บทท่ี ๗
.........
วนั หยดุ สดุ สปั ดาห์ เวลาว่างหลงั จากอ่านหนงั สือจนเบอื่ ฉันกบั
ตน้ หนาวช่วยแม่จดั หอ่ ขนมวางบนชน้ั ขายของ ฉันชอบจดั วางของต่าง ๆ
ให้เข้าท่ี จัดเรียงไล่ระดับสีจนบางครั้งก็จับคู่สีห่อขนมเข้าด้วยกัน
การชว่ ยงานแมไ่ ม่ไดเ้ ป็นเรือ่ งหนา้ เบ่อื อย่างท่ีคดิ
“ปลายฝนเอานา้ ตาลแว่นไปใหย้ ่ามุกหน่อยลูก” แม่ย่ืนถุงใส่
นา้ ตาลใหฉ้ นั
เม่ือวานพ่อของลนั ตาเอามะพรา้ วแก่จากสวนมาให้พวกเรา
วันนีย้ ่ามุกเลยลงมือทาขนมไทยขึน้ ช่ือของจังหวัด เรียกว่า ขนมโค
หลงั จากจดั ของหนา้ รา้ นเรียบรอ้ ยก็เป็นลกู มือช่วยย่ามกุ ทาขนมต่อ ฉนั
ต่นื เตน้ เลก็ นอ้ ยเพราะลงมือทาขนมครงั้ แรก ฉนั เคยช่วยแมท่ าอาหาร แม่
สอนทอดไข่เจียว แต่เละไม่เป็นท่า เพราะฉันกลัวน้ามันกระเด็นใส่
กวา่ จะไดพ้ ลกิ ไข่ก็ไหมเ้ สียกอ่ น
๑๐๑
“ย่ามกุ แม่ใหเ้ อานา้ ตาลมาใหค้ ่ะ” ฉนั วางถงุ นา้ ตาลลงบนโตะ๊
“ขอบใจจะ้ มาพอดีเลยช่วยย่าผสมแปง้ ทาขนมหน่อยส”ิ ย่าพูด
ขณะชไี้ ปท่ถี าดผสมแปง้ ขนาดใหญ่
“เยอะแคไ่ หนคะ” ฉนั ถาม
“หนลู องเทแปง้ ใสถ่ าด เด๋ยี วย่าบอกใหพ้ อค่อยหยดุ เท”
“ไม่มถี ว้ ยตวงเหรอคะ”
“โอย๊ ไม่มีหรอก ย่ากะเอาตามความเคยชินทงั้ นน้ั ”
ฉันหยิบถุงแป้งเทลงบนถาดเกือบคร่งึ ถงุ ย่าเทนา้ ลงบนผงแปง้
สีขาว ก่อนจะบอกใหฉ้ ันค่อย ๆ ใช้มือนวดแป้งกับนา้ เป็นเนือ้ เดียวกัน
ส่วนย่าจัดการห่นั นา้ ตาลแว่นเป็นชิน้ คลา้ ยกับลกู เต่าขนาดเล็ก ไม่รูว้ ่า
ตงั้ แต่เม่อื ไหรท่ ่ตี น้ หนาวเดนิ เขา้ มาน่งั อยขู่ า้ ง ๆ ย่ามกุ
“อนั นคี้ อื อะไรอ่ะ” ตน้ หนาวถามขนึ้ ขณะมองย่ามกุ
“อนั นเี้ ขาเรียกนา้ ตาลแว่น ทาจากตน้ ตาลโตนด” ยา่ ตอบ
“ยา่ โกหก นา้ ตาลตอ้ งเป็นสีขาว”
“เอา้ ไอเด็กคนนี้ หาว่าย่าโกหก ไม่เช่ือลองชิมดวู ่าหวานไหม”
ย่าหยิบเศษนา้ ตาลชิน้ เล็กจ่อไปท่ีปากของนอ้ งชาย ตน้ หนาวถึงกับหัน
หนา้ หนี เขากม้ ลงดมก่อนจะค่อย ๆ แลบลิน้ แตะเศษนา้ ตาล ฉันยิม้ ขา
๑๐๒
เพราะท่าทางของนอ้ งตอนนีเ้ หมือนแมวจรจัดกาลงั กินอาหารจากคน
แปลกหนา้
“แหวะ หวานมาก” ตน้ หนาวทาหนา้ แหย่
“ตอ้ งหวานสิ กน็ ่นี า้ ตาล” ยา่ มกุ ขา
“รูห้ รอื เปลา่ ทาไมถงึ เรยี กนา้ ตาลแว่น”
“น่ีไงย่า เพราะเป็นวงกลมเหมือนแว่นตา” น้องหยิบนา้ ตาล
ขึน้ มาสองชิน้ ประกบกัน ย่าหัวเราะเสียงดังก่อนลูบหัวเขาด้วยความ
เอน็ ดู
“เก่งมาก หลานใครฉลาดขนาดน”ี้
ตน้ หนาวเป็นเด็กฉลาดไหวพริบดี ไม่แปลกท่ีน้องจะตอบได้
ทนั ที ฉันนวดแป้งไปเรื่อย ๆ จนรูส้ ึกเม่ือย ย่ามกุ บอกใหน้ อ้ งมาช่วยทา
ขนม เขาตกปากรบั คาอยา่ งไม่มีอิดออด ขนั้ ตอนตอ่ ไปเป็นการปั้น ยา่ มกุ
ทาใหด้ ูเป็นตัวอย่าง หยิบชิน้ แป้ง ใช้ฝ่ ามือทั้งสองข้างกดใหแ้ บน ใส่
นา้ ตาลท่หี ่นั เป็นชิน้ วางตรงกลางแผน่ ปั้นปิดใหเ้ ป็นกอ้ นกลมเหมือนสาลี
ฉนั กับตน้ หนาวช่วยกันปั้น ขณะท่ีย่ามกุ ตงั้ หมอ้ ตม้ นา้ ฉนั มอง
ชิน้ ขนมบนถาด หนา้ ตาคลา้ ยกบั ลกู ชิน้ ขนาดเทา่ เหรียญสบิ วางเรยี งกนั
๑๐๓
พอน้าเดือดเอาขนมลงไปต้ม ถ้าชิ้นไหนสุก ลูกกลมสีขาว
จะลอยขึน้ มา ระหว่างรอ ย่ามกุ บอกเคล็ดลบั ความอร่อยของขนมใหฟ้ ัง
นอกจากความใส่ใจและความพิถีพิถันในการทาขนมแลว้ ยงั มีเคร่อื งปรุง
อีกอย่างท่ีขาดไม่ได้ น่ันคือเกลือ เพราะความเค็มจากเกลือจะช่วยให้
ขนมรสชาติกลมกล่อมมากขึน้ แต่ใส่แค่หยิบมือเดียวเท่าน้ัน ถา้ มากไป
กว่านี้ ขนมหวาน อาจกลายเป็น ขนมเคม็
หลงั จากตม้ ขนมจนสุก แช่ในนา้ ปกติใหห้ ายรอ้ น ก็นาไปคลุก
กบั มะพรา้ วขดู ท่ีย่ามกุ เตรียมไวใ้ ห้ ฉันตงั้ ใจทาสดุ ความสามารถ เพราะ
อยากให้พ่อกับแม่ได้ชิมฝีมือการทาขนมครั้งแรกของฉัน ฉันแอบชิม
มะพรา้ วขูดไปนิดหน่อย รสชาติเค็ม ๆ มนั ๆ ไม่สดเหมือนมะพรา้ วอ่อน
แต่รสชาติพอใชไ้ ด้ พวกเราช่วยกนั กลิง้ ขนมไปบนมะพรา้ ว ความเหนียว
จากแป้งกับเกลือช่วยใหม้ ะพรา้ วติดผิวแน่นยิ่งขึน้ ตอนนีบ้ นโต๊ะอาหาร
เตม็ ไปดว้ ยขนมโคสขี าวคลา้ ยกอ้ นหมิ ะขนาดเลก็
ฉันกับตน้ หนาวหยิบขนมกินคนละชิน้ ความนุ่มหยุ่นของแป้ง
เหมือนเคี้ยวหมากฝร่ัง ความหวานจากน้าตาลแว่นตัดเล่ียนด้วย
ความเค็มและความหอมของมะพรา้ ว รสชาติความอร่อยรวมอย่ใู นขนม
ชิน้ เล็กตน้ หนาวถึงกับตาลกุ วาว หยิบกินจนย่ามกุ ตอ้ งหา้ ม เพราะกลวั
หมดกอ่ นไดเ้ อาไปแบ่งคนอ่นื
“อรอ่ ยจนยมิ้ ไม่หบุ เลยนะ” ยา่ มกุ พดู
๑๐๔
ฉันยิม้ โดยไม่รูต้ ัว สงสยั คงจะยิม้ นานไปหน่อยจนดูเหมือนคน
บา้ ยา่ มกุ เลยพดู แซวขนึ้ มา อดใจรอไม่ไหว อยากเอาขนมไปใหล้ นั ตาชมิ
“หนเู อาขนมไปใหล้ นั ตากินดว้ ยไดไ้ หมคะ” ฉนั ถาม
“ไดส้ ิ ย่ากาลงั จะใหห้ นเู อาไปใหบ้ า้ นลนั ตาเหมือนกนั พ่อลนั ตา
เขาอตุ สา่ หเ์ อามะพรา้ วมาใหเ้ รา”
“เราเลยตอ้ งเอาขนมไปใหเ้ ขาตอบแทนใช่ไหมย่า ใหม้ าใหก้ ลบั
ไมโ่ กง” ตน้ หนาวถามโพลง่ ขนึ้ มา
“ไอตอบแทนก็อกี เรอ่ื งหนึ่ง แต่อย่างนีเ้ ขาเรยี กนา้ ใจ นา้ ใจคือให้
ดว้ ยใจ ไมห่ วงั ส่งิ ตอบแทน” ยา่ พดู ขณะหยบิ ขนมแบ่งใสจ่ าน
“แลว้ ถา้ เราไม่ใหอ้ ะไรเขา เราจะเป็นคนขีง้ กไหม” นอ้ งถามตอ่
“คนเราเป็นผรู้ บั แลว้ ตอ้ งเรียนรูก้ ารเป็นผใู้ หด้ ว้ ยเหมือนกนั คน
ท่ีไม่รู้จักให้ สักแต่จะรับ คอยดูชีวิตจะร้อนอยากได้นู่น อยากได้น่ี
เรียกรอ้ งไม่จบไม่สิน้ สดุ ทา้ ยความอยากไดก้ ็จะทาลายตัวเขา ทาใหใ้ ช้
ชวี ติ ไมม่ ีความสขุ ”
“รอ้ นขนาดไหนย่า เหง่อื แตกไหม”
“ไม่ไดร้ อ้ นอย่างนน้ั ไอหนตู น้ รอ้ นใจต่างหาก ถา้ เรารูจ้ กั ใหค้ น
อ่นื บา้ ง กเ็ หมอื นนา้ เยน็ ท่คี ่อย ๆ ดบั ความรอ้ นในใจ ” ยา่ ตอบ
๑๐๕
“อ่อ อย่างนีห้ รือเปล่าท่ีเขาเรียก น้าใจ ใช่ไหมย่า” ต้นหนาว
ถึงกบั รอ้ งออ่
“เออ้ ฉลาดอีกแลว้ เวย้ หลานย่า” ยา่ ยมิ้ พรอ้ มกบั สง่ ถว้ ยขนมโค
ใหต้ น้ หนาว หลงั จากรบั ถ้วยมาน้องชายก็รีบว่ิงเอาไปใหแ้ ม่กับพ่อกิน
ฉนั รบั ถว้ ยขนมมาตอ่ จากนอ้ ง
“ฝนเองก็เก่งเหมือนกันนะเน่ีย เด๋ียวคราวหลงั ย่าใหม้ าช่วยทา
ขนมบ่อย ๆ ดไี หม”
“ดีค่ะ ทาขนมก็สนุกดี จะได้เอาไปอวดเพ่ือน ๆ ด้วยว่าทา
ขนมเป็น” ฉนั ยมิ้ ก่อนจะเดนิ ถือขนมออกไปหนา้ รา้ น เห็นพอ่ กบั แม่น่งั กิน
