29 (๒) เทคโนโลยีการผลิต ยังคงมีช่องว่างในการพัฒนาเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มี คุณภาพเพิ่มมากยิ่งขึ้น ควรขยายผลงานวิจัยลงในพื้นที่ เช่น เทคโนโลยีการจัดการแมลงวันผลไม้แบบ ผสมผสาน เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว การตัดแต่งกิ่ง จ านวนต้นต่อพื้นที่และจ านวนผลต่อต้น ที่เหมาะสม การให้ปุ๋ยที่เหมาะสม เป็นต้น (๓) การปฏิบัติตามมาตรฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรฐานการผลิต ทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสม พบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่มีความเข้มงวดในการควบคุม ให้เกษตรกรปฏิบัติตรงตามมาตรฐานที่ก าหนดอย่างแท้จริง (๔) การบริหารจัดการกลุ่ม พบว่า แม้จะมีการด าเนินการในรูปแบบ ของคณะกรรมการแต่การด าเนินการส่วนใหญ่เป็นไปในลักษณะของการจัดกิจกรรมไม่ได้ด าเนินการ เพื่อการพัฒนากลุ่มให้ก้าวหน้าทั้งด้านการผลิตและการจ าหน่ายผลผลิต แนวความคิดของสมาชิกกลุ่ม และคณะกรรมการยังไม่เป็นเอกภาพ มีความขัดแย้งกันภายในกลุ่มจึงส่งผลต่อแนวทางการพัฒนา ของกลุ่ม รวมทั้งกิจกรรมของกลุ่มที่อาจไม่สามารถใช้ประโยชน์จากพลังของกลุ่มได้ เช่น การจ าหน่าย ผลผลิตให้กับห้างสรรพสินค้าชั้นน ามีการด าเนินการเพียง 1 ราย เฉพาะผลผลิตของประธาน แปลงใหญ่ ส่วนสมาชิกอื่น ๆ ยังใช้ช่องทางการจ าหน่ายรูปแบบเดิม (๕) ปัญหาแรงงาน ทางกลุ่มแปลงใหญ่มะม่วงบางกระเจ้ายังไม่มี การกล่าวถึงแนวทางการแก้ไขที่ชัดเจน ถึงแม้ว่าจะน าเทคโนโลยีระบบการให้น้ ามาใช้แต่ยังไม่สามารถ ครอบคลุมกิจกรรมการผลิตที่ใช้แรงงานได้ทุกกิจกรรม (๖) ความไม่เข้าใจในหลักการที่แท้จริงของการท าการเกษตรแบบแปลงใหญ่ โดยสมาชิกกลุ่มเข้าใจว่าเกษตรกรที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกแปลงใหญ่จะต้องเป็นสมาชิกที่กรมส่งเสริม การเกษตรจัดการอบรมให้เท่านั้น เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งไม่สอดคล้องกับหลักการของแปลงใหญ่ ส่งผลให้แนวทางการด าเนินการของแปลงใหญ่ดังกล่าว ยังคงยึดโยงกับการขอรับการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยไม่ได้มุ่งเน้นสู่การพึ่งพาและเติบโตด้วยตนเอง ๓.๑.๒ แปลงใหญ่ปลำสลิดวิสำหกิจชุมชนอนุรักษ์ปลำสลิดและแปรรูป ต าบลคลองด่าน อ าเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ๑) ข้อมูลทั่วไป หน่วยงานหลัก : ส านักงานประมงจังหวัดสมุทรปราการ ประธาน : นายปรีชา สมานมิตร เกษตรกรผู้น า ผู้จัดการแปลง : นายสุธี สมานมิตร (บุตรชายประธาน) แปลงใหญ่ปลาสลิดวิสาหกิจชุมชนอนุรักษ์ปลาสลิดและแปรรูป ต าบลคลองด่าน อ าเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2561 มีสมาชิกแรกตั้ง จ านวน 79 ราย กลุ่มแปลงใหญ่นี้พัฒนามาจากสหกรณ์บริการปลาสลิดบางบ่อ แต่เนื่องจากกิจการ ของสหกรณ์ไม่ได้มุ่งเน้นกิจกรรมการเลี้ยงปลาสลิดของสมาชิก เมื่อมีนโยบายภาครัฐสนับสนุน การรวมกลุ่มเป็นแปลงใหญ่ สมาชิกสหกรณ์บางส่วนจึงรวมตัวเป็นกลุ่มแปลงใหญ่เพื่อที่จะได้รับ การสนับสนุนจากรัฐบาล สมาชิกเป็นสมาชิกสหกรณ์
30 ลักษณะการเพาะเลี้ยงปลาสลิดเป็นการเลี้ยงแบบกึ่งธรรมชาติ โดยอาศัยอาหารจากธรรมชาติ เช่น แพลงก์ตอนพืช แพลงก์ตอนสัตว์ โดยตัดหญ้าที่ขึ้นอยู่รอบ ๆ บ่อเลี้ยงปลาท าเป็นกอง ๆ และราดด้วยน้ าหมักชีวภาพ เดือนละ 2 ครั้ง เพื่อให้เกิดอาหารธรรมชาติ ในบ่อเลี้ยง ตลอดระยะเวลาการเลี้ยง 8 - 9 เดือน ผลผลิตประมาณ 250 กิโลกรัมต่อไร่ การจ าหน่ายผลผลิต จ าหน่ายเป็นปลาสดให้กับพ่อค้าจากต่างถิ่นเพื่อน าไปแปรรูปเป็นปลาสลิดแดดเดียว หรือผลิตภัณฑ์จากปลาสลิดอื่น ๆ ๒) สถำนกำรณ์ปัจจุบัน สมาชิกคงเหลือจ านวน 24 ราย จ านวนพื้นที่ ประมาณ 729 ไร่ จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน โดยสมาชิกถือหุ้นอย่างน้อยรายละ 20 หุ้น หุ้นละ 1,000 บาท โดยมีคณะกรรมการบริหารจัดการ จัดการประชุมประจ าเดือนในทุกเดือน เน้นกิจกรรมการรวมซื้อ - รวมจ าหน่าย ในปี ๒๕๖๓ ได้ด าเนินการจดทะเบียนพาณิชย์ทุนจดทะเบียน 2 แสนบาท โดยมีกรรมการผู้มีอ านาจลงนาม 3 ราย และมีวิสาหกิจชุมชนเป็นหุ้นส่วน เพื่อด าเนินการในรูปนิติบุคคล และได้รับประโยชน์ในการสนับสนุนงบประมาณภายใต้โครงการ ยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด โดยขอรับการสนับสนุนห้องเย็น และโรงงานแปรรูป แต่ยังไม่มีการใช้ประโยชน์จากห้องเย็น เนื่องจากการติดตั้งเพิ่งจะแล้วเสร็จ และปริมาณผลผลิตมีไม่มากพอเมื่อเทียบกับศักยภาพในการเก็บรักษาของห้องเย็น ปัจจุบันปลาสลิดบางบ่อได้รับการรับรองเป็นสินค้าที่ได้รับการรับรอง สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์(Geographical Indications - GI) หรือสินค้าจี ไอ โดยอยู่ระหว่างการขอใช้ ตราสัญลักษณ์ลงในบรรจุภัณฑ์เกษตรกรยังไม่ได้ด าเนินการรวมกันเพื่อการจ าหน่ายผลผลิต แต่มีแนวคิดที่จะแปรรูปผลผลิตจากการสนับสนุนของภาครัฐ โดยเริ่มมีการแปรรูปในลักษณะ ปลาสลิดแดดเดียว ปลาสลิดทอด และน้ าพริกปลาสลิด เพื่อจ าหน่ายทางช่องทางออนไลน์ จ าหน่ายในห้างบางโอกาสที่มีการจัดงานแสดงสินค้าและผ่านตลาดในท้องถิ่นนอกเหนือ จากผ่านพ่อค้าคนกลาง ๓) ปัญหำและอุปสรรค การด าเนินกิจกรรมของแปลงใหญ่ปลาสลิดวิสาหกิจ ชุมชนอนุรักษ์ปลาสลิดและแปรรูป ต าบลคลองด่าน อ าเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการประสบ ปัญหาเรื่องน้ าทั้งน้ าเค็มและน้ าแล้ง ปัญหาต้นทุนอาหารสัตว์น้ าสูงขึ้น หญ้าตามธรรมชาติไม่เพียงพอ ต้องมีการซื้อหญ้าเนเปียร์ใส่เพิ่มในบ่อเลี้ยงปลาสลิด ขาดแคลนแหล่งพันธุ์ปลาที่มีคุณภาพ สมาชิกปรับเปลี่ยนไปประกอบอาชีพอื่นเนื่องจากการเลี้ยงปลาสลิดใช้ระยะเวลาการเลี้ยงนาน และมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจึงเปลี่ยนเป็นการเลี้ยงกุ้งขาวหรือปลานิลหรือออกจากอาชีพการเกษตร ๔) แนวทำงในอนำคต กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ปลาสลิดวิสาหกิจชุมชน อนุรักษ์ปลาสลิดและแปรรูป ต าบลคลองด่าน อ าเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ได้เสนอ การพัฒนาในอนาคต ดังนี้ (๑) พัฒนาด้านการตลาดโดยใช้ตรารับรองเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications - GI) ซึ่งสามารถเพิ่มมูลค่าให้สูงขึ้นได้ถึงร้อยละ 40 และพัฒนาสู่ฟาร์ม ที่ได้รับมาตรฐานการผลิตทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสมให้ได้ครบทุกฟาร์ม (๒) พัฒนาผลิตภัณฑ์โดยเน้นการรวบรวมผลผลิตเพื่อการแปรรูป ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
31 (๓) ส่งเสริมการเลี้ยงปลาสลิดร่วมกับกุ้งขาวเพื่อเพิ่มรายได้ระหว่าง รอให้ปลาสลิดให้ผลผลิต (๔) ส่งเสริมเกษตรกรรุ่นใหม่เพื่อให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกให้มากขึ้น โดยเน้นลูกหลานเกษตรกรที่เป็นสมาชิกในปัจจุบัน ๕) ข้อสังเกต การลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลแปลงใหญ่ปลาสลิดวิสาหกิจชุมชน อนุรักษ์ปลาสลิดและแปรรูป ต าบลคลองด่าน อ าเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ จากการรายงาน และการซักถามเกษตรกรและเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมาธิการการเกษตร และสหกรณ์วุฒิสภา มีข้อสังเกตดังนี้ (๑) ลักษณะแปลงใหญ่ปลาสลิด เป็นการรวมตัวในรูปแบบของสหกรณ์ มาก่อนที่จะแยกเป็นวิสาหกิจชุมชนเพื่อมุ่งเน้นกลุ่มสมาชิกที่ประกอบอาชีพเลี้ยงปลาสลิด โดยเห็นว่า จะได้ประโยชน์จากการเข้าร่วมโครงการตามนโยบายของรัฐ โดยไม่ได้มีแนวคิดตามหลักการ ของแปลงใหญ่มาก่อน (๒) เทคโนโลยีการผลิต ยังคงมีช่องว่างในการพัฒนาเพื่อให้ได้ผลผลิต ที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นทั้งเรื่องของพันธุ์ การเพาะเลี้ยง และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย (๓) ความเหมาะสมของการใช้เทคโนโลยี กลุ่มแปลงใหญ่กลุ่มนี้ ได้รับโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ในการจัดซื้อจัดหาอุปกรณ์ ห้องเย็น แต่เป็นไปในลักษณะของการขอรับการสนับสนุนที่ไม่ครบวงจรการผลิตท าให้มีสินค้าแปรรูปน้อย ขาดเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการรวบรวมผลผลิต และคาดว่าหากไม่มีการบริหารจัดการที่ดีจะมีปัญหา ค่าไฟฟ้าและการดูแลรักษาในอนาคตได้ (๔) การบริหารจัดการกลุ่ม พบว่า มีการด าเนินการในรูปแบบ ของคณะกรรมการแต่ยังไม่สามารถรวมกลุ่มกันจ าหน่ายผลผลิตได้อย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากสมาชิก แต่ละรายต่างมีผู้รับซื้อผลผลิตของตนเอง และสามารถจ าหน่ายผลผลิตได้ทั้งหม ดจึงไม่เห็น ความจ าเป็นในการรวมกันจ าหน่าย อย่างไรก็ดี การรวมกลุ่มเป็นแปลงใหญ่ส่งผลให้ภาครัฐเข้าไป สนับสนุนการด าเนินกิจกรรมของกลุ่มได้สะดวกตามบทบาทหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน เช่น การสนับสนุนพันธุ์ปลาและจุลินทรีย์ การอบรมให้ความรู้ในการผลิตและการจัดท าบัญชี เป็นต้น และการเข้ามารวมกลุ่มของเกษตรกรรุ่นใหม่ ส่งผลให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการสร้างความโดดเด่น เฉพาะตัวสินค้าให้เป็นที่จดจ าและน่าเชื่อถือ (Branding) ๓.๑.๓ แปลงใหญ่เป็ดปำกน้ ำจังหวัดสมุทรปรำกำร ๑) ข้อมูลทั่วไป หน่วยงานหลัก : ส านักงานปศุสัตว์จังหวัดสมุทรปราการ ประธาน : นายวิชา ภูติเกียรติขจร เกษตรกรผู้น า ผู้จัดการแปลง : นางสาวสาหร่าย พุกดี
32 แปลงใหญ่เป็ดปากน้ าจังหวัดสมุทรปราการ ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2560 มีสมาชิกแรกตั้ง จ านวน 30 ราย จ านวนเป็ดปากน้ า 900 ตัว ลักษณะการเลี้ยงเป็นแบบปล่อยเลี้ยง ตามบ้าน ริมคลอง ให้หาอาหารตามธรรมชาติ และเสริมด้วยหัวอาหาร โดยใช้แรงงานในครอบครัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อยู่บ้าน โดยมีส านักงานปศุสัตว์สมุทรปราการ สนับสนุนลูกเป็ดให้สมาชิก คนละ 30 ตัว พร้อมให้ความรู้ในการเลี้ยงและบริการวัคซีน ๒) สถำนกำรณ์ปัจจุบัน สมาชิกคงเหลือ 16 ราย จ านวนเป็ดปากน้ า 326 ตัว จ านวนเป็ด 30 ตัวต่อสมาชิก ๑ ราย หากเป็นระยะไข่เต็มที่จะได้ไข่ประมาณ 25 ฟองต่อวัน ระยะเวลาการให้ไข่ประมาณ 1 - 2 ปี สมาชิกจ าหน่ายไข่ให้กับเพื่อนบ้านในชุมชนในราคาฟองละ 5 บาท และใช้ประกอบอาหารในครัวเรือน ส่วนเป็ดที่ให้ไข่น้อยหรือไม่ให้ไข่แล้วจะถูกน าไปจ าหน่าย ให้กับเพื่อนบ้านใช้ประกอบอาหารในราคาตัวละ 200 - 250 บาท ๓) ปัญหำและอุปสรรค ในการด าเนินกิจกรรม ได้แก่ สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม เนื่องจากพื้นที่เป็นชุมชนเมืองสร้างความเดือดร้อนร าคาญให้กับเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเสียง และกลิ่นมูลเป็ดและปัญหาศัตรูท าลาย ได้แก่ สุนัข งู และ ตะกวด เป็นต้น ประกอบกับไม่สามารถท า โรงเรือนเลี้ยงเป็นการเฉพาะเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายสูงไม่คุ้มกับการลงทุน สมาชิกไม่สามารถฟักไข่เพื่อ ผลิตลูกเป็ดเองได้จึงต้องใช้พันธุ์เป็ดปากน้ าจากกรมปศุสัตว์ ๔) แนวทำงในอนำคต สมาชิกที่ยังเหลืออยู่มีความต้องการเลี้ยงเป็ดปากน้ า แต่ไม่สามารถหาพันธุ์เป็ดปากน้ ามาเลี้ยงได้ ดังนั้น จึงมีแผนที่จะเปลี่ยนไปเลี้ยงเป็ดพันธุ์อื่น ๆ ทดแทน หากไม่สามารถด าเนินการได้มีแนวโน้มจะยกเลิกการด าเนินการ ๕) ข้อสังเกต การลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลแปลงใหญ่เป็ดปากน้ าจังหวัดสมุทรปราการ จากการรายงานและการซักถามเกษตรกรและเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมาธิการ การเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา มีข้อสังเกตดังนี้ (๑) ลักษณะของแปลงใหญ่เป็ดปากน้ า เป็นการด าเนินการของส านักงาน ปศุสัตว์สมุทรปราการ โดยจัดตั้งกลุ่มขึ้นมาเพื่อเลี้ยงเป็ดพันธุ์ปากน้ า ซึ่งเป็นเป็ดพื้นเมืองที่มีลักษณะ เด่น คือ ไข่แดงมีขนาดใหญ่และมีระยะเวลาในการให้ไข่นานกว่าเป็ดพันธุ์อื่น ในรูปแบบของการ ส่งเสริมการเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมในครัวเรือนมากกว่าการเลี้ยงเป็นอาชีพหลักผู้เลี้ยงส่วนใหญ่ เป็นผู้สูงอายุที่อยู่กับบ้านเลี้ยงหลาน มีเวลาพอที่จะดูแลเป็ดที่ปล่อยให้หากินตามธรรมชาติได้ ดังนั้น จึงไม่มีระบบการบริหารกลุ่มที่ชัดเจน เป็นเพียงการที่เจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์น าลูกเป็ด และวัคซีนมาให้กับเกษตรกรผู้น าเพื่อแจกจ่ายให้กับสมาชิกเลี้ยงเท่านั้น (๒) การบริหารจัดการ กลุ่มไม่มีกิจกรรมการรวมซื้อ - รวมจ าหน่าย ซึ่งเกิดจาก สาเหตุหลายประการ เช่น จ านวนไข่ที่ผลิตได้ต่อวันสามารถจ าหน่ายในชุมชนได้ทั้งหมดและใช้เป็น อาหารในครัวเรือนจึงไม่มีความจ าเป็นในการรวมจ าหน่าย และการได้รับวัคซีนแบบได้เปล่ามาจาก กรมปศุสัตว์จึงไม่มีการรวมกันซื้อปัจจัยการผลิต เป็นต้น สมาชิกไม่มีความสนใจในการพัฒนาอาชีพ เนื่องจากได้ลูกเป็ดและวัคซีนมาแบบได้เปล่าโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และการเลี้ยงแบบปล่อยตามธรรมชาติ เสริมด้วยหัวอาหารบางส่วน สามารถให้ผลผลิตได้ จึงท าให้ไม่เห็นความจ าเป็นในการพัฒนาการเลี้ยง
33 ลักษณะการด าเนินการดังกล่าวเป็นการเลี้ยงเป็ดเพื่อการอนุรักษ์พันธุ์เป็ดพื้นเมืองและเป็นอาชีพเสริม ให้กับประชาชนในพื้นที่มากกว่า ซึ่งไม่อยู่ในข่ายของการด าเนินการตามกรอบแนวคิดของแปลงใหญ่ ดังนั้น แปลงใหญ่เป็ดปากน้ าควรด าเนินการแยกออกมาจากกิจกรรมแปลงใหญ่ โดยเป็นลักษณะงาน ส่งเสริมการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์พื้นเมืองแทน ๓.๑.๔ แปลงใหญ่ข้ำว หมู่ที่ 5 ต าบลคลองนิยมยาตรา อ าเภอบางบ่อ จังหวัสมุทรปราการ ๑) ข้อมูลทั่วไป หน่วยงานหลัก : ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี ประธาน : นายอารมณ์ โห ผู้จัดการแปลง : นางอุ่นเรือน แย้มศิลา กลุ่มแปลงใหญ่ข้าว หมู่ที่ 5 ต าบลคลองนิยมยาตรา อ าเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการในการริเริ่มก่อตั้ง ต้องการช่วยเหลือเกษตรกรเนื่องจากปัญหาราคา ข้าวตกต่ าและต้นทุนการผลิตสูงท าให้ก าไรน้อย จึงรวมตัวกันเพื่อลดต้นทุนการผลิตกลุ่ม มีการด าเนินงานร่วมกันตั้งแต่ปี 2558 เมื่อ พ.ศ. 2560 โดยรวมตัวกับเกษตรกรคลองสวน มีสมาชิก 100 ราย โดยเป็นศูนย์ผลิตและแปรรูปข้าวคลองนิยมยาตรา และจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน และลดจ านวนลงเพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการ โดยเป็นไปตามเงื่อนไขของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ (ปรับปรุงใหม่) ที่ก าหนดให้กลุ่มมีสมาชิกได้ไม่น้อยกว่า 30 ราย พื้นที่ไม่น้อยกว่า 300 ไร่ ๒) สถำนกำรณ์ปัจจุบัน กลุ่มแปลงใหญ่กลุ่มนี้ ได้รับการจัดชั้นคุณภาพ แปลงใหญ่ในระดับ เอ ผลิตเมล็ดพันธุ์และแปรรูปข้าวสารบรรจุถุง มีสมาชิกจ านวน 50 ราย จ านวนพื้นที่ประมาณ 1,249 ไร่ สมาชิกในกลุ่มอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 5 เพื่อง่ายต่อการบริหารจัดการ และการประชาสัมพันธ์ข่าวสาร ส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดสมุทรปราการ ส านักงานเกษตรอ าเภอบางบ่อ และส านักงานเกษตรจังหวัดสมุทรปราการ โดยให้การสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าว การไถกลบตอซัง การผลิตและขยายสารชีวภัณฑ์ทดแทนการใช้สารเคมี และการสนับสนุนปูนมาร์ล เป็นต้น กลุ่มได้รับการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือเครื่องจักร จากโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมีเพื่อการพัฒนาการเกษตรที่ยั่งยืน ได้รับการสนับสนุนโรงสีข้าวและโรงเรือน และโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่ และเชื่อมโยงตลาดได้รับการสนับสนุนรถแทรกเตอร์พร้อมเครื่องอัดฟาง การบริหารจัดการกลุ่ม สมาชิกมีข้อตกลงกลุ่มที่ต้องยอมรับร่วมกัน ในการน าเงินการลงหุ้นและลงทุนร่วมกัน เพื่อน าไปซื้อปัจจัยการผลิตได้แก่ เมล็ดพันธุ์ข้าวจากศูนย์วิจัย ข้าวร่วมกันสมาชิกแต่ละคนต้องน าเงินลงทุน 4,000 บาท และจะได้รับเงินลงทุนคืนภายหลังจากเก็บ เกี่ยวโดยกลุ่มจะหักเงินเป็นค่าใช้จ่ายในการด าเนินการไม่เกินร้อยละ 10 ปัจจุบันกลุ่มแปลงใหญ่กลุ่มนี้ มีกองทุนหมุนเวียนของกลุ่มจากการลงหุ้น ลงทุนร่วมกันและโรงสีเป็นเงินกว่า 300,000 บาท ด้านการเพิ่มผลผลิตมีการใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินและแปลงนาของสมาชิกทุกคนได้ผ่านการตรวจ รับรองมาตรฐานการผลิตทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสมแล้ว
