๗๖ ๓) รุ่นพินเวท น้ าหนักตัวต้องเกิน ๙๕ ปอนด์ (๔๓.๑๘๑ กก.) และไม่เกิน ๑๐๐ ปอนด์(๔๕.๔๕๔ กก.) ข้อ ๓ จ านวนยก ให้แข่งขัน ๓ หรือ ๕ ยก ๆ ละ ๒ นาที หยุดพักระหว่างยก ๒ นาที การหยุดการแข่งขันเพื่อเตือน ตัดคะแนน จัดเครื่องแต่งกาย ของนักมวยให้เรียบร้อยหรือด้วยสาเหตุอื่น ๆ ไม่นับรวมอยู่ในเวลาการแข่งขัน ๒ นาที ข้อ ๔ กรณีอื่น ๆ นักมวยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่มีอายุต่ ากว่า ๑๕ ปี บริบูรณ์ เข้าร่วมการแข่งขันกับนักมวยที่มีอายุเกิน ๑๕ ปีบริบูรณ์แล้วนั้น ต้องจัดให้มีมาตรการ เพื่อความปลอดภัยตามระเบียบ และกติกาการแข่งขันมวยไทยส าหรับนักมวยที่มีอายุต่ ากว่า ๑๕ ปีบริบูรณ์ ในด้านมาตรฐานต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งผู้ตัดสินต้องยอมรับ อย่างหนึ่งว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน เพราะว่าบางครั้งผู้ตัดสินก็ตัดสินตามคนเชียร์หรือ ตามเซียนพนันจึงท าให้เกิดเหตุการณ์กรณีมีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ดังนั้น เห็นว่าเรื่องส าคัญ ที่ควรด าเนินการคือการสร้างมาตรฐานของผู้ตัดสินและผู้ฝึกสอนเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยอาจจัดให้มีการประชุมสัมมนาเพื่อสร้างการเรียนรู้ให้แก่ ทุกสนามมวย ปัจจุบันแต่ละสนาม จะใช้ผู้ตัดสินของตนเอง เช่น สนามมวยราชด าเนินก็จะใช้ผู้ตัดสินของสนามมวยราชด าเนิน หรือ สนามมวยลุมพินี ใช้ผู้ตัดสินของสนามมวยลุมพินี เป็นต้น จึงเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด และสมควรที่จะต้องได้รับการแก้ไขในเรื่องมาตรฐานของผู้ตัดสิน เนื่องจ ากก ารกีฬ าแห่งป ระเทศไท ยได้มีก ารใช้บังคับ พระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ เรื่อยมาจนถึงขณะนี้ ปัจจุบันกีฬามวยได้รับความนิยม และที่เป็นยอมรับในระดับโลกโดยเฉพาะประเทศไทยที่ชาวต่างชาติชื่นชอบและเป็นที่รู้จักอย่าง มาก หลักการของกฎหมายเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลทั้งในส่วนของการแข่งขันกีฬามวย และการจดทะเบียนนักมวยรวมทั้งการขออนุญาตต่าง ๆ เพื่อให้มีการควบคุมและคุ้มครอง สิทธิต่าง ๆ ของบุคคลในวงการกีฬามวย ดังนั้น บุคคลในวงการกีฬามวยจะได้รับความคุ้มครอง ในการแข่งขันที่เหมาะสม ในส่วนของการกีฬาแห่งประเทศไทยได้มีการยกร่างกฎหมาย คือ พระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. .... และได้มีการประชุมร่วมกับพลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการทบทวนเพื่อปรับปรุงร่างกฎหมายว่าด้วยกีฬามวย เมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๖๐ หลังจากนั้นการกีฬาแห่งประเทศไทยได้เปิดรับฟังความคิดเห็น ของบุคคลในวงการกีฬามวย ๕ ภาค และยกร่างพระราชบัญญัติกีฬามวย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๐ และเปิดรับฟังความคิดเห็นในเวทีระดับชาติเมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๐ –วันที่ ๕ เมษายน ๒๕๖๑ และคณะกรรมการกีฬามวย ครั้งที่ ๗/๒๕๖๑ ได้มีมติเห็นชอบ ให้เสนอร่างพระราชบัญญัติกีฬามวย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๑
๗๗ ภาพที่ ๓.๒ การรับฟังความคิดเห็นของบุคคลในวงการกีฬามวยของการกีฬาแห่งประเทศไทย สาระส าคัญในการขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างกฎหมายฉบับนี้ ได้แก่ บทนิยาม ค าว่า “กีฬามวย” “ผู้ตัดสิน” และ “ค่ายมวย” เพื่อให้เกิดความชัดเจน รวมทั้ง ปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการเพื่อให้เกิดความเหมาะสมและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพิ่มอ านาจหน้าที่คณะกรรมการกีฬามวยโดยเฉพาะมวยไทยเพื่อประสานงานกับหน่วยงาน ในต่างประเทศ และส่งเสริมคุ้มครองศิลปะมวยไทย ภูมิปัญญาและประชาสัมพันธ์ศิลปะ มวยไทย ควบคุมนักมวยชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาชกในประเทศไทยให้มีมาตรฐานเดียวกัน ควบคุมผู้ตัดสินให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้นและก าหนดมาตรฐานส าหรับผู้จัดการแข่งขันรายการมวย ให้เด็กที่มีอายุต่ ากว่า ๑๕ ปีขึ้นชกมวย เมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๒ คณะกรรมการกฤษฎีกา ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติกีฬามวย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยเชิญผู้แทนการกีฬา แห่งประเทศไทยเข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติม ๕ ประเด็น ได้แก่ (๑) การจดทะเบียน ของนักมวยควรก าหนดอายุเท่าไหร่ (๒) การอนุญาตให้นักชวยแข่งขันชกมวยบนเวทีควรมี อายุขั้นต่ ากว่าเท่าไหร่ (๓) ความจ าเป็นของการจดทะเบียนผู้ฝึกสอนและหัวหน้าค่ายมวย (๔) ควรก าหนดเฉพาะผู้มีสัญชาติไทยสามารถจดทะเบียนเป็นหัวหน้าค่าย ผู้ฝึกสอน และผู้ตัดสินหรือไม่ และ (๕) การชกมวยของผู้เยาว์ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบ ธรรมทุกครั้งหรือไม่ ซึ่งแต่ละประเด็นนี้จากที่การกีฬาแห่งประเทศไทยได้เปิดรับฟัง ความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องในวงการกีฬามวย ๕ ภาค สรุปได้ดังนี้
๗๘ ๑) การจดทะเบียนของนักมวยควรก าหนดอายุเท่าไหร่ เห็นด้วยกับการขึ้นทะเบียนนักมวย ส าหรับอายุไม่ขัดข้องว่าต้องจ ากัดอายุเท่าไหร่ ๒) การอนุญาตให้นักชวยแข่งขันชกมวยบนเวทีควรมีอายุขั้นต่ า กว่าเท่าไหร่ ๒.๑) เห็นว่าไม่ควรจ ากัดอายุในการชกมวย ควรดูตาม ความพร้อมของร่างกายเป็นหลัก ๒.๒) ก าหนดอายุไม่ต่ ากว่า ๗ ปีบริบูรณ์ (ผู้เยาว์ควรมี กติกาที่เหมาะสม มีอุปกรณ์ป้องกัน) ภาพที่ ๓.๓ การรับฟังความคิดเห็นของบุคคลในวงการกีฬามวยของการกีฬาแห่งประเทศไทย ภาพที่ ๓.๔ การรับฟังความคิดเห็นของบุคคลในวงการกีฬามวยของการกีฬาแห่งประเทศไทย ไทย
๗๙ ๓) ความจ าเป็นของการจดทะเบียนผู้ฝึกสอนและหัวหน้า ค่ายมวย ความจ าเป็นในการจดทะเบียน เพื่อเป็นก ากับการควบคุมผู้ฝึกสอนและหัวหน้าค่ายมวย และผู้ฝึกสอนและเป็นการสร้างความเชื่อมั่นส าหรับนักมวยหากได้รับการรับรองจากหน่วยงาน ของรัฐ ๔) ควรก าหนดเฉพาะผู้มีสัญชาติไทยสามารถจดทะเบียน เป็นหัวหน้าค่าย ผู้ฝึกสอน และผู้ตัดสินหรือไม่ ๔.๑) นักมวย/ผู้ฝึกสอน ไม่จ ากัดสัญชาติ ๔.๒) หัวหน้าค่าย ควรสงวนไว้ให้ส าหรับคนไทย ๔.๓) ผู้ตัดสิน ยังไม่มีความเห็นขัดแย้งกันอยู่ว่าเป็นคนไทย หรือต่างชาติ ๕) การชกมวยของผู้เยาว์ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทน โดยชอบธรรมทุกครั้งหรือไม่ ควรให้ผู้ปกครอง ณ ขณะนั้น (ผู้ปกครอง/ผู้ฝึกสอน/ผู้ดูแลนักมวย/ หัวหน้าค่าย) สามารถให้ความยินยอมแทนได้ ในส่วนข้อกฎหมายตามมาตรา ๙ สามารถด าเนินการออก ระเบียบโดยคณะกรรมการกีฬามวยได้ ดังเช่นมาตรการผ่อนปรนแข่งขันกีฬามวย และส่วนการ ขออนุญาตจัดแข่งขันกีฬามวยจะต้องมีรายการนักมวยและคู่มวยมาเสนอประกอบ นายทะเบียน จึงจะอนุญาต หากพบข้อเท็จจริงว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎระเบียบจะไม่อนุญาตให้จัดการแข่งขัน หรือด าเนินการเพิกถอนใบอนุญาตได้ทั้งนี้ที่ผ่านมามีการจัดการแข่งขันเป็นจ านวนมาก และบุคลากรมีจ านวนไม่เพียงพอซึ่งเป็นข้อจ ากัดประการหนึ่ง ประเด็นการจัดท าระบบออนไลน์ปัจจุบันด าเนินการเสร็จแล้ว จะสามารถทราบสถิติข้อมูลการชกไฟต์หลังสุด โดยข้อมูลจากเลขประจ าตัว ๑๓ หลัก โดยเมื่อ ผู้เกี่ยวข้องมีค่ายมวยเห็นข้อมูลแล้วก็จะยอมรับว่าไม่สามารถขึ้นชกได้ หากฝ่าฝืนก็จะด าเนินการ ยกเลิกใบอนุญาต สุดท้ายขอรับไปแก้ไขฯ และตามที่นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้อ านวยการฝ่ายกีฬาอาชีพและสิทธิประโยชน์ได้กล่าว ตนในฐานะเลขานุการคณะอนุกรรมการ ทั้ง ๕ คณะ ทั้งในเรื่องกฎหมาย อุปกรณ์การชก ยืนยันว่าจะต้องได้รับการแก้ไขในการประชุม ตามล าดับต่อไป (๓.๔) น ายพินิจ พลขัน ผู้แทนน ายกสมาคมกีฬ ามวยอาชีพ แห่งประเทศไทย ได้ชี้แจงข้อมูลดังนี้ กรณี“เพชรมงคล” เสียชีวิตจากอาการเลือดคลั่งในสมอง หลังแพ้น็อกให้กับคู่ชกนั้น ที่ผ่านมาเมื่อมีการสูญเสียเกิดขึ้นก็จะมีการขับเคลื่อนซึ่งทุกวันนี้ ได้มีสื่อออนไลน์เข้ามาส่งผลให้การกระจายความรับรู้ไปถึงประชาชนอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น แต่มิได้มี การหยิบยกในประเด็นของผู้ที่ประสบความส าเร็จในเรื่องของการชกมวย ซึ่งหลักทางการแพทย์ ได้วินิจฉัยว่านักมวยเมื่อได้รับผลกระทบทางสมองจะไม่สามารถเรียนในระดับชั้นสูงได้ โดยเห็นว่าการน าเสนออยู่ที่ต้องการหยิบยกประเด็นใดขึ้นมา ยกตัวอย่าง แสงมณี ส.เทียนโพธิ์ เริ่มชกมวยตั้งแต่อายุ ๑๖ ปี ได้รับค่าตัว ๒๗๐,๐๐๐ บาท ปัจจุบันอายุ ๒๓ ปี มีรายได้จากการ
๘๐ ชกมวยรวมทั้งสิ้นไม ่น้อยกว่า ๒๕ ล้านบาท และก าลังศึกษาในระดับปริญญาโท โดยนักมวย สมัยนี้จะชกมวยและเรียนหนังสือควบคู่ไปด้วยในอัตราส่วนนักมวย ๑๐๐ คน จะเรียนหนังสือ ประมาณ ๘๐ คนขึ้นไป ส่วนกรณี“เพชรมงคล”ซึ่งเสียชีวิต เป็นเรื่องของมาตรการ และความเหมาะสมของผู้ปฏิบัติงาน แต่ส่วนใหญ่เนื้อหาของพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ มีความครอบคลุมไม่ว่าจะเป็นเรื่องอายุ น้ าหนัก อุปกรณ์ เหล่านี้เป็นต้น ตามเอกสารนักมวยแต่ละคนจะมี “สมุดประจ าตัวนักมวย” ซึ่งก าหนดวันเวลาชก ผลการแข่งขัน กรณี “เพชรมงคล” เกิดจากการควบคุมที่หละหลวม หรือไม่ดีพอท าให้นักมวยชกเกินกว่าระยะเวลาพักที่ก าหนด ประเด็นการบังคับใช้กฎหมายนับแต่มีพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ บุคลากรผู้บังคับใช้กฎหมาย คือ ส านักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬา แห่งประเทศไทย รวมทั้งส่วนภูมิภาค ๗๗ จังหวัดมีจ านวนจ ากัด และกรณีเอกสารใบปลิวการจัด แข่งกีฬามวยพระเจ้าตากฯ หากมีการน ามาขออนุญาตจะไม่ระบุหรือเป็นการหลีกเลี่ยงกฎหมาย เมื่อมีการจัดการแข่งขันจริงไม่มีเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบหรือมีน้อย แต่ละจังหวัดมี นายทะเบียน ๑ คน ผู้อ านวยการการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดและมีผู้ช่วยเท่านั้นจึงเป็น เรื่องยากที่จะก ากับดูแลในพื้นที่ทั้งจังหวัด เมื่อเทียบกับบุคลากรของหน่วยงานอื่น ๆ (๓.๕) นายสุกฤษฏิ์ แพรกรีฑาเวศน์ ฝ่ายกฎหมาย สมาคมกีฬามวย อาชีพแห่งประเทศไทย ได้ชี้แจงข้อมูลดังนี้ เมื่อมีการเสนอแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยกีฬามวยก็ได้มี การแสดงความเห็นในประเด็นเรื่องอาชีพ การเลี้ยงชีพ การน าเด็กขึ้นชกมวยส่วนใหญ่แล้วเป็น การแข่งขันในเชิงการพนันต่อเมื่อเด็กที่อายุไม่ถึง ๑๐ ปีขึ้นชกและได้เผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ ผู้ใหญ่เห็นก็เกิดความสงสารและรับไม่ได้โดยเฉพาะผู้ที่เป็นบิดา มารดา หรือผู้ปกครองของเด็กที่ ไม่ได้อยู่ในวงการกีฬามวย แต่หากพิจารณาจากข้อเท็จจริงแล้วจะพบว่ากีฬามวยไม่จ าเป็นต้อง ใช้เงินซื้ออุปกรณ์เหมือนกีฬาประเภทอื่น โดยเฉพาะวิถีชีวิตของเด็กชนบทที่สามารถน าสิ่งของ ใกล้ตัวมาใช้เป็นอุปกรณ์แทนได้ ยกตัวอย่างเช่น การน ากระสอบมาใส่ฟางให้เต็มและให้เด็กฝึก เตะหรือฝึกต่อย กรณีของ “เพชรมงคล”อายุ ๑๓ ปี ซึ่งเสียชีวิต จากข้อเท็จจริง คือไปขึ้นชกมวยที่เวทีจังหวัดสมุทรปราการ กฎหมายก าหนดให้เวทีต้องปูทับด้วยผ้าใบให้ตึง เรียบก็ไม่มี แต่เป็นพื้นเวทีที่ใช้ไม้ขอบแข็ง ส่วนนวมก็มีเพียง ๑ คู่ ซึ่งนักมวยเด็กต้องใช้นวม ผู้ใหญ่ ดังนั้น เมื่อนวมมีเพียง ๑ คู่ แต่ในการแข่งขันวันนั้นมีการชกทั้งหมด ๗ คู่ ประกอบกับ คู่ชกของเพชรมงคลได้เห็นอาการในการชกแล้ว โดยส่งสัญญาณแจ้งกับกรรมการว่าไม่สามารถ ชกต่อได้แล้ว แต่กรรมการก็ยังให้เพชรมงคลชกมวยต่อไป ซึ่งถือว่าเป็นการกระท าที่ผิดพลาด และในสนามมวยก็มีแพทย์เพียง ๑ คน พี่เลี้ยงเข้ามาท าการนวดและเพชรมงคลได้เสียชีวิตคาที่ โดยเหตุการณ์นี้สามารถสรุปได้ว่า ๑) เป็นอุบัติเหตุ ๒) การละเลยบกพร่องของผู้ปฏิบัติ และ ๓) ด้วยความประมาทเลินเล่อไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ กรณีนี้ สมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทยได้ลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องแล้วทุกคน
๘๑ กรณีกีฬามวยเด็กหากเปรียบเทียบว่าเป็นการจ้างแรงงานเด็ก ตนได้สอบถามความเห็นจากส านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่ากรณีการให้เด็กขึ้นชกมวย ถือว่าเป็นการใช้แรงงานเด็กหรือไม่ และหากไม่ใช่จะเกี่ยวข้องหรือสอดคล้องกับกฎหมายใดบ้าง ซึ่งได้รับค าตอบว่าพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ ไม่เกี่ยวข้องกับการใช้แรงงานเด็ก เพราะไม่มีค าว่า “ผู้ว่าจ้าง” หรือ “ผู้รับจ้าง” ส ่วนค ่าตอบแทนคือเงินรางวัล ไม ่ใช ่สินจ้าง หรือค ่าจ้าง ดังนั้น เด็กอายุต่ ากว ่า ๑๘ ปีสามารถขึ้นเวทีชกมวยได้ตามกฎหมายว่าด้วย กีฬามวย ตามมาตรา ๒๙ นักมวยที่จะจดทะเบียนได้ต้อง (๑) มีอายุ ไม่ต่ ากว่าสิบห้าปีบริบูรณ์ แต่กรณีเด็กที่อายุต่ ากว่า ๑๕ ปี ข้อเท็จจริงมีการชกไปเรื่อย โดยได้มี การหารือกับการกีฬาแห่งประเทศไทยว่าจะมีการควบคุมได้อย่างไร จึงใช้วิธีการน าเด็กชกมวย นั้นเข้ามาอยู่ในระบบ หากเด็กชกมวยอายุไม่ถึงเกณฑ์ที่จะจดทะเบียนให้แจ้งการสังกัดค่ายมวย โดยการออก boxer book ซึ่งจะต้องมีผู้ปกครองมาดูแลด้วย และจะมีการลงข้อมูลสถิติการชก ต่าง ๆ ด้วย ภาพที่ ๓.๕ ภาพตัวอย่าง ๑. บัตรประจ าตัวนักมวย แบบ ก. นักมวย (อายุไม่ต่ ากว่า ๑๕ ปี)
๘๒ ภาพที่ ๓.๖ ภาพตัวอย่าง ๒. สมุดประจ าตัวนักมวย (BOXER BOOK) (ซึ่งอายุไม่ถึง ๑๕ ปี) ปัญหาที่เกิดขึ้นเช่นที่เวทีมวยชั่วคราวถนนลาดหญ้า เขตคลองสาน และกรณี“เพชรมงคล” ปัจจุบันการกีฬาแห่งประเทศไทย โดยส านักงานคณะกรรมการ กีฬามวยได้น าระบบไอที โดยใช้เลข ประจ าตัว ๑๓ หลัก และมีการน าข้อมูลเข้าระบบออนไลน์ ในทางข้อเท็จจริงพบการหลีกเลี่ยงกฎหมายไม่ว่าจะเป็นการปลอมชื่อ ดังนั้น ระบบใหม่ ที่น ามาใช้ส านักงานคณะกรรมการกีฬามวยในเขตจังหวัดที่รับผิดชอบจะสามารถตรวจสอบ ข้อมูลในระบบออนไลน์ได้ว่ามีการชกครั้งสุดท้ายได้ ประเด็นน้ าหนักเหตุใดจึงมีการฝ่าฝืนขั้นต่ า ดังที่กล่าวไปแล้ว เป็นบุคคลที่อยู่นอกระบบ ดังนั้นส านักงานคณะกรรมการกีฬามวยจะออกมาตรการหากไม่เข้าสู่ ระบบจะไม่สามารถจัดการแข่งขัน และกรณีนี้หากมีการร้องเรียนขึ้นมาจะไม่สามารถจัดการ แข่งขันได้เลย โดยที่ส านักงานคณะกรรมการกีฬามวยก็มีข้อจ ากัดในการตรวจสอบในพื้นที่ ต่าง ๆ ทั่วประเทศ หากมีการฝ่าฝืนส านักงานคณะกรรมการกีฬามวยจะด าเนินการลงโทษ โดยเด็ดขาด ทั้งนี้ ประเด็นที่กล่าวมาทั้งหมดได้เคยมีการประชุมกันแล้วสามารถสืบค้นข้อมูล ย้อนหลังได้จากรายงานการประชุม กรณีแนวทางหรือวิธีการให้เด็กอายุต่ ากว่า ๑๕ ปีให้ปะทะ น้อยลง ไม่เน้นให้ต่อยสมอง ให้ใช้ลูกไม้มวยไทย และลดการชกจาก ๕ ยกเหลือ ๓ ยก และ กรณีเด็กที่มีอายุต่ ากว่า ๑๒ ปีประเด็นอยู่ระหว่างการพิจารณาของส านักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกาจะมุ่งเน้นในเรื่องของการร่ายร าซึ่งเป็นศิลปะมากกว่า ทั้งนี้ตามมาตรา ๙ ของพระราชบัญญัติการกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ ก าหนดว่า “มาตรา ๙ ให้คณะกรรมการมีอ านาจ หน้าที่ ดังต่อไปนี้(๕) ออกข้อบังคับ ระเบียบ หรือประกาศเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามอ านาจ หน้าที่ของคณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้ ตลอดจนออกข้อบังคับว่าด้วยการประชุม และการด าเนินงานของคณะกรรมการ”