ขนมกนั อยู่
“แมห่ นเู อาขนมไปใหล้ นั ตาท่บี า้ นนะ” ฉนั บอก
“เอาสิ ตอนนงี้ านท่รี า้ นไม่มอี ะไรแลว้ ” แมต่ อบ
“งนั้ หนขู ออย่เู ลน่ กบั ลนั ตาดว้ ยไดไ้ หม”
“ได้ค่ะ แต่อย่ากลับเย็นมากล่ะ ต้นหนาวจะไปดว้ ยรึเปล่า”
แม่หนั ไปมองตน้ หนาว นอ้ งเดง้ ตวั ลกุ ทนั ที แม่กบั พ่อยิม้ ดว้ ยความเอ็นดู
ถา้ หากนอ้ งชายมีหกู บั หาง ตอนนคี้ งสา่ ยไปมาไมห่ ยดุ
“งน้ั กด็ นู อ้ งดว้ ยละ่ ” พอ่ พดู ฉนั พยกั หนา้ รบั
๑๐๖
มือทั้งสองข้างถือถ้วยขนมไว้แน่น ฉันส่งเสียงเรียกลนั ตาอยู่
หนา้ บา้ น แม่ของลนั ตาเดนิ ออกมารบั พวกเรา
“ลนั ตาไมอ่ ย่บู า้ นเหรอคะอา” ฉนั ถาม
“พอดีลนั ตาไปช่วยพ่อเบด็ ปลาในคลอง หนูฝนมาชวนลนั ตาไป
เลน่ ดว้ ยเหรอ” แมล่ นั ตาถามดว้ ยใบหนา้ ยมิ้ แยม้
“ย่ามกุ ใหเ้ อาขนมมาใหค้ ่ะ เลยจะชวนลนั ตาไปเลน่ ดว้ ย” ฉนั สง่
ถว้ ยขนมให้
“ดนู ่ากินมากเลยนะเน่ีย ขอบใจมากจะ้ อีกเด๋ียวคงกลบั มากัน
แลว้ ” แม่ของลนั ตาชวนเราสองคนเขา้ ไปน่งั ในบา้ น ฉนั กบั ตน้ หนาวน่งั ลง
บนพืน้ เพราะเกรงใจไม่กลา้ น่งั บนโซฟา พอมองไปรอบ ๆ ภายในบา้ น
เต็มไปดว้ ยรูปภาพของครอบครัวลนั ตาตัง้ แต่เกิดจนถึงปัจจุบนั บา้ นมี
กล่ินหอมของเทียนอบลอยตามอากาศ ฉันเสียดายเล็กนอ้ ยท่ีไม่ไดเ้ ห็น
ท่าทางของลนั ตาตอนกินขนม ฉนั อยากรูว้ ่าเธอจะคิดยงั ไง จะอร่อยหรอื
เปล่า ไม่นานก็ไดย้ ินเสียงของลนั ตาดงั ขึน้ หนา้ บา้ น เธอเดินเขา้ มาพรอ้ ม
กับพ่อ พวกเรายกมือสวสั ดี พ่อของลนั ตารบั ไหวพ้ วกเราทัง้ ท่ีมือยังหิว้
ปลาตวั ใหญ่สองสามตวั
“โห น่นั ปลาอะไรอ่ะ” ตน้ หนาวตาโตพูดเสียงดงั ฉันแอบหยิก
หลงั นอ้ งชาย เพ่อื ใหล้ ดเสียงลง
๑๐๗
พอ่ ของลนั ตาขาพรอ้ มกบั พยกั หนา้ เชงิ บอกพวกเรา ‘ไม่เป็นไร’
“อันนีเ้ ขาเรียกปลานิล ตัวใหญ่เนือ้ หวาน เอามาทาปลาเผา
อร่อยมากเลยนะ เอาไหมเด๋ียวอาแบ่งใหส้ กั ตวั ” พ่อของลนั ตาพดู ฉันรีบ
สา่ ยหนา้ ปฏเิ สธทนั ทดี ว้ ยความเกรงใจ
“ไม่ตอ้ งคิดมาก งนั้ เด๋ียวอาขอตวั ไปทาปลาก่อนนะ” พดู จบพ่อ
ของลนั ตาก็เดินหายเขา้ ไป
“มากันนานรยึ งั แลว้ ทาไมไม่ขนึ้ ไปน่งั บนโซฟา” ลนั ตาถามดว้ ย
ใบหนา้ สบั สน
“เพ่งิ มาเม่อื กี้ เกรงใจอ่ะ” ฉนั ตอบ
“มาเกรงใจอะไร ทาตวั สบายเถอะ น่ีมาทาไรกัน มาชวนไปเลน่
เหรอ ไปเลยปะ” เธอพดู เองเออเองเสรจ็ สรรพ ก่อนตน้ หนาวจะพดู ตอบ
“ยา่ ใหเ้ อาขนมมาให้ ตน้ กบั พ่ฝี นชว่ ยกนั ทาครงั้ แรกเลยนะ”
“ขนมอะไร” เธอถาม
“ขนมกลม ๆ ขาว ๆ อ่ะ ขนมไรนะพ่ีฝน” เหมือนตน้ หนาวจะลืม
ช่ือขนม เขาหนั มาหาฉนั เพ่อื ขอความช่วยเหลือ
“ขนมโค” ฉนั ตอบ
๑๐๘
“เฮย้ ขนมชอบเราเลย ง้ันไปเล่นก่อนปะ เด๋ียวจะเย็นได้เล่น
ดว้ ยกนั แป๊ บเดียวอีก”
พวกเราสามคนรีบใส่รองเทา้ เดินออกจากบา้ น ลนั ตาหยิบเสน้
ยางรอ้ ยเป็นเสน้ ยาวติดมอื มาดว้ ย ยางเสน้ ประจาท่ลี นั ตาพกไปโรงเรยี น
ดว้ ยทุกวนั วนั นีเ้ ลยตดั สินใจจะไปเลน่ กนั ตรงลานกวา้ ง ใกล้ ๆ ลาธารท่ี
ประจาของพวกเรา แต่เพราะมีกันอยู่แค่สามคน คงเล่นไม่สนุกเท่า
คนเยอะ ๆ ตน้ หนาวเองก็โดดยางไม่เก่ง ลนั ตาเลยชวนเด็กคนอ่ืนมาเลน่
ดว้ ยกนั
คนหนงึ่ ช่อื บวั เดก็ ผหู้ ญิงตวั สงู ผมสีนา้ ตาลเขม้ หนา้ คมลกู ครง่ึ
ไทยฝร่งั เธอโตกว่าพวกเราหน่ึงปี เรียนอย่โู รงเรียนอินเตอร์ สว่ นอีกสอง
คนช่ือดาหลากบั ดารนิ สองคนนีเ้ ป็นพ่ีนอ้ งฝาแฝดอายุเท่ากับตน้ หนาว
เรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน ถึงตน้ หนาวยืนยนั ว่าไม่เคยเห็นหนา้ หรือรูจ้ กั
มาก่อน แต่เด็กแฝดบอกว่าจาต้นหนาวได้ พวกเราทาความรูจ้ ักกัน
ระหวา่ งเดนิ ไปลานกวา้ งใกลร้ มิ ธาร
เร่มิ ตน้ จากการโอนอ้ ยออกจบั ค่แู บง่ ทีมสามคน ทีมฉนั มดี าหลา
กับดาริน ส่วนทีมลันตามีพ่ีบัวกับตน้ หนาว ทีมฝ่ังลันตาดูเหมือนจะ
ไดเ้ ปรียบกว่าทีมฉนั เยอะ เพราะพ่ีบวั เป็นคนตวั สงู ขายาว เวลาสลบั ฝ่ัง
ถือเสน้ ยาง ทีมฉันจะตอ้ งกระโดดสูงกว่าปกติ แต่ฉันไม่กลัวแพห้ รอก
ขนึ้ ช่ือว่าเป็นเจา้ แมโ่ ดดยาง ตอ่ ใหส้ งู เทา่ ภเู ขา ฉนั ก็กระโดดมาแลว้
๑๐๙
พอไม่มีกรรมการพวกเราเลยตอ้ งหาไมม้ าเขียนกติกาลงบน
พืน้ ดนิ โลง่ ๆ แทน
๑. ตาตมุ่ ถงึ เอวหา้ มโดนยาง
๒. พงุ ถงึ อชี ู โดนยางได้ หา้ มเหยยี บยาง
๓. หวั หนา้ ช่วยลกู ทีมได้ ยกเวน้ หวั หนา้ แพ้ แพย้ กทีม
๔. หา้ มลอดใตย้ าง
หลงั จากตกลงกันเรียบรอ้ ย พวกเราก็แยกยา้ ยกันปรึกษาทีม
แน่นอนว่าฉันเป็นหวั หนา้ ทีม ส่วนฝ่ังลนั ตาพ่ีบวั เป็นหวั หนา้ ทีม เราสอง
คนเป่ ายิงฉบุ เลือกลาดบั เลน่ ฉันแพ้ ทีมเราเลยไดเ้ ลน่ ทีหลงั รอบแรกทีม
ของลนั ตาเล่นไดจ้ นถึงหนา้ อก เพราะตน้ หนาวกระโดดไม่ผ่าน และพ่ีบวั
ก็พลาดเผลอเหยียบยางจนติดพืน้ ดิน ดเู หมือนนอ้ งชายฉันจะทาใหอ้ ีก
ฝ่ายเลน่ ยากขนึ้ ฉนั ไมเ่ คยอยากขอบคณุ นอ้ งขนาดนีม้ าก่อน
... เย่ยี มมากเจา้ นอ้ งชาย ...
ตอนแรกฉันคิดว่าคงตอ้ งแบกเด็กอีกสองคน ความจริงแล้ว
แฝดสองคนกระโดดยางเก่งมาก ถึงจะตัวเล็กแต่แรงกระโดดสูงจน
น่าตกใจ ฉนั แทบไม่ตอ้ งช่วยลกู ทมี เลย เพราะพวกเขาผา่ นไปไดส้ บาย ๆ
พวกเราเล่นจนมาถึงด่านสุดทา้ ยคือ อีชู ลนั ตากับพ่ีบัวเป็นคนถือยาง
แขนของพ่ีบวั ยาวมาก เวลาชูขึน้ ฟ้าลนั ตาตอ้ งเขย่งเทา้ เพ่ือใหเ้ สน้ ยาง
๑๑๐
เท่ากัน ฉันถึงกับเหง่ือตก คิดไวแ้ ลว้ ว่าตอ้ งเป็นแบบนี้ ขนาดคู่แฝดยัง
กระโดดไมผ่ ่าน สดู ลมหายใจเขา้ ลกึ ๆ เพ่อื เรียกความม่นั ใจ ถอยออกมา
ตงั้ หลกั สามกา้ ว
ถึงเวลาท่ีต้องงัดท่าไม้ตายมาใช้ ฉันมองตรงไปท่ีเส้นยาง
ตงั้ สมาธิอย่างแน่วแน่ ออกแรงวิ่งก่อนจะใชม้ ือกดเสน้ ยางลงขนานกับ
พืน้ ตลี งั กาขา้ มไปอีกฝ่ัง ตามกติกาบอกว่าหา้ มเหยยี บ แตใ่ ชม้ อื กดยงั ไงก็
ไมผ่ ดิ ฉนั ทาแบบเดิมครบสามครงั้ ถึงมึนหวั หน่อยยงั ทรงตวั ได้ ทกุ คนองึ้
กับส่ิงท่ีฉันทา สองแฝดรอ้ งกรี๊ดว่ิงเข้ามากอดด้วยความดีใจ เอ่ยชม
ไมห่ ยดุ ปาก หนา้ ของฉนั รอ้ นผา่ วเหมือนกานา้ อาจเป็นเพราะไดอ้ อกแรง
เต็มท่ี รอบแรกทีมเราชนะ
... ฉนั ไม่เคยรูส้ กึ ภมู ิใจตวั เองขนาดนีม้ าก่อน ...
