The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tuahuay, 2023-12-18 20:23:22

รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง แนวทางการคุ้มครองและป้องกันการทำงานในรูปแบบ ที่อาจเป็นอันตรายต่อเด็กทำงาน : กรณีมวยเด็ก

กมธ.3

๑๒๖


๑๒๗


๑๒๘


๑๒๙


๑๓๐


๑๓๑


๑๓๒


๑๓๓


๑๓๔


๑๓๕


๑๓๖


๑๓๗


๑๓๘


๑๓๙


๑๔๐


๑๔๑


๑๔๒


๑๔๓


๑๔๔


๑๔๕


๑๔๖


๑๔๗


๑๔๘


๑๔๙


๑๕๐


๑๕๑


ภาคผนวก ข คําสั่งกระทรวงแรงงาน เรื่อง แต่งตั้งที่ปรึกษาและคณะกรรมการระดับชาติ เพื่อขจัดการใช้แรงงานเด ็กในรูปแบบที่เลวร้าย


๑๕๔


๑๕๕


๑๕๖


๑๕๗


ภาคผนวก ค ประกาศคณะกรรมการระดับชาติเพื่อขจัดการใช้แรงงานเด ็กในรูปแบบที่เลวร้าย เรื่อง ประเภทงานอันตรายสําหรับแรงงานเด ็กในรูปแบบที่เลวร้ายของประเทศไทย


๑๖๐


๑๖๑


๑๖๒


๑๖๓


ภาคผนวก ง สรุปผลการสัมมนา เรื่อง “กฎกติกามวยไทย เพื่อความปลอดภัยสําหรับเด ็ กทํางาน” วันจันทร์ที่๒๘ กันยายน ๒๕๖๓


๑๖๖


๑๖๗ รายงานสรุปผลการสัมมนา เรื่อง “กฎกตกามวยไทย ิเพื่อความปลอดภัยสําหรับเด็กทํางาน” วันจันทร์ที่๒๘ กันยายน ๒๕๖๓ จัดโดย คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา ร่วมกับคณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา ณ ห้องบอลรูม ๑ ชั้น ๓ โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร ----------------- ๑.หลักการเหตุผล สืบเนื่องจากอนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 182 ว่าด้วยรูปแบบ ที่เลวร้ายที่สุดของการใช้แรงงานเด็ก ค.ศ. 1999 (พ.ศ. ๒๕๔๒) ซึ่งประเทศไทยได้ให้สัตยาบันแล้วเมื่อ วันที่๑๖ กุมภาพันธ์พ.ศ. ๒๕๔๔ มีสาระสําคัญ คือ อนุสัญญานี้คําว่า “เด็ก” หมายถึง บุคคลทุกคนที่ อายุต่ํากว่า ๑๘ ปีและ “รูปแบบที่เลวร้ายที่สุดของการใช้แรงงานเด็ก” ประกอบด้วย (ก) ทุกรูปแบบของการใช้ทาสหรือแนวปฏิบัติที่คล้ายกับการใช้ทาส เช่น การขายและ การขนส่งเด็ก แรงงานขัดหนี้แรงงานไพร่ติดที่ดิน แรงงานบังคับ หรือเรียกเกณฑ์ซึ่งรวมถึงการบังคับ หรือเรียกเกณฑ์เด็กเพื่อใช้ในการสู้รบ (ข) การใช้จัดหาหรือเสนอเด็กเพื่อการค้าประเวณีเพื่อการผลิตสื่อลามกหรือเพื่อการ แสดงลามก (ค) การใช้จัดหาหรือเสนอเด็กเพื่อกิจกรรมที่ผิดกฎหมายโดยเฉพาะเพื่อการผลิตและ ขนส่งยาเสพติดตามที่นิยามไว้ในสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง (ง) งานซึ่งโดยลักษณะของงานหรือโดยสภาพแวดล้อมในการทํางานมีแนวโน้มที่จะเป็น อันตรายต่อสุขภาพความปลอดภัยหรือศีลธรรมของเด็ก


