บันทกึ ข้อความ
สว่ นราชการ กลมุ่ บริหารวิชาการ โรงเรียนสนั ติราษฎรว์ ทิ ยาลยั
ที่ วันที่ ๒๑ มถิ นุ ายน ๒๕๖๕
เรอ่ื ง ขออนุญาตใชแ้ ผนการจดั การเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………………..………………………………….
เรียน ผอู้ ำนวยการโรงเรียนสันตริ าษฎร์วิทยาลัย
ด้วย ข้าพเจ้า นางสาวสุดารัตน์ โยชน์เยื้อน ครูโรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย กลุ่มสาระการ
เรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ ได้จดั ทำแผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการคิดวิเคราะห์ ๑ รหัสวิชา
อ๓๓๒๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ ประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับสาระการ
เรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ และคำอธิบายรายวิชา จำนวน ๒๕ แผน ข้าพเจ้าจึงขออนุญาตใช้แผนการจัดการ
เรยี นร้ใู นการสอน ดงั เอกสารทแ่ี นบมาดว้ ย
จงึ เรยี นมาเพื่อโปรดพิจารณาตรวจสอบ และลงนามอนญุ าตใชแ้ ผนการจัดการเรียนรู้
ความคิดเห็นของหวั หนา้ กลุ่มสาระฯ (นางสาวสุดารัตน์ โยชนเ์ ยอื้ น)
............................................................... ครูผู้สอน
...............................................................
............................................................... ความคดิ เหน็ ของรองผอู้ ำนวยการโรงเรียน
................................................................................
ลงชื่อ................................................... ................................................................................
(นางสาวภทั ร พงษเ์ จรญิ ไทย)
ลงชอื่ .......................................................
หวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (นายศักดา พงึ่ เจียม)
รองผอู้ ำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
อนญุ าต...........................................................
ไม่อนุญาต.......................................................
ลงช่ือ............................................................
(นางธัญจิรา โชติพงศ์กุล)
ผู้อำนวยการโรงเรียนสันตริ าษฎร์วทิ ยาลัย
แบบวเิ คราะห์มาตรฐานและตวั ชี้วดั /ผลการเรียนรู้ เพอ่ื จัดทำคำอธิบายรายวิชา
รายวิชาภาษาอังกฤษเพ่ือการคิดวเิ คราะห์ 1 รหัสวชิ า อ33201 ระดับมัธยมศึกษาปีท่ี 6
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ โรงเรยี นสนั ตริ าษฎร์วิทยาลยั
ผลการเรยี นรู้ ความรู้ (K) ทักษะ/กระบวนการ คณุ ลักษณะอนั พงึ สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
(P) ประสงค์ (A)
ขอ้ ที่ 1 - การอา่ นขอ้ ความ 1. ความสามารถในการ
ทักษะอา่ น คดิ วเิ คราะห์ 1. มีวินยั สื่อสาร
อา่ นออกเสียงประโยค บทความ บทอ่าน ข่าว เขยี น ฟัง และพูด 2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุ่งมนั่ ในการทำงาน 2. ความสามารถในการคดิ
ขอ้ ความ บทความ บทอา่ น ประกาศโฆษณา สง่ิ พิมพ์ ทกั ษะอา่ น คดิ วิเคราะห์ 3. ความสามารถในการใช้
เขียน ฟงั และพดู 1. มีวนิ ยั
ข่าว ประกาศโฆษณา ต่าง ๆ ในภาษาองั กฤษได้ 2. ใฝเ่ รยี นรู้ ทักษะชีวติ
ทักษะอา่ น คดิ วเิ คราะห์ 3. มุ่งมน่ั ในการทำงาน 4. ความสามารถในการใช้
สง่ิ พิมพ์ต่าง ๆ ถูกต้องตาม ถกู ต้อง เขยี น ฟัง และพดู
1. มวี นิ ยั เทคโนโลยี
หลักการอา่ น - การใชน้ ้ำเสยี งในการอ่าน ทักษะอา่ น คิดวเิ คราะห์ 2. ใฝ่เรียนรู้
เขียน ฟัง และพูด 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 1. ความสามารถในการ
ข้อความแตล่ ะประเภทได้ ส่ือสาร
1. มวี นิ ัย
เหมาะสม 2. ใฝ่เรียนรู้ 2. ความสามารถในการคดิ
3. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน 3. ความสามารถในการใช้
ขอ้ ที่ 2 - การอ่านข้อความต่าง ๆ
ทักษะชีวิต
จบั ใจความสำคัญ ในภาษาองั กฤษแล้ว 4. ความสามารถในการใช้
วิเคราะหค์ วาม สรุปความ สามารถจับใจความสำคัญ เทคโนโลยี
ตีความ และแสดงความ ไดว้ ่าใคร ทำอะไร ทไ่ี หน 1. ความสามารถในการ
สื่อสาร
คดิ เหน็ จากเรื่องทอ่ี ่านที่ อย่างไร
2. ความสามารถในการคดิ
เป็นสารคดแี ละบันเทงิ คดี - การแสดงความคิดเหน็ 3. ความสามารถในการใช้
พรอ้ มท้ังให้เหตผุ ล จากข้อความ/เร่อื งท่ีได้ ทักษะชวี ติ
4. ความสามารถในการใช้
อา่ น
เทคโนโลยี
ข้อที่ 3 - การอา่ นข้อความ
1. ความสามารถในการ
ตคี วาม วเิ คราะหข์ อ้ มลู บทความ ส่ือโฆษณาตา่ ง ส่อื สาร
และประเมินข้อมลู จาก ๆ ในภาษาอังกฤษแลว้
วเิ คราะห์ขอ้ มูลและความ 2. ความสามารถในการคดิ
หลาย ๆ แหล่ง เพื่อใช้ ถูกต้องเพอ่ื นำไปใชอ้ ย่าง 3. ความสามารถในการใช้
ประกอบในการตดั สนิ ใจ
เหมาะสม ทกั ษะชีวติ
หรอื แกป้ ัญหาอยา่ ง 4. ความสามารถในการใช้
สร้างสรรค์ ใหเ้ หมาะสมกับ เทคโนโลยี
สถานการณ์
ขอ้ ที่ 4 - การใชภ้ าษาองั กฤษใน
อธิบายและเขยี นประโยค การอธิบายขอ้ ความทไ่ี ด้
และขอ้ ความใหส้ มั พนั ธ์กบั อ่าน
สอื่ ท่ีไม่ใชค่ วามเรยี ง - การใชภ้ าษาอังกฤษใน
รูปแบบต่าง ๆ ทอ่ี า่ น การเขียนอธบิ ายขอ้ มลู
รวมทัง้ ระบุและเขยี นเรอ่ื ง ต่าง ๆ
ทีไ่ ม่ใช่ความเรยี งรูปแบบ
ตา่ ง ๆ ใหส้ มั พนั ธก์ ับ
ประโยค และข้อความที่
อ่าน
ผลการเรยี นรู้ ความรู้ (K) ทักษะ/กระบวนการ คณุ ลักษณะอันพึง สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
(P) ประสงค์ (A)
ขอ้ ที่ 5 - การใช้ภาษาอังกฤษใน 1. ความสามารถในการ
ทักษะอ่าน คดิ 1. มีวินัย สือ่ สาร
สรปุ ใจความสำคญั แสดง การสรุปขอ้ ความ หรือ วเิ คราะห์ เขียน ฟงั 2. ใฝ่เรียนรู้
3. ม่งุ มั่นในการทำงาน 2. ความสามารถในการคดิ
ความคดิ เหน็ ของตนเอง บทความที่ได้อ่าน และพูด 3. ความสามารถในการใช้
เก่ยี วกบั เรอื่ งตา่ ง ๆ - การใช้ภาษาองั กฤษใน ทักษะชวี ิต
4. ความสามารถในการใช้
กจิ กรรม ประสบการณ์ การแสดงความคิดเหน็
เทคโนโลยี
ข่าว/เหตกุ ารณ์ท้ังใน เกย่ี วกบั เร่อื งต่าง ๆ ได้
ท้องถนิ่ สังคม และโลก อย่างมเี หตผุ ล และ
อย่างมีเหตผุ ล เหมาะสม
ขอ้ ที่ 6 - การใช้เทคโนโลยีในการ ทกั ษะอ่าน คดิ 1. มีวนิ ัย 1. ความสามารถในการ
วิเคราะห์ เขยี น ฟัง 2. ใฝเ่ รียนรู้ ส่ือสาร
คน้ คว้า สืบคน้ บนั ทึก สรปุ สบื ค้นข้อมลู และหา 3. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
และพูด 2. ความสามารถในการคดิ
และแสดงความคดิ เห็น ความหมายคำศพั ท์ 3. ความสามารถในการใช้
เก่ยี วกับขอ้ มูลจากแหลง่ ภาษาองั กฤษ ทกั ษะชีวติ
4. ความสามารถในการใช้
การเรยี นรูต้ ่าง ๆ และ - การนำเสนอขอ้ มูลท่ไี ด้
เทคโนโลยี
นำเสนอดว้ ยการพูดหรอื สบื ค้นจากแหลง่ เรียนรู้
เขียน ต่างๆ
รหสั วชิ า อ33201 คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 6
จำนวน 1.0 หน่วยกติ วชิ าภาษาอังกฤษเพื่อการคดิ วเิ คราะห์ 1 เวลา 40 ชว่ั โมง
ภาคเรยี นที่ 1
ศึกษาการใชภ้ าษาอังกฤษเพ่ือการสอื่ สารหรือส่ือความหมายในดา้ นการอ่านและการเขยี นเพื่อสื่อสาร
คดิ วเิ คราะห์ บรรยาย ให้ข้อมูล อธิบาย ตีความ บทความ นิทาน สารคดี เรื่องสั้น บทกวี หรอื ส่งิ พมิ พ์ประเภท
ตา่ ง ๆ รวมทั้งศึกษาทักษะในการอา่ นบทอา่ นทห่ี ลากหลาย รวมทง้ั รูจ้ กั แสวงหาข้อมูล ความรู้ ความบันเทิง การ
เข้าสู่สงั คมโดยผา่ นสอ่ื เทคโนโลยหี รือนวัตกรรมทห่ี ลากหลายจากแหล่งเรียนรู้ท้ังในและนอกสถานศกึ ษา
โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการตีความ รวมไปถึงการแสดงความ
คิดเห็นเกี่ยวกับสื่อที่เป็นความเรียงและไม่ใช่ความเรียง ในรูปแบบต่าง ๆ โดยการถ่ายโอนเป็นข้อความที่ใช้
ถอ้ ยคำของตนเอง และใช้เทคโนโลยเี ป็นสื่อในการจดั การเรียนรู้และสบื คน้ ขอ้ มลู
เพื่อใหผ้ เู้ รยี นมีทกั ษะการเขยี นสื่อความในรูปแบบตา่ ง ๆ ได้ และใชภ้ าษาสือ่ สารในรูปแบบต่าง ๆ เพ่ือ
สร้างความสันพันธ์ระหว่างบุคคล ใช้ภาษาตามสถานการณ์ต่าง ๆ ภายในสถานศึกษา ชุมชนและสังคมโลกได้
อย่างเหมาะสมกับมารยาททางสังคม เข้าใจ เรียนรู้วัฒนธรรมของเจ้าของภาษาและนำไปใช้อย่างมี
วิจารณญาณ มีความสนุกสนานเพลิดเพลินในการอ่าน และ และเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน
ด้วยวิธกี ารทีห่ ลากหลายในรปู แบบต่าง ๆ และนำไปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์ในชีวติ ประจำวนั ได้
ผลการเรียนรู้ จำนวน 6 ผลการเรียนรู้
1. อ่านออกเสยี งประโยค ข้อความ บทความ บทอ่าน ขา่ ว ประกาศโฆษณา สง่ิ พิมพต์ า่ ง ๆ ถกู ต้องตาม
หลกั การอา่ น
2. จบั ใจความสำคัญ วิเคราะห์ความ สรุปความ ตคี วาม และแสดงความคิดเห็นจากเร่ืองที่อ่านทเี่ ป็นสาร
คดีและบนั เทงิ คดี พร้อมทั้งให้เหตุผล
3. ตีความ วเิ คราะห์ข้อมลู และประเมนิ ข้อมลู จากหลาย ๆ แหลง่ เพื่อใช้ประกอบในการตัดสินใจหรอื
แก้ปญั หาอย่างสร้างสรรค์ ใหเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์
4. อธิบายและเขียนประโยค และข้อความใหส้ ัมพนั ธ์กับสื่อที่ไมใ่ ชค่ วามเรียงรปู แบบต่าง ๆ ทีอ่ า่ น รวมท้ัง
ระบแุ ละเขยี นเร่ืองที่ไมใ่ ชค่ วามเรยี งรปู แบบต่าง ๆ ใหส้ ัมพันธ์กบั ประโยค และขอ้ ความที่อา่ น
5. สรุปใจความสำคญั แสดงความคดิ เห็นของตนเองเก่ียวกบั เรื่องตา่ ง ๆ กิจกรรม ประสบการณ์ ข่าว/
เหตุการณท์ ้ังในท้องถิ่น สังคม และโลกอย่างมเี หตุผล
6. คน้ ควา้ สบื คน้ บนั ทกึ สรุป และแสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกับขอ้ มลู จากแหลง่ การเรียนรูต้ า่ ง ๆ และ
นำเสนอดว้ ยการพูดหรือเขียน
การออกแบบหน่วยการเรยี นรู้โดยใชก้ ระบวนการออกแบบย้อนกลับ (Backward Design)
รายวชิ าภาษาองั กฤษเพือ่ การคดิ วิเคราะห์ รหสั วชิ า อ33201
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 เร่อื ง Part of Speech จำนวน 8 คาบ
ครผู สู้ อน นางสาวสดุ ารตั น์ โยชน์เยือ้ น
1. เปา้ หมายการเรียนรู้
ผลการเรียนรู้
ขอ้ 1 อ่านออกเสียงประโยค ขอ้ ความ บทความ บทอา่ น ข่าว ประกาศโฆษณา สงิ่ พิมพต์ า่ ง ๆ
ถกู ต้องตามหลักการอ่าน
ข้อ 2 จับใจความสำคัญ วเิ คราะหค์ วาม สรปุ ความ ตีความ และแสดงความคดิ เหน็ จากเรือ่ งท่อี ่าน
ทเี่ ปน็ สารคดแี ละบันเทงิ คดี พร้อมทั้งใหเ้ หตุผล
ขอ้ 4 อธบิ ายและเขยี นประโยค และขอ้ ความให้สัมพันธก์ บั สอื่ ท่ีไมใ่ ช่ความเรยี งรูปแบบตา่ ง ๆ ท่ี
อ่านรวมทัง้ ระบุและเขยี นเรื่องท่ไี มใ่ ชค่ วามเรียงรูปแบบต่าง ๆ ให้สัมพนั ธ์กบั ประโยค และ
ข้อความทอ่ี า่ น
ขอ้ 6 ค้นควา้ สบื คน้ บันทึก สรปุ และแสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกบั ขอ้ มูลจากแหล่งการเรียนร้ตู า่ ง ๆ
และนำเสนอด้วยการพดู หรือเขียน
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. มวี นิ ัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
4. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
สาระสำคญั
ในหนว่ ยการเรยี นรู้นี้ นกั เรยี นจะไดจ้ ะได้เรยี นรู้ Part of Speech ซง่ึ เป็นสว่ นประโยคของคำพดู /ประโยค
อนั ได้แก่ noun, pronoun, adjective, verb, adverb, preposition, conjunction และ interjection เร่ือง
ดงั กล่าวเปน็ พ้นื ฐานในการเขียน รวมไปถงึ การพดู ภาษาอังกฤษ ทจี่ ะชว่ ยให้นักเรยี นใช้ภาษาอังกฤษไดถ้ ูกตอ้ ง
สาระการเรยี นรู้
Part of Speech
1. Noun 4. Verb 7. Conjunction
2. Pronoun 5. Adverb 8. Interjection
3. Adjective 6. Preposition
2.การประเมินการเรยี นรู้
ชิน้ งาน/ภาระงาน วธิ ีการประเมนิ
1. แบบฝกึ หดั เร่ือง Part of Speech 1. ประเมนิ ความถูกตอ้ งจากการทำแบบฝึก
2. แบบทดสอบเรือ่ ง Part of Speech 2. ประเมนิ การตอบคำถามระหว่างเรยี น
3. ประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
3. กิจกรรมการเรยี นรู้
1. นักเรยี นและครทู ักทายกนั กอ่ นเริ่มการจัดการเรยี นการสอน
2. นกั เรียนดปู ระโยค และชว่ ยกันตอบคำถามวา่ แตล่ ะคำในประโยค คอื part of speech ชนิดใด
3. นกั เรยี นศกึ ษาข้อมลู ถึงความสำคัญของ part of speech ต่อการใชภ้ าษาองั กฤษ
4. นักเรยี นศกึ ษา part of speech วา่ มีอะไรบ้าง
5. นกั เรยี นและครรู ว่ มกันอภปิ รายวา่ part of speech มีอะไร ทำหน้าทอี่ ยา่ งไรในประโยค
6. นกั เรียนทำแบบฝกึ หดั ด้วยตนเอง โดยมตี วั แทนช่วยเฉลยใน 5 ข้อแรก
7. นักเรยี นและครรู ่วมกนั เฉลยแบบฝกึ หัด part of speech
8. นกั เรียนและครูทบทวนเนื้อหา และตอบขอ้ ซกั ถามของนักเรยี น
สื่อการเรยี นรู้ แหล่งเรียนรู้
1. แบบฝึกหัด Part of Speech 1. เวบ็ ไชต์ทอ่ี ธบิ ายไวยากรณ์
2. PowerPoint เรอ่ื ง Part of Speech - The Eight Parts of Speech - TIP
3. แอปพลเิ คชนั พจนานุกรม Sheets - Butte College
- Day 2 : เทคนคิ จำสตู ร Parts of
Speech - YouTube
2. แอปพลเิ คชันพจนานุกรม
การออกแบบหนว่ ยการเรยี นรู้โดยใชก้ ระบวนการออกแบบย้อนกลับ (Backward Design)
รายวชิ าภาษาองั กฤษเพอ่ื การคิดวเิ คราะห์ รหัสวชิ า อ33201
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 2 เรือ่ ง Noun จำนวน 12 คาบ
ครผู สู้ อน นางสาวสดุ ารตั น์ โยชนเ์ ยือ้ น
1. เป้าหมายการเรียนรู้
ผลการเรยี นรู้
ข้อ 1 อ่านออกเสยี งประโยค ข้อความ บทความ บทอา่ น ข่าว ประกาศโฆษณา สงิ่ พิมพ์ตา่ ง ๆ
ถูกต้องตามหลักการอ่าน
ข้อ 2 จับใจความสำคัญ วเิ คราะห์ความ สรปุ ความ ตีความ และแสดงความคิดเหน็ จากเร่ืองทอ่ี า่ นที่
เปน็ สารคดแี ละบนั เทิงคดี พรอ้ มทง้ั ใหเ้ หตุผล
ขอ้ 4 อธบิ ายและเขียนประโยค และขอ้ ความให้สมั พันธก์ บั สอื่ ทไี่ มใ่ ช่ความเรยี งรปู แบบตา่ ง ๆ ท่ีอ่าน
รวมทงั้ ระบแุ ละเขยี นเรอื่ งทไี่ ม่ใชค่ วามเรยี งรปู แบบต่าง ๆ ใหส้ มั พนั ธก์ บั ประโยค และขอ้ ความท่ี
อา่ น
ขอ้ 6 ค้นควา้ สบื คน้ บนั ทึก สรุป และแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกับข้อมูลจากแหล่งการเรยี นรตู้ ่าง ๆ
และนำเสนอด้วยการพดู หรือเขียน
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. มีวนิ ยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุง่ มั่นในการทำงาน
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
4. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
สาระสำคัญ
ในหน่วยการเรียนรู้นี้ นกั เรียนจะไดเ้ รยี นรู้เร่ือง Noun ซ่งึ แยกยอ่ ยออกเปน็ Kinds of Noun คือประเภท
ของคำนามซ่งึ มีด้วยกัน 6 ชนิดใหญ่ ๆ และได้เรยี นรูเ้ ก่ียวกับ Abstract Noun การสรา้ ง Abstract Noun โดยการ
เติม suffix ตลอดจนการเปลีย่ นคำนามเอกพจน์ใหเ้ ป็นพหพู จน์ เพราะคำนามเปน็ สว่ นสำคัญในการสรา้ งประโยค ไม่
วา่ จะเปน็ ไดท้ ง้ั ประธานและเปน็ กรรม จึงมีความจำเปน็ ท่นี กั เรียนจะต้องใจเรือ่ ง Noun ใหถ้ อ่ งแท้
สาระการเรยี นรู้
1. kinds of noun
2. meaning of abstract noun
3. abstract noun from verb, adjective, and general noun
4.abstract noun by adding suffix
5. ways of forming the plural noun
2.การประเมินการเรยี นรู้
ชนิ้ งาน/ภาระงาน วิธีการประเมนิ
1. แบบฝึกหดั เรื่อง Abstract Noun 1. ประเมินความถูกตอ้ งจากการทำแบบฝกึ
2. แบบฝึกหัดเรื่อง Ways of Forming the 2. ประเมินการตอบคำถามระหวา่ งเรยี น
Plural 3. ประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
3. แบบทดสอบเรอ่ื ง Abstract Noun
4. แบบทดสอบเร่ือง the Plural
3. กจิ กรรมการเรียนรู้
1. นักเรียนและครูทักทายกนั ก่อนเริ่มการจัดการเรยี นการสอน
2. นักเรียนดูคำศพั ทท์ นี่ ำเสนอ และช่วยกนั ตอบวา่ คำใดคอื คำนาม
3. นักเรยี นศกึ ษา abstract noun วา่ คืออะไร
4. นักเรยี นรับฟงั คำอธิบายจากครวู ่า abstract noun คอื อะไร มหี ลักการสงั เกตจาก suffix อะไรบ้าง
5. นกั เรยี นและครรู ว่ มกันทำแบบฝกึ หดั abstract noun
6. นักเรยี นและครรู ่วมกนั เฉลยแบบฝกึ หัด abstract noun
7. นกั เรียนดูคำศัพท์ท่คี รนู ำเสนอผา่ นโปรเจกเตอร์ และชว่ ยกนั ตอบว่าแต่ละคำคืออะไร
8. นกั เรียนชว่ ยกนั หาข้อมูลเกยี่ วกับ Singular and Plural noun
9. นักเรยี นรบั ฟงั และแลกเปลย่ี นเน้อื หากบั ครูเกย่ี วกับ Plural noun
10. นกั เรยี นฟงั ครูอธิบายเพม่ิ เติมเกยี่ วกับ Plural noun วา่ มลี กั ษณะการเปล่ียนอยา่ งไร และมี plural
ประเภทอ่ืน อย่างไรบา้ ง
11. นกั เรียนและครูรว่ มกนั เฉลยแบบฝึกหัด plural จำนวน 5 ข้อ
12. นักเรียนลองฝกึ ทำแบบฝึกหัด plural เองท้งั หมด
13. นกั เรียนและครรู ว่ มกันแฉลยแบบฝกึ หัด plural ท้ังหมด
14. นกั เรยี นและครรู ว่ มกนั สรุปเนื้อหาในหน่วยการเรยี นรูน้ ้ี
ส่อื การเรยี นรู้ แหลง่ เรยี นรู้
1. แบบฝึกหดั Abstract Noun และ Ways of 1. เว็บไชตท์ ีอ่ ธบิ ายไวยากรณ์
Forming the Plural - Abstract Nouns | Award Winning
2. PowerPoint เรอ่ื ง Abstract Noun และ Abstract Nouns Teaching Video | What
Ways of Forming the Plural
is an Abstract Noun? - YouTube
3. แอปพลิเคชนั พจนานุกรม - อธบิ ายแบบละเอยี ด! อาการนาม คืออะไร?
(Abstract noun) | DailyEnglish คลงั ความรู้
ภาษาองั กฤษฟรี สำหรบั คนไทย
2. แอปพลเิ คชันพจนานกุ รม
การออกแบบหน่วยการเรียนรู้โดยใชก้ ระบวนการออกแบบย้อนกลับ (Backward Design)
รายวชิ าภาษาองั กฤษเพอื่ การคิดวเิ คราะห์ รหสั วชิ า อ33201
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 3 เร่ือง Adjective จำนวน 7 คาบ
ครผู สู้ อน นางสาวสดุ ารตั น์ โยชนเ์ ยื้อน
1. เปา้ หมายการเรียนรู้
ผลการเรียนรู้
ขอ้ 2 จบั ใจความสำคญั วิเคราะหค์ วาม สรปุ ความ ตคี วาม และแสดงความคิดเหน็ จากเรอื่ งที่อา่ นที่
เป็นสารคดแี ละบนั เทิงคดี พร้อมทั้งใหเ้ หตุผล
ข้อ 3 ตีความ วเิ คราะห์ขอ้ มลู และประเมินขอ้ มลู จากหลาย ๆ แหล่ง เพอ่ื ใช้ประกอบในการ
ตดั สนิ ใจหรือแก้ปญั หาอยา่ งสร้างสรรค์ ใหเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์
ขอ้ 5 สรปุ ใจความสำคัญ แสดงความคดิ เห็นของตนเองเก่ียวกับเรือ่ งตา่ ง ๆ กจิ กรรม ประสบการณ์
ขา่ ว/เหตกุ ารณ์ทั้งในทอ้ งถิ่น สงั คม และโลกอย่างมีเหตผุ ล
ข้อ 6 ค้นควา้ สืบคน้ บันทึก สรุป และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับขอ้ มูลจากแหล่งการเรียนรตู้ า่ ง ๆ
และนำเสนอด้วยการพดู หรือเขียน
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. มีวินัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุ่งมั่นในการทำงาน
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
สาระสำคญั
ในหนว่ ยการเรยี นร้นู ี้ นกั เรยี นจะได้เรยี นรู้เร่อื ง Adjective ได้ทราบถงึ หน้าท่ี/ความหมาย
หลักเกณฑ์ในการใช้ Adjective ในตำแหนง่ ตา่ ง ๆ ของประโยค เพ่อื การสื่อสารในชีวิตประจำวัน
สาระการเรียนรู้
1. meaning of adjective
2. placement of adjective
3. kinds of adjective
4. formation of adjective
2.การประเมนิ การเรียนรู้
ชนิ้ งาน/ภาระงาน วธิ กี ารประเมนิ
1. แบบฝึกหดั เรือ่ ง adjective 1. ประเมินความถกู ตอ้ งจากการทำแบบฝึก
2. แบบทดสอบเรือ่ ง adjective 2. ประเมินการตอบคำถามระหว่างเรยี น
3. ประเมนิ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. กิจกรรมการเรียนรู้
1. นักเรยี นและครทู กั ทายกนั กอ่ นเร่มิ การจดั การเรียนการสอน
2. นกั เรยี นดูภาพนกั ร้องหรือดาราท่คี รูนำเสนอ 5-6 คนท่ีกำลังดงั ในขณะน้ี แล้วให้นกั เรียนระบชุ อ่ื
โดยครชู ทู ลี ะภาพ
นักเรียน: Emma Watson, Angelina Jolie, Um Patcharapa, Ann Thongprasom, Steve Rogers
3. นกั เรียน 3-4 ช่วยกันตอบครวู า่ ตนเองชอบนักร้องหรือดาราคนไหน และบอกเหตผุ ลดว้ ยวา่ ทำไมถงึ ชอบ
โดยครอู นญุ าตใหน้ ักเรียนตอบเปน็ ภาษาไทยได้ เพราะครตู ้องการให้นักเรียนฝกึ แสดงความคดิ เหน็
T : Who do you like? And why?
S1 : I like Emma Watson because she is kind and smart. She is a good actor.
4. นกั เรียนรับฟงั ครอู ธบิ ายวา่ เวลาทีเ่ ราอธิบายถงึ สงิ่ ๆหนง่ึ หรอื คน ๆ หน่งึ ว่ามีลักษณะอย่างไร ตอ้ งใช้คำ
adjective ในการอธบิ าย
5. นักเรยี นศึกษาหาข้อมูลเป็นค่เู กยี่ วกบั adjective
6. นกั เรียนรว่ มแลกเปลี่ยนเรยี นร้กู บั ครูว่า adjective คอื อะไร มกี ป่ี ระเภท วา่ ไว้ตรงตำแหนง่ ไหนของประโยค
และเรียงลำดบั adjective อย่างไรกรณีทม่ี ี adjective มากกวา่ 1 คำ
7. นกั เรยี นและครรู ว่ มกันเฉลยแบบฝกึ หดั เพือ่ เปน็ ตวั อย่าง จำนวน 5 ขอ้
8. นักเรียนทำแบบฝกึ หดั ดว้ ยตนเองท้ังหมด
9. นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยแบบฝกึ หดั เร่ือง adjective
10. นกั เรียนซกั ถามขอ้ สงสยั เกี่ยวกบั adjective กับครู
11. นักเรยี นและครรู ว่ มกนั สรุปเนือ้ หาที่ไดเ้ รยี นมาร่วมกนั
ส่อื การเรยี นรู้ แหลง่ เรียนรู้
1. แบบฝึกหัด adjective 1. เว็บไชตท์ ่ีอธบิ ายไวยากรณ์
2. PowerPoint เรือ่ ง adjective - Parts of Speech for Kids: What is an
3. แอปพลเิ คชนั พจนานกุ รม
Adjective? - YouTube
- What is an Adjective? | Grammar |
EnglishClub
2. แอปพลเิ คชนั พจนานุกรม
การออกแบบหน่วยการเรียนรู้โดยใชก้ ระบวนการออกแบบยอ้ นกลับ (Backward Design)
รายวชิ าภาษาองั กฤษเพื่อการคดิ วเิ คราะห์ รหัสวชิ า อ33201
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 4 เรอื่ ง Adverb จำนวน 7 คาบ
ครูผสู้ อน นางสาวสดุ ารตั น์ โยชนเ์ ยือ้ น
1. เปา้ หมายการเรียนรู้
ผลการเรียนรู้
ข้อ 1 อา่ นออกเสียงประโยค ข้อความ บทความ บทอ่าน ขา่ ว ประกาศโฆษณา สงิ่ พมิ พ์ตา่ ง ๆ
ถกู ตอ้ งตามหลักการอา่ น
ขอ้ 3 ตีความ วเิ คราะหข์ อ้ มูล และประเมินขอ้ มลู จากหลาย ๆ แหลง่ เพือ่ ใช้ประกอบในการ
ตดั สนิ ใจหรอื แกป้ ัญหาอย่างสรา้ งสรรค์ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์
ข้อ 5 สรุปใจความสำคัญ แสดงความคดิ เหน็ ของตนเองเก่ียวกบั เร่อื งตา่ ง ๆ กจิ กรรม ประสบการณ์
ขา่ ว/เหตุการณ์ท้งั ในทอ้ งถิ่น สงั คม และโลกอย่างมเี หตุผล
ขอ้ 6 คน้ ควา้ สืบค้น บันทึก สรุป และแสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกบั ขอ้ มูลจากแหลง่ การเรียนร้ตู ่าง ๆ
และนำเสนอด้วยการพูดหรือเขียน
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. มวี ินัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุ่งมั่นในการทำงาน
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
4. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
สาระสำคญั
ในหนว่ ยการเรียนรู้นี้ นักเรียนจะไดเ้ รยี นรู้เรือ่ ง Adverb ไดท้ ราบถึงหนา้ ท/่ี ความหมาย หลกั เกณฑใ์ นการใช้
Adverb ในตำแหน่งตา่ ง ๆ ของประโยค ตลอดจนไดฝ้ ึกใช้เพ่ือการสอ่ื สารในชวี ติ ประจำวนั
สาระการเรยี นรู้
1. meaning of adverb
2. kinds of adverb
3. placement of adverb
4. recognizing an adverb
2.การประเมนิ การเรียนรู้
ชิน้ งาน/ภาระงาน วิธีการประเมนิ
1. แบบฝกึ หดั เรอ่ื ง adverb 1. ประเมนิ ความถูกต้องจากการทำแบบฝึก
2. แบบทดสอบเรื่อง adverb 2. ประเมินการตอบคำถามระหวา่ งเรยี น
3. ประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
3. กิจกรรมการเรียนรู้
1. นักเรยี นและครูทกั ทายกนั ก่อนเริ่มการจัดการเรยี นการสอน
2. นกั เรยี นดูภาพแล้วช่วยกันอธิบายความหมายของแต่ละภาพว่าการกระทำอย่างไร เช่น She walks slowly.