๘๓ ป ระเด็น ข้ อห่ วงใยข องคณ ะก ร รม า ธิก าร ส านั กงาน คณะกรรมการกีฬามวยจะกลับไปพิจารณาทบทวนอีกครั้ง โดยไม่จ าเป็นต้องเสนอแก้ไข กฎหมาย ทั้งนี้ได้มีการด าเนินการออกกฎกระทรวงมาแล้ว ๖ ฉบับ ข้อบังคับ ๑ ฉบับ และระเบียบอีก ๕ ฉบับ หากจะพิจารณาด าเนินการ คือ ปรับแก้ไขระเบียบฯ ขอเสนอให้มีการ รับฟังความคิดเห็นจากเกี่ยวข้องในวงการกีฬามวย และเสียงข้างมากออกมาเป็นเช่นไรจะต้อง ยอมรับตามนั้น (๓.๖) นายมีศักดิ์ รัฐกุล ผู้แทนนายกสมาคมกีฬามวยไทยสมัครเล่น แห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ได้ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมดังนี้ ความส าคัญของมวยไทย เริ่มชัดเจนมากขึ้นเมื่อ ๕ – ๖ ปี ที่ผ่านมา อันเนื่องจากอุปสรรคว่าท าอย่างไรบรรพบุรุษจะมีความภาคภูมิใจ มวยไทย ไม่เกี่ยวข้องกับแรงงาน มวยไทยคือนักรบ มวยไทยใช้กู้ชาติ ขอขอบคุณที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ให้ความส าคัญ การกีฬาแห่งประเทศไทย ถือเป็นผู้ปฏิบัติ ส่วนตัวชกมวยไทยมาตั้งแต่อายุ ๘ ปี และมีพี่ชายเป็นนักมวยส่งเสียให้จนจบการศึกษาทางกฎหมายและเป็นเนติบัณฑิตไทย ซึ่งพี่ชาย ได้ขอร้องให้ช่วยดูแลกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับมวยไทยโดยให้ไปท างานช่วยพลเอก เชษฐา ฐานะจาโร พลเอกพิจิตร กุลละวณิชย์ พลเอก วิมล วงศ์วานิช ผู้ใหญ่ในวงการกีฬามวย ล้วนมุ่งมั่นที่จะน ามวยไทยไปสู่สากล รวมทั้ง ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ นายกสมาคมมวยไทย สมัครเล่นแห่งประเทศไทย ก่อนมาท างานเข้าใจว่ามวยไทยเป็นธุรกิจ แต่เมื่อมีส่วนในการแก้ไข พระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ และในช่วงที่พลเอก อดุลยเดช อินทะพงษ์ เสนอร่าง พระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. .... และจัดสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นซึ่งตนได้เข้าร่วมแสดง ความคิดเห็นคัดค้านการแก้ไขเนื่องจากกีฬามวยมิใช่สมบัติของผู้ใด ซึ่งมวยไทยใช้ศิลปะล้วน ๆ มิได้มีสถานะเป็นลูกจ้าง เกิดจากความสมัครใจในการเข้าไปฝึกซ้อมด้วยตนเอง คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา ถือเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ องค์กรที่สองซึ่งให้ความส าคัญ นอกจากประธานคณะกรรมาธิการการกีฬา สภาผู้แทนราษฎร (นายบุญลือ ประเสริฐโสภา) ได้เชิญบุคคลในวงการกีฬามวย เข้าชี้แจงถึงข้อเท็จจริง และสภาพ ปัญหาปัจจุบันของมวยไทย ประเด็นส าคัญคือ “การขาดเอกภาพของคนในวงการมวย” เนื่องจากมีกฎ กติกา ที่ชัดเจนแล้ว ดังนั้น กฎหมายอาจไม่มีความจ าเป็นมากนัก และดีใจ ที่คณะฯ ได้ให้ความส าคัญในวงการกีฬามวยไทยและร่วมยกระดับวงการมวยไทย (๓.๖.๑) ปัญหาความเชื่อมโยงกับแรงงานเด็ก เป็นไปตามที่ ผู้แทนการกีฬาแห่งประเทศไทยได้ชี้แจงไว้แล้ว (๓.๖.๒)การคุ้มครองป้องกันเพื่อมิให้เกิดอันตรายของนักมวยเด็ก สืบเนื่องกรณี “เพชรมงคล” นักมวยเด็ก อายุ ๑๓ ปี ที่เสียชีวิตหลังขึ้นชกกับคู่แข่งถือเป็นความ โชคร้าย และในชั้นการเสนอร่างพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. .... ซึ่งพลเอก อดุลยเดช อินทะพงษ์และคณะ เป็นผู้เสนอ ได้ก าหนดอายุของมวยเด็กซึ่งตนไม่เห็นด้วย จากนั้นได้เสนอ เรื่องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และได้รับค าชี้แนะว่าควรหาแนวทาง ให้มวยไทยมุ่งเน้นศิลปะ อย่าให้มวยไทยไปเน้นด้านธุรกิจ และการพนันแต่ถือเป็นเรื่องที่ แยกกันยาก แต่ก็สามารถพูดได้ว่าคนส าคัญในวงการมวยให้ความสนใจ กรณี “เพชรมงคล ”
๘๔ นักมวยเด็ก อายุ ๑๓ ปี เห็นว่ามีการชกถี่เกินไป ส่วนตัวเห็นว่ามวยไทยมีความอันตรายน้อยกว่า มวยสากล ยกตัวอย่าง นายอ านวย เกษบ ารุง หรือ อวยชัย ลูกมาตุลี ปัจจุบันอายุ ๘๖ ปี และยังมีร่างกายแข็งแรง และเป็นเจ้าของเวทีมวยรังสิต เป็นนายสนามมวย และเป็นโรงเรียน มวยไทยแห่งแรกและแห่งเดียวที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ แต่เนื่องจากวงการมวยไปมุ่งเรื่องการพนันมากเกินไป ตนเชื่อว่าค่าตัวหรือเงินรางวัลเป็นเรื่องอุปโลกน์ขึ้นมาเท่านั้น ความอันตรายอยู่ที่การเป็นมวย ห รือไม่ ม วยไทยถือเป็นน วอาวุธ แตกต่างจากม วยสากลซึ่งมีการชกใบหน้ ามีการ กระทบกระเทือนได้ง่าย แต่มวยไทยมีการป้องกัน ปัดป้องได้ไม่ต้องกังวลเรื่องแรงงานเด็ก หรือเด็กเกิดอันตรายจากการชกมวย ในส่วนประเด็นข้อกฎหมายส านักงานคณะกรรมกฤษฎีกา ก็ได้มีการตีความแล้วว่าเงินที่ได้เป็นเงินรางวัลมิใช่การจ้างแรงงาน การชกมวยบนเวทีต้องเชื่อมั่น “ผู้ตัดสิน” ซึ่งรับรอง จากการกีฬาแห่งประเทศไทย และเมื่อเห็นว่านักมวยสู้ไม่ได้ต้องสั่งยุติและชูมือให้ฝ่ายชนะ ส่วนตัวเห็นว่ามวยกรง MMA มีความอันตรายมากกว่ามวยไทยเชื่อว่าฝึกมวยไทยตั้งแต่เด็ก ไม่เป็นปัญหา (๓.๖.๓) ประเด็นท าอย่างไรจะผลักดันให้มวยไทยไปสู่สากล การกีฬาแห่งประเทศไทย โดย ส านักงานคณะกรรมการกีฬามวย เป็นผู้รับผิดชอบ ได้มีการตั้ง คณะอนุกรรมการศึกษาร่างพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. .... โดยมีพลตรีอ านาจ การงาน เป็นประธานคณะท างาน จากนั้นได้ชี้แจงโต้แย้งร่างพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. .... ซึ่งพลเอก อดุลยเดช อินทะพงษ์ และคณะ เป็นผู้เสนอ ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐมนตรี ก็ไม่ทราบความคืบหน้า (๓ .๖ .๔ ) ป ร ะ เด็ น ปั ญ ห า อุ ป ส ร ร คใน ก า ร บังคั บ ใช้ พระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ หากมีข้อชี้แนะยินดีน าไปปรับปรุงแก้ไข (๓.๖.๕) ประเด็นนักมวยอายุต่ ากว่า ๑๕ ปี เห็นว่าเด็ก ไม่สามารถห้ามได้ ซึ่งปัจจุบันมวยไทยเป็นอุตสาหกรรมกีฬา อุปกรณ์กีฬาที่เกี่ยวข้องสร้างรายได้ จ านวนมหาศาล แต่ตนหวังจะเห็นนวัตกรรมมวยไทย หากสามารถผลักดันสู่สากลได้อีกจะเพิ่ม มูลค่าขึ้นอีกมาก (๓.๖.๖) ปัจจุบันถือว่ามวยไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากลแล้ว ประเทศในโลกทั้งหมดกว่า ๒๐๐ ประเทศ โดยสหพันธ์มวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ มีสมาชิก ๑๔๐ ประเทศ เพียงแต่ประเทศไทยยังขาดความเป็นเอกภาพ ซึ่งการด าเนินการมีกฎหมาย กฎ กติกา ระเบียบต่าง ๆ รองรับไว้แล้ว เพียงแต่ผู้รักษากฎหมายไม่เคร่งครัดเท่านั้น
๘๕ (๔) การจัดสัมมนาของคณะกรรมาธิการ โดยคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการด้านการสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จัดการ สัมมนาร่วมกับคณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา จ านวน ๑ ครั้ง ดังนี้รายละเอียดตาม ภาคผนวก ง ภาพที่ ๓.๗ การสัมมนา เรื่อง “กฎกติกามวยไทย เพื่อความปลอดภัยส าหรับเด็กท างาน” เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๓ จัดโดย คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา ร่วมกับคณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา ณ ห้องบอลรูม ๑ ชั้น ๓ โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร
๘๖ (๔.๑) การสัมมนา เรื่อง “กฎกติกามวยไทย เพื่อความปลอดภัยส าหรับ เด็กท างาน”วันจันทร์ที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๓ จัดโดย คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา ร่วมกับคณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา ณ ห้องบอลรูม ๑ ชั้น ๓ โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ โดยมีกลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมสัมมนา ๑๒๐ คน จากผู้เกี่ยวข้องในวงการกีฬามวย อาทิ หัวหน้าค่ายมวย ผู้ฝึกสอน ผู้ตัดสิน แพทย์สนามมวย และนักมวย ผู้แทนส่วนราชการ ผู้แทนกลุ่มผู้ประกอบการ ผู้แทนองค์กรฝ่ายแรงงานผู้แทน องค์กรระหว่างประเทศ และภาคส่วนอื่นที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (๔.๑.๑) กลุ่มที่ ๑ ผู้แทนคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง จ านวน ๒๘ คน ประกอบด้วย ๑) กรรมาธิการการแรงงาน ๒) คณ ะอนุกรรมาธิการด้านการสวัสดิการและ คุ้มครองแรงงาน ๓) คณะอนุกรรมาธิการด้านการประกันสังคม ๔) คณะอนุกรรมาธิการด้านการจัดหางานและพัฒนา ฝีมือแรงงาน ๕) ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ที่ปรึกษา ผู้ช านาญการ นักวิชาการ และเลขานุการประจ าคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา คณะกรรมาธิการ การกีฬา สภาผู้แทนราษฎร (๔.๑.๒) กลุ่มที่ ๒ ผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง จ านวน ๒๕ คน ประกอบด้วย ๑) กรมพลศึกษา ๒) กรมการปกครอง ๓) กระทรวงแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครอง แรงงาน ๔) กระทรวงวัฒนธรรม ๕) กรมกิจการเด็กและเยาวชน ๖) นักวิชาการ (สายกีฬา) ๗) ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกัน การบาดเจ็บในเด็ก ๘) ศูนย์รังสีวินิจฉัยก้าวหน้า (ไอแมค) คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ๙) สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ๑๐) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทเด็ก
๘๗ (๔.๑.๓) กลุ่มที่ ๓ กลุ่มองค์กรภาคแรงงาน รวมทั้งสิ้น ๒๒ คน (๔.๑.๔) กลุ่มที่ ๔ บุคคลที่เกี่ยวข้องในวงการมวย จ านวน ๒๑ คน ประกอบด้วย ๑) ผู้แทนนายสนามมวย/แพทย์/ผู้ตัดสิน ๒) ผู้แทนค่ายมวยบัญชาเมฆ ค่ายมวยสิงห์วังชา ค่ายมวยบูมเด็กเซียน ค่ายมวย ว.อุรชา ๓) อดีตนักมวยไทย ๔) ผู้แทนสถานีกีฬาบางพลีรุ่งเรือง ๕) เลขาธิการสมาคมกีฬาคูราชแห่งประเทศไทย ๖) ประธานวันแชมป์เปี้ยนชิพ ประจ าประเทศไทย (๔.๑.๕) กลุ่มที่ ๕ ผู้แทนภาคเอกชน จ านวน ๕ คนประกอบด้วย ๑) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ๒) สมาคมไทยอุตสาหกรรมผลิตยาแผนปัจจุบัน ๓) บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จ ากัด (มหาชน) ๔) ผู้แทนหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย (AMCHAM) บริษัทมองกูส แมนูแฟคเจอริ่ง (ไทยแลนด์) จ ากัด (๔.๑.๖) กลุ่มที่ ๖ กลุ่มอื่น ๆ จ านวน ๑๙ คน ประกอบด้วย ๑) สื่อมวลชน ๒) เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง
๘๘ (๔.๒) หลักการเหตุผล สืบเนื่องจากอนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ ๑๘๒ ว่าด้วยรูปแบบที่เลวร้ายที่สุดของการใช้แรงงานเด็ก ค.ศ. ๑๙๙๙ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ซึ่งประเทศไทยได้ให้สัตยาบันแล้วเมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๔ มีสาระส าคัญ คือ อนุสัญญานี้ ค าว่า “เด็ก” หมายถึง บุคคลทุกคนที่อายุต่ ากว่า ๑๘ ปี และ “รูปแบบที่เลวร้าย ที่สุดของการใช้แรงงานเด็ก” ประกอบด้วย (๔.๒.๑) ทุกรูปแบบของการใช้ทาสหรือแนวปฏิบัติที่คล้ายกับ การใช้ทาส เช่น การขายและการขนส่งเด็ก แรงงานขัดหนี้ แรงงานไพร่ติดที่ดิน แรงงานบังคับ หรือเรียกเกณฑ์ ซึ่งรวมถึงการบังคับหรือเรียกเกณฑ์เด็กเพื่อใช้ในการสู้รบ (๔.๒.๒) การใช้จัดหาหรือเสนอเด็กเพื่อการค้าประเวณีเพื่อการ ผลิตสื่อลามกหรือเพื่อการแสดงลามก (๔.๒.๓) การใช้จัดหาหรือเสนอเด็กเพื่อกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะเพื่อการผลิตและขนส่งยาเสพติดตามที่นิยามไว้ในสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ที่เกี่ยวข้อง (๔.๒.๔) งานซึ่งโดยลักษณะของงานหรือโดยสภาพแวดล้อม ในการท างานมีแนวโน้มที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพความปลอดภัยหรือศีลธรรมของเด็ก โดยจากรายงานสถานการณ์และการขจัดการใช้แรงงานเด็ก ในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุดในประเทศไทยของกระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกา พ.ศ. ๒๕๖๑ (Findings on the Worst Forms of Child Labor ค.ศ. ๒๐๑๘) รายละเอียดตามภาคผนวก ก ได้จัดอันดับประเทศที่มีการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุดโดยลดอันดับประเทศไทยให้ มีความก้าวหน้าระดับปานกลาง (Moderate Advancement) ในความพยายามที่จะขจัด รูปแบบการใช้แรงงานเด็กที่เลวร้ายที่สุด ทั้งนี้ ในรายงานดังกล่าวพบว่าเด็กในประเทศไทยมี ความเกี่ยวข้องกับรูปแบบที่เลวร้ายที่สุดของการใช้แรงงานเด็ก รวมถึงการแสวงหาประโยชน์ ทางเพศในเชิงพาณิชย์ซึ่งบางครั้งเป็นผลมาจากการค้ามนุษย์และเด็กยังคงมีส่วนร่วมในการ แข่งขันมวยไทย โดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันเพื่อความปลอดภัย ดังนั้น หากไม่มีการด าเนินการ แก้ไขใด ๆ และยังติดกับดักสถานการณ์ใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย ในอนาคตอันใกล้ ประเทศไทยอาจถูกต่างชาติหยิบยกกรณีดังกล่าวมาใช้เป็นมาตรการกีดกันทางการค้าหรือระงับ การสั่งซื้อสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมกีฬามวยหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับวงการกีฬามวยต่าง ๆ จากประเทศไทย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศในภาพรวมด้านอื่น ๆ ดังเช่น กรณีปัญหาการท าประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing) ซึ่งรัฐบาลไทยได้ใช้ความพยายามเกือบสี่ปีในการด าเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา รวมทั้ง นานาชาติอาจใช้พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นข้ออ้างไม่สนับสนุนหรือผลักดันมวยไทยสมัครเล่นเข้าสู่ การแข่งขันกีฬาในระดับโอลิมปิก
๘๙ (๔.๓) นายวิวัฒน์ ตังหงส์ผู้แทนคณะอนุกรรมาธิการด้านการสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงาน ได้กล่าวถึงความเป็นมาของการจัดสัมมนา โดยสรุปดังนี้ มวยไทยเป็นศิลปวัฒนธรรมหนึ่งของประเทศไทยซึ่งเป็นกีฬา ที่ช่วยฝึกสมาธิ วินัย เสริมสร้างความมีสุขภาพ และการพัฒนาสมรรถภาพทางกายที่ดี รวมทั้งเป็นการ แก้ไขปัญหายาเสพติดอีกทางหนึ่งมวยไทยมิได้มีเพียงรูปแบบการชกเท่านั้น แต่มีแง่มุมของการ ไหว้ครู คีตะมวยไทย การพยายามผลักดันให้มวยไทยไปสู่เวทีโลก และการที่ประเทศไทยไม่ได้อยู่ อย่างโดดเดี่ยว ประเทศไทยอยู่ในประชาคมโลก ซึ่งมีพันธะผูกพันในการปฏิบัติให้สอดคล้องกับ มาตรฐานสากล เช่น อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กขององค์การสหประชาชาติ และอนุสัญญาว่าด้วย รูปแบบที่เลวร้ายที่สุดของการใช้แรงงานเด็กขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยเป็น รัฐภาคีของอนุสัญญาทั้งสองฉบับมามากกว่า ๑๐ ปี แล้ว โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกาได้จัด อันดับประเทศที่มีการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุด ในปีพ.ศ. ๒๕๖๑ ปรับลดอันดับ ประเทศไทยจากระดับสูงสุด (Significant Advancement) ซึ่งประเทศไทยได้รับการจัดอันดับ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๙ และปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ลงเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าระดับปานกลาง (Moderate Advancement) ในรายงานดังกล่าวพบว่าเด็กในประเทศไทยมีความเกี่ยวข้องกับ รูปแบบที่เลวร้ายที่สุดของการใช้แรงงานเด็ก รวมถึงการแสวงหาประโยชน์ทางเพศในเชิง พาณิชย์ ซึ่งบางครั้งเป็นผลมาจากการค้ามนุษย์และเด็กยังคงมีส่วนร่วมในการแข่งขันมวยไทย โดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันเพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ จากนิยามก าลังแรงงาน แม้ว่าเด็กอายุต่ ากว่า ๑๕ ปี ยังไม่อยู่ในก าลังแรงงาน แต่จากข้อเท็จจริง เมื่อเด็กอายุต่ ากว่า ๑๕ ปี ซึ่งชกมวยและได้รับ ค่าตอบแทน และการชกมวยเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แม้ว่าจะเรียกเป็นแรงงานเด็ก หรือ เด็กท างาน เด็กที่ขึ้นชกมวยท างาน ซึ่งการกล่าวถึงของกระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกาจะเข้ากับ อนุสัญญา ฉบับที่ ๑๘๒ ที่ว่าด้วยรูปแบบที่เลวร้ายที่สุดของการใช้แรงงานเด็ก ที่ได้ก าหนดข้อห้าม เกี่ยวกับงานที่โดยลักษณะของงานหรือโดยสภาพแวดล้อมในการท างานมีแนวโน้มที่จะเป็น อันตรายต่อสุขภาพ ความปลอดภัย และศีลธรรมอันดีของเด็ก