๑๖๘ โดยเมื่อปลายปี๒๕๖๒ กระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกา ได้รายงานสถานการณ์และการ จัดการการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุด (Findings on the worst Forms of Child Labor) ประจําปี๒๕๖๑ โดยจัดอันดับประเทศที่มีการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุดโดยลดอันดับ ประเทศไทยให้มีความก้าวหน้าระดับปานกลาง (Moderate Advancement) ในความพยายามที่จะขจัด รูปแบบการใช้แรงงานเด็กที่เลวร้ายที่สุด ทั้งนี้ในรายงานดังกล่าวพบว่าเด็กในประเทศไทยมีความ เกี่ยวข้องกับรูปแบบที่เลวร้ายที่สุดของการใช้แรงงานเด็ก รวมถึงการแสวงหาประโยชน์ทางเพศในเชิง พาณิชย์ซึ่งบางครั้งเป็นผลมาจากการค้ามนุษย์และเด็กยังคงมีส่วนร่วมในการแข่งขันมวยไทย โดยไม่มี อุปกรณ์ป้องกันเพื่อความปลอดภัย ดังนั้น หากไม่มีการดําเนินการแก้ไขใด ๆ และยังติดกับดัก สถานการณ์ใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย ในอนาคตอันใกล้ประเทศไทยอาจถูกต่างชาติหยิบยกกรณี ดังกล่าวมาใช้เป็นมาตรการกีดกันทางการค้าหรือระงับการสั่งซื้อสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมกีฬา มวยหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับวงการกีฬามวยต่าง ๆ จากประเทศไทย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ประเทศในภาพรวมด้านอื่น ๆ ดังเช่นกรณีปัญหาการทําประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้ การควบคุม (IUU Fishing) ซึ่งรัฐบาลไทยได้ใช้ความพยายามเกือบสี่ปีในการดําเนินการเพื่อแก้ไขปัญหา ที่ผ่านมา รวมทั้งนานาชาติอาจใช้พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นข้ออ้างไม่สนับสนุนหรือผลักดันมวยไทย สมัครเล่นเข้าสู่การแข่งขันกีฬาในระดับโอลิมปิก คณะอนุกรรมาธิการด้านการสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้รับการพิจารณา มอบหมายจากคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา ให้ดําเนินการจัดสัมมนาร่วมกับคณะกรรมาธิการ การกีฬา วุฒิสภา เพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย หน่วยงานราชการผู้เกี่ยวข้อง องค์กรด้าน การคุ้มครองเด็ก และบุคคลผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการกีฬามวย เพื่อรับทราบข้อมูล ข้อเท็จจริง ในเรื่อง ดังกล่าวอย่างรอบด้านเพื่อนํามารวบรวมและประมวลข้อมูลต่าง ๆ ประกอบการจัดทําข้อเสนอแนะเชิง นโยบายไว้ในรายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง แนวทางการคุ้มครองและป้องกันการทํางานในรูปแบบที่ อาจเป็นอันตรายต่อเด็กทํางาน : กรณีมวยเด็ก เสนอคณะกรรมาธิการ วุฒิสภา และรัฐบาล เพื่อนําไปสู่ การดําเนินการแก้ไขปรับปรุงปัญหาที่เกิดขึ้นต่อไป


