-
รายงานการพิจารณาศึกษา การท าเกษตรแบบแปลงใหญ่ โดย คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ส ำนักกรรมำธิกำร ๑ ส ำนักงำนเลขำธิกำรวุฒิสภำ
บันทึกข้อควำม ส่วนรำชกำร คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา โทร. ๐ ๒๘๓๑ ๙๑๕๐ ที่ สว ๐๐๐๙.๐๙/(ร 30) วันที่ 29 กันยายน ๒๕๖6 เรื่อง รายงานการพิจารณาศึกษาการท าเกษตรแบบแปลงใหญ่ กราบเรียน ประธานวุฒิสภา ด้วยในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๗ (สมัยสามัญประจ าปีครั้งที่หนึ่ง) วันอังคารที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๒ ที่ประชุมได้มีมติตั้งคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นคณะกรรมาธิการสามัญ ประจ าวุฒิสภาตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๗๘ วรรคสอง (๓) มีหน้าที่และอ านาจ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ กระท ากิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการส่งเสริม สนับสนุน แก้ไขปัญหาและพัฒนาเกษตรกรรม การใช้ประโยชน์ที่ดิน น้ าและปัจจัยการผลิตทางการเกษตร การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทางการเกษตร อุตสาหกรรม การเกษตร อาหาร การสหกรณ์ การพัฒนาการผลิต การแปรรูป ธุรกิจการเกษตร และการเกษตร สร้างมูลค่า พิจารณาศึกษา ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และแผนแม่บทภายใต้ ยุทธศาสตร์ชาติ ที่อยู่ในหน้าที่และอ านาจและอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งปัจจุบันคณะกรรมาธิการการเกษตร และสหกรณ์วุฒิสภา ประกอบด้วย ๑. พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ ประธานคณะกรรมาธิการ ๒. พลเอก ดนัย มีชูเวท รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง ๓. นายวิทยา ผิวผ่อง รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง ๔. นายสุธี มากบุญ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม ๕. นายลักษณ์ วจนานวัช รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สี่ ๖. นายสมชาย ชาญณรงค์กุล เลขานุการคณะกรรมาธิการ ๗. นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล รองเลขานุการคณะกรรมาธิการ และโฆษกคณะกรรมาธิการ ๘. นางจินตนา ชัยยวรรณาการ รองโฆษกคณะกรรมาธิการ ๙. ศาสตราจารย์เกียรติคุณไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ๑๐. พลเอก ปัฐมพงศ์ ประถมภัฏ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ๑๑. พลเรือเอก ศักดิ์สิทธิ์ เชิดบุญเมือง ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ๑๒. นายเฉลียว เกาะแก้ว กรรมาธิการ ๑๓. นายบุญมี สุระโคตร กรรมาธิการ ๑๔. นางเบญจรัตน์ จริยธาราสิทธิ์ กรรมาธิการ ๑๕. นายประมาณ สว่างญาติ กรรมาธิการ (ส าเนา) ๑๖. นายไพโรจน์…
- 2 - ๑๖. นายไพโรจน์ พ่วงทอง กรรมาธิการ ๑๗. นายส าราญ ครรชิต กรรมาธิการ ๑๘. นายอุดม วรัญญูรัฐ กรรมาธิการ บัดนี้ คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ได้พิจารณาศึกษาการท าเกษตร แบบแปลงใหญ่เสร็จแล้ว จึงขอรายงานผลการพิจารณาศึกษาดังกล่าวต่อวุฒิสภา ตามข้อบังคับ การประชุมวุฒิสภาพ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๙๘ จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดน าเสนอรายงานของคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภาต่อที่ประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณาต่อไป (ลงชื่อ) พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ (ฉัตรชัย สาริกัลยะ) ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ส าเนาถูกต้อง (นางอุมาพร สายสุวรรณ) ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมาธิการการเกษตร และสหกรณ์ (นางสาวอริษา ทองทับทิม) ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมาธิการการเกษตร และสหกรณ์ กลุ่มงานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ นันท์นรินทร์ พิมพ์ ส านักกรรมาธิการ 1 ส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา อุมาพร ทาน โทรศัพท์ 0 2831 9151
ก คณะกรรมำธิกำรกำรเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภำ พลเอก ดนัย มีชูเวท รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง นายวิทยา ผิวผ่อง รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง นายสุธี มากบุญ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม นายลักษณ์ วจนานวัช รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สี่ นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล รองเลขานุการคณะกรรมาธิการ และโฆษกคณะกรรมาธิการ พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ ประธานคณะกรรมาธิการ นายสมชาย ชาญณรงค์กุล เลขานุการคณะกรรมาธิการ นางจินตนา ชัยยวรรณาการ รองโฆษกคณะกรรมาธิการ
ข ศาสตราจารย์เกียรติคุณไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ พลเอก ปัฐมพงศ์ ประถมภัฏ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ พลเรือเอก ศักดิ์สิทธิ์ เชิดบุญเมือง ปรึกษาคณะกรรมาธิการ นายเฉลียว เกาะแก้ว กรรมาธิการ นายบุญมี สุระโคตร กรรมาธิการ นายประมาณ สว่างญาติ กรรมาธิการ นางเบญจรัตน์ จริยธาราสิทธิ์ กรรมาธิการ นายไพโรจน์ พ่วงทอง กรรมาธิการ นายส าราญ ครรชิต กรรมาธิการ นายอุดม วรัญญูรัฐ กรรมาธิการ
ค รำยนำมคณะท ำงำนพิจำรณำศึกษำกำรท ำเกษตรแบบแปลงใหญ่ ในคณะกรรมำธิกำรกำรเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภำ นายสมชาย ชาญณรงค์กุล ประธานคณะท างาน นายบุญมี สุระโคตร นายอดิศร พร้อมเทพ นางดาเรศร์ กิตติโยภาส รองประธานคณะท างาน รองประธานคณะท างาน คณะท างาน คนที่หนึ่ง คนที่สอง นางสาวภาณี บุณยเกื้อกูล นางสาวพรรณนีย์ วิชชาชู นางสาวกาญจนา ขวัญเมือง คณะท างาน คณะท างาน คณะท างาน นางวัชรีพร โอฬารกนก นางสาวอังคณา สุวรรณกูฎ นางสาวกัลลิกา ตาระกา เลขานุการคณะท างาน ผู้ช่วยเลขานุการคณะท างาน ผู้ช่วยเลขานุการคณะท างาน นางสาวภัทรมาศ พานพุ่ม นางสาวอริษา ทองทับทิม นางสาวกรรณิกา ช้างสุวรรณ ผู้ช่วยเลขานุการคณะท างาน ผู้ช่วยเลขานุการคณะท างาน ผู้ช่วยเลขานุการคณะท างาน
รำยงำนกำรพิจำรณำศึกษำกำรท ำเกษตรแบบแปลงใหญ่ ของ คณะกรรมำธิกำรกำรเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภำ ด้วยในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๗ (สมัยสามัญประจ าปีครั้งที่หนึ่ง)วันอังคารที่ ๑0 กันยายน ๒๕๖๒ ได้พิจารณาและมีมติตั้งคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ซึ่งเป็นคณะกรรมาธิการ สามัญประจ าวุฒิสภา ตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ 7๘ วรรคสอง (3) โดยมี หน้าที่และอ านาจพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ กระท ากิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษา เรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการส่งเสริม สนับสนุน แก้ไขปัญหาและพัฒนาเกษตรกรรม การใช้ประโยชน์ที่ดิน น้ าและปัจจัยการผลิตทางการเกษตร การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทางการเกษตร อุตสาหกรรมการเกษตร อาหาร การสหกรณ์การพัฒนาการผลิต การแปรรูป ธุรกิจการเกษตรและการเกษตรสร้างมูลค่า พิจารณาศึกษา ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ ชาติ ที่อยู่ในหน้าที่และอ านาจ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง บัดนี้ คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ได้ด าเนินการพิจารณาศึกษา การท าเกษตรแบบแปลงใหญ่ เสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงขอรายงานผลการพิจารณาศึกษาดังกล่าว ต่อวุฒิสภา ตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๙๘ ดังนี้ ๑. กำรด ำเนินกำรของคณะกรรมำธิกำรกำรเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภำ ๑.1 คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ได้แต่งตั้งคณะท างานพิจารณาศึกษา การท าเกษตรแบบแปลงใหญ่ ประกอบด้วย 1.1 นายสมชาย ชาญณรงค์กุล ประธานคณะท างาน 1.2 นายบุญมี สุระโคตร รองประธานคณะท างาน คนที่หนึ่ง ๑.3 นายอดิศร พร้อมเทพ รองประธานคณะท างาน คนที่สอง ๑.4 นางดาเรศร์ กิตติโยภาส คณะท างาน ๑.5 นางสาวภาณี บุญยเกื้อกูล คณะท างาน ๑.6 นางสาวพรรณนีย์ วิชชาชู คณะท างาน ๑.7 นางสาวกาญจนา ขวัญเมือง คณะท างาน ๑.8 นางวัชรีพร โอฬารกนก เลขานุการคณะท างาน ๑.9 นางสาวอังคณา สุวรรณกูฎ คณะท างานและผู้ช่วยเลขานุการคณะท างาน ๑.10 นางสาวกัลลิกา ตาระกา คณะท างานและผู้ช่วยเลขานุการคณะท างาน ๑.11 นางสาวภัทรมาศ พานพุ่ม คณะท างานและผู้ช่วยเลขานุการคณะท างาน 1.12 นางสาวอริษา ทองทับทิม คณะท างานและผู้ช่วยเลขานุการคณะท างาน 1.13 นางสาวกรรณิกา ช้างสุวรรณ คณะท างานและผู้ช่วยเลขานุการคณะท างาน
จ 1.2 คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ได้มีมติแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการ ตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ 87 ดังนี้ ๑) นางอุมาพร สายสุวรรณ ผู้บังคับบัญชากลุ่มงานคณะกรรมาธิการ การเกษตรและสหกรณ์ ๒) นางสาวอริษา ทองทับทิม นิติกรช านาญการพิเศษ กลุ่มงานคณะกรรมาธิการการเกษตร และสหกรณ์ 1.3 ในการด าเนินงานพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าว คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ได้เชิญผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมเพื่อให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง และแสดงความคิดเห็น ดังนี้ ส ำนักนำยกรัฐมนตรี ส านักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายนิติ ช่างภิญโญ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ช านาญการพิเศษ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมประมง 1) นายประพันธ์ ลีปายะคุณ รองอธิบดีกรมประมง 2) นายธเนศ พุ่มทอง ผู้อ านวยการกองวิจัย และพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ าจืด กรมปศุสัตว์ 1) นายวิวัฒน์ ไชยชอุ่ม ผู้อ านวยการกองส่งเสริม และพัฒนาการปศุสัตว์ 2) นางสาวจิราภรณ์ มนตรีพิทักษ์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน กรมวิชาการเกษตร 1) นายประสงค์ โยระภัตร นักวิชาการเกษตรช านาญการ กองแผนงานและวิชาการ 2) นายณัทภัค คงสมบูรณ์ นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ กองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐาน สินค้าพืช
ฉ 3) นางสาวทิพยรัตน์ เดชวิเศษไกร นักวิชาการเกษตร กองแผนงาน และวิชาการ 4) นางสาวพิมพา ไชยมงคล เจ้าพนักงานการเกษตรปฏิบัติงาน กองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐาน สินค้าพืช กรมหม่อนไหม 1) นายวัชรพงษ์ แก้วหอม รองอธิบดีกรมหม่อนไหม 2) นางณัฐมนต์ สกุลชน นักวิชาการเกษตรช านาญการ กระทรวงพำณิชย์ ส ำนักงำนปลัดกระทรวงพำณิชย์ 1) นายวันชัย อาจกมล ผู้อ านวยการกองบริหารการพาณิชย์ภูมิภาค 2) นางสาวกาญจนา เจฬิวณารักษ์ นักวิชาการพาณิชย์ช านาญการ กระทรวงมหำดไทย นายทรงกลด สว่างวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ช่วยราชการส านักปลัดกระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุตสำหกรรม ส ำนักงำนเศรษฐกิจอุตสำหกรรม นางสาวพธู ทองจุล นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการพิเศษ 2. ผลกำรศึกษำ จากการพิจารณาศึกษาข้างต้น คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา จึงขอเสนอรายงานการพิจารณาศึกษา การท าการเกษตรแบบแปลงใหญ่ เพื่อให้วุฒิสภา โปรดพิจารณาหากวุฒิสภาให้ความเห็นชอบด้วยกับรายงานการพิจารณาศึกษาและข้อเสนอแนะ ของคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา โปรดแจ้งไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ตามแต่จะเห็นสมควร ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์แก่การพัฒนาประเทศและประชาชนต่อไป (นายสมชาย ชาญณรงค์กุล) เลขานุการคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา
บทสรุปผู้บริหำร จากยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) ด้านการสร้างความสามารถ ด้านการแข่งขันในภาคการเกษตร ได้ก าหนดเป้าหมายให้ประเทศไทยสามารถยกระดับศักยภาพ ของประเทศได้ในหลากหลายมิติและขยายโอกาสของประเทศไทยในเวทีโลก โดยแผนแม่บท ด้านการเกษตรทั้ง 6 ประเด็นย่อย ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติได้ก าหนดเป้าหมายให้ผลิตภัณฑ์มวลรวม ภายในประเทศด้านการเกษตรเพิ่มสูงขึ้น สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 - 2570) ซึ่งก าหนดประเด็นส าคัญที่จะพลิกโฉมประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจ สร้างคุณค่าสังคมเดินหน้าอย่างยั่งยืน โดยมีหมุดหมายส าคัญที่มุ่งให้ประเทศไทยปรับทิศทาง ภาคการผลิตจากเดิมไปสู่หมุดหมายที่ 1 ประเทศไทยเป็นประเทศชั้นน าด้านสินค้าเกษตร และเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง โดยเน้นใช้องค์ความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมและสามารถใช้ข้อมูล และดิจิทัลแพลตฟอร์มเป็นเครื่องมือในการตลาดและก าหนดราคาสินค้าที่จ าหน่ายได้ตามคุณภาพผลผลิต คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ได้ด าเนินการศึกษารวบรวมข้อมูล ทั้งจากการเชิญหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จ านวน ๗ หน่วยงาน คือ ส านักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมการข้าว กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมหม่อนไหม และกรมวิชาการเกษตร และเชิญหน่วยงานภายนอกสังกัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและ/หรือสนับสนุนการด าเนินการส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ จ านวน ๗ หน่วยงาน คือ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม ส านักงานสภาพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติส านักงบประมาณ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ส านักงาน คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ และส านักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และการลงพื้นที่เก็บข้อมูล เชิงลึกของกลุ่มแปลงใหญ่ทั้ง ๓ ระดับคุณภาพ กลุ่มการผลิตสินค้าพืช สัตว์ และประมง จ านวน ๙ จุด รวมทั้งการจัดสัมมนาเรื่องการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ การวิเคราะห์สถานะในปัจจุบันของการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ พบว่า มีจุดอ่อน หลายประการที่เป็นปัจจัยให้การส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ในปัจจุบันนั้น ไม่สามารถตอบโจทย์ การพัฒนาความสามารถด้านการแข่งขันในภาคการเกษตร ได้แก่ ไม่มีหน่วยงานรับผิดชอบ การด าเนินการพัฒนาขับเคลื่อนเกษตรแปลงใหญ่ในภาพรวม ท าให้ขาดการปฏิบัติงานที่เป็นเอกภาพ การขาดความรู้ความเข้าใจในหลักการของระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ของผู้เกี่ยวข้อง การขาดความต่อเนื่องในมิติของการพัฒนา รวมทั้งความไม่ชัดเจนของแผนงานและกระบวนการพัฒนา เชิงคุณภาพ การประเมินผลที่ไม่น าไปสู่การพัฒนาจึงขาดการขับเคลื่อนที่เหมาะสม กลุ่มแปลงใหญ่หลายกลุ่ม ขาดความเข้มแข็ง ยังไม่มีการระดมทุน หรือมีแต่ไม่เพียงพอต่อการด าเนินกิจกรรมร่วมกัน
