ตอนอยู่โรงเรียนเก่า ฉันมีกลุ่มเพ่ือนสนิท แน่นอนว่าเป็น
เด็กหญิงล้วน กลุ่มเรามีทั้งหมดหกคน ไปไหนด้วยกัน เล่นด้วยกัน
เขา้ หอ้ งนา้ ดว้ ยกนั ถา้ มีเด็กคนอ่นื เพ่ิมมาในกล่มุ เธอคนนน้ั จะกลายเป็น
ส่วนเกินทันที และต้องออกจากกลุ่มไป ฉันไม่อยากเป็ นแบบนั้น
ฉนั อยากมีเพ่อื น แต่เขา้ หาคนไม่เกง่ ลนั ตาคงเป็นความหวงั เดียว เพราะ
เธอคือเพ่อื นคนเดยี วท่ฉี นั มีตอนนี้
ตอนเชา้ แม่ทาขา้ วตม้ เปล่ากบั หมทู อดใหพ้ วกเรากิน ฉันกินไป
ไดส้ องสามคาก็รูส้ ึกอ่ิม เลยเปลี่ยนมาจิบโอวันตินรอ้ นฝีมือย่ามุกแทน
ตน้ หนาวเป็นเดก็ กินจุ กนิ หมดไปหน่ึงถว้ ยก็ขอเพิม่ หลงั จากกนิ ขา้ วเสร็จ
พวกเราเตรยี มตวั ไปโรงเรียน เดินออกมาหนา้ บา้ นเหน็ ลนั ตายืนอยกู่ บั แม่
ของเธอ วนั นลี้ นั ตาไปโรงเรยี นพรอ้ มกบั พวกเรา แมล่ นั ตาฝากขนมชน้ั ให้
ไปกินกันท่ีโรงเรียน พ่อเป็นคนขับรถไปส่ง ระหว่างทางฉันเกือบหลับ
เพราะอากาศในรถเยน็ สบายมาก ลนั ตาคอยสะกดิ ใหต้ ่ืนอย่เู ป็นระยะ
“ตน่ื เตน้ จนนอนไม่หลบั สิท่า” ลนั ตากระซิบ
“ใช่ รูไ้ ดไ้ ง” ฉนั ตอบ
“เรากเ็ ป็น” เธอพดู ขา ๆ
พอถึงโรงเรียนพวกเราสวสั ดีพ่อก่อนลงจากรถ ฉันกระชบั เสือ้
กันหนาวแขนยาวของตัวเองแน่น ฉันชอบชุดนกั เรียนของโรงเรียนใหม่
เพราะเป็นเสือ้ เชิต้ แขนสน้ั มีโบหูกระต่ายผกู ใตป้ กเสือ้ และกระโปรงยาว
๕๑
ประมาณหนา้ แขง้ สีกรมท่า แต่ฉันแค่ไม่สบายใจเวลาไม่มีเสือ้ ตวั ใหญ่
คลมุ ปิดร่างกาย นอกจากต่ืนเตน้ แลว้ ยังรูส้ ึกประหม่า ตน้ หนาวเองคง
ไม่ต่าง เพราะนอ้ งเอือ้ มมือมาจบั ชายเสือ้ กันหนาวของฉันแน่น พวกเรา
เดินเข้าประตูโรงเรียน ยกมือสวัสดีคุณครู แล้วหันไปยกมือไหว้
พระพทุ ธรูป ลนั ตาบอกว่าเด๋ยี วไปดรู ายช่ือกนั กอ่ น ปีนจี้ ะไดอ้ ยหู่ อ้ งไหน
โรงเรียนท่ีดูเงียบสงบในครั้งก่อน ตอนนี้มีแต่เด็กนักเรียน
จานวนมาก นักเรียนบางคนพูดคุยกันภาษากลาง ส่วนบางคนพูดเป็น
ภาษาถ่ิน ฉันเร่ิมชินภาษาใตม้ ากขึน้ ถึงยังฟังไม่ถนดั แต่พอจบั ใจความ
สาคญั ได้ โชคดมี ยี า่ มกุ กบั ลนั ตาคอยช่วยสอน ทาใหเ้ ขา้ ใจคาบางคางา่ ย
ขึน้ เราสองคนเดินตามลันตาไปท่ีตึกขนาดใหญ่คล้าย ๆ หอประชุม
ด้านในมีกลุ่มนักเรียนมากมายกาลังมุงดูป้ายประกาศหลายแผ่น
แปะเรียงกนั
“เห็นป้ายตรงน้ันปะ เราต้องเข้าไปดูรายช่ือว่าอยู่ห้องไหน
หลังช่ือจะมีเลขบอกชั้นกับบอกหอ้ งไว้ จาตรงน้ัน เด๋ียวเราพาไปเอง”
ลนั ตาพดู ขนึ้
ฉนั พยกั หนา้ ตอบ ไม่ชอบเลย ไม่ชอบเขา้ ไปเบยี ดกบั คนเยอะ ๆ
และไม่ชอบโดนตวั เดก็ คนอ่นื
๕๒
ฉันรอใหค้ นนอ้ ยลงแลว้ ค่อยแทรกตวั เขา้ ไป ไลห่ าช่ือของตวั เอง
เห็นว่าอยู่ชั้นปอหา้ ทบั สาม หอ้ งหา้ สามศูนยส์ าม ฉันจาเลขช่ือกับหอ้ ง
กอ่ นจะรีบเดินออกมาในขณะกอดกระเป๋ าแนบหนา้ อกแน่น
“ฝนอยหู่ อ้ งไหน” ลนั ตาถามฉนั ดว้ ยนา้ เสยี งตื่นเตน้
“๕/๓ หอ้ ง ๕๓๐๓ เธอละ่ ” ฉนั ถามพรอ้ มกบั ลนุ้ ในใจ
เหมือนคาอธิษฐานของฉันเป็นจริง ลนั ตารอ้ งกรี๊ดออกมาดว้ ย
ความดีใจ เราสองคนไดอ้ ย่หู อ้ งเดียวกนั ส่วนตน้ หนาวไดอ้ ยู่ชนั้ ปอสาม
ทับส่ี ห้องสามสามศูนย์สาม พวกเราเดินไปส่งต้นหนาวท่ีห้องเรียน
เพราะตกึ ของนอ้ งอย่ใู กลห้ อประชมุ ท่สี ดุ
หอ้ งเรียนของตน้ หนาว ภายในตกแต่งดว้ ยภาพวาดฝีมือเด็ก
นักเรียนตามผนงั โต๊ะไมจ้ ดั เป็นคู่ ๆ และโต๊ะของคุณครูตงั้ อยู่หนา้ หอ้ ง
บนกระดานมีภาพวาดดวงอาทิตยพ์ รอ้ มกับใบหนา้ ยิม้ แยม้ ดวงใหญ่
และมีขอ้ ความเขียนว่า ‘ยินดีตอ้ นรบั ’ ตน้ หนาวจบั ชายเสือ้ กนั หนาวฉัน
แน่นขึน้ กว่าเดิม ฉันหันมองเขา ใบหนา้ น้องชายเต็มไปดว้ ยความกงั วล
และต่ืนกลวั เพราะปกติพ่อกบั แม่จะมาส่งตน้ หนาวถึงหนา้ หอ้ งเรียน แต่
คราวนีท้ งั้ สองคนไม่ไดม้ าดว้ ย ฉันเขา้ ใจความรูส้ กึ ของนอ้ งไดท้ นั ที ฉนั
ยกมือข้างหนึ่งขึน้ ลูบหัวเขาเพ่ือปลอบโยน ปกติแม่จะมีคาพูดปลอบ
นอ้ งชายเสมอ แต่ฉนั ไมร่ ูว้ ่าตอ้ งพดู อะไร
๕๓
ตน้ หนาวมองหน้าฉัน เราสบตากัน ไรค้ าพูด ฉันสังเกตเห็น
แววตาเขาเปล่ียนไปเล็กน้อย ความกลัวและกังวลลดลงจากเดิม
อย่างนอ้ ยกท็ าใหน้ อ้ งอ่นุ ใจขนึ้ หนอ่ ย
หลงั จากส่งน้องชาย ลันตาพาฉันตรงไปยังหอ้ งเรียน ในหอ้ ง
ตกแต่งดว้ ยกระดาษสีตดั เป็นรูปทรงต่าง ๆ มีรูปสตั ว์กับตน้ ไมร้ อบหอ้ ง
การจัดห้องเรียนคลา้ ยกับห้องต้นหนาว หน้ากระดานดามีบอรด์ ให้
ความรู้ ฉันเดินเขา้ ไปดใู กล้ ๆ เป็นสารคดีระบบนเิ วศป่ าชายเลน ตอนนรี้ ู้
แลว้ ว่าตน้ ไมท้ ่ีมีรากโคง้ ใหญ่สลับยั้วเยีย้ เป็นตน้ โกงกาง ตน้ ไมพ้ วกนี้
ภายนอกดเู หมือนอ่อนแอ แต่คอยทาหนา้ ท่ีเป็นโล่ป้องกันเวลาเกิดพายุ
ลมฝน และคลื่นทะเล
เด็กคนอ่ืนเร่ิมทยอยเข้าห้อง จับจองท่ีน่ัง ฉันยืนอ่านสักพัก
ลนั ตาก็มาสะกิดใหไ้ ปเลือกท่ีน่งั ฉันมองหาท่ีว่าง เลือกโต๊ะหนา้ หอ้ งติด
รมิ หนา้ ต่าง
“ทาอะไร” ฉันถามลนั ตา หลงั จากเห็นเธอหยิบสมดุ ของตวั เอง
สองเลม่ วางบนโต๊ะหลงั พวกเรา
“จองท่ีใหเ้ พ่ือน” ลนั ตาตอบ เธอไม่เคยเลา่ เรื่องเพ่ือนท่ีโรงเรยี น
ใหฟ้ ัง ฉนั เลยตกใจเล็กนอ้ ย กลวั ว่าตวั เองจะกลายเป็นสว่ นเกนิ ไมท่ นั ได้
ถามอะไร เสียงของลนั ตาเรียกช่อื เพ่อื นดงั ขนึ้
“อ่มิ จา๋ จ๊ะมาน่งั ตรงนี้ จองไวใ้ หแ้ ลว้ ” เธอพดู พรอ้ มกวกั มอื เรยี ก
๕๔
ฉนั เห็นทงั้ สองคนกาลงั เดนิ ตรงมา คนหน่ึงเป็นเด็กผชู้ ายผิวขาว
นา้ นม ดวงตารเี ล็กเหมือนลกู เจยี๊ บ ตดั ผมรองทรง เขาตวั เล็กกว่าฉันและ
สวมแว่นขอบดาหนาเตอะ สว่ นเด็กอีกคนเป็นเด็กผหู้ ญิงผิวสีแทนนา้ ผึง้
เธอเป็นเด็กรา่ งทว้ ม มีจดุ สนี า้ ตาลเขม้ บนแกม้ เสน้ ผมดาหยกิ เหมอื นเสน้
มาม่า เด็กผหู้ ญิงน่งั ลงขา้ งหลงั ฉัน ลนั ตารีบแนะนาฉนั กบั เพ่ือนของเธอ
ใหร้ ูจ้ กั กนั
“ทกุ คนน่ี ปลายฝน เพ่ือนเราเป็นเดก็ ใหม่เพิ่งยา้ ยมา” ลนั ตาพดู
“วา่ อยู่ ไมค่ นุ้ หนา้ เลย” เด็กผหู้ ญิงพดู
“เราช่อื อิ่ม” เด็กผชู้ ายแนะนาตวั
“เราช่ือจ๋าจ๊ะนะ แต่เรียกจ๊ะเฉย ๆ ก็ได”้ เธอแนะนาตวั ก่อนส่ง
ยมิ้ ใหฉ้ นั
ฉนั ยมิ้ ตอบเกรง็ ๆ เพราะรูส้ กึ ประหมา่ ฉนั ประหลาดใจท่ีเหน็ อมิ่
เป็นเพ่ือนสนิทของลันตาด้วยเหมือนกัน คิดว่าเพ่ือนของลันตาเป็น
เด็กผหู้ ญิงหมดทกุ คนเสยี อกี
“แลว้ ยา้ ยมาจากไหน” จา๋ จ๊ะถาม
“มาจากกรุงเทพฯ” ฉนั ตอบ
“เอาวะ่ เรามีเพ่อื นเป็นเดก็ กรุงเทพฯ ดว้ ยเวย้ ” อ่มิ พดู ขนึ้
๕๕
“เด็กกรุงเทพฯ น่ีเขาดูโตกันทุกคนเลยเนอะ เราเป็นผู้ชายแต่
ตัวเล็กกว่าไอตาอีก” อิ่มพูดดว้ ยนา้ เสียงเศรา้ แต่ฉันกลบั รูส้ ึกแปลก ๆ
พอเป็นเร่ืองสดั สว่ นรา่ งกาย ความม่นั ใจของฉนั กล็ ดลง พยายามห่อไหล่
น่งั หลงั คอ่ มทาใหต้ วั เองดเู ลก็ ลงในระดบั สายตาของพวกเขา
“ไออิ่มมาเทียบฉนั เทียบตวั เองกับเด็กชายคนอ่ืนก่อนเถอะ ดดู ิ
ไม่เห็นจะเตีย้ เหมือนแก” ลนั ตาพูดขัดขึน้ อ่ิมถึงกับตาโต อา้ ปากค้าง
พะงาบ ๆ เถียงไม่ออก ฉนั กบั จ๋าจ๊ะหลดุ ขาออกมา
“ดี ๆ ปกติอย่กู นั สามคน ไออิ่มไม่ชอบเลน่ โดดยาง มีเธอเขา้ มา
ไดเ้ ป็นเพ่อื นจบั ยาง” จา๋ จ๊ะพดู
“แลว้ ปกตเิ ลน่ กนั ยงั ไง” ฉนั ถามต่อ
“ไออ่ิมแค่จับยางเฉย ๆ แต่จับได้แป๊ บก็หลบไปอ่านหนังสือ
การต์ นู ของมนั ตอ่ บางทกี ็ไปขอคนอ่นื เลน่ ดว้ ย” จา๋ จะ๊ ตอบ