๑๖๙ ๒. วัตถุประสงค์ ๑) เพื่อศึกษาการชกมวยของเด็กที่มีอายุต่ํากว่า ๑๕ ปีในเรื่องของการคุ้มครองความ ปลอดภัย ตั้งแต่การฝึกซ้อม กฎเกณฑ์กติกา ในการอนุญาตการชกมวยของผู้ปกครอง อุปกรณ์การ ป้องกันร่างกายที่จําเป็นและสําคัญที่ควรพิจารณากําหนดในขณะขึ้นชกมวยแข่งขัน ๒) เพื่อศึกษากฎหมาย กฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการกําหนด เพื่อปกป้องในเรื่องสุขภาพ ความปลอดภัยที่เหมาะสมกับวัยของเด็กในการฝึกซ้อมและแข่งขันกีฬามวย เพื่อสนับสนุนให้กีฬามวยเป็นงานที่มีคุณค่า (Decent work) สําหรับเด็กทํางานและได้รับการยอมรับ อย่างเป็นสากล ๓) เพื่อรับฟังความคิดเห็นผู้เกี่ยวข้องประกอบการจัดทําเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายใน การส่งเสริมให้กีฬามวยในกลุ่มเด็ก โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กที่มีอายุต่ํากว่า ๑๕ ปีเป็นกิจกรรมที่เหมาะสม ยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยทางด้านสุขภาพ ส่งเสริมภาวะการเจริญเติบโต เพื่อเป็นกําลัง แรงงานที่มีคุณภาพ ๓. ผู้เข้าร่วมสัมมนา จํานวน ๑๒๐ คน กลุ่มที่๑ ผู้แทนคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง จํานวน ๒๘ คน ประกอบด้วย ๑.๑) กรรมาธิการการแรงงาน จํานวน ๓ คน ๑.๒) คณะอนุกรรมาธิการด้านการสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จํานวน ๑๔ คน ๑.๓) คณะอนุกรรมาธิการด้านการประกันสังคม จํานวน ๒ คน ๑.๔) คณะอนุกรรมาธิการด้านการจัดหางานและพัฒนาฝีมือแรงงาน จํานวน ๑ คน ๑.๕) ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ที่ปรึกษา ผู้ชํานาญการ นักวิชาการ และเลขานุการประจํา คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา จํานวน ๗ คน ๑.๖) คณะกรรมาธิการการกีฬา สภาผู้แทนราษฎร จํานวน ๑ คน กลุ่มที่๒ ผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง จํานวน ๒๕ คนประกอบด้วย ๒.๑) กรมพลศึกษา จํานวน ๓ คน ๒.๒) กรมการปกครอง จํานวน ๑ คน ๒.๓) กระทรวงแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จํานวน ๗ คน ๒.๔) กระทรวงวัฒนธรรม จํานวน ๒ คน ๒.๕) กรมกิจการเด็กและเยาวชน จํานวน ๑ คน


๑๗๐ ๒.๖) นักวิชาการ (สายกีฬา) จํานวน ๓ คน ๒.๗) ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็กจํานวน ๓ คน ๒.๘) ศูนย์รังสีวินิจฉัยก้าวหน้า (ไอแมค) คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี จํานวน ๑ คน ๒.๙) สถาบันแห่งชาติเพอการพื่ัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหดลิจํานวน ๒ คน ๒.๑๐) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทเด็ก จํานวน ๒ คน กลุ่มที่๓ กลุ่มองค์กรภาคแรงงาน รวมทั้งสิ้น ๒๒ คน กลุ่มที่๔ บุคคลที่เกี่ยวข้องในวงการมวย จํานวน ๒๑ คน ประกอบด้วย ๔.๑) ผู้แทนนายสนามมวย/แพทย์/ผู้ตัดสนิจํานวน ๙ คน ๔.๒) ผแทนคู้ ่ายมวยค่ายมวยบัญชาเมฆ จํานวน ๑ คน ค่ายมวยสิงห์วังชาจํานวน ๒ คน ค่ายมวยบูมเด็กเซียน จํานวน ๒ คน ค่ายมวย ว.อุรชา จํานวน ๑ คน ๔.๓) อดตนี ักมวยไทย จํานวน ๒ คน ๔.๔) สถานีกีฬาบางพลีรุ่งเรือง จํานวน ๒ คน ๔.๕) เลขาธิการสมาคมกีฬาคูราชแห่งประเทศไทยจํานวน ๑ คน ๔.๕) ประธาน วัน แชมป์เปี้ยนชิพ ประจําประเทศไทย จํานวน ๑ คน กลุ่มที่๕ ผู้แทนภาคเอกชน จํานวน ๕ คน ประกอบด้วย ๕.๑) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จํานวน ๑ คน ๕.๒) สมาคมไทยอุตสาหกรรมผลิตยาแผนปัจจุบัน จํานวน ๑ คน ๕.๓) บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จํากัด (มหาชน) จํานวน ๒ คน


๑๗๑ ๕.๔) ผู้แทนหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย (AMCHAM) บริษัทมองกูส แมนูแฟค เจอริ่ง(ไทยแลนด์) จ ากัด จ านวน ๑ คน กลุ่มที่ ๖ กลุ่มอื่น ๆ จ านวน ๑๙ คน ประกอบด้วย ๖.๑) สื่อมวลชน จ านวน ๔ คน ๖.๒) เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ๕ คน ๖.๓) กลุ่มอาจารย์และนักเรียนผู้แสดงไหว้ครูมวยไทย ทักษะมวยไทยและคีตะมวยไทย จ านวน ๑๐ คน