34 การจ าหน่ายสินค้าของกลุ่ม สมาชิกจ าหน่ายข้าวเปลือกพันธุ์ กข 43 และข้าวหอมปทุม ให้กับโรงสีของกลุ่มเพื่อน ามาสีและจ าหน่ายข้าวสารบรรจุถุงขนาด 1 กิโลกรัม ราคา 40 - 45 บาท และขนาด 5 กิโลกรัม ราคา 175 บาท จ าหน่ายโดยสั่งจองล่วงหน้า ทั้งในชุมชนและหน่วยงานต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังมีการจ าหน่ายในงานแสดงสินค้าต่าง ๆ อีกด้วย ๓) ปัญหำและอุปสรรค กิจการรับจ้างให้บริการรถอัดฟางไม่สามารถ ด าเนินการได้ในช่วงฤดูฝน และขาดสถานที่ในการจัดเก็บฟางก้อนของกลุ่มซึ่งต้องน ามาเก็บในโรงเรือน และคลุมด้วยผ้าใบ ๔) แนวทำงในอนำคต กลุ่มแปลงใหญ่ข้าว หมู่ที่ 5 ต าบลคลองนิยมยาตรา อ าเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ มีแนวคิดในการพัฒนาการผลิตลดปัญหาการเผาฟางในนาข้าว โดยใช้รถอัดฟาง ซึ่งจะท าให้สมาชิกกลุ่มมีรายได้หลังฤดูท านาจากการรับจ้างอัดฟางก้อน (1 วันสามารถอัดฟางได้ 800 - 900 ก้อน) การแปรรูปกระดาษจากฟางข้าวเนื่องจากแหล่งรับซื้อ ที่แน่นอน ๕) ข้อสังเกต การลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลแปลงใหญ่ข้าว หมู่ที่ 5 ต าบล คลองนิยมยาตรา อ าเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ จากการรายงานและการซักถามเกษตรกร และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา มีข้อสังเกตดังนี้ (๑) กลุ่มมีความเข้มแข็ง มีประธานแปลงใหญ่ซึ่งเป็นผู้น าในพื้นที่ มีต าแหน่งเป็นรองประธานสภาเกษตรกรเป็นผู้ที่มีแนวความคิดพัฒนาต่อยอด ผู้จัดการแปลงใหญ่ มีความรู้ด้านบัญชีและเป็นครูบัญชีอาสาในพื้นที่ ในส่วนของการบริหารมีคณะกรรมการบริหารกลุ่ม และมีการก าหนดบทบาทหน้าที่ที่ชัดเจน มีการประชุมต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นกลุ่มเล็กที่มีขนาดพื้นที่ อยู่ภายในหมู่บ้านเดียวกัน กลุ่มมีกิจกรรมที่ต่อเนื่องจากการสนับสนุนจากภาครัฐ เนื่องจากกลุ่มเดิม เป็นวิสาหกิจชุมชน ศูนย์ผลิตขย ายเมล็ดพัน ธุ์ข้ า ว และเป็นศูนย์จัดก ารศัตรูพืชชุมชน มีกองทุนหมุนเวียนเพื่อใช้ในการท ากิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน ได้แก่ การร่วมกันซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าว จากศูนย์ การซื้อปัจจัยการผลิตและการจ าหน่ายข้าวบรรจุถุง และมีการเชื่อมโยงเครือข่ายรวม กับแปลงใหญ่ในพื้นที่ใกล้เคียง (๒) เทคโนโลยีการผลิต กลุ่มมีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่มีความพร้อม ในการปฏิบัติงาน และใช้ประโยชน์ในการด าเนินกิจกรรมของกลุ่ม เช่น โรงสี และเพิ่งได้รับ การสนับสนุนเครื่องอัดฟางจากโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ซึ่งจะเป็นแหล่งสร้างรายได้ใหม่ให้แก่กลุ่มและควรใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีการบริหารจัดการ เงินทุนและสินค้าของกลุ่มที่ดี ควรเพิ่มช่องทางการจ าหน่ายสินค้าของกลุ่มทั้งข้าวสารและฟางก้อน ให้เพิ่มขึ้นเพื่อไม่เป็นภาระในการจัดเก็บสินค้าและเกิดเป็นต้นทุนจม ๓.๒ จังหวัดชุมพร คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์วุฒิสภา ลงพื้นที่เพื่อการเก็บข้อมูลเชิงลึก การส่งเสริมการเกษตรระบบแปลงใหญ่ จากกลุ่มแปลงใหญ่ในพื้นที่จังหวัดชุมพร จ านวน ๑ จุด คือ แปลงใหญ่ทุเรียน ต าบลท่าแซะ อ าเภอท่าแซะ และกลุ่มเกษตรกรที่มีการบริหารจัดการกลุ่ม เช่นเดียวกับการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ คือ แปลงทุเรียนเนิน 491 อ าเภอท่าแซะ สรุปได้ดังนี้
35 ๓.๒.๑ แปลงใหญ่ทุเรียน ต าบลท่าแซะ อ าเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ๑) ข้อมูลทั่วไป หน่วยงานหลัก : ส านักงานเกษตรจังหวัดชุมพร ประธาน : นายสุรพศ สุวรรณรักษา ผู้จัดการแปลง : นายสุรพศ สุวรรณรักษา อ าเภอท่าแซะ เป็นอ าเภอที่มีการปลูกทุเรียนมากเป็นอันดับ 2 ของจังหวัดชุมพร มีปริมาณผลผลิตทุเรียนออกมาเป็นจ านวนมาก และเกษตรกรมีต้นทุนสูงมาก ในการจัดหาปุ๋ยและสารเคมีมาใช้ในการผลิตทุเรียน ก่อนรวมตัวกันเป็นกลุ่มแปลงใหญ่ มีการรวมตัวเป็นกลุ่มย่อย 8 - 10 คน เพื่อเรียนรู้การผลิตทุเรียนคุณภาพผ่านกิจกรรม การจัดอบรมและศึกษาดูงานของกรมส่งเสริมการเกษตร ในปี พ.ศ. 2559 ได้รวมกันในรูปแบบ ระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ โดยค าแนะน าของเกษตรอ าเภอท่าแซะในขณะนั้น การรวมกันเป็นแปลงใหญ่ครั้งแรกมีสมาชิกประมาณ 70 - 80 ราย จากเกษตรกรต าบลท่าแซะ ต าบลหงส์เจริญ และต าบลรับร่อ เพื่อให้ครอบคลุมทั้งอ าเภอท่าแซะ ต่อมามีเกษตรกรรายอื่น สนใจสมัครเข้ามาร่วมเป็นสมาชิกแปลงใหญ่เพิ่มเติม ๒) สถำนกำรณ์ปัจจุบัน มีสมาชิกจ านวน 97 ราย และมีพื้นที่ปลูกทุเรียน 1,000 ไร่ มีเป้าหมายในช่วงแรกต้องการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ยกระดับการผลิตลักษณะ การเพาะปลูกเป็นการปรับพื้นที่ปลูกตามสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาและปรับให้มีร่องน้ าเพื่อใช้ใน การเกษตร เป็นแปลงปลูกทุเรียนเชิงเดี่ยวอายุประมาณ 20 - 30 ปี ปัจจุบันได้มีการปลูกพืชแซม เช่น กระท่อม เพื่อเสริมรายได้ ปัจจุบันกลุ่มสามารถด าเนินการบรรลุเป้าหมายแปลงใหญ่ ได้ดังนี้ (๑) เป้าหมายตามตัวชี้วัด สามารถลดต้นทุนการผลิตทุเรียนนอกฤดู จาก 22,000 บาทต่อไร่ เป็น 18,500 บาทต่อไร่ เพิ่มผลผลิตจาก 1,400 กิโลกรัมต่อไร่ เป็น 1,600 กิโลกรัมต่อไร่ ยกระดับคุณภาพผลผลิตโดยร้อยละ 70 ของเกษตรกรในกลุ่ม แปลงใหญ่ได้รับรองมาตรฐานการผลิตทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสม แต่ด้านการตลาด พบว่า ปัจจุบันยังไม่มีการรวบรวมผลผลิตและรวมกันจ าหน่ายในภาพรวมของกลุ่มแปลงใหญ่ เกษตรกร บางรายจ าหน่ายทุเรียนผ่านช่องทางออนไลน์ด้านการบริหารจัดการมีการแต่งตั้งคณะกรรมการกลุ่ม ได้แก่ ประธาน เลขานุการ เหรัญญิก ประชาสัมพันธ์ และกรรมการ มีการก าหนดกฎกติกาของกลุ่ม อย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร มีการก าหนดเป้าหมาย กิจกรรมและแผนการด าเนินงานของกลุ่ม โดยจัดให้มีการประชุมกลุ่มปีละ 4 ครั้ง (๒) การจัดการความรู้และการเสาะหาเทคโนโลยี ศึกษาหาความรู้ การผลิตทุเรียนคุณภาพดีจาก ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อ าเภอท่าแซะ ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชูมชน (ศดปช.) และศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) เป็นต้น เกษตรกรมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เทคโนโลยีการผลิตทุเรียนทั้งภายในและภายนอกกลุ่มจัดหาไส้เดือนดิน แอฟริกันมาใช้ในการปรับปรุงบ ารุงดิน ย่อยสลาย และก าจัดขยะอินทรีย์เพื่อน ามาท าปุ๋ยใช้ ภายในแปลง สมาชิกกลุ่มได้รับการประเมินให้เป็น Smart Farmer เกษตรกรภายในกลุ่มประมาณ
36 ร้อยละ 80 - 90 น าความรู้และเทคโนโลยีไปใช้ปฏิบัติภายในแปลงของตนเอง กลุ่มแปลงใหญ่ทุเรียน ต าบลท่าแซะ มีการฝึกคนรุ่นใหม่ให้มีความช านาญในการตัดทุเรียนบริการตัดทุเรียนให้กับสมาชิก ภายในกลุ่มเพื่อลดปัญหาการตัดทุเรียนอ่อนและเพื่อควบคุมคุณภาพทุเรียนรวมทั้งสมาชิก มีการจดบันทึกการผลิตทุเรียนลงสมุดเพื่อใช้ในการวางแผนการผลิตและการจ าหน่ายผลผลิต (๓) การบริหารจัดการเงินทุน สมาชิกทุกคนร่วมระดมหุ้นกับกลุ่มแปลงใหญ่ เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการบริหารจัดการ คนละ 1 - 5 หุ้น หุ้นละ 100 บาท ท าให้สามารถระดมทุน ได้ประมาณ 20,000 บาทต่อเดือน ปัจจุบันมีเงินทุนรวม 300,000 บาท การรวบรวมทุนเพื่อจัดซื้อ ปัจจัยการผลิต เช่น เชือกโยงทุเรียน แม่ปุ๋ย เป็นต้น มาจ าหน่ายให้แก่สมาชิกและมีการจ่ายเงินปันผล รายปีให้กับสมาชิก โดยไม่มีการปล่อยเงินกู้ให้แก่สมาชิก ในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ กลุ่มแปลงใหญ่ทุเรียน ต าบลท่าแซะ ยังได้รับ งบประมาณจากโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงการตลาด จึงได้จดทะเบียนเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ชื่อ “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทุเรียนคุณภาพบ้านบางกลอย” และจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ชื่อ “บริษัท ดีทีบี พรีเมี่ยม จ ากัด” โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนา การผลิตให้เป็นทุเรียนระดับคุณภาพ และลดต้นทุนการผลิตโดยการใช้ปุ๋ยสั่งตัดและการใช้ปุ๋ย ตามค่าวิเคราะห์ดิน รายการที่ขอรับการสนับสนุนงบประมาณ ได้แก่ อาคารเอนกประสงค์ เพื่อเก็บปุ๋ยเคมี แม่ปุ๋ยเคมี แท่นส าหรับวางสินค้า (Pallet) เครื่องผสมปุ๋ย เครื่องเย็บกระสอบเครื่องวัด คุณภาพดิน เครื่องชั่งแบบมีตุ้มถ่วง ขนาด 1,000 กิโลกรัม กระสอบ และเงินทุนหมุนเวียน เพื่อใช้ผลิตปุ๋ย จ านวน 2,000,000 บาท เมื่อได้รับงบประมาณจากโครงการ ฯ แล้วได้ด าเนินการ จัดท าปุ๋ยสั่งตัด และจัดหาวัสดุการเกษตรจ าหน่ายให้แก่สมาชิกในราคาถูกและจัดสรรผลก าไร จากการจ าหน่ายให้แก่สมาชิก (๔) หน่วยงานที่ให้การสนับสนุน จากรายงานของกลุ่มแปลงใหญ่ทุเรียน ต าบลท่าแซะ อ าเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพรหน่วยงานที่เข้าไปสนับสนุนการด าเนินกิจกรรม ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร ให้การสนับสนุนและส่งเสริมการด าเนินงานในรูปแบบระบบส่งเสริม การเกษตรแบบแปลงใหญ่และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาด าเนินงานสนับสนุนเกษตรกร แปลงใหญ่ตามบทบาทภารกิจของหน่วยงาน นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการใช้สารชีวภัณฑ์เชื้อราไตรโคเดอร์มา ทดแทนการใช้สารเคมี การใช้ปุ๋ยหมักเพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมี และสนับสนุนบรรจุภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่า สินค้าผลผลิต กรมพัฒนาที่ดิน สนับสนุนองค์ความรู้ในการปรับปรุงบ ารุงดินและการใช้ปุ๋ยตามค่า วิเคราะห์ดิน กรมวิชาการเกษตร สนับสนุนและให้ค าแนะน าในการเข้าสู่การรับรองมาตรฐานการผลิต ทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสม กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ พัฒนาความรู้ในการท าบัญชีให้กับเกษตรกร และกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ (๕) ความคิดเห็นของเกษตรกรต่อการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ สม าชิกแปลงใหญ่ทุเ รียน ต าบลท่ าแซะ อ าเภอท่าแซะ จังห วัดชุมพร มีค ว ามเห็นว่า สามารถลดต้นทุนได้จริงเพราะมีการใช้ปัจจัยการผลิตอย่างคุ้มค่า เช่น การใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน มีการผสมปุ๋ยใช้เองท าให้มั่นใจว่าเป็นปุ๋ยที่มีคุณภาพไม่ใช่ปุ๋ยปลอม มีการปรับปรุงบ ารุงดิน และมีการใช้สารเคมีอย่างเหมาะสมและถูกต้อง การรวมกลุ่มแปลงใหญ่มีความยั่งยืนเพราะเกษตรกร
37 มีความเข้มแข็งด้วยตนเอง ประกอบกับภาครัฐมีนโยบายที่เข้ามาช่วยสนับสนุนให้เกษตรกรท าให้กลุ่ม แปลงใหญ่สามารถขยายผลต่อไปได้ ๓) ประเด็นปัญหำ การปลูกทุเรียนของแปลงใหญ่ทุเรียน ต าบลท่าแซะ อ าเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร มีต้นทุนการผลิตสูงเนื่องจากใช้สารเคมีมาก เกษตรกรจึงต้องการ ลดต้นทุนเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันในด้านราคาจ าหน่ายกับแหล่งผลิตทุเรียนอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันมีการปลูกทุเรียนกันมากทั่วประเทศ และต้องการจ าหน่ายผลผลิตในราคาที่เป็นธรรม และการสร้างแรงจูงใจให้กับสมาชิกท าการผลิตทุเรียนและรักษาคุณภาพให้ได้มาตรฐานเดียวกันทั้งกลุ่ม ๔) แนวทำงในอนำคต แปลงใหญ่ทุเรียน ต าบลท่าแซะ อ าเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร มีแนวคิดให้สมาชิกในกลุ่มด าเนินการ ดังนี้ (๑) ลดการใช้สารเคมี แล้วหันมาใช้สารชีวภัณฑ์ให้มากขึ้นเพื่อสุขภาพ ของสมาชิก และได้ผลผลิตที่ปลอดภัย หาวัสดุมาทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี เช่น ทะลายปาล์ม กากกาแฟ เนื่องจากในปัจจุบันปุ๋ยเคมีมีราคาสูง (๒) ลดต้นทุนการผลิตทุเรียน มีเป้าหมายลดต้นทุนให้เหลือต่ ากว่า 15 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อให้สามารถแข่งขันด้านราคากับแหล่งผลิตทุเรียนที่อื่นได้และจ าหน่าย ผลผลิตทุเรียนในราคาที่เป็นธรรม (๓) มีโรงคัดเลือกและบรรจุทุเรียนเป็นของกลุ่มเอง และมีนายทุนมาซื้อ ทุเรียนผลสด ณ ที่ท าการของกลุ่ม (๔) ขยายตลาด โดยการสร้างความโดดเด่นเฉพาะตัวสินค้าให้เป็นที่จดจ า และน่าเชื่อถือ (Branding) ในชื่อ “ทุเรียนบางกลอย” ซึ่งมีรสชาติอร่อย เพราะมีแร่ธาตุอาหาร ในดินอุดมสมบูรณ์ สภาพอากาศเย็น และมีความชื้นเหมาะสม สร้างมาตรฐานการผลิตของกลุ่ม ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกสวน จ าหน่ายผลผลิตออนไลน์ ๕) ข้อสังเกต การลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลแปลงใหญ่ทุเรียน ต าบลท่าแซะ อ าเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร จากการรายงานและการซักถามเกษตรกรและเจ้าหน้าที่หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา มีข้อสังเกตดังนี้ (๑) การบูรณาการของหน่วยงานในพื้นที่ พบว่า หน่วยงานในสังกัด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่เข้าไปร่วมสนับสนุนแบบบูรณาการการท างานร่วมกัน ในแปลงใหญ่ทุเรียน อ าเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร เป็นอย่างดีแต่ควรประสานหน่วยงานอื่น เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หน่วยงานวิจัย สถาบันการศึกษา เพื่อให้เข้าไปร่วมสนับสนุนและขยายผลให้กลุ่มแปลงใหญ่ในประเด็นที่นอกเหนือจากภารกิจ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อพัฒนาและต่อยอดธุรกิจของกลุ่มแปลงใหญ่ให้มากขึ้น เช่นการพัฒนาทุเรียนให้เป็นสินค้าอัตลักษณ์การท าการตลาด การสร้างความโดดเด่นเฉพาะตัวสินค้า ให้เป็นที่จดจ าและน่าเชื่อถือ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การน าเทคโนโลยีเข้าไปใช้ในการผลิต การน าฐานข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศเข้าไปใช้ในการวางแผนการผลิตการตลาด เป็นต้น
38 (๒) การบริหารจัดการกลุ่ม มีการแบ่งหน้าที่ของคณะกรรมการกลุ่ม ที่ยังไม่มีความชัดเจน คณะกรรมการยังปฏิบัติงานไม่เต็มที่ ไม่มีการก าหนดแผนการผลิตของกลุ่ม และไม่มีแผนการผลิตของสมาชิก ท าให้ไม่สามารถควบคุมการผลิตของสมาชิกแปลงใหญ่ ให้มีมาตรฐานเดียวกันได้ นอกจากนี้ คณะกรรมการมองเป้าหมายร่วมกันของการด าเนินงานกลุ่ม ท าให้ไม่สามารถก าหนดแนวทางในการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพทุเรียนของกลุ่มให้บรรลุเป้าหมายได้ (๓) การสร้างชื่อ“ทุเรียนบางกลอย” กลุ่มแปลงใหญ่ทุเรียน ต าบลท่าแซะ อ าเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร มีความประสงค์ที่จะสร้างความโดดเด่นเฉพาะตัวสินค้าให้เป็นที่จดจ า และน่าเชื่อถือ ในชื่อ“ทุเรียนบางกลอย” ซึ่งนับเป็นแนวคิดที่ดีในการท าการตลาด อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ประสบผลส าเร็จควรมีการด าเนินการ ดังนี้ ก. จัดท าฐานข้อมูลการผลิตของสมาชิกเกษตรกรแปลงใหญ่ทั้งหมด เพื่อน าข้อมูลมาวางแผนการผลิตและการตลาด ตลอดจนการท าระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อยกระดับคุณภาพการผลิตให้มากขึ้น ข. ก าหนดมาตรฐานการผลิต “ทุเรียนบางกลอย” ให้ชัดเจนเพื่อให้ สมาชิกปฏิบัติตาม และประชาสัมพันธ์มาตรฐานดังกล่าวให้เป็นที่รู้จักและสร้างการยอมรับ ให้กับผู้บริโภค ค. หาจุดต่าง หรือจุดเด่น ของ “ทุเรียนบางกลอย” ว่ามีความแตกต่าง จากทุเรียนทั่วไปอย่างไรเพื่อขอรับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ และน ามาสร้างเรื่องราวส าหรับ การประชาสัมพันธ์และท าการตลาดต่อไป ง. พัฒนาบรรจุภัณฑ์ของกลุ่ม เพื่อสร้างเอกลักษณ์และเพิ่มมูลค่า ให้กับ “ทุเรียนบางกลอย” (๔) การวางแผนเพื่อบริหารความเสี่ยง กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ มีการวางแผนเพื่อบริหารความเสี่ยงของราคาทุเรียนตกต่ าที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เนื่องจาก มีการปลูกทุเรียนกันทุกภาคทั่วประเทศ ทางกลุ่มตั้งเป้าหมายว่าภายใน 3 – 5 ปี จะลดต้นทุน การผลิตทุเรียนให้เหลือต่ ากว่ากิโลกรัมละ 15 บาท เพื่อให้สามารถแข่งขันในด้านราคา กับแหล่งผลิตอื่น ๆ ได้ และตั้งเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพทุเรียนให้มีมาตรฐานเดียวกัน ทั้งกลุ่ม โดยการใช้สารชีวภัณฑ์ทดแทนการใช้สารเคมีในการบริหารจัดการศัตรูพืช และมีการใช้ ปุ๋ยเคมีอย่างมีประสิทธิภาพโดยการวิเคราะห์ดินและผสมปุ๋ยใช้เองภายในกลุ่มเพื่อให้ได้ปุ๋ย ที่มีคุณภาพและใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสมตามค่าวิเคราะห์ดิน พร้อมทั้งมีการปรับปรุงบ ารุงดิน ให้อุดมสมบูรณ์อย่างไรก็ดีเพื่อรองรับสถานการณ์ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต และเพื่อความเข้มแข็งสามารถลดผลกระทบของความเสี่ยงดังกล่าวให้ได้มากที่สุดควรด าเนินการ ดังนี้ ก. จัดท ารายละเอียดแผนบริหารความเสี่ยง และด าเนินการ อย่างจริงจัง ข. จัดหาเทคโนโลยีด้านการแปรรูปเข้าไปใช้พร้อมทั้งหาช่องทาง ทางการตลาดเพื่อรองรับผลผลิตที่อาจจะล้นตลาดและเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิต
39 ค. จัดท าแผนป้องกันการเกิดน าทุเรียนจากแหล่งผลิตอื่นเข้ามา สวมชื่อทุเรียนบางกลอย ง. จัดท าแผนป้องกันการเกิดเหตุทุจริตภายในองค์กร เช่น แผนการ บริหารเงินทุนหมุนเวียนอย่างโปร่งใส เนื่องจากเงินทุนหมุนเวียนจะมีวงเงินสะสมเพิ่มมากขึ้น (๕) การรวบรวมผลผลิตและรวมกันจ าหน่าย กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ ยังไม่มีการรวบรวมผลผลิตและรวมกันจ าหน่าย ท าให้ไม่สามารถบริหารจัดการด้านการตลาดได้เสีย โอกาสและอ านาจต่อรองราคากับพ่อค้าหรือโรงคัดบรรจุทุเรียนหรือล้งได้ ซึ่งการรวบรวมผลผลิต เป็นเรื่องที่ส าคัญกรณีการสร้างความโดดเด่นเฉพาะตัวสินค้าให้เป็นที่จดจ าและน่าเชื่อถือในชื่อ “ทุเรียนบางกลอย” เพราะจะท าให้สามารถบริหารสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดได้ (๖) การสร้างทายาทสืบทอดอาชีพ คนรุ่นใหม่มีความรู้และความสามารถ ด้านเทคโนโลยี และการเข้าถึงการตลาดแนวใหม่ผ่านระบบออนไลน์ การเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้า ไปช่วยในเรื่องการใช้เทคโนโลยีการผลิตและการตลาด กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่จะเป็นตัวเร่ง การพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะการสร้างความโดดเด่นเฉพาะตัวสินค้าให้เป็นที่จดจ าและน่าเชื่อถือ ในการผลิตทุเรียนคุณภาพได้ ๓.๒.๒ แปลงทุเรียนเนิน 491 อ าเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร เป็นกลุ่มที่มี การด าเนินการในการบริหารจัดการเช่นเดียวกับการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ๑) ข้อมูลทั่วไป ประธานกลุ่มทุเรียนคุณภาพ เนิน 491 : นายบรรเลง ศรีสวัสดิ์ เดิมเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในพื้นที่เนิน ๔๙๑ ไม่มีการรวมกลุ่ม การผลิตทุเรียน โดยต่างคนต่างผลิต ต่อมาเกษตรกรประสบปัญหาราคาจากการซื้อขายผลผลิตทุเรียน ล่วงหน้า โดยที่เกษตรกรไม่ได้รับราคาที่เป็นธรรม ถูกกดราคา และถูกเอาเปรียบในการซื้อปัจจัย การผลิตจึงได้รวมตัวกันของสมาชิกก่อตั้งจ านวน 50 ราย จัดตั้งกลุ่มทุเรียนคุณภาพเนิน 491 เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาด้านราคาและผลิตทุเรียนที่มีคุณภาพ ไม่ตัดทุเรียนอ่อน ๒) สถำนกำรณ์ปัจจุบัน สรุปได้ ดังนี้ (๑) การจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน ขณะนี้แปลงทุเรียน เนิน 491 อ าเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร อยู่ระหว่างการจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนมีการแต่งตั้ง คณะกรรมการกลุ่มเพื่อด าเนินกิจกรรมของกลุ่ม เช่น ประธาน รองประธาน เลขานุการผู้เชี่ยวชาญ ด้านโรคแมลง ผู้เชี่ยวชาญด้านการบันทึกข้อมูล ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น โดยเป้าหมายของกลุ่ม คือ ต้องการสร้างความยั่งยืนในอาชีพชาวสวนทุเรียนและสร้างความมั่นคง ในรายได้จากการจ าหน่ายทุเรียน มีการออกกฎระเบียบของกลุ่มเป็นลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจน มีการก าหนดกิจกรรมของกลุ่มโดยสมาชิกร่วมกันก าหนดเป้าหมายและแผนกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน และก าหนดให้สมาชิกมีการออมเงินเพื่อรวบรวมเป็นกองทุนหมุนเวียน พร้อมทั้งก าหนดการจัดสรรผล ก าไรของกลุ่มอย่างชัดเจน ได้แก่ การจ่ายเงินปันผลให้สมาชิก เงินตอบแทนของคณะกรรมการ เงินสมทบกองทุนสวัสดิการของกลุ่มเพื่อให้ความช่วยเหลือกับสมาชิกที่ประสบภัยพิบัติ
40 ประสบภัยธรรมชาติ โดยให้เงินลงทุนไม่มีดอกเบี้ยไปฟื้นฟูอาชีพแล้วน าเงินมาคืนกลุ่มแต่ไม่มี การรวมกันซื้อปัจจัยการผลิต ไม่มีการให้เกษตรกรกู้เงิน (๒) การทดลองใช้ แอปพลิเคชัน “Kasettrack” ประมาณปี ๒๕๖๔ สมาคมชาวสวนไม้ผลจังหวัดชุมพร ได้เชิญเกษตรกรกลุ่มทุเรียนคุณภาพ เนิน 491 เข้าร่วมประชุม เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลทางการเกษตร จัดโดยส านักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy Promotion Agency - DEPA) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมทางกลุ่ม จึงได้มีโอกาสทดลองใช้ระบบเทคโนโลยีดิจิทัลทางการเกษตร หรือ แอปพลิเคชัน “Kasettrack” เป็นเวลา 1 เดือน ซึ่งสามารถตอบโจทย์และแก้ปัญหาของกลุ่มได้ ทางกลุ่ม จึงได้หารือสมาชิก กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในพื้นที่ต าบลรับร่อ จ านวน 200 คน เพื่อใช้แอปพลิเคชัน “Kasettrack” ในปัจจุบันมีเกษตรกรเข้าใช้และบันทึกข้อมูลลงในแอปพลิเคชัน “Ksettrack” อย่างสม่ าเสมอ จ านวน 60 ราย ส่วนเกษตรกรที่เหลือได้มีการบันทึกข้อมูลเป็นครั้งคราวเนื่องจากติดปัญหาไม่มี ไฟฟ้าและไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต ทั้งนี้ จากการใช้แอปพลิเคชัน Kasettrack ร่วมกันมาเป็นเวลา ประมาณ๑๐ เดือน (ข้อมูล ณ วันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๕) และมีการประชุมผ่านระบบ Google Meet ทุกวันจันทร์ พุธ และวันศุกร์เกษตรกรรายใหม่ที่ต้องการเข้าร่วมกลุ่มต้องลงทะเบียนผ่าน แอปพลิเคชัน “Kasettrack” โดยสรุปเกี่ยวกับการใช้แอปพลิเคชัน “Kasettrack” ของกลุ่มแปลงทุเรียน เนิน 491 อ าเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ได้ดังนี้ ก. แอปพลิเคชัน “kasettrack” ถูกพัฒนาโปรแกรมโดยบริษัท วีเดฟซอฟท์ จ ากัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Provider) ของส านักงานส่งเสริม เศรษฐกิจดิจิทัล แอปพลิเคชัน “Kasettrack” เป็นระบบการสั่งการบนมือถือที่มีคุณสมบัติที่เกษตรกร สามารถบันทึกกิจกรรมในกระบวนการผลิตลงในโทรศัพท์มือถือและยังสามารถ ตรวจสอบย้อนกลับ ข้อมูลกระบวนการเพื่อตรวจรับรองมาตรฐานการผลิตทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสม นอกจากนี้ Kasettrack ยังมีระบบที่สามารถนับวันหลังจากทุเรียนออกดอกได้ ซึ่งจะส่งผลให้การตัดผลทุเรียน มีความแก่ที่เหมาะสม คือ 120 วัน หลังจากออกดอก ช่วยลดปัญหาการตัดทุเรียนอ่อน ช่วยให้เกษตรกรสามารถคาดการณ์ปริมาณและก าหนดการจ าหน่ายผลผลิตทุเรียนล่วงหน้าได้ ทั้งยังช่วยให้เกษตรกรใส่ปุ๋ยที่เหมาะสมในแต่ละช่วงของเจริญเติบโตของทุเรียน ท าให้ประหยัดต้นทุน ค่าปุ๋ยและสามารถค านวณต้นทุนก าไรในแต่ละรอบการผลิต ท าให้เกิดการบริหารจัดผลผลิตทุเรียน ภายในกลุ่มอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้เกษตรกรและสามารถสร้างความมั่นใจให้กับ ผู้ส่งออกทุเรียนไทย นอกจากนี้แอปพลิเคชัน “Kasettrack” ยังสามารถใช้เป็นระบบสื่อสาร แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารการปลูกทุเรียนของเกษตรกร ก่อให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ในกลุ่มสมาชิก ทั้งนี้ จากการใช้แอปพลิเคชัน Kasettrack ร่วมกันมาเป็นเวลาประมาณ ๑๐ เดือน (ข้อมูล ณ วันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๕) กลุ่มได้มีการประชุมผ่านระบบ Google Meet ทุกวันจันทร์พุธ และวันศุกร์ เกษตรกรรายใหม่ที่ต้องการเข้าร่วมกลุ่มต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “Kasettrack”เท่านั้น ทั้งหมดที่กล่าวเป็นความสามารถของระบบแอปพลิเคชัน “Kasettrack” ที่ก าลังอยู่ระหว่าง
41 การทดลองใช้งานของเกษตรกรกลุ่มนี้โดยส านักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สนับสนุนคูปองดิจิทัล (Mini Transformation Voucher) มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท ก่อนคิดภ าษีมูลค่ าเพิ่ม โดยเกษตรกรจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในการเข้าใช้แอปพลิเคชัน “Kasettrack” ไปก่อนจากนั้น ส านักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลจึงจะจ่ายคูปองกลับไปให้เกษตรกรหลังจากเกษตรกรจัดซื้อ แอปพลิเคชัน “kasettrack” แล้ว ข. ผลจากการใช้แอปพลิเคชัน “Kasettrack” เกษตรกรสามารถ บันทึกข้อมูลการปฏิบัติงานในกระบวนการผลิตผ่านแอปพลิเคชันได้สามารถบันทึกและจัดท าบัญชี รายรับรายจ่ายของตนเองได้ท าให้สามารถค านวณต้นทุนการผลิตและผลก าไรจากการผลิตทุเรียนได้ สามารถจับพิกัดพื้นที่แปลงทุเรียนของตนเองโดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียม และเจ้าหน้าที่สามารถเข้า ตรวจสอบแปลงได้ สามารถคาดการณ์ปริมาณผลผลิตรายแปลงได้ โดยปีการผลิต 2565 มีทุเรียน จ านวน 2,000 ต้น และเก็บผลผลิตได้ตั้งแต่ 25 พฤษภาคม - 30 สิงหาคม 2565 ส่งผลให้สามารถ วางแผนและบริหารจัดการด้านการตลาดได้เกษตรกรสามารถรู้การพยากรณ์อากาศล่วงหน้า ท าให้เกษตรกรสามารถวางแผนการใส่ปุ๋ย การรดน้ า และการฉีดพ่นสารเคมีอย่างเหมาะสมและคุ้มค่า ได้ท าให้ประหยัดค่าใช้จ่ายมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การผลิตทุเรียนคุณภาพระหว่างเกษตรกร ทั้งภายในและนอกกลุ่ม และท าให้เกิดความสามัคคีภายในกลุ่มบริษัทคู่ค้าสามารถดูสภาพการผลิต ภายในสวนทุเรียนและปริมาณผลผลิตผ่านแพล็ตฟอร์มที่ทางกลุ่มอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลเพื่อท าการ ซื้อขายทุเรียนในอนาคต หน่วยงานที่ให้การสนับสนุน ได้แก่ ส านักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เข้ามาให้การสนับสนุนคูปองดิจิทัล เพื่อเข้าใช้งาน แอปพลิเคชัน Kasettrack และประสานบริษัทเข้ามารับซื้อผลผลิตของกลุ่มผ่านแพล็ตฟอร์ม กรมส่งเสริมการเกษตร ได้เข้าไปให้ค าแนะน าในการรวมกลุ่มและจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน และกรมวิชาการเกษตรสนับสนุนและให้ค าแนะน าในการเข้าสู่การรับรองมาตรฐานการผลิต ทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสม ๓) ปัญหำและอุปสรรค ที่ดินของเกษตรกรเนิน ๔๙๑ ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ที่ถูกต้องตามกฎหมายท าให้ไม่สามารถเข้าถึงระบบสาธารณูปโภค เช่น โทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต ไฟฟ้าและไม่สามารถเข้าร่วมโครงการของภาครัฐ เช่น ระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ การขอรับรองมาตรฐานการผลิตทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสม เป็นต้น ๔) แนวทำงในอนำคต เกษตรกรสมาชิกกลุ่มแปลงทุเรียน เนิน ๔๙๑ คาดว่าในอีก 3 - 5 ปีข้างหน้าจะสามารถมีรายได้ที่มั่นคงจากอาชีพชาวสวนทุเรียนโดยมีประเด็น ท้าทาย คือ ผลิตทุเรียนคุณภาพ ไม่มีทุเรียนอ่อน ไม่มีทุเรียนด้อยคุณภาพออกจากกลุ่ม และได้รับการ รับรองมาตรฐานการผลิตที่มีตลาดรองรับ เกษตรกรภายในกลุ่มทั้งหมด 200 ราย สามารถบันทึก ข้อมูลลงแอปพลิเคชัน “Kasettrack” และสามารถขึ้นทะเบียน ทุเรียนเนิน ๔๑ เป็นสิ่งบ่งชี้ ทางภูมิศาสตร์ได้ภายใน 3 ปี ๕) ข้อสังเกต การลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลแปลงทุเรียน เนิน 491 อ าเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร จากการรายงานและการซักถามเกษตรกรและเจ้าหน้าที่หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา มีข้อสังเกตดังนี้
42 (๑) การบริหารจัดการกลุ่ม การแต่งตั้งคณะกรรมการกลุ่ม เพื่อท าหน้าที่ ในด้านต่าง ๆ อย่างชัดเจน เช่น รองประธาน เลขานุการ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคแมลง ผู้เชี่ยวชาญ ด้านการบันทึกข้อมูล ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น (๒) การใช้เทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ แปลงทุเรียนเนิน 491 อ าเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร มีการใช้แอปพลิเคชัน “kasettrack” เข้าไปใช้ในการด าเนินงาน ของกลุ่มซึ่งถือเป็นการพัฒนาการเข้าถึงการใช้เทคโนโลยีไปอีกขั้นหนึ่ง แต่ในขณะที่ลงพื้นที่เก็บข้อมูล กลุ่มมีการใช้แอปพลิเคชัน “kasettrack” ได้เพียง 10 เดือน ซึ่งยังไม่ถึงฤดูผลผลิตของทุเรียน จึงยังไม่มีการจ าหน่ายผลผลิตทุเรียน ดังนั้น จึงควรประเมินผลการด าเนินงานของกลุ่มอีกครั้งภายหลัง สิ้นสุดฤดูกาลผลิตทุเรียน (๓) การจัดท าแผนบริหารความเสี่ยง ควรเร่งรัดให้มีการวิเคราะห์ และจัดท าแผนบริหารความเสี่ยงในการผลิตและการตลาด และด าเนินการเพื่อลดความเสี่ยง ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ๓.๓ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ลงพื้นที่เพื่อการเก็บข้อมูลเชิงลึก การส่งเสริมการเกษตรระบบแปลงใหญ่ จากกลุ่มแปลงใหญ่ในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จ านวน ๒ จุด คือ แปลงใหญ่สับปะรด หมู่ที่ 8 ต าบลช้างแรก อ าเภอบางสะพานน้อย และแปลงใหญ่ โคนม สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค ห้วยสัตว์ใหญ่ จ ากัด หมู่ที่ 2 ต าบลห้วยสัตว์ใหญ่ อ าเภอหัวหิน สรุปได้ดังนี้ ๓.๓.๑ แปลงใหญ่สับปะรด หมู่ที่ 8 ต าบลช้างแรก อ าเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ๑) ข้อมูลทั่วไป หน่วยงานหลัก : ส านักงานเกษตรอ าเภอบางสะพานน้อย ส านักงาน เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประธาน : นายส าเริง เถาเครือมาศ ผู้จัดการแปลง : นายนภดล เบ็ญจกุล เกษตรอ าเภอบางสะพานน้อย แปลงใหญ่สับปะรด หมู่ที่ 8 ต าบลช้างแรก อ าเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2561 เกิดจากการรวมตัวกันของเกษตรกร ซึ่งเดิมเป็นกลุ่ม เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดอ าเภอบางสะพานน้อยที่มีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 จ านวนสมาชิก ในขณะเป็นกลุ่มเกษตรกร 287 ราย ประเภทสินค้า ผลิตสับปะรดผลสดและแปรรูปผลิตภัณฑ์ ต้องการรวมกลุ่มกันเพื่อเพิ่มอ านาจต่อรองกับโรงงานรับซื้อผลผลิตให้ราคารับซื้อมีราคาสูงขึ้นกว่าเดิม ๒) สถำนกำรณ์ปัจจุบัน แปลงใหญ่สับปะรด หมู่ที่ 8 ต าบลช้างแรก อ าเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีสมาชิกจ านวน 31 ราย จ านวนพื้นที่ประมาณ 535 ไร่ และมีการจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน สมาชิกเป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) จ านวน 17 ราย ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสม จ านวน 15 ราย ส าหรับสมาชิกรายอื่นไม่สามารถขอรับรองมาตรฐานได้เนื่องจากแปลงปลูกสับปะรดของสมาชิก เป็นพื้นที่เช่าในเขตปฏิรูปที่ดินที่ไม่อนุญาตให้เกษตรกรเช่ากรรมสิทธิ์
43 การบริหารจัดการกลุ่ม สมาชิกมีข้อตกลง กลุ่มมีการก าหนดเป้าหมาย และแผนงานร่วมกันระหว่างทีมงานผู้จัดการ และสมาชิก มีการลงหุ้นคนละ 100 บาท โดยเก็บเป็น ค่าแรกเข้าเพียง 1 ครั้ง การจ าหน่ายสินค้าพบว่า ยังไม่มีการรวมกันจ าหน่ายเนื่องจากสมาชิกกลุ่ม ประมาณร้อยละ 60 - 70 ได้ท าสัญญาจ าหน่ายให้กับโรงงานแปรรูปแล้วโดยในราคา 7 บาท ต่อกิโลกรัม แต่บริษัทมีเงื่อนไขการรับซื้อได้เพียง 200 ราย และก าหนดส่งเป็นรายสัปดาห์ ซึ่งในทางปฏิบัติเกษตรกรจะตัดสับปะรดในแปลงเพียงครั้งเดียวแล้วทยอยส่งมอบให้แก่บริษัท นอกจากนี้ยังมีการจ าหน่ายผ่านนายหน้าจากโรงงานในจังหวัดหนองคายและกาญจนบุรีที่มารับซื้อ ในราคา 2 บาทต่อกิโลกรัม ๓) ปัญหำและอุปสรรค หลังจากการตั้งเป็นกลุ่มแปลงใหญ่สับปะรด หมู่ที่ 8 ต าบลช้างแรก อ าเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์แล้ว ปรากฏว่า (๑) ความสามารถในการต่อรองทางการตลาด ไม่สามารถด าเนินการได้ ตามที่คาดหวังไว้เนื่องจากสมาชิกแต่ละรายได้ท าสัญญาไว้กับโรงงานอยู่ก่อนแล้ว ประกอบกับราคา สับปะรดมีความผันผวน เพราะเป็นพืชล้มลุกจะผันผวนขึ้นลงเป็นรอบ คือ ราคาสูง 2 ปีต่อเนื่อง และราคาถูก 3 ปีต่อเนื่อง (2) การขอใบรับรองมาตรฐานการผลิตทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสม เนื่องจากปัญหากรรมสิทธิ์ที่ดินซึ่งเป็นที่ดินในเขตป่าสงวนและการเช่าที่ดินของเกษตรกร ในเขตปฏิรูปที่ดิน (3) ต้นทุนการผลิตสูง โดยเฉพาะปุ๋ยเคมีราคาสูง และสับปะรดเป็นพืช ที่ต้องการใช้ปุ๋ยในปริมาณมาก ๔) แนวทำงในอนำคต จากปัญหาเรื่องราคาที่ผันผวนและไม่มีอ านาจ ในการต่อรองราคากับโรงงานแปรรูป กลุ่มแปลงใหญ่จึงมีแนวความคิด ดังนี้ (1) ส่งเสริมการผลิตสับปะรดผลสดและเพิ่มช่องทางการตลาด เพื่อลดความเสี่ยงของราคาผลผลิต (2) ส่งเสริมการรวมกลุ่มจัดซื้อปัจจัยการผลิตร่วมกันเพื่อลดต้นทุน การผลิต และสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมสมัยใหม่ในการผลิต (3) ส่งเสริมการแปรรูปและยกระดับผลิตภัณฑ์ให้มีความโดดเด่น โดยเน้นคุณภาพและมาตรฐานสินค้า ๕) ข้อสังเกต การลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลแปลงใหญ่สับปะรด หมู่ที่ 8 ต าบลช้างแรก อ าเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จากการรายงานและการซักถาม เกษตรกรและเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา มีข้อสังเกตดังนี้ (๑) การบริหารจัดการกลุ่ม พบว่า แปลงใหญ่สับปะรดไม่มีการด าเนินการ ร่วมกันผลิตและร่วมกันจ าหน่ายสินค้า มีเพียงการจัดการปริมาณผลผลิตระหว่างสมาชิกกับสมาชิก ตามปริมาณที่ท าสัญญากับโรงงานแปรรูป และกิจกรรมการรวมกลุ่มเพื่อเข้ารับการอบรม