“ฝนเลน่ โดดยางเป็นเปลา่ ” คราวนลี้ นั ตาถามฉนั กลบั
“เป็นสิ เคยเลน่ อย่”ู ฉนั กระแอมเลก็ นอ้ ย จาไดว้ ่าเคยเลน่ เพราะ
ตอนอยู่โรงเรียนเก่า หลงั พักเท่ียงหรือคาบว่างฉันจะเล่นกับกล่มุ เพ่ือน
เสมอ แต่กน็ านมากแลว้
๕๖
เสียงเพลงมารช์ ประจาโรงเรียนดงั ขนึ้ นกั เรียนทกุ คนตา่ งพากนั
เก็บข้าวของยัดใส่ใต้โต๊ะแล้วรีบลุกเดินออกจากห้อง ลันตาบอกว่า
ถา้ เพลงมารช์ ขึน้ เป็นสญั ญาณใหท้ กุ คนลงไปเขา้ แถวท่สี นาม
เด็กนักเรียนจานวนกว่าสองรอ้ ยคนมารวมอยู่ท่ีสนามหญ้า
ขนาดใหญ่ เสียงพูดคุยราวกับนกกระจิบรอ้ งยามเช้าตีกันจนฟังไม่ได้
ศพั ท์ นกั เรียนเขา้ แถวตอนเรียงหน่ึง แบ่งเป็นชายกบั หญิง ท่นี ่เี รยี งลาดบั
การยนื จากเลขท่ี ฉนั เพิ่งรูว้ า่ ตวั เองเลขท่ตี ิดกบั ลนั ตา อะไรจะโชคดีขนาด
นั้น หากนับจากความสูง ฉันคงเป็นคนสุดท้ายของแถวอีกตามเคย
พวกคณุ ครูหลายคนเร่มิ ทยอยเดินลงมาสนามพรอ้ มกับถือแฟ้มรายช่ือ
นกั เรียนและปากกาติดมือมาดว้ ย คณุ ครูไลเ่ ช็คช่ือเด็กทีละคนพรอ้ มกบั
พดู ทกั ทาย
ครูผหู้ ญิงทา่ ทางจะเป็นครูประจาชน้ั ของพวกเรา มใี บหนา้ รูปไข่
ดวงตากลมโตสวยราวกบั กวาง เสน้ ผมเก็บรวบเหมือนหางมา้ รมิ ฝีปากสี
ชมพอู ่อนไดร้ ูป สวมชดุ ท่ีดเู หมือนชุดพืน้ เมืองของคนจงั หวดั นีพ้ รอ้ มกับ
ผา้ ถุงวาดลายดอกบวั สวยงาม ครูดไู ม่แก่เลย ครูหยุดตรงหนา้ ฉัน แลว้
เรยี กช่อื ครูเงยหนา้ จากแฟม้ ขนึ้ มาสบตา ฉนั ประหมา่ เลยยกมอื ขนึ้ ไหว้
“เด็กใหม่ใช่มยั้ ครูจาหนูได้ วนั นนั้ พ่อแม่พาหนูกับนอ้ งมามอบ
ตวั ” ครูพดู
“คะ่ ” ฉนั ตอบ
๕๗
“แลว้ นอ้ งชายอย่ชู น้ั ไหน”
“ป. ๓ คะ่ ”
“อ่อ แลว้ เราช่ือเล่นว่าอะไร” คุณครูกม้ ลงมองกระดาษรายช่ือ
ขยบั ปากกาเหมือนกาลงั ตรวจขอ้ สอบ
“ปลายฝนค่ะ” ฉนั ตอบ
“ครูช่ือครูทรายนะ เป็นครูประจาชัน้ เรา เด๋ียวไวค้ ่อยไปคยุ บน
ห้องหลังเลิกแถว” ครูทรายยิ้มให้แล้วเดินเลยไปด้านหลัง ทักทาย
นกั เรยี นคนอ่นื ต่อ
วนั นีแ้ ดดไม่รอ้ น หลงั จากเคารพธงชาติ สวดมนต์ และปิดทา้ ย
ดว้ ยท่องคาขวญั โรงเรียน
ความรูค้ คู่ วามคิด สขุ ภาพจติ แจ่มใส
งดงามจากภายใน คอื หวั ใจคีรีธาร
ตอนอยู่โรงเรียนเก่าฉันต้องท่องคาขวัญของโรงเรียนด้วย
เหมือนกัน ท่องยาวกว่านีม้ าก แทบจะไม่ใช่คาขวญั แต่เป็นกาพยก์ ลอน
มากกว่า ฉนั ชอบคาขวญั ของท่ีน่ี เพราะสนั้ และจาง่าย ฟังครงั้ เดียวติดหู
ท่องได้ ถึงไม่เข้าใจความหมายของคาขวัญนัก แต่ฉันคิดว่าคาขวัญท่ี
ไหนก็เหมือน ๆ กนั หมด ปั้นแต่งขนึ้ มาใหด้ ดู ี สดุ ทา้ ยภายในของคนก็เน่า
เฟะไมต่ า่ งกนั โรงเรียนเกา่ ฉนั มีกฎตงั้ สบิ ขอ้ แตไ่ มเ่ คยเอาผดิ คนทาผิดได้
๕๘
ดอู ย่าง ‘มัน’ สิ ทาเลวกว่ากฎสิบขอ้ ในโรงเรียน ถา้ คาขวญั หรือกฎท่ีเรา
ท่องกันอยู่ทุกวันเป็นเคร่ืองช่วยเตือนใจคนพูด ทาไมมันถึงไม่รูส้ ึกผิด
ยงั ลอยหนา้ ลอยตาใชช้ วี ติ ไดอ้ ยา่ งสบาย
ความคิดฉันหลุดลอยไปในอากาศ ฉันเหม่อมองท้องฟ้า
เสียงของคณุ ครูผชู้ ายคนหน่ึงบอกใหเ้ ราน่งั ลงบนพืน้ หญา้ โชคดีเม่ือคืน
ฝนไม่ตก ทาใหเ้ ด็กนักเรียนไม่ลาบากใจจะน่งั บนพืน้ ฉันไม่ไดต้ งั้ ใจฟัง
สิ่งท่ีครูผูช้ ายพูดเพราะอยากกลบั ขึน้ หอ้ งเรียน เสียงทุม้ แหบของคณุ ครู
คนหน่งึ ทาใหฉ้ นั ตอ้ งหนั ไปมอง
ลงุ ซานตาครอสท่ีฉันกับตน้ หนาวเจอครงั้ ก่อน วนั นีเ้ ขาสวมเสือ้
บาติกกับกางเกงหมอ้ หอ้ มผูกผา้ ขาวมา้ คาดเอวเช่นเคย ใบหนา้ ยิม้ แยม้
เป็นมิตรกว่าครงั้ แรก สิ่งท่ลี งุ พดู ทาใหฉ้ นั แทบหยดุ หายใจ
เขาคือคุณครูใหญ่หรือผูอ้ านวยการโรงเรียงเรียนแห่งนี้ คอย
ดูแลความเรียบรอ้ ยภายในโรงเรียน สงสัยวันนั้นคงเดินตรวจรอบ ๆ
ทงั้ ฉนั กับตน้ หนาวเลยไดเ้ จอครูใหญ่เขา้ ฉันอยากขอบคณุ ตวั เองท่ไี มท่ า
ตวั แย่ เป็นเดก็ ไม่ดีใสเ่ ขา
“ครูขอเวลาแป๊ บเดียวไม่นาน แค่จะมากล่าวต้อนรับลูก ๆ
นักเรียนทุกคน ปกติครูไม่ชอบให้ใครเรียกครูใหญ่ ให้เรียกว่า ครูนุ
ครูชอบเดินไปน่นู ไปน่ี เจอครูท่ีไหนก็ยกมือไหวด้ ว้ ยละ่ ยกเวน้ ตอนครูอยู่
กลางป่ าชายเลนนะ เพราะคิดว่าน่นั ไม่ใชค่ รูแน่ พวกลกู ก็เตรียมวิ่งกนั ได้
๕๙
เลย” คาพูดของครูใหญ่ทาให้เด็กนักเรียนส่วนใหญ่หัวเราะกราว
โดยเฉพาะพวกพ่ปี ระถมหกท่สี ง่ เสยี งโหร่ อ้ ง
“พอหอมปากหอมคอ ยังไงก็ยินดีต้อนรับลูก ๆ ทุกคนสู่รั้ว
โรงเรียนคีรีธาร ท่ีน่ีเราอยู่กันแบบครอบครัว ครูหวังว่าพวกหนูจะมี
ประสบการณท์ ่ดี ี เติบโตอย่างแข็งแรงเหมอื นกบั ตน้ โกงกาง”
“เป็นคนดี ท่ีไม่ไดแ้ ปลว่าดีแค่ภายนอกแต่ต้องดีจากภายใน
เหมือนคาขวัญของโรงเรียน ขอบคณุ ครบั แยกยา้ ยกนั เขา้ หอ้ งเรียนได”้
สิน้ เสียงครูใหญ่ ทงั้ เด็กนกั เรยี นและคณุ ครูต่างปรบมอื กนั เสียงดงั ทกุ คน
ตา่ งทยอยเดินออกจากสนาม กลบั เขา้ หอ้ ง เตรียมตวั เรยี นวิชาแรก
บรรยากาศการเรียนช่วงเชา้ ผ่านไปอย่างเรียบง่าย ส่ิงท่ีทาให้
ฉนั ประทบั ใจการเรียนวนั แรกคือ ววิ นอกหนา้ ต่าง หอ้ งเรยี นของฉนั อย่ชู น้ั
สามของตึกหา้ ขา้ ง ๆ ตึกเป็นรวั้ ค่นั ระหว่างโรงเรียนกับแนวป่ าชายเลน
มีแม่นา้ สายใหญ่ไหลผ่านออกทะเลกวา้ ง จากตรงนีฉ้ นั มองไม่เห็นทะเล
แต่เห็นภูเขาท่ีอยู่ไกลสดุ ลกู หูลกู ตา ลมเย็นจากชายฝ่ังพดั เอากลิ่นเค็ม
ของทะเลนา้ กรอ่ ยติดมาดว้ ย ฉนั ชอบพกั สายตามองออกไปนอกหนา้ ต่าง
หลงั จากทางานในหอ้ งเสรจ็ เรยี บรอ้ ย
โรงเรียนคีรีธารเด็กนกั เรียนพกั เท่ยี งไม่พรอ้ มกัน ช่วงชน้ั ประถม
ตน้ ไดพ้ กั ก่อน ส่วนช้นั ประถมปลายพกั ทีหลงั มีแม่บ้านเอาหมอ้ อาหาร
มาตั้งไว้ให้ท่ีโรงอาหาร มีข้าวหน่ึงหม้อและกับข้าวสองอย่างเป็น
๖๐
ชุดอาหารสาหรบั สองหอ้ ง พวกเราจึงตอ้ งแบ่งกันเองเพ่ือใหพ้ อสาหรับ
ทกุ คน หลงั จากกินเสรจ็ ใครไม่อิ่มค่อยเติมได้ และพวกเราตอ้ งคอยสลบั
เวรกันเอาหมอ้ ไปคืนแม่ครวั ท่ีโรงครวั นอกจากอาหารฝีมือแม่ครวั ยงั มี
ขนมอ่ืนขายในโรงอาหาร ทงั้ ขนมโตเกียว ไอศกรีม นา้ หวาน หรือผลไม้
แต่เท่ียงนีพ้ วกเราไม่ไดซ้ ือ้ ขนมกิน เพราะแม่ของลนั ตาทาขนมชนั้ มาเผ่อื
พวกเราส่ีคน ระหว่างแบ่งขนม อ่ิมเปิดคาถาม เร่ืองเหตผุ ลท่ีฉนั ยา้ ยจาก
กรุงเทพฯ ลงมาภาคใต้ ฉนั บอกแค่ว่าย่าป่ วยไม่มีคนดูแลงานต่อ เด็กท่นี ่ี
ดตู ื่นเตน้ กับการฟังเร่ืองเลา่ เด็กกรุงเทพฯ ฉนั เองก็อยากฟังเร่ืองเล่าจาก
เด็กใตเ้ หมือนกนั ฉนั เบ่ือจะตอบคาถามพวกเขา แต่ไม่กลา้ พูด บางครงั้
ฉันเงียบแลว้ ปล่อยผ่านเหมือนไม่ไดย้ ินคาถาม จะมีแต่ลนั ตาท่ีคอยเล่า
เรื่องตา่ ง ๆ ใหฟ้ ัง
ฉนั ชอบอากาศท่ีโรงเรียน ถงึ ช่วงบ่ายแดดเร่มิ รอ้ นจดั ยงั รูส้ กึ เย็น
สบาย ฉนั ชอบการเรยี นในหอ้ งท่ีไมก่ ดดนั คณุ ครูแตล่ ะคนจะเวยี นกนั มา
สอนตามวิชาของตัวเอง ครูทุกคนมีกิจกรรมใหท้ าเสมอ ทงั้ ช่วยกนั ตอบ
คาถาม ทบทวนบทเรยี น ทาใหพ้ วกเรากระตอื รือรน้ มีบางคนท่แี อบหลบั
ในหอ้ ง ครูไม่ว่าอะไร แค่สะกิดและบอกใหเ้ ด็กคนน้ันไปลา้ งหน้าแลว้
กลบั มาเรียนต่อ ถา้ เป็นโรงเรียนเก่าฉันโดนหกั คะแนน ไม่ก็ถกู ตีแน่นอน
จนกระท่งั ถึงวิชาสดุ ทา้ ยของวัน ตามตารางเรียนลงไวว้ ่าเป็นคาบอิสระ
ฉนั เหน็ เดก็ บางคนเร่มิ เก็บกระเป๋ า สว่ นบางคนเอาการบา้ นขนึ้ มาน่งั ทา
“ปลายฝนอย่ชู มุ นมุ อะไร” จ๋าจ๊ะถามขนึ้
๖๑
... ชมุ นมุ อะไร ...
