมายสําคัญของประเทศไทย เพื่อให้ประเทศไทยเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปีค.ศ. 2050 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปีค.ศ. 2065 ปัจจุบันประเทศไทยปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 224 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ดังแสดงในรูปที่ 1.1 การไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนจะต้องปรับเปลี่ยนการปล่อยก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ที่มาจากหลายภาคส่วน คือ ภาคการขนส่ง ภาคการผลิตไฟฟ้า ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร โดยการดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กลับ สามารถทําได้โดยการใช้ต้นไม้ดูดก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์เพื่อใช้ในการสังเคราะห์แสง สําหรับสร้างเนื้อเยื่อ คาร์โบไฮเดรตน้ําตาล หรืออื่น ๆ ที่มีคาร์บอนเป็นส่วนประกอบ
- 2 - การปลูกตนไมเพื่อเพิ่มพื้นที่ปา ในปจจุบันสามารถดูดกลับกาซคารบอนไดออกไซดได 90 ลานตันคารบอนไดออกไซดเทียบเทาตอปเปาหมายในการดูดกลับกาซคารบอนไดออกไซด อยูที่ 120 ลานตันคารบอนไดออกไซดเทียบเทาตอปเปนอยางนอย จะสามารถทําใหประเทศไทย สามารถปลอยกาซคารบอนไดออกไซดได120 ลานตันคารบอนไดออกไซดเทียบเทาตอป ในปริมาณ ที่เทากัน เพื่อใหสามารถหักลบกันเปนศูนย และเกิดความเปนกลางทางคารบอนไดภายในป ค.ศ. 2050 ภาพที่ ๑.1 การปลอยกาซคารบอนไดออกไซดของประเทศไทย แหลงที่มา : สํานักงานนโยบาย และแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน 2020 ในสวนการปลอยกาซเรือนกระจกสุทธิเปนศูนย ไมใชเพียงแคการปลอยกาซคารบอนไดออกไซด แตรวมถึงกาซเรือนกระจกทั้งหมด 7 ชนิด ไดแก คารบอนไดออกไซด (Carbon dioxide, CO2), มีเทน Methane,CH4), ไนตรัสออกไซด Nitrous oxide, N2O), กลุมกาซไฮโดรฟลูออโรคารบอน (HFCs), กลุมกาซเปอรฟลูออโรคารบอน (PFCs), ซัลเฟอรเฮกซะฟลูออไรด (Sulfur hexafluoride, SF6) และ ไนโตรเจน ไตรฟลูออไรด (Nitrogen trifluoride, NF3) การยกระดับ Nationally Determined Contributions: NDCs หรือการมีสวนรวม ที่ประเทศกําหนดจากรอยละ 20 - 25 เปนรอยละ 40 โดยใชแนวทางการสนับสนุนทางการเงิน การถายทอดเทคโนโลยีและความรูเขามาชวย การลดอุณหภูมิ ประเทศไทยตั้งเปาหมายอยูระหวาง 1.6 - 1.7 องศาเซลเซียส ซึ่งถือเปน เปาหมายที่ทาทาย เพราะตั้งเปาไวสูงกวาเปาหมายของโลก กระทรวงพลังงานไดกําหนดนโยบาย สงเสริมการใชพลังงานทดแทนของประเทศใหไดรอยละ 20.3 ของการใชพลังงาน กระทรวงพลังงานไดกําหนดนโยบายสงเสริมการใชพลังงานทดแทนของประเทศใหไดรอยละ 20.3 ของการใชพลังงานขั้นสุดทายในป พ.ศ. 2565 ประเทศไทยกําหนดใหมีการใชพลังงานไฮโดรเจน ในภาคคมนาคมขนสงในปริมาณ 100,000 กิโลกรัม ในป พ.ศ. 2560 ที่ผานมา เพื่อทดแทน การนําเขาน้ํามันและลดปญหาสภาวะโลกรอนและมลพิษ เนื่องจากพลังงานไฮโดรเจนเปนพลังงาน ที่สะอาดและสามารถผลิตไดจากวัสดุตั้งตนหลายประเภท เชน กาซธรรมชาติ น้ํา กาซชีวภาพ ชีวมวล ถานหิน สาหราย เปนตน ทําใหไฮโดรเจนไดรับความสนใจในงานวิจัยและพัฒนาพลังงานไฮโดรเจน มาใชอยางจริงจังทั้งการผลิตไฟฟาและการเผาไหม อีกทั้งไฮโดรเจนยังมีคุณสมบัติเดนหลายประการ
- 3 - เชน ใหพลังงานตอหนวยไดสูงสุดในบรรดาเชื้อเพลิงชนิดตาง ๆ และสามารถเผาไหมไดอยางสมบูรณ โดยไมกอใหเกิดมลพิษตอสภาวะแวดลอมซึ่งเปนจุดเดนของพลังงานสะอาด โดยผลผลิตจากการเผาไหม มีเพียงน้ําเทานั้น ปจจุบันทั่วโลกมีการใชไฮโดรเจนประมาณปละ 50 ลานตัน แตจนถึงปจจุบัน ยังคงมีความลาชา ซึ่งสงผลใหประเทศไทยมีความลาหลังในการนําพลังงานไฮโดรเจนมาใชทดแทน เชื้อเพลิงฟอสซิล ที่ผานมาการพัฒนาพลังงานไฮโดรเจนของประเทศไทยยังขาดการเชื่อมตอหรือประสานงานรวมกัน ระหวางภาครัฐและเอกชนทั้งในระดับงานวิจัยและการนําไปประยุกตใช ดังนั้นจึงจําเปนที่จะตองรวบรวม องคความรูที่เกี่ยวกับงานวิจัยและพัฒนา การประยุกตใชงานของพลังงานไฮโดรเจน ตลอดจนมาตรฐาน และความปลอดภัยจากการใชพลังงานชนิดนี้ คณะอนุกรรมาธิการพิจารณา ศึกษา ติดตามและเสนอแนะ ดานเชื้อเพลิงธรรมชาติ ในคณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา จึงเสนอญัตติพิจารณาศึกษา และรวบรวมขอคิดเห็นโดยการแลกเปลี่ยนองคความรูระหวางหนวยงานตาง ๆ ดานเทคโนโลยีพลังงาน ไฮโดรเจนที่เกิดขึ้นทั้งในประเทศและตางประเทศ เพื่อเปนแนวทางเสนอรัฐบาลนําไปประกอบการ พิจารณาพัฒนาในระดับนโยบายตอไป 1.2 วัตถุประสงค 1) เพื่อใหทราบสถานภาพของการดําเนินนโยบายงานดานพลังงานไฮโดรเจนของรัฐและเอกชน 2) เพื่อทราบแนวทางการสงเสริม และพัฒนาพลังงานไฮโดรเจนทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล 3) เพื่อทราบถึงปญหาและอุปสรรคของการดําเนินการพัฒนาการเปลี่ยนผานสูเชื้อเพลิงไฮโดรเจน 1.3 ขอบเขตของการศึกษา รวบรวมขอมูลการผลิตไฮโดรเจน การนํามาใช ประโยชน อุปสรรค จากเอกสารการศึกษา งานวิจัย ลงพื้นที่ดูงานของทุกภาคสวนที่เกี่ยวของในประเทศ แลวนํามาประเมินผล 1.4 วิธีการดําเนินงาน ระยะเวลาดําเนินงานพิจารณาศึกษา ภายในระยะเวลา ๓ เดือน นับตั้งแตเดือน มกราคม ๒๕๖๖ ตารางที่ ๑.1 แผนการดําเนินการตามชวงเวลา กิจกรรม เดือนที่ ๑ ๒ ๓ กิจกรรมที่ ๑ เชิญหนวยงานภาครัฐ และภาคเอกชนในธุรกิจที่เกี่ยวของ มาใหขอมูล กิจกรรมที่ ๒ ศึกษากฎหมายที่เกี่ยวของรวมทั้งขอกําหนดตางๆ กิจกรรมที่ ๓ ศึกษาขอมูลตัวอยางในตางประเทศในการนําเทคโนโลยีเชื้อเพลิง ไฮโดรเจนมาใช รวมไปถึงมาตรฐานเครื่องมือ และมาตรฐานความปลอดภัย กิจกรรมที่ ๔ สรุปผลการศึกษาเสนอคณะอนุกรรมาธิการ กิจกรรมที่ ๕ รายงานฉบับสมบูรณ