๙๐ ประเทศไทยมีกฎหมายหลายฉบับที่มีความเกี่ยวข้องกับการ ท างานของเด็ก เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ นิติสัมพันธ์ระหว่างนายจ้าง และลูกจ้างซึ่งเด็กที่ชกมวยมิได้อยู่ในฐานะลูกจ้างกับผู้จัดการแข่งขันในลักษณะของการจ้าง แรงงาน แต่มีลักษณะของการจ้างท าของ อย่างไรก็ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ และ พระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้ให้ความคุ้มครองเด็กไว้เป็นการเฉพาะ แต่ก็มีประเด็น เรื่องการบังคับใช้กฎหมายอย่างทั่วถึง และกฎหมายล าดับรองที่ต้องออกเพื่อบังคับใช้กฎหมาย ดังกล่าวในรายละเอียดยังไม่ครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ ไม่มีความชัดเจน และไม่มีความเฉพาะเจาะจง เช่น พระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๔ ก าหนดไว้ว่าในการจัดการแข่งขัน กีฬามวยแต่ละครั้ง นายสนามมวย และผู้จัดรายการแข่งขันมวยต้องจัดให้มีมาตรการเพื่อความ ปลอดภัยส าหรับนักมวย และมาตรา ๑๖ ให้คณะกรรมการกีฬามวยจัดให้มีระเบียบ และกติกา มาตรฐานส าหรับการแข่งขันกีฬามวย เพื่อใช้ในการจัดการแข่งขันกีฬามวย โดยค านึงถึงอายุ เพศ ความปลอดภัยของนักมวย และจารีตประเพณีในการแข่งขันกีฬามวย ซึ่งได้มีการออกระเบียบ คณะกรรมการกีฬามวยว่าด้วยระเบียบและกติกามาตรฐานส าหรับการแข่งขันกีฬามวย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๖ หมวดที่ ๓ ได้ก าหนดระเบียบและกติกาการแข่งขันมวยไทยส าหรับเด็กที่มีอายุต่ ากว่า ๑๕ ปีแต่ยังไม่ละเอียดโดยยังใช้ระเบียบส่วนใหญ่ของมวยไทยอาชีพโดยอนุโลม การสัมมนาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อน าไปสู่การปรับปรุง กฎหมาย ระเบียบ รวมทั้งกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่มีความบกพร่องในการแข่งขันกีฬามวยส าหรับเด็ก ดูแลให้เด็กได้เติบโตอย่างสมวัย ก าหนดหลักเกณฑ์ให้มีความเหมาะสม ความปลอดภัย และ บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด สร้างทัศนคติที่ดีในกีฬามวยเด็ก ธ ารงไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรม (๔.๔) ก ารสัมมน าค รั้งนี้ได้ รับ เกี ย รติ จ าก วิท ย าก รผู้มี ค ว าม รู้ ความเชี่ยวชาญทั้งด้านกฎหมาย การแพทย์ ตลอดจนผู้อยู่ในแวดวงกีฬามวยมาร่วมอภิปราย เพื่อให้ความรู้และทัศนะในประเด็นดังกล่าว ดังนี้ (๔.๔.๑) รองศาสตราจารย์ไพบูลย์ ศรีชัยสวัสดิ์ ผู้ด าเนินการ อภิปราย โดยกล่าวถึงสภาพปัญหาอันน ามาสู่การจัดการสัมมนา และประเด็นการอภิปราย ของวิทยากรเกี่ยวกับสภาพปัญหาและพัฒนาการของกีฬามวย กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ ความปลอดภัยของกีฬามวยและการท าให้กีฬามวยไทยเป็นที่ยอมรับในทัศนะของต่างประเทศ มุมมองของผู้ที่ประกอบกิจการค่ายมวย รวมทั้งผลวิจัยทางการแพทย์ที่แสดงถึงผลกระทบจาก การชกมวย (๔.๔.๒) น ายป รเมษ ฐ์ ภั ก ดีคี รีไพ ร วัล ย์ ผู้ อ าน วยก า ร กองส่งเสริมและพัฒน ากีฬ าอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้ให้มุมมองเกี่ยวกับ ความปลอดภัยของกีฬามวยและการท าให้กีฬามวยไทยเป็นที่ยอมรับในทัศนะของต่างประเทศ โดยกล่าวถึงความเข้าใจกีฬามวยที่มีความคลาดเคลื่อนบางประการ มวยไทยเป็นศิลปะที่มิได้ เกิดอันตรายอย่างที่มีผู้กล่าวไว้ กีฬามวยเป็นวิถีชีวิตของคนไทยและเพื่อเป็นไปเพื่อความ สนุกสนานมิใช่เพื่อใช้แรงงานหรือการหาผลประโยชน์จากเด็ก เงินที่เด็กได้รับเป็นเพียงผลพลอยได้ ที่อาจจะได้รับหรือไม่ก็ได้ นอกจากนี้ กีฬามวยมีส่วนส าคัญท าให้เด็กที่มีครอบครัวมีฐานะ
๙๑ ยากจนท าให้เด็กมีก าลังทรัพย์ในการศึกษาพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้ก าหนด หลักเกณฑ์การชกมวยส าหรับเด็กที่มีอายุต่ ากว่า ๑๕ ปี โดยก าหนดรายละเอียดของนวม การจ าแนกรุ่น และการชั่งน้ าหนักตัว รวมทั้งมาตรฐานเพื่อความปลอดภัยอื่น ๆ นอกจากนี้ ได้มี อนุกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรีด าเนินการศึกษาในเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างดี เพียงแต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาการบังคับใช้กฎหมายซึ่งขาดความเคร่งครัด ตลอดจนอุปกรณ์ การฝึกซ้อม อุปกรณ์การแข่งขัน และสนามกีฬาที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งส านักงานคณะกรรมการ กีฬามวยก าลังด าเนินการออกระเบียบให้ครอบคลุมถึงเรื่องอุปกรณ์การป้องกันการปฏิบัติงาน ของเจ้าหน้าที่ และมาตรการอื่น ๆ ตามที่ก าหนดในพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ เพื่อให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด อ ย่ างไร ก็ ต าม แ ม้ จ ะได้ แ ก้ ไข ก ฎ เก ณ ฑ์ ให้ มี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้นแล้ว การแก้ไขปัญหาก็ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการท าความเข้าใจและก าชับกับผู้ตัดสินในเรื่องความปลอดภัยบนเวที นอกจากนี้ กรณีที่มีการฝ่าฝืนจัดการแข่งขันโดยไม่ขออนุญาตได้มีการลงโทษทางอาญาแก่ผู้กระท าความผิด การด าเนินการยังมีข้อจ ากัดในเรื่องงบประมาณในการตรวจสอบ (๔.๔.๓) นาวาอากาศโท วิชัย ราชานนท์ หัวหน้าค่ายมวย ราชานนท์ ได้อภิปรายและให้มุมมองเกี่ยวกับสภาพปัญหาและพัฒนาการของกีฬามวย โดยกล่าวถึงวิถีชีวิตของนักกีฬามวย ซึ่งเริ่มตั้งแต่การเริ่มฝึกฝนที่ค่ายมวยเป็นเสมือนสถานที่ อุปการะแก่นักมวย โดยเฉพาะผู้ที่มีฐานะยากจนซึ่งเป็นการแบ่งเบาภาระการเลี้ยงดูของบิดา มารดาได้ในระดับหนึ่ง ส าหรับการชกมวยของเด็กที่อายุต่ ากว่า ๑๕ ปี เห็นว่า ควรมีอุปกรณ์ป้องกันทั้งบริเวณศีรษะและล าตัวเนื่องจากเด็กอายุต่ ากว่า ๑๕ ปี ก าลังอยู่ในวัย ที่ก าลังเจริญเติบโตทั้งทางด้านร่างกายและสติปัญญาประกอบกับการปะทะกันอย่างรุนแรง ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อนักกีฬาซึ่งเป็นเด็ก ทั้งนี้ ในต่างประเทศ ยกตัวอย่าง ประเทศคิวบา เริ่มฝึกซ้อมเมื่อเด็กเข้าสู่ช่วงเป็นวัยรุ่นแล้วซึ่งสามารถพัฒนาเทคนิคและน าวิทยาศาสตร์การกีฬา มาใช้ในการฝึกซ้อมได้ผลเป็นอย่างดี การสัมมนาครั้งนี้จึงเป็นไปเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาให้การ ชกมวยไทยคงอยู่ร่วมกับวัฒนธรรมของไทยต่อไป (๔.๔.๔) พันต ารวจเอก กรวัฒ น์ หันป ระดิษฐ์ ป ระธาน ที่ปรึกษาสถานีกีฬาบางพลีรุ่งเรือง ได้อภิปรายและให้มุมมองในฐานะประธานที่ปรึกษาสถานี กีฬาบางพลีรุ่งเรือง ซึ่งได้ให้บริการทางด้านกีฬาทั้งฟุตบอล แบดมินตัน มวย โยคะ ฟิตเนส และบอดี้คอมแบท ฯลฯ ในด้านกีฬามวยมีข้อพิจารณาในหลายแง่มุม ทั้งในด้านของกฎหมาย และวัฒนธรรมของประเทศไทยที่จะถูกตรวจสอบจากต่างประเทศในการใช้แรงงานเด็ก สตรี หรือผู้ที่มีความบกพร่องทางสังคม ต้องยอมรับว่าการชกมวยเป็นช่องทางหนึ่งที่ท าให้เด็ก ซึ่งครอบครัวมีฐานะยากจนได้มีก าลังทรัพย์ในการศึกษา อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า การชกมวยมีผลกระทบต่อร่างกายของนักกีฬาโดยเฉพาะเด็กที่มีอายุต่ ากว่า ๑๕ ปี ซึ่งอยู่ในวัย ก าลังเจริญเติบโต
๙๒ ประเทศไทยมิได้มีข้อห้ามมิให้เด็กที่มีอายุต่ ากว่า ๑๕ ปี ชกมวย เพียงแต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ตามที่ก าหนด ทั้งนี้ พระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๔ มิได้ก าหนดมาตรการเพื่อความปลอดภัย ส าหรับนักมวยไว้โดยชัดเจน ประกอบกับมาตรา ๑๖ อ านาจของคณะกรรมการกีฬามวยในการ จัดให้มีระเบียบและกติกามาตรฐานส าหรับการแข่งขันกีฬามวยซึ่งระเบียบที่ออกโดย คณะกรรมการกีฬามวย มิได้ก าหนดให้เด็กที่อายุต่ ากว่า ๑๕ ปี ต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันที่ศีรษะ ทั้งนี้ การแก้ไขพระราชบัญญัติเพื่อคุ้มครองเด็กมีความยุ่งยากและต้องใช้ระยะเวลาในการ ด าเนินการ หากคณะกรรมการกีฬามวยได้ออกระเบียบก าหนดหลักเกณฑ์ที่เคร่งครัดเพื่อความ ปลอดภัยของเด็กที่อายุต่ ากว่า ๑๕ ปี มาตรา ๒๔ ก าหนดให้สามารถด าเนินการที่เป็นผลร้าย หากมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ก าหนด ดังนั้นข้อเท็จจริงที่ปรากฏท าให้เห็นว่า เด็กที่มีอายุต่ ากว่า ๑๕ ปี ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในกีฬามวยโดยที่ไม่ได้รับการปฏิบัติตามมาตรการ ด้านความปลอดภัย อุปกรณ์ป้องกันและสนามกีฬาท้องถิ่นที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งสะท้อนว่า ประเทศไทยต้องเร่งด าเนินการแก้ไขปัญหาเพื่อป้องกันมาตรการที่เป็นผลร้ายจากต่างประเทศ ที่ไม่ยอมรับการปฏิบัติของประเทศไทยโดยเฉพาะมาตรการกีดกันทางการค้า (๔.๔.๕) รองศาสตราจารย์นายแพทย์อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อ านวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ได้อภิปราย และให้มุมมองเกี่ยวกับผลวิจัยทางการแพทย์ที่แสดงถึงผลกระทบจากการชกมวย โดยกล่าวถึง ลักษณะของกีฬามวยซึ่งเป็นการเข้ากระท าต่อกันโดยใช้ก าลังระหว่างนักกีฬาซึ่งยอมรับ ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการแข่งขัน จากการวิจัยพบว่าการชกมวยมีผลกระทบต่อ สมรรถภาพทางสมองของนักกีฬา ซึ่งกระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกาได้รายงานสถานการณ์และ การขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุดในประเทศไทย ประจ าปี พ.ศ. ๒๕๖๑ (Findings on the Worst Forms of Child Labor ค.ศ. ๒๐๑๘) รายละเอียดตามภาคผนวก ก โดยจัดอันดับประเทศที่มีการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุดโดยลดอันดับประเทศไทย ให้มีความก้าวหน้าระดับปานกลาง (Moderate Advancement) ในความพยายามที่จะขจัด รูปแบบการใช้แรงงานเด็กที่เลวร้ายที่สุด ซึ่งปรากฏการตายของเพชรมงคล ส.วิไลทอง ประกอบ ผลการจัดอันดับด้วย ประเด็นที่ส าคัญ คือ การท าให้ต่างประเทศยอมรับแนวทางการแก้ไข ปัญหาของประเทศไทยต้องพิจารณาเป้าประสงค์ที่ต่างประเทศมุ่งหวังให้ประเทศไทยแก้ไข จากการศึกษาวิจัยผลกระทบจากการชกมวยโดยศึกษา วิเคราะห์ฮอร์โมนจากต่อมใต้สมอง และการศึกษาของศาสตราจารย์ แพทย์หญิง จิราพร สิทธิถาวร ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจร่างกายโดยเครื่องตรวจที่ใช้คลื่นสนามแม่เหล็กความเข้มสูง และคลื่นความถี่ในย่านความถี่วิทยุ (Magnetic Resonance Imaging (MRI)) จากการตรวจ นักมวยเปรียบเทียบกับผู้ที่มิได้ชกมวยพบว่า
๙๓ ๑) นักมวยมีธาตุเหล็กซึ่งเป็นสารของเม็ดเลือดแดง ตกค้างในสมองแตกต่างจากผู้ที่ไม่ได้ชกมวยอย่างชัดเจน ซึ่งบ่งบอกถึงความเสียหายที่เซลล์ สมองได้รับจากการชกมวย ๒) เส้นใยที่เชื่อมโยงเส้นประสาทของนักมวยมีความ เสียหายซึ่งส่งผลกระทบต่อการตอบสนองของร่างกายอย่างมีนัยส าคัญมากกว่าผู้ที่ไม่ได้ชกมวย ๓) การทดสอบการท างานของสมองด้านความจ า นักมวยมีสมรรถภาพในการท างานของสมองด้านความจ าน้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้ชกมวย ๔) ผู้ที่ชกมวยมาเป็นระยะเวลานานจะมีความฉลาด ทางเชาวน์ปัญญา การคิด การใช้เหตุผล การค านวณ การเชื่อมโยง (Intelligence Quotient (IQ)) ต่ ากว่าผู้ที่ไม่ได้ชกมวย การศึกษาวิจัยนี้ด าเนินกับผู้รับการวิจัยกว่า ๒๐๐ คน ผลกระทบที่เกิดขึ้นมิได้เกิดกับนักมวยทุกคนซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับการเกิดโรคทั่วไป ทั้งนี้ นักวิชาการเคยมีข้อเสนอ ดังนี้ ๑) เด็กอายุต่ ากว่า ๑๐ ปี ต้องแข่งขันแบบไม่มีการ ปะทะเท่านั้น เช่นเดียวกับระเบียบของสมาคมมวยไทยสมัครเล่น และ IFMA (International Federation of Muaythai Amateur) ซึ่งเป็นที่ยอมรับของนานาชาติทั่วโลกหรือท ากิจกรรม แข่งไหว้ครู (WAI-KRU COMPETITION) ๒) อายุ ๑๐ – ๑๒ ปีแข่งขันแบบปะท ะกันได้ แต่ไม่ชกหัว (STRIKES TO THE HAED ARE STRICTLY PROHIBITED) ต้องใส่ Body Guard หรือ Head Guard ด้วย ๓) อายุ ๑๓ – ๑๕ ปีกติกาไม่อนุญาตให้กระท าที่ศีรษะ แบบรุนแรง หรือเปลี่ยนกติกาแข่งแบบปะทะได้แบบมวยไทยสมัครเล่น ต้องใส่ Body Guard หรือ Head Guard การสัมผัสกับเป้าหมายคือการได้คะแนนไม่เน้นการกระท าที่รุนแรง และการน๊อคเอาท์ ซึ่งกติกาดังกล่าวสามารถน ามาใช้เป็นมาตรฐานและจะท าให้วงการกีฬาสากล ยอมรับมวยไทยว่ามีความศิวิไลซ์เพียงพอที่จะเป็นกีฬาโอลิมปิกได้ ดังนั้น การแก้ไขปัญหา ต้องยอมรับข้อเท็จจริงของผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการชกมวย ปรับเปลี่ยนวิธีการให้เป็นที่ ยอมรับและขณะเดียวกันก็สามารถคงความเป็นวัฒนธรรมไว้ ขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบ ที่เลวร้าย บังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองเด็กอย่างเคร่งครัดโดยเฉพาะการขอ อนุญาตจัดการแข่งขัน การใช้อุปกรณ์ป้องกัน และมาตรการเพื่อความปลอดภัยต่าง ๆ ก าหนด อายุต่ าสุดที่มาสามารถชกมวยได้ให้มีความชัดเจน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องท างานเชิงรุก ในการตรวจสอบการฝ่าผืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย และพัฒนาให้การชกมวยเป็นกีฬาที่เล่น เพื่อสุขภาพ
๙๔ (๔.๕) การเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมการสัมมนาฯ และข้อเสนอแนะที่น่าสนใจ ดังนี้ (๔.๕.๑) ควรมีแน วท างปฏิบัติ คู่มือ และกติกามวยไทย ส าหรับเด็กเพื่อคุ้มครองเด็กที่ชกมวยโดยอาศัยความร่วมมือของแพทย์ วิทยาศาสตร์การกีฬา นักกีฬามวย รวมถึงนักกฎหมาย เพื่อให้การชกมวยเป็นกีฬาที่เหมาะสมส าหรับเด็ก (Sport for Kid) ส่งเสริมให้มีสุขภาพที่ดี แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน (๔.๕.๒) การชกมวยตั้งแต่เด็กมีผลท าให้วงการมวยไทย ประสบความส าเร็จหรือไม่รวมทั้งสามารถใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาทดแทนการฝึกฝนตั้งแต่เด็ก ได้หรือไม่นั้น เห็นว่าเนื่องจากเป็นความเชื่อของนักกีฬามวยและครอบครัวว่าหากฝึกฝน ตั้งแต่เด็กจะท าให้ประสบความส าเร็จ ซึ่งโดยข้อเท็จจริงแล้วการฝึกฝนชกมวยไทย ในต่างประเทศฝึกฝนผ่านการดูคลิปวีดีโอสอนชกมวยหรือใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาทดแทน (๔.๕.๓) กีฬามวยเป็นศิลปวัฒนธรรมของไทยและขณะเดียวกัน ก็เป็นกีฬาที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของนักกีฬา ค าถาม คือ จะท าอย่างไรให้ความเป็นกีฬามวยทั้ง ๒ ประการ เป็นที่ยอมรับของต่างประเทศ หากผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งนักกีฬามวย กรรมการ ผู้ฝึกสอน ผู้ออกกฎเกณฑ์ ด าเนินงานไปโดยมีทิศทางและเป้าหมายอย่างเดียวกันก็จะสามารถขับเคลื่อน และออกแบบกฎเกณฑ์กติกาให้มีความเหมาะสมตามช่วงอายุเป็นมาตรฐานเดียวกัน ตลอดจน การออกแบบโปรแกรมการฝึกซ้อม การแข่งขัน และอาชีพที่จะรองรับนักกีฬามวยเมื่อเลิก แข่งขัน ซึ่งจะท าให้นักกีฬามีความปลอดภัยในการแข่งขัน เกิดรายได้กับประเทศ และเป็นการ คงไว้ซึ่งความเป็นศิลปวัฒนธรรมของไทยโดยได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ ๓.๓.๒ ขั้นตอนที่ ๒ การวิเคราะห์เพื่อจัดท าข้อเสนอ เป็นการใช้ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพที่ได้จากการประชุมกลุ่ม ด้วยการวิเคราะห์เนื้อห า (Content Analysis) เพื่อสรุปป ระเด็นน าไปสู่การน าเสนอ แนวทางการบริหารจัดการ และการใช้ประโยชน์โดยใช้การประชุมระดมสมอง เพื่อจัดท าข้อสรุป และน าเสนอประเด็นที่น่าสนใจในแนวทางการคุ้มครองและป้องกันการท างานในรูปแบบที่อาจ เป็นอันตรายต่อเด็กท างาน : กรณีมวยเด็ก
บทที่ ๔ ผลการพิจารณาศึกษา ๔.๑ ข้อมูลทั่วไป จากรายงานสถานการณ์และการขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายในประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๑ (Finding on the Worst Forms of Child Labor ค.ศ. ๒๐๑๘) ของกระทรวง แรงงานสหรัฐอเมริกา รายละเอียดตามภาคผนวก ก ได้กล่าวถึงเด็กเข้าแข่งขันชกมวยไทยที่ อันตราย โดยไม่มีการใช้อุปกรณ์ป้องกันอันเป็นไปต ามข้อบังคับของสมาคมและ ก า ร แ ข่ง ขั น ม ว ยไท ย ส า ก ล ( International Federation of Muaythai Associations) ซึ่งรวมถึงการใช้ยางกันฟันหรือสนับฟัน กระจับ เครื่องป้องกันศีรษะ คาง หัวไหล่ ข้อศอก รวมทั้งอุปกรณ์ป้องกันร่างกายเด็กที่เข้าแข่งขันมวยไทยประสบการบาดเจ็บศีรษะอย่างรุนแรง รวมถึงเลือดออกในสมองเส้นประสาทเสื่อมรอบก้านสมอง นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าเด็กอายุ ๑๓ ปีเสียชีวิตจากการบาดเจ็บในระหว่างการแข่งขันมวยไทยในกิจกรรมการกุศลของโรงเรียน นอกจากนี้รายงานฉบับดังกล่าวยังกล่าวถึงประเด็นที่ยังไม่ชัดเจนว่าเด็กที่แข่งขันมวยไทย จะเป็นลูกจ้างตามกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงานหรือไม่รวมถึงไม่สามารถพิจารณาได้ว่า รัฐบาลได้มีการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองเด็กที่ก าหนดห้ามไม่ให้บังคับ ขู่เข็ญ ใช้ชักจูง ยุแหย่ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กเล่นกีฬา หรือกระท าการใดเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ ทางการค้าอันมีลักษณะเป็นการขัดขวางพัฒนาการและการเติบโตของเด็ก ปัจจุบันการแข่งขันชกมวยเด็กมีแพร่หลายและเป็นที่นิยมในวงการกีฬามวยเป็นอย่างมาก สามารถสืบค้นได้จาก search engine ต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย เด็กชกมวยจะถูกฝึกตั้งแต่อายุ ๕ – ๖ ปีและส่วนใหญ่ขึ้นเวทีชกแข่งขันอายุไม่ถึง ๑๕ ปีซึ่งจากผลการประเมินการใช้แรงงานเด็ก ในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุดประจ าปี ๒๕๖๑ กระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกาได้มีข้อเสนอแนะให้มี การออกกฎหมายคุ้มครองเด็ก โดยห้ามเด็กอายุต่ ากว่า ๑๘ ปีมีส่วนเกี่ยวข้องกับ การชกมวยไทยที่ปราศจากอุปกรณ์ป้องกันและห้ามมีการสัมผัสศีรษะของคู่ต่อสู้ในทุกรูปแบบ ซึ่งหากไทยไม่มีการปรับปรุงแก้ไขอาจมีผลน าไปสู่ประเด็นการกีดกันทางการค้าต่อไปได้ ๔.๒ การวิเคราะห์ข้อมูล ตามที่ได้กล่าวไปแล้วในบทก่อนหน้าว่า “มวยไทย” จัดเป็นกีฬาประจ าชาติที่มีศิลปะ วิชาการมีต านานที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานจากรุ่นสู่รุ่น ผู้ที่เล่นกีฬามวยไทยนอกจากจะได้ ประโยชน์จากการมีสมรรถภาพร่างกายที่ดีมีภูมิต้านทานโรคสูงแล้ว ยังช่วยให้มีจิตใจที่เข้มแข็ง มีความสุขุมรอบคอบ อดทน ฝึกตนให้เป็นผู้ที่มีระเบียบวินัย สามารถใช้วิชามวยไทยในการ ประกอบอาชีพ และการป้องกันตัว อันเป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตในสังคมประจ าวันได้ การแข่งขันกีฬามวยไทยในปัจจุบันนั้น นอกจากจะเป็นที่นิยมในประเทศแล้วยังได้รับ ความสนใจอย่างแพร่หลายจากประเทศต่าง ๆ ทั้งในเอเชีย ยุโรป และอเมริกาท าให้ชาวต่างชาติ ได้รู้จักความเป็นไทยเพิ่มมากขึ้น และเกิดความนิยมยกย่องในความสามารถและศาสตร์ด้านการ ต่อสู้แบบมวยไทย จนมีการเปิดการเรียนการสอนกีฬามวยไทยในหลาย ๆ ประเทศ น ามาสู่