“ช่ัวโมงสุดทา้ ยของวันเป็นคาบอิสระ ครูนุบอกใหพ้ วกเราทา
อะไรก็ได้ ส่วนใหญ่ถา้ ไม่ทาการบา้ น ออกไปว่ิงเล่น ก็เขา้ ชุมนมุ ” ลนั ตา
อธิบายเสรมิ
“แลว้ ชมุ นมุ มนั คืออะไร ตอ้ งทาอะไรบา้ ง” ฉนั ถาม
“คลา้ ยวิชาท่ีเราเรียนน่ีแหละ มีการตงั้ กล่มุ รวมคนท่ีสนใจเรื่อง
เดยี วกนั มีครูท่ปี รกึ ษาแลว้ ก็ทากิจกรรมรว่ มกนั ” ลนั ตาตอบ
“แต่ละชุมนุมไม่เหมือนกัน อย่างชุมนุมครูนุ ดูแลป่ าชายเลน
เหน่ือยหน่อย เห็นหลงั ตึกหอ้ งพกั ครูปะ ตรงนน้ั แหละชมุ นมุ แก เดินผ่าน
ทีไรเห็นเด็กเปื้อนโคลนตลอด ไม่รูท้ าอะไรกนั แต่เด็กท่ีอย่ชู ุมนมุ แกบอก
ว่าสนกุ ทงั้ นนั้ เพราะแกชอบพาเท่ยี วนอกโรงเรยี น” อิม่ พดู
“ชุมนุมแกรบั เด็กจากัดคน เปิดทุกปี เต็มทุกปี มีแต่พวก ป. ๕
ป. ๖ ทงั้ นนั้ ” จ๋าจ๊ะพดู เสรมิ อกี คน
“แลว้ มชี มุ นมุ อะไรบา้ ง” ฉนั ถามดว้ ยความรูส้ กึ ตื่นเตน้
“มีอะไรบา้ งนะอิ่ม นอกจากชุมนุมครูนุ มีคอมพิวเตอร์ ดนตรี
การละเลน่ คณิตคดิ เรว็ ทดลองวทิ ย์ การกีฬา” จา๋ จะ๊ ไลน่ บั นวิ้ ของตวั เอง
๖๒
“โอ๊ยเยอะแยะ เอานิว้ ตีนมานบั ก็ไม่พอ” อ่ิมทาท่าเหมือนจะยก
ขาตวั เองขนึ้ มาแต่ถกู ลนั ตาฟาดมือลงท่แี ขนของเขาเบา ๆ เชิงหา้ ม
ฉันคิดว่าคงคลา้ ยกับการเขา้ ชมรมตอนอยู่โรงเรียนเก่า ฉันอยู่
ชมรมศลิ ปะเพราะเป็นชมรมเดยี วท่ไี มเ่ กี่ยวกับวิชาการ อกี อย่างโรงเรียน
เก่าฉนั มชี มรมใหเ้ ลอื กนอ้ ยมาก ทาใหเ้ ดก็ หลายคนไม่มที างเลือก
“พวกเธออยชู่ มุ นมุ อะไรกนั ” ฉนั ถาม
“อยชู่ มุ นมุ รกั การอ่าน มคี รูทรายเป็นท่ปี รกึ ษา” ลนั ตาตอบ
“อย่าเรียกว่าชุมนุมเลย มีกันอยู่สามคน” จ๋าจ๊ะพูดพรอ้ มกับ
ยกแขนขนึ้ เทา้ คาง
“จรงิ ๆ พวกเรามชี มุ นมุ หอ้ งสมดุ แต่งานเยอะไปหน่อยตอ้ งคอย
จดั หนงั สือเขา้ ชน้ั ทาบนั ทกึ รายช่ือคนยืมคืนหนงั สอื พวกเราไปหอ้ งสมดุ
ชอบอ่านหนงั สือมากกว่า เลยแยกออกมาเป็นรกั การอ่านแทน ครูทราย
เป็นท่ปี รกึ ษาควบสองชมุ นมุ นเี้ หมอื นกนั เออใช่ ฝนมาเขา้ ชุมนมุ เดียวกับ
พวกเราสิ เธอชอบอ่านหนงั สอื ” ลนั ตาเอย่ ขนึ้ แลว้ หนั มามองฉนั ฉนั ไมไ่ ด้
ตอบตกลงทนั ที
ไม่นานครูทรายเดินเขา้ มาในหอ้ ง มือถือกระดาษหน่ึงแผ่น ครู
เดินตรงมาหาพวกเรา พวกเราสี่คนยกมือสวสั ดีครู ครูรบั ไหว้ พรอ้ มกับ
วางกระดาษแผ่นนน้ั ลงบนโตะ๊
๖๓
“พอดีครูเพง่ิ สอนเสรจ็ เลยแวะไปเอาของท่หี อ้ งพกั มาใหพ้ วกเธอ
และครูมีข่าวดีกับข่าวรา้ ยมาบอก อยากฟังเร่ืองไหนก่อน” ครูพูดด้วย
ใบหนา้ ยมิ้
“ไม่เอาทงั้ สองเลยไดม้ ยั้ ครู ใจไม่ด”ี อ่มิ พดู
“ไม่ไดอ้ นั นเี้ ร่ืองสาคญั ”
“งน้ั เอาข่าวรา้ ยก่อนค่ะ ข่าวดฟี ังทหี ลงั ” จ๋าจ๊ะตอบ
“ขา่ วรา้ ยคือ ชมุ นมุ รกั การอ่านอาจจะถกู ยบุ เด๋ยี ว... อยา่ เพิ่งว่า
อะไรครู พอดีครูหลายคนมองว่าชุมนุมเราแนวทางมันคลา้ ย ๆ ชุมนุม
หอ้ งสมดุ ตอนแรกครูไม่เห็นดว้ ย ครูเลยเสนอใหพ้ วกเรายุบไปรวมกับ
หอ้ งสมุดแทน” ครูทรายพูดพรอ้ มกับทามือหา้ มพวกเพ่ือนอีกสามคนท่ี
กาลงั จะอา้ ปากคา้ น
“แตข่ า่ วรา้ ยกย็ งั มีขา่ วดอี ยู่ ครูนเุ สนอทางเลอื กให้ คอื เราตอ้ งหา
สมาชิกมาเพ่ิมอีกสกั หา้ คนภายในเทอมนี้ ครูยงั ยืดเวลาออกไปได้ แต่ถา้
หาไม่ไดเ้ ราอาจจะตอ้ งยุบไปรวมกับหอ้ งสมุดแทน” พอครูทรายพูดจบ
ครูดงึ เกา้ อมี้ าใกลโ้ ต๊ะพวกเราเพ่อื รอฟังความเห็น
“แนวทางเหมือนกนั ตรงไหนครู หอ้ งสมดุ คือทางาน รกั การอ่าน
คืออา่ นหนงั สอื ” อ่มิ แยง้
๖๔
“ครูว่าจุดประสงคก์ ารตั้งชุมนุมพวกเราอาจจะอ่อนเกินไปถา้
เทียบกับชุมนุมอ่ืน ๆ แค่รกั การอ่านไม่พอหรอก ถา้ ครูเป็นเด็กสกั คนท่ี
กาลงั หาชุมนุมครูไปอยู่ชมุ นมุ ทาการบา้ นไม่ดีกว่าเหรอ จะอ่านหนงั สือ
กไ็ ด้ ทาการบา้ นก็ได้ เหมอื นกนั ” ครูทรายเสรมิ
ฉนั ฟังเพ่ือนทงั้ สามคนกบั ครูทรายพดู คยุ หาทางแกไ้ ม่ใหช้ มุ นมุ
ถกู ยบุ ทาใหน้ กึ ไอเดียดี ๆ ขึน้ ได้
“งน้ั ลองทาเป็นบนั ทกึ การอ่านไหมคะ อา่ นเสรจ็ บนั ทกึ เร่อื งท่เี รา
อ่าน วันหนึ่งอาจจะไดส้ กั เร่ืองหรือสองเร่ือง อ่านหนังสืออะไรก็ไดไ้ ม่
จาเป็นต้องหนังสือเรียน ถ้าทาแบบนีเ้ ราจะมีชิน้ งานไปส่งแล้วก็เป็น
หลกั ฐานวา่ ชมุ นมุ เราไม่ไดต้ งั้ ขนึ้ มาเลน่ ๆ ” ฉนั ลองเสนอความคิด
ทุกคนหันมามอง ฉันตกใจ เพราะกลัวเสนอความคิดผิด ๆ
อยากตบปากตวั เองใหร้ ูแ้ ลว้ รูร้ อด ฝ่ามือชืน้ เหง่อื กาเสือ้ กนั หนาวแนน่ อิ่ม
เร่มิ ปรบมอื เบา ๆ
“เออจรงิ นอกจากอ่านหนงั สอื เราก็ไม่ไดท้ าอะไร” อ่มิ พดู เสรมิ
“ความคิดดีนะ ทกุ คนว่าไง” ครูทรายยมิ้ แลว้ ถามความเหน็
ลันตากับจ๋าจ๊ะเห็นดว้ ยกับความคิดของฉัน พวกเขาบอกว่า
ไมเ่ คยคิดถงึ เรือ่ งนีม้ าก่อน พอฉนั พดู ก็จดุ ประกายความคดิ ของทกุ คนได้
๖๕
“หนูว่าเราลองคิดอย่างอ่ืนเพิ่มจากบันทึกการอ่านไหม พวก
กิจกรรมพูดคยุ หลงั อ่านหนงั สือ หรือกิจกรรมแนะนาหนงั สือเล่มโปรด
เชญิ ชวนคนมาอา่ น” จ๋าจ๊ะเสนอ
ทกุ คนเห็นดว้ ย เหลือก็แค่หาคนมาเขา้ ชมุ นมุ เพ่ิม และดจู ะเป็น
เร่ืองยากมาก พวกเราช่วยกันคิดอยู่สักพกั ลนั ตาเสนอความคิดว่าให้
วาดภาพโปสเตอร์เชิญชวนคนมาเข้าชุมนุมแล้วเอาไปแปะท่ีป้าย
ประกาศท่วั โรงเรียน ทุกคนเห็นดว้ ยกับความคิดนี้ แต่ไม่มีใครอาสาวาด
ภาพเพราะทกุ คนวาดภาพไม่เก่ง ฉันรูส้ กึ เสียวสนั หลงั วาบ เม่ือลนั ตาพดู
ประโยคหนงึ่ ขนึ้ มา
“ปลายฝนไง ปลายฝนวาดรูปได้ ใช่ไหม”
ทกุ คนหนั มามองฉนั อีกครงั้
ฉนั ไดแ้ ตอ่ า้ องึ้ ไม่มีคาพดู หวั สมองโลง่ ไปหมด จะบอก พวกเขา
ยังไงดีว่าฉันกลับไปวาดภาพเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว ทุกคนรอฟัง
คาตอบ เหมอื นฉนั เงยี บนานเกนิ ไปครูทรายเลยถามคาถามอ่นื
“ปลายฝนตดั สินใจเร่ืองชุมนุมหรือยัง สนใจรกั การอ่านไหมคะ
จะไดช้ ว่ ยเพ่อื น ๆ ดว้ ย”
“หนูยังไม่ไดต้ ัดสินใจเลยค่ะครู ขอดไู ปก่อนไดไ้ หมคะ” ฉันพูด
ดว้ ยนา้ เสียงเบา
๖๖
“ง้นั ระหว่างนีป้ ลายฝนช่วยพวกเราหาคนเข้าชุมนุมก่อนก็ได”้
ลนั ตาพดู
ฉันโล่งใจ ไม่มีใครพยายามบงั คบั หรือเร่งรดั ทุกคนใหเ้ วลาฉนั
ค่อย ๆ ปรบั ตวั ฉันเพ่ิงมาโรงเรียนวันแรก ตอ้ งเรียนรูอ้ ีกเยอะ เพ่ือนทงั้
สามคนรวมทงั้ ครูทรายไมม่ ใี ครขดั พวกเขาเคารพการตดั สินใจของฉนั
หลงั จบคาบวิชาอิสระ เสียงออดบอกเวลาเลิกเรียน พวกเรา
แยกยา้ ยกันกลบั บา้ น วนั นีฉ้ ันกับลนั ตากลบั ดว้ ยกัน พวกเราเดินไปรบั
ตน้ หนาวท่หี อ้ ง ฉนั เห็นนอ้ งชายบอกลาคณุ ครูและเพ่อื นใหม่
พอถึงบา้ นฉันน่งั คิดทบทวนเร่ืองท่ีผ่านมา ฉันอยากช่วยเพ่ือน
ลนั ตาเป็นเพ่ือนคนเดียวท่ีมีอยู่ก็จริง แต่อ่ิมกับจ๋าจ๊ะก็เป็นเพ่ือนลนั ตา
เหมือนกัน อยากใหท้ ั้งสองคนยอมรบั ฉันไม่อยากเป็นส่วนเกิน อยาก
สนิทกับพวกเขามากขึน้ แต่ฉันรู้ดีว่ากลับไปวาดรูปใหส้ วยไดเ้ หมือน
เม่อื กอ่ นไมไ่ ดแ้ ลว้ และฉนั รูว้ า่ ฉนั หนคี วามกลวั ของตวั เองไมไ่ ดต้ ลอด
ฉันตัดสินใจหยิบดินสอ ท่ิมปลายแหลมลงบนแผ่นกระดาษสี
ขาว ในความคิดเหมอื นมีกลมุ่ กอ้ นเมฆสีเทามากดทบั ฉนั คดิ ภาพวาดไม่
ออก ลองเรม่ิ จากวงกลม ลากเสน้ ไปเร่อื ย ๆ โดยไมย่ กมือขนึ้ จากกระดาษ
ทุกเสน้ สมั ผสั ท่ีลาก ฉนั นึกถึงความทรงจาเก่า ๆ วนั ท่ีหอ้ งชมรมไม่มีใคร
อ่นื นอกจากฉนั กบั ‘มัน’ มอื สกปรกของ ‘มนั ’ กดทบั ลงบรเิ วณไหลท่ งั้ สอง
ขา้ ง มนั กาลงั ทาส่ิงท่ีน่ารงั เกียจและน่าขยะแขยงกว่าอีกาจิกกินซากศพ
๖๗
ช่วั รา้ ยกวา่ ทกุ ส่ิงบนโลก มนั ฉวยโอกาสจบั ร่างกายของฉนั ลมหายใจมนั
รดตน้ คอ เสียงกระซิบกระซาบดงั ขนึ้ ขา้ งหู
ฉันกลัวจึงว่ิงหนี ทุกส่ิงทุกอย่างท่ีอยู่ในกระเพาะถูกขย้อน
ออกมาไม่เหลือ สัมผัสของมันยังคงอยู่บนตัว ราวกับเป็นตราบาป
ประทบั ท่หี นา้ อกทงั้ สองขา้ ง ฉนั เกลียดตวั เอง เกลียดทุกสว่ นบนรา่ งกาย
โลกของฉนั เปล่ียนไป ภาพท่ีมองไม่สดใสเหมือนอย่างเคย โลกสีเทาของ
ฉนั เร่มิ ขนึ้ ทกุ คนื ตอ้ งฝันรา้ ย ระแวงทกุ คนท่เี ขา้ ใกล้ ฉนั ตีตวั ออกห่างจาก
เพ่อื นเพราะรงั เกียจตวั เอง
... อยากลบตัวเองให้หายไปจากโลก ...
นา้ ตาหยดลงบนแผน่ กระดาษ มอื ท่จี บั ดินสออย่ไู ม่มแี รงวาดต่อ
ฉนั ยกมือขนึ้ ปิดหนา้ รอ้ งไห้ ไมอ่ ยากใหใ้ ครไดย้ ินเสยี ง ทกุ ครงั้ ฉนั บอกกบั
ตัวเองว่าไม่เป็นไร เด๋ียวก็ลืม แต่มันไม่เคยหายไปไหน เสียงและสมั ผสั
ยงั คงตามหลอกหลอนเหมือนผีรา้ ย ฉนั อยากเป็นอิสระ อยากไดท้ อ้ งฟ้า
สดใสกลบั มาอยใู่ นใจอกี ครงั้
ฉันไดแ้ ต่ตงั้ คาถาม ทาไมฉันตอ้ งรูส้ ึกเกลียดตัวเองดว้ ย ทาไม
ฉนั ตอ้ งรูส้ กึ แยก่ บั ตวั เองทงั้ ท่ีไมไ่ ดท้ าอะไรผิด ...