พวกเราเล่นโดดยางไปไดห้ า้ รอบ สรุปผลวันนีท้ ีมฉันชนะสาม
ครงั้ ทีมลนั ตาชนะสองครงั้ เราเปลี่ยนไปเล่นอย่างอ่ืนแทน ลนั ตาเสนอ
วา่ เลน่ จระเขข้ นึ้ บก
ฉันกับต้นหนาวไม่เคยได้ยินและไม่เคยเล่นมาก่อน ลันตา
อธิบายวิธีการเล่นง่าย ๆ ใหโ้ อนอ้ ยออกหาคนเป็นจระเขห้ นึ่งคน ส่วนท่ี
เหลือเป็นคน คนจะตอ้ งอย่ทู ่สี งู กวา่ จระเข้ จะมบี ทรอ้ งเป็นภาษาใตว้ า่
‘ไอเข้ ไอเขไ้ ม่ขบ ลงเรอื รบ เขข้ บทนั ท’ี
๑๑๑
ใ ห้ เ ร า ร ้อ ง ป ร ะ โ ย ค นี ้ต อ น ล ง ไ ป อ ยู่ ร ะ ดั บ เ ดี ย ว กั บ จ ร ะ เ ข้
ในขณะเดียวกันจระเขก้ ็สามารถขึน้ มาบนบกได้ หากใครคนใดคนหนึ่ง
พูดว่า ‘นา้ ขึน้ เข้ขึน้ ฝ่ัง’ แต่ถ้าได้ยินเสียง ‘น้าลดเข้ลงคลอง’ แสดงว่า
จระเข้ต้องลงไปอยู่ท่ีตัวเองทันที ส่ิงสาคัญคือ อย่าให้โดนแตะตัวได้
ถา้ หากใครโดนจระเขจ้ บั ไดต้ อ้ งมาเป็นแทน
ลานกวา้ งใกลล้ าธารท่พี วกเราอยู่ มีเนินเลก็ ๆ ใหพ้ วกเราปีนขึน้
ไปเล่นได้ ตาแรกพ่ีบวั เป็นจระเข้ ไม่มีใครหลบเธอทนั เลย เพราะแขนขา
ยาวทาใหเ้ ธอไดเ้ ปรยี บ พวกเราผลดั กันเป็น ผลดั กันหนี ฉันไดร้ ูว้ ่าตวั เอง
เป็นคนวง่ิ ไม่ทนั คน แตม่ ีทกั ษะการหลบท่ยี อดเย่ยี มมาก ฉนั เอยี้ วตวั หลบ
ซ้ายขวาอย่างคล่องแคล่ว ล้มลงไปกับพืน้ หญ้ากลิง้ หนีเหมือนพวก
สายลบั ในหนงั เขาทากัน ทุกคนหวั เราะออกมาเสียงดงั ลนั ตาขาจนมือ
ไมอ้ ่อนหมดแรงจะไลจ่ บั พวกเราวง่ิ เลน่ กนั จนเหน่อื ย
แสงแดดยามเย็นทาใหท้ อ้ งฟ้าเหมือนขนมสายไหมสีส้มอม
ชมพู ไมม่ เี มฆฝนครมึ้ เราทงิ้ ตวั ลงนอนใตต้ น้ ไมใ้ หญ่ เสยี งนกรอ้ งดงั แว่ว
มาตามสายลมเยน็ ไดก้ ลิ่นหอมละมนุ จาง ๆ จากพนื้ ดนิ และตน้ หญา้
ฉันผ่อนลมหายใจ วันนีเ้ ป็นวนั ท่ีสนุกท่ีสดุ ไดท้ าขนมครงั้ แรก
เล่นสนกุ กบั ทกุ คนหวั เราะจนทอ้ งแข็ง ฉันเพิ่งคน้ พบความสามารถพเิ ศษ
ของตัวเอง ฉันไม่ได้เป็นแค่เจ้าแม่โดดยาง แต่ยังเป็นยอดนักหลบ
๑๑๒
แห่งภาคใต้ บางทีอาจทาไดห้ ลายอย่าง ไม่ใช่แค่วาดรูปหรืออ่านหนงั สอื
หวั ใจฉนั พองโตเหมอื นไดร้ บั ความสขุ จนจะระเบดิ ออกมา
ฉันเงยหนา้ มองบนตน้ ไม้ เห็นนกตวั สีฟา้ เกาะอย่บู นก่ิงไมเ้ ลก็ ๆ
ฉันตกใจเล็กนอ้ ยเพราะคลา้ ยกับนกนางแอ่นตัวเดียวกันกับท่ีโรงเรียน
เสยี งรอ้ งของเจา้ ตวั นนี้ ่เี องท่ีดงั แว่วตามลม
“ลนั ตาเช่อื เร่ืองนกนางแอ่นหรือเปลา่ ” ฉนั ถาม
“เรือ่ งอะไรละ่ ” ลนั ตาถามกลบั
“อิ่มเคยบอกเราว่า นกนางแอ่นคือสัตว์วิเศษ ทาใหเ้ รื่องรา้ ย
กลายเป็นดี เธอวา่ จรงิ ไหม”
“ไมร่ ูส้ ิ แลว้ ฝนเช่อื รเึ ปลา่ ละ่ ”
“เอ๊ะ ไอเพ่ือนคนนี้ เราถามเธอ ไม่ใช่ให้เธอมาถามกลับ”
ฉนั กรอกตาเล็กนอ้ ย
“อย่าเพิ่งอารมณ์เสียสิ ... เราว่าทุกอย่างบนโลกมีพลังวิเศษ
ตน้ ไมก้ ็มีพลงั วิเศษช่วยใหเ้ ราหายเหน่ือย ส่วนนา้ ช่วยใหห้ ายคอแหง้
เวลาลมพดั กเ็ ยน็ สบาย อะไรท่ที าใหเ้ รารูส้ กึ ดขี นึ้ ทกุ อยา่ งกค็ ือพลงั วิเศษ
หมดละ่ ถา้ ฝนคิดว่านกนางแอ่นช่วยทาใหเ้ รื่องรา้ ยกลายเป็นดีได้ เราคง
เช่อื เหมอื นกนั ”
๑๑๓
“เหมือนตอนท่เี ราเจอสวนลบั ไง” ลนั ตาหนั มากระซบิ เบา ๆ
ฉนั นกึ ถึงเรือ่ งท่ีลนั ตาเลา่ ใหฟ้ ังว่าเจอสวนลบั เพราะมนี กนาทาง
หลงั จากวนั นนั้ พวกเราตดั สินใจเก็บเรอ่ื งนไี้ วเ้ ป็นความลบั ใหส้ วนลบั เป็น
โลกท่พี วกเราสามารถเขา้ ไปเลน่ ปลอ่ ยเสียงหวั เราะ และเขตหา้ มผใู้ หญ่
ฉนั ไมไ่ ดต้ อบลนั ตากลบั แตค่ ดิ อยใู่ นใจ ถา้ นกตวั นชี้ ่วยใหโ้ ลกสี
เทาของฉันกลบั มาสดใสอีกครงั้ ฉันจะเช่ือดสู กั ครงั้ เหมือนไดร้ บั พรหรือ
พลงั วิเศษ ความรูส้ กึ ของฉนั บอกวา่ ฉนั กาลงั จะผ่านมนั ไปได้
ฟ้าเร่ิมเปล่ียนสี พวกเราแยกยา้ ยกันกลบั บา้ น ฉันกับนอ้ งชาย
เดินมาส่งลนั ตาท่ีบา้ น พ่อกับแม่ของลนั ตาฝากปลานิลตัวใหญ่กลบั มา
ดว้ ย และขอบคณุ สาหรบั ขนม ทงั้ สองคนชมวา่ อรอ่ ย หลงั จากกลบั มาถึง
บา้ น พอ่ เอาปลานิลไปแกงกะทโิ ดยใชก้ ะทิคนั้ จากมะพรา้ วขดู ฉนั ขอเพ่ิม
ขา้ วเป็นสองจาน มีของหวานตบทา้ ยเป็นขนมโคฝีมือย่ามุก ฉัน และ
ตน้ หนาว มอื้ ค่าท่ที งั้ อรอ่ ยและมีแตค่ วามอบอนุ่
คืนนัน้ ฉันยงั ไม่หลบั หยิบดินสอ เปิดสมดุ วาดภาพของตัวเอง
ขึน้ มาอีกครงั้ ความรูส้ ึกกลวั ค่อย ๆ หายไป ฉันอยากวาดภาพ และเร่มิ
ลงมอื ลากเสน้ ความรูส้ กึ ของฉนั บอกวา่ ครงั้ นีจ้ ะไม่เหมือนครงั้ ท่ีผ่านมา
๑๑๔
บทที่ ๘
.........
ทุกเชา้ ฉันมาถึงโรงเรียน ฉันจะแวะไปส่งตน้ หนาวท่ีหอ้ งเรียน
แลว้ ขึน้ มาน่งั รอเพ่ือน ๆ บนหอ้ ง ช่วงเวลาท่ีดีท่ีสดุ คือการไดน้ ่งั มองภูเขา
กบั ทอ้ งฟ้ายามเชา้ ทาใหน้ ึกยอ้ นถึงวนั ท่ีนกนางแอ่นตวั สีฟ้าบินมาเกาะ
ขอบหนา้ ต่าง ฉนั รูส้ กึ ว่านกนอ้ ยยงั วนเวยี นอย่ใู กล้ ๆ
วนั นฉี้ นั มเี รือ่ งสาคญั มาบอกลนั ตา จ๋าจ๊ะ อ่ิม เพราะฉนั ตดั สนิ ใจ
ไดแ้ ลว้ ว่าจะเขา้ ชุมนุมรกั การอ่าน และมีส่ิงหน่ึงอยากใหพ้ วกเขา ตอ้ ง
เป็นประโยชนส์ าหรบั ชมุ นมุ ของพวกเราแน่ ๆ ฉนั น่งั รอทุกคนอย่างใจจด
ใจจ่อ พรอ้ มกับหยิบภาพวาดเก็บไวใ้ ตโ้ ต๊ะ เป็นเวลาเดียวกันกับลนั ตา
เดินเขา้ หอ้ งมาพอดี
“มาเชา้ เหมือนเดิมเลยนะ” เธอทกั
“เธอก็เหมือนกนั ช่วงนีม้ าเรว็ ขนึ้ น่”ี
๑๑๕
“ก็แม่ชอบปลุกให้ลุกขึน้ มาช่วยทาขนมอ่ะ น่ียังง่วงอยู่เลย”
ลนั ตาพดู พรอ้ มกบั ปอ้ งปากหาว
พอไดย้ ินลนั ตาพดู เรอ่ื งขนมทาใหน้ ึกขนึ้ ได้
“แลว้ ขนมโคครงั้ กอ่ นไดก้ นิ หรอื ยงั ” ฉนั ถามลนั ตา
“ไดก้ ินแลว้ สิ อรอ่ ยมาก ปกติเราไม่ชอบกนิ รสหวานจดั แต่ขนม
โคท่ีฝนทากาลังพอดี ไม่หวานเกินไป เรากับพ่อแย่งกันกินจนหมด
ถว้ ยเลย คราวหลงั ทามาใหก้ นิ อีกนะ” เธอพดู ดว้ ยนา้ เสยี งตน่ื เตน้
ฉันดีใจตืน้ ตันจนพูดไม่ออก ขนาดลูกแม่ค้าทาขนมยังชมว่า
อรอ่ ย ทาใหเ้ รม่ิ คดิ อยากจะเขา้ ครวั ชว่ ยย่ามกุ ทาขนมบอ่ ย ๆ
“ไวค้ ราวหลงั นะ” ฉนั ตอบ
อิ่มกับจ๋าจ๊ะเดินเขา้ มาในหอ้ ง พวกเรากล่าวทักทายกัน ลนั ตา
เปิดบทสนทนาดว้ ยเรื่องขนมโคฝีมือฉัน ย่ามกุ และตน้ หนาว เธอชมไม่
หยดุ ปาก ถึงฉนั จะยา้ ว่าลนั ตาพูดเกินจริง แต่ก็อดเขินไม่ได้ ถา้ โลกไม่มี
แรงโนม้ ถ่วงตวั ฉันคงลอยออกไปอวกาศ ทงั้ อิ่มกับจ๋าจ๊ะก็อยากลองกิน
ฝีมอื ฉนั บา้ ง ฉนั เลยรบั ปากวา่ จะทามาใหก้ ินคราวหลงั
“ทกุ คน เรามเี รอ่ื งสาคญั จะบอก” ฉนั เร่มิ เขา้ ประเดน็ ทงั้ สามคน
เงยี บ ตงั้ ใจฟังสิ่งท่ฉี นั กาลงั จะพดู ใจเตน้ รวั เหมือนตกี ลอง
๑๑๖
“คอื เราขอเขา้ ชมุ นมุ รกั การอา่ นดว้ ยไดไ้ หม” ฉนั พดู
“จรงิ เหรอ! เขา้ จรงิ เหรอ!” ลนั ตาถึงกบั ลกุ ขนึ้ ถามฉนั เสียงดงั
“ใช่ ขอเราอยดู่ ว้ ยไดไ้ หม” ฉนั ตอบ
“โอ๊ย ดีมาก ไดอ้ ยู่แลว้ ยงั พูดกับไออิ่มเลย ถา้ ฝนไม่เขา้ ชุมนุม
รักการอ่าน เราจะหยิบใบสมัครมาเขียนเอง กันฝนไปอยู่ชุมนุมอ่ืน”
จา๋ จะ๊ พดู ขนึ้
“ไม่ใช่ว่าอยู่ตั้งแต่แรกแล้วเรอะ เอ็งน่ะกลัวไม่เข้าเรื่องไอจ๊ะ
บอกแลว้ ยังไงฝนก็ไม่ไปชุมนุมอ่ืนหรอก เป็นไงคนอย่างไออ่ิม ไม่เคย
เดาพลาด” อมิ่ พดู ดว้ ยท่าทางภาคภมู ิใจ
“ยกเวน้ ตอนทาขอ้ สอบ” ลนั ตาพดู ขดั
พวกเราหวั เราะเป็นเสยี งเดยี วกนั เวน้ ก็แตอ่ ิ่มท่ีทาหนา้ ทาตาทา