ซ กลุ่มและสมาชิกแปลงใหญ่ยังขาดองค์ความรู้ ความตระหนักถึงเป้าหมายร่วมของกลุ่ม และภาพรวม ของการพัฒนาองค์กร ขาดความมุ่งหวังและเป้าหมายการพัฒนาเพื่อยกระดับแปลงใหญ่ ดังนั้น เพื่อพัฒนาภาคการเกษตรจากเศรษฐกิจฐานรากให้มีพลังสู่การสร้างความสามารถ ในการแข่งขันได้ ต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดและกำรด ำเนินงำน โดยให้ความส าคัญกับการส่งเสริมเกษตร แบบแปลงใหญ่ในฐานะที่เป็น“ระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่”ที่ทุกภาคส่วนจะต้องตระหนักว่าการด าเนินงาน เกษตรแบบแปลงใหญ่ไม่ได้เป็นเพียงโครงการหนึ่งที่ภาครัฐให้การสนับสนุนแก่เกษตรกรและสิ้นสุด การด าเนินงานไปตามวาระการสนับสนุน แต่เป็นระบบเกษตรกรรมหลักของประเทศที่ต้องส่งเสริม สนับสนุนให้เกิดกำรขับเคลื่อนและพัฒนำอย่ำงต่อเนื่องระยะยำวบนพื้นฐานการสร้างศักยภาพ ของเกษตรกรและองค์กรของเกษตรกรให้สามารถด ารงอยู่ได้อย่างมั่นคงบนหลักการของการพึ่งพา ตนเองอย่างแท้จริง และต้องมีการด าเนินการแบบมีส่วนร่วม และพิจารณาจัดท าข้อเสนอแนะ กรอบแนวคิดเพื่อการขับเคลื่อนระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ ประกอบด้วย ๖ องค์ประกอบ คือ ๑) หลักการและเป้าหมายความส าเร็จของระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ ๒) องค์ประกอบหลัก ในการด าเนินงานตามระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ ๓) การขับเคลื่อนระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ ๔) ประเด็นบ่งชี้ถึงความส าเร็จในการขับเคลื่อนงาน ๕) แนวคิดในการยกระดับเกษตรกรรมแปลงใหญ่ ไปสู่ความมั่นคงและยั่งยืน และ ๖) บทบาทของหน่วยงานเพื่อการขับเคลื่อนพัฒนาและยกระดับ แปลงใหญ่ โดยทั้ง ๖ องค์ประกอบจะมีความสัมพันธ์และเชื่อมโยงกันจึงจะเกิดการขับเคลื่อน และพัฒนาระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ดังนี้ ๑. หลักกำรและเป้ำหมำยควำมส ำเร็จของระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ ๑.๑ หลักกำรของระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ มีหลักการส าคัญ คือ การสนับสนุน ให้เกิดการรวมตัวกันของเกษตรกรที่มีอาชีพเดียวกันในพื้นที่ใกล้เคียงกันมาร่วมกันบริหารจัดการ สินค้าเกษตรตลอดห่วงโซ่การผลิตโดยใช้องค์ความรู้และนวัตกรรม เพื่อพัฒนาอาชีพเกษตร อย่างยั่งยืน มีรายได้มั่นคง คุณภาพชีวิตดีขึ้น และมีเศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง โดยหลักการดังกล่าวนี้ ประกอบด้วยคุณลักษณะส าคัญ ๖ ประการ คือ ๑) กำรใช้ฐำนควำมรู้เป็นองค์น ำ เพื่อไปสู่ ก า รป รับเปลี่ยนวิธีคิดและปฏิบัติการท ากา รเกษตรด้วยการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม และมีการสร้างสรรค์นวัตกรรมการต่อยอดสู่เกษตรมูลค่าสูง ๒) กำรบริหำรจัดกำรแบบกลุ่ม โดยเกษตรกรสมาชิกเข้ามามีส่วนร่วมในการด าเนินการอย่างเต็มรูปแบบ ๓) กำรจัดกำรพื้นที่ผลิต สินค้ำให้เกิดประสิทธิภำพสูงสุด เพื่อให้เกิดการลดต้นทุนและการเพิ่มผลผลิต โดยให้ความส าคัญ กับการผลิตในพื้นที่เหมาะสม หรือพื้นที่ที่สามารถปรับปรุงพัฒนาได้ และในขนาดพื้นที่ผลิตที่คุ้มค่า ต่อการลงทุน (Economies of Scale) ๔) กำรเชื่อมโยงกำรตลำดของเกษตรกรในระดับต่ำง ๆ ทั้งในประเทศและต่ำงประเทศ สร้างช่องทางการตลาดที่หลากหลาย เพิ่มพลังอ านาจในการต่อรอง
ฌ และตลาดเชิงสัมพันธ์เพื่อให้มีลูกค้าที่ถาวร ๕) กำรสร้ำงควำมสำมำรถในกำรแข่งขัน โดยยึดแนวความคิดฐานเศรษฐกิจแบบองค์รวม (Bio – Circular - Green Economy - BCG) ที่มุ่งเน้นให้เกิดการเติบโตเชิงคุณภาพมีการหมุนเวียนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ ๖) กำรเปิดโอกำสให้ทุกภำคส่วนมีส่วนร่วมและพัฒนำเกษตรกรรมแปลงใหญ่อย่ำงเป็นระบบ เพื่อฟื้นฟูและปฏิรูปภาคการเกษตรให้ก้าวสู่การสร้างความมั่นคงของเศรษฐกิจจากฐานราก ๑.๒ เป้ำหมำยควำมส ำเร็จของระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ ที่สามารถวัดผล การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรสมาชิกแปลงใหญ่ได้จ าแนกผลการพัฒนาออกเป็น 3 มิติ คือ ๑) มิติด้ำนพัฒนำเศรษฐกิจ เกษตรกรมีรายได้มั่นคง สินค้าเกษตรมีการยกระดับให้สามารถแข่งขันได้ มีความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งส่งผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ ๒) มิติด้ำนพัฒนำสังคม เกษตรกรมีทักษะการประกอบการ มีความสามารถในการบริหารจัดการ ตนเองและองค์กรของเกษตรกร และ ๓) มิติด้ำนสิ่งแวดล้อม สนับสนุนให้พื้นที่การเกษตรมีการใช้ ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า เกิดสมดุลของระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อม ๒. องค์ประกอบหลักของระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ จุดเริ่มต้นของการด าเนินงานตามระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ที่ต้องมีหรือส่งเสริม ให้เกิดขึ้นก่อนการขับเคลื่อนระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ ประกอบด้วย ๓ องค์ประกอบ ดังนี้ ๒.๑ กำรจัดกำรควำมรู้ของเกษตรกร หลักคิดส าคัญคือ การใช้ความรู้เป็นองค์น า ในการปฏิรูปการท าการเกษตร โดยอาศัยเกษตรกรที่มีความรู้และประสบผลส าเร็จด้านการเกษตร ในพื้นที่เป็นต้นแบบถ่ายทอดความรู้ผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) แล้วน าความรู้นั้นมาร่วมคิดร่วมท าไปด้วยกัน ๒.๒ กำรรวมกลุ่มของเกษตรกร ความส าคัญในการสร้างความส าเร็จของระบบ เกษตรกรรมแปลงใหญ่นั้น เกษตรกรต้องมีความเข้าใจจนตระหนักถึงความส าคัญและมองเห็น เป้าหมายรวมของประโยชน์การท าเกษตรกรรมแปลงใหญ่ไปในทิศทางเดียวกัน เข้าใจในบทบาท หน้าที่ของสมาชิกและเข้าร่วมกิจกรรมด้วยความสมัครใจ พัฒนาไปสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตร ที่จะเติบโตเป็นองค์กรทางการค้าอย่างแท้จริงได้ ๒.๓ กำรจัดระบบงำนของเกษตรกรรมแปลงใหญ่ คือ การก าหนดเป้าหมาย แผนงาน กิจกรรมของแปลงใหญ่ อยู่บนฐานข้อมูลพื้นที่ สินค้าและสมาชิก รวมทั้งข้อมูลแวดล้อม ในการบริหารมาตรฐานการผลิต มีการวิเคราะห์ความเหมาะสม ความคุ้มค่า และโอกาส กลุ่มที่ดีควรมีกติกาข้อบังคับเพื่อการควบคุมการด าเนินงาน ที่เหมาะสมและการติดตาม และประเมินผลทั้งปริมาณ คุณภาพ และผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมเพื่อน าไปใช้ประโยชน์ ในการวางแผนการพัฒนาขั้นต่อไป
ญ ๓. กำรขับเคลื่อนระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ ในการขับเคลื่อนระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ให้เป็นไปตามหลักการและเป้าหมาย ความส าเร็จต้องค านึงถึงการพัฒนา ๒ เรื่อง คือ การขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างหลัก ของระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ และการสร้างมูลค่าของสินค้าเกษตรจากฐานความรู้และนวัตกรรม โดยมีรายละเอียด ดังนี้ ๓.๑ กำรพัฒนำโครงสร้ำงหลักของแปลงใหญ่ ประกอบด้วย ๕ ประเด็น คือ ๑) กำรพัฒนำผู้น ำกำรบริหำรจัดกำรแปลงใหญ่ มีการสร้างและพัฒนาผู้น าที่มีบทบาทหน้าที่ อย่างน้อย ๓ ลักษณะ ผู้น าองค์กร ในรูปคณะผู้น าที่ได้รับการคัดเลือกจากสมาชิกผู้จัดการแปลง ท าหน้าที่บริหารจัดการการผลิต ผลผลิต และการตลาด มีความรู้ความสามารถในเชิงธุรกิจ และผู้น าทางปัญญา เป็นผู้ได้รับความเชื่อถือจากสมาชิกแปลงใหญ่ว่าเป็นผู้ที่มีความรู้ มีความสามารถ ในการจัดการองค์ความรู้ และ/หรือสืบค้นแสวงหาข้อมูลความรู้ที่ถูกต้องและจ าเป็นในการประกอบอาชีพ และสามารถถ่ายทอดและชักน าให้สมาชิกปฏิบัติตาม ๒) กำรพัฒนำโครงสร้ำงพื้นฐำนกำรผลิต รวมทั้งการจัดการผลผลิตของแปลงใหญ่ประกอบด้วย การพัฒนาระบบพื้นฐานที่เอื้อประโยชน์ ต่อภาคการเกษตร อาทิ การจัดการทรัพยากรน้ าและดินให้เหมาะสมอย่างเพียงพอ การจัดวางระบบ ชลประทานกลางและระบบชลประทานในไร่นา การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สอดคล้อง กับความต้องการของเกษตรกรและสามารถน าไปใช้ในเชิงพาณิชย์ ระบบคมนาคมเพื่อการเกษตร ระบบสารสนเทศของแปลงใหญ่ รวมทั้งการจัดการเครื่องจักรอุปกรณ์ และอาคารสถานที่ส าหรับ การจัดการผลผลิต การจัดระบบทุน ทรัพย์สินและการเงิน ทั้งทุนภายในที่เกิดจากสมาชิก และทุนจากภายนอก ด าเนินการอย่างมีความโปร่งใสและจัดสรรผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม ตลอดจนการให้บริการทางการค้าและอ านวยความสะดวกแก่เกษตรกรสมาชิกแปลงใหญ่ ให้มีความรวดเร็วและพัฒนาระบบโลจิสติกส์การเกษตรเพื่อลดขั้นตอนและระยะเวลาในการส่งสินค้า ๓) กำรพัฒนำคุณภำพและมำตรฐำนกำรผลิตและสินค้ำเกษตร นอกเหนือจากมาตรฐานพื้นฐานที่สมาชิก ทุกรายควรได้รับการรับรองแล้ว ผลผลิตของสมาชิกทุกรายต้องมีคุณภาพและมาตรฐานเดียวกัน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและสะดวกในการจัดการด้านการตลาด ๔) กำรเชื่อมโยงกำรตลำดและคู่ค้ำ จัดท าแผนการตลาดเชิงรุกจากข้อมูลการผลิตและข้อมูลคู่ค้าเพื่อจัดท าแผนการผลิตที่สอดรับ กับแผนการตลาด การสร้างความโดดเด่นเฉพาะตัวสินค้าให้เป็นที่จดจ าและน่าเชื่อถือ (Branding) การส่งเสริมการตลาดและตลาดเชิงสัมพันธ์เพื่อให้ได้คู่ค้าถาวรจะช่วยลดความเสี่ยงด้านราคา ๕) กำรสร้ำงและพัฒนำเครือข่ำยเกษตรกรรม บริกำรและธุรกิจของสินค้ำแปลงใหญ่ ใน ๒ ลักษณะ คือ เครือข่ายการบริหารงานของแปลงใหญ่ภาครัฐควรลดบทบาทจากผู้ก าหนดมาเป็น ผู้อ านวยความสะดวกและปรับเปลี่ยนรูปแบบการสนับสนุนให้เหมาะสม และเครือข่ายธุรกิจ ของแปลงใหญ่ เพื่อสร้างเสริมความสามารถการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืนในห่วงโซ่มูลค่าของสินค้า เกษตรนั้น ๆ
ฎ ๓ . ๒ กำรสร้ำงมูลค่ำของสินค้ำเกษตรจำกฐำนควำมรู้และนวัตกรรม การขับเคลื่อนระบบ เกษตรกรรมแปลงใหญ่ในมิติของการพัฒนาสินค้าไปสู่เป้าหมาย การสร้างความสามารถในการแข่งขัน บนฐานเศรษฐกิจแบบองค์รวม โดยการสร้างมูลค่าของสินค้าเกษตรจากฐานความรู้และนวัตกรรม 6 ด้าน คือ ๑) เกษตรอัตลักษณ์การส่งเสริมการน าอัตลักษณ์พื้นถิ่นและภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย มาเป็นผลิตภัณฑ์การเกษตร รวมทั้งสินค้าที่ได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์๒) เกษตรชีวภำพ ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพของทรัพยากรทั้งพืช สัตว์และจุลินทรีย์ เพื่อการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงและเชื่อมโยงสู่อุตสาหกรรมต่อเนื่อง และน าวัตถุดิบเหลือทิ้ง ทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมและพลังงานชีวภาพ ๓) เกษตรปลอดภัย การผลิต ที่สอดคล้องกับมาตรฐานระบบการจัดการความปลอดภัยทางอาหารของประเทศและคู่ค้า ๔) เกษตร แปรรูป การปรับใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยรวมทั้งนวัตกรรมจากภูมิปัญญาเพื่อสร้าง ความแตกต่าง และเพิ่มมูลค่าในผลิตภัณฑ์และสินค้าเกษตร ๕)เกษตรอัจฉริยะ การน าระบบ อินเตอร์เน็ตในทุกสิ่ง (Internet of Things – IoT) หรือเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ โดยต้องมีกระบวนการ ให้ข้อมูลกลับมา (Feedback) เพื่อใช้ในการปรับปรุงค่าการควบคุมและจัดการกับความแปรปรวน ความหลากหลาย และความไม่สม่ าเสมอในพื้นที่ เทคโนโลยีต้องมีความสัมพันธ์กันในเชิงระบบ และ 6) ระบบนิเวศกำรเกษตร มาตรการสนับสนุนที่จะช่วยในการสร้างมูลค่าเพิ่มในภาคการเกษตร อย่างต่อเนื่อง และเป็นรูปธรรมเพื่อน าไปสู่การบริหารจัดการเกษตรกรรมอย่างเหมาะสม ๔. ประเด็นบ่งชี้ควำมส ำเร็จในกำรขับเคลื่อนระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ การก าหนดเป้าหมายตัวชี้วัดของการด าเนินการแปลงใหญ่ ประกอบด้วย ควำมสำมำรถในกำรบริหำรจัดกำรของแปลงใหญ่การวัดความสามารถในการบริหารจัดการองค์กร และการบริหารจัดการธุรกิจ และการจัดการ กำรลดต้นทุนกำรผลิตตลอดกระบวนกำรผลิต บนหลักการพื้นฐานของความประหยัดและคุ้มทุนทางเศรษฐกิจ (Economies of Scale) นับตั้งแต่ การจัดการจัดหา พัฒนา และการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานในการผลิตและจัดการผลผลิต รวมถึงลดการสูญเสียและการเสื่อมคุณภาพของผลผลิต กำรเพิ่มผลผลิต บนพื้นฐานการผลิต ที่เต็มศักยภาพของสายพันธุ์พืชหรือสัตว์และการจัดการผลผลิตที่คุ้มค่ากับการลงทุน ควำมสำมำรถ ในกำรจัดกำรมำตรฐำนและคุณภำพของสินค้ำเกษตร ผลผลิตและผลิตภัณฑ์ของสมาชิกแปลงใหญ่ มีคุณภาพและมาตรฐานด้วยระบบการผลิตเดียวกัน มีความคงที่ไม่ผันผวน และกำรจัดกำรและเชื่อมโยงตลำด มีระบบการกระจายสินค้าของสมาชิกที่สอดรับกับการผลิต รวมทั้งการก าหนดทิศทางการสร้างสินค้า เกษตรมูลค่าสูงเพื่อรองรับความต้องการของตลาด
ฏ ๕. กำรยกระดับกำรพัฒนำแปลงใหญ่สู่ควำมมั่นคง โดยพิจารณาจากการพัฒนาทักษะพื้นฐานด้านการผลิตไปสู่ทักษะของการประกอบ ธุรกิจเกษตรแบบครบวงจรเป็น ๔ ระดับ ดังนี้ ๕ .๑ ร ะดับพื้นฐ ำน มีเป้ าหม ายหลักเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต คือ ระดับที่เกษตรกรรวมตัวกันในการวางแผนบริหารงานรวมกันและท ากิจกรรมการผลิตโดยมีเป้าหมาย เพื่อแก้ไขปัญหาด้านต้นทุนและการเพิ่มผลผลิต มีการจัดการคุณภาพและการตลาดของสมาชิก ซึ่งเป็นระดับเริ่มต้นของการรวมตัวกันของเกษตรกรในการด าเนินกิจกรรมแปลงใหญ่ ๕.๒ ระดับพัฒนำ มีเป้าหมายหลักเพื่อการด าเนินธุรกิจเกษตรต้นน้ า คือ ระดับที่เกษตรกรมีการจัดองค์กรเชิงนิติบุคคลทางธุรกิจ มีผู้จัดการแปลงสามารถบริหารองค์กร และบริหารธุรกิจต้นน้ าได้ มีมาตรฐานในกระบวนการผลิตและมาตรฐานสินค้า มีการจัดการ สัดส่วนตลาดต้นน้ าได้หลากหลายครอบคลุมก าลังการผลิต และมีการก าหนดทิศทางเป้าหมาย การสร้างมูลค่าของสินค้าต้นน้ าชัดเจน ๕.๓ ระดับก้ำวหน้ำ มีเป้าหมายหลักเพื่อการด าเนินธุรกิจเกษตรครบวงจร คือ ระดับที่เกษตรกรมีการจัดองค์กรเชิงนิติบุคคลทางธุรกิจ การสร้างมูลค่าของสินค้าเกษตรในระดับต้นน้ า กลางน้ า มีความสามารถบริหารธุรกิจในระบบห่วงโซ่อุปทาน มีมาตรฐานในกระบวนการผลิต ในฟาร์มและโรงงาน สินค้ามีมาตรฐาน มีการเชื่อมโยงเครือข่ายทางธุรกิจในห่วงโซ่อุปทานมีการต่อยอด งานวิจัยพัฒนาเพื่อใช้ประโยชน์จากความรู้และนวัตกรรมสูงสุดเพื่อรองรับการผลิตสินค้ามูลค่าสูง ๕.๔ ระดับแข่งขันได้มีเป้าหมายหลักเพื่อเป็นเครือข่ายธุรกิจเกษตร คือ ระดับที่เกษตรกรมีการจัดองค์กรเชิงนิติบุคคล สามารถบริหารเชิงกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อการแข่งขัน (Global Business) มีการเชื่อมโยงกลุ่มธุรกิจในห่วงโซ่อุปทานทั้งการผลิตเองและการส่งต่อเครือข่าย ในรูปแบบพันธมิตรทางการค้า สินค้ามีระบบมาตรฐานรองรับความต้องการของตลาดสากล มีการพัฒนากลไกการสร้างมูลค่าของสินค้าที่ตอบสนองความสามารถในการแข่งขันในโลกธุรกิจสมัยใหม่ ๖. บทบำทของหน่วยงำน ประกอบด้วย ระดับนโยบายรัฐบาล ระดับหน่วยงาน บูรณาการและระดับท้องถิ่นและกลุ่มแปลงใหญ่ ดังนี้ ๖.๑ ระดับนโยบำยรัฐบำล ด าเนินการยกระบบเกษตรกรรมแบบแปลงใหญ่ขึ้น เป็นวำระแห่งชำติจัดท าแผนแม่บทการพัฒนาทั้งในภาพรวมของประเทศ รายสินค้า และรายแปลงใหญ่ เพื่อให้เกิดทิศทางและแนวทางการพัฒนาที่ชัดเจนต่อเนื่องทุกระดับ ปรับปรุงกลไกกำรสนับสนุน งบประมำณ ให้มีความต่อเนื่องเป็นอิสระจากงบประมาณรายปี โดยจัดสรรงบประมาณแบบบูรณาการ อย่างเพียงพอ จัดตั้งเขตเศรษฐกิจเกษตร โดยการสร้างพื้นที่เศรษฐกิจเกษตรขึ้นใหม่หรือใช้พื้นที่กลุ่ม แปลงใหญ่ที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน สร้างความพร้อมด้านระบบโครงสร้างพื้นฐานและระบบเทคโนโลยี ที่เอื้อการสร้างมูลค่าผลผลิตจากฐานความรู้และนวัตกรรม
