23 มีราคาคอนขางสูง อุตสาหกรรมปลายทางหรือการนําไปใชงานจึงตองมีการใชงานในรูปแบบที่แตกตางกัน ตัวอยางในตางประเทศ ขอแรกที่ตองพิจารณาคือ การขนสง ไมวาจะเปนในสวนของรถลาก หรือยานพาหนะขนาดใหญ และการนําไปใชในอุตสาหกรรมก็เปนขอพิจารณาในลําดับถัดมา โดยพิจารณาในแงของราคาตนทุนที่สามารถรับได เพราะฉะนั้น ในแงของการขนสง อุตสาหกรรม ที่เปนไฟฟาที่มารวมมือกับกาซธรรมชาติเพื่อนําไปใชในโรงไฟฟา หรืออุตสาหกรรมที่ใชไฮโดรเจน เปนวัตถุดิบหลักและใชเปนพลังงาน ซึ่งเปนรูปแบบที่จะใชในอนาคต ภาพรวมในตลาดโลก ไฮโดรเจนถูกจับตามองวาเปนพลังงานสะอาดแหงอนาคต สวนตางของคาที่ใชลดคารบอน ซึ่งไฮโดรเจนยังมีความจําเปนที่จะทําใหบรรลุสูเปาหมาย Net Zero โดยมีการประเมินไปถึง ป 2050 ซึ่งคาดวาราคานาจะลดลง โดยขึ้นอยูกับปจจัยหลายอยาง เชน เทคโนโลยี ราคาของพลังงานสะอาด เปนตน รวมทั้งนโยบายการสนับสนุนของแตละประเทศ ที่แตกตางกัน ยกตัวอยางเชน สหรัฐอเมริกา มีการสนับสนุนงบประมาณในการบริหารจัดการ และเพิ่มผลตอบแทนการลงทุน ยุโรป มีการอุดหนุนงบประมาณ เปนตน ดังเหตุผลที่กลาวมาจะสามารถ ชวยเปนแรงผลักดันเพื่อใหเกิดอุตสาหกรรมใหมที่เกี่ยวของกับไฮโดรเจน ซึ่งตองติดตามวาดวยการลงทุน จะเปนไปในทิศทางใด ซึ่งในปจจุบันหากผูประกอบการใดเริ่มดําเนินการกอนในราคาตนทุนราคาถูก ยอมถือเปนความไดเปรียบคูแขงในตลาด เพราะจะเปนผูกําหนดระบบการบริหารจัดการในภาพรวม ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ไฮโดรเจนมีความนาสนใจในแงของการที่ไมไดเปนหวงโซอุปทานดวยตนเอง แตตองอาศัย เทคโนโลยีอื่นมาชวยในกระบวนการ เชน พลังงานสะอาด เพื่อเปนการลดตนทุนการผลิต เปนตน ปจจุบัน CCS ไดถูกพัฒนาขึ้นเปนอยางมาก อเมริกาและยุโรปมีการลงทุนหลายโครงการ เอเชียเริ่มมีการดําเนินการแตหลัก ๆ แลวจะอยูในโซนออสเตรเลียโอชิเนีย โดยยังไมทราบตนทุน ที่เปนคาเฉลี่ยจริงเพราะเพิ่งเริ่มดําเนินโครงการ แตหากประเมินตอตันคารบอนจะอยูที่ประมาณ 100 เหรียญดอลลาสหรัฐเศษ แตถือเปนสิ่งสําคัญเพราะหากประเทศใดดําเนินการไดถูกตอง ก็จะมีตนทุนการผลิตไฮโดรเจนไดถูกลงกวาประเทศอื่น ซึ่งก็จะเปนอีกหนึ่งปจจัยในการกําหนดวา ประเทศใดจะมีขีดความสามารถในการแขงขันในอุตสาหกรรมไฮโดรเจน การดําเนินการตาง ๆ ตองอยูภายใตเปาหมาย 1.5 องศา จึงทําใหไฮโดรเจนมีปริมาณ เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยในป2020 มีปริมาณอยูที่ 90 ลานตัน และในป2050 อยูที่ประมาณ 600 ลานตันเศษ มีมูลคาประมาณ 1,500 ลานดอลลาสหรัฐ ถือเปนอุตสาหกรรมใหมที่เกิดขึ้น โดยในป2040 - 2050 Green Hydrogen จะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น เพราะคาดวาตนทุนจะถูกลง ประมาณป 2030 - 2050 จะทําใหมีสัดสวนมากขึ้นและสามารถแขงขันกับ Blue Hydrogen ได แตในปจจุบัน ถึงประมาณป 2030 Grey Hydrogen และ Blue Hydrogen บางสวน ยังถือเปน ไฮโดรเจนชนิดหลัก ประเทศและภูมิภาคที่ผลิตไฮโดรเจนชนิด Green Hydrogen ไดแก ประเทศในภูมิภาคอเมริกา แอฟริกา และแอฟริกาใต โดยประเทศในกลุมนี้จะมีตนทุนถูกกําหนดดวยราคาของพลังงานสะอาด โดยประมาณป 2030 จะมีตนทุนลดลงประมาณ 2 เหรียญดอลลาสหรัฐ ตอไฮโดรเจนหนึ่งกิโลกรัม สวนไฮโดรเจนชนิด Blue Hydrogen ไดแก ประเทศในภูมิภาคอเมริกา อเมริกาใต และประเทศ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยประเทศในกลุมนี้จะมีตนทุน CCS ในอัตราประมาณ 2 เหรียญดอลลาสหรัฐ
24 ราคาประมาณการของ Blue Hydrogen และ Green Hydrogen ในปจจุบัน ประเทศที่มีตนทุนต่ําสุด จะอยูในภูมิภาคอเมริกาและตะวันออกกลาง ในอัตราราคาประมาณ 2 - 3 เหรียญดอลลาสหรัฐ ซึ่งหากรวม Intensive IRA จะมีราคาที่ต่ําลงอีก แตในยุโรปและเอเชีย ยังมีตนทุนสูง เนื่องจากราคาพลังงานสูงและเนื่องจากมีวัตถุดิบที่ใชสําหรับการผลิตไมมากนัก แตมีแนวทางในการปรับเปลี่ยนไปใชพลังงานสะอาดมากขึ้น จึงคาดการณไดวาเมื่อราคา ของพลังงานสะอาดลดลง ตนทุนการผลิตของไฮโดรเจนก็จะถูกลงเชนกัน แตเมื่อพิจารณาถึง ความสามารถในการแขงขันยุโรปและเอเชียยังคงเปนรองอเมริกาและตะวันออกกลางอยูพอสมควร จึงตองพิจารณาแนวนโยบายการสนับสนุนวาจะเปนไปในทิศทางใด สวน Grey Hydrogen คาดการณ วาในอนาคตจะมีราคาสูงขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากตนทุนการผลิตและภาษีคารบอน ซึ่งคาดการณวาผูใชหลัก จะเปนประเทศในยุโรป สวนประเทศที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไฮโดรเจนอยูแลวคือ เกาหลีใตและญี่ปุน ซึ่งจะเปนผูใชหลักในเอเชีย แตจะเปนประเทศผูเนนการนําเขาเปนหลัก ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต มีอัตราการผลิตไฮโรเจนและราคาที่ใกลเคียงกัน ทั้ง Blue Hydrogen และ Green Hydrogen แตประเทศอินโดนิเซียมีชวงราคาที่คอนขางต่ํากวา ประเทศอื่น ๆ เนื่องจากราคาของพลังงานสะอาดและ CCUS ตนทุนการกักเก็บคารบอนมีราคาถูก ดังนั้น ประเทศไทยตองอาศัยเทคโนโลยีที่เปนโครงสรางพื้นฐานของประเทศในอนาคตเปนสวนชวย ดาน Carbon Neutrality ในการมุงไปสู Net Zero ตอไป ในแงของนโยบายและระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวของถือเปนสวนสําคัญของการสนับสนุน ไมวาจะเปนเรื่องของพลังงานสะอาด หรือ CCS รวมทั้งโครงสรางพื้นฐานในดานการลงทุนและพื้นที่ ที่เหมาะสมและคุมคา การรองรับของตลาด รวมทั้งเทคโนโลยีตาง ๆ ในหลายประเทศมีการสนับสนุนและมีแผนขั้นตอนดําเนินการอยางชัดเจนในการผลิตไฮโดรเจน รวมทั้งการผลักดันใหเกิดอุตสาหกรรมใหมในประเทศ ซึ่งมีทั้งขอดีและขอเสียที่แตกตางกันไป การนําไฮโดรเจนไปใชงานมีการพิจารณาในประเด็นหลัก ไดแก ดานการขนสง ดานอุตสาหกรรม เชน อุตสาหกรรมการกลั่นเคมีภัณฑตาง ๆ อุตสาหกรรมเหล็ก ในป 2040 อุตสาหกรรมขนสง ดานสายการบินและเรือเดินสมุทร ในป2050 ซึ่งตองมีการจัดการราคาใหสามารถแขงขันได และพัฒนาอุตสาหกรรมใหรองรับตอการใชงานในสวนนี้ อุตสาหกรรมที่สามารถนําไฮโดรเจนไปใชงานไดเร็วและมีราคาที่สามารถแขงขันได เพราะปจจุบันมีเทคโนโลยีที่สามารถนํามาใชแทนไฮโดรเจนได ดังนั้น จึงตองพิจารณาถึงราคา และความคุมคาตอการนําไฮโดรเจนมาใชงาน เศรษฐกิจไฮโดรเจนถือเปนเรื่องใหญ เพราะตองใชกระบวนการหลายอยาง เชน การพัฒนา ดานโครงสรางพื้นฐาน ดานการขนสง การสงออกและนําเขา เปนตน เพราะในปจจุบันไฮโดรเจน ขนสงลําบาก จึงตองการมีการเปลี่ยนเปนกาซแอมโมเนียกอนแลวแปลงกลับไปเปนไฮโดรเจนอีกครั้ง ซึ่งลวนแลวแตเปนตนทุนการผลิต ดังนั้น ตนทุนดานการขนสงจึงตองมีกระบวนการคิดวาจะทําอยางไร ใหมีตนทุนต่ําที่สุดทั้งในแงการผลิตและการเปนผูใช ซึ่งตองอาศัยนโยบายของภาครัฐในการสนับสนุน ในสวนนี้
25 ๕) เรื่อง “การพัฒนาไฮโดรเจนเพื่อการใชงานในภาคขนสงเพื่อการพาณิชย” โดย นายเนรัญ สุวรรณโชติชวง ที่ปรึกษาฝายกิจการสัมพันธ บริษัท โตโยตา มอเตอร ประเทศไทย จํากัด ใหขอมูลวา หากพิจารณาภาพรวม หรือ Supply Chain ของ Hydrogen แลว ควรตองพิจารณา ศึกษาใหครบทั้งกระบวนการตั้งแตภาคการผลิต (Production) การกักเก็บ (Storage) การขนสง และระบบจําหนาย (Transport, Distribution) และภาคของผูใช (Uses) เพื่อทราบถึงปญหาอุปสรรค ในแตละภาคสวนที่เกี่ยวของ ซึ่งปจจุบันหากพิจารณาเปรียบเทียบกับเชื้อเพลิงฟอสซิล (Fossil Fuels) พบวา Hydrogen ไมสามารถแขงขันไดทั้งในดานของตนทุนและเทคโนโลยี ดังนั้น จึงเปนความทาทาย ที่ทุกภาคสวนตองรวมมือกันศึกษาความเปนไปไดเพื่อนําไปสูการนํา Hydrogen มาใชเปนพลังงาน ในอนาคต โดยควรศึกษาใน ๓ ประเด็นสําคัญเพื่อใหครอบคลุมทั้ง Supply Chain ของ Hydrogen ดังนี้ (๑) ภาคการผลิต (Production) ควรศึกษาเทคโนโลยีที่เหมาะสมสําหรับใชผลิต Hydrogen เชน การผสมผสานระหวางเทคโนโลยีที่ใชกาซธรรมชาติเปนวัตถุดิบหลักทําปฏิกิริยา reforming กับไอน้ําที่มีอุณหภูมิสูงเพื่อใหไดกาซคารบอนไดออกไซดและกาซไฮโดรเจน หรือที่เรียกวา Steam methane reforming: SMR ซึ่งเปนเทคโนโลยีที่ใชอยูในปจจุบัน กับเทคโนโลยี Carbon Capture and Storage: CCS ซึ่งเปนเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บกาซคารบอนไดออกไซดจากโรงไฟฟา ประเภทถานหิน กระบวนการกลั่นน้ํามัน โรงไฟฟา หรืออุตสาหกรรมขนาดใหญ เพื่อลดการปลอย กาซคารบอนไดออกไซด การใชเทคโนโลยี Electrolysis รวมกับพลังงานทดแทน (Renewable) การใชเทคโนโลยี Biomass gasification เปนตน (๒) ภาคการกักเก็บ การขนสง และระบบจําหนาย (Storage, Transport, Distribution) สําหรับการขนสง Hydrogen สามารถขนสงไดหลายรูปแบบไมวาจะเปนในรูปแบบของกาซ (Gaseous) ของเหลว (liquid) หรือเปลี่ยนรูปจาก Hydrogen เปนแอมโมเนีย (NH3) โดยสามารถสงทางทอ รวมกับกาซธรรมชาติ (blending) ซึ่งมีอยูแลวในปจจุบัน (๓) ภาคการใช (Uses) มีทั้งภาคการขนสง ไดแก รถยนต (ขนาดเล็ก) รถบรรทุก เรือ เครื่องบิน ภาคอุตสาหกรรม และระบบความรอนกับที่อยูอาศัย (Residential heating) ทั้ง ๓ ภาคสวนขางตนถือเปนความทาทายที่ทุกภาคสวนตองรวมมือกันขับเคลื่อนใหสามารถ นํา Hydrogen มาใชประโยชนไดจริงในประเทศไทย ปจจุบันภาคการขนสง (โดยเฉพาะในตางประเทศ) มีศักยภาพที่จะสามารถนํา Hydrogen มาใชเปนเชื้อเพลิงไดจริง ทั้งในรถยนตโดยสารขนาดเล็ก รถบัส รถโฟรคลิฟท และรถบรรทุกขนาดใหญ จึงเปนจุดเริ่มตนของความรวมมือกันระหวางบริษัท โตโยตา มอเตอร ประเทศไทย จํากัด บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแกส จํากัด และบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) ในลักษณะเปน partner กัน เพื่อทําการศึกษาเกี่ยวกับการใชประโยชนจาก Hydrogen สําหรับยานยนตในประเทศไทย