ปากคว่าเหมอื นตวั รา้ ยในการต์ นู
“งน้ั ตอนนชี้ มุ นมุ เราก็มี สี่คน ตอ้ งหาเพมิ่ อกี สีค่ น” จา๋ จะ๊ พดู
“เรื่องหาคนเพิ่ม พอมีทางอยู่นะ ช่วงวันหยุดเราว่างไม่ค่อยมี
อะไรทา เลยลองวาดภาพชวนคนมาเขา้ ชมุ นมุ เราเลน่ ๆ ดกู นั ก่อนไหมว่า
ใชไ้ ดห้ รือเปลา่ เผ่ือเราใชร้ ูปนไี้ ปแปะตรงปา้ ยประกาศ” ฉนั หยบิ ภาพจาก
ใตล้ ิน้ ชกั วางบนโตะ๊
๑๑๗
ทุกคนเงียบ มองภาพตาไม่กะพรบิ ฉนั เร่มิ ใจไม่ดี รูปภาพฉนั คง
ไมส่ วยพอจะเอาไปตดิ ปา้ ยประกาศ ฉนั กาลงั ดงึ ภาพเก็บแตล่ นั ตารงั้ ไว้
“ไมต่ อ้ งเกบ็ รูปสวยมากฝน สวยมากจรงิ ” ลนั ตาพดู ขนึ้
“จรงิ เราวา่ ใชไ้ ดเ้ ลยนะไม่ตอ้ งปรบั อะไรแลว้ ” จา๋ จะ๊ พดู
“เหลือเช่ือ ฝนวาดรูปเก่งขนาดนีเ้ ลยอ่อ เคยไปแข่งไปประกวด
ไรปะ” อ่ิมถาม
“กเ็ คยนะ แตน่ านมากแลว้ ” ฉนั ตอบตามความจรงิ
“ดี ไดค้ นชว่ ยวาดภาพวชิ าศิลปะแลว้ ”
“ไออิม่ เด๋ยี วฉนั จะฟอ้ งแม่แก” ลนั ตาพดู
“งน้ั เด๋ยี วเราเอารูปนไี้ ปใหค้ รูทรายดไู หม เผ่ือครูเขาใหค้ าแนะนา
ถา้ ครูทรายบอกว่าไดก้ ็เอาไปตดิ เลย” จา๋ จะ๊ หยบิ ภาพขนึ้ ไปดใู กล้ ๆ
ทุกคนเห็นดว้ ย หลงั จากเขา้ แถวเสร็จ พวกเราก็รีบเอาภาพให้
ครูทรายดู ครูถึงกบั รอ้ งอุทานออกมา บอกว่าการจดั วางองคป์ ระกอบใน
ภาพดีมาก ไม่เด่นจนทบั เนือ้ หาเชิญชวนคนเขา้ ชุมนมุ เกินไป ครูบอกว่า
จะเอารูปเราไปถ่ายเอกสารเพิ่ม แลว้ จะเอามาแจกจ่ายใหพ้ วกเราไป
ติดตามป้ายประกาศภายในโรงเรียน และครูก็แสดงความยินดีท่ีฉันได้
เขา้ มาเป็นสมาชิกชมุ นมุ รกั การอา่ นดว้ ยเชน่ กนั
๑๑๘
วนั นพี้ วกเรามเี รยี นวิชาระบบนิเวศป่ าชายเลน เป็นวิชาเดยี วท่ีมี
ครูใหญ่เป็นคนสอน ฉันรู้ว่าโรงเรียนของเราเป็นส่วนหนึ่งของพื้นท่ี
อนุรักษ์ป่ าชายเลน ครูใหญ่คนก่อน ๆ อยากให้เด็กรุ่นหลังได้เห็น
ความสาคัญและสมั ผัสกับธรรมชาติ เลยสรา้ งโรงเรียนเพ่ือเพิ่มพืน้ ท่ี
การเรยี นรูส้ เี ขยี วและจดั ใหว้ ชิ าระบบนเิ วศป่าชายเลนเป็นวิชาบงั คบั
ช่วงคาบเรียนแรก ๆ พวกเราไดล้ งพืน้ ท่ีจรงิ เรียนรูล้ กั ษณะของ
พืช ตน้ ไม้ และสตั วน์ านาชนิดในระบบนิเวศ ส่วนคาบวนั นี้ ครูนใุ หพ้ วก
เราเดินสารวจป่ าชายเลน และใหบ้ ันทึกสิ่งท่ีตวั เองเห็นลงในสมดุ ครูนุ
ไม่ไดใ้ หพ้ วกเราลงไปลยุ โคลนจรงิ แต่เดินสารวจจากบนสะพานไมเ้ ช่ือม
ระหว่างอาคารเรียน ทุกครงั้ ท่ีไดอ้ อกจากหอ้ งเรียน พวกเด็กนกั เรียนพา
กันต่ืนเตน้ เป็นพิเศษ ฉันเองก็ดว้ ย บนสะพานไมจ้ ึงมีแต่นกั เรียนหอ้ งปอ
หา้ ทับสามบางคนก็จับกลุ่มน่ังจดบันทึก บางคนก็ยืนจด บางคนก็ยืม
หลงั เพ่ือน ขณะท่พี วกลนั ตา จ๋าจะ้ กาลงั น่งั จดกนั อยู่ อ่มิ ก็รอลอกอย่างใจ
จดใจจ่อ
ฉนั แยกกลมุ่ ออกมาเดินสารวจเพิ่ม อากาศวนั นเี้ ย็นสบาย มีลม
พดั เอ่อื ย ๆ ตลอดเวลา ความจรงิ ฉนั กาลงั มองหาเจา้ นกนางแอน่ สฟี า้ แต่
กลบั ไมเ่ จอเลย มีกแ็ ตน่ กยางสองสามตวั กม้ หาอาหารกินตามโคลนตม
“มองหาอะไรอย่เู หรอ” เสียงของครูนพุ ดู ขนึ้
“หานกนางแอ่นค่ะครู” ฉนั ตอบ
๑๑๙
“ลกั ษณะเป็นยงั ไงละ่ ”
“ตวั สีฟา้ ตรงทอ้ งกบั คอมสี ีสม้ แดงค่ะ”
“น่าจะนกนางแอ่นทอ้ งแดง ปกติมันชอบทารงั ท่ีโล่งสูง อย่าง
หนา้ ผา ภูเขา ส่วนใหญ่จะอยู่ใกลแ้ หลง่ นา้ ถา้ เราโชคดีมันอาจจะทารงั
แถวทางเดนิ ไปหอ้ งสมดุ ”
ฉนั ขอบคณุ ครูนทุ ่ใี หค้ าแนะนา ไวค้ ราวไปยมื หนงั สอื ท่หี อ้ งสมดุ
คอ่ ยเดนิ หา
“ทาไมถงึ หานกนางแอน่ ละ่ ” ครูถามกลบั
“สองอาทิตยก์ ่อนมีนกนางแอ่นบินมาเกาะหน้าต่างหอ้ งเรียน
หนูค่ะ ขนสีฟ้าสวยดีหนูเลยอยากเห็นอีกรอบ” ฉันตอบ ครูนุส่งเสียง
ฮึมฮมั ในลาคอพรอ้ มกบั พยกั หนา้ รบั
“ตงั้ แต่เปิดเทอมมาเป็นยงั ไงละ่ เรา ชอบเรียนวิชาไหนบา้ งไหม”
ครูนถุ ามขนึ้ ทนั ที
“ก็ทกุ วชิ าค่ะ ครูแตล่ ะวิชาชอบมีอะไรสนกุ ๆ ใหท้ าตลอดเลย”
ครูจาฉนั กบั ตน้ หนาวไดต้ งั้ แตค่ าบแรก ครูนุใหค้ วามสาคญั และ
ใส่ใจเด็กนกั เรียนทุกคนเท่ากนั วิชาของครูไม่เคยมีการบา้ น มีแต่งานให้
ทาในคาบ ครูเป็นคนใจดี แต่เวลาท่ีเด็กนักเรียนคุยกันเสียงดงั แค่พูด
๑๒๐
ดว้ ยนา้ เสียงน่ิง ๆ ทาใหบ้ รรยากาศโดยรอบรูส้ ึกเย็นและน่ากลวั ขึน้ มา
ทนั ที ไมม่ ีใครอยากเห็นครูนตุ อนโกรธ
“ชอบหอ้ งเรยี นแบบนหี้ รอื เปลา่ ” ครุนถุ ามต่อ
“ชอบค่ะ ปกติจะเรียนแต่ในหอ้ ง พอไดอ้ อกข้างนอก ก็อยาก
เรียนเพิม่ ขนึ้ เลยคะ่ ”
“ไดฟ้ ังอยา่ งนีค้ รูก็ช่ืนใจ” ครูยมิ้ ก่อนจะมองตรงไปยงั ตน้ โกงกาง
ตน้ ใหญ่
“ฝนรูร้ ึเปล่า ระบบนิเวศป่ าชายเลนก็เหมือนสงั คมหนึ่งเลยนะ
ส่ิงมีชีวิตท่ีพ่ึงพาอาศัย อิงอาศัย แล้วก็ปรสิต มีทั้งผู้ล่า ผู้ถูกล่า และ
ผู้ย่อยสลาย ทุกสิ่งล้วนเป็นวัฏจักรท่ีสร้างระบบนิเวศขึน้ มา ดูอย่าง
ต้นโกงกางต้นน้ันสิ กว่าจะเติบโตเป็นต้นท่ีแข็งแรงได้ ต้องผ่านอะไร
มาบา้ ง” ครูเวน้ ชว่ งเพ่ือใหฉ้ นั ตอบ
“นา้ แสงแดดหรือเปลา่ คะ”
“ถกู แต่ไม่ใช่ทงั้ หมด ตน้ โกงกางมีความพิเศษตรงท่ีสามารถอยู่
ไดท้ งั้ นา้ จืด นา้ เค็ม แถมดินท่ีคอยดูดซับสารอาหารยงั เป็นดินโคลนอีก
การปรบั ตวั เขา้ กบั แหลง่ ท่ีอยอู่ าศยั ทาใหเ้ ป็นไมย้ นื ตน้ ท่ที งั้ แข็งแรง อดทน
ไม่วา่ จะรอ้ นหรือหนาว อปุ สรรคแบบไหน ตน้ โกงกางยงั ยนื หยดั ท่ีจะสตู้ ่อ
เพ่อื ใหม้ ชี วี ติ อยู่ น่แี หละคือความสวยงามของธรรมชาติ”
๑๒๑
“ครูอยากให้เด็กนักเรียนของครูทุกคนเติบโต แข็งแรง และ
อดทนใหเ้ หมอื นตน้ โกงกาง”
สิน้ เสียงครูนุ เสียงออดหมดเวลาดงั ขึน้ ฉันใชเ้ วลาคิดทบทวน
ระบบนิเวศป่ าชายเลนท่ีครูนุบอกก็ไม่ต่างกับสงั คมของเราในทุกวันนี้
มีช่วยเหลือ หาผลประโยชน์ เราก็เป็นมนุษยค์ นหน่ึงท่ีอยู่ในสงั คม สิ่งท่ี
เราทาคือเรียนรูแ้ ละเติบโต
พอไดย้ ืนอยู่ท่ามกลางตน้ ไมม้ ากมายถึงไดเ้ ขา้ ใจความหมาย
ของ หอ้ งเรียนสเี ขยี ว เพราะสเี ขียวเป็นสแี ห่งชวี ติ ความอดุ มสมบรู ณแ์ ละ
เยียวยา ตน้ ไมห้ น่ึงตน้ จะเติบโตไดต้ อ้ งผ่านปัจจยั หลายอย่าง สิ่งสาคญั
คือเราต่อสแู้ ละอดทนกบั ปัญหาท่ีเจอไดม้ ากแค่ไหน ฉันเร่มิ เขา้ ใจคาพูด
ของครูนขุ นึ้ มาบา้ ง
...จงอดทนและเข้มแขง็ ให้ได้เหมอื นตน้ โกงกาง …
ในคาบสดุ ทา้ ยช่วั โมงอิสระ พวกเราน่งั จดบนั ทึกการอ่านอยู่ท่ี
โต๊ะของตวั เอง พรอ้ มกับพูดถึงตอนออกไปสารวจพืน้ ท่ีป่ าในวิชาระบบ
นิเวศป่ าชายเลน น่าเหลือเช่ือ อิ่มสามารถใชเ้ วลาเพียงแค่สิบหา้ นาที
สุดทา้ ยในการจดบันทึกการสารวจดว้ ยตัวเอง เพราะไม่มีใครให้ลอก
อ่มิ ดเู ซ็งไม่นอ้ ย
“อยา่ มางอแงไออิ่ม” จา๋ จะ๊ พดู ทว้ ง
๑๒๒
“ลอกนิดลอกหนอ่ ยกไ็ มไ่ ด้ เพ่อื นกนั เปลา่ ไม่ใจเลย” อิ่มพดู ดว้ ย
นา้ เสียงยยี วน
“ลอกครงั้ เดียวสู่ลอกตลอดไปรูจ้ ักไหม ถา้ แกยังทาแบบนีอ้ ยู่
ฉนั ฟ้องครูแน”่
“ไอจะ๊ ขฟี้ อ้ ง” อ่มิ บ่นงบุ งิบคนเดียวกอ่ นจะกม้ ลงไปเขยี นบนั ทึก
ตวั เองตอ่
“ทาอะไรกันอยู่เด็ก ๆ ” เสียงของครูทรายทาใหท้ ุกคนเงยหนา้
ขนึ้ จากสมดุ พวกเรายกมอื ไหวส้ วสั ดีคณุ ครู
“น่งั จดบนั ทกึ การอ่านอยคู่ ่ะ” ลนั ตาตอบ
“ขยันกันเชียว ดีแลว้ เป็นเด็กดีแบบนีใ้ หน้ าน ๆ นะ ... ครูเอา
ภาพโปสเตอรเ์ ชิญชวนคนเข้าชุมนุมมาใหแ้ ละมีเร่ืองสาคัญมาบอก