๙๖ การจัดการแข่งขันในระดับโลก และการสร้างงานสร้างอาชีพในวงกว้างจึงถือเสมือนเป็นศิลปะ การกีฬาที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อชาวโลกทั้งมวล อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากีฬามวยไทยเป็นกีฬาที่มีประโยชน์ดังที่ได้กล่าวมาแล้วแต่การเข้าถึง การแข่งขันกีฬามวยไทยโดยปราศจากการป้องกันตัวที่ดีนั้น ก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย และอาจถึงแก่ชีวิตได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้เด็กขึ้นชกมวยไทยสังคมยังมีกรอบมุมมอง ด้วยเหตุผลการสืบทอดทางวัฒนธรรม น าเอกลักษณ์ความเป็นไทยออกเผยแพร่ สังคมยังขาด ความตระหนักถึงผลกระทบต่อสุขภาพ และความปลอดภัยของเด็กทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมทั้งบางส่วนยังแฝงไว้ด้วยผลประโยชน์ทางธุรกิจ ในขณะที่ยังไม่สามารถรับประกัน ความปลอดภัยให้กับนักมวยเด็กได้จึงเป็นปัญหาที่เกิดจากการจัดกิจกรรมด้านกีฬามวย แต่ส่งผลกระทบถึงด้านแรงงาน คือ เด็กขึ้นเวทีชกมวยโดยเฉพาะมวยไทยในลักษณะมวยอาชีพ เพื่อหารายได้จุนเจือครอบครัวจึงเข้าลักษณะการท างาน และถือเป็นแรงงานประเภทหนึ่ง ซึ่งในทางสากลแล้วถือว่างานลักษณะนี้เป็นงานอันตรายเกินไปส าหรับเด็กอายุ ๑๘ ปีท าให้ ต่างชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศคู่ค้าที่ส าคัญของประเทศไทยอย่างเช่นประเทศสหรัฐอเมริกา ได้หยิบยกกรณีดังกล่าวขึ้นมาเป็นข้อกล่าวอ้าง เพื่อน าไปสู่การสร้างเงื่อนไขในการกีดกัน ทางการค้า ได้ท าการประเมินสถานการณ์การใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุด โดยรายงานสถานการณ์และการขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุดในประเทศไทย ของกระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกา พ.ศ. ๒๕๖๑ (Findings on the Worst Forms of Child Labor ค.ศ. ๒๐๑๘) ซึ่งได้ลดจากก้าวหน้าอย่างมีนัยยะส าคัญ (Significant Advancement) เป็นคืบหน้าปานกลาง (Moderate Advancement) รายละเอียดตามภาคผนวก ก และมีการ ตอกย้ าด้วยรายงานสถานการณ์และการขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุดใน ประเทศไทยของกระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกา พ.ศ. ๒๕๖๒ (Findings on the Worst Forms of Child Labor ค.ศ. ๒๐๑๙) รายละเอียดตามภาคผนวก จ และรายงานสถานการณ์ และการขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุดในประเทศไทยของกระทรวงแรงงาน สหรัฐอเมริกา พ.ศ. ๒๕๖๓ (Findings on the Worst Forms of Child Labor ค.ศ. ๒๐๒๐) รายละเอียดตามภาคผนวก ฉซึ่งสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นเดิมไม่มีอะไรดีขึ้น โดยเห็นว่ามวยเด็ก หารายได้ยังคงเป็นสาเหตุส าคัญจึงเสนอแนะให้ประเทศไทยควรก าหนดให้มวยอาชีพเป็นงานที่ อันตรายส าหรับเด็ก เนื่องจากประเทศไทยไม่สามารถที่จะคุ้มครองสิทธิของเด็กและขจัดปัญหา การใช้แรงงานเด็กได้อย่างจริงจัง มีการใช้แรงงานเด็กที่เสี่ยงต่ออันตราย เด็กขึ้นชกมวยไทยหา รายได้โดยไม่สวมอุปกรณ์ป้องกันร่างกายสมองของเด็กได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ท าให้หน่วยงานภาครัฐเกี่ยวข้องต้องหันมาให้ความส าคัญกับการก าหนดกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในการ ชกมวยเด็กด้วยเพราะเห็นว่าระบบการบริหารจัดการมวยไทยในปัจจุบันนั้น ยังมีช่องโหว่ที่ อาจจะกลายเป็นสิ่งบั่นทอนวงการมวยของประเทศไทยในอนาคต รวมถึงความปลอดภัยของ เด็กที่จะต้องได้รับการดูแลปกป้องตามสิทธิของกฎหมาย ในขณะที่ทัศนคติของผู้ปกครองของ นักมวยเด็ก สภาพเศรษฐกิจสังคม รวมทั้งสภาพแวดล้อมธุรกิจมวยไทยในต่างจังหวัด ก็มีส่วนที่ ท าให้ค่ายมวยและผู้จัดการแข่งขันละเลยต่อความปลอดภัยของเด็กโดยมุ่งหวังไปที่ชัยชนะและ
๙๗ เงินรางวัล รวมทั้งรายได้ของผู้ประกอบธุรกิจและการพนัน โดยขาดองค์ความรู้และการบริหาร จัดการที่ดี ภายใต้การศึกษาวิเคราะห์ในรายงานของอนุกรรมาธิการด้านการสวัสดิการและคุ้มครอง แรงงานฉบับนี้ได้มีการพิจารณาร่วมกันในเบื้องต้นว่ากรณีการค้าประเวณีเด็ก ขอทานเด็ก แรงงานบังคับการท างานที่อันตราย ล้วนแล้วแต่เป็นพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน แต่ส าหรับมวยเด็กนั้นเป็นเรื่องน่าแปลกที่ยังปรากฏให้เห็นเป็นปกติตามสื่อต่าง ๆ จึงน่าที่จะมี ความผิดปกติและผลประโยชน์แอบแฝงอยู่เบื้องหลังวงการธุรกิจนี้อย่างไรก็ตามเรามิอาจ ปฏิเสธได้ว่าการที่เด็กมีความรักและฝึกกีฬามวยไทยเป็นสิ่งที่ดี เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิด ประโยชน์ป้องกันการใช้สารเสพติดในหมู่เด็กและเยาวชน สามารถพัฒนาตนเองไปสู่การเป็น นักกีฬามวยอาชีพโดยสมบูรณ์ได้ แต่จะต้องอยู่บนพื้นฐานของการจัดการที่มีองค์ความรู้ ทางวิทยาศาสตร์ที่ดีเพียงพอ การฝึกมวยเด็กที่มีอายุยังน้อยนั้น แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่เรียนรู้ ได้เร็ว แต่หากขาดค าแนะน าตามแนวทางที่ถูกต้องและปลอดภัย ก็เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงและเป็น อันตราย ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนั้น มักพบว่าการให้เด็กขึ้นชกมวย ไม่ได้มีการเข้มงวดมากนัก ทั้งในเรื่องของกฎกติกาการก าหนดระยะเวลาพักฟื้น การจัดอุปกรณ์ป้องกัน ร่างกาย อย่างเหมาะสม การขออนุญาตในการแข่งขัน การขึ้นทะเบียนทั้งนักมวยและผู้จัดการแข่งขัน รวมถึงการไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายที่ห้ามให้เด็กอายุต่ ากว่า ๑๕ ปีขึ้นเวทีชกมวย ท าให้เด็ก ที่ชกมวยไม่ได้รับความคุ้มครองและการฝึกฝนอย่างถูกต้องตามช่วงเวลาที่เหมาะสม จนส่งผล กระทบต่อสมองของเด็กในระยะยาว ๔.๒.๑ ผลจากการประชุมรับฟังความคิดเห็นผู้เกี่ยวข้อง ผลจากการประชุมร่วมกับผู้แทนกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ผู้แทนฝ่ายแพทย์ และผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนกระทรวงแรงงาน และผู้แทนกระทรวงพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์สรุปสาระส าคัญได้ดังนี้ (๑) คณะอนุกรรมาธิการได้รับทราบปัญหาเกี่ยวกับการด าเนินการปัญหา อุปสรรคในการบังคับใช้กฎหมายของผู้แทนกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา และการควบคุม กรณีปัญหาการชกมวยเด็ก และกฎหมายล าดับรองที่เกี่ยวข้อง ตามพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยมีข้อเสนอให้ผู้แทนส านักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พิจารณาเสนอ “คณะกรรมการกีฬามวย” เพื่อพิจารณาก าหนดระเบียบและกติกามาตรฐานส าหรับการแข่งขันกีฬามวย เพื่อใช้ในการ จัดการแข่งขันกีฬามวย โดยค านึงถึงอายุ เพศ ความปลอดภัยของนักมวยและจารีตประเพณี ในการแข่งขันกีฬามวย ตามมาตรา ๑๖ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและมีมาตรฐานสากล รวมทั้ง ควบคุมการจัดการแข่งขันกีฬามวย ส าหรับมีผู้มีอายุต่ ากว่าสิบห้าปีบริบูรณ์ตามมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๒๙ ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายอย่างเคร่งครัด (๒) คณะอนุกรรมาธิการได้รับทราบปัญหาและผลกระทบด้านสุขภาพที่จะเกิด กับเด็กนักมวยที่อายุต่ ากว่าสิบห้าปีจากการถูกชกศีรษะซึ่งจากงานวิจัยชี้ว่าจะส่งผลกระทบ ต่อสมองด้านความจ าและอาการบกพร่องทางปัญญาหรือภาวะสมองเสื่อม
๙๘ (๓) คณะอนุกรรมาธิการมีข้อเสนอแนะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับปัญหา ของ “เด็ก” ทั้งในมิติด้านการกีฬา คือ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มิติด้านการคุ้มครองเด็ก คือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และท้ายสุดมิติด้านการใช้แรงงานเด็ก คือ กระทรวงแรงงาน ควรร่วมบูรณาการท างานเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อไป (๔) กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ควรพิจารณาก าหนด นโยบายหรือแผนงานในการป้องกันปัญหาด้านการคุ้มครองเด็ก : กรณีมวยเด็ก ดังนี้ (๔.๑) ด าเนินการส ารวจและจัดท าข้อมูล แผนงาน หรือก าหนดหลักเกณฑ์ การปฏิบัติงานส าหรับพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเครือข่ายของสภาเด็กและเยาวชน เพื่อเป็นการ เฝ้าระวังและป้องกันปัญหาการละเมิดสิทธิเด็กในพื้นที่ทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นเฉพาะประเภท กีฬา “เด็กเล่นกีฬา” ที่มีความเสี่ยงจะเกิดอันตรายหรือเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางการค้า อันมีลักษณะเป็นการขัดขวางต่อการเจริญเติบโตหรือพัฒนาการของเด็กหรือมีลักษณะเป็นการ ทารุณกรรมต่อเด็ก ตามตรา ๒๖ (๗) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ (๔.๒) ด าเนินการตรวจสอบข้อมูลหรือคลิปวีดีโอการชกมวยเด็กซึ่งเข้าข่าย เป็นการกระท าความผิดและเห็นควรประสานงานกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อด าเนินการระงับหรือขอความร่วมมือกับ สื่อออนไลน์ เช่น YouTube ประเทศไทยเพื่อระงับ การเผยแพร่ข้อมูลหรือคลิปดังกล่าว (๔.๓) กรมกิจการเด็กและเยาวชน ควรจัดฐานข้อมูลเกี่ยวกับสถิติ การด าเนินคดีกรณีมวยเด็ก ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ หรือพระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๑ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา ด าเนินการตามอ านาจหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ๔.๒.๒ ผลจากการศึกษาดูงาน คณะอนุกรรมาธิการมีเห็นและข้อเสนอแนะ ดังนี้ (๑) คณะอนุกรรมาธิการเห็นว่าการบังคับใช้กฎหมายอ านาจอยู่ภายใต้ คณะกรรมการกีฬามวยตามพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ ส านักงานคณะกรรมการกีฬา มวย ควรพิจารณาก าหนด กฎ กติกา ระเบียบ เพื่อควบคุมหัวหน้าค่ายมวย ผู้ฝึกสอน รวมถึง มาตรฐานที่ถูกต้อง ทั้งนี้ แนวทางหรือวิธีการให้เด็กอายุต่ ากว่า ๑๕ ปี ให้ปะทะน้อยลง ไม่เน้น ให้ต่อยสมอง ให้ใช้ลูกไม้มวยไทย และลดการชกจาก ๕ ยกเหลือ ๓ ยก หรือกรณีเด็กที่มีอายุ ต่ ากว่า ๑๒ ปี ควรมุ่งเน้นในเรื่องของการร่ายร าซึ่งเป็นศิลปะมากกว่า ทั้งนี้ตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติการกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ ก าหนดว่า “มาตรา ๙ ให้คณะกรรมการมีอ านาจ หน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๕) ออกข้อบังคับ ระเบียบ หรือประกาศเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามอ านาจ หน้าที่ของคณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้ ตลอดจนออกข้อบังคับว่าด้วยการประชุม และการด าเนินงานของคณะกรรมการ”
๙๙ (๒) กรณีการสวมใส่เฮดการ์ด กรณีการชกปะทะศีรษะ มีข้อเสนอให้พิจารณา ก าหนด กฎ กติกา ระเบียบที่เกี่ยวข้อง ตามความในมาตรา ๑๖ พระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ และมาตรา ๒๖ ประเด็นการจดทะเบียน ผู้จัดให้มีการแข่งขันกีฬามวย หากมีการ ฝ่าฝืนหรือกระท าผิดจะต้องมีการถอนใบอนุญาต รวมทั้งควรน าวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามา ประยุกต์ใช้ในการฝึกซ้อมร่วมด้วย ทั้งนี้ หากไม่มีมาตรการอย่างหนึ่งอย่างใดอาจถูกมาตรการ จากต่างประเทศ และส่งผลกระทบต่อธุรกิจในภาพรวมของประเทศได้แต่หากสามารถ ด าเนินการได้ตามนี้จะท าให้ภาพลักษณ์วงการชกมวยดีขึ้น (๓) ประเด็นปัญหาข้อจ ากัดเรื่องบุคลากรในการบังคับใช้กฎหมายนั้น คณะอนุกรรมาธิการมีข้อเสนอให้ด าเนินการเทียบเคียงกรณี IUU ยกตัวอย่างเช่น การแต่งตั้ง ผู้แทนทหารเรือ ผู้แทนกระทรวงแรงงาน และผู้แทนกรมประมง ลงพื้นที่ด าเนินการร่วมกัน แต่กรณีตามพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ การแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นอ านาจของ นายทะเบียน โดยไม่ได้ก าหนดว่าพนักงานเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงใด “พนักงานเจ้าหน้าที่” ห ม า ย ค ว า ม ว่ า ผู้ ซึ่ง ผู้ ว่ า ก า ร ก า ร กีฬ า แ ห่ง ป ร ะ เ ท ศไ ท ย แ ต่ง ตั้งใ ห้ ป ฏิ บั ติ ก า ร ตามพระราชบัญญัตินี้โดยเพิ่มอัตราก าลัง พนักงานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ฝ่ายต่าง ๆ พนักงาน ฝ่ายปกครอง ต ารวจ ฯลฯ เข้ามาช่วยในคณะอนุกรรมการหรือแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ เป็นอีกช่องทางหนึ่ง ๔.๒.๓ ผลจากการสัมมนา (๑) ข้อเสนอจากวิทยากรในฐานะหัวหน้าค่ายมวยส าหรับการชกมวยของเด็ก ที่อายุต่ ากว่า ๑๕ ปี เห็นว่าควรมีอุปกรณ์ป้องกันทั้งบริเวณศีรษะและล าตัวเนื่องจากเด็กอายุ ต่ ากว่า ๑๕ ปี ก าลังอยู่ในวัยที่ก าลังเจริญเติบโตทั้งทางด้านร่างกายและสติปัญญาประกอบกับ การปะทะกันอย่างรุนแรงซึ่งอาจมีผลกระทบต่อนักกีฬาซึ่งเป็นเด็ก ทั้งนี้ ในต่างประเทศ ยกตัวอย่าง ประเทศคิวบา เริ่มฝึกซ้อมเมื่อเด็กเข้าสู่ช่วงเป็นวัยรุ่นแล้วซึ่งสามารถพัฒนาเทคนิค และน าวิทยาศาสตร์การกีฬามาใช้ในการฝึกซ้อมได้ผลเป็นอย่างดี การสัมมนาครั้งนี้จึงเป็นไป เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาให้การชกมวยไทยคงอยู่ร่วมกับวัฒนธรรมของไทยต่อไป (๒) ข้อเสนอแนะจากฝ่ายแพทย์ ให้พิจารณาปรับปรุงกฎ ระเบียบ กติกา ดังนี้ (๒.๑) เด็กอายุต่ ากว่า ๑๐ ปี ต้องแข่งขันแบบไม่มีการปะทะเท่านั้น เช่นเดียวกับระเบียบของสมาคมมวยไทยสมัครเล่น และ IFMA (International Federation of Mathai Amateur) ซึ่งเป็นที่ยอมรับของนานาชาติทั่วโลกหรือท ากิจกรรมแข่งไหว้ครู (WAI-KRU COMPETITION) (๒.๒) เด็กอายุ ๑๐ – ๑๒ ปี แข่งขันแบบปะทะกันได้ แต่ไม่ชกหัว (STRIKES TO THE HAED ARE STRICTLY PROHIBITED) ต้องใส่ Body Guard หรือ Head Guard ด้วย (๒.๓) เด็กอายุ ๑๓ – ๑๕ ปี กติกาไม่อนุญาตให้กระท าที่ศีรษะแบบรุนแรง หรือเปลี่ยนกติกาแข่งแบบปะทะได้แบบมวยไทยสมัครเล่น ต้องใส่ Body Guard หรือ Head Guard การสัมผัสกับเป้าหมายคือการได้คะแนนไม่เน้นการกระท าที่รุนแรง และการน๊อคเอาท์ ซึ่งกติกาดังกล่าวสามารถน ามาใช้เป็นมาตรฐานและจะท าให้วงการกีฬาสากลยอมรับมวยไทย ว่ามีอารยธรรมเพียงพอที่จะเป็นกีฬาโอลิมปิกได้
๑๐๐ การแก้ไขปัญหาต้องยอมรับข้อเท็จจริงของผลกระทบที่เกิดขึ้นจาก การชกมวย ปรับเปลี่ยนวิธีการให้เป็นที่ยอมรับและขณะเดียวกันก็สามารถคงความเป็น วัฒนธรรมไว้ ขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย บังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการ คุ้มครองเด็กอย่างเคร่งครัดโดยเฉพาะการขออนุญาตจัดการแข่งขัน การใช้อุปกรณ์ป้องกันและ มาตรการเพื่อความปลอดภัยต่าง ๆ ก าหนดอายุต่ าสุดที่สามารถชกมวยได้ให้มีความชัดเจน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องท างานเชิงรุกในการตรวจสอบการฝ่าผืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย และ พัฒนาให้การชกมวยเป็นกีฬาที่เล่นเพื่อสุขภาพ (๓) ข้อเสนอแนะจากการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมการสัมมนา (๓.๑) ควรมีแนวทางปฏิบัติ คู่มือ และกติกามวยไทยส าหรับเด็กเพื่อคุ้มครอง เด็กที่ชกมวยโดยอาศัยความร่วมมือของแพทย์ วิทยาศาสตร์การกีฬา นักกีฬามวย รวมถึง นักกฎหมาย เพื่อให้การชกมวยเป็นกีฬาที่เหมาะสมส าหรับเด็ก (Sport for Kid) ส่งเสริมให้มี สุขภาพที่ดี แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน (๓.๒) การชกมวยตั้งแต่เด็กมีผลท าให้วงการมวยไทยประสบความส าเร็จ หรือไม่รวมทั้งสามารถใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาทดแทนการฝึกฝนตั้งแต่เด็กได้หรือไม่นั้น เห็นว่า เนื่องจากเป็นความเชื่อของนักกีฬามวยและครอบครัวว่าหากฝึกฝนตั้งแต่เด็กจะท าให้ ประสบความส าเร็จ ซึ่งโดยข้อเท็จจริงแล้วการฝึกฝนชกมวยไทยในต่างประเทศฝึกฝนผ่านการดู คลิปวิดีโอสอนชกมวยหรือใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาทดแทน (๓.๓) กีฬามวยเป็นศิลปวัฒนธรรมของไทยและขณะเดียวกันก็เป็นกีฬาที่มี ผลกระทบต่อสุขภาพของนักกีฬา ค าถาม คือ จะท าอย่างไรให้ความเป็นกีฬามวยทั้ง ๒ ประการ เป็นที่ยอมรับของต่างประเทศ หากผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งนักกีฬามวย กรรมการ ผู้ฝึกสอน ผู้ออก กฎเกณฑ์ ด าเนินงานไปโดยมีทิศทางและเป้าหมายอย่างเดียวกันก็จะสามารถขับเคลื่อน และออกแบบกฎเกณฑ์กติกาให้มีความเหมาะสมตามช่วงอายุเป็นมาตรฐานเดียวกัน ตลอดจน การออกแบบโปรแกรมการฝึกซ้อม การแข่งขัน และอาชีพที่จะรองรับนักกีฬามวยเมื่อเลิก แข่งขัน ซึ่งจะท าให้นักกีฬามีความปลอดภัยในการแข่งขัน เกิดรายได้กับประเทศ และเป็นการ คงไว้ซึ่งความเป็นศิลปวัฒนธรรมของไทยโดยได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ ๔.๓ ผลการวิเคราะห์ข้อมูล จากการวิเคราะห์สถานการณ์เกี่ยวกับมวยเด็กของประเทศไทยพบว่า มีองค์ประกอบของ ปัญหาอย่างน้อย ๓ มิติ ที่ควรจะได้รับการพิจารณาและน าไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างเป็น รูปธรรมประกอบด้วย ๔.๓.๑ มิติด้านแรงงาน โดยเห็นว่าเด็กที่ขึ้นชกมวยไทยเพื่อหารายได้จุนเจือครอบครัว ถือเป็นการท างาน รูปแบบหนึ่งใน ขณะที่งานวิจัยทางการแพทย์ได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่าการชกมวยอาชีพเป็นงาน ที่อันตรายส าหรับเด็ก และเข้าลักษณะของการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุด ตามอนุสัญญา ILO C 182 เนื่องจากเป็นอันตรายต่อสุขภาพความปลอดภัยทั้งร่างกาย และสมอง เป็นอันตรายต่อศีลธรรมซึ่งเกี่ยวข้องกับการพนัน โดยจะต้องมีการห้าม