26 เรื่อง “การพัฒนาไฮโดรเจนเพื่อการใชงานในภาคขนสงเพื่อการพาณิชย” โดย นายพงษศักดิ์ เหลืองจินดารัตน ผูจัดการสวนอาวุโสพัฒนาธุรกิจ BCG บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแกส จํากัด ใหขอมูลเกี่ยวกับแนวทางและผลการศึกษาของทั้ง ๓ บริษัท สรุปสาระสําคัญได ดังนี้ - จุดประสงคของการศึกษาครั้งนี้ เพื่อแสวงหาขอดีของ Hydrogen สรางมูลคาเพิ่ม ใหกับ Hydrogen ที่เปนผลพลอยไดจากกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมปโตรเคมี (by product to energy) ลดการปลอยกาซคารบอนไดออกไซดในภาคการขนสงสู Net Zero และเพื่อสงเสริม และกระตุนใหเกิดการใชยานยนตที่ใช Hydrogen เปนเชื้อเพลิง (Fuel cell) ในระดับพาณิชย (commercial) ในประเทศไทย โดยเริ่มดําเนินการศึกษาความเปนไปไดในชวง ป ๒๕๖๑ - ๒๕๖๒ โดยการศึกษาสํารวจแหลงวัตถุดิบ (Hydrogen) ในประเทศ และขอดี/จุดเดนของ Hydrogen ในชวงป ๒๕๖๓ - ๒๕๖๔ ศึกษาเพื่อเตรียมการ (Preparation) สําหรับนําไปสูการกําหนดการใช Hydrogen เปนพลังงานบรรจุไวในแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP) การกําหนด Roadmap ที่ชัดเจนแนนอน ตลอดจนการพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยเพื่อกํากับดูแลการใช Hydrogen ในชวงป ๒๕๖๕ - ๒๕๖๗ เปนชวงการทดลองซึ่ง partner ทั้ง ๓ บริษัทไดเปดใหบริการสถานีนํารอง ทดลองใชเชื้อเพลิงไฮโดรเจน (Hydrogen Station) สําหรับรถยนตไฟฟาเซลลเชื้อเพลิง (Fuel Cell Electric Vehicle: FCEV) แหงแรกของประเทศไทย ณ อําเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งทั้ง ๓ บริษัทพันธมิตร จะจัดทําเปนเอกสารผลการศึกษาเสนอตอสาธารณะเพื่อขับเคลื่อนใหเกิดการใชรถยนตเซลลเชื้อเพลิง (FCEV) อยางเปนรูปธรรมและแพรหลายในอนาคตตอไป - ศักยภาพการผลิตไฮโดรเจนในประเทศไทย มีแหลงที่มา ๓ แหลงหลัก ไดแก (๑) ไฮโดรเจน ที่เกิดจาก by product ของกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมปโตรเคมี (๒) ไฮโดรเจนที่เกิดจาก กาซธรรมชาติผานเทคโนโลยี SMR Process ซึ่งจะแบงเปน SMR Centralized และ SMR On-site และ (๓) ไฮโดรเจนที่เกิดจากการใชไฟฟาแยกน้ํา หรือกระบวนการ Electrolyzed ซึ่งแยกเปน Electrolyzed PEM และ Electrolyzed Akali โดยไดศึกษาวิเคราะหกาซไฮโดรเจนทั้ง ๓ แหลงที่มา เปรียบเทียบกับเครื่องยนตสันดาป (ICE) พบวารถยนตไฟฟา (FCEV) ที่ใชเชื้อเพลิงไฮโดรเจนที่มาจาก by product มีสัดสวนลดการปลอยกาซคารบอนไดออกไซดมากที่สุด คือ ลดไดถึงรอยละ ๘๔ และไฮโดรเจนที่มาจากกาซธรรมชาติมีสัดสวนลดการปลอยกาซคารบอนไดออกไซดลงรอยละ ๒๙ สวนที่มาจากกระบวนการใชไฟฟาแยกน้ํามีสัดสวนเพิ่มการปลอยกาซคารบอนไดออกไซดขึ้นมากกวา เครื่องยนต ICE ถึงรอยละ ๓๗
27 ภาพที่ 22 เปรียบการลดการปลอยกาซคบอนไดออกไซดระหวางรถยนตประเภท FCEV กับรถยนตประเภทสันดาป ที่มา : เอกสารประกอบการบรรยายในหัวขอ “การพัฒนาไฮโดรเจนเพื่อการใชงานในภาคขนสงเพื่อการพาณิชย” ของบริษัท โตโยตา มอเตอร ประเทศไทย จํากัด และบริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแกส จํากัด ในการสัมมนาเรื่อง “ไฮโดรเจน : พลังงานทางเลือกแหงอนาคตตอบโจทยสภาวะโลกรอน?” โดยคณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา วันอังคารที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๖ - โอกาสและความเปนไปไดของปริมาณกาซไฮโดรเจนในประเทศไทย (ขอมูลการศึกษา ณ ป ๒๕๖๑) ประเทศไทยมีปริมาณกาซไฮโดรเจนจาก by product เหลือกวา ๙๖,๘๔๑ กิโลกรัม/วัน ซึ่งสามารถนํามาใชเปนเชื้อเพลิงสําหรับรถยนตไดประมาณ ๒๒,๐๐๐ คัน/วัน ซึ่งเพียงพอตอการเริ่มตน และเห็นวาในอนาคตยังตองพึ่งพากระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมปโตรเคมีเพื่อใหไดมาซึ่งกาซ ไฮโดรเจนเปนหลัก - สรุปผลการศึกษา ๔ ดานสําคัญ ไดแก (๑) ดานการลดการปลอยกาซคารบอนไดออกไซด รถยนตไฟฟาที่ใชไฮโดรเจน (ที่มาจาก by product) เปนเชื้อเพลิง หรือ FCEV สามารถลดการปลอยกาซคารบอนไดออกไซดไดถึงรอยละ ๘๓ เมื่อเทียบกับรถยนตสันดาป หรือ ICE (๒) ดานปริมาณกาซไฮโดรเจน หรือ Supply ประเทศไทยมีปริมาณกาซไฮโดรเจนที่พรอมใชงาน ประมาณกวา ๙๗,๐๐๐ กิโลกรัม/วัน สามารถใชเติมรถยนตไดถึงประมาณ ๒๒,๐๐๐ คัน/วัน ซึ่งถือวา เปนปริมาณที่เพียงพอตอการเริ่มตน (๓) ดานตนทุน พบวาเฉพาะเนื้อของกาซไฮโดรเจนจะมีราคาถูกกวาน้ํามันดีเซล แตหากคิด รวมตนทุนทั้งหมด (Infrastructure Cost) เห็นวาราคายังคอนขางสูงอยู (๔) รถยนตไฟฟาเซลลเชื้อเพลิง หรือ FCEV เหมาะสมและมีความคุมคามากกวาเมื่อใชวิ่ง ในระยะทางที่ยาวขึ้น เมื่อเทียบกับ Battery system กลาวคือ FCEV จะสามารถประหยัดไดเทียบเทากับ Battery system ในกิโลเมตรที่ ๑๐๐ หลังจากนั้นจะสามารถประหยัดตนทุนไดมากกวา (ดังรูปภาพที่ 23)
28 ภาพที่ 23 สรุปผลการศึกษา - โครงการสาธิตของทั้ง ๓ บริษัทมีความครอบคลุมทั้งกระบวนการ กลาวคือ บริษัท BIG มีหนาที่ผลิตและขนสงกาซไฮโดรเจน (Supply and distribution) ซึ่งบริษัท BIG ก็ไดดําเนินการ มาอยูแลวไมวาจะเปนการขนสงทางทอบรรจุกาซชนิดตรึงแนนบนรถ (Tube Trailer) รูปแบบถังบรรจุ (Cylinders) หรือขนสงทางทอ (Pipeline) ซึ่งปจจุบันมีแนวทอสําหรับขนสงกาซไฮโดรเจนอยูประมาณ ๔๕ กิโลเมตรที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง ในขณะเดียวกันบริษัท BIG ยังมีการนําเทคโนโลยีสถานีเติม Hydrogen จากประเทศสหรัฐอเมริกาเขามาในประเทศไทย เนื่องจากตองมีความดันเพียงพอ ตามที่รถยนต FCEV ตองการ (ประมาณ ๗๐๐ - ๗๕๐ Bar) และตองสามารถปรับลดอุณหภูมิของกาซ ไฮโดรเจนไดดวย เพื่อใหเปนไปตามมาตรฐานที่จะนํามาใชกับรถยนตได นอกจากนี้บริษัทไดมีการลงทุน เพื่อศึกษาและผลิตกาซไฮโดรเจนกับตางประเทศหลายประเทศเพื่อใหไดมาซึ่งกาซไฮโดรเจนที่บริสุทธิ์ ซึ่งสามารถผลิตกาซไฮโดรเจนไดกวา ๔,๐๐๐ ตัน/วัน (สามารถเติมรถยนตไดประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ คัน/วัน) ดังนั้น ภาคเอกชนมีความพรอมดานเทคโนโลยีที่สามารถผลิตกาซไฮโดรเจนบริสุทธิ์ (Purity) รอยละ ๙๙.๙๙ ตามมาตรฐานที่รถยนตมีความตองการได ในสวนของดานความปลอดภัยบริษัทใหความสําคัญอยางยิ่ง โดยตองเปนไปตามมาตรฐานความปลอดภัย ISO/TSI 19880 และ ISO 17268 และตั้งแตที่บริษัท ประกอบธุรกิจมาจนถึงปจจุบันยังไมเคยมีปญหาดานความปลอดภัยดานการขนสงแตอยางใด สําหรับบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) มีความพรอมดานสถานที่สําหรับตั้งสถานีเติม ไฮโดรเจน และมีหนาที่ในเรื่องการปฏิบัติการและการบริการ (Operator and Utility) สถานีเติม ทั้งหมด ในสวนของบริษัท โตโยตา มอเตอร ประเทศไทย จํากัด จะมีหนาที่นําเขารถยนต FCEV จากตางประเทศ เขามาในประเทศไทย ตลอดจนการใหบริการซอมบํารุง (Maintenance Service) - หลังจากไดทําการศึกษาแลว กลุมบริษัทพันธมิตรทั้ง ๓ บริษัท ก็ไดนํามาสูการทดลองใชจริง ที่สนามบินอูตะเภา โดยมีขอมูลสถิติการใช (เดือนกุมภาพันธ - เมษายน ๒๕๖๖) คือ นักทองเที่ยว/นักธุรกิจ
29 ที่บินมาที่สนามบินอูตะเภาที่ใชบริการเชารถยนต FCEV ของบริษัท สวนใหญเปนชาวตางชาติ คิดเปนสัดสวนรอยละ ๖๐ และคนไทยรอยละ ๔๐ มีการเดินทางจากสนามบินอูตะเภาไปยังเมืองพัทยา สนามบินสุวรรณภูมิ และจังหวัดระยอง จํานวน ๓ - ๕ เที่ยว/วัน และเมื่อเทียบกับรถยนตประเภท ICE แลว พบวารถยนต FCEV สามารถลดการปลอยกาซคารบอนไดออกไซดไดถึงกวา ๖,๕๐๐ กิโลกรัม (kgCO2) นอกจากนี้ยังมีการนํามาใชเพื่อเตรียมความพรอมที่หลากหลายแนวทาง (Multiple Pathway) ในโครงการ Smart City ที่เมืองพัทยา และจะขยายไปยังโครงการ Smart Park ที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง โดยตอยอดไปยังรถบัส รถโฟรคลิฟต เปนตน ดังนั้น เพื่อใหประเทศไทยสามารถขับเคลื่อนใหเกิดการนํา Hydrogen มาใชเปนพลังงาน ในอนาคตไดจริง จึงจําเปนตองไดรับความรวมมือจากทุกภาคสวนทั้งนโยบายภาครัฐ นักลงทุน ลูกคา อุตสาหกรรมยานยนต และผูจัดจําหนายพลังงาน (Energy Supplier) การอภิปราย ในหัวขอ เรื่อง “แนวคิดการประยุกตใชไฮโดรเจนกับบริบทพลังงานไทย” โดย วิทยากรผูอภิปราย ประกอบดวย ผูแทนจากคณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา - นายเจน นําชัยศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการการพลังงาน และ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการดานเชื้อเพลิงธรรมชาติ - นายสุรวุฒิ สนิทวงศ ณ อยุธยา ผูชํานาญการประจําคณะกรรมาธิการ ผูแทนจากหนวยงานภาครัฐ - นายสารรัฐ ประกอบชาติ รองผูอํานวยการสํานักงานนโยบายและแผนพลังงาน - นายนรินทร เผาวณิช ผูชวยผูวาการบริหารเชื้อเพลิง การไฟฟาฝายผลิตแหงประเทศไทย (กฟผ.) ผูแทนจากภาคเอกชน - นายธนา ศรชํานิ ผูจัดการ ฝายวิจัยเทคโนโลยีพลังงานใหม สถาบันนวัตกรรม บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) - ดร.เนรัญ สุวรรณโชติชวง ที่ปรึกษาฝายกิจการสัมพันธ บริษัท โตโยตา มอเตอร ประเทศไทย จํากัด - นายปยบุตร จารุเพ็ญ กรรมการผูจัดการ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแกส จํากัด
