ฤดขู องนกนางแอน่
เรอื่ งและภาพ ปลายนา
ฤดขู องนกนางแอน่
เรอ่ื งและภาพ ปลายนา
ฤดูของนกนางแอ่น
วรรณกรรมเยาวชนแนวสมจรงิ สาหรบั เดก็ ๑๔ ปีขนึ้ ไป
ตน้ ฉบบั วรรกรรมสาหรบั เดก็ นิพนธ์ ประจาปีการศกึ ษา ๒๕๖๔
ผลงานสรา้ งสรรคใ์ นรายวชิ า วด ๔๕๑ ภาคนิพนธท์ างวรรณกรรมสาหรบั เดก็
หลกั สตู รศิลปศาสตรบณั ฑิต สาขาวิชาวรรณกรรมสาหรบั เด็ก
ศนู ยก์ ารศกึ ษาระดบั ปริญญาตรี คณะมนษุ ยศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ
เขียนและออกแบบภาพ : ณฐอร มธรุ ส
โทรศพั ท์ : ๐๘๑- ๗๑๙๓๕๒๙
E-Mail : [email protected]
อาจารยท์ ปี่ รึกษา : อ. อนสุ รา ดีไหว้
ขอขอบคุณ : อ. อจั ฉรา ประดษิ ฐ์ ผศ. รพินทร (ณ ถลาง) คงสมบรู ณ์
อ.ดร. ธันยา พิทยาพิทกั ษ์ และ อ. พชิ ญา นลิ รุง่ รตั นา
จัดพมิ พท์ ่ี : โรงพิมพพ์ ราวเพรส
พิมพค์ รง้ั ท่ีหน่ึง มิถนุ ายน ๒๕๖๕
คานา
“นกนางแอ่น” คือสัญลักษณแ์ ทน การปกป้อง ความรัก และ
ความสขุ หรือตามความเช่ือของชาวไทย- มาเลย์ ท่ีอาศยั ในแถบภาคใต้
เช่ือกันว่า ส่ิงเลวรา้ ยจะค่อย ๆ หายไป พรอ้ มกับเป็นสัญญาณแห่ง
การเร่มิ ตน้ ใหม่ท่ดี ี
“ฤดูของนกนางแอ่น” จึงเป็นเรื่องราวของเด็กหญิงคนหน่ึงท่ี
ตอ้ งเผชิญหนา้ กับเหตกุ ารณแ์ ละความทรงจาอนั เลวรา้ ย แรงบนั ดาลใจ
ความฝันของเธอหายไปพรอ้ มกับการกระทาแสนน่ารังเกียจของ มัน
สตั วป์ ระหลาดท่ีพยายามฉุดรงั้ เธอใหจ้ มอยู่กับความมืด ความสบั สน
และขโมยชิน้ สว่ นสาคญั ไปจากเธอ เธอเฝา้ ตามหาตวั ตนท่หี ายไป
หนังสือเล่มนี้จะเป็นเพ่ือนคอยอยู่เคียงข้าง ทาให้ผู้อ่านเห็น
ความงดงามของชีวิต และพายอ้ นกลบั ไปยังวัยเยาวอ์ นั แสนหอมหวาน
แลว้ วนั หน่งึ ฤดขู องนกนางแอ่นจะมาถงึ
ปลายนา
สารบัญ
บทท่ี ๑ ๗
บทท่ี ๒ ๑๔
บทท่ี ๓ ๒๙
บทท่ี ๔ ๔๙
บทท่ี ๕ ๗๑
บทท่ี ๖ ๘๙
บทท่ี ๗ ๑๐๑
บทท่ี ๘ ๑๑๕
บทท่ี ๙ ๑๓๑
บทท่ี ๑๐ ๑๔๔
บทท่ี ๑๑ ๑๕๔
บทท่ี ๑๒ ๑๗๐
บทท่ี ๑๓ ๑๘๔
บทสง่ ทา้ ย ๑๙๕
ประวตั ผิ เู้ ขยี น
ถงึ เดก็ ผหู้ ญิง เดก็ ผชู้ าย
และผอู้ ่านทกุ คน
บทท่ี ๑
..........
ตอนพ่อแม่เรียกฉันกับนอ้ งชายมาคยุ เรื่องยา้ ยบา้ น ทงั้ สองให้
เหตุผลว่าค่าใช้จ่ายในบ้านเยอะเกินไป ทั้งค่าเช่าบ้าน ค่ากับข้าว
ข้าวของเครื่องใช้ พวกเราอาศัยอยู่ท่ีกรุงเทพฯ ในช่วงเศรษฐกิจกาลัง
ตกต่า ลาพังพ่อเป็นเสาหลักของบ้านคอยหาเงินคนเดียวคงไม่พอ
ถึงแม้ว่าแม่จะพยายามย่ืนใบสมัครงานตามท่ีต่าง ๆ แต่ก็ไม่มีท่ีไหน
เหมาะสม แม่บอกว่าอยากมีเวลาดแู ลพวกเราดว้ ย นอกจากนี้ คณุ ย่าท่ี
ต่างจงั หวดั เกิดลม้ ป่ วยกะทนั หันทาใหไ้ ม่มีคนดูแลรา้ นขายของ พ่อกับ
แม่เลยตดั สนิ ใจจะสบื ทอดกจิ การต่อจากยา่
หลังจากปรึกษากันและหาขอ้ สรุปได้ ทัง้ สองถึงเรียกพวกเรา
มาคุย ไม่สิ ตอ้ งบอกว่า โน้มน้าวมากกว่า ฉันไม่ไดผ้ ิดหวังหรือเสียใจ
ออกจะโลง่ ใจดว้ ยซา้ ท่ไี ม่ตอ้ งไปโรงเรยี น เพราะท่นี ่นั ทาใหน้ กึ ถงึ ‘มัน’
๗
เพียงแค่คิด ความรูส้ ึกแน่นอกอยากจะอว้ กก็ดันขึน้ มาจนถึง
คอหอย ฉันพยายามไม่นึกถึงแลว้ ดึงสมาธิกลบั มาเร่ืองท่ีพ่อกบั แม่กาลงั
พูดอยู่ เม่ือทงั้ สองถามความเห็น ฉันพยกั หนา้ แต่นอ้ งชายไม่เห็นด้วย
พอรูว้ ่าต้องยา้ ยโรงเรียน เขาเอาแต่ก้มหน้ารอ้ งสะอืน้ และเร่ิมงอแง
เพราะไม่อยากแยกจากเพ่ือน จนท้ายท่ีสุดพ่อก็เป็นฝ่ ายโน้มน้าวได้
สาเร็จ พ่อกล่อมว่าจะพาเขาไปเท่ียวทะเล นอ้ งก็เลยเลิกรอ้ งไหส้ ะอึก
สะอนื้ ทนั ที
น้องชายฉันช่ือว่า ต้นหนาว พวกเราห่างกันสองปี และเล่น
ด้วยกันบ่อย ๆ แต่เม่ือไม่กี่วันก่อน ฉันทะเลาะกับน้องเพราะตอนท่ี
เปล่ียนเสือ้ ผา้ ตน้ หนาวก็เปิดประตเู ขา้ หอ้ งโดยไม่ไดเ้ คาะ ฉันโกรธนอ้ ง
มากตะเพิดไล่เสียงดงั จนเขารอ้ งไห้ ถึงตอนนีจ้ ะไม่ไดโ้ กรธแลว้ แต่ก็ไม่
อยากคยุ ดว้ ย
รถยนตเ์ คล่ือนตามถนน ฉันมองออกไปนอกหนา้ ต่างเห็นป้าย
บอกทางเขียนว่า ‘ยินดีตอ้ นรบั ส่จู งั หวดั ชมุ พร’ แต่เราตอ้ งเดินทางต่อไป
อีกหน่อย บา้ นของย่าอยู่ในจงั หวดั เล็ก ๆ ของภาคใต้ ครอบครวั ของฉัน
ไม่ไดเ้ ป็นคนกรุงเทพฯ พ่อฉันช่ือ กวิน เป็นคนภาคใต้ ส่วนแม่ช่ือ ทิวา
เป็นคนอีสาน ทงั้ สองมาเจอกันท่ีกรุงเทพฯ ตอนเด็ก ๆ พ่อชอบพาฉนั กบั
นอ้ งไปสนามเด็กเลน่ พวกเราเลน่ ดว้ ยกนั เสมอ แต่พอตน้ หนาวเร่มิ ขนึ้ ชนั้
ประถมหน่ึง พ่อก็กลบั บา้ นดึก บางครงั้ วันหยุดก็เอาแต่นอน มีครงั้ หน่ึง
ฉันอยากใหพ้ ่อเล่านิทานก่อนนอน แต่ไม่ทนั จะเล่าจบ พ่อก็เผลอหลับ
๘
ก่อนจนแม่ตอ้ งมาปลกุ และเป็นคนเล่าต่ออีกครง่ึ เร่ือง ฉันรูว้ ่าพ่อทางาน
หนกั เพราะทกุ ครงั้ พ่อจะกลบั บา้ นมาพรอ้ มกองเอกสารเยอะแยะ ฉันไม่
อยากรบกวนพอ่ ทาใหฉ้ นั สนิทกบั แมม่ ากกวา่ เพราะแม่คอยจดั การงาน
ทุกอย่างในบ้าน บางครั้งฉันก็แบ่งเบาภาระของแม่ ทั้งกวาดบ้าน
ลา้ งจาน รดนา้ ตน้ ไม้ นอกจากนีแ้ ม่ยงั เป็นคนท่ีรูใ้ จมากท่ีสดุ ครงั้ หน่ึงท่ี
แม่ทาข้าวผัด ฉันไม่ชอบถ่ัวลันเตาแต่ตน้ หนาวชอบ เลยเข่ียถ่ัวออก
หลงั จากนน้ั จานของฉนั กไ็ มม่ ถี ่วั ลนั เตา แตก่ ลบั มีแครร์ อตของชอบแทน
พ่อกับแม่เป็นลูกคนเดียว ทัง้ ตา ยาย และป่ ูเสียไปนานแลว้
ฉันกับตน้ หนาวไม่มีโอกาสได้เห็นพวกท่านตัวเป็น ๆ เห็นแค่รูปถ่าย
จึงเหลือแค่ย่า ย่าฉันช่ือว่า มุก ทุกปีช่วงปิดเทอมพวกเราจะไปเท่ียวท่ี
บา้ นย่ามกุ เพียงแตป่ ีนแี้ ตกต่างตรงท่ีเราจะยา้ ยไปอยดู่ ว้ ย
ตอนเด็ก ๆ ฉันชอบเวลาไดม้ าพกั บา้ นสวนของย่ามุก เพราะมี
บรรยากาศร่มร่ืน ทงั้ ตน้ ไม้ ใบหญา้ แสงแดดอุ่น เสียงนกรอ้ งและไก่ขนั
ลมพดั เย็นสบายตอนเชา้ บา้ นย่าเป็นบา้ นทรงไทยสองช้ัน ชัน้ ล่างเป็น
รา้ นขายของและรา้ นกาแฟ ทกุ เชา้ ฉนั กบั นอ้ งจะไดก้ นิ โอวนั ตนิ รอ้ น ฝีมอื
ย่ามุก บริเวณหลงั บา้ นเป็นสวนผลไมข้ องป่ ู ก่อนป่ เู สีย ป่ เู ป็นชาวสวน
ปลูกผลไม้ พืชผักสวนครวั นานาชนิด ทั้งเงาะ ทุเรียน มังคุด ลองกอง
พริกขีห้ นู โหระพา และอีกมากมาย ฉันจาไดว้ ่าเม่ือปีท่ีแลว้ ยงั ไปช่วยย่า
เก็บเงาะไดเ้ ป็นเข่ง ๆ แบ่งใหข้ า้ งบา้ น แบ่งไวข้ าย ก่อนกลบั มากรุงเทพฯ
ย่ายงั ฝากเงาะใหฉ้ ันกับตน้ หนาวเอาไปใหค้ ุณครูประจาชนั้ ดว้ ย ฉันกับ
๙
น้องชายชอบว่ิงเล่นในสวน เราชอบจิตนาการว่ากาลังเดินทางเข้าสู่
ดินแดนพิศวง เหมือนกับอลิซผจญภัยในดินแดนมหัศจรรย์ ฉันคืออลิซ
ส่วนตน้ หนาวคืออศั วิน เราต่างโลดแลน่ เขา้ สโู่ ลกแห่งจินตนาการ ทงั้ ปีน
ป่ ายตน้ ไม้ ว่ิงไล่จับ เวลาเหน่ือยเราก็ทิง้ ตัวลงนอนบนพืน้ หญ้า มอง
ทอ้ งฟ้า มองกอ้ นเมฆแลว้ จินตนาการเป็นรูปต่าง ๆ ฉันหวั เราะออกมา
สุดเสียงกับเรื่องตลก ไรค้ วามกังวล บางครงั้ จะหยิบดินสอกับกระดาษ
น่งั วาดรูปเลน่ ใตต้ น้ ไม้
ช่วงเวลาปิดเทอมแสนสนุกจบลง ปีน้ันขึน้ ช้ันประถมส่ี ฉันไป
โรงเรียน และเลือกเข้าชมรมศิลปะ เพราะชอบวาดภาพระบายสี
จนกระท่ังไดเ้ จอกับ มัน คนท่ีเป็นทั้งแรงบันดาลใจและคนท่ีทาลาย
ตัวตนของฉัน ฉันรูส้ ึกแย่กับตัวเอง เร่ิมไม่อยากยิม้ ไม่อยากหัวเราะ
ไม่อยากวาดรูปหรือเขา้ หาใคร ใชช้ ีวิตในโรงเรียนหวงั ใหแ้ ต่ละวนั จบลง
ไว ๆ ทกุ ครงั้ ท่ีจบั ดินสอสมองจะวา่ งเปลา่ มแี คค่ วามรูส้ กึ อดึ อดั
“... เหมอื นมขี นนกนับล้านช้ินอัดแน่นจนคบั อก ...”