ฐ ๖.๒ ระดับหน่วยงำนบูรณำกำร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงำนหลัก ท าหน้าที่บริหารจัดการระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ในรูปแบบการบูรณาการและขับเคลื่อนทุกระดับ เพื่อความเป็นเอกภาพ หน่วยงำนร่วมด ำเนินกำร ได้แก่ หน่วยงานส่งเสริมพัฒนาศักยภาพ ของเกษตรกรเพื่อพัฒนาให้เกษตรกรมีความสามารถในด้านต่าง ๆ หน่วยงานเสริมกิจการเชิงพาณิชย์ การวางต าแหน่งทางการตลาดให้แก่สินค้าจากระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ในตลาดภายในประเทศ และระหว่างประเทศ หน่วยงานด้านการศึกษาวิจัยและพัฒนาทั้งเทคโนโลยีและนวัตกรรม และหน่วยงานสนับสนุนทุน รวมทั้งหน่วยงานให้ค าปรึกษาติดตามและประเมินผลรายกลุ่มแปลงใหญ่ อย่างต่อเนื่องเป็นระยะ ๆ เพื่อสมาชิกแปลงใหญ่ได้มีโอกาสในการพัฒนาความสามารถ ในการประกอบการธุรกิจ ๖.๓ ระดับท้องถิ่นและกลุ่มแปลงใหญ่ สร้างและพัฒนากลไกหรือช่องทาง ให้กลุ่มแปลงใหญ่สามารถเชื่อมโยงกับองค์กรส่วนท้องถิ่นและชุมชนเพื่อร่วมพัฒนากลุ่มแปลงใหญ่ ในพื้นที่พัฒนากลไกให้โดยคณะกรรมการแปลงใหญ่ระดับต่าง ๆ และสมาชิกสามารถร่วม ในการพัฒนากลุ่มแปลงใหญ่ของตนเองได้อย่างแท้จริง และสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนบนพื้นฐาน ของการพึ่งพาตนเองของเกษตรกร บทสรุป การขับเคลื่อนระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ให้บรรลุถึงเจตนารมณ์ เพื่อพัฒนาภาคการเกษตรจากเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็งมีพลังสู่การสร้างความสามารถ ในการแข่งขันนั้น การขับเคลื่อนต้องด าเนินในทุกมิติพร้อม ๆ กัน ทั้งเกษตรกรสมำชิกแปลงใหญ่ ต้องมีความเข้าใจหลักการและกระบวนการพัฒนาแปลงใหญ่อย่างแท้จริง ต้องพร้อมที่จะพัฒนา ตนเองให้เข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ โดยไม่รอคอยความช่วยเหลือจากภาครัฐ หน่วยงำน องค์กร ที่เกี่ยวข้องทุกระดับทั้งภาครัฐและเอกชนต้องช่วยในการติดต่อประสานงานและบูรณาการ การท างานให้เป็นเอกภาพ ระดับรัฐบำล จ าเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องยกระดับระบบเกษตรกรรม แปลงใหญ่ให้เป็นนโยบายหลักที่ต้องให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง และต่อเนื่องระยะยาว ถึงจะเกิดผลสัมฤทธิ์ในทางปฏิบัติและประเมินความส าเร็จได้
สำรบัญ หน้ำ รำยนำมคณะกรรมำธิกำร................................................................................................... ก - ข รำยนำมคณะท ำงำนพิจำรณำศึกษำกำรท ำเกษตรแบบแปลงใหญ่...................................... ค รำยงำนกำรพิจำรณำศึกษำ................................................................................................ ง - ฉ บทสรุปผู้บริหำร................................................................................................................. ช - ฐ สำรบัญ.............................................................................................................................. ฑ - ฒ สำรบัญตำรำง.................................................................................................................... ณ - ด สำรบัญภำพ........................................................................................................................ ต บทที่ ๑ บทน ำ..................................................................................................................... ๑-๔ ๑.๑ ความส าคัญของการศึกษา...................................................................................... ๑ ๑.๒ วัตถุประสงค์ของการศึกษา..................................................................................... 3 ๑.๓ ขอบเขตและวิธีการศึกษา....................................................................................... 3 ๑.4 ระยะเวลาด าเนินการ.............................................................................................. 3 1.5 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ…………………………………………………………………………... 4 บทที่ ๒ ข้อมูล ข้อเท็จจริง จำกกำรรำยงำนของหน่วยงำนต่ำง ๆ..................................... 5 - 26 2.1 ความเป็นมาและข้อมูลทั่วไปของการส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่........................ 5 2.2 สถานการณ์ของการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่........................................... 7 บทที่ 3 ข้อมูล ข้อเท็จจริงจำกกำรดูงำนกลุ่มแปลงใหญ่ในพื้นที่................................................ 27 - 48 3.1 จังหวัดสมุทรปราการ.............................................................................................. 27 ๓.2 จังหวัดชุมพร........................................................................................................... 34 3.3 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์........................................................................................... 42 3.๔ จังหวัดราชบุรี......................................................................................................... 46 บทที่ ๔ กำรวิเครำะห์สถำนะในปัจจุบันของกำรส่งเสริมกำรเกษตรแบบแปลงใหญ่........ 49 - 53 ๔.๑ ส่วนราชการในการพัฒนาขับเคลื่อนเกษตรแปลงใหญ่............................................ 49 ๔.2 กลุ่มแปลงใหญ่ของเกษตรกร................................................................................... 50 บทที่ 5 ข้อเสนอแนวคิดเพื่อกำรขับเคลื่อนระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่....................... 55 - 74 ๕.๑ หลักการและเป้าหมายความส าเร็จของระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่..................... 56 ๕.๒ องค์ประกอบหลักของระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่............................................... 58 ๕.3 การขับเคลื่อนระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่........................................................... 59 ๕.4 ประเด็นบ่งชี้ความส าเร็จในการขับเคลื่อนระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่................. 63 ๕.5 การยกระดับการพัฒนาแปลงใหญ่สู่ความมั่นคง..................................................... 67 ๕.6 บทบาทของหน่วยงาน............................................................................................ 72
ฒ สำรบัญ (ต่อ) หน้ำ บทพิเศษกรณีศึกษำโครงกำรยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลำด.................... 75 - 99 ในด้ำนควำมเหมำะสม และควำมคุ้มค่ำทำงเศรษฐกิจของเทคโนโลยี 1. ข้อมูลทั่วไป................................................................................................................................................................... 75 1.1 ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับโครงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่......................................................... 75 1.2 ข้อมูลทั่วไปโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด.......................... 78 2. ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของเทคโนโลยี.............................................................................................................. 83 2.1 วิธีการศึกษาความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของเทคโนโลยี................................................... 83 2.2 ผลการวิเคราะห์ความคุ้มค่าของเทคโนโลยีในการยกระดับแปลงใหญ่........................ 84 2.3 สรุปความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของเทคโนโลยี.............................................................. 92 3. ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะ............................................................................................... 96 3.1 ข้อสังเกต.................................................................................................................... 96 3.2 ข้อเสนอแนะ.............................................................................................................. 98 ภำคผนวก................................................................................................................................. 101 ภาคผนวกที่ 1 แนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม ................................................... 103 ภาคผนวกที่ 2 การสร้างมูลค่าของสินค้าเกษตรจากฐานความรู้และนวัตกรรม .................. 109 เอกสำรอ้ำงอิง........................................................................................................................... 135
ณ สำรบัญตำรำง ตำรำงที่ หน้ำ 1 เป้าหมายการด าเนินงานแปลงใหญ่ตามแผน 20 ปี (ข้อมูลวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๕) 9 2 ผลด าเนินงานส่งเสริมสนับสนุนการท าการเกษตรแบบแปลงใหญ่ (นาแปลงใหญ่) 14 ของกรมการข้าว ปี 2558 – 2565 3 แนวทางการวางแผนเพื่อการพัฒนาคุณลักษณะและคุณสมบัติด้านมาตรฐาน 65 กระบวนการผลิตและสินค้าของแปลงใหญ่ต่าง ๆ 4 แนวทางการวางแผนเพื่อการพัฒนาคุณลักษณะและคุณสมบัติการเชื่อมโยงตลาด 66 และคู่ค้าของแปลงใหญ่ต่าง ๆ 5 แนวทางการวางแผนเพื่อการพัฒนาคุณลักษณะและคุณสมบัติ 68 ด้านคุณภาพที่พึงประสงค์ของกลุ่มแปลงใหญ่ระดับพื้นฐาน 6 แนวทางการวางแผนเพื่อการพัฒนาคุณลักษณะและคุณสมบัติ 69 ด้านคุณภาพที่พึงประสงค์ของกลุ่มแปลงใหญ่ระดับพัฒนา 7 แนวทางการวางแผนเพื่อการพัฒนาคุณลักษณะและคุณสมบัติ 70 ด้านคุณภาพที่พึงประสงค์ของกลุ่มแปลงใหญ่ระดับก้าวหน้า 8 แนวทางการวางแผนเพื่อการพัฒนาคุณลักษณะและคุณสมบัติ 71 ด้านคุณภาพที่พึงประสงค์ของกลุ่มแปลงใหญ่ระดับแข่งขัน 9 จ านวนแปลงใหญ่ จ านวนเกษตรกร และจ านวนพื้นที่ แยกตามกลุ่มสินค้า 77 ระหว่างปี พ.ศ. 2559 - 2565 10 เป้าหมายพื้นที่แปลงใหญ่ รวมถึงสินค้าแปลงใหญ่ และเทคโนโลยี 84 (เครื่องจักรอุปกรณ์) ที่ใช้ในการวิเคราะห์ 11 วิเคราะห์ความคุ้มค่าการจัดซื้อเทคโนโลยีฯ แปลงใหญ่กลุ่มผู้ปลูกข้าว 85 ต าบลนายม อ าเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ 12 วิเคราะห์ความคุ้มค่าการจัดซื้อเทคโนโลยีฯ แปลงใหญ่กลุ่มผู้ปลูกข้าว 87 สหกรณ์ชาวนาวชิรบารมีจ ากัด อ าเภอวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร 13 วิเคราะห์ความคุ้มค่าการจัดซื้อเทคโนโลยีฯ แปลงใหญ่ข้าว 89 หมู่ 4 ต าบลห้วยยั้ง อ าเภอพรานกระต่าย จังหวัดก าแพงเพชร 14 วิเคราะห์ความคุ้มค่าการจัดซื้อเทคโนโลยี(เครื่องจักรและอุปกรณ์) 91 แปลงใหญ่อ้อยโรงงาน หมู่ที่ 5 ต าบลเขากะลา อ าเภอพยุหะคีรีจังหวัดนครสวรรค์
ด สำรบัญตำรำง (ต่อ) ตำรำงผนวกที่ หน้ำ 1 แนวทางการวางแผนเพื่อการพัฒนาคุณลักษณะและคุณสมบัติการสร้างมูลค่า 116 ของสินค้าเกษตรจากฐานความรู้และนวัตกรรม ด้านเกษตรอัตลักษณ์ ของแปลงใหญ่ระดับต่าง ๆ 2 แนวทางการวางแผนเพื่อการพัฒนาคุณลักษณะและคุณสมบัติการสร้างมูลค่า 120 ของสินค้าเกษตรจากฐานความรู้และนวัตกรรม ด้านเกษตรชีวภาพของแปลงใหญ่ ระดับต่าง ๆ 3 แนวทางการวางแผนเพื่อการพัฒนาคุณลักษณะและคุณสมบัติการสร้างมูลค่า ๑25 ของสินค้าเกษตรจากฐานความรู้และนวัตกรรม ด้านเกษตรปลอดภัยของแปลงใหญ่ ระดับต่าง ๆ 4 แนวทางการวางแผนเพื่อการพัฒนาคุณลักษณะและคุณสมบัติการสร้างมูลค่า 128 ของสินค้าเกษตรจากฐานความรู้และนวัตกรรม ด้านเกษตรแปรรูปของแปลงใหญ่ ระดับต่าง ๆ 5 แนวทางการวางแผนเพื่อการพัฒนาคุณลักษณะและคุณสมบัติการสร้างมูลค่า 133 ของสินค้าเกษตรจากฐานความรู้และนวัตกรรม ด้านเกษตรอัจฉริยะของแปลงใหญ่ ระดับต่าง ๆ
ต สำรบัญภำพ ภำพที่ หน้ำ 1 ผลการการรับรองแปลงใหญ่เทียบกับเป้าหมาย 9 (ข้อมูลวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๕) 2 ผลการรับรองมาตรฐานต่างๆของแปลงใหญ่ 10 (ข้อมูลวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๕) 3 การจัดชั้นคุณภาพแปลงใหญ่ ที่จดทะเบียนปีงบประมาณ 2561, 2562 13 และ 2563 จ านวนทั้งหมด 4,578 แปลง 4 กรอบแนวคิดในการขับเคลื่อนและพัฒนาระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ 56 5 จ านวนแปลงใหญ่ทั้งสิ้น 8,918 แปลง และเกษตรกรแปลงใหญ่ 525,159 ราย 76 6 จ านวนโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด 79 ที่ได้รับการอนุมัติ แยกตามหน่วยงานที่รับผิดชอบ 7 จ านวนกลุ่มแปลงใหญ่ที่ได้รับการจัดสรรด้านเทคโนโลยีฯ แบ่งตามจังหวัด 80 8 จ านวนกลุ่มแปลงใหญ่ที่ได้รับการจัดสรรด้านเทคโนโลยีฯ แบ่งตามกลุ่มสินค้า 80 9 มูลค่าเครื่องจักร แบ่งตามจังหวัด 81 10 มูลค่าเครื่องจักร แบ่งตามกลุ่มจังหวัดและเครื่องจักร ก. แบ่งตามการใช้ผลิตแต่ละกลุ่มสินค้า 82 ข.แบ่งตามกลุ่มเครื่องจักรและประเภทใช้งาน 82 11 มูลค่าเครื่องจักร แบ่งตามกลุ่มเครื่องจักรบางประเภท 83 ภำพผนวกที่ 1 โครงการภายใต้แผนแม่บทประเด็นการเกษตร 119 งบประมาณรายจ่ายประจ าปีพ.ศ. 2566
บทที่ ๑ บทน ำ ๑.๑ ควำมส ำคัญของกำรศึกษำ การขับเคลื่อนประเทศด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ตามยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) ได้ก าหนดวิสัยทัศน์ประเทศไทย ปี 2580 ให้ “ประเทศมีควำมมั่นคง มั่นคั่งและยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนำแล้วด้วยกำรพัฒนำตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งด้านการสร้างความสามารถด้านการแข่งขันในภาคการเกษตร มุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพ ของประเทศในหลากหลายมิติ และควบคู่ไปกับการขยายโอกาสของประเทศไทยในเวทีโลก โดยในแผนแม่บทประเด็นการเกษตรภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานเจ้าภาพผู้รับผิดชอบหลัก โดยได้ก าหนดเป้าหมายให้เกิดผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ สาขาการเกษตรเพิ่มขึ้นและผลิตภาพการเกษตรด้านการเกษตรเพิ่มขึ้น และให้ความส าคัญ กับ 6 ประเด็นย่อย ได้แก่ การยกระดับการผลิตให้เข้าสู่คุณภาพมาตรฐานความปลอดภัย การใช้ประโยชน์จากความโดดเด่นและเอกลักษณ์ของสินค้าเกษตร รวมถึงความหลากหลาย ทางชีวภาพในแต่ละพื้นที่การพัฒนาสินค้าเกษตรและการแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อสร้างมูลค่า และคุณค่าให้กับสินค้าเกษตร การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ในการผลิต และการจัดการฟาร์ม ทั้งยังมีการสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาระบบนิเวศของภาคเกษตร เพื่อเสริมสร้างให้การพัฒนามีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและเข้มแข็ง สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 - 2570) ซึ่งก าหนดประเด็นส าคัญที่จะพลิกโฉมประเทศ ไทยไปสู่เศรษฐกิจสร้างคุณค่าสังคมเดินหน้าอย่างยั่งยืน โดยมีหมุดหมายส าคัญที่มุ่งให้ประเทศไทย ปรับทิศทางภาคการผลิตจากเดิมไปสู่หมุดหมายที่ 1 ที่จะพลิกโฉมประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจสร้างคุณค่า สังคมเดินหน้าอย่างยั่งยืน โดยมุ่งให้ประเทศไทยปรับทิศทางภาคการผลิตจากเดิมไปสู่การเป็น “ประเทศชั้นน ำด้ำนสินค้ำเกษตรและเกษตรแปรรูปมูลค่ำสูง” โดยเน้นให้ภาคการเกษตรสามารถ ใช้องค์ความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมให้เกิดประสิทธิภาพการผลิตที่สูงขึ้น ยกระดับผลผลิต ทางการเกษตรสู่มาตรฐานสูงด้วยระบบการผลิตที่ยั่งยืน และเกษตรกรมีรายได้สูงขึ้นจากการผลิต และจ าหน่ายสินค้าคุณภาพดีและคุณภาพระดับสูง มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายตามความต้องการ ของตลาด และสามารถใช้ข้อมูลและดิจิทัลแพลตฟอร์มเป็นเครื่องมือในการตลาดและก าหนดราคาสินค้า ที่จ าหน่ายได้ตามคุณภาพผลผลิต การด าเนินงานโครงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่เป็นนโยบาย การขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติที่ 2 ด้านการสร้างความสามารถ ด้านการแข่งขันประเด็นยุทธศาสตร์ชาติด้านเกษตรสร้างมูลค่า ประเด็นยุทธศาสตร์ชาติย่อยเกษตร อัจฉริยะและแผนแม่บทด้านการเกษตร แผนแม่บทย่อยการพัฒนาระบบนิเวศการเกษตรและแผนปฏิรูป ประเทศด้านเศรษฐกิจ กิจกรรมการสร้างเกษตรมูลค่าสูงที่มีเป้าหมายในการยกระดับรายได้ภาคเกษตร โดยการส่งเสริมให้เกษตรกรมีการผลิตในรูปแบบแปลงใหญ่ทั้งพืช ประมง ปศุสัตว์และส่งเสริมให้มี การรวมกันผลิตและรวมกันจ าหน่าย ตลอดจนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13