- 4 - 1.5 แนวคิด วิธีการ และกระบวนการทํางาน ๑) เชิญหนวยงานภาครัฐและภาคเอกชนในธุรกิจที่เกี่ยวของมาเปนคณะทํางาน เพื่อรวมพิจารณา ขอมูลขอเท็จจริง อันจะนําไปสูขอสรุปแนวทางการตัดสินใจดําเนินการในระยะตอไป ๒) ศึกษาขอกฎหมายทั้งหมดที่เกี่ยวของรวมทั้งขอกําหนดตาง ๆ ๓) ศึกษาขอมูลตัวอยางในตางประเทศในการนําเทคโนโลยีเชื้อเพลิงไฮโดรเจนมาใช รวมไปถึง มาตรฐานเครื่องมือ และมาตรฐานความปลอดภัย ๔) ศึกษาวิเคราะหภาพปริทรรศนของประเทศชั้นนํา ดานเทคโนโลยีเชื้อเพลิงไฮโดรเจน รวมไปถึงกลไกตลาด ๕) ศึกษาดูงานบริษัทตนแบบการผลิต ในประเทศ/ตางประเทศ ๖) เขารวมการสัมมนาที่เกี่ยวของเพื่อรวบรวมขอมูล 1.6 ประโยชนที่คาดวาจะไดรับ 1) รูทิศทางการดําเนินการของประเทศตางๆ ในการใชเชื้อเพลิงที่ปลอยกาซเรือนกระจก ใหลดลงไดตามกําหนดเวลา 2) นําขอศึกษามาปรับ เพื่อใชดําเนินการสําหรับประเทศไทย เพื่อใหสอดคลอง และใชเชื้อเพลิงที่ปลอยกาซเรือนกระจกใหลดลงไดตามกําหนดเวลา
บทที่ ๒ เอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวของ ๒.๑ การพัฒนาเปลี่ยนผานการใชพลังงานเชื้อเพลิงไปสูพลังงานจากกาซไฮโดรเจน การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติวาดวยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 (COP26) ที่เมืองกลาสโกวประเทศสกอตแลนด มีขอตกลงเพื่อควบคุมปญหาการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ และการผลักดันใหยุติการใชเชื้อเพลิงฟอสซิล ประเทศไทยใหความสําคัญสูงสุด แกการแกไขปญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และพรอมที่จะยกระดับการดําเนินงาน เพื่อมุงสูการบรรลุเปาหมายความเปนกลางทางคารบอน ภายในป ค.ศ. 2050 และเปาหมาย การปลอยกาซเรือนกระจกสุทธิเปนศูนยไดในป ค.ศ. 2065 หากไดรับการสนับสนุนทางดานการเงิน และเทคโนโลยีอยางเต็มที่และเทาเทียม รวมถึงการเสริมสรางขีดความสามารถจากความรวมมือ ระหวางประเทศและกลไกอื่น ๆ ภายใตกรอบอนุสัญญาฯ ประเทศไทยจะสามารถยกระดับเปาหมาย การมีสวนรวมที่ประเทศกําหนด (NDC) เปนรอยละ 40 ไดและมุงสูการปลอยกาซเรือนกระจกสุทธิ ของไทยเปนศูนยไดภายในป ค.ศ. 2050 ภาพที่ 2.1 วัฏจักรไฮโดรเจน แหลงที่มา : Intertek Group PLC. 2.2 แผนการพัฒนาการใชพลังงานไฮโดรเจน ในขณะที่โลกเผชิญกับภาวะโลกรอน ไฮโดรเจนกลายเปนวัตถุดิบสําคัญ ที่ใชในอุตสาหกรรม ไฮโดรเจนสามารถใชเปนสารตั้งตนในอุตสาหกรรมตางๆ เชน อุตสาหกรรมปโตรเคมี อุตสาหกรรมเหล็ก อุตสาหกรรมรถยนต อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมอิเลคทรอนิคส และอื่น ๆ ดังแสดงในรูปที่ 2.2 - สามารถผลิตไดจากพลังงานหมุนเวียน - เปนมิตรตอสิ่งแวดลอม
- 6 - ภาพที่ 2.2 ไฮโดรเจนสามารถใชเปนสารตั้งตนในอุตสาหกรรมตาง ๆ แหลงที่มา : Bangkok Industrial Gas Co., Ltd, 2023 ไมวาจะใชในการเผาไหม หรือในเซลลเชื้อเพลิง ผลพลอยไดหลักของการเผาไหมกาซไฮโดรเจน คือ น้ํา แทนที่จะเปนกาซคารบอนไดออกไซด ที่เกิดจากการเผาไฮโดรคารบอน เชน กาซธรรมชาติ ถานหิน น้ํามันดิบ ของเหลวไฮโดรคารบอนอื่นๆ หรือชีวมวล ในการรับมือกับปญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กลยุทธที่สําคัญ และตองทํา อยางเรงดวนก็คือ การลดการปลอยกาซเรือนกระจกใหไดอยางมีนัยสําคัญ หากไมสามารถลดการปลอยกาซ เรือนกระจกลงได ทั่วโลกจะประสบกับปญหา การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอยางรุนแรง การเพิ่มของระดับน้ําทะเล การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ โดยพลังงานไฮโดรเจน ถือเปนแหลงพลังงานหนึ่งในอนาคต ที่จะชวยเพิ่มประสิทธิภาพทางพลังงาน ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และชวยลดการปลอยกาซคารบอนไดออกไซดไดอยางมหาศาล ซึ่งในอนาคตอันใกลนี้ ไฮโดรเจน จะเปนปจจัยสําคัญในเกือบทุกภาคอุตสาหกรรม ไฮโดรเจนถือเปนธาตุที่พบมากที่สุดบนโลก แตการจะนํามาใชงานจะตองแปรสภาพใหเปนกาซไฮโดรเจนเสียกอน สถิติในป ค.ศ. 2015 ในสหภาพยุโรปมีการใชไฮโดรเจนอยูที่ 339 TWh ซึ่งรวมถึงไฮโดรเจน ที่เปนผลิตภัณฑพลอยได(By Product) จากโรงกลั่น ซึ่งจุดประสงคหลักของการใชไฮโดรเจนดังกลาวคือ เพื่อใชในอุตสาหกรรมการกลั่น และการผลิตแอมโมเนีย โดยปริมาณที่ใชดังกลาวถือวานอยกวารอยละ 10 ของปริมาณไฮโดรเจนที่ถูกใชกันอยูทั่วโลกเบื้องตนมีการประเมินวาภายในป ค.ศ. 2030จะมีการใชไฮโดรเจน ในการสรางพลังงานในสหภาพยุโรปไดถึง 665 TWh หรือคิดเปนรอยละ 6 ของพลังงานทั้งหมด ในสหภาพยุโรป และภายในปค.ศ. 2050 จะมีการใชไฮโดรเจนสรางพลังงานไดถึง 2,250 TWh หรือคิดเปนรอยละ 24 ของพลังงานที่ตองการใชในสหภาพยุโรป ปจจุบันกาซไฮโดรเจนสามารถถูกผลิตไดจากวัตถุดิบหลากหลายชนิด เชน น้ํา กาซธรรมชาติ น้ํามัน หรือเชื้อเพลิงฟอสซิลชนิดอื่น ๆ เปนตน โดยแตละชนิดก็จะมีการปลอยกาซคารบอนไดออกไซด ในกระบวนการผลิตที่แตกตางกันขึ้นอยูการเผาไหมวาเกิดขึ้นอยางสมบูรณหรือไม ดวยเหตุนี้จึงมีการ
- 7 - ใชสีหลายสีเพื่ออธิบายถึงความสมบูรณของระดับการเผาไหมแตเพื่อใหเกิดประโยชนตอสิ่งแวดลอมมากที่สุด กาซไฮโดรเจนควรจะตองผลิตจากแหลงพลังงานที่สะอาดโดยไมมีการปลอยกาซคารบอนไดออกไซด ในกระบวนการผลิต แทนที่จะใชเชื้อเพลิงฟอสซิลซึ่งเปนวิธีมาตรฐานในปจจุบัน 2.3 สีหลักของไฮโดรเจน ตารางที่ 2.1 สรุป “สี” หลัก สามสีของไฮโดรเจน ไฮโดรเจนสีน้ําเงินนั้นคลายกับไฮโดรเจน สีเทา โดยมีการเพิ่มการดักจับ และกักเก็บคารบอน (Carbon Capture and Storage, CCS) ตารางที่ 2.1 ไฮโดรเจนสีเขียว สีน้ําเงิน และสีเทา คุณสมบัติ สีเขียว สีน้ําเงิน (เพิ่มการดักจับและกักเก็บคารบอน) สีเทา แหลงพลังงาน พลังงานทดแทน กาซธรรมชาติ ถานหิน กาซธรรมชาติ ถานหิน วัตถุดิบ น้ํา กาซธรรมชาติ ถานหิน น้ํามัน ชีวมวล กาซธรรมชาติ เทคโนโลยี การแยกน้ําดวย ไฟฟา การเปลี่ยนสภาพ + การดักจับ กาซสังเคราะห + การดักจับ การเปลี่ยนสภาพ กาซสังเคราะห ผลพลอยได กาซออกซิเจน กาซคารบอนไดออกไซด + การดักจับ กาซคารบอนไดออกไซด รองรอยกาซ คารบอนไดออกไซด นอยสุด ต่ํา ปานกลาง หรือสูง แหลงที่มา : https://broadleaf.com.au/resource-material/the-colour-of-hydrogen/, 2023 ไฮโดรเจนสีเขียว ไฮโดรเจนสีเขียวไมเกี่ยวของกับกาซเรือนกระจกใดๆ ไมวาจะเปนพลังงานที่ใชในการผลิต หรือเปนผลพลอยได ใชพลังงานหมุนเวียนในการแยกน้ํา (H2O) ดวยไฟฟาใหเปน กาซไฮโดรเจน (H2) และกาซออกซิเจน (O2) แหลงพลังงานหมุนเวียนสําหรับผลิตกาซ ไฮโดรเจนสีเขียว เชน - แสงอาทิตย - ลม - ไฟฟาพลังน้ํา - คลื่น และกระแสน้ํา - ความรอนใตพิภพ กาซไฮโดรเจนที่ผลิตโดยการแยกน้ําดวยไฟฟาจากพลังงานแสงอาทิตย บางครั้งเรียกวา ไฮโดรเจนสีเหลือง แมวาคํานี้อาจใชเพื่ออธิบายกาซไฮโดรเจนที่เกิดจากพลังงานใด ๆ ที่สงมาจาก เครือขายไฟฟา