ฉันพยายามลืมเร่ืองราวและเหตุการณท์ ่ีเกิดขึน้ ในวันนั้น แต่
ทุกครงั้ ท่ีพยายามลืม มันจะคอยตามมาหลอกหลอนในฝัน ทุกคืนฉัน
มกั จะฝันรา้ ย ฝันเหน็ สตั วป์ ระหลาดตวั ใหญ่กาลงั ใชห้ นวดฉุดรงั้ ใหจ้ มลง
ส่คู วามมืด บางครงั้ ก็ไดย้ ินเสียงของมนั กาลงั กระซิบขา้ งหู ลมหายใจท่ี
รดตน้ คอทาใหอ้ ยากจะอว้ ก ฉันทงั้ ถีบ ทงั้ เตะ ปัดป่ ายมือไปท่วั เพ่ือไม่ให้
๑๐
มนั เขา้ มาใกล้ หรือบางครงั้ ท่ีฉันพยายามว่ิงหนีแต่เทา้ กลบั หนืดเหมือน
อยบู่ นโคลนตม ฉนั ต่นื ขึน้ มาดว้ ยความรูส้ กึ ไม่อยากไปโรงเรียน ตอ้ งคอย
หลบหนา้ มนั กลบั บา้ นเรว็ ขนึ้ กวา่ ทกุ ครงั้ และหาเรื่องเขา้ ชมรมนอ้ ยลง
แม่คงเห็นฉนั ทาตวั แปลกไปเลยทกั ว่า ‘ช่วงนีล้ ูกดูไม่ค่อยสดใส
นะ เกิดอะไรขึ้นที่โรงเรียนหรือเปล่า’ ตอนน้ันฉันขนลุกไปทั้งตัว แต่
รา่ งกายกลบั รอ้ นเหมือนมีคนเอาธูปมาจี้ ฉันยงั ไม่พรอ้ มท่ีจะพดู ออกไป
ทาไดแ้ ค่ตอบปัดและบอกว่าเหน่อื ยกบั การบา้ น
ก า ร ย้า ย บ้า น ค รั้ง นี้ถื อ เ ป็ น ก า ร เ ป ล่ี ย น แ ป ล ง ครั้ง ใ ห ญ่ ของ
ครอบครวั เรา เพราะพ่อลาออกจากงานประจา อนาคตขา้ งหนา้ ไม่รูเ้ ลย
วา่ จะดหี รอื รา้ ย ฉนั ไดแ้ ต่หวงั วา่ ฝันรา้ ยจะหายไปและสามารถลืมทกุ สิ่งท่ี
เกดิ ขนึ้ กอ่ นหนา้ นไี้ ด้ ฉนั โลง่ ใจเพราะตอ่ จากนไี้ มต่ อ้ งเจอมนั อีก แต่กงั วล
ว่าจะเขา้ กับเพ่ือนและสภาพแวดลอ้ มใหม่ไดห้ รือเปล่า เอาแต่คิดเรื่อง
เดมิ ซา้ ๆ
ฉนั หนั มองนอ้ งชายหลบั และเอนศีรษะมาพงิ ไหล่ ความจรงิ ฉนั
ไม่ชอบใหใ้ ครมาแตะเนือ้ ตอ้ งตัวนอกจากแม่ อยากดันหัวนอ้ งออกไป
ห่าง ๆ ฉันอิจฉาตน้ หนาวท่ีสามารถหลับไดอ้ ย่างสบาย ก่อนหนา้ นีย้ ัง
งอแงขมี้ กู โป่งอยเู่ ลย แตพ่ อเป็นนอ้ งชายตวั เอง กลบั ไม่ไดร้ ูส้ กึ อดึ อดั มาก
พอไดเ้ ห็นใบหนา้ ของเขามรี อยยมิ้ เลก็ นอ้ ย กไ็ มอ่ ยากปลกุ
“... นแี่ กลง้ หลบั หรอื กาลงั หลบั ฝนั ดอี ยู่นะ ...”
๑๑
ฉันคิดในใจก่อนหยิบหนังสือออกมาเปิ ดอ่านเพ่ือกลบ
ความสบั สน การเดินทางของเรายงั อีกยาวไกล ตอนนีไ้ ม่อยากคิดเยอะ
ใหป้ วดหวั เลยเลอื กอา่ นหนงั สอื เลม่ โปรดท่ีพ่อซือ้ ใหเ้ ป็นของขวญั วนั เกิด
เรอื่ ง ชารล์ ็อตต์ แมงมมุ เพ่ือนรกั ของ อี บี ไวท์ ฉนั ชอบเลม่ นีเ้ พราะอยาก
พดู กบั สตั วไ์ ด้ เคยคดิ ว่าถา้ ตวั เองสามารถฟังภาษาสตั วไ์ ดค้ งจะสนกุ น่าดู
แมเ่ ปิดเพลงในรถคลอเบา ๆ พออา่ นหนงั สือไปไดเ้ กือบครง่ึ เลม่ กเ็ ร่ิมรูส้ ึก
ว่าดวงตาหนักอึง้ ฉันปิดหนังสือวางลงบนตักล้มเลิกความคิดท่ีจะ
ตา้ นทานความง่วง ไม่นานก็จมลงสคู่ วามฝัน แตค่ รงั้ นีแ้ ตกตา่ งออกไป
... ฉันไม่ฝันอะไรเลย ...
๑๒
๑๓
บทที่ ๒
..........
หนึ่งอาทิตย์ท่ีพวกเราย้ายมาอยู่ภาคใต้ วันแรกย่าออกมา
ตอ้ นรบั พวกเราดว้ ยทา่ ทรี า่ เรงิ ผดิ จากผปู้ ่วยรา่ งกายอ่อนแรง ย่าเป็นสาว
ทว้ มท่าทางใจดี ย่ากอดฉนั แน่น นา้ เสียงของย่าดใี จมากท่ไี ดเ้ จอพวกเรา
ฉันยกแขนกอดตอบสดู ดมกล่ินหอม ฉนั ชอบกลิ่นหอมเฉพาะตัวของย่า
เพราะกลน่ิ เหมือนเคร่อื งหอม ดอกมะลิ และนา้ อบในวนั สงกรานต์
เย็นวันนัน้ พวกเรากินขา้ วฝีมือคณุ ย่า พูดคยุ เร่ืองการเดินทาง
และสิ่งท่ีตอ้ งทาต่อจากนี้ ฉันกินข้าวเงียบ ๆ มีพูดตอบบ้างเล็กน้อย
หลงั จากกินขา้ วเสร็จ พวกเรานอนรวมกันท่ีหอ้ งนอนใหญ่เป็นหอ้ งเดิม
ของป่ ูกับย่า ส่วนย่ามุกย้ายไปนอนห้องพระแทนเพราะย่าเป็นคน
ธรรมะธัมโม ชอบตน่ื แต่เชา้ สวดมนตไ์ หวพ้ ระ ก่อนเขา้ นอนตอ้ งน่งั สมาธิ
๑๔
“ย่าอยู่ใกล้พระอุ่นใจกว่า จะผีจะคน เกรงใจพระกันทั้งนั้น
ขนาดคนยังยกมือไหว้แล้วผีท่ีไหนไม่กลัวพระ” ย่าพูดด้วยน้าเสียง
สาเนยี งทองแดงกอ่ นจะหวั เราะออกมาเสยี งดงั
สามวันท่ีผ่านมา ฉันกับตน้ หนาวช่วยพ่อแม่ทาความสะอาด
บา้ น รวมทงั้ นาขา้ วของเคร่ืองใชเ้ ขา้ มาบางสว่ น ถึงตน้ หนาวจะไม่ไดช้ ่วย
เยอะเท่าไหร่ก็ตาม หลงั จากจัดขา้ วของเสร็จก็ไดข้ อ้ สรุปว่า หอ้ งนอน
ใหญ่เป็นของพ่อ แม่ และตน้ หนาว สว่ นหอ้ งนอนเล็กหอ้ งหนึ่งเป็นของฉนั
ตอนแรกตน้ หนาวงอแงอยากมีหอ้ งนอนเป็นของตวั เองเหมอื นกนั แตโ่ ดน
แม่ขดั ขนึ้ มาก่อน
“ตน้ หนาวกลวั ผไี มใ่ ช่เหรอลกู พ่ีฝนเขาไมก่ ลวั ผนี ะ” แม่พดู
“ไวล้ กู หายกลวั ผี อีกหอ้ งท่วี า่ งกเ็ ป็นของลกู น่นั แหละ” พอ่ เสรมิ
ตน้ หนาวถึงกับหยุดงอแง จากนน้ั ก็เอาแต่พูดอวดว่าจะมีหอ้ ง
เป็นของตัวเองแทบทุกวัน ฉันไม่ไดอ้ อกความเห็นอะไร เพราะตอนอยู่
บา้ นเก่าฉันกับน้องชาย เรานอนหอ้ งเดียวกัน ฉันต้องคอยระวังเวลา
เปล่ียนเสอื้ ผา้ ถึงตน้ หนาวจะเป็นเด็กและไม่ไดส้ นใจเรอื่ งเล็กนอ้ ย แตฉ่ นั
กไ็ มส่ บายใจ การมหี อ้ งสว่ นตวั ทาใหร้ ูส้ กึ โลง่ และสบายใจขนึ้
บา้ นของย่าเป็นบา้ นทรงไทยสองช้ัน ช้ันแรกเปิดเป็นรา้ นขาย
ของมีทงั้ ขนม ของใชค้ รวั เรอื น หรือแมแ้ ต่ยาสามญั ประจาบา้ น แถมยงั มี
ชา กาแฟขายดว้ ยเชน่ กนั ชาวบา้ นแถวนีเ้ ลยเรยี กรา้ นของย่าว่า รา้ นโกปี๊
๑๕
ย่ามุก คาว่าโกปี๊ เป็ นภาษาจีนนิยมใช้ในภาคใต้มีค วามหมาย
ภาษากลางว่า กาแฟดา พอรวมกันเลยหมายถึง รา้ นกาแฟดาย่ามุก
เพราะลกู คา้ ประจาท่ีน่ีชอบส่งั กาแฟดากนั ภายในรา้ นมีโต๊ะไมส้ องสาม
โต๊ะเผ่ือลูกค้าบางคนอยากน่ังดื่มกาแฟท่ีรา้ น นอกจากนีช้ ้ันแรกยังมี
หอ้ งครวั หอ้ งพระหรือหอ้ งนอนย่ามุก และหอ้ งนา้ ส่วนช้ันสองจะเป็น
หอ้ งนอนสามหอ้ ง หอ้ งนา้ ใหญ่หน่ึงหอ้ ง พอขนึ้ บนั ไดจะมีพืน้ ท่ใี หน้ ่งั เลน่
รา้ นโกปี๊ย่ามกุ เปิดตงั้ แต่เชา้ มืด ทกุ วนั จะมีคนขบั รถมาส่งขนม
ตลอด ส่วนมากจะเป็นขนมไทยท่ีทาขายรายวนั แขกเจา้ ประจารา้ นย่า
สว่ นใหญ่มีแต่คนแก่ อายรุ วมกนั เกือบ ๆ สองรอ้ ยปี ฉนั ไม่คอ่ ยไดอ้ อกไป
ช่วยหนา้ รา้ นนัก ชอบอ่านหนังสืออยู่ในหอ้ ง เพราะรูส้ ึกปลอดภยั ไดอ้ ยู่
หา่ งจากผคู้ น