44 ตามกิจกรรมต่าง ๆ ที่ก าหนดในโครงการของหน่วยราชการ มีการจัดท าแนวทางการด าเนินงาน เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายดัชนีชี้วัดของแปลงใหญ่ทั้ง 5 ด้าน มีการก าหนดระเบียบข้อบังคับของกลุ่ม แต่ไม่ได้มีการบังคับใช้ ไม่มีเงินทุนหมุนเวียนของกลุ่มเพื่อใช้ในการด าเนินกิจกรรมของกลุ่ม (๒) การแปรรูปผลผลิต เป็นสินค้าแปรรูปเบื้องต้น เช่น สับปะรดกวน ซึ่งมีการผลิตเป็นครั้งคราวเพื่อจ าหน่ายเป็นสินค้าของฝากในท้องถิ่น และยังไม่มีความโดดเด่น ที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ของกลุ่มอื่นในจังหวัด (๓) การยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตร เป็นมาตรฐานการผลิต ทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสม ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายส าหรับสมาชิกทุกรายได้ เนื่องจากพื้นที่ ปลูกของสมาชิกหลายรายอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินที่ไม่อนุญาตให้มีการเช่ากรรมสิทธิ์ที่ดิน ส่งผลต่อเกษตรกรผู้เช่าท าการเกษตรแปลงใหญ่ ทั้งนี้ กลุ่มแปลงใหญ่ควรด าเนินการสร้าง ความเข้มแข็งของกลุ่มด้วยการรับรองมาตรฐานการผลิตทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสมแบบมีส่วนร่วม (Participatory Guarantee System - PGS) ในแปลงเกษตรกรสมาชิกแปลงใหญ่ ๓.๓.๒ แปลงใหญ่โคนม สหกรณ์โคนมไทย - เดนมำร์ค ห้วยสัตว์ใหญ่ จ ำกัด หมู่ที่ 2 ต าบลห้วยสัตว์ใหญ่ อ าเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ๑) ข้อมูลทั่วไป หน่วยงานหลัก : ส านักงานปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประธาน : นายสัมฤทธิ์ มามาก ผู้จัดการแปลง : นายวชิระ จะระนะรัตน์ แปลงใหญ่โคนม สหกรณ์โคนมไทย - เดนมาร์ค ห้วยสัตว์ใหญ่ จ ากัด ก่อตั้งเมื่อ ปี พ.ศ. 2561 โดยเกิดจากการจัดตั้งของสมาชิกสหกรณ์โคนมไทย - เดนมาร์ค ห้วยสัตว์ใหญ่ จ ากัด ซึ่งสหกรณ์โคนมไทย - เดนมาร์ค ห้วยสัตว์ใหญ่ จ ากัด นี้จัดตั้งนานมากกว่า 30 ปี มีสมาชิกสหกรณ์ ทั้งสิ้น 184 ราย จากเกษตรกรในพื้นที่ต าบลห้วยสัตว์ใหญ่ อ าเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และอ าเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ส่วนสมาชิกแปลงใหญ่โคนมสหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค ห้วยสัตว์ใหญ่ จ ากัด มีจ านวน 96 ราย ปัจจุบันกลุ่มได้จดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2564 จดทะเบียนนิติบุคคลในรูปบริษัทจ ากัด เมื่อวันที่ 25มีนาคม 2564 และได้สมัครเข้า ร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดโดยประเภทสินค้า คือ น้ านมโคดิบ และรวบรวมผลผลิตน้ านมโคดิบส่งองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) และสถานที่รับน้ านมดิบของเอกชน วัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง แปลงใหญ่โคนม สหกรณ์โคนมไทย - เดนมาร์ค ห้วยสัตว์ใหญ่ จ ากัด เพื่อลดต้นทุนการผลิตของสมาชิก เนื่องจากราคาน้ ามันเชื้อเพลิงซึ่งเป็นปัจจัย การผลิตค่อนข้างสูงและต้องการเพิ่มอ านาจการต่อรองในเรื่องการจัดหาวัตถุดิบเลี้ยงสัตว์โดยด าเนินการ ในรูปแบบสหกรณ์เน้นการเพิ่มมูลค่าผลผลิตและพัฒนาด้านคุณภาพ โดยการแปรรูปไปสู่ผลิตภัณฑ์ปลายน้ า ได้แก่ การแปรรูปนมเปรี้ยว โยเกิร์ต นมข้นหวาน และนมจืด โดยกลุ่มแปลงใหญ่โคนม สหกรณ์โคนมไทย - เดนมาร์ค ห้วยสัตว์ใหญ่ จ ากัด ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ส านักงานสหกรณ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส านักงานปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
45 ส านักงานปศุสัตว์อ าเภอ และส านักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์อีกเหตุผลหนึ่ง ที่จัดตั้งแปลงใหญ่โคนม สหกรณ์โคนมไทย - เดนมาร์คห้วยสัตว์ใหญ่ จ ากัด ถึงแม้ว่าจะเป็นสหกรณ์ การเกษตรเดิมอยู่แล้ว แต่เนื่องจากต้องการพัฒนาต่อยอดสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ในกิจกรรม สร้างมูลค่าเพิ่มของแปลงใหญ่และรับการสนับสนุนงบประมาณตามโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วย เกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ๒) สถำนกำรณ์ปัจจุบัน สมาชิกแปลงใหญ่ จ านวน 96 ราย เฉพาะสมาชิก ที่อยู่ในต าบลห้วยสัตว์ใหญ่ อ าเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (๑) คณะกรรมการ มีความซ้ าซ้อนกันของคณะกรรมการแปลงใหญ่ โคนม สหกรณ์โคนมไทย - เดนมาร์ค ห้วยสัตว์ใหญ่ จ ากัด หมู่ที่ 2 ต าบลห้วยสัตว์ใหญ่ อ าเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และคณะกรรมการสมาชิกสหกรณ์โคนมไทย - เดนมาร์ค ห้วยสัตว์ใหญ่ จ ากัด มีการซ้ าซ้อนกันบางราย เช่น ประธานแปลงใหญ่ ท าหน้าที่เป็นกรรมการสหกรณ์ อีกหน้าที่หนึ่งด้วย แต่ประธานแปลงใหญ่รายงานว่า มีการแบ่งบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ ของแปลงใหญ่และสหกรณ์อย่างชัดเจนในทางเอกสาร (๒) การบริหารจัดการเครื่องมือเครื่องจักร เครื่องจักรและอุปกรณ์ ที่ได้รับจากการสนับสนุนในนามของแปลงใหญ่จากโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่ และเชื่อมโยงตลาด และเครื่องจักร อุปกรณ์ของสหกรณ์โคนมไทย - เดนมาร์ค ห้วยสัตว์ใหญ่ จ ากัด ด าเนินการบริหารจัดการแบบรวมกันไม่มีการแบ่งแยกให้ชัดเจน (๓) เป้าหมายการพัฒนา มีการก าหนดเป้าหมายการพัฒนาเริ่มต้น การส่งเสริมตั้งแต่ต้นน้ าจนถึงปลายน้ า โดยการผลิตสัตว์ให้มีความแข็งแรง วิเคราะห์อาหารสัตว์ วิเคราะห์น้ านมดิบ แปรรูปน้ านม พัฒนาฟาร์มไปสู่การรับรองมาตรฐานการผลิตทางการเกษตรที่ดี และเหมาะสม มีการตรวจสอบคุณภาพน้ านมให้แก่สมาชิก โดยเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร ของสหกรณ์โคนมไทย - เดนมาร์ค ห้วยสัตว์ใหญ่ จ ากัด ร่วมลงพื้นที่ ด้านการตลาดส่งเสริมให้มีแหล่ง จ าหน่ายที่มีความมั่นคง เป็นศูนย์กลางที่สามารถน าส่งน้ านมได้ง่าย ภายในระยะเวลา 2 ชั่วโมง - ๓) ปัญหำและอุปสรรค แปลงใหญ่โคนม สหกรณ์โคนมไทย - เดนมาร์ค ห้วยสัตว์ใหญ่ จ ากัด ไม่สามารถน าเกษตรกรสมาชิกของสหกรณ์โคนมไทย - เดนมาร์ค ห้วยสัตว์ใหญ่ จ ากัด ที่มีจ านวนทั้งสิ้น 187 ราย เข้าร่วมไปเป็นสมาชิกแปลงใหญ่โคนม สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค ห้วยสัตว์ใหญ่ จ ากัด ได้ เนื่องจากขัดต่อเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการของ แปลงใหญ่ที่ก าหนดให้สมาชิกต้องอยู่ในเขตพื้นที่อ าเภอและจังหวัดเดียวกัน ๔) แนวทำงในอนำคต จากการายงานของประธานแปลงใหญ่โคนม สหกรณ์โคนมไทย - เดนมาร์ค ห้วยสัตว์ใหญ่ จ ากัด หมู่ที่ 2 ต าบลห้วยสัตว์ใหญ่ อ าเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีแนวทางในการพัฒนา ดังนี้ (๑) พัฒนาไปสู่ภาคอุตสาหกรรม ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับด้านสาธารณสุข ส านักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยใช้เครื่องจักรที่ได้รับงบประมาณจากโครงการ ยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด
46 (๒) พัฒนาสร้างความเข้มแข็งขององค์กรและสร้างความมั่นคง ในการจ าหน่ายน้ านมดิบ เกษตรกรสมาชิกแปลงใหญ่ฯ และสมาชิกสหกรณ์ฯ โดยเพิ่มช่องทาง การตลาดสร้างความมั่นคงในการจ าหน่ายน้ านมดิบและมีการพัฒนาผลผลิตภัณฑ์ของกลุ่มควบคู่ไปด้วย ๕) ข้อสังเกต การลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลแปลงใหญ่โคนม สหกรณ์โคนม ไทย-เดนมาร์ค ห้วยสัตว์ใหญ่ จ ากัด หมู่ที่ 2 ต าบลห้วยสัตว์ใหญ่ อ าเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จากการรายงานและการซักถามเกษตรกรและเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมาธิการ การเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา มีข้อสังเกตดังนี้ (๑) การบริหารจัดการ กลุ่มมีการบริหารจัดการที่เข้มแข็ง โดยมีความรู้ ในการบริหารงานกลุ่มในลักษณะสหกรณ์มาก่อนเข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมการเกษตร แบบแปลงใหญ่ การเข้าร่วมโครงการแปลงใหญ่และโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่ และเชื่อมโยงตลาด เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณต่อยอดด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งกลุ่มได้ ด าเนินการตามเงื่อนไขต่าง ๆ ที่หน่วยงานภาครัฐก าหนด ได้แก่ การจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน และการจดทะเบียนนิติบุคคลในรูปแบบบริษัท ภายใต้กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แม้ว่ากลุ่มจะมี คณะกรรมการบริหารที่เป็นสหกรณ์การเกษตร ซึ่งมีสถานะเป็นนิติบุคคลภายใต้พระราชบัญญัติ สหกรณ์แล้วก็ตาม นอกจากนี้ กลุ่มยังได้ก าหนดการขับเคลื่อนแปลงใหญ่ด้วยกระบวนการ สหกรณ์ที่เน้นการช่วยเหลือสมาชิกในด้านการร่วมกันซื้อปัจจัยการผลิตการร่วมกันจ าหน่ายผลผลิต และมีการพัฒนาการรับรองมาตรฐานฟาร์มโดยได้รับการสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร ของสหกรณ์ มีการสร้างเครือข่ายระหว่างสหกรณ์ในการให้ความช่วยเหลือแก่สมาชิกทั้งในการเพิ่ม ช่องทางการตลาดและการพัฒนาองค์กรเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง (๒) ความซ้ าซ้อนในการบริหารจัดการ การจัดตั้งแปลงใหญ่โคนม สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค ห้วยสัตว์ใหญ่ จ ากัด หมู่ที่ 2 ต าบลห้วยสัตว์ใหญ่ อ าเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีการซ้ าซ้อนทั้งในการบริหารจัดการและตัวบุคคลกับสหกรณ์ โคนมไทย-เดนมาร์ค ห้วยสัตว์ใหญ่ จ ากัด หากต้องการรับการสนับสนุนงบประมาณหรือโครงการ ควรมีการแยกแหล่งเงินทุนหรืองบประมาณสนับสนุนให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ าซ้อน และเกิดความยุ่งยากซึ่งจะเป็นภาระแก่เกษตรกรในการบริหารจัดการตนเองและองค์กรภายหลัง ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐ ๓.๔ จังหวัดรำชบุรี คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ลงพื้นที่เพื่อการเก็บข้อมูล เชิงลึกการส่งเสริมการเกษตรระบบแปลงใหญ่ จากกลุ่มแปลงใหญ่ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี จ านวน ๑ จุด คือ แปลงใหญ่ล าไย หมู่ที่ 2 บ้านตากแดด ต าบลยางหัก อ าเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ๑) ข้อมูลทั่วไป หน่วยงานหลัก : ส านักงานเกษตรอ าเภอปากท่อ ส านักงานเกษตรจังหวัดราชบุรี ประธาน : นายกฤษฎา แสงจันทร์
47 แปลงใหญ่ล าไย หมู่ที่ 2 บ้านตากแดด ต าบลยางหัก อ าเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ก่อตั้งปี 2563 จากความต้องการของเกษตรกรในการสร้างรายได้ที่มั่นคง และเพิ่มอ านาจการต่อรองราคาล าไยสดกับพ่อค้าคนกลางเนื่องจากถูกพ่อค้ากดราคาจาก 26 - 28 บาทต่อกิโลกรัม เหลือเพียง 3 บาทต่อกิโลกรัม เริ่มจากการประชาสัมพันธ์ผลผลิตของกลุ่มผ่าน หน่วยงานราชการที่สนับสนุน ต่อมาจึงรวมตัวกันเป็นแปลงใหญ่โดยได้รับการส่งเสริมของเจ้าหน้าที่ ส านักงานเกษตรอ าเภอปากท่อทั้งองค์ความรู้และวัสดุอุปกรณ์ ๒) สถำนกำรณ์ปัจจุบัน แปลงใหญ่ล าไยกลุ่มนี้มีสมาชิกจ านวน 37 ราย จ านวนพื้นที่ประมาณ 315 ไร่ เดิมจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน โดยมีสถานที่ตั้งของวิสาหกิจ ชุมชนในพื้นที่บ้านของประธาน จ านวน 1 งาน ปัจจุบันจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนนิติบุคคล ประเภทห้างหุ้นส่วนจ ากัด มีผู้ร่วมจดทะเบียน 3 คน ลงหุ้นรายละ 5,000 บาท สมาชิกแปลงใหญ่ จะต้องเป็นเกษตรกรผู้ปลูกล าไยในพื้นที่หมู่ที่ 2 บ้านตากแดด และมีการลงหุ้น หุ้นละ 100 บาท เก็บเมื่อแรกเข้าเป็นสมาชิกเพียงครั้งเดียว โดยสรุปสถานการณ์ปัจจุบัน ได้ดังนี้ (๑) การบริหารจัดการกลุ่ม มีการก าหนดโครงสร้างการบริหารงาน ที่ชัดเจนตามภารกิจและกิจกรรมของกลุ่มแปลงใหญ่ล าไย ฝ่ายประสานงานหน่วยงาน ฝ่ายการตลาด ฝ่ายเครื่องจักรกลเกษตร ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายบัญชี ปัจจุบันกลุ่มยังไม่มี การร่วมกันซื้อแต่มีการให้ค าแนะน าในการจัดซื้อปุ๋ยและสารเคมีแก่สมาชิก แต่มีการจ าหน่ายผลผลิต ร่วมกัน โดยสมาชิกจะแจ้งปริมาณผลผลิตล่วงหน้า (๒) การขอรับการตรวจรับรองมาตรฐานการผลิตทางการเกษตรที่ดี และเหมาะสม โดยได้รับการสนับสนุนการตรวจประเมินแปลงในงบปกติจากกรมวิชาการเกษตร และงบยุทธศาสตร์จังหวัดที่ได้รับจากตรวจประเมินแปลงจากมหาวิทยาลัย (๓) การเข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่ และเชื่อมโยงตลาด ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ จ านวน 2,748,700 บาท เพื่อจัดซื้อเครื่องย่อย อเนกประสงค์ ชุดห้องรมก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์พร้อมอุปกรณ์บ าบัด รถแทรกเตอร์พร้อมอุปกรณ์ ต่อพ่วง รถเทรลเลอร์ รถลากพาเลท และรถอีแต๋น ๓) ปัญหำและอุปสรรค พบว่า สมาชิกยังมีหนี้สินกับโรงคัดบรรจุผลไม้ จากการรับเงินล่วงหน้าจากโรงคัดบรรจุผลไม้ไปใช้ในการผลิต ปัจจุบันกลุ่มแปลงใหญ่ล าไย ได้พยายามที่จะเข้าถึงแหล่งเงินทุนภาครัฐเพื่อส่งเสริมให้สมาชิกน าผลผลิตมาร่วมกันจ าหน่าย กับกลุ่มมากขึ้น ๔) แนวทำงในอนำคต แปลงใหญ่ล าไย หมู่ที่ 2 บ้านตากแดด ต าบลยางหัก อ าเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี มีแนวทางการพัฒนา ดังนี้ (๑) พัฒนาเป็นสถานที่รับซื้อโรงคัดบรรจุล าไยเพื่อส่งเสริมการร่วมกัน จ าหน่าย เป้าหมายต้องการให้สมาชิกในกลุ่มน าผลผลิตมาร่วมกันจ าหน่ายร้อยละ 80 ของผลผลิตที่ ออกสู่ตลาด หากกลุ่มมีสถานที่รับซื้อและโรงคัดบรรจุล าไย (ล้งล าไย) เป็นของกลุ่มเองจะสามารถลด ปัญหาหนี้สินของเกษตรกรและแก้ไขปัญหาพ่อค้าคนกลางได้
48 (๒) ส่งเสริมการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งจากการแปรรูปล าไยระดับเบื้องต้น และการผลิตผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น สารสกัดลองกานอยด์จากเมล็ดล าไยที่เหลือทิ้ง เป็นต้น ๕) ข้อสังเกต การลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลแปลงใหญ่ล าไย หมู่ที่ 2 บ้านตากแดด ต าบลยางหัก อ าเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรีจากการรายงานและการซักถามเกษตรกร และเจ้าหน้าที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา มีข้อสังเกตดังนี้ (๑) การร่วมกันผลิตและจ าหน่าย พบว่า ไม่มีการด าเนินการร่วมกันผลิต มีเพียงกิจกรรมที่ได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐ เช่น การผสมปุ๋ยสั่งตัด และสารเร่งการออกดอก ของล าไยเพื่อจ าหน่ายภายในกลุ่มในราคาที่ต่ ากว่าราคาตลาด แต่มีการร่วมกันจ าหน่ายผลผลิต ของกลุ่ม (๒) แผนการผลิต กลุ่มมีการวางแผนการผลิตให้มีผลผลิตทยอยออกสู่ ตลาดตลอดทั้งปี มีการใช้เครื่องมือเครื่องจักรที่ได้รับการสนับสนุนร่วมกัน เช่น เครื่องตัดย่อยกิ่งไม้ ที่ได้จากการตัดแต่งกิ่งต้นล าไยแล้วน าไปเป็นปุ๋ยหมัก และห้องรมก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เป็นต้น (๓) การบริหารจัดการกลุ่ม มีการก าหนดบทบาทของคณะกรรมการ และสมาชิกที่ได้รับการมอบหมายและแบ่งงานอย่างชัดเจนตามความจ าเป็นของภารกิจ และความสามารถ และมีการจัดท าบัญชีรายรับรายจ่ายของกลุ่ม (๔) การพัฒนาองค์ความรู้ในการสร้างมูลค่าเพิ่ม กลุ่มความต้องการ รับการสนับสนุนองค์ความรู้ในการแปรรูป กลุ่มแปลงใหญ่ล าไยต้องการเพิ่มมูลค่าผลผลิต ด้วยความสามารถของสมาชิกกลุ่ม หน่วยงานที่รับผิดชอบควรสนับสนุนและประสานให้กลุ่มสามารถ เข้าถึงองค์ความรู้จากหน่วยงาน และสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เพื่อให้สมาชิกกลุ่มมีความรู้ และความสามารถ และประสานงานให้กลุ่มแปลงใหญ่ล าไยสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อพัฒนา ผลผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทั้งผลผลิตสด การแปรรูปและสร้างสินค้าใหม่