ปลายฝน”
“อะไรเหรอคะครู” ฉนั ถาม
“ก็ภาพโปสเตอรข์ องหนูไง ตอนครูเอาไปถ่ายเอกสาร ครูหมวด
ศิลปะเขาเห็นแลว้ ชอบ เลยอยากถามหนูว่าสนใจเขา้ ร่วมการประกวด
แข่งขนั วาดภาพไหม มีเงินรางวัลเป็นทุนการศึกษาแลว้ ก็ยังไดอ้ อกทีวี
ดว้ ยนะ หนสู นไหมลกู ” ครูทรายวางแผน่ ภาพโปสเตอรล์ งบนโต๊ะ
๑๒๓
ฉนั ไม่ตอบครูทรายไปพกั ใหญ่ เสียงของเพ่อื น ๆ อีกสามคนคอย
เชยี รใ์ หล้ งประกวดเลย หวั ใจฉนั สบั สน ไมร่ ูว้ า่ ควรตอบตกลงหรอื ปฏเิ สธ
“ตอนนหี้ นยู งั ไมส่ นใจน่ะคะ่ ครู”
“เสียดายออกฝน ฝีมอื ดีขนาดนีน้ า่ จะลองหน่อย”
เสียงของลนั ตาพดู ขนึ้
“ใช่ ฝนวาดรูปสวยจรงิ ขนาดเราท่ไี ม่สนใจศลิ ปะเทา่ ไหรย่ งั ชอบ
รูปท่ฝี นวาดเลย”
“จรงิ เห็นดว้ ยมาก” อม่ิ กบั จ๋าจะ๊ พดู เสรมิ
ความรู้สึกเดิมกลับมาอีกแล้ว หลังจากท่ีไม่เป็นมาสักพัก
ความรูส้ กึ จกุ อกเหมอื นมีกอ้ นหนิ ขนาดใหญ่คา้ งอยู่ตรงลาคอ กลนื ไม่เขา้
คายไม่ออก ภาพความทรงจาเก่า ๆ ตอนอย่โู รงเรียนท่กี รุงเทพฯ ซอ้ นทบั
ขึน้ มา ฉนั เร่มิ ขนลกุ เหตกุ ารณต์ อนท่ีฉันจะไดเ้ จอกับ ‘มัน’ ฉนั พยายาม
อดกลั้นความรูส้ ึกของตัวเองให้มากท่ีสุด ทาตัวปกติไม่ใหใ้ ครสงสัย
ฉันแสรง้ ยิม้ ถึงตอนนีฉ้ นั จะสามารถกลบั มาวาดภาพไดเ้ หมือนเก่า แต่ก็
ไม่เหมือนเดิม การประกวดทาใหฉ้ นั กับ ‘มัน’ ไดเ้ จอกัน และฉันกลวั จะ
กลบั ไปเจอมนั อกี ภาวนาใหเ้ สยี งออดหมดเวลาดงั ขนึ้ เรว็ ๆ
“จริงสิ ครูเขาฝากนิตยสารเล่มนีม้ าใหห้ นูดว้ ย เผ่ือมีกาลงั ใจ”
ครูวางนติ ยสารเลม่ หนึ่งลงตรงหนา้ ฉนั
๑๒๔
ฉนั น่งั อย่บู นเกา้ อี้ เหมือนโดนนา้ เย็นสาดใสอ่ ย่างแรง ภายนอก
ตวั เกร็งชาไปทงั้ รา่ ง หวั ใจของฉันถกู บีบไวแ้ ต่ชีพจรในร่างกายกาลงั เตน้
รัวราวจะทะลุออกมา ความรูส้ ึกรอ้ นบริเวณหน้าอกทาใหต้ อ้ งยกมือ
ขนึ้ มาทาบเบา ๆ ภายในรอ้ นเหมอื นกาตม้ นา้ รอ้ น พรอ้ มจะแผดเสยี งรอ้ ง
และพ่นควนั ออกมาเวลานา้ เดือดจนถึงจุดสูงสดุ ภาพท่ีเห็นตรงหนา้ คือ
ภาพของมนั
“ภาพของผชู้ นะการประกวดปีท่แี ลว้ ปีท่ีแลว้ ยงั ไม่ไดอ้ อกทีวแี ต่
ไดข้ ึน้ ปกนิตยสารของสมาคมศิลปะประเทศไทย แต่ปีนีจ้ ะไดอ้ อกทีวี
แถมทนุ การศึกษาก็เพ่ิมขึน้ ดว้ ยนะ หนูยงั ไม่ตอ้ งตดั สินใจตอนนีก้ ็ได้ แต่
ครูอยากใหป้ ลายฝนลองเก็บไปคิดดู ครูว่าเป็นโอกาสท่ีดขี องเราเลยนะ”
ครูพดู ดว้ ยความหวงั ดี
“โห อย่างสวยครูทราย สมแลว้ ท่ีไดร้ างวัล” ลนั ตาชะโงกหนา้
เขา้ มาดใู กล้ ๆ
“น่ีถา้ ฝนชนะเราก็มเี พ่อื นเป็นดาราดิ ลงเลยฝน” อ่มิ พดู
“จรงิ พวกเราสนบั สนนุ เตม็ ท่ี” จา๋ จ๊ะเสรมิ
“เหน็ วา่ ผชู้ นะการประกวดปีท่แี ลว้ จะไดร้ บั เกียรตแิ สดงวาดภาพ
สดออกทวี ีดว้ ยนะ”
๑๒๕
แค่เห็นหนา้ มนั บนปกนิตยสารก็รูส้ ึกแย่แลว้ ถา้ หากฉนั ชนะก็มี
โอกาสกลับไปเจอมันอีกครั้งนะสิ ฉันอยากจะฉีกนิตยสารตรงหน้า
ออกเป็นชิน้ ๆ ไม่อยากเก็บมันไวแ้ ต่จาใจใส่กระเป๋ ากลบั มาเพราะกลวั
เสียนา้ ใจ ฉันเงียบไม่อยากพดู อะไรออกไป พยายามกลืนนา้ ลายลงคอ
เรอ่ื ย ๆ ไมน่ ึกถงึ เรอ่ื งเหตกุ ารณแ์ ย่ท่เี คยเกดิ ขนึ้
ทนั ทีท่ีกลบั ถึงบา้ น ฉนั รีบวิ่งลงจากรถ ไม่แมแ้ ต่จะยกมือสวัสดี
ย่ากับแม่ ขอใหไ้ ปถึงหอ้ งนา้ ทันเวลา เหมือนลาวากาลงั ปะทุขึน้ ยอด
ภูเขาไฟ ฉันขย้อนทุกอย่างออกมาจนหมด น้าตาบดบังทุกส่ิงท่ีอยู่
ตรงหน้า ไม่ไดย้ ินเสียงใครเลย หูอือ้ ราวกับมีแมลงวันนับสิบตวั บินอยู่
ขา้ งหู ตวั ฉันส่นั ไปทั้งร่าง สมั ผสั เบามือทาบลงท่ีแผ่นหลงั เสียงของแม่
เป็นสิง่ เดยี วท่เี ขา้ มาในโสตประสาท
คืนน้นั ฉันเป็นไขห้ นาวส่นั ร่างกายรอ้ นเหมือนกองไฟ แต่กลบั
รูส้ ึกหนาวราวกับอยู่ขวั้ โลกเหนือ ฉันพยายามกินขา้ วตม้ ท่ีแม่ทาให้ แต่
ปวดหวั เกินกว่าจะลกุ ขึน้ น่งั ไหว เหมือนกบั มีเข็มรอ้ ยเล่มกาลงั ทิ่มสมอง
แม่คอยดูแลไม่ห่าง ฉันลุกขึน้ กินยา ทิง้ ตวั ลงนอนตามเดิม ร่างกายฉัน
กาลังขอความช่วยเหลือ ทรมานเหมือนอยู่ในนรกเย็น ฉันไดย้ ินเสียง
ตน้ หนาว พ่อ กับย่ามุกเป็นครงั้ คราว และไดย้ ินเสียงของแม่ท่ีบอกให้
พักผ่อน สายตาพร่ามัว เห็นย่ากับต้นหนาวหอบฟูกเข้ามา พ่อคอย
เปล่ียนนา้ กับผา้ เย็น สว่ นแม่เช็ดตวั ใหฉ้ ันตลอดทงั้ คืน ฉันรูส้ กึ เป็นภาระ
ความรูส้ กึ แย่กาลงั ถาโถมเขา้ มาไม่หยุด เร่ืองราวเลวรา้ ยทงั้ หมดเกิดขึน้
๑๒๖
เพราะมันคนเดียว ฉันเกลียดทุกอย่างท่ีเป็นมัน และเกลียดย่ิงกว่าคือ
เกลียดตวั เอง ต่อใหพ้ ยายามลืมเรื่องท่ีเกิดขึน้ เก็บไวใ้ นหีบความทรงจา
ท่ลี กึ ท่สี ดุ กลบั ไมช่ ว่ ยใหร้ ูส้ กึ ดขี นึ้ และมนั ยงั ไม่เคยหายไปไหน
... ฉนั เหนอื่ ยเหลือเกนิ …
ภาพที่เห็นตรงหน้าคือตัวฉันยืนอยู่บนเวทีของหอประชุม
ขา้ งกนั เป็นเด็กผูช้ ายตวั สูง เด็กนกั เรียนมากมายกาลงั ปรบมือให้ เป็น
ความทรงจาในวนั ที่ฉนั เจอกบั มนั ฉนั เรียนอยู่ชนั้ ป.๔ ส่วนมนั เรียนอยู่
ชนั้ ป.๖
“สวสั ดพี ชี่ อื่ ภูผา เราชือ่ อะไร” มนั พูด
“ชอื่ ปลายฝนคะ่ ”
“เราอย่ชู มรมศลิ ปะเหมอื นกนั จาพไี่ ดไ้ หม”
บทสนทนาแรกระหว่างฉนั กบั มนั หลงั จากวนั ที่ไดร้ ูจ้ ักกนั มนั
สอนฉนั ทกุ อย่างเกี่ยวกบั การวาดภาพ มนั คือแรงบนั ดาลใจที่ทาใหฉ้ นั
อยากวาดภาพ ต่อใหภ้ าพฉนั จะโดนติมากแค่ไหน มันเป็นคนเดียวที่
เชื่อม่ันในภาพของฉัน เราคุยกันหลายเรื่อง แต่ใครจะรูใ้ บหนา้ ซ่ือ ๆ
กาลงั หลอกล่อใหต้ ดิ กบั ดกั
๑๒๗
ในวนั จดั กิจกรรมของโรงเรียน ไม่มีการเรียนการสอน วนั นนั้ ฉนั
เขา้ หอ้ งชมรม กาลงั น่งั วาดภาพของตวั เองใหเ้ สร็จ ทงั้ หอ้ งไม่มีใคร ฉนั
น่งั ทางานไปเรื่อย ๆ โดยไม่ไดเ้ ฉลียวใจ เงามืดทาบทบั อยู่ดา้ นหลงั ไม่
ทนั ไดต้ ัง้ ตัว มือของมันกดทบั บนไหล่เลื่อนลงโอบรอบเอว ฉันสะดุง้
พยายามสลดั ใหห้ ลุดออก เสียงคุน้ เคยกระซิบขา้ งหู ลมหายใจรอ้ นรด
ตน้ คอ จมูกโสโครกของมนั กดลงไหล่ มือสกปรกลูบผ่านหนา้ ทอ้ ง เลือ่ น
ขึน้ มาหยดุ ทีห่ นา้ อก มนั ทงั้ จบั ทงั้ บีบเคน้ ฉนั ดิน้ สดุ ตวั รวบรวมแรงทีม่ ี
ผลกั มนั ออกแลว้ รบี ว่งิ ออกมา ตวั ฉนั สน่ั ไปทงั้ ร่าง ฉนั รอ้ งไห้ ความเชือ่ ใจ
ที่มีพงั ทลายลง เหมือนปราสาททรายถูกคลืน่ ทะเลซัด ฉนั กลบั มาบา้ น
อาบน้า พยายามขัดถูตัวให้สะอาด ขัดจนผิวเร่ิมมีรอยแดงก็ยังไม่
สามารถลบความรูส้ กึ ขยะแขยงออกไปจากตวั ได้
ฉันก้มหน้าลงในอ่างที่เต็มไปด้วยน้า กรีดร้องจนสุดเสียง
นา้ คอ่ ย ๆ กลายเป็นของเหลวหนดื สดี า ฉนั รูส้ กึ กระอกั กระอว่ นพยายาม
เงยหนา้ ขึ้นจากอ่าง แต่เหมือนมีใครบางคนกาลงั กดหวั ฉันไว้ ฉันเร่ิม
หายใจไม่ออก หนวดสดี านา่ รงั เกียจของสตั วป์ ระหลาดกาลงั ดงึ ตวั ฉนั ให้
ตกลงไปในมหาสมุทรสดี า ไรเ้ สียง ไรส้ ี มีเพยี งแค่ตวั ฉนั น่งั กอดเข่าอยู่
มมุ หนง่ึ ของโลกมืดมดิ แห่งนี้
๑๒๘
ช่วงเวลาที่กาลังสิ้นหวัง สัมผัสอุ่นแตะเบา ๆ บริเวณแขน
ฉนั เงยหนา้ แสงสว่างเพียงเล็กนอ้ ยที่ส่องทะลุผ่านม่านสีดาเขา้ มา มือ
ของใครบางคนกาลังฉุดรั้งใหฉ้ ันลุกขึ้นยืน ความหนาวเย็นจางหาย
ความอบอนุ่ ค่อย ๆ แผ่ซ่านเขา้ มาในจติ ใจ
ใครกันทีม่ าช่วยฉันออกไป ช่วยหยดุ ฝันร้ายทเี่ กิดขึน้
๑๒๙
๑๓๐
บทท่ี ๙
.........