เม่ือก่อนฉันชอบวาดภาพมาก ทงั้ พ่อ แม่ คณุ ครูประจาชนั้ และ
เพ่ือน ๆ ในหอ้ งต่างบอกว่าใหล้ องลงประกวดวาดภาพวนั ภาษาไทยใน
หัวข้อ ‘ตัวละครวรรณคดี’ น่าเสียดายฉันไม่ไดท้ ่ีหนึ่ง แต่ก็ได้รางวัล
ชมเชย วนั ท่อี ยบู่ นเวทขี องหอประชมุ ทา่ มกลางเดก็ นกั เรยี น คณุ ครู และ
เสยี งปรบมือ ฉนั ยืนขา้ ง ‘มนั ’
การพบกันครงั้ แรกของสตั วป์ ระหลาด ใบหนา้ ยิม้ แยม้ ของมัน
เป็นเหมือนกบั ดกั มนั สรา้ งความประทบั ใจดว้ ยท่าทีเป็นมิตร ทุกคนต่าง
ช่ืนชมความดีจอมปลอมของมนั มนั ใชป้ ระโยชนจ์ ากความหลงใหลใน
๑๖
การวาดภาพมาเป็นขอ้ อา้ งเพ่อื เขา้ หา แลว้ มนั กข็ โมย ‘บางสง่ิ ’ ไป ฉนั เรม่ิ
ไม่ชอบการวาดภาพ พอจบั ดินสอ ความทรงจาเลวรา้ ยจะกลบั มา ถึงฉนั
พยายามลมื มนั แตค่ วามรูส้ กึ ขยะแขยงอยากจะอว้ กยงั มีมาเสมอ
มันคอื คนทที่ าให้ฉันไม่ชอบตัวเอง
ตงั้ แตข่ นึ้ ชนั้ ประถมสี่ ฉนั เป็นเด็กท่ตี วั สงู ท่ีสดุ ในหอ้ ง แมบ่ อกว่า
คงเป็นเพราะกรรมพนั ธทุ์ าใหต้ วั โตและสงู กว่าเพ่อื น แถมยงั เร่มิ มีหนา้ อก
นูนขึน้ มา เด็กผูห้ ญิงคนอ่ืน ๆ ชอบบอกว่า ‘อิจฉา’ ไม่เขา้ ใจเลยสักนิด
ทาไมพวกเธอถงึ อยากรบี โตกนั นกั ทกุ ครงั้ ท่ีสอ่ งกระจก ฉนั ย่ิงรูส้ ึกแยก่ บั
ตัวเองมากขึน้ เพราะร่างกายทงั้ สงู ผอม ทาใหด้ ูเหมือนเด็กโย่ง ไหนจะ
หน้าอกมีเนือ้ งอกนูนออกมา เสือ้ ผา้ ท่ีเคยชอบใส่ เด๋ียวนีใ้ ส่แค่เสือ้ ยืด
ตวั โครง่ เพ่อื ปกปิดสว่ นท่ฉี นั ไม่พอใจ
ฉันคิดฟุ้งซ่านทุก ๆ วัน พยายามไม่นึกถึงเรื่องราวในอดีต
จนตอ้ งหางานอดิเรกอ่ืนทา ฉนั หยิบหนงั สือภาพการต์ นู ญ่ีป่ นุ เรื่องโปรด
ออกมาอ่านแตก่ ลบั รูส้ กึ ขดั ใจบางส่วนเพราะตวั ละครหญิงสว่ นใหญ่จะมี
หนา้ อกหนา้ ใจโตเกนิ กวา่ ปกติ อา่ นแลว้ ไมส่ นกุ เหมือนเกา่ สง่ิ เดยี วท่ีช่วย
เยียวยาสภาพจิตใจได้คือ หนังสือ โดยเฉพาะวรรณกรรมสาหรับเด็ก
เพราะสามารถจินตนาการสิ่งต่าง ๆ ผ่านตวั อกั ษรไดอ้ ย่างอิสระ โชคดีท่ี
มีแม่เป็นนกั สะสมและคนรกั การอ่านมาก ฉนั เลยมีหนงั สือใหเ้ ลือกอ่าน
เยอะแยะ ตอนนีก้ ารอ่านหนงั สือทาใหใ้ จฉันสงบลง บางครงั้ ก็อยากเป็น
๑๗
เหมือนพวกเด็ก ๆ ทุกคน อยากยิม้ หวั เราะ และออกไปว่ิงเล่น แต่ฉันก็
กงั วลว่าพวกเขาจะคิดยงั ไงกับรูปร่างของฉนั และกลวั ว่าพวกเขาจะเป็น
เหมือนมนั
เสียงเคาะประตกู ็ดงั ขนึ้
“ปลายฝนทาอะไรอยลู่ กู แมข่ อเขา้ ไปนะ” เสยี งแม่ดงั ขนึ้
“แม่เขา้ มาไดเ้ ลยค่ะ หนอู ่านหนงั สืออย่”ู ฉนั พดู ตอบ
แม่สวมผา้ กันเปื้อนสีเขียวสด เปิดประตเู ขา้ มา เป็นภาพท่ีเห็น
เท่าไหร่ก็ยังไม่ชินตาเสียที เม่ือก่อนแม่แต่งตัวเนีย้ บมาก ต่อใหไ้ ม่ได้
ออกไปไหน ภาพลกั ษณ์ของแม่จะดูเหมือนออกไปทางานตลอดเวลา
หลงั จากยา้ ยมาอยู่ท่ีน่ี แม่ตอ้ งตื่นแต่เชา้ มืดเพ่ือช่วยย่าเปิดรา้ น ทงั้ จดั
โต๊ะ ชงกาแฟ เช็คสินค้า ส่วนเร่ืองเก็บเงินและทาบัญชีดูจะเป็นภาพ
คนุ้ เคยท่สี ดุ แม่น่งั ลงตรงขอบเตียง
“อา่ นเรอ่ื งอะไรอย่”ู
“โรงเรียนรมิ ป่า ของศรีฟ้าคะ่ ”
“เร่ืองนี้สนุกนะ ลูกอ่านจบหรือยัง แม่ชอบท่ีคนเขียนเขา
บรรยายธรรมชาตไิ ดเ้ ห็นภาพสดุ ๆ อย่างกบั ไดก้ ล่ินดิน กลน่ิ แดด”
๑๘
“ยงั ไม่จบเลยค่ะ เพิง่ จะอา่ นไปไดไ้ มก่ ่ีหนา้ ” ฉนั ตอบแม่ ในขณะ
ท่พี ลกิ หนา้ กระดาษเลน่ ไปมา
“ไม่เป็นไร ค่อย ๆ อ่าน แม่ว่าหนตู อ้ งชอบแน่ เออน่ี... ลงไปกิน
ขา้ วเหนียวมะม่วงข้างล่างสิ ของชอบหนูไม่ใช่เหรอ ตอนนีพ้ ่อกับน้อง
กาลงั น่งั กินกนั อยู่เลย”
ฉันไม่ไดต้ อบอะไร แค่พยกั หนา้ แลว้ ปิดหนงั สือ เดินตามแม่ลง
ไปชนั้ ลา่ ง
รา้ นกาแฟย่ามกุ ช่วงบ่ายโมงเป็นตน้ ไปไมค่ ่อยมลี กู คา้ สว่ นมาก
ลูกคา้ จะมาน่งั กินกาแฟตอนเชา้ เท่านน้ั นอกจากภาพพ่อกับตน้ หนาว
กาลงั น่งั กนิ ขา้ วเหนยี วมะม่วง ส่งิ ท่ที าใหป้ ระหลาดใจคอื มีคนแปลกหนา้
น่ังร่วมโต๊ะอยู่ดว้ ย ดูจากลักษณะเธอตัวเตีย้ กว่าฉันเล็กน้อย ผิวคลา้
เสน้ ผมดายาวประบา่ และนา่ จะอายใุ กลเ้ คยี งกันหรือเด็กกวา่
“เอา้ ลงมาพอดี น่ี... ปลายฝนมารูจ้ กั เพ่อื นสลิ กู ” ย่ามกุ เรยี ก
“นี้ หลา้ นหยาเอง ” ย่าพูดภาษาใต้กับเด็กคนข้าง ๆ ฉันฟัง
ไม่ถนดั แตค่ ดิ วา่ คงหมายถงึ ฉนั
“อ๋อ คนนีอ้ ึอ้ หวันกอนแหม่บอกหน่ยุ หวา หลา้ นหยาหมกุ อายุ้
ทาวหนยุ่ ” เธอตอบกลบั เป็นภาษาเดยี วกนั
“ตนฉือไรอ่ า” เธอหนั มาถามฉนั
๑๙
ฉนั ไดแ้ ต่ยืนงง เพราะโตท่ีกรุงเทพฯ เลยไม่ค่อยเขา้ ใจภาษาถ่ิน
ฉนั หนั ไปมองย่าเพ่อื ขอความช่วยเหลอื
“นีเ้ ผือนผึง้ มาจ๊ากกรุงเทพฯ โด้ ยังฟังใต้ม่ายออก” ย่าเสริม
เธอดตู กใจเล็กนอ้ ยก่อนถามฉนั อีกครงั้ เป็นภาษากลาง ถึงสาเนียงจะฟัง
ดแู ปรง่ ๆ หกู ต็ าม
“ออ่ ขอโทษทีนะ เราถามเธอว่าช่ืออะไร”
“ช่อื ปลายฝน เธอละ่ ” ฉนั ถามตอบ
“เราช่อื ลนั ตานะ อยบู่ า้ นขา้ ง ๆ พอดีแม่ใหเ้ อาขา้ วเหนยี วมะมว่ ง
มาให้ เลยแวะอย่คู ยุ กบั ย่ามกุ ”
“อร่อยนะพ่ีฝน ลองกินด”ู เสียงเล็กของตน้ หนาวดงั โพลง่ ขึน้ มา
แมว่ างจานใหต้ รงท่นี ่งั ขา้ งลนั ตา ฉนั เดินไปน่งั เพราะเหลอื ท่ีว่างเดยี ว
“ลนั ตาอายเุ ทา่ ไหรแ่ ลว้ ละ่ ” พ่อถาม
“๑๑ ปีแลว้ คะ่ ”
“งน้ั กเ็ ทา่ กบั ปลายฝนเลยสิ เรียนอยทู่ ่ไี หน คีรธี ารหรือเปลา่ ”
“ใชค่ ่ะ หนเู รียนท่นี ่ตี งั้ แต่ป. ๑” เธอตอบ
“ดเี ลย อาก็ใหป้ ลายฝนกบั ตน้ หนาวเรยี นท่นี ่ี ฝากลกู อาดว้ ยนะ”
พอ่ พดู ติดหวั เราะ
๒๐
เธอยิม้ แล้วตอบตกลง ฉันน่ังกินข้าวเหนียวมะม่วงเงียบ ๆ
เพราะไม่มีอะไรจะพูด ลันตาดูเป็นคนนิสัยดี นอกจากคุยกับย่าแล้ว
ยงั พดู คยุ กบั คนอ่นื เป็นธรรมชาติ ฉนั ไม่รูว้ ่าตอ้ งเร่มิ บทสนทนายงั ไง
“เธอชอบทาอะไรเวลาว่าง” เธอหนั มาพดู กบั ฉนั
ฉนั ชะงกั เลก็ นอ้ ยกอ่ นจะตอบเธอ “อ่านหนงั สอื ”
“พ่ีฝนชอบวาดรูป พ่ีฝนวาดรูปสวยมาก” เสียงของตน้ หนาว
โพลง่ ขนึ้ มาอีก
... ตน้ หนาวไมย่ ่งุ สกั เรอื่ งจะไดไ้ หมนะ ...