- 8 - การแยกน้ําดวยไฟฟา (Electrolysis) เครื่องแยกน้ําดวยไฟฟา (Electrolyser) ประกอบดวยแผนขั้วไฟฟาบวก และ ลบ (an Anode and a Cathode) คั่นดวยเยื่อบาง ๆ (Membrane) และสารละลายที่นํากระแสไฟฟา (Electrolyte) ที่ผสมตัวเรงปฏิกิริยา (Catalyte) เพื่อแยกกาซออกซิเจนและกาซไฮโดรเจนที่ผลิตขึ้นในขณะที่ ปลอยใหไอออนผาน และเปนฉนวนไฟฟาของขั้วไฟฟา ความหนาแนนกระแส และอุณหภูมิในการทํางาน ที่สามารถทนได และความบริสุทธิ์ของกาซที่เกิดขึ้น กระบวนการแยกน้ําดวยไฟฟา รูปที่ 2.3 รูปที่ 2.4 และรูปที่ 2.5 แสดงเครื่องแยกน้ําดวยไฟฟา 3 ประเภท โดยใชเทคโนโลยี แบบตาง ๆ แตละชนิดผลิตกาซไฮโดรเจน และกาซออกซิเจน โดยมีปฏิกิริยาตางกันเล็กนอยที่ขั้วบวก และขั้วลบ - เครื่องแยกน้ําดวยไฟฟาแบบเยื่อแลกเปลี่ยนประจุบวก (Proton Exchange Membrane:PEM) สารละลายเปนโพลิเมอรแข็ง (รูปที่ 2.3) - เครื่องแยกน้ําดวยไฟฟาแบบ ใชสารละลายอัลคาไลน คือสารละลายอัลคาไลนที่เปนของเหลว โดยปกติจะใชโซเดียมไฮดรอกไซด (NaOH) หรือโพแทสเซียมไฮดรอกไซด (KOH) โดยมีเยื่อบาง ๆ กั้น (รูปที่ 2.4) - เครื่องแยกน้ําดวยไฟฟาแบบ ออกไซดของแข็ง (Solid Oxide Electrolysis Cell: SOEC) เปนเซรามิกที่มีรูพรุน และน้ํา มักจะอยูในรูปของไอน้ํา (รูปที่ 2.5) ภาพที่ 2.3 เครื่องแยกน้ําดวยไฟฟาแบบ เยื่อแลกเปลี่ยนประจุบวก แหลงที่มา : https://broadleaf.com.au/resource-material/the-colour-of-hydrogen/, 2023
- 9 - ภาพที่ 2.4 เครื่องแยกน้ําดวยไฟฟา แบบใชสารละลายอัลคาไลน แหลงที่มา : https://broadleaf.com.au/resource-material/the-colour-of-hydrogen/, 2023 ภาพที่ 2.5 เครื่องแยกน้ําดวยไฟฟา แบบออกไซดของแข็ง แหลงที่มา : https://broadleaf.com.au/resource-material/the-colour-of-hydrogen/, 2023 เครื่องแยกน้ําดวยไฟฟาแบบ PEM และเครื่องแยกน้ําดวยไฟฟาแบบ ใชสารละลายอัลคาไลน ใชในเชิงพาณิชย เครื่องแยกน้ําดวยไฟฟาแบบ SOEC อยูระหวางการพัฒนานํารอง อีกกระบวนการหนึ่ง คือ เครื่องแยกน้ําดวยไฟฟาแบบ เยื่อแลกเปลี่ยนประจุลบ (Anion Exchange Membrane: AEM) กําลังอยูในการพัฒนาในหองปฏิบัติการ ไฮโดรเจนสีน้ําเงิน และสีเทา ไฮโดรเจนสีเทา ผลิตจากไฮโดรคารบอน โดยใชวัตถุดิบ และกระบวนการตาง ๆ มากมาย กระบวนการทั้งหมดสรางกาซคารบอนไดออกไซดเปนผลพลอยได กาซคารบอนไดออกไซดมักจะถูกปลอย สูชั้นบรรยากาศ
- 10 - ไฮโดรเจนสีน้ําเงิน ถูกสรางขึ้นโดยกระบวนการเดียวกับไฮโดรเจนสีเทา แตผลพลอยได ของกาซคารบอนไดออกไซดจะถูกดักจับ และนําไปใช หรือเก็บไว ไฮโดรเจนสีเทาบางครั้ง เรียกวา ไฮโดรเจนสีดํา การเปลี่ยนแปลงโครงสราง และออกซิเดชันบางสวน ในการเปลี่ยนแปลงโครงสรางดวยไอน้ํา ไอน้ําจะทําปฏิกิริยากับวัตถุดิบที่เปนไฮโดรคารบอน เพื่อผลิตกาซไฮโดรเจน กาซคารบอนไดออกไซด และกาซคารบอนมอนอกไซด กระบวนการที่ใชกันอยาง แพรหลายที่สุดในการสรางไฮโดรเจนสีเทา คือ การเปลี่ยนแปลงโครงสรางของ กาซมีเทน ดวยไอน้ํา (Steam Methane Reforming: SMR) กาซมีเทน (CH4) เปนองคประกอบหลักของกาซธรรมชาติ รูปที่ 2.6 แสดงกระบวนการในการสรางไฮโดรเจนสีเทา - กาซมีเทน และไอน้ํา เขาสูเครื่องเปลี่ยนแปลงโครงสราง ปฏิกิริยาการเปลี่ยนแปลงโครงสราง โดยไอน้ํา เริ่มตนจากการกระตุนโดยตัวเรงปฏิกิริยา กอใหเกิดสวนผสมของกาซไฮโดรเจน และกาซคารบอนมอนอกไซด ซึ่งมักเรียกวา กาซสังเคราะห (Syngas) - กาซมีเทนไดรับการทําความสะอาดเพื่อขจัดสิ่งเจือปน และกํามะถัน ใหเปนกาซมีเทนบริสุทธิ์ - การเปลี่ยนแปลงโครงสราง จะตามมาดวยปฏิกิริยาการเปลี่ยนสถานะของไอน้ํา ซึ่งไดรับ การกระตุนจากตัวเรงปฏิกิริยา ทําใหเกิดกาซไฮโดรเจนมากขึ้นจาก กาซสังเคราะห และไอน้ํา - กาซไฮโดรเจน และกาซคารบอนไดออกไซดถูกแยกออกจากกัน สําหรับไฮโดรเจนสีน้ําเงิน กาซคารบอนไดออกไซดถูกจับ และนําไปใชหรือเก็บไว ไมไดถูกปลอยสูบรรยากาศ ภาพที่ 2.6 การเปลี่ยนแปลงโครงสรางไอของกาซมีเทนดวยไอน้ํา แหลงที่มา : https://broadleaf.com.au/resource-material/the-colour-of-hydrogen/, 2023 CO + H2O –> CO2 + H2 CH4 + H2O –> CO + 3H2
- 11 - ปฏิกิริยาออกซิเดชันบางสวนใชกระบวนการเปลี่ยนแปลงโครงสรางที่คลายกัน โดยใชกาซ ออกซิเจนจากอากาศเปนตัวออกซิไดซ (รูปที่ 2.7) เมื่อเปรียบเทียบกับการเปลี่ยนแปลงโครงสรางดวยไอน้ํา การออกซิเดชันบางสวนจะผลิตกาซไฮโดรเจนตอหนวยของกาซมีเทนนอยกวา ภาพที่ 2.7 การออกซิเดชันบางสวน แหลงที่มา : https://broadleaf.com.au/resource-material/the-colour-of-hydrogen/, 2023 การแปรสภาพเปนกาซ เปนกระบวนการที่อุณหภูมิสูง ซึ่งเปลี่ยนวัตถุดิบตั้งตนอินทรีย ใหเปนสวนผสมของกาซไฮโดรเจน และกาซคารบอนมอนอกไซด (กาซสังเคราะห) และผลพลอยไดที่เปนของแข็ง วัตถุดิบตั้งตนที่เปนสารอินทรีย อาจเปนถานหิน น้ํามัน หรือชีวมวล ซึ่งทําปฏิกิริยากับอากาศ กาซออกซิเจน หรือไอน้ํา ในเครื่องแปรสภาพกาซ กาซสังเคราะหไดรับการประมวลผลเพิ่มเติมในปฏิกิริยาการเปลี่ยนสถานะของไอน้ํา ดังรูปที่ 2.8 แสดงกระบวนการสําหรับการแปรสภาพเปนแกสจากถานหิน ภาพที่ 2.8 การแปรสภาพเปนกาซ แหลงที่มา : https://broadleaf.com.au/resource-material/the-colour-of-hydrogen/, 2023