2 ที่มีการก าหนดเป้าหมายหลักในการปรับโครงสร้างภาคการผลิตและบริการสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม โดยยกระดับให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันและเศรษฐกิจ ท้องถิ่นและผู้ประกอบการ รายย่อยสามารถเชื่อมโยงกับห่วงโซ่มูลค่าของภาคการผลิตและบริการเป้าหมายได้ และเชื่อมโยงกับ การก าหนดหมุดหมายที่ 1 ไทยเป็นประเทศชั้นน าด้านสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง และได้ก าหนดเป็นกลยุทธ์ที่ 7 การพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการฟาร์มและกิจกรรมหลัง การเก็บเกี่ยวเพื่อลดต้นทุนเพิ่มมูลค่าผลผลิตของเกษตรกร กลยุทธ์ย่อยที่ 7.1 สนับสนุนบทบาทสถาบัน เกษตรกร (สหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร/วิสาหกิจชุมชน) ในฐานะหน่วยธุรกิจของเกษตรกรให้ท าหน้าที่ สนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการฟาร์ม กิจกรรมหลังการเก็บเกี่ยว และกระบวนการ น าส่งผลผลิตจนถึงลูกค้าปลายทาง เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตของเกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ด าเนินงานโครงการระบบส่งเสริมการเกษตร แบบแปลงใหญ่มาตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 ตามแนวทางการพัฒนาของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ซึ่งมีโครงการที่ส าคัญคือ การปรับโครงสร้างการผลิตสินค้าเกษตร ด้านสินค้าพืช ประมง ปศุสัตว์ ประกอบกับรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนั้นได้มอบนโยบาย ที่เน้นความส าคัญของการรวมแปลงการผลิตของเกษตรกรซึ่งเดิมเป็นรูปแบบต่างคนต่างท า มาเป็นการผลิตร่วมกันเป็นแปลงใหญ่ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต บนหลักการขนาดการผลิตประหยัดและเหมาะสม (Economic of Scale) ช่วยลดข้อจ ากัด ของการท าเกษตรแบบรายเดี่ยวสามารถบริหารจัดการกลุ่มเพื่อสร้างอ านาจการต่อรองของเกษตรกร ด้านราคาตลอดกระบวนการผลิต และสร้างความเชื่อมโยงด้านการตลาดของเกษตรกรอันจะเป็นการเพิ่ม โอกาสด้านการแข่งขันให้แก่สินค้าเกษตรไทยสามารถวัดผลการด าเนินงานได้อย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา พิจารณาแล้วจึงได้แต่งตั้ง คณะท างานขึ้นเพื่อพิจารณาศึกษาการท าเกษตรแบบแปลงใหญ่ เพื่อจัดท ารายงานเสนอต่อวุฒิสภา โดยหวังว่ารายงานฉบับนี้จะเป็นเอกสารที่มีข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาระบบการท าเกษตร แบบแปลงใหญ่ สามารถน าไปใช้ในทางปฏิบัติให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่แท้จริงของการจัดตั้งกลุ่ม เกษตรกรแปลงใหญ่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน ที่ประเทศก าลังเผชิญกับความท้าทายในหลายบริบท ทั้งกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก (Global Megatrends) และสถานการณ์ภายในประเทศด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 - 2570) และยุทธศาสตร์ชาติที่ 2 ด้านการสร้างความสามารถด้านการแข่งขันให้เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว เศรษฐกิจเติบโตอย่าง มีเสถียรภาพและยั่งยืน มีความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น โดยกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ มีส่วนเป็นก าลังส าคัญในการพลิกโฉมประเทศไทยให้ยืนหยัดเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
3 ๑.๒ วัตถุประสงค์ของกำรศึกษำ ๑.๒.๑ เพื่อศึกษา รวบรวมข้อมูลทั่วไปจากการตรวจเอกสาร และข้อเท็จจริง ของการด าเนินงานโครงการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่จากการรายงานของหน่วยงานต่าง ๆ และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนเกษตรแปลงใหญ่ของเกษตรกรจากการลงพื้นที่ 1.2.2 เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล ข้อเท็จจริง ปัญหาและอุปสรรคของการด าเนินงาน โครงการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ และให้ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาระบบส่งเสริมเกษตร แบบแปลงใหญ่ ทั้งข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและการแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติในพื้นที่แก่ หน่วยงานผู้รับผิดชอบเพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่เกษตรกรแปลงใหญ่ ๑.๒.3 เพื่อจัดท ารายงานการพิจารณาศึกษาการท าเกษตรแบบแปลงใหญ่ และรายงานเสนอตามล าดับต่อไป ๑.๓ ขอบเขตและวิธีกำรศึกษำ ๑.๓.๑ ศึกษาข้อมูลทั่วไป รับฟังการชี้แจงข้อมูลและข้อเท็จจริงจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับโครงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งการลงพื้นที่ ดูงานการด าเนินงานโครงการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่โดยเน้น ๖ ประเด็นหลัก ดังนี้ ประเด็นที่ 1 จุดเริ่มต้นของการท ากิจกรรมแปลงใหญ่ประเด็นที่ 2 การบริหารจัดการแปลงใหญ่ ประเด็นที่ 3 กิจกรรมแปลงใหญ่และการจัดการทุนที่ใช้ในการท ากิจกรรม ประเด็นที่ 4 การพัฒนา ทักษะและความสามารถของกลุ่มและสมาชิกในแปลง ประเด็นที่ 5 ความส าเร็จที่เกิดขึ้น และประเด็นที่ 6 ความมุ่งหวังและแผนงานในอนาคต ๑.๓.๒ รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาแนวทางการพัฒนาการท าเกษตร แปลงใหญ่ให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมายการพัฒนา 5 ด้านของแปลงใหญ่ โดยเน้นการสร้าง ความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและเกิดประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตร ๑.๓.๓ จัดท าข้อเสนอแนะการพัฒนาระบบการเกษตรแปลงใหญ่ให้สามารถน าไปใช้ ในการขับเคลื่อนการด าเนินงานส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ให้สอดรับกับการขับเคลื่อน แผนแม่บทย่อยด้านการเกษตรสร้างมูลค่า ๑.4 ระยะเวลำด ำเนินกำร ระหว่างเดือนมกราคม 2565 - กุมภาพันธ์ 2566 ๑.4.๑ เดือนมกราคม - เมษายน 2565 รับฟังการชี้แจง ข้อคิดเห็น รวบรวมเอกสาร ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิเอกสารวิชาการและแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ๑.4.๒ เดือนมีนาคม - เมษายน 2565 เดินทางลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้า ในการด าเนินงานโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ที่มีผลการด าเนินงานในทุกระดับ ของการจัดชั้นคุณภาพ 1.4.3 เดือนพฤษภาคม - ตุลาคม 2565 ประชุมสรุปผลการเดินทางลงพื้นที่ และยกร่างรายงานการพิจารณาศึกษาการท าเกษตรแบบแปลงใหญ่ 1.4.4 เดือนตุลาคม 2565 - กุมภาพันธ์ 2566 ยกร่างรายงานการพิจารณา ศึกษาการท าเกษตรแบบแปลงใหญ่ และจัดท ารายงานฉบับสมบูรณ์
4 ๑.5 ประโยชน์ที่คำดว่ำจะได้รับ หน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนได้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย และข้อเสนอ แนวคิดเพื่อการขับเคลื่อนระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ เพื่อน าไปก าหนดนโยบายจัดท าแผนแม่บท และแนวทางการพัฒนาการขับเคลื่อนระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ที่ชัดเจน รวมทั้งจัดท าแผนปฏิบัติ การที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้การบริหารจัดการและขับเคลื่อนงานมีประสิทธิภาพ เน้นการพัฒนา เกษตรกรสมาชิกแปลงใหญ่ให้มีความเข้มแข็ง และมีส่วนร่วมรับผิดชอบและตัดสินใจในการบริหาร จัดการแปลงใหญ่ ก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างเป็นระบบมีขั้นตอนในการด าเนินงานอย่างมีเป้าหมาย ไม่รอการช่วยเหลือจากรัฐแบบให้เปล่าเพียงอย่างเดียว โดยภาครัฐในระดับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติมีหน้าที่ เพียงสนับสนุน สร้างองค์ความรู้และประสานงานเท่านั้น
บทที่ ๒ ข้อมูล ข้อเท็จจริง จำกกำรรำยงำนของหน่วยงำนต่ำง ๆ คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ได้ด าเนินการศึกษารวบรวมข้อมูลทั่วไป ความเป็นมาของระบบส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่จากการตรวจเอกสาร และการศึกษารวบรวม ข้อเท็จจริงของการด าเนินงานโครงการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่จากการรายงานของหน่วยงาน ต่าง ๆทั้งหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานภายนอกกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ดังนี้ 2.1 ควำมเป็นมำ และข้อมูลทั่วไปของกำรส่งเสริมกำรเกษตรแปลงใหญ่ ถึงแม้จะเป็นประเทศเกษตรกรรมมาเนิ่นนานเพียงใด แต่ทุกครั้งการพัฒนา การเกษตรของไทยจะพบจุดอ่อนประการส าคัญที่ภาครัฐตระหนักถึงและสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน นั่น คือ “เกษตรกรรายย่อย” ที่เปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของชาติอย่างไรก็ตาม การท าการเกษตรยังมีจุดอ่อนอีกหลายด้านที่ต้องมีการแก้ไขปัญหาที่ต่อเนื่องระยะยาว นอกเหนือจาก เกษตรกรเป็นรายย่อย อาทิ พื้นที่ถือครองน้อย เกษตรกรไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน และขาดอ านาจ ในการต่อรอง เพื่อซื้อปัจจัยการผลิตและการต่อรองราคาทางการตลาดและขาดโอกาสในการเข้าถึง แหล่งทุน ดังนั้น แนวคิด “การส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่” จึงเกิดขึ้นบนหลักคิดการใช้ความรู้ เป็นองค์น าในการปฏิรูปภาคการเกษตร โดยปรับเปลี่ยนการผลิตจากเดิมที่ท าตามความคุ้นเคยมาเป็น การคัดเลือกเกษตรกรที่มีองค์ความรู้จากเกษตรกรต้นแบบศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สินค้าเกษตร (ศพก.) เพื่อน าไปถ่ายทอดต่อแก่สมาชิก แล้วน าองค์ความรู้มาร่วมคิดและร่วมท าไป ด้วยกัน มีการผลิตร่วมกันเป็นกลุ่ม เพื่อเป้าหมายในการรวมคนรวมพื้นที่ให้เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ เป็นการรวมตัวกันเพื่อการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาการท าการเกษตรร่วมกัน โดยมีการบริหาร จัดการทั้งด้านการผลิตและการตลาด ตลอดจนการน าวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ บนพื้นฐานของการเรียนรู้ในพื้นที่ร่วมกัน ๒.๑.๑ ควำมเป็นมำของกำรส่งเสริมกำรเกษตรแบบแปลงใหญ่ มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่นโยบายการปรับโครงสร้างการผลิตสินค้าเกษตร ในช่วงปี 2556 - 2557 โดยการจัดท าแผนเร่งพัฒนาและขับเคลื่อนการปรับโครงสร้าง การผลิตสินค้าเกษตรภายใต้การบริหารจัดการพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการบริหารจัดการ ด้านอุปทานสินค้าเกษตรให้เกิดความสมดุลระหว่างปริมาณผลผลิตและความต้องการสินค้าเกษตร เบื้องต้น เป้าหมายด าเนินการน าร่อง 10 ชนิดสินค้า ในพื้นที่ 20 จังหวัด โดยด าเนินการ ใน 3 แนวทาง คือ ๑) การปรับเปลี่ยนพื้นที่ไปปลูกพืชอื่นแทน ๒) การปรับโครงสร้างกระบวนการผลิต และ ๓) การปรับระบบการผลิตสู่เศรษฐกิจพอเพียงในลักษณะการท าฟาร์มแบบผสมผสานต่อเนื่องมาถึง นโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในปี 2559 “ปีแห่งการลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มโอกาส ในการแข่งขัน” โดยได้ด าเนินนโยบายและมาตรการต่าง ๆ ในการปฏิรูปภาคการเกษตร เช่น โครงการ ศูนย์เรียนรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร(ศพก.) จ านวน 882 ศูนย์การบริหารจัดการพื้นที่
6 เกษตรกรรม (Zoning by Agri-Map) เกษตรอินทรีย์ ธนาคารสินค้าเกษตร รวมถึงการพัฒนาการผลิต สินค้าเกษตรและการบริหารจัดการทรัพยากร เพื่อการผลิตและระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ซึ่งระบบส่งเสริมการเกษตรนี้เน้นให้ความส าคัญในเรื่องการลดต้นทุนการผลิต โดยการรวมแปลง การผลิตของเกษตรกรเป็นแปลงใหญ่เพื่อก่อให้เกิดกิจกรรมลดต้นทุนการผลิตตามที่ก าหนดและสามารถ วัดผลสัมฤทธิ์ได้อย่างเป็นรูปธรรมซึ่งหลักการของแปลงใหญ่ในสมัยนั้น คือ การเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิต อาทิ ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิตต่อพื้นที่ ผลผลิตมีคุณภาพได้มาตรฐานตรงตาม ความต้องการของตลาด ระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ได้ด าเนินการอย่างจริงจังในช่วง ปี 2560 - 2562 ในระยะเริ่มต้นนั้น “เกษตรแปลงใหญ่” ถูกก าหนดเป้าหมายไว้จากปี 2560 - 2564 จ านวน 30 ล้านไร่ โดยมีพื้นที่น าร่อง 9 ประเภทสินค้าเกษตร ประกอบด้วย ข้าว พืชไร่ ไม้ยืนต้น ผัก/สมุนไพร ไม้ผล หม่อน กล้วยไม้ ปศุสัตว์ และประมง ซึ่งในช่วงแรกก าหนด เป้าหมาย 1,512 แปลง ประกอบด้วย 1) แปลงเดิม (ปี 2559) จ านวน 600 แปลง 2) แปลงใหม่ (ปี 2560) จ านวน 400 แปลง และ 3) แปลงเตรียมการ (ปี 2561) จ านวน 512 แปลง (กรมส่งเสริมการเกษตร, 2559) การส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่เป็นการส่งเสริมการเกษตรที่ยึดพื้นที่เป็นหลัก มีการด าเนินงาน ในลักษณะบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อม ๆ ไปกับความร่วมมือร่วมใจของเกษตรกรที่ รวมตัวกันเป็นกลุ่มการผลิต มีผู้จัดการแปลงเป็นผู้บริหารจัดการพื้นที่ในทุกกิจกรรมตลอด ห่วงโซ่อุปทาน โดยมีวัตถุประสงค์ในการด าเนินการ ดังนี้1) เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่ม ทางการผลิตมีการบริหารจัดการร่วมกันเพื่อให้เกิดการรวมกันผลิต และรวมกันจ าหน่ายโดยมีตลาด รองรับที่แน่นอน 2) เพื่อให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิตและมีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น รวมทั้งผลผลิตที่มีคุณภาพได้มาตรฐานภายใต้การบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน 3) เพื่อพัฒนาเกษตรกรให้เป็นผู้จัดการแปลงที่สามารถบริหารจัดการการผลิตผลผลิตและการตลาดได้ ๒.๑.๒ หลักกำรจัดกำรส่งเสริมตำมระบบกำรส่งเสริมกำรเกษตรแบบแปลงใหญ่ มี 10 ข้อ ได้แก่ 1) มีการผลิตในพื้นที่เหมาะสมตามข้อมูลแผนที่เกษตร (Agri - Map) เพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก หรือเป็นพื้นที่ที่สามารถปรับปรุงและพัฒนาได้ 2) มีขนาดการผลิตที่คุ้มค่าต่อการลงทุน (Economies of Scale) สามารถ ใช้ปัจจัยการผลิตที่ได้จากการรวมซื้อรวมขาย การใช้เครื่องมืออุปกรณ์และเครื่องจักรกลร่วมกันได้ อย่างคุ้มค่า ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลง 3) มีกระบวนการกลุ่มที่เข้มแข็ง เช่น กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน หรือสหกรณ์ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบและง่ายต่อการเข้าถึงการส่งเสริม สนับสนุนจากภาครัฐทั้งด้านองค์ความรู้และแหล่งทุน ให้เกิดการพัฒนาที่เข้มแข็งต่อไปในอนาคต 4) มีการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมหรือนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการผลิต 5) มีช่องทางการตลาดรองรับ และสามารถเชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาตลาด ให้กว้างขวางและหลากหลายยิ่งขึ้น