“จริงเหรอ สวยแค่ไหน เราอยากเห็น” นา้ เสียงของลนั ตาฟังดู
ตื่นเตน้ มาก ในขณะท่ีพ่อบอกฉันไปเอาผลงานมาใหเ้ ธอดู ขา้ วเหนียว
มะม่วงตรงหนา้ รสชาติจืดลงทนั ที ฉนั วางชอ้ นกอ่ นจะตอบปฏิเสธ
“ชว่ งนีไ้ มค่ อ่ ยไดว้ าดรูป ชอบอา่ นหนงั สือมากกว่า”
“ไม่เป็นไร คราวหนา้ ก็ได้ ไวเ้ ธอกลบั มาวาดรูปเม่ือไหรค่ ่อยเอา
มาใหเ้ ราดเู นอะ” เธอตอบดว้ ยสหี นา้ ยมิ้ แยม้
ฉันสะดุดกับคาพูดของลันตา เพราะคาพูดของเธอไม่ใช่
การคาดคนั้ หรอื คะยนั้ คะยอเลยรูส้ กึ โลง่ ใจแปลก ๆ
๒๑
ในขณะท่ีทุกคนกาลงั กินขา้ วเหนียวมะม่วงฝีมือแม่ของลันตา
พ่อกบั แม่ก็ชวนลนั ตาคยุ เร่ืองต่าง ๆ เลยไดร้ ูว้ ่า บา้ นของลนั ตาทาอาชีพ
ขายขนมหวาน และรบั ทาขนมจดั เลีย้ ง ทงั้ งานแต่ง งานบวชหรืองานขึน้
บา้ นใหม่ ขนมแบบไหนก็ทาได้ โดยเฉพาะขนมไทย คนส่งขนมท่ีมาส่ง
รา้ นย่ามกุ ทกุ เชา้ ก็คอื แม่ของลนั ตา
... มนิ า่ ล่ะ ขา้ วเหนยี วมะมว่ งอร่อยขนาดนี้ …
หลงั จากกนิ เสรจ็ เรียบรอ้ ยพ่อก็รบั หนา้ ท่ลี า้ งจานโดยมีตน้ หนาว
เป็นผชู้ ว่ ย เพราะแมต่ อ้ งคอยดแู ลหนา้ รา้ น ดงั นนั้ งานบา้ นบางสว่ นพ่อจึง
ช่วยทาแทน ตอนแรกลนั ตาอาสาจะช่วยลา้ งจานแตถ่ กู ยา่ มกุ หา้ ม
ยา่ บอกกบั ลนั ตาว่า
“อย่เู ฉย ๆ อตุ ส่าหเ์ อาขนมมาแบ่งใหก้ ็นา้ ใจมากโขแลว้ ไม่ตอ้ ง
ลาบากมาช่วยลา้ งหรอกอหี นเู อย๊ ”
ลนั ตาเลยน่ังลงตามเดิม ฉันจึงช่วยพ่อเก็บจานวางไวใ้ นอ่าง
หลงั จากไม่มีหนา้ ท่ี คิดว่าจะขึน้ ไปอ่านหนงั สือต่อใหจ้ บ แต่แลว้ ลนั ตาก็
เดนิ เขา้ มาหา
“เราไปเลน่ ดว้ ยกนั ไหม ใกล้ ๆ น่ีเอง”
ฉันไม่ทนั ไดต้ อบ แม่ก็เดินมาจบั ไหล่เบา ๆ “เอาสิ ปลายฝนจะ
ไดอ้ อกไปเปิดหเู ปิดตาบา้ ง ตงั้ แตม่ าอยนู่ ่ี เอาแต่หมกตวั อยใู่ นหอ้ ง”
๒๒
“แม่อนุญาตแล้ว ไปเล่นดว้ ยกันนะปลายฝน นะ ๆ ” เธอส่ง
สายตาออ้ นวอน ใจหน่ึงก็รูส้ กึ หว่นั หันกลบั ไปมองแม่ แม่ส่งยิม้ ใหก้ ่อน
พูดเบา ๆ ว่า ‘ไปเถอะจ้ะ’ ฉันไม่กลา้ ปฏิเสธเลยพยักหนา้ ตอบตกลง
ลนั ตารอ้ งเสียงดงั อย่างดีใจ เธอบอกว่าจะพาไปเดินเล่นตรงลาธารและ
สญั ญาว่าจะพากลบั บา้ นไม่เย็นแนน่ อน
เราเดินตรงไปยงั ลาธาร ผ่านลานกวา้ งท่ีมีตน้ หญา้ เตียน ลนั ตา
พาฉันมาหยุดอยู่ใตต้ น้ ไมใ้ หญ่ เธอน่ังลงตรงพืน้ หญ้าเอนหลังพิงราก
ตน้ ไม้ ฉันน่งั ลงขา้ ง ๆ เธอ พอมองจากตรงนีไ้ ม่ไดห้ ่างไกลจากบา้ นนัก
ยงั เหน็ หนา้ ตา่ งหอ้ งนอนพอ่ กบั แม่อยเู่ ลย
“กรุงเทพฯ เป็นยงั ไง” ลนั ตาถาม
“ก็เหมือนกัน แต่กรุงเทพฯ ตึกเยอะกว่า” ฉันตอบโดยไม่มอง
หนา้ เธอ
“แลว้ มีลาธารใส ๆ แบบนีไ้ หม” ลนั ตาหยิบหินกอ้ นเล็กโยนลง
นา้ ฉนั สา่ ยหนา้ “มภี เู ขาเหมือนบา้ นเราหรอื เปลา่ ”
“ไมม่ หี รอก บอกแลว้ ไงมแี ต่ตกึ ” ฉนั หนั มองเธอ
“มที ะเลไหม มีนา้ ตกหรอื เปลา่ ”
ฉนั เร่มิ ราคาญเล็กนอ้ ย เธอเอาแต่ถามคาถามเซา้ ซีม้ ากเกินไป
หรอื จงใจกวนประสาทฉนั อยู่กนั แน่
๒๓
“ไม่มีทงั้ นน้ั แหละ” ฉนั ตอบดว้ ยนา้ เสยี งหงดุ หงดิ
“แต่ท่ีน่ีมีนะ มีทั้งทะเล ภูเขา น้าตก เราเคยไปมาหมดแลว้
นา้ เนีย้ นะใสจนเห็นตวั ปลาไดเ้ ลย ไวว้ นั ไหนบา้ นเราไปเท่ียวจะขอใหพ้ า
ปลายฝนไปดว้ ย ตอ้ งสนุกแน่ ๆ ปกติเราไปแต่กับท่ีบา้ น พวกคนโต ๆ
เขาก็ไม่เลน่ นา้ กนั ” เธอเลา่ ดว้ ยความตน่ื เตน้
“แลว้ เราจะเลน่ อะไรกนั ดี” ฉนั ถาม
“ไม่รู้ ยงั คิดไม่ออก เธออยากเลน่ อะไรละ่ ” คราวนีเ้ ธอกลบั ตอบ
ฉนั ดว้ ยคาถามแทน ฉนั เลยเงียบไม่ตอบ
ตวั เองเป็นคนชวนออกมาเลน่ แท้ ๆ แต่กลบั ไม่รูจ้ ะเล่นอะไร
“งน้ั ลองน่ี” เธอหยิบหินกอ้ นเล็กยดั ใส่มือของฉนั แลว้ เธอก็หยิบ
ของตัวเองอีกก้อน “เรามาเล่นทุ่มหินกัน ใครทาน้ากระจายมากกว่า
คนนนั้ ชนะ”
พอเธอใหส้ ญั ญาณฉันก็โยนหินลงนา้ ทันที เธอหัวเราะใส่และ
บอกว่าฉันมีแรงนอ้ ยกว่ามด ฉันรูส้ ึกอาย ทนั ทีท่ีลนั ตาลกุ ขึน้ ยืน เธอก็ชู
มอื ขา้ งท่ีกากอ้ นหนิ แนน่ แลว้ ท่มุ ลงสดุ แรง จนนา้ แตกกระจายกระเด็นมา
โดนขาฉนั
ความรู้สึกหนึ่งของ บอกว่ายอมไม่ได้ การท่ีลันตาบอกว่า
แรงฉันน้อยกว่ามดมันหยามกันเกินไป แลยตัดสินใจลุกขึน้ ยืนบ้าง
๒๔
หยิบกอ้ นหินกอ้ นใหญ่กว่าเดิมและตงั้ ใจทุ่มสดุ แรง พอกอ้ นหินกระทบ
ผิวนา้ เกิดเสียงดังจนนา้ กระเซ็นใส่พวกเรา ลนั ตารีบกระโดดโหยงหลบ
ฉนั หวั เราะออกมาเบา ๆ
... มาหาวา่ ฉนั แรงนอ้ ย แคย่ งั ไมไ่ ดเ้ อาจรงิ เทา่ นนั้ แหละ …
ลันตาถอดรองเท้าก่อนเดินลงลาธาร ระดับน้าสูงเทียมเข่า
เธอโนม้ ตัวลงกวักนา้ ใส่ ฉันจึงรีบเอียวตัวหลบทันที เธอหวั เราะออกมา
เสยี งดงั
“เล่นอะไรเนีย้ เสือ้ เราเปียกหมดแล้ว” ฉันลูบแขนบริเวณท่ี
นา้ กระเด็นใส่
“แน่จริงก็ลงมาดิ” เธอทาท่าเยาะเยย้ ทั้งท่ีมือยังไม่หยุดกวัก
นา้ ใส่ ฉนั ทนไม่ไหวถอดรองเทา้ ค่อย ๆ ย่าเทา้ เปลา่ ตามเธอลงไป
พอเทา้ สมั ผสั กบั นา้ เยน็ เฉียบ กม้ ลงมองไปยงั ธารใสเหน็ ปลาตวั
เล็ก ๆ กาลังว่ายทวนกระแส บางตัวก็ว่ายเข้ามาใกลเ้ พ่ือตอดขา ฉัน
สะดุง้ ตกใจจนเกือบลื่นลม้ เพราะรูส้ ึกจ๊กั จี้ แต่โชคดีท่ีลันตาควา้ มือจบั
แขนไวไ้ ดท้ ัน เธอบอกว่าไม่ตอ้ งตกใจ ปลามันกาลังช่วยเราทาความ
สะอาดเอาขีไ้ คลออก เลยยืนน่ิง ๆ มือยังจับแขนของลนั ตาไวแ้ น่น ฉัน
ไม่สามารถกลน้ั ความรูส้ กึ ยบุ ยบิ บรเิ วณขาได้ เลยหวั เราะออกมาเสียงดงั
“หายหนา้ บงึ้ แลว้ นิ” ลนั ตามองฉนั กอ่ นพดู ออกมายมิ้ ๆ
๒๕
“กอ่ นหนา้ นเี้ หน็ ชอบทาหนา้ บดู เหมอื นตดู ลงิ ตอนนยี้ มิ้ แลว้ ”
“เราไมไ่ ดท้ า” ฉนั ปฏเิ สธ
“ทา เธอทาแบบนี”้ เธอเร่ิมเบะปาก ขมวดคิว้ เป็นปมและจ้อง
หนา้ เขม็ง น่ีคงกาลงั ลอ้ เลียนกันอยู่ล่ะสิ ฉันไม่มีทางทาหนา้ น่าเกลียด
แบบนน้ั แน่นอน ลนั ตากเ็ ลน่ ใหญ่เกินจรงิ
“หนา้ อย่างกบั ยกั ษ์ ฉนั ไมท่ าหรอก” ฉนั ขา
ลนั ตาไม่ไดส้ นใจสิ่งท่ีฉันพูด คราวนีเ้ ธอเลียนแบบการพูดของ
ฉันดว้ ยภาษากลางติดสาเนียงใต้ ฉันหม่ันไสเ้ ลยยกมือขึน้ กวักนา้ ใส่
จนเธอหยดุ ลอ้ เลียน ก่อนท่ีเราจะเร่มิ สงครามสาดนา้ ใสก่ ัน ฉนั ย่าเทา้ ว่ิง
ไปตามลาธารเพราะสเู้ ธอไม่ได้ เราวิ่งไลจ่ บั กนั จนกางเกงเปียกไปหมด
สายลมเย็นพดั ผ่านตวั พวกเรา แสงแดดยามบ่ายสอ่ งทะลุผ่าน
ใบไม้ ฉันเงยหน้าขึน้ รบั แสงแดด สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด กลิ่นของ
หญา้ และดินชืน้ ทาใหร้ ูส้ กึ เหมือนกาลงั ดื่มนา้ เย็นสดช่ืน พอหมนุ ตวั มอง
ไปรอบ ๆ เห็นภูเขาลูกใหญ่กาลังโอบกอดพวกเราไว้ ได้เงยหน้ามอง
ทอ้ งฟา้ ราวกบั ทงั้ โลกปกคลมุ ดว้ ยผนื ผา้ สฟี า้ สดใสขนาดใหญ่
ฉนั ไม่เคยสบายใจขนาดนีม้ ากอ่ น เหมือนรา่ งกายของจะเบาขึน้
ฉนั หนั มองลนั ตา เธอคงคดิ วา่ ฉนั ทาตวั แปลก
“คงจะเคยเลน่ นา้ ครงั้ แรกอะ่ ดิ ... ดตู ื่นเตน้ ไปหมด”
๒๖
จริงอย่างลันตาว่า ความรูส้ ึกตื่นเต้นเหมือนกับเป็นครัง้ แรก
ทงั้ ท่ีปีก่อนฉนั ยงั มาเย่ียมย่ามกุ วิ่งเล่นกับตน้ หนาวอย่เู ลย ทาไมถึงรูส้ ึก
เหมือนไม่ไดเ้ ห็น ไม่ไดเ้ ล่น ไม่ไดห้ ัวเราะแบบนีน้ านมาก ฉันไม่รูว้ ่าจะ
ตอบลนั ตายงั ไง เสียงของแม่ตะโกนมาจากบา้ นเรียกใหพ้ วกเรากลบั ได้
แลว้ ลนั ตาเดนิ ขนึ้ จากลาธาร เธอยงั มีนา้ ใจจบั มอื ฉนั ไวไ้ มใ่ หล้ ื่นลม้ ดว้ ย
“ขอบใจนะท่มี าเลน่ ดว้ ยกนั ” ฉนั ขอบคณุ เธอจากใจจรงิ
“ไม่ตอ้ งขอบคณุ หรอก ไวพ้ รุ่งนีถ้ า้ ไม่ช่วยงานแม่จะมาชวนไป
เลน่ อกี ” เธอยมิ้
เราเดินกลบั บา้ น ย่ามุกถึงกับขาออกมาเสียงดงั พอเห็นสภาพ
พวกเราไม่ต่างจากลกู หมาตกนา้ ตน้ หนาวเร่มิ งอแงหาว่าฉนั แอบไปเลน่
นา้ ทะเลมาไม่ยอมชวน ถึงฉันกับลนั ตาจะบอกปฏิเสธแต่เจา้ น้องชายก็
ไม่ยอมฟัง ลนั ตาเลยบอกว่าไวค้ ราวหนา้ จะพาตน้ หนาวไปดว้ ย ก่อนเธอ
จะขอตวั กลบั บา้ น เรายมิ้ ใหก้ นั โบกมือลา
ทุกวันท่ีต่ืนนอน ฉันจะรูส้ ึกหนกั ไปทงั้ ร่าง ความรูส้ ึกอ่อนเพลีย
ไม่มีแรงหรือกะจิตกะใจจะทาอะไร แต่ละวันผ่านเลยไป วันนี้กลับ
แตกต่าง ฉันรูส้ ึกถึงเลือดท่ีกาลังสูบฉีดตามร่างกาย ความรูส้ ึกหนัก
ภายในจติ ใจกค็ ่อยเบาลง
๒๗
ฉนั เดินกลบั ขึน้ หอ้ งไปอาบนา้ เปล่ียนเสอื้ ผา้ ไดอ้ อกไปเปิดหเู ปิด
ตาอยา่ งท่ีแม่บอกบา้ งกด็ เี หมือนกนั
... หวงั ว่าพรุ่งนแี้ ม่ของลนั ตาคงไม่เรียกใชง้ านเธอนะ เพราะฉนั
อยากออกไปเลน่ กบั เธออกี ...