ความรูส้ ึกช่วั วูบ ฉันอยากทาใหม้ นั ทรมาน อยากใหม้ ันใชช้ ีวิต
จมอยู่กับความรูส้ ึกผิด ฉันหยิบหนังสือภาพการต์ ูนญี่ป่ ุนท่ีช่ืนชอบ
เปิดออก หยิบปากกาสีแดงระบายทบั บนใบหนา้ ของตวั ละครชายท่ีฉนั
๖๘
ไม่ชอบในเรื่องอย่างไม่นึกเสียดาย ฉันเคยคิดว่าถา้ ไม่มีผู้ชายบนโลก
คงจะดี
ฉันเงยหน้ามองดอกไม้ดอกเดียวท่ีมีอยู่ในหอ้ ง ดอกไม้ของ
ตน้ หนาว ถึงกลีบจะเห่ียวเฉากลายเป็นสีนา้ ตาลเขม้ แต่ก็ช่วยใหค้ วาม
โกรธค่อย ๆ จางหาย เหมอื นนา้ เยน็ กาลงั ดบั ไฟ ฉนั นึกถงึ พอ่ กบั นอ้ งชาย
ฉันรกั ทงั้ สองคน และไม่อยากใหพ้ วกเขาหายไป ในทางกลบั กนั ฉนั รูส้ ึก
ปลอดภัยเม่ืออยู่ใกล้พ่อ หรือต้นหนาว ฉันปล่อยความคิดลอยฟุ้งใน
อากาศและนึกขึน้ ได้ ฉนั ไม่ตอ้ งการใหผ้ ชู้ ายบนโลกหายไป ไม่อยากลบ
ตวั เองใหห้ าย
คงมีแค่มนั ... แคม่ นั เท่าน้ัน ทฉี่ ันอยากใหห้ ายไปจากโลก
๖๙
๗๐
บทท่ี ๕
..........
กลางดกึ เงียบสงดั ฉนั กาลงั นอนหลบั อย่บู นเตียง ดวงตาค่หู นึ่ง
จ้องมองฉันผ่านความมืด เงาประหลาดสูงใหญ่ค่อยคืบคลานเข้าหา
ฉันรูส้ ึกตวั แต่ตอ้ งข่มตาหลบั ร่างกายขยบั ไม่ไดด้ ่งั ใจ พยายามส่งเสียง
เรียกพ่อกับแม่ กลบั ไม่มีคาไหนหลดุ ออกมาเลยราวกับรมิ ฝีปากถกู เย็บ
ติดกนั ไว้
สัมผัสเย็นขยะแขยงจากหนวดน่ารังเกียจของมันพันเกี่ยว
รอบขา ฉนั ลืมตาขึน้ พยายามตะเกียกตะกายหนีอย่างไรห้ นทาง ทกุ การ
เคล่ือนไหวดชู า้ ลง แรงท่ีมีเหมือนถูกกลืนหาย รอบหอ้ งเร่ิมมีบางอย่าง
เปลี่ยนไป ของเหลวสีดากาลงั ไหลออกมาจากเพดาน ฉนั รอ้ งไห้ ตะโกน
จนสดุ เสียงแต่ไรป้ ระโยชน์ ขา้ วของเคร่ืองใชเ้ ร่มิ ละลายกลายเป็นเมือก
หนดื เหมือนนา้ มนั รถ ฉนั ไดก้ ลนิ่ เหม็นสนมิ สตั วป์ ระหลาดฉดุ รงั้ ใหจ้ มลง
สคู่ วามมดื
๗๑
๗๒
... ฝันรา้ ย ฉนั กาลงั ฝันรา้ ย …
ฉันต่ืนจากฝันดว้ ยสภาพเหง่ือท่วมตัว ส่ิงแรกท่ีเห็นคือเพดาน
หอ้ งเป็นปกติ ไมม่ ขี องเหลวสดี าหยดยอ้ ยลงมา ตน่ื แลว้ พดู ปลอบตวั เอง
ในใจ ทาใหร้ ูส้ กึ ดีขนึ้ มองไปรอบหอ้ งอกี ครงั้ ตรวจเชค็ วา่ ทกุ อยา่ งยงั ปกติ
ฉนั หยิบโทรศพั ทม์ ือถือเปิดดเู วลา
... ตหี า้ สามสบิ ต่ืนกอ่ นตงั้ คร่งึ ช่วั โมง ...
ฉันถอนหายใจดว้ ยความเหน่ือยลา้ ถา้ ใหห้ ลบั ต่อคงทาไม่ลง
เล่นฝันรา้ ยเสียขนาดนั้น สุดท้ายก็ลุกจากเตียง เดินตรงเข้าหอ้ งน้า
ทาธุระส่วนตัวใหเ้ สร็จแลว้ เตรียมตัวไปโรงเรียน วันนีม้ ีเรียนวิชาพละ
ฉันค่อนขา้ งกงั วล เพราะไม่ชอบเคร่ืองแบบชุดพละของโรงเรียน ฉันมอง
ตวั เองในกระจก เสือ้ โปโลแขนสน้ั กับกางเกงวอรม์ ขายาว พอเอาเสือ้ ใส่
ในกางเกงทาใหเ้ ห็นส่วนโคง้ ของร่างกายชัดเจน รวมทงั้ เนินหนา้ อกนนู
ออกมา ฉนั ไม่ชอบเสอื้ ผา้ ท่ใี สแ่ ลว้ เหน็ สดั สว่ น เลยสวมเสือ้ หนาวทบั ทนั ที
ถงึ อากาศวนั นจี้ ะรอ้ น ฉนั กไ็ ม่สนใจ เสือ้ กนั หนาวเปรยี บเสมอื นเคร่ืองราง
สาคญั ของฉนั พกไปไหนอนุ่ ใจเสมอ
“วนั นีต้ ่ืนเชา้ จงั พายุตอ้ งเขา้ แลว้ มงั้ ” แม่เอ่ยทกั ขึน้ ขณะฉนั เดิน
ลงบนั ได
“ใสเ่ สือ้ กนั หนาวอกี แลว้ ชว่ งนีห้ นไู ม่สบายหรือเปลา่ ” แมถ่ าม
๗๓
“ไม่คะ่ หนแู ค่รูส้ กึ หนาว” ฉนั โกหก ทงั้ ท่ีความจรงิ รอ้ นจะตาย
“แน่ใจนะ ถ้าหนูไม่สบายต้องรีบบอก จะได้พาไปหาหมอ”
แมย่ ่นื มือมาทาบบนหนา้ ผาก เหมือนกาลงั วดั ไข้
“หนสู บายดี แค่พกติดตวั ไวเ้ ผ่ือไปโรงเรียนแลว้ อากาศเย็นค่ะ”
ฉนั แถสีขา้ งถลอก สีหนา้ ของแม่ไม่เช่ือส่ิงท่ีฉันพดู แต่แม่ไม่ถามอะไรต่อ
บอกใหล้ งไปกินขา้ วเตรยี มตวั ไปโรงเรยี น
ฉนั มาถึงหอ้ งเรียนคนแรก มองนอกหนา้ ต่าง เห็นกลมุ่ เมฆลอย
ต่าจนปิดทิวทัศนภ์ ูเขาหายไป แสงของดวงอาทิตยส์ ่องทะลุผ่านม่าน
หมอกราวกับภาพวาดจิตรกรระดบั โลก ฉนั ช่ืนชมบรรยากาศแสนงดงาม
ตรงหนา้ นกตวั หนึ่งบนิ มาเกาะขอบหนา้ ต่าง ฉนั ตกใจ แตพ่ ยายามน่ิงให้
มากท่ีสดุ เพราะกลวั นกบินหนี ฉันมองอย่างพินิจ ทงั้ ลาตัวมีขนสีนา้ เงิน
วาวประกายเหมือนเพชร ตรงหนา้ ผากกับแผงคอมีสีสม้ สว่างราวกับ
มะละกอสกุ ดวงตาดาสนิทจอ้ งมาท่ฉี นั จะงอยปากเลก็ ขยบั ขึน้ ลง
... นกนอ้ ยกาลงั พดู กบั ฉนั อยรู่ เึ ปลา่ ...
ฉันรีบหยิบโทรศพั ทม์ ือถือขึน้ ถ่ายรูป ถึงภาพไม่สวยเท่าพวกรุน่
ใหม่ แต่ก็เก็บไวเ้ ป็นภาพประกอบตอนเล่าใหต้ น้ หนาวฟังได้ นอ้ งจะตอ้ ง
อิจฉาแน่ แลว้ เก็บลงกระเป๋ า มือถือเครื่องนีเ้ ป็นมรดกตกทอดจากแม่
ช่วงเปิดเทอมขึน้ ชน้ั ประถมสี่ แม่ใหพ้ กติดตวั ไวเ้ ผ่ือเกิดเหตฉุ กุ เฉิน ตอน
อยโู่ รงเรยี นเกา่ เด็กทกุ คนในหอ้ งมมี ือถือกนั คนละเคร่อื ง ฉนั เคยตดิ มอื ถือ
๗๔
มาก ๆ เพราะอยากเขา้ กับเพ่อื นในกลมุ่ ใหไ้ ด้ จากจบั กระดาษเปลี่ยนมา
จบั โทรศพั ทแ์ ทน ครงั้ หนึ่งฉันลืมทาการบา้ นเพราะมัวแต่เลน่ มือถือมาก
เกินไป ครูต่อว่าฉนั หนา้ หอ้ ง
‘ไม่คิดว่าเป็นเดก็ เหลวไหลขนาดนีน้ ะปลายฝน แค่การบา้ นยงั
ไมท่ า คอยดนู ะเดก็ ขเี้ กยี จแบบเธอทาอะไรไม่มีทางเจริญหรอก โตไปเป็น
ผูใ้ หญ่ก็ไม่ไดท้ าอาชีพดี ๆ พวกเธอทุกคน ดูไวน้ ะ ถา้ อยากเรียนไดด้ ี
ประสบความสาเร็จ อยา่ เอาปลายฝนเป็นอย่างล่ะ’
ครูประจานฉันต่อหน้าเพ่ือนสามสิบคน ฉันทั้งโกรธและอาย
เพ่ือนบางคนหวั เราะเยาะเยย้ ฉันท่ีถกู ครูว่า ฉันยอมรบั ผิด แต่ฉันสมควร
โดนแบบนีง้ น้ั เหรอ อยากดีดนิว้ แลว้ ทาใหค้ นหายไปทงั้ หอ้ ง จะไดไ้ ม่ตอ้ ง
มใี ครมารบั รูเ้ รอื่ งของฉนั แตค่ งทาไดแ้ ค่ในความคดิ
หลังจากน้ันฉันก็คิดว่าถ้าไม่จาเป็ นจะไม่แตะ มือถือเด็ดขาด
และเรม่ิ จบั มือถือนอ้ ยลง จนกลายเป็นความเคยชนิ
ฉนั กไ็ ม่ตดิ มือถืออกี เลย
กว่าจะรูส้ ึกตวั นกสีฟ้าบินหายไปแลว้ เสียงของเด็กผชู้ ายทาให้
ฉนั ถึงกบั สะดงุ้
“อ่มิ เหรอ หวดั ด”ี ฉนั กลา่ วทกั ทาย
“เรียกตงั้ นาน ไม่ไดย้ นิ เหรอ” อมิ่ พดู ก่อนวางกระเป๋ าลงบนโต๊ะ
๗๕
ฉนั สา่ ยหนา้ แลว้ ขอโทษ
“เม่อื กีเ้ ห็นใช่ปะ” เขาน่งั ลง มองฉนั ดว้ ยสายตาตนื่ เตน้
“เหน็ อะไร”
“นกไง นกนางแอ่นท่ีเกาะตรงขอบหนา้ ต่าง หายากนะ ปกติไม่
ค่อยเหน็ บนิ เขา้ ใกลค้ นขนาดนี”้
“ตวั เม่อื กีค้ ือนกนางแอ่นเหรอ” ฉนั ถาม อิ่มพยกั หนา้
“นกนางแอ่นไม่ใช่นกเถลไถล มันจะบินกลบั รงั ทุกครงั้ ไม่แวะ
ท่ีไหน เราว่ามนั แปลก ไม่รูม้ ันเกาะนานหรือยงั เพราะตอนเดินมาก็บิน
หนีเลย”
“นานอยนู่ ะ” ฉนั พดู เบา ๆ
“เคยอ่านเจอในหนงั สือ เขาบอกว่านกนางแอ่นเป็นสตั วว์ ิเศษ
ถา้ นกนางแอ่นปรากฏตวั ท่ไี หน จากเรอ่ื งรา้ ยจะกลายเป็นดี สิง่ ตา่ ง ๆ จะ
เปล่ียนไปในทางท่ีดีขึน้ นกบินมาหาเธอ ไม่แน่อาจจะมีเร่ืองดี เกิดขึน้
เรว็ ๆ นกี้ ไ็ ดน้ ะ” อ่ิมพดู ก่อนยมิ้ ตาหยี
คาพูดของอิ่มทาให้หัวใจฉันเร่ิมมีหวัง หวังว่าจะเจอสิ่งที่
ตัวเองทาหล่นหายเมื่อหลายเดือนก่อน หวงั ใหส้ ่ิงท่ตี ามหลอกหลอน
ทกุ คนื หายไป ฉนั หวงั เป็นอิสระ และมคี วามสขุ อีกครงั้
๗๖
วนั นีอ้ ากาศรอ้ นมาก รอ้ นจนตงั้ กระทะทอดไข่ดาวสุกในเวลา