๑๐๑ และด าเนินการทันทีเพื่อขจัดรูปแบบที่เลวร้ายที่สุดของการใช้แรงงานเด็ก ซึ่งประเทศไทยได้ให้ สัตยาบันแล้ว ประเด็นที่ควรจะได้มีการพิจารณาควบคู่กันไปก็คือการคุ้มครองเด็กท างานที่ไม่มี นิติสัมพันธ์ตามสัญญาจ้างแรงงาน นั้น จากนิยาม ก าลังแรงงาน แม้ว่าเด็กอายุต่ ากว่า ๑๕ ปี ยังไม่อยู่ในก าลังแรงงาน แต่จากข้อเท็จจริง เมื่อเด็กอายุต่ ากว่า ๑๕ ปี ซึ่งชกมวยและได้รับค่าตอบแทน และการชกมวย เป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แม้ว่าจะเรียกเป็นแรงงานเด็ก หรือเด็กท างานก็ตาม เด็กที่ขึ้นชกมวย เป็นผู้ท างาน ซึ่งการกล่าวถึงของกระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกาจะเข้ากับอนุสัญญา ฉบับที่ ๑๘๒ ที่ว่าด้วยรูปแบบที่เลวร้ายที่สุดของการใช้แรงงานเด็ก ที่ได้ก าหนดข้อห้ามเกี่ยวกับ งานที่ท าโดยลักษณะของงานหรือโดยสภาพแวดล้อมในการท างานมีแนวโน้มที่จะเป็นอันตราย ต่อสุขภาพ ความปลอดภัย และศีลธรรมอันดีของเด็ก ประเทศไทยมีกฎหมายหลายฉบับที่มีความเกี่ยวข้องกับการท างานของเด็ก เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ นิติสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างซึ่งเด็กที่ ชกมวยมิได้อยู่ในฐานะลูกจ้างกับผู้จัดการแข่งขันในลักษณะของการจ้างแรงงาน แต่มีลักษณะ เป็นสัญญาอื่นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เช่น สัญญาจ้างท าของ อย่างไรก็ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ และพระราชบัญญัติ กีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้ให้ความคุ้มครองเด็กไว้เป็นการเฉพาะ โดยตามมาตรา ๒๙ (๑) แห่งพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ นักมวยที่จะเข้าสู่สังเวียนการแข่งขันได้โดย มาตรา ๒๙ (๑) ก าหนดให้“นักมวยผู้ซึ่งจะเข้าแข่งขันกีฬามวย จะต้องมีอายุไม่ต่ ากว่า ๑๕ ปีบริบูรณ์ และต้องจดทะเบียนกับนายทะเบียนเสียก่อน แต่ยังไม่มีความชัดเจนเนื่องจาก วรรคท้ายของมาตรา ๒๙ ดังกล่าว ก าหนดว่าผู้เยาว์ที่จดทะเบียนนักมวยแล้วอาจท านิติกรรม อันเกี่ยวกับการเข้าแข่งขันกีฬามวยได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมอีก ซึ่งกรณีการให้ผู้เยาว์ที่ยังอยู่ในวัยต่ ากว่า ๑๕ ปี หรือระหว่าง ๑๕ – ๑๘ ปี ขึ้นทะเบียนเข้าสู่ สังเวียนและขึ้นชกแข่งขันเพื่อประโยชน์ทางการค้าอาจเข้าข่ายผิดพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งความในมาตรา ๒๖ (๖)ได้บัญญัติไว้ว่า “ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมาย อื่นไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ ห้ามผู้ใดใช้ จ้าง หรือวานเด็กให้ท างาน หรือกระท าการอันอาจ เป็นอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโต หรือขัดขวางต่อพัฒนาการ ของเด็ก” มาตรา ๒๖ (๗) ได้บัญญัติไว้ว่า “ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่นไม่ว่าเด็กจะ ยินยอมหรือไม่ ห้ามผู้ใดบังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กเล่นกีฬาหรือให้ ก ร ะท าก า รใดเพื่อแส วงห าป ร ะโ ยชน์ท างก า รค้ าอันมีลั กษณ ะเป็นก า รขัดข ว าง ต่อการเจริญเติบโตหรือพัฒนาการของเด็ก หรือมีลักษณะเป็นการทารุณกรรมต่อเด็ก” และมาตรา ๒๖ (๘) “ใช้หรือยินยอมให้เด็กเล่นการพนันไม่ว่าชนิดใด หรือเข้าไปในสถานที่เล่น การพนัน สถานค้าประเวณีหรือสถานที่ที่ห้ามมิให้เด็กเข้า” ซึ่งสนามมวยเป็นสถานที่เล่นการพนัน อยู่ในบัญชี ข.ข้อ ๓. แนบท้ายพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. ๒๔๗๘ ซึ่งสามารถเล่นการพนันได้ เมื่อได้รับอนุญาต โดยมาตรา ๔ ได้ก าหนดไว้ว่า “เด็ก” หมายความว่า “บุคคลซึ่งมีอายุต่ ากว่า ๑๘ ปีบริบูรณ์ แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะโดยการสมรส”
๑๐๒ ๔.๓.๒ มิติด้านสาธารณสุข มีข้อความจริงที่ปรากฏว่าการวิจัยของศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและ ป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี พบว่าปัจจุบันมีนักมวย เด็กที่อายุต่ ากว่า ๑๕ ปีซึ่งเป็นช่วงเจริญวัย มากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ คน ต้องเดินสายขึ้นชกมวย อย่างไม่เป็นทางการตามเวทีต่าง ๆ โดยอายุน้อยที่สุดที่พบ คือ ๔ ขวบ ซึ่งนักมวยเด็กเหล่านี้ สมองจะได้รับความกระทบกระเทือนจากการชกอย่างน้อย ๒๐ หมัดต่อไฟท์และสูงสุดถึง ๔๐ ครั้ง ต่อ ๑ ยก โดยที่ไม่มีอุปกรณ์ป้องกันแต่อย่างใด และจากการติดตามผลการวิจัยจ านวน กลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักมวยเด็ก ๒๕๐ คน ในช่วงระยะเวลา ๒ ปีเปรียบเทียบกับเด็กที่มีอายุและ ฐานะทางบ้านเท่าเทียมกัน พบว่านักมวยเด็กกลุ่มนี้มีเลือดออกในสมอง จากการถูกชกศีรษะ ท าให้มีธาตุเหล็กสะสม ซึ่งเป็นสารพิษต่อเนื้อสมอง เซลล์สมอง และใยประสาทฉีกขาด ถูกท าลาย ท าให้สมองไม่สามารถสั่งการได้ตามปกติ การท างานของสมองด้านความจ าลดลง อาจน าไปสู่อาการบกพร่องทางปัญญาหรือภาวะสมองเสื่อมได้ อีกทั้งระดับสติปัญญาหรือไอคิว ของเด็กที่ชกมวยก็น้อยกว่าของเด็กโดยทั่วไป และนอกจากจะพบว่าระดับสติปัญญาจะลดลง อย่างต่อเนื่องตามระยะเวลาในการชกมวยแล้ว การบาดเจ็บของสมองของนักมวยเด็กยังส่งผล ต่อการศึกษาและการด ารงชีวิตของเด็กในอนาคตด้วย ดังนั้น จึงมีความจ าเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องก าหนดมาตรการในการป้องกัน คุ้มครอง ดูแลสุขภาพร่างกายของยุวชนไทยตามหลักการสากล โดยไม่ปิดกั้นโอกาสที่จะให้เด็ก ได้เข้าสู่การฝึกฝนและแข่งขันกีฬามวยไทยเป็นอาชีพ แต่จะต้องห้ามเด็กอายุต่ ากว่า ๑๕ ปี ขึ้นชกมวยอาชีพอย่างเด็ดขาด และมีการวางแผน/ก าหนดยุทธศาสตร์การบริหารจัดการ มวยไทยวัยเด็ก ให้มีความเหมาะสมและมีมาตรฐาน โดยน าหลักการทางวิทยาศาสตร์ มาประยุกต์ใช้อย่างจริงจัง นักมวยเด็กทุกคนต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันร่างกายโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Head guard และก าหนดให้ชกปะทะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายให้เหมาะสมกับช่วงอายุ โดยจะชกปะทะศีรษะได้เมื่ออายุ ๑๒ ปีขึ้นไป และมีอุปกรณ์ป้องกัน ส่วนเด็กอายุต่ าว่า ๑๐ ปี ห้ามชกปะทะเด็ดขาด ๔.๓.๓ มิติด้านกีฬา ปัจจุบันมีความเชื่อและค่านิยมในวงการมวยไทยว่าการให้เด็กขึ้นชกมวยตั้งแต่ อายุยังน้อยจะเป็นการสั่งสมประสบการณ์สร้างกระดูกมวยให้แข็งแกร่ง ร่างกายจะคุ้นเคย กับการปะทะเกิดความอดทนต่อความเจ็บปวดจนเคยชิน ควบคู่ไปกับการจูงใจด้วยเงินรางวัล และทรัพย์สินพิเศษ รวมถึงเกิดการพนันในวงการมวยท าให้เด็กที่ครอบครัวยากจนต้องหารายได้ จุนเจือครอบครัวตัดสินใจเข้าสู่วงการมวยตั้งแต่อายุยังน้อย มีข้อมูลที่น่าสนใจของส านักงานคณะกรรมการกีฬามวยที่ท าการส ารวจมวยเด็ก ทั่วประเทศในระหว่าง ปี พ.ศ. ๒๕๔๔ – พ.ศ. ๒๕๖๑ พบว่าเด็กไทยขึ้นชกมวย ตั้งแต่อายุ ๔ – ๑๖ ปี โดยอายุเฉลี่ยอยู่ที่ ๑๕ ปี ซึ่งขึ้นบัญชีนักมวยอย่างเป็นทางการอายุต่ ากว่า ๑๕ ปี มีจ านวนถึง ๑๑,๐๑๓ คน และยังมีนักมวยเด็กที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนอีกเป็นจ านวนมาก โดยขึ้นชกมวยเวทีเดียวกันกับนักมวยอาชีพ (ผู้ใหญ่) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเวทีชั่วคราวในงานเทศกาล ตามจังหวัดต่าง ๆ โดยกติกาการชกจะแตกต่างจากนักมวยผู้ใหญ่ที่ขนาดนวม การจ าแนกรุ่น
๑๐๓ จ านวนยก เวลาการชก และระยะเวลาพัก แต่สิ่งที่เหมือนกันคือไม่สวมอุปกรณ์ป้องกันศีรษะ มีการพนัน เงินรางวัล ทรัพย์สินพิเศษมอบให้นักมวย ประเด็นการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยของกีฬามวยไทยส าหรับเด็กเป็นเรื่อง ที่มีความจ าเป็นที่จะต้องด าเนินการควบคู่กันไป โดยสามารถด าเนินการได้ภายใต้ พระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งเป็นกฎหมายหลักที่มีความครบถ้วนในเนื้อหาสาระ และน ามาบังคับใช้ได้อยู่แล้ว โดยมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัตินี้ได้ให้อ านาจ “คณะกรรมการ กีฬามวย จัดให้มีระเบียบและกติกามาตรฐานส าหรับการแข่งขันกีฬามวย เพื่อใช้ในการจัดการ แข่งขันกีฬามวย โดยค านึงถึง อายุ เพศ ความปลอดภัยของนักมวย และจารีตประเพณีในการ แข่งขันกีฬามวย” อย่างไรก็ดี เพียงแต่ในช่วงเวลาที่ผ่านมานั้นวงการมวยของไทยยังไม่เคยได้มีการ ออกกฎหมายระดับรอง หรือระเบียบข้อบังคับใด ๆ เพื่อการยึดถือปฏิบัติอย่างชัดเจน จึงมี ความจ าเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งด าเนินการออกกฎระเบียบ ข้อบังคับ และวิธีปฏิบัติต่าง ๆ ที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ทั้งในเรื่องของรูปแบบการชกและกติกาในการปะทะของนักมวย ที่เหมาะสมตามช่วงวัยของเด็ก เริ่มจากการแสดงการไหว้ครู การแสดงศิลปะการต่อสู้แบบมวยไทย การชกที่มีอุปกรณ์ป้องกันและห้ามปะทะบริเวณศีรษะ โดยมีการตักเตือน ตัดคะแนน และให้แพ้ หากมีเจตนาปะทะบริเวณศีรษะคู่ต่อสู้โดยจงใจ และการชกโดยใช้กติกามวยอาชีพ เป็นต้น รวมทั้งเรื่องของอุปกรณ์ป้องกันต่าง ๆ ที่จะต้องมีในขณะขึ้นชก เช่น เครื่องป้องกันศีรษะ เครื่องป้องกันล าตัว ข้อเท้า และข้อศอก การเว้นระยะห่างระหว่างการขึ้นชก แต่ละครั้ง โดยค านึงถึงความบอบช้ าของนักมวย ในการชกครั้งก่อนหน้าด้วย รวมถึง ความเข้มงวดในการอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้เด็กที่มีอายุต่ ากว่า ๑๕ ปีขึ้นชกมวยโดยไม่มีกรณี ยกเว้น โดยอาจใช้ข้อมูลจากการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นที่ประจักษ์แล้ว มาเป็นหลักในการพิจารณาด าเนินการก าหนดกฎระเบียบ กติกามาตรฐาน และหน่วยงานที่มี กฎหมายเกี่ยวกับเด็กในความรับผิดชอบจะต้องตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ และพระราชบัญญัติ กีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้ให้ความคุ้มครองเด็กไว้เป็นการเฉพาะ แต่มีประเด็นเรื่องการบังคับใช้ กฎหมายอย่างทั่วถึง และกฎหมายล าดับรองที่ต้องออกเพื่อบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว ในรายละเอียดยังไม่ครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ ไม่มีความชัดเจน และไม่มีความเฉพาะเจาะจง เช่น พระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๔ ก าหนดไว้ว่าในการจัดการแข่งขันกีฬามวย แต่ละครั้ง นายสนามมวยและผู้จัดรายการแข่งขันมวยต้องจัดให้มีมาตรการเพื่อความปลอดภัย ส าหรับนักมวย และมาตรา ๑๖ ให้คณะกรรมการกีฬามวยจัดให้มีระเบียบและกติกามาตรฐาน ส าหรับการแข่งขันกีฬามวย เพื่อใช้ในการจัดการแข่งขันกีฬามวย โดยค านึงถึงอายุ เพศ ความปลอดภัยของนักมวย และจารีตประเพณีในการแข่งขันกีฬามวย ซึ่งได้มีการออกระเบียบ คณะกรรมการกีฬามวยว่าด้วยระเบียบและกติกามาตรฐานส าหรับการแข่งขันกีฬามวย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๖ หมวดที่ ๓ ได้ก าหนดระเบียบและกติกาการแข่งขันมวยไทยส าหรับเด็กที่มีอายุ ต่ ากว่า ๑๕ ปี แต่ยังไม่ละเอียดโดยยังใช้ระเบียบส่วนใหญ่ของมวยไทยอาชีพโดยอนุโลม
๑๐๔ คณะอนุกรรมาธิการมีความเห็นว่า ถึงแม้ประเทศไทยจะมีพระราชบัญญัติ คุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ ใช้บังคับเพื่อปกป้องคุ้มครองเด็ก แต่ในปัจจุบันก็ยังคงมีปัญหา ที่เกิดขึ้นกับเด็กในกลุ่มที่ถูกผู้ใหญ่น ามาฝึกมวยเพื่อให้ขึ้นชกมวยไทยโดยปราศจากเครื่องป้องกัน และแม้จะมีพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ ออกมาควบคุมดูแลก็ตาม แต่ในความ เป็นจริง กฎหมายหรือพระราชบัญญัติกีฬามวยฉบับนี้ ก็ยังไม่สามารถน ามาใช้ประโยชน์ในการ คุ้มครองนักมวยที่เป็นเด็ก และแก้ไขปัญหานักมวยเด็กในสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพและ เป็นรูปธรรม ในขณะที่ยังมีการสนับสนุนมวยไทยให้แก่เยาวชนด้วยเหตุผลทั้งในแง่ของความ เป็นเลิศทางกีฬา หรือเป็นการสืบสานวัฒนธรรมไทย และวงการมวยไทยก็มีนักมวยที่เป็นเด็ก ต่ ากว่า ๑๕ ปีขึ้นทะเบียนไว้เป็นจ านวนมาก ๔.๔ การเพิ่มระดับความเข้มข้นของประเด็นมวยเด็ก เนื่องจากรายงานสถานการณ์และการขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุด ในประเทศไทยของกระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกา พ.ศ. ๒๕๖๒ (Finding on the Worst Forms of Child Labor ค.ศ. ๒๐๑๙) รายละเอียดตามภาคผนวก จ และรายงานสถานการณ์ และการขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุดในประเทศไทยของกระทรวงแรงงาน สหรัฐอเมริกา พ.ศ. ๒๕๖๓ (Finding on the Worst Forms of Child Labor ค.ศ. ๒๐๒๐) รายละเอียดตามภาคผนวก ฉ ได้ประกาศผลการประเมินการขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่ เลวร้ายที่สุดของประเทศไทย ซึ่งปรากฏว่าประเทศไทยได้รับการประเมินอยู่ในระดับที่มีความ คืบหน้าปานกลาง (Moderate Advancement) โดยกรณีมวยเด็กเป็นส่วนหนึ่งที่ถูกอ้างอิงว่า ไม่มีความคืบหน้าในการบัญญัติหรือแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวกับการชกมวยไทย ของเด็ก โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกาได้มีข้อเสนอเกี่ยวข้องกับกรณีมวยเด็ก ดังนี้ (๑) น าก าหนดอายุขั้นต่ ามาใช้กับการท างานของเด็กที่ไม่มีนิติสัมพันธ์ตามสัญญา จ้างแรงงาน (๒) ให้ขยายขอบเขตการบังคับใช้ลักษณะงานที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพและ ความปลอดภัยส าหรับเด็ก และงานห้ามส าหรับเด็กอย่างกว้างขวาง ในทุกกิจการที่ปรากฏว่ามี เด็กท างาน รวมทั้งการชกมวยไทยซึ่งมีหลักฐาน ชี้ว่าเด็กได้รับผลกระทบเป็นอันตรายต่อร่างกาย ซึ่งข้อเสนอแนะของกระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกาที่เกี่ยวข้องกับมวยเด็ก ส่วนหนึ่งในเรื่องของก าหนดอายุขั้นต่ าในการท างานยังเป็นเช่นเดียวกับในรายงานปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ดีจากข้อเสนอแนะให้คุ้มครองเด็กอายุต่ ากว่า ๑๘ ปี ที่ชกมวยไทยต้องมีอุปกรณ์ ป้องกันความปลอดภัยในปีพ.ศ. ๒๕๖๒ แต่ในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ จากผลการประเมิน การด าเนินการของประเทศไทย ในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้เพิ่มความเข้มข้นเป็นขอให้ขยายการ ประกาศงานที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยส าหรับเด็ก และงานห้ามส าหรับ เด็กอย่างกว้างขวางในทุกกิจการที่ปรากฏว่ามีเด็กท างาน รวมทั้งการชกมวยไทยซึ่งมีหลักฐาน ชี้ว่าเด็กได้รับผลกระทบเป็นอันตรายต่อร่างกาย ภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายไทย หากเป็นสัญญาจ้างแรงงานกฎหมายได้ก าหนด งานห้ามและงานที่มีลักษณะเป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยส าหรับลูกจ้างซึ่งเป็น