๒๘
บทที่ ๓
..........
โรงเรียนใหม่ของฉันกับนอ้ งชายช่ือว่า ‘คีรีธาร’ เป็นโรงเรียนติด
ภเู ขา ท่ีน่ีมีนกั เรียนตงั้ แต่ชนั้ อนบุ าลจนถึงชน้ั ประถมหก หลายวนั ท่ีผ่าน
มาพ่อแม่พาพวกเราไปหาซือ้ ชดุ นกั เรียนและเครื่องเขียนบางสว่ น ทงั้ ฉนั
กับตน้ หนาวเขา้ เรียนกลางปีทาใหต้ อ้ งเขา้ ไปสง่ เอกสารกับโรงเรียนก่อน
เปิดเทอม ฉันกาลงั จะขนึ้ ชน้ั ประถมหา้ ส่วนตน้ หนาวกาลงั ขนึ้ ชนั้ ประถม
สาม วันท่ีพวกเราเขา้ ไปส่งเอกสาร โรงเรียนดกู วา้ งกว่าท่ีเห็นจากดา้ น
นอก พออย่ใู นช่วงปิดเทอมไมม่ ีนกั เรียน โรงเรยี นกด็ เู งียบสงบ ระหวา่ งรอ
พ่อกับแม่ นอ้ งชายเกิดอยากเป็นนกั สารวจขึน้ มาเลยชวนไปเดินดรู อบ ๆ
ฉนั ไมอ่ ยากไป เพราะไมค่ นุ้ สถานท่ี
“พ่ีฝนพาตน้ ไปเดินดแู ถวนหี้ น่อย” ตน้ หนาวพดู
๒๙
“ไม่เอา น่ังอยู่ตรงนีแ้ หละ เด๋ียวพ่อกับแม่ก็มาแลว้ ” ฉันตอบ
ปฏิเสธแลว้ ถอนหายใจ
“แป๊ บเดียวเอง ไปไมไ่ กล”
ฉันเงียบ ไม่โตต้ อบ เพราะรูว้ ่าอีกเด๋ียวตน้ หนาวคงถอดใจแล้ว
หยดุ ไปเอง พอเห็นฉนั เงียบ นอ้ งก็เร่มิ เงียบบา้ ง เขาน่งั ยอง ๆ หยิบกอ้ น
กรวดมาขีดเข่ียเลน่ เกมเอ็กซโ์ อคนเดียวเงียบ ๆ ฉนั เบื่อเลยหยิบหนงั สือ
การ์ตูนเร่ือง ครอบครัวซ่าผจญภัยโลกล้านปี ออกมาอ่าน ตั้งแต่อยู่
โรงเรียนเก่า พวกเพ่ือน ๆ ของฉันชอบอ่านหนงั สือการต์ นู ช่วงพักเท่ียง
หลงั จากกนิ ขา้ วเสรจ็ พวกเราชอบว่ิงเลน่ โดดหนงั ยาง หรือเลน่ หมากเก็บ
แต่บางวันพวกเราก็จะคุยกันเรื่องหนังสือการ์ตูนท่ีชอบอ่าน ฉันชอบ
เล่มนีเ้ พราะสนกุ และตวั ละครในเรื่องก็เหมือนครอบครวั ของฉันท่มี ีครบ
สีค่ น แตไ่ ม่มตี วั ละครยา่ มกุ เลยยกใหย้ า่ มกุ เป็นตวั ละครนางฟ้าในเร่ืองท่ี
คอยช่วยเหลือครอบครวั กลบั มายคุ ปัจจบุ นั ได้
ฉันน่ังอ่านการ์ตูนไปสามตอน รู้สึกถึงสายลมเย็นสัมผัสผิว
บรรยากาศรอบตวั เงียบสงบแมก้ ระท่งั ไดย้ ินเสียงของใบไมล้ ากไปตาม
พนื้ คอนกรตี ตอนนนั้ เองท่ีรูส้ กึ ตวั วา่ ตน้ หนาวไมไ่ ดอ้ ย่ขู า้ ง ๆ
... ต้นหนาวหายไป …
ฉันรีบปิดหนงั สือ หนั มองซา้ ยขวาชะเงอ้ หารอบตัวก็ยงั ไม่เห็น
ความรูส้ ึกเย็นวาบชาเกรง็ ไปทงั้ ตวั วางหนงั สือลงท่ีมา้ น่งั แล้วลกุ ขึน้ เดิน
๓๐
ตามหาตน้ หนาว ส่งเสียงเรียกช่ือนอ้ งชายแต่ไรว้ ่ีแวว ความรูส้ ึกกลวั จะ
ถกู พ่อแมด่ เุ พราะทานอ้ งหาย ความรูส้ กึ ผดิ ท่ไี ม่สนใจตน้ หนาวถาโถมเขา้
มา สุดทา้ ยถา้ หานอ้ งไม่เจอพ่อแม่อาจจะโทษว่าเป็นความผิดของฉัน
แน่นอน และไม่รักฉัน เหมือนมีกอ้ นสาลีจุกอยู่ตรงลาคอเวลาตะโกน
เรียกช่ือนอ้ ง เสียงของฉันส่นั ราวกับคนตกบ่อนา้ แข็ง ฉันตอ้ งรีบหานอ้ ง
ใหเ้ จอ เลยเดินออ้ มมาหลงั อาคารท่พี ่อแม่กาลงั น่งั คยุ กบั คณุ ครู
ดา้ นหลงั ของอาคารมีตน้ ไมร้ ูปทรงแปลกประหลาดหลายตน้
รากของมนั โคง้ โก่งเหมือนขาของแมงมมุ เรียงสลับไปมาฝังลึกลงในดิน
โคลนสีเทาเขม้ ราวกบั สขี องปนู ซีเมนต์ ลาตน้ ท่ีปกคลมุ ไปดว้ ยพ่มุ ใบไมส้ ี
เขียว เถาวลั ยข์ นาดยกั ษ์พาดผ่านตน้ หน่ึงไปอีกตน้ อย่างกับหลดุ เขา้ มา
อยู่ในการต์ นู เร่ืองทารซ์ าน ภาพตรงหนา้ สวยงามและลึกลบั เหมือนกับ
ทางเช่ือมไปโพรงกระต่ายท่อี ลิซตกลงไป
ฉันเดินเลียบไปตามทางพรอ้ มตะโกนเรียกช่ือของตน้ หนาว
ไม่นานก็เจอสะพานไมซ้ ่ึงดูเหมือนทางเช่ือมระหว่างป่ ากับอาคารเรียน
ฉันโล่งใจขึน้ มาทันที เพราะเห็นนอ้ งชายน่งั อยู่กลางสะพาน เขาชะโงก
หนา้ มองไปยงั พืน้ ดินโคลนดา้ นล่าง ฉันถอนหายใจออกมาดงั ๆ ราวกับ
ยกภเู ขาออกจากอก ใจหนง่ึ รูส้ กึ ดี แตใ่ จหน่ึงกร็ ูส้ กึ โกรธนอ้ งชาย
“มาทาอะไรอยู่ตรงนี”้ ฉันเดินตรงเข้าไปหาพรอ้ มกับพูดเสียง
แขง็ ใสเ่ ขา
๓๑
“พ่ีฝนดดู ิ ขา้ งลา่ งมีปตู วั เล็ก ๆ ดว้ ย”
ตน้ หนาวตอบไมต่ รงคาถาม
“พ่ีถามวา่ มาทาอะไรตรงนี”้ ฉนั ยา้ อกี รอบ
ตน้ หนาวเงียบไปครูห่ นึ่ง เขาทาท่าทีเหม่อมองไปทางอ่ืนราวกบั
หทู วนลม ทาเหมือนฉนั ไมไ่ ดอ้ ยตู่ รงหนา้
... เอาอีกแลว้ นสิ ยั เมนิ คนอ่นื ท่ตี น้ หนาวชอบทาเวลาถกู ดุ ...
เขาพดู โดยไมห่ นั มามองฉนั
“ก็พ่ีเอาแต่อ่านหนงั สือ ตน้ เบื่อ ไม่มีอะไรทา อยากออกไปเดิน
เลน่ ” เขาบอก
ความโกรธท่ีมีค่อย ๆ ลดลง ถึงอยากดุ อยากด่านอ้ งจนรอ้ งไห้
แต่กลบั ทาไม่ลง เพราะลกึ ๆ เป็นหว่ งเขา ฉนั เองก็มีสว่ นผิดท่ปี ลอ่ ยใหต้ น้
หนาวออกมาเดินเล่นคนเดียว ถา้ ยอมทาตามส่ิงท่ีเขาอยากไดค้ งไม่ตอ้ ง
มารูส้ กึ แย่แบบนี้ แต่ก็ไม่อยากใหต้ น้ หนาวคิดว่าฉนั จะยอมเขาไปตลอด
เพราะตลอดเวลาท่ีผ่านมา ต้นหนาวเป็นเด็กท่ีทาอะไรตามใจตัวเอง
ถึงจะถูกดกุ ็ทาตวั เป็นทองไม่รูร้ อ้ นตลอด จนบางครงั้ นิสยั ของนอ้ งทาให้
ฉนั ไมพ่ อใจ จบท่เี ราทะเลาะกนั และทกุ ครงั้ ฉนั จะเป็นฝ่ายยอมเสมอ
ฉนั อยากดเุ ขาแรง ๆ แต่คดิ คาพดู ไมอ่ อกเลย
๓๒
“ไปกนั เถอะ ถา้ ตน้ ไมก่ ลบั พ่จี ะทงิ้ ไวต้ รงนี”้
ทันทีท่ีหมุนตัวหนั หลงั กลบั เสียงทุม้ แหบของใครบางคนทาให้
เราทงั้ สองหยดุ ชะงกั ฉนั รีบดงึ ตน้ หนาวใหล้ กุ ขนึ้ ยืนและขยบั มาอยใู่ กล้ ๆ
“เด็กท่ีไหนมาเดินเลน่ ในป่าชายเลน ไม่คนุ้ หนา้ เลยนะ” ชายแก่
รูปรา่ งเหมอื นลงุ ซานตาครอสพดู
ใบหนา้ กลมมีไรหนวดเล็ก ๆ สีขาวเป็นสีเดียวกบั เสน้ ผม เขาใส่
เสือ้ บาติกกับกางเกงขาก๊วยพรอ้ มกับผา้ ขาวมา้ ผูกคาดเอว เขาเดินตรง
เขา้ มาหาพวกเราดว้ ยใบหนา้ เครง่ ขรมึ
ตน้ หนาวหลบมาอยู่ดา้ นหลงั พรอ้ มกับกาชายเสือ้ ของฉันแน่น
ฉนั หลบสายตาไม่กลา้ จอ้ งหนา้ ฉนั ไม่ไดพ้ ูดตอบแต่ส่ายหนา้ พืน้ ท่ีตรงนี้
อาจจะเป็นป่ าสงวนหรือพืน้ ท่ีอนุรกั ษ์ของโรงเรียนหา้ มใครเขา้ และเขา
ตอ้ งดพุ วกเราแน่
“ไม่ได้เข้ามาเด็ดใบไม้ โยนก้อนหิน หรือโยนขยะลงไปในรู
ปแู สมนะ” เขาถามเสียงเขม้
ฉันส่ายหนา้ เหมือนเดิม ถึงจะไม่รูว้ ่าก่อนหนา้ นีต้ น้ หนาวไดท้ า
อยา่ งท่ีลงุ เขาพดู หรอื เปลา่
“กด็ ี เห็นปบู นดนิ โคลนพวกนไี้ หม” เขาชีล้ งไปท่ใี ตส้ ะพาน
๓๓
“น่ีน่ะเขาเรียกปูแสม มีหนา้ ท่ีสาคัญในการรกั ษาระบบนิเวศ
ป่าชายเลนใหส้ มบรู ณ์ ถา้ ไมม่ พี วกนอี้ ยู่ ป่าก็ไมส่ มบรู ณ์ แลว้ รูไ้ หมท่ีพวก
หนยู นื อย่ตู รงนคี้ ือท่ไี หน” ลงุ พดู ดว้ ยนา้ เสียงอ่อนลง เขาเวน้ ช่วงเล็กนอ้ ย
เม่อื เห็นเราสองพ่นี อ้ งไม่ตอบ
“ท่ีน่ีเป็นพื้นท่ีป่ าชายเลนของโรงเรียน มีไว้ให้เด็ก ๆ ได้มา
พักผ่อนแลว้ ก็เป็นหอ้ งเรียนกลางแจ้ง พวกหนูเป็นลูกหลานของครูคน
ไหนละ่ ”
“ไม่ใช่คะ่ ” ฉนั ตอบ
“งนั้ ก็คงเป็นนกั เรียนใหม่สิท่า รูห้ รือเปลา่ ป่ าชายเลนคืออะไร”
เขาหวั เราะเล็กนอ้ ยหลงั จากเห็นเราสองคนสา่ ยหนา้
“ไวเ้ ปิดเทอมพวกหนูไดเ้ รียนวิชาสนุก ๆ จะรูเ้ องว่าป่ าชายเลน
คืออะไร เด๋ยี วลงุ ตอ้ งไปเดินตรวจอกี หลายท่ี จะเดนิ เลน่ แถวนไี้ ปก่อนกไ็ ด้
แต่ระวงั ลืน่ ตกลงไปขา้ งลา่ งละ่ ” เขายมิ้ ใหแ้ ละเดนิ จากพวกเราไป
… อยา่ งกบั ผี แตค่ งเป็นภารโรง ไมก่ ็ลงุ ยามแน่ ...