7 6) มีปัจจัยพื้นฐาน เช่น แหล่งน้ า/ปริมาณน้ าเพียงพอต่อการผลิต 7) มีการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ เช่น ลานตาก โรงคัดแยก ลานเท เป็นต้น เข้ามาใช้ในการพัฒนาการผลิต 8) มีการก าหนดมาตรฐานการผลิต และเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบรับรอง สินค้าที่สามารถท าได้หรือเป็นที่ต้องการของตลาด 9) มีการก าหนดเป้าหมายและแผนปฏิบัติการ รวมทั้งการจัดท า แผนธุรกิจของกลุ่มที่ชัดเจน 10) มีผู้จัดการแปลงที่มีศักยภาพและสามารถบริหารจัดการได้ ๒.๑.๓ เงื่อนไขในกำรเข้ำร่วมโครงกำรระบบส่งเสริมกำรเกษตรแบบแปลงใหญ่ มีดังนี้ 1) เป็นการรวมแปลงผลิตสินค้าชนิดเดียวกัน แปลงไม่จ าเป็นที่จะต้องอยู่ ติดกันเป็นผืนเดียว แต่ควรอยู่ภายในชุมชนที่ใกล้เคียงกัน สินค้าควรเป็นสินค้าหลักของเกษตรกร พื้นที่มีความเหมาะสม และมีศักยภาพที่จะพัฒนาในเชิงเศรษฐกิจ 2) เกษตรกรสมัครใจ พร้อมที่จะพัฒนาการผลิตและการตลาดร่วมกัน โดยการมีส่วนร่วมตลอดกระบวนการพัฒนา 3) ขนาดพื้นที่ด าเนินการในรูปแบบแปลงใหญ่ (๑) ข้าว พืชไร่ ยางพารา ปาล์มน้ ามัน พื้นที่ไม่น้อยกว่า 300 ไร่ และเกษตรกรไม่น้อยกว่า 30 ราย (๒) ไม้ผล พืชผัก ไม้ดอกไม้ประดับ ปศุสัตว์/แมลงเศรษฐกิจ ประมง และพืชอื่น ๆ พื้นที่ไม่น้อยกว่า 300 ไร่ หรือ เกษตรกรไม่น้อยกว่า 30 ราย ระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่จึงเป็นระบบส่งเสริมการเกษตร ที่ให้ความส าคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ได้แก่ ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิตต่อพื้นที่พัฒนา คุณภาพมาตรฐานตรงตามความต้องการของตลาด มีการบริหารจัดการร่วมกันและสร้างเครือข่าย ในการเชื่อมโยงและเกื้อกูลกัน ภายใต้การสนับสนุนของทุกหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรและเพิ่มรายได้เกษตรกร ตลอดจนดูแลคุณภาพ ชีวิตของเกษตรกรโดยมีเกษตรกรเป็นศูนย์กลางในการด าเนินงาน นอกจากนี้ การขับเคลื่อนเกษตร แบบแปลงใหญ่ยังมีการเพิ่มเกษตรกรรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน และมีการต่อยอด การพัฒนาเพื่อยกระดับเป็นผู้ประกอบการด้านการเกษตรในรูปแบบบริษัทต่อไปอีกด้วย 2.2 สถำนกำรณ์ของกำรส่งเสริมกำรเกษตรแบบแปลงใหญ่ การจัดท ารายงานฉบับนี้ อยู่ในช่วงการด าเนินโครงการยกระดับแปลงใหญ่ ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ภายใต้แผนงาน/โครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสังคมตามบัญชีท้ายพระราชก าหนดให้อ านาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญห า เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 พ.ศ. ๒๕๖๓ ดังนั้น ข้อมูลที่ได้รับจากการรายงานของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในสังกัดกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ และนอกสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงมีแนวโน้มที่เกี่ยวข้อง กับโครงการดังกล่าว
8 ๒.๒.๑ หน่วยงำนในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ได้เชิญหน่วยงาน ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบการด าเนินการส่งเสริมแปลงใหญ่ และหน่วยงานสนับสนุน จ านวน ๗ หน่วยงาน คือ ส านักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตรกรมการข้าว กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมหม่อนไหมและกรมวิชาการเกษตร โดยตั้งประเด็นในการชี้แจงไว้ ๓ ประเด็น 1) สถานการณ์ปัจจุบันของแปลงใหญ่ เปรียบเทียบกับ เมื่อเริ่มด าเนินการ (เน้นจุดอ่อน และจุดแข็ง) 2) ปัจจัยที่น าไปสู่ความส าเร็จและเป้าหมาย ความสัมฤทธิ์ผล และ 3) การก าหนดเป้าหมายเชิงคุณภาพในแต่ละระยะ (Milestone) หรือระดับชั้น ของแปลงใหญ่ ๑) ส ำนักงำนปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้แทนส านักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รายงานว่า นโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นหน่วยงานหลัก ในการด าเนินกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ ดังนั้น จึงขอให้ กรมส่งเสริมการเกษตรชี้แจงในภาพรวมทั้งหมด ๒) กรมส่งเสริมกำรเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร ในฐานะหน่วยงานหลักการด าเนินกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ สรุปจากการรายงาน ข้อมูล ณ วันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๕ ได้ดังนี้ (1) สถานการณ์ปัจจุบันของแปลงใหญ่มีการก าหนดแผนและเป้าหมาย เชิงปริมาณไว้ที่ 14,500 แปลง พื้นที่ 30 ล้านไร่ ในระยะ ๒๐ ปี(สิ้นสุดปี ๒๕๗๙) (ตารางที่ ๑) โดยในปี ๒๕๖๕ ผลการรับรองการขึ้นทะเบียนแปลงใหญ่สะสมตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ ถึง ๒๕๖๕ จ านวน 8,884 แปลง จ านวนเกษตรกร 489,933 ราย และพื้นที่ 8,295,628 ไร่ โดยที่จ านวน แปลงใหญ่สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ จ านวน 1,884 แปลง หรือร้อยละ ๒๖.๙๑ (ภาพที่ ๑) ในขณะที่ พื้นที่แปลงใหญ่น้อยกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้จ านวน 1,704,372 ไร่ หรือร้อยละ 17.04 ผลการรับรอง มาตรฐาน 188,366 ราย ประกอบด้วย มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี(Good Agricultural Practices - GAP) จ านวน 148,419 ราย มาตรฐานเกษตรอินทรีย์จ านวน 22,458 ราย มาตรฐานการ ผลิตน้ ามันปาล์มอย่างยั่งยืน (Roundtable on Sustainable Palm - RSPO) จ านวน 3,463 ราย และมาตรฐานอื่น ๆ จ านวน 14,026 ราย (ภาพที่ ๒) ซึ่งการขอรับการรับรองมาตรฐานต่าง ๆ เป็นภาคสมัครใจ เกษตรกรส่วนใหญ่ขอการรับรองมาตรฐานเพื่อการส่งออกและเพื่อให้สอดคล้อง กับความต้องการของตลาดและผู้บริโภค
9 ตารางที่ ๑ เป้าหมายการด าเนินงานแปลงใหญ่ตามแผน 20 ปี(ข้อมูลวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๕) ปี จ ำนวนแปลงเป้ำหมำยสะสม (แปลง) จ ำนวนพื้นที่เป้ำหมำยสะสม (ล้ำนไร่) 2560 1,512 2.6 2561 - 2564 7,000 10 2565 - 2569 9,500 20 2570 - 2579 14,500 30 ภาพที่ ๑ ผลการรับรองแปลงใหญ่เทียบกับเป้าหมาย (ข้อมูลวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๕)
10 ภาพที่ ๒ ผลการรับรองมาตรฐานต่าง ๆของแปลงใหญ่ (ข้อมูลวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๕) ส่วนการพัฒนาเกษตรกรเป็นผู้จัดการแปลง โดยเมื่อเป็นสมาชิกแปลงใหญ่ ครบ 3 ปี จะด าเนินการพัฒนาเกษตรกรเป็นผู้จัดการแปลง โดยจัดท าเป็นบทเรียนส าเร็จรูปของ เจ้าหน้าที่ที่เป็นวิทยากรหลัก (Mister Trainer) เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาเกษตรกรเป็น ผู้จัดการแปลง ส าหรับแปลงที่จดทะเบียน ตั้งแต่ ๒๕59 - ๒๕63 กรมส่งเสริมการเกษตรมีแผน การพัฒนาผู้จัดการแปลงใหญ่ 6,909 ราย ด าเนินการแล้ว 5,505 ราย และก าลังด าเนินการ 1,404 ราย กรมส่งเสริมการเกษตร ได้รายงานการวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันแปลงใหญ่ในประเด็นผลงาน ตามตัวชี้วัดหลัก จุดแข็งปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนความส าเร็จ ดังนี้ ก. ผลงานตามตัวชี้วัดหลัก ๕ ตัวชี้วัด คือ ตัวชี้วัดต้นทุนการผลิต ที่ลดลง ผลผลิตสินค้าเกษตรที่เพิ่มขึ้น แปลงที่ได้ราคาผลผลิตที่เพิ่มขึ้น และแปลงที่ได้ราคาผลผลิต ที่เพิ่มขึ้น โดยการประเมินตามตัวชี้วัดหลัก ปี ๒๕๖๓ และ ๒๕๖๔ ดังนี้ - ต้นทุนการผลิตที่ลดลง เป้าหมายร้อยละ 12.59 ผลการด าเนินงาน ร้อยละ 15.18 และ 14.87 ตามล าดับ - ผลผลิตสินค้าเกษตรที่เพิ่มขึ้น เป้าหมายร้อยละ 14.00 และ 19.12 ผลการด าเนินงานร้อยละ 19.12 และ21.05 ตามล าดับ - แปลงที่ได้ราคาผลผลิตที่เพิ่มขึ้น เป้าหมาย ร้อยละ 6.00 และ 8.99 ผลการด าเนินงานร้อยละ 8.99 และ 10.26 ตามล าดับ - แปลงใหญ่ที่ได้รับการรับรองคุณภาพและมาตรฐานการผลิต เป้าหมายร้อยละ 65.00 และ 78.64 ผลการด าเนินงานร้อยละ 97.28 และ 88.89 ตามล าดับ
๑๑ ข. จุดแข็ง มีการบูรณาการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ในการขับเคลื่อนแปลงใหญ่ มีแหล่งเงินทุนที่สนับสนุนการด าเนินงานของสมาชิกแปลงใหญ่ (สินเชื่อแปลงใหญ่) กลุ่มแปลงใหญ่มีก า รบ ริห า รง านใน รูปคณะก ร รมก า รแปลงใหญ่ และมีคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่ระดับอ าเภอ จังหวัด เขตและระดับประเทศ มีเป้าหมาย ในการด าเนินงานในแปลง และกลุ่มแปลงใหญ่มีความเข้มแข็งสามารถยกระดับกลุ่มให้บริหารจัดการ ในรูปนิติบุคคล (คิดเป็นร้อยละ 49.66) ค. ปัญหาอุปสรรค แจกแจงไว้ ๔ ด้าน คือ ด้านการผลิต ด้านคุณภาพผลผลิต ด้านการตลาด และด้านการบริหารจัดการกลุ่ม - ด้านการผลิต เกษตรกรส่วนใหญ่ยังคงปฏิบัติตามแนวทาง โครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ผลกระทบจากภัยแล้งส่งผลให้เกษตรกรมีค่าใช้จ่ายในการปลูกซ่อม ดูแลรักษาที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งผลผลิตที่ได้รับไม่เต็มที่เกิดความเสียหายจากฝนทิ้งช่วงในฤดูกาลเพาะปลูก รวมทั้งเครื่องจักรกลทางการเกษตรที่หน่วยงานเข้ามาส่งเสริมเริ่มเกิดการช ารุด เสื่อมสภาพ และรอการซ่อมบ ารุง - ด้านคุณภาพผลผลิต เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่ผลิตตามมาตรฐาน สินค้าเกษตรเหมือน 1 ปีที่ด าเนินโครงการเนื่องจากขาดแรงจูงใจในการท าเกษตรแบบปลอดภัย จากราคาจ าหน่ายที่ไม่แตกต่างจากการผลิตแบบทั่วไป - ด้านการตลาด เกษตรกรที่ท าบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding - MOU) บางแปลงเริ่มหมดสัญญา ประกอบกับเกิดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ส่งผลให้การซื้อขายภายนอกประเทศประสบปัญหาจึงส่งผลให้ต้องขายผลผลิตในตลาดทั่วไปในพื้นที่ - ด้านการบริหารจัดการกลุ่ม เกษตรกรมีการบริหารจัดการ โครงการอย่างต่อเนื่องในการรวมกลุ่มวางแผนการผลิต รวมกลุ่มซื้อปัจจัยการผลิตแต่การรวมกลุ่มผลิต และการจ าหน่ายผลผลิตร่วมกัน มีเกษตรกรเพียงบางส่วนที่ด าเนินการ เนื่องจากบางแปลงใหญ่ไม่มี จุดรวบรวมผลผลิต ผลผลิตออกไม่พร้อมกัน ขาดเงินทุนในการรวบรวม และเกษตรกรส่วนใหญ่ ในกลุ่มมีความเห็นร่วมกันว่าขายด้วยตนเองมีความสะดวกและได้เงินเร็วกว่าการรวมกันจ าหน่าย เป็นต้น ง. ข้อเสนอแนะ ๔ ด้าน คือ ด้านการผลิต ด้านคุณภาพผลผลิต ด้านการตลาด และด้านการบริหารจัดการกลุ่ม - ด้านการผลิต กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมการข้าว กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมหม่อนไหม การยางแห่งประเทศไทย ควรสนับสนุน องค์ความรู้ในด้านการซ่อมบ ารุง ดูแลรักษาเครื่องจักรกลทางการเกษตร เพื่อให้เกษตรกร มีใช้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสนับสนุนเครื่องมือ เทคโนโลยี เครื่องจักรกลทางการเกษตร เพื่อให้สามารถ ลดแรงงานในการท าการเกษตร และควรประสานกรมทรัพยากรน้ าบาดาล กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน พัฒนาแหล่งน้ าให้เกษตรกรมีน้ าใช้อย่างเพียงพอ
12 - ด้านคุณภาพผลผลิต กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมการข้าว กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมหม่อนไหม การยางแห่งประเทศไทยควรส่งเสริมให้เกษตรกร เห็นประโยชน์การพัฒนาคุณภาพผลผลิต และสร้างมูลค่าเพิ่มในสินค้าเกษตรปลอดภัย และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ควรหาตลาดที่สามารถขายสินค้าเกษตรปลอดภัยในราคาที่แตกต่าง จากการผลิตแบบทั่วไปซึ่งจะเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยมากขึ้น - ด้านการตลาด กรมส่งเสริมสหกรณ์ ประสานภาครัฐ และภาคเอกชนในการต่อสัญญาการท าข้อตกลงซื้อขายผลผลิตร่วมกัน เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรมีตลาด ที่แน่นอนรวมทั้งควรมีความชัดเจนและเข้าใจกันทั้งสองฝ่ายเพื่อให้เกิดการซื้อขายผลผลิต กันอย่างแท้จริง - ด้านการบริหารจัดการ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมการข้าว กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมหม่อนไหม การยางแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมสหกรณ์ ควรสร้าง องค์ความรู้ให้กลุ่มเกษตรกรในการจ าหน่ายผลผลิตร่วมกันในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งจะส่งผลให้กลุ่ม มีตลาดรองรับผลผลิตที่แน่นอน น าไปสู่การบริหารจัดการที่เข้มแข็งขึ้น (2) ปัจจัยที่น าไปสู่ความส าเร็จ และเป้าหมายความสัมฤทธิ์ผลมีดังนี้ ก. การลดค่าใช้จ่ายในการผลิต เกษตรกรมีการปรับเปลี่ยนวิธี ในการบ ารุงดิน การดูแลรักษาการใช้เครื่องจักรในกระบวนการผลิต ท าให้ลดค่าใช้จ่ายได้ ข . ก า รเพิ่มผลผลิต เกษต รก รส าม า รถน าค ว าม รู้ที่ได้ รับ การถ่ายทอดไปปรับใช้ได้จริง และสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน ค. การพัฒน าคุณภาพผลผลิต เกษตรกรน าความรู้ที่ได้รับ ไปพัฒนาคุณภาพผลผลิตได้จริง ตามมาตรฐานด้านต่าง ๆ เช่น มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี เกษตรอินทรีย์ สินค้าที่ได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications - GI) เป็นต้น ง. การบริหารจัดการกลุ่ม กลุ่มมีการประชุมร่วมกับภาครัฐสม่ าเสมอ มีระเบียบ ข้อบังคับในการบริหารจัดการที่ชัดเจน โปร่งใส สมาชิกมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นและร่วม กิจกรรมต่าง ๆ ของกลุ่ม จ. การพัฒนาการตลาด มีการวางแผนร่วมกันในทุกภาคส่วนตั้งแต่ ต้นน้ าจนถึงปลายน้ า เชื่อมโยงช่องทางการจ าหน่ายจากผู้ผลิตไปถึงผู้บริโภค การสร้างแบรนด์ สินค้า และพัฒนาบรรจุภัณฑ์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ฉ. ความยั่งยืนของโครงการ มีการสื่อสารกันระหว่างสมาชิก กับคณะกรรมการกลุ่มมีการสื่อสารเชื่อมโยงกันระหว่างกลุ่มกับภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง ช. ความรู้ กลุ่มแปลงใหญ่มีการเพิ่มพูนความ รู้และไม่หยุด ในการพัฒนาตนเอง โดยน าเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ในการผลิตในแปลง เช่น ใช้แอปพลิเคชันโทรศัพท์ ให้เห็นประโยชน์ทางการตลาด การสร้างเครือข่าย ฯลฯ ซ. ทีมงาน สมาชิกแปลงใหญ่ มีความเข้มแข็ง มุ่งมั่น ทุ่มเท เห็นผลประโยชน์ส่วนรวม และแบ่งปันผลประโยชน์และรายได้อย่างเป็นธรรม
13 ฌ. ความเข้าใจในพื้นที่ รู้สภาพพื้นที่และธรรมชาติของสินค้า เพื่อให้ได้คุณภาพมาตรฐาน และสนับสนุนองค์ความรู้และทรัพยากรต่าง ๆ มายังแปลงใหญ่ และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร(ศพก.) จากหน่วยงานราชการและทุกภาคส่วน ที่เกี่ยวข้องทุกระดับ ญ. มีความรับผิดชอบต่อสังคม สมาชิกแปลงใหญ่มีความมุ่งหวัง ให้เกษตรกรรุ่นใหม่ในพื้นที่ต้องมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง โดยการสนับสนุนให้เกษตรกรรุ่นใหม่เข้ามา มีส่วนร่วมในการด าเนินงาน และมีความรับผิดชอบต่อสังคม (3) การก าหนดเป้าหมายเชิงคุณภาพในแต่ละระยะ (Milestone) หรือระดับชั้นของแปลงใหญ่ ในปีงบประมาณ 2564 กรมส่งเสริมการเกษตรมีการจัดชั้นคุณภาพ แปลงใหญ่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลเบื้องต้นในการด าเนินงานส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ แต่ละแปลงและเพื่อก าหนดแนวทางการพัฒนาและปรับปรุงการด าเนินงานของแปลงใหญ่แต่ละแปลง เป้าหมายแปลงใหญ่ในการด าเนินงานจัดชั้นคุณภาพ จ านวนทั้งหมด 4,578 แปลง แบ่งเป็นแปลงใหญ่ ที่จดทะเบียนปีงบประมาณ 2561 จ านวน 1,638 แปลง ปีงบประมาณ 2562 จ านวน 1,578 แปลง และปีงบประมาณ 2563 จ านวน 1,362 แปลงผลการประเมินแปลงใหญ่ระดับ เอจ านวน 2,339 แปลง คิดเป็นร้อยละ 51.09 แปลงใหญ่ระดับ บีจ านวน 1,838 แปลง คิดเป็นร้อยละ 40.15 แปลงใหญ่ ระดับ ซีจ านวน 401 แปลง คิดเป็น ร้อยละ 8.76 (ภาพที่ ๓) ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้สรุปผลสัมฤทธิ์การด าเนินงาน แปลงใหญ่ไว้ ๒ ประเด็นคือ การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการเชื่อมโยงการตลาด กล่าวคือ การสร้าง มูลค่าเพิ่มมีมูลค่าเพิ่มจากการลดต้นทุนการผลิต 24,854.19 ล้านบาท และการเพิ่มผลผลิต 22,421.52 ล้านบาท รวม 47,275.71 ล้านบาท ส่วนการเชื่อมโยงการตลาด ทั้งตลาดอื่น ๆ ตลาดข้อตกลงล่วงหน้าจากการด าเนินการ 5 ปี พบว่า การเชื่อมโยงตลาดข้อตกลงล่วงหน้าจ านวน 921 แปลง ตลาดอื่น ๆจ านวน 8,045 แปลงและตลาดออนไลน์ (Online) จ านวน 489 แปลง ภาพที่ ๓ การจัดชั้นคุณภาพแปลงใหญ่ ที่จดทะเบียนปีงบประมาณ 2561, 2562 และ2563 จ านวนทั้งหมด 4,578 แปลง ระดับ บี จ ำนวน 1,838 แปลง ระดับ ซี401 แปลง ระดับ เอ จ ำนวน 2,339 แปลง