๑๐๕ เด็กอายุต่ ากว่า ๑๘ ปีซึ่งจะปรากฏอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๔๙ และกฎกระทรวง ฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครอง แรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ แต่การชกมวยไทยดังกล่าวไม่ได้มีนิติสัมพันธ์ตามสัญญาจ้างแรงงาน จึงไม่ อาจสามารถน ากฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานมาบังคับใช้ได้ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อประเทศไทยได้ให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงาน ระหว่างประเทศ ฉบับที่ ๑๘๒ ว่าด้วยการห้ามและการด าเนินการโดยทันทีเพื่อขจัดรูปแบบ ที่เลวร้ายที่สุดของการใช้แรงงานเด็กเมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๔ เป็นผลให้มีพันธกรณี ที่จะต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติและเจตนารมณ์ของอนุสัญญาฯ โดยถือเป็นภารกิจเร่งด่วน ของประเทศภาคีสมาชิก ซึ่งตามมาตรา ๓ (ง) ของอนุสัญญาดังกล่าว ได้ก าหนดรูปแบบที่ เลวร้ายที่สุดของการใช้แรงงานเด็กที่เกี่ยวกับงานอันตรายว่าเป็นงานซึ่งโดยลักษณะงานหรือโดย สภาพแวดล้อมในการท างานมีแนวโน้มที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ความปลอดภัย หรือ ศีลธรรมของเด็ก และมาตรา ๔ ของอนุสัญญาดังกล่าว ให้ประเทศภาคีสมาชิกก าหนดบัญชี ประเภทงานอันตรายตามมาตรา ๓ (ง) โดยกฎหมายหรือกฎระเบียบของประเทศ หรือโดย หน่วยงานที่มีอ านาจหน้าที่ หลังจากหารือกับองค์การนายจ้าง และองค์การลูกจ้างที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวรรคสามและวรรคสี่เรื่องงานอันตรายของข้อแนะองค์การแรงงานระหว่าง ประเทศ ฉบับที่ ๑๙๐ ว่าด้วยการห้ามและการด าเนินการโดยทันทีเพื่อขจัดรูปแบบที่เลวร้าย ที่สุดของการใช้แรงงานเด็กน ามาปฏิบัติตามความเหมาะสม โดยต้องระบุว่าประเภทงาน อันตรายที่ก าหนดขึ้นมีอยู่ที่ใด และมีการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขเป็นระยะตามที่จ าเป็น คณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบนโยบายและแผนระดับชาติเพื่อขจัดการใช้แรงงาน เด็กในรูปแบบที่เลวร้าย ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ – ๒๕๕๗ เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๒ และกระทรวงแรงงานโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีได้มีค าสั่งกระทรวงแรงงาน ที่ ๗๒/๒๕๕๓ แต่งตั้งที่ปรึกษาและคณะกรรมการระดับชาติเพื่อขจัดการใช้แรงงานเด็ก ในรูปแบบที่เลวร้าย และได้มีการแก้ไขปรับปรุงองค์ประกอบให้เหมาะสมแต่ละห้วงเวลา โดยปัจจุบันเป็นค าสั่งกระทรวงแรงงาน ที่ ๑๕๓/๒๕๖๓ ลงวันที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ รายละเอียดตามภาคผนวก ข ซึ่งคณะกรรมการโดยความร่วมมือขององค์การแรงงาน ระหว่างประเทศ องค์การนายจ้าง องค์การลูกจ้าง องค์กรพัฒนาเอกชน และหน่วยงานของรัฐ ได้ก าหนดประเภทงานอันตรายส าหรับแรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายของประเทศไทย เพื่อให้ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องถือเป็นหลักปฏิบัติ และเพื่อให้การบริหารจัดการขับเคลื่อนภารกิจการขจัดการ ใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โดยออกเป็นประกาศคณะกรรมการระดับชาติเพื่อขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย เรื่อง ประเภทงานอันตรายส าหรับแรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายของประเทศไทย โดยประกาศ ฉบับปัจจุบัน คือ ประกาศฉบับลงวันที่ ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๕ รายละเอียดตามภาคผนวก ค โดยก าหนดให้ “เด็ก” หมายความว่า บุคคลที่มีอายุต่ ากว่าแปดปีและ“งานอันตราย” หมายความว่า งานซึ่งโดยลักษณะงาน หรือโดยสภาพแวดล้อมในการท างานมีแนวโน้มที่จะเป็น อันตรายต่อสุขภาพ ความปลอดภัย หรือศีลธรรมของเด็ก
๑๐๖ ประเภทงานอันตรายส าหรับแรงงานเด็ก จ าแนกเป็น ๒ ประเภท มีดังต่อไปนี้ (๑) งานซึ่งมีลักษณะของงานที่เป็นอันตรายส าหรับเด็ก (๒) งานซึ่งมีสภาพแวดล้อมในการท างานที่เป็นอันตรายส าหรับเด็ก ประกาศฉบับนี้ไม่ได้ก าหนดเกี่ยวกับการชกมวยไทยอาชีพเป็นงานอันตรายส าหรับ แรงงานเด็กแต่อย่างใด กับทั้งประกาศไม่มีสภาพบังคับตามกฎหมายด้วย เป็นเพียงหลักปฏิบัติ ในการห้ามให้เด็กท างานข้างต้นเท่านั้น ๔.๕ ปัญหาอุปสรรค ๔.๕.๑ ความจ าเป็นทางเศรษฐกิจของครอบครัวนักมวยเด็ก จากรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง สภาพปัญหาและผลกระทบที่เกิดจาก การเล่นกีฬาในกลุ่มเด็ก กรณีศึกษาการเล่นกีฬามวยในกลุ่มเด็ก โดยคณะอนุกรรมาธิการกิจการ เด็ก และเยาวชน ในคณะกรรมาธิการสังคม กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และ ผู้ด้อยโอกาส สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้วิเคราะห์ข้อดีของการชกมวยเด็กว่าเป็นการส่งเสริม ศิลปะแม่ไม้มวยไทยซึ่งถือเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมประจ าชาติไทยที่ควรค่าแห่งการ อนุรักษ์ เป็นกีฬาที่ช่วยในการส่งเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกายและจิตใจในเรื่องของความกล้าหาญ ความเข้มแข็ง การฝึกทักษะการป้องกันตัว และเพื่อความสนุกสนานซึ่งเป็นกีฬาที่ได้รับความ นิยมกันโดยทั่วไป เป็นการเสริมสร้างคุณลักษณะการมีวินัย และให้เด็กรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็น ประโยชน์และห่างไกลจากปัญหายาเสพติด และประการส าคัญเป็นการสร้างอาชีพ และรายได้ ช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวที่ไม่พร้อมในการดูแลเด็กเนื่องจากมีผลตอบแทนจากการเข้าแข่งขัน ชกมวยในแต่ละครั้ง มีความเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการชกมวยเด็กที่น่าสนใจ เช่น นายทวี อัมพรมหา หรือขาวผ่อง สิทธิชูชัย เลขาธิการสมาคมกีฬามวยไทยนายขนมต้มให้ความเห็นว่า “มวยไทยเป็นกีฬาที่เข้าถึงได้ส าหรับผู้มีฐานะยากจน” หรือนายบุญเยี่ยมพลเศษ เจ้าของ ค่ายมวยศิษย์ครูเยี่ยม ให้ความเห็นว่า “เด็กส่วนใหญ่ทางบ้านยากจนและเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นเด็กก าพร้า” เป็นต้น ซึ่งความจ าเป็นทางเศรษฐกิจของครอบครัวนักมวยเด็ก ๔.๕.๒ แนวคิดการสร้างนักมวย และการยอมรับการเปลี่ยนแปลงของผู้ที่เกี่ยวข้อง ในวงการมวย ส าหรับแนวคิดในการสร้างนักมวย ดร.ปริยากร รัตนสุบรรณ นายกสมาคมกีฬา มวยไทยแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และกรรมการผู้จัดการบริษัท วันทรงชัย จ ากัด ให้ความเห็นว่า “พอเข้าใจได้สังคมแบบนี้ว่าการฝึกมวยเป็นสิ่งที่ดี เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็น ประโยชน์ การรักกีฬาชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องไม่อยู่บนการขาดองค์ความรู้การฝึก มวยเด็กที่มีอายุตั้งแต่ ๕ – ๖ ปี แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่เรียนรู้เร็ว แต่หากไม่มีใครช่วยให้ แนวทางที่ถูกต้องและปลอดภัยก็เป็นสิ่งที่น่าห่วง” นอกจากนี้นายบุญเยี่ยม พลเศษ เจ้าของ ค่ายมวยศิษย์ครูเยี่ยม ยังได้กล่าวว่า “ในแต่ละวันจะได้รับการติดต่อจากโปรโมเตอร์มวยหรือ ผู้จัดการแข่งขันมวยให้น าเด็กในค่ายไปชกมวยตามเวทีต่าง ๆ นอกจากจะเป็นคนคัดเลือกตัว นักมวยแล้ว โปรโมเตอร์มวยจะเป็นคนก าหนด “ค่าตัว” หรือเงินรางวัลของนักมวยที่ขึ้นชก โดยค่าตัวจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชื่อเสียงของนักมวยและรูปแบบการชกว่ามีเสน่ห์หรือไม่
๑๐๗ นอกจากนั้นยังมีการก าหนดค่าเดิมพันซึ่งเป็นเงินพนันของสองค่ายมวย กีฬามวยเป็นหนึ่งใน กีฬาที่รัฐบาลอนุญาตให้มีการพนัน ซึ่งการขออนุญาตเล่นพนันมวยจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียม ๒๐๐ บาทต่อวัน” พลตรี จารึก อารีราชการัณย์ เลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “เรื่องนี้ตนเข้าใจเหตุผลของทั้งสองฝ่าย โดยฝ่ายแพทย์ท าวิจัยกันมาเป็น ๑๐ ปี ว่าหาก เด็กได้รับการกระทบกระเทือนทางสมองจะท าให้ความเจริญเติบโตไม่ปกติ ซึ่งเราต้องเคารพใน แง่ของแพทย์แต่ขณะเดียวกันตนก็เข้าใจพวกกลุ่มคนมวยไทย ทั้งค่ายมวย นักมวยซึ่งต้องมี ภาระหาเงินเลี้ยงดูพ่อแม่ ประเด็นนี้มีการพูดกันมานานแล้ว ทางออกที่ดีที่สุดตอนนี้อยากเสนอว่า ทั้งสองฝ่ายต้องหาทางออกที่ดีร่วมกัน เช่น คุยกันได้ไหมเจอกันครึ่งทางให้นักมวยใส่อุปกรณ์ ป้องกันอันตรายทั้งเฮดการ์ด สนับศอก สนับแข้ง คุยกันให้ลงตัวเข้าใจว่าทางแพทย์ก็น่าจะ ยอมรับฟังเหตุผลของคนมวย ขณะเดียวกันคนมวยไทยก็ต้องเข้าใจความหวังดีของแพทย์ ด้วยเช่นกัน” ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของนายแพทย์อี๊ด ลอประยูร ผู้อ านวยการบริหาร โรงพยาบาลปิยะเวท และแพทย์ที่ดูแลอาการบาดเจ็บของนักกีฬาทีมชาติไทย นายแพทย์นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อ านวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) รองศาสตราจารย์นายแพทย์อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อ านวยการสถ าบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล นายสมควร สิงห์พลีอดีตนักมวยไทยผู้ใช้นามบนสังเวียนว่า “น้องรักสิงห์ กรุงธน” และนายนพฤทธิ์ ยูฮันเงาะ ครูสอนมวยไทย ดังกล่าวไว้แล้วในบทที่ ๒ จากความจ าเป็นทางเศรษฐกิจของครอบครัวนักมวยเด็กตามข้อ ๔.๕.๑ และแนวคิดการสร้างนักมวย และการยอมรับการเปลี่ยนแปลงของผู้เกี่ยวข้องในวงการมวย ตามข้อ ๔.๕.๒ เป็นปัจจัยส าคัญแสดงให้เห็นถึงทัศนคติของผู้เกี่ยวข้องในสังคมเกี่ยวกับมวยเด็ก อาจเป็นอุปสรรคต่อการปรับเปลี่ยน เช่น - นักมวยมีความแข็งแกร่งเฉพาะช่วงอายุ ๑๕ – ๒๕ ปี ต้องสร้างกระดูกมวย โดยการขึ้นสังเวียนโดยเร็ว - เด็กสร้างรายได้จุนเจือครอบครัวที่ยากจนและในบางครั้งจุนเจือการดูแล นักมวยใหม่ ๆ ในสังกัดซึ่งแรงต่อต้านในสังคมกลุ่มหนึ่งจะเกิดขึ้น - มวยเด็กมีความตั้งใจ ใจสู้ ไม่ล้มมวย - เป็นความน่ารัก บันเทิง เป็นจุดขายของมวยไทย และการเล่นการพนัน ซึ่งแรงต่อต้านในผลประโยชน์ส่วนนี้อาจจะมีพอสมควร ๔.๕.๓ กฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง (๑) กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก แม้จะได้มีพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ หรือกฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองเด็กได้ก าหนดให้ “เด็ก” หมายความว่า บุคคลที่มีอายุต่ ากว่า ๑๘ ปีบริบูรณ์ แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส
๑๐๘ กฎหมายนี้ได้ก าหนดการคุ้มครองเด็กไว้ในมาตรา ๒๖ โดยก าหนดให้ภายใต้ บังคับบทบัญญัติแหงกฎหมายอื่น ไมว่าเด็กจะยินยอมหรือไม หามมิใหผูใดกระท าการใช จาง หรือวานเด็กให้ท างานหรือกระท าการอันอาจเปนอันตรายแกรางกายหรือจิตใจ มีผลกระทบ ต่อการเจริญเติบโต หรือขัดขวางตอพัฒนาการของเด็ก (มาตรา ๒๖ (๖)) หรือบังคับ ขูเข็ญ ใช้ ชักจูง ยุยง สงเสริม หรือยินยอมใหเด็กเลนกีฬาหรือใหกระท าการใดเพื่อแสวงหาประโยชน ทางการคาอันมีลักษณะเป นการขัดขวางตอการเจริญเติบโตหรือพัฒนาการของเด็ก หรือมีลักษณะเปนการทารุณกรรมตอเด็ก (มาตรา ๒๖ (๗)) หรือใชหรือยินยอมใหเด็กเล่นการพนัน ไมวาชนิดใดหรือเขาไปในสถานที่เลนการพนันสถานคาประเวณีหรือสถานที่ที่หามมิใหเด็กเขา (มาตรา ๒๖ (๘)) โดยมีบทก าหนดโทษไว้ในมาตรา ๗๘ ว่าผูใดฝาฝนมาตรา ๒๖ ตองระวางโทษ จ าคุกไมเกินสามเดือน หรือปรับไมเกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจ าทั้งปรับ ส าหรับการบังคับใช้กฎหมาย กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้ให้ความส าคัญโดยช่วงปี ๒๕๖๑ ได้มีหนังสือถึงหน่วยงาน ในสังกัดทั่วประเทศ ประเด็นการชกมวยเด็กโดยตรงให้มีการเฝ้าระวังและแจ้งข้อมูลด าเนินการ เกี่ยวกับมวยเด็กที่ผ่านมาทั้งหมดให้ทราบ ซึ่งกรณีเด็กจะสามารถชกมวยได้ต้องอยู่ในความดูแล ของผู้ปกครอง หรือครู อาจารย์ ควบคุมดูแลโดยให้เฝ้าระวัง และหากพบเห็นก็จะเข้าสู่ กระบวนการคุ้มครองเด็กหรือเข้าข่ายการค้ามนุษย์ก็สามารถด าเนินการร่วมกับสหวิชาชีพในการ ใช้กฎหมายได้ ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีกรณีเพชรมงคลที่เสียชีวิตเพียงคนเดียวเท่านั้น (๒) กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยจ้างแรงงานและว่าด้วยจ้างท าของ ในการแข่งขันมวยไทย นักมวย (ผู้ซึ่งเข้าแข่งขันกีฬามวย) ที่แข่งขันเพื่อ เงินรางวัล (เงินที่ให้เป็นค่าตอบแทนแก่นักมวยในการแข่งขันกีฬามวยแต่ละครั้งตามที่ได้ ท าความตกลงไว้) ย่อมถือเป็นการท างานของนักมวยคนนั้น ไม่ว่านักมวยจะเป็นชาย หญิงหรือ เด็กก็ตาม ส าหรับนิติสัมพันธ์ของนักมวยกับบุคคลในวงการกีฬามวยอื่น อาทิ ผู้จัดการนักมวย หัวหน้าค่ายมวย นายสนามมวย ผู้จัดรายการแข่งขันมวย ว่าจะเป็นไปตามสัญญาจ้างแรงงาน หรือสัญญาจ้างท าของย่อมต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี ๆ ไป เพราะสัญญาทั้งสอง ประเภทมีลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทนและเป็นการจ้างให้ท างานโดยให้ค่าจ้างเช่นเดียวกัน เพียงแต่สัญญาจ้างแรงงานเป็นสัญญาที่ลูกจ้างตกลงจะท างานให้แก่นายจ้าง และนายจ้างตกลง จะให้ค่าจ้างตลอดเวลาที่ท างานให้ ซึ่งแตกต่างกับสัญญาจ้างท าของที่ผู้รับจ้างตกลงจะท างาน สิ่งหนึ่งสิ่งใดจนส าเร็จให้แก่ผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้ค่าจ้างเพื่อผลส าเร็จแห่งการที่ท านั้น ดังนั้น หากข้อเท็จจริงฟังได้ว่า มีการว่าจ้างนักมวยมาฝึกซ้อม และเข้าแข่งขันชกมวย มีการจ่าย โบนัสรางวัลตามผลการแข่งขัน ถือว่าเป็นสัญญาผูกพันในความส าเร็จของงาน ไม่เป็นสัญญา จ้างแรงงาน ทั้งนี้เทียบเคียงค าพิพากษาศาลฎีกาที่ ๙๒๐๒/๒๕๕๙ (๓) กฎหมายว่าด้วยกีฬามวย พระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ หรือกฎหมายว่าด้วยกีฬามวย ได้ก าหนดให้ค าว่า “กีฬามวย” หมายความว่า การแข่งขันชกมวยตามกติกาของศิลปะมวยไทย หรือกีฬามวยสากล และ“นักมวย” หมายความว่า ผู้ซึ่งเข้าแข่งขันกีฬามวย (มาตรา ๓)
๑๐๙ ทั้งก าหนดให้มีคณะกรรมการกีฬามวยมีอ านาจหน้าที่ออกข้อบังคับ ระเบียบ หรือประกาศเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามอ านาจหน้าที่ของคณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้ ตลอดจนออกข้อบังคับว่าด้วยการประชุมและการด าเนินงานของคณะกรรมการ (มาตรา ๙ (๕)) และจัดให้มีระเบียบและกติกามาตรฐานส าหรับการแข่งขันกีฬามวยเพื่อใช้ในการจัดการแข่งขัน กีฬามวย ทั้งนี้โดยค านึงถึงอายุ เพศ ความปลอดภัยของนักมวย และจารีตประเพณีในการ แข่งขันกีฬามวย (มาตรา ๑๖)และมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่งก าหนดห้ามมิให้ผู้ใดจัดแข่งขันกีฬามวย โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน เว้นแต่ในกรณีการจัดการแข่งขันกีฬามวยบางประเภท ตามที่ก าหนดในกฎกระทรวง ส าหรับมาตรา ๒๖ วรรคสอง การขอรับใบอนุญาตและการออก ใบอนุญาตตามมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขตามที่ ก าหนดในกฎกระทรวง หลักเกณฑ์การอนุญาตให้จัดการแข่งขันกีฬามวย สําหรับนักมวยที่มี อายุต่ํากว่าสิบห้าปีบริบูรณ์จะกําหนดได้เฉพาะเมื่อมีอุปกรณ์ในการป้องกันความปลอดภัย ในการแข่งขัน และมาตรา ๒๖ วรรคสาม ในการออกใบอนุญาต นอกจากต้องปฏิบัติตาม มาตรา ๒๖ วรรคสอง แล้ว นายทะเบียนอาจก าหนดเงื่อนไขอื่น ๆ ได้เท่าที่จ าเป็นเพื่อให้การ จัดการแข่งขันกีฬามวยเป็นไปตามระเบียบและกติกาที่คณะกรรมการก าหนด และการจัดการ แข่งขันกีฬามวยที่ไม่ต้องขออนุญาตตามวรรคหนึ่ง ต้องแจ้งให้นายทะเบียนทราบก่อน และต้อง ปฏิบัติตามมาตรฐานที่ก าหนดตามมาตรา ๑๖ ทั้งนี้ สภาพบังคับทางอาญาได้ก าหนดไว้ตาม มาตรา ๕๕ ว่าผู้ใดจัดการแข่งขันกีฬามวยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๒๖ ต้องระวางโทษ จ าคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจ าทั้งปรับ แต่มีกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๔๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ ก าหนดให้การจัดการ แข่งขันกีฬามวยดังต่อไปนี้ไม่ต้องขออนุญาต นายทะเบียน ได้แก่ (๑) การแข่งขันกีฬามวยไทยสมัครเล่น หรือมวยสากลสมัครเล่นที่จัดการ แข่งขันโดยสมาคมที่มีวัตถุประสงค์หลักเกี่ยวกับการกีฬาหรือการส่งเสริมกีฬาโดยตรงซึ่งได้รับ อนุญาตให้จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการกีฬาแห่งประเทศไทย (๒) การแข่งขันกีฬามวยที่จัดเป็นการสาธิตศิลปะมวยไทย การแสดง ในงานประจําปีหรืองานเทศกาลประเพณีที่จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ โดยมิได้จัดเก็บค่าผ่านประตู เข้าชมการแข่งขันและไม่มีเงินรางวัลสําหรับผู้สาธิตหรือผู้แสดง (๓) การแข่งขันกีฬามวยที่จัดขึ้นตามหลักสูตรการศึกษาซึ่งสถาบัน การศึกษาของรัฐหรือสถานศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการให้การรับรองเป็นผู้จัดการแข่งขัน (๔) การแข่งขันกีฬามวยในสถานบริการหรือสถานบันเทิงที่มี วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวหรือเพื่อความบันเทิง โดยมิได้จัดเก็บ ค่าผ่านประตูเข้าชมการแข่งขัน (๕) การแข่งขันกีฬามวยที่คณะกรรมการกีฬามวยมอบหมายหรือเห็นชอบ ให้มีการแข่งขันเป็นกรณีเฉพาะคราว โดยการแข่งขันดังกล่าวมิได้มีการตัดสินผลแพ้ชนะ
