The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ศิรินทิพย์, 2023-10-13 02:06:16

วิจัย

เล่ม

Keywords: Chompoo

43 ตารางที่ 1 : แสดงรายการประเมินความเหมาะสมของการพัฒนาผลการเรียนรู้ด้านสถิติของนักเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้นวัตกรรม SAKORN Model จากผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 คน (ต่อ) ประเด็นที่ประเมิน รายการประเมิน ̅ . สมรรถนะนักเรียน สมรรถนะมีความสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ 4.67 0.58 ระบุสมรรถนะที่ใช้มีความถูกต้อง ชัดเจนและครบถ้วน 4.67 0.58 สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ครบถ้วน สัมพันธ์กับจุดประสงค์การเรียนรู้ 4.67 0.58 สาระการเรียนรู้สอดคล้องกับสาระสำคัญ 4.67 0.58 รูปแบบวิธีการจัด ประสบการณ์เรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้มีความเหมาะสม ครบถ้วนทุกขั้นตอน ตามวิธีการสอน หรือกระบวนการ ที่ระบุไว้ในแผนการ จัดการเรียนรู้ 5.00 0.00 กิจกรรมการเรียนรู้หลากหลาย เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 4.00 0.00 กิจกรรมการเรียนรู้มีกลยุทธ์ในการจัดการเรียนรู้ ส่งเสริม ความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน 4.33 0.58 กิจกรรมการเรียนรู้จัดเรียงลำดับขั้นตอนอย่างชัดเจน สอดคล้องกับนวัตกรรม SAKORN Model 4.33 0.58 กิจกรรมการเรียนรู้คลอบคลุมการพัฒนาผู้เรียน 4.00 0.00 สื่อการเรียนการสอน / แหล่งการเรียนรู้ นวัตกรรม / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้ มีความสัมพันธ์กับ กิจกรรมสอดคล้องกับการเรียนรู้ 4.00 0.00 มีหลักฐานประกอบ อาทิ สื่อ ใบกิจกรรม ใบความรู้ เครื่องมือวัด ฯ ที่ปรากฏในแผนการจัดการเรียนรู้ครบถ้วน 3.67 0.58 สื่อการเรียนรู้ช่วยส่งเสริมและกระตุ้นให้ผู้เรียนสามารถฝึก ปฏิบัติได้ด้วยตัวเองและฝึกปฏิบัติเป็นกลุ่ม 4.33 0.58 การวัดและประเมินผล ระบุเครื่องมือสำหรับวัดและประเมินผลอย่างชัดเจน 3.67 0.58 มีผลงาน / ชิ้นงาน / ภาระงานซึ่งเป็นหลักฐานการเรียนรู้ 4.00 1.00 การวัดและประเมินผลมีเครื่องมือและเกณฑ์ที่ใช้ได้ตรงตาม มาตรฐานการเรียนรู้ตัวชี้วัดและวัดได้ครบถ้วนตรงตาม จุดประสงค์การเรียนรู้ 4.00 0.00 การวัดและประเมินผล เน้นการประเมินตามสภาพจริง 3.67 0.58 การวัดและประเมินผล สนองต่อการส่งเสริมผลการเรียนรู้ ทางการเรียน 4.37 0.58 จากตารางที่ 1 พบว่า แต่ละรายการที่ประเมินของแต่ละประเด็นมีค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 4.37 ซึ่งผ่าน เกณฑ์ประเมินขั้นต่ำคือ 3.50 ดังนั้น จึงสรุปว่าการพัฒนาผลการเรียนรู้เรื่องสถิติ โดยใช้นวัตกรรม SAKORN Model


44 2.2 การหาประสิทธิภาพเชิงประจักษ์(Empirical Approach) วิธีการหาประสิทธิภาพ เชิงประจักษ์ของการพัฒนาผลการเรียนรู้เรื่องสถิติ โดยใช้นวัตกรรม SAKORN Model จะใช้วิธีการเทียบ กับเกณฑ์ประสิทธิภาพ E1/E2 = 70/70 โดยนำการพัฒนาผลการเรียนรู้เรื่องสถิติ โดยใช้นวัตกรรม SAKORN Model ที่หาประสิทธิภาพเชิงเหตุผลแล้วไปทดลองกับกลุ่มนักเรียนที่เป็นคนละกลุ่มกับกลุ่ม ตัวอย่างหรือกลุ่มเป้าหมายการวิจัย แต่ตามข้อตกลงดังระบุในบทที่ 3 ว่า เนื่องด้วยปัจจัยจำกัดบาง ประการคือขาดโรงเรียนที่มีบริบทใกล้เคียงกัน การทำวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยขอละเว้นการหาประสิทธิภาพเชิง ประจักษ์ของการพัฒนาผลการเรียนรู้เรื่องสถิติ โดยใช้นวัตกรรม SAKORN Model ดังข้อตกลงแล้วในบท ที่ 3 การพัฒนาผลการเรียนรู้ 1. คะแนนผลการเรียนรู้ จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง การพัฒนาผลการเรียนรู้ด้านสถิติ เรื่องสถิติศาสตร์เชิง พรรณนาและสถิติศาสตร์เชิงอนุมานของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้นวัตกรรม SAKORN Model กับกลุ่มตัวอย่าง คะแนนผลการเรียนรู้ของกลุ่มตัวอย่างแสดงดังตารางที่ 2 ตารางที่ 2: แสดงคะแนนผลการเรียนรู้เรื่อง สถิติศาสตร์เชิงพรรณนาและสถิติศาสตร์เชิงอนุมาน จาก การจัดกิจกรรมการเรียนรู้กิจกรรมการเรียนรู้โดยทดลองใช้นวัตกรรม SAKORN Model กับกลุ่มตัวอย่าง คะแนนเต็มเท่ากับ 80 คะแนน นักเรียน (คน) คะแนน คิดเป็นร้อยละ 1 60 75 2 65 81.25 3 62 77.50 4 61 76.25 5 65 81.25 6 65 81.25 7 78 97.50 8 72 90 9 60 75 10 64 80


45 ตารางที่ 2: แสดงคะแนนผลการเรียนรู้เรื่อง สถิติศาสตร์เชิงพรรณนาและสถิติศาสตร์เชิงอนุมาน จาก การจัดกิจกรรมการเรียนรู้กิจกรรมการเรียนรู้โดยทดลองใช้นวัตกรรม SAKORN Model กับกลุ่มตัวอย่าง คะแนนเต็มเท่ากับ 80 คะแนน (ต่อ) นักเรียน (คน) คะแนน คิดเป็นร้อยละ 11 78 97.50 12 75 93.75 13 75 93.75 14 72 90 15 58 72.50 16 64 80 17 67 83.75 18 70 87.50 19 65 81.25 20 73 91.25 21 70 87.50 22 78 97.50 23 70 87.50 24 63 78.75 25 60 75 26 79 98.75 27 64 80 28 64 80 29 63 78.75 30 76 95 รวม 30 คน รวมคะแนน 2036 ̅ 67.86 Sd 6.27 หรือ ร้อยละค่าคะแนนเฉลี่ย 82.36


46 จากตารางที่ 2 เรื่อง สถิติศาสตร์เชิงพรรณนาและสถิติศาสตร์เชิงอนุมาน จากการจัดกิจกรรม การเรียนรู้กิจกรรมการเรียนรู้โดยทดลองใช้นวัตกรรม SAKORN Model กับกลุ่มตัวอย่างค่าร้อยละ คะแนนเฉลี่ยของผลการเรียนรู้เท่ากับ 67.86 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 6.27 และคิดเป็น ร้อยละ 82.36 2. การเปรียบเทียบผลการเรียนรู้ เมื่อใช้วิธีการทางสถิติOne Sample t-Test วิเคราะห์เปรียบเทียบร้อยละค่าคะแนนเฉลี่ย ระดับชั้นเรียนของผลการเรียนรู้เรื่อง เรื่อง สถิติศาสตร์เชิงพรรณนาและสถิติศาสตร์เชิงอนุมานของกลุ่ม ตัวอย่างที่เกิดจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยนวัตกรรม SAKORN Model กับค่าร้อยละค่าคะแนน เฉลี่ยผลการเรียนรู้ที่กำหนดคือดีมาก(80 ขึ้นไป) ดี (65 – 79) พอใช้(55 - 64) และต้องปรับปรุง (ต่ำ กว่า 54) ผลการเปรียบเทียบแสดงดังตารางที่ 3 ตารางที่ 3: สถิติศาสตร์เชิงพรรณนาและสถิติศาสตร์เชิงอนุมานของกลุ่มตัวอย่างซึ่งถูกจัดกิจกรรมการ เรียนรู้โดยทดลองใช้นวัตกรรม SAKORN Model กับค่าร้อยละค่าคะแนนเฉลี่ยผลการเรียนรู้ร้อยละ 70 ซึ่งเกณฑ์ดังกล่าวตามเกณฑ์มาตรฐานของโรงเรียน เมื่อ α = 0.05 หรือที่ระดับความเชื่อมั่น 95% และ คะแนนเต็มของร้อยละค่าเฉลี่ย 70 คะแนน ตารางที่ 3.1 One –Sample Statistics ร้อยละค่าคะแนนเฉลี่ยและระดับผลการเรียนรู้จากนวัตกรรม การเรียนรู้เดิมก่อนทำการวิจัย ร้อยละค่าคะแนนเฉลี่ยและระดับผลการเรียนรู้จากนวัตกรรม การเรียนรู้ที่สร้างหรือพัฒนา ร้อยละค่าคะแนนเฉลี่ย ระดับผลการเรียนรู้ ร้อยละค่าคะแนนเฉลี่ย ระดับผลการเรียนรู้ 65 ดี 67.86 ดี One –Sample Statistics จำนวน (คน) N ร้อยละค่า คะแนนเฉลี่ย ระดับชั้นเรียน () ̅̅̅ ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน () เกณฑ์ระดับและค่าร้อยคะแนนเฉลี่ยของผลการ เรียนรู้ที่ใช้เทียบกับค่าร้อยคะแนนเฉลี่ยของผลการ เรียนรู้ทดลองใช้นวัตกรรมที่สร้างหรือพัฒนา 30 67.86 6.27 เกณฑ์มาตราฐานของโรงเรียน 65 ผลการเรียนรู้ ระดับ ดี ค่าร้อยละผลการเรียนรู้ระดับชั้นที่เทียบ 80 ขึ้นไป ระดับ ดีมาก


47 One –Sample Statistics t df Sig. (2-tailed) Confidence Level (%) 0.006 29 0.995 95 จากตารางที่ 3 เมื่อทำการวิเคราะห์เปรียบเทียบผลการเรียนรู้เรื่อง สถิติ โดยใช้นวัตกรรม SAKORN Model กับผลการเรียนรู้ที่นำมาเป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ ด้วยวิธีการทางสถิติ One-Sample t-Test แบบ 2 ทาง พบว่า t มีค่าเท่ากับ 0.006 df มีค่าเท่ากับ 29 ค่า p-valueเท่ากับ 0.00 ซึ่งน้อยกว่า ค่า α ที่ 0.05 ดังนั้น จึงสรุปว่า 1. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง สถิติโดยใช้นวัตกรรม SAKORN Model ของกลุ่มตัวอย่าง แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ α ที่ 0.05 หรือที่ระดับความเชื่อมั่น 95% 2. เมื่อเปรียบเทียบร้อยละค่าคะแนนเฉลี่ยผลการเรียนรู้จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสถิติ โดยใช้นวัตกรรม SAKORN Model กับร้อยละค่าคะแนนผลการเรียนรู้ผลการเรียนรู้ตามเกณฑ์ มาตราฐานของโรงเรียน ซึ่งสูงกว่า พบว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสถิติโดยใช้นวัตกรรม SAKORN Model ทำให้ผลการเรียนรู้ของกลุ่มตัวอย่างสูงกว่า ร้อยละค่าคะแนนผลการเรียนรู้ผลการเรียนรู้ตาม เกณฑ์มาตรฐานของโรงเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ α = 0.05 หรือที่ระดับความเชื่อมั่น 95% 3. เมื่อเปรียบเทียบระดับผลการเรียนรู้เรื่องสถิติโดยใช้นวัตกรรม SAKORN Model ระดับผล การเรียนรู้ตามเกณฑ์มาตรฐานของโรงเรียน คือที่ระดับ ดีมาก พบว่า ระดับผลการเรียนรู้จากการจัด กิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสถิติโดยใช้นวัตกรรม SAKORN Model สูงกว่า กับระดับผลการเรียนรู้ตาม เกณฑ์ที่กำหนด จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังตารางที่ 3 จึงสรุปว่าการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง สถิติโดยใช้ นวัตกรรม SAKORN Model มีผลต่อการพัฒนาผลการเรียนรู้ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนอุตรดิตถ์ดรุณีอำเภอเมืองจังหวัดอุตรดิตถ์ซึ่งสอดคล้อง กับสมมติฐานการวิจัยที่กำหนดว่าจาก ผลการทบทวนงานวิจัยที่เกี่ยวข้องดังกล่าว แล้วสมมติฐานที่1 ผลการวิจัยของคุรุสภาวิทยาจารย์ (2564) พบว่า ภายหลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสถิติเบื้อจงต้น พบว่านักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ที่ระดับมาก (3.83 - 4.22) จากการสนับสนุนด้วยผลการวิจัยที่เกี่ยวข้องดังกล่าว ผู้วิจัยจึงกำหนดสมมติฐานการวิจัยที่ 2 ว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วย SAKORN Model มีผลต่อ ระดับความพึงพอใจของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่6


48 ระดับความพึงพอใจ จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง สถิติ โดยทดลองใช้นวัตกรรม SAKORN Model กับ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา2565 จำนวน 30 คนเมื่อวิเคราะห์ระดับความพึงพอใจ ผลการวิเคราะห์แสดงดังตารางที่ 4 ตารางที่ : 4 แสดงความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 30 คน ที่ มีต่อการใช้นวัตกรรม SAKORN Model เรื่อง สถิติเพื่อพัฒนาผลการเรียนรู้ด้านสถิติ ประเด็นและรายการที่ประเมิน ̅ . ระดับความพึงพอใจ เนื้อหารายวิชา รายวิชามีการลำดับเนื้อหาอย่างต่อเนื่องและเหมาะสมเข้าใจง่าย 3.13 0.97 ปานกลาง เนื้อหามีความเหมาะสมตามวัตถุประสงค์ของรายวิชา 2.73 0.87 ปานกลาง เนื้อหาไม่ซ้ำซ้อนกับวิชาอื่น 2.80 1.06 ปานกลาง เนื้อหามีความเหมาะสมกับระยะเวลาเรียน 2.93 1.05 ปานกลาง รวม 2.90 0.99 ปานกลาง การจัดการเรียนการสอน บรรยากาศในการเรียนมีความเหมาะสมในการเรียน 2.83 0.87 ปานกลาง เอกสาร/สื่อการสอนประกอบการจัดการการสอนมีความเหมาะสม 3.13 1.00 ปานกลาง มีความสุขในการเรียน 2.93 0.87 ปานกลาง รวม 2.96 0.91 ปานกลาง ครูผู้สอน เลือกกิจกรรมในห้องเรียนที่มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับบทเรียน 3.03 0.85 ปานกลาง กระตุ้นให้นักเรียนมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนการสอน 3.33 1.12 ปานกลาง อธิบายเนื้อหาสาระเข้าใจง่าย 3.23 0.86 ปานกลาง สร้างบรรยายในห้องเรียนให้น่าสนใจ 3.13 0.82 ปานกลาง มีบุคลิกภาพที่น่าเชื่อถือและมีความตรงต่อเวลา 3.07 0.87 ปานกลาง รวม 3.16 0.90 ปานกลาง