3. นกั เรยี นรับฟงั ครูอธิบายวา่ หากเราต้องการท่ีจะอธิบายวา่ เกิดการกระทำอย่างไร ตอ้ งขายดว้ ย adverb
4. นกั เรียนหาข้อมูลหรือสืบคน้ ขอ้ มลู เป็นคูเ่ ก่ยี วกบั adverb วา่ คอื อะไร
5. นกั เรียนร่วมกนั แลกเปลยี่ นเรียนร้กู บั ครูเกี่ยวกบั adverb ว่าคอื อะไร มีหน้าทอ่ี ย่างไร มกี ่ีประเภท และใชว้ าง
ตรงตำแหนง่ ไหนของประโยคได้บา้ ง
6. นกั เรียนและครูรว่ มกันเฉลยแบบใกหดั adverb เพอ่ื เปน็ ตัวอยา่ งจำนวน 5 ข้อ
7. นักเรยี นฝึกทำแบบหดั ดว้ ยตนเอง
8. นักเรยี นและครูเฉลยแบบฝึกหัด adverb รว่ มกนั
9. นกั เรียนซักถามขอ้ สงสยั เกยี่ วกับ adverb
10. นักเรียนและครูสรปุ เนื้อหาของหน่วยน้ีรว่ มกัน
สือ่ การเรียนรู้ แหลง่ เรียนรู้
1. แบบฝึกหดั adverb 1. เวบ็ ไชตท์ ่ีอธบิ ายไวยากรณ์
2. PowerPoint เรอื่ ง adverb - What is an Adverb? | Grammar |
3. แอปพลิเคชันพจนานุกรม EnglishClub
- Adverb Quiz। Grammar Quiz। 10 English
Quiz - YouTube
2. แอปพลิเคชนั พจนานกุ รม
การออกแบบหน่วยการเรียนรู้โดยใชก้ ระบวนการออกแบบยอ้ นกลับ (Backward Design)
รายวิชาภาษาองั กฤษเพอ่ื การคดิ วิเคราะห์ รหัสวชิ า อ33201
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 5 เรอ่ื ง Pronoun จำนวน 6 คาบ
ครผู สู้ อน นางสาวสดุ ารตั น์ โยชนเ์ ยือ้ น
1. เป้าหมายการเรยี นรู้
ผลการเรียนรู้
ข้อ 3 ตีความ วเิ คราะห์ข้อมูล และประเมินขอ้ มลู จากหลาย ๆ แหล่ง เพ่ือใช้ประกอบในการ
ตัดสนิ ใจหรอื แกป้ ญั หาอย่างสร้างสรรค์ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์
ขอ้ 4 อธบิ ายและเขียนประโยค และขอ้ ความให้สัมพนั ธก์ บั สอื่ ทไี่ ม่ใช่ความเรยี งรูปแบบตา่ ง ๆ ท่อี า่ น
รวมท้ังระบแุ ละเขียนเร่ืองท่ไี มใ่ ช่ความเรยี งรูปแบบต่าง ๆ ให้สมั พนั ธ์กับประโยค และข้อความทอ่ี ่าน
ข้อ 5 สรปุ ใจความสำคญั แสดงความคดิ เห็นของตนเองเกีย่ วกับเรื่องตา่ ง ๆ กจิ กรรม ประสบการณ์
ขา่ ว/เหตกุ ารณ์ท้งั ในทอ้ งถิ่น สงั คม และโลกอยา่ งมเี หตผุ ล
ขอ้ 6 ค้นควา้ สบื ค้น บนั ทึก สรปุ และแสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกบั ข้อมูลจากแหลง่ การเรียนรตู้ า่ ง ๆ
และนำเสนอดว้ ยการพดู หรอื เขียน
คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. มวี ินยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มงุ่ มั่นในการทำงาน
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
4. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
สาระสำคญั
ในหน่วยการเรยี นรู้นี้ นักเรียนจะไดเ้ รียนรเู้ รอ่ื ง Pronoun ไดร้ ู้วา่ Pronoun คอื อะไร วางไวต้ ำแหน่งของ
ประโยค เพ่อื ทำใหป้ ระโยคสมบรู ณม์ ากยิ่งข้นึ
สาระการเรยี นรู้
1. meaning of pronoun
2. type of pronoun
ช้นิ งาน/ภาระงาน 2. การประเมินการเรียนรู้
1. แบบฝึกหัดเรื่อง pronoun วิธีการประเมิน
2. แบบทดสอบเร่ือง pronoun 1. ประเมนิ ความถกู ต้องจากการทำแบบฝกึ
2. ประเมินการตอบคำถามระหว่างเรยี น
3. ประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
3. กิจกรรมการเรยี นรู้
1. นกั เรียนและครทู กั ทายกนั กอ่ นเรมิ่ การจดั การเรียนการสอน
2. นกั เรียนและครูร่วมกันทบทวนเนอ้ื หาทไ่ี ด้เรยี นในคาบท่ีแล้ว
3. นกั เรยี นดปู ระโยคทค่ี รเู ขยี น และชว่ ยกนั ตอบคำถามวา่ ในประโยคมี pronoun กี่คำ
4. นกั เรียนสืบหาขอ้ มลู เพมิ่ เติมเก่ียวกบั pronoun เปน็ คู่กับเพอื่ น
5. นกั เรียนและครูรว่ มกันแลกเปลยี่ นข้อมูลขอ้ มูลว่า pronoun คอื อะไร มอี ะไรบา้ ง และใชอ้ ยา่ งในประโยค
6. นกั เรยี นเล่นเกมส์เพ่อื ทบทวนความเขา้ ใจเรือ่ ง pronoun
7. นักเรียนและครูรว่ มกันเฉลยแบบฝกึ หดั pronoun เพอ่ื เป็นตวั อย่างจำนวน 5 ข้อ
8. นกั เรยี นฝกึ ทำแบบฝึกหดั pronoun ด้วยตนเอง
9. นกั เรียนรว่ มกนั เฉลยแบบฝกึ หัด pronoun
10. นกั เรียนซกั ถามขอ้ สงสยั ในเนื้อหา
11. นักเรยี นและครูรว่ มกันทบทวนเนื้อหาทัง้ หมดที่ไดเ้ รียนในหน่วยการเรียนรนู้ ี้
สือ่ การเรียนรู้ แหล่งเรยี นรู้
1. แบบฝึกหัด pronoun
2. PowerPoint เรอ่ื ง pronoun 1. เว็บไชตท์ ่ีอธบิ ายไวยากรณ์
3. แอปพลิเคชนั พจนานกุ รม - ENGLISH PRONOUNS: Types of Pronouns |
List of Pronouns with Examples - YouTube
- Pronoun | Types of Pronouns with Useful
Examples | Pronouns List • 7ESL
2. แอปพลิเคชันพจนานุกรม
โครงสรา้ งรายวชิ า (Course Syllabus)
โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย
ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
1. รหัสวชิ า : อ33201
2. ชื่อวชิ า : ภาษาองั กฤษอา่ นเพ่ือการคิดวิเคราะห์ 1 ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 6
3. จำนวนหนว่ ยกิต : 1.0 หน่วยกิต
4. ภาคการศึกษา : 1/First
5. ปกี ารศกึ ษา : 2565
6. ช่ือผ้สู อน : นางสาวสดุ ารัตน์ โยชนเ์ ย้ือน
7. เงื่อนไขรายวิชา (ภาระช้ินงาน)
7.1 แบบฝึกหดั วชิ าภาษาองั กฤษเพ่ือการคดิ วเิ คราะห์
7.2 แบบทดสอบประจำหนว่ ยการเรียนรู้
7.3 การตอบคำถามระหวา่ งเรียน
8. จำนวนชัว่ โมงที่สอน / สัปดาห์ (Hours/Week)
2 คาบ / สปั ดาห์ : 40 คาบ / ภาคเรยี น
9. การวัดผลการเรียน (Assessment) 60 : 20 : 20
7.1 ระหว่างเรยี น 60 คะแนน
7.2 สอบกลางภาค 20 คะแนน
7.3 สอบปลายภาค 20 คะแนน
10. คำอธบิ ายรายวิชา
ศกึ ษาการใชภ้ าษาองั กฤษเพื่อการสอื่ สารหรือสื่อความหมายในดา้ นการอา่ นและการเขยี นเพือ่ สื่อสาร
คดิ วเิ คราะห์ บรรยาย ให้ข้อมูล อธิบาย ตีความ บทความ นทิ าน สารคดี เรื่องส้นั บทกวี หรอื สง่ิ พิมพ์ประเภทตา่ ง
ๆ รวมทงั้ ศกึ ษาทักษะในการอ่านบทอ่านทีห่ ลากหลาย รวมทงั้ รู้จกั แสวงหาข้อมลู ความรู้ ความบันเทงิ การเขา้ สู่
สงั คมโดยผ่านสื่อเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมที่หลากหลายจากแหล่งเรียนรู้ทงั้ ในและนอกสถานศกึ ษา
โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการตีความ รวมไปถึงการแสดงความ
คิดเห็นเกี่ยวกับสื่อที่เป็นความเรียงและไม่ใช่ความเรียง ในรูปแบบต่าง ๆ โดยการถ่ายโอนเป็นข้อความที่ใช้
ถอ้ ยคำของตนเอง และใชเ้ ทคโนโลยีเปน็ ส่อื ในการจดั การเรยี นรู้และสบื คน้ ข้อมูล
เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะการเขียนสื่อความในรูปแบบต่าง ๆ ได้ และใช้ภาษาสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อ
สร้างความสันพันธ์ระหว่างบุคคล ใช้ภาษาตามสถานการณ์ต่าง ๆ ภายในสถานศึกษา ชุมชนและสังคมโลกได้
อย่างเหมาะสมกับมารยาททางสังคม เข้าใจ เรียนรู้วัฒนธรรมของเจ้าของภาษาและนำไปใช้อย่างมีวิจารณญาณ
มีความสนุกสนานเพลิดเพลินในการอ่าน และ และเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นด้วยวิธีการท่ี
หลากหลายในรปู แบบต่าง ๆ และนำไปใช้ใหเ้ กิดประโยชน์ในชีวติ ประจำวันได้
11. ผลการเรียนรู้ (Object)
1) อา่ นออกเสียงประโยค ข้อความ บทความ บทอ่าน ข่าว ประกาศโฆษณา สง่ิ พมิ พ์ตา่ ง ๆ ถูกต้องตาม
หลักการอา่ น
2) จับใจความสำคัญ วเิ คราะห์ความ สรปุ ความ ตคี วาม และแสดงความคิดเห็นจากเรอ่ื งที่อ่านทเ่ี ปน็ สาร
คดแี ละบนั เทิงคดี พร้อมทงั้ ใหเ้ หตุผล
3) ตคี วาม วิเคราะห์ข้อมูล และประเมนิ ข้อมลู จากหลาย ๆ แหล่ง เพอ่ื ใช้ประกอบในการตัดสินใจหรอื
แก้ปญั หาอย่างสรา้ งสรรค์ ใหเ้ หมาะสมกับสถานการณ์
4) อธิบายและเขยี นประโยค และข้อความใหส้ มั พนั ธก์ บั สื่อท่ีไมใ่ ช่ความเรียงรูปแบบต่าง ๆ ทีอ่ า่ น รวมทั้ง
ระบแุ ละเขียนเรอ่ื งที่ไมใ่ ช่ความเรียงรูปแบบตา่ ง ๆ ใหส้ ัมพันธก์ บั ประโยค และขอ้ ความท่ีอ่าน
5) สรุปใจความสำคัญ แสดงความคิดเห็นของตนเองเก่ียวกับเรื่องต่าง ๆ กจิ กรรม ประสบการณ์ ขา่ ว/
เหตุการณท์ ้ังในท้องถิ่น สังคม และโลกอย่างมเี หตุผล
6) คน้ คว้า สบื คน้ บันทึก สรปุ และแสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกบั ขอ้ มลู จากแหล่งการเรียนรูต้ า่ ง ๆ และ
นำเสนอดว้ ยการพดู หรือเขยี น
12. โครงสรา้ งรายวิชา
หนว่ ย ชื่อหน่วยการเรยี นรู้ ตวั ช้ีวดั สาระสำคัญ/ เวลา นำ้ หนัก ภาระงาน
ที่
1 Parts of Speech ความคดิ รวบยอด (ชม.) คะแนน
2 Noun
(100)
3 Adjective
1, 2, 4, 6 ▪ parts of speech 8 10 - worksheet
- testing
1, 2, 4, 6 ▪ kinds of noun 12 20 - worksheet
▪ meaning of abstract noun - testing
▪ abstract noun from verb,
adjective and general noun
▪ abstract noun by adding
suffix
▪ ways of forming the plural
noun
สอบกลางภาค 20
2, 3, 5, 6 ▪ meaning of adjective 7 7 - worksheet
▪ placement of adjective
หนว่ ย ช่ือหนว่ ยการเรียนรู้ ตัวชวี้ ดั สาระสำคัญ/ เวลา น้ำหนัก ภาระงาน
ท่ี ความคดิ รวบยอด (ชม.) คะแนน
4 Adverb ▪ kinds of adjective (100)
5 Pronoun ▪ formation of adjective - testing
1, 3, 5, 6 ▪ meaning of adverb
▪ kinds of adverb 7 7 - worksheet
▪ placement of adverb - testing
▪ recognizing an adverb
3, 4, 5, 6 ▪ meaning of pronoun 6 6 - worksheet
▪ type of pronoun - testing
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 10
สอบปลายภาค 20
รวม 40 100
13. วิธจี ัดการเรยี นการสอน (Learning Management)
แบบในห้องปฏบิ ัตกิ าร แบบกรณีศึกษา ☑ แบบ Problem Based Learning
☑ แบบกระบวนการกลมุ่ แบบสาธิต ☑ แบบ Brain Storming Group
☑ แบบบรรยาย แบบรายงานเชิงปฏิบัติ แบบโครงงาน
แบบปฏิบัติการ แบบสัมมนา แบบอ่ืนๆ (โปรดระบ)ุ .........