สามนาที โชครา้ ยซา้ สอง คือ ตอ้ งเรยี นวิชาพละในวนั ท่แี ดดแรง เพ่อื นทงั้
สามคนบอกให้ฉันถอดเสือ้ กันหนาว ถึงฉันจะเหง่ือท่วมตัวแค่ไหน
ไม่ยอมถอดออกอย่ดู ี ครูสอนวิชาพละช่ือว่า ครูมานะ เขาสวมเสือ้ วอรม์
กบั กางเกงวอรม์ ขายาว มีสายนกหวดี หอ้ ยคลอ้ งคอ มือขา้ งหน่งึ ถือเครอ่ื ง
จบั เวลา เร่ิมตน้ คาบแรกดว้ ยการทดสอบสมรรถภาพร่างกายก่อนเรียน
ครูใหพ้ วกเราไปรวมตวั กันท่ีสนามหญา้ มีการวอรม์ ร่างกายเพ่ือกระตนุ้
กลา้ มเนือ้ ครูใหพ้ วกเราว่ิงรอบสนามเป็นอย่างแรก เขาจะเป็นคนคอย
จบั เวลาและบนั ทกึ ผล
“เธอน่ะ ช่ืออะไร” ครูมานะชีม้ าท่ฉี นั
“ปลายฝนค่ะ” ฉนั ตอบ
“ถอดเสือ้ กันหนาวออกไหม เธอว่ิงแบบน้ันทั้งแดดเปรีย้ ง ๆ
เป็นลมไดน้ ะ”
ฉนั ลงั เลจะตอบ และไม่อยากถอด ทุกสายตากาลงั จบั จอ้ งมาท่ี
ฉัน ไม่ชอบเป็นจุดสนใจอย่างนีเ้ ลย ลนั ตาจบั แขนฉันพรอ้ มกบั พดู เสียง
เบา “เช่ือเถอะ ยิ่งแดดรอ้ นแบบนี้ เป็นลมช็อกตายไดน้ ะ ไม่เป็นไรหรอก
ฝน ถอดแป๊ บเดียว” เธอยิม้ ใหห้ ลังพูดจบ ฉันกลน้ั หายใจถอดเสือ้ กัน
หนาววางไวบ้ นโต๊ะมา้ น่งั ขา้ งสนาม
. ... แคแ่ ป๊ บเดียว ไมม่ ใี ครมาสนใจฉนั หรอก รีบว่ิงรีบจบ …
๗๗
ฉันคิดในใจ เด็กทกุ คนเขา้ ประจาท่ี รอฟังสญั ญาณนกหวีดจาก
ครูมานะ บางคนก็อย่ใู นท่าเตรียมพรอ้ มราวกับนกั กีฬาโอลิมปิก บางคน
ก็ยืนเฉย ๆ ฉนั กา้ วเทา้ ซา้ ยออกมาขา้ งหนา้ เล็กนอ้ ย เพราะเวลาออกตัว
จะไดว้ ่งิ ถนดั ปลอบตวั เองใหใ้ จเย็นลง
หลงั เสียงนกหวีดดงั เด็กบางคนออกวิ่งสดุ แรงเกิด ก่อนเร่ิมว่ิง
ฉนั ไดย้ ินลนั ตากับอ่ิมทา้ แข่งกนั ใครแพเ้ ลีย้ งไอศกรีมหลอด ถึงลนั ตาจะ
เป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กแต่วิ่งเร็วมาก พอกับอ่ิมท่ีเป็นเด็กผูช้ าย ฉันกับ
จา๋ จะ๊ ไม่สนการแข่งขนั เราว่ิงเหยาะ ๆ ไปพรอ้ มกนั
“ฝนวา่ ใครจะชนะ” เธอพดู ดว้ ยนา้ เสยี งติดขดั
“ลนั ตามงั้ ดวู ิ่งเรว็ ด”ี ฉนั เองก็ตอบดว้ ยนา้ เสยี งเหน่อื ยหอบ
“ง้ันเราเชียรไ์ ออ่ิม คนแพเ้ ลีย้ งไอศกรีม” จ๋าจ๊ะยิม้ ดว้ ยท่าทาง
เจ้าเล่ห์ และฉันตกปากรับคาท้าโดยไม่ทันตั้งตัว พวกเราว่ิงด้วยกัน
เรื่อย ๆ จนเห็นว่ามาไดค้ ร่งึ สนามแลว้ อากาศรอ้ น ถึงมีกอ้ นเมฆลอยมา
บงั แสงอาทิตย์ ก็ไม่ช่วยใหด้ ีขึน้ เด็กคนอ่ืนเร่ิมว่ิงแซงเราสองคน ฉันกบั
จา๋ จะ๊ กาลงั อยรู่ งั้ ทา้ ย สว่ นลนั ตากบั อิม่ ถงึ เสน้ ชยั รอแลว้
“เหน่อื ยอะ่ แต่ไม่อยากเป็นท่โี หล”่ จ๋าจ๊ะพดู
“เหมอื นกนั ฮึดหน่อยไหม อดั สปีดแป๊ บเดียว” ฉนั กไ็ มอ่ ยากเป็น
คนสดุ ทา้ ย เราสองคนนบั หนึ่งถึงสาม ฉันเร่งฝีเทา้ ขึน้ ว่ิงแซงเพ่ือนคนอ่นื
๗๘
เพราะขายาว ๆ ของฉัน ทาให้ก้าวได้ไกล ฉันกลับเข้าท่ีพร้อมจ๋าจ๊ะ
แทบจะขาดใจตาย พยายามอ้าปากหอบเอาอากาศเข้าปอดเพ่ือลด
ความเหน่อื ย เวลาท่ใี ชย้ งั อยใู่ นเกณฑเ์ หมาะสม ตอนนรี้ า่ งกายมแี ตเ่ หง่ือ
หัวของฉันกาลังระเบิด รูส้ ึกไดถ้ ึงจังหวะการเตน้ ของชีพจรในร่างกาย
ถงึ จะเหน่อื ย แต่สมั ผสั ไดว้ ่าตวั เบาขนึ้
การทดสอบยงั คงเป็นไปตามตารางเรียน อย่างสอง คือ ซิตอพั
ครูมานะใหพ้ วกเราจบั คู่ สลบั กันนบั ใหเ้ พ่ือนภายในเวลาหนึ่งนาที ครูยา้
ว่า ไดเ้ ท่าไหร่เท่านนั้ ไม่ตอ้ งฝืนร่างกาย เพราะถา้ ย่ิงฝืนเกร็งกลา้ มเนือ้
อาจทาใหเ้ จ็บตวั ได้ ครูเป็นคนจบั ค่ใู หพ้ วกเรา เพ่อื ปอ้ งกนั การโกง
. ... ฉนั ไดค้ กู่ บั อ่มิ ....
ก่อนเร่มิ การทดสอบครูใหพ้ วกเราพกั สองนาที อิ่มถามว่าอยาก
เร่มิ ก่อนหรือเปล่า ฉันส่ายหนา้ อิ่มเลยอาสาคนแรก ถึงอ่ิมจะเป็นเพ่ือน
แต่เขาเป็นผูช้ าย ฉันไม่สบายใจเท่าไหร่ กลัวประวัติศาสตรจ์ ะซา้ รอย
เหมอื นมปี ีศาจสองตวั ตกี นั ในความคิด ฉนั ควรบอกเขาตรง ๆ วา่ ไมอ่ ยาก
ใหจ้ บั โดนตวั แต่กลบั กลวั เพ่ือนนอ้ ยใจคิดว่ารงั เกียจ ในอีกความคิดแยง้
วา่ อ่มิ เป็นเพ่อื นของฉนั เขาคงไมค่ ดิ ทาอะไรลว่ งเกินแบบนน้ั หรอก
ขณะท่ีเพ่ือนกาลังคุยกัน ฉันเงียบกว่าปกติ และคงผิดสงั เกต
มากเกนิ ไปจนลนั ตาสะกดิ
“เป็นไรเปลา่ ฝน ดเู งยี บ ๆ นะ ไมส่ บายเหรอ” ลนั ตาพดู
๗๙
“เอายาดมไหม เราม”ี จ๋าจ๊ะหยบิ หลอดยาดมสง่ ใหฉ้ นั
“ไมเ่ ป็นไร ขอบใจนะ” ฉนั ยมิ้ ตอบเป็นการขอบคณุ
ไม่นานครูก็เรียกเด็กทกุ คนไปท่ีลานใกลส้ นามหญา้ ตอนท่ีพวก
เรากาลงั เดิน อ่ิมหยิบเสอื้ กนั หนาวย่นื ใหฉ้ นั
“ฝนอยากเปลย่ี นค่เู ปลา่ เด๋ยี วบอกครูให”้ อ่ิมพดู
“ไม่เป็นไร อิม่ อยากเปล่ียนเหรอ” ฉนั ถามกลบั
“เราค่กู ับใครกไ็ ด้ ถามเผ่ือเธอลาบากใจ” ฉันพูดไม่ออก ราวกับ
อิ่มอ่านใจได้ แต่ฉันไม่อยากใหเ้ ขาคิดมาก เลยไม่ไดป้ ฏิเสธอะไร และ
คาพดู ของอ่มิ กท็ าใหฉ้ นั สบายใจขนึ้ มาเลก็ นอ้ ย
อย่างนอ้ ยอ่มิ คงไม่เหมอื น มัน หรอก
เราหาพนื้ ท่วี ่าง อ่ิมนอนลงไปกบั พนื้ ชนั เข่าทงั้ สองขา้ งขนึ้ เพ่อื น
หลายคนใชม้ ือกอดขา จบั เข่าของค่ตู วั เอง แต่ฉันใชม้ ือกดท่ีรองเทา้ ของ
เขาแทน เวน้ ระยะห่างใหอ้ ีกฝ่ายสะดวกเวลาดนั ตวั ขึน้ ลง พอครูมานะให้
สญั ญาณเร่มิ จบั เวลา ฉนั ก็เร่มิ นบั เช่นกนั เขาเกรง็ หนา้ ทอ้ ง ดนั ตวั อย่าง
รวดเรว็ ถึงช่วงหลงั แรงจะแผว่ ลงบา้ ง อิม่ ก็ทาไดต้ งั้ สามสบิ ครงั้
คราวนสี้ ลบั ฝ่ัง ฉนั ทาแบบเดยี วกบั อิ่ม ตอนแรกฉนั ขนลกุ ใจเตน้
แรงดว้ ยความกังวล เพราะไม่อยากให้เขาโดนตัว อิ่มวางมือกดลงบน
๘๐
รองเทา้ แบบเดียวกับฉัน ไม่มีการแตะโดนตัว เขาเวน้ ระยะห่างจากฉัน
พอสมควร เสียงนกหวดี ดงั ครูมานะจบั เวลา มอื ทงั้ สองขา้ งยกขนึ้ จบั หลงั
ศีรษะ เกรง็ หนา้ ทอ้ งดนั ตวั ขนึ้ ฉนั คิดว่าอม่ิ คงกาลงั จอ้ งฉนั อยู่ แต่ผดิ จาก
ท่ีคาดไว้ อ่ิมไม่ไดจ้ อ้ งฉัน เขานับจงั หวะจากแรงดนั ตวั เขากม้ หนา้ มอง
พืน้ ฉันโล่งใจ เผลอคิดมากไปตงั้ นาน ฉันซิดอัพไดแ้ ค่สิบหา้ ครงั้ แค่หา้
ครงั้ ก็เกือบจะทอ้ แต่อิ่มคอยพดู ใหก้ าลงั ใจอย่ตู ลอด ทาให้มีแรงใจฮึดสู้
ขนึ้ มาบา้ ง ถึงจะไดแ้ คส่ บิ หา้ ครงั้ ฉนั กภ็ มู ิใจ
ตลอดการทดสอบสมรรถภาพรา่ งกาย อ่ิมไม่ไดท้ าใหอ้ ดึ อดั เลย
สกั นดิ ทงั้ เวน้ ระยะหา่ ง ไมส่ บตา และท่สี าคญั ไม่แตะเนือ้ ตอ้ งตวั ฉนั กลบั
สบายใจท่ีไดจ้ บั ค่กู ับอ่ิม ไม่คิดว่าจะมีคนแบบเขาอย่บู นโลก แต่ยงั ไม่ถึง
ขนั้ ไวว้ างใจ เพราะฉนั เองกต็ อ้ งเวน้ พืน้ ท่รี ะหว่างฉนั กบั เขาดว้ ยเชน่ กนั
... จะไมย่ อมใหม้ นั เกดิ ขนึ้ อกี ...
คาบพละผ่านไปดว้ ยความเหน่อื ยลา้ ไม่ไดอ้ อกกาลงั กายจรงิ จงั
นานมาก ก่อนพักเท่ียงทอ้ งฉันรอ้ งเสียงดัง จนเพ่ือนกับครูต่างพากัน
หวั เราะ ฉันอายไม่กลา้ เงยหนา้ จากหนงั สือ วันนีฉ้ ันกินขา้ วไดเ้ ยอะกว่า
ทกุ วนั และไดก้ นิ ไอศกรีมฟรจี ากคาทา้ ของจา๋ จะ๊ ลนั ตากบั อ่ิมวิ่งครบรอบ
สนามพรอ้ มกัน แต่เวลาท่ีอิ่มทาไปมากกว่าลนั ตาแค่เสีย้ ววินาที ถึงจะ
น่าเจ็บใจสาหรับเขา แต่ครัง้ หน้ามีโอกาสใหแ้ ก้ตัว พวกเราสี่คนเลย
ตดั สนิ ใจกนิ ไอศกรมี ฉลองชยั ชนะของลนั ตา
๘๑
... อิม่ จงั ตงั คอ์ ยคู่ รบ ...