ฉนั คลายมือของตวั เองท่ีกาแนน่ สมั ผสั ไดถ้ ึงความชืน้ บนฝ่ามอื
ไม่รูว้ ่าตัวเองแสดงสีหนา้ แบบไหนออกไป สูดลมหายใจเขา้ ปอดจนได้
กล่ินเค็มของโคลนกบั สายลมออ่ น แลว้ ถอนหายใจออกหนกั ๆ ความรูส้ กึ
หนกั องึ้ เรม่ิ เบาลง
๓๔
เราเดินกลับมาท่ีม้าน่ัง ฉันพยายามอ่านการต์ ูนต่อใหจ้ บแต่
เร่ืองราวไม่ไดเ้ ขา้ หวั เลยสกั นิด ส่วนตน้ หนาวก็เอาแต่กม้ หนา้ ใชเ้ ทา้ เข่ีย
พืน้ เล่น คราวนีไ้ ม่ปล่อยให้นอ้ งละสายตา ฉันเหน่ือยเกินกว่าจะโกรธ
นอ้ งชายและภาวนาใหพ้ ่อแม่ออกมาจากอาคารไว ๆ เพราะอยากกลบั ไป
พกั ผอ่ นท่ีบา้ น
ตอนอยู่บนรถเราสองคนเงียบใส่กัน ฉันไม่ไดเ้ ล่าเร่ืองท่ีเจอให้
พ่อกับแม่ฟัง ตน้ หนาวเองก็ไม่ได้พูดอะไร ฉันไดย้ ินพ่อกับแม่บอกว่า
โรงเรียนท่ีน่ีไม่เหมือนกับโรงเรียนเก่า มีกิจกรรมให้ทาเยอะแยะ
บรรยากาศดี รายลอ้ มไปดว้ ยธรรมชาติ ฉนั ไมเ่ ถียง เพราะตงั้ แต่เขา้ มาใน
โรงเรยี น กม็ แี ต่ตน้ ไม้ และไดแ้ ต่หวงั ว่าจะเป็นไปตามท่ที งั้ สองพดู
หลงั จากวันน้ันฉันกับตน้ หนาวคุยกันนอ้ ยลงกว่าเดิม คราวนี้
แตกต่างออกไปเพราะน้องเข้าหาฉันก่อน แต่ต้นหนาวก็ยังคงเป็น
ตน้ หนาว นอ้ งชายท่ีไม่รูเ้ ร่ืองหรือสนใจอะไรเลย อยากใหต้ น้ หนาวรูส้ ึก
ผิดท่ีทาใหฉ้ นั เป็นห่วงเขามากขนาดนน้ั แต่อาจจะมีแค่ฉนั ท่ีไม่พอใจอยู่
คนเดยี ว ฉนั ไม่อยากมีปัญหาเหมือนครงั้ ท่ีตน้ หนาวเปิดประตหู อ้ งเขา้ มา
ตอนฉันเปลี่ยนเสือ้ ผา้ เพราะเป็นครงั้ แรกท่ีพวกเราทะเลาะกันหนกั สุด
จนแมต่ อ้ งเขา้ มาชว่ ยพดู ทาใหอ้ ารมณเ์ ยน็ ลง แลว้ เราก็คนื ดกี นั
เวลาผ่านมาแลว้ หลายวนั น่งั นบั เวลาถอยหลงั เปิดเทอม
... อกี แค่เกา้ วนั โรงเรยี นกจ็ ะเปิด ...
๓๕
ฉันมองตัวเองผ่านเงาสะทอ้ นของกระจก รูส้ ึกว่าตัวเองสงู ขึน้
กว่าแตก่ ่อน แถมหนา้ อกก็เรม่ิ ใหญ่ ไม่ชอบเลย ไม่สิ ตอนนอี้ อกจะเกลียด
เสียด้วยซ้า อยากให้ไอ้เนื้องอกท่ีนูนขึน้ มาหายไป แค่มองก็ทาให้
ความรูส้ ึกและสมั ผสั น่ารงั เกียจผดุ ขึน้ มาในความทรงจา พยายามกลืน
นา้ ลายอยู่หลายครงั้ เพ่ือกลบความรูส้ ึกอยากจะอว้ ก จนตอนนีฉ้ ันยัง
กงั วลวา่ จะไปโรงเรียนไดห้ รอื เปลา่ กลวั คนจะมองหนา้ อก กลวั พวกเพ่อื น
คนอ่นื จะคดิ ว่าฉนั แปลก และกลวั จะเป็นจดุ สนใจ
ฉันหยิบเสือ้ ยืดตวั โครง่ สวมทบั เสือ้ กลา้ มชนั้ ในสองชน้ั คงมีแค่
เสือ้ ผ้าเท่านั้นท่ีช่วยทาให้รู้สึกอุ่นใจมากขึน้ หากมีอีกเรื่องท่ีทาให้
สบายใจ คงขอใหฉ้ ันกับลนั ตาไดอ้ ยู่หอ้ งเดียวกัน เพราะเราจะไดเ้ ป็น
เพ่อื นกนั ทงั้ ในและนอกโรงเรียน
ตอนนีเ้ ราสองคนสนิทกันมากขึน้ ชอบอ่านหนังสือเหมือนกัน
ลนั ตาเป็นคนท่ีอยู่ดว้ ยแลว้ สบายใจ พ่ึงพาได้ และมีเร่ืองสนุก ๆ ใหท้ า
ทุกครงั้ ท่ีลนั ตาอยู่ใกล้ ๆ ฉันรูส้ ึกไดร้ ับพลงั บางอย่าง เหมือนเวทมนตร์
ของนางฟา้ ท่เี สกใหค้ วามขนุ่ มวั ในใจหายไป ฉนั ยมิ้ หวั เราะมากขนึ้
เม่ือวานลันตามาหาท่ีบ้าน เธอหอบของเล่นเกมกระดานท่ี
เรียกว่า เกมเศรษฐี มาเล่นท่ีบา้ นของฉัน ตอนแรกฉันไม่รูว้ ่ามันคือเกม
อะไรตอ้ งใหเ้ ธอสอนวิธีการเล่นอย่หู ลายรอบ ลนั ตาอธิบายอย่างใจเย็น
เธอบอกว่าก่อนเร่ิมเกมทุกคนจะมีเงินปลอมก้อนหน่ึง ใหเ้ ราเลือกตัว
๓๖
หมากของตัวเอง จากนั้นก็ทอยลูกเต๋า และเดินตัวหมากไปแต่ละช่อง
ตามจานวนท่ที อยลกู เต๋าได้ ถา้ หยดุ ชอ่ งไหนใหต้ ดั สินใจวา่ จะซอื้ ช่องตรง
น้นั หรือไม่ซือ้ ถา้ ซือ้ เงินจะเขา้ กองกลางแลว้ พืน้ ท่ีตรงนน้ั จะเป็นของเรา
พอหมดรอบของตวั เอง จะเป็นรอบของเพ่ือนต่อ จบเกมหากยงั ไม่มีคน
ล้มละลาย เราจะมานับว่าใครเหลือเงินในมือเยอะท่ีสุด คนน้ันเป็น
เศรษฐีท่แี ทจ้ รงิ
พวกเราเลน่ กนั เกือบสามช่วั โมง ตอนแรกมีแคฉ่ นั กบั ลนั ตา ตอน
หลงั ตน้ หนาวเขา้ มาเลน่ กบั พวกเราดว้ ย นอ้ งชายของฉนั เองกเ็ ร่มิ จะสนิท
กับลนั ตามากขึน้ หลงั จากเล่นเกมจบไดผ้ ลสรุป ลนั ตาเป็นเศรษฐีมาก
ท่ีสดุ ฉันเป็นแค่รอบเดียว สว่ นตน้ หนาวลม้ ละลายก่อนตลอด วนั นน้ั เธอ
กลบั บา้ นชา้ อีกตามเคย เพราะบา้ นของลนั ตาอยู่ใกลแ้ ค่นิดเดียว เดิน
ไม่กี่กา้ วก็ถึง เธอเลยกลบั ชา้ ได้ ฉันยืนสง่ เธอหนา้ บา้ น รอจนกระท่งั เห็น
แผน่ หลงั ของลนั ตาลบั หายไป
วันนีก้ ็เป็นอีกวันท่ีลนั ตามาหา เธอไม่ไดห้ อบของเล่นมาดว้ ย
พวกเราน่งั ดกู ารต์ นู ดว้ ยกนั ท่ชี น้ั สองของบา้ น และตน้ หนาวอย่ดู ว้ ย
“อีกแค่เกา้ วนั โรงเรียนจะเปิดแลว้ ต่ืนเตน้ เนอะ” ลนั ตาพดู ขนึ้
“ตน่ื เตน้ แตก่ ็กลวั ” ฉนั ตอบเธอ
๓๗
“กลวั อะไร สนุกจะตายไปโรงเรียนไดเ้ จอเพ่ือน มีอะไรทาตั้ง
เยอะแยะ ถึงเราจะชอบปิดเทอมเพราะไม่ต้องทาการบ้าน แต่ต้อง
ช่วยงานแม่อย่ดู ”ี
“ไมร่ ูส้ ิ กลวั ไมไ่ ดอ้ ย่หู อ้ งเดยี วกบั เธอมงั้ ” ฉนั ตอบ
“เราเช่ือว่าไดอ้ ยู่หอ้ งเดียวกัน โชคชะตาฟ้าขีดเข่ียเอาไวแ้ ล้ว”
เธอพดู พรอ้ มกบั ชกู าปั้นตวั เองขนึ้ ฟา้ ฉนั ขาใหก้ บั ทา่ ทขี องเธอ
“แลว้ ไดไ้ ปดโู รงเรียนมายงั ” ลนั ตาถาม
ฉนั พยกั หนา้ ไมท่ นั ไดอ้ า้ ปากตอบ ตน้ หนาวกแ็ ย่งพดู กอ่ น
“ไปมาแลว้ พ่ีตา โรงเรียนอย่างกวา้ ง มีบา้ นของทารซ์ านดว้ ย”
ตน้ หนาววาดแขนทงั้ สองขา้ งออกทาใหล้ นั ตามองเห็นภาพมากย่งิ ขนึ้
“บา้ นทารซ์ านไหน”
“ก็ท่ีเป็นป่ ามีตน้ ไมเ้ ยอะ ๆ สะพานยาว ๆ อ่ะ พ่ีอย่โู รงเรียนจริง
ปะเน่ีย” ตน้ หนาวขมวดควิ้
“อ่อ หอ้ งเรียนสีเขียวน่ะเหรอ จริง ๆ โรงเรียนของพวกเรามีวิชา
ระบบนิเวศป่ าชายเลนดว้ ยนะ เราใชท้ ่ีตรงน้ันเป็นหอ้ งเรียน เด็กทุกคน
ชอบเรียกว่า หอ้ งเรียนสเี ขยี ว จนติดปาก เพราะมแี ต่ตน้ ไมส้ ีเขียว”
๓๘
ฉันเองก็เร่มิ อยากไปโรงเรียนขึน้ มาเล็กนอ้ ย และคิดว่าเป็นวิชา
ท่ีน่าสนใจถึงช่ือจะไม่คุ้นหูเลย เพราะตอนอยู่กรุงเทพฯ นอกจากไป
สวนสาธารณะ จะท่ไี หนก็มตี น้ ไมน้ อ้ ย การไดอ้ อกไปเรียนนอกสถานท่ยี ่ิง
ทาใหส้ นกุ เขา้ ไปใหญ่
“จริงสิพ่ีตา วันนีเ้ ราออกไปเล่นข้างนอกกัน ตน้ เบ่ือดูการต์ ูน
แลว้ อ่ะ” ตน้ หนาวพดู
“แลว้ จะไปเลน่ ไหน” ลนั ตาถาม
“ลาธารไง ครงั้ ก่อนท่ีพาพ่ฝี นไป”
ลนั ตาอา้ องึ้ เลก็ นอ้ ย เธอมองฉนั เหมอื นสง่ กระแสจติ ทางสายตา
ว่า ‘เอาไงดี’ ฉนั พยายามไม่สนใจน่งั ดกู ารต์ นู ตอ่ และเหมอื นตน้ หนาวจะ
รูท้ นั คราวนเี้ ขาเปลีย่ นเปา้ หมายมาเขย่าแขนของฉนั แทน
“นะ ๆ พ่ฝี นนะ ๆ พาตน้ ออกไปเลน่ ขา้ งนอกหนอ่ ย”
“พ่ีไมอ่ ยากไป อยากดกู ารต์ นู ” ฉนั บอกปัด
“ถา้ พ่ีฝนไม่ไป งน้ั ตน้ ไปกบั พ่ตี าสองคนกไ็ ด้ ไปนะพ่ีตา”
ตน้ หนาวหนั ไปพดู กบั ลนั ตา
ฉนั กรอกตาหน่ึงทแี ลว้ คิดในใจ ยงั ไงลนั ตาก็ไมไ่ ปกบั ตน้ หนาว
๓๙
“ไปสิ แต่น่าเสียดายนะท่ีฝนไม่ไดไ้ ปด้วย วันนีก้ ะจะพาไปดู
สวนลบั ซะหน่อย”
“สวนลบั อะไร ตน้ ไปดว้ ย เราไปกันเลยไหมพ่ีตา” ทันทีท่ีไดย้ ิน
ตน้ หนาวถงึ กบั กระโดดลกุ พรวด ดงึ แขนลนั ตาใหร้ บี ลกุ ขึน้
ฉันหนั มองเธอ เป็นจงั หวะเดียวกับท่เี ราสบสายตากนั ลนั ตาหร่ี
ตามองฉนั เธอฉีกยมิ้ แปน้ เหมือนกาลงั บอกวา่ ‘รูท้ นั หรอกนะ’ ใช่ และเธอ
เขา้ ใจถกู คาวา่ สวนลบั ดงึ ความสนใจจากฉนั ไมน่ อ้ ย กอ่ นหนา้ นเี้ ราเคย
คยุ กนั เร่ืองหนงั สือ ลนั ตาชอบวรรณกรรมเร่ือง ในสวนลบั ของฟรานเซส
ฮอดจส์ ัน เบอรเ์ น็ตต์ เป็นเล่มท่ีฉันชอบดว้ ยเหมือนกัน ลันตาบอกว่า
เธอเองก็มีสวนลับของตัวเอง เหมือนอย่างเด็กหญิงมารีในเร่ืองถ้ามี
โอกาสจะพาฉนั เขา้ ไปในสวนของเธอดว้ ย
“แลว้ ฝนจะไปไหม” เธอถามยา้ อีกรอบ
“ไปดว้ ยก็ได้ แต่แป๊ บเดียวนะ” ฉนั ตอบ
... ท่ีไปด้วยครั้งนี้ไม่ใช่เพราะลันตาหรือต้นหนาวหรอกนะ
แตอ่ ยากไปเหน็ เองกบั ตามากกวา่ ...