๑๑๐ ให้ผู้จัดการแข่งขันกีฬามวยดังกล่าวข้างต้นแจ้งให้นายทะเบียนทราบก่อน ก าหนดการแข่งขันไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน และต้องปฏิบัติตามระเบียบและกติกามาตรฐานส าหรับ การแข่งขันกีฬามวยที่คณะกรรมการกีฬามวยก าหนด ทั้งนี้ ก าหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตจัดการแข่งขันกีฬามวยต้องด าเนินการ จัดการแข่งขันให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และรายละเอียดอื่นที่ก าหนดในค าขอรับใบอนุญาต ในกรณีที่มีนักมวยอายุต่ํากว่าสิบห้าปีบริบูรณ์เข้าแข่งขัน ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มี อุปกรณ์ในการป้องกันความปลอดภัยในการแข่งขันตามที่ระบุไว้ในคําขอด้วย ต่อมาได้มีระเบียบคณะกรรมการกีฬามวยว่าด้วยความปลอดภัยส าหรับนักมวย พ.ศ. ๒๕๔๓ ก าหนดในข้อ ๓ ให้นายสนามมวยและผู้จัดรายการแข่งขันมวยต้องจัดให้มีมาตรการ เพื่อความปลอดภัยส าหรับนักมวยในการแข่งขันกีฬามวยต่าง ๆ ในประเด็นส าคัญ ได้แก่ (๑) มาตรการการรักษาพยาบาล (๒) มาตรการเกี่ยวกับน้ าหนักตัวนักมวยและการตรวจสุขภาพ (๓) มาตรการเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ใช้ในการแข่งขัน (๔) มาตรการเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของพี่เลี้ยงนักมวย (๕) มาตรการป้องกันการกระทบกระเทือน ระบบประสาท สมองและชีวิต ทั้งนี้ข้อ ๔ ให้นายสนามมวยและผู้จัดรายการแข่งขันมวยตามที่ตกลงกันจัด ให้มีการประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลอันเนื่องจากการแข่งขันกีฬามวย ส าหรับนักมวยในรายการ แข่งขันนั้นให้แล้วเสร็จ และมีผลคุ้มครองการสูญเสียชีวิต การสูญเสียอวัยวะและพิการทางสมอง การรักษาพยาบาลกรณีบาดเจ็บ สิทธิในการรับเงินชดเชยรายสัปดาห์ และอื่น ๆ ทันทีที่มีการ แข่งขัน ระเบียบคณะกรรมการกีฬามวยว่าด้วยระเบียบและกติกาส าหรับการแข่งขัน กีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๕ ระเบียบนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๑๙ ตอนที่ ๗๐ ง วันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๔๕ ออกโดยอาศัยอ านาจตามมาตรา ๙ (๕) และมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติ กีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ ประกอบด้วย ภาค ๑ กีฬามวยไทย หมวด ๑ ระเบียบและกติกาการแข่งขันกีฬามวยไทย หมวด ๒ ระเบียบและกติกาการแข่งขันกีฬามวยไทยส าหรับนักมวยหญิง หมวด ๓ ระเบียบและกติกาการแข่งขันกีฬามวยไทยสําหรับนักมวย ที่มีอายุต่ํากว่า๑๕ ปีบริบูรณ์ ภาค ๒ กีฬามวยสากล หมวด ๑ ระเบียบและกติกาการแข่งขันกีฬามวยสากล หมวด ๒ ระเบียบและกติกาการแข่งขันกีฬามวยสากลส าหรับนักมวยหญิง หมวด ๓ ระเบียบและกติกาการแข่งขันกีฬามวยสากลส าหรับนักมวย ที่มีอายุต่ ากว่า ๑๕ ปีบริบูรณ์
๑๑๑ ภาค ๓ กีฬามวยที่รับรองโดยองค์กรกีฬามวย หมวด ๑ การแข่งขันกีฬามวยสมัครเล่น หมวด ๒ การแข่งขันกีฬามวยอาชีพ ภาค ๔ กีฬามวยอื่นๆ ทั้งนี้ นายสนามมวย ผู้จัดรายการแข่งขันกีฬามวย ผู้ได้รับอนุญาตจัดรายการ แข่งขันกีฬามวยเฉพาะคราว ผู้จัดรายการแข่งขันกีฬามวยที่ไม่ต้องขออนุญาต หรือการแข่งขัน อื่นที่มีลักษณะของการแข่งขันกีฬามวย ต้องด าเนินการจัดการแข่งขันให้เป็นไปตามระเบียบและ กติกา ส าหรับการแข่งขันตามที่ก าหนดไว้ท้ายระเบียบนี้โดยเคร่งครัด ในท้ายระเบียบมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับอายุของนักมวยกีฬามวยไทย ดังนี้ ภาค ๑ กีฬามวยไทย หมวด ๑ ระเบียบและกติกาการแข่งขันกีฬามวยไทย ข้อ ๘ นักมวยต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ ๘.๑ อายุไม่ต่ ากว่า ๑๕ ปีบริบูรณ์ ๘.๒ น้ าหนักตัวตั้งแต่ ๑๐๐ ปอนด์ ๘.๓ ไม่เป็นโรคที่ต้องห้ามตามที่ระบุไว้ในคู่มือแพทย์ หมวด ๓ ระเบียบและกติกาการแข่งขันกีฬามวยไทยส าหรับนักมวยที่มี อายุต่ ากว่า๑๕ ปีบริบูรณ์ ระเบียบและกติกาการแข่งขันกีฬามวยไทยส าหรับนักมวยที่มีอายุ ต่ ากว่า ๑๕ ปีบริบูรณ์ให้ใช้ตามระเบียบและกติกาการแข่งขันมวยไทยโดยอนุโลมโดยมี ข้อก าหนดเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ นวม ๑.๑ นักมวยตั้งแต่รุ่นเปเปอร์เวทถึงรุ่นพินเวท ให้ใช้นวมขนาด ๖ ออนซ์ (๑๓๒ กรัม) ๑.๒ นักมวยตั้งแต่รุ่นมินิฟลายเวทถึงรุ่นเฟเธอร์เวท ให้ใช้นวม ขนาด ๘ ออนซ์ (๒๒๗ กรัม) ๑.๓ นักมวยตั้งแต่รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวทขึ้นไป ให้ใช้นวมขนาด ๑๐ ออนซ์ (๒๘๔ กรัม) ข้อ ๒ การจ าแนกรุ่น และการชั่งน้ าหนักตัว ในการจ าแนกรุ่นของนักมวยไทยส าหรับนักมวยที่มีอายุต่ ากว่า ๑๕ ปีบริบูรณ์ให้เพิ่มรุ่นในการแข่งขันจากเดิม ๓ รุ่น คือ ๒.๑ รุ่นเปเปอร์เวท น้ าหนักตัวไม่เกิน ๙๐ ปอนด์ (๔๐.๙๐๙ กก.) ๒.๒ รุ่นค็อกเวท น้ าหนักตัวต้องเกิน ๙๐ ปอนด์ (๔๐.๙๐๙ กก.)และ ไม่เกิน ๙๕ ปอนด์ (๔๓.๑๘๑ กก.) ๒.๓ รุ่นพินเวท น้ าหนักตัวต้องเกิน ๙๕ ปอนด์ (๔๓.๑๘๑ กก.) และ ไม่เกิน ๑๐๐ ปอนด์ (๔๕.๔๕๔ กก.)
๑๑๒ ข้อ ๓ จ านวนยก ให้แข่งขันกัน ๓ หรือ ๕ ยก ยกละ ๒ นาที หยุดพักระหว่างยก ๒ นาทีการหยุดการแข่งขันเพื่อเตือน ตัดคะแนน จัดเครื่องแต่งกายของนักมวยให้เรียบร้อยหรือ ด้วยสาเหตุอื่น ๆ ไม่นับรวมอยู่ในเวลาแข่งขัน ๒ นาที ข้อ ๔ กรณีอื่น ๆ นักมวยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่มีอายุต่ ากว่า ๑๕ ปีบริบูรณ์ เข้าร่วม การแข่งขันกับนักมวยที่มีอายุเกิน ๑๕ ปีบริบูรณ์แล้วนั้น ต้องจัดให้มีมาตรการเพื่อความปลอดภัย ตามระเบียบ และกติกาการแข่งขันมวยไทยส าหรับนักมวยที่มีอายุต่ ากว่า ๑๕ ปีบริบูรณ์ ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ คณะกรรมการกีฬามวยได้ออกระเบียบ และกติกามาตรฐานส าหรับการแข่งขันกีฬามวย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๖ ยกเลิกภาค ๑ กีฬามวยไทย ภาค ๒ กีฬามวยสากล ภาค ๓ กีฬามวยที่รับรองโดยองค์กรกีฬามวย ภาค ๔ กีฬามวยอื่น ๆ ซึ่งก าหนดท้ายระเบียบเดิม และให้ใช้หลักเกณฑ์การแข่งขันกีฬามวย ซึ่งก าหนด แนบท้ายระเบียบนี้ ซึ่งปัจจุบันคณะกรรมการกีฬามวยยังไม่มีก าหนดแนบท้ายระเบียบนี้ นอกเหนือจากความไม่สมบูรณ์ของกฎหมายล าดับรองที่ชัดเจนเฉพาะส าหรับ เด็กท างานในอาชีพอิสระในรูปแบบสัญญาจ้างท าของ รวมทั้งการชกมวยของเด็กยังมีความ ไม่สอดคล้องกันระหว่างกฎหมายเกี่ยวกับเด็ก และข้อก าหนดของอนุสัญญา ILO ฉบับที่ ๑๘๒ ซึ่งประเทศไทยได้ให้สัตยาบันมากว่า ๒๐ ปี ในส่วนของการน าเด็กอายุต่ ากว่า ๑๕ ปี มาท างาน ในกิจกรรมทางเศรษฐกิจ รวมถึงลักษณะงานที่ไม่ปลอดภัยและอาชีวอนามัยส าหรับเด็กอายุ ๑๕ – ๑๘ ปี นอกจากนี้ จากการที่คณะกรรมาธิการได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการ ด้านการสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เดินทางไปร่วมประชุมและศึกษาดูงาน เมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ณ ส านักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย ยังได้ทราบประเด็นปัญหา การก ากับดูแล การบังคับใช้กฎหมาย ว่ามีข้อจ ากัดเรื่องบุคลากรซึ่งเป็นข้อเท็จจริง โดยในส่วน ภูมิภาคมีผู้อ านวยการการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัด ๑ คน และผู้ช่วย ฯ จังหวัด ๑ คน ซึ่งผู้ช่วยมวยยังขาดความมั่นคงในอาชีพเนื่องจากท าสัญญาจ้างปีต่อปีขึ้นอยู่กับงบประมาณ ประจ าปี ตัวอย่างเช่น ช่วงเทศกาลส าคัญ หากมีการจัดงานทุกจังหวัดทุกอ าเภอจัดมวยพร้อมกัน หลายแห่งก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ทั่วถึง ซึ่งแสดงให้เห็นได้ว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบ ขาดแคลนอัตราก าลังเจ้าหน้าที่ที่จะด าเนินการตรวจสอบกรณีที่ฝ่าฝืนหรือมีการด าเนินการใด ที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายก าหนด รวมทั้ง ขาดข้อมูลเชิงบูรณาการจากหน่วยงานในสังกัดในกรณี ที่มีการน ามวยเด็กเข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขันต่างสถานที่ ทั้งในส่วนของประวัติด้านสุขภาพ ของเด็ก สถิติการเข้าร่วมกิจกรรมชกมวยของเด็ก และการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เช่น ระหว่างกระทรวงสาธารณสุขกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในกรณี เกี่ยวกับสุขภาพอนามัยของเด็ก และระหว่างกระทรวงมหาดไทยกับกระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ในกรณีของการขออนุญาตเล่นการพนันในสนามมวยหากมีเด็ก เข้าร่วมการแข่งขันในสถานที่ดังกล่าว
๑๑๓ โดยสรุปภาพรวมผลการพิจารณาศึกษาในบทนี้ได้ด าเนินการภายใต้รายงาน สถานการณ์และการขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายในประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๑ (Finding on the Worst Forms of Child Labor ค.ศ. ๒๐๑๘) รายละเอียดตามภาคผนวก ก ของกระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวถึงเด็กเข้าแข่งขันชกมวยไทยที่เป็นอันตรายโดยไม่มี การใช้อุปกรณ์ป้องกัน และได้มีข้อเสนอแนะให้มีการออกกฎหมายคุ้มครองเด็กในกรณีดังกล่าว ซึ่งผลจากการศึกษาข้อเท็จจริงจากเอกสาร การประชุมรับฟังความคิดเห็นผู้เกี่ยวข้อง การศึกษา ดูงานของคณะอนุกรรมาธิการด้านการสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และผลจากการจัดสัมมนา พบว่า ความจ าเป็นทางเศรษฐกิจของครอบครัวนักมวยเด็ก แนวคิดในการสร้างนักมวย และการยอมรับการเปลี่ยนแปลงของผู้เกี่ยวข้องในวงการมวย รวมทั้งกฎหมายและการบังคับใช้ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งก าหนดการคุ้มครองเด็ก ไว้ครอบคลุมแล้ว แต่การบังคับใช้กฎหมายกรณีการชกมวยเด็กโดยตรงที่ผ่านมาเป็นการเฝ้า ระวังและแจ้งข้อมูลให้หน่วยงานของกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อทราบ ส าหรับการแข่งขันชกมวยไทยนั้นนิติสัมพันธ์ระหว่าง ผู้จัดรายการแข่งขันมวยกับนักมวย ส่วนใหญ่แล้วเป็นไปตามสัญญาจ้างท าของโดยจ่าย ค่าตอบแทนตามผลส าเร็จของงาน นอกจากนี้ยังมีพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งก าหนดให้คณะกรรมการกีฬามวยจัดให้มีระเบียบและกติกามาตรฐานส าหรับการแข่งขัน กีฬามวย เพื่อใช้ในการจัดการแข่งขันกีฬามวย โดยค านึงถึงอายุ เพศ ความปลอดภัยของนักมวย และจารีตประเพณีในการแข่งขันกีฬามวย ซึ่งได้มีการออกระเบียบคณะกรรมการกีฬามวยว่าด้วย ระเบียบและกติกามาตรฐานส าหรับการแข่งขันกีฬามวย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๖ หมวดที่ ๓ ได้ก าหนดระเบียบและกติกาการแข่งขันมวยไทยส าหรับเด็กที่มีอายุต่ ากว่า ๑๕ ปี แต่ยังไม่มี ละเอียดโดยใช้ระเบียบส่วนใหญ่ของมวยไทยอาชีพโดยอนุโลม ซึ่งเป็นประเด็นส าคัญที่เป็น ปัญหาอุปสรรค อนึ่ง จากรายงานสถานการณ์และการขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย ในประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๒ (Finding on the Worst Forms of Child Labor ค.ศ. ๒๐๑๙) ของกระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกา รายละเอียดตามภาคผนวก จ และรายงานสถานการณ์และ การขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายในประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๓ (Finding on the Worst Forms of Child Laborค.ศ. ๒๐๒๐) ของกระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกา รายละเอียดตาม ภาคผนวก ฉ ได้ประกาศผลการประเมินการขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุด ของไทยโดยเพิ่มระดับความเข้มข้นของประเด็นมวยเด็กข้อเสนอแนะให้คุ้มครองเด็กอายุต่ ากว่า ๑๘ ปี ที่ชกมวยไทยต้องมีอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยในปี พ.ศ. ๒๕๖๑ โดยในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ และปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ได้เพิ่มความเข้มข้นเป็นขอให้ขยายการประกาศงานที่อาจเป็น อันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยส าหรับเด็ก และงานห้ามส าหรับเด็กอย่างกว้างขวาง ในทุกกิจการที่ปรากฏว่ามีเด็กท างาน รวมทั้ง การชกมวยไทยซึ่งมีหลักฐานชี้ว่าเด็กได้รับ ผลกระทบเป็นอันตรายต่อร่างกายด้วย
บทที่ ๕ สรุปผล เงื่อนไขส ำคัญ และข้อเสนอแนะ ๕.๑ สรุปผล การศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประกอบการจัดท ารายงานการพิจารณ าศึกษ า เรื่อง “แนวทางการคุ้มครองและป้องกันการท างานในรูปแบบที่อาจเป็นอันตรายต่อเด็กท างาน : กรณีมวยเด็ก” ฉบับนี้ เกิดขึ้นจากการศึกษาค้นคว้าข้อมูลทั้งจากแหล่งปฐมภูมิที่มีผู้ท าการ ศึกษาไว้แล้ว และแหล่งทุติยภูมิซึ่งได้จากการสัมภาษณ์ การประชุมหารือกับบุคคล และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อันประกอบด้วยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ส านักงาน คณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นักวิชาการ จากศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก โรงพยาบาล รามาธิบดี สมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬามวยไทยสมัครเล่น แห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ผ่านกระบวนการสัมมนา/สังเคราะห์จนตกผลึกทางความคิด ภายใต้หัวข้อเรื่อง “กติกามวยไทย ความปลอดภัยส าหรับเด็กท างาน” และได้ข้อสรุปที่เป็นสาระส าคัญ ประกอบการจัดท า ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อไปดังนี้ ๕.๑.๑ มวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้และกีฬาที่ส าคัญของไทยซึ่งจะธ ารงรักษา สืบสาน ให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ ฝึกฝน ๕.๑.๒ การฝึกมวยไทย รวมทั้งการเล่นกีฬาต่าง ๆ เป็นกลไกส าคัญที่ส่งเสริมสุขภาพ ที่แข็งแรงในกลุ่มเด็กและเยาวชน รวมทั้งการสร้างเสริมการมีวินัยและห่างไกลยาเสพติด ๕.๑.๓ การฝึกกีฬามวยไทย สามารถพัฒนาเป็นทางเลือกในการประกอบอาชีพได้ ๕.๑.๔ การชกมวยไทย ซึ่งเป็นศิลปะการต่อสู้ซึ่งมีการปะทะอย่างรุนแรงมีอันตราย ต่อเด็ก โดยเฉพาะต่อการพัฒนาการทางร่างกายและสมอง (การปะทะที่ศีรษะ การควบคุม น้ าหนักเพื่อให้ได้น้ าหนักในพิกัดที่ได้เปรียบคู่ต่อสู้ การขึ้นชกโดยมีเวลาพักฟื้นร่างกาย ไม่เพียงพอ) จ าเป็นที่เด็กจะต้องได้รับการคุ้มครองดูแลด้านความปลอดภัย เพื่อให้สามารถ พัฒนาทางร่างกายและสมองได้อย่างเต็มที่ ๕.๑.๕ จากการวิเคราะห์สถานการณ์เกี่ยวกับ มวยเด็กของประเทศไทยพบว่า มีองค์ประกอบของปัญหาอย่างน้อย ๓ มิติ ได้แก่ มิติด้านแรงงาน มิติด้านสาธารณสุข และมิติ ด้านกีฬา ที่ควรจะได้รับการพิจารณาและน าไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม โดยเด็ก ชกมวยไทยเพื่อค่าตอบแทนเป็นการท างาน แม้ว่าข้อเท็จจริงซึ่งจะแตกต่างไปในแต่ละกรณียังไม่ สามารถชี้ชัดได้ว่าเด็กถูกว่าจ้างโดยมีนิติสัมพันธ์เป็นลูกจ้างของผู้ใด แต่เด็กได้ท างานในลักษณะ สัญญาจ้างท าของ จึงเข้าข่ายเด็กท างานโดยมีลักษณะงานหรือสภาพแวดล้อมในการท างานที่มี แนวโน้มจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยของเด็กท างาน ซึ่งไม่สอดคล้องกับ มาตรฐานสากลต ามอนุสัญญ าฉบับที่ ๑๘๒ ขององค์การแรงงาน ระห ว่างป ระเทศ (International Labor Organization Convention No 182) ว่ าด้ วยก า รห้ าม แ ล ะก า ร