49 ตารางที่ : 4 แสดงความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 30 คน ที่ มีต่อการใช้นวัตกรรม SAKORN Model เรื่อง สถิติ เพื่อพัฒนาผลการเรียนรู้ด้านสถิติ (ต่อ) ประเด็นและรายการที่ประเมิน ̅ . ระดับความพึงพอใจ เทคนิคและวิธีสอน มีการสอดแทรกประสบการณ์และอธิบายวิธีการนำไปใช้ประโยชน์ 2.97 1.07 ปานกลาง ให้นักเรียนซักถาม แสดงความคิดเห็น และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ตามความเหมาะสม 3.30 1.20 ปานกลาง ใช้เทคนิควิธีการสอนต่างๆเพื่อให้นักเรียนเกิดความสนใจและติดตามการ สอน 3.13 0.86 ปานกลาง มีการสอดแทรกข้อคิดเห็นด้านคุณธรรมจริยธรรมและความรับผิด 2.80 1.06 ปานกลาง รวม 3.05 1.05 ปานกลาง สื่อการเรียนรู้ คำแนะนำมีความชัดเจน เข้าใจง่าย 3.23 0.68 ปานกลาง มีตัวอย่างและคำชี้แจงชัดเจน 3.27 0.94 ปานกลาง มีเนื้อหายากง่ายที่เหมาะสม 3.10 1.00 ปานกลาง สอดคล้องกับกิจกรรมการเรียนรู้ 3.03 1.10 ปานกลาง รวม 3.16 0.93 ปานกลาง การวัดและประเมิน มีส่วนร่วมในการประเมินผลการเรียนรู้ 2.97 0.81 ปานกลาง มีการประเมินผลการเรียนรู้รายบุคคลและรายกลุ่ม 3.07 1.02 ปานกลาง มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน 2.83 0.91 ปานกลาง ทราบผลการเรียนรู้ของตนและของกลุ่ม 3.07 0.94 ปานกลาง รวม 2.99 0.92 ปานกลาง รวมทั้งหมด 3.04 0.95 ปานกลาง จากตารางที่ 4 พบว่า เมื่อวิเคราะห์โดยภาพรวม นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียน อุตรดิตถ์ดรุณี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 30 คน มีความพึงพอใช้ต่อการใช้นวัตกรรม SAKORN Model จัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสถิติ เพื่อพัฒนาผลการเรียนรู้ด้านสถิติ ระดับปานกลาง (̅ =3.04 . = 0.95) แต่เมื่อวิเคราะห์เป็นรายด้านโดยเรียงลำดับระดับค่าเฉลี่ยจากระดับมากสุดไป หาน้อยสุด 3 ลำดับ พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อด้านสื่อการเรียนรู้(̅ = 3.16 = 0.93 สูงสุด มีความพึงพอใจระดับมากรองลงมาคือด้านครูผู้สอน (̅ = 3.16 = 0.90) มีความพึงพอใจระดับมาก และลำดับสุดท้ายคือด้านเทคนิคและวิธีสอน (̅ = 3.05 = 1.05) มีความพึงพอใจระดับมาก


บทที่ 5 สรุป อภิปราย และข้อเสนอแนะผลการวิจัย สรุปผลการวิจัย เป้าหมายของการวิจัยเพื่อต้องการพัฒนาผลการเรียนรู้เรื่อง สถิติของกลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนอุตรดิตถ์ดรุณี ภาคเรียนที่2 ปีการศึกษาที่ ผ่านมา ซึ่งเป็นกลุ่มตัวอย่าง ทั้งนี้เพราะว่าจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วย Metacognition พบว่า กลุ่ม ตัวอย่างมีผลการเรียนรู้ที่ระดับดี เมื่อเทียบกับเกณฑ์ของมาตรฐานของโรงเรียน ซึ่งต้องการที่จะพัฒนา ระดับผลการเรียนรู้ดังกล่าวต่ำ ไปสู่เกณฑ์ประเมินระดับผลการเรียนรู้ระดับดีมากของชั้นเรียน ด้วยสาเหตุ ดังกล่าว ผู้สอนจึงต้องการทำการวิจัยเพื่อพัฒนาผลการเรียนรู้เรื่องสถิติ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้นวัตกรรม SAKORN Model ของโรงเรียนอุตรดิตถ์ดรุณี โดยอาศัย วิธีการ ของนวัตกรรม SAKORN Model ของศักดิ์ชาย ขวัญสิน ซึ่งเป็นผลจากการทบ บทวนเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องผู้สอนจึงพัฒนาผลการเรียนรู้ เรื่องสถิติ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 6 โดยใช้นวัตกรรม SAKORN Model พร้อมทั้งกำหนดสมมติฐานการวิจัยว่า การทดลองใช้นวัตกรรม SAKORN Model จัดกิจกรรมการเรียนรู้จะมีผลต่อการพัฒนาผลการเรียนรู้เรื่องสถิติ ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนอุตรดิตถ์ดรุณี และระดับความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่าง เมื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง สถิติ กับกลุ่มตัวอย่างโดยทดลองใช้นวัตกรรม SAKORN Model พบว่า 1. กลุ่มตัวอย่างมีผลการเรียนรู้เพิ่มขึ้นจากเดิม 2. ผลการเรียนรู้ของกลุ่มตัวอย่างผ่านเกณฑ์ประเมินผ่านระดับชั้นเรียน 3. ผลการเรียนรู้ของกลุ่มตัวอย่างอยู่ที่ระดับดี เมื่อเทียบกับเกณฑ์ของมาตรฐานของโรงเรียน ซึ่ง เท่ากับ ระดับผลการเรียนรู้เดิม 4. เมื่อเปรียบผลการเรียนรู้ของกลุ่มตัวอย่างกับเกณฑ์ดี ช่วงร้อยละของคะแนน 65 - 79 คะแนน ซึ่งเป็นเกณฑ์ของมาตรฐานของโรงเรียน ด้วย One – Sample t Test พบว่า ระดับผลการ เรียนรู้ของกลุ่มตัวอย่างสูงกว่าเกณฑ์ที่เทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ α 0.05 หรือที่ระดับความเชื่อมั่น 95% 5. เมื่อทำการประเมินระดับความพึงพอใจซึ่งกำหนดเป็น 6ด้าน ประกอบด้วย ด้านเนื้อหา รายวิชา ด้านการจัดการเรียนการสอน ด้านครูผู้สอน ด้านเทคนิคและวิธีการสอน ด้านสื่อการเรียนรู้ และด้านการวัดและประเมิน พบว่า เมื่อวิเคราะห์โดยภาพรวม กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจต่อการจัด


51 กิจกรรมการเรียนรู้โดยที่ระดับปานกลาง และมีความพึงพอใจเฉพาะต่อการใช้นวัตกรรม SAKORN Model ที่ระดับปานกลาง จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวข้อ 1 -5 สรุปว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยทดลองใช้ นวัตกรรม SAKORN Model มีผลต่อการพัฒนาผลการเรียนรู้เรื่อง สถิติ ของนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนอุตรดิตถ์ดรุณี ภาคเรียนที่2 ปีการศึกษาที่ผ่านมา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติα 0.05 หรือที่ระดับความเชื่อมั่น 95% และมีความพึงพอใจโดยภาพรวมที่ระดับปานกลาง เมื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง สถิติ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนอุตรดิตถ์ ดรุณีกับกลุ่มตัวอย่างโดยทดลองใช้นวัตกรรม SAKORN Model พบว่า 1. เมื่อเปรียบผลการเรียนรู้ของกลุ่มตัวอย่างกับเกณฑ์ผลการเรียนรู้ที่ระดับดีซึ่งเป็นเกณฑ์ของ มาตรฐานของโรงเรียน ด้วย One – Sample t Test พบว่า ผลการเรียนรู้ของกลุ่มตัวอย่างแตกต่างจาก เกณฑ์ดังกล่าวอย่างไม่มีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ α 0.05 หรือที่ระดับความเชื่อมั่น 95% 2. เมื่อทำการประเมินระดับความพึงพอใจซึ่งกำหนดเป็น 6ด้าน ประกอบด้วยด้านด้านเนื้อหา รายวิชา ด้านการจัดการเรียนการสอน ด้านครูผู้สอน ด้านเทคนิคและวิธีการสอน ด้านสื่อการเรียนรู้ และด้านการวัดและประเมิน พบว่า เมื่อวิเคราะห์โดยภาพรวม กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจต่อการจัด กิจกรรมการเรียนรู้โดยภาพรวมทุกด้านที่ระดับดีและมีความพึงพอใช้เฉพาะต่อการใช้นวัตกรรม SAKORN ที่ระดับปานกลาง จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวข้อ 1 -2 สรุปว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยทดลองใช้ นวัตกรรม SAKORN Model ไม่มีผลต่อการพัฒนาผลการเรียนรู้เรื่อง สถิติของนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนอุตรดิตถ์ดรุณี ภาคเรียนที่2 ปีการศึกษาก่อนหน้า อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติα 0.05 หรือที่ระดับความเชื่อมั่น 95% โดยมีการพัฒนาผลการเรียนรู้ที่เพิ่มขึ้นจากเดิม และมีความพึงพอใจ โดยภาพรวมที่ระดับปานกลาง อภิปรายผลการวิจัย จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวในบทที่ 4 ประเด็นที่จะหยิบยกขึ้นมาสู่การอภิปราย ผลการวิจัยประกอบด้วย ผลการพัฒนาผลการเรียนรู้ของนักเรียน และระดับความพึงพอใจของนักเรียน แต่ ละประเด็นดังกล่าว นำมาอภิปราย ดังนี้ 1. ผลการพัฒนาผลการเรียนรู้ของนักเรียน จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลในบทที่ 4 พบว่านักเรียนมีความพึงพอใจต่อการทดลองใช้ นวัตกรรม SAKORN Model จัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง สถิติ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ ที่ระดับ ปานกลาง ทั้งนี้เป็นเพราะว่า ผู้เรียนมีการศึกษาค้นคว้าและลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง อีกทั้งยังได้ทำงาน เป็นกลุ่มกับเพื่อนภายในห้อง มีการนำเสนองานที่ได้ทำ และเผยแพร่ผลงานเหล่านั้นไปยังกลุ่มสาระ


52 คณิตศาสตร์ ในรูปแบบของรูปเล่มรายงาน ซึ่งผลดังกล่าวสอดคล้องกับ วิธีการนวัตกรรม SAKORN Model ของศักดิ์ชาย ขวัญสิน (2564) ที่กล่าวว่า นวัตกรรม SAKORN Model สร้างขึ้นโดยอาศัย กระบวนการเรียนการสอนตามแนวการสอนใหม่โดยจำเป็นต้องนำสื่อหรือเครื่องมือและวิธีการที่ เหมาะสมเข้ามาช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ความเข้าใจและมีเจตคติที่ดีต่อการเรียน ครูผู้สอนจะต้องใช้ ความรู้ความสามารถและเทคนิคต่างๆ ในการจูงใจให้ผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการ เรียนรู้ได้ดีขึ้น (แสงเดือน ทวีสิน,2545: น.173) การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เหมาะสมและเอื้อต่อ การเรียนรู้สามารถตอบสนองความสนใจความแตกต่างระหว่างบุคคลของนักเรียนเพื่อให้นักเรียนเรียน เนื้อหาดังกล่าวไม่น่าเบื่อวิธีการสอนวิธีหนึ่งที่สามารถตอบสนองความสนใจของนักเรียนได้ดีคือ การ จัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามรูปแบบ SAKORN Model (ศกรโมเดล) ประกอบด้วยการดำเนินการเป็น ลำดับขั้นตอน 6 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นที่ 1 S: Search ขั้นตอนค้นหาข้อมูล ขั้นที่ 2 A: Active Learning ขั้นตอนการลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ขั้นที่ 3 K: Knowledge Management ขั้นตอนการรวบรวมข้อมูล ขั้นที่ 4 O: Obtain ขั้นตอนการนำผลการเรียนรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ ขั้นที่ 5 R: Reporting ขั้นตอนการจัดทำรายงานรูปเล่มและนำเสนอ ขั้นที่6 N: Networkขั้นตอนการสร้างเครือข่ายวิชาการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเน้นให้นักเรียนฝึกทักษะการแก้ปัญหา ใช้กระบวนการคิดอย่างมีเหตุผล มุ่งให้นักเรียนเรียนรู้ด้วยตนเองโดยครูเป็นเพียงผู้นำเสนอปัญหาและเป็นผู้กระตุ้นให้นักเรียนคิดและ ค้นคว้าด้วยตนเองรวมทั้งมุ่งเน้นให้นักเรียนเผชิญกับสถานการณ์ปัญหาวิเคราะห์สถานการณ์วางแผน ดำเนินการแก้ปัญหาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อค้นหาคำตอบของปัญหา จากการอภิปรายผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวข้างต้น จึงลงข้อสรุปว่า การจัดกิจกรรมการ เรียนรู้เรื่อง สถิติโดยการทดลองใช้นวัตกรรม SAKORN Model มีผลต่อ การพัฒนาผลการเรียนรู้ของ นักเรียนซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานการวิจัยที่กำหนดขึ้นคือ สมมติฐานวิจัยที่ 1 ว่าการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้เรื่องสถิติที่ใช้นวัตกรรม SAKORN Model มีผลต่อการเรียนรู้เรื่อง สถิติ ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่6 2. ระดับความพึงพอใจของนักเรียน จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลในบทที่ 4 พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการทดลองใช้นวัตกรรม SAKORN Model จัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง สถิติ ที่ระดับปานกลาง ทั้งนี้เป็นเพราะว่า ผู้เรียนมี การศึกษาค้นคว้าและลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง อีกทั้งยังได้ทำงานเป็นกลุ่มกับเพื่อนภายในห้อง มีการ นำเสนองานที่ได้ทำ และเผยแพร่ผลงานเหล่านั้นไปยังกลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ซึ่งผลดังกล่าวสอดคล้อง กับแนวคิดความพึงพอใจของ ธนียา ปัญญาแก้ว (2541) ได้ให้ความหมายว่า สิ่งที่ทำให้เกิด ความพึง