14 ๓) กรมกำรข้ำว กรมการข้าว ในฐานะผู้ดูแลการผลิตสินค้าข้าว ด าเนินโครงการระบบ ส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ (นาแปลงใหญ่) ตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน มีรายละเอียด ดังนี้ (1) สถานการณ์ปัจจุบันของแปลงใหญ่ ก. การด าเนินการส่งเสริมสนับสนุนการท าการเกษตรแบบแปลงใหญ่ (นาแปลงใหญ่) มาตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปี 2565 เป็นระยะเวลา 8 ปี จ านวน 3,218 แปลง เกษตรกร 251,398 ราย พื้นที่ 3,487,360 ไร่ กลุ่มแปลงใหญ่สามารถลดต้นทุนการผลิตข้าวได้ เฉลี่ยไร่ละ 487.38 บาท คิดเป็นร้อยละ 13.69 ของต้นทุนการผลิตเดิม ผลผลิตเพิ่มขึ้นเฉลี่ย ไร่ละ 52.05 กิโลกรัม คิดเป็นร้อยละ 9.66 ของผลผลิตต่อไร่เดิม เกษตรกรมีรายได้สุทธิเฉลี่ย เพิ่มขึ้นไร่ละ 747.46 บาท คิดเป็นร้อยละ 35.94 ของรายได้เดิม (ตารางที่ ๒) ตารางที่ ๒ ผลด าเนินงานส่งเสริมสนับสนุนการท าการเกษตรแบบแปลงใหญ่ (นาแปลงใหญ่) ของกรมการข้าว ปี 2558 – 2565 กรมการข้าวได้มีการพัฒนากลุ่มแปลงใหญ่ให้เกิดความเข้มแข็ง อย่างยั่งยืน โดยเน้นให้กลุ่มแปลงใหญ่มีการพัฒนาด้านบริหารจัดการกลุ่ม การพัฒนาด้านการผลิต การพัฒนาด้านการตลาด โดยการส่งเสริมสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ในระยะ 3 ปี ในรูปแบบการผลิตข้าว แบบครบวงจร นอกจากนี้ กรมการข้าวยังได้ด าเนินการโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่ และเชื่อมโยงตลาด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนการผลิตให้กับ เกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกร การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสม รวมทั้งเครือข่าย บาท/ไร่ คิดเปน็ร้อย ละ คิดเปน็ร้อย ละ คิดเปน็ ร้อยละ 2558 2 4 4,066 63,038 - - - - 2559 355 63,856 883,622.30 597.24 14.68 9.75 0 2560 794 62,915 873,979.77 485 15.3 4.55 62.99 2561 729 46,729 652,628.76 449.25 12.27 12.38 45.68 2562 829 44,784 641,926.66 575.45 16.89 5.98 28.61 2563 355 21,340 273,982.60 379.76 11.38 12.6 35.18 2564 103 5,855 78,369.00 437.58 11.65 12.68 43.15 2565 2 9 1,853 19,813.25 รวม 3,218 251,398 3,487,359.84 487.38 13.69 9.66 35.94 รายได้สุทธิเพิ่มขึ้น จา นวนพื้นที่ (ไร)่ จา นวน เกษตรกร (ราย) 71.14 1,032.06 อยรู่ะหวา่งดา เนินการเกบ็ข้อมูล 52.05 747.46 29.37 580.93 63.61 910.94 2 5 658.2 65.96 1,302.60 - - 57.24 0 ปดี าเนนิการ จา นวนแปลงที่ ได้รบัการ สนับสนุนจาก กรมการข้าว (แปลง) กโิลกรัม/ ไร่ บาท/ไร่ สามารถลดต้นทนุได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น
15 ความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ ในการร่วมกันบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพ และยกระดับ การผลิตไปสู่สินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐาน สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและอุตสาหกรรม ต่อเนื่อง ซึ่งมีแปลงใหญ่ข้าวที่ได้รับการพิจารณาเข้าร่วมโครงการและได้รับการสนับสนุนงบประมาณ จ านวน 2,637 แปลง ในพื้นที่ 69 จังหวัด ข. จุดแข็งและจุดอ่อนของการด าเนินงานโครงการระบบส่งเสริมเกษตร แบบแปลงใหญ่ (นาแปลงใหญ่) ของกรมการข้าว มีดังต่อไปนี้ - จุดแข็ง มีการรวมกลุ่มของเกษตรกร มีการจัดตั้งเป็นองค์กรและร่วมกัน บริหารจัดการเพื่อวิเคราะห์สภาพชุมชน ก าหนดเป้าหมายในการผลิตเป็นเมล็ดพันธุ์ หรือข้าวคุณภาพดี การก าหนดชนิดพันธุ์ การก าหนดองค์ความรู้ในการผลิตข้าวและเทคโนโลยีที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ และพัฒนาเพื่อต่อยอดได้ตามการจัดชั้นของหน่วยงานราชการตลอดจนการได้รับการส่งเสริม ให้เป็นองค์กรและวิสาหกิจชุมชน มีกรมส่งเสริมการเกษตร ภายใต้การก ากับดูแลของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เป็นหน่วยงานหลักดูแลโครงการระบบการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ในการด าเนินนโยบายมีการบูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วน ที่เกี่ยวข้อง และตัวนโยบายสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติท าให้การส่งเสริม เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยเพื่อรองรับ การด าเนินนโยบายให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และมีหน่วยงานวิจัยและพัฒนาที่เกี่ยวข้อง ช่วยสนับสนุนข้อมูลส าหรับการด าเนินนโยบายที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ - จุดอ่อน การผลิตยังไม่ตรงตามความต้องการตลาดเนื่องจากการเชื่อมโยงตลาด ยังไม่สามารถทราบความต้องการของตลาดที่แน่นอนชัดเจน และไม่สามารถเป็นผู้ก าหนดราคาขายผลผลิตได้ ต้นทุนการผลิตสูง เนื่องจากปัจจัยการผลิตมีราคาที่ปรับตัวสูงขึ้น ผันผวนมาก เช่น ราคาปุ๋ย ราคาสารก าจัดศัตรูพืช ราคาเชื้อเพลิง เป็นต้น ขาดอ านาจในการต่อรองการขายผลผลิต เนื่องจากขนาดพื้นที่ แปลงใหญ่บางแปลงมีขนาดพื้นที่ที่เล็กกว่า ท าให้ปริมาณการผลิตน้อยกว่าความต้องการ ของผู้ประกอบการ การบริหารจัดการกลุ่มมีประสิทธิภาพต่ า เนื่องจากบางแปลง มีพื้นที่แยกคนละต าบล มีที่ตั้งแปลงห่างไกลกันมาก ส่งผลให้การจัดการกลุ่ม การสนับสนุน องค์ความรู้การสนับสนุนปัจจัยการผลิต กระจุกตัวอยู่ที่กลุ่มหมู่บ้าน และต าบลเดียวกันไม่ทั่วถึง เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานยังมีความเข้าใจที่ไม่ตรงกันในเรื่อง ของนโยบายการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ส่งผลให้เกิดความไม่ประหยัดต่อขนาด ในการผลิตอีกทั้งเจ้าหน้าที่ยังขาดประสบการณ์ในการส่งเสริมทางด้านการตลาด และยังมีปัญหา ในเรื่องของการเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศ
16 (2) ปัจจัยที่น าไปสู่ความส าเร็จ และสัมฤทธิ์ผล ก. ปัจจัยที่น าไปสู่ความส าเร็จ - กลุ่มมีก า รก าหนดกฎ ระเบียบ และข้อตกลง ร่ วมกัน มีการก าหนดบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการ และมีการชี้แจงท าความเข้าใจให้ชัดเจนและสมาชิก ในกลุ่มยึดถือและปฏิบัติตามกฎระเบียบที่ก าหนดไว้ ผู้น ากลุ่ม เป็นแบบอย่างที่ดีเป็นต้นแบบได้ และมีความรู้ความสามารถ มีความเสียสละ มีความคิดก้าวหน้า รวมทั้งภายในกลุ่ม มีการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ท าให้เกิดความเข้าใจและเกิดการเรียนรู้ร่วมกัน รวมทั้งผู้จัดการแปลง มีการบริหารจัดการให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น ประธานแปลงใหญ่ และผู้จัดการแปลงถือว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะท าให้แปลงใหญ่ประสบผลส าเร็จในการด าเนินงาน เกษตรกรมีการพึ่งพาประธานกลุ่มในการบริหารจัดการค่อนข้างมาก สมาชิกมีความไว้วางใจ และเชื่อมั่น เนื่องจากประธานกลุ่มส่วนมากเป็นคนที่มีศักยภาพ มีเครือข่าย เรียนรู้และปรับตัว เข้ากับเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมได้เร็ว - เกษตรกรมีองค์ความรู้ในด้านการผลิต มีการปรับเปลี่ยนวิธีท า การเกษตร รู้จักวิธีการปรับปรุงบ ารุงดินให้เหมาะสมกับพื้นที่ของตน รวมทั้งน าองค์ความรู้ ที่ได้รับในเรื่องการบริหารจัดการศัตรูข้าว การวิเคราะห์ดิน และการใส่ปุ๋ยในปริมาณที่ถูกต้อง เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อปัจจัยการผลิต ตลอดจนมีการจัดท าแปลงเรียนรู้สาธิตท าให้เกิด การเรียนรู้ในพื้นที่ - เกษตรกรมีองค์ความรู้ในการเลือกชนิดพันธุ์และปริมาณ ให้เหมาะสมกับพื้นที่ สามารถปลูกข้าวตามชนิดพันธุ์เพื่อให้ได้ผลผลิตตามศักยภาพของพันธุ์ ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีใช้เองภายในกลุ่ม น าเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาใช้ในกลุ่ม เช่น โดรนเพื่อการเกษตร เป็นต้น รวมทั้งมีการบริหารจัดการเครื่องจักรกลในกลุ่ม โดยให้บริการแก่สมาชิกในราคาที่ถูกกว่าการจ้างเอกชน - มีการท างานแบบบูรณาการของทั้งเกษตรกร ภาครัฐ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันวางแผนตั้งแต่แผนการผลิต การแปรรูป การเชื่อมโยงตลาด และการจัดจ าหน่ายท าให้เกิดการประสานงานระหว่างหน่วยงานในพื้นที่อย่างแท้จริง ข. ปัจจัยที่น าไปสู่เป้าหมายสัมฤทธิ์ผล - ด้านการลดต้นทุนการผลิต เน้นการสนับสนุนการน าภูมิปัญญา ท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ตลอดกระบวนการผลิตตั้งแต่การเพาะปลูกจนถึงการเก็บเกี่ยวการใช้ปุ๋ย ตามค่าวิเคราะห์ดินในทุกแปลง การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ สารชีวภัณฑ์ ฮอร์โมนต่าง ๆ เพื่อทดแทนสารเคมี ให้มากขึ้น การท าบัญชีครัวเรือน บัญชีฟาร์มและบัญชีต้นทุนอาชีพ พร้อมทั้งวิเคราะห์ ทางบัญชีเพื่อน ามาปรับปรุงการผลิต รวมทั้งสนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษาวิจัย คิดค้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการลดต้นทุนการผลิต และผลักดันให้มีการน ามาใช้อย่างจริงจัง - ด้านการเพิ่มผลผลิต เน้นการน าองค์ความรู้ผลงานวิจัย มาประยุกต์ใช้ในการผลิตตลอดกระบวนการผลิตตั้งแต่การเพาะปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชนมีการถ่ายทอดความรู้ด้านการเพิ่มผลผลิตให้เกษตรกรในโครงการ อย่างต่อเนื่อง
17 - ด้านการพัฒนาคุณภาพผลผลิต เน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้ ด้านการพัฒนาคุณภาพผลผลิตให้เกษตรกรในโครงการอย่างต่อเนื่องตลอดกระบวนการผลิตตั้งแต่ เพาะปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว ภาคเอกชนมีการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรในการพัฒนาคุณภาพผลผลิต ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมเพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าสู่สากล - ด้านการตลาด มีการวางแผนการตลาดร่วมกันในทุกภาคส่วน ตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการผลิต การประเมินผลผลิต การจัดการหลังการเก็บเกี่ยวเพื่อขยาย ช่องทางการจ าหน่ายสินค้า ด้วยการศึกษาสถานการณ์การผลิตและการตลาดสินค้าทั้งใน และต่างประเทศ พัฒนาสินค้าและรักษาคุณภาพสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาด รวมทั้งส่งเสริมให้ผลิตสินค้าในรูปแบบเกษตรพันธะสัญญา (Contract Farming) เพื่อลดความเสี่ยง จากการผันผวนของราคา - ด้านการบริหารจัดการ เน้นกระบวนการผลิตที่เป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อมในรูปแบบขยะเหลือศูนย์ (Zero Waste) ผลักดันเกษตรกรที่มีความสนใจและต้องการ พัฒนาตนเองเข้ารับการอบรมอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมให้ Young Smart Farmer เข้ามามีส่วนร่วม ในการบริหารจัดการกลุ่มเพื่อสืบทอดการบริหารจัดการให้มีความยั่งยืน รวมทั้งเชื่อมโยงศูนย์เรียนรู้ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ภายในพื้นที่แปลงใหญ่ให้การสนับสนุน การด าเนินงานของโครงการ (3) การก าหนดเป้าหมายเชิงคุณภาพในแต่ละระยะ (Milestone) หรือระดับชั้นของแปลงใหญ่โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่เป็นการด าเนินงาน ซึ่งเน้นการรวมกลุ่มของเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ โดยวางระบบการผลิตและการบริหารจัดการ ในแนวทางเดียวกัน เพื่อประหยัดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งเกษตรกรยังคงเป็นเจ้าของ พื้นที่และท าการผลิตเอง โดยมีการก าหนดเป้าหมายการผลิตการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพิ่ม ประสิทธิภาพการผลิตทุกขั้นตอน จนถึงการเชื่อมโยงตลาดกับภาคเอกชนแบบประชารัฐ การปรับระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่จะก่อให้เกิดความร่วมมือในการผลิต โดยเกษตรกร หรือองค์กรเกษตรในพื้นที่ที่ด าเนินกิจกรรมที่ติดต่อกันเป็นแปลงใหญ่ ท าให้เกิดขนาดเศรษฐกิจ ที่ใหญ่ขึ้น มีเป้าหมายการด าเนินงานของกลุ่มชัดเจนเป็นการเพิ่มอ านาจการต่อรองของเกษตรกร ตลอดกระบวนการผลิต ช่วยพัฒนาเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้เพิ่มมากขึ้น เกิดความมั่นคงในอาชีพและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนในที่สุด จากการด าเนินงานที่ผ่านมา การประเมินจัดชั้นมาตรฐานของแปลงใหญ่ จะประเมินตามเกณฑ์ของกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นการพิจารณาการด าเนินงานของกลุ่มแปลงใหญ่ จากการรวมกลุ่มของเกษตรกร การบริหารจัดการ ผลการด าเนินงานการน าเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ และความยั่งยืนของกลุ่ม ซึ่งสามารถจัดชั้นแปลงใหญ่ได้ 3 เกรด ตามเกณฑ์คะแนน ซึ่งยังไม่เห็นความชัดเจน ในการพัฒนาแปลงใหญ่ ดังนั้น ในปี 2566 กรมการข้าวมีแนวทางในการก าหนดเป้าหมายเชิงคุณภาพ โดยจะมีการก าหนดขั้นการพัฒนาเป็น 3 ระดับ ได้แก่
18 ก. กลุ่มแปลงใหญ่ข้าวระดับพื้นฐาน กลุ่มแปลงใหญ่ควรผ่านเกณฑ์ ตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ ดังนี้ - ด้านการลดต้นทุนการผลิต กลุ่มนาแปลงใหญ่สามารถน าความรู้ มาประยุกต์ใช้ตลอดกระบวนการผลิตตั้งแต่การเพาะปลูกจนถึงการเก็บเกี่ยว มีการใช้ปุ๋ย ตามค่าวิเคราะห์ดิน มีการใช้สารชีวภัณฑ์ ฮอร์โมนต่าง ๆ เพื่อทดแทนสารเคมีให้มากขึ้น รวมถึงมีการ ท าบัญชีครัวเรือน - ด้านการเพิ่มผลผลิต กลุ่มนาแปลงใหญ่น าองค์ความรู้ต่าง ๆ มาใช้ ในการผลิตข้าวตลอดตั้งแต่การเพาะปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว มีการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี - ด้านการพัฒนาคุณภาพผลผลิต สมาชิกได้ใช้ความรู้ที่ได้รับ จากการอบรม เพื่อให้ผลผลิตได้ตามมาตรฐานต่าง ๆ เช่น มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ มีการจัดท าแปลงเรียนรู้และสาธิต - ด้านการบริหารจัดการ มีการบริหารจัดการกลุ่มให้เกิดความเข้มแข็ง ต้องมีการก าหนดกฎระเบียบและข้อตกลงร่วมกัน มีการก าหนดบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการ มีการประชุมสมาชิกร่วมกับภาครัฐสม่ าเสมอเพื่อจัดท าแผนการผลิต ข. กลุ่มแปลงใหญ่ข้าวระดับพัฒนา - ด้านการลดต้นทุนการผลิต กลุ่มนาแปลงใหญ่สามารถน าความรู้ มาประยุกต์ใช้ตลอดกระบวนการผลิตตั้งแต่การเพาะปลูกจนถึงการเก็บเกี่ยว มีการใช้ปุ๋ย ตามค่าวิเคราะห์ดิน อาจจะมีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อใช้ในกลุ่ม มีการใช้สารชีวภัณฑ์ ฮอร์โมนต่าง ๆ เพื่อทดแทนสารเคมีให้มากขึ้น รวมถึงมีการท าบัญชีครัวเรือน - ด้านการเพิ่มผลผลิต กลุ่มนาแปลงใหญ่น าองค์ความรู้ต่าง ๆ มาใช้ในการผลิตข้าวตลอดตั้งแต่การเพาะปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว มีการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี มีการน าเทคโนโลยีสมัยใหม่มาปรับใช้เพื่อปรับปรุงกระบวนการปลูกข้าว - ด้านการพัฒนาคุณภาพผลผลิต สมาชิกได้ใช้ความรู้ที่ได้รับจาก การอบรมเพื่อให้ผลผลิตได้ตามมาตรฐานด้านต่าง ๆ เช่น มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ และสมาชิกส่วนใหญ่ได้รับการตรวจรับรองมาตรฐานการผลิต - ด้านการตลาด กลุ่มแปลงใหญ่มีการเชื่อมโยงตลาดในระดับ ชุมชน ให้สามารถจ าหน่ายผลผลิตได้ - ด้านการบริหารจัดการ มีการบริหารจัดการกลุ่มให้เกิด ความเข้มแข็ง ต้องมีการก าหนดกฎระเบียบและข้อตกลงร่วมกัน มีการก าหนดบทบาทหน้าที่ ของคณะกรรมการ มีการประชุมสมาชิกร่วมกับภาครัฐสม่ าเสมอ เพื่อจัดท าแผนการผลิต มีการบริหารจัดการการผลิต การใช้ปัจจัยการผลิตและเครื่องมืออุปกรณ์ในการผลิตร่วมกัน และพัฒนาการบริหารจัดการกลุ่มอย่างสม่ าเสมอ กลุ่มมีระเบียบ ข้อบังคับในการบริหารจัดการ ที่ชัดเจน มีความโปร่งใส สมาชิกมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น และร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของกลุ่ม