๑๑๖ ด าเนินการในทันที เพื่อขจัดรูปแบบที่เลวร้ายที่สุดของการใช้แรงงานเด็กและสุ่มเสี่ยงต่อกระแส กดดันจากองค์การระหว่างประเทศต่าง ๆ และประเทศคู่ค้าที่ส าคัญ ๕.๑.๖ ต าม ร ายงาน ส ถ าน ก า รณ์ แ ล ะการขจัดการใช้ แรงงานเด็ กใน รูปแบบ ที่เลวร้ายในประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๑ (Finding on the Worst Forms of Child Labor ค.ศ. ๒๐๑๘) ของกระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกา รายละเอียดตามภาคผนวก ก ได้ลด ระดับป ระเทศไทยจากเดิม ระดับ Significant Advancement เป็นระดับ Moderate Advancement โดยมีเหตุผลส่วนหนึ่งกล่าวอ้างว่ามีกรณีเด็กชกมวยไทยโดยไม่มีอุปกรณ์ เพื่อความปลอดภัยและมีกรณีเด็กเสียชีวิตจากการชกมวยไทย ต่อมารายงานสถานการณ์ และการขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายในประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๒ (Finding on the Worst Forms of Child Laborค.ศ. ๒๐๑๙) ของกระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกา รายละเอียด ตามภาคผนวก จ และรายงานสถานการณ์และการขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย ในประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๓ (Finding on the Worst Forms of Child Labor ค.ศ. ๒๐๒๐) ของกระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกา รายละเอียดตามภาคผนวก ฉ ยังคงให้ประเทศไทยอยู่ใน ระดับ Moderate Advancement เนื่องจากยังไม่พบว่ามีการแก้ไขปัญหาเพิ่มเติมอย่างเป็น รูปธรรม โดยเฉพาะความปลอดภัยกรณีมวยเด็ก และได้มีข้อเสนอที่เกี่ยวข้องโดยตรงต่อปัญหา การท างานของเด็กโดยเฉพาะมวยเด็ก ดังนี้ (๑) น าการก าหนดอายุขั้นต่ า (๑๕ ปี) มาใช้ในการท างานของเด็กที่ไม่มี นิติสัมพันธ์ตามสัญญาจ้างแรงงาน (ปี ๒๕๖๒ และปี ๒๕๖๓) (๒) สร้างการคุ้มครองทางกฎหมายเพื่อห้ามไม่ให้เด็กอายุต่ ากว่า ๑๘ ปี เข้าร่วม ชกมวยไทยโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน และห้ามสัมผัสกับศีรษะของฝ่ายตรงข้ามทุกกรณี (ปี ๒๕๖๒) (๓) ให้ขยายขอบเขตการบังคับใช้ลักษณะงานที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และความปลอดภัยส าหรับเด็ก และงานห้ามส าหรับเด็กอย่างกว้างขวางในทุกกิจการที่ปรากฏว่า มีเด็กท างาน รวมทั้งการชกมวยไทย (ปี ๒๕๖๓) ๕.๑.๗ เมื่อพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิเด็ก จะมีพระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ และกฎหมายล าดับรองภายใต้พระราชบัญญัติดังกล่าว ก าหนด ลักษณะงานและประเภทงานที่ห้ามใช้เด็กท างานโดยมีนิติสัมพันธ์ตามสัญญาจ้างแรงงาน ส าหรับเด็กท างานที่ไม่มีนิติสัมพันธ์การจ้างงาน (ประกอบอาชีพอิสระ) รวมทั้งการชกมวยโดย ได้รับค่าตอบแทน จะมีพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ และพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นกฎหมายหลักที่ให้การคุ้มครองดูแลไว้ตามสมควรแล้ว แต่ยังขาดกฎหมาย ล าดับรองที่ก าหนดความชัดเจนเฉพาะส าหรับเด็กท างาน รวมทั้งยังมีข้อจ ากัดในการบังคับใช้ กฎหมายเชิงบูรณาการทั้งในมิติของการจัดเก็บและการบริหารเชื่อมโยงข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน และการเข้าถึงข้อมูลของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน และในมิติของอัตราก าลัง และการปฏิบัติงานแทนกันภายในหน่วยงานและระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
๑๑๗ ๕.๒ เงื่อนไขส ำคัญ คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา พิจารณาเห็นว่า ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ที่จะน าเสนอต่อวุฒิสภาและคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบก่อนน าไปสู่การปฏิบัติ ของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องนั้น จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขหลัก ๓ ประการ ซึ่งจะท าให้การ ท างานด้านการคุ้มครองและป้องกันอันตรายจากกรณีมวยเด็กเกิดผลสัมฤทธิ์ประกอบด้วย (๑) เด็กต้องมีความพร้อมและมีพัฒนาการทางด้านร่างกายตามเกณฑ์มาตรฐานของ ช่วงอายุ มีความพร้อมทางด้านจิตใจและวินัย และต้องได้รับการคุ้มครองด้านความปลอดภัย ในการท างานรวมทั้งการชกมวย (๒) ต้องมีกฎหมายล าดับรองเพื่อก าหนดมาตรฐานความปลอดภัยในการท างานของเด็ก ในทุกรูปแบบการท างาน โดยเฉพาะการชกมวยต้องมีกฎหมายล าดับรองก าหนด ระเบียบ กติกา ส าหรับมวยเด็กเป็นการเฉพาะ และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล (๓) มีการบังคับใช้กฎหมาย ระเบียบ กติกาที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ และบูรณาการ การท างานให้สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกันภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อคุ้มครอง และพัฒนาเด็กให้เป็นก าลังแรงงานที่มีคุณภาพ รวมทั้งสร้างมาตรฐานมวยไทยไปสู่การเป็น มาตรฐานสากล ๕.๓ ข้อเสนอแนะ เพื่อน าไปสู่การแก้ไขปัญหาและพัฒนาวงการกีฬามวยไทย เห็นควรพิจารณาด าเนินการ ใน ๒ ระยะ คือ ระยะเร่งด่วน (๑) มีความจ าเป็นต้องตัดความเชื่อมโยง และแยกเด็กออกจากวงการมวยอาชีพ อย่างเด็ดขาด โดยออกประกาศคณะกรรมการระดับชาติ เพื่อขจัดการใช้แรงงานเด็กรูปแบบ ที่เลวร้าย เพิ่มเติมมวยอาชีพในกลุ่มงานที่เป็นอันตรายส าหรับเด็ก ซึ่งจะส่งผลให้นักมวยอาชีพ ต้องมีอายุ ๑๘ ปีขึ้นไป ทั้งนี้ มิได้หมายความว่าจะห้ามผู้มีอายุต่ ากว่า ๑๘ ปี ขึ้นชกมวยแต่อย่างใด เพียงแต่จะต้องก าหนดรูปแบบการขึ้นชกมวยของนักมวยที่มีอายุต่ ากว่า ๑๘ ปี ไม่ให้มีลักษณะ เป็นการขึ้นชกมวยอาชีพเพื่อตัดความเชื่อมโยงดังกล่าว และจะต้องก าหนดมาตรการป้องกัน อันตรายต่าง ๆ แก่ร่างกายให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัยของนักมวยด้วย (๒) แก้ไขเพิ่มเติมระเบียบ กติกา มาตรฐานการแข่งขันกีฬามวย โดยห้ามนักมวย เด็กอายุต่ ากว่า ๑๘ ปี เข้าแข่งขันมวยอาชีพ และให้ใช้กติกามวยไทยสมัครเล่นระดับนานาชาติ ของสภามวยไทยโลก (IFMA) ส าหรับการแข่งขันของเด็กอายุต่ ากว่า ๑๕ ปี (๓) แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ และพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ เพิ่มเติม โดยแต่งตั้งจากข้าราชการในส่วน ภูมิภาค และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในแต่ละจังหวัด เพื่อเพิ่มความสามารถในการเฝ้าระวัง ดูแลการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
๑๑๘ (๔) กระจายอ านาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการออกข้อบัญญัติ ท้องถิ่น หรือเทศบัญญัติ เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามระเบียบ กติกา และมาตรฐานที่ได้มีการ แก้ไขเพิ่มเติมใหม่ รวมถึงห้ามเด็กอายุต่ ากว่า ๑๘ ปี ขึ้นชกมวยอาชีพ (๕) เงินจากกองทุนคุ้มครองเด็กตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ เห็นว่าควรน ามาใช้เพื่อช่วยเหลือนักมวยเด็กอายุต่ ากว่า ๑๘ ปีในกรณีที่เด็กอยู่ในสภาพ ที่ยากล าบากซึ่งไม่สามารถขึ้นชกมวยอาชีพได้ ระยะยำว (๑) แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้ครอบคลุมการห้าม นักมวยเด็กอายุต่ ากว่า ๑๘ ปี เข้าแข่งขันมวยอาชีพ เพื่อความยั่งยืนของวงการกีฬามวยไทย (๒) ควรส่งเสริมโรงเรียนสอนมวยไทยให้ใช้แนวทางการฝึกที่เป็นสากล สร้างภาพลักษณ์ให้ผู้ปกครองยอมรับ และส่งบุตรหลานเข้าฝึกมวยไทย ในท านองเดียวกับกีฬา ต่างประเทศประเภทอื่น เช่น เทควันโด ยูโด คาราเต้ เป็นต้น (๓) สร้างมาตรฐานความปลอดภัยที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยขอให้ คณะกรรมการกีฬามวย ที่จัดตั้งขึ้นและมีอ านาจหน้าที่ตามมาตรา ๕ และมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ อาศัยมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติกีฬามวย พิจารณาปรับปรุง ระเบียบคณะกรรมการกีฬามวยว่าด้วยระเบียบและกติกามาตรฐานส าหรับ การแข่งขันกีฬามวย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๖, ภาค ๑ กีฬามวยไทย หมวด ๓“ระเบียบและ กติกาการแข่งขันกีฬามวยส าหรับนักมวยที่มีอายุต่ ากว่า ๑๕ ปีบริบูรณ์” ในรายละเอียดเพื่อเป็น ระเบียบกติกาบังคับใช้กับนักมวยที่มีอายุต่ ากว่า ๑๕ ปี เป็นการเฉพาะ และใช้บังคับการจัด แข่งขันชกมวยที่มีเด็กอายุต่ ากว่า ๑๕ ปี เข้าร่วมการแข่งขัน โดยไม่มีข้อยกเว้น และให้สามารถ ก าหนดระเบียบกติกาการแข่งขันเป็นการเฉพาะได้ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ควรน าระเบียบกติกา ของ IFMA (International Federation of Muaythai Association) ซึ่งได้รับการยอมรับ เป็นสากลแล้วมาใช้ในการพิจารณา โดยเฉพาะควรให้ความส าคัญกับประเด็นต่อไปนี้ (๑.๑) รูปแบบกิจกรรมการแข่งขันที่เหมาะสมกับช่วงอายุ เช่น (๑.๑.๑) อายุต่ ากว่า ๑๐ ปีบริบูรณ์กิจกรรมไหว้ครูมวยไทย (๑.๑.๒) อายุ ๑๐ ปี แต่ต่ ากว่า ๑๒ ปีบริบูรณ์กิจกรรมการแข่งขัน แสดงศิลปะมวยไทยมาตรฐาน (๑.๑.๓) อายุ ๑๒ ปี แต่ต่ ากว่า ๑๕ ปีบริบูรณ์กิจกรรมการชกมวยให้ แข่งขันในรูปแบบกีฬามวยสมัครเล่นเท่านั้น และห้ามมีการปะทะบริเวณส่วนศีรษะ เป็นต้น (๑.๑.๔) อายุ ๑๕ ปี แต่ต่ ากว่า ๑๘ ปีบริบูรณ์ กิจกรรมการชกมวยให้ แข่งขันโดยมีอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัย และห้ามมีการปะทะบริเวณส่วนศีรษะ เป็นต้น (๑.๒) ก าหนดน้ าหนักต่ าสุดที่นักมวยจะเข้าร่วมการแข่งขันชกมวยไทย ส าหรับมวยเด็ก เช่น น้ าหนักตั้งแต่ ๓๒ กิโลกรัม หรือ ๗๐ ปอนด์ เพื่อให้เด็กมีพัฒนาการส่วนสูง และน้ าหนักตามมาตรฐาน และมีร่างกายที่สมบูรณ์เพียงพอต่อการแข่งขันชกมวย (๑.๓) ก าหนดมาตรฐานอุปกรณ์ที่เหมาะสมตามมาตรฐานสากล และเป็น เงื่อนไขที่จะต้องปฏิบัติ ส าหรับการพิจารณาอนุญาตให้จัดการแข่งขัน
๑๑๙ (๑.๔) ก าหนดระยะเวลาพักระหว่างการเข้าร่วมการแข่งขันชกมวย แต่ละครั้งให้เหมาะสมกับช่วงวัย โดยเฉพาะกรณีมีความบอบช้ าของร่างกายจะต้องขยายเวลาพัก ให้เหมาะสม (๑.๕) กรรมการตัดสินบนเวที จะต้องผ่านการอบรมเป็นการเฉพาะ เพื่อดูแลความปลอดภัยของนักมวยเด็กอย่างมีประสิทธิภาพ (๑.๖) การขออนุญาตจัดการแข่งขันชกมวยไทยโดยมีเด็กอายุต่ ากว่า ๑๕ ปี จะต้องขออนุญาต และผู้ขออนุญาตจะต้องปฏิบัติตามระเบียบที่ได้ก าหนดไว้ครบถ้วน (๔) ขยายขอบเขตการบังคับใช้อายุขั้นต่ า ๑๕ ปีบริบูรณ์ ส าหรับการว่าจ้าง เพื่อท างานในรูปแบบสัญญาจ้างท าของหรืออาชีพอิสระ ในกิจกรรมทางเศรษฐกิจทุกรูปแบบ และขยายการบังคับใช้ก าหนดงานห้าม และลักษณะงานที่อาจเป็นอันตรายที่ไม่ให้ว่าจ้างเด็ก ท างาน ไปสู่การท างานในกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ไม่มีนิติสัมพันธ์ตามสัญญาจ้างแรงงาน อาจรวมถึงการชกมวยไทยที่อาจเกิดอันตรายหรือไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพของเด็ก โดย (๔.๑) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ออกกฎหมาย ล าดับรองภายใต้ มาตรา ๒๖ (๖) (๗) และ (๘) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ เพื่อก าหนดงานห้ามและลักษณะงานที่ไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพของเด็กท างาน เช่น การใช้ สารเคมี วัตถุมีพิษ การท างานยามวิกาล การท างานในสถานที่เล่นการพนัน การท างานที่ต้อง ยกของหนักเกิน ๒๕ กิโลกรัม (เด็กชาย) หรือ เกิน ๒๐ กิโลกรัม (เด็กหญิง) และการท างาน ที่ต้องมีการกระทบกระทั่งต่อร่างกายเป็นประจ า เป็นต้น (๔.๒) กระทรวงแรงงาน พิจารณ าออกพระราชบัญญั ติการท างาน ส าหรับเด็ก ให้ครอบคลุมการจ้างงานที่มีนิติสัมพันธ์เป็นนายจ้างและลูกจ้าง และการว่าจ้าง ในรูปแบบสัญญาจ้างท าของที่เป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจทุกประเภท ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล (๔.๓) ให้ มี ก า รพิ จ า รณ าท บ ท วน ก า รก าห น ด อ ายุ ขั้น ต่ าข องเด็ ก ในกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกฉบับให้มีความสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน (๕) เพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายและการบริหารจัดการกิจการ ที่เกี่ยวข้องกับเด็กโดย (๕.๑) ขยายขอบเขตหน้าที่และอ านาจของคณะกรรมการระดับชาติ เพื่อขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย โดยเพิ่มการก ากับดูแล/คุ้มครองเด็กทั้งระบบ โดยเฉพาะการท างานทั้งที่มีนิติสัมพันธ์ตามสัญญาจ้างแรงงานและการว่าจ้างในลักษณะสัญญา จ้างท าของเพื่อให้เกิดความสอดคล้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีขอบข่ายการพิจารณา ครอบคลุมการท างานของเด็กทุกรูปแบบการจ้าง ให้มีอ านาจในการติดตาม เร่งรัด การปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงานให้สอดคล้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งสามารถ บูรณาการการปฏิบัติงาน เพื่อด าเนินการตามประเด็นยุทธศาสตร์เฉพาะให้สัมฤทธิ์ผล และให้ ความส าคัญเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาเรื่องของมวยเด็ก
๑๒๐ (๕.๒) สร้างระบบฐานข้อมูล ตามข้อก าหนดในกฎหมายแต่ละฉบับโดยใช้ หมายเลข ๑๓ หลักของประชาชนและผู้ประกอบการเป็นหลัก และเชื่อมโยงฐานข้อมูลที่เป็น ปัจจุบันผ่านระบบ online ในทุกหน่วยงานและระหว่างหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวเนื่องกัน เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อมูลได้อย่างทั่วถึงและทันที ซึ่งจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการ ตรวจสอบ คัดกรอง อนุญาต โดยมีข้อมูลและประวัติส่วนบุคคลที่ครบถ้วน (๕.๓) กรณีหน่วยงานประสมปัญหาขาดแคลนบุคลากร เพื่อก ากับดูแล ให้ทั่วถึงทุกพื้นที่ควรที่หน่วยงานรับผิดชอบกฎหมายจะมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในระดับพื้นที่เป็นเจ้าพนักงานร่วมปฏิบัติงาน และควรมอบหมายให้คณะกรรมการในระดับ จังหวัดเป็นผู้พิจารณาอนุญาต ตามที่กฎหมายก าหนด เพราะจะมีข้อมูลในระดับพื้นที่ ที่ครอบคลุมหลากหลายและเป็นปัจจุบัน รวมทั้งการสร้างเครือข่ายข้อมูลในระดับท้องที่ และ หน่วยงานภาคประชาชน เพื่อรับฟังข้อมูลและข้อเสนอแนะ เพื่อปรับปรุงการปฏิบัติงาน (๕.๔) ให้ความส าคัญ ติดตาม และบังคับใช้กฎหมายกับการโฆษณาผ่าน website และ platform ต่าง ๆ ที่ได้ใช้มวยเด็กเป็นเครื่องมือเพื่อการพนัน online ซึ่งการ โฆษณาด้วยภาพของมวยเด็กที่คัดเลือกเพื่อจูงใจผู้เล่นการพนัน ได้ส่งภาพลักษณ์ความรุนแรง และความไม่ปลอดภัยของมวยเด็กในประเทศไทยในวงกว้างและเป็นผลในทางลบต่อศิลปะมวยไทย ต่อประชาคมโลกโดยรวม (๕.๕) ส่งเสริมความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับความส าคัญของเด็ก ความส าคัญของ ความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยของเด็ก และกระตุ้นให้ผู้ปกครองและสังคมโดยรวม ให้ความส าคัญต่อการพัฒนาเด็กอย่างเหมาะสม รวมทั้งการปรับเปลี่ยนทัศนคติการสร้างกระดูกมวย โดยการขึ้นชกบ่อย ๆ มาใช้วิทยาศาสตร์การกีฬามาช่วยพัฒนาสมรรถนะของนักมวย และสร้าง จิตส านึกร่วมกันว่ารูปแบบการท างานที่เลวร้ายของเด็กท างานเป็นสิ่งที่สังคมไทยไม่ยอมรับ จากข้อมูลความจริงเชิงประจักษ์ที่ปรากฏอยู่ในสังคมไทยผ่านการศึกษาวิเคราะห์ของ คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา ที่ได้น าเสนอมาในบทก่อนหน้าแล้วนั้น “มวยเด็ก” ยังคง เป็นประเด็นส าคัญที่องค์กรระหว่างประเทศด้านแรงงาน และประเทศคู่ค้าหลักที่ส าคัญของไทย ก าลังเฝ้าจับตามองอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่า หากประเทศไทยไม่มีการแก้ไข ปัญหาและพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นกว่าเดิมย่อมจะส่งผลกระทบต่อความร่วมมือทางการค้าและ การส่งออกสินค้าของประเทศไทย ในฐานะที่ไทยเป็นประเทศที่ใช้นโยบายพึ่งพาการส่งออก หรือตลาดโลกเป็นที่มาส าคัญของการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ดังนั้น ประเทศไทยและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายในวงการกีฬามวยจะได้หันมาให้ความสนใจ และแก้ไขปัญหากรณีของมวยเด็กกันอย่างจริงจัง แนวทางและข้อเสนอแนะที่คณะกรรมาธิการ การแรงงาน วุฒิสภา ได้จัดท า และน าเสนอมาพร้อมนี้ได้ผ่านการพิจารณากลั่นกรองจากผู้ที่ มีส่วนได้ส่วนเสียและเกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ภายใต้การยึดโยงกับผลประโยชน์ ที่เกิดขึ้นกับประเทศชาติและประชาชนเป็นส าคัญ จึงเป็นแนวทางที่จะช่วยแก้ไขปัญหา ที่สังคมไทยส่วนหนึ่งก าลังประสบอยู่ ก่อนที่จะกลายเป็นปัญหาลุกลามบานปลาย ขยายวงไปสู่ ปัญหาระหว่างประเทศ จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่รัฐบาลจะได้เล็งเห็นถึงความส าคัญ พร้อมทั้ง เร่งผลักดันให้แนวทางและข้อเสนอจากคณะกรรมาธิการแรงงาน วุฒิสภา น าไปสู่การปฏิบัติ
๑๒๑ ให้เห็นผลได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้เพื่อการคุ้มครองเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติให้ได้รับ ความปลอดภัย และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นโดยรวมของพี่น้องประชาชนชาวไทย อันเป็นส่วนส าคัญ ส่วนหนึ่งที่จะน าพาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ไปสู่อนาคตอย่างมีทิศทางและเป้าหมาย ที่แน่นอน ในการนี้ เพื่อให้บังเกิดผลในทางปฏิบัติภายใต้กลไกการบริหารราชการแผ่นดิน จึงเห็นควรให้น าเสนอรายงานฉบับดังกล่าวต่อวุฒิสภา เพื่อพิจารณาก่อนน าเสนอคณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก รายงานสถานการณ์และการขจัดการใช้แรงงานเด ็กในรูปแบบที่เลวรายท้ ี่สุด ในประเทศไทย ของกระทรวงแรงงาน ประเทศสหรัฐอเมริกา ประจําปีพ.ศ. ๒๕๖๑