53 พอใจที่เกี่ยวกับลักษณะของงาน ปัจจัยเหล่านั้นนำไปสู่ความพอใจในงานที่ทำ ได้แก่ ความสำเร็จ การยก ย่อง ลักษณะงาน ความรับผิดชอบ และความก้าวหน้า เมื่อปัจจัยเหล่านี้อยู่ต่ำกว่า จะทำให้เกิดความไม่ พอใจงานที่ทำ ถ้าหากงานให้ความก้าวหน้า ความท้าท้าย ความรับผิดชอบ ความสำเร็จและการยก ย่องแก่ผู้ปฏิบัติงานแล้ว พวกเขาจะพอใจและมีแรงจูงใจในการทำงานเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ผลการ วิเคราะห์ดังกล่าวยังสอดคล้องกับงานวิจัยของ ศักดิ์ชาย ขวัญสิน (2564) ที่ทำการวิจัยเรื่องทำการวิจัย เรื่อง การพัฒนาผลการเรียนรู้เรื่อง สถิติเบื้องต้น โดยใช้นวัตกรรม SAKORN Model โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ผลการวิจัยพบว่า ความพึงพอใจของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติเบื้องต้น โดย ภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง จากการอภิปรายผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวข้างต้น จึงลงข้อสรุปว่า การจัดกิจกรรมการ เรียนรู้เรื่อง สถิติโดยนวัตกรรม SAKORN Model มีผลต่อระดับความพึงพอใจของนักเรียน ซึ่ง สอดคล้องกับสมมติฐานการวิจัยที่กำหนดขึ้น คือ นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ที่ระดับปานกลาง ข้อเสนอแนะ 1. ข้อเสนอการเรียนรู้การใช้ประโยชน์ผลการวิจัย 1.1 การจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ SAKORN Model จะต้องคำนึงถึงลำดับขั้นตอนการ จัดการเรียนรู้ให้กับนักเรียน เพราะ นักเรียนจะได้รับการเรียนรู้อย่างเป็นลำดับขั้นตอน กระตุ้นความคิด รวบยอด การจัดการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง และนำผลงานที่ได้ไปนำเสนอและเผยแพร่ทางวิชาการ โดยมีครูเป็นที่ปรึกษาและคอยแนะนำตลอดการจัดการเรียนการสอน 1.2 การจัดการเรียนโดยใช้รูปแบบ SAKORN Model ครูควรอธิบายให้ชัดเจนว่าบทบาทของ ตนนั้นเป็นอย่างไร เพื่อเป็นการกระตุ้นการช่วยเหลือซึ่งกันและกันของนักเรียนภายในกลุ่ม 2. ข้อเสนอแนะการศึกษาเพิ่มเติมหรือวิจัยต่อยอด 2.1 ควรศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการสอนด้วย SAKORN Model ผสมผสานกับวิธีการสอนใน รูปแบบอื่นๆ ทั้งนี้เพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ด้วย SAKORN Mode ให้เข้ากะบยุคสมัยสังคมปัจจุบัน


54 เอกสารอ้างอิง กาญจนา อรุณสุขรุจี (2546). ความพึงพอใจของสมาชิกสหกรณ์ต่อการดำเนินงานของสหกรณ์ การเกษตรไชยปราการจำกัด อ.ไชยปราการ จ. เชียงใหม่. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. การพัฒนาระบบสถิติในประเทศไทย. 2566 ครุรักษ์ ภิรมย์รักษ์ (2544). เรียนรู้และฝึกปฏิบัติการวิจัยในชั้นเรียน.(พิมพ์ครั้งที่4). ชลบุรี: โรงพิมพ์ งามช่าง. คุรุสภาวิทยาจารย์JOURNAL OF TEACHER PROFESSIONAL DEVELOPMENT : 2564 ทวีพงษ์หินคำ (2541). ). ความพึงพอใจของประชาชนต่อการควบคุมการจราจรด้วยระบบ คอมพิวเตอร์ในเขต อ.เมือง จ.เชียงใหม่. การค้นคว้าแบบอิสระรัฐศาสตร มหาบัณฑิต, สาขาวิชาการเมือง และการปกครอง บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. ธนียา ปัญญาแก้ว (2541). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความพึงพอใจในงานของข้าราชการครู ในจังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์รัฐศาสตร์มหาบัณฑิต,สาขาวิชาการเมืองและการปกครอง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. บุญชม ศรีสะอาด (2556). การวิจัยเบื้องต้น. เชียงราย : คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย บุญใจ ศีรสถิตย์นรากูล, (2547). ระเบียบวิธีการวิจัยทางพยาบาลศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : บริษัทยูแอนด์ไอ อินเตอร์มีเดีย จำกัด,2547. นงลักษณ์ เขียวมณี(2562). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ และเทคโนโลยีและความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยวิธีการ จัดการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน. (วิทยานิพนธ์ ปริญญามหาบัณฑิต). ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยราชภัฏ วิไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์. นฤมิต พงษ์พานิช (2561). วิชาสถิติคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (เชียงใหม่) ปรียากร วงศ์อนุตรโรจน์ (2535). จิตวิทยาการบริหารงานบุคคล. กรุงเทพฯ: ศูนย์สื่อเสริมกรุงเทพ เผชิญ กิจระการ (2544). ดัชนีประสิทธิผล.มหาสารคาม: ภาควิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ราชบัณฑิตยสถาน. (2546). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ: อักษรเจริญทัศน์


55 พชิต ฤทธิ์จรูญ. 2551. การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้: ปฏิบัติการวิจัยในชั้นเรียน. พรพรรณ เสาร์คำเมืองดี. (2562). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 โดยการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยศิลปากรกรุงเทพมหานคร : วิทยาลัยการฝึกหัดครูมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร. พรรณี ลีกิจวัฒนะ(2559).วิธีการวิจัยทางการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 11. กรุงเทพฯ: มีน เซอร์วิสซัพพลาย. ไพศาล วรคำ (2559). วิธีการวิจัยทางการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพฯ: ตักสิลาการพิมพ์ ไพโรจน์ คะเชนทร์ (2556).มปป. การวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน. (ออนไลน์) เข้าถึงได้จาก : http://www.wattoongpel.com/ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 (ฉบับแก้ไข พุทธศักราช 2545). กรุงเทพฯ : โรง พิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (2556) ประมวลสาระชุดวิชา การพัฒนาเครื่องมือสําหรับการ ประเมินการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เยาวดี รางชัยกุลวิบูลย์ศรี. 2552). การวัดผลและการสร้างแบบสอบผลสัมฤทธิ์ (พิมพ์ครังที 8). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. รัตนะ บัวสนธ์(2552). การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา . กรุงเทพมหานคร คำสมัย. วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม (2541). การจัดการสมัยใหม่. กรุงเทพฯ : สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทยญี่ปุ่น). วิรุฬ พรรณเทวี (2542). ความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการของหน่วยงานกระทรวง มหาดไทยใน อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน. วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาการเมืองและการปกครอง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. ศักดิ์ชาย ขวัญสิน (2564). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องสถิติ โดยการใช้บริบทเป็นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านปงแม่ลอบ จังหวัดลำพูน. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่/ เชียงใหม่. สุเทพ พานิชพันธุ์ (2541). ความพึงพอใจของเกษตรกรในการเข้าร่วมโครงการปรับโครงสร้างและ ระบบการผลิตการเกษตร จังหวัดอุบลราชธานี สมนึก ภัททิยธนี (2558). การวัดผลการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 10. กาฬสินธุ์: ประสานการพิมพ์.


56 สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน. 2560 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ2554 สำนักงานสภาสถาบันราชภัฏ 2544: 32 สำนักงานสถาบันราชภัฏ 2544:33 แสงเดือน ทวีสิน (2545).จิตวิทยาการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ไทยเส็ง. อาจารย์อิสระ ทับสีสด. 2565 Davis 1992:104 https://ams.kku.ac.th/ https://doa.go.th. 2566 https://www.thetsis.com/blank-11. 2566 : innovationforeducation.weebly.com Rovinelli and Hambleton, (1977). On the Use of Content Specialists in the Assessment of Criterion-Referenced Test Item Validity. Tijdschrift Voor Onderwijs Research, 2, 49-60.


57 แผนการจัดการเรียนรู้


58 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 รหัส-ชื่อรายวิชา คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้เรื่อง สถิติ ระดับชั้น ม. 6/1 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 1 คาบ/สัปดาห์ แผนการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ทดสอบก่อนเรียน เวลา 1 คาบ ชื่อผู้สอน ......................................................... โรงเรียน อุตรดิตถ์ดรุณี วันที่.............เดือน...................พ.ศ. .................. คะแนนเก็บ 20 คะแนน มาตรฐานการเรียนรู้ ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใช้ความรู้ทางสถิติในการแก้ไขปัญหา ตัวชี้วัด ค 3.1 ม.6/1 เข้าใจและใช้ความรู้ทางสถิติในการนำเสนอข้อมูล และแปลความหมายของค่าสถิติ เพื่อประกอบการตัดสินใจ สาระสำคัญ วิชาที่ว่าด้วยการเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลและสรุปผลจากข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาตอบ คำถาม อธิบายประเด็นที่น่าสนใจ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) นักเรียนสามารถทำแบบทดสอบก่อนเรียนได้ (K) 2) นักเรียนสามารถแก้โจทย์ปัญหา โดยใช้ความรู้เกี่ยวกับข้อมูลหรือข่าวสารในชีวิตประจำวันมา เชื่อมโยงเพื่อใช้ในการตัดสินใจได้ (P) 3) นักเรียนมีความซื่อสัตย์(A) สมรรถนะนักเรียน 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการแก้ปัญหา 3. ความสามารถในการเชื่อมโยง


59 สาระการเรียนรู้(เนื้อหา) ข้อมูล - ตัวอย่างของกรณีหรือปัญหาที่ต้องใช้สถิติ - ความหมายของสถิติ - สถิติกับการตัดสินใจและวางแผน - ข้อมูลและการเก็บรวบรวมข้อมูล รูปแบบวิธีการจัดประสบการเรียนรู้ 1. ครูถามนักเรียนเกี่ยวกับทัศนคติที่มีต่อวิชาคณิตศาสตร์ และยกตัวอย่างเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ เกี่ยวกับชีวิตประจำวันมาให้นักเรียน 2. ครูทบทวนความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องสถิติเบื้องต้น เพื่อกระตุ้นความคิดรวบยอด 3. ครูทำการแจกแบบทดสอบก่อนเรียนให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 4. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนเป็นเวลา 40 นาที 5. ครูสรุปความรู้รวบยอดและอภิปรายโจทย์ปัญหาร่วมกับนักเรียนก่อนหมดคาบเรียน สื่อ/ แหล่งการเรียนรู้ แบบทดสอบก่อนเรียน เรื่องสถิติและข้อมูล การวัดและประเมินผล 1. กรอบการวัดและประเมินผล กำหนดกรอบการวัดและประเมินผลดังตาราง ตาราง: แสดงกรอบการวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ (ข้อที่) วิธีการวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์การประเมิน 1) นักเรียนสามารถทำแบบทดสอบ ก่อนเรียนได้ (K) ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบ ร้อยละ 60 ขึ้นไป 2) นักเรียนสามารถแก้โจทย์ปัญหา โดยใช้ความรู้เกี่ยวกับข้อมูลหรือ ข่าวสารในชีวิตประจำวันมาเชื่อมโยง เพื่อใช้ในการตัดสินใจได้ (P) ตรวจการทดสอบ การทดสอบ ร้อยละ 60 ขึ้นไป 3) นักเรียนมีความซื่อสัตย์ (A) แบบสังเกตพฤติกรรม การสังเกตพฤติกรรม ระดับ 2 ขึ้นไป


60 2. เกณฑ์การประเมิน 2.1 เกณฑ์การประเมินคะแนนรูบริค (Rubric Score) ใช้เกณฑ์ประเมินโดยเขียนตัวรูบริค แบบแยกให้คะแนนเป็นรายข้อ (Analytical Rubric Score) ดังตาราง 2.2 เกณฑ์ประเมินผลผ่านการเรียนรู้ใช้เกณฑ์ประเมินแบบแยกเป็นรายด้านคือด้านความรู้ ด้านทักษะ กระบวนการ และด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ แต่ละด้านกำหนดเกณฑ์ประเมินผ่านผลการเรียนรู้โดยอิง ระดับมาตรฐานผลการเรียนรู้ ดังนี้ 5 ระดับบุคคล นักเรียนต้องมีผลการเรียนรู้อย่างน้อยตั้งแต่ระดับมาตรฐาน 70 ถือว่า ผ่านการประเมิน (ประกันผลการเรียนรู้ของนักเรียน) ระดับชั้นเรียน มีจำนวนนักเรียนอย่างน้อยร้อยละ 80 ของจำนวนทั้งหมดมี ผลการเรียนรู้อย่างน้อยตั้งแต่ระดับมาตรฐาน ดี ถือว่าการจัดประสบการณ์เรียนรู้บรรลุตามจุดประสงค์การ เรียนรู้ที่กำหนดในแผนการจัดการเรียนรู้ (ประกันการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครู) 2.3 เกณฑ์การตัดสินคะแนนเก็บ จำนวนคะแนนที่เก็บ 12 คะแนน จากคะแนนรวมทั้งหมด 20 คะแนน เกณฑ์การคิดคะแนนเก็บคำนวณดังนี้ จำนวนคะแนนเก็บของนักเรียน = จำนวนคะแนนจากการวัดและประเมินผล จำนวนคะแนนเก็บของแผน จำนวนคะแนนเต็มจากทุกกิจกรรมรวมกัน 3. ผลการประเมิน จำแนกผลการประเมินผลการเรียนรู้เป็นรายด้านคือ ด้านความรู้ ด้านทักษะกระบวนการ และด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดังนี้ 3.1 ด้านความรู้ ระดับบุคคล จำนวนนักเรียนทั้งหมด30 คน มีผลการเรียนรู้อยู่ที่ระดับมาตรฐาน ดีมาก จำนวน…....... คน คิดเป็นร้อยละ.....ที่ระดับมาตรฐาน ดี จำนวน......คน คิดเป็นร้อยละ... ที่ระดับมาตรฐานพอใช้ จำนวน...... คน คิดเป็นร้อยละ.....และที่ระดับมาตรฐานต้องปรับปรุง จำนวน......คน คิดเป็นร้อยละ...... ระดับชั้นเรียน นักเรียนที่มีผลการเรียนรู้อย่างน้อยตั้งแต่ระดับมาตรฐาน จำนวน.......คน ถือว่าผ่าน เกณฑ์ การประเมินผลการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ.....และมีนักเรียนที่มีผลการเรียนรู้ต่ำกว่าระดับมาตรฐาน....... จำนวน......คนถือว่าไม่ผ่าน เกณฑ์การประเมินผลการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ.......ดังนั้น ถือว่า การจัดประสบการ เรียนรู้ด้านความรู้ ของแผนการจัดการเรียนรู้ ประสบความสำเร็จ ไม่ประสบความสำเร็จตามจุดประสงค์การ เรียนรู้ 3.2 ด้านทักษะกระบวนการ ระดับบุคคล จำนวนนักเรียนทั้งหมด........คน มีผลการเรียนรู้อยู่ที่ระดับมาตรฐาน ดีมาก จำนวน….......คน คิดเป็นร้อยละ.....ระดับมาตรฐาน ดี จำนวน......คน คิดเป็นร้อยละ... ที่ระดับมาตรฐานพอใช้ จำนวน......คน คิดเป็นร้อยละ.....และที่ระดับมาตรฐานต้องปรับปรุง จำนวน......คน คิดเป็นร้อยละ......