ช่วงบ่ายอากาศเร่ิมดี มีสายลมพัดเย็นสบาย ฉันสวมเสือ้ กัน
หนาว ถึงตอนนีจ้ ะรอ้ นอยู่เหมือนเดิมแต่ไม่เท่าช่วงเชา้ อ่ิมหลบั คาโต๊ะ
จ๋าจ๊ะกาลังจดบันทึกการอ่าน ส่วนลันตากาลังอ่านหนังสือการต์ ูน
ฉนั มองออกไปนอกหนา้ ตา่ ง นกึ ถงึ นกนางแอ่นสฟี ้าตวั เม่อื เชา้
หรือเป็นมนตรว์ ิเศษของนกตวั นน้ั อย่างท่ีอิ่มบอก ฉันเร่ิมสนิท
กับเพ่ือนมากขึน้ จุดร่วมของพวกเราคือหนงั สือ ลนั ตาเป็นคนร่าเรงิ เขา้
กบั คนอ่ืนไดง้ ่าย คิดอะไรก็พดู ออกมาตรง ๆ เวลามีของกินหรือของเล่น
ใหม่จะชอบแบ่งพวกเราเสมอ จ๋าจ๊ะมีความเป็นผูน้ าสูง ฉันรูว้ ่าแม่ของ
เธอเป็ นครูสอนอยู่ชั้นอนุบาล ถึงพูดไม่เยอะเท่าลันตา แต่ใส่ใจ
รายละเอียดเก่งมาก คอยทวนการบา้ นใหพ้ วกเราหลงั เรียนเสร็จตลอด
ส่วนอ่ิมเป็นเด็กฉลาด คาพูดคาจาบางทีก็ดเู ป็นผใู้ หญ่ อ่ิมไม่ชอบว่ิงเลน่
กับพวกผู้ชาย ยกเวน้ ออกกาลงั กาย แต่ชอบเล่นเกมใชส้ มองมากกว่า
อย่างหมากรุก เกมการด์ อ่ิมเคยเล่าว่าอิ่มเป็นนอ้ งคนสุดทอ้ งและเป็น
ผู้ชายคนเดียวในบ้าน อ่ิมมีพ่ีสาวสองคน พ่อประสบอุบัติเหตุเสียไป
ตั้งแต่อิ่มยังเป็นเล็ก อ่ิมต้องช่วยพ่ีกับแม่ทางาน ฉันไม่แปลกใจเลย
จากการกระทาของอ่ิมในวันนี้ นอกจากใส่ใจความรู้สึกของคนอ่ืน
เขายงั ใหเ้ กียรติฉนั และทกุ คนดว้ ยเชน่ กนั ไม่ว่าจะผหู้ ญิงหรือผชู้ าย
๘๒
ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับเพ่ือนคนอ่ืน ๆ ในห้องเร่ิมดีขึน้
ฉนั พยายามจาช่ือของทกุ คนใหไ้ ด้ เราทกั ทายกนั ทกุ ครงั้ ท่ีเจอหนา้ ฉนั ยงั
ไม่ไดเ้ ข้าชุมนุมรักการอ่าน แต่คิดว่าเร็ว ๆ นีอ้ าจตัดสินใจได้ หลังเลิก
เรยี นพวกเราแยกยา้ ยกนั กลบั บา้ น ฉนั เดนิ ไปรบั ตน้ หนาวท่หี อ้ งอย่างเคย
วนั นแี้ มโ่ ทรมาบอกว่าจะเป็นคนมารบั พวกเราไปซือ้ ของท่ีหา้ ง นอ้ งชายดี
ใจจนสง่ เสยี งดงั ฉนั รีบขอโทษคณุ ครูและพาเขาออกมา
แม่จอดรถรอเราอย่ปู ระตทู างเขา้ หลงั โรงเรียน พอขึน้ รถ ฉนั กับ
น้องชายสวัสดีแม่ ระหว่างทางแม่ชวนพวกเราคุย ตน้ หนาวก็ยังตอบ
เยอะกว่าฉันเช่นเคย มองออกไปขา้ งทาง พอเขา้ เขตในเมืองจะมีรา้ นคา้
มากมายตงั้ เรียงกัน จงั หวดั เล็ก ๆ ในภาคใตไ้ ม่มีตึก อาคารสงู ๆ แต่มี
ห้าง มีร้านอาหารเหมือนอย่างกรุงเทพฯ การใช้ชีวิตท่ีไม่ตอ้ งเร่งรีบ
ไม่ตอ้ งต่นื นอนตงั้ แตต่ ีหา้ ไม่ตอ้ งไดย้ ินพอ่ กบั แม่หวั เสียเร่อื งรถตดิ ไฟแดง
พอถึงหา้ ง แม่ก็เดินไปหยิบรถเข็น ตน้ หนาวรีบปีนขึน้ ไปน่งั ขา้ ง
ในทันที ถึงน้องจะไม่ไดต้ ัวเล็กเท่าเม่ือก่อน แต่ก็ยังพยายามจนตอนนี้
รถเข็นไมม่ ที ่วี ่าง ฉนั เดนิ ตามหลงั แม่ แม่พาพวกเราขนึ้ มาชนั้ ขายเสอื้ ผา้
“แม่จะมาซอื้ อะไรคะ” ฉนั ถาม
“แม่ไมไ่ ดซ้ ือ้ แตพ่ าหนมู าซือ้ ” แมต่ อบพรอ้ มกบั เข็นรถมาหยดุ ท่ี
รา้ นขายชดุ ชน้ั ในผหู้ ญิง แมบ่ อกใหต้ น้ หนาวเฝา้ รถเขน็ นอ้ งตกลงรบั ปาก
หนกั แนน่ ฉนั คดิ วา่ ตน้ หนาวคงไมก่ ลา้ หนีไปเดนิ เลน่ คนเดียวอกี หลงั จาก
๘๓
ถกู แม่ดไุ ปครงั้ ก่อน แม่จบั มือฉันเดินเขา้ ไปตรงโซนขายชดุ ชนั้ ในสาหรบั
เด็ก รูปทรงมนั ดปู ระหลาด บางตวั ก็เหมือนแว่นตา บางอนั ก็เหมือนเสือ้
กลา้ มแบบครง่ึ ตวั ฉันมองภาพโปสเตอรน์ างแบบก่อนจะรูไ้ ดท้ นั ที แม่พา
มาซือ้ เสือ้ ซบั ในน่เี อง
“ปลายฝนของแม่โตเป็นสาวแล้ว เวลาใส่เสือ้ ผ้าต้องดูให้ดี
นอกจากใสส่ บายตวั ตอ้ งสบายใจดว้ ย เสอื้ ซบั ในก็เหมือนกนั แมร่ ูต้ อนนี้
หนสู บั สนแลว้ ก็รูส้ ึกไม่ม่นั ใจ เสือ้ ซบั ในจะช่วยเพิ่มความม่นั ใจใหห้ นูเอง
หนูลองเลือกดู จะเอาสีอะไร แต่แม่แนะนาใหห้ นูเลือกสีขาวไม่ก็สีพืน้
เพราะเวลาใสช่ ดุ นกั เรยี นจะไดไ้ ม่เหน็ สขี องซบั ในนะ” แมพ่ ดู ขนึ้ พรอ้ มกับ
หยิบซบั ในครง่ึ ตวั มาทาบกบั ตวั ฉนั
ฉันไม่รูจ้ ะพูดอะไร ใจหน่ึงอยากร้องไห้ ใจหนึ่งก็ดีใจสุดขีด
เหมือนนา้ รดบนดอกไมท้ ่ีกาลังเห่ียวเฉา ฉันไม่เคยปิดเร่ืองไหนไดเ้ ลย
โดยเฉพาะกบั แม่ จรงิ อย่างท่ีพูด ฉนั สบั สนแต่ไม่กลา้ ปรกึ ษา เพราะกลวั
จะไปรบกวนและอาจหลดุ เลา่ เหตกุ ารณเ์ ลวรา้ ยท่ีเกิดขนึ้ ใหแ้ มฟ่ ัง ตอนนี้
ฉนั ยงั ไม่พรอ้ มจะบอกเร่อื งวนั นน้ั ...
ฉันพยายามกลน้ั นา้ ตาไว้ เสียงของแม่แนะนาเสือ้ ซับในแบบ
ตา่ ง ๆ ฉนั พยายามตงั้ ใจฟัง ไมค่ ดิ ถึงเร่อื งอ่นื ฉนั หยบิ แบบสปอรต์ บรามา
เจ็ดตัว หน้าอกฉันยังไม่ได้ขึน้ รูป แต่แม่ซื้อแบบมีโครงเพ่ิมสองตัว
แม่บอกวา่ รา่ งกายคนเราโตขนึ้ ทกุ วนั มสี ารองไวด้ ีกว่า
๘๔
ฉันเดินเข้าไปกอดแม่ สูดดมกล่ินน้ายาปรับผ้านุ่มท่ีคุ้นเคย
กล่ินหอมเหมือนดอกกหุ ลาบ แม่ยิม้ ขากอดฉนั เอนไปมา ฉนั โอบกอดแม่
แนน่ แทนคาขอบคณุ จากนน้ั เราก็ไปซือ้ ของอยา่ งอ่นื กนั ตอ่
ระหว่างทางกลบั บา้ นแม่แวะรา้ นขายอุปกรณท์ าสวน พวกเรา
เดินลงไปสารวจในรา้ น แม่บอกว่าตอนนีพ้ ่อตงั้ ใจกลบั มาทาสวนผลไม้
ขายจริงจงั เลยฝากแม่ซือ้ อุปกรณเ์ ขา้ ไป แถมวันนีพ้ ่อขุดแปลงผกั รอไว้
หลงั บา้ นแลว้ ดว้ ย
“ถา้ พวกลูกอยากปลกู อะไร ก็ไปเลือกหยิบเมล็ดแลว้ เอามาให้
แมจ่ ่ายเงนิ นะ” แม่พดู
ตน้ หนาวชอบกินแตงกวา ฉนั เลยไมแ่ ปลกใจเท่าไหรท่ ่นี อ้ งเลือก
เมล็ดแตงกวาไปปลกู ฉันเดินดู ไม่มีตน้ ไหนถูกใจ จนกระท่งั สายตาไป
หยุดอยู่ท่ีซอง ๆ หน่ึง หนา้ ซองเป็นภาพดอกไม้ รูปร่างคลา้ ยระฆงั กลีบ
ดอกมีสีขาวไลร่ ะดบั ขึน้ ไปเป็นสีฟ้า ดอกเดียวกบั ของตน้ หนาว
ฉนั เลือกหยิบซองนน้ั อยา่ งไมล่ งั เล
... ถงึ ไมร่ ูว้ ่าจะปลกู ไดห้ รือเปลา่ แต่กต็ อ้ งลองดู ...
แม่จอดรถ ฉันกบั ตน้ หนาวช่วยแม่ถือของเขา้ บา้ น พ่อก็เดินถือ
บัวรดนา้ ออกมาพอดี แม่บอกว่าใหพ้ วกเราสองคนไปเปล่ียนชุดก่อน
ค่อยออกมาช่วยพ่อ ฉนั เดินเขา้ บา้ นเหน็ ย่ามกุ กาลงั ปักลายผา้ เชด็ หนา้
๘๕
“ซือ้ อะไรมาเยอะแยะ กบั ขา้ วไม่ตอ้ งซือ้ มานะ” ย่าพดู พรอ้ มกบั
วางผา้ ลงบนตกั
“ไมไ่ ดซ้ ือ้ กบั ขา้ วมาแม่ พาพวกเด็ก ๆ ไปซอื้ ของ แลว้ กเ็ ลยไปซอื้
เมล็ดพืชใหพ้ ่กี วนิ ” แม่ตอบก่อนจะวางของลงบนโตะ๊
“เออ ดี ๆ ไหนมาใหย้ า่ หอมแกม้ ช่ืนใจหนอ่ ยสิ” ย่าอา้ แขนกวา้ ง
ในขณะท่ีต้นหนาวพุ่งไปกอดย่ามุกแน่น ทั้งสองหัวเราะกันอย่าง
สนุกสนาน ฉันเอาของขึน้ ไปเก็บบนหอ้ ง เปล่ียนแค่เสือ้ แลว้ เดินออกมา
นอกบา้ น
ฉันเห็นพ่อใชจ้ อบขุดดิน พ่อบอกใหฉ้ ันใส่ถุงมือช่วยถอนหญา้
ตรงบรเิ วณท่ีจะขดุ ดินทาแปลงผกั เป็นภาพท่ีหาดไู ม่ไดง้ ่าย ๆ ฉนั ไม่เคย
เห็นพ่อปลกู ผกั ทาสวนมากอ่ น ปกติพ่อจะเป็นช่างซอ่ มของบา้ น และเป็น
ยอดนักประดิษฐ์ของฉันกับนอ้ ง งานถนดั ของพ่อคือทาส่ิงท่ีไม่มีชีวิตให้
เหมอื นมชี วี ิต ตอนพวกเรายงั เลก็ ๆ ทกุ วนั หยดุ เสารอ์ าทิตย์ พ่อชอบหยบิ
ส่งิ ของตา่ ง ๆ ประกอบเป็นของเลน่ ครงั้ หน่งึ พอ่ เคยทารถจากลงั กระดาษ
ท่ีฉันสามารถลงไปน่ังได้ หรือตอนท่ีฉันทาตุ๊กตาไขลานของแม่แตก
พอ่ เอามาน่งั ซอ่ มจนใชง้ านได้
“แม่บอกพ่อว่า หนูกับนอ้ งคืนดีกันแลว้ เหรอ” พ่อพูดขณะวาง
จอบลงขา้ ง ๆ
“คะ่ หนกู ็ไม่ไดโ้ กรธอะไรตน้ หนาวนะ” ฉนั ตอบ
๘๖
“ดีแลว้ ล่ะ พ่ีนอ้ งมีทะเลาะกนั บา้ งไม่เป็นไรหรอก ... ท่ีโรงเรียน
เป็นยงั ไงบา้ ง สนุกไหม ปกติเห็นมีแต่ตน้ หนาวท่ีเลา่ ใหฟ้ ัง พ่อไม่เห็นหนู
เลา่ เลย” พอ่ ถาม
“ก็สนกุ ดีค่ะ นอกจากลนั ตา หนูมีเพ่ือนใหม่ตงั้ สองคน ช่ือจ๋าจ๊ะ
กบั อ่ิม จ๋าจ๊ะเป็นผหู้ ญิง อ่ิมเป็นผชู้ าย ท่ีโรงเรียนมีชมุ นมุ ดว้ ยค่ะ” ฉันเลา่
ไปพรอ้ มกบั นึกถงึ เร่ืองราวท่โี รงเรียนดว้ ยเชน่ กนั
“แลว้ หนอู ย่ชู มุ นมุ อะไรละ่ ”
“ตอนแรกหนูยังไม่มีเลยค่ะ แต่คิดว่าน่าจะเข้าชุมนุมเดียวกับ
พวกเพ่อื น... ชมุ นมุ รกั การอา่ น”
“ดีนะ หนูชอบอ่านหนังสือเหมาะดี ถ้าหนูสนุก หนูชอบพ่อก็
ดใี จ” พอ่ เดินเขา้ มาใกล้ ยกมอื ขนึ้ ลบู หวั ฉนั เบา ๆ ฉนั ยมิ้ ใหพ้ อ่
เป็นความรูส้ กึ ท่เี น่ินนาน นานมากแลว้ ท่ไี ม่ไดค้ ยุ กบั พ่อ ทงั้ ท่ีเรา
เจอหนา้ ทกั ทายกนั ทกุ วนั เราเคยสนิทกัน แต่งานของพ่อทาใหเ้ ราคยุ กนั
นอ้ ยลง ช่องว่างระหว่างเราขยายกวา้ งมากขึน้ พอตอนนีเ้ รากลบั มาคุย
กัน ช่องว่างเร่ิมมีสะพานไม้เช่ือมความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับฉัน
หลงั จากนีพ้ ่อคงมีเวลาใหพ้ วกเรามากขึน้ ไม่ตอ้ งกลบั บา้ นดกึ ไดก้ ินขา้ ว
พรอ้ มหนา้ พรอ้ มตากนั เหมอื นอย่างเคย
ฉนั ดีใจท่ไี ดค้ ยุ กบั พอ่
๘๗
ต้นหนาวเดินตรงมาหาพวกเราพร้อมกับย่ามุก มือหนึ่งถือ
ถงุ เมลด็ พืช สว่ นอกี มอื ก็คอยจบั ยา่ มกุ ไว้
แสงแดดยามเย็นไม่ทาใหอ้ ากาศรอ้ นมากนัก พวกเราช่วยกัน
ปลกู ผกั พ่อลงมือขุด ฉันกับตน้ หนาวช่วยกันหยอดเมล็ดลงแต่ละหลุม
คณุ ยา่ น่งั ถอนตน้ หญา้ ใกล้ ๆ และคอยใหก้ าลงั ใจพวกเราไมห่ ่าง ก่อนจะ
ปิดทา้ ยดว้ ยพวกเราสามคนช่วยกันรดนา้ ฉันเคยซือ้ ตน้ ไมจ้ ากรา้ นขาย
ตน้ ไมก้ ลบั มาบา้ น แต่อยู่ไดไ้ ม่นานก็ตาย เพราะปลูกไม่เป็นและไม่ได้
รดนา้ อย่างสม่าเสมอ
ตอนนีฉ้ ันมีโอกาสไดแ้ ก้ตวั แลว้ ฉันจะตัง้ ใจดูแลแปลงผกั ของ
ทกุ คนใหด้ ที ่ีสดุ และฉนั เช่อื วา่ ตอ้ งไม่พลาดเหมือนครงั้ ท่ีผ่านมา เพราะมี
ทงั้ ตน้ หนาว พ่อ แม่ และย่ามกุ ชว่ ยดว้ ยอกี แรง
... แปลงผกั ของครอบครัวเรา …
๘๘
บทท่ี ๖
ดวงอาทิตย์ยังไม่ทันโผล่ขึน้ ฟ้า เสียงนาฬิกาปลุกเวลาตีห้า
สิบหา้ งานของฉันเร่ิมตงั้ แต่ต่ืนนอน ทงั้ งานหลกั และงานรอง งานหลกั
คือดูแลทุกคนในครอบครวั งานรองคือดแู ลรา้ นกาแฟย่ามุกของเด็ก ๆ
หลงั จากยา้ ยมาอยู่จงั หวัดเล็ก ๆ แถบทางใตไ้ ดไ้ ม่นาน การใชช้ ีวิตของ
ครอบครวั เรากเ็ ปลย่ี นไป
ฉันตอ้ งตื่นตงั้ แต่รุ่งเชา้ จดั การธุระสว่ นตวั ใหเ้ รียบรอ้ ย เปิดรา้ น
กาแฟ จัดโต๊ะ เตรียมของขาย การทาธุรกิจคา้ ขายไม่ใช่เรื่องง่าย ถึงฉัน
จะเป็นแคผ่ ชู้ ่วยเจา้ ของรา้ น แตต่ อ้ งเรียนรูง้ านเอง สงิ่ ท่ฉี นั ถนดั คอื การทา
บัญชีสินค้า ฉันเคยทางานเป็นพนักงานบัญชี ก่อนจะลาออกมาเป็น
แม่บา้ นเต็มตวั สิ่งท่ียากคือการจาสตู รชงกาแฟ เพราะลกู คา้ แต่ละคนมี
รสชาติท่ีชอบแตกต่างกัน บางคนชอบหวาน บางคนชอบเขม้ ๆ ช่วงแรก
ฉันทาอะไรไม่ไดเ้ ลย ตอนนีฉ้ ันค่อย ๆ เรียนรูแ้ ละฝีมือการชงชากาแฟ
๘๙
เร่ิมดีขึน้ การทางานบา้ นควบคู่ไปกับเป็นแม่คา้ เหน่ือยมาก นอกจาก
ต้องใช้ทักษะความสามารถ ยังใช้แรงใจในการพูดคุยกับลูกค้าด้วย
เช่นกัน ถึงสว่ นใหญ่จะเป็นลกู คา้ รุน่ คณุ ป่ กู ต็ าม ฉันดีใจท่ี พ่ีกวิน หรืออีก
ช่ือเรียก คุณพ่อคนเก่งของพวกเด็ก ๆ และสามีท่ีน่ารกั ของฉัน เขาช่วย
แบ่งเบาภาระงานบา้ นไปบางส่วน ก่อนยา้ ยมาอยู่ท่ีน่ี เขาลาออกจาก
งานประจา พ่อของเขามีพืน้ ท่ีสวนผลไม้ทิง้ ไวใ้ หเ้ ป็นมรดก เขาตงั้ ใจจะ
สานต่อกิจการสง่ ออกผลไมข้ าย เขาไดเ้ งินกอ้ นหน่ึงจากท่ที างานเกา่ เลย
ลองศึกษาวิธีการทาธุรกิจอยา่ งจรงิ จงั โดยใชเ้ งินกอ้ นนีล้ งทนุ ตอนนีส้ วน
ผลไมข้ องเราไดร้ บั การตกแต่งใหด้ ดู ีขึน้ ระหว่างรอผลไมผ้ ลิดอกออกผล
เขาเลยไดช้ ่วยแบ่งเบางานบา้ นบางสว่ นจากฉนั
สามีกับฉันห่างกนั ส่ีปี เรามีลูกสองคน คนโตเป็นเด็กผหู้ ญิงช่ือ
ปลายฝน คนเล็กเป็นผูช้ ายช่ือ ตน้ หนาว เด็กสองคนอายุห่างกันสองปี
ต้นหนาวเป็นเด็กท่ีค่อนข้างเอาแต่ใจตัวเอง คงผิดท่ีฉัน เพราะคอย
ตามใจลูกจนเกินเหตุ ตน้ หนาวเลยติดเป็นนิสยั เวลาเขาอยากไดอ้ ะไร
หรือทาอะไรผิด เจา้ ลกู ชายตวั ดีจะงอแงแลว้ รอ้ งไห้ ฉนั ไม่ชอบเห็นนา้ ตา
ของลกู เพราะรูส้ ึกสงสารและเอ็นดใู นเวลาเดียวกนั ย่ิงพกั หลงั ตน้ หนาว
เร่ิมรอ้ งไห้งอแงมากขึน้ ยามลูกชายทาผิด ฉันจึงต้องทาใจแข็งดุเขา
ไม่ใหเ้ ขาทาจนตดิ เป็นนสิ ยั เสีย
ตอนเดก็ ๆ ฉนั เป็นเด็กดอื้ มาก อยากไดอ้ ะไรก็จะตะเบ็งเสียงดงั
ครงั้ หน่ึงฉนั อยากกินไอศกรมี แต่แม่ไม่ยอม ฉันเลยเผลอพดู คาหยาบกบั
๙๐
แม่เพราะจามาจากลุงขา้ งบา้ น ตอนนั้นเลยถูกแม่ตีจนหอ้ เลือด แม่น่า
กลวั มาก ทงั้ จิก ทงั้ เขย่า และถามฉันซา้ ๆ ว่าใครเป็นคนสอนใหพ้ ูดคา
นน้ั ตวั ฉนั ตอนเดก็ ทาไดแ้ ค่รอ้ งไห้ รอ้ งเสยี งดงั จนเจบ็ คอ เหมอื นแม่กเ็ พ่ิง
ไดส้ ติเลยดงึ ฉนั เขา้ ไปกอด
หลังจากนั้นฉันก็ไม่กล้าดือ้ กับแม่อีก พอโตเป็นผู้ใหญ่ มีลูก
มีครอบครวั ถึงไดเ้ ขา้ ใจ ต่อใหแ้ ม่ดุด่าว่าตีขนาดไหน ทาไปก็เพราะรกั
ทงั้ นนั้ แต่ความรุนแรงไม่ไดช้ ่วยแกป้ ัญหา บางครั้งอาจสร้างบาดแผล
ในใจของเด็กด้วย ดังน้ันฉันจะไม่ตีลูกถ้าไม่จาเป็น แต่จะคุยด้วย
เหตผุ ลแทน
สว่ นปลายฝน พ่ีสาวคนโตของบา้ น ปกติปลายฝนเป็นเด็กรา่ เริง
สดใส เธอเป็นเด็กท่ีมีความสามารถในการวาดภาพ ทกุ ครงั้ ท่ีลกู สาวจบั
ดนิ สอวาดภาพ ฉนั จะเห็นประกายความสขุ ในแววตาของเธอ เธอรกั และ
สนกุ ในส่งิ ท่ตี วั เองทา ฉนั กบั พอ่ ของเธอสนบั สนนุ เตม็ ท่ี ปลายฝนเป็นเด็ก
ว่านอนสอนง่าย ฉันไม่ค่อยเป็นห่วงเธอเท่าไหร่ เพราะเธอเป็นคนเก่ง
เสมอ
พ่ีนอ้ งสองคนนีร้ กั กันมาก ฉันแทบไม่เคยเห็นพวกเขาทะเลาะ
กันเลย ถึงจะมีงอนงอ้ ตามประสาเด็ก แต่ปลายฝนจะเป็นคนยอมนอ้ ง
ตลอด เธอทาหนา้ ท่ีของพ่ีสาวได้ดี เวลาฉันไม่อยู่บา้ น ฉันก็วางใจให้
ปลายฝนคอยปกปอ้ งดแู ลดนู อ้ งได้
๙๑
แต่ไม่นานมานีม้ ีบางอย่างผิดแปลกไป หลงั ปลายฝนกลบั มา
จากโรงเรียนก็กลายเป็นเด็กเก็บตวั พูดนอ้ ย ยิม้ นอ้ ย และกินขา้ วนอ้ ยลง
ราวกบั คนละคน วนั หนึ่ง เด็ก ๆ กลบั มาจากโรงเรียน ปลายฝนรบี เดินเขา้
หอ้ งทนั ที ตน้ หนาวน่งั ทาการบา้ นท่หี อ้ งน่งั เลน่ ฉนั บอกลกู ชายใหไ้ ปตาม
พ่ีสาวออกมากินผลไม้ เขาเดินตรงไปแล้วเปิดประตูห้องทันที เป็น
ชว่ งเวลาเดยี วกนั กบั ตอนท่ลี กู สาวฉนั กาลงั จะเปลี่ยนเสือ้ ผา้ และเป็นครงั้
แรกท่ีฉันเห็นปลายฝนกรีดรอ้ งตะโกนใหป้ ิดประตูดว้ ยนา้ เสียงน่ากลวั
ท่สี ดุ เหมอื นมีปีศาจกาลงั สิงอยใู่ นรา่ งของเธอ
หลงั จากนน้ั ตน้ หนาวกบั ปลายฝนก็เร่มิ ห่างเหินกัน ถึงเด็กชาย
จะขอโทษและพยายามเขา้ หาพ่ีสาวมากแค่ไหน ดูเหมือนเธอจะสรา้ ง
กาแพงสงู กนั้ เอาไว้ ไมใ่ ชแ่ คต่ น้ หนาว แต่ปิดกนั้ ทกุ คน ฉนั คอ่ นขา้ งกงั วล
เก่ียวกับความสมั พนั ธข์ องทงั้ สองคน ฉันคิดว่าปลายฝนตอ้ งมีปัญหากบั
เพ่ือนท่ีโรงเรียน เลยตัดสินใจโทรไปถามครูประจาชั้น แต่ก็ไม่พบ
สง่ิ ผิดปกติ ไมม่ ีใครแกลง้ เธอ เพยี งแคพ่ กั หลงั เด็กหญิงดเู งยี บกว่าเดมิ
ตลอดเวลาท่ีผ่านมาฉันสอนและบอกเธอว่า เป็นพ่ีต้องคอย
ปกป้องดแู ลนอ้ ง แต่กลบั ลืมไปว่าเธอก็ตอ้ งการคนปกป้องดแู ลเช่นกัน
ทงั้ ทางกายและใจ ฉนั อาจดแู ลเธอไม่ใหข้ าดตกบกพรอ่ ง แต่ส่ิงหน่งึ ท่ีฉนั
ลืมคิดไป คือ ความรูส้ ึกทางใจของลกู ฉันคิดมาตลอดว่าปลายฝนเป็น
คนเก่ง แต่คนเก่งก็อ่อนแอเป็น ฉันอาจสรา้ งบาดแผลในใจใหล้ ูกโดย
๙๒
ไม่รูต้ ัว และยังสรา้ งรอยรา้ วระหว่างความสมั พันธ์ของสองพ่ีน้องดว้ ย
เหมือนกนั
ฉันเลยปรกึ ษาพ่ีกวิน ตอนนัน้ เขาเองก็มีปัญหา เพราะท่ีบริษัท
จะปรบั ลดเงินเดือนพนกั งาน และค่าใช้จ่ายในบา้ นตอนนีก้ ็เร่มิ จะไม่พอ
พ่ีกวินกลบั บา้ นดึก ๆ เพราะตอ้ งทางานล่วงเวลา ฉนั เองก็พยายามช่วย
เขาสดุ กาลงั เท่าท่ีทาได้ ทงั้ ย่ืนใบสมคั รงาน แต่ไม่มีท่ีไหนเหมาะสม เลย
รบั จา้ งพิมพเ์ อกสารออนไลนท์ างอินเทอรเ์ น็ต แต่ก็ไดไ้ ม่มากพอกับชีวิต
ในกรุงเทพฯ ท่คี ่าครองชีพสงู แบบนี้
บา้ นเรากาลงั เจอพายุลูกใหญ่ ตอนนีค้ วามสมั พันธข์ องคนใน
ครอบครวั เร่ิมห่างออกไปเรื่อย ๆ ทุกคืนนอนหลบั ไม่เต็มอิ่ม ฉันรูว้ ่าเขา
เหน่ือย ฉันเองก็เช่นกัน คืนหนึ่งเขานอนก่ายหน้าผาก ถามฉันด้วย
นา้ เสยี งท่สี ่นั เครือ
“เราจะหาเงนิ จากไหนดที วิ า” นา้ เสียงฟังดเู หน่อื ยลา้
“ตอ้ งมีสกั ทางสิ เราอาจจะตอ้ งรดั เข็มขัดกันเพิ่มอีกนิด ตอนนี้
ไม่มกี ไ็ มเ่ ป็นไร พ่กี วนิ ยงั มวี ากบั ลกู นะ” ฉนั พดู ปลอบใจเขา
ก่อนจะนึกขึน้ ว่าอาจมีคนหน่ึงท่ีช่วยใหค้ าปรึกษาได้ ฉันบอก
พ่กี วินใหล้ องโทรไปปรกึ ษากบั แม่ของเขา เผ่ือจะมีทางแกไ้ ข
๙๓
ทุกปีช่วงเด็ก ๆ ปิดเทอมครอบครวั เราจะลงไปเย่ียมแม่ แม่มุก
เสนอทางเลือกใหพ้ วกเรากลบั ไปช่วยดูแลกิจการรา้ นขายของกับสวน
ผลไมต้ ่อจากพวกเขา พวกเราน่งั จบั เข่าคยุ กนั อย่างจรงิ จงั การตดั สนิ ใจ
ยา้ ยถ่นิ ท่อี ย่ใู หมไ่ ม่ใชเ่ รื่องง่าย เพราะเราตอ้ งเรียนรูแ้ ละปรบั ตวั ใหเ้ ขา้ กับ