๑๗๒ ๔. การสัมมนาครั้งนี้ มีพลเรือเอก พัลลภ ตมิศานนท์รองประธานคณะกรรมาธิการ การแรงงาน วุฒิสภา กล่าวเปิดการสัมมนาฯ และมีพลเอก วราห์ บุญญะสิทธิ์ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านการสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงาน กล่าวรายงานฯ


๑๗๓ ๕. นายวิวัฒน์ ตังหงส์อนุกรรมาธิการด้านการสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้กล่าว นําเสนอความเป็นมาของการจัดสัมมนา โดยสรุปดังนี้ มวยไทยเป็นศิลปวัฒนธรรมหนึ่งของประเทศไทยซึ่งเป็นกีฬาที่ช่วยฝึกสมาธิวินัยเสริมสร้าง ความมีสุขภาพ และการพัฒนาสมรรถภาพทางกายที่ดีรวมทั้งเป็นการแก้ไขปัญหายาเสพติดอีกทางหนึ่ง มวยไทยมิได้มีเพียงรูปแบบการชกเท่านั้น แต่มีแง่มุมของการไหว้ครูคีตะมวยไทย การพยายามผลักดันให้ มวยไทยไปสู่เวทีโลกและการที่ประเทศไทยไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว ประเทศไทยอยู่ในประชาคมโลกซึ่งมีพันธะ ผูกพันในการปฏิบัติให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลเช่น อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กขององค์การสหประชาชาติ และอนุสัญญาว่าด้วยรูปแบบที่เลวร้ายที่สุดของการใช้แรงงานเด็กขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ซึ่ง ประเทศไทยเป็นรัฐภาคีของอนุสัญญาทั้งสองฉบับมามากกว่า ๑๐ ปีแล้ว โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกา ได้จัดอันดับประเทศที่มีการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุดในปี๒๕๖๑ ปรับลดอันดับประเทศไทย จากระดับสูงสุด (Significant Advancement) ซึ่งประเทศไทยได้รับการจัดอันดับในปีพ.ศ. ๒๕๕๙ และ ปีพ.ศ. ๒๕๖๐ ลงเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าระดับปานกลาง (Moderate Advancement) ในรายงาน ดังกล่าวพบว่าเด็กในประเทศไทยมีความเกี่ยวข้องกับรูปแบบที่เลวร้ายที่สุดของการใช้แรงงานเด็ก รวมถึง การแสวงหาประโยชน์ทางเพศในเชิงพาณิชย์ซึ่งบางครั้งเป็นผลมาจากการค้ามนุษย์และเด็กยังคงมีส่วน ร่วมในการแข่งขันมวยไทยโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันเพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้จากนิยามกําลังแรงงาน แม้ว่าเด็กอายุต่ํากว่า ๑๕ ปียังไม่อยู่ในกําลังแรงงาน แต่จากข้อเท็จจริง เมื่อเด็กอายุต่ํากว่า ๑๕ ปีซึ่งชกมวยและได้รับค่าตอบแทน และการชกมวยเป็น กิจกรรมทางเศรษฐกิจ แม้ว่าจะเรียกเป็นแรงงานเด็ก หรือเด็กทํางาน เด็กที่ขึ้นชกมวยทํางาน ซึ่งการ กล่าวถึงของกระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกาจะเข้ากับอนุสัญญา ฉบับที่๑๘๒ ที่ว่าด้วยรูปแบบที่เลวร้าย ที่สุดของการใช้แรงงานเด็ก ที่ได้กําหนดข้อห้ามเกี่ยวกับงานที่โดยลักษณะของงานหรือโดยสภาพแวดล้อม ในการทํางานมีแนวโน้มที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ความปลอดภัย และศีลธรรมอันดีของเด็ก