- 12 - 2.4 การดักจับ และกักเก็บคารบอน และการดักจับ การใช และการเก็บคารบอน การดักจับ และกักเก็บคารบอน (Carbon Capture and Storage: CCS) และการดักจับ การใช และการเก็บคารบอน (Carbon Capture, Utilization and storage: CCUS) เปนชุดของกระบวนการ ที่ปองกันการปลอยกาซคารบอนไดออกไซดสูชั้นบรรยากาศ วิธีที่พบมากที่สุดสําหรับ CCS คือ การดักจับ กาซคารบอนไดออกไซดและเก็บไวอยางถาวรในชั้นทางธรณีวิทยาที่อยูลึกลงไปใตดิน ซึ่งมักจะทําโดย การฉีดกาซคารบอนไดออกไซดเขาไปในแหลงผลิตน้ํามัน หรือกาซเพื่อเพิ่มการฟนตัวของไฮโดรคารบอน สําหรับการนําน้ํามันกลับมาใชใหม (EOR) กาซคารบอนไดออกไซดจะผสมกับน้ํามันเพื่อสรางของเหลว ที่มีความหนืดต่ํา แรงตึงผิวต่ํา ทําใหสามารถไหลเขาสูหลุมผลิตไดอยางอิสระมากขึ้น โดยปกติจะเปน กระบวนการวงปด ซึ่งกาซคารบอนไดออกไซดที่ไหลกลับสูพื้นผิวในกระแสน้ํามันจะถูกแยกออก และฉีดกลับเขาไปใหม กาซคารบอนไดออกไซดอาจถูกจับ และใชเปนวัตถุดิบในอุตสาหกรรม เชน การผลิตสารเคมี และปุย ไฮโดรเจนสีอื่น ๆ ตารางที่ 2.2 ไฮโดรเจนสีอื่น ๆ คุณสมบัติ สีชมพู(สีมวง) สีเทอรคอยซ สีน้ําตาล แหลงพลังงาน นิวเคลียร กาซธรรมชาติ กาซธรรมชาติ ถานหิน วัตถุดิบ น้ํา กาซธรรมชาติ ถานหิน ชีวมวล เทคโนโลยี การแยกน้ําดวยไฟฟา การเผาถาน กาซสังเคราะห ผลพลอยได กาซออกซิเจน กากนิวเคลียร ผงคารบอน กาซคารบอนไดออกไซด รองรอยกาซ คารบอนไดออกไซด นอย กากนิวเคลียร ปานกลาง สูง แหลงที่มา : https://broadleaf.com.au/resource-material/the-colour-of-hydrogen/, 2023 ไฮโดรเจนสีชมพู ไฮโดรเจนสีชมพูเกิดจากการแยกน้ําดวยไฟฟา จากพลังงานนิวเคลียร ความรอนจาก เครื่องปฏิกรณนิวเคลียรอาจถูกนํามาใชเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการแยกน้ําดวยไฟฟา และเพื่อผลิตไอน้ํา สําหรับการแยกน้ําดวยไฟฟา ออกไซดที่เปนของแข็ง (รูปที่ 2.5) ไอน้ํายังสามารถใชสําหรับการปฏิรูป กาซมีเทนดวยไอน้ํา (รูปที่ 2.6) และสําหรับการเปลี่ยนสถานะไอน้ําของกาซสังเคราะห กาซไฮโดรเจน ที่ผลิตโดยใชพลังงานนิวเคลียรบางครั้งเรียกวา ไฮโดรเจนสีมวง หรือไฮโดรเจนสีแดง พลังงานนิวเคลียรไมกอใหเกิดกาซคารบอนไดออกไซดในระหวางการทํางาน แตจะกอใหเกิด กากนิวเคลียรมีมีอันตรายมาก ไฮโดรเจนสีเทอรคอยซ ไฮโดรเจนสีเทอรคอยสถูกสรางขึ้นจากกาซมีเทน โดยใชกระบวนการเผาถานแบบใชกาซออกซิเจนต่ํา ซึ่งเปนกระบวนการที่อุณหภูมิสูง เพื่อยอยสลายวัตถุดิบตั้งตนอินทรียเปน กาซสังเคราะหสารประกอบ ไฮโดรคารบอนที่ระเหยงาย และสารตกคางที่อุดมดวยธาตุคารบอนแข็ง ในบรรยากาศที่มีกาซออกซิเจนนอย หรือไมมีเลย สารประกอบที่ระเหยงายอาจถูกแปรรูปในเครื่องเปลี่ยนแปลงโครงสราง และกาซสังเคราะห
- 13 - ถูกแปรรูปในปฏิกิริยาการเปลี่ยนสถานะของไอน้ํา ในขณะที่ กระบวนการเผาถานแบบกาซออกซเจนต่ํา สามารถใชวัตถุดิบตั้งตนไดหลายชนิด สําหรับการผลิตไฮโดรเจนสีเทอรคอยซ วัตถุดิบตั้งตนมักจะเปน กาซธรรมชาติ ไฮโดรเจนสีน้ําตาล และสีดํา ไฮโดรเจนสีน้ําตาล ผลิตขึ้นจากถานหินสีน้ําตาล (ลิกไนต) หรือมวลชีวภาพ โดยใชการ แปรสภาพเปนกาซ (รูปที่ 2.8) กาซคารบอนไดออกไซดจะไมถูกดักจับ ถานหินดําสามารถใชในการ ทําใหเปนกาซได แตไมมีกาซไฮโดรเจนมากเทากับถานหินลิกไนต กาซไฮโดรเจนที่ผลิตดวยวิธีนี้บางครั้ง เรียกวาไฮโดรเจนสีดํา คําวาไฮโดรเจนสีดํา บางครั้งก็ใชอยางสับสนเพื่ออธิบายผลิตกาซไฮโดรเจน จากปฏิกิริยาของไอน้ํา และกาซมีเทน ที่เรียกวา ไฮโดรเจนสีเทา สรุปสเปกตรัมสีของไฮโดรเจน ภาพที่ 2.9 แสดงภาพรวมของสีไฮโดรเจน และกระบวนการในการผลิตกาซไฮโดรเจน ภาพที่ 2.9 ภาพรวมของสีไฮโดรเจน แหลงที่มา : https://broadleaf.com.au/resource-material/the-colour-of-hydrogen/, 2023 2.5 ปริมาณคารบอนในบรรยากาศสําหรับสิ่งแวดลอม - ไฮโดรเจนสีเขียว สีเหลือง และสีชมพู เปนสีที่ไมกอใหเกิดกาซเรือนกระจก - การใชกาซธรรมชาติเปนวัตถุดิบในการผลิต ไฮโดรเจนสีฟา ไฮโดรเจนสีเทอรคอยซ หรือไฮโดรเจนสีเทา จะเหมาะสมก็ตอเมื่อจําเปนตองใชกาซไฮโดรเจน เปนสารตั้งตนในปฏิกิริยาเคมี เพื่อสรางผลิตภัณฑที่มีมูลคาสูง
- 14 - - หากใชไฮโดรเจนสีน้ําเงิน สีฟาคราม หรือสีเทา ที่ใช กาซมีเทน เปนเชื้อเพลิง ในหลายกรณี การใชกาซมีเทนโดยตรงจะมีประสิทธิภาพมากกวามาก - อยางไรก็ตาม การผลิตกาซไฮโดรเจนในทางอุตสาหกรรม และผลกระทบทางเศรษฐกิจ มีการเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็ว ความพยายามในการวิจัย และพัฒนา ที่สําคัญเกี่ยวกับการผลิต พลังงานหมุนเวียนและเครื่องแยกกาซไฮโดรเจนประสิทธิภาพสูง แสดงใหเห็นถึงความตั้งใจ ในการลดตนทุนการผลิต การดําเนินงาน และเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิตกาซไฮโดรเจนที่เปนมิตร ตอสิ่งแวดลอม มีการคาดการณวาการพัฒนานี้ จะทําใหตนทุนของไฮโดรเจนสีเขียว สามารถแขงขัน กับไฮโดรเจนสีน้ําเงินจากเปลี่ยนแปลงโครงสรางของ กาซมีเทน (Methane Steam Reformer: SMR) ซึ่งเปนรูปแบบที่ถูกที่สุดในปจจุบัน 2.6 รูปแบบ และเทคโนโลยีสําหรับการผลิตกาซไฮโดรเจน กาซไฮโดรเจนที่นํามาใชงานสามารถผลิตไดจากแหลงผลิตกาซไฮโดรเจนดวยกระบวนการตางๆ ไดหลายวิธีการดังตอไปนี้ ภาพที่ 2.10 เทคโนโลยีสําหรับการผลิตไฮโดรเจน 1. การสลายตัวดวยความรอน (Thermolysis) เปนการผลิตกาซไฮโดรเจนโดยใชน้ําเปนวัตถุดิบตั้งตน แลวใชความรอนสูงในการสลายน้ํา เปนไฮโดรเจนไอออน (H+ ) ออกซิเจนไอออน (O- ) กาซไฮโดรเจน (H2) กาซออกซิเจน (O2) ไฮดรอกไซด ไอออน (OH- ) ไฮโดรเจนเพอรออกไซด (H2O2) และไฮโดรเพอรอกซิล แตการสลายตัวเกิดไดนอย ถึงแมจะใชอุณหภูมิสูงมาก นอกจากนี้ในการประยุกตใชกระบวนการนี้ในอุตสาหกรรม หรือในเชิงพาณิชย อุปกรณหรือวัสดุที่ใชในกระบวนการผลิต ตองมีความคงทนตอการทํางานในอุณหภูมิสูงได 2. กระบวนการเรงปฏิกิริยาเชิงแสง (Photocatalytic Process) เปนกระบวนการผลิตกาซไฮโดรเจน โดยใชสารกึ่งตัวนําเปนตัวเรงปฏิกิริยาเชิงแสง ซึ่งรับโฟตอน (photon) จากแสงอาทิตยไปกระตุนอิเล็กตรอน (electron) ทําใหน้ําแตกตัวเปนกาซไฮโดรเจน และกาซออกซิเจน จากนั้นจึงผานกระบวนการทํากาซไฮโดรเจนใหบริสุทธิ์ ตัวเรงปฏิกิริยาเชิงแสง