บทที่ ๔ กำรวิเครำะห์สถำนะในปัจจุบัน ของกำรส่งเสริมกำรเกษตรแบบแปลงใหญ่ คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา พิจารณาเห็นว่า “เกษตรแปลงใหญ่” ถือเป็นกลไกหลักที่จะขับเคลื่อนแผนการปฏิรูปประเทศ กิจกรรมการปฏิรูปที่ ๑ การสร้างเกษตร มูลค่าสูง และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการเกษตร ประเด็นการสร้างเกษตรมูลค่าเพิ่ม ให้บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่นั้นมุ่งเน้นการรวมกลุ่ม ของเกษตรกรเพื่อการเรียนรู้ แก้ไขปัญหาและพัฒนาร่วมกันในการวางระบบการผลิตและการบริหาร จัดการให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และมีความเข้มแข็งก่อให้เกิดอ านาจในการต่อรองเพิ่มมากขึ้น ท าให้สามารถลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิต พัฒนาคุณภาพมาตรฐานผลผลิตและสินค้า รวมทั้งสร้าง เสริมและเชื่อมโยงการตลาดอย่างสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน ซึ่งจะส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตร มีความมั่นคงภายใต้การบริหารจัดการที่ดีแบบมีส่วนร่วมของสมาชิกกลุ่มแปลงใหญ่ จากการชี้แจงของหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบโดยตรง และหน่วยงานสนับสนุน ทั้งภาครัฐและเอกชน และการลงพื้นที่เพื่อติดตามเก็บข้อมูลเชิงลึกของกลุ่มแปลงใหญ่ ทั้ง ๓ ระดับคุณภาพ และกลุ่มการผลิตสินค้าพืช สัตว์ และประมง คณะกรรมาธิการการเกษตร และสหกรณ์ วุฒิสภา จึงได้แยกการวิเคราะห์สถานะในปัจจุบันของการส่งเสริมการเกษตร แบบแปลงใหญ่ออกเป็น ๒ ส่วน คือ ส่วนราชการในการพัฒนาขับเคลื่อนแปลงใหญ่และกลุ่มแปลงใหญ่ ของเกษตรกร ๔.๑ ส่วนรำชกำรในกำรพัฒนำขับเคลื่อนเกษตรแปลงใหญ่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนการเกษตรแปลงใหญ่ โดยการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่นั้น มุ่งหวังการยกระดับอาชีพและยกระดับศักยภาพ ด้านการจัดการด้านการเกษตร เพื่อให้ความเป็นอยู่ของเกษตรกรดีขึ้นและอยู่เย็นเป็นสุข ตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ การพัฒนาเกษตรแบบแปลงใหญ่มีความมุ่งหวังในการพัฒนา เกษตรรูปแบบใหม่จากการรายงานของหน่วยราชการที่รับผิดชอบการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา วิเคราะห์แล้ว พบว่า ๔.๑.๑ ไม่มีหน่วยงำนรับผิดชอบกำรด ำเนินกำรในภำพรวม ท าให้ขาด การปฏิบัติงานที่เป็นเอกภาพเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการบูรณาการแบบองค์รวม ในการพัฒน า เชิงคุณภาพ แต่ละหน่วยงานเป็นอิสระในการปฏิบัติงาน ขาดการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน ในทุกระดับ ไม่พบแผนการปฏิบัติงานร่วมกันในการส่งเสริมสนับสนุนการท าการเกษตรแบบแปลงใหญ่ แต่ละหน่วยงานมีเฉพาะแผนปฏิบัติงานภายในหน่วยงานเอง ขาดศูนย์กลางวางยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ รวมถึงการก ากับเพื่อความเป็นเอกภาพในการปฏิบัติงาน หน่วยงานหลักในการประสานงาน เสมือนมีหน้าที่เพียงรวบรวมรายงานการปฏิบัติงานเชิงปริมาณเท่านั้น ควรมีคณะกรรมการขับเคลื่อน แปลงใหญ่ในทุกระดับหน่วยงานเพื่อให้สามารถขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันและท าความเข้าใจ ที่ถูกต้องระหว่างหน่วยงานระดับกรมด้วย
50 ๔.๑.๒ ขำดควำมต่อเนื่องในมิติของกำรพัฒนำ หน่วยราชการมีการ ปฏิบัติงานในลักษณะโครงการตามงบประมาณรายจ่ายประจ าปี หรือปฏิบัติตามนโยบายของผู้บริหาร แต่ละคนมากกว่าการท างานเชิงระบบที่ควรต้องมีแผนการพัฒนาเกษตรกรและกลุ่มแปลงใหญ่ อย่างต่อเนื่องและมีแผนงานในการด าเนินงานที่มีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาอย่างมีขั้นตอนที่ชัดเจน ตามระยะเวลาที่ก าหนด ๔.๑.๓ ไม่มีควำมชัดเจนของแผนงำนและกระบวนกำรพัฒนำเชิงคุณภำพ เพื่อการพัฒนายกระดับแปลงใหญ่แต่ละกลุ่มจากระดับหนึ่งไปสู่ระดับที่สูงขึ้นอย่างไร และการพัฒนา นั้น ๆ เพื่อน าไปสู่เป้าหมายอะไร ด้วยกระบวนการหรือวิธีการอย่างไรแผนงานส่วนใหญ่ที่มีในปัจจุบัน เน้นเชิงปริมาณตามงบประมาณที่ได้รับการจัดสรร ๔.๑.๔ ไม่พบกำรประเมินผลเพื่อน ำไปสู่กำรพัฒนำ ที่ผ่านหน่วยราชการ จะประเมินผลเพื่อรายงานการใช้งบประมาณจากเป้าหมายเชิงปริมาณ โดยไม่มีการประเมินผล เชิงคุณภาพ ผลสัมฤทธิ์ของการด าเนินการเพื่อน าไปใช้ในการวางแผนพัฒนายกระดับกลุ่มแปลงใหญ่ ๔.๑.๕ ขำดควำมรู้ ควำมเข้ำใจในหลักกำรของระบบกำรเกษตรแปลงใหญ่ โดยเจ้าหน้าที่ของหน่วยราชการขาดความเป็นเอกภาพ ขาดการสื่อสารท าความเข้าใจที่ดีส่งผลให้ การปฏิบัติงานเป็นไปในลักษณะการใช้จ่ายและช่วยเหลือตามงบประมาณที่ได้รับเพื่อให้ได้เป้าหมาย ตามนโยบายที่ได้รับการสั่งการตามล าดับชั้นเท่านั้น ไม่สามารถขับเคลื่อนและพัฒนากลุ่มแปลงใหญ่ อย่างเป็นรูปธรรมได้ ๔.๑.๖ ขำดกำรขับเคลื่อนที่เหมำะสม การขับเคลื่อนการส่งเสริมการเกษตร แบบแปลงใหญ่ อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติที่ 2 ด้านการสร้างความสามารถด้านการแข่งขันประเด็น ยุทธศาสตร์ชาติด้านเกษตรสร้างมูลค่า และแผนปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ กิจกรรมการสร้างเกษตร มูลค่าสูงที่มีเป้าหมายในการยกระดับรายได้ภาคเกษตรโดยการส่งเสริมให้เกษตรกรมีการผลิตในรูปแบบ แปลงใหญ่ทั้งพืช ประมง และปศุสัตว์ แต่ในทางปฏิบัติของหน่วยงานที่รับผิดชอบกลับน าไปบรรจุ เป็นประเด็นย่อยของนโยบาย “ตลาดน าการผลิต” ส่งผลให้การขับเคลื่อนการส่งเสริมการเกษตรแบบ แปลงใหญ่ไม่ได้รับการขับเคลื่อนให้พัฒนาก้าวหน้าอย่างเหมาะสม ๔.๒ กลุ่มแปลงใหญ่ของเกษตรกร คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ได้ศึกษาจากการรายงาน และการลงพื้นที่เพื่อติดตามกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ในระดับต่าง ๆ ในทุกภูมิภาค และกลุ่มการผลิต สินค้าพืช สัตว์ และประมง เพื่อเก็บข้อมูลเชิงลึกกลุ่มแปลงใหญ่ต่าง ๆ รวมทั้งการจัดสัมมนาเรื่อง การส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่แล้วได้วิเคราะห์และน ามาสรุปสถานการณ์ปัจจุบันกลุ่ม เกษตรกรแปลงใหญ่ได้ ๖ ประเด็น คือ ๑) จุดเริ่มต้นของกลุ่มแปลงใหญ่ ๒) การบริหารจัดการแปลงใหญ่ ๓) กิจกรรมแปลงใหญ่และการจัดการทุน ๔) การพัฒนาทักษะและความสามารถของกลุ่มและสมาชิก แปลงใหญ่ ๕) ความส าเร็จที่เกิดขึ้น และ ๖) ความมุ่งหวังและแผนงานในอนาคต
51 ๔.๒.๑ จุดเริ่มต้นของกลุ่มแปลงใหญ่การเกิดกลุ่มแปลงใหญ่ของเกษตรกรสามารถ แบ่งออกได้เป็น 2 ปัจจัย คือ กลุ่มที่เริ่มต้นด้วยปัจจัยภายใน และกลุ่มที่เริ่มต้นด้วยปัจจัยภายนอก ๑) กลุ่มที่เริ่มต้นด้วยปัจจัยภำยใน คือ เริ่มจากความเดือดร้อน ของเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นปัญหาด้านราคาผลผลิตหรือสินค้า กลุ่มแปลงใหญ่ที่พัฒนามาจาก กลุ่มเกษตรกรที่มีอยู่เดิมแล้วจะพบว่า กลุ่มเหล่านี้มีการบริหารจัดการในระดับเบื้องต้นได้ดีเช่น การรวมกันซื้อปัจจัยการผลิต แต่ส่วนใหญ่ไม่มีการรวมกันจ าหน่ายผลผลิต มีการประชุมกลุ่ม และมีคณะกรรมการตามแบบทั่วไป ได้แก่ ประธาน รองประธาน เลขานุการ และเหรัญญิก เป็นต้น มีเพียงส่วนน้อยที่มีการจัดตั้งคณะกรรมการและแบ่งหน้าที่รับผิดชอบตามความรู้ความสามารถ ตามแขนงอาชีพ และ/หรือ ความจ าเป็นเพื่อการพัฒนากลุ่มนั้น ๆ กลุ่มแปลงใหญ่ที่เกิดจากปัจจัยภายในจะมีเป้าหมายและแผน ในการพัฒนาอยู่ในระดับต้น แต่ไม่พบการท าเป็นเอกสารเพื่อการขับเคลื่อนที่แท้จริงกลุ่มมีความเข้มแข็ง พอสมควรและส่วนใหญ่มีการระดมทุนเพื่อการปฏิบัติงาน มีการบริหารจัดการเครื่องจักรกล และอุปกรณ์การเกษตรที่ได้โครงการตามนโยบายจากภาครัฐดีพอสมควร ๒) กลุ่มที่เริ่มต้นด้วยปัจจัยภำยนอก คือ กลุ่มแปลงใหญ่ที่จัดตั้งขึ้น เพื่อรองรับความช่วยเหลือจากนโยบายภาครัฐ พบว่า กลุ่มแปลงใหญ่เกิดจากปัจจัยภายนอก กลุ่มเหล่านี้จะไม่มีเป้าหมายและแผนเพื่อการขับเคลื่อนแปลงใหญ่ของกลุ่มขาดความเข้มแข็ง หรือไม่จัดเป็นกลุ่มที่แท้จริง ไม่มีการระดมทุน ไม่มีแผนการบริหารจัดการเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ การเกษตรที่ได้จากภาครัฐ ๔.๒.๒ กำรบริหำรจัดกำรแปลงใหญ่ พบว่า กลุ่มแปลงใหญ่ที่ประสบความส าเร็จ มีปัจจัยที่ส าคัญปัจจัยหนึ่ง คือ ผู้น ากลุ่มแปลงใหญ่มีศักยภาพ มีความสามารถในการด าเนินกิจกรรม และกิจการของกลุ่มแปลงใหญ่ให้เป็นไปตามแนวที่ก าหนดไว้ร่วมกันและมีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ นอกจากนี้ การแบ่งหน้าที่รับผิดชอบของกลุ่มแปลงใหญ่ต้องชัดเจน และสมาชิก ต้องมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นในการบริหารกลุ่มฯ และอื่น ๆ ซึ่งที่ผ่านมากลุ่มแปลงใหญ่ ที่ยังไม่ประสบความส าเร็จ เนื่องจากยังขาดหลักการบริหารจัดการขาดการวางแผนที่ดี สมาชิกกลุ่ม แปลงใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในหลักการที่แท้จริงของระบบการเกษตรแบบแปลงใหญ่ และรูปแบบคณะกรรมการกลุ่มแปลงใหญ่ที่รัฐก าหนดยังไม่ตอบสนองต่อบริบทของกลุ่มแปลงใหญ่ การด าเนินการแปลงใหญ่มีการบริหารจัดการ ๒ รูปแบบ คือ แบบของ คณะกรรมการตามมาตรฐานราชการที่ภาครัฐก าหนด และแบบตามภารกิจกิจกรรมของกลุ่ม ซึ่งการบริหารทั้ง ๒ รูปแบบนี้จะมีข้อก าหนดของกลุ่มเพื่อเป็นกฎกติกาที่ใช้ร่วมกัน แต่ความส าเร็จ ของการบริหารในรูปแบบของราชการจะประสบความส าเร็จน้อยกว่ารูปแบบตามภารกิจและกิจกรรมของกลุ่ม ซึ่งจะท าให้เกิดความส าเร็จตามความมุ่งหวังและมีการสร้างแผนงานในอนาคต ๔.๒.๓ กำรจัดกำรทุน เพื่อการบริหารปัจจัยการผลิต ระบบการผลิตและการจ าหน่าย ผลผลิต พบว่า เกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่ส่วนใหญ่ยังไม่มีการระดมทุน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ต่อการด าเนินกิจกรรมร่วมกัน กลุ่มแปลงใหญ่ยังขาดความเข้าใจรายละเอียด ขั้นตอนและกิจกรรม เพื่อยกระดับมาตรฐานผลผลิตที่จะเป็นตัวชี้วัดความส าเร็จและระดับของการพัฒนา ซึ่งในหลายพื้นที่
52 ยังไม่มีหน่วยงานราชการที่เข้าไปให้ค าแนะน าแก่เกษตรกรด้านการจัดหาหรือการเข้าถึงแหล่งทุน การบริหารและการใช้ประโยชน์ทั้งทุนที่เกษตรกรระดมทุนภายในกลุ่มและทุนที่ได้รับการสนับสนุน ผ่านโครงการภาครัฐเพื่อการด าเนินกิจกรรมแปลงใหญ่ ๔.๒.๔ กำรพัฒนำทักษะและควำมสำมำรถของกลุ่มและสมำชิกแปลงใหญ่ พบว่า เกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่ได้รับความรู้จากการอบรมของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ ส านักงานเกษตรจังหวัด ส านักงานสหกรณ์จังหวัด ส านักงานเกษตรอ าเภอ และสถาบันการศึกษา รวมทั้งจากศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ในพื้นที่ส่วนใหญ่ เป็นการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการลดต้นทุนการผลิต การส่งเสริมสนับสนุนให้กลุ่มแปลงใหญ่ น าเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาใช้ภายในกลุ่ม เช่น การตรวจวิเคราะห์ดิน ปุ๋ย การใช้ระบบ น้ าอัจฉริยะ การก าจัดศัตรูพืชด้วยชีววิธี ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่มีทักษะและสามารถด้านการผลิต เป็นอย่างดีจากการสั่งสมประสบการณ์ เกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรส่วนใหญ่ยังขาดองค์ความรู้ในด้าน การตลาดที่ทันสมัย การท าบัญชี รวมถึงมาตรฐานผลผลิต มาตรฐานผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ การสร้างเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของสินค้า การจ าหน่ายสินค้าออนไลน์ และการท าพันธะสัญญาทางธุรกิจ ๔.๒.๕ ระดับควำมส ำเร็จที่เกิดขึ้นของกลุ่มแปลงใหญ่ในที่นี้แบ่งเป็น ๒ ด้าน คือ ด้านตัวชี้วัดเป้าหมายหลัก และด้านสังคมและความเป็นอยู่ ดังนี้ ๑) ด้ำนตัวชี้วัดเป้ำหมำยหลัก พบว่า กลุ่มแปลงใหญ่บรรลุเป้าหมาย ที่ตั้งไว้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น ส่วนใหญ่รายงานว่า สามารถลดต้นทุนในการผลิตและเพิ่มปริมาณ ผลผลิต เพิ่มอ านาจในการต่อรองราคาผลผลิต สามารถเพิ่มช่องทางการตลาดได้มากขึ้น อาทิ การส่ง สินค้าให้กับห้างสรรพสินค้า ตลาดกลาง ตลาดค้าส่ง ตลาดออนไลน์ ตลาดต่างประเทศ และการจ าหน่ายสินค้าให้กับหน่วยงานภาครัฐ มีบางส่วนรายงานว่าสามารถสร้างเอกลักษณ์ และอัตลักษณ์ให้กับสินค้าของกลุ่ม มีส่วนน้อยที่สามารถน าองค์ความรู้และเทคโนโลยีนวัตกรรม สมัยใหม่ไปปรับใช้พัฒนาการผลิตและการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ อนึ่ง กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย การพัฒนาให้เป็นผู้ประกอบการเกษตร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งรัดให้มีการพัฒนา และยกระดับเกษตรกรให้เป็นเกษตรกรปราดเปรื่องที่ยึดหลักทางวิทยาศาสตร์ งานวิจัยและการใช้ ประโยชน์จากเทคโนโลยีนวัตกรรมสมัยใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเร่งรัดความสามารถ ในด้านการพัฒนาและรักษาระดับมาตรฐานคุณภาพต่าง ๆ ให้เป็นที่ยอมรับของตลาดและผู้บริโภค การสร้างสินค้าชนิดใหม่ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด การใช้ข้อมูล เพื่อการเพิ่มช่องทางการตลาดให้มีความหลากหลาย และการเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มแปลงใหญ่ ให้มีการบริหารจัดการภายในองค์กรที่ดี ๒) ด้ำนสังคมและควำมเป็นอยู่ พบว่า กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ที่ประสบ ความส าเร็จ เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น มีเงินส าหรับดูแลครอบครัวและเงินออมเพิ่มขึ้น ท าให้เกิด ความมั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีแนวคิดในการท าเกษตรแบบเป็นระบบและมีความต้องการให้ ลูกหลานประกอบอาชีพเกษตรกร นอกจากนี้ การรวมกลุ่มท าให้เกิดความสามัคคีและมีความเข้มแข็ง ของสมาชิกกลุ่มมากขึ้น
53 ๔.๒.๖ ควำมมุ่งหวังและแผนงำนในอนำคต พบว่า กลุ่มแปลงใหญ่มีความมุ่งหวัง และเป้าหมายในการพัฒนาการด าเนินงานของกลุ่ม เฉพาะเป้าหมายตามที่หน่วยงานภาครัฐตั้งไว้ ในเบื้องต้น ๔ ด้านเท่านั้น คือ ด้านการลดต้นทุนการผลิต ด้านการเพิ่มปริมาณผลผลิต ด้านการเพิ่ม มูลค่าผลผลิต และด้านการตลาด ความมุ่งหวังที่ต้องการให้กลุ่มแปลงใหญ่มีการพัฒนาเป็นผู้ประกอบการเกษตร โดยเกษตรกรสามารถจัดท าแผนธุรกิจได้ รวมไปถึงให้เกษตรกรท าธุรกิจด้วยตนเองจนสามารถจัดตั้ง ในรูปแบบของบริษัทในการประกอบธุรกิจทั้งการผลิตและการจ าหน่ายเองเพื่อการจ าหน่ายผลผลิต ผ่านพ่อค้าคนกลาง มีการพัฒนาธุรกิจที่ควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการใช้ทรัพยากร ให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งมุ่งหวังให้กลุ่มแปลงใหญ่พัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่สามารถ ถ่ายทอดองค์ความรู้ นวัตกรรมเกษตรต้นแบบให้บุคคลที่สนใจเข้าศึกษาดูงาน และ/หรือเป็นแหล่ง ท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน มีการผลิตสินค้าอื่นที่มีความเป็นไปได้เพิ่มเติม หรือการปรับเปลี่ยนไปผลิตสินค้าอื่นที่มีมูลค่าและมีตลาดรองรับมากขึ้น มีการพัฒนาบุคลากร ของกลุ่มแปลงใหญ่จนมีความรู้ความเข้าใจในการด าเนินงานตลอดทั้งห่วงโซ่ตั้งแต่การผลิต การแปรรูปและการตลาดรวมถึงการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย และเกษตรกรสมาชิก แปลงใหญ่มีการปรับตัวให้ก้าวทันเทคโนโลยี นอกจากนี้ ยังมีความมุ่งหวังให้กลุ่มแปลงใหญ่สามารถ เชื่อมโยงการท างานร่วมกันระหว่างกลุ่มแปลงใหญ่ที่ผลิตสินค้าต่างชนิดแต่มีความเกี่ยวเนื่องกันได้ อนึ่ง จากการศึกษาและวิเคราะห์ พบว่า การท าการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันกลุ่มแปลงใหญ่ยังขาดการขับเคลื่อนอย่างจริงจังในประเด็นความมุ่งหวัง และเป้าหมายการพัฒนาเพื่อยกระดับแปลงใหญ่ ตามความคาดหวังของการสร้างความสามารถ ด้านการแข่งขันในภาคการเกษตรผ่านการท าการเกษตรแบบแปลงใหญ่ บทวิเครำะห์สถำนะในปัจจุบันของกำรส่งเสริมกำรเกษตรแบบแปลงใหญ่ สรุปได้ว่ำ กำรด ำเนินงำนส่งเสริมกำรเกษตรแบบแปลงใหญ่ในรูปของโครงกำรตำมงบประมำณประจ ำปีที่เป็นอยู่ ในปัจจุบันนั้น ไม่สำมำรถตอบโจทย์กำรพัฒนำควำมสำมำรถด้ำนกำรแข่งขันในภำคกำรเกษตรผ่ำนกำร ท ำกำรเกษตรแบบแปลงใหญ่ จึงมีจ ำเป็นต้องมีกำรพัฒนำและปรับปรุงเป็น “ระบบเกษตรกรรม แปลงใหญ่” โดยเร่งรัดการด าเนินการอย่างจริงจังและขับเคลื่อนทันทีอย่างต่อเนื่อง เร่งวางแผน แม่บทหลักและแนวทางการพัฒนาระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่เพื่อให้กลุ่มแปลงใหญ่ แต่ละกลุ่มร่วมกับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสามารถน าแผนแม่บทหลักและแนวทางการพัฒนาไปจัดท า เป็นแผนการพัฒนาของกลุ่มแปลงใหญ่แต่ละกลุ่ม โดยจัดท าเป็นแผนการพัฒนาเชิงรุก ทั้งด้านเทคโนโลยีที่จ าเป็นและการน านวัตกรรมไปใช้ในระบบการผลิตด้านการบริหารจัดการเชิงธุรกิจ ด้านการบริหารการเงินการบัญชีและการวิเคราะห์ตลาด ทั้งนี้ ต้องจัดให้มีการทบทวน ปรับปรุงแผน แม่บทหลักและแผนการพัฒนาระดับกลุ่มแปลงใหญ่เป็นระยะ ๆ ตลอดเวลาเพื่อให้แผนดังกล่าว มีความทันสมัยและใช้ในทางปฏิบัติได้จริง