14. อุปกรณ์และสื่อการสอน (Equipment and Media)
แผน่ ใส สไลด์ วิดีโอ เทป
☑ LCD Projector ☑ ส่ือเรยี นออนไลน์ PowePoint
แบบฝึกหดั วชิ าภาษาองั กฤษเพ่อื ากรคดิ วเิ คราะห์ 1
15. อัตราสว่ นคะแนน
ลำดบั รายการ คะแนน รวม
ทฤษฎี ปฏิบัติ 50
1 คะแนนเกบ็
- ภาระงาน 10 - 10
- ชน้ิ งาน - 20 20
- ทดสอบประจำหนว่ ยการเรียนรู้ 20 -
- 10
2 คะแนนคณุ ลักษณะ 20 -
3 คะแนนสอบกลางภาค
ลำดับ รายการ ทฤษฎี คะแนน รวม
20 20
4 คะแนนสอบปลายภาค 70 ปฏบิ ัติ 100
รวม -
0
14. รายช่อื หนังสอื /เว็บไซดค์ ้นควา้ เพิ่มเติม
1. https://www.oxfordonlineenglish.com/
2. http://www.trueplookpanya.com/
3. LINE English-Thai Dictionary (naver.com)
4. หนงั สือไวยากรณ์ภาษาอังกฤษทกุ สำนกั พมิ พ์
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาษาองั กฤษเพอื่ การคดิ วเิ คราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
โรงเรยี นสนั ตริ าษฎรว์ ิทยาลัย
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1
รหสั วชิ า อ 33201 รายวชิ า ภาษาอังกฤษเพ่ือการคดิ วิเคราะห์
ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 1 : Part of Speech เรอ่ื ง Noun เวลา 1 คาบ
ชอ่ื ผสู้ อน นางสาวสุดารัตน์ โยชนเ์ ยอื้ น สอนวนั ที่ 17 - 20 พฤษภาคม 2565
1. ผลการเรียนรู้
ข้อ 1 อ่านออกเสียงประโยค ข้อความ บทความ บทอ่าน ข่าว ประกาศโฆษณา ส่ิงพิมพต์ า่ ง ๆ
ถกู ต้องตามหลักการอ่าน
ข้อ 2 จบั ใจความสำคญั วิเคราะห์ความ สรปุ ความ ตคี วาม และแสดงความคิดเห็นจากเรอ่ื งที่อ่านที่
เป็นสารคดีและบนั เทงิ คดี พร้อมท้ังใหเ้ หตผุ ล
ข้อ 4 อธบิ ายและเขียนประโยค และข้อความใหส้ ัมพันธก์ บั ส่ือที่ไมใ่ ช่ความเรียงรปู แบบตา่ ง ๆ ท่ีอ่าน
รวมทงั้ ระบุและเขียนเรื่องท่ีไม่ใช่ความเรยี งรูปแบบตา่ ง ๆ ใหส้ ัมพนั ธก์ ับประโยค และ
ข้อความทอ่ี ่าน
ข้อ 6 คน้ คว้า สืบค้น บนั ทกึ สรปุ และแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั ข้อมูลจากแหลง่ การเรยี นร้ตู ่าง ๆ
และนำเสนอด้วยการพูดหรือเขยี น
2. สาระสำคญั
ในหน่วยการเรยี นรู้นี้ นักเรยี นจะไดจ้ ะไดเ้ รยี นรู้ Part of Speech ซงึ่ เป็นส่วนประโยคของคำพดู /
ประโยค อันไดแ้ ก่ noun, pronoun, adjective, verb, adverb, preposition, conjunction และ
interjection เรอ่ื งดังกลา่ วเป็นพนื้ ฐานในการเขยี น รวมไปถึงการพดู ภาษาอังกฤษ ท่ีจะช่วยให้นักเรียนใช้
ภาษาอังกฤษได้ถูกต้อง
3. สาระการเรียนรู้/เนอ้ื หาภาษา
Grammar: - Countable Noun นามนับได้
- Uncountable Noun นามนับไม่ได้
- Singular Noun นามเอกพจน์
- Plural Noun นามพหพู จน์
- Collective Noun สมุหนาม
- Proper Noun นามเฉพาะ
Language skills:
- Reading สามารถเขา้ ใจประเด็นสำคัญเกยี่ วกับเรื่องท่ีอ่าน
- Written Interaction สามารถเขียนเกีย่ วกับตนเองโดยใช้ภาษางา่ ย ๆ
โรงเรียนสันติราษฎรว์ ทิ ยาลยั 1
ภาษาอังกฤษเพือ่ การคิดวเิ คราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
- Strategies สามารถตรวจสอบงานเขยี นเพ่ือหาข้อผดิ พลาด
4. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) รูจ้ ัก/วเิ คราะหต์ ำแหนง่ ของคำนามในประโยคได้ (K)
2) สามารถใช้คำนามได้อย่างถูกต้อง (P)
3) สืบค้นข้อมูล อภปิ รายและสรุปเกีย่ วกับคำนามได้ (K)
4) นกั เรยี นใฝ่เรียนรูแ้ ละม่นุ ม่ันในการทำงาน (A)
5. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ของผ้เู รยี น 5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 6. มุ่งมัน่ ในการทำงาน
2. ซือ่ สัตยส์ ุจรติ 7. รักความเป็นไทย
3. มวี ินัย 8. มีจติ สาธารณะ
4. ใฝเ่ รียนรู้
6. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น
ความสามารถในการสอ่ื สาร :พูดให้ข้อมูล แสดงความคดิ เหน็ ของตนเองเกยี่ วกบั เร่ืองต่าง ๆ
ความสามารถในการคิด : จับใจความสำคัญ วเิ คราะห์ สรปุ ตคี วาม และแสดงความคิดเห็น
ความสามารถในการแก้ปัญหา : -
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ : นำไปปรบั ใช้ในชวี ติ ประจำวนั ได้
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : การคน้ หาคำศัพท์โดยการใช้ Applications Dictionary
7. คณุ ลักษณะของผ้เู รียนตามหลักสตู รมาตรฐานสากล
1. เป็นเลิศวชิ าการ 2. สือ่ สารสองภาษา 3. ล้ำหนา้ ทางความคิด
4. ผลติ งานอย่างสรา้ งสรรค์ 5. รว่ มกนั รบั ผดิ ชอบต่อสังคมโลก
8. คุณลกั ษณะและทกั ษะการเรียนร้ใู นศตวรรษท่ี 21 (3Rs 8Cs) ของผ้เู รยี น
3Rs ประกอบด้วย
Reading (การอา่ น) Writing (การเขยี น) Arithmetics (การคำนวณ)
8Cs ประกอบด้วย
Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะการคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและการแกป้ ญั หา)
Creativity and Innovation (ทักษะการสร้างสรรคแ์ ละนวตั กรรม)
Cross – cultural Understanding (ทกั ษะดา้ นความเขา้ ใจตา่ งวฒั นธรรม ต่างกระบวนทัศน์)
Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะการทำงานเป็นทมี และภาวะผู้นำ)
Communications, Information and Media Literacy (ทกั ษะการสื่อสาร สารสนเทศและ
โรงเรียนสนั ติราษฎรว์ ทิ ยาลยั 2
ภาษาองั กฤษเพอื่ การคิดวเิ คราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
การรเู้ ทา่ ทนั ส่อื )
Computing and ICT Literacy (ทักษะดา้ นคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ และ
การสอ่ื สาร)
Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรยี นรู้)
Compassion (ความมีเมตตากรุณา มีวินัย คุณธรรม จริยธรรม)
9. บูรณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
9.1 หลักความพอประมาณ: ใช้เวลา 1 ช่วั โมงจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับระดับและกระบวนการ
เรียนรู้ของนักเรียน และสอดคลอ้ งกับมาตรฐานและตัวชว้ี ดั ตามหลกั สูตรกำหนด
9.2 หลกั ความมเี หตุผล: เพื่อให้สอนบรรลุตามมาตรฐานและตัวชี้วดั มีลักษณะพงึ ประสงค์ตามท่ี
หลักสตู รกำหนด เพ่ือให้ผู้เรยี นเกดิ กระบวนการทำงานกลุ่ม และการคิดวิเคราะห์ การคิดสร้างสรรค์อยา่ งมี
เหตผุ ล
9.3 หลกั ภมู ิคุ้มกัน: วางแผนอย่างรอบคอบ ระมัดระวงั ในการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ใหน้ ักเรียนได้
เรยี นรู้เตม็ ตามศักยภาพ ใชว้ ธิ ีการวัดผลตามสภาพจริง และทุกคนมีส่วนร่วมในการวัดผลการเรยี นรทู้ ่ีกำหนดไว้
และนำผลการเรยี นร้ไู ปพัฒนาการเรียนรู้คร้งั ต่อไปได้
9.4 เง่อื นไขความรู:้ รอบรเู้ รื่องหลักสูตร คำศัพท์ท่ีเกย่ี วข้องกบั เนอ้ื หา การตีความจากเรื่องท่ีอา่ น
ปัญหาสงั คมทีน่ ำเสนอในบทอ่าน รอบคอบในการวางแผน การจดั กจิ กรรมการเรียนรูใ้ ห้เหมาะสมกับนักเรียน
โดยใชก้ ระบวนการวัดและประเมินผลที่หลากหลายตรงตามสภาพจริง
9.5 เงอ่ื นไขคุณธรรม ใช้หลกั ความยตุ ธิ รรม ความรบั ผดิ ชอบ การมีวนิ ยั ในการจัดกจิ กรรม
10. ช้ินงาน/ภาระงาน
10.1 แบบฝกึ หัดใน Workbook
11. กิจกรรมการเรยี นการสอน
11.1 ขัน้ นำเข้าสู่บทเรยี น
1) ครทู กั ทายนกั เรียน เช่น Good morning students. How are you?
2) ครูให้นักเรียนดตู วั อย่างประโยค ๆ นงึ แลว้ ถามนกั เรยี นว่าประโยคนี้ประกอบไปด้วยคำชนิดใดบ้าง
3) ครถู ามนักเรยี นตอ่ วา่ ยงั มคี ำชนดิ อ่นื ๆ ในภาษาอังกฤษไหมท่ใี ชใ้ นการเขยี นและการพดู
11.2 ขัน้ จดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
1) ครูพูดอธบิ ายเน้ือหาเก่ียวกบั คำนามครา่ ว ๆ ว่าคำนาม คือ คำศัพทท์ ใี่ ชเ้ รยี กช่ือคน สัตว์ พชื อาคาร
สถานท่ี สิ่งของ รวมถงึ สรรพสิ่งต่าง ๆ ท้งั ทเ่ี ปน็ รูปธรรม (มองเหน็ ได้ สมั ผสั ได)้ และนามธรรม (ไม่
สามารถมองเหน็ ได้ แตส่ ัมผัสได)้
โรงเรยี นสันตริ าษฎร์วทิ ยาลัย 3
ภาษาอังกฤษเพ่อื การคิดวิเคราะห์ ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
2) ครใู ห้เวลานักเรยี น 10 นาที เพ่ือศึกษา Part of Speech คำแรกคือคำนาม โดยให้นกั เรียนจบั คูก่ นั
แลว้ ศึกษาเน้ือหาเกย่ี วกับคำนามจากแหลง่ เรียนรู้ทางโทรศัพท์มือถือ
3) ครูส่มุ ให้นักเรียนอภิปรายเก่ยี วกบั คำนามที่นักเรยี นได้จับคู่ร่วมกันคน้ หาข้อมูล โดยส่มุ ไปเรื่อย ๆ จน
ไดข้ ้อมูลทเี่ กีย่ วกบั คำนามเกือบครบถ้วน
4) ครอู ธบิ ายเน้อื หาท่เี กี่ยวกับคำนามเพม่ิ เตมิ เพื่อให้นักเรียนได้เหน็ ภาพและเขา้ ใตมากย่งิ ข้ึน
5) ครใู ห้นกั เรยี นทำแบบฝกึ หดั เกี่ยวกบั คำนาม
11.3 ขัน้ สรปุ
1) ครูสมุ่ ใหน้ กั เรยี นรว่ มเฉลยแบบฝกึ หดั เป็นรายบุคคล
2) ครูถามนักเรยี นว่า คำนามคอื อะไร , คำนามมีกี่ประเภท , แตล่ ะประเภทมีกชี่ นิด ตามลำดบั
12. สื่อ/วัสดุอุปกรณ์/แหล่งเรียนรู้
สอ่ื 1. PowerPoint เรอื่ ง Noun (คำนาม)
วัสดอุ ุปกรณ์ 2. Workbook
แหล่งเรยี นรู้ 1. Laptop/ Tablet
2. ปากกา white board
1. พจนานกุ รม
13. การวดั และประเมินผล
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วธิ กี ารวดั เครือ่ งมอื เกณฑ์การประเมนิ
ดา้ นความรู้ (K) - การตอบคำถามระหว่างเรียน -การสงั เกตพฤตกิ รรมในชั้นเรยี น มากกวา่ รอ้ ยละ 80
-แบบประเมินใบงาน
1) รูจ้ กั /วิเคราะหต์ ำแหนง่ ของคำนามใน - การทำใบงาน
ประโยคได้
2) สบื คน้ ข้อมูล อภิปรายและสรุป
เกย่ี วกบั คำนามได้
ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) - การทำใบงาน -แบบประเมนิ ใบงาน มากกว่าร้อยละ 80
1) สามารถใช้คำนามได้อยา่ งถูกตอ้ ง
ดา้ นคุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์ (A) - การสงั เกตคณุ ลกั ษณะอนั พึง - แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั มากกว่าร้อยละ 80
พงึ ประสงค์
1) นกั เรียนใฝเ่ รยี นรแู้ ละมนุ่ มัน่ ในการ ประสงค์
ทำงาน
ความคดิ เห็น 4
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ................................................................
(นางสาวภทั ร พงษ์เจรญิ ไทย)
ตำแหน่ งหัวหนา้ กลุม่ สาระฯ ภาษาตา่ งประเทศ
วันท่ี ............ เดือน.......................... พ.ศ. 2565
โรงเรยี นสันตริ าษฎรว์ ิทยาลยั
ภาษาองั กฤษเพอื่ การคิดวิเคราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
บนั ทกึ หลังการจัดการเรยี นรู้
รหสั วชิ า อ 33201 รายวชิ าภาษาอังกฤษเพอ่ื การคดิ วิเคราะห์ ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 6
หอ้ ง 6/1 - 6/8
เวลา 1 ช่ัวโมง วันท่ี 17 - 20 พ.ค. 2565
1. ผลการจดั การเรียนรู้
……………a1…i.n1…iด…ieา้…oน…wค…วtา…iมio…รr…ู้ (:k…Ñn…oi…%w…lem…d…gme…)…w…a…h…n…%……e…%…………F…iri…n…g…o…e…d…vo…%……9…a…d…o…e.…fm…………………………
v
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
msn.kv.owntoidnrhuwbfwmanwgfni.tw1.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process)
………m…i…nu…t…e…m…a…n………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.3 ดา้ นคณุ ลักษณะ (Attitude)
wY%%iw%onaw•Gnnn*&oÑw%mraw…………………………w…o…oi…og………1-……4………b…a…n…d…………………………………………………………………………………………
……………P…a…k…is…t…a…n…is…………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปญั หา อปุ สรรค
…………………………a……fr……ai……d……q……u……ah……o……g…………5…………-……8………………o……f……a……o……rw…………m……o……d……o……k……fm…………a……fw…………d……oi…….f……o……n……in……o……io……m…………g……o……m……a……i.……a……e……K……o……b……a……
…………Y…o…ic…k…s……………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
rgdntwu.oueftoihiawdarsi.fn%eF.EEinfographic………………………………Ñ………………………………………………………………………………/……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
g.ลงชื่อ.................................................ผสู้ อน
(นางสาวสุดารัตน์ โยชน์เยอื้ น)
วันท่.ี .....2..0........เดอื น....N.......R.............พ.ศ.2565
โรงเรียนสันตริ าษฎร์วิทยาลัย 5
ภาษาอังกฤษเพอื่ การคิดวิเคราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
โรงเรียนสนั ตริ าษฎร์วทิ ยาลัย
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 2
รหสั วชิ า อ 33201 รายวชิ า ภาษาอังกฤษเพื่อการคิดวิเคราะห์
ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 : Part of Speech เร่อื ง Pronoun เวลา 1 คาบ
ชือ่ ผ้สู อน นางสาวสดุ ารตั น์ โยชน์เยอื้ น สอนวนั ท่ี 17 - 20 พฤษภาคม 2565
1. ผลการเรยี นรู้
ขอ้ 1 อ่านออกเสียงประโยค ข้อความ บทความ บทอ่าน ขา่ ว ประกาศโฆษณา สง่ิ พมิ พต์ า่ ง ๆ
ถูกต้องตามหลักการอา่ น
ขอ้ 2 จบั ใจความสำคัญ วเิ คราะห์ความ สรุปความ ตีความ และแสดงความคดิ เหน็ จากเร่ืองท่ีอ่านท่ี
เปน็ สารคดีและบันเทงิ คดี พร้อมทั้งให้เหตุผล
ขอ้ 4 อธบิ ายและเขยี นประโยค และข้อความให้สมั พันธก์ ับสื่อท่ีไมใ่ ช่ความเรียงรปู แบบตา่ ง ๆ ทีอ่ า่ น
รวมท้ังระบุและเขียนเรื่องที่ไม่ใช่ความเรียงรปู แบบตา่ ง ๆ ให้สัมพนั ธ์กับประโยค และ
ข้อความที่อ่าน