- 15 - ที่นิยมใชไดแก ไทเทเนียมไดออกไซด (Titanium Dioxide, TiO2) ทังเสตนออกไซด (Tungsten (III) Oxide, WO3) และแพลทินัม (Platinum, Pt) เปนตน ประสิทธิภาพของกระบวนการขึ้นอยูกับโครงสรางผลึก สมบัติรวม และพื้นที่ผิวของตัวเรงปฏิกิริยา ขอจํากัดของกระบวนการนี้ คือ ตัวเรงปฏิกิริยาที่ใช ตองมีความทนทานตอการกัดกรอนในน้ํา 3. Steam Methane Reforming เปนการผลิตกาซไฮโดรเจนจากกาซธรรมชาติโดยตัวเรงปฏิกิริยา คือ นิกเกิล อุณหภูมิที่ใช 500 - 1,000 องศาเซลเซียส ผลผลิตที่ไดจะประกอบดวยกาซไฮโดรเจน และกาซคารบอนมอนอกไซดเปนหลัก ไดกาซคารบอนไดออกไซด นํ้า และกาซมีเทน เปนผลิตภัณฑรวม ซึ่งวิธีนี้ไมไดชวยใหลดคารบอน ในบรรยากาศ (Carbon Foot Print) ถาหากไมมีการใชเทคโนโลยีกักเก็บ และดูดซับคารบอนเขารวมดวย 4. กระบวนการไอนํ้า - เหล็ก (Steam-Iron Process) เปนกระบวนการผลิตกาซไฮโดรเจนที่สามารถผลิตกาซไฮโดรเจนที่มีความบริสุทธิ์สูง โดยอาศัยปฏิกิริยา รีดักชัน - ออกซิเดชัน ของเหล็กออกไซด หรือแมกนีไทต ซึ่งผลที่ไดนอกจากไดกาซ ไฮโดรเจนยังไดกาซคารบอนไดออกไซดดวย 5. การแยกสลายน้ําดวยไฟฟา (Electrolysis) เปนกระบวนการใหไฟฟากระแสตรงที่ขั้วไฟฟาของเซลลเคมีไฟฟา เพื่อใหเกิดปฏิกิริยา ออกซิเดชัน และรีดักชัน ทําใหโมเลกุลน้ําถูกแยกออกเปน กาซออกซิเจน และกาซไฮโดรเจน การแยกน้ําดวยไฟฟา ปกติจะตองแรงดันไฟฟาที่สูงกวา 1.23 โวลต ขอดีของการผลิตกาซไฮโดรเจน จากวิธีนี้จะมีความบริสุทธิ์สูง และไมมีการปลอยกาซคารบอนไดออกไซด สวนขอเสียคือ คาใชจาย ดานพลังงานไฟฟาสูง 6. การผลิตกาซไฮโดรเจนชีวภาพ (Biohydrogen Production) เปนการผลิตกาซไฮโดรเจนที่มีความบริสุทธิ์สูง ดวยกระบวนการทางชีวภาพผานสิ่งมีชีวิต จําพวกจุลินทรีย โดยสวนมากจะใชนํ้าจากของเสียอินทรีย หรือชีวมวลเปนสารตั้งตนหลัก เอนไซม หรือสารประกอบจําพวกโปรตีนชวยเรงปฏิกิริยา การผลิตกาซไฮโดนเจนชีวภาพ สามารถจําแนก เปนประเภทที่ใชแสง และไมใชแสงในการผลิต 7. การผลิตกาซไฮโดรเจนดวยการหมัก (Fermentation Hydrogen Production) เปนการผลิตกาซไฮโดรเจนโดยใชกระบวนการทางชีวเคมี โดยทําใหสารอินทรียยอยสลาย และมีการเปลี่ยนแปลงทางเคมีโดยอาศัยเอนไซมที่ผลิตจากจุลินทรีย สามารถจําแนกไดหลายแบบ ไดแก การหมักแบบไมใชแสง และการหมักแบบใชแสง การหมักแบบไมใชแสงพบในแบคทีเรีย ที่ไมใชอากาศ 8. การสังเคราะหดวยแสง (Photosynthesis) เปนกระบวนการผลิตกาซไฮโดรเจนที่พบมากในสาหราย โดยใชแสงอาทิตยมากระตุน ใหโมเลกุลของนํ้าแตกออกเปนไฮโดรเจนไอออน กาซออกซิเจน และอิเล็กตรอน โดยขอจํากัดหลัก ของการผลิตกาซไฮโดรเจนผานการสังเคราะหดวยแสงในการใชงานเชิงอุตสาหกรรม คือมีคาใชจาย ในการผลิตสูง 9. การแยกดวยเยื่อบาง (Membrane Separation) เปนกระบวนการแยกกาซผสมดวยเยื่อบางสังเคราะห เชน การแยกกาซไฮโดรเจนออก จากกาซผสมที่มีกาซไนโตรเจน และกาซมีเทน การแยกกาซไฮโดรเจนจากกระบวนการกลั่นน้ํามัน
- 16 - และการแยกกาซมีเทนออกจากกาซชีวภาพ เปนตน ปกติการแยกกาซดวยเยื่อบางนิยมใชเยื่อบาง ที่ผลิตจากพอลิเมอรที่ไมมีรูพรุน โดยการแยกกาซแตละชนิดออกจากกันจะอาศัยคุณสมบัติการละลาย และความสามารถในการแพรที่ตางกันของกาซแตละชนิด 2.7 การประยุกตใชประโยชนจากกาซไฮโดรเจน ภาพที่ 2.11 การประยุกตใชประโยชนจากกาซไฮโดรเจน การกลั่นน้ํามันปโตรเลียม กาซไฮโดรเจนถูกนํามาใชประโยชนในการเปลี่ยน หรือปรับปรุงคุณภาพน้ํามันดิบ เพื่อผลิตเปนน้ํามันเชื้อเพลิง เชน กาซไฮโดรเจนซัลไฟดถูกนํามาเปนสารตั้งตน เพื่อกําจัดสารซัลเฟอร ในน้ํามัน ซึ่งเปนสารที่กอใหเกิดมลพิษทางอากาศ เชน ฝนกรด นอกจากนี้ไฮโดรเจนยังถูกนํามาใช เปนสารตั้งตนในกระบวนการ Hydrodealkylation เพื่อเปลี่ยนโทลูอีนใหเปนเบนซิน และมีเทน เปนตน เซลลเชื้อเพลิง กาซไฮโดรเจนถูกนํามาใชประโยชนในการผลิตกระแสไฟฟาโดยเซลลเชื้อเพลิง ซึ่งจะเกิดปฏิกิริยา รีดักชัน และออกซิเดชัน ในสารละลายที่นํากระแสไฟฟา (Electrolyte) ทําใหเกิดเปนกระแสไฟฟา การผลิตกระแสไฟฟาโดยวิธีนี้ถือเปนการผลิตกระแสไฟฟาที่สะอาด เนื่องจากผลิตภัณฑที่ไดจากการผลิต คือ น้ํา และไมมีการปลอยกาซคารบอนไดออกไซด อุตสาหกรรมอาหาร ในอุตสาหกรรมอาหารมีการเติมกาซไฮโดรเจน เพื่อเปลี่ยนโครงสรางของกรดไขมันไมอิ่มตัว ในไขมันสัตวและน้ํามันพืช ใหกลายเปนกรดไขมันอิ่มตัว เพื่อใชในการผลิตเนยขาว เนยถั่ว และเนยเทียม เปนตน
- 17 - เภสัชภัณฑ์ ในอุตสาหกรรมเภสัชภัณฑ์ใช้ก๊าซไฮโดรเจนเป็นสารตั้งต้นเพื่อผลิต Sorbitol ซึ่งเป็นน้ําตาล แอลกอฮอล์ซึ่งนําไปใช้ผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องสําอาง วัสดุประสาน และสารตึงผิว เป็นต้น อุตสาหกรรมโลหะ ในทางวิศวกรรม ก๊าซไฮโดรเจนถูกใช้เป็นก๊าซสําหรับป้องกันในการเชื่อม เช่น ในการผลิต สแตนเลส ก๊าซไฮโดรเจนจะถูกผสมกับก๊าซอาร์กอน เพื่อใช้สําหรับการเชื่อมสแตนเลส นอกจากนี้ ยังถูกใช้ในกระบวนการตัดโลหะต่าง ๆ การบิน และอวกาศ ก๊าซไฮโดรเจนเป็นหนึ่งในพลังงานทางเลือกที่น่าสนใจสําหรับอุตสาหกรรมการบิน และอวกาศ เนื่องจากคุณสมบัติเฉพาะของก๊าซไฮโดรเจน คือ น้ําหนักเบา และเป็นเชื้อเพลิงสะอาด ในอุตสาหกรรม การบิน และอวกาศ เซลล์เชื้อเพลิง 2 ชนิด ที่นิยมใช้คือ เซลล์เชื้อเพลิง Proton Exchange Membrane Fuel Cell (PEMFC) และเซลล์เชื้อเพลิง Solid Oxide Fuel Cell (SOFC) ข้อดีของการใช้ก๊าซไฮโดรเจน มีประโยชน์หลายประการ - สามารถสังเคราะห์ได้จากวัตถุดิบตามธรรมชาติหลากหลายประเภท - เมื่อเกิดการเผาไหม้จะมีเพียงน้ํา และก๊าซออกซิเจน เท่านั้นที่เป็นผลพลอยได้จากการสันดาป โดยไม่ปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ - ค่าพลังงานสูงกว่าเชื้อเพลิงนิดอื่น - ไม่ก่อให้เกิดกลุ่มควัน ฝุ่นละออง - สามารถประยุกต์ใช้กับเชื้อเพลิงฟอสซลเดิ ิมได้ ภาพที่ 2.12 คุณสมบัติของก๊าซประเภทต่าง ๆ แหล่งที่มา : Bangkok Industrial Gas Co., Ltd, 2023