30 ประเด็นซักถามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น คําถาม : 1) ประเทศไทยจะสามารถนําพลังงานไฮโดรเจนมาใชไดเมื่อใด และนํามาใช ในสัดสวนเทาใด นายสารรัฐ ประกอบชาติ รองผูอํานวยการสํานักงานนโยบายและแผนพลังงาน ใหขอมูลวา การใชพลังงานไฮโดรเจนในเชิงพาณิชยจะเริ่มใชประมาณหลังป ค.ศ. 2030 แตจะเริ่มใชได เร็วกวาป ค.ศ. 2030 ได ซึ่งก็ขึ้นอยูกับมาตรการสนับสนุนจาก ภาครัฐตองมีนโยบายและมาตรการ ในการสนับสนุน ประกอบกับในอนาคตตนทุนของเทคโนโลยีจะมีการปรับลดลงเมื่อมีการใชพลังงาน ไฮโดรเจนอยางแพรหลายซึ่งอาจเกิดจากปริมาณความตองการใชงานที่เพิ่มขึ้นของตลาดโลก หรือการแขงขันระหวางเทคโนโลยีใหมกับเทคโนโลยีที่ใชอยูในปจจุบัน ซึ่งปจจัยตาง ๆ เหลานี้จะทําให เกิดการนําพลังงานไฮโดรเจนมาใชงานไดเร็วขึ้น แตอยางไรก็ตาม ตองมีการศึกษาผลกระทบใหครบทุกดาน กอนนํามาใช ทั้งนี้ตั้งแต 2040 เปนตนไปก็จะเริ่มใชงานในเชิงพาณิชยได แตจะเลือกใชไฮโดรเจน ชนิดใด สีฟาหรือสีเขียว ก็ขึ้นอยูกับปจจัยของตนทุนการผลิตเปนสําคัญ สําหรับปริมาณการนํามาใชงาน โดยหลักจะเปนการนํามาใชโดยการผสมในกาซธรรมชาติเพื่อใชเปนเชื้อเพลิงในกระบวนการผลิตไฟฟา โดยภาครัฐไดพิจารณาสัดสวนการผสมในระดับรอยละ ๒๐ - ๒๕ แมวาจะสามารถนํามาผสมใชงาน ไดมากกวา แตก็ตองพิจารณาศึกษาผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น นายเจน นําชัยศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา ปจจัยสําคัญ ที่จะทําใหประเทศไทยสามารถนํา Hydrogen มาใชเปนพลังงานได คือ ภาครัฐตองมีความพรอม ดานกฎหมายเพื่อรองรับหรือกําหนดให Hydrogen เปนพลังงาน เนื่องจากหากไมมีกฎหมายกําหนดให Hydrogen เปนพลังงาน การริเริ่มในการขับเคลื่อนใหนํา Hydrogen มาใชเปนพลังงานในภาคสวนตาง ๆ ก็จะไมสามารถเกิดขึ้นได ซึ่งเปนหนึ่งในขอเสนอแนะเชิงนโยบายของการศึกษาที่คณะอนุกรรมาธิการ ดานเชื้อเพลิงธรรมชาติไดทําการศึกษา ฉะนั้น เห็นวาภาคสวนตาง ๆ ไมวาจะเปนหนวยงานภาครัฐ ภาคเอกชน มีศักยภาพเพียงพอและมีความพรอมอยูแลว หากมีกฎหมายกําหนดให Hydrogen เปนพลังงาน เชน เครื่องยนตกังหันกาซ (gas turbine engine) ซึ่งเปนเครื่องกําเนิดไฟฟาในโรงไฟฟา ที่ใชกาซธรรมชาติเปนเชื้อเพลิงหลัก นั้น สามารถที่จะนํา Hydrogen มาผสมเปนเชื้อเพลิงดวยได ประมาณรอยละ ๒๐ โดยปริมาตรและเหตุผลสําคัญอีกประการหนึ่งที่เห็นวาประเทศไทยมีความพรอม ในการนํา Hydrogen มาใชงาน เนื่องจาก ปจจุบัน Hydrogen ชนิด Grey Hydrogen ถูกนํามาใช ในเชิงของสารเคมี ซึ่งที่มาของ Grey Hydrogen มาจากปโตรเคมีและฟอสซิลที่มีอยูในแหลงกาซธรรมชาติ ในอาวไทย อยูในรูปของ Wet Gas หรือ กาซเปยก ซึ่งเปนกาซธรรมชาติที่มีสวนประกอบหลัก ไดแก อีเทน (Ethane) โพรเพน (Propane) และบิวเทน (Butane) โดยในสวนของ Ethane นั้น มีสูตรทางเคมี คือ C2H6 (กลาวคือ ประกอบดวย Carbon ๒ อะตอม และ Hydrogen ๖ อะตอม) โดยภาคอุตสาหกรรม ปโตรเคมีนํา Ethane มาใชผลิตเปนเอทิลีน (Ethylene) ซึ่งมีสูตรทางเคมี C2H4 กลาวคือ ประกอบดวย Carbon ๒ อะตอม และ Hydrogen ๔ อะตอม ซึ่งหมายความวา Ethane ที่นํามาผลิตเปนเอทิลีนนั้น จะมี Hydrogen เหลืออยู ๒ ตัว ซึ่งถือเปนผลพลอยได (by product) จากกระบวนการผลิตเอทิลีน ดังนั้น เมื่อประเทศไทยมีวัตถุดิบ (Wet Gas) ในอาวไทยและมี by product ดังกลาวขางตนอยูแลว จึงเห็นวาประเทศไทยมีความพรอมที่จะนํา Hydrogen มาใชในรูปของเชื้อเพลิงได โดยในระยะแรกอาจนํามาใชเปนเชื้อเพลิงในเครื่องยนตสันดาปกอน เชน Gas Turbine เปนตน แลวจึงพัฒนาไปสูเซลลเชื้อเพลิง หรือ Fuel cell ในระยะตอไป
31 นายธนา ศรชํานิ ผูจัดการ ฝายวิจัยเทคโนโลยีพลังงานใหม สถาบันนวัตกรรม บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) ใหขอมูลวา เปาหมายของความเปนกลางทางคารบอน หากภาครัฐกําหนด แผนงานในการลดคารบอนจากภาคสวนตางๆ ทั้ง จากพลังงาน ขนสง อุตสาหกรรม โดยกําหนดสัดสวน ของการลดการปลอยคารบอน และกําหนดแนวทางการนําไฮโดรเจนเขาไปใชเพื่อลดคารบอน ในสัดสวนเทาใด และจะลดในปริมาณเทาใดจากที่กําหนดไว ก็จะเปนการกําหนดแผนงานการนําไฮโดรเจน ไปใชงานไดชัดเจนยิ่งขึ้น โดย ปตท. วิเคราะห การลดการปลอยคารบอนในแตละภาคสวน และมีการจําลอง การลดการปลอยในแตละกิจกรรม ในแตละภาคสวนจะตองใชไฮโดรเจนเพื่อลดคารบอนไดออกไซดเทาใด คําถาม : 2) ความรวมมือกับตางประเทศอยางไรเกี่ยวกับการพัฒนาพลังงานไฮโดรเจน และจุดเดนของประเทศไทยในการพลังงานไฮโดรเจนมาใช นายธนา ศรชํานิ ผูจัดการ ฝายวิจัยเทคโนโลยีพลังงานใหม สถาบันนวัตกรรม บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) ใหขอมูลวา ความรวมมือกับหนวยงานและองคกรอื่นในระดับสากล ปจจุบัน ปตท. รวมกับ โตโยตา ในการดําเนินงานผานไทยแลนด ไฮโดรเจน คลับ ซึ่งมีสมาชิก 21 หนวยงาน ทั้งจากภาครัฐ เอกชน และจากองคกรตางประเทศ ซึ่งเห็นวาความสําเร็จในการดําเนินงานที่เกี่ยวของ กับไฮโดรเจนจะเกิดขึ้นไดตองอาศัยความรวมมือระหวางปะเทศ ความรวมมือระหวางภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษาจึงเกิดการรวมกลุมของไฮโดรเจน ไทยแลนด คลับ บริษัท ปตท. มีการสรางเครือขายในการนําไฮโดรเจนมาใชงาน โดยมีการลงนาม บันทึกขอตกลงความรวมมือตาง ๆ เชน บันทึกขอตกลงความรวมมือเพื่อพัฒนาและลงทุนในโครงการ ไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) และผลิตภัณฑที่เกี่ยวเนื่อง (Derivatives) เพื่อตอบสนอง การใชพลังงานสะอาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต รวมถึงโอกาสการสงออกไปยังภูมิภาคใกลเคียง ระหวาง บริษัท แอควาพาวเวอร จํากัด (ACWA Power) บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) (ปตท.) และ การไฟฟาฝายผลิตแหงประเทศไทย (กฟผ.) การลงนามเขาศึกษาไฮโดรเจนสีเขียวใหกับกระทรวงพลังงาน และลงนามขอตกลง ความรวมมือโครงการริเริ่มการขยายหวงโซอุปทานและการใชประโยชนจากไฮโดรเจนและแอมโมเนีย เพื่อลดการปลดปลอยกาซเรือนกระจกในประเทศไทยกับ บริษัท JERA Co., Inc. (JERA) เพื่อศึกษา ในเทคโนโลยีที่เกี่ยวของกับแอมโมเนีย กระบวนการกลั่นแบบแครกกิง (Cracking) แอมโมเนีย ใหเปนไฮโดรเจน โดยเปนการศึกษาเปรียบเทียบตนทุนระหวางการนําเขาจากตางประเทศกับการผลิต ไฮโดรเจนจากในประเทศ แมวาการผลิตไฮโดรเจนจากในประเทศอาจจะมีราคาต่ํากวา แตอยางไรก็ตาม ก็เปนโอกาสในการพัฒนารูปแบบการนําเขาไฮโดรเจนหากพิจารณาวาการผลิตไฮโดรเจนในประเทศ อาจไมเพียงพอมีความจําเปนตองนําเขาจากตางประเทศ วิธีการที่ขนสงสะดวกคือการขนสง ในรูปแอมโมเนีย แลวนํามา crack เปนไฮโดรเจน นายนรินทร เผาวณิช ผูชวยผูวาการบริหารเชื้อเพลิงการไฟฟาฝายผลิต แหงประเทศไทย (กฟผ.) ใหขอมูลวา กฟผ. ไดทําขอตกลงความรวมมือ (MOU) กับองคกรตาง ๆ ดังนี้ 1) ความรวมมือกับแอควา พาเวอร เพื่อที่จะพัฒนาไฮโดรเจนสีเขียวตนแบบ เพื่อรองรับความตองการใชพลังงานไฮโดรเจนภายในประเทศ