ขอ้ 6 ค้นควา้ สบื คน้ บนั ทกึ สรปุ และแสดงความคิดเหน็ เกยี่ วกับขอ้ มลู จากแหลง่ การเรียนรู้ตา่ ง ๆ
และนำเสนอดว้ ยการพดู หรือเขียน
2. สาระสำคญั
ในหน่วยการเรยี นรู้น้ี นักเรียนจะไดจ้ ะไดเ้ รียนรู้ Part of Speech ซงึ่ เปน็ ส่วนประโยคของคำพดู /
ประโยค อันไดแ้ ก่ noun, pronoun, adjective, verb, adverb, preposition, conjunction และ
interjection เร่อื งดังกล่าวเปน็ พน้ื ฐานในการเขียน รวมไปถงึ การพดู ภาษาอังกฤษ ท่จี ะช่วยให้นกั เรยี นใช้
ภาษาอังกฤษได้ถูกต้อง
3. สาระการเรียนรู้
Grammar: Pronoun (คำสรรพนาม) คือคำทใ่ี ชแ้ ทนคำนามหรือคำเสมอนาม (nouns- equivalent)
เพอ่ื หลีกเลีย่ งการกล่าวถงึ ซำ้ ซาก หรือแทนสิ่งทรี่ ู้กนั อย่แู ล้วระหวา่ งผพู้ ูด ผูฟ้ ัง หรือแทนสง่ิ ของทยี่ ังไม่รู้
หรือไม่แน่ใจวา่ เปน็ อะไร คำสรรพนาม (pronouns) แยกออกเป็น 7 ชนิด คือ
1)Personal Pronoun (บรุ ุษสรรพนาม) เชน่ I, you, we, he, she, it, they
2)Possessive Pronoun (สรรพนามเจา้ ของ) เช่น mine, yours, his, hers, its, theirs, ours
3)Reflexive Pronouns (สรรพนามตนเอง) เปน็ คำที่มี - self ลงทา้ ย เชน่ myself, yourself,
ourselves
4)Definite Pronoun (หรือ Demonstrative Pronouns สรรพนามเจาะจง) เชน่ this, that, these,
those, one, such, the same
โรงเรียนสันติราษฎรว์ ทิ ยาลัย 6
ภาษาอังกฤษเพ่อื การคิดวิเคราะห์ ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
5)Indefinite Pronoun (สรรพนามไม่เจาะจง) เชน่ all, some, any, somebody, something,
someone
6)Interrogative Pronoun (สรรพนามคำถาม) เช่น Who, Which, What
7)Relative pronoun (สรรพนามเชอื่ มความ) เช่น who, which, that
Language skills:
- Reading สามารถเขา้ ใจประเดน็ สำคญั เก่ยี วกับเร่ืองที่อา่ น
- Written Interaction สามารถเขียนเก่ยี วกบั ตนเองโดยใช้ภาษาง่าย ๆ
- Strategies สามารถตรวจสอบงานเขยี นเพ่ือหาข้อผิดพลาด
4. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) จำแนกคำสรรพนามในประโยคได้ (K)
2) สามารถใชค้ ำสรรพนามไดอ้ ย่างถูกต้อง (P)
3) สบื ค้นขอ้ มูล อภิปรายและสรุปเก่ยี วกับสรรพนามได้ (K)
4) นักเรียนใฝเ่ รยี นรู้และม่นุ ม่ันในการทำงาน (A)
5. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ของผเู้ รียน 5. อยู่อยา่ งพอเพียง
1. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ 6. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
2. ซ่อื สตั ยส์ ุจริต 7. รกั ความเปน็ ไทย
3. มวี ินัย 8. มีจติ สาธารณะ
4. ใฝ่เรยี นรู้
6. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
ความสามารถในการสือ่ สาร :พดู ให้ข้อมลู แสดงความคดิ เห็นของตนเองเก่ียวกบั เรื่องต่าง ๆ
ความสามารถในการคิด : จับใจความสำคญั วเิ คราะห์ สรปุ ตคี วาม และแสดงความคิดเหน็
ความสามารถในการแก้ปัญหา : -
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต : นำไปปรับใช้ในชวี ติ ประจำวนั ได้
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : การคน้ หาคำศพั ทโ์ ดยการใช้ Applications Dictionary
7. คณุ ลักษณะของผ้เู รียนตามหลักสตู รมาตรฐานสากล
1. เป็นเลศิ วิชาการ 2. สอ่ื สารสองภาษา 3. ลำ้ หน้าทางความคิด
4. ผลติ งานอยา่ งสรา้ งสรรค์ 5. ร่วมกันรบั ผิดชอบตอ่ สังคมโลก
โรงเรยี นสันติราษฎรว์ ทิ ยาลัย 7
ภาษาอังกฤษเพอื่ การคิดวเิ คราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
8. คุณลักษณะและทกั ษะการเรยี นรใู้ นศตวรรษที่ 21 (3Rs 8Cs) ของผ้เู รยี น
3Rs ประกอบด้วย
Reading (การอ่าน) Writing (การเขยี น) Arithmetics (การคำนวณ)
8Cs ประกอบด้วย
Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะการคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณและการแกป้ ญั หา)
Creativity and Innovation (ทกั ษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรม)
Cross – cultural Understanding (ทักษะดา้ นความเขา้ ใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์)
Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะการทำงานเป็นทีมและภาวะผูน้ ำ)
Communications, Information and Media Literacy (ทักษะการส่ือสาร สารสนเทศและ
การรูเ้ ทา่ ทนั ส่ือ)
Computing and ICT Literacy (ทกั ษะด้านคอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศ และ
การส่ือสาร)
Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรียนร)ู้
Compassion (ความมเี มตตากรุณา มวี นิ ัย คุณธรรม จรยิ ธรรม)
9. บูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
9.1 หลักความพอประมาณ: ใช้เวลา 1 ชั่วโมงจดั กจิ กรรมให้เหมาะสมกับระดับและกระบวนการ
เรยี นรขู้ องนักเรียน และสอดคล้องกับมาตรฐานและตวั ช้วี ัดตามหลกั สตู รกำหนด
9.2 หลักความมีเหตุผล: เพอื่ ให้สอนบรรลตุ ามมาตรฐานและตัวชี้วัดมลี กั ษณะพงึ ประสงค์ตามท่ี
หลกั สูตรกำหนด เพื่อให้ผูเ้ รียนเกดิ กระบวนการทำงานกลุม่ และการคิดวเิ คราะห์ การคิดสร้างสรรค์อยา่ งมี
เหตผุ ล
9.3 หลักภมู ิคุ้มกัน: วางแผนอย่างรอบคอบ ระมัดระวงั ในการจดั กจิ กรรมการเรยี นรูใ้ ห้นักเรยี นได้
เรียนรู้เต็มตามศักยภาพ ใช้วิธกี ารวัดผลตามสภาพจริง และทุกคนมสี ว่ นรว่ มในการวดั ผลการเรียนรู้ทกี่ ำหนดไว้
และนำผลการเรียนรไู้ ปพฒั นาการเรยี นรู้ครัง้ ต่อไปได้
9.4 เง่ือนไขความรู:้ รอบรูเ้ ร่ืองหลกั สตู ร คำศัพทท์ ่เี ก่ยี วข้องกบั เนื้อหา การตีความจากเรอื่ งทอี่ า่ น
ปัญหาสงั คมทีน่ ำเสนอในบทอ่าน รอบคอบในการวางแผน การจัดกิจกรรมการเรยี นร้ใู หเ้ หมาะสมกบั นักเรียน
โดยใชก้ ระบวนการวัดและประเมินผลท่หี ลากหลายตรงตามสภาพจริง
9.5 เง่อื นไขคุณธรรม ใช้หลักความยตุ ธิ รรม ความรบั ผดิ ชอบ การมวี ินยั ในการจัดกจิ กรรม
10. ช้ินงาน/ภาระงาน
10.1 แบบฝกึ หดั ใน Workbook
โรงเรียนสนั ติราษฎรว์ ทิ ยาลยั 8
ภาษาอังกฤษเพอ่ื การคิดวิเคราะห์ ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565
11. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
11.1 ข้นั นำเขา้ สูบ่ ทเรียน
1) ครทู ักทายนกั เรยี น เช่น Good morning students. How are you?
2) ครูทบทวนเน้ือหาเรือ่ งคำนาม ซึง่ เป็นเนอื้ หาเดิม
3) ครใู หน้ ักเรยี นดปู ระโยค “You are the only one who can quickly solve this puzzle.”
แล้วให้ช่วยกนั วเิ คราะหว์ ่ามี Pronoun ทั้งหมดกี่คำ
4) ครเู ฉลยคำตอบวา่ มี 2 คำ ได้แกค่ ำว่า You และ who
11.2 ข้นั จัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
1) ครูพูดอธิบายเน้ือหาเกีย่ วกบั คำสรรพนามคร่าว ๆ ว่าคำสรรพนาม คือ คำทใ่ี ช้แทนคำนามหรือคำ
เสมอนาม ( nouns- equivalent ) เพื่อหลีกเล่ียงการกล่าวถงึ ซำ้ ซาก หรือแทนสง่ิ ทรี่ ูก้ ันอยู่แล้ว
ระหวา่ งผพู้ ดู ผูฟ้ ัง หรอื แทนสงิ่ ของท่ยี ังไม่รู้ หรอื ไมแ่ นใ่ จว่าเป็นอะไร คำสรรพนาม (pronouns )
แยกออกเปน็ 7 ชนดิ
2) ครูแบง่ กลุม่ ออกนักเรยี ออกเป็น 7 กลุ่ม แลว้ ให้ตวั แทนแต่ละกลมุ่ ออกมาจบั สลากเลอื กหวั ข้อชนดิ ของ
คำสรรพนาม
3) ครูให้เวลานกั เรยี น 10 นาที เพอ่ื ศกึ ษาชนดิ ของคำสรรพนามท่ีกลุ่มตนเองจับสลากได้ โดยใชแ้ หลง่
เรียนร้ทู างโทรศัพท์มือถือ
4) เม่ือหมดเวลาสบื คน้ ครใู ห้นักเรยี นมาอภิปรายเกี่ยวกับสรรพนามท่ีนกั เรียนแต่ละกล่มุ จบั สลากไดจ้ น
ครบทัง้ 7 กลมุ่
5) ครูอธิบายเนอ้ื หาทเ่ี กีย่ วกบั คำสรรพนามเพ่ิมเติม เพื่อให้นกั เรยี นไดเ้ หน็ ภาพและเข้าใจมากย่งิ ขึ้น
6) ครใู ห้นกั เรียนทำแบบฝึกหดั เก่ียวกบั คำสรรพนาม
11.3 ขน้ั สรุป
3) ครูสุม่ ให้นกั เรียนรว่ มเฉลยแบบฝึกหัดเป็นรายบคุ คล
4) ครูถามนักเรยี นว่า คำสรรพนามคอื อะไร , คำสรรพนามมกี ี่ประเภท , แตล่ ะประเภทมี
อะไรบ้าง
10. ส่ือ/วัสดุอุปกรณ/์ แหล่งเรียนรู้
ส่อื 1. PowerPoint เร่ือง Pronoun (คำสรรพนาม)
2. Workbook
วัสดุอุปกรณ์ 1. Laptop/ Tablet
2. ปากกา white board
แหล่งเรยี นรู้ 1. พจนานุกรม
โรงเรยี นสนั ติราษฎร์วิทยาลัย 9
ภาษาอังกฤษเพื่อการคิดวเิ คราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
11. การวัดและประเมินผล
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ วธิ กี ารวัด เคร่ืองมือ เกณฑ์การประเมิน
-การสงั เกตพฤติกรรมในชน้ั เรียน มากกวา่ ร้อยละ 80
ด้านความรู้ (K) - การตอบคำถามระหว่างเรียน -แบบประเมินใบงาน มากกวา่ ร้อยละ 80
มากกวา่ รอ้ ยละ 80
1) จำแนกคำสรรพนามในประโยคได้ - การทำใบงาน -แบบประเมนิ ใบงาน
2) สบื ค้นข้อมูล อภิปรายและสรุปเกย่ี วกบั -แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ
ประสงค์
สรรพนามได้ - การทำใบงาน
ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
1) สามารถใช้คำสรรพนามได้อย่างถกู ต้อง
ด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์ (A) - การสงั เกตคณุ ลกั ษณะอันพึง
1) นักเรียนใฝเ่ รยี นรู้และมุ่นม่ันในการ ประสงค์
ทำงาน
ความคิดเหน็
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................................
ลงชอ่ื ................................................................
(นางสาวภัทร พงษ์เจริญไทย)
ตำแหน่ งหัวหนา้ กลมุ่ สาระฯ ภาษาตา่ งประเทศ
วนั ที่ ............ เดอื น.......................... พ.ศ. 2565
โรงเรยี นสนั ตริ าษฎรว์ ทิ ยาลยั 10
ภาษาองั กฤษเพอ่ื การคิดวเิ คราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
บันทกึ หลังการจัดการเรยี นรู้
รหัสวิชา อ 33201 รายวิชาภาษาอังกฤษเพ่ือการคดิ วเิ คราะห์ ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 6
ห้อง 6/1 - 6/8
เวลา 1 ช่ัวโมง วันท่ี 17 - 20 พ.ค. 2565
1. ผลการจดั การเรียนรู้
i%wg%•:Ñn% personal…………………………1w…….1……eด……,้า……นta……คhi……วreา……มy……ร……ู้ (k……n……o……w……le……d……ge……)………………………………………………………………………………p……r……o……n……o……u……n…………T……a……h……e……r……i …………t……,…………y……o……u…………
Taiga……………1….2…ด…า้…ñน…ทn…กั w…ษะ…%/…กw…ระ…mบ…ว%…นก…aา…รo…(ÑP…r…on…cñe…as…s%)……ñ…o…n…ᵈ…a…&…e…r…ñ…o………p…r…o…n…o…u…n………………o…t…o…, ………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.3 ด้านคณุ ลกั ษณะ (Attitude)
……………………………w……%…i%……w…n…%…%……m…b…s…uu…e…9…n…W…a……i…n…n…:n…k…%…%…b…%…ᵈ…o…w…n………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปัญหา อุปสรรค
………………………………b………o………rn………:………smi………ni………rar………o.9………rNe………oa………wn………a………ak………faa………ft………ois………oh………wo………om………ao………nt………do………•r8………rrw………iw………8………an………nmw………%………o………%d………i7.………tsw………i9…………&……s………mu………%b………j………ñe………ec………sta………%………N………oa………%………d………oo………b:………je………ca………st………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
badoo.ba…………………………………………9……8…………4……ra……d………………w…………o……r……d……w…………a……ll………………………………………………o…………m……o……Ñ…………n……%…………u……a……ñ……s……ii……n……%…………a…………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
&ลงชื่อ..................................................ผสู้ อน
(นางสาวสุดารัตน์ โยชน์เยอื้ น)
วันท.่ี .....2...0.......เดือน.....a..m......A...........พ.ศ.2565
โรงเรียนสนั ตริ าษฎรว์ ทิ ยาลัย 11
ภาษาอังกฤษเพือ่ การคดิ วเิ คราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
โรงเรยี นสันติราษฎร์วทิ ยาลัย
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 3
รหัสวิชา อ 33201 รายวิชา ภาษาอังกฤษเพ่ือการคดิ วิเคราะห์
ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 6 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 : Part of Speech เรอื่ ง Adjective เวลา 1 คาบ
ชื่อผสู้ อน นางสาวสดุ ารตั น์ โยชนเ์ ยอื้ น สอนวันท่ี 23 - 27 พฤษภาคม 2565
1. ผลการเรยี นรู้
ขอ้ 1 อ่านออกเสยี งประโยค ข้อความ บทความ บทอา่ น ข่าว ประกาศโฆษณา สิง่ พมิ พ์ต่าง ๆ
ถูกต้องตามหลักการอา่ น
ข้อ 2 จบั ใจความสำคัญ วิเคราะหค์ วาม สรุปความ ตคี วาม และแสดงความคดิ เหน็ จากเร่ืองท่ีอ่านที่
เปน็ สารคดีและบันเทงิ คดี พร้อมท้ังให้เหตุผล
ข้อ 4 อธบิ ายและเขียนประโยค และข้อความให้สมั พันธก์ ับสื่อที่ไม่ใชค่ วามเรยี งรูปแบบตา่ ง ๆ ที่อา่ น
รวมทงั้ ระบแุ ละเขยี นเร่ืองที่ไม่ใชค่ วามเรียงรปู แบบตา่ ง ๆ ให้สัมพันธก์ ับประโยค และ
ขอ้ ความท่ีอ่าน
ขอ้ 6 ค้นควา้ สบื ค้น บนั ทึก สรุป และแสดงความคิดเห็นเกยี่ วกับขอ้ มูลจากแหลง่ การเรยี นรู้ต่าง ๆ
และนำเสนอด้วยการพดู หรือเขยี น
2. สาระสำคัญ
ในหน่วยการเรียนรู้น้ี นกั เรยี นจะไดจ้ ะได้เรยี นรู้ Part of Speech ซ่งึ เปน็ ส่วนประโยคของคำพดู /
ประโยค อันไดแ้ ก่ noun, pronoun, adjective, verb, adverb, preposition, conjunction และ
interjection เรื่องดังกลา่ วเปน็ พืน้ ฐานในการเขยี น รวมไปถึงการพูดภาษาอังกฤษ ที่จะช่วยใหน้ กั เรียนใช้