ฉันต่ืนจากฝัน แสงอาทิตยส์ ่องผ่านม่านหนา้ ต่าง ไม่มีเสียงไก่
ขัน แต่ไดย้ ินเสียงนกรอ้ ง วันนีต้ อ้ งไปโรงเรียน แต่ไม่อยากไป ไม่พรอ้ ม
เจอใคร ฉนั ดงึ ต๊กุ ตาหมมี ากอดครุน่ คิดถึงความฝัน
การฝันเห็นความทรงจาเก่า ๆ รูส้ ึกแย่กว่าการฝันเห็นสัตว์
ประหลาด เหมือนแผลยังแหง้ ไม่สนิทกลับมาเปิดอีกครงั้ ย่ิงทาใหเ้ จ็บ
กว่าเดิม ฝันดีในฝันรา้ ย ฉันเห็นมือคู่หนึ่งย่ืนมาตรงหน้า ฉุดรั้งฉันให้
ขนึ้ มาจากความมดื แสงสว่างทาใหค้ วามหนาวจางหาย
ขณะท่ีฉันกาลงั หมกม่นุ คิดถึงเรื่องฝันเม่ือคืน เสียงเคาะประตู
หอ้ งกด็ งั ขนึ้
“ปลายฝนต่นื หรอื ยงั ลกู ” แม่พดู ฉนั ขานรบั
แม่เปิดประตหู อ้ งเขา้ มา น่งั ลงขา้ งเตียงพรอ้ มกบั ยกมือขา้ งหน่ึง
แตะหนา้ ผากฉนั เพ่อื วดั อณุ หภมู ิ
๑๓๑
“ตวั ไมร่ อ้ นแลว้ ยงั รูส้ กึ ไม่สบายอยไู่ หม” แมถ่ าม
“ดีขนึ้ กวา่ เม่อื วานคะ่ ” ฉนั ตอบ
“งน้ั วนั นไี้ ม่ตอ้ งไปโรงเรยี น วนั นแี้ มจ่ ะพาไปหาหมอ”
“ไม่ตอ้ งไปกไ็ ดม้ งั้ คะ ตอนนดี้ ขี นึ้ แลว้ ”
ฉันไม่อยากไปหาหมอ เพราะตอนอนุบาล ฉันเคยเล่นนา้ ฝนท่ี
โรงเรียน พอกลบั บา้ นมาป่ วย พ่อแม่พาไปหาหมอ ฉันไม่สามารถโกหก
หรือปิดความรูส้ ึกของตัวเองได้เลย หมอเป็นคนเดียวท่ีคาดการณ์
ทุกอย่างไดร้ าวกบั มีกระจกวิเศษสอ่ งความประพฤติ ฉันเลยไม่ชอบเวลา
ตอ้ งไปหาหมอ
“ไม่ไดจ้ ะ้ ไปใหห้ มอเขาตรวจดีกว่า เป็นอะไรขึน้ มาจะไดร้ กั ษา
ถกู ” แมพ่ ดู ปลอบ
ฉันนึกคาแยง้ ไม่ออก ไดแ้ ต่เงียบพยกั หนา้ รบั แม่บอกใหฉ้ ันไป
อาบนา้ แตง่ ตวั พอ่ ไปสง่ ตน้ หนาวท่ีโรงเรียนเสรจ็ จะกลบั มารบั พวกเราไป
หาหมอต่อ แมโ่ ทรไปลาป่วยกบั ครูทรายเรยี บรอ้ ย ทนั ทที ่แี ม่ออกจากหอ้ ง
ฉันหยิบผา้ เช็ดตวั เดินเขา้ หอ้ งนา้ จดั การธุระสว่ นตวั พอเดินลงมาชน้ั ลา่ ง
เหน็ ย่ามกุ กาลงั ชงโอวนั ตินรอ้ น
“เอา้ หนูฝน ไขห้ ายแลว้ เหรอ ย่ากาลงั ชงโอวนั ตินจะเอาขึน้ ไป
ใหพ้ อดี” ยา่ มกุ พดู
๑๓๒
“ดีขนึ้ แลว้ ยา่ ขอบคณุ ค่ะ” ฉนั น่งั ลงท่โี ตะ๊
“เออ้ ... ดี ดี ตอ้ งอย่างนีแ้ หละ รูไ้ หมเวลาเป็นไข้ตอ้ งทาตวั ให้
แข็งแรงเขา้ ไว้ ถา้ เราอ่อนแอพวกโรครา้ ยจะรุมเรา้ ไดง้ ่าย ขยับร่างกาย
เยอะ ๆ ดอู ย่างยา่ สิ รอ้ ยโรคยงั กระปรกี้ ระเปรา่ เดินไดเ้ ป็นกิโล” ฉนั ยมิ้ กบั
คาพดู ใหก้ าลงั ใจของย่ามกุ
วันนีล้ กู คา้ ท่ีรา้ นไม่เยอะมากเพราะเป็นวนั ธรรมดา ย่ามกุ เลย
เฝา้ รา้ นคนเดยี ว ฉนั น่งั จิบโอวนั ตินรอ้ นไดค้ รง่ึ แกว้ พอ่ ก็มารบั ฉนั กบั แม่ไป
หาหมอ บนรถเงียบสนิทจนไดย้ ินเสียงแอรด์ ัง พ่อพยายามชวนคยุ ถาม
ถึงอาการไข้ ฉันตอบรับแต่ไม่ต่อความยาว เพราะรู้สึกง่วง แม่คง
สงั เกตเหน็ เลยบอกใหพ้ กั สายตาไปก่อน
ถึ ง โ ร ง พ ย า บ า ล แ ม่ พ า ฉั น ม า รั บ บั ต ร คิ ว ร อ เ ข้ า พ บ ห ม อ
กล่ินแอลกอฮอลแ์ ละนา้ ยาฆ่าเชือ้ ฟุ้งไปท่วั เสียงเด็กรอ้ งไหด้ ังออกมา
จากหอ้ งตรวจ ฉนั เรม่ิ หว่นั ใจ กม้ มองนวิ้ ตวั เองพยายามนบั หนง่ึ ถึงรอ้ ยใน
ใจเพ่อื ลดความประหม่า แม่ลบู หวั ฉนั เบา ๆ ปลอบขวญั
“หนูเป็นอะไรก็บอกหมอนะ อย่าเก็บไว้ ไม่ตอ้ งกลวั ไม่งัน้ เขา
รกั ษาใหเ้ ราไมถ่ กู ”
ฉนั พยกั หนา้ รบั พยาบาลเรียกหมายเลขและช่ือของฉนั ใจเตน้
รวั ไม่เป็นจงั หวะ อากาศรอ้ นขึน้ ผิดปกติ ทนั ทีท่ีพบหมอ แม่เป็นคนบอก
อาการไข้ของฉันคร่าว ๆ ทั้งอ้วก ตัวร้อน ไข้หนาวส่ัน หมอก้มหน้า
๑๓๓
จดบันทึกบางอย่างท่ีฉันอ่านไม่ออก ก่อนหันมาถาม ฉันเล่าแค่เฉพาะ
อาการท่ีเป็นใหห้ มอฟัง เม่ือวานหลงั จากขยอ้ นทุกอย่างออกมา ฉันแค่
รูส้ ึกคร่ันเนือ้ คร่ันตัว หนาวมาก และปวดหัว นอกจากน้ันไม่มีอะไร
ผิดปกติ หมอบอกว่าอาจเป็นผลจากความเครียด ฉันน่ังหลงั ตรงทนั ที
เหมือนหมอกาลงั เอาเข็มมาจี้ เหลือบมองแม่เป็นระยะ หลงั จากเขา้ พบ
หมอ น่ังรออยู่หนา้ หอ้ งตรวจ ฉันไดย้ ามากินสามสี่ชุด ขณะน่ังรถกลบั
บา้ นแม่พดู ขนึ้ ทนั ที
“หมอบอกลูกเครียด อาจเป็นไมเกรน หรือไม่ก็อาการเร่ิมตน้
ของเครยี ดลงกระเพาะ”
ฉนั ไม่รูว้ ่าแม่คยุ กบั พ่อหรอื พดู กบั ฉนั เลยแกลง้ หลบั หนีไม่ตอบ
คาถาม รูส้ ึกไดว้ ่าแม่กาลงั มองอยู่ ถึงจะรูส้ ึกผิดแต่ตอ้ งทาใจแข็งเขา้ ไว้
ทงั้ รถตกอย่ใู นความเงียบ แม่เลยเปล่ียนมาเล่าเหตกุ ารณต์ อนเขา้ ไปใน
หอ้ งตรวจกบั หมอใหพ้ อ่ ฟังแทน
หลงั กลบั มาถึงบา้ น แม่บอกใหฉ้ ันขึน้ ไปพกั ผ่อนบนหอ้ ง เพราะ
แม่ตอ้ งช่วยย่าเฝ้ารา้ นต่อ สว่ นพ่อฉันไดย้ ินว่า แปลงผกั ของพวกเราเร่ิม
ออกดอกแลว้ ฉันเบ่ือ ไม่อยากขึน้ หอ้ งเลยเดินออกมานอกบา้ น ฉันมอง
ไปยังแปลงผักของตัวเอง ลาต้นสีเขียวอ่อนเลือ้ ยออกมาจากแปลง
ดอกระฆงั ดอกเล็กขึน้ เป็นช่อสวย ใบเขียวรูปทรงหวั ใจแตกหน่อสะพร่งั
พอได้มองสีฟ้าของกลีบดอกทาให้สบายใจขึน้ ฉันสังเกตเห็นพวก
๑๓๔
ตน้ หญา้ กาลงั ขึน้ มาเบียดเบียนแปลงผกั ของครอบครวั ฉนั เลยน่งั ลงบน
พืน้ ดนิ ค่อยบรรจงถอนวชั พชื
ฉันนึกถึงคาพูดของย่ามุก ถ้าความเครียดเป็นโรคชนิดหน่ึง
การขยับร่างกายบ่อย ๆ คงทาใหค้ วามเครียดลดลงไปบ้าง บางทีฉัน
อาจจะคิดผิด การไม่ไดไ้ ปโรงเรียนเป็นเรอื่ งท่ีน่าเบ่ือท่สี ดุ ถึงจะสบายแต่
ถา้ ใหน้ ่งั นอนเฉย ๆ ฉนั ไมอ่ ยากหยดุ โรงเรยี นอกี แลว้
“น่งั ถอนหญา้ อย่เู หรอลกู ” เสยี งของพอ่ ดงั ขนึ้
ฉนั หนั ไปมอง พ่อแบกกระบอกไมไ้ ผ่ขนาดเท่าไมบ้ รรทดั วางลง
บนพืน้
“พอ่ เอาไมไ้ ผม่ าทาอะไร” ฉนั ถาม
“เอามาทาหลกั ใหแ้ ปลงผกั ลกู น่นั แหละ เห็นไหม ลาตน้ ค่อย ๆ
เลือ้ ยออกมานอกแปลงแลว้ ”
“เหน็ คะ่ ตอ้ งรือ้ แปลงผกั ของหนหู มดเลยเหรอคะ”
“ไม่หรอก แค่ปักไม้ลอ้ มแปลงหนู เด๋ียวพวกลาตน้ ก็ปรับตัว
เลอื้ ยเกาะตามไมเ้ อง”
ฉนั พยกั หนา้ พรอ้ มกบั นกึ ภาพตาม
“หนไู มไ่ ปพกั ผอ่ นละ่ เด๋ยี วไขก้ ็กลบั มาอีกหรอก” พอ่ พดู
๑๓๕
“ใหห้ นชู ่วยไหม” ฉนั ถาม
“ไหวเหรอ” พ่อชะงกั เลก็ นอ้ ย
“ไหวคะ่ ตอนนรี้ ูส้ กึ ดีขนึ้ กวา่ ครงั้ ก่อน”
ฉนั ตอบตามความจรงิ พ่อมองฉนั ดว้ ยสายตาพนิ จิ ก่อนตอบ
“อยากช่วยก็ช่วย เอาเทา่ ท่ไี หวนะ”
ฉนั ยมิ้ พยกั หนา้ รบั พ่อใชจ้ อบขดุ ดนิ รอบแปลงอย่างระมดั ระวงั
ฉันหยิบไมไ้ ผ่ปักลงในหลมุ ท่ีพ่อขุด สายลมพดั กล่ินหอมของใบโหระพา
แตะจมกู แปลงผกั นอ้ ย ๆ ไหวตามลม ตน้ ไมใ้ หญ่ขา้ งบา้ นเป็นเสมือน
ร่มกันแดด ทาใหอ้ ากาศไม่รอ้ น ถึงเหง่ือออกแต่มีลมพัดตลอดเวลา
หลงั จากปักหลกั เสรจ็ เรียบรอ้ ย ถึงเวลาใส่ป๋ ยุ เพ่ิมธาตุอาหารและปรบั
สมดลุ ใหด้ ิน ป๋ ยุ ท่ีพ่อใชเ้ ป็นป๋ ยุ หมกั ทาจากกากชากาแฟจากรา้ นย่ามกุ
เลยไม่เป็นอนั ตรายกบั พืชแลว้ ก็คนกนิ แถมยงั ลดเศษขยะเหลอื ทิง้ ได้
พ่อคอยอธิบายวิธีการต่าง ๆ ไปพรอ้ มกับการใส่ป๋ ุยพรวนดิน
ฉันตามรดน้าเพ่ือให้ป๋ ุยซึมลงหน้าดิน ความเครียด ความเหน่ือย
ความกงั วลหายไปปลิดทงิ้ เป็นจรงิ อยา่ งท่ีย่ามกุ พดู
พอร่างกายไดข้ ยบั ทาใหส้ ดช่ืนขึน้ กว่าเก่า อยากเห็นแปลงผกั
ของพวกเราเติบโตออกดอกออกผลใหก้ ินไว ๆ จะอร่อยเหมือนซือ้ กิน
หรอื เปลา่ นะ
๑๓๖
ขณะกาลงั รดนา้ แปลงผกั สดุ ทา้ ย เสียงนกรอ้ งแสนคนุ้ เคยทาให้
ฉนั ตอ้ งมองหา นกนางแอ่นตวั นอ้ ยเกาะอย่บู นตน้ ไมใ้ หญ่ เป็นไปตามท่ี
คิด เจา้ นกไม่ไดห้ ายไปไหน ช่วงเวลาท่ีมองหากลบั ไม่ปรากฏตวั แต่ฉัน
เช่ือว่านกน้อยยังวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ เหมือนมนตร์วิเศษช่วยคลาย
ความทกุ ขท์ ่อี ยใู่ นใจ ฉนั หลบั ตาเพ่ือฟังเสียงไพเราะของนกนางแอน่
เวลาผ่านไปเกือบสองเดือน ฉันเปล่ียนไปจากเดิม ฉันไดย้ ิม้
หวั เราะ และมีความสขุ การใชเ้ วลาอยกู่ บั ธรรมชาติ ว่ิงเลน่ ทาใหร้ ูว้ า่ ฉนั
ชอบทุกครั้งเวลานอนลงบนพืน้ หญ้าพรอ้ มกับเงยหน้ามองท้องฟ้า
จินตนาการถึงส่ิงต่าง ๆ ปลดปล่อยความคิดของตัวเอง ฉันชอบเวลา
แสงแดดส่องผ่านใบไม้ ฉันชอบฟังเสียงเพลงจากนกนอ้ ยคอยช่วยขับ
กลอ่ มฉนั ใหห้ ลบั ตอนกลางคนื และตน่ื นอนตอนเชา้ ความรูส้ กึ แตกสลาย
คอยไดร้ บั การเยยี วยา
เย็นวนั นน้ั ลนั ตามาหาเย่ียมฉันท่ีบา้ น พวกเราไม่ไดอ้ อกไปวิ่ง
เล่น แต่เธอหอบสมดุ การบา้ นมาน่งั ทาดว้ ยกัน เธอเล่าเรื่องท่ีโรงเรียนให้
ฟังและบอกว่าจ๋าจ๊ะกับอิ่มฝากข้อความมา ‘ขอใหห้ ายไว ๆ’ ฉันฝาก
ขอบคณุ ทงั้ สองคน แต่ดูเหมือนลนั ตาจะไม่รบั เธอบอกใหไ้ ปบอกดว้ ย
ตัวเองวันจันทร์หน้า ฉันตอบรับ และพวกเราก็ทาการบ้านจนเสร็จ
ตอนหวั ค่าหลงั กินขา้ ว พ่อบอกฉันกบั ตน้ หนาวใหร้ ีบเขา้ นอน พรุ่งนีต้ อ้ ง
ตื่นแตเ่ ชา้ มืด
๑๓๗
“พรุง่ นีพ้ ่อจะพาพวกลกู ไปดพู ระอาทิตยข์ นึ้ ”
ฉนั กบั ตน้ หนาวตาลกุ วาว เพราะพวกเราไมเ่ คยดพู ระอาทิตยข์ ึน้
มาก่อน คราวนีจ้ ะไดร้ ูส้ ักทีว่าพระอาทิตยข์ ึน้ ไปอยู่บนทอ้ งฟ้าได้ยังไง
ตน้ หนาวกลายเป็นเด็กดนี อนไว ทงั้ ท่ีปกตินอนยาก สว่ นฉนั กเ็ อาแต่นอน
คดิ และตืน่ เตน้ พลิกตวั ไปมาอยนู่ านจนเผลอหลบั
... ตีหา้ สามสิบนาที ...