พวกเราสามคนเดนิ ลงชน้ั ล่างเพ่ือขออนญุ าตแมอ่ อกไปเลน่ ขา้ ง
นอก ตั้งแต่วันท่ีได้รูจ้ ักกับลันตาครั้งแรก ทุกคนในบ้านก็เอ็นดูและ
ไวว้ างใจลนั ตาไม่นอ้ ย ครงั้ นีต้ น้ หนาวไปดว้ ยแม่เลยกาชับใหฉ้ ันดูแล
๔๐
นอ้ งชายอย่างเคยและกลบั ไม่เย็นมาก ฉนั ตอบรบั แลว้ พวกเราก็เดินออก
จากบา้ นตรงไปยงั ลาธาร
ตน้ ไมใ้ หญ่ท่ีเราน่ังพักยังอยู่เหมือนเดิม สายลมเย็นพัดเอ่ือย
เสียงนกรอ้ งไพเราะราวกับเสียงเพลงจากขลยุ่ ตน้ หนาวส่งเสียงพูดแข่ง
กบั เสียงนก ทงั้ ถามคาถาม พดู บทพดู ของตวั ละครในการต์ นู แลว้ กระโดด
ไปมาจนฉันเหน่ือยแทน มีแต่ลนั ตาท่ีตอบทุกคาถามของนอ้ งชาย พวก
เราเดินตามกระแสนา้ ของลาธาร จนกระท่งั เจอเนินหญา้ ท่มี ีตน้ ไมพ้ ่มุ เตยี้
ขนาบขา้ ง ดา้ นบนมพี มุ่ ไมเ้ ลือ้ ยยอ้ ยลงมาเหมือนกบั โมบายแขวนบนเปล
ของเด็กทารก
... คลา้ ยกบั ประตทู างเขา้ สวนลบั จรงิ ๆ น่นั แหละ …
ลนั ตาเดินขึน้ เนินก่อนย่ืนมือมาช่วยดึงฉนั ทีแรกตน้ หนาวเสียง
แข็งจะขึน้ เองใหไ้ ด้ สดุ ทา้ ยก็ลื่นไถลลงไปน่งั กน้ จา้ เบา้ อยู่กับพืน้ ฉันอด
ขาไม่ได้ แต่ก็ยอมช่วยนอ้ งชายขึน้ มา เราเดินผ่านพ่มุ ไมเ้ ลือ้ ยท่ีดเู หมือน
อุโมงคข์ นาดเล็ก แสงสว่างจากปลายทางทาใหร้ ูว้ ่าอีกแค่นิดเดียวจะถึง
แลว้ ใจของฉนั เตน้ รวั ราวกบั กลองใหญ่ ต่ืนเตน้ อยากเห็นสวนลบั จนแทบ
ไม่ไหว คิดว่าจะเหมือนอย่างท่ีจินตนาการจากหนงั สือ หรืออาจจะสวย
กว่านนั้
เราเดินพ้นออกมาจากอุโมงค์ ส่ิงท่ีเห็นตรงหน้าทาใหฉ้ ันตก
ตะลึง ภาพของทุ่งดอกไม้หลากสีกาลังบานเต็มพืน้ หญ้าสีเขียวชอุ่ม
๔๑
เหมือนสายรุง้ ดอกเล็ก ๆ เป็นพุ่มราวกับก้อนสาลี มองผิวเผินตอนนี้
เหมือนฉันกาลงั ยืนอย่ทู ่ามกลางขนมสายไหมนบั รอ้ ยท่ีกระจายอยู่เต็ม
พืน้ หญ้า ฉันเห็นผีเสือ้ หลายตัวเกาะอยู่บนกลีบดอกไม้ บางตัวก็บิน
ราวกับไดร้ บั เชิญใหม้ างานเลีย้ งขนมหวานของเหล่าผีเสือ้ เหมือนภาพ
ความฝัน ฉันย่อตวั กม้ ลงดมกลิ่นดอกไม้ กลิ่นหอมจาง ๆ เหมือนขนมผงิ
ท่ีน่ีสวยงามมากกว่าจินตนาการของฉันเยอะ ตน้ หนาวเองก็คงตะลึง
เหมอื นกนั เลยสง่ เสียงรอ้ งดงั จนกลมุ่ ผเี สือ้ แตกกระเจิง
... ตน้ หนาวตอ้ งถกู ไลอ่ อกจากงานเลีย้ งคนแรกแน่นอน ...
“เป็นไงสวนลบั ของเรา” ลนั ตาพดู
“สวยมาก เหมอื นสวรรคเ์ ลย” ฉนั ตอบ
ไม่มีเวลาใหไ้ ดช้ ่ืนชมความงดงามของบรรยากาศตรงหนา้ มาก
สัมผัสเบามือของน้องชายแตะลงท่ีแขนของฉัน “แปะพ่ีฝนเป็น!”
ตน้ หนาวรีบออกวิ่งทนั ที
ลนั ตาหนั มองฉนั ตาตืน่ กอ่ นจะรบี ออกวิง่ ห่างเช่นกนั
ฉันยืนงงอย่พู กั หนึ่งก่อนนึกขึน้ ไดว้ ่า ตอนท่ีกลบั มาเย่ียมย่ามุก
ฉันกับตน้ หนาวชอบเล่นวิ่งไล่จบั ถา้ ใครคนใดคนหนึ่งพูดว่า ‘แปะ เธอ
เป็น’ แสดงว่าคนนน้ั ตอ้ งเป็นคนวิ่งไล่ ถา้ ว่ิงทนั ไปแปะคนไหนเขา้ คนนน้ั
จะตอ้ งมาเป็นต่อทนั ที พอนึกขนึ้ ไดฉ้ นั ก็รบี วิ่งไลจ่ บั ทงั้ สองคนทนั ที
๔๒
พวกเราวิ่งไล่กัน ส่งเสียงรอ้ งกรี๊ด หัวเราะร่าอย่างสนุกสนาน
ใบหนา้ ฉนั รอ้ นผ่าวและเหง่ือท่วมตวั ตน้ หนาวว่ิงไล่จบั ผีเสือ้ ไปท่วั อย่าง
ไม่จักเหน็ดเหน่ือย ฉันทิง้ ตัวลงนอนบนพืน้ หญ้าเหมือนเตียงดอกไม้
มองทอ้ งฟ้าท่ีมีกอ้ นเมฆเป็นหย่อม สดู ลมหายใจเขา้ เพ่ือใหไ้ ดก้ ล่ินหอม
ขนมผิงจาง ๆ จากดอกไม้ ลนั ตาทิง้ ตวั ลงนอนขา้ ง ๆ ชวนฉันดกู อ้ นเมฆ
แต่ละก้อน เธอบอกว่าเหมือนรูปเป็ด แต่ฉันมองเป็นรูปเรือใบ เราต่าง
จินตนาการเป็นสตั ว์ ส่ิงของ หรอื แมแ้ ตต่ วั การต์ นู ตวั ละครท่พี วกเราชอบ
“เธอเจอท่ีน่ไี ดไ้ ง” ฉนั ถาม
“ก็อยู่คนเดียวอ่ะ แล้วเราชอบเดินเท่ียวไปเร่ือย จนมาเจอ
ทางเขา้ ตอนแรกกลวั อยู่นะ แต่เช่ือไหม วันหน่ึงเราเจอนกบินเขา้ ไปใน
อุโมงค์ ทาใหเ้ รากลนั้ ใจเดินตามมา ตอนนั้นงงตัวเองเหมือนกันว่ากลา้
เขา้ มาไดย้ งั ไง แลว้ เรากเ็ จอเลย” ลนั ตาเลา่ อยา่ งออกรส
“เว่อแลว้ กาลงั จะบอกว่าตวั เองเป็นมารีท่ีเจอกุญแจกับประตู
ทางเขา้ วา่ งน้ั ” ฉนั เบะปากหม่นั ไส้
“เอา้ เรื่องจริง ไม่เช่ือก็ตามใจ” เธอขยับไหล่ตวั เองก่อนจะมอง
ขนึ้ ไปทอ้ งฟ้าตามเดิม
“เออ..ตน้ หนาวไปไหน” ลนั ตาถามขนึ้
๔๓
ฉันรีบเดง้ ตวั ลกุ ขึน้ น่งั ทนั ที กวาดสายตามองหาเจา้ นอ้ งชายตวั
ดี และเป็นไปอย่างท่ีคิด ต้นหนาวหายไปอีกแล้ว ฉันเร่ิมกระวน
กระวายเพราะคราวนีไ้ ม่ใช่สถานท่ีอย่างโรงเรียน แต่เป็นป่ า ป่ าท่ีมีแต่
ตน้ ไม้ ฉันลกุ ขึน้ ยืนตะโกนเรียกช่ือตน้ หนาว เสียงสะทอ้ นของฉันดงั กอ้ ง
ไปท่ัวทุ่งดอกไม้ ลันตาดูตกใจเช่นกัน เธอบอกให้ฉันรออยู่ตรงนี้
เผ่ือตน้ หนาวกลบั มาไมเ่ จอใคร สว่ นเธอจะออกไปตามหาท่ใี กล้ ๆ เพราะ
คุน้ ชินพืน้ ท่ีแถวนีม้ ากกว่า ฉันพยักหน้าอย่างรอ้ นรนโดยไม่ลืมตะโกน
เรียกช่ือของนอ้ งชายไปดว้ ย ดวงตาเร่มิ พร่ามวั เพราะม่านนา้ ตา เสียงท่ี
เปล่งออกมาเร่ิมขาดท่อนและมีเสียงสะอืน้ ฉันอึดอัดเหมือนมีท่อนไม้
หนกั หนึง่ ตนั กดทบั หนา้ อกแน่น
ฉนั กลวั ว่านอ้ งชายจะหายไปจรงิ ๆ หายไปตลอดกาล ตน้ หนาว
เป็นเด็กขีแ้ ง ทาอะไรไม่ค่อยเป็น ถึงถูกพ่อแม่ดุ แต่ทั้งสองคนก็ทาให้
ตลอด ขณะท่ีฉันตอ้ งทาเองทุกอย่าง พอนอ้ งรอ้ งไหท้ กุ คนก็เอาแต่เรียก
หาฉนั ไม่ชอบเลย บางครงั้ ก็รูส้ กึ พอ่ กบั แม่ลาเอียง ถึงช่วงหลงั เราจะเทาะ
เลาะกนั บอ่ ย เงยี บใสก่ นั บา้ ง
แต่ไม่เคยคิดจะให้น้องหายไปเลย
ฉนั กลวั สดุ ขวั้ หวั ใจ ยืนขาส่นั มือชา ทาอะไรไมถ่ กู
เสยี งของตน้ หนาวกด็ งั ขนึ้ ขา้ ง ๆ
“พ่ีฝนเป็นอะไร” มือของตน้ หนาวกระตกุ ชายเสอื้ ของฉนั
๔๔
“ตน้ หนาว! หายไปไหนมา!” ฉนั เรียกช่ือตน้ หนาวเสียงดงั พรอ้ ม
จบั ไหลท่ งั้ สองขา้ งของเขาใหห้ นั มาเผชิญหนา้
ตอนนีค้ วามรูส้ ึกของฉันสบั สนตีกันย่งุ เหยิงไปหมด ฉนั ควรดีใจ
ท่ีต้นหนาวกลับมา แต่ก็รู้สึกโกรธ และครั้งนี้ความโกรธมีมากกว่า
ความอดทนของฉนั เหมือนฟางเสน้ สดุ ทา้ ยท่ีถูกกระชากใหข้ าดออกจาก
กัน หลายครงั้ แลว้ ท่ีตน้ หนาวชอบทาอะไรตามใจตวั เองจนทาใหค้ นอ่ืน
ตอ้ งเดือดรอ้ น ฉันตอ้ งยอมเขาตลอดเพราะเป็นพ่ี ทาไมตอ้ งยอมดว้ ย