ภาษาอังกฤษได้ถูกต้อง
3. สาระการเรยี นรู้
Grammar: คุณศัพท์ (Adjectives) เป็นคำท่ีใช้ทำหนา้ ท่ีขยายคำนามหรือคำสรรพนาม (ถ้านำไป
ขยายสรรพนามต้องอย่หู ลงั ตลอดไป) เพื่อทำให้เห็นทราบรายละเอยี ดของคำนามหรือคำสรรพนามเพิ่มเติม
คุณศัพท์ในภาษาอังกฤษแบง่ ออกเป็น 11 ชนิด คือ
1. คำคุณศัพท์บอกลกั ษณะ (Descriptive Adjective) เป็นคำทใ่ี ชล้ กั ษณะหรือคุณภาพของคนสตั ว์
สิง่ ของและสถานที่
2. คุณศัพท์บอกสญั ชาติ (Proper Adjective) เป็นคำทไ่ี ปขยายนามเพื่อบอกสญั ชาติ ซงึ่ อนั ที่จรงิ มีรปู
เปลย่ี นมาจากคำนามเฉพาะ (Proper noun)
3. คำคุณศัพทบ์ อกปริมาณ (Quantitive Adjective) เปน็ คำท่ไี ปขยายนาม เพื่อบอกให้ทราบปริมาณของ
สิ่งเหลา่ นัน้ ว่า มมี ากหรือน้อย (แต่ไม่ทราบจำนวนทแ่ี นน่ อน)
โรงเรียนสนั ติราษฎร์วทิ ยาลยั 12
ภาษาอังกฤษเพ่อื การคิดวเิ คราะห์ ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
4. คำคณุ ศัพทบ์ อกจำนวนแน่นอน (Numeral Adjective) เปน็ คำที่ไปขยายนาม
5. คุณศัพทช์ เี้ ฉพาะ (Demonstrative adjective)
6. คณุ ศัพท์บอกคําถาม (interrogative adjective) ใช้ขยายคำนามเพ่ือให้เป็นคาํ ถามโดยจะวางไว้ ตน้
ประโยคและอยู่หนา้ คำนามเสมอ
7. คุณศพั ทแ์ สดงความเป็นเจ้า (Possessive adjective)
8. คุณศพั ทแ์ บ่งแยก (Distributive adjective) เปน็ คําคุณศพั ท์ท่ีไปขยายนาม มีความหมายในลกั ษณะเพ่ือ
แยกนามออกจากกนั เป็น อนั หนึ่ง หรือสว่ นหน่งึ
9. คณุ ศพั ท์เนน้ ความ (Emphasizing Adjective) เป็นคุณศพั ท์ทีใ่ ช้ขยายนามเพ่ือเน้นความใหม้ นี ำหนกั ขนึ้
10. คุณศัพทบ์ อกอุทาน (Exclamatory Adjective)
11. คณุ ศัพท์บอกความสมั พันธ์ (Relative Adjective) เป็นคำคุณศพั ท์ทใี่ ชข้ ยายนามทตี่ ามหลังและใน
เวลาเดียวกันก็ยงั ทาํ หนา้ ทค่ี ล้ายสันธานเช่อื มความในประโยคของตัวเองกบั ประโยคขา้ งหนา้ ให้สัมพนั ธก์ ันอกี
ดว้ ย
Language skills:
- Reading สามารถเข้าใจประเดน็ สำคัญเก่ยี วกับเร่ืองท่ีอ่าน
- Written Interaction สามารถเขยี นเก่ียวกบั ตนเองโดยใชภ้ าษาง่าย ๆ
- Strategies สามารถตรวจสอบงานเขียนเพื่อหาข้อผดิ พลาด
4. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) จำแนกคำคุณศัพทใ์ นประโยคได้ (K)
2) สามารถใช้คำคณุ ศัพท์ได้อยา่ งถกู ต้อง (P)
3) สบื คน้ ขอ้ มูล อภปิ รายและสรุปเก่ยี วกบั คำคุณศพั ทไ์ ด้ (K)
4) นกั เรียนใฝ่เรยี นรแู้ ละมนุ่ มั่นในการทำงาน (A)
5. คุณลักษณะอันพึงประสงคข์ องผูเ้ รยี น 5. อย่อู ย่างพอเพยี ง
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ 6. มุ่งมั่นในการทำงาน
2. ซอื่ สัตยส์ ุจริต 7. รักความเป็นไทย
3. มวี นิ ยั 8. มจี ิตสาธารณะ
4. ใฝ่เรยี นรู้
6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
ความสามารถในการสื่อสาร :พดู ให้ข้อมูล แสดงความคดิ เห็นของตนเองเก่ียวกับเรื่องต่าง ๆ
ความสามารถในการคิด : จบั ใจความสำคัญ วเิ คราะห์ สรุป ตีความ และแสดงความคิดเห็น
ความสามารถในการแกป้ ัญหา : -
ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ : นำไปปรับใช้ในชีวติ ประจำวนั ได้
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : การค้นหาคำศัพท์โดยการใช้ Applications Dictionary
โรงเรียนสนั ตริ าษฎรว์ ทิ ยาลัย 13
ภาษาองั กฤษเพ่อื การคิดวิเคราะห์ ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
7. คณุ ลกั ษณะของผ้เู รียนตามหลักสูตรมาตรฐานสากล
1. เป็นเลศิ วชิ าการ 2. สื่อสารสองภาษา 3. ลำ้ หน้าทางความคิด
4. ผลิตงานอยา่ งสร้างสรรค์ 5. รว่ มกนั รบั ผิดชอบต่อสังคมโลก
8. คุณลกั ษณะและทักษะการเรยี นร้ใู นศตวรรษที่ 21 (3Rs 8Cs) ของผเู้ รยี น
3Rs ประกอบดว้ ย
Reading (การอา่ น) Writing (การเขยี น) Arithmetics (การคำนวณ)
8Cs ประกอบด้วย
Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะการคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณและการแกป้ ญั หา)
Creativity and Innovation (ทักษะการสรา้ งสรรคแ์ ละนวตั กรรม)
Cross – cultural Understanding (ทักษะดา้ นความเข้าใจต่างวฒั นธรรม ตา่ งกระบวนทัศน)์
Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะการทำงานเป็นทมี และภาวะผนู้ ำ)
Communications, Information and Media Literacy (ทักษะการสื่อสาร สารสนเทศและ
การร้เู ทา่ ทนั สือ่ )
Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศ และ
การสือ่ สาร)
Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู)้
Compassion (ความมีเมตตากรณุ า มีวินัย คุณธรรม จรยิ ธรรม)
9. บูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
9.1 หลักความพอประมาณ: ใช้เวลา 1 ชวั่ โมงจดั กจิ กรรมให้เหมาะสมกับระดับและกระบวนการ
เรยี นรู้ของนักเรียน และสอดคลอ้ งกับมาตรฐานและตวั ช้วี ดั ตามหลักสูตรกำหนด
9.2 หลักความมีเหตุผล: เพอื่ ให้สอนบรรลตุ ามมาตรฐานและตวั ช้ีวัดมลี กั ษณะพึงประสงค์ตามที่
หลกั สูตรกำหนด เพ่ือใหผ้ ู้เรยี นเกิดกระบวนการทำงานกลุ่ม และการคิดวิเคราะห์ การคิดสรา้ งสรรค์อย่างมี
เหตผุ ล
9.3 หลักภมู ิคุ้มกัน: วางแผนอยา่ งรอบคอบ ระมดั ระวงั ในการจัดกจิ กรรมการเรียนรใู้ ห้นักเรยี นได้
เรยี นรูเ้ ต็มตามศักยภาพ ใชว้ ิธีการวดั ผลตามสภาพจริง และทกุ คนมีสว่ นร่วมในการวัดผลการเรยี นรทู้ ี่กำหนดไว้
และนำผลการเรยี นรู้ไปพัฒนาการเรียนรคู้ รัง้ ต่อไปได้
9.4 เงอื่ นไขความร้:ู รอบรูเ้ รื่องหลักสูตร คำศัพท์ทเ่ี ก่ียวข้องกบั เนอื้ หา การตีความจากเรือ่ งทอ่ี ่าน
ปญั หาสงั คมท่ีนำเสนอในบทอ่าน รอบคอบในการวางแผน การจดั กิจกรรมการเรียนรูใ้ หเ้ หมาะสมกับนักเรียน
โดยใช้กระบวนการวัดและประเมินผลทีห่ ลากหลายตรงตามสภาพจรงิ
9.5 เงอื่ นไขคุณธรรม ใชห้ ลักความยตุ ิธรรม ความรบั ผดิ ชอบ การมวี นิ ัยในการจัดกจิ กรรม
โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย 14
ภาษาองั กฤษเพ่อื การคิดวเิ คราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
10. ช้ินงาน/ภาระงาน
10.1 แบบฝกึ หดั ใน Workbook
11. กิจกรรมการเรยี นการสอน
11.1 ขน้ั นำเขา้ ส่บู ทเรยี น
1) ครูทักทายนักเรยี น เช่น Good morning students. How are you?
2) ครูทบทวนเนือ้ หาเรือ่ งคำสรรพนาม ซึ่งเปน็ เนื้อหาเดิม
3) ครูใหน้ กั เรยี นอธิบายความรคู้ วามเข้าใจเดิมเกยี่ วกบั คำคุณศพั ท์ (adjective)
11.2 ขนั้ จดั กิจกรรมการเรียนรู้
1) ครูพดู อธบิ ายเน้ือหาเกี่ยวกบั คำคุณศัพท์ท้งั หมด โดยใชส้ ือ่ PowerPoint ประกอบการสอน
2) ครใู ห้นักเรียนช่วยกนั ยกตวั อย่างคำคุณศัพท์ประกอบในการเรยี นคำคุณศัพทแ์ ต่ละชนดิ
3) ครเู ปิดโอกาสให้นักเรยี นซักถาม
4) ครทู ดสอบความร้คู วามเข้าใจของนักเรียนโดยการเลน่ Kahoot! จำนวน 10 ขอ้
5) ครใู ห้นกั เรียนทำแบบฝึกหดั เกี่ยวกบั Adjective (คำคณุ ศพั ท์) ใน workbook
11.3 ข้ันสรุป
1) ครูสุ่มใหน้ กั เรียนร่วมเฉลยแบบฝึกหดั เป็นรายบุคคล
2) ครูถามนักเรยี นว่า คำคุณศัพท์คอื อะไร , คำคุณศัพท์มีกปี่ ระเภท , แต่ละประเภทมีอะไรบ้าง
12. สื่อ/วสั ดุอปุ กรณ์/แหล่งเรียนรู้
สอ่ื 1. PowerPoint เร่ือง Adjective (คำคุณศัพท)์
2. Workbook
วสั ดุอปุ กรณ์ 1. Laptop/ Tablet
2. ปากกา white board
แหล่งเรียนรู้ 1. พจนานุกรม
13. การวัดและประเมนิ ผล
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ วิธกี ารวดั เคร่ืองมือ เกณฑ์การประเมิน
ด้านความรู้ (K) มากกวา่ รอ้ ยละ 80
- การตอบคำถามระหวา่ งเรียน -การสงั เกตพฤติกรรมในชน้ั เรียน
1) จำแนกคำคุณศพั ท์ในประโยคได้
2) สืบคน้ ข้อมลู อภิปรายและสรุป - การทำใบงาน -แบบประเมินใบงาน
เกี่ยวกับคำคณุ ศัพท์ได้
โรงเรียนสันตริ าษฎรว์ ทิ ยาลยั 15
ภาษาอังกฤษเพ่อื การคดิ วเิ คราะห์ ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ วิธกี ารวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมนิ
-แบบประเมนิ ใบงาน มากกว่ารอ้ ยละ 80
ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) - การทำใบงาน
-แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพงึ มากกว่ารอ้ ยละ 80
1) สามารถใชค้ ำคุณศัพทไ์ ด้อย่างถกู ต้อง ประสงค์
ด้านคุณลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ (A) - การสงั เกตคณุ ลกั ษณะอนั พึง
1) นกั เรยี นใฝเ่ รียนรู้และม่นุ มนั่ ในการ ประสงค์
ทำงาน
ความคดิ เห็น
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
................................................. ....................................................................................................... ......................
............................................................................................................................. ................................................
ลงชือ่ ................................................................
(นางสาวภัทร พงษ์เจรญิ ไทย)
ตำแหน่ งหัวหนา้ กลุ่มสาระฯ ภาษาต่างประเทศ
วันท่ี ............ เดอื น.......................... พ.ศ. 2565
โรงเรยี นสนั ตริ าษฎรว์ ทิ ยาลัย 16
ภาษาองั กฤษเพ่อื การคิดวิเคราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
รหสั วิชา อ 33201 บันทึกหลังการจัดการเรยี นรู้ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 6
ห้อง 6/1 - 6/8 รายวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการคดิ วิเคราะห์ วันที่ 23 – 27 พ.ค. 65
เวลา 1 ชั่วโมง
1. ผลการจัดการเรยี นรู้
ñw%wq%•:Ñn%……………1….1…ด…้า…น…ค…วา…ม…ร…ู้ (k…n…o…w…le…d…ge…)…………a…d…j…e…ct…iv…e……s…in…a….…om……n…a…e…ro…m……s…ns…i…n…so…t…a…o…u….s…u…:……
………………e…x…is…ts…………………………………………………………………………………………………………………………………
1.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
…………………………ñ…n…Ñ……w…9…Ñ………a…d…je…c…ti…ve……G…o…d…s…:{…•…a…t…o…io…g…ao…to…s……G…o…a…d…je…c…ti…ve……o…ni…o…ns…a…n…t…i …
…………………A…fg…h…an…i…M…o…bo…g…o…t…s…m…o…ot…h…ed……………………………………………………………………………………………
1.3 ด้านคณุ ลกั ษณะ (Attitude)
……………………………-……………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…2….……ป……ญั ……bห……าo……kอ……ุปm……สeร……@รi……oค……gw……as……nh……gm……wn……o……ht……shi…….itn……o……o……ath……de……rjse……n……co……tri……mv……ea……lsv……:……8b……n0……m……sd……i ……w……s……n……a……e……n……e……o……m…………im…………g……i.v……n……:……%…………7……ñ…………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
long Dictionary………………………………………W………as………………h………tee………abr………o:w………&………H………a………k………a………t………ad………a………od…d……e………rsD………M………ic………to………n………,t………a………n………aL………ni………ns………eo………o………m………………f i………n………r………o………a………d……………….o………m………………a………t%………………w………g………Y………o………n………%………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
ofลงช่ือ.................................................ผสู้ อน
(นางสาวสุดารัตน์ โยชน์เยอ้ื น)
วนั ที่......2...7.......เดอื น...H.....R...............พ.ศ.2565
โรงเรยี นสนั ตริ าษฎร์วิทยาลัย 17
ภาษาอังกฤษเพอื่ การคิดวิเคราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
โรงเรยี นสันตริ าษฎร์วทิ ยาลัย
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 4
รหสั วชิ า อ 33201 รายวชิ า ภาษาอังกฤษเพ่ือการคิดวเิ คราะห์
ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 6 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 1 : Part of Speech เร่ือง Verb เวลา 1 คาบ
ชอื่ ผู้สอน นางสาวสดุ ารตั น์ โยชน์เยอ้ื น สอนวันท่ี 23 - 27 พฤษภาคม 2565
1. ผลการเรียนรู้
ข้อ 1 อา่ นออกเสียงประโยค ข้อความ บทความ บทอา่ น ข่าว ประกาศโฆษณา ส่ิงพิมพต์ า่ ง ๆ
ถกู ต้องตามหลักการอา่ น
ข้อ 2 จบั ใจความสำคัญ วิเคราะห์ความ สรุปความ ตีความ และแสดงความคดิ เหน็ จากเรื่องท่ีอ่านที่
เป็นสารคดีและบนั เทงิ คดี พร้อมท้งั ให้เหตผุ ล
ข้อ 4 อธิบายและเขยี นประโยค และข้อความให้สมั พันธ์กับส่ือที่ไมใ่ ช่ความเรยี งรูปแบบต่าง ๆ ท่อี า่ น
รวมท้งั ระบแุ ละเขียนเรื่องที่ไม่ใช่ความเรยี งรูปแบบต่าง ๆ ให้สัมพนั ธก์ บั ประโยค และ
ข้อความที่อ่าน
ข้อ 6 ค้นควา้ สืบค้น บันทกึ สรปุ และแสดงความคิดเห็นเกยี่ วกบั ข้อมูลจากแหล่งการเรยี นรู้ต่าง ๆ
และนำเสนอด้วยการพดู หรือเขยี น
2. สาระสำคัญ
ในหนว่ ยการเรยี นรู้น้ี นกั เรียนจะได้จะได้เรยี นรู้ Part of Speech ซ่ึงเปน็ ส่วนประโยคของคำพดู /
ประโยค อนั ไดแ้ ก่ noun, pronoun, adjective, verb, adverb, preposition, conjunction และ
interjection เรื่องดงั กล่าวเปน็ พื้นฐานในการเขยี น รวมไปถึงการพดู ภาษาอังกฤษ ท่ีจะช่วยใหน้ กั เรียนใช้
ภาษาอังกฤษไดถ้ ูกต้อง
3. สาระการเรยี นรู้