บทที่ ๕ ข้อเสนอแนวคิดเพื่อกำรขับเคลื่อนระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ จากการวิเคราะห์สถานะในปัจจุบันของการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ (บทที่ ๔) พบจุดอ่อนหลายประการที่เป็นปัจจัยให้การส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ในปัจจุบันนั้น ไม่สามารถตอบโจทย์การพัฒนาความสามารถด้านการแข่งขันในภาคการเกษตร ได้แก่ ไม่มีหน่วยงานรับผิดชอบการด าเนินการพัฒนาขับเคลื่อนเกษตรแปลงใหญ่ในภาพรวม ท าให้ขาดการปฏิบัติงานที่เป็นเอกภาพ ขาดความรู้ ความเข้าใจในหลักการของระบบการเกษตร แปลงใหญ่ของผู้เกี่ยวข้อง ขาดความต่อเนื่องในมิติของการพัฒนา รวมทั้งความไม่ชัดเจนของแผนงาน และกระบวนการพัฒนาเชิงคุณภาพ การประเมินผลที่ไม่น าไปสู่การพัฒนาจึงขาดการขับเคลื่อน ที่เหมาะสม กลุ่มแปลงใหญ่หลายกลุ่มขาดความเข้มแข็ง ยังไม่มีการระดมทุนหรือมีการระดมทุน แต่ไม่เพียงพอต่อการด าเนินกิจกรรมร่วมกันของกลุ่มและสมาชิกแปลงใหญ่ยังขาดองค์ความรู้ ขาดความมุ่งหวังและเป้าหมายการพัฒนาเพื่อยกระดับแปลงใหญ่ การปฏิบัติงานที่เป็นอยู่ในปัจจุบันของภาครัฐและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นลักษณะต่างคนต่างท า โดยมีเกษตรกรเป็นเพียงผู้รับผลของการปฏิบัติงานนั้น การปรับเปลี่ยน มุมมองความคิดว่าเกษตรแปลงใหญ่เป็นระบบการจัดการฟาร์มของประเทศที่พัฒนาขึ้น เพื่อลดข้อจ ากัดของการท าเกษตรกรรมแบบรายเดี่ยวที่ให้ความส าคัญกับการส่งเสริมสนับสนุน ให้เกษตรกรที่มีพื้นที่ขนาดเล็กหรือมีขนาดการผลิตที่ไม่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เหมาะสม โดยเสมือนรวมแปลงของสมาชิกเข้าด้วยกันด้วยระบบการบริหารจัดการร่วมกันของสมาชิก เจ้าของแปลง เปิดโอกาสให้เกษตรกรสามารถพัฒนาบนพื้นฐานการสร้างศักยภาพของกลุ่ม และการพัฒนาตนเองของเกษตรกรโดยมีหน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานภาคีร่วมมือกันท าในการท า หน้าที่สนับสนุนอย่างเป็นระบบและสอดรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ดังนั้น เพื่อพัฒนาภาคการเกษตรจากเศรษฐกิจฐานรากให้มีพลังสู่การสร้างความสามารถ ในการแข่งขันได้ ต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิด และกำรด ำเนินงำน โดยให้ความส าคัญกับการส่งเสริม เกษตรแบบแปลงใหญ่ในฐานะที่เป็น “ระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่” ที่ทุกภาคส่วนจะต้องตระหนักว่า การด าเนินงานเกษตรแบบแปลงใหญ่ไม่ได้เป็นเพียงโครงการหนึ่งที่ภาครัฐให้การสนับสนุน แก่เกษตรกรและสิ้นสุดการด าเนินงานไปตามวาระการสนับสนุน แต่เป็นระบบเกษตรกรรมหลัก ของประเทศที่ต้องส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดกำรขับเคลื่อนและพัฒนำอย่ำงต่อเนื่อง บนพื้นฐานการสร้าง ศักยภาพของเกษตรกรและองค์กรของเกษตรกรให้สามารถด ารงอยู่ได้อย่างมั่นคงบนหลักการ ของการพึ่งพาตนเองอย่างแท้จริง และต้องมีการด าเนินการแบบมีส่วนร่วม คณะกรรมการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา จึงพิจารณาจัดท าข้อเสนอแนวคิด เพื่อการขับเคลื่อนระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่อันประกอบด้วย ๖ องค์ประกอบ คือ ๑) หลักการ และเป้าหมายความส าเร็จของระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ ๒) องค์ประกอบหลักในการด าเนินงาน ตามระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ ๓) การขับเคลื่อนระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ ๔) ประเด็นบ่งชี้ ความส าเร็จในการขับเคลื่อนระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ ๕) การยกระดับการพัฒนาแปลงใหญ่
56 สู่ความมั่นคง และ ๖) บทบาทของหน่วยงานเพื่อการขับเคลื่อนพัฒนาและยกระดับแปลงใหญ่ โดยทั้ง ๖ องค์ประกอบจะมีความสัมพันธ์และเชื่อมโยงกัน (ภาพที่ 4) จึงจะเกิดการขับเคลื่อน และพัฒนาระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ ภาพที่ 4 กรอบแนวคิดในการขับเคลื่อนและพัฒนาระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ ๕.๑ หลักกำรและเป้ำหมำยควำมส ำเร็จของระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ ๕.๑.๑ หลักกำรของระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ ระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่มีหลักการส าคัญ คือ การสนับสนุนให้เกิด การรวมตัวกันของเกษตรกรที่มีอาชีพเดียวกันในพื้นที่ใกล้เคียงกัน มาร่วมกันบริหารจัดการสินค้า เกษตรตลอดห่วงโซ่การผลิตโดยใช้องค์ความรู้และนวัตกรรม เพื่อพัฒนาอาชีพเกษตรอย่างยั่งยืน มีรายได้มั่นคง คุณภาพชีวิตดีขึ้น และมีเศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง โดยหลักการดังกล่าวนี้ ประกอบด้วย คุณลักษณะส าคัญ ๖ ประการ คือ ๑) กำรใช้ฐำนควำมรู้เป็นองค์น ำ เพื่อไปสู่การปรับเปลี่ยนวิธีคิด และปฏิบัติการท าการเกษตร มีการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม และมีการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อพัฒนาการผลิตและการสร้างโอกาสในการต่อยอดสู่เกษตรมูลค่าสูง อันจะน ามาสู่ความมั่นคง ยั่งยืนในอาชีพการเกษตร ๒) กำรบริหำรจัดกำรแบบกลุ่ม โดยเกษตร กรผู้เป็นเจ้าของผลผลิต สามารถใช้กระบวนการกลุ่มอย่างเต็มศักยภาพ มีคณะการจัดการที่สามารถบริหารจัดการกิจการ ของแปลงใหญ่อย่างเป็นระบบ และสมาชิกเข้ามามีส่วนร่วมในการด าเนินการอย่างเต็มรูปแบบ
57 ๓) กำรจัดกำรพื้นที่ผลิตและสินค้ำให้เกิดประสิทธิภำพสูงสุด เพื่อให้เกิด การลดต้นทุนและการเพิ่มผลผลิต โดยให้ความส าคัญกับการผลิตในพื้นที่เหมาะสมหรือพื้นที่ ที่สามารถปรับปรุงพัฒนาได้ และในขนาดพื้นที่ผลิตที่คุ้มค่าต่อการลงทุน (Economies of Scale) ๔) กำรเชื่อมโยงกำรตลำดของเกษตรกร การพัฒนาคุณภาพมาตรฐาน ของสินค้าร่วมกัน เพื่อสร้างพลังอ านาจในการต่อรอง และสร้างช่องทางการตลาดที่หลากหลาย เริ่มต้นจากพื้นฐานการเชื่อมโยงเครือข่ายภายในกลุ่มแปลงใหญ่ ทั้งการผลิตและปัจจัยการผลิต มีเครือข่ายการตลาดภายในชุมชนที่แปลงใหญ่ตั้งอยู่ จากนั้นพัฒนาต่อไปเป็นการเชื่อมโยง และสร้างเครือข่ายการตลาดระหว่างชุมชน มีเครือข่ายการผลิตและปัจจัยการผลิตระหว่าง กลุ่มแปลงใหญ่ แล้วก้าวหน้ามีเครือข่ายการตลาดออนไลน์มีเครือข่ายการตลาดระดับห้างสรรพสินค้า ที่ทันสมัย หรือโรงงานอุตสาหกรรมเกษตร มีเครือข่ายการผลิตและปัจจัยการผลิตกับภาครัฐ และเอกชนให้เข้าสู่ระดับแปลงใหญ่ที่สามารถเชื่อมโยงเครือข่ายการตลาดกับต่างประเทศได้ ๕) กำรสร้ำงควำมสำมำรถในกำรแข่งขัน โดยยึดแนวความคิด ฐานเศรษฐกิจแบบองค์รวม (Bio - Circular - Green Economy - BCG) (ภาคผนวกที่ ๑) ที่มุ่งเน้น ให้เกิดการเติบโตเชิงคุณภาพ สร้างความสมดุลของเศรษฐกิจที่เน้นการสร้างมูลค่าการเติบโตที่เน้น การมีส่วนร่วมและสังคมที่มีการหมุนเวียนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ ๖) กำรเปิดโอกำสให้ทุกภำคส่วนมีส่วนร่วมและพัฒนำเกษตรกรรม แปลงใหญ่อย่ำงเป็นระบบ เพื่อให้ระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่เป็นระบบเกษตรกรรมหลัก ของประเทศในการฟื้นฟูและปฏิรูปภาคการเกษตรให้ก้าวสู่การสร้างความมั่นคงของเศรษฐกิจ จากฐานรากและเพิ่มโอกาสในการสร้างความสามารถในการแข่งขันทางการค้าสินค้าเกษตร ๕.๑.๒ เป้ำหมำยควำมส ำเร็จของระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ ระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ ตระหนักถึงเป้าหมายความส าเร็จของการพัฒนา ที่สามารถวัดผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรสมาชิกแปลงใหญ่ได้ เช่น เกิดการสร้างรายได้ ที่มั่นคง เกษตรกรและครอบครัวเกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถด ารงอยู่กับภาคการเกษตร ได้อย ่างมั ่นคงยั ่งยืน เศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง ระบบนิเวศน์ และสิ ่งแวดล้อมสมดุลเป็นต้น ซึ่งจะส่งผลถึงความเข้มแข็งของเศรษฐกิจในระดับชุมชน และความแข็งแรงของภาคเศรษฐกิจ การเกษตรของประเทศ ซึ่งเป้าหมายความส าเร็จนี้สามารถจ าแนกผลการพัฒนาออกเป็น 3 มิติ คือ ๑) มิติด้ำนพัฒนำเศรษฐกิจ คือ การที่เกษตรกรมีรายได้มั่นคง สินค้าเกษตรมีการยกระดับให้สามารถแข่งขันได้ มีความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งส่งผลต่อ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ 2) มิติด้ำนพัฒนำสังคม คือ การที่เกษตรกรมีทักษะการประกอบการ ทั้งด้วยตนเองและในฐานะของกลุ่มธุรกิจ มีความสามารถในการบริหารจัดการตนเองและองค์กร ของเกษตรกร ตัวชี้วัดที่สามารถใช้ในการประเมินผลในมิตินี้ เช่น ความมั่นคงยั่งยืนในอาชีพ และครัวเรือนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น เป็นต้น
58 ๓) มิติด้ำนสิ่งแวดล้อม คือ การสนับสนุนให้พื้นที่การเกษตรได้รับการพัฒนา อย่างเหมาะสม มีการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า เกิดสมดุลของระบบนิเวศน์ และสิ่งแวดล้อม ๕.๒ องค์ประกอบหลักของระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ องค์ประกอบหลักที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการด าเนินงานตามระบบเกษตรกรรม แปลงใหญ่ที่ต้องมีหรือส่งเสริมให้เกิดขึ้นก่อนการขับเคลื่อนระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ ประกอบด้วย ๓ องค์ประกอบ คือ การจัดการความรู้ของเกษตรกร การรวมกลุ่มของเกษตรกร และการจัดระบบงานของเกษตรกรรมแปลงใหญ่ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และสินค้าเกษตร ที่เกษตรกรด าเนินการผลิต โดยมีรายละเอียดดังนี้ ๕.๒.๑ กำรจัดกำรควำมรู้ของเกษตรกร เกษตรกรรมแปลงใหญ่มีหลักคิดส าคัญ คือ การใช้ความรู้เป็นองค์น าในการปฏิรูปการท าการเกษตร โดยอาศัยเกษตรกรที่มีความรู้และประสบ ผลส าเร็จด้านการเกษตรในพื้นที่เป็นต้นแบบถ่ายทอดความรู้ผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) แล้วน าความรู้นั้นมาร่วมคิดร่วมท าไปด้วยกันโดยใช้กระบวนการกลุ่ม บริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการท าการเกษตร ศูนย์เรียนรู้การเพิ่ม ประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร จึงไม่ใช่เป็นเพียงสถานที่นัดพบเกษตรกรเพื่อรับฟังการชี้แจง โครงการและรับการถ่ายทอดความรู้เพียงอย่างเดียว แต่เป็นแหล่งเรียนรู้ที่เป็นจุดเริ่มต้น ของการศึกษาหาความรู้เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตสินค้าเกษตรให้แก่เกษตรกรไปพร้อม ๆ กับการสร้าง และพัฒนากระบวนการท างานร่วมกันของสมาชิกแปลงใหญ่ ดังนั้น แปลงใหญ่แต่ละกลุ่มควรมี ศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรของตนเอง และศูนย์ฯ ดังกล่าวต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจริงจัง เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้หลักของเกษตรกรในการท าการเกษตรกรรมแปลงใหญ่ ๕.๒.๒ กำรรวมกลุ่มของเกษตรกร ลักษณะส าคัญของระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่คือ การจัดการพื้นที่และสินค้าให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดด้วยการบริหารจัดการในรูปแบบกลุ่มที่มี คณะกรรมการท าหน้าที่บริหารจัดการด้านการผลิต ผลผลิต และด้านการตลาด โดยสมาชิก มีอ านาจตัดสินใจแบบมีส่วนร่วมอย่างเต็มรูปแบบบนพื้นฐานของความเป็นเจ้าของ กระบวนการกลุ่ม จึงเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่มีความส าคัญในการสร้างความส าเร็จของระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ เกษตรกรที่มารวมกันท าเกษตรกรรมแปลงใหญ่ต้องได้รับการสนับสนุนส่งเสริมให้มีความรู้ความเข้าใจ จนตระหนักถึงความส าคัญและมองเห็นเป้าหมายร่วมของประโยชน์การท าเกษตรกรรมแปลงใหญ่ไป ในทิศทางเดียวกัน เข้าใจในบทบาทหน้าที่ของสมาชิกแปลงใหญ่และเข้าร่วมกิจกรรมด้วยความสมัครใจ ร่วมคิดร่วมท า และมีส่วนร่วมต่อผลที่เกิดขึ้นจากการด าเนินงาน รวมทั้งสมาชิกแปลงใหญ่ต้องได้รับ การพัฒนาให้มีความรู้ความเข้าใจกลไกการด าเนินธุรกิจเกษตรในรูปแบบองค์กรเพื่อสร้างความพร้อม และปรับเปลี่ยนวิธีคิดการท าการเกษตรไปสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรที่อาจเติบโตเป็นองค์กร นิติบุคคลทางการค้าอย่างแท้จริงในอนาคต
59 ๕.๒.๓ กำรจัดระบบงำนของเกษตรกรรมแปลงใหญ่ คือ การก าหนดเป้าหมาย แผนงาน กิจกรรมของแปลงใหญ่ และแนวทางในการบริหารจัดการเพื่อให้แปลงใหญ่สามารถ ขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การจัดระบบงานของเกษตรกรรมแปลงใหญ่แต่ละแห่งต้องให้ ความส าคัญและด าเนินการเพื่อให้มีข้อมูลที่จ าเป็นเพื่อประกอบการขับเคลื่อนระบบเกษตรกรรม แปลงใหญ่ในทุกสิ่งที่เกี่ยวข้อง มีฐานข้อมูลพื้นที่ สินค้าและสมาชิกรวมทั้งข้อมูลแวดล้อม ในการบริหารมาตรฐานการผลิตบนพื้นฐานการวิเคราะห์ศักยภาพของพื้นที่สินค้า เกษตรกร และผู้มี ส่วนได้ส่วนเสียในกระบวนการผลิต เพื่อให้สามารถจัดวางต าแหน่งทิศทางการพัฒนาได้อย่างชัดเจน สิ่งที่จ าเป็นต้องมี อีกประการหนึ่ง คือ แผนธุรกิจของกลุ่ม และแผนการผลิตรายบุคคลของสมาชิกที่สอดรับกับ แผนของกลุ่มให้ครอบคลุมทั้งการผลิต การตลาด การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการผลิต และแผนพัฒนาผู้น าและสมาชิก โดยก าหนดเป้าหมายที่ต้องการบรรลุผลได้อย่างชัดเจนและปฏิบัติได้ กลุ่มที่ดีควรมีกติกาข้อบังคับกลุ่มตามความจ าเป็นเพื่อให้แปลงใหญ่มีกลไกการควบคุมการด าเนินงาน ที่เหมาะสมและการติดตาม และประเมินผล ทั้งปริมาณ คุณภาพ และผลสัมฤทธิ์ของการด าเนินงาน อย่างเป็นรูปธรรมเพื่อน าไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนการพัฒนาขั้นต่อไป สิ่งที่ต้องตระหนัก คือ การจัดระบบงานของเกษตรกรรมแปลงใหญ่ต้องอาศัยการ มีส่วนร่วมของสมาชิกเจ้าของแปลงในการด าเนินการ หน่วยงานสนับสนุนท าหน้าที่ในการจัด กระบวนการและเป็นพี่เลี้ยงเพื่อให้กลุ่มสามารถบริหารจัดการได้ด้วยตนเอง ๕.๓ กำรขับเคลื่อนระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ ในการขับเคลื่อนระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ ให้เป็นไปตามหลักการ และเป้าหมายความส าเร็จ ต้องค านึงถึงการพัฒนา ๒ เรื่อง คือ การขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้าง หลักของระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ และการสร้างมูลค่าของสินค้าเกษตรจากฐานความรู้ และนวัตกรรม โดยมีรายละเอียด ดังนี้ ๕.๓.๑ กำรพัฒนำโครงสร้ำงหลักของแปลงใหญ่ โครงสร้างหลักในระบบ เกษตรกรรมแปลงใหญ่เปรียบเสมือนโครงสร้างของบ้านที่ทุกหลังต้องมีเพื่อความมั่นคงแข็งแรง แปลงใหญ่ทุกแปลงก็เช่นกันจ าเป็นต้องมีการพัฒนาให้เกิดและมีโครงสร้างหลักเพื่อให้แปลงใหญ่ มีความมั่นคงสามารถขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายความส าเร็จที่ตั้งไว้ โดยการพัฒนาโครงสร้างหลัก ดังกล่าวนี้ ประกอบด้วย ๕ ประเด็น คือ ๑) การพัฒนาผู้น าการบริหารจัดการแปลงใหญ่ ๒) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการผลิต ๓) การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการผลิตและสินค้า เกษตร ๔) การเชื่อมโยงการตลาดและคู่ค้า และ ๕) การสร้างและพัฒนาเครือข่ายเกษตรกรรมบริการ และธุรกิจของสินค้าแปลงใหญ่ โดยมีรายละเอียดดังนี้ ๑) กำรพัฒนำผู้น ำกำรบริหำรจัดกำรแปลงใหญ่ ในการขับเคลื่อนระบบ เกษตรกรรมแปลงใหญ่ ต้องมีการสร้างและพัฒนาผู้น าที่มีบทบาทหน้าที่อย่างน้อย ๓ ลักษณะ (๑) ผู้น าองค์กร หรือผู้น าทางความคิด ควรอยู่ในรูปของคณะผู้น า ที่ได้รับการคัดเลือกจากสมาชิก เพื่อให้ท าหน้าที่ก าหนดนโยบาย เป้าหมาย ก าหนดกฎกติกา และน าการขับเคลื่อนแปลงใหญ่
60 (๒) ผู้จัดการแปลง ท าหน้าที่บริหารจัดการการผลิต ผลผลิต และการตลาดให้แก่สมาชิกแปลงใหญ่ ผู้จัดการแปลงจึงควรเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ในการวิเคราะห์การบริหารและจัดการธุรกิจของแปลงใหญ่ให้ก้าวหน้าและพัฒนาทันต่อการ เปลี่ยนแปลงของตลาดและปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ ผู้จัดการแปลงอาจอยู่ในรูปของคณะผู้จัดการ โดยแยกตามลักษณะโครงสร้างกิจกรรมของแปลงใหญ่ เช่น ผู้จัดการด้านการผลิต ผู้จัดการด้านการตลาด ผู้จัดการด้านการรวบรวมผลผลิต เป็นต้น (๓) ผู้น าทางปัญญา เป็นผู้ได้รับความเชื่อถือจากสมาชิกแปลงใหญ่ว่า เป็นผู้ที่มีความรู้ มีความสามารถในการจัดการองค์ความรู้ และ/หรือมีความสามารถในการสืบค้น แสวงหาข้อมูลความรู้ทางวิชาการที่ถูกต้องและจ าเป็นในการประกอบอาชีพ ตลอดจนสามารถ ถ่ายทอดและชักน าให้สมาชิกปฏิบัติตาม จากองค์ประกอบเริ่มต้นของระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ จะเห็นได้ว่าระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ให้ความส าคัญกับการจัดการความรู้ดังปรากฏในข้อ ๕.๒.๑ ดังนั้น ผู้น าทางปัญญา จึงนับเป็นผู้น าที่มีความจ าเป็นส าหรับระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ เพื่อสร้างให้ เกิดความเข้มแข็งด้านวิชาการ รวมทั้งพัฒนากระบวนการคิดอย่างเป็นระบบบนพื้นฐานทาง วิทยาศาสตร์จนกลุ่มแปลงใหญ่สามารถพึ่งพาตนเองได้ทางวิชาการ นอกจากผู้น าทางปัญญาแล้วแปลง ใหญ่ควรมีแหล่งเรียนรู้ของตนเอง ผู้น าทั้ง ๓ ลักษณะถือเป็นหัวใจส าคัญของความส าเร็จของแปลงใหญ่ ที่สมาชิกแปลงใหญ่ทุกรายควรมีส่วนร่วมในการพิจารณาผู้น าที่เหมาะสมกับกลุ่มแปลงใหญ่ของตน ทั้งด้านความรู้ ความสามารถ คุณธรรมจริยธรรมตามภูมิสังคม และเป็นที่ยอมรับของสมาชิก ทั้งนี้ ผู้น าทั้ง ๓ ลักษณะอาจเป็นบุคคลคนเดียวกัน หรือคณะผู้น าที่ท าหน้าที่ขับเคลื่อนระบบ เกษตรกรรมแปลงใหญ่ สิ่งที่ต้องตระหนัก คือ ความสามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างครบถ้วน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อควรให้ผู้น าแปลงใหญ่ได้รับการพัฒนาความเป็นผู้น าทั้ง ๓ ลักษณะ อย่างต่อเนื่อง นอกจากผู้น าแล้วการบริหารจัดการธุรกิจสมัยใหม่จ าเป็นต้องให้ความส าคัญกับ การส่งเสริมให้เกษตรกรรุ่นใหม่เข้าร่วมเป็นสมาชิก กรรมการ ผู้จัดการแปลง หรือท างานร่วมกับ ผู้จัดการแปลงเพื่อเรียนรู้และสนับสนุนการด าเนินงานแปลงใหญ่ที่ต้องการวิทยาการสมัยใหม่ รวมทั้งการเปิดโอกาสให้เกษตรกรรุ่นใหม่ได้สร้างและต่อยอดกิจกรรมที่สร้างมูลค่าให้กับสินค้าเกษตร ของแปลงใหญ่ ๒) กำรพัฒนำโครงสร้ำงพื้นฐำนกำรผลิต รวมทั้งการจัดการผลผลิต ของแปลงใหญ่ ประกอบด้วย (๑) การพัฒนาระบบพื้นฐานที่เอื้อประโยชน์ต่อภาคการเกษตร ทั้งด้านการผลิตและการจัดการผลผลิต อาทิ การจัดการทรัพยากรน้ าและดินให้เหมาะสม อย่างเพียงพอ การจัดวางระบบชลประทานกลางและระบบชลประทานในไร่นาของสมาชิกการจัดการดิน ระบบคมนาคมเพื่อการเกษตร ระบบสารสนเทศของแปลงใหญ่ รวมทั้งการจัดการเครื่องจักร และอุปกรณ์ในการผลิต และอาคารสถานที่ส าหรับการจัดการผลผลิต โดยค านึงถึงแผนธุรกิจของกลุ่ม ขนาดที่เหมาะสมใช้ประโยชน์ได้จริงและความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ
61 (๒) การจัดระบบทุน ทรัพย์สิน และการเงิน เป็นจุดส าคัญ ของการเริ่มต้นและขับเคลื่อนกิจกรรมอย่างมั่นคง ระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่จ าเป็นต้องมีการ จัดระบบการลงทุนทั้งทุนภายในที่เกิดจากสมาชิก และทุนจากภายนอก ด้วยการจัดการทรัพย์สิน และการเงินอย่างเป็นระบบตั้งแต่เริ่มต้นวางระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วม ในการรับผิดชอบของสมาชิก มีความโปร่งใสและมีการจัดสรรผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม การจัดท า แผนธุรกิจของกลุ่มแปลงใหญ่ต้องระบุเรื่องการจัดระบบทุน ทรัพย์สินและการเงินให้ชัดเจน ทั้งรูปแบบการ ระดมทุนการขอการสนับสนุนการลงทุนทั้งในรูปแบบการให้เปล่าและสินเชื่อมีการศึกษาข้อมูล และเงื่อนไขก่อนการขอรับการสนับสนุนและต้องมั่นใจว่าจะไม่ก่อให้เกิดภาระผูกพันจนเกินก าลัง ของสมาชิกมีการจัดท าบัญชีอย่างถูกต้องเป็นระบบสามารถตรวจสอบได้ทั้งจากสมาชิก และบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง อนึ่ง เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของกลุ่มแปลงใหญ่ควรให้ความส าคัญ ในการบริหารจัดการทุนภายในที่เกิดจากการระดมทุนของสมาชิกก่อนการขอรับการช่วยเหลือ สนับสนุนจากภายนอก ๓) กำรพัฒนำคุณภำพและมำตรฐำนกำรผลิตและสินค้ำเกษตร การวางระบบเกษตรกรรมเชิงธุรกิจในรูปแบบกลุ่ม แผนงานด้านการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐาน การผลิตและสินค้าเกษตรที่ชัดเจนส าคัญต่อการขับเคลื่อนกระบวนการผลผลิตเพื่อให้ได้คุณภาพ สินค้าตามมาตรฐานที่คู่ค้าก าหนด นอกเหนือมาตรฐานพื้นฐานอย่างเช่น มาตรฐานการปฏิบัติ ทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices - GAP) ที่จ าเป็นต้องส่งเสริมจูงใจให้สมาชิก แต่ละรายปฏิบัติแล้วระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ยังจ าเป็นต้องมีการบริหารจัดการเพื่อให้ผลผลิต และสินค้าของสมาชิกทุกรายมีคุณภาพและมาตรฐานเดียวกัน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและสะดวก ในการบริหารจัดการด้านการตลาด สร้างอ านาจต่อรอง และเพิ่มโอกาสการขยายช่องทางการตลาด ให้มีความหลากหลายมากขึ้น ๔) กำรเชื่อมโยงกำรตลำดและคู่ค้ำ แปลงใหญ่แต่ละแปลงควรมีข้อมูล การผลิตและข้อมูลคู่ค้าเพื่อจัดท าแผนการตลาดเชิงรุก มีการจัดสัดส่วนการตลาด และจัดท าแผน การผลิตที่สอดรับกับแผนการตลาด การสร้างความโดดเด่นเฉพาะตัวสินค้าให้เป็นที่จดจ าและน่าเชื่อถือ (Branding) การส่งเสริมการตลาดและตลาดเชิงสัมพันธ์เพื่อให้ได้คู่ค้าถาวรจะช่วยลดความเสี่ยงผลิตเกิน ความต้องการ และเพื่อสร้างเสถียรภาพด้านปริมาณและราคา และการบริหารจัดการตลาดล่วงหน้า ควรมีการก าหนดสัดส่วนผลผลิตและสินค้าของสมาชิกได้เข้าสู่กลไกการตลาดของกลุ่ม ๕) กำรสร้ำงและพัฒนำเครือข่ำยเกษตรกรรม บริกำรและธุรกิจ ของสินค้ำแปลงใหญ่ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่การสร้าง และพัฒนาเครือข่ายในรูปแบบต่างๆ ควรก าหนดให้มีขึ้นใน ๒ ลักษณะ คือ (๑) เครือข่ายการบริหารงานของแปลงใหญ่ ปัจจุบันภาครัฐให้การ รับรองและสนับสนุนคณะกรรมการแปลงใหญ่ในระดับต่าง ๆ ซึ่งควรพัฒนาขึ้นเป็นองค์กร หรือเครือข่ายที่บริหารงานโดยเกษตรกรเอง อาจอยู่ในรูปนิติบุคคลหรือไม่เป็นนิติบุคคลก็ได้ ภาครัฐควรลดบทบาทจากผู้ก าหนดมาเป็นผู้อ านวยความสะดวก และปรับเปลี่ยนรูปแบบ
62 การสนับสนุนให้เหมาะสมเพื่อให้คณะกรรมการแปลงใหญ่ได้ปรับบทบาทการท าหน้าที่ตัวแทน การบริหารจัดการแปลงใหญ่และสร้างเครือข่ายการท างานได้อย่างแท้จริง ทั้งในระดับมหภาค และจุลภาค (๒) เครือข่ายธุรกิจของแปลงใหญ่ การส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิด การรวมตัวกันในเชิงธุรกิจรูปแบบของเครือข่ายสินค้าเกษตร หรือเครือข่ายในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อเอื้อต่อการด าเนินธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ขึ้นของกลุ่มสินค้าที่มีความส าคัญต่อระบบเศรษฐกิจ ในภาพรวม นอกจากการสร้างเสริมความสามารถการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืนแล้ว ยังส่งเสริม สนับสนุนให้เกษตรกรมีต าแหน่งที่ยืนที่ชัดเจนในห่วงโซ่มูลค่าของสินค้าเกษตรนั้น ๆ และยังสามารถ แสดงมูลค่าทางเศรษฐกิจของสินค้าเกษตรที่เกิดขึ้นจากการขับเคลื่อนระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ได้ เช่นเดียวกับเครือข่ายทางด้านสินค้าอุตสาหกรรม ๕.๓.๒ กำรสร้ำงมูลค่ำของสินค้ำเกษตรจำกฐำนควำมรู้และนวัตกรรม การขับเคลื่อนระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ในมิติของการพัฒนาสินค้าไปสู่เป้าหมายการสร้าง ความสามารถในการแข่งขันบนฐานเศรษฐกิจแบบองค์รวม (Bio - Circular - Green Economy Model -BCG) (ภาคผนวกที่ ๑) ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ ๒๐ ปี ให้ความส าคัญกับการสร้าง รายได้จากภาคเศรษฐกิจเกษตรโดยการสร้างมูลค่าของสินค้าเกษตรจากฐานความรู้และนวัตกรรม (ภ าคผน วกที่ ๒) ให้ส าม า รถแข่งขันได้ในโลกอน าคต ในที่นี้จะกล่ า วถึง ๕ ด้ าน คือ ๑) เกษตรอัตลักษณ์๒) เกษตรชีวภาพ ๓) เกษตรปลอดภัย ๔) เกษตรแปรรูป และ ๕) เกษตร อัจฉริยะ โดยสังเขป ดังนี้ ๑) เกษตรอัตลักษณ์การส่งเสริมการน าอัตลักษณ์พื้นถิ่นและภูมิปัญญา ท้องถิ่นของไทยมาเป็นผลิตภัณฑ์การเกษตร รวมทั้งสินค้าที่ได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ มาใช้ในการผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์การเกษตรที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น (ภาคผนวกที่ ๒ และตารางผนวกที่ 1) ๒) เกษตรชีวภำพ การส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากความหลากหลาย ทางชีวภาพของทรัพยากรทั้งพืช สัตว์ และจุลินทรีย์ของประเทศ เพื่อการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ มูลค่าสูงจากฐานเกษตรกรรมและฐานทรัพยากรชีวภาพ รวมถึงพัฒนาเชื่อมโยงไปสู่ภาคอุตสาหกรรม ต่อเนื่อง และส่งเสริมให้มีการน าวัตถุดิบเหลือทิ้งทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรม และพลังงานที่เกี่ยวเนื่องกับชีวภาพ (ภาคผนวกที่ ๒ และตารางผนวกที่ 2) ๓) เกษตรปลอดภัย การส่งเสริมให้เกษตรกรท าการผลิตที่สอคล้องกับ มาตรฐานระบบการจัดการความปลอดภัยทางอาหารของประเทศและคู่ค้า ทั้งการผลิตตามมาตรฐาน ฟาร์ม เช่น มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ เป็นต้น และมาตรฐาน การจัดการคุณภาพสินค้าเกษตรหลังจากการเก็บเกี่ยว เช่น มาตรฐานการปฏิบัติที่ดีในโรงเรือนคัดแยก บรรจุ มาตรฐานการปฏิบัติที่ดีในการผลิตสินค้า (Good Manufacturing Practice - GMP) มาตรฐาน ระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุมในการผลิตอาหาร (Hazard Analysis and Critical Control Points - HACCP) เป็นต้น (ภาคผนวกที่ ๒ และตารางผนวกที่ 3)
63 ๔) เกษตรแปรรูป การปรับใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยรวมทั้ง นวัตกรรมจากภูมิปัญญาในการแปรรูปเพื่อสร้างความแตกต่าง และเพิ่มมูลค่าในผลิตภัณฑ์ และสินค้าเกษตร (ภาคผนวกที่ ๒ และตารางผนวกที่ 4) ๕) เกษตรอัจฉริยะ การท าเกษตรแม่นย าที่มีการน าระบบอินเทอร์เน็ต ในทุกสิ่ง (Internet of Things - IoT) หรือเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ โดยต้องมีกระบวนการให้ข้อมูล กลับมา (Feedback) เพื่อใช้ในการปรับปรุงค่าการควบคุมและจัดการกับความแปรปรวน ความหลากหลายและความไม่สม่ าเสมอในพื้นที่ เทคโนโลยีต้องมีความสัมพันธ์กันในเชิงระบบ (ภาคผนวกที่ ๒ และตารางผนวกที่ 5) ระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ต้องสนับสนุนให้เกษตรกรก าหนดทิศทาง การพัฒนาแปลงใหญ่ให้สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ และเตรียมการวางรากฐานการพัฒนา โครงสร้างหลักเพื่อตอบสนองต่อทิศทางการพัฒนาสินค้าเกษตรของประเทศรวมทั้งจัดให้มีกลไก การสนับสนุนการด าเนินกิจกรรมที่เกิดขึ้นจากการวางเป้าหมายการพัฒนาดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม ๕.๔ ประเด็นบ่งชี้ควำมส ำเร็จในกำรขับเคลื่อนระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ ความส าเร็จในการขับเคลื่อนระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ต้องมาจากการสร้าง ความสามารถของสมาชิกแปลงใหญ่ในการด าเนินกิจกรรม และเป็นผลของการท างานร่วมกันระหว่าง คณะผู้น า สมาชิก และการสนับสนุนจากภายนอกที่สอดรับกับความต้องการที่แท้จริง ของแปลงใหญ่ บนพื้นฐานการจัดการในกระบวนการผลิต การจัดการผลผลิต และการตลาด ที่มาจากฐานความประหยัดพื้นที่และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจสูงสุด ประเด็นบ่งชี้ความส าเร็จในการ ขับเคลื่อนเกษตรกรรมแปลงใหญ่ จึงต้องให้ความส าคัญกับการจัดวางองค์ประกอบตั้งแต่เริ่มต้น ด าเนินการ ได้แก่ การจัดระบบการเรียนรู้ของเกษตรกรผ่านศูนย์เรียนรู้หลักของแปลงใหญ่ ระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ต้องสร้างความเข้มแข็ง ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเพื่อให้เป็นรากฐานส าคัญ ในการพัฒนาต่อยอดการผลิตและการด าเนินธุรกิจของกลุ่ม มีการรวมกลุ่มของเกษตรกร จากความสมัครใจและใช้กระบวนการกลุ่มและการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการด าเนินงาน และการจัดระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ให้สามารถมองเห็นทิศทางเป้าหมายแผนการด าเนินงาน และมีกลไกติดตามประเมินผลเพื่อพัฒนาแปลงใหญ่ไปสู่จุดหมายที่ต้องการ การก าหนดเป้าหมายตัวชี้วัดของการด าเนินการแปลงใหญ่ตั้งแต่เริ่มโครงการระบบ ส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่นั้น คือ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ๕ ประเด็น คือ ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิตต่อพื้นที่ ผลผลิตมีคุณภาพได้มาตรฐาน ตรงตามความต้องการ ของตลาดด้วยฐานการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพนั้น สามารถน ามาใช้ในการบ่งชี้ความส าเร็จ ของการขับเคลื่อนระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ ดังนี้
64 ๕.๔.๑ ควำมสำมำรถในกำรบริหำรจัดกำรของแปลงใหญ่ การวัดความสามารถ ในการบริหารจัดการองค์กร และการบริหารจัดการธุรกิจ และการจัดการความรู้ แปลงใหญ่ที่ประสบ ผลส าเร็จต้องแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการทั้ง ๓ ด้านดังกล่าว โดยกลุ่ม หรือองค์กรต้องมีความเข้มแข็งมีเป้าหมายแผนงาน มีการจัดโครงสร้างองค์กรที่สอดรับกับแผนงาน หรือกิจกรรมขององค์กรไม่ยึดติดกับโครงสร้างองค์กรตามแบบราชการส่งเสริม มีการด าเนินงาน ตามแผน มีกลไกการควบคุมก ากับดูแล ได้แก่ การก าหนดกติกาข้อบังคับ การวางระบบการติดตาม และมีการประเมินผลของการด าเนินงานเพื่อปรับปรุงพัฒนา มีแผนธุรกิจและการตลาดที่ชัดเจน ปฏิบัติได้ รวมทั้งมีการจัดการความรู้ที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มความสามารถของผู้น าและสมาชิก ๕.๔.๒ กำรลดต้นทุนกำรผลิตตลอดกระบวนกำรผลิต บนหลักการพื้นฐาน ของความประหยัดและคุ้มทุนทางเศรษฐกิจ (Economic of Scale) นับตั้งแต่การจัดการจัดหา พัฒนา และการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานในการผลิตและจัดการผลผลิต มีการวางแผน และจัดการในกระบวนการผลิตตั้งแต่การคัดเลือกและการเตรียมพันธุ์การปลูกหรือการเลี้ยง การดูแล รักษาการจัดการศัตรูพืช การป้องกันและรักษาโรค และการเก็บเกี่ยวผลผลิต รวมถึงการบริหาร จัดการผลผลิตเพื่อลดการสูญเสียและการเสื่อมคุณภาพของผลผลิต ๕.๔.๓ กำรเพิ่มผลผลิต บนพื้นฐานหลักการจัดการโครงสร้างพื้นฐาน การผลิตและการจัดการผลผลิตที่คุ้มค่ากับการลงทุน สอดคล้องกับความต้องการและศักยภาพ ของสมาชิก และให้ปริมาณผลผลิตที่เต็มศักยภาพของสายพันธุ์พืชหรือสัตว์ ๕.๔.๔ ควำมสำมำรถในกำรจัดกำรมำตรฐำนและคุณภำพของสินค้ำเกษตร ผลผลิตและผลิตภัณฑ์จากแปลงสมาชิกแปลงใหญ่แต่ละรายมีคุณภาพและมาตรฐานเดียวกัน และมีความคงที่ไม่ผันผวน มีการเพิ่มสัดส่วนของสมาชิกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติ ทางการเกษตรที่ดี ในฟาร์มมีการจัดการมาตรฐาน/คุณภาพของผลผลิตและสินค้าของสมาชิก ให้อยู่ในระบบเดียวกัน หรือเป็นไปตามข้อก าหนดมาตรฐานของประเทศหรือคู่ค้า เพื่อให้ง่าย ต่อการเข้าถึงตลาดที่มีขนาดและลักษณะลูกค้าหลากหลาย (ตารางที่ 3) ๕.๔.๕ มีกำรจัดกำรและเชื่อมโยงตลำด ที่สอดรับกับการผลิตสินค้าเกษตร ของสมาชิก มีระบบการกระจายสินค้าของสมาชิก รวมทั้งการก าหนดทิศทางการสร้างสินค้าเกษตร มูลค่าสูง เพื่อรองรับความต้องการของตลาด (ตารางที่ 4)
ตารางที่ 3 แนวทางการวางแผนเพื่อการพัฒนาคุณลักษณะและคุณแปลงใหญ่ระดับพื้นฐำน แปลงใหญ่ระดับพัฒนำ เป้ำหมำย ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เป้ำหมำย ธุรกิจต้นน้ ำ 1. คุณภาพผลผลิตที่ไม่ผ่านมาตรฐาน ไม่เกินร้อยละ 35 2. ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิต ตามแผนการผลิต/การตลาดของกลุ่ม ต่ า กว่าร้อยละ 50 ของสมาชิก 1. คุณภาพผลผลิตที่ไม่ผ่านมาตรฐานไม่เกินร้อยละ 20-34 2. ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตตามแผนการผลิต/การตลาดของกลุ่มร้อยละ ๕๑ - ๗๐ ของสมาชิก
ณสมบัติด้านมาตรฐานกระบวนการผลิตและสินค้าของแปลงใหญ่ต่าง ๆ แปลงใหญ่ระดับก้ำวหน้ำ แปลงใหญ่ระดับแข่งขัน เป้ำหมำย ธุรกิจเกษตรครบวงจร เป้ำหมำยเครือข่ำยธุรกิจเพื่อกำร ส่งออก น ต ม 1. คุณภาพผลผลิตที่ไม่ผ่านมาตรฐาน ไม่เกินร้อยละ 10-19 2. ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิต ตามแผนการผลิต/การตลาดของกลุ่ม ร้อยละ ๗๑ -๙๐ ของสมาชิก 1. กระบวนการผลิตได้รับการรับรอง ในข่ายของ BCG 2. ได้รับการรับรองมาตรฐานด้าน สิ่งแวดล้อม 3. คุณภาพผลผลิตที่ไม่ผ่านมาตรฐาน ต่ ากว่าร้อยละ 10 65
ตารางที่ 4 แนวทางการวางแผนเพื่อการพัฒนาคุณลักษณะแปลงใหญ่ระดับพื้นฐำน แปลงใหญ่ระดับพัฒนำ เป้ำหมำย ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เป้ำหมำย ธุรกิจต้นน้ ำ 1. มีเครือข่ายการผลิตภายในกลุ่ม 2. มีเครือข่ายปัจจัยการผลิตภายในกลุ่ม 3. มีเครือข่ายการตลาด ภายในชุมชน ๑. มีเครือข่ายการตลาดระหว่างชุมชน ๒. มีเครือข่ายการผลิตระหว่างกลุ่ม ๓. มีเครือข่ายปัจจัยการผลิตระหว่างกลุ่ม
ะและคุณสมบัติการเชื่อมโยงตลาดและคู่ค้าของแปลงใหญ่ต่าง ๆ แปลงใหญ่ระดับก้ำวหน้ำ แปลงใหญ่ระดับแข่งขัน เป้ำหมำย ธุรกิจเกษตรครบวงจร เป้ำหมำยเครือข่ำยธุรกิจเพื่อกำรส่งออก 1. มีเครือข่ายการตลาด Online 2. มีเครือข่ายการตลาด Modern Trade /โรงงาน 3. มีเครือข่ายการผลิตรัฐ/เอกชน 4. มีเครือข่ายปัจจัยการผลิต รัฐ/เอกชน 1. มีเครือข่ายการตลาด Online 2. มีเครือข่ายการตลาดต่างประเทศ 3. มีเครือข่ายการผลิตรัฐ/เอกชน 4. มีเครือข่ายปัจจัยการผลิต รัฐ/เอกชน 66
67 ๕.๕ กำรยกระดับกำรพัฒนำแปลงใหญ่สู่ควำมมั่นคง คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา จึงได้จัดท าข้อเสนอแนวคิด การยกกระดับการพัฒนาเกษตรกรรมแปลงใหญ่ที่สามารถวัดการเติบโต แข็งแรง และความมั่นคง ของระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ โดยพิจารณาจากการพัฒนาทักษะพื้นฐานด้านการผลิต ไปสู่ทักษะของการประกอบการธุรกิจเกษตรแบบครบวงจรเป็น ๔ ระดับ โดยเริ่มจากระดับพื้นฐาน ระดับพัฒนา ระดับก้าวหน้า และระดับแข่งขัน รายละเอียดดังนี้ ๕.๕.๑ ระดับพื้นฐำน มีเป้าหมายหลักเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต คือ ระดับที่เกษตรกรรวมตัวกันในการวางแผนบริหารงานรวมกันและท ากิจกรรมการผลิต โดยมีเป้าหมาย เพื่อแก้ไขปัญหาด้านต้นทุนการเพิ่มผลผลิตมีการจัดการคุณภาพและการตลาดของสมาชิก ซึ่งเป็นระดับเริ่มต้นของการรวมตัวกันของเกษตรกรในการด าเนินกิจกรรมแปลงใหญ่ (ตารางที่ 5) ๕.๕.๒ ระดับพัฒนำ มีเป้าหมายหลักเพื่อการด าเนินธุรกิจเกษตรต้นน้ า คือ ระดับที่เกษตรมีการจัดองค์กรเชิงนิติบุคคลทางธุรกิจ มีผู้จัดการแปลงสามารถบริหารองค์กร และบริหารธุรกิจต้นน้ าได้ มีมาตรฐานในกระบวนการผลิตและมาตรฐานสินค้า มีการจัดสัดส่วน ตลาดต้นน้ าได้หลากหลายครอบคลุมก าลังการผลิต และมีการก าหนดทิศทางเป้าหมายการสร้างมูลค่า ของสินค้าต้นน้ าชัดเจน (ตารางที่ 6) ๕.๕.๓ ระดับก้ำวหน้ำ มีเป้าหมายหลักเพื่อการด าเนินธุรกิจเกษตรครบวงจร คือ ระดับที่เกษตรมีการจัดองค์กรเชิงนิติบุคคลทางธุรกิจ การสร้างมูลค่าของสินค้าเกษตรในระดับ ต้นน้ า กลางน้ า มีความสามารถบริหารธุรกิจในระบบห่วงโซ่อุปทาน มีมาตรฐานในกระบวนการผลิต ในฟาร์ม และโรงงาน สินค้ามีมาตรฐาน มีการเชื่อมเครือข่ายทางธุรกิจในห่วงโซ่อุปทาน มีการต่อยอด งานวิจัยพัฒนาเพื่อใช้ประโยชน์จากความรู้และนวัตกรรมสูงสุด เพื่อรองรับการผลิตสินค้ามูลค่าสูง (ตารางที่ 7) ๕.๕.๔ ระดับแข่งขันได้มีเป้าหมายหลักเพื่อเป็นเครือข่ายธุรกิจเกษตร คือ ระดับที่เกษตรมีการจัดองค์กรเชิงนิติบุคคลสามารถบริหารเชิงกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อการแข่งขัน (global business) มีการเชื่อมโยงกลุ่มธุรกิจในห่วงโซ่อุปทาน ทั้งการผลิตเอง และการส่งต่อ เครือข่ายในรูปแบบพันธมิตรทางการค้า สินค้ามีระบบมาตรฐานรองรับความต้องการของตลาดสากล มีการพัฒนากลไกการสร้างมูลค่าของสินค้าที่ตอบสนองความสามารถในการแข่งขันในโลกธุรกิจ สมัยใหม่ (ตารางที่ 8)