61 ระดับชั้นเรียน นักเรียนที่มีผลการเรียนรู้อย่างน้อยตั้งแต่ระดับมาตรฐาน......จำนวน.......คน ถือว่าผ่าน เกณฑ์ การประเมินผลการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ.....และมีนักเรียนที่มีผลการเรียนรู้ต่ำกว่าระดับมาตรฐาน....... จำนวน......คนถือว่าไม่ผ่าน เกณฑ์การประเมินผลการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ.......ดังนั้น ถือว่า การจัดประสบการ เรียนรู้ด้านทักษะกระบวนการของแผนการจัดการเรียนรู้ ประสบความสำเร็จ ไม่ประสบความสำเร็จตาม จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.3 ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับบุคคล จำนวนนักเรียนทั้งหมด 30 คน มีผลการเรียนรู้อยู่ที่ระดับมาตรฐาน ดีมาก จำนวน….......คน คิด เป็นร้อยละ.....ระดับมาตรฐาน ดี จำนวน......คน คิดเป็นร้อยละ... ที่ระดับมาตรฐานพอใช้ จำนวน......คน คิด เป็นร้อยละ.....และที่ระดับมาตรฐานต้องปรับปรุง จำนวน......คน คิดเป็นร้อยละ...... ระดับชั้นเรียน นักเรียนที่มีผลการเรียนรู้อย่างน้อยตั้งแต่ระดับมาตรฐาน......จำนวน.......คน ถือว่าผ่าน เกณฑ์ การประเมินผลการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ.....และมีนักเรียนที่มีผลการเรียนรู้ต่ำกว่าระดับมาตรฐาน....... จำนวน......คนถือว่าไม่ผ่าน เกณฑ์การประเมินผลการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ.......ดังนั้น ถือว่า การจัดประสบการ เรียนรู้ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของแผนการจัดการเรียนรู้ ประสบความสำเร็จ ไม่ประสบความสำเร็จ ตามจุดประสงค์การเรียนรู้


62 บันทึกหลังแผน ผลการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ (ชี้ให้เห็นถึงผลที่เกิดกับผู้เรียนตามจุดประสงค์หรือตัวชี้วัดที่กำหนดใน แผน) .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................ ...... ปัญหา/อุปสรรค *(คือปัญหาที่พบจากการจัดการเรียนรู้) .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข (ครูเสนอแนะแนวทางแก้ไขของปัญหาที่พบในการจัดการเรียนรู้) .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ ..........................................ผู้บันทึก (...............................................) ........../..................../............. บันทึกความเห็นของผู้ตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ.............................................(ผู้ตรวจ) 7 (...............................................) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ........../..................../..............


63 บันทึกความเห็นของผู้ช่วยผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ.............................................(ผู้ตรวจ) (.......................................) ผู้ช่วยผู้อำนวยกำรกลุ่มบริหำรวิชาการ ........../..................../.............. บันทึกความเห็นของของผู้บริหาร .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ..................................................... ( ....................................... ) ผู้อำนวยกำรโรงเรียน..................................... ........../..................../..............


64 แบบทดสอบก่อนเรียน เรื่องสถิติ ข้อที่ 1.การนำเสนอข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบ รายละเอียดข้อมูลเพียงชุดเดียว ต้องใช้การ นำเสนอโดยวิธีใด 1.กราฟเส้น 2.แผนภูมิแท่ง 3.แผนภูมิรูปภาพ 4.แผนภูมิรูปวงกลม ข้อที่ 2.กราฟของข้อมูลตั้งแต่สองชุดขึ้นไป จะ นำมาเปรียบเทียบกันได้เมื่อใด 1.เริ่มต้นที่ 0 ทั้งแกนตั้งและแกนนอน 2.ใช้มาตราส่วนเดียวกันทั้งแกนตั้งและแกนนอน 3.การตัดบางส่วนออกจากแกนตั้งและแกนนอน 4.ใช้มาตราส่วนที่แตกต่างกันทั้งแกนตั้งและแกน นอน ข้อที่ 3.การนำเสนอข้อมูลโดยวิธีใดที่สามารถนำไป ช่วยในการพยากรณ์ข้อมูลที่ต้องการทราบใน อนาคตได้ 1.กราฟ 2.แผนภูมิรูปภาพ 3.แผนภูมิแท่ง 4.การใช้แบบสอบถาม ข้อที่ 4.ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง 1.การตีความหมายของข้อมูล เป็นการคำนวณหา ค่ากลางของข้อมูล 2.การวิเคราะห์ข้อมูล เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ ได้มาคำนวณหาค่าสถิติต่าง ๆ 3.การเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นการเก็บข้อมูลในรูป ตาราง 4.การนำเสนอข้อมูล เป็นการใช้แบบสอบถามเพื่อ สัมภาษณ์ ข้อที่ 5.การวิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้จาก ตัวอย่าง เพื่ออ้างอิงไปถึงข้อมูลทั้งหมด เรียกว่า อะไร 1.สถิติเชิงพรรณนา 2. สถิติเชิงบรรยาย 3.สถิติเชิงอนุมาน 4.สถิติเชิงประวัติศาสตร์ ข้อที่ 6.การทดลองปลูกพืชที่ไม่ใช้ดิน เป็นระเบียบ วิธีทางสถิติใด 1.การตีความหมายของข้อมูล 2. การวิเคราะห์ข้อมูล 3.การนำเสนอข้อมูล 4.การเก็บรวบรวมข้อมูล ข้อที่ 7.การหาค่าเฉลี่ยเลขคณิตของคะแนนการ สอบวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 6 เป็นระเบียบวิธีการทางสถิติใด 1.การเก็บรวบรวมข้อมูล 2. การนำเสนอข้อมูล 3.การวิเคราะห์ข้อมูล 4.การตีความหมายของข้อมูล ข้อที่ 8.แผนภูมิแท่งแสดงพาหนะชนิดต่างๆ ที่ นักเรียนใช้ในการเดินทางมาโรงเรียน เกี่ยวข้องกับ ข้อใด 1.การเก็บรวบรวมข้อมูล 2.การนำเสนอข้อมูล 3.การวิเคราะห์ข้อมูล 4.การตีความหมายของข้อมูล


65 ข้อที่ 9.ข้อใดต่อไปนี้เป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ 1.จำนวนผู้โดยสารที่ขึ้นรถไฟฟ้า 2. หมายเลขโทรศัพท์ของดวงมาลย์ 3.รายได้ของสมาชิกในครอบครัว 4. รายจ่ายของพนักงานในบริษัทแห่งหนึ่ง ข้อที่ 10.ข้อใดต่อไปนี้เป็นข้อมูลที่ผู้ใช้จะต้องเก็บ รวบรวมจากผู้ให้ข้อมูลหรือแหล่งที่มาของข้อมูล โดยตรง 1.การสำมะโน 2. รายงานการจัดเก็บภาษี 3.รายงานการดำเนินการของสหกรณ์ออมทรัพย์ 4.รายงานข่าวทางสถานีโทรทัศน์ ข้อที่ 11.จากตารางแจกแจงความถี่ซึ่งแสดง คะแนนสอบวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนห้องหนึ่ง ดังนี้ ข้อมูลนี้มีความกว้างอันตรภาคชั้นเป็นเท่าไร 1.9 2.10 3.11 4.12 ข้อที่ 12.จากตารางแจกแจงความถี่ซึ่งแสดง คะแนนสอบวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนห้องหนึ่ง ดังนี้ นักเรียนส่วนใหญ่ได้คะแนนวิชาคณิตศาสตร์ในช่วง ใด 1.40 – 49 2.30 – 39 3.20 – 29 4.10 – 19 ข้อที่ 13.ในการทดสอบเรื่องสถิติและข้อมูลของ นักเรียนห้องหนึ่ง ซึ่งมีจำนวน 30 คน ถ้าเปอร์เซ็น ไทล์ที่ 80 ของคะแนนสอบ คือ 85 คะแนน อยาก ทราบว่ามีนักเรียนกี่คนที่สอบได้คะแนนสูงกว่า 85 คะแนน 1.4 คน 2.5 คน 3.6 คน 4.7 คน ข้อที่ 14.ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง สร้างฮิสโทแกรม แสดงจำนวนคนในครอบครัวได้ดังนี้ ครอบครัวส่วนใหญ่มีจำนวนคนในครอบครัวกี่คน 1.5 คน 2.4 คน 3.3 คน 4.2 คน ข้อที่ 15.ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง สร้างฮิสโทแกรม แสดงจำนวนคนในครอบครัวได้ดังนี้ จำนวนครอบครัวที่ทำการสำรวจมีทั้งหมดกี่ ครอบครัว 1.16 คน 2.18 คน 3.20 คน 4.22 คน


66 ข้อที่ 16.แผนภาพ ต้น-ใบ ของคะแนนสอบวิชา คณิตศาสตร์ จากแผนภาพ ต้น-ใบ อยากทราบว่านักเรียนได้ คะแนนอยู่ในช่วงใดมากที่สุด 1.10 – 19 คะแนน 2.20 – 29 คะแนน 3.30 – 39 คะแนน 4.40 – 49 คะแนน ข้อที่ 17.ข้อมูลชุดหนึ่ง ได้แก่ 8, 3, 5, 12, 10 ค่าเฉลี่ยเลขคณิตเป็นเท่าไร 1.6.6 2.7 3.7.6 4.8 ข้อที่ 18.ข้อมูลชุดหนึ่งมีดังนี้ 15 11 12 17 15 ถ้าแต่ละข้อมูลลดลง 5 ค่าเฉลี่ยเลขคณิตของข้อมูล ชุดใหม่เป็นเท่าใด 1.9 2.10 3.12 4.14 ข้อที่ 19.คะแนนทดสอบย่อย คะแนนเต็ม 10 คะแนน มีนักเรียนได้คะแนนดังนี้ คะแนนเฉลี่ยของคะแนนทดสอบย่อยเป็นเท่าไร 1.5.25 คะแนน 2.5.5 คะแนน 3.5.7 คะแนน 4.6 คะแนน ข้อที่ 20.คะแนนสอบปลายภาคเป็น 3 เท่าของ คะแนนการทดสอบย่อย ถ้านิอรสอบปลายภาคได้ 85คะแนนทดสอบย่อยวิชา 1 ได้ 70คะแนน และ ทดสอบย่อยวิชา 2 ได้ 90 คะแนน อยากทราบว่า คะแนนเฉลี่ยของการสอบครั้งนี้เป็นเท่าไร 1.80 คะแนน 2.81 คะแนน 3.82 คะแนน 4.83 คะแนน


67 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 รหัส-ชื่อรายวิชา คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้เรื่อง สถิติ ระดับชั้น ม. 6/1 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 5 คาบ/สัปดาห์ แผนการเรียนรู้ที่ 2 เรื่องสถิติศาสตร์ เวลา 2 คาบ ชื่อผู้สอน ......................................................... โรงเรียน อุตรดิตถ์ดรุณี วันที่.............เดือน...................พ.ศ. .................. คะแนนเก็บ.........คะแนน มาตรฐานการเรียนรู้ ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใช้ความรู้ทางสถิติในการแก้ปัญหา ตัวชี้วัด ม.6/1 เข้าใจและใช้ความรู้ทางสถิติในการนำเสนอข้อมูลและแปลความหมายของค่าสถิติ เพื่อประกอบการตัดสินใจ สาระสำคัญ สถิติ หมายถึง ศาสตร์ที่ว่าด้วยการรวบรวมข้อมูล การจัดการข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การแปล ความหมายผลลัพธ์หรือการแปลผล และการนำเสนอข้อมูลด้วยวิธีเชิงสถิติ สถิติแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ สถิติเชิงพรรณนา และสถิติเชิงอนุมาน ซึ่งการดำเนินการทางสถิติมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการนำเสนอข้อมูล ในตัวอย่างกรณีหรือปัญหาที่ต้องใช้สถิติ จะต้องใช้ขั้นตอนเหล่านี้ ในการดำเนินการ เพื่อความถูกต้อง แม่นยำ และการจัดการข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ จุดประสงค์การเรียนรู้: นักเรียนสามารถ 1. เข้าใจความหมายของสถิติ และข้อมูลสถิติได้(K) 2. จำแนกประเภทของสถิติได้(K) 3. บอกขั้นตอนของการดำเนินการทางสถิติได้(P) 4. เขียนระบุประเภทของสถิติจากสถานการณ์ในชีวิตประจำวันได้ (P) 5. รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย (A) สมรรถนะนักเรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ทักษะการสำรวจค้นหา 4. ทักษะการประยุกต์ใช้ความรู้ 5. ความสามารถในการแก้ปัญหา


68 สาระการเรียนรู้(เนื้อหา) - ตัวอย่างของกรณีหรือปัญหาที่ต้องใช้สถิติ - ความหมายของสถิติ - สถิติกับการตัดสินใจและวางแผน - ข้อมูลและการเก็บรวบรวมข้อมูล รูปแบบวิธีการจัดประสบการเรียนรู้ ใช้รูปแบบ SAKORN Model 6 ขั้นตอน ขั้นที่ 1 S: Search ขั้นตอนค้นหาข้อมูล ขั้นที่ 2 A: Active Learning ขั้นตอนการลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ขั้นที่ 3 K: Knowledge Management ขั้นตอนการรวบรวมข้อมูล ขั้นที่ 4 O: Obtain ขั้นตอนการนำผลการเรียนรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ ขั้นที่ 5 R: Reporting ขั้นตอนการจัดทำรายงานรูปเล่มและนำเสนอผลการเรียนรู้ ขั้นที่ 6 N: Network ขั้นตอนการสร้างเครือข่ายวิชาการ ลำดับขั้นการจัดประสบการณ์เรียนรู้ ขั้นที่ 1 S: Search ขั้นตอนค้นหาข้อมูล 1. ครูอธิบายความหมายทางสถิติ ประเภทของสถิติ และการดำเนินการทางสถิติ ดังนี้ สถิติ หมายถึง ศาสตร์ที่ว่าด้วยการรวบรวมข้อมูล การจัดการข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การแปล ความหมายผลลัพธ์หรือการแปลผล และการนำเสนอข้อมูลด้วยวิธีเชิงสถิติ สถิติแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1. สถิติเชิงพรรณนา (descriptive statistics) เป็นวิธีการเชิงสถิติที่สรุปสาระสำคัญของข้อมูลชุดนั้นอาจจะสรุปเป็นตัวเลข สถิติที่คำนวณ มาจากข้อมูลในตัวอย่าง เช่น ค่าเฉลี่ย มัธยฐาน ฐานนิยม ค่าสูงสุด ค่าต่ำสุด ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน หรือนำเสนอผลสรุปด้วยตาราง แผนภูมิ แผนภาพ และกราฟ 2. สถิติเชิงอนุมาน (inferential statistics) เป็นกระบวนการทางสถิติที่ว่าด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลจากตัวอย่าง แล้วนำไปอ้างอิงลักษณะของ ประชากรทั้งหมด เช่น การสุ่มตัวอย่างจากประชากรที่ต้องการศึกษา 2. ครูอธิบายการดำเนินการทางสถิติ มี 3 ขั้นตอน ดังนี้ 1. การเก็บรวบรวมข้อมูล การดำเนินการทางสถติมีการเก็บรวบรวมข้อมูลจากหน่วยต่าง ๆ จากตัวอย่างหรือประชากร ซึ่งขั้นตอนนี้ถือเป็นส่วนที่สำคัญ รวมทั้งการควบคุมคุณภาพของข้อมูลที่รวบรวมมาด้วย เพื่อให้ได้ ข้อมูลที่มีคุณภาพดีในการนำมาวิเคราะห์ ซึ่งจะทำให้ได้ผลสรุปที่ดีโดยทั่วไปการเก็บรวบรวมข้อมูล สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การสอบสัมภาษณ์ การสังเกต การทดลอง กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการ


69 เก็บรวบรวมข้อมูลมีหลายอย่าง เช่น วิธีการเลือกตัวอย่าง หรือการเลือกแผนแบบการทดลอง การ เลือกหน่วยตัวอย่าง หรือหน่วยทดลอง การเตรียมเครื่องมือ และบุคลากรที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล กำหนดวิธีการรวบรวมข้อมูล 2. การวิเคราะห์ข้อมูล เป็นการนำข้อมูลที่รวบรวมได้จากกลุ่มตัวอย่างหรือประชากร มาจำแนกเป็นหมวดหมู่ เพื่อ อธิบายหรือตอบคำถามที่ต้องการ และหาค่าสถิติของข้อมูลนั้น 3. การนำเสนอข้อมูล เมื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์แล้ว จะได้สถิติในความหมายของตัวเลขที่ใช้สรุปผล และแปล ความหมายที่เกี่ยวกับคุณลักษณะ ซึ่งการนำเสนอข้อสรุปควรอยู่ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย และคำนึงถึง วัตถุประสงค์ของการศึกษาด้วย 3. ครูให้นักเรียนช่วยกันค้นหาข้อมูลตัวอย่างของสถิติเชิงพรรณนา และสถิติเชิงอนุมาน ว่ามีอะไรบ้าง (แนวตอบ ตัวอย่างสถิติเชิงพรรณนา เจ้าของบริษัทแห่งหนึ่งคำนวณรายได้เฉลี่ยต่อปีของพนักงานทั้งหมด จำนวน 200 คน ตัวอย่างสถิติเชิงอนุมาน ผู้สมัครสมาชิกผู้ใหญ่บ้าน สำรวจคะแนนเสียงจากประชากรที่เลือกมา 5 หมู่บ้านที่ตนจะ ได้รับในการเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นเวลา 1 เดือน) ขั้นที่ 2 A: Active Learning ขั้นตอนการลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง 1. ครูให้นักเรียนจับคู่แล้วช่วยกันตอบคำถาม Class Discussion ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน คณิตศาสตร์ ม.6 2. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน คละความสามารถทางคณิตศาสตร์ (อ่อน ปานกลาง และ เก่ง) ให้อยู่กลุ่มเดียวกัน แล้วให้แต่ละกลุ่มร่วมกันทำกิจกรรมต่อไปนี้ จงระบุว่า สถานการณ์ต่อไปนี้ ข้อใดใช้วิธีการของสถิติเชิงพรรณนาหรือสถิติเชิงอนุมาน เจ้าของกิจการแห่งหนึ่งคำนวณรายได้เฉลี่ยต่อปีของพนักงานทั้งหมด จำนวน 60 คน (แนวตอบ สถิติเชิงพรรณนา) ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในจังหวัดหนึ่ง สำรวจคะแนนเสียงจากประชากรที่เลือกมา 3 อำเภอที่ตนจะได้รับในการเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นเวลา 1 เดือน (แนวตอบ สถิติเชิงอนุมาน) เจ้าหน้าที่ตำบลสำรวจจำนวนผู้ที่ประกอบอาชีพเกษตรในตำบลหนึ่ง (แนวตอบ สถิติเชิงพรรณนา) ขั้นที่ 3 K: Knowledge Management ขั้นตอนการรวบรวมข้อมูล 1. ครูถามคำถามเพื่อสรุปความรู้รวบยอดของนักเรียน ดังนี้


70 • สถิติ หมายถึงอะไร (แนวตอบ ศาสตร์ที่ว่าด้วยการรวบรวมข้อมูล การจัดการข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การแปล ความหมายผลลัพธ์หรือการแปลผล และการนำเสนอข้อมูลด้วยวิธีเชิงสถิติ) • ประเภทของสถิติมีกี่ประเภท ได้แก่อะไรบ้าง (แนวตอบ มี 2 ประเภท ได้แก่ 1. สถิติเชิงพรรณนา (descriptive statistics) 2. สถิติเชิงอนุมาน (inferential statistics)) • การดำเนินการทางสถิติมีกี่ขั้นตอน ได้แก่อะไรบ้าง (แนวตอบ มี 4 ขั้นตอน ดังนี้ 1. การเก็บรวบรวมข้อมูล 2. การวิเคราะห์ข้อมูล 3. การนำเสนอข้อมูล 4. การตีความหมายของข้อมูล) 2. ครูและนักเรียนสรุปความรู้รวบยอดพร้อมกันและให้นักเรียนทำแบบฝึกทักษะ 1.1 ข้อ 3. และข้อ 5. ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน คณิตศาสตร์ ม.6 หน้า 19 3. ครูให้นักเรียนทำ Exercise 1.1 ในแบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน คณิตศาสตร์ ม.6 เป็นการบ้าน ขั้นที่ 4 O: Obtain ขั้นตอนการนำผลการเรียนรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ 1. ครูให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้ไปทำกิจกรรม Exercise 1.1 ในแบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน คณิตศาสตร์ ม.6 เป็นการบ้าน 2. ครูให้นักเรียนแต่ละคนยกตัวอย่างประเภทและการดำเนินการทางสถิติ ที่เราสามารถนำไปใช้ ประโยชน์อย่างไรได้บ้างในชีวิตประจำวัน เช่น ในการรวบรวมข้อมูลใดข้อมูลหนึ่ง เราอาจจะทำได้จากการ สัมภาษณ์ สังเกต หรือทดลองในข้อมูลชุดนั้น ขั้นที่ 5 R: Reporting ขั้นตอนการจัดทำรายงานรูปเล่มและนำเสนอผลการเรียนรู้ ให้นักเรียนยกตัวอย่างสถานการณ์ที่ต้องใช้สถิติมากลุ่มละ 1 สถานการณ์ พร้อมทั้งร่วมกันวิเคราะห์ว่า มีขั้นตอนทางสถิติอย่างไรบ้าง ลงในกระดาษ A4 จากนั้นครูสุ่มนักเรียนออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน โดยครู ตรวจสอบความถูกต้อง และอธิบายเพิ่มเติม ขั้นที่ 6 N: Network ขั้นตอนการสร้างเครือข่ายวิชาการ ชิ้นงานไปเผยแพร่ในแหล่งเรียนรู้ของกลุ่มสาระคณิตศาสตร์ สื่อ/ แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน คณิตศาสตร์ ม.6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 สถิติและข้อมูล 2. แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน คณิตศาสตร์ ม.6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 สถิติและข้อมูล


71 การวัดและประเมินผล 1. กรอบการวัดและประเมินผล กำหนดกรอบการวัดและประเมินผลดังตาราง ตาราง: แสดงกรอบการวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์การประเมิน 1. นักเรียนสามารถเข้าใจ ความหมายของสถิติ และ ข้อมูลสถิติได้(K) ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด ร้อยละ 60 ขึ้นไป 2. นักเรียนสามารถจำแนก ประเภทของสถิติได้(K) ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด ร้อยละ 60 ขึ้นไป 3. นักเรียนสามารถบอก ขั้นตอนของการดำเนินการ ทางสถิติได้(P) ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด ร้อยละ 60 ขึ้นไป 4. นักเรียนสามารถเขียน ระบุประเภทของสถิติจาก สถานการณ์ใน ชีวิตประจำวันได้(P) ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด ร้อยละ 60 ขึ้นไป 5. มีรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ ได้รับมอบหมาย (A) แบบสังเกต พฤติกรรม การสังเกตพฤติกรรม ระดับ 2 ขึ้นไป 2. เกณฑ์การประเมิน 2.1 เกณฑ์ประเมินผลผ่านการเรียนรู้ใช้เกณฑ์ประเมินแบบแยกเป็นรายด้านคือด้านความรู้ ด้านทักษะ กระบวนการ และด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ แต่ละด้านกำหนดเกณฑ์ประเมินผ่านผลการเรียนรู้โดยอิง ระดับมาตรฐานผลการเรียนรู้ ดังนี้ 5 ระดับบุคคล นักเรียนต้องมีผลการเรียนรู้อย่างน้อยตั้งแต่ระดับมาตรฐาน 60 ถือว่า ผ่านการประเมิน (ประกันผลการเรียนรู้ของนักเรียน) ระดับชั้นเรียน มีจำนวนนักเรียนอย่างน้อยร้อยละ 80 ของจำนวนทั้งหมดมี ผลการเรียนรู้อย่างน้อยตั้งแต่ระดับมาตรฐาน ดี ถือว่าการจัดประสบการณ์เรียนรู้บรรลุตามจุดประสงค์การ เรียนรู้ที่กำหนดในแผนการจัดการเรียนรู้ (ประกันการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครู) 2.2 เกณฑ์การตัดสินคะแนนเก็บ จำนวนคะแนนที่เก็บ 12 คะแนน จากคะแนนรวมทั้งหมด 20 คะแนน เกณฑ์การคิดคะแนนเก็บคำนวณดังนี้


72 จำนวนคะแนนเก็บของนักเรียน = จำนวนคะแนนจากการวัดและประเมินผล จำนวนคะแนนเก็บของแผน จำนวนคะแนนเต็มจากทุกกิจกรรมรวมกัน 3. ผลการประเมิน จำแนกผลการประเมินผลการเรียนรู้เป็นรายด้านคือ ด้านความรู้ ด้านทักษะกระบวนการ และด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดังนี้ 3.1 ด้านความรู้ ระดับบุคคล จำนวนนักเรียนทั้งหมด 30คน มีผลการเรียนรู้อยู่ที่ระดับมาตรฐาน ดีมาก จำนวน…....... คน คิดเป็นร้อยละ.....ที่ระดับมาตรฐาน ดี จำนวน......คน คิดเป็นร้อยละ... ที่ระดับมาตรฐานพอใช้ จำนวน...... คน คิดเป็นร้อยละ.....และที่ระดับมาตรฐานต้องปรับปรุง จำนวน......คน คิดเป็นร้อยละ...... ระดับชั้นเรียน นักเรียนที่มีผลการเรียนรู้อย่างน้อยตั้งแต่ระดับมาตรฐาน......จำนวน.......คน ถือว่าผ่าน เกณฑ์ การประเมินผลการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ.....และมีนักเรียนที่มีผลการเรียนรู้ต่ำกว่าระดับมาตรฐาน....... จำนวน......คนถือว่าไม่ผ่าน เกณฑ์การประเมินผลการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ.......ดังนั้น ถือว่า การจัดประสบการ เรียนรู้ด้านความรู้ ของแผนการจัดการเรียนรู้ ประสบความสำเร็จ ไม่ประสบความสำเร็จตามจุดประสงค์การ เรียนรู้ 3.2 ด้านทักษะกระบวนการ ระดับบุคคล จำนวนนักเรียนทั้งหมด........คน มีผลการเรียนรู้อยู่ที่ระดับมาตรฐาน ดีมาก จำนวน….......คน คิดเป็นร้อยละ.....ระดับมาตรฐาน ดี จำนวน......คน คิดเป็นร้อยละ... ที่ระดับมาตรฐานพอใช้ จำนวน......คน คิดเป็นร้อยละ.....และที่ระดับมาตรฐานต้องปรับปรุง จำนวน......คน คิดเป็นร้อยละ...... ระดับชั้นเรียน นักเรียนที่มีผลการเรียนรู้อย่างน้อยตั้งแต่ระดับมาตรฐาน......จำนวน.......คน ถือว่าผ่าน เกณฑ์ การประเมินผลการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ.....และมีนักเรียนที่มีผลการเรียนรู้ต่ำกว่าระดับมาตรฐาน....... จำนวน......คนถือว่าไม่ผ่าน เกณฑ์การประเมินผลการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ.......ดังนั้น ถือว่า การจัดประสบการ เรียนรู้ด้านทักษะกระบวนการของแผนการจัดการเรียนรู้ ประสบความสำเร็จ ไม่ประสบความสำเร็จตาม จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.3 ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับบุคคล จำนวนนักเรียนทั้งหมด 30 คน มีผลการเรียนรู้อยู่ที่ระดับมาตรฐาน ดีมาก จำนวน….......คน คิด เป็นร้อยละ.....ระดับมาตรฐาน ดี จำนวน......คน คิดเป็นร้อยละ... ที่ระดับมาตรฐานพอใช้ จำนวน......คน คิด เป็นร้อยละ.....และที่ระดับมาตรฐานต้องปรับปรุง จำนวน......คน คิดเป็นร้อยละ...... ระดับชั้นเรียน นักเรียนที่มีผลการเรียนรู้อย่างน้อยตั้งแต่ระดับมาตรฐาน......จำนวน.......คน ถือว่าผ่าน เกณฑ์ การประเมินผลการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ.....และมีนักเรียนที่มีผลการเรียนรู้ต่ำกว่าระดับมาตรฐาน....... จำนวน......คนถือว่าไม่ผ่าน เกณฑ์การประเมินผลการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ.......ดังนั้น ถือว่า การจัดประสบการ เรียนรู้ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของแผนการจัดการเรียนรู้ ประสบความสำเร็จ ไม่ประสบความสำเร็จ ตามจุดประสงค์การเรียนรู้


73 บันทึกหลังแผน ผลการจัดประสบการณ์การเรียนรู้(ชี้ให้เห็นถึงผลที่เกิดกับผู้เรียนตามจุดประสงค์หรือตัวชี้วัดที่กำหนดในแผน) ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ......................................................................................................................................................………………………………. ปัญหา/อุปสรรค *(คือปัญหาที่พบจากการจัดการเรียนรู้) ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ......................................................................................................................................................………………………………. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข (ครูเสนอแนะแนวทางแก้ไขของปัญหาที่พบในการจัดการเรียนรู้) ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ......................................................................................................................................................………………………………. ลงชื่อ ..........................................ผู้บันทึก (...............................................) ........../..................../............ บันทึกความเห็นของผู้ตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ......................................................................................................................................................………………………………. ลงชื่อ ..........................................ผู้บันทึก หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ........../..................../............


74 บันทึกความเห็นของหัวหน้ากลุ่มวิชาการกลุ่มบริหารวิชาการ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ......................................................................................................................................................………………………………. ลงชื่อ ..........................................ผู้บันทึก (...............................................) หัวหน้ากลุ่มวิชาการ ........../..................../............ บันทึกความเห็นของของผู้บริหาร ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ......................................................................................................................................................………………………………. ลงชื่อ ..........................................ผู้บันทึก (...............................................) ผู้อำนวยการโรงเรียน ........../..................../............