๑๗๔ ประเทศไทยมีกฎหมายหลายฉบับที่มีความเกี่ยวข้องกับการทํางานของเด็ก เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ นิติสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างซึ่งเด็กที่ชกมวย มิได้อยู่ในฐานะลูกจ้างกับผู้จัดการแข่งขันในลักษณะของการจ้างแรงงาน แต่มีลักษณะของการจ้างทําของ อย่างไรก็ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ และพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้ให้ความคุ้มครองเด็กไว้เป็นการเฉพาะ แต่ก็มีประเด็นเรื่องการบังคับใช้กฎหมายอย่างทั่วถึง และ กฎหมายลําดับรองที่ต้องออกเพื่อบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวในรายละเอียดยังไม่ครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ไม่ มีความชัดเจน และไม่มีความเฉพาะเจาะจง เช่น พระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๔ กําหนดไว้ว่าในการจัดการแข่งขันกีฬามวยแต่ละครั้ง นายสนามมวยและผู้จัดรายการแข่งขันมวยต้องจัด ให้มีมาตรการเพื่อความปลอดภัยสําหรับนักมวย และมาตรา ๑๖ ให้คณะกรรมการกีฬามวยจัดให้มี ระเบียบและกติกามาตรฐานสําหรับการแข่งขันกีฬามวย เพื่อใช้ในการจัดการแข่งขันกีฬามวย โดยคํานึงถึง อายุเพศ ความปลอดภัยของนักมวย และจารีตประเพณีในการแข่งขันกีฬามวย ซึ่งได้มีการออกระเบียบ คณะกรรมการกีฬามวยว่าด้วยระเบียบและกติกามาตรฐานสําหรับการแข่งขันกีฬามวย (ฉบับที่๒) พ.ศ. ๒๕๕๖ หมวดที่๓ ได้กําหนดระเบียบและกติกาการแข่งขันมวยไทยสําหรับเด็กที่มีอายุต่ํากว่า ๑๕ ปี แต่ยังไม่ละเอียดโดยยังใช้ระเบียบส่วนใหญ่ของมวยไทยอาชีพโดยอนุโลม การสัมมนาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อนําไปสู่การปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ รวมทั้ง กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่มีความบกพร่องในการแข่งขันกีฬามวยสําหรับเด็ก ดูแลให้เด็กได้เติบโตอย่างสมวัย กําหนดหลักเกณฑ์ให้มีความเหมาะสม ความปลอดภัย และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด สร้างทัศนคติที่ดีในกีฬามวยเด็ก ธํารงไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรม


๑๗๕ ๖. วิทยากรและผู้ดําเนินการอภิปราย สําหรับการสัมมนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญทั้งด้าน กฎหมาย การแพทย์ตลอดจนผู้อยู่ในแวดวงกีฬามวยมาร่วมอภิปรายเพื่อให้ความรู้และทัศนะในประเด็น ดังกล่าว ดังนี้๑) นายปรเมษฐ์ ภักดีคีรีไพรวัลย์ผู้อํานวยการกองส่งเสริมและพัฒนากีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย ๒) นาวาอากาศโท วิชัย ราชานนท์หัวหน้าค่ายมวยราชานนท์๓) พันตํารวจเอก กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ประธานที่ปรึกษาสถานีกีฬาบางพลีรุ่งเรือง ๔) รองศาสตราจารย์นายแพทย์ อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ผู้อํานวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล และ ๕) รองศาสตราจารย์ไพบูลย์ ศรีชัยสวัสดิ์อนุกรรมาธิการการกีฬาอาชีพ และอุตสาหกรรมกีฬา ผู้ดําเนินการอภิปราย ๗. สรุปประเด็นการอภิปราย (ช่วงที่๑) การนําเสนอข้อมูล สภาพปัญหา ตลอดจนข้อสรุปและข้อเสนอแนะ โดยวิทยากรและผู้ดําเนินการอภิปรายฯ รองศาสตราจารย์ไพบูลย์ ศรีชัยสวัสดิ์ผู้ดําเนินการ อภิปราย ได้ดําเนินการสัมมนาฯ โดยกล่าวถึงสภาพปัญหาอัน นํามาสู่การจัดการสัมมนา และประเด็นการอภิปรายของ วิทยากรเกี่ยวกับสภาพปัญหาและพัฒนาการของกีฬามวย กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของกีฬามวยและการทํา ให้กีฬามวยไทยเป็นที่ยอมรับในทัศนะของต่างประเทศ มุมมอง ของผู้ที่ประกอบกิจการค่ายมวย รวมทั้งผลวิจัยทางการแพทย์ที่ แสดงถึงผลกระทบจากการชกมวย


Click to View FlipBook Version