สงั คมใหม่ และไม่ใช่แค่ฉนั กบั สามี แต่หมายถึงลกู ทงั้ สองคน จนในท่สี ดุ
เรากย็ า้ ยมาอย่กู บั แมม่ กุ ถาวร
พ่อกับแม่ฉันจากไปนานแลว้ แม่พ่ีกวินเลยเปรียบเสมือนแม่
แท้ ๆ ของฉนั อีกคน การไดท้ างานท่รี า้ นไปพรอ้ มกับดูแลคนแมม่ กุ ทาให้
ฉันไดม้ ีเวลาคิดทบทวนตัวเอง ความสมั พันธ์ระหว่างคนในครอบครัว
ไดส้ งั เกตความเปลยี่ นแปลงของลกู ๆ และตอนนที้ กุ อยา่ งกเ็ ร่มิ ดีขนึ้
ครอบครวั เรากลบั มาคยุ กันมากขึน้ ตน้ หนาวเป็นคนแรกท่ีฉัน
กงั วล เพราะเขาไม่ชอบใจเท่าไหรต่ อนท่ีรูเ้ ร่ืองยา้ ยบา้ น แต่ปรบั ตวั ไดไ้ ว
กว่าคนอ่ืนเยอะ ฉันรูส้ กึ ไดว้ ่าตน้ หนาวไม่ใช่เด็กขีแ้ ยอย่างเก่า ลดความ
เอาแตใ่ จของตวั เองลง ฟังคนอ่นื มากย่ิงขนึ้
คงเปล่ียนไปตงั้ แต่วนั ท่ีออกไปเล่นกันครงั้ ก่อน ฉันตกใจมากท่ี
เห็นลกู กลบั มาบา้ นในสภาพตาบวมจมกู แดง หนา้ ตาเพิ่งผ่านการรอ้ งไห้
มาหมาด ๆ ฉนั รูว้ ่าตน้ หนาวรกั พ่ีสาวมาก หลงั จากทะเลาะกันในครงั้ นน้ั
นอ้ งชายก็พยายามหาทางคืนดีกับพ่ีสาวตตลอด แต่เขา้ หาไม่เป็น และ
เหตกุ ารณค์ รงั้ นีค้ งเป็นบทเรยี นสาคญั สาหรบั ตน้ หนาวเลยก็ว่าได้
๙๔
ปลายฝนเองก็เร่มิ ยิม้ หัวเราะมากขึน้ จากท่ีเห็นลกู สาวเอาแต่
หมกตวั อา่ นหนงั สืออยใู่ นหอ้ ง ฉนั กลวั ลกู จะเขา้ สงั คมไมไ่ ด้ จากท่ีหาทาง
พาเธอออกไปนอกบ้านอยู่นาน พอมีเด็กข้างบ้านท่ีช่ือลันตาเข้ามา
เจา้ ตวั ก็ไดอ้ อกไปวิ่งเล่นเหมือนเด็กคนอ่ืนบา้ ง ฉันดีใจท่ีเห็นลูกสาวกิน
ขา้ วเยอะขึน้ และกาแพงท่เี ธอสรา้ งคอ่ ย ลดลงเร่ือย ๆ
แต่ลกู ก็ยงั พูดนอ้ ยเหมือนเคย สีหนา้ ดดู ีขึน้ แต่บางครงั้ เหมือนมี
บางอย่างในใจท่ีไม่สามารถบอกใครได้ และช่วงนีป้ ลายฝนชอบใส่เสือ้
กันหนาวตลอดเวลา ถึงเธอจะบอกว่าหนาว ฉันรูว้ ่าเธอกาลังโกหก
เพราะเวลาปลายฝนโกหก เธอจะไม่สบตากบั ใคร
ตอนฉันเขา้ ไปทาความสะอาดหอ้ งปลายฝน ฉันเห็นสมดุ วาด
ภาพของเธอวางอยบู่ นโต๊ะเขียนหนงั สือ ฉนั ดีใจมากท่ีเห็นลกู กลบั มาวาด
ภาพอีกครั้ง เพราะไม่ได้เห็นเธอวาดรูปนานมากและทุกครัง้ ท่ีพูดถึง
เรื่องนี้ ท่าทีของปลายฝนจะเปลีย่ นไป
ฉันหยิบสมุดภาพเปิดดู ภาพท่ีวาดขึน้ มาใหม่มีเพียงเสน้ ร่าง
ดินสอท่ีขดเป็นวงกลมไปมาเรื่อย ๆ จนเต็มแผ่นกระดาษ บางทีอาจจะ
เป็นการวาดภาพแบบใหม่ของเธอ แตฉ่ นั ก็อดกงั วลไม่ได้ ฉนั วางภาพนน้ั
กลบั ไวท้ ่ีเก่า แอบเห็นตะกรา้ เสือ้ ผา้ ของลกู สาวเต็มไวกว่าท่ีคิด ฉันหยิบ
ขึน้ มา ดเู หมือนจะมีเสือ้ กลา้ มเยอะกว่าผา้ ชิน้ อ่ืน ฉันลองคานวณจานวน
๙๕
การใส่เสือ้ ผา้ แต่ละวนั เลยเดาว่าปลายฝนอาจจะใสเ่ สือ้ กลา้ มถึงสองตวั
ปกติเธอจะใสเ่ สอื้ ตวั ใหญ่เสมอทาใหฉ้ นั ไม่ทนั สงั เกตเห็น
ปีนีล้ กู เราเร่มิ เป็นสาวแลว้ ฉนั มวั แต่ย่งุ อย่กู บั รา้ นกาแฟ สงั เกต
คนนนู้ คนนี้ แต่กลบั ไม่ไดส้ งั เกตเกี่ยวกบั สว่ นสงู ของลกู เลย ปลายฝนสงู
เกือบจะเท่าไหล่ฉัน ใบหนา้ แขนขา เร่ิมมีนา้ มีนวล ทัง้ หนา้ อกหนา้ ใจ
ทรวดทรงองเอวก็เร่ิมเห็นชดั ขึน้ ไม่แน่เธออาจเร่ิมกังวลเก่ียวกับรูปร่าง
ตวั เองจนขาดความม่นั ใจ บางทีอาจเป็นเวลาเหมาะท่ีจะพาปลายฝนไป
เลือกซอื้ เสือ้ ผา้ ใหม่
“พ่ีกวนิ วนั นไี้ มต่ อ้ งไปรบั เดก็ ๆ นะเด๋ยี ววาไปรบั เอง” ฉนั เดนิ ลง
มาชนั้ ลา่ ง กวนิ กาลงั กวาดบา้ นอยู่
“เอาง้ันเหรอ พ่ีว่าวันนีจ้ ะพาเด็ก ๆ ไปซือ้ เมล็ดพืชมาปลกู ผัก
ขา้ งบา้ น พอดีเม่ือคืนพ่ีนึกขึน้ ได้ ปลายฝนเคยซือ้ ตน้ ไมม้ าเลีย้ ง ตอนเรา
อยู่บา้ นเก่าใช่มัย้ สุดทา้ ยก็ตาย พ่ีเห็นข้างบา้ นเราโล่ง ๆ เลยคิดว่าจะ
ชวนเดก็ ๆ มาปลกู ผกั กนั ” เขาหยดุ กวาดพนื้ ทนั ที
“จาได้ ตอนนน้ั ปลายฝนซมึ เป็นอาทิตยเ์ ลย ดีนะพ่ี เด็ก ๆ จะได้
มีอะไรทา งนั้ วาพาไปเอง พ่ีเอาอะไรไหม” ฉันพูดพรอ้ มกับเดินไปหยิบ
กญุ แจรถ
“เอาเมลด็ ตน้ โหระพา มะเขอื พรกิ แคน่ พี้ อ”
๙๖
“อย่างอ่นื ละ่ อยากกินอะไรเพิ่มไหม” ฉนั ถาม
“ไม่เอาครับ น้องอยากกินอะไรก็ซื้อมาเลย เด๋ียวเย็นนี้พ่ี
ทากบั ขา้ วเอง”
“แม่ไปไหนละ เม่อื กีเ้ หน็ น่งั อย่ตู รงโซฟาไม”้
“เห็นเดนิ เขา้ หอ้ งบอกว่าจะเอาผา้ มาน่งั เย็บต่อ พ่ีบอกไปแลว้ นะ
ว่าจะไปหยบิ ให้ แมบ่ อก ‘ฉนั แก่แตฉ่ นั กม็ ีมือมีตนี เดนิ ไปหยิบเองได้ ยงั ไม่
ถึงขั้นเป็นง่อย’ แบบนี”้ เขาเล่าพรอ้ มกับทาเสียงเลียนแบบแม่ตัวเอง
จนฉนั หลดุ ขาออกมา โชคดที ่แี ม่ไมไ่ ดย้ ิน
เข็มนาฬิกาบอกเวลาใกลเ้ ลิกเรียน ฉนั ขบั รถออกไปรบั เด็ก ๆ ท่ี
โรงเรียน พอถึงหนา้ โรงเรียนเห็นเด็ก ๆ กาลงั ทยอยเดินออกจากประตู
ฉนั โทรศพั ทห์ าลกู สาวทนั ที
เด็กน้อยสองคนกาลังเดินออกมาขึน้ รถ พวกเขายกมือไหว้
ระหว่างทางเราพูดคุยถึงเหตุการณ์วันนีว้ ่าเรียนอะไรบ้าง สนุกไหม
กบั ขา้ วอรอ่ ยหรอื เปลา่ ถงึ สว่ นใหญ่จะเป็นตน้ หนาวพดู กต็ าม ปลายฝนก็
เร่มิ โตต้ อบบทสนทนาบา้ งแลว้
พวกเรามาถึงหา้ ง ฉันบอกเด็ก ๆ ว่ากาลงั จะไปซือ้ ของ แต่พา
เดินเข้ามาตรงโซนเสื้อผ้าชุดชั้นในสาหรับเด็ก ท่าทีของปลายฝนดู
เปลย่ี นไป ถึงภายนอกดนู ่งิ แตแ่ ววตาของเธอเป็นประกายขนึ้ มาเล็กนอ้ ย
๙๗
“ฝนว่าเสือ้ ซับในตวั นีน้ ่ารกั ไหม” ฉันถามพรอ้ มกับหยิบเสือ้ ซบั
ในสฟี า้ อ่อน
“น่ารกั ดีคะ่ ” เธอตอบ
“งน้ั เด๋ยี วแมซ่ อื้ ให”้ ฉนั พดู เธอมองฉนั ดว้ ยความประหลาดใจ
ฉนั ยิม้ แลว้ บอกลกู ดว้ ยนา้ เสียงใจเย็น ถึงปลายฝนไม่พดู แต่ฉัน
รับรูไ้ ด้ว่าเธอกังวลเก่ียวกับรูปร่างของตัวเองมากจนไม่กล้าบอกใคร
พอฟังจบเธอเลือกหยิบตวั สีฟา้ อ่อน ฉันจึงเปลีย่ นมาแนะนาประเภทของ
เสือ้ ซบั ในตอ่
“แม่เร่ิมใส่เสือ้ ซับตอนอายุเท่าหนูเหมือนกันนะ ตอนนีแ้ ม่ก็ใส่
อยู่ รา่ งกายเราเปล่ยี นแปลงเป็นเรอื่ งปกติ จะเอว ขา หนา้ อก หรอื สว่ นสงู
เราหา้ มไม่ได้ แตค่ อ่ ย ๆ เรยี นรูแ้ ลว้ ทาความเคยชิน แมจ่ ะคอยช่วยหน”ู
ฉนั เวน้ ช่วงแลว้ จงึ พดู ต่อ
“แม่รูว้ ่าฝนเป็นคนเกง่ เป็นเดก็ ดเี ช่ือฟังพอ่ แม่ตลอด จนบางครงั้
แม่ก็สนใจนอ้ งมากเกินไปจนลืมใส่ใจความรูส้ ึกของลกู อยากใหห้ นรู ูว้ ่า
แม่รกั ลกู สาวของแม่มาก แม่ขอโทษนะ”
ฉนั ลบู หวั เธอ ความจรงิ อยากดงึ ลกู เขา้ มากอด แต่เธอคงอยาก
ไดพ้ นื้ ท่สี ว่ นตวั จากท่ีสงั เกตปลายฝนไมช่ อบใหใ้ ครมาโดนตวั เธอนกั
๙๘
ฉันแอบสังเกตเห็นเธอก้มหน้าลงยกมือขึน้ ปาดนา้ ตา ฉันยิม้
ดว้ ยความเอ็นดู หลงั จากเลือกซือ้ เสือ้ ผา้ เสร็จ ปลายฝนก็เดินมากอดฉนั
แน่น ฉนั ยมิ้ ยกแขนขนึ้ กอดโยกตวั เธอเอนไปมาเบา ๆ เพ่อื ปลอบเธอ
“ขอบคุณค่ะ” คาพูดขอบคุณของลกู สาวถึงจะเบาแต่ฉนั ไดย้ ิน
ชดั เจน
“ต่อจากนีเ้ ราก็มาพยายามด้วยกนั ในทุก ๆ เรื่อง”
ฉันพูดจบ เสียงสูดนา้ มูกก็ดังขึน้ เบา ๆ ลูกสาวคนเก่งของฉัน
รอ้ งไหเ้ สยี แลว้
หลงั จากซอื้ ของครบทกุ อยา่ งก็ไดเ้ วลากลบั บา้ น
ตอนตัดสินใจย้ายมาอยู่ท่ีน่ี ฉันค่อนข้างกังวลพอสมควร
ทุกอย่างดใู หม่สาหรบั เรา การใชช้ ีวิตไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไป และ
ฉันไม่รูส้ ึกผิดหวังในการตัดสินใจเลยแม้แต่น้อย พวกเราทุกคนใน
ครอบครัวมีช่วงเวลาท่ียากลาบากเหมือนกัน ทั้งฉันและ พ่ีกวิน
โดยเฉพาะลกู ทงั้ สองคน
สภาพแวดลอ้ มและสังคมของคนท่ีน่ีแตกต่างจากกรุงเทพฯ
การใหเ้ ด็ก ๆ ได้อยู่กับธรรมชาติถือเป็นเร่ืองดี การให้ธรรมชาติคอย
เยียวยาสภาพจิตใจของพวกเขา ใหพ้ วกเขาไดว้ ่งิ เลน่ หวั เราะตามวยั ของ
เขา การอย่ใู นเมืองท่ีมีแต่ความสะดวกสบาย ทนั สมยั และตึกมากมาย
๙๙
อาจทาให้พวกเขาถูกยุคสมัยกลืนความเป็นเด็กหายไป ฉันอาจจะ
หัวโบราณแต่รู้สึกได้เลยว่าเด็กสมัยนีค้ วามคิดความอ่านโตเกินวัย
บางคนเรียนรูเ้ ร่อื งของผใู้ หญ่เรว็ จนน่ากลวั
ฉันอยากใหล้ กู ทงั้ สองคนเติบโตตามวยั อยากใหพ้ วกเขาเรียนรู้
ความลาบาก มภี มู ิคมุ้ กนั พอจะต่อสกู้ บั โลกภายนอกได้ ฉนั อยากใหพ้ วก
เขาโตไปเป็นผใู้ หญ่ในแบบท่อี ยากเป็น ฉันจะคอยสนบั สนุนเขาอย่เู สมอ
คอยดพุ วกเขาถา้ หากทาเรื่องไม่ดี และสิ่งสดุ ทา้ ยท่ฉี นั อยากใหพ้ วกเขามี
เสมอมา
... อยากให้พวกเขามีความสุข และต่อให้โลกจะใจร้ายกบั
พวกเขาขนาดไหน ฉันจะเป็ นคนหนึง่ ทีอ่ ย่เู คยี งข้างเขา ...
๑๐๐