19 ค. กลุ่มแปลงใหญ่ข้าวระดับก้าวหน้า - ด้านการลดต้นทุนการผลิต กลุ่มนาแปลงใหญ่สามารถน าความรู้ มาประยุกต์ใช้ตลอดกระบวนการผลิตตั้งแต่การเพาะปลูกจนถึงการเก็บเกี่ยว มีการน าเครื่องจักรกล ทางการเกษตร หรือเกษตรอัจฉริยะมาปรับใช้ มีการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน อาจจะมีการผลิตปุ๋ย อินทรีย์เพื่อใช้ในกลุ่ม มีการใช้สารชีวภัณฑ์ ฮอร์โมนต่าง ๆ เพื่อทดแทนสารเคมีให้มากขึ้น รวมถึงมีการท าบัญชีครัวเรือน - ด้านการเพิ่มผลผลิต กลุ่มนาแปลงใหญ่น าองค์ความรู้ต่าง ๆ มาใช้ในการผลิตข้าวตลอดตั้งแต่การเพาะปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว มีการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี มีการน าเทคโนโลยีสมัยใหม่มาปรับใช้เพื่อปรับปรุงกระบวนการปลูกข้าว - ด้านการพัฒนาคุณภาพผลผลิต สมาชิกได้ใช้ความรู้ที่ได้รับ จากการอบรมเพื่อให้ผลผลิตได้ตามมาตรฐานด้านต่าง ๆ เช่น มาตรฐาน GAP การท าเกษตรอินทรีย์ โดยสมาชิกทุกคนได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิต - ด้านการตลาด มีการเชื่อมโยงตลาด ต้องมีการวางแผนร่วมกัน ในทุกภาคส่วนตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางและมีการส ารวจความต้องการของตลาดก่อนการผลิตเสมอ มีการเชื่อมโยงช่องทางการจ าหน่วยสินค้ากับกลุ่มเครือข่าย พัฒนาสินค้าให้ตรงตามความต้องการ ของผู้บริโภค มีแผนพัฒนาการแปรรูป การสร้างแบรนด์และพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ให้กับผลผลิต เชื่อมโยงแหล่งรับซื้อกับผู้ผลิต การออกบูธแสดงสินค้าอย่างสม่ าเสมอ มีการพัฒนา คุณภาพชีวิตและท าการเกษตรเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม - ด้านการบริหารจัดการ มีการบริหารจัดการกลุ่มให้เกิดความเข้มแข็ง ต้องมีก าหนดกฎระเบียบ และข้อตกลงร่วมกัน มีการก าหนดบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการ มีการประชุมสมาชิกร่วมกับภาครัฐสม่ าเสมอ เพื่อจัดท าแผนการผลิต มีการบริหารจัดการการผลิต การใช้ปัจจัยการผลิตและเครื่องมืออุปกรณ์ในการผลิตร่วมกันและพัฒนาการบริหารจัดการกลุ่ม อย่างสม่ าเสมอ กลุ่มมีระเบียบ ข้อบังคับในการบริหารจัดการที่ชัดเจนมีความโปร่งใส สมาชิกมีส่วนร่วม แสดงความคิดเห็น และร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของกลุ่ม ๔) กรมปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ เริ่มด าเนินงานระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ มาตั้งแต่ปี 2559 โดยมีแปลงใหญ่จ านวน 2 แปลง และด าเนินการแบบไม่มีงบประมาณรองรับ ต่อมาได้เริ่มขับเคลื่อนแปลงใหญ่อย่างเต็มที่ในปี 2560 และในปัจจุบันมีแปลงใหญ่ จ านวน 341 แปลง โดยแปลงใหญ่ที่มีมากที่สุดคือ แปลงใหญ่โคเนื้อ รองลงมาคือ แปลงใหญ่กระบือ (1) สถานการณ์ปัจจุบันของแปลงใหญ่ กิจกรรมเพื่อการลดต้นทุน คือ การสนับสนุนให้ใช้เครื่องจักรกลร่วมกัน ได้แก่ เครื่องอัดฟางข้าว และการจัดตั้งศูนย์ผลิตอาหารสัตว์ (Feed Center) ในท้องถิ่น โดยมีกิจกรรมพัฒนาแปลงหญ้าอาหารสัตว์ 5,000 ไร่ ปัจจุบันด าเนินการ ไปแล้ว 2,000 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 40
20 (2) ปัจจัยที่น าไปสู่ความส าเร็จและเป้าหมายความสัมฤทธิ์ผล การเข้าสู่ระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ท าให้สามารถ ช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยให้สามารถกลับเข้ามาเลี้ยงสัตว์ได้ ภายหลังจากการประสบปัญหา กับโรคระบาดและสภาวการณ์ต้นทุนสูง การรวมกันผลิตสามารถบริหารจัดการอาหารส าหรับ เลี้ยงสัตว์ได้ และมีการน าเครื่องจักรและอุปกรณ์มาร่วมกันใช้ (Motor Pool) เข้ามาช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพการผลิตต่าง ๆ นอกจากนี้ การเลี้ยงปศุสัตว์ขนาดใหญ่ เช่น โค กระบือ และแพะ ซึ่งเป็นแปลงใหญ่ปศุสัตว์ที่มีมากที่สุด สามารถยืดหยุ่นกับสถานการณ์ได้ดีและได้รับผลกระทบน้อย กว่าปศุสัตว์ขนาดเล็ก เนื่องจากเป็นสัตว์กินพืชไม่ต้องพึ่งพาอาหารสัตว์มาก นอกจากนี้ปศุสัตว์ ขนาดใหญ่ยังเป็นสัตว์ที่มีมูลค่าสูงขึ้นทุกวันและยังสามารถขายพันธุ์สัตว์ได้ด้วย (3) การก าหนดเป้าหมายเชิงคุณภาพ มีการยกระดับการผลิต สนับสนุน ให้เกษตรกรท าแปรรูปเพื่อยกระดับพัฒนาสินค้าปศุสัตว์ และสนับสนุนให้เกษตรกรเข้ารับรอง มาตรฐานฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม ( Good Farming Management - GFM) ซึ่งเป็นเป็นมาตรฐานก่อนเข้าสู่มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Pre - GAP) ปัจจุบันได้เข้าสู่มาตรฐานไปแล้วร้อยละ 35 เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตในแปลงใหญ่ กรมปศุสัตว์ได้ด าเนินการโครงการย้ายตัวอ่อนปศุสัตว์ด้วยวิธีการผสมเทียม เพื่อให้เกษตรกรสามารถ ผลิตลูกโคจ าหน่ายได้และกรมปศุสัตว์ยังได้ให้ความส าคัญกับเรื่องของสุขภาพสัตว์โดยเกษตรกร แปลงใหญ่เพื่อให้ได้รับวัคซีนป้องกันโรคระบาดในสัตว์เป็นอันดับแรก ๆ นอกจากนี้ ยังได้จัดเชื่อมโยง เครือข่ายการผลิตการตลาดให้แก่เกษตรกร ๕) กรมประมง กรมประมง ได้เข้าร่วมด าเนินการตามระบบส่งเสริมการเกษตร แบบแปลงใหญ่มาตั้งแต่ปี 2559 ปัจจุบันมีแปลงใหญ่จ านวน 164 แปลง มีเกษตรกรเข้าร่วม แปลงใหญ่ จ านวน 7,407 คน จ านวนพื้นที่ 52,000 ไร่ โดยมีแปลงใหญ่ประมงหลากหลายชนิดสินค้า มีสัตว์น้ าเป็นแปลงใหญ่มากที่สุด 5 ชนิดหลัก คือ ปลานิล กุ้งขาว กุ้งก้ามกราม ปลาดุก และปลาตะเพียนขาว (1) สถานการณ์ปัจจุบันของแปลงใหญ่ ผลการด าเนินการที่ผ่านมา พบว่า สามารถลดต้นทุนได้ร้อยละ 10.76 เพิ่มผลผลิตร้อยละ 11.48 มีการรับรองมาตรฐาน การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีจ านวน 6,278 ฟาร์ม หรือคิดเป็นร้อยละ 94.4 และได้เชื่อมโยง การตลาด ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ให้กับแปลงใหญ่ประมง จ านวน 66 แปลง พร้อมทั้งเปิดจุด จ าหน่ายสินค้าแปลงใหญ่ประมงจ านวน 33 แปลง นอกจากนี้ ยังได้น าสินค้าแปลงใหญ่มาเข้าร่วม จัดจ าหน่ายในร้าน Fishery Shop ซึ่งกรมประมงได้ท าการเปิดร้านในจังหวัดต่าง ๆ จังหวัดละ 1 แห่ง มุ่งเน้นน าสินค้าประมงที่สด สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ค านึงถึงสิ่งแวดล้อมมาจ าหน่ายภายในร้าน และพยายามประสานงานกับห้างสรรพสินค้าที่ทันสมัยต่าง ๆ เช่น ห้างโลตัส แม็คโคร บิ๊กซี ให้น าสินค้า ประมงเข้าไปจ าหน่าย ท าให้สามารถเพิ่มช่องทางการจ าหน่ายให้แก่เกษตรกรได้การด าเนินงาน แปลงใหญ่ของกรมประมง มีจุดแข็งและจุดอ่อนดังต่อไปนี้
21 ก. จุดแข็ง ระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ท าให้เกษตรกร มีการรวมกลุ่มการผลิตกันอย่างจริงจัง มีการบริหารจัดการร่วมกันอันท าให้เกิดการมีอ านาจ ในการต่อรองต่าง ๆ นอกจากนี้ หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในและนอกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังร่วมกันท างานอย่างบูรณาการตามภารกิจของหน่วยงาน ข. จุดอ่อน เกษตรกรมีการรวมกลุ่มกันแบบเฉพาะกิจท าให้ขาด ความเข้มแข็งในการบริหารจัดการและงบประมาณในช่วงสถานการณ์โควิดมีจ ากัดท าให้ไม่สามารถ สนับสนุนเกษตรกรได้อย่างเต็มที่ (2) ปัจจัยที่น าไปสู่ความส าเร็จและเป้าหมายความสัมฤทธิ์ผล ปัจจัยส าคัญที่ท าให้กลุ่มแปลงใหญ่ประสบความส าเร็จ มี 2 ประการ ได้แก่ ก. ประธานแปลงใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นก านัน หรือผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งมีความเข้มแข็งและเป็นผู้น าในชุมชน จึงสามารถขับเคลื่อนการด าเนินการแปลงใหญ่ได้ดีรวมไปถึง การรับเทคโนโลยีการผลิตที่จะมาใช้ในการพัฒนาการผลิต การยกระดับมาตรฐานคุณภาพ ให้ได้มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีและการเชื่อมโยงทางการตลาด ข. ความพร้อมของกลุ่มเกษตรกร กลุ่มเกษตรกรควรมีความพร้อม ในการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ก่อนรวมกันเป็นแปลงใหญ่ ซึ่งเป็นสิ่งส าคัญที่จะท าให้กลุ่มแปลงใหญ่ มีความเข้มแข็งและสามารถบรรลุเป้าหมายของแปลงใหญ่ได้ ตัวชี้วัดความส าเร็จของแปลงใหญ่ประมง หลายแปลงสามารถ เข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงการตลาด ซึ่งแปลงที่จะเข้าร่วม โครงการจะต้องจดทะเบียนนิติบุคคล และจะต้องสามารถจัดท าบัญชีได้ อย่างไรก็ตามเกษตรกรจัดท า บัญชีไม่ได้ แต่สามารถที่จะจัดหาบริษัทมาท าแทนได้ นอกจากนี้ ทางกรมประมงยังได้สนับสนุน ให้กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่จัดตั้งเป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสัตว์น้ า เนื่องจากการ ลดต้นทุนด้วยการผลิตอาหารเองท าให้ไม่สามารถท าพันธะสัญญากับภาคเอกชนได้ทั้งหมด กรมประมงจึงหาทางออกด้วยการส่งเสริมการแปรรูปสัตว์น้ า เช่น การท ากุนเชียงปลา ไส้กรอกปลา เป็นต้น ซึ่งจะเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดให้แก่เกษตรกร (3) การก าหนดเป้าหมายเชิงคุณภาพในแต่ละระยะ (Milestone) หรือระดับชั้นของแปลงใหญ่ การจัดชั้นแปลงใหญ่มีความส าคัญเป็นอย่างมาก ท าให้สามารถก าหนด การด าเนินงานได้อย่างมีทิศทางและเหมาะสมกับบริบทของแต่ละแปลง และควรมีการถอดบทเรียน แปลงใหญ่ที่ประสบความส าเร็จ จะท าให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ส าหรับการเรียนรู้และการขยายผล ให้กับแปลงใหญ่กลุ่มอื่น ๆ และเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกลุ่มเกษตรกรได้ การด าเนินงานระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ของกรมประมง ได้มีการประสานงานกับหน่วยงานอื่น ๆ ในการขับเคลื่อนแปลงใหญ่อย่างต่อเนื่องโดยมีประมงจังหวัด เป็นผู้จัดการแปลงใหญ่ เป็นเวลา 3 ปี แล้วจึงถ่ายโอนภารกิจให้แก่เกษตรกร โดยมีศูนย์วิจัย ประมงน้ าจืด และศูนย์วิจัยประมงชายฝั่ง ให้ความรู้ในการวางแผนการผลิตและการลดต้นทุน เช่น การผลิตอาหารปลา และการใช้พลังงานทดแทนต่าง ๆ ซึ่งการบริหารจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
22 การผลิตทั้งในเรื่องการลดต้นทุน การเพิ่มผลผลิต การยกระดับคุณภาพการผลิต และการเชื่อมโยงตลาด จะมีรูปแบบที่แตกต่างกันตามบริบทของแปลงใหญ่แต่ละแปลงซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งชนิดของสัตว์น้ า การกระจายของบ่อเลี้ยง เป็นต้น ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของกรมประมงทุกระดับมีความเข้าใจแนวคิด หลักการและวิธีการในการด าเนินการแปลงใหญ่ ๖) กรมหม่อนไหม ด าเนินการส่งเสริมการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม แบบแปลงใหญ่ที่ผ่านมา สามารถสรุปได้ดังนี้ (๑) สถานการณ์ปัจจุบันของแปลงใหญ่ ปัจจุบันมีเกษตรกรปลูก หม่อนเลี้ยงไหม ๘๕,๐๐๐ ราย จ านวน ๔๓ แปลง เกษตรกรแปลงใหญ่ ๓,๓๖๕ ราย ใน ๑๖ จังหวัด รวมพื้นที่ ๑๒,๕๒๐ ไร่ ปัญหาอุปสรรค จากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 ท าให้การผลิตรังไหมไม่เป็นไปตามเป้าหมาย รวมทั้งการเดินทางเพื่อการซื้อขาย เป็นไปด้วยความยากล าบาก เกษตรกรต้องน ารังไหมและเส้นไหมไปจ าหน่ายเอง การบริหารงานในการด าเนินงานแปลงใหญ่ กรมหม่อนไหม มีระบบการบริหารสั่งการภายใน และมอบหมายให้กลุ่มงานส่งเสริมการผลิตหม่อนไหมรับผิดชอบ แปลงใหญ่หม่อนไหม รวมทั้งมีหน่วยงานระดับเขตและศูนย์เครือข่ายที่รับผิดชอบในการขับเคลื่อน โดยพยายามให้ข้าราชการทุกคนมีความเข้าใจให้หลักการแปลงใหญ่และการปฏิบัติรวมทั้งกิจกรรมต่าง ๆ (๒) ปัจจัยที่ท าให้การด าเนินการแปลงใหญ่ประสบความส าเร็จนั้น เกิดจากการถ่ายทอดองค์ความรู้จากปราชญ์ชาวบ้าน ๗) กรมวิชำกำรเกษตร ผู้แทนกรมวิชาการเกษตรได้รายงานสรุปว่า กรมวิชาการเกษตร ปฏิบัติตามนโยบายเป็นหน่วยงานสนับสนุนในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในพื้นที่ โดยการเข้าไป ประสานงานและร่วมศึกษาปัญหาด้านเทคโนโลยีการผลิตของแต่ละกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ แล้วร่วมวิเคราะห์เพื่อการพัฒนา ๒.๒.๒ หน่วยงำนภำยนอกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ได้เชิญหน่วยงานภายนอกสังกัดของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและ/หรือสนับสนุนการด าเนินการส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ จ านวน ๗ หน่วยงาน คือ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม ส านักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติส านักงบประมาณสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ส านักงานคณะกรรมการพัฒนา ระบบราชการ (ก.พ.ร.) และส านักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) ๑) กระทรวงพำณิชย์ ผู้แทนจากกระทรวงพาณิชย์ ได้ชี้แจงข้อมูลต่อที่ประชุมว่า กระทรวงพาณิชย์ เป็นหน่วยงานสนับสนุนการด าเนินงานโครงการระบบส่งเสริมการเกษตร แบบแปลงใหญ่โดยได้รับมอบหมายให้ดูแลในเรื่องการตลาด ซึ่งเป็นงานในความรับผิดชอบ ของส านักงานพาณิชย์จังหวัด ที่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาคภายใต้การก ากับดูแลของกระทรวงพาณิชย์
23 ความรับผิดชอบของกระทรวงพาณิชย์จะเกี่ยวข้องกับ 2 ส่วน คือ 1) การขับเคลื่อนงานตามแผน ปฏิรูปประเทศ และ 2) การด าเนินงานตามพระราชก าหนดให้อ านาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไข ปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 ดังนี้ (๑) การปฏิบัติงานตามแผนการปฏิรูปประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้บูรณาการกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการหาช่องทางการตลาด พบว่า ความส าเร็จ จะขึ้นกับความพร้อม หากกลุ่มมีความพร้อมจะสามารถด าเนินงานได้ส าเร็จ มีตลาดและสินค้า มีคุณภาพและพร้อมส่งสินค้าได้ ก็จะสามารถเพิ่มรายได้ให้แก่แปลงใหญ่ได้จริงในพื้นที่ ขณะที่ผลผลิตแปลงใหญ่ที่เป็นสินค้าตกเกรด ยังต้องมีการแก้ไขปัญหาร่วมกันกับกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ (2) การด าเนินงานตามพระราชก าหนดให้อ านาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จะเกี่ยวข้องกับการด าเนินการจดทะเบียนนิติบุคคล และการส่งเสริมด้านการตลาด โดยมีรายรายละเอียดดังต่อไปนี้ ก. ด้านการจดทะเบียนนิติบุคคล ด าเนินการโดยกรมพัฒนา ธุรกิจการค้า หากกลุ่มแปลงใหญ่จดทะเบียนแล้วจะต้องท าความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ตามที่กฎหมายก าหนด ทั้งนี้ โดยมอบหมายให้ส านักงานพาณิชย์จังหวัดร่วมกับส านักงานเกษตรจังหวัด สร้างการรับรู้และท าความเข้าใจกับกลุ่มแปลงใหญ่ในเรื่องการจดทะเบียนนิติบุคคลจัดท าบัญชี จนถึงขั้นตอนการยื่นงบการเงินประจ าปี ซึ่งหากไม่ด าเนินการจะมีโทษตามกฎหมายในอนาคต โดยลงไปชี้แจงในระดับพื้นที่ ผ่านกลไกแปลงใหญ่ และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สินค้าเกษตร (ศพก.) ข. ด้านการตลาด กระทรวงพาณิชย์ได้ปรับปรุงช่องทาง การตลาดจากเดิมเป็นการจ าหน่ายผ่านระบบออนไลน์ และมีการด าเนินการเชื่อมโยงการตลาด แก่สมาชิกแปลงใหญ่ การจัดท าบันทึกข้อตกลงในการแปรรูปมันส าปะหลังเป็นแป้งมันส าปะหลัง ด าเนินการส่งเสริมการส่งออกสินค้าเกษตร เช่น มะม่วงน้ าดอกไม้จากจังหวัดพิจิตร ได้เพิ่มช่องทาง การตลาด จับคู่เจรจาธุรกิจแก่ผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรภาคเหนือตอนล่าง และยังสนับสนุนการส่งสินค้าผ่านบริษัทไปรษณีย์ไทย ในการจ าหน่ายสินค้าออนไลน์ให้แก่เกษตรกรด้วย ส าหรับการด าเนินการด้านการตลาด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้จัดตั้งทีมงานในจังหวัดและต่างประเทศ เพื่อท าหน้าที่เสมือนพนักงานส่งเสริมการขาย(Salesman) ได้ประมาณ 2 ปี เพื่อให้กาขยายตลาดของแปลงใหญ่เกิดผลเป็นรูปธรรมทั้งในและต่างประเทศแต่ยัง ประสบปัญหาด้านการบริหารจัดการผลผลิตในเรื่องคุณภาพมาตรฐานสินค้าในกลุ่มแปลงใหญ่ที่เป็น แปลงขนาดเล็กและการรวบรวมผลผลิตให้เพียงพอและต่อเนื่องส าหรับสินค้ารายการที่มีปริมาณการ สั่งซื้อมาก ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จึงหันไปใช้วิธีให้ผู้รวบรวมผลผลิตทางการเกษตรรายใหญ่เข้าไปรับ ซื้อจากสมาชิกแปลงใหญ่ แต่รายได้ที่เกษตรกรได้รับอาจจะมีราคาลดลงเนื่องจากต้องมีค่าใช้จ่ายใน การด าเนินการของผู้รวบรวม