32 2) ความรวมมือกับประเทศญี่ปุน โดยบริษัท มิตซูบิชิ (ประเทศไทย) จํากัด บริษัท ชิโยดะ คอรปอเรชั่น และบริษัท มิตซุย โอ.เอส.เค ไลน จํากัด เพื่อศึกษาไฮโดรเจนสีเขียว ตั้งแตกระบวนการเริ่มตนไปจนถึงขั้นตอนสุดทาย (Value Chain) ในการผลิตพลังงานไฮโดรเจน 3) ความรวมมือกับประเทศออสเตรเลีย ซึ่งประเทศออสเตรเลียมีแหลงทรัพยากร พลังงานไฮโดรเจนคอนขางมาก และมีทาเรือที่ใชสําหรับการขนสงไฮโดรเจนจากประเทศออสเตรเลีย ไปที่ประเทศญี่ปุน จึงถือวาความรวมมือกับประเทศออสเตรเลียเปนจุดเริ่มตนที่ดีในการพัฒนาอุตสาหกรรม ไฮโดรเจนของประเทศไทย 4) ความรวมมือกับประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศเยอรมนี เพื่อถอดบทเรียน จากการพัฒนาพลังงานไฮโดรเจนของประเทศตาง ๆ มาปรับใชในประเทศไทย นายปยบุตร จารุเพ็ญ กรรมการผูจัดการ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแกส จํากัด (BIG) ใหขอมูลวา ภายใตบริษัทตนแบบ คือ บริษัท แอรโปรดักสสหรัฐอเมริกา ธุรกิจหลักของแอรโปรดักส คือ ไฮโดรเจน ทั้งนี้ บีไอจี นําไฮโดรเจนมาใชในอุตสาหกรรมเคมี คือ การใชไฮโดรเจนในรูปแบบเคมี ซึ่งใน ดานพลังงาน บริษัท แอรโปรดักส ไดใชเงินลงทุน 15,000 พันลานเหรียญสหรัฐในโครงการ ผลิตไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียน ซึ่งจะสามารถผลิตไฮโดรเจนที่ปราศจากคารบอนไดในปริมาณ มหาศาลใหแกผูใชทั่วโลกไดในป 2568 ถือเปน Real Investment ที่มีการใชเงินลงทุนและการกอสรางจริง ขณะนี้ ไดดําเนินการที่รัฐแอลเบอรตา ประเทศแคนาดา, รัฐลุยเซียนา ประเทศสหรัฐอเมริกา และโครงการนีออม (NEOM) ที่แอรโปรดักสพรอมดวยอัควาเพาเวอร (ACWA Power) และนีออม (NEOM) ไดรวมลงนามขอตกลงมูลคา 5,000 ลานเหรียญสหรัฐ ในโครงการกอสรางโรงงานผลิตแอมโมเนีย จากไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) ขนาดใหญระดับโลกซึ่งใชพลังงานหมุนเวียนในการผลิต ตั้งอยูในเมืองใหมนีออมซึ่งเปนโครงการที่อยูอาศัยแบบยั่งยืนรูปแบบใหมทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ของราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย โครงการนี้สามารถผลิตไฮโดรเจนสีฟา (Blue Hydrogen), ไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen), แอมโมเนียสีฟา (Blue Ammonia) และแอมโมเนียสีเขียว (Green Ammonia) แมวาไฮโดรเจนจะไดรับการพัฒนาใหเปนธุรกิจหลักของ แอรโปรดักส และบางกอก อินดัสเทรียลแกส จํากัด (BIG) แตทั้งนี้เศรษฐกิจไฮโดรเจนไมสามารถดําเนินการเพียงฝายเดียวได เพราะเปนระบบนิเวศ (ecosystem) เชน สถานีเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนแหงแรกของไทยที่บางละมุง จังหวัดชลบุรีโดยโครงการนี้เปนความรวมมือระหวาง กลุมพันธมิตร เชน บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแกส จํากัด (BIG) บริษัท ปตท. จํากัด(มหาชน) (PTT) บริษัท ปตท.น้ํามันและการคาปลีก จํากัด (มหาชน) (PTTOR) และบริษัท โตโยตา มอเตอร ประเทศไทย จํากัด เพื่อขับเคลื่อนพลังงานอนาคต “ไฮโดรเจน” โดย บางกอกอินดัสเทรียลแกส จํากัด (BIG) ผลิตไฮโดรเจน และโตโยตา ที่จะนํารถยนตที่ใชพลังไฮโดรเจน Fuel Cell จํานวน 2 - 3 คัน มาทดลองเติมไฮโดรเจนเพื่อเก็บขอมูลการใชจริง ขณะที่ ปตท. มีแผนนํากลุมรถขนสงในเครือ ปตท.มาใชบริการดวย โดยจะตองมีการปรับปรุงเครื่องยนตกอนที่จะ ใชบริการ หากมีความเหมาะสมคุมคาก็มีแผนที่จะขยายสถานีเติมไฮโดรเจนเพิ่มเติม และยังสอดรับ เปาหมายของไทยในความเปนกลางทางคารบอน ภายในปค.ศ. 2050 และบรรลุเปาหมายการปลอย กาซเรือนกระจกสุทธิเปนศูนย (Net zero) ในป ค.ศ. 2065 ดังนั้น อนาคตจะเห็นไดวาการรวมมือกัน ของภาคสวนตาง ๆ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนใครจะอยูตรงไหน เปนสิ่งที่สําคัญของธุรกิจไฮโดรเจน ในอนาคต
33 ดร.เนรัญ สุวรรณโชติชวง ที่ปรึกษาฝายกิจการสัมพันธบริษัท โตโยตา มอเตอร ประเทศไทย จํากัด ไดใหขอมูลวา บริษัท โตโยตา มอเตอร คอรปอเรชั่น (โตโยตา) และบริษัท Commercial Japan Partnership Technologies Corporation (CJPT) (ของประเทศญี่ปุน) ไดลงนาม MOU เพื่อรวมมือกันในการบรรลุความเปนกลางทางคารบอน นอกจากนี้ บริษัท โตโยตา ไดรวมมือกับบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑจํากัด (ซีพี) เพื่อผลักดันเปาหมายสูความเปนกลางทางคารบอน ในประเทศไทยดวย โดยในสวนการจัดการดานพลังงานและการใชพลังงานหมุนเวียน เชน ชีวมวล(Biomass) เศษวัสดุเหลือใชทางการเกษตรหรือมูลสัตวมาผลิตเปนพลังงานไฮโดรเจน สงไปทําการแครกกิงที่ญี่ปุน ซึ่งไดมีการผลิตและนํามาทดลองใชแลว เปนตน นายสารรัฐ ประกอบชาติ รองผูอํานวยการสํานักงานนโยบายและแผนพลังงาน ใหขอมูลวา ความรวมมือกับตางประเทศระหวางรัฐตอรัฐเกี่ยวกับดานพลังงาน จะมีการกําหนดกรอบ ความรวมมือที่มีการพัฒนาพลังงานไฮโดรเจนเปนความรวมมือลําดับแรก ๆ เพราะการกําหนดใหนํา ไฮโดรเจนมาใชในรูปแบบของพลังงานซึ่งตามมาดวยเปาหมายความเปนกลางทางคารบอน (Carbon Neutrality) และการลดกาซเรือนกระจกสุทธิเปนศูนย (Net Zero) ซึ่งแนวทางและขอเสนอที่มาเปน ลําดับแรกๆ ก็จะเปนเรื่องไฮโดรเจน ระบบการกักเก็บคารบอน CCS เทคโนโลยีการดักจับ การใชประโยชน และการกักเก็บคารบอน (Carbon Capture, Utilization and Storage: CCUS) ซึ่งก็มั่นใจไดเลยวา ภาครัฐไดใหความสําคัญและเรงใหความรวมมือกับประเทศตาง ๆ ในเรื่องนี้อยางชัดเจน คําถาม : 3) การนําไฮโดรเจนมาผลิตไฟฟาจะสงผลตอราคาไฟฟาที่จะปรับเพิ่มสูงขึ้นหรือไม นายนรินทร เผาวณิช ผูชวยผูวาการบริหารเชื้อเพลิงการไฟฟาฝายผลิต แหงประเทศไทย (กฟผ.) ใหขอมูลวา ตามหลักการคํานวณราคาไฟฟาราคาไฟฟาสะทอนตามตนทุน ราคาพลังงาน องคการพลังงานระหวางประเทศ (IEA) ไดพยากรณราคาพลังงานไฮโดรเจนจากการผลิต แตละแหลง ในป ค.ศ. 2030 พบวา พลังงานไฮโดรเจนที่ผลิตโดยกระบวนการ Electrolysis ราคาจะลดลง ประมาณ 3 เหรียญตอ 1 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับการผลิตโดยใชกาซธรรมชาติผสมกับเทคโนโลยีดักจับ และกักเก็บคารบอน (Carbon Capture and Storage) คือราคาประมาณ 2 เหรียญ จากการพยากรณ ดังกลาวแสดงใหเห็นวาพลังงานไฮโดรเจนสีเขียวจะลดลงมาเรื่อย ๆ และปจจัยในเรื่องของการขยาย ขนาดการผลิตที่มากขึ้น (Economies of Scale) จะสงผลใหราคาพลังงานไฮโดรเจนลดลงไดเร็วขึ้นดวย นอกจากนี้ ประเทศสหรัฐอเมริกาไดมีมาตรการสนับสนุนการผลิตพลังงานไฮโดรเจน สีเขียว โดยใชกฎหมายลดอัตราเงินเฟอ (Inflation Reduction Act: IRA) ซึ่งจะมีการใหสิทธิประโยชน ทางภาษี (Tax incentive) สําหรับการผลิตไฮโดรเจนสีเขียว โดยจะใหสิทธิประโยชนทางภาษีเพิ่ม เมื่อปริมาณกาซคารบอนไดออกไซดลดลงตอการผลิตไฮโดรเจน 1 กิโลกรัม ซึ่งในอนาคตจะสงผลให ตลาดพลังงานไฮโดรเจนเกิดการขยายอยางรวดเร็ว โดยปจจุบันมีการใหสิทธิประโยชนทางภาษีสูงสุด ๓ เหรียญตอกิโลกรัม ในขณะที่มีตนทุนการผลิตไฮโดรเจนสีเขียว ๖ เหรียญตอกิโลกรัม เทียบเทากับ การอุดหนุนครึ่งหนึ่งของราคาตนทุนการผลิตไฮโดรเจนสีเขียว รวมถึงหวงโซอุปทานตาง ๆ ที่จะกระตุน ใหตลาดมีความตองการใชงานมากขึ้น ดังนั้น อาจกลาวไดวา ในชวงแรกของการผลิตเพื่อนํามาใชงาน ราคาไฮโดรเจนสีเทาและไฮโดรเจนสีน้ําเงินจะต่ํากวาเนื่องจากมีความพรอมทางดานเชื้อเพลิงกาซธรรมชาติ แตตอไปในอนาคต ตามการพยากรณของ IEA ตั้งแตป 2030 ไฮโดรเจนสีเขียวจะมีราคาที่ต่ํากวา เนื่องจากไดรับการสนับสนุนจากปจจัยตาง ๆ ตามที่กลาวมา และมาตรการ CBAM ก็เปนสวนที่
34 เรงใหเกิดการแขงขันในเชิงพาณิชย ทั้งนี้ แมวาเทคโนโลยีจากการใชพลังงานทดแทนอาจจะไมได มีความเสถียรในการนํามาผลิตไฟฟาไดตลอดเวลา แต จากการทดลองดําเนินงานในโครงการลําตะคอง เพื่อยืนยันไดวา กระบวนการผลิตไฟฟาจากพลังงานหมุนเวียนที่นํามาใชในกระบวนการ electrolysis ก็จะสงผลใหผลิตไฮโดรเจนที่เปนสวนหนึ่งที่ทําใหพลังงานทดแทนสามารถ เพื่อทํางานรวมกันได ตลอด ๒๔ ชั่วโมง คําถาม : 4) การนําไฮโดรเจนมาผสมในกาซธรรมชาติสําหรับใชเปนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟา หรือการนํามาเปนเชื้อเพลิงใหกับเซลสเชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟาใหกับรถยนต ยังคงมีกระบวนการอื่น ๆ หรือวิธีการนํามาใชงานในรูปแบบอื่น ๆ ไดหรือไม ดร.เนรัญ สุวรรณโชติชวง ที่ปรึกษาฝายกิจการสัมพันธบริษัท โตโยตา มอเตอร ประเทศไทย จํากัด ไดใหขอมูลวา ในดานการขนสง มีการใชงานในรถยนตสวนบุคคล รถบัส รถเทรลเลอร รถโฟลคลิฟต ไดมีการเชื่อมตอเสนทางการเดินทาง ผานระบบ Mobility แลว นอกจากนี้มีการนํามา ใชงาน ดังนี้ เรือ (เรือยอรชของประเทศฝรั่งเศส) ไดเขามาจอดเทียบที่ทาเรือพัทยา (ประมาณ เดือนเมษายน ๒๕๖๕) โดยใช Solar Cell และกังหันลมในการผลิตพลังงานไฮโดรเจน รถไฟ (ประเทศเนเธอรแลนด) ขับเคลื่อนโดยการใชเซลลเชื้อเพลิง (Fuel Cell) เปนรถจักรไฟฟา (Electric Locomotive) สามารถบรรจุไฮโดรเจนไดประมาณ ๙๙ กิโลกรัมและขับได ระยะทาง ๖๐๐ กิโลเมตร จะเห็นไดวาเทคโนโลยีดานพลังงานมีการพัฒนาอยางตอเนื่อง และคาดวา ในอนาคตจะสามารถนําเทคโนโลยีตาง ๆ มาใชพัฒนาพลังงานไฮโดรเจนได นอกจากนี้ มีการนําเสนอแนวคิดเพื่อพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูง เพื่อเชื่อมตอ เสนทางระหวางสนามบิน ภายใตโครงการระบบรถไฟฟาขนสงมวลชนแอรพอรตลิงค (Airport Rail Link) จากสนามบินอูตะเภาไปยังสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง ซึ่งมีขอไดเปรียบจากสถานที่ ผลิตไฮโดรเจนอยูที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุตสามารถเชื่อมตอเขาระบบมายังสนามบินอูตะเภาได หากสามารถนํามาใชกับรถไฟฟาก็จะสงผลใหการใชโครงสรางพื้นฐานดานพลังงาน (Infrastructure) โดยเฉพาะสายสงไฟฟาลดลง เครื่องบิน สายการบินของลุฟทฮันซา (Lufthansa) ประเทศเยอรมัน อยูระหวาง การศึกษา เพื่อนํามาใชงานในสวนของงานภาคพื้นวาระบบโครงสรางพื้นฐานดานพลังงาน (Infrastructure) มีความเหมาะสมหรือไม เพียงใด แตในสวนของอากาศยานก็ยังคงอยูระหวางการศึกษาพัฒนา นายเจน นําชัยศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา ไดใหขอมูลวา แนวคิดเพิ่มเติม การนําไปใชกับเครื่องกําเนิดไฟฟา ซึ่งไมตองคํานึงถึงการลดคารบอนเทาใด เพราะขึ้นอยูกับ การเลือกชนิดของไฮโดรเจนมาใชงาน หากใชไฮโดรเจนสีเขียวก็จะลดคารบอนไดในปริมาณสูงสุด หรือหากเลือกใชสีฟาปริมาณคารบอนที่ลดลงไดก็จะลดลงไดนอยตามลําดับ ดานเครื่องจักรอุปกรณ ไมตองเปลี่ยน จะทําการเปลี่ยนเฉพาะชนิดเชื้อเพลิงที่จะเขาไป โดยใชเงินลงทุนนอยสุด และในกรณีของ ความคลองตัวและสะดวกตอการนํามาใชงาน หากจะวางโครงขายการขนสง ผานทางรถบรรทุก อาจจะทําการขนสงไดในปริมาณที่จํากัด จึงไดพิจารณาการนํามาใชงานในรถไฟ เพราะการดําเนินงาน ของสถานีเติมไฮโดรเจนก็ติดตั้งที่สถานีปลายทาง จึงสงผลใหการลงทุนโครงสรางพื้นฐานต่ํามาก ปจจุบันรถไฟใชเครื่องยนตดีเซลในการปนไฟ และนําไฟฟาไปปนมอเตอรเพื่อขับลอ ดังนั้น การนําไฟฟา