75 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 รหัส-ชื่อรายวิชา คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้เรื่อง สถิติ ระดับชั้น ม. 6/1 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 5 คาบ/สัปดาห์ แผนการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง คำสำคัญทางสถิติ เวลา 2 คาบ ชื่อผู้สอน ......................................................... โรงเรียน อุตรดิตถ์ดรุณี วันที่.............เดือน...................พ.ศ. .................. คะแนนเก็บ.........คะแนน มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใช้ความรู้ทางสถิตีในการแก้ปัญหา ตัวชี้วัด ค 3.1 ม. 6/1 เข้าใจและใช้ความรู้ทางสถิติในการนำเสนอข้อมูล และแปลความหมายของค่าสถิติเพื่อ ประกอบการตัดสินใจ สาระสำคัญ นักเรียนบอกความหมายของคำว่า 1. ประชากร คือกลุ่มของหน่วยทั้งหมดในเรื่องที่สนใจศึกษา หน่วยในที่นี้อาจเป็นคน สัตว์ หรือสิ่งของ 2. ตัวอย่าง คือ กลุ่มย่อยของประชากรที่ถูกเลือกมาเป็นตัวแทนของประชากร โดยทั่วไปมีวัตถุประสงค์ เพื่อใช้ตัวอย่างในการสรุปผลเกี่ยวกับลักษณะของประชากรที่สนใจ 3. ตัวแปร คือ ลักษณะบางประการของประชากรหรือตัวอย่างที่สนใจ 4. ข้อมูล คือ ข้อความจริงเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่สามารถใช้ในการสรุปผลในเรื่อง ที่สนใจศึกษา อาจเป็นได้ทั้งตัวเลขหรือไม่ใช่ตัวเลข หรืออาจหมายถึงค่าของตัวแปรที่สนใจศึกษา 5. พารามิเตอร์คือค่าวัดที่แสดงลักษณะของประชากร ซึ่งเป็นค่างตัวที่คำนวณหรือประมวลผลจากข้อมูล ทั้งหมดของประชากร 6. ค่าสถิติคือ ค่าคงตัวที่พิจารณาจากข้อมูลของตัวอย่าง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายลักษณะของ ตัวอย่างนั้นหรือเพื่อประมาณค่าของพารามิเตอร์แล้วนำไปใช้ในการอธิบายลักษณะของประชากร จุดประสงค์การเรียนรู้: นักเรียนสามารถ 1. บอกความหมายของคำสำคัญสถิติศาสตร์ได้(K) 2. สามาถนำไปประยุกต์ใช้ตอบคำถามได้(K) 3. สื่อสารและสื่อความหมายได้(P) 4. นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์(A)


76 สมรรถนะนักเรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา สาระการเรียนรู้(เนื้อหา) คำสำคัญในสถิติศาสตร์ รูปแบบวิธีการจัดประสบการเรียนรู้ ใช้รูปแบบ SAKORN Model 6 ขั้นตอน ขั้นที่ 1 S: Search ขั้นตอนค้นหาข้อมูล ขั้นที่ 2 A: Active Learning ขั้นตอนการลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ขั้นที่ 3 K: Knowledge Management ขั้นตอนการรวบรวมข้อมูล ขั้นที่ 4 O: Obtain ขั้นตอนการนำผลการเรียนรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ ขั้นที่ 5 R: Reporting ขั้นตอนการจัดทำรายงานรูปเล่มและนำเสนอผลการเรียนรู้ ขั้นที่ 6 N: Network ขั้นตอนการสร้างเครือข่ายวิชาการ ลำดับขั้นการจัดประสบการณ์เรียนรู้ ขั้นที่ 1 S: Search ขั้นตอนค้นหาข้อมูล 1. ครูให้นักเรียนช่วยกันค้นหาความหมายของคำทางสถิติ 1. ประชากร คือกลุ่มของหน่วยทั้งหมดในเรื่องที่สนใจศึกษา หน่วยในที่นี้อาจเป็นคน สัตว์ หรือสิ่งของ 2. ตัวอย่าง คือ กลุ่มย่อยของประชากรที่ถูกเลือกมาเป็นตัวแทนของประชากร โดยทั่วไปมีวัตถุประสงค์ เพื่อใช้ตัวอย่างในการสรุปผลเกี่ยวกับลักษณะของประชากรที่สนใจ 3. ตัวแปร คือ ลักษณะบางประการของประชากรหรือตัวอย่างที่สนใจ 4. ข้อมูล คือ ข้อความจริงเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่สามารถใช้ในการสรุปผลในเรื่องที่สนใจศึกษา อาจเป็นได้ทั้งตัวเลขหรือไม่ใช่ตัวเลข หรืออาจหมายถึงค่าของตัวแปรที่สนใจศึกษา 5. พารามิเตอร์คือค่าวัดที่แสดงลักษณะของประชากร ซึ่งเป็นค่างตัวที่คำนวณหรือประมวลผลจากข้อมูล ทั้งหมดของประชากร 6. ค่าสถิติคือ ค่าคงตัวที่พิจารณาจากข้อมูลของตัวอย่าง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายลักษณะของ ตัวอย่างนั้นหรือเพื่อประมาณค่าของพารามิเตอร์แล้วนำไปใช้ในการอธิบายลักษณะของประชากร 2.ครูให้นักเรียนช่วยกันค้นหาข้อมูลและยกตัวอย่างของกลุ่มประชากรและกลุ่มตัวอย่าง (แนวคำตอบ กลุ่มประชากร เช่น ผู้ที่เข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ , นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่1 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์กลุ่มตัวอย่าง เช่น หากกลุ่มประชากรคือ ผู้ที่สนใจเข้าศึกษาต่อ


77 มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ดังนั้นกลุ่มตัวอย่างอาจจะเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่สมัครเข้าศึกษาต่อ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ เป็นต้น) ขั้นที่ 2 A: Active Learning ขั้นตอนการลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง 1. ครูแบ่งกลุ่มให้นักเรียนจำนวน 6 กลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน ซึ่งแต่ละกลุ่มประกอบด้วยสมาชิกที่มี ความสามารถแตกต่างกันประกอบด้วย เด็กเรียนเก่ง 1 คน เด็กเรียนปานกลาง 3-4 คน และเด็กเรียนอ่อน 1 คน 2. ครูให้นักเรียนอ่านและศึกษาเกี่ยวกับคำสำคัญในสถิติศาสตร์ในหนังสือรายวิชาเพิ่มเติมคณิตศาสตร์ ม.6 เล่มที่ 2 ของ สสวท. ด้วยตัวเอง 3. ครูแจกกระดาษ A4 ให้นักเรียนกลุ่มละ 1 แผ่น เพื่อให้นักเรียนว่าสรุปผลการศึกษาเกี่ยวกับคำสำคัญใน สถิติศาสตร์ลงไปในกระดาษ A4 4. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมาจับสลากหัวข้อในการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับคำสำคัญใน สถิติศาสตร์ ดังนี้ หมายเลข 1 จะมีคำว่า ประชากร หมายเลข 2 จะมีคำว่า ตัวอย่าง หมายเลข 3 จะมีคำว่า ตัวแปร หมายเลข 4 จะมีคำว่า ข้อมูล หมายเลข 5 จะมีคำว่า พารามิเตอร์ หมายเลข 6 จะมีคำว่า ค่าสถิติ 5. นักเรียนสรุปผลการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับคำสำคัญในสถิติศาสตร์ลงในกระดาษบรู๊ฟในรูปแบบแผนผัง ความคิด ขั้นที่ 3 K: Knowledge Management ขั้นตอนการรวบรวมข้อมูล 1. ครูให้นักเรียนส่งตัวแทนออกมารับแบบฝึกหัดที่ 1 เรื่อง คำสำคัญในสถิติ และช่วยกันรวบรวมข้อมูล และสรุปความรู้จากกิจกรรมนั้น ว่ามีความหมาย และสำคัญอย่างไร ขั้นที่ 4 O: Obtain ขั้นตอนการนำผลการเรียนรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ 1. ครูให้นักเรียนแต่ละคนยกตัวอย่างเรื่องที่ต้องตัดสินใจหรือวางแผนมาคนละ 1 เรื่อง พร้อมทั้งระบุว่า ข้อมูลทางสถิตินำมาใช้อะไรในชีวิตประจำวันได้บ้าง โดยมีครูคอยตรวจสอบความถูกต้อง และอธิบายเพิ่มเติม ขั้นที่ 5 R: Reporting ขั้นตอนการจัดทำรายงานรูปเล่มและนำเสนอผลการเรียนรู้ 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลการศึกษาค้นคว้า โดยมีเวลากลุ่มละ ๕ นาที 3. ครูให้นักเรียนนำเสนอคำสำคัญทางสถิติที่ได้รับมอบหมายแต่ละกลุ่ม ขั้นที่ 6 N: Network ขั้นตอนการสร้างเครือข่ายวิชาการ 1. ครูนำผลงานของนักเรียนแต่ละกลุ่มนำไปเผยแพร่ในกลุ่มสาระคณิตศาสตร์


78 สื่อ/ แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือรายวิชาเพิ่มเติมคณิตศาสตร์ม.6 เล่มที่ 2 ของ สสวท. 2. สลากหัวข้อในการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับคำสำคัญในสถิติศาสตร์ 3. แบบฝึกหัดที่ 1 เรื่อง คำสำคัญในสถิติศาสตร์ 4. แบบประเมิน การวัดและประเมินผล 1. การวัดและประเมินผล กำหนดกรอบการวัดและประเมินผลดังตาราง ตาราง: แสดงกรอบการวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์การประเมิน 1. นักเรียนสามารถบอก ความหมายของคำสำคัญ สถิติศาสตร์ได้(K) แบบฝึกหัด ตรวจแบบฝึกหัด ร้อยละ 60 ขึ้นไป 2. นักเรียนสามารถนำไป ประยุกต์ใช้ตอบคำถามได้(K) แบบฝึกหัด ตรวจแบบฝึกหัด ร้อยละ 60 ขึ้นไป 3.นักเรียนสามารถสื่อสารและสื่อ ความหมายได้(K) การทำกิจกรรมกลุ่ม แบบประเมินการทำกิจ กรรมกลุ่ม ร้อยละ 60 ขึ้นไป 4. นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อวิชา คณิตศาสตร์(A) สังเกตพฤติกรรมของ นักเรียน แบบสังเกตพฤติกรรมของ นักเรียน ระดับ 2 ขึ้นไป 2. เกณฑ์การประเมิน 2.1 เกณฑ์ประเมินผลผ่านการเรียนรู้ใช้เกณฑ์ประเมินแบบแยกเป็นรายด้านคือด้านความรู้ ด้านทักษะ กระบวนการ และด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ แต่ละด้านกำหนดเกณฑ์ประเมินผ่านผลการเรียนรู้โดยอิงระดับ มาตรฐานผลการเรียนรู้ ดังนี้ 5 ระดับบุคคล นักเรียนต้องมีผลการเรียนรู้อย่างน้อยตั้งแต่ระดับมาตรฐาน 60 ถือว่า ผ่านการประเมิน (ประกันผล การเรียนรู้ของนักเรียน) ระดับชั้นเรียน มีจำนวนนักเรียนอย่างน้อยร้อยละ 80 ของจำนวนทั้งหมดมีผลการเรียนรู้ อย่างน้อยตั้งแต่ระดับมาตรฐาน ดี ถือว่าการจัดประสบการณ์เรียนรู้บรรลุตามจุดประสงค์การเรียนรู้ที่กำหนดใน แผนการจัดการเรียนรู้ (ประกันการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครู) 2.2 เกณฑ์การตัดสินคะแนนเก็บ จำนวนคะแนนที่เก็บ 12 คะแนน จากคะแนนรวมทั้งหมด 20 คะแนน เกณฑ์การคิดคะแนนเก็บคำนวณดังนี้


79 จำนวนคะแนนเก็บของนักเรียน = จำนวนคะแนนจากการวัดและประเมินผล จำนวนคะแนนเก็บของแผน จำนวนคะแนนเต็มจากทุกกิจกรรมรวมกัน 3. ผลการประเมิน จำแนกผลการประเมินผลการเรียนรู้เป็นรายด้านคือ ด้านความรู้ ด้านทักษะกระบวนการ และ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดังนี้ 3.1 ด้านความรู้ ระดับบุคคล จำนวนนักเรียนทั้งหมด 30 คน มีผลการเรียนรู้อยู่ที่ระดับมาตรฐาน ดีมาก จำนวน….......คน คิดเป็นร้อยละ.....ที่ระดับมาตรฐาน ดี จำนวน......คน คิดเป็นร้อยละ... ที่ระดับมาตรฐานพอใช้ จำนวน......คน คิด เป็นร้อยละ.....และที่ระดับมาตรฐานต้องปรับปรุง จำนวน......คน คิดเป็นร้อยละ...... ระดับชั้นเรียน นักเรียนที่มีผลการเรียนรู้อย่างน้อยตั้งแต่ระดับมาตรฐาน......จำนวน.......คน ถือว่าผ่าน เกณฑ์ การประเมินผลการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ.....และมีนักเรียนที่มีผลการเรียนรู้ต่ำกว่าระดับมาตรฐาน....... จำนวน......คนถือว่าไม่ผ่าน เกณฑ์การประเมินผลการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ.......ดังนั้น ถือว่า การจัดประสบการ เรียนรู้ด้านความรู้ ของแผนการจัดการเรียนรู้ ประสบความสำเร็จ ไม่ประสบความสำเร็จตามจุดประสงค์การเรียนรู้ 3.2 ด้านทักษะกระบวนการ ระดับบุคคล จำนวนนักเรียนทั้งหมด........คน มีผลการเรียนรู้อยู่ที่ระดับมาตรฐาน ดีมาก จำนวน….......คน คิดเป็นร้อยละ.....ระดับมาตรฐาน ดี จำนวน......คน คิดเป็นร้อยละ... ที่ระดับมาตรฐานพอใช้ จำนวน......คน คิด เป็นร้อยละ.....และที่ระดับมาตรฐานต้องปรับปรุง จำนวน......คน คิดเป็นร้อยละ...... ระดับชั้นเรียน นักเรียนที่มีผลการเรียนรู้อย่างน้อยตั้งแต่ระดับมาตรฐาน......จำนวน.......คน ถือว่าผ่าน เกณฑ์ การประเมินผลการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ.....และมีนักเรียนที่มีผลการเรียนรู้ต่ำกว่าระดับมาตรฐาน....... จำนวน......คนถือว่าไม่ผ่าน เกณฑ์การประเมินผลการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ.......ดังนั้น ถือว่า การจัดประสบการ เรียนรู้ด้านทักษะกระบวนการของแผนการจัดการเรียนรู้ ประสบความสำเร็จ ไม่ประสบความสำเร็จตาม จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.3 ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับบุคคล จำนวนนักเรียนทั้งหมด 30 คน มีผลการเรียนรู้อยู่ที่ระดับมาตรฐาน ดีมาก จำนวน….......คน คิดเป็น ร้อยละ.....ระดับมาตรฐาน ดี จำนวน......คน คิดเป็นร้อยละ... ที่ระดับมาตรฐานพอใช้ จำนวน......คน คิดเป็นร้อย ละ.....และที่ระดับมาตรฐานต้องปรับปรุง จำนวน......คน คิดเป็นร้อยละ...... ระดับชั้นเรียน นักเรียนที่มีผลการเรียนรู้อย่างน้อยตั้งแต่ระดับมาตรฐาน......จำนวน.......คน ถือว่าผ่าน เกณฑ์ การประเมินผลการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ.....และมีนักเรียนที่มีผลการเรียนรู้ต่ำกว่าระดับมาตรฐาน....... จำนวน......คนถือว่าไม่ผ่าน เกณฑ์การประเมินผลการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ.......ดังนั้น ถือว่า การจัดประสบการ เรียนรู้ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของแผนการจัดการเรียนรู้ ประสบความสำเร็จ ไม่ประสบความสำเร็จตาม จุดประสงค์การเรียนรู้


80 บันทึกหลังแผน ผลการจัดประสบการณ์การเรียนรู้(ชี้ให้เห็นถึงผลที่เกิดกับผู้เรียนตามจุดประสงค์หรือตัวชี้วัดที่กำหนดในแผน) .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ปัญหา/อุปสรรค *(คือปัญหาที่พบจากการจัดการเรียนรู้) .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข (ครูเสนอแนะแนวทางแก้ไขของปัญหาที่พบในการจัดการเรียนรู้) .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ..........................................ผู้บันทึก (................................................................) ........../..................../............. บันทึกความเห็นของผู้ตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้ .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.............................................(ผู้ตรวจ) (.................................................................) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ........../..................../..............