- 18 - 2.8 ขอจํากัดของการใชพลังงานกาซไฮโดรเจน กาซไฮโดรเจนมีขอจํากัดในการใชงาน ดังนี้ 1) การจัดเก็บ และขนสง กาซไฮโดรเจนเปนธาตุที่มีขนาดเล็ก น้ําหนักเบา และยังมีคุณสมบัติในการกัดกรอน จึงทําใหยากที่จะเก็บ และขนสง 2) ตนทุนการผลิตสูง ในการผลิตไฮโดรเจนสีเขียว ซึ่งปราศจากการปลอยกาซคารบอนไดออกไซดตองใชอุปกรณ สําหรับผลิตกาซ ที่เรียกวา Electrolyzes ซึ่งเปนอุปกรณที่ใชสําหรับแยกน้ําออกเปนกาซไฮโดรเจน และกาซออกซิเจน โดยใชกระแสไฟฟา อุปกรณนี้มีราคาสูง แตราคาของอุปกรณดังกลาว มีแนวโนม ที่จะลดลงเรื่อย ๆ ในอนาคตอันใกล 3) การใชเทคโนโลยีขั้นสูง ในการเปลี่ยนเชื้อเพลิงที่ใชผลิตกระแสไฟฟา จากการใชกาซธรรมชาติเปนใชกาซไฮโดรเจน ในการผลิตกระแสไฟฟาแทน จําเปนตองใชเทคโนโลยีขั้นสูงขึ้นเพื่อใหไดประสิทธิภาพเทาเดิม 2.9 ความปลอดภัยของกาซไฮโดรเจน ความปลอดภัยของเชื้อเพลิง กาซไฮโดรเจน และไฮโดรเจนเหลว ครอบคลุมถึงการผลิต การจัดการ และการใชกาซไฮโดรเจนอยางปลอดภัย กาซไฮโดรเจนมีคะแนนสูงสุดของ NFPA 704 ที่ระดับ 4 ในระดับความสามารถในการติดไฟ เนื่องจากสามารถติดไฟไดเมื่อผสมในปริมาณเล็กนอยกับอากาศธรรมดา การจุดระเบิดสามารถเกิดขึ้นได ที่อัตราสวนปริมาตรของกาซไฮโดรเจนตออากาศต่ําถึงรอยละ 4 เนื่องจากกาซออกซิเจนในอากาศ และความเรียบงาย และคุณสมบัติทางเคมีของปฏิกิริยา อยางไรก็ตาม กาซไฮโดรเจนไมมีการจัดอันดับ สําหรับความเปนอันตรายโดยกําเนิดสําหรับปฏิกิริยา หรือความเปนพิษ การจัดเก็บ และการใชกาซ ไฮโดรเจนมีความทาทายที่ไมเหมือนใครเนื่องจากความงายในการรั่วไหลของเชื้อเพลิงที่เปนกาซ การจุดระเบิดดวยพลังงานต่ํา สวนผสมของเชื้อเพลิงกับอากาศที่ติดไฟไดหลากหลาย การลอยตัว และความสามารถในการทําใหโลหะเปราะ ซึ่งตองคํานึงถึงเพื่อความปลอดภัย การดําเนินงาน[1] ไฮโดรเจนเหลวมีความทาทายเพิ่มเติมเนื่องจากความหนาแนนที่เพิ่มขึ้น และอุณหภูมิที่ต่ํามาก ซึ่งจําเปนตอการรักษาใหอยูในรูปของเหลว นอกจากนี้ ความตองการ และการใชในอุตสาหกรรม เชน เชื้อเพลิงจรวด แหลงกักเก็บพลังงานทางเลือก น้ําหลอเย็นสําหรับเครื่องกําเนิดไฟฟาในสถานีไฟฟา วัตถุดิบตั้งตนในอุตสาหกรรม และกระบวนการทางเคมี รวมถึงการผลิตแอมโมเนีย และเมทานอล เปนตน เพิ่มขึ้นอยางตอเนื่องซึ่งมี นําไปสูความสําคัญที่เพิ่มขึ้นของการพิจารณาโปรโตคอลความปลอดภัย ในการผลิต การจัดเก็บ การถายโอน และการใชกาซไฮโดรเจน[1] การปองกัน รายการที่ตองพิจารณาเพื่อชวยในการออกแบบระบบ และขั้นตอนเพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ เมื่อตองจัดการกับกาซไฮโดรเจน เนื่องจากหนึ่งในอันตรายหลักของกาซไฮโดรเจน คือวามันติดไฟไดงายมาก[4] การทํากาซใหเฉื่อย และไลกาซ มีความสําคัญ ซึ่งเปนขั้นตอนความปลอดภัยมาตรฐาน ที่ตองดําเนินการเมื่อทําการถายโอนกาซไฮโดรเจน ในการทําใหเฉื่อย หรือไลกาซ ออกอยางเหมาะสม จะตองคํานึงถึงขีดจํากัดการติดไฟดวย และกาซไฮโดรเจน นั้นแตกตางจากกาซชนิดอื่นอยางมาก
- 19 - ที่ความดันบรรยากาศปกติจะอยูที่รอยละ 4 ถึง 75 ของปริมาตรกาซไฮโดรเจนในกาซออกซิเจน อยูที่รอยละ 4 ถึง 94 ในขณะที่ขีดจํากัดความสามารถในการจุดระเบิดของกาซไฮโดรเจนในอากาศ อยูที่รอยละ 18.3 ถึง 59 โดยปริมาตร[1][5][6][7] ในความเปนจริง ขีดจํากัดความสามารถในการติดไฟ เหลานี้มักจะเขมงวดกวานี้ เนื่องจากความปนปวนระหวางเกิดไฟไหมอาจทําใหเกิดการระเบิด ซึ่งอาจทําใหเกิดการระเบิดได สําหรับการเปรียบเทียบ ขีดจํากัดการยุบตัวของน้ํามันเบนซินในอากาศ คือ รอยละ 1.4 - 7.6 และของกาซอะเซทิลีนในอากาศรอยละ[8] 2.5 - 82 ดังนั้นเมื่ออุปกรณเปดใหอากาศกอน หรือหลังการถายโอนกาซไฮโดรเจน จึงมีเงื่อนไขเฉพาะ ที่ตองพิจารณาซึ่งอาจปลอดภัยสําหรับการถายโอนกาซชนิดอื่น เหตุการณเกิดขึ้นเนื่องจากการทําใหเฉื่อย หรือการไลอากาศไมเพียงพอ หรือเนื่องจากการประเมินปริมาณอากาศในอุปกรณต่ําเกินไป (เชน เมื่อเติมผงแปง) สงผลใหเกิดการระเบิด[9] ดวยเหตุผลนี้ขั้นตอน และอุปกรณในการเฉื่อย หรือการไลอากาศจึงมีลักษณะเฉพาะสําหรับกาซไฮโดรเจน และบอยครั้งอุปกรณ หรือเครื่องหมาย บนสายกาซไฮโดรเจนควรแตกตางไปจากเดิมอยางสิ้นเชิง เพื่อใหแนใจวากระบวนการนี้ และกระบวนการอื่น ๆ ไดรับการปฏิบัติตามอยางถูกตอง เนื่องจากการระเบิดหลายครั้งเกิดขึ้น เพียงเพราะกาซไฮโดรเจน สายหนึ่งเสียบเขากับสายหลักโดยไมไดตั้งใจ หรือเพราะสายกาซไฮโดรเจน สลับกับสายกาซอื่น[10][11][12] ภาพที่ 2.13 รูปแบบสถานีเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนในอนาคตซึ่งมีขนาดเล็กและเขมขน โดยระยะหางดานความปลอดภัยสําหรับกระบวนการไฮโดรเจนเหลวมีขนาดนอยลง สืบเนื่องจากเทคโนโลยีที่ดีขึ้น แหลงที่มา : https://energy.sandia.gov/
- 20 - การจัดการแหลงกําเนิดการจุดระเบิด พลังงานที่ใชในการจุดระเบิดขั้นต่ําของกาซไฮโดรเจนในอากาศ คือ 0.02 mJ ทําใหกาซไฮโดรเจน เปนหนึ่งในสารที่มีคาพลังงานที่ใชในการจุดระเบิดต่ําที่สุด และสวนผสมของกาซไฮโดรเจนกับอากาศ ที่ทําใหสามารถจุดไฟได คือ กาซไฮโดรเจน ตอ อากาศ มีอัตราสวน 1 : 10 ในขณะที่การสวนผสม ของน้ํามันเบนซินกับอากาศ คือ น้ํามันเบนซิน ตอ อากาศ มีอัตราสวน 1 : 14.7 [1][5] ดวยเหตุนี้ จึงตองมีการตรวจสอบแหลงที่มาของการจุดระเบิดที่เปนไปได อุปกรณไฟฟา สายดิน ควรเปนไป ตามขอกําหนดการจัดประเภทพื้นที่อันตรายที่เกี่ยวของ[13][14]แหลงที่มาใดๆ ที่เปนไปได (เชน การออกแบบ ระบบระบายอากาศบางแบบ[15]) สําหรับการสะสมไฟฟาสถิตก็ควรลดใหเหลือนอยที่สุดเชนกัน เชน ผานอุปกรณปองกันไฟฟาสถิตย[16] ขั้นตอนการทํางานของอุปกรณปองกันการระเบิด ตองแข็งแกรง ครอบคลุม และมีการบังคับ ใชอยางดี ควรกําจัด และระบายอากาศในพื้นที่สูง เก็บตัวอยางในบริเวณสถานที่กอนทํางาน อุปกรณ ที่ติดตั้งบนเพดานควรเปนไปตามขอกําหนดของพื้นที่อันตราย (NFPA 497) [9] และไมควรใช ระบบระบายแบบจานแตก เนื่องจากสามารถทําใหเกิดการจุดระเบิด