35 จากแหลงใดมาปนลอเพื่อขับเคลื่อนไดก็สามารถดําเนินการได แมวา ปจจุบันมีการเปลี่ยนมาใชงาน หัวรถจักรแบบ EV ก็เปนการดําเนินงานในลักษณะเดียวกันเพียงแตเปลี่ยนมาใช Fuel Cell แทน ซึ่งเหมือนกับการดําเนินการในตางประเทศ ไมตองมีการวางระบบสายสงไฟฟา หากจะทําโครงการ นํารองรถไฟคาดวานาจะเปนทางเลือกที่ดี ดานตนทุน จากขอมูลพบวา วัตถุดิบ หรือ Hydrogen มีตนทุนที่ไมสูงมาก อยูที่ประมาณ ๑๗๕ บาท/กิโลกรัม แตสิ่งที่ทําใหตนทุน Hydrogen สูงขึ้น คือ กระบวนการทําให Hydrogen มีความบริสุทธิ์ สงผลใหตนทุนสูงถึง ๔๕๐ บาท ซึ่งหากเปนรถยนต จะสามารถวิ่งไดประมาณ ๑๕๐ กิโลเมตร เฉลี่ยคิดเปน ๓ บาท/กิโลเมตร เมื่อเทียบกับน้ํามันดีเซล ที่มีตนทุนเฉลี่ยอยูที่ ๔ บาท/กิโลเมตร จึงไมมีความแตกตางกันมาก ซึ่งการดําเนินงานจากโครงการ ที่มีการลงทุนดานโครงสรางพื้นฐานต่ําเมื่อประสบความสําเร็จในการนํามาใชกับรถไฟแลว ก็สามารถ ขยายผลไปสูการนํามาใชกับเครื่องยนตอื่น ๆ ที่มีลักษณะ/ขนาดที่คลายกัน เชน รถเมล รถบรรทุก รถยนตสวนบุคคล (รถบาน) ฯลฯ นายปยบุตร จารุเพ็ญ กรรมการผูจัดการ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแกส จํากัด (BIG) ใหขอมูลวา 1. ความสะดวกในการนํามาใชงานในภาคขนสง คอนขางคาดหวังผลความสําเร็จได โดยเฉพาะการใชงานในเสนทางการเดินรถทางไกล ที่อาศัยคุณสมบัติของไฮโดรเจนที่บีบอัด (compress) สามารถผลิตไฟฟาได 2. ภาคผลิตไฟฟา เอามาใชรวมกับกาซธรรมชาติโดยในที่สุดสามารถที่จะใช Pure ไฮโดรเจนได ถากังหัน (turbine) ตาง ๆ อยูภายใตเงื่อนไข (condition) 3. กลุมอุตสาหกรรม ที่ปจจุบันใชกาซธรรมชาติในการใหความรอน เชน ซีเมนต เหล็ก ซึ่งตางประเทศเริ่มมีการผลิตเหล็กจากกระบวนการผลิตที่ไมใชเชื้อเพลิงฟอสซิล (Green Steel) คือ การผลิตเหล็กโดยใชไฮโดรเจน 4. ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) การใชพลังงานไฟฟาสวนเกินมาผลิต กาซไฮโดรเจนเพื่อกักเก็บพลังงาน และนําออกมาใชงานผาน fuel Cell เพื่อผลิตไฟฟา นายสุรวุฒิ สนิทวงศ ณ อยุธยา ทั้งหมดนี้เปน Hydrogen economy หรือ เศรษฐศาสตรของไฮโดรเจนในอนาคตในปจจุบันการใชประโยชนจากไฮโดรเจนมีอยูคอนขางหลากหลาย ขณะเดียวกันก็จําเปนตองเลือกวาจะยึดรูปแบบหรือปจจัยใดเปนหลัก ไมวาจะเปนเรื่องของปญหามลภาวะ การผลิตไฟฟา การลดตนทุนของโรงไฟฟา การลดตนทุนหรือลดมลพิษของรถไฟ เปนตน จากการดําเนินการ ของหนวยงานภาครัฐในอดีตที่ผานมานั้น ประเทศไทยไมจําเปนตองใชไฮโดรเจนบริสุทธิ์ชนิด 99.99 เปอรเซ็นต เทานั้น เนื่องจากกระบวนการที่ตองนําไปใชสําหรับเครื่องแยกพลังงาน หรือเซลลเชื้อเพลิงจะทําใหมีตนทุนที่สูงขึ้นสําหรับการสันดาปภายใน โดยในหลายประเทศ ที่กําลังดําเนินการอยูในขณะนี้ ไดนําไฮโดรเจนชนิด 90 หรือ 95 เปอรเซ็นต ซึ่งมีราคาถูก มาสันดาปโดยตรงแลวผลิตไฟฟา ซึ่งหากบริษัทผูผลิตรถยนตพลังงานไฮโดรเจนของประเทศไทย เชน บริษัท โตโยตา ใชเซลลเชื้อเพลิง หรือบริษัทอื่น ๆ จะใชการสันดาปภายใน เปนตน ประสิทธิภาพ อาจมีทั้งขอดีและขอเสียที่แตกตางกันถาหากมีการเพิ่มประสิทธิภาพของประเภทนั้น ๆ โดยในปจจุบัน ไฮโดรเจนเพียงรอยละ ๒ ของปริมาตร สามารถลดมลภาวะใหเปนศูนย หรือเกือบทั้งหมดได เพราะฉะนั้น แนวทางการลดมลภาวะในรถยนต รถไฟ หรือรถเครื่องยนตดีเซล ซึ่งในปจจุบันประสบปญหาฝุนละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) อยูนั้น หากปจจุบัน ปตท. มีไฮโดรเจนคงเหลือ
36 จากการใชงาน ๑๐๐ ตันตอวัน ซึ่งหากแยงการใชงานออกเปนสวนตางๆ เชน ใชเปนเชื้อเพลิงในรถยนต หรือจัดสรรเพื่อใชในการลดปญหามลภาวะที่เกิดขึ้น ซึ่งผลการดําเนินงานพบวาสามารถลดไนตรัสออกไซด ลดฝุนละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) โดยไมตองใชเงินลงทุนสูง ในขณะเดียวกันการนําไปใชงานในโรงไฟฟา โดยใชไฮโดรเจน รอยละ ๒ สามารถลดปริมาณการใชเชื้อเพลิงลงได รอยละ ๓๐ ซึ่งมีผลการวิจัย ทางวิชาการดังนั้น จึงขั้นอยูกับแนวนโยบายของภาครัฐหรือกฎหมายที่จะเปนตัวกําหนดหรือแบงประเภท การใชงานของไฮโดรเจน ตามแนวทางและปจจัยที่จะนําไปใชประโยชน เชน การนําไปใชเพื่อลดมลพิษ การนําไปใชเพื่อลดตนทุนเชื้อเพลิง เพราะปจจุบันการแขงขันของตลาดสินคาตาง ๆ ขึ้นอยูกับตนทุน การผลิตดานพลังงานทั้งคาไฟและคาขนสง ซึ่งหากมีการกําหนดประเภทของไฮโดรเจนอยางชัดเจน ก็จะสามารถลดตนทุนการผลิตและลดมลภาวะที่เกิดขึ้นไดอยางแทจริง คําถาม : 5) ความพรอมของหนวยงานในการรองรับการใชงานไฮโดรเจน ในการผลิตพลังงาน ไฮโดรเจนมีตนทุนสําหรับการผลิตแตละชนิดเทาใด นายสารรัฐ ประกอบชาติ รองผูอํานวยการสํานักงานนโยบายและแผนพลังงาน ใหขอมูลวา ความพรอมของภาครัฐ : ภาครัฐมีความพรอมในการดําเนินการ สงเสริม สนับสนุน โดยมีการ กําหนดนโยบายที่ชัดเจนในการสงเสริมการใชพลังงานไฮโดรเจนในประเทศ เพียงแตในรายละเอียด วิธีการตองมาพิจารณาเพิ่มเติมอีกครั้ง การสงเสริมการใชพลังงานไฮโดรเจนในประเทศในภาคนโยบายมีความแตกตาง จากในอดีต คือ ภาคเอกชนไดมีการขับเคลื่อนและมีความตองการนํามาใชงานกอนที่จะมีนโยบายภาครัฐ ออกมาสนับสนุน ซึ่งตางจากการดําเนินงานของพลังงานรูปแบบอื่นในอดีตที่ตองมีการกําหนดนโยบาย ขึ้นมากอน แลวจึงมีการขับเคลื่อนของภาคเอกชนผานนโยบาย ซึ่งในกรณีของไฮโดรเจนภาคเอกชน ซึ่งเปนผูใชงานไดมีการนําเสนอถึงประเด็นความเหมาะสมและความจําเปนในการนํามาใช ซึ่งทําใหเกิด ความเชื่อมมั่นตอนโยบายที่กําหนดไปแลวนั้น จะถูกนําไปปฏิบัติใหเกิดขึ้นเปนรูปธรรมไดจริง และจากการดําเนินงานรวมกันอยางใกลชิดทั้งภาครัฐและเอกชน จะพบวาภาคเอกชนมีความพรอม ทั้งในเรื่องเปาหมาย และเครื่องมือที่จะทําใหเกิดการใชพลังงานไฮโดรเจนไดในเวลาอันใกล นายนรินทร เผาวณิช ผูชวยผูวาการบริหารเชื้อเพลิงการไฟฟาฝายผลิต แหงประเทศไทย (กฟผ.) ใหขอมูลวา ความพรอมของ กฟผ. ก็มีโครงการที่ดําเนินการ คือ Wind Hydrogen Hybrid ที่เขื่อนลําตะคอง โดยเปนการผลิตพลังงานไฮโดรเจนดวยพลังงานลมเพื่อจายไฟ ใหกับศูนยการเรียนรู กฟผ. ลําตะคอง ซึ่ง กฟผ. ถือวามีความพรอมในระดับหนึ่ง แตเนื่องดวยไฮโดรเจน เปนการดําเนินงานทั้งระบบหรือที่หรือเศรษฐศาสตรของไฮโดรเจน (Hydrogen economy) ทั้งนี้ หากไดรับความรวมมือจากหลายฝายที่มีจุดแข็งในแตละดานจะทําใหเกิดการผลักดันไดเร็วขึ้น คําถาม : 6) ระยะสั้น 2023 - 2030 นํารองใหโรงไฟฟาใชกาซไฮโดรเจนมาผสมกับ กาซธรรมชาติ จะเปนไฮโดรเจนสีอะไร นายนรินทร เผาวณิช ผูชวยผูวาการบริหารเชื้อเพลิงการไฟฟาฝายผลิต แหงประเทศไทย (กฟผ.) ใหขอมูลวา การนําไฮโดรเจนมาผลิตไฟฟาเบื้องตนคาดวาจะนําสีเขียว หรือสีฟา แตยังคงมีความซับซอนในเรื่องการผสมไฮโดรเจนกับกาซธรรมชาติ จะดําเนินการในรูปแบบใด เพราะหากผสมทางทอซึ่งขนสงทางทอสงกาซจะมีผูใชหลายคนที่ระบบทอนั้นผาน ในเบื้องตนจะตองใช การขนสงจากแหลงผลิตมาทําการผสมที่โรงไฟฟากอน จนกวาผูใชงานที่รับกาซในระบบทอทุกราย