พ่อปลกุ ฉันกับนอ้ งใหล้ กุ ขึน้ ลา้ งหนา้ แปรงฟันเปลี่ยนเสือ้ ผา้ ไม่
ตอ้ งอาบนา้ เพราะเด๋ียวไม่ทันดูพระอาทิตยข์ ึน้ ช่วงเชา้ มืดอากาศเย็น
กว่าปกติ ฉันใส่เสือ้ กันหนาวตวั โปรดจากท่ีไม่ไดใ้ ส่มาสกั พัก ตน้ หนาว
เช่นกัน แม่ใหก้ ลว้ ยฉนั กบั นอ้ งชายคนละลกู ไวก้ ินบนรถ แม่ไม่ไดไ้ ปดว้ ย
แต่จะทาข้าวเช้าไวร้ อพวกเรากลับมา ฉันนอนน้อย แต่ไม่รูส้ ึกง่วงเลย
สักนิด ผิดกับต้นหนาว อ้าปากหาวเป็นว่าเล่น แถมยังงอแงบอกว่า
ไม่ไปดู พระอาทิตยแ์ ลว้ แตส่ ดุ ทา้ ยก็ยอมไปอย่ดู ีเพราะพ่อจะพาไปทะเล
เราไม่ไดน้ ่งั รถกระบะเหมือนทุกที แต่เป็นรถสามลอ้ พ่วงของป่ ู
พ่อเอาออกมาซ่อมเม่ือไม่ก่ีวันก่อน สภาพตอนแรกทั้งเก่าและสกปรก
ตอนนกี้ ลบั ใหมเ่ อ่ยี มเหมือนซือ้ มาใชง้ านไดส้ องสามปี พ่อเป็นคนขบั ฉนั
กับตน้ หนาวน่งั ในรถพ่วง รถเคลื่อนไปตามทางมืดสนิท มีแค่แสงไฟจาก
รถสามล้อทาให้มองเห็นทางชัดขึน้ ความแรงของลมกระทบกับผิว
เปล่ียนความเย็นเป็นอาการชาทงั้ ใบหนา้ ฉันไดย้ ินเสียงฟันกระทบกัน
๑๓๘
ของตน้ หนาว ฉนั พ่นลมหายใจเงยหนา้ มองทอ้ งฟ้า จดุ เล็ก ๆ สีขาวแต่ง
แตม้ บนผืนผ้าสีดาน้าเงินงดงามไรท้ ่ีติ กลุ่มดาวน้อยแข่งกันส่องแสง
ระยิบระยบั ทดแทนชว่ งเวลาในตอนเชา้
ฉันกับนอ้ งชายปอกกลว้ ยกินจนหมด พ่อเลีย้ วรถเขา้ ซอยแคบ
ไม่คนุ้ เคย ผ่านตน้ มะพรา้ วมากมาย เสียงคลื่นกระทบฝ่ัง กล่ินทะเลลอย
มาตามลม บรรยากาศโดยรอบถึงจะมดื แต่เห็นไดล้ าง ๆ ใกลถ้ ึงทะเลแลว้
ฉันเพ่ิงรูว้ ่าบา้ นเราอยู่ใกลก้ ับชายทะเล พ่อจอดรถใกลก้ ับโขดหินใหญ่
ตน้ หนาวรีบกระโดดลงจากรถทนั ที
ทอ้ งฟ้าเร่ิมเปลี่ยนสีจากดานา้ เงินเป็นสีสม้ เหลือง หาดทรายสี
ขาวเห็นชดั กว่านา้ ทะเลท่ีกลายเป็นสีดาเม่ือไม่มีแสงอาทิตย์ ทะเลกวา้ ง
สุดลูกหูลูกตา ตรงบริเวณเส้นขอบฟ้า แสงสีส้มเร่ิมส่องสว่างรัศมี
เรืองรองเสียงคลื่นซดั เขา้ หาชายฝ่ังคลา้ ยฝนสาด พวกเราสามคนเดินย่า
ลงบนทราย พ่อถอดรองเทา้ หย่อนตัวน่งั ทบั บนรองเทา้ อีกที ฉันทาตาม
ตอนแรกตน้ หนาวน่งั ขา้ ง ๆ ผา่ นไปไดไ้ ม่นานกล็ กุ ขนึ้ ว่งิ ไลจ่ บั ปลู ม
ฉนั จอ้ งมองและเฝา้ รอพระอาทติ ยข์ นึ้ อยา่ งใจจดใจจอ่
“อาการลกู เป็นยงั ไงบา้ ง ดีขนึ้ หรอื เปลา่ ” พ่อถาม
“ดขี นึ้ เยอะแลว้ คะ่ ” ฉนั ตอบ
“ท่โี รงเรยี นละ่ ”
๑๓๙
“ก็เหมือนเดิม ตอนนีห้ นูเป็นสมาชิกชุมนุมรักการอ่านแลว้ นะ
เม่ือวันก่อนหนูวาดรูปภาพเชิญชวนคนมาเข้าชุมนุมให้เพ่ือนกับครูดู
มีแต่คนชมบอกว่าภาพวาดสวยมาก”
“หนกู ลบั มาวาดรูปแลว้ เหรอ” พ่อมองฉนั ดว้ ยความแปลกใจ
“คะ่ ”
“พ่อนกึ ว่าลกู จะทงิ้ การวาดรูปไปแลว้ ซะอกี ” พ่อพดู พรอ้ มกบั ยิม้
“หนูไม่ทิง้ หรอกค่ะ แค่อยากพักเรื่องวาดรูปไว้ก่อน” ฉันพูด
ความจรงิ แต่ไมท่ งั้ หมด
“ตงั้ แตย่ า้ ยมาอย่ทู ่นี ่ี หนตู ิดขดั มีปัญหาอะไรหรือเปลา่ ”
“ไม่มีค่ะ หนูออกจะดีใจดว้ ยซา้ ไดเ้ จอเพ่ือนแบบลนั ตา ไม่ตอ้ ง
ตื่นไปโรงเรียนตงั้ แต่เช้ามืด หนูชอบชุดนักเรียนของโรงเรียนมาก ชอบ
เรียนวิชาระบบนิเวศป่ าชายเลนดว้ ย และหนเู พิ่งรูว้ ่าการว่ิงเล่นกบั เพ่ือน
คนอ่นื สนกุ มาก” ฉนั ยมิ้
“พ่อดีใจนะท่ีไดย้ ินแบบนน้ั ถา้ พ่อรูว้ ่ายา้ ยบา้ นแลว้ จะทาใหไ้ ด้
เห็นรอยยิม้ ของหนูมากขึน้ พ่อคงยา้ ยมาท่ีน่ีตงั้ นานแลว้ ” พ่อพูดพรอ้ ม
กบั ยกมือขนึ้ ลบู หวั คาพดู ของพอ่ ทาใหฉ้ นั ชะงกั
๑๔๐
ก่อนหนา้ นีเ้ ราเอาแต่หนั หลงั ใหก้ ัน ไม่เคยหนั หนา้ มาน่งั พูดคยุ
กนั เลยสกั ครงั้ ช่วงเวลาเดียวท่ีไดเ้ หน็ หนา้ พ่อคือช่วงนิทานกอ่ นนอน พ่อ
ทางานหนกั เพราะตอ้ งหาเงินมาเลีย้ งครอบครวั ฉนั เคยคิดวา่ ทงั้ สองคนมี
ปัญหาของตวั เองเยอะแลว้ ฉนั ไม่อยากไปเพิ่มภาระใหพ้ วกเขา เลยเก็บ
ทุกอย่างไวค้ นเดียว ฉันหยุดวาดรูปเพราะไม่อยากคิดถึงมัน ไดแ้ ต่ตั้ง
คาถามทาไมถงึ เป็นฉนั ทาไมตอ้ งมาเจอเรอ่ื งเลวรา้ ยแบบนี้ ฉนั พยายาม
ลืมเรื่องราว ทาเหมือนทกุ อย่างไม่เคยเกิดขึน้ แต่ความจรงิ ฉนั กาลงั เก็บ
มนั ไวใ้ นความทรงจาโดยไม่รูต้ วั และมนั จะวนกลบั มาหลอกหลอนซา้ อยู่
เรื่อย ฉนั รูว้ า่ ลกึ ๆ กาลงั กลวั กลวั ครอบครวั ไมร่ กั กลวั เพ่อื นเกลยี ด
... แลว้ ทาไมฉนั ตอ้ งกลัวดว้ ยทงั้ ที่ตวั เองไม่ไดท้ าอะไรผิด มนั
ตา่ งหากทเี่ ป็นคนผดิ …
ตลอดเวลาท่ผี า่ นมา ฉนั ไมไ่ ดอ้ ย่ตู วั คนเดยี ว และไมต่ อ้ งกลวั มนั
อกี ต่อไป ฉนั มองฟองอากาศสขี าวลอยเขา้ หาฝ่ัง มอื ขา้ งหนึ่งบบี กาทราย
ไวแ้ น่น ถา้ หากชีวิตของมนั เป็นเม็ดทรายในมือ ฉันจะทาทกุ อย่างใหม้ นั
แหลกสลาย ไม่เหลือแมก้ ระท่งั ฝุ่นผง อยากซัดหนา้ มันใหห้ งาย ฉันไม่
กลวั จะบอกส่ิงเลว ๆ ท่มี นั ทากบั ฉนั ใหโ้ ลกไดร้ ู้
ฉนั อยากกลบั ไปจบั ดนิ สอ ตวดั ปลายพ่กู นั ไดอ้ ย่างอิสระ
๑๔๑
ถึงเวลาท่ีตอ้ งเผชิญหนา้ กับความจริง ฉันเหน่ือยกับการว่ิงหนี
มันเต็มที การส่งภาพเข้าประกวดอาจทาให้หาบางสิ่งท่ีเคยทาหล่น
หายไปเจอ และเขา้ ใจตวั เองมากขนึ้
“พ่อ” ฉนั ทกั
“พ่อว่าดีไหม ถา้ หนูลองสง่ ภาพเขา้ ประกวดของสมาคมศิลปะ
ประเทศไทย” สหี นา้ ของพอ่ ดตู ื่นเตน้
“เอาสิ เอาเลย หนูอยากทาจริง ๆ ใช่ไหม” ใบหนา้ พ่อยิม้ กวา้ ง
พรอ้ มกบั ถามยา้ เพ่อื ความม่นั ใจ
“ค่ะ หนอู ยากลองสง่ ด”ู ฉนั ตอบดว้ ยนา้ เสียงหนกั แนน่
“เอาเลย ลองดไู ม่เสียหาย พ่อกบั แม่ ทุกคนสนบั สนุนลกู เต็มท่ี
ตอ่ ใหไ้ มใ่ ชนะไม่เป็นไร อย่างนอ้ ยพ่อกเ็ ป็นแฟนเบอรห์ น่ึงของลกู ” พ่อยก
มือขนึ้ ลบู หวั ฉนั
ฉันส่งยิม้ ใหพ้ ่อ สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ผ่อนออกมาแรง ๆ
เพ่ือสลดั ลกู ตมุ้ แหง่ ความกงั วลทงิ้ ไป และถึงฉันจะไม่ชนะ ก็ถือว่าไดล้ อง
แลว้ หลงั จากจบการประกวดครงั้ นี้ ฉันเองก็จะบอกเรื่องราวทงั้ หมดให้
ทกุ คนไดร้ ูเ้ หมือนกนั
... เหมือนคาศัพท์ที่ฉันเคยอ่านเจอในหนังสือ รู้อะไร
ไม่เท่ารู้งี้ …
๑๔๒
๑๔๓
บทที่ ๑๐
หลงั จากยา้ ยบา้ นมาอย่ภู าคใตไ้ ดเ้ กือบสองเดือน ครอบครวั เรา
เร่ิมเปลี่ยนแปลงไปในทางท่ีดีขึน้ ผมเคยเป็นพนกั งานเงินเดือนทางาน
กับบริษัทจัดจาหน่ายและส่งออกเฟอรน์ ิเจอร์ นานวันพวกเทคโนโลยี
ความทันสมัยเข้ามามีบทบาทในวงการอุตสาหกรรมมากยิ่งขึน้ และ
เศรษฐกิจท่ีอยู่ในช่วงขาลงของประเทศทาให้ต้องปรับลดเงินเดือน
พนกั งาน หนั ไปพ่งึ เคร่ืองจกั รแทน รายไดท้ ่ีเคยมีเต็มสองมือ เหลือเพียง
แค่มือเดียว ถา้ ผมใชเ้ งินเดือนท่ีมีอย่นู อ้ ยนิด พอประทงั ชีวิตตวั เองไปใน
แต่ละเดือนยังไงก็ไหว แต่ผมมีลูกสองคนกับภรรยาให้ดูแล ผมต้อง
รับจ้างเสริม ทางานนอกเวลา ไม่มีคืนไหนนอนหลบั สนิท ต่ืนขึน้ ดว้ ย
ความรู้สึกเหน่ือยล้า เพราะมัวแต่หมกมุ่นกับงานมากเกินไป
ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งผมกบั ลกู ค่อย ๆ หา่ งออกไป
๑๔๔
ทิวาทาหนา้ ท่ีแม่ของลกู ไดด้ ีเสมอ นอกจากงานบา้ น ยงั คอยใส่
ใจและสงั เกตความผิดปกติท่ีเกิดขึน้ ในบา้ น เธอเลา่ ว่าลกู สาวคนโตของ
เราทาตัวแปลกไป ตอนแรกผมคิดว่าลูกคงเหน่ือยจากโรงเรียน ไม่กี่วนั
คงหาย แต่ช่วงหลงั เธอไม่ว่ิงเขา้ มากอดผมเหมือนอย่างเก่า เราแทบจะ
คยุ กนั นบั ประโยคได้ ผมคดิ ว่าสว่ นหนึ่งอาจเป็นความผิดของผมท่ไี มค่ ่อย
มเี วลาใหค้ รอบครวั ถา้ หากเป็นเม่อื กอ่ น หลงั เลิกเรียนผมจะพาปลายฝน
กับนอ้ งชายเขาออกไปสนามเด็กเล่น จนกระท่งั มารูอ้ ีกว่าลกู ทงั้ สองคน
กาลงั ทะเลาะกนั และหนกั กว่าทกุ ครงั้
... เคราะห์ซ้ากรรมซัด ...