และไฟไหม ควรใชระบบระบาย แรงดันอื่น ๆ เชน วาลวระบายแทน[17][18] ความสมบูรณทางกล และเคมีปฏิกิริยา มีคุณสมบัติทางเคมีหลัก 4 ประการ ที่ตองคํานึงถึงเมื่อจัดการกับกาซไฮโดรเจนที่สามารถ สัมผัสกับวัสดุอื่นไดแมในความดันบรรยากาศ และอุณหภูมิปกติ 1. เคมีของกาซไฮโดรเจนแตกตางจากสารเคมีทั่วไปอยางมาก เชน มีปฏิกิริยาออกซิเดชัน ในสภาพแวดลอมโดยรอบ และการเพิกเฉยตอคุณสมบัติทางเคมีที่เปนเอกลักษณ กอใหเกิดปญหา ที่โรงงานเคมีบางแหง[19] กาซไฮโดรเจนสามารถถูกสรางจากผลพลอยไดจากปฏิกิริยาอื่นที่อาจถูกมองขาม เชน เซอรโคเนียม และไอน้ํา สรางแหลงไฮโดรเจน[20][21] อันตรายนี้สามารถหลีกเลี่ยงไดบาง โดยใชตัวเรงปฏิกิริยาอัตโนมัติแบบ ปฏิกิริยาโตตอบ 2. ความเขากันไดทางเคมีของกาซไฮโดรเจนกับวัสดุกอสรางทั่วไปอื่น ๆ เชน เหล็ก[22][23] เนื่องจากการแตกตัวของกาซไฮโดรเจน จึงควรพิจารณาความเขากันไดของวัสดุกับกาซไฮโดรเจน เปนพิเศษ 3. การพิจารณาเหลานี้สามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมไดเนื่องจากปฏิกิริยาพิเศษที่อุณหภูมิสูง 4. การแพรกระจายของกาซไฮโดรเจนแตกตางจากกาซทั่วไปอยางมาก ดังนั้นจึงตองเลือกวัสดุ ที่ปองกันการรั่วซึมอยางระมัดระวัง[24][25] ปจจัยทั้งสี่เหลานี้ไดรับการพิจารณาในระหวางการออกแบบเริ่มตนของระบบโดยใชไฮโดรเจน และโดยทั่วไปจะบรรลุผลสําเร็จไดโดยการจํากัดการสัมผัสระหวางโลหะที่ไวตอปฏิกิริยากับไฮโดรเจน ไมวาจะเปนการเวนระยะ การชุบดวยไฟฟา การทําความสะอาดพื้นผิว การเลือกใชวัสดุและการรับประกัน คุณภาพในระหวางการผลิต การเชื่อม และติดตั้ง มิฉะนั้น ความเสียหายของไฮโดรเจนสามารถจัดการ และตรวจจับไดโดยอุปกรณตรวจสอบพิเศษ[26][9] ระบบตรวจจับการรั่วไหล และเปลวไฟ ตองเลือกตําแหนงของแหลงกาซไฮโดรเจน และทอดวยความระมัดระวัง เนื่องจากกาซไฮโดรเจน เปนกาซที่เบากวาอากาศ จึงสะสมอยูดานบน ซึ่งกอใหเกิดอันตรายจากการระเบิด หลายคนคุนเคยกับ การปองกันไอระเหยที่หนักกวาอากาศ แตไมคุนเคยกับไอระเหยที่เบากวา จึงควรสังเกตเปนพิเศษ
- 21 - เชน การลอยตัว ความเครียดมักเกิดดานบนของถังเก็บขนาดใหญ[27] มันสามารถแพรเขาไปในทอ และแพรไปยังจุดหมายปลายทางได ดวยเหตุนี้ ทอกาซไฮโดรเจนจึงควรติดฉลากอยางดีและอยูเหนือทออื่น ๆ เพื่อปองกันการรั่วไหล การตรวจสอบ และปองกัน[4][9] แมจะมีการออกแบบที่เหมาะสม การรั่วไหลของกาซไฮโดรเจนยังสนับสนุนการเผาไหม ที่อัตราการไหลต่ํามาก ต่ําถึง 4 ไมโครกรัม/วินาที[1][28][6] ดวยเหตุนี้ การตรวจจับจึงมีความสําคัญ ตัวตรวจจับกาซไฮโดรเจนชวยใหตรวจจับการรั่วไหลของกาซไฮโดรเจนไดอยางรวดเร็ว เพื่อใหแนใจวา สามารถระบายกาซไฮโดรเจนออก และติดตามแหลงที่มาของการรั่วไหลได สามารถเพิ่มเทปพิเศษ รอบ ๆ ทอ หรือบางตําแหนงเพื่อจุดประสงคในการตรวจจับกาซไฮโดรเจน วิธีการดั้งเดิมคือ การเติมกลิ่น ใหกาซไฮโดรเจนเชนเดียวกับกาซธรรมชาติ ในการใชงานเซลลเชื้อเพลิง สารใหกลิ่นเหลานี้สามารถปนเปอน เซลลเชื้อเพลิงได แตนักวิจัยกําลังตรวจสอบวิธีการอื่น ๆ ที่อาจใชในการตรวจจับกาซไฮโดรเจน เทคโนโลยีสําหรับเติมกลิ่นแบบใหม ตัวตรวจจับกาซขั้นสูง และอื่น ๆ[1] แมวาเปลวไฟของกาซไฮโดรเจนจะมองเห็นไดยากดวยตาเปลา (อาจเรียกวา “เปลวไฟ ที่มองไมเห็น”) แตพวกมันจะปรากฏบนเครื่องตรวจจับเปลวไฟ UV/IR ไดอยางงายดาย เมื่อเร็ว ๆ นี้ เครื่องตรวจจับ Multi IR ไดรับการพัฒนาขึ้น ซึ่งตรวจจับเปลวไฟไฮโดรเจนไดเร็วยิ่งขึ้น[29][30] สิ่งนี้คอนขางสําคัญในการตอสูกับไฟไฮโดรเจน เนื่องจากวิธีที่นิยมใชในการดับไฟ คือการหยุดแหลงที่มา ของการรั่วไหล เชน การราดน้ําที่แหลงกําเนิดการรั่วโดยตรง น้ําจะทําใหเกิดน้ําแข็ง เพื่อยุติการรั่ว [31][27] การระบายอากาศ และการเผากาซสวนเกิด นอกเหนือจากความกังวลเรื่องการติดไฟแลว ในพื้นที่ปดลอม กาซไฮโดรเจนเปนกาซที่มีผล ตอการหายใจของมนุษย ทําใหหายใจไมได[1] จึงควรตรวจสอบใหแนใจวามีการระบายอากาศที่เหมาะสม เพื่อจัดการกับเรื่องการติดไฟ และการหายใจ หากเกิดเหตุขึ้น เนื่องจากโดยทั่วไปแลวการระบาย กาซไฮโดรเจนสูชั้นบรรยากาศนั้นปลอดภัย อยางไรก็ตาม เมื่อวางแผน และออกแบบ ระบบระบายอากาศ ตองจําไววา กาซไฮโดรเจนมีแนวโนมที่จะสะสมที่เพดาน และยอดของโครงสรางมากกวาที่พื้น เหตุอันตรายตาง ๆ สามารถบรรเทาลงไดดวยขอเท็จจริงที่วา กาซไฮโดรเจนเพิ่มขึ้นอยางรวดเร็ว และมักจะกระจายตัวกอนที่จะเกิดการจุดระเบิด[32][9] ในสถานการณฉุกเฉิน หรือการบํารุงรักษาบางอยาง กาซไฮโดรเจนยังสามารถถูกเผาได[33] ตัวอยางเชน คุณลักษณะดานความปลอดภัยในรถยนตที่ใชกาซไฮโดรเจนบางรุน สามารถเผาไหมเชื้อเพลิงได หากถังเกิดไฟไหม ซึ่งจะเผาไหมจนหมดโดยที่รถเสียหายเพียงเล็กนอย ตรงกันขามกับรถยนต ที่ใชน้ํามันเบนซิน[34] การจัดการสินคาคงคลัง และระยะหางของสิ่งอํานวยความสะดวก ตามหลักการแลวจะไมเกิดไฟไหม หรือการระเบิด แตสถานที่ควรไดรับการออกแบบ ใหเกิดการจุดระเบิดโดยไมตั้งใจ จะชวยลดความเสียหายเพิ่มเติมได ควรพิจารณาระยะหางขั้นต่ํา ระหวางถังเก็บกาซไฮโดรเจน รวมกับความดันของถังเก็บกาซไฮโดรเจน (c.f., NFPA 2 และ 55) ควรวางชองระบายอากาศเพื่อไมใหสวนอื่น ๆ ของสถานที่ไดรับอันตราย ในบางสถานการณ ควรติดตั้งหลังคาที่สามารถปลิวออกจากสวนอื่น ๆ ของโครงสรางไดอยางปลอดภัยจากการระเบิด[9] การแชแข็ง ไฮโดรเจนเหลวมีคุณสมบัติทางเคมีที่แตกตางกันเล็กนอยเมื่อเทียบกับสารเคมีสําหรับการแชแข็งอื่น ๆ เนื่องจากอากาศที่สะสมเพียงเล็กนอยสามารถปนเปอนไฮโดรเจนเหลวไดงาย และสรางสวนผสมที่ไมเสถียร