37 จะมีความพรอมในการใชงานกาซธรรมชาติที่ผสมไฮโดรเจน การผสมไฮโดรเจนก็จะสามารถผสม ลงไปในทอและขนสงผานทางระบบทอได นอกจากนี้ การผสมไฮโดรเจนกับกาซธรรมชาติ ตองมีสัดสวน การผสมที่ไมกอใหเกิดผลกระทบตอโครงสรางของรับทอกาซเนื่องจากคุณสมบัติของไฮโดรเจน จะสงผลใหเกิดการกัดกรอนตอทอกาซได ดังนั้น จึงตองทําการศึกษาความปลอดภัยตอระบบทอดวย คําถาม : 7) แผนไฮโดรเจนของประเทศ ทางภาครัฐไดมีการประเมินความตองการใชในประเทศ (Domestic demand) เทียบกับความตองการผลิตในประเทศ (Domestic supply) หรือไม ถาความตองการใชมากกวาความตองการผลิต ภาครัฐไดมอง Potential Countries หรือไม นายสารรัฐ ประกอบชาติ รองผูอํานวยการสํานักงานนโยบายและแผนพลังงาน ใหขอมูลวา ไดมีการประเมินโดยพิจารณาถึงความตองการใชและความตองการผลิตใหมีความสมดุลกัน แตในชวงแรกภาครัฐจะสงเสริมความตองการในประเทศใหเพียงพอกอน supply ใหเต็มที่กอน ตามศักยภาพที่สามารถทําการผลิตได ซึ่งในฝงของผูใชภาครัฐเชื่อวาจะสามารถเติบโตไดอยางตอเนื่อง แตถาความตองการใชงานเพิ่มสูงกวาความสามารถในการผลิตจากในประเทศ อาจตองพิจารณา ถึงการนําเขาจากตางประเทศประกอบดวย ในดานการสงเสริมไฮโดรเจน ไดเห็นโอกาสพัฒนา ไปสูการเปนศูนยกลางการคาในภูมิภาค เทียบเคียงตนแบบการดําเนินการจากการสงเสริม Regional Lng Hub ของประเทศไทย โดยสามารถใชโครงสรางพื้นฐานดานพลังงานรวมกันได แตอยางไรก็ตาม การดําเนินงานยังคงเปนไปตามขั้นตอนเริ่มจากรองรับความตองการใชงานในประเทศเปนการดําเนินงาน ในเบื้องตน นายธนา ศรชํานิความตองการใชงานในประเทศในชวงเริ่มตนคงไมไดเปนไป แบบกาวกระโดด เพราะฉะนั้น ปริมาณความตองการใชงานก็จะเปนไปตามความสามารถในการผลิต ในประเทศ เชน การผลิตไฮโดรเจนสีน้ําตาล ไฮโดรเจนสีฟาเมื่อมีการพัฒนาระบบกักเก็บคารบอนไดสําเร็จ ในดานการนําเขา สามารถดําเนินการนําเขาไฮโดรเจนมาในรูปแบบแอมโมเนีย แลวทําการสกัดใหเปน ไฮโดรเจน แตเทคโนโลยีในการสกัดยังไมไดสามารถดําเนินการใหคุมคาใชงานในเชิงพาณิชย ยังอยูในชวง การทําโครงการสาธิต ซึ่งคาดวาในชวงป 2025 - 2027 นาจะมีการนํามาใชงานในเชิงพาณิชยได ซึ่งการสงเสริมใหมีการนําไฮโดรเจนาใชงานในประเทศใหเพียงพอ แลวจึงพัฒนาไปสูการนําเขา ซึ่งนอกจากการขนสงแบบแอมโนเนีย ก็ยังมีการขนสงในรูปแบบของเหลวซึ่งยังคงมีปญหาในเรื่อง การสูญเสียพลังงาน ดังนั้น ในชวงตนของการดําเนินงานสงเสริมการใชไฮโดรเจนก็มุงเนนในเรื่องของ การผลิตเพื่อใชงานในประเทศเปนหลัก นายเจน นําชัยศิริในสวนของศักยภาพการผลิตภายในประเทศ (Domestic Supply) นั้น ปจจุบันประเทศไทยมี Wet Gas ที่นํามาใชในอุตสาหกรรมปโตรเคมี ซึ่งสามารถพบไดจากแหลงกาซธรรมชาติ ในอาวไทย ซึ่งเห็นวาประเทศไทยควรสํารวจพื้นที่บริเวณอาวไทยเพิ่มมากขึ้นและที่ผานมาคณะกรรมาธิการ การพลังงาน วุฒิสภา ไดพยายามขับเคลื่อนและผลักดันใหรัฐบาลไทยดําเนินการเจรจาประเด็น พื้นที่ทับซอนกับประเทศเพื่อนบานใหประสบความสําเร็จ เพื่อที่จะสามารถใชประโยชนจากทรัพยากร ในพื้นที่ดังกลาวไดเพิ่มขึ้นและอยางเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งคาดการณวากาซในบริเวณพื้นที่ทับซอน จะมีคุณสมบัติเปน Wet gas เชนเดียวกับกาซในอาวไทย เนื่องจากอยูในพื้นที่คาบเกี่ยวใกลเคียงกัน อยางไรก็ตาม ไฮโดรเจนที่มีอยูในปจจุบัน (ประมาณ ๑๐๐ ตัน/วัน) มีปริมาณเพียงพอที่จะสามารถ นํามาใชกับโครงการนํารองในระยะเริ่มตนได
38 คําถาม : 8) หนวยงานภาครัฐมีแนวทางในการสงเสริมการลงทุน สนับสนุนงานวิจัย ในเทคโนโลยีไฮโดรเจนอยางไรบาง ทั้งงบประมาณและขอกําหนดตาง ๆ นายสารรัฐ ประกอบชาติ รองผูอํานวยการสํานักงานนโยบายและแผนพลังงาน ใหขอมูลวา ภาครัฐมีการกําหนดกรอบในการสงเสริมการใชพลังงานไฮโดรเจน แบงออกเปน 4 ยุทธศาสตร คือ 1) การสงเสริมความตองการใชพลังงานไอโดรเจน 2) การสรางอุตสาหกรรม 3) การพัฒนาโครงสรางพื้นฐาน และ4) การปรับปรุงกฎ ระเบียบที่เกี่ยวของ ซึ่งในรายละเอียดตองมาพิจารณารวมกับหนวยงาน ที่เกี่ยวของอีกครั้ง ตองสอบถามผูมีสวนไดสวนเสีย เชน การสรางแรงจูงใจในการใช การสงเสริมการลงทุน การบัญญัติกฎหมายที่ไมเปนปญหาอุปสรรคในการประกอบธุรกิจ เปนตน ซึ่งจะตองเก็บรวบรวมขอมูล เพื่อใหการกําหนดมาตรการมีความชัดเจน อยางไรก็ตามมาตรการที่มีการกําหนดก็ตองมีความยืดหยุน ปรับเปลี่ยนไดตามสถานการณ ทั้งจากปจจัยความเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยี มาตรการการใชงาน ที่เกี่ยวของ ซึ่งจะมีการกําหนดรายละเอียดตามมาในระยะอันใกล กองทุนสงเสริมและอนุรักษพลังงานนาจะนํามาใชสนับสนุนในการศึกษาวิจัยที่เกี่ยวของ เชน การสกัดแอมโมเนีย หรืออื่น ๆ จะสงผลใหมีโอกาสที่การทําวิจัยจะมีความกาวหนามากขึ้น คําถาม : 9)กฟผ. มีแผนที่จะผลิตพลังงานไฮโดรเจนสีเขียวหรือไม และถามีแผนจะผลิตที่ไหน อยางไร และตองการใหภาครัฐสนับสนุนโครงการหรือไม นายนรินทร เผาวณิช ผูชวยผูวาการบริหารเชื้อเพลิงการไฟฟาฝายผลิต แหงประเทศไทย (กฟผ.) ใหขอมูลวา กฟผ. ไดมีการผลิตไฮโดรเจนสีเขียวแลวที่โครงการลําตะคอง คือโครงการ Wind Hydrogen Hybrid โครงการนี้ใชกังหันลม จํานวน ๑ เครื่อง ขนาดกําลังการผลิตติดตั้ง 2 เมกกะวัตต ผลิตไฟฟาผานเซลลเชื้อเพลิง (Fuel Cell) ไดกําลังผลิต 300 กิโลวัตตในสวนอื่น ๆ ก็จะมีการขยายตอเนื่องออกไป เนื่องจากที่ลําตะคองมีกังหันลมทั้งหมด ๑๒ เครื่อง ยังคงเหลือกังหันลม ที่ยังไมไดนํามาใชงานในการผลิตไฮโดรเจนอีก ๑๑ เครื่อง นอกจากนี้ ยังมี พลังงานทดแทนอื่น เชน โซลาร มาเพิ่มเติมกับพลังงานลม โดยจะทําการพิจารณาพื้นที่ทั่วประเทศ เนื่องจากากมีศักยภาพ ในการผลิตไฟฟาเพื่อเปลี่ยนเปนไฟฟาเพื่อใชงานตอไป และเมื่อภาคเอกชนพรอมในการขับเคลื่อน ทั้งดานการผลิต การใชงาน ก็คาดวาภาครัฐก็พรอมที่จะใหการสนับสนุน ก็จะเปนสวนที่ผลักดัน ใหโครงการพัฒนาไฮโดรเจนดําเนินการไดเร็วขึ้น โดยการดําเนินงานรวมกันของภาคเอกชนที่จะรวมกัน ศึกษาและนําเสนอตอภาครัฐวาตองการไดรับการสนับสนุนในดานใดบาง ก็จะสงผลใหการพัฒนาไฮโดรเจน เปนไปไดอยางรวดเร็วขึ้น คําถาม : 10) การทดลองใชไฮโดรเจนผสมกับกาซธรรมชาติเพื่อผลิตไฟฟาของโรงไฟฟาเอกชน ถาเกิดผลกระทบตอสัญญาซื้อขายไฟฟาระหวาง 3 การไฟฟา ภาครัฐจะมีการจัดการกับปญหา เหลานี้อยางไร นายนรินทร เผาวณิช ผูชวยผูวาการบริหารเชื้อเพลิงการไฟฟาฝายผลิต แหงประเทศไทย (กฟผ.) ใหขอมูลวาขึ้นอยูกับนโยบายวาจะมีการชวยเหลืออยางไร ในตางประเทศ การเกิดขึ้นของโครงการใหม ๆ ไมวาจะเปนโครงการเกี่ยวกับไฮโดรเจนหรือพลังงานอื่น ๆ เปนการดําเนินการ เชิงนโยบาย ซึ่งตองการการสนับสนุนทั้งสิ้น ทั้งนี้ ยังคงตองพิจารณาผลกระทบจากการผสมไฮโดรเจน ในกาซธรรมชาติก็ตองพิจารณาในดานผลกระทบตอประสิทธิภาพการใชงานดวย แตหากการผสม ในสัดสวนเพียงเล็กนอยก็ไมไดสงผลตอประสิทธิภาพของเครื่องจักรอุปกรณ
39 นายสารรัฐ ประกอบชาติ รองผูอํานวยการสํานักงานนโยบายและแผนพลังงาน ใหขอมูลวา การดําเนินงานที่มีการเปลี่ยนแปลงยอมเกิดผลกระทบตอกระบวนการหรือวิธีการรูปแบบเดิม ที่ดําเนินการมากอนหนา แตอยางไรก็ตาม ในการบริหารนโยบายตองพิจารณาภาพรวมของประเทศ เปนหลัก ถาโครงการใหม ๆ ที่ขึ้นมันสมประโยชนกับภาพรวมทั้งประเทศในทุกมิติ เปนผลไปในทางบวก มากกวาผลในทางลบกับประเทศ ฝายนโยบายก็จะกําหนดนโยบายเพื่อสนับสนุนได แตถาการกําหนด นโยบายนั้นกอใหเกิดผลกระทบ ก็ตองมีมาตรการในการชวยเหลือและเยียวยาภายในชวงระยะเวลา ที่เหมาะสม และหาแนวทางใหผูไดรับผลกระทบสามารถปรับเปลี่ยนการดําเนินการเพื่อใหสามารถ ดําเนินงานตอไป คําถาม : 11) หากโรงงานอุตสาหกรรมตองการใชไฮโดรเจนจะตองมีการ Switching fuel มีผลการศึกษาหรือมีโรงงานที่นํารองดําเนินการแลวหรือไม นายปยบุตร จารุเพ็ญ กรรมการผูจัดการ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแกส จํากัด (BIG) ใหขอมูลวา ขณะนี้โรงงานอุตสาหกรรมที่มีการผลิตเพื่อสงออกไปยังสหภาพยุโรปและอเมริกา เชน อุตสาหกรรมเหล็ก อุตสาหกรรมอลูมิเนียม อุตสาหกรรมซีเมนต เปนตน ไดเริ่มหารือบางแลว ในทางเทคนิค โรงงานอุตสาหกรรมมีเตาหลอมซึ่งมีสภาวะเพียงพอตอการทนความรอน สามารถดําเนินการไดดังนั้น นับตั้งแตปจจุบันจนถึงค.ศ. 2030 ซึ่งเปนยุคการเปลี่ยนผานพลังงานดั้งเดิม ไปสูพลังงานสะอาด (Energy transition) การผสมไฮโดรเจนในกาซธรรมชาติ ไมไดกอใหเกิดปญหา ทางเทคนิคเชิงวิศวกรรม แตประเด็นสําคัญคือตนทุนทางเศรษฐกิจที่จะนําเอาไฮโดรเจนเขามา หากภาครัฐมีนโยบายที่จะสงเสริมแรงจูงใจตอผูใช เนื่องจากที่ผานมาการกําหนดนโยบายการสงเสริม แรงจูงใจในการดําเนินงานตางๆ ภาครัฐจะมุงเนนไปยังกลุมผูผลิต เชน BOI สงเสริมการสรางโรงงาน หรือสงเสริมการผลิตไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) แตทั้งนี้ ในดานของผูใชงาน เชน ผูใชไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) จะไดรับการสงเสริมหรือแรงจูงใจอยางไรบาง ซึ่งหากเปลี่ยน มุมมองการสรางแรงจูงใจมายังกลุมผูใชงาน จะสงใหผลเกิดความตองการใชไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) เพิ่มมากขึ้น และผูผลิตจะเพิ่มมากขึ้นดวยเชนกัน คําถาม : 12) ความปลอดภัยสําหรับการนําไฮโดรเจนมาใชเปนเชื้อเพลิงในรถยนตมีมาตรฐาน ความปลอดภัยเปนอยางไร ดร.เนรัญ สุวรรณโชติชวง ที่ปรึกษาฝายกิจการสัมพันธบริษัท โตโยตา มอเตอร ประเทศไทย จํากัด ไดใหขอมูลวา การใชงานรถยนต CNG กับพลังงานไฮโดรเจน จะใชระบบกักเก็บ พลังงานเหมือนกัน แตวิธีการนําพลังงานมาใชจะแตกตางกันคือ รถยนต CNG จะเปนการเผาไหม ในเครื่องยนต สวนรถยนตพลังงานไฮโดรเจน เมื่อปที่แลวบริษัท TOYOTA ไดนํารถยนตพลังงานไฮโดรเจน ที่เกิดจากการสันดาปภายในไปแขงขันที่สนามชาง อินเตอรเนชั่นแนล เซอรกิต จังหวัดบุรีรัมย ซึ่งเปนการสะทอนวาสามารถนํารถยนตพลังงานไฮโดรเจนมาใชในการแขงขัน Motor Sport และชวยลดมลภาวะทางสิ่งแวดลอมควบคูไปดวย ดานความปลอดภัย ไฮโดรเจนเปนธาตุที่เบาที่สุด หากมีการรั่วไหลจะลอยขึ้นไป ในอากาศ ประกอบกับการออกแบบหองโดยสาร ของรถยนตจะมีระบบหอหุม (ZEAL) และถังไฮโดรเจน จะติดตั้งไวนอกรถยนต ถาไฮโดรเจนเกิดการรั่วไหลก็จะระเหยและจะลอยสูงขึ้น นอกจากนี้ ยังมีระบบ วาวลถังแกสและหัวถังบรรจุกาซควบคุม (Control) ความปลอดภัยไวอีกชองทางหนึ่งดวย