24 2) กระทรวงอุตสำหกรรม จากการชี้แจงของผู้แทนจากกระทรวงอุตสาหกรรมต่อที่ประชุม ได้ข้อมูลว่า กระทรวงอุตสาหกรรมรับผิดชอบแปลงใหญ่เฉพาะแปลงใหญ่อ้อยและน้ าตาลทราย เท่านั้น โดยเน้นการส่งเสริมให้เกษตรกรสมาชิกแปลงใหญ่เพิ่มผลผลิตและพัฒนาคุณภาพอ้อย โดยใช้เกษตรอัจฉริยะ ซึ่งด าเนินการแล้วไม่น้อยกว่า 5,000 ไร่ ในปี 2565 ได้ด าเนินการส่งเสริม การจัดท าแปลงสาธิต โดยได้ให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับแปลงใหญ่ว่า แปลงใหญ่ที่เข้มแข็งจะเป็นแปลงใหญ่ ที่จัดตั้งเป็นกลุ่มมาก่อนแล้ว ผู้น ากลุ่มมีบทบาทของผู้น าในการด าเนินงานที่เข้มแข็งมีวิสัยทัศน์ ในการชี้น าทีมอย่างเข้มแข็ง ด้านสินค้าแปลงใหญ่ พบว่า สินค้าที่เป็นผลผลิตสดจะจ าหน่ายตรงให้แก่ ผู้บริโภคขณะที่สินค้าเกรดรองจะเข้าสู่โรงงานเพื่อเพิ่มมูลค่า ซึ่งมักจะประสบปัญหาฤดูกาลที่ผันผวน เมื่อผลผลิตน้อยจะประสบกับภาวะขาดทุน ดังนั้น จึงควรร่วมมือกันเพื่อส่งผลผลิตเข้าโรงงานดูแล ตลอดห่วงโซ่อุปทานและเน้นการเพิ่มมูลค่าให้ได้ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยในการ เชื่อมโยงและส่งผลผลิตเข้าสู่โรงงานนั้น จะต้องศึกษารายละเอียดกลไกการท างานร่วมกันก่อน ซึ่งในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรมมีศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่อนาคต (Industry Transformation Center - ITC) ภายใต้การก ากับดูแลของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ตั้งอยู่ทุกภูมิภาค สามารถส่งเสริม การท าเกษตรแปลงใหญ่ให้เกิดการเชื่อมโยงกับศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่อนาคตได้ โดยศูนย์ดังกล่าว ได้รวบรวมองค์ความรู้ด้านการแปรรูป เชื่อมโยงเกษตรเข้าสู่อุตสาหกรรม ทั้งนี้ ต้องการให้ภาคเกษตร ปรับแนวความคิด โดยเฉพาะสินค้าเกษตรแปลงใหญ่ควรน าผลผลิตที่มีคุณภาพดีเข้าสู่โรงงาน อุตสาหกรรม เน้นการส่งวัตถุดิบที่มีคุณภาพให้เข้าสู่โรงงานอย่างต่อเนื่องเพราะโรงงานมีก าลัง การผลิตที่ค่อนข้างแน่นอนและมีเครื่องจักรที่พร้อมท าการผลิตตลอดเวลา ซึ่งจะเป็นการสร้างให้เกิด ความต่อเนื่องแก่ภาคอุตสาหกรรมต่อไปด้วย 3) ส ำนักงำนสภำพัฒนำกำรเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ ผู้แทนจากส านักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ชี้แจงเกี่ยวกับโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ว่า ได้ร่วมขับเคลื่อนการด าเนินงาน ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาตั้งแต่เริ่มโครงการในปี 2559 เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิตให้มีความเข้มแข็ง เกิดการรวมแปลงเพื่อน าไปสู่ขนาดการผลิตที่คุ้มค่าต่อการลงทุน (Economies of Scales) แต่จากการด าเนินงานพบว่า การรวมแปลงไม่ก่อให้เกิดการประหยัดต่อขนาด มีเพียงการเพิ่มเครื่องจักรกลให้แก่สมาชิก ไม่พบการบริหารจัดการในลักษณะฟาร์มขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเป็นสินค้าพืชไร่ที่มีปริมาณการผลิตค่อนข้างมากจะหาผู้ประกอบการ ในการจัดท าบันทึกข้อตกลงเพื่อเชื่อมโยงการตลาดไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ในสินค้าที่มีปริมาณไม่มากนัก จะสามารถด าเนินงานได้ตามหลักการของแปลงใหญ่ ด้านการวิจัยและพัฒนาจะเน้นการรวมกลุ่ม ด้านการผลิตด้วยการใช้เครื่องจักรกล ยังไม่มีการรวมนวัตกรรมเทคโนโลยีมาเพื่อใช้ในการพัฒนา ผลิตภัณฑ์และสร้างมูลค่าสินค้า อีกทั้งยังขาดการบูรณาการอย่างแท้จริงกับหน่วยงานภาคีอื่น เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
25 ส าหรับโครงการยกระดับเกษตรแปลงใหญ่และเชื่อมโยงตลาด พบว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นเจ้าภาพหลักในการเสนอรับเงินอุดหนุน จากพระราชบัญญัติเงินกู้ซึ่งเป็นส่วนช่วยในการสนับสนุนเกษตรกรแปลงใหญ่ที่ไม่สามารถลงทุน ในเครื่องจักรหรือวัสดุอุปกรณ์ที่จ าเป็นได้เนื่องจากงบปกติจะเป็นการอบรมเกษตรกร และผลส าเร็จ ของการด าเนินงานของแปลงใหญ่แต่ละกลุ่มจะส าเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับผู้น าและความสามารถ ของแต่ละกลุ่มที่มีความสามารถไม่เท่ากัน เมื่อโครงการยกระดับเกษตรแปลงใหญ่ฯ ได้รับอนุมัติให้มี การน าเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ เป็นงบอุดหนุนแก่เกษตรกรที่ยังไม่ได้มีการใช้เทคโนโลยีประมาณ 3,000 กลุ่ม ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้มีการติดตามประเมินผลโครงการ โดยจะต้องมีการติดตามประเมินผล โครงการทั้งในระดับจังหวัด กลุ่มจังหวัดต่อไป ส าหรับการพัฒนาต่อยอดเน้นการดึงศักยภาพของกลุ่ม และการเชื่อมโยงกันของแปลงใหญ่ภายในจังหวัด ทั้งด้านการผลิตและการตลาด หากเกิดผลผลิตส่วนเกิน ก็น ามาเชื่อมโยงการตลาดในระดับภูมิภาค ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาให้เกิดขึ้นในแปลงใหญ่ โดยน าศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC) มาร่วมวางแผนควบคู่กับการส่งเสริมการตลาด ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ส่วนบทบาทของส านักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในอนาคตจะด าเนินการร่วมกับส่วนราชการโดยประชุมหารือ สานต่องานในทางปฏิบัติร่วมกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านแผนยุทธศาสตร์ชาติ ปัจจุบันเห็นว่า การส่งเสริมการท าฟาร์มอัจฉริยะ (Smart Farm) มีความส าคัญต่อการขับเคลื่อนงาน และจะต้องเป็น มิติเดียวกัน โดยจะต้องส่งเสริมให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมร่วมกันไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ หรือภาคเอกชนและให้ข้อเสนอในเชิงนโยบายเพื่อน าไปสู่การปฏิบัติต่อไป ๔) ส ำนักงบประมำณ ผู้แทนส านักงบประมาณ ได้กล่าวถึงโครงการยกระดับแปลงใหญ่ ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดว่า ได้อนุมัติโครงการที่เสนอมาประมาณกว่า ๓,๐๐๐ โครงการ เป็นเงินกู้เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจ แก้ไขความยากจนแบบมุ่งเน้นการพัฒนา คุณภาพมาตรฐานทางการเกษตร และให้เกษตรกรมีความเข้มแข็ง ในขณะที่รายงานต่อ คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ยังไม่ทราบผลการด าเนินโครงการดังกล่าว จ าเป็นต้องรอจากการติดตามและประเมินผลเป็นระยะ ๆ นอกจากนี้ ผู้แทนส านักงบประมาณ ยังชี้แจงเพิ่มเติมว่า การรวมกลุ่มของเกษตรกรในระบบส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่จะส่งเสริมให้ เกษตรกรมีความเข้มแข็งขึ้น การอบรม สาธิต และการจัดท าแปลงตัวอย่างจะช่วยต่อยอดให้มี เกษตรกรเข้ามาร่วมโครงการมากขึ้น ถึงแม้โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่ และเชื่อมโยงตลาด ซึ่งเป็นโครงการเงินกู้จะสิ้นสุดลง ก็สามารถใช้งบประมาณปกติของหน่วยงาน ด าเนินการได้ทั้งนี้ การสนับสนุนงบประมาณของส านักงบประมาณ จะพิจารณาโครงการที่ตอบสนอง ต่อยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศ โดยพิจารณาให้ตามความจ าเป็นและเหมาะสม ตามวัตถุประสงค์ของหน่วยงานที่เสนอค าขอตั้งงบประมาณ
26 ๕) สภำหอกำรค้ำแห่งประเทศไทย ผู้แทนจากสภาหอการค้าได้น าเสนอแนวคิดในการปฏิรูปภาคการเกษตรไว้ จ านวน ๒ ประเด็น ดังนี้ (๑) ความพร้อมของเกษตรกร เกษตรกรต้องมีความสามารถบริหาร แบบมืออาชีพ แต่ถ้าเกษตรกรไม่มีความพร้อมจะเป็นการเพิ่มปัญหาให้แก่เกษตรกร ดังนั้น จึงจ าเป็นต้องให้ความรู้แก่เกษตรกร การบริหารจัดการ การท างานร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และบทบาทหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (๒) องค์ความรู้ หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง การเสริมด าเนินงาน ที่พยายามให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจเรื่องกติกาการค้า แต่มักพบปัญหาการส่งเสริมเกษตรกร ที่ไม่เหมาะสมกับบริบทของเนื้อหาและการรับความรู้จากการเข้ารับการอบรม และพบว่าสหกรณ์ ส่วนใหญ่ต้องมีการปรับเปลี่ยนโดยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยยินดีให้การสนับสนุน นอกจากนี้ ภาครัฐต้องปรับเปลี่ยนแนวความคิดให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและเร่งด าเนินการอย่างจริงจัง จึงจะสามารถขับเคลื่อนได้การอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกร ควรให้ภาคเอกชนและสถาบันวิชาการในพื้นที่เข้า มามีส่วนร่วม โดยเน้นการผลิตที่มีคุณภาพมาตรฐานและมีตลาดรองรับ ๖) ส ำนักงำนคณะกรรมกำรพัฒนำระบบรำชกำร (ก.พ.ร.) การด าเนินการของส านักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ก าหนดตัวชี้วัดพิจารณา จากยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศ ความส าเร็จของการส่งเสริมภาคการเกษตร โดยก าหนดให้เป็นตัวชี้วัดในระดับจังหวัดด้วย แต่ไม่ได้วัดเรื่องการส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ โดยตรงเป็นเพียงตัวชี้วัดทางอ้อม และชี้แจงเพิ่มเติมว่า ในปี ๒๕๖๖ จะก าหนดตัวชี้วัดให้ตรงกับ ประเด็นยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศมากขึ้น ๗) ส ำนักงำนส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) ผู้แทนจากส านักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลชี้แจงว่า ส านักงาน ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลได้สนับสนุนการพัฒนาแอปพลิเคชัน “Kasettrack” เป็นระบบการสั่งการ บนมือถือที่มีคุณสมบัติที่เกษตรกรสามารถบันทึกกิจกรรมในกระบวนการผลิตลงในโทรศัพท์มือถือ และยังมีคุณสมบัติที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับข้อมูลกระบวนการเพื่อตรวจรับรองมาตรฐาน การผลิตทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสม โดยเน้นพืชทุเรียนเป็นหลัก มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกัน การสวมสิทธิ์ ป้องกันการตัดทุเรียนอ่อน และเพื่อการตรวจสอบประเมินมาตรฐานการปฏิบัติ ทางการเกษตรที่ดี รายละเอียดเกี่ยวกับการใช้แอปพลิเคชัน “Kasettrack” อยู่ในบทที่ ๓ ข้อ ๓.๒.๒ แปลงทุเรียนเนิน 491 อ าเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร นอกจากนี้ ส านักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ได้สนับสนุนการพัฒนาแอปพลิเคชันส าหรับพืชชนิดอื่น ๆ เช่น ข้าว เป็นต้น
บทที่ ๓ ข้อมูล ข้อเท็จจริง จำกกำรดูงำนกลุ่มแปลงใหญ่ในพื้นที่ คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ได้จัดให้มีการดูงานกลุ่มแปลงใหญ่ ในพื้นที่ในภูมิภาคต่าง ๆ ทั้งกลุ่มการผลิตสินค้าพืช สัตว์ และประมง จ านวน ๙ จุด ในพื้นที่ จังหวัดสมุทรปรำกำร ๔ จุด พื้นที่จังหวัดชุมพร จ ำนวน ๒ จุด พื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จ ำนวน ๒ จุด และพื้นที่จังหวัดรำชบุรี ๑ จุด สรุปผลการศึกษาดูงานการขับเคลื่อนพื้นที่แปลงใหญ่ และติดตามความคืบหน้าการส่งเสริมและพัฒนาแปลงใหญ่ ได้ดังนี้ ๓.๑ จังหวัดสมุทรปรำกำร คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ลงพื้นที่เพื่อการเก็บข้อมูลเชิงลึก การส่งเสริมการเกษตรระบบแปลงใหญ่ จากกลุ่มแปลงใหญ่ในพื้นที่สมุทรปราการ จ านวน ๔ จุด คือ แปลงใหญ่มะม่วงน้ าดอกไม้คุ้งบางกระเจ้า ต าบลทรงคะนอง อ าเภอพระประแดง แปลงใหญ่ปลาสลิด วิสาหกิจชุมชนอนุรักษ์ปลาสลิดและแปรรูป ต าบลคลองด่าน อ าเภอบางบ่อ แปลงใหญ่เป็ดปากน้ า จังหวัดสมุทรปราการ และแปลงใหญ่ข้าว หมู่ที่ 5 ต าบลคลองนิยมยาตรา อ าเภอบางบ่อ สรุปได้ดังนี้ ๓.๑.๑ แปลงใหญ่มะม่วงน้ ำดอกไม้คุ้งบำงกระเจ้ำต าบลทรงคะนอง อ าเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ๑) ข้อมูลทั่วไป หน่วยงานหลัก : ส านักงานเกษตรจังหวัดสมุทรปราการ ประธาน : พ.ท. ช านาญ อ่อนแย้ม เกษตรกรผู้น า ผู้จัดการแปลง : นายชลิต บุญมีนา แปลงใหญ่มะม่วงน้ าดอกไม้คุ้งบางกระเจ้า ต าบลทรงคะนอง อ าเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2561 สมาชิกแรกตั้ง 50 ราย ลักษณะการเพาะปลูก เป็นการปลูกแบบผสมผสานในลักษณะสวนผสม โดยมีไม้ผลหลายชนิดส่วนใหญ่เป็นการปลูกมะม่วง ในวงบ่อซีเมนต์ เป็นมะม่วงน้ าดอกไม้พันธุ์เขียวนวล ซึ่งเป็นมะม่วงพันธุ์ท้องถิ่นที่มีการปลูก มาแต่ดั้งเดิม ส่วนเทคโนโลยีการผลิต เรียนรู้จากการปฏิบัติการจ าหน่ายผลผลิตไม่มีการรวมจ าหน่าย แต่จ าหน่ายหน้าสวน และมีแหล่งจ าหน่ายของชุมชน คือ ตลาดน้ าบางน้ าผึ้ง ก าหนดราคาจ าหน่าย ไม่ต่ ากว่ากิโลกรัมละ 150 บาท ๒) สถำนกำรณ์ปัจจุบัน แปลงใหญ่มะม่วงน้ าดอกไม้คุ้งบางกระเจ้า ต าบลทรงคะนอง อ าเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ มีสมาชิกจ านวน 120 ราย จ านวนพื้นที่ประมาณ 123 ไร่ จ านวนมะม่วงราว 1,800 ต้น พื้นที่ดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิชัยพัฒนา โดยมุ่งเน้น การรักษาพื้นที่สีเขียวให้คงอยู่ จึงมีหน่วยงานภาคเอกชนเข้ามาสนับสนุนในลักษณะกิจกรรม เพื่อสังคม (Corporate Social Responsibility - CSR) ทั้งรูปแบบการสนับสนุนเงินและการให้ ความรู้ในการประกอบอาชีพและพัฒนาอาชีพ เมื่อแรกเริ่มก่อตั้งมีแปลงสมาชิกจ านวน 50 แปลง ทั้งหมดได้รับการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีจากกรมวิชาการเกษตรปัจจุบันอยู่ ระหว่างการต่ออายุ และขอรับการรับรองส าหรับสมาชิกรายใหม่ โดยมีส่วนราชการในสังกัดกระทรวง
28 เกษตรและสหกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร โดยส านักงานเกษตรจังหวัด สมุทรปราการ กรมพัฒนาที่ดินและกรมชลประทาน เข้ามาด าเนินการในพื้นที่ตามบทบาท ที่รับผิดชอบ เกษตรกรใช้เทคโนโลยีการผลิต เช่น มีการวางระบบน้ าพ่นฝอย (Sprinkle) และระบบน้ า หยด การใช้กับดักสารล่อและการห่อผลด้วยถุงกระดาษ ในการก าจัดแมลงวันผลไม้ การใช้ธาตุอาหาร เสริม และการใช้ปุ๋ยหมักร่วมกับปุ๋ยเคมี มะม่วงพันธุ์ดังกล่าวนี้ ได้รับการรับรองเป็นสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications - GI) และอยู่ระหว่างการขอใช้ตราสัญลักษณ์ดังกล่าว การจ าหน่าย ผลผลิตของเกษตรกรขยายสู่การจ าหน่ายผ่านสื่อสาธารณะและระบบดิจิทัลต่าง ๆ และบางราย มีการจ าหน่ายผ่านห้างสรรพสินค้า แต่ตลาดหลักยังเป็นการจ าหน่ายหน้าสวนและการจ าหน่าย ที่ตลาดน้ าบางน้ าผึ้ง โดยส านักงานเกษตรจังหวัดสมุทรปราการสนับสนุนกล่องบรรจุภัณฑ์ การบริหารจัดการกลุ่ม มีคณะกรรมการท าหน้าที่บริหารจัดการกลุ่ม โดยจัดกิจกรรมรวมซื้อปัจจัยการผลิต การร่วมกันก าหนดราคาจ าหน่าย กิจกรรมการส่งเสริม การตลาดอื่น ๆ เช่น การประกวดผลผลิต/ประกวดแปลง เป็นต้น ๓) ปัญหำและอุปสรรค ได้แก่ ปัญหาแรงงานภาคการเกษตรยังคงมีอยู่ ค่าจ้างแรงงานสูงและไม่มีประสิทธิภาพ เกษตรกรจึงใช้แรงงานภายในครอบครัวซึ่งส่วนใหญ่ เป็นเกษตรกรสูงอายุ ปัจจัยการผลิตมีราคาสูงขึ้น เช่น ปุ๋ยเคมี เป็นต้น นอกจากนี้ ประเด็นปัญหา เรื่องน้ าเค็มรุกพื้นที่และมลภาวะจากโรงงานอุตสาหกรรมและพื้นที่ชุมชนเมือง ๔) แนวทำงในอนำคต เกษตรกรมีควำมประสงค์ (๑) ต้องการพัฒนาด้านการตลาด โดยใช้ตรารับรองสินค้าสิ่งบ่งชี้ ทางภูมิศาสตร์ และเพิ่มการใช้รหัสคิวอาร์ (Quick Response Code - QR Code) เพื่อการตรวจสอบย้อนกลับ (๒) ประสานขอสนับสนุนปัจจัยการผลิตจากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น องค์การ บริหารส่วนต าบล ส านักงานเกษตรจังหวัด ส านักงานพัฒนาที่ดินจังหวัด และหน่วยงานเอกชน เป็นต้น (๓) ประสานงานแก้ไขปัญหาน้ าเค็ม โดยจะขอความช่วยเหลือ ในการบริหารจัดการจากกรมชลประทาน ๕) ข้อสังเกต จากการลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลแปลงใหญ่มะม่วงน้ าดอกไม้ คุ้งบางกระเจ้า ต าบลทรงคะนอง อ าเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ จากการรายงาน และการซักถามเกษตรกรและเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมาธิการการเกษตร และสหกรณ์ วุฒิสภา มีข้อสังเกตดังต่อไปนี้ (๑) ลักษณะแปลงใหญ่มะม่วงน้ าดอกไม้ เป็นการรวมตัวของเกษตรกร ในพื้นที่คุ้งบางกระเจ้า ซึ่งมีการปลูกมะม่วงพันธุ์ดังกล่าวอยู่เดิม เป็นมะม่วงที่มีอัตลักษณ์ รสหวานจัด และเกษตรกรมีความเชื่อมั่นในคุณภาพของมะม่วง จึงสามารถก าหนดราคาจ าหน่ายได้ และมีการบริหารจัดการตลาดในชุมชนโดยเมื่อผลผลิตมะม่วงออกสู่ตลาดจะไม่อนุญาต ให้น ามะม่วงจากแหล่งอื่นมาจ าหน่ายในตลาดของชุมชน