ตน้ หนาวเป็นนอ้ ง ตอ้ งเช่อื ฟังฉนั สิ
ราวกับปีศาจรา้ ยกาลังเข้าสิง ฉันกลายเป็นปีศาจน่าเกลียด
น่ากลวั ส่งเสียงรอ้ งแสบหู มือทงั้ สองจบั ไหล่นอ้ งชายไวแ้ น่นพรอ้ มกับ
เขย่าตัวเขาแรงจนทุกส่วนของร่างส่ันไหวตามการบังคับ อยากให้
ต้นหนาวรับรูค้ วามรู้สึกโกรธของฉัน อยากให้เขารูว้ ่าสิ่งท่ีตัวเองทา
ไม่ถกู ตอ้ ง
ขณะท่ีฉันกาลงั กลายร่างเป็นปีศาจเต็มตวั เสียงรอ้ งสะอืน้ ของ
ตน้ หนาวก็ดงั ขึน้ เขากาลงั รอ้ งไห้ ปีศาจรา้ ยหายไป ฉันมองลึกเขา้ ไปใน
ดวงตาของตน้ หนาว เห็นภาพสะทอ้ นท่ีน่าหวาดกลวั ของตวั เองราวกับ
คนละคน ทงั้ ท่ีความจรงิ คอื ตวั ฉัน
ตน้ หนาวยงั คงรอ้ งไห้ ฉนั ดงึ เขาเขา้ มากอดแน่น
๔๕
... ส่ิงท่ีฉนั กลวั มากท่สี ดุ ตอนนไี้ ม่ใช่ตน้ หนาวหายไป แต่กลวั ว่า
นอ้ งชายจะเกลียดฉนั …
ตน้ หนาวยกมือขึน้ กอดตอบ เวลาผ่านไปพักใหญ่เราสองคน
ยังคงกอดกันแน่นและรอ้ งไห้ ฉันยังไดย้ ินเสียงสะอืน้ อยู่ เขาปล่อยกอด
แลว้ ย่นื ดอกไมใ้ ห้
ดอกไมท้ ่ีดเู หมือนระฆงั ขนาดเท่าฝ่ ามือมีกลีบชน้ั นอกเป็นสีฟ้า
และกลีบดา้ นในเป็นสีขาว ฉันรบั มาพรอ้ มกบั สดนา้ มกู เสยี งดงั ตน้ หนาว
พดู ดว้ ยนา้ เสียงสะอกึ สะอนื้
“ตน้ ... ตน้ จาไดพ้ ่ีชอบสฟี ้า ตอนตน้ วิ่งจบั ผเี สือ้ ตน้ เห็นดอกมนั
สวยแลว้ นึกถึงพ่ฝี น ตน้ เลยจะเอามาขอโทษ ทงั้ เรือ่ งท่ีเขา้ หอ้ ง ... พ่ี เร่ือง
หายไปไม่บอก ตน้ คิดว่าถา้ เอามาให้ พ่ีฝนจะกลบั มาคยุ กับตน้ ดี ... ดี พ่ี
ฝนหายโกรธตน้ นะ”
เพียงแค่ไดย้ ินเสียงสะอืน้ ของน้องชาย ใจพ่ีสาวอย่างฉันแทบ
แตกสลาย เคยคิดเห็นแก่ตัว คิดว่าน้องชายคงไม่ได้สนใจแม้กระท่ัง
ความรูส้ กึ ของฉัน วนั นีก้ ลบั ไดร้ ูแ้ ลว้ ว่านอ้ งชายไม่ไดเ้ ป็นเด็กท่ที าตามใจ
ตวั เอง สมั ผสั ไดท้ นั ทีว่าตน้ หนาวเป็นห่วงความรูส้ กึ ของฉนั ไม่ต่างจากท่ี
ฉนั เป็นห่วงเขา
ทุกครงั้ ท่ีตน้ หนาวรอ้ งไห้ นอ้ งจะเรียกช่ือฉันเป็นคนแรกตลอด
ฉนั เคยคิดว่าเขาตอ้ งแกลง้ กนั แน่ ๆ เพราะบางทคี นอ่นื ชอบเขา้ ใจผิดคดิ
๔๖
ว่าฉันเป็นคนทานอ้ งรอ้ งไห้ ฉันไม่ชอบเสียงนอ้ งรอ้ งไห้ แต่ตอนนีร้ ูแ้ ลว้
เหตุผลท่ีน้องเรียกหาฉันตลอด เพราะฉันเป็นความสบายใจ เป็นท่ีพ่ึง
และเป็นพ่ีสาวคนเดียวของเขา
... ฉนั ทาหนา้ ท่ีพ่ีสาวไดแ้ ย่มาก ...
ฉนั ยง่ิ รอ้ งไหห้ นกั กวา่ เดิม
“พ่ี ... พ่ีไม่โกรธตน้ แลว้ หายโกรธแลว้ เราดีกันนะ ตน้ อย่าโกรธ
อย่าเกลียดพ่ี ... นะ” ฉนั พดู ดว้ ยนา้ เสียงสะอนื้ ไมต่ า่ งจากเขา
“... ตน้ ไมเ่ คยเกลียดพ่ฝี น ...”
ฉนั ยกนวิ้ กอ้ ยขนึ้ เก่ียวนวิ้ กอ้ ยของตน้ หนาวแลว้ เขยา่ เบา ๆ
ต้นหนาวเร่ิมสงบลง เขายกแขนเสือ้ ขึน้ เช็ดนา้ ตาของตัวเอง
ฉนั กเ็ หมือนกนั
หลงั จากนน้ั ไม่นานลนั ตากลบั มา เห็นพวกเราสองคนท่ีมีสภาพ
ไม่ต่างจากตัวตลกถูกผึง้ ต่อย เพราะตาบวมเป่ ง จมูกแดง แก้มแดง
เหมือนก้นลิง ฉันบอกต้นหนาวให้ขอโทษลันตา เธอไม่ได้โกรธอะไร
ออกจะโลง่ ใจดว้ ยซา้ ฉนั ขอบคณุ เธอนบั ครงั้ ไมถ่ ว้ น
๔๗
ทอ้ งฟ้าเร่มิ เปลีย่ นสี แสงของพระอาทติ ยก์ าลงั จะลาลบั ขอบฟา้
ส่องประกายเป็นเหมือนเสน้ ทางสายไหม กอ้ นเมฆสีขาวเร่ิมจางหาย
พวกเราสามคนเดินกลบั บา้ น เราตกลงกันว่าจะกลบั มาท่ีน่ีอีก ใหเ้ ป็น
สวนลบั ของพวกเรา ระหว่างเดินฉันคิดถึงขอ้ แกต้ วั กบั พ่อแม่ ฉนั อาจจะ
ถกู ตีท่ีทานอ้ งรอ้ งไห้ แตก่ เ็ ตรยี มใจไวแ้ ลว้
อยา่ งนอ้ ยเรื่องท่ีดีท่ีสดุ ของวนั นี้ คอื ดอกไมส้ ีฟ้าในมือของฉนั
๔๘
บทท่ี ๔
..........
หลงั กลบั จากสวนลบั ทงั้ พ่อ แม่ ย่า พากันตกใจท่ีเห็นใบหนา้
ของเราสองคนบวมปดู และตาแดงก่าเหมือนลกู ชมพู่แก่ แม่ถามว่าเกิด
อะไรขึน้ ฉนั เตรียมใจถูกแม่ตี เสียงท่ีจะตอบแม่เหมือนถกู กลนื หายไปใน
ลาคอ นา้ ตาทาใหภ้ าพของแม่ดพู ร่ามวั ฉันเร่มิ สะอืน้ อีกครงั้ ตน้ หนาวก็
เร่มิ รอ้ งไหด้ ว้ ย แมย่ ่อตวั ลงมาอย่รู ะดบั เดยี วกัน
ฉันไม่ลงั เลโผล่เขา้ กอดแม่แลว้ รอ้ งไห้ ไม่สนใจลนั ตาจะมองว่า
เป็นเด็กขแี้ ย แม่กอดฉนั ตอบแลว้ ดงึ ตน้ หนาวมากอดดว้ ย แมบ่ อกจะไมด่ ุ
พวกเราถา้ หยุดรอ้ งไห้ ฉนั พยายามกลนั้ นา้ ตา นอ้ งชายก็เหมือนกัน ฉนั
เห็นเขาสะอืน้ จนตวั โยน พอพวกเราสงบ ย่ามกุ ชิงถามลนั ตาก่อนว่าเกิด
อะไรขึน้ ลนั ตาเล่าทุกอย่างท่ีเธอรูใ้ หท้ ุกคนฟัง แม่ขอบคุณเธอ ไม่นาน
ลันตาก็ขอตัวกลับบ้าน หลงั กินขา้ วเย็นเสร็จ ทั้งฉันและตน้ หนาวเล่า
เรื่องราวทงั้ หมดใหท้ ุกคนในบา้ นฟัง แม่ไม่ไดต้ ีฉันหรือนอ้ ง แต่กลบั ยิม้
๔๙
และบอกว่าดีใจท่ีเห็นเราทั้งสองคืนดีกัน ถึงยังไงตน้ หนาวมีความผิด
แม่เลยทาโทษนอ้ งไม่ใหอ้ อกไปเลน่ ขา้ งนอกสามวนั
“ต้นหนาวทาผิด แม่เคยบอกแล้วใช่ไหม เร่ืองเดินไปไหน
คนเดียวมนั อนั ตราย ทาใหพ้ ่ีปลายฝนกับพ่ีลนั ตาเป็นห่วง ถา้ เกิดคราว
หนา้ ตน้ หนาวเจองู งฉู กไม่มีใครชว่ ยจะทายงั ไง ถา้ ตน้ หนาวยงั ดือ้ แม่จะ
ไมใ่ หต้ น้ หนาวออกไปไหนอีกเลย อยแู่ ต่ในบา้ นน่แี หละ เอาไหม”
เพยี งแคค่ าวา่ ‘ไมใ่ หอ้ อกไปไหนอกี เลย’ นอ้ งชายของฉนั สา่ ยหวั
จนคอแทบหลดุ ฉนั รูว้ ่านอ้ งคงไมพ่ อใจแตท่ าอะไรไม่ได้
ฉนั กบั นอ้ งชายเรากลบั มาคยุ กนั มากขนึ้ ถึงบางครงั้ ตน้ หนาวจะ
พยายามตือ้ ใหค้ อยทานู่นน่ี ถ้าฉันไม่อยากทาจะตอบปฏิเสธไปตรง ๆ
ตอนแรกนอ้ งงอแงบา้ ง แต่ไม่ไดเ้ ซา้ ซีเ้ หมือนแต่ก่อน ดอกไมท้ ่ีตน้ หนาว
ใหม้ า ฉันเอาไปใส่แกว้ ทรงสูงเล็ก ๆ วางไวบ้ นโต๊ะเขียนหนงั สือ เพราะ
ทกุ ครงั้ ท่ีเขา้ หรือออกหอ้ งจะเหน็ ชดั สดุ และฉนั สบายใจ
วนั นีเ้ ปิดเรียนวนั แรก โรงเรียนใหม่ เพ่อื นใหม่ เม่อื คนื ต่นื เตน้ จน
นอนไม่หลบั ไดแ้ ต่นอนพลิกตัวอยู่บนเตียง พอต่ืนเชา้ นอกจากจะง่วง
มากแลว้ ฉนั ยงั กงั วล กลวั เขา้ กบั เด็กคนอ่นื ๆ ไม่ได้
เพราะเด็กส่วนใหญ่จะมีกลุ่มเพ่ือนท่ีอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ช้ัน
ประถมหนึ่ง ไม่ก็ประถมส่ี ฉันเพิ่งเขา้ มากลางปี พวกเด็กคนอ่ืนอาจจะ
ไมย่ อมรบั ฉนั
๕๐