40 สวนการประจุติดไฟ แมวาไฮโดรเจนจะสามารถติดไฟไดงายกวา แตถาหากไมครบ องคประกอบของสามประการ คือ ไฮโดรเจน อากาศ และเปลวไฟ ก็จะไมสามารถติดไฟได ในขณะที่ น้ํามันเชื้อเพลิงทุกประเภท เชน น้ํามันเบนซิน เมื่อเจออากาศหรือเปลวไฟ ก็สามารถประจุติดไฟไดเชนกัน ดานราคารถยนตพลังงานไฮโดรเจน ปจจุบันบริษัทยังไมไดผลิตรถยนตพลังงาน ไฮโดรเจนเพื่อจําหนาย แตจะเปนการนําเขา (Import) จากตางประเทศ ทําใหราคารถยนตพลังงาน ไฮโดรเจนคอนขางแพง เนื่องจากตองมีการจายอากรขาเขา (Import duty) ภาษีสรรพสามิต (Excise Tax) ภาษีมหาดไทย (Interior Tax) และคาธรรมเนียมภาษีอื่น ๆ หากภาครัฐใหการสนับสนุนหรือกําหนด มาตรการสงเสริมตาง ๆ เชนเดียวกับรถยนต Electric Vehicle (EV) ก็จะชวยใหนําเขารถยนตพลังงาน ไฮโดรเจนมาใชภายในประเทศไดมากขึ้น ทั้งนี้ รถยนตพลังงานไฮโดรเจนแบบ (ไมรวมภาษี) ราคาประมาณ ๑.๗ ลานบาท แตหากรวมภาษีตาง ๆ แลว ราคาก็เพิ่มสูงขึ้นอีกมากซึ่งยังไมสามารถกําหนดราคา ที่ชัดเจนได คําถาม : 13) กรณีสถานีชารจยานยนตไฟฟาเมื่อ 5 ปที่แลว ภาครัฐไดมีการพัฒนา โครงสรางพื้นฐานสําหรับการชารจยานยนตไฟฟา ถาเปนกรณีของสถานีเติมไฮโดรเจนภาครัฐ พิจารณาโครงสรางพื้นฐานในสวนนี้อยางไร นายสารรัฐ ประกอบชาติ รองผูอํานวยการสํานักงานนโยบายและแผนพลังงาน ใหขอมูลวา การพัฒนาโครงสรางพื้นฐานภาครัฐไดกําหนดไวในแผนประเมินความพรอม เชน กรณีการสงเสริมไฮโดรเจนจะตองมีการใชโครงสรางพื้นฐานในการรองรับอยางไร แตปจจุบัน ปริมาณการใชงานที่ชัดเจนยังไมไดระบุแนชัดสงผลใหยังไมสามารถประเมินโครงสรางพื้นฐานได วาจะมีการพัฒนามากนอยเพียงใด ซึ่งภาครัฐจะเปนผูดําเนินการหลักในการพัฒนาโครงสรางพื้นฐาน ใหเพียงพอตอการใชงาน ตนแบบของการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานรองรับก็คงจะเปนไปในลักษณะเดียวกันกับ การสงเสริมการใชรถยนตไฟฟา (EV) ซึ่งจะตองมีความพรอมในดานการผลิตที่เพียงพอ และมีระบบ ในการติดตาม การบริหารจัดการขอมูล ซึ่งในปจจุบันการบริหารจัดการในสวนของรถยนตไฟฟา ก็ตองบริหาจัดการในสวนของการรองรับการชารจใหเพียงพอ ดังนั้น การบริหารจัดการขอมูล ก็เปนสิ่งสําคัญที่ภาครัฐตองเขามาบริหารจัดการ เพื่อใหมีการวางแผนควบคูกันไปดวยเชนกัน คําถาม : 14) ขอทราบขอเสียหรือจุดดอยของการใชงานรถยนตพลังงานไฮโดรเจน มีอยางไรบาง ดร.เนรัญ สุวรรณโชติชวง ที่ปรึกษาฝายกิจการสัมพันธบริษัท โตโยตา มอเตอร ประเทศไทย จํากัด ไดใหขอมูลวา จากการทดลองขับรถยนตพลังงานไฮโดรเจน ระยะทางประมาณ ๒๐,๐๐๐ - ๓๐,๐๐๐ กิโลเมตร ยังไมพบปญหาจากการใชงานแตอยางใด แตจะมีปญหาเกี่ยวกับ การเติมไฮโดรเจน คือ การเติมไฮโดรเจนยังตองอาศัยผูมีความรูความเชี่ยวชาญเฉพาะดาน ซึ่งตองติดตั้งระบบ ใหเหมาะสมกับการใชงานเทคโนโลยีตาง ๆ ของรถทั้งคันดวย เพื่อใหสามารถขับขี่รถยนตพลังงานไฮโดรเจน ไดอยางอยางสมบูรณมากที่สุด คําถาม : 15) หากสุดทายมีการเลือกใชพลังงานไฮโดรเจนขึ้นมา จะมีการดูแลและจัดการ ธุรกิจในพลังงานเดิม เชน ปโตรเลียม แบตเตอรี่ หรือการผลิตพลังงานไฟฟา อยางไร นายนรินทร เผาวณิช ผูชวยผูวาการบริหารเชื้อเพลิงการไฟฟาฝายผลิต แหงประเทศไทย (กฟผ.) ใหขอมูลวา ประเทศไทยมีโครงสรางพื้นฐานบางสวนที่จะสามารถใช
41 ควบคูไปกับกาซธรรมชาติและไฮโดรเจนได ดังนั้นการเขามาของพลังงานไฮโดรเจนถือเปนการเสริม ความมั่นคงของระบบไฟฟา ซึ่งถาพิจารณาถึงโครงการ Wind Hydrogen Hybrid ที่ กฟผ. ทําคือ มีความตองการที่จะใหพลังงานไฮโดรเจนเปนสวนประกอบสําคัญในการใหพลังงานทดแทนสามารถ นํามาผลิตไฟฟาไดแบบ Firm การเขามาของไฮโดรเจนจะเปนสวนชวยใหพลังงานแทนสามารถดําเนินการ ผลิตไฟฟาไดมีความเสถียรเพิ่มมากขึ้น นายธนา ศรชํานิ ผูจัดการ ฝายวิจัยเทคโนโลยีพลังงานใหม สถาบันนวัตกรรม บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) ใหขอมูลวา ไฮโดรเจนจะเปนสวนเสริมกับการใชงานในระบบอื่น ๆ ไมวาจะเปนระบบกักเก็บพลังงาน หากในอนาคตประเทศไทยมีการใชงานพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น เชน การดําเนินงานในออสเตรเลียที่มีการวิจัยรูปแบบการกักเก็บพลังงานแบบผสมผสานระหวาง การเก็บไฟฟาในแบตเตอรรี่ กับการกักเก็บพลังงานในรูปแบบไฮโดรเจนแลวนํามาผลิตไฟฟาไดอีกทาง ในภาคขนสงอาจจะมีความยาก ในการดําเนินงานของรถบรรทุกขนาดใหญ หากมาใชไฮโดรเจนก็นาจะตอบโจทยนอกจากแบตเตอรรี่ที่นํามาใชในรถสวนบุคคล นาจะเปนการ เขามาเสริมมากกวา การแขงขันกับพลังงานในแบบอื่น ๆ คําถาม : 16) พลังงานที่มีผลกระทบตอเศรษฐกิจ ระบบนิเวศน สิ่งแวดลอม ในขณะเดียวกัน ก็เปนเรื่องที่มีความเกี่ยวของกับนโยบาย กฎหมาย เนื่องจากยังไมไดกําหนดใหไฮโดรเจน เปนชนิดเชื้อเพลิงตามกฎหมาย จะมีมาตรการหรือแนวทางการดําเนินงานในกรณีดังกลาวอยางไร นายเจน นําชัยศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา ไดใหขอมูลวา ตามขอสรุปในรายงานการพิจารณาศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการ ที่มีขอเสนอแนะในเชิงนโยบาย ก็จะนําสงรายงานดังกลาวไปยังรัฐบาล และรัฐบาลก็จะสงไปยังหนวยงานที่มีภารกิจและหนาที่ที่เกี่ยวของ โดยภารกิจหลักก็จะอยูภายใตหนาที่และความรับผิดชอบของกระทรวงพลังงาน โดยสํานักงานนโยบาย และแผนพลังงาน ถาเปนลักษณะของอุปสงคกลุม (Demand pool) ก็จะเกิดการดําเนินงานไดเร็ว เพราะรัฐมีเครื่องมือ กลไก ที่จะสงเสริมหลายประการ เชน กองทุนเพื่อสงเสริมการอนุรักษพลังงาน ที่อาจนํามาใชในการใชในการสงเสริมการวิจัย หรือการผลักดันการแกไขกฎหมายตาง ๆ กระทรวงพลังงาน สามารถนําเสนอมายังฝายนิติบัญญัติ เมื่อเขาสูกระบวนการพิจารณารางกฎหมายก็จะไดรับการ สนับสนุนจากคณะกรรมาธิการ เนื่องจากสอดคลองกับแนวทางการศึกษาของคณะกรรมาธิการ ที่มีการดําเนินงานมากอนหนา ซึ่งกลไกลที่เกี่ยวของก็ความพรอมในการดําเนินงานและผลักดัน ใหเกิดการพัฒนาอยางเปนรูปธรรม
42 ความเห็นจากผูเขารวมสัมมนา ๑) การนําไฮโดรเจนมาใชงานในภาคพลังงานและอุตสาหกรรม ใน gas grid สวนใหญนําไปใช ในโรงไฟฟา เมื่อเปรียบเทียบกับการนํา LNG ที่ราคา 20$/MMBTU มาคํานวณใน pool gas ที่ผานมา ผูใชไฟฟาก็วิพากยวิจารณถึงผลกระทบทั่วประเทศ การนํา Hydrogen ที่ราคา 40 - 80$/MMBTU มาผสมกับแกสธรรมชาติ อาจจะเกิดการตอตานจากประชาชนผูใชไฟในประเทศ เพราะคาไฟที่สูงขึ้นมาก จนทําให Hydrogen economy ไมเกิดขึ้นจริงในไทย ทั้งที่ hydrogen เปนหนึ่งใน decarbonization tools ที่ถูกกวา CCS หรือ carbon offset วิธีอื่น ๆ ๒) ทําไมภาครัฐถึงไมคิดเรื่องการลด carbon footprint จากการผลิต grey hydrogen ซึ่งเปนหนึ่งในตนตอการปลอย hydrogen ในประเทศไทย กอนที่เราจะคิดเรื่องการเอา hydrogen ไปใชลด GHG emission ของประเทศใน sector อื่น ๆ ผูฟงคอนขางไมเห็นดวยกับการเอา grey hydrogen ไปใชโดยอางวาเพื่อพัฒนา ecosystem กอนครับ เพราะสุดทายเราไมไดแกไขปญหาเรื่อง decarbonization อยางที่ควรจะเปน ๓) ในการ decarbonize power sector, การลงทุน Renewable Energy อาจจะ CAPEX สูงกวา แต Life cycle cost ถูกกวาการใช Hydrogen blending ลงใน gas infrastructure แนนอน ซึ่งอาจใหทีมงานของกระทรวงทดลองดําเนินงาน ๔) การผลักดันยานยนตhydrogen ควรเริ่มโดยภาครถขนสงขนาดใหญเพื่อความคุมทุน และเสริมดวยโครงการ carbon credit จะเปนการดําเนินการที่ไดผลสัมฤทธิ์ที่ดีกวาหรือไม ๕) ควรมีการศึกษา Cost parity ของการใช hydrogen ในแตละ Applications ๖) หากประชาชนทั่วไปตัดสินใจจะซื้อรถ passenger cars ใหมการใชรถ BEV ถูกกวา FCEV อยางเทียบกันไมได (ลองเอา Hydrogen cost, Us/MJ มาเทียบกับ Biofuel ที่ผลิตไดในประเทศ แมวาจะเปน Gen 2 biofuel) ๗) สังคมกําลังถูกผลักดันขอมูลดานเดียวในการ decarbonization จาก Hydrogen เพื่อผลประโยชนของภาคเอกชนบางรายหรือไม อยากใหภาครัฐพิจารณาใหดีในการนําเงินภาษี ประชาชนไป decarbonize mobility industry ใหไดผลสูงที่สุด ๘) ภาครัฐมีเงินจํากัดในการ allocate budget มาใชในการ decarbonization ไปสู Net Zero ของประเทศในป 2065 ขอใหพิจารณาการใช H2 ใน hard-to-abate sector ที่ไมสามารถทํา electrification ไดเทานั้น ๙) จุดขายของ Hydrogen อาจจะเปนเรื่อง repurposing infrastructure ของ gas grid ในประเทศไทย แตอยาลืมราคาที่แพงกวา Natural gas (USD/MMBTU) 4 - 6 เทา ลองใหทีมงาน run simulation model เพื่อหา Least cost model ประกอบการตัดสินใจไดครับ ๑๐) Incentive จากภาครัฐ สําหรับโครงการ CCS เปนสิ่งจําเปนและสําคัญ
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก โครงการสัมมนา เรื่อง ไฮโดรเจน : พลังงานทางเลือกแหงอนาคต ตอบโจทยสภาวะโลกรอน?