Grammar: คำกรยิ า (Verb) คือ คำทีบ่ อกอาการหรือการกระทำ (action) หรือ ความเป็นอยู่
(being) ในภาษาองั กฤษนอกจากแบ่งประเภทของคำกริยาออกเป็น คำกริยาหลกั (Main Verbs) และคำกรยิ า
ชว่ ย (Auxiliary Verbs) แล้ว แตล่ ะประเภทยังแยกย่อยออกได้อกี หลายแบบ คำกริยา (Verb) ในภาษาอังกฤษ
แบง่ ไดด้ ังนี้
1. Transitive Verbs คือ คำกริยาท่ีต้องมีกรรมมารองรับเสมอ ทงั้ น้ีเป็นเพราะหากไม่มีกรรมรองรบั
จะทำให้ประโยคไมส่ มบูรณ์ค่ะ เชน่ eat (กิน), catch (จับ), call (โทร), buy (ซอ้ื ), discover (ค้นพบ)
2. Intransitive Verbs คือ คำกรยิ าที่ไมต่ ้องการกรรมมารองรบั เพราะประโยคสมบูรณ์แลว้ สามารถ
ใชส้ ือ่ สารไดเ้ ลย
โรงเรยี นสนั ติราษฎร์วทิ ยาลัย 18
ภาษาอังกฤษเพื่อการคดิ วเิ คราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
3. Linking Verbs คือ คำกริยาทีใ่ ชเ้ ชอ่ื ม คำนาม (Noun) + คำคุณศัพท์ (Adjective) เพื่อแสดง
สภาวะหรือสภาพ ซึ่ง Linking Verbs ท่เี รารูจ้ กั กันดกี ็คอื Verb to be แต่ความจริงแลว้ ยังมอี ีกหลายคำทฝ่ี รง่ั
ใชบ้ ่อย แต่คนไทยไม่ค่อยหยิบมาพดู เช่น seem (ดเู หมือน), sound (ฟังดู), smell (สง่ กลนิ่ )
4. Primary Auxiliary Verbs คือ คำกริยาช่วยที่สามารถใช้แทนหรือใช้คู่กับกริยาแท้กไ็ ด้
ไดแ้ ก่ Verb to be, Verb to do และ Verb to have
5. Modal Auxiliary Verbs คือ คำกริยาชว่ ยทีม่ คี วามหมายในตวั เอง
Language skills:
- Reading สามารถเข้าใจประเด็นสำคญั เกย่ี วกับเร่ืองท่ีอา่ น
- Written Interaction สามารถเขียนเกย่ี วกบั ตนเองโดยใชภ้ าษาง่าย ๆ
- Strategies สามารถตรวจสอบงานเขยี นเพื่อหาข้อผดิ พลาด
4. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) จำแนกคำกริยาในประโยคได้ (K)
2) สามารถใช้คำกรยิ าได้อย่างถูกตอ้ ง (P)
3) สบื คน้ ข้อมูล อภิปรายและสรุปเกีย่ วกับคำกริยาได้ (K)
4) นกั เรยี นใฝ่เรียนรู้และมนุ่ ม่ันในการทำงาน (A)
5. คณุ ลักษณะอันพึงประสงคข์ องผ้เู รียน 5. อยูอ่ ย่างพอเพยี ง
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ 6. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
2. ซือ่ สัตยส์ จุ ริต 7. รักความเป็นไทย
3. มีวินยั 8. มจี ติ สาธารณะ
4. ใฝเ่ รยี นรู้
6. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน
ความสามารถในการส่อื สาร :พดู ให้ขอ้ มูล แสดงความคิดเหน็ ของตนเองเกย่ี วกับเรื่องต่าง ๆ
ความสามารถในการคิด : จบั ใจความสำคญั วเิ คราะห์ สรุป ตคี วาม และแสดงความคิดเห็น
ความสามารถในการแก้ปัญหา : -
ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ : นำไปปรับใช้ในชวี ิตประจำวนั ได้
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : การค้นหาคำศพั ท์โดยการใช้ Applications Dictionary
7. คุณลักษณะของผ้เู รียนตามหลักสตู รมาตรฐานสากล
1. เป็นเลศิ วิชาการ 2. สือ่ สารสองภาษา 3. ล้ำหน้าทางความคิด
4. ผลติ งานอยา่ งสรา้ งสรรค์ 5. รว่ มกนั รบั ผิดชอบต่อสังคมโลก
โรงเรียนสนั ตริ าษฎร์วทิ ยาลัย 19
ภาษาองั กฤษเพื่อการคดิ วเิ คราะห์ ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
8. คุณลักษณะและทักษะการเรยี นรใู้ นศตวรรษที่ 21 (3Rs 8Cs) ของผ้เู รยี น
3Rs ประกอบดว้ ย
Reading (การอา่ น) Writing (การเขยี น) Arithmetics (การคำนวณ)
8Cs ประกอบด้วย
Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะการคดิ อย่างมีวจิ ารณญาณและการแกป้ ญั หา)
Creativity and Innovation (ทักษะการสรา้ งสรรค์และนวตั กรรม)
Cross – cultural Understanding (ทักษะดา้ นความเข้าใจตา่ งวฒั นธรรม ต่างกระบวนทศั น์)
Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะการทำงานเป็นทมี และภาวะผ้นู ำ)
Communications, Information and Media Literacy (ทักษะการส่ือสาร สารสนเทศและ
การรูเ้ ท่าทนั สื่อ)
Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศ และ
การสื่อสาร)
Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรียนร)ู้
Compassion (ความมีเมตตากรุณา มวี ินยั คุณธรรม จริยธรรม)
9. บูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
9.1 หลักความพอประมาณ: ใช้เวลา 1 ชั่วโมงจดั กจิ กรรมให้เหมาะสมกับระดับและกระบวนการ
เรยี นรขู้ องนักเรยี น และสอดคลอ้ งกับมาตรฐานและตวั ชี้วัดตามหลักสูตรกำหนด
9.2 หลักความมีเหตุผล: เพ่อื ให้สอนบรรลตุ ามมาตรฐานและตัวชีว้ ดั มีลกั ษณะพงึ ประสงค์ตามที่
หลกั สูตรกำหนด เพื่อให้ผเู้ รียนเกิดกระบวนการทำงานกลุ่ม และการคิดวิเคราะห์ การคดิ สร้างสรรค์อยา่ งมี
เหตผุ ล
9.3 หลกั ภมู ิคุม้ กัน: วางแผนอย่างรอบคอบ ระมัดระวงั ในการจัดกจิ กรรมการเรียนรใู้ ห้นักเรียนได้
เรียนรู้เตม็ ตามศักยภาพ ใช้วธิ ีการวัดผลตามสภาพจริง และทุกคนมสี ว่ นร่วมในการวดั ผลการเรยี นรทู้ ่กี ำหนดไว้
และนำผลการเรียนรไู้ ปพฒั นาการเรียนรู้ครัง้ ต่อไปได้
9.4 เงื่อนไขความร:ู้ รอบร้เู ร่ืองหลกั สตู ร คำศัพทท์ เ่ี กยี่ วข้องกับเน้อื หา การตีความจากเรื่องท่อี า่ น
ปัญหาสงั คมท่นี ำเสนอในบทอ่าน รอบคอบในการวางแผน การจัดกจิ กรรมการเรียนรูใ้ ห้เหมาะสมกบั นกั เรียน
โดยใชก้ ระบวนการวัดและประเมินผลทหี่ ลากหลายตรงตามสภาพจรงิ
9.5 เงื่อนไขคุณธรรม ใช้หลกั ความยุติธรรม ความรบั ผดิ ชอบ การมวี ินยั ในการจัดกิจกรรม
10. ช้นิ งาน/ภาระงาน
10.1 แบบฝกึ หัดใน Workbook
โรงเรยี นสนั ตริ าษฎร์วทิ ยาลัย 20
ภาษาองั กฤษเพอ่ื การคดิ วิเคราะห์ ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
11. กจิ กรรมการเรียนการสอน
11.1 ขนั้ นำเข้าสบู่ ทเรยี น
1) ครทู ักทายนกั เรยี น เช่น Good morning students. How are you?
2) ครูทบทวนเนอ้ื หาเร่ืองคำคุณศัพท์ ซ่ึงเปน็ เน้ือหาเดมิ
3) ครสู อบถามนักเรยี นว่าในการเขยี นและการพดู ภาษาอังกฤษ จะประกอบไปด้วย 2 ส่วนท่สี ำคัญ น้นั
คืออะไรบา้ ง
4) ครูเฉลยคำตอบวา่ “ภาคประธาน และภาคกริยา”
11.2 ขน้ั จัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
1) ครใู ห้นักเรยี นสืบคน้ ข้อมลู เกย่ี วกับคำกรยิ า เป็นเวลา 10 นาที
2) ครพู ดู อธิบายเน้ือหาเกีย่ วกบั คำกรยิ าทัง้ หมด โดยใช้ส่อื PowerPoint ประกอบการสอน
3) ครใู หน้ ักเรียนช่วยกนั ยกตวั อย่างคำกริยาประกอบในระหว่างการเรยี นคำกรยิ าแตล่ ะชนดิ
4) ครเู ปดิ โอกาสให้นักเรยี นซักถาม
5) ครฉู ายสไลด์ตวั อย่างประโยคภาษาองั กฤษ “Mr. Dale always makes a cup of coffee as soon
as he gets to work.” แลว้ ถามนักเรยี นวา่ ประโยคนี้มีคำกรยิ ากี่ตวั
6) ครเู ฉลยคำตอบให้แกน่ กั เรียน คอื มีคำกรยิ า 2 ตวั คือ makes กับ gets
7) ครใู ห้นกั เรยี นทำแบบฝกึ หัดเก่ียวกบั Verb (คำกริยา) ใน workbook
11.3 ขนั้ สรปุ
1) ครูสมุ่ ใหน้ ักเรยี นร่วมเฉลยแบบฝกึ หดั เปน็ รายบคุ คล
2) ครูถามนักเรยี นว่า คำกรยิ าคืออะไร , คำกรยิ ามกี ปี่ ระเภท , แตล่ ะประเภทมีอะไรบ้าง
12. ส่ือ/วสั ดุอุปกรณ์/แหลง่ เรียนรู้
สือ่ 1. PowerPoint เร่ือง Verb (คำกริยา)
2. Workbook
วสั ดอุ ปุ กรณ์ 1. Laptop/ Tablet
2. ปากกา white board
แหลง่ เรยี นรู้ 1. พจนานกุ รม
13. การวัดและประเมินผล
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ วิธีการวดั เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารประเมิน
ดา้ นความรู้ (K) มากกว่ารอ้ ยละ 80
1) จำแนกคำกริยาในประโยคได้ - การตอบคำถามระหวา่ งเรยี น -การสังเกตพฤติกรรมในชนั้ เรียน
- การทำใบงาน -แบบประเมินใบงาน
โรงเรียนสนั ติราษฎร์วิทยาลัย 21
ภาษาอังกฤษเพื่อการคิดวิเคราะห์ ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวดั เครอื่ งมอื เกณฑ์การประเมนิ
2) สืบคน้ ข้อมลู อภปิ รายและสรุป
เก่ียวกับคำกริยาได้
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) - การทำใบงาน -แบบประเมินใบงาน มากกว่าร้อยละ 80
1) สามารถใชค้ ำกรยิ าไดอ้ ย่างถกู ต้อง
ด้านคุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ (A) - การสงั เกตคณุ ลกั ษณะอนั พึง -แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ มากกวา่ รอ้ ยละ 80
ประสงค์
1) นกั เรยี นใฝเ่ รยี นรู้และมุ่นม่ันใน ประสงค์
การทำงาน
ความคดิ เห็น
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
.................................................................................................................................................................... ..........
............................................................................................................................. ................................................
ลงชอ่ื ................................................................
(นางสาวภทั ร พงษเ์ จรญิ ไทย)
ตำแหน่ งหวั หน้ากลมุ่ สาระฯ ภาษาตา่ งประเทศ
วนั ท่ี ............ เดือน.......................... พ.ศ. 2565
โรงเรยี นสันตริ าษฎร์วทิ ยาลัย 22
ภาษาองั กฤษเพอ่ื การคดิ วิเคราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
บันทกึ หลังการจดั การเรียนรู้
รหัสวชิ า อ 33201 รายวิชาภาษาอังกฤษเพอ่ื การคิดวเิ คราะห์ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6
ห้อง 6/1 - 6/8
เวลา 1 ช่ัวโมง วันท่ี 23 - 27 พ.ค. 2565
1. ผลการจดั การเรยี นรู้
……………1….1…ด…s้า…iนn…คa…ว.9า…มe…รo…ู้ w(k…ng…of…awn…leo…da…grse…n)…e…o…u….a…im…f…n…ia…o…m…o…q…o…s….m…n…f…o…r …e…v…e…rb…)…………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
sina.9eowriansnitmniasoitoin.am……………1….2…ด…้า…น…ท…ัก…ษะ…/…ก…ระ…บ…ว…นก…า…ร…(P…r…o…ce…s…s)……………………:…S……n…%……n…ñ…ñ…u…ñ…s…d…i…:n……o……………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………1….3…ด…s้าi…nน…aค.…ณุod…ลe…ักoษ…wณ…oะ…is…(kA…mtt…iut…u.nd…ueT…)r…a…it…o…r…o…w…n…:…w…ih…%……%…m……%…w…n………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2….…ป…ัญ…ห…า…อ…ปุ …สร…ñร…nคa…%……w…s…in…a….…io…t…a…o…er…o…o…o…n…d…li…i.r…o…?…d…io…9…s…i…-g…-…e…s…n…d…m…e…o…m……a…oe…ra…se…d…o…do…r…o…u…s
……………Ñ…w…q…g…o…Ñ…3……M…o…rb…id……h…e……/s…h…e…/…i…t……………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
3…….……ข……้อb……เoส……yน……gอr……แoน……iin.ะw……s/%แ……น……oว……&bท……ñiาonง……:แa……ก&n……้ไaขo……rsm……s……oia……so……mih……aE……%h……nr……&n……wr……o……opr…t…eh……s……e-n……St……i……se……img……p……Al……eu…………rai……too……lm…………s……-……e……s……-……e…s……………di……s…t…o……rt……io……n……s
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
g.ลงช่ือ.................................................ผสู้ อน
(นางสาวสุดารัตน์ โยชน์เยอ้ื น)
วันท่ี....2....7........เดือน.....N....... .8...........พ.ศ.2565
โรงเรยี นสนั ติราษฎรว์ ทิ ยาลัย 23
ภาษาองั กฤษเพ่ือการคดิ วเิ คราะห์ ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 5
รหสั วิชา อ 33201 รายวชิ า ภาษาอังกฤษเพื่อการคดิ วิเคราะห์
ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2564
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 1 : Part of Speech เรือ่ ง Adverb เวลา 1 คาบ
ช่อื ผสู้ อน นางสาวสดุ ารตั น์ โยชนเ์ ยอื้ น สอนวันที่ 30 พ.ค. – 3 มิ.ย. 2565
1. ผลการเรียนรู้
ข้อ 1 อ่านออกเสียงประโยค ข้อความ บทความ บทอา่ น ข่าว ประกาศโฆษณา สง่ิ พิมพ์ต่าง ๆ
ถกู ต้องตามหลักการอ่าน
ขอ้ 2 จับใจความสำคญั วเิ คราะหค์ วาม สรปุ ความ ตีความ และแสดงความคดิ เหน็ จากเรื่องที่อ่านที่
เปน็ สารคดแี ละบันเทงิ คดี พร้อมท้ังให้เหตผุ ล
ขอ้ 4 อธบิ ายและเขยี นประโยค และข้อความให้สัมพันธก์ ับสื่อท่ีไม่ใชค่ วามเรียงรูปแบบต่าง ๆ ทีอ่ ่าน
รวมทัง้ ระบุและเขียนเรื่องที่ไม่ใช่ความเรียงรปู แบบต่าง ๆ ให้สมั พันธ์กบั ประโยค และ
ข้อความท่อี ่าน
ข้อ 6 ค้นคว้า สืบคน้ บันทึก สรปุ และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับขอ้ มลู จากแหล่งการเรียนรู้ตา่ ง ๆ
และนำเสนอดว้ ยการพูดหรือเขยี น
2. สาระสำคญั
ในหนว่ ยการเรียนรนู้ ้ี นักเรียนจะไดจ้ ะได้เรยี นรู้ Part of Speech ซ่ึงเป็นส่วนประโยคของคำพดู /
ประโยค อันไดแ้ ก่ noun, pronoun, adjective, verb, adverb, preposition, conjunction และ
interjection เร่ืองดงั กลา่ วเป็นพน้ื ฐานในการเขียน รวมไปถึงการพูดภาษาองั กฤษ ท่ีจะช่วยใหน้ ักเรยี นใช้
ภาษาอังกฤษได้ถูกต้อง
3. สาระการเรียนรู้
Grammar: Adverb (คำกริยาวเิ ศษณ)์ คือคำท่ที ำหนา้ ท่ขี ยายกริยา ขยายคำคุณศพั ท์ และขยาย
คำกริยาวิเศษณ์ วางในตำแหน่งทีแ่ ตกต่างกนั ในหลาย ๆ ตำแหนง่ เราจะสามารถแบง่ Adverb ออกเปน็
หมวดหม่ไู ดด้ งั นี้
1. Adverb of Manner คือ คำทีใ่ ช้อธิบายลักษณะ ทา่ ทาง อาการ
2. Adverb of Place คอื คำท่ีใชบ้ อกสถานท่ี หรือคำท่ีให้ความหมายเกยี่ วกับสถานท่ี