- 22 - ซึ่งมีความสามารถในการระเบิดคลายกับระเบิด ทีเอ็น ทีและวัสดุที่ระเบิดไดสูงอื่น ๆ ดวยเหตุนี้ ไฮโดรเจนเหลว จึงตองใชเทคโนโลยีการจัดเก็บที่ซับซอน เชน ภาชนะบรรจุฉนวนความรอนแบบพิเศษ และตองมีการจัดการ แบบพิเศษทั่วไปสําหรับสารแชแข็งทั้งหมด สิ่งนี้คลายกัน แตรุนแรงกวาออกซิเจนเหลว แมจะใชภาชนะ ที่หุมฉนวนความรอนก็ตาม การรักษาอุณหภูมิใหต่ําเชนนี้ยังทําไดยาก และกาซไฮโดรเจนจะคอย ๆ รั่วไหลออกไป (โดยทั่วไปจะระเหยในอัตรารอยละ 1 ตอวัน)[1][35] อันตรายหลักของไฮโดรเจนจากการแชแข็ง คือสิ่งที่เรียกวา BLEVE (Boiling Liquid Expanding Vapor Explosion) เนื่องจากไฮโดรเจนเปนกาซในสภาพบรรยากาศ การเปลี่ยนสถานะ อยางรวดเร็วพรอมกับพลังงานการระเบิดรวมกันเพื่อสรางสถานการณที่เปนอันตรายมากขึ้น[36] ปจจัยของความเปนมนุษย (Human Factor) ควบคูไปกับการฝกอบรมดานความปลอดภัยในการทํางานแบบดั้งเดิม รายการตรวจสอบ เพื่อชวยปองกันไมใหขามขั้นตอนที่มักขามไป (เชน การทดสอบจุดสูงในพื้นที่ทํางาน) มักจะถูกนํามาใช พรอมดวยคําแนะนําเกี่ยวกับอันตรายจากสถานการณที่เกิดขึ้นในการทํางานกับไฮโดรเจน[9][37] เหตุการณที่เกิดขึ้น ตารางที่ 2.3 รวมอุบัติเหตุครั้งสําคัญของไฮโดรเจนที่เกิดขึ้น วันที่ สถานที่ ความเสียหาย สาเหตุที่นาสงสัย 1937- 05-06 สถานีการบิน ทหารเรือ Lakehurst ขณะที่เรือเหาะฮินเดนเบิรก กําลังใกลจะลงจอด ไฟไดจุดชนวน เซลลไฮโดรเจนดานทายเรือ ซึ่งทําใหเซลลขางเคียงแตก และทําใหเรือเหาะตกลงสูพื้น ทางทายเรือกอน จากนั้นไฟนรก ก็เคลื่อนไปทางทายเรือ ระเบิด และจุดเซลลที่เหลือ แมจะมีสถานีขาว 4 แหงที่บันทึก ภัยพิบัติบนแผนฟลม และคําใหการ ของพยานที่รอดตายจากลูกเรือ และผูคนบนพื้นดิน แตสาเหตุ ของเพลิงไหมในเบื้องตนก็ยังไมมี ขอสรุปที่ชัดเจน 1999 Hanau, เยอรมนี ถังเคมีขนาดใหญที่ใชเก็บไฮโดรเจน สําหรับกระบวนการผลิตเกิดระเบิด ถังไฮโดรเจนไดรับการออกแบบ ใหนอนตะแคง แตแทนที่จะวาง ตั้งตรง แรงที่อยูดานบนของถัง ทําใหมันแตกและระเบิด[27] 2011 Fukushima, ญี่ปุน อาคารเครื่องปฏิกรณสามแหง ไดรับความเสียหายจากการระเบิด ของไฮโดรเจน แทงเชื้อเพลิงที่หุม Zircaloy ที่ถูกเปดออกจะรอนจัด และทําปฏิกิริยากับไอน้ํา ปลอยไฮโดรเจนออกมา[42][43] ภาชนะบรรจุเต็มไปดวยไนโตรเจนเฉื่อย ซึ่งปองกันไมใหไฮโดรเจนเผาไหม ในภาชนะบรรจุ อยางไรก็ตาม ไฮโดรเจนรั่วไหลออกจากการกักกัน
- 23 - วันที่ สถานที่ ความเสียหาย สาเหตุที่นาสงสัย เขาไปในอาคารเครื่องปฏิกรณ ซึ่งผสมกับอากาศ และระเบิด[44] เพื่อปองกันการระเบิดเพิ่มเติม รูระบายอากาศถูกเปดที่ดานบน ของอาคารเครื่องปฏิกรณที่เหลืออยู 2018- 02-12 1.20 p.m. ไดมอนดบาร ชานเมือง ลอสแองเจลิส แคลิฟอรเนีย ระหวางทางไปสถานีไฮโดรเจน FCV รถบรรทุกที่บรรทุกถัง ไฮโดรเจนอัดประมาณ 24 ถัง เกิดไฟลุกไหม สิ่งนี้ทําใหเกิดการ อพยพในขั้นตนในพื้นที่รัศมีหนึ่ง ไมลของไดมอนดบาร เกิดเหตุ ไฟไหมรถบรรทุกเมื่อเวลาประมาณ 13.20 น. ที่จุดตัดของถนน South Brea Canyon และ Golden Springs Drive ตามรายงานของหนวยดับเพลิง ของเมืองลอสแองเจลิส [46][47][48][49] คณะกรรมการความปลอดภัย ดานการขนสงแหงชาติ ไดเปดการสอบสวน[50] 2018 Aug. Veridam El Cajon, CA รถบรรทุกสงของที่บรรทุก ไฮโดรเจนเหลวเกิดไฟไหมที่ โรงงานผลิต Veridiam[51] El Cajon แคลิฟอรเนีย[52] รถบรรทุกสงของที่บรรทุก ไฮโดรเจนเหลวเกิดไฟไหมที่ โรงงานผลิต Veridiam[51] El Cajon CA.[52] ไมทราบสาเหตุที่ทําใหเกิด การระเบิด[53] 2019- 05-23 Gangwon Technopark in Gangneung, South Korea ถังไฮโดรเจนระเบิด เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 6 ราย. [55][56] ออกซิเจนซึมเขาไปในถังเก็บ ไฮโดรเจน. [57] 2019 Jun. Air Products and Chemicals facility in Santa Clara, CA การระเบิดของรถบรรทุกน้ํามัน สรางความเสียหายใหกับโรงงาน เปลี่ยนถายไฮโดรเจนโดยรอบ ทอสงน้ํารั่ว [58] สงผลใหสถานี เติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนหลายแหง ในพื้นที่ซานฟรานซิสโก ปดชั่วคราว. [59]
- 24 - วันที่ สถานที่ ความเสียหาย สาเหตุที่นาสงสัย 2019 Jun. Norway สถานีเติมเชื้อเพลิง Uno-X ประสบเหตุระเบิด[60] สงผลให สถานีเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจน Uno-X ทั้งหมดตองหยุดทํางาน และหยุดการขายรถยนตเซลล เชื้อเพลิงชั่วคราวในประเทศ[61] การสืบสวนพบวาระบบแยกน้ํา ดวยไฟฟา หรือเครื่องจายที่ลูกคาใช ไมมีสวนเกี่ยวของกับเหตุการณนี้ [62][63] แต Nel ASA ประกาศวา ตนเหตุเกิดจากขอผิดพลาด ในการประกอบของอุปกรณเฉพาะ ในถังไฮโดรเจนในหนวยเก็บ แรงดันสูง[64] 2020- 04-07 OneH2 Hydrogen Fuel plant in Long View, North Carolina การระเบิดทําใหอาคารโดยรอบ ไดรับความเสียหายอยางมาก แรงระเบิดรูสึกไดหางออกไป หลายไมล สรางความเสียหาย แกบานเรือนราว 60 หลัง ไมมีรายงานผูไดรับบาดเจ็บ จากการระเบิด เหตุการณยังอยูระหวางการสืบสวน [68][69][70][71] บริษัทเผยแพรขาว ประชาสัมพันธ ระบบความปลอดภัย ของไฮโดรเจนทํางานไดอยางมี ประสิทธิภาพ ปองกันการบาดเจ็บ จากการระเบิดของโรงงาน. [72] 2020- 09-30 Changhua City, Taiwan รถบรรทุกไฮโดรเจนชนและระเบิด คนขับเสียชีวิต อุบัติเหตุรถบรรทุกไฮโดรเจน พลิกคว่ํา บนทางหลวง [75] 2021- 08-09 Medupi Power Station in South Africa การระเบิดในหนวยที่ 4 ของโรงงาน ขั้นตอนของผูปฏิบัติงาน ที่ไมเหมาะสมในขณะที่ เครื่องกําเนิดไฟฟา กําจัดกาซไฮโดรเจน[76] 2022- 04-22 Towanda. PA ถังไฮโดรเจนที่ Global Tungsten & Powders Corp. ระเบิด โฆษกของบริษัทกลาววา พนักงาน 5 คนถูกนําตัวสง โรงพยาบาลดวยอาการบาดเจ็บ ที่ไมเปนอันตรายถึงชีวิต OSHA และเจาหนาที่ของบริษัท กําลังสืบสวนเหตุการณนี้[78][79] 2.10 รหัส และมาตรฐานกาซไฮโดรเจน รหัส และมาตรฐานกาซไฮโดรเจน คือ รหัส และมาตรฐาน (RCS) สําหรับรถยนตเซลลเชื้อเพลิง กาซไฮโดรเจน การใชงานเซลลเชื้อเพลิงแบบอยูกับที่ และการใชงานเซลลเชื้อเพลิงแบบพกพา นอกเหนือจากรหัส และมาตรฐานสําหรับผลิตภัณฑเทคโนโลยีกาซไฮโดรเจนแลว ยังมีรหัส และมาตรฐานสําหรับความปลอดภัยของกาซไฮโดรเจน สําหรับการจัดการกาซไฮโดรเจนอยางปลอดภัย[80] และการจัดเก็บกาซไฮโดรเจน ตอไปนี้เปนรายการรหัส และมาตรฐานหลักบางประการที่ควบคุม กาซไฮโดรเจน