ตารางที่ ๕ แนวทางการวางแผนเพื่อการพัฒนาคุณลักษณะและคระดับแปลงใหญ่ เป้ำหมำย ผู้น ำ ผู้จัดกำร กลุ่มและเครือข่ำย โครงสร้ำง พื้นฐำน มำตรฐำน กระบวนกำร ผลิต/สินค้ำ แปลงใหญ่ ระดับพื้นฐำน ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต 1. มีการรวมกลุ่ม ของเกษตรกร 2. มีการตั้งองค์คณะ บริหารแปลงใหญ่ 3. มีการวิเคราะห์ : ตัวตน/กลุ่ม, SC 4. มีกฎระเบียบ ของกลุ่ม 5. มีแผนการผลิต การตลาดของกลุ่ม และแผนการผลิต รายบุคคล 6. มีการปฏิบัติตาม แผน 7. มีการทบทวนแผน ตามรอบการผลิต 1. แหล่งน้ า 1. คุณภาพ ผลผลิตที่ไม่ ผ่าน มาตรฐาน ไม่ เกินร้อยละ 35 2. ได้รับการ รับรอง มาตรฐาน การผลิต ตามแผนการ ผลิต/ การตลาด ของกลุ่มต่ า กว่าร้อยละ 50 ของ สมาชิก
คุณสมบัติด้านคุณภาพที่พึงประสงค์ของกลุ่มแปลงใหญ่ระดับพื้นฐาน กำรสร้ำงมูลค่ำสินค้ำ (รวม R&D) กำรเชื่อมโยง ตลำดและ คู่ค้ำ อัตลักษณ์พื้นถิ่น เกษตรชีวภาพ เกษตรปลอดภัย เกษตรแปรรูป เกษตรอัจฉริยะ 1. ผลผลิต และ ผลิตภัณฑ์ ใช้ภูมิปัญญา และ เทคโนโลยี ในการผลิต 1. อนุรักษ์ ทรัพยากร ชีวภาพ ใน ท้องถิ่นทั้ง พันธุ์พืช พันธุ์ สัตว์ และ เชื้อจุลินทรีย์ ๒. ผลิตสินค้า และแปรรูป เบื้องต้นจาก ทรัพยากร ชีวภาพ ๑. ได้การ รับรอง มาตรฐาน ความ ปลอดภัยใน กระบวนการ ผลิตต่ ากว่า ร้อยละ ๕๐ ของสมาชิก 1. แปรรูป และถนอม อาหาร เบื้องต้น 2. แปร สภาพ ผลผลิต 3. การ จัดการหลัง การเก็บ เกี่ยว 1. ใช้องค์ ความรู้ พื้นฐานใน การผลิต ร่วมกัน 2. การใช้ และบริหาร จัดการ เครื่องจักรกล และอุปกรณ์ ในการผลิต ร่วมกัน 3. ฐานข้อมูล การผลิตของ กลุ่มแปลง ใหญ่ 1. มี เครือข่ายการ ผลิตภายใน กลุ่ม 2. มี เครือข่าย ปัจจัยการ ผลิตภายใน กลุ่ม 3. มี เครือข่าย การตลาด ภายในชุมชน 68
ตารางที่ 6 แนวทางการวางแผนเพื่อการพัฒนาคุณลักษณะและคระดับแปลง ใหญ่ เป้ำหมำย ผู้น ำ ผู้จัดกำร โครงสร้ำง พื้นฐำน มำตรฐำน กระบวนกำร ผลิต/สินค้ำ กลุ่มและเครือข่ำย แปลงใหญ่ ระดับพัฒนำ ธุรกิจต้นน้ า 1. มีการจัดองค์คณะ บริหาร 2. มีผู้จัดการแปลงจาก สมาชิกที่มีศักยภาพ 3. มีโครงสร้างองค์กร เชิงธุรกิจ 4. มีเป้าหมายเชิงธุรกิจ 5. มีแผนการผลิต การตลาด 6. การจดทะเบียนเป็น องค์กรทางการเกษตร 7. มีการทบทวนแผน ตามรอบการผลิต 8. มีการปฏิบัติตามแผน 9. มีแผนการผลิตและ แผนการตลาด 10. มีการวิเคราะห์ : ตัวตน/กลุ่ม, SC 11. มีกฎระเบียบของ กลุ่ม 12. มีการตั้งองค์คณะ บริหารแปลงใหญ่ 13. มีการรวมกลุ่ม อาชีพ/การผลิต 1. แหล่งน้ า 2. ระบบน้ าใน ฟาร์ม (On farm irrigation) 3. ระบบการ สื่อสาร 1. คุณภาพ ผลผลิตที่ไม่ ผ่านมาตรฐาน ไม่เกินร้อยละ 20-34 2. ได้รับการ รับรอง มาตรฐานการ ผลิตตาม แผนการผลิต/ การตลาดของ กลุ่มร้อยละ ๕๑ - ๗๐ ของ สมาชิก
คุณสมบัติด้านคุณภาพที่พึงประสงค์ของกลุ่มแปลงใหญ่ระดับพัฒนา กำรสร้ำงมูลค่ำสินค้ำ (รวม R&D) กำรเชื่อมโยง ตลำดและคู่ ค้ำ อัตลักษณ์พื้นถิ่น เกษตรชีวภาพ เกษตรปลอดภัย เกษตรแปรรูป เกษตรอัจฉริยะ 1. ประยุกต์ใช้ ภูมิปัญญา ร่วมกับ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สมัยใหม่ในการ ผลิต เพื่อให้ได้ ผลผลิตที่มี มาตรฐาน เดียวกัน 2. เป็นสินค้า OTOP ระดับ ต้น 1. อนุรักษ์ ทรัพยากรชีวภาพ และขยายเพิ่ม ปริมาณทรัพยากร ชีวภาพ ที่มีค่าทาง เศรษฐกิจใน ท้องถิ่น ๒. ผลิตสินค้าจาก ทรัพยากรชีวภาพ และเพิ่มมูลค่า โดยใช้เทคโนโลยี หลังการเก็บเกี่ยว ทันสมัยและการ แปรรูปให้ได้ ผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ยังคงรักษา สภาพต้นเดิม ของวัตถุดิบจาก ทรัพยากรชีวภาพ ๓. ใช้บรรจุภัณฑ์ แบบทั่วไป 1. ได้การ รับรอง มาตรฐาน ความ ปลอดภัยใน กระบวนการ ผลิตร้อยละ 5 ๑ – ๗๐ ของ สมาชิก ๒. ได้ มาตรฐาน โรงงาน โรงคัด บรรจุ ๓. ได้รับการ รับรอง มาตรฐาน ความ ปลอดภัยของ สินค้า 1. การพัฒนา บรรจุภัณฑ์ 2.การตัดแต่ง (cutting) 3. แปรรูป และถนอม อาหาร เบื้องต้น 1. การท า การเกษตร แบบแม่นย า (Precision farming) 2. ใช้ เครื่องจักรกล/ อุปกรณ์ที่ ทันสมัย ร่วมกันอย่าง คุ้มค่า 3. ฐานข้อมูล การผลิตของ แปลงใหญ่บน Platform ที่ สามารถ เชื่อมโยงกับ ห่วงโซ่การ ผลิตการตลาด ๑. มีเครือข่าย การตลาด ระหว่างชุมชน ๒. มีเครือข่าย การผลิต ระหว่างกลุ่ม ๓. มีเครือข่าย ปัจจัยการผลิต ระหว่างกลุ่ม 6 9
ตารางที่ ๗ แนวทางการวางแผนเพื่อการพัฒนาคุณลักษณะและคระดับแปลงใหญ่ เป้าหมาย ผู้น า ผู้จัดการ โครงสร้าง พื้นฐาน มาตรฐาน กระบวนการ ผลิต/สินค้า กลุ่มและเครือข่าย แปลงใหญ่ ระดับก้ำวหน้ำ ธุรกิจเกษตรครบ วงจร 1. การจัดองค์กรเป็น เครือข่ายกลุ่มธุรกิจ 2. บริหารในรูปกรรมการ เครือข่ายกลุ่มธุรกิจ (เกษตรกร รัฐ เอกชน) 3. มีเป้าหมายธุรกิจ เพื่อการแข่งขัน 4. มียุทธศาสตร์สินค้าของ เครือข่ายธุรกิจ 5. มีการแบ่งปัน ผลประโยชน์ให้ชุมชน 6. มีการแบ่งปันผลก าไร ให้แก่สมาชิกและค่าตอบแทน องค์คณะบริหาร 7. มีรายงานผลประกอบการตาม รอบการผลิต 8. การจดทะเบียนเป็น องค์กรทางการเกษตร 9. มีการทบทวนแผนตาม รอบการผลิต 10. มีการปฏิบัติตามแผน 11. มีแผนการผลิตและ แผนการตลาด 12. มีการวิเคราะห์ : ตัวตน/กลุ่ม, SC 13. มีกฎระเบียบของกลุ่ม 14. มีการตั้งองค์คณะ บริหารแปลงใหญ่ 15. มีการรวมกลุ่มอาชีพ/ การผลิต 1. แหล่งน้ า 2. ระบบน้ าใน ฟาร์ม (On farm irrigation) 3. ระบบการ สื่อสาร 1. คุณภาพ ผลผลิตที่ไม่ผ่าน มาตรฐาน ไม่เกิน ร้อยละ 10-19 2. ได้รับการ รับรองมาตรฐาน การผลิตตาม แผนการผลิต/ การตลาดของ กลุ่ม ร้อยละ ๗๑ -๙๐ ของ สมาชิก
คุณสมบัติด้านคุณภาพที่พึงประสงค์ของกลุ่มแปลงใหญ่ระดับก้าวหน้า การสร้างมูลค่าสินค้า (รวม R&D) การเชื่อมโยง ตลาดและ คู่ค้า อัตลักษณ์พื้นถิ่น เกษตรชีวภาพ เกษตรปลอดภัย เกษตรแปรรูป เกษตรอัจฉริยะ 1. สร้างเรื่องราว (story) 2. สร้างแบรนด์ 3. สร้างความ โดดเด่นในตัว ผลผลิตไม่ให้ เหมือนที่อื่น 4. พัฒนาบรรจุ ภัณฑ์/รูปแบบ ผลิตภัณฑ์ให้ทัน กับยุคสมัย 5. ได้รับการ รับรองมาตรฐาน 6. เป็นสินค้า OTOP ระดับ 3- 4 ดาว 1. การพัฒนา ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง และต่อยอดงานวิจัย เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ ใหม่จากทรัพยากร ชีวภาพ 2. การสร้างความ น่าเชื่อถือและน่า จดจ า ของตัวสินค้า จากคุณค่าเฉพาะ ของทรัพยากร ชีวภาพชนิดนั้นๆ ๓. ใช้บรรจุภัณฑ์ที่ สามารถเก็บรักษา ความคงทนของ คุณสมบัติเฉพาะ เฉพาะของ ทรัพยากรชีวภาพ ชนิดนั้นๆ และมี รูปลักษณ์โดดเด่น สะดุดตา 1. ได้การรับรอง มาตรฐานความ ปลอดภัยใน กระบวนการ ผลิต ร้อยละ ๗๑ – ๙๐ ของ สมาชิก ๒. ได้มาตรฐาน ความปลอดภัย ตามกฎหมาย และของคู่ค้าใน ประเทศ 1. การพัฒนา ผลิตภัณฑ์มูลค่า สูง (ต่อยอด งานวิจัยเพื่อ สร้างผลิตภัณฑ์ ใหม่) 2. การสร้าง แบรนด์ 1. การใช้ เทคโนโลยีเกษตร สมัยใหม่ (Smart Farming) อย่าง คุ้มค่า 2. ใช้เครื่อง จักรกล/อุปกรณ์ที่ ทันสมัยร่วมกัน ระหว่างเครือข่าย แปลงใหญ่ 3. การท า การเกษตรแบบ แม่นย า 4. ใช้เครื่อง จักรกล/อุปกรณ์ที่ ทันสมัยร่วมกัน อย่างคุ้มค่า 5. ฐานข้อมูลการ ผลิตของแปลงใหญ่ บน Platform ที่ สามารถเชื่อมโยง กับห่วงโซ่อุปทาน 1. มีเครือข่าย การตลาด Online 2. มีเครือข่าย การตลาด Modern Trade /โรงงาน 3. มีเครือข่ายการ ผลิตรัฐ/เอกชน 4. มีเครือข่าย ปัจจัยการผลิต รัฐ/เอกชน 70
ตารางที่ ๘ แนวทางการวางแผนเพื่อการพัฒนาคุณลักษณะและคระดับแปลงใหญ่ เป้ำหมำย ผู้น ำ ผู้จัดกำร โครงสร้ำง พื้นฐำน มำตรฐำน กระบวนกำร ผลิต/สินค้ำ กลุ่มและเครือข่ำย แปลงใหญ่ ระดับแข่งขัน เครือข่ายธุรกิจ เพื่อการ ส่งออก 1. การจัดองค์กรเป็น เครือข่ายกลุ่มธุรกิจ 2. บริหารในรูปกรรมการ เครือข่ายกลุ่มธุรกิจ 3. มีเป้าหมายธุรกิจเพื่อ การแข่งขัน 4. มียุทธศาสตร์สินค้าของ เครือข่ายธุรกิจ 5. มีการแบ่งปัน ผลประโยชน์ให้ชุมชน 6. มีการแบ่งปันผลก าไร ให้แก่สมาชิกและค่าตอบแทนองค์ คณะบริหาร 7. มีรายงานผลประกอบการตาม รอบการผลิต 8. การจดทะเบียนเป็น องค์กรทางการเกษตร 9. มีการทบทวนแผนตาม รอบการผลิต 10. มีการปฏิบัติตามแผน 11. มีแผนการผลิตและ แผนการตลาด 12. มีการวิเคราะห์ : ตัวตน/กลุ่ม, SC 13. มีกฎระเบียบของกลุ่ม 14. มีการตั้งองค์คณะ บริหารแปลงใหญ่ 15. มีการรวมกลุ่มอาชีพ/ การผลิต 1. แหล่งน้ า 2. ระบบน้ าใน ฟาร์ม (On farm irrigation) 3. ระบบการ สื่อสาร 1. กระบวนการ ผลิตได้รับการ รับรองในข่าย ของ BCG 2. ได้รับการ รับรองมาตรฐาน ด้านสิ่งแวดล้อม 3. คุณภาพ ผลผลิตที่ไม่ผ่าน มาตรฐาน ต่ า กว่าร้อยละ 10
คุณสมบัติด้านคุณภาพที่พึงประสงค์ของกลุ่มแปลงใหญ่ระดับแข่งขัน กำรสร้ำงมูลค่ำสินค้ำ (รวม R&D) กำรเชื่อมโยง ตลำดและคู่ค้ำ อัตลักษณ์พื้นถิ่น เกษตรชีวภาพ เกษตรปลอดภัย เกษตรแปรรูป เกษตรอัจฉริยะ 1. ขึ้นทะเบียนเป็น สินค้า GI 2. สินค้าเกรดพ รีเมี่ยม หรือสินค้า OTOP ระดับ 5 ดาว 3. เชื่อมโยงสินค้า ไปสู่ภาคการผลิต/ บริการอื่น เช่น การท่องเที่ยว ศิลป วัฒนธรรม 4. บรรจุภัณฑ์/ รูปแบบผลิตภัณฑ์ โดดเด่น มี เอกลักษณ์ ๕. ผลผลิตที่มี คุณภาพมาตรฐาน ไม่ต่ ากว่าร้อยละ 90 ของผลผลิต รวมทั้งหมด ๖. ได้รับการ รับรองมาตรฐาน การผลิตไม่ต่ ากว่า ร้อยละ 91 ของ จ านวนสมาชิก 1. การพัฒนา ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง และต่อยอดงาน วิจัย เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ ใหม่ด้วยเทคโนโลยี การแปรรูปชั้นสูง หรือผลิตภัณฑ์สาร สกัดส าคัญจาก ทรัพยากรชีวภาพ 2. สร้างเอกลักษณ์จาก คุณค่าเฉพาะของ ทรัพยากรชีวภาพชนิด นั้นๆ ที่แหล่งอื่นไม่มี ๓. ใช้บรรจุภัณฑ์ คุณภาพสูงในการ เก็บรักษาความ คงทนของ คุณสมบัติเฉพาะ เฉพาะของทรัพยากร ชีวภาพชนิดนั้น ๆ และมีเอกลักษณ์ของ ตัวสินค้า 1. ได้ มาตรฐาน ความปลอดภัย ใน กระบวนการ ผลิตครบทุก รายสมาชิก ๒. ได้ มาตรฐานของ ประเทศคู่ค้า/ อนุสัญญา/ ความตกลง การค้าระหว่าง ประเทศที่ เกี่ยวข้อง 1. การพัฒนา ผลิตภัณฑ์มูลค่า สูง (ต่อยอดงานวิจัย เพื่อสร้าง ผลิตภัณฑ์ใหม่) 2. มีตราสินค้า ของตนเอง 1. การเชื่อมโยง ข้อมูลระบบ การค้าและ มาตรฐาน ระหว่างประเทศ ๒. ใช้ระบบ ฐานข้อมูลการ ตัดสินใจ (decision supporting system - DSS) 1.มีเครือข่าย การตลาด Online 2. มีเครือข่าย การตลาด ต่างประเทศ 3. มีเครือข่ายการ ผลิตรัฐ/เอกชน 4. มีเครือข่าย ปัจจัยการผลิต รัฐ/เอกชน 71
72 ๕.๖ บทบำทของหน่วยงำน การขับเคลื่อนพัฒนาและยกระดับแปลงใหญ่และยกระดับ แปลงใหญ่จะด าเนินการเพื่อให้เกิดความยั่งยืนได้หน่วยงานรับผิดชอบต้องปรับเปลี่ยนบทบาท เป็นประสานการร่วมงานกันของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าไปมีบทบาทในแต่จะบริบท ของขั้นตอนการพัฒนา คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา จึงมีข้อเสนอแนะ เพื่อประกอบการพิจารณา ประกอบด้วย ระดับนโยบายรัฐบาล ระดับหน่วยงานบูรณาการ และระดับ ท้องถิ่นและกลุ่มแปลงใหญ่ ดังนี้ ๕.๖.๑ ระดับนโยบำยรัฐบำล ๑) ยกระดับควำมส ำคัญของกำรระบบเกษตรกรรมแบบแปลงใหญ่ ขึ้นเป็นวาระแห่งชาติเรื่อง “การพัฒนาระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่” โดยมีการทบทวนและก าหนด ยุทธศาสตร์การพัฒนา มีการจัดท าแผนแม่บทการพัฒนาทั้งในภาพรวมของประเทศ รายสินค้า และรายแปลงใหญ่ เพื่อให้เกิดทิศทางและแนวทางการพัฒนาที่ชัดเจนต่อเนื่องตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค ระดับประเทศ และระหว่างประเทศ ๒) ปรับปรุงกลไกกำรสนับสนุนงบประมำณ วางระบบงบประมาณ และจัดท าแผนงบประมาณให้มีความต่อเนื่องเป็นอิสระจากงบประมาณรายปี ให้เอื้อต่อการสนับสนุน แผนการด าเนินงานของระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ในระดับแปลง ระดับภูมิภาคและระดับประเทศ ที่สอดรับกัน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์การขับเคลื่อนระบบแปลงใหญ่ต่อการพัฒนาภาคการเกษตรอย่างเป็น รูปธรรม จัดตั้งแผนแม่บททางธุรกิจของกลุ่มแปลงใหญ่ มีการจัดสัดส่วนการให้การสนับสนุนตามการ พัฒนาระดับแปลงใหญ่ลดการช่วยเหลือแบบให้เปล่าและเน้นการใช้กลุ่มแปลงใหญ่เข้าถึงแหล่งทุน ดอกเบี้ยต่ า อนึ่ง หน่วยงานที่รับผิดชอบและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนแปลงใหญ่ภายใต้ แผนแม่บทระดับต่างๆ ควรได้รับการจัดงบประมาณแบบบูรณาการอย่างเพียงพอ ๓) จัดตั้งเขตเศรษฐกิจเกษตร โดยการสร้างพื้นที่เศรษฐกิจเกษตรขึ้นใหม่ ที่พร้อมด้วยระบบโครงสร้างพื้นฐานและระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่เอื้อระบบการผลิต การจัดการ ผลผลิต การสร้างมูลค่าผลผลิตจากฐานความรู้และนวัตกรรม ตามระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ หรือใช้พื้นที่กลุ่มแปลงใหญ่ที่มีอยู่แล้วในปัจจุบันน ามาสร้างเสริมระบบโครงสร้างพื้นฐานและระบบ เทคโนโลยีทันสมัยให้สมบูรณ์เพื่อให้กลุ่มแปลงใหญ่สามารถพัฒนาไปสู่ระดับแข่งขัน และพร้อมรับการ ขยายสมาชิกหรือเชื่อมโยงแปลงใหญ่ในระดับภูมิภาค นอกจากนี้ ยังต้องมีการวางระบบกลไก และแผนระยะต่าง ๆ อาทิ กลไกการสนับสนุนทุน การพัฒนาคุณภาพมาตรฐาน การขับเคลื่อน การตลาดทั้งระบบ โดยให้มีระบบให้ค าปรึกษาแก่คณะผู้น า และสมาชิกให้สามารถบริหารจัดการร่วมกันได้ เป็นต้น
73 ๕.๖.๒ ระดับหน่วยงำนบูรณำกำร ๑) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหน่วยงำนหลัก ท าหน้าที่บริหาร จัดการระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ในรูปแบบการบูรณาการและขับเคลื่อนทุกระดับ ทั้งนี้ ต้องมี เอกภาพในการด าเนินงานของหน่วยงานทุกระดับ บูรณาการการขับเคลื่อน บูรณาการแผน งานงบประมาณและเป้าหมายให้เป็นหนึ่งเดียวเพื่อส่งเสริมระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ในภาพรวม มีการขับเคลื่อนในรูปของคณะกรรมการร่วมพัฒนาในแต่ละระดับที่มีการท าหน้าที่อย่างชัดเจน ในการส่งเสริมและสนับสนุนตั้งแต่การจัดท าแผนแม่บทระดับแปลงจนถึงแผนการสนับสนุน ระดับประเทศ การอนุมัติและการจัดสรรทุนให้แก่แปลงใหญ่ และหน่วยงานที่ให้การสนับสนุน รวมทั้ง การพัฒนาเจ้าหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้มีการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ ในการส่งเสริมระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ในเชิงพาณิชย์ เจ้าหน้าต้องมีความสามารถ ในการวิเคราะห์ความเหมาะสมของการน าเทคโนโลยีทันสมัยไปใช้และวิเคราะห์คุ้มค่าในการลงทุน เพื่อสามารถเป็นที่ปรึกษาให้แก่กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ได้ ๒) หน่วยงำนร่วมด ำเนินกำร จัดให้ครอบคลุมการพัฒนาในห่วงโซ่มูลค่า โดยก าหนดความรับผิดชอบตามภารกิจในห่วงโซ่มูลค่านั้น ๆ อย่างชัดเจน ประกอบด้วย (๑) หน่วยงานส่งเสริมพัฒนาศักยภาพของเกษตรกร เพื่อพัฒนา ให้เกษตรกรมีความสามารถในด้านต่างๆ เช่น ในการบริหารจัดการ การจัดท าระบบฐานข้อมูล การสร้างกลไกที่เอื้อต่อการท าด าเนินการทางธุรกรรม และการเงิน การบัญชีเป็นต้น (๒) หน่วยงานเสริมกิจการเชิงพาณิชย์ ทั้งการประกอบกา ร และการตลาดในประเทศและระหว่างประเทศโดยเฉพาะการวางต าแหน่งทางการตลาดให้แก่สินค้า จากระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ในตลาดภายในประเทศ และระหว่างประเทศ (๓) หน่ วยง านด้ านก า รศึกษ า วิจัยและพัฒน า ทั้งเทคโนโลยี และนวัตกรรม ระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค ระดับประเทศ และระหว่างประเทศ (๔) หน่วยงานสนับสนุนทุน และหน่วยงานติดตามและประเมินผลกระทบ จากการส่งเสริมระบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่และหน่วยงานเอกชนด้านนโยบาย และหน่วยงาน เอกชนร่วมพัฒนาที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานเหล่านี้ควรด าเนินการ และได้รับการสนับสนุนภายใต้แผน แม่บทที่จัดท าร่วมกันในระดับแปลง ระดับภูมิภาคและระดับประเทศภายใต้การก ากับของคณะกรรมการ ร่วมพัฒนา