3. Adverb of Time คือ คำท่ีใช้บอกเวลา หรอื มีเร่อื งของเวลามาเก่ียวข้อง
4. Adverb of Frequency คอื คำทใี่ ช้บอกถึงความถ่ี หรือคำที่เมือ่ แปลแลว้ ใหค้ วามรสู้ ึกถงึ ความ
บ่อย บ่อยมาก บ่อยนอ้ ย หรือ ไม่เลย
โรงเรียนสนั ตริ าษฎร์วิทยาลัย 24
ภาษาอังกฤษเพอื่ การคิดวเิ คราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
5. Adverb of Degree คือ คำที่ใช้บอกปริมาณ หรือ คำท่เี ป็นการเน้นย้ำ สว่ นมากจะขยาย Adverb
หรือ Adjective
Language skills:
- Reading สามารถเข้าใจประเดน็ สำคญั เก่ียวกบั เรื่องท่ีอา่ น
- Written Interaction สามารถเขียนเก่ยี วกับตนเองโดยใช้ภาษาง่าย ๆ
- Strategies สามารถตรวจสอบงานเขียนเพื่อหาข้อผดิ พลาด
- Spoken Interaction สามารถร่วมอภิปรายกบั ผู้อนื่
4. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
5) จำแนกคำกรยิ าวิเศษณ์ในประโยคได้ (K)
6) สามารถใช้คำกรยิ าวิเศษณไ์ ด้อย่างถูกต้อง (P)
7) สบื ค้นข้อมูล อภปิ รายและสรุปเกีย่ วกบั คำกรยิ าวเิ ศษณ์ได้ (K)
8) นักเรยี นใฝ่เรยี นรู้และมุ่นมน่ั ในการทำงาน (A)
5. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงคข์ องผเู้ รยี น 5. อยอู่ ย่างพอเพยี ง
1. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ 6. มุ่งมน่ั ในการทำงาน
2. ซ่อื สตั ยส์ ุจริต 7. รักความเปน็ ไทย
3. มวี นิ ยั 8. มจี ติ สาธารณะ
4. ใฝเ่ รยี นรู้
6. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น
ความสามารถในการส่ือสาร :พดู ให้ข้อมลู แสดงความคิดเห็นของตนเองเก่ียวกับเรื่องต่าง ๆ
ความสามารถในการคิด : จับใจความสำคญั วิเคราะห์ สรปุ ตีความ และแสดงความคิดเห็น
ความสามารถในการแก้ปัญหา : -
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ : นำไปปรบั ใช้ในชวี ติ ประจำวันได้
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : การคน้ หาคำศัพทโ์ ดยการใช้ Applications Dictionary
7. คณุ ลกั ษณะของผูเ้ รียนตามหลักสูตรมาตรฐานสากล
1. เปน็ เลิศวิชาการ 2. สื่อสารสองภาษา 3. ลำ้ หน้าทางความคดิ
4. ผลติ งานอยา่ งสร้างสรรค์ 5. ร่วมกันรบั ผิดชอบต่อสังคมโลก
8. คุณลักษณะและทกั ษะการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 (3Rs 8Cs) ของผู้เรียน
3Rs ประกอบด้วย
Reading (การอา่ น) Writing (การเขยี น) Arithmetics (การคำนวณ)
โรงเรยี นสันตริ าษฎร์วทิ ยาลยั 25
ภาษาองั กฤษเพอื่ การคดิ วเิ คราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
8Cs ประกอบด้วย
Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะการคดิ อยา่ งมีวิจารณญาณและการแกป้ ญั หา)
Creativity and Innovation (ทักษะการสร้างสรรค์และนวตั กรรม)
Cross – cultural Understanding (ทักษะดา้ นความเข้าใจตา่ งวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน)์
Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะการทำงานเป็นทมี และภาวะผ้นู ำ)
Communications, Information and Media Literacy (ทักษะการส่ือสาร สารสนเทศและ
การรู้เท่าทันสื่อ)
Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศ และ
การสือ่ สาร)
Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรียนรู)้
Compassion (ความมเี มตตากรณุ า มวี ินัย คุณธรรม จรยิ ธรรม)
9. บูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
9.1 หลักความพอประมาณ: ใชเ้ วลา 1 ช่วั โมงจดั กจิ กรรมให้เหมาะสมกบั ระดับและกระบวนการ
เรียนรูข้ องนักเรียน และสอดคลอ้ งกับมาตรฐานและตัวชีว้ ัดตามหลกั สูตรกำหนด
9.2 หลักความมเี หตผุ ล: เพื่อใหส้ อนบรรลุตามมาตรฐานและตัวชีว้ ัดมีลกั ษณะพงึ ประสงค์ตามที่
หลกั สตู รกำหนด เพ่ือให้ผู้เรียนเกดิ กระบวนการทำงานกลุ่ม และการคิดวเิ คราะห์ การคิดสรา้ งสรรค์อยา่ งมี
เหตุผล
9.3 หลักภูมคิ ุม้ กัน: วางแผนอยา่ งรอบคอบ ระมดั ระวังในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ใหน้ ักเรียนได้
เรียนรเู้ ต็มตามศักยภาพ ใช้วธิ ีการวดั ผลตามสภาพจรงิ และทกุ คนมีสว่ นรว่ มในการวัดผลการเรียนรู้ที่กำหนดไว้
และนำผลการเรยี นร้ไู ปพัฒนาการเรียนรู้คร้ังต่อไปได้
9.4 เงอ่ื นไขความร้:ู รอบรู้เรื่องหลกั สูตร คำศัพทท์ ีเ่ กยี่ วข้องกับเน้ือหา การตีความจากเรอื่ งทอี่ า่ น
ปญั หาสังคมท่นี ำเสนอในบทอ่าน รอบคอบในการวางแผน การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ใหเ้ หมาะสมกับนักเรยี น
โดยใชก้ ระบวนการวดั และประเมินผลทห่ี ลากหลายตรงตามสภาพจริง
9.5 เงอ่ื นไขคุณธรรม ใชห้ ลักความยุติธรรม ความรบั ผดิ ชอบ การมวี ินยั ในการจดั กิจกรรม
10. ช้ินงาน/ภาระงาน
10.1 แบบฝึกหดั ใน Workbook
11. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
11.1 ข้ันนำเขา้ ส่บู ทเรียน
1) ครูทกั ทายนักเรียน เช่น Good morning students. How are you?
2) ครทู บทวนเน้ือหาเร่อื งคำกรยิ ากรยิ า ซึ่งเปน็ เน้ือหาเดิม
โรงเรยี นสนั ตริ าษฎร์วทิ ยาลัย 26
ภาษาอังกฤษเพ่ือการคดิ วิเคราะห์ ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
3) ครูเขียนประโยคบนกระดาน “This flower is very beautiful.”
4) ครถู ามนักเรยี นว่าประโยคบนกระดานประกอบด้วยคำชนดิ ใดบ้าง
5) ครอู ธิบายเพิ่มเตมิ เก่ยี วกับคำวา่ very และยกตัวอย่างเพิ่มเติม
11.2 ขน้ั จดั กจิ กรรมการเรียนรู้
1) ครอู ธิบายเนอ้ื หาเก่ียวกับ Adverb และบอกประเภทของ Adverb ว่ามี 5 ประเภท แต่ยงั ไม่อธบิ าย
แต่ละประเภท
2) ครแู บ่งนกั เรียนออกเป็น 5 กลมุ่ และให้ส่งตัวแทนออกมาจับสลากหวั ขอ้ ประเภทคำกรยิ าคณุ ศัพท์
3) ครใู ห้ชว่ ยกนั หาครูให้นักเรยี นสบื ค้นขอ้ มูลเก่ยี วกบั คำกริยา เป็นเวลา 10 นาที
4) ครูให้นกั เรียนแต่ละกลุ่มอธิบายคำกรยิ าคุณศัพท์ในหัวขอ้ ที่กลมุ่ ตนเองจบั สลากได้
5) ครพู ูดอธิบายเนอ้ื หาเกย่ี วกบั คำกริยาทง้ั หมดเพ่ิมเติม โดยใช้สอ่ื PowerPoint ประกอบการสอน
6) ครใู หน้ ักเรยี นช่วยกนั ยกตัวอย่างคำกริยาคณุ ศพั ท์ประกอบในระหวา่ งการเรยี นคำกรยิ าคุณศัพทแ์ ต่ละ
ชนิด
7) ครเู ปดิ โอกาสใหน้ ักเรยี นซักถาม
8) ครใู ห้นกั เรียนทำแบบฝึกหัดเก่ียวกบั Adverb (คำกรยิ า) ใน workbook
11.3 ข้ันสรุป
1) ครูสมุ่ ใหน้ ักเรยี นรว่ มเฉลยแบบฝกึ หดั เปน็ รายบุคคล
2) ครูถามนักเรยี นวา่ Adverb (คำกริยาวิเศษณ์) คืออะไร ,มีก่ปี ระเภท , แตล่ ะประเภทมีอะไรบา้ ง
12. ส่ือ/วัสดุอปุ กรณ/์ แหล่งเรียนรู้
สอ่ื 1. PowerPoint เรอ่ื ง Adverb (คำกริยาวเิ ศษณ)์
2. Workbook
วัสดุอุปกรณ์ 1. Laptop/ Tablet
2. ปากกา white board
แหล่งเรยี นรู้ 1. พจนานกุ รม
13. การวดั และประเมนิ ผล
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ วิธีการวัด เคร่อื งมือ เกณฑ์การประเมิน
ดา้ นความรู้ (K) - การตอบคำถามระหวา่ งเรยี น -การสังเกตพฤตกิ รรมในชน้ั เรยี น มากกว่าร้อยละ 80
1) จำแนกคำกรยิ าวเิ ศษณ์ในประโยคได้ - การทำใบงาน -แบบประเมนิ ใบงาน
2) สืบค้นขอ้ มูล อภิปรายและสรปุ เกยี่ วกับ
คำกริยาวเิ ศษณไ์ ด้ (K)
โรงเรยี นสนั ติราษฎรว์ ทิ ยาลยั 27
ภาษาองั กฤษเพอื่ การคิดวิเคราะห์ ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ วธิ ีการวดั เครอื่ งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
- การทำใบงาน -แบบประเมนิ ใบงาน มากกว่ารอ้ ยละ 80
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
1) สามารถใชค้ ำกรยิ าวเิ ศษณไ์ ดอ้ ย่างถูกต้อง - การสงั เกตคณุ ลักษณะอนั พงึ -แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึง มากกว่ารอ้ ยละ 80
ด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์ (A) ประสงค์ ประสงค์
2) นักเรยี นใฝเ่ รียนรแู้ ละมนุ่ ม่ันในการทำงาน
ความคดิ เห็น
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
.................................................................................................................................................................... ..........
............................................................................................................................. ................................................
ลงชอ่ื ................................................................
(นางสาวภทั ร พงษเ์ จริญไทย)
ตำแหน่ งหวั หนา้ กลมุ่ สาระฯ ภาษาต่างประเทศ
วันท่ี ............ เดอื น.......................... พ.ศ. 2565
โรงเรียนสันตริ าษฎรว์ ทิ ยาลัย 28
ภาษาองั กฤษเพ่ือการคดิ วเิ คราะห์ ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
บันทกึ หลังการจดั การเรียนรู้
รหัสวชิ า อ 33201 รายวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการคดิ วเิ คราะห์ ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 6
ห้อง 6/1 - 6/8
เวลา 1 ช่ัวโมง วนั ท่ี 30 พ.ค. - 3 มิ.ย. 2565
1. ผลการจดั การเรยี นรู้
matzoh……………1….1…ด…้า…sนi…คn…วaา….sม…dร…ู้ e(k…onw…o…ow…iloe…gd…lg-e…2)….t….F…R…a……ad…v…er…b…a…rtw…o…rk…s…of……t.b…a :…&………………if……a…d…ve…rb……no…t…………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
9wÑon%ug1ñ……………1….2…ด…า้ …sนi…nทa…ัก.…ษieะ…o/…wก…ร.mะ…บa…วb…นuก…oา…eร…t(nP…ar…oia…cie.…tso…s,)……a…d…ve…r…b……………………………………f…o…re…t…a…s…te……a…d…ve…r…b
……………E…n…s…o…r…Ñ…on…o…an………………………………………………………………………………………………………………………
1.3 ด้านคณุ ลักษณะ (Attitude)
……………………………r……………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปัญหา อปุ สรรค
………………………Ñ…n…Ñ…o…w…8…s…m…%……w…9…n…a…%…%……ñ…on…ᵈ……a…dv…e…rb……a…e…r…o……a…d…je…c…ti…v…e…T…a…il…o…r…………………
……………w…w…w….…m…h…to…a…i…ar…a…in……a…d…je…c…t…iv…e……M…a…no…n…N…a…s…io…n…a…l:b……n…n…ks…t…o…ih….…o…w…i.…d…k……ve…r…b………o……f
…………………………………a………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
…3.…ข…้อ…เส…น…อ…แน…•ะa…/lsแ…oน…wว…ท%…าง…mแ…กÑ…้ไขn…m……Ñ…i…n…st…e…a…d…d…a…ik…o…n……in……a…i…o……li…a…d…v…e…r…b……a…e…ro……a…d…j…e…c…ti…ve……
……………M…o…n…t…an…a………ri…s…k…i…n…g…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
ลงชื่อ..................o......f..........................ผสู้ อน
(นางสาวสุดารัตน์ โยชน์เยอ้ื น)
วนั ท.่ี .....3..........เดือน...I.......8..............พ.ศ.2565
โรงเรียนสนั ตริ าษฎรว์ ทิ ยาลยั 29
ภาษาองั กฤษเพ่ือการคิดวิเคราะห์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
โรงเรียนสนั ตริ าษฎรว์ ทิ ยาลัย
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 6
รหัสวชิ า อ 33201 รายวิชา ภาษาอังกฤษเพื่อการคิดวเิ คราะห์
ระดบั ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 6 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 : Part of Speech เรอ่ื ง Preposition เวลา 1 คาบ
ชอื่ ผ้สู อน นางสาวสดุ ารัตน์ โยชน์เยอ้ื น สอนวันท่ี 30 พ.ค. – 3 ม.ิ ย. 2565
1. ผลการเรยี นรู้
ข้อ 1 อา่ นออกเสียงประโยค ข้อความ บทความ บทอ่าน ขา่ ว ประกาศโฆษณา สงิ่ พมิ พ์ตา่ ง ๆ
ถกู ต้องตามหลักการอา่ น
ขอ้ 2 จับใจความสำคัญ วเิ คราะหค์ วาม สรปุ ความ ตคี วาม และแสดงความคิดเหน็ จากเรอ่ื งที่อ่านที่
เป็นสารคดแี ละบันเทิงคดี พร้อมทงั้ ให้เหตุผล
ขอ้ 4 อธิบายและเขยี นประโยค และข้อความใหส้ ัมพนั ธก์ ับส่ือท่ีไมใ่ ช่ความเรยี งรปู แบบตา่ ง ๆ ทีอ่ ่าน
รวมทั้งระบแุ ละเขยี นเรื่องที่ไม่ใชค่ วามเรยี งรูปแบบตา่ ง ๆ ใหส้ มั พันธก์ บั ประโยค และ
ข้อความที่อ่าน
ขอ้ 6 คน้ ควา้ สบื คน้ บนั ทึก สรปุ และแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกบั ขอ้ มูลจากแหล่งการเรียนรตู้ า่ ง ๆ
และนำเสนอดว้ ยการพูดหรือเขยี น
2. สาระสำคญั
ในหนว่ ยการเรียนรูน้ ้ี นักเรียนจะไดจ้ ะได้เรียนรู้ Part of Speech ซึ่งเป็นส่วนประโยคของคำพดู /
ประโยค อนั ไดแ้ ก่ noun, pronoun, adjective, verb, adverb, preposition, conjunction และ
interjection เร่ืองดังกลา่ วเปน็ พนื้ ฐานในการเขยี น รวมไปถงึ การพูดภาษาองั กฤษ ท่ีจะช่วยให้นกั เรียนใช้
ภาษาอังกฤษไดถ้ ูกต้อง
3. สาระการเรียนรู้
Grammar: Preposition หรือคำบุพบท คือ คำทใ่ี ช้เช่อื มความสัมพันธ์ระหวา่ งคำ ๆ หนงึ่ กบั คำอืน่
ในประโยค Preposition แบ่งออกเปน็ 4 ประเภท ดังต่อไปน้ี
1. Preposition of Time (คำบุพบทบอกเวลา) เช่น In, On, At, Since (ตั้งแต่), For (เป็นเวลา),
Until (จนกระทั่ง...), During (ระหวา่ ง) เปน็ ตน้
2. Preposition of Place (คำบพุ บทบอกสถานท)่ี เชน่ In, On, At, Above (เหนอื ), Under (ข้างใต)้
และ Over (ข้าม) เป็นต้น
3. Preposition of Movement (คำบุพบทบอกการเคลอ่ื นไหว) เช่น To, Onto, Into และ Toward
เป็นต้น
โรงเรยี นสันตริ าษฎร์วิทยาลัย 30