โครงการสัมมนา เรื่อง ไฮโดรเจน : พลังงานทางเลือกแหงอนาคต ตอบโจทยสภาวะโลกรอน? โดย คณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา วันอังคารที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๖ ณ หองจูปเตอร ชั้น ๓ โรงแรมมิราเคิล แกรนด คอนเวนชั่น เขตหลักสี่กรุงเทพมหานคร หลักการและเหตุผล ประเทศไทยใชพลังงานจากแหลงพลังงานหลายชนิด ทั้งที่เปนพลังงานฟอสซิล อาทิ น้ํามัน น้ํามันดิบ ถานหิน และกาซธรรมชาติ โดยใชในภาคอุตสาหกรรม คมนาคม การคาและการบริการ สาธารณะ การเกษตรและการปาไม นอกจากนี้ยังมีการใชพลังงานคารบอนต่ํา อาทิ พลังงานน้ํา พลังงานแสงอาทิตย พลังงานลม พลังงานความรอนใตพิภพ และพลังงานชีวมวล ซึ่งเปนผลจากการ เปลี่ยนผานดานพลังงานมาแลวหลายครั้ง หลังจากที่ทั่วโลกเริ่มตระหนักถึงความไมยั่งยืนของแหลง พลังงานฟอสซิล จึงเริ่มพยายามเปลี่ยนแหลงพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ใชแหลงพลังงานคารบอนต่ํา และพลังงานหมุนเวียน ดวยเหตุนี้ Energy Transition จึงเขามามีบทบาทสําคัญในการเปลี่ยนไปสู พลังงานสะอาดและพลังงานทางเลือก สอดคลองกับการจัดทําแผนพลังงานชาติที่มีการกําหนดเปาหมาย มุงสูพลังงานสะอาด และลดการปลดปลอยกาซคารบอนไดออกไซดสุทธิเปนศูนย (Net Zero) โดยการสงเสริมการลงทุนพลังงานสีเขียวในภาคพลังงาน เพื่อสนับสนุนใหประเทศไทยบรรลุเปาหมาย ความเปนกลางทางคารบอน ภายในป ค.ศ. 2050 และมุงเนนสงเสริมความมั่นคงภาคพลังงาน เพื่อรองรับรูปแบบการผลิตและการใชพลังงานที่มีความหลากหลายมากขึ้นในอนาคต แผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ ป ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐ กําหนดคาเปาหมายการใชพลังงานทดแทน ที่ผลิตภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยใหสัดสวนของการใชพลังงานทดแทนที่ผลิตไดภายในประเทศ ในการผลิตไฟฟา ความรอน และเชื้อเพลิงชีวภาพ (เฉลี่ยรอยละของพลังงานขั้นสุดทาย) ใหไดรอยละ ๑๙ - ๒๒ ของการใชพลังงานขั้นสุดทาย และกระทรวงพลังงานอยูระหวางการพิจารณาแผน AEDP 2022 เพื่อบรรจุใหมีพลังงานทดแทนรูปแบบอื่น ๆ เชน ไฮโดรเจนมาใชงานในภาคการขนสง ซึ่งคาดการณจาก การศึกษาของกรมธุรกิจพลังงาน ป พ.ศ. 2565 (2022) กรณี National Plan จะเริ่มมีการใชยานยนต พลังงานไฮโดรเจนใน ป พ.ศ. 2578 (2035) เปนตนไป จะมีการใชในเชิงพาณิชยและตนทุนลดลง หลังจากป พ.ศ. 2573 (2030) และการพัฒนาโครงสรางพื้นฐาน การขนสง และสถานีบริการแลวเสร็จ โดยเบื้องตนเปาหมายการใชไฮโดรเจนในป พ.ศ. 2580 (2037) คิดเปน 4 ktoe ซึ่งปจจุบันทั่วโลก มีการใชไฮโดรเจนประมาณปละ 50 ลานตัน แตจนถึงปจจุบันการพัฒนาโฮโดรเจนเพื่อนํามาใชประโยชน ในเชิงพาณิชยยังคงดําเนินการคอนขางลาชา ขาดการเชื่อมตอหรือประสานงานกันระหวางภาครัฐ และเอกชน ทั้งในระดับงานวิจัยและการนําไปประยุกตใชดังนั้น จึงจําเปนที่จะตองรวบรวมองคความรู
48 ที่เกี่ยวกับงานวิจัยและพัฒนา การประยุกตใชงานของพลังงานไฮโดรเจน ตลอดจนมาตรฐาน และความปลอดภัยจากการใชพลังงานชนิดนี้ เพื่อสงเสริมใหมีการนําพลังงานไฮโดรเจนมาใช ทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลอยางตอเนื่อง คณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา จึงเห็นสมควรจัดสัมมนาในหัวขอเรื่อง “ไฮโดรเจน : พลังงานทางเลือกแหงอนาคต ตอบโจทยสภาวะโลกรอน?” เพื่อเปนการระดมความคิดเห็น ขอเสนอแนะ และเปนการจุดประกายของการรวมมือระหวางกันของหลาย ๆ หนวยงานดานพลังงานในอนาคต ที่จะชวยกันแกไขปญหาความมั่นคงดานพลังงานของประเทศ เพื่อใหรัฐบาลไดรับทราบแนวความคิด และความตองการของภาคประชาชน ธุรกิจ และอุตสาหกรรม โดยเนนการพัฒนาพลังงานอยางยั่งยืน เพื่อกอใหเกิดประโยชนสูงสุดตอประชาชนและประเทศชาติตอไป วัตถุประสงค ๑. เพื่อศึกษาและสรางความเขาใจ รวมทั้งเผยแพรประชาสัมพันธถึงการพัฒนาไฮโดรเจน มาเปนพลังงานทางเลือกของประเทศ และประยุกตใชพลังงานทางเลือกในรูปแบบอื่น ๆ เพื่อนํามาใชงาน ในเชิงพาณิชยในภาคการขนสง อุตสาหกรรม และการเกษตร ๒. เพื่อใหเกิดความรวมมือในการพัฒนาโครงการตนแบบ และการพัฒนาแบบยั่งยืน สําหรับประเทศไทย ซึ่งนําไปสูการนํามาใชงานในเชิงพาณิชยไดอยางสมบูรณตลอดจนแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นและประสานความรวมมือระหวางสวนราชการ หนวยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ องคกร ภาคเอกชน นักวิชาการ ผูเชี่ยวชาญ ผูประกอบการ และประชาชน อันนําไปสูการหามาตรการและแนวทาง ในการพัฒนาพลังงานทางเลือกของประเทศ ๓. เพื่อนําขอมูลที่ไดจากการสัมมนามาประมวลผล พรอมทั้งนําเสนอขอสังเกตและขอเสนอแนะ เสนอตอวุฒิสภาเพื่อพิจารณาตอไป กลุมเปาหมาย จํานวน ๒๕๐ คน ประกอบดวย 1. คณะกรรมาธิการสามัญประจําวุฒิสภาทุกคณะ 2. สมาชิกวุฒิสภา ๓. ผูแทนจากสวนราชการ หนวยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจ ไดแก กระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตรวิจัยและนวัตกรรม กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม กระทรวงพาณิชย การไฟฟาฝายผลิตแหงประเทศไทย การไฟฟาสวนภูมิภาค การไฟฟานครหลวง สภาอุตสาหกรรมแหงประเทศไทย สํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ กรุงเทพมหานคร สํานักงานคณะกรรมการวิจัยแหงชาติ 4. ผูประกอบการดานพลังงาน เชน บริษัท ปตท.จํากัด (มหาชน) บริษัท บางจาก คอรปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) บริษัท บางกอกอินดัสเทรียล แกส จํากัด บริษัทผูผลิตรถยนต เปนตน 5. นักวิชาการและผูเชี่ยวชาญจากสถาบันการศึกษาภาครัฐและภาคเอกชน 6. สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไป
49 วิธีดําเนินการ ๑. การบรรยายและอภิปรายโดยทีมวิทยากร ๒. เปดรับฟงขอคิดเห็น และตอบประเด็นขอซักถามเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาเพื่อนําไฮโดรเจน มาใชงานในรูปแบบพลังงานทางเลือกของประเทศ ที่ยั่งยืนสําหรับประเทศไทย ๓. รวบรวมขอมูลและขอเท็จจริงจากการสัมมนาเพื่อสรุปเปนรายงานผลการสัมมนา สําหรับการจัดทํารายงานเสนอตอคณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา เพื่อพิจารณาดําเนินการตอไป วัน เวลา และสถานที่สัมมนา วันอังคารที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖6 ระหวางเวลา ๐๘.3๐ - ๑๕.๓๐ นาฬิกา ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด คอนเวนชั่น เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร งบประมาณ คณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา โดยสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา ผูรับผิดชอบโครงการ คณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา ผลที่คาดวาจะไดรับ ๑. ผูเขารวมสัมมนาและประชาชนที่สนใจ ไดรับรูและสรางแนวทางความเขาใจเกี่ยวกับ การนําไฮโดรเจนมาใชเปนพลังงานทางเลือกของประเทศอยางรอบดาน ๒. สรางการประสานงานความรวมมือระหวางกันของหนวยงานตาง ๆ ดานพลังงาน ของประเทศ สงเสริมและพัฒนาพลังงานไฮโดรเจนทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล สําหรับประเทศไทย และขยายระดับสูความมุงมั่นพัฒนาเปนเทคโนโลยีดานพลังงานเพื่อประเทศไทย ๓. เกิดการพัฒนาดานพลังงานทางเลือกอยางตอเนื่อง เพื่อรองรับการนําไฮโดรเจน มาใชงานในประเทศและกาวไปสูระดับภูมิภาคอาเซียนในอนาคต ๔. คณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา นําขอมูลที่ไดจากการสัมมนาสรุปเปนขอมูล เสนอตอวุฒิสภาเพื่อพิจารณานําเสนอรัฐบาลเพื่อพิจารณาตอไป ------------------------------------------------
ภาคผนวก ข กําหนดการสัมมนา เรื่อง ไฮโดรเจน : พลังงานทางเลือกแหงอนาคต ตอบโจทยสภาวะโลกรอน?
กําหนดการสัมมนา เรื่อง “ไฮโดรเจน : พลังงานทางเลือกแหงอนาคต ตอบโจทยสภาวะโลกรอน?” โดย คณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา วันอังคารที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๖ ณ หองจูปเตอร ชั้น ๓ โรงแรมมิราเคิล แกรนด คอนเวนชั่น ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ------------------------------------- เวลา รายละเอียดกําหนดการ ๐๘.๓๐ - ๐๙.๐๐ นาฬิกา ๐8.45 - 09.00 นาฬิกา ๐๙.00 - ๐๙.1๕ นาฬิกา ๐๙.1๕ - 09.45 นาฬิกา 09.45 - 10.15 นาฬิกา 10.15 - 10.45 นาฬิกา ลงทะเบียน พิธีเปดการสัมมนา กลาวรายงานการสัมมนา โดย พลโท อําพน ชูประทุม รองประธานคณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา กลาวเปดการสัมมนาและปาฐกถาพิเศษ โดย พลเอก สกนธสัจจานิตย ประธานคณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา การบรรยายพิเศษในหัวขอเรื่อง ๑) “แผนการลดสภาวะโลกรอน ความเปนกลางทางคารบอน และการปลอยกาซเรือนกระจกสุทธิเปนศูนยและมาตรการ ดานกฎหมายที่เกี่ยวของ (Carbon Tax)” โดย นางรสริน อมรพิทักษพันธ ผูอํานวยการกลุมงานพัฒนามาตรการและกลไก กองประสานการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ๒) “บทนําความรูพื้นฐานไฮโดรเจน และแนวทางการใชงาน เพื่อรองรับการลดสภาวะโลกรอน” โดย นายสุรวุฒิ สนิทวงศ ณ อยุธยา ผูชํานาญการประจําคณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา ๓) “บทบาทของภาครัฐในการกําหนดนโยบายและแผนงาน ที่เกี่ยวของกับการนําไฮโดรเจนมาใชเปนพลังงานทางเลือก” โดย นายสารรัฐ ประกอบชาติ รองผูอํานวยการสํานักงานนโยบายและแผนพลังงาน
54 เวลา รายละเอียดกําหนดการ 10.45 - 11.15 นาฬิกา 11.15 - 12.15 นาฬิกา ๑๒.15 - ๑๓.๐๐ นาฬิกา ๑๓.๐๐ - ๑๔.๓๐ นาฬิกา ๔) “เทคโนโลยีในการผลิตและการนําไฮโดรเจนมาใชงานในปจจุบัน” โดย ดร.ชญาน จันทวสุ รองกรรมการผูจัดการใหญ สายงานความยั่งยืนองคกร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จํากัด (มหาชน) ๕) “การพัฒนาไฮโดรเจนเพื่อการใชงานในภาคขนสง เพื่อการพาณิชย” โดย - นายพงษศักดิ์ เหลืองจินดารัตน ผูจัดการสวนอาวุโสพัฒนาธุรกิจ BCG บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแกส จํากัด - ดร.เนรัญ สุวรรณโชติชวง ที่ปรึกษาฝายกิจการสัมพันธ บริษัท โตโยตา มอเตอร ประเทศไทย จํากัด รับประทานอาหารกลางวัน การอภิปรายในหัวขอ เรื่อง “แนวคิดการประยุกตใชไฮโดรเจน กับบริบทพลังงานไทย” โดย วิทยากรผูอภิปราย ประกอบดวย ผูแทนจากคณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา - นายเจน นําชัยศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการการพลังงาน และรองประธานคณะอนุกรรมาธิการดานเชื้อเพลิงธรรมชาติ - นายสุรวุฒิ สนิทวงศ ณ อยุธยา ผูชํานาญการประจําคณะกรรมาธิการ ผูแทนจากหนวยงานภาครัฐ - นายสารรัฐ ประกอบชาติ รองผูอํานวยการสํานักงานนโยบายและแผนพลังงาน - นายนรินทร เผาวณิช ผูชวยผูวาการบริหารเชื้อเพลิง การไฟฟาฝายผลิตแหงประเทศไทย (กฟผ.) ผูแทนจากภาคเอกชน - นายธนา ศรชํานิ ผูจัดการ ฝายวิจัยเทคโนโลยีพลังงานใหม สถาบันนวัตกรรม บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน)
55 เวลา รายละเอียดกําหนดการ ๑๔.๓๐ - ๑๕.๓๐ นาฬิกา ๑๕.๓๐ นาฬิกา - นายรวี บุญสินสุข ผูชวยกรรมการผูจัดการใหญสายงานพัฒนาธุรกิจใหม และนวัตกรรม บริษัท บางจาก คอรปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) - นายปยบุตร จารุเพ็ญ กรรมการผูจัดการ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแกส จํากัด เปดประเด็นซักถามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ปดการสัมมนา โดย พลโท อําพน ชูประทุม รองประธานคณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา วิทยากรผูดําเนินรายการ โดย - นายรัตนพัฒน ปวิเศษกุลเดช - ศาสตราจารยจงจิตร หิรัญลาภ - นายรักไทย บูรพภาค - นางสาวอรปรียา งามสงา หมายเหตุ : กําหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงไดตามความเหมาะสม
ภาคผนวก ค ภาพการสัมมนา เรื่อง “ไฮโดรเจน : พลังงานทางเลือกแหงอนาคต ตอบโจทยสภาวะโลกรอน?” ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร วันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๖
การสัมมนา เรื่อง “ไฮโดรเจน : พลังงานทางเลือกแหงอนาคต ตอบโจทยสภาวะโลกรอน?” ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร วันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๖
60
61
62
63
64
65
66
รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง การนําเชื้อเพลิงไฮโดรเจนมาเปนพลังงานทางเลือก เพื่อการพาณิชย สําหรับภาคขนสง ภาคการผลิตไฟฟา ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร โดย คณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา คณะผูรับผิดชอบในการจัดทํารายงาน ----------------------------- นางยุวดี รูปขจร ผูอํานวยการสํานักกรรมาธิการ ๑ ฝายเลขานุการ ๑. นางสาวพุทธรักษา สูตะบุตร ผูบังคับบัญชากลุมงานฯ วิทยากรเชี่ยวชาญ ผูชวยเลขานุการคณะกรรมาธิการ 2. นางสาวชลธิชา บุญเสถียร นิติกรชํานาญการ ผูชวยเลขานุการคณะกรรมาธิการ 3. นางศิริภรณ เตลผล นิติกรปฏิบัติการ 4. นายภิรมย นอยกรณ วิทยากรปฏิบัติการ 5. นางชญาดา นิลสุวรรณ วิทยากรปฏิบัติการ 6. นางสาวนงลักษณ พรชยานันท เจาพนักงานธุรการชํานาญงาน 7. นางสาวชนิตา โอวรารินท เจาพนักงานธุรการชํานาญงาน 8. นางสาวศศิกาญจน ไลวิริยะกุล เจาพนักงานธุรการชํานาญงาน 9. นายวรพล บุญจิตต นักวิชาการสนับสนุนงานนิติบัญญัติ 10. นายรวมพล ชองศรี นักวิชาการสนับสนุนงานวิชาการ 11. นางสาวรัชชนก ภูเหลี่ยม พนักงานสนับสนุนการประชุม สอบถามขอมูลเพิ่มเติมไดที่ กลุมงานคณะกรรมาธิการการพลังงาน สํานักกรรมาธิการ ๑ โทรศัพท 0 2831 9156 - 7 ไปรษณียอิเล็กทรอนิกส : [email protected]