81 บันทึกความเห็นของหัวหน้ากลุ่มบริหารวิชาการ .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.............................................(ผู้ตรวจ) (...............................................................) หัวหน้ากลุ่มบริหารวิชาการ ........../..................../.............. บันทึกความเห็นของของผู้บริหาร .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ..................................................... (...............................................................) ผู้อำนวยการโรงเรียน ..................................... ........../..................../..............


82 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 รหัส-ชื่อรายวิชา คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้เรื่อง สถิติ ระดับชั้น ม. 6/1 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 5 คาบ/สัปดาห์ แผนการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง การแบ่งประเภทของข้อมูลตามแหล่งที่มาของข้อมูล เวลา 2 คาบ ชื่อผู้สอน ......................................................... โรงเรียน อุตรดิตถ์ดรุณี วันที่.............เดือน...................พ.ศ. .................. คะแนนเก็บ.........คะแนน มาตรฐานการเรียนรู้ ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใช้ความรู้ทางสถิติในการแก้ไขปัญหา ตัวชี้วัด ค 3.1 ม.6/1 เข้าใจและใช้ความรู้ทางสถิติในการนำเสนอข้อมูล และแปลความหมายของค่าสถิติ เพื่อประกอบการตัดสินใจ สาระสำคัญ การแบ่งประเภทของข้อมูลตามแหล่งที่มาของข้อมูล จุดประสงค์การเรียนรู้: นักเรียนสามารถ 1) บอกความหมายของข้อมูลปฐมภูมิ(K) 2) บอกความหมายของข้อมูลทุติยภูมิ(K) 3) เขียนจำแนกประโยคที่เป็นข้อมูล (P) 4) เขียนขั้นตอนในการแก้ปัญหา โดยใช้ความรู้เกี่ยวกับข้อมูลหรือข่าวสารในชีวิตประจำวันมาเชื่อมโยง เพื่อใช้ในการตัดสินใจได้ (P) 5) รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย (A) สมรรถนะนักเรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา สาระการเรียนรู้(เนื้อหา) ข้อมูลปฐมภูมิ (primary data) เป็นข้อมูลที่ได้จาก แหล่งกำเนิดของข้อมูลโดยตรง ซึ่งรวบรวมมาได้ จากการสัมภาษณ์ วัด นับ หรือสังเกตจากแหล่งข้อมูลเบื้องต้น โดยการทำสำมะโนหรือการสำรวจตัวอย่าง ข้อมูลทุติยภูมิ (secondary data) เป็นข้อมูลที่ผู้ใช้ไม่ต้องเก็บรวบรวมเอง แต่มีหน่วยงานอื่น ๆ ที่ ทำการเก็บรวบรวมไว้แล้ว


83 รูปแบบวิธีการจัดประสบการเรียนรู้ ใช้รูปแบบ SAKORN Model 6 ขั้นตอน ขั้นที่ 1 S: Search ขั้นตอนค้นหาข้อมูล ขั้นที่ 2 A: Active Learning ขั้นตอนการลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ขั้นที่ 3 K: Knowledge Management ขั้นตอนการรวบรวมข้อมูล ขั้นที่ 4 O: Obtain ขั้นตอนการนำผลการเรียนรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ ขั้นที่ 5 R: Reporting ขั้นตอนการจัดทำรายงานรูปเล่มและนำเสนอผลการเรียนรู้ ขั้นที่ 6 N: Network ขั้นตอนการสร้างเครือข่ายวิชาการ ลำดับขั้นการจัดประสบการณ์เรียนรู้ ขั้นที่ 1 S: Search ขั้นตอนค้นหาข้อมูล 1. ครูอธิบายเกี่ยวกับความหมายของข้อมูล ดังนี้ ข้อมูล (data) หมายถึง ข้อความจริงเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง อาจเป็นได้ทั้งข้อความและตัวเลขที่ ประมวลผลได้ ข้อมูลแบ่งได้หลายแบบ อาทิ ข้อมูลปฐมภูมิ ข้อมูลทุติยภูมิ 2. ครูให้นักเรียนค้นหาตัวอย่างของข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต จากนั้นครูถามคำถาม ดังนี้ ในปีพ.ศ. 2561 คนไทยอายุ 6 ปีขึ้นไป ใช้เวลาอ่านหนังสือเฉลี่ยกี่นาทีต่อวัน (แนวตอบ 80 นาทีต่อวัน) ในปีพ.ศ. 2558 คนไทยอายุ 6 ปีขึ้นไป ใช้เวลาอ่านหนังสือเฉลี่ยกี่นาทีต่อวัน (แนวตอบ 60 นาทีต่อวัน) ค่าใช้จ่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของแก๊สโซฮอล์มีสัดส่วนเป็นเท่าใดของผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมทั้งหมด (แนวตอบ 37.7% ของผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมทั้งหมด) ค่าใช้จ่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของไบโอดีเซลและพลังงานทดแทนมีสัดส่วนเป็นเท่าใดของผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ทั้งหมด (แนวตอบ 0.2% ของผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมทั้งหมด) เปรียบเทียบแรงงานกับช่วงเดียวกันของปี 2562 กับปี 2561 มีผู้ว่างเพิ่มขึ้นเท่าใด (แนวตอบ 2.4 หมื่นคน) ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของครัวเรือนในปี 2561 ในด้านอาหาร เครื่องดื่ม และยาสูบ คิดเป็นร้อยละเท่าใดของค่าใช้จ่าย ทั้งสิน (แนวตอบ 34.8% ของค่าใช้จ่ายทั้งสิน) 3. ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนความรู้เกี่ยวกับความหมายของข้อมูล 4. ครูให้นักเรียนศึกษาเนื้อหาความรู้เกี่ยวกับประเภทของข้อมูล ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน คณิตศาสตร์ ม.6 และตั้งคำถาม ดังนี้ ประเภทของข้อมูลสามารถจำแนกได้อย่างไร


84 (แนวตอบประเภทของข้อมูลสามารถจำแนกได้จากวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล และจากลักษณะของข้อมูล) การจำแนกประเภทของข้อมูลตามวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล มีข้อมูลอะไรบ้าง (แนวตอบ ข้อมูลปฐมภูมิและข้อมูลทุติยภูมิ) ข้อมูลปฐมภูมิเป็นอย่างไร (แนวตอบ ข้อมูลปฐมภูมิ เป็นข้อมูลที่ได้จากแหล่งกำเนิดของข้อมูลโดยตรง) การเก็บรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิทำได้อย่างไร (แนวตอบ ทำได้ 2 วิธี คือ การสำมะโน และการสำรวจตัวอย่าง) ข้อมูลทุติยภูมิเป็นอย่างไร (แนวตอบ ข้อมูลทุติยภูมิ เป็นข้อมูลที่ผู้ใช้ไม่ได้เก็บรวบรวมเอง แต่มีหน่วยงานอื่น ๆ ที่ทำการเก็บรวรวบไว้ แล้ว) 5. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับแหล่งที่มาของข้อมูลทุติยภูมิที่สำคัญ ดังนี้ 1) รายงานต่าง ๆ ของหน่วยงานราชการและองค์กรของรัฐบาล โดยทั่ว ๆ ไป หน่วยงานราชการ หรือ องค์กรของรัฐบาล มักจะมีรายงานแสดงข้อมูลพิมพ์ออกมาเผยแพร่เป็นประจำซึ่งอาจเป็นรายงานรายเดือน รายสามเดือน หรือรายปี ข้อมูลที่ได้จากรายงานต่าง ๆ ของหน่วยงานราชการและองค์กรของรัฐบาลนี้อาจถือ ได้ว่า เป็นที่มาของข้อมูลทุติยภูมิที่สำคัญที่สุด 2) รายงานและบทความจากหนังสือหรือรายงานจากหน่วยงานเอกชน หน่วยงานของเอกชนบางแห่ง โดยเฉพาะหน่วยงานใหญ่ ๆ จะพิมพ์รายงานเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของตนออกเผยแพร่เช่นเดียวกับ หน่วยงานของราชการ เช่น รายงานประจำเดือนของธนาคารพาณิชย์ นอกจากนี้ หนังสือพิมพ์รายวันหรือสื่ออื่น ๆ มักจะมีข้อมูลทุติยภูมิประกอบบทความหรือรายงานด้วย ขั้นที่ 2 A: Active Learning ขั้นตอนการลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง 1. ครูให้นักเรียนจับคู่ทำกิจกรรมคณิตศาสตร์ โดยครูยกสถานการณ์เกี่ยวกับข้อมูลต่าง ๆ จาก PowerPoint แล้วให้นักเรียนแต่ละคู่ตอบคำถามจากสถานการณ์ดังกล่าวว่า มีวิธีเก็บรวบรวมข้อมูลแบบใด ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม 3-4 คน โดยคละความสามารถทางคณิตศาสตร์ (อ่อน ปานกลาง และเก่ง) ให้อยู่กลุ่ม เดียวกัน แล้วให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลทุติยภูมิและข้อมูลปฐมภูมิอย่างละ 1 ข้อมูล พร้อมทั้งวิเคราะห์ว่าข้อมูลนั้น มีวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลและมีขั้นตอนกระบวนการอย่างไร จากนั้นส่งตัวแทนออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน โดยครูตรวจสอบความถูกต้อง และอธิบายเพิ่มเติม 2. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล ขั้นที่ 3 K: Knowledge Management ขั้นตอนการรวบรวมข้อมูล 1. ครูให้นักเรียนใช้ความรู้ที่ได้ ทำแบบฝึกหัดเรื่อง วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล จากนั้นครูสุ่มนักเรียนออกมา นำเสนอหน้าชั้นเรียน โดยครูและนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง ครูถามคำถามเพื่อสรุปความรู้รวบ ยอดของนักเรียน ดังนี้การเก็บรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิมีวิธีการอย่างไร (แนวตอบ วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิจะได้มาจากแหล่งที่เก็บรวบรวมข้อมูลไว้แล้ว อาจเป็นข้อมูลที่อยู่ ในรูปรายงาน บทความหรือเอกสารต่าง ๆ)


85 การเก็บรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิมีวิธีการอย่างไร (แนวตอบ การเก็บรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิทำได้จากการสำมะโนหรือการสำรวจตัวอย่างได้หลายวิธีเช่น การ สัมภาษณ์จากผู้ให้คำตอบโดยตรง การสอบถามทางอินเทอร์เน็ต การสอบถามทางโทรศัพท์ การสังเกต การทดลอง การบันทึกข้อมูลจากการวัดหรือนับ) ขั้นที่ 4 O: Obtain ขั้นตอนการนำผลการเรียนรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ 1. ครูให้นักเรียนแต่ละคนยกตัวอย่างเรื่องที่ต้องตัดสินใจหรือวางแผนมาคนละ 1 เรื่อง พร้อมทั้งระบุว่า ข้อมูลที่นำมาใช้ประกอบการตัดสินใจมีอะไรบ้าง จากนั้นครูสุ่มนักเรียนออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน โดยครู ตรวจสอบความถูกต้อง และอธิบายเพิ่มเติม 2. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้ ดังนี้ 1)การตัดสินใจมีโอกาสผิดพลาดมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับข้อมูลและสารสนเทศซึ่งผู้ตัดสินใจมีอยู่เป็น สำคัญ ข้อมูลและสารสนเทศดังกล่าวนี้สามารถหามาได้โดยใช้วิธีการทางสถิติซึ่งเป็นเทคนิคเกี่ยวกับการเก็บ รวบรวมและการวิเคราะห์ข้อมูล ในการใช้สถิติเพื่อการตัดสินใจและการวางแผนไม่ว่าจะในชีวิตประจำวันหรือ ในการประกอบอาชีพ ผู้ตัดสินใจอาจต้องทราบว่า มีข้อมูลหรือข่าวสารที่ทันสมัยและความเชื่อถือได้ 2) การตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ บางเรื่องไม่สามารถใช้ข้อมูลเพียงอย่างเดียวได้ ต้องมีการวิเคราะห์ ข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเสียก่อน จึงนำมาใช้เพื่อการตัดสินใจได้ ซึ่งข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์ แล้วไม่ว่าจะ วิเคราะห์โดยใช้ การวิเคราะห์เบื้องต้นหรือขั้นสูงจะเรียกว่า สารสนเทศ (information) ขั้นที่ 5 R: Reporting ขั้นตอนการจัดทำรายงานรูปเล่มและนำเสนอผลการเรียนรู้ นักเรียนแต่ละกลุ่ม เตรียมพร้อมนำเสนอผลงานจากตัวอย่างของกรณีหรือปัญหาที่ต้องใช้สถิติที่ได้จาก การเก็บรวบรวมและประเมินผลนำไปเป็นรูปเล่มของโครงงาน ขั้นที่ 6 N: Network ขั้นตอนการสร้างเครือข่ายวิชาการ ชิ้นงานของโครงงานไปเผยแพร่ในแหล่งเรียนรู้ของกลุ่มสาระคณิตศาสตร์ สื่อ/ แหล่งการเรียนรู้ หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน คณิตศาสตร์ ม.6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 สถิติและข้อมูล การวัดและประเมินผล 1. กรอบการวัดและประเมินผล กำหนดกรอบการวัดและประเมินผลดังตาราง จุดประสงค์การเรียนรู้ (ข้อที่) วิธีการวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์การประเมิน 1) บอกความหมายของข้อมูลปฐม ภูมิ (K) ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด ร้อยละ 60 ขึ้นไป 2) บอกความหมายของข้อมูลทุติย ภูมิ (K) ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด ร้อยละ 60 ขึ้นไป