ในช่วงเวลาเดยี วกนั ปัญหาทกุ อย่างพรอ้ มดาหนา้ เขา้ มา ผมเคย
คิดว่าการยา้ ยมาอยู่กรุงเทพฯ จะช่วยเพ่ิมโอกาสการเลือกงานในสาย
อาชีพไดเ้ ยอะขึน้ มากกว่าอยู่ต่างจังหวัด แต่บางครงั้ ก็ตอ้ งแลกมาดว้ ย
ค่าครองชีพท่ีแพงกว่าเดิม ทิวาบอกใหโ้ ทรไปปรกึ ษากบั แม่ของผมท่ีอยู่
ภาคใต้ ตอนแรกผมคิดไวว้ ่าถา้ ทกุ อย่างลงตวั จะใหแ้ ม่เซง้ รา้ นพรอ้ มกบั
ขายท่ีดินสวนผลไมแ้ ลว้ ยา้ ยมาอยู่กรุงเทพฯ ดว้ ยกัน แต่แม่ยืนยนั เสียง
แขง็ วา่ จะตายท่ีบา้ นเกดิ
พวกเราเลยตอ้ งลงไปเย่ยี มทกุ ครงั้ ท่ีเดก็ ๆ ปิดเทอม
๑๔๕
ผมลองโทรหาแม่ พวกเราคุยกันอยู่นาน ผมเล่าทุกอย่างท่ี
เกิดขึน้ ใหแ้ ม่ฟังหมด บอกทุกความรูส้ ึก ความเหน่ือย แม่ฟังผมเงียบ ๆ
อย่พู กั ใหญ่ กอ่ นประโยคถดั ไปทาเอานา้ ตาผมรว่ ง
“ถ้าไม่ไหวก็กลบั มาบา้ นเรากวิน ไม่ตอ้ งสนใจเร่ืองอ่ืนใหม้ าก
ถ้าอยู่น่ันแล้วทุกขก์ ลับมาบา้ นเราลูก ใช่ว่าท่ีน่ีจะไม่มีอะไรใหแ้ กทา
ความรู้แกมีติดตัวตั้งมากโข กลับมาใช้ท่ีบ้าน ค่อย ๆ หาทางกันไป
โตเป็นควาย ลกู ผชู้ ายแคไ่ หนมารอ้ งไหใ้ หแ้ มเ่ ห็นเลา้ เด๋ยี วพอ่ อยบู่ นหว๋นั
เขา้ ฝันแนแ่ หละ”
สาเนียงภาษาใตข้ องแม่ฟังกี่ครงั้ ก็สบายหู ก่อนพ่อเสีย ผมสนทิ
กับพ่อมาก พ่อคอยสอนผมทุกอย่าง ทงั้ ความรู้ในตารา นอกตาราเรียน
รวมทงั้ การใชช้ ีวิต เพราะเป็นลกู คนเดียวเลยหวงั ใหม้ ารบั หนา้ ท่ดี แู ลสวน
ผลไมต้ ่อ ตอนนน้ั ผมเองก็อยากทาตามความตงั้ ใจของพ่อ จาทุกอย่างท่ี
พ่อสอน จนกระท่งั พ่อเสีย ทุกอย่างก็ดูมืดแปดดา้ น ผมเหมือนสูญเสีย
ความหวงั ความฝัน และแรงบนั ดาลใจ แม่เองก็เสียใจไมต่ ่างจากผม ผม
มีเวลาอย่กู บั พ่อไม่กี่ปี ขณะท่ีแม่อย่กู บั พ่อมาเกือบคร่งึ ชีวิต แม่ตอ้ งคอย
จดั การธุระตา่ ง ๆ และคอยดแู ลผมไม่หา่ งเชน่ กนั แตผ่ มแทบไมเ่ ห็นนา้ ตา
ของแมเ่ ลยดว้ ยซา้
วนั สดุ ทา้ ยก่อนเผาศพพ่อ พ่อดสู งบน่ิงอยู่ในโลงสีขาว ใบหนา้
ของพ่อเหมือนแค่หลบั ไปเท่านน้ั ชดุ ท่ีพ่อใสเ่ ป็นเสือ้ ตวั เดียวกบั ท่ีแม่เคย
๑๔๖
ซือ้ ใหแ้ ละพอ่ ชอบใสท่ กุ ครงั้ เวลาเราไปทาบุญกนั ท่ีวดั ผมอยากใหพ้ ่อตื่น
ขนึ้ มาแลว้ บอกวา่ แค่ลอ้ เลน่ ผมกลนั้ นา้ ตาไวไ้ มอ่ ยู่
ควันจากเมรุเผาศพลอยขึน้ ฟ้า ผมถึงไดร้ ูส้ ึกตัวว่าพ่อจากเรา
สองคนไปแลว้ ผมหนั มองแม่ เป็นครงั้ แรกท่ีผมเห็นนา้ ตาของแม่ เธอยิม้
ทงั้ นา้ ตา สายตาไมล่ ะจากยอดปลอ่ งไฟของเมรุ แม่พดู กบั ผม
“หย่ารอ้ งหา้ ยแล้ ผอหลกู ม่ายชอบเห๊นน่ามตาอนั้ แกไปดีแลว้
ยมิ้ หา้ ยแกตะ๊ แกจะดา้ ยหม๊ดหว้ ง”
ภาษาใตท้ ่ีหมายความว่าใหผ้ มหยุดรอ้ งไห้ เพราะพ่อไม่ชอบ
เห็นนา้ ตา ถา้ อยากใหพ้ ่อหมดห่วงก็ตอ้ งยิม้ ใหเ้ ขาไม่ใช่รอ้ งไห้ ตงั้ แต่นน้ั
แม่ก็เลีย้ งผมมาโดยตลอด ผมไม่ไดร้ ูส้ กึ ขาดเหลืออะไรเลย เพราะแม่ทา
หนา้ ท่ีทุกอย่างได้ มีดีบา้ งไม่ดีบา้ ง เราก็ค่อย ๆ เรียนรูก้ ันไป โชคดีท่ีพ่อ
ทิง้ เงินไวใ้ หพ้ วกเรากอ้ นหนึ่ง โฉนดท่ีดิน และสวนผลไม้ แม่ดูแลสวน
ไม่ไหวเลยเอาเงินมาทาทุนเปิดรา้ นกาแฟแทน จากนั้นก็ขยับขยายมา
เรือ่ ย แม่เลีย้ งผมใหเ้ ตบิ โตมาอย่างดี
ครงั้ เดียวท่ีโดนแม่ตีคือตอนแอบเอาเงินหนึ่งพันบาทไปเลีย้ ง
ขนมเพ่อื นท่โี รงเรียน เพราะเป็นเงนิ เก็บไวส้ ง่ ผมเรยี นต่อ แมเ่ ลยโกรธมาก
จาไดว้ ่าผมเสียใจและรูส้ กึ ผิดเลยขอโทษแม่ และคิดไวว้ ่าจะไม่ทาอย่าง
เดิมอีก เช้าวันรุ่งขึน้ ผมเห็นไมเ้ รียวท่ีแม่ใช้ตีถูกหักเป็นสองท่อนอยู่ใน
ถังขยะหน้าบ้าน ตอนน้ันผมก็ล้มเลิกความฝันอยากเป็นชาวสวน
๑๔๗
แลว้ เขา้ เรียนการช่างยนตแ์ ทนเพราะตอนนนั้ รายไดด้ ี คิดว่าจะไดห้ าเงิน
เยอะ ๆ มาเลีย้ งครอบครวั แต่สุดทา้ ยจะอาชีพไหนก็ยากพอกนั กว่าจะ
ไดเ้ งินมาสกั บาทไมใ่ ชเ่ ร่ืองงา่ ย
ช่วงแรกพวกเราทกุ คนตอ้ งปรบั ตวั หลายอย่าง ผมเร่มิ คิดผนั ตวั
มาเป็นเกษตรกร ขายส่งผลไมใ้ นสวน ไม่มีอะไรไดม้ าง่าย ๆ ผมตอ้ งเร่ิม
นบั หน่ึงใหม่ คอยช่วยเหลือทิวาแบ่งเบางานบา้ นบางส่วน พอไม่ตอ้ งคิด
เรื่องงาน เรื่องเงิน ผมเร่ิมสงั เกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของลูกไดช้ ัด
ปลายฝนยิม้ มากขึน้ ลูกสาวคนโตชอบทาหนา้ อมทุกขอ์ ยู่ตลอดเวลา
และทกุ ครงั้ เธอจะทาเหมอื นมีบางอย่างเกบ็ ไวใ้ นใจ
แต่ไม่บอกพวกเรา ตน้ หนาวก็เป็นเด็กน่ารกั ขึน้ ไม่งอแงอยากมี
อยากไดเ้ หมอื นเม่อื กอ่ น หลายส่งิ กาลงั ไปดว้ ยดี
กระท่งั วันหน่ึงผมไปรบั เด็ก ๆ หลงั เลิกเรียน สีหนา้ ของลกู ดแู ย่
มาก ปลายฝนเงียบกว่าปกติ และไม่พูดคยุ หรือทกั ทาย ทนั ทีท่ีถึงบา้ น
ลกู สาวรีบว่ิงลงจากรถพ่งุ ตรงไปยงั หอ้ งนา้ โก่งคออว้ กลงชกั โครก มีทิวา
คอยลบู หลงั ไมห่ ่าง ผมรบี เตรยี มยากบั แกว้ นา้ ไวใ้ ห้ คนื นน้ั ปลายฝนไขข้ นึ้
เกือบสส่ี บิ องศา ตวั รอ้ นเหมอื นไฟ ทิวาตอ้ งนอนเฝา้ ไขป้ ลายฝน
ส่วนต้นหนาวผมกลัวจะติดหวัดจากพ่ีสาวเลยแยกมานอน
ดว้ ยกนั สองคน ผมกับทิวาสลบั กนั ดแู ลปลายฝนทงั้ คืน ตอนท่ีแม่เขาเชด็
ตวั ให้ ผมจะออกไปนอกหอ้ งคอยรบั นา้ กบั ผา้ เย็นเปลยี่ น
๑๔๘
ปลายฝนคงกาลงั ฝันรา้ ย ปากขยับพูดบางคาท่ีผมฟังไม่ถนดั
และจับใจความไม่ได้ คิว้ เธอขมวดเป็นปม เห็นลูกป่ วยคนเป็นพ่อแม่
เจ็บปวดไม่ต่างกัน ถา้ ป่ วยแทนลกู ไดค้ งทาไปนานแลว้ ผมยกนิว้ ขึน้ จิม้
กลางหน้าผาก คลายปมคิว้ พรอ้ มกับนวดเบา ๆ ลูกจะได้ผ่อนคลาย
เวลาผ่านไปเกือบหกโมงเชา้ ไขล้ ดลง แต่ทิวายืนยนั จะใหป้ ลายฝนหยุด
อีกวนั ผมเองกเ็ หน็ ดว้ ย
วนั นีผ้ มกับทิวาตัดสินใจพาปลายฝนไปหาหมอ เพ่ือตรวจเช็ค
อาการเพ่ิมเติม ระหว่างนน้ั ตอ้ งพาลกู ชายคนเล็กของบา้ นไปส่งโรงเรยี น
กอ่ น ระหวา่ งทางตน้ หนาวพดู ขนึ้
“พอ่ ”
“ครบั ” ผมขานรบั
“พ่ีฝนจะตายไหม” ผมแทบสะดุดเม่ือได้ยินคาพูดนั้นจาก
ปากลกู ชาย
“ทาไมพูดอย่างนน้ั พ่ีฝนไม่ตายหรอก แค่ไขห้ วดั เอง เด๋ียวตน้
กลบั มาจากโรงเรียนก็พากนั ไปเลน่ ขา้ งนอกไดแ้ ลว้ ” ผมพดู ปลอบ
“พ่ีฝนป่ วยตั้งนานแล้ว ชอบขมวดคิว้ ตอนนอนชอบละเมอ
เสียงดงั บาทีก็ตะคอกใส่ตน้ มีผีสิงพ่ีฝนอย่แู น่เลยพ่อ” ตน้ หนาวพูดดว้ ย
นา้ เสียงจรงิ จงั
๑๔๙
“ผีไม่มีจริงตน้ เป็นแค่เร่ืองเล่าหลอกใหเ้ ด็กกลัว พ่ีฝนเขาแค่
เหน่อื ยหรอื เปลา่ ก็เราชอบไปงอแงใสพ่ ่เี ขาตลอด”
“พ่ีฝนนา่ กลวั ถา้ หาหมอแลว้ อาการพ่ฝี นจะดขี ึน้ ใช่ไหม”
“หายดีแน่นอน”
“ผมคิดถึงพ่ีฝน” คาว่าคิดถึงในนา้ เสียงของตน้ หนาว ทาใหผ้ ม
เอน็ ดเู ขาไมน่ อ้ ย
“แค่วนั เดียวเอง พ่ีฝนแข็งแรงจะตาย ไขห้ วดั แค่นีท้ าอะไรไม่ได้
หรอก ถึงโรงเรียนแลว้ ตน้ หนาวเดินไปหอ้ งเองไดใ้ ช่ไหม” ผมถามขณะ
ปลดลอ็ กประตู
ตน้ หนาวพยกั หนา้ รบั เขายกมือสวสั ดีผมก่อนลงจากรถเดินเขา้
ประตูรวั้ โรงเรียน นอ้ งชายคงห่วงพ่ีสาวน่าดู สองคนนีเ้ ลน่ ดว้ ยมาตงั้ แต่
เล็ก ไม่แปลกท่ีตน้ หนาวจบั สงั เกตความผิดปกติของปลายฝนได้ ผมขับ
รถกลบั บา้ นรบั ลกู สาวกบั ทิวาไปหาหมอท่ีโรงพยาบาล ผมน่งั รออยู่ขา้ ง
นอกห้องตรวจ ทิวาบอกว่าเธอป่ วยเพราะเครียดมากเกินไป เวลา
ปลายฝนเจอปัญหา เธอจะต่อสคู้ นเดียวเงียบ ๆ และคิดว่าทุกอย่างจะ
ผ่านไปได้ด้วยดี แต่บางครั้งเราก็ต้องพ่ึงพาคนอ่ืนบ้างเพ่ือให้ผ่าน
อปุ สรรคไปได้
๑๕๐