86 3) เขียนจำแนกประโยคที่เป็นข้อมูล (P) ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด ร้อยละ 60 ขึ้นไป 4) เขียนขั้นตอนในการแก้ปัญหา โดยใช้ความรู้เกี่ยวกับข้อมูลหรือ ข่าวสารในชีวิตประจำวันมาเชื่อมโยง เพื่อใช้ในการตัดสินใจได้ (P) ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด ร้อยละ 60 ขึ้นไป 5) รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับ มอบหมาย (A) แบบสังเกตพฤติกรรม การสังเกตพฤติกรรม ระดับ 2 ขึ้นไป 2. เกณฑ์การประเมิน 2.1 เกณฑ์ประเมินผลผ่านการเรียนรู้ใช้เกณฑ์ประเมินแบบแยกเป็นรายด้านคือด้านความรู้ ด้านทักษะ กระบวนการ และด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ แต่ละด้านกำหนดเกณฑ์ประเมินผ่านผลการเรียนรู้โดยอิง ระดับมาตรฐานผลการเรียนรู้ ดังนี้ 5 ระดับบุคคล นักเรียนต้องมีผลการเรียนรู้อย่างน้อยตั้งแต่ระดับมาตรฐาน 60 ถือว่า ผ่านการประเมิน (ประกันผลการเรียนรู้ของนักเรียน) ระดับชั้นเรียน มีจำนวนนักเรียนอย่างน้อยร้อยละ 80 ของจำนวนทั้งหมดมี ผลการเรียนรู้อย่างน้อยตั้งแต่ระดับมาตรฐาน ดี ถือว่าการจัดประสบการณ์เรียนรู้บรรลุตามจุดประสงค์การ เรียนรู้ที่กำหนดในแผนการจัดการเรียนรู้ (ประกันการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครู) 2.2 เกณฑ์การตัดสินคะแนนเก็บ จำนวนคะแนนที่เก็บ 12 คะแนน จากคะแนนรวมทั้งหมด 20 คะแนน เกณฑ์การคิดคะแนนเก็บคำนวณดังนี้ จำนวนคะแนนเก็บของนักเรียน = จำนวนคะแนนจากการวัดและประเมินผล จำนวนคะแนนเก็บของแผน จำนวนคะแนนเต็มจากทุกกิจกรรมรวมกัน 3. ผลการประเมิน จำแนกผลการประเมินผลการเรียนรู้เป็นรายด้านคือ ด้านความรู้ ด้านทักษะกระบวนการ และด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดังนี้ 3.1 ด้านความรู้ ระดับบุคคล จำนวนนักเรียนทั้งหมด 30คน มีผลการเรียนรู้อยู่ที่ระดับมาตรฐาน ดีมาก จำนวน…....... คน คิดเป็นร้อยละ.....ที่ระดับมาตรฐาน ดี จำนวน......คน คิดเป็นร้อยละ... ที่ระดับมาตรฐานพอใช้ จำนวน...... คน คิดเป็นร้อยละ.....และที่ระดับมาตรฐานต้องปรับปรุง จำนวน......คน คิดเป็นร้อยละ...... ระดับชั้นเรียน นักเรียนที่มีผลการเรียนรู้อย่างน้อยตั้งแต่ระดับมาตรฐาน......จำนวน.......คน ถือว่าผ่าน เกณฑ์ การประเมินผลการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ.....และมีนักเรียนที่มีผลการเรียนรู้ต่ำกว่าระดับมาตรฐาน....... จำนวน......คนถือว่าไม่ผ่าน เกณฑ์การประเมินผลการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ.......ดังนั้น ถือว่า การจัดประสบการ เรียนรู้ด้านความรู้ ของแผนการจัดการเรียนรู้ ประสบความสำเร็จ ไม่ประสบความสำเร็จตามจุดประสงค์การ เรียนรู้


87 3.2 ด้านทักษะกระบวนการ ระดับบุคคล จำนวนนักเรียนทั้งหมด........คน มีผลการเรียนรู้อยู่ที่ระดับมาตรฐาน ดีมาก จำนวน….......คน คิดเป็นร้อยละ.....ระดับมาตรฐาน ดี จำนวน......คน คิดเป็นร้อยละ... ที่ระดับมาตรฐานพอใช้ จำนวน......คน คิดเป็นร้อยละ.....และที่ระดับมาตรฐานต้องปรับปรุง จำนวน......คน คิดเป็นร้อยละ...... ระดับชั้นเรียน นักเรียนที่มีผลการเรียนรู้อย่างน้อยตั้งแต่ระดับมาตรฐาน......จำนวน.......คน ถือว่าผ่าน เกณฑ์ การประเมินผลการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ.....และมีนักเรียนที่มีผลการเรียนรู้ต่ำกว่าระดับมาตรฐาน....... จำนวน......คนถือว่าไม่ผ่าน เกณฑ์การประเมินผลการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ.......ดังนั้น ถือว่า การจัดประสบการ เรียนรู้ด้านทักษะกระบวนการของแผนการจัดการเรียนรู้ ประสบความสำเร็จ ไม่ประสบความสำเร็จตาม จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.3 ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับบุคคล จำนวนนักเรียนทั้งหมด 30 คน มีผลการเรียนรู้อยู่ที่ระดับมาตรฐาน ดีมาก จำนวน….......คน คิด เป็นร้อยละ.....ระดับมาตรฐาน ดี จำนวน......คน คิดเป็นร้อยละ... ที่ระดับมาตรฐานพอใช้ จำนวน......คน คิด เป็นร้อยละ.....และที่ระดับมาตรฐานต้องปรับปรุง จำนวน......คน คิดเป็นร้อยละ...... ระดับชั้นเรียน นักเรียนที่มีผลการเรียนรู้อย่างน้อยตั้งแต่ระดับมาตรฐาน......จำนวน.......คน ถือว่าผ่าน เกณฑ์ การประเมินผลการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ.....และมีนักเรียนที่มีผลการเรียนรู้ต่ำกว่าระดับมาตรฐาน....... จำนวน......คนถือว่าไม่ผ่าน เกณฑ์การประเมินผลการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ.......ดังนั้น ถือว่า การจัดประสบการ เรียนรู้ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของแผนการจัดการเรียนรู้ ประสบความสำเร็จ ไม่ประสบความสำเร็จ ตามจุดประสงค์การเรียนรู้


88 บันทึกหลังแผน ผลการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ (ชี้ให้เห็นถึงผลที่เกิดกับผู้เรียนตามจุดประสงค์หรือตัวชี้วัดที่กำหนดใน แผน) .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปัญหา/อุปสรรค *(คือปัญหาที่พบจากการจัดการเรียนรู้) .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข (ครูเสนอแนะแนวทางแก้ไขของปัญหาที่พบในการจัดการเรียนรู้) .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ ..........................................ผู้บันทึก (...............................................) ........../..................../............. บันทึกความเห็นของผู้ตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ.............................................(ผู้ตรวจ) (...............................................) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ........../..................../..............


89 บันทึกความเห็นของผู้ช่วยผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ .............................................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................ ...................... .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ.............................................(ผู้ตรวจ) (.......................................) ผู้ช่วยผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ ........../..................../.............. บันทึกความเห็นของของผู้บริหาร .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ..................................................... ( ....................................... ) ผู้อำนวยการโรงเรียน..................................... ........../..................../..............


90 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 รหัส-ชื่อรายวิชา คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้เรื่อง สถิติ ระดับชั้น ม. 6/1 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 5 คาบ/สัปดาห์ แผนการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง การแบ่งประเภทของข้อมูลตามระยะเวลาที่จัดเก็บ เวลา 2 คาบ ชื่อผู้สอน ......................................................... โรงเรียน อุตรดิตถ์ดรุณี วันที่.....................เดือน.......................พ.ศ. .................. มาตรฐานการเรียนรู้ ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใช้ความรู้ทางสถิติในการแก้ไขปัญหา ตัวชี้วัด ค 3.1 ม.6/1 เข้าใจและใช้ความรู้ทางสถิติในการนำเสนอข้อมูล และแปลความหมายของค่าสถิติ เพื่อประกอบการตัดสินใจ สาระสำคัญ ข้อมูลอนุกรมเวลา คือชุดข้อมูลที่เกิดขึ้นและจัดเก็บตามลำดับเวลาต่อเนื่องกันไปตลอดช่วง ๆ หนึ่ง ข้อมูลตัดขวาง คือข้อมูลที่บอกสถานะหรือสภาพของสิ่งที่สนใจ ณ จุดหนึ่งของเวลา จุดประสงค์การเรียนรู้: นักเรียนสามารถ 1) จำแนกการแบ่งประเภทของข้อมูลตามระยะเวลาที่จัดเก็บได้(K) 2) แก้ปัญหาการจำแนกการแบ่งประเภทของข้อมูลตามระยะเวลาที่จัดเก็บได้(P) 3) นักเรียนมีความมุ่งมั่นในการทำงาน (A) สมรรถนะนักเรียน 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการแก้ปัญหา 3. ความสามารถในการเชื่อมโยง สาระการเรียนรู้(เนื้อหา) ข้อมูล -ความหมายของอนุกรม -ความหมายของข้อมูลตัดขวาง รูปแบบวิธีการจัดประสบการเรียนรู้ (SAKORN Model) ใช้รูปแบบ SAKORN Model 6 ขั้นตอน ขั้นที่ 1 S: Search ขั้นตอนค้นหาข้อมูล ขั้นที่ 2 A: Active Learning ขั้นตอนการลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง


91 ขั้นที่ 3 K: Knowledge Management ขั้นตอนการรวบรวมข้อมูล ขั้นที่ 4 O: Obtain ขั้นตอนการนำผลการเรียนรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ ขั้นที่ 5 R: Reporting ขั้นตอนการจัดทำรายงานรูปเล่มและนำเสนอผลการเรียนรู้ ขั้นที่ 6 N: Network ขั้นตอนการสร้างเครือข่ายวิชาการ ลำดับขั้นการจัดประสบการณ์เรียนรู้ ขั้นที่ 1 S: Search ขั้นตอนค้นหาข้อมูล 1. ครูทบทวนความรู้ให้นักเรียนจากคาบเรียนที่ผ่านมา เรื่องของข้อมูลปฐมภูมิและทุติยภูมิ 2. ครูให้นักเรียนช่วยกันค้นหาข้อมูลเชิงปริมาณที่เป็นตัวเลข แล้วค่อยมาวิเคราะห์ข้อมูลนั้นว่าเป็น ข้อมูลอนุกรมเวลา หรือตัดขวาง (แนวคำตอบ ข้อมูลเชิงปริมาณ ตัวอย่าง อัตราการเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศจีน โดย แบ่งตามช่วงอายุตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2564 ที่เสียชีวิตทั้งหมด 44,415 คน เป็นประเภท ของข้อมูลตัดขวางเพราะศึกษาเจาะจงช่วงเวลา ไม่ได้ศึกษาอย่างต่อเนื่องคือเฉพาะช่วงเริ่มต้นการระบาดจนถึง วันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2564 เป็นต้น) ขั้นที่ 2 A: Active Learning ขั้นตอนการลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง 1. ครูอธิบายลักษณะของข้อมูลว่ามีการแบ่งประเภทของข้อมูลตามระยะเวลาที่จัดเก็บเป็นการแบ่ง ประเภทของข้อมูล โดยพิจารณาจากช่วงเวลาที่มีข้อมูลเกิดขึ้นและมีการจัดเก็บ จึงแบ่งข้อมูล ออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้ ข้อมูลอนุกรมเวลา คือชุดข้อมูลที่เกิดขึ้นและจัดเก็บตามลำดับเวลาต่อเนื่องกันไปตลอดช่วง ๆ หนึ่ง ข้อมูลตัดขวาง คือข้อมูลที่บอกสถานะหรือสภาพของสิ่งที่สนใจ ณ จุดหนึ่งของเวลา จากนั้นให้แต่ละคนนำเสนอข้อมูลของตนเองที่ได้ในขั้นที่ 1 แล้วให้เพื่อนๆร่วมกันวิเคราะห์ว่าเป็น ข้อมูลประเภทใด 2. ครูแบ่งกลุ่มผู้เรียนออกเป็นกลุ่มกลุ่มละ 4 – 5 คน โดยแต่ละกลุ่มมีการคละความสามารถของ ผู้เรียน เก่ง ปานกลาง และอ่อน ตามผลการเรียนที่พิจารณาจากการสอบในภาคเรียนที่ผ่านมาเป็นรายบุคคล เพื่อให้ผู้เรียนได้ช่วยเหลือกันและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ภายในกลุ่ม และให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันเลือก ประธาน 1 คน เลขานุการ 1 คน และผู้ร่วมงาน 2 – 3 คน 3. ครูให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเข้าสู่เว็บไซต์ https://proj14.ipst.ac.th/m4-6-math-basic/m6-mathbasic/math-m6-003 เพื่อเข้าไปศึกษาวีดิทัศน์ซึ่งจัดทำขึ้นภายใต้โครงการ Project14 ของสสวท. จากนั้น ผู้เรียนและครูร่วมกันสรุปประเภทของข้อมูล โดยครูคอยแนะนำจนกว่าผู้เรียนเข้าใจ 4. ครูตั้งคำถามให้ผู้เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแบ่งประเภทของข้อมูลตาม ระยะเวลาที่จัดเก็บ ดังนี้


92 ยอดขายสินค้ารายเดือนตั้งแต่เดือน มกราคม พ.ศ. 2563 ถึง ธันวาคม พ.ศ. 2563 ข้อมูลนี้เป็นข้อมูล ประเภทใด (แนวคำตอบ.ข้อมูลอนุกรมเวลา) มหาวิทยาลัยยอดนิยมที่นักเรียน ม.6 เลือกเข้าศึกษาต่อในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ข้อมูลนี้เป็นข้อมูล ประเภทใด (แนวคำตอบ.ข้อมูลอนุกรมเวลา) ราคาโทรศัพท์มือถือยี่ห้อหนึ่งในช่วงไตรมาศแรก ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลประเภทใด (แนวคำตอบ.ข้อมูลอนุกรมเวลา) รายงานผลการศึกษาของนักเรียนเมื่อสิ้นภาคการศึกษา ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลประเภทใด(แนวคำตอบ. ข้อมูลตัดขวาง) จำนวนประชากรของประเทศไทย ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563 ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลประเภทใด (แนวคำตอบ.ข้อมูลตัดขวาง) น้ำหนักของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เมื่อเปิดภาคการศึกษา ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลประเภทใด (แนวคำตอบ.ข้อมูลตัดขวาง) ขั้นที่ 3 K: Knowledge Management ขั้นตอนการรวบรวมข้อมูล 1. ครูให้ผู้เรียนเรียบเรียงขั้นตอนการแก้ปัญหาและบันทึกความรู้ของผู้เรียนที่ได้จากการศึกษาเรื่อง ข้อมูลอนุกรมเวลาและข้อมูล ลงในสมุด และอธิบายคำตอบนั้นของผู้เรียน 2. ครูให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มแลกเปลี่ยนความรู้นำเสนอแนวคิดและวิธีการในการแก้ปัญหาของตนจาก การทำงานที่ครูมอบหมาย ขั้นที่ 4 O: Obtain ขั้นตอนการนำผลการเรียนรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ 1.ครูให้ผู้เรียนออกมานำเสนอการสรุปความรู้แนวคิดและวิธีการในการแก้ปัญหาจากการทำกิจกรรม และถ้ามีผู้เรียนคนใดมีแนวคิดหรือวิธีการในการหาคำตอบที่แตกต่างจากเพื่อนก็สามารถนำวิธีการหรือแนวคิด นั้นมานำเสนอได้อย่างเต็มที่ 2. ผู้เรียนและครูร่วมกันอภิปรายถึงวิธีการต่าง ๆ และผลที่ได้ที่เพื่อนผู้เรียนแต่ละคนได้ออกมา นำเสนอ โดยขณะที่ร่วมกันอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นนั้น ครูจะมีการสังเกตพฤติกรรมการสื่อสารทั้งใน ด้านการฟังและการพูดของผู้เรียนไปพร้อมๆ กัน ขั้นที่ 5 R: Reporting ขั้นตอนการจัดทำรายงานรูปเล่มและนำเสนอผลการเรียนรู้ นักเรียนแต่ละกลุ่ม เตรียมพร้อมนำเสนอผลงานจากตัวอย่างของข้อมูลลำดับอนุกรมเวลาและ ภาพตัดขวางใช้สถิติที่ได้จากการเก็บรวบรวมและประเมินผลนำไปเป็นรูปเล่มของโครงงาน ขั้นที่ 6 N: Network ขั้นตอนการสร้างเครือข่ายวิชาการ ชิ้นงานของโครงงานไปเผยแพร่ในแหล่งเรียนรู้ของกลุ่มสาระคณิตศาสตร์ สื่อ/ แหล่งการเรียนรู้ หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน คณิตศาสตร์ ม.6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 สถิติและข้อมูล


